The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สุนีย์ ดำทรัพย์
รวมแผนหน้าที่
ส21102

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by society, 2022-09-06 00:33:38

วิชาหน้าที่พลเมือง ส21102

สุนีย์ ดำทรัพย์
รวมแผนหน้าที่
ส21102

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 6

รายวิชา หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 1 รหสั วชิ า ส21102 กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 รัฐธรรมนูญกบั การเมืองการปกครองของไทย เวลา 9 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6 เรือ่ ง ความเป็นมาและความสาคญั ของรฐั ธรรมนูญ เวลา 1 ชวั่ โมง

ครผู สู้ อน นางสาวสุนยี ์ ดาทรัพย์ วันท่.ี ......เดือน....................พ.ศ........... โรงเรียนหนองบวั พทิ ยาคาร

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั
มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมอื งการปกครอง ในสังคมปัจจุบัน ยึดม่นั ศรัทธา และธารงรกั ษา

ไวซ้ งึ่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ อ์ ันเปน็ ประมุข
ส 2.2 ม.1/1 อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจกั รไทยฉบับปจั จุบนั โดยสังเขป
ส 2.2 ม.1/2 วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลอานาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ
ปจั จบุ นั
ส 2.2 ม.1/3 ปฏบิ ตั ติ นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปจั จบุ นั ที่เกยี่ วข้อง
กบั ตนเอง

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
เมือ่ นักเรียนเรยี นเรือ่ ง ความเปน็ มาและความสาคัญของรฐั ธรรมนูญ แลว้ นักเรยี นสามารถ
1) อธบิ ายความเปน็ มาของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย ฉบบั ปจั จบุ นั ได้ (K)
2) วเิ คราะห์ความสาคญั ของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทยได้ (P)

3. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

4. สมรรถนะของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคิด

5. สาระสาคญั
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีบทบัญญัติสาคัญเก่ียวกับหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง

สาระสาคญั และการใช้อานาจอธปิ ไตย ชาวไทยทุกคนตอ้ งปฏบิ ัตติ นตามบทบญั ญัติของรฐั ธรรมนูญ

6. สาระการเรียนรู้
6.1) ความเปน็ มาของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร

ไทย ฉบับท่ี 20 หลังจากรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เป็นผลให้มีประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 การร่างรัฐธรรมนูญเร่ิมขึ้นเมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง
รฐั ธรรมนูญ (กยร.) เมอื่ เดือนพฤศจกิ ายน พ.ศ. 2557 ประกอบด้วยสมาชิกจากการแต่งตงั้ 36 คน มีบวรศักด์ิ
อุวรรณโณ เป็นประธาน ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ
ของ กยร. จึงมีการตัง้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในเดอื นตุลาคม พ.ศ. 2558 เพ่อื จัดทาร่างฯ ฉบับ
ใหม่ ประกอบด้วยสมาชิก 21 คน มีมีชัย ฤชุพันธ์ุ เป็นประธาน เม่ือร่างเสร็จแล้ว มีการลงประชามติในวนั ที7่
สงิ หาคม พ.ศ. 2559 ซง่ึ ผ้มู าใช้สิทธิรอ้ ยละ 61.35 เหน็ ชอบ
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญเม่ือวันท่ี 6 เมษายน พ.ศ.
2560

6.2) ความสาคญั ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย
6.2.1) แสดงถงึ ความเป็นราชอาณาจกั รของไทย
6.2.2) เป็นกฎหมายสงู สุดทใ่ี ช้ในการปกครองประเทศ
6.2.3) รบั รองสิทธิ เสรภี าพ ความเสมอภาค และศกั ด์ศิ รีความเปน็ มนษุ ยข์ องปวงชนชาวไทย
6.2.4) สง่ เสริมพฤติกรรมการเมืองการปกครองให้เปน็ ไปอยา่ งบรสิ ทุ ธิ์
6.2.5) กาหนดทิศทางและกลไกการปฏิรปู ประเทศ

(รายละเอียดปรากฏในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ัน
มธั ยมศึกษาปีท่ี 1)
7. กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ขนั้ นา
1) นกั เรยี นดูวีดิทัศนเ์ รอ่ื ง “ยอ้ นรอยรัฐธรรมนูญ”
2) นกั เรยี นรว่ มกนั ตอบคาถามรว่ มกันดงั นี้

1.รัฐธรรมนญู ฉบบั ปัจจุบนั คอื ฉบบั ทีเ่ ทา่ ไหร่
2.รฐั ธรรมนูญฉบบั ปัจจบุ นั มีชื่อว่าอะไร
3) ครูอธิบายเชอื่ มโยงหัวข้อทจี่ ะเรียนในวนั นี้
2. ขน้ั สอน
4) ครูอธิบายท่มี าและความสาคัญของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ประกอบส่ือการ
สอน Power Point
5) นักเรยี นบนั ทกึ ความรูใ้ ส่สมดุ จดบันทกึ
3. ขั้นสรปุ
6) นักเรียนร่วมกันเลน่ เกม ตอบคาถามจรงิ /ม่ัว ชวั ร์/ไม่ โดยมกี ติกาดังน้ี

6.1) ตัวแทนนักเรยี นจบั สมุ่ คาถามทลี ะ คาถาม
6.2) นักเรียนชว่ ยกนั ตอบคาถามว่า จริง/ม่ัว
6.3) ครูเฉลยพรอ้ มอธิบายเพ่ิมเตมิ
7) นกั เรยี นร่วมกนั ตอบคาถามดงั น้ี
“รัฐธรรมนูญมีความสาคัญอย่างไรบ้าง”

8. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
2. วีดทิ ศั น์ ยอ้ นรอยรฐั ธรรมนญู
3. เกมจริง/มว่ั ชัวร/์ ไม่
4. Power Point ประกอบการสอน
5. ใบงานท่ี 6 ที่มาและความสาคญั ของรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

9. การวัดและประเมนิ ผล วิธกี ารวัดและ เครื่องมือท่ีใช้ เกณฑป์ ระเมิน
การวดั และประเมนิ ผล ประเมินผล -คาถาม
- การตอบคาถาม - นกั เรยี นสว่ นใหญ่
1.ด้านความรู้ ตอบคาถามได้
อธบิ ายความเป็นมาของ - การสังเกตพฤตกิ รรม
รัฐธรรมนญู แหง่ การเรยี นรขู้ องผู้เรยี น - แบบสังเกต - นกั เรียนผา่ นเกณฑ์ใน
ราชอาณาจกั รไทย ฉบบั - การตรวจใบงาน พฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับดีขน้ึ ไป
ปัจจบุ ันได้
2.ดา้ นทักษะกระบวนการ ของผเู้ รยี น - นักเรียนรอ้ ยละ 80
วิเคราะห์ความสาคัญของ -ใบงาน ทาใบงานได้
รัฐธรรมนญู แหง่
ราชอาณาจกั รไทยได้

3.ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึง - การสังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกต - นักเรยี นผ่านเกณฑใ์ น
ประสงค์ การเรยี นรูข้ องผเู้ รยี น พฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดบั ดีข้ึนไป
-มีวินัย
-ใฝเ่ รียนรู้ ของผู้เรียน
-มงุ่ ม่นั ในการทางาน

บันทึกผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแกไ้ ขและข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ..................................................
(นางสาวสุนยี ์ ดาทรัพย์)
ตาแหน่งครู

วันท่ี......เดอื น............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ ใช้สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ท่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชว้ ิธีการท่ี

หลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสู่การปฏิบตั ไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บริบท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน

ลงชื่อ ..............................................
(นายคฑาวธุ ไชยสิทธิ์)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ฯ
วนั ที่ ......... เดอื น .................... พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
 มอี งค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั
 มกี ารใช้สือ่ และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
 มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพสิ ัย จติ พิสัย ทักษะพสิ ัย

ลงชื่อ .................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ์)

หวั หนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันท่ี ......... เดือน .................. .. พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพือ่ นาไปพฒั นางานต่อไป

ลงชื่อ .................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชาร)ี

รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วันท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ...............

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ของผู้เรยี น

คาชแ้ี จง โปรดแสดงความคิดเหน็ ตามแบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ในการจดั กจิ กรรม

การเรียนรู้ เรื่อง ความเป็นมาและความสาคญั ของรัฐธรรมนญู โดยเขียนเครอื่ งหมาย  ลงในช่อง  ทตี่ รง

กบั ความคดิ เหน็ ครผู ู้สอน

ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1/......

ข้อ รายการ ระดบั คุณภาพ

321

1 นกั เรยี นมคี วามสนใจตอ่ กจิ กรรมการเรียนรู้ทจ่ี ดั ข้ึน

2 นกั เรยี นมคี วามตั้งใจฟงั ขณะทค่ี รกู าลงั สอน

3 นักเรียนมีส่วนรว่ มในชัน้ เรยี น รว่ มการอภปิ ราย แสดงความ

คดิ เห็นและตอบคาถาม

4 นักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบและใหค้ วามรว่ มมอื ในการรว่ ม

กิจกรรม

5 ตระหนักถึงความสาคัญของเรื่องท่เี รียน

รวม

ระดบั คุณภาพ เกณฑก์ ารประเมนิ
3 ระดบั คุณภาพ ดี
2 ระดับคณุ ภาพ พอใช้
1 ระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

ดี หมายถึง มพี ฤติกรรมระดบั 11 - 15 คะแนน
พอใช้ หมายถึง มพี ฤติกรรมระดับ 6 - 10 คะแนน
ปรับปรงุ หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมระดบั 1 – 5 คะแนน

ลงชื่อ ......................................................... (ผ้ปู ระเมิน)
( นางสาวสนุ ีย์ ดาทรพั ย์ )

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ของผเู้ รียน

ประเดน็ การประเมนิ เกณฑก์ ารให้คะแนน

321

มคี วามสนใจต่อ มีความสนใจต่อกิจกรรม ไม่มีความสนใจ ไม่มี

กจิ กรรมการเรียนรู้ มี การเรยี นรู้ บางเวลา ครู ความพรอ้ ม ไม่ตื่นตวั

1.ความสนใจตอ่ ความพร้อมและตนื่ ตัว ตอ้ งกระตุ้นเปน็ บางครงั้ ในการเรยี นรู้ ครูตอ้ ง

กจิ กรรมการเรียนรู้ ในการเรยี นรู้ กระตุ้นอยเู่ ป็นประจา

ตลอดเวลา โดยครูไม่

ต้องกระตนุ้

มคี วามตง้ั ใจ ไม่หยอก มคี วามตั้งใจเรยี นเป็น มกี ารหยอกล้อ พูดคยุ

2.ความตั้งใจ ล้อ พดู คยุ เสียงดังใน บางครัง้ มีการหยอกล้อ เสียงดงั รบกวนเพอ่ื น

เวลาเรยี น พดู คยุ เสียงดงั เป็น และครูผูส้ อน

บางครัง้

3.การมสี ่วนรว่ มใน ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มแสดง ผู้เรียนมสี ่วนร่วมแสดง นานๆครง้ั ท่ผี ้เู รยี นจะ
ช้นั เรียน ความคิดเห็น อภิปราย ความคดิ เหน็ อภปิ ราย รว่ มแสดงความคดิ เหน็
และโตต้ อบกับ และโตต้ อบกบั ครูผสู้ อน อภิปรายและโตต้ อบ

ครูผูส้ อนอยเู่ ป็นประจา อยู่เป็นบางครง้ั กบั ครูผ้สู อน

นกั เรียนมีความรบั ผดิ นกั เรยี นมคี วาม นักเรยี นไม่มคี วาม

4.ความรับผิดชอบ ชอบและให้ความ รบั ผดิ ชอบและให้ความ รับผดิ ชอบและไม่ให้

5.ตระหนกั เห็น ร่วมมือในการทา รว่ มมอื ในการทา ความร่วมมือในการทา
ความสาคัญของ
เรอ่ื งทีเ่ รียน กจิ กรรมเป็นอยา่ งดี กจิ กรรมเปน็ บางคน กิจกรรม

นักเรียนมีการ นกั เรียนมกี ารแสดงออก นักเรียนไมม่ กี าร

แสดงออก เหน็ และเห็นความสาคัญของ แสดงออกและไม่เหน็

ความสาคญั ของเรอื่ งท่ี เร่อื งท่ีเรียนโดยการตอบ ความสาคัญของเรือ่ งท่ี

เรียนโดยการตอบ คาถาม ม่สี วนร่วม เรยี นโดยการไมต่ อบ

คาถาม แสดงความ บางสว่ น คาถาม ไมแ่ สดงความ

คิดเห็น และมสี ่วนรว่ ม คดิ เห็น ไม่มีส่วนรว่ ม

เปน็ ส่วนใหญ่

วดี ิทัศน์ ยอ้ นรอยรัฐธรรมนญู

ท่ีมา https://www.youtube.com/watch?v=eKpOP-i0mUg สืบคน้ เม่อื 28 ก.ค. 63

เกมจรงิ /มั่ว ชัวร์/ไม่ เฉลย
จริง
ขอ้ ความ จริง
ประเทศไทยมรี ฐั ธรรมนญู แลว้ ท้งั สน้ิ 20 ฉบบั
รัฐธรรมนญู ฉบบั ปจั จบุ นั คอื รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย จรงิ
พทุ ธศกั ราช 2560
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจา้ อยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในรา่ ง มวั่
รฐั ธรรมนญู เมอ่ื วนั ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 จรงิ
มีการลงประชามตวิ นั ท่ี 8 สิงหาคม 2557 จรงิ
เกดิ จากความขดั แยง้ ทางการเมอื งทมี่ แี นวโนม้ รนุ แรง มั่ว
รัฐธรรมนญู เปน็ กฎหมายสูงสดุ
รัฐธรรมนญู ไม่สามารถรบั รองสทิ ธิ เสรีภาพ ความเสมอภาคของปวงชน

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ รฐั ธรรมนูญกบั การเมอื งการปกครองไทย

ใบงานที่ ๖ ประวตั คิ วามเปน็ มาของรฐั ธรรมนญู
๑. รัฐธรรมนูญฉบบั ปัจจบุ นั คือ ฉบบั ที่.......................มีชือ่ เรียกว่า............................................

............................................................................................................................. .........................
ใช้บงั คับเมื่อวันที่........................................................................................................................
๒.จงอธิบายความเป็นมาของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย

.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................

.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................
.......................................................................... ..........................................................................

..........................................................................
..........................................................................
..........................................................................
..........................................................................
..........................................................................

๓.จงอธิบายความสาคญั ของรฐั ธรรมนูญมาพอสงั เขป
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
................................................................................................................................................ ....................
............................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................. .......................................

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 7

รายวิชา หนา้ ที่พลเมือง 1 รหัสวชิ า ส21102 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 รัฐธรรมนญู กับการเมอื งการปกครองของไทย เวลา 9 ชวั่ โมง

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 7 เรือ่ ง เจตนารมณ์และหลักการของรฐั ธรรมนูญ เวลา 1 ช่ัวโมง

ครูผสู้ อน นางสาวสุนีย์ ดาทรพั ย์ วนั ท.่ี ......เดอื น....................พ.ศ........... โรงเรียนหนองบวั พทิ ยาคาร

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครอง ในสงั คมปัจจุบนั ยึดมน่ั ศรทั ธา และธารงรกั ษา

ไว้ซ่ึงการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยอ์ นั เป็นประมขุ
ส 2.2 ม.1/1 อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจกั รไทยฉบับปัจจบุ ัน โดยสังเขป
ส 2.2 ม.1/2 วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลอานาจอธิปไตยในรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบบั
ปัจจุบนั
ส 2.2 ม.1/3 ปฏบิ ัตติ นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจบุ ันท่ีเก่ียวข้อง
กับตนเอง

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
เมอื่ นกั เรียนเรียนเรือ่ ง เจตนารมณแ์ ละหลกั การของรฐั ธรรมนูญ แล้วนกั เรยี นสามารถ
1) บอกเจตนารมณแ์ ละหลกั การของรฐั ธรรมนูญได้ (K)
2) สรุปเจตนารมณแ์ ละหลักการของรฐั ธรรมนญู ได้ (P)

3. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทางาน

4. สมรรถนะของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการคิด

5. สาระสาคัญ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีบทบัญญัติสาคัญเก่ียวกับหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง

สาระสาคัญและการใชอ้ านาจอธปิ ไตย ชาวไทยทกุ คนต้องปฏิบัติตนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนญู

6. สาระการเรยี นรู้
6.1) เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
6.2) หลกั การของรัฐธรรมนูญ
(รายละเอียดปรากฏในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้น

มัธยมศกึ ษาปีที่ 1)
7. กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ขน้ั นา
1) นกั เรียนปริศนาข้อความดังตอ่ ไปนี้

- ปรศิ นาขอ้ ความ เจตนารมณ์ ,หลกั การ
2) นกั เรียนร่วมกนั ตอบคาถามร่วมกนั ดังนี้

- นกั เรยี นรู้หรอื ไมว่ ่าเจตนารมณ์ และหลักการ หมายถงึ อะไร
3) ครูอธิบายเชื่อมโยงหวั ข้อท่ีจะเรียนในวนั นี้
2. ข้ันสอน
4) นกั เรยี นร่วมกนั ตอบคาถามดงั น้ี

1.เจตนารมณ์ของรฐั ธรรมนูญฉบบั ปัจจบุ ันมีอะไรบ้าง
2. หลักการของรฐั ธรรมนญู ฉบบั ปัจจบุ ันมีอะไรบ้าง
5) นักเรียนร่วมกันรับฟังการอธิบายจากครูผู้สอน เก่ียวกับเจตนารมณ์และหลักการของรัฐธรรมนูญ
พ.ศ. 2560 ประกอบสื่อการสอน Power Point
6) นกั เรียนบันทกึ ความรู้ใส่สมดุ จดบันทึก
3. ขน้ั สรุป
7) นักเรยี นทาใบงานท่ี 7 เรื่องเจตนารมณแ์ ละหลักการของรฐั ธรรมนญู
8) นกั เรยี นและรูร่วมกนั เฉลยใบงานที่ 7

8. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1
2. ใบงานที่ 7
3. Power Point ประกอบการสอน

9. การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัดและ เคร่ืองมอื ที่ใช้ เกณฑป์ ระเมนิ
การวัดและประเมนิ ผล ประเมินผล
- การตอบคาถาม -คาถาม - นักเรยี นสว่ นใหญ่
1.ดา้ นความรู้ ตอบคาถามได้
บอกเจตนารมณ์และ - การสงั เกตพฤติกรรม
หลักการของรัฐธรรมนูญได้ การเรยี นรู้ของผ้เู รยี น - แบบสังเกต - นักเรยี นผา่ นเกณฑใ์ น
2.ด้านทกั ษะกระบวนการ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ระดับดีข้ึนไป
สรุปเจตนารมณ์และ - การตรวจใบงาน
หลักการของรัฐธรรมนูญได้ ของผู้เรยี น - นกั เรยี นรอ้ ยละ 80
- การสงั เกตพฤติกรรม -ใบงาน ทาใบงานได้
3.ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ การเรียนร้ขู องผ้เู รียน
ประสงค์ - แบบสงั เกต - นักเรยี นผา่ นเกณฑใ์ น
-มีวนิ ยั พฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับดขี น้ึ ไป
-ใฝ่เรยี นรู้
-มงุ่ มน่ั ในการทางาน ของผเู้ รยี น

บันทกึ ผลหลงั การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแก้ไขและข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..................................................
(นางสาวสนุ ยี ์ ดาทรพั ย์)
ตาแหน่งครู

วันท่ี......เดือน............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ ใช้สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ท่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชว้ ิธีการท่ี

หลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสู่การปฏิบตั ไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บริบท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน

ลงชื่อ ..............................................
(นายคฑาวธุ ไชยสิทธิ์)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ฯ
วนั ที่ ......... เดอื น .................... พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
 มอี งค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั
 มกี ารใช้สือ่ และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
 มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพสิ ัย จติ พิสัย ทักษะพสิ ัย

ลงชื่อ .................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ์)

หวั หนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันท่ี ......... เดือน .................. .. พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพือ่ นาไปพฒั นางานต่อไป

ลงชื่อ .................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชาร)ี

รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วันท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ...............

แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผูเ้ รยี น

คาช้ีแจง โปรดแสดงความคิดเห็นตามแบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น ในการจดั กิจกรรม

การเรียนรู้ เรื่อง เจตนารมณแ์ ละหลกั การของรัฐธรรมนญู โดยเขยี นเครอื่ งหมาย  ลงในชอ่ ง  ท่ตี รง

กับความคดิ เหน็ ครูผู้สอน

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1/......

ข้อ รายการ ระดับคณุ ภาพ

321

1 นกั เรยี นมคี วามสนใจตอ่ กิจกรรมการเรียนรู้ท่จี ัดขึ้น

2 นกั เรยี นมคี วามตง้ั ใจฟงั ขณะที่ครูกาลงั สอน

3 นักเรียนมีสว่ นรว่ มในชน้ั เรียน ร่วมการอภิปราย แสดงความ

คดิ เหน็ และตอบคาถาม

4 นักเรยี นมีความรบั ผิดชอบและใหค้ วามรว่ มมอื ในการร่วม

กิจกรรม

5 ตระหนักถงึ ความสาคัญของเรอื่ งทีเ่ รยี น

รวม

ระดับคณุ ภาพ เกณฑ์การประเมนิ
3 ระดบั คุณภาพ ดี
2 ระดับคณุ ภาพ พอใช้
1 ระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

ดี หมายถึง มีพฤตกิ รรมระดบั 11 - 15 คะแนน
พอใช้ หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมระดับ 6 - 10 คะแนน
ปรับปรุง หมายถงึ มพี ฤติกรรมระดบั 1 – 5 คะแนน

ลงช่ือ ......................................................... (ผปู้ ระเมนิ )
( นางสาวสุนีย์ ดาทรัพย์ )

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน

321

มคี วามสนใจต่อ มีความสนใจต่อกิจกรรม ไมม่ คี วามสนใจ ไม่มี

กิจกรรมการเรียนรู้ มี การเรยี นรู้ บางเวลา ครู ความพร้อม ไม่ต่นื ตวั

1.ความสนใจตอ่ ความพรอ้ มและต่ืนตวั ต้องกระต้นุ เป็นบางครั้ง ในการเรียนรู้ ครูต้อง

กิจกรรมการเรยี นรู้ ในการเรยี นรู้ กระตุ้นอยูเ่ ป็นประจา

ตลอดเวลา โดยครูไม่

ต้องกระตนุ้

มีความตง้ั ใจ ไมห่ ยอก มคี วามตงั้ ใจเรียนเป็น มกี ารหยอกลอ้ พดู คยุ

2.ความตั้งใจ ล้อ พูดคุยเสียงดงั ใน บางครัง้ มกี ารหยอกล้อ เสียงดังรบกวนเพอ่ื น

เวลาเรยี น พดู คยุ เสียงดงั เป็น และครผู สู้ อน

บางครัง้

3.การมีสว่ นร่วมใน ผู้เรียนมีส่วนรว่ มแสดง ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มแสดง นานๆครัง้ ที่ผเู้ รยี นจะ
ชัน้ เรยี น ความคดิ เหน็ อภปิ ราย ความคิดเห็น อภปิ ราย ร่วมแสดงความคิดเห็น
และโตต้ อบกบั และโต้ตอบกบั ครูผู้สอน อภปิ รายและโต้ตอบ

ครผู ้สู อนอยู่เปน็ ประจา อยเู่ ปน็ บางครงั้ กบั ครผู ้สู อน

นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ นกั เรยี นมีความ นกั เรียนไมม่ ีความ

4.ความรับผิดชอบ ชอบและให้ความ รบั ผิดชอบและให้ความ รบั ผดิ ชอบและไมใ่ ห้

5.ตระหนักเห็น ร่วมมอื ในการทา รว่ มมอื ในการทา ความรว่ มมอื ในการทา
ความสาคญั ของ
เรื่องท่เี รียน กิจกรรมเป็นอย่างดี กิจกรรมเป็นบางคน กิจกรรม

นกั เรยี นมกี าร นกั เรียนมกี ารแสดงออก นกั เรยี นไมม่ กี าร

แสดงออก เหน็ และเห็นความสาคัญของ แสดงออกและไม่เหน็

ความสาคัญของเร่อื งท่ี เรอื่ งท่เี รียนโดยการตอบ ความสาคัญของเรื่องท่ี

เรียนโดยการตอบ คาถาม ม่ีสวนร่วม เรยี นโดยการไม่ตอบ

คาถาม แสดงความ บางส่วน คาถาม ไมแ่ สดงความ

คิดเห็น และมีส่วนร่วม คิดเหน็ ไมม่ สี ว่ นรว่ ม

เปน็ ส่วนใหญ่

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ รฐั ธรรมนญู กบั การเมอื งการปกครองไทย

ใบงานที่ ๗ เจตนารมณแ์ ละหลกั การรฐั ธรรมนญู
๑.เจตนารมณข์ องรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มีสาระสาคญั ดังนี้

๑.๑............................................................................................................................. ....................
................................................................................................................................................................. ...

๑.๒............................................................................................................................ .....................
............................................................................................................................. .......................................

๑.๓.................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................

๑.๔..................................................................................................................................... ............
...................................................................................................................... ..............................................

๑.๕............................................................................................................................. ....................
....................................................................................................................................................................

๑.๖............................................................................................................................. ....................
............................................................................................................................... .....................................

๒.หลักการของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มีสาระสาคญั ดังนี้
๒.๑.................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .......................................
๒.๒............................................................................................................................. ....................

....................................................................................................................................................................
๒.๓............................................................................................................................. ....................

........................................................................................................................................... .........................
๒.๔.................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .......................................
๒.๕.................................................................................................................................................

............................................................................................................................. .......................................

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8

โดยใช้รูปแบบการสอน CIPPA Model

รายวชิ า หน้าท่พี ลเมือง 1 รหัสวชิ า ส21102 กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 รฐั ธรรมนญู กบั การเมอื งการปกครองของไทย เวลา 9 ช่ัวโมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง โครงสร้างและสาระสาคัญของรัฐธรรมนญู เวลา 2 ชว่ั โมง

ครผู ู้สอน นางสาวสุนีย์ ดาทรัพย์ วนั ท่.ี ......เดอื น....................พ.ศ........... โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครอง ในสงั คมปจั จุบัน ยึดมน่ั ศรทั ธา และธารงรกั ษา

ไวซ้ ่งึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์อันเปน็ ประมขุ
ส 2.2 ม.1/1 อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจบุ นั โดยสงั เขป
ส 2.2 ม.1/2 วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลอานาจอธปิ ไตยในรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ
ปจั จบุ ัน
ส 2.2 ม.1/3 ปฏิบัติตนตามบทบัญญตั ิของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทยฉบับปัจจบุ ันทเ่ี กย่ี วข้อง
กับตนเอง

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
เมอื่ นกั เรยี นเรียนเรอ่ื ง โครงสรา้ งและสาระสาคญั ของรัฐธรรมนญู แลว้ นักเรยี นสามารถ
1) ยกตวั อย่างโครงสร้างและสาระสาคญั ของรฐั ธรรมนญู ได้ (K)
2) สรปุ โครงสรา้ งและสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญได้ (P)

3. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

4. สมรรถนะของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการคิด

5. สาระสาคญั
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีบทบัญญัติสาคัญเกี่ยวกับหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง

สาระสาคัญและการใช้อานาจอธิปไตย ชาวไทยทุกคนตอ้ งปฏิบัตติ นตามบทบัญญัตขิ องรฐั ธรรมนูญ

6. สาระการเรียนรู้
6.1) โครงสร้างและสาระสาคัญของรฐั ธรรมนูญ
รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย ฉบบั ปัจจบุ นั (2560) มบี ทบญั ญัตทิ ง้ั สนิ้ 279 มาตรา แบง่
ออกเป็น 16 หมวด และบทเฉพาะกาลอกี 18 มาตรา ดังน้ี
หมวด 1 บททัว่ ไป (มาตรา 1-5)
หมวด 2 พระมหากษัตริย์ (มาตรา 6-24)
หมวด 3 สิทธแิ ละเสรีภาพของปวงชนชาวไทย (มาตรา 25-49)
หมวด 4 หนา้ ทขี่ องปวงชนชาวไทย (มาตรา 50)
หมวด 5 หน้าทขี่ องรัฐ (มาตรา 51-63)
หมวด 6 แนวนโยบายแหง่ รฐั (มาตรา 64-78)
หมวด 7 รัฐสภา (มาตรา 79-157)
ส่วนที่ 1 บททว่ั ไป (มาตรา 79-82)
ส่วนท่ี 2 สภาผูแ้ ทนราษฎร (มาตรา 83-106)
สว่ นที่ 3 วุฒิสภา (มาตรา 107-113)
ส่วนท่ี 4 บททใ่ี ช้แก่สภาทั้งสอง (มาตรา 114-155)
ส่วนท่ี 5 การประชมุ ร่วมกนั ของรัฐสภา (มาตรา 156-157)
หมวด 8 คณะรัฐมนตรี (มาตรา 158-183)
หมวด 9 การขัดกนั แห่งผลประโยชน์ (มาตรา 184-187)
หมวด 10 ศาล (มาตรา 188-199)
สว่ นที่ 1 บททว่ั ไป (มาตรา 188-193)
สว่ นที่ 2 ศาลยตุ ิธรรม (มาตรา 194-196)
สว่ นที่ 3 ศาลปกครอง (มาตรา 197-198)
สว่ นท่ี 4 ศาลทหาร (มาตรา 199)
หมวด 11 ศาลรฐั ธรรมนญู (มาตรา 200-214)
หมวด 12 องคก์ รอิสระ (มาตรา 215-247)
ส่วนที่ 1 บททว่ั ไป (มาตรา 215-221)
สว่ นที่ 2 คณะกรรมการการเลอื กต้ัง (มาตรา 222-227)
ส่วนท่ี 3 ผตู้ รวจการแผน่ ดนิ (มาตรา 228-231)
ส่วนที่ 4 คณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติ (มาตรา 232-237)
สว่ นที่ 5 คณะกรรมการตรวจเงนิ แผ่นดิน (มาตรา 238-245)
สว่ นท่ี 6 คณะกรรมการสิทธิมนษุ ยชนแหง่ ชาติ (มาตรา 246-247)

หมวด 13 องค์กรอยั การ (มาตรา 248)
หมวด 14 การปกครองสว่ นท้องถิ่น (มาตรา 249-254)
หมวด 15 การแก้ไขเพ่มิ เติมรัฐธรรมนูญ (มาตรา 255-256)
หมวด 16 การปฏริ ปู ประเทศ (มาตรา 257-261)
บทเฉพาะกาล (มาตรา 262-279)
(รายละเอียดปรากฏในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ัน
มัธยมศึกษาปที ่ี 1)
7. กิจกรรมการเรียนรู้โดยใชว้ ิธสี อนโมเดลซปิ ปา
ขน้ั ที่ 1 ทบทวนความรเู้ ดมิ

1) นักเรยี นตอบคาถาม ดังนี้
1. นักเรยี นทราบหรอื ไมว่ ่ารัฐธรรมนญู ฉบับปจั จุบนั มีกห่ี มวดก่ีมาตรา
2. นกั เรียนยกตวั อย่างชอ่ื หมวดตา่ งๆในรัฐธรรมนญู ทีน่ กั เรยี นรจู้ ัก

ข้นั ท่ี 2 แสวงหาความรใู้ หม่
2) นักเรียนจับคกู่ นั ใหไ้ ด้ 17 คู่ ถ้าเกินใหเ้ ข้ากลมุ่ ใดก็ดา้ มสมคั รใจแตห่ า้ มเกิน 3 คน
3) นกั เรียนละคู่ จบั สลากหมายเลขหมวด และใหห้ าขอ้ มูลชอ่ื หมวดท่ีคตู่ นเองไดร้ ับ
4) นักเรยี นและครูรว่ มกันบอกชื่อทั้ง 16 หมวด และ1 บทเฉพาะกาลของรฐั ธรรมนญู

ขั้นท่ี 3 ศกึ ษาทาความเข้าใจข้อมลู /ความรใู้ หม่ และเชือ่ มโยงความรู้ใหม่กบั ความรูเ้ ดิม
5) นักเรียนแตล่ ะคู่ ศึกษาทาความเขา้ ใจข้อมลู จากหนังสือเรยี น อินเทอร์เน็ตและของหมวด

ทตี่ นเองได้รบั โดยสรปุ เปน็ ผงั ความคิด
ข้ันที่ 4 แลกเปลย่ี นความร้คู วามเขา้ ใจกบั กลุ่ม
6) นกั เรียนแต่ละคู่ ทั้ง 17 คู่ นาเสนอทีละคู่
ขั้นท่ี 5 สรุปและจัดระเบียบความรู้
7) นกั เรยี นบันทึกความร้ใู สส่ มดุ
ขั้นท่ี 6 ปฏบิ ัตแิ ละ/หรือแสดงผลงาน
8) นาแผนผังความคิดติดหนา้ กระดาน
ขน้ั ที่ 7 ประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
9) นักเรียนทาใบงาน
10) นักเรียนเลน่ เกม โครงสรา้ งรฐั ธรรมนูญหรรษา โดยมีกตกิ าดังน้ี
1. แบ่งนักเรยี นเป็นกลุ่ม5-6 กล่มุ รบั กระดานและปากกาไวทบ์ อร์ด
2. ครอู า่ นคาถามให้นักเรียนเขียนตอบ โดยเร่ิมจากคนทีน่ ั่งคนแรกของกลมุ่ ในเวลา

ท่ีกาหนด ตอบถกู ได้ 1 คะแนน ตอบผดิ ได้ 0 คะแนน
3. หมุนเปลีย่ นกระดานไปเรอ่ื ยๆใหเ้ พื่อนท่ีนง่ั ลาดับตอ่ ไป จนหมดคาถาม
4. กลมุ่ ใดได้คะแนนสงู สุดเป็นกลุม่ ชนะ

8. ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1
2. ใบงาน
3. เกม โครงสร้างรฐั ธรรมนูญหรรษา

9. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั และ เครื่องมือทใ่ี ช้ เกณฑป์ ระเมิน
การวดั และประเมนิ ผล ประเมนิ ผล -คาถาม
- การตอบคาถาม - นกั เรียนส่วนใหญ่
1.ดา้ นความรู้ ตอบคาถามได้
ยกตวั อยา่ งโครงสรา้ งและ - การสังเกตพฤติกรรม
สาระสาคัญของ การเรียนรขู้ องผู้เรียน - แบบสงั เกต - นักเรยี นผ่านเกณฑใ์ น
รัฐธรรมนญู ได้ พฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดบั ดีขึ้นไป
2.ดา้ นทักษะกระบวนการ - การตรวจใบงาน
สรุปโครงสรา้ งและ ของผู้เรยี น - นักเรียนรอ้ ยละ 80
สาระสาคญั ของ - การสงั เกตพฤตกิ รรม -ใบงาน ทาใบงานได้
รฐั ธรรมนญู ได้ การเรยี นรูข้ องผเู้ รยี น
- แบบสังเกต - นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ใน
3.ด้านคุณลกั ษณะอนั พึง พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ระดบั ดีขึ้นไป
ประสงค์
-มวี ินัย ของผู้เรยี น
-ใฝเ่ รียนรู้
-ม่งุ มนั่ ในการทางาน

บันทกึ ผลหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแก้ไขและข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ..................................................
(นางสาวสุนีย์ ดาทรัพย์)
ตาแหนง่ ครู

วันที่......เดือน............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ ใช้สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ท่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชว้ ิธีการท่ี

หลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสู่การปฏิบตั ไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บริบท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน

ลงชื่อ ..............................................
(นายคฑาวธุ ไชยสิทธิ์)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ฯ
วนั ที่ ......... เดอื น .................... พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
 มอี งค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั
 มกี ารใช้สือ่ และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
 มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพสิ ัย จติ พิสัย ทักษะพสิ ัย

ลงชื่อ .................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ์)

หวั หนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันท่ี ......... เดือน .................. .. พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพือ่ นาไปพฒั นางานต่อไป

ลงชื่อ .................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชาร)ี

รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วันท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ...............

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูข้ องผเู้ รียน

คาชแ้ี จง โปรดแสดงความคิดเห็นตามแบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ของผเู้ รยี น ในการจัดกิจกรรม

การเรียนรู้ เรอ่ื ง โครงสร้างและสาระสาคญั ของรฐั ธรรมนญู โดยเขียนเครื่องหมาย  ลงในชอ่ ง  ที่ตรง

กับความคดิ เห็นครูผู้สอน

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1/......

ข้อ รายการ ระดับคุณภาพ

321

1 นักเรียนมคี วามสนใจตอ่ กจิ กรรมการเรียนรูท้ ี่จดั ขึ้น

2 นกั เรยี นมีความต้งั ใจฟงั ขณะทคี่ รูกาลังสอน

3 นักเรยี นมสี ่วนรว่ มในชัน้ เรยี น ร่วมการอภปิ ราย แสดงความ

คดิ เหน็ และตอบคาถาม

4 นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบและให้ความร่วมมือในการร่วม

กิจกรรม

5 ตระหนักถึงความสาคัญของเรอ่ื งทเี่ รียน

รวม

ระดับคุณภาพ เกณฑ์การประเมนิ
3 ระดับคุณภาพ ดี
2 ระดับคณุ ภาพ พอใช้
1 ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรงุ

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

ดี หมายถึง มพี ฤติกรรมระดบั 11 - 15 คะแนน
พอใช้ หมายถงึ มีพฤติกรรมระดับ 6 - 10 คะแนน
ปรบั ปรุง หมายถึง มพี ฤตกิ รรมระดับ 1 – 5 คะแนน

ลงชอื่ ......................................................... (ผู้ประเมนิ )
( นางสาวสุนยี ์ ดาทรัพย์ )

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน

321

มคี วามสนใจต่อ มีความสนใจต่อกิจกรรม ไมม่ คี วามสนใจ ไม่มี

กิจกรรมการเรียนรู้ มี การเรยี นรู้ บางเวลา ครู ความพร้อม ไม่ต่นื ตวั

1.ความสนใจตอ่ ความพรอ้ มและต่ืนตวั ต้องกระต้นุ เป็นบางครั้ง ในการเรียนรู้ ครูต้อง

กิจกรรมการเรยี นรู้ ในการเรยี นรู้ กระตุ้นอยูเ่ ป็นประจา

ตลอดเวลา โดยครูไม่

ต้องกระตนุ้

มีความตง้ั ใจ ไมห่ ยอก มคี วามตงั้ ใจเรียนเป็น มกี ารหยอกลอ้ พดู คยุ

2.ความตั้งใจ ล้อ พูดคุยเสียงดงั ใน บางครัง้ มกี ารหยอกล้อ เสียงดังรบกวนเพอ่ื น

เวลาเรยี น พดู คยุ เสียงดงั เป็น และครผู สู้ อน

บางครัง้

3.การมีสว่ นร่วมใน ผู้เรียนมีส่วนรว่ มแสดง ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มแสดง นานๆครัง้ ที่ผเู้ รยี นจะ
ชัน้ เรยี น ความคดิ เหน็ อภปิ ราย ความคิดเห็น อภปิ ราย ร่วมแสดงความคิดเห็น
และโตต้ อบกบั และโต้ตอบกบั ครูผู้สอน อภปิ รายและโต้ตอบ

ครผู ้สู อนอยู่เปน็ ประจา อยเู่ ปน็ บางครงั้ กบั ครผู ้สู อน

นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ นกั เรยี นมีความ นกั เรียนไมม่ ีความ

4.ความรับผิดชอบ ชอบและให้ความ รบั ผิดชอบและให้ความ รบั ผดิ ชอบและไมใ่ ห้

5.ตระหนักเห็น ร่วมมอื ในการทา รว่ มมอื ในการทา ความรว่ มมอื ในการทา
ความสาคญั ของ
เรื่องท่เี รียน กิจกรรมเป็นอย่างดี กิจกรรมเป็นบางคน กิจกรรม

นกั เรยี นมกี าร นกั เรียนมกี ารแสดงออก นกั เรยี นไมม่ กี าร

แสดงออก เหน็ และเห็นความสาคัญของ แสดงออกและไม่เหน็

ความสาคัญของเร่อื งท่ี เรอื่ งท่เี รียนโดยการตอบ ความสาคัญของเรื่องท่ี

เรียนโดยการตอบ คาถาม ม่ีสวนร่วม เรยี นโดยการไม่ตอบ

คาถาม แสดงความ บางส่วน คาถาม ไมแ่ สดงความ

คิดเห็น และมีส่วนร่วม คิดเหน็ ไมม่ สี ว่ นรว่ ม

เปน็ ส่วนใหญ่

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ รฐั ธรรมนญู กบั การเมอื งการปกครองไทย

ใบงานที่ ๘ โครงสรา้ งและสาระสาคญั รฐั ธรรมนญู
๑.รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. ................................... มี..............หมวด..........บท
เฉพาะกาล รวมท้งั ส้ิน......................... มาตรา
๒. จงบอกชื่อหมวดและอธิบายสาระสาคญั ของรฐั ธรรมนูญในแตล่ ะหมวดมาพอสงั เขป
หมวดที่ ๑...................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคญั คือ ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
หมวดที่ ๒...................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคัญคือ ..........................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ........
หมวดที่ ๓...................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคญั คือ ..........................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
หมวดที่ ๔...................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคญั คือ ..........................................................................................................................................
.......................................................................................................................... .........................................
หมวดที่ ๕...................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคญั คือ ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
หมวดที่ ๖...................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคัญคือ ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
หมวดที่ ๗...................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคัญคือ ..........................................................................................................................................
................................................................................................................................. ..................................
หมวดที่ ๘...................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคัญคือ ..........................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
หมวดที่ ๙...................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคัญคือ ..........................................................................................................................................

............................................................................................................................. ......................................
หมวดที่ ๑๐.................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคัญคือ ..........................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
หมวดที่ ๑๑.................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคญั คือ ..........................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
หมวดที่ ๑๒.................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคญั คือ ..........................................................................................................................................
..................................................................................................................... ..............................................
หมวดที่ ๑๓.................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคัญคือ ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
หมวดที่ ๑๔.................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคญั คือ ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
หมวดที่ ๑๕.................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคญั คือ ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................... ....................................
หมวดที่ ๑๖.................................................................................................มาตรา....................................
สาระสาคัญคือ ..........................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
บทเฉพาะกาล มาตรา..............................................................
สาระสาคญั คือ ..........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ......................................
.............................................................................................................................. .....................................
...................................................................................................................................................................

คาถามเกม โครงสรา้ งรฐั ธรรมนญู หรรษา เฉลย
ขอ้ ความนสี้ อดคลอ้ งกบั หมวดใด หมวด 7
รัฐสภา (มาตรา 79-157) หมวด 1
บททว่ั ไป (มาตรา 1-5) หมวด 2
พระมหากษตั ริย์ (มาตรา 6-24) หมวด 3
สทิ ธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย (มาตรา 25-49) หมวด 12
องค์กรอิสระ (มาตรา 215-247) หมวด 11
ศาลรัฐธรรมนญู (มาตรา 200-214) หมวด 4
หนา้ ทข่ี องปวงชนชาวไทย (มาตรา 50) หมวด 13
องคก์ รอยั การ (มาตรา 248) หมวด 6
แนวนโยบายแหง่ รฐั (มาตรา 64-78) หมวด 10
ศาล (มาตรา 188-199) หมวด 5
หน้าท่ีของรฐั (มาตรา 51-63) หมวด 14
การปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ (มาตรา 249-254) หมวด 9
การขดั กนั แหง่ ผลประโยชน์ (มาตรา 184-187) หมวด 8
คณะรัฐมนตรี (มาตรา 158-183) หมวด 15
การแกไ้ ขเพิ่มเติมรัฐธรรมนญู (มาตรา 255-256) บทเฉพาะกาล
(มาตรา 262-279) หมวด 16
การปฏิรปู ประเทศ (มาตรา 257-261)

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9

รูปแบบการสอน Advance Organizer Model (AO)

รายวิชา หนา้ ทพี่ ลเมือง 1 รหสั วิชา ส21102 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 รฐั ธรรมนญู กับการเมืองการปกครองไทย เวลา 9 ชัว่ โมง

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 9 เรอ่ื ง อานาจนิติบญั ญตั ิ เวลา 1 ชั่วโมง

ครผู สู้ อน นางสาวสุนีย์ ดาทรัพย์ วนั ท่ี.......เดือน....................พ.ศ........... โรงเรียนหนองบวั พทิ ยาคาร

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมอื งการปกครอง ในสังคมปจั จบุ ัน ยึดมน่ั ศรทั ธา และธารงรักษา

ไว้ซงึ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ อ์ ันเปน็ ประมขุ
ส 2.2 ม.1/1 อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยฉบับปจั จุบัน โดยสังเขป
ส 2.2 ม.1/2 วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลอานาจอธปิ ไตยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบบั
ปจั จุบัน
ส 2.2 ม.1/3 ปฏบิ ัติตนตามบทบญั ญัติของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปจั จบุ นั ทเ่ี ก่ยี วข้อง
กับตนเอง

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
เมอื่ นักเรียนเรยี นเรื่อง อานาจนติ บิ ัญญตั ิ แล้วนักเรยี นสามารถ
1) บอกความหมายของอานาจนิตบิ ัญญัตไิ ด้ (K)
2) สรุปทมี่ าของอานาจนติ บิ ัญญตั เิ ปน็ แผนผงั ความคิดได้ (P)

3. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทางาน

4. สมรรถนะของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการคิด

5. สาระสาคญั
อานาจอธิปไตยเปน็ อานาจสงู สุดในการปกครองประเทศ หากมอบให้คนใดคนหนง่ึ เปน็ ผใู้ ช้

อานาจแตเ่ พยี งผเู้ ดียวก็จะทาให้บุคคลนัน้ มีอานาจในการปกครองประเทศเหลือลน้ หรอื บางครั้งอาจจะใช้
อานาจทมี่ ีอย่เู พ่ือการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตวั ซึง่ นาไปสูก่ ารละเมิดสทิ ธิเสรภี าพของประชาชนได้ ดังน้ัน

จงึ เป็นเหตุใหห้ ลักการของระบอบประชาธปิ ไตยจาเปน็ ตอ้ งแยกการใชอ้ านาจอธิปไตยเป็น 3 ดา้ น คือ อานาจ
นิติบัญญัติ อานาจบริหาร อานาจตุลาการ

6. สาระการเรยี นรู้
6.1) ความหมายของอานาจอธปิ ไตยและอานาจนติ ิบญั ญัติ
6.2) สภาผู้แทนราษฎร
6.3) วุฒสิ ภา

(รายละเอียดปรากฏในหนงั สอื เรียนรายวชิ าพื้นฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1)

7. กิจกรรมการเรยี นรู้รูปแบบการสอน Advance Organizer Model (AO)
ขั้นท่ี 1 การนาเสนอสงิ่ ช่วยจัดมโนมติ (10 นาท)ี

1) ครูกระตนุ้ ความสนใจของนกั เรียนโดยให้นกั เรยี นดูแผนผงั โครงสรา้ งอานาจอธิปไตยตาม
รฐั ธรรมนญู

2) จากน้นั ครูถามนกั เรียนวา่ เหตุใดจงึ ตอ้ งมีการแบ่งแยกอานาจอธปิ ไตย (ข้นึ อยู่กับดลุ ยพนิ จิ ของ
ครผู สู้ อน)
ข้ันท่ี 2 การเสนอกจิ กรรมการเรยี นรแู้ ละส่อื การเรียนรู้ (30 นาที)

3) ครูแบ่งกลุ่มนกั เรียนโดยการนบั 1-5 แล้วน่ังตามกลมุ่ ของตนเอง จากน้ันรว่ มกันศึกษา หัวข้อ
อานาจนิตบิ ัญญัติในหนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน หนา้ ท่ีพลเมอื ง วฒั นธรรมและการดาเนินชีวิตในสงั คม ชนั้
มัธยมศึกษาปที ่ี 1 อกั ษรเจรญิ ทัศน์ อจท.จากัด หนา้ 24 - 26

4) ให้นักเรยี นรว่ มกันวิเคราะห์ความสาคญั และสรุปองค์ความร้เู ปน็ ผงั ความคิด เกี่ยวกับอานาจนิติ
บญั ญัติลงในกระดาษปรฟู๊ ทคี่ รแู จกให้ โดยครใู ช้ประเดน็ คาถามเพื่อกระตนุ้ ใหผ้ ้เู รียนเกดิ ความรู้

- อานาจนิตบิ ญั ญตั ิใช้อานาจผ่านองค์กรใด
- รัฐสภาประกอบดว้ ยกลุ่มบุคคลใด
-สภาผแู้ ทนราษฎร และวฒุ สิ ภาต่างกันอย่างไร
5. ครนู าผลงานของนกั เรยี นมาติดทหี่ น้ากระดานและส่มุ ผลงานนกั เรยี น 1-2 กลุม่ ออกมานาเสนอ
ผลงาน ให้เพอ่ื นในชัน้ เรียนฟงั และแนะนาในสว่ นทย่ี งั ไม่ครบถ้วน
ขั้นท่ี 3 การเพม่ิ ประสิทธภิ าพการจดั ระบบการรบั รู้ (10 นาท)ี
6. ครทู ดสอบความรขู้ องนกั เรียน เกยี่ วกับเรื่อง อานาจนิติบญั ญตั ิ ตามประเดน็ คาถามต่อไปน้ี
- อานาจอธิปไตย ประกอบดว้ ยอานาจอะไรบ้าง
- อานาจนติ บิ ัญญัติ ทาหนา้ ทีอ่ ย่างไร
- ส.ส. มีจานวนกคี่ น ส.ว. มีจานวนก่ีคน
- อานาจหนา้ ท่ีของ ส.ส. อะไรบา้ ง
- อานาจหน้าที่ ส.ว. มอี ะไรบา้ ง
7. นกั เรียนคดิ ว่าหากไม่มอี านาจนติ บิ ัญญตั ิ จะเกดิ ผลอยา่ งไร

ขนั้ ท่ี 4 ขน้ั จดั โครงสรา้ งความรู้
8. นักเรยี นและครรู ว่ มกัยสรุปความรเู้ กยี่ วกบั อานาจนิตบิ ัญญัติ

8. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพน้ื ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1

9. การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดและ เครือ่ งมือทใี่ ช้ เกณฑ์ประเมนิ
การวัดและประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
- การตอบคาถาม -คาถาม - นกั เรียนส่วนใหญ่
1.ดา้ นความรู้ ตอบคาถามได้
บอกความหมายของ - การสงั เกตพฤติกรรม
อานาจนติ ิบญั ญตั ิได้ การเรียนร้ขู องผเู้ รียน - แบบสังเกต - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ใน
2.ดา้ นทกั ษะกระบวนการ พฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดับดีขน้ึ ไป
สรุปทม่ี าของอานาจนติ ิ - การตรวจแผนผงั
บัญญัติเปน็ แผนผังความคิด ความคดิ ของผเู้ รยี น -นกั เรียนผ่านเกณฑใ์ น
ได้ -แผนผงั ความคิด ระดับดีขึน้ ไปไป
- การสังเกตพฤตกิ รรม
3.ด้านคณุ ลักษณะอันพึง การเรยี นรูข้ องผ้เู รียน - แบบสังเกต - นักเรยี นผา่ นเกณฑใ์ น
ประสงค์ พฤติกรรมการเรียนรู้ ระดบั ดขี ้นึ ไป
-มวี นิ ยั
-ใฝเ่ รยี นรู้ ของผู้เรยี น
-ม่งุ ม่นั ในการทางาน

บันทึกผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแกไ้ ขและข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ..................................................
(นางสาวสุนยี ์ ดาทรัพย์)
ตาแหน่งครู

วันท่ี......เดอื น............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ ใช้สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ท่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชว้ ิธีการท่ี

หลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสู่การปฏิบตั ไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บริบท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน

ลงชื่อ ..............................................
(นายคฑาวธุ ไชยสิทธิ์)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ฯ
วนั ที่ ......... เดอื น .................... พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
 มอี งค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั
 มกี ารใช้สือ่ และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
 มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพสิ ัย จติ พิสัย ทักษะพสิ ัย

ลงชื่อ .................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ์)

หวั หนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันท่ี ......... เดือน .................. .. พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพือ่ นาไปพฒั นางานต่อไป

ลงชื่อ .................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชาร)ี

รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วันท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ...............

นติ ิบญั ญตั ิ รัฐธรรมนญู ตลุ าการ
พระมหากษัตรยิ ์ ศาล
รัฐสภา ศาลยตุ ธิ รรม
บริหาร ศาลปกครอง
สภาผแู้ ทนราษฎร คณะรัฐมนตรี ศาลทหาร
(ส.ส.) กระทรวง

วุฒิสภา กรม
(ส.ว.) กอง

เกณฑก์ ารตรวจการสรุปแผนผงั ความคิด

ระดับคะแนน

เกณฑ์การประเมนิ 3 2 1

ความครบถ้วนของเนอ้ื หา - เนอื้ หาถูกต้องตรงตาม - เนอื้ หาถูกต้องตรงตาม - เนอื้ หาถูกตอ้ งตรงตาม

ประเดน็ ครอบคลมุ ประเดน็ พอใช่ ครอบคลมุ ประเด็นนอ้ ยมาก ไม่

เน้ือหาทัง้ หมด สามารถ เน้อื หาเกือบท้ังหมด ครอบคลุมเนอ้ื หาท้งั หมด

วเิ คราะห์ขอ้ ดีข้อเสยี ได้ สามารถวเิ คราะหข์ อ้ ดี สามารถวเิ คราะห์ขอ้ ดี

อย่างชัดเจนดมี าก ขอ้ เสยี ได้อย่างชัดเจนดี ข้อเสยี ได้อย่างชดั เจนไม่

คอ่ ยดี

- ออกแบบแผนผัง - ออกแบบแผนผงั - ออกแบบแผนผัง

ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความคดิ ท่ีน่าสนใจดีมาก ความคิดท่นี ่าสนใจดี มี ความคิดไม่นา่ สนใจ ไม่มี

มคี วามแปลกใหม่ ใช้ ความแปลกใหม่ ใช้ ความแปลกใหม่ ใช้

ความคิดสร้างสรรคไ์ ด้ดี ความคดิ สรา้ งสรรคไ์ ด้ ความคิดสร้างสรรคไ์ ม่ดี

มาก พอใช้

ความสวยงาม - มีความสะอาด - มคี วามสะอาด - มคี วามสะอาด

เรียบร้อยดมี าก การเขียน เรยี บรอ้ ยพอใช้ การเขยี น เรยี บรอ้ ยน้อยมาก การ

ไมส่ บั สนวนุ่ วาย มีการ ไม่สับสนวุ่นวายบา้ ง มี เขียนสับสนวุน่ วาย ไมม่ ี

เขียนประเด็นหลกั การเขยี นประเด็นหลัก การเขียนประเด็นหลกั

ประเดน็ รองอย่างชัดเจน ประเด็นรองอย่างชดั เจน ประเดน็ รอง

เหมาะสมมากท่ีสุด เหมาะสมพอใช้

การใช้สใี นการตกแตง่ - ใช้สีคู่ตรงขา้ มตกแตง่ ได้ - ใช้สคี ู่ตรงข้ามตกแต่งได้ - ใช้สคี ู่ตรงขา้ มตกแต่งได้

สวยงามเหมาะสมดีมาก สวยงามพอใช้ เหมาะสม สวยงามเหมาะสมนอ้ ย

มีการเลอื กใช้สใี ห้ ดี มีการเลอื กใช้สีให้ มาก ไมม่ ีการเลือกใช้สใี ห้

เหมาะสมกลมกลนื กับ เหมาะสมกลมกลนื กบั เหมาะสมกลมกลืนกบั

เน้อื หาดมี าก เนื้อหาดี เน้ือหา

เกณฑก์ ารประเมิน :

9 – 12 คะแนน คือ ดี 5 – 8 คะแนน คือ ปานกลาง 0 – 4 คะแนน คือ พอใช้

แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรยี น

คาช้แี จง โปรดแสดงความคิดเหน็ ตามแบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผู้เรียน ในการจดั กิจกรรม

การเรียนรู้ เรื่อง อานาจนติ บิ ัญญตั ิ โดยเขียนเคร่ืองหมาย  ลงในช่อง  ท่ตี รงกบั ความคิดเหน็ ครผู ู้สอน

ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1/......

ขอ้ รายการ ระดับคุณภาพ

321

1 นักเรยี นมคี วามสนใจตอ่ กิจกรรมการเรยี นรูท้ ่จี ดั ขึ้น

2 นกั เรยี นมคี วามตัง้ ใจฟงั ขณะท่ีครกู าลังสอน

3 นักเรียนมสี ว่ นรว่ มในช้ันเรยี น รว่ มการอภปิ ราย แสดงความ

คดิ เห็นและตอบคาถาม

4 นกั เรียนมคี วามรบั ผดิ ชอบและให้ความรว่ มมอื ในการร่วม

กิจกรรม

5 ตระหนักถงึ ความสาคญั ของเรื่องทเี่ รียน

รวม

ระดับคุณภาพ เกณฑก์ ารประเมนิ
3 ระดบั คุณภาพ ดี
2 ระดับคุณภาพ พอใช้
1 ระดบั คณุ ภาพ ปรับปรุง

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

ดี หมายถึง มีพฤติกรรมระดับ 11 - 15 คะแนน
พอใช้ หมายถึง มพี ฤติกรรมระดับ 6 - 10 คะแนน
ปรับปรงุ
หมายถึง มพี ฤติกรรมระดับ 1 – 5 คะแนน

ลงชอ่ื ......................................................... (ผปู้ ระเมนิ )
( นางสาวสุนีย์ ดาทรพั ย์ )

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน

321

มคี วามสนใจต่อ มีความสนใจต่อกิจกรรม ไมม่ คี วามสนใจ ไม่มี

กิจกรรมการเรียนรู้ มี การเรยี นรู้ บางเวลา ครู ความพร้อม ไม่ต่นื ตวั

1.ความสนใจตอ่ ความพรอ้ มและต่ืนตวั ต้องกระต้นุ เป็นบางครั้ง ในการเรียนรู้ ครูตอ้ ง

กิจกรรมการเรยี นรู้ ในการเรยี นรู้ กระตุ้นอยูเ่ ป็นประจา

ตลอดเวลา โดยครูไม่

ต้องกระตุ้น

มีความตง้ั ใจ ไมห่ ยอก มคี วามตงั้ ใจเรียนเป็น มกี ารหยอกลอ้ พดู คยุ

2.ความตั้งใจ ล้อ พูดคุยเสียงดงั ใน บางครัง้ มกี ารหยอกล้อ เสียงดังรบกวนเพอ่ื น

เวลาเรยี น พดู คยุ เสียงดงั เป็น และครผู สู้ อน

บางครัง้

3.การมีสว่ นร่วมใน ผู้เรียนมีส่วนรว่ มแสดง ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มแสดง นานๆครัง้ ที่ผเู้ รยี นจะ
ชัน้ เรยี น ความคดิ เหน็ อภิปราย ความคิดเห็น อภปิ ราย ร่วมแสดงความคิดเห็น
และโตต้ อบกบั และโต้ตอบกบั ครูผู้สอน อภปิ รายและโต้ตอบ

ครผู ้สู อนอยู่เปน็ ประจา อยเู่ ปน็ บางครงั้ กบั ครผู ้สู อน

นกั เรยี นมีความรับผดิ นกั เรยี นมีความ นกั เรียนไมม่ ีความ

4.ความรับผิดชอบ ชอบและให้ความ รบั ผิดชอบและให้ความ รบั ผดิ ชอบและไมใ่ ห้

5.ตระหนักเห็น ร่วมมอื ในการทา รว่ มมอื ในการทา ความรว่ มมอื ในการทา
ความสาคญั ของ
เรื่องท่เี รียน กิจกรรมเป็นอย่างดี กิจกรรมเป็นบางคน กิจกรรม

นกั เรยี นมีการ นกั เรียนมกี ารแสดงออก นกั เรยี นไมม่ กี าร

แสดงออก เหน็ และเห็นความสาคัญของ แสดงออกและไม่เหน็

ความสาคญั ของเร่อื งท่ี เรอื่ งท่เี รียนโดยการตอบ ความสาคัญของเรื่องท่ี

เรียนโดยการตอบ คาถาม ม่ีสวนร่วม เรยี นโดยการไม่ตอบ

คาถาม แสดงความ บางส่วน คาถาม ไมแ่ สดงความ

คิดเห็น และมีส่วนร่วม คิดเหน็ ไมม่ สี ว่ นรว่ ม

เปน็ ส่วนใหญ่

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 10

รูปแบบการสอน Advance Organizer Model (AO)

รายวิชา หนา้ ที่พลเมือง 1 รหัสวิชา ส21102 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 รัฐธรรมนญู กับการเมืองการปกครองไทย เวลา 9 ชัว่ โมง

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 10 เร่อื ง อานาจบริหาร เวลา 1 ช่ัวโมง

ครผู ู้สอน นางสาวสุนยี ์ ดาทรัพย์ วนั ที่.......เดอื น....................พ.ศ........... โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมอื งการปกครอง ในสังคมปัจจุบนั ยึดม่นั ศรัทธา และธารงรักษา

ไว้ซ่ึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ อ์ ันเปน็ ประมุข
ส 2.2 ม.1/1 อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปจั จุบัน โดยสงั เขป
ส 2.2 ม.1/2 วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลอานาจอธปิ ไตยในรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยฉบบั
ปจั จุบนั
ส 2.2 ม.1/3 ปฏิบตั ติ นตามบทบัญญตั ิของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบนั ที่เกย่ี วข้อง
กับตนเอง

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
เม่อื นกั เรียนเรยี นเร่อื ง อานาจบริหาร แลว้ นกั เรยี นสามารถ
1) บอกความหมายของอานาจบริหารได้ (K)
2) สรุปทีม่ าของอานาจบรหิ ารและบทบาทหนา้ ทีข่ องคณะรัฐมนตรเี ปน็ แผนผงั ความคิดได้ (P)

3. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งม่นั ในการทางาน

4. สมรรถนะของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคิด

5. สาระสาคญั
อานาจอธปิ ไตยเป็นอานาจสูงสุดในการปกครองประเทศ หากมอบใหค้ นใดคนหนงึ่ เปน็ ผใู้ ช้

อานาจแตเ่ พยี งผเู้ ดียวก็จะทาให้บุคคลนั้นมอี านาจในการปกครองประเทศเหลอื ลน้ หรอื บางครั้งอาจจะใช้
อานาจท่ีมอี ยู่เพ่อื การแสวงหาผลประโยชนส์ ว่ นตวั ซึง่ นาไปส่กู ารละเมิดสทิ ธเิ สรภี าพของประชาชนได้ ดังนัน้

จึงเปน็ เหตุใหห้ ลักการของระบอบประชาธปิ ไตยจาเปน็ ตอ้ งแยกการใชอ้ านาจอธิปไตยเปน็ 3 ดา้ น คือ อานาจ
นิตบิ ญั ญตั ิ อานาจบรหิ าร อานาจตลุ าการ

6. สาระการเรียนรู้
6.1) ความหมายของอานาจบริหาร
6.2) บทบาทอานาจหน้าทขี่ องรัฐมนตรี

(รายละเอยี ดปรากฏในหนังสอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1)
7. กิจกรรมการเรยี นรู้รปู แบบการสอน Advance Organizer Model (AO)
ข้ันที่ 1 การนาเสนอส่งิ ชว่ ยจัดมโนมติ (10 นาท)ี

1) ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนกั เรยี นโดยใหน้ กั เรียนดูเลน่ เกมปริศนาข้อความ อานาจบรหิ าร
2) จากนนั้ ครถู ามนักเรียนวา่ เหตใุ ดจงึ ตอ้ งมีอานาจบริหาร
ข้ันท่ี 2 การเสนอกจิ กรรมการเรยี นรแู้ ละส่อื การเรยี นรู้ (30 นาที)
3) ครูแบง่ กล่มุ นักเรยี นโดยการนบั 1-5 แลว้ นง่ั ตามกลุ่มของตนเอง จากนน้ั รว่ มกันศกึ ษา หัวขอ้
อานาจบริหารในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน หนา้ ทพี่ ลเมอื ง วัฒนธรรมและการดาเนนิ ชวี ติ ในสังคม ช้นั
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 อักษรเจริญทัศน์ อจท.จากัด หนา้ 26 - 28
4) ให้นกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะห์ความสาคญั และสรุปองคค์ วามรเู้ ปน็ ผงั ความคิด เก่ยี วกับอานาจบริหาร
ลงในกระดาษปร๊ฟู ท่คี รแู จกให้ โดยครใู ช้ประเด็นคาถามเพือ่ กระตนุ้ ใหผ้ เู้ รยี นเกดิ ความรู้

- อานาจบริหารเปน็ อานาจหนา้ ทขี่ องใคร
- คณะรัฐมนตรีประกอบด้วยตาแหนง่ อะไรบา้ ง
-บทบาทหน้าที่ของคณะรฐั มนตรีมอี ะไรบ้าง
5. ครนู าผลงานของนักเรียนมาตดิ ทหี่ น้ากระดานและสมุ่ ผลงานนกั เรยี น 1-2 กล่มุ ออกมานาเสนอ
ผลงาน ให้เพื่อนในชั้นเรยี นฟังและแนะนาในส่วนที่ยงั ไม่ครบถ้วน
ขัน้ ท่ี 3 การเพิ่มประสทิ ธภิ าพการจดั ระบบการรบั รู้ (10 นาที)
6. ครูทดสอบความรู้ของนักเรียน เก่ยี วกับเร่อื ง อานาจบริหาร ตามประเด็นคาถามต่อไปน้ี
- คณะรัฐมนตรีประกอบดว้ ยใครบ้าง
- ใครเป็นหัวหน้ารัฐบาล
- นายกรฐั มนตรีมีที่มาอยา่ งไร
- ใครเป็นผเู้ สนอชอ่ื บุคคลเพอื่ เป็นรฐั มนตรี
- อานาจหน้าท่ีคณะรฐั มนตรมี อี ะไรบา้ ง
7. นักเรียนคดิ วา่ หากไมม่ ีคณะรัฐมนตรี ไมม่ ีอานาจบริหาร จะเกดิ ผลอย่างไร
4.ขัน้ จดั โครงสร้างความรู้
8. นกั เรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ ความรูเ้ กีย่ วกับอานาจบริหาร

8. สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 1

9. การวดั และประเมินผล วิธกี ารวดั และ เครื่องมือทใ่ี ช้ เกณฑ์ประเมิน
การวดั และประเมินผล ประเมนิ ผล
- การตอบคาถาม -คาถาม - นกั เรียนส่วนใหญ่
1.ดา้ นความรู้ ตอบคาถามได้
บอกความหมายของ - การสังเกตพฤติกรรม
อานาจบริหารได้ การเรียนรู้ของผเู้ รยี น - แบบสงั เกต - นักเรียนผ่านเกณฑใ์ น
2.ดา้ นทกั ษะกระบวนการ พฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดบั ดขี นึ้ ไป
สรปุ ทีม่ าของอานาจบริหาร - การตรวจแผนผงั
และบทบาทหนา้ ที่ของ ความคิด ของผ้เู รยี น -นักเรียนผ่านเกณฑ์ใน
คณะรัฐมนตรีเป็นแผนผงั -แผนผงั ความคิด ระดับดีขึน้ ไปไป
ความคดิ ได้ - การสังเกตพฤตกิ รรม
๓.ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึง การเรียนรขู้ องผเู้ รียน - แบบสงั เกต - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ใน
ประสงค์ พฤติกรรมการเรยี นรู้ ระดับดขี นึ้ ไป
-มวี นิ ยั
-ใฝเ่ รียนรู้ ของผู้เรียน
-ม่งุ มน่ั ในการทางาน

บันทกึ ผลหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแก้ไขและข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ..................................................
(นางสาวสุนีย์ ดาทรัพย์)
ตาแหนง่ ครู

วันที่......เดือน............พ.ศ.........

ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
 มีองคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
 มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ ใช้สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ท่หี ลากหลาย เหมาะสม
 มีการวดั และประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชว้ ิธีการท่ี

หลากหลาย
 แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสู่การปฏิบตั ไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บริบท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน

ลงชื่อ ..............................................
(นายคฑาวธุ ไชยสิทธิ์)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ฯ
วนั ที่ ......... เดอื น .................... พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
 มอี งค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
 มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั
 มกี ารใช้สือ่ และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
 มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพสิ ัย จติ พิสัย ทักษะพสิ ัย

ลงชื่อ .................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ์)

หวั หนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันท่ี ......... เดอื น .................. .. พ.ศ...............

ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
 ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
 ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพือ่ นาไปพฒั นางานต่อไป

ลงชื่อ .................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชาร)ี

รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วันท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ...............

เกณฑก์ ารตรวจการสรุปแผนผงั ความคิด

ระดับคะแนน

เกณฑ์การประเมนิ 3 2 1

ความครบถ้วนของเนอ้ื หา - เนอื้ หาถูกต้องตรงตาม - เนอื้ หาถูกต้องตรงตาม - เนอื้ หาถูกตอ้ งตรงตาม

ประเดน็ ครอบคลมุ ประเดน็ พอใช่ ครอบคลมุ ประเด็นนอ้ ยมาก ไม่

เน้ือหาทัง้ หมด สามารถ เน้อื หาเกือบท้ังหมด ครอบคลุมเนอ้ื หาท้งั หมด

วเิ คราะห์ขอ้ ดีข้อเสยี ได้ สามารถวเิ คราะหข์ อ้ ดี สามารถวเิ คราะห์ขอ้ ดี

อย่างชัดเจนดมี าก ขอ้ เสยี ได้อย่างชัดเจนดี ข้อเสยี ได้อย่างชดั เจนไม่

คอ่ ยดี

- ออกแบบแผนผัง - ออกแบบแผนผงั - ออกแบบแผนผัง

ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความคดิ ท่ีน่าสนใจดีมาก ความคิดท่นี ่าสนใจดี มี ความคิดไม่นา่ สนใจ ไม่มี

มคี วามแปลกใหม่ ใช้ ความแปลกใหม่ ใช้ ความแปลกใหม่ ใช้

ความคิดสร้างสรรคไ์ ด้ดี ความคดิ สรา้ งสรรคไ์ ด้ ความคิดสร้างสรรคไ์ ม่ดี

มาก พอใช้

ความสวยงาม - มีความสะอาด - มคี วามสะอาด - มคี วามสะอาด

เรียบร้อยดมี าก การเขียน เรยี บรอ้ ยพอใช้ การเขยี น เรยี บรอ้ ยน้อยมาก การ

ไมส่ บั สนวนุ่ วาย มีการ ไม่สับสนวุ่นวายบา้ ง มี เขียนสับสนวุน่ วาย ไมม่ ี

เขียนประเด็นหลกั การเขยี นประเด็นหลัก การเขียนประเด็นหลกั

ประเดน็ รองอย่างชัดเจน ประเด็นรองอย่างชดั เจน ประเดน็ รอง

เหมาะสมมากท่ีสุด เหมาะสมพอใช้

การใช้สใี นการตกแตง่ - ใช้สีคู่ตรงขา้ มตกแตง่ ได้ - ใช้สคี ู่ตรงข้ามตกแต่งได้ - ใช้สคี ู่ตรงขา้ มตกแต่งได้

สวยงามเหมาะสมดีมาก สวยงามพอใช้ เหมาะสม สวยงามเหมาะสมนอ้ ย

มีการเลอื กใช้สใี ห้ ดี มีการเลอื กใช้สีให้ มาก ไมม่ ีการเลือกใช้สใี ห้

เหมาะสมกลมกลนื กับ เหมาะสมกลมกลนื กบั เหมาะสมกลมกลืนกบั

เน้อื หาดมี าก เนื้อหาดี เน้ือหา

เกณฑก์ ารประเมิน :

9 – 12 คะแนน คือ ดี 5 – 8 คะแนน คือ ปานกลาง 0 – 4 คะแนน คือ พอใช้

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรูข้ องผูเ้ รียน

คาชีแ้ จง โปรดแสดงความคดิ เหน็ ตามแบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ของผเู้ รยี น ในการจัดกจิ กรรม

การเรียนรู้ เรอื่ ง อานาจบรหิ าร โดยเขยี นเคร่ืองหมาย  ลงในช่อง  ทีต่ รงกบั ความคดิ เหน็ ครผู ู้สอน

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1/......

ขอ้ รายการ ระดับคณุ ภาพ

321

1 นักเรยี นมคี วามสนใจต่อกิจกรรมการเรียนร้ทู ีจ่ ดั ขึ้น

2 นักเรยี นมีความตง้ั ใจฟังขณะท่ีครกู าลังสอน

3 นักเรยี นมีสว่ นร่วมในช้ันเรยี น รว่ มการอภปิ ราย แสดงความ

คดิ เห็นและตอบคาถาม

4 นักเรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบและใหค้ วามร่วมมือในการร่วม

กจิ กรรม

5 ตระหนกั ถึงความสาคัญของเรือ่ งที่เรยี น

รวม

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารประเมิน
3 ระดับคุณภาพ ดี
2 ระดับคุณภาพ พอใช้
1 ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

ดี หมายถงึ มพี ฤติกรรมระดบั 11 - 15 คะแนน
พอใช้ หมายถงึ มพี ฤตกิ รรมระดับ 6 - 10 คะแนน
ปรบั ปรงุ
หมายถงึ มพี ฤติกรรมระดบั 1 – 5 คะแนน

ลงช่ือ ......................................................... (ผูป้ ระเมิน)
( นางสาวสุนยี ์ ดาทรพั ย์ )

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น

ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน

321

มคี วามสนใจต่อ มีความสนใจต่อกิจกรรม ไมม่ คี วามสนใจ ไม่มี

กิจกรรมการเรียนรู้ มี การเรยี นรู้ บางเวลา ครู ความพร้อม ไม่ต่นื ตวั

1.ความสนใจตอ่ ความพรอ้ มและต่ืนตวั ต้องกระต้นุ เป็นบางครั้ง ในการเรียนรู้ ครูตอ้ ง

กิจกรรมการเรยี นรู้ ในการเรยี นรู้ กระตุ้นอยูเ่ ป็นประจา

ตลอดเวลา โดยครูไม่

ต้องกระตุ้น

มีความตง้ั ใจ ไมห่ ยอก มคี วามตงั้ ใจเรียนเป็น มกี ารหยอกลอ้ พดู คยุ

2.ความตั้งใจ ล้อ พูดคุยเสียงดงั ใน บางครัง้ มกี ารหยอกล้อ เสียงดังรบกวนเพอ่ื น

เวลาเรยี น พดู คยุ เสียงดงั เป็น และครผู สู้ อน

บางครัง้

3.การมีสว่ นร่วมใน ผู้เรียนมีส่วนรว่ มแสดง ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มแสดง นานๆครัง้ ที่ผเู้ รยี นจะ
ชัน้ เรยี น ความคดิ เหน็ อภิปราย ความคิดเห็น อภปิ ราย ร่วมแสดงความคิดเห็น
และโตต้ อบกบั และโต้ตอบกบั ครูผู้สอน อภปิ รายและโต้ตอบ

ครผู ้สู อนอยู่เปน็ ประจา อยเู่ ปน็ บางครงั้ กบั ครผู ้สู อน

นกั เรยี นมีความรับผดิ นกั เรยี นมีความ นกั เรียนไมม่ ีความ

4.ความรับผิดชอบ ชอบและให้ความ รบั ผิดชอบและให้ความ รบั ผดิ ชอบและไมใ่ ห้

5.ตระหนักเห็น ร่วมมอื ในการทา รว่ มมอื ในการทา ความรว่ มมอื ในการทา
ความสาคญั ของ
เรื่องท่เี รียน กิจกรรมเป็นอย่างดี กิจกรรมเป็นบางคน กิจกรรม

นกั เรยี นมีการ นกั เรียนมกี ารแสดงออก นกั เรยี นไมม่ กี าร

แสดงออก เหน็ และเห็นความสาคัญของ แสดงออกและไม่เหน็

ความสาคญั ของเร่อื งท่ี เรอื่ งท่เี รียนโดยการตอบ ความสาคัญของเรื่องท่ี

เรียนโดยการตอบ คาถาม ม่ีสวนร่วม เรยี นโดยการไม่ตอบ

คาถาม แสดงความ บางส่วน คาถาม ไมแ่ สดงความ

คิดเห็น และมีส่วนร่วม คิดเหน็ ไมม่ สี ว่ นรว่ ม

เปน็ ส่วนใหญ่

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 11

รปู แบบการสอน Advance Organizer Model (AO)

รายวิชา หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 1 รหสั วชิ า ส21102 กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565

หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 รัฐธรรมนูญกับการเมืองการปกครองไทย เวลา 9 ชว่ั โมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11 เรือ่ ง อานาจตลุ าการ เวลา 1 ชว่ั โมง

ครผู ้สู อน นางสาวสนุ ยี ์ ดาทรัพย์ วนั ท่ี.......เดอื น....................พ.ศ........... โรงเรียนหนองบวั พิทยาคาร

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครอง ในสังคมปจั จุบนั ยึดมนั่ ศรทั ธา และธารงรักษา

ไว้ซ่ึงการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์อนั เปน็ ประมขุ
ส 2.2 ม.1/1 อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจุบนั โดยสงั เขป
ส 2.2 ม.1/2 วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลอานาจอธปิ ไตยในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ
ปจั จบุ ัน
ส 2.2 ม.1/3 ปฏิบัตติ นตามบทบัญญตั ขิ องรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจบุ ันทเ่ี กย่ี วข้อง
กบั ตนเอง

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
เม่อื นักเรยี นเรยี นเร่ือง อานาจตุลาการ แลว้ นักเรยี นสามารถ
1) บอกความหมายของอานาจตลุ าการ (K)
2) สรปุ ทมี่ าของอานาจตลุ าการและบทบาทหนา้ ท่ีของศาลต่างๆเป็นแผนผังความคดิ ได้ (P)

3. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทางาน

4. สมรรถนะของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด

5. สาระสาคัญ
อานาจอธิปไตยเป็นอานาจสูงสุดในการปกครองประเทศ หากมอบใหค้ นใดคนหน่ึงเป็นผู้ใช้

อานาจแต่เพียงผู้เดียวก็จะทาให้บุคคลนัน้ มีอานาจในการปกครองประเทศเหลือลน้ หรือบางครงั้ อาจจะใช้
อานาจทม่ี อี ยู่เพ่ือการแสวงหาผลประโยชนส์ ว่ นตวั ซ่ึงนาไปสู่การละเมดิ สิทธเิ สรีภาพของประชาชนได้ ดงั นัน้

จงึ เปน็ เหตุใหห้ ลกั การของระบอบประชาธปิ ไตยจาเปน็ ตอ้ งแยกการใช้อานาจอธปิ ไตยเปน็ 3 ดา้ น คือ อานาจ
นติ บิ ญั ญตั ิ อานาจบริหาร อานาจตลุ าการ

6. สาระการเรยี นรู้
6.1) ความหมายของอานาจตุลาการ
6.2) ศาลรฐั ธรรมนญู
6.3) ศาลยตุ ิธรรม
6.4) ศาลปกครอง
6.5) ศาลทหาร

(รายละเอยี ดปรากฏในหนงั สอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 1)

7. กจิ กรรมการเรียนรู้รปู แบบการสอน Advance Organizer Model (AO)
ขัน้ ที่ 1 การนาเสนอสิ่งชว่ ยจดั มโนมติ (10 นาท)ี

1) ครูกระตุน้ ความสนใจของนกั เรยี นโดยใหน้ กั เรียนดูภาพ ศาลต่างๆ แลว้ ตอบคาถามวา่ เก่ียวขอ้ งกับ
อะไร

2) ครูเฉลยและจากนนั้ ครูถามนกั เรยี นวา่ เหตุใดจึงต้องมีอานาจตุลาการ
ขน้ั ท่ี 2 การเสนอกิจกรรมการเรียนรแู้ ละสอื่ การเรียนรู้ (30 นาที)

3) ครแู บง่ กลมุ่ นกั เรยี นโดยการนับ 1-5 แลว้ น่ังตามกล่มุ ของตนเอง จากน้นั ร่วมกนั ศึกษา หัวขอ้
อานาจตลุ าการ ในหนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐาน หน้าทพี่ ลเมือง วฒั นธรรมและการดาเนินชวี ิตในสังคม ชัน้
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 อักษรเจริญทศั น์ อจท.จากัด หน้า 29 - 31

4) ใหน้ กั เรยี นร่วมกันวเิ คราะห์และสรปุ องคค์ วามรเู้ ปน็ ผังความคิด เกีย่ วกับอานาจตุลาการลงใน
กระดาษปรู๊ฟที่ครแู จกให้ โดยครใู ช้ประเด็นคาถามเพอ่ื กระตุ้นใหผ้ ้เู รยี นเกิดความรู้

- อานาจตุลาการหมายถงึ อะไร
- อานาจตุลาการมศี าลอะไรบ้าง
- องคก์ รศาลทาหน้าทอี่ ะไร
-บทบาทหนา้ ที่ของศาลแต่ละประเภทมีอะไรบา้ ง
5. ครูนาผลงานของนักเรยี นมาติดที่หนา้ กระดานและสุ่มผลงานนกั เรียน 1-2 กลมุ่ ออกมานาเสนอ
ผลงาน ใหเ้ พ่อื นในชั้นเรียนฟังและแนะนาในสว่ นทย่ี ังไมค่ รบถ้วน
ขั้นท่ี 3 การเพิ่มประสทิ ธภิ าพการจัดระบบการรับรู้ (10 นาที)
6. ครทู ดสอบความรู้ของนกั เรยี น เกีย่ วกับเรือ่ ง อานาจตลุ าการ
ตามประเดน็ คาถามต่อไปนี้
- ศาลรัฐธรรมนญู ประกอบดว้ ยใครบ้าง
- ศาลยตุ ธิ รรมมอี านาจพจิ ารณาคดีอะไร
- ศาลปกครองมีอานาจพจิ ารณาคดีอะไร

- ศาลทหารมอี านาจพจิ ารณาคดอี ะไร
7. นกั เรียนคิดว่าหากไมม่ ีคณะรัฐมนตรี ไม่มอี านาจบรหิ าร จะเกดิ ผลอยา่ งไร
ขนั้ ที่ 4 ขนั้ จัดโครงสร้างความรู้
8. นกั เรียนร่วมกนั ทาใบงาน เพอ่ื จดั โครงสรา้ งความรู้
8. สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนรายวชิ าพื้นฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 1

9. การวดั และประเมินผล วธิ กี ารวดั และ เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์ประเมนิ
การวดั และประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
- การตอบคาถาม -คาถาม - นกั เรียนส่วนใหญ่
1.ด้านความรู้ ตอบคาถามได้
บอกความหมายของ - การสงั เกตพฤติกรรม
อานาจตุลาการ การเรยี นรขู้ องผ้เู รยี น - แบบสังเกต - นกั เรียนผ่านเกณฑใ์ น
2.ดา้ นทักษะกระบวนการ พฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับดีขน้ึ ไป
สรปุ ทม่ี าของอานาจตุลา - การตรวจแผนผัง
การและบทบาทหนา้ ท่ขี อง ความคดิ ของผู้เรียน -นกั เรยี นผา่ นเกณฑ์ใน
ศาลต่างๆเปน็ แผนผงั -แผนผังความคิด ระดบั ดขี ึน้ ไปไป
ความคดิ ได้ - การสงั เกตพฤติกรรม
3.ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น - แบบสงั เกต - นักเรียนผ่านเกณฑใ์ น
ประสงค์ พฤตกิ รรมการเรียนรู้ ระดบั ดขี นึ้ ไป
-มีวินยั
-ใฝเ่ รียนรู้ ของผู้เรียน
-มุง่ มั่นในการทางาน

บันทกึ ผลหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

2. ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

3. แนวทางการแก้ไขและข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ..................................................
(นางสาวสุนีย์ ดาทรัพย์)
ตาแหนง่ ครู

วันที่......เดือน............พ.ศ.........


Click to View FlipBook Version