The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือฝึกและดูแลเด็กออทิสติกสำหรับผู้ปกครอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องสมุด AU-NON E-Library, 2021-11-03 21:46:35

คู่มือฝึกและดูแลเด็กออทิสติกสำหรับผู้ปกครอง

คู่มือฝึกและดูแลเด็กออทิสติกสำหรับผู้ปกครอง

44 การน�ำ เดก็ ออกจากโลกของตัวเอง
p การกระตุ้นประสาทสัมผสั ทางหู

ผสู้ อนเขย่าของเล่นที่มเี สียงขา้ งหเู ดก็ วัตถปุ ระสงค ์

1. เพื่อเป็นการกระตุน้ ประสาทสัมผัสทางหู
2. เพ่อื สร้างสมั พันธภาพระหวา่ งผ้สู อนกับเด็ก

ผลที่จะได้รบั

1. เด็กมีความสนใจตอ่ เสยี งทไ่ี ด้ยนิ
2. เด็กมีสัมพนั ธภาพกับผู้สอนเพม่ิ ข้ึน

วสั ดอุ ุปกรณ์

ของเล่นทเ่ี ขยา่ มเี สียง, กระดาษ, วทิ ย,ุ เทปเพลง, เนือ้ เพลง เปน็ ต้น

วิธปี ฏบิ ัติ

1. การเขย่าของเลน่

 ผู้สอนเขยา่ ของเลน่ ทีม่ เี สียง เขย่าเบา ๆ พอใหไ้ ด้ยนิ ข้างหเู ด็ก
ด้านซ้ายหรือขวาคอ่ นไปทางด้านหลังศีรษะเดก็

 สงั เกตความสนใจฟังหรอื มองหาท่มี าของเสยี ง
 ถา้ เด็กไมส่ นใจให้น�ำของเล่นมาเขยา่ ขา้ งหน้าใหเ้ ด็กเหน็
 ท�ำซ้�ำ ๆ 5-10 คร้ัง โดยการท�ำกิจกรรมแต่ละครั้งให้ผู้สอน

ประเมนิ โดยใช้ตารางตามวิธกี ารประเมนิ ผลการฝกึ

ค�ำแนะน�ำเพิ่มเตมิ
1. อาจใชข้ องทเี่ ขยา่ แลว้ เกดิ เสยี งแทนของเลน่ กไ็ ด้ เชน่ ขวดบรรจุ

ลกู แก้ว กระปกุ ออมสิน

2. ความสนใจฟงั ของเดก็ อาจสงั เกตจาก การรบั รดู้ ว้ ยการกระพรบิ

การประเมนิ ผล ตา กรอกตา สะดงุ้ หรอื เคลอื่ นไหวรา่ งกายจนกระทงั่ หนั หาทมี่ า

ของเสียง

7 เด็กไม่สนใจฟงั

3 เดก็ สนใจฟงั โดยผสู้ อนตอ้ งเขยา่ ของเลน่ ใหเ้ ดก็ เหน็

33 แสดงทา่ ทางสนใจฟังหรือมองหาทมี่ าของเสยี ง

ข้อควรระวัง การฝึกน้ตี อ้ งการให้เด็กรบั รู้กบั เสยี งรอบ ๆ ตวั หาท่ีมาของเสยี ง อยา่ ท�ำเสียงดังเกนิ ไปจนเดก็

ตกใจกลัว

การนำ�เดก็ ออกจากโลกของตัวเอง 45

2. กระซิบขา้ งหู ผู้สอนใชม้ อื ป้องปากกระซิบขา้ งหูเดก็

 ผู้สอนใช้มือป้องปากกระซิบข้างหูเด็ก โดยเรียกชื่อเด็กเบา ๆ ผ้สู อนใชก้ ระดาษมว้ นตอ่ ระหวา่ ง
หรือนบั หนึ่งถึงสบิ ปากของผู้สอนกบั หขู องเด็ก

 ถ้าเด็กไม่สนใจฟังให้ใช้กระดาษม้วนต่อระหว่างปากของผู้สอน
กับหูของเด็ก เพ่ือให้เสียงมีความก้องและจับมือเด็กแตะม้วน
กระดาษ สมั ผสั การส่ันของกระดาษ

 ท�ำซ้�ำ ๆ 5-10 คร้ัง โดยการท�ำกิจกรรมแต่ละคร้ังให้ผู้สอน
ประเมนิ โดยใชต้ ารางตามวิธกี ารประเมนิ ผลการฝกึ

การประเมินผล

7 เดก็ ไม่สนใจฟัง
3 เด็กสนใจฟังโดยผูส้ อนตอ้ งจับมือเด็กแตะมว้ นกระดาษ
33 เด็กสนใจฟังหรอื มองหาท่ีมาของเสียง

ค�ำแนะน�ำเพม่ิ เติม

การใช้กระดาษม้วนต่อระหว่างปากของผู้สอนกับหูของเด็กจะช่วย
ก�ำหนดทิศทางของเสียง และท�ำให้เสียงพูดก้องกว่าการไม่ใช้
กระดาษ

ขอ้ ควรระวัง

การพูดควรใช้เสียงเบา ๆ ก่อน การพูดเสียงดังเกินไปจะท�ำให้
เดก็ ตกใจกลวั ได้

46 การน�ำ เดก็ ออกจากโลกของตัวเอง

3. กิจกรรมเสรมิ การกระตนุ้ ประสาทสมั ผสั ทางหู

การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางหูนั้น อาจใช้เสียงอ่ืน เช่น
การรอ้ งเพลง เสยี งเพลงจากวิทยุ ผสู้ อนอาจจะชว่ ยโดยการสอนให้
เด็กร้องเพลง เปิดเพลงให้ฟัง และชักชวนให้เด็กแสดงท่าทางตาม
เน้ือร้อง โดยใชเ้ พลงท�ำนองสั้น ๆ ฟังงา่ ย เชน่ จับปูด�ำ โยกเยกเอย
เป็นต้น

การประเมินผล

7 เด็กไม่สนใจฟังหรือไม่สนใจท�ำกจิ กรรม
3 เดก็ สนใจฟังโดยผสู้ อนกระตนุ้ หรอื ชช้ี วนให้ฟงั
33 เดก็ สนใจฟังหรอื มองหาทม่ี าของเสยี ง

ข้อควรระวัง การฝึกเรื่องการกระตุ้นประสาทสัมผัสทางหูนั้น ถ้าทุกครั้งที่ฝึกเด็กมีปฏิกิริยาต่อต้าน เช่น

ปิดหู ปดิ ตา ร้องกร๊ีด วง่ิ หนี แสดงทา่ ทางหวาดกลวั หงุดหงิด ทนตอ่ เสียงที่ไดย้ นิ ไม่ได้ ควรปรกึ ษาจิตแพทย์
เพอ่ื ใหค้ �ำแนะน�ำและปรับพฤติกรรมเดก็ เฉพาะรายต่อไป ซง่ึ เด็กบางคนอาจมีปญั หาทซี่ บั ซอ้ น

การน�ำ เดก็ ออกจากโลกของตวั เอง 47

p การกระตุน้ ประสาทสัมผัสทางล้ิน ผู้สอนชมิ น้�ำตาลให้เด็กดเู ปน็ ตวั อยา่ ง
ผสู้ อนใหเ้ ดก็ ชิมน้ำ� ตาล
วตั ถุประสงค ์
ผู้สอนช่วยประคองหน้าเดก็ ให้ชิม
1. เพื่อกระตุน้ ประสาทสัมผัสการรับรส
2. เพอ่ื ให้เดก็ รบั รู้รสอาหารท่หี ลากหลาย

ผลทีจ่ ะได้รบั

1. เด็กรู้จักรสของอาหาร
2. เดก็ รับร้รู สอาหารท่ีหลากหลายแตกต่างกัน

วัสดุอุปกรณ์

นำ�้ ตาล, เกลอื , มะนาว

วธิ ีปฏบิ ตั ิ

1. ชิมน�้ำตาล

 ผู้สอนชิมน้�ำตาลให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง พร้อมกับพูดค�ำว่า
“น�้ำตาล - หวาน”

 น�ำน้�ำตาลใสป่ ากเด็ก พรอ้ มกับพูดวา่ “นำ้� ตาล - หวาน”
 ถา้ เดก็ ไมย่ อมชมิ ควรชว่ ยโดยการประคองหนา้ เอานำ�้ ตาลปา้ ย

ทีร่ มิ ฝปี าก
 ท�ำซ้�ำ ๆ 5-10 ครั้ง โดยการท�ำกิจกรรมแต่ละครั้งให้ผู้สอน

ประเมนิ โดยใช้ตารางตามวธิ ีการประเมนิ ผลการผกึ

การประเมินผล

7 เด็กไม่ยอมใหใ้ ส่ปาก
3 เด็กยินยอมให้ใสป่ ากโดยผู้สอนช่วยจับประคองหน้า
33 เดก็ ยนิ ยอมให้ใส่ปาก

48 การนำ�เดก็ ออกจากโลกของตัวเอง

2. ชิมเกลือ

 ผสู้ อนชมิ เกลือใหเ้ ดก็ ดเู ป็นตวั อย่าง พรอ้ มกับพูดค�ำว่า

“เกลือ–เค็ม”

 น�ำเกลอื ใสป่ ากเด็ก พรอ้ มกบั พูดค�ำว่า “เกลอื –เค็ม”

 ถ้าเด็กไม่ยอมชิมควรช่วยโดยการประคองหน้าเอาเกลือป้าย

ท่ีรมิ ฝปี าก

ชิมเกลอื  ท�ำซ�้ำๆ 5-10 คร้ัง โดยการท�ำกิจกรรมแต่ละครั้งให้ผู้สอน

ประเมินโดยใช้ตารางตามวธิ ีการประเมนิ ผล

การประเมินผล เหมือนกิจกรรม 1. ชมิ น้ำ� ตาล

ชิมมะนาว 2. ชิมมะนาว

 ผู้สอนบีบน้�ำมะนาวจากผลใส่ช้อน ชิมให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง
พรอ้ มกับพดู ค�ำวา่ “มะนาว – เปรีย้ ว”

 บีบน�้ำมะนาวใส่ช้อน แล้วป้อนให้เด็ก พร้อมกับพูดค�ำว่า
“มะนาว – เปรีย้ ว”

 ถา้ เดก็ ไมย่ อมชมิ ควรชว่ ยโดยการประคองหนา้ ปา้ ยนำ�้ มะนาว
ท่รี ิมฝีปาก

 ท�ำซ�้ำๆ 5-10 คร้ัง โดยการท�ำกิจกรรมแต่ละคร้ังให้ผู้สอน
ประเมินโดยใช้ตารางตามวิธกี ารประเมนิ ผล

การประเมนิ ผล เหมือนกิจกรรม 1. ชมิ นำ้� ตาล

ค�ำแนะน�ำเพ่มิ เตมิ

1. จุดประสงค์ของกิจกรรมน้ีต้องการกระตุ้นประสาทสัมผัส
ในการรับรสของเด็ก ให้เด็กรู้จักรสอาหารท่ีหลากหลาย
ผ้สู อนอาจให้เดก็ ชิมอาหารอน่ื ๆ ท่ีมีรสชาตติ า่ ง ๆ กัน โดย
เริ่มจากของทเ่ี ดก็ ชอบ เช่น ผลไมท้ ่มี รี สหวาน หรือรสเปรย้ี ว
หรืออาหารท่ีมรี สเคม็ เป็นตน้

2. ขณะฝกึ เดก็ ผ้สู อนตอ้ งพูดบอกเด็กทุกครัง้ อย่างช้า ๆ และ
ชัดเจน เช่น “อง่นุ -หวาน” เปน็ ต้น

การน�ำ เด็กออกจากโลกของตัวเอง 49

p การกระตุน้ ประสาทสัมผัสทางจมกู

วัตถปุ ระสงค์ ผ้สู อนดมสบูใ่ ห้เดก็ ดเู ป็นตัวอยา่ ง

เพือ่ กระตุ้นประสาทสัมผสั การดมกล่นิ

ผลท่ีจะได้รับ

เด็กไดเ้ รยี นร้กู ารใช้จมูกดมกลิน่

วสั ดอุ ปุ กรณ์

สบู่หอม นำ�้ หอม ดอกไม้ เป็นต้น

วธิ ีปฏิบัต ิ

 ผู้สอนน�ำสบู่มาดมให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง แล้วพูดกับเด็กว่า
“สบู่ – หอม”

 ใหเ้ ด็กดมสบู่ แล้วพูดกับเดก็ ว่า “สบู่ – หอม”
 ท�ำซ�้ำ ๆ 5-10 ครั้ง โดยการท�ำกิจกรรมแต่ละคร้ังให้ผู้สอน

ประเมนิ โดยใช้ตารางตามวิธกี ารประเมินผลการฝึก

การประเมนิ ผล ผสู้ อนใหเ้ ด็กดมสบู่

7 เด็กไมย่ อมดม
3 เด็กยอมใหผ้ ้สู อนช่วยจบั ดม
33 เด็กยอมดมดว้ ยตนเอง

ค�ำแนะน�ำเพม่ิ เตมิ

นอกจากสบู่แล้วผู้สอนอาจฝึกให้เด็กดมกล่ินอื่น ๆ ที่มีในชีวิต
ประจ�ำวนั เช่น อาหาร (ไข่เจียว ปลาเคม็ ) ผลไม้ ดอกไม้ โลชั่น
เปน็ ต้น

50 การนำ�เดก็ ออกจากโลกของตวั เอง

กจิ กรรมที่ 1.2
การจบั มอื เด็กเพอื่ ให้เดก็ ท�ำกจิ กรรมต่าง ๆ

ด้วยตนเอง

เด็กจับมอื ผูส้ อนไปเปิดประตู วัตถุประสงค์

ผสู้ อนเปล่ยี นมอื จากการทเ่ี ดก็ จบั มือผู้สอน เพ่อื ให้เด็กรู้จักใช้มือท�ำกจิ กรรมต่าง ๆ ดว้ ยตนเอง
เป็นผู้สอนจับมอื เด็กเปิดประตู
ผลทจี่ ะไดร้ บั

เดก็ ชว่ ยเหลือตนเองในการท�ำกิจกรรมต่าง ๆ ได้

วิธปี ฏิบตั ิ

เด็กออทิสติกไม่สามารถแสดงพฤติกรรมสื่อความหมายได้เลย
เมอ่ื เดก็ ตอ้ งการอะไรจะชนี้ วิ้ ไปทสี่ งิ่ นน้ั ๆ ไมเ่ ปน็ มกั จะดงึ มอื ผทู้ อ่ี ยู่
ใกล้เคียงไปท�ำให้ ดังนั้นเมื่อเด็กจับมือหรือดึงมือผู้สอนให้ไปท�ำ
กจิ กรรมตา่ ง ๆ ให้ปฏบิ ัตดิ ังน้ี
 ผู้สอนต้องสังเกต คาดเดาว่าเด็กมีความต้องการให้ท�ำอะไร

เช่น ตอ้ งการให้ชว่ ยเปดิ ประตู
 ใหผ้ สู้ อนพาเดก็ เขา้ ไปใกลป้ ระตู พรอ้ มกบั เปลยี่ นมอื จากการที่

เด็กจับมือผู้สอนเป็นผู้สอนจับมือเด็กท�ำแทน พร้อมกับพูดว่า
“(ช่อื เด็ก) เปดิ ประตู” เช่น “นัทเปดิ ประตู”

การประเมินผล

7 เดก็ สลัดมือไม่ยอมให้จบั มือท�ำ
3 เดก็ ยอมให้ผสู้ อนจับมือท�ำ
33 เด็กท�ำได้เองโดยผู้สอนแตะขอ้ มอื

ค�ำแนะน�ำเพ่ิมเติม

1. กิจกรรมท่ีเปลี่ยนจับมือให้เด็กท�ำนั้นต้องเป็นกิจกรรมที่ไม่เป็น
อนั ตรายตอ่ เดก็ และเดก็ สามารถท�ำไดด้ ว้ ยตนเอง เชน่ เปดิ ประตู
เปดิ ตู้เยน็

2. ทุกคร้งั ท่ีจบั มอื เด็กใหผ้ สู้ อนพดู บอกเด็กด้วยวา่ ก�ำลงั ท�ำอะไร

การน�ำ เดก็ ออกจากโลกของตัวเอง 51

กิจกรรมท่ี 1.3
การหันตามเสียงเรียก

วตั ถุประสงค์ ผูส้ อนเรยี กชือ่ เดก็ ใหห้ นั หนา้ มามอง

เพ่อื ให้เดก็ รู้จกั ชือ่ ของตนเอง เดก็ ไม่หันหน้ามาตามเสียงเรยี ก

ผลที่จะได้รบั ใหผ้ ูช้ ่วยอกี คนหนึ่งจบั หนา้ เดก็ ให้หนั มามอง
เมื่อผสู้ อนเรียกชื่อเด็ก
เดก็ รจู้ กั ชื่อของตัวเองและหนั ตามเสียงเรยี กได้

วสั ดุอปุ กรณ์ -

วิธปี ฏบิ ัติ

 ผู้สอนเรียกช่ือเด็กให้หันมามอง ถ้าเด็กไม่หันตามเสียงเรียก
ให้ผู้อน่ื ชว่ ยจบั หน้าเด็กให้หนั มามอง

 ท�ำซำ�้ ๆ โดยใชเ้ ทคนคิ การชว่ ยเหลอื ในการฝกึ คอ่ ย ๆ ลดการ
ช่วยเหลอื ลงจนเดก็ หนั ตามเสยี งเรียกได้เองโดยไมต่ อ้ งชว่ ย

 การฝึกแต่ละคร้ังผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธีการ
ประเมินผลการฝึก

การประเมินผล

7 เดก็ ไม่หนั ตามเสยี งเรียกและไม่ยอมใหจ้ ับหน้า
3 เดก็ ยอมให้จับหน้ามองหรอื ต้องแตะน�ำ
33 เด็กหันตามเสียงเรยี กและมองผเู้ รยี กได้ดว้ ยตนเอง

ค�ำแนะน�ำเพิม่ เติม

1. กิจกรรมท่ี 1.3 นคี้ วรท�ำสมำ�่ เสมอภายในครอบครวั
2. ไม่ควรเรียกช่ือเด็กพร้อมกันหลาย ๆ คน เพราะจะท�ำให้

เดก็ สับสน

52 การน�ำ เด็กออกจากโลกของตวั เอง

ผสู้ อนจบั มอื เดก็ แตะหนา้ อกตวั เอง กจิ กรรมที่ 1.4
พร้อมกับพูดชอื่ เดก็ (ช่วยจบั ท�ำ) การสอนใหเ้ ด็กรจู้ กั ตนเอง
ผสู้ อนพดู ว่า “ไหน (ชือ่ เด็ก)” แลว้ แตะมอื และสมาชกิ ในครอบครัว
เดก็ นำ� ให้เด็กแตะหน้าอกตวั เอง (แตะนำ� )
เดก็ แตะหน้าอกตัวเองได้ ตามคำ� ส่ัง วตั ถปุ ระสงค ์

1. เพื่อใหเ้ ด็กรู้จกั ช่อื ตัวเอง
2. เพ่อื ใหเ้ ดก็ รจู้ กั สมาชิกในครอบครวั
3. เพ่ือใหเ้ ด็กมสี มั พันธภาพกับสมาชกิ ในครอบครัว

ผลท่จี ะได้รับ

1. เด็กรูจ้ ักชื่อตัวเอง
2. เด็กร้จู ักสมาชกิ ในครอบครวั
3. เด็กมสี มั พนั ธภาพกบั สมาชกิ ในครอบครวั มากขึน้

วสั ดอุ ปุ กรณ ์

1. โต๊ะ เก้าอี้ กระจกบานใหญ่
2. รูปภาพเดย่ี วหนา้ ตรงของเดก็ ที่ชดั เจน
3. รปู ภาพเดีย่ วหน้าตรงของพอ่ ท่ชี ัดเจน
4. รูปภาพเด่ยี วหนา้ ตรงของแม่ ทชี่ ดั เจน

วิธปี ฏบิ ตั ิ
ข้นั ตอนที่ 1

 ผสู้ อนและเดก็ นงั่ หน้ากระจก
- ถ้าเดก็ ถนัดขวาใหผ้ ูฝ้ กึ นั่งทางขวาของเดก็
- ถา้ เดก็ ถนัดซา้ ยให้น่ังทางซ้ายของเด็ก
- ไม่ควรเออ้ื มมือข้ามตัวเด็ก เพ่ือจับตัวเดก็
 ผสู้ อนเรียกชอื่ เด็ก แลว้ พดู วา่ “ไหน (ช่ือเด็ก)”
เชน่ “ไหนนัท”
 ผู้สอนจับมือเด็กแตะหน้าอกของตัวเด็กเอง พร้อมกับพูดช่ือ

เด็ก เชน่ “นทั ”
 ผสู้ อนพูดซ�้ำ “ไหน (ชื่อเดก็ )” แล้วกระตุ้นใหเ้ ดก็ แตะตวั เอง

โดยใช้เทคนิคการชว่ ยเหลอื
 ท�ำซ้�ำ 10 คร้ัง แต่ละคร้ังประเมินโดยใช้ตารางตามวิธีการ

ประเมินผลการฝึก

การนำ�เดก็ ออกจากโลกของตัวเอง 53

การประเมนิ ผล ผู้สอนแตะรูปเด็กใหเ้ ดก็ ดู พร้อมกับพดู ว่า
“รปู (ชื่อเด็ก)” (เลยี นแบบ)
7 เด็กไมย่ อมท�ำ
3 เด็กยอมท�ำแตผ่ ูส้ อนต้องช่วยเหลือ ผู้สอนจับมือเด็กให้แตะรปู เด็ก พรอ้ มกบั พูดวา่
33 เด็กท�ำไดเ้ องโดยผ้สู อนไมต่ อ้ งชว่ ย “รปู (ชอ่ื เดก็ )” (ชว่ ยจบั ทำ� )

ค�ำแนะน�ำเพิ่มเตมิ

ผู้สอนปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอนที่ 1 ซำ้� ๆ โดยใช้เทคนิคการช่วยเหลือ
ค่อย ๆ ลดการช่วยเหลือลง จนเด็กสามารถท�ำได้ด้วยตัวเอง
จึงเริ่มฝกึ ตามข้ันตอนท่ี 2 ต่อไป

ขน้ั ตอนท่ี 2

 ผสู้ อนวางรปู ภาพเดยี่ วของเดก็ บนโตะ๊ ผสู้ อนแตะรปู ของเดก็
พรอ้ มกบั พูดว่า “รูป(ชื่อเดก็ )” เชน่ “รปู นทั ”

 ผู้สอนพูดว่า “ชี้รูป(ช่ือเด็ก)” พร้อมกับจับมือเด็กให้แตะรูป
ของเดก็

 ผูส้ อนพูดว่า “ชี้ซิ ไหนรปู (ชือ่ เด็ก)” แล้วกระตุน้ ใหเ้ ดก็ แตะ
รูปของตัวเองโดยใชเ้ ทคนคิ การช่วยเหลอื

 ท�ำซ้�ำ 10 คร้ัง แต่ละคร้ังประเมินโดยใช้ตารางตามวิธีการ
ประเมนิ ผลการฝึก

การประเมินผล

7 เด็กไม่ยอมท�ำ
3 เด็กยอมท�ำแตผ่ ูส้ อนต้องช่วยเหลือ
33 เดก็ ท�ำได้เองโดยผสู้ อนไม่ตอ้ งชว่ ย

ค�ำแนะน�ำเพิ่มเตมิ

ผสู้ อนปฏิบัตติ ามข้ันตอนที่ 2 ซ�้ำ ๆ โดยใช้เทคนคิ การช่วยเหลือ
ค่อย ๆ ลดการช่วยเหลือลง จนเด็กสามารถท�ำได้ด้วยตัวเอง
จงึ เร่มิ ฝกึ ตามข้ันตอนท่ี 3 ตอ่ ไป

ผสู้ อนพูดว่า “ชซ้ี ิ ไหนรปู (ช่ือเด็ก)” แล้ว
แตะมอื เดก็ น�ำให้เดก็ ชร้ี ูปตัวเอง (แตะน�ำ)

54 การนำ�เด็กออกจากโลกของตวั เอง

ผู้สอนแตะรูปเดก็ ใหเ้ ดก็ ดู พรอ้ มกบั พดู ว่า ขน้ั ตอนที่ 3
“รปู (ชอื่ เด็ก)” (เลียนแบบ)
 ผสู้ อนน�ำรูปภาพเดีย่ วของพอ่ หรอื แม่ จ�ำนวน 1 รูป และรูป
ผู้สอนจับมือเด็กให้แตะรปู เด็ก พร้อมกบั พดู ว่า ของเดก็ 1 รูป วางบนโตะ๊
“รูป (ช่ือเดก็ )” (ช่วยจับท�ำ)
 ผสู้ อนแตะรูปของเด็กพร้อมกับพดู ว่า “รปู (ช่ือเด็ก)”
ผสู้ อนพดู ว่า “ช้ีซิ ไหนรปู (ชือ่ เด็ก)” แล้ว  ผู้สอนพูดว่า “ชี้รูป(ช่ือเด็ก)” พร้อมกับจับมือเด็กให้แตะรูป
แตะมือเด็กนำ� ให้เด็กช้รี ูปตัวเอง (แตะน�ำ)
ของตนเอง
 ผู้สอนพูดว่า “ชซ้ี ิ ไหนรปู (ชอ่ื เดก็ )” และกระตนุ้ ให้เดก็ แตะ

รูปของตวั เองโดยใชเ้ ทคนคิ การช่วยเหลือ
 ท�ำซ้�ำ 10 คร้ัง แต่ละครั้งประเมินโดยใช้ตารางตามวิธีการ

ประเมนิ ผลการฝกึ

การประเมนิ ผล เหมือนขนั้ ตอนที่ 1

ค�ำแนะน�ำเพิ่มเติม

1. ถ้าเด็กแตะรูปภาพไม่ถูกต้อง ให้เลื่อนรูปที่ถูกต้องไปใกล้
ถา้ เดก็ แตะไดใ้ หช้ มเชย แลว้ คอ่ ยใหเ้ ลอื กแตะรปู ใหม่ โดยถาม
ซำ้� อีกครัง้

2. เมอื่ เดก็ แตะรปู ทถ่ี กู ตอ้ งได้ ควรแสดงทา่ ทยี อมรบั หรอื ชมเชย
เด็กทกุ คร้ัง

3. เมอ่ื เดก็ แตะรปู ทถี่ กู ตอ้ งไดแ้ ลว้ ใหเ้ พมิ่ จ�ำนวนรปู ภาพขน้ึ จาก
2 รูป เป็น 3-4 รปู เช่น รูปพ่อ รปู แม่ รูปเด็ก และรูปพี่หรอื
น้อง โดยค่อย ๆ เพ่มิ ทีละภาพ

4. รูปท่ีใช้ในการสอนควรเป็นรูปเดี่ยวหน้าตรงท่ีชัดเจนของ
บุคคลท่ตี ้องการสอนใหเ้ ดก็ รจู้ ัก ไมค่ วรใช้รปู หมู่

5. ผู้สอนสามารถสอนให้เด็กรู้จักบุคคลอ่ืนในครอบครัวได้
โดยใช้วิธีฝึกตามขั้นตอนที่ 2-3 โดยเปลี่ยนจากรูปเด็ก
เป็นรูปของบุคคลที่ต้องการจะสอน เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง
พ่ีเลีย้ งเด็ก เปน็ ต้น

6. เมอ่ื เดก็ ไดพ้ บปะญาติ พน่ี อ้ ง บคุ คลในครอบครวั ควรทกั ทาย
เดก็ และแนะน�ำให้เด็กไดร้ จู้ ักปฏิบตั เิ ปน็ ประจ�ำ ซ�ำ้ ๆ

เด็กชร้ี ปู ตัวเองได้ ตามค�ำสั่ง

2

การฝึกกิจวตั รประจ�ำวัน

เมื่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้สอนสามารถดึงเด็กออกจากโลกของเขาแล้ว เด็กจะมีความพร้อมที่
จะเรียนรู้เรื่องอ่ืน ๆ มากขึ้น เรื่องแรกที่ต้องสอน คือ ทักษะในการช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจ�ำวัน
เช่น การท�ำความสะอาดรา่ งกาย การแต่งตัว การกิน และการขบั ถา่ ย เป็นตน้



การฝึกกจิ วตั รประจ�ำ วัน 57

กิจกรรมท่ี 2.1
การสอนใหเ้ ดก็ รูจ้ ักของใช้ในชวี ิตประจ�ำวนั

วัตถุประสงค์ ผสู้ อนจับมือเด็กหยบิ แปรงสีฟนั
ตามท่ีผู้สอนบอก (ช่วยจบั ท�ำ)
เพือ่ ใหเ้ ดก็ รู้จกั ของใชใ้ นชวี ิตประจ�ำวัน

ผลทจี่ ะไดร้ บั

1. เด็กร้จู กั ลักษณะของใชใ้ นชีวติ ประจ�ำวนั
2. เดก็ สามารถหยิบของใชต้ ามค�ำสัง่ ได้

วสั ดุอุปกรณ์ ของใช้ในชีวิตประจ�ำวัน เช่น แปรงสีฟัน,

แก้วน�้ำ, หวี เป็นตน้

วิธีปฏิบตั ิ

ขนั้ ตอนที่ 1

 ผู้สอนและเด็กน่ังตรงข้ามกัน วางของใช้ท่ีจะสอนไว้บนโต๊ะ ผู้สอนแตะมอื เดก็ น�ำให้เด็กหยิบแปรงสฟี ัน
เชน่ แปรงสีฟัน ตามทีผ่ ู้สอนบอก (แตะน�ำ)

 ผู้สอนเรียกช่ือเด็กให้มองหน้า แล้วจึงให้เด็กดูและสัมผัส

แปรงสฟี ัน พร้อมกับบอกช่อื ของใชน้ ้ัน “แปรงสีฟัน”
 วางแปรงสีฟันไวบ้ นโตะ๊ ผสู้ อนบอกเด็กว่า “หยบิ แปรงสฟี ัน

ให้แม่” แล้วชว่ ยจบั มือเดก็ หยิบแปรงสฟี ันตามทีผ่ ู้สอนบอก
 ฝกึ ซ�ำ้ ๆ โดยใช้เทคนิคการช่วยเหลอื ลดการชว่ ยเหลือลงจน

เด็กสามารถหยบิ ไดด้ ้วยตนเอง

 การฝึกแต่ละคร้ังให้ผู้สอนประเมินโดยใช้ตารางตามวิธีการ

ประเมินผลการฝึก

การประเมนิ ผล เดก็ หยิบแปรงสีฟันตามคำ� สั่ง

7 เด็กไม่ยอมท�ำ

3 เด็กยอมท�ำโดยผู้สอนต้องชว่ ย

33 เดก็ หยิบของใชต้ ามค�ำบอกได้

ค�ำแนะน�ำเพม่ิ เตมิ
สอนใหเ้ ด็กรจู้ กั ของใชอ้ ื่น ๆ โดยเปล่ียนจากแปรงสฟี นั เป็นของใช้อ่นื ที่ตอ้ งการสอน

เมือ่ เด็กท�ำได้แล้วใหส้ อนตามขั้นตอนที่ 2 ต่อไป

58 การฝึกกิจวตั รประจำ�วัน ขน้ั ตอนท่ี 2

ผู้สอนจบั มอื เด็กหยิบแปรงสีฟัน  เตรียมของใช้ 2 ชนิด ที่สอนให้เด็กรู้จักแล้ว (จากข้ันตอน
ตามที่ผู้สอนบอก (ช่วยจบั ท�ำ) ท่ี 1) วางไวบ้ นโต๊ะ เช่น แปรงสีฟนั และ แก้วนำ�้
ผสู้ อนแตะมอื เดก็ นำ� ให้เดก็ หยิบแปรงสฟี นั
ตามท่ผี สู้ อนบอก (แตะนำ� )  เรียกชอ่ื เดก็ ใหม้ องหน้าผสู้ อน หยบิ ของใหเ้ ดก็ ดแู ละสัมผัสที
เด็กหยบิ แปรงสีฟันตามคำ� ส่ัง ละชิ้นพร้อมทง้ั บอกชอ่ื ของน้นั “แปรงสฟี ัน” กบั “แกว้ นำ้� ”

 วางแปรงสฟี นั และแกว้ นำ�้ ไวบ้ นโตะ๊ บอกชอ่ื ของใหเ้ ดก็ หยบิ
“หยบิ แปรงสีฟันให้แม่”

 ถ้าเด็กท�ำไม่ได้หรือไม่ยอมท�ำ ให้ผู้สอนจับมือเด็กหยิบ
แปรงสีฟนั

 ฝกึ ซ้�ำ ๆ โดยใช้เทคนิคการช่วยเหลอื ลดการชว่ ยเหลือลงจน
เดก็ สามารถหยิบของได้ตามค�ำบอก

 การฝึกแต่ละคร้ังให้ผู้สอนประเมินโดยใช้ตารางตามวิธีการ
ประเมินผลการฝกึ

การประเมนิ ผล

7 เดก็ ไมย่ อมท�ำ
3 เดก็ ยอมท�ำโดยผสู้ อนตอ้ งช่วย
33 เด็กหยิบของใช้ตามค�ำบอกได้

ค�ำแนะน�ำเพม่ิ เติม

1. ในระยะแรกของใช้ที่เป็นตัวเลือก ควรแตกต่างกันอย่าง
ชดั เจน

2. ถ้าเด็กหยิบของไม่ถูกต้อง ให้เลื่อนของท่ีถูกต้องไปใกล้
บอกใหเ้ ดก็ หยิบอีกครัง้ ถา้ เดก็ หยิบไดใ้ ห้ชมเชย แลว้ ใหเ้ ลอื ก
หยบิ อีกครัง้

3. ถา้ เดก็ หยบิ ของได้ถูกตอ้ ง ใหช้ มเชยเด็กทกุ ครง้ั
4. เม่ือเด็กเลือกหยิบของได้ถูกต้องจากของ 2 ชนิดได้แล้ว

ใหเ้ พ่ิมของเป็น 3-4 ชนดิ โดยคอ่ ย ๆ เพิม่ ทลี ะชิน้

กิจกรรมที่ 2.2 การฝกึ กจิ วตั รประจ�ำ วนั 59
การท�ำความสะอาดรา่ งกาย
ผ้สู อนบ้วนปากใหเ้ ดก็ ดูเป็นตวั อยา่ ง
p การแปรงฟัน (เลยี นแบบ)

วัตถุประสงค ์ เพ่ือสอนใหเ้ ดก็ แปรงฟนั ผูส้ อนช่วยจบั ให้เด็กอมนำ�้ บ้วนปาก
ผลท่ีไดร้ บั เดก็ สามารถแปรงฟันได้ด้วยตนเอง (ช่วยจับท�ำ)
วสั ดอุ ุปกรณ์ - แปรงสฟี นั , ยาสฟี นั
ผูส้ อนโนม้ ตัวเดก็ ลง แล้วบบี กระพงุ้ แก้ม
- น�้ำสะอาด ชว่ ยให้เด็กบว้ นปาก
- แก้วน�้ำพลาสตกิ หรอื ขนั น้ำ�
- กระจกเงา เด็กบว้ นปากไดเ้ องตามคำ� สั่ง
- อา่ งลา้ งหน้าหรือกาละมัง

ทักษะทคี่ วรฝึกมากอ่ น

1. เดก็ ควรผ่านการฝึกกจิ กรรมท่ี 2.1 มาก่อน
2. เด็กควรมีความพร้อมในการใช้มือหยิบจับสิ่งของก่อนมาฝึก

กจิ กรรมนี้

วธิ ปี ฏิบัติ
การบว้ นปาก

 ให้เดก็ ยืนหน้ากระจกและผสู้ อนยนื ขา้ ง ๆ เด็ก
 ผู้สอนบว้ นปากให้เด็กดูเปน็ ตวั อยา่ ง แล้วพูดว่า “บ้วนปาก”
 ผู้สอนขยับไปยืนข้างหลังเด็ก จับมือเด็กยกแก้วน�้ำหรือขันที่

ใส่น้�ำข้นึ ใหเ้ ด็กอมน้ำ� ไวใ้ นปาก แลว้ ใหเ้ ด็กบว้ นปาก พร้อม
กบั พูดว่า “(ชอ่ื เดก็ )บว้ นปาก”
 หากเด็กบว้ นปากไม่ไดผ้ ู้สอนอาจช่วยเหลอื โดย
- ท�ำให้เด็กดเู ปน็ ตัวอยา่ งอีกครงั้ หรือ
- ให้ผู้สอนโน้มตัวเด็กลง แล้วบีบกระพุ้งแก้มเบา ๆ เพ่ือ
ชว่ ยให้เด็กบ้วนน้�ำออกมา
 ฝึกทุกคร้ังที่แปรงฟัน โดยใช้เทคนิคการช่วยเหลือในการฝึก
และลดการชว่ ยเหลอื ลงจนเด็กสามารถท�ำไดด้ ว้ ยตนเอง
 การฝึกแต่ละครั้ง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี
ประเมินผลการฝึก

60 การฝกึ กิจวตั รประจำ�วัน การประเมินผล

ผสู้ อนบว้ นปากให้เด็กดเู ปน็ ตวั อย่าง (เลียนแบบ) 7 เดก็ ขดั ขืนไม่ยอมท�ำ
ผสู้ อนจับมอื เด็กแปรงฟนั (ช่วยจบั ทำ� ) 3 เดก็ ยอมท�ำโดยผสู้ อนต้องชว่ ย
33 เดก็ สามารถบว้ นปากดว้ ยตนเอง
ผสู้ อนแตะมอื เด็กนำ� ให้เดก็ แปรงฟนั (แตะน�ำ)
เด็กแปรงฟันไดเ้ องตามค�ำส่ัง ข้อควรระวัง เด็กออทิสติกบางรายไม่สามารถบ้วนน�้ำได้เอง

ผ้สู อนตอ้ งระวงั ไม่ใหเ้ ดก็ ส�ำลักนำ้�

การแปรงฟนั

 ใหเ้ ดก็ ยนื หนา้ กระจกและผสู้ อนยืนขา้ ง ๆ เด็ก
 ผสู้ อนจดั เตรยี มแปรงสฟี นั บบี ยาสฟี นั ลงบนขนแปรงเลก็ นอ้ ย
 ผสู้ อนแปรงฟันให้เดก็ ดแู ลว้ พูดวา่ “แปรงฟนั ”
 ผู้สอนยืนข้างหลังเด็ก จับมือเด็กแปรงฟันหน้ากระ จกให้

ทวั่ ปาก พร้อมกบั พูดวา่ “(ชื่อเด็ก)แปรงฟัน”
 ฝึกทุกคร้ังที่แปรงฟันโดยใช้เทคนิคการช่วยเหลือในการฝึก

และลดการชว่ ยเหลอื ลงจนเดก็ สามารถแปรงฟันไดเ้ อง
 การฝึกแต่ละครั้ง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี

ประเมินผลการฝึก

การประเมินผล

7 เดก็ ขดั ขนื ไม่ยอมท�ำ
3 เด็กยอมท�ำโดยผู้สอนตอ้ งชว่ ย
33 เด็กสามารถแปรงฟันได้เอง

ค�ำแนะน�ำเพ่มิ เตมิ

1. ฝกึ ใหเ้ ดก็ แปรงฟนั เปน็ เวลาวนั ละ 2 ครั้ง เชา้ และก่อนนอน
2. ถา้ เดก็ ไม่สามารถบว้ นปากได้ ไมค่ วรใชย้ าสฟี ัน
3. กิจกรรมน้ีมุ่งให้เด็กท�ำความสะอาดฟันได้ จึงเน้นท่ีขั้นตอน

การแปรงและอมนำ้� บ้วนปาก ผสู้ อนอาจสอนข้ันตอนอนื่ ๆ
เพิ่มเติม โดยค่อย ๆ สอนทีละข้ัน ลดการช่วยเหลือลงจน
เดก็ สามารถท�ำไดเ้ อง ขน้ั ตอนเหลา่ นไี้ ดแ้ ก่ การจบั แปรงสฟี นั
จุ่มน้�ำให้เปียก การบีบยาสีฟันลงบนขนแปรง การล้าง
แปรงสีฟนั หลังแปรงฟันเสรจ็ แลว้ เก็บเขา้ ท่ี

p การลา้ งหน้า การฝึกกิจวัตรประจำ�วัน 61

วัตถุประสงค ์ เพ่อื สอนใหเ้ ด็กล้างหนา้ ผู้สอนจับมอื เด็กวักนำ้� ในขนั
ผสู้ อนจับมอื เด็กลา้ งหน้า
ผลทไ่ี ดร้ บั เดก็ สามารถลา้ งหน้าได้ดว้ ยตนเอง ผสู้ อนจับมือเด็กหยิบผา้ ขนหนู

วสั ดุอปุ กรณ ์ - ขนั น้ำ�

- ผา้ เชด็ ตวั

ทกั ษะท่คี วรฝึกมาก่อน

1. เด็กควรผา่ นการฝกึ กจิ กรรมที่ 2.1 มากอ่ น
2. เด็กควรมคี วามพรอ้ มในการใช้มอื หยิบจับส่งิ ของ
กอ่ นมาฝกึ กิจกรรมน้ี

วิธปี ฏิบตั ิ

 ผู้สอนจับมือเด็กให้จับขันตักน�้ำจากภาชนะหรือใช้ขันรองน้�ำ
จากก๊อกนำ้�

 จบั มือเดก็ วกั นำ้� ในขนั ขนึ้ มาล้างหนา้
 จบั มอื เดก็ ใชผ้ า้ ขนหนูซบั นำ�้ จนแหง้
 ฝึกทุกครั้งที่เด็กล้างหน้า โดยใช้เทคนิคการช่วยเหลือ และ

ลดการช่วยเหลือลงจนเด็กสามารถล้างหน้าไดเ้ อง
 การฝึกแต่ละครั้ง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี

ประเมินผลการฝึก

การประเมินผล

7 เดก็ ขดั ขนื ไมย่ อมท�ำ
3 เด็กยอมท�ำโดยผสู้ อนตอ้ งชว่ ย
33 เดก็ สามารถล้างหน้าได้ด้วยตนเอง

ค�ำแนะน�ำเพม่ิ เติม

ผู้สอนสามารถประเมินการฝึกในแต่ละข้ันตอนได้ เช่น ประเมิน
ขนั้ ตอนการเช็ดหน้า ประเมนิ ขัน้ ตอนการวกั นำ�้ ลา้ งหน้า เปน็ ต้น
ซงึ่ เดก็ อาจจะยงั ท�ำไม่ได้เองทกุ ขั้นตอนแตท่ �ำบางข้ันตอนได้

ผูส้ อนชว่ ยจับมอื เด็กใชผ้ ้าขนหนเู ช็ดหนา้

62 การฝึกกิจวตั รประจำ�วนั p การอาบนำ�้

ผู้สอนจบั มือเดก็ ตกั นำ้� ราดตวั วตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื สอนใหเ้ ด็กอาบน�ำ้ ได้
ผ้สู อนจับมือเดก็ ฟอกสบู่
ผลที่จะได้รบั เดก็ สามารถอาบน้�ำไดด้ ้วยตนเอง
ผ้สู อนจับมือเด็กฟอกสบู่ทง้ั ตัว
ผสู้ อนจบั มอื เด็กใชผ้ า้ ขนหนเู ช็ดตัว วสั ดอุ ปุ กรณ ์ - สบู่

- ผา้ เช็ดตวั

ทักษะท่ีควรฝกึ มาก่อน

1. เดก็ ควรผา่ นการฝกึ กิจกรรมที่ 2.1 มาก่อน
2. เด็กควรมีความพร้อมในการใช้มือหยิบจับส่ิงของก่อนมาฝึก

กิจกรรมน้ี

วิธปี ฏิบัต ิ

 จับมอื เด็กตกั น�้ำราดตัวหรือใชฝ้ ักบัวฉดี นำ�้ ท่วั ตวั
 จบั มือเด็กฟอกสบู่
 จับมอื เดก็ ราดน�้ำล้างสบจู่ นหมดฟอง
 จับมือเดก็ ใชผ้ า้ ขนหนซู ับน้�ำใหท้ ่ัวตัว
 ฝึกทกุ เวลาทเ่ี ด็กอาบนำ�้ โดยใชเ้ ทคนิคการชว่ ยเหลือ และลด

การช่วยเหลือลงจนเด็กสามารถอาบน�ำ้ ไดเ้ อง
 การฝึกแต่ละคร้ัง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี

ประเมนิ ผลการฝกึ

การประเมินผล

7 เด็กขัดขนื ไม่ยอมท�ำ
3 เด็กยอมท�ำโดยผสู้ อนตอ้ งชว่ ย
33 เด็กสามารถอาบนำ้� ไดด้ ้วยตนเอง

ค�ำแนะน�ำเพมิ่ เตมิ

ผู้สอนสามารถประเมินการฝึกในแต่ละขั้นตอนได้ เช่น
ประเมินข้นั ตอนการตักน้ำ� ราดตวั ประเมนิ ข้ันตอนการเช็ดตัวเอง
เองได้ เป็นต้น ซึ่งเด็กอาจจะยังท�ำไม่ได้เองทุกขั้นตอแต่ท�ำ
บางขนั้ ตอนได้

กิจกรรมที่ 2.3 การฝึกกิจวัตรประจำ�วนั 63
การฝกึ การแตง่ กาย
ผสู้ อนจบั มอื เดก็ ท้ังสองขา้ งดึงขอบกางเกง
การฝึกการแต่งกายนี้ เป็นเพียงการสอนให้เด็กแต่งตัว ผสู้ อนจบั ให้เด็กน่ังลงบนเก้าอี้
ได้เองด้วยเส้ือและกางเกงแบบง่าย ๆ คือ เสื้อยืดคอกลม ดึงกางเกงลงมาถึงข้อเทา้
และกางเกงเอวยืด แต่ละกิจกรรมต่อไปนี้ผู้สอนท�ำให้เด็กดู
ทกุ ขนั้ ตอนก่อนแลว้ จึงสอนใหเ้ ดก็ ท�ำตามทีละข้ันตอน

p การถอดกางเกงเอวยืด

วัตถุประสงค ์ เพือ่ สอนให้เด็กถอดกางเกงเอวยดื ได้

ผลทจี่ ะไดร้ ับ เด็กสามารถถอดกางเกงเอวยืดได้ดว้ ยตนเอง

วสั ดุอุปกรณ ์ กางเกงขาสั้นเอวยางยืด

วธิ ีปฏบิ ัติ

 ผสู้ อนจับให้เดก็ ยนื แลว้ จับมือเดก็ ท้งั สองขา้ งจบั ขอบกางเกง
 ผสู้ อนจบั มือเด็กใหด้ งึ ขอบกางเกงลงมาถึงระดบั เขา่
 ผ้สู อนจับใหเ้ ดก็ นง่ั ลงบนเก้าอีเ้ ตย้ี ๆ หรอื บนพ้ืน แล้วจบั มือ

เด็กทั้งสองขา้ งดงึ ขอบกางเกงลงจนถึงข้อเทา้
 ผู้สอนจับมอื เดก็ ดึงกางเกงออกจากขาทลี ะข้าง
 ฝึกซ�้ำ ๆ โดยใช้เทคนิคการช่วยเหลือในการฝึก และลดการ

ช่วยเหลอื ลง จนเดก็ สามารถถอดกางเกงไดด้ ว้ ยตนเอง
 การฝึกแต่ละคร้ัง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี

ประเมินผลการฝึก

การประเมนิ ผล

7 เด็กขัดขืนไม่ยอมท�ำ
3 เดก็ ยอมท�ำโดยผสู้ อนต้องชว่ ย
33 เด็กสามารถถอดกางเกงได้เอง

64 การฝึกกิจวัตรประจำ�วัน ค�ำแนะน�ำเพ่มิ เตมิ

ผ้สู อนจับมือเด็กไขวด้ ้านหนา้ เพือ่ จับชายเสือ้ ผู้สอนไม่จ�ำเป็นต้องสอนจนจบทุกข้ันตอนแล้วถึงประเมิน
ยกแขนข้ึนพรอ้ มกบั ดึงชายเสอ้ื ข้ึน อาจประเมินผลการสอนทีละขั้นตอนก็ได้ เช่น เด็กดึงกางเกงลง
มาถึงระดับเข่า แล้วประเมิน โดยที่ข้ันตอนอ่ืน ๆ ผู้สอนยังต้อง
ชว่ ยอยู่ เป็นต้น

p การถอดเส้ือยืดคอกลม (ถอดทางศีรษะ)

วตั ถุประสงค ์ เพอ่ื สอนใหเ้ ดก็ ถอดเสือ้ ยดื ได้

ผลทจ่ี ะไดร้ บั เดก็ สามารถถอดเส้อื ยืดไดด้ ้วยตนเอง

วสั ดุอุปกรณ ์ เสือ้ ยืดคอกลมแขนสั้น

วธิ ีปฏบิ ตั ิ

 ผูส้ อนจับมอื เดก็ ไขว้ด้านหน้าเพ่อื จบั ชายเสอ้ื ยดื (ตามรูป)
 ยกแขนขึ้นพรอ้ มกบั ดึงชายเสอื้ ข้ึน จนเสอ้ื หลดุ พ้นจากศรี ษะ
 ฝกึ ซำ้� ๆ โดยใชเ้ ทคนคิ การชว่ ยเหลอื และลดการชว่ ยเหลอื ลง

จนเดก็ สามารถถอดเสือ้ ได้ด้วยตนเอง
 การฝึกแต่ละคร้ัง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี

ประเมินผลการฝกึ

การประเมนิ ผล

7 เด็กขัดขืนไมย่ อมท�ำ
3 เดก็ ยอมท�ำโดยผ้สู อนตอ้ งชว่ ย
33 เด็กสามารถถอดกางเกงได้เอง

ค�ำแนะน�ำเพมิ่ เติม

1. จุดประสงค์ของกิจกรรมน้ีต้องการให้เด็กถอดเส้ือยืดคอกลม
ได้เอง ผสู้ อนควรสังเกตเดก็ ถา้ เดก็ ถอดเสอ้ื ไดเ้ องแลว้ ซง่ึ อาจ
จะไม่ใช้วิธตี ามขนั้ ตอนนี้ กไ็ ม่ต้องสอนเด็กถอดเสอ้ื อีก

2. ส�ำหรบั เดก็ ทยี่ งั ถอดเสอื้ ยดื ไมไ่ ด้ ผสู้ อนไมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งสอนจน
จบทุกขั้นตอนแล้วถึงประเมินอาจประเมินผลการสอนทีละ
ข้ันตอนก็ได้ เช่น ดึงชายเส้ือข้ึนมาถึงหน้าอก แล้วประเมิน
เป็นต้น

p การใส่กางเกงเอวยดื การฝึกกิจวัตรประจำ�วัน 65

วตั ถปุ ระสงค ์ เพื่อสอนให้เดก็ ใสก่ างเกงเอวยืดได้ ผูส้ อนวางกางเกงลงบนพื้นและจับใหเ้ ดก็ นัง่ ลง
ผูส้ อนจบั ขาเดก็ ใสใ่ นกางเกงทลี ะข้าง
ผลท่ีได้รับ เดก็ สามารถใส่กางเกงเอวยืดได้ดว้ ยตนเอง

อปุ กรณ์ กางเกงขาสั้นเอวยางยืด

วิธีปฏบิ ัติ

 ผู้สอนวางกางเกงลงบนพ้ืน แล้วจับให้เด็กนั่งบนเก้าอ้ีเต้ีย ๆ
หรือพน้ื

 ผู้สอนจับขาเด็กใส่ในกางเกงให้เท้าโผล่ออกมาท่ีปลายขา
กางเกงทลี ะข้าง

 จบั มอื เดก็ ดงึ กางเกงขึ้นจนถงึ ระดบั เข่า
 ผู้สอนจับให้เด็กลุกขึ้นยืน โน้มตัวเด็กลงพร้อมทั้งจับมือเด็ก

ท้ังสองข้างจับเอวกางเกงดึงขึ้นพร้อมกัน จนขอบกางเกงอยู่
ที่ระดบั เอว
 ฝึกซ้�ำ ๆ โดยใช้เทคนิคการช่วยเหลือในการฝึก และลดการ
ชว่ ยเหลอื ลง จนเดก็ สามารถใส่กางเกงไดด้ ้วยตนเอง
 การฝึกแต่ละครั้ง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี
ประเมินผลการฝึก

การประเมินผล

7 เด็กขัดขนื ไม่ยอมท�ำ
3 เดก็ ยอมท�ำโดยผ้สู อนต้องชว่ ย
33 เด็กสามารถใส่กางเกงได้เอง

ค�ำแนะน�ำเพ่ิมเติม

เช่นเดียวกับการถอดกางเกงผู้สอน
ไมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งสอนจนจบทกุ ขนั้ ตอนแลว้
ถึงประเมิน อาจประเมินผลการสอน
ทีละขน้ั ตอนก็ได้

โน้มตัวเดก็ ลงจบั มอื เดก็ จับมอื เดก็ ดึงเอวกางเกงขึ้น
ให้จบั เอวกางเกงดึงขึ้น จนถึงระดบั เอว

66 การฝกึ กิจวัตรประจำ�วนั p การใสเ่ สอ้ื ยดื คอกลม (สวมทางศีรษะ)

จบั มอื เด็กทง้ั สองขา้ งจบั ชายเสือ้ ด้านบน วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือสอนให้เดก็ ใสเ่ สอื้ สวมทางศีรษะได้
ยกเสื้อข้ึนสวมศรี ษะ แลว้ สอดแขนเขา้ ไปในเส้อื
ผลทไ่ี ด้รับ เด็กสามารถใส่เส้อื สวมทางศรี ษะได้เอง

วสั ดอุ ปุ กรณ์ เสอ้ื ยดื คอกลมแขนสน้ั หลวม ๆ ไมม่ ซี บิ ไมม่ กี ระดมุ

วิธปี ฏิบัติ

 ผสู้ อนวางเสอื้ ใหอ้ ยใู่ นลกั ษณะควำ�่ หนา้ จบั มอื เดก็ ทงั้ สองขา้ ง
ให้จับชายเสื้อด้านบน ยกข้ึนสวมศีรษะดึงเส้ือจนศีรษะพ้น
คอเส้อื

 ผสู้ อนจับมือซ้ายของเดก็ สอดแขนเข้าในแขนเสอ้ื
 ผู้สอนจับมอื ขวาของเด็ก สอดแขนเขา้ ในแขนเสื้อ
 ผ้สู อนจับมอื เดก็ ทัง้ สองขา้ งให้ดงึ ชายเส้ือลงมาจนสดุ
 ฝึกซ�้ำ ๆ โดยใช้เทคนิคการช่วยเหลือในการฝึก และลด

การช่วยเหลอื ลง จนเดก็ สามารถใส่เสอ้ื ไดด้ ว้ ยตนเอง
 การฝึกแต่ละครั้ง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี

ประเมนิ ผลการฝึก

การประเมินผล

7 เดก็ ขดั ขืนไมย่ อมท�ำ
3 เดก็ ยอมท�ำโดยผสู้ อนตอ้ งช่วย
33 เดก็ สามารถใส่เสื้อยดื ไดเ้ อง

ค�ำแนะน�ำเพ่มิ เตมิ

เชน่ เดยี วกบั การถอดเสอ้ื ผสู้ อนไมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งสอนจนจบทกุ ขนั้ ตอน
แล้วถงึ ประเมนิ อาจประเมินผลการสอนทีละขั้นตอนก็ได้

ผู้สอนจบั มอื ของเด็กสอดแขนเขา้ ไปในเสอ้ื

ผู้สอนจบั มอื เด็กท้ังสองข้าง ให้ดึงชายเสือ้ ลงมาจนสดุ

กจิ กรรมท่ี 2.4 การฝึกกิจวัตรประจำ�วัน 67
การฝึกใช้ชอ้ นรับประทานอาหาร
ผสู้ อนจบั มือเด็กจับช้อนตกั อาหาร
วัตถปุ ระสงค์ เพื่อสอนให้เดก็ ใชช้ อ้ นรบั ประทานอาหาร ตักอาหารจากชามท่ี 1 ไปใส่ชามท่ี 2
ผลท่ีจะไดร้ บั เด็กสามารถใช้ช้อนรับประทานอาหารได้ด้วย

ตนเอง

วัสดุอุปกรณ ์ - จาน

- ช้อน
- อาหารที่จะใช้ฝึกควรเป็นอาหารที่เด็กชอบ

และตกั ได้ง่าย เชน่ ไขต่ ๋นุ

วิธีปฏิบตั ิ
ขนั้ ตอน

ฝึกใชช้ ้อนตักอาหาร

 ผู้สอนจับมือเด็กจับช้อนตักอาหารท่ีอยู่ในชามท่ี 1 ไปใส่ใน
ชามที่ 2

 ท�ำซ�้ำ 10 คร้ัง โดยใช้เทคนิคการช่วยเหลือ และลดการ
ช่วยเหลอื ลง จนเดก็ สามารถตักอาหารได้เอง

 การฝกึ แตล่ ะครงั้ ใหป้ ระเมนิ โดยใชต้ ารางตามวธิ กี ารประเมนิ
ผลการฝกึ

การประเมนิ ผล

7 เดก็ ไม่ยอมท�ำ
3 เดก็ ยอมร่วมมอื แต่ผ้สู อนตอ้ งชว่ ย
33 เด็กสามารถตกั อาหารไดเ้ อง

68 การฝึกกจิ วัตรประจ�ำ วัน ข้ันตอน

ผสู้ อนตกั อาหารใสช่ ้อนใหเ้ ดก็ ฝกึ ใช้ช้อนใส่ปาก

 ผู้สอนตักอาหารใส่ช้อนให้เด็กและจับมือเด็กจับช้อนน�ำ
อาหารใส่ปาก

 ฝึกซ�้ำโดยใช้เทคนิคการช่วยเหลือ และลดการช่วยเหลือลง
จนเดก็ สามารถตกั อาหารใสป่ ากได้เอง

 ฝกึ ทุกครง้ั ในเวลารบั ประทานอาหาร
 การฝกึ แตล่ ะครง้ั ใหป้ ระเมนิ โดยใชต้ ารางตามวธิ กี ารประเมนิ

ผลการฝึก

การประเมินผล

7 เด็กไม่ยอมท�ำ
3 เดก็ ยอมรว่ มมอื แตผ่ ู้สอนต้องชว่ ย
33 เด็กสามารถใช้ช้อนใสป่ ากได้เอง

จับมือเด็กจับช้อนน�ำอาหารใสป่ าก

ขนั้ ตอน การฝึกกิจวตั รประจ�ำ วนั 69

ฝกึ ใชช้ อ้ นรับประทานอาหาร ผู้สอนจับมอื เดก็ จับชอ้ นตกั อาหาร (ช่วยจบั ท�ำ)

 ผู้สอนจบั มือเดก็ จับช้อนตกั อาหารและยกข้นึ ใส่ปาก
 ฝึกเปน็ กจิ วัตรประจ�ำวันในเวลารบั ประทานอาหาร
 การฝึกแต่ละคร้ังให้ประเมินโดยใช้ตารางตามวิธีการ

ประเมนิ ผล

การประเมนิ ผล

7 เดก็ ไมย่ อมท�ำ
3 เดก็ ยอมรว่ มมือแต่ผสู้ อนตอ้ งช่วย
33 เดก็ สามารถตักอาหารไดเ้ อง

ผู้สอนแตะมอื เดก็ น�ำให้เดก็ ตกั อาหาร (แตะน�ำ)

จับมือเดก็ จับชอ้ นน�ำอาหารใสป่ าก (ชว่ ยจบั ท�ำ) แตะมอื เด็กน�ำให้เด็กน�ำอาหารใสป่ าก (แตะนำ� )

เด็กตักอาหารรบั ประทานได้เอง

70 การฝึกกิจวัตรประจ�ำ วัน

กจิ กรรมที่ 2.5
การฝกึ ใช้ช้อนรับประทานอาหาร

ผู้สอนพาเดก็ ไปหอ้ งสว้ ม เพื่อสร้างความคนุ้ เคย p การขับถ่ายปสั สาวะ
ผสู้ อนช้ใี หเ้ ดก็ ดูโถชักโครก พร้อมกบั พดู บอกเด็ก
วตั ถุประสงค ์ เพ่ือใหเ้ ด็กเรียนรวู้ า่ ต้องถ่ายปัสสาวะ

ในหอ้ งส้วม

ผลทจ่ี ะไดร้ บั

1. เด็กไมก่ ลัวการใช้ห้องสว้ ม
2. เดก็ สามารถบอกหรอื แสดงทา่ ทางใหร้ วู้ า่ ตอ้ งการถา่ ยปสั สาวะ
3. เด็กถา่ ยปสั สาวะในหอ้ งสว้ มได้

วสั ดอุ ุปกรณ์ - ส้วมชักโครกหรอื ส้วมซมึ

- ขนั น�ำ้

วธิ ปี ฏิบตั ิ

ข้ันตอนท่ี 1
ฝึกใหเ้ ดก็ คนุ้ เคยกับห้องส้วม

 ผสู้ อนควรพาเดก็ ไปห้องส้วมเพ่อื สร้างความคุ้นเคยบ่อย ๆ
 การฝึกแต่ละคร้ัง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี

ประเมินผลการฝกึ

การประเมนิ ผล

7 เด็กกลวั และวิ่งหนอี อกจากห้องสว้ ม
3 เดก็ อยูใ่ นห้องสว้ มไดแ้ ตม่ บี ุคคลอื่นอยู่ด้วย
33 เด็กสามารถอยใู่ นห้องสว้ มได้คนเดียว

ค�ำแนะน�ำเพม่ิ เตมิ

1. การฝึกขบั ถา่ ยควรฝกึ เมื่อเด็กอายุ 2 ปขี ึน้ ไป
2. ผปู้ กครองตอ้ งสงั เกตทา่ ทางและเวลาเมอ่ื เดก็ จะถา่ ยปสั สาวะ

เชน่ จับทีเ่ ป้ากางเกง
3. ถา้ เดก็ ไมแ่ สดงท่าทางให้พาเข้าหอ้ งส้วมทุก 2 ชั่วโมง

การฝึกกิจวตั รประจำ�วัน 71

ข้นั ตอนท่ี 2
การฝึกถ่ายปสั สาวะในหอ้ งส้วม

 สังเกตพฤติกรรมท่ีเด็กกระท�ำเมื่อปวดปัสสาวะ หรือเมื่อถึง
เวลาทุก 2 ชัว่ โมง แล้วพาเด็กไปเข้าหอ้ งสว้ ม

 เดก็ ผหู้ ญงิ นงั่ บนโถสว้ มและปสั สาวะ เดก็ ผชู้ ายยนื หนา้ โถสว้ ม
และปัสสาวะ

 อาจกระตุ้นโดยการใชเ้ สียง “ฉ่ี”
 ลดการช่วยเหลอื ลงจนเดก็ สามารถท�ำไดด้ ว้ ยตนเอง
 ฝึกเป็นกิจวัตรประจ�ำวัน ประเมินทุกคร้ังท่ีท�ำ ตามวิธีการ

ประเมนิ ผลการฝึก

การประเมนิ ผล

7 เด็กไมย่ อมท�ำ
3 เดก็ ยอมท�ำโดยผสู้ อนตอ้ งชว่ ย
33 เดก็ ท�ำได้เอง

ค�ำแนะน�ำเพ่ิมเติม

1. ควรฝึกเป็นกิจวัตรประจ�ำวันและฝึกเป็นเวลา แม้ว่าเด็กจะ
ไมป่ สั สาวะกต็ าม

2. ควรท�ำความสะอาดหลังถ่ายปัสสาวะทุกครงั้
3. ผู้สอนอาจประเมินผลการสอนแต่ละข้ันตอนก็ได้ เช่น

เมอ่ื ปวดปสั สาวะ เดก็ เดนิ เขา้ หอ้ งนำ�้ ได้ แตย่ งั ไมถ่ า่ ยปสั สาวะ
ในโถสว้ ม เป็นตน้
4. เม่ือเด็กถ่ายปัสสาวะในห้องส้วมได้แล้ว ผู้สอนควรสอน
ให้เด็กท�ำความสะอาดหลงั ถา่ ยปสั สาวะ

72 การฝึกกิจวตั รประจำ�วัน p การขบั ถ่ายอุจจาระ

เข้าห้องส้วมเม่อื เด็กปวดอุจจาระ วตั ถปุ ระสงค ์ เพอื่ ใหเ้ ดก็ เรยี นรวู้ า่ ตอ้ งถา่ ยอจุ จาระในหอ้ งสว้ ม
หรือตามเวลาท่ีกำ� หนด
ผลทจ่ี ะได้รบั
ทำ� ความสะอาดหลงั ถา่ ยอจุ จาระ
กดชกั โครกหลังถา่ ยอุจจาระ 1. เดก็ สามารถบอกหรอื แสดงทา่ ทางใหร้ วู้ า่ ตอ้ งการถา่ ยอจุ จาระ
2. เด็กถ่ายอจุ จาระในห้องสว้ มได้

วัสดอุ ปุ กรณ์ - ส้วมชกั โครกหรือสว้ มซึม, ขันนำ้�

วธิ ปี ฏิบัติ

 สังเกตท่าทางเมื่อเด็กปวดอุจจาระ หรือพาเด็กไปท่ีห้องส้วม
ตามเวลาทกี่ �ำหนด (เชา้ หรอื เยน็ )

 ให้เด็กนง่ั โถสว้ มหรือนงั่ สว้ ม พูดค�ำวา่ “อึ”
 ฝกึ โดยใชเ้ ทคนคิ การชว่ ยเหลอื และลดการชว่ ยเหลอื ลงจนเดก็

สามารถท�ำไดเ้ อง
 ฝึกเป็นกิจวัตรประจ�ำวันและเป็นเวลาถึงแม้ว่าเด็กจะไม่

อจุ จาระก็ตาม
 การฝึกแต่ละครั้ง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี

ประเมินผลการฝกึ

การประเมินผล

7 เดก็ ไม่ยอมท�ำ
3 เดก็ ยอมท�ำโดยผ้สู อนต้องชว่ ย
33 เด็กท�ำไดเ้ อง

ค�ำแนะน�ำเพิ่มเตมิ

1. ควรฝึกเป็นกิจวัตรประจ�ำวันและฝึกเป็นเวลา แม้ว่าเด็กจะ
ไม่อจุ จาระก็ตาม

2. ควรท�ำความสะอาดหลังถ่ายอจุ จาระทกุ ครงั้
3. ผู้สอนอาจประเมินผลการสอนแต่ละข้ันตอนก็ได้ เช่น

เมอื่ ปวดอจุ จาระ เดก็ เดินเขา้ หอ้ งนำ้� ได้ แต่ยงั ไม่ถ่ายอุจจาระ
ในโถสว้ ม เปน็ ต้น
4. เมอื่ เดก็ ถา่ ยอจุ จาระในหอ้ งสว้ มไดแ้ ลว้ ผสู้ อนควรสอนใหเ้ ดก็
ท�ำความสะอาดหลังถา่ ยอุจจาระ

3

การเลน่ และการรับรทู้ างอารมณ์

เดก็ ออทสิ ตกิ มพี ฒั นาการลา่ ชา้ ทางดา้ นสงั คม การสอ่ื ความหมายและจนิ ตนาการ เลน่ กบั ใครไมเ่ ปน็
เลน่ ของเลน่ ไมเ่ ปน็ ไมส่ ามารถสอ่ื ความหมายกบั บคุ คลรอบขา้ งได้ รวมทง้ั ไมส่ ามารถรบั รแู้ ละเขา้ ใจการแสดง
สีหนา้ ท่าทาง และอารมณ์ของผู้อ่นื ซึ่งเป็นสาเหตหุ น่งึ ที่ท�ำใหเ้ ด็กออทิสติกมักจะมีปญั หาทางดา้ นอารมณ์
นอกจากนีเ้ ด็กยงั ปรบั ตวั และเปล่ยี นแปลงยาก แสดงอารมณไ์ มส่ มเหตุผล และไม่เหมาะสมกับสถานการณ์
กิจกรรมที่ 3 การเล่นและการรับรู้ทางอารมณ์นี้ จัดท�ำข้ึนเพื่อกระตุ้นทักษะทางสังคมและการส่ือสาร
เบ้ืองต้น โดยใช้สื่อการสอนท่ีเป็นรูปธรรม เพ่ือสอนให้เด็กรับรู้และเข้าใจได้ง่าย พร้อมที่จะออกสู่สังคม
นอกบา้ นต่อไป



กิจกรรมที่ 3.1 การเลน่ และการรบั รู้ทางอารมณ์ 75
การเลน่ ของเล่น
เลน่ รถ

วัตถปุ ระสงค ์ เพอ่ื สอนใหเ้ ดก็ เลน่ ของเลน่ เปน็ ตามวตั ถปุ ระสงค์ ผ้สู อนเขน็ รถให้ดเู ปน็ ตัวอย่าง
จับมือเดก็ จบั รถเข็นไปบนพนื้
ของของเล่นแตล่ ะช้นิ
เดก็ เข็นรถได้เอง
ผลที่จะไดร้ ับ เด็กเล่นของเล่นเป็น ตามวัตถุประสงค์ของ

ของเล่นแตล่ ะชิ้น

วสั ดอุ ปุ กรณ ์ ของเล่น เช่น ลูกบอล รถเด็กเล่น บล็อกรูป

ทรงต่าง ๆ เปน็ ตน้

วิธีปฏบิ ัติ

ของเลน่ แตล่ ะชน้ิ มวี ธิ กี ารเลน่ ตามโครงสรา้ งและวตั ถปุ ระสงคข์ อง
ของเลน่ ผู้ฝึกต้องเล่นของเล่นให้เดก็ ดูเปน็ ตัวอย่างกอ่ น และจับ
มอื สอนให้เดก็ เลน่ ตามวธิ ีน้ันจนเดก็ สามารถเลน่ เปน็ เช่น เอาไป
ประกอบดว้ ยกัน, จับคู่, ใส่ตามส,ี ใส่ตามรปู ทรง
ยกตวั อย่าง
รถ : ใช้เขน็ , ลากบนพ้ืน
ลูกบอล : ใชโ้ ยน, เตะ
บล๊อกรปู ทรง   สีเขียว, แดง, เหลือง

: ใหเ้ ด็กใส่ตามรปู ทรง และใสต่ ามสนี ้นั ๆ
 การฝึกแต่ละครั้ง ผู้สอนควรประเมินโดยใช้ตารางตามวิธี

ประเมินผลการฝกึ

การประเมินผล

7 เด็กไมย่ อมเล่นหรอื เลน่ ไมเ่ ป็น
3 เดก็ ยอมเล่นโดยผ้สู อนตอ้ งช่วย
33 เดก็ เล่นไดเ้ องตามวธิ ีเลน่ นัน้

ค�ำแนะน�ำเพ่ิมเติม

ส�ำหรับการเล่นเตะบอล ในเด็กเล็กท่ียังทรงตัวยกขาเตะบอล
ไม่ได้ ให้สอนกลิ้งบอลแทน โดยให้แม่จับมือเด็กกลิ้งลูกบอลไป
ให้พ่อที่นั่งอยู่ตรงข้าม และลดการช่วยเหลือลงจนเด็กสามารถ
กลง้ิ บอลไดเ้ อง

76 การเล่นและการรบั รทู้ างอารมณ์ เดก็ เตะบอลได้เอง

เล่นเตะบอล

จับเทา้ เดก็ เตะบอล
(ชว่ ยจบั ทำ� )
น�ำให้เด็กเตะบอล
(แตะนำ� )

เลน่ บลอ็ กรปู ทรงตา่ งๆ เดก็ หยบิ บล็อกใสก่ ล่องไดเ้ อง

จบั มอื เดก็ หยบิ บล็อกใสก่ ลอ่ ง
(ชว่ ยจบั ทำ� )
แตะมือเดก็ น�ำใหเ้ ด็กหยิบบล็อกใส่กล่อง
(แตะนำ� )

การเลน่ และการรบั รทู้ างอารมณ์ 77

กจิ กรรมที่ 3.2
การส่อื สารโดยใชท้ ่าทาง

วัตถปุ ระสงค์ เพือ่ ให้เดก็ รบั รถู้ ึงการสื่อสารด้วยท่าทาง
ผลท่จี ะไดร้ บั เด็กสามารถรับรูแ้ ละสื่อสารโดยใช้ทา่ ทางได้
วสั ดุอปุ กรณ์ -
ทักษะท่ีควรฝกึ มาก่อน

1. เด็กควรผา่ นกจิ กรรมการกระตุน้ ประสาทสมั ผัสทางตามากอ่ น
2. เดก็ ควรมคี วามพร้อมในเร่ืองการมองหน้าสบตา กอ่ นฝกึ กจิ กรรมนี้

วธิ ปี ฏบิ ัติ

การบอกความต้องการ

ทุกคร้ังที่เด็กแสดงท่าทีต้องการของ เช่น ของเล่น ขนม น้�ำ เป็นต้น ผู้ปกครองไม่ควรส่งให้เด็กทันที มีวิธีปฏิบัติ
เพอ่ื สอนให้เดก็ ส่อื ความหมายโดยใช้ทา่ ทางบอกความต้องการได้ ดงั นี้
 เม่ือผู้สอนสังเกตเห็นว่าเด็กมีความต้องการของส่ิงใด ยกตัวอย่างเช่น ขนม ให้ผู้สอนหยิบขนมท่ีเด็กต้องการนั้น

พรอ้ มกบั บอกเด็กว่า “ขนม”
 ถ้าเด็กแสดงอาการไขว่คว้าจะเอาขนมช้ินน้ัน ให้ผู้สอนพูดซ้�ำ “ขนม” ก่อนที่จะให้ของเด็ก ให้ผู้สอนพยักหน้าน�ำ

พร้อมกบั พูดวา่ “เอา” แล้วจึงยื่นขนมให้เด็ก
 ถ้าเด็กแสดงอาการไม่สนใจ ไมไ่ ขว่คว้าขนมชิน้ นนั้ ให้ผสู้ อน พดู ว่า “ขนม” แลว้ ส่ายหน้า พรอ้ มกบั พูดว่า “ไมเ่ อา”

แลว้ เก็บขนมชิ้นนัน้ ทันที
 ใหผ้ ้สู อนปฏบิ ัตทิ กุ คร้ังท่จี ะให้ของเด็ก หรอื ทกุ คร้ังทีเ่ ด็กแสดงความตอ้ งการ การฝึกซำ้� ๆ อย่างสม่�ำเสมอ เดก็ จะ

เรยี นรูจ้ ากการเลยี นแบบการแสดงทา่ ทาง เพ่อื บอกความตอ้ งการได้

การประเมนิ ผล

ผู้สอนไม่ต้องใช้ตารางการประเมิน เด็กจะเรียนรู้และเลียนแบบจากการปฏิบัติซ้�ำ ๆ ของผู้สอน ซึ่งอาจจะใช้
เวลานานกว่าเด็กปกติ

ค�ำแนะน�ำเพิ่มเตมิ

การส่ือสารโดยใช้ท่าทางประกอบค�ำพูดจะช่วยให้เด็กรับรู้และเข้าใจได้ง่ายขึ้น แต่จะต้องได้รับการฝึกซ้�ำ ๆ
อย่างสม่�ำเสมอมากกว่าเด็กปกติ นอกจากการสื่อสารโดยใช้ท่าทางเพ่ือบอกความต้องการแล้ว ยังมีการสื่อสาร
โดยใช้ท่าทางง่าย ๆ ในลักษณะอ่นื อีก ทผ่ี สู้ อนสามารถสอนเดก็ ได้ เช่น
- ผู้สอนเอานิว้ ช้ีแตะรมิ ฝีปากพร้อมกับท�ำเสียง “จุ๊.จ.ุ๊ .” หมายถึง ผู้สอนตอ้ งการห้ามเด็กหรือตอ้ งการให้เดก็ เงยี บ
- กวกั มือ พร้อมกบั พดู ว่า “มาน่ี” หมายถึง ใหเ้ ดก็ เขา้ มาหาผูส้ อน เปน็ ตน้

78 การเลน่ และการรบั รู้ทางอารมณ์

กจิ กรรมท่ี 3.3
การรับรู้การแสดงอารมณท์ างสีหน้าและทา่ ทาง

วัตถปุ ระสงค์ เพอื่ ให้เดก็ รับรูถ้ ึงการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ทางสหี นา้ ทา่ ทางของตนเองและผูอ้ ่ืน ได้แก่ ดใี จ เสียใจ

โกรธ และกลัว/ตกใจ

ผลท่จี ะได้รับ เดก็ สามารถรบั รถู้ ึงการแสดงอารมณ์ทางสหี นา้ ทา่ ทางของตนเองและผู้อน่ื
วัสดุอุปกรณ์

1. รูปภาพแสดงสีหน้าดีใจ เสียใจ โกรธ และ กลัว / ตกใจ (หนา้ 82 และ 83)
2. รูปภาพแสดงสถานการณต์ ่าง ๆ (รปู ท่ี 1- 12 หนา้ 84-95)
3. กระจกเงา

วธิ ีปฏบิ ัติ

ขนั้ ตอนที่ 1.
การสอนใหร้ ู้จกั อารมณ์ต่าง ๆ ทแ่ี สดงออกทางสีหนา้

 ผ้สู อนน�ำรปู ภาพแสดงอารมณ์ทางสหี นา้ 4 ภาพ ในหนา้ 82 มาให้เดก็ ดู ซ่ึงประกอบดว้ ย
1. ภาพเดก็ แสดงอารมณ์ ดีใจ
2. ภาพเดก็ แสดงอารมณ์ เสียใจ
3. ภาพเดก็ แสดงอารมณ์ โกรธ
4. ภาพเด็กแสดงอารมณ์ กลัว / ตกใจ
 ผู้สอนเลอื กภาพท่จี ะสอน 1 ภาพ เช่น ภาพเด็กแสดงอารมณ์ ดใี จ บอกเด็กว่า “เดก็ รู้สึกดีใจ”
 ผู้สอนแสดงสีหนา้ ท่าทางประกอบใหเ้ ด็กเห็นจรงิ ทางกระจกเงา บอกเด็กวา่ “แม่รสู้ ึกดีใจ”
 เรียกช่ือเด็กให้มองหน้าผู้สอน บอกให้เด็กช้ีภาพท่ีแสดงสีหน้าว่า “ช้ีภาพเด็กรู้สึกดีใจ” เพื่อประเมินความเข้าใจ

ของเดก็
 ผสู้ อนจบั มือเดก็ ใหช้ ้ภี าพของเด็กทแี่ สดงอารมณด์ ใี จ
 ฝึกซ้�ำ 5–10 ครงั้ โดยใชเ้ ทคนคิ การชว่ ยเหลอื ในการฝกึ ค่อย ๆ ลดการชว่ ยเหลือลงจนเดก็ สามารถเลือกชี้ภาพได้

ถกู ต้องดว้ ยตนเอง
 การฝึกแต่ละครัง้ ใหป้ ระเมนิ ตามตารางประเมินผลกจิ กรรมการรับรกู้ ารแสดงอารมณท์ างสีหนา้ ทา่ ทาง ในหนา้ 81

การประเมินผล

7 เดก็ ไม่ยอมท�ำ
3 เดก็ ยอมท�ำโดยผู้สอนต้องชว่ ย
33 เดก็ สามารถเลือกชี้ภาพไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งโดยผสู้ อนไม่ตอ้ งชว่ ย

การเลน่ และการรบั รู้ทางอารมณ์ 79

ค�ำแนะน�ำเพม่ิ เตมิ

1. เมื่อเดก็ เลือกชีภ้ าพได้ถูกต้องตามสง่ั แลว้ ผสู้ อนต้องแสดงท่าทียอมรับและชมเชยเด็ก
2. เม่ือเด็กชี้ภาพได้ถูกต้องตามท่ีสอนแล้ว ให้สอนเพ่ิมขึ้นอีกทีละภาพ แล้วประเมินความเข้าใจของเด็กด้วยการบอก

ใหเ้ ด็กช้ภี าพแสดงอารมณต์ ่าง ๆ สลับกนั ไป
3. ผูส้ อนสามารถสอนเด็กในอกี ลักษณะหน่งึ ได้ โดยใช้ภาพวาดลายเสน้ แสดงอารมณท์ างสีหนา้ 4 ภาพในหนา้ 83

มาสอนและถามเด็กอกี คร้งั โดยใช้วธิ ีการสอนตามขน้ั ตอนที่ 1 แต่ใช้ภาพวาดแทนภาพจรงิ การใชภ้ าพวาดนเ้ี ปน็
การสอนใหเ้ ด็กรู้จกั ภาพสญั ลักษณ์ทแ่ี สดงอารมณ์ต่าง ๆ
4. เมอ่ื เดก็ สามารถชีภ้ าพแสดงอารมณท์ ั้ง 4 ภาพ ตามค�ำส่ังได้แล้ว ใหฝ้ กึ แบบฝึกหัดในขั้นตอนท่ี 2 ตอ่ ไป
5. ส�ำหรับเด็กเล็กท่ียังไม่สามารถท�ำตามกิจกรรมนี้ได้ ผู้สอนสามารถสอนเด็กโดยอาศัยเหตุการณ์ในชีวิตประจ�ำวัน
คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นกับเด็กหรือผู้ใกล้ชิด ให้ผู้สอนพูดบอกอารมณ์ที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้น
ขณะน้ัน เช่น เพ่ือนแย่งของเล่นเด็กไป เด็กเสียใจหรือโกรธ ให้ผู้สอนพูดบอกอารมณ์ของเด็กในขณะน้ันด้วย
เช่น “หนเู สยี ใจทเี่ พอ่ื นแยง่ ของเล่นไป” หรอื “หนโู กรธท่ีเพ่อื นแยง่ ของเลน่ ไป” เปน็ ต้น
6. ส�ำหรบั เดก็ ทผี่ สู้ อนสามารถสอนตามกจิ กรรมนไ้ี ดแ้ ลว้ ผสู้ อนควรทบทวนความเขา้ ใจของเดก็ โดยการพดู บอกอารมณ์
ของเดก็ ท่ีสอดคล้องกบั เหตกุ ารณใ์ นชวี ิตประจ�ำวนั ไดเ้ ช่นกนั

ขัน้ ตอนท่ี 2
แบบฝึกหัด

 ผู้สอนให้เด็กดูภาพเหตุการณ์ท่ี 1 ในหน้า 84 และใช้กระดาษขาวปิดภาพแสดงอารมณ์ทางสีหน้า 4 ภาพ
ด้านล่างไว้ก่อน เพอ่ื ให้เด็กมงุ่ ความสนใจไปทภ่ี าพทีต่ อ้ งการสอนเทา่ นัน้

 ผู้สอนเรียกชือ่ เด็ก ชใี้ หเ้ ดก็ ดูรูปภาพ บอกสถานการณใ์ นภาพให้เด็กฟัง “คุณพ่อ คณุ แมใ่ หข้ องขวญั วนั เกดิ มกุ ”
 ผู้สอนเปิดภาพแสดงอารมณ์ทางสีหน้าท้ัง 4 ภาพด้านล่าง ให้เด็กเลือกช้ีภาพท่ีแสดงอารมณ์ทางสีหน้า ให้ตรง

หรือเหมาะสมกับสถานการณข์ องภาพที่ 1 โดยบอกเดก็ วา่ “ช้ีซิ มุกจะรูส้ กึ อยา่ งไร เมือ่ คุณพอ่ คณุ แม่ใหข้ องขวญั
วันเกิด”
- ในกรณีที่เดก็ พดู ได้ ให้ถามเดก็ ถึงความร้สู กึ หรอื อารมณ์ของเด็กในแตล่ ะภาพวา่
“เด็กในภาพเขามคี วามร้สู ึกอยา่ งไร”
- ถ้าเด็กเลือกภาพไม่ถูกต้องหรือไม่ยอมเลือก ให้ผู้สอนอธิบายภาพแสดงอารมณ์ทางสีหน้าท้ัง 4 ภาพอีกคร้ัง
และให้เด็กลองชี้ตอบใหม่ หากเด็กยังท�ำไม่ได้ให้ผู้สอนเฉลยค�ำตอบโดยช้ีภาพที่ถูกต้อง พร้อมอธิบาย ดังนี้
“คุณพอ่ คณุ แม่ให้ของขวญั วนั เกิด” “มกุ รูส้ ึกดใี จเมอื่ คณุ พอ่ คุณแม่ให้ของขวญั วันเกดิ ”
- ถ้าเด็กเลือกภาพได้ถูกต้อง ผู้สอนต้องแสดงท่าทียอมรับและชมเชยเด็ก แล้วให้ผู้สอนชี้ให้ดูและพูดทวน
ความรูส้ กึ ของภาพท่ีเด็กเลอื กอีกครงั้
“มุกรูส้ ึกดีใจเมอ่ื คณุ พ่อคุณแมใ่ ห้ของขวญั วนั เกิด”
 การฝกึ แตล่ ะคร้งั ใหป้ ระเมินตามตารางประเมินผลกิจกรรมการรับรกู้ ารแสดงอารมณท์ างสีหนา้ ในหนา้ 81

80 การเล่นและการรับรู้ทางอารมณ์

การประเมนิ ผล

7 เด็กไม่ยอมท�ำ
3 เด็กยอมท�ำโดยผสู้ อนต้องช่วย
33 เด็กสามารถเลือกช้ภี าพได้อยา่ งถกู ต้องโดยผู้สอนไมต่ อ้ งช่วย

ค�ำแนะน�ำเพม่ิ เตมิ

1. เม่ือเด็กเลือกชี้ภาพที่แสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้ถูกต้องกับสถานการณ์แล้ว ผู้สอนต้องแสดงท่าทียอมรับและ
ชมเชยเด็ก

2. ผู้สอนสามารถสอนเด็กในอีกลกั ษณะหน่ึงได้ โดยใช้ภาพวาดลายเสน้ แสดงอารมณท์ างสหี น้า 4 ภาพ ในหนา้ 114
มาถามเดก็ อกี ครง้ั โดยใชว้ ธิ ีการสอนตามขน้ั ตอนท่ี 2 แต่ใชภ้ าพวาดถามแทนภาพจริง

3. การแสดงและการรบั รทู้ างอารมณ์ส�ำหรับเด็กออทิสติกเป็นเรอ่ื งทย่ี าก ดังน้นั การสอนซำ้� หลาย ๆ คร้ัง เปน็ ประจ�ำ
จะชว่ ยให้เด็กเข้าใจอารมณ์และรบั รคู้ วามรู้สกึ ได้ดีขึน้

ข้อควรระวงั

เม่ือเด็กเลือกชี้ภาพไม่ถูกต้อง ควรทบทวนขั้นตอนแรกอีกครั้ง และระวังน้�ำเสียง สีหน้า และท่าทางของ
ตัวผู้ฝึกเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กสูญเสียความม่ันใจในตนเอง ขณะเดียวกันทุกครั้งที่เด็กสามารถท�ำกิจกรรมได้ถูกต้อง
ควรให้แรงเสริม เชน่ สีหนา้ ดใี จ ค�ำชมเชย การสมั ผสั ฯลฯ เพอ่ื ให้เด็กเกิดก�ำลังใจ และยินดที จ่ี ะรว่ มกิจกรรมตอ่ ไป

วิธีการประเมินผล

ผู้สอนสามารถประเมินผลการสอนตามข้ันตอนต่าง ๆ ด้วยตนเอง โดยใช้ตารางการประเมินผลกิจกรรม
การรับรกู้ ารแสดงอารมณ์ทางสีหน้าและท่าทาง หน้า 81 ดงั น้ี
- ผู้สอนระบวุ นั ที่ทท่ี �ำกจิ กรรมในชอ่ งวนั ท่ี
- สอนเดก็ ตามข้นั ตอน
- ประเมินผลการท�ำกิจกรรมของเด็กโดยกาเคร่อื งหมายลงในชอ่ งของการสอนแต่ละคร้งั คือ
กาเคร่อื งหมาย 7 หมายถึง เด็กไม่ยอมท�ำ
กาเคร่อื งหมาย 3 หมายถึง เด็กยอมท�ำโดยผู้สอนต้องช่วย
กาเครื่องหมาย 33 หมายถงึ เด็กสามารถเลอื กชภี้ าพไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งโดยผู้สอนไมต่ ้องช่วย

การเลน่ และการรบั รู้ทางอารมณ์ 81
ตารางประเมนิ ผลกจิ กรรมการรับรกู้ ารแสดงอารมณท์ างสหี น้าและทา่ ทาง

วันทฝี่ กึ ข้ันตอนท่ี 1 ครั้งท่ี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หมายเหตุ

ภาพท่ี 1 ดใี จ

ภาพที่ 2 เสียใจ

ภาพที่ 3 โกรธ

ภาพท่ี 4 กลัว/ตกใจ

วันท่ฝี ึก ข้ันตอนท่ี 2 ครั้งท่ี 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 หมายเหตุ

ภาพท่ี 1

ภาพที่ 2

ภาพที่ 3

ภาพที่ 4

ภาพที่ 5

ภาพที่ 6

ภาพท่ี 7

ภาพที่ 8

ภาพที่ 9

ภาพท่ี 10

ภาพท่ี 11

ภาพท่ี 12

82 การเลน่ และการรับรู้ทางอารมณ์

ดใี จ เสยี ใจ
โกรธ กลวั /ตกใจ

การเลน่ และการรบั ร้ทู างอารมณ์ 83

ดใี จ เสียใจ

โกรธ กลัว/ตกใจ

ภาพจากหนงั สือ teaching children with autism to mind-read : practical guide
โดย Howlin P., Baron-Chhen S. & Hadwin J., 1999.

84 การเล่นและการรับรู้ทางอารมณ์

ภาพที่ 1 มกุ จะรู้สกึ อยา่ งไร เม่อื คุณพ่อคณุ แม่ให้ของขวัญวนั เกิด

ดีใจ เสียใจ โกรธ กลวั /ตกใจ

การเล่นและการรับรู้ทางอารมณ์ 85

ภาพท่ี 2 มุกจะรสู้ กึ อย่างไร เม่อื คณุ ยายซื้อไอศกรมี ให้

ดใี จ เสยี ใจ โกรธ กลวั /ตกใจ

86 การเล่นและการรับรู้ทางอารมณ์

ภาพท่ี 3 มกุ จะรสู้ ึกอย่างไร เมื่อคุณพอ่ พาไปเที่ยวสวนสนุก

ดีใจ เสียใจ โกรธ กลวั /ตกใจ

การเลน่ และการรับรทู้ างอารมณ์ 87

ภาพที่ 4 มกุ จะร้สู ึกอย่างไร เม่อื ถูกแมต่ ี

ดีใจ เสยี ใจ โกรธ กลวั /ตกใจ

88 การเลน่ และการรับรทู้ างอารมณ์

ภาพท่ี 5 มกุ จะรูส้ กึ อย่างไร เมือ่ ท�ำของเล่นหาย

ดใี จ เสยี ใจ โกรธ กลวั /ตกใจ

การเล่นและการรับรทู้ างอารมณ์ 89

ภาพท่ี 4 มกุ จะรู้สกึ อย่างไร เม่อื ท�ำแกว้ น้ำ� ของเพอ่ื นตกแตก

ดใี จ เสยี ใจ โกรธ กลวั /ตกใจ

90 การเลน่ และการรบั รู้ทางอารมณ์

ภาพท่ี 7 มุกจะรู้สกึ อยา่ งไร เมอื่ ถูกเพอื่ นแยง่ ขนม

ดใี จ เสยี ใจ โกรธ กลวั /ตกใจ

การเลน่ และการรับรทู้ างอารมณ์ 91

ภาพที่ 8 มกุ จะรู้สกึ อย่างไร เมื่อถกู เพอ่ื นผลกั

ดีใจ เสียใจ โกรธ กลวั /ตกใจ

92 การเล่นและการรบั รทู้ างอารมณ์

ภาพท่ี 9 มกุ จะรู้สึกอยา่ งไร เม่อื นอ้ งท�ำของเลน่ พงั

ดใี จ เสียใจ โกรธ กลวั /ตกใจ

การเล่นและการรับรู้ทางอารมณ์ 93

ภาพที่ 10 มกุ จะรูส้ กึ อย่างไร เม่อื ถกู หมาไลก่ ดั

ดีใจ เสียใจ โกรธ กลัว/ตกใจ


Click to View FlipBook Version