เอกสารประกอบการจัดอบรม โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนดวยระบบฟอกอากาศภายในอาคาร รวมกับระบบติดตามฝุนละองง PM 2.5 ภายใตโครงการตามยุทธศาสตรมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาทองถิ่น ประจำปงบประมาณ พ.ศ. 2566 จัดทำโดย วิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแหงเอเชีย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม
คำนิยาม วิกฤตฝุนควันในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหมอันทำใหเกิดปญหาฝุนละอองขนาดเล็ก ไมใช่เรื่องใหมสา หรับเมืองเชียงใหม แตเปนปญหาที่วนเวียนกลับมาทุกปในช่วงปลายฤดูหนาวก่อนเข้าฤดูแลง (ตนเดือน กุมภาพันธ) ราวกับเปนฤดูกาลหนึ่งของภาคเหนือ ที่ชาวเชียงใหมไดประสบกับสภาพอากาศดังกลาวจนเรียก กันติดปากวา “ฤดูฝุนควัน” ดังนั้น การสรางการรับรูตอสถานการณและสรางความเข้าใจ เพื่อรวมกันปองกัน แก้ไขปญหาแก่ประชาชน เปนสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นเปนที่นาชื่นชม ซึ่งเปนความรวมมือที่เกิดขึ้นจากประสบการณ และความคาดหวังที ่จะทาใหคนเชียงใหมมีความรูและมีความตระหนักรูรวมกันรับผิดชอบ และอนุรักษ สิ่งแวดลอม สามารถเข้าถึงและรับรูข้อมูลข่าวสาร และนาไปประยุกตใช้ในการดารงชีวิตในสภาวะวิกฤตได อยางรูเทาทันประโยชนของ “หลักสูตรการแก้ไขปญหาสภาวะวิกฤตฝุนควันจังหวัดเชียงใหม” เลมนี้จะทำให สำหรับใช้ในครัวเรือน สถานศึกษา โรงพยาบาล สถานที่พักอาศัยสำหรับผูสูงอายุและสถานที่ราชการในชุมชน เขตพื้นที่เชียงใหมและทุกภาคสวนสามารถรับรูตระหนักรูในการปองกันและแก้ไขปญหาฝุนควันที่เกิดขึ้น เปลี่ยนวิกฤตใหเปนโอกาสในการสานพลังความรวมมือรวมใจ และสรางสรรค์นวัตกรรมการปองกันและแก้ไข ปญหาไดอยางเหมาะสม หวังเปนอยางยิ่งวา หลักสูตรนี้จะเปนสื่อสรางแรงบันดาลใจ และเปนแนวคิดในการ จัดการเรียนรูที่สามารถนาไปใช้ใหเกิดประโยชนทางดานการศึกษา และพัฒนาคุณภาพของผูเรียน ตลอดจน ไดรับการเผยแพรและขยายผลในวงกวางตอไป วิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีชุมชนแหงเอเชีย (adiCET) และศูนยปฏิบัติการดาน เทคโนโลยีอวกาศภูมิสารสนเทศและวิศวกรรมสิ่งแวดลอม เพื่อคุณภาพอากาศที่ดีแหงเอเชีย (AiroTEC) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม ไดจัดทำเอกสารคู่มือการใช้งานชุดสาธิตตนแบบระบบอัจฉริยะเพื่อตรวจวัดฝุน ควันขนาดเล็ก PM 2.5 ขึ้นเพื่อใหผูใช้งานใช้เปนแนวทางประกอบการใช้งานชุดสาธิตตนแบบระบบอัจฉริยะ เพื่อตรวจวัดฝุนควันขนาดเล็ก PM 2.5 ปฏิบัติงาน โดยในเอกสารคู่มือนี้จะอธิบายสวนประกอบของเครื่องวัด ฝุน วิธีการใช้งาน และวิธีการบำรุงรักษาเพื ่อการใช้งานที ่ถูกวิธีและการรักษาสภาพเครื ่องวัดฝุ นใหมี ประสิทธิภาพสูงสุด และองค์ประกอบพรอมการสรางเครื่องกรองฝุนควัน PM 2.5 ผูจัดทำหวังเปนอยางยิ่งวาคู่มือการใช้งานฉบับนี้จะเปนประโยชนตอผูที่เกี่ยวข้องและผูอานทุกทาน พรอมนี้ผูจัดทำขอขอบคุณทุกทานที่ความรวมมือในการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบการเขียนคู่มือนี้ คณะผูดำเนินงาน
ข้อมูลทั่วไปของโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนดวยระบบฟอกอากาศ ภายในอาคารรวมกับระบบติดตามฝุนละองง PM 2.5 1. หลักการและเหตุผล ปจจุบันจังหวัดเชียงใหมภาคเหนือของประเทศไทย ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวทางการเกษตร จะพบเจอ ปญหาดานการเผาพื้นที่ทางการเกษตรรวมกับการเผาพื้นที่ทางการเกษตรของประเทศเพื่อนบาน มารวมตัวกัน ในโซนภาคเหนือเนื่องจากสภาพทางภูมิประเทศของภาคเหนือเปนภูเขาและหุบเขาทำใหอากาศในพื้นที่ไม ถายเทรวมไปถึงสภาพความกดอากาศต่ำและอุณหภูมิความชื้นทำใหปริมาณหมอกควันในพื้นที่มีปริมาณที่เพิ่ม ขึ้นอยูในระยะเวลาที่นาน ซึ่งการที่หมอกควันนั้นอยูระยะเวลาที่นานทำใหเกิดฝุนที่มีอนุภาคขนาดเล็กระดับ ไมครอน ที่เปนอันตรายตอประชาชนที่อยูอาศัยในภูมิภาคนี้ซึ่งปญหาของฝุนละอองนั้นทำใหเกิดโรคระบบ ทางเดินหายใจที่เปนอันตรายตอสุขภาพ ยิ่งในกลุมเสี่ยงที่ประกอบดวย เด็ก ผูสูงอายุผูปวย จะไดรับ ผลกระทบตอสุขภาพ เนื่องจากเด็กมีความออนแอและภูมิตานทานต่ำ ปอดยังพัฒนาไมเต็มที่อัตราการหายใจ ถี่ และผูสูงอายุที่มีความเสี่ยงในดานของรางกายและโรคประจำตัว รวมไปถึงผูปวยที่กำลังรักษาตัวทำใหเกิด อาการที่ทรุดลงมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำก่อใหเกิดปญหาสุขภาพตอชาวเชียงใหมและผูอาศัยในภาคเหนือของไทย ทำ ใหเกิดอัตราการเสียชีวิตดวยโรคมะเร็งปอดที่สูงเพิ่มมากขึ้น โครงการนี้จึงไดมีวัตถุประสงค์เพื่อสรางความรูและความเข้าใจในการเผชิญกับปญหาฝุนละอองมี อนุภาคขนาดเล็กระดับไมครอนกับกลุมเสี่ยงที่มีผลกระทบตอสุขภาพไดแก่ เด็กเล็ก ผูสูงอายุและผูปวย ภายใน จังหวัดเชียงใหม รวมไปถึงการถายทอดเทคโนโลยีการสรางระบบฟอกอากาศพรอมระบบตรวจวัดฝุน PM สำหรับ สถานศึกษา ศูนยเด็กเล็ก ศูนยที่พักอาศัยสําหรับผูสูงอายุ โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ เพื่อให ทราบถึงแนวทางการปองกันตนเองและลดความในการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงจะมีการสรางระบบ ติดตามและแสดงผลปริมาณฝุน PM แบบเรียลไทมและฐานข้อมูลออนไลนซึ่งจะทำใหสามารถตรวจสอบ ประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศไดทันทวงทีและเปนการประเมินผลจากการฟอกอากาศของผูติดตั้งระบบ อีกทาง 2. วัตถุประสงค์ของโครงการ 2.1 เพื่อสรางความเข้าใจในการเผชิญกับปญหาฝุนละอองมีอนุภาคขนาดเล็กระดับไมครอน กับกลุม เสี่ยงที่มีผลกระทบตอสุขภาพไดแก่ เด็กเล็ก ผูสูงอายุและผูปวย ภายในจังหวัดเชียงใหม
2.2 เพื่อถายทอดเทคโนโลยีการสรางระบบฟอกอากาศพรอมระบบตรวจวัดปริมาณฝุน PM 2.5 สำหรับใช้ในครัวเรือน สถานศึกษา ศูนยเด็กเล็ก ศูนยที่พักอาศัย สําหรับผูสูงอายุ โรงพยาบาล และสถานที่ ราชการ 2.3 เพื่อสรางระบบติดตามและแสดงผลปริมาณฝุน PM 2.5 แบบเรียลไทมและฐานข้อมูลออนไลน 3. กลุมเปาหมายของโครงการ บุคลากรสายสนับสนุนของมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 5 คน บุคลากรสายวิชาการของมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 4 คน นักศึกษาของวิทยาลัยฯ จำนวน 10 คน ประชาชนทั่วไป จำนวน 250 คน รวมทั้งสิ้น 269 คน 4. ผลการดำเนินงานของโครงการ 4.1 ผลผลิต (Output) 4.1.1) ชุมชนเปาหมาย มีความรูความเข้าใจและสามารถประยุกตใช้เทคโนโลยีการสรางระบบฟอก อากาศพรอมระบบตรวจวัดปริมาณฝุน PM 2.5 สำหรับใช้ในสถานศึกษา ศูนยที่พักอาศัยสำหรับผูสูงอายุ โรงพยาบาล และสถานที่ราชการ 4.1.2) ไดระบบติดตามและแสดงผลปริมาณฝุน PM 2.5 ภายในอาคารแบบเรียลไทมและฐานข้อมูล ออนไลนที่สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศได 4.2 ผลลัพธ(Outcome) ระบบติดตามและแสดงผลปริมาณฝุน PM 2.5 ภายในอาคารแบบเรียลไทมและฐานข้อมูลออนไลน สามารถช่วยแสดงผลค่าฝุนออนไลนและช่วยในการตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องฟอกอากาศได 4.3 ผลกระทบ (Impact) 4.3.1 ประชาชนในกลุมเสี่ยงมีความรูเข้าใจสามารถหลีกเลี่ยงและปองกันการไดรับฝุนละอองขนาด เล็กเข้าสูรางกาย 4.3.2 ประชาชนในกลุมเสี่ยงมีความรูเข้าใจสามารถใช้ระบบฟอกอากาศพรอมระบบตรวจวัดปริมาณ ฝุน
ความรูทั่วไปของปญหาการเกิดฝุนควัน PM 2.5 1. แหลงที่มาของปญหาการเกิดฝุนควัน PM 2.5 1.1 การเผาในที่โลง การเผาในที่โลง (Open Burning) เปนแหล งกาเนิดมลพิษทางอากาศหลักแหล งหนึ ่งที่ ก่อใหเกิดมลพิษทางอากาศ ไดแก่ ก๊าซตาง ๆ ที ่เกิดจากการเผาไหมอาทิคารบอนมอนอกไซด ไนโตรเจนไดออกไซดรวมทั้งฝุนละออง ควัน เถา ซึ่งลวนมีผลกระทบตอสุขภาพอนามัยของมนุษย ก่อใหเกิดความเดือดรอนราคาญเปนสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอยางยิ่งการเผาหญาหรือขยะริม ทางเสนทางจราจร เปนสาเหตุของอุบัติเหตุบนทองถนนทาใหสูญเสียชีวิตและทรัพยสินมากมาย เนื่องจากฝุนควันที่เกิดไมสามารถควบคุมไดนอกจากนี้การเผากลางแจ้งอาจเปนสาเหตุหนึ่งที่ทำให เกิดไฟปาเผาไหมแหลงทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่กวาง ซึ่งการเผาในที่โลงเกิดจาก 3 กิจกรรมหลัก ดังนี้ กิจกรรมที่ 1 การเผาเศษพืชเศษวัสดุภาคการเกษตร ประเทศไทยเปนประเทศเกษตรกรรมที่มีการปลูกพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ตาง ๆ ไดแก่ ข้าวโพด ออย มันสำปะหลัง เปนตน ในการทำการเกษตรใหไดผลผลิตสูง สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียม ดินที่จะทำการเพาะปลูก ซึ่งจะตองมีการถากถางพื้นที่เพื่อกาจัดเศษพืช วิธีการที่ง่าย สะดวกและ ประหยัด สาหรับเกษตรกรที่นิยมใช้กันมาก คือ การเผา กิจกรรมที่ 2 การเผาขยะมูลฝอยจากชุมชน การเผาขยะในที่โลง มีขยะมูลฝอยเยอะมาก โดยเฉพาะขยะประเภทพลาสติก ซึ่งการเผา พลาสติกนี้ก่อใหเกิดสารอันตราย ชื่อ สารไดออกซิน (Dioxins) ในชีวิตประจาวันของเรามีพลาสติก ประเภทนี้อยูเยอะมาก ทั้งถุงหูหิ้ว หลอดดูดน้ำ และขวดน้ำตาง ๆ กิจกรรมที่ 3 ไฟปา "ไฟปา" คือ ไฟที่เกิดขึ้นจากสาเหตุอันใดก็ตามแลวลุกลามไปไดโดยอิสระปราศจากการ ควบคุม ทั้งนี้ไมวาไฟนั้นจะลุกลามเข้าปาธรรมชาติหรือสวนปา ไฟป าจะเกิดขึ้นไดก็ต อเมื ่อมี องค์ประกอบที่จำเปน 3 ประการคือ เชื้อเพลิง ออกซิเจนและความรอนมารวมตัวกันในสัดสวนที่ เหมาะสมที่จะเกิดการลุกไหม
(1) เชื้อเพลิง ไดแก่ อินทรียสารทุกชนิดที่ติดไฟไดเช่น ตนไมกิ่งไมตอไมกอไผลูกไม หญาวัชพืช รวมไปถึงดินอินทรีย(Peat Soils) และชั้นถานหินที่อยูใตผิวดิน (Coal Seam) (2) ออกซิเจน ออกซิเจนเปนก๊าซที่เปนองค์ประกอบหลักของอากาศทั่วไปในปา จึงมี การกระจายอยูอยางสม่ำเสมอ อยางไรก็ตาม ปริมาณและสัดสวนอาจแปรผันไดตามความเร็วและ ทิศทางลม (3) ความรอน แหลงความรอนที่ทาใหเกิดไฟปา แบงเปน 2 ประการ คือ แหลงความ รอนจาก ธรรมชาติไดแก่ ฟาผา การเสียดสีของกิ่งไมการรวมของแสงอาทิตยผานหยดน้ำค้าง ภูเขา ไฟระเบิดและแหลงความรอนจากการกระทาของมนุษยซึ่งเกิดจากการจุดไฟในปาดวยสาเหตุตาง ๆ กันสาเหตุของการเกิดไฟปา ไฟปาเกิดจาก 2 สาเหตุคือ (3.1) เกิดจากธรรมชาติไฟปาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น ฟาผา กิ่งไมเสียดสีกันภูเขาไฟระเบิด ก้อนหินกระทบกัน แสงแดดตกกระทบผลึกหิน แสงแดดสอง ผานหยดน้ำ ปฏิกิริยาเคมีในดินปาพรุการลุกไหมตัวเองของสิ่งมีชีวิต เปนตน (3.2) เกิดจากมนุษยไฟปาที่เกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนาในเขตรอนสวนใหญจะมี สาเหตุมาจากกิจกรรมของมนุษยสำหรับประเทศไทยถือไดวาไฟปาทั้งหมดเกิดจากการกระทำของ มนุษยโดยมีสาเหตุตาง ๆ กันไปได (3.2.1) เก็บหาของปา เปนสาเหตุที่ทาใหเกิดไฟปามากที่สุด การเก็บหาของปา ไดแก่ ไข่ มดแดง เห็ด ใบตองตึง ไมไผน้ำผึ้ง ผักหวานและไมฟน การจุดไฟสวนใหญ เพื่อใหพื้นที่ปาโลงเดิน สะดวกหรือใหแสงสวางในระหวางการเดินทางผานปาในเวลากลางคืนหรือจุด เพื่อกระตุนการงอกของ เห็ดหรือกระตุนการแตกใบใหมของผักหวาน และใบตองตึง หรือจุดเพื ่อไล ตัวมดแดงออกจากรัง รมควันไลผึ้งหรือไลแมลงตาง ๆ ในขณะที่อยูในปา (3.2.2) เผาไร เปนสาเหตุที่สำคัญรองลงมา การเผาไรก็เพื่อกาจัดวัชพืชหรือเศษซากพืช ที่เหลืออยูภายหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งนี้เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในรอบตอไปโดยปราศจากการทำแนว กันไฟ และปราศจากการควบคุม ไฟจึงลามเข้าปาที่อยูในบริเวณใกลเคียง (3.2.3) แกลงจุด ในกรณีที่ประชาชนในพื้นที่มีปญหาความขัดแยงกับหนวยงานของรัฐ โดยเฉพาะอยางยิ่งปญหาเรื่องที่ดินทากิน หรือถูกจับกุมจากการกระทาผิดในเรื่องปาไมก็มักจะหาทาง แก้แค้นเจ้าหนาที่ดวยการเผาปา
(3.2.4) ความประมาท เกิดจากการเข้าไปพักแรมในปา ก่อกองไฟแลวลืมดับหรือทิ้งก้น บุหรี่ลงบนพื้นปา เปนตน (3.2.5) ลาสัตวโดยใช้วิธีไลลา คือจุดไฟไลใหสัตวหนีออกจากที่ซ่อนหรือจุดไฟเพื่อให แมลงบินหนีไฟ นกชนิดตาง ๆ จะบินมากินแมลงแลวดักยิงนกอีกทอดหนึ่ง หรือจุดไฟเผาทุงหญา เพื่อใหหญาแตก ระบัด ลอใหสัตวชนิดตาง ๆ เช่น กระทิง กวาง กระตาย มากินหญาแลวดักรอยิงสัตว นั้น (3.2.6) เลี้ยงปศุสัตวประชาชนที่เลี้ยงปศุสัตวแบบปลอยใหหากินเองตามธรรมชาติมัก ลักลอบจุดไฟเผาปาใหโลงมีสภาพเปนทุงหญาเพื่อเปนแหลงอาหารสัตว (3.2.7) ความคึกคะนอง บางครั้งการจุดไฟเผาปาเกิดจากความคึกคะนองของผูจุดโดย ไมมีวัตถุประสงค์ใดๆ แตจุดเลนเพื่อความสนุกสนานเทานั้น 2. ผลกระทบของมลพิษทางอากาศตอสุขภาพ 2.1 ผลกระทบตอสุขภาพ “ระยะเฉียบพลัน” ผลการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม พบวา ทุก ๆ 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร ของค่าฝุนควัน PM 2.5 ที่เพิ่มขึ้นทาใหผูปวยที่กำลังเจ็บปวย นอนรับการรักษาในโรงพยาบาลเสียชีวิตเพิ่มขึ้นรอยละ 1.3 และทาใหประชาชนทั่วไปเสียชีวิตรายวัน จากการเจ็บป วยเพิ ่มขึ้นสูงถึงรอยละ 0.4 ซึ่งสอดคลองกับงานวิจัยขนาดใหญทั่วโลก (อัตราการ เสียชีวิตเพิ่มขึ้นรอยละ 0.4 – 0.8) นอกจากนี้ยังพบวาถาค่าฝุนควัน PM 2.5 เฉลี่ยตอวันสูงเกินค่า มาตรฐาน 25 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร ตามที่องค์การอนามัยโลกกาหนดจะทาใหอัตราการ เจ็บปวยจากโรครายแรง เฉียบพลันที่ทาใหผูปวยตองมารับการรักษาที่หองฉุกเฉินหรือนอนรับการ รักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นราวรอยละ 30 – 40 ไดแก่ โรคอุบัติเหตุเสนเลือดในสมองตีบหรือแตก กลามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หัวใจลมเหลวเฉียบพลัน ปอดอักเสบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกาเริบ โรคหอบหืดกำเริบ เปนตน 2.2 ผลกระทบตอสุขภาพ “ระยะยาว” ผลการศึกษาพบวาทุก ๆ ไมโครกรัมตอลูกบาศก์ เมตร ที่เพิ่มขึ้นของค่าฝุนควัน PM 2.5 เฉลี่ยตอปทาใหประชาชนในพื้นที่มีอายุขัยเฉลี่ยสั้นลง 1.03 ป มีอัตราการเสียชีวิตรายปสูงขึ้นรอยละ 4 – 6 เจ็บปวยเปนมะเร็งปอดสูงขึ้นรอยละ 8 – 14 และในป ค.ศ. 2015 องค์การอนามัยโลกระบุวา คนไทยเสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศสูงถึงรอยละ 6.8 – 7.3 ของการเสียชีวิตทั้งหมด หรือราวกวา 30,000 ราย ซึ่งภัยจากมลพิษทางอากาศนอกอาคารถือเปน
ปจจัยเสี่ยงตอการเสียชีวิตและความทุพพลภาพของมวลมนุษยชาติลำดับที่ 5 รองจากความดันโลหิต สูง สูบบุหรี่ น้ำตาลในเลือดสูงและไขมันในเลือดสูง ผลการศึกษาลาสุดพบวาหากประเทศไทยสามารถ ลดค่าฝุนควัน PM 2.5 ลงไดรอยละ 20 จะทำใหอัตราการเสียชีวิตของประชาชนลดลงไดถึงรอยละ 22 ในอนาคต การตรวจวัดค่าฝุนควันในอากาศและการแจ้งเตือนแก่ประชาชนของประเทศไทย จะตองมีการพัฒนาใหสามารถวัดค่า PM 10 และ PM 2.5 ไดทุกสถานีและตองกระจายใหสามารถ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเมือง และในชนบทรอบนอกดวย แตคงไมสามารถดาเนินการไดโดยง่ายเนื่องจาก ปญหาหลายประการ ไดแก่ 2.2.1 ขีดจากัดดานงบประมาณทาใหสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศสวนใหญในประเทศ ไทยสามารถตรวจวัดไดเฉพาะค่า PM 10 แตไมสามารถตรวจวัดค่า PM 2.5 ไดแมวาในปจจุบันหลาย จังหวัดจะไดรับการติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ตรวจวัดค่า PM 2.5 ไดแตยังจากัดเฉพาะใน อำเภอเมืองหรือในตัวเมืองใหญเทานั้น ซึ่งมีความเชื่อถือไดเฉพาะในพื้นที่แคบ ๆ โดยรอบสถานี ตรวจวัดเทานั้น ไมสามารถสะทอนคุณภาพอากาศของพื้นที่ ไกล ๆ หรือพื้นที่อำเภออื่น ๆ รอบนอก 2.2.2 การติดตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่สามารถวัดค่า PM 10 และ PM 2.5 ได ใหครบทุกจังหวัดตามแผนของกรมควบคุมมลพิษตองใช้งบประมาณสูงเนื่องจากราคาตอเครื่อง ประมาณหลายลานบาท และตองใช้เวลาอีกไมนอยกวา 2 ปจึงจะติดตั้งไดครบทุกจังหวัด ซึ่งนอกจาก จะไมทันตอสถานการณที่รุนแรงมากขึ้นตลอดเวลาแลว ยังไมสามารครอบคลุมพื้นที่สวนใหญที่อยู นอกตัวเมืองใหญไดหากตองการติดตั้งสถานีตรวจวัดดังกลาวใหครบทุกอำเภอในประเทศไทยใน สภาวะเศรษฐกิจของประเทศในปจจุบันนี้อาจจะทาไดยากมาก ไมตองกลาวถึงการติดตั้งใหครบทุก ตาบลซึ่งไมมีทางเปนไปไดอยางแนนอน 2.2.3 การแจ้งเตือนประชาชนเพื่อใหสามารถปฏิบัติตัวไดอยางถูกตองตามสถานการณ ของภาวะมลพิษทางอากาศ ซึ่งปจจุบันใช้ค่าดัชนีคุณภาพอากาศในรอบ 24 ชั่วโมงเพียงวันละ 1 ครั้ง ไมสามารถสะทอนสภาพปญหามลพิษทางอากาศที่เปนปจจุบันไดตองมีการพัฒนาใหสามารถแจ้ง เตือนแก่ประชาชนไดตลอดเวลา
ภาพที่1 PM 2.5 มาจากไหน? ที่มา : THAIWARE. (15 ธันวาคม 2563). ฝุน PM 2.5 คืออะไร ยอมาจากคำวาอะไร ? และอันตราย จาก PM 2.5. ออนไลน: https://tips.thaiware.com/1454.html ภาพที่2 PM 2.5 ขนาดเล็กแค่ไหน? ที่มา : THAIWARE. (15 ธันวาคม 2563). ฝุน PM 2.5 คืออะไร ยอมาจากคำวาอะไร ? และอันตราย จาก PM 2.5. ออนไลน: https://tips.thaiware.com/1454.html
3. แหลงตนกำเนิดของ PM 2.5 PM 2.5 ฝุนละอองขนาดเล็กที่ขนจมูกไมสามารถกรองไดPM 2.5 คือฝุนละอองขนาดเล็ก ไมเกิน 2.5 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร อาจเทียบอยางง่ายวามีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของ เสนผาศูนยกลางของเสนผมมนุษยเล็กขนาดที ่ขนจมูกของมนุษยนั้นไมสามารถกรองไดทาใหฝุน ละอองชนิดนี้สามารถแพรกระจายเข้าสูทางเดิน หายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมสูกระบวนการทา งานในอวัยวะตาง ๆ ของรางกายเพิ่มความเสี่ยงเปนโรคเรื้อรัง โดยที่ PM 2.5 เกิดขึ้นไดจาก 2 ปจจัย หลัก คือ 3.1 แหลงกำเนิดโดยตรง 3.1.1 การเผาในที่โลง ปลอย PM2.5 มากที่สุดถึง 209,937 ตันตอปโดยมาจากการเผา ในพื้นที่เพาะปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อปอนเข้าสูหวงโซ่อุปทานการผลิตอาหารของบริษัทอุตสาหกรรม เกษตรขนาดใหญในภาคเหนือตอนบนของไทยและภูมิภาคลุมนาโขง รวมไปถึงฝุนควันพิษข้าม พรมแดน 3.1.2 การคมนาคมขนสง ปลอย PM2.5 ราว 50,240 ตันตอปโดยมาจากการเผาไหม ของเชื้อเพลิงทั้งดีเซลและแก๊สโซฮอลเปนหลัก อีกทั้งยังเปนแหลงกาเนิดของออกไซดของไนโตรเจน (NOx) และซัลเฟอรไดออกไซด(SO2) อีกดวย 3.1.3 การผลิตไฟฟา ปลอย PM2.5 ราว 31,793 ตันตอปแมจะมีค่า PM2.5 นอยกวา การเผาในที่โลงและการคมนาคมขนสง หากแตกลับมีสัดสวนในการปลอยก๊าซซัลเฟอรไดออกไซด (SO2) และออกไซดของไนโตรเจน (NOx) สูชั้นบรรยากาศมากที่สุด 3.1.4 อุตสาหกรรมการผลิต ปลอย PM2.5 ราว 65,140 ตันตอปโดยพบมากที่สุดใน พื้นที่เขตควบคุมมลพิษมาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งเกิดจากสารอินทรียระเหยง่ายจากสารเคมีและ อุตสาหกรรม 3.2 การรวมตัวของก๊าซอื่น ๆ สำหรับในบรรยากาศ โดยเฉพาะซัลเฟอรไดออกไซด(SO2) และออกไซดของไนโตรเจน (NOx) รวมทั้งมีสารปรอท (Hg), แคดเมียม (Cd), อารเซนิก (As) หรือโพลีไซคลิกอะโรมาติก ไฮโดรคารบอน (PAHs) ที ่ลวนแลวแต เปนสารพิษที ่เปนอันตรายต อร างกายของมนุษยดวย องค์ประกอบของสารพิษเหลานี้ทาใหองค์การอนามัยโลก (WHO) กาหนดใหPM 2.5 จัดอยูในกลุมที่
1 ของสารก่อมะเร็ง ตั้งแตป2556 อีกทั้งยังเปนสาเหตุให1 ใน 8 ของประชากรโลกเสียชีวิตก่อนวัย อันควร สอดรับกับรายงานของธนาคารโลก (World Bank) ที่ระบุวา ประเทศไทยมีผูเสียชีวิตจาก มลพิษในอากาศเปนสาเหตุหลักของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากถึง 50,000 ราย ซึ่งการเสียชีวิต ก่อนวัยอันควรนี้สงผลกระทบไปถึงระบบเศรษฐกิจ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่รัฐจะตองสูญเสียเกี่ยวเนื่อง กับการรักษาพยาบาลผูปวยจากมลภาวะทางอากาศนี้อีกดวย ภาพที่3 PM 2.5 อันตรายตอมนุษย ที่มา : THAIWARE. (15 ธันวาคม 2563). ฝุน PM 2.5 คืออะไร ยอมาจากคำวาอะไร ? และอันตราย จาก PM 2.5. ออนไลน: https://tips.thaiware.com/1454.html
ภาพที่4 PM 2.5 ยังอันตรายตอสัตวเลี้ยงดวย ที่มา : THAIWARE. (15 ธันวาคม 2563). ฝุน PM 2.5 คืออะไร ยอมาจากคำวาอะไร ? และอันตราย จาก PM 2.5. ออนไลน: https://tips.thaiware.com/1454.html 4.แนวทางแก้ไขสภาวะมลพิษทางอากาศ 4.1 กำหนดใหมีและบังคับใช้มาตรฐานคุณภาพอากาศ พรอมทั้งทำการสำรวจและ ตรวจสอบคุณภาพอากาศตามแหลงตาง ๆ เปนประจำ 4.2 พยายามใช้เครื่องยนตที่ไมค่อยมีมลพิษ แก้ไขกระบวนการผลิต และลดมลพิษจาก ยานพาหนะ 4.3 ใช้รถขนสงมวลชน เช่น รถเมลรถไฟฟา รถไฟไตดิน ใหมากขึ้น ใช้รถยนตใหนอยลง หากเดินไดหรือติดรถเพื่อน ๆ ไดก็ควรจะไปดวยกัน 4.4 ช่วยกันสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีการเกษตร โดยนาวัสดุเหลือใช้มาใช้เปนพลังงาน 4.5 จัดระเบียบการเผาหญาหรือขยะมูลฝอย เพื่อลดการเผาไหมในที่โลง ๆ 4.6 ประชาชนควรช่วยรณรงค์และประชาสัมพันธใหทุกคนเข้าใจในอันตรายที่เกิดขึ้นจาก ภาวะมลพิษในอากาศ
4.7 ช่วยกันปลูกตนไมดูแลรักษาตนไมซึ่งจะช่วยกรองอากาศเสียใหเปนอากาศดีไดทำทุก วันใหเปน “วันสิ่งแวดลอมโลก” เพื่อเปนการระลึกถึงจุดเริ่มตนของการรวมมือระหวางชาติทั่วโลกที่ ประเทศตาง ๆ ไดหันหนาเข้าหากัน เพื่อรวมปกปองสิ่งแวดลอม “Make everyday World Environment Day” อยาใหวันที่ 5 มิถุนายน เปนเพียงวันสิ่งแวดลอมโลกแค่วันเดียว เพราะพวกเรา ทุกคนสามารถทาทุกวันใหเปนเหมือนวันสิ่งแวดลอมโลกไดดวยการใสใจในการใช้ชีวิตประจาวันของ เราทุกๆ วัน ก็เทากับเปนการใสใจโลก ดวย 7 Days of World care MONDAY – พกช่วยโลก พลาสติกแบบใช้แลวทิ้ง หรือ Single–Use Plastic เปน พลาสติกที่มีอายุการใช้งานสั้น แตใช้ระยะเวลายอยสลายนานและเมื่อเผาพลาสติกจะเกิดเปนมลภาวะ ทางอากาศสงผลใหโลกรอนและยังทำใหเกิดสารไดออกซิน ซึ่งเปนสารก่อมะเร็งอีกดวยใน ชีวิตประจำวันของเรามีพลาสติกประเภทนี้อยูเยอะมาก ทั้งถุงหูหิ้ว หลอดดูดน้ำและขวดน้ำตาง ๆ หากเราหันมาพกถุงผาหรือขวดนาติดตัวไวเพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งโดยไมจำเปน ก็ จะเปนการช่วยลดมลพิษทางอากาศไดอีกทางหนึ่ง แตบางคนอาจจะคิดวามันจะลำบากไปหรือเปลา ตองมาพกอะไรเยอะแยะ แค่สัมภาระก็เยอะเทาภูเขาแลว แตเดี๋ยวนี้เขามีกลองใสอาหารและขวดน้ำ ซิลิโคนพับไดแลวเราสามารถพกติดตัวไปไดทุกที่ เหมาะสาหรับคนรักสิ่งแวดลอมแตก็ยังตองการความ สะดวกสบายดวย TUESDAY – ขนสงช่วยโลกอยางที่ทุกคนรูกันวาแหลงกาเนิดมลพิษทางอากาศหลัก ๆ มาจากยานพาหนะ ซึ่งเกิดจากการปลอยก๊าซคารบอนไดออกไซดและควันจากทอไอเสียรถยนตเรา สามารถช่วยลดมลพิษทางอากาศไดดวยลดการใช้รถยนตสวนตัว หันมาใช้บริการขนสงสาธารณะบาง หรือบางคนก็อาจจะปนจักรยาน เดินไปทำงานเพื่อสุขภาพก็ไดนอกจากรางกายแข็งแรงแลวโลกยัง แข็งแรงดวย (และอยาลืมใสแมสปองกันฝุนละอองก่อนออกจากบาน) WEDNESDAY – ปลูกช่วยโลก ใครเขาปลูกตนไมในบานกัน! หลายคนอาจจะรูมาวา กลไกของตนไมโดยปกตินั้นจะดูดเอาออกซิเจนเข้าไป และปลอยก๊าซคารบอนไดออกไซดออกมาใน ตอนกลางคืน จึงไมควรปลูกตนไมไวภายในบานโดยเฉพาะหองนอน แตงานวิจัยของนาซ่าค้นพบวามี ตนไมบางชนิดที่สามารถดูดสารพิษ ช่วยฟอกอากาศใหบริสุทธิ์ไดซึ่งมีหลายชนิด สามารถปลูกไดทั้งใน บานและนอกบาน และยังปลูกไดดีในเมืองไทย ตนไมไมเพียงแตจะใหรมเงาและความสบายตาสบาย ใจเทานั้น แตยังช่วยปกปองเราและโลกจากมลพิษทางอากาศไดอีกดวย
THURSDAY – ปดช่วยโลก สิ่งที่เราทาไดง่าย ๆ คือ ปดไฟและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟา ทุกครั้งเมื่อไมใช้งาน ซึ่งนอกจากจะเปนการช่วยลดมลพิษแลว ยังช่วยประหยัดพลังงานและประหยัด ค่าใช้จ่ายไดอีกดวย FRIDAY – ช้อปช่วยโลก แค่เลือกซื้ออาหารจากซูเปอรมารเก็ตหรือตลาดก็มีผลมากแลว ตอโลกใบนี้เลือกซื้อของที่หอไมเยอะ หรือ เลี่ยงสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑที่ไมเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เปลี่ยนมาซื้อเนื้อสดหรือผักสด ซื้อสินค้าในทองถิ่นหรือซื้อสินค้าตามฤดูกาล เพื่อหลีกเลี่ยงการขนสง ทางไกลที่จะสงผลกระทบตอมลพิษทางอากาศ SATURDAY – กินช่วยโลก “You are What You Eat” ทุกคนคงเคยไดยินคานี้กันใช่ ไหม สิ่งที่เรารับประทานเข้าไปไมเพียงแตจะสงผลตอสุขภาพของเรา แตยังสงผลตอสุขภาพของโลก อีกดวย เนื่องจากการทาปศุสัตวเพื่อผลิตอาหารเปนสาเหตุของภาวะโลกรอนที่เกิดจากฝมือมนุษย การผลิตเนื้อสัตวอยางเดียวมีการปลอยก๊าซเรือนกระจกมากถึงรอยละ 14 มากกวาการขนสงเสียอีก และการปศุสัตวแบบอุตสาหกรรมที่ใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจาเปน ยังเปนอันตรายตอสุขภาพของ ผูบริโภคอีกดวยผลวิจัยชี้วาการลดกินเนื้อสัตวลงรอยละ 90 สามารถช่วยลดภาวะโลกรอนไดแค่กิน ผักใหมากขึ้น และงดกินเนื้อสัตวสัก 1 วัน นอกจากจะช่วยใหสุขภาพแข็งแรงแลวยังช่วยรักษา สิ่งแวดลอมไดอีกดวย SUNDAY – สรางช่วยโลก สรางนิสัย ปลูกจิตสานึกใหตัวเองและคนรอบข้างเห็น ความสำคัญของสิ่งแวดลอมและหันมาใสใจโลกใหมากขึ้น พรอมทั้งไมลืมที่จะแบงปนวิธีการ Take care โลกใหแก่กัน สองมือเล็กๆ ของเราสามารถรักษาโลกใบใหญนี้ไวไดถาเราทุกคนรวมมือกัน 5. ความรูทั่วไปเกี่ยวกับฝุนละออง 5.1 ความหมายของฝุนละออง ฝุนละออง หมายถึง อนุภาคของแข็งและหยดละอองของเหลวที่แขวนลอยกระจายใน อากาศ อนุภาคที่แขวนลอยอยูในอากาศ บางชนิดมีขนาดใหญและสีดาจนมองเห็นเปนเขมาและควัน แตบางชนิดมีขนาดเล็กมากจนมองไมเห็นดวยตาเปลา ฝุนละอองที่แขวนลอยในบรรยากาศโดยทั่วไปมี ขนาดตั้งแต ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตรลงมา และก่อใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพอนามัยของคน สัตว พืชเกิดความเสียหายตออาคารบานเรือน ทำใหเกิดความเดือดรอนราคาญตอประชาชน บดบังทัศน วิสัยทำใหเกิดอุปสรรคในการคมนาคมขนสง นานาประเทศจึงไดมีการกาหนดมาตรฐานฝุนละอองใน
บรรยากาศขึ้น สำหรับในประเทศสหรัฐอเมริกา โดย US.EPA (United State Environmental Protection Agency) ไดมีการกำหนดค่ามาตรฐานของฝุนรวม (Total Suspended Particulate) และฝุนละอองขนาดเล็กกวา 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร (PM 10) แตเนื่องจากมีการศึกษาวิจัย พบวาฝุนขนาดเล็กนั้นจะเปนอันตรายตอสุขภาพมากกวาฝุนรวม เนื่องจากสามารถผานเข้าไปในระบบ ทางเดินหายใจสวนลางและมีผลตอสุขภาพมากกวาฝุนรวม ดังนั้น US.EPA จึงไดมีการยกเลิกค่า มาตรฐานฝุนรวมและกาหนดค่าฝุนขนาดเล็กเปน 2 ชนิด คือ ฝุนละอองขนาดเล็กกวา 10 ไมโครกรัม ตอลูกบาศก์เมตร (PM 10) และฝุนละอองที่มีขนาดเล็กกวา 2.5 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร (PM2.5) PM 10 ตามคำจากัดความของ US.EPA หมายถึง ฝุนหยาบ (Course Particle) เปนอนุภาคที ่มี เสนผาศูนยกลาง 2.5 – 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร มีแหลงกำเนิดจากการจราจรบนถนนที่ไมได ลาดยางจากการขนสงวัสดุฝุนจากกิจกรรมบด ยอยหิน PM 2.5 ตามคาจากัดความของ US.EPA หมายถึง ฝุนละเอียด (Fine Particle) เปนอนุภาคที่มีเสนผานศูนยกลางเล็กกวา 2.5 ไมโครกรัมตอ ลูกบาศก์เมตร ฝุนละเอียดมีแหลงกาเนิดจากควันเสียของรถยนตโรงไฟฟา โรงงานอุตสาหกรรม ควัน ที่เกิดจากหุงตมอาหารโดยใช้ฟน นอกจากนี้ก๊าซซัลเฟอรไดออกไซด(SO2) ออกไซตของไนโตรเจน (NOX) และสารอินทรียระเหยง่าย (VOCs) จะทำปฏิกิริยากับสารอื่นในอากาศทาใหเกิดเปนฝุน ละเอียดไดฝุนละอองขนาดเล็กจะมีผลกระทบตอสุขภาพเปนอยางมาก เมื่อหายใจเข้าไปในปอดจะเข้า ไปอยูในระบบทางเดินหายใจสวนลาง ในสหรัฐอเมริกาพบวาผูที่ไดรับฝุน PM 10 ในระดับหนึ่งจะทำ ใหเกิดโรคหอบหืด (Asthma) และฝุน PM 2.5 ในบรรยากาศจะมีความสัมพันธกับอัตราการเพิ่มของ ผูปวยที่เปนโรคหัวใจและโรคปอดที่เข้ามารักษาตัวในหองฉุกเฉิน เพิ่มอาการของโรคทางเดินหายใจลด ประสิทธิภาพการทางานของปอด และเกี่ยวโยงกับการเสียชีวิตก่อนวันอันควร โดยเฉพาะผูปวยสูงอายุ ผูปวยโรคหัวใจ โรคหอบหืด และเด็กจะมีอัตราเสี ่ยงสูงกว าคนปกติในประเทศไทยไดมีการให ความหมายของคาวาฝุนละออง หมายถึง ฝุนละอองรวม (Total Suspended Particulate : TSP) ซึ่ง เปนฝุนขนาดใหญที่มีเสนผานศูนยกลางตั้งแต 100 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตรลงมาสวนฝุนขนาดเล็ก (PM 10) หมายถึง ฝุนที่มีเสนผานศูนยกลางตั้งแต 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตรลงมา ฝุนละออง เปนปญหามลพิษที่สำคัญอันดับหนึ ่งของกรุงเทพมหานครในปพ.ศ. 2541 ธนาคารโลก (World Bank) ไดใหทุนสนับสนุนการศึกษาเรื่องผลกระทบตอสุขภาพอนามัยโดยมีระดับความรุนแรงใกลเคียง กับผลการศึกษาจากเมืองตาง ๆ ทั่วโลก โดยระดับของฝุนขนาดเล็กอาจทาใหคนในเขต กรุงเทพมหานครตายก่อนเวลาอันควรถึง 4,000 – 5,500 รายในแตละปนอกจากนี้ยังพบวาการเข้า
รับการรักษาตัวในโรงพยาบาลมีความสัมพันธกับปริมาณฝุนขนาดเล็กและจากการประเมินทางดาน เศรษฐศาสตรแสดงใหเห็นวาถาสามารถลดปริมาณ PM10 ในบรรยากาศลงได10 ไมโครกรัมตอ ลูกบาศก์เมตร จะช่วยลดผลกระทบตอสุขภาพคิดเปนจานวนเงิน 35,000 – 88,000 ลานบาทตอป 5.2 ประเภทของฝุนละออง การจำแนกประเภทของฝุนละอองในอากาศสามารถจำแนกไดอีกลักษณะหนึ่ง คือ ลักษณะ การเกิดของฝุนละออง ดังนี้ 5.2.1 ฝุ นปฐมภูมิ(Primary Emission Particulate Matter) เกิดจากการปลอยของ แหลงกาเนิดโดยตรง เช่น ฝุนจากถนน ฝุนเกลือจากทะเล ฝุนจากกระแสลมที่พัดผาน ขี้เถา เขมาควัน ไฟ 5.2.2 ฝุนทุติยภูมิ(Secondary Emission Particulate Matter) เกิดจากปฏิกิริยาตาง ๆ ในบรรยากาศหลังจากที่ฝุนถูกปลอยออกจากแหลงกำเนิดไดระยะหนึ่ง ฝุ นประเภทนี้อาจเปน อนุภาคใหมหรือเปนอนุภาคเดิมที่มีองค์ประกอบเพิ่มขึ้น สารที่เปนองค์ประกอบหลักคือ ซัลเฟต ไนเต รท และคารบอนอินทรียโดยซัลเฟตและไนเตรทในบรรยากาศเกือบทั้งหมดเปน Secondary Emission โดยมีก๊าซซัลเฟอรไดออกไซดและไนโตรเจนไดออกไซดเปนสารเริ่มตนปฏิกิริยาของฝุนทุติย ภูมิกลาวคือ ก๊าซซัลเฟอรไดออกไซดเมื่อถูกปลอยสูบรรยากาศจะถูกออกซิไดซ์เปนกรดซัลฟูริก ทาให เริ่มจับตัวเปนฝุนขนาดเล็กจากกระบวนการ Nucleation และเพิ่มขนาดเม็ดฝุนจากกระบวนการ Coagulation และ Condensation ปฏิกิริยาตาง ๆ ทั้งในวัฏภาคก๊าซและในกลุมเมฆลวนเปนสวน สำคัญที ่ทาใหซัลเฟตจับตัวเปนเม็ดฝุ นใหม และยังมีสวนทำใหสารอินทรียจับกันเปนเม็ดฝุ นใหม (Organic Aerosol) เช่นกัน ปจจัยที่มีอิทธิพลตอระดับของการจับกันเปนเม็ดฝุนใหม ไดแก่ ปริมาณ ของ Precursorสภาพบรรยากาศและปฏิกิริยาของ Precurser กับอนุภาคฝุนที่มีอยูในกลุมเมฆหรือ ละอองหมอก 5.3 แหลงที่มาของฝุนละออง แหลงที่มาของฝุนละอองทั่วไปในบรรยากาศ จำแนกได2 ประเภท คือ ฝุนละอองที่เกิดจาก กิจกรรมที่มนุษยกระทำ เช่น การเผาไหมเชื้อเพลิง ไดแก่ นามันเตา ถานหิน ฟน กระบวนการผลิตใน
โรงงานอุตสาหกรรมและฝุ นละอองที ่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเช่น เกิดจากกระแสลมพัดผานตาม ธรรมชาติทาใหเกิดฝุน เช่น ดิน ทราย เขมาควันจากไฟปา ภูเขาไฟระเบิด ฝุนเกลือจากทะเล เปนตน ตารางที่1 ความแตกตางระหวางฝุนขนาดใหญและฝุนขนาดเล็กตามแหลงกำเนิดและแหลงที่มาของ ฝุนละออง การเกิดฝุน ฝุนขนาดใหญ ฝุนขนาดเล็ก แหลงที่มา 1. การฟุงของฝุนดินบนถนน 2. การฟุงของฝุนดินที่เกิดจากการ ทำเหมืองแร เลี้ยงสัตว 3. เศษสิ่งมีชีวิต 4. การก่อสรางและรื้อถอน 5. การเผาไหมของถานหินและ น้ำมัน 6. ทะเล มหาสมุทร 1. การเผาไหมถานหิน น้ำมัน และ เศษไม 2. การเปลี่ยนสภาพของก๊าซ ไนโตรเจนออกไซดซัลเฟอรได ออกไซดและสารประกอบอินทรีย ในบรรยากาศ 3. กระบวนการที ่ใช้ความรอนสูง เตาหลอมโรงบดเหล็ก เปนตน กระบวนการ 1. ถูกบด กระแทก 2. การระเหยของแก๊สบางชนิด 3. การแขวนลอยของผงฝุน 1. กระบวนการทางเคมี/การ กลายเปนไอ 2. Nucleation, Condensation และ Coagulation 3. การระเหยของหมอก และหยด น้ำในก้อนเมฆ ซึ่งมีก๊าซละลายและ เกิดปฏิกิริยา องค์ประกอบหลัก 1. ผงฝุนที่ฟุงกระจาย 2. ขี้เถาลอยจากถานหินและน้ำมัน 3. ออกไซดของธาตุที่เปน องค์ประกอบของเปลือกโลก 4. CaCO3, NaCl, ฝ ุ นจ ากเกลือ ทะเล 5. เกสรดอกไม, สปอรของเชื้อรา 1. ซัลเฟต (SO4 2- ) 2. ไนเตรท (NO3 - ) 3. แอมโมเนียม (NH4 + ) 4. ไฮโดรเจนอิออน (H+ ) 5. ธาตุคารบอน 6. คารบอนอินทรีย(PAHs) 7. โลหะ (P, Cd, Ni, V, Cu, Zn)
การเกิดฝุน ฝุนขนาดใหญ ฝุนขนาดเล็ก 6. ฝุนที่เกิดจากยางรถยนต 8. ละอองนาที่จับตัวเปนฝุน ที่มา : โครงการจัดทำ (ราง) มาตรฐานฝุนละอองขนาดเล็กกวา 2.5 ไมครอน (กรมควบคุมมลพิษ, 2548) 5.4 ผลกระทบตอสุขภาพจากฝุนละอองขนาดเล็ก (PM 10 และ PM 2.5) ฝุนขนาดเล็ก หมายถึง ฝุนที่มีขนาดเล็กกวา 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร (PM 10) (เทียบเทาไดกับหนึ่งในหกของเสนผาศูนยกลางของเสนผม) เพราะเล็กพอที่สามารถเข้าไปไดลึกถึงถุง ลม ดังนั้นอันตรายตอสุขภาพจึงขึ้นกับขนาดและองค์ประกอบของฝุน ฝุนขนาดเล็กอาจเกิดไดจาก กระบวนการทางเคมีเช่น ในกระบวนการเผาไหมเชื้อเพลิงไมวาจะเปนน้ำมัน ถานหิน ในกระบวนการ ผลิตกระแสไฟฟา ยานพาหนะ หรือการเผาปา เผาพื้นที่ทาการเกษตรและกระบวนการทางกลศาสตร เช่น การระเบิดบดยอยหินในโรงโมหิน หรือการก่อสราง ไมวากรณีใดยอมก่อใหเกิดฝุนละอองขนาด เล็กจานวนมาก เมื่อไดรับสัมผัสสามารถก่อใหเกิดผลกระทบตอสุขภาพไดหลายระบบ เช่น ระบบ ทางเดินหายใจ (อาการไอและอาการของระบบทางเดินหายใจสวนลาง) ระบบหัวใจและหลอดเลือด (กลามเนื้อหัวใจขาดเลือด หัวใจเตนไมสม่ำเสมอ หัวใจวาย) ระบบตา ระบบผิวหนัง ฝุนขนาดเล็กยัง เพิ่มความเสี่ยงของอัตราตายจากภาวะเสนเลือดอุดตันในสมอง และทำใหน้ำหนักของทารกในครรภ ลดลงอีกดวยทำใหอัตราปวยและอัตราตายดวยโรคระบบทางเดินหายใจ และระบบหัวใจและหลอด เลือดเพิ่มขึ้นและอัตราดังกลาวจะเพิ่มขึ้นตามปริมาณความเข้มข้นของฝุนในอากาศ ฝุนขนาดเล็กบาง ชนิด เช่น ฝุนทรายทาใหเกิดซิลิโคซิส (Silicosis) ฝุนถานหินทาใหเกิดโรคปอดจากฝุนถานหิน (Coal Workers’Pneumoconiosis) สำหรับกลุมเสี่ยง ไดแก่ ผูปวยหอบหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง จากผล การศึกษาทั่วโลกพบวา หากฝุนละอองขนาดเล็กสูงกวาค่ามาตรฐาน จะสงผลใหการตายดวยระบบ ทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น รอยละ 7 –20 การปวยดวยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นรอยละ 5.5 การ ตายดวยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นรอยละ 2 – 5 การปวยดวยโรคระบบหัวใจและหลอด เลือดเพิ่มขึ้นรอยละ 5.3 ผูสูงอายุปวยดวยระบบทางเดินหายใจเพิ่มรอยละ 17 ผูสูงอายุปวยดวยโรค ระบบหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มรอยละ 7.6 และยังทำใหสภาพปอดในเด็กแยลง นอกจากนี้ยังมี ผลงานวิจัยในประเทศตางๆ ที่เกี่ยวข้องที่สนับสนุนวา PM 10 มีผลกระทบตอสุขภาพ เช่น
5.4.1 ผลกระทบของ PM 10 ตออุบัติการณของกลามเนื้อหัวใจตาย ในการทบทวน วรรณกรรมเชิงระบบของ Bhaskaran et al. พบ 3 ใน 5 การศึกษาที่ทบทวนแสดงใหเห็นวา พบวา ทุก ๆ 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร ของ PM 10 ที่เพิ่มขึ้น ทำใหอัตราตายทุกสาเหตุอัตราตายดวย โรคระบบหัวใจและระบบทางเดินหายใจและอัตราตายดวยโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นรอยละ 4, 6 และ 8 ตามลำดับ 5.4.2 การศึกษาของ Schwartz and Morris (1995) ซึ่งใช้วิธีการศึกษาแบบอนุกรม เวลาเชิงนิเวศ (Ecologic time-series design) เพื่อหาความสัมพันธระหวาง PM10 กับการรับเข้า รักษาในโรงพยาบาลดวยโรคกลามเนื้อหัวใจขาดเลือดในประชากรที่มีอายุมากกวา 65 ปในเมือง Detroit โดยใช้เวลาการศึกษา 4 ปพบมีความสัมพันธอยางมีนัยสำคัญ 5.4.3 การศึกษาของ Ostroetal. ที่ติดตามเด็กแอฟริกันและอเมริกัน อายุ7 – 12 ป จำนวน 87คน ที่ยืนยันวาเปนโรคหอบหืดมาแลวไมนอยกวา 6 สัปดาหแตอยูตลอดการศึกษาเพียง 83 คน สวนใหญอาศัยอยูใจกลางเมืองลอสแองเจลิสและค่อนมาทางใตการวิเคราะหใช้รายงานรายวัน ของอาการระบบทางเดินหายใจไดแก่ ไอ หายใจขัดและหายใจมีเสียงหวีดเปนตัวแปรตาม และระดับ ของสารมลพิษ ไดแก่ TSP, SO42-, NO3, SO2, NO2 และ PM 10 เปนตัวแปรอิสระ ผลการศึกษา พบวา PM 10 ที่ไดจาก 3 เมืองในนครลอสแองเจลิสมีค่าเฉลี่ย 56 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร (ช่วง 19 ถึง 101 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร) จากการวิเคราะหดวย General logistic regression with generalized estimating equation (GEE) พบวาการหายใจขัดมีความสัมพันธกับระดับ PM10 และ โอโซนอยางมีนัยสำคัญ และสามารถประมาณไดวา ทุก ๆ 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร ของ PM10 ที่เพิ่มขึ้นจะทาใหอาการหายใจขัดเพิ่มขึ้นรอยละ 9 สำหรับอาการอื่น ๆ ไมพบความสัมพันธอยางมี นัยสำคัญ 5.4.4 การศึกษาของ Peters et al. ที่ติดตามเด็กหอบหืด อายุ6 – 14 ปจานวน 89 คน ในเมืองโซโคลอฟ สาธารณรัฐเชค โดยกลุมตัวอยางมีการบันทึกค่า Peak flow ทุกวันเปนเวลา 7 เดือน ในระหวางฤดูหนาวปค.ศ.1991 – 1992 รวมกับการวัดคุณภาพอากาศ ไดแก่ PM 10, SO2, TSP, SO42- และอนุภาคที่มีความเปนกรดสูงพบวาค่าเฉลี่ยของ PM 10 คือ 55 ไมโครกรัมตอ ลูกบาศก์เมตรสูงสุด 171 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร ผลการวิเคราะหโดยสถิติLinear regression สาหรับการวิเคราะหข้อมูลสมรรถภาพปอดและ Logistic regression พบวามีความสัมพันธระหวาง ระดับอนุภาคฝุนกับสมรรถภาพปอดหรืออาการทางระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้การศึกษา
ผลกระทบของฝุนละอองตอสุขภาพอนามัยของประชาชนกรุงเทพมหานคร จากการศึกษาพบวา การ สัมผัสระยะสั้น PM 10 ใน กทม. มีความสัมพันธกับการตายก่อนเวลาอันควรถึง 4,000 ถึง 5,500 ราย ในแต ละป(ประมาณการวามีประชากร 10 ลานคน) และในแตละวันที่ระดับPM10 สูงขึ้น 30 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร อัตราการตายจะเพิ่มขึ้นรอยละ 2 – 20 มีการเข้ารับการรักษาตัวใน โรงพยาบาลเนื่องจากการเจ็บปวยดวยโรคระบบหายใจและโรคระบบหลอดเลือดหัวใจก็สูงขึ้นรอยละ 5 – 17 เมื่อระดับของ PM 10 สูงขึ้น 30 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร สำหรับในพื้นที่ที่มีความ แตกตางของ PM 10 รายวันมาก ๆ (ประมาณ 180 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร) เช่น ในช่วงฤดูหนาว ทาใหผูใหญที่อยูในบริเวณที่ไมมีเครื่องปรับอากาศ เมื่อสัมผัสกับฝุนละอองที่มีระดับสูง มีโอกาสที่จะมี อาการเฉียบพลันทางระบบหายใจสูงขึ้นเปน 2 เทาของคนที่อยูในสิ่งแวดลอมที่มีระดับฝุนตาในวัน เดียวกัน และเมื่อระดับของPM 10 ในแตละวันสูงขึ้น 30 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร จะสงผลใหมี อาการทางระบบหายใจสูงขึ้นรอยละ 5 – 26 อยางไรก็ตาม การลดระดับเฉลี่ยตอปของ PM 10 ลง 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร จะช่วยลดผลกระทบตอสุขภาพจากอาการทางระบบหายใจ ไดเปนตัว เงินจะมีค่าประมาณ 65,000 – 175,000 ลานบาท ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) เปนการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศในรูปแบบที่ง่ายตอความเข้าใจของประชาชนทั่วไป เพื่อเผยแพร ประชาสัมพันธใหสาธารณชนไดรับทราบถึงสถานการณมลพิษทางอากาศในแตละพื้นที่วาอยูในระดับ ใด มีผลกระทบตอสุขภาพอนามัยหรือไม ดัชนีคุณภาพอากาศ 1 ค่า ใช้เปนตัวแทนค่าความเข้มข้น ของสารมลพิษทาง อากาศ 6 ชนิด ไดแก่ 1. ฝุนละอองขนาดไมเกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เปนฝุนที่มีเสนผานศูนยกลางไมเกิน 2.5ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร เกิดจากการเผาไหมทั้งจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตร ไฟปา และกระบวนการอุตสาหกรรม สามารถเข้าไปถึง ถุงลมในปอดไดเปนผลทาใหเกิดโรคในระบบ ทางเดินหายใจ และโรคปอดตาง ๆ หากไดรับในปริมาณมากหรือเปนเวลานานจะสะสมในเนื้อเยื่อ ปอด ทาใหการทำงานของปอดเสื่อมประสิทธิภาพลง ทาใหหลอดลมอักเสบ มีอาการหอบหืด 2. ฝุนละอองขนาดไมเกิน 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร (PM 10) เปนฝุนที่มีขนาด เสนผานศูนยกลางไมเกิน 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร เกิดจากการเผาไหมเชื้อเพลิง การเผาในที่ โลง กระบวนการอุตสาหกรรม การบด การโมหรือการทำใหเปนผงจากการก่อสราง สงผลกระทบตอ สุขภาพเนื่องจากเมื่อหายใจเข้าไปสามารถเข้าไปสะสมในระบบทางเดินหายใจ
3. ก๊าซโอโซน (O3) เปนก๊าซที่ไมมีสีหรือมีสีฟาออน มีกลิ่นฉุน ละลายนาไดเล็กนอย เกิดขึ้นไดทั้งในระดับบรรยากาศชั้นที่สูงจากผิวโลก และระดับชั้นบรรยากาศผิวโลกที่ใกลพื้นดิน ก๊าซ โอโซนที่เปนสารมลพิษทางอากาศคือก๊าซโอโซนในชั้นบรรยากาศผิวโลก เกิดจากปฏิกิริยาระหวางก๊าซ ออกไซดของไนโตรเจน และสารประกอบอินทรียระเหยง่าย โดยมีแสงแดดเปนตัวเร งปฏิกิริยามี ผลกระทบตอสุขภาพ โดยก่อใหเกิดการระคายเคืองตาและระคายเคืองตอระบบทางเดินหายใจและ เยื่อบุตาง ๆ ความสามารถในการทางานของปอดลดลง เหนื่อยเร็ว โดยเฉพาะในเด็ก คนชรา และคน ที่เปนโรคปอดเรื้อรัง 4. ก๊าซคารบอนมอนอกไซด(CO) เปนก๊าซที่ไมมีสีกลิ่น และรส เกิดจากการเผาไหมที่ ไมสมบูรณของเชื้อเพลิงที่มีคารบอนเปนองค์ประกอบ ก๊าซนี้สามารถสะสมอยูในรางกายไดโดยจะไป รวมตัวกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงไดดีกวาออกซิเจนประมาณ 200 – 250 เทา เมื่อหายใจเข้าไป ทำใหก๊าซชนิดนี้จะไปแยงจับกับฮีโมโกลบินในเลือด เกิดเปนคารบอกซีฮีโมโกลบิน (CoHb) ทำใหการ ลำเลียงออกซิเจนไปสูเซลลตางๆ ของรางกายลดนอยลง สงผลใหรางกายเกิดอาการออนเพลีย และ หัวใจทำงานหนักขึ้น 5. ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด(NO2) เปนก๊าซที่ไมมีสีและกลิ่น ละลายนาไดเล็กนอย มี อยูทั่วไปในธรรมชาติหรือเกิดจากการกระทำของมนุษยเช่น การเผาไหมเชื้อเพลิงตาง ๆ อุตสาหกรรม บางชนิด เปนตน ก๊าซนี้มีผลตอระบบการมองเห็นและผูที่มีอาการหอบหืดหรือโรคเกี่ยวกับทางเดิน หายใจ 6. ก๊าซซัลเฟอรไดออกไซด(SO2) เปนก๊าซที่ไมมีสีหรืออาจมีสีเหลืองออน ๆ มีรสและ กลิ่นที่ระดับความเข้มข้นสูง เกิดจากธรรมชาติและการเผาไหมเชื้อเพลิงที่มีกามะถัน (ซัลเฟอร) เปน สวนประกอบสามารถละลายน้ำไดดีสามารถรวมตัวกับสารมลพิษอื่นแลวก่อตัวเปนอนุภาคฝุนขนาด เล็กไดก๊าซนี้มีผลกระทบโดยตรงตอสุขภาพ ทำใหเกิดการระคายเคืองตอเยื่อบุตา ผิวหนัง และระบบ ทางเดินหายใจหากไดรับเปนเวลานาน ๆ จะทำใหเปนโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังได 5.5 ดัชนีวัดคุณภาพอากาศ ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยแบงเปน 5 ระดับ คือ ตั้งแต0 ถึง 201 ขึ้นไป ซึ่งแตละ ระดับจะใช้สีเปนสัญลักษณเปรียบเทียบระดับของผลกระทบตอสุขภาพอนามัย โดยดัชนีคุณภาพ อากาศ 100 จะมีค่าเทียบเทามาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป หากดัชนีคุณภาพ
อากาศมีค่าสูงเกินกวา 100 แสดงวา ค่าความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศมีค่าเกินมาตรฐานและ คุณภาพอากาศในวันนั้นจะเริ่มมีผลกระทบตอสุขภาพอนามัยของประชาชน AIR QUALITY INDEX (AQI) AQI 0 – 25 คุณภาพอากาศดีมาก AQI 26 – 50 คุณภาพอากาศดีสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งไดตามปกติ AQI 51 – 100 คุณภาพอากาศปานกลาง คนสุขภาพดีสามารถทากิจกรรมกลางแจ้งได ตามปกติแตคนกลุมเสี่ยง ถามีอาการไอ หายใจลาบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการอยู กลางแจ้ง AQI 101 – 200 คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบตอสุขภาพ ควรลดการทากิจกรรม กลางแจ้ง อาจใช้อุปกรณปองกัน เช่น หนากากอนามัย คนกลุม เสี่ยงถามีอาการผิดปกติเช่น แนนหนาอก ปวดหัว คลื่นไสหัวใจเตนไมเปนปกติควรไปพบ แพทย AQI 201 ขึ้นไป คุณภาพของอากาศสงผลกระทบตอสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรม กลางแจ้ง ใช้อุปกรณปองกัน ถามีอาการผิดปกติควรไปพบแพทย
ภาพที่7 เกณฑดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย ที่มา : THAIWARE. (15 ธันวาคม 2563). ฝุน PM 2.5 คืออะไร ยอมาจากคำวาอะไร ? และอันตราย จาก PM 2.5. ออนไลน: https://tips.thaiware.com/1454.html 5.6 แนวทางการลดฝุนควัน 5.6.1 การสรางความตระหนักรูถึงอันตรายของฝุนพิษ PM 2.5 มาตรการระยะสั้น (ภายใน 1 ป) 1) สรางความตระหนักรูถึงอันตรายของฝุนพิษอยางทั่วถึง วิธีปองกันตนเองและ ครอบครัว เปนวิธีที่ตนทุนต่ำสุดเกิดผลประโยชนสูงมาก 2) เพิ่มจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศใหมากขึ้นในทุกพื้นที่เสี่ยงภัยและเชื่อมโยง แอปพลิเคชั่นเพื่อสงข้อมูลเตือนภัยคุณภาพอากาศแบบ Real Time มาตรการระยะกลางและยาว (1 – 3 ป) 1) สงเสริมงานวิจัยเพื่อประเมินผลกระทบจากฝุนละอองตอสุขภาพ 2) สรางความตระหนักรูถึงอันตรายของมลพิษประเภทตาง ๆ ตั้งแตเด็ก 3) ปรับเกณฑมาตรฐานคุณภาพอากาศในทุกมลพิษ รวมถึงฝุนพิษใหเข้มงวดมากขึ้นจาก ปจจุบัน ตัวอยางเช่น ปจจุบันไทยกาหนดมาตรฐานฝุนพิษเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของ PM 2.5 และ PM 10
ที่ 50 และ 120 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร ขณะที่องค์การอนามัยโลก กำหนดมาตรฐานฝุนพิษราย ปPM 2.5 และ PM 10 ที่ 25 และ 50 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร 5.6.2 มาตรการลดการปลอยฝุนพิษจากการเผาไหมของเชื้อเพลิงในรถยนต มาตรการระยะสั้น (ภายใน 1 ป) เครงครัดการตรวจจับควันดา และการดัดแปลงเครื่องยนตในรถทุกชนิด การตอทะเบียน รถยนตใหมทุกครั้งตองเข้มงวดใหมาก เรื่องการตรวจสภาพรถย้ำวาตองทำใหตอเนื่องและจับจริงหาก พบการละเมิด มาตรการระยะกลางและยาว (1 – 3 ป) 1) จำกัดปริมาณรถยนตในบริเวณเขตเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง โดยใช้ระบบโซนนิ่งใคร ตองการขับรถยนตเข้าไปตองเสียค่าผานเข้าเขต 2) เพิ่มประสิทธิภาพระบบขนสงมวลชนดวยราคาที่สมเหตุสมผล 3) ปรับปรุงแผนการขนสงและจราจร ตองทาใหดีขึ้นกวาเดิม 4) เก็บภาษีสิ่งแวดลอมและสุขภาพสำหรับรถยนตใหม นำเงินภาษีสวนนี้มาใช้เพื่อรักษา สิ่งแวดลอมและสุขภาพ 5) เก็บภาษีเพิ่มรถยนตที่มีอายุการใช้งานนานหลายปแบบขั้นบันได รถยิ่งเก่าอัตราภาษี ยิ่งสูง 6) ยกระดับมาตรฐานน้ำมันและไอเสียจากระดับยูโร 4 เปนยูโร 5 หรือยูโร 6 สำหรับ รถยนตขนาดเล็ก 7) เนื ่องจากเครื ่องยนตไอเสียดีเซลถูกพบจากงานวิจัยวาเปนปจจัยหลักที ่ก่อใหเกิด ปญหาฝุนพิษและมลพิษอื่นๆ ดังนั้นควรยกระดับมาตรฐานไอเสียและน้ำมันของเครื่องยนตดีเซลสา หรับรถบรรทุกขนาดใหญจาก ระดับยูโร 3 เปนยูโร 5 มาตรการระยะยาว (ตั้งแต3 ปเปนตนไป) สงเสริมและเตรียมความพรอมในการใช้รถไฟฟา EV โดยลงทุนโครงสรางพื้นฐานรองรับ และปรับลดอัตราการจัดเก็บภาษีรถยนตEV ใหแข่งขันไดกับรถยนตที่ใช้น้ำมันขับเคลื่อน
5.6.3 มาตรการลดฝุนพิษจากการเผามนที่โลงแจ้งในภาคการเกษตร มาตรการระยะสั้น (ภายใน 1 ป) 1) ลดการเผาในที่โลงแจ้ง 2) สรางความตระหนักรูใหกับเกษตรกร 3) ออกมาตรการงดเผาช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธของทุกปทุกพื้นที่ฯลฯ มาตรการระยะกลางและยาว (1 – 3 ป) 1) สงเสริมใหเกษตรกรนาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาทาปุยหมักในทุกพื้นที่พรอม พิจารณาใหเงินช่วยเหลือเกษตรกรตอไร เพื่อชดเชยกับตนทุนที่ตองจ่ายเพิ่มกรณีไมเผา 2) เนื่องจากมลพิษเกิดขึ้นเพราะไมมีตลาดรองรับเหมือนสินค้าทั่วไป ดังนั้นควรจะตอง สงเสริมตลาดใหกับมลพิษ ซึ่งสามารถทาไดโดยการสงเสริมตลาดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มาตรการระยะยาว (ตั้งแต3 ปเปนตนไป) สงเสริมการผลิตไฟฟาโดยใช้ฟางข้าว และเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 5.6.4 มาตรการลดการเผาไหมของเชื้อเพลิงจากกระบวนการผลิตในโรงงาน อุตสาหกรรม มาตรการระยะสั้น (ภายใน 1 ป) เครงครัดการตรวจสอบการปลอยมลพิษ โดยดาเนินการปรับหรือปดโรงงานหากพบวามี การละเมิดไมปฏิบัติตามระเบียบอยางเครงครัด มาตรการระยะกลางและยาว (1 – 3 ป) เรงสงเสริมและยกระดับการผลิตที่เปนมิตรตอสิ่งแวดลอมใหแพรหลายมากขึ้น มาตรการระยะยาว (ตั้งแต3 ปเปนตนไป) สงเสริมเทคโนโลยีการผลิตที่ใช้พลังงานที่สะอาดมากขึ้น เช่น ลดการใช้ถานหินในการ ผลิตไฟฟา เปนตน
5.6.5 มาตรการลดมลพิษจากประเทศเพื่อนบาน มาตรการระยะสั้น (ภายใน 1 ป) ขอความรวมมือและสรางข้อตกลงรวมกันกับประเทศเพื่อนบาน ลดการเผาเศษวัสดุ เหลือใช้ทางการเกษตรในที่โลงแจ้ง มาตรการระยะกลางและยาว (1 – 3 ป) พิจารณาเตรียมศึกษาและนามาตรการกีดกันทางการค้าที่กระทบตอสุขภาพและ สิ่งแวดลอมแบบค่อยเปนค่อยไป หากการขอความรวมมือยังไมเกิดขึ้นในทางปฏิบัติทายสุดที่ขาดไมได คือ การประเมินผลความสัมฤทธิ์ของมาตรการ 5.6.6 มาตรการระดับบุคคล คำแนะนำการปฏิบัติตัว ในช่วงที่เกิดมลพิษทางอากาศสูงเพื่อลดระดับมลพิษทาง อากาศดวยตนเอง 1) หลีกเลี่ยงการใช้เตาเผาฟน การจุดเทียนและธูป เพราะสิ ่งเหลานี้จะทาใหเกิดฝุน ละอองขนาดเล็กและทาใหระดับมลพิษทางอากาศเพิ่มสูงขึ้น 2) งดสูบบุหรี่และผลิตภัณฑยาสูบอื่น ๆ เพราะสิ่งเหลานี้จะเพิ่มมลพิษทางอากาศเช่นกัน อีกทั้งสงผลกระทบอื่นๆ ตอสุขภาพ 3) ลดการเดินทางโดยรถยนตสวนตัว รถจักรยานยนตและยานพาหนะอื่น ๆ ที่ ขับเคลื่อนดวยเครื่องยนตการลดดังกลาว นอกจากจะช่วยปองกันการรับสัมผัสมลพิษของตนเองแลว ยังช่วยลดระดับมลพิษทางอากาศที่สูงอยูแลวและช่วยปองกันผูอื่นดวย 4) ไมเผาใบไมขยะ เศษเหลือจากพืช พลาสติก หรือวัสดุอื่น ๆ การเผาไหมวัสดุเหลานี้ จะเพิ่มระดับมลพิษ ในพื้นที่เปนอยางมาก และจะเปนอันตรายอยางยิ่งโดยเฉพาะในพื้นที่ที่เปนแหลง ทีอยูอาศัย 5) ประหยัดพลังงานโดยการปดไฟและอุปกรณไฟฟาเมื่อไมใช้งาน
คำแนะนำการปฏิบัติตัว ในช่วงที่เกิดมลพิษทางอากาศสูงในระดับที่มีผลกระทบตอ สุขภาพเพื่อลดการรับสัมผัส 1) ติดตามข้อมูลระดับมลพิษทางอากาศในละแวกที่อยูอาศัยของตนเอง และปฏิบัติตาม คำแนะนาจากหนวยงานในพื้นที่และใช้เปนแนวทางในการวางแผนการประกอบกิจกรรมของตนเอง 2) ควรอยูในอาคารใหมากเทาที่จะทาไดทุกคน โดยเฉพาะผูที่มีความเสี่ยง เช่น เด็กและ ผูสูงอายุควรอยูในอาคารใหมากที่สุดเทาที่จะเปนไปไดและอยูหางจากถนนที่มีการจราจรหนาแนน ควรปดประตูและหนาตางเพื่อลดการแทรกซึมของมลพิษทางอากาศจากภายนอก 3) หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ตองใช้กำลังมากหรือใช้กาลังเปนเวลานาน เช่น การออกกำลัง กายหนักกลางแจ้ง 4) รักษาความสะอาดภายในบาน โดยแนะนาใหถูพื้น และเช็ดฝุนดวยผาเปยก เพราะ การกวาดหรือการใช้เครื่องดูดฝุนจะทาใหฝุนละอองขนาดเล็กลอยในอากาศมากขึ้น 5) จัดหองนอนใหสะอาดโดยเฉพาะสาหรับเด็กเล็กหรือผูสูงอายุ ทางเลือกที่ดีคือใช้หอง ที่มีจานวนหนาตางและประตูนอยควรปดหนาตางหองและเปดเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องฟอก อากาศ โดยระบบเครื่องปรับอากาศตองไมดูดอากาศจากภายนอกอาคารเข้ามา และตองมีตัวกรอง อากาศที่เหมาะสม 6) สาหรับเครื่องฟอกอากาศทีมีประสิทธิภาพในการขจัดฝุนละอองขนาดเล็กในอากาศ จำเปนตองมีตัวกรองอากาศแบบ High-efficiency Particulate Arrestance (HEPA) ทีมีอัตราการ กรอง H13 หรือสูงกวา หลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีการกรองอากาศที่ใช้การแตกตัวเปนไอออน (Ionization Filter Technology) เพราะจะสรางก๊าซโอโซนและเพิ่มอันตรายตอสุขภาพ 7) หนากากหรือหนากากกรองอากาศสาหรับกรองอนุภาคขนาดเล็กอาจช่วยไดใน สถานการณเฉพาะ หากจำเปนตองอยูภายนอกอาคารเปนเวลานาน แตไมควรใช้เพื่อปองกัน โดยไมมี มาตรการอื่น ๆ ดวย หนากากควรเปนแบบใช้แลวทิ้ง แนบกระชับกับใบหนา ควรเปลี่ยนเปนประจำ และมีประสิทธิภาพการกรองอยางนอยรอยละ 95 (N-95) หนากากกันฝุนทั่วไปนั้นไมเหมาะสมเพราะ ไมสามารถปองกันอนุภาคขนาดเล็กไดสำคัญที่สุด คือ ควรพบแพทยหรือไปสถานพยาบาล หากรูสึก ไมสบาย
“ถาเราหยุดเผาไดคือ จบ เพราะการเผาไหมเชื้อเพลิงดีเซล และการเผาของเกษตรกร เปนแหลงกาเนิดถึงรอยละ 70 – 80 เราตองเริ่มคิดแลววา ปลาเวลาน้ำเนามันก็ตาย แลวตอนนี้ อากาศเริ่มเนาแลว เราจะเปนอยางไร”
รายละเอียดของหนาจอเครื่องวัดฝุนควัน PM 2.5 ภาพที่8 สวนประกอบมุมดานหนาของเครื่องวัดฝุนละออง PM 2.5 ภาพที่9 สวนประกอบมุมดานขวาของเครื่องวัดฝุนละออง PM 2.5
ภาพที่10 สวนประกอบมุมดานซ้ายของเครื่องวัดฝุนละออง PM 2.5 สวนที่1 การแสดงค่าฝุน PM 2.5 ฝุน PM 2.5 คือ ฝุนละอองที่มีขนาดเล็กกวา 2.5 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร หรือมีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเสนผานศูนยกลางของเสนผมมนุษยฝุนขนาดเล็กจิ๋วนี้เกิดขึ้นจากกิจกรรมหลายชนิด อาทิเช่น การเผาไหมของเครื่องยนตและการก่อสราง ซึ่งเปน 2 สาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ ฝุน PM 2.5 เปนอันตรายตอสุขภาพ เพราะสามารถเดินทางผานทางเดินหายใจสูปอด และกระแสเลือดไดง่าย เพิ่ม โอกาสของโรคหัวใจและโรคเกี ่ยวกับทางเดินหายใจ และตองปองกันดวยการสวมใสหนากากอนามัยที ่ได มาตรฐานปองกันฝุนขนาดเล็กโดยเฉพาะ (การสูดรับเอาฝุนละออง PM 2.5 เข้าไปในระยะเริ่มตนอาจจะแสดง เพียงอาการระคายเคืองจมูก แสบคอ ไอ ไปจนถึงมีเสมหะ แตหากสะสมตอเนื่องเปนเวลานานก็จะกลายเปน สาเหตุของโรคที่รายแรงยิ่งขึ้น อาทิโรคหอบหืด ถุงลมโปงพอง ความดันโลหิตสูง และมะเร็งปอด) ในระดับที่ เริ่มมีผลกระทบตอสุขภาพ หรือเกณฑสีสม (101 – 200 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร) ซึ่งประชาชนกลุมเสี่ยงที่ ควรหลีกเลี่ยงทางเดินหายใจ โรคปอด ที่อยูในพื้นที่ฝุนละออง PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ควรลดระยะเวลาใน การทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใสหนากากปองกันฝุนละออง PM 2.5 ขณะอยูกลางแจ้ง หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย
สวนที่2 การแสดงค่าฝุน PM 1.0 ฝุน PM1.0 คือ ฝุนละอองอนุภาคขนาดเล็กยิ่งกวา PM 2.5 ที่สามารถแทรกซึมเข้าสูผิวของเราจน สรางเปนเซลลรายที่เปนอันตรายตอระบบตาง ๆ ภายในรางกาย “PM 1.0” หรือ Particulate Matter ฝุนละอองที่มีขนาดไมเกิน 1 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร เพราะอนุภาคขนาดเล็กเทานี้จะสามารถซึมทะลุถุง ลมปอดเข้าไปในเสนเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมอง ก่อเปนปจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงตอการเกิดโรคตาง ๆ ให ชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้น และหากสะสมตอเนื่องในระยะยาวก็อาจก่อใหเกิดโรคหัวใจลมเหลว และโรคหลอด เลือดสมอง เปนอันตรายรายแรงตอสุขภาพโดยเฉพาะในเด็กและผูสูงอายุ สวนที่3 การแสดงวันที่และเวลา หนาจอจะแสดงเวลาและวันที่ปจจุบัน หากเครื่องมีปญหา วันที่จะปรากฏเปน 1 January 1970 โดยเมื่อระบบทำการเชื่อมตอแบบสมบูรณจะขึ้นวันที่เปนวันปจจุบัน สวนที่4 การแสดงค่าอุณหภูมิ หนาจอจะแสดงค่าอุณหภูมิโดยรอบบริเวณที่เครื่องติดตั้ง สวนที่5 การแสดงค่าความชื้นสัมพัทธ การแสดงค่าความชื้นโดยรอบบริเวณที่เครื่องติดตั้ง ความชื้น (Humidity) คือ ปริมาณไอน้ำที่มีอยูใน อากาศ ความชื้นของอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยูตลอดเวลา จะมากหรือนอยขึ้นอยูกับความดันและอุณหภูมิ สวนความชื้นสัมพัทธ (Relative Humidity, RH) คือ “อัตราสวนของปริมาณไอน้ำที ่มีอยู จริงในอากาศตอ ปริมาณไอน้ำที่จะทำใหอากาศอิ่มตัว ณ อุณหภูมิเดียวกัน” หรือ “อัตราสวนของความดันไอน้ำที่มีอยูจริงตอ ความดันไอน้ำอิ่มตัว” ซึ่งแสดงในรูปของรอยละ สวนที่6 การแสดงปริมาณของฝุน PM 10 ฝุนละอองขนาดเล็กที่มีเสนผานศูนยกลางไมเกิน 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร มีผลกระทบตอ สุขภาพของมนุษยเนื่องจากเมื่อหายใจเอา PM 10 เข้าไปจะสามารถผานทางเดินหายใจสวนบนเข้าไปสูปอด ไดซึ่งสารโลหะบนผิวของฝุนจะทำลายเซลลปอดและทำใหเกิดมะเร็งปอดไดนอกจากนั้นยังทำใหเกิดการ อักเสบ การระคายเคือง และอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำใหผูที่มีโรคระบบทางเดินหายใจอยูก่อนเกิดการกำเริบได ง่ายและอาจจมีอาการรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต
สวนที่7 การแสดงปริมาณของค่า AQI ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index, AQI) เปนการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศในรูปแบบ ที่ง่ายตอความเข้าใจของประชาชนทั่วไป เพื่อเผยแพรประชาสัมพันธใหสาธารณชนไดรับทราบถึงสถานการณ มลพิษทางอากาศในแตละพื้นที่วาอยูในระดับใด มีผลกระทบตอสุขภาพอนามัยหรือไมดัชนีคุณภาพอากาศ 1 ค่า ใช้เปนตัวแทนค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศ 6 ชนิด อันประกอบไปดวย (1) ฝุนละอองขนาดไมเกิน 2.5 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร (PM 2.5) (2) ฝุนละอองขนาดไมเกิน 10 ไมโครกรัมตอลูกบาศก์เมตร (PM 10) (3) ก๊าซโอโซน (O3) (4) ก๊าซคารบอนมอนอกไซด (CO) (5) ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด (NO2) (6) ก๊าซซัลเฟอรไดออกไซด (SO2) กรมควบคุมมลพิษเปนแหลงข้อมูลและกำหนดมาตรฐาน AQI ของประเทศไทย ซึ่งมีค่าตั้งแต 0 ถึง 201 ขึ้นไป โดยใช้สีในการแบงระดับของผลกระทบตอสุขภาพ ซึ่งหาก AQI เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าสูงกวา 100 จัดเปนระดับที่มีผลกระทบตอสุขภาพ สวนที่8 เสารับสงสัญญาณ WiFi สำหรับเสารับสงสัญญาณจะทำหนาที่เชื่อมตอสัญญาน WiFi ของเครื่องวัดฝุนละออง PM 2.5 เพื่อ สงข้อมูลความเข้มข้นของฝุน สวนที่9 พัดลมดูดอากาศ พัดลมดูดอากาศจะทำหนาที่ในการดูดอากาศจากภายนอกเข้ามาใน เครื่องวัดฝุนละออง PM 2.5 เพื่อตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของฝุน สวนที่10 ปุมปรับค่าอุณหภูมิและความชื้น ปุมปรับค่าอุณหภูมิและความชื้นใช้สำหรับการปรับค่าอุณหภูมิและความชื้น
สวนที่11 ช่องกรองฝุน ช่องกรองฝุนจะทำหนาที่กรองฝุนไมใหเข้าไปในตัวเครื่องวัดฝุน สวนที่12 เซนเซอรวัดอุณหภูมิและความชื้น เซนเซอรวัดอุณหภูมิและความชื้นจะทำหนาที่ในการวัดอุณหภูมิและความชื้นบริเวณรอบตัว เครื่องวัดฝุน
การเชื่อมตอ WiFi กับเครื่องวัดฝุนควัน PM 2.5 (ใช้ไดกับ WiFi 2.4 GHz เทานั้น) (1) ติดตั้งแอฟพลิเคชัน IoT Smartconfig ในสมารทโฟน ดังแสดงในภาพที่ 11 ซึ่งสามารถทำไดทั้ง ระบบปฏิบัติการแบบ iOS และ Android ภาพที่11 แอฟพลิเคชัน IoT Smartconfig (2) เชื่อมตอ WiFi ของสมารทโฟนใหเข้ากับชื่อของ WiFi ที่ตองการใหเครื่องวัดฝุน PM 2.5 เชื่อมตอ (3) เปดแ แลวทำการใสชื่อ WiFi และ Password ใหเหมือนกันกับที่ทำการเชื่อมตอในหัวข้อที่ (2) (4) กดปุม Submit ในจังหวะที่พรอมกับการเสียบสาย USB ของเครื่องวัดฝุน PM 2.5 ใหเข้ากับ Adapter ที่ไดทำการเสียบปลั๊กไวแลว (5) รอประมาณไมเกินระยะเวลา 1 นาทีแลวทำการสังเกตบนหนาจอแสดงผลของแอฟพลิเคชัน IoT Smartconfig จะแจ้งการเชื่อมตอสำเร็จ จากนั้นใหทำการกดปุม OK (6) ทำการถอดสาย USB แลวทำการเสียบกับปลั๊กใหม เพื่อทำการรีบูทเครื่องวัดฝุน PM 2.5 (7) ถาการเชื่อมตอสำเร็จหนาจอแสดงผลของเครื่องวัดฝุน PM 2.5 จะแสดงวัน เดือน เวลา (ปจจุบัน) และ NANOGEN สลับกัน หมายเหตุหากทำการเชื่อมตอไมสำเร็จ ใหทำการสังเกตบรรทัดสุดทายของหนาจอแสดงผลของเครื่องวัดฝุน PM 2.5 วาจะแสดงแตตัวอักษรที่มีชื่อเครื่องหมายการค้าวา “NANOGEN” ใหผูติดตั้งทำซ้ำตั้งแตหัวข้อที่ (3)
หลักการทำงานของเครื่องวัดฝุนควัน 2.5 (1) สถานีวัดความเข้มของฝุนละอองทำการตรวจสอบความหนาแนนของฝุนในเวลาทุก 5 นาที จากนั้นก็จะสงข้อมูลผาน โดยมีโมดูล SIM900A GSM/GPRS Module ทำหนาที่เชื่อมตออินเทอรเน็ต เพื่อสง ข้อมูลไปยังฐานข้อมูล ในงานวิจัยนี้ใช้ฐานข้อมูล MySQL สำหรับเก็บข้อมูล (2) เมื่อผูใช้งานสแกนคิวอารโค้ดบนสมารทโฟน ดังแสดงในภาพที่12 ก็จะสามารถแสดงผลข้อมูลตาม สถานีที่ตองการไดโดยข้อมูลที่แสดงผลมาจากฐานข้อมูล ที่ไดมีการบันทึกไวและในขณะเดียวกันไดมีการ แนะนำการปฏิบัติตนเมื่อความเข้มของฝุนละอองอยูในระดับตาง ๆ (3) เมื ่อผูใช้งานสแกนคิวอารโค้ดบนสมารทโฟนสามารถแสดงผลข้อมูลตามสถานีที ่ตองการได สามารถตรวจสอบค่าฝุนในสถานีที่ผูใช้ทำการเลือกไดดังแสดงในภาพที่ 12 โดยในสวนนี้จะมีสวนประกอบ หลัก 3 สวน คือ สวนที่ 1 แสดงแผนที่จุดติดตั้งของสถานีเครื่องวัดฝุน สวนที่ 2 แสดงสถานีที่ติดตั้งฝุน และ สวนที่ 3 จะแสดงค่าฝุนของแตละสถานีที่เลือกในสวนที่ 2 (4) จากภาพที่ 12 จะแบงออกเปน 3 สวน ประกอบดวย สวนที่ 1 แสดงผลของค่าความเร็วลม ทิศทางลม อุณหภูมิอากาศ ความชื้นสัมพัทธและปริมาณน้ำฝน โดยผูใช้งานสามารถดาวนโหลดไฟล .CSV เพื่อนำข้อมูลไปใช้งาน เพื่อการตอยอดอยางอื่นไดสวนที่ 2 เมื่อคลิกเข้าไปจะแสดงแผนที่ตรวจจุดความรอนดัง แสดงในรูปที่ 1.8 และสวนที่ 3 แสดงค่าดัชนีคุณภาพอากาศ ซึ่งจะนำเอาค่าฝุนที่ไดมาเทียบเพื่อประเมินความ เสี่ยงที่มีผลกระทบตอสุขภาพของประชาชนในกลุมเสี่ยงและประชาชนทั่วไป ภาพที่12 QR Code สำหรับเข้าสูเว็บไซตระบบตรวจวัดฝุนควัน PM 2.5
ภาพที่13 หนาจอแสดงผลผานเว็บไซตของระบบตรวจวัดฝุนควัน PM 2.5 1 2 3
ภาพที่14 หนาจอแสดงผลความเข้มข้นของฝุนผานเว็ปไซต ภาพที่15 หนาจอแสดงผลตรวจจุดความรอน 1 2 3
วิธีการแก้ไขปญหาเบื้องตนเมื่อเครื่องวัดฝุนควัน 2.5 มีปญหา (1) การเช็คสัญญาณ WiFi ที่ใช้ในการเชื่อมตอ (2) หากเครื่องดับไมสามารถเปดไดใหเช็ค Adapter วามีไฟฟาเข้าหรือไม (3) หากไมสามารถแก้ไขดวยตนเองไดสามารถแจ้งผูที่มีสวนเกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งและรับการแก้ไข ซ่อมแซมได วิธีการบำรุงรักษาเครื่องวัดฝุนควัน 2.5 (1) ควรระมัดระวังอยาใหเซนเซอรไดรับการกระแทก (2) ไมควรเก็บไวในที่มีค่าความชื้นสูง (3) ควรทำความสะอาดที่ดูดกรองฝุนอยางนอยสัปดาหละ 1 ครั้ง ผูรับผิดชอบในแตละสถานที่ที่ทำการติดตั้งเครื่องวัดปริมาณฝุนควัน 2.5 จะตองทำความสะอาดแผน กรองกันแมลงและฝุนที่มีขนาดใหญ โดยใช้คัตตอนบัดที่มีการชุบดวยแอลกอฮอลเช็ดทำความสะอาดอยาง สม่ำเสมอ เช่น เดือนละครั้งหรือสังเกตวามีฝุนเกาะในปริมาณมาก เนื่องจากถาหากมีฝุนเกาะมาติดมากเกินไป อาจจะทำใหค่าฝุนที่วัดไดมีความคลาดเคลื่อน
ความรูทั่วไปเกี่ยวกับระบบฟอกอากาศ 1. เครื่องฟอกอากาศคืออะไร เครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier) นั้นจัดวาเปน เครื่องใช้ไฟฟา ชนิดหนึ่ง ที่ใช้หลักการเดียวกับ พัด ลมทั่วไป (Fan) ที่อาศัยชุดพัดลมดูดอากาศ ที่ประกอบไปดวยใบพัด และมอเตอรในการดูดอากาศเข้าไป ภายในตัวเครื่อง และปลอยออกมาดานนอก เพียงแตวา เครื่องฟอกอากาศ นั้นมีการนำเอาระบบการกรอง อากาศ (Air Purification System) ตาง ๆ เสริมเติมเข้าไปนั่นเอง โดยเครื่องฟอกอากาศในแตละรุน และแต ละยี่หอนั้น ก็จะมีเทคโนโลยีการกรองอากาศ หรือฟอกอากาศ ที่แตกตางกันออกไป แตโดยหลัก ๆ แลวจะตอง มีสิ่งที่เรียกวา แผนกรองอากาศ (แตบางเครื่องก็ไมมีแผนกรองอากาศ อยางเช่น เครื่องฟอกอากาศประจุลบ เปนตน) ซึ่งก็จะมีหลายชั้น เพราะแผนกรองอากาศในแตละชั้นนั้น ก็จะมีหนาที่ ที่จะตองคอยดูดซับสิ่งตาง ๆ ที่ลอยอยูในอากาศ และถูกดูดเข้ามาภายในเครื่อง ที่แตกตางกันออกไป อาทิละอองเกสรดอกไมฝุนละออง ขนาดใหญ (PM 10) (10 ไมครอน) ฝุนละอองขนาดเล็ก หรือ ฝุนจิ๋ว (PM 2.5) (ไมครอน) กลิ่นไมพึงประสงค์ สารเคมีเชื้อโรคตางๆ อยาง เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย แตสวนมากจะกรองเชื้อไวรัสไมไดเพราะมีขนาดเล็กมาก (ประมาณ 0.005 – 0.3 ไมครอน) เกินกวาที่แผนกรองอากาศจะสามารถกรองได แตในปจจุบันก็มีเครื่องฟอกอากาศ หลายๆ รุน และยี่หอ ที่มีความสามารถในการกรองเชื้อไวรัสได อยางเช่น เครื่องฟอกอากาศ Atmosphere SKY หรือ Atmosphere MINI จากค่าย Amway ที่ทั้งคู่สามารถ กรองอนุภาคที่ลอยอยูในอากาศไดเล็กสูงสุดถึง 0.0024 ไมครอน ดังนั้นเมื่อดูดเข้ามาแลว จึงสามารถดักจับ ไวรัส ไมใหหลุดลอดกลับออกไปยังภายนอกไดอีกนั่นเอง ภาพที่16 หลักการทำงานของระบบฟอกอากาศ ที่มา : Thanop.com. (26 มกราคม 2564). รูจักเครื่องฟอกอากาศ อยางละเอียดยิบ ในยุคฝุนละออง PM 2.5 ปกคลุมเต็มเมือง. ออนไลน: https://www.thanop.com/air-purifier/#what-is-air-purifier
2. ทำไมถึงตองใช้เครื่องฟอกอากาศ ในในปจจุบันนี้มลภาวะทางอากาศก็เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมฆหมอกที่ปกคลุมทั่วเมืองกลับไมใช่หมอก ยามเช้า เหมือนที่เรารูจักกันดีในอดีต แตกลับกลายเปนฝุนละอองขนาดเล็กมากๆ ที่เข้ามาปกคลุมแทน และที่ สำคัญมันปกคลุมทั้งวันทั้งคืน ไมใช่แค่เฉพาะยามเช้าเทานั้น สำหรับฝุนละอองขนาดเล็กมาก ๆ นี้มีชื่อเรียกยอดฮิตอีกชื่อคือ “ฝุนละอองขนาดเล็ก PM 2.5” นั่นเอง สำหรับสาเหตุที่เรียกมันวา “PM 2.5” ก็เพราะวา ขนาดเสนผาศูนยกลางของมันนั้นเล็กถึง 2.5 ไมครอน (หรือเทียบเทา 0.0025 มิลลิเมตร หรือ 0.00025 เซนติเมตร) ซึ่งหากเปรียบเทียบกันง่ายๆ เลยก็คือ เสนผมคนเรายังมีขนาดเพียงแค่ 50 – 100 ไมครอน แตอันนี้2.5 ไมครอนจะเล็กขนาดไหน และยิ ่งถาสูด หายใจเข้าไปมากๆ ก็จะสงผลอันตรายตอระบบทางเดินหายใจของมนุษยไดดวยเหตุนี้เอง เครื่องฟอกอากาศ ที่กรองฝุน PM 2.5 ไดจึงเปนสิ่งที่จำเปนกับเรามากๆ ถาพักอาศัยอยูในเมืองใหญๆ โดยเครื่องฟอกอากาศสวนมากแลว แผนกรองอากาศ HEPA จะมีคุณสมบัติในการกรองอากาศ เพื่อ ดักจับฝุนละออง หรืออนุภาคที่มีขนาดเล็กตางๆ ไดตั้งแตขนาด 0.3 ไมครอน ขึ้นไป ซึ่งก็หมายความวามัน สามารถที่จะกรองฝุนละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ไดอยางสบายและยิ่งไปกวานั้น ในปจจุบันนี้มีเครื่องฟอก อากาศในบางยี่หอ ที่สามารถกรองฝุนละออง หรืออนุภาคขนาดเล็กตางๆ ไดเล็กกวามาตรฐานของ แผนกรอง อากาศ HEPA ทั่วไปเสียอีก ยกตัวอยางเช่น 3. ประเภทของยี่หอเครื่องฟอกอากาศ ปจจุบันนี้มีเครื่องฟอกอากาศที่จำหนายอยูในบานเราหลายยี่หอเหลือเกิน ซึ่งหลักๆ ก็จะขอจำแนก ประเภทของยี่หอเครื่องฟอกอากาศ ออกมาเปน 2 ประเภทดวยกันคือ แบรนดแบบ OBM (Original Brand Manufacturer) และ OEM (Original Equipment Manufacturer) ลองมาดูความแตกตางกันดานลางนี้เลย ดีกวา 3.1 OBM – Original Brand Manufacturer แบบแรกคือผูผลิตเครื่องฟอกอากาศในรูปแบบ “OBM หรือ Original Brand Manufacturer” เปน แบรนดเครื่องฟอกอากาศที่เจ้าของแบรนดเขาคิดค้นเทคโนโลยีเอง ผลิตเอง ทำการตลาดเอง และขายเอง โดยสวนมากแลวก็จะเปนแบรนดหรือยี่หอ ที่พวกเรารูจักคุ้นหูคุ้นตาในตลาดกันเปนอยางดีอยูแลว อยางเช่น ยี่หอ Sharp/ Hitachi/ Toshiba/ Panasonic/ Honeywell/ Blueair/ Daikin อีกมากมายสวนมากแลว แบ รนดเหลานี้จะมีโรงงานผลิตสินค้าเปนของตัวเอง หรืออาจจะเปนโรงงานอื่นที่ผูกขาดการผลิตอยูกับแบรนดนี้ อยู พูดง่ายๆ ก็คือ ผลิตใหเฉพาะ (Exclusive) แบรนดนี้แบรนดเดียวก็เปนไดครับ
3.2 OEM – Original Equipment Manufacturer แบบที่ 2 คือเครื่องฟอกอากาศรูปแบบ “OEM (Original Equipment Manufacturer)” ซึ่งเครื่อง ฟอกอากาศประเภทนี้ทางเจ้าของแบรนดก็จะไปจ้างผลิตสินค้า กับโรงงานผลิตเครื่องฟอกอากาศที่เขาทำอยู แลวในตางประเทศ โดยสวนมาก แลวก็จะมีโรงงานในประเทศจีน หรือจากเกาหลีใตที่รับทำสินค้าแบบ OEM กันเยอะ โดยเจ้าของแบรนดในเมืองไทยก็จะนำเครื่องฟอกอากาศ มาตีแบรนดสินค้า ที่เปนชื่อที่ตัวเองคิดขึ้นมา ซึ่งเราก็ อาจจะหาแบรนดนี้ไดเฉพาะในประเทศไทยที่นี่ที่เดียวเทานั้น แตในขณะเดียวกัน เราก็อาจจะเห็นสินค้าแบบ เดียวกันนี้ที่มีรูปทรง และฟงก์ชันการใช้งานตางๆ ถูกจำหนายในประเทศอื่น แตคนละยี่หอ หรือคนละสีกันก็ เปนได 4. ขนาดพื้นที่หอง เรื่องนี้สำคัญมากเพราะเราควรจะตองเลือกเครื่องฟอกอากาศ ที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่หองของ เราดวย โดยแตละตัวจะมีสเปคระบุชัดเจนอยูแลววา เครื่องฟอกอากาศเครื่องนี้รองรับพื้นที่กี่ตารางเมตร ซึ่ง แนนอนเราตองคำนวณพื้นที่ของหองเราก่อนที่จะไปซื้อ เพราะถาหองมีขนาดใหญแตเครื่องฟอกอากาศมี ขนาดเล็ก ก็ไมมีประโยชนที่จะนำมาใช้ 5. รูปแบบของการติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ สวนนี้จะพูดถึงเครื่องฟอกอากาศ 4 ประเภท ที่ไดรับความนิยมมากในปจจุบัน เพื่อใหผูอานไดลอง เปรียบเทียบความเหมาะสมกันก่อนจะเลือกซื้อมาใช้งาน 5.1. เครื่องฟอกอากาศตั้งโตะ หรือ เครื่องฟอกอากาศตั้งพื้น (Desktop Air Purifier or Tower Air Purifier) เครื่องฟอกอากาศตั้งโตะ หรือเครื่องฟอกอากาศตั้งพื้น เปน เครื่องฟอกอากาศ ที่ไดรับความนิยม เปนอยางมาก เรียกไดวา นิยมมากที่สุดในบรรดาเครื่องฟอกอากาศ ทั้งหมดเลยก็วาไดเครื่องฟอกอากาศ ประเภทนี้เหมาะกับการใช้ในบานพัก คอนโดมิเนียม และออฟฟศ หรือสำนักงานขนาดเล็ก ในปจจุบันมีให เลือกหลากหลายยี่หอ แตละรุนก็จะมีระบบการทำงาน ขนาด และ รูปทรงของตัวเครื่องฟอกอากาศ ที่แตกตาง กันออกไป โดยเครื่องฟอกอากาศประเภทนี้นั้น จะมีลูกเลน หรือความสามารถ ใหเลือกใช้มากกวา เครื่องฟอก อากาศชนิดอื่นๆ เนื่องจากความนิยมสูง และลักษณะ รูปทรงของตัวเครื่อง ที่ไมใหญ และไมเล็กจนเกินไป จึง สามารถใส ฟงก์ชันเสริมที่เกี่ยวกับการฟอกอากาศ และ ฟงก์ชันเสริมที่ไมเกี่ยวกับการฟอกอากาศ เข้าไปได มากมายกวา เครื่องฟอกอากาศประเภทอื่น ๆ เครื่องฟอกอากาศจะสามารถทำงานไดครอบคลุมก็ตอเมื่อ เลือก
ขนาดของเครื่องใหเหมาะสมกับการใช้งาน นอกจากนี้สิ่งที่ควรคำนึงถึงก็คือ รูปลักษณภายนอกของตัวเครื่อง เนื่องจากตองวางไวในบานพัก หรือสำนักงาน ดังนั้นการใหความสำคัญกับเรื่องการออกแบบก็เปนเรื่องที่หลายครอบครัวคำนึงถึง เพราะเหมือน เปนของตกแตงบานชิ้นหนึ่งที่ขาดไมไดในยุคนี้ไปแลว 5.2. เครื่องฟอกอากาศในรถยนต เครื่องฟอกอากาศในรถยนตเปนเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก ที่สามารถติดตั้งไดหลากหลายรูปแบบ เพื่อการกรองฝุนละออง มลพิษ หรือสารเคมีตางๆ ที่อยูบนทองถนน เพราะมลพิษบนทองถนนเปนเรื่องใกลตัว เพราะสภาพการจราจรที่ติดขัด อากาศในรถก็ไมไดถายเทมากนัก ทำใหเกิดปริมาณฝุนสะสม เครื่องฟอก อากาศในรถยนตจึงเปนอุปกรณเสริมอีกอยางที่ควรมีในยุคนี้ที่จริงในรถบางรุน จะมีไสกรองอากาศอยูที่ช่อง เดินลมของแอรซึ่งคุณภาพก็แตกตางกันไป ในบางรุนจะทำหนาที่กรองฝุนแบบหยาบเทานั้น ตางจากเครื่อง กรองฝุนในรถยนตที่ออกแบบมาเพื่อดักจับฝุนขนาดเล็ก และเชื้อโรคโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังช่วยกรองกลิ่นไม พึงประสงค์ดวย 5.3. เครื่องฟอกอากาศฝงฝาเพดาน (Cassette Type Air Purifier) เครื่องฟอกอากาศฝงฝาเพดาน ลักษณะจะเหมือนกับ แอรฝงฝาเพดาน เปนเครื่องฟอกอากาศ ที่เหมาะกับหอง ขนาดใหญ นิยมใช้ในออฟฟศหรือสำนักงานที่มีคนอยูจำนวนมาก ดวยราคาที่ค่อนข้างสูง แตก็แลกมาดวย ความสามารถที่เหนือกวา เครื่องฟอกอากาศแบบตั้งโตะ หรือตั้งพื้น เพราะการทำงานของเจ้าเครื่องนี้ก็คือ จะ ดูดอากาศเสียเข้าทางดานลาง 1 ทิศทาง และฟอกอากาศบริสุทธิ์ออกจากเครื่อง 4 ทิศทาง หรือ 360 องศา ทำ ใหในหองขนาดใหญมีคุณภาพอากาศที่ดีและกระจายอากาศสะอาดไดอยางทั่วถึง ทั่วทุกมุมหอง เครื่องฟอก อากาศแบบติดเพดาน หรือ เครื่องฟอกอากาศแขวนใตฝาที่มีขายตามทองตลาด ก็จะมีความสามารถหลักๆ คือ ดักจับและยอยสลายฝุนขนาดเล็ก สวนมากจะช่วยกรองเชื้อรา แบคทีเรีย เชื้อไวรัส ลดกลิ่นอับภายในหองได อยูแลว บางรุนเคลมวา แผนกรองสามารถถอดลางไดซึ่งจะตางจากแบบตั้งโตะตรงที่ไมตองเปลี่ยนไสกรอง บอยๆ 5.4. เครื่องฟอกอากาศแบบสวมใส (Wearable Air Purifier) เครื่องฟอกอากาศแบบสวมใส สวนใหญจะมี2 ชนิดคือ เครื่องฟอกอากาศคลองคอ (Neck Strap Air Purifier) และ เครื่องฟอกอากาศหอยคอ (Neck Hanging Air Purifier) ก็ถือเปน แกดเจ็ต (Gadget) นอง ใหม ที่กำลังไดรับความนิยมทั้งในเด็ก และผูใหญ โดยจะทำหนาที่จัดการมลพิษในอากาศ ดวยการปลอยประจุ ลบ (Negative Ion หรือ Anion) ที่จะเข้ามาช่วยทำใหอนุภาค หรือฝุนขนาดเล็กมากๆ ที่ลอยอยูในอากาศจับ กันเปนกลุมก้อน ก่อนที่จะตกลงสูพื้นในที่สุด เนื่องจากมีมวลมากขึ้นนั่นเองไมวาจะเปนฝุนละอองขนาดใหญไป
จนถึงขนาดเล็กอยาง PM 2.5 หรือสารก่อภูมิแพตางๆ เพื่อปกปองเราจากการหายใจรับสิ่งเหลานี้เข้าไปใน รางกาย สวนมากจะดีไซนสวยงาม ใสแลวเหมือนเปนเครื่องประดับชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว ข้อดีของเครื่องฟอก อากาศแบบพกพา ก็คือช่วยฟอกอากาศไดทุกที่ ทุกเวลา ใสติดตัวไดตลอดทั้งวัน เหมาะกับคนที่มีโรคภูมิแพ หรืออยูในบริเวณที่มีผูคนแออัดเปนประจำ การเลือกซื้อควรคำนึงถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ และการ ทำงานที่ไมมีเสียงรบกวน รวมถึงน้ำหนักที่เหมาะสมสำหรับการสวมใส หากซื้อใหเด็กใช้งาน ควรเลือกรุนที่ ออกแบบมาสำหรับเด็กเทานั้น 6. รูปทรงของเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier Shapes) รูปทรงของเครื่องฟอกอากาศ โดยหลักๆ จะมีอยู 2 แบบดวยกันคือ เครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยม และ เครื่องฟอกอากาศทรงกระบอก (หรือทรงกลม) 6.1. เครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยม (Square Shape Air Purifier) สำหรับเครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยม ซึ่งก็อาจจะเปนสี่เหลี่ยมจตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผา หรือแมแต ทรง กึ่งเหลี่ยม ที่อาจจะมีบางสวนโค้งเวา หักมุม ตางๆ ก็เพื่อความสวยงาม จัดวาเปนรูปทรงยอดฮิตของเครื่องฟอก อากาศเลยก็วาไดโดยสวนมากแลวมากแลว เครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยมนั้น อากาศจะไหลเข้าตัวเครื่องใน ทิศทางเดียว (หรืออยางมากก็2 ทิศทาง) ซึ่งเทาที่เห็นสวนมากก็จะเปนดานหลัง หรือดานใตของตัวเครื่อง ในขณะที่ช่องอากาศออกก็มักจะอยู ทางดานข้าง หรือบน ของตัวเครื่อง 6.2. เครื่องฟอกอากาศทรงกระบอก หรือทรงกลม (Cylinder or Round Shape Air Purifier) ข้อไดเปรียบข้อเครื่องฟอกอากาศทรงกระบอก คือ อากาศสามารถที่จะไหลเข้าเครื่องไดจากรอบๆ ตัว แบบทุกทิศทุกทาง (360 องศา) ในขณะที่อากาศออก ก็จะออกทางดานข้าง หรือดานบนของตัวเครื่อง ซึ่ง รูปทรงแบบนี้จะมีมิติในการฟอกอากาศมากกวา เครื่องฟอกอากาศทรงเหลี่ยม 7. ชนิดของแผนกรองอากาศหลัก (Primary Air Filter Types) หัวใจสำคัญที่สุดของเครื่องฟอกอากาศ ก็คือ แผนกรองอากาศ (Air Filter) นั่นเอง โดยสวนมาก เครื่องฟอก อากาศ จะมีแผนกรองอากาศหลักๆ อยูทั้งหมดประมาณ 2 – 3 แผนดวยกัน ถาขึ้นชื่อวาเปนเครื่องฟอกอากาศ ก็จะมีแผนกรองอากาศ ดังตอไปนี้ 7.1 แผนกรองอากาศชั้นตน (Pre Filter) แผนกรองอากาศชนิดนี้บางยี่หออาจเรียกวา แผนกรองหยาบ หรือ แผนกรองชั้นแรก หรือ แผน กรองชั้นนอก (มีหลายชื่อเหลือเกิน แลวแตผูผลิตจะเรียก) โดยตำแหนงของมันจะอยูชั้นนอกสุด โดยลักษณะ
จะเปนแผนตาข่ายขนาดเล็ก ถึงปานกลาง ที่ถูกเย็บแบบถี่ๆ หรือบางรุนบางยี่หอ ก็จะเปน แผนฟองน้ำบางๆ หรือบางรุนบางยี่หอ ก็มีทั้งคู่เลย (ทั้งแผนกรองตาข่าย และแผนฟองน้ำ) มีหนาที่เอาไวกรอง หรือดักจับฝุน ละอองขนาดใหญ เอาไวชั้นนึงก่อนที่จะเข้าไปยังแผนกรองอากาศ HEPA เปนลำดับตอไป โดยสวนมากแลว แผนกรองอากาศชนิดนี้จะสามารถนำมาลางทำความสะอาดไดและถาเปนแผนฟองน้ำ ก็สามารถนำไปซักได เช่นกัน 7.2 แผนกรองอากาศ HEPA (HEPA Filter) แผนกรองอากาศ HEPA (ยอมาจากคำวา “High Efficiency Particulate Air” หรือ “High Efficiency Particulate Absorption“) เปนแผนกรองอากาศประสิทธิภาพสูง ที่มีความสามารถในการกรอง ฝุนขนาดเล็กมากๆ (หรือฝุนละออง PM 2.5) ไดโดยมาตรฐานของ แผนกรองอากาศ HEPA* นั้น โดยทั่วไปจะ กำหนดใหมีความสามารถในการกรองอนุภาคตางๆ ไดเล็กสุดถึง 0.3 ไมครอน 99.97% นั่นหมายความวา นอกจากที่มันจะสามารถกรองฝุนละอองขนาดเล็ก PM 2.5 (ขนาด 2.5 ไมครอน) ไดแลว มันยังสามารถกรอง อนุภาคขนาดเล็กอยางเชื้อรา, เชื้อแบคทีเรีย, ละอองเกสรดอกไม, รวมไปถึง มลพิษตางๆ ที่ลอยอยูในอากาศ ไดเปนอยางดีอีกดวยเช่นกัน หมายเหตุ* : ตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมเครื่องกลแหงประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Society of Mechanical Engineers – ASME) และ กระทรวงพลังงานของประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Department of Energy – US.DOE) วิธีการสังเกตง่ายๆ คือ จะเปนแผนที่มีรองลึกๆ อยูลักษณะเปน ขุยๆ หนอย โดยสวนมากแลวทางผูผลิตจะไมแนะนำใหลางทำความสะอาดดวยน้ำ เพราะจะทำใหแผนกรอง เปอย และเสื่อมสภาพไดเร็วขึ้น แตก็มีสวนนอยที่ยอมใหนำไปลางน้ำได(แตก็หามใช้ผงซักฟอก หรือน้ำยาทำ ความสะอาดใดๆ อยูดี) 7.2.1 ชนิดของแผนกรองอากาศ HEPA อยางที่ไดกลาวไปเมื่อข้างตนวา เงื่อนไข หรือสเปคของแผนกรองอากาศ ที่ขึ้นชื่อวาเปน แผน กรองอากาศ HEPA ไดนั้น จะตองมีความสามารถในการกรองฝุนละเอียด ที่มีขนาดที่ใหญกวา 0.3 ไมครอน แตอันที่จริงแลว แผนกรองอากาศ HEPA นั้น มันก็ยังมีรายละเอียด ปลีกยอยอีกมากมาย โดยทางสหภาพยุโรป (European Union) ไดมีการจำแนกคลาสของแผนกรองอากาศ HEPA ในมาตรฐานยุโรป (European Standard) อยาง EN 1822:2009 ยอยลงไปอีกกวา 8 คลาสดวยกันเลยทีเดียว ประกอบไปดวย E10 Class : ปองกันฝุนได85% (ฝุนมีโอกาสหลุดลอดผานออกไปได15%) E11 Class : ปองกันฝุนได95% (ฝุนมีโอกาสหลุดลอดผานออกไปได5%) E12 Class : ปองกันฝุนได99.5% (ฝุนมีโอกาสหลุดลอดผานออกไปได0.5%)
H13 Class : ปองกันฝุนได99.95% (ฝุนมีโอกาสหลุดลอดผานออกไปได0.05%) H14 Class : ปองกันฝุนได99.995% (ฝุนมีโอกาสหลุดลอดผานออกไปได0.005%) U15 Class : ปองกันฝุนได99.9995% (ฝุนมีโอกาสหลุดลอดผานออกไปได0.0005%) U16 Class : ปองกันฝุนได99.99995% (ฝุนมีโอกาสหลุดลอดผานออกไปได0.00005%) U17 Class : ปองกันฝุนได99.999995% (ฝุนมีโอกาสหลุดลอดผานออกไปได0.000005%) 7.2.2 การดูแลรักษาแผนกรองอากาศ HEPA เนื่องจากแผนกรองอากาศ HEPA ทำมาจากเสนใยไฟเบอรกลาส ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการซักลาง ดวยผงซักฟอก หรือน้ำยาใด ๆเพราะมันอาจจะเข้าไปกัดกรอนเสนใยไฟเบอรกลาส หรือสวนประกอบภายใน อื่นๆ ของแผนกรองไดทางที่ดีควรใช้วิธีการดูดฝุน หรือใช้แปรงทำความสะอาดในการปดฝุนที่อยูในรองให ออกมา ตามดวยการเคาะเบาๆ ใหฝุนหลุดออกมาจากตัวแผนกรอง จะดีกวาและถาหากเครื่องใช้ไฟฟานั้น ถูก ใช้งานอยางสม่ำเสมอ ควรจะเปลี่ยนแผนกรองอากาศ HEPA ทุกๆ 1-2 ปเพื่อใหการกรองอากาศเกิด ประสิทธิภาพสูงที่สุด อุปกรณดานลางคืออุปกรณที่ใช้แผนกรองอากาศ HEPA ในกระบวนการกรองอากาศ ก่อนถูกปลอยออกจากเครื่องใหบริสุทธิ์ภาพดานบนนี้เปนอีกตัวอยางของ แผนกรองอากาศ HEPA ของ เครื่อง ฟอกอากาศ Atmosphere SKY จาก Amway ที่ทางผูผลิตเขาไดใสตัวแผนกรองอากาศทบกันไปมาหลายชั้น เอามากๆ ซึ่งถาหากคลี่ หรือกางออกมาดูจะมีความยาวมากถึง 9.44 เมตร กันเลยทีเดียว ในขณะที่ เครื่อง ฟอกอากาศ Atmosphere MINI ที่เปนรุนเล็ก ก็จะมีความยาว 4.5 เมตร เมื่อคลี่ออกมา เห็นแบบนี้ถือวาหนา พอสมควรกันเลยทีเดียว 7.3 แผนกรองคารบอน หรือ แผ นกรองกลิ ่นไม พึงประสงค์(Carbon Filter หรือ Deodorizing Filter) แผนกรองคารบอน หรือ แผนกรองกลิ่น มีหนาที่ใช้กรองกลิ่นไมพึงประสงค์ตางๆ ไมวาจะเปน กลิ่น ควันบุหรี่ กลิ่นอาหาร กลิ่นของก๊าซไข่เนา (กลิ่นตด) รวมไปถึงการกรอง สารฟอลมาลดีไฮดสารประกอบ อินทรียระเหยง่าย (VOCs ยอมาจากคำวา “Volatile Organic Compounds“) อยางเช่นกลิ่นสีกลิ่นย้ำยา ยอมผอม น้ำยาทาเล็บ ของคุณสุภาพสตรีการกรองก๊าซ กรองสารเคมีตางๆ ก็มีคุณสมบัติอีกดวยเช่นกัน สำหรับวิธีการสังเกตง่ายๆ ของแผนกรองอากาศชนิดนี้คือ คือสีของแผนกรอง จะเปนสีเข้มๆ ดำๆ หนอย เพราะมันมีสวนผสมของ “ถาน (Carbon)” นั่นเอง บางทีเอาแผนกรองชนิดนี้มาเขยาๆ อาจไดยินเสียงเม็ด ถ านกัมมันต (Activated Charcoal หรือ Activated Carbon) อยู ข้างในก็ได(อันนี้แลวแตผูผลิตจะทำ
ออกมา)m ขอเสริมเกร็ดเล็กเกร็ดนอย ในสวนของรูพรุนของเม็ดถานกัมมันตนิดนึงวา ถายิ่งมีความพรุนมากก็ จะมีความสามารถในการดักจับกลิ่นไมพึงประสงค์หรือสารเคมีตางๆ ไดมากเปนเงาตามตัวเช่นกัน ยกตัวอยาง เช่น เครื่องฟอกอากาศ Atmosphere ที่มีรูพรุนมาก และมีปริมาณของถานกัมมันตมากถึง 1,020 กรัม ในรุน SKY และ 340 กรัม ในรุน MINI เปนตน 7.4 แผนกรองอากาศแบบออลอินวัน – รวมทั้งหมด (All-in-One Air Filter) แผนกรองอากาศแบบออลอินวัน หรือ แผนกรองอากาศแบบรวมทั้งหมด สวนมากจะเห็นไดใน เครื่องฟอกอากาศที่มีราคาถูกหนอย หรือไมก็เครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดของตัวเครื่องไมใหญมาก อยางเช่น เครื่องฟอกอากาศในรถยนต(Car Air Purifier) หรือเครื่องฟอกอากาศในบานที่รองรับพื้นที่ไดนอยๆ แบบไม เกิน 25 ตารางเมตร เปนตน โดยโครงสรางของแผนกรองอากาศแบบออลอินวันนั้น จะเปนการรวมแผนกรอง ทั้งหมดเข้าไวในแผนเดียวกัน ไมวาจะเปน (1) แผนกรองอากาศชั้นตน (2) แผนกรองอากาศ HEPA (3) แผน กรองคารบอน หรือแมแต แผนกรองอื่นๆ (ถามี) ซึ่งทางผูผลิตก็จะจัดเรียงลำดับชั้นของการกรองอากาศให แบบเสร็จสรรพ เพื่อความสะดวกสบายในการติดตั้งใช้งาน รวมไปถึง ง่ายตอการดูแลรักษา และจัดจำหนาย ของทางผูผลิตเช่นกัน 8. การดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศ (Air Purifier Maintenance) การดูแลเครื่องฟอกอากาศสวนมาก ถาเปนเครื่องฟอกอากาศธรรมดาทั่วไป ก็จะเปนการทำความ สะอาด แผนกรองอากาศ เสียมากกวา แตสำหรับเครื่องฟอกอากาศที่มีฟงก์ชันเสริมที่ไมเกี่ยวกับการฟอก อากาศ (Nonpurifying Functions) ก็อาจจะมีการดูแลรักษาเพิ่มเติมอีกสักเล็กนอย ลองดูจากตารางดานลาง นี้เลย ตารางที่2 การดูแลรักษาเครื่องฟอกอากาศ ประเภท การทำความสะอาด รอบการทำความ สะอาด โดยเฉลี่ย การเปลี่ยน แผนกรองอากาศชั้นตน (Pre-Filter) ใช้น้ำสะอาดลาง และผาเช็ดใหแหง 1 – 2 เดือน ไมจำเปนตองเปลี่ยน (ถาตาข่าย หรือแผน ฟองน้ำ ไมขาด)
ประเภท การทำความสะอาด รอบการทำความ สะอาด โดยเฉลี่ย การเปลี่ยน แผนกรองอากาศ HEPA (HEPA Filter) นำมาดูดฝุนหรือแปรง ปดตามรองของมัน แลว เคาะ ๆ เพื่อใหเศษฝุน ละอองที่เกาะอยูหลุด ออกไป ขณะที่บางรุน บางยี่หอ สามารถนำมา แช่น้ำเปลาทิ้งไวได ประมาณ 4 – 5 ชั่วโมง และนำมาตากแดดให แหง (ตองอานคำแนะนำดีๆ) (หามใช้สบู หรือ น้ำยา ทำความสะอาดใด ๆ มา ลาง มิเช่นนั้น แผนกรอง ฯ จะเปอย และ เสื่อมสภาพเร็ว) 4 – 6 เดือน เปลี่ยนทุก ๆ 1-3 ป ขึ้นอยูกับระยะเวลาการ ใช้งาน และสถานที่ตั้ง ของเครื่องฟอกอากาศ แผนกรองคารบอน (Carbon Filter) นำมาเคาะ ๆ แปรงปด ฝุนมาปด หรือ เครื่องดูด ฝุน มาดูด (หามใช้นำลางเด็ดขาด !) 4 – 6 เดือน เปลี่ยนทุก ๆ 1 – 3 ป ขึ้นอยูกับระยะเวลาการ ใช้งาน และสถานที่ตั้ง ของเครื่องฟอกอากาศ แผนกรองอากาศแบบ ออลอินวัน (All-in-One Air Filter) เปลี่ยนทุก ๆ 1 – 2 ปขึ้นอยูกับระยะเวลาการใช้งาน และสถานที่ตั้งของเครื่อง ฟอกอากาศ (ในระหวาง 1 – 2 เดือน อาจนำมาทำความสะอาดไดดวยการ ใช้เครื่องดูดฝุน ดูดที่ตัวแผนกรองฯ หรือ เคาะตบเบาๆ กับมือตัวเอง ใหฝุนคลุง ซึ่งควรทำ ภายนอกอาคาร แตหามใช้นำลางเด็ดขาด !) ถังน้ำ เติมน้ำสะอาดใหเต็มถัง 3 – 7 วัน ไมจำเปนตองเปลี่ยน
ประเภท การทำความสะอาด รอบการทำความ สะอาด โดยเฉลี่ย การเปลี่ยน (Water Tank) (สำหรับเครื่องฟอก อากาศที่มีระบบเพิ่ม ความชื้นในอากาศ) เทน้ำในถังทิ้ง (สำหรับเครื่องฟอก อากาศที่มระบบดูด ความชื้นในอากาศ) ลางคราบสกปรกในถัง น้ำ (ขึ้นอยูกับปริมาณ ความชื้นในอากาศ) (ถาถังน้ำไมไดชำรุด) แผนกาวดักจับยุง (Glue Sheet) ตองเปลี่ยนทุก ๆ 1 – 2 เดือน ขึ้นอยูกับปริมาณยุง ที่ติดอยูที่ตัวแผนกาว ที่มา : Thanop.com. (26 มกราคม 2564). รูจักเครื่องฟอกอากาศ อยางละเอียดยิบ ในยุคฝุนละออง PM 2.5 ปกคลุมเต็มเมือง. ออนไลน: https://www.thanop.com/air-purifier/#what-is-air-purifier