The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สำหรับผู้เรียนรายวิชาการจัดการงานวิชาชีพ (3400-1004) สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ สาขาวิชาผ้าและเครื่องแต่งกาย และสาขาวิชาเทคโนโลยีแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Attalak CO.,Ltd., 2020-05-05 04:31:31

เอกสารประกอบการสอน วิชาการจัดการงานวิชาชีพ (3400-1004)

สำหรับผู้เรียนรายวิชาการจัดการงานวิชาชีพ (3400-1004) สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ สาขาวิชาผ้าและเครื่องแต่งกาย และสาขาวิชาเทคโนโลยีแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย

47

อตั ลักษณ์
ประมาณงบแสดงฐานะการเงิน

ณ วันที่ 31 ธนั วาคม 2557

สนิ ทรัพย์ 774,900
สนิ ทรพั ย์หมนุ เวยี น 99,340
เงนิ สด 12,000
25,000
สนิ ค้าคงเหลือ 4,500
เคร่ืองจักร 915,740

รถจกั รยานยนต์ 100,000
อุปกรณก์ ารผลติ
37,000
รวมสินทรัพย์ 878,740

หนีส้ ินและสว่ นของเจ้าของ 915,740

หนีส้ ิน
เงินกยู้ มื

ส่วนของเจา้ ของ

ทนุ จากการสนับสนุน
(12,000 + 25,000)

บวก กาไรสะสม
รวมหนี้สินและสว่ นของเจ้าของ

ประมาณการวเิ คราะห์ผลการดาเนนิ งาน

การวเิ คราะห์อตั รากาไรข้ันตน้ = ขาย – ต้นทุนขาย
กาไรขน้ั ต้น = 3,176,800 – 2,012360
= 1,164,440 บาท
อัตรากาไรข้นั ตน้ = กาไรข้นั ตน้ ÷ ขาย
= 1,164,440 ÷ 3,176,800
การวิเคราะหอ์ ัตรากาไรสทุ ธิ = 37 %
กาไรสุทธิ
= รายไดร้ วม – ค่าใช้จา่ ยทัง้ หมด
อตั รากาไรสุทธิ = 3,176,000 – 2,300,885
= 875,115
= กาไรสุทธิ ÷ รายได้รวม
= 878,740 ÷ 3,176,000 × 100
= 28 %

3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บ้งุ ทอง

48

การวิเคราะห์อตั ราผลตอบแทนของผู้ร่วมทุน

กาไรสทุ ธิ = รายได้รวม – คา่ ใช้จ่ายท้ังหมด

= 3,176,000 – 2,300,885

= 875,115

อัตราผลตอบแทนของผู้รว่ มทนุ = กาไรสทุ ธิ ÷ ทุน

= 878,740 × 100 ÷ 130,000

= 68 %

ประมาณการทางการเงนิ ของกิจการในอนาคต 3 ปี

สว่ นท่ี 1 สมตฐิ านทางการบัญชีและการเงนิ ประมาณการอัตราการเพ่มิ (ลด) จากปีก่อน

ยอดขาย ปีที่ 1 ปีที่ 2 ปที ี่ 3
กาลงั การผลิต เพม่ิ (ลด) เพมิ่ (ลด) เพ่ิม (ลด)
ต้นทุนการผลิต
ค่าใช้จ่ายขายและบรหิ าร % % %

5 5 5

95.50 % 110.33% 120.25 %

100 % 125 % 138 %

5 5 5

วธิ ีการตัดคา่ เสอ่ื มราคาสนิ ทรัพย์ถาวรแต่ละประเภท

กิจการคดิ ค่าเสอ่ื มถาวรโดยใช้วิธีเสน้ ตรงลดหย่อนคา่ เสือ่ มราคาเทา่ กันทุกปีแต่คา่ เสือ่ มราคาของ

สินทรัพย์น้กี ิจการไม่นาไปรวมกับค่าใชจ้ ่ายในการขายและบรหิ าร แตจ่ ะนาค่าเสือ่ มราคานไ้ี ปลดหย่อน

สนิ ทรพั ย์ถาวร

เครอ่ื งจักรและอุปกรณ์การผลิตมีอายกุ ารใช้งาน 5 ปี รถจักรยานยนต์มอี ายุ 10 ปี

สว่ นที่ 2 ประมาณการงบประมาณขาดทนุ งบดุล

กิจการได้จัดทางบประมาณการงบการเงนิ เปน็ เวลา 1 – 3 ปี ประมาณการงบการเงนิ

ดงั กล่าวประกอบดว้ ย

ประมาณการงบกาไรขาดทุน

ประมาณงบกาไรขาดทุน สาหรบั ปี สิ้นสดุ วันท่ี 31 ธนั วาคม 2557-2449

รายการ ปี 2557 ปี 2558 ปี 2559

ขาย 3,176,800 4,287,900 5,380,000

หัก ต้นทุนขาย 2,012,360 3,123,470 3,534,500

กาไรขั้นต้น 1,164,440 1,164,430 1,845,500

หกั คา่ ใชจ้ ่ายในการขายและบรหิ าร 275,950 243,361 325,425

กาไร(ขาดทุน)จากการดาเนนิ งาน 888,490 921,069 1,520,075

หกั ดอกเบ้ียจ่าย 2.5 % 1,250

กาไรจดั สรรให้ สมาชิก 887,240 921,069 1,520,075

หกั จัดสรรใหว้ อศ.อด. 8,500 9,600 10,500

กาไรสุทธิ 878,740 911,469 1,505,075

3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บ้งุ ทอง

49

บทที่ 4

บรกิ ารดา้ นวิชาชพี

1. สาระสาคัญ

ความสาคญั อีกประการหนึ่งในการจัดการเรยี นการสอนด้านอาชีวศึกษา คอื การสร้างคา่ นิยม ปลูกฝัง
ความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคม และการช่วยเหลือผู้อ่ืน ด้วยการให้บริการองค์ความรู้ในสาขาวิชาชีพที่ตนเอง
ศึกษา หรือการบริการด้านวิชาชีพ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ตลอดจนสร้างความเข้าใจ และสร้างงาน สร้าง
รายได้ ขยายโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนในชุมชนได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาค และเท่าเทียม
โดยเฉพาะในกระบวนงานด้านเครื่องหมายการค้า โครงการหน่ึงตาบลหนึ่งผลติ ภัณฑ์ (OTOP) และการขอรับ
รองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ซ่ึงผู้เรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจท่ีสามารถถ่ายทอดและให้คาแนะนา
ปรึกษากบั ประชาชนในชุมชนได้อย่างถกู ต้องตามหลักวชิ าการ

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายข้นั ตอนการจดทะเบียนเครอ่ื งหมายการคา้ ได้อยา่ งถูกต้อง
2. เขา้ ใจหลกั การการเขา้ รว่ มโครงการหนง่ึ ตาบลหน่งึ ผลิตภณั ฑ์ (OTOP)
3. อธบิ ายหลกั การและขั้นตอนการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ได้

3. เนอ้ื หาสาระการเรยี นรู้

1. เคร่ืองหมายการคา้
2. การเขา้ ร่วมโครงการหนงึ่ ตาบลหน่ึงผลติ ภัณฑ์ (OTOP)
3. มาตรฐานผลิตภัณฑช์ ุมชน (มผช.)

3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง

50

1. เครื่องหมายการคา้

เคร่ืองหมายการค้า หมายถึง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราท่ีใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่ง
เคร่ืองหมายท่ีให้ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเคร่ืองหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพ่ิมเติมโดย
พระราชบญั ญตั เิ ครอ่ื งหมายการค้า (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2543 มี 4 ประเภท ดงั ต่อไปนี้

1. เคร่ืองหมายการค้า (Trade Mark) คือเครือ่ งหมายท่ีใช้เป็นที่หมายเกี่ยวข้องกับสินคา้ เพ่ือแสดงว่า
สนิ ค้าที่ ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกบั สินคา้ ท่ใี ช้เคร่ืองหมายการค้าของบคุ คลอื่น เชน่ บรสี มาม่า กระทิงแดง
เปน็ ตน้

2. เคร่ืองหมายบริการ (Service Mark) คอื เครอ่ื งหมายทใ่ี ชเ้ ป็นท่ีหมายหรือเกีย่ วขอ้ งกับบริการ เพื่อ
แสดงว่าบริการที่ใชเ้ คร่ืองหมายนั้นแตกตา่ งกับบริการทใี่ ช้เครื่องหมาย บรกิ ารของบุคคลอื่น เช่น เครื่องหมาย
ของสายการบนิ ธนาคาร โรงแรม เปน็ ตน้

3. เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark) คือ เครื่องหมายท่ีเจ้าของเคร่ืองหมายรับรองใช้เป็นท่ี
หมายหรือเกย่ี วข้องกับ สินคา้ และบริการของบุคคลอืน่ เพื่อเป็นการรบั รองคุณภาพของสินค้า หรือบริการน้ัน
เชน่ เชลล์ชวนชมิ แม่ชอ้ ยนางรา ฮาลาล (Halal) เปน็ ตน้

4. เครื่องหมายร่วม (Collective Mark) คอื เครอ่ื งหมายการค้าหรือเครื่องหมายบริการท่ใี ชโ้ ดยบริษัท
หรอื วสิ าหกิจในกลุม่ เดยี วกัน หรอื โดยสมาชกิ ของสมาคม กล่มุ บุคคล หรือองคก์ รอื่นใดของรัฐหรือเอกชน เช่น
ตราชา้ งของบริษทั ปนู ซิเมนต์ไทย จากัด เป็นตน้

ภาพท่ี 4.1 เคร่ืองหมายการค้า เบญจวรรณ บุ้งทอง
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ

51

2. การเขา้ ร่วมโครงการหนง่ึ ตาบลหน่ึงผลติ ภณั ฑ์ (OTOP)

ผปู้ ระกอบการทีส่ นใจเขา้ ร่วมลงทะเบยี นสนิ ค้าหนงึ่ ตาบล หน่งึ ผลิตภณั ฑ์ สามารถลงทะเบยี นได้ท่ี
สานกั งานพฒั นาชมุ ชนอาเภอ / เขต ที่สถานประกอบการต้งั อยู่ โดยศึกษาหลกั เกณฑ์ เง่ือนไข ตามท่ีกรมการ
พัฒนาชมุ ชนกาหนด

ลักษณะและคุณสมบตั ขิ องผู้ผลติ ผปู้ ระกอบการ ท่ีมีสทิ ธิลงทะเบียน
1. เป็นผู้ผลติ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1) กลุ่มผู้ผลิตชุมชน
2) ผู้ผลิตชุมชนทเี่ ป็นเจ้าของรายเดยี ว
3) ผูผ้ ลติ ท่เี ป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
2. กลมุ่ เปา้ หมายตามข้อ 1 ต้องมคี วามเชื่อมโยงกบั ชมุ ชน โดยเข้าเกณฑ์ข้อใดขอ้ หนงึ่ ตอ่ ไปนี้
1) ชมุ ชนมีส่วนร่วมในการผลติ เชน่ ใช้แรงงานในชุมชน (ภายในจงั หวัดที่ขอลงทะเบียน) มีการใช้
วัตถุดบิ การผลติ ในชุมชน เปน็ ต้น
2) ชมุ ชนมสี ่วนร่วมในการบริหารจัดการ
3) ชมุ ชนไดร้ บั ประโยชน์
3. สถานที่ผลติ ของกลมุ่ เปา้ หมายตามข้อ 1 ตอ้ งตงั้ อยู่ภายในอาเภอ/เขต(กรุงเทพมหานคร)
4. ผผู้ ลติ ผปู้ ระกอบการ และสมาชกิ กลุม่ ตอ้ งมสี ัญชาตไิ ทย
5. กรณสี ง่ ตวั แทนมาแจง้ การลงทะเบียน จะต้องเปน็ ผู้ไดร้ บั มอบอานาจ (มีเอกสารมอบอานาจ)

ลักษณะผลิตภณั ฑ์หน่งึ ตาบล หน่ึงผลติ ภัณฑ์
ที่สามารถลงทะเบียนได้ต้องแสดงถึงภูมิปญั ญาไทยและมีลกั ษณะ ดังน้ี
1. วตั ถดุ ิบทนี่ ามาผลติ ต้องไมผ่ ิดกฎหมาย
2. ไม่เป็นสนิ ค้าท่เี ลียนแบบ ดดั แปลง นาเข้า หรือนาเขา้ เพือ่ ดดั แปลงหรอื ละเมดิ ทรพั ย์สนิ ทางปัญญา
3. ไม่เป็นสินคา้ ทก่ี ่ออนั ตรายอยา่ งร้ายแรงต่อชุมชนหรอื ส่ิงแวดล้อม รวมท้งั ไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียม
ประเพณี วฒั นธรรม อนั ดีของไทย
4. กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกฎหมายบงั คบั ต้องได้รบั อนญุ าตใหผ้ ลติ

ประเภทผลติ ภณั ฑห์ นงึ่ ตาบล หนึง่ ผลติ ภณั ฑ์
ผลติ ภัณฑท์ ี่จะนามาดาเนินการลงทะเบยี น ตอ้ งผ่านกระบวนการผลิต โดยใชภ้ มู ปิ ญั ญา จานวน 5

ประเภท ดังน้ี
1. ประเภทอาหาร หมายถึง ผลผลิตทางการเกษตร และอาหารแปรรปู ซึ่งไดร้ บั มาตรฐาน อย., GAP,

GMP, HACCP, Qmark, มผช., มอก., มาตรฐานเกษตรอินทรยี ์, ฮาลาล และมีบรรจภุ ณั ฑ์ เพอ่ื การจาหน่าย
ทัว่ ไป แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดงั น้ี

1) ผลิตผลทางเกษตรที่ใช้บริโภคสด
2) ผลติ ผลทางการเกษตรท่ีเปน็ วตั ถุดบิ และผ่านกระบวนการแปรรปู เบื้องตน้
3) อาหารแปรรปู ก่ึงสาเรจ็ รูป/สาเรจ็ รูป

3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง

52

2. ประเภทเครื่องดื่ม แบ่งเปน็ 2 กลุ่ม
1) เครื่องดื่มท่มี ีแอลกอฮอล์
2) เครอื่ งดม่ื ท่ีไมม่ ีแอลกอฮอล์

3. ประเภทผ้า เครื่องแตง่ กาย แบง่ เป็น 2 กลมุ่
1) ผา้
2) เครอ่ื งแต่งกาย

4. ประเภทของใช้/ของตกแตง่ /ของที่ระลกึ แบ่งเป็น 7 กล่มุ
1) ไม้
2) จกั สาน
3) ดอกไม้ประดิษฐ์/วัสดจุ ากเสน้ ใยธรรมชาติ
4) โลหะ
5) เซรามิค/เครือ่ งปน้ั ดนิ เผา
6) เคหะสิ่งทอ
7) อื่น ๆ

5. ประเภทสมุนไพรทีไ่ ม่ใชอ่ าหาร แบง่ เปน็ 3 กลมุ่
1) ยาจากสมนุ ไพร
2) เคร่ืองสาอางสมนุ ไพร
3) วัตถุอนั ตรายทีใ่ ช้ในบ้านเรอื น

มาตรฐานผลิตภณั ฑท์ ไี่ ดร้ บั การรับรองจากทางราชการ
ในการลงทะเบยี น หากผลิตภัณฑไ์ ดร้ บั การรบั รองมาตรฐานจากทางราชการ ให้ผู้มาลงทะเบยี น ไดน้ า

ใบรับรองมาตรฐานจากทางราชการมาด้วย เพ่ือกรอกข้อมูล และแสดงตอ่ เจา้ หน้าทีผ่ รู้ ับลงทะเบียน ในกรณีท่ี
อยรู่ ะหวา่ งการดาเนินการยน่ื ขอการรบั รองใหน้ าเอกสารทีแ่ สดงรายละเอยี ดการย่ืนขอดงั กล่าวมาประกอบด้วย
กรมการพัฒนาชุมชน ได้กาหนดแผนปฏิบัติการลงทะเบียนผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP แต่ละปีไว้ โดย
สามารถตดิ ต่อสานักงานพัฒนาชุมชนได้ทุกแห่ง เพ่ือสอบถามชว่ งเวลาละทะเบยี นในแต่ละไตรมาส ระยะเวลา
ดาเนนิ การ ประมาณ 75 วนั

เอกสารที่ต้องใช้
1. สาเนาบัตรประชาชน
2. ใบสาคญั การเปล่ียนชื่อ (ถา้ มี)
3. หนังสือมอบอานาจจากกล่มุ ผผู้ ลติ ผู้ประกอบการ OTOP
4. ภาพถา่ ยผลติ ภณั ฑ์ทกุ ประเภทท่ีจะลงทะเบยี น ขนาด 4"x6" หรอื ไฟล์ภาพดจิ ติ อล
5. เอกสารอนุญาตให้ทาการผลิต (กรณีมีกฎหมายกาหนด)
6. หนังสอื รบั รองมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์ท่ีจะแจ้งให้ในแบบลงทะเบยี น (ถา้ มี)
7. เอกสารการจดทะเบยี นวสิ าหกิจชุมชน (ถ้ามี)
8. แบบฟอร์มผผู้ ลิต ผปู้ ระกอบการ หนง่ึ ตาบล หน่ึงผลิตภณั ฑ์ (OTOP)
9. แบบฟอร์มผลิตภณั ฑ์หนึ่งตาบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง

53

3. มาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชุมชน (มผช.)

ความเปน็ มา
สานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)ได้จัดทาโครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนข้ึน

โดยมีระยะเวลาดาเนินการ 5 ปี วงเงินประมาณ 112,475,000 บาท (หนึ่งร้อยสิบสองล้านส่ีแสนเจ็ดหม่ืนห้า
พันบาท) เพื่อรองรับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือระดับพื้นบ้านที่ยังไม่ได้รบั การพัฒนาเท่าท่ีควร
ขณะเดียวกนั รัฐบาลมีนโยบายจดั ตั้งโครงการ หนง่ึ ตาบล หนง่ึ ผลติ ภัณฑ์ เพื่อเสริมสร้างใหแ้ ต่ละชุมชนได้ใช้ภูมิ
ปญั ญาท้องถ่ินพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑท์ ่ีเป็นเอกลักษณ์ของทอ้ งถ่ิน เพื่อผลิตจาหน่ายสู่ตลาดผบู้ ริโภค ฉะนั้น
โครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชมุ ชน สมอ. จึงเป็นแนวทางท่ีสอดคล้องและสนับสนุนในด้านมาตรฐานและการ
รับรองคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากโครงการ หนึ่งตาบลหน่ึงผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นท่ียอมรับและ
สามารถประกันคณุ ภาพให้กับผ้บู ริโภค ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งท่ีเชอื่ มโยงผลิตภณั ฑ์ จากชุมชนสตู่ ลาดผู้บริโภคทั้ง
ในประเทศ และต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ที่สาคัญ คือ ส่งเสรมิ และพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ชุมชน
ให้ไดร้ บั การรบั รอง และแสดงเคร่ืองหมายการรับรองเพ่ือส่งเสรมิ ด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ให้ เปน็ ท่ียอมรับ
อย่างแพร่หลาย และสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อ ผลิตภัณฑ์ชุมชน ทั้งในประเทศและ
ต่างประเทศเพ่ือเน้นให้มีการพัฒนาแบบย่ังยืน อีกทั้งสนับสนุนนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในโครงการหนึ่ง
ตาบล หนงึ่ ผลิตภณั ฑ์

ต่อมากระทรวงอุตสาหกรรม โดยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมไดม้ อบหมายให้ สมอ. ดาเนินการในสว่ น
ท่ีเกี่ยวข้องกับการกาหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนตามความเห็นของคณะอนุกรรมการวิจัย พัฒนาคุณภาพ
และพัฒนาเทคโนโลยี ในคณะกรรมการอานวยการ หน่ึงตาบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ. นตผ.) ที่ได้
มอบหมายงานใหอ้ ก. เปน็ ผู้พิจารณาดาเนนิ การทัง้ นี้ไดเ้ สนอจดั สรรเงนิ งบประมาณปี 2546 ใหจ้ านวน 15 ลา้ น
บาท โดยมีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ผู้แทน อก. ในคณะอนุกรรมการฯ) เป็นผู้ประสานงานและสนับสนุน
ข้อมูลของการดาเนนิ การในเร่อื งนี้

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มีคาส่ังกระทรวงอุตสาหกรรมที่ 400/2545 สั่ง ณ วันท่ี 30 กันยายน
2545 แต่งตั้งคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (กมช.) ขึ้น โดยมีเลขาธิการสานักงานมาตรฐาน
ผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรม เปน็ ประธานคณะกรรมการชุดน้ี เพื่อดาเนินการโครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนมี
อานาจและหนา้ ที่ คือ

1) พิจารณากาหนด แกไ้ ข และยกเลิกมาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชุมชน
2) ให้การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยการออกใบรับรองและการติดตามผลภายหลังท่ีได้รับ
การรบั รองแล้ว
3) ส่งเสริม พฒั นา และประชาสัมพนั ธ์ เพ่ือเพม่ิ ขีดความสามารถและขอ้ มูลใหก้ ับผูผ้ ลติ ในชมุ ชน
4) แตง่ ต้งั คณะอนกุ รรมการ เพ่ือช่วยเหลือดาเนินการตามที่ได้รบั มอบหมาย
5) ติดตามประเมินผล และรายงานความก้าวหน้าการดาเนินงานให้คณะอนุกรรมการวิจัยพัฒนา
คุณภาพผลติ ภัณฑแ์ ละเทคโนโลยี ใน กอ. นตผ. แหง่ ชาติ ทราบทุกระยะ
6) ดาเนินการอื่นๆ ที่เก่ียวข้องกับงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนชุมชน ตามที่ปลัดกระทรวง
อุตสาหกรรมอบหมายและให้ความเห็นชอบ

3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บ้งุ ทอง

54

แนวทางการดาเนินงานโครงการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชมุ ชน ของ สมอ. คือ
1) การกาหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน สมอ. จะกาหนดมาตรฐาน โดยมีข้อกาหนดท่ีเหมาะสมกับ

สภาพของผลิตภัณฑ์เป็นท่ียอมรับของทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องมีแนวทางปฏิบัติไม่ซับซ้อน เพ่ือให้ผู้ผลิตเข้าถึง
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนได้ง่ายและคานึงถึงระยะเวลาในการกาหนดมาตรฐาน โดยใช้ข้อมูลจาก
ประชุมสมั มนาเพื่อจัดทามาตรฐาน โดย สมอ. หรอื จัดจ้างกลุ่มนกั วิชาการ และให้ผ่านการประชาพิจารณ์จาก
ผูเ้ กีย่ วขอ้ งทุกฝ่ายก่อนประกาศใช้

2) การรบั รองคณุ ภาพผลติ ภัณฑ์ชมุ ชน สมอ. จะใหก้ ารรับรองและการตรวจติดตามผล เพื่อสนับสนุน
ผทู้ าใหผ้ ลติ ผลิตภัณฑ์ชมุ ชนให้มีคุณภาพเป็นท่ีเช่ือถือของผู้บริโภค โดยการเก็บตัวอย่างทดสอบ และค่าใชจ้ ่าย
ในการทดสอบตัวอย่างทางโครงการฯ จะใหก้ ารสนบั สนุน สมอ. จะกาหนดรูปแบบเครื่องหมายรับรองและจะ
ประชาสัมพันธเ์ ผยแพร่ เพ่ือใหผ้ ูบ้ ริโภครับทราบและยอมรบั อย่างท่วั ถึง

3) ด้านพัฒนาผู้ผลิตในชุมชน ในกรณีที่ผู้ผลิตบางรายมีปัญหาในการทาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพตามท่ี
มาตรฐานกาหนด สมอ.จะส่งผูเชี่ยวชาญหรือนักวิชาการเข้าไปให้ความรู้เบื้องต้นโดยการฝึกอบรมและให้
คาปรึกษาแนะนา ณ ตาบลสถานท่ผี ลติ จนมีขีดความสามารถขอรับการรับรองได้

4) ด้านส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ สมอ. จะสร้างการรับรู้เพื่อให้รู้จักและเกิดความตระหนักต่ืนตัว
โดยเปิดตัวและแนะนาโครงการผ่านส่ือต่างๆเช่น สื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ สร้างแรงจูงใจท้ัง
ทางตรงและทางอ้อมกล่าวคือ จัดประชุมผนู้ าชมุ ชนหมูบ่ ้านท่ีมผี ลิตภณั ฑ์ชุมชน และเผยแพร่โครงการให้ทราบ
ด้วยวิธีการต่างๆ เน้นใช้ส่ือในท้องถ่ินในรูปแบบต่างๆ เช่น สปอตโฆษณา ทางวิทยุโทรทัศน์ ฯลฯ ตอกย้า
ความสาเรจ็ ของผู้ได้รับการรับรอง และยกย่องเชดิ ชูเพ่ือเป็นแบบอย่างความสาเร็จของผลิตภัณฑ์ชาวบ้านภูมิ
ปัญญาไทย และใหผ้ ผู้ ลติ เกดิ ภาพพจน์ท่ีดวี า่ เป็นสินค้าคณุ ภาพเทยี บสนิ ค้าแบรนด์เนมทง้ั หลาย

ภาพที่ 4.2 ตวั อย่างหนงั สือรบั รอง มผช. เบญจวรรณ บุง้ ทอง
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชพี

55

บทท่ี 5

เทคโนโลยีการจัดการวชิ าชีพ

1. สาระสาคญั

การเรียนรู้และเข้าใจในการจัดการวิชาชีพประเภทส่ิงทอและเคร่ืองนุ่งห่ม ควรรู้จักการนาเทคโนโลยี
และนวัตกรรมทางวิชาชีพ ที่เก่ียวข้องมาเรียนรู้และเข้าใจ เพ่ือสามารถปฏิบัติ รวมถึงเผยแพร่และเป็นแหล่ง
นาเสนอองค์ความรู้ใหม่ ๆ ท่ีสาคัญในชุมชนได้ เช่นกระบวนการเรียนรู้และถ่ายทอดนาโนเทคโนโลยี ที่
เกีย่ วขอ้ งกับผา้ ทอพนื้ เมอื ง อาทิ การตกแต่งผา้ สะท้อนน้า การตกแต่งน่มุ การตกแต่งหอม การตกแต่งปอ้ งกัน
แบคทีเรีย เป็นต้น เพื่อให้สามารถสรา้ งผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือเพิ่มมูลค่าให้กับผลติ ภัณฑ์ผ้าทอพ้ืนเมืองได้อย่างมี
หลักการ

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. มีความรู้เบื้องตน้ เกี่ยวกบั นาโนเทคโนโลยี
2. สามารถปฏิบตั ิการเพิม่ มูลค่าผ้าทอพื้นเมอื งดว้ ยนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยไี ดถ้ กู ต้องตามหลักการ

3. เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้

1. ความรู้เบื้องตน้ เกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี
2. การเพิ่มมลู ค่าผา้ ทอพน้ื เมืองดว้ ยนวตั กรรมนาโนเทคโนโลยี

3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุง้ ทอง

56

1. ความรเู้ บ้ืองตน้ เกี่ยวกับนาโนเทคโนโลยี

ความหมายของนาโนเทคโนโลยี
นาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) หมายถึงวทิ ยาการในการประกอบและผลิตส่งิ ตา่ งๆ ขึ้นมาจาก

การจัดเรียงอะตอม หรอื โมเลกุลเข้าด้วยกันในระดับนาโนเมตรหรือขนาด 1 ในพันล้านส่วนของ 1 เมตร โดย
เป็นการผสมผสานของวิทยาศาสตร์หลายแขนง เช่น ชีววิทยา ชีวเคมี วิศวกรรมศาสตร์สาขาหุ่นยนต์ และ
เครอ่ื งจกั รกล

ความเป็นมาของนาโนเทคโนโลยี
คาว่า “นาโน (Nano) ” มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า “Nanos” แปลว่า “แคระ” และมักเรยี กกัน

ในอกี ชอื่ หนึง่ ว่า “ตวั แคระ” ดังนั้น นาโน จึงเปน็ สงิ่ ของทีเ่ ล็กมาก ตัวอยา่ ง เช่น ส่ิงของที่มีขนาด 1 นาโนเมตร
ก็หมายถึงมีขนาด 1 ในพันล้านเมตร (อักษรย่อ น.ม. - nm) หรือเท่ากับ 1/1,000,000,000 เมตร (หน่ึงใน
พันลา้ นสว่ นของเมตร) โดยปกตแิ ลว้ ใช้เปน็ คาอุปสรรค (prefix) ซึ่งมีคา่ เท่ากบั หนึ่งในพันล้านส่วน เมือ่ นาคาว่า
“นาโน” ไปใช้ในหน่วยใดกต็ าม จะหมายถึงพันล้านส่วนของหน่วยนน้ั เช่น 1 นาโนเมตรมขี นาดประมาณ 1 ใน
50,000 ส่วนของเส้นผมของคนเรา หรือเส้นผมมีขนาดประมาณ 50,000 นาโนเมตร หรือนา้ 1 นาโนลิตร จะ
เท่ากับน้า 1 แก้วท่ีได้จากการนาน้า 1 ลิตรมาตวงแบ่งออกเป็นพันล้านแก้วเล็กๆ หรือระยะเวลา 1 นาโน
วินาที แปลว่าเปน็ ชว่ งเวลาที่สั้นมาก แคเ่ พียง 1 สว่ นในพันล้านวนิ าที

หรือเซลล์แบคทีเรียมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ก่ีร้อยนาโนเมตร หรือส่ิงเล็กจิ๋วที่สุดท่ีมนุษย์สามารถ
มองเห็นได้โดยไม่ต้องมีเครื่องช่วยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10,000 นาโนเมตร หรืออะตอมของ
ไฮโดรเจน 10 ตัวรวมกันเท่ากับ 1 นาโนเมตร มีผใู้ ห้ความหมายของ นาโนเทคโนโลยี ไวห้ ลากหลาย เช่น นาโน
เทคโนโลยี (Nanotechnology) เป็นเทคโนโลยีท่ีเก่ียวกับสิ่งท่ีเล็กมาก ส่ิงของท่ีมีขนาด 1 นาโนเมตร ก็
หมายถึงมีขนาด 1 ในพนั ล้านเมตร โดยอาจเปรียบเทียบไดอ้ ยา่ งง่ายๆ วา่ ผชู้ ายทีส่ งู 2 เมตรเท่ากับผ้ชู ายคนน้ี
สูงถึง 2 พันล้านนาโนเมตร สิ่งที่เล็กมาก เช่น ดีเอ็นเอ (DNA ตัวย่อของ Deoxy ribonucleic acid) ที่เคยได้
ยินกนั บ่อยๆ นั้น มีความกว้างของโมเลกุลประมาณ 2.5 นาโนเมตร

นาโนเทคโนโลยี เป็นการสรา้ งเทคโนโลยีจากอะตอม และโมเลกุลของสิ่งตา่ ง ๆ ท่ไี มม่ ีชีวิตขนาด 1 ใน
พนั ล้านส่วน มาใช้ให้เกิดประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั มากท่ีสุด โดยเฉพาะการชว่ ยให้ประชาชนมีสุขภาพดี และ
สามารถรักษาโรค ซึ่งเรือ่ งน้ี กาลังเป็นท่ีแพร่หลายในวงการแพทย์ของญ่ีปุ่นและอเมริกา เพราะสามารถสร้าง
เคร่อื งมือขนาดจวิ๋ รักษาโรคในระดบั เซลล์ หรือโมเลกุลในร่างกายได้ อยา่ งเชน่ โรคมะเรง็

นาโนเทคโนโลยี หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ สร้าง การสังเคราะห์วัสดุ อุปกรณ์
เครื่องจักรหรือผลิตภัณฑ์ซ่ึงมีขนาดเล็กมากในระดับนาโนเมตร เทียบเท่ากับระดับอนุภาคของโมเลกุลหรือ
อะตอม รวมถึงการออกแบบหรือการใช้เครื่องมือสร้างวัสดุที่อยู่ในระดับท่ีเล็กมาก หรือการเรียงอะตอมและ
โมเลกุลในตาแหนง่ ที่ต้องการ ได้อยา่ งแม่นยา และถูกต้อง ทาให้โครงสรา้ งของวัสดหุ รอื สสารมคี ุณสมบัติพิเศษ
ไมว่ า่ ทางด้านฟิสิกส์ เคมี หรอื ชวี ภาพ ส่งใหม้ ผี ลประโยชน์ต่อผู้ใชส้ อย

เดิมมนุษย์สนใจสร้างสิ่งที่มีขนาดใหญ่ เช่น ปิรามิด กาแพงเมืองจีน ปราสาทราชวังต่างๆ ส่วนส่ิงท่ีมี
ขนาดเล็กก็สนใจเช่นกัน เช่น โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ต่อมาทั้งโทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์
คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงเร่ือยๆเพ่ือความสะดวกในการนาติดตัวไป กลายเป็นโทรศัพท์มือถือ และ
คอมพิวเตอร์แบบกระเปา๋ หิ้ว (Notebook) เป็นตน้ ตัวอยา่ งที่ชดั เจนอกี อย่างหนึ่งคือ การพฒั นาการเก็บข้อมูล
ท่ีเปลี่ยนจากการใช้แผ่นเก็บข้อมูล (floppy disk) ที่มีเน้ือท่ีให้เก็บไฟล์ขนาดใหญ่มากไม่ได้ จึงจาเป็นต้องใช้

3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชพี เบญจวรรณ บุง้ ทอง

57

หลายๆแผ่นต่อกันเพื่อเก็บไฟล์ขนาดใหญ่มากเพียงไฟล์เดียว มาเป็นการใช้แผ่นซีดี (compact disc; CD)
เพียง 1 แผ่น ก็สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าหลายเท่าตัว ตัวอย่างเหล่านี้นับเปน็ สิ่งที่แสดงถึงความเข้าใจของ
นกั วทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยแี ละวิศวกรรมทตี่ ระหนักในความสาคญั ของส่งิ ท่ีมีขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสงู จึง
ทาใหน้ กั วจิ ยั สนใจในการศกึ ษาเรือ่ งของนาโนเทคโนโลยีกนั เร่ือยมาจนถงึ ปัจจุบัน และจะกา้ วหนา้ ตอ่ ในอนาคต

นาโนเทคโนโลยี มีจุดเริ่มต้นโดย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) เป็นผู้ศึกษาขนาดและการ
เคล่ือนไหวของโมเลกุลน้าตาล ซึ่งถือว่าเป็นหลักเกณฑ์ท่ีสาคัญมากของการศึกษาอนุภาคระดับนาโนในเวลา
ต่อมา หลงั จากน้ันไดม้ กี ารศึกษาวิจัยนวัตกรรมทางดา้ นนาโนเทคโนโลยีขนึ้ มากมาย

ศาสตราจารย์ริชาร์ด ฟายน์แมน (Richard Feynman) (ค.ศ. 1918-1988) เป็นผู้ให้ความคิดว่า วัน
หนง่ึ นักวิทยาศาสตร์จะสามารถจัดเรียงอะตอมได้ จากการที่เขาได้ปาฐกถาเรือ่ ง There's plenty of room at
the bottom เมื่อปี ค.ศ. 1959 ว่า "สักวันหน่ึง เราจะสามารถประกอบสิ่งต่างๆ ผลิตส่ิงต่างๆ ข้ึนมาจากการ
จดั เรียงอะตอมไดด้ ้วยความแม่นยา และเทา่ ท่ีข้าพเจ้ารู้ ไมม่ ีกฎทางฟิสกิ สใ์ ดๆ แมแ้ ต่หลกั แห่งความไม่แน่นอน
(Uncertainty Principle) ท่ีจะมาขัดขวางความเป็นไปได้นี้" ต่อมาเขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เม่ือปี
ค.ศ. 1965 จากทฤษฎีควอนตัม

ภาพที่ 5.1 รชิ าร์ด ฟายนแ์ มน (ค.ศ. 1918-1988)
(ภาพจาก http://nanotech.sc.mahidol.ac.th/index.html)

ค.ศ. 1981 เกิร์ด บินน่ิง (Gred Binning) และ ไฮน์ริช โรห์เฮอร์ (Heinrich Rohrer) ประสบ
ความสาเร็จในการสร้างกล้อง Scanning tunneling microscope ท่ีสามารถมองเห็นการจัดเรียงตัวของ
อะตอมของสสารต่าง ๆ ไดอ้ ย่างชดั เจน

ค.ศ. 1986 หนังสือช่ือ “จักรกลแห่งการสร้างสรรค์ (Engines of Creation)” ซ่ึงมีเนื้อหาทั้งหมด
เกย่ี วกบั นาโนเทคโนโลยี ทีแ่ ต่งโดย อีรคิ เดรกเลอร์ (Eric Drexler) ได้เร่ิมวางจาหน่ายและได้รับความนยิ มเป็น
อย่างมาก คาวา่ นาโนเทคโนโลยี จงึ ตดิ ตลาดแตน่ ้ันมา

จนกระทั่งปี ค.ศ. 2000 รัฐบาลสหรฐั ได้ผลักดนั ให้เกิดโครงการรเิ ริ่มทางเทคโนโลยีแห่งชาติข้ึนมา ทา
ให้โลกเกดิ กระแสต่นื ตัวเก่ียวกับการพฒั นานาโนเทคโนโลยขี นึ้ อย่างมาก

ส่วนทางประเทศเอเชีย ประเทศญ่ีปุ่นได้จัดต้ังศูนย์วิทยาศาสตร์นาโนและนาโนเทคโนโลยี ขึ้นใน
มหาวิทยาลัยโอซากา มีการวิจัยด้านนาโนเทคโนโลยี และให้ความสาคญั กับนาโนเทคโนโลยีมาก ทัง้ การให้ทุน
วิจยั และการศึกษา โดยการศึกษาในระดบั ปริญญาตรขี องมหาวทิ ยาลยั ไดม้ กี ารจัดการเรยี นการสอนด้านนาโน
เทคโนโลยีน้ีข้ึน และมีการเรียนด้านสร้างสรรค์อุตสาหกรรมใหม่ ที่อยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์นาโน
นอกจากนั้นในมหาวิทยาลัยโทโฮคุก็มีการเรียนด้านวิศวกรรมการแพทย์ในอนาคต ที่อยู่บนพื้นฐานของ
เทคโนโลยีนาโนชวี ภาพอกี ดว้ ย

3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง

58

สาหรับประเทศไทย เริ่มดาเนินการวิจัยทางด้าน Computational Nanoscience เป็นคร้ังแรกโดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ ที่ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อปี
พ.ศ. 2538 ซงึ่ ขณะน้ันคนสว่ นใหญใ่ นเมอื งไทยคิดว่า "นาโนเทคโนโลยี" เป็นเร่อื งท่เี ป็นไปไมไ่ ด้

ตอ่ มาได้มีการต้ัง ศูนย์นาโนเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล และ ดร.ธีรเกียรต์ิ เกิดเจรญิ ได้ทาการวิจัย
เก่ียวกับนาโนเทคโนโลยีเรื่อยมา มีงานวิจัยทางนาโนเทคโนโลยีท่ีหลากหลายโดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญและทีมงานรวมท้ังนักศึกษาร่วมทีมวิจัย มีหัวข้องานวิจัยทางนาโนเทคโนโลยี ที่
น่าสนใจ เชน่ โพลเิ มอร์นาไฟฟ้า (Conductive Polymers) – เซ็นเซอร์ตรวจโรค ทอ่ นาโนคารบ์ อน (Carbon
Nanotube) ระบบรบั ร้กู ลิน่ อุปกรณ์เปลง่ แสงอนิ ทรีย์ เปน็ ต้น

ต่อมาปี พ.ศ.2544 สานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) อนุมัติให้ดาเนินการวิจัยทางด้าน
อุปกรณโ์ มเลกลุ นับเป็นโครงการวจิ ัยทางด้านนาโนศาสตร์ โครงการแรกของประเทศไทยทไ่ี ด้รบั การสนับสนุน
จากหน่วยงานระดบั ชาติ

ปี พ.ศ. 2546 คณะรัฐมนตรีอนุมัติการจัดตั้งศูนย์นาโนเทคแห่งชาติและให้มีการจัดทา Roadmap
ด้านนาโนเทคโนโลยี โดยรวมหน่วยงานต่างๆ ทุกกระทรวง มาบูรณาการสร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรม
ไทย โดยใชน้ าโนเทคโนโลยีเข้ามาช่วย

ความเก่ียวขอ้ งระหวา่ งนาโนเทคโนโลยกี ับอตุ สาหกรรม
นาโนเทคโนโลยีเกี่ยวข้องกับทุกอุตสาหกรรม เช่น ในด้านการส่ือสาร โทรคมนาคม ไฟฟ้า

อีเล็กทรอนิกส์ ท่ีนักวิจัยกาลังทุ่มเทขะมักเขม้นทาการค้นคว้าพัฒนาอุปกรณ์ขนาดเล็กประเภทนาโน
อีเล็กทรอนิกส์หรอื นาโนอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งก็เกีย่ วข้องโดยตรงกับวัสดุจาพวกพลาสติก เซรามิกส์ วัสดุก่ึงตัวนา
และโลหะ ท่ีจะส่งผลอย่างใหญ่หลวงกับพัฒนาการของโลกของเทคโนโลยีชั้นสูงให้ได้เป็นแบบซูเปอร์จิ๋ว แต่
แจ๋ว ประเภทซูเปอร์คอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์ พลังงาน การผลติ ยวดยาน จรวดและอาวุธสงคราม ไปจนถึงเรื่อง
ของการสารวจโลกและอวกาศ นอกจากน้ียงั สนใจอุตสาหกรรมยาและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ได้จากนาโน
เทคโนโลยี อุตสาหกรรมส่ิงทอท่ีต้องการผลิตเสื้อผ้าท่ีมีคุณสมบัติพิเศษ อุตสาหกรรมกระดาษ สีแ ละ
เครอ่ื งสาอาง เป็นตน้

นาโนเทคโนโลยียังใช้ในอตุ สาหกรรมอ่ืนๆ เช่น เคร่ืองสาอาง หัวไมก้ อล์ฟ หรือแม้แต่ชุดชั้นใน โดยใช้
อนุภาคนาโนเคลือบท่ีเส้นใยผ้าช่วยให้สวมใส่สบายขึ้น เนื่องจากตัวอนุภาคจะช่วยดูดความช้ืน อีกท้ังยังมี
วติ ามินอชี ว่ ยบารุงผวิ อีกด้วย จะเห็นไดว้ ่า นาโนเทคโนโลยนี ้ันอยูร่ อบๆ ตวั เรา และแนวโนม้ ในอนาคตอันใกล้น้ี
จะมกี ารใช้ชพิ นาโนในอปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์และเครือ่ งใช้ไฟฟา้ ในบา้ นมากขนึ้

นาโนเทคโนโลยียังมีผลกระทบต่อการเปล่ยี นแปลงของอุตสาหกรรมเป็นอย่างมากอีกด้วย โดยเฉพาะ
อุตสาหกรรมทางการแพทย์ ในอนาคตการผ่าตัดแบบด้ังเดิม อาจเปลี่ยนไปเป็นการผ่าตัดระดับนาโน
(nanosurgeons) โดยการควบคุมหุ่นยนต์นาโน (nanorobots) เข้าไปตรวจจับและทาลายเซลมะเร็ง หรือ
ไวรัสท่ีต้องการโดยไม่เป็นอันตรายต่อเซลอื่น สาหรับอุตสาหกรรมอ่ืนๆ เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์จะมีขนาดเล็กลง สามารถบรรจุข้อมูลได้ถึงล้านล้านล้านตัวอักษรในขนาดเท่าก้อน
นา้ ตาล

นอกจากน้ียังมีนาโนเทคโนโลยีที่ใช้ในระดับอุตสาหกรรมเรียบร้อยแล้ว เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องสาอาง
แปง้ ท่มี อี นภุ าคนาโน ทาให้แปง้ ไมส่ ะท้อนแสงช่วยให้ใบหน้าดอู ่อนเยาวข์ ้ึน ผลิตภัณฑ์ครมี บารุงผิวอนภุ าคนาโน
ท่ีดูดซมึ เข้าสูผ่ ิวหนังดขี นึ้ เปน็ การเพิม่ ประสทิ ธิภาพของครมี

3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บุง้ ทอง

59

และยังมีนาโนเทคโนโลยีที่จะใช้ได้จริงในอีก 5-6 ปีข้างหน้าอีก เช่น ตัวเซนเซอร์ทางการแพทย์
ช้ินส่วนต่างๆ ของหุ่นยนต์ เซนเซอร์นาโนติดรถยนต์ อวัยวะเทียม กระดูกเทียมท่ีมีอนุภาคในระดับนาโน
สาหรับผูพ้ กิ าร เป็นต้น

สาขายอ่ ยของนาโนเทคโนโลยี
นาโนเทคโนโลยีเกีย่ วข้องกับหลายสาขาวชิ าดว้ ยกนั ดังน้ี
1. นาโนอเี ล็กทรอนกิ ส์ (Nano Electronics) มกี ารวจิ ยั และพัฒนานาโนอีเลก็ ทรอนกิ ส์ในหลายแง่มุม

ท้ังจากกลุ่มนักวิจัยในมหาวิทยาลัย จากห้องปฏิบัติการของหน่วยงานในภาครัฐและในภาคเอกชน มีการ
ค้นควา้ ต้ังแต่ระดับของสมบัติโมเลกุลเดีย่ ว การประกอบเปน็ อุปกรณ์อเี ลกทรอนกิ ส์ การสร้างวงจรอย่างงา่ ยๆ
ไปจนถึงการพัฒนา “นาโนคอมพิวเตอร์” หรอื คอมพิวเตอร์ขนาดจ๋ิว และการทาคอมพิวเตอร์ท่ีเรว็ ข้ึนล้านเท่า
เปน็ ต้น

2. นาโนเคมี (Nano Chemistry) กาเนิดขึ้นต้ังแต่ปี ค.ศ. 1985 เมื่อศาสตราจารย์ริชาร์ดสมอลลีย์
ภาควชิ าเคมี มหาวิทยาลัยไรช์ รัฐเทคซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ไดค้ ้นพบฟูลเลอร์ลีน และพฒั นาไปเป็นท่อนา
โน ตลอดจนเฟืองนาโน อันเป็นต้นกาเนิดของเครื่องจกั รนาโนหรอื จุลจักรกลทมี่ ีการศึกษากันอย่างกว้างขวาง
อยูใ่ นปัจจบุ นั

ตัวอย่างผลงานจากนาโนเคมีอีกหน่ึงตัวอย่างคือ คอนกรีตชนิดหนึ่งใช้เทคโนโลยีนาโน คือใช้
Biochemical ทาปฏิกิริยาย่อยสลายกับมลภาวะที่เกิดจากรถยนต์ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ ในประเทศ
อังกฤษได้เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีนี้ในการสร้างถนนและอุโมงค์ต่างๆ เพื่อลดมลภาวะบนท้องถนน และ
ขณะเดียวกันเทคโนโลยีนาโน ทาให้อนุภาคคอนกรีตมีขนาดเล็กมาก ฝุ่น และแบคทีเรีย ไม่สามารถฝังตัวใน
เนอื้ คอนกรตี ได้ ทาใหอ้ าคารทใ่ี ช้คอนกรีตชนิดน้ี ดูใหม่เสมอ และยงั คงไม่สะสมเชือ้ โรค

3. นาโนเทคโนโลยีชีวภาพ (Nano Biotechnology) เช่น การสร้างอาหารที่ไม่มีวันหมด การรักษา
โรคมะเรง็ โดยการด่ืมเพียงน้าผลไมท้ ่ีมีหุ่นยนต์จ๋ิวแบบที่มองไม่เห็น การใช้หุ่นยนต์นาโนในการปอ้ งกันเชื้อโรค
ซ่อมแซมผนังเซลล์ รักษาอาการไขมันอุดตันในเส้นเลือด หรือการสร้างหุ่นยนต์นาโนท่ีสามารถเคลื่อนท่ีใน
กระแสเลือดเพื่อเขา้ ทาลายเชื้อโรคหรือเซลลม์ ะเร็งในร่างกายโดยไม่ตอ้ งมกี ารผา่ ตดั ท่ีเส่ียงอันตราย สาหรบั ใน
เมืองไทยเราจะเน้นทางดา้ นสรา้ งเสริมสขุ ภาพอนามัยเป็นหลัก โดยนาสิ่งที่เรามีบนผืนแผ่นดนิ ไทย ซ่ึงนับเป็น
มรดกอันมคี ่ามาใชป้ ระโยชน์ใหไ้ ด้มากทสี่ ุด เนื่องจากเมอื งไทยมีพชื พันธุ์ธัญญาหารที่อุดมสมบรู ณ์ ประกอบกับ
มีนักวิทยาศาสตรไ์ ทย ทีม่ คี วามสามารถในการเพาะเลี้ยงอาหารโปรตีนท่มี คี ุณคา่ ระดับโมเลกุล

4. วัสดุนาโน (Nano Material) เรียกกันว่า “วัสดุสุดจิ๋ว” หรือ “วัสดุซูเปอร์จ๋ิว” คือเป็นวัสดุที่มี
โครงสร้างที่มขี นาดเล็กกวา่ 100 นาโนเมตร หรอื เป็นการรวมตัวกนั ของอะตอมเป็นกลุ่มก้อนท่ีมขี นาดเล็กกว่า
100 นาโนเมตร และมขี นาดเล็กกว่าขนาดของอนุภาคทวั่ ๆไป 10,000 เทา่

5. นาโนวศิ วกรรม (Nano Engineering) เช่น การใช้พลังงานแสงอาทติ ย์อย่างเต็มที่ การสร้างทอ่ นา
โน (Nano Tube) แล้วอาจจะดัดแปลงนามาใช้เป็นเกียร์และแบรงิ่ สาหรับส่งกาลังในทางวิศวกรรมเครื่องกล
ระดับโมเลกุล

3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บ้งุ ทอง

60

ภาพที่ 5.2 Nanotube ที่มาต่อกนั เป็นรูปตวั T
(ภาพและคาอธบิ ายภาพจาก http://nanotech.sc.mahidol.ac.th/index.html)

จากภาพ คือ Nanotube ที่มาต่อกันเป็นรูปตัว T เพื่อทาหน้าท่ีเป็นอุปกรณ์สาหรับวงจรนาโน
อิเล็กทรอนิกส์ สีเขียวแสดงส่วนของ tube ที่มีสมบัติเป็นตัวนาไฟฟ้า สีแดงคือส่วนที่มีสมบัติก่ึงตัวนา การที่
Nanotube ซ่ึงประกอบด้วยอะตอมของคาร์บอนมีสมบัติการนาไฟฟ้าต่างกัน ก็เน่ืองมาจากขนาดเส้นผ่าน
ศูนยก์ ลางของ tube ต่างกนั นน่ั เอง ทาให้ความยากงา่ ยในการนาไฟฟา้ ตา่ งกนั ดว้ ย

ภาพท่ี 5.3 ทอ่ นาโน (Nanotube)
(ภาพจาก http://nanotech.sc.mahidol.ac.th/index.html)

อาจจะดัดแปลงนามาใช้เปน็ เกียรแ์ ละแบริ่ง สาหรับสง่ กาลังในทางวิศวกรรมเคร่อื งกลระดบั
โมเลกุล

นอกจากนี้ยังมีสาขาวิชาท่ีหลากหลาย เช่น นาโนเซนเซอร์ (Nano Sensor) การแพทย์นาโน
(Nano Medicine) เช่น การรักษาโรคมะเร็ง นาโนมอเตอร์ (Nano Motor) หรือ นาโนอุปกรณ์ (Nano
Device) นาโนยนต์ หรือหุ่นยนต์นาโน (Nano Robot) เกษตรกรรมยุคนาโน (Nano Agriculture) อาหาร
ยคุ นาโน (Nano Food) นาโนโซลาร์เซลล์ (Nano Solacell) และ โรงงานนาโน (Nano Factory) อนุภาคนา
โน (Nanoparticle) วัสดุผสมผสานนาโน (Nanocomposites) เสนใยนาโน (Nanofibers) โครงสรางนาโน
ของคารบอน และ โพรงนาโน (Nanotubes and Nanopores)
ฟลมบางนาโน (Thin Fim Nanostructure) และ ลูกคดิ นาโน (Nanoabacus) เปน็ ต้น

3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บงุ้ ทอง

61

หน่วยงานในประเทศไทยที่ทาการวิจยั ทางดา้ นนาโนเทคโนโลยี
1. ศูนย์นาโนเทคโนโลยี ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทาการวิจัยในด้านของประดิษฐกรรม

และวิศวกรรมนาโนเทคโนโลยี เช่น มีผลงานวิจัยในการผลิตโพลิเมอร์เรืองแสง โดยใช้นาโนเทคโนโลยี ตั้งเป้า
นาไปทดแทนอุปกรณ์ช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไฟฟ้า ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไฟแบบเดิม และไม่เกิด
ขยะอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เพราะย่อยสลายสู่สภาพแวดล้อมไดง้ า่ ย

ศูนย์นาโนเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล ยังรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียนหลักสูตร Computational
Science ระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอก ผ่านระบบทางไกล โดยลงทะเบียนเรียน เพ่ือรับปริญญาของ
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ. นครศรีธรรมราช แต่ทาวิจัยและเรียนจริงท่ี ศู นย์นาโนเทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพฯ ปริญญา:Master of Science (M.Sc.) and Doctor of Philosophy (Ph.D.)
in Computational Scienceออกโดย มหาวทิ ยาลยั วลัยลกั ษณ์

2. คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัยสิ่งประดิษฐ์สารกึ่ง
ตัวนา (SDRL) และได้ทาการศึกษาวจิ ัย พฒั นา และตรวจสอบสารก่งึ ตวั นา

3. ภาควิชาฟิสกิ ส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั ได้จัดตัง้ ห้องปฏิบตั ิการวิจัยฟิสิกสส์ าร
ก่งึ ตัวนา และทาการศึกษาสารประกอบกงึ่ ตวั นา ซึ่งเป็นสารทมี่ ีศักยภาพสูงในการใช้เปน็ สารประกอบเพอื่ ผลิต
เซลล์แสงอาทิตย์

4. ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทาการวิจัยทางด้านสารก่ึงตัวนาที่
เก่ียวข้องกับนาโนเทคโนโลยี

5. ห้องปฏิบตั ิการวิจยั ไมโครอิเลก็ ทรอนกิ ส์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจา้ คณุ ทหาร ลาดกระบัง
การวิจัยได้มุง่ เน้นในการผลิตส่ิงประดิษฐ์โครงสร้างของ MOS และได้มกี ารพัฒนาแผ่นฟิล์มที่ทาดว้ ยเพชร โดย
ใช้วิธี CVD

6. มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีการวิจัยโดยเน้นไปทางด้านการใช้เทคนิค CVD มาผลิตฟิล์มที่ทาด้วย
เพชร

7. ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเคร่ืองกาเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ (ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
สุรนารี โดยการกากับดูแลของกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีส่ิงแวดล้อม) ทาการศึกษาความเป็นไปได้ใน
การสร้างเครื่องกาเนิดแสงซินโครตอนขน้ึ ในประเทศไทย ผลสรุปพบวา่ ประเทศไทยมศี ักยภาพเพียงพอในการ
ดาเนนิ การสรา้ งเครอ่ื งกาเนดิ แสงซิโครตอน

8. สถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สนช.) และบริษัท ยูไนเต็ด เท็กไทล์ มิลส์ จากดั ประสบความสาเร็จใน
การผลิต “เสอ้ื กีฬานาโนเทคโนโลยี” โดยพัฒนาเทคนคิ จาก “อนุภาคเงิน” แทรกลงใยผ้าได้ทุกชนดิ ช่วยยับย้ัง
แบคทเี รียจากเหง่อื และรอยดา พร้อมขจัดกลนิ่ ไมพ่ ึงประสงค์อันเกดิ จากเชือ้ รา ซักแลว้ 30 คร้งั ผงเงินยังไม่จาง
และทดสอบยังไม่พบอาการแพ้ พร้อมส่งต่อเทคโนโลยใี ห้ภาคอุตสาหกรรมพัฒนาใช้เชิงพาณิชย์ตามโครงการ
“แปลงเทคโนโลยีเป็นทุน”

ล่าสุดบริษัท ยูไนเตด็ เทก็ ซ์ไทล์ มิลล์ จากดั หน่งึ ในกลุม่ บรษิ ทั ผู้นาอุตสาหกรรมส่ิงทอ และบริษัท อิน
โนเทค เท็กซ์ไทล์ จากัด ได้จัดทาเสื้อฉลองครองราชย์ 60 ปี ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้แบรนด์ I-TEX
ด้วยนวัตกรรม I-TEX (SILVER NANO เสื้อไร้แบคทีเรีย) เน่ืองในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ส่ิงทอไทย และเป็นทรัพย์สินทาง
ปญั ญาทคี่ นไทยวจิ ัยคิดคน้ ขึ้นมา โดยได้มีการจดสทิ ธิบัตรถูกต้องเป็นที่เรยี บร้อยแล้ว และเป็นผลงานการวิจัย

3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง

62

ของสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ บริษัท ยูไนเต็ด เท็กซ์ไทล์ มิลล์ จากัด โดย
การสนับสนนุ จากสานกั งานนวตั กรรมแหง่ ชาติ กระทรวงวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ปกติแล้วนวัตกรรมนาโนจะใชใ้ นวงการต่างๆ แต่สาหรับวงการอุตสาหกรรมส่ิงทอ เราถือเป็นเจ้าแรก
ของโลกที่นานวัตกรรมซิลเวอร์นาโนมาใช้ โดยผลวิจัยของคนไทยจากห้องปฏิบัติการ โดยผลงานช้ินน้ีได้รับ
คดั เลือกให้เป็นสุดยอดนวตั กรรมแห่งชาติปี 2548 เป็นรางวัลอันดับ 1 ดว้ ย ซ่ึงคุณสมบัตขิ องซิลเวอร์นาโนจะ
ไปยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ระงับกลิ่นเหงื่อและไม่เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง ซึ่งเหมาะกับ
ประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะมีอากาศร้อน นอกจากน้ี วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนในปัจจุบัน ท่ีไม่ได้ซักผ้า
ในทันทีหรือทุกวัน ทาให้ผ้าที่ถูกกองเก็บไว้เกดิ การสะสมเช้ือโรค ซ่ึงคุณสมบัติพิเศษของซิลเวอร์นาโนจะช่วย
ลดแบคทีเรียที่เกิดขึ้นได้ โดยคาดว่า ภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน เส้ือซิลเวอร์นาโน จะได้รับความนิยม
จากผู้บรโิ ภคอยา่ งสูง

ภาพที่ 5.4 อม้ั อธิชาติ ชุมนานนท์ และแพนเคก้ เขมนิจ จามิกรณ์
นาทีมขบวนกลองยาวโรดโชว์ตามถนนสีลม ภายใต้คอนเซป็ ต์ “เส้อื ซลิ เวอร์นาโน ฉลองราชย์ 60 ปี

(ภาพจาก http://www.nanotec.or.th/nanotec/index.php#)

9. ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ทาการวิจัย
เรือ่ ง “การผลติ เส้นใยนาโนในโพลิเมอร์ เพื่อการพฒั นาระบบนาส่งยาปฏชิ วี นะ” โดยไดพ้ ฒั นาเส้นใยนาโนผสม
ยารักษาแผลผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซงึ่ เป็นทางเลือกใหมใ่ นการนาสง่ ยาเพ่ือการรักษาโรค คาดว่าไม่เกิน 2 ปี จะ
แล้วเสร็จ

นาโนเทคโนโลยีกับการศึกษา
ในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ระดบั มัธยมศึกษาของไทยพบว่า มีเน้ือหาเกี่ยวกับวิชาวิทยาศาสตร์

ท้งั ฟิสกิ ส์ เคมี ชวี วิทยา เทคโนโลยชี ีวภาพ และอีเล็กทรอนิกสอ์ ยูด่ ้วย จึงควรจะนาตวั อย่างของนาโนเทคโนโลยี
ให้นักเรียนได้เรียนรู้เป็นพ้ืนฐานด้วย ส่วนในระดับมหาวิทยาลัยก็มีการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ที่มี
เน้ือหาวิชาเรื่องนาโนเทคโนโลยีอยู่แล้ว และยังมีการศึกษาวิจัยเก่ียวกับนาโนเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยหลาย
แห่ง บางแหง่ ต้ังเปน็ ศูนย์นาโนเทคโนโลยขี ้ึนโดยเฉพาะ คาดวา่ จะกา้ วหนา้ ยง่ิ ขน้ึ ไป

3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บ้งุ ทอง

63

นาโนเทคโนโลยีเป็นเทคโนโลยีท่ีมีศักยภาพสูงในการสร้างผลิตภัณฑ์ทางอุตสาหกรรมได้หลากหลาย
ชนดิ ซ่ึงไม่สามารถทาได้ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน เช่น การทาคอมพวิ เตอร์ขนาดจิ๋ว และการทาคอมพิวเตอร์ท่ี
เร็วขึ้นล้านเท่า การสร้างหุ่นยนต์นาโนที่สามารถเคล่ือนท่ีในกระแสเลือดเพื่อเข้าทาลายเชื้อโรคหรือ
เซลลม์ ะเรง็ ในรา่ งกายโดยไมต่ ้องมกี ารผา่ ตัดทีเ่ สี่ยงอนั ตราย หรอื การรกั ษาโรคมะเร็งโดยการดื่มเพยี งน้าผลไม้
ที่มหี ุน่ ยนต์จ๋ิวแบบที่มองไม่เหน็ สง่ิ เหลา่ นค้ี งไม่นานเกนิ รอแนน่ อน

อย่างไรก็ตามถึงแม้นาโนเทคโนโลยีมีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งท่ีเป็นไปได้ในโลกจานวน
มากมาย แต่จะถูกจากัดด้วยความสามารถในการคิดและจินตนาการของมนุษย์ สิ่งท่ีเราต้องพึงระลึกไว้ก็คือ
การใช้นาโนเทคโนโลยีมีความเป็นไปได้ท่ีจะทาให้เกิดการสร้างสรรค์และการเส่ียงต่ออันตราย จึงเป็นส่ิงท่ี
นักวจิ ัยควรจะพยายามลดการเสี่ยงอันตรายให้นอ้ ยทส่ี ดุ

2. การเพ่มิ มูลคา่ ผา้ ทอพนื้ เมอื งดว้ ยนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี

ไดท้ ดสอบคุณสมบตั ิของผ้าพ้นื เมอื ง คือ คณุ สมบัตสิ ะทอ้ นน้า กลิ่นหอม และปรับน่มุ โดยใช้ผา้
พน้ื เมอื งทีแ่ ตกต่างกัน 3 ชนิด คือ ผ้าไหม ผ้าฝา้ ย และผ้าขิด และทดสอบการทนต่อการซักล้าง โดยมีวธิ กี าร
ดาเนนิ งานดังนี้

1. อปุ กรณ์
1.1 อุปกรณ์ในการทดลอง

1) ถงุ มือยาง 2) ตาชัง่ 1,000 กรมั

3) กระดาษลิสมัส 4) แทง่ แกว้ คนสาร
3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง

64

5) กะละมงั 6) ลูกกลิ้ง

7) บ๊กิ เกอร์ 8) หน้ากากอนามัย
1.2 วัสดทุ ี่ใช้ในการทดลอง

1) ผา้ ไหม 2) ผา้ ฝ้าย 3) ผา้ ขิด
1.3 สารเคมีท่ใี ช้

3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บงุ้ ทอง

65

1) สารปรับแตง่ กล่ินหอม (กล่ินมะลิ) 2) สารป้องกันเชอ้ื แบคทีเรยี

3) สารปรับนุม่ 4) สารตกแต่งสะท้อนน้า

5) กรดซิดรกิ 6) สารทาละลาย

2. วธิ ีการศกึ ษาทดลอง
2.1 การเตรียมความพรอ้ ม

2.1.1 เตรียมวัสดุอปุ กรณ์ให้พร้อม
2.1.2 แต่งกายใหร้ ัดกมุ โดยสวมใส่ผา้ กันเป้ือน ถุงมือยาง และหน้ากากอนามยั ทุกครัง้

2.1.3 ผสมสารเคมีในท่อี ากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก
2.2 ข้ันตอนการทดลอง

2.2.1 ทาความสะอาดผ้าพืน้ เมืองด้วยการซักกับนา้ เปล่า เพือ่ ทาความสะอาดเส้นใยเสอื้ ผ้า

จากกระบวนการทอ
2.2.2 เทนา้ เปล่า 1 ลิตร ลงในกะละมัง

3400 – 1004 การจดั การงานวิชาชพี เบญจวรรณ บุ้งทอง

66

2.2.3 ผสมสารป้องกนั แบคทเี รียลงในน้าเปลา่ ในปริมาตร 50 มลิ ลิลติ ร
2.2.4 ผสมสารสะท้อนลงในนา้ เปล่า ในปริมาตร 100 มิลลิลิตร

2.2.5 ผสมสารปรับนุ่มลงในน้าเปลา่ ในปรมิ าตร 20 มลิ ลลิ ติ ร

2.2.6 ผสมสารตกแตง่ กล่นิ หอม (กลิ่นมะลิ) ลงในน้าเปล่า ในอัตราสว่ น 10 มลิ ลิลิตร

3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชพี เบญจวรรณ บุง้ ทอง

67

2.2.7 คนสารทกุ อย่างเข้ากันดว้ ยแท่งคนสาร แล้วเติมสารทาละลาย ลงในน้าทผ่ี สม ใน
อตั ราส่วน 10 มิลลลิ ิตร

2.2.8 เทกรดซิดรกิ ลงในนา้ ในปรมิ าณ ¼ ชอ้ นชา แลว้ คนน้าทีผ่ สมให้เข้ากันอีกครง้ั

2.2.9 จุ่มกระดาษลิสมัสลงในนา้ ยา เพอื่ ทดสอบความเป็นกรด/ดา่ ง โดยมที ีไ่ ดค้ วรเป็นสีสม้
เล็กนอ้ ย คอื มคี วามเปน็ กรดเลก็ นอ้ ย ระดับค่า ph ระหว่าง 5-6 (สีเหลอื ง)

2.2.10 นาผ้าไหมทเ่ี ตรียมไวล้ งในนา้ ยาท่ผี สม แชท่ ้งิ ไว้ 30 นาที ใชล้ ูกกลิง้ ซับนา้ ยาออกจาก
ผา้ แลว้ นาไปตากไว้ในที่รม่

3400 – 1004 การจัดการงานวิชาชีพ เบญจวรรณ บุง้ ทอง

68

2.2.11 นาผา้ ฝา้ ยทเ่ี ตรยี มไวล้ งในนา้ ยาที่ผสม แชท่ ้งิ ไว้ 30 นาที ใชล้ กู กลง้ิ ซับน้ายาออกจาก
ผ้า แล้วนาไปตากไวใ้ นท่ีรม่

2.2.12 นาผา้ ขดิ ทเี่ ตรยี มไว้ลงในนา้ ยาทผี่ สม แช่ท้ิงไว้ 30 นาที ใช้ลกู กลง้ิ ซับนา้ ยาออกจาก
ผ้า แลว้ นาไปตากไว้ในท่รี ่ม

2.2.13 นาผา้ ไปซกั ใหส้ ะอาด และบันทึกผลการทดสอบ

3400 – 1004 การจัดการงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุ้งทอง

69

เอกสารอา้ งองิ

Wilburt E.Moore. (1970). The Profession: Roles and Rules (New York: Russel Sage
Foundatiob.

T.H. Silcock (1972). Professional Structure in South East Asia (Canberra: The Australian
National University.

ดรรชนี พทั รวรากร. (2548). เอกสารประกอบการสอน วชิ าเทคโนโลยสี ิ่งทอ. เชียงใหม่ :
ภาควชิ าเคมอี ตุ สาหกรรม คณะวิทยาศาสตร,์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม.่

ติน ปรชั ญพฤทธิ์. (2536). วชิ าชพี นิยมของระบบราชการในรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ วั : วิวัฒนาการและผลกระทบตอ่ สงั คมไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพจ์ ุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.

ธารทอง ทองสวสั ดิ์. (2532). "อทิ ธพิ ลตะวนั ตกกับการเปลีย่ นแปลงทางการเมอื งไทย." ในสาขาวชิ า
ศลิ ปศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช, นนทบรุ ี: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช.

บัญชา แกง้ เกตุทอง. (2522). การปฏิรปู การปกครองของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั
กรงุ เทพฯ: ไทยวัฒนาพานชิ , 2522.

พนดิ า ยิ่งกลา้ . (2552). เอกสารประกอบการเรยี น เร่อื ง ขนั้ ตอนการยอ้ มสีธรรมชาติ. สุรนิ ทร์ :
โรงเรยี นบ้านแจรน (ปอเกีย-พลินอุทศิ 1).

พินัย หอ้ งทองแดง. (2548). พันธไ์ ม้ยอ้ มสธี รรมชาต.ิ กรุงเทพมหานคร : บริษทั พ.ี เพรส จากัด.
พิมพ์ลดา ธญั พรพิภัทรก์ ลุ . (2553). หลักสตู รการจดั การศกึ ษาเพื่อการมีงานทา : หลักสตู รการผลิต

ผ้าย้อมครามลายสะเกด็ ธรรม. สกลนคร : ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อธั ยาศยั อาเภอสว่างแดนดิน.
มลู นิธสิ ่งเสริมศิลปาชพี ในสมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกิต์ พระบรมราชินีนาถ. (2543). ประวัตผิ ้าไหมไทย.

กรุงเทพ : บริษัท ดา่ นสุทธาการพมิ พ์ จากัด.

ศูนย์วิชาการและเทคโนโลยีส่ิงทอพื้นบ้าน. (2554). หลกั สตู รการยอ้ มผ้าสธี รรมชาติ. เชยี งใหม่ :
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี, มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่.

3400 – 1004 การจดั การงานวชิ าชีพ เบญจวรรณ บุง้ ทอง


Click to View FlipBook Version