9. ภาพดานขา งของรูปเรขาคณติ สามมติ ทิ ่ีกาํ หนดใหเปน ภาพในขอ ใด
ก. ข.
ค. ง.
10. ขอใดเปนภาพดา นหนา ดา นขาง และดา นบนของรูปเรขาคณติ สามมิติทกี่ าํ หนดให
กข
ค. ง.
11. ขอ ใดเปนภาพดานหนา ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิท่ปี ระกอบขึน้ จากลูกบาศกที่กําหนด
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
ก. -ข.
ค. ง.
12. ขอใดเปนภาพดานบนของรูปเรขาคณติ สามมิติทป่ี ระกอบขึ้นจากลูกบาศกต ามกาํ หนด
ก. ข
ค. ง.
13. จากภาพรูปเรขาคณติ ท่ีกําหนดให ถานาํ ลกู บาศกมาเรยี งกันตามภาพโดยใชก าวทาติดกันแลวทาสี
เฉพาะภายนอกทุกหนารวมดานฐานดวย มีลกู บาศกท้ังหมดจาํ นวนเทา ใดที่ไมถ ูกทาสเี ลย
ก. 1 ลกู ข 2 ลกู
ข. 3 ลูก ง. 4 ลูก
นวตั ถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
14.ภาพดา นหนา ดานบนและดานขาง(ตามลาํ ดับ)ตามกาํ หนด เปน ภาพของรูปเรขาคณิตสามมติ ใิ นขอใด
ก ข.
ค ง.
15.ภาพดา นหนา ดา นขาง ดานบน(ตามลาํ ดบั )ที่กําหนด เปน ภาพรูปเรขาคณติ สามมิตใิ นขอ ใด
ก. ค. ข
ข.
คง
ค. ภาพดานหนา ดา นบนและดา นขาง(ตามลาํ ดับ)ตามกําหนด เปนภาพของรูปเรขาคณิตสามมิติในขอใด
ก. ฃ.
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
ค. ง.
16.ภาพดานหนา ดานขาง และดา นบน(ตามลาํ ดบั )ตามกําหนดเปนภาพของรปู เรขาคณติ สามมติ ใิ นขอใด
ก. ข.
ค. ง.
17. ภาพดานหนา ดา นขาง และดานบน(ตามลําดบั )ตามกาํ หนดเปน ภาพของรปู เรขาคณิตสามมิติในขอ ใด
นวัตถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
ก. ข.
ค. ง.
20. จากภาพของรูปเรขาคณิตทก่ี ําหนดใหตอ ไปน้ี ขอความใดเปนจริง
ค. มีฐานเปนรูปวงรี
ง. หนาทุกหนาเปนรปู สามเหลี่ยม
ค. มียอดแหลมที่ไมอยูบนระนาบเดยี วกนั
ง. สามารถลากเสนตอ ระหวางจุดยอดและจดุ ใดๆที่เปนสว นของเสน ตรงได สองเสน เทาน้นั
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
เฉลยแบบทดสอบหลังการจัดการเรียนรูโ ดยใชงานเปนฐาน
ขอ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
คําตอบ ง ข ก ก ง ค ข ข ค ต
ขอ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
คาํ ตอบ ข ก ก ค ง ง ค ก ข ง
นวตั ถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
การสรา งแบบสอบถามความคิดเห็น
4. แบบสอบถามความคิดเห็นท่ีมีตอการจัดกิจกรรมารเรียนรูโดยใชงานเปนฐานจํานวน 1 ฉบับ มี
ขน้ั ตอนการสรางดงั นี้
4.1 ศึกษารปู แบบการสรา งแบบสอบถามความคิดเห็นของนกั เรียนท่มี ีตอการจดั กิจกรรมการ
เรยี นรโู ดยใชงานเปนฐาน
4.2 สรางแบบสอบถามความคดิ เหน็ ของนกั เรียนท่มี ตี อการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู โดยใชง าน
เปน ฐาน แบงออกเปน 2 ตอนดงั น้ี
ตอนท่ี 1 แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชงาน
เปนฐานจํานวน 15 ขอ ซ่ึงถามในประเด็น 1) บรรยากาศในการเรียนรู จํานวน 5 ขอ 2) การจัดกิจกรรมการ
เรียนรู จํานวน 5 ขอ และ 3) ประโยชนที่ไดรับจากการรวมปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู จํานวน 5 ขอ เปน
แบบสอบถามการประมาณคา (Rating Scale) มี 5 ระดบั โดยกําหนดเกณฑด ังน้ี
คา คะแนน ระดบั ความคิดเห็น
1 เห็นดว ยนอ ยทส่ี ุด
2 เห็นดว ยนอ ย
3 เหน็ ดว ยปานกลาง
4 เห็นดว ยมาก
5 เห็นดว ยมากท่สี ุด
ตาราง เกณฑก ารแปลผลแบบสอบถามความคดิ เห็นของนักเรียน
คาเฉลี่ย ระดบั ความคดิ เห็น
1.00-1.49 เห็นดว ยนอ ยท่สี ดุ
1.50-2.49 เห็นดว ยนอย
2.50-3.49 เหน็ ดว ยปานกลาง
3.50-4.49 เหน็ ดวยมาก.
4.50-5.00 เหน็ ดวยมากทสี่ ุด
ตอนที่ 2 เปน แบบสอบถามปลายเปด ทเ่ี กี่ยวกบั ความคิดเห็นของนักเรยี นมตี อการจัดกิจกรรมการเรยี นรโู ดยใช
งานเปนฐานโดยใหนกั เรียนเขียนแสดงความคิดเห็น
4.4 นําแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนใหผูเช่ียวชาญจํานวน 3 คนใชดุลยพินิจเพื่อ
นําไปหาคาดัชนีความสอดคลองของเครื่องมือโดยเลือกขอคําถามที่มีคาดัชนีความสอดคลองต้ังแต 0.50 ขึ้นไป
ซึ่งไดคาดชั นคี วามสอดคลอ งของแบบสอบถาม 1.00
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
4.5 นําแบบสอบถามความคดิ เห็นของนกั เรียนไปใชเ ปนเครือ่ งมอื ในการศึกษา
ขั้นตอนการสรางแบบสอบถามความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นท่มี ีตอ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู
โดยใชง านเปนฐาน
ศึกษาแบบการสรา งแบบสอบถามความคดิ เห็นของนกั เรียนท่มี ีตอการจดั กิจกรรม
การเรยี นรโู ดยใชง านเปนฐาน (Work-Based Learning)
สรางแบบสอบถามความคิดเห็นของนกั เรียนที่มตี อ
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรโู ดยใชง านเปน ฐาน
นําแบบสอบถามความคิดเห็นของนกั เรยี นจํานวน 3คน ใชดุลยพนิ จิ
เพ่ือนําไปหาคา ดชั นคี วามสอดคลอ งของเคร่อื งมือ (IOC)
นาํ แบบสอบถามความคดิ เห็นของนกั เรียนไปใชเปน เคร่อื งมือในการวิจยั
แผนภูมิ ขั้นตอนการสรางแบบสอบถามความคิดเหน็ ของนักเรยี นท่ีมีตอการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใช
งานเปน ฐาน
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
แบบสอบถามความคิดเห็นท่ีมีตอการจัดกิจกรรมการเรียนรโู ดยใชงานเปน ฐาน
คําช้แี จง
แบบสอบถามคิดเหน็ นี้แบง ออกเปนสองตอนดงั นี้
ตอนที่ 1 แบบสอบถามความคิดเหน็ ตอการจดั กิจกรรมการเรียนรสู าระการเรยี นรคู ณติ ศาสตร
เร่ืองมิติสัมพนั ธร ะหวางรปู เรขาสองมิติและสามมิติ ของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 1 ดว ยการจดั การเรียนรูโดย
ใชง านเปนฐาน จาํ นวน 15 ขอ มเี กณฑการใหค ะแนนดังนี้
ระดบั 1 หมายถงึ เหน็ ดวยนอ ยท่สี ดุ
ระดับ 2 หมายถึง เห็นดวยนอย
ระดบั 3 หมายถึง เห็นดว ยปานกลาง
ระดบั 4 หมายถงึ เห็นดว ยมาก
ระดับ 5 หมายถึง เห็นดว ยมากที่สุด
ตอนที่ 2 เปน แบบสอบถามปลายเปดโดยใหนักเรยี นเขียนแสดงความคิดเหน็ ของนักเรียนที่มตี อการจัดกจิ กรรม
การเรยี นรูโ ดยใชงานเปนฐาน จํานวน 1 ขอ
1. คาํ ตอบของนักเรียนไมม ีถูกหรอื ผิด ขอใหน ักเรยี นตอบตามความคิดเหน็ หรือตามสภาพท่ีเปน จรงิ
เพื่อประโยชนตอการจัดกิจกรรมการเรียนรู
2. คําตอบของนักเรยี นไมม ีผลตอการประเมนิ ระดับผลการเรยี นของนักเรยี น
3. ขอใหนักเรยี นอา นคาํ อธบิ ายแตล ะตอนและขอ คาํ ถามอยางละเอียดรอบคอบใหเขาใจกอนตอบ
และใหต อบทุกขอ
วตั ถุประสงค
เพอ่ื ศึกษาความคดิ เหน็ เกยี่ วกับการจดั กิจกรรมการเรยี นรู;b=kคณิตศาสตร เร่ืองมิตสิ ัมพันธร ะหวางรูป
เรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1 ดวยการจัดการเรียนรโู ดยใชงานเปนฐานใน
ดานตา งๆดงั น้ี
1. บรรยากาศการเรยี นรู
2. การจดั กิจกรรมการเรียนรู
3. ประโยชนทีไ่ ดรบั จากการจัดกจิ กรรมการเรียนรู
ตอนท่ี 1 ใหน ักเรียนทาํ เคร่อื งหมาย √ ลงในชอ งท่ตี รงกบั ความคดิ เหน็ ของตนเอง
5 หมายถงึ เห็นดวยมากท่สี ุด, 4 หมายถงึ เหน็ ดว ยมาก, 3 หมายถงึ เห็นดว ยปานกลาง
2 หมายถงึ เห็นดว ยนอ ย , 1 หมายถงึ เหน็ ดว ยท่ีสดุ
นวัตถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
รายการ 1 ความคดิ เหน็ 5
ดา นบรรยากาศการเรียนรู 234
1.นักเรียนมคี วามสนใจและเพลิดเพลิน
2.นกั เรยี นไดแ สดงความคิดเห็นอยางอิสระ
3.นักเรียนไดแ ลกเปลยี่ นความคิดเหน็ รว มกบั เพื่อน
4.นักเรียนไดชวยเหลือซึง่ กันและกนั
5.นักเรียนรสู กึ ผอ นคลายไมเครง เครียด
ดา นการจดั กิจกรรมการเรียนรู
6.นกั เรยี นไดร ับประโยชนจ ากการทํางานและระบปุ ญ หาท่เี กดิ ขนึ้
7.นักเรียนไดม ีการวางแผนการทํางานอยางเปน ระบบ
8.นักเรียนไดใชค วามรูและทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรมา
แกป ญ หา
9.นักเรียนสรุปความรทู างคณิตศาสตรจากการทาํ งาน
10.นักเรียนสามารถสรา งสรรคสงิ่ ใหมๆ
ดานประโยชนท ไ่ี ดร ับจากการรว มกจิ กรรมการเรยี นรู
11.ชวยใหนกั เรียนรอบคอบและชา งสังเกตมากขึ้น
12.ชว ยใหนกั เรียนนาํ เหตผุ ลทางคณิตศาสตรมาแกป ญหาได
13.ชวยทาํ ใหน ักเรยี นสามารถวางแผนการทาํ งานและทํางานอยา งมี
แบบแผนและเปน ระบบ
14.ชว ยทาํ ใหนักเรยี นไดนําความรทู ไี่ ดรบั ไปประยกุ ตใชใ น
ชวี ิตประจําวนั
15.ทําใหนกั เรยี นมคี วามสามารถในการคดิ อยางสรางสรรค
รวม
ตอนที่ 2 ความคดิ เหน็ และขอเสนอแนะ
นักเรียนมีความคิดเห็นอยางไรตอการจัดกิจกรรมการเรียนรูสาระคณิตศาสตรเร่ืองความสัมพันธ
ระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ดวยการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐานใหเขียนแสดงความคิดเห็น
และขอ เสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
วธิ ดี ําเนนิ การทดลอง
ขา พเจา ดําเนนิ การทดลองเปน 3 ขั้นตอน
ขนั้ กอ นการทดลอง
1. ข้ันกอ นการทดลอง เปน ขั้นตอนขั้นตอนการเตรยี มความพรอ มดา นตางๆ ดังตอไปน้ี
1.1 สรางเคร่ืองมือไดแก แผนการจัดการเรียนรู แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู แบบประเมิน
ความสามารถในการปฏิบัติงาน และแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีตอการจัดกิจกรรมการเรียนรู
โดยใชง านเปน ฐานและหาประสทิ ธิภาพของเคร่ืองมอื
1.2 ดําเนินการปฐมนิเทศนักเรียนที่เปนกลุมตัวอยางเพ่ือชี้แจงตัวช้ีวัดและวิธีการจัดกิจกรรม
การเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน เกณฑการประเมินการทํางาน เพื่อใหนักเรียนเขาใจวิธีการเรียนและสรางความ
เขาใจนักเรยี นกลุมทดลอง
1.3 จัดกลุมนักเรียน ซึ่งจัดแบบคละกัน โดยมีท้ังนักเรียนเกง ปานกลางและออน โดยใชผล
การคะแนนสอบเขา ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศึกษา 2565 มาเปน เกณฑในการแบง กลุม
1.4 ใหนักเรียนกลุมตัวอยางทําแบบทดสอบวัดผลกอนเรียน เร่ืองมิติสัมพันธระหวางสองมิติ
และสามมติ ิ จาํ นวน 1 ฉบบั คือขอ สอบกอนเรยี น (Pretest)
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
ขน้ั ดาํ เนินการทดลอง
2. ขั้นดาํ เนินการทดลอง เปนข้ันตอนที่ผูจัดทาํ เปนผูจัดการเรียนรูดวยตนเองตามแผนจัดการเรียนรู
ที่สรางข้ึน เพ่ือไมใหเกิดตัวแปรแทรกซอนอันเนื่องมาจากตัวครู ประสบการณในการสอน บุคคลากรภาพฯลฯ
ไดดาํ เนนิ การทดลองโดยใชเ คร่ืองมือที่เตรยี มไวซ่งึ มรี ายละเอียดดังนี้
2.1 เวลาทใี่ ชใ นการทดลองจาํ นวน 12 ช่วั โมง
2.2 เนื้อหาที่ทําการทดลองจัดการเรียนรู ไดแกเน้ือหาคณิตศาสตรชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 1 เรื่อง
มติ สิ ัมพนั ธร ะหวางรปู เรขาคณิตสองมิติและสามมิตปิ ระกอบดว ย ภาพรูปเรขาคณิตสามมติ ิ หนาตดั ของรปู เรขา
คณิตสามมติ ิ ภาพทไี่ ดจากการมองทางดา นหนา ดานขาง และดา นบน ของรูปเรขาคณติ สามมิติ รูปเรขาคณิตท่ี
ประกอบข้ึนจากลูกบาศก ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรังปรุง 2560 สาระท่ี
2 การวัดและเรขาคณิต มาตรฐาน ค 2.2 เขาใจและวิเคราะหรูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต
ความสัมพันธระหวางรูป ตัวช้ีวัด ค2.2 ม1/2 เขาใจและใชความรูทางเรขาคณิตในการวิเคราะห หาความสัมพันธ
ระหวา งรปู เรขาคณติ สองมติ แิ ละรูปเรขา คณิตสามมติ )ิ
2.3 วธิ กี ารจดั กจิ กรรมการเรียนรูม ี 3 ขั้นตอน
2.3.1 ขนั้ กอ นปฏิบัตงิ านมกี จิ กรรมดังนี้
2.3.1.1 แจง จุดประสงคการเรียนรู
2.3.1.2 ระบงุ านท่มี อบหมายใหนกั เรียนศึกษาความรจู ากภาคสนามทพี่ บเหน็
ในชีวิตประจาํ วันหรอื จาการทํางาน
2.3.1.3 แจงเกณฑประเมนิ การทาํ งาน
2.3.2 ขั้นปฎบิ ตั งิ าน มี 3 ขั้นตอนดังนี้
2.3.2.1 ทําความเขาใจในการปฏิบัติงาน (conceptualization) เปนการ
กําหนดงานและรายละเอียดตา งๆ เพอ่ื ใหนักเรียนไดเขาใจลกั ษณะงาน
2.3.2.2 การฝกฝนประสบการณ(experimentation) นักเรียนมุงคนหา
ความคิดรวบยอดดานความรูจากภาคสนามที่พบเห็นในชีวิตประจําวันหรือจากการทํางานของตนโดยทํางาน
เปน รายบุคคลหรือกลุมกไ็ ด เพ่อื หาวิธีการ และเฉพาะบคุ คลและหรือของกลมุ
2.3.2.3 การใหผลสะทอนกลับ (reflection)นักเรียนนําเสนอผลงานของ
ตนเองหรือของกลุมที่ไดจากการฝกฝนประสบการณ เปนการสรางองคความรูและเปนการเชื่อมโยงระหวาง
ภาคทฤษฎแี ละการปฏิบัติ
2.3.3 ขนั้ สรปุ และประเมนิ ผลมกี จิ กรรม ดังน้ี
นักเรียนและครูรวมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นสรุปความรูท่ีไดจากข้ัน
ปฏิบตั งิ าน โดยเนนการประเมินผลการเรยี นรูและประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
ขั้นหลังการทดลอง
3. ขั้นหลังการทดลอง เปนข้ันตอนเก็บขอมูลหลังการจัดการเรียนรู เร่ืองมิติสัมพันธระหวางรูป
เรขาคณิตสองมติ ิและสามมิตโิ ดยใชงานเปนฐานโดยนําแบบทดสอบวัดผลการเรียนรูเร่ืองมิติสัมพนั ธระหวางรูป
เรขาคณิตสองมิติและสามมิติจํานวนหน่งึ ฉบบั คือขอสอบหลังเรียน(Post-test)ใหน ักเรียนกลุมตวั อยาง ทดสอบ
เพื่อวัดผลการเรียนรู แลวนําแบบสอบถามความคิดเห็นท่ีมีตอการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน
จาํ นวน 1 ฉบับ ใชสอบถามความคิดเหน็ หลังจากนน้ั นาํ ขอ มลู ทไ่ี ดไปวเิ คราะหทางสถิติ
นวัตถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
ผลลพั ธการพฒั นาที่คาดหวงั
1.เชิงปริมาณ
การเปรียบเทียบผลการเรียนรูรายวิชาคณิตศาสตรเรื่องมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติ
และสามมิติของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ ดวยการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน(Work-Based
Learning)”
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 1 เรื่องภาพของรปู เรขาคณิตสามมิติ S.D.
การทดสอบ n คะแนนเต็ม คา เฉลี่ย
กอนจัดการเรียนรู 42 7 2.98 .94
หลังจัดการเรยี นรู 42 7 4.56 .83
จากตาราง ผลการเรียนรู อธบิ ายลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิตจิ ากภาพท่ีกําหนดให มีคะแนน
เฉลี่ยกอนการจัดการเรียนรูเทากับ 2.98 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐานเทากับ .94 และคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดการ
เรียนรู 4.56 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ .83 ผลการทดสอบ สรุปไดวา ผูเรียนที่ไดรับการจัดกิจกรรมการ
เรียนรดู ว ยแผนการจดั การเรยี นรูท ่ี 1 เรอ่ื ง ภาพของรูปเรขาคณติ สามมิติมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นสูงข้ึน
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 2 เรื่องภาพหนาตดั ของรปู เรขาคณติ สามมติ ิ
การทดสอบ n คะแนนเต็ม คา เฉลี่ย S.D.
กอ นจดั การเรียนรู 42 5 1.88 .64
หลงั จดั การเรียนรู 42 5 3.86 .93
จากตาราง ผลการเรยี นรู อธบิ ายลกั ษณะของรูปเรขาคณิตสามมิตจิ ากภาพท่ีกาํ หนดให มีคะแนน
เฉลี่ยกอนการจัดการเรียนรูเทากับ 1.88 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ .64 และคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดการ
เรียนรู 3.86 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ .93 ผลการทดสอบ สรุปไดวา ผูเรียนท่ีไดรับการจัดกิจกรรมการ
เรยี นรูดวยแผนการจัดการเรียนรูที่ 2 เร่ืองภาพหนาตดั ของรปู เรขาคณติ สามมติ ิมผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรียนสูงขนึ้
แผนการจัดการเรียนรทู ี 3 เรอ่ื งภาพที่ไดจากการมอง ดานหนา(front view) ดานขาง (side view)
และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ
การทดสอบ n คะแนนเต็ม คา เฉลี่ย S.D.
กอ นจดั การเรียนรู 42 5 2.19 1.33
หลงั จดั การเรียนรู 42 5 4.26 1.88
จากตาราง ผลการเรียนรู ระบุภาพที่ไดจากการมอง ดานหนา(front view) ดานขาง (side
view) และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติมีคะแนนเฉล่ียกอนการจัดการเรียนรูเทากับ 2.19
สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 1.33 และคะแนนเฉล่ียหลังการจัดการเรียนรู 4.26 สวนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
เทากับ 1.88 ผลการทดสอบ สรุปไดวา ผูเรียนที่ไดรับการจัดกิจกรรมการเรียนรูดวยแผนการจัดการเรียนรูท่ี 3
เรื่องภาพที่ไดจากการมอง ดานหนา(front view) ดานขาง (side view) และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมติ ิ
นวตั ถกรรมการจัดการเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นสูงขึน้
แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 เร่ืองการวาดหรือประดิษฐรูป เรขาคณิตสองมิติและสาม มิติท่ีประกอบข้ึนจาก
ลูกบาศกเ มอื่ กาํ หนดภาพสอง มติ ิทไ่ี ดจากการมองดานหนา (front view) ดา นขาง(side view) และดานบนให(top view)
การทดสอบ n คะแนนเต็ม คา เฉล่ีย S.D.
กอ นจัดการเรยี นรู 42 5 1.37 1.73
หลังจดั การเรียนรู 42 5 3.93 1.12
จากตาราง ผลการเรียนรู ระบุภาพที่ไดจากการมอง ดานหนา(front view) ดานขาง (side view)
และดานบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติมีคะแนนเฉลี่ยกอนการจัดการเรียนรูเทากับ 1.37 สวน
เบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ 1.73 และคะแนนเฉล่ียหลังการจัดการเรียนรู 3.93 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทากับ
1.12 ผลการทดสอบความ สรุปไดวา ผูเรียนที่ไดรับการจัดกิจกรรมการเรียนรูดวยแผนการจัดการเรียนรูที่ 4
เร่ืองการวาดหรอื ประดิษฐร ูปเรขาคณิตสองมิตแิ ละสามมติ ิทป่ี ระกอบข้ึนจากลูกบาศกเมอ่ื กําหนดภาพสอง มติ ทิ ไ่ี ดจ ากการมอง
ดานหนา(front view) ดา นขา ง(side view) และดานบนให(top view) มผี ลสัมฤทธิท์ างการเรียนสงู ขนึ้
ผลการทดสอบกอนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรูรายวิชาคณิตศาสตรเรื่องมิติสัมพันธ
ระหวางรปู เรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 1 ดว ยการจดั การเรยี นรโู ดยใชงานเปนฐาน
(Work-Based Learning)”
การทดสอบ n คะแนนเต็ม คาเฉลี่ย S.D.
กอนจดั การเรียนรู 43 20 6.53 2.45
หลังจดั การเรียนรู 43 20 15.74 2.53
จากตาราง การพัฒนาผลการเรียนรูเรืองมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1 ดวยการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐานมีคะแนนเฉล่ียกอนการจัดการเรียนรู
เทา กับ 6.53 สวนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทา กับ 2.45 และคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดการเรยี นรู 15.74 สว นเบี่ยงเบน
มาตรฐานเทา กบั 2.53 ผลการทดสอบสรปุ ไดวา คะแนนเฉลย่ี หลังเรียนสูงกวากอนเรยี น
นักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1 จํานวน 2 หองเรียน รวมจํานวนทั้งหมด 41 คน ไดรับการพัฒนา
ผลการเรียนรูรายวิชาคณิตศาสตรเร่ืองมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปท ี่ 1 ดวยการจดั การเรยี นรโู ดยใชงานเปนฐาน(Work-Based Learning)” โดยมีคะแนนผานเกณฑ
(รอยละ 70 ของคะแนนเตม็ ) คิดเปนรอ ยละ 75.61 ของจํานวนนกั เรียนทงั้ หมด
หอ ง จํานวนนกั เรยี น ผา นเกณฑร อยละ 70 (คน) ไมผ านเกณฑ (คน)
1/1 21 19 2
1/2 22 15 7
รวม 43 34 9
79.06
คิดเปน รอยละ 20.94
นวัตถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมัธยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
สรุป จาํ นวนนักเรยี นท่ผี า นเกณฑ 79.06 ของจาํ นวนนกั เรยี นทง้ั หมด
ผลการวเิ คราะหขอมูล ผลการประเมนิ ความสามารถในการปฏิบัติงาน
2.เชงิ คณุ ภาพ
ผลการประเมินความสามารถในการปฏิบัติงานของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1 ดวยการจัด
กจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาคณติ ศาสตรเรื่องมติ ิสัมพันธระหวางรูปเรขาคณติ สองมติ ิและสามมติ ิของนกั เรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปที่ ดวยการจัดการเรียนรโู ดยใชง านเปน ฐาน(Work-Based Learning)”
นักเรียนระดบั ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 จํานวน 2 หองเรยี น รวมจํานวนท้ังหมด 43 คน ไดรับการ
พัฒนาผลการเรียนรูรายวิชาคณิตศาสตรเร่ืองมิติสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติของนักเรียน
ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 1 ดวยการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน(Work-Based Learning)”พบวาความสามารถ
ในการปฏิบัติงานสูงเปนอันดับแรกคือการปฏิบัติงานขณะทํางาน( X =2.56, S.D.=0.53)อยูในระดับสูง
รองลงมาคือคุณภาพของช้ินงาน( X =2.50, S.D.=0.53)อยูในระดับสูงและอันดับสุดทายคือการวางแผนการ
ปฏิบัติงาน( X =2.49, S.D.=0.54)ในภาพรวมท้ังสามดานพบวานักเรียนมีคุณภาพในการปฏิบัติงานอยูใน
ระดับสงู ( X =2.52, S.D.=0.53)
ความสามารถในการ n คะแนน X S.D. ระดบั ความสามารถ ลาํ ดับท่ี
ปฏบิ ัติงาน เตม็ 0.54 ปานกลาง 3
1.การวางแผนการปฏบิ ัติงาน 43 3.00 2.49 0.53 สงู 1
2.การปฏิบัติงานขณะทํางาน 43 3.00 2.56 0.53 สงู 2
3.คุณภาพของชิ้นงาน 43 3.00 2.50 0.53 สงู
ภาพรวม 3.00 2.52
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
ผลการวเิ คราะหขอมลู ผลการศกึ ษาความคิดเหน็ ของนักเรยี น
3. ผลการศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1 ที่มีตอการจัดการเรียนรูโดยใชงาน
เปนฐาน
ตอนที่ 1 ระดับความคิดเหน็ ของนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที่ 1 โดยภาพรวมดานบรรยากาศใน
การเรียนรู ดานการจดั กจิ กรรมการเรียนรแู ละดา นประโยชนท ี่ไดร ับจากการรวมปฏิบัติกจิ กรรมการเรียนรู
ความคิดเหน็ ที่มีตอวธิ กี ารจดั การเรยี นรู X S.D. ระดับความคิดเหน็ อนั ดบั ท่ี
ดา นบรรยากาศการเรยี นรู
นกั เรยี นมคี วามสนใจและเพลิดเพลิน 3.51 0.54 เหน็ ดว ยมาก 3
นักเรยี นไดแ สดงความคดิ เหน็ อยางอสิ ระ 3.60 0.52 เหน็ ดวยมาก 2
นักเรียนไดแ ลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ รวมกับเพอ่ื น 3.51 0.54 เห็นดว ยมาก 3
นักเรียนไดชว ยเหลอื ซึ่งกนั และกัน 3.65 0.57 เห็นดวยมาก 1
นักเรียนรสู ึกผอนคลายไมเ ครงเครยี ด 3.52 0.57 เห็นดวยมาก 5
ภาพรวม บรรยากาศการเรียนรู 3.52 0.57 เห็นดวยมาก
ดานการจัดกิจกรรมการเรียนรู 0.48 เห็นดว ยมาก
นักเรียนไดร ับประโยชนจากการทาํ งานและระบุสภาพ 3.51 4
ปญ หาทเ่ี กิดขึ้น
นักเรยี นไดใชความรูและทกั ษะกระบวนการทาง 3.65 0.54 เห็นดวยมาก 2
คณิตศาสตรมาแกป ญ หา
นกั เรยี นสามารถสรุปความรูทางคณติ ศาสตรจ ากการ 3.56 0.57 เหน็ ดวยมาก 3
ทํางาน
นักเรียนสามารถสรา งสรรคสิ่งใหมๆ 3.77 0.45 เห็นดวยมาก 1
นักเรียนมกี ารวางแผนการทํางานอยา งเปน ระบบ 3.35 0.53 เหน็ ดว ยปานกลาง 5
ภาพรวม การจดั กิจกรรมการเรยี นรู 3.57 0.52 เหน็ ดวยมาก
ประโยชนท ไี่ ดร บั จากการรว มกิจกรรมการเรยี นรู
ชว ยทาํ ใหนักเรยี นรอบคอบและชา งสงั เกตมากขนึ้ 3.63 0.48 เห็นดว ยมาก 4
ชว ยใหน ักเรยี นวางแผนการทาํ งานและทํางานอยา งมี 3.70 0.47 เหน็ ดวยมาก 2
แบบแผนและเปน ระบบ
ชว ยใหน กั เรียนนําความรทู ่ีไดรบั ไปประยุกตใ ชใ น 3.70 0.56 เหน็ ดว ยมาก 2
ชวี ติ ประจําวันได
ทํานกั เรยี นมคี วามสามารถในการคดิ สรางสรรค 4.02 0.55 เหน็ ดวยมาก 1
ชว ยใหน ักเรียนนาํ เหตุผลทางคณติ ศาสตรม าแกป ญ หา 3.42 0.48 เห็นดว ยปานกลาง 5
ได
ภาพรวม ประโยชนทีไ่ ดร บั จากการรวมกจิ กรรมการ 3.59 0.53 เห็นดว ยมาก
เรยี นรู
ภาพรวมทง้ั สามดาน 3.59 0.53 เหน็ ดว ยมาก
นวัตถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมัธยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
จากตาราง ผลการวิเคราะหความคิดเห็นของนักเรียนที่มีตอการจดั การเรียนรโู ดยใชงานเปน ฐานพบวา
นักเรียนมีความคิดเห็นตอการจัดการเรียนรูโดยภาพรวมท้ัง 3 ดานอยูในระดับเห็นดวยมาก( X =3.59,
S.D.=0.53)
เม่ือพิจารณาเปนรายดานพบวานักเรียนเห็นดวยมาเปนอันดับ1 คือประโยชนท่ีไดรับจากการรวม
กิจกรรมการเรียนรู( X =3.59, S.D.=0.53) เมื่อพิจารณาเปนรายขอนักเรียนเห็นดวยมากจํานวน 5 ขอนักเรียน
เห็นดวยมากเปนอันดับที่ 1 คือนักเรียนมีความสามารถในการคิดสรางสรรค( X =4.02, S.D.=0.55)รองลงมา
ชวยใหนักเรียนวางแผนการทํางานและทํางานอยางมีแบบแผนและเปนระบบ( X =3.70, S.D.=0.47)ชวยให
นักเรียนนําความรูท่ีไดรับไปประยุกตใชในชีวิตประจําวันได( X =3.70, S.D.=0.56)และชวยทําใหนักเรียน
รอบคอบและชางสังเกตมากขึ้น( X =3.63, S.D.=0.48)ตามลําดับ และนักเรียนเห็นดว ยปานกลางจํานวน 1 ขอ
คือชวยใหนักเรียนนําเหตุผลทางคณิตศาสตรมาแกปญหาได( X =3.42, S.D.=0.48)เปนอันดับสุดทายรองลงมา
คือดานการจัดกิจกรรมการเรียนรู( X =3.57, S.D.=0.52)เม่ือพิจารณาเปนรายขอพบวานักเรียนเห็นดวยมาก
จํานวน 5 ขอ ขอที่นักเรียนเห็นดวยมากเปนอันดับ 1 คือนักเรียนสามารถสรางสรรคสิ่งใหม( X =3.77,
S.D.=0.45) รองลงมาคือนักเรียนไดใชความรูและทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรมาแกปญหา( X =3.65,
S.D.=0.54)นักเรียนสามารถสรุปความรูทางคณิตศาสตรจากการทํางาน( X =3.56, S.D.=0.57)นักเรียนไดรับ
ประโยชนจากการทํางานและระบุสภาพปญหาที่เกิดขึ้น(X=3.51, S.D.=0.48)ตามลําดับและนักเรียนเห็นดวย
ระดับปานกลางจํานวน 1 ขอ นักเรียนมีการวางแผนการทํางานอยางเปนระบบ( X =3.35, S.D.=0.53)เปน
อันดับสุดทายและเห็นดวยมากเปนอันดับสุดทายคือดานบรรยากาศในการเรียนรู( X =3.52, S.D.=0.57)เมื่อ
พิจารณารายขอพบวานักเรียนไดชวยเหลือซึ่งกันและกัน( X =3.65, S.D.=0.57)รองลงมาคือนักเรียนไดแสดง
ความคดิ เห็นอยา งอิสระ( X =3.60, S.D.=0.52)และพบวา นักเรียนไดแ ลกเปล่ยี นความคดิ เห็นรวมกบั เพ่ือน( X =
3.51, S.D.=0.54)และนักเรียนมีความสนใจและเพลิดเพลิน( X =3.51, S.D.=0.54)มีลําดับเทากันและนักเรียน
เหน็ ดว ยปานกลาง 1 ขอ นกั เรยี นรสู กึ ผอ นคลายไมเ ครงเครยี ด( X =3.33, S.D.=0.64)
ตอนท่ี 2 ความคิดเหน็ ของนักเรียนที่มีตอการจัดการเรยี นรูโ ดยใชงานเปนฐานจากขอคําถามปลายเปด
เก่ียวกับความคดิ เห็นของนักเรียนทม่ี ตี อการจัดกิจกรรมการเรยี นรูโดยใชงานเปน ฐานสามารถสรุปไดว านักเรียน
มีความรคู วามเขาใจมาก(1คน)ไดฝกความรับผิดชอบ(1คน)เวลานอยเกนิ ไป (1คน)
นวตั ถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
สรุปผล การจดั การเรียนรเู รื่องมติ ิสมั พันธร ะหวา งรูปเรขาคณติ สองมิติและสามมิติ
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 ดวยการจดั การเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน(Work-Based Learning)
1. ผลการจัดการเรยี นรูเรื่องความสัมพันธร ะหวา งรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาป
ท่ี 1 ดวยการจัดการเรียนรูโดยใชงานเปนฐาน(Work-Based Learning) พบวา คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกวา
กอ นเรียน
2. ความสามารถในการปฺฏิบัตงิ านของนักเรียนพบวาความสามารถในการปฎิบัติงานของนักเรียนอยู
ในระดับสูงเมื่อพิจารณาเปนรายดานพบวาเมื่อพิจารณาพบวาความสามารถในการปฏิบัติงานอยูในระดับสูง
และคุณภาพของชิ้นงานอยูในระดับสูง และความสามารถในการปฏิบัติงานดวยการวางแผนการปฏิบัติงานอยู
ในระดบั ปานกลาง
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
ตารางแสดงคะแนนกอนการจัดการเรยี นรแู ละหลงั การจัดการเรียนรู
เรื่องความสัมพันธร ะหวางรูปเรขาคณติ สองมิติและสามมิติ วิชาคณติ ศาสตรเพมิ่ เติม 1 รหัสวิชา ค21201
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 ดวยการจดั การเรียนรโู ดยใชง านเปนฐาน(Work-Based Learning)
กอ นเรยี น หลงั เรียน
ท่ี คะแนน ช่ือ-นามสกุล
เต็ม คะแนนที่ได คิดเปน คะแนนท่ีได คดิ เปน
รอ ยละ รอ ยละ
1 20 เดก็ ชาย ชยพล คาํ กอนแก
5 25.00 17 85.00
2 20 เดก็ ชาย ธนพฒั น ผลผลา
6 30.00 16 80.00
3 20 เด็กชาย ธปิ ก จันทรภ ักดี
8 40.00 18 90.00
4 20 เด็กชาย ธรี ภทั ร ชยั สุวรรณ 2 10.00 13 65.00
เดก็ ชาย นนทวฒั น กาญจน
5 20 ประเสริฐ 5 25.00 14 70.00
6 20 เด็กชาย นติ พิ งศ ทิวแพ 8 40.00 18 90.00
7 20 เด็กชาย ภรู ิณัฐ ศรเี นยี ม 7 35.00 18 90.00
8 20 เด็กชาย ภวู ิศ สมแกว 6 30.00 17 85.00
9 20 เดก็ ชาย ยศภทั ร คะเณย 5 25.00 15 75.00
10 20 เด็กชาย รัชชานนท แดงเพ็ชร 6 30.00 16 80.00
11 20 เด็กชาย ฤทธริ งศ ศรฤี ทธ์ิ
11 55.00 17 85.00
12 20 เด็กชาย วชั ระวุฒิ พรหมเดช 12 60.00 19 95.00
13 20 เดก็ ชาย สรายุทร มวงอยู
5 25.00 16 80.00
14 20 เด็กหญงิ ขวัญศริ ิ ทา กวั๋
20 30.00 18 90.00
15 20 เดก็ หญงิ ชนากรณ ดํารัตนมณี
6 30.00 17 85.00
16 20 เด็กหญงิ ณฐั กานต คงเดช
7 35.00 16 80.00
17 20 เด็กหญงิ นงนภสั เพชรกลับ 4 20.00 16 80.00
18 20 เดก็ หญงิ เมยส ญา สมแกว
8 40.00 17 85.00
19 20 เดก็ หญิง ลักษกิ า คงละออ
7 35.00 18 90.00
20 20 เด็กหญิง สโรชา พูลศริ ิ
3 15.00 12 60.00
21 20 เดก็ หญงิ สรุ วดี จุง พิวฒั น
11 55.00 17 85.00
22 20 เดก็ ชาย กานตฒ ิวัส โรจชีวะ
23 20 เด็กชาย ภูมภิ ทั ร มากบุญ 8 40.00 16 80.00
24 20 เด็กชาย ณฐกร สกลุ เผือก 4 20.00 17 85.00
25 20 เด็กชาย ณชั พล โชตดิ ี 3 15.00 11 55.00
26 20 เดก็ ชาย ทัพไทย นาเมอื ง 7 35.00 15 75.00
27 20 เดก็ ชาย นราวิชญ เสสติ ัง 5 25.00 13 65.00
28 20 เด็กชาย พิพัฒน โกละกะ 8 40.00 17 85.00
29 20 เดก็ ชาย พรี ดนย บญุ หาว 9 45.00 17 85.00
30 20 เดก็ ชาย วงศกร นาคขํา 8 40.00 16 80.00
5 25.00 17 85.00
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
ที่ คะแนน ชื่อ-นามสกลุ กอ นเรยี น หลังเรยี น
เต็ม คะแนนทีไ่ ด รอยละ คะแนนทีไ่ ด รอ ยละ
31 20 เด็กชาย วรกนั ต หนหู ตี 4 20.00
32 20 เด็กชาย นวุ ตั ร หตั ถา 6 30.00 14 70.00
33 20 เด็กหญงิ กญั ญาวรี ราชา 20 10 11 55.00
34 20 เด็กหญิง จนั ทรท พิ ย หนเู อียด 7 35.00 19 95.00
35 20 เด็กหญิง ชนากานต ชวยแกว 7 35.00 18 90.00
36 20 เด็กหญงิ ฐิตินนั ท ทองปลอด 6 30.00 19 95.00
37 20 เด็กหญงิ ปารมี ไกร 14 70.00
ละเมยี ด 13 65.00 20 100.00
17 85.00
38 20 เด็กหญงิ ปณ ณิตา นาคกุล 7 35.00 15 75.00
39 20 เด็กหญงิ ปท มพร รกั เจรญิ 7 35.00 9 45.00
40 20 เด็กหญงิ จนั ทรทิพย หนูเอียด 4 20.00 10 50.00
41 20 เด็กหญิง ปณ ฑิตา นวลขาว 3 15.00 14 70.00
42 20 เด็กหญงิ พชิ านันท สาํ ลี 8 40.00 13 65.00
43 20 เดก็ หญงิ อรชมุ า พุมพาพร 4 20.00 15.74 78.72
เฉลย่ี ( X ) 6.53 32.67
จาํ นวนนกั เรยี นท้ังหมด 43 คน สอบผา นเกณฑรอ ยละ 70 ของคะแนนเต็ม(14คะแนน)
จาํ นวน 34 คน คิดเปนรอ ยละ79.06
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
ตารางแสดงคะแนนความสามารถในการปฏิบัตงิ าน
เรื่องความสัมพันธร ะหวา งรูปเรขาคณติ สองมติ ิและสามมิติ วชิ าคณิตศาสตรเ พ่มิ เติม 1 รหัสวิชา ค21201
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปท ่ี 1 ดวยการจดั การเรียนรโู ดยใชงานเปนฐาน(Work-Based Learning)
ดานท่ี 1 การวางแผนกอ นการปฏบิ ตั ิงาน
ดานที่ 2 ขณะปฏิบตั ิงาน
ดา นท่ี 3 คณุ ภาพของชน้ิ งาน
คนที่ ประเดน็ การประเมนิ คา เฉล่ยี ( X ) คาเบยี่ งเบนมาตรฐาน(S.D)
1 2 3 เฉลี่ย 1 2 3 ภาพรวม 1 2 3 ภาพรวม
1 3 2 3 2.67 2.60 2.70 2.30 2.53 0.52 0.42 0.48 0.17
2 3 3 3 3.00 2.90 2.90 2.70 28.3 0.32 0.32 0.48 0.18
3 3 3 2 2.67 2.90 2.60 2.40 2.63 0.32 0.52 0.52 0.29
4 3 2 2 2.33 2.50 2.80 2.60 2.63 6.53 0.42 0.52 0.29
5 3 3 3 3.00 2.40 2.90 2.50 2.60 0.52 0.32 0.53 0.21
6 2 2 2 2.00 2.90 2.80 2.70 2.80 0.32 0.42 0.48 0.36
7 2 3 2 2.33. 2.60 2.80 2.50 2.63 0.52 0.42 0.52 0.29
8 2 3 3 2.67 2.50 2.60 250 2.53 0.53 0.52 0.53 0.23
9 3 3 3 3.00 2.70 2.60 2.70 2.67 0.48 0.52 0.48 0.31
10 3 3 3 3.00 2.40 2.70 2.80 2.63 0.52 0.48 0.42 0.33
11 3 3 3 3.00 2.40 2.80 2.50 2.57 0.52 0.42 0.53 0.32
12 2 3 2 2.33 1.70 2.10 1.90 1.90 0.67 0.74 0.74 0.45
13 3 2 2 2.33 2.30 2.40 2.40 2.37 0.48 0.52 0.52 0.25
14 3 2 3 2.67 2.50 2.50 2.40 2.47 0.53 0.53 0.52 0.39
15 3 3 3 3.00 2.70 2.70 2.80 2.73 0.48 0.48 0.42 0.34
16 2 3 2 2.33 2.70 2.60 2.40 2.37 0.48 0.52 0.52 0.35
17 2 2 2 2.00 2.40 2.30 2.40 2.37 0.52 0.48 0.52 0.29
18 3 3 3 3.00 2.40 2.50 2.20 2.37 0.52 0.53 0.42 0.40
19 2 2 3 2.33 2.60 2.80 2.70 2.70 0.52 0.42 0.48 0.33
นวัตถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพัชรกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
คนที่ ประเดน็ การประเมนิ คาเฉลยี่ ( X ) คา เบ่ียงเบนมาตรฐาน(S.D)
1 2 3 เฉล่ีย 1 2 3 ภาพรวม 1 2 3 ภาพรวม
20 3 3 2 2.67 2.50 2.90 2.70 2.70 0.53 0.32 0.48 0.29
21 3 3 3 3.00 2.80 2.80 2.70 2.77 0.42 0.48 0.42 0.39
22 3 3 3 3.00 2.50 2.40 2.20 2.37 0.53 0.52 0.42 0.43
23 2 1 2 1.67 2.30 2.40 2.20 2.30 0.48 0.70 0.42 0.40
24 2 2 2 2.00 2.00 2.30 2.20 2.17 0.47 0.67 0.63 0.53
25 3 3 3 3.00 2.60 2.40 2.70 2.57 0.52 0.52 0.48 0.27
26 3 3 2 2.67 2.60 2.80 2.70 2.70 0.52 0.42 0.48 0.37
27 3 2 2 2.33 2.70 2.50 2.40 2.53 0.48 0.53 0.52 0.32
28 3 3 3 3.00 2.60 2.80 2.70 2.70 0.52 0.42 0.48 0.43
29 2 2 2 2.00 2.00 2.40 2.30 2.23 0.82 0.52 0.48 0.52
30 2 3 2 2.33 2.40 2.20 2.40 2.33 0.52 0.42 0.52 0.31
31 2 3 3 2.67 2.60 3.00 2.60 2.73 0.52 0.00 0.52 0.31
32 2 3 2 2.33 2.40 2.50 2.50 2.47 0.52 0.53 0.53 0.28
33 3 2 2 2.33 2.10 2.50 2.40 2.33 0.32 0.53 0.52 0.22
34 3 2 2 2.33 2.80 2.50 2.60 2.63 0.42 0.53 0.52 0.25
35 2 2 2 2.00 2.60 2.60 270 2.63 0.52 0.52 0.48 0.40
36 2 2 2 2.00 2.50 2.30 2.20 2.33 0.53 0.48 0.63 0.35
37 2 1 1 1.33 2.00 1.70 2.20 1.97 0.67 0.67 0.63 0.43
38 3 3 2 2.67 2.70 2.90 2.80 2.80 0.48 0.32 0.42 0.32
39 3 2 2 2.33 2.30 2.30 2.70 2.43 0.48 0.48 0.48 0.35
40 3 3 3 3.00 2.60 2.40 2.40 2.47 0.52 0.52 0.52 0.42
41 2 2 2 2.00 2.60 2.50 2.60 2.57 0.52 0.53 0.52 0.50
42 3 2 2 2.33 2.30 2.50 2.40 2.40 2.48 0.53 0.52 0.41
43 2 3 2 2.33 2.50 2.50 2.50 2.50 0.53 0.53 0.53 0.18
( X ) 2.58 2.51 2.37 2.49 2.49 2.56 2.50 2.52
S.D. 0.50 0.59 0.54 0.42 0.54 0.53 0.53 0.21
เกณฑการแปลความหมาย
2.50 – 3.00 หมายถงึ ความสามารถในการปฏิบัตงิ านอยูในระดบั สงู
1.50 – 2.49 หมายถงึ ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ านอยูในระดบั ปานกลาง
1.00 - 1.49 หมายถึง ความสามารถในการปฏิบัตงิ านอยูในระดับตาํ่ ต่ํา
นวัตถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธานี
ตารางแสดงความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นท่มี ตี อการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู
เรอื่ งความสัมพนั ธร ะหวา งรูปเรขาคณติ สองมติ ิและสามมิติ วชิ าคณิตศาสตรเ พิ่มเติม 1 รหัสวิชา ค21201
ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ดวยการจัดการเรยี นรโู ดยใชง านเปนฐาน(Work-Based Learning)
คน ดา นบรรยากาศในการเรียนรู ดา นการจัดกิจกรรมการเรียนรู ดานประโยชนท่ไี ดร ับหลงั จัด
ท่ี กจิ กรรมการเรยี นรู
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
1334353345434443
2435353433344555
3334353345434445
4435353433344553
5334353345434445
6435353433344553
7334353345434443
8435353433344555
9334353345434445
10 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
11 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 5
12 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 5
13 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 5
14 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 5
15 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
16 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 3
17 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 5
18 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 4
19 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 3
20 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
21 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 5
22 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 5
23 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 5
24 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 4
25 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 4
26 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 3
27 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
28 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 5
29 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
นวตั ถกรรมการจดั การเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุม สาระคณิตศาสตร โรงเรยี นมัธยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธานี
คน ดานบรรยากาศในการเรยี นรู ดานการจดั กิจกรรมการเรยี นรู ดา นประโยชนท ไี่ ดรับหลังจัด
ที่ 12345 กจิ กรรมการเรียนรู
6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
30 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 5
31 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
32 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 4
33 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 5
34 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
35 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 4
36 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
37 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 5
38 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
39 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
40 3 3 4 3 5 3 3 4 5 4 3 4 4 4 4
41 4 3 5 3 5 3 4 3 3 3 4 4 5 5 3
X 3.51 3.60 3.51 3.65 3.52 3.51 3.65 3.56 377 3.35 3.63 3.70 3.70 4.04 3.42
S.D 0.52 0.52 0.54 0.57 0.57 0.48 0.54 0.57 0.45 0.53 0.48 0.47 0.56 0.55 0.58
นวตั ถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี
ระดับความคิดเห็นของนักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 โดยภาพรวม
ดา นบรรยากาศในการเรยี นรูด า นการจดั กจิ กรรมการเรียนรแู ละดา นประโยชนทไ่ี ดร ับจากการรวมปฏิบตั ิ
กจิ กรรมการเรียนรู
ความคดิ เหน็ ที่มีตอวิธีการจดั การเรียนรู X S.D. ระดบั ความคิดเห็น อนั ดับที่
ดานบรรยากาศการเรียนรู 3.51 0.54 เหน็ ดว ยมาก 3
1. นักเรียนมคี วามสนใจและเพลิดเพลนิ 3.60 0.52 เห็นดวยมาก 2
2. นกั เรียนไดแ สดงความคดิ เหน็ อยางอสิ ระ 3.51 0.54 เห็นดวยมาก 3
3. นกั เรยี นไดแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นรวมกบั เพือ่ น 3.65 0.57 เหน็ ดว ยมาก 1
4. นกั เรยี นไดช วยเหลอื ซึ่งกนั และกนั 3.52 0.57 เหน็ ดว ยมาก 5
5. นักเรียนรสู ึกผอ นคลายไมเครง เครียด 3.52 0.57 เหน็ ดว ยมาก
ภาพรวม บรรยากาศการเรียนรู
ดา นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู 3.51 0.48 เหน็ ดว ยมาก 4
6. นักเรยี นไดร ับประโยชนจากการทาํ งานและระบุ 2
สภาพปญ หาทเี่ กิดข้นึ 3.65 0.54 เหน็ ดว ยมาก 3
7. นกั เรยี นไดใ ชความรแู ละทักษะกระบวนการทาง 1
คณติ ศาสตรมาแกป ญ หา 3.56 0.57 เห็นดวยมาก 5
8. นกั เรยี นสามารถสรุปความรทู างคณิตศาสตรจาก
การทาํ งาน 3.77 0.45 เห็นดว ยมาก
9. นักเรียนสามารถสรางสรรคส ิง่ ใหมๆ 3.35 0.53 เหน็ ดวยปานกลาง
10.นักเรียนมีการวางแผนการทํางานอยางเปน ระบบ 3.57 0.52 เหน็ ดว ยมาก
ภาพรวม การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู
ประโยชนท ี่ไดร ับจากการรว มกิจกรรมการเรยี นรู 3.63 0.48 เหน็ ดว ยมาก 4
11.ชวยทําใหนกั เรียนรอบคอบและชา งสังเกตมากข้นึ 3.70 0.47 เหน็ ดว ยมาก 2
12.ชว ยใหน กั เรยี นวางแผนการทาํ งานและทํางาน 2
อยางมแี บบแผนและเปน ระบบ 3.70 0.56 เห็นดวยมาก 1
13. ชว ยใหน ักเรียนนําความรทู ไ่ี ดร ับไปประยกุ ตใ ชใน 5
ชีวิตประจาํ วันได 4.02 0.55 เห็นดวยมาก
14. ทาํ นกั เรยี นมีความสามารถในการคดิ สรางสรรค 3.42 0.48 เหน็ ดวยปานกลาง
15. ชว ยใหน ักเรียนนาํ เหตผุ ลทางคณิตศาสตรมา
แกป ญ หาได 3.59 0.53 เห็นดว ยมาก
ภาพรวม ประโยชนทีไ่ ดรบั จากการรว มกจิ กรรมการ
เรยี นรู 3.59 0.53 เหน็ ดว ยมาก
ภาพรวมทั้งสามดาน
นวตั ถกรรมการจัดการเรียนการสอน : นางธารา ณ รังษี กลุมสาระคณิตศาสตร โรงเรียนมธั ยมพชั รกิตยิ าภา ๓ สุราษฎรธ านี
นวตั ถกรรมการจดั การเรยี นการสอน : นางธารา ณ รงั ษี กลุม สาระคณติ ศาสตร โรงเรยี นมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๓ สรุ าษฎรธ านี