27
6. ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติ
การวิเคราะห์สภาพ พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เรียกว่า GIS
(Geographic Information System) หรือระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เข้ามาจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล
ทางภมู ศิ าสตร์ โดยการกำหนดขอ้ มูลดา้ นตำแหน่งท่ีต้ังบนผิวโลก (ground position) ซึง่ รวบรวมจากแหล่งต่าง ๆ
ทั้งข้อมูลพื้นที่ แผนที่ รูปถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายจากดาวเทียม เพื่อนามาเป็นข้อมูลพืน้ ฐานในการพฒั นาผังเมอื ง
ประยุกต์ใช้งานด้านธรณีวิทยา การพยากรณ์อากาศและการควบคุมสิ่งแวดล้อมให้ก้าวหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง
และเหมาะสม
ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีสารสนเทศได้ถูกนามาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย ครอบคลุมการปฏิบัติงานทุก
ด้านและยังถือว่าเป็นสง่ิ ท่ีขาดไม่ไดส้ ำหรบั การดำเนินชีวิตของคนปัจจุบัน แต่การนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้น้ัน
ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม รู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่เช่นนั้นส่ิงที่เป็นประโยชน์มหาศาลอาจจะสร้างโทษอย่าง
รนุ แรงกเ็ ปน็ ไดแ้ บง่ ออกเป็น 2 ด้าน คอื (มหาวิทยาลัยราชภฏั เชยี งราย, 2557 อ้างถึงใน สวุ ิชา ปญั ญาไข, 2559 )
รูปภาพท่ี 2.5 ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ที่มา: https://static.wixstatic.com/media/233a49_5a68f5b4c70f49cfae1f1ff9d39d7761.jpg
28
1. ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศด้านบวก
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศด้านบวกส่งเสริมการพัฒนาและเจริญเติบโตในองค์ประกอบที่
แตกต่างกันไปดังนี้
1) เพิ่มความสะดวกสบายให้กับมนุษย์ ทำให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นเนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่เป็น
จำนวนมาก การติดต่อสื่อสาร การคมนาคมขนส่งเป็นไปรวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกจนเกิดเป็นโลกที่ไร้
พรมแดนขึน้
2) เพิ่มประสิทธิภาพ ในภาคอุตสาหกรรม การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการผลิตนั้นจะช่วยให้
ผลิตสนิ ค้าไดจ้ ำนวนมากเพียงพอกบั ความตอ้ งการและมีคุณภาพ ดตี รงตามความต้องการของผ้บู รโิ ภคได้
3)สง่ เสริมการค้นคว้าวิจยั เพือ่ ให้ไดค้ วามรู้หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น การคน้ ควา้ วิจยั ดา้ นอวกาศ การนำ
คอมพวิ เตอรม์ าสรา้ งแบบจำลองเพ่ือคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ และการใช้เทคโนโลยีเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ที่กระจัด
กระจายอยู่ทั่วโลกเอาไว้ช่วยให้นักวิจัยสามารถค้นหาความรู้ต่าง ๆ มาใช้เพื่อการวิจัยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เป็น
ตน้
4) ส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาด้านการแพทย์ เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดอุปกรณ์และเครื่องมือ
ทางการแพทย์ที่ทันสมัย สามารถวิเคราะห์หรือตรวจโรคของคนไข้ได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้
เทคโนโลยีสารสนเทศยังทำใหเ้ กิดการแพทยท์ างไกล ที่แพทย์ท่ีอยู่ในชนบทห่างไกลไม่มแี พทย์เฉพาะด้านสามารถ
ปรึกษากับแพทยผ์ เู้ ชีย่ วชาญได้ ทำให้การรักษาท่ัวถงึ มากข้นึ
5) ช่วยส่งเสริมและพัฒนาด้านการศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ขึ้นเปน็
จำนวนมาก เช่น การสอนใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction: CAI) การเรียนรู้ผ่านสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic learning) เครื่องมือที่ช่วยในการสร้างแบบจำลองต่าง ๆ เป็นต้น รวมทั้งทำให้
การศึกษาเข้าถึงคนในพืน้ ทีไ่ ด้อยา่ งครอบคลุม เช่น การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทยี ม ที่ทำให้นักเรียนหรือผู้สนใจที่
อยู่ในชนบทห่างไกลสามารถเรียนรู้ผ่านระบบนี้ได้ นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศยังเป็นแหล่งรวบรวมความรู้
ตา่ ง ๆ จากทว่ั ทกุ มุมโลก เพอ่ื ใหผ้ ้ทู ่ีสนใจสามารถศึกษาหาความรดู้ ้วยตนเองได้
6) ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยส่งเสริมในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ
เกิดกระแสเงินหมุนเวียนอย่างกว้างขวาง สามารถผลิตสินค้าได้ตามความต้องการ ต้นทุนในการดำเนินงานลดลง
และสามารถทำธุรกิจกับลูกค้าที่อยู่ทั่วโลกได้อย่างสะดวก รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้เศร ษฐกิจของ
ประเทศพัฒนาขึน้
7) เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทั่วโลก โดยเทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยให้การติดต่อสื่อสารของคนท่ัว
โลกเปน็ ได้อยา่ งงา่ ยดายและรวดเรว็ ทำให้เกิดความเขา้ ใจอันดตี ่อกนั และมีการแลกเปล่ยี นเรยี นร้วู ัฒนธรรมของกัน
และกนั ช่วยลดปญั หาความขัดแย้งได้
29
2. ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศด้านลบ
เมื่อมีการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศได้ระยะหนึ่งมักเกิดผลกระทบตามมาเนื่องจากคนพึ่งพิงกับเอง
น้อยลง เพราะมีเทคโนโลยีสารสนเทศมาแทนที่ อีกทั้งขีดความสามารถในการใช้งานของแต่ละบุคคลย่อมไม่เท่า
เทยี มกนั อาจสง่ ผลใหเ้ กิดผลกระทบด้านลบดงั นี้
1) ก่อให้เกิดอาชญากรรมได้ โดยอาชญากรจะอาศัยความสามารถของเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการ
วางแผนก่ออาชญากรรมได้
2) ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ลดลง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการติดต่อ สื่อสารกันทำให้ขาดการ
พบปะ พดู คยุ กัน ทำใหข้ าดสัมพันธภาพ กบั ผอู้ ืน่ มคี วามเห็นอกเหน็ ใจกนั นอ้ ยลง เห็นแกต่ วั กนั มากขน้ึ
3) ปัญหาการว่างงาน เนอื่ งจากการนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาช่วยในการผลติ หรือ การใช้ระบบอตั โนมัติ
มากขึ้นนั้นจะทำให้การจ้างแรงงานน้อยลง แต่ถ้าแรงงานนั้นเป็นแรงงานที่มีความสามารถและปรับตัวเข้ากับ
เทคโนโลยีได้ ปัญหาการวา่ งงานจะน้อยลง
4) เกิดการเผยแพร่วัฒนธรรมและข่าวสารที่ไม่เหมาะสมอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว โดยเฉพาะให้คน
หลงเชื่อแล้วนำไปเผยแพร่ต่อจนเกิดปัญหา หรือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นภาพลามก อนาจาร หรือหม่ิน
เบื้องสูง เปน็ ต้น
สรุปท้ายบท
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีพัฒนาการที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีการปรับปรุงเครื่องมือ
เครอ่ื งใช้ทเ่ี ปน็ ประโยชนก์ ับงานสารสนเทศอยูต่ ลอดเวลา ทำให้วงการวิชาชีพหนั มาปรบั ปรงุ กลไกในวิชาชีพของตน
ใหท้ ันกบั สังคมสารสนเทศ เพอื่ ใหท้ ันต่อกระแสโลก จึงทำใหเ้ กดิ การบริการรูปแบบใหม่ๆ ข้นึ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
การซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต การให้บริการส่งข่าวสาร SMS หรือการโหลดเพลงผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ
นอกจากนห้ี นว่ ยงานตา่ ง ๆ ยังได้สรา้ งระบบงานสารสนเทศในหนว่ ยงานของตนเองขน้ึ เป็นจำนวนมาก เชน่ การทำ
เวบ็ ไซด์ของหนว่ ยงานเพื่อใช้ประโยชนจ์ ากสารสนเทศเหลา่ นั้นเพ่ือให้เกดิ ประโยชน์อย่างกว้างขวางและคุ้มค่า โดย
สารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการจัดทำกิจกรรมตา่ งๆ เพอื่ ใช้ในการส่อื สาร การประชาสัมพันธ์ การปฏิบตั งิ าน การ
แก้ปัญหา หรอื การตัดสนิ ใจ เพ่ือการวางแผนและการจัดการ
จะเห็นไดว้ า่ เทคโนโลยีสารสนเทศก้าวหน้าอย่างเป็นพลวัตและมีแนวโน้มในการแพร่ขยายอยา่ งกว้างขวาง
มากยิ่งขึ้น รวมถึงการเข้าแทรกซึมในการใช้ชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย เนื่องจากสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
เช่นเดยี วกับรูปแบบการท่องเท่ียวแนวใหม่จึงเกิดขึน้ โดยการปรับตวั ตามกระแสของนวัตกรรม ดังนั้น การสื ่อสาร
และการมีเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Online) จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ย่อโลกให้เล็กลงทั้งการใช้ชีวิต
ประจ าวันไปจนถึงการท่องเที่ยวพักผ่อนของคนทั่วไปที่เริ่มเปลี่ยนแปลงโดยการใช้สื่อออนไลน์แสวงหาข้อมูล
30
เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรมการท่องเที่ยว การเดินทาง และการพักแรม ทั้งนี้การใช้ประโยชน์จาก
อินเทอร์เน็ตยังเป็นเครื่องมือของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้เทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีผลกระทบต่อการ
ดำเนนิ ชวี ติ ของคนในสงั คมและรปู แบบการใช้ชวี ติ (จฑุ าพร บุญคีรีรฐั และณัฐภาณี จริตไทย, 2563)
ดังนั้นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงมีบทบาทและความสำคัญมากในปัจจบุ ัน และมีแนวโน้มท่ี
จะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในอนาคต เพราะเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานสารสนเทศให้เป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ นับตั้งแต่การผลิต การจัดเก็บ การประมวลผล การเรียกใช้ การสื่อสารสารสนเทศ การแลกเปลี่ยน
และใชท้ รัพยากรสารสนเทศรว่ มกนั ใหเ้ กิดประโยชนอ์ ย่างเตม็ ท่ี
คำถามทบทวน
1. อธิบายความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใหเ้ ข้าใจ
2. อธิบายถงึ บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในยุคปจั จบุ ันมาโดยละเอียด
3. องคป์ ระกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศมีอะไรบา้ ง จงอธิบาย
4. อธิบายววิ ฒั นาการของเทคโนโลยีสารสนเทศมาพอสงั เขป
5. อธบิ ายถงึ ผลกระทบของสารสนเทศมาพให้เข้าใจ
31
เอกสารอา้ งอิง
เกยี รติพงษ์ อุดมธนะธรี ะ. (2561). องค์ประกอบของเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Information
Technology and Communications: ITC). สืบคน้ เม่ือ 25 พฤศจิกายน 2564 จาก
https://www.iok2u.com/index.php/article/information-technology/124-information-
technology-and-communications-itc
สุวชิ า ปญั ญาไข. (2559). หนว่ ยท่ี 1 : ความรู้พ้นื ฐานเก่ยี วกับเทคโนโลยสี ารสนเทศ. สืบคน้ เมือ่ 25 พฤศจิกายน
2564 จาก https://medium.com/@suwicha.pa?p=dde7b3c88172
วโิ รจน์ ชัยมูล และสพุ รรษา ยวงทอง. (2552). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ.
กรงุ เทพฯ : โปรวชิ น่ั
จุมพจน์ วนชิ กุล. (2546). เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื ชีวิต. สืบคน้ เมอื่ 25 พฤศจิกายน 2564 จาก https://www.
wachum.com/eBook/4000107/doc2-1.html
จฬุ าวิทยานุกรม. (2554). การสือ่ สาร (Communication). จาก http://www.chulapedia.chula.ac.th/
index.php?title=การส่อื สาร_(Communication)
นุชนพนิ คำสินธุ์. (2561). ความพรอ้ มดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารของบุคลากร มหาวิทยาลัย
ราชภฏั ราชนครนิ ทร์. (วิทยานิพนธ์ปรญิ ญามหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลยั ราชภัฏสวนสุนนั ทา).
32
บทที่ 3
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สารสำหรับอตุ สาหกรรมทอ่ งเที่ยว
ในปัจจุบันการท่องเที่ยวถือเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการท่องเที่ยวใน
ต่างประเทศ ประเทศไทยนั้นถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านการทอ่ งเที่ยวเป็นอันดับตน้ ๆ แต่ในภาวะท่ี
เศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้คงไม่มีมีใครคิดจะเดินทางท่องเที่ยว และจากสภาพเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันนี้เองทำให้
ประเทศไทยได้รบั ผลกระทบอย่างหนัก เพราะรายได้หลักของประเทศไทยนัน้ มาจากการสง่ ออกและการท่องเท่ยี ว
เป็นหลกั เมื่อเกดิ ภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้การท่องเท่ียวของไทยยอ่ มไดร้ บั ผลกระทบเปน็ อย่างมาก อกี ปจั จัยหนึ่งที่ทำ
ให้การท่องเที่ยวไทยไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรก็คือผู้ประกอบการ บริษัททัวร์และนักธุรกิจด้านการท่องเที่ยว
ยังคงยึดติดอยู่กับการท่องเที่ยวแบบเดิม ๆ อยู่ นั่นคือการนั่งรอนักท่องเที่ยวเดินเข้ามาและมุ่งหานักท่องเที่ยวที่
พำนักอยู่ในประเทศไทยเท่านั้นแต่กลับไมแ่ สวงหานักท่องเที่ยวจากมุมโลกอื่นเลยท้ังนีเ้ พราะผู้ประกอบการในไทย
ยังไม่เปิดกว้างและก้าวเข้าสโู่ ลกอินเตอรเ์ น็ต (Internet) เท่าท่ีควรหรือยังไม่คนุ้ เคยกับระบบท่ีเรียกว่า E-Tourism
ความก้าวหน้าและการพัฒนาดา้ นเทคโนโลยอี ย่างต่อเนื่องสง่ ผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจบุ ัน
ด้วยเพราะการติดต่อสือ่ สาร และการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ เป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ความต้องการ
ของผู้รับบริการด้านการท่องเทีย่ วกเ็ ป็นปัจจัยที่ส่งผลให้แนวโน้มการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนแปลงรปู แบบ
การท่องเที่ยว จากเดิมที่นักท่องเที่ยวมักใช้บริการผ่านผู้ประกอบการธุรกิจน าเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือธุรกิจ
บริการทางการท่องเที่ยว โดยปรับเปลี่ยนมาท่องเที่ยวแบบอิสระด้วยตนเองมากขึ้นจึงเกิดรูปแบบการท่องเที่ยว
แนวใหมต่ ามความสนใจพิเศษในลกั ษณะตา่ ง ๆ (จุฑาพร บญุ ครี ีรฐั และณฐั ภาณี จรติ ไทย, 2563)
รปู ภาพที่ 3.1 การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศทางการทอ่ งเที่ยว
ท่มี า: https://travelersgosmart.com/wp-content/uploads/2019/02/Graphic-
e-tourism-vs.-smart-tourism-finished.png
34
รูปภาพท่ี 3.2 การเปรียบเทยี บข้อมูลระหว่าง e-tourism และ smart-tourism
ทีม่ า: https://travelersgosmart.com/e-tourism-vs-smart-tourism/
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารกบั อตุ สาหกรรมท่องเท่ยี ว
อุตสาหกรรมการท่องเทย่ี วไดน้ ำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรอื ICT เข้ามาเป็นเครื่องมือในทุก
องค์ประกอบของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การนำระบบการจองโดยคอมพิวเตอร์ (Computerized Reservations
Systems หรือ CRS) มาใชก้ บั สายการบนิ และเปลย่ี นรปู แบบเป็นระบบจัดจาํ หน่ายทัว่ โลก (Global Distribution
System: GDS) เมื่อมีการพัฒนาระบบการจัดจำหน่ายผ่านอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้ประกอบการและลูกค้าใน
อตุ สาหกรรมต่างได้รับประโยชน์มากขึน้ เชน่ การทำธรุ กรรมมีความยืดหยนุ่ และสะดวกสบาย เข้าถึงกลุ่มลูกค้า
ได้มากขึ้น ตน้ ทนุ การจัดจำหนา่ ยตำ่ การจำแนกและกำหนดลกู ค้าเป้าหมายทำได้งา่ ยสามารถจัดจำหนา่ ยสนิ ค้าได้
ทั่วโลก และสามารถใช้สื่อประสมเพื่อส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามการทำธุรกรรมผ่าน
อินเทอร์เน็ตก็มีข้อบกพร่องในเรื่องการขาดปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในระหว่างการทำธุรกรรมหรือขาดโอกาสใน
การจูงใจให้เกิดการขายสินค้าและบริการต่อเนื่องปัจจุบัน ประเทศที่พัฒนาจะตอบสนองความต้องการผู้บริโภค
ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ผ่านองค์ประกอบหลักของการท่องเที่ยว ดังน้ี (อรุณี อินทร
ไพโรจน์, 2551)
35
การขนสง่
ICT ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการขนส่งในหลายรูปแบบ เช่น สายการบิน รถโดยสาร รถแท็กซี่ต้องติดต้ัง
อุปกรณ์การสื่อสารที่ดี ติดตั้งระบบวิทยุสื่อสาร ระบบ GPS รวมทั้งอุปกรณ์การช่วยเหลืออื่น ๆ เพื่อให้ผู้ใช้บริการ
ไว้วางใจในเรือ่ งความปลอดภัย สายการบินต้องติดตั้งเครื่องมอื ซึ่งให้สารสนเทศหลากหลาย เช่น สภาพภูมิอากาศ
ความสูงและระบบสารสนเทศที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับสายการบินอื่นและสถานีควบคุมอากาศยาน การใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือความบันเทิงภายในเครอ่ื งบนิ เช่น การเลน่ เกมส์ วดิ ีโอออนดีมานด์ เป็นต้น
ท่ีพักอาศยั
นักท่องเที่ยวใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเข้าถึงที่พัก การค้นหาแหล่งที่พัก ณ จุดหมายปลายทาง
สารสนเทศที่ได้ถูกนำมาใช้ตัดสินใจในเรื่อง ราคา จำนวนวันพัก การค้นหาข้อมูลสามารถทำได้จากที่บ้าน หรือที่
ทำงาน ทำใหป้ ระหยัดค่าใชจ้ ่ายในการเดินทางและเวลาในการติดต่อกับตวั แทนท่องเท่ียวนักท่องเท่ียวสามารถส่ง
สารสนเทศกลับไปยังธุรกิจหรือครอบครัวในระหว่างการเดินทางสามารถใช้เพื่อความบันเทิงเช่น วิดีโอ โทรทัศน์
เกมส์ หรือใช้ทดแทนการเดินทางเพื่อธุรกิจ เช่น การจัดประชุมทางไกล นอกจากนี้เทคโนโลยีสารสนเทศยังถูก
นำมาใช้ในการจัดการท่ีพกั เช่น ระบบการจองทน่ี ่ังโดยคอมพิวเตอร์ (CRS) ระบบออกบลิ ใบเสรจ็ ระบบการรักษา
ความปลอดภยั บริการโทรศพั ทส์ มัยใหม่ บรกิ ารดา้ นความบันเทิงและอนิ เทอรเ์ น็ตในหอ้ งพัก
สถานทีท่ ่องเท่ียว
จำเป็นต้องสื่อสารหรือแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบเกี่ยวกับประเภทของแหล่งท่องเที่ยว ที่ตั้ง วิธีการไปถึง
เจ้าของแหล่งท่องเที่ยวจะต้องเผยแพร่สารสนเทศผ่านวิดีโอ อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ การโฆษณาทางโทรทัศน์ และ
เอกสาร แผน่ พับ
สิง่ อำนวยความสะดวก
ปัจจบุ นั จะตอ้ งมกี ารจดั หาเทคโนโลยแี ละระบบสารสนเทศเพื่อเพ่มิ ประสิทธภิ าพ และอำนวยความสะดวก
ใหก้ บั นกั ทอ่ งเท่ียว เช่น การออกวซี า การผา่ นระบบศลุ กากร ระบบการจองบริการ ระบบการลำเลียงกระเปา๋ เป็น
ตน้
อาจกลา่ วโดยสรุปได้วา่ ICT มีบทบาทตอ่ อุตสาหกรรมท่องเทย่ี ว ดงั นี้
ICT ชว่ ยสรา้ งโอกาสในการขยายและเรง่ การเตบิ โตของอุตสาหกรรมทอ่ งเทีย่ ว
ICT เปน็ เคร่ืองมือในการลดต้นทนุ ในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมาย
36
ICT เปน็ เครอ่ื งมอื ในการรวบรวมและกระจายขอ้ มลู สารสนเทศ ความรู้
ICT ช่วยอำนวยความสะดวกในการสรา้ งเครอื ข่ายระหวา่ งผเู้ กี่ยวขอ้ งในอตุ สาหกรรมทอ่ งเทีย่ ว
ICT ช่วยเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั กิ ารและจัดการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ICT เป็นเครื่องมือในการฝึกอบรม ให้ความรู้และสร้างความสามารถให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรม
ทอ่ งเทยี่ ว
ICT มผี ลต่อการลดและเพมิ่ การจ้างงาน
ความสำคญั ของการให้บรกิ ารขอ้ มลู สารสนเทศดา้ นการท่องเท่ยี ว
สำหรับปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องการ และใช้ในการพิจารณาก่อนเลือกจุดหมายปลายทาง
หรอื เลอื กแหลง่ ทอ่ งเที่ยว ประกอบด้วย (ฉันทชั วรรณถนอม, 2552) ทรพั ยากรทอ่ งเทย่ี ว กิจกรรม และส่งิ ดงึ ดูดใจ
ให้เกิดการเดนิ ทางท่องเท่ยี ว เชน่ อุทยานแหง่ ชาติ มรดกโลก วถิ ีชวี ิต วฒั นธรรมประเพณี นอกจากแหล่งท่องเท่ียว
ที่น่าสนใจแล้ว นักท่องเที่ยวถือเป็นองค์ประกอบหลักสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการ
เดินทาง และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นการนำทรัพยากรที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ
สำหรับประชาชนและธุรกิจในพื้นที่ ซึ่งหากมีแหล่งท่องเที่ยวที่ดี มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต้องใช้ใน
การเดินทาง เช่น ระบบการสื่อสาร ระบบคมนาคม สาธารณปู โภค และสิ่งอำนวยความสะดวกตา่ ง ๆ รวมถึงบริการ
ด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสะดวกสบายในการเดินทาง ประหยัดเวลา และปลอดภัย สามารถ
เข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศด้านการท่องเที่ยว และติดต่อสื่อสารระหว่างกันได้อย่างสะดวก นอกจากนี้
องค์ประกอบเสริมที่สำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว ช่วยสร้างกระแสการรับรู้ของนักท่องเที่ยว เป็น
แรงจูงใจให้นกั ทอ่ งเทยี่ วออกเดินทางท่องเท่ียว และมผี ลอย่างมากต่อการตดั สนิ ใจเลือกจุดหมายปลายทางของการ
ท่องเที่ยว คือ การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และให้บริการข้อมูลสารสนเทศด้านการท่องเที่ยวของส่วนต่าง ๆ ทั้ง
หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน รวมถึงสถานประกอบการ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ
ท่องเท่ียว และใช้ในระหว่างการเดนิ ทางท่องเทยี่ ว ซึ่งการไดร้ บั ขอ้ มูลสารสนเทศท่ีมีความทนั สมัย ถกู ต้อง ครบถ้วน
และเข้าถึงไดง้ ่าย จะชว่ ยให้นักทอ่ งเท่ียวมีความรู้ ความเขา้ ใจในสถานที่ท่องเทยี่ วนั้น ๆ และได้รบั ประสบการณ์ท่ีดี
ซึ่งมีผลต่อความพึงพอใจ และทำให้เกิดการบอกต่อและกลับมาใช้บริการ หรือเดินทางกลับมาท่องเที่ยวซ้ำ
(อรคนางค์ นวลเจริญ และ สวิตา อยสู่ ขุ ขี, 2564)
37
ประเภทและลักษณะสารสนเทศการทอ่ งเทย่ี ว
การแบ่งประเภทและลักษณะสารสนเทศการท่องเที่ยวตามกลุ่มผู้ใช้ (สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาด
กลางและขนาดย่อม, 2561)
สารสนเทศสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ สารสนเทศเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว สิ่งอํานวยความสะดวก
ประเภทและราคาสินคา้ และบริการที่มไี วบ้ รกิ าร ภูมิอากาศและภูมปิ ระเทศของแหลง่ ท่องเที่ยวเป็นต้น
สารสนเทศสำหรับผู้ผลิตสินค้าและบริการทางการท่องเท่ยี ว ได้แก่ สารสนเทศของธรุ กิจ ข้อมูลและ
ประวัติลกู ค้า ข้อมลู ตัวแทนจาํ หน่าย เป็นตน้
สารสนเทศสำหรับตัวแทนจําหนา่ ย ได้แก่แนวโน้มของความต้องการของลูกค้า แหล่งท่องเที่ยว ส่ิง
อาํ นวยความสะดวก รายการนาํ เท่ยี ว ประเภทและราคาสินค้าบรกิ ารท่มี ีไวบ้ ริการ
สารสนเทศสำหรับหน่วยงานวางแผนการท่องเที่ยว ได้แก่ จำนวนนักท่องเที่ยว รายได้จากการ
ท่องเที่ยว นโยบายการทอ่ งเที่ยว เป็นต้น
สารสนเทศแต่ละประเภทมีลกั ษณะท่เี หมือนกันและแตกตา่ งกัน และสารสนเทศท่แี ตกต่างกนั ย่อมตอ้ งการ
เทคโนโลยีที่แตกต่างกันในการเผยแพร่หรือประมวลผล (สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม,
2561)
1. สารสนเทศทางการท่องเที่ยวทีไ่ ม่เปลี่ยนแปลงและที่เปล่ียนแปลงอยู่เสมอสารสนเทศทีไ่ ม่เปลี่ยนแปลง
หรืออาจเปลี่ยนแปลงในระยะยาว เช่น เส้นทางการเดิน ทางเข้า-ออกแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ตั้งแหล่งท่องเที่ยว
เป็นต้น สารสนเทศทีเ่ ปลยี่ นอยเู่ สมอ เชน่ สภาพอากาศอตั ราคา่ โดยสาร อตั ราค่าท่พี กั เปน็ ต้น
2. สารสนเทศทางการท่องเทยี่ วกอ่ นการเดินทาง ระหว่างการเดินทางและภายหลงั การเดนิ ทางสารสนเทศ
ทางการท่องเที่ยวก่อนการเดินทางเป็นสารสนเทศที่ช่วยในการวางแผนและตัวตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ
สารสนเทศระหว่างการเดินทาง เช่น เอกสารนําเที่ยวที่แจกในแหล่งบริการการทอ่ งเที่ยว ลักษณะสภาพอากาศใน
แหล่งท่องเที่ยว สารสนเทศภายหลังจากการเดินทาง เช่นความเห็นของนักท่องเที่ยวที่มีตอ่ แหล่งบริการท่องเที่ยว
ตา่ ง ๆ
3. สารสนเทศทางการท่องเที่ยวจัดทำโดยภาครัฐและภาคเอกชน สารสนเทศที่จัดทำโดยภาครัฐมักให้
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว เช่น ลักษณะที่ตั้ง สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนํา ข้อมูลหรือสารสนเทศที่ได้จะมี
ลักษณะเป็นกลางและครอบคลุมรายละเอียดข้อมูลท่ีสำคัญ ส่วนสารสนเทศทางการท่องเที่ยวที่จัดทำโดย
ภาคเอกชน เช่น บริษัทนําเที่ยว สายการบินร้านอาหารต่างๆ ผู้ให้บริการที่พัก มักเป็นสารสนเทศที่มุ่งให้ข้อมูลใน
ดา้ นท่เี กีย่ วข้องกับสินคา้ หรือบรกิ ารของภาคเอกชนนัน้ ๆ ดงั นั้นการเลอื กใช้สารสนเทศต้องพิจารณาใหร้ อบคอบ
38
ความสมั พนั ธ์ระหว่างการทอ่ งเทย่ี วและเทคโนโลยสี ารสนเทศ
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีสารสนเทศเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก และมีข้อมูลหลายประเภท
ผูป้ ระกอบการจึงต้องมกี ารจัดการสารสนเทศที่ดีและมีวิธกี ารเผยแพร่สารสนเทศที่เหมาะสม
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีการติดตอ่ สื่อสารทั่วโลก ทั้งระหว่างผู้ประกอบการและ
ระหว่างผู้ประกอบการกับนักท่องเที่ยว ซึ่งการ ให้บริการติดต่อสื่อสารจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยใน
การ จดั การ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการนําระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยการ ดำเนินการเป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะการใชง้ านบนเครอื ขา่ ย คอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีสารสนเทศชว่ ยให้ธรุ กิจท่องเที่ยวสามารถดําเนินงานได้อย่างรวดเร็วและมีความยืดหยุ่น
ในการใหบ้ ริการ ทั้งนเี้ พอ่ื เพม่ิ ความสามารถในการแขง่ ขนั และการพัฒนาบรกิ าร
เทคโนโลยสี ารสนเทศชว่ ยลดค่าใช้จา่ ยในการดาํ เนนิ งานและการ ตดิ ตอ่ สอ่ื สารในธรุ กิจท่องเทีย่ ว
การเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ระบบ 4G กลายเป็น เครื่องมือสำคัญของอุตสาหกรรม
ทอ่ งเท่ยี ว
โครงสร้างเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื อตุ สาหกรรมท่องเทีย่ ว
1. รัฐบาล
เป็นผู้กำหนดความสำคัญในการวางแผนพัฒนา ควบคุม และส่งเสริมการท่องเที่ยวจึงได้นําเทคโนโลยี
สารสนเทศมาช่วยสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ เช่น การรวบรวมสถิติเกี่ยวกับการท่องเที่ยว การใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศเพ่ือส่งเสริมการทอ่ งเท่ียว เป็นต้น โดยนําระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประกอบการดาํ เนนิ งาน ดังนี้
ระบบการจัดการแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทาง (Destination Management System
:DMS) ซึ่งสามารถให้บริการได้ใน 2 ระดับคือ ๑) เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอํานวย
ความสะดวกในบรเิ วณ แหล่งท่องเที่ยวในรปู แบบสื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์ ๒) เผยแพร่ขอ้ มลู ขา่ วสารและสํารองสนิ ค้าและ
บรกิ าร และระบบการใหบ้ รกิ ารสํารองสินค้าและบรกิ าร
การเผยแพร่ข้อมูลในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต องค์กรในภาครัฐได้พัฒนา DMS สู่
ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและตัวแทนจําหน่าย ซึ่ง อาจจัดทำเป็นเว็บไซต์เพื่อให้
ข้อมลู เก่ียวกับแหลง่ ท่องเที่ยวซ่ึงเป็นจุดหมายของนักท่องเท่ยี ว
39
การตลาดและการส่งเสริมการตลาดทางการท่องเที่ยว - จัดทำฐานข้อมูลนักท่องเที่ยว – จัดทำ
ฐานข้อมูลตลาดนกั ท่องเที่ยว
การวิจยั การตลาด
2. ผผู้ ลิตสินค้าและบริการทางการทอ่ งเท่ียวผผู้ ลติ สนิ คา้ และบรกิ ารทางการทอ่ งเท่ียว (suppliers)
เป็นองค์ประกอบท่ีสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และมีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดใหญ่จนถึงสถาน
ประกอบการขนาดเล็ก โดยทั่วไปผู้ผลิตสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจะใช้เทคโนโลยีสารส นเทศเพื่อการ
จัดการสำนักงานอัตโนมัติและเป็นช่องทางการจัดจําหน่ายไปสู่ลูกค้าในท้องตลาด ผู้ผลิตสินค้าและบริการแต่ละ
ประเภทมีวิวฒั นาการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทแี่ ตกตา่ งกนั ออกไป
▪ สายการบิน รถไฟ เรือสำราญ และรถเช่า ในการให้บริการของสายการบินได้ทำระบบสํารองที่น่ัง
ด้วยคอมพิวเตอร์ (Computerized Reservation System: CRS) และได้ พัฒนาเป็นระบบการจัดจําหน่ายแบบ
เบ็ดเสร็จ (Global Distribution System: GDS)
▪ โรงแรม ธุรกจิ โรงแรมมีความแตกต่างจากธุรกิจการบิน เนอ่ื งจากธุรกิจโรงแรมประกอบด้วยโรงแรม
ขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นจำนวนมาก ยกเว้นกลุ่มโรงแรมในเครือ นอกจากขนาดแล้วธุรกิจโรงแรมยังมีความ
แตกต่างกันในประเภทห้องพัก และปัจจัยประกอบต่างๆเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในธุรกิจโรงแรมจึงมีความ
แตกต่างกนั ตามขนาดและประเภทของโรงแรม โดยโรงแรมสามารถจดั หาระบบคอมพิวเตอรไ์ ดใ้ น 3 ลักษณะ คอื
1) การพฒั นาระบบซอฟต์แวรค์ อมพิวเตอรข์ องตัวเอง (In-house System)
2) การซ้ือโปรแกรมสาํ เร็จรูป (Pre-packaged System)
3) การว่าจ้างบริษัทคอมพิวเตอรจ์ ากภายนอก (Outsourced System) โดยทั่วไประบบคอมพิวเตอร์ท่ใี ช้
ในโรงแรมหรือที่พักประเภทอื่นๆ ประกอบด้วย ระบบการจัดการทรัพย์สิน (Property Management System:
PMS) ซึ่งเป็นระบบที่ทำหน้าที่เก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลที่เป็นรายละเอียดต่าง ๆ ของโรงแรม โดยระบบ
PMS ประกอบด้วย
1) ระบบบริการส่วนหน้า (Front Office System)
2) ระบบสำนกั งานสว่ นหลัง (Back Office System)
3) ระบบการขาย ณ จดุ ขาย (Point-of-Sale System: POS)
4) ระบบการจดั การอาหารและเครื่องด่ืม (Food and Beverage System)5) ระบบการขายและ
การตลาด (Sales and Marketing System)
40
▪ บริษัทนําเท่ยี ว (Tour Operator) เป็นธรุ กจิ ทซ่ี อ้ื สินค้าและบริการจากผู้ผลิตทางการท่องเทีย่ ว แล้ว
นํามาประกอบเป็นรายการนําเที่ยวเสนอขายแก่นักท่องเที่ยว โดยจําหน่ายผ่านตัวแทน หรืออาจติดต่อกับลูกค้า
โดยตรง ดังนั้นบริษัทนําเที่ยวจึงต้องมีระบบการดําเนินงานภายในที่มีประสิทธิภาพและมีระบบเครือข่ายจัด
จําหนา่ ยโดยตัวแทนจาํ หนา่ ยทก่ี วา้ งขวาง โดยจัดทำเปน็ ระบบฐานข้อมลู คอมพวิ เตอร์
3. ผู้ใหบ้ รกิ ารระบบเครือข่าย
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีสินค้าและบริการเผยแพร่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจ ำนวนมากนักท่องเที่ยว
สามารถจัดรายการท่องเที่ยวได้ด้วยตนเองโดยใช้ข้อมูลหรือสารสนเทศที่เผยแพร่ผ่านทางอินเทอร์เน็ต
ผปู้ ระกอบการในอตุ สาหกรรมท่องเทย่ี วสามารถใชป้ ระโยชน์จากอนิ เทอรเ์ น็ตในหลายลักษณะ เชน่
1) เผยแพร่ขอ้ มูลแหล่งทอ่ งเทยี่ ว สนิ ค้า และบริการ
2) สอ่ื สารระหว่างผู้ท่เี กี่ยวขอ้ งในอุตสาหกรรมท่องเทีย่ ว
3) สํารองและจัดทำรายการซื้อขายระหวา่ งผผู้ ลิตและลูกคา้ หรือทเี่ รยี กว่าพาณชิ ย์ อิเล็กทรอนิกส์
4) เปน็ ช่องทางการจาํ หนา่ ยบรกิ ารอิเลก็ ทรอนกิ ส์
รูปแบบของเว็บไซต์ท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จต้องมีความเรียบง่าย มีเนื้อหาที่เหมาะสม
หมายถงึ ข้อมูลรายละเอียดสินคา้ และข้อเสนอขาย เน้ือหาทดี่ คี วรเร่มิ ตน้ จากการต้งั ชื่อเวบ็ ไซต์ใหจ้ ำได้งา่ ย จดั ลำดบั
ขอ้ มลู ทน่ี ําเสนอให้เข้าใจง่าย ควรเน้นสิ่งทต่ี ้องการนําเสนอ และประกอบดว้ ยข้อมูลเกย่ี วกับบรษิ ทั /ธุรกิจ เป็นต้น
หลักสำคัญในการจัดทำเว็บไซต์ท่องเที่ยว คือ การให้ความสะดวกสบายในการใช้บริการของลูกค้า
มากที่สุด การเพิ่มช่องทางการให้บริการแก่ลูกค้า การจัดแบ่งประเภทข้อมูลในเว็บไซต์และการสร้างชุมชนทาง
อนิ เทอรเ์ น็ต
เวบ็ ไซต์ทอ่ งเท่ียวสามารถแบง่ ตามประเภทของธุรกิจ ได้ดงั นี้
1) เวบ็ ไซตข์ ององค์การท่ีเกย่ี วข้องกับการท่องเท่ียว
2) เวบ็ ไซตข์ องทพ่ี กั แรม
3) เว็บไซต์เก่ยี วกับการเดนิ ทาง
4) เว็บไซตเ์ ก่ียวกบั การบรกิ ารข้อมลู และการท่องเทย่ี ว
5) เว็บไซตเ์ กย่ี วกับกิจกรรมการท่องเทีย่ ว
6) เวบ็ ไซตเ์ กย่ี วกับอปุ กรณ์ในการทอ่ งเที่ยว
41
รปู แบบของการเผยแพรข่ ้อมลู สารสนเทศดา้ นการท่องเทีย่ ว
การเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศ (Information dissemination) ถือเป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสาร และ
เผยแพร่สารสนเทศจากแหล่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหน่ึง ซึ่งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว สามารถทำ
ไดห้ ลายวธิ ี ดงั นี้ (อรคนางค์ นวลเจรญิ และ สวติ า อยู่สขุ ข,ี 2564)
1. การเผยแพรผ่ า่ นสื่อ ส่ิงพิมพ์ตา่ งๆ เชน่ วทิ ยุ โทรทศั น์ ป้ายประชาสมั พันธ์ สงิ่ พิมพ์ ในรูปแบบของคู่มือ
นำเที่ยว, แผ่นพับ, แผนที่, และโปสเตอร์ เปน็ ตน้
2. การเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ หรือแอพลิเคชันต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับ
นักทอ่ งเทย่ี ว โดยสามารถเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ได้จากทุกท่ีและทุกเวลา
นอกจากนี้ การเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศการท่องเที่ยวผ่านการบอกต่อจากเพื่อน และสมาชิกในครอบครัว
รวมถึงการแชร์ข้อมูลหรือการรีวิวสถานที่ การเดินทาง และบริการของโรงแรม หรือร้านอาหารของนักท่องเที่ยว
ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น บล็อก (Blog), ทวิตเตอร์ (Twitter), และเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social
Networking) เป็นส่ิงทผ่ี ้ใู ห้บรกิ ารในดา้ นตา่ ง ๆ ต้องให้ความสำคัญเปน็ อยา่ งมาก เน่ืองจาก การแชร์ขอ้ มูลผา่ นสื่อ
ออนไลน์ สามารถทำได้อยา่ งสะดวก และรวดเร็ว นักทอ่ งเท่ียวสามารถให้ข้อมลู ประสบการณต์ ่าง ๆ ทีพ่ บเจอได้ท้ัง
ในเชงิ บวก และลบ ซ่ึงมผี ลต่อการตัดสินใจของนักท่องเทยี่ วรายอ่ืนๆ ท่ีได้อา่ นรีวิวนัน้ ๆ เช่น จากการศึกษาเนื้อหา
การรวี วิ ของผใู้ ช้บรกิ ารเวบ็ ไซต์ TripAdvisor ประเทศไทย ซึ่งเปน็ เวบ็ ไซตท์ อ่ งเที่ยวที่ใหญ่ท่สี ุดในโลก มีข้อมูลท่ีพัก
ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว ไว้รองรอบนักท่องเที่ยว ในการค้นหาข้อมูลและวางแผนการท่องเที่ยวได้อย่าง
สมบูรณ์ ซึ่งพบว่า นักท่องเที่ยวกวา่ รอ้ ยละ 80 ทำการพิจารณาเลือกจองโรงแรมจากรีวิว และมีการอ่านรีวิวอย่าง
น้อย 6-12 รายการ ก่อนทำการจอง ดังนั้นหากผู้ประกอบการไม่ให้ความสำคัญกับการบริการ และไม่สร้างความ
ประทบั ใจ หรือสร้างประสบการณ์ในการท่องเท่ียวที่ไม่ดีให้กับลกู ค้า จนเกดิ การให้ข้อมลู ในด้านลบบนเว็บไซต์รีวิว
ตา่ ง ๆ กจ็ ะมีผลตอ่ การตดั สนิ ใจเลือกใชส้ นิ คา้ หรือบริการนน้ั ๆ อย่างแน่นอน (ภาวติ า ไอยวรญิ ญ์, 2561 อ้างถึงใน
อรคนางค์ นวลเจรญิ และ สวติ า อยสู่ ขุ ขี, 2564)
42
รูปภาพที่ 3.3 การเผยแพรข่ ้อมลู สารสนเทศ
ท่มี า: https://www.unmeeonline.org/wp-content/uploads/2018/01/facrbok-750x400.jpg
การใหบ้ ริการข้อมลู สารสนเทศทีน่ กั ท่องเทย่ี วนิยมใช้
การบริการสารสนเทศด้านการท่องเท่ยี ว เป็นการดำเนินการขององค์กรต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับการท่องเท่ียว
เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเขา้ ถงึ ข้อมูล และสารสนเทศ เพอื่ ตอบคำถามท่ีอยู่ในความสนใจ และสามารถนำข้อมูล
และสารสนเทศไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว โดยในการสร้าง
ประสบการณด์ า้ นการท่องเทยี่ วใหก้ บั นกั ท่องเทีย่ ว สามารถแบง่ ได้เปน็ 3 ระยะ คอื (ธนั ยา พรหมบรุ มย์ และนฤมล
กมิ ภากรณ์, 2558 อา้ งถึงใน อรคนางค์ นวลเจริญ และ สวติ า อยสู่ ขุ ข,ี 2564)
1. ก่อนการท่องเที่ยว (Before) รูปแบบของการให้บริการข้อมูลสารสนเทศส่วนใหญ่ จะอยู่ในรูปแบบ
ของสื่อเว็บไซต์ออนไลน์ ทำการประชาสัมพันธ์ และโปรโมทแหล่งท่องเที่ยว เพื่อนำเสนอข้อมูล ดึงดูดให้
นักท่องเที่ยวเกิดความสนใจ และตัดสินใจมาเที่ยว โดยรูปแบบของการประชาสัมพันธ์ (กันตภณ แก้วสง่า, บุษบา
สุธีธร และ อภิชญา อยู่ในธรรม, 2563) เป็นการแนะนำและแบง่ ปันข้อมลู ของสถานทีท่ ่องเที่ยว การเดินทาง และ
กจิ กรรมการท่องเทย่ี วต่างๆ ควรเนน้ การนำเสนอเนื้อหาท่ีมีความทันสมยั เป็นเหตุการณ์ท่ีเกิดขน้ึ จริง และมีการใช้
ภาษาที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ โดยเนื้อหาที่นำเสนอนั้นอยู่ในรูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจ เช่น การทำ
โปสเตอร์ และสื่อวีดิทัศน์ เน้นเป็นรูปภาพที่สวยงาม มีเนื้อหาครบถ้วน และทำให้มองเห็นภาพ รวมถึงบรรยากาศ
ของสถานที่ จึงจะสามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้ และเมื่อนักท่องเที่ยวเกิดความสนใจ อยากจะมา
เที่ยวแล้ว ก็จะเร่ิมทำการหาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติม ข้อมูลที่พัก ข้อมูลการเดินทาง รวมถึง
การวางแผนเสน้ ทางการท่องเท่ยี ว โดยเข้าถึงขอ้ มูลผ่านเวบ็ ไซต์ เชน่
- google.com สำหรับสืบค้น และหาขอ้ มูล
43
- YouTube ซึ่งมีรูปแบบการนำเสนอเป็นคลิปวีดิโอ ที่ทำให้เห็นภาพบรรยากาศของสถานที่จริง -
pantip.com เป็นเว็บไซตท์ ีร่ วบรวมรวี วิ การทอ่ งเที่ยวของคนไทย
- tripadvisor.com เป็นเว็บไซต์รีวิวการท่องเที่ยวต่างประเทศภาษาอังกฤษสำหรับนักท่องเที่ยว
ชาวต่างชาติ
2. ระหว่างการท่องเที่ยว (During) รูปแบบของการให้บริการข้อมูลสารสนเทศจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
คอื การใหบ้ รกิ ารขอ้ มลู ในรูปแบบของการเผชญิ หน้า เป็นการใหข้ ้อมลู ณ สถานที่ทอ่ งเทยี่ ว เชน่ ปา้ ย โบรชวั ร์ การ
ให้ข้อมูลจากผู้ให้บริการในด้านต่างๆ เช่น มัคคุเทศก์ รถสาธารณะ เจ้าหน้าที่ขายบัตร พนักงานโรงแรม และ
พนักงานร้านอาหาร เป็นระยะของการท่องเทย่ี วท่สี ามารถสร้างความประทับใจ และความพงึ พอใจ และเป็นข้อมูล
ในการส่งต่อให้กับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ หรือการแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวบนเว็บไซต์ออนไลน์ อีกรูปแบบคือ
การให้บริการข้อมูลสารสนเทศแบบออนไลน์ ซึ่งจากการสำรว จ การใช้ แอพลิเคชันต่าง ๆ ในการเดินทาง
ท่องเทีย่ วประเทศไทย แอพลิเคชั่นทไี่ ดร้ บั ความนยิ ม เชน่
- Google Map เป็นแอพลิเคชันที่ใช้ในการแสดงแผนที่บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ โดยมี
เครื่องมือใน การค้นหาตำแหน่งของสถานที่ บริการ และร้านค้าที่ต้องการ พร้อมข้อมูลเบ้ืองต้น เช่น ที่อยู่ เบอร์
โทรศัพท์ เวลาเปิด ปิดของ สถานที่ และรีวิวสถานที่นั้น ๆ จากผู้ใช้ และฟังก์ชันสำคัญ คือ การแนะนำเส้นทางใน
การเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ พร้อมระยะเวลาที่จะถึงจุดหมายปลายทาง โดยมีการทำงานแบบ
เรยี ลไทม์
- Google Translate เป็นแอพลิเคชันที่ใช้ในการแปลภาษา โดยมีความสามารถในการแปลภาษาได้
มากกวา่ 100 ภาษา ในการแปลภาษาสามารถทำการแปลข้อความส้ันๆ หรือใชก้ ล้องจากมือถือส่องไปท่ีข้อความท่ี
ต้องการแปล หรือหาก ต้องการแปลข้อความยาว ๆ หรือเลือกข้อความที่ ทันทีแบบเรียลไทม์ ต้องกา รแปล
สามารถใชน้ ้ิวไฮไลท์ขอ้ ความนั้น ๆ แอพลิเคชนั กจ็ ะแปลภาษาให้
3. หลังจากการทอ่ งเที่ยว (After) พฤติกรรมใหม่ของนักท่องเที่ยว คอื การรีววิ หรือส่งต่อข้อมูล ซึ่งเป็น
การตลาดออนไลน์เชิงอิทธิพล โดยในการให้ข้อมูล อาจจะอยู่ในรูปแบบของการเขียนบรรยาย รูปภาพ หรือวิดีโอ
หรือมีทั้ง 3 องค์ประกอบรวมเข้าด้วยกัน จุดประสงค์ของการรีวิวมีความแตกต่างกัน อาจเกิดจากความต้องการ
แบง่ ปันขอ้ มลู การแลกกับส่วนลดในการเดนิ ทางคร้ังต่อไป
44
การจัดจำหนา่ ยสินคา้ บริการท่องเที่ยวผ่านระบบอนิ เทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์
ความยงุ่ ยากในการคน้ หาสารสนเทศเพื่อตอบสนองความตอ้ งการของผ้บู ริโภค และการจบั คู่ความต้องการ
ที่ตรงกันระหว่างผู้ใหบ้ ริการและผู้บริโภค ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวต้องหาเครือ่ งมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำ
ธุรกรรมเครื่องมือเพื่อการจัดการกับระบบจัดจำหน่ายได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ผู้ประกอบการที่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องการเครื่องมือที่ช่วยในการจัดจำหน่ายเพื่อให้สามารถ
ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทันเวลา การจัดจำหน่ายด้านการท่องเที่ยวผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและ
คอมพิวเตอร์ สามารถแบง่ เปน็ 3 ประเภท (อรณุ ี อินทรไพโรจน์, 2551)
1. ระบบจดั จาํ หนา่ ยทั่วโลก (The Global Distribution Systems หรอื GDSs) และระบบการจองที่
นัง่ โดยคอมพวิ เตอร์ (The Computer Reservation Systems หรือ CRSs)
เป็นตัวกลางของบ่วงโซ่อุปทานในการจัดจำหน่ายสินค้าบริการท่องเที่ยว ระบบ GDS ได้ถูกพัฒนาขึ้น
แทนการใช้โทรศัพท์ เป็นระบบการจองบริการ จัดจำหน่ายและให้บริการด้านสารสนเทศผ่านคอมพิวเตอร์ ซ่ึง
สนับสนุนการขายท่ีนั่งบนสายการบิน และสินค้าที่เกีย่ วขอ้ ง เช่น โรงแรมและรถเช่า ไปยังแผนกขายท่ัวโลก เป็น
ตัวเชื่อมระหว่างผู้ขายและผู้ใช้ระบบซึ่งได้แก่ ตัวแทนท่องเที่ยว ระบบ GDS หลัก ได้แก่ Amadeus, Galileo,
SABRE และ World Span ระบบ GDS ยังคงเป็นระบบหลักของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและมีความสำคัญใน
ปัจจุบัน โรงแรม หรือสายการบนิ ท่ีไม่ไดเ้ ชอ่ื มต่อกบั ระบบ GDS จะขาดรายไดม้ หาศาลจากธรุ กจิ การทอ่ งเทยี่ ว
2. ระบบการจัดจำหนา่ ยอเิ ล็กทรอนกิ ส์ Electronic Distribution Systems (EDSs)
ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีที่มาจากการพัฒนาระบบที่ใช้ในอุตสาหกรรมการบินในช่วงปี ค.ศ. 1960
ระบบนี้ทำให้บริษัทท่องเที่ยวตา่ ง ๆ เข้าถึงข้อมูลและราคาทีเ่ ป็นปัจจบุ นั (real-time) รวมทั้งการทำการจองตา่ งๆ
ได้โดยทันที ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาความสามารถในการให้บริการลูกค้าได้อย่างมาก เนื่องจากระบบนี้มีค่าใช้จ่าย
น้อยกว่าระบบการจองทางโทรศัพท์ นอกจากน้ี ยังเห็นไดช้ ัดวา่ บรษิ ัทท่องเที่ยวมีแนวโน้มทำการจองตั๋วโดยสารกับ
สายการบินที่ให้บริการระบบการจองโดยตรงกับสายการบิน ซึ่งช่วยให้สายการบินเหล่านี้มีส่วนแบ่งการตลาดและ
Aircraft Load มากข้นึ จึงทำให้รายได้ของสายการบินเพม่ิ ข้นึ ดว้ ย อยา่ งไรกต็ าม การเปดิ เสรขี องภาคอตุ สาหกรรม
การบินในช่วง ค.ศ. 1970 ก่อให้เกิดทางเลือกของเที่ยวบินและค่าโดยสารจำนวนมาก จึงทำให้การใช้ระบบ
คอมพิวเตอร์ในการปฏบิ ตั ิงานมคี วามสำคัญในการแก้ไขความซับซ้อนของเว็บไซตท์ ่องเทีย่ วตา่ ง ๆ
3. อินเทอรเ์ นต็ และ ICT
เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเข้าถึงตลาดท่องเที่ยวเพื่อให้และรับบริการ
รูปแบบต่างๆ เป็นเครื่องมือที่แข่งขันกับระบบ GDS และทำให้บริษัทที่เป็นตัวกลางการท่องเที่ยวต้องปรับเปลี่ยน
45
รูปแบบการทำธุรกิจใหม่เพราะอินเทอร์เน็ตทำให้ผู้บริโภคสามารถตัดตัวกลาง (Disintermediation) หรือ
เปลี่ยนแปลงการใช้ตัวกลาง (Reinter mediation) จากตัวแทนท่องเที่ยวแบบเดิมเป็นตัวแทนในระบบออนไลน์
สายการบินยังเป็นหน่วยธุรกิจที่เปน็ ผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและสร้าง
ประสทิ ธิภาพ เชน่ การใชต้ ั๋วโดยสารอเิ ล็กทรอนิกส์ (e-Ticket) การใช้ระบบเช็คอนิ อตั โนมตั ิ
รูปภาพที่ 3.4 การจดั จำหนา่ ยผา่ นระบบอินเตอรเ์ นต็ และคอมพวิ เตอร์
ที่มา: https://3.bp.blogspot.com/-B705ls2eobk/UuxtOrrXbNI/AAAAAAAAARk/
ffiTJVlv87s/s1600/85b62d4a27ea43297eb1ab349b6e06c6_XL.jpg
เว็บไซต์ของธรุ กิจท่องเทย่ี ว
อุตสาหกรรมทอ่ งเท่ยี วเปน็ อุตสาหกรรมที่มีการแขง่ ขันสูงมาก เมอ่ื องคก์ ร หนว่ ยงานต่างๆ ใช้อินเทอร์เน็ต
เป็นช่องทางในการจัดจำหน่าย การประชาสัมพันธ์ การแข่งขันด้านการสร้างความสมบูรณ์ของการนำเสนอ
สารสนเทศและการออกแบบให้เว็บไซต์มีรูปลักษณ์ (Appearance) สวยงามจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมาสู่การขาย
เพราะสินค้าบริการท่องเที่ยวเป็นสินค้าที่อาศัยสารสนเทศเป็นองค์ประกอบหลักนอกเหนือจากตัวสินค้าและการ
ให้บริการทางกายภาพการเปรียบเทียบรูปลักษณ์ของเว็บไซต์ (Appearance) สามารถแบ่งออกได้หลายมิติ เช่น
ความสวยงาม ความสมบูรณ์ของเนื้อหาสารสนเทศ ผู้พัฒนาเว็บไซต์ จะต้องให้ความสำคัญกับคุณสมบัติของ
สารสนเทศ มีความรู้ทางด้านเทคนิค เช่น การเขา้ ถงึ สารสนเทศ การสอบทาน ความปลอดภัย บุคลากรในองค์กร
ต้องมีวินัยและเอาใจใส่ในเรื่องของสารสนเทศ เช่น การทำข้อมูลให้ทันสมัย เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง และมีความ
สมบรู ณค์ รบถว้ น ขณะเดยี วกันกต็ ้องอาศัยผู้มีความรู้ทางด้านกราฟิกเพ่ือให้เว็บไซต์มีภาพลักษณ์ที่สวยงาม ดึงดูด
ความสนใจ แต่สามารถเข้าถงึ และใช้งานง่าย (อรุณี อนิ ทรไพโรจน์, 2551)
46
นักท่องเที่ยวต้องการสารสนเทศเพื่อการเดินทางแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของการเดินทาง
นักท่องเที่ยวค้นหาสารสนเทศก่อนเดินทางเพื่อช่วยในการตัดสินใจหรือวางแผนการเดินทาง เมื่อเดินทางถึง
จุดหมายปลายทาง ต้องการสารสนเทศเพื่อแก้ปัญหาที่พบในระหว่างการเดินทาง หรือค้นหาสถานที่ สิ่งที่ดึงดูด
ความสนใจ หลังกลับจากการเดินทางนกั ท่องเที่ยวต้องการบอกเล่าประสบการณ์ ให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback)
ขอ้ เสนอแนะ และข้อรอ้ งเรยี น
รปู ท่ี 3.5 เว็บไซต์ธรุ กจิ ท่องเที่ยว
ที่มา: https://www.cw.in.th/assets/upload/full_PHOTO_portfolio_21-03-2018_110321.jpg
ดังนั้นการออกแบบเว็บไซต์ที่ประสบความสำเร็จคือการตอบสนองความคาดหวังและความต้องการของ
ลูกคา้ การออกแบบเร่ิมต้นจากการระบุความต้องการ ความคาดหวังและปญั หา หลังจากน้ันจึงออกแบบเว็บไซต์
เพื่อตอบสนองความต้องการ ความคาดหวังหรือแก้ไขปัญหา เกณฑ์การออกแบบที่สำคัญ ได้แก่ เส้นทางการ
ค้นหา (Navigation) ความสอดคล้อง ผลลัพธ์ ภาพที่ปรากฏ และการประกันคุณภาพ รวมทั้งการตรวจสอบ
47
คุณสมบัติที่ดีของเว็บไซต์คุณสมบัติของเว็บไซต์ที่ดี ประกอบด้วย ความสามารถในการค้นหา การเร็วในการ
เข้าถึง การเรียกเว็บไซต์ หรือ Download เป็นเว็บที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ (Dynamic) สารสนเทศสามารถ
ปรับเข้ากับความต้องการ น่าสนใจและเพียงพอ มีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ใช้เสียง ภาพเคลื่อนไหว (Animation)
วิดีโอและ แผนที่ (Interactive Map) ที่จะทำให้เว็บไซต์น่าสนใจและเป็นที่รู้จัก มีการออกแบบและนำเสนอที่ดี
สามารถจองบริการได้ทันที มีการบำรุงรักษา ดูแล และปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย มีการเชื่อมต่อกับเว็บไซต์อื่นๆ
และมีการทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ทั้งในระบบออนไลน์และออฟไลน์ การจัดทำเว็บไซต์ควรมีการจัดกลุ่ม
สารสนเทศให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวตามโอกาสทางการตลาด การทำตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น ตลาดคนโสด กลุ่ม
วัยรุ่น ช่วงพักผ่อนหลังจบการศึกษา ช่วงเปลี่ยนอาชีพ ช่วงเกษียณอายุ ช่วงหยุดพักผ่อน รวมทั้งมีการแบ่งการ
นำเสนอสาระสำหรับกลุ่มผู้เข้าชม เช่น สารสนเทศสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ลูกค้าธุรกิจ สื่อมวลชน และ
องค์การส่งเสริมการท่องเท่ยี ว
ปัจจุบันแนวโน้มการท่องเที่ยวในแถบเอเชียแปซิฟิกได้มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม เช่นการให้ความสำคัญ
กับกิจกรรม และประสบการณ์การท่องเที่ยว การพัฒนาของสายการบินต้นทุนต่ำ การเปลี่ยนแปลงตัวเองของ
ตัวแทนท่องเที่ยว (Travel Agents) มาเป็นที่ปรึกษาการเดินทางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการทำธุรกรรมผ่าน
ระบบออนไลน์ การท่องเที่ยวที่ปรับเข้ากับความต้องการ (Customized Tours) ของลูกค้าแต่ละรายการให้
ความสำคัญกบั การตดิ ต่อส่อื สารและความถูกต้องของข้อมูล ดงั นน้ั รปู แบบสนิ คา้ และบริการทอ่ งเทย่ี วที่นำเสนอใน
เวบ็ ไซต์จะต้องสอดคลอ้ งกับความตอ้ งการ พฤตกิ รรมของผ้บู ริโภค และปรบั ตัวใหเ้ ทา่ ทันการเปลี่ยนแปลงท่เี กิดข้นึ
ลกั ษณะของเว็บไซต์ทด่ี ี
เว็บไซต์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ นอกจากความสวยงามที่ต้องคำนึงถึงแล้ว ยังมี
องค์ประกอบในการทำเว็บไซตท์ ดี่ ี ดังน้ี (จตพุ ร วณิ โรจน์, ม.ป.ป.)
1. ความเรียบง่าย (Simplicity) เป็นการจัดรูปแบบของหน้าเว็บที่มีรูปแบบและลักษณะที่ไม่ซับซ้อน
และใช้งานได้อย่างสะดวก สามารถจำกัดองค์ประกอบเสริมที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอให้เหลือเฉพาะสิ่งที่จำเป็น
เทา่ น้นั เลอื กเสนอส่ิงท่ตี ้องการนำเสนอจริง ๆ สำหรับ ในส่วนของกราฟิก สสี นั ตวั อกั ษร และภาพเคล่ือนไหว ต้อง
เลือกให้พอเหมาะ ไม่มากเกินไป ตัวอย่างเว็บไซต์ที่ได้รับการออกแบบที่ดี เช่น เว็บไซต์ของบริษัทใหญ่ ๆ อาธิ
Microsoft Apple Adobe ท่ีมกี ารออกแบบเวบ็ ไซตใ์ นรูปแบบทเี่ รียบง่าย ไม่ซับซอ้ น และใชง้ านอย่างสะดวก
48
รูปภาพท่ี 3.6 ความเรยี บงา่ ยของเว็บไซต์
2. ความสม่ำเสมอ (Consistency) เป็นการใช้รูปแบบเดียวกันตลอดทั้ง เว็บไซต์เพราะถ้าหากว่าแต่ละ
หน้าในเว็บไซต์นั้นมีความแตกต่างกันมาก ผู้ใช้ก็จะเกิดความสับสนและไม่แน่ใจว่ากำลังอยู่ในเว็บเดิมหรือไม่
เพราะฉะน้นั การออกแบบเวบ็ ไซต์ในแตล่ ะหน้าควรจะมีรูปแบบสไตล์ของกราฟกิ ระบบเนวเิ กชัน และโทนสีทใ่ี ชค้ วร
จะมีความคล้ายคลงึ กนั ตลอดทงั้ เว็บไซต์
3. ความเป็นเอกลักษณ์ (Identity) การออกแบบเว็บไซต์ต้องคำนึงถึง เอกลักษณ์และลักษณะของ
องค์กรเป็นหลัก เนื่องจากเว็บไซต์จะสะท้อนถึงเอกลักษณ์และลักษณะ ขององค์กร การเลือกใช้ตัวอักษร ชุดสี
รูปภาพหรือกราฟิก จะมีผลต่อรูปแบบของเว็บไซต์เป็นอย่าง มาก ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องออกแบบเว็บไซต์ของ
ธนาคารแต่กลับเลอื กสีสันและกราฟิกมากมายอาจทำใหผ้ ู้ใชค้ ิดวา่ เป็นเว็บไซต์ของสวนสนกุ ซึ่งส่งผลตอ่ ความเช่ือถือ
ขององค์กรได้
4. เนื้อหาที่มีประโยชน์ (Useful Content) การออกแบบเนื้อหาให้มีประโยชน์เป็นสิ่งสำคัญที่ต้อง
คำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งเพราะเนื้อหาถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเว็บไซต์ ดังนั้น ในเว็บไซต์ควรจัดเตรียมเนื้อหาและ
ข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการให้ถูกต้องและสมบูรณ์โดยมีการปรับปรุงและเพิ่มเติมให้ทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ เนื้อหาท่ี
สำคัญที่สุด คือ เนื้อหาที่ผู้พัฒนาสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง โดยเนื้อหาไม่ซ้ำกับเว็บอื่น เพราะจะเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้ใช้ให้
เขา้ มาในเว็บไซต์อย่เู สมอ
5. ระบบเนวิเกชั่นที่ใช้งานง่าย (User-Friendly Navigation) การออกแบบระบบเนวิเกชั่นให้ผู้ใช้
เข้าใจง่ายและใช้งานได้อย่างสะดวก เนวิเกช่ันเป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญต่อเว็บไซต์มากเพราะจะช่วยให้
ผู้ใช้ที่เปิดเว็บไซต์ไม่สับสน ระบบเนวิเกชั่นจึงเปรียบเสมือนป้ายบอกทาง ดังนั้น ควรออกแบบเนวิเกชั่น ให้เข้าใจ
49
ง่ายใช้งานได้สะดวกถ้ามีการใช้เนวิเกชั่นท่ีเป็นกราฟิกสื่อความหมายควรมีตัวอักษรอธิบายที่ชัดเจนด้วย ตำแหน่ง
ของการวางเนวิเกช่นั ก็ควรวางให้สมำ่ เสมอ เชน่ อยตู่ ำแหน่งบนสดุ ของทกุ หนา้ เป็นต้น
6. มีลักษณะที่น่าสนใจ (Visual Appeal) ลักษณะที่น่าสนใจของเว็บไซต์นั้น ขึ้นอยู่กับความชอบส่วน
บุคคลเป็นสำคัญแต่โดยรวมแล้วก็สามารถสรุปได้ว่าเวบ็ ไซต์ทีน่ ่าสนใจนัน้ ส่วนประกอบต่าง ๆ ต้องมีคุณภาพ เช่น
กราฟิกมีความสมบูรณ์ไม่มีรอยหรือขอบขั้นบันไดให้เห็นการใช้ชนิดตัวอักษรต้องอ่านง่ายสบายตา มีการเลือกใช้
โทนสที เ่ี ขา้ กนั อยา่ งสวยงาม
เว็บไซต์ที่นา่ สนใจและดงึ ดูด ตอ้ งสามารถทำใหผ้ ู้เข้าเย่ียมชมเวบ็ ไซต์ หยดุ อยทู่ ่ีเวบ็ ไซต์ของคุณได้ทันทีเมื่อ
เข้ามาครั้งแรก โดยต้องคำนงึ ถึงวธิ กี ารตาม หลักการ AIDA ดงั รูปภาพดา้ นลา่ ง
รูปภาพที่ 3.7 ลกั ษณะของเว็บไซตท์ ี่นา่ สนใจ
7. การใช้งานอย่างไม่จำกัด (Compatibility) เป็นการให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ เข้าถึงเว็บไซต์ได้มากที่สุด โดย
ไม่มีการบังคับให้ผู้ใช้ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆ เพิ่มเติม หรือต้องเลือกใช้ บราวเซอร์ชนิดใดชนิดหนึ่งจึงจะสามารถ
เข้าถงึ เน้ือหาได้ สามารถแสดงผลได้ในทุกระบบปฏบิ ตั กิ าร และที่ความละเอยี ดหน้าจอต่างกันอย่างไมม่ ีปัญหา
50
8. คุณภาพในการออกแบบ (Design Stability) เป็นการออกแบบเว็บไซต์ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่า
เว็บไซต์มีคุณภาพ ถูกต้อง และเชื่อถือได้ ควรให้ความสำคัญกับการออกแบบเว็บไซต์เป็นอย่างมาก ต้องออกแบบ
วางแผนและเรียบเรยี งเน้ือหาอย่างรอบคอบ ถ้าจดั ทำขนึ้ ไม่มีมาตรฐานในการออกแบบและระบบการจัดการข้อมูล
ไม่ไดม้ าตรฐาน เมอ่ื เกิดปัญหาข้นึ อาจสง่ ผลทำให้ผูใ้ ชห้ มดความเชือ่ ถือได้
9. ระบบการใช้งานที่ถูกต้อง (Functional Stability) ระบบการทำงานต่าง ๆ ในเว็บไซต์ควรมีความ
ถูกต้องแน่นอน ตัวอย่างเช่น ถ้ามีการใช้ฟอร์มกรอกข้อมูลก็ต้องแน่ใจว่า ฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูลนั้นสามารถใช้
งานได้จรงิ หรือลิงค์ท่ีเช่ือมโยงไปยังเว็บภายในเว็บไซตห์ รือเว็บไซต์ต่างๆ ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ายงั สามารถลงิ ค์
ข้อมูลได้ถูกต้อง โดยเฉพาะเว็บไซตอ์ ื่นอาจมีการเปล่ียนแปลงได้ตลอดเวลา ทำให้เว็บไซตข์ องขาดความถูกต้องไม่
สมบูรณ์และไม่มีประสทิ ธภิ าพได้
10. ความน่าเช่ือถือของเว็บไซต์ (Credibility) ดว้ ยเทคโนโลยีการสื่อสารท่ีกา้ วหนา้ อย่างรวดเรว็ ทำให้
การสร้างตัวตนของธุรกิจบนโลกออนไลน์กลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ว่าใครก็ทำได้ เริ่มตั้งแต่ การใช้ Social
Network นำเสนอสินค้าและบริการต่างๆ ไปจนถึงการเปิดเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ ขายสินค้าเป็นเรื่องเป็นราว ก็
ทำได้อย่างง่ายและรวดเร็ว อีกทั้งในมุมของผู้ซื้อ แม้ช่องทางออนไลน์จะทำให้การจับจ่ายเลือกซื้อเลือกใช้สินค้า
เป็นไปได้อย่างง่าย สะดวกสบาย ไมต่ ้องเสยี เวลาเดนิ ทางไปถงึ ที่ร้าน แตก่ ย็ งั มผี ู้ชมเวบ็ ไซต์อีกมากทไ่ี มก่ ล้าซ้ือสินค้า
ออนไลน์ เนื่องจากยังไม่เห็นสินค้าจริง ก็ทำให้เกิดความสงสัย ไม่มั่นใจ และระแวงได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญมากที่
เจ้าของเว็บไซต์จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์เกิดความมั่นใจและวางใจว่าเว็บไซต์ของคุณไม่ใช่
เวบ็ ไซตห์ ลอกลวง โดยวิธกี ารทีจ่ ะชว่ ยให้เว็บไซตข์ องคุณนา่ เชอื่ ถอื มีดังนี้
- ดไี ซน์การออกแบบเว็บไซต์ ควรดนู ่าเชอ่ื ถอื เป็นมอื อาชีพ (Professional Look) มเี นอื้ หาอยา่ งครบถ้วน
มีรูปภาพสินค้าหรือบริการประกอบเนื้อหาอย่างชัดเจน และจัดข้อมูลอย่างเป็นหมวดหมู่เพื่อความสะดวกในการ
เข้าชม
- แสดงที่อยู่ติดต่อชัดเจน พร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ หรือกรณีที่มีหน้าร้านจริง สามารถแสดงแผน
ท่ตี ้ัง เพอ่ื ยนื ยนั การมตี วั ตน และรองรับการติดตอ่ เข้ามาของลูกค้าท่สี นใจได้
- สร้างหนา้ เกี่ยวกบั เรา (About Us) แสดงเนื้อหาของประวตั ิความเป็นมา ผู้บริหาร วสิ ัยทศั น์ ของบริษัท
ภาพออฟฟิศ ทมี งาน
- มีเครื่องหมายรับรองจากสถาบันต่างๆ (Certification and Accreditation) เช่น เครื่องหมาย DBD
Verified, Registered ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นต้น ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์จะต้องนำเวบ็ ไซต์ไปผ่านการตรวจ
รับรองจากองค์กรมาตรฐานตา่ งๆ ทำใหเ้ กดิ ความนา่ เชอื่ ถอื ว่าเวบ็ ไซตน์ ้ีอย่ใู นขอบเขตของกฎหมาย
51
- มีหน้าคำถามที่พบบ่อย FAQ (Frequently Asked Questions) แนะนำข้อมูลหรือตอบข้อสงสัย
เบ้อื งตน้ ให้กับลกู คา้
- มีตัวอย่างประสบการณ์ผู้ซื้อ ผู้ใช้บริการ (Testimonials) เพื่อแสดงให้เห็นวา่ เวบ็ ไซตน์ ี้เคยให้บริการกับ
ลูกค้ารายอื่นๆ หากลูกค้ามีชื่อเสียงในวงสังคม หรือเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ย่อมก่อให้เกิดผลในทางบวก แล ะ
ส่งเสริมภาพลกั ษณข์ องเว็บไซตใ์ ห้ดีขน้ึ
- แสดงเงื่อนไขและนโยบายในการซื้อหรือขายสินค้าและบริการที่ชัดเจน ช่วยให้เห็นถึงความจริงใจของ
เจ้าของเว็บไซต์ เพราะแสดงขอบเขตของการใหบ้ ริการ และคุณสมบตั ขิ องลูกคา้
- ระวังการใช้ Web board, Guest Book, Comments ถ้าจำเป็นให้ใช้ ระบบ Captcha ช่วยป้องกัน
spam
แม้ว่าธุรกิจจะมีสินค้าที่มีคุณภาพดี ขายในราคาที่คุ้มค่า และมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดพื้นฐานที่
น่าสนใจ แต่หากนำข้อมูลเหล่านี้มาแสดงบนโลกออนไลนผ์ ่านหน้าเว็บไซตท์ ี่ไม่มีประสิทธิภาพพอ ก็อาจทำให้ผู้ชม
เว็บไซต์จะเปลี่ยนใจไปเลือกซื้อสินค้าที่เว็บไซต์อื่น ๆ ที่น่าเชื่อถือกว่าได้ และจำนวนลูกค้าของคุณก็จะลดลงอย่าง
น่าใจหาย จนทำให้ต้องล้มเลิกการใช้ช่องทางออนไลน์ช่วยขยายธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย (เรดดี้แพลนเน็ต
ดอทคอม, 2560)
ผลกระทบของเทคโนโลยสี ารสนเทศตอ่ อุตสาหกรรมทอ่ งเทยี่ ว
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ส่งผลกระทบต่อ
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในหลายด้าน เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์กร กระบวนการดำเนินธุรกิจ การ
ทำงานภายใน การเปลี่ยนแปลงบทบาททางธุรกิจ ความสัมพันธ์กับลูกค้าและผู้ขาย เปลี่ยนแปลงการนำเสนอ
สินคา้ และบริการ รวมทง้ั การเปลย่ี นแปลงการจ้างงาน (อรุณี อินทรไพโรจน์, 2551)
1. การเปลยี่ นแปลงโครงสรา้ งขององค์กร การพฒั นาดา้ นอนิ เทอร์เนต็ ก่อให้เกิดการปฏิวัติโครงสร้างของ
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและมีผลกระทบต่อตัวกลางการท่องเที่ยวโดยตรง เพราะผู้จัดหาสินค้าบริการท่องเที่ยว
สามารถขายตรงไปยังผ้บู ริโภค ตวั กลางทเ่ี ชื่อมโยงระหว่างผบู้ ริโภคและผู้จัดหาต้องเผชิญกบั ปัญหาการตัดตัวกลาง
หรือถูกทดแทนด้วยตัวกลางออนไลน์ ปัญหาการตัดตัวกลาง (Disintermediation) และการปรับเปลี่ยนตัวกลาง
(Reinter mediation) ได้มีการกลา่ วถึงตงั้ แตอ่ นิ เทอร์เน็ตและพาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนิกสเ์ ร่ิมเปน็ ท่นี ยิ มในอตุ สาหกรรม
ท่องเที่ยวอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบ่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและผู้มีส่วนร่วมใน
อุตสาหกรรมในดา้ นต่าง ๆดังนี้
52
– เจ้าของผู้จัดหา (Suppliers) ที่ทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ลดความสำคัญของช่องการจัด
จำหน่ายเดมิ และตัวแทนมกี ารปรบั เปลีย่ นราคาให้เหมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ มและเงื่อนไขทางธุรกจิ เชน่ การเสนอ
ขายในนาทีสุดทา้ ย (Last Minute Offers) เริม่ จดั ตั้งพันธมิตร และสนบั สนุนการขายตรง เพม่ิ การแข่งขันทางด้าน
ราคาและแบ่งแยกราคาขาย เริ่มปรับกระบวนการเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวใหม่ เช่น การใช้ตั๋วโดยสารอิเล็กทรอนิกส์
และการเช็คอินอตั โนมตั ิ
– บริษัทจัดการท่องเที่ยว (Tour operators) ใช้เทคโนโลยีของธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) เพ่ือ
หลกี เลยี่ งการใช้ระบบ GDS ซึ่งมีคา่ ธรรมเนียมทีส่ งู กวา่ และสร้างตวั เช่ือมประสานโดยตรงกับผู้บริโภคขณะเดียวกัน
ต้องเผชิญกับการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ต้องปรับให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของลูกค้า (Mass
Customization)
– บรษิ ัทเจา้ ของระบบ CRS / GDS เริ่มตระหนกั ถึงความสำคัญของมูลคา่ เพม่ิ จากสารสนเทศท่เี ปน็ เจ้าของ
มากกว่าการเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและพยายามเปลี่ยนตำแหน่งทางธุรกิจของตวั เองให้เป็นผู้รวบรวมสินค้าบริการ
ทอ่ งเทีย่ ว ดังน้ัน GDS จงึ กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงกบั ลูกค้าหลักคือตัวแทนท่องเที่ยว (Travel Agents) กลยุทธ์หลัก
ทใี่ ช้คอื การเช่ือมโยงเวบ็ ไซต์การท่องเที่ยวหลกั เพื่อเพิ่มปริมาณการทำธุรกรรม และมุ่งไปยงั การขายตรงสำหรับการ
ทอ่ งเทย่ี วรายย่อย
– ตัวแทนท่องเที่ยว (Travel agents) นำ ICT มาใช้ในการเสนอข้อมูล และบริการที่รวดเร็วให้กับ
ผู้บริโภค ขณะเดียวกันตัวแทนท่องเที่ยวรู้สึกถึงการลดบทบาทของช่องทางการจัดจำหน่ายแบบเดิม ทำให้ต้อง
ปรับตัวจากตวั กลางมาเปน็ ท่ปี รึกษา โดยเนน้ สนิ คา้ บริการท่องเที่ยวทมี่ ีความซับซ้อน ยากที่นักท่องเที่ยวจะจัดการ
ด้วยตนเอง
– ลูกค้า นักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางมีบทบาทมากขึ้นเช่น การทำประมูลย้อนกลับ การซื้อขายตรง การ
จัดโปรแกรมการเดินทางด้วยตนเอง การเลือกจุดหมายปลายทาง การร้องขอสารสนเทศออนไลน์ เปรียบเทียบ
ราคา จองและซื้อออนไลน์ แลกเปลี่ยนและนำเสนอประสบการณ์ ความคิดเห็น และข้อมูลการท่องเที่ยว ธุรกิจ
อิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์กับตัวกลาง ตัวกลางแบบดั้งเดิมเร่ิม
ตระหนักว่าต้องแข่งขันกับเจ้าของหรือผู้จัดหา ขณะที่ตัวกลางออนไลน์ (e-Intermediaries) มีโอกาสแข่งขันเท่า
เทียมกับผู้ขาย เพราะสินค้าและบริการท่องเที่ยวมีความซับซ้อนทำให้ต้องการสารสนเทศมารวมกันและความ
เชี่ยวชาญซง่ึ นกั ทอ่ งเที่ยวท่ัวไปไม่มผี ลกระทบของการใชอ้ นิ เทอร์เน็ตในบ่วงโซอ่ ปุ ทานสามารถสรุปไดด้ งั นี้
• การตัดตัวกลาง (Disintermediation) เน่อื งจากสนิ ค้าสว่ นใหญ่สามารถขายตรงให้กับ
ลกู ค้าโดยการใชอ้ ินเทอร์เนต็ เป็นชอ่ งทางเสรมิ กับชอ่ งทางเดมิ ทำให้ต้นทุนของตวั กลางลดลง
• การเปลย่ี นแปลงตวั กลาง (Re-intermediation) หมายถึงตวั กลางออนไลน์ (e-
Intermediaries) ทเ่ี กดิ ขึน้ ใหมแ่ ทนตวั กลางแบบเดมิ
53
• โอกาสในการสร้างความสมั พันธ์กับลกู คา้ จากการตดิ ตัง้ ระบบใหม่ๆ เชน่ ระบบลกู คา้
สมั พนั ธ์ (E-CRM) การสะสมไมล์เดินทาง (Frequent Flyers)
• การพัฒนาศกั ยภาพใหมข่ องผทู้ ีถ่ ูกกระทบจากกระบวนการตัดตวั กลาง โดยการ
ปรับเปลย่ี นบรกิ ารให้เหมาะกบั ลูกค้า การตดิ ต่อสว่ นบุคคล การสร้างความไวว้ างใจ อนิ เทอร์เน็ตเป็นเพียงช่องทาง
เสริม ผู้ประกอบการที่เป็นตัวกลางยังพอใจที่จะเป็นตัวกลางแบบเดิม เพราะถึงแม้นักท่องเที่ยวจะชอบค้นหา
สารสนเทศผ่านอินเทอร์เน็ตแต่พอใจที่จะใช้บริการส่วนตัวท่ีได้รับจากตัวแทนท่องเที่ยว ต้องการปฏิสัมพันธ์กับ
มนุษย์ ต้องการตัวกลางมาช่วยจัดการกับสารสนเทศจำนวนมาก และนักท่องเที่ยวเพื่อธุรกิจยังคงต้องการความ
ชว่ ยเหลือจากผู้เช่ยี วชาญ อยา่ งไรกต็ ามนักท่องเทยี่ วอกี กลุ่มหนงึ่ ที่จะมบี ทบาทมากขึน้ ในอนาคตคือนกั ท่องเที่ยวที่
ใช้อินเทอร์เน็ต นิยมซื้อสินค้าบริการออนไลน์ และมีประสบการณ์จากการเดินทางหรือมาเที่ยวซ้ำทำให้สามารถ
พึ่งตนเองได้
2. การเปลี่ยนแปลงการนำเสนอสินค้าและบริการ อินเทอร์เน็ตเป็นที่รวบรวมสารสนเทศ ทำให้
นักท่องเที่ยวยอมรับบริการและการสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์ สร้างผู้บริโภคใหม่ที่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทน
ท่องเที่ยวและวางแผนการเดินทางด้วยตนเอง อินเทอร์เน็ตนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ผู้บริโภค
ขาดความจงรักภักดี นักท่องเที่ยวมจี ำนวนมากข้นึ แต่ลดระยะเวลาการท่องเท่ียว อนิ เทอรเ์ น็ตชว่ ยลดเวลาระหว่าง
การตดั สนิ ใจกับการบริโภค และมกี ารทำสารสนเทศ (Informationization) ตลอดบ่วงโซอ่ ปุ ทาน ซง่ึ นำไปสกู่ ลยุทธ์
ต่างๆ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนจากการใช้ระบบอัตโนมัตใิ นการทำธรุ กรรม การให้ลูกค้าเป็นผู้ทำ
ธรุ กรรม เช่น การเช็คอนิ ด้วยตนเองของโรงแรมหรือสายการบนิ
ข้อมูลของลูกค้าและการขายถูกนำไปใชส้ นับสนนุ การตลาด เช่น การทำเหมืองข้อมูล (Data Mining) เพ่ือ
การพยากรณ์และการจัดการสินค้าบริการให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้า การนำเสนอบริการใหม่ที่เพิ่ม
คุณภาพให้กับผู้บริโภค การเชือ่ มโยงระบบไร้สายที่มีอยูเ่ ข้ากบั เว็บไซต์เพอ่ื ใหค้ ำแนะนำกบั นกั ทอ่ งเที่ยวระหว่างการ
เดินทาง รวมทั้งนักท่องเที่ยว ณ แหล่งท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในบริการและการวางแผน สามารถออกแบบสินค้า
และบริการใหม่ โดยการปรับให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า และรวมสินค้าและบริการใหม่เข้าด้วยกันเพื่อ
ตอบสนองมากขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยการผลิตจำนวนมากแต่ปรับให้เข้ากับความต้องการ (Mass
Customization)
3. การเปลี่ยนแปลงการจ้างงาน ความสำเร็จของการท่องเที่ยวขึ้นอยู่กับทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้ส่ง
มอบบรกิ ารทมี่ มี าตรฐาน คณุ ภาพและประสิทธภิ าพ ซ่งึ มผี ลต่อความสำเรจ็ อยา่ งย่ังยืนในระยะยาว ปญั หาหลักของ
การพัฒนาทรัพยากรด้านบุคคลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้แก่ การขาดแคลนกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ
โดยเฉพาะด้านการจัดการ ขาดแคลนผู้สอนและผู้ฝึกสอนที่มีคุณภาพและประสบการณ์ ขาดแคลนวัสดุและสิ่ง
อำนวยความสะดวกด้านการอบรม บคุ ลากรไมส่ ามารถตามทันการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการ
54
เปลย่ี นแปลงของตลาดโลก รวมท้ังการเกดิ ช่องว่างระหว่างผลติ ภาพในการฝึกอบรมของสถาบันการศึกษากับความ
ต้องการของอุตสาหกรรม ICT เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจำนวนการจ้างงานรูปแบบการจ้างงาน และ
ประเภทของงานในหลายมิติ เชน่
- จุดหมายปลายทางบางแห่งที่พึ่งพิงการบินหรือการเป็นจุดพักอาจจะหายไปเมื่อเทคโนโลยีการเดินทาง
เจรญิ ข้ึนทำให้ลดจำนวนการจา้ งงานของคนในพ้นื ทดี่ ังกล่าว
- ความต้องการพนกั งานรบั โทรศพั ทล์ ดลงเม่อื มีโทรศพั ท์มือถือมาแทนที่
- ผู้บริโภคสามารถซ้ือและจัดการจองสินคา้ บริการท่องเท่ียวโดยตรงจากผู้ขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ทำ
ให้ลดหรอื เปล่ยี นบทบาทของตวั แทนทอ่ งเที่ยว พนักงานเชค็ อนิ และงานอืน่ ๆ ที่เกย่ี วขอ้ ง
- บทบาทของมัคคุเทศก์ถูกแทนที่โดยเครื่องมือแนะนำการท่องเที่ยวออนไลน์ที่สามารถอธิบายสถานท่ี
ท่องเที่ยวหลายภาษา
- เกิดรูปแบบใหม่ในการทำงานของธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะการจัดจำหน่ายและการจัดการ เช่น
ผู้เช่ียวชาญทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ซึ่ง www.expedia.com เป็นตวั อยา่ งที่ดี
- ICT เปลี่ยนบทบาทของการจัดการสารสนเทศในเชิงลึกและการเข้าถึงสารสนเทศเกี่ยวกับผู้บริโภคและ
พฤตกิ รรม ผบู้ ริโภคสามารถเข้าถงึ สารสนเทศดว้ ยตนเอง โดยบทบาทการแทรกแซงของคนจะน้อยกว่าในอดีต
- เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงธรรมชาติการทำงานและความต้องการความชำนาญของพนักงาน งานหลาย
ประเภทที่อาศัยความชำนาญกลายเป็นงานประจำหรือใช้ความชำนาญลดลง เช่น ระบบการจองและการจัดการ
โรงแรมสว่ นหน้าชว่ ยลดเวลาการการอบรมพนักงานและความชำนาญทางด้านเทคนิคลง
- การเติบโตของบริการตน้ ทุนตำ่ เช่น สายการบนิ ตน้ ทนุ ตำ่ การจดั การของ บรษิ ทั จดั การท่องเทย่ี ว (Tour
Operator) ที่ตัดราคาอย่างรุนแรง ทำให้ผู้บริโภคยอมรับการปฏิบัติการที่ไม่น่าพึงพอใจ หรือการจ้างงานที่ผิด
กฎหมาย ซง่ึ นำไปสกู่ ารใช้แรงงานราคาถูก และการลดความคาดหวงั ในคณุ ภาพของบริการ
- งานบางประเภทต้องการความชำนาญเฉพาะเพิ่มขึ้นทำให้ความต้องการแรงงานที่ขาดความชำนาญ
ลดลง เพราะสามารถนำเอาเทคโนโลยมี าทำงานแทน
- ความแตกต่างของคนทสี่ ามารถเช่ือมต่อและใช้ ICT และผ้ทู ไ่ี มส่ ามารถใช้ได้
- เกิดระบบการจา้ งเหมาบรกิ ารโดยหน่วยงานภายนอก (Outsourcing) การทำงานที่บา้ นหรอื การทำงาน
ทางไกล
- อินเทอร์เน็ตช่วยลดอุปสรรคให้กับธุรกิจขนาดเล็ก เพราะสามารถนำเสนอข้อมูลสารสนเทศ ทรัพยากร
สิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายกับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามธุรกิจส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จยังคงต้องมี
หน้ารา้ นและอินเทอร์เน็ตเปน็ เพียงการเพิ่มชอ่ งทางการจัดจำหน่าย
55
- การเปลยี่ นแปลงสภาพแวดลอ้ มในทท่ี ำงาน เพราะสามารถนำเอาเทคโนโลยมี าทำงานแทน
รปู ภาพท่ี 3.8 เทคโนโลยีสารสนเทศกับการซือ้ ขายสินคา้
ทม่ี า: https://www.en.aenor.com/PublishingImages/certificacion/sistemas/
sistemas-fichas/Destino-turistico-inteligente.jpg
สรปุ ท้ายบท
ปัจจุบันการทำธุรกรรมในอุตสาหกรรมการท่องเทย่ี วได้เปล่ียนแปลงไปจากเดมิ อยา่ งมนี ัยสำคัญ ทั้งน้ีมีผล
จากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เป็นองค์ประกอบหลักในสินค้าบริการท่องเที่ยว เช่น การ
ขนสง่ ทพ่ี กั อาศยั แหล่งทอ่ งเท่ียวและส่ิงอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมท้งั คณุ ลักษณะของสนิ ค้าบรกิ ารท่องเที่ยวที่
เหมาะสมต่อการทำธุรกจิ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ (e-Business)
การเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และการท่องเที่ยวออนไลน์ ทำให้องค์กร
ส่งเสริมการท่องเที่ยวของแต่ละประเทศ รวมทั้งผู้ประกอบการภาคเอกชนต้องพัฒนาเว็บไซต์เพื่อเป็นช่องทางใน
การประชาสัมพันธ์ การติดต่อสือ่ สารและทำธุรกรรม การเปรียบเทยี บเว็บไซต์การท่องเท่ียวหลักของประเทศต่างๆ
และเว็บไซต์การท่องเที่ยวของธุรกิจเอกชนในประเทศไทย จะนำไปสู่การหาแนวทางเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ให้มี
คณุ ภาพ สามารถดึงดดู ผ้เู ยยี่ มชมใหเ้ ข้ามาทำธรุ กรรม และเพม่ิ จำนวนนัก
56
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเทย่ี ว ในหลายดา้ น เช่น
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์กร การเปลี่ยนแปลงการนำเสนอสินค้าและบริการ และ การเปลี่ยนแปลงการ
จ้างงาน ซึ่งนำไปสู่การทำธุรกิจและความต้องการกำลังคนที่แตกต่างจากเดิม ดังนั้นบุคลากรโดยเฉพาะนักศึกษาที่
จะเข้าสู่ตลาดแรงงานจะต้องพัฒนาตนเองให้มีคุณสมบัติสอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของอุตสาหกรรม
ท่องเท่ียวยุคใหม่
คำถามทบทวน
1. อธิบายถึงบทบาทของเทคโนโลยสี ารสนเทศกับอตุ สาหกรรมทอ่ งเท่ยี วมาพอเข้าใจ
2. เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลกระทบกบั อุตสาหกรรมทอ่ งเทย่ี วอย่างไรบ้าง อธบิ ายอย่างละเอียด
3. เว็บไซต์ท่ีดคี วรเป็นอย่างไร อธบิ ายใหเ้ ข้าใจ
4. ระบบ GDSs คอื อะไร และมลี กั ษณะการใช้งานอย่างไร
5. ระบบ CRSs สัมพนั ธ์กับอุตสาหกรรมท่องเทยี่ วอย่างไร อธิบาย
57
เอกสารอ้างองิ
จฑุ าพร บุญครี ีรัฐ และณฐั ภาณี จรติ ไทย. (2563). การเปล่ียนแปลงรปู แบบการทอ่ งเท่ียวกับเทคโนโลยี
สารสนเทศบนโลกดจิ ิทลั . วารสารปญั ญาภวิ ฒั น์, ปที ่1ี 2(2), 285 – 299.
จตพุ ร วิณโรจน์. (ม.ป.ป.). ลกั ษณะของเวบ็ ไซตท์ ี่ดี. สบื ค้นเม่อื 29 พฤศจิกายน 2564 จาก https://
sites.google.com/site/dreamweavercs6byjatuporn/laksna-khxng-websit-thi-di
เรดดแ้ี พลนเน็ตดอทคอม. (2560). 5 องค์ประกอบของเวบ็ ไซตท์ ด่ี ี. สืบคน้ เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2564 จาก
https://manual-velaclassic-th.readyplanet.com/velaclassic-tips/website-check-up.html
สำนกั งานสง่ เสรมิ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม. (2561). เทคโนโลยดี ิจิทลั เพ่อื ธรุ กิจบริการทอ่ งเท่ียวและ
ธรุ กจิ ท่เี ก่ียวเนอ่ื ง. สืบค้นเมือ่ 29 พฤศจิกายน 2564 จาก https://sme.go.th/upload/mod_
download/download-20181005082111.pdf
อรณุ ี อินทรไพโรจน์. (2551). การท่องเท่ียวออนไลน์ (e-Tourism) ของไทย. บทความประกอบการสมั มนา
“โลจิสติกส์” สำคัญตอ่ การทอ่ งเท่ยี วอย่างไร 15 กมุ ภาพนั ธ์ 2551โรงแรมมารวยการ์เด้น กรงุ เทพฯ.
อรคนางค์ นวลเจรญิ และ สวติ า อยสู่ ุขข. (2564). การให้บรกิ ารข้อมลู สารสนเทศด้านการท่องเท่ียว จังหวัด
พระนครศรอี ยธุ ยา. การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ คร้งั ที่ 10. (ออนไลน์). สืบค้นเม่อื 29 พฤศจิกายน 2564
จาก www.citu.tu.ac.th%2Fwp-content%2Fuploads%2F2021%2F07%2FConference
ReportNo10_20210928.pdf&chunk=true
58
บทท่ี 4
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารกบั การตลาดการท่องเท่ยี ว
การดำเนินกจิ กรรมด้านการขายและการตลาดจะถือเป็นภาระงานที่สำคัญภายใต้โซ่คณุ ค่าขององค์การ ท่ี
สืบเนื่องจากแนวคิดการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน มักเน้นที่ความพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ องค์การจำเป็นต้องให้
ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านการตลาด รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจให้กับบุคลากรของทุกหน่วยงาน ในการ
สรา้ งมลู ค่าของผลิตภณั ฑท์ ี่ส่งมอบตอ่ ลกู คา้ ทุกราย อนั จะนำไปส่รู ะดับความพึงพอใจของลกู ค้าที่เพมิ่ มากข้นึ
การตลาด (marketing) เป็นหนา้ ทส่ี ำคัญทางธรุ กิจ เนือ่ งจากหน่วยงานดา้ นการตลาดจะรับผดิ ชอบในการ
กระจายสนิ คา้ และบริการไปสู่ ลูกค้า ต้ังแตก่ ารศกึ ษา และวเิ คราะห์ความต้องการ การวางแผนและการสร้างความ
ต้องการ ตลอดจนส่งเสริมการขายจนกระทั้งสินค้าถงึ มือลกู ค้า ปกติการตัดสินใจทางการตลาดจะเกี่ยวข้องกับการ
จัดส่วนประสมทางการตลาด (marketing mix) หรือ ส่วนประกอบที่ทำให้การดำเนินงานทางการตลาดประสบ
ความสำเร็จ ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยหลัก 4 ประการ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ (product) ราคา (price) สถานที่ (place)
และการโฆษณา (promotion) หรือทเ่ี รยี กวา่ 4Ps โดยสารสนเทศท่นี กั การตลาดต้องการในการวิเคราะห์ วางแผน
ตรวจสอบ และควบคมุ ให้แผนการตลาดเปน็ ไปตามท่ตี อ้ งการมาจากแหล่งข้อมลู ดงั ต่อไปน้ี (วิกพิ เี ดีย, 2564)
1. การปฏิบัติงาน (operations) เป็นข้อมูลที่แสดงถึงยอดขายและการดำเนินงานด้านการตลาด ตลอด
ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยข้อมูลการปฏิบัติงานจะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานที่ช่วย ในการ
ตรวจสอบ ควบคุม และวางแนวทางปฏิบตั ใิ หม้ ีประสทิ ธิภาพสูงขึ้นในอนาคต
2. การวิจัยตลาด (marketing research) เป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาและวเิ คราะห์ขอ้ มูลทางการตลาด
โดยเฉพาะพฤติกรรมและความสัมพันธ์ของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการ ของธรุ กจิ โดยนักการตลาดจะทำ
การวิจัยบนสมมติฐานและการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ปกติข้อมูลในการวิจัยตลาดจะได้มาจากการรวบรวม
ข้อมูลปฐมภูมิ เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ และการใช้แบบสอบถาม การวิจัยตลาดช่วยผู้บริหารในการวางแผน
และการตดั สินใจทางการตลาด แตอ่ าจมีขอ้ จำกดั ของความถกู ต้องและความน่าเช่ือถือในการอธิบายพฤติกรรมของ
กลุม่ เป้าหมาย
3. คู่แข่ง (competitor) คำกล่าวที่ว่า “รู้เขารู้เรา รอบร้อยครั้งชนะทั้งร้อยครั้ง” แสดงความสำคัญท่ี
ธรุ กจิ ต้องมีความเข้าใจในคู่แข่งขันทั้งด้านจำนวนและ ศักยภาพ โดยข้อมลู จากการดำเนินงาน ของคู่แข่งขันช่วยให้
ธรุ กิจสามารถวางแผนการตลาดอยา่ งเหมาะสม ปกติข้อมูลจากคู่แข่งขันจะมลี ักษณะไม่มโี ครงสร้าง ไม่เป็นทางการ
และมแี หล่งทม่ี ไี ม่ชัดเจน เชน่ การทดลองใชส้ ินคา้ หรอื บรกิ าร การสมั ภาษณล์ กู คา้ และตวั แทนจำหนา่ ย การติดตาม
ข้อมลู ในตลาด และข้อมูลจากส่อื สารมวลชน เป็นต้น
60
4. กลยุทธ์ขององค์การ (corporate strategy) เป็นข้อมูลสำคัญทางการตลาด เนื่องจากกลยุทธ์จะเป็น
เคร่อื งกำหนดแนวทางปฏิบัตขิ องธรุ กิจ และเป็นฐานในการกำหนดกลยทุ ธ์ทางการตลาดขององค์การ
5. ข้อมูลภายนอก (external data) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และ
เทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลต่อโอกาสหรืออุปสรรคของธุรกิจ โดยทำให้ความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑห์ รือ
บรกิ ารของลูกค้าขยาย หรอื หดตัว ตลอดจนสร้างค่แู ข่งขนั ใหม่หรอื เปลยี่ นข้นั ตอนและรูปแบบในการดำเนนิ งาน
ระบบสารสนเทศทางการตลาด จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งของการนำเสนอสารสนเทศเพื่อใช้สำหรับงานด้าน
การตลาดในส่วนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโปรแกรมทางการตลาดที่ดี จึงจำเป็นต้องใช้สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับ
ความต้องการของลูกค้า คู่แข่งขัน ผู้ขาย ตลอดจนผู้ที่มีบทบาทอื่นทางการตลาดด้วย เนื่องจากในปัจจุบัน ขนาด
ของตลาดใหญ่ขึ้น ผู้ซื้อมีทางเลือกเพิ่มขึน้ วิธีการทางการตลาดมีความซบั ซ้อนข้ึน อีกทั้งธุรกิจยังจำเป็นต้องเผชิญ
กับสภาพแวดลอ้ ม ทเ่ี ปลยี่ นแปลงอยา่ งรวดเรว็ และมีการแขง่ ขันสูง ด้วยเหตุน้ี การใชส้ ารสนเทศทที่ ันต่อเหตุการณ์
จึงย่ิงจะทวคี วามจำเปน็ มากย่งิ ขึ้น
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางการตลาด
การตลาด ถือเป็นหน้าที่งานทางธุรกิจที่ส่งมอบความพอใจให้กับลูกค้า ณ ระดับกำไรจำนวนหนึ่ง และ
มุ่งสู่การกำหนดเป้าหมายใน 2 ประเด็น คือความพยายามดึงดูดลูกค้ารายใหม่ด้วยคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า
และการรกั ษาลูกค้าท่ีมีอยูเ่ ดิม โดยส่งมอบความพงึ พอใจสงู สุดใหแ้ กล่ กู คา้ (รุจิจันทร์ พริ ิยะสงวนพงศ์, 2549)
การตลาด หมายถึง กระบวนการด้านการวางแผน การนำแนวคิด การกำหนดราคา การกำหนดการ
สง่ เสริมการตลาดและการกำหนดชอ่ งทางการจำหนา่ ยของความคิด สนิ ค้า และบริการมาใช้
ปัจจุบันองค์การธุรกิจมีการใช้ปรัชญาทางการตลาด 2 แนวทางคือ ปรัชญาด้านการตลาดและปรัชญา
ดา้ นการตลาดเพ่อื สงั คม ซง่ึ ประกอบด้วยหลักการ 3 ขอ้
1.จะตอ้ งมกี ารตอบสนองและสร้างความพึงพอใจให้ลูกคา้
2.จะต้องมกี ารบูรณาการและความร่วมมอื ของทุกฝ่ายในองค์การ
3.จะต้องมีการมุ่งเน้นไปที่ผลสำเร็จในระยะยาว และการให้ความสำคัญกับการจงรักภักดี ของลูกค้า
ทม่ี ีต่อองค์การ
สารสนเทศทางการตลาด หมายถึง สารสนเทศที่ได้จากการประมวลผลของระบบสารสนเทศทาง
การตลาด ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลและสารสนเทศทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ โดยใช้สนับสนุนกิจกรรมทาง
61
การตลาดทง้ั ในสว่ นการพฒั นาผลิตภัณฑ์ การตัดสนิ ใจทางการตลาด การสื่อสารทางการตลาด และการพยากรณ์
ยอดขาย
ระบบสารสนเทศทางการตลาด หมายถึง ระบบที่ใช้สนับสนุนกิจกรรมของหน้าที่งานด้านการขายและ
การตลาด
สารสนเทศทางการตลาด สามารถจำแนกได้เปน็ 3 ประเภท ดังน้ี
1. สารสนเทศเชิงปฏิบัติการ คือ สารสนเทศที่ได้รับจากการปฏิบัติงานด้านการตลาดเพื่อสร้างยอดขาย
สินคา้ ให้กับธรุ กิจ
2. สารสนเทศเชิงบริหาร คือ สารสนเทศที่ใช้สนับสนุนงานการบริหารการตลาด และการพัฒนาส่วน
ประสมทางการตลาด
3. สารสนเทศภายนอกองค์การ คือ สารสนเทศที่ได้มาจากกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก
สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ
รปู ภาพท่ี 4.1 การสอ่ื สารการตลาด
ทมี่ า: https://datasagar.com/illionso_awesome/2018/02/Google-ranking.jpg
62
กระบวนการทางธุรกิจของระบบสารสนเทศ จัดแบ่งระบบย่อยของระบบสารสนเทศทางการตลาด
ออกเป็น 4 ระบบ ดงั น้ี
1. ระบบระเบียนข้อมูลในกิจการ คือ ระบบการบันทึกข้อมูลพ้นฐานในองค์การซึ่งนำมาใช้กับการ
ดำเนนิ กจิ กรรมทางการตลาด เพอ่ื ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ไดร้ บั ความพึงพอใจสูงสุด จำแนกได้เป็น
2 ระบบย่อย ดังน้ี
1.1 ระบบสารสนเทศทางการขาย คอื ระบบทพ่ี ัฒนาข้นึ ดว้ ยความมงุ่ หวังท่จี ะทราบยอดขายของ
ธุรกิจในช่วงเวลาหน่ึง
1.2 ระบบจัดการลูกค้าสัมพันธ์ คือ ระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นใช้งานด้านการเก็บรวบรวมข้อมูลที่
เกยี่ วข้องกับลกู ค้าทั้งในส่วนการขายสนิ ค้า การบรกิ ารหลงั การขาย ตลอดจนประวัติการตดิ ต่อกบั ลูกค้า
2. ระบบอัจฉริยะทางการตลาด คือ ระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อเก็บรวบรวมขา่ วกรองทางการตลาด ซึ่งก็คือ
สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับคู่แข่งขันและสภาพแวดล้อมทางการตลาดด้านการแข่งขัน เทคโนโลยี ลูกค้า เศรษฐกิจ
และสังคม
3. ระบบวิจัยการตลาด คือ ระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้สนับสนุนงานด้านการวิจัยการตลาด โดยการเก็บ
รวบรวมข้อมูลทีต่ ้องการศึกษาอยา่ งเป็นทางการในสถานการณท์ ่เี ฉพาะเจาะจง ประกอบด้วย
3.1 ธุรกิจขาดสารสนเทศท่ใี ชป้ ระเมินทางเลอื กในการตดั สินใจ
3.2 ธุรกิจเกดิ ขอ้ ขดั แยง้ ระหว่างนโยบาย วัตถปุ ระสงค์ และกลยุทธ์
3.3 ธุรกิจต้องการทราบผลลัพธข์ องแผนการตลาดทกี่ ำลังนำมาใช้
3.4 ธุรกจิ กำลงั พัฒนาผลิตภณั ฑใ์ หม่ ปรับราคาใหม่ หรอื เจาะตลาดใหม่
4. ระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางการตลาด หมายถึง การนำเอาซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์มาใช้ในการ
เกบ็ ขอ้ มลู วางระบบโดยการประสานกนั ของเคร่ืองมือทางสถิติ ตัวแบบและเทคนิคการวิเคราะห์เชิงปรมิ าณ เพ่ือ
ชว่ ยใหอ้ งคก์ ารสามารถเกบ็ รวบรวม แปลความหมายสารสนเทศทางการตลาด
เทคโนโลยที างการตลาด
1. โปรแกรมสำเร็จรูปด้านการตลาด คือ ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ประเภทหนึ่งที่วางขายอยู่ในตลาด
ซอฟต์แวร์ ทถ่ี ูกพัฒนาข้นึ ใช้เฉพาะกับงานดา้ นการตลาด และจำเป็นตอ้ งใช้รว่ มกบั ระบบการจัดการฐานข้อมูล
63
2. นวตั กรรมดา้ นร้านคา้ ปลกี ตัวอย่างนวัตกรรมด้านรา้ นค้าปลีก มดี งั น้ี
2.1 มกี ารจัดหาเครื่องกราดตรวจรหัสแทง่ แบบมือถือไร้สายไวภ้ ายในร้าน
2.2 รา้ นคา้ แบบคอิ อส
2.3 มีการตดิ ตง้ั ระบบวดิ ีทัศนภ์ ายในร้านคา้
2.4 บางรา้ นค้าท่ีมีระบบการรับชำระเงนิ โดยเช็ค กอ็ าจติดตง้ั ระบบบันทึกการรบั เชค็
2.5 มีรา้ นคา้ ปลกี จำนวนหนึ่ง ได้ตดิ ตงั้ เครือ่ งรบั ชำระค่าสินคา้ อัตโนมัตภิ ายในร้านค้าให้ลูกค้าทำ
การชำระค่าสนิ คา้ ด้วยตนอง
3.หน่วยขายอัตโนมัติ การใช้โปรแกรมหน่วยขายอัตโนมัติมีประโยชน์สำหรับธุรกิจขนาดเล็กเพื่อช่วยให้
ยอดขายของบริษัทเติบโตอย่างรวดเรว็ โดยเฉพาะซอฟต์แวรบ์ นเว็บ ทช่ี ว่ ยจัดกระแสข่าวสารด้านการออกสัญญา
ซ้อื ขาย
4.การใช้งานอินทราเน็ต ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาประยุกต์ใช้ภายในองค์การ สำหรับ
หนา้ ท่ีงานดา้ นการบริหารการขายและการตลาด โดยใชใ้ นการควบคุมและตดิ ต่อประสานงานในสว่ นกิจกรรมการ
ขาย
5.การใช้งานอินเตอร์เนต็ อินเทอร์เนต็ และเว็บถือเป็นเคร่ืองมือที่ทรงพลังอำนาจมากสำหรับช่องทางการ
ขายและการตลาดรปู แบบใหม่ ลกู คา้ กค็ อื ผบู้ รโิ ภค ผคู้ า้ ปลีกและธรุ กจิ อื่น ๆ
6. การทำเหมืองขอ้ มลู ทางการตลาด ผู้จัดการการตลาดมกั จะต้องเผชิญหนา้ กับการตัดสนิ ใจในเรื่องต่างๆ
เช่น การวางตำแหน่งผลติ ภัณฑ์ การโฆษณา
ระบบประยุกต์ด้านโกดังข้อมูล มักจะถูกนำมาใช้ร่วมกับระบบประยุกต์ด้านการปฏิบัติการหรือการ
วิเคราะห์ทางธุรกิจ ระบบประยุกต์ด้านการปฏิบัติการทางธุรกิจจะมุ่งเน้นในด้านการให้สารสนเทศเพื่อการ
ตดั สนิ ใจ สำหรับงานด้านการตดิ ตามดแู ล และการควบคุมในองคก์ ารระบบประยุกต์ดา้ นการวิเคราะหท์ างธุรกจิ
64
รปู ภาพที่ 4.2 การตลาด 4.0
ทมี่ า: https://www.thailandcontactcenter.com/wp-content/uploads/2017/02/441-700x336.png
การตลาดสำหรบั อุตสาหกรรมท่องเที่ยว
บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา (2555 ) ให้คำจำกัดกัดความไว้ว่า การตลาดการท่องเที่ยวว่า หมายถึง ความ
พยายามของผู้ประกอบการธุรกิจที่จะวิเคราะห์ให้ทราบว่า มีทรัพยากรการท่องเที่ยวและการบริการท่องเที่ยว
อะไรบ้าง ที่จะสามารถขายให้แก่นักท่องเท่ียวแต่ละกลุ่มได้ แล้วจึงใช้ส่วนผสมทางการตลาดท่องเที่ยวจงู ใจให้นัก
ท่องเที่ยวเหล่านั้นเกิดความต้องการอยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และซื้อบริการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเทีย่ วนัน้
โดยทำให้ผปู้ ระกอบธรุ กจิ ท่องเท่ียวไดร้ บั ผลกำไรตามต้องการจากความพงึ พอใจของนกั ท่องเทย่ี ว ซ่งึ สอดคล้องกับ
วินิจ วีรยางกูร (2532) ได้กล่าวว่า ปรัชญาทางความต้องการของนักท่องเที่ยว โดยอาศัยการจัดการที่มุ่งเน้น
ไปสู่การวิจัยตลาด การพยากรณ์ การคัดเลือกทรัพยากรการท่องเที่ยวที่กำลังอยู่ในความต้องการเพื่อให้ธุรกิจ
ได้รับประโยชน์สูงสุดในการเสนอบริการแก่นักท่องเที่ยวตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และยังสอดคล้องกับองค์การ
ท่องเที่ยวแห่งโลก ได้ให้ความหมายการตลาดการท่องเที่ยวว่าเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับผู้ผลติ และผู้บริโภค
หรือนักท่องเที่ยว เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวด้วยความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวและเกิด
ประโยชน์สงู สุดแกผ่ ู้ผลิต (World Tourism Organization, 1999)
อีกทั้งฉลองศรี พิมลสมพงศ์ (2550) ได้กล่าววา่ การศึกษาองค์ประกอบ (การผลิตและการ บริโภคสินค้า
และบริการ) ทางการท่องเที่ยว เพื่อใช้กำหนดลู่ทางในการพัฒนาสินค้าทางการ ท่องเที่ยวและส่งเสริมให้เกิด
นักท่องเที่ยว โดยมีองค์ประกอบสำคัญ คือ อุปสงค์ทางการท่องเที่ยว (Tourism Demand) และอุปทานทางการ
ท่องเที่ยว (Tourism Supply) เช่นเดียวกับ Middleton (1994) ได้กล่าวว่า การตลาดการท่องเที่ยวว่า เป็น
การศึกษาความต้องการของนักท่องเที่ยว และการจัดองค์ประกอบที่สำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้
สอดคล้องกับอุปสงค์ โดยให้ความสำคัญกับส่วนประสมทางการตลาดเป็นเครื่องมือในการเชื่อมโยง แผนตลาด
(Marketing Plan) คือเอกสารหรือคู่มอื เพือ่ ใช้ในการปฏิบตั ิการและควบคุม กิจกรรมทางการตลาดขององค์กร ซึ่ง
65
สัมพันธ์กับกลยุทธ์การตลาดท่ีได้กำหนดไว้ โอกาสทางการตลาด (Marketing Opportunity) คือสิ่งที่ก่อเกิดความ
นา่ ดึงดดู ใจหรือ เอ้อื อำนวยต่อกิจกรรมทางการตลาด สรา้ งความได้เปรยี บเชิงการแขง่ ขัน และสง่ ผลทำให้องค์กรมี
กำไร
สรปุ จากความหมายข้างตน้ ของการตลาดการท่องเที่ยว เปน็ ปจั จัยสำคัญในการพฒั นาและการเติบโตของ
ธุรกิจท่องเทย่ี วเทีย่ ว และความพยายามของผู้ประกอบการธุรกิจท่ีจะวเิ คราะหถ์ ึงทรัพยากรการท่องเท่ียวและ การ
บรกิ ารทอ่ งเที่ยวท่ีจะสามารถขายให้แกน่ ักท่องเท่ียวแต่ละกลุม่ ได้ เพื่อใชก้ าหนดลทู่ างในการพัฒนาสินค้าทางการ
ท่องเที่ยวและส่งเสริมให้เกิดนักท่องเที่ยว โดยมีองค์ประกอบสำคัญ คือ อุปสงค์ทางการท่องเที่ยว (Tourism
Demand) และอปุ ทานทางการท่องเท่ียว (Tourism Supply) แลว้ จึงใชส้ ว่ นผสมทางการตลาดการท่องเที่ยวจูงใจ
ให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้น เกิดความต้องการอยากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และซื้อบริการการท่องเที่ยวในแหล่ง
ท่องเที่ยวนั้น โดยท าให้ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวได้รับผลก าไรตามต้องการจากความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว
(ณัฐชยา ธรรมสิทธิรกั ษ,์ 2562)
การตลาดกบั การท่องเท่ียว
การจดั แผนการตลาดทางดา้ นการท่องเทีย่ วนั้นมสี ่วนสำคัญเป็นอย่างยง่ิ ต่อความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ
และการชักจูงนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวในสถานที่เป้าหมาย หลักการตลาดเบื้องต้นที่จะนำมาพิจารณาสามารถ
อธิบายได้ดงั นี้ (ชตุ ิพงศ์ เสนา, ม.ป.ป.)
Product (สนิ ค้า)
สินค้าทางการท่องเที่ยวนั้น แตกต่างจากจากสินค้าในกลุ่มธุรกิจอื่นโดยสิ้นเชิง สินค้าจากการท่องเที่ยว
เป็นสินค้าที่ไม่สามารถจับต้องได้(Intangible Product) ก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งแตกต่างจากสินค้าอื่นๆ ที่สามรถ
จับต้องได้(Tangible Product) หรือทดลองใช้ หรือสัมผัสก่อนการตัดสินใจซื้อของลูกค้าจะขึ้นอยู่กับความเชื่อม่นั
และความต้องการของลูกค้าโดยตรง ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวนั้นคือการซื้อ ความคาดหวัง (Expectation) เท่าน้นั
ตัวอย่างเช่น นักท่องเที่ยวซื้อแพ็คเกจทัวร์โดยคาดหวังว่า เมื่อเดินทางไปถึงจะมีผู้มารับและพาไปเยี่ยมชมสถานท่ี
ต่างๆ คาดหวังว่าจะมีโรงแรมท่ีพักทีม่ ีห้องเคร่ืองปรับอากาศและน้ำรอ้ นภายในห้อง คาดหวังว่าสายการบินจะเดิน
ทางตรงเวลาด้วยความปลอดภัย ฯลฯ ความคาดหวังดังกล่าวเปน็ การยากที่จะทราบถึงความต้องการแทจ้ รงิ ของผู้
ซื้อสินค้าได้ เนื่องจากผู้ขายไม่ทราบถึงความคาดหวังอันแท้จริงของลูกค้า อันเกิดจากประสบการณ์ของลูกค้าที่
แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ลูกค้าเคยพักโรงแรมระดับ 4 ดาวที่มีอุปกรณ์ภายในห้องครบครัน เมื่อลูกค้าคนดังกล่าว
เดินทางไปยังสถานที่อื่น และขอจองโรงแรมระดับ 4 ดาว ความคาดหวังของลูกค้าว่ารงแรมระดับ 4 ดาว ต้องมี
บริการเหมือนกนั หมด อาจไมไ่ ดร้ ับการตอบสนองเนือ่ งจากมาตรฐานทีต่ ่างกนั ของโรงแรม
66
ความคาดหวงั นมี้ ักจะสูงขนึ้ เรื่อย ๆ และในฐานะผู้ให้บริการก็จำเป็นทีจ่ ะต้องพฒั นาตวั เองให้สูงข้ึนเช่นกัน
หากผู้ให้บริการหรือผู้ประกอบการไม่ได้มีการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวที่ตนเองประกอ บอยู่ก็ไม่อาจบรรลุถึง
เปา้ หมายได้
Price (ราคา)
การกำหนดราคาของสนิ ค้าของการท่องเท่ียวนนั้ ค่อนข้างลำบาก เน่ืองจากสภาวะความต้องการของตลาด
(Demand) และจำนวนของสินคา้ ท่ีมอี ยู่ในตลาด(Supply)อกี ทั้งยงั มปี ัจจัยอืน่ ทีเ่ ปน็ ตัวกำหนดราคาดังต่อไปนี้
1. ฤดูกาล(Seasonal) ความปรกตริ าคาสนิ คา้ จะขนึ้ อยู่กับฤดูกาลท่องเทย่ี ว ซ่ึงในสนิ ค้าชนิดเดยี วกันอาจมี
ราคาที่แตกตา่ งกันมากกว่าเท่าตัวในชว่ งฤดูกาลท่องเที่ยว
2. มาตรฐานการบริการ(Service Standard) ที่ต่างกันจะเป็นตัวกำหนดราคาสนิ ค้า ซึ่งผู้ซื้อสินค้าจะต้อง
ยอมรับในมาตรฐานดังกล่าว
3. ทิศทางและแนวโน้มความนิยม (Trend) จะเป็นตัวกำหนดราคาของสินค้าทางด้านการท่องเที่ยวและ
นับเปน็ สิ่งสำคญั อย่างยิง่ ทิศทางและแนวโนม้ ความนิยมอาจแบง่ ได้เป็นหลายลกั ษณะดังต่อไปน้ี
- ลักษณะปกติตามวงจร(Lifecycle) ซึ่งจะขึ้นลงตามความนิยมภายในชว่ งเวลา
- ลักษณะขน้ึ ลงแบบสลบั (Parabola) ซ่ึงจะข้ึนลงในช่วงเวลาอนั สัน้ และจะสลับสบั เปล่ยี นโดยต่อเนอื่ ง
- ลกั ษณะข้นึ แบบถาวร (Stable) ซง่ึ จะข้นึ และรกั ษาระดับความนิยมอยู่โดยตลอด.
- ลกั ษณะข้นึ และลงอย่างรวดเรว็ (Fashion) เป็นลักษณะขึ้นและลงอย่างรวดเรว็
4. ลักษณะของตัวสินค้าของการท่องเที่ยวเองซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงหรือลดน้อยลงได้ และจะเป็นการ
กำหนดราคาได้ ตัวอย่างเช่น การล่องเรือชมภูเขาน้ำแข็ง ซึ่งในทุกๆปีจำนวนภูเขาน้ำแข็งจะลดน้อยลง หรือ การ
เท่ียวชมอุทยานเปิด ซง่ึ ต้องไดร้ บั อนญุ าตพิเศษ
Place (ชอ่ งทางการจดั จำหน่าย)
การท่องเที่ยวและสนิ ค้าท่ีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวน้ัน สามารถเปลีย่ นแปลง และเลือกช่องทางการจำหนา่ ย
ได้โดยไม่มีกฎตายตัว ซึ่งจะถูกกำหนดโดยสภาวะตลาด และผู้ประกอบการอย่างไรก็ตามช่องทางการจัดจำหน่าย
น้ันสามารถแบง่ ไดด้ ังน้ี
1. จัดจำหน่ายโดยตรงให้กับลูกค้า(Direct Sale) หรือ (B to C - Business To Customer) ช่องทาง
ดังกล่าวนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นช่องทางที่เหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็ก หรือกับแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการนิยมแบบ
ถาวร ผู้ให้บริการหรือสินค้าจะจัดจำหน่ายโดยตรงกับลูกค้า โดยอาจจะใช้เครื่องมือบางอย่างเช่น Internet หรือ
67
การโฆษณาโดยตรง สำหรับการจัดจำหน่ายในลักษณะนี้มีจุดเด่น กล่าวคือ สินค้าสามารถขายได้ราคาโดยที่มิต้อง
เสียค่านายหน้า และผู้ขายสามารถควบคุมระบบการขายได้โดยตรง อย่างไรก็ตามช่องทางการจัดจำหน่ายใน
ลักษณะน้ี มีจดุ ด้อยและข้อจำกัด กลา่ วคอื สนิ ค้า หรอื บรกิ ารจะไมส่ ามารถขยายตลาดได้อยา่ งทว่ั ถงึ และอาจจะผูก
ติดกบั กลุม่ ลกู ค้ากล่มุ ใดกลุ่มหน่งึ มากเกนิ ไป
2. จัดจำหน่ายโดยผ่านตัวกลาง หรือ (B to B – Business to Business) การจัดจำหน่ายลักษณะนี้เป็น
การจัดจำหน่ายโดยการผ่านตัวกลาง ทั้งในรูปแบบของการค้าปลีก (Retail) และการค้าส่ง (Wholesales)
ตัวอย่างเช่น ซือ้ บตั รโดยสารของสายการบินไทยไดโ้ ดยผ่าน บรษิ ทั ท่องเทยี่ ว บริษัททอ่ งเท่ียวกบั สายการบินไทยถือ
วา่ เปน็ คู่คา้ ทางธุรกิจในรูปแบบ (B to B) และบริษทั ท่องเท่ียวกับลูกค้าถือว่าเปน็ คู่ค้าทางธุรกิจแบบ (B to C) การ
จัดจำหนา่ ยในชอ่ งทางดงั กล่าวจัดวา่ เป็นการจดั จำหน่ายในช่องทางปกติในธรุ กจิ การท่องเท่ยี ว ซึง่ มจี ุดเด่นและข้อดี
กล่าวคือสามารถขยายฐานการตลาดได้กว้าง และลักษณะของลูกค้าแตกต่างกันออกไป ซึ่งถูกต้องตามหลักการ
ตลาดแบบผสมผสาน (Mix Marketing) อย่างไรก็ตามข้อด้อยของการจัดจำหน่ายดังกล่าวสำหรับผู้ประกอบการ
จะต้องเสียสว่ นแบ่งค่านายหนา้ ให้แก้ผู้ขาย อกี ทั้งในบางกรณไี มส่ ามารถควบคุมสภาวะการตลาด หรอื ตอบโต้คู่แข่ง
ได้ทันท่วงที
3. การจัดจำหน่ายโดยการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย หรือ (B to B to C – Business to Business to
Customer) ชอ่ งทางการจดั จำหนา่ ยในลักษณะน้ีมักจะนิยมใช้ในกรณที ีผ่ ู้ประกอบการต้องการขยายฐานการตลาด
ใหก้ ว้างออกไปในประเทศต่างๆที่ตนเองไมม่ ีความชำนาญ หรอื ไมม่ ีศักยภาพเพียงพอ ตัวอยา่ งเชน่ สายการบนิ ของ
ประเทศฝรัง่ เศส ต้องการเปิดเส้นทางบินมายังประเทศไทยเจา้ ของสายการบินไม่ทราบถึงลักษณะการดำเนนิ ธุรกจิ
ในประเทศไทย และยังไม่พร้อมที่จะลงทุนอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย จึงได้แต่งตั้งตัวแทนขึ้นเพื่อรับผิดชอบ
ในการจัดจำหน่ายและวางแผนการดำเนินงาน ข้อดีของช่องทางดังกล่าวคือ สามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว
และเป็นการทดลองสภาวะตลาดโดยไม่ต้องลงทุน และผูกพันมาก อย่างไรก็ดีวิธีการดังกล่าว จะมีข้อเสียหากผู้
ดำเนินธุรกิจที่ได้รับการแต่งตั้งขาดประสบการณ์ และไม่พร้อมจะดำเนินธุรกิจ ในปัจจุบันวิธีการจัดจำหน่าย
ดังกล่าวเป็นที่นิยมในกลุ่มโรงแรม โดยจะเป็นบริษัทรับจ้างบริหารโรงแรมอย่างเป็นระบบ เช่น Novotel Group
หรือ Hyatt Hotel
ช่องทางการจัดจำหน่ายในธุรกิจท่องเที่ยวถือว่าเป็นหัวใจหลักในการทำตลาด ซึ่งจะมีผลต่อความสำเร็จ
ของธุรกิจได้ อนึ่ง สินค้าชนิดเดียวกันอาจเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยที่
กลุ่มเป้าหมายของลูกค้ายังคงเป็นกลุ่มเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น สายการบินแอร์เอเชียได้เลือกช่องทางการจัด
จำหน่ายในลักษณะขายตรง(B to C) เท่านั้น โดยใช้ระบบ Internetให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าได้โดยตรง โดยอาศัย
กลยุทธท์ างดา้ นราคาเป็นจดุ ดึงดดู จากการวางแผนดังกลา่ วถือว่าเปน็ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดจำหน่าย และ
การวางจุดขายของสนิ คา้ (Product Position)ที่แตกต่างโดยสน้ิ เชิง
68
Promotion (การจดั การสง่ เสรมิ การขาย)
การจดั การสง่ เสรมิ การขายถือเป็นกลยุทธท์ างการตลาดทสี่ ำคัญในการจดั การตลาดของสนิ ค้าทางด้านการ
ท่องเที่ยวนอกจากกลยุทธ์ทางด้านราคาหรืออื่นๆ การจัดการส่งเสริมการขายของสินค้าทางด้านการท่องเที่ยวนั้น
สามารถจัดทำได้หลายลักษณะดงั ต่อไปน้ี
1. การจัดส่งเสริมการขายแบบเน้นในตัวสินค้าเอง(Product Promotion) เป็นการจัดส่งเสริมการขาย
โดยตรงสร้างความคุ้นเคยในตัวสินค้า (Product Awareness) อาจใช้กลยุทธ์หลายวิธี เช่น การโฆษณา การลด
ราคา การจบั รางวลั หรือข้อเสนอราคาพเิ ศษ
2.การจดั ส่งเสริมการขายแบบรว่ มกับสนิ ค้าอ่ืน(Joint Promotion) เป็นการจัดส่งเสริมการขายโดยรว่ มกับ
สินค้าอื่นๆ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยวหรือไม่ก็ได้ เช่น ซื้อตั๋วเครื่องบินแถมโรงแรม ซื้อของใน
ห้างสรรพสินค้าสามารถจับรางวัลแพ็คเกจทัวร์ การจัดส่งเสริมการขายในลักษณะนี้ถือว่าเป็นการสร้างคุณค่าเพ่ิม
(Value Added) ให้กับตัวสินคา้ โดยมิไดเ้ น้นกลยทุ ธ์ทางดา้ นราคาเปน็ หลัก การจดั ลกั ษณะดังกล่าวจะมีผลดตี ่อการ
กระตุ้นตลาด หากสินค้าร่วมเป็นสินค้าที่ได้รบั การยอมรับในตลาดอยแู่ ลว้ หรือเป็นสนิ คา้ ที่ตลาดมีความต้องการสูง
อย่างไรก็ตามข้อเสียของการจัดส่งเสริมการขายในลักษณะนี้ อาจเกิดขึ้นหากไม่สามารถให้บริการได้ตามความ
ตอ้ งการ เช่น ซอื้ ต๋ัวแถมโรงแรม แตไ่ ม่สามารถจองห้องพักได้ตามความต้องการ
3. การจัดส่งเสริมการขายแบบการเน้นที่เครือ่ งหมายการค้า(Brand Awareness)เป็นการจัดที่ไม่เน้นการ
ขายหรอื กลยทุ ธ์การตลาดอื่นใด ส่วนใหญจ่ ะใชก้ ารโฆษณา การบริจาค หรือกิจกรรมทางสังคมอื่นๆ เพื่อสร้างภาพ
(Reputation) และเน้นให้เครื่องหมายการค้าออกสู่มวลชนเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่น สายการบินสนับสนุนทีม
นกั กีฬา
การตลาดการทอ่ งเท่ียวอิเล็กทรอนกิ ส์
ในปัจจุบันมีนโยบายเรื่องประเทศไทยยุค 4.0 ที่มีการพัฒนามาจาก ประเทศไทยยุค 1.0 ที่เป็นยุคสังคม
เกษตรกรรมการตลาดท่องเที่ยวในยุคนี้จะมีลักษณะเป็นการตลาดยุคที่เน้นผลิตภัณฑ์สินค้าเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น
ผลิตภัณฑส์ นิ คา้ และบริการดา้ นการท่องเที่ยวจะผลิตให้ตรงกบั ความต้องการของลูกคา้ ในตลาดจะมีการใชก้ ลยุทธ์
ส่งเสริมส่วนประสมการตลาด (4Ps) ประกอบไปด้วยผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย
และการสง่ เสรมิ การตลาด (Kotler, 2000) ในการวางแผนวเิ คราะห์ดา้ นการตลาดเพ่ือสง่ เสริมให้ผู้บริโภคเข้าถึงตัว
สินค้าได้ง่ายขึ้น ประเทศไทยยุค 2.0 เป็นยุคอุตสาหกรรมเบามีการค้าขายในเชิงพาณิชย์ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ใช้
แรงงานคนเพื่อผลิต การตลาดท่องเที่ยวในยุคนี้จะมีลักษณะเน้นการทำการตลาดแบบแบ่งกลุ่มเป้าหมายเพื่อหา
ลักษณะเด่น และทำการจัดการลูกค้าสมั พันธ์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดในการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและทำให้
ลูกค้าเกิดความพึงพอใจเกิดเป็นความภักดีต่อตราสินค้าด้านการท่องเที่ยว ส่วนประเทศไทยยุค 3.0 จะมุ่ง
อตุ สาหกรรมหนักท่ีมีความซับซ้อนมากข้ึน ตลาดทอ่ งเที่ยวในยุคน้ีจะมีลักษณะเป็นยุคท่ีผ้บู ริโภคให้ความสำคัญกับ
69
ตราสินค้าและการทำกิจกรรมที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและส่ิงแวดล้อมมากขึ้น และที่สำคัญในยคุ ประเทศ
ไทย 4.0 ได้มกี ารเน้นในเร่ืองเทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ เปน็ หลกั ดังนัน้ การตลาดท่องเท่ียวใน
ยุคนจี้ ะมลี กั ษณะการตลาดสังคมออนไลน์ เช่อื มโยงการตลาดออนไลน์ การตลาดออฟไลน์ และการบรหิ ารช่องทาง
ในการเข้าถึงลูกค้า ดังนั้นการทำการตลาดในยุคนี้จะทำให้ลูกค้าและผู้ให้บริการเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย รวมทั้งมีการ
สร้างความเชื่อมโยงในการจัดการตลาดให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ (Kotler, Kartajaya and Setiawan, 2017
อ้างถงึ ใน วรี ะ แก่นเพชร, 2564)
อย่างไรก็ตามการทำการตลาดออนไลนใ์ นปัจจุบันผูป้ ระกอบการต้องมีกลยุทธ์ทีท่ ำให้ลูกค้าสามารถจดจำ
ตราสินค้าได้ เช่น ลูกค้าสามารถจำตราสินค้าของโรงแรม สายการบินได้ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเกิดความสนใจมากข้ึน
นอกจากนน้ั ต้องมีการวางระบบสามารถใหล้ กู ค้าสอบถามหาข้อมลู เพม่ิ ขึ้นในระบบข้อมลู ออนไลน์ที่มีลักษณะข้อมูล
จำนวนมากและมีการเชื่อมโยงทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความพึงพอใจ เพื่อมาเปรียบเทียบและได้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้
ก่อนตัดสนิ ใจซื้อ และเม่ือตดั สนิ ใจซ้อื แล้วเมือ่ ลูกค้ารูส้ ึกภูมใิ จก็จะมกี ารบอกตอ่ หรือแบ่งปันข้อมูลในระบบออนไลน์
ถือว่าเป็นขอ้ ดใี นกลยุทธ์การทำการตลาดยคุ ใหม่
นอกจากนั้น Pongsakornrungsilp and Parnphumeesup (2015) ยังได้เสนอแนวคิดกลยุทธ์การทำ
การตลาดยุคใหม่ที่ให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย คือ กลยุทธ์การตลาดต้องแสดงให้
เห็นถึงการสร้างคุณค่าร่วมกัน โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าร่วมกันระหว่าง
นักท่องเท่ียวและผู้ให้บริการโดยอาศัยการสนทนาและการปฏิสัมพันธ์ในระบบออนไลน์หรือเป็นการสร้าง
ความสำคัญร่วมกัน (วีระ แกน่ เพชร, 2564)
รปู ภาพท่ี 4.3 ประเทศไทยในยคุ เศรษฐกิจดิจิทัล
ท่มี า: https://image.mfa.go.th/mfa/0/bE5KohkHoq/SRIBHONGSE_BUNNAG/
Thai_Biz_Diary/(13)A5/THAI_BIZ_13(2).jpg
70
การสอ่ื สารการตลาดการทอ่ งเทย่ี วอเิ ลก็ ทรอนิกส์
การสื่อสารการตลาดแบบบรู ณาการ เปน็ การสื่อสารทางการตลาดทมี่ ีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ
ทำธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าในการซื้อสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจำนวนมากนำเครื่องมือนี้มาใช้เพ่ือ
สื่อสารข่าวสารของธุรกิจไปยังผู้บริโภค และกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดพฤติกรรมการซื้อและการท่องเที่ยวในอนาคต
(นอกจากน้ี ได้กลา่ วถงึ สว่ นประสมทางการตลาดบริการวา่ เปน็ เครื่องมอื สำคญั ต่อการกำหนดกลยุทธท์ างการตลาด
ในการตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งการสื่อสารการตลาดในปัจจุบัน
จำเป็นตอ้ งอาศยั เทคโนโลยสี ารสนเทศการสื่อสาร เน่อื งจากเทคโนโลยีดจิ ิทัลกลายมาเปน็ ส่ิงที่มีความสำคัญต่อการ
เปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยว การพัฒนาด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจึงเป็นปัจจัยที่ผู้บริหารทางการตลาดจจำเป็นต้อง
เรียนรู้ และปรบั เปล่ียนกลยทุ ธ์การตลาดดว้ ยการบูรณาการสรา้ งสรรคใ์ หม่ดว้ ยวธิ ีการส่ือสารการตลาดดิจิทัล (เพื่อ
ชว่ ยใหธ้ ุรกจิ บรรลเุ ป้าหมายทางการตลาด และใหส้ ามารถตอบสนองความตอ้ งการของนกั ทอ่ งเท่ยี ว สอดคล้องและ
เหมาะสมกับสถานการณ์ทเี่ ปล่ียนแปลงไปอยา่ งรวดเร็ว
สอดคล้องกับงานวิจัยที่พบว่าผู้บริโภคมากกว่าร้อยละใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่ออ่านรีวิวสินค้าหรือบริการ
ก่อนตัดสินใจซื้อโดยที่ร้อยละของผู้ซื้อสินค้าให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์เนื้อหาทางการตลาดที่น่าสนใจด้วย
เหตุนี้องค์กรต่าง ๆ จึงได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์หรือใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยนำเสนอสินค้าหรือบริการมากขึ้น
ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดดิจิทัลที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการของ
ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน การสื่อสารการตลาดดิจิทัลแบบบูรณาการจึงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ได้รับการยอมรับ
และเป็นช่องทางที่จะทำให้นักท่องเที่ยวรับรู้ข่าวสารที่มีคุณภาพและตรงความต้องการกระตุ้นความสนใจการ
ทอ่ งเท่ยี วมากขึ้น (ณฐวัฒน์ พระงาม และ จเร เถอ่ื นพวงแก้ว, 2563)
e – Commerce platform คอื อะไร
e - Commerce platform คือเว็บไซต์ หรือ แอพพลิเคชั่นสำเร็จรูปที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการขาย
สนิ คา้ หรือบริการผา่ นทางออนไลนโ์ ดยเฉพาะ หรือท่รี ้จู ักกนั ในชื่อ e – marketplace ซง่ึ เปน็ ชอ่ งทางที่นำผู้ซ้ือและ
ผูข้ ายสนิ ค้าออนไลนม์ าเจอกัน ทำให้เกิดการทำข้อตกลงซ้ือขายสนิ ค้ากันภายในแพลตฟอรม์ อกี ทั้งยงั ครอบคลุมไป
ถึงการโอนเงินค่าสินค้าและทำการส่งมอบสินค้าผ่านระบบขนส่งอีกด้วยแม้จะเป็นช่องทางซื้อขายสินค้าออนไ ลน์
เหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว e - Commerce platform มีความแตกต่างจาก e – Commerce ตรงท่ี
e-Commerce platform เป็นแพลตฟอร์มสำเร็จรูปจากผู้พัฒนาที่เปิดให้ผู้ที่มีความต้องการเปิดธุรกิจบนโลก
ออนไลน์มาใช้แพลตฟอร์มเพื่อขายสินค้าได้ง่าย ๆ เมื่อเครื่องมือสำเร็จรูปให้เลือกใช้มากมาย โดยอาจจะมีทั้งการ
เรียกเก็บค่าบริการและใช้งานได้ฟรีแตกต่างกันไปตามบริการแต่ละแพลตฟอร์มส่วน e – Commerce จะเป็น
แพลตฟอร์มที่เจ้าของธุรกิจจะต้องจ้างทีมสร้างหรือพัฒนาขึ้นมาเอง อย่างเช่นเว็บไซต์หรือ แอพพลิเคชั่น ซึ่งจะมี
ค่าใช้จ่ายในการสร้างสูงกว่า e-Commerce platform แถมยังต้องมาค่าใช้จ่ายเรือ่ งการดูแลระบบเป็นรายเดือน
หรอื รายปี แตข่ อ้ ดกี ค็ ือสามารถออกแบบเว็บไซต์ใหต้ อบโจทย์กบั สนิ ค้าหรอื บรกิ ารของธุรกจิ ได้มากทีส่ ดุ นัน่ เอง
71
ขอ้ ดีของ e – Commerce platform
1. เริ่มต้นง่าย ไม่ต้องใช้เงินทุนเยอะไม่ต้องจ่ายค่าดูแลระบบ เพราะ e – Commerce platform เป็น
แพลตฟอร์มสำเร็จรูปที่ได้รับการคดิ ค้นและพัฒนาให้ตอบโจทย์ธุรกิจการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์มาเป็น
อย่างดี บางแพลตฟอร์มผู้ใช้งานก็สามารถเริ่มต้นได้ด้วยการสมัครสมาชกิ และเริ่มใช้งานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใชจ้ ่าย
ซึ่งสว่ นมากคา่ ใช้จา่ ยจะมาในรปู แบบของส่วนตา่ งของสนิ ค้าทีข่ ายได้นนั่ เอง
2. มีฐานลูกค้าเยอะไม่ต้องออกไปตามหาเอง กลุ่มลูกค้าในปัจจุบันส่วนมากไว้วางใจในการซื้อสินค้าผ่าน
e – Commerce platform และ e – marketplace กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากรายงานผลการสำรวจพฤติกรรม
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2563 โดย ETDA (สำนักงานพัฒนาธุรกกรมทางอิเล็กทรอนิกส์กระทรวงดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสงั คม) ได้ให้ข้อมูลวา่ ผู้บริโภคชาวไทยนิยมซื้อของออนไลน์ผ่าน Shopee เป็นอันดับที่ 1 เฉลีย่
91.0 % อันดับ 2 คือ Lazada เฉลี่ย 72.9 % และ อันดับ 3 Facebook Fanpage เฉลี่ย 55.1 % เนื่องจากเป็น
ช่องทางที่สามารถค้นหาสินค้าได้สะดวก มีสินค้าหลากหลายให้เปรียบเทียบราคา มีโปรโมชันประจำเดือนไว้สร้าง
แรงจงู ใจ สำคญั ทีส่ ดุ คือเปน็ ช่องทางทปี่ ลอดภยั และนา่ เชอ่ื ถอื ว่าถ้าหากโอนเงนิ ไปแล้วจะไม่ถูกโอนอย่างแนน่ อน
3. ระบบขายของออนไลน์ไว้รองรับครบครันe – Commerce platform ไม่เพียงเป็นแพลตฟอร์มหน้า
ร้านบนโลกออนไลน์ที่เอาไว้ลงขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องมือจำเป็นที่ครบครันสำหรับร้านค้าออนไลน์ ให้
สามารถจัดการสต๊อก ออเดอร์ ข้อมูลภาพรวมสำหรับการตลาดและเครื่องมือโปรโมทสินค้าไปยังผู้ซื้อที่เป็น
กลุ่มเปา้ หมาย เพื่อทำให้ขายดีมากยง่ิ ขนึ้
3 ตัวอย่างช่องทางซอื้ – ขายบน e – Commerce platform ท่ไี ดร้ ับความนยิ ม
รูปภาพที่ 4.4 โลโก้ Shopee
1. Shopee เป็น e – Commerce platform ที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 จากนักช้อปชาวไทย 2 ปีซ้อน
นับวา่ เป็นแพลตฟอร์มท่ีมฐี านลูกค้าแนน่ มากอย่างแน่นอน การเปิดรา้ นบน Shopee ทำไดไ้ ม่ยาก เพยี งสมัครบัญชี
แอดเคาท์ก็สามารถเลือกซื้อสินค้าหรือวางขายสินค้าได้ทันที Shopee สามารถวางขายสินค้าได้หลากหลาย
หมวดหมู่ เสรมิ ความม่นั ใจใหล้ ูกค้าได้ด้วยการติดดาวและรีววิ จากลูกค้าท่เี คยสง่ั ซ้อื สินค้า ทำใหร้ ้านค้าสามารถเพิ่ม
72
ยอดขายได้ อีกทั้ง Shopee ยังมีระบบการชำระสินค้าที่ครอบคลุมทุกช่องทางและเชื่อมต่อกับบริการขนส่งท่ี
หลากหลาย ทำให้ร้านคา้ และลกู ค้าสามารถซ้อื – สนิ ค้าได้อยา่ งสบายใจ
รปู ภาพที่ 4.5 โลโก้ Lazada
2. Lazada ช่องทางซื้อ – ขายสินค้าออนไลน์ ยอกนิยมที่อันดับ 2 ครองใจนักช้อปชาวไทย ซึ่ง Lazada
เป็น e – Commerce platform ที่คนขายออนไลน์สามารถใช้บริการได้ครอวงจรไม่แพ้ Shopee ทั้งหมวกหมู่
สินค้าที่มีมากมาย การสั่งซื้อสินค้า การขนส่ง และระบบการชำระเงินที่ครบครัน มีส่วนของการรีวิวจาก
ประสบการณ์ตรงของลูกค้าคนอื่น ไวใ้ หล้ กู ค้าตรวจสอบความน่าเช่ือถือของร้านค้าและสินคา้ ได้ ด้วยฐานลูกค้าท่ีมี
มากมายและโปรโมชั่นที่ช่วยดึงดูดผู้บริโภคใหเ้ ข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้เสมอจึงทำให้ Lazada เป็นแพลตฟอร์มขาย
ของออนไลนท์ ี่ได้รับความนิยมคนขายออนไลน์ไม่ควรมองข้ามห่างต้องการขยายธรุ กจิ
รูปภาพท่ี 4.6 โลโก้ FaceBook Marketplace
3. Facebook Marketplace หากรู้จัก Facebook Fanpage แล้ว ต้องไม่พลาดที่จะรู้จัก Facebook
Marketplace ท่ีเป็นฟีเจอร์สำหรบั ซ้ือ – ขาย สนิ คา้ ออนไลน์ ท่ี Facebook พฒั นาขนึ้ มาเพ่ือคนขายของออนไลน์
โดยเฉพาะ โดยเฉพาะ เปน็ ฟีเจอร์ที่มีความสะดวกท่ีสมาชิกสามารถโพสต์ขายสนิ ค้าบน Facebook ได้ทันทีโดยไม่
73
ต้องสร้าง Fan page ขึ้นมารองรับ โดยผู้ใช้งานที่ต้องการซื้อสนิ ค้าก็สามารถกดติดตอ่ เพื่อตกลงซื้อสนิ ค้ากับผู้ขาย
ไดอ้ ย่างง่ายดาย
สรปุ ได้วา่ e – Commerce platform เปน็ ชอ่ งทางทเ่ี หมาะสำหรบั ผู้ทกี่ ำลังเรม่ิ ขายของออนไลน์ท่ีไม่ต้อง
ใช้เงินทนุ สูงและผู้ทีอ่ ยากขยายฐานธุรกจิ เพ่ือเจาะกลุ่มลูกค้าจำนวนมากได้ในเวลาอันสั้นและได้ใชร้ ะบบที่ครบครัน
ซ่ึงบางแพลตฟอรม์ อาจจะมคี า่ ใช้จ่ายรายเดือนหรือเป็นคา่ บริการที่มาในรปู แบบค่าคอมมิชชน่ั ในรูปแบบต่าง ๆ
แต่อย่างไรก็ตามการมีแพลตฟอร์มที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ดี อาจจะไม่ได้การัยตีว่าร้านจะขายได้ดีมาก
ยิ่งขึ้น หลังการจัดการหลังร้านยังเต็มไปด้วยปัญหา ไม่ว่าจะสต๊อกไม่ตรงหรือขนส่งล่าช้า ไปส่งของไม่ตรงเวลา
ร้านคา้ ควรมองหาระบบจัดการร้านค้าออนไลน์เข้ามาเป็นเคร่ืองมือท่จี ะช่วยจบปญั หาหลังร้านได้อย่างเต็มรูปแบบ
มากยิ่งขึ้น หากพ่อค้าแม่ค้ารับมือกับปัญหาได้อย่างดีพร้อมส่งมอบสินค้าสู่มือลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
จะทำใหร้ า้ นค้าไดค้ วามเช่อื ม่ันจากลกู คา้ และไดย้ อดขายทีเ่ พ่ิมขึน้ กลบั มาอย่างแนน่ อน
สรุปทา้ ยบท
การตลาด ถือเป็นหน้าที่งานทางธุรกิจที่ส่งมอบความพอใจให้กับลูกค้า ณ ระดับกำไรจำนวนหนึ่ง และ
มุ่งสู่การกำหนดเป้าหมายใน 2 ประเด็น คือ ความพยายามดึงดูดลูกค้ารายใหม่ด้วยคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า
และการรักษาลกู ค้าทมี่ อี ยูเ่ ดิม โดยสง่ มอบความพึงพอใจสูงสุดให้แกล่ กู ค้า
สารสนเทศทางการตลาด หมายถึง สารสนเทศที่ได้จากการประมวลผลของระบบสารสนเทศทาง
การตลาด ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลและสารสนเทศทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ โดยใช้สนับสนุนกิจกรรมทาง
การตลาดทง้ั ในสว่ นการพฒั นาผลิตภัณฑ์ การตดั สินใจทางการตลาด การส่ือสารทางการตลาด และการพยากรณ์
ยอดขาย
สารสนเทศทางการตลาด สามารถจำแนกได้เป็น 3 ประเภท ดงั นี้
1. สารสนเทศเชิงปฏิบัติการ คือ สารสนเทศที่ได้รับจากการปฏิบัติงานด้านการตลาดเพื่อสร้างยอดขาย
สนิ คา้ ให้กับธรุ กจิ
2. สารสนเทศเชิงบริหาร คือ สารสนเทศที่ใช้สนับสนุนงานการบริหารการตลาด และการพัฒนาส่วน
ประสมทางการตลาด
3. สารสนเทศภายนอกองค์การ คือ สารสนเทศที่ได้มาจากกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก
สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ
ดังนั้นระบบสารสนเทศทางการตลาด เป็นเครื่องมือหนึ่งของการนำเสนอสารสนเทศเพื่อใช้สำหรับงาน
ด้านการตลาดในส่วนการพัฒนาผลิตภณั ฑ์และโปรแกรมทางการตลาดที่ดี จึงจำเป็นตอ้ งใช้สารสนเทศท่ีเกี่ยวข้อง
กับความต้องการของลูกค้า คู่แข่งขัน ผู้ขาย ตลอดจนผู้ที่มีบทบาทอื่นทางการตลาดด้วย เนื่องจากในปัจจุบัน
74
ขนาดของตลาดใหญ่ขึ้น ผู้ซื้อมีทางเลือกเพิ่มขึ้น วิธีการทางการตลาดมีความซับซ้อนขึ้น อีกทั้งธุรกิจยัง
จำเปน็ ต้องเผชญิ กับสภาพแวดลอ้ ม ที่เปลย่ี นแปลงอย่างรวดเรว็ และมกี ารแขง่ ขันสูง ด้วยเหตนุ ้ี การใชส้ ารสนเทศ
ทท่ี นั ตอ่ เหตกุ ารณ์จงึ ยง่ิ จะทวคี วามจำเป็นมากย่งิ ข้นึ
ด้วยเหตดุ ังกล่าวทำให้ธรุ กิจท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจบริการท่ีมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับธุรกิจ
อ่ืน ๆ และบุคคลจำนวนมาก ซึง่ จะส่งผลถึงการเพ่ิมขน้ึ หรอื ลดลงของเศรษฐกิจได้ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทาง
การตลาดจึงเป็นสิง่ จำเป็นและสำคัญมากในการดำเนินธุรกิจ ส่วนทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นัน้ ชี้ให้เห็นการ
ขยายตัวของการใช้อินเตอร์เน็ตในเชิงพาณิชย์ในระดับโลกเริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นในทศวรรษที่ผ่านมา การ
เติบโตของพาณชิ ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเทีย่ ว เช่น ผู้ประกอบธรุ กจิ การท่องเที่ยวจะ
ได้รับประโยชน์จากการสำรองบริการ และการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นอกเหนือจากการเผยแพร่ข้อมูล
และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว สามารถปรับเปลี่ยนสินค้าและบริการให้เหมาะสมกบั ความต้องการของลูกค้าแต่
ละรายและสร้างโอกาสทางการตลาดระดับโลกให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ถึงแม้ธุรกิจพาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากจะไม่ประสบความสำเร็จและเลิกกิจการ แต่พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก็มีผลต่อการ
เปลยี่ นแปลงรปู แบบการทำธุรกิจและความสัมพนั ธ์ของหน่วยธุรกจิ และความสัมพันธข์ องหน่วยธุรกิจในสายโซ่การ
ผลติ ในปจั จุบนั และอนาคต
คำถามทบทวน
1. เทคโนโลยสี ารสนเทศทางการตลาดมีความหมายว่าอย่างไร จงอธบิ าย
2. การตลาดท่องเทยี่ วอเิ ล็กทรอนกิ ส์มีลักษณะเป็นอย่างไร จงอธบิ าย
3. 4 Ps ของตลาดเพ่ือการท่องเท่ียวมีลักษณะเปน็ อย่างไร อธิบายมาใหเ้ ขา้ ใจ
4. ระบบสารสนเทศทางการตลาดมีกี่ระบบ อะไรบ้าง
5. Thailand 4.0 มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร จงอธบิ ายมาพอสังเขป
75
เอกสารอ้างองิ
__________. (ม.ป.ป.). การตลาด. สบื ค้นเม่อื 29 พฤศจิกายน 2554, จากวิกพิ ีเดีย https://th.
wikipedia.org/wiki/การตลาด
รุจจิ นั ทร์ พิรยิ ะสงวนพงศ์. (2549). สารสนเทศทางธรุ กจิ . กรงุ เทพฯ: ซเี อด็ ยูเคชั่น
ณัฐชยา ธรรมสิทธิรกั ษ.์ (2562). กลยทุ ธส่งเสริมการตลาดการท่องเท่ียวที่มีอทิ ธิพลต่อการตัดสินใจไปทอ่ งเทย่ี ว
ในประเทศ กรณีศึกษากลุ่มประชากรวัยทำงาน(วทิ ยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑติ ). มหาวิทยาลยั
หอการค้าไทย
ชุตพิ งศ์ เสนา. (ม.ป.ป.). การตลาดเพือ่ อุตสาหกรรมท่องเทย่ี ว. [เวบ็ บล็อก]. สบื ค้นเม่ือ 29 พฤศจกิ ายน 2564
จาก https://sites.google.com/site/smrrthnawichachiphthxngtheiyw2/
วรี ะ แก่นเพชร. (2564). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยเพ่ือสร้างมลู ค่าเพ่มิ ในยุคดจิ ิทัล.
วารสารนวัตกรรมและการจดั การ ปที ี่ 6(1), 148 – 160.
ณฐวัฒน์ พระงาม และ จเร เถอื่ นพวงแก้ว. (2563). การสือ่ สารการตลาดดจิ ิทลั และส่วนประสมการตลาดบริการ
ที่ส่งผลตอ่ การตัดสินใจทอ่ งเท่ียว ในพ้ืนทีภ่ าคเหนือตอนลา่ ง. วารสารวทิ ยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราช
ภฏั อดุ รธานี, ปที ี่ 2(5), 11 – 27.
chudakan-l. (2021). E-Commerce Platform คอื อะไร. สบื ค้นเม่อื 7 ธันวาคม 2564 จาก
https://fillgoods.co/online-biz/no-shop-what-is-e-commerce-platform-channel-famous/
76