The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอน วิชาเทคนิคออกแบบผลิตภัณฑ์ (3401-2102) สำหรับผู้เรียนระดับ ปวช. และปวส. สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ สาขาวิชาผ้าและเครื่องแต่งกาย และสาขาวิชาเทคโนโลยีแฟชั่นและเครื่องนุ่่งห่ม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Attalak CO.,Ltd., 2020-05-05 04:34:20

เอกสารประกอบการสอน วิชาเทคนิคออกแบบผลิตภัณฑ์ (3401-2102)

เอกสารประกอบการสอน วิชาเทคนิคออกแบบผลิตภัณฑ์ (3401-2102) สำหรับผู้เรียนระดับ ปวช. และปวส. สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ สาขาวิชาผ้าและเครื่องแต่งกาย และสาขาวิชาเทคโนโลยีแฟชั่นและเครื่องนุ่่งห่ม

วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่นั และส่งิ ทอ

เอกสารประกอบการสอน

รายวชิ า 3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภัณฑสงิ่ ทอ
(Textile Product Design Techniques)

เรยี บเรียงโดย

เบญจวรรณ บงุ้ ทอง
ครชู านาญการพเิ ศษ

หลักสูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพชน้ั สูง (ปวส.) ประเภทวิชาคหกรรม
สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟช่นั และสง่ิ ทอ วิทยาลัยอาชวี ศึกษาอุดรธานี

สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ปี พ.ศ. 2558

วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟช่นั และส่งิ ทอ

คานา

เอกสารประกอบการสอน 3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑสิ่งทอ (Textile Product
Design Techniques) ฉบับนี้ จัดทาขึ้นตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประเภทวิชา
คหกรรม สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี สานักงาน
คณะกรรมการการอาชวี ศึกษา

โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้นักศึกษา นักศึกษา ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับหลักการออกแบบผลิตภัณฑ
สิ่งทอ การเลือกใชวัสดุในทองถ่ิน การออกแบบผลิตภัณฑสิ่งทอตามสมัยนิยม การวิเคราะหผลิตภัณฑ
โดยคานึงถงึ ความสวยงามประโยชนใชสอยและความตองการของตลาด การนาเทคโนโลยีมาใชในการออกแบบ
ผลิตภณั ฑสงิ่ ทอ

ผูจ้ ัดทาหวังเป็นอย่างว่าเอกสารประกอบการสอนฉบับนี้ จะเกดิ ประโยชน์ต่อการพฒั นาคุณภาพและ
ศักยภาพผูเ้ รียน ตลอดจนเป็นประโยชนแ์ ก่ผสู้ นใจศกึ ษา เพอื่ พฒั นาวชิ าการและวิชาชพี ในอนาคต

เบญจวรรณ บุง้ ทอง
มกราคม 2558

วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาอุดรธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟชั่นและสงิ่ ทอ

สารบญั หนา้

เรือ่ ง ข
คานา 1
สารบญั 2
กาหนดการสอน 3
บทที่ 1 ผลิตภณั ฑส์ งิ่ ทอ 4
5
1.1 ท่ีมาของผลติ ภัณฑ์สง่ิ ทอ 7
1.2 การออกแบบผลติ ภัณฑ์สง่ิ ทอในต่างประเทศ 8
1.3 การออกแบบผลิตภัณฑ์สิง่ ทอในประเทศไทย 9
ใบงานท้ายบทเรยี น 13
บทที่ 2 ความรู้เบอื้ งตน้ เกยี่ วกบั การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ 14
2.1 การแบง่ ลักษณะของการออกแบบอตุ สาหกรรม 15
2.2 ขอบเขตของผลิตภณั ฑ์ท่ัวไป 21
2.3 ลกั ษณะผลิตภัณฑ์ส่ิงทอ 22
2.4 แนวคิดในการออกแบบผลิตภัณฑ์ 23
ใบงานทา้ ยบทเรยี น 24
บทที่ 3 ประเภทของผลิตภณั ฑส์ ่งิ ทอ 25
3.1 จุดประสงคใ์ นการออกแบบผลิตภณั ฑ์ 27
3.2 ประเภทผลติ ภณั ฑ์สิง่ ทอ 28
3.3 การจาแนกประเภทผลิตภัณฑ์ในทางตลาด 29
ใบงานท้ายบทเรียน 30
บทที่ 4 นกั ออกแบบผลิตภณั ฑส์ ่ิงทอ 34
4.1 ความหมายของนกั ออกแบบ 35
4.2 คุณสมบตั ิของนักออกแบบ 36
4.3 หน้าทขี่ องนกั ออกแบบ 37
4.4 กฎระเบยี บต่าง ๆ ของนกั ออกแบบ 38
4.5 จรรยาบรรณของนกั ออกแบบ 39
ใบงานท้ายบทเรยี น 39
บทที่ 5 ความคดิ สรา้ งสรรค์ในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ 42
5.1 การสรา้ งสรรค์ 43
5.2 การพัฒนาแนวคิดสร้างสรรคใ์ นการออกแบบ 44
5.3 สิ่งดลใจในการออกแบบ 45
5.4 แนวคดิ ในการออกแบบ
5.5 เทคนิคแนวคิดในการออกแบบ
ใบงานท้ายบทเรียน

วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟชั่นและสงิ่ ทอ

สารบญั (ตอ่ ) หนา้
46
เรื่อง 47
บทที่ 6 การตลาดเพื่อการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 48
49
6.1 แนวคิดเก่ยี วกบั ผลติ ภณั ฑ์ใหม่ 52
6.2 กระบวนการพฒั นาผลิตภัณฑ์ใหม่ 53
6.3 การยอมรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของผบู้ รโิ ภค 54
ใบงานทา้ ยบทเรยี น 57
บทที่ 7 การออกแบบผลติ ภัณฑส์ งิ่ ทอขั้นต้น 58
7.1 การพฒั นาแนวคดิ ดว้ ยแบบร่างขน้ั ตน้ 59
7.2 การถา่ ยทอดความคิดมาเป็นแบบรา่ ง 60
7.3 การกลน่ั กรองแบบร่าง 67
7.4 การวิเคราะห์แบบผลติ ภัณฑ์ 68
7.5 การวเิ คราะหแ์ บบเพ่ือหารูปร่างของผลติ ภัณฑ์ 69
ใบงานท้ายบทเรยี น 71
บทท่ี 8 การวเิ คราะหผ์ ลิตภัณฑ์สิ่งทอ 72
8.1 ด้านรปู ร่าง 75
8.2 ดา้ นประโยชนใ์ ช้สอย 79
8.3 ผลิตภัณฑ์ท่ีสอดคลอ้ งกบั มนษุ ย์ 80
8.4 ผลิตภัณฑท์ ่ีสอดคล้องกบั วัสดุ 81
8.5 หุ่นจาลองในงานออกแบบ 85
8.6 การสรุปผลการออกแบบ 86
8.7 การนาเสนองาน
ใบงานทา้ ยบทเรยี น
บรรณานกุ รม

วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟช่นั และส่งิ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภณั ฑส์ ิ่งทอ I 1

กาหนดการสอน

(Course Syllabus)

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภณั ฑส่งิ ทอ
จานวนหน่วยกติ (Textile Product Design Techniques)
(ท)1 (ป) 4 หนว่ ยกติ 3

จุดประสงค์รายวิชา
เพ่อื ให้

1. รูและเขาใจหลกั การออกแบบผลติ ภณั ฑสิง่ ทอ
2. เลอื กใชวัสดุในทองถ่ิน ในการออกแบบผลติ ภัณฑส่งิ ทอ
3. มีทักษะการออกแบบและวิเคราะหงานผลติ ภัณฑสิ่งทอ

4. มีทักษะในการนาเทคโนโลยีมาใชในการออกแบบผลิตภณั ฑสง่ิ ทอ
5. มีความคิดริเริม่ สรางสรรคในการปฏบิ ัตงิ านมีความรบั ผดิ ชอบและมเี จตคติที่ดีในวชิ าชพี

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเกยี่ วกับหลกั การออกแบบผลติ ภัณฑส์ ิ่งทอ

2. เลือกใชวสั ดุในทองถ่นิ ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ส่ิงทอไดตามหลักการ
3. ออกแบบและวิเคราะหงานผลิตภณั ฑสงิ่ ทอไดตามหลกั การ
4. ประยกุ ตใชเทคโนโลยีมาใชในการออกแบบผลิตภัณฑส่งิ ทอ

คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับหลักการออกแบบผลิตภัณฑส่ิงทอ การเลือกใชวัสดุในทองถ่ิน

การออกแบบผลติ ภัณฑสิง่ ทอตามสมัยนิยม การวเิ คราะหผลิตภัณฑโดยคานึงถงึ ความสวยงามประโยชนใชสอย
และความตองการของตลาด การนาเทคโนโลยีมาใชในการออกแบบผลิตภณั ฑส่ิงทอ

เกณฑก์ ารให้คะแนน (Mark Allocation) 20%
60%
เกณฑ์การให้คะแนนมี 3 สว่ น 100% 20% \
1. เจตคติ
2. คะแนนสะสมระหว่างเรียน
3. สอบประมวลความรู้

วธิ ีการสอน (Instructional Strategies)
จดั การเรียนการสอนโดยการปฏิบัติเกย่ี วกับความหมาย หลักการ กระบวนการจดั การธุรกิจ วเิ คราะห์

งานตามกระบวนการจัดการงานวิชาชีพ ดาเนินงานธุรกิจ และบริการด้านวิชาชีพ นาเทคโนโลยีมาประยุกต์
ใชใ้ นการจัดการงานวิชาชีพ การมอบหมายงานให้นักศึกษาค้นคว้า (Work Assignments) ให้นักศึกษาคน้ คว้า
ข้อมูลก่อนการเข้าเรียนท้ังงานกลุ่มและเดี่ยว กาหนดให้มีการปฏิบัติในทุกช่ัวโมงเรียนและประเมินผลตาม

สภาพจริงทา้ ยชวั่ โมง

วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟชน่ั และสงิ่ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ส่งิ ทอ I 2

บทท่ี 1

ผลิตภณั ฑส์ งิ่ ทอ

1. สาระสาคัญ

ส่ิงทอส่วนใหญ่ท่ีอยู่ในรูปของเส้ือผ้า เรามักจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่ยังมีอีกหลาย ๆ
แง่มุมของสิ่งทอ รวมไปถึงวิทยาการและเทคโนโลยี ทางด้านส่ิงทอท่ีอาจจะถูกมองข้ามไปหรือถูก
จากัดให้อยู่ในวงแคบเฉพาะในกลุ่มของนกั วชิ าการ หากผู้ใช้มคี วามสนใจและเขา้ ใจ ความรู้พ้ืนฐาน
เกี่ยวกบั สิ่งทอ เช่น ชนิดของเส้นใย สมบัติของเสน้ ใย การขึ้นรูปเปน็ เส้นดา้ ย การข้ึนรูปเป็นผืนผ้า
กจ็ ะทาให้ผ้ใู ชส้ ามารถเลือกวัสดุส่ิงทอท่ีมีในชวี ิตประจาวันได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการและ
การนาไปใช้ รวมไปถึงการดแู ลรกั ษาด้วย

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. รูจ้ กั และเข้าใจทม่ี าของผลิตภณั ฑ์สง่ิ ทอแตล่ ะประเภท
2. อธิบายแนวคดิ ในการการออกแบบผลติ ภัณฑ์ส่งิ ทอในตา่ งประเทศได้
3. อธบิ ายแนวคิดในการการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ส่ิงทอในประเทศไทยได้

3. เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้

1. ท่มี าของผลติ ภณั ฑส์ ิ่งทอ
2. การออกแบบผลติ ภณั ฑ์สิง่ ทอในต่างประเทศ
3. การออกแบบผลิตภัณฑ์ส่งิ ทอในประเทศไทย

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่ันและส่ิงทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภัณฑ์สิง่ ทอ I 3

ผลติ ภณั ฑส์ ิ่งทอ

1.1 ที่มาของผลติ ภณั ฑส์ ิ่งทอ

ส่ิงทอ มีความหมายกว้าง ๆ หมายถึง เส้นใย เส้นด้าย ผ้า หรือผลิตภัณฑ์ท่ีทาจาก เส้นใย เส้นด้าย
หรือจากผ้า แต่เดิมคาว่า ส่ิงทอ (Textile) จะหมายถึง เฉพาะผ้าทอเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีการขยายความ
ครอบ คลุมถึงเส้น ใย ด้ าย ผืน ผ้า ห รือ ผลิตภั ณ ฑ์ ที่ เกิ ด จาก เส้น ใย เส้น ด้ าย ห รือ ผืน ผ้าด้ว ย

ผลติ ภัณฑส์ ่ิงทอเปน็ ปัจจยั พน้ื ฐานท่ีสาคญั อย่างยิ่งต่อการดารงชีวิตของมนษุ ย์ท้ังในการทาเครื่องนุ่งห่ม
เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายไปจนถึงการตกแต่งเพ่ือให้เกิดความสวยงาม ดังนั้นผลิตภัณฑ์สิ่งทอจึงนับว่ามี
ความสาคัญอย่างมากท้ังในเชิงปัจจัยพื้นฐานและในเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรมการผลิตสิ่งทอของประเทศไทย
สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 5 ประเภทดงั นี้

1. อตุ สาหกรรมเส้นใย
2. อตุ สาหกรรมปัน่ ดา้ ย
3. อุตสาหกรรมทอผา้
4. อุตสาหกรรมฟอก ย้อม พิมพ์และแตง่ สาเร็จ
5. อุตสาหกรรมเครอ่ื งนุง่ หม่
การต้งั โรงงานเพือ่ ประกอบอุตสาหกรรมสิง่ ทอ
การตั้งโรงงานมีกฎหมายหลกั ท่เี กยี่ วขอ้ งอยู่ 2 ฉบับ คอื พระราชบัญญตั ิโรงงาน พ.ศ.2535 และ
พระราชบัญญัตกิ ารนคิ มอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522 การจาแนกว่าโรงงานใดอยู่ภายใตก้ ฎหมาย
ฉบับใดพิจารณาจากพน้ื ทต่ี ้งั ของโรงงานโดยแบ่งเป็น
- กรณีการตง้ั โรงงานในพน้ื ทเ่ี ขตประกอบการอุตสาหกรรม พน้ื ทใี่ นชมุ ชนอุตสาหกรรม
หรือพืน้ ทเ่ี อกเทศ
- กรณกี ารตั้งโรงงานในนคิ มอตุ สาหกรรม
- กรณีการตงั้ โรงงานในพนื้ ทเี่ ขตประกอบการอตุ สาหกรรม พืน้ ทีใ่ นชุมชนอตุ สาหกรรม

หรือพ้นื ทีเ่ อกเทศ
พื้นท่ีในเขตประกอบการอุตสาหกรรม เป็นการพัฒ นาพื้นที่เพื่อรองรับอุตสาหกรรม ตาม
พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 การพัฒนาพื้นท่ีดังกล่าว ต้องได้รับการพิจารณาและประกาศกาหนดเขต
ประกอบการอุตสาหกรรมจากกระทรวงอุตสาหกรรม สิทธิประโยชน์ที่ได้รับคือการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาต
ตามกฎหมายโรงงาน เชน่ เขตประกอบอุตสาหกรรมสยามอีสเทริ น์ อนิ ดสั เตรยี ล พารค์ จงั หวดั ระยอง เป็นตน้
พืน้ ท่ีในชุมชนอุตสาหกรรม พ้ืนที่โดยภาคเอกชนเพื่อรองรับอุตสาหกรรม ตามนโยบายของกระทรวง
อตุ สาหกรรม การพัฒนาพ้ืนที่ดังกล่าว ต้องได้รับการพิจารณาและกาหนดพื้นท่ีจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม สิทธิประโยชน์ท่ีได้รับคือ การพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายโรงงานจะเป็นไปอย่าง
รวดเร็ว เนื่องจากได้มีการพิจารณาพื้นที่โดยรวม และประเภทอุตสาหกรรมที่จะประกอบกิจการในพ้ืนที่
ดังกลา่ วแลว้
พ้ืนที่เอกเทศ เป็นพื้นท่ีท่ีผังเมืองระบุให้เป็นสีม่วง สาหรับสร้างโรงงาน หรือสีเม็ดมะปราง สาหรับ
สร้างคลงั สนิ ค้า

วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟชัน่ และส่งิ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภณั ฑ์สิ่งทอ I 4

การต้ังโรงงานใน 3 พื้นที่ดังกล่าวข้างต้นอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ซึ่งการ
ดาเนนิ การขออนุญาตต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องการการตั้งโรงงาน เป็นหนา้ ท่ขี องกรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวง
อตุ สาหกรรมทจี่ ะดาเนินการออกใบอนญุ าตท่เี ก่ยี วข้องกบั โรงงานให้แก่ผทู้ ีป่ ระสงค์จะประกอบกิจการโรงงาน

1.2 การออกแบบผลติ ภณั ฑส์ ิ่งทอในตา่ งประเทศ

ความรพู้ ้ืนฐานสิง่ ทอ
ในโลกของสิง่ ทอเราควรทาความคุ้นเคยกบั คาศพั ทพ์ นื้ ฐาน ที่ใช้กนั บอ่ ย ๆ โดยผู้เขียนได้รวบรวบคา

นยิ ามเคมีสิ่งทอไดด้ ังน้ี
ส่ิงทอ (Textile) คานิยามเดมิ หมายถงึ เฉพาะผ้าทอเท่านน้ั แต่ในปจั จุบันมีการขยายความหมาย

ครอบคลุมถงึ เสน้ ใย ดา้ ย ผืนผ้า หรือผลติ ภัณฑท์ เ่ี กิดจากเสน้ ใย เส้นด้าย หรือผืนผ้า
1. เสน้ ใย (Fiber)หมายถึง วสั ดุหรือสารใด ๆ ท้งั ที่เกดิ จากธรรมชาติ และมนุษย์สร้างขึน้ ทม่ี ีอัตราส่วน

ระหวา่ งความยาวตอ่ เสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางเท่ากับหรือมากกวา่ 100 สามารถขึ้นรปู เป็นผ้าได้ และต้องเป็น
องค์ประกอบท่ีเลก็ ที่สุดของผ้า ไม่สามารถแยกย่อยในเชิงกลไดอ้ กี

2. ด้าย (Yarn) ประกอบดว้ ยเส้นใยหลาย ๆ เสน้ รวมกนั อาจมกี ารขนึ้ เกลยี ว (Twist) หรือไมก่ ไ็ ด้
3. ผ้า (Fabric) เปน็ วัสดุทมี่ ีลกั ษณะเปน็ แผน่ แบน ซ่ึงผลิตจากสารละลาย เส้นใย เส้นดา้ ย หรอื วสั ดุ
พ้ืนฐานเหลา่ นีร้ วมกนั
4. การตกแตง่ สาเรจ็ (Finish) คือกระบวนการใสส่ ารเตมิ แตง่ เพอื่ เพิ่มสมบัติให้แก่ผา้ ดบิ
5. ผา้ ดิบ (Grey Goods) คอื ผ้าที่ยงั ไม่ผ่านกระบวนการตกแตง่ สาเร็จ
6. สิง่ ทอ (Textile) หมายถึง เสน้ ใย เส้นดา้ ย ผา้ หรอื ผลติ ภัณฑ์ทท่ี าจากเสน้ ใย เส้นดา้ ย หรอื จากผ้า

ภาพตัวอยา่ งผลงานการออกแบบส่ิงทอต่างประเทศ

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภัณฑ์สงิ่ ทอ I 5

1.3 การออกแบบผลติ ภณั ฑส์ ิ่งทอในประเทศไทย

การพัฒนานวัตกรรมส่ิงทอสีเขียว สามารถทาได้หลายรูปแบบ เนื่องจากโอกาสในการปรับปรุง
ผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีหลายด้าน โดยนักวิจัยสามารถพัฒนาจากสาขา
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิศวกรรม รวมถงึ นักออกแบบสามารถนาความรู้และความเชย่ี วชาญมาประยกุ ต์ใช้
ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิตสิ่งทอให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มาก โดยตัวอย่างการพัฒนามี
ดงั ตอ่ ไปนี้

1. การนาวสั ดทุ ใี่ ช้แล้วมาใช้ใหม่ (Recycling and use of Waste as Raw Materials)
หลกั การน้ีเป็นทส่ี นใจจากผูบ้ รโิ ภคมาก

ขึ้น ในการวิจัยตลาดพบว่าผู้บริโภคส่วนมากเห็นชอบท่ี
จะซื้อสินคา้ ท่มี วี ัสดทุ ี่ใช้แลว้ ในทางปฏบิ ัติรฐั ควรสง่ เสริม
และช่วยในการสนับสนุนให้ราคาวัสดุเหล่าน้ีมีราคา
ต้นทุนที่ต่าลง รวมท้ังภาคเอกชนควรทาการตลาดเพ่ือ
เพม่ิ ความต้องการของผบู้ ริโภค ตัวอย่างนวัตกรรมส่ิงทอ
ประเภทน้ี เช่น การนาพรมท่ีใช้แล้วมาย่อย และพัฒนา
เป็นแผ่นรองพื้น (Underlay) ที่เก็บเสียงได้ การนาเส้นใยไนล่อนจากพรมท่ีใช้แล้วมาใช้เป็นวัสดุเสริมแรงใน
คอนกรีตซง่ึ สามารถลดปัญหาการจัดการขยะทางอ้อมได้ เป็นต้น

2. การออกแบบผลิตภัณฑ์ท่เี ป็นมติ รต่อส่งิ แวดลอ้ ม (Eco Design)
เป็นการออกแบบที่ช่วยลดผลกระทบ

ต่อสิ่งแวดล้อมโดยพิจารณาถึงผลกระทบของสินค้า
ต้ังแต่เริ่มผลิตจนถึงหลังการใช้งาน เป็นการออกแบบที่
เป็นที่นิยมในอุตสาหกรรมไฟฟ้า และยานยนต์ และ
ขณะน้ีเริ่มเป็นที่นิยมสาหรับสิ่งทอด้วย ซ่ึงอุตสาหกรรม
ตั้งแต่ต้นน้าถึงปลายน้าในห่วงโซ่อุปทานต้องร่วมมือกัน
ตัวอย่างนวัตกรรมส่ิงทอประเภทน้ี เช่น เส้นใยพอลิแล็คติก แอซิด (Polylactic Acid: PLA) ซึ่งเป็นเส้นใย
ประดิษฐ์ท่ใี ช้วัตถดุ ิบจากขา้ วโพด จงึ สามารถยอ่ ยสลายไดต้ ามธรรมชาติ เปน็ ตน้

3. การใชว้ ัตถดุ บิ ที่สามารถผลิตใหม่ได้ (Renewables)
โด ย ก า ร มุ่ ง เน้ น ใช้ วั ต ถุ ดิ บ จ า ก

ธรรมชาตซิ ่ึงสามารถผลิตเพิ่มเตมิ ได้ในอัตราเร็วกว่าการ
นาไปใช้เพ่ือทดแทนวัตถุดิบสังเคราะห์และสารเคมี เป็น
การพัฒนาที่ยั่งยืนเนื่องจากสามารถผลิตได้ต่อเนื่องใน
อตั ราทเี่ ร็วกว่าการใช้งาน เส้นใยธรรมชาติและสารสกัด
จากสมุนไพรสามารถนามาประยุกต์ในการใช้งานต่าง ๆ
ตัวอย่างนวัตกรรมส่ิงทอประเภทนี้ เช่น การพัฒนาสิ่ง
ทอเทคนิคท่ตี ้องการความแขง็ แรงสูง โดยเลือกใชเ้ ส้นใยธรรมชาติ เช่น ปา่ น ปอ กญั ชง เป็นต้น

วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟชน่ั และสง่ิ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภัณฑ์ส่งิ ทอ I 6

4. การจดั การกับของเสยี (Waste Management)
การจัดการของเสียจากการผลิตให้มีการนาสารข้างเคียงจากการผลิตบางประเภทที่สามารถ

ผลิตเปน็ สินค้าอ่ืนไดอ้ อกมา การบาบัดของเสียก่อนปล่อยออกสสู่ ่ิงแวดล้อมให้มผี ลกระทบตอ่ สง่ิ แวดล้อมน้อย
ที่สุด เช่น บริษัท Lenzing จากัด ประเทศออสเตรีย ที่ผลิตเส้นใยเซลลูโลสประดิษฐ์ (Regenerated
Cellulose) สามารถเอาสารข้างเคียงจากการผลิต เช่น ไซลิทอล (Xylitol) ออกมา และนาไปทาเป็นสารให้
ความหวาน และยังมีการบาบดั ของเสียได้อยา่ งดีเยี่ยม จนทาให้ได้รับตราสัญลักษณ์ ประชาสัมพันธ์แสดงการ
เป็นผลติ ภณั ฑท์ เ่ี ปน็ มติ รตอ่ สิ่งแวดล้อมตดิ บนฉลากสนิ คา้ ซึ่งลกู คา้ กไ็ ด้ให้การตอบรบั เปน็ อยา่ งดี

5. การใชเ้ ทคโนโลยใี หม่ในการผลิต (Novel Technology)
ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีมีอยู่มากมายและนาไปใช้ในอุตสาหกรรมส่ิงทอมากขึ้นเร่ือย ๆ

เทคโนโลยีเหลา่ น้สี ามารถทาให้การผลิตใชพ้ ลังงานน้อยลง และลดของเสีย ตัวอย่างนวตั กรรมสง่ิ ทอประเภทน้ี
เช่น เทคโนโลยีพลาสมา ท่ีสามารถตกแต่งสิ่งทอโดยไม่ใช้น้าและสารเคมี การใช้กาวไหมในการตกแตง่ ฝ้ายโดย
ทดแทนสารเคมี รวมท้ังนาโนเทคโนโลยที เี่ ข้ามามีบทบาทมากในอุตสาหกรรมส่งิ ทอ เปน็ ตน้

ภาพตัวอยา่ งการออกแบบผลิตภัณฑ์สิง่ ทอประเทศไทย

วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟชนั่ และสิง่ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภัณฑ์สิ่งทอ I 7

ใบงานท้ายบทท่ี 1

ผลติ ภณั ฑ์สิง่ ทอ

จงนาภาพผลติ ภัณฑ์จากสง่ิ ทอท่ีนกั ศึกษารจู้ ักมาติดลงในกรอบ พรอ้ มทงั้ อธิบายลกั ษณะ วัสดุ
ประโยชน์ และการใชง้ านของผลิตภณั ฑ์ตามความเข้าใจของนกั ศึกษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟชั่นและสงิ่ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภณั ฑส์ ิ่งทอ I 8

บทที่ 2

ความรูเ้ บ้ืองตน้ เกีย่ วกบั การออกแบบผลิตภัณฑ์

1. สาระสาคัญ

กระบวนการสร้างสรรค์ประเภทหน่ึงของมนุษย์มีความสวยงามโดดเด่น โดยใช้
องค์ประกอบของทฤษฏีต่าง ๆ และใช้วัสดุนานาชนิดเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อ
สนองความต้องการในการดารงชีวิตประจาวันให้มีความสะดวกสบายข้ึน หรือเพื่อแก้ปัญหาท่ี
เกิดขน้ึ ทางกายภาพ หรอื เพอื่ พัฒนาวิถชี วี ิตความเป็นอยู่ ของมนุษยใ์ หม้ ีคณุ ภาพสงู ข้นึ กว่าเดมิ

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. สามารถจาแนกการแบง่ ลกั ษณะของการออกแบบอตุ สาหกรรมได้
2. เขา้ ใจขอบเขตของผลิตภัณฑท์ ั่วไป
3. อธิบายลักษณะผลิตภณั ฑส์ ิ่งทอไดอ้ ย่างถูกต้อง
4. เกิดแนวคดิ ในการออกแบบผลติ ภัณฑส์ รา้ งสรรคต์ ามหลักการ

3. เนือ้ หาสาระการเรยี นรู้

1. การแบง่ ลกั ษณะของการออกแบบอุตสาหกรรม
2. ขอบเขตของผลิตภัณฑ์ท่วั ไป
3. ลกั ษณะผลติ ภณั ฑ์สิ่งทอ
4. แนวคิดในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์

วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่นั และส่ิงทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภัณฑส์ ่งิ ทอ I 9

ความร้เู บ้ืองตน้ เก่ียวกับการออกแบบผลิตภณั ฑ์

2.1 การแบง่ ลักษณะของการออกแบบอุตสาหกรรม

อตุ สาหกรรมสงิ่ ทอไทย เมอ่ื พจิ ารณาจากขั้นตอนการผลิตข้างต้นแลว้ อาจจาแนกกจิ กรรมในอุตสาหกรรมสิ่ง
ทอของไทยที่เช่ือมโยงกัน แบง่ ออกเปน็ 5 ประเภท ได้แก่

1. อตุ สาหกรรมเส้นใย
เปน็ อุตสาหกรรมขั้นตน้ ในอตุ สาหกรรมส่ิงทอการผลิต มีการลงทุนสงู จะใช้วตั ถุดบิ หลกั 2 ชนิด คือ

ใยธรรมชาติ และใยสงั เคราะห์
1.1 เส้นใยธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นใยฝ้าย, ใยไหม, ลินิน, ป่าน, ปอ และขนสัตว์ ฯลฯ

อุตสาหกรรมเส้นใยฝ้าย โรงงานหีบฝ้ายส่วนใหญ่ใช้เครื่องหีบแบบลูกกลิ้ง ซ่ึงเป็นเทคโนโลยีต่าและไม่
สลับซับซ้อน วัตถุดิบ เช่น ฝ้าย ต้องพ่ึงพาการนาเข้าจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ โดยนาเข้าจาก
สหรัฐอเมรกิ า และสหภาพโซเวียต

1.2 เส้นใยสังเคราะห์ ไทยมีการผลิตเส้นใยสังเคราะห์ 4 ประเภทหลักคือ โพลีเอสเตอร์, ไนลอน,
อะครีลิก และเรยอน โดยท่ีเส้นใยโพลีเอสเตอร์ เป็นวัตถุดิบสาคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมส่ิงทอ และมีกาลังการ
ผลิตมากท่สี ดุ

ภาพอุตสาหกรรมเส้นใย
2. อตุ สาหกรรมป่นั ดา้ ย

อุตสาหกรรมป่ันด้ายเปน็ อุตสาหกรรมขนั้ กลาง เป็นการนาเส้นใยมาป่ันเป็นเส้นด้าย ส่วนใหญ่จะเป็น
ด้ายผสมระหว่างใยฝ้ายและใยสังเคราะห์ ตามความต้องการของตลาด ปัจจุบันสภาพเครื่องปั่นด้ายท่ีใช้เป็น
เครื่องจักรทีเ่ ก่าและล้าสมัยทาให้ประสทิ ธิภาพการผลิตค่อนข้างต่า และขนาดเส้นดา้ ยโดยเฉลี่ยที่ประเทศไทย

ผลิตไดอ้ ยู่ในชว่ งเบอร์ 40-50 เป็นเส้นด้ายท่ีมขี นาดเล็ก เช่น เบอร์ 80 ยงั ตอ้ งนาเขา้ จากต่างประเทศเป็นส่วน
ใหญ่ ใช้วัตถุดบิ ในประเทศรอ้ ยละ 80 คือเส้นใยสงั เคราะห์ เส้นใยฝ้าย นอกนั้นร้อยละ 20 เปน็ การนาเข้าเส้น

ใยคุณภาพสูงจากต่างประเทศ เชน่ ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, สหรัฐอเมริกา เนอื่ งจากประเทศไทยไม่สามารถผลิตเสน้ ใย
คุณภาพดีได้เทา่ ทีค่ วร

วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟชนั่ และสิง่ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภัณฑ์ส่งิ ทอ I 10

เทคโนโลยที ี่นิยมใช้ในการป่นั ดา้ ยมี 2 ระบบ
1. การป่ันด้ายระบบวงแหวน (Ring-Spinning) เป็นเครื่องจักรท่ีทันสมัยท่ีสุด ซ่ึงไทยมีประมาณ 4

ล้านแกน แต่เป็นเคร่อื งจักรล้าสมยั ถึงร้อยละ 70 ทาใหด้ ้ายทผ่ี ลิตมีคณุ ภาพต่า และมีการสูญเสียวตั ถุดิบในการ
ผลติ สงู ระบบนี้จะมขี ้อดีคอื มคี วามคลอ่ งตัวสงู ในการเปล่ียนขนาดของเสน้ ด้ายทีจ่ ะทาการผลติ

2. ระบบปลายเปิด (Open-end Spinning) เป็นระบบที่ป่ันด้ายด้วยความเร็วรอบสูงกว่าระบบวง
แหวน แต่มีข้อจากัดคือ เหมาะสาหรับการปั่นด้ายขนาดใหญ่ เน่ืองจากต้นทุนการผลิตสูงและมีความเหนียว
ของเสน้ ด้ายต่ากวา่ แบบวงแหวน

ภาพอตุ สาหกรรมปัน่ ดา้ ย
3. อุตสาหกรรมทอผ้า

เป็นอุตสาหกรรมขั้นกลาง ผลิตภัณฑ์ท่ไี ด้จากอุตสาหกรรม ได้แก่ ผา้ ทอ และผ้าถัก ในส่วนของผา้ ทอ
แยกออกเป็น 2 ชนดิ ตามวัตถดุ ิบท่ใี ช้ คอื ผ้าทอจากฝา้ ย และผ้าทอจากใยสังเคราะห์ ผ้าทอจากใยสังเคราะห์มี
คณุ สมบัติใกล้เคยี งกับผ้าทอฝ้าย และบางกรณียังมีคุณสมบัติดีกว่า เช่น มีความยืดหยุ่น ทนทานกว่า น้าหนัก

เบากว่า และทีส่ าคัญคอื มีราคาถกู กว่าผา้ ทอฝา้ ย ดงั นน้ั จงึ ใช้การทอผา้ มากกวา่ สว่ นใหญผ่ ้าท่ีผลติ ไดจ้ ะเป็นผ้า
ทอที่เหลือจะจาหน่ายในรูปของผ้าผืน อุตสาหกรรมทอผ้า ถักผ้า ฟอก ย้อม พิมพ์ และตกแต่งสาเร็จ จึงเป็น

อุตสาหกรรมผลติ ผา้ ผนื เพอ่ื ปอ้ นตลาด
เทคโนโลยีท่ีใชใ้ นการทอผา้ มี 2 ประเภท คอื
เคร่ืองทอผ้าแบบใช้กระสวย (Shuttle Loom) เป็นเคร่ืองทอผ้าแบบเก่า มีความเร็ว 200

รอบตอ่ นาที
เคร่ืองจักรแบบไร้กระสวย (Shuttle Less Loom) เป็นเคร่ืองทอผ้าที่พัฒนาขึ้นใหม่ มี

ประสิทธิภาพการผลิตสูง ให้ความเร็วรอบในการทอเพ่ิมขึ้นถึง 2-3 เท่า (ประมาณ 650 รอบต่อนาที) และ
สามารถทอผา้ ได้หน้ากวา้ งกวา่ เดิม คุณภาพผลผลติ ดีกว่า

ปจั จุบันเคร่ืองทอในประเทศส่วนใหญ่ ยังเป็นแบบใช้กระสวย รอ้ ยละ 80 และผ้ปู ระกอบการ

ทใ่ี ช้เคร่ืองจักรแบบไร้กระสวย รอ้ ยละ 20 ทาใหเ้ ป็นอปุ สรรคต่อการพฒั นาผ้าผนื

วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟชนั่ และส่งิ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภณั ฑส์ งิ่ ทอ I 11

ภาพตวั อย่างการทอผา้

4. อุตสาหกรรมฟอก ย้อม พมิ พ์ และแต่งสาเร็จ
เปน็ อุตสาหกรรมขน้ั ตอนสุดท้ายของการผลติ ผ้า

สู่ผู้บริโภค หรือโรงงานผลิตเส้ือผ้าสาเร็จรูป โดยเพิ่ม
คณุ ค่าให้ผ้าผืนในด้านความสวยงาม น่าใช้ สวมใส่สบาย
และเพ่ือให้เหมาะกับการใช้งานในโอกาสพิเศษตา่ ง ๆ

นอกจากนี้ยังเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าผืนถึง 2-3 เท่า
โดยผ่านกระบวนการฟอก คือ การทาให้ผ้าขาวและ
สะอาด ก่อนที่จะทาการย้อมสี และพิมพ์ลายตามที่
ต้องการ แล้วจึงทาการตกแต่งสาเร็จ คือทาให้ผ้ามี
คุณสมบัติต่าง ๆ เช่น อ่อน นุ่ม มัน เงา กันน้า หรือยับ
ยาก เปน็ ต้น

5. อุตสาหกรรมเครอื่ งนงุ่ ห่ม หรือผลติ เสอื้ ผ้าสาเร็จรูป
เป็นอตุ สาหกรรมขน้ั ปลายน้าของระบบโครงสร้างอตุ สาหกรรมสงิ่ ทอไทย ทเี่ น้นการใชแ้ รงงาน (Labor

Intensive) ไม่จาเป็นต้องลงทุนสูง และใชเ้ ทคโนโลยกี ารผลิตไม่ซบั ซ้อนมากนัก สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่
ผลิตภัณฑ์ได้ค่อนข้างสูง แต่การผลิตข้ึนอยู่กับการออกแบบ คุณภาพวัตถุดิบ และคุณภาพแรงงาน เน่ืองจาก
แรงงานไทยเปน็ แรงงานท่ีมีฝีมือ ผลิตภณั ฑ์ท่ไี ดจ้ ึงมีความประณตี ทาให้เป็นท่ตี อ้ งการของตลาด ซง่ึ ผลิตภณั ฑ์ที่
ได้ ไดแ้ ก่ เส้ือผา้ สาเร็จรปู จากการทอ และเสื้อผา้ สาเร็จรปู จากการถกั เป็นต้น

ดงั น้นั ไทยจาเป็นอย่างยง่ิ ทจ่ี ะต้องเรง่ ให้มกี ารพฒั นาการออกแบบผลิตภัณฑ์เพอื่ สรา้ งสินคา้ ทเี่ ป็นตรา
สินค้า (Brand Name) ของไทยเอง และการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้มีความรวดเร็ว และแม่นยามากข้ึน
เช่น การใช้ CAD (Computer Aided Design) และ CAM (Computer Aided Manufacturing) เพ่ือช่วยใน
การเตรียมงานและลดการสญู เสียปรมิ าณวัตถดุ บิ ท่ีใช้ ทาใหก้ ารผลิตเสือ้ ผ้าสาเรจ็ รปู ทาได้งา่ ยและรวดเร็วขน้ึ

สรุปว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย 5 ประเภท เปนอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกันครบวงจร มีการประสาน
ต่อเน่ืองกันตลอด เนื่องจากเป็นการส่งต่อวัตถุดิบจากอุตสาหกรรมหนึ่งไปยังอีกอุตสาหกรรมหนึ่ง โดย
อุตสาหกรรมเสนใยธรรมชาติและเสน้ ใยสังเคราะห เปน็ อุตสาหกรรมตนน้า อตุ สาหกรรมปนดาย อุตสาหกรรม
ทอผาและถักผา อุตสาหกรรมฟอก ยอม พิมพ และตกแต่ง เปนอตุ สาหกรรมกลางนา้ และอุตสาหกรรมเครอื่ ง
นุงหม เปนอตุ สาหกรรมปลายนา้

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟชัน่ และสิ่งทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภณั ฑส์ ง่ิ ทอ I 12

โครงสรา้ งอุตสาหกรรมสิ่งทอและเคร่ืองนงุ่ หม่

อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทย จัดเป็นอุตสาหกรรมท่ีมีขนาดใหญ่และครอบคลุม
อุตสาหกรรมย่อยหลายอุตสาหกรรม ส่ิงทอเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สาคัญต่อการดารงชีวิตของมนุษย์ โดยเร่ิมต้น
จากการผลิตในครัวเรือนเพ่ือใช้เฉพาะสมาชิกในครอบครัวหรือชมุ ชน แต่เม่ือเศรษฐกิจเกิดการขยายตวั ขึ้นทา
ให้ความต้องการการบริโภคเพ่ิมมากข้ึน มีการนาเข้าเครื่องจักรเพื่อทาการผลิตสนองความต้องการ
ภายในประเทศ ปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งทอกลายเป็นอุตสาหกรรมท่ีมีความสาคัญต่อระบบเศรษฐกิจและ
รัฐบาลได้ใหค้ วามสาคญั สนบั สนนุ ตลอดมา

โครงสร้างอุตสาหกรรมส่งิ ทอและเครื่องนุ่งห่มของไทย

วิทยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟช่นั และส่งิ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภัณฑส์ ิง่ ทอ I 13

2.2 ขอบเขตของผลิตภัณฑ์ทัว่ ไป

1. ความเปน็ มาและความหมายของผลิตภัณฑ์
ประวัติความเป็นมาและความสาคัญของผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ หรือจะเป็นอะไรก็ได้ท่ีสามารถ

นาเสนอขายสู่ตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บรโิ ภค เมอื่ ศึกษาแนวคดิ ทางการตลาดผลิตภัณฑ์สินค้า
และบรกิ าร พบวา่ การตอบสนองความต้องการผู้บริโภค หมายรวมถึงความพึงพอใจทางดา้ นความตอ้ งการของ
ผู้บริโภค เพื่อใช้ในการสื่อสารทางการตลาดได้อย่างเหมาะสมลงตัว (Fetscherin et al., 2014) และเพื่อให้
เกิดการสง่ มอบของ ผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ (Goods and Services)ได้นั้น จะต้องมีส่วนประสมทางด้าน
การตลาดหรือ 4’P ซึ่งประกอบดว้ ย

ผลิตภัณฑ์ (Product) หมายถึงเป็นสินค้าหรือกลยุทธ์ตัวแรกของส่วนประสมทางการตลาดที่มี
ความสาคัญที่สุดที่นักการตลาดจะต้องหยิบยกข้ึนมา พิจารณาก่อนโดยการเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความ
ตอ้ งการของตลาดเป้าหมาย เพ่ือสะดวกในการพัฒนาส่วนประสมทางการตลาดตัวอ่นื ๆ ให้สัมพันธ์กัน (เชาว์
โรจนแสง 2545) หรือแม้ผลิตภัณฑ์จะเป็นองประกอบตัวเดียวในสว่ นประสมของการตลาดก็ตาม แต่เป็นตัว
สาคัญท่ีมีรายละเอียดท่ีจะต้องพิจารณาอีกมากมาย ดังน้ี เช่นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ (Produce
Variety) ชื่อตราสินค้าของผลิตภัณฑ์ (Brand Name) คุณภาพ ของผลิตภัณฑ์ (Quality) การรับระกัน
ผลิตภณั ฑ์ (Warranties) และการรับคนื ผลิตภัณฑ์ (Returns) (ชวี รรณ เจริญสขุ 2547)

2. องค์ประกอบผลติ ภัณฑ์
องค์ประกอบผลิตภัณฑ์ (Product Component) เป็นสิ่งท่ีต้องพิจารณาตัวสินค้าผลิตภัณฑ์หรือ

บริการ เป็นการพิจารณาถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่นักการตลาดจะต้องนาองค์ประกอบท่ีได้ มาเป็น
ตัวกาหนดลักษณะสินค้าผลิตภัณฑ์หรือบริการในการตอบสนองความต้องการลูกค้าหรือของตลาด โดย
สามารถแบ่งได้ ดงั นี้

1. ผลิตภัณฑ์หลัก (Core Product) บริษัทต้องมีความรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งท่ีตอบสนองความต้องการ
ของผู้บรโิ ภคได้

2. คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ (Product Attribute) เราต้องทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นผลิตมาจากอะไร มี
คณุ สมบัติอย่างไร ลกั ษณะทางกายภาพ ขนาด จุดเด่น ความงาม ความคงทน

3. จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ (Product Feature) เราต้องรู้ว่าสินค้าของเรามีอะไรเด่นเป็นพิเศษ
(Differentiation) กว่าสนิ คา้ อ่ืน เพือ่ ดึงดูดลูกคา้ ใหใ้ ช้สนิ คา้ ของเรา

4. ผลประโยชน์ที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์ (Product Benefit) ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะสับสนระหว่าง
จดุ เด่นผลิตภัณฑ์ และผลประโยชน์ท่ีได้รบั จากผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะแตกต่างกันจุดเดน่ ผลติ ภัณฑค์ ือ สง่ิ ที่อยู่ในตัว
สนิ ค้า ซงึ่ ผลประโยชนข์ องผลิตภัณฑส์ ามารถแบง่ ออกเป็น 3 ประเภทคือ

4.1 ผลประโยชน์ท่ผี ลิตภัณฑ์พึงมี (Defensive Benefit)
4.2 ผลประโยชน์พิเศษ (Extra Benefit)
4.3 ผลประโยชน์เสรมิ (Fringe Benefit

วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟชน่ั และส่ิงทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภณั ฑ์สิ่งทอ I 14

3. การประยกุ ตใ์ ช้
จากการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดทางด้านผลิตภัณฑ์ พบว่าการสร้างสินค้าผลิตภัณฑ์และ

บรกิ ารใหม่ โดยใช้ทฤษฎีทางด้านผลิตภัณฑ์สินค้าหรือบริการของระบบมาประยุกต์ใช้ในด้าน Input เช่นการ
วิจัยทางการตลาด กลยุทธ์ทางการตลาด การวิเคราะห์ทางการขาย เพ่ือเข้าสู่กระบวนการของขั้นตอน เพื่อ
ไดม้ าซึง่ ความคิดใหมซ่ ึ่งจะต้องมีการสกรีนในเบ้ืองต้น เพอื่ ทีจ่ ะได้งานวจิ ยั หรือวเิ คราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องออกมา
มาซึ่ง concept ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่โดยจะมีความสัมพันธ์กับกลกลยุทธท์ างการตลาด (กิตติคุณ บุญ
เกต,ุ 2556) 2555) หลงั จากผ่านกระบวนการข้างตน้ จะได้ผลิตภณั ฑต์ ัวใหมท่ ่ีผ่านการทดสอบ และจัดให้มีตรา
สินค้าท่ีเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์สินค้า หรือบริการใหม่และเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งจัดการ
อบรมให้กับพนักงานเพื่อให้มีความรตู้ ่อผลิตภัณฑ์ วางตวั ในการตลาด ไปจนถงึ คานวณถึงผลกาไรของการออก
ผลิตภณั ฑต์ วั ใหม่ เพอื่ ผลประโยชนส์ งู สุดขององคก์ ร (ณัฐนันท์ หอมวิเศษวงศา, 2555)

2.3 ลกั ษณะผลิตภัณฑส์ งิ่ ทอ

วสั ดุส่ิงทอหมายถึงอะไรมีอะไรบา้ ง
หากพูดถึง คาว่าสิ่งทอ เป็นคาที่มีความหมายอย่างกว้าง ๆ หมายถึง เส้นใย , เส้นด้าย , ผ้า รวมทั้ง

ผลิตภัณฑ์ทที่ าจาก เส้นใย , เสน้ ด้าย , หรอื ผา้ คาวา่ ส่ิงทอ ในความหมายเดิม จะเจาะจงเฉพาะผา้ ทอเท่านั้น
แตเ่ นื่องจากโลกของเราเปลี่ยนไป ในปัจจบุ ันจึงมีการขยายความหมายให้กว้างขน้ึ รวมไปถงึ เสน้ ใย ดา้ ย ผนื ผ้า
หรือวสั ดุทีเ่ กิดจาก เส้นใย เส้นดา้ ย หรือผืนผ้าด้วย ส่งิ ทอจัดเป็นปัจจัยขั้นพน้ื ฐานซ่ึงมีความสาคัญเป็นอย่างยิ่ง
ต่อการดารงชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการทาเครื่องนุ่งห่มเพ่ือให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย รวมไปถึงการ
ออกแบบเพื่อให้เกิดความสวยงาม เราจะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ส่ิงทอจึงมีความสาคัญอย่างมาก ทั้งในเรื่องของ
พืน้ ฐานรวมท้งั ในเชงิ พาณิชย์

ส่ิงทอสามารถแยกตามประเภทได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ส่ิงทอทั่วไป และ ส่ิงทอเฉพาะทาง
อุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสิ่งทอท่ัวไป มีผลผลิตอยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เส้ือผ้า
เป็นหลัก มีกระบวนการผลิอยา่ งตอ่ เนอ่ื งครบวงจรต้งั แต่ ผลติ เสน้ ใย , ผลิตเส้นด้าย , ถกั -ทอผ้า , ฟอกย้อม ไป
จนถึงอตุ สาหกรรมออกแบบแฟชั่น , การตดั เย็บ

การฟอกยอ้ ม
การฟอกย้อมส่ิงทอจาเป็นตอ้ งใช้สารเคมตี ่าง ๆ จึงจะทาให้กระบวนการออกมาอย่างมีประสทิ ธิภาพ

เพราะฉะนน้ั คุณภาพของสารเคมีจงึ เป็นส่ิงสาคัญซึ่งผู้ประกอบการทั้งหลายต้องควบคุมการผลิตใหม้ ีคณุ ภาพดี
สม่าเสมอ

เส้นดา้ ย Nylon
เป็นเส้นด้ายใยสังเคราะห์ถูกสร้างให้มีความคล้ายคลึง มอบสัมผัสเหมือนกับเส้นใยธรรมชาติ เดิมที

Nylon ถูกสร้างข้ึนมาเพื่อทดแทนเส้นใยไหม ข้อดีคือ มีคุณสมบัติแข็งแรง ยืดหยุ่นดี และราคาถูกกว่าเส้นใย
ธรรมชาติ เพราะฉะน้นั Nylon จึงเปน็ ทางเลอื กดีอกี ทาง สาหรับงานถกั ทอ

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟชัน่ และสงิ่ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภัณฑ์ส่งิ ทอ I 15

เสน้ ใยธรรมชาติ
ได้มาจากธรรมชาติ เช่น ขนสัตว์ มีราคาสูงมาก ดังนั้น เส้นด้าย Nylon จึงเป็นอีกทางเลือก ซึ่ง

สามารถนามาใช้ทดแทนเส้นด้ายประเภทอื่น ๆ เป็นจานวนมาก แม้กระทั่งงานอันเก่ียวกับการตกแต่งที่อยู่
อาศยั ก็สามารถใชไ้ ด้

เสน้ ดา้ ยเส้นดา้ ย Texture
มคี วามแตกต่างจากเส้นดา้ ยประเภทอนื่ ๆ โดยสามารถปรบั ตวั หรอื เพ่ิมคุณสมบัตพิ ิเศษอน่ื ๆ ได้ เช่น

ทาให้มีคุณสมบัติ กลมฟู , ยืดหยุ่น หรือ สามารถทาให้ยืดขยายได้มาก ด้าย Texture มีการใช้งานอย่าง
แพรห่ ลาย เนอ่ื งจากคุณสมบัติเสน้ ด้ายใยสังเคราะห์ ในก่อนหนา้ น้ีค่อนข้างมจี ากดั

ข้อแตกต่างระหว่างเส้นด้าย Polyester และเส้นดา้ ย Nylon
ระหว่างเส้นด้าย Polyester และเส้นด้าย Nylon มีความแตกต่างในด้านคุณสมบัติแค่เล็กน้อย

เส้นด้ายทั้ง 2 ชนิดน้ีเป็นเส้นดา้ ยใยสังเคราะห์ มีทั้งความนมุ่ เรียบเนียน แต่ Nylon ให้ความรู้สกึ คล้ายกบั เส้น
ใยไหมมากกว่า แถมยังมีน้าหนักมากกว่า รวมท้ังมีความใกล้เคียงกับเส้นใยธรรมชาติเวลาสัมผัส เสื้อผ้าที่ทา
จาก Polyester จะมีความคงทนต่อการใช้งาน และ เกิดรอยยับยากกว่า Nylon เม่ือสัมผัสกับความร้อน
เส้นด้าย Nylon จะละลาย แต่เส้นด้าย Polyester จะแข็งตัว เพราะฉะน้ันเส้นด้าย Nylon จะติดไฟก่อน
เส้นดา้ ย Polyester เม่ือถกู เผา

2.4 แนวคดิ ในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์

ความหมายการออกแบบ
การออกแบบ หมายถึง การรู้จักวางแผนจัดตั้งขั้นตอน และรู้จักเลือกใช้วัสดุวิธีการเพื่อทาตามที่

ต้องการนั้น โดยให้สอดคล้องกับลักษณะรูปแบบและคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิดตามความคิดสร้างสรรค์
และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมา เช่น เราจะทาเก้าอี้น่ังซักตัวจะต้องวางแผนไว้เป็นข้ันตอนโดยต้องเริ่มเลือก
วัสดุท่ีจะใช้ทาเก้าอ้ีนั้นจะใช้วัสดุอะไรท่ีเหมาะสม วิธีการต่อยึดนั้นควรใช้กาว ตะปูนอต หรือใช้ข้อต่อแบบใด
คานวณสัดส่วนการใช้งานให้เหมาะสม ความแข็งแรงของเก้าอ้ีน่ังมากน้อยเพียงใด สีสันควรใช้สีอะไรจึงจะ
สวยงาม และทนทานกบั การใช้งาน เป็นตน้

การออกแบบมกี ารใชค้ วามคดิ เชิงสรา้ งสรรค์ 4 ลักษณะ
1. ความคิดริเริม่
2. ความคลอ่ งในการคดิ
3. ความยืดหยุ่นในการคดิ
4. ความคิดละเอยี ดละออ

วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟชน่ั และสิง่ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภณั ฑส์ ง่ิ ทอ I 16

ความหมายของการพฒั นาผลิตภณั ฑ์
การพัฒนา ใช้ศพั ท์ทางภาษาอังกฤษว่า Improvement หมายถงึ การปรับปรงุ เปลยี่ นแปลงบ้าง แตถ่ ้า

ใช้คาว่า Development หมายถึงการปรับปรุงเปล่ียนแปลงให้ดีข้ึน สาหรับคาหลังดูเหมือนจะตรงกับ
ภาษาไทยมากกว่า สิ่งที่มนุษย์ค้นคว้าออกแบบ ประดิษฐ์ข้ึนเพ่ืออานวยความสะดวกสบายในการดารงชีพ
การพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ หมายถึง กระบวนการค้นคว้า คดิ ออกแบบ แกไ้ ขและปรบั ปรงุ เพื่อใหไ้ ดม้ าซึ่งผลติ ภณั ฑ์ที่
ดีขึน้

การออกแบบผลติ ภัณฑ์อุตสาหกรรม
การออกแบบผลติ ภัณฑ์ที่ผลติ ขน้ึ ด้วยกรรมวธิ ที างด้านอตุ สาหกรรม และสง่ิ แวดล้อมต่าง ๆ ท่ีเก่ียวกับ

อตุ สาหกรรม โดยมีการวเิ คราะหห์ าข้อมูลตา่ ง ๆ เกีย่ วกบั หน้าท่ีใช้สอยของผลิตภณั ฑ์ ข้อมูลเก่ยี วกับตลาดแล้ว
นามาปรับปรงุ ผลิตภัณฑเ์ พ่ือผลติ เป็นจานวนมาก ๆ ให้อยูใ่ นความนิยมของตลาดในราคาพอสมควร

ปัจจัยที่เก่ยี วกบั การออกแบบผลิตภณั ฑ์
การออกแบบผลิตภัณฑม์ ีปัจจยั ที่เกย่ี วข้อง 4 ประการคือ
1. การออกแบบท่ีสมั พันธ์กบั คุณภาพของผลติ ภัณฑ์
2. การออกแบบที่สมั พันธ์กบั วัสดแุ ละกระบวนการผลติ
3. การออกแบบที่สัมพันธก์ บั คความต้องการของผบู้ รโิ ภค
3.1ความตอ้ งการทส่ี อดคลอ้ งกบั ความเปน็ อยู่
3.2ความสอดคลอ้ งกบั สภาพเศรฐกิจ
4. การออแบบทม่ี ีคุณคา่ ทางความสวยงาม

ความสาคัญของการออกแบบผลิตภัณฑ์
1. ความสาคัญ ในด้านคุณค่าทาง ศิลปะ งานออกแบบท่ีดีทาให้ผลิตภัณฑ์ มีความงามดึงดูดใจ

สามารถตอบสนอง รสนยิ มของผบู้ ริโภคได้
2. มีประสิทธิภาพทางอุตสาหกรรม มีการเลือกวัสดุท่ีดีเพ่ือนาเข้าสู่ กระบวน การผลิตที่มี

ประสทิ ธิภาพลงทนุ นอ้ ย แต่มีปรมิ าณผลผลิตทเี่ พม่ิ ขน้ึ
3. มีคณุ ภาพทางการบรโิ ภค ผลิตภัณฑท์ ี่มีการออกแบบท่ีดี มีการใช้วัสดุทด่ี ีมีกระบวนการผลิตอย่างมี

ประสทิ ธภิ าพจะทาใหผ้ ลิตภณั ฑ์มคี วามคงทนและ มีความปลอดภัยในการใช้สอย
4. มีศักยภาพในการแข่งขันทางพาณิชย์ ผลิตภัณฑ์ท่ีมีความงาม ความ คงทนและความปลอดภัยจะ

เปน็ ทตี่ ้องการของตลาดทาใหม้ ียอดขายสูงสามารถแขง่ ขัน ทางการค้ากบั ผลิตภณั ฑช์ นิดเดียวกนั ของบริษทั อ่นื
5. มกี ารพัฒนาผลิตภณั ฑ์ใหม่ เม่ือบรษิ ัทมีกาไรจากการขายผลติ ภัณฑ์ ที่มีการออกแบบท่ีดี บริษัทจะ

นาผลกาไรมาลงทุนเพ่ือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยการ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์เดิมหรือสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ท่ี
คล้ายคลงึ กับผลิตภัณฑเ์ ดิม

6. มศี ักยภาพในการรักษาลกู ค้าเดิม การปรับปรงุ ผลิตภัณฑ์เดิมหรอื การสร้างผลิตภณั ฑ์ใหมท่ ่ีเก่ียวพัน
กันข้ึนด้วยการออกแบบที่ดีจะช่วยให้บริษัทสามารถรักษาลูกค้าเดิมไว้ได้ ในขณะเดียวกันบริษัทยังสามารถ
ดึงดดู ลูกค้าใหม่ทม่ี ีรสนยิ มอยา่ งเดียวกันไดด้ ว้ ย

วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟชน่ั และสงิ่ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภัณฑส์ ง่ิ ทอ I 17

7. มีการพยากรณ์ท่ีดี เป็นท่ีคาดหมายกันว่าสินค้าที่มีการออกแบบไม่ดี จะไม่ค่อยได้รับการยอมรับ
ของประชาชนในทางตรงกันข้ามสินค้าท่ีมีการออกแบบ ที่ดีจะได้รับการยอมรับ ทาให้การพยากรณ์เป็นไป
ในทางทีพ่ ึงประสงค์

8. มีการรับรองคุณภาพตามระบบ ISO 9000 ผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ได้รับ ประกันคุณภาพ มีการ
ควบคุมการออกแบบกระบวนการผลิตการตรวจและการทดสอบลักษณะและคุณลักษณะโดยรวมของ
ผลิตภัณฑ์และแสดงใหเ้ หน็ ได้ ทาใหผ้ ู้บริโภคเกดิ ความพึงพอใจ

9. มีการคิดค้นส่ิงใหม่ เม่ือมีความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือ ต้องการผลิตภัณฑ์ท่ีมีความ
แปลกและแตกต่างไปจากเดิมต้ังแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงระดับมาก เป็นต้นว่า บริษัทผลิตรถยนต์จะมีการ
เปลย่ี นแปลงเลก็ น้อยกับรถยนตร์ ่นุ เดมิ อยูเ่ สมอ เพ่อื ใหก้ ลายเป็นรถยนตร์ นุ่ ใหม่พร้อมกับราคาท่ีเพ่มิ สงู ขึน้

10. มีการพัฒนาทีมงานในการออกแบบ เป็นการทางานร่วมกันระหว่าง นักออกแบบด้วยกัน และ
ทางานร่วมกับบคุ ลากรฝา่ ยการตลาด วิศวกร ฝา่ ยผลิต คนงานรวมท้งั ผบู้ รหิ ารองค์การ ซึ่งทาใหม้ ี

หลักการออกแบบผลติ ภณั ฑ์
ปจั จัยที่มอี ิทธพิ ลต่อการกาหนดองค์ประกอบของงานออกแบบผลติ ภัณฑ์
การออกแบบผลิตภัณฑ์มีปัจจัย (Design factors) มากมายที่นักออกแบบที่ต้องคานึงถึง

แตใ่ นท่ีนีจ้ ะขอกล่าวเพียงปจั จัยพืน้ ฐาน 10 ประการ ท่ีนิยมใชเ้ ป็นเกณฑ์ในการพิจารณาสรา้ งสรรค์ผลงานเชิง
อุตสาหกรรม ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมได้ และเป็นตัวกาหนดองค์ประกอบของงาน
ออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ีส่ าคญั ไดแ้ ก่

1. หนา้ ท่ใี ชส้ อย (Function)
ผลิตภณั ฑ์ทุกชนดิ จะต้องมีหน้าท่ีใชส้ อยถูกต้องตามเป้าหมายทตี่ ้ังไว้ คอื สามารถตอบสนอง

ประโยชน์ใช้สอยตามท่ีผู้บรโิ ภคต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในหน่งึ ผลิตภัณฑ์น้ันอาจมีหนา้ ท่ีใช้สอยอย่าง
เดียวหรือกลายหน้าที่ก็ได้ แต่หน้าที่ใช้สอยจะดีหรือไม่นั้น ต้องใช้งานไประยะหนึ่งถึงจะทราบข้อบกพร่อง
ตัวอย่างเชน่

การออกแบบโต๊ะอาหารกับโต๊ะทางาน โต๊ะทางานมีหน้าที่ใช้สอยยงุ่ ยากกว่า มีล้นิ ชักสาหรับ
เก็บเอกสาร เครื่องเขียน ส่วนโตะ๊ อาหารไม่จาเปน็ ต้องมีลิน้ ชักเก็บของ ระยะเวลาของการใชง้ านสั้นกว่า แต่
ต้องสะดวกในการทาความสะอาด

การออกแบบเก้าอ้ี หน้าที่ใช้สอยเบื้องต้นของเก้าอ้ีคือใช้น่ัง ด้วยกิจกรรมต่างกัน เช่น
เกา้ อ้รี ับประทานอาหารลกั ษณะและขนาดตอ้ งเหมาะสมกับโต๊ะอาหาร เกา้ อี้เขยี นแบบลักษณะและขนาดตอ้ ง
เหมาะสมกับโต๊ะเขียนแบบ ถ้าจะเอาเก้าอี้รับแขกมาใช้น่ังเขียนก็คงจะเกิดการเม่ือยล้า ปวดหลัง ปวดคอ
และน่งั ทางานไดไ้ ม่นาน

การออกแบบมีดที่ในครัวน้ันมีอยู่มากกมายหลายชนิดตามการใช้งานเฉพาะเช่น มีดปอก
ผลไม้ มีดแล่เน้ือสัตว์ มีดสับกระดูก มีดหั่นผัก เป็นต้น ถ้าหากมีการใช้มีดอยู่ชนิดเดียวต้ังแต่แล่เนื้อ สับ
กระดูก หั่นผัก ก็อาจจะใช้ได้แต่จะไม่ได้ความสะดวกเท่าท่ีควร หรืออาจจะได้รับอุบัติเหตุขณะใช้ได้ เพราะ
ไมไ่ ดร้ ับการออกแบบมาให้ใช้งานเปน็ การเฉพาะอย่าง

วิทยาลัยอาชวี ศึกษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่นั และสิง่ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภัณฑ์ส่งิ ทอ I 18

2. ความสวยงามน่าใช้ (Aesthetics or sales appeal)
ผลิตภัณฑ์ท่ีออกแบบมานั้นจะต้องมีรูปทรง ขนาด สีสันสวยงาม น่าใช้ ตรงตามรสนิยมของ

กลุ่มผบู้ ริโภคเปา้ หมาย เป็นวธิ ีการเพิม่ มลู ค่าผลติ ภัณฑ์ทีไ่ ด้รบั ความนิยมและไดผ้ ลดี เพราะความสวยงามเป็น
ความพึงพอใจแรกที่คนเราสัมผัสได้ก่อนมักเกิดมาจากรูปร่างและสีเป็นหลัก การกาหนดรูปร่างและสีในงาน
ออกแบบผลิตภัณฑ์นั้น ไม่เหมือนกับการกาหนดรูปร่างและสีในงานจิตรกรรม ซึ่งสามารถที่จะแสดงหรือ
กาหนดรูปร่างและสีไดต้ ามความนึกคิดของจิตกร แต่ในงานออกแบบผลิตภัณฑ์น้ัน จาเป็นต้องยึดข้อมูลและ
กฎเกณฑ์ผสมผสานของรปู ร่างและสีสัน ระหวา่ งทฤษฎีทางศลิ ปะและความพึงพอใจของผู้บริโภคเข้าดว้ ยกัน
ถึงแม้ว่ามนุษย์แต่ละคนมีการรับรู้และพึงพอใจในเร่ืองของความงามได้ไม่เท่ากัน และไม่มีกฎเกณฑ์การ
ตัดสินใจใด ๆ ที่เป็นตัวชี้ขาดความถูกความผิด แต่คนเราส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มที่จะมองเห็นความงามไปใน
ทิศทางเดยี วกันตามธรรมชาติ ตัวอยา่ งเชน่ ผลติ ภัณฑ์เครื่องประดับ ของท่ีระลึก และของตกแต่งบ้านตา่ ง ๆ
ความสวยงามก็คือหน้าที่ใช้สอยนั้นเอง และความสวยงามจะสร้างความประทับใจแก่ผู้บริโภคให้เกิดการ
ตัดสินใจซ้อื ได้

3. ความสะดวกสบายในการใช้ (Ergonomics)
การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดีน้ันต้องเข้าใจกายวิภาคเชิงกลเกี่ยวกับขนาด สัดส่วน

ความสามารถและขีดจากัดท่ีเหมาะสมสาหรับอวยั วะต่าง ๆ ของผู้ใช้ การเกดิ ความรสู้ กึ ท่ีดแี ละสะดวกสบายใน
การใช้ผลิตภัณฑ์ ท้ังทางด้านจิตวิทยา(Psychology)และสรีระวิทยา(Physiology) ซึ่งแตกต่างกันไปตาม
ลกั ษณะเพศ เผ่าพนั ธ์ุ ภูมิลาเนา และสังคมแวดล้อมท่ใี ชผ้ ลิตภัณฑ์นน้ั เปน็ ขอ้ บงั ในการออกแบบ

การวัดคุณภาพทางด้าน กายวิภาคเชิงกล(ergonomics) พิจารณาได้จากการใช้งานได้อย่าง
กลมกลืนต่อการสัมผัส ตัวอย่างเช่น การออกแบบเก้าอี้ต้องมีความนุ่มนวล มีขนาดสัดส่วนที่นั่งแล้วสบาย
โดยอิงกับมาตรฐานผู้ใช้ของชาวตะวันตกมาออกแบบเก้าอ้ีสาหรับชาวเอเชีย เพราะอาจเกิดความไม่พอดี
หรอื ไม่สะดวกในการใช้งาน ออกแบบป่มุ บัง ด้ามจับของเครื่องมือและอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ท่ีผู้ใช้ตอ้ งใช้ร่างกายไป
สัมผัสเป็นเวลานาน จะต้องกาหนดขนาด (dimensions) ส่วนโค้ง ส่วนเว้า ส่วนตรง ส่วนแคบของ
ผลิตภณั ฑ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งพอเหมาะกับรา่ งกายหรอื อวัยวะของผู้ใช้ผลติ ภณั ฑน์ ้นั ๆ เพื่อทาให้เกิดความถนดั และ
ความสะดวกสบายในการใช้ รวมทั้งลดอาการเม่ือยลา้ เมื่อใชไ้ ป นาน ๆ

4. ความปลอดภยั (Safety)
ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นเพื่ออานวยความสะดวกในการดารงชีพของมนุษย์ มีทั้งประโยชน์และ

โทษในตัว การออกแบบจึงต้องคานึงถึงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภคเป็นสาคัญ ไม่
เลือกใช้วัสดุ สี กรรมวธิ ีการผลิต ฯลฯ ท่ีเปน็ อันตรายต่อผูใ้ ชห้ รือทาลายสิ่งแวดล้อม ถ้าหลีกเล่ยี งไม่ได้ต้อง
แสดงเครื่องหมายเตือนไว้ให้ชัดเจนและมีคาอธิบายการใช้แนบมากับผลิตภัณฑ์ด้วย ตัวอย่างเช่น การ
ออกแบบผลิตภัณฑ์เครือ่ งใช้ไฟฟ้า ควรมสี ่วนป้องกันอุบัตเิ หตทุ ่ีอาจเกิดขึ้นได้จากความเม่ือยล้าหรือพล้ังเผลอ
เช่น จากการสัมผัสกับส่วนกลไกทางาน จากความร้อน จากไฟฟ้าดูด ฯลฯ จากการสมั ผัสกับส่วนกลไกทางาน
จากความร้อน จากไฟฟ้าดูด ฯลฯ หลีกเล่ียงการใช้วัสดุที่ง่ายต่อการเกิดอัคคีภัยหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
และควรมีสัญลักษณ์หรือคาอธิบายติดเตอื นบนผลิตภัณฑ์ไว้ การออกแบบผลิตภณั ฑส์ าหรบั เด็ก ตอ้ งเลือกใช้
วสั ดุที่ไม่มีสารพิษเจอื ปน เผ่ือป้องกันเวลาเดก็ เอาเข้าปากกัดหรือออม ช้ินสว่ นต้องไม่มีส่วนแหลมคมให้เกิด
การบาดเจ็บ มขี อ้ ความหรือสญั ลักษณ์บอกเตือน เปน็ ตน้

วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟชนั่ และสง่ิ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภณั ฑ์สิ่งทอ I 19

5. ความแขง็ แรง (Construction)
ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมานั้นจะต้องมีความแข็งแรงในตัว ทนทานต่อการใช้งานตามหน้าที่

และวตั ถุประสงคท์ ่ีกาหนดโครงสร้างมีความเหมาะสมตามคุณสมบัติของวสั ดุ ขนาด แรงกระทาในรูปแบบตา่ ง
ๆ จากการใช้งาน ตัวอย่างเช่น การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ดีต้องมีความม่ันคงแข็งแรง ต้องเข้าใจหลัก
โครงสร้างและการรับน้าหนัก ต้องสามารถควบคุมพฤติกรรมการใชง้ านให้กับผู้ใช้ด้วย เช่น การจดั ท่าทางใน
การใช้งานให้กับผู้ใช้ด้วย เช่น การจัดท่าทางในการใช้งานให้เหมาะสม สะดวกสบาย ถูกสุขลกั ษณะ และต้อง
ร้จู ักผสมความงามเข้ากับช้ินงานได้อย่างกลมกลืน เพราะโครงสร้างบางรูปแบบมีความแข็งแรงดีมากแต่ขาด
ความสวยงาม จึงเป็นหน้าที่ของนักออกแบบทจี่ ะต้องเป็นผู้ผสานสองสิ่งเข้ามาอยูใ่ นความพอดีให้ได้ นอกจาก
การเลือกใชป้ ระเภทของวัสดุ โครงสรา้ งทีเ่ หมาะสมแลว้ ยังต้องคานงึ ถงึ ความประหยดั ควบคู่กันไปด้วย

6. ราคา (Cost)
ก่อนการออกแบบผลิตภัณฑ์ควรมีการกาหนดกลุ่มเป้าหมายท่ีจะใช้ว่าเป็นกลุ่มใด อาชีพ

อะไร ฐานะเป็นอย่างไร ซ่ึงจะช่วยให้นักออกแบบสามารถกาหนดแบบผลิตภัณฑ์และประมาณราคาขายให้
เหมาะสมกบั กลุ่มเป้าหมายไดใ้ กล้เคียงมากขึ้น การจะได้มาซ่งึ ผลิตภัณฑ์ท่ีมรี าคาเหมาะสมนั้น ส่วนหน่ึงอยู่ท่ี
การเลือกใช้ชนิด หรือเกรดของวัสดุ และวิธีการผลิตที่เหมาะสม ผลิตได้ง่ายและรวดเร็ว แต่ในกรณีที่
ประมาณราคาจากแบบสูงกว่าที่กาหนดก็อาจต้องมีการเปล่ียนแปลงหรอื พัฒนาองค์ประกอบด้านต่าง ๆ กัน
ใหมเ่ พื่อลดต้นทุน แต่ทั้งนีต้ ้องคงไว้ซง่ึ คุณค่าของผลิตภณั ฑ์น้ัน

7. วัสดุ (Materials)
การออกแบบควรเลือกวัสดุท่ีมีคุณสมบัติดา้ นต่าง ๆ ได้แก่ ความใส ผิวมันวาว ทนความร้อน

ทนกรดด่างไม่ลื่น ฯลฯ ให้เหมาะสมกับหนา้ ที่ใช้สอยของผลิตภัณฑ์น้ัน ๆ นอกจากนั้นยังตอ้ งพิจารณาถึงความ
ง่ายในการดแู ลรักษา ความสะดวกรวดเร็วในการผลติ สงั่ ซื้อและคงคลงั รวมถงึ จติ สานึกในการรณรงค์ช่วยกัน
พิทักษ์ส่ิงแวดล้อมด้วยการเลือกใช้วัสดุที่หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้ (recycle) ก็เป็นส่ิงท่ีนักอกแบบต้อง
ตระหนักถึงในการออกแบบรว่ มด้วย เพ่ือชว่ ยลดกนั ลดปรมิ าณขยะของโลก

8. กรรมวิธกี ารผลิต (Production)
ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดควรออกแบบให้สามารถผลิตได้ง่าย รวดเร็ว ประหยัดวัสดุ ค่าแรงและ

ค่าใช้จา่ ยอ่ืน ๆ แต่ในบางกรณีอาจตอ้ งออกแบบให้สอดคล้องกบั กรรมวิธีของเครื่องจกั รและอปุ กรณ์ท่มี อี ยเู่ ดิม
และควรตระหนักอยู่เสมอว่าไม่มีอะไรที่จะลดต้นทุนได้รวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ มากกว่าการประหยัด
เพราะการผลิตทีละมาก ๆ

9. การบารุงรกั ษาและซ่อมแซม (Maintenance)
ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดควรออกแบบให้สามารถบารุงรักษา และแก้ไขซ่อมแซมได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

เม่อื มีการชารดุ เสยี หายเกิดขน้ึ ง่ายและสะดวกตอ่ การทาความสะอาดเพอื่ ชว่ ยยดื อายกุ ารใช้งานของผลิตภณั ฑ์
รวมทั้งควรมีค่าบารุงรักษาและการสึกหรอต่า ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องมือ เครื่องจักรกล
เครื่องยนต์ และเครอื่ งใช้ไฟฟ้าตา่ ง ๆ ท่ีมีกลไกภายในซบั ซ้อน อะไหลบ่ างช้ินย่อมมกี ารเส่ือมสภาพไปตามอายุ
การใช้งานหรือจากการใช้งานที่ผิดวิธี การออกแบบท่ีดีนั้นจะต้องศึกษาถึงตาแหน่งในการจดั วางกลไกแต่ละ
ชิ้น เพ่ือที่จะไดอ้ อกแบบส่วนของฝาครอบบริเวณตา่ ง ๆ ให้สะดวกในการถอดซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่ได้

วิทยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟชัน่ และส่ิงทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภณั ฑส์ ง่ิ ทอ I 20

โดยง่าย นอกจากนั้นการออกแบบยงั ตอ้ งคานงึ ถงึ องค์ประกอบอ่ืน ๆ รว่ มดว้ ย เช่น การใชช้ ิ้นสว่ นรว่ มกันให้
มากที่สุด โดยเฉพาะอปุ กรณ์ยึดตอ่ การเลือกใช้ชิน้ ส่วนขนาดมาตรฐานท่ีหาไดง้ ่าย การถอดเปลย่ี นได้เป็นชดุ ๆ
การออกแบบให้บางส่วนสามารถใชเ้ ก็บอะไหล่ หรือใช้เป็นอุปกรณ์สารับการซอ่ มบารงุ รักษาได้ในตวั เปน็ ตน้

10. การขนส่ง (Transportation)
ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบควรคานึงถึงการประหยัดค่าขนส่ง ความสะดวกในการขนส่ง

ระยะทาง เส้นทางการขนสง่ (ทางบก ทางนา้ หรือทางอากาศ ) การกินเนอ้ื ที่ในการขนสง่ (มิติความจุ กว้าง ´
ยาว ´ สูง ของรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุกท่ัวไป ตู้บรรทุกสินค้า ฯลฯ) ส่วนการบรรจุหีบห่อต้องสามารถ
ป้องกันไม่ให้เกิดการชารุดเสียหายของผลิตภัณฑ์ได้ง่าย กรณีท่ีผลิตภัณฑ์ท่ีทาการออกแบบน้ันมีขนาดใหญ่
อาจต้องออกแบบให้ช้ินส่วนสามารถถอดประกอบได้ง่าย เพื่อทาให้หีบห่อมีขนาดเล็กลง ตัวอย่างเช่น การ
ออกแบบเครอ่ื งเรือนชนดิ ถอดประกอบได้ ต้องสามารถบรรจผุ ลติ ภัณฑล์ งในตู้สินค้าที่เป็นขนาดมาตรฐานเพื่อ
ประหยดั ค่าขนส่งรวมท้ังผู้ซื้อสามารถทาการขนส่งและประกอบช้ินส่วนให้เข้ารูปเป็นผลติ ภัณฑ์ไดโ้ ดยสะดวก
ดว้ ยตัวเอง

งานออกแบบผลิตภัณฑท์ ีด่ จี ะต้องผสมผสานปจั จยั ต่าง ๆ ท้งั รูปแบบ(form) ประโยชน์ใช้สอย
(function) กายวิภาคเชิงกล(ergonomics)และอ่ืน ๆ ให้เข้ากับวิถีการดาเนินชีวิต แฟช่ัน หรือแนวโน้มท่ีจะ
เกิดข้ึนกับผู้บริโภคเป้าหมายได้อย่างกลมกลืนลงตัวมีความสวยงามโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งอยู่บน
พ้ืนฐานทางการตลาด และความเป็นไปได้ในการผลิตจานวนมาก ส่วนการให้ลาดับความสาคัญของปัจจัย
ตา่ ง ๆ ขึ้นอยู่กับจุดประสงคแ์ ละความซับซอ้ นของผลิตภัณฑ์นัน้ ๆ เชน่ การออกแบบเสื้อผา้ กระเป๋า รองเท้า
ตามแฟช่ัน อาจพิจารณาท่ีประโยชน์ใช้สอย ความสะดวกสบายในการใช้ และความสวยงาม เป็นหลัก แต่
สาหรับการออกแบบยานพาหนะ เชน่ จักรยาน รถยนต์ หรือเครอื่ งบนิ อาจต้องคานงึ ถึงปจั จัยดังกล่าวครบ
ทุกข้อหรือมากกวา่ นั้น

สรุป
การออกแบบ คือ กิจกรรมการแก้ปัญหาเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายหรือจุดประสงค์ท่ีตั้งไว้ (Design

is a goal-directed problem-solving) เป็นการกระทาของมนุษย์ ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการแจ้งผลเป็น
สงิ่ ใหม่ ๆ มีทั้งที่ออกแบบเพื่อสร้างขึ้นใหม่ให้แตกต่างจากของเดิมหรือปรับปรุงตกแต่งของเดิม ความสาคัญ
ของออกแบบเป็นขั้นตอนเบื้องต้นที่จะทาให้กระบวนการในการผลิตสินค้าหรอื ผลิตภัณฑ์ประสบผลสาเร็จใน
ตลาดและตรงตามเป้าหมาย

งานออกแบบ คอื สง่ิ ที่มนุษยส์ ร้างขึน้ โดยการเลือกนาเอาองคป์ ระกอบมาจัดเรียงใหเ้ กิดรปู ทรงใหม่ท่ี
สามารถสนองความต้องการตามจุดประสงค์ของผู้สรา้ ง และสามารถผลิตได้ด้วยวสั ดแุ ละกรรมวิธีการผลิตท่ีมี
อย่ใู นขณะน้ัน

วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟชน่ั และส่งิ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภัณฑ์ส่ิงทอ I 21

ใบงานท้ายบทท่ี 2

ความรูเ้ บ้อื งต้นเกย่ี วกบั การออกแบบผลิตภัณฑ์

ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. กระบวนการเทคโนโลยมี ีส่วนชว่ ยในการสร้างสิง่ ของเครอ่ื งใชอ้ ยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. หากไม่มีเทคโนโลยีทีช่ ว่ ยในการผลติ ส่งิ ของเครื่องใช้ นักศึกษาคิดวา่ โลกเราจะเปน็ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. การนาผลิตภัณฑ์ท่ีใช้แล้วกลับมาใชใ้ หม่กอ่ ให้เกดิ ประโยชน์อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. เทคโนโลยีใช้ควบคมุ กลไกคืออะไร มีความสาคญั อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. ซอฟตแ์ วร์ในการออกแบบหรอื นาเสนอผลงานมีอะไรบา้ ง แตล่ ะประเภทมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

6. การใชเ้ ทคโนโลยีในการสรา้ งชนิ้ งานมีความสาคญั อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่นั และส่ิงทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภัณฑส์ ง่ิ ทอ I 22

บทท่ี 3

ประเภทของผลติ ภัณฑ์สง่ิ ทอ

1. สาระสาคัญ

ความต้องการผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมที่เพ่ิมขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้มีการใช้
วัตถุดิบจากธรรมชาติมาแปรรูป รวมถึงเส้นใยธรรมชาติและสีธรรมชาติ มาทาเป็นเสื้อผ้า
เครื่องประดับตกแต่ง และของใช้ต่าง ๆ ซึ่งจากความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ทา
ให้มีศักยภาพสูงในการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยเพื่อนาเส้นใยธรรมชาติและสีธรรมชาติมาใช้
ประโยชน์ เพือ่ ลดการนาเข้าจากต่างประเทศ สรา้ งมลู ค่าเพ่ิมของผลิตภณั ฑ์ และเพิ่มโอกาสในการ
แข่งขันของอุตสาหกรรมสิ่งทอและอุตสาหกรรมอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง สิง่ ทอ (Textile) แบ่งตามประเภท
การใช้งานได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มส่ิงทอท่ัวไป (Conventional Textiles) และกลุ่มสิ่งทอเฉพาะทาง
(Technical Textiles)

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. มคี วามรู้และเข้าใจเก่ียวกับจดุ ประสงค์ในการออกแบบผลติ ภัณฑ์
2. สามารถจาแนกประเภทผลิตภณั ฑ์ส่งิ ทอได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
3. สามารถจาแนกประเภทผลิตภณั ฑ์ในทางตลาดได้ตามหลกั การ

3. เน้อื หาสาระการเรยี นรู้

1. จดุ ประสงค์ในการออกแบบผลติ ภัณฑ์
2. ประเภทผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
3. การจาแนกประเภทผลิตภณั ฑ์ในทางตลาด

วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่นั และส่งิ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภัณฑส์ ง่ิ ทอ I 23

ประเภทของผลติ ภัณฑส์ ่ิงทอ

3.1 จุดประสงค์ในการออกแบบผลิตภณั ฑ์

วัตถปุ ระสงค์ของการออกแบบผลติ ภัณฑ์
1. เพื่อสรา้ งผลิตภัณฑ์ใหส้ ามารถเออื้ ประโยชน์ด้านหนา้ ท่ใี ช้สอยได้ดี มคี วามปลอดภัย ประหยัดและ

มปี ระสิทธิภาพ
2. เพื่อสรา้ งผลิตภัณฑ์ให้สามารถสือ่ สารและสรา้ งผลกระทบตอ่ ผ้บู รโิ ภคโดยใช้ความรูแ้ ขนงศิลปะเข้า

มาสรา้ งคุณลกั ษณะ เช่น มเี อกลกั ษณ์มีลักษณะพิเศษท่ีดงึ ดดู และสรา้ งการจดจาตลอดจนเข้าถึงความหมาย
และคณุ ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์

3. เพอื่ ปกป้องคมุ้ ครองและรกั ษาคุณภาพสนิ ค้า
4. เป็นตวั ชี้บง่ และส่ือสารรายละเอียดสนิ ค้า ดึงดูดผู้บรโิ ภค แสดงถงึ ภาพลกั ษณ์
5. เป็นตน้ ทนุ ในการผลิตสนิ คา้ เมือ่ ผลติ ภัณฑ์ดีย่อมมีส่วนชว่ ยใหม้ ูลค่าสนิ ค้าสงู ข้นึ

จดุ มงุ่ หมายของการออกแบบผลติ ภณั ฑ์
การทีม่ นุษยพ์ ยายามสร้างสรรค์สิง่ ต่าง ๆ ขน้ึ ไดน้ ั้น ย่อมมสี าเหตอุ นั เปน็ ท่ีมาแหง่ ความคดิ ที่จะทา

และจุดมงุ่ หมายอนั เป็นที่ไปแหง่ การกระทา การออกแบบสรา้ งสรรค์ของทีร่ ะลึกกเ็ ช่นกนั ย่อมต้องมสี าเหตุและ
จดุ มงุ่ หมาย อาทิ เชน่

1. เป็นการออกแบบเพอื่ พัฒนาอาชพี และแขง่ ขันกนั ในด้านการผลติ
2. เป็นการออกแบบทมี่ ีผลมาจากความรักในการงาน อนั เป็นการกระทาด้วยใจรกั งานทจ่ี ะ
สรา้ งสรรค์ของทร่ี ะลกึ
3. เปน็ การออกแบบเพ่ือพฒั นาความคดิ รวบยอดให้เป็นไปตามยคุ สมัยท่มี ีความนิยม
4. เปน็ การออกแบบเพื่อสร้างผลงานตอบสนองความเชอื่ ทางลัทธิ ประเพณี
5. เป็นการออกแบบเพอ่ื ตอบสนองความต้องการทางด้านร่างกาย ทางจติ ใจและความต้องการ
ทางด้านอ่นื ๆ ของบุคคล โดยส่วนรวม และโดยสว่ นตวั
6. เปน็ การออกแบบเพ่ือผลประโยชน์ทพี่ งึ ได้รับ อามสิ สินจา้ ง รางวัล หรือเพือ่ ใหเ้ ปน็ ไปตามสัญญา
ขอ้ ตกลง ข้อผกู มัดอันเป้นความผกู พันระหวา่ งผูอ้ อกแบบกบั ผู้สร้าง
7. เป็นการออกแบบเพ่อื ทดสอบความม่งุ หมาย กฎเกณฑ์ ขอ้ กาหนด
8. เป็นการออกแบบอันเปน็ ผลเนอื่ งมาจากความนยิ มทางปรัชญาธรรมวัตถุ สิ่งที่เปน็ อนสุ รณ์
9. เปน็ การออกแบบอนั มผี ลตอ่ เนอ่ื งมาจากชาตนิ ยิ ม เพอื่ อนรุ กั ษส์ ิ่งที่ดเี ด่น และแบบแผนด้งั เดมิ ไว้
ใหป้ รากฏต่อไป
10. เปน็ การออกแบบตามลัทธินยิ มทางศาสนา ความเชอื่ ความศรทั ธาทม่ี ีต่อรูปวัตถุ
11. เป็นการออกแบบอันเป็นผลต่อเน่ืองมาจากความรัก ความเกลียดชงั ความสมหวงั ความ
ผิดหวงั ความหวาดกลัว รวมท้งั ผลกระทบทางจติ ใจ ทง้ั ส่ิงท่ีเปน็ จรงิ และสง่ิ ที่เหนือความเปน็ จริง
12. เป็นการออกแบบเพ่อื สรา้ งทฤษฎีใหม่ การกาหนดแมบ่ ทหลักของการทางานและกฎเกณฑ์
13. เปน็ การออกแบบอันมีผลมาจากริเรมิ่ จนิ ตนาการและแนวความคดิ ท่ีจะสรา้ งสรรค์ผลงานนน้ั ๆ
ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพท่ีสูงขน้ึ

วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่ันและส่งิ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภัณฑส์ ง่ิ ทอ I 24

14. เป็นการออกแบบเพ่อื ตอบสนองความรสู้ กึ นึกคิดทีเ่ ป็นอิสระเสรี
15. เปน็ การออกแบบเพอ่ื สร้างรสนยิ มใหม่ เปล่ียนแนวคิดของบคุ คลวา่ สิ่งของรูปแบบเชน่ นัน้ ไม่
จาเป็นต้องใชเ้ พอ่ื ประโยชน์เชน่ นัน้ ตลอดไป อาจใช้เพอ่ื ประโยชน์อยา่ งอ่นื อกี กไ็ ด้
16. เป็นการออกแบบเพื่อความเหมาะสมของวัสดุ เหมาะสมกบั เครื่องมือเครอ่ื งจกั ร เพอื่ ความ
ประหยัดและมปี ระโยชนใ์ ชส้ อย และมคี วามคงทนถาวร

3.2 ประเภทผลิตภณั ฑ์ส่ิงทอ

สิ่งทอ (Textile) แบ่งตามประเภทการใชง้ านได้ 2 กลุ่ม

1. กล่มุ ส่งิ ทอทัว่ ไป (Conventional Textiles)
สงิ่ ทอท่ัวไปน้ันครอบคลุมถงึ ส่ิงทอท่ีมกี ารข้นึ รูปตามปกติจากเส้นใยเป็นเส้นด้าย ไปจนถึงการถักทอ

ข้ึนรูปเป็นผืนผ้าลักษณะของผลิตภัณฑ์ข้ึนอยู่กับการนาไปใช้ เช่น เชือก ซ่ึงเกิดจากการข้ึนรูปจากเส้นใย
ผลติ ภัณฑส์ ่วนใหญม่ กั อยู่ในรปู ของเส้อื ผา้

กระบวนการผลิตส่ิงทอ เป็นกระบวนการต่อเนื่อง
หลาย ๆ กระบวนการ เริ่มตั้งแต่การผลิตเส้นใย (Fiber
Formation) การขนึ้ รูปเปน็ เส้นด้าย (Yarn Spinning) การขึ้น
รูป สิ่งท อ (Textile Formation) และก ารตก แต่งสาเร็จ
(Finishing)

อุตสาหกรรมท่ีเก่ียวข้องจึงมีทั้งอุตสาหกรรมท่ีผลิต
เสน้ ใย (ในกรณขี องเส้นใยประดิษฐ์) ซ่งึ ถือว่าเปน็ อตุ สาหกรรม
ต้นน้า (Upstream) อุตสาหกรรมปั่นด้าย และอุตสาหกรรม
ถัก ทอผ้า ซ่ึงถือว่าเป็นอุตสาหกรรมกลางน้า (Midstream)
และสุดท้ายอุตสาหกรรมฟอกย้อมและตกแต่ง ซ่ึงเป็น
อุตสาหกรรมปลายน้า (Downstream) ส่วนการผลิตเสื้อผ้า
น้ัน ถือว่าเป็นอีกกระบวน การหน่ึง ที่แยกออกมาเนื่องจากเป็นการนาเอาส่ิงทอไปออกแบบและตัดเย็บตาม
รูปแบบท่ีตอ้ งการ

2. กลุ่มสง่ิ ทอเฉพาะทาง (Technical Textiles)
เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีมีสมบัติท่ีเหมาะสมกับการนาไปใช้งาน ที่นอกเหนือไปจากสิ่งทอทั่วไป ตัวอย่างของ

ผลิตภัณฑ์สิ่งทอเฉพาะทางได้แก่ ถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัย ผ้าอ้อมสาเร็จรูป เส้ือเกราะกันกระสุน มี
กระบวนการผลติ ทีแ่ ตกตา่ งออกไปซ่ึงมักเป็นการขึ้นรูปผลติ ภณั ฑโ์ ดยตรงจากเส้นใย ซึ่งเรียกวา่ ผา้ ไมถ่ ักไม่ทอ
หรอื นอนวฟู เวน (Non-woven) เหลา่ นีก้ าลงั มีการขยายตัวค่อนข้างสูง

วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่นั และส่งิ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภณั ฑ์สง่ิ ทอ I 25

ตัวอยา่ งกล่มุ สง่ิ ทอเฉพาะทาง (Technical Textiles)

3.3 การจาแนกประเภทผลติ ภณั ฑ์ในทางตลาด

สินค้า หรอื ผลติ ภัณฑแ์ บ่งเป็น 2 ประเภทหลกั ไดแ้ ก่
1. สนิ คา้ อุปโภคและบรโิ ภค (Consumer Goods)
2. สินคา้ อุตสาหกรรม (Industrial Goods)

1. สนิ ค้าอปุ โภคและบริโภค
ยังสามารถแบง่ ไดเ้ ปน็ 4 ประเภทหลกั ไดแ้ ก่
1. สินคา้ สะดวกซือ้ (Convenience goods)
เป็นสนิ คา้ ทม่ี ีลักษณะการซอ้ื เป็นจานวนนอ้ ย ราคาไม่สูง และซื้อบอ่ ยคร้ังซงึ่ แบง่ ได้เป็น 3

ประเภทคือ
1.1 สินค้าซอื้ ประจา คอื สินคา้ ที่ใชใ้ นชีวติ ประจาวันในครอบครวั
1.2 สนิ ค้ากระต้นุ ซอื้ คือ สินค้าท่ีตัดสินใจซื้อโดยฉับพลนั
1.3 สนิ ค้าซ้ือฉุกเฉนิ คอื สนิ ค้าที่ผบู้ ริโภคตอ้ งใช้ทนั ที

2. สนิ ค้าเปรยี บเทยี บซอ้ื (Shopping goods)
เปน็ สนิ คา้ ท่ีผซู้ อ้ื ตอ้ งการเลอื กสรรกอ่ นซื้อและมกั เปรยี บเทียบคณุ สมบตั ิตา่ ง ๆ ของ

ผลิตภัณฑ์ ราคาและรูปแบบของผลติ ภัณฑ์ก่อนตัดสนิ ใจซ้อื ซ่ึงแบ่งได้เปน็ 2 ประเภทคอื
2.1 สินคา้ เปรยี บเทยี บซอ้ื แบบเดยี วกนั Homogeneous Shopping Goods คอื สนิ ค้าท่มี ี

รปู แบบเดยี วกัน คลา้ ยกนั มาตรฐานเดยี วกันในรปู ทรงขนาดคุณสมบัติ ผูบ้ รโิ ภคจะตัดสินใจซอื้ โดยเปรยี บเทยี บ
คณุ สมบตั ิ และอรรถประโยชน์หากเทา่ กนั จะตดั สินดว้ ยราคา

วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟช่นั และสิง่ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ส่ิงทอ I 26

2.2 สินคา้ เปรียบเทียบซ้อื ทต่ี ่างแบบกนั Heterogeneous Shopping Goods สนิ ค้าทมี่ ี
คณุ ลกั ษณะต่างกนั คล้ายกัน รปู แบ สี ขนาด คุณสมบัติ การรับประกนั เปน็ ตน้ ผู้บรโิ ภคจะตดั สินใจซ้อื โดย
เปรยี บเทยี บ ความแตกต่างทไี่ ม่เหมอื นสินค้าย่ีห้ออน่ื

3. สนิ ค้าเจาะจงซื้อ (Specialty Goods)
เปน็ สนิ ค้าท่ีมีคุณลกั ษณะพเิ ศษ ผูบ้ ริโภคใชค้ วามพยายามมาก ใช้เวลานานในการซ้อื มี

เหตุผลในการซ้ือ อายุการใชง้ านนาน เปน็ สินคา้ ที่มชี อ่ื เสยี งมานาน ผู้ซอื้ อาจตอ้ งจองก่อน และตัดสินใจซ้ือ
ล่วงหนา้

4. สนิ คา้ ไม่แสวงซื้อ (Unsought goods)
เป็นสินคา้ ทม่ี ีผ้บู รโิ ภคอาจรูจ้ ัก หรอื ไมร่ จู้ ักแต่ไม่มคี วามรใู้ นตวั สินคา้ และไมค่ ดิ ที่จะซ้ือจึงไม่

ใช้ความพยายามในการหาซ้อื ซึง่ แบง่ ได้เป็น 2 ประเภท คือ
4.1 สนิ ค้าเปน็ ที่รู้จักแตย่ ังไมม่ ีความตอ้ งการซ้ือ (Regularly unsought goods) เพราะ

ผูบ้ รโิ ภคยังไม่เข้าใจหรือเห็นประโยชนท์ ่ีจะไดร้ ับ เช่น ประกันชวี ิต
4.2 สินคา้ ใหม่ ยงั ไม่เปน็ ท่ีรู้จัก (New product unsought goods)สินค้าทีผ่ ู้ผลิตเพ่งิ นาออก

สตู่ ลาดมี ความทันสมัย เทคโนโลยี่ ราคาสงู

2. สินค้าอตุ สาหกรรม (Industrial Product)
มีลักษณะสาคัญคือซื้อไปใช้ในการผลิต หรือ จาหน่ายต่อ หรือ เกี่ยวข้องกับปัจจัยการผลิต โดยมี

กลุ่มเป้าหมาย คือผูใ้ ช้ในทางอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมที่ไม่ใช่ผู้บริโภค กระบวนการซื้อจะมีระบบ แบบ
แผน ข้ันตอน กอ่ นการซอ้ื มีการเปรียบเทยี บ คุณภาพ ราคา คณุ สมบัติและ บริการหลังการขายอยา่ งรอบคอบ
และ ยังสามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 3 กลมุ่ คอื

กลมุ่ ที่ 1 : วตั ถุดิบและชนิ้ สว่ นประกอบ
1. วัตถดุ ิบ (Raw Material) แบ่งเป็นผลติ ภณั ฑ์เกษตรกรรม และผลิตภัณฑธ์ รรมชาติ
2. วสั ดุชน้ิ ส่วนประกอบในการผลติ แบ่งเป็น วัสดุประกอบ และ ชิน้ ส่วนประกอบ

กลุม่ ที่ 2 : สนิ ค้าประเภททุน
1. ส่งิ ท่ีติดตัง้ (Installation) แบง่ เปน็ ส่ิงปลูกสร้างและอาคาร กบั อุปกรณถ์ าวร
2. อุปกรณป์ ระกอบ (Accessory Equipment) แบ่งเป็นอุปกรณเ์ ครือ่ งมือที่ใช้ในโรงงาน

และอปุ กรณใ์ นสานกั งาน
กลุ่มท่ี 3 : วัสดสุ ิ้นเปลอื งและบริการ
1. วสั ดุสิ้นเปลอื ง (Supplies) แบง่ เป็น วสั ดุบารงุ รักษาทาความสะอาด วัสดซุ อ่ มแซม วสั ดุ

ในการดาเนินงาน
2. บรกิ าร (Services) แบง่ เปน็ บริการบารุงรกั ษา บรกิ ารซอ่ มแซม และให้คาแนะนาธุรกจิ

วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟช่ันและสิ่งทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภณั ฑส์ งิ่ ทอ I 27

ใบงานทา้ ยบทที่ 3

ประเภทของผลติ ภณั ฑ์สิ่งทอ

ตอบอธบิ ายลกั ษณะความแตกต่าง และเอกลักษณ์เฉพาะ รูปแบบการผลิต การใชง้ าน และหลกั การ
ออกแบบผลิตภัณฑ์ส่งิ ทอเฉพาะดา้ นต่อไปน้ี

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่ันและส่ิงทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภัณฑ์สงิ่ ทอ I 28

บทท่ี 4

นกั ออกแบบผลิตภณั ฑ์สง่ิ ทอ

1. สาระสาคญั

นักออกแบบผลิตภัณฑ์ คือ ผู้ออกแบบสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สาหรับอุตสาหกรรมประเภท
ต่าง ๆ ด้วยกระบวนการวิเคราะห์ วิจัย ผสม ผสาน โดยการนาวัสดุ กรรมวิธีการผลิต ลักษณะ
รปู แบบและขนาดของผลติ ภัณฑเ์ พ่ือให้ได้ผลติ ภัณฑ์ท่เี หมาะสมกบั ผใู้ ชแ้ ละตลาด

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. รแู้ ละเข้าใจความหมายของนักออกแบบ
2. อธิบายคณุ สมบัติของนักออกแบบได้
3. บอกหนา้ ที่ของนักออกแบบได้
4. บอกกฎระเบียบตา่ ง ๆ ของนกั ออกแบบได้
5. อธิบายจรรยาบรรณของนักออกแบบได้

3. เน้อื หาสาระการเรยี นรู้

1. ความหมายของนกั ออกแบบ
2. คุณสมบัติของนักออกแบบ
3. หนา้ ที่ของนกั ออกแบบ
4. กฎระเบียบตา่ ง ๆ ของนกั ออกแบบ
5. จรรยาบรรณของนักออกแบบ

วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่ันและสง่ิ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑส์ งิ่ ทอ I 29

นกั ออกแบบผลิตภัณฑ์สิง่ ทอ

4.1 ความหมายของนกั ออกแบบ

นักออกแบบ (Designer) คือ บุคคลผู้ซึ่งมีความสามารถพิเศษในทางความคิดสร้างสรรค์และสามารถ
ในการคดิ แก้ปัญหาให้สอดคลอ้ งกลมกลนื เขา้ กับความเจรญิ ทางเทคโนโลยไี ด้ด้วย บ่อยครง้ั ท่ีมกี ารสาคญั ผิดคิด
ว่า นักออกแบบจะต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถพิเศษในทางศิลปะอยู่ด้วย และก็เป็นการสาคัญผิดอีก
เช่นกันถ้าคิดว่านักออกแบบควรจะทางานแต่ในด้านศิลปะความงามกับการออกแบบเท่านั้น ผู้ท่ีสามารถ
ออกแบบโดยคานงึ ถึงศลิ ปความงามอย่างเดียวนนั้ ไม่ใชน่ ักออกแบบแต่ควรจัดใหเ้ ป็นนกั เขียนแบบ หรือนกั วาด
แบบมากกวา่ (Stylist)

นักออกแบบไม่จาเป็นต้องมีความเกง่ กาจในการ
ว าด เขี ย น แ ต่ นั ก อ อ ก แ บ บ ที่ ดี พ ร้อ ม ค ว ร จ ะ มี
ความสามารถในการเขียนและวาดรปู อกี ทง้ั ควรมคี วามรู้
ความเข้าใจในด้านศลิ ปะ (Arts) อันเปน็ ส่ิงท่มี อี ทิ ธิพลต่อ
อารมณ์และจิตใจของมนุษย์ด้วย นักออกแบบอาจเป็น
วิศวกร นักประดิษฐ์ หรือบุคคลในอาชีพใด ๆ ที่มี
ความคิดสร้างสรรค์ หรือมีพรสวรรค์พิเศษสามารถคิด
แก้ปัญ หาเพ่ือสรรสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่ให้คุณค่าและ
คณุ ประโยชนต์ ่อมนุษย์ข้ึนมาใหม่ได้ ถึงแม้เขาผู้นน้ั จะไม่
มีพ้ืนฐานความรู้ทางวิศวกรรมหรือศิลปกรรมเลยก็ตาม
แต่ถา้ ส่งิ ท่ีเขาค้นคิดขึ้นมาในรปู แบบของสิ่งประดษิ ฐ์ เคร่ืองมือ เคร่ืองใชท้ ี่สามารถอานวยประโยชน์สุขแกม่ วล
มนุษย์ให้ดีขึ้น สะดวกสบายขึ้นไปกว่าเดิมได้แล้ว ก็ถือได้ว่าเขาผู้น้ันคือนักออกแบบ ตัวอย่างนักออกแบบคน
สาคัญของโลก เชน่ โทมสั เอ เอดิสัน (Thomas A. Edison) ผู้ซงึ่ มีภูมหิ ลงั เปน็ ผทู้ ี่มีการศกึ ษานอ้ ย ไม่มีความรู้
ทางวิศวกรรมศาสตร์ หรือศิลปกรรมศาสตร์ แต่มีความสามารถในความนึกคิดสร้างสรรค์ท่ีสูงมาก มี
ความสามารถในการคิดแก้ไขปัญหาและสรรสร้างและพัฒนาส่ิงใหม่ ๆ ขึ้นมาได้จากส่ิงท่ีใคร ๆ คิดว่าเป็นไป
ไม่ได้ ผลงานของเอดิสันยังคงปรากฏจรรโลงโลกและให้ความสะดวกสบายเปน็ เครื่องมือรบั ใชข้ องมนุษยช์ าติมา
จนตราบเทา่ ทุกวันน้ี

วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่นั และสง่ิ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลติ ภณั ฑส์ ิง่ ทอ I 30

นักออกแบบจะต้องมีความสามารถในการตีปัญหาให้ได้มาซ่ึงความต้องการข้ันพ้ืนฐานและต้องรู้จัก
การพฒั นาความคิดให้ก้าวไกลออกไป รู้จกั การวิเคราะหป์ ญั หาตา่ ง ๆ ซง่ึ ตงั้ อยู่บนพนื้ ฐานของความเป็นจรงิ ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนการยอมรับในข้อผูกพันทางด้านการตลาด ด้านสังคม ขนบธรรมเนียม
ประเพณีและความนยิ ม นักออกแบบศิลปะอุตสาหกรรมจะตอ้ งเขา้ ใจเกย่ี วโยงลกึ ซ้ึงในงานออกแบบของตนเอง
อาทเิ ช่น กรรมวิธีในการผลิต (โดยระบบโรงงานอตุ สาหกรรม) เขา้ ถึงเรือ่ งมนษุ ย์วิทยา (Human factor) ความ
งา่ ย (Simplicity) ความสามารถในการทางาน (Workabitity) และศิลปะความงดงามท่ีจะสอดแทรกเข้าไปใน
งานออกแบบของตนด้วย นักออกแบบศิลปะอุตสาหกรรมจะต้องมีความสามารถนาเอาศิลปวิทยาการ
เทคโนโลยี ความนิยม ธรรมชาตทิ ีเ่ ป็นจรงิ ของมนษุ ย์และความเป็นไปได้ในการผลิตทางอตุ สาหกรรม เหลา่ น้ีมา
ผนวกเขา้ ดว้ ยกันเพือ่ ใช้ในการออกแบบผลิตภณั ฑ์ (Product Design)

4.2 คณุ สมบตั ิของนกั ออกแบบ

การท่ีจะเป็นนักออกแบบที่ดีและประสบความสาเร็จนั้นไม่ใช่เร่ืองยาก แต่มันจะสาเร็จหรือไม่สาเร็จ
นั้นโดยส่วนมากแล้ว 99% น้ันอยู่ที่ตัวของคุณเอง เร่ิมจากท่ีตัวคุณเอง และในตัวตัวคุณนั้นต้องมีคุณสมบัติ
พ้ืนฐานของนักออกแบบท่ีดีด้วย เพ่ือช่วยในการเรม่ิ ต้นและปฏิบัติให้ถูกต้องตามท่ีสังคมยอมรับได้ ซ่ึงมันจะมี
อะไรบ้างน้ันลองมาดกู นั
คุณสมบัติของนกั ออกแบบ

ในการเป็นนกั ออกแบบทีด่ ี จะตอ้ งมีความสามารถ และมลี กั ษณะนิสัยท่ีชว่ ยให้การออกแบบมีคุณภาพ
และประสบความสาเรจ็ ตามจุดมุง่ หมาย คุณสมบัตขิ องนกั ออกแบบมีหลายประการ ซึ่งพอจะจาแนกออกได้
ดังน้ี

1. เป็นผทู้ ม่ี ีความคิดสรา้ งสรรค์ และมีความเชื่อมน่ั ในตนเอง
น่คี ือสิ่งที่สาคัญท่ีสดุ เลยของนักออกแบบ ความคิดสรา้ งสรรค์ถ้าอันตัวคุณนั้นขาดสมองและความคิด

ในการสรา้ งสรรค์ผลงาน ไม่เคยสร้าง ไม่เคยคดิ หรือเอาแต่ลอก copy ดดั แปลงของคนอ่ืนเค้าโดยไม่ใช้เวลาใน
การคิดสิ่งใหม่ ๆ ซะบ้าง คุณก็ไม่สามารถเรียกหรืองว่าให้คนอ่ืนเรียกคุณว่านักออกแบบได้เลย เพระว่า
นักออกแบบ ต้องเป็นผสู้ รา้ งสรรค์สิง่ ใหม่ ๆ เสมอ

2. เป็นผู้ทม่ี ที กั ษะในการออกแบบ
ทักษะ หมายถึง สิ่งที่เกิดขนึ้ จากการทดลองปฏบิ ัติ ทาซ้า ๆ จนเกิดความชานาญ และเข้าใจอย่างถอ่ ง

แท้ในแขนงน้ัน ๆ ซ่ึงข้อนี้ก็จะหมายความว่า ถ้าคุณคิดไอเดียอะไรใหม่ ๆ ออกมาได้แต่คุณไม่ลงมือทา หรือ
ปฏบิ ัติ สร้างสรรคอ์ อกมาเป็นผลงานจริง คุณก็จะไมไ่ ด้ทักษะหรอื ความเข้าใจในกระบวนการทางานน้ัน ๆ เลย
ยกตวั อยา่ งเชน่ คุณทะนงตวั ว่าคณุ ใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอรเ์ ป็นทุกอยา่ ง คุณเลยไม่ฝึกใชง้ านมนั บ่อย ๆ ใหเ้ กิด
ความชานาญ แตอ่ ีกคนหนึ่งฝึกใช้ทกุ วันจนมีความชานาญอยา่ งสูง เมื่อถึงเวลาลงมือปฏิบตั ิจริง ในระยะเวลาที่
กาหนด คุณทาเสร็จเหมือนกันแต่ใช้เวลาในการปฏิบตั ิไป 2 ช่ัวโมง ในขณะท่ีอีกคนน้ันใชเ้ วลาแค่ 30 นาทเี ท่า
น้นั เอง สิง่ นเ้ี รียกว่า ทักษะ และมันจะเห็นผลจรงิ ในการทางาน ต่อให้คุณออกแบบมาดีเลิศแค่ไหนแต่ส่ิงนั้นไม่
สามารถสรา้ งสรรค์ออกมาเป็นผลงานจรงิ ๆ ไดก้ ็ไม่มีประโยชนเ์ พราะใช้เวลามากเกินไป ในขณะที่นักออกแบบ
ไม่ได้มีแค่คุณคนเดยี ว ตลอดเวลามีคนคิดสิ่งใหมอ่ อกมาไดเ้ สมอและกา้ วหน้าคณุ เสมอ ฉะน้นั หมน่ั ฝึกสนทักษะ
ไว้ใหช้ านาญ

วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอุดรธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟช่นั และสง่ิ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑส์ ่งิ ทอ I 31

3. เป็นผ้ทู ่ีรูจ้ ักสงั เกตและทาความเขา้ ใจกบั สิ่งแวดลอ้ มรอบ ๆ ตวั ซ่ึงมที ั้งสภาพทางธรรมชาติ
และส่งิ ตา่ ง ๆ ท่ีมนษุ ย์สรา้ งสรรค์ขน้ึ เพ่อื ใหเ้ ปน็ แหล่งความคดิ สร้างสรรคใ์ นการออกแบบ
นี่คือคุณสมบัติเริ่มต้นของนักออกแบบ คือเป็นผู้ช่างสังเกตุ การเป็นผู้ช่างสังเกตุน้ัน จะได้มุมมอง

ใหม่ ๆ จากส่ิงท่ีเราสังเกตุเห็นเสมอ ไม่ว่าส่ิงนั้นมันจะเล็กน้อยเพียงใดแต่มันก็ทาให้เกิดความคิดท่ีย่งิ ใหญ่ ถ้า
รจู้ ักคิด รูจ้ ักสังเกตุ รู้จกั พิจารณา และพัฒนาตัวเอง อันน้ียกตัวอย่างได้ง่าย คือ เซอร์ไอแซก นวิ ตัน (Sir Isaac
Newton) ถา้ วันนั้นเค้าไม่สงั เกตผุ ลแอบเปลิ้ ท่ีหล่นลงมาจากต้นไม้ เราก็คงอาจจะมารู้จกั เรื่องของแรงโน้มถ่วง
ของโลกในอีก 500 ปีข้างหน้าก็ได้ เพระความช่างสังเกตุ ชา่ งตงั้ คาถามและตอ้ งการหาคาตอบของเค้า มนุษย์
บนโลกจึงได้กา้ วเข้าสยู่ ุดของกฏของแรงโน้มถ่วง หรือ กฏของนิวตัน ซ่งึ เป็นต้นแบบของแนวคิดหลาย ๆ แบบ
ตอ่ ๆ กันมาจนปัจจุบันน้ี

4. เปน็ ผทู้ ่ตี ดิ ตามการเปลยี่ นแปลงและความเคลอ่ื นไหวของงานออกแบบสร้างสรรคท์ กุ สาขาอยเู่ สมอ
ทาไมถึงต้องรอบรู้ในทุก ๆ เร่ือง ทุกสาขาด้วย เพราะวา่ นักออกแบบท่ีดีน้ันควรจะรอบรู้ในทุกแขนง

วิชาเพ่อื นาความรนู้ ั้นมาชว่ ยในการพฒั นาและออกแบบ ไมว่ า่ จะเป็นในศาสตรใ์ ด ๆ ก็ตาม เชน่ เมือ่ เราตอ้ งการ
จะออกแบบ เก้าอิ้สาหรับคนพิการทางเท้า เราก็ต้องศึกษาหาความรู้วา่ ทาอยา่ งไงถึงจะออกแบบให้คนพิการ
ทางเท้านั้นได้สามารถใช้ ส่ิงท่ีเราคิดออกแบบมานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากท่ีสุด เราต้องเร่ิมศึกษาต้ังแต่
เรอ่ื งของกายวิภาคศาสตร์ เรอื่ งของอุปกรณอเิ ล็กทรอนิกส์ เรอ่ื งของวัสดทุ ี่จะนามาใช้ แมก้ ระทั่งเรื่องของจติ ใจ
ของผู้พิการนั้นเอง เพื่อที่เราจะได้นาข้อมูลท้ังหมดนั้นมาประมวลหาความพอดี ความเหมาะสม และลงมือ
ปฏบิ ัติใหเ้ กิดผลท่ีน่าพอใจ ท้ังต่อเรา และผูใ้ ชใ้ ห้มากทสี่ ุดนนั้ เอง

5. เป็นผู้ทม่ี คี วามสนใจศึกษาความเชื่อ และผลงานท่อี อกแบบตามความเชื่อในยุคตา่ ง ๆ ที่ผา่ นมา
เพ่อื นามาใชเ้ ปน็ พ้ืนฐานในการออกแบบสร้างสรรคใ์ หก้ า้ วหนา้ ต่อไปในปจั จุบันและอนาคต
เร่ืองราวในอดีตนั้นไม่ใช่เป็นเร่ืองของล้าสมัย ทุกอย่างล้วนมีความลงตัวและดีท่ีสุดในยุคสมัยน้ัน ๆ

เพยี งแต่เทคโนโลยี่ทางวัตถุนัน้ อาจจะยงั เทียบกับสมยั น้ีไมได้ เน้นว่าเฉพาะวัตถุเทา่ นั้น แต่ไอเดียและความคิด
น้ันเรียกได้ว่าจะ 100 ปี หรือ 1000 ที่แล้ว มนุษย์ก็มีความคิดใหม่ ๆ มาเสมอ ฉะนั้นการท่ีเราจะศึกษา
แนวความคิดของการออกแบบในยุคสมัยต่าง ๆ น้ันมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการทาความเข้าใจใน
จุดประสงค์และสามารถนาความคิดนั้นมาพัฒนาต่อยอดไปได้เร่ือย ๆ เช่น ในยุคที่มนุษย์เร่ิมคิดค้นเครื่องทุน
แรง ในการล่าสัตว์หรืออาวุธนั้นเอง จากไม้แหลมท่ีไว้แทงล่าสัตว์ ก็กลายมาเป็นหิน และหินน้ันก็มีหลายชนิด
จนกระท่ังค้นพบหินที่มีความเหมาะสมแข็งและวิธีทาให้ได้รูปทรงตามต้องการ จนมาถึงยุคของเหล็กและ
ทองแดงและจนปัจจุบัน ตามข้อความนี้ก็จะเห็นไดว้ ่ามนุษย์ทุกยุคน้ันคิดอาวุธได้ดีเสมอ เมื่อมีการค้นพบวัสดุ
ใหม่ ๆ และนามาใช้การสร้างและปรับปรงุ พฒั นาไปเรื่อย ๆ ฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยถา้ เราจะศกึ ษาจากส่งิ ของยุค
เกา่ และอย่าดถู ูกของทีล่ า้ สมยั ไปแลว้ เพระว่าช่วงหนึง่ มนั คอื สิง่ ทที่ นั สมัยเหมือนกนั

6. เปน็ ผูท้ เี่ ขา้ ใจสภาพแวดลอ้ มของสังคม และความตอ้ งการของประชาชน เพ่อื ให้การออกแบบ
สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการ
สงั คม เป็นสิ่งท่ีอยกู่ บั นกั ออกแบบเสมอ ๆ สังคมคอื กลมุ่ ท่ีมนษุ ย์นั้นรวมตัวกันอย่แู ละใช้วถิ ีชีวิตรว่ มกัน

เราก็คือส่วนหน่ึงในสังคมท่ีเราอยู่ เม่ือเราต้องการ สร้างสรรค์ ออกแบบส่ิงหนึ่งสิ่งใดนั้นเราก็ต้องมองสังคม
ควบคู่ไปพร้อมกันดว้ ย เพราะวา่ ส่งิ ทเี่ ราคดิ น้ัน เม่ือมันออกมาเปน็ ผลงานแลว้ สงั คมไม่ให้การยอมรับหรือว่าไม่
ใช้งานมันแล้วละก็ มันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ฉะนั้นนักออกแบบท่ีดตี ้องใชช้ ีวิตและอยู่ในสังคมน้ัน ๆ

วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่ันและสง่ิ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภณั ฑ์สิง่ ทอ I 32

เขา้ ใจในวิถีชีวติ วัฒนธรรม ประเพณีของสงั คมนัน้ ๆ แลว้ นาส่ิงท่ีต้องการพัฒนามาปรับปรุง สรา้ งสรรคใ์ ห้เกิด
สงิ่ ใหมท่ ส่ี งั คมน้นั ๆ ต้องการ จงึ จะทาให้ผลงานนน้ั ๆ มคี ุณค่าและไดร้ บั การยอมรับ จงึ จะเรยี กวา่ นักออกแบบ

7. เปน็ ผูท้ ่ีมคี วามเข้าใจงานออกแบบแตล่ ะชนดิ เพ่อื ให้การออกแบบตอบสนองได้ตรงตามจุดประสงค์
ของงานออกแบบนั้น ๆ เชน่ การออกแบบโฆษณามจี ุดประสงคใ์ นการจงู ใจเป็นต้น
ในศาสตร์ของการออกแบบน้ัน เราจะออกแบบส่ิง ๆ ใด เราต้องเข้าใจในกระบวนการของสิ่งท่ีรา

ต้องการจะให้เกิดผลตามท่ีเราคาดหวังไว้ ฉะนั้นเราต้องคิดให้เป็นกระบวนการตั้งแต่ ทาเพ่ืออะไร ทาแล้วได้
อะไร ทาแลว้ เกิดประโยชน์อย่างไร ทาแล้วจะใชไ้ ด้จรงิ ไหม ทาแล้วจะประสบผลสาเร็จไหมแบบน้ีเป็นต้น จุด
เล็ก ๆ เหตผุ ลเล็ก ๆ ของความต้องการของผอู้ ื่นอาจจะเป็นสิง่ ท่ยี ่ิงใหญ่ของเราถา้ เราสามารถทาออกมาได้ตาม
ความต้องการของคนคนนน้ั

นค่ี ือแนวคดิ และวิธีปฏิบตั ิในการเปน็ นักออกแบบทีด่ ี เราควรจะคดิ จะทาและสร้างสรรคโ์ ดยมีพน้ื ฐาน
ในการทางานและวิธีปฏิบัติใหไ้ ด้อยา่ งน้อยกต็ ามนี้

ตวั อยา่ งนกั ออกแบบทีม่ ีชื่อเสยี งของไทย

พระเจ้าหลานเธอพระองคเ์ จ้าสริ วิ ัณณวรี นารีรัตน์

พระประวตั ิ
พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารี

รัตน์ เป็นพระราชธิดาพระองค์รองในสมเด็จพระบรม
โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประสูติแต่สุจาริณี วิ
วัชรวงศ์ (เดิม ยุวธิดา ผลประเสริฐ) อดีตนักแสดง เม่ือ
วันท่ี 8 มกราคม พ.ศ. 2530 เมื่อแรกประสูติมีพระยศท่ี
“หม่อมเจ้า” พระนามว่า หม่อมเจ้าบุษย์น้าเพชร มหิดล
มีพระโสทรเชษฐาส่ีองค์ ได้แก่ จุฑาวชั ร วิวัชรวงศ์, วชั รเร
ศร ววิ ัชรวงศ์, จักรวี ัชร วิวัชรวงศ์ และวัชรวรี ์ วิวัชรวงศ์ มี
พระเชษฐภคินแี ละพระอนุชาต่างพระมารดาสองพระองค์
ได้แก่ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และ
พระเจา้ หลานเธอพระองคเ์ จา้ ทีปังกรรัศมีโชติ
ในปี พ.ศ. 2539 หลังจากการหย่าร้างของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ
สยามมกฎุ ราชกุมาร (พระยศในขณะนั้น) กบั หม่อมสจุ าริณี มหดิ ล ณ อยธุ ยา สุจารณิ ีพร้อมพระโอรสท้ังส่ีองค์
ได้ย้ายไปพานักยังต่างประเทศ ส่วนหม่อมเจ้าบุษย์น้าเพชร พระธิดา ตกอยู่ในการดูแลของสมเด็จพระบรม
โอรสาธิราชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร ไดร้ ับพระราชทานพระนามใหม่วา่ หม่อมเจา้ จักรกฤษณ์ยาภา มหดิ ล ขณะ
มีพระชันษา 10 ปี ประทบั อยกู่ ับพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชนิ ีนาถ ราวสองปี ตอ่ มาสมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ิต์ิ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระนามใหม่ว่า
หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
สถาปนาพระองคข์ นึ้ เปน็ พระเจา้ หลานเธอ พระองคเ์ จ้าสิริวณั ณวรีนารีรตั น์ เมอื่ วนั ท่ี 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548

วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟช่นั และสง่ิ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภณั ฑส์ งิ่ ทอ I 33

พระองค์สาเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 จากโรงเรียนจิตรลดา ต่อมาได้สาเร็จการศึกษา
ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง) ภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยคะแนนเฉลี่ย 3.93 และทรงได้รับรางวัลนิสิตดีเด่นประจาปีการศึกษา 2551
ด้วยมีผลการการเรียนอันน่าพึงใจ หลังจากนี้พระองค์ได้ศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ วิทยาลัยสมาคมการ
ออกแบบเส้อื ผ้าปารสี (École de la chambre syndicale de la couture parisienne)
ชวี ติ สว่ นพระองค์

พระองคเ์ รยี กแทนพระองค์เองว่า "ทา่ นหญิง" ด้วยมพี ระยศเดิมเปน็ หม่อมเจ้ามาก่อน พระองค์มีพระ
สหายนอ้ ยคน ทรงประทานสัมภาษณ์วา่ "...ท่านหญิงมีเพ่ือนน้อย แต่ทุกคนดีมีคุณภาพ" ระหว่างท่ีทรงศึกษา
ณ โรงเรียนจิตรลดาพระสหายจะเรียกพระองค์ว่า "ตึก" เพราะทรงสวมรองเท้าส้นตึกซ่ึงเป็นที่นิยมมากใน
ขณะนั้น

พระองค์หญิง กลา่ วว่าพระองค์เป็นคนท่ีโกรธง่ายหายเร็ว และทรงกล่าววา่ คร้ังหนึ่งเคยมีสุภาพบุรุษ
เคยมาจีบพระองค์ถึงสามคนโดยที่ไม่ทราบว่าพระองค์เป็นใคร ท้ังนี้ทรงมี "สเป็ก" ส่วนพระองค์ ทรงกล่าวว่า
"เรามี Type ของผู้ชายทีเ่ ราชอบ คือ ชอบคนท่ีคิดบวก แล้วเป็นคนท่ีชอบเรา รักเราที่เป็นตวั เรา ไม่ใช่เป็นเจ้า
หญิง แล้วต้องดูแลตัวเรา ไม่ใชห่ มายถึง เร่ืองเงินทอง แต่ดูแลเรือ่ งจิตใจ แล้วไม่ทาร้ายกัน...และให้กาลังใจซ่ึง
กนั และกัน" และ "เราไมจ่ าเป็นตอ้ งเลือกคนทรี่ วยท่สี ดุ ในจกั รวาล หรือเลือกคนทเ่ี ป็นเจา้ หรือมีฐานันดรอะไร"

พระองค์ได้รับการจัดอยู่ในลาดับท่ี 16 โดยนิตยสารฟอบส์ในเยาวราชนิกลุ ที่ทรงได้รับความนิยมมาก
สุดในโลก 20 อันดับ ในปี พ.ศ. 2556 เว็บไซต์ askmen ได้จัดอันดับพระองค์ว่าเป็นเจ้าหญิงท่ีโดดเด่นที่สุด
อันดับที่ 7และพระองค์ได้รับรางวัล "แฟช่นั ไอคอน" จากนติ ยสาร นูเมโร ไทยแลนด์ ในปีเดียวกันและเมือ่ 17
พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2560 นิตยสาร Garzia ขององั กฤษไดจ้ ัดอันดับให้พระองคเ์ ป็นสมาชิกราชวงศ์ทมี่ สี ไตล์ทีส่ ุด
จากท่ัวโลก

วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557 พระองค์หญิงได้ทรงโพสต์ข้อความผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนพระองค์ว่าทรง
คบหากับชายชาวฝรั่งเศสคนหน่ึงตั้งแต่เดือนมกราคมปีที่แล้ว ด้วยทรงต้องการสยบข่าวลือท่ีว่าพระองค์เสก
สมรสแล้ว

ความสนพระทัยในงานออกแบบ
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ได้รับเชิญจากห้องเส้ือปีแยร์ บาลแม็ง ให้จัด

แสดงผลงานการออกแบบเส้ือผ้าจานวน 39 ชุด ในงานสัปดาห์แฟช่ันปารีส (Paris Fashion Week :
Spring/Summer 2008) ที่โรงอุปรากรปาแลการน์ ีเย กรงุ ปารสี เมือ่ วันท่ี 29 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยเสือ้ ผ้า
ที่จัดแสดงทรงผสมผสานระหว่างเคร่ืองแต่งกายแบบชาวตะวันตก กับรูปแบบผ้านุ่งไทยในสมัยรัตนโกสินทร์
ตัดเย็บโดยช่างจากวทิ ยาลยั ในวงั หญิง

ท้ังนี้ทรงมียี่ห้อเส้ือผ้าส่วนพระองค์คือ "สิริวัณณวรี" (Sirivannavari) และมีย่ีห้อของแต่งบ้านส่วน
พระองค์ช่ือ "สริ ิวัณณวรีเมซอง" (Sirivannavari Maison) ท้งั น้สี ินคา้ บางส่วนของพระองค์ได้รบั การจดลิขสิทธิ์
โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาในต่างประเทศเพอื่ มิใหเ้ กิดการละเมดิ หรือลอกเลียน

วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาอุดรธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่ันและสิ่งทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภัณฑส์ ง่ิ ทอ I 34

4.3 หนา้ ทีข่ องนักออกแบบ

หน้าทข่ี องนัก DESIGNER กับงานออกแบบ
เพ่ือใหท้ ุกคนไดเ้ ขา้ ใจและทาความรู้จกั กับนัก Designer มากข้ึน ไม่ใช่เพียงแค่การน่ังหน้าคอมเฉย ๆ

แล้วก็คลิกไม่กี่คลิก แต่งานสายออกแบบนั้นต้องใช้ความคิดท่ีอยู่ภายใน และใช้ความสร้างสรรค์ท่ีมาจาก
ความสามารถของแต่ละบุคคล ตามแนวความคิดหรือส่ิงท่ีได้บรีฟมา โดยในการออกแบบแตล่ ะคร้งั น้ันต้องให้
ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด เพราะคนทั่วไปจะวิจารณ์ผลงานที่เสร็จแล้วว่าเป็นอย่างไรโดยที่ไม่ได้คานึงว่าก่อน
หนา้ นั้นจะมีกระบวนการทา หรอื ขน้ั ตอนการคดิ ทย่ี ากเยน็ สกั แคไ่ หนก็ตาม
1. ตีโจทยใ์ ห้แตก

ตีความสง่ิ ที่ได้รบั มอบหมายมาใหช้ ัดเจน สอบถามให้ทราบถึงความต้องการ เพ่ือจะได้ไม่เสียเวลากัน
ทัง้ ผู้ทเ่ี ปน็ เจ้าของโจทยแ์ ละนกั ออกแบบ และเพ่ือใหง้ านทไ่ี ดท้ าเสรจ็ แลว้ นน้ั ถูกตกี ลบั มาแกน้ ้อยที่สดุ นนั่ เอง

2. สารวจตลาดโลก เขาไปถึงไหนแลว้
เป็นช่วงที่ iPhone เปิดตัวใหม่ และ Google เปิดตัวแนว Design ใหม่ที่เรียกว่า Material Design

จึงกลายเป็นแนวคิดที่ว่า "สวยงามสมจริง เป็นมิตรด่ัง Apple ท้ังยังน่าสนใจ ล้าอนาคตแบบ Google" นั่น
หมายถึงการออกแบบให้มีความทันสมัย เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ท่ีรับชม อีกทั้งการจับกระแสต่าง ๆ ท่ี
เกิดขนึ้ ในสังคมก็จะเปน็ ทส่ี ิ่งที่นา่ สนใจเชน่ เดยี วกัน

3. ทฤษฎตี า่ ง ๆ สามารถใช้ไดจ้ ริง
ทฤษฎีต่าง ๆ ต่อไปนี้เม่ือนามาประยุกต์กับการออกแบบแล้วจะช่วยให้มีความน่าสนใจมากขึ้น โดย

ทฤษฎีตา่ ง ๆ ทอี่ อกมานัน้ ต่างมาจากการวิจยั ทพ่ี ยายามทาความเขา้ พฤติกรรมของมนุษย์ ยกตัวอย่าง เช่น
ทฤษฎี First Impression (ความประทับใจต้ังแต่แรกเห็น) นั่นคือการทาอย่างไรก็ได้ให้ผู้ท่ีเข้าชม

เกิดความประทับใจ โดยในอนาคตความสนใจจะลดลงไปเร่ือย ๆ เมื่อเทียบกับความทันสมัยของเทคโนโลยี
เมื่อทุกอยา่ งเรว็ การทาใหเ้ กดิ ความประทบั แรกเหน็ ก็อาจใชเ้ วลาเพียงนอ้ ยนดิ เช่นกัน

ทฤษฎี Design = Communication (Design คือ การสื่อสาร) เพราะธรรมชาติของมนุษย์ หาก
คุ้นเคยกับสิ่งใดแล้วก็ยากที่จะเปล่ียนแปลง ดังนั้นเมื่อออกแบบควรออกแบบให้มีการเริ่มต้นที่น่าสนใจ และ
ตอนจบทีน่ า่ จดจา

4. เพราะนกั ออกแบบจะลอกผลงานคนอ่นื ไม่ได้
นกั ออกแบบทุกคนจะเขา้ ใจเหตุผลตรงนี้ดีที่สดุ เพราะหากเป็นผลงานตัวเองถกู นาไปลอกเลียนแบบก็

รสู้ ึกไม่ดีแล้ว และหากผลงานท่ีถูกผู้อื่นลอกไปดันมีช่ือเสียงหรือได้รับการยอมรับมากกว่า ก็ถือว่าเป็นการหัก
หน้าเราไม่น้อย ดังน้ันตงั้ แต่ตวั อักษรหรือแม้แต่โลโก้เลก็ ๆ ตลอดจน Background ต่าง ๆ จะต้องมีการใชง้ าน
อย่างถกู ต้องที่สุด

5. แรงบันดาลใจเกดิ ขนึ้ ทุกที่
เพราะบางไอเดียใหม่ ๆ นั้นจะเกิดข้ึนโดยที่เราไม่คาดคิด เราอาจเห็นการประกอบกันของรูปทรง

ต่าง ๆ หรือแม้แต่การได้ยินเสียง ภาพตรงหน้า บรรยากาศ ก็ล้วนแล้วแต่สร้างจินตนาการที่ล้าลึกต่อเราได้
ทงั้ สิ้น ที่สาคัญคอื ต้องเปดิ ใจยอมรับ เรยี นรู้สงิ่ ใหม่ เพราะว่าเหตุการณ์และทุกสงิ่ ที่อยู่รอบตัวสามารถสรา้ งแรง
บันดาลใจให้กับเราได้

วิทยาลยั อาชวี ศึกษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟชัน่ และส่งิ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภณั ฑส์ ง่ิ ทอ I 35

4.4 กฎระเบยี บตา่ ง ๆ ของนกั ออกแบบ

ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับรูปร่างลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ ที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น การ
ออกแบบแก้วน้าให้มีรูปร่างเหมอื นรองเท้า เปน็ ต้น ต้องเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่เพ่ืออตุ สาหกรรมหรือ
หัตถกรรม คือเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ท่ี ยังไม่มีใช้แพร่หลายในประเทศหรือยังไม่ได้เปิดเผยสาระสาคัญ
หรอื รายละเอยี ดในเอกสาร หรือสงิ่ พมิ พ์ก่อนวันขอรบั สทิ ธิบตั ร หรือไมค่ ลา้ ยกับแบบผลติ ภณั ฑท์ ี่มีอยแู่ ลว้

การออกแบบผลิตภัณฑท์ ่ีขอรับสิทธิบัตรได้ต้องประกอบดว้ ยลักษณะ 2 ประการ คอื
1) ต้องเป็นการออกแบบผลติ ภัณฑ์ใหม่
2) ตอ้ งเป็นการออกแบบผลติ ภัณฑ์เพอ่ื อตุ สาหกรรมหรอื หัตถกรรมการออกแบบผลิตภัณฑท์ ี่ใหม่

พ.ร.บ.สิทธิบัตร ไม่ได้ให้คานิยามไว้โดยตรงว่ากาออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่คืออะไร หรือมีลักษณะ
อยา่ งไร เพยี งแต่ระบถุ ึงการออกแบบผลิตภณั ฑท์ ่ีไมถ่ อื วา่ เปน็ การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหมไ่ ว้ 4 ประเภทดังนี้

1. แบบผลิตภัณฑ์ที่มีหรือใช้แพร่หลาย
อยู่แล้ว คือการออกแบบผลิตภัณฑ์ท่ีได้มีการผลิต
ผลิตภัณฑ์ หรือ มีการใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์
อย่างแพร่หลายอยู่แล้วในประเทศก่อนวันขอรับ
สิทธิบัตร ตัวอย่างเช่น ผู้ออกแบบได้นาผลิตภัณฑ์
น้ันไปผลิตผลิตภัณฑ์และวางขายจาหน่ายก่อนที่
จะย่ืนขอรับสิทธิบัตร ก็ถือว่าไม่ใช่การออกแบบ
ผลติ ภณั ฑ์ใหมท่ ี่จะขอรับสทิ ธิบัตรได้

2. แบบผลิตภัณฑ์ท่ีได้มีการเปิดเผยภาพ
สาระสาคัญ หรือรายละเอียดในเอกสาร หรือ
สิ่ ง พิ ม พ์ ที่ ไ ด้ เผ ย แ พ ร่ อ ยู่ แ ล้ ว ไม่ ว่ า ใน ห รือ น อ ก
ราชอาณาจักรกอ่ นวนั ขอรับสทิ ธบิ ัตร ถือว่าไม่เป็น
การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ท้ังน้ีไม่รวมถึงการ
เปิดเผยต่อสาธารณชนโดยวิธีในลักษณะอ่ืน เช่น
การนาแบบผลิตภัณฑ์ออกแสดงในนิทรรศการ
หรือการประชมุ การวชิ าการ เปน็ ต้น

3. แบบผลิตภัณฑ์ท่ีได้มีการประกาศ
โฆษณามากอ่ นวนั ขอรบั สทิ ธิบัตร คือการออกแบบ
ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการย่ืนขอรับสิทธิบัตรในประเทศ
ไทย และไดม้ กี ารพมิ พ์ประกาศโฆษณาแลว้ กฎหมายถือว่าไม่ใช่การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ใหม่
4. แบบผลิตภณั ฑ์ท่คี ล้ายกบั แบบผลิตภัณฑป์ ระเภทที่ (1)-(3) มากจนเห็นได้วา่ เปน็ การเลยี นแบบ คือ
แบบผลิตภัณฑ์ที่แม้จะไม่เหมือนกับแบบผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้วทุกกประการ แต่มีสาระสาคัญเหมือนหรือ
คล้ายกนั มากให้ถือวา่ ไมใ่ ช่การออกแบบผลิตภณั ฑใ์ หม่หลักเกณฑน์ คี้ ลา้ ยกับหลักเกณฑ์ในเร่อื งข้นั การประดษิ ฐ์
สูงข้นึ ซงึ่ เปน็ ลักษณะหนงึ่ ของการประดิษฐ์ทีข่ อรับสทิ ธิบัตรได้

วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟชนั่ และส่ิงทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภัณฑ์ส่งิ ทอ I 36

4.5 จรรยาบรรณของนักออกแบบ

ศึกษาความหมายของคาว่าบุคลิกภาพ ขอบเขตและหน้าที่รวมทั้งจริยธรรมสาหรับนักออกแบบ
องค์ประกอบท่ีทาให้มนุษย์มีบุคลิกภาพที่ต่างกัน การพัฒนาบุคลิกภาพส่วนบุคคลและบุคลิกภาพทางสังคม
เช่น การแต่งตัว การใช้ภาษาพูดและท่าทาง มารยาทและการเข้าสังคม การเป็นผู้นา เพื่อใช้ในวิชาชีพการ
ออกแบบ

1. ทกั ษะการออกแบบจดั แสดงนทิ รรศการ
มีความรู้ท้ังภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติในการออกแบบงานนิทรรศการ ท้ังขนาดเล็ก ขนาดกลางและ

สามารถประยุกต์ใช้กับนิทรรศการขนาดใหญ่ได้ และสามารถสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบ จัดแสดง
นิทรรศการจรงิ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และประสิทธผิ ล

2. ความคดิ สรา้ งสรรค์ด้านการออกแบบ
มคี วามคิด ในการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบการจัดแสดงและนทิ รรศการท่ีมรี ูปแบบท่แี ปลกใหม่

วิเคราะห์ และหาแนวทางในการออกแบบเพ่ือให้สอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์ของงาน อย่างมีประสทิ ธิภาพและ
ประสทิ ธผิ ล

3. นาเสนอผลงานการออกแบบ
การใช้คาพูด ท่าทาง อารมณ์ สอ่ื นาเสนอ อุปกรณ์ และการสร้างบรรยากาศแวดล้อม ประกอบในการ

นาเสนอผลงานการออกแบบ เพ่ือให้ผู้รับฟังมองเห็นแนวคิด และผลงานการออกแบบ เกิดความเข้าใจและ
คลอ้ ยตาม

4. การทางานเป็นทมี
มกี ารวางแผนในการทางานอย่างมีระบบ โดยแบ่งงานตามความสามารถและความถนัดของแต่ละคน

มีการระดมความคดิ แลกเปล่ยี นและยอมรบั ฟังความคิดเห็นซงึ่ กนั และกันภายในทีม โดยจุดมุ่งหมายหลักไม่ใช่
แค่ทางานท่ีตนเองได้รับมอบหมายให้สาเรจ็ แตอ่ ย่างเดียว แต่ต้องคานงึ ถึงผลงานในภาพรวมท่ีทกุ คนรว่ มกันทา
อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล

5. ประสบการณใ์ นการทางาน
แสวงหาประสบการณ์ด้านการจดั แสดงและนิทรรศการ การศึกษาดูงาน การเข้าร่วมสัมมนากับสถาน

ประกอบการหรือนักออกแบบผู้มีประสบการณ์ การเข้าไปฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ โดยมีนัก
ออกแบบมืออาชีพคอยแนะนา

วิทยาลยั อาชวี ศึกษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟชนั่ และส่ิงทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภณั ฑส์ งิ่ ทอ I 37

ใบงานท้ายบทท่ี 4

นกั ออกแบบผลติ ภัณฑ์สิ่งทอ

จงนาภาพของนักออกแบบชาวไทยหรือชาวตา่ งชาติ ที่มีชอื่ เสยี งมาติดลงในกรอบทกี่ าหนด พรอ้ มทงั้
เขยี นบรรยายประวตั ิและผลงานของนักออกแบบรายดังกลา่ ว

…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ภาพตัวอย่างผลงานการออกแบบของนักออกแบบรายดงั กล่าว

วทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟชน่ั และสิ่งทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภณั ฑส์ ิง่ ทอ I 38

บทท่ี 5

ความคดิ สร้างสรรคใ์ นการออกแบบผลิตภัณฑ์

1. สาระสาคญั

องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ ความคิดนั้นต้องเป็นส่ิงใหม่ไม่เคยมีมาก่อน
(New Original) ใช้การได้ (Workable) และมีความเหมาะสม (Appropriate) การคิดเชิง
สรา้ งสรรคจ์ ึงเป็นการคิดเพ่อื การเปล่ียนแปลงจากสิ่งเดิมไปสู่สิ่ง ใหมท่ ่ีดีกวา่ ซึ่งจะได้ผลลพั ธ์ท่ีต่าง
ไปโดยสิ้นเชงิ หรอื ท่เี รียกวา่ "นวตั กรรม" (Innovation)

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. รแู้ ละเข้าใจหลกั การสร้างสรรค์ผลงาน
2. อธิบายหลักการพฒั นาแนวคดิ สร้างสรรค์ในการออกแบบ
3. เกดิ สง่ิ ดลใจในการออกแบบ
4. สามารถสร้างแนวคดิ ในการออกแบบได้
5. อธิบายเทคนิคแนวคิดในการออกแบบได้

3. เนอื้ หาสาระการเรียนรู้

1. การสรา้ งสรรค์
2. การพัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ
3. ส่งิ ดลใจในการออกแบบ
4. แนวคิดในการออกแบบ
5. เทคนิคแนวคิดในการออกแบบ

วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟชนั่ และสิง่ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑ์ส่ิงทอ I 39

5.1 การสรา้ งสรรค์

การสร้างสรรค์ (creativity) หมายถึงการสร้างส่ิงใหม่ ๆ ที่มีคุณค่า โดยสิ่งใหม่ที่เกิดข้ึนอาจมีการอ้าง
ถึงบุคคลผู้สร้างสรรค์ หรือสังคมหรือขอบเขตภายในท่ีได้สร้างสรรค์ส่ิงแปลกใหม่ข้ึนมา ซึ่งการวัดคุณค่า
ดังกล่าวอาจใช้ได้หลายวิธี

สาหรับดา้ นวิชาการนั้น ต่างให้ความสนใจเก่ียวกับการสร้างสรรค์กันอย่างแพรห่ ลาย: ทั้งทางจิตและ
กระบวนการทางระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมสร้างสรรค์, ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทาง
บคุ ลกิ ภาพและความสามารถในการสร้างสรรค์, ความสัมพันธ์ระหว่างความคิดสรา้ งสรรค์และสตปิ ัญญา, การ
เรียนร้แู ละสขุ ภาพจิต ตลอดจนวิธีการเสรมิ สรา้ งความคิดสรา้ งสรรค์ผ่านการฝกึ อบรมและเทคโนโลยีเข้าช่วย

ความคิดสร้างสรรค์และการกระทาเชิงสรา้ งสรรค์จึงมีการศึกษาในหลายสาขาการเรียนรู้ ทั้งทางด้าน
จิตวิทยา, วทิ ยาการการรู้, การศึกษา, ปรัชญา (โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ปรัชญาทางวิทยาศาสตร์), เทววิทยา, สังคม
วิทยา, ภาษาศาสตร์, ธุรกิจศึกษา และเศรษฐศาสตร์ อนั เปน็ ผลให้เกิดความหลากหลายของคาจากัดความและ
วธิ กี าร

5.2 การพัฒนาแนวคดิ สร้างสรรคใ์ นการออกแบบ

ความคิดสรา้ งสรรค์ในการออกแบบ
เม่ือพูดถึงความคิดสร้างสรรค์ หลายคนอาจนึกถึงศิลปะหรือผลงานท่ีใช้หัวคิดดีไซน์ให้ออกมา

เฉพาะตัว แท้จริงแล้วความคิดสร้างสรรค์มีอยู่ในทุกผลงาน และการแทรกตัวเข้าไปของความคิดเหล่าน้ันก็
เพอ่ื ให้เกิดเป็นความสขุ และสนุ ทรียภาพในการทางาน

Creativity มีรากศัพท์มาจากภาษาละตนิ Creo = to creat, to make แปลว่า สรา้ ง หรอื ทาใหเ้ กดิ
กระบวนการคิดของสมองสามารถคิดได้หลากหลายและแปลกใหม่อยู่เสมอ เพราะภูมิหลังพื้นเพท่ีมี
ความแตกตา่ ง ส่งผลใหเ้ กิดความคิดจินตนาการทไ่ี ม่เหมือนใครและสามารถนาไปประยุกต์ไดก้ ับศลิ ปะทกุ แขนง
ไม่วา่ จะเป็นทฤษฎีหรอื ปฏิบัติ ความคิดสรา้ งสรรค์ จะเชอ่ื มโยงความคิดท่ีหลากหลาย แสวงหาทางเลือกใหม่อยู่
เสมอ กระบวนการของความคิดสร้างสรรค์อาจเกดิ ข้ึนโดยบังเอิญหรอื โดยต้ังใจ ซึ่งทาได้โดยการฝึกฝน ระดม

สมอง อีกทั้งความสามารถในการมองเห็นความสัมพันธ์
ของสิ่งต่าง ๆ ขยายขอบเขตความคิดเดิม ๆ ให้กว้างและ
หลากหลายแง่มุม เหลา่ นที้ าให้เกดิ เป็นความคดิ สร้างสรรค์
ใหม่ ๆ เชน่ กัน

องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่
ความคิดน้ันต้องเป็นส่ิงใหม่ไม่เคยมีมาก่อน (New
Original) ใช้การได้ (Workable) และมีความเหมาะสม
(Appropriate) การคิดเชิงสร้างสรรค์จึงเป็นการคิดเพ่ือ
การเปล่ียนแปลงจากส่ิงเดิมไปสู่ส่ิง ใหม่ท่ีดีกว่า ซึ่งจะได้
ผลลัพธ์ท่ีต่างไปโดยสิ้นเชิงหรือท่ีเรียกว่า "นวัตกรรม"
(Innovation)

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยอี อกแบบแฟช่นั และสิ่งทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภณั ฑส์ ่งิ ทอ I 40

ความคดิ สร้างสรรค์
อาจสรุปได้คร่าว ๆ ดงั น้ี
1. ความสามารถ (ability)
ในการจนิ ตนาการหรือสรา้ งสรรค์ส่ิงใหม่ ๆ อาจเร่ิมจากการสร้างสรรค์ความคดิ ใหมจ่ ากการ

ผสมผสาน (combining หรือ synthesizing) การเปลี่ยนแปลง (changing) หรอื การนากลับมาใชใ้ หม่
(reapplying) ความคดิ สรา้ งสรรค์บางเรอ่ื งอาจนา่ ทง่ึ และยอดเยยี่ ม บางเรอ่ื งอาจจะเป็นเรือ่ งธรรมดาทีค่ นสว่ น
ใหญม่ องขา้ ม ความจริงแล้วทกุ คนมคี วามคิดสรา้ งสรรค์ สังเกตไดต้ ั้งแตว่ ัยเดก็ แตเ่ ม่อื มอี ายุมากขน้ึ ความคดิ
สร้างสรรค์มักจะถูกครอบงาด้วยกระบวนการศกึ ษา และสามารถร้อื ฟืน้ ใหก้ ลบั มาไดแ้ ต่ท้งั น้ตี ้องประกอบกบั
ความถนัด ความต้องการ พร้อมของใจและวนั เวลาท่ีจะเป็นตัวชว่ ยให้เกดิ ความคดิ สรา้ งสรรค์ขึน้

2. ทัศนคติ (attitude)
คอื การยอมรบั การเปล่ียนแปลงและสงิ่ ใหม่ พร้อมทจ่ี ะเลน่ กับความคดิ ที่หลากหลายและ

ความเปน็ ไปได้ (probability) มคี วามคดิ ทย่ี ดื หยุ่น ชอบเห็นส่งิ ท่ดี ขี ึ้นและพรอ้ มท่ีจะปรบั ปรุงอย่เู สมอ
3. กระบวนการ (process)
ผู้ทมี่ ีความคิดสร้างสรรคจ์ ะทางานหนักเพือ่ พัฒนาความคดิ และแนวทางแก้ปญั หาของตนให้ดี

ข้ึนอย่างต่อเนอ่ื ง ดว้ ยวิธกี ารเปลี่ยนแปลงแบบคอ่ ยเป็นค่อยไปหรอื ปรบั ปรงุ ใหม้ ีความสมบูรณ์ขึน้ ตามลาดบั
ความคิดสร้างสรรค์ท่เี ยี่ยมยอดไม่เคยปรากฏว่าเกิดจากการคดิ เพยี งครั้งเดยี วหรือจากกิจกรรมสั้น ๆ ผู้ทมี่ ี
ความคิดสร้างสรรคร์ ูด้ ีว่า การปรบั ปรุงใหด้ ขี ึน้ สามารถทาไดเ้ สมอ

สาหรบั วิธกี ารคดิ สรา้ งสรรค์
มีวิธกี ารทหี่ ลากหลายแตท่ ี่สาคัญมี 5 วิธกี าร คอื
1. วิวัฒนาการ (evolution) เป็นวิธีการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วยวิธีการแบบสะสมทีละขั้นตอน

ความคดิ ใหมเ่ กิดจากความคิดหลากหลาย แนวทางแก้ปัญหาใหม่ ๆ เกดิ จากแนวทางเกา่ ท่ปี รบั ปรุงให้ดขี น้ึ
2. การผสมผสาน (synthesis) เป็นการผสมผสานหรือสังเคราะห์แนวคิดที่ 1 กับ 2 เป็นแนวคิดท่ี

3 ซึง่ กลายเปน็ ความคิดใหม่
3. การปฏิวตั ิ (revolution) ในบางคร้งั ความคดิ ใหม่เปน็ การเปล่ียนแปลงอย่างมาก
4. ปรับเปล่ียนวิธีการใหม่ (reapplication) ปรับมุมมองเร่ืองเก่า ด้วยมุมมองใหม่หรือมองแบบ

นอกกรอบ
5. ปรับเปลี่ยนทิศทาง (changing direction) เป็นการปรับเปล่ียนทิศทางการมองปัญหาด้วย

วิธกี ารท่ีหลากหลายยิง่ ขน้ึ
เพราะไม่ว่าเราต้องการความคิดสร้างสรรค์ไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานใด ๆ ก็แล้วแต่ กระบวน

ความคิดหรือเหตุผลดังกล่าวข้างต้นมีความน่าสนใจชวนให้เราฉุกความคิดและกระตุกความคิดให้ลอง
ปรับเปลี่ยนแนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานได้ นอกจากจะไดแ้ นวทางเพิม่ ข้ึนและยงั อาจได้ผลงานใหม่ ๆ
โดยไมร่ ้ตู วั อีกก็เป็นได้

วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟช่นั และสิง่ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑส์ ่งิ ทอ I 41

5.3 สิ่งดลใจในการออกแบบ

การสร้างแรงบนั ดาลใจ ในการหาไอเดยี เพือ่ ใชอ้ อกแบบงานดีไซน์ แรงบันดาลใจถือว่าเป็นสงิ่ ที่สาคัญ
อย่างมากสาหรับการออกแบบชิ้นงานต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ต้องยอมรับว่าแรงบันดาลใจส่วนใหญ่น้ันเรา
สามารถท่ีจะหาได้จากสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์หรือหนังสือ เป็นการติดภาพจาการ
ออกแบบข้ึนมาโดยทไ่ี มด่ ึงแกน่ ความคิดออกมาใช้งาน ถงึ แมว้ ่าจะเปน็ ผลงานท่ดี สู มบูรณแ์ บบแตใ่ นบางครงั้ ก็ยัง
ขาดสงิ่ ท่ี เป็นเอกลักษณ์ จิตวญิ ญาณและการใชค้ วามคดิ สร้างสรรคอ์ ย่างเตม็ ท่ี

แรงบันดาลใจนั้นเป็นส่ิงท่ีไม่มีรูปแบบ ไม่มีขีดจากัด ไม่มีกรอบกาหนดตายตัว ไม่มีเวลามาเป็น
ตวั กาหนดว่าต้องเกิดในช่วงเวลาไหน ต้องทาให้ได้ในระยะเวลาเท่าไหร่ แรงบันดาลใจสามารถท่ีจะเกิดข้ึนได้
จากสิ่งรอบ ๆ ตวั ทง้ั ไกลและใกล้ หลากหลายสถานการณ์ ในทุก ๆ หว้ งอารมณ์ บางครั้งแรงบันดาลใจก็อาจจะ
ดูซบั ซ้อน แตบ่ างครั้งก็ง่ายดายและคดิ ออกโดยไม่ยากบางครั้งเมื่อเราหมกหม่นุ และครุ่นคดิ มากเกินไป กลับไม่
เกิดไอเดียหรือความคิดใหม่ ๆ แตบ่ างครั้งเมื่อเราไม่ได้บีบบังตัวเองให้ต้องคิดผลงานออกมาให้ได้แต่ปล่อยให้
ตัวเองได้ใช้ความคิดและความรู้สึกให้เต็มที่ ในแบบท่ีเราถนัดและชอบก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงาน
ออกแบบทไี่ ม่ซา้ ใคร มแี นวทางเป็นของตนเองชดั เจน เป็นเอกลักษณ์และตอบโจทยก์ ลมุ่ เป้าหมายมากยิง่ ขึ้น

แล้วเราจะหาแรงบันดาลใจจากไหน ที่จะช่วยทาให้เกิดความคิดใหม่ ๆ ได้มีอิสระทางด้านความคิด
และสามารถจุดประกายการออกแบบได้ เราไปดูกัน

ศึกษาพฤตกิ รรม
การศกึ ษาพฤติกรรมของสง่ิ รอบ ๆ ตวั ของผู้บรโิ ภคถือวา่ เปน็ สิ่งสาคัญอยา่ งมากเลยทเี ดยี วสาหรับการ

ออกแบบที่เราสามารถสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ท่ีถูกกลุ่มเป้าหมายในการออกแบบช้ินงานอย่างลงตัวมาก
ยิ่งข้นึ โดยเร่ิมต้นจากการศกึ ษาพฤติกรรมของมนุษย์และกลมุ่ ลูกค้าของเราด้วยการเฝ้าสังเกต ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ
พยายามเฝ้ามองถึงการใช้ชวี ติ ความเป็นอยู่ของเขา สิ่งทีเ่ ขาสนใจ ไมว่ า่ จะเป็นเรือ่ งดนตรี กีฬา หนัง ละคร ท่ี
กาลังเป็นที่ไดร้ ับความสนใจในขระน้ัน จนเกิดแรงบันดาลใจและไอเดียเพื่อนามาสร้างงานออกแบบโดยองิ จาก
พฤติกรรมผู้บรโิ ภค นอกจากจะทาให้เราสามารถมีผลงานท่โี ดดเด่นแล้วยังทาให้การออกแบบช้ินงานสามารถ
เจาะกล่มุ เปา้ หมายไดด้ ีอกี ดว้ ย

ใชก้ ารตลาดเข้าชว่ ย
เราต้องยอมรบั กนั ว่าการทาการตลาดที่ดีน้นั สามารถเขา้ ถึงกลุม่ เปา้ หมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยา

และการศึกษาการตลาดก็สามารถท่ีจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบผลงานของคุณได้เช่นเดียวกัน
เพราะจะทาให้คุณเห็นถึงวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ความต้องการของผู้ใช้งานหรือลูกค้า การสร้างภาพจา
และภาพลักษณ์ทดี่ ี ซ่ึงเมื่อคุณได้ศกึ ษาด้านการตลาดก็จะเกิดความคิดต่อยอด การคิดตามไปถึงการดาเนินงาน
ทั้งตัวคุณเองและกลุ่มเป้าหมายจนทาให้กลายเป็นแรงบันดาลใจดี ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานน่ันเอง เราจะ
สงั เกตได้ว่ารสี อร์ทหรือโรงแรมระดบั 5 ดาวนั้นจะใช้แนวการตลาดเข้าช่วยเพื่อท่ีเขาจะไดอ้ อกแบบสว่ นต่าง ๆ
ได้ตรงจุดและเป็นท่ีชื่นชอบของลูกค้ามากยิง่ ขนึ้ หากยังคิดไม่ออกว่าตอ้ งใช้การตลาดแบบไหนให้ลองศึกษาจาก
ผลงานโฆษณาต่าง ๆ ดูแนวในแมกกาซีน ศึกษาจากเว็บไซต์ของงานในแนวเดียวกับที่คุณกาลังทา หาข้อมูล
จากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ท้ังเว็บไทย เวบ็ ต่างประเทศ จับแนวทางใหไ้ ด้และนามาประยุกตใ์ ช้ให้เข้ากับสไตล์ของ
เราก็จะช่วยได้เยอะ และประหยดั เวลามากขึ้น

วิทยาลัยอาชวี ศึกษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยีออกแบบแฟชั่นและส่ิงทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลติ ภณั ฑส์ งิ่ ทอ I 42

ธรรมชาติ
การใช้ธรรมชาติ และสิง่ รอบตวั เป็นอีกแรงบนั ดาลใจหาได้ง่าย ทุกสิง่ มีอย่รู อบ ๆ ตวั เราหรือบางแหง่ ก็

ไกลแต่ก็ไม่เกินจินตนาการมากนัก ลองใช้ความคิดและการสังเกตธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมรอบ ๆ ตัวคุณว่า
เป็นอย่างไร มีอะไรท่ีน่าสนใจและเป็นแรงบันดาลใจให้คุณได้บ้าง บอกเลยว่าศิลปะและงานออกแบบในทุก ๆ
แขนงบนโลกน้ันล้วนแต่มีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ คุณอาจจะลองหาเวลาว่างสักคร่ึงวัน น่ัง
เพลิน ๆ อยู่รา้ นกาแฟท่ีเต็มไปด้วยต้นไม้สวย ๆ หรือเปล่ียนแนวไปเท่ียวชมสวน ชมนกชมไม้ น้าตก หรือนั่ง
เพลนิ ๆ รมิ แมน่ า้ ดู ไมแ่ น่ว่าคณุ อาจะได้ไอเดียดี ๆ จากธรรมชาติเหล่านี้ก็เปน็ ได้

แรงบันดาลใจน้ันไม่ใช่แค่เพียงการหาแนวทาง การติดภาพหรือความคุ้นเคยเท่าน้ัน แต่เป็นการมอง
เจาะลกึ ไปยังใจความสาคัญและใช้ความคิดเพือ่ ทจี่ ะสรา้ งสรรค์ผลงานออกมาให้มีคุณภาพและน่าสนใจ เต็มไป
ดว้ ยความโดดเด่นในแบบฉบบั ของเรามากที่สุด นอกจากที่ผลงานท่ไี ด้ของคุณจะเตม็ ไปดว้ ยเปน็ เอกลกั ษณ์แล้ว
ยังทาตัวคุณได้ฝึกฝนการใช้สมอง กระบวนการความคิดและมีไอเดียใหม่ ๆ ท่ีจุดประกายและต่อยอดได้อยู่
เสมอ หากใครยังคิดไม่ออกว่าจะหาแรงบันดาลใจดี ๆ ในการทางานได้จากไหน ลองนาเอาวิธีท่ีเราแนะนา
ขา้ งต้นไปใชด้ ูนะคะ

5.4 แนวคดิ ในการออกแบบ

แนวคิดในการออกแบบ จะแสดงออกให้เห็นได้ในผลงานที่
ออกแบบหากผู้ออกแบบมีแนวคิดท่ีดี มีความคิดสร้างสรรค์ และมี
เอกลักษณ์ของตนการออกแบบนั้นก็จะได้ผลงานท่ีดี มีคุณค่า และมี
เอกลักษณ์หากผู้ออกแบบไมม่ แี นวคิดท่ีดี ไม่มีความคิดสรา้ งสรรค์ และไม่มี
เอกลักษณ์ของตนหรือว่าเพียงแต่เอางานที่มีอยู่เดิมแล้ว มาปรับเปล่ียน
เล็กน้อยหรือลอกเลียนการออกแบบของผู้อื่น มาดัดแปลงเพียงเล็กน้อย
ผลงานที่ออกมาก็จะไม่มีคุณค่า ไม่มีเอกลักษณ์เป็นเพียงผลงานการ
ออกแบบที่พ้ืน ๆ ธรรมดา

แนวคิดในการออกแบบ (Conceptual design)
แนวคิดในการออกแบบที่ดีน้ัน ควรจะต้องมีการคิดอย่าง

สร้างสรรคน์ ักออกแบบท่ีดี อยา่ งนอ้ ยควรมีความร้พู ื้นฐาน ในการแก้ไขปัญหาเมอ่ื มีปัญหากส็ ามารถรู้วา่ ปัญหา
น้ันเคยได้รบั การแก้ไขอย่างไรมากอ่ นนักออกแบบทด่ี คี วรให้ความสนใจกับ โครงสร้างทางวศิ วกรรมของงานช้ิน
นั้น ๆ และมีความรู้พื้นฐาน ในโครงสร้างลักษณะของการทางานและลักษณะการใช้งานของสิ่งที่ได้ออกแบบ
แนวคิดในการออกแบบทีด่ ี ผอู้ อกแบบจะต้องไม่สนใจแต่ในความงามเพียงอย่างเดียวแนวคิดในการออกแบบที่
ดี ต้องใช้งานง่าย และสร้างประโยชน์แก่ผู้ใช้ได้อย่างสูงสุดโดยนักออกแบบที่ดีจะต้องมีการบริหารจัดการ
ทรัพยากร ไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม

จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์น้ัน ไม่ได้ต้องเกี่ยวว่าจะต้องมี
สติปัญญาทด่ี ีเลิศเลอ หรือต้องมีการศกึ ษาสูงส่งแต่อยา่ งใดกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ เป็นการผสมผสาน
จินตนาการ ประสบการณ์ ข้อมูลท่ีมีอยู่ เพ่ือให้เกิดแนวคิดใหม่หรือผลงานใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน

วิทยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟชั่นและสงิ่ ทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑ์ส่งิ ทอ I 43

กระบวนการความคดิ สร้างสรรคน์ ้ัน ข้ึนอยกู่ ับความสามารถของนักออกแบบแตล่ ะคนนักออกแบบทด่ี คี วรจะมี
คุณสมบัติ เชน่ จะตอ้ งเป็นคนชา่ งสังเกตรู้จกั ต้ังข้อสังเกต และ มีความม่งุ มน่ั ทางความคิดไม่ล้มเลกิ ความคิดน้ัน
โดยง่ายเพราะในการจะเกิดสิ่งใหม่ ๆ อาจจะมาจากการลองผิดลองถูกหลายคร้ังหลายหน รู้จักการพิจารณา
การคิดวิเคราะห์ปัญหา รู้จักใฝ่หาเรียนรู้ส่ิงใหม่อยู่เสมอ สามารถเช่ือมโยงความรู้ ประสบการณ์ และ
จินตนาการสร้างสรรค์ได้อย่างลงตวั รู้จักที่จะใชค้ วามคิดอย่างมรี ะบบ มคี วามสามารถในการวางแผน จัดการ
อย่างรอบคอบ มีความยืดหย่นุ ในภาคปฏิบัติ และมีความสนใจขา่ วสาร ของการออกแบบตา่ ง ๆ

วธิ กี ารคิดและการแก้ปญั หา
นักออกแบบท่ีดีควรจะต้องรู้จักที่จะเลือก วิธีการคิดที่เหมาะสมกับงานนั้น ๆ โดยวิธีการคิดและการ

แกป้ ญั หานัน้ มอี ย่ดู ้วยกนั หลากหลายวธิ ี ยกตัวอย่าง เช่น
- การระดมความคิด เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จากผู้ท่ีมีประสบการณ์ท่ีแตกต่างกันหรือการ

ระดมความคิด ไอเดียสร้างสรรค์จากนักออกแบบหลาย ๆ คน เพื่อรวบรวมแนวคิด ในการหาข้อมูลในการ
ออกแบบ

- การคิดแบบทีละขั้น เป็นการคิดโดยใช้ประสบการณ์ และความรู้ ในการเรียงลาดบั ข้นั ตอนของงาน
และปญั หา เป็นกระบวนการคดิ ทแ่ี ยกย่อยปัญหาและข้นั ตอนของงาน ตามลาดบั ความสาคัญ

ในการออกแบบสิ่งต่าง ๆ ล้วนแต่จะต้องมีความสัมพันธ์กับหน้าท่ีของสิ่งนั้น มีความสัมพันธ์กับ
ประโยชน์ใช้สอยในการใช้งาน และความสวยงาม การออกแบบตกแต่งภายใน หรือ การออกแบบ
สถาปัตยกรรม อาจจะตอ้ งการ การแสดงออกในเรือ่ งของอารมณค์ วามร้สู กึ ความสวยงาม ความมน่ั คง แนวคิด
ในการออกแบบ จึงต้องตอบสนองอารมณ์ความรู้สึก มีความสวยงาม ความม่ันคงแข็งแรง หรอื การออกแบบท่ี
อาจจะตอ้ งการ ความสัมพันธก์ ับประโยชน์ใช้สอยของมนุษย์ จะต้องเป็นการออกแบบที่สัมพันธ์กับสัดส่วน รุ
ปร่างของมนษุ ย์อยา่ งเหมาะสม เช่น การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ การออกแบบผลิตภณั ฑ์ตา่ ง ๆ

แนวคดิ ในการออกแบบ จึงต้องตอบสนองต่อการใช้งานของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสง่ิ ใด ๆ
หากผู้ออกแบบได้แสดงออกให้เห็นถึงแนวความคิดที่ดี ผสมผสานความมีเสน่ห์ในรูปลักษณ์ กับประโยชน์ใช้
สอย มกี ารใช้งานท่ีไม่ยุ่งยาก จึงจะถือได้วา่ เป็นการออกแบบท่ีมีเอกลักษณ์ เป็นการออกแบบท่ีดีและนับได้ว่า
เป็นการออกแบบท่ีประสบความสาเร็จ

วิทยาลัยอาชีวศึกษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟชน่ั และสิ่งทอ

3401-2102 เทคนิคการออกแบบผลิตภณั ฑส์ งิ่ ทอ I 44

5.5 เทคนิคแนวคิดในการออกแบบ

เทคนิคการออกแบบผลิตภัณฑ์
การออกแบบผลิตภณั ฑท์ ่ีปรากฏอยู่ทั่วไป เกิดจากความคดิ สรา้ งสรรค์ของมนษุ ยท์ งั้ สิน้ มีทงั้ ที่

ออกแบบสรา้ งข้นึ ใหม่ แตกตา่ งจากของเดิม หรอื ปรับปรงุ ตกแตง่ ของเดมิ โดยมนุษย์ได้รับอทิ ธิพลจากรูปทรง 2
แหลง่ คอื

คุณสมบัติของผลติ ภณั ฑ์ที่ดี
รปู ลกั ษณ์ อธิบายถงึ คุณสมบัติต่าง ๆ ของผลิตภณั ฑ์หรอื ลกั ษณะเด่นท่มี องเหน็ ได้จากภายนอก เชน่

ผลิตภัณฑม์ ีสัสนั สวยงาม สะดุดตา สว่ นคุณประโยชน์ คือ การรบั รทู้ างอารมณ์ เปน็ ความร้สู กึ ต่าง ๆ ที่เกดิ จาก
การใชผ้ ลิตภณั ฑ์ เช่น เกิดความสบายใจ เกิดความเร้าใจ เกดิ ความเชอ่ื มัน่ เกดิ ความปลอดภัย เป็นตน้

ระหวา่ งรปู ลักษณ์และคุณประโยชน์ ผู้บริโภคต้องการอะไรมากกวา่ กัน
เปน็ คาถามที่ไมอ่ าจไดค้ าตอบท่ีชัดเจน ข้นึ อยกู่ บั ประเภทของผลติ ภณั ฑ์ จดุ ประสงค์ของการซือ้

ภูมิหลงั ของผู้บรโิ ภค และเง่อื นไขอืน่ ๆ

กรอบการออกแบบ
ปรบั ปรุงภาพลกั ษณข์ ององคก์ ร ใหเ้ กดิ ความแตกตา่ งอย่างชัดเจนจากคู่แขง่ สะดดุ ตา และงา่ ยตอ่ การ

จดจา สรา้ งเอกลักษณ์สนิ คา้ ให้เกิดสัมผัสและการรับรทู้ ีด่ ตี อ่ องค์กรผ่านการใช้ผลิตภณั ฑ์
รูปลกั ษณ์ผลติ ภัณฑ์ บรรจภุ ัณฑ์ และส่วนอนื่ ท่ีเกี่ยวกบั การออกแบบ สามารถสอื่ สารกบั ลกู ค้าได้อย่างมี

ประสิทธภิ าพ
1. พฒั นาผลติ ภณั ฑเ์ ดิม ให้เกดิ ประโยชนใ์ ช้สอยที่ดีขนึ้ ท้งั ทางกายภาพและทางจติ ใจ
2. เพม่ิ คณุ ค่าผลติ ภัณฑ์ให้สูงขึ้น เพอื่ นาไปสกู่ ารเพมิ่ ราคาสินค้าได้
3. ลดตน้ ทนุ เพมิ่ ผลกาไร เช่น ออกแบบให้ผลติ งา่ ย ลดข้ันตอน เลอื กใชว้ ัสดุภายในประเทศ ฯลฯ
4. ขยายตลาดสินค้า เช่น สรา้ งผลิตภัณฑท์ ี่สนองประโยชนใ์ ชส้ อยใหม่ สรา้ งความตอ้ งการใหม่ สรา้ ง

ตลาดกลมุ่ ป้าหมายใหม่

2. รูปทรงที่มนษุ ยส์ รา้ งขน้ึ (Manmade Form)
รูปทรงที่มนุษย์สร้างขึ้น มีอิทธิพลต่องานออกแบบผลิตภัณฑ์ ในอันที่จะก่อให้เกิดความแตกต่างกัน

ของแตล่ ะกล่มุ ชน เช่น อาคารบา้ นเรอื น ส่ิงของเครือ่ งใช้ ฯลฯ มกั เปน็ รปู ทรงเรขาคณิต
ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นสากลและเป็นท่ีรู้จักกันท่ัวไป รูปทรงดังกล่าวแบ่งตามวิธีการผลิตได้ 2

ประเภท คือ ประเภทที่สร้างขึ้นดว้ ยมือหรือเครอ่ื งมือพื้นฐาน (Hand Tools) มีลักษณะการใช้งานเฉพาะตาม
จุดประสงค์ของผอู้ อกแบบ ผลิตไดจ้ านวนน้อย รปู ทรงมลี ักษณะเฉพาะตัวไมซ่ ้ากนั

มกี ารตกแต่งประดับประดาท่ีแสดงให้เห็นถงึ ความชานาญทางทักษะของช่างฝีมือ กับประเภทท่ีสร้าง
ขึ้นด้วยเคร่ืองจักร (Machine tools) มีรูปทรงท่ีเหมือน ๆ กัน โดยผลิตออกมาเป็นจานวนมากจากแม่พิมพ์
เดยี วกัน ใชว้ สั ดอุ ย่างเดยี วกนั มที ง้ั ที่เป็นผลิตภัณฑ์สาเร็จรปู สามารถใชป้ ระโยชน์โดยตรงและเปน็ ชนิ้ สว่ น

วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวชิ าเทคโนโลยอี อกแบบแฟชัน่ และสง่ิ ทอ

3401-2102 เทคนคิ การออกแบบผลิตภณั ฑส์ ิง่ ทอ I 45

ใบงานทา้ ยบทท่ี 5

ความคดิ สร้างสรรคใ์ นการออกแบบผลติ ภณั ฑ์

ตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. ความคิดสรา้ งสรรค์เกิดจากอะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ความคิดสร้างสรรค์มปี ระโยชนต์ อ่ การสรา้ งหรือพัฒนาผลติ ภัณฑอ์ ย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. บุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์มีลักษณะอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. การมีความคิดสรา้ งสรรค์สามารถฝกึ หรือพัฒนาได้หรือไมอ่ ย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. นักศกึ ษาคิดวา่ สง่ิ สาคัญที่สดุ ในการฝึกการมีความคดิ สร้างสรรค์คืออะไร เพราะเหตใุ ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี สาขาวิชาเทคโนโลยีออกแบบแฟช่ันและส่งิ ทอ


Click to View FlipBook Version