ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ ใช้สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ท่หี ลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชว้ ิธีการท่ี
หลากหลาย
แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสู่การปฏิบตั ไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บริบท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชื่อ ..............................................
(นายคฑาวธุ ไชยสิทธิ์)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ฯ
วนั ที่ ......... เดอื น .................... พ.ศ...............
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
มอี งค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั
มกี ารใช้สือ่ และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพสิ ัย จติ พิสัย ทักษะพสิ ัย
ลงชื่อ .................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ์)
หวั หนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันท่ี ......... เดือน .................. .. พ.ศ...............
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพือ่ นาไปพฒั นางานต่อไป
ลงชื่อ .................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชาร)ี
รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วันท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ...............
เกณฑก์ ารตรวจการสรุปแผนผงั ความคิด
ระดับคะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 3 2 1
ความครบถ้วนของเนอ้ื หา - เนอื้ หาถูกต้องตรงตาม - เนอื้ หาถูกต้องตรงตาม - เนอื้ หาถูกตอ้ งตรงตาม
ประเดน็ ครอบคลมุ ประเดน็ พอใช่ ครอบคลมุ ประเด็นนอ้ ยมาก ไม่
เน้ือหาทัง้ หมด สามารถ เน้อื หาเกือบท้ังหมด ครอบคลุมเนอ้ื หาท้งั หมด
วเิ คราะห์ขอ้ ดีข้อเสยี ได้ สามารถวเิ คราะหข์ อ้ ดี สามารถวเิ คราะห์ขอ้ ดี
อย่างชัดเจนดมี าก ขอ้ เสยี ได้อย่างชัดเจนดี ข้อเสยี ได้อย่างชดั เจนไม่
คอ่ ยดี
- ออกแบบแผนผัง - ออกแบบแผนผงั - ออกแบบแผนผัง
ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความคดิ ท่ีน่าสนใจดีมาก ความคิดท่นี ่าสนใจดี มี ความคิดไม่นา่ สนใจ ไม่มี
มคี วามแปลกใหม่ ใช้ ความแปลกใหม่ ใช้ ความแปลกใหม่ ใช้
ความคิดสร้างสรรคไ์ ด้ดี ความคดิ สรา้ งสรรคไ์ ด้ ความคิดสร้างสรรคไ์ ม่ดี
มาก พอใช้
ความสวยงาม - มีความสะอาด - มคี วามสะอาด - มคี วามสะอาด
เรียบร้อยดมี าก การเขียน เรยี บรอ้ ยพอใช้ การเขยี น เรยี บรอ้ ยน้อยมาก การ
ไมส่ บั สนวนุ่ วาย มีการ ไม่สับสนวุ่นวายบา้ ง มี เขียนสับสนวุน่ วาย ไมม่ ี
เขียนประเด็นหลกั การเขยี นประเด็นหลัก การเขียนประเด็นหลกั
ประเดน็ รองอย่างชัดเจน ประเด็นรองอย่างชดั เจน ประเดน็ รอง
เหมาะสมมากท่ีสุด เหมาะสมพอใช้
การใช้สใี นการตกแตง่ - ใช้สีคู่ตรงขา้ มตกแตง่ ได้ - ใช้สคี ู่ตรงข้ามตกแต่งได้ - ใช้สคี ู่ตรงขา้ มตกแต่งได้
สวยงามเหมาะสมดีมาก สวยงามพอใช้ เหมาะสม สวยงามเหมาะสมนอ้ ย
มีการเลอื กใช้สใี ห้ ดี มีการเลอื กใช้สีให้ มาก ไมม่ ีการเลือกใช้สใี ห้
เหมาะสมกลมกลนื กับ เหมาะสมกลมกลนื กบั เหมาะสมกลมกลืนกบั
เน้อื หาดมี าก เนื้อหาดี เน้ือหา
เกณฑก์ ารประเมิน :
9 – 12 คะแนน คือ ดี 5 – 8 คะแนน คือ ปานกลาง 0 – 4 คะแนน คือ พอใช้
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ของผเู้ รยี น
คาชีแ้ จง โปรดแสดงความคิดเหน็ ตามแบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรขู้ องผเู้ รียน ในการจัดกจิ กรรม
การเรียนรู้ เรอื่ ง อานาจตลุ าการ โดยเขียนเครือ่ งหมาย ลงในช่อง ทต่ี รงกับความคดิ เหน็ ครูผู้สอน
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1/......
ขอ้ รายการ ระดบั คุณภาพ
321
1 นักเรยี นมคี วามสนใจต่อกิจกรรมการเรยี นร้ทู ีจ่ ดั ข้ึน
2 นักเรยี นมีความตง้ั ใจฟังขณะทีค่ รกู าลงั สอน
3 นักเรยี นมีสว่ นรว่ มในชน้ั เรยี น ร่วมการอภปิ ราย แสดงความ
คดิ เห็นและตอบคาถาม
4 นักเรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบและให้ความรว่ มมอื ในการรว่ ม
กจิ กรรม
5 ตระหนกั ถึงความสาคัญของเรือ่ งที่เรยี น
รวม
ระดบั คณุ ภาพ เกณฑ์การประเมิน
3 ระดับคุณภาพ ดี
2 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้
1 ระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ดี หมายถงึ มพี ฤติกรรมระดบั 11 - 15 คะแนน
พอใช้ หมายถงึ มพี ฤติกรรมระดับ 6 - 10 คะแนน
ปรบั ปรงุ
หมายถึง มพี ฤติกรรมระดับ 1 – 5 คะแนน
ลงชื่อ ......................................................... (ผปู้ ระเมนิ )
( นางสาวสุนีย์ ดาทรพั ย์ )
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน
321
มคี วามสนใจต่อ มีความสนใจต่อกิจกรรม ไมม่ คี วามสนใจ ไม่มี
กิจกรรมการเรียนรู้ มี การเรยี นรู้ บางเวลา ครู ความพร้อม ไม่ต่นื ตวั
1.ความสนใจตอ่ ความพรอ้ มและต่ืนตวั ต้องกระต้นุ เป็นบางครั้ง ในการเรียนรู้ ครูตอ้ ง
กิจกรรมการเรยี นรู้ ในการเรยี นรู้ กระตุ้นอยูเ่ ป็นประจา
ตลอดเวลา โดยครูไม่
ต้องกระตุ้น
มีความตง้ั ใจ ไมห่ ยอก มคี วามตงั้ ใจเรียนเป็น มกี ารหยอกลอ้ พดู คยุ
2.ความตั้งใจ ล้อ พูดคุยเสียงดงั ใน บางครัง้ มกี ารหยอกล้อ เสียงดังรบกวนเพอ่ื น
เวลาเรยี น พดู คยุ เสียงดงั เป็น และครผู สู้ อน
บางครัง้
3.การมีสว่ นร่วมใน ผู้เรียนมีส่วนรว่ มแสดง ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มแสดง นานๆครัง้ ที่ผเู้ รยี นจะ
ชัน้ เรยี น ความคดิ เหน็ อภิปราย ความคิดเห็น อภปิ ราย ร่วมแสดงความคิดเห็น
และโตต้ อบกบั และโต้ตอบกบั ครูผู้สอน อภปิ รายและโต้ตอบ
ครผู ้สู อนอยู่เปน็ ประจา อยเู่ ปน็ บางครงั้ กบั ครผู ้สู อน
นกั เรยี นมีความรับผดิ นกั เรยี นมีความ นกั เรียนไมม่ ีความ
4.ความรับผิดชอบ ชอบและให้ความ รบั ผิดชอบและให้ความ รบั ผดิ ชอบและไมใ่ ห้
5.ตระหนักเห็น ร่วมมอื ในการทา รว่ มมอื ในการทา ความรว่ มมอื ในการทา
ความสาคญั ของ
เรื่องท่เี รียน กิจกรรมเป็นอย่างดี กิจกรรมเป็นบางคน กิจกรรม
นกั เรยี นมีการ นกั เรียนมกี ารแสดงออก นกั เรยี นไมม่ กี าร
แสดงออก เหน็ และเห็นความสาคัญของ แสดงออกและไม่เหน็
ความสาคญั ของเร่อื งท่ี เรอื่ งท่เี รียนโดยการตอบ ความสาคัญของเรื่องท่ี
เรียนโดยการตอบ คาถาม ม่ีสวนร่วม เรยี นโดยการไม่ตอบ
คาถาม แสดงความ บางส่วน คาถาม ไมแ่ สดงความ
คิดเห็น และมีส่วนร่วม คิดเหน็ ไมม่ สี ว่ นรว่ ม
เปน็ ส่วนใหญ่
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12
รปู แบบการสอน Advance Organizer Model (AO)
รายวชิ า หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง 1 รหัสวิชา ส21102 กลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 รฐั ธรรมนญู กบั การเมืองการปกครองไทย เวลา 9 ช่ัวโมง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 12 เร่ือง การถ่วงดลุ อานาจอธปิ ไตย เวลา 1 ชั่วโมง
ครผู ู้สอน นางสาวสนุ ยี ์ ดาทรัพย์ วันท่.ี ......เดอื น....................พ.ศ........... โรงเรยี นหนองบวั พทิ ยาคาร
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครอง ในสงั คมปัจจุบัน ยึดมนั่ ศรัทธา และธารงรักษา
ไวซ้ ึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ อ์ ันเป็นประมุข
ส 2.2 ม.1/1 อธิบายหลักการ เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยฉบับปจั จุบนั โดยสงั เขป
ส 2.2 ม.1/2 วิเคราะห์บทบาทการถ่วงดุลอานาจอธปิ ไตยในรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ
ปจั จบุ นั
ส 2.2 ม.1/3 ปฏบิ ัติตนตามบทบญั ญตั ิของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทยฉบบั ปจั จุบนั ท่ีเกี่ยวข้อง
กับตนเอง
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
เมอื่ นักเรยี นเรียนเรื่อง การถ่วงดลุ อานาจอธิปไตย แล้วนกั เรียนสามารถ
1) บอกความหมายของการถว่ งดลุ อานาจอธปิ ไตยได้ (K)
2) สรปุ ความสมั พันธใ์ นการถว่ งดลุ อานาจอธปิ ไตยเป็นแผนผงั ความคดิ ได้ (P)
3. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทางาน
4. สมรรถนะของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
5. สาระสาคัญ
อานาจอธปิ ไตยเป็นอานาจสงู สุดในการปกครองประเทศ หากมอบใหค้ นใดคนหนงึ่ เป็นผู้ใช้
อานาจแต่เพยี งผ้เู ดียวก็จะทาใหบ้ ุคคลน้นั มอี านาจในการปกครองประเทศเหลือลน้ หรือบางครั้งอาจจะใช้
อานาจทมี่ ีอยูเ่ พอ่ื การแสวงหาผลประโยชนส์ ่วนตัว ซ่ึงนาไปส่กู ารละเมิดสทิ ธิเสรภี าพของประชาชนได้ ดงั นนั้
จงึ เป็นเหตุให้หลกั การของระบอบประชาธิปไตยจาเปน็ ตอ้ งแยกการใช้อานาจอธิปไตยเป็น 3 ด้าน คือ อานาจ
นติ ิบัญญตั ิ อานาจบริหาร อานาจตลุ าการ
6. สาระการเรียนรู้
6.1) ความหมายของการถว่ งดุลอานาจอธปิ ไตย
6.2) ความสมั พันธใ์ นเชิงถว่ งดุลอานาจระหว่างอานาจ 3 ฝ่าย
(รายละเอียดปรากฏในหนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้น
มธั ยมศึกษาปที ี่ 1)
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้รปู แบบการสอน Advance Organizer Model (AO)
ขน้ั ที่ 1 การนาเสนอสิ่งช่วยจัดมโนมติ (10 นาที)
1) ครูกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนโดยใหน้ กั เรียนดูภาพ ศาลต่างๆ แล้วตอบคาถามวา่ เก่ียวข้องกบั
อะไร
2) ครเู ฉลยและจากนน้ั ครูถามนักเรียนวา่ เหตุใดจงึ ตอ้ งมีอานาจตุลาการ
ขน้ั ท่ี 2 การเสนอกิจกรรมการเรยี นร้แู ละส่อื การเรียนรู้ (30 นาท)ี
3) ครแู บง่ กลมุ่ นักเรยี นโดยการนับ 1-5 แลว้ นั่งตามกล่มุ ของตนเอง จากนัน้ ร่วมกันศกึ ษา หัวข้อ
อานาจตลุ าการ ในหนงั สอื เรียนรายวิชาพ้ืนฐาน หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดาเนนิ ชีวิตในสังคม ชน้ั
มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 อกั ษรเจริญทศั น์ อจท.จากัด หนา้ 31 - 32
4) ใหน้ ักเรียนร่วมกันวเิ คราะห์และสรุปองค์ความรูเ้ ปน็ ผังความคดิ เกย่ี วกบั การถ่วงดุลอานาจอธิปไตย
ลงในกระดาษปรู๊ฟทคี่ รูแจกให้
5. ครูนาผลงานของนกั เรียนมาตดิ ที่หน้ากระดานและสุ่มผลงานนักเรยี น 1-2 กลมุ่ ออกมานาเสนอ
ผลงาน ให้เพื่อนในช้นั เรียนฟังและแนะนาในสว่ นท่ียังไม่ครบถว้ น
ขนั้ ที่ 3 การเพิม่ ประสิทธิภาพการจดั ระบบการรับรู้ (10 นาที)
6. ครูทดสอบความรู้ของนักเรยี น เกีย่ วกบั เรือ่ ง การถว่ งดุลอานาจอธิปไตย
ตามประเดน็ คาถามตอ่ ไปนี้
- ฝา่ ยนติ บิ ัญญตั ิถว่ งดลุ อานาจฝ่ายบรหิ ารดว้ ยวธิ ีการใด (ควบคุมการบรหิ าราชการแผ่นดิน
ด้วย ให้วามเห็นชอบบุคคลทจี่ ะเปน็ นายกรัฐมนตรี และใหค้ ณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายการบริหาราชการ
แผน่ ดนิ ตอ่ รัฐสภากอ่ น)
- ฝา่ ยนิติบญั ญัติถว่ งดุลอานาจฝ่ายตุลาการดว้ ยวธิ กี ารใด (กระบวนการควบคุมและอนมุ ัติ
งบประมาณ)
- ฝา่ ยบรหิ ารถว่ งดุลอานาจฝ่ายนติ ิบญั ญัตดิ ว้ ยวิธกี ารใด (ยบุ สภา)
- ฝ่ายบริหารถ่วงดลุ อานาจฝา่ ยตุลาการด้วยวิธีการใด (ไตส่ วนคดีความ)
- ฝา่ ยตลุ าการถ่วงดุลอานาจฝ่ายบริหารดว้ ยวธิ ีการใด (กระบวนการพิจารณาคดีของศาลฎกี า
แผนกคดอี าญาของผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมือง,ศาลรัฐธรรมนูญวนิ ิจฉัยุคุณสมบตั ิผู้ดารงตาแหนง่ ทาง
การเมอื ง,ศาลปกครอง พพิ ากษาดีปกครองของหน่วยงานปกครองหรอื เจ้าหนา้ ทีร่ ฐั
- ฝา่ ยตุลาการถว่ งดลุ อานาจฝา่ ยนิตบิ ัญญัติดว้ ยวิธีการใด (กระบวนการพจิ ารณาคดี)
7. นกั เรยี นคดิ ว่าหากการถ่วงดลุ อานาจอธิปไตย จะเกดิ ผลอยา่ งไร
ขน้ั ที่ 4 ข้นั จดั โครงสร้างความรู้
8. นกั เรียนร่วมกนั ทาใบงาน เพอ่ื จดั โครงสรา้ งความรู้
8. สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
9. การวดั และประเมนิ ผล วธิ ีการวดั และ เครื่องมอื ทใี่ ช้ เกณฑป์ ระเมนิ
การวดั และประเมินผล ประเมินผล
- การตอบคาถาม -คาถาม - นักเรียนสว่ นใหญ่
1.ดา้ นความรู้ ตอบคาถามได้
บอกความหมายของการ - การสังเกตพฤติกรรม
ถว่ งดุลอานาจอธปิ ไตยได้ การเรยี นรู้ของผูเ้ รยี น - แบบสงั เกต - นักเรียนผ่านเกณฑใ์ น
2.ด้านทกั ษะกระบวนการ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ ระดับดขี ้นึ ไป
สรปุ ความสมั พนั ธ์ในการ - การตรวจแผนผัง
ถ่วงดลุ อานาจอธิปไตยเปน็ ความคิด ของผเู้ รยี น -นกั เรียนผา่ นเกณฑใ์ น
แผนผังความคดิ ได้ -แผนผงั ความคิด ระดับดีขึน้ ไปไป
- การสงั เกตพฤติกรรม
3.ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ การเรยี นรู้ของผู้เรียน - แบบสังเกต - นกั เรยี นผ่านเกณฑใ์ น
ประสงค์ พฤติกรรมการเรียนรู้ ระดับดีขน้ึ ไป
-มวี นิ ัย
-ใฝ่เรยี นรู้ ของผู้เรียน
-มงุ่ มัน่ ในการทางาน
บันทึกผลหลงั การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ผลการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
2. ปญั หาและอปุ สรรค
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
3. แนวทางการแกไ้ ขและข้อเสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..................................................
(นางสาวสนุ ีย์ ดาทรพั ย์)
ตาแหนง่ ครู
วันท่ี......เดือน............พ.ศ.........
ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
มีองคป์ ระกอบของแผนครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ
มีกิจกรรมการเรยี นรู้เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคัญ ใช้สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ท่หี ลากหลาย เหมาะสม
มีการวดั และประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละกระบวนการจดั การเรียนรโู้ ดยใชว้ ิธีการท่ี
หลากหลาย
แผนการจัดการเรียนรนู้ าไปสู่การปฏิบตั ไิ ด้ สอดคลอ้ งกบั หลกั สตู ร บริบท สภาพของผเู้ รยี นและชมุ ชน
ลงชื่อ ..............................................
(นายคฑาวธุ ไชยสิทธิ์)
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ฯ
วนั ที่ ......... เดอื น .................... พ.ศ...............
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
มอี งค์ประกอบของแผนครบถ้วน สมบรู ณ์ และถกู ต้องตามหลักวิชาการ
มกี จิ กรรมการเรยี นรเู้ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคญั
มกี ารใช้สือ่ และแหลง่ เรียนรู้หลากหลาย เหมาะสม
มีการวัดและประเมนิ ผลครอบคลมุ พฤติกรรมพุทธิพสิ ัย จติ พิสัย ทักษะพสิ ัย
ลงชื่อ .................................................
(นางสาวจันทิรา แวงวงษ์)
หวั หนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
วันท่ี ......... เดือน .................. .. พ.ศ...............
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
ใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นการสอนได้
ขอใหน้ ิเทศ ติดตามผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้ เพือ่ นาไปพฒั นางานต่อไป
ลงชื่อ .................................................
(นายพฤทธพ์ิ ล ชาร)ี
รองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวชิ าการ
วันท่ี ......... เดือน .................... พ.ศ...............
เกณฑก์ ารตรวจการสรุปแผนผงั ความคิด
ระดับคะแนน
เกณฑ์การประเมนิ 3 2 1
ความครบถ้วนของเนอ้ื หา - เนอื้ หาถูกต้องตรงตาม - เนอื้ หาถูกต้องตรงตาม - เนอื้ หาถูกตอ้ งตรงตาม
ประเดน็ ครอบคลมุ ประเดน็ พอใช่ ครอบคลมุ ประเด็นนอ้ ยมาก ไม่
เน้ือหาทัง้ หมด สามารถ เน้อื หาเกือบท้ังหมด ครอบคลุมเนอ้ื หาท้งั หมด
วเิ คราะห์ขอ้ ดีข้อเสยี ได้ สามารถวเิ คราะหข์ อ้ ดี สามารถวเิ คราะห์ขอ้ ดี
อย่างชัดเจนดมี าก ขอ้ เสยี ได้อย่างชัดเจนดี ข้อเสยี ได้อย่างชดั เจนไม่
คอ่ ยดี
- ออกแบบแผนผัง - ออกแบบแผนผงั - ออกแบบแผนผัง
ความคดิ สรา้ งสรรค์ ความคดิ ท่ีน่าสนใจดีมาก ความคิดท่นี ่าสนใจดี มี ความคิดไม่นา่ สนใจ ไม่มี
มคี วามแปลกใหม่ ใช้ ความแปลกใหม่ ใช้ ความแปลกใหม่ ใช้
ความคิดสร้างสรรคไ์ ด้ดี ความคดิ สรา้ งสรรคไ์ ด้ ความคิดสร้างสรรคไ์ ม่ดี
มาก พอใช้
ความสวยงาม - มีความสะอาด - มคี วามสะอาด - มคี วามสะอาด
เรียบร้อยดมี าก การเขียน เรยี บรอ้ ยพอใช้ การเขยี น เรยี บรอ้ ยน้อยมาก การ
ไมส่ บั สนวนุ่ วาย มีการ ไม่สับสนวุ่นวายบา้ ง มี เขียนสับสนวุน่ วาย ไมม่ ี
เขียนประเด็นหลกั การเขยี นประเด็นหลัก การเขียนประเด็นหลกั
ประเดน็ รองอย่างชัดเจน ประเด็นรองอย่างชดั เจน ประเดน็ รอง
เหมาะสมมากท่ีสุด เหมาะสมพอใช้
การใช้สใี นการตกแตง่ - ใช้สีคู่ตรงขา้ มตกแตง่ ได้ - ใช้สคี ู่ตรงข้ามตกแต่งได้ - ใช้สคี ู่ตรงขา้ มตกแต่งได้
สวยงามเหมาะสมดีมาก สวยงามพอใช้ เหมาะสม สวยงามเหมาะสมนอ้ ย
มีการเลอื กใช้สใี ห้ ดี มีการเลอื กใช้สีให้ มาก ไมม่ ีการเลอื กใช้สใี ห้
เหมาะสมกลมกลนื กับ เหมาะสมกลมกลนื กบั เหมาะสมกลมกลืนกบั
เน้อื หาดมี าก เนื้อหาดี เน้ือหา
เกณฑก์ ารประเมิน :
9 – 12 คะแนน คือ ดี 5 – 8 คะแนน คือ ปานกลาง 0 – 4 คะแนน คือ พอใช้
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรขู้ องผู้เรียน
คาชี้แจง โปรดแสดงความคิดเห็นตามแบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรขู้ องผู้เรียน ในการจดั กิจกรรม
การเรยี นรู้ เรื่อง การถว่ งดลุ อานาจอธปิ ไตย โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในช่อง ที่ตรงกับความคิดเห็น
ครูผู้สอน
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1/......
ขอ้ รายการ ระดับคณุ ภาพ
321
1 นักเรียนมีความสนใจตอ่ กจิ กรรมการเรียนร้ทู ่ีจัดขึ้น
2 นกั เรียนมีความต้งั ใจฟังขณะทีค่ รูกาลงั สอน
3 นักเรียนมสี ว่ นร่วมในชั้นเรยี น ร่วมการอภิปราย แสดงความ
คดิ เห็นและตอบคาถาม
4 นักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบและใหค้ วามร่วมมือในการรว่ ม
กจิ กรรม
5 ตระหนักถงึ ความสาคญั ของเรอื่ งท่เี รยี น
รวม
ระดับคณุ ภาพ เกณฑ์การประเมิน
3 ระดบั คุณภาพ ดี
2 ระดับคณุ ภาพ พอใช้
1 ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
ดี หมายถึง มพี ฤติกรรมระดับ 11 - 15 คะแนน
พอใช้ หมายถึง มพี ฤติกรรมระดับ 6 - 10 คะแนน
ปรบั ปรงุ หมายถึง มีพฤตกิ รรมระดับ 1 – 5 คะแนน
ลงช่อื ......................................................... (ผปู้ ระเมนิ )
( นางสาวสุนีย์ ดาทรัพย์ )
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรขู้ องผ้เู รยี น
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน
321
มคี วามสนใจต่อ มีความสนใจต่อกิจกรรม ไมม่ คี วามสนใจ ไม่มี
กิจกรรมการเรียนรู้ มี การเรยี นรู้ บางเวลา ครู ความพร้อม ไม่ต่นื ตวั
1.ความสนใจตอ่ ความพรอ้ มและต่ืนตวั ต้องกระต้นุ เป็นบางครั้ง ในการเรียนรู้ ครูต้อง
กิจกรรมการเรยี นรู้ ในการเรยี นรู้ กระตุ้นอยูเ่ ป็นประจา
ตลอดเวลา โดยครูไม่
ต้องกระตนุ้
มีความตง้ั ใจ ไมห่ ยอก มคี วามตงั้ ใจเรียนเป็น มกี ารหยอกลอ้ พดู คยุ
2.ความตั้งใจ ล้อ พูดคุยเสียงดงั ใน บางครัง้ มกี ารหยอกล้อ เสียงดังรบกวนเพอ่ื น
เวลาเรยี น พดู คยุ เสียงดงั เป็น และครผู สู้ อน
บางครัง้
3.การมีสว่ นร่วมใน ผู้เรียนมีส่วนรว่ มแสดง ผเู้ รยี นมสี ่วนรว่ มแสดง นานๆครัง้ ที่ผเู้ รยี นจะ
ชัน้ เรยี น ความคดิ เหน็ อภปิ ราย ความคิดเห็น อภปิ ราย ร่วมแสดงความคิดเห็น
และโตต้ อบกบั และโต้ตอบกบั ครูผู้สอน อภปิ รายและโต้ตอบ
ครผู ้สู อนอยู่เปน็ ประจา อยเู่ ปน็ บางครงั้ กบั ครผู ้สู อน
นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ นกั เรยี นมีความ นกั เรียนไมม่ ีความ
4.ความรับผิดชอบ ชอบและให้ความ รบั ผิดชอบและให้ความ รบั ผดิ ชอบและไมใ่ ห้
5.ตระหนักเห็น ร่วมมอื ในการทา รว่ มมอื ในการทา ความรว่ มมอื ในการทา
ความสาคญั ของ
เรื่องท่เี รียน กิจกรรมเป็นอย่างดี กิจกรรมเป็นบางคน กิจกรรม
นกั เรยี นมกี าร นกั เรียนมกี ารแสดงออก นกั เรยี นไมม่ กี าร
แสดงออก เหน็ และเห็นความสาคัญของ แสดงออกและไม่เหน็
ความสาคัญของเร่อื งท่ี เรอื่ งท่เี รียนโดยการตอบ ความสาคัญของเรื่องท่ี
เรียนโดยการตอบ คาถาม ม่ีสวนร่วม เรยี นโดยการไม่ตอบ
คาถาม แสดงความ บางส่วน คาถาม ไมแ่ สดงความ
คิดเห็น และมีส่วนร่วม คิดเหน็ ไมม่ สี ว่ นรว่ ม
เปน็ ส่วนใหญ่