นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
รูปแบบ การผลติ นวัตถกรรม
ช่ือนวัตถกรรม การพฒั นาผลการเรียนรวู ชิ าคณติ ศาสตร เรอื่ งมิตสิ มั พนั ธ
ระหวา งรูปเรขาคณิตสองมติ แิ ละสามมติ ิ ของนักเรียนชน้ั
มธั ยมศึกษาปที่ 1
รปู แบบ การจดั การเรยี นรโู ดยใชง านเปน ฐาน(Work-Bascd Learning)
การจัดการเรยี นรู เรื่องมติ ิสัมพนั ธระหวางรูปเรขาคณติ สองมิตแิ ละสามมิติ คือการจัดการเรยี นรโู ดยใช
ใชง านเปนฐาน (Work-Bascd Learning)เปน การจัดการเรียนรทู ี่เปด โอกาสใหนักเรียนไดมีสวนรวมในกจิ กรรม
การเรียนรูอยางมากเน่ืองจากนกั เรียนไดล งมือปฏบิ ตั ดิ วยตนเองเปนการสงเสรมิ ใหเกิดการเรยี นรูในสถานการณ
จรงิ (Authentic Leaming) โดยกําหนดข้นั ตอนการจัดกจิ กรรมการเรียนรเู ปน 3 ขั้นตอนดังนี้
1) ขัน้ กอนการปฏิบัตงิ านเปน การแจงจุดประสงคการเรียนรู ระบงุ านท่ีมอบหมายใหน ักเรียนศึกษาความรู
จากภาคสนามท่ีพบเห็นในชวี ิตประจาํ วนั หรือจากการทํางานของตนเองและแจง เกณฑก ารประเมนิ การทาํ งาน
2) ข้ันการปฏิบัติงานประกอบดวยข้ันตอนยอยๆ 3 ขั้นตอนคือข้ันตอนการทําความเขาใจในการ
ปฏิบัติงาน(conceptualization)เปนการกําหนดความหมายและรายละเอียดตางๆ เพ่ือใหผูเรียนไดเขาใจใน
งานที่จะปฏิบัติ ข้ันการฝกฝนประสบการณ(experimentation) ผูเรียนมุงคนหาความคิดรวบยอดดานความรู
จากการทํางานของตน ดวยการฝกหาประสบการณจากงานที่ตนทํา เพื่อหาวิธีการและความรูเฉพาะบุคคล
และหรือของกลุม ขั้นการใหผลสะทอนกลับ(reflection)เปนการนําความรูท่ีตกตะกอนที่ไดจากการฝก ฝน
ประสบการณ ซ่ึงเปนความหมายของการสรางองคความรูเชอื่ มโยงระหวา งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติ
3) ขน้ั หลงั การปฏิบัตงิ านเปนขน้ั ตอนท่ีนักเรียนและครรู วมกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นสรุปความรทู ี่
ไดจากการปฏบิ ัติงาน
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
ผูจัดทําไดศึกษาวิธีการจัดการเรยี นการสอนดวยการจัดประสบการณห รือสถานการณที่ใกลตวั ผเู รียน โดย
ใชงานเปนฐาน (Work-Bascd Learning) มาประยุกตใชกับการจัดการเรียนรูวชิ าคณิตศาสตร เรื่องมิติสัมพันธ
ระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1 เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู เรื่องมิติ
สัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ศึกษาความสามารถในการปฏิบัติงาน และศึกษาความพึง
พอใจของผเู รียนที่มีตอ การจดั การเรยี นรูโดยใชง านเปน ฐาน
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
ความเปน มาและความสาํ คัญของปญหา
คณิตศาสตรมีบทบาทสําคัญตอความสําเร็จในการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 เน่ืองจากคณิตศาสตรชวย
ใหมนุษยมีความคิดริเริ่มสรางสรรค คิดอยางมีเหตุผลเปนระบบมีแบบแผน สามารถวิเคราะหปญหาหรือ
สถานการณ ไดอยางรอบคอบและถี่ถวน ชวยใหคาดการณ วางแผน ตัดสินใจ แกปญหาไดอยางถูกตองเหมาะสม
และสามารถ นําไปใชในชีวิตจริง การศึกษาคณิตศาสตรจึงจําเปนตองมีการพัฒนาอยางตอเน่ือง เพ่ือใหทันสมัย
และสอดคลอง กับสภาพเศรษฐกิจ สังคมและความรูทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีท่ีเจริญกาวหนาอยางรวดเร็ว
ในยุคโลกาภิวตั น(The institute for the promotion of teaching science and technology, 2017)
กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร(ฉบับปรับปรุง 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
2551 ประกอบดว ย 4 สาระ มีการวัดและเรขาคณติ เปนสาระท่ี 2 และเรขาคณติ ในวิชาคณิตศาสตรเ ปนสาระท่ี
ศกึ ษารปู เรขาคณติ และสมบัติของรูปเรขาคณติ สองมติ แิ ละสามมติ ิในระบบคณิตศาสตร ซึง่ การเรียนเรขาคณิตมี
จุดหมายเพื่อพัฒนาความสามารถการคิดอยางมีเหตุผล ทําใหผูเรียนไดพัฒนาทักษะการใหเหตุผลแบบนิรนัย
ทักษะการสื่อสารทักษะการแกปญหา ท่ีสามารถนํามาประยุกตในการเรียนและการแกปญหาไดใน
ชวี ิตประจําวนั (อาพนั ธชนิด เจจิต,2556:2-3)
ผูจัดทําซึ่งเปนครูผูสอนพบวา สาระการวัดและเรขาคณิต เรื่องมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมติ ิ
และสามมิติ เปนเนอื้ หาท่เี ปน ปญ หาตอ การเรียนรูสง ผลกระทบตอผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นของผเู รียนเพราะอาจ
เนื่องมาจากวิธีสอน สวนใหญมักสอนใหผเู รียนจนิ ตนาการผลท่เี กิดจากการศึกษาจากหนังสือเรียนมากกวาการ
ใหผูเรียน เรียนรูโดยการลงมือปฏิบัติ จึงทําใหผูเรียนสวนใหญไมสามารถแกปญหาเกี่ยวกับมิติสัมพันธระหวาง
รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติท่ีซับซอน ไมสามารถวิเคราะหเกี่ยวกับมิติสัมพันธร ะหวางรูปเรขาคณิตสองมิติ
และสามมิติไดถูกตอง สงผลใหผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ํา ผูเรียนไมสามารถนําความรูทางคณิตศาสตรไป
ประยุกตใชใ นชีวติ ประจําวันได
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตรใหสูงข้ึนน้ัน การปรับเปล่ียนรูปแบบการจัดการเรียนรู
จะชวยสงเสริมใหผูเรียนเปนผูเรียนรูอยางแทจริง ซ่ึงการจัดการเรียนรูตองใหผูเรียนมีบทบาทในกิจกรรมการ
เรยี นอยางต่นื ตวั และไดริเร่ิมดาํ เนนิ การเรียนรูอยางใสใจ จดจอในเนอ้ื หา อยา งตอ เน่ืองตลอดกระบวนการ โดย
มีการเร่ิมความคิด สรางความรู มีปฏิสัมพันธรวมกัน และลงมือปฏิบัติดวยตัวเอง (Thongma, 2018) การ
จัดการเรียนรูคณิตศาสตรเหมือนรูปแบบของศิลปะอยางหนึ่ง การจัดการเรียนรูในลักษณะนี้เนนสอนโดยเริ่ม
จากของจริงไปสูสัญลักษณเนนใหนักเรียนไดลงมือปฏิบัติจริง สงเสริม แลวสามารถสรุปความคิดรวบยอดดวย
ตนเองได วัฒนา อุทัยรัตน (2542: 36-44) ในการจัดการเรียนรูดังกลาวน้ันพบวา การเรียนรูโดยใชงานเปน
ฐาน (Work Based Learning) สามารถสนองแนวคิดไดอ ยางสมบรู ณเน่ืองจากเปน การจัดการเรียนรูที่เนนการ
กระทํา การลงมือปฏิบัติกิจกรรมดวยตนเอง ซึ่งทําใหผูเรียนเกิดประสบการณตรง สามารถสรางองคความรูได
ดวยตนเอง ดังท่ีทฤษฎีการสรางสรรคความรูโดยการสรางสรรคช้ินงาน(Constructionism) วาหากนักเรียนมี
โอกาสไดสรางความรูและนําความคิดของตนไปสรางสรรคช้ินงานข้ึนโดยอาศัยส่ือท่ีเหมาะสมและเทคโนโลยีที่
เหมาะสม จะชวยใหความคิดนั้นเปนรูปธรรมท่ีชัดเจน เมื่อผูเรียนสรางสิ่งหนึ่งส่ิงใดขึ้นมาในโลก ก็หมายถึงการ
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
สรางความรูข้ึนในตนเอง ความรูที่สรางข้ึนจะมีความหมายคงทนและไมลืมงาย นอกจากน้ีผูเรียนจะสามารถ
ถายทอดใหผูอื่นเขาใจความคิดของตนได ความรูที่สรางขึ้น จะเปนฐานที่ม่ันคงชวยใหผูเรียนสรางความรูตอไป
เรื่อยๆอยา งไมมที ส่ี น้ิ สดุ
การจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน (Work Based Learning)เปนการสนองเจตนารมณ ของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ในดานสมรรถนะสําคญั ของผเู รียน ซึ่งมุง
พัฒนาใหผูเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู ซึ่งการพัฒนาผูเรียนไดบรรลุมาตรฐานการเรียนรูที่กําหนด
จะชวยใหผูเรียนเกิดสมรรถนะสําคัญ 5 ประการ และการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐานสามารถพัฒนาผูเรียน
ใหบรรลุสมรรถนะสําคัญได 4 ประการคือ 1.ความสามารถในการส่ือสาร 2 ความสามารถในการคิด 3. ความ
สามารถ ในการแกปญหา 4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน
สามารถพัฒนาผูเรียนใหบรรลุมาตรฐานได เพราะผูเรียนไดนํากระบวนการตางๆในการจัดการเรียนรูไปใชใน
การเรียนรูดวยตนเอง การทํางานและสรางความสัมพันธอันดีในกลุมของตนเอง นอกจากน้ันการจัดการเรียนรู
โดยใชงานเปนฐานยังเปนการพัฒนาใหผูเรียนเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงคดานการมีวินัย ใฝเรียนรู และ
มุงม่ันในการทํางาน ดังผลงาน วิจัยของ ชันอนันต สมุทวนิช (อางถึงในนิลุบล จิตตมั่น ,2557:6) ไดใชแนวคิด
เกยี่ วกับการเรียนรูของผูเรียนโดยการสรางสรรคช ้นิ งานซึ่งมลี ักษณะสอดคลองกับการเรียนรูแบบเนนภาระงานมา
ใชในการเรียนการสอนของโรงเรียนมหาวชิราวุธวิทยาลัยมากกวา 2 ป ผลการใชแนวคิดนี้สามารถทําใหผ ลการ
สัมฤทธ์ิทางการเรียน สูงข้ึนสอดคลองกับงานวิจัยของ นิลุบล จิตม่ัน (2557, บทคัดยอ) ไดวิจัยเร่ืองความสามารถ
ในการพูดภาษา อังกฤษ โดยการเรียนรูแบบเนนภาระงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑในทองถิ่นพบวา นักเรียนสามารถพูด
ภาษาอังกฤษผา นเกณฑ รอ ยละ 60 การศึกษาครง้ั นี้พบวานกั เรียนมีความกระตือรือรน มีความสขุ สนุกสนานใน
การเรียนและในการทํางานกลมุ
จากความเปนมาและความสําคัญของปญหาขางตนผูจัดทําสนใจนําการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปน
ฐาน มาประยุกตใชกับการจัดการเรียนวิชาคณิตศาสตร เรื่องมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสาม
มิติ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1 เพ่ือพัฒนาผลการเรียนรู เร่ืองมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติ
และสามมิติ ศึกษาความสามารถในการปฏิบัติงานและความพึงพอใจตอผูเรียนท่ีมีตอการจัดการเรียนรูโดยใช
งานเปนฐาน
นวตั ถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
การสรางและการตรวจสอบเคร่ืองมอื
ผูจัดทําไดศึกษาคนหาวิธีการและนวัตกรรมการจัดการเรียนรูไดดําเนินการสรางเคร่ืองมือเพ่ือศึกษา
การพัฒนาผลการเรียนรูวิชาคณิตศาสตร เรื่องมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ดวยการ
จัดการเรียนรูโดยใชงานเปน ฐาน โดยมรี ายละเอียดดังน้ี
การสรางแผนการจดั การเรียนรู
1. แผนการจัดการเรียนรูวิชาคณิตศาสตร เรื่องมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ
ดว ยการจัดการเรียนรโู ดยใชงานเปนฐาน มีขน้ั ตอนการสรา งดงั น้ี
1.1 ศึกษารายละเอียดหลักสูตร สาระการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู ตัวช้ีวัด วิชาคณิตศาสตร
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 เร่อื งมติ ิสัมพนั ธระหวา งรูปเรขาคณิตสองมติ แิ ละสามมิติ
1.2 ศกึ ษาวิธีสรางแผนการจดั การเรยี นรโู ดยใชง านเปนฐาน
1.3 สรางแผนการจดั การเรียนรูวชิ าคณิตศาสตร เร่ืองมิติสัมพันธระหวา งรูปเรขาคณิตสองมติ ิ
และสามมิติ ดวยการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน จํานวน 4 แผนคือ 1) ภาพของรูปเรขาคณิตสามมิติ 2)
ภาพหนาตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ 3) ภาพที่ไดจากกการมองดานหนา(front view) ดานขาง (side view)
และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ และ 4) การวาดหรือประดิษฐรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบ
ขึ้นจากลูกบาศกเมื่อกําหนดภาพสองมิติที่ไดจากการมอง ดานหนา ดานขางและดานบนให ซ่ึงภายในแผนการ
จัดการเรียนรู ประกอบดวยมาตรฐานการเรียนรูชวงชั้น/ตัวชี้วัด สาระสําคัญ จุดประสงคการเรียนรู สาระการ
เรียนรู (เน้ือหา) สมรรถนะสําคัญของผูเรียน ชิ้นงาน/ภาระงาน กิจกรรมการเรียนรู ซึ่งประกอบดวยข้ันตอน 3
ขั้นตอน คือ ข้ันที่ 1 ขั้นกอนการปฏิบัติงาน ข้ันท่ี 2 ขั้นปฏิบัติงานมี 3 ขั้นตอน 1)ขั้นทําความเขาใจในการ
ปฏิบัติงาน (Conceptualization 2) ขั้นการฝกฝนประสบการณ (Experimentation) 3) ขั้นการใหผลสะทอน
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
กลับ (Reflection) ข้ันท่ี 3 ขั้นหลังการปฏิบัติงาน และการวัดการประเมินผลการเรียนรูและแหลงขอมูล
เพม่ิ เติม รวม 12 ชว่ั โมง
แผนการ สาระการเรยี นรูเน้อื หา จาํ นวน
จัดการเรยี นรู ภาพของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ ประกอบดว ย 12 ชั่วโมง
1. ลกั ษณะและสว นประกอบของรปู เรขาคณิต
1 2. รูปคลข่ี องรปู เรขาคณิต 3
3. รูปเรขาคณิตสามมติ ิจากรูปคลีภ่ าพของรูปเรขาคณติ สามมิติ
2 ภาพหนา ตัดของรปู เรขาคณติ สามมิติ ประกอบดว ย 3
2.1 ภาพหนา ตัดที่เกดิ จากการใชระนาบตัดรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
2.2 ลกั ษณะหนา ตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
แผนการ สาระการเรยี นรเู นอ้ื หา จาํ นวน
จดั การเรียนรู ภาพทีไ่ ดจากการมองดา นหนา (front view) ดานขาง (side view) และ 12 ชั่วโมง
ดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ
3 3.1 ลกั ษณะของภาพสองมติ ทิ ไี่ ดจ ากการมองดา นหนา ดานขา งและดา นบน 3
ของรูปเรขาคณติ สามมติ ิ
3.2 ภาพการมองดา นหนา ดานขา งและดา นบนของรูปเรขาคณติ สามมิติ
4 วาดหรือประดิษฐรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบข้ึนจากลูกบาศกเมื่อ 3
กําหนดภาพสองมิติที่ไดจากการมองดานหนา (front view) ดานขาง (side
view) และดานบน (top view)ประกอบดว ย
4.1 ภาพดา นหนา ดา นขาง หรือดานบนของรปู เรขาคณิตสามมิติทปี่ ระกอบ
ขน้ึ มาจากลกู บาศก
4.2 วาด ประดิษฐรูปเรขาคณิตที่ประกอบข้ึนจากลูกบาศก เม่ือกําหนด
ดานหนา ดา นขางและดา นบนให
รวม 12
นวตั ถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
1.4 เสนอแผนการจัดการเรยี นรวู ชิ าคณิตศาสตร เรือ่ งมติ สิ มั พนั ธระหวางรูปเรขาคณติ สองมิติ
และสามมิติ ดวยการจัดการเรยี นรูโดยใชงานเปน ฐาน ทปี่ รบั ปรงุ แลวใหผ ูเชี่ยวชาญดานการสอนคณิตศาสตร 1
คน ดานวัดผลประเมินผล 1 คน และดานภาษาไทย 1 คน ตรวจสอบความเท่ียงตรงของเนื้อหา (Content
Validity) ความถูกตองของภาษาที่ใช และความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใชเกณฑการ
ประเมนิ
+1 หมายถึง แนใจวาแผนการจัดการเรียนรูส อดคลองกับตัวชวี้ ัด
0 หมายถงึ ไมแ นใ จวาแผนการจดั การเรยี นรูสอดคลอ งกบั ตัวช้ีวดั หรอื ไม
-1 หมายถึง แนใ จวาแผนการจดั การเรียนรไู มสอดคลอ งกับตวั ชวี้ ดั
จากนั้นผลการพิจารณาของผูผูเช่ียวชาญในแตละขอไปหาความเท่ียงตรงเชิงเน้ือหาและคา
ดัชนคี วามสอดคลอง (IOC :Index of Item Objective Congruence) ตามสตู รดังน้ี
IOC = ∑R
N
เมือ่ IOC หมายถงึ คา ดัชนีความสอดคลอง (Index of Item Congruence)
R หมายถงึ ความคิดเห็นของผูทรงคุณวฒุ ิที่มตี อ ขอคําถาม โดยที่
+1 หมายถงึ แนใจวา แผนการจดั การเรยี นรสู อดคลอ งกับตวั ชวี้ ดั
0 หมายถงึ ไมแนใจวา แผนการจดั การเรยี นรูสอดคลองกับตวั ชวี้ ดั หรือไม
-1 หมายถึง แนใจวา แผนการจัดการเรียนรูไมส อดคลอ งกับตวั ชวี้ ัด
∑R หมายถงึ ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผทู รงคณุ วฒุ แิ ตละคน
N หมายถงึ จํานวนผทู รงคุณวุฒิในการตรวจเครื่องมือ
แผนการจัดการเรียนรูตองไดคาดัชนีความสอดคลองต้ังแต 0.50 ขนึ้ ไปถือวามีความสอดคลองกับเกณฑที่
ยอมรับได ถาไมถึงเกณฑใหปรับแกตามขอแนะนําของผูเชี่ยวชาญ ซึ่งไดคาดัชนีความสอดคลองของผูเช่ียวชาญ 3
คน เทากับ 1 จากนั้นปรับตามขอ แนะนาํ ของผเู ชี่ยวชาญ โดยการแกไ ขขอ ความรูปภาพ ใหเ หมาะสม
1.5 นําแผนการจัดการเรียนรูวิชาคณิตศาสตร เรื่องมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติ
และสามมิติ ดวยการจัดการเรียนรโู ดยใชงานเปนฐาน จํานวน 4 แผน ไปทดลองจัดการเรียนรกู ับนักเรียนชนั้ ป
ที่ 1/1-1/2 ที่กําลังศึกษาอยูในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2564 จํานวน 2 หองเรียนจํานวนนักเรียน 45 คน
เพ่อื ตรวจสอบความเหมาะสมและปรบั ปรงุ แกไขกอนนําไปใชจรงิ กับกลุมตัวอยาง
1.6 ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรูแลวนําแผนการจัดการเรียนรูวิชาคณิตศาสตร เรื่องมิติ
สัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ดวยการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน ไปใชเปนเคร่ืองมือ
เพื่อศึกษาการพัฒนาผลการเรียนรูกับนักเรียนกลุมตัวอยางคือนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1/1 และ 1/2 ที่
ศึกษาอยใู นภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2565 จํานวน 42 คน
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมัธยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
สามารถสรปุ ขั้นตอนไดดังแผนภมู ิ
ขน้ั ที่ 1 ศึกษารายละเอียดของหลักสูตร สาระการเรยี นรู มาตรฐานการเรยี นรู ผลการ
เรียนรูวชิ าคณิตศาสตร เรอ่ื งมติ สิ ัมพนั ธร ะหวางรปู เรขาคณติ สองมติ ิและสามมติ ิ
ขน้ั ที่ 2 ศกึ ษาการสรา งแผนการจัดการเรียนรูทจ่ี ดั การเรียนรูโ ดยใชง านเปน ฐาน
(Worlk – Based Leaning)
ขัน้ ท่ี 3 สรา งแผนการจัดการเรยี นรูท จี่ ัดการเรยี นรูโดยใชงานเปน ฐาน
ขนั้ ที่ 4 นาํ แผนการจดั การเรียนรู ใหผ ูเชยี่ วชาญตรวจสอบความเท่ียงตรงของเนือ้ หา
ขน้ั ที่ 5 นาํ แผนการจัดการเรยี นรู จํานวน 4 แผน ไปทดลองจดั การเรียนรกู ับนกั เรยี น.
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 1/1-1/2 ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2564
ขน้ั ที่ 6 ปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรูแลวนําไปใชกับกลุมตัวอยาง
นกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1/1-1/2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศึกษา 2565
แผนภูมิ สรปุ ขัน้ ตอนการสรางแผนการจัดการเรยี นรู
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
แผนการจัดการเรียนรู กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 2 เร่ืองภาพหนา ตดั ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
จํานวน 3 ชั่วโมง
รายวชิ าคณติ ศาสตรเพ่ิมเติม 1 รหสั วชิ า ค21201
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1
หนว ยการเรยี นรูท่ี 2 เรื่องความสัมพันธระหวางรูปเรขาคณติ สองมติ ิและสามมิติ
จาํ นวน 12 ชั่วโมง จดุ ประสงคการเรียนรู
นกั เรียนสามารถ
1.อธิบายลกั ษณะและสว นประกอบของรปู
เรขาคณิตได
ชว่ั โมง กิจกรรมการเรยี นรู 2.เขียนรูปคลข่ี องรูปเรขาคณิตสามมติ ิได
ท่ี 1 ลักษณะและสว นประกอบของรปู เรขาคณติ 3.เขยี นรูปเรขาคณิตสามมิติจากรปู คล่ไี ด
ขัน้ ที่ 1 ขั้นกอนปฏบิ ัติงาน
ทําความเขา ใจในการปฏิบตั งิ าน (Conceptualization)
1. ครูต้ังคําถามนําใหนักเรียนรวมอภิปรายในประเด็นท่ีเกี่ยวของกับความรจู ากงานภาคสนามท่ีพบเห็นใน
ชีวิตประจําวันหรือจากการลงมือปฏิบัติจากสถานที่ทํางานจริง เพื่อใหนักเรียนเห็นประโยชนของการทํางาน ครู
สรุปประเด็นสําคญั ทีน่ กั เรยี นยังไมไ ดก ลาวถงึ ดงั นี้
•นักเรียนไดประโยชนอะไรจากงานภาคสนามทพ่ี บเหน็ ในชีวิตประจําวันและการทํางาน
- ทกั ษะทไ่ี ดร ับ มาจากความสามารถทไ่ี ดลงมอื ปฏบิ ตั จิ รงิ
2. แจงจุดประสงคการเรยี นรูใ หน ักเรยี นทราบวาเมอื่ นักเรียนเรียนจบในชวั่ โมงน้แี ลวนกั เรยี นสามารถ
[ 1. อธิบายลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณติ ได
2. เขียนรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิได
3. เขียนรูปเรขาคณิตสามมิตจิ ากรปู คล่ไี ด ]
3. ระบุงานที่มอบหมายใหนักเรียนศึกษาความรูจากภาคสนามท่ีพบเห็นในชีวิตประจําวัน หรือจากการ
ทํางานของตน เร่ืองการอธิบายลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิต [รูปเรขาคณิต เปนรูปที่ประกอบ ดวยจุด
เสนตรง สวนโคงตาง ๆ และถาอยูในระนาบเดียวกัน เราก็เรียกวารูประนาบ แตถาหากเปนรูปทรงท่ีมีความ
หนา ความลึก ความสูง เราก็เรียกวารูปสามมิติ หากเราหยิบภาชนะตาง ๆ ที่อยูรอบตัวเราข้ึนมาจะพบวา
ประกอบดวย รูปทรงเรขาคณิต หลากหลายรวมกัน]
4. แจง เกณฑก ารประเมินการทํางาน
1. การวางแผนการปฏิบตั ิงาน
มีการวางแผนการปฏบิ ัติงานและระบุขั้นตอนในการทํางานชัดเจน มีการระบุอุปกรณครบถวน
มกี ารจดบนั ทกึ รายการทีก่ าํ หนดและระบุไว
2. การปฏบิ ัติงาน
ปฏิบัติงานตามข้ันตอนที่วางแผนไว สามารถใชอุปกรณไดอยางคลองแคลวมีความละเอียด
รอบคอบในการปฏิบัติงาน
3. คุณภาพของช้นิ งาน
มีชิ้นงานปรากฏและช้ินงานมีองคประกอบครบถวนสมบูรณ ชิ้นงานมีอัตราสวนของความ
นวัตถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
ข้ันที่ 2 ข้นั ปฏบิ ตั งิ าน
ทาํ ความเขาใจในการปฏบิ ตั งิ าน (Conceptualization)
5. นักเรียนแบงเปนกลุม กลุมละ 4 คน โดยคละความสามารถ แตละกลุมเลือกประธาน รองประธาน
และเลขานกุ าร
6. ตัวแทนกลุมรับใบความรู เรื่องลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิต ใหนักเรียนรวมกันศึกษา
เนื้อหาและตัวอยางเกี่ยวกับลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติ โดยให
นักเรียนแลกเปล่ียนเรียนรูและชวยกันอธิบายภายในกลุมของตนเอง พรอมกับการซักถามประกอบการอธิบาย
ของครจู นนกั เรียนเขา ใจอยางชดั เจน
ํ ั ่ี ั ี ็ ใ ี ํ ั
การฝก ฝนประสบการณ (Experimentation)
8. นักเรียนแตละกลุมชวยกันวิเคราะหรูปที่ไดรับ แลวจําแนกออกเปนสองกลุมใหญๆ คือกลุมรูป
เรขาคณิตสองมิติและกลุมรูปเรขาคณิตสามมิติ แลวชวยกันสรุปวิธีการจําแนกรูปเรขาคณิตเหลานั้น พรอมกับ
เขยี นรูปเรขาคณิตสองมิตแิ ละรูปเรขาคณติ สามมติ ิทีจ่ ําแนกแลว ลงในกระดาษที่ครูแจกให โดยศึกษาวธิ ีการเขียน
รูปเรขาคณิตจากการศกึ ษาใบความรู
9. นักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายและชวยกันสรุปภายในกลุมในหัวขอ ลักษณะและสวนประกอบ ของ
รปู เรขาคณิต
10. นกั เรียนปฏิบัติกจิ กรรมตามใบกจิ กรรมเรอื่ งลักษณะและสว นประกอบของรปู เรขาคณิต
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
การใหผ ลสะทอนกลับ (Reflection)
11. สง ตัวแทนแตล ะกลมุ ออกมารายงานนําเสนอผลงานและรายงานผลการปฏบิ ตั ิงานของตน
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นหลังปฏิบัติงาน
12. นักเรียนรวมกันสรุปลักษณะท่ีแตกตางกันระหวาง รูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติ
หลงั จากจดั กิจกรรมการเรยี นรู และครูใหนกั เรยี นไดซักถามขอสงสยั จนเขา ใจเปนอยางดี
13. นัดหมายใหนักเรียนแตละคนประดิษฐชิน้ งานรูปเรขาคณิตสามมิติจากกระดาษแข็ง เชน กลองทรง
สีเ่ หลี่ยมมุมฉาก กลอ งทรงกระบอก กลองปริซึมฐานหกเหลยี่ ม เปนตน คนละ 1 กลอ ง เพ่ือใชใ นชั่วโมงตอไปตาม
ตัวอยางทค่ี รนู ํามา
นวัตถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมัธยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
ชว่ั โมง รปู คลีข่ องรูปเรขาคณติ สามมติ ิ
ที่ 2
ขัน้ ที่ 1 ข้นั กอนปฏบิ ัติงาน
14 ครูทบทวนลักษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณิตและนําผังความคิด “รูปเรขาคณิตสามมิติ”
โดยใหนกั เรียนชวยกันสรุปลกั ษณะรปู ทรงตา งๆ
ผังความคดิ “รปู เรขาคณิตสามมติ ”ิ
รูปทรงกระบอก
รูปทรงสเ่ี หล่ียม รูปทรงกลม
“รูปเรขาคณิตสามมติ ิ”
รปู พรี ะมิด
รูปปริซมึ
รูปกรวยกลม
15. ครูแจงจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบวาเมื่อนักเรียนเรียนจบในชั่วโมงน้ีแลวนักเรียน
สามารถ [เขียนรูปคลี่ของรปู เรขาคณิตสามมติ ิได]
16. ระบุงานที่มอบหมายใหน ักเรียนศึกษาความรูจากภาคสนามท่พี บเห็นในชีวิตประจําวัน หรอื จาก
การทํางานของตน เร่อื งการเขยี นรปู คล่ขี องรปู เรขาคณิตสามมิติ จากอินเทอรเ น็ต เว็บไซค
https://sites.google.com/a/sapit.ac.th/tiger/2/05-rup-rekhakhnit-sam-miti
17. นักเรียนศึกษาวิธีการเขียนรูปเรขาคณิตจากใบความรูเรอื่ งรปู คล่ีของรูปเรขาคณิตสามมิติ
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
ขน้ั ที่ 2 ข้นั ปฏิบตั งิ าน
ทาํ ความเขา ใจในการปฏิบตั ิงาน (Conceptualization)
18. ครูสุมเลือกนักเรียนเพื่อเปนตัวแทนนักเรียนจํานวน 4 - 5 คน โดยพิจารณาจากนักเรียนท่ีนํากลอง
เปลา ท่ีครมู อบหมายใหเ ตรียมมาคนละ 1 ใบ และในจาํ นวนนน้ั ใหนาํ กลอ งมีลกั ษณะแตกตา งกนั ออกมาหนาช้ัน
เรียน
19. นักเรียนท่ีเปนตัวแทนและครูรวมกันสาธิตการหารูปคลี่ของกลอง โดยการใชมีดตัดกลองตามแนว
สันบางแนวเพอ่ื ใหเกิดรปู คลี่
20. นักเรียนท่ีเปนตัวแทนรวมกันสาธิตการวาดรูปคลี่ของกลองเสร็จแลวนาํ กลองกลับเขาที่นั่งของตน
การฝกฝนประสบการณ (Experimentation)
21. นักเรียนแตละคนใชมีดตดั กลองตามแนวสันบางแนว เพ่ือใหเกิดรูปคลี่และเขียนรูปคลี่ของกลอง
ทีต่ นนํามา
22. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เรื่องรูปคล่ขี องรปู เรขาคณิตสามมิติ
การใหผลสะทอ นกลับ (Reflection)
23. สมุ ตัวแทนนกั เรยี นออกมานําเสนอผลงานและรายงานผลการปฏบิ ัติงานของตน
ขั้นท่ี 3 ข้นั หลงั ปฏิบัติงาน
24. นักเรียนรว มกนั สรุปความรูเร่ืองรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติ หลงั จากจัดกิจกรรมการเรยี นรู ครู
นัดหมายใหนักเรียนแตละคนนํากลองเปลามาคนละ 1 ใบ โดยให มีลักษณะหลากหลายแตกตางกัน และใหใช
มดี ตดั กลองตามแนวสันบางแนวเพอื่ ใหเกิดรูปคล่ี เพอื่ ใชในชวั่ โมงตอ ไป
ชว่ั โมง รูปเรขาคณติ สามมติ ิจากรูปคลี่
ท่ี 3
ข้นั ที่ 1 ขนั้ กอนปฏิบตั ิงาน
25 ครูทบทวนเรื่องรูปคล่ีของรปู เรขาคณิตสามมิติ
26 ครแู จง จุดประสงคก ารเรียนรูใหน กั เรยี นทราบเม่อื นกั เรยี นเรยี นจบในชัว่ โมงน้แี ลว
[นักเรียนสามารถเขยี นรปู เรขาคณิต สามมติ ิจากรปู คล่ีได]
27 ระบุงานท่ีมอบหมายใหนักเรียนศึกษาความรูจากภาคสนามท่ีพบเห็นในชีวิตประจําวัน หรือจาก
การทํางานของตน เรอื่ งการเขยี นรูปเรขาคณิตสามมติ ิจากรูปคลี่
ข้ันที่ 2 ขัน้ ปฏบิ ัติงาน
ทําความเขาใจในการปฏิบตั ิงาน (Conceptualization)
28 นักเรียนแตละคนเขียนรูปเรขาคณิตสามมิติจากกลองที่ครูมอบหมายใหเตรียมมาจํานวน กลองละ
1 รูป
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
การฝก ฝนประสบการณ (Experimentation)
29 แตละคนนํากลองเปลาไปแลกกับกลองเปลาของนักเรียนคนอ่ืน นักเรียนแตละคนเขียนรูปคลีของ
กลอ ง นกั เรียนแตละคนเขยี นรูปเรขาคณิตสามมิตจิ ากรปู คลี่
30 นักเรียนปฏบิ ัติกจิ กรรมตามใบกิจกรรม เรื่องลกั ษณะและสว นประกอบของรปู เรขาคณิต
การใหผลสะทอ นกลบั (Reflection)
31 ครสู ุม ตวั แทนนักเรยี นออกมานําเสนอผลงานและรายงานผลการปฏบิ ัตงิ านของตนเอง จาํ นวน 3-4 คน
ข้ันท่ี 3 ขัน้ หลังปฏบิ ัตงิ าน
32 นกั เรียนรว มกันสรุปความรเู ร่ืองการเขียนรปู เรขาคณติ สามมติ จิ ากรูปคลี่
33 นักเรียนแตละคนทําแบบทดสอบหลังการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู เรื่องภาพของรูป เรขาคณิต
สามมิติ ตามกําหนดเวลา 10 นาที หลังจากจัดกิจกรรมการเรียนรู ครูนัดหมายใหนักเรียนแตละคนนําสงิ่ ของที่
สามารถตดั ดว ยมดี ได เชน ผกั ผลไม ขนมปงปอนด ฯลฯ มาคนละ 1 ชน้ิ เพื่อใชใ นชั่วโมงตอไป
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
แผนการจัดการเรียนรู กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร
แผนการจดั การเรียนรูท่ี 1 เรือ่ งภาพหนา ตัดของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
จาํ นวน 3 ช่ัวโมง
รายวิชาคณติ ศาสตรเพิม่ เติม 1 รหัสวิชา ค21201
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2
หนวยการเรียนรูท ี่ 2 เรอื่ งความสมั พันธร ะหวางรูปเรขาคณติ สองมติ ิและสามมิติ
จํานวน 12 ชั่วโมง
จุดประสงคการเรียนรู
นกั เรียนสามารถ เขยี นหรืออธิบาย
ลักษณะหนา ตัดทเ่ี กดิ จากการใชร ะนาบตดั รปู
เรขาคณติ สามมติ ิได
ชว่ั โมง กิจกรรมการเรยี นรู
ที่ 1 ภาพหนาตัดทีเ่ กิดจากการใชร ะนาบตดั รปู เรขาคณิต
ข้ันที่ 1 ข้นั กอนปฏบิ ัติงาน
1. ครูต้ังคําถามนําใหนักเรียนรวมอภิปรายในประเด็นท่ีเก่ียวของกับความรูจากภาคสนามท่ีพบเห็นใน
ชีวิตประจําวันหรอื จากการทํางาน เพอื่ ใหนักเรยี นเห็นประโยชนของการทาํ งาน
2. แจงจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบเม่ือนักเรียนเรียนจบในชั่วโมงนี้แลว คือนักเรียนสามารถ
บอก เขยี นหรืออธบิ าย ลักษณะหนา ตัดที่เกดิ จากการใชระนาบตดั รปู เรขาคณิตสามมิติ
3. ระบงุ านทมี่ อบหมายใหนักเรียนศึกษาความรจู ากภาคสนามที่พบเหน็ ในชวี ิตประจําวัน หรือจากการ
ทํางานของตนเร่ืองลกั ษณะหนา ตัดทเ่ี กดิ จากการใชร ะนาบตัดรปู เรขาคณิตสามมิติ
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
4. แจงเกณฑการประเมินการทาํ งาน
1. การวางแผนการปฏบิ ัตงิ าน
-มีการวางแผนการปฏิบัติงานและระบุข้ันตอนในการทํางานชัดเจน มีการระบุอุปกรณ
ครบถว นมกี ารจดบนั ทกึ รายการทก่ี ําหนดและระบุไว
2. การปฏบิ ตั ิงาน
-ปฏิบัติงานตามขั้นตอนท่ีวางแผนไว สามารถใชอุปกรณไดอยางคลองแคลวมีความ
ละเอียดรอบคอบในการปฏบิ ัตงิ าน
3. คุณภาพของชิน้ งาน
-มชี ิน้ งานปรากฏและช้ินงานมอี งคป ระกอบครบถวนสมบูรณ ชิน้ งานมอี ัตราสว นของความ
ยาวของแตล ะดานถูกตองเหมาะสม ช้นิ งานมีความเปนระเบยี บเรยี บรอ ยสวยงาม
5. ทดสอบกอนเรยี นเร่อื งภาพหนา ตัดของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ ภายในเวลาทีก่ ําหนด
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั การปฏบิ ัติงาน
ทาํ ความเขาใจในการปฏบิ ตั ิงาน (Conceptualization)
6. ครูใหนักเรียนปฏิบัติงานในหัวขอภาพหนาตัดท่ีเกิดจากการใชระนาบตัดรูปเรขาคณิตสามมิติโดย
การบอกหรือเขียนหนาตัดที่เกดิ จากการใชร ะนาบตัดรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
7. ใหนักเรียนแตละคนนําส่ิงของท่ีครูส่ังใหเตรียมไวในช่ัวโมงท่ีแลวคือสิ่งของท่ีสามารถตัดดวยมีดได
เชน ผกั ผลไม ขนมปงปอนด ฯลฯ มาคนละ 1 ชิน้ ขนึ้ มาแลวให นักเรยี นแตละคนนําสง่ิ ของเหลา นน้ั มาตัดขวาง
ในแนวตาง ๆ กัน พรอมกับเขียนภาพหนาตัดท่ีเกิด จากการใชมีดตัดสิ่งของเหลานั้น โดยศึกษาการเขียนภาพ
หนา ตัดของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ จากใบความรเู รื่องภาพหนาตดั ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
8. ใหนกั เรยี นรว มกนั อภปิ รายและชว ยกนั สรุปภายในกลุมในหวั ขอ ภาพหนาตดั ทีเ่ กดิ จากการ ใช
ระนาบตัดรูปเรขาคณิตสามมิติ
การฝก ฝนประสบการณ (Experimentation)
9. นกั เรียนปฏิบตั ิกจิ กรรมตามใบกิจกรรม เร่ืองภาพหนาตัดของรูปเรขาคณติ สามมิติ
การใหผ ลสะทอนกลบั (Reflection)
10. ครูสุมตัวแทนนักเรียนจํานวน 3 - 4 คน ออกมารายงานผลการปฏิบัติงาน และบอกหรือเขียน
ลักษณะของภาพทีเ่ กดิ จากการตัดขวางสง่ิ ของในแตละแนว
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นหลงั การปฏบิ ัติงาน
11. ใหนกั เรยี นรวมกันสรุปความรูเรื่องหนาตัดทีเ่ กิดจากการใชระนาบตดั รปู เรขาคณิตสามมิติหลังจาก
จัดกิจกรรมการเรียนรู ครูนัดหมายใหนักเรียนแตละคนหาดินนํ้ามัน คนละประมาณ 300 ลูกบาศกเซนติเมตร
เพ่อื ใชใ นชั่วโมงตอไป
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
ชว่ั โมง กิจกรรมการเรยี นรู
ที่ 2 - 3 ลกั ษณะหนา ตดั ของรูปเรขาคณิตสามสามมิติ
ขนั้ ท่ี 1 ทาํ ความเขาใจในการปฏิบตั ิงาน (Conceptualization)
12. ครทู บทวนงานที่มอบหมายใหน ักเรียนศึกษาความรูจากภาคสนามท่ีพบเหน็ ในชวี ิตประจําวัน หรือ
จากการทํางานของตน เร่ืองลักษณะหนาตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ โดยการบอกหรือเขียน หนาตัดที่เกิดจาก
การใชระนาบตดั รปู เรขาคณิตสามมิติ ในชว่ั โมงทผี่ านมา
13. แจงเกณฑการประเมนิ การทาํ งาน
1. การวางแผนการปฏิบัติงาน
-มีการวางแผนการปฏิบัติงานและระบุข้ันตอนในการทํางานชัดเจน มีการระบุอุปกรณ
ครบถว นมกี ารจดบนั ทกึ รายการทีก่ าํ หนดและระบุไว
2. การปฏบิ ัติงาน
-ปฏิบัติงานตามขั้นตอนท่ีวางแผนไว สามารถใชอุปกรณไดอยางคลองแคลวมีความ
ละเอยี ดรอบคอบในการปฏิบัติงาน
3. คณุ ภาพของชิ้นงาน
ขัน้ ที่ 2 ขั้นกอ นปฎบิ ัตงิ าน
ขั้นการฝกฝนประสบการณ (Experimentation)
14. ใหน กั เรียนแตล ะคน นาํ ดินน้ํามันท่ีครสู ง่ั ใหเตรียมไวใ นชัว่ โมงท่แี ลวข้นึ มาแลว ใหน กั เรยี นแตละคน
นําดนิ นํ้ามันมาปน เปนรูปทรงเรขาคณติ สามมติ ิชนดิ ตาง ๆ เชน ทรงกระบอก พีระมิด กรวย ทรงส่ีเหลี่ยมมมุ
ฉาก เปนตน
15. ใหน กั เรียนนํารูปทรงเรขาคณติ สามมติ ทิ ีเ่ กดิ จากการปน ดนิ น้ํามันในขอ14 มาตัดขวาง ในแนวตา ง
ๆ กนั พรอ มกบั เขยี นภาพหนาตดั ท่ีเกดิ จากการใชมดี ตดั รูปทรงเรขาคณติ สามมติ ิ เหลานัน้
16. ใหนักเรยี นรวมกันอภิปรายและชวยกนั สรุปในหัวขอลกั ษณะหนาตดั ของรปู เรขาคณิตสามมิติ
ข้นั การฝก ฝนประสบการณ (Experimentation)
17. นกั เรียนปฏิบตั กิ จิ กรรมตามใบกิจกรรม เร่ืองภาพหนาตัดของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
นวัตถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
การใหผ ลสะทอนกลับ (Reflection)
18. ครูสุมตัวแทนนักเรียนจํานวน 3 – 4 คน ออกมานําเสนอผลงานและรายงานผลการ ปฏิบัติงาน
ของตน
ขั้นท่ี 3 ขั้นหลังปฏบิ ตั ิงาน
19. นักเรียนรวมกันสรปุ ความรเู ร่ืองลักษณะหนาตัดของรูปเรขาคณติ สามมติ ิ
20. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลังเรียน เรื่องภาพหนา ตัดของรปู เรขาคณิตสามมิติ ภายในเวลาทก่ี าํ หนด
นวัตถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
แผนการจัดการเรียนรู กลุม สาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 3 เรือ่ งภาพทีไ่ ดจากการมองดานหนา (front view)
ดานขาง (side view) หรอื ดา นบน (top view) ของรูปเรขาคณติ สามมิติ
จาํ นวน 3 ช่ัวโมง
รายวชิ าคณิตศาสตรเ พม่ิ เตมิ 1 รหัสวชิ า ค21201
ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1
หนวยการเรยี นรทู ่ี 2 เร่อื งความสัมพันธร ะหวางรูปเรขาคณิตสองมติ แิ ละสามมิติ
จํานวน 12 ชวั่ โมง จุดประสงคการเรียนรู
นกั เรียนสามารถ
1.อธบิ ายลักษณะของภาพสองมิติท่ไี ดจาก
การมองทางดานหนา(front view)ดานขา ง
(side view) หรือดานบน (top view) ของ
รปู เรขาคณติ สามมติ ิได
2. เขยี นภาพดานหนาหนา (front view)
กจิ กรรมการเรยี นรู ดา นขาง (side view) หรอื ดา นบน (top
ลกั ษณะของภาพสองมิตทิ ี่ไดจากการมองทาง view) ของสง่ิ ของที่มรี ูปทรงเรขาคณิตสาม
ชว่ั โมง ดานหนาดานขา ง หรือดานบน ของรูป มติ ิได
ที่ 1 เรขาคณิตสามมติ ิ
ขั้นที่ 1 ข้นั กอนปฏิบัติงาน
1. ใชคําถามนํานักเรียนรวมอภิปรายในประเด็นท่ีเกี่ยวของกับความรูจากภาคสนามที่พบเห็นใน
ชวี ิตประจาํ วันหรอื จากการทาํ งาน เพื่อใหนักเรียนเหน็ ประโยชนของการทํางาน
2. แจงจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบวาเม่ือนักเรียนเรียนจบในช่ัวโมงนี้แลว[นักเรียนสามารถ
อธบิ ายลกั ษณะของภาพสองมิติทไ่ี ดจ ากการมองดานหนา (front view) ดานขา ง (side view)และดานบน (top
view) ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ]
3. ระบงุ านทีม่ อบหมายใหนกั เรียนศึกษาความรจู ากภาคสนามที่พบเห็นในชวี ติ ประจําวันหรอื จากการ
ทํางานของตน เร่ืองการอธิบายลักษณะของภาพสองมิติท่ีไดจากการมองทางดานหนา (front view) ดานขาง
(side view) และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ โดยอธิบายลักษณะของภาพสองมิติท่ีไดจาก
การมองมองดานหนา (front view) ดา นขาง (side view) และดานบน (top view) ของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ
นวัตถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
4. แจง เกณฑก ารประเมินการทาํ งาน
1. การวางแผนการปฏบิ ตั ิงาน
-มีการวางแผนการปฏิบัติงานและระบุข้ันตอนในการทํางานชัดเจน มีการระบุอุปกรณ
ครบถว นมกี ารจดบนั ทึกรายการทกี่ ําหนดและระบุไว
2. การปฏิบตั งิ าน
-ปฏิบัติงานตามข้ันตอนที่วางแผนไว สามารถใชอุปกรณไดอยางคลองแคลวมีความ
ละเอียดรอบคอบในการปฏบิ ัตงิ าน
3. คณุ ภาพของชิน้ งาน
-มีช้นิ งานปรากฏและชนิ้ งานมีองคป ระกอบครบถวนสมบูรณ ช้ินงานมีอตั ราสวนของความ
ยาวของแตล ะดา นถกู ตองเหมาะสม ชนิ้ งานมีความเปน ระเบียบเรยี บรอยสวยงาม
ขั้นที่ 2 ขนั้ ปฏิบัตงิ าน
ทําความเขาใจในการปฏิบตั งิ าน (Conceptualization)
5. นักเรียนปฏิบัติงานในหัวขอ ลักษณะของภาพสองมิติท่ีไดจากการมองทาง มองดานหนา (front
view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ โดยอธิบายลักษณะของภาพ
สองมิตทิ ไ่ี ด จากการมองทางดานหนา ดานขาง หรือดา นบนของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
6. ครูนําสนทนาเกี่ยวกับการมองรูปเรขาคณิตสามมิติในแนวตั้งฉากกับดานที่มองซึ่งเปนการมองท่ีให
แนวสายตาของผูมองต้ังฉากกับดานที่มองดวยการใหนักเรียนฝกมองของจริง เชน มองดานใดดานหน่ึงของ
กลอง หนงั สือ แกวน้ํา เปน ตน แลว ใหน กั เรียนบอกหรอื เขยี นภาพที่ มองเหน็ วา เปน รูปเรขาคณิตสองมิติชนิดใด
นวัตถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
ข้ันการฝก ฝนประสบการณ (Experimentation)
7. นกั เรยี นจดั โตะ ลอมเปน รูปวงกลมหรอื รูปสีเ่ หลย่ี ม โดยใหมโี ตะครูอยูตรงกลาง
8. นักเรยี นดสู ือ่ ของจริงทม่ี ี กรวย สเ่ี หล่ยี มมมุ ฉาก ทรงกระบอก ปริซมึ หา เหล่ยี ม ทีค่ รนู าํ ข้นึ มาวางบน
โตะ ทีละชิ้น
แลว ใหน กั เรยี นแตล ะคนเขียนภาพของรูปเรขาคณิตสองมิติที่ไดจ ากการมองเหน็ ในมมุ มองของตนโดยศึกษาการ
เขยี นภาพท่ีไดจากการมองดานหนา ดานขางและดานบนของรูปเรขาคณติ สามมิติจากใบความรทู ี่ เรอ่ื งภาพท่ีได
จากการมอง ดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสาม
มิติ
9. สุมเลอื กนักเรยี นบางคนมาแสดงภาพเขียนรูปเรขาคณติ สองมิติ
10. นักเรียนศึกษาความรจู ากส่ือตางๆเพ่ิมเติมเก่ียวกับการเขียนภาพของรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีนิยมมี
3 แบบ คือ แบบ ไอโซเมตริก (Isometric sketch) แบบออบลิก (Oblique sketch) และแบบเพอรสเปกตีฟ
(Perspective sketch) สําหรับนักเรียนจะเนนการเขียนแบบไอโซเมตริก ซึ่งกําหนดจุดมองได 3 ดาน คือมอง
ดานหนา (front view) ดานขา ง (side view) และ ดา นบน (top view)
นวัตถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
การเขยี นภาพของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ แบบ ไอโซเมตริก (Isometric sketch)
การใหผ ลสะทอนกลับ (Reflection)
11. สมุ เลือกนกั เรียนจํานวน 4-5 คน ออกมานาํ เสนอผลงานของตนหนา ชน้ั เรียนและ รายงานผลการ
ปฏิบตั ิงานของตนเอง ขนั้ หลงั ปฏบิ ตั ิงาน
ขั้นที่ 3 ขัน้ หลงั ปฏิบตั ิงาน
12. นักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่องลักษณะของภาพสองมิติที่ไดจากการมองทางดานหนา (front
view) ดา นขาง (side view) และดา นบน (top view) ของรูปเรขาคณติ สามมติ ิ
13. หลังจากจัดกจิ กรรมการเรียนรู ครูนดั หมายใหนักเรียนแตล ะคนหาสง่ิ ของทีม่ รี ปู ทรงเรขาคณิตสาม
มติ ิทม่ี ลี กั ษณะแตกตา งกนั เชน กลอ งทรงสีเ่ หลี่ยมมุมฉาก กลอ งทรงกระบอก กลอ งปริซึมฐานหกเหล่ียม ลูก
บอลเปน ตน คนละ 1 ชน้ิ เพ่ือใชในชวั่ โมงตอ ไป
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
ชว่ั โมง กจิ กรรมการเรียนรู
ท่ี 2 ภาพดานหนา ดา นขา งและดา นบนของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
ข้นั ท่ี 1 ข้นั กอ นปฏืบัติงาน
14. ครูทบทวนเร่ืองลักษณะของภาพสองมิติที่ไดจากการมองทางดานหนา (front view) ดานขาง
(side view) และดานบน (top view)ของรปู เรขาคณติ สามมิติ
15. ครูแจงจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบวาเม่ือนักเรียน เรียนจบในชั่วโมงน้ีแลวนักเรียน
สามารถ [เขียนภาพดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view)ของสิ่งของที่มี
รปู ทรงเรขาคณติ สามมติ ิ]
16. ครูระบุงานทม่ี อบหมายใหน ักเรยี นศกึ ษาความรูจ ากภาคสนามท่ีพบเห็นใน ชวี ิตประจาํ วนั หรอื จาก
การทํางานของตน เร่ืองการเขียนภาพดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view)
ของ สิง่ ของทีม่ รี ปู ทรงเรขาคณิตสามมิติ
17. ครูแจง เกณฑการประเมินการทาํ งาน ขั้นปฏิบัติงาน
ขนั้ ท่ี 2 ขัน้ ปฏบิ ตั ิงาน
ทําความเขาใจในการปฏิบัติงาน (Conceptualization)
18. ใหแตละคนเขียนภาพดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view)ของ
สงิ่ ของท่มี ีรปู เรขาคณิตสามมิตทิ ่ีครูนัดหมายใหน ํามา
19. ใหนักเรียนรวมกันอภิปรายและชวยกันสรุปภายในกลุมในหัวขอภาพดานหนา (front view)
ดา นขา ง (side view) และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณติ สามมิติ
ขัน้ การฝกฝนประสบการณ (Experimentation)
20. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เรื่องภาพท่ีไดจากการมองมองดานหนา (front view)
ดานขาง (side view) และดา นบน (top view) ของรปู เรขาคณติ สามมิติ
การใหผลสะทอ นกลบั (Reflection)
21. ครูสมุ ตวั แทนนกั เรยี นจํานวน 4 - 5 คน ออกมารายงานผลการปฏิบัตงิ าน และอภิปราย การเขียน
ภาพดา นหนา (front view) ดา นขาง (side view)และดานบน (top view) ของรูปทรงเรขาคณติ สามมติ ิ
ขน้ั ท่ี 3 ข้ันหลังปฎบิ ัตงิ าน
22. นักเรียนรวมกันสรุปความรูเร่ืองการเขียนภาพมองดานหนา (front view) ดานขาง (side view)
และดา นบน (top view) ของรูปทรง เรขาคณติ สามมติ ิ
23. นักเรียนแตละคนทําแบบทดสอบหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูเร่ือง ภาพท่ีไดจากการมอง
ดา นหนา (front view) ดา นขาง (side view) และดานบน (top view) ของรปู เรขาคณติ สามมิติ ภายในเวลาท่ี
กําหนด หลังจัดกิจกรรมการเรียนรู ครูนัดหมายใหนักเรียนแตละคนนํากระดาษโปสเตอรแข็งหรือกระดาษปก
เอกสาร สําหรบั ทาํ กลอ งลูกบาศกข นาด 6x6x6 ซม. ประมาณคนละ 10 ใบ เพ่ือใชในชั่วโมง ตอ ไป
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
แผนการจดั การเรยี นรู กลุม สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 4 เร่ืองการวาดหรือประดิษฐรปู เรขาคณติ สามมิตทิ ่ีประกอบ
ขึ้นจากลูกบาศก เมอ่ื กําหนดภาพ สองมติ ิ ทไี่ ดจากการมองดานหนา (front view)
ดา นขา ง (side view) และดานบน (top view)
จํานวน 3 ช่ัวโมง
รายวิชาคณติ ศาสตรเพ่มิ เตมิ 1 รหัสวชิ า ค21201 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1
ภาคเรยี นที่ 1
หนวยการเรยี นรูท่ี 2 เร่ืองความสมั พันธร ะหวา งรปู เรขาคณติ สองมิติและสามมิติ
จาํ นวน 12 ชัว่ โมง
จดุ ประสงคการเรียนรู
นกั เรียนสามารถ
1.สามารถระบุภาพดานหนา (front view) ดา นขา ง
(side view) และดา นบน (top view) ของรูป
เรขาคณิตสามมิติที่ประกอบข้ึนจากลูกบาศกได
2. บอกไดว า เปน รปู เรขาคณติ ชนิดใดที่ประกอบข้ึน
จากลูกบาศกเ มื่อกําหนดภาพให
ชว่ั โมง กจิ กรรมการเรียนรู
ที่ 1 ภาพดา นหนา (front view) ดา นขา ง (side view)
และดานบน (top view) ของรปู เรขาคณติ สามมิติ
ทป่ี ระกอบขึ้นจากลกู บาศก
ขน้ั ที่1 ข้นั กอนปฏิบตั งิ าน
1. ใชคําถามนํานักเรียนรวมอภิปรายในประเด็นท่ีเก่ียวของกับความรูจากภาคสนามท่ีพบ เห็นในชีวิต
ประจําวันหรอื จากการทํางาน เพอื่ ใหนกั เรียนเหน็ ประโยชนข องการทํางาน
2. แจง จุดประสงคก ารเรยี นรใู หน ักเรียนทราบ [สามารถระบุภาพดานหนา (front view) ดานขาง (side
view) และดา นบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิท่ีประกอบข้นึ จากลกู บาศกได ]
3. ระบุงานท่มี อบหมายใหนักเรยี นศึกษาความรจู ากภาคสนามที่พบเห็นในชีวิตประจาํ วันหรือจากการ
ทํางานของตน เรื่องการระบุภาพดานหนา (front view) ดา นขาง (side view) และดานบน (top view) ของ
รูปเรขาคณติ สามมติ ิท่ปี ระกอบขึน้ จากลูกบาศก
4. แจงเกณฑการประเมนิ การทํางาน
5. นักเรยี นแบงกลมุ กลุมละ 3 คนตามความสมคั รใจ
นวัตถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั ปฏิบตั งิ าน
ทําความเขาใจในการปฏิบัติงาน (Conceptualization)
6. นกั เรียนแตละกลุมรวมกันปฏิบัติงานในหวั ขอ การเขียนภาพดานหนา (front view) ดานขา ง (side
view) และดา นบน (top view) ของรปู เรขาคณติ สามมติ ทิ ป่ี ระกอบขึ้นจากลกู บาศก
7. นกั เรียนดูรูปทรงเรขาคณติ สามมิติทีป่ ระกอบจากกลอ งลูกบาศกท่ีครูวางไวบ นโตะหนา หอ งเรียน
ใหนักเรียนแตละกลุมชวยกันวิเคราะหรูปที่ไดรับแลวระบุภาพดานหนา (front view) ดานขาง (side view)
และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตที่ประกอบขึ้นจากกลองลูกบาศกชุดนั้น โดยศึกษา จากใบความรู
เรื่องลกั ษณะและสวนประกอบของรูปเรขาคณติ
ขั้นการฝกฝนประสบการณ (Experimentation)
8. ใหน ักเรยี นรวมกนั อภิปรายและชว ยกันสรปุ ในหัวขอ การะบภุ าพดานหนา (front view) ดา นขาง
(side view) และดานบน (top view) ของรปู เรขาคณติ สามมติ ทิ ่ปี ระกอบขึน้ จากลูกบาศก
การใหผลสะทอนกลบั (Reflection)
9. ครูสมุ ตัวแทนกลุม จํานวน 3-4 กลมุ ออกมารายงานผลการปฏบิ ตั งิ านของตน
ขน้ั ท่ี 3 ขั้นหลงั ปฎบิ ัตงิ าน
10. นักเรียนรวมกันสรุปความรูเรื่องระบุภาพดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และ
ดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบขึ้นจากลูกบาศก หลังจัดกิจกรรมการเรียนรู ครูนัด
หมายใหนักเรียนแตละคนนํากระดาษโปสเตอรแข็งหรือกระดาษ ปกเอกสารสําหรับทํากลองลูกบาศกขนาด
10x10x10 ซม. ประมาณคนละ 5 ใบ เพ่ือใชในชั่วโมง ตอไป โดยศึกษาวิธีการทํากลองกระดาษลูกบาศกจาก
อินเทอรเน็ต เว็บไซค https://th.wukihow.com/wiki/Make-a-Paper-Cube หรือจากแหลงเรียนรูอื่นๆ
สาํ หรบั นาํ ความรมู าปฏิบัติงานในช่ัวโมงถัดไป
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
12 3
4 6
45 6
ชว่ั โมงท่ี กจิ กรรมการเรยี นรู
2 วาดหรอื ประดษิ ฐรูปเรขาคณติ ท่ปี ระกอบข้นึ จากลกู บาศก เมอื่ กาํ หนด
ภาพดา นหนา (front view) ดานขา ง (side view)
และดา นบน (top view) ให
ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั กอนปฏบิ ตั งิ าน
11. นักเรียนและครูรวมกันทบทวนเรื่องการระบุภาพดานหนา (front view) ดานขาง (side view)
และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิตทิ ี่ประกอบขึน้ จากลกู บาศก
12. ครแู จง จุดประสงคก ารเรียนรใู หนกั เรียนทราบ [ สามารถวาด ประดษิ ฐรปู เรขาคณิตที่ประกอบขึน้
จากลกู บาศก เมื่อกาํ หนดภาพดา นหนา (front view) ดา นขา ง (side view) และดา นบน (top view) ให ]
13. ครูระบุงานทม่ี อบหมายใหน ักเรียนศึกษาความรจู ากภาคสนามที่พบเห็นในชีวิตประจาํ วนั หรือจาก
การทํางานของตน เรื่องการวาด ประดิษฐรูปเรขาคณิตท่ีประกอบข้ึนจากลูกบาศก เมื่อกําหนดภาพดานหนา
(front view) ดา นขาง (side view) และดา นบน (top view)ให
14. ครแู จงเกณฑก ารประเมนิ การทาํ งาน
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
ขัน้ ท่ี 2 ขน้ั ปฏิบัติงาน
ทําความเขาใจในการปฏิบัตงิ าน (Conceptualization)
15. ครูแสดงภาพดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view) ของรูป
เรขาคณติ ทป่ี ระกอบขึน้ จากลูกบาศก ใหนักเรียนสังเกต
ภาพดานหนา (front view) ดานขา ง (side view) และดา นบน (top view)
ของรปู เรขาคณิตท่ีประกอบข้นึ จากลกู บาศก
แลวใหนักเรียนประดิษฐรูปเรขาคณิตสามมิติเปนกลองลูกบาศก จากกระดาษตามวิธีการท่ีนักเรียนไดศึกษามา
ที่ครูนดั หมายจากชั่วโมงที่ผานมา
16. ใหนกั เรยี นเขยี นภาพรปู เรขาคณิตทนี่ ักเรยี นประกอบขึ้นจากลกู บาศกตามขอ 15
17. ครแู สดงภาพดานหนา (front view) ดา นขาง (side view) และดา นบน (top view) ดานหนา
ดา นขาง และดา นบนของรูปเรขาคณิตท่ปี ระกอบขน้ึ จากลูกบาศก อีก 2 ชดุ ที่ซับซอ นขึ้น
ขน้ั การฝกฝนประสบการณ (Experimentation)
18. ตัวแทนกลุมรับกระดาษไฮโซเมตริก ใหนักเรียนประดิษฐรูปเรขาคณิตสามมิติโดยประกอบข้ึนจาก
กลองลูกบาศกตามความคิดของนักเรียนภายในกลุม พรอมทั้งเขียน ภาพรูปเรขาคณิตท่ีประกอบข้ึนลงบน
กระดาษไฮโซเมตริก
19. ใหนักเรียนรวมกันอภิปรายและชวยกันสรุปภายในกลุมในหัวขอวาด ภาพดานหนา (front view)
ดานขา ง (side view) และดา นบน (top view) ของรูปเรขาคณติ สามมติ ทิ ี่ประกอบข้นึ จากลกู บาศก
20. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม เรื่องวาด ดานหนา (front view) ดานขาง (side view)
และดา นบน (top view)ของรปู เรขาคณติ สามมิตทิ ่ปี ระกอบข้ึนจากลกู บาศก.
การใหผลสะทอนกลบั (Reflection)
21. ครูสุมตัวแทนนักเรียนจํานวน 3-4 คน ออกมารายงานผลการปฏิบัติงาน เรื่องการวาดภาพ
ดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view)ของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบขึ้น
จากลกู บาศก
นวตั ถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
ภาพดา นหนา (front view) ดานขา ง (side view) และดานบน (top view)
ของรูปเรขาคณิตที่ประกอบข้ึนจากลูกบาศกท ซี่ ับซอนขึ้น
ชว่ั โมง กิจกรรมการเรยี นรู
ท่ี 2 ประดษิ ฐรูปเรขาคณิตท่ีประกอบขึน้ จากลูกบาศก
ข้ันที่1 ทาํ ความเขาใจในการปฏิบตั ิงาน (Conceptualization)
23. ครูทบทวนเรื่องการวาด ประดิษฐร ูปเรขาคณิตท่ีประกอบข้ึนจากลูกบาศก เมื่อกาํ หนด ดานหนา
(front view) ดานขาง (side view) และดา นบน (top view) ให
24.ครูแจงจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบ [สามารถวาดและประดิษฐรูปเรขาคณิตท่ีประกอบ
ขน้ึ จากลูกบาศก เมอ่ื กาํ หนดภาพดานหนา(front view) ดา นขา ง (side view) และดานบน (top view) ให]
25.ครูระบุงานที่มอบหมายใหนกั เรียนศึกษาความรูจ ากภาคสนามที่พบเห็นในชวี ิตประจําวัน หรือจาก
การทํางานของตน เรื่องการวาด ประดิษฐรูปเรขาคณิตท่ีประกอบขึ้นจากลูกบาศก เม่ือกําหนดภาพดานหนา
(front view) ดา นขาง (side view) และดา นบน (top view)ให
26.ครแู จง เกณฑการประเมินการทํางาน
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
ขั้นท่ี 2 ขัน้ ปฎบิ ตั งิ าน
ขน้ั การฝกฝนประสบการณ (Experimentation)
27.นักเรียนรวมกนั ออกแบบและประดิษฐกลอ งโดยใชกลอ งลกู บาศกป ระมาณกลุมละ 15 ใบ โดยใช
วัสดแุ ละอปุ กรณต ามท่ีครูนัดหมายใหนักเรียนเตรยี มมา
28.นักเรียนแตละกลุมออกแบบภาพดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top
view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ เกิดจากการประกอบกันของลูกบาศกแลวประดิษฐรูปเรขาคณิตสามมิติน้ัน
พรอมท้ังเขียนภาพของ รูปสามมิติท่ีได ตามใบกิจกรรม เรื่องการวาด ประดิษฐภาพดานหนา (front view)
ดานขาง (side view) และดานบน (top view)ของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบข้ึนจากลูกบาศกวาด
ประดษิ ฐร ูป เรขาคณิตท่ปี ระกอบขึ้นจากลูกบาศก
29.ใหนักเรียนแตละกลุมรวมกันอภิปรายและชวยกันสรุปภายในกลุมในหัวขอการวาด ประดิษฐรูป
เรขาคณิตที่ประกอบข้ึนจากลูกบาศก เม่ือกําหนดดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน
(top view)ให
การใหผลสะทอนกลบั (Reflection)
30.ใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมารายงานผลการปฏิบัติงาน เร่ืองการวาด ประดิษฐรูป เรขาคณิตที่
ประกอบข้ึนจากลูกบาศก เม่ือกําหนดดานหนา (front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view)
ให
ข้ันท่ี 3 ข้นั หลังปฏบิ ตั งิ าน
31.ใหนกั เรียนรว มกันอภิปรายและสรุปความรูเร่ือง การวาด ประดษิ ฐร ูปเรขาคณติ ท่ีประกอบ ข้ึนจาก
ลกู บาศก เมอ่ื กาํ หนดดา นหนา (front view) ดา นขาง (side view) และดานบน (top view) ให
32.นกั เรยี นแตล ะคนทาํ แบบทดสอบหลังปฏิบัตกิ จิ กรรมการเรยี นรูเ รือ่ ง การวาดหรือ ประดษิ ฐร ูป
เรขาคณติ สามมติ ิที่ประกอบข้ึนจากลกู บาศกเ ม่ือกําหนดภาพสองมิติท่ีไดจ ากการมอง ดา นหนา (front view)
ดา นขาง (side view) และดา นบน (top view) ใหต ามกําหนดเวลา 10 นาที
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
การสรางแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู
2. แบบทดสอบวัดผลการเรียนรูทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร เร่ืองมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิต
สองมิติและสามมิติ จํานวน 1 ฉบับ โดยเปนแบบประนัย 4 ตัวเลือก กําหนดใหคาคะแนนคือ ทําถูกได 1
คะแนน ทําผิดได 0 คะแนน จํานวน 20 ขอ โดยแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียนใชวิธีสลับขอและสลับ
ตวั เลือก มขี น้ั ตอนการสรางดงั น้ี
2.1 ศึกษาหลักสตู ร สาระการเรียนรู ตวั ชว้ี ดั ชนั้ ปกลมุ สาระการเรยี นรูค ณิตศาสตร เรื่องมิติ
สัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมติ ิและสามมิติ
2.2 ศึกษาทฤษฎี หลักการ และวิธีการสรางแบบทดสอบกอนและหลังการจัดการเรียนรูและ
เครอ่ื งมอื วัดผลการศึกษา
2.3 วเิ คราะหสาระ มาตรฐานการเรียนรู ตัวชว้ี ัดชั้นป ผลการเรียนรแู ละจุดประสงคก ารเรยี นรู
ใหค รอบคลมุ สาระการเรยี นรูเร่ืองมิติสัมพันธร ะหวางรปู เรขาคณิตสองมิติและสามมิติ และสรา งตารางวเิ คราะห
แบบทดสอบ
ตาราง แสดงการวิเคราะหสาระการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนรู และตวั ชว้ี ดั เรื่องมิติสัมพนั ธระหวางรูปเรขาคณติ
สองมติ ิและสามมติ ิ
เนือ้ หา/สาระ สาระการเรียนรู มาตรฐานการเรยี นรู ผลการเรียนรู
1. ภาพของรูปเรขาคณิต สาระท่ี2: การวดั ค 2.2 อธิบายและ - อธิบายลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติ
สามมติ ิ และเรขาคณิต วิเคราะหร ปู เรขาคณิต จากภาพที่กาํ หนดให
สองมิตแิ ละสามมิติ
2. ภาพหนาตัดของรูปเรขา สาระท2ี่ : การวัด ค 2.2 อธิบายและ - สรางรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชการสราง
คณิตสามมิติ และเรขาคณิต วิเคราะหร ูปเรขาคณิต พื้นฐานทางเรขาคณิตและ บอกข้ันตอนการ
สองมิติและสามมติ ิ สรา งโดยไมเ นนการพสิ จู น
- อธิบายลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติ
จากภาพทก่ี ําหนดให
3.ภาพท่ีไดจากการมองดาน สาระท่2ี : การวัด ค 2.2 อธบิ ายและ -ระบุภาพสองมิติท่ีไดจากการมองดานหนา
หนา(front view) ดานขาง และเรขาคณิต วเิ คราะหร ูปเรขาคณิต (front view) ดานขาง (side view) หรือ
( side view) และด านบน สองมิตแิ ละสามมิติ ดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสาม
(top view) ข อ ง รู ป เ ร ข า มติ ทิ กี่ าํ หนดให
คณิตสามมิติ -สรางรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชการสราง
พื้นฐานทางเรขาคณิตและบอกขั้นตอนการ
สรางโดยไมเนนการพสิ ูจน
-อธิบายลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติ
จากภาพที่กําหนดให
4.การวาดหรอื ประดษิ ฐร ูป สาระที่2:การวัด ค 2.2 อธิบายและ - วาดหรือประดิษฐรูปเรขาคณิตสองมติ ิและ
เรขา คณิตสองมติ ิและสาม และเรขาคณติ วิเคราะหรูปเรขาคณิต สามมิติที่ประกอบขึ้นจากลูกบาศกเม่ือ
สองมิติและสามมิติ กําหนดภาพสองมติ ทิ ี่ไดจากการมอง
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
เนอื้ หา/สาระ สาระการเรยี นรู มาตรฐานการเรียนรู ผลการเรียนรู
มิติทป่ี ระกอบข้ึนจากลกู ดานหนา (front view) ดานขาง (side
บาศก view) และดานบน (top view) ให
ตาราง แสดงการวเิ คราะหสาระการเรยี นรู ตัวช้ีวดั และจํานวนโดยประมาณของแบบทดสอบกอนและ
หลังการจัดการเรียนรูเรื่องมติ ิสัมพันธร ะหวา งรปู เรขาคณติ สองมิติและสามมิติ
เนอื้ หา สาระ ผลการเรยี นรู ระดับพฤตกิ รรม รวม
1. ภาพของรปู เรขาคณิต -อธบิ ายลักษณะของรปู เรขาคณิตสามมติ ิ ความ การ การ 2
เขา ใจ นําไปใช วเิ คราะห
-11
สามมิติ จากภาพทกี่ าํ หนดให
2. ภาพหนาตดั ของรูปเรขา - สรางรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชการสราง 1 1 - 2
คณติ สามมิติ พื้นฐานทางเรขาคณิตและ บอกข้ันตอนการ
สรางโดยไมเ นนการพสิ จู น
- อธิบายลักษณะของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ
จากภาพท่ีกาํ หนดให
3. ภาพท่ีไดจากการมอง -ระบภุ าพสองมิตทิ ไี่ ดจ ากการมองดานหนา 3 1 4 8
ดานหนา(front view) (front view) ดานขา ง (side view) หรือ
ดานขาง (side view) ดา นบน (top view) ของรูปเรขาคณติ สาม
และดา นบน (top view) มิติท่กี ําหนดให
ของรปู เรขาคณิตสามมิติ -สรางรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใชการสราง
พน้ื ฐานทางเรขาคณิตและบอกขนั้ ตอนการ
สรางโดยไมเ นนการพสิ จู น
-อธิบายลกั ษณะของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ
จากภาพที่กําหนดให
4.การวาดหรือประดษิ ฐร ูป -วาดหรอื ประดิษฐรปู เรขาคณิตสามมิติที่ 2 1 5 8
เรขาคณติ สองมิตแิ ละสาม ประกอบข้นึ จากลูกบาศกเมือ่ กาํ หนดภาพ
มิติท่ีประกอบข้ึนจากลกู สองมติ ิท่ีไดจ ากการมองดา นหนา (front
บาศกเ มือ่ กําหนดภาพสอง view) ดา นขา ง (side view) และดา นบน
มิตทิ ี่ไดจ ากการมองดา น (top view) ให
หนา ดา นขา งและดานบน
ให
รวม 6 4 10 20
2.4 สรางแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู เรื่องมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสาม
มิติ โดยมีแนวคิดสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัด ใหครอบคลุมตารางวิเคราะหขอสอบ จํานวน
40 ขอ เพอ่ื คัดเลือกขอสอบท่ผี านเกณฑนําไปใชเปนขอสอบกอนเรียนและขอสอบหลังเรียนจาํ นวน 20 ขอ
2.5 นําแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู และตารางวิเคราะหแบบวัดผลการเรียนรู เร่ืองมิติ
สัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ไปใหผูเช่ียวชาญดานการสอนคณิตศาสตร1คน ดานการวัด
และประเมินผลการศึกษา 1 คน และดานภาษาไทย 1คน ตรวจสอบความเท่ียงตรงของเน้ือหา (Content
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
Validity) ความถูกตองของภาษาที่ใชและความเหมาะสมของกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใชเกณฑการ
ประเมินดงั นี้
+1 หมายถงึ แนใจวาขอสอบตรงตามตวั ชวี้ ดั
1 หมายถึง ไมแนใ จขอสอบตรงตามตัวชว้ี ดั หรอื ไม
-1 หมายถึง แนใจวาขอสอบไมต รงตามตวั ช้ีวัด
จากนน้ั นําผลการพจิ ารณาของผูเชยี่ วชาญในแตล ะขอไปหาความเที่ยงตรงเชิงเน้ือหาและคาดชั นีความ
สอดคลอง และคัดเลือกขอสอบที่มีคาดัชนีความสอดคลองตั้งแต 0.50 ขึ้นไปเพราะขอสอบท่ีมีคาดัชนีความ
สอดคลอ งตัง้ แต 0.50 ขน้ึ ไป ถือวามคี วามสอดคลอ งในเกณฑที่ยอมรับได ถาไมถึงเกณฑท่กี ําหนดใหปรับคําถาม
ใหส อดคลองกบั ตวั ชว้ี ดั ซง่ึ พบวา คา ดชั นีความสอดคลองมีคาต่ําสุดเทากบั 0.67 มีคา สงู สุดเทากบั 1.00
โดยผูเชี่ยวชาญใหขอเสนอแนะในเรือ่ งความชดั เจนของขอ ความรูปภาพและการจัดพิมพ
2.7 นาํ แบบทดสอบวดั ผลการเรียนรูไปทดลองใชกบั นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 2 ซ่ึงเคยเรยี น
เน้อื หามติ ิสมั พนั ธร ะหวา งรปู เรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมิติ
2.8 ตรวจใหค ะแนนแลวนาํ ผลการทดสอบมาวเิ คราะหร ายขอเพ่ือหาคุณภาพของแบบทดสอบ
ดงั นี้ ตรวจสอบความยากงา ย(Difficulty)เพ่ือหาคุณสมบตั ขิ องเคร่อื งมือทีร่ ะบุวา ขอสอบน้นั ยากงายเพยี งใด (มา
เรยี ม นลิ พนั ธุ,2553:188) โดยแบบทดสอบท่ใี ชไดจะตองอยูในเกณฑคา ความยากงา ยระหวา ง 0.20-0.80 ถา คา
ความยากงายนอยกวา 0.20 ถือวาขอคําถามน้ันยากเกินไป และถาคาความยากงายมากกวา 0.80 ถือวาขอ
คําถามน้ันยากเกินไป คาอํานาจจําแนก (Discrimination) เพ่ือหาคุณสมบัติเคร่ืองมือที่จําแนกเด็กเกงไดดี
เพยี งใด (มาเรียม นิลพนั ธ,ุ 2553:188) โดยแบบทดสอบทีใ่ ชไ ดจ ะตองใชเกณฑคา อํานาจจาํ แนกตัง้ แต 0.20 ขึ้น
ไปซ่ึงคดั เลือกขอสอบจํานวน 20 ขอ โดยใหม ีขอ สอบในแตละจุดประสงคครอบคลุมทุกจดุ ประสงค ขอ สอบมีคา
ความยากงายระหวา ง 0.21-0.64 และมีคาอํานาจจําแนกระหวา ง 0.32- 0.72
2.9 ตรวจสอบความเชื่อมั่น(Reliability) เพ่ือหาคุณสมบัติของเครื่องมือท่ีมีผลการวัดคงท่ี
(Stability) คงเสนคงวาสม่ําเสมอ (Consistency)โดยใชวิธีของ คูเดอร ริชารสัน จากสูตร KR 20 (มาเรียม นิล
พนั ธุ,2553:182) :7 ซงึ่ ไดคาความเชือ่ มั่นของแบบทดสอบเทากับ 0.71 สามารถสรุปไดดงั แผนภมู ิ
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
สามารถสรปุ ขัน้ ตอนไดด งั แผนภูมิ
ศกึ ษารายละเอียดของหลักสตู ร สาระการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรู ตวั ช้วี ัด
เรอื่ งมิตสิ มั พันธร ะหวา งรปู เรขาคณิตสองมติ ิและสามมติ ิ
ศกึ ษาทฤษฎี หลกั การ และวธิ สี รา งเครอ่ื งมือ วัดผลทางการศึกษา
วเิ คราะหเน้อื หาและตัวช้ีวดั และสรา งตารางวิเคราะหแบบทดสอบ
สรางแบบทดสอบวัดผลการเรียนรเู รอ่ื งมิตสิ ัมพนั ธร ะหวา งรปู เรขาคณติ สองมิตแิ ละสามมติ ิ
จํานวน 40 ขอ
นาํ แบบทดสอบใหผ เู ช่ียวชาญดานการสอนคณติ ศาสตร ดา นการวัดและประเมินผล และดา น
ภาษาไทยใชดุลยพินิจเพ่อื นําไปหาคาดชั นีความสอดคลอ งของเคร่ืองมือ
นําแบบทดสอบไปทดลองใชกบั นกั เรียนชนั้ มธั ยมปท ี่ 2
ทเ่ี คยเรยี นเน้ือหาเรอื่ งมติ ิสมั พนั ธระหวางรูปเรขาคณิตสองมติ ิและสามมติ ิ มาแลว
นําแบบทดสอบไปตรวจสอบหาความเชอ่ื มนั่ โดยใชส ูตร KR 20
นาํ ผลการทดสอบมาวิเคราะหรายขอ เพ่ือหาคา ความยากงายและอาํ นาจจาํ แนก
คดั เลอื กขอ สอบที่ผานเกณฑ 20 ขอ เปนขอสอบกอนเรยี นและหลงั เรียน
นําแบบทดสอบไปใชท ดลองกับกลุมตัวอยาง
นกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 1/1-1/2 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2565
แผนภูมิ ขน้ั ตอนการสรางแบบทดสอบวัดผลการเรียนรเู รื่องมิตสิ ัมพนั ธร ะหวา งรูปเรขาคณติ สองมติ แิ ละ
สามมติ ิ
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
แบบทดสอบกอ นการจดั กจิ กรรมการเรียนรโู ดยใชง านเปน ฐาน
เรอื่ งมติ ิสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมติ แิ ละสามมิติ
กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตรเ พ่ิมเติม 1 รหสั วิชา ค21201
คาํ ช้ีแจง แบบทดสอบมจี ํานวน 20 ขอ เวลาทีใ่ ชท ําแบบทดสอบ 20 นาที
คําส่งั 1. ขอ สอบแตล ะขอ ใหน ักเรียนเลือกคาํ ตอบท่ีถกู ท่ีสุดเพยี งคาํ ตอบเดยี ว โดยเขียนเครือ่ งหมาย
(×) ลงบนในชองที่ตรงกับตัวเลอื ก ก, ข, ค หรือ ง ลงในกระดาษคําตอบ
2. ถา ตองการเปลีย่ นตวั เลือกใหน กั เรยี นขดี ทบั เครื่องหมายในชอ งกากบาทเดิม (×)แลวทําเครอ่ื งหมาย
(×) ลงในชอ งทต่ี รงกับตวั เลือกใหม
ตวั อยางการตอบ
ขอ ท่ี ก ข ค ง
1×
2
กรณีตอ งการเปล่ียนคาํ ตอบ
ขอ ที่ ก ข ค ง
1 ××
2
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
1. จากภาพของรูปเรขาคณิตทีก่ ําหนดใหต อ ไปน้ี ขอความใดเปน จริง
ก. มฐี านเปนรปู วงรี
ข. หนา ทุกหนาเปนรปู สามเหล่ียม
ค. มียอดแหลมท่ีไมอยูบนระนาบเดยี วกนั
ง. สามารถลากเสนตอระหวา งจดุ ยอดและจุดใดๆที่เปน สว นของเสน ตรงได สองเสนเทานั้น
2. ขอ ใดไมเ ปนรปู คล่ีของภาพของรูปเรขาคณติ สามมิติทีก่ ําหนด
ก. ข.
ค. ง.
3. ถาใชร ะนาบตัดทรงกระบอกในทศิ ทางตางๆ (ตามแนวเสนประ) รปู ของหนาตดั ในขอใดไมส ามารถเกดิ
ขึน้ ได
ก. รปู วงรี ข. รปู วงกลม
ค. รูปสเ่ี หล่ียม ง. รูปสามเหล่ยี ม
4. ถา ใชระนาบตดั รูปพีระมดิ ในแนวตา งๆกัน ขอใดไมเ ปนรปู หนาตัดของรปู พีระมิด
ก. ข.
นวัตถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
ค ง.
.
5. ขอ ใดเปนภาพดา นบนของรูปเรขาคณติ สามมิติตามกาํ หนด
ก. ข.
ค. ง.
6. ขอใดเปน ภาพดานหนาของรูปสามมิตทิ ่ีกําหนด
ก. ข.
ค. ง.
7. ภาพดา นบนของรปู เรขาคณติ สามมติ ิตรงกับภาพในขอใด
นวัตถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
ก. ข.
ค. ง.
8. ภาพดานหนาของรปู เรขาคณิตสามมติ ทิ ี่กําหยดใหตรงกับภาพในขอใด
ก. ข.
ค. ง.
9. ภาพดานหนา ของรูปเรขาคณิตที่กําหนดใหคอื ภาพในขอใด
ก. ข.
ค. ง.
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
10. ภาพดา นขา งของรูปเรขาคณิตสามมิติที่กําหนดตรงกับภาพในขอใด
ก. ข.
ค. ง.
11. ภาพดานขางของรปู เรขาคณติ สามมติ ทิ ี่กําหนดใหเปน ภาพในขอ ใด
ก. ข.
ค. ง.
12. ขอ ใดเปน ภาพดานหนา ดานขาง และดา นบนของรปู เรขาคณติ สามมติ ิที่กาํ หนดให
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
ก. ข.
ค. ง.
13. ขอ ใดเปน ภาพดา นหนาของรูปเรขาคณิตสามมติ ิทีป่ ระกอบข้ึนจากลกู บาศกทีก่ ําหนด
ก. ข.
ค. ง.
14. ขอ ใดเปน ภาพดา นบนของรูปเรขาคณิตสามมติ ิทีป่ ระกอบข้ึนจากลูกบาศกต ามกําหนด
ก. ข.
ค. ง.
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
15. จากภาพรปู เรขาคณติ ท่กี าํ หนดให ถา นาํ ลูกบาศกมาเรยี งกันตามภาพโดยใชกาวทาติดกันแลว ทาสี
เฉพาะภายนอกทกุ หนา รวมดานฐานดวย มีลกู บาศกท้ังหมดจาํ นวนเทา ใดที่ไมถูกทาสเี ลย
ก. 1 ลกู ข. 2 ลูก
ค. 3 ลกู ง. 4 ลูก
16. ภาพดา นหนา ดานบนและดานขาง(ตามลําดบั )ตามกาํ หนด เปน ภาพของรปู เรขาคณิตสามมิตใิ นขอใด
ก. ข.
ค ง.
17. ภาพดานหนา ดานขา ง ดา นบน(ตามลําดบั )ท่ีกําหนด เปนภาพรปู เรขาคณติ สามมิติในขอใด
ก. ข.
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
คง
18. ภาพดานหนา ดานบนและดา นขา ง(ตามลาํ ดบั )ตามกาํ หนด เปน ภาพของรปู เรขาคณติ สามมติ ใิ นขอใด
ก. ข.
ค. ง.
19. ภาพดา นหนา ดานขา ง และดานบน(ตามลาํ ดบั )ตามกาํ หนดเปน ภาพของรปู เรขาคณิตสามมิตใิ นขอใด
ก. ข.
ค. ง.
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
20. ภาพดา นหนา ดา นขาง และดานบน(ตามลาํ ดบั )ตามกาํ หนดเปนภาพของรูปเรขาคณติ สามมติ ิในขอ ใด
ก. ข.
ค. ง.
นวัตถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
เฉลยแบบทดสอบกอนการจัดการเรียนรโู ดยใชง านเปน ฐาน
ขอ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
คําตอบ ค ข ง ค ก ข ค ง ข ก
ขอ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
คาํ ตอบ ง ก ข ค ก ก ข ง ก ค
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
แบบทดสอบหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรโู ดยใชงานเปน ฐาน
เรอื่ งมติ ิสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ
กลมุ สาระการเรยี นรูค ณติ ศาสตร วชิ าคณติ ศาสตรเพิม่ เติม 1 รหสั วิชา ค21201
คาํ ช้ีแจง แบบทดสอบมจี ํานวน 20 ขอ เวลาทีใ่ ชท ําแบบทดสอบ 20 นาที
คําส่งั 1. ขอ สอบแตล ะขอใหน ักเรยี นเลือกคาํ ตอบที่ถกู ท่ีสดุ เพียงคําตอบเดยี ว โดยเขียนเครือ่ งหมาย
(×) ลงบนในชองท่ตี รงกบั ตัวเลอื ก ก, ข, ค หรือ ง ลงในกระดาษคําตอบ
2. ถา ตองการเปลีย่ นตัวเลือกใหน กั เรยี นขีดทับเครื่องหมายในชอ งกากบาทเดิม (×)แลวทําเครอ่ื งหมาย
(×) ลงในชอ งทต่ี รงกับตัวเลือกใหม
ตวั อยางการตอบ
ขอ ท่ี ก ข ค ง
1×
2
กรณีตอ งการเปล่ยี นคาํ ตอบ
ขอ ที่ ก ข ค ง
1 ××
2
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
1. ขอ ใดไมเปน รูปคลีข่ องภาพของรูปเรขาคณติ สามมติ ิทกี่ ําหนด
ก. ข.
ค. ง.
2. ถาใชร ะนาบตัดทรงกระบอกในทศิ ทางตา งๆ (ตามแนวเสน ประ) รูปของหนาตัดในขอใดไมส ามารถเกดิ
ขึน้ ได
ก.รปู วงรี ข.รูปวงกลม
ค.รปู สีเ่ หล่ียม ง.รปู สามเหลย่ี ม
3. ขอใดเปนภาพดานบนของรูปเรขาคณติ สามมิติตามกาํ หนด
ก. ข..
ค ง.
นวัตถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
4. ขอ ใดเปนภาพดานหนา ของรูปสามมิตทิ ่ีกําหนด
ก. ข.
ค. ง.
5. ภาพดา นบนของรปู เรขาคณติ สามมิตติ รงกับภาพในขอ ใด
ก. ข.
ค. ‘.
6. ภาพดา นหนาของรูปเรขาคณิตสามมิติท่ีกําหยดใหตรงกบั ภาพในขอใด
ก. ข.
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
ค. ‘ง.
7. ภาพดา นหนาของรปู เรขาคณิตทีก่ ําหนดใหคือภาพในขอใด
ก. -ข.
ค. ง.
8. ภาพดานขางของรูปเรขาคณติ สามมติ ิที่กาํ หนดตรงกับภาพในขอใด
ก. ข.
ค. ง.
นวัตถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี