การเกบ็เมลด็ พนธุ ไอวใยชใา นงครงวเรา ือยน
กลมุ พฒนาแมบานเกษตรกร และเคหกิจเกษตร กองพฒนาเกษตรกร
กรมสง เสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ
เอกสารคาแนะนา
เร่อื ง การเก็บเมล็ดพันธุ์ไวใ้ ช้ในครวั เรือนอยา่ งงา่ ย
กลุ่มพฒั นาแม่บ้านเกษตรกรและเคหกจิ เกษตร
กองพฒั นาเกษตรกร กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
ปี 2564
คำ�นำ�
การเก็บเมล็ดพันธ์ุไว้ใช้ในครัวเรือนเป็นส่ิงจาเป็นสาหรับเกษตรกร
เนื่องจากเมล็ดพันธ์ุเป็นต้นทุนของการผลิตที่สาคัญ โดยการเก็บเมล็ดพันธุ์
ไว้ใช้เองน้ันจะต้องคำ�นึงถึงระยะเวลาในการเก็บเก่ียว ซึ่งพืชแต่ละชนิดแต่ละ
พนั ธมุ์ รี ะยะเวลาในการเกบ็ เกยี่ วและการทาความสะอาดเมลด็ พนั ธท์ุ เ่ี หมาะสม
แตกต่างกนั เพอ่ื ให้ได้เมล็ดพันธุ์ ทมี่ คี ณุ ภาพดี มคี วามงอกสูง นอกจากนีก้ าร
เกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธถ์ุ อื เปน็ อกี หนงึ่ ความสาคญั ในการรกั ษาคณุ ภาพ ของเมลด็
พนั ธไ์ุ วไ้ ดน้ าน ซง่ึ การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธทุ์ ด่ี นี น้ั จะตอ้ งมกี ารลดความชน้ื อยา่ ง
เหมาะสม เพอื่ ควบคมุ คณุ ภาพของเมลด็ พนั ธใุ์ หม้ คี วามงอกสงู ภายใตร้ ะยะเวลา
การเกบ็ รกั ษาทย่ี าวนาน การเกบ็ เมลด็ พนั ธท์ุ มี่ คี ณุ ภาพดจี ะทาใหไ้ ดผ้ ลผลติ ทม่ี ี
คณุ ภาพ และเปน็ การลดตน้ ทนุ การผลติ ได้ และการเกบ็ เมลด็ พนั ธคุ์ ณุ ภาพดยี งั
ชว่ ยให้พชื มคี วามแข็งแรงทนต่อสภาพแวดลอ้ มไดด้ ีอีกดว้ ย
กรมสง่ เสรมิ การเกษตร จงึ ไดจ้ ดั ท�ำ เอกสารคาแนะนาเรอื่ งการเกบ็ เมลด็
พันธ์ุไว้ใช้ในครัวเรือนอย่างง่าย เพ่ือเป็นแนวทางในการดำ�เนินงานส่งเสริม
ความมน่ั คงดา้ นอาหารในระดบั ชมุ ชน และเผยแพรค่ วามรู้ เรอื่ ง การเกบ็ เมลด็
พนั ธไ์ุ วใ้ ชใ้ นครวั เรอื นอยา่ งงา่ ย มขี นั้ ตอนไมย่ งุ่ ยากซบั ซอ้ น ซงึ่ จะเปน็ ประโยชน์
ตอ่ เกษตรกร เจา้ หนา้ ทหี่ รอื ผทู้ สี่ นใจไดน้ �ำ ความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์
ตอ่ การพัฒนาภาคเกษตรตอ่ ไป
กลุม่ พฒั นาแม่บ้านเกษตรกรและเคหกจิ เกษตร
กองพัฒนาเกษตรกร กรมส่งเสรมิ การเกษตร
2564
สารบัญ หน้า
6
บทท่ี 1 บทน�ำ 9
1.1 ความหมายของการเกบ็ เมลด็ พันธุไ์ ว้ใชใ้ นครวั เรือน
1.2 ประโยชน์ของการเก็บเมลด็ พนั ธุไ์ วใ้ ชใ้ นครวั เรอื น 10
บทที่ 2 การเกบ็ เมลด็ พนั ธ์ุ 20
2.1 หลกั การในการเก็บเก่ียวเมลด็ พันธ์ุ 24
2.2 การคัดเลอื กคุณภาพของเมล็ดพันธทุ์ ด่ี ี 26
2.3 การเกบ็ รกั ษาเมล็ดพันธุ ์
2.4 การตรวจสอบคณุ ภาพเมลด็ พนั ธ์เุ บ้ืองตน้ 36
บทท่ี 3 การเกบ็ รักษาเมลด็ พนั ธ์ุ 39
3.1 ปจั จัยท่ีมีผลตอ่ การเก็บรกั ษาเมลด็ พนั ธุ์ 40
3.2 วิธีการเก็บรกั ษาเมลด็ พันธุ์ 40
3.3 ข้ันตอนการเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธ์ุ
3.4 ภาชนะทใ่ี ช้ในการบรรจ ุ
สารบัญ
บทที่ 4 ตวั อยา่ งวธิ กี ารเก็บเมลด็ พันธุ์ หน้า
ตอนที่ 4.1 กลุ่มเมลด็ แห้ง 42
บวบ 46
ถว่ั ฝกั ยาว 48
กระเจ๊ียบเขียว 50
ถั่วพ ู 52
ผักช ี 54
ผกั บุง้ 56
กะเพรา 58
ตอนที่ 4.2 กลุม่ เมล็ดเปียก 60
แตงกวา 64
ฟักเขยี ว 66
แตงไทย 68
พรกิ 70
ฟักทอง 72
มะละกอ 74
มะเขือเทศ 76
เอกสารอา้ งองิ 78
ทปี่ รึกษาและคณะผจู้ ัดทา 79
ภาพ : TUAN-ANH-TRAN-on-Unsplash
บทท่ี 1 บทนำ�
1.1 ความหมายของการเก็บเมลด็ พันธุ์ไว้ใช้ในครวั เรือน
การเก็บเมล็ดพันธ์ุไว้ใช้ในครัวเรือน คือ การเก็บรักษาหรือเก็บสำ�รอง
เมล็ดพันธุ์เพ่ือใช้ในการเพาะปลูก การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ต้องเก็บให้พ้นจาก
นก หนู และแมลงตา่ ง ๆ และมเี ก็บอย่างถกู วิธเี พือ่ ให้เมลด็ พนั ธุ์มีความสมบูรณ์
มีอัตราการงอกและความแข็งแรงเป็นสาคัญ โดยเมล็ดพันธ์ุแบ่งออกเป็น 4 ช้ัน
ตามลำ�ดับ ดงั น้ี
6 การเกบ็ เมล็ดพันธุ์ไวใ้ ช้ในครัวเรือนอยา่ งง่าย
การเกบ็ เมล็ดพันธุ์ไวใ้ ช้ในครวั เรือนอย่างงา่ ย 7
1) เมลด็ พนั ธค์ุ ดั (Breeder Seed) เปน็
เมลด็ พนั ธท์ุ น่ี กั ปรบั ปรงุ พนั ธไุ์ ดม้ าจากกระบวนการ
ปรับปรงุ พนั ธ์ุ มีลกั ษณะและคณุ สมบตั ิต่าง ๆ ตรง
ตามความตอ้ งการทน่ี กั ปรบั ปรงุ พนั ธก์ุ �ำ หนด ซงึ่ นกั
ปรบั ปรุงพันธ์ุ จะเป็นผู้ควบคุมก�ำ กับดูแลการผลิต
เมล็ดพันธ์ุคัดอย่างละเอียดทุกข้ันตอน และเมล็ด
พนั ธุ์คัดใช้เพอื่ การผลติ เมล็ดพนั ธ์ุหลกั เท่านั้น
2) เมลด็ พนั ธห์ุ ลกั (Foundation Seed)
เปน็ เมลด็ พนั ธท์ุ ไ่ี ดจ้ ากการน�ำ เมลด็ พนั ธคุ์ ดั มาปลกู
เพ่ือรักษาความบริสุทธิ์และลักษณะประจำ�พันธ์ุ
ของพืชนัน้ ๆ ไว้
3) เมลด็ พนั ธข์ุ ยาย (Registered Seed)
เปน็ เมลด็ พนั ธไ์ุ ดจ้ ากการน�ำ เมลด็ พนั ธหุ์ ลกั ไปปลกู
ภายใต้คำ�แนะนำ� ของนักวิชาการ ซ่ึงเกษตรกร
ผู้ผลิตเมล็ดพันธ์ุขยายจะเป็นผู้จัดการ และดูแล
แปลงผลิตเมล็ดพันธ์ุ ภายใต้คำ�แนะนำ�ของนัก
วิชาการดังกล่าว โดยท่ีนักวิชาการไม่ได้เป็น
ผู้จัดการและดูแลแปลงด้วยตนเอง แต่เป็น
ผตู้ รวจสอบ และรบั รองการผลติ เมลด็ พนั ธด์ุ งั กลา่ ว
4) เมล็ดพันธุ์จำ�หน่าย (Certified
Seed) เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากการนำ�เมล็ดพันธุ์
ขยายไปปลกู ตอ่ และเมลด็ พนั ธจ์ุ �ำ หนา่ ยทไี่ ดจ้ ะเปน็
เมล็ดพันธ์ุสำ�หรับทาพันธุ์ของเกษตรกรโดยทั่วไป
บางกรณีเมล็ดพันธ์ุจำ�หน่ายอาจได้จากการนำ�
เมล็ดพนั ธ์ุหลกั มาปลูกตอ่ ก็ได้
ภาพ : biothai
ภาพ : yzyozb
ดังน้ัน การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ในครัวเรือนจึงเป็นส่ิงจำ�เป็นสำ�หรับ
เกษตรกร โดยพชื แตล่ ะชนดิ แตล่ ะพันธุ์ จะมีระยะเวลาในการเกบ็ เกย่ี วทเ่ี หมาะสม
แตกต่างกัน เพ่อื รกั ษาคุณภาพของเมลด็ พนั ธุ์ การลดความช้ืน และการทำ�ความ
สะอาดเมล็ด ตลอดจนการควบคุมคุณภาพของเมล็ดพันธ์ุให้มีอัตราการงอกสูง
หากใช้เมล็ดพันธุ์ ท่ีไม่มีคุณภาพ ย่อมส่งผลต่อต้นทุนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการ
เสียเวลา เสียแรงงานในการปลูกและอาจทำ�ให้ปลูก ได้ล่าช้า รวมท้ังส่งผลให้
ผลผลิตท่ีได้ไม่มีคุณภาพและผลผลิตตำ่� ตลอดจนจำ�เป็นต้องลงทุนค่าเมล็ดพันธุ์
เพิ่มมากข้ึน เน่ืองจากต้องใช้อัตราปลูกสูงกว่าปกติ เมื่อคุณภาพของผลผลิตไม่ดี
กย็ ่อมเป็นแหลง่ สะสมของโรคและแมลง
8 การเก็บเมลด็ พันธไ์ุ วใ้ ชใ้ นครวั เรอื นอยา่ งงา่ ย
การเก็บเมลด็ พนั ธุไ์ วใ้ ชใ้ นครวั เรือนอย่างง่าย 9
1 .2 ป ระโยชนข์ องการเกบ็ เมล็ดพนั ธุ์ไวใ้ ชใ้ นครวั เรือน
1) เกดิ ความปลอดภยั ตอ่ ผผู้ ลติ และผบู้ รโิ ภค เนอ่ื งจากพนั ธผุ์ กั
มีความทนทานต่อโรคและศัตรูพืชในท้องถ่ินน้ัน จึงไม่ต้องใช้สารเคมี
ในการเพาะปลูกและดแู ล
2) ชว่ ยลดตน้ ทนุ ในการซ้ือเมล็ดพนั ธ์ุ และลดการใช้สาร
กำ�จดั ศตั รูพืชได้มากขึ้น
3) เป็นการรักษาพันธุ์แท้ไว้ในระบบการเกษตร เพ่ือให้เกิด
ความหลากหลายทางชีวภาพ
4) เปน็ การสรา้ งความมนั่ คงดา้ นอาหาร โดยการเกบ็ ส�ำ รอง
เมลด็ พันธ์ุ
บทที่ 2 การเกบ็ เมล็ดพนั ธ์ุ
2.1 หลักการในการเกบ็ เกย่ี วเมลด็ พนั ธ์ุ
2.1.1 ความหมายของการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์
การเกบ็ เกยี่ วเมลด็ พนั ธ์ุ (Seed harvesting) หมายถงึ การตดั เกยี่ ว
ตน้ รวง หรอื ฝักออกจากแปลงปลูกแลว้ แยกเฉพาะเมล็ดพันธอุ์ อกมา
เป้าหมายหลกั ท่ีสาคัญกค็ อื เพือ่ ให้ได้เมลด็ พนั ธทุ์ ี่มคี ณุ ภาพดี
2.1.2 ปจั จัยท่ีตอ้ งค�ำ นงึ ถงึ ในการเก็บเกยี่ ว
เมล็ดพันธ์ุที่เก็บเกี่ยวมาได้แล้วน้ัน จะมีคุณภาพดีหรือไม่มากน้อย
เพยี งใด ขนึ้ อยู่กับปจั จยั ตา่ ง ๆ ดังน้ี คอื
10 การเก็บเมล็ดพนั ธุไ์ วใ้ ช้ในครัวเรอื นอยา่ งงา่ ย
การเกบ็ เมล็ดพนั ธ์ไุ ว้ใช้ในครวั เรอื นอยา่ งง่าย 11
1) อุณหภมู แิ ละฤดูกาล
สภาพภมู ิอากาศมผี ลโดยตรงต่อการก�ำ หนดอายุการเก็บเกยี่ ว และ
คณุ ภาพของเมลด็ พนั ธุ์ การก�ำ หนดวนั เพาะปลกู ทเี่ หมาะสมโดยค�ำ นงึ ถงึ ระยะเวลา
ทพี่ ชื ไดเ้ จรญิ เตบิ โต อายกุ ารสกุ แก่ ระยะเวลาการเกบ็ เกยี่ ว เพอ่ื ใหพ้ ชื ทปี่ ลกู เจรญิ
เติบโตได้ดี และเม่ือเข้าสู่ระยะเวลาการเก็บเก่ียว สภาพภูมิอากาศเอ้ืออำ�นวย
ต่อการเก็บเก่ียว เช่น การเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนและเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูหนาว
ความชน้ื ในอากาศชว่ งฤดหู นาวตำ่� ชว่ ยลดความชนื้ ของเมลด็ พันธ์ุไดด้ ี
2) พันธ์ุพชื ลักษณะการสกุ แก่ และการรว่ งหลน่
พืชแต่ละชนิดมีลักษณะการสุกแก่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ
วิธีการเก็บเกี่ยว ในกรณีพืชท่ีมีลักษณะการออกดอกพร้อมกันหรือ ไม่ทอดยอด
การสุกแก่ของผลผลิตจะเกิดข้ึนพร้อมกัน สามารถเก็บเก่ียวได้โดยการ
ใชแ้ รงงานและเครอ่ื งจกั ร แตถ่ า้ หากพชื ทป่ี ลกู มลี กั ษณะการออกดอกไมพ่ รอ้ มกนั
หรอื ทอดยอด การสกุ แกข่ องผลผลติ จะเกดิ ขนึ้ ไมพ่ รอ้ มกนั การเกบ็ เกยี่ วไมค่ วรใช้
เครอื่ งจกั ร เนอื่ งจากจะมกี ารสญู เสยี ผลผลติ เพราะความไมส่ ม�ำ่ เสมอของการสกุ แก่
3) ความช้ืนของเมล็ด (Seed moisture content)
ความช้ืนของเมล็ดพันธ์ุน้ันจะมีค่าสูงมากในระยะการสุกแก่ทาง
สรีรวิทยา (Physiological maturity) ซึ่งเป็นอุปสรรคท่ีทำ�ให้ไม่สามารถ
เก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์ได้ ทั้ง ๆ ท่ีในระยะนี้เมล็ดพันธุ์มีความสมบูรณ์สูงสุดท้ังใน
ดา้ นทางโครงสร้าง องคป์ ระกอบทางเคมี ความมีชีวติ ความแขง็ แรงตลอดจนการ
สะสมน�้ำ หนักแห้ง ดังน้ัน ในทางปฏิบัติจึงมักจะรอให้เมล็ดพันธ์ุมีความช้ืนลดลง
เสียก่อน โดยเฉพาะเม่ือมีการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธ์ุด้วยเครื่องจักร (Mechanical
harvesting) ซ่ึงเราเรียกระยะที่เก็บเก่ียวเมล็ดพันธุ์น้ีว่าระยะการสุกแก่สาหรับ
เกบ็ เก่ียว (Harvesting maturity)
นอกจากน้ี ถา้ เมลด็ มคี วามชนื้ สงู มาก เมอื่ เกบ็ เกยี่ วมาแลว้ กจ็ ะมผี ล
เสยี ในการปรับปรุงเมล็ดพนั ธุเ์ พราะต้องเสยี เวลานานในการตากเมลด็ และเมลด็
มีอายกุ ารเกบ็ รกั ษาสน้ั
แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ถา้ เมล็ดมคี วามช้นื ต่ำ�มากกอ่ นทีจ่ ะเกบ็ เกยี่ ว ก็จะ
เปน็ ผลเสยี ในการเกบ็ เกยี่ วมากเชน่ เดยี วกนั เพราะเมลด็ จะหลดุ รว่ งสญู เสยี ทงิ้ ไป
มากในไร่ และแตกรา้ วไดง้ า่ ยในระหวา่ งการเกบ็ เกยี่ วโดยเฉพาะเมอ่ื มกี ารเกบ็ เกยี่ ว
เมลด็ พันธ์ุดว้ ยเครือ่ งจกั ร
ดังน้ัน ในการเก็บเกยี่ วเมล็ดพันธุ์ ต้องรอให้ความชน้ื ของเมล็ดพนั ธ์ุ
ลดลงจนเหมาะสมเสียก่อน จึงจะทำ�การเก็บเกี่ยวเมล็ดพนั ธ์ุ ซ่งึ จะแตกต่างกันไป
ขนึ้ อยกู่ บั ชนดิ ของเมลด็ พนั ธแ์ุ ต่ละชนิด
12 การเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใชใ้ นครัวเรอื นอยา่ งง่าย
การเกบ็ เมลด็ พนั ธไ์ุ วใ้ ชใ้ นครัวเรอื นอย่างงา่ ย 13
4) วิธีการเก็บเก่ยี ว (Seed harvesting methods)
มี 2 วธิ ี คอื การเกบ็ เกยี่ วดว้ ยแรงงานคน และเกบ็ เกย่ี วดว้ ยเครอื่ งจกั ร
การเก็บเกย่ี วด้วยแรงงานคน
เหมาะส�ำ หรบั การเกบ็ เกย่ี วจากพชื ทม่ี ลี กั ษณะการสกุ แกข่ องผลผลติ
ไมพ่ รอ้ มกนั พชื ทฝี่ กั แตกหกั หรอื เมลด็ รว่ งหลน่ งา่ ย ตน้ พชื ลม้ มาก มพี น้ื ทเี่ กบ็ เกย่ี ว
ขนาดเลก็ หรือสภาพแวดลอ้ มไม่เหมาะสมต่อการใช้เครอื่ งจกั ร การเก็บเก่ียวดว้ ย
แรงงานคนจะไดเ้ มลด็ พนั ธทุ์ ม่ี คี ณุ ภาพดี เพราะสามารถเลอื กเกบ็ เฉพาะเมลด็ ทสี่ กุ
แกก่ อ่ นได้ และแรงกระแทกให้เมลด็ บอบช้�ำ มีน้อย แต่ก็มีขอ้ เสยี ตรงทีส่ ้นิ เปลือง
แรงงาน เวลา และตน้ ทุนการผลติ
การเก็บเกย่ี วดว้ ยเคร่ืองจกั ร
เหมาะสำ�หรับการเก็บเก่ียวจากพืชท่ีมีลักษณะการสุกแก่ของ
ผลผลติ สม�่ำ เสมอ มพี ืน้ ท่เี กบ็ เก่ยี วขนาดใหญ่ ผลผลิตมีปรมิ าณมาก การเก็บเก่ยี ว
ด้วยเครื่องจักรกล จะมีข้อเสียตรงที่เมล็ดบอบช้าเสียหาย (Seed injury) จาก
เครอ่ื งจักรกล (Mechanical damage) ซ่ึงแบ่งออกเป็น
ผลทีเ่ ห็นไดท้ นั ที (Immediate effect) เช่น
l แตกร้าว (Crack)
l แยกเป็น 2 สว่ น (Split)
ผลปรากฏภายหลัง (Latent effect) เช่น
l ตน้ กลา้ ผดิ ปกติ (Abnormal seedling)
5) ชว่ งเวลาในการเกบ็ เกย่ี ว (Seed
harvesting periods)
การเก็บเก่ียวเมล็ดพันธุ์ในช่วง
เช้าเมล็ดจะได้รับความเสียหายน้อยกว่าการ
เกบ็ เกย่ี วในชว่ งบา่ ย ทง้ั น้ี เพราะในชว่ งเชา้ เมลด็
ยงั คงมคี วามชน้ื สงู การบอบช�้ำ เสยี หายของเมลด็
จงึ ค่อนข้างตำ�่
2.1.3 การปฏิบัติต่อเมล็ดหลังการเก็บ
เกย่ี ว (Handling)
เมล็ดท่ีเก็บมาจากต้นแล้วต้องได้รับ
การปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสมโดยทันที
จงึ จะท�ำ ใหเ้ มลด็ พนั ธมุ์ คี ณุ ภาพดี ปจั จยั ทม่ี ผี ลตอ่
คณุ ภาพเมลด็ พนั ธใ์ุ นระหวา่ งการปฏบิ ตั ติ อ่ เมลด็
หลังการเก็บเก่ียว ได้แก่ สิ่งแวดล้อม อุณหภูมิ
และการถ่ายเทอากาศเพื่อการป้องกันการสูญ
เสียความมีชีวิตของเมล็ดพันธ์ุ และการควบคุม
คุณภาพของเมล็ด ระยะหลังการเก็บเกี่ยว ซ่ึง
ไดแ้ ก่ การเกบ็ รักษาเมลด็ ชั่วคราวในพนื้ ท่ี และ
การขนส่ง จะต้องควบคมุ ปัจจัยแวดล้อม ทมี่ ผี ล
ตอ่ คณุ ภาพเมล็ด
สภาพแวดลอ้ มที่ตอ้ งควบคุม คือ
l ความช้นื ทีเ่ หมาะสม
l อุณหภูมทิ ่ีไม่สงู เกินไป
l อากาศถา่ ยเทได้สะดวก
14 การเก็บเมลด็ พนั ธุไ์ วใ้ ช้ในครัวเรอื นอย่างง่าย
การเก็บเมล็ดพันธไ์ุ ว้ใช้ในครวั เรอื นอย่างง่าย 15
ก า ร ป ฏิ บั ติ ห ลั ง ก า ร เ ก็ บ เ กี่ ย ว ท่ี มี
ประสิทธิภาพ ควรมีการวางแผนที่ดี ก่อนการเก็บ
เมล็ดต้องมีการเตรียมการล่วงหน้า ในเร่ืองของ
การขนส่งเมล็ด และการปฏิบัติหลังการเก็บเก่ียว
(handling) เช่น การผ่งึ การแยกเยื่อ หรอื ปกี และ
การเกบ็ รักษาเมลด็ ช่วั คราว (Temporary storage)
เพอ่ื ใหก้ ารปฏบิ ตั เิ ปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ และตามวธิ กี าร
ทถี่ กู ตอ้ ง อนั จะท�ำ ใหส้ ามารถรกั ษาคณุ ภาพของเมลด็
ไวไ้ ด้ สิ่งทส่ี ำ�คญั ท่ีสดุ ในการเกบ็ เมลด็ ทตี่ ้องคำ�นึงถึง
คือ ความสามารถในการขนส่งเมล็ด และการปฏบิ ัติ
หลังการเก็บเมล็ด ตอ้ งให้สอดคล้องกับปริมาณเมล็ด
ทเ่ี กบ็ เพราะหากวา่ เกบ็ เมลด็ เกนิ ความสามารถแลว้
จะทำ�ให้คุณภาพของเมล็ดเส่ือมตำ่�ลง นอกจากน้ีวิธี
การปฏิบัติในการเก็บรักษาเมล็ดชั่วคราว และการ
ขนส่งตอ้ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
ข้อควรปฏิบัติหลงั การเก็บเก่ียว
1) เลือกวิธีการเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม
ตามชนิดของเมลด็ และสภาพพ้นื ที่
2) ใชเ้ วลาเกบ็ รกั ษาเมลด็ ชว่ั คราวใน
พนื้ ที่ และระยะเวลาในการขนส่งให้สน้ั ทีส่ ดุ
3) ใหผ้ ลและเมลด็ อยใู่ นทท่ี มี่ อี ากาศ
ถ่ายเทได้สะดวก โดยระหว่างการเก็บรักษา
ชวั่ คราวกอ่ นการขนสง่ ใหก้ องเปน็ ชนั้ บาง ๆ บน
ตะแกรงหรือชั้น ในระหว่างการขนส่งให้ใส่ใน
ถงุ ผ้ากระสอบ หรือถุงตาข่าย
4) ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินไป
โดยในระหว่างการขนส่งอย่าให้เมล็ดโดนแดด
โดยตรง หลกี เลยี่ งการจอดรถกลางแดด
5) ป้องกันเมล็ดจากความช้ืนโดย
คลุมเมล็ดดว้ ยผ้าใบ หรอื วัสดุกนั ชืน้ ชนดิ อน่ื
6) ในผลสดอาจตอ้ งเอาเนอื้ ออกเพอื่
ไม่ให้เมล็ดเน่า แต่ไม่จำ�เป็นสำ�หรับผลสดที่
เก็บเก่ยี ว ก่อนการสุกแกข่ องเมลด็
7) Recalcitrant seed เช่น เมล็ด
ล�ำ ไย มะม่วง ทุเรยี น เปน็ ต้น เปน็ เมล็ดทต่ี อ้ ง
ระวังอย่าให้ความชื้นลดต่ำ�เกินไป โดยอย่าให้
โดนแดดโดยตรง ป้องกันการสูญเสียความช้ืน
โดยเก็บเมล็ดหรือคลุมเมล็ดด้วยวัสดุท่ีช้ืน เช่น
ข้เี ลอ่ื ย
16 การเก็บเมล็ดพนั ธ์ุไว้ใชใ้ นครวั เรือนอย่างงา่ ย
การเกบ็ เมล็ดพนั ธุ์ไว้ใช้ในครัวเรอื นอยา่ งงา่ ย 17
2.1.4 ขบวนการเตรยี มเมลด็ (Seed processing)
ขบวนการเตรียมมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ได้เมล็ดสะอาด บริสุทธ์ิ
คุณภาพสูง ง่ายต่อการเก็บรักษา การขนส่ง ตลอดจนการผลิตกล้า ขบวนการ
เตรียมเมล็ดมีอยู่หลายขั้นตอน ในการปฏิบัติควรเลือกดำ�เนินการ ให้สอดคล้อง
กับชนดิ สภาพของเมลด็ และศักยภาพการเกบ็ รกั ษา ดังน้ี
1) การทำ�ความสะอาดข้ันตน้ (pre-cleaning) เพ่ือแยกสิ่งท่ไี ม่
ตอ้ งการออก เชน่ กงิ่ ใบ เศษของผลหรอื เมลด็
2) การบ่มหรือผึ่งเมล็ดขั้นต้น (pre-curing) สำ�หรับเมล็ดท่ีไม่
สกุ แก่ หรอื เมลด็ ทีแ่ ห้งท�ำ ให้การคัดแยกเมลด็ ทำ�ได้ยากข้นึ
3) การแยกเมลด็ (extraction) ส�ำ หรับชนิดไมท้ ี่มเี ยื่อ หรอื เน้อื ผล
4) การตัดหรือตีปีก (dewinging) สำ�หรับผลหรือเมล็ดท่ีมีปีก
หนาม และขน
5) การท�ำ ความสะอาด (cleaning) ส�ำ หรบั ผลหรอื เมลด็ ทยี่ งั ไม่
บริสุทธ์ิ มีสง่ิ ต่าง ๆ เชน่ ก่งิ ใบ เมลด็ ลบี ปะปนอยู่
6) การคัดเมล็ด (grading) สำ�หรับกลุ่มหรอื กอง (lot) ที่มขี นาด
เมล็ดแตกต่างกัน
7) การปรับสภาพความชื้นในเมล็ด (adjust of moisture
content) เพอื่ ใหเ้ มล็ดมีความชน้ื พอเหมาะสาหรบั การเกบ็ รกั ษา
2.1.5 การแยกเมลด็ (Extraction)
มีวัตถุประสงค์เพ่ือแยกเมล็ดออกจากผลหรือส่วนอื่นท่ีติดกับ
เมล็ด โดยให้ได้ปริมาณเมล็ดมากที่สุด และมีคุณภาพทางสรีระสูงสุด การแยก
เมล็ดจึงรวมถึงการเอาเนื้อเย่ือในผลสดออก การแยกเมล็ดออกจากผลของเมล็ด
แห้ง และการตัดหรอื ตีปลขี องเมล็ดหรอื ผลออก ดงั นั้นในการปฏิบตั คิ วรพิจารณา
วธิ กี ารทถี่ กู ตอ้ ง เหมาะสมกบั เมลด็ แตล่ ะชนดิ และเปน็ วธิ กี ารประหยดั ทสี่ ดุ วธิ กี าร
แยกเมลด็ ทไี่ มถ่ กู ตอ้ งท�ำ ใหค้ ณุ ภาพของเมลด็ ดอ้ ยลง เพอ่ื ใหง้ า่ ยส�ำ หรบั การปฏบิ ตั ิ
จะแบง่ ประเภทของเมลด็ ตามลกั ษณะตา่ ง ๆ วธิ กี ารแยกเมลด็ ในแตล่ ะประเภท จะ
แตกตา่ งกนั ไปตามปจั จัยต่าง ๆ ทีม่ อี ิทธพิ ลต่อคุณภาพเมล็ดทง้ั ดา้ นกายภาพและ
สรีระ ซง่ึ มีแนวทางในการปฏิบัติ ดงั น้ี
1) การแยกเมลด็ ตามสภาพของเมล็ดในขณะทเี่ ก็บ
เมล็ดท่ีสุกแก่เป็นเมล็ดที่มีคุณภาพดีท่ีสุด การแยกเมล็ด
สามารถปฏิบัติได้ในทันทีและตามข้ันตอนท่ัวไปของการแยกเมล็ด แต่เมล็ดบาง
ชนดิ จ�ำ เปน็ ต้องเก็บก่อนทเ่ี มลด็ จะสกุ แก่ เนื่องจากเมลด็ จะกระจายไปหมด หรือ
เป็นอาหารสัตว์ในระยะสุกแก่ จำ�เป็นต้องผ่านกระบวนการบ่มหรือผึ่งเมล็ดใน
ข้ันต้น (pre-curing) เสียก่อน เพื่อให้เมล็ดมีการพัฒนาต่อไปจนถึงระยะสุกแก่
(after-ripening) และช่วยแยกเมล็ดที่มีปัญหาเน่ืองจากผลแห้งเร็วเกินไปได้ง่าย
ขึ้น
18 การเก็บเมลด็ พันธไ์ุ ว้ใช้ในครัวเรือนอย่างง่าย
การเก็บเมลด็ พันธ์ุไว้ใชใ้ นครัวเรือนอย่างงา่ ย 19
2) การแยกเมลด็ ตามชนดิ ของผล
แบง่ ออกไดเ้ ปน็ ผลแหง้ และผลสด ซง่ึ ผลแหง้ แบง่ ยอ่ ย เปน็ ผลแกแ่ ตก
และผลแก่ไม่แตก วิธกี ารแยกเมล็ดมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ แบบแห้ง เช่น การผ่ึง การ
ตาก การอบ และแบบเปยี ก เช่น การแยกเนือ้ หรือเนือ้ เยือ่ โดยการหมกั การขดู
เนื้อออก (maceration) การแยกเมลด็ แตล่ ะชนิดอาจใชเ้ พียงรปู แบบใดรูปแบบ
หน่ึง หรือการผสมผสานกนั
ผลแห้งชนิดแกแ่ ตกผลจะแตกเองเมอื่ สุกแก่ การแยกเมล็ดจึงทำ�ได้
ง่าย ในขณะที่ผลแห้งชนิดแก่ไม่แตกต้องแยกเมล็ดออกโดยวิธีกล โดยในขั้นแรก
อาจใช้การตากหรืออบเพ่ือให้เมล็ดแตก จากนั้นจึงทำ�การแยกเมล็ดออกจากผล
อีกคร้งั โดยการตี ทบุ หรอื นวด ผลชนดิ ที่เรียก Serotionous ซ่งึ เป็นผลแหง้ ชนดิ
แกไ่ มแ่ ตก การแยกเมลด็ ตอ้ งอบดว้ ยความรอ้ นสงู ผลจงึ แตกออก ส�ำ หรบั ผลสดการ
แยกต้องใช้แบบเปียก คอื การแชใ่ นนำ�้ เพือ่ เนื้อผลยยุ่ เปื่อย จากนน้ั อาจหมักหรอื
ขูดเอาเน้อื ออก (maceration) จากนั้นลา้ งให้สะอาด
2.2 การคัดเลอื กคุณภาพของเมล็ดพนั ธท์ุ ดี่ ี
1) มีเปอรเ์ ซ็นต์ความงอกสูงและมีอัตราการงอกดี
หมายถงึ ทกุ เมลด็ หรอื เกอื บทกุ เมลด็ ทเี่ พาะลงไปตอ้ งงอก และงอก
ได้รวดเร็วหลังการเพาะ ลักษณะเช่นนี้จะทำ�ให้ได้ต้นผักท่ีสมบูรณ์แข็งแรง เจริญ
เตบิ โต และเมอ่ื เมลด็ มคี ณุ สมบตั เิ ชน่ น้ี จะท�ำ ใหก้ ารค�ำ นวณการใชเ้ มลด็ ในพน้ื ทจ่ี ะ
ปลกู นนั้ ง่ายและแนน่ อน ผักในแปลงจะมีระยะห่างและอัตราการเจรญิ เตบิ โตใกล้
เคียงสมำ�่ เสมอกัน การที่เมลด็ จะมีเปอร์เซน็ ตค์ วามงอกสูงและอัตราการงอกดนี ้นั
จะไดจ้ ากเมลด็ พนั ธ์ุใหม่ เก็บไวไ้ ม่คา้ งปี อยา่ งกด็ ี ถ้ามีวธิ กี ารเกบ็ รกั ษาเมล็ดพนั ธ์ุ
ถกู ตอ้ งตามวิธกี ารแล้ว แมว้ ่าเมล็ดนนั้ จะมอี ายุ 1-2 ปี กย็ งั มีเปอร์เซ็นตค์ วามงอก
สูงอยู่
20 การเก็บเมลด็ พนั ธไ์ุ ว้ใชใ้ นครัวเรือนอยา่ งงา่ ย
การเกบ็ เมลด็ พันธ์ไุ วใ้ ชใ้ นครวั เรอื นอย่างงา่ ย 21
โดยท่ัวไปก่อนจะตดั สนิ ใจใช้เมลด็ พันธุป์ ลูกเปน็ การคา้ ควรทดสอบทง้ั
เปอรเ์ ซน็ ตค์ วามงอก และอตั ราการงอกเสยี กอ่ น โดยทดลองเพาะในกระดาษชน้ื ๆ
สกั 25-50 เมล็ด โดยกาหนดระยะเวลา 7 วนั แล้วตรวจดูว่าเมลด็ นั้นงอกกีเ่ มล็ด
ก็จะทราบเปอร์เซ็นต์การงอกภายใน 7 วัน เมล็ดพันธุ์ท่ีดีควรงอกหมด ภายใน
7 วนั ไมค่ วรจะทยอยกนั งอกจนลา่ ชา้ เกนิ 15 วนั จะท�ำ ใหต้ น้ ผกั ทไ่ี ดโ้ ตไมส่ ม�่ำ เสมอ
ยกเวน้ เมลด็ พนั ธ์ุ ทงี่ อกชา้ ตามธรรมชาตอิ ยแู่ ลว้ แตก่ ส็ ามารถมวี ธิ เี รง่ ใหง้ อกเรว็ ได้
2) ตรงตามลกั ษณะสายพันธุ์
กล่าวคือ เมล็ดน้ันเม่ือปลูกแล้วจะให้ต้นผักท่ีมีลักษณะตามท่ีบอก
ไว้ ตามข้างหีบ กลอ่ ง ห่อท่บี รรจพุ ันธุ์นัน้ ไว้ เน่ืองจากผกั น้นั ถา้ ปลูกหลายชนดิ ปน
กนั แตเ่ ป็นผกั ในตระกูลเดยี วกัน ผักเหลา่ นัน้ อาจผสมปะปน ทำ�ใหเ้ มลด็ ทไ่ี ด้เม่ือ
นำ�ไปปลูกจะไดต้ ้นใหม่ทไ่ี ม่เหมือนต้นแม่ทใ่ี หเ้ มลด็ นน้ั พืชเช่นนี้ มีหลายชนิด เช่น
แตงกวา ฟักทอง กะหล�่ำ ปลี ข้าวโพดหวาน ดังนัน้ เกษตรกรผู้จะผลติ เมล็ดพันธุ์
พชื เหล่านไี้ ว้ใช้เอง จึงควรมคี วามรใู้ นการปลกู พนั ธ์พุ ชื เหลา่ นีแ้ ยกกันในระยะไกล
พอเพ่ือมิให้เกิดการผสมข้ามเกิดขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพดหวาน เกษตรกรไม่ควร
ผลิตเมล็ดพันธ์ุใชเ้ อง
3) เ ป็ น เ ม ล็ ด พั น ธ์ุ ที่
ปราศจากเช้ือโรคและแมลง
หมายถึง เมล็ดจะต้อง
มาจากกรรมวิธีการผลิตท่ีถูกต้อง
รวมท้ังวิธีการเก็บรักษาบรรจุหีบท่ี
ถูกวิธีด้วย หากเมล็ดที่ผลิตมาไม่ได้
มาตรฐาน จะมีเชื้อโรคและแมลงที่
เป็นศัตรูต่อผักนั้น ติดมากับเมล็ดใน
ส่วนของเปลือกเมล็ด หรือภายใน
เมลด็ ได้ ซง่ึ จะไมส่ ามารถก�ำ จดั เชอื้ โรค
นน้ั กอ่ นปลกู ได้ ดงั นนั้ เมอ่ื น�ำ เมลด็ นน้ั
ไปปลกู เมอื่ เมล็ดงอกเป็นต้นผัก ตน้
ผกั นนั้ กจ็ ะเปน็ โรคทนั ที ท�ำ ใหผ้ ลติ ผล
เสียหายไมเ่ ป็นไปตามเปา้ หมาย
4) เ ป็ น เ ม ล็ ด พั น ธ์ุ ที่
ปราศจากส่งิ ต่าง ๆ
เช่น เมล็ดวัชพืช เศษ
หญ้า กรวด ทราย แม้กระทั่งเมล็ด
ลีบ เมล็ดแตก เศษลาต้นผกั สงิ่ เหล่า
นจี้ ะเปน็ อปุ สรรคในการท�ำ สวนผกั ขนั้
ต่อไปและแม้แต่การคำ�นวณน้ำ�หนัก
เมล็ดเพื่อใช้ในพืน้ ทกี่ ารเพาะปลูก
22 การเก็บเมล็ดพันธ์ไุ วใ้ ชใ้ นครวั เรอื นอย่างงา่ ย
การเก็บเมลด็ พนั ธุ์ไวใ้ ช้ในครวั เรือนอยา่ งงา่ ย 23
การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธไ์ุ วโ้ ดยใหค้ วามงอกยงั อยดู่ ี ควรปฏบิ ตั ดิ งั น้ี ทงั้ นี้
ต้องคำ�นึงว่าเมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่น้ัน มีความแก่เต็มท่ีดีแล้ว เมล็ดต้องจะต้องแห้ง
ทำ�ได้โดยผ่ึงแดดให้ความช้ืนในเมล็ดเหลืออยู่น้อย ๆ ส่วนความช้ืนจะเหลือมาก
น้อยเท่าใดข้ึนกบั เมล็ดพันธ์นุ น้ั โดยทั่ว ๆ ไปมักเหลือ 4 - 8 % นำ�เมลด็ ท่แี หง้
น้นั ไปไวใ้ นท่ที ีม่ ีความช้ืนตำ่� และอณุ หภูมิต�ำ่ โดยเฉลีย่ หอ้ งทเ่ี ก็บเมลด็ พนั ธคุ์ วร
มีความชนื้ สัมพทั ธป์ ระมาณ 30 - 45 % และอุณหภูมปิ ระมาณ 4 - 10 องศา
เซลเซยี ส ควรโรยยาฆา่ แมลงและยาฆ่าเช้อื ราคลุกกับเมล็ดพันธุน์ น้ั ไว้ ขณะทเ่ี ก็บ
รกั ษา เพอ่ื ปอ้ งกนั มใิ หเ้ มลด็ นน้ั ไดร้ บั อนั ตรายจากศตั รดู งั กลา่ ว วธิ กี ารดงั กลา่ วอาจ
ท�ำ ไดง้ า่ ย ๆ โดยใสถ่ งุ เมล็ดพันธไุ์ วใ้ นโหลทบ่ี รรจแุ คลเซยี มคลอไรด์ ซ่ึงเปน็ สารดูด
ความชนื้ และเก็บขวดโหลนไี้ วใ้ นทีเ่ ย็นและแห้ง
2.3 การเก็บรักษาเมลด็ พันธุ์
วธิ กี ารเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธเ์ุ ปน็ การคงสภาพความมชี วี ติ ของเมลด็ พนั ธุ์
ให้อยูไ่ ด้นานทสี่ ุด ซงึ่ มอี ยู่หลายวธิ ี เช่น
1) แบบเปิด (open storage) เป็นวธิ ีการทไ่ี มส่ ามารถควบคุมความชน้ื
และอณุ หภมู ขิ องบรเิ วณทเี่ กบ็ เมลด็ พนั ธไ์ุ ด้ ความมชี วี ติ ของเมลด็ จงึ ผนั แปรไปตาม
สภาพอากาศ ถา้ เมล็ดอยใู่ นสภาพที่มคี วามชนื้ สูง จะท�ำ ให้ความชืน้ ในเมล็ดสงู ข้นึ
ดว้ ย เรียกคุณสมบัตินี้วา่ hygroscopic
2) แบบควบคุมความชื้นในเมล็ดแล้วเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท เช่น
ซองพลาสตกิ กระปอ๋ ง ถุงกระดาษฉาบอะลมู ิเนียม เพื่อปอ้ งกนั ไมใ่ หค้ วามชืน้ ใน
อากาศเขา้ ไปในเมล็ดได้
3) แบบปรับสภาพให้เย็นและแห้ง เหมาะกับการเก็บรักษาเมล็ดพืช
หลายชนดิ เชน่ ผกั ไมด้ อก ธัญพืช สภาพทมี่ ปี ระสิทธิภาพสงู สุด ควรรกั ษาระดบั
ความชนื้ ในเมลด็ 3 - 8 เปอรเ์ ซน็ ตแ์ ละเกบ็ ในอุณหภมู ิ 1 - 5 องศาเซลเซียส
4) แบบเยน็ และชนื้ (cool moist storage) เหมาะกบั การเกบ็ รกั ษาเมลด็
พืชท่ีมีอายสุ นั้ (recalcitrant) หลายชนดิ ทไี่ ม่ชอบสภาพแห้ง เพราะจะเสยี ความ
งอก
5) แบบอุ่นและช้นื (warm moist storage) เหมาะกับการเกบ็ รักษา
เมล็ดพชื เมอื งร้อนหลายชนิด เช่น ลำ�ไย เงาะ มงั คุด มะม่วง ทเุ รยี น โกโก้ มักเปน็
เมลด็ พชื ทม่ี ีอายสุ ั้นด้วย
24 การเกบ็ เมลด็ พันธ์ุไว้ใชใ้ นครวั เรือนอย่างงา่ ย
การเกบ็ เมล็ดพันธ์ไุ ว้ใช้ในครัวเรอื นอยา่ งง่าย 25
จะเหน็ ไดว้ า่ การเพาะเมลด็ จะตอ้ งมกี ารเลอื กใชเ้ มลด็ ทม่ี คี ณุ ภาพดี เมลด็
มีความพรอ้ มที่จะงอกได้แลว้ จะต้องมีการจดั การสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกบั
การงอกดว้ ย เมล็ดจะงอกไดส้ งู สดุ ควรจะเพาะเมลด็ หลังจากเก็บเมลด็ มาจากต้น
ได้ไม่นาน การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์เป็นวิธีการช่วยรักษาคุณภาพไว้ให้นานข้ึน
ดงั นนั้ การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธจ์ุ งึ ไมเ่ ปน็ หนทางท�ำ ใหเ้ มลด็ ทมี่ อี ยมู่ คี ณุ ภาพดขี นึ้ ได้
การเก็บรักษาท่ีไม่ถูกวิธี และการนำ�เมล็ดที่มีปัญหาอยู่แล้วมาเก็บรักษาจึงทำ�ให้
เมลด็ มีความเสย่ี งตอ่ การสญู เสียคณุ ภาพ ในการงอกมากย่ิงข้นึ
2.4 การตรวจสอบคุณภาพเมล็ดพันธ์เุ บอื้ งต้น
2.4.1 คุณภาพเมล็ดพันธุ์ (Seed quality)
หมายถึง ผลรวมของลักษณะต่าง ๆ ของเมล็ดพันธ์ุท้ังกอง
(Seed lot) อันเป็นผลมาจากแต่ละเมล็ดแสดงลักษณะต่าง ๆ ออกมาร่วมกัน
ลกั ษณะทสี่ ำ�คัญของคุณภาพเมลด็ พนั ธ์ุ จะมีคุณสมบตั ดิ งั นี้
1) ตรงตามพนั ธ์ุ
2) มคี วามงอกสงู
3) มคี วามบริสุทธส์ิ งู
4) ปราศจากโรคแมลงศัตรูพืช
5) มีอายุการเกบ็ รกั ษาทีย่ าวนาน
2.4.2 การทดสอบเมล็ดพนั ธุ์
คุณภาพของเมล็ดพันธ์ุมีข้อกำ�หนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันไว้
โดยหน่วยงาน เช่น ISTA (International Seed Testing Association), AOSA
(Association of Official Seed Analysts) ซึ่งมีรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ที่
ทดสอบ เช่น
1) การทดสอบความบริสุทธ์ิของเมล็ดพันธ์ุ (purity test)
เปน็ การทดสอบเพอื่ วเิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบเมลด็ พนั ธุ์ (เปอรเ์ ซน็ ตโ์ ดยน�ำ้ หนกั ) และ
จ�ำ แนกเมลด็ พันธ์พุ ชื ชนิดอนื่ ๆ และสิ่งเจือปน ค�ำ นวณแตล่ ะส่วน เปน็ เปอร์เซน็ ต์
โดยนำ้�หนกั
26 การเกบ็ เมล็ดพนั ธไ์ุ ว้ใชใ้ นครวั เรอื นอยา่ งง่าย
การเกบ็ เมล็ดพนั ธ์ไุ วใ้ ชใ้ นครัวเรือนอยา่ งง่าย 27
2) การทดสอบความช้ืนในเมล็ดพันธุ์ (moisture determination)
เป็นการหาความชื้นโดยการชั่งหานำ้�หนักของเมล็ดเปรียบเทียบกับน้ำ�หนักของ
เมลด็ ทผ่ี า่ นการอบแหง้ หรอื ใช้เคร่ืองมอื วัดความชนื้ ของเมลด็ นอกจากน้อี าจใช้
การหาจากคณุ สมบตั ทิ างกายภาพของเมลด็ เชน่ การวัดค่าการนำ�ไฟฟ้า การวดั
คา่ ความตา้ นทานไฟฟ้า เปน็ ตน้
ที่มา: https://pirun.ku.ac.th/~fengcwc/
วธิ เี พาะบนกระดาษเพาะ วธิ เี พาะบนกระดาษพลีท วธิ ีการเพาในทราย
(top of paper) (pleated paper) (sand)
3) การทดสอบความมีชีวิตของเมล็ด (viability determination)
l การทดสอบความงอก (germination test) โดยนับจำ�นวน
ต้นกล้าท่ีมีลักษณะปกติ จากการเพาะด้วยเมล็ดพันธ์ุบริสุทธิ์ในสภาพแวดล้อม
ทีเ่ หมาะสม คณุ ภาพเปน็ เปอรเ์ ซ็นต์ ความงอกจาก 100 เมลด็ วธิ ีการเพาะเมล็ด
ที่เป็นมาตรฐานนี้กระทำ�ได้โดยวิธีเพาะบนกระดาษเพาะ (top of paper), วิธี
เพาะระหวา่ งกระดาษเพาะ (between paper), วธิ เี พาะกระดาษพลที (pleated
paper) และวิธกี ารเพาะในทราย (sand)
28 การเกบ็ เมลด็ พนั ธุไ์ ว้ใชใ้ นครัวเรือนอย่างงา่ ย
การเก็บเมล็ดพนั ธไุ์ วใ้ ช้ในครวั เรือนอย่างงา่ ย 29
l การทดสอบโดยใช้สาร
tetrazolium เปน็ วธิ กี ารทดสอบความมี
ชีวติ ของเมล็ดทางชีวเคมี จากหลกั การท่ี
ว่าการหายใจของเซลลท์ ม่ี ีชวี ติ จะให้ก๊าซ
ไฮโดรเจน ซึง่ ท�ำ ปฏิกิริยากับสารละลาย
2,3,5triphenyl tetrazolium chloride
(TTC) ซงึ่ ไมม่ สี ี จะใหส้ แี ดงของ triphenyl
formazan ทำ�ให้กลุ่มเน้ือเยื่อภายใน
ของเมล็ดที่สำ�คัญ ใหส้ ีแดงทแี่ ตกต่างกัน
ตามการมีชีวติ ของตน้ กล้า ข้อเสีย คอื ผู้
ทดสอบต้องมีความเช่ียวชาญสูง ในการ
ตรวจสอบความมชี วี ติ ของเมลด็ สารเคมี
มีราคาแพง
4) การทดสอบความแขง็ แรง
ของเมล็ดพนั ธ์ุ (seed vigor testing)
เปน็ วธิ กี ารทดสอบวา่ เมลด็
ทม่ี ชี วี ติ สามารถงอกไดน้ น้ั เมอ่ื น�ำ ไปเพาะ
ในแปลงแล้วจะมีความแข็งแรงทนทาน
ตอ่ สภาพ แวดล้อมและงอกไดเ้ รว็ เมลด็
ที่ไม่มีความแข็งแรงอาจงอกได้ดีในห้อง
ปฏบิ ตั กิ ารแตง่ อกไดน้ อ้ ยในแปลงปลกู กไ็ ด้
5) การตรวจสุขภาพของ
เมลด็ (seed health testing)
โดย การตรวจสอบการ
แสดงอาการ ของโรคทต่ี ดิ มากบั เมลด็ ซงึ่
ตอ้ งใช้ความช�ำ นาญในการตรวจสอบ
2.4.3 การตรวจสอบคณุ ภาพเมลด็ พันธุเ์ บอื้ งต้นส�ำ หรับเกษตรกร
การตรวจสอบความงอกของเมล็ดพันธ์ุ
ความงอกของเมลด็ เปน็ คณุ สมบตั ทิ บี่ ง่ ชถ้ี งึ คณุ ภาพของเมลด็ พนั ธ์ุ
ไดด้ ที ส่ี ดุ ลกั ษณะหนง่ึ เกษตรกรสามารถด�ำ เนนิ การไดเ้ อง โดยใชอ้ ปุ กรณง์ า่ ย ๆ ใน
ครวั เรือน เช่น กระดาษช�ำ ระชนดิ หนา หรอื ทราย หรอื ขี้เถ้าแกลบ
เกษตรกรสามารถดำ�เนินการได้โดยสุ่มเมล็ดที่ต้องการจำ�นวน
200 - 400 เมล็ด การสุ่มมีความจำ�เป็นเพราะจะทำ�ให้เมล็ดท่ีสุ่มเป็นตัวแทนท่ี
แทจ้ รงิ ของเมลด็ ทเ่ี ราตอ้ งการทราบขอ้ มลู การสมุ่ จะน�ำ เมลด็ มาจากหลายๆ สว่ นใน
กระสอบ/ในถุง ในการสุ่มไม่ควรหยิบมาจากเพียงด้านบนหรือบริเวณใดเท่าน้ัน
เน่ืองจากต้องการความสม่ำ�เสมอ เพื่อให้ได้ตัวอย่างท่ีสามารถประเมินคุณภาพ
ของเมล็ดพันธ์ุโดยรวมได้ ซึ่งเมล็ดหนักจะอยู่ด้านล่าง เมล็ดเบาจะอยู่ด้านบน
เมลด็ ทม่ี นี �ำ้ หนกั มากกวา่ จะมคี ณุ ภาพเมลด็ ดกี วา่ การเพาะเมลด็ ควรท�ำ ซ�ำ้ 4 ครง้ั
ครงั้ ละ 100 เมลด็ หรอื 50 หรอื 25 เมลด็ ตอ่ ครง้ั กไ็ ด้ โดยน�ำ เมลด็ พชื ชนดิ นนั้ เพาะ
ในสภาพแวดลอ้ มทพี่ ชื นนั้ ตอ้ งการ กลา่ วคอื ตอ้ งจดั สภาพแวดลอ้ มใหเ้ หมาะสมกบั
การงอกใหม้ ากทส่ี ดุ
30 การเก็บเมล็ดพนั ธ์ุไวใ้ ชใ้ นครวั เรือนอยา่ งงา่ ย
การเก็บเมล็ดพนั ธ์ไุ วใ้ ช้ในครัวเรอื นอยา่ งง่าย 31
กรณเี มล็ดขนาดใหญ่
เช่น เมล็ดถ่ัว ข้าวโพด ข้าว
เปน็ ตน้ ใหเ้ พาะเมลด็ บนกระดาษช�ำ ระท่ี
จมุ่ น�ำ้ หมาด ๆ ซอ้ นกนั 2 แผน่ จากนนั้ ปดิ
ทบั ดว้ ยกระดาษจมุ่ น�ำ้ หมาด ๆ อกี 1 แผน่
ม้วนกระดาษ วิธีน้ีเรียกว่า between
paper ทำ�ซ�ำ้ 4 ซ้ำ� ใสไ่ วใ้ นถงุ พลาสตกิ
ใส แล้ววางไว้ในห้องท่ีมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก นับความงอกของเมล็ดท่ีงอก
ปกตหิ ลังจากเพาะไปแล้ว 14 วนั ระหวา่ งทเ่ี มลด็ งอก หากกระดาษแห้งจนเกินไป
สามารถสเปรย์น้ำ�ให้กับมว้ นกระดาษได้
กรณีเมลด็ พชื ที่มขี นาดเลก็
เชน่ กะเพรา โหระพา ผักกาด
หอม สามารถใช้กระดาษชำ�ระที่มีอยู่
ทั่วไป โดยใช้กล่องพลาสติกใสที่มีฝาปิด
น�ำ กระดาษชำ�ระใส่ลงในกลอ่ ง พน่ น�้ำ ใส่
ลงไปให้กระดาษเปียก แล้ววางเมลด็ ลง
บนกระดาษ ปิดฝากล่องท้ิงไว้ประมาณ
1-2 สปั ดาห์ ตรวจ
กรณกี ารใชท้ รายหรอื ข้เี ถา้ แกลบเพาะเมลด็
นยิ มท�ำ กบั เมลด็ ท่ีมีขนาดใหญ่ เชน่ เมล็ดถั่ว เมลด็ ขา้ วโพด เมล็ดบวบ
มะระ เช่นเดียวกับการเพาะบนกระดาษ โดยน�ำ ทรายหรอื ขเ้ี ถ้าแกลบใส่ในกล่อง
พลาสตกิ ทรงสงู หรอื ตะกรา้ แลว้ ฝงั เมลด็ ลงไปรดน�้ำ ใหช้ มุ่ ประมาณ 1 - 2 สปั ดาห์
เมลด็ จะงอกขึ้นมาและตรวจนบั ได้ ระหว่างการเพาะเมล็ด หากทรายแห้งจนเกิน
ไป สามารถสเปรยน์ ำ้�เพอื่ ให้ความช้ืนได้
สรุป การเกบ็ เมลด็ พนั ธุ์ คือ
1) การเกบ็ เกย่ี วเมลด็ จะตอ้ งใหเ้ มลด็ มกี ารสกุ แกท่ างสรรี วทิ ยากอ่ นการ
เกบ็ เร็วหรือชา้ กวา่ ชว่ งการแก่ทางสรรี วทิ ยามีผลเสียต่อคุณภาพเมลด็ พันธุ์
2) ช่วงการเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์จะต้องหลีกเลี่ยงฤดูฝน ดังน้ันต้อง
วางแผนการปลูก ให้ถกู ตอ้ ง
3) การนวด การกะเทาะ เพื่อนำ�เมล็ดออกจากฝัก/ผล ต้องทำ�อย่าง
ระมัดระวัง เพราะความช้ืนในเมล็ดท่ีมากหรือน้อยเกินไปรวมถึงวิธีการนวด จะ
ก่อใหเ้ กิดความเสียหายต่อเมลด็ ได้
4) การลา้ งน�้ำ ท�ำ ความสะอาดเมลด็ พชื พวกแตงกวา มะเขอื เทศ สามารถ
แยกเมลด็ จมน�้ำ ซงึ่ มคี ณุ ภาพดอี อกจากเมลด็ ลอย ซงึ่ เปน็ เมลด็ ออ่ นออกจากกนั ได้
ถึงแม้จะพบว่าเมล็ดอ่อนเหล่านั้นงอกได้ก็ตาม แต่จะเป็นต้นกล้าท่ีอ่อนแอ และ
มอี ายกุ ารเกบ็ รกั ษาส้นั
5) แสงแดดจดั อณุ หภมู สิ งู วสั ดปุ ระเภทสงั กะสี จะท�ำ ใหเ้ มลด็ ตายหรอื
เสอ่ื มสภาพไดง้ า่ ย ตอ้ งระวงั โดยเฉพาะเมลด็ ทต่ี อ้ งลา้ งน�้ำ เชน่ มะเขอื เทศ แตงกวา
ควรรีบทำ�ให้เมลด็ แห้งให้ไวทส่ี ุด เพอ่ื ป้องกนั การเกดิ โรค แตต่ อ้ งไมใ่ ช้อณุ หภูมิท่ี
สงู เกินไป ไมค่ วรตากบนแผ่นสงั กะสี
32 การเก็บเมลด็ พันธ์ไุ วใ้ ชใ้ นครวั เรอื นอยา่ งง่าย
การเกบ็ เมล็ดพนั ธุไ์ วใ้ ชใ้ นครวั เรอื นอยา่ งง่าย 33
6) การบม่ ผล เช่น แตงกวา มะเขือเทศ ไวป้ ระมาณ 1 สัปดาห์ แล้วนำ�
ไปผ่าช่วยใหเ้ มล็ดสมบูรณ์ยงิ่ ขน้ึ
7) การหมักเมล็ด เช่น แตงกวา แตงไทย ไวป้ ระมาณ 1 คืน ช่วยให้
เมือกหรอื เยอ่ื หุม้ เมลด็ ทต่ี ิดอยกู่ ับเมลด็ หลุดออกได้ง่าย แตต่ อ้ งไมใ่ สน่ ำ้�เปลา่ เพิม่
ในการหมกั เพราะจะท�ำ ให้เมล็ดงอก
8) ควรเก็บรักษาเมล็ดไว้ในสภาพเย็นและแห้ง ถ้าต้องการเก็บไว้ใน
ตู้เย็นที่บ้านต้องเก็บไว้ในภาชนะปิดมิดชิด หรือใส่ถุงพลาสติก รัดปากถุงให้
เรยี บรอ้ ย ห้ามอากาศเข้า
9) การทดสอบความงอกควรท�ำ ซ�้ำ 4 คร้งั คร้งั ละ 100 หรอื 50 หรอื
25 เมลด็ นำ�ไปไวใ้ นสภาพทีเ่ หมาะสมตามความต้องการของพืชนั้น ๆ แล้วน�ำ มา
ค�ำ นวณคา่ เฉลย่ี เปน็ เปอรเ์ ซ็นต์ความงอกเบอื้ งต้นสำ�หรบั เกษตรกรได้
10) ในระบบเกษตรอินทรีย์ยังมีคำ�ถามท่ีต้องการคำ�ตอบอีกมาก
เน่ืองจากการศึกษาด้านเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ยังมีไม่มากนัก ดังนั้นเกษตรกรจึงควร
ทำ�งานทดลองง่าย ๆ อยูเ่ สมอ เน่ืองจากระบบเกษตรอนิ ทรยี ์เป็นระบบทม่ี ีความ
ละเอียด มีความเฉพาะท่ีพอสมควร การใช้หลักวิชาการผสานกับประสบการณ์
จะทำ�ใหไ้ ด้ขอ้ มูล และวิธกี ารที่เป็นประโยชน์อย่างมาก
บทที่ 3 การเก็บรักษาเมลด็ พนั ธ์ุ
การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธเุ์ ปน็ กจิ กรรมทจี่ �ำ เปน็ ประการหนง่ึ ในวงจรการ
เพาะปลกู เนอ่ื งจากฤดปู ลกู ถดั ไปมกั จะทงิ้ ชว่ งจากฤดกู ารเกบ็ เกย่ี วส�ำ หรบั พชื ชนดิ
นนั้ ๆ เกษตรกรจงึ จ�ำ เปน็ ตอ้ งเกบ็ เมลด็ พนั ธไุ์ วร้ ะยะหนง่ึ นอกจากความจ�ำ เปน็ ตาม
เงอื่ นไขของเวลาแลว้ บางครงั้ ยงั เกดิ ภยั ธรรมชาติ จงึ จ�ำ เปน็ ตอ้ งส�ำ รองเมลด็ พนั ธไ์ุ ว้
ใช้ เพอื่ ใหก้ ารเพาะปลกู ด�ำ เนนิ ตอ่ ไปไดไ้ มข่ าดสาย การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธมุ์ คี วาม
จ�ำ เปน็ ส�ำ หรบั งานปรบั ปรงุ และพฒั นาพนั ธพุ์ ชื โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในการเกบ็ และ
รวบรวมเชอื้ พันธ์ุ นอกจากนี้บางคน หรอื บางองคก์ ร มกี ารท�ำ ธุรกจิ อันเก่ียวกับ
การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธดุ์ ว้ ย การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธไ์ุ วใ้ ชเ้ องกด็ ี ไวข้ ายกด็ ี หรอื ไว้
334 การเก็บเมล็ดพันธุไ์ วใ้ ช้ในครวั เรอื นอยา่ งงา่ ย
การเกบ็ เมลด็ พันธไุ์ ว้ใช้ในครวั เรือนอย่างง่าย 35
ใชใ้ นงานวจิ ัยและพฒั นาพันธุก์ ด็ ี มิใช่เพียงแต่เกบ็ ไว้ใหป้ ลอดภัยจากนก หนู และ
แมลงเทา่ นน้ั แตจ่ ะตอ้ งถนอมใหเ้ มลด็ พนั ธย์ุ งั คงมคี วามงอกและความแขง็ แรงเปน็
ส�ำ คัญ
แมว้ า่ โดยทว่ั ไปจะถอื วา่ การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธน์ุ บั เรม่ิ ตงั้ แตก่ ารน�ำ เขา้
โรงเก็บ เม่ือเสร็จจากการปรับปรุงสภาพ และการบรรจุหีบห่อ ไปจนถึงการขน
ออกจากโรงเก็บเพื่อจัดส่ง แต่นั่นเป็นเพียงส่วนหน่ึงเท่าน้ัน การเก็บรักษาเมล็ด
พันธุอ์ าจจะแบง่ เปน็ ระยะต่าง ๆ ดงั นี้ คือ
1) การเก็บรกั ษาหลงั ลดความชืน้ กอ่ นปรบั ปรงุ สภาพ
2) การเกบ็ รกั ษาในระหวา่ งขนั้ ตอนตา่ ง ๆ ของการปรบั ปรงุ สภาพเมลด็
พันธุ์
3) การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พันธุห์ ลงั จากบรรจหุ ีบหอ่ ก่อนการขนส่ง
4) การเกบ็ รกั ษาระหว่างการขนส่ง
5) การเก็บรกั ษา ณ จดุ ขาย หรือ ร้านค้ายอ่ ย ก่อนการจำ�หนา่ ย
6) การเกบ็ รกั ษาหลงั การซอ้ื ขายกอ่ นการเพาะปลกู
3.1 ปัจจัยทีม่ ผี ลตอ่ การเกบ็ รักษาเมล็ดพันธุ์
การเก็บรักษาเมล็ดพันธ์ุ คือการดารงไว้ซ่ึงความมีชีวิตของเมล็ด
พนั ธุ์ (seed) ใหย้ าวนานออกไป ในการเก็บรกั ษาเมล็ดพนั ธุ์จงึ มปี จั จัยตา่ ง ๆ ที่
เกีย่ วข้องหลายประการ แต่โดยทั่วไปอาจสรปุ ได้ 2 ประการ คอื
1) ปัจจยั ภายใน
l ชนิดของเมล็ดพันธ์ุ (species) เมล็ดแต่ละชนิดมีอายุ
การเกบ็ รักษาแตกต่างกนั ไป ตามพนั ธกุ รรม เชน่ ขา้ วเก็บได้นานกว่าถ่วั เหลือง
l โครงสรา้ งและองคป์ ระกอบทางเคมขี องเมลด็ พนั ธุ์ เชน่
เมลด็ ทม่ี อี งคป์ ระกอบของแปง้ จะเกบ็ ไว้ ไดน้ านกวา่ เมลด็ ทมี่ อี งคป์ ระกอบของไขมนั
l ความมชี วี ิต ความสกุ แก่ ความแขง็ แรง การพักตวั ของ
เมล็ด กระบวนการภายในเมล็ด และผลของสภาพแวดล้อมต่อเมล็ดพันธ์ุ มีผล
โดยตรงตอ่ อายกุ ารเกบ็ รกั ษา เชน่ เมลด็ ทมี่ คี วามมชี วี ติ สงู เมอื่ เกบ็ เกย่ี วจะสามารถ
เก็บรักษาได้นานกวา่ เมล็ดท่ีมคี วามมีชีวติ ต่�ำ
2) ปจั จยั ภายนอก
l การจดั การในแปลงปลกู การใหน้ �้ำ ปยุ๋ การปอ้ งกนั กาจดั ศตั รู
พชื เปน็ สง่ิ ทม่ี ผี ลกระทบ ตอ่ การพฒั นาของเมลด็ โดยในระหวา่ งพฒั นาเมลด็ นน้ั หาก
เกดิ สภาวะท่ีไมเ่ หมาะสมหรอื ได้รับสารอาหาร ไม่เพยี งพอ เมลด็ อาจมกี ารพัฒนา
ไมส่ มบรู ณ์ ขาดความแขง็ แรง ซง่ึ ส่งผลตอ่ อายุการเก็บรกั ษาในทสี่ ุด
l สภาพแวดล้อมในแปลงปลูก การจัดการเก็บรักษาเมล็ด
พนั ธ์ุ เรมิ่ ตน้ ตง้ั แตใ่ นแปลง เมอ่ื เมลด็ พนั ธ์ุ ถงึ จดุ สกุ แก่ เมลด็ พนั ธจุ์ ะไมถ่ กู ดแู ลและ
ปกป้องจากตน้ แมอ่ ีกต่อไป สภาพแวดลอ้ มในแปลงปลูก เช่น อณุ หภูมิ ความชนื้
36 การเก็บเมล็ดพนั ธุ์ไวใ้ ช้ในครวั เรอื นอยา่ งง่าย
การเกบ็ เมล็ดพนั ธไ์ุ ว้ใช้ในครัวเรือนอยา่ งง่าย 37
โรค แมลง ศัตรพู ืชอน่ื ๆ วธิ กี ารเกบ็ เกยี่ ว การกะเทาะเมล็ดจะสง่ ผลกระทบตอ่
คณุ ภาพเมลด็ พนั ธโ์ุ ดยตรง ไมว่ า่ จะเปน็ ความมชี วี ติ ความสกุ แก่ ความแขง็ แรงและ
สขุ ภาพเมลด็ พนั ธุ์ หากท�ำ การเกบ็ เกย่ี วเมลด็ พนั ธใุ์ นระยะเวลาและสภาพแวดลอ้ ม
ทเี่ หมาะสม จะท�ำ ใหก้ ารเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธใุ์ หค้ งคณุ ภาพดสี ามารถท�ำ ไดป้ ระสบ
ความสาเร็จ
l อุณหภูมิความช้ืนสัมพัทธ์ ของสภาพการเก็บและความช้ืน
ของเมล็ด เมล็ดจะเก็บรักษาไว้ได้อย่างปลอดภัยจะต้องมีความช้ืนตำ่� เมล็ดที่มี
ความชื้นสูงจะมขี บวนการเมตาโบลซิ มึ สูง นอกจากน้ีโรคและแมลง จะเข้าทำ�ลาย
ได้ง่ายทำ�ให้เส่ือมคุณภาพเร็วเก็บไว้ไม่ได้นาน และเน่ืองจากเมล็ดเป็นสิ่งที่มี
คุณสมบตั ิท่ีเรียกวา่ “ไฮโกรสโคปกิ ” (hygroscopic) คอื สามารถรบั หรอื ถา่ ยเท
ความชืน้ ของตวั เองให้สมดลุ กบั บรรยากาศภายนอก
l การปฏบิ ตั หิ ลงั การเกบ็ เกย่ี ว วธิ กี ารเกบ็ เกย่ี ว การลดความชน้ื
และการปรับปรุงสภาพเมล็ดพันธุ์ ที่เหมาะสมเป็นส่ิงจำ�เป็นในการลดความเสีย
หายท่ีจะเกิดข้ึนกับเมล็ดพันธ์ุ เพราะเมล็ดพันธุ์ท่ีเสียหาย จากเคร่ืองจักร หรือ
การลดความชื้นในอุณหภูมิที่สูงเกินไป หรือลดความช้ืนให้อยู่ในระดับท่ีต่ำ�หรือ
สูงเกินไป จะมีผลให้เกิดการเส่ือมสภาพไวกว่าเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการจัดการที่ดี
ควรเก็บเกี่ยวเม่ือถึงระยะตัวทางสรีรวิทยา แล้วเท่านั้นอย่าปล่อยไว้ในไร่นา
เพราะจะกระทบกบั สภาพความชืน้ ทแ่ี ปรปรวน การนวดและกะเทาะตอ้ งกระท�ำ
ด้วยความระมัด ระวังอย่าให้แตกร้าวและต้องลดความชื้นโดยการผึ่งแดดและ
ท�ำ ความสะอาด แล้วบรรจุภาชนะโดยเร็ว การปฏบิ ัตหิ รือการเก็บเก่ียวที่ถูกต้อง
ชว่ ยชะลอการเสือ่ มคุณภาพของเมล็ดพันธไุ์ ดท้ างหนี่ง
l สภาพของท่ีเก็บรักษา ควรมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมไม่
เปน็ อนั ตรายต่อคณุ ภาพของเมลด็ พนั ธ์ุ ทเ่ี ก็บรักษา สภาพของโรงเกบ็ เมล็ดพนั ธุ์
ท่ีดี โรงเก็บเมลด็ พันธ์ุจะต้องมีคุณลักษณะที่แตกตา่ งและพิเศษกวา่ โรงเก็บสินค้า
ท่วั ๆ ไป ดว้ ยเหตุท่วี ่าเมลด็ พันธุ์เปน็ สงิ่ มีชวี ติ และจะตอ้ งคงความมีชวี ติ นไี้ วด้ ว้ ย
โรงเกบ็ จงึ ตอ้ งมสี ภาพ ทีเ่ หมาะสมมั่นคงแข็งแรง และสามารถปอ้ งกนั ส่งิ ตา่ ง ๆ ท่ี
จะมากระทบและเกิดอันตรายต่อสขุ ภาพของเมล็ดพนั ธ์ุได้ โดยหลกั การท่ัว ๆ ไป
โดยสภาพของโรงเกบ็ เมล็ดพนั ธ์ุท่ีดคี วรมีลักษณะดงั น้ี
พ้ืนท่ีจัดเก็บ ควรราบเรียบสม่ำ�เสมอ ม่ันคง แข็งแรง สามารถ
ทานน้ำ�หนักเมล็ดพันธุ์ที่กดทับได้ ป้องกันน้ำ�ได้ ดังที่ทราบกันดีน้ำ�เป็นศัตรูท่ี
สาคญั ทส่ี ดุ ของเมลด็ พนั ธใุ์ นระหวา่ งการเกบ็ รกั ษา โรงเกบ็ จงึ ตอ้ งสามารถปอ้ งกนั
น�ำ้ และความชน้ื ควรมโี ครงสรา้ งหลงั คาและก�ำ แพงทสี่ ามารถปอ้ งกนั ฝนไดด้ ี หรอื
ไมม่ รี อยแตกรว่ั อกี ทง้ั การยกระดบั ใหส้ งู กวา่ พนื้ ดนิ โดยรอบ มกี ารปอ้ งกนั ความชนื้
จากใตด้ นิ และสามารถระบายนำ�้ ออกจากพ้นื ทโ่ี รงเก็บเมลด็ พันธุไ์ ด้อยา่ งรวดเรว็
การระบายอากาศท่ีดี การระบายอากาศให้เกิดการหมุนเวียน
ถ่ายเทภายในโรงเก็บ เป็นการช่วยลดความเส่ียงการเกิดความร้อนและความชื้น
สะสมภายในกองเมล็ดพันธุ์ โรงเก็บทีม่ ีการตดิ ตัง้ พดั ลมดูดอากาศ จะช่วยในการ
ระบายอากาศไดด้ ี
ปอ้ งกันศัตรไู ด้ โดยเฉพาะนก หนู และแมลง มกั สรา้ งปัญหาเขา้
ท�ำ ลายเมลด็ พนั ธใ์ุ นระหวา่ งการเกบ็ รกั ษาเปน็ อยา่ งมาก โรงเกบ็ จงึ ควรสรา้ งอยา่ ง
แข็งแรงมิดชิดปราศจากร่องและซอกแตกตามผนังอาคาร อนั ท�ำ ใหศ้ ตั รูต่าง ๆ น้ัน
เคลอ่ื นย้ายเข้าหรืออาศยั เป็นแหลง่ หลบซ่อนได้งา่ ย
338 การเกบ็ เมลด็ พันธ์ุไว้ใชใ้ นครวั เรอื นอย่างงา่ ย
การเกบ็ เมล็ดพนั ธไุ์ วใ้ ชใ้ นครวั เรอื นอย่างง่าย 39
ป้องกนั อณุ หภมู ิ โครงสรา้ งและหลงั คาของโรงเก็บควรใชว้ สั ดุที่
ปอ้ งกันความร้อนได้ดี มีการตดิ ตง้ั ฉนวนกนั ความรอ้ น เพื่อลดอณุ หภมู ิในโรงเกบ็
และทาสีดว้ ยสีทส่ี ว่างทนความร้อนได้ดี
ป้องกันการปะปน เมล็ดพันธ์ุที่จัดเก็บในโรงเก็บควรมีการ
แยกจัดเก็บไม่ให้มีการปะปนได้ ควรมีการติดป้ายหรือเคร่ืองหมายให้ชัดเจน
ความสะอาดของโรงเก็บและอาณาบริเวณ เป็นสิ่งที่ต้องดูแลอยู่เป็นประจำ�
นอกจากจะช่วยลดอัตราการระบาดของศัตรูพืชได้มากแล้ว โรงเก็บท่ีสะอาดยัง
สรา้ งภาพพจนค์ วามมคี ุณคา่ ตอ่ สนิ ค้าเมล็ดพันธแ์ุ กผ่ ู้ไดพ้ บเห็นดว้ ย
3.2 วิธกี ารเกบ็ รักษาเมลด็ พันธ์ุ
1) แบบควบคุมความชื้นของเมล็ด โดยการเก็บเมล็ดพันธุ์ใน
ภาชนะทปี่ ดิ ไดแ้ นน่ อากาศเขา้ ออกไมไ่ ด้ เชน่ ขวดแกว้ หรอื ขวดพลาสตกิ กระปอ๋ ง
หรอื ถงุ ทีห่ ่อดว้ ยซองอลมู ิเนียม เพื่อปอ้ งกันความชื้น
2) แบบปรับสภาพให้เย็นและแห้ง เหมาะสาหรับการเก็บรักษา
ธญั พชื หรอื ไมด้ อก โดยการเกบ็ รกั ษา ในตเู้ ยน็ ทม่ี อี ณุ หภมู อิ ยทู่ ่ี 1 - 5 องศาเซลเซยี ส
และความชื้นของเมลด็ พนั ธุ์อยู่ที่ 3 - 5 เปอร์เซน็ ต์ การเกบ็ รักษาแบบนี้ อาจจะ
เก็บไดน้ านถึง 2 ปี ในกรณใี ชต้ ้เู ยน็ ธรรมดา
3) แบบเปดิ เมลด็ พันธอ์ุ ยใู่ นสภาพอากาศปกติ ซึง่ อาจจะท�ำ ให้
ป้องกันความชื้นหรือควบคุมอุณหภูมิของการเก็บไว้ไม่ได้ อายุและสภาพของ
เมลด็ จงึ ขึ้นอยูก่ ับการเปล่ยี นแปลงของสภาพอากาศ ถ้าเมล็ดพันธุเ์ ก็บอยู่ในที่ ท่ี
มีความชน้ื สงู กจ็ ะทำ�ใหเ้ มลด็ พันธมุ์ ีความชน้ื สูงตามไปด้วย
4) แบบใหอ้ ยใู่ นสภาพอนุ่ และชน้ื เกบ็ ในภาชนะทปี่ ดิ แนน่ แตอ่ ยู่
ในอณุ หภมู ปิ กตเิ หมาะสมกบั การเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธพ์ุ ชื แบบเขตรอ้ น เชน่ มะมว่ ง
ทเุ รียน มังคดุ
3.3 ข้ันตอนการเก็บรกั ษาเมลด็ พนั ธ์ุ
1) คัดเลือกเมล็ดพันธ์ุท่ีมีความเหมาะสม คือ เป็นเมล็ดท่ีมี
คณุ ภาพ มีสภาพสมบูรณแ์ ละมนี �้ำ หนกั ดี
2) ท�ำ ความสะอาดเมลด็ พันธ์ุ
3) ในกรณีทเ่ี มล็ดพนั ธุ์ทเ่ี กบ็ มาจากผลแห้ง เช่น กระเจีย๊ บเขียว
น�ำ้ เต้า หรือถั่วพู ต้องนำ�ไปผ่ึงแดดไว้ก่อนประมาณ 3 - 5 วนั ส่วนเมลด็ พนั ธทุ์ ่ีเกบ็
ในช่วงเร่ิมสุก เชน่ ข้าวโพด น�ำ พชื ท่เี กบ็ มารวมกนั ไว้แล้วนาไปพงึ่ ลม แต่ตอ้ งไม่ให้
โดนแดดอย่างต�่ำ ประมาณ 8 วนั แล้วค่อยเข้าสูข่ นั้ ตอนตอ่ ไป
4) ท�ำ การคดั กรองเอาฝนุ่ หรอื เศษดนิ ออก อาจท�ำ โดยการฝดั ดว้ ย
กระด้งก็ได้
5) เลอื กวธิ กี ารเกบ็ รกั ษาเมลด็ พนั ธใ์ุ นแบบทเี่ หมาะสมกบั เมลด็ พนั ธ์ุ
3.4 ภาชนะท่ีใช้ในการบรรจุ
ส�ำ หรบั การเกบ็ รกั ษาในปรมิ าณนอ้ ย สามารถจะเลอื กใชบ้ รรจภุ ณั ฑ์
ชนิดต่าง ๆ แทนหรอื เสรมิ กบั โรงเกบ็ ประสทิ ธิภาพของบรรจภุ ณั ฑ์ขนึ้ อย่กู ับวัสดุ
ที่ใชท้ ำ� โดยควรมคี ณุ สมบตั ิ ดงั นี้
1) ปอ้ งกนั ความชน้ื คอื ไอของความชน้ื จะไมส่ ามารถผา่ นได้เลย
เชน่ กระปอ๋ งดบี กุ อลมู เิ นยี ม ขวดแกว้ พลาสตกิ แขง็ ถงุ พลาสตกิ ความหนา 7 มลิ ลเิ มตร
ข้นึ ไป ซง่ึ จะตอ้ งมกี ารเช่อื มปิดสนทิ โดยความร้อน หรือมีปะเก็นปดิ เสริมที่ฝา
40 การเก็บเมล็ดพันธ์ุไว้ใชใ้ นครวั เรอื นอยา่ งง่าย
การเก็บเมล็ดพนั ธ์ุไว้ใช้ในครัวเรอื นอย่างงา่ ย 41
2) ตา้ นทานความชน้ื คอื ไอความชน้ื สามารถซมึ ผา่ นไดใ้ นระยะ
ยาว เชน่ พลาสตกิ บาง ถุงพลาสติกสาน ท่มี ีเยอ่ื พลาสติกบุซ้อนภายใน รวมทั้งถงุ
พลาสติกชนดิ หนาที่ใชก้ ารเย็บปิดปากถุง ขวดแกว้ และกระปอ๋ งกดปดิ ด้านบน ซึง่
ไมม่ ีปะเก็นเสรมิ ทีฝ่ า
3) อากาศผา่ นได้ เชน่ ถงุ ผา้ ถงุ กระดาษ และกระสอบพลาสตกิ สาน
4) ปอ้ งกันการปะปน ร่วงหลน่ ของเมลด็
5) เหมาะสมต่อสภาพการเก็บรกั ษา
6) ป้องกนั ความเสยี หายจากการเขา้ ท�ำ ลายของศตั รเู มล็ดพนั ธุ์
เมล็ดพันธ์ุที่บรรจุในภาชนะปิดผนึกหรือปิดสนิท (หมายถึงท่ีทำ�
จากวสั ดตุ ามขอ้ 1) ตวั อยา่ งเชน่ พชื ผกั ขนาดเลก็ หรอื ไมด้ อกทบ่ี รรจใุ นกระปอ๋ งปดิ
ผนกึ จะไดร้ บั ผลกระทบจากสภาพอากาศภายนอก นอ้ ยมาก แตท่ สี่ �ำ คญั คอื จะตอ้ ง
ลดความชน้ื เมลด็ ใหต้ �ำ่ กวา่ การเกบ็ ธรรมดา 2 - 3% หรอื รกั ษาระดบั ไวท้ ี่ 5 – 8 %
ซงึ่ ความชนื้ ทรี่ ะดบั นจี้ ะเปน็ ตวั ก�ำ หนดความชนื้ สมั พทั ธข์ องอากาศภายในภาชนะ
ปิดท่ีจุดสมดุล ประมาณ 30 – 35 % จึงจะท�ำ ให้เมล็ดมีอายุยาวนานมากกว่า
4 ปีขึน้ ไป
ทงั้ น้ี เนอ่ื งจากการนาเมลด็ ทม่ี คี วามชนื้ สงู บรรจใุ นภาชนะปดิ เมลด็
จะหายใจและเปลยี่ นแปลงสภาพทใี่ ชเ้ กบ็ รกั ษา มเี ชอื้ รา ท�ำ ใหเ้ มลด็ เสอื่ มและตาย
เรว็ กวา่ การบรรจใุ นภาชนะทย่ี อมใหอ้ ากาศผา่ น บรรจภุ ณั ฑท์ ท่ี �ำ จาก วสั ดตุ ามขอ้
2 ก็จะต้องลดความชืน้ ขณะเรม่ิ บรรจใุ หอ้ ยู่ในระดับเดียวกบั ภาชนะปดิ สนิทด้วย
บทท่ี 4 ตวั อยา่ งวธิ ีการเก็บเมล็ดพนั ธ์ุ
4.1 กลุม่ เมล็ดแหง้
หลักการเกบ็ เมล็ดพันธ์ุ (กลุ่มเมล็ดแห้ง)
l การเก็บเก่ียวเมล็ดพันธุ์ จะต้องเก็บในระยะที่เมล็ดแก่เต็มท่ี และ
ไม่ควรปล่อยเมล็ดให้แห้งคาต้นนาน เพราะมีโอกาสท่ีจะทำ�ให้เมล็ดเสื่อม
คุณภาพไดง้ ่าย
42 การเก็บเมลด็ พนั ธไ์ุ ว้ใชใ้ นครัวเรือนอย่างงา่ ย
การเก็บเมลด็ พันธุ์ไวใ้ ช้ในครวั เรอื นอย่างง่าย 43
l ความช้ืนในเมล็ดมีความ
สำ�คัญต่อคุณภาพเมล็ดพันธุ์มาก ควร
ลดความช้ืนไม่ให้เกิน 10 เปอร์เซ็นต์
เน่ืองจากจะทำ�ให้เกิดการแพร่ของโรค
และแมลงได้ง่าย ถ้าเมล็ดมีความชื้นสูง
แ ต่ ไ ม่ ค ว ร ล ด ค ว า ม ชื้ น ใ ห้ ตำ่ � ก ว่ า
4 เปอรเ์ ซน็ ต์ เพราะจะสง่ ผลใหค้ วามแข็ง
แรงของเมล็ดพนั ธุล์ ดตา่ ลง
ไ วใ้ นสภาพlคว ากมาชรเน้ื กสบ็ มั รพกั ทัษธาต์ เม�ำ่ ลอด็ณุ คหวภรมูเกติ บ็ �ำ่
และควรเก็บไวใ้ นภาชนะอับลม
l เมลด็ พนั ธเุ์ มอื่ ผลติ แลว้ ควร
นามาใช้ให้เร็วที่สุด จะทำ�ให้ได้คุณภาพ
ตน้ กลา้ ดที ีส่ ุด
l ทุกขั้นตอนมีความสำ�คัญ
ตอ่ ปรมิ าณและคณุ ภาพเมลด็ พนั ธ์ุ ผผู้ ลติ
เมลด็ พนั ธ์ตุ ้องตดิ ตามอย่างต่อเนื่อง
ตวั อยา่ ง(กกลามุ่ รเมเกลด็บ็ แเหม้งล) ็ดพนั ธุ์
1.บวบ
1.1 ลกั ษณะของผล/ฝัก (สด) ผลสมบรู ณ์ มขี นาดผลยาว สเี ขียวออ่ น
ฝกั ตรงไมค่ ดงอ
1.2 อายพุ นั ธ์ุ บวบอายุ 120 วัน
1.3 ลักษณะการแก่ของผล/ฝัก สังเกตจากสีของฝักจะเปล่ียนเป็น
สีน�ำ้ ตาล ผลแห้งและเบา
46 การเก็บเมล็ดพนั ธุ์ไว้ใชใ้ นครวั เรือนอยา่ งง่าย
การเกบ็ เมลด็ พันธไุ์ วใ้ ชใ้ นครัวเรือนอย่างงา่ ย 47
1.4 วธิ กี ารเกบ็
1) เกบ็ ผลมาผง่ึ แดด 3 - 4 แดด เพอื่
ใหเ้ ปลือกแห้งสนทิ
2) นำ�เอาเมล็ดออกจากฝัก และ
ทำ�ความสะอาด แล้วนำ�ไปผ่ึงลมหรือผ่ึงแดด
อ่อนๆ (ชว่ งเวลา 8.00 10.00 น. และช่วง 15.00
-17.00 น.) อกี ประมาณ 2 3 คร้งั จากนนั้ นำ�มา
ผง่ึ ในร่มใหเ้ ย็นแล้วคอ่ ยเกบ็ ใสถ่ งุ กระดาษ
3) เขียนชื่อ/วันเดือนปีที่เก็บ แล้ว
พับใส่ในถุงพลาสติก รัดปากถุงแล้วเก็บไว้ในตู้
เย็นเพ่ือรักษาอัตราการงอกและลดการหายใจ
ของเมลด็ พนั ธใ์ุ ห้น้อยทส่ี ดุ จะสามารถเก็บเมล็ด
พนั ธ์ุไวใ้ ช้ได้นาน 1-2 ปี
หรอื มอี กี วธิ ใี นการเกบ็ รกั ษาเมลด็
พนั ธบ์ุ วบ คอื การเกบ็ ทง้ั ฝกั โดยการแขวนไวใ้ นที่
รม่ แตอ่ ตั ราการงอกจะลดลงเรอื่ ยๆ เพราะสภาพ
อากาศภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เมล็ดพันธ์ุอาจจะเก็บไว้ใช้ได้แค่ปีเดียว (บวบ:
ปล่อยให้ผลแห้งคาต้น แล้วจึงเอามีดปาดแกะ
เอาเมลด็ ออกมา และตากเมล็ดในทร่ี ม่ 4-5 วนั
จงึ เกบ็ ได)้
1.5 วิธีสงั เกตเมล็ดสมบรู ณ์ของพชื
เมลด็ สดี �ำ บางเมลด็ อาจมกี ระสขี าว
ลักษณะเมล็ดไม่บิดเบย้ี ว ไมม่ รี อยบุม๋ มนี �้ำ หนกั
ไมม่ ีรอยแตก
2.ถ1ว่ั .ฝบกั วยบาว
2.1 ลักษณะของผล/ฝัก (สด) ฝกั สมบูรณไ์ ม่คดงอ เนอ้ื หนา น้�ำ หนกั ดี
2.2 อายุพันธุ์ ฝักจะแก่และเริ่มเก็บเมล็ดพันธุ์เมื่ออายุ 60-65 วัน
2.3 ลักษณะการแก่ของฝัก/ผล สังเกตสีของฝักถ่ัวฝักยาวจะเป็นสี
น้ำ�ตาลไมถ่ งึ กบั แหง้ สนิท ไมค่ วรทงิ้ ให้แหง้ คาตน้ เพราะเปลือกถวั่ จะดดู กนิ อาหาร
จากเมลด็ ท�ำ ให้เมลด็ ไม่สมบรู ณ์
48 การเก็บเมล็ดพันธ์ุไวใ้ ช้ในครัวเรอื นอยา่ งง่าย
การเก็บเมลด็ พันธุไ์ วใ้ ช้ในครัวเรอื นอยา่ งง่าย 49
2.4 วิธีการเก็บ
1) ทำ�การเก็บเก่ียวฝักท่ีแก่เต็มท่ี
มีลักษณะพองเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำ�ตาลอ่อน แต่ฝัก
ยงั ไม่แหง้ กรอบ
2) น�ำ มาผ่งึ แดด 2 - 3 วนั จากนั้น
น�ำ มานวดแยกเมลด็ โดยใสก่ ระสอบแลว้ ทบุ เบา ๆ
หรอื ใชม้ อื ขยเ้ี พอ่ื เอาเปลอื กออกแลว้ ฝดั ใหส้ ะอาด
เลือกเอาเฉพาะเมล็ดท่ีสมบูรณ์
3) นำ�ไปผ่ึงแดดอีกรอบประมาณ
1-2 วัน จนเมล็ดแห้ง มีความชื้นประมาณ
8 เปอร์เซ็นต์ นำ�ไปเก็บไว้ในภาชนะอับลม
(แนะนำ�ให้เป็นถุงกระดาษ) เช็คความแห้งของ
เมล็ดกอ่ นเก็บเข้าภาชนะเกบ็
4) เขียนช่ือ/วนั เดือนปที ่ีเก็บ แล้ว
พับใส่ในถุงพลาสติกเก็บไว้ในตู้เย็น เพ่ือรักษา
อตั ราการงอกและลดการหายใจของเมลด็ พนั ธใ์ุ ห้
น้อยที่สุด จะสามารถเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ได้นาน
1 - 2 ปี
2.5 วธิ สี งั เกตเมลด็ สมบรู ณข์ องพชื
เมล็ดมีสีเสมอกันตามแต่ละพันธุ์
ไม่แตกหกั ไม่มรี อ่ งรอย แมลงเข้าไปทำ�ลาย มนี �้ำ
หนักพอเหมาะ
1.บวบ3.กระเจ๊ียบเขยี ว
3.1 ลักษณะของผล/ฝัก (สด) ฝักสมบูรณ์ไม่คดงอ สีฝักเขียวเข้ม
ฝกั สงู จากโคนต้นไม่เกนิ 50 เซนติเมตร
3.2 อายพุ ันธ์ุ กระเจยี๊ บเขยี วอายุ 80 - 85 วัน
3.3 ลักษณะการแก่ของฝัก/ผล ฝักแก่จะเปล่ียนเป็นสีนำ้�ตาลอ่อน
อาจมีรอยปรแิ ตกตามแนวสันเหลย่ี ม
50 การเกบ็ เมลด็ พนั ธไ์ุ ว้ใช้ในครัวเรอื นอยา่ งง่าย