The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Naus, 2022-10-30 16:32:48

สุดปังด้วยไม้มงคล

ไม้มงคล

สุดดป้ัวงยไม้มงคล

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไม้มงคลที่ไม่ควรพลาด!!
เทคนิคการปลูกของแต่ละต้นของไม้มงคล

สารบัญ

ความเชื่อเรื่องการปลูกต้นไม้มงคล
ต้นใบเงิน
กุหลาบหิน
ต้นเงินไหลมา
ต้นชวนชม
พุทธรักษา
ต้นนางกวัก
ว่านนางคุ้ม
ต้นโป๊ยเซียน
กระดุมทอง
กล้วยตานีด่าง
ว่านมหาลาภ
ต้นสารภี
ไผ่กวนอิม
กุหลาบ
ต้นแก้ว
ต้นโกสน
ต้นตะแบก
ต้นเข็ม
จำปา
ดอกบัว
บานไม่รู้โรย
กระบองเพชร
ต้นประยงค์
ต้นพุด
ต้นบอนสี
ลิ้นมังกรแคระ
ต้นออมเงิน - ออมทอง
แก้วกาญจนา
พลูด่าง

ค ว า ม เ ชื่ อ เ รื่ อ ง ก า ร ป ลู ก ต้ น ไ ม้ ม ง ค ล

การปลูกต้นไม้มงคลประเภทต่างๆ ไว้ในบ้านแล้วจะ
ทำให้ผู้ปลูกนั้ นมีชีวิตที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องหน้ าที่
การงานเจริญก้าวหน้ า มีสุขภาพดี ครอบครัวอยู่เย็น
เป็นสุข นั้ นเป็นความเชื่อที่สืบต่อกันมานานตั้งแต่ครั้ง
อ ดี ต จ น ม า ถึ ง ยุ ค ปั จ จุ บั น ค ว า ม เ ชื่ อ เ รื่ อ ง ก า ร ป ลู ก ไ ม้
มงคลก็ยังคงอยู่กับสังคมไทยในบทความนี้ จะมานำ
เ ส น อ เ กี่ ย ว กั บ ไ ม้ ม ง ค ล ที่ ค ว ร ป ลู ก ใ น บ้ า น พ ร้ อ ม
อธิบายสรรพคุณว่าไม้มงคลแต่ละชนิ ดนั้ นส่งเสริมใน
ด้ า น ใ ด

หน้า 1

ต้ น ใ บ เ งิ น

เป็นพันธุ์ไม้ที่เป็นไม้สิริมงคลของคนไทยมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งเชื่อกันว่าบ้านไหนที่ปลูกต้นใบเงินจะ
ทำให้มีเงินทองไหลมาเทมา เสริมความมั่นคง ไม่ทำให้ขัดสน คนนิ ยมปลูกไว้มาก เนื่ องจากจะทำให้
ชีวิตดี มีความเจริญงอกงามและเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัวและผู้อยู่อาศัย ซึ่งถ้า
อยากให้เป็นสิริมงคลมากขึ้น ก็ให้ทำการปลูกต้นใบเงิน ใบทอง และใบนาก ไว้ในบริเวณใกล้เคียงกัน
เพราะมีความเชื่อว่าต้นไม้เหล่านี้ อยู่ในมงคล 8 คือ ใบเงิน ใบทอง ใบนาก ใบมะตูม ใบพรหมจรรย์
ผิวมะกรูด ฝักส้มป่อย และหญ้าแพรก ซึ่งเป็นต้นไม้สิริมงคลทั้งนั้ นเลย

สำหรับต้นไม้อย่างต้นใบเงินที่เป็นต้นไม้สิริมงคล ทางชาวไทยโบราณได้เชื่อว่าจะต้องปลูกต้นใบเงิน
ไ ว้ ใ น บ้ า น ห รื อ ส ถ า น ที่ ต่ า ง ๆ ด้ ว ย ว า ง ไ ว้ ใ น ทิ ศ ต ะ วั น อ อ ก ห รื อ ทิ ศ ใ ต้ แ ล ะ ก า ร ป ลู ก จ ะ ต้ อ ง ป ลู ก วั น อั ง ค า ร
เนื่ องจากจะทำให้ต้นใบเงินเจริญงอกงามมาเสริมความเป็นสิริมงคลต่อคนที่อาศัยอยู่ในสถานที่นั้ น

หน้า 2

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ต้ น ใ บ เ งิ น



ต้นใบเงินมีถิ่นกำเนิ ดอยู่ที่ประเทศปาปัวนิ วกินี เป็นต้นไม้ที่เป็นสิริมงคลของคนไทยมานานมากตั้งแต่
ส มั ย โ บ ร า ณ ห ล า ย ต่ อ ห ล า ย ค รั้ ง ที่ ค น ไ ท ย มั ก นำ ไ ป ป ร ะ ก อ บ พิ ธี ก ร ร ม ท า ง ศ า ส น า ห รื อ ค ว า ม เ ชื่ อ ต่ า ง ๆ
เช่น การทำน้ำพุทธมนต์ งานขึ้นบ้านใหม่ พิธีลงเสาเอกเพื่อสร้างบ้าน งานแต่งงาน เป็นต้น เพราะ
เชื่อว่าเป็นไม้ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้นไม้ที่ไม่มีผล แต่มีส่วนประกอบทุกอย่างครบ

ลำต้นใบเงิน ต้นใบเงินเป็นพรรณไม้ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นพุ่มขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ
2-4 เมตร แตกกิ่งสาขาออกจากโคนต้นและเจริญพุ่งตรงไปข้างบน ลำต้นกลมเล็ก สีขาวปนเทา
ใบเป็นรูปรีปลายใบแหลมขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้ อยขนาดใบกว้างประมาณ 3-6 เซนติเมตรยาว
ประมาณ 7-10 เซนติเมตรพื้นใบสีเขียวกลางใบปนด้วยสีขาวหรือเหลืองจาง ๆ ใบเป็นใบเดี่ยวออก
เป็นคู่ ๆ สลับกันตามลำต้น ดอกใบเงิน ออกดอกเป็นช่อ ตามส่วนยอดของลำต้น ลักษณะดอกเป็น
หลอดยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร โคนหลอดจะมีกลีบดอก 3 กลีบ ดอกมีสีแดงเข้ม

หน้า 3

วิ ธี ก า ร ดู แ ล แ ล ะ ป ร ะ โ ย ช น์


ต้นใบเงินสามารถเจริญเติบโตได้ในดินทุกประเภท ทั้งต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง และต้องการ

แสงแดดปานกลางไปจนถึงแดดจัด หมั่นดูแลรักษาต้นใบเงินให้เจริญเติบโตให้ดี เนื่ องด้วยคนเชื่อ
ว่าเป็นไม้สิริมงคลที่ช่วยเสริมความมงคลให้แก่คนที่อาศัย ณ ที่แห่งนั้ น

•เกสรของต้นใบเงิน แก้อาการอ่อนเพลีย
อ่อนล้า จากความเหนื่ อย ความเมื่อยต่างๆ
•ทุกส่วนของต้นใบเงิน รักษาอาการอิดโรย
อ่ อ น เ พ ลี ย
•ส่วนของใบมีรสชาติจืดชืด เป็นยาลดไข้
แก้อาการร้อนใน ไข้หวัดใหญ่ ช่วยดับพิษ
ปอดพิการ ล้อมตับดับพิษ
•คั้นน้ำจากใบ ใช้หยอดหูรักษาอาการปวด
หู ขับแมลงออกจากหู
•ใบ ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้อาการปวดท้อง
•ทุกส่วนของลำต้น ทำเป็นยาเขียวกระทุ้ง
พิษ (ทุกส่วนของลำต้น)
•น้ำคั้นจากใบ ใช้ในการปรุงเป็นยาดื่มเพื่อ
รั ก ษ า อ า ก า ร ท้ อ ง ผู ก

หน้า 4

กุหลาบหิน

กุหลาบหินหรือกาลังโช เป็นไม้ประดับกระถาง เป็นพืชอวบน้ำ ปลูกง่าย ปลูกได้ทั้งในและนอกอาคาร
แต่ปลูกได้ดีเมื่ออยู่กลางแจ้ง ชอบแดดเพราะเติบโตในที่แห้งแล้ง บางพันธุ์อาศัยเพียงน้ำค้างกลาง
คืนเล็กน้ อยก็ดำรงชีวิตอยู่ได้ พืชอวบน้ำส่วนใหญ่จะเก็บน้ำไว้ที่ใบเพื่อใช้สังเคราะห์แสงและแม้ว่าเรา
จะเชื่อกันว่า พืชในกลุ่มนี้ มักจะขึ้นอยู่ในทะเลทราย แต่แท้จริงแล้วไม้อวบน้ำสามารถเติบโตได้ทั้ง
บริเวณที่มีหิมะปกคลุม พื้นที่แห้งแล้งตลอดจนป่าเขตร้อน

มีถิ่นกำเนิ ดมาจากมาดากัสกา แอฟริกาและเอเชีย ซึ่งลักษณะเดิมก่อนที่จะเป็นต้นที่มีลักษณะเป็น
พุ่มเล็กกะทัดรัดนี้ กุหลาบหินเป็นพืชที่มีต้นสูงเก้งก้าง หลังจากที่มีการคัดเลือกสายพันธุ์และผสม
จึงเกิดกุหลาบหินพันธุ์ต่างๆ ที่มีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย กุหลาบหิน ความหมายในนแง่ของโหราศาสตร์
มีความเชื่อว่าปลูกต้นกุหลาบหินแล้วจะส่งเสริมสิริมงคลด้านการเงิน การลงทุน ทำมาค้าขายขึ้น
ร่ำ ร ว ย เ ป็ น เ ศ ร ษ ฐี

หน้า 5

ลั ก ษ ณ ะ ต้ น กุ ห ล า บ หิ น


เป็นพืชใบเดี่ยว สีเขียวกลม ปลายมนขอบใบ

หยักเป็นมน ออกเวียนสลับซ้อน ๆ กัน ออกดอก
เป็นช่อจะสูงเหนื อพุ่มใบ มีดอกย่อยขนาดเล็กๆ
จำนวนมาก สีแดงอมส้มสด มีพันธุ์ที่เป็นพุ่มเตี้ย
กะทัดรัด ใบขนาดเล็ก และมีดอกสี ออกดอก
ฤดูกาลเดียว คือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน –
มีนาคม เป็นพืชที่เลี้ยงง่าย แตกหน่ อไว บางคน
นิ ยมปลูกกุหลาบหินเป็นไม้มงคล เพื่อถือเคล็ด
ว่ า ป ลู ก แ ล้ ว จ ะ ร่ำ ร ว ย เ ป็ น เ ศ ร ษ ฐี

นอกจากนี้ ลักษณะต้นที่เป็นไม้ประดับ กะทัดรัด
เหมาะที่จะนำมาปลูกไว้ในคอนโด ที่ทำงาน ที่อยู่
อาศัยที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่ในการใช้สอยจำกัด
แต่ต้องการเพิ่มความสดชื่น สดใส เพิ่มความ
เ ป็ น ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ มี พื้ น ที่ สี เ ขี ย ว ใ ห้ กั บ ค อ น โ ด

ส า ย พั น ธุ์ กุ ห ล า บ หิ น


มีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยมากเราจะแบ่ง

ต า ม ลั ก ษ ณ ะ รู ป ร่ า ง ข อ ง กุ ห ล า บ หิ น ห รื อ แ ค ค ตั ส
กุ ห ล า บ หิ น ไ ด้ ดั ง นี้

Lithops รูปร่างจะคล้าย ๆ กับหิน มีรอย
แยกตรงกลาง เป็นจุดงอกของดอก
Agave ใบหนาและแข็ง แตกเป็นกระจุก
เหนื อพื้นดิน และมีหนามบริเวณปลายใบ
Portulacaria มีส่วนลำต้นที่ชัดเจน
ใ บ ข น า ด เ ล็ ก แ ต ก อ อ ก จ า ก ท า ง ลำ ต้ น
Haworthia ใบเป็นกลีบเรียวซ้อนกัน
Crassulaceae เป็นกลุ่มที่มีความสวยงาม
ของใบ จัดเรียงซ้อนกันคล้ายกลีบดอกไม้
Caudiciform Succulent มีลำต้นหรือ
ส่ ว น ร า ก ที่ อ ว บ ไ ม้ ข น า ด ใ ห ญ่ เ ป็ น พิ เ ศ ษ

หน้า 6

ก า ร ป ลู ก กุ ห ล า บ หิ น

ในการปลูกกุหลาบหินทำได้ง่าย ๆ เลย เพราะสามารถเพาะขยายง่าย เติบโตได้เร็ว โดยการปลูก
และขยายพันธุ์สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้ใบ หน่ อ หรือยอดแต่วิธีที่นิ ยมกันมากที่สุด
คือ วิธีชำใบ เริ่มต้นด้วยการกระตุ้นรากแล้วใช้วัสดุหินภูเขาไฟใส่กระถางแล้วรดน้ำให้พอชื้น จาก
นั้ นนำใบกุหลาบหินไปวางไว้สัก 7 วัน รอให้รากฝอยแตกออกมา

ก า ร ดู แ ล กุ ห ล า บ หิ น

ซึ่งการดูแลก็ไม่อยากเลย เนื่ องจากเป็นพืชที่ทนทาน ชอบแดด ดังนั้ นจึงนิ ยมปลูกไว้กลางแจ้ง
บริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง สำหรับช่วงที่มีการออกดอก ควรใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักละลายน้ำรด
ซึ่งจะช่วยทำให้เจริญเติบโต ออกดอกสวยงาม ให้ความชุ่มชื้นแข็งแรงสมบูรณ์ การรดน้ำต้น
กุหลาบหินอาจจะสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งค่ะ ไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อยมากจนเกินไป เพื่อป้องกันลำต้น
เน่ าและเกิดความเสียหายนั่ นเอง

กุ ห ล า บ หิ น ต อ บ โ จ ท ย์ ส า ย ไ ห น ไ ด้ บ้ า ง

1. สายรักในการปลูกต้นไม้แต่พื้นที่น้ อย

2 . ส า ย มื อ ใ ห ม่ หั ด ป ลู ก ต้ น ไ ม้
3 . ส า ย ส ะ ส ม ไ ม้ จิ๋ ว แ ค ร ะ
4 . ส า ย ที่ ชื่ น ช อ บ ไ ม้ ฟ อ ก อ า ก า ศ ข น า ด เ ล็ ก

หน้า 7

ต้ น เ งิ น ไ ห ล ม า

มีลักษณะเป็นพืชอวบนํ้ าที่มีลําต้นใต้ดินที่เป็นหัวแบบเผือก เหง้า ไหล คล้ายหัวมันฝรั่ง และจะแทงลํา
ต้นเหนื อดินเป็นพรรณไม้เลื้อยที่มีเถายาว ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณที่ชื้นแฉะ จึงสามารถเติบโตได้ทั้ง
ใ น ดิ น แ ล ะ ใ น น้ำ

ด้วยความที่ลักษณะใบของต้นเงินไหลมามีตรงกลางใบคล้ายสีเงิน ประกอบกับเฉดของสีตามใบมี
ความละเมียดละมัย อ่อนช้อย จึงทำให้รู้สึกสบายตาเกิดความสบายใจ คนไทยจึงนิ ยมปลูกประดับใน
บ้าน เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล จึงกลายเป็นความเชื่อต่อๆ กันมาว่า หากบ้านใดปลูกต้นเงินไหล
มาไว้ในบ้าน ก็จะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคล สร้างความร่ำรวย ให้แก่เจ้าของ สามารถทำให้เงิน
ทองไหลมาสู่บ้านและผู้อาศัย จึงทำให้เกิดความมั่งมี จึงถือเป็นหนึ่ งในสุดยอดพรรณไม้มงคลที่มี
นามไพเราะและเป็นที่ปรารถนาของใครๆ ที่สำคัญยังช่วยสร้างความเป็นเสน่ ห์แก่ บ้านและผู้อาศัย
เพราะลักษณะใบของต้นเงินไหลมามี รูปทรงลักษณะใบและสีสัน สวยงาม เป็นสุดยอดไม้ประดับใน
ร่มอีกชนิ ดประเภทหนึ่ งที่ได้รับความนิ ยมไม่เสื่อมคลาย และแทบทุกร้านขายต้นไม้ต้องมี

หน้า 8

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ต้ น เ งิ น ไ ห ล ม า

ลักษณะของลำต้นเงินไหลมา สามารถมีความยาวได้ถึง 10-20 เมตร มีลำต้นกลมสีเขียว ผิดลำต้น
เกลี้ยงไม่มีขนหรือหนาม เป็นข้อห่าง ๆ และมีรากอากาศออกตามข้อลำต้น แต่ละข้อจะมีกาบใบหุ้ม
อยู่ใบเดียวออกตามข้อสลับกันซึ่งมีก้านใบยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ลักษณะใบต้นเงินไหลมา
เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียน เมื่อยังเล็กใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบเรียว เมื่อโตเต็มที่แผ่นใบหยักเว้า
เป็น 5 แฉก พื้นใบสีเขียว มีแถบสีขาวตามเส้นใบ ปัจจุบันมีหลายพันธุ์ที่มีสีสันแตกต่างกันไปและ
มีชื่อที่เป็นมงคล เช่น ออมนาค ออมเงิน ออมทอง ลักษณะดอกต้นเงินไหลมา ต้นเงินไหลมาเมื่อ
เจริญเติบโตเต็มที่จะออกดอกตรงส่วนยอดลักษณะดอกคล้ายกับดอกของบอน สีขาวนวล ออกเป็น
ช่อเชิงลด มีกาบหุ้มช่อดอก

ส า ย พั น ธุ์ ข อ ง ต้ น เ งิ น ไ ห ล ม า




ออมนาค เ ศ ร ษ ฐี อ อ ม ท รั พ ย์
อ อ ม เ งิ น เ งิ น ไ ห ล ม า แ ค ะ
ออมทอง อ อ ม ม ณี

หน้า 9

ประโยชน์ ของต้นเงินไหลมา

นอกจากจะปลูกไว้บริเวณรอบๆ บ้านแล้ว คนส่วนใหญ่ยังนิ ยมปลูกในแจกันเพื่อใช้เป็นเครื่อง

ประดับตกแต่งห้อง เพื่อเพิ่มความสดชื่นเติมความเขียวชอุ่ม และถือเป็นไม้ฟอกอากาศที่ได้รับ


ความนิ ยมอีกชนิ ดหนึ่ งเนื่ องจากมีราคาไม่สูง และเลี้ยงดูง่าย คนจึงนิ ยมหันมาใช้ปักในแจกันวาง

ไ ว้ ต า ม มุ ม ห้ อ ง แ ท น ก า ร ปั ก ด อ ก ไ ม้ ส ด ไ ด้ อี ก ด้ ว ย

วิ ธี ก า ร ป ลู ก ต้ น เ งิ น ไ ห ล ม า

หากปลูกลงดิน ความเตรียมดินที่จะใช้
ปลูกโดย ใช้ปุ๋ยคอก แกลบ ขุยมะพร้าว
และดินร่วน อย่างละหนึ่ งส่วน ผสมกัน
เป็นดินปลูก และที่สำคัญควรปลูกตาม
บริเวณรอบโคนไม้อื่น เพื่อที่จะให้ราก
ยึดเกาะและเลื่อยขึ้นได้ หรือต้องมีเสา
ให้เกาะเนื่ องจากเป็นพรรณไม้เลื้อยจึง
จ ะ ไ ด้ รู ป ท ร ง ที่ ส ว ย ง า ม

หน้า 10

ก า ร ดู แ ล ต้ น เ งิ น ไ ห ล ม า


ต้ อ ง ก า ร แ ส ง แ ด ด รำ ไ ร ช อ บ น้ำ จึ ง ค ว ร ร ด น้ำ ใ ห้

ส ม่ำ เ ส ม อ ทุ ก วั น เ พื่ อ ป้ อ ง กั น ใ บ แ ห้ ง เ ป็ น สี น้ำ ต า ล
และเหี่ยว โดยอาจจะบำรุงด้วยปุ๋ยคอก หรือปุ๋ย
หมัก หรือออสโมโคท เดือนละ 1-2 ครั้ง
ปริมาณ 300-500 กรัม ต่อครั้ง ควรให้ปุ๋ย
ส ม่ำ เ ส ม อ แ ล ะ ค ว ร เ ป ลี่ ย น ก ร ะ ถ า ง เ มื่ อ มี อ า ยุ
ประมาณ 2-3 ปี และควรมีการตัดแต่งใบที่
ตายแล้วออกอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้เจริญเติบโต
ได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ ลักษณะของต้นที่เป็น
ไม้ประดับ กะทัดรัด เหมาะที่จะนำมาปลูกไว้ใน
คอนโด ที่ทำงาน ที่อยู่อาศัยที่มีขนาดเล็ก และมี
พื้นที่ในการใช้สอยจำกัด แต่ต้องการเพิ่มความ
สดชื่น สดใส เพิ่มความเป็นธรรมชาติและมี
พื้ น ที่ สี เ ขี ย ว ใ ห้ กั บ ค อ น โ ด

บ ริ เ ว ณ ก า ร ป ลู ก

เ พื่ อ เ ป็ น สิ ริ ม ง ค ล แ ก่ บ้ า น แ ล ะ ผู้ อ า ศั ย ค น โ บ ร า ณ
จึงกล่าวกันว่า ควรปลูกต้นเงินไหลมาไว้ทาง
ทิศตะวันออกเฉี ยงใต้ และการเริ่มปลูกผู้ปลูก
ควรปลูกในวันอังคาร เพราะความเชื่อที่มีมา
แ ต่ โ บ ร า ณ ก ล่ า ว ว่ า ก า ร ป ลู ก ไ ม้ เ อ า คุ ณ ท า ง ใ บ ใ ห้
ปลูกในวันนี้ แต่หากจะพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้ว
ก า ร ที่ ค น โ บ ร า ณ เ ลื อ ก ทิ ศ ใ ห้ ป ลู ก ท า ง ทิ ศ ต ะ วั น
ออกเฉี ยงใต้นั้ น ย่อมเป็นผลมาจากการที่ต้น
เงินไหลมานี้ จะได้รับแสงแดดแบบรำไร อ่อนๆ
เป็นแสงยามเช้าที่ยังไม่ร้อนแรงแก่กล้า เหมาะ
แก่การปลูกต้นเงินไหลมาให้งอกงาม ใบไม่ไหม้
ได้ดีที่สุดนั่ นเอง

หน้า 11

ต้ น เ ช ว น ช ม

ชวนชมเป็นไม้มงคลที่ได้รับความนิ ยมสูงมาก มีความเชื่อหลายอย่างและยังมีรูปลักษณ์ ที่สวยงาม
สะดุดตา บ้านไหนก็ปลูกชวนชมได้โดยไม่ต้องมีพื้นที่มากมายนัก คนไทยนิ ยมปลูกไว้หน้ าบ้านเพราะ
เชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านได้รับความชื่นชอบจากคนทั่วไปเสริมให้ทุกคนมีเสน่ ห์น่ าหลงใหล จะติดต่อ
ทำธุระกับใครเขาก็เอ็นดูและยินดีจะช่วยเหลือ ถ้าอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่กว่าก็จะได้รับความเมตตาอย่าง
มาก แต่จะไม่ค่อยปลูกในบ้านที่ลูกสาวอยู่ในวัยแรกรุ่น ด้วยกังวลว่าจะทำให้มีคนมาติดพันมากเกิน
ไป นอกจากนี้ ความเชื่อของคนจีน มองว่าต้นชวนชมเป็นต้นไม้แห่งความมั่งคั่งและร่ำรวยอีกด้วย

ข้อดีของการปลูกต้นชวนชมก็คือใช้พื้นที่ไม่มากนัก และธรรมชาติของไม้พันธุ์นี้ ก็เติบโตได้ช้า มีใบ
น้ อย จึงไม่มีปัญหาในเรื่องการดูแลบริเวณเพาะปลูกเท่าไร ขอแค่เป็นตำแหน่ งที่รับแดดได้เต็มที่
ตลอดทั้งวันก็พอ สามารถปลูกร่วมกับไม้กระถางอื่นๆ ได้ แต่ไม่ควรปลูกใกล้กับไม้ใหญ่ที่อาจจะมีร่ม
เงามาบดบัง หากเน้ นคุณประโยชน์ ในแง่ของฮวงจุ้ย แนะนำให้ตั้งกระถางชวนชมไว้ในทิศเหนื อของ
ตัวบ้าน หรือถ้าไม่สะดวกจะย้ายมาวางที่ทิศตะวันออกเฉี ยงเหนื อก็ได้เหมือนกัน

หน้า 12

ลั ก ษ ณ ะ ต้ น ช ว น ช ม

ลักษณะของลำต้นรูปร่างของลำต้นจะแตกต่างกันไปตามวิธีการเลี้ยงและช่วงอายุ แต่มีภาพรวม
คล้ายคลึงกัน คือเป็นทรงขวดที่มีฐานกว้างแล้วเรียวขึ้นด้านบน มีความอวบน้ำ ลำต้นค่อนข้างสั้น
ผิวเปลือกเรียบโทนสีเขียวไปจนถึงเทาอมเขียว กิ่งก้านสั้นและอวบอ้วน ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่สี
เขียวสด ใบทั้งหมดจะออกรวมกันที่ปลายกิ่งเพียงจุดเดียว เนื้ อใบหนาและมีขนสั้นๆ ปกคลุมอยู่
ทั่ว ผิวสัมผัสเป็นมันเงา ยิ่งใบแก่มากเท่าไรก็จะยิ่งเหนี ยวมากขึ้นเท่านั้ น ในหนึ่ งดอกจะมีกลีบ
ทั้งหมด 5 กลีบ ขอบโค้งมนบ้าง ขอบหยักบ้างแล้วแต่สายพันธุ์ สีของกลีบดอกมีทั้งแบบที่เป็นสี
ล้วนและเป็นสีผสม ดอกชวนชมจะออกเป็นช่อเล็กๆ ที่ปลายกิ่ง แต่ไม่ค่อยออกดอกพร้อมกันทั้ง
ต้น มีแต่สลับกันบานไปเรื่อยๆ ผลมีลักษณะเป็นฝักเรียวยาว โดยจะอยู่เป็นคู่ที่มีโคนติดกันแล้วชี้
หลายฝักไปคนละข้าง คล้ายกับเขาสัตว์ แรกเริ่มฝักจะมีสีเขียว แล้วจึงเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดหมู
เมื่อแก่ ด้านในมีเมล็ดที่ใช้ขยายพันธุ์ได้

สายพันธุ์ยอดนิ ยม

ในบ้านเรามีต้นชวนชมหลายสายพันธุ์ โดยแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 3 กลุ่ม คือ ชวนชมฮอลแลนด์
ชวนชมญี่ปุ่น และชวนชมอาหรับ กลุ่มที่แตกแขนงไปมากที่สุดจะเป็นชวนชมญี่ปุ่น มีทั้งแบบต้น
ยักษ์และต้นแคระ สีดอกมีให้เลือกมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ มีความแข็งแรงทนทาน เพาะเลี้ยงได้
ง่ า ย แ ล ะ ยั ง เ ป็ น ที่ ต้ อ ง ก า ร ข อ ง ต ล า ด อ ยู่ เ ส ม อ

หน้า 13

วิ ธี ก า ร ป ลู ก ช ว น ช ม

ใ ห้ เ จ ริ ญ ง อ ก ง า ม


การเพาะต้นชวนชมนั้ นทำได้หลายวิธี ทั้งเพาะ

เมล็ด ตอนกิ่ง เสียบยอด และปักชำ แต่วิธีที่
สะดวกที่สุดจะเป็นการปักชำกิ่ง โดยต้องมีต้น
แม่ที่สมบูรณ์ อย่างน้ อย 1 ต้นเสียก่อน แล้วให้
เลือกกิ่งที่แข็งแรงดี ความยาวสักประมาณ
15-20 เซนติเมตร แล้วตัดบริเวณโคนเป็น
แนวเฉี ยงให้มีความแหลม เพื่อจะได้ง่ายต่อ
การปักชำ นำกิ่งที่ได้ไปแช่น้ำยาที่ช่วยให้แตก
รากได้เร็วสักพัก ระหว่างนี้ ก็หันมาเตรียมดิน
ด้วยการผสมดินร่วนกับกาบมะพร้าวฉี กฝอย
ละเอียด หรือขี้เถ้าแกลบก็ได้ อัตราส่วนในการ
ผสมให้ปรับตามสภาพดินร่วนที่มี เน้ นให้ดิน
โปร่งและระบายน้ำได้ดีขึ้น จากนั้ นนำกิ่งมาปัก
ชำลงในดินให้แน่ น ตั้งในตำแหน่ งที่ได้รับแดด
ไม่แรงมากนัก เมื่อรากงอกแล้วค่อยย้ายไป
ปลูกในจุดที่ต้องการ ช่วงนี้ จะใช้เวลาราวๆ
20 วัน

วิ ธี ก า ร ดู แ ล รั ก ษ า

แสง ต้องการแดดจัด ควรปลูกในตำแหน่ งที่
ส า ม า ร ถ รั บ แ ส ง ไ ด้ ต ล อ ด ทั้ ง วั น
น้ำ ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอวันละ 1 ครั้ง แต่
อ ย่ า ใ ห้ มี น้ำ ขั ง เ ด็ ด ข า ด
ดิน ใช้ดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดีหรือดินทราย
ปุ๋ย ปกติแล้วต้นชวนชมไม่ต้องบำรุงปุ๋ยมาก
ในแต่ละครั้งจึงควรให้ปุ๋ยในปริมาณน้ อย โดย
ใ ช้ ปุ๋ ย สู ต ร บำ รุ ง ต้ น แ ล ะ บำ รุ ง ด อ ก ส ลั บ กั น ไ ป
ต า ม ช่ ว ง เ ว ล า ที่ เ ห ม า ะ ส ม ค ว า ม ถี่ อ ยู่ ที่ ป ร ะ ม า ณ
3 เดือนต่อครั้ง

หน้า 14

คุณประโยชน์ ที่ได้จากต้นชวนชม



นอกจากเป็นไม้ประดับที่สวยงามโดดเด่นแล้ว ก็ไม่พบว่าต้นชวนชมถูกนำมาใช้ประโยชน์ ในทาง
อื่น เนื่ องจากมีส่วนที่เป็นพิษอยู่ในน้ำยาง หากสัมผัสกับผิวหนังก็จะระคายเคืองจนเกิดผื่นแดง
บ า ง ร า ย อ า จ แ ส บ ร้ อ น แ ล ะ มี อ า ก า ร อั ก เ ส บ รุ น แ ร ง

หน้า 15

พุ ท ธ รั ก ษ า


พุทธรักษาเป็นไม้ดอกที่มีความเป็นมาอันยาวนาน มีความเชื่อมโยงกับศาสนาและวัฒนธรรมค่อน

ข้างมาก เดิมทีเป็นพันธุ์ไม้ที่พบเห็นได้ทั่วไปก่อนจะค่อยๆ ลดปริมาณลง กระทั่งกลับมาได้รับความ
นิ ยมอีกครั้งจากบรรดานักจัดสวน หลังจากการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีความแปลกใหม่มากขึ้น จุดเด่น
อยู่ที่สีสันของดอกที่หลากหลายและยังสามารถเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ ได้เองโดยไม่ต้องดูแล
อะไรนัก ยิ่งกว่านั้ นพุทธรักษายังมีสรรพคุณทางยาแทบทุกส่วนของลำต้น และยังเป็นไม้มงคลที่ควร
ป ลู ก ไ ว้ ใ น บ ริ เ ว ณ บ้ า น อี ก ด้ ว ย

หลายคนอาจเข้าใจว่าพุทธรักษาเป็นเพียงไม้ดอกไม้ประดับทั่วไปที่ให้เพียงแค่ความสวยงามเท่านั้ น
แต่อันที่จริงแทบทุกส่วนของต้นพุทธรักษาเป็นสมุนไพรให้สรรพคุณทางยาหลายอย่าง ส่วนแรกที่
ถูกนำมาใช้ค่อนข้างบ่อยก็คือส่วนเหง้า เราสามารถนำเหง้าสดมาต้มน้ำดื่มครั้งละแก้ว ทั้งช่วงเช้า
และช่วงเย็นต่อเนื่ อง 1 สัปดาห์ ก็จะช่วยบรรเทาอาการของโรคตับอักเสบในระยะต้นจนหายดีได้
สูตรเดียวกันนี้ ยังมีประโยชน์ ต่อการปรับสมดุลของผู้หญิงด้วย คนที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีปัญหา
เรื่องตกขาว ก็สามารถใช้เหง้าพุทธรักษาบรรเทาอาการได้ แม้แต่ส่วนดอกที่มีสีสันสดใสก็ยังนำ
มามใช้ประโยชน์ แบบง่ายๆ ด้วยการบดละเอียดแล้วพอกแผลสดเพื่อช่วยห้ามเลือด ตลอดจน
บ ร ร เ ท า อ า ก า ร แ ผ ล อั ก เ ส บ ที่ มี ห น อ ง ไ ด้ ด้ ว ย

หน้า 16

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง พุ ท ธ รั ก ษ า



ลักษณะของลำต้น เป็นไม้ล้มลุกที่มีช่วงอายุค่อนข้างยาวนาน ลำต้นเป็นเหง้าสีขาวอยู่ใต้ดินที่
แตกแขนงไปได้เรื่อยๆ มีลำต้นเทียมเป็นทรงกลมตั้งตรงและแตกหน่ อเป็นกลุ่มกอใกล้ๆ กัน
เหนื อพื้นดิน เนื้ อลำต้นส่วนนี้ มีความอุ้มน้ำ เปราะแตกง่าย และมีเส้นใยที่เหนี ยวขึ้นเมื่ออายุ
มากขึ้น ผิวนอกเรียบเกลี้ยงและมีสีเขียวสด บางส่วนของลำต้นจะมีผงขาวเคลือบอยู่ แต่
สุ ด ท้ า ย ก็ จ ะ ห ลุ ด ห า ย ไ ป เ อ ง
ใบ ส่วนใบมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นทรงวงรีหน้ ากว้าง ขอบใบขนานและมีปลายใบเล็กแหลม
แกนกลางใบหนา เส้นแขนงใบชัดเจน เนื้ อใบมีสีเขียวสดแต่ส่วนขอบใบจะมีสีสันที่แตกต่างกัน
ไปตามสายพันธุ์ เช่น สีเขียวเข้ม สีแดง สีม่วงแดง เป็นต้น
ดอก ลักษณะของดอกจะออกเป็นช่อที่ส่วนยอดของลำต้น ก้านดอกยาวและมีหลายดอกในช่อ
เดียว โคนดอกเป็นกรวยยาวก่อนจะแตกออกเป็นกลีบใหญ่ 3 กลีบ เนื้ อกลีบค่อนข้างบางและ
ช้ำง่าย ดอกพุทธรักษานั้ นมีให้เลือกหลายสี มีทั้งแบบที่เป็นสีล้วนและแบบสีผสม
ผล ผลเป็นทรงค่อนข้างกลมสีเขียวสด มีหนามอ่อนกระจายตัวทั่วผลคล้ายกับผลทุเรียน
ขนาดเล็ก ปลายด้านหนึ่ งมีจุกสั้นๆ ติดอยู่ เมื่อแก่จัดผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล หากแกะผลอ
อกจะเห็นเป็น 3 พูที่มีเมล็ดหลายเมล็ด

หน้า 17

ค ว า ม เ ชื่ อ เ กี่ ย ว กั บ พุ ท ธ รั ก ษ า


สมัยก่อนพุทธรักษาเป็นไม้ประดับที่พบเห็นได้แทบทุกหลังคาเรือน แม้แต่ในพื้นทีราชการหรือสวน

สาธารณะก็มีอยู่ไม่น้ อยเหมือนกัน เพราะดอกพุทธรักษาเป็นดอกไม้ที่มีความหมายมงคลหลายอย่าง

ทั้งเป็นสัญลักษณ์ ประจำวันพ่อแห่งชาติ แ ล ะ สื่ อ ถึ ง ค ว า ม ร่ ม เ ย็ น ที่ ไ ด้ จ า ก ค ว า ม คุ้ ม ค ร อ ง ข อ ง

พระพุทธเจ้าด้วย การปลูกไว้ในรั้วบ้านก็มีความเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าภัยอันตรายทั้งปวงและทำให้

ค ร อ บ ค รั ว มี แ ต่ ค ว า ม ส ง บ สุ ข

ตำแหน่ งที่เหมาะสมแก่การปลูก




สิ่งแรกที่ต้องคำนึ งถึงเกี่ยวกับการปลูกต้น
พุทธรักษาในเขตรั้วบ้าน ก็คือควรอยู่ห่างจาก
ตั ว บ้ า น ค่ อ น ข้ า ง ม า ก แ ล ะ มี พื้ น ที่ ร อ ง รั บ สำ ห รั บ
การแตกหน่ อที่รวดเร็ว อย่างน้ อยก็เพื่อให้การ
เข้าตัดแต่งกอทำได้อย่างสะดวก ในส่วนของ
การปลูกเพื่อเสริมสิริมงคล แนะนำให้ปลูกทาง
ทิศตะวันตกของที่ดิน และจะดียิ่งขึ้นถ้าคนเกิด
วั น พุ ธ เ ป็ น ผู้ ล ง มื อ ป ลู ก ด้ ว ย ตั ว เ อ ง

หน้า 18

วิ ธี ก า ร ดู แ ล รั ก ษ า

แสง ต้องการแสงปานกลาง สามารถปลูกได้ทั้งพื้นที่แดดรำไรและบริเวณกลางแจ้งที่ได้รับแดด
ต ล อ ด วั น
น้ำ ต้องการน้ำปานกลาง ควรรดน้ำประมาณ 3-5 วันต่อสัปดาห์
ดิน เติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย
ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพื่อบำรุงดินประมาณ 4-6 ครั้งต่อปี

ประโยชน์ ที่ได้จากพุทธรักษา


เหง้า เป็นส่วนหลักที่สามารถใช้ประโยชน์ ในทางยาได้หลากหลาย หากนำมาต้มกับน้ำดื่มจะช่วย

บรรเทาอาการข้างเคียงจากโรคตับอักเสบได้ บรรเทาอาการปวดบิด และช่วยปรับสมดุลของ
รอบเดือนในผู้หญิงได้ สามารถปรุงเป็นยาจิบแก้ไอ ลดอาการบวมน้ำ บรรเทาอาการท้องร่วง ลด
อาการปวดฟัน และใช้เป็นส่วนผสมในการชำระล้างแผลได้ นอกจากนี้ ยังนำไปเป็นวัตถุดิบในการ
ป ร ะ ก อ บ อ า ห า ร ไ ด้ ด้ ว ย
ดอก ใช้สกัดสีสำหรับย้อมผ้า หรือนำดอกสดมาบดพอกแผลเพื่อช่วยห้ามเลือดได้
เมล็ด ใช้บดให้ละเอียดแล้วพอกไว้ที่ขมับเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะ
ใบ นำส่วนใบมาผลิตเป็นกระดาษสาและใช้ในงานศิลปะหลายแขนง และส่วนก้านใบก็ยังใช้
ประโยชน์ ในอุตสาหกรรมผลิตเชือกและถุงเท้าได้ด้วย

หน้า 19

ต้ น น า ง ก วั ก

สำหรับในไทยรู้จักกันในชื่อ นางกวักใบโพธิ์ ว่านกวักศรีมหาโพธิ์ ว่านทรหด และว่านเศรษฐีใบโพธิ์

ไม่ทราบถิ่นกำเนิ ดแน่ ชัด แต่ได้รับความนิ ยมมาเนิ่ นนานตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะต้นนางกวักเป็น
ต้นไม้ที่มีชื่อมงคล โดยเชื่อกันว่าหากบ้านไหนปลูกไว้ จะช่วยเรียกโชคลาภและความร่ำรวยมาสู่ผู้คน
ในบ้าน แถมชาวจีนยังเชื่ออีกว่าถ้าหากปลูกเอาไว้จะทำให้มีอายุยืนยาวด้วย นอกจากนี้ ยังว่ากันอีก
ว่าถ้าหากใครกินหัวและใบของต้นนางกวักเข้าไป จะทำให้คงกระพันชาตรีและมีเมตตามหานิ ยม
ต้นนางกวัก ยังมีความเชื่อโบราณอีกว่าถ้าบ้านไหนปลุกไว้จะช่วยนำเงินทองมาให้เจ้าของบ้าน และ
ผู้อยู่อาศัยให้ร่ำรวยยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะแค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าจะช่วยกวักเงิน กวักทอง และกวัก
โชคลาภให้เข้ามาในบ้าน ส่วนใหญ่หลายบ้านก็นิ ยมปลูกต้นนางกวักเป็นต้นไม้ติดสวนเพราะนอกจาก
เ ป็ น ไ ม้ ม ง ค ล แ ล้ ว ยั ง เ ป็ น ไ ม่ ป ร ะ ดั บ ส ว น ไ ด้ อี ก ด้ ว ย

หน้า 20

ลั ก ษ ณ ะ ต้ น น า ง ก วั ก

ต้นนางกวัก เป็นไม้ล้มลุก มีหัวอยู่ใต้ดิน มีก้านตั้งตรงโผล่ขึ้นมาเป็นก้านใบ อวบน้ำ หนาประมาณ
3-6 เซนติเมตร ความยาวประมาณ 20-85 เซนติเมตร มีกวักแตกหน่ อโตเป็นต้นใหม่ได้เรื่อย ๆ
ส่วนใบมีลักษณะคล้ายใบโพธิ์ ความกว้าง 10-12 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบรูปหัวใจ
ผิวใบด้านบนเป็นมัน สีเขียวเข้ม มีร่องตื้นตามแนวเส้นใบชัดเจน และมีดอกออกเป็นช่อออกตาม
กาบใบ มีปลีและใบประดับสีเขียวอ่อน ชัดเจน ต้นที่สมบูรณ์ จะมีใบใหญ่เป็นมัน และมีก้านยาว เมื่อ
ใบเก่าแห้งแล้วลองลอกทิ้งจะเห็นเป็นลักษณะคล้ายลำต้น ต้นนางกวักจะสามารถแตกหน่ อออก
เป็นต้นใหม่ไปเรื่อย ๆ แม้ปลูกเพียงต้นเดียวก็สามารถมีหน่ อจนเต็มกระถาง

ต้นนางกวักมีประโยชน์ อะไรกับเราบ้าง



ใช้ประดับตกแต่งให้อาคารบ้านเรือนสวยงาม และยังคงเป็นไม้มงคลที่จะช่วยทำให้เจ้าของบ้าน
และผู้ที่อยู่อาศัยร่ำรวยขึ้นตามความเชื่อโบราณ อีกทั้งยังสามารถเป็นสมุนไพรแก้โรคได้หลาย
ชนิ ด เช่น แก้พิษแมลงต่าง ๆ แก้พิษงู แก้ไข้ แก้เจ็บคอ และแก้โรคปวดหัว เป็นต้น

หน้า 21

วิ ธี ดู แ ล ต้ น น า ง ก วั ก

แสง แสงรำไร หรือร่มไม้ที่ชอบแสงแดดจัด
ดิน อินทรียวัตถุ ผสมกาบมะพร้าวสับ หรือดินที่ค่อนข้างร่วยซุย และโปร่ง มีการระบายน้ำได้
น้ำ ไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อย แม้ต้นนางกวักจะชอบที่ชื้นแฉะ และควรตั้งไว้ในที่ร่มรำไร จะทำให้ใบ
สวยงาม
ปุ๋ย ให้ปุ๋ยยูเรียทุก ๆ 3-4 เดือน สลับกับปุ๋ยอินทรีย์

ต้นนางกวักเป็นไม้มงคลที่หลายบ้านนิ ยมปลูก เพราะปลูกไม่ยาก แถมชื่อยังเป็นมงคล และช่วย
เสริมให้เกิดโชคลาภทางด้านการเงินอีกด้วย หากใครมีบริษัท ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ เป็นของ
ตนเอง ลองหาต้นนางกวักมาปลูกดู รับรองว่าธุรกิจของคุณจะเจริญก้าวหน้ ายิ่ง ๆ ขึ้นไปเลย

ป ลู ก ยั ง ไ ง ใ ห้ ส ว ย

ในแต่ละสายพันธุ์จะมีวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน แต่หลักๆที่เหมือนกันคือในเรื่องการการรดน้ำ ถ้า

รดน้ำบ่อยเกินไปจะทำให้รากเน่ า เรื่องแมลงหรือศัตรูพืชก็ไม่ค่อยมี ควรใส่ปุ๋ยชนิ ดละลายน้ำเดือน
ละครั้ง หรือปุ๋ยยูเรียทุก ๆ 3-4 เดือน สลับกับปุ๋ยอินทรีย์ ถ้าปลูกในบ้านก็ควรเช็ดใบให้เขียว
สวยอยู่ตลอดและพาออกไปโดนแดดบ้าง แต่ส่วนมากจะนิ ยมปลูกในสวนหน้ าบ้าน และปลูกเป็นก
ร ะ ถ า ง เ ล็ ก ๆ ใ น ห้ อ ง น อ น

หน้า 22

ว่ า น น า ง คุ้ ม


ว่านนางคุ้ม หรือ ว่านผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน หรือ ว่านนกคุ้ม เป็นพืชในกลุ่มว่านมีหัวใต้ดินลักษณะคล้าย

หอมหัวใหญ่ ใบกลมใหญ่หนาสีเขียว ปลายใบเป็นคลื่นเล็กน้ อย ก้านใบยาวสีเขียวแก่ ดอกออก
เป็นช่อจากกลางกอ ก้านดอกเป็นแท่งสูงตรง ดอกช่อ สีม่วงปนขาว จัดเป็นไม้ดอกไม้ประดับ
รวมถึงเป็นไม้มงคลที่นิ ยมปลูกไว้ภายในบ้าน ทั้งการปลูกในกระถาง และปลูกในแปลงจัดสวน
เนื่ องจาก มีความเชื่อว่า จะนำสิริมงคลความร่มเย็นมาสู่บ้านเรือนนั้ น อีกทั้งยังสามารถปกป้อง
ภัยอันตรายต่างๆ โดยเฉพาะอัคคีภัย ไม่ให้ย่ำกรายเข้ามาในบ้านได้ รวมถึงมีความนิ ยมชมชอบ
เพื่อการปลูกประดับใบ และดอกที่มีลักษณะเด่นแปลกตา และสวยงาม

พืชชนิ ดว่านถือเป็นตระกูลไม้มงคลเก่าแก่ของไทยที่สามารถสืบค้นกลับไปได้หลายชั่วอายุคน
และมีบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์ ความเป็นไม้มงคลพบเห็นได้ตามเรื่อง
ราวในวรรณคดี เป็นว่านที่คนโบราณนับถือกันมาก เรียกว่ามีปลูกกันแทบทุกบ้าน เพราะเชื่อว่ามี
อิทธิฤทธิ์ในการเฝ้าบ้านได้เป็นอย่างดี ดังชื่อที่ชอบเรียกกันอีกชื่อหนึ่ งคือ ว่านผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน ชื่อ
นี้ มีที่มาที่ไปคือ บ้านที่เมื่อสมาชิกในบ้านออกไปทำไร่ ทำนากันหมด ไม่มีใครอยู่บ้าน แต่เพื่อนบ้าน
ที่เดินผ่านไปมา มักจะเห็นมีตาแก่ใจดีนั่ งอยู่หน้ าบ้านเสมอๆ ถามไปถามมาก็ไม่สามารถทราบได้
ว่าคนแก่ๆ นั้ นเป็นใคร แต่มีความเชื่อว่านี่ คืออิทธิฤทธิ์ของว่านนางคุ้ม ซึ่งชาวบ้านเรียกติดปาก
กันว่า ว่านผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน

หน้า 23

ต้ น โ ป๊ ย เ ซี ย น

ต้นโป๊ยเซียน (Crown of Thorns) เป็นพันธุ์ไม้ขนาดย่อมที่ได้รับความนิ ยมปลูกไว้ประจำบ้านกัน
อย่างแพร่หลาย ด้วยความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นลำต้นและช่อดอกที่
งดงามหลากหลายสีสันที่ออกดอกให้ยลกันตลอดทั้งปีแล้ว โป๊ยเซียนยังมาพร้อมกับความเชื่อว่า
เป็นต้นไม้แห่งโชคลาภ เสริมสิริมงคลและการเสี่ยงทายวาสนาของผู้ปลูก อีกด้วย

ในศาสตร์และความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ต้นโป๊ยเซียน นับว่าเป็นอีกต้นไม้มงคลที่มีผลทางอ้อม
ด้านจิตใจของผู้ปลูก ด้วยคนโบราณเชื่อว่าต้นไม้ชนิ ดนี้ เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลแก่ผู้ปลูก
อีกทั้งยังช่วยป้องกันภัยอันตรายให้แก่ผู้คนในบ้าน โดยเฉพาะชาวจีนที่เชื่อและนับถือต้นไม้ชนิ ดนี้
มานับพันปีเพราะเชื่อว่าเป็นไม้มงคลตัวแทนแห่งเทพเข้าทั้ง 8 องค์ของชาวจีน ที่คอยคุ้มครอง
และประทานพรให้มนุษย์มีแต่ความสุขสงบ เจริญรุ่งเรือง อีกประการหนึ่ งยังเชื่อว่าเป็นไม้มงคล
แห่งการทำนายโชค วาสนาของผู้ปลูก โดยเชื่อกันว่า ต้นโป๊ยเซียนที่ออกดอกมากกว่า 8 ดอกต่อ
ช่อจะส่งผลให้ผู้ปลูกมีโชคลาภมาก และยิ่งออกดอกมากเท่าใด ก็ยิ่งส่งผลให้มีโชคลาภ ชื่อเสียง
ยศถาบรรดาศักดิ์มากขึ้นเท่านั้ น

หน้า 24

ตำแหน่ งที่เหมาะสมแก่การปลูก

ด้วยเหตุที่ต้นโป๊ยเซียนเป็นไม้มงคลให้คุณ ที่ให้ผลทางอ้อมต่อจิตใจของคนในเรือนชาน ดังนั้ น หาก
ท่านต้องการปลูกไว้ในบริเวณบ้าน อาจต้องให้ผู้สูงอายุในบ้านหรือผู้ที่ท่านเคารพนับถือ น่ ายกย่อง
เป็นผู้ปลูกให้จะเสริมสิริมงคลมากขึ้น โดยควรที่จะปลูกในทางทิศตะวันออกเฉี ยงใต้ของตัวบ้านจะ
เหมาะที่สุดเพื่อเสริมคุณให้แก่โป๊ยเซียน ส่วนวันที่เหมาะสมสำหรับการปลูกไม้ดอกให้คุณนั้ น ควร
ลงมือปลูกวันพุธ ตามความเชื่อโบราณที่จะเสริมคุณให้ไม้ดอกมงคลออกดอกได้อย่างสมบูรณ์ และ
สวยงาม เสริมสิริให้แก่ตัวบ้านและผู้อยู่อาศัย

สายพันธุ์ยอดนิ ยม

ด้ ว ย โ ป๊ ย เ ซี ย น เ ป็ น ไ ม้ อ ว บ น้ำ ที่ ท น ต่ อ ส ภ า พ ดิ น ฟ้า อ า ก า ศ แ ล ะ ส า ม า ร ถ เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ไ ด้ ดี ใ น ทุ ก ภู มิ ภ า ค
ของประเทศไทย ลักษณะลำต้นของไม้ชนิ ดนี้ จะมียางและหนามแหลมรอบบริเวณลำต้น โดยลำต้น
อาจเป็นทรงกลมหรือเหลี่ยมบิดเกลียวแตกต่างกันไป ตรงหนามแหลมจะแตกหน่ อเป็นหนามเดี่ยว
หนามคู่ หรือหนามกลุ่มได้ ซึ่งการเรียงกันบนลำต้น จะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เมื่อมีอายุมากขึ้นลำต้น
จ ะ แ ข็ ง แ ล ะ สี ข อ ง ลำ ต้ น จ ะ เ ข้ ม ยิ่ ง ขึ้ น จ า ก สี เ ท า อ ม น้ำ ต า ล ไ ป จ น ถึ ง สี เ ท า อ ม ดำ

หน้า 25

วิ ธี ก า ร ป ลู ก ต้ น โ ป๊ ย เ ซี ย น
ใ ห้ เ จ ริ ญ ง อ ก ง า ม



ต้ น โ ป๊ ย เ ซี ย น ส า ม า ร ถ ป ลู ก แ ล ะ ข ย า ย พั น ธุ์ ไ ด้ ห ล า ก


หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การปักชำ การตอนกิ่ง

การเสียบกิ่ง หรือแม้กระทั้งการะเพาะเมล็ด โดย
นิ สัยแล้วไม้มงคลชนิ ดนี้ ชอบที่โปร่งโล่ง อากาศ
ถ่ายเทได้ดี ชอบแดดพอสมควรและไม่ชอบที่มีน้ำ
ขังเป็นเวลานาน ซึ่งการปลูกต้นโป๊ยเซียน
นอกจากจะคำนึ งถึงปัจจัยหลักข้างต้นแล้วการ
ดูแลรักษาที่ดีก็เป็นส่วนช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ ไม้
ชนิ ดนี้ ด้วย

วิ ธี ก า ร ดู แ ล รั ก ษ า

แสง โป๊ยเซียนเป็นพืชที่จะชอบแดดพอสมควร
ก า ร รั บ แ ส ง แ ด ด ที่ เ พี ย ง พ อ จ ะ ทำ ใ ห้ ลำ ต้ น แ ข็ ง
แรงสมบูรณ์ และให้ดอกสวยตลอดทั้งปี
น้ำ ไม่ควรให้น้ำบ่อยเกินไป เว้นระยะ 2-3 วัน
ต่อครั้งได้ เพื่อป้องกันโรครากเน่ า
ดิน ดินปลูกควรเป็นดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี
ปุ๋ย สามาถให้ได้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี โดย
ให้เดือนละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ

หน้า 26

คุณประโยชน์ ที่ได้จากต้นโป๊ยเซียน





ต้นโป๊ยเซียนนอกจากจะให้คุณทางด้านความเชื่อที่ส่งผลต่อจิตใจแล้ว คนส่วนใหญ่นิ ยมปลูก
ตามแนวรั้วบ้านด้วย เพราะหนามบริเวณลำต้นโป๊ยเซียนช่วยป้องกันสัตว์มีพิษต่าง ๆ เข้าบ้าน
ได้ เป็นรั้วไม้ประดับที่ช่วยเพิ่มสีสันให้กับพื้นที่ในบ้าน ใช้เป็นไม้พุ่มจัดตกแต่งสวนหรือจะปลูกใส่
ก ร ะ ถ า ง เ พื่ อ ว า ง บ น โ ต๊ ะ ทำ ง า น ส ร้ า ง ค ว า ม ส บ า ย ต า ใ ห้ กั บ ห้ อ ง ทำ ง า น ข อ ง เ ร า ไ ด้ อ ย่ า ง ดี อี ก ด้ ว ย

หน้า 27

ก ร ะ ดุ ม ท อ ง

ดอกกระดุมทอง เป็นดอกไม้ที่มีความหมายว่า ความเชื่อมั่น ความมั่นคง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดๆ
ที่เข้ามา โดยเมื่อสมัยสุโขทัยได้มีหญิงสาวรายหนึ่ งที่แอบรักทหารในวัง ซึ่งความรักของนาง
เป็นไปไมได้ เธอจึงได้ปลูกต้นกระดุมทองไว้รอบวังและดูแลทุกวันอย่างดี พร้อมทั้งขอพรให้
สมหวังในความรัก เมื่อต้นกระดุมทองถูกเลี้ยงอย่างดีทำให้มันเลื้อยไปตามรอบวัง จนกษัตริย์
เห็น จึงได้เชิญให้หญิงสาวเข้ามาเป็นผู้ดูแลต้นไม้ต่างๆภายในวัง ทำให้หญิงสาวและทหารหนุ่ ม
คนนั้ นได้พบรักกันไปนาน ทำให้ต้นกระดุมทองเป็นเหมือนต้นไม้ที่เชื่อว่าขอเรื่องของความรักให้
เกิดการสมหวังได้นั่ นเอง

ค ว ร ป ลู ก บ ริ เ ว ณ ใ ด ข อ ง บ้ า น

ต้นกระดุมทอง เป็นต้นไม้ขนาดเล็กที่นิ ยมปลูกในกระถางและบริเวณรอบบ้านติดกับรั้ว ทำให้ดู
สวยงามภายในบ้าน ยิ่งถ้าใครที่ได้ปลูกไว้ในบ้านหรืออาศัย จะทำให้มีความรักที่มั่นคงและยืนยาว
อย่างที่คนในสมัยโบราณได้เชื่อและกล่าวไว้มาเนิ่ นนาน

หน้า 28

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก ร ะ ดุ ม ท อ ง


ต้นกระดุมทองเป็นต้นไม้แบบไม้ล้มลุก มีขนาด ก้านช่อดอกความยาวประมาณ1-8 เซนติเมตร
ส่ ว น โ ค น ช่ อ จ ะ มี ใ บ ป ร ะ ดั บ ซึ่ ง มี ลั ก ษ ณ ะ รู ป ร่ า ง
ข อ ง ลำ ต้ น ค ว า ม สู ง ป ร ะ ม า ณ 3 0 - 5 0 เ ซ น ติ เ ม ต ร เป็นแบบรูปรีซ้อนทับกันประมาณ 2-3 ชั้น ส่วน
เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กอีกด้วย แต่อายุของต้น ชั้นนอกจะมี 3-5 ใบซึ่งโคนจะติดกัน ชั้นในหุ้ม
กระดุมทองมีอายุประมาณแค่ 2 ปีเท่านั้ น ใบ ผลไว้ ขอบใบประดับมีขนเรียงกันถี่ โคนใบ
เป็นใบเดี่ยว ซึ่งจะเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะรูป ประกอบชั้นนอกใหญ่ขึ้นเมื่อดอกร่วงไป เกสร
ร่ า ง ข อ ง ใ บ ก ร ะ ดุ ม ท อ ง จ ะ เ ป็ น รู ป รี ก ว้ า ง ๆ แ ล ะ เพศเมียจะมี 8-12 ดอก กลีบดอกมีสีเหลือง มี
รูปไข่ ซึ่งขนาดของใบจะมีความยาวประมาณ ความกว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตร และมี
3-10 เซนติเมตร และความกว้างประมาณ 1-5 ความยาวประมาณ 6-8 มิลลิเมตร มีรังไข่เล็ก
เซนติเมตร จะมีปลายแหลม ส่วนโคนสอบ เกสรเพศผู้จะมีขนาดเล็กมากๆ และเป็นหมัน
ขอบเรียบหรือหยักซี่ สัมผัสของใบจะมีความ ทำให้กระจุกอยู่ตรงกลาง ดอกกระดุมทองจะ
สากอยู่ทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านหน้ าใบและด้านหลัง ออกดอกตลอดปี ให้ความสดใสแก่ท้องถนน
ใบ มีเส้นแขนงใบข้างละ 1 เส้น มีก้านใบที่สั้น มี ผลมีรูปร่างเป็นแบบสามเหลี่ยม ยอดแบน มี
ขนตามก้านใบ ออกดอกเป็นช่อแบบกระจุก ซึ่ง เมล็ด ซึ่งมีขนาดเล็กผล มีสีดำเป็นมัน มีความ
ดอกกระดุมทอง จะออกเป็นเดี่ยวบ้าง หรือเป็น ยาวประมาณ 3-4 มิลลิเมตร บริเวณด้านข้าง
คู่บ้าง จะออกดอกตามง่ามใกล้กับยอด ซึ่งมี เป็นเหลี่ยมจะมีรอยย่นพับกันไปมาเล็กน้ อย
เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร

หน้า 29

วิ ธี ก า ร ป ลู ก


ต้นกระดุมทองเป็นต้นไม้ที่ใช้ก็คือ การนำรากของพืชมาตัดเป็นส่วนๆ ให้ยาวประมาณ 2-4 นิ้ ว แล้ว

นำไปปักชำลงในภาชนะหรือหลุมดิน เพื่อให้ส่วนของรากงอกและแตกยอดอ่อนเจริญเติบโตเป็นพืช
ต้นใหม่ พืชที่สามารถขยายพันธุ์โดยการปักชำราก นำส่วนโคนของกิ่งปักลงในวัสดุปักชำ ให้ลึก
ประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวของกิ่ง โดยให้รอยแผลตัด ด้านปลายของกิ่งเป็นแนวตั้งตรง เพื่อ
ป้องกันไม่ให้น้ำขังบริเวณรอยแผลซึ่งจะช่วยลดการเน่ าของกิ่ง

วิ ธี ก า ร ดู แ ล


แสง ต้นกระดุมทอง เป็นต้นไม้ที่ชื่นชอบแสงแดด

จึ ง ต้ อ ง ป ลู ก ใ น บ ริ เ ว ณ ที่ โ ด น แ ส ง แ ด ด ต ล อ ด ทั้ ง
วัน หรือโดนแดดจัดในช่วงครึ่งได้เช่นกัน
น้ำ ต้นกระดุมทอง เป็นต้นไม้ที่ชอบน้ำค่อนข้าง
มาก ทำให้จะต้องปลูกที่มีน้ำระบาย และต้อง
รดน้ำประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน
ดิน ต้นกระดุมทอง เป็นต้นไม้ที่สามารถอยู่ได้ใน
ทุกสภาพแวดล้อม นิ ยมปลูกด้วยดินร่วนผสม
ทราย
ปุ๋ย สามารถใช้ปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 หรือสูตร
เสมอทดแทนได้ทุกระยะ แต่การเจริญเติมโต
อ า จ ไ ม่ ดี เ ท่ า สู ต ร ที่ แ น ะ นำ

หน้า 30

ประโยชน์ หรือสรรพคุณอื่นๆ



นิ ยมปลูกเป็นไม้ประดับอาคารและสวนหย่อม ปลูกลงกระถาง หรือปลูกลงแปลงประดับสวน
ป ลู ก ค ลุ ม ดิ น ที่ ล า ด เ อี ย ง ห รื อ ริ ม ส ร ะ น้ำ ธ ร ร ม ช า ติ เ พื่ อ ป้ อ ง กั น ก า ร พั ง ท ล า ย ข อ ง ดิ น
ที่สามารถช่วยรักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจและความดันได้
การลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยเฉพาะ เห็นผลได้จากการวัดระดับน้ำตาลในเลือด โดยหั่นตาก
แห้ง ต้มกับน้ำให้เดือดนานประมาณ ๓-๔ นาที จนน้ำมีสีเหลืองอ่อนๆ กรองน้ำชาใส่ขวดทิ้งให้
เย็น แล้วแช่ตู้เย็นไว้ดื่มแทนน้ำ

หน้า 31

กล้วยตานี ด่าง


กล้วยตานี ด่าง เป็นพืชสกุล MUSACEAE ซึ่งกล้วยสายพันธุ์ด่าง จะมีลักษณะคล้ายกับกล้วยทั่ว ๆ

ไป โดยจะต่างกันตรงสีด่างเท่านั้ น ลายด่างของกล้วยตานี ด่างนี้ มักจะเกิดเองตามธรรมชาติ ค่อน
ข้างหายาก และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น แสงแดด ปุ๋ย ดิน อากาศ พันธุกรรมของต้นกล้วยตานี
ด่าง แม้ต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จะเป็นไม้ด่าง แต่หน่ อที่แตกใหม่ออกมาก็อาจจะมีลักษณะไม่เหมือนกัน
หรืออาจจะไม่ด่างก็ได้ โดยต้นกล้วยตานี ด่างมีถิ่นกำเนิ ดในเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ มีความสูง
ประมาณ 4 เมตร ซึ่งใบ ลำต้น หรือผลของกล้วยจะมีลายแปลก และมีเอกลักษณ์ โดยการเกิดสีด่าง
ของกล้วยตานี นั้ น เกิดมาจากการกลายพันธุ์ทางธรรมชาติ เนื่ องจากต้นกล้วยไม่สามารถสร้าง
คลอโรฟิลได้เต็มที่ จึงทำให้มีสีด่างแทนที่จะมีสีเขียวตามปกติ ด้วยความแตกต่างนี้ ทำให้กล้วยตานี
ด่างกลายเป็นไม้ประดับราคาแพงที่คนให้ความสนใจ โดยมักจะนำมาปลูกเป็นไม้ประดับให้ความ
สวยงาม ร่มรื่นแก่สถานที่ต่างๆ รวมถึงนิ ยมนำมาปลูกเป็นต้นไม้มงคลปลูกหน้ าบ้านด้วย

หน้า 32

ลักษณะกล้วยตานี ด่าง

ลำต้น มีความสูงประมาณ 4 เมตร กาบด้านนอกสีเขียวเข้ม มีริ้วด่างขาว มีปื้ นดำที่คอใบเล็กน้ อย
กาบด้านในสีเขียว หน่ ออ่อนสีเขียวเข้ม ไม่มีประ
ใบ ก้านใบสีเขียวเข้ม ครีบก้านในสีเขียวขอบดำ โคนใบมนและเท่ากันทั้งซ้าย-ขวา มีสีเขียวอ่อนไป
ถึงเขียวเข้ม มีลวดลายสีขาวปนอยู่บริเวณใบ
ดอก หรือปลี ก้านช่อดอกไม่มีขน ปลายมนโค้งลง ไม่ม้วนงอ ใบประดับสีน้ำตาลอมแดง เรียง
เหลื่อมซ้อนกันชัดเจน โคนใบด้านในสีเหลืองซีด ปลายใบด้านในสีชมพู
ผล ขนาดเล็กป้อมสั้น ปลายผลมีจุกยาว ออก 7-8 หวีต่อเครือ 1 หวี มีประมาณ 8-10 ผล ผลดิบ
จะมีสีเขียวเข้มลายริ้วด่างขาว เมื่อผลสุกเนื้ อจะมีสีขาว มีเมล็ดมาก

วิธีการเลือกหน่ อกล้วยตานี ด่าง



การคัดเลือกหน่ อต้นที่แข็งแรง โดยให้เราพิจารณาจากรากแน่ นและเยอะ ลำต้นสมบูรณ์ ไม่มีรอย
ช้ำหรือหัก ลำต้นต้องแข็ง ไม่นิ่ ม สังเกตรูปแบบของลวดลายที่ปรากฎที่ใบ ลำต้นและถึงผล
ลวดลายด่างที่เกิดขึ้นจะต้องมีสีสันที่ชัด ลักษณะของใบต้องสมบูรณ์ ไม่มีรอยไหม้หรือรอยโรค

หน้า 33

วิธีดูแลกล้วยตานี ด่าง

ดิน ควรปลูกในดินร่วนซุยที่สามารถระบายน้ำได้ดี โดยอาจนำดินไปผสมกับอินทรีย์วัตถุอื่นด้วย
เช่น กากมะพร้าวแห้ง ถ่าน เศษใบไม้แห้ง ฯลฯ
น้ำ ในช่วงแรกควรรดน้ำเช้า-เย็น อย่างสม่ำเสมอ เมื่อต้นกล่วยตานี ด่างแข็งแรงดีแล้ว อาจ
เปลี่ยนมารดน้ำวันละครั้งหรือรดวันเว้นวันก็ได้ ระวังอย่ารดน้ำมากเกินไปและอย่าปล่อยให้มีน้ำ
ท่ ว ง ขั ง
แสงแดด สามารถปลูกต้นกล้วยได้ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงครึ่งวันเช้า หากปลูกในที่ที่มี
แ ส ง แ ด ด จั ด ม า ก เ กิ น ไ ป จ ะ ทำ ใ ห้ เ กิ ด ภ า ว ะ ใ บ เ ห ลื อ ง แ ล ะ เ ฉ า ต า ย ไ ด้
ปุ๋ย ควรใส่ปุ๋ยบำรุงในปริมาณที่พอเหมาะโดยการหว่านให้กระจายไปบริเวณรอบ ๆ โคนต้น เดือน
ละครั้ง ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมี

ประโยชน์ และสรรพคุณ


ต้นกล้วยตานี ด่างสามารถนำมาประดับบ้านได้ ด้วยลักษณะที่โดดเด่น แปลกตา ไม่เหมือนใคร

ทำให้หลายคนนิ ยมนำกล้วยด่างไปปลูกประดับตกแต่งภายในอาคาร เช่น บ้าน คอนโด และจัด
สวน หรือจะนำไปรับประทานก็ได้เช่นเดียวกัน หลายส่วนของกล้วยตานี ด่างก็เก็บไปรับประทานได้
ไม่ว่าจะเป็นผล ปลี และหยวกกล้วย โดยสามารถนำไปทำได้ทั้งอาหารคาวและของหวานเลย เช่น
แกง หมวกไก่ ผัดไทย รวมถึงตำและยำต่าง ๆ

หน้า 34

ว่ า น ม ห า ล า ภ

ว่านมหาลาภเป็นพืชไม้มงคล ซึ่งเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิ ดมาจากในประเทศเปรูและเอกวาดอร์ ทำให้
ว่านมหาลาภที่เห็นกันอยู่ในประเทศไทยนั้ น เป็นพืชที่นำเข้ามานั่ นเอง ว่านมหาลาภเป็นพืชที่ถูกจัด
อยู่ในประเภทไม้ดอกไม้ประดับ ใช้ปลูกสำหรับเป็นพืชไม้ที่สวยงามและมองดูด้วยความเพลินตา

ว่านมหาลาภเป็นพืชไม้มงคล ที่มีความเชื่อของชาวไทยโบราณที่กันว่า ว่านมหาลาภถ้าได้ปลูกใน
บริเวณบ้านเรือนหรือร้านค้า สถานที่ที่ทำธุรกิจนั้ น จะเป็นสิริมงคลในเรื่องของโชคลาภ เงินทอง
ให้กับผู้ที่ปลูก ผู้ที่มีว่านมาหาลาภในพื้นที่ที่อยู่อาศัย ซึ่งว่านมหาลาภมักจะนิ ยมให้ปลูกคู่กับต้นว่าน
มหาโชค ทำให้กิจการ ค้าขาย หรือธุรกิจต่างๆๆเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป

หน้า 35

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ว่ า น ม ห า ล า ภ

ลำต้นของว่านมหาลาภ เป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดิน ซึ่งถูกเจริญเติบโตมาจากกาบใบที่เปลี่ยนมาเป็น
แผ่นกาบเรียงหุ้มซ้อนทับกันอยู่หลายๆชั้น รูปร่างของหัวจะมีลักษณะที่กลมและแบน มีชั้นนอกที่
บาง ส่วนของสีน้ำตาลนั้ นจะมีหน้ าที่รักษาความชื้นให้แก่หัว ไม่ให้น้ำภายในหัวระเหยออกไปข้าง
นอกจนมากเกินไป และช่วยป้องกันการเกิดโรคและแมลงต่างๆ รากของว่านมหาลาภ เป็น
รากฝอย มีสีขาว รูปร่างทรงกลม เรียวเล็ก บริเวณส่วนปลายจะมีลักษณะเป็นปลายแหลม และมี
แขนง โดยรากแทงออกจากฐานหัว จำนวน 35-40 ราก/ต้น ใบของว่านมหาลาภ เป็นพืชที่มีใบ
อยู่เหนื อหัวหรือลำต้น หรือเรียกว่า ลำต้นเทียม มีความสูงประมาณ 35-40 เซนติเมตร ประกอบ
ด้วยก้านใบจะแทงออกมาจากบริเวณส่วนหัว แยกเป็นก้านใบเดี่ยวๆ มีก้านใบมีลักษณะแบน มี
ความยาว 15-20 เซนติเมตร มีความกว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ใบมีลักษณะเหมือนรูปไข่ มีความ
ยาวประมาณ 20-25 เซนติเมตร มีความกว้างประมาณ 8-12 เซนติเมตร โคนใบแคบ ปลายใบ
แหลม ใบอ่อนจะม้วนตัวลง จำนวนใบ 1-3 ใบ/ต้น ดอกของว่านมหาลาภ ดอกของว่านมหาลาภมีสี
ส้ม ออกดอกเป็นช่อ มีดอกเล็กๆประมาณ 5-13 ดอกต่อช่อ ดอกมีกลีบดอก 6 กลีบ มีความยาว 1
เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้ 6 อัน มีสีเขียว และมีก้านชูเกสรสีเหลืองอ่อน มีเกสรตัวเมียที่มีรังไข่ด้าน
ล่าง และมีก้านชูเกสร 1 อัน มีความยาว 5-7 เซนติเมตร โค้งงอขึ้นด้านบน

หน้า 36

วิ ธี ก า ร ดู แ ล ว่ า น ม ห า ล า ภ


ว่านมหาลาภจะเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย และผสมดินลูกรังสีแดง จะต้องมีการระบาย

น้ำได้ดี ไม่ให้เกิดน้ำขัง เนื่ องจากว่านมหาลาภไม่ชอบน้ำที่มากเกินไป ทำให้ว่านมหาลาภเน่ าได้ ถ้า


เลือกที่จะปลูกในกระถาง จะต้องเลือกกระถางที่มีปากที่กว้างมาก เพราะใบของว่านมหาลาภจะ

แผ่กิ่งก้านสาขาออกอย่างสวยงาม ไม่ไปอยู่ติดกันจนบดบังการรับแสงแดด อีกทั้งว่านมหาลาภ
ยั ง ช อ บ แ ด ด ที่ ป า น ก ล า ง อี ก ด้ ว ย

ประโยชน์ ของว่านมหาลาภ


1. ว่านมหาลาภจัดเป็นว่านมหานิ ยม นิ ยมปลูก
เ ป็ น ว่ า น ม ง ค ล ที่ มี ค ว า ม เ ชื่ อ ว่ า จ ะ นำ โ ช ค ล า ภ

เงินทอง และความร่ำรวยมาแก่ผู้ปลูกหรือ
ค น ใ น ค ร อ บ ค รั ว
2. ส่วนของใบ และลำต้นมีความสวยงาม มีด

อกที่เป็นสีส้ม ทำให้นิ ยมปลูกสำหรับเป็นไม้
ประดับต้น และประดับดอก
3. ปลูกไว้เป็นว่านสะสม
4. มีสรรพคุณช่วยถอนพิษฝี ทุกชนิ ด ไม่ว่าจะ
ฝี ต่อมบาร์โธลิน ฝี ที่ก้น ฝี บริเวณทวารหนัก
ฝี ไขสันหลัง เป็นต้น

หน้า 37

ต้ น ส า ร ภี

สารภีจัดเป็นไม้มงคลชนิ ดหนึ่ งที่ควรมีไว้ในบริเวณบ้าน มีหลายชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามภาษา

ท้องถิ่น เช่น สารภี สารปี ทรพี สร้อยภี แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะชื่อใด คนไทยโบราณก็เชื่อว่า
สารภีสามารถป้องกันเสนี ยดจัญไรไม่ให้เข้ามาในบ้าน ทั้งยังสามารถส่งผลให้คนในบ้านมีอายุ
ยื น ย า ว เ ห มื อ น เ ช่ น ต้ น ส า ร ภี

คนไทยแต่โบราณเชื่อว่า สารภีสามารถป้องกันเสนี ยดจัญไร และหากบ้านใดปลูกไว้ประจำบ้านก็
จะส่งผลให้คนในบ้านมีอายุยืนยาวเช่นสารภี และเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้ปลูกควรปลูกในวัน
เสาร์อันเป็นวันที่ปลูกต้นไม้เอาคุณ นอกจากนี้ ถ้าจะให้เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ผู้ปลูกควรเป็น
สุภาพสตรี เนื่ องจากสารภีเป็นชื่อที่เหมาะสำหรับสตรี

หน้า 38

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ต้ น ส า ร ภี



สารภีเป็นไม้ดอกยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เรือนยอดเป็นพุ่มทึบแผ่กว้าง ลำต้นสูงประมาณ


10 – 15 เมตร ลำต้นตรง ขรุขระเล็กน้ อย ปลายกิ่งมักห้อยลงสู่ลำต้น เปลือกสีเทาปนน้ำตาลแตก

ล่อนเป็นสะเก็ด เปลือกชั้นในสีแดงเข้ม มีน้ำยางคล้ายน้ำนมที่เมื่อทิ้งให้สัมผัสอากาศจะเป็นสี
เหลืองอ่อน กิ่งอ่อนเป็นสันสี่เหลี่ยม

ป ลู ก ที่ ไ ห น เ พื่ อ เ ส ริ ม บ า ร มี

จากคติความเชื่อในตำราพรหมชาติ สารภีควรปลูกทางทิศตะวันออกเฉี ยงใต้ของบ้าน ดินที่ปลูก
ค ว ร เ ป็ น บ ริ เ ว ณ ที่ มี ค ว า ม ชุ่ ม ชื้ น เ พี ย ง พ อ

หน้า 39

วิ ธี ก า ร ดู แ ล


แสง สารภีชอบแดดอ่อน ๆ ควรปลูกในที่ร่ม

รำไร แดดไม่จัดมาก
น้ำ รดน้ำปริมาณน้ำปานกลาง 4 – 5 วันต่อ
ค รั้ ง
ดิน สารภีเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบดินร่วนซุย มี
ค ว า ม ชุ่ ม ชื้ น เ พี ย ง พ อ
ปุ๋ย ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก โดยอัตราส่วน
ปุ๋ย:ดินร่วน เป็น 1:3 ผสมกับดินปลูก

ประโยชน์ และสรรพคุณ




ใบ ของสารภีมีสรรคุณเป็นยา ช่วยในการ
ขั บ ปั ส ส า ว ะ ไ ด้
เนื้ อไม้ ของต้นสารภี มีความแข็งแรง
ทนทาน สามารถนำมาทำเป็นที่อยู่อาศัย
และเฟอร์นิ เจอร์ได้
ต้น สารภีมีเรือนยอดทรงพุ่มทึบ ใช้ปลูก
เพื่อให้ร่มเงาหรือบังลมนอกจากนี้ ดอกและ
พุ่ ม ใ บ ที่ ส ว ย ง า ม ยั ง ป ลู ก เ ป็ น ไ ม้ ป ร ะ ดั บ ไ ด้
ผล ของสารภีมีรสหวาน สามารถรับ
ประทานเป็นผลไม้ได้ และยังช่วยบำรุง
หัวใจ ขยายหลอดเลือด แปรรูปเป็นน้ำผล
ไม้ ไวน์ หรือแยมได้ หรือสามารถใช้เลี้ยง
น ก ก็ ไ ด้
เกสร มีรสหอมเย็นช่วยทำให้ชื่นใจ เป็นยา
แก้ไข้ บำรุงครรภ์
ยาง ของสารภีสามารถนำมาใช้แก้อาการ
แพ้คันจากพิษของหมามุ่ย หรือจากน้ำลาย
ของหอยบางชนิ ด

หน้า 40

ไ ผ่ ก ว น อิ ม

ไผ่กวนอิม เป็นพืชไม้พุ่มขนาดเล็กที่จัดอยู่ในกลุ่มไม้ยืนต้น เมื่อโตเต็มที่แล้วสามารถมีความสูง
ได้ถึง 3 เมตร แต่ส่วนใหญ่จะนิ ยมตัดแต่งให้ลำต้นมีขนาดเล็ก เพื่อให้เติบโตได้ในโหลแก้วหรือ
กระถางเคลือบ แล้วใช้สำหรับตกแต่งภายในบริเวณบ้าน เพราะนอกจากลักษณะของลำต้นที่ดู
สวยงามแล้ว ก็ยังมีความเชื่อว่าไผ่กวนอิมเป็นไม้มงคลที่เกื้อหนุนผู้ปลูกแบบบครอบคลุมทุก
ด้ า น อี ก ด้ ว ย

ไผ่กวนอิมถือเป็นไม้ประดับอันดับต้นๆ ที่ถูกใช้เพื่อปรับฮวงจุ้ยมานานมากแล้ว บางคนเรียกไผ่
กวนอิมว่า ว่านกวนอิม หรือว่านเศรษฐี เชื่อว่าหากบ้านไหนมีไผ่กวนอิมที่อุดมสมบูรณ์ ดีแล้ว
คนในบ้านนั้ นจะมีโชคลาภเกี่ยวกับเงินทองไม่ขาดสาย พร้อมกับเสริมพลังงานที่ดี นำพาแต่
ค ว า ม สุ ข ค ว า ม เ จ ริ ญ ม า ใ ห้

หน้า 41

เพียงแค่ปลูกแบบธรรมดาทั่วไป ก็นับว่ามีความเป็นสิริมงคลมากพอแล้ว แต่เรายังสามารถ
ออกแบบการปลูกและการจัดวาง เพื่อเน้ นเสริมบางอย่างที่เราต้องการโดยเฉพาะได้ด้วย ซึ่งราย
ล ะ เ อี ย ด ข อ ง ก า ร ป ลู ก จ ะ มี ดั ง นี้

กำหนดจำนวนต้น ว่ากันว่าจำนวนของไผ่กวนอิมที่นำมาปลูกรวมกันในกระถางเดียว จะมี
พลังสนับสนุนชีวิตผู้ปลูกที่ค่อนข้างเจาะจง เช่น ปลูก 2 ต้น จะส่งเสริมเรื่องครอบครัว
ความรัก ปลูก 9 ต้น เสริมเรื่องลาภลอย เป็นต้น
กำหนดตำแหน่ งที่ตั้ง ภายในบริเวณบ้าน ถ้าเราวางไผ่กวนอิมในห้องไหน ก็จะมีพลังงานส่ง
เสริมสิ่งที่เกี่ยวข้องกับห้องนั้ นเป็นพิเศษ เช่น ตั้งในห้องครัวจะช่วยให้คนในบ้านสุขภาพแข็ง
แรง ตั้งในห้องน้ำจะช่วยปรับชีวิตของคนในบ้านให้มีความสมดุลมากขึ้น
กำหนดธาตุที่ต้องการเสริม เช่น เจ้าของบ้านเป็นคนธาตุไฟ อยากรุ่งเรืองมากขึ้นก็ต้องเสริม
ธาตุไฟ ก็ใช้ผ้าสีแดงผูกไผ่กวนอิมเป็นสัญลักษณ์ แทนไฟ ถ้าต้องการเสริมธาตุน้ำก็ต้องปลูก
กวนอิมในน้ำ เป็นต้น

หน้า 42

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ต้ น ก ว น อิ ม

ลักษณะของลำต้น ไผ่กวนอิมทุกสายพันธุ์จะมี
ลำต้นคล้ายคลึงกันหมด คือลำต้นตรงและ
กลม มีข้อปล้องเป็นระยะๆ คล้ายกับต้นไผ่
ผิวรอบนอกเรียบลื่นเป็นมันเงา ลำต้นจะตั้ง
ตรงจะพื้นดินขึ้นไปถึงยอด โดยไม่มีกิ่งแตก
แขนงออกมา
ใบ ใบจะแตกออกจากส่วนยอดของลำต้น
เท่านั้ น มีลักษณะค่อนข้างเรียวยาว แต่ละใบ
จะเรียงสลับกันขึ้นไปด้านบน ส่วนเฉดสีของ
ใ บ ก็ จ ะ ต่ า ง กั น ไ ป ต า ม ส า ย พั น ธุ์
ดอก ลักษณะของดอกจะเป็นช่อสีขาว ภายใน
ช่ อ มี ด อ ก ย่ อ ย ข น า ด เ ล็ ก ที่ เ ป็ น ท ร ง เ รี ย ว ย า ว
เมื่อบานจะม้วนเป็นวงกลมก้นหอย ตรง
ก ล า ง มี เ ก ส ร ตั้ ง เ ป็ น เ ส้ น ต ร ง ชั ด เ จ น

วิ ธี ก า ร ดู แ ล รั ก ษ า

แสง จะวางไผ่กวนอิมไว้บริเวณที่ได้รับแดด
จัดตลอดทั้งวัน หรือรับเพียงแดดรำไรก็ได้
น้ำ ควรรดน้ำปริมาณมากทั้งเช้าและเย็น แต่
ถ้ า ป ลู ก ใ น น้ำ จ ะ ต้ อ ง เ ป ลี่ ย น น้ำ ใ ห ม่ ทุ ก อ า ทิ ต ย์
ดิน ต้นกวนอิมนั้ นค่อนข้างทนทาน เติบโตได้
ในดินหลากหลายประเภท แต่ดีที่สุดคือดิน
ร่ ว น ป น ท ร า ย
ปุ๋ย สามารถใส่ปุ๋ยได้เพียงแค่เดือนละ 1 ครั้ง
และต้องเป็นปุ๋ยชนิ ดที่ไม่เข้มข้นด้วย

หน้า 43

กุ ห ล า บ

ไม้ดอกยอดนิ ยมอย่างกุกลาบนั้ นมีความเป็นไม้มงคลอยู่ในตัวเอง เพราะถ้าปลูกกุหลาบไว้ในบ้านมี

ความเชื่อว่าจะเป็นที่รักใคร่ มีคนนับหน้ าถือตา มีคนเกรงใจ

ดอกกุหลาบลักษณะเป็นพืชไม้ดอกยืนต้นที่มีมากกว่าสามร้อยสายพันธุ์ ลักษณะของดอกกุหลาบจะมี
ขนาดและรูปร่างที่แตกต่างกันไป ส่วนมากมักจะมีขนาดใหญ่และมีหลากหลายสี ตั้งแต่สีขาว ไป
จนถึงสีเหลืองและสีแดง กุหลาบส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิ ดในทวีปเอเชีย และมีบางสายพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิ ด
ในยุโรป อเมริกาเหนื อและแอฟริกาตะวันตกเฉี ยงเหนื อ มักมีการผสมพันธุ์ข้ามสายพันธุ์กันอย่าง
แพร่หลาย และ สายพันธุ์ที่เป็นลูกผสมต่างเป็นที่นิ ยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย เพราะมีความ
สวยงามและมีกลิ่นหอม และการผสมพันธุ์กันทำได้โดยง่าย ขนาดของต้นมีตั้งแต่ขนาดจิ๋วเล็ก ไป
จ น ถึ ง ต้ น ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ไ ม้ เ ลื้ อ ย ที่ อ า จ มี ค ว า ม สู ง ไ ด้ ถึ ง เ จ็ ด เ ม ต ร เ ล ย ที เ ดี ย ว

หน้า 44

ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ด อ ก กุ ห ล า บ



กุหลาบส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม โดยมีขนาดของลำต้นที่เป็นพุ่มเตี้ย ๆ ประมาณ 10


เซนติเมตร ไปจนถึงสูงเป็นเมตรเลยก็มี และกุหลาบบางสายพันธุ์ ก็มีลักษณะเป็นไม้เลื้อยก็มี

ลักษณะของใบ จะออกใบแบบสลับ มีรูปทรงเหมือนขนนก เป็นไม้ผลัดใบ ลักษณะของดอก จะ
เป็นดอกเดี่ยว หรืออาจเป็นหลายดอกในช่อเดียวก็มี ส่วนใหญ่ดอกกุหลาบทั่วไปจะมีกลีบ 5
กลีบ ยกเว้นบางสายพันธุ์ที่อาจมีกลีบดอกเพียง 4 กลีบ

หน้า 45

ประโยชน์ และสรรพคุณ
ข อ ง ด อ ก กุ ห ล า บ




1. เป็นไม้ประดับ ที่นิ ยมปลูกเพื่อเพิ่มสีสันและ

กลิ่นหอมแก่สวนในบ้าน หรือสวนสาธารณะ
2. นำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย หรือเป็น

ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ ข อ ง น้ำ ห อ ม ก ลิ่ น กุ ห ล า บ
3. นำมาปรุงอาหาร โดยเป็นส่วนผสมใน

ไอศกรีม อาหารคาว อาหารหวาน หรือจะ
นำดอกสด ๆ มาทอดกรอบก็อร่อยเช่นกัน
4. ดอกกุหลาบ สรรพคุณนำมาทำเป็นยา โดย
ฝักของดอกกุหลาบ มีวิตามินซี จึงนิ ยมนำ
มาทำเป็นอาหารเสริม อีกทั้งมีการใช้ส่วน
ข อ ง ด อ ก ใ น ส มุ น ไ พ ร แ ล ะ ย า พื้ น บ้ า น
นอกจากนั้ น ดอกกุหลาบยังถูกนำมาใช้ใน
ทางการแพทย์แผนจีนมานานแล้ว อีกทั้ง
ยั ง เ ป็ น ส่ ว น ผ ส ม ข อ ง ย า ที่ แ ก้ อ า ก า ร ที่ เ กี่ ย ว
กับโรคกระเพาะอาหาร และในปัจจุบัน ยังมี
การวิจัยว่า สามารถนำกุหลาบมาใช้เพื่อ
ค ว บ คุ ม ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง ม ะ เ ร็ ง ไ ด้ อี ก
ด้ ว ย

หน้า 46

ต้ น แ ก้ ว

ต้นแก้ว ความหมาย เป็นไม้ยืนต้นที่มีขนาดพุ่มไม่ใหญ่มากนัก แม้ว่าทรงพุ่มโดยธรรมชาติจะไม่ได้
เป็นระเบียบเท่าไรแต่ก็ไม่ถึงกับรกและสามารถตัดแต่งให้ดูสวยงามตามแบบที่ต้องการได้เนื่ อง
จากต้นแก้วเป็นหนึ่ งในพันธุ์ไม้ที่ดูแลรักษาง่าย ทนทานต่อทุกสภาพอากาศ ดอกและใบมีความ
สวยงาม ทั้งยังให้ความเป็นสิริมงคล จึงเป็นพันธุ์ไม้ที่นิ ยมปลูกกันโดยทั่วไป

ดอกแก้วสีขาวที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ถูกนำมาใช้สำหรับการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มานานแล้ว เพราะเชื่อว่า
ดอกแก้วเป็นดอกไม้แห่งความบริสุทธิ์ เป็นดอกไม้ที่มีคุณค่าคู่ควรกับสิ่งที่เรานับถือ ลักษณะของ
ดอกไม้ก็สามารถใช้กราบไหว้ได้หมด โดยไม่ติดข้อห้ามของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดเลย การปลูกต้นแก้วไว้
ภายในรั้วบ้านจึงถือว่าเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง จะทำให้บรรยากาศภายในครอบครัวเต็มไปด้วยความ
รัก จิตใจของคนในบ้านเบิกบานแจ่มใส คนในบ้านจะดำรงอยู่ในศีลธรรมอันดี เป็นที่รักใคร่ของคน
ทั่วไป ต้นแก้วนี้ เสริมดวงประจำวันเกิดให้ได้ทุกคน ตั้งแต่คนที่เกิดวันจันทร์จนถึงวันอาทิตย์ ตาม
ความเชื่อแต่โบราณ หากต้องการให้มีผลกับคนภายนอก ควรปลูกไว้หน้ าบ้านและเลือกลงดินให้
เป็นต้นใหญ่ แต่ถ้าเน้ นผลกับคนในบ้าน ควรปลูกไว้ในสวน หรือจัดใส่กระถางไว้ตามมุมต่างๆ ของ
บ้านก็ได้ นอกจากนี้ หากบำรุงให้ต้นแก้วออกดอกอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยดึงดูดโชคลาภให้กับผู้
ดู แ ล อี ก ด้ ว ย

หน้า 47

ลั ก ษ ณ ะ ต้ น แ ก้ ว

ต้นแก้วเป็นไม้ขนาดกลาง มีความสูงได้มากสุดแค่ประมาณ 10 เมตรเท่านั้ น ผิวสัมผัสด้านนอก
ของลำต้น จะเป็นรอยแตกตามยาว และมีโทนสีอมเทาเล็กน้ อย กิ่งก้านค่อนข้างเล็กและไม่เป็น
ระเบียบนัก ส่วนเนื้ อไม้ด้านในเป็นสีขาวนวลผิวเรียบลื่น ใบแก้วของต้นที่โตเต็มวัยแล้วจะมีความ
กว้างประมาณ 3 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมันวาวสีเขียวเข้ม มีส่วนของน้ำมันที่ให้กลิ่นหอมคล้ายส้ม
อยู่ด้วย แต่ต้องขยี้ใบให้ละเอียดก่อนถึงจะได้กลิ่น พุ่มใบค่อนข้างทึบ แตกยอดเป็นพุ่มทรงกลม
และผลัดใบอยู่เรื่อย ดอกแก้วจะออกเป็นช่อซึ่งประกอบด้วยดอกย่อยสีขาวนวล ดอกมีขนาดเล็ก
กลีบดอกโค้งมนและมีเกสรสีเขียวอมเหลือง ส่งกลิ่นหอมตลอดเวลา แต่ดอกจะอายุค่อนข้างสั้น
เพราะหลุดร่วงได้ง่าย ผล มีลักษณะเป็นผลรูปไข่ขนาดเล็ก เริ่มแรกจะมีสีเขียวจัดกลมกลืนไปกับ
สีของใบ แต่เมื่อแก่แล้วจะมีสีส้มอมแดง

วิ ธี ก า ร ป ลู ก ต้ น แ ก้ ว



การปลูกต้นแก้วนั้ นสามารถดัดแปลงได้หลายรูปแบบ จะนำลงดินหรือปลูกในกระถางก็ได้ทั้งนั้ น
ถ้าต้องการนำลงดิน ก็เพียงแค่เตรียมพื้นที่ให้เหมาะสมกับขนาดของต้นแก้วที่ได้มา และควร
บำรุงดินด้วยปุ๋ยคอกก่อนลงปลูก เพื่อให้ต้นแก้วเติบโตได้ดี แต่ถ้าต้องการปลูกในกระถาง ก็ให้
เลือกกระถางที่สูงตั้งแต่ 12 นิ้ วขึ้นไป และจำเป็นต้องเปลี่ยนกระถางอยู่เรื่อยๆ เมื่อรากเริ่มแน่ น
ตามความเชื่อดั้งเดิมควรปลูกต้นแก้วในวันพุธ ซึ่งเป็นฤกษ์ดีที่สุดสำหรับต้นไม้ชนิ ดนี้

หน้า 48


Click to View FlipBook Version