3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
เอกสารประกอบการสอน
รายวชิ า 3400 - 1004 การจัดการงานวิชาชีพ
( Professional management )
เรียบเรยี งโดย
เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
ครชู านาญการพิเศษ
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพชนั้ สงู (ปวส.) ประเภทวิชาคหกรรม
สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟช่ันและสง่ิ ทอ วิทยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานี
สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา
ปี พ.ศ. 2560
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุง้ ทอง
คานา
เอกสารประกอบการสอน 3400-1004 การจัดการงานวิชาชีพ (Professional management)
ฉบับน้ี จัดทาขึน้ ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) ประเภทวชิ าคหกรรมสาขาวิชาเทคโนโลยี
ออกแบบแฟช่ันและสิ่งทอ วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สานักงานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียน นักศึกษาได้ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับความหมาย หลักการ
กระบวนการจดั การธุรกิจ วิเคราะหง์ านตามกระบวนการจดั การงานวิชาชีพ ดาเนินงานธรุ กจิ และบริการดา้ น
วชิ าชีพ นาเทคโนโลยมี าประยกุ ต์ ใช้ในการจดั การงานวิชาชพี
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ท่านสามารถแนะนาเพ่ิมเติมได้ท่ี โทรศัพท์ 089-9412550 Email :
[email protected] นางเบญจวรรณ บุ้งทอง หรือท่ีสาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟชนั่ และสงิ่ ทอ
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาอดุ รธานี
เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
พฤษภาคม 2559
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
สารบญั หน้า
เร่ือง ก
ข
คานา 1
สารบญั
กาหนดการสอน 3
4
บทท่ี 1 ความหมาย และหลักการการจัดการธุรกิจ 5
1. การจัดการ 7
2. ธุรกิจ 8
3. การจัดโครงสร้างขององค์กร
4. ความสมั พนั ธ์ภายในองค์กร 9
10
บทท่ี 2 กระบวนการจัดการงานวิชาชีพ 12
1. วชิ าชพี (profession)
2. กระบวนการบรหิ ารจัดการ ( Management Process) 14
15
บทที่ 3 ดาเนินงานธุรกิจ 17
1. ธรุ กจิ
2. ตัวอยา่ งการเขียนแผนธรุ กิจ 49
50
บทท่ี 4 บรกิ ารด้านวิชาชีพ 51
1. เคร่อื งหมายการค้า 53
2. การเขา้ รว่ มโครงการหนง่ึ ตาบลหนงึ่ ผลติ ภัณฑ์ (OTOP)
3. มาตรฐานผลติ ภัณฑช์ มุ ชน (มผช.) 55
56
บทท่ี 5 เทคโนโลยีการจดั การวิชาชีพ 63
1. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกบั นาโนเทคโนโลยี
2. การเพ่ิมมูลค่าผา้ ทอพืน้ เมืองดว้ ยนวตั กรรมนาโนเทคโนโลยี 69
เอกสารอา้ งอิง
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
1
กาหนดการสอน
(Course Syllabus)
รหัสวิชา : 3400 - 1004 ช่ือวิชา : การจัดการงานวชิ าชีพ
จานวน : 2 หน่วยกติ 2 ชั่วโมง
หลกั สตู รการศึกษา (Course status) : ปวส.
ความรพู้ ื้นฐาน (Pre-requisite) : การจัดการงานวชิ าชีพ
จุดประสงค์รายวิชา เพอ่ื ให้
1. รแู้ ละเขา้ ใจเก่ียวกบั การจัดการกระบวนการจดั การธรุ กจิ
2. รแู้ ละเขา้ ใจ วิเคราะห์งานตามกระบวนการจัดงานวิชาชีพ
3. มที ักษะในการดาเนนิ งานธุรกิจ และการบรหิ ารดา้ นวชิ าชพี
4. นาเทคโนโลยมี าประยกุ ต์ใช้ในการจดั การงานวชิ าชพี
5. มีเจตคติที่ดปี ฏบิ ัติงานด้วยความรอบคอบ ตามจรรยาบรรณด้านวชิ าชีพ
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลักการจดั การกระบวนการจัดการธรุ กิจ
2. แสดงความรู้เกยี่ วกบั การวิเคราะห์ ตามกระบวนการจดั การงานวิชาชีพ
3. ดาเนนิ งานธรุ กจิ และการบรกิ ารในงานวชิ าชีพ
4. นาเทคโนโลยีมาประยกุ ต์ ใช้ในการจดั การงานวิชาชพี
คาอธิบายรายวิชา
ศกึ ษาและปฏบิ ัตเิ กยี่ วกับความหมาย หลักการ กระบวนการจัดการธรุ กิจ วิเคราะหง์ านตาม
กระบวนการจดั การงานวิชาชีพ ดาเนินงานธุรกจิ และบรกิ ารด้านวชิ าชีพ นาเทคโนโลยมี าประยกุ ต์ ใชใ้ นการ
จดั การงานวชิ าชีพ
สมรรถนะ (Comtetency)
ความรู้ 1. แสดงความรเู้ กย่ี วกบั หลกั การจดั การกระบวนการจดั การธุรกจิ
ทักษะ 2. แสดงความรู้เกยี่ วกบั การวเิ คราะห์ตามกระบวนการจดั การงานวิชาชพี
คุณธรรม 3. นาเทคโนโลยีมาประยุกตใ์ ช้ในการจดั การงานวิชาชพี
1. สามารถดาเนนิ งานธุรกิจและการบรกิ ารในงานวชิ าชีพ
2. สามารถวางแผน, เตรยี มการดาเนินงานธรุ กจิ ได้
1. ความร่วมมอื
2. ความสามคั คี
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
2
ตัวชว้ี ัด (KPI : Key Performance Indicator)
1. ผู้เรยี นสามารถนาความรเู้ กยี่ วกับหลกั การจัดการกระบวนการจัดการธรุ กจิ ได้
2. ผ้เู รียนสามารถนาเทคโนโลยีมาประยุกตใ์ ช้ในการจัดการงานวชิ าชพี
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (Mark Allocation) 20%
เกณฑ์การให้คะแนนมี 3 ส่วน 100% 60%
1. เจตคติ 20% \
2. คะแนนสะสมระหวา่ งเรยี น
3. สอบประมวลความรู้
วธิ ีการสอน (Instructional Strategies)
จดั การเรียนการสอนโดยการปฏบิ ตั เิ กยี่ วกับความหมาย หลกั การ กระบวนการจัดการธรุ กจิ วเิ คราะห์
งานตามกระบวนการจดั การงานวิชาชีพ ดาเนินงานธรุ กจิ และบริการดา้ นวชิ าชีพ นาเทคโนโลยีมาประยกุ ต์ ใช้
ในการจัดการงานวิชาชีพ การมอบหมายงานให้นักศกึ ษาคน้ ควา้ (Work Assignments) ให้นกั เรยี นค้นคว้า
ขอ้ มูลกอ่ นการเข้าเรยี นท้ังงานกลมุ่ และเด่ียว กาหนดใหม้ ีการปฏบิ ัตใิ นทกุ ช่วั โมงเรียนและประเมนิ ผลตาม
สภาพจรงิ ท้ายชว่ั โมง
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง
3
บทท่ี 1
ความหมาย และหลกั การการจดั การธุรกิจ
1. สาระสาคญั
การจัดการธุรกิจ คือพ้ืนฐานที่สาคัญสาหรับการศึกษาในสายอาชีวศึกษา ที่เน้นกระบวนการพัฒนา
คณุ ภาพผู้เรียนเพื่อป้อนเขา้ ส่ตู ลาดแรงงาน หรอื เพอ่ื เป็นผู้ประกอบการอิสระ ดังน้ัน จะเหน็ ได้ว่ากระบวนการ
เรียนรู้ด้านวิชาชีพควรเริ่มต้นจากการปูพ้ืนฐานและความเข้าใจในงานธุรกิจ การจัดการ และการกาหนด
ตาแหน่งโครงสร้างองคก์ รให้เหมาะสม เพ่ือง่ายต่อการบรหิ ารจดั การและการดาเนินธุรกจิ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. รู้จกั และเข้าใจหลักการของการจัดการท่ีดี
2. อธบิ ายความหมายและความสาคัญของธรุ กจิ ได้
3. อธบิ ายโครงสรา้ งขององคก์ รได้
4. บอกความสมั พนั ธภ์ ายในองค์กรได้อย่างถูกต้อง
3. เน้อื หาสาระการเรียนรู้
1. การจดั การ
2. ธุรกิจ
3. การจัดโครงสรา้ งขององค์กร
4. ความสมั พันธภ์ ายในองค์กร
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
4
“การจัดการ” เป็นคาท่ีนิยมใช้เกี่ยวกับการทาธุรกิจซึ่งต่างจากคาว่า “การบริหาร” ที่หมายถึงการ
ดาเนินงานหรือปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐในบางคร้ังอาจใช้คาว่า การบริหารจัดการ สาหรับคาว่าการ
จัดการส่วนใหญ่นิยมใช้ในภาคธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์เพ่ือแสวงหาผลกาไรเป็นหลัก คาว่าการจัดการหมายถึง
อะไรและมีความสาคัญอย่างไรต่อองคก์ รธรุ กจิ
1. การจัดการ
ความหมายของการจัดการ
การจัดการ หรือ Management หมายถึง กระบวนการทางานหรือกิจกรรมท่ีกลุ่มบุคคลในองค์กร
รว่ มกนั ทางานเพือ่ ให้บรรลุวัตถปุ ระสงค์ตามแนวทางทีก่ าหนดไว้ 5 ข้ันตอนประกอบดว้ ย การวางแผน การจัด
องค์การ การบังคับบญั ชาส่ังการ การประสานงาน และการควบคุม
ความสาคัญของการจัดการ
กระบวนการทางานหรือการจัดการมีความสาคัญต่อองค์กรธุรกิจ เพราะทุกขั้นตอนมีผลต่อ
ความสาเร็จท่ีจะทาให้เกดิ ผลกาไรและชว่ ยให้องค์กรธุรกิจสามารถดาเนินการต่อไปได้ นอกจากนี้กระบวนการ
จัดการยังเป็นท้ังศาสตร์และศิลป์ที่ต้องรู้จักนามาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากแต่ละ องค์กรมีปัจจัย
ความสาเร็จทแี่ ตกต่างกัน
กระบวนการในการจัดการ
1. การวางแผน การวางแผนหรือ Planning หมายถึงการพิจารณากาหนดแนวทางการทางานให้
บรรลุเป้าหมาย โดยเกิดจากการใช้ดุลพินิจคาดการณ์ล่วงหน้าเพ่ือเป็นแนวทางการการทางานในอนาคต
2. การจัดองค์การ การจัดองค์การหรือ Organizing หมายถึง การจัดระเบียบหรือโครงสร้างของ
การ ทางานภายในองคก์ รใหเ้ ป็นระบบระเบยี บและอย่ใู นส่วนประกอบทเี่ หมาะสม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์และ
ช่วยใหอ้ งคก์ รประสบความสาเรจ็ ได้เรว็ ขึ้น
3. การบังคับบัญชาส่ังการ หรือ Commanding หมายถึง ภาระหน้าที่ของผู้บริหารในการใช้
ความสามารถชักจูงหรือหว่านล้อมผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานตามคาสั่ง จนสามารถทาให้องค์กรบรรลุผล
สาเรจ็ ได้
4. การประสานงาน หรือ Coordinating หมายถงึ การจัดให้ทรัพยากรบคุ คลภายในองค์กรทางาน
ประสานสัมพันธ์สอดคล้องเป็นน้าหนึ่งใจเดียวกัน เพ่ือให้การดาเนินงานราบรื่นและบรรลุวัตถปุ ระสงค์อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ
5. การควบคุม หรือ Controlling หมายถึง กระบวนการทางานเร่ิมต้ังแต่การกาหนดมาตรฐาน
การแก้ไขการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาตลอดจนการดาเนินงานตามแผน และการประเมินแผนเพ่ือให้
บรรลตุ ามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
5
โดยสรุป การจัดการ (Management) ก็คือกระบวนการต่างๆในการทาให้องค์กรธุรกิจประสบ
ความสาเร็จไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ โดยมี 5 ขนั้ ตอนตงั้ แตก่ ารวางแผน การจดั การองคก์ าร การบังคบั บัญชาสั่ง
การ การประสานงานและการควบคุม เป็นเครื่องมือสาคัญ โดยมีทักษะของผู้บริหารหรือเป็นตัวช้ีวัด
ความสาเร็จ นั้นเอง
2. ธรุ กจิ
ความหมายของธรุ กิจ
"ธรุ กิจ"หมายถึงกิจกรรมต่าง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้องกบั การผลิต การจดั จาหน่าย และการบรกิ าร โดยภายใน
หน่วยงานหรือธุรกจิ นั้น ๆ มกี ารนาทรพั ยากรท่ีมีอย่มู าผสมผสานกนั อยา่ งมรี ะบบ มีระเบียบตามกฏเกณฑ์ เพื่อ
ตอบสนองความต้องการของประชาชนหรือผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดผลประโยชน์หรือบรรลุตาม
เป้าหมายของธรุ กิจ และไม่กอ่ ให้เกดิ มลภาวะทไ่ี ม่ดีต่อส่งิ แวดล้อม
ภาพท่ี 1.1 การประกอบธุรกิจ
ความสาคัญของธรุ กิจ
ธุรกจิ เป็นองค์กรท่จี ดั ตั้งขนึ้ เพ่ือดาเนินงานในการสนองความตอ้ งการของผู้บริโภคหรอื ประชาชนโดย
นาทรพั ยากรตา่ ง ๆ มาเขา้ กระบวนการท่ีเรยี กวา่ "การดาเนินธุรกิจ" ซ่ึงธรุ กจิ เหลา่ นน้ั มผี ลตอ่ การพัฒนา
ประเทศและสงั คม พอจะสรุปได้ดงั น้ี
1. การดาเนนิ งานของธรุ กจิ ก่อให้เกิดการนาทรัพยากรของประเทศมาใช้ให้เกดิ ประโยชน์สงู สุด
2. ช่วยใหผ้ ู้บริโภคหรอื ประชาชนได้ใช้สินค้าหรือบรกิ าร เพื่อพัฒนาความเปน็ อยู่ของตนเองให้ดขี น้ึ
3. ธรุ กิจต่าง ๆ ชว่ ยขจัดปัญหาการวา่ งงาน และช่วยกระจายรายไดไ้ ปสู่ประชาชน
4. ช่วยเพ่มิ พูนรยไดใ้ ห้กับประเทศในรูปแบบของภาษอี ากร
5. ประชาชนหรือผูบ้ รโิ ภคมีโอกาสไดเ้ ลือกสนิ คา้ หรือบริการท่ีสนองความพงึ พอใจสงู สุดได้งา่ ย เพราะ
ธุรกจิ ตา่ ง ๆ มีการแขง่ ขันกัน เพอื่ พฒั นาสินค้าหรือบริการ
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุง้ ทอง
6
6. ประเทศสามารถนาภาษอี ากรที่จดั เกบ็ ไปพัฒนาประเทศได้
องค์ประกอบของกิจกรรมทางธุรกจิ
จากความหมายของธรุ กจิ จะเห็นได้วา่ ธรุ กิจจะดาเนนิ ไดน้ น้ั ต้องมกี ารนากจิ กรรมหลาย ๆ อย่างมา
ประสานกนั ซึง่ กจิ กรรมน้นั ๆ ก็คอื การกาหนดหนา้ ท่ีความรบั ผิดชอบภายในธุรกิจนนั้ เอง
หนา้ ทที่ างธรุ กจิ หมายถึง การดาเนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ท่จี ะผสมผสานทรัพยากรที่มีอยู่ภายในธุรกจิ
หรอื หนว่ ยงานเข้าด้วยกนั อยา่ งมีระเบียบกฎเกณฑ์ และสอดคล้องกับสภาวะแวดลอ้ มเพ่ือนใหส้ ินค้าหรอื บรกิ าร
ทเ่ี กิดข้ึนตรงกบั ความต้องการของผูบ้ ริโภค
ทรัพยากร (Resource) ทห่ี น่วยงานมีอยู่ คือ วสั ดุ อปุ กรณ์ หรอื สนิ ทรัพยต์ า่ ง ๆ ทีห่ น่วยงานใชใ้ น
การดาเนนิ งาน ซ่งึ แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหรอื เรยี กส้นั ๆ วา่ 4 M's อนั ประกอบดว้ ย
1. คน (Man) เป็นทรพั ยากรแรกทก่ี ่อให้เกิดการดาเนนิ งานภายในธุรกิจ ซ่งึ นับรวมทัง้ ฝ่ายบรหิ าร
และฝา่ ยปฎบิ ัตกิ าร
2. เงนิ ทนุ (Money or Capital) คอื สินทรัพยท์ ่ีจะนามาใช้ในการดาเนนิ ธรุ กิจ อาจจะอยู่ในรูปของ
เงนิ สดหรือสนิ ทรพั ยอ์ นื่ ๆ กไ็ ด้
3. วตั ถดุ ิบหรอื อปุ กรณ์ (Material) คอื อาจจะเป็นรูปของวัตถุดิบถ้าธุรกิจนนั้ เป็นธรุ กจิ การผลติ เช่น
เคร่อื งจักรกล วัสดุ อะไหล่ต่าง ๆ หรอื อาจใชใ้ นการดาเนินงานใหป้ ระสบผลสาเร็จได้
4. การบรหิ ารงานหรือการจัดการ (Management) คอื กระบวนการหรือขน้ั ตอนในการนาคน เงิน
ทุน และวตั ถุดิบหรอื วัสดุอปุ กรณ์ มาดาเนินงานใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสดุ
การดาเนินของหนา้ ที่ภายในธรุ กิจ เพื่อให้ทรพั ยากรประสานกนั อยา่ งมีประสิทธภิ าพ จงึ ตอ้ งแบ่ง
หนา้ ทตี่ ่าง ๆ ออกเป็น 5 หนา้ ท่ี ดงั น้ี
1. หนา้ ทเ่ี ก่ยี วกับการผลติ (Production Function)
2. หน้าทเ่ี กี่ยวกับการตลาด (Marketing Functon)
3. หน้าที่เกย่ี วกับการเงนิ (Financial Functon)
4. หน้าที่เกี่ยวกับการบญั ชี ( Accounting Functon)
5. หนา้ ท่เี กย่ี วกับบคุ คลากร (Personal Functon)
การสร้างความสมั พันธ์ของกิจกรรมทางธุรกิจ
หน้าที่ของธุรกิจทุกหน้าท่ีจะต้องมีการทากิจกรรมท่ีประสานกัน เพื่อให้การปฎิบัติงานภายในธูรกิจมี
ประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ซ่ึงหน้าท่ีต่าง ๆ เหล่านั้นจะประสานกันได้ต้องมีการจัด
โครงสร้างองค์กรทชี่ ดั เจน พร้อมทั้งกาหนดหนา้ ทค่ี วามรับผิดชอบของตาแหล้งนน้ั ๆ
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
7
3. การจัดโครงสร้างขององคก์ ร (Organization Structure)
หมายถึง รูปแบบของแผนงานภายในองค์กรที่มีการกาหนดข้ึนเป็นตาแหน่งต่าง ๆ พร้อมระบุหน้าท่ี
ความรับผดิ ชอบของตาแหน่งนน้ั ๆ ทาให้บุคคลผู้ทด่ี ารงตาแหน่งสามารถปฎิบัตงิ านไดท้ ั้งในหน้าท่ีของตนและ
ในหน้าที่ท่ีต้องประสานกับฝ่ายอื่น ๆ เพ่ือก่อให้เกิดความสมั พันธ์กันภายในองคก์ ร โดยแต่ละฝ่ายมีหนา้ ที่ความ
รบั ผดิ ชอบเปน็ ไปตามระเบยี บกฎเกณฑเ์ ดียวกนั เพือ่ ใหง้ านบรรลวุ ตั ถุประสงคข์ องกจิ การ
โครงสร้างขององค์กรโดยทว่ั ไปประกอบดว้ ย
1. มีการกาหนดหนา้ ทคี่ วามรบั ผิดชอบทช่ี ัดเจนเพ่ือมอบหมายให้บุคคลหรือกลมุ่ บุคคลปฎบิ ตั งิ าน
2. มอบหมายงานทกี่ าหนดไว้ตามขอ้ 1 อาจจะเป็นรายบคุ คลหรือกล่มุ บคุ คล
3. กาหนดความรับผิดชอบของแตล่ ะหน้าที่ เพ่ือใหผ้ ูป้ ฎบิ ัตริ ขู้ อบเขตของหน่วยงานทต่ี ้องปฎิบตั ิ
4. จัดให้มีเอกภาพในการบงั คบั บัญชา โดยการกาหนดอานาจหน้าทีใ่ ห้กับกลุ่มผู้ปฎิบัตงิ านช่วยกนั
ดแู ล ปรึกษาหารอื ร่วมกนั เพอ่ื ใหก้ ารดาเนินงานไปสู่เปา้ หมายทีว่ างไว้
ลักษณะโครงสร้างขององค์กร
โครงสร้างขององค์กรโดยทว่ั ไปมีอยู่ 2 ลกั ษณะคือ
1. โครงสร้างท่ีเป็นทางการ (Formal Organization Structure) มีการกาหนดรูปแบบการจัด
กจิ กรรมต่าง ๆ ท่ีชัดเจน ม็ีผูรับผิดชอบในแต่ละกลุ่ม มีการปฎิบัตงิ านร่วมกันอย่างมีระเบียบแบบแผนและใน
องคก์ รมกั จะมแี ผนภมู ิโครงสร้างแสดงไวใ้ ห้เห็น
ภาพท่ี 1.2 โครงสรา้ งท่เี ป็นทางการ
2. โครงสร้างท่ีไม่เป็นทางการ (Lnformal Organization Structure) เป็นโครงสร้างที่ไม่มีรูปแบบที่
ชัดเจน ไม่มีการกาหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ ไม่มีการกาหนดกฎระเบียบใด ๆ แต่ละบุคคลในองค์กรจะ
ปฏิบัติงานโดยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โครงสร้างลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจภานใน
ครอบครัว ใชค้ วามสมั พันธ์ส่วนตวั ในการช่วยกนั ทางาน แต่ในธุรกจิ ขนาดใหญ่กจ็ ะมีโครงสรา้ งท่ีไมเ่ ป็นทางการ
เชน่ พนักงานท่ีเรียนจบมาจากสถาบัน
เดยี วกันทางานอยใู่ นบริษัทเดียวกัน ทาให้เกดิ การรวมกลมุ่ ทาใหเ้ กิดความสนิทสนมรักใคร่กันเม่ืองาน
มีปัญหาก็จะชว่ ยกนั แก้ไข รว่ มกันสร้างสรรค์งานให้ไปสู่เปา้ หมายได้
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
8
ประโยชนข์ องการจัดโครงสรา้ งภายในองค์กร
1. ช่วยให้ผู้ปฎิบตั ิงานรจู้ ักขอบข่ายของหน้าที่ความรับผดิ ชอบท่ีต้องปฎิบตั ิ
2. เปน็ เครอ่ื งมือในการสง่ั การและกาหนดหนา้ ทค่ี วามรับผิดชอบใหก้ ับบุคคลในองคก์ ร
3. กอ่ ให้เกิดวธิ กี ารทีจ่ ะปฎิบัตงิ านรว่ มกนั
4. เสรมิ สร้างขวญั และกาลังใจใหผ้ ู้ปฎบิ ัตมิ ีความกระตือรือรน้ ในการปฎบิ ัตงิ านไปสู่เปา้ หมาย
4. ความสมั พนั ธ์ภายในองค์กร (Organization Relationship)
ในองคก์ รแต่ละองค์กรมีการแบง่ หนา้ ทค่ี วามรับผิดชอบท่ีชดั เจนหรือจะไมม่ ีการแบง่ หนา้ ท่ีกต็ ามแตท่ ุก
คนที่อยู่ในองค์กรต่างก็มีวัตถุประสงค์ในการปฎิบัติงานเหมือนกันคือความสาเร็จขององค์กร ความสาเร็จจะ
เกิดข้ึนได้นัน้ ทุกคน ทุกตาแหน่งหน้าท่ีจะต้องมีความสัมพันธก์ ันเพ่ือร่วมมือกนั ปฎิบัติงานให้เกิดประสิทธภิ าพ
สูงสุด จากการกาหนดโครงสร้างขององค์กรพอจะแบง่ ความสัมพันธอ์ อกได้ดงั นี้
1. ความสมั พนั ธ์ทเ่ี ปน็ ทางการ (Formal Relationship) ความสัมพนั ธ์ทเ่ี กิดขนึ้ โดยตาแหนง่ หน้าท่ี
เช่น พนักงานขายกับผู้อานวยการฝ่ายการตลาด ในท่ีน้ีพนักงานขายมีความสัมพันธ์ในบทบาทของ
ผู้ใต้บงั คับบญั ชา
2. ความสมั พนั ธท์ ่ีไม่เป็นทางการ (Informal Relationship) ความสมั พันธส์ ่วนตวั ไม่เกี่ยวกับตาแหน่ง
งาน แตค่ วามสมั พนั ธใ์ นลักษณะนี้ก็จะมีผลต่อการปฎิบัติงาน เชน่ ผอู้ านวยการฝ่ายการตลาดกบั พนักงานขาย
เป็นความสมั พันธ์ท่ีเป็นทางการ แต่ในขณะเดียวกนั บุคคลท้งั สองอาจจบการศึกษามาจากสถาบัญเดียวกนั นับ
ถือเป็น รุ่นพร่ี ่นุ น้องกนั นบั เปน็ ความสมั พันธ์ท่ีไม่เป็นทางการ
ดังน้ัน ธุรกิจต่าง ๆ จึงมีความสัมพันธ์ท้ังสองลักษณะควบคู่กัน ก่อให้เกิดความร่วมมือกัน มีผลทาให้
งานในธุรกจิ นัน้ มีความกา้ วหน้า เจริญเติบโตและมกี าไรเพม่ิ ข้นึ อย่างต่อเน่อื ง
ภาพท่ี 1.3 ความสมั พนั ธ์ภายในองคก์ ร
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง
9
บทท่ี 2
กระบวนการจดั การงานวิชาชพี
1. สาระสาคญั
กระบวนการจดั การงานวิชาชีพ เป็นส่วนประกอบสาคัญทีท่ าให้ผู้เรียนเหน็ ถึงภาพรวมของการบริหาร
จัดการองค์กรธุรกิจ โดยเฉพาะกิจการประเภทเส้ือผ้าและเคร่ืองประกอบการแต่งกาย ซึ่งเป็นสาขาวิชาชีพท่ี
เก่ียวข้องกบั ผู้เรยี นโดยตรง ท้ังในด้านวิชาชีพ (profession) และกระบวนการบริหารจัดการ (Management
Process) เพอ่ื เปน็ พ้ืนฐานในการพฒั นากจิ การของตนเองในอนาคต
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจ และอธบิ ายความหมายและความสาคัญของวิชาชพี ได้ถกู ตอ้ ง
2. อธบิ ายหลักการสาคญั ของกระบวนการบรหิ ารจดั การไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
3. เน้ือหาสาระการเรยี นรู้
1. วชิ าชพี (profession)
2. กระบวนการบรหิ ารจดั การ ( Management Process)
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
10
"วิชาชีพ” น้ัน มีผู้อธิบายความหมายไว้คล้ายคลึงกัน หรือแตกต่างกันดังนี้ วิลเบอร์ต อี. มัวร์
(Wilbert E. Moore) อธิบายว่า วิชาชีพ คือ การประกอบอาชีพ เต็มเวลา โดยผู้ประกอบวิชาชีพ
(professional) อุทิศเวลาให้แก่อาชีพน้ัน ๆ ผู้ประกอบวิชาชีพอยู่ในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเดียวกัน และมักมี
การจัดต้ังสมาคมวิชาชพี อยา่ งเป็นรูปธรรม ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องมีความรแู้ ละทักษะในการประกอบวิชาชีพ
นัน้ ๆ อันเป็นผลมาจากการที่ได้รับการฝึกอบรม หรอื การศึกษาตรงตามสาขาที่ประกอบวิชาชีพ นอกจากน้ีผู้
ประกอบวชิ าชีพจะต้องยึดมั่นอยู่กบั กฎเกณฑ์ของการประกอบวิชาชีพ ปฏิบัติงานและให้บริการด้วยจิตสานึก
ในวิชาชีพ ตลอดจนมรความเป็นอสระในการประกอบวิชาชีพ อันเน่ืองมาจากการที่ผู้ประกอบวิชาชีพมีความ
เชีย่ วชาญในการประกอบวิชาชีพของ ตนในระดบั สงู
1. วิชาชีพ (profession)
ภาพท่ี 2.1 ช่างทอผ้า ถือเป็นวิชาชีพท้องถิน่ และเป็นองคค์ วามรแู้ บบภมู ิปญั ญาด้งั เดมิ ของชาติ
ความหมายของวิชาชพี
คาวา่ "วชิ าชพี " ตามที่มวั ร์ได้อธบิ ายไวน้ ้ี ค่อนข้างจะคลา้ ยคลึงกับความหมายท่ีตนิ ปรชั ญ์พฤทธ์ไิ ด้ให้ไว้
ในหนงั สอื ช่ือ "วชิ าชีพนยิ มของระบบราชการ ในรัชสมยั พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ็้าอย่หู วั " โดยเน้นว่า
ความเปน็ วิชาชพี หรอื วิชาชพี นยิ ม (professionalism) น้ัน หมายถึงสงิ่ ทก่ี ลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนง่ึ ยึดถอื วา่
องค์ควารู้ หรือความรอบรเู้ ก่ยี วกับอาชีของตนมีคา่ และพยายามผลกั ดันให้สาธารณชนยอมรับสถานภาพอาชพี
ของตน
อนง่ึ คาว่า "profession" ท่ีแปลว่า "วชิ าชพี " น้ไี ด้รบั การแปลความหมายในพจนานกุ รม Oxford
Advanced Learner's Dictionary ไว้ดงั นี้ "profession: paid occupation especially one that
requires advanced education and training" ซึ่งแปลเปน็ ภาษาไทยวา่ "วิชาชพี หมายถงึ อาชีพท่ีไดร้ ับ
คา่ ตอบแทน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ จะตอ้ งเป็นอาชพี ทีต่ ้องการการศกึ ษา และการฝึกอบรมในระดบั สงู " (3) ซึง่ ก็
ตรงกับที่ ส.เสถบตุ ร ไดอ้ ธบิ ายคาแปลของคาว่า "profession" ไวใ้ นพจนานุกรม New Modern English-
Thai Dictionary วา่ คาว่า "profession" นัน้ หมายถึง "อาชพี ท่ีใช้การศกึ ษาสูง เชน่ ทนายความแพทย์
วิศวกร ครู ฯลฯ" ยงั มคี าอ่นื ๆท่เี กี่ยวข้อง ซง่ึ ลว้ นมคี วามหมายว่า "อาชพี " แตไ่ มใ่ ชว่ ชิ าชพี ได้แก่คาวา่
"career" ซึ่งแปลว่าอาชีพ แตไ่ ม่ใชว่ ิชาชีพ คาวา่ "trade" ซ่งึ หมายถึงอาชพี ท่วั ๆ ไป รวมท้ังการค้า แต่ไม่รวม
การกสกิ รรม และยงั มกี จิ วัตรอืน่ ๆ ท่อี าจจะเปน็ อาชพี หรือไม่เป็นอาชพี กไ็ ด้ ดังน้ี avocation, calling,
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
11
employment, occupation, pursuit, voaction โดยทั่ว ๆ ไปคาเหลา่ น้ีแปเปน็ าษาไทยวา่ อาชีพทงั้ สนิ้
ดังนัน้ จงึ ขพอสรุปไดว้ ่า คาว่า "วิชาชพี " นนั้ มคี าแปลคาเดยี ยในภาษาอังกฤษคือคาว่า "profession"
นอกจากนี้ ติน ปรชั ญพฤทธ์ิ ยงั เสนอเกณฑข์ องวชิ าชีพนยิ มในระดับมหภาค (ทง้ั ตามแนวทางประวัติศาสตร์
และแนวทางทีม่ ิใชป่ ระวัติศาสตร"์ และระดบั จลุ ภาค หรือระดับบคุ คล ดังตอ่ ไปน้ี
เกณฑก์ ารกาหนดวิชาชีพนิยมในระดบั มหภาค
1. การประกอบอาชีพเตม็ เวลา
2. การจัดแผนงานการศึกษาโดยสมาคมวชิ าชีพ
3. การจัดตงั้ สมาคมวิชาชีพ และการออกกฎหมายรับรองสถานสภาพของวชิ าชพี
4. การมจี รรยาบรรณวิชาชีพ
5. การมีองคค์ วามรู้ทเี่ ป็นระบบ
6. การเป็นทยี่ อมรับของสงั คม
7. การมีความรอบรูใ้ นวชิ าชีพ
8. การใหบ้ ริการตามมาตรฐานวิชาชีพ
9. การมีความเปน็ อิสระในวิชาชพี
เกณฑก์ ารกาหนดวิชาชพี ในระดบั จุลภาคหรอื ระดับบคุ คล
1. การไดร้ ับการศกึ ษาตรงตรามสาขาวชิ าที่ประกอบอาชพี
2. การมผี คู้ อยสนับสนุนในการประกอบอาชีพ
3. การมีการวางแผนลว่ งหน้าทีจ่ ะประกอบอาชีพ
4. การมีความตง้ั ใจอย่างแน่วแนท่ ี่จะเขา้ สูต่ ลาดแรงงาน
5. การมีความกระตือรือล้นในวิชาชพี
6. การประพฤตติ ามจรรยาบรรณวิชาชพี
7. การมีความจงรกั ภกั ดแี ละความผูกพนั ตอ่ วิชาชีพ
8. การมองเหน็ อนาคตในการประกอบวิชาชีพ
9. การมีความเจริญกา้ วหน้าในวชิ าชพี ของตน (5)
จากเกณฑท์ ่ีได้กล่าวมาข้างต้น จะเหน็ วา่ มีหลายข้อท่ีคล้ายคลงึ กับคาจากัดความของคาวา่ "วชิ าชพี "
ตามทีม่ วั รไ์ ดร้ ะบไุ ด้
นอกจากนี้ ตนิ ปรชั ญพฤทธิ์ ไดเ้ น้นความสาคัญของการจัดต้ังสมาคมวิชาชีพ และการออกกฎหมาย
รับรองสถานภาพของวชิ าชีพว่าเป็นประเด็นทีส่ าคัญมาก เพราะสมาคมวิชาชพี จะอาศัยอานาจตามกฎหมาย
ของสมาคม ในการกาหนดหลักจริยธรรมของวิชาชพี นั้น ๆ ต่อไป
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
12
2. กระบวนการบรหิ ารจดั การ ( Management Process)
การบรหิ ารจัดการเปน็ การกาหนดทิศทางของหน่วยงาน กลุ่มงาน หรือการดาเนนิ งานในหนา้ ทตี่ า่ งๆ
ใหใ้ ช้ทรพั ยากรท้ังหลายทม่ี อี ยู่ในองค์การอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผล การใช้ทรัพยากรอยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ (Efficient) ครอบคลุมถงึ การใช้ทรัพยากรได้อยา่ งเฉลียวฉลาด เหมาะสมและคุ้มคา่ (Cost-
effective) ส่วนการใช้ทรัพยากรอย่างมปี ระสทิ ธผิ ล (Effective) น้นั หมายถึงการตดั สินใจได้อยา่ งถกู ต้อง
(Right decision) และมกี ารปฏบิ ัติการสาเรจ็ ตามแผนทก่ี าหนดไว้ ดงั ที่ไดก้ ล่าวมาแลว้ ว่า บทบาทสาคัญของ
ผบู้ รหิ ารคอื การนาพาองคก์ ารไปใหถ้ ึง
เปา้ หมายและบรรลผุ ลสาเรจ็ ได้โดยสว่ นรวม เพอื่ ให้บรรลถุ งึ เป้าหมายขององคก์ าร ผบู้ ริหารมหี นา้ ที่
รวบรวมและจดั การใชท้ รัพยากรทม่ี อี ยใู่ นองค์การอย่างมีประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ลควบค่กู นั โดยใช้
กระบวนการบริหารจัดการท่ีดี
กระบวนการบริหารจดั การ เปน็ กลไกและตวั ประสานทีส่ าคญั ทส่ี ุดในการประมวล ผลกั ดัน และกากับ
ใหป้ จั จัยต่างๆท่ีเป็นทรพั ยากรการจดั การประเภทต่างๆ สามารถดาเนินไปไดโ้ ดยมปี ระสทิ ธภิ าพ จนบรรลุ
เปา้ หมายตามทต่ี ้องการ การเขา้ ใจถึงกระบวนการบรหิ ารจัดการและการฝึกฝนใหม้ ีทักษะสูงข้นึ จะช่วยให้การ
บริหารงานมปี ระสทิ ธิ ภาพมากข้ึนได้
กระบวนการบริหารจัดการ
มีขนั้ ตอนพน้ื ฐาน 4 ประการ ดงั นี้
1) การวางแผน (Planning) หมายถึงกระบวนการในการกาหนดเปา้ หมาย แผนงาน และตัดสนิ ใจหา
วิธีการทีด่ ีทส่ี ุดทีท่ าใหเ้ ป้าหมายน้นั บรรลุผลสาเร็จ
2) การจัดองคก์ าร (Organizing) หมายถึงกระบวนการในการจดั ตง้ั และจดั วางทรัพยากรบคุ คล และ
ทรัพยากรท่ไี ม่ใชบ่ คุ คล โดยวางแผนใหส้ ามารถบรรลผุ ลสาเรจ็ ขององค์การ
3) การนาและสงั่ การ (Leading and Directing) หมายถึง กระบวนการของการมอี ทิ ธพิ ล เหนือ
บคุ คลอนื่ ในการทจ่ี ะใหบ้ ุคคลอื่นมพี ฤตกิ รรมในการทางานท่ีตอ้ งการ และทาให้บรรลเุ ป้าหมายขององคก์ าร
4) การควบคมุ (Controlling) หมายถึง กระบวนการในการกาหนดกิจกรรมตา่ งๆ ขององคก์ ารให้
เปน็ ไปตามมาตรฐาน และเป้าหมายท่อี งคก์ ารคาดหวัง และกาหนดไว้
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
13
หลกั การบริหาร (Management Principle)
ได้วางหลกั พ้นื ฐานทางการบรหิ ารไว้ 14 ประการ ดังน้ี
1. การแบง่ งานกนั ทา (Division of work)
การแบ่งงานกันทาจะทาให้คนเกิดความชานาญเฉพาะอยา่ ง (Specialization) อันเป็น
หลกั การใชป้ ระโยชนข์ องคนและกลุ่มคน ใหท้ างานเกดิ ประโยชน์สงู สุด
2. อานาจหนา้ ที่ (Authority)
เปน็ เครือ่ งมือทีจ่ ะทาให้ผบู้ ริหารมีสิทธิท่ีจะสง่ั ให้ผู้อืน่ ปฏบิ ัตงิ านท่ีตอ้ งการได้โดยจะมีความ
รบั ผดิ ชอบ (Responsibility) เกดิ ขน้ึ ตามมาด้วย ซ่ึงจะมีความสมดุลย์ซึ่งกนั และกัน
3. ความมรี ะเบยี บวินัย (Discipline)
บุคคลในองค์การจะตอ้ งเคารพเชอื่ ฟัง และปฏบิ ัติตามกฎเกณฑ์ กตกิ าและขอ้ บงั คับต่าง ๆ ท่ี
องค์การกาหนดไว้ ความมรี ะเบยี บวินัยจะมาจากความเปน็ ผูน้ าที่ดี
4. เอกภาพในการบังคบั บัญชา (Unity of Command)
ในการทางานใต้บงั คับบญั ชาควรไดร้ บั คาสง่ั จากผู้บังคบั บัญชาเพียงคนเดียวเท่านน้ั ไม่เช่นน้ัน
จะเกดิ การโต้แยง้ สบั สน
5. เอกภาพในการส่งั การ (Unity of Direction)
ควรอยภู่ ายใตก้ ารจดั การหรอื การสงั่ การโดยผู้บงั คับบัญชาคนหนึง่ คนใด
6. ผลประโยชนข์ ององค์การมากอ่ นผลประโยชนส์ ่วนบุคคล (Subordination of individual
interest to the general interest)
คานึงถึงผลประโยชน์ขององคก์ ารเปน็ อันดบั แรก
7. ผลตอบแทนทไ่ี ด้รบั (Remuneration of Personnel)
ต้องยุตธิ รรม และเกดิ ความพงึ พอใจทงั้ สองฝา่ ย
8. การรวมอานาจ (Centralization)
ควรรวมอานาจไวท้ ่ศี ูนยก์ ลางเพือ่ ใหส้ ามารถควบคุมได้
9. สายการบงั คับบญั ชา (scalar chain)
ชัดเจน คือ การบงั คับบญั ชาจากระดบั บริหารไปยังปฏบิ ตั ิการและการสื่อสารตอ้ งเปน็ ตาม
สายบังคับบญั ชา
10. ชว่ งการควบคุม (span of control)
คอื จานวนผูอ้ ย่ใู ต้บังคับบัญชาของผู้บงั คับบญั ชาแต่ละคน
11. ความเสมอภาค (equity)
อยบู่ นพ้ืนฐานของความเมตตาและความยตุ ธิ รรม
12. ความมน่ั คงในการทางาน (stability of tenure of personnel)
ผบู้ ริหารควรมกี ารวางแผนด้านบุคลากรและสร้างความก้าวหน้าในวชิ าชพี ให้แก่
ผใู้ ต้บังคับบัญชา
13. ความคิดรเิ ร่มิ (initiative)
14. ความสามัคคี (spirit de corps)
ส่งเสริมให้มีการสร้างและพัฒนาการทางานเปน็ กลุ่ม
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
14
บทที่ 3
ดาเนินงานธรุ กจิ
ภาพที่ 3.1 ธรุ กจิ “อตั ลกั ษณ”์ จากสาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟชั่นและสง่ิ ทอ
ควา้ รางวัลชนะเลศิ การประกวดแผนธุรกจิ ดเี ด่น RRR Awards ประจาปี 2559
พร้อมทุนศกึ ษาดงู าน ณ ประเทศสงิ คโปร์
1. สาระสาคัญ
การดาเนนิ ธุรกิจ เปน็ หวั ใจของการจัดการวิชาชีพ ซึง่ ถือเป็นผลลัพธ์ หรือประสิทธิผลท่ีสะท้อนให้เห็น
ว่าผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิชาชีพ มาใช้ในการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ด้วย
กระบวนการประกอบกจิ การจรงิ หรอื การเป็นผู้ประกอบการ หรอื การมสี ว่ นร่วมในการพัฒนากจิ การอยา่ งเป็น
ระบบ
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. รู้จักและเขา้ ใจหลักการสาคัญของการประกอบการธรุ กิจ
2. สามารถเขียนแผนธุรกจิ ได้
3. เน้ือหาสาระการเรียนรู้
1. ธุรกิจ
2. ตวั อย่างการเขยี นแผนธุรกิจ
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
15
1. ธุรกิจ
ความหมายและความสาคัญของธุรกจิ
ธรุ กจิ (Business) หมายถงึ กระบวนการของกิจการทางเศรษฐกจิ ทีส่ มั พันธ์เป็นระบบและอยา่ ง
ตอ่ เน่อื งในด้านการผลิตการซอื้ ขาย แลกเปล่ียนเกีย่ วกบั สินคา้ และบรกิ าร โดยมีจดุ ม่งุ หมายที่จะไดก้ าไรหรอื
ผลตอบแทนจากกิจกรรมน้ัน
ดงั นนั้ อาจกล่าวได้วา่ กจิ กรรมใดท่ีมีจดุ ม่งุ หมายเพ่ือให้ไดก้ าไร (Profit) ถอื ว่าเปน็ ธุรกจิ เช่น บรษิ ัท
ห้างร้าน ตลอดจน รฐั วิสาหกิจ ตา่ งๆ การดาเนินของรัฐ เชน่ การปอ้ งกันประเทศ การสร้างถนนหนทาง
โรงเรียน โรงพยาบาล และอ่ืน ๆ ไมถ่ อื ว่าเปน็ ธรุ กจิ เพราะมไิ ด้ มจี ดุ มุ่งหมายด้านกาไร แตเ่ ปน็ การให้บรกิ าร
แกป่ ระชาชนโดยมจี ุดมงุ่ หมายใหป้ ระชาชนมีความเปน็ อย่ทู ีด่ ีขนึ้
ความสาคัญของธรุ กิจ
พอสรปุ ไดด้ ังนี้
1. ธรุ กิจช่วยให้เศรษฐกิจของชาตมิ คี วามเจรญิ ก้าวหนา้ และม่นั คง
2. ธุรกิจทาให้ประชาชนมีมาตรฐานการดารงชวี ติ ทด่ี ีขึ้น
3. ธุรกจิ ทาให้รัฐมรี ายได้เพม่ิ ขึน้
4. ธรุ กิจช่วยแกป้ ัญหาทางสังคม
5. ธรุ กจิ ทาให้เกดิ ความเจรญิ ก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยี
หนา้ ท่ขี องธุรกจิ
การประกอบธุรกิจนนั้ ผูป้ ระกอบการจะต้องทาหน้าทต่ี ่างๆ เพ่ือใหธ้ ุรกจิ ดาเนินไปได้ด้วยดหี นา้ ท่ีต่าง ๆ
ของธุรกจิ มดี ังนี้
1. การผลิตสินคา้ ธรุ กิจอาจเลอื กผลติ สนิ ค้าหลายชนิด เช่น ผผู้ ลติ สินคา้ สาเร็จรปู
2. การให้บริการ เปน็ ธรุ กจิ ทอี่ านวยความสะดวกให้แกธ่ รุ กิจและผู้บรโิ ภค
3. การจาแนกแจกจ่ายสนิ ค้า ธุรกจิ ดาเนนิ การเกีย่ วกับการซ้อื ขาย
4. การจดั ซอ้ื ธุรกจิ จาเปน็ ตอ้ งมีการจัดซอื้ วัตถดุ ิบเพ่ือการดาเนินการ
5. การเก็บรกั ษาสนิ ค้า ธรุ กิจจะตอ้ งเกบ็ รักษาวัตถุดิบและสินค้าสาเร็จรูปเพอ่ื บริการใหแ้ ก่ลกู ค้า
6. การจัดจาหน่าย ธุรกิจมหี นา้ ท่ีจัดแสดงสินคา้ เพือ่ ง่ายต่อการซอ้ื
7. การจัดการทางการเงิน ธุรกิจมีหน้าที่จดั หาเงนิ ทนุ และบริหารเงนิ ทุนที่มีจานวนจากัดให้เกิด
ประโยชน์สูงสดุ
8. การจัดทาบญั ชี ธุรกิจมหี น้าที่จัดทาบญั ชีเพือ่ เสียภาษี
9. การทาการโฆษณาสนิ คา้ ธรุ กจิ มีหนา้ ท่โี ฆษณาและประชาสมั พนั ธ์ใหผ้ ู้บรโิ ภคได้รจู้ กั สนิ คา้ และ
เกิดการตัดสนิ ใจซือ้ ในทส่ี ดุ
ความรบั ผดิ ชอบของธรุ กิจ
ธรุ กจิ มฐี านะเปน็ หน่วยหนึง่ ของสงั คม จาเป็นต้องมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ บุคคล หนว่ ยงานดงั ต่อไปนี้
1. ความรับผิดชอบต่อเจ้าของกจิ การ ดาเนนิ ธุรกจิ ให้เกดิ กาไรสูงสุด
2. ความรบั ผิดชอบต่อลูกค้า การใหบ้ ริการลกู ค้าใหด้ ที ี่สุด
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
16
3. ความรับผิดชอบที่ตอ้ งปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐ
4. ความรบั ผิดชอบต่อลกู จ้าง ในด้านสวัสดิการของลูกจ้าง
5. ความรับผิดชอบต่อสังคม โดยให้สงั คมได้รับประโยชน์ตามสมควร
จดุ ม่งุ หมายของการดาเนินธุรกจิ
จุดม่งุ หมายของการดาเนนิ ธุรกิจ คอื ตอ้ งการให้ไดก้ าไรมากทส่ี ุด (Maximized Profit) ซึง่ ตา่ งจาก
การดาเนินงานของหน่วยราชการ และองค์การกศุ ล ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการให้บริการแก่ประชาชน โดยไม่หวัง
ผลตอบแทน
ปัจจยั ทม่ี อี ิทธพิ ลต่อการประกอบธุรกจิ
ปจั จยั ทม่ี อี ิทธพิ ลตอ่ การประกอบธุรกจิ สามารถแยกได้ 2 ลกั ษณะคอื
1. ปจั จยั ภายใน
หรอื ทรพั ยากรของธรุ กจิ เป็นปัจจยั ทีธ่ รุ กจิ สามารถสร้างข้ึนและสามารถควบคมุ ได้ ไดแ้ ก่
1.1 คน (Man) หมายถงึ กาลังคน
1.2 เงิน (Money) หมายถงึ เงนิ ทนุ
1.3 วัสดุ (Meterial) หมายถึง กระบวนการตา่ งๆ เช่น การวางแผน การจัดองค์การ ฯลฯ
2. ปจั จัยภายนอก
เป็นปัจจัยทธี่ ุรกิจไม่สามารถจะควบคุมกาหนดหรือเปลยี่ นแปลงได้ ไดแ้ ก่ สภาพแวดล้อมทาง
ธรุ กิจ เชน่ ภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจ กฎหมายการเมอื ง ค่แู ขง่ เทคโนโลยี ฯลฯ
ประเภทของธรุ กิจ
การประกอบธุรกิจการค้าน้ันมที ้งั แบบบคุ คลคนเดียวหรอื รว่ มลงทนุ กับบคุ คลอนื่ ท้งั น้รี ูปแบบองคก์ ร
ธุรกิจแบง่ เป็น 2 ประเภท คือ ธุรกิจเป็นนติ ิบคุ คล และธรุ กิจไม่เปน็ นิตบิ คุ คล
1) ธรุ กจิ เป็นนติ ิบคุ คล แบง่ ได้เปน็
1. หา้ งหุ้นสว่ น แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ห้างห้นุ ส่วนสามัญ ทงั้ ที่มิไดจ้ ดทะเบยี น และหา้ ง
หุน้ สว่ นสามัญจด ทะเบียน มีสภาพเป็นนิติบคุ คลตามกฎหมาย และมีชอื่ เรียกโดยเฉพาะว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ
นิตบิ คุ คล และอีก ประเภทคอื ห้างห้นุ สว่ นจากดั คอื หา้ งหนุ้ สว่ นประเภทซ่งึ มีผ้เู ป็นหนุ้ ส่วน 2 จาพวกคือ
ห้นุ ส่วนพวกจากดั ความรบั ผดิ และหนุ้ ส่วนจาพวกไมจ่ ากัดความรับผดิ
2. บริษทั จากดั คือบรษิ ัทประเภทซึ่งตัง้ ข้ึนดว้ ยการแบง่ ทนุ เป็นหุ้น แต่ละหนุ้ มมี ูลค่าเท่าๆกนั ผู้ถือหุ้น
ตา่ งรับผดิ จากัดเพียงไมเ่ กนิ จานวนเงนิ ท่ตี นยงั สง่ ใช้ไมค่ รบมลู ค่าของหุ้นท่ีตนถอื
3. บริษทั มหาชนจากดั คือบริษทั ประเภทซึง่ ต้งั ขน้ึ โดยประสงคท์ ี่จะนาเสนอขายหนุ้ ตอ่ ประชาชน โดย
ผถู้ อื หุ้นมี ความรบั ผิดจากัดไม่เกินจานวนเงินคา่ หนุ้ ทีต่ อ้ งชาระ และบริษัทดงั กลา่ วได้ระบคุ วามประสงคเ์ ชน่ นั้น
ไวใ้ นหนงั สือ บริคณห์สนธิ และ
4. องค์กรธรุ กิจจัดต้งั หรือจดทะเบียนภายใต้กฎหมายเฉพาะ
2) ธรุ กจิ ไม่เป็นนิติบุคคล แบง่ ไดเ้ ปน็
1. กิจการเจ้าของคนเดยี ว สว่ นมากเป็นกิจการที่มขี นาดเล็ก และ
2. การจดั ต้งั ห้างหนุ้ ส่วนสามญั เป็นความสมัครใจของบุคคลท่มี ารว่ มกันเพอ่ื ทาธุรกจิ มกี ารตกลง
สว่ นได้เสียรว่ ม กัน ตอ้ งมีสงิ่ หน่ึงสง่ิ ใดมาลงหุน้ อันได้แก่ เงนิ ตรา ทรพั ย์สนิ หรอื แรงงานกไ็ ด้
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชพี เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
17
2. ตวั อยา่ งการเขียนแผนธรุ กิจ
(รางวลั ชนะเลศิ ประเภทแผนธุรกิจดีเด่น ระดับประเทศ ประจาปี 2559)
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
18
บทสรปุ ผ้บู ริหาร
สินค้าพ้ืนเมืองแต่ละจังหวัดแต่ละทอ้ งถิ่นท่ีวางจาหนา่ ยให้กับนกั ท่องเท่ียว ปัจจบุ ันยังไม่มีอัตลักษณ์ที่
โดดเด่นเท่าท่ีควร หรือสินค้าบางประเภทก็มีราคาสูงมากเกินไป จึงอาจไม่เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากหรือ
ของที่ระลึกในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ ดังน้ัน จึงได้เกิดการพัฒนาสินค้าของฝากพื้นเมืองของแต่ละท้องถ่ินให้มีอัต
ลักษณ์ บออกเล่าให้เห็นถึงวิถีชีวติ คุณค่า ความหมาย และมรี าคาท่ีถูก และคงความมีเสน่ห์และคุณภาพเอาไว้
เชน่ การผลิตกระเป๋าหรือสนิ ค้ากลุ่มเสอื้ ผา้ ที่เปน็ อัตลักษณ์แสะงถึงทีม่ าของแตล่ ะทอ้ งถนิ่ เช่น จังหวัดอดุ รธานี
เด่นเรือ่ งผ้าหม่ีขิด จังหวัดลาพูน โดดเด่นเรื่องผ้าทอยกดอก จังหวัดปัตตานีใช้ผ้าบาติก จังหวัดกาฬสินธ์ุใช้ผ้า
แพรวา เป็นต้น นามาผลิตสร้างสรรคส์ ินค้าให้เห็นเป็นรูปทรงท่ีทันสมัย ส่ือถึงความเป็นท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
รวมถึงมีการสนับสนุนการใช้แรงงานด้อยโอกาส ทั้งกลุ่มผู้ต้องขังหญิงในเรือนจากลางจังหวัดอุดรธานี กลุ่ม
เยาวชนผู้หลงผดิ ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก กลุ่มเด็กนักเรยี น ตชด. กลุ่มผู้พิการและแม่บ้านเป็นต้น ทั้งนี้
ผลิตภณั ฑ์ที่ออกแบบจะคานึงถงึ เรื่องเล่าหรือตานานที่โดดเด่นของท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อให้คงความเป็นอัตลักษณ์
มกี ลิ่นอายบอกเล่าย้อนเรือ่ งราวความเป็นมาได้เป็นอย่างดี ซ่ึงจะช่วยกระตุ้นยอดขายและเพิ่มมูลคา่ สินค้าใน
ทอ้ งถิน่ ใหม้ ากย่งิ ข้นึ
ส่ิงสาคัญที่ทาให้ธุรกิจประสบความสาเร็จ คือ ผู้ผลิต เป็นนักศึกษาสาขาวิชาผ้าและเคร่ืองแต่งกาย
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ท่ีมีประสบการณ์ ทักษะ ความรู้ และฝีมือในการออกแบบและตดั เย็บเส้ือผ้าใน
ขัน้ สูง ทีมท่ีปรกึ ษาทีเ่ ชี่ยวชาญด้านการพฒั นาผลิตภัณฑ์ประสบการณ์มากกวา่ 20 ปี รวมถึงมีแหล่งวัตถดุ ิบทา
ให้ต้นทุนด้านน้ีไม่สูงมากนัก อีกท้ังความนิยมในการใช้ผลิตภัณฑ์จากผ้าผืนเมือง ไม่ได้จากัดเฉพาะกลุ่มคน
สงู อายเุ ท่าน้ัน คนรุ่นใหม่หันมานยิ มใช้สินค้าประเภทนี้มากขน้ึ อกี ทง้ั จงั หวดั อดุ รธานี รณรงคใ์ ห้ขา้ ราชการและ
หน่วยงานเอกชนสวมใส่ผา้ ไทยสัปดาห์ละ 1 วนั เป็นโอกาสในการขายสนิ ค้ามากข้ึน
ความแตกต่างจากคู่แข่ง / ความพิเศษ (ส่วนผลิตภัณฑ์) คือ เราได้เพิ่มนวัตกรรมที่ทันสมัย ไม่ว่าจะ
เป็น ผา้ สะท้อนนา้ , ป้องกนั แบคทเี รีย และป้องกันสีตก รวมถึงมีการพฒั นาเสน้ ใยผ้า และการออกแบบการตัด
เยบ็ ทท่ี นั สมัย
การตั้งราคาสูงกว่าท้องตลาดปกติ เพราะสินค้าของเราน้ัน เป็นสินค้าท่ีพัฒนาโดยการเพิ่มนวัตกรรม
ท้งั การสะท้อนน้า การป้องกนั แบคทีเรีย และป้องกนั การตกสีของผ้า ใช้กลยุทธ์ Skimming Pricing แต่ลูกค้า
ยนิ ดที ่จี ะจ่ายตามคุณคา่ ของสินค้าที่ลูกคา้ รับรูไ้ ด้อยา่ งสมเหตุสมผล ไมค่ ดิ วา่ แพงเกนิ ไป
ด้านการดาเนินการทางการตลาด มีกจิ กรรมในการสร้างการรบั รู้ การประชาสมั พันธ์ และการส่งเสริม
การขายอย่างต่อเน่ือง เช่น จัดงานแถลงข่าว เปดิ ตัวผลิตภัณฑ์ “อัตลักษณ์” ท่ีร้าน R – Design การแจกแบบ
แสดงความคิดเห็นหรือแบบสอบถาม จัดแสดงสินค้าตามหน่วยงานราชการ ส่ือประชาสัมพันธ์ทาง Social
Media
ในส่วนของผลตอบแทนจากการลงทุน จะมอี ัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี ในปีแรกอัตรากาไรข้นั ต้น
37 % อัตราผลตอบแทนของผู้ร่วมทนุ 68 %
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง
19
สว่ นท่ี 1 สรุปความเป็นมาของธรุ กจิ / ผู้บริหารโครงการ
สรุปความเป็นมาของธุรกิจ
1. ชอ่ื เจ้าของกจิ การ นายปิ่นมนสั โคตรชา ช่ือกิจการ อัตลกั ษณ์ (At-Tha-Lak)
2. ที่ต้ังของสถานทีป่ ระกอบการ ศูนยบ์ ่มเพาะผปู้ ระกอบการอาชีวศึกษา วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอุดรธานี
ต้งั อยเู่ ลขท่ี 8 ถนนโพศรี ตาบลหมากแข้ง อาเภอเมอื ง จังหวดั อดุ รธานี 41000 (ตดิ ถนนศรีสุข)
3. ประเภทสนิ คา้ หรือบริการ ผลิตภัณฑข์ องใช้ของทร่ี ะลึกจากผ้า
4. มลู เหตจุ ูงใจ หรือแรงบันดาลใจ ทที่ าใหป้ ระกอบธุรกิจ หรอื ขยายกิจการ
ตามสถานที่ท่องเท่ียวหรือสถานท่ีสาคัญของจังหวัด อาเภอ หรอื ทอ้ งถน่ิ ส่วนใหญ่นิยมจาหน่ายสินค้า
พื้นเมืองหรืออัตลักษณ์ของภูมิภาค เช่น ผ้าทอพื้นเมือง โหวต หรือเคร่ืองดนตรีอีสาน ซ่ึงยังขาดความเป็นอัต
ลกั ษณ์ และไม่สามารถนาไปเป็นของฝากที่มีมลู ค่าและสรา้ งความประทับให้กบั ผรู้ บั ได้เทา่ ที่ควรนกั
จึงได้เกิดแนวคิดในการพัฒนาสินค้าของฝากของท่ีระลึก ที่ผลิตขึ้นโดยใช้ "อัตลักษณ์" ของสถานที่
นน้ั ๆ เปน็ จุดขาย เพื่อสร้างความน่าสนใจ แปลกใหม่ และนาเสนอภูมปิ ัญญาของสถานทีใ่ ห้กับนักทอ่ งเที่ยว ได้
นากลับไปเปน็ ตัวแทนของสถานที่ท่องเที่ยวหรอื แหล่งท่ีมาของผลิตภัณฑ์ อาทิ จังหวดั อุดรธานี มีความโดดเด่น
ด้านแหล่งโบราณสถานบ้านเชียง ซึ่งได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2535 ปั จจุบันมีเพียง
เคร่ืองป้ันดินเผาไหบ้านเชียง ผ้าไทย และผลิตภัณฑ์จากดินเผาเป็นของฝาก ซึ่งยังมีปัญหาในการเคล่ือนย้าย
และการเดินทาง อาจแตกหรือเสียหายระหว่างเดินทางได้ อีกท้ังผ้าไหม หรือผ้าพื้นเมืองมีราคาสูงเกินไป ไม่
เป็นท่ีนิยมซื้อเป็นของฝากของท่ีระลึกมากนัก อัตลักษณ์ จึงเป็นอีกทางเลือกท่ีนาเสนออัตลักษณ์ หรือ
เอกลกั ษณ์เฉพาะของท้องถ่ินนน้ั ๆ ในรูปของของทรี่ ะลกึ อาทิ กล่องทชิ ชู่ กระเป๋าเป้ กระเปา๋ แท็ปเล็ต เนคไทน์
สมุดโน้ต หมวก เสอื้ เชติ้ ผ้าสไบ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ เป็นต้น ซง่ึ ออกแบบให้เป็นเซ็ตหรือคอแล็กช่ันเดียวกัน
ทั้งหมด บรรจุภายในกลุ่มที่ออกแบบเฉพาะให้เห็นอัตลักษณ์อย่างโดดเด่น สวยงาม และแสดงถึงท่ีมาของ
ผลติ ภัณฑ์ได้ชัดเจน ดงั วสิ ยั ทศั นข์ องกจิ การท่วี า่ "ของฝากถูกใจ อตั ลกั ษณไ์ ทย ในมือคณุ "
5. ระยะเวลาการก่อต้ัง
เปน็ ผู้ประกอบการใหม่ ไมเ่ คยทาธุรกจิ มากอ่ น
คาดว่าจะเร่ิมดาเนินการ ประเมินเดือน.................................. ป.ี ..........................
ดาเนินธุรกิจมาแล้วไมเ่ กิน 1 ปี
ดาเนนิ ธรุ กจิ มาแลว้ มากกวา่ 1 ปี
(ตอ่ เนอื่ งจากธุรกจิ R-Souvenir ซึ่งเขา้ รอบ 100 ทีม โครงการอาชวี ะสรา้ งสรรค์ แปรผนั ส่ธู ุรกิจ
หรือโครงการ RRR Awards ปีการศึกษา 2556)
วัตถุประสงคแ์ ละวงเงนิ การขอสนิ เช่ือ (กยู้ มื เงิน)
เพอื่ การลงทุนในการประกอบธรุ กจิ
เพอ่ื ขยายธรุ กจิ ปรบั ปรงุ กจิ การ
เพื่อเปน็ เงินทนุ หมนุ เวยี นในการดาเนินการ
เพือ่ ชาระหน้อี ่ืน
อ่ืน ๆ (ระบ)ุ .......................................................................................................................................
วงเงนิ ท่ีตอ้ งการขอสินเชื่อ (กู้ยืมเงิน) 100,000 บาท (หนง่ึ แสนบาทถ้วน)
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
20
ส่วนที่ 2 การวเิ คราะหส์ ถานการณ์ (SWOT Analysis)
การวเิ คราะห์จดุ แขง็ จุดออ่ น โอกาส และอุปสรรค (ภาพรวมของท้ังบริษัท)
จดุ แขง็ (Strengths : S)
1. มคี วามโดดเด่นด้านการนาเสนอผลติ ภัณฑ์จากอตั ลักษณ์และความเปน็ เอกลักษณ์เฉพาะท้องถิน่
โดยสามารถผลิตและออกแบบได้ตามอัตลกั ษณ์ทุกพืน้ ทีท่ ง้ั ไทยและต่างประเทศ
2. เจ้าของกิจการมีพื้นเพและภูมิลาเนาเปน็ คนจังหวดั หนองบัวลาภู ซงึ่ เปน็ กลมุ่ คลัสเตอรข์ องฝาก
ของที่ระลกึ ของ สสวท. และได้รับการสนบั สนุนงบประมาณในอนาคต
3. ในทอ้ งถิ่นและในภมู ภิ าค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ) ยงั ไมม่ ผี ลติ ภณั ฑจ์ ากผ้าท่ีเปน็ ของที่ระลึก
ประเภทนาเสนออตั ลักษณ์ (Identity Products)
4. วตั ถุดบิ สามารถหาไดง้ ่ายในทอ้ งถิน่ เนือ่ งจากมีแหลง่ ผา้ ทอพน้ื เมืองท่ใี หญ่เปน็ อันดบั ต้นๆ ของ
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ (ตลาดผา้ บ้านนาขา่ ) อีกทัง้ มีเครือข่ายผา้ ทอที่คุ้นเคยกนั กวา่ 100 กลุม่ สามารถ
เข้าถงึ วัตถุดิบคณุ ภาพในราคาต้นทนุ ตา่ หรอื สง่ั ผลิตวตั ถุดิบไดต้ ามออร์เดอรล์ กู คา้
5. มีประสบการณ์และความเชีย่ วชาญในการแปรรูปผลิตภัณฑจ์ ากผา้ ทอ และสงิ่ ทอพื้นเมืองท้ังในเชิง
วิทยากร ผ้ชู ว่ ยนักวจิ ัย และนักศึกษาอยา่ งน้อย 7 ปี
6. มคี วามสามารถในการออกแบบและนาเสนองานขายสนิ คา้ หน้าร้านได้อย่างยอดเยยี่ ม และมี
ประสบการณก์ ารขายท้งั สินค้าสาเรจ็ รูปและสินคา้ พ้ืนเมอื ง
7. นาเสนอธุรกจิ เพ่ือสังคม (Social Enterprise) โดยมุง่ การคนื ประโยชนใ์ หก้ บั สงั คมและชุมชน
มุ่งเนน้ กล่มุ ฐานผูผ้ ลิตเป็นกลมุ่ ดอ้ ยโอกาส
จดุ อ่อน (Weaknesses : w)
1. ขาดแหล่งเงินทุนสนบั สนนุ การดาเนินธุรกจิ
2. ขาดความรู้ด้านการตลาด และปจั จัยการวางแผนการจาหน่ายในตา่ งประเทศ หรอื วิธีการในการ
นาเสนอสนิ ค้าต่างประเทศ
3. ไม่มสี ถานทตี่ ัง้ รา้ นชัดเจน เนอ่ื งจากอยูใ่ นขณะศกึ ษา (ภมู ิลาเนาเป็นคนจังหวัดหนองบัวลาภ)ู
ทีจ่ งั หวัดอดุ รธานี ทาใหไ้ มส่ ามารถยื่นขอจดทะเบียนการคา้ ภายในจงั หวัดภูมิลาเนาได้ แต่มีแผนในการจดั ตัง้
รา้ นเมอื่ สาเร็จการศกึ ษาและยื่นขอจดทะเบียน OTOP ในท้องถิ่นไม่เกนิ ปี พ.ศ. 2562
4. ขาดทป่ี รกึ ษาและผู้เช่ียวชาญด้านการวางแผนการตลาดและการปอ้ งกันความเสี่ยงจากการดาเนนิ
ธุรกิจ
โอกาส (Opportunities : O)
1. จังหวัดอดุ รธานี เป็น Hub ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ทงั้ ด้านการค้า เศรษฐกจิ
คมนาคม การศึกษา การทอ่ งเทีย่ วและการขนสง่ ทาให้มโี อกาสในการขยายตลาด และทาการค้าแบบกระจาย
ไดอ้ ย่างเหมาะสมและเชอื่ มโยงกบั พ้นื ท่ี
2. มีโอกาสขยายการคา้ ไปยัง สปป.ลาว และเวยี ดนาม เน่ืองจากในพ้ืนที่จังหวัดอดุ รธานมี ีกลุ่มพอ่ ค้า
แม่ค้าจาก สปป.ลาว และเวยี ดนามมาติดต่อซอื้ ขายสนิ คา้ และธุรกจิ อยสู่ ม่าเสมอ
3. มคี ่แู ขง่ ขันนอ้ ย เนือ่ งจากเปน็ ผลิตภัณฑ์ที่ตอ้ งอาศัย "ฝีมือ" และ "ความคดิ สร้างสรรค์" จึงไมค่ ่อยมี
คแู่ ขง่ อีกทั้งสว่ นใหญ่ในพื้นที่นิยมทอผา้ ผืนเพอื่ จาหนา่ ยมากกว่าการแปรรปู
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
21
4. ผลิตภัณฑม์ ขี นาดเลก็ เหมาะสม สามารถใช้เศษผา้ เหลือจากกระบวนการทอ ซง่ึ ประหยดั
งบประมาณ หรืออาจไดม้ าในราคาตา่ ชว่ ยให้เกิดกาไรมากขนึ้
5. อาจารย์ทปี่ รกึ ษามเี ครอื ข่ายความรว่ มมืออย่ทู ั้งในจงั หวัด และในต่างประเทศมโี อกาสในการ
เชื่อมโยงและจาหนา่ ยสนิ ค้า
อุปสรรค (Threats : T)
1. จังหวัดอุดรธานี ม่งุ เน้นสนับสนนุ คลัสเตอร์ผ้าทอพืน้ เมือง ทาใหไ้ มส่ ามารถเข้าร่วมกจิ กรรมได้
เตม็ ท่ี แต่แกไ้ ข ปญั หาด้วยวิธกี ารเข้ารว่ มกจิ กรรมกบั กลุ่มคลัสเตอร์ของฝากของที่ระลกึ (จังหวดั หนองบวั ลาภู
และเลย)
2. มรี ะยะเวลาในการผลิตนอ้ ย เนอ่ื งจากอยู่ในระหว่างการศึกษา และผลิตสนิ ค้าตามออร์เดอร์ลูกค้า
ไปดว้ ย แต่แกไ้ ขปญั หาโดยผู้รว่ มทมี ซงึ่ สาเรจ็ การศึกษาแล้ว และมีประสบการณ์ทางด้านการผลิต ส่วนหัวหน้า
ทีมทาหนา้ ท่อี อกแบบและพฒั นารูปแบบใหม่ ทาใหม้ อี ปุ สรรคเพยี งเลก็ นอ้ ย
ปจั จัยภายนอกองค์กร โอกาส อปุ สรรค
ใช่ ไมใ่ ช่
1. อุตสาหกรรมมแี นวโนม้ ขยายตวั ใช่ ไม่ใช่
ใช่ ไม่ใช่
2. จานวนคู่แข่งขนั มแี นวโนม้ ลดลง ใช่ ไม่ใช่
3. ธุรกจิ ไดร้ บั การสนับสนนุ จากภาครัฐ
ใช่ ไม่ใช่
4. รัฐบาลมนี โยบายการสนบั สนนุ ส่งเสรมิ สินคา้ ไทย
และการเสรมิ สร้างเอกลกั ษณ์ประจาท้องถ่ิน ใช่ ไมใ่ ช่
5. จังหวดั อุดรธานีมกี ารเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ใช่ ไมใ่ ช่
และการแขง่ ขันสงู
ใช่ ไม่ใช่
6. จงั หวัดอดุ รธานเี ปน็ คลัสเตอร์ผ้าทอพน้ื เมืองอันดับ 1
ของประเทศไทย ใช่ ไม่ใช่
7. จังหวัดเลยและหนองบัวลาภูเปน็ คลัสเตอร์
ผลิตภัณฑข์ องฝากของทีร่ ะลกึ
8. วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาอุดรธานี เปน็ ต้นแบบศนู ย์
บม่ เพาะผปู้ ระกอบการอาชีวศึกษาแบบครบวงจร
ประเภทสหวชิ าชีพ 1 ใน 3 แห่งของภาคอีสาน
9. อาจารย์ผู้สอนเปน็ ที่ปรึกษาเชิงลกึ คลสั เตอร์อันดับ 1
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชพี เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
22
การวเิ คราะห์ SWOT Analysis
Strengths :S Weaknesses : w
- มปี ระสบการณด์ า้ นการผลิตสนิ ค้าของที่ - ขาดเงนิ ทนุ ในการหมนุ เวยี นธรุ กิจ
- ขาดความรดู้ า้ นการวางแผนการตลาดในเชงิ
ระลกึ ผ้าพนื้ เมืองกวา่ 7 ปี ลกึ และการตีตลาด หรอื การสรา้ งตลาด
- มเี คร่อื งมอื และอปุ กรณใ์ นการผลิตทค่ี รบ ต่างประเทศ (สปป.ลาว) ซึง่ มีโอกาสในการ
ครนั พร้อมสาหรบั การเร่ิมตน้ กิจการ ประสพความสาเรจ็ ได้ หากทไ่ี ด้รับการปรกึ ษา
และมที ปี่ รึกษาท่มี ีความรู้ความสามารถ
- มฐี านกล่มุ ลกู ค้ารองรับการจาหนา่ ย ท้ัง - ขาดทตี่ ้ังร้านทีช่ ัดเจน
ลูกค้าเด่ียวและองค์กร
- มีแรงงานในพ้นื ที่ (แรงงานดอ้ ยโอกาส)
และแรงงานนกั เรยี น นกั ศึกษาในสาขาวิชาซ่ึง
มฝี มี ือและผา่ นการฝกึ ฝนมาแล้วทกุ คน
“อตั ลกั ษณ”์
Opportunities : O Threats : T
- นโยบายรฐั บาล และคสช. สนับสนนุ ผลิตภณั ฑ์ - ระยะการผลติ และเวลาในการบริหาร
จัดการ เนอื่ งจากอยู่ในระหวา่ งศกึ ษา แต่
จากผา้ พนื้ เมือง และการอนรุ กั ษ์ศิลปวัฒนธรรม
ตลอดจนส่งเสรมิ การทอ่ งเที่ยวในประเทศ (สง่ ผล สามารถแกไ้ ขปัญหาได้ดว้ ยการใชแ้ รงงานด้อย
ตอ่ การเลือกซ้ือผลติ ภณั ฑ์ของฝากในแหล่ง โอกาสในพืน้ ที่ อาทิ กลุ่มเยาวชนในสถานพนิ ิจ
ทอ่ งเทยี่ วโดยตรง) และคมุ้ ครองเด็ก จงั หวัดอุดรธานี กล่มุ
- จงั หวัดอุดรธานเี ปน็ ทต่ี ้งั ( Hub) ของภาค นกั เรียน โรงเรยี นตารวจตระเวนชายแดน
(ตชด.) และกลุ่มผพู้ กิ ารในสมาคมคนพกิ าร
ตะวันออกเฉยี งเหนอื ตอนบน มคี วามพร้อมดา้ น
เศรษฐกจิ การศกึ ษาและการลงทนุ ตลอดจน จงั หวัดอดุ รธานี ซง่ึ มเี วลาและแรงงานพรอ้ ม
เสน้ ทางการคมนาคมขนสง่ ทพี่ รอ้ ม ในการผลิต ตลอดจนได้รบั การฝกึ อบรมจาก
- มีกล่มุ เครือขา่ ยในพืน้ ทที่ ั้งหนว่ ยงาน สถานศึกษา วิทยาลยั ฯ มาพอสมควร
และชุมชน มากกวา่ 100 แห่ง โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ - การขยายช่องทางการจาหนา่ ยแบบไร้
พรมแดน มขี ้อจากัดเนอื่ งจากเปน็ ธุรกิจที่
กลมุ่ คลสั เตอรผ์ า้ ทอพื้นเมอื งอุดรธานี และกลมุ่ คลัส
เตอร์ของฝากของทรี่ ะลึกเลยและหนองบัวลาภู เกีย่ วพันกับการศกึ ษา และหน่วยงานราชการ
ตลอดจนหน่วยงานที่สนบั สนนุ ด้านธรุ กิจ อาทิ บางอยา่ งตอ้ งอยใู่ นกฎเกณฑแ์ ละวิธกี ารตาม
พาณิชย์จงั หวัด หอการคา้ และพัฒนาชมุ ชนจงั หวดั
ระเบียบของราชการ ทาให้ขาดความเปน็
อสิ ระ
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง
23
แผนการตลาด และการวิเคราะห์คู่แข่งขัน
1. กลยุทธผ์ ลติ ภณั ฑ์ (Product Strategic)
1.1 วัตถุประสงค์ของกลยุทธผ์ ลิตภณั ฑ์
1) เพอ่ื นาเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มเี รือ่ งราวประทบั ใจใหก้ ับลูกค้า
2) เพือ่ คดั เลอื กคุณภาพของผลติ ภัณฑ์ใหต้ รงตามความต้องการของลกู คา้
จากการสารวจและวิเคราะหพ์ ฤติกรรมของกล่มุ เป้าหมาย ทางกล่มุ จึงไดก้ าหนดกลยทุ ธ์
ผลติ ภัณฑด์ ังตอ่ ไปน้ี
1.2 ส่วนประกอบตราย่ีห้อ (Brand Element)
1) ชอื่ ตราย่หี อ้ (Brand Name) : อัตลกั ษณ์ (At-Tha-Lak)
อธบิ าย
อัตลักษณ์ เป็นการสมานคาบาลี มาจากคาว่า อัตตะ แปลว่าตนเอง และลักษณะ ท่ี
หมายถึง ความเฉพาะ ดังน้ัน อัตลักษณ์ จึงหมายถึง ลักษณะเฉพาะตัวตน ซ่ึงตรงกับคาในภาษาอังกฤษว่า
Identity โดยธรุ กจิ อัตลักษณ์ ได้จดั ตง้ั ข้ึนเพ่อื ผลิตสนิ ค้าจากผ้าพื้นเมือง ทีม่ ีความโดดเด่น เปน็ เอกลกั ษณ์ และ
มีเฉพาะรายเดียวในประเทศ ที่สามารถสร้างความเป็นตัวตนให้กับ 77 จังหวัด 77 ตานานเล่าขานได้อย่าง
งดงาม นาเสนอเรื่องราวของท้องถิ่นผา่ นผลติ ภัณฑ์ของฝากของท่ีระลึก ที่มีคุณค่าตั้งแตเ่ ร่อื งราว กระบวนการ
ผลิต การจาหน่าย และแหล่งทีม่ าของผลิตภัณฑ์
2) สโลแกน (Slogan) : “ของฝากถูกใจ อตั ลกั ษณ์ไทย ในมอื คุณ”
3) บคุ ลิกของตรายห่ี อ้ (Brand Personality) : ถ่ายทอดเร่อื งเลา่ ขาน 77 ตานาน
สผู่ ลิตภัณฑ์ของฝากของที่ระลึก
4) สญั ลกั ษณ์ตราสนิ ค้า (Logo) :
ออกแบบเป็นอักษรไทย “อ” โดยออกแบบเป็นรูปสี่เหล่ียม
ขนมเปยี กปูน ซึ่งเป็นลวดลายของผ้าขิด ของดีเมอื งหนองบวั ลาภูและ
อุดรธานี แหล่งกาเนิดผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ และปลายอักษรม้วนงอ
เป็นลายกนก เพื่อสื่อถึงความเป็นไทย ทั้งน้ีได้เน้นรูปแบบที่มีความ
เป็นสากล รองรับการผลิตเพ่อื การสง่ ออกในต่างประเทศ ทส่ี ัญลกั ษณ์
ต้องมคี วามโดดเด่น จดจาง่าย และสะดดุ ตา
ดา้ นล่างมีขอ้ ความอกั ษรไทย “อัตลักษณ์” และอักษร
อังกฤษ (At-tha-lak) ซึ่งเป็นช่ือรา้ น
ท้งั นีส้ ญั ลกั ษณ์นีไ้ ดร้ ับการจดทะเบยี นการค้า และ
เครื่องหมายการคา้ ในนาม “อัตลกั ษณ์” เพ่ือนาไปใช้ประกอบการ
นาเสนอผลติ ภัณฑส์ ินค้าจริง
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
24
5) นามบตั ร (Name card)
ภาพตวั อย่างนามบัตร
ตวั อยา่ งแท็กติดสินคา้ (goods tag) ตัวอยา่ งตราประทับยางของร้าน (Rubber Stamp)
6) บรรจภุ ณั ฑ์ (Packaging)
การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบ่งออกเปน็ 3 สว่ นคอื บรรจุภณั ฑภ์ ายใน ฉลากสนิ ค้า
และบรรจุภัณฑ์ภายนอก ดังน้ี
1. บรรจุภณั ฑภ์ ายใน : ออกแบบโดยใช้ผ้าชนดิ เดียวกับผา้ ทใ่ี ชต้ ดั เยบ็ ผลิตภัณฑ์
โดยใหม้ คี วามกลมกลืนและอตั ลักษณเ์ ฉพาะของผลติ ภัณฑ์แตล่ ะชิ้น ซ่งึ ผลติ โดยใช้ฝีมอื แรงงานด้อยโอกาส
และทามอื หรอื Hand made ชิน้ ต่อชน้ิ ทาให้ลูกค้ามัน่ ใจไดว้ า่ จะได้สนิ ค้าทีม่ เี พยี ง 1 เดียวในโลก
ตัวอยา่ งบรรจภุ ณั ฑ์ภายใน
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
25
2. ฉลากสนิ ค้า : ออกแบบเป็นแผ่นคาดกลอ่ งสนิ คา้ เพือ่ นาเสนอเร่อื งราวของสินคา้
ประกอบด้วยข้อมูลสินคา้ การใชง้ าน การดแู ลรกั ษา ราคา สถานที่ผลิต และเรอ่ื งราว (Story) บอกเลา่
เร่ืองราวและตานานของแหล่งทีม่ าสินคา้
ตวั อย่างฉลากสนิ คา้
3. บรรจุภัณฑ์ภายนอก : คือถุงกระดาษท่ีออกแบบโดยใช้กระดาษคราฟท์
หรือกระดาษมือสอง ซ่ึงเป็นการรีไซค์เคิลกระดาษที่ใช้แล้วนามาทาถุงบรรจุภัณฑ์
นอกจากช่วยลดปัญหาขยะ และภาวะโลกร้อนแล้ว ยังเสริมให้สินค้ามีความงดงาม
อนุรกั ษ์ส่ิงแวดล้อม และมีความโดดเด่น ทนั สมยั สะดดุ ตา ตามความนิยมของลูกคา้ นัก
อนรุ ักษ์ในยคุ ทกี่ ารรณรงค์โลกร้อนเผยแพร่ไปท่ัวโลก
1.3 ประโยชน์ของสินคา้
1) ด้านการใชง้ าน (Function)
1. ใช้งานประโยชนต์ ามลักษณะของผลติ ภัณฑ์
2. ใช้เป็นของฝาก ของขวญั หรือของทร่ี ะลึก
2) ด้านความรู้สึก (Emotion)
1. บอกเลา่ เรอื่ งราวของสถานที่ บุคคล ความเชอ่ื ตานานของทอ้ งถ่ินตามแต่ละทอ้ งถน่ิ
เพ่ือเปรยี บเสมือนภาพถ่ายใบใหญ่ ทีบ่ อกเล่าเร่ืองราวของสิง่ ที่ผ้มู าเยือนพบเหน็ และนากลับไปได้
2. มีสว่ นอนุรักษ์ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น คือการทอผา้ พ้นื เมอื งท้องถนิ่ โดยวสั ดุทีใ่ ชน้ ้ันเปน็
วสั ดทุ ่ีผลติ ในแตล่ ะทอ้ งถิ่นทเี่ ปน็ เจ้าของเรอื่ งเลา่ โดยสง่ เสรมิ ให้ประชาชนในทอ้ งถนิ่ น้นั ๆ ผลติ ผ้าทอพื้นเมือง
เพ่อื อนุรกั ษภ์ ูมปิ ัญญาบรรพบุรุษ ตลอดจนเก็บรายละเอียดศิลปะเฉพาะถ่ินให้คงอยูค่ กู่ บั ลกู หลานในชมุ ชน
ควบคู่กับการพัฒนาเสรมิ สรา้ งความมัน่ คงทั้งดา้ นเศรษฐกิจ รายได้ และความเป็นอย่ขู องคนในชุมชนอย่าง
ยง่ั ยืน
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุง้ ทอง
26
3. ใช้แรงงานดอ้ ยโอกาสในการผลิต โดยผู้ซอ้ื จะมีสว่ นช่วยสนับสนุนและให้โอกาสกลมุ่
ผ้ดู อ้ ยโอกาสในสงั คม ซง่ึ เป็นฐานแรงงานในการผลิตสินค้า อตั ลักษณ์ ทง้ั นเ้ี นือ่ งจากประสบการณก์ ารทางาน
และฝกึ อบรม ให้เป็นวิทยากรใหก้ ับหนว่ ยงานที่ดูแลผ้ดู อ้ ยโอกาส ทาให้เกิดความคดิ ในการใชฐ้ านแรงงาน
ผู้ด้อยโอกาส ท้ังสามารถควบคมุ คุณภาพ ตลอดจนสร้างรายได้ ให้โอกาสไดม้ โี อกาสดๆี ในการมอี าชพี มีรายได้
หาเลย้ี งตนเองและครอบครัวมากขน้ึ
โดยกล่มุ ด้อยโอกาสท่ีไดม้ ีความร่วมมือในการผลิตสนิ ค้าส่งร้านอัตลักษณ์
ประกอบดว้ ย รร.ตชด.ในพ้นื ท่จี งั หวดั อุดรธานี 4 แห่ง สถานพนิ จิ และคุม้ ครองเด็กและเยาวชนอุดรธานี
เรือนจากลางจงั หวัดอดุ รธานี บ้านพักเด็กหญงิ อุดรธานี โรงพยาบาลธัญญารักษอ์ ุดรธานี และสมาคมคนพกิ าร
จังหวัดอุดรธานี ซ่งึ เปน็ กลุม่ ผดู้ ้อยโอกาสที่ไม่สามารถพง่ึ พาตนเองได้ ต้องไดร้ บั การชว่ ยเหลอื และโอกาสหยบิ
ยนื่ จากสงั คม เพอื่ เป็นตน้ ทุนชีวิตในการต่อยอดพัฒนาตนเอง
4. มีส่วนร่วมในการอนรุ กั ษธ์ รรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม เนือ่ งจากวัสดุทใ่ี ช้สว่ นหนึง่ มาจาก
เศษผา้ ทอพืน้ เมอื งที่เหลอื จากกระบวนการทอผา้ ปกติ โดยส่วนใหญช่ าวบา้ นนยิ มท้ิงหรือนาไปเผา ซึง่ กอ่ ใหเ้ กดิ
มลพษิ ตอ่ อากาศ และผิดหลักการทาลาย ตลอดจนนา่ เสียดายวัตถุดิบทีย่ ังมคี ณุ ภาพ และผ่านกระบวนการทอ
แต่ละเส้นใยอยา่ งยากลาบาก ทาใหเ้ กิดแนวคิดในการนาเศษผ้าเหลือจากกระบวนการทอ หรือ “ผา้ ก้นฮูก” มา
จัดทาเปน็ ผลิตภณั ฑท์ ่มี ีคณุ คา่ มเี ร่ืองเล่า และใช้แทนความรูส้ ึกของผใู้ หไ้ ด้
1.4 ความแตกต่างจากคู่แขง่ / ความพิเศษ (ส่วนผลติ ภัณฑ์)
1) ผลิตจากเศษวสั ดุเหลือใช้ คอื ผ้ากน้ ฮกู ซง่ึ เปน็ เศษผา้ พืน้ เมอื งท่เี หลือจากกระบวนการทอ
โดยปกติ ชาวบา้ นนยิ มทงิ้ หรอื เผาทาลาย ซึ่งทาลายระบบนเิ วศนแ์ ลว้ ยงั เปน็ เรอ่ื งน่าเสียดายท่ีผลผลิตจากภมู ิ
ปญั ญาถกู ทาลายอย่างไมเ่ กิดประโยชน์
2) ใช้แรงงานด้อยโอกาสในทอ้ งถิ่น เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ เพ่อื คุณคา่ ให้กับสนิ ค้า เพราะ
“เมื่อคณุ ซื้อ 1 ชิ้น เทา่ กับคณุ กาลังชว่ ยเหลือชีวติ คนทขี่ าดโอกาส 1 คน” โดยต้นทนุ แรงงานถูกจา่ ยใหก้ บั
ผดู้ ้อยโอกาสทง้ั หมดด้วยความยุตธิ รรม เปน็ ธรรม และสร้างโอกาสให้พวกเขาเหล่านน้ั ไดจ้ รงิ
3) บอกเล่าเรอื่ งราวเฉพาะทอ้ งถ่นิ จากปญั หาที่สินคา้ พ้ืนเมืองส่วนใหญ่บอกเลา่ เร่ืองราวทง้ั
ประเทศ หรอื ในภาพรวม ซ่งึ ยงั ไมม่ คี วามเป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะ ไม่มคี วามโดดเดน่ หรือสามารถเอาชนะคู่
แขง่ ขนั ได้ ดงั นัน้ จงึ ได้ออกแบบสินคา้ ใหม้ คี วามสวยงาม โดดเดน่ สะดุดตา และยากตอ่ การลอกเลียนแบบ
1.5 รูปลกั ษณ์ผลิตภณั ฑ์
ผลติ ภัณฑ์นี้ เปน็ ชุดผลติ ภัณฑข์ องทรี่ ะลึก (Gift set) โดยภายในกลอ่ งลกู ค้าสามารถเลอื ก
สนิ คา้ เพ่ือผลิตโดยเฉพาะแตล่ ะลอ้ ต โดยสินค้าประกอบไปดว้ ย
1. ชดุ ผลิตภณั ฑ์บนโต๊ะอาหาร คือชดุ
ผลติ ภัณฑท์ ใ่ี ชบ้ นโต๊ะอาหาร ประกอบด้วย
ผ้าปโู ตะ๊ ผา้ เช็ดปาก ผา้ รองจาน ผ้ารองแก้ว
ถงุ ใสช่ อ้ นส้อม และกลอ่ งทชิ ชู
เนน้ การออกแบบใหส้ อ่ื ถงึ อตั ลกั ษณ์
เฉพาะทอ้ งถิ่นทุกพ้ืนท่ีทั่วประเทศไทย อาทิ ใน
ภาพคอื ผลิตภัณฑบ์ นโตะ๊ อาหารอัตลกั ษณ์
UDON THANI ซึ่งสือ่ ถงึ ไหบา้ นเชียง ของดเี มือง
อดุ รธานี
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
27
2. ชุดผลติ ภณั ฑข์ องใชท้ ่วั ไป คอื ชดุ
ผลติ ภัณฑ์ท่ใี ช้งานท่วั ไปในชีวิตประจาวัน ที่
ต้องการออกแบบให้มเี อกลักษณ์ มคี วามโดดเด่น
ฑ์ และเรื่องเลา่ ในท้องถน่ิ ท้ังนี้ ลูกค้าสามารถเลอื ก
สินค้าภายในได้ อาทิ สมุดโน๊ต ถุงใส่โทรศัพท์
เนคไทน์ สไบ ผา้ พันคอ เป็นตน้
จากภาพคืออัตลักษณ์ของหนองคาย ที่
ส่ือถึงพญานาคราช สัตว์ในตานานคู่บ้านคู่เมือง
หนองคาย และเทพเจ้าแห่งลาน้าโขง ท่ีพี่น้อง
ชาวไทยและขาวลาวเคารพนบั ถือ
3. ชุดผลิตภั ณ ฑ์ บ ทโต๊ะทางาน คือ
ผลิตภัณฑ์ท่ีใช้ท่ัวไปบนโต๊ะทางาน ประกอบด้วย
ปฏิทินต้ังโต๊ะ กล่องใส่นามบัตร ผ้าปูโต๊ะ สมุดโน้ต
และแฟ้มใส่เอกสาร ทั้งนี้ไดอ้ อกแบบตามออร์เดอร์
ลูกค้า สามารถเลือกขนาด สีสัน และเรื่องเล่าของ
ผลติ ภณั ฑไ์ ดอ้ ย่างเหมาะสม
4. ชุดผลิตภัณฑ์เคร่ืองประกอบการแต่ง
กาย คือ ชุดผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประกอบการแต่งกาย
ทวั่ ไปของลูกค้า ท้งั บุรุษ สตรี และเด็ก อาทิ หมวก
ผ้าสไบ ผ้าพันคอ เนคไทน์ เสื้อ ผ้าคลุมไหล่
กระเป๋าแบบต่าง ๆ เป็นต้น ซ่ึงรับออกแบบและ
ผลติ ตามคาส่ังซื้อของลูกค้าทั้งรายช้ิน และรวมเป็น
ชดุ ดงั ภาพ
2. กลยทุ ธ์ราคา (Pricing Strategic)
จุดประสงค์ของการต้ังราคา (Price objective) คือ การตั้งราคาสูงกว่าท้องตลาดปกติ เพราะสินค้า
ของเรานั้น เป็นสินค้าท่ีขายความเป็นอัตลักษณ์ “ขายเร่ืองเล่า และกรรมวิธีการผลิต” อีกท้ังมีการพัฒนาต่อ
ยอดโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในสินค้าบางประเภท ด้วยเทคนิคการตกแต่งผ้าสะท้อนน้า การป้องกัน
แบคทีเรีย และป้องกันการตกสีของผ้า จึงได้ตั้งตามกลยุทธ์ Skimming Pricing ท่ีตั้งสูงกว่าท้องตลาด
แต่ลูกคา้ ยนิ ดที จี่ ะจา่ ยตามคุณคา่ ของสนิ คา้ ท่ีลูกค้ารบั รไู้ ด้อย่างสมเหตสุ มผล ไมค่ ิดว่าแพงเกนิ ไป
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
28
1. เปรียบเทียบราคาคู่แข่งในตลาด
ลาดับ ชื่อบรษิ ัท รายละเอยี ด
1 ร้านขวัญตา เปน็ ธุรกิจผ้าฝา้ ย ทีม่ ีการออกแบบทมี่ คี วามเป็นแฟชัน่ ทนั สมยั และ
จังหวัดหนองบวั ลาภู สวยงาม สามารถใสอ่ อกงานได้ทกุ งาน เนน้ การด้นดว้ ยมอื
เหมอื นกนั เน้นเส้ือผา้ แฟชน่ั ผู้หญิง และ ขายยกโหล ชุด Gift set
2 ร้านที่นาข่า ราคา 1,500 บาท
จงั หวดั อุดรธานี
เปน็ ศูนยร์ วมของผ้าไหม ผา้ ฝ้าย ของเหล่าแม่ค้าขายเสือ้ ผ้า
สว่ นมากเปน็ กระโปรง และ เสอ้ื ธรรมดา เรื่องแฟชนั่ กย็ งั ไมค่ ่อยโดด
เด่นเทา่ ไหร่ Gift set ราคา 750 บาท
คแู่ ข่งที่สาคญั และมีผลต่อกิจการ จานวน 4 ราย
ชื่อคู่แขง่ ขนั ทางตรง
1. กลมุ่ ธุรกจิ ของทร่ี ะลึกตลาดผ้าบ้านนาข่า
ซงึ่ มีผู้ประกอบการมากกวา่ 100 ราย มีการจาหน่ายของฝากของทีร่ ะลกึ ประเภทผ้าพน้ื เมอื ง
จานวนมาก ถือว่าเป็นกลุ่มคู่แข่งขนั ทางตรง
ขอ้ เสยี เปรยี บ คอื มีทาเลจาหนา่ ยซีง่ เป็นตลาดส่ิงทอพ้ืนเมืองท่ีใหญ่ท่ีสุดในจังหวดั อดุ รธานี และมี
ชอ่ื เสียงระดับโลก มรี ายการถา่ ยทาจากโทรทศั น์จากท่ัวโลก ทาให้มนี ักทอ่ งเทย่ี วเข้าชมหลายพนั คนในแต่ละวัน
มโี อกาสในการจาหนา่ ยสินค้ามากกวา่
ข้อได้เปรียบ คือ กลุ่มนี้มีความอ่อนแอในเชิงการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่ีโดดเด่น เน่ืองจาก
รูปแบบผลิตภัณฑ์ขาดความทันสมัย ไม่ดึงดูดนักท่องเท่ียว จึงเกิดแนวคิดในการ “เปล่ียนคู่แข่งขันเป็นคู่ค้า”
โดยรบั จ้างผลิต หรือการฝากขาย เพราะสินค้าของเรามีความโดดเด่น ดึงดูดมากกว่า ในขณะท่ีทาเลท่ีต้ังเขา
ได้เปรียบกว่า การเปลี่ยนเป็นคู่ค้าจึงได้ผลประโยชน์กับทั้ง 2 ฝ่าย (มีการแสดงความจานงเข้าร่วมเป็นคู่ค้า
ธรุ กิจแลว้ มากกว่า 3 ราย)
2. รา้ นอุดรโบ-พณิ ตราชู
เป็นผู้ประกอบการของทรี่ ะลกึ จงั หวดั อดุ รธานี ทใ่ี หญท่ ีส่ ดุ และมีคุณภาพสนิ คา้ ดที ี่สุดในจังหวดั
ข้อเสียเปรียบ คือ มีทุนในการเปิดกิจการสูงทาให้สามารถออกแบบตกแต่ง และนาสินค้ามา
จาหน่ายได้หลากหลายท้ังสินค้าราคาสูง และราคาปานกลาง ทาให้ลูกค้ามีแนวทางในการเลือกซื้อสินค้าท่ี
หลากหลายกวา่
ข้อได้เปรียบ คือ ร้านอุดรโบ-พิณ มีทาเลท่ีตั้งอยู่กลางเมืองอุดรธานี ในทิศทางที่ไม่ติดถนนใหญ่
และเป็นช่องทางวงเวียน ซง่ึ ทาให้นักท่องเที่ยวไม่สงั เกตเห็น จึงได้เปรียบในเร่ืองของที่ตั้งทาเล เน่ืองจากร้าน
อัตลักษณ์มีท่ีตั้งและทาเลติดถนนใหญ่ (ถนนโพศรี เทศบาลนครอุดรธานี) ซ่ึงมีสถานศึกษาและหน่วยงาน
ราชการสาคัญต้ังอยู่บนถนนมากมาย อาทิ สานักงานคลงั เขต 4 จังหวัดอุดรธานี สานักงานอัยการ สานกั งาน
กรมป่าไม้ สานักงานอุทยาน และสถานศึกษามากมาย อาทิ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี
โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โรงเรียนบ้านหมากแข้ง และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ทาให้มีการสัญจรและ
เขา้ ถึงกลุ่มลูกค้าไดม้ ากกวา่
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
29
ชื่อคู่แข่งขันทางอ้อม
1. กลุ่มผู้ผลิต OTOP จงั หวดั อุดรธานี และหนองบัวลาภู ซง่ึ มีการผลิตสินคา้ ทีใ่ กล้เคยี งกนั แต่มีความ
โดดเดน่ และคุณภาพสนิ ค้าต่างกนั ทาใหอ้ ัตลักษณ์มีความได้เปรยี บคู่แข่งขนั ทางอ้อมพอสมควร
2. กลุ่มผู้ค้าสินค้าของฝากของที่ระลึกในพ้ืนท่ีจังหวัดอุดรธานี หนองคาย และหนองบัวลาภู ตาม
สถานที่ท่องเท่ียวต่าง ๆ ซ่ึงมีการลดราคาสินค้าเนื่องจากเป็นสินค้าที่จ้างผลิตราคาถูก มีคุณภาพต่า แต่เน้น
ปริมาณการจาหน่ายและความหลากหลายของสินค้า อาทิ พิพิธภัณฑบ์ ้านเชียง อทุ ยานประวตั ิศาสตร์บ้านผือ
วดั ถา้ กลองเพล และตลาดทา่ เสด็จจังหวัดหนองคาย
2. การเปรียบเทียบกับค่แู ขง่ ขัน
คณุ สมบัติของสนิ ค้า เปรียบเทียบกบั คแู่ ขง่ ขนั หมายเหตุ
ดกี วา่ ใกลเ้ คยี ง ดอ้ ยกวา่
1. ราคา
2. ทาเลที่ตัง้ กับกลมุ่ ลกู ค้า
3. ลกั ษณะสินค้า (รปู ร่างบรรจภุ ณั ฑ์)
4. คุณภาพสนิ คา้
5. ช่อื เสียงของสินค้า
6. ยอดขายสินค้า
3. ตลาดของสินคา้
ตลาดทอ้ งถนิ่ / ในจงั หวดั ตลาดต่างจงั หวัด
ตลาดต่างประเทศ (สปป.ลาว และเวยี ดนาม) อืน่ ๆ (ตลาดออนไลน์ Online Marketing)
4. ต้นทนุ (cost)
เมื่อพิจารณาส่วนประกอบในเร่ืองต้นทุน พบว่า อัตลักษณ์มีความได้เปรียบกว่าทุกร้าน
เน่ืองจากใช้เศษวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการทอผ้าพ้ืนเมืองและกระบวนการเรียนรู้ในชั้นเรียน (สาขาวิชา
เทคโนโลยอี อกแบบแฟช่ันและส่ิงทอ) ซึง่ มีเศษผ้าเหลอื จากกระบวนการเรยี นจานวนมาก สามารถคัดเลอื กและ
จดั ทาช้ินงานได้อยา่ งเหมาะสม ช่วยลดต้นทุนได้พอดี นอกจากนี้ยังผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์เพ่ือประกอบชุดเป็น
Gift Set เอง สามารถลดต้นทุน ไมต่ ้องจ้างรายย่อยดาเนินการตอ่ ให้
5. ผบู้ ริโภค (consumer)
เน่ืองจากอัตลักษณ์ มีต้นทุนการผลิตต่ากว่ารายอ่ืน แต่มีการเพ่ิมเรื่องเล่า ดีไชน์ และความ
เป็นมาของผลิตภัณฑ์ให้กับผู้ซื้อได้เกิดความรู้สึกร่วม ท้ังความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาโบราณ ความตื่นเต้น
ความสุขจากการท่องเท่ียว ตลอดจนความรู้สึกสงสารกลุ่มผู้ด้อยโอกาสซึ่งเป็นฐานแรงงานผลติ จึงมรี าคาที่สูง
กวา่ ทอ้ งตลาดทั่วไปแต่เหมาะสมกบั ตัวผลติ ภัณฑ์ ลกู คา้ มีความเตม็ ใจท่จี ะจา่ ย
6. ระยะเวลาการชาระเงิน
เนื่องด้วยอัตลกั ษณ์ จัดจาหน่ายสนิ ค้าให้แก่ลูกคา้ ท่ีเป็นกลมุ่ ลูกค้าทุกกลุ่ม เป็นการติดต่อซ้ือ
ขายกันระหว่างธุรกิจกับลูกค้าโดยตรง กระบวนการชาระเงินเป็นระบบเงินสดและเงินเชื่อ เพราะให้โอกาส
สาหรบั ลูกคา้ บางราย ที่ตอ้ งการนาไปขายต่อ ซ้ือทล่ี ะจานวนมากๆ
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง
30
7. ชอ่ งทางการชาระเงนิ
แบ่งช่องทางการชาระเงินออกเป็น 2 ช่องทางใหล้ ูกค้าสามารถชาระเงินได้ ดงั น้ี คือ
7.1 โอนเงนิ ผา่ นทางธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 512-2-41375-8
ช่ือบัญชี นายป่นิ มนัส โคตรชา
บัญชเี งนิ ฝากประเภทสะสมทรพั ย์
ธนาคารกสกิ รไทย สาขาเซน็ ทรลั พลาซ่า อดุ รธานี
7.2 ชาระเงินผา่ นทาง ebey เพ่ือรองรบั การจาหนา่ ยออนไลน์
และการส่งั ซอ้ื สนิ ค้าจากต่างประเทศทาง
ระบบออนไลน์ ทาให้ง่ายตอ่ การใชจ้ ่ายและชาระ
ค่าสินค้าและบริการ
7.3 ทางธนาณตั ิ ส่ังจา่ ย นายปน่ิ มนสั โคตรชา
ทอี่ ยู่ 319/224 หมู่ที่ 7 บ้านมติ รภาพเก่านอ้ ย
ตาบลหนองบวั อาเภอเมือง จังหวดั อดุ รธานี
รหสั ไปรษณีย์ 41000
7.4 ชาระดว้ ยเงนิ สด
3. กลยทุ ธ์ด้านชอ่ งทางการจัดจาหน่าย (Place / Distribution Strategic)
1. จาหน่ายผ่านหน้าร้านอัตลักษณ์ (ภายในตลาด R Market) บริเวณหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษา
อุดรธานี ตดิ กับถนนศรสี ขุ ซ่ึงเปน็ ยุทธศาสตรส์ าคญั ของจังหวัดอุดรธานี ซ่ึงพ่อค้าแมค่ า้ ในจงั หวดั ขนานนามว่า
“ท้องมงั กร” เน่ืองจากเป็นถนนเส้นตรง ขนาด 6 เลน มีสถานศกึ ษาและหน่วยงานราชการสาคญั ๆ ต้งั อยู่บน
ถนนกว่า 20 แห่ง อาทิ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี วิทยาลัยสารพัดช่าง
อุดรธานี โรงเรียนบ้านหมากแข้ง โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี โรงเรียนสตรีราชินูทิศ โรงเรียนเทศบาล 5 สิงห
เสนีย์ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล สานักงานอัยการจังหวัด สานักงานอนุรักษ์พื้นที่ที่ 10 สานักงานคลังจังหวัด
อุดรธานี เรือนจากลางจังหวดั อดุ รธานี และสถานตี ารวจภูธรอดุ รธานี เป็นต้น
ทั้งนี้ ในส่วนของหน้าร้านมีขนาด 4 x 6 เมตร ได้เปิดให้บริการลูกค้าโดยเปิดจาหน่ายสินค้าและ
ส่งั ซือ้ ออร์เดอร์สินค้า ทุกวันจันทร์-ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขตั ฤกษ์) เวลา 07.30 – 20.00 น. และจาหน่ายใน
วันเสาร์-อาทิตย์ และวนั หยดุ นกั ขตั ฤกษ์ เวลา 07.00 – 21.00 น.
2. จาหน่ายสินค้าในรูปแบบตลาดออนไลน์ ผ่านทางส่ือโซเซียล facebook ทางช่องทาง
https://www.facebook.com/atthalak/ ซึ่งมีการเข้าถึงกลุ่มลกู ค้า รวมถงึ วางแผนในการตลาดออนไลนโ์ ดย
ซอื้ โฆษณากบั ทางเฟสบ๊คุ เพ่อื โปรโมทเพจ และเขา้ ถึงกลุม่ เป้าหมายอยา่ งรวดเร็ว
3. เจาะตลาด คือการมุ่งเข้าหาผู้จาหน่ายสินค้าพื้นเมืองในท้องถิ่น เช่น ร้านแม่ปาผ้าฝ้าย ซ่ึงเป็น
แหล่งจาหน่ายสินค้าพ้ืนเมืองใหญ่ท่ีสุดในจังหวดั ได้มอี อร์เดอร์ใหจ้ ัดทาชุดแตง่ กายพ้ืนเมืองอัตลักษณ์โรงเรียน
ท้องถ่ิน กว่า 30 โรงเรียน ซ่ึงได้รับออร์เดอร์ท้ังส่วนครูและนักเรียน เป็นต้น ดังน้ันการเจาะตลาดจึงช่วยให้
ขยายเครอื ข่ายธรุ กิจได้อย่างรวดเรว็
4. จดั จาหน่ายด้วยการเข้ารว่ มงานแสดงสนิ ค้าของจงั หวัดอุดรธานีและงานแสดงสนิ ค้าของสานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา (สอศ.) โดยได้รับความอนุเคราะห์จากจังหวัดอุดรธานี สานกั งานพัฒนาชุมชน
จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากเป็นท่ีปรึกษาและแหล่งเรียนรู้ให้กับทางจังหวัดมาอย่างต่อเน่ือง อีกทั้งเป็นธุรกิจท่ี
ประสพความสาเร็จและเป็นหนา้ เป็นตาของจงั หวดั ทางจังหวดั จึงใหก้ ารสนบั สนนุ ธรุ กจิ อย่างตอ่ เนื่อง
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
31
นอกจากน้ี ในส่วนของสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้มีการจัดกระตุ้นและส่งเสริม
การตลาดใหก้ ับกล่มุ ผปู้ ระกอบการภายใต้ศูนยบ์ ่มเพาะผู้ประกอบการอาชวี ศึกษา โดยไดม้ อบหมายให้วิทยาลัย
อาชีวศึกษาอุดรธานี เป็นศูนย์ประสานงานศูนย์บ่มเพาะฯ ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเป็นแหล่ง
ตน้ แบบ (บรู ณาการสหวชิ าชีพ) 1 ใน 3 วทิ ยาลัยฯ ในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ และประสบความสาเร็จในการ
บริหารงานศูนย์บ่มเพาะได้รับรางวัลศูนย์บ่มเพาะดีเด่น 3 ปีต่อเน่ือง (ปี พ.ศ. 2556, 2557 และ 2557) จึง
ได้รับการพิจารณาจากสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้นาสินค้าไปจาหน่ายในตลาดนัดอาชีวะ
บริเวณริมคลองผดุงกรงุ เกษม ข้างธรรมเนียมรัฐบาล และกระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงเทศกาลสาคัญ อาทิ วัน
แม่แหง่ ชาติ วนั สงกรานต์ วนั ปใี หม่ เป็นตน้
5. ฝากจาหน่ายในร้านคา้ เครือขา่ ย โดยได้มคี วามรว่ มมอื กบั ร้านคา้ ในท้องถิ่น เชน่
5.1 ร้านแมป่ าผ้าฝ้าย ตลาดผ้าบ้านนาขา่
จุดเด่น คือ มียทุ ธศาสตร์ต้งั อยู่ในตลาดผ้าบ้านนาข่า แหล่งจาหน่ายสินค้าพ้ืนเมืองที่
มีชื่อเสียงระดับโลก และใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีนักท่องเที่ยวหลายล้านคนต่อปี
เป็นแหล่งศกึ ษาดูงาน เรียนรู้ และจดั สมั มนาระดบั ชาติ จงึ มโี อกาสในการจาหนา่ ยประมาณรอ้ ยละ 90
5.2 ร้านคา้ duty free บรเิ วณทา่ อากาศยานนานาชาตอิ ุดรธานี
จุดเด่น คือ ต้ังอยู่ภายในท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี อาคารผู้โดยสาร 1
(ผู้โดยสารขาออก) ซ่ึงมีเที่ยวบินมากกว่า 30 เท่ียวบินต่อวัน ถือว่ามากท่ีสุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เช่อื มโยงกวา่ 5 จงั หวดั ไดแ้ ก่ กรุงเทพมหานคร (สนามบินดอนเมอื งและสุวรรณภูมิ) ชลบรุ ี (สนามบนิ อ่ตู ะเภา)
เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ มีผู้โดยสารใช้บริการมากกว่า 3 ล้านคนต่อปี จึงมีโอกาสในการจาหน่าย
ประมาณรอ้ ยละ 80
5.3 ร้านจาหน่ายสินคา้ OTOP ในตลาดโพศรีวิลเลจมาร์เกต
จุดเด่น คือ มียุทธศาสตร์ต้ังอยู่ในตลาดจาหน่ายอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อ คือ VT
แหนมเนือง ของดเี มอื งอุดรธานี สาขาแรก และเป็นตน้ ฉบบั ความอรอ่ ยทั่วประเทศ ทาให้มีนักท่องเที่ยวทงั้ FIT
และหมู่คณะ เข้าใช้บริการรับประทานอาหารในวีทีไม่น้อยกว่าวันละ 1,000 คน ซ่ึงส่วนใหญ่เลือกซ้ือสินค้า
พนื้ เมืองในตลาดโพศรเี พอ่ื ตดิ ไมต้ ิดมือกลับบ้านดว้ ย จึงมโี อกาสในการจาหนา่ ยประมาณรอ้ ยละ 80
5.4 รา้ นค้าสินค้าของทร่ี ะลกึ เมอื งอุดรธานี บรเิ วณหนา้ ศาลากลางจังหวัดอดุ รธานี
จุดเด่น คือ ภายในติดต่อกับศูนย์บริการนักท่องเท่ียวจังหวัดอุดรธานี โดยมีการให้
คาแนะนาปรึกษานักท่องเทยี่ ว และเป็นจุดจาหน่ายบัตรขึ้นรถรางรอบเมืองอุดร มีนกั ท่องเท่ียวประมาณ 300-
500 คนต่อวัน นอกจากน้ียังมีกลุ่มข้าราชการที่ต้องเดินทางและต้องการของท่ีระลึกที่แสดงถึงความเป็น
อดุ รธานอี กี มากมายในแตล่ ะวนั จงึ มีโอกาสในการจาหนา่ ยประมาณรอ้ ยละ 70
5.5 รา้ นพัฒนาชุมชนภายในศูนยก์ ารค้า UD Town
จุดเด่น คือ มียุทธศาสตร์ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวท่ีมีชื่อเสียง คือ UD Town
ศูนย์การค้าของคนรุน่ ใหม่ ท่ีเปิดให้บริการตลาด 24 ช่วั โมง ใจกลางเมอื งอดุ รธานี มีนักทอ่ งเที่ยวหลายพันคน
ในหน่ึงวัน และมีแหล่งสาคัญๆ ใกล้เคียง เช่น ศาลเจ้าปู่ย่า เซ็นทรัลพลาซ่าอุดรธานี โรงพยาบาลกรุงเทพ
โรงเรียนเทศบาล 7 เปน็ ตน้ จงึ มีโอกาสในการจาหนา่ ยประมาณรอ้ ยละ 60
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บุง้ ทอง
32
4. กลยุทธก์ ารส่งเสรมิ การตลาด (Promotion Strategic)
งานแถลงข่าว Personal Selling ใบปลิว
เคเบ้ลิ ทีวี
Sale Promotion IMC
ปา้ ยผ้าประชาสมั พนั ธ์
Social Media หนงั สือพมิ พห์ อการค้า
FB: อัตลกั ษณ์
Internet จดหมายประชาสมั พนั ธ์
www.udvc.ac.th งานแสดงสนิ คา้ ของหน่วยงานราชการ
Event Market ออกบทู ตามงานแสดงสินคา้
POS ศูนยบ์ ริการลูกค้า (Customer Service)
Point of sale 042-246690 ต่อ 401 (ฝ่ายผลิต)
ตอ่ 504 (ฝ่ายการตลาด)
1. การส่งเสริมการขาย
มีและดาเนินการต่อเนอื่ ง โดยวิธี
1. ประชาสมั พันธ์ธรุ กิจแบบปากต่อปาก (Word of mouth) โดยการนาเสนอผลงานผ่านการ
แพร่กระจายของสนิ ค้า ผ่านตวั แทนผู้จาหน่าย ซ่งึ เป็นกลมุ่ OTOP เครือข่ายที่เข้มแข็งกวา่ 40 กล่มุ ท่ีเดินทาง
ไปจาหนา่ ยผลิตภัณฑ์ทว่ั ประเทศ และในตา่ งประเทศ (ประเทศลาว ญี่ป่นุ มาเลเซยี และอินโดนีเซยี ) ทาให้มี
โอกาสกระจายภาพลักษณ์ของสินคา้ ในวงกว้าง
2. การส่งเสริมธรุ กิจ “ธรุ กิจเพื่อสงั คม” (Social Enterprise) เนน้ การสร้างภาพลักษณ์ของธุรกิจ
ในเชิงบวก อาทิ การนาเสนอผลผลิตซง่ึ ใช้แรงงานผู้ด้อยโอกาส คอื กลุ่มเยาวชนในสถานพินจิ และคุ้มครองเดก็
และเยาวชนจังหวดั อดุ รธานี กลมุ่ เด็กนกั เรียนโรงเรียนตารวจตระเวนชายแดน และกลุม่ ผู้พกิ ารในจังหวัด
อดุ รธานี ซ่ึงเปน็ การมุง่ ส่งเสรมิ การตลาดเชิงจติ วิทยาและการสร้างคณุ ค่าใหก้ บั ผลิตภัณฑ์ผ่านการพัฒนา
คุณภาพสงั คม
3. การสง่ เสรมิ การตลาดท่วั ไป อาทิ มกี ารสาธิตคุณสมบัตขิ องสนิ คา้ มกี ารขายแบบแยกชิ้น
(ใชเ้ อง) และการขายแบบเป็น Gift Set (เพอื่ นาไปเปน็ ของฝากหรอื ของท่รี ะลกึ ) Point of Sale การทาส่อื
สง่ เสรมิ การขาย ณ จุดขาย เชน่ ในงานนทิ รรศการและงานออกรา้ น การประชาสัมพนั ธ์และการโฆษณา
ใบปลิวประชาสมั พนั ธ์ ลงข้อความและภาพประชาสมั พันธ์ในสอ่ื หนังสือพิมพ์ของหอการค้าจงั หวัดอุดรธานี
ศูนยบ์ ริการลกู ค้า ( Customer Service ) 042-246690 ต่อ 401 หรือ 504 การโฆษณาประชาสมั พนั ธผ์ า่ น
ส่อื เคเบ้ลิ ในจังหวดั การประชาสมั พันธ์ผา่ นทาง www.udvc.ac.th การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในจังหวัด
อดุ รธานีและงานแสดงสินค้าของสานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ( สอศ.) ป้ายผ้าประชาสัมพันธ์
จดหมายประชาสมั พันธ์ เข้าประชาสมั พนั ธใ์ นหนว่ ยงานต่างๆ เช่น อบจ. ศาลากลางจังหวดั เทศบาล ฯลฯ
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บุง้ ทอง
33
2. การจัดกิจกรรมทางการตลาด
1. การออกบูทประชาสัมพันธ์สินค้า
โดยไดเ้ ขา้ รว่ มกิจกรรมกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สถานศึกษาสังกัดอาชีวศึกษาจังหวัด ในการจัด
ออกบูทจาหนา่ ยสนิ คา้ ผลผลิตของศูนย์บ่มเพาะทง้ั ในระดบั ภาค และระดบั ชาติอยา่ งตอ่ เน่อื งทกุ ปี
2. การเขา้ ร่วมกจิ กรรมสร้างสาธารณะประโยชน์และประชาสัมพนั ธจ์ งั หวัด
เข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะประโยชน์เพ่ือร่วมประชาสัมพันธ์ธุรกิจและสร้างเครือข่าย เช่น การ
นาเสนอผลิตภัณฑ์และจัดวางประดับผ้าพ้ืนเมือง ในการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2016 รอบเก็บตัวที่
จงั หวดั อดุ รธานี
ท้ังน้ี ได้นาสินคา้ ไปเป็นตัวอยา่ งมอบให้กับตัวแทนจากมิสแกรนด์ไทยแลนด์ และไดน้ าเสนออัตลักษณ์
ของจงั หวดั อดุ รธานี เพือ่ ใหเ้ ปน็ ที่รจู้ ักในเวทรี ะดบั ประเทศอีกด้วย
4. การสรา้ งบทบาทและการมีส่วนร่วมของชมุ ชน โดยการจัดฝึกอบรมหลักสูตรอาชพี จากผลิตภัณฑ์
ทม่ี จี าหน่ายเพอ่ื ขยายฐานกาลังการผลิตรองรับรายการสัง่ ซือ้ ทเ่ี พม่ิ ข้ึน
5. การศกึ ษาดงู านเพ่อื พัฒนาองค์กร
ได้จัดให้มีการศึกษาดูงานในเชิงธุรกิจ เพื่อให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึง
ความสาคัญของการดาเนินธุรกิจ ซ่ึงเป็นฐานสาคัญในการวางแผนการตลาดอย่างม่ันคง เช่น การเรียนรู้ต้น
กาเนิด และกรรมวิธีการพัฒนาวัตถุดบิ (ผ้าพ้นื เมือง) ต้ังแตก่ ระบวนการปลูกหมอ่ นเลย้ี งไหม การสาวไหม และ
การทอผ้า โดยนาลกู ค้าและคูค่ ้าบางสว่ นเขา้ รว่ มศึกษาดูงานเพือ่ สร้างความสัมพันธใ์ นเชงิ ธรุ กิจรว่ มกนั
เดอื น สรุปคา่ ใช้จ่ายทางการตลาดปี 2557 หมายเหตุ
มกราคม ราคา/บาท
มนี าคม
เมษายน 3,000
กรกฎาคม 1,000
สงิ หาคม 3,500
ตลุ าคม 1,500
พฤศจกิ ายน 1,500
ธันวาคม 800
รวม 1,000
1,500
14,300
3. การวิจยั ทางการตลาด
1. การหาข้อมูล
การวจิ ยั นีเ้ ป็นงานวิจัยแบบสัมภาษณ์ เพื่อศกึ ษาความพึงพอใจตอ่ ผลิตภัณฑอ์ ตั ลักษณ์ ดงั นั้น
จึงหาข้อมลู โดยตรงจากข้นั ปฐมภูมจิ ากกลมุ่ เปา้ หมายโดยตรง
เคร่อื งมือท่ีนามาใช้ในการเก็บข้อมูล คือ แบบสอบสัมภาษณ์ เพ่ือสอบถามความพึงพอใจต่อ
ผลิตภัณฑ์ของอัตลักษณ์ และความเหมาะสมของราคาสินค้า รวมทั้งการใช้ส่ือของผู้บริโภคในชีวิตประจาวัน
เพอื่ นาข้อมูลมาศกึ ษาและเลือกช่องทางการประชาสัมพนั ธ์ผลติ ภัณฑ์
แบบสัมภาษณ์แบ่งออกเปน็ 2 สว่ น ดังนี้
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
34
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทว่ั ไปและพฤติกรรมการใชส้ อื่ ในชีวิตประจาวนั ของผตู้ อบแบบสอบถาม
(เพศ, อาย,ุ การศกึ ษา, อาชีพ, รายได้, สือ่ ทีใ่ ชใ้ นชวี ิตประจาวนั )
ส่วนที่ 2 ความพึงพอใจตอ่ ผลติ ภณั ฑอ์ ตั ลักษณ์
2. ข้อจากัดในการทาการวจิ ยั
» การเก็บข้อมลู ยงั ไม่ครอบคลุมเทา่ ท่ีควร เพราะข้อมลู สว่ นใหญจ่ ะมาจากผ้ทู ม่ี ารว่ มกจิ กรรม
อาจทาให้ผลการวิจยั มีการคาดเคลื่อน อาจจะได้แคผ่ ลคาดคะเนในเบ้ืองต้น
» การออกแบบเคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ในงานวิจัยเปน็ แบบสอบสมั ภาษณแ์ บบง่าย เพ่ือให้ผบู้ รโิ ภค
ตามคาถามแบบสบายๆ ไม่ยุ่งยากและรบกวนเวลาของผ้บู รโิ ภคนานเกินไป จะได้ไม่เปน็ ผลเสยี ต่อภาพลักษณ์
ของสินค้าในระยะแรก อาจทาใหข้ อ้ มูลที่ตอ้ งการไม่ครอบคลุม
3. ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู แบบสมั ภาษณอ์ ัตลกั ษณ์
» ขอ้ มลู ทั่วไป
เพศ » ชาย และ หญิง
อายุ » 30 ปี ขึ้นไป
รายได้ » 5,000 บาทขนึ้ ไป
อาชพี » ขา้ ราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ, เจา้ ของธุรกจิ ส่วนตัว, แม่บา้ น
ส่อื ทใ่ี ช้ในชวี ติ ประจาวัน » ส่ือโทรทัศน์ ชอ่ ง 3, 5, 7, Mcot, NBT , เคเบ้ิลทีวี,
เคเบิ้ลทีวีทอ้ งถิน่
ส่อื วิทยุ » ไม่ค่อยรับฟัง
สือ่ สิ่งพมิ พ์ » หนงั สือพิมพ,์ หนังสือพมิ พ์ท้องถน่ิ , นิตยสาร, นิตยสารท้องถน่ิ
สื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ » Facebook, Line, Google
» ความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์อตั ลักษณ์
» ดา้ นความพงึ พอใจในรูปแบบผลิตภณั ฑ์อัตลักษณ์ เปน็ การอนรุ ักษผ์ า้ ฝา้ ยของจังหวัด
อุดรธานีและวฒั นธรรมของไทยเหมาะสาหรับเป็นของฝาก ค่อนข้างพอใจในตัวสนิ คา้ ควรพฒั นาอุสาหกรรม
การตัดเยบ็ ต้องได้มาตรฐานและจดทะเบียนสินค้า ควรมตี ราสนิ คา้ ใหช้ ัดเจน บรรจุภัณฑ์มีความสวยงามมาก
» ด้านราคา ราคาสินค้ามคี วามเหมาะสมกับสนิ ค้า แตค่ วรเพม่ิ ความหลากหลายของราคา
สินค้าให้ทว่ั ถงึ กลุ่มผบู้ รโิ ภคทม่ี คี วามสนใจในผลติ ภัณฑอ์ ัตลกั ษณ์
» ขอ้ เสนอแนะ ควรจะนาตราสินคา้ ไปจดทะเบียนเพอื่ เพิม่ มูลคา่ ใหก้ ับสนิ ค้า แต่ควรลด
ต้นทนุ การผลติ ลงอีกเพราะตน้ ทนุ ในการผลติ สูงเกินไปฝมี อื การเยบ็ ยงั ไม่ละเอียดพอต้องเยบ็ ให้เล็กลงกว่าน้ี
ควรเพม่ิ ลวดลายทีเป็นเอกลกั ษณข์ องจงั หวดั
4. การตลาดตามเป้าหมาย (Target Marketing-STP concept) ของอัตลักษณ์
1. แบง่ ส่วนตลาด (Marketing Segmentation)
ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ คือ เน้นคนเมืองปัจจัยทางประชากรศาสตร์ คือ เน้นคนรุ่นใหม่/กลุ่มวัย
ทางาน ท่ีมอี ายุ 25 – 90 ปี ซ่ึงเป็นวัยทางานถึงวัยสูงอายุ ซึง่ จากจุดน้ีจะเห็นไดว้ ่าสินค้าพ้ืนเมืองเปน็ ทนี ิยมใน
กลุ่มผู้สูงอายุและมีรายได้สามารถซื้อหาสินค้ากลุ่มน้ีได้ง่าย รวมถึงปัจจัยทางจิตวิทยา คือ เน้นรูปแบบการ
ดาเนนิ ชวี ิต (Life Style) ของผทู้ ่ีมคี วามชื่นชอบในผลิตภัณฑ์อิงธรรมชาติ ผลิตภัณฑจ์ ากภูมิปญั ญาไทยท่ีไดร้ ับ
การพฒั นาให้มีความเปน็ สากล หรอื ตอ้ งการเปน็ ผู้นามากกว่าผตู้ าม
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง
35
2. กาหนด ตลาดเปา้ หมาย (Marketing Targeting)
กลุ่มเป้าหมายจากเดิมเน้นกลุ่มผู้ใช้จากเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) คือ ผู้ที่ชื่นชอบผ้าไทย
เป็นกลุ่มลกู ค้า Mass มากขึ้น โดยพยายามจบั กลุม่ ลูกค้าที่มอี ายตุ ้ังแต่ 25 ปีขึ้นไป คือ นอกจากจะเป็นของใช้
ในชีวติ ประจาวันแลว้ การแตง่ กายดว้ ยผา้ ไทยตามที่รัฐบาล หรอื การรณรงค์ของจังหวัด หน่วยงานท่ีทางานอยู่
ก็เป็นส่วนหนง่ึ ในกล่มุ เปา้ หมายที่ต้องซอ้ื สวมใส่ (กรณเี ป็นเสอื้ ผ้าฝา้ ย)
กลุ่มลูกค้าในท่ี แบ่ง ออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มนักท่องเท่ียวและผู้ค้าในท้องถิ่น ตามลักษณะ
ของธุรกิจ ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อจาหน่าย (Make for sale) และการรับจ้างผลิต (Original Equipment
Manufacturer : OME) ซง่ึ มคี วามแตกตา่ งและความโดดเด่นของแตล่ ะกลุ่มดงั น้ี
1. กล่มุ แรกคือนักทอ่ งเท่ียว (Tourist) คอื เน้นการผลิตแบบจาหน่ายหน้างาน หรือหน้าร้าน
ซึ่งเป็นการผลิตเพื่อจาหน่าย (Make for sale) ผลิตสินค้ามาวางขายในท้องถ่ินคือจังหวัดหนองบัวลาภู และ
จงั หวัดอุดรธานี เป็นหลัก โดยวางขายในตลาดท่องเที่ยวต่าง ๆ อาทิ ตลาดผ้าบ้านนาข่า แหล่งมรดกโลกบ้าน
เชียง พิพิธภัณธ์หลวงปู่ขาว ถ้าเอราวัณ เป็นต้น ซึ่งยังขาดผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์และเป็นที่ต้องการของ
นักท่องเท่ียวเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีโอกาสทางธุรกิจคือมีกลุ่มผู้ประกอบการ OTOP ในพื้นท่ีจังหวัด
อุดรธานีและหนองบัวลาภู ซ่ึงเป็นเครือข่ายของวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี กว่า 80 กลุ่ม ซึ่งพร้อมให้การ
สนับสนุน และเปน็ ผู้รว่ มธรุ กิจในการ “ฝากขาย” สนิ คา้ ในงานแสดงสินคา้ โอทอปตามจังหวัดหรือตา่ งประเทศ
อาทิ กลุม่ วสิ าหกจิ อูบมงุ กลุ่มผา้ เยบ็ มอื ขวัญตา หรอื กลุ่มผ้าทอพืน้ เมอื งบา้ นกุดแห่ เปน็ ต้น
2. ส่วนกลุ่มที่ 2 คอื กลุ่มผู้ค้าในท้องถนิ่ คือการมุ่งเน้นการผลิตให้กบั พ่อค้าแม่ค้าในสถานที่
ท่องเท่ียว หรือผู้จาหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ในแต่ละจังหวัด รูปแบบการรับจ้างผลิต หรือ OME (Original
Equipment Manufacturer) และออกแบบสินค้าให้ลูกค้าเป็นราย ๆ โดยใช้อัตลักษณ์ในท้องถ่ินลูกค้า เช่น
ลูกค้าจากภาคใต้ ออกแบบอัตลักษณ์เป็นเรือกอและ หรือเทริดมโนราห์ หรือลูกค้าจากเหลือออกแบบร่มบ่
สรา้ ง พระธาตุ หรอื เจดยี ์ทรงต่าง ๆ ทสี่ ่ือถงึ ทอ้ งถิ่น หรือพ่อคา้ จากสุรินทรอ์ อกแบบเป็นรปู ช้างไทย เป็นต้น
3. วางตาแหนง่ ผลิตภณั ฑ์ (Marketing Positioning)
ผลิตภัณฑ์ของฝากท่ีสร้างจากเรือ่ งเล่าทั้ง 77 ทั่วประเทศไทย 77 เรอ่ื งเลา่ ขาน
แผนการผลติ / การใหบ้ ริการ
1. กระบวนการผลติ
หัวใจของธุรกิจนี้คือ "การวิเคราะห์อัตลักษณ์" เน่ืองจากผู้จัดทาเองเป็นคนท่ีสนใจและมี
ความเชี่ยวชาญด้านประวัติความเป็นมา อัตลักษณ์ และการวเิ คราะห์วัฒนธรรมท้องถ่ิน ทาให้สามารถตีโจทย์
อัตลักษณข์ องแตล่ ะท้องถิ่นไดอ้ ยา่ งเฉียบขาด และมปี ระสบการณ์ในการเป็นวทิ ยากรฝึกอาชพี และแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กับกลุ่ม OTOP ทัง้ ในจงั หวัดอุดรธานีและหนองบัวลาภู ทาให้ทราบถึงโอกาสและจุดดอ้ ยของผลิตภัณฑ์
ของฝากของท่ีระลึกท่ียังขาด "อัตลักษณ์เฉพาะ" น่ันเอง ทาให้การวิเคราะห์อัตลักษณ์แตล่ ะท้องถ่ิน เป็นหวั ใจ
ของธรุ กจิ และเปน็ ชยั ชนะท่ีจะสามารถเอาชนะคู่แขง่ ขันได้ ดงั นนั้ กจิ กรรมหลกั คอื
1. วิเคราะห์อตั ลักษณท์ อ้ งถน่ิ (Identity delineate)
สังเกต ศึกษา สารวจ และวิจยั ท้องถน่ิ ถึงความเช่ือ ประวตั คิ วามเป็นมา ตานาน นิทานพืน้ บา้ น
ความโดดเด่นทางด้านสงั คมวทิ ยา ธรณวี ทิ ยา ธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมเปน็ ตน้
2. สารวจวตั ถุดบิ ในท้องถน่ิ (Material survey)
เน้นการสารวจผ้าทอพน้ื เมือง เน่ืองจากผจู้ ัดทาถนัดดา้ นงานแปรรปู ผลิตภัณฑส์ ง่ิ ทอพืน้ เมือง และ
ยังสง่ เสริมกลุ่มสตรแี ละกลุม่ ผ้าทอวสิ าหกิจในท้องถิน่ นอกจากน้ยี งั สามารถแปรรูปเสือ่ กก และสิง่ ทอพืน้ เมอื ง
อ่นื ๆ ได้หลากหลายตามความตอ้ งการของลกู คา้
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
36
3. ออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product design)
เนน้ รปู แบบการออกแบบผลิตภัณฑ์ทีม่ ขี นาดเล็ก ใชง้ านง่าย และมีการใช้สอยจริงใน
ชีวิตประจาวนั อาทิ สมุด เนคไทน์ ผ้าพันคอ ผ้าถุง กระเป๋า กลอ่ งทชิ ชู ผ้าปโู ตะ๊ เปน็ ตน้ ซึง่ เปน็ ผลิตภณั ฑ์ที่
สามารถใช้สอยได้จรงิ ในชวี ติ ประจาวัน และมคี วามตอ้ งการของลกู คา้ มาก ออกแบบโดยนาอตั ลักษณข์ อง
สถานท่ีเป้าหมายเปน็ หลกั
4. จดั ทาตน้ แบบผลิตภณั ฑ์ (Make a Product master)
เมอ่ื ออกแบบเสรจ็ แล้วนามาจดั ทา ตัดเยบ็ และประกอบชิน้ งานเป็นตน้ แบบผลติ ภณั ฑ์ โดยใช้
แรงงานในสถานศึกษา (นักเรียน นกั ศกึ ษา ตามโครงการหารายไดร้ ะหวา่ งเรียน และโครงการบ่มเพาะ
ผปู้ ระกอบการอาชวี ศึกษาแบบครบวงจร หรอื นักศึกษาทต่ี อ้ งการหารายไดพ้ เิ ศษ) และแรงงานด้อยโอกาส
5. ทดสอบตลาดและสารวจความพึงพอใจของลกู คา้ (Marketing test & Customer satisfaction
survey)
สอบถามความพึงพอใจของลูกค้า และตลาดผู้บรโิ ภค โดยการสังเกต สอบถามและตอบแบบ
ประเมินความพึงพอใจ ตลอดจนสังเกตจากยอดขายและแนวโนม้ ความสนใจของลูกค้า
6. ปรับปรงุ คุณภาพผลิตภัณฑ์ตามความต้องการและความพงึ พอใจของลกู ค้า (Make a Product
master)
พัฒนาผลิตภณั ฑ์ให้มคี ุณภาพ และแกไ้ ขขอ้ ผิดพลาดบกพรอ่ งของสนิ คา้ ตามความตอ้ งการของ
ลูกค้า โดยมุง่ เน้นใหล้ กู คา้ มีความพึงพอใจ และไม่กระทบต่อการเปลี่ยนแปลงต้นทุนและราคาจาหนา่ ยสนิ ค้า
7. จดั จาหน่ายสินค้า (Encashment)
จาหนา่ ยสินคา้ ท้ัง 2 ทาง คือจาหนา่ ยทางตรง และการรบั จา้ งผลติ พร้อมทง้ั จดั ทาบัญชีรายรับ
รายจ่าย และงบแสดงฐานะการเงินเพอ่ื ตรวจสอบผลการดาเนนิ ธรุ กจิ
8. ถา่ ยทอดความรเู้ พื่อสร้าง “ธุรกิจเพ่ือสังคม” (Transfer knowledge for Social Enterprise)
ถา่ ยทอดความรู้ให้กบั กลุ่มตา่ ง ๆ เชน่ กลุ่ม OTOP เพือ่ สร้างเครอื ขา่ ยและสร้างคู่ค้าขาย โดยบาง
แห่งอาจจ้างเป็นแรงงานในพื้นที่ ตลอดจนเปน็ การส่งเสริมการตลาดด้านการสรา้ งสรรค์สงั คม หรอื การทาธรุ กิจ
เพอื่ สังคม สรา้ งภาพลักษณ์ที่ดีให้กับธุรกจิ
2. อปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการตดั เยบ็ และผลิต
อุปกรณ์ที่ใช้ในการตัดเยบ็ และผลติ มีดงั น้ี
1. จักรอุตสาหกรรม จานวน 9 หลัง
2. จกั รแซก็ ผา้ จานวน 2 หลงั
3. จกั เยบ็ ผ้าตวั เล็ก จานวน 5 หลงั
4. ถุงพลาสติกใส ขนาด 20 x 30 นิ้ว จานวน 1 แพ็ค ใช้ในการแพ็คเส้อื
5. ดา้ ย สีต่างๆ (สคี ราม สีน้าตาลออ่ น สขี าว สีดา)
6. เชอื ก 1 กก.
7. กระดาษแขง็ สาเร็จรปู
8. อุปกรณ์อน่ื ๆ (กรรไกรตัดผ้า, กรรไกรตัดกระดาษ, กระดาษกดรอย, ลูกกลง้ิ กด
รอย, เขม็ หมดุ ,เข็มสอย, ชอลก์ ขีดผา้ , ทเ่ี ลาะผ้า, หมอนเข็ม, เข็มจักร, นา้ มนั จักร)
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชพี เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
37
3. ขน้ั ตอนการผลติ ใช้เวลา 20 นาที / วัน
ใช้เวลา 10 นาที / วนั
จัดเตรยี มวัตถุดบิ ใช้เวลา 1 ช.ม. / วัน
ผ้า ใชเ้ วลา 10 ช.ม. / วัน
อปุ กรณ์ ใชเ้ วลา 1 ช.ม. / วัน
กระดาษสาเร็จรปู
เพิ่มนวัตกรรม
ออกแบบผลิตภัณฑ์
แจกจ่ายงาน ใช้เวลา 1 ช.ม. / วัน
เริ่มเย็บงาน เริ่มทาผลิตภัณฑ์ ใช้เวลา 1 – 3 วนั (แลว้ แต่
งาน)
ตรวจสอบคณุ ภาพ
ใชเ้ วลา 2 ช.ม. / วัน
บรรจภุ ณั ฑ์, บรรจลุ งกลอ่ งบรรจภุ ณั ฑ์ ใช้เวลา 1 ช.ม. / วนั
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
38
4. กระบวนการในการผลติ สินค้า
ในสว่ นของกระบวนการในการผลิตสินค้าเพือ่ ให้ผลผลิตพรอ้ มสง่ ถงึ มือลูกคา้ มีดังนี้
รบั ผ้าจากรา้ นจาหนา่ ยผ้า (รา้ นรงุ่ อาภรณ์ รา้ นศรภี รณ์พรรณ
รา้ นโบพิณ รา้ นผา้ โพศรี รา้ นนาข่า รา้ นบุญแตง่ )
เพ่ิมนวัตกรรม (การกนั แบคทเี รีย, การสะทอ้ นนา้ ,
การกันสีตก)
ออกแบบผลิตภณั ฑแ์ ละเส้อื ผ้า
ทาแบบตดั , วางแบบตัดผลิตภัณฑ์และเส้ือผา้
เริ่มต้นขัน้ ตอนการเยบ็
ตรวจสอบคุณภาพ นาใส่บรรจภุ ณั ฑ์
สง่ มอบลูกค้า
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
39
1. กระบวนการจัดหาซือ้ ผ้า
กระบวนการนจ้ี ะช่วยให้จดั หาการซอื้ ผ้าไดง้ ่ายขึน้ ประหยดั เวลาลงหากเรารู้ล่วงหน้าจากการ
วางแผนว่าจะเริม่ จากการหาวตั ถุดิบจากไหนอย่างไร โดยทางเราจะคดั สรรผ้าท่ีมาจากรา้ นทมี่ ีช่ือเสียงมาเปน็
เวลายาวนาน ไดร้ ับการไวว้ างใจจากลูกค้าแบบปากต่อปาก และมีผ้าท่เี ราต้องการ
2. กระบวนการเพม่ิ มูลค่าสิ่งทอด้วยเทคโนโลยี
กระบวนการเพิม่ นวัตกรรม กระบวนการนจ้ี ะทาการเพิ่มนวัตกรรมเข้าสตู่ วั เนอื้ ผ้าเพ่ือเพิ่ม
ความพิเศษให้กับผา้ ท่จี ะนาไปทาผลติ ภัณฑ์และเสื้อผา้ ตอ่ ไป เช่น การเพ่ิมนวัตกรรมการสะทอ้ นนา้ นวัตกรรม
การกนั แบคทเี รยี นวัตกรรมการกนั สีตก
3. กระบวนการการออกแบบผลติ ภณั ฑแ์ ละเสอ้ื ผ้า
กระบวนการนี้จะช่วยใหเ้ ราไดผ้ ลติ ภัณฑ์ท่ีผลิต ออกมาตรงตามทีเ่ ราได้คาดหวังไว้ เกดิ ความ
ผดิ พลาดไดน้ ้อยลงและมองเหน็ ถงึ ความเป็นจริงของสนิ ค้า
4. กระบวนการการทาแบบตดั วางแบบตัดเสื้อผา้ และผลติ ภัณฑ์
กระบวนการนี้จะชว่ ยใหป้ ระหยดั เวลาและไม่เปลืองทรพั ยากร เนื่องจากการวางแผน เชน่
การวางแบบเพื่อตัดผ้าซึง่ จะดกี ว่าการกะเดาแล้วตัดผา้ ซ่งึ การกะเดาอาจจะทาให้เกิดความเส่ยี งท่จี ะผดิ พลาด
สูงกวา่
5 กระบวนการการเย็บ
กระบวนการน้ีจะทาหลงั จากการวางแบบตดั ผา้ เรียบรอ้ ย และได้มีการแจกจ่ายหนา้ ทใ่ี ห้แต่
ละสว่ นทาเพอ่ื เพ่ิมความรวดเรว็ เรียบร้อยและสวยงาม
6. กระบวนการตรวจสอบคุณภาพนาใส่บรรจุภณั ฑ์
กระบวนการนี้จะคัดจากผลิตภณั ฑ์ทไี่ มม่ คี วามผิดพลาดเลยหรือผดิ พลาดนอ้ ย เชน่ การทา
เส้อื เช้ิต ดูจากการสอย การเย็บฝีเขม็ พอดีหรือไม่ ลายของผ้าตรงหรอื ไม่ด้านผลิตภัณฑป์ ระเภทของใช้ อยา่ ง
กล่องกระดาษทชิ ชู่ครามไดต้ ิดกาวกบั ผ้าใสก่ ลอ่ งดีหรอื ไม่
7. กระบวนการสง่ มอบลกู ค้า
กระบวนการนี้จะทาไดผ้ า่ นการตรวจสอบคุณภาพมาเสร็จสรรพแล้ว และผลิตภณั ฑไ์ ด้ทาการ
แพ็คมาเรยี บร้อยแล้วจากห้องผลติ สินคา้ (สาหรับผลติ ภัณฑ์ทต่ี ้องแพค็ ) หรอื จาหน่ายแบบปลีกก็ตอ้ งผา่ นการ
ตรวจสอบคุณภาพมาเรยี บรอ้ ยแล้ว และได้จาหนา่ ยท่ีรา้ น R-Design
การควบคุมคุณภาพ (Quality Control)
อตั ลกั ษณ์ จะควบคุมภาพต้ังแต่กระบวนการจัดหาซ้ือผ้า คดั สรรผา้ เพอ่ื ให้ไดผ้ ้าที่ดี มีคุณภาพ เน้อื ผ้าดี
สีสันน่ามอง และน่าเช่ือถือ รองลงมาทางอัตลักษณ์จะเน้นทางด้านของนวัตกรรมท่ีเพิ่มเขา้ ไปและนวัตกรรมท่ี
เพม่ิ เข้าไปน้นั ทางอตั ลกั ษณไ์ ด้นานวตั กรรมท่ผี ่านการทดลองมาแลว้ ซึง่ จะมกี ระบวนการในการควบคุมดังน้ี
1. ร่วมมือกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ในการนาเอานวัตกรรมมาใช้ในผลิตภัณฑ์ โดย
การศกึ ษาเรียนรูจ้ ากทางสถาบนั เกี่ยวกบั การเพ่ิมนวตั กรรมใส่ผา้ และนาผา้ มาทาเปน็ ผลิตภณั ฑต์ ่อไป
2. ทางอัตลักษณ์ได้ทาการจัดหาซ้ือผ้าเลือกคัดสรรผ้าอย่างดีเพ่ือให้ได้ผ้าที่มีคุณภาพ เน้ือผ้าดี จาก
ทางร้านที่มีช่ือเสยี งมานานและนา่ เชื่อถือ
3. มีการตรวจสอบและคัดสรรผลงานที่ไดม้ าตรฐาน ทางอัตลกั ษณ์จะมีการตรวจสอบและคัดสรรงาน
ทีท่ าสาเร็จเตรียมพรอ้ มจาหน่ายเพอ่ื ดูวา่ มจี ดุ บกพรอ่ งหรอื ไม่
4. มกี ารทดสอบวัดระดับฝีมือของพนกั งาน วา่ พนักงานคนไหนมพี ้ืนฐานเก่ียวกบั งานมาเท่าไร และ มี
การแบง่ หนา้ ที่ของแต่ละบคุ คล เพ่อื จะได้สินคา้ ท่ีออกมาแล้วผดิ พลาดนอ้ ยท่ีสดุ
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
40
แผนการเพิม่ ศกั ยภาพการผลติ
อัตลักษณ์จะเน้นการเพิ่มนวัตกรรมและการเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน เพ่ือเป็นการ
เตรียมความพร้อมรบั มือเกี่ยวกบั ปจั จยั ตา่ งๆ ท่ีจะเกดิ ขึน้ ในอนาคตดังนี้
1. การยกระดับความสามารถทักษะแรงงานในการผลิตให้พนักงานมีความรู้เก่ียวกับการผลิตมาก
ยง่ิ ขึ้นและรอบรใู้ นทกุ ๆดา้ น ของการผลิตมากย่งิ ขึน้ โดยการถา่ ยทอดเทคโนโลยีจากผู้เชย่ี วชาญในกระบวนการ
ผลิต เช่น ด้านนวัตกรรม และการอบรมเพิ่มทักษะทางด้านต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญ เช่น การอบรมหลักสูตร
ระยะสัน้ เกย่ี วกับผา้ การอบรมเป็นผปู้ ระกอบการ เปน็ ต้น
2. การปรับปรงุ ประสิทธิภาพเครอ่ื งจักร โดยการตรวจเช็คเคร่ืองจักรอยู่อย่างสม่าเสมอ เพือ่ ให้แนใ่ จ
วา่ การผลติ จะไมผ่ ิดพลาดหรือขัดข้องจนอาจทาให้เกิดความเสียหายของผลติ ภณั ฑแ์ ละเพือ่ ใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพใน
การผลิตเพมิ่ มากย่งิ ขน้ึ
3. การสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจ ทางอัตลักษณ์ได้ทาการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน
ตา่ งๆ ที่เกี่ยวข้องกบั การจัดหา การผลิต และการจัดจาหน่ายในทุกๆกิจกรรม โดยมีการประสานงานกัน และ
การปฏบิ ตั ิรว่ มมือกนั ท้งั ทางรฐั และเอกชน
5. แผนผังทีต่ ัง้ กจิ การ / สถานท่จี าหนา่ ย
กิจการตั้งอยู่บริเวณศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษาแบบครบวงจร วิทยาลัยอาชีวศึกษา
อุดรธานี (ติดถนนศรีสุข) เทศบาลนครอุดรธานี เลขท่ี 8 ถนนโพศรี ตาบลหมากแข้ง อาเภอเมือง จังหวัด
อดุ รธานี 41000 โทรศพั ท์ 0-4224-6690 ตอ่ 411 โทรสาร 0-4224-3236 หรือ โทรศัพท์ 098-5736867
6. แหลง่ วตั ถุดิบ
1. กลมุ่ ทอผา้ พ้ืนเมือง ซึง่ เป็นกล่มุ เคลือข่ายในพนื้ ทีจ่ งั หวัดหนองบวั ลาภู และอุดรธานี โดยการเลอื ก
ซ้อื นนั้ จะพิจารณาจากความต้องการของลูกค้า และคณุ ภาพของชนิ้ งาน เนื่องจากแตล่ ะกลุม่ มีผลิตภัณฑ์ผา้ ทอ
ทแ่ี ตกต่างกัน เชน่ ผา้ ไหม ผ้าฝ้าย ผ้าหม่ขี ดิ อาทิ
1.1 วิสาหกจิ ชุมชนทอผา้ ไหมขดิ บา้ นอูบมุง 179 ม.9 ต.อูบมุง อ.หนองววั ซอ จ.อุดรธานี 41220
นางพยอม ยอดคีรี (โทร 08 6232 5345) ประเภทผา้ ขาวมา้ หมักโคลน
1.2 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าฝา้ ยบา้ นแสงบูรพา ต.หนองอ้อ อ.หนองววั ซอ จ.อดุ รธานี 41220
นางลดั ดาวัลย์ วรประเสรฐิ (โทร 088-5356157) ประเภทผา้ ฝ้าย
1.3 กลุ่มทอผา้ ไหมลายขิดบ้านศรชี มช่ืน 167 หมู่ 3 ต.หนองออ้ อ.หนองววั ซอ จ.อดุ รธานี
นางลานี โสดาพรม (โทร 0-4229-8110)
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
41
2. ร้านค้าจาหนา่ ยวสั ดุอปุ กรณ์ในการผลิตอืน่ ๆ อาทิ ผ้ากาว ผ้าอัดชนั้ ซับใน ซบิ กระดุม สมดุ โน้ต
เปน็ กลมุ่ ร้านค้าส่งในพ้ืนท่ี เชน่
2.1 รา้ นโพศรีคา้ ผา้ ถนนโพศรี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อดุ รธานี จาหนา่ ยผ้าอตุ สาหกรรมทกุ ชนดิ
และวัสดุอปุ กรณ์ตัดเยบ็
2.2 บรษิ ัท อดุ รศรีภรณภ์ ัณฑ์เอสเอม็ จากดั ถนนโพศรี ต.หมากแข้ง อ.เมอื ง จ.อดุ รธานี
2.3 ห้างผ้า รงุ่ อาภรณ์ ถนนโพศรี ต.หมากแข้ง อ.เมอื ง จ.อุดรธานี
2.4 ร้านบญุ แต่ง ภายในตลาดเทศบาล 2 นครอุดรธานี (ตรงข้ามโรงแรมบา้ นเชียง) ถนนอธิบดี
ต.หมากแขง้ อ.เมือง จ.อุดรธานี
7. การซ้ือวตั ถดุ ิบ และเงื่อนไขการซ้ือ
ซ้ือเปน็ เงินสด 100 %
ซอ้ื เปน็ เงินเชื่อ 0% มีกาหนดชาระเงินภายใน - วนั
แผนการจดั การ
ผลิตภัณฑ์ “อัตลักษณ์” เป็นผลิตภัณฑ์ผ้าพื้นเมือง ซ่ึงเป็นผ้าพ้ืนเมืองของถ่ินจังหวัดอุดรธานี มี
เอกลกั ษณ์ มชี ่ือเสยี งเปน็ ทย่ี อมรับ เนื่องจากมกี ารรณรงคใ์ นทกุ วันอังคารของสปั ดาหใ์ ห้ทกุ หนว่ ยงานร่วมกันใส่
ผ้าไทย ทั้งนี้มีการวางกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวเป็นลักษณะของ Diversification Strategy กล่าวคือ
พัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ให้ครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายโดยการดาเนินงานของ
กจิ การ ในระยะแรกจะมีการจัดตัง้ เปน็ องค์การขนาดเลก็ เพื่อความคล่องตัวและคา่ ใชจ้ า่ ยต่า
1. โครงสร้างองคก์ ร
ปนมนสั โคตรชา
ผูจ้ ัดการธรุ กจิ
นางสาวณทั ญา ญาณพลดลิ ก
ท่ีปรึกษาธุรกิจ
นายฑี ายุ ศรขี นั แก้ว นายมานัส สทุ ธพิ ะพร นายก ษ า โสภา นายจักรพงษ์ ปัญญาใส
ฝ่ายการเงิน/บัญชี ฝ่ายตลาด/การขาย ฝ่ายบคุ คล ฝา่ ยผลติ /จดั ซ้ือ
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง
42
การกาหนดหน้าท่ี
1. ผู้จัดการธุรกจิ ทาหน้าท่ี ดแู ลควบคุมการดาเนินกิจการและประสานงานกับทกุ ฝา่ ย
2. ที่ปรกึ ษาธรุ กิจ ทาหน้าท่ี ใหค้ าแนะนาปรึกษาและแกไ้ ขปัญหาในการดาเนินธรุ กิจ
3. ฝ่ายการเงนิ /บัญชี ทาหนา้ ที่ จดั ทาบัญชี และควบคมุ การใชจ้ า่ ยในกจิ การ ตลอดจนรายงานผล
การดาเนนิ ธุรกจิ รปู แบบงบแสดงฐานะการเงนิ และงบกาไรขาดทนุ ในแต่ละไตรมาสใหก้ บั เจา้ ของกจิ การ
4. ฝ่ายตลาด/การขาย ทาหน้าท่ี สารวจตลาด ทดสอบตลาด และจาหน่ายสินค้าใหก้ บั ลูกคา้
ตลอดจนติดตอ่ ประสานลกู ค้าในต่างจงั หวัดและตา่ งประเทศ
5. ฝา่ ยบุคคลฝ่ายผลิต/จดั ซือ้ ทาหน้าที่ ควบคุมการผลติ ออกแบบและพัฒนาผลติ ภณั ฑ์
2. กลุ่มบริหารและพนักงานประจา
กลมุ่ ผบู้ ริหาร ประกอบดว้ ย
1. ปิ่นมนัส โคตรชา ตาแหนง่ กรรมการผู้จดั การร้านอัตลักษณ์
หน้าที่ ดูแลและรับผิดชอบงานบริหารการผลิต การพัฒนาผลิตภณั ฑ์ การลดตน้ ทนุ ตลอดจนงาน
จดั ซื้อวัตถดุ บิ งานขาย ผลิตและจัดสง่ ในกจิ การรวมถึงการจัดการบรหิ ารงานภาพรวมของกจิ การ
2. นายมานสั สุทธ์ิพะพร ตาแหน่ง การตลาดและการขาย
หนา้ ท่ี วางแผนกลยุทธ์ในการตลาดดา้ นตา่ ง ๆ ดูแลระบบSocial Media ของธุรกิจ รวมถึง หา
ลูกคา้ ใหม่ ตดิ ตอ่ ลกู ค้า ขายหนา้ รา้ น รับคาสั่งซอ้ื จากลกู ค้า และตดิ ตามแก้ไขปัญหาให้ลูกคา้
4. นายฑฆี ายุ ศรขี ันแก้ว ตาแหน่ง การเงนิ และการบญั ชี
หนา้ ที่ จัดทางบการเงนิ วางแผนด้านการเงิน และควบคมุ การทารายงานบัญชแี ละการเงนิ
5. นายจกั รพงษ์ ปญั ญาใส ตาแหนง่ ฝ่ายจดั ซอื้ และผลิต
หน้าที่ รบั ทายอดส่ังซอื้ จากพนักงานขายและวางแผนการส่งั ซือ้ วตั ถดุ บิ วางแผนการผลิต และ
จัดซอ้ื วตั ถุดบิ ต่าง ๆ
6. นายกฤษฎา โสภา ตาแหนง่ ฝ่ายบคุ คล
หนา้ ท่ี สรรหาคัดเลือกบุคคลทม่ี คี วามรู้ ความสามารถ ในการผลิตผา้ ผ่านการอบรมใหเ้ ป็น
แรงงานกง่ึ ฝมี อื และแรงงานมฝี มี ือ รวมถงึ ดูแลสวสั ดิการต่าง ๆ
3. กาลังคน
กาลังคนในปจั จบุ นั อัตราการหมุนเวยี นของพนกั งาน และแผนด้านกาลงั ปัจจบุ ันกิจการมพี นกั งาน
ทั้งสน้ิ 5 คน
ระดับ จานวนพนักงาน ระดับเงนิ เดอื น เงนิ เดือนรวม /เดอื น
ผู้จดั การ 1 4,400 4,400
สมาชิก 4 4,325 17,300
รวม 5 21,700
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชพี เบญจวรรณ บ้งุ ทอง
43
แผนการเงิน
1. เงินทุนเรมิ่ ต้น
อัตลักษณ์ มีทุนดาเนินธุรกิจโดยเงนิ ทนุ ส่วนตวั ของผรู้ ว่ มลงทุนเพอื่ การมีส่วนร่วมในธรุ กิจ คนละ 6,000
บาท ผรู้ ่วมทนุ 5 คน รวมเปน็ เงิน 30,000 บาทและจากการกยู้ ืมธนาคารเพื่อการศกึ ษาเปน็ การกู้ยมื ระยะสั้น
โดยมรี ะยะเวลาการกยู้ ืม 3 ปี จานวนเงนิ ที่กู้ 200,000 บาท ซงึ่ มอี ัตราดอกเบีย้ รอ้ ยละ 2.5 %
การจัดเงินทนุ โดย จานวนเงิน (บาท)
20 % 30,000
สว่ นของเจ้าของ 80 % 200,000
เงินกู้ยืม 100 % 230,000
รวม
2. การชาระหนี้
ปี จานวนเงินตน้ ผ่อนชาระเงนิ ต้น ชาระดอกเบ้ยี ชาระ
(ยอดเงินทมี่ )ี (ปลี ะ) (ปลี ะ) 102,500
2,500 102,500
1 200,000 100,000 2,500
5,000 7,000
2 100,000 100,000
7,000 9,950
รวม 200,000
9,000
3. การจดั สรรเงินทุนของกจิ การ 150
100
ค่าใช้จา่ ยในการกอ่ สร้าง 150
130
ค่าตกแตง่ รา้ น และสถานที 200
50
รวมคา่ ใช้จ่ายในการก่อสรา้ ง 80
90
เงินลงทุนในสินทรัพย์
300
เครอื่ งจักร 2 เครื่อง 300
กรรไกร 2 อัน
กระดาษ 30 แผน่
เขม็ หมุด 2 กล่อง
เขม็ สอย 2 กลอ่ ง
ท่เี ลาะด้าย 10 ดา้ ม
ดนิ สอ 1 กลอ่ ง
ปากกาเคมี 4 แท่ง
สายวัด 2 เสน้
รวมเงนิ ลงทุนในสนิ ทรพั ย์
ค่าใช้จา่ ยด้านการตลาด
ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา(แจกใบปลวิ )
รวมคา่ ใช้จ่ายดา้ นการตลาด
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง
44
รวมคา่ ใช้จ่ายท้ังหมด 7,300
เงนิ ลงทนุ หมุนเวยี น 9,950
รวม
17,250
ต้นทุนการผลติ
1. วตั ถุดบิ : 1 กรุ ี 1,500
1.1 ผ้าฝา้ ย 1 กรุ ี 1,400
1.2 ผา้ ขาวม้า 1 กุรี 1,600
1.3 ผา้ คราม 4,400
5 โหล
2. วัสดุส้ินเปลือง : 3 โหล 600
2.1 ดา้ ย 2 กก. 360
2.2 ซปิ 1 ห่อ 360
2.3 เชือก 1 ห่อ 180
2.4 ตาไก่ 5 เมตร 180
2.5 ตะขอเกยี่ ว 5 เมตร 150
2.6 ซับใน 5 มว้ น 140
2.7 ผา้ เคมี 4 เมตร 250
2.8 กระดาษกาว 480
2.9 ผา้ อดั ชนั้ 2,710
7,210
รวม
3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บุง้ ทอง
45
วตั ถดุ บิ สาคัญ และซัพพลายเออร์หลักทกี่ ิจการตดิ ตอ่ ด้วย สัดสว่ นทีซ่ ้อื ระยะเวลาที่
ราคา
จากซพั พลายเออร์ ได้รับเครดิต
รายการวตั ถดุ บิ หนว่ ยนับ หนว่ ย ช่อื ซัพพลายเออร์ / ท่อี ยู่ แต่ละราย (วนั )
100 %
1. ผา้ ขาวม้า กุรี 1,400 รา้ นโบพิน 100 % -
2. ผา้ คราม กรุ ี 1,600 รา้ นโบพิน 100 % -
3. ผ้าฝ้าย กรุ ี 1,500 รา้ นโบพิน -
วสั ดสุ ้นิ เปลอื ง โหล 120 รา้ นพาหรุ ัด/สาเพ็ง 80 % -
โหล 120 ร้านพาหุรัด/สาเพง็ 80 % -
1. ดา้ ย กก. 180 ร้านพาหรุ ดั /สาเพ็ง
2. ซิป ห่อ 180 รา้ นพาหรุ ัด/สาเพ็ง 80 % -
3. เชอื ก หอ่ 180 รา้ นพาหุรดั /สาเพ็ง 80 % -
4. ตาไก่ เมตร 30 ร้านพาหุรัด/สาเพ็ง
5. ตะขอเกี่ยว เมตร 70 ร้านพาหุรัด/สาเพ็ง 80 % -
6. ซับใน มว้ น 50 รา้ นพาหุรดั /สาเพง็ 80 % -
7. ผ้าเคมี เมตร 120 รา้ นพาหุรดั /สาเพง็ 80 % -
8. กระดาษกาว
9. ผ้าอดั ชั้น 80 % -
80 % -
ตารางประมาณการยอดขาย ปรมิ าณ ราคาขาย ยอดรวม
รายละเอยี ด 40 500 20,000
30 45 1,350
1. เส้อื เช้ิต (ผ้าขาวมา้ ) 50 100 5,000
2. กระเป๋ารดู เลก็ ลายชา้ ง 25 300 7,500
3. กระเป๋ารูดผ้าขาวม้า 15 300 4,500
4. เน็คไทนล์ ายพญานาค 27 120 2,400
5. ผา้ รองจานลายวตั ถโุ บราณ 50 190 9,500
6. ผา้ รองแกว้ ลายวัตถุโบราณ 150 75 11,250
7. กระเป๋าเป้ 20 250 5,000
8. กระเป๋าพวงกญุ แจ 10 180 1,800
9. เน็คไทน์ (ผา้ คราม) 15 150 2,250
10. กลอ่ งทิชชู่ (ผา้ คราม) 70 160 11,200
11. กลอ่ งทชิ ชู่ (ผ้าขาวมา้ ) 30 750 22,500
12. หมวก 20 750 15,000
13. เสอ้ื ซาฟารี บุรษุ 10 150 1,500
14. เสอื ซาฟารี สตรี
15. ผ้ารองจานลายผา้ ขาวม้า 562 4,020 120,750
วตั ถุดบิ
3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บุง้ ทอง
ตารางประมาณการต้นทนุ ปรมิ าณ ราคาทนุ 46
280
รายละเอยี ด 40 31 ยอดรวม
30 49 11,200
1. เส้อื เชิต้ (ผ้าขาวม้า) 50 155 930
2. กระเป๋ารูดเล็กลายชา้ ง 25 188 2,450
3. กระเป๋ารดู ผา้ ขาวม้า 15 90 3,875
4. เน็คไทน์ลายพญานาค 20 108 2,820
5. ผา้ รองจานลายวัตถโุ บราณ 50 47 1,800
6. ผ้ารองแกว้ ลายวัตถโุ บราณ 150 128 5,400
7. กระเปา๋ เป้ 20 113 7,050
8. กระเปา๋ พวงกญุ แจ 10 102 2,560
9. เนค็ ไทน์ (ผา้ คราม) 14 106 1,130
10. กลอ่ งทิชชู่ (ผ้าคราม) 70 295 1,530
11. กลอ่ งทชิ ชู่ (ผา้ ขาวมา้ ) 30 295 7,420
12. หมวก 20 120 8,850
13. เสื้อซาฟารี บุรษุ 10 5,900
14. เสือซาฟารี สตรี 2,107 1,200
15. ผา้ รองจานลายผ้าขาวม้า 555 64,115
เงินเดือน
รวม รวม
21,700
ตารางประมาณการคา่ ใชจ้ ่ายในการขายและบรกิ าร 21,700 24,750
21,700 21,850
เดอื น ค่าใชจ้ า่ ยในการขาย คา่ ขนสง่ 21,700 22,700
และการตลาด 21,700 25,450
21,700 21,900
มกราคม 3,000 50 21,700 21,700
21,700 23,550
กมุ ภาพันธ์ 150 21,700 23,200
21,700 21,900
มีนาคม 1,000 21,700 22,750
21,700 23,000
เมษายน 3,500 250 260,400 23,200
275,950
พฤษภาคม 200
มถิ นุ ายน
กรกฎาคม 1,500 350
สงิ หาคม 1,500
กนั ยายน 200
ตลุ าคม 800 250
พฤศจกิ ายน 1,000 300
ธันวาคม 1,500
รวม 13,800 1,750
3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง