บนั ทึก
ไวใ้ นความทรงจา
ถถา้ ้า
คดิ ได้ ให้ช่วยคดิ
ถ้าคดิ ไม่ได้ ให้ช่วยทา
ถ้าทาไม่ได้ ให้ความร่วมมอื
ถ้าร่วมมือไม่ได้ ให้กาลังใจ
แม้ให้กาลังใจไม่ได้
ให้สงบน่ิง
สมเดจ็ พระอริยวงศาคตญาณ
สมเดจ็ พระสังฆราช
ถิ่นกำเนิด : ๓/๑๐ ต.ดำเนินสะดวก อ.ดำเนินสะดวก จ.รำชบรุ ี
เกิด : ๑๕ ธนั วำคม ๒๔๙๒ วนั พฤหสั บดี เดือนอ้ำย แรม๑๐ค่ำ เวลำ ๖ นำฬกิ ำ
กำรศกึ ษำ : ระดบั มธั ยม รร.ดรุณำนเุ คำะห์ จ.สมทุ รสงครำม
: รร.เตรียมทหำร รุ่นที่๙ ปี ๒๕๐๙ รร.นำยร้อย จปร.รุ่นที่ ๒๐
: รร.เสนำธิกำรทหำรบก ชดุ ท่ี ๖๑ วิทยำลยั กำรทพั บก ชดุ ท่ี ๔๕
รับรำชกำร : กองทพั ภำคท่ี๒ กระทรวงกลำโหม และ กองทพั บก
เหลำ่ ทหำร:ทหำรปื นใหญ่
พลตรีหญิง สมพร ปจุ ฉำกำร
เป็นครอบครัวทหำร เกิดท่ี จ.ชลบรุ ี
สำเร็จกำรศกึ ษำ : วทิ ยำลยั พยำบำลผดงุ ครรภ์และอนำมยั ทบ.รุ่นที่ 6 ปี2516
รับรำชกำรครัง้ แรก : รพ.พระมงกฎุ เกล้ำ ตอ่ มำย้ำยไป ปฏิบตั ิงำนพยำบำล รพ.ค่ำยสรุ ะนำรี จ.นครรำชสมี ำ
กำรศกึ ษำเพิ่มเตมิ : ปริญญำตรีพยำบำลศำสตร์ ม.สโุ ขทยั ฯ ปี 2532 และ หลกั สตู รวิสญั ญีพยำบำล ที่
กรมกำรแพทย์ กระทรวงสำธำรณสขุ ปี 2524
กำรศกึ ษำเพ่มิ เติมอ่ืนๆ : หลกั สตู รกำรประชำสมั พนั ธ์ รร.กร.ทบ.รุ่นที่13 หลกั สตู รจิตวทิ ยำควำมมน่ั คง ชดุ ที่ 92
: วิทยำกรกระบวนกำรป้ องกนั ยำเสพย์ตดิ ปปส.ภำค ตอ/น.
ในช่วงชวี ิตท่เี กดิ มา โดยสรุปสัน้ ๆ
ผมเกิดมำบนบ้ำนเรือนไทยในสวน หลงั คำมงุ จำก ริมคลองต้นตำล อ.ดำเนินสะดวก จ.รำชบรุ ีเม่ือ15ธนั วำคม 2492 คณุ พอ่ เป็นชำ่ งเครื่องยนต์ และ
ชำ่ งไฟฟ้ ำ ต่อมำเป็นช่ำงวำงเคร่ืองเรือนอนท้อง ผำ่ นกำรแขง็ ขนั ประจำปี ชนะเลศิ มำโดยตลอด เรือของพอ่ ลำนนั้ ช่ือ สำยฟ้ ำ คณุ แมเ่ ป็นลกู ชำวสวน
เป็นแมบ่ ้ำนท่ีดีให้กบั ครอบครัว ด้ำนกำรศกึ ษำ ชนั้ ประถมต้นเรียนท่ี รร.วดั โชติทำยะกำรำม รร.ธรรมวิรัติรำษฏร์บำรุง แล้วย้ำยไปเรียนต่อในชนั้ ประถม
ปี ท่ี4ที่ รร.ดรุณำนเุ ครำะห์ ต.บำงนกแขวก อ.บำงคณฑี จ.สมทุ รสงครำม จนจบชนั้ มธั ยมศกึ ษำปี ที่3 สอบได้เป็นลำดบั ท่ี1 ของโรงเรียน คณุ พอ่ พำ
มำสอบเข้ำ รร.เตรียมทหำร ในปี 2509 ได้สำเร็จเป็น นกั เรียนเตรียมทหำรรุ่นที่9 พกั อำศยั อย่บู ้ำนเชำ่ กบั พ่ีน้องแถววดั บำงย่ีขนั ตอนเช้ำมืดก็เดนิ
มำตำมซอยริมแม่นำ้ เจ้ำพระยำ แถววดั ดำวดงึ ส์ นงั่ เรือข้ำมฟำกแม่นำ้ เจ้ำพระยำมำที่ฝั่งทำ่ พระอำทติ ย์ เดนิ มำที่ท่ำช้ำงขรึ ้ ถเมล์สำย 17 ลงท่ีหอนำฬกิ ำ
สวนลมุ พนิ ี เพ่ือเดินเข้ำประตู รร.เตรียมทหำร ก็ถกู รุ่นพ่ซี อ่ มกนั ทกุ เช้ำเย็นกว่ำจะได้กลบั บ้ำนเกือบค่ำด้วยควำมเหน็ดเหนื่อย หลงั จบกำรศกึ ษำ ได้ถกู
สง่ ตวั เข้ำ รร.นำยร้อย จปร.ในปี 2511 ถกู รุ่นพร่ี ับน้องใหม่คลำนตงั้ แต่ถนนรำชดำเนินนอกเข้ำรัว้ รร.นำยร้อยฯ ถกู ซอ่ มด้วย กลเกมส์ตำ่ งๆอย่ำงเมำมนั
ของรุ่นพี่ กวำ่ จะสำเร็จนำยร้อย จปร.ในระยะเวลำศกึ ษำ5ชนั้ ปี ออกมำเป็น นำยทหำรบก ยศร้อยตรี ก็เรียกวำ่ ผ่ำนร้อนผำ่ นหนำว ผำ่ นควำมกดดนั
และผำ่ นกำรฝึกวิชำทหำรมำครบทกุ หลกั สตู รภำคบงั คบั บรรจรุ ับรำชกำรครัง้ แรกท่ี ปตอ.พนั 2 คำ่ ยสรุ ะนำรี จ.นครรำชสีมำ เม่ือปี 2516 เหล่ำทหำร
ปื นใหญ่ หลงั จบ รร.สธ.ทบ.ชดุ ท่ี61 ได้มำรับรำชกำรท่ี กองทพั ภำคท่ี2 ตอ่ จนถึงปี 2549 ได้รับโปรดเกล้ำฯเป็นนำยพล สงั กดั สำนกั ปลดั กระทรวงกลำโหม
ตอ่ มำเป็น ผช.หน.ฝสธ.ประจำ รมต.ก.ห.และทำหน้ำที่ โฆษก ก.ห.และเษียณอำยเุ ม่ือปี 2552 และได้รับโปรดเกล้ำเป็น พลเอก ในปี 2553
ในชีวติ ที่มีโอกำสทำงำนหนกั ท่ีสดุ แต่ก็มีควำมภำคภมู ใิ จมำก คือในชว่ งที่ พล.ท.อสิ ระพงศ์ หนนุ ภกั ดี เป็น แมท่ พั ภำคท่ี2 งำนท่ีรับผิดชอบเก่ียวกบั
งำนพฒั นำเพ่ือควำมมน่ั คง โครงกำรอนั เน่ืองมำจำกพระรำชดำริ ในพนื ้ ท่ี ทภ.2และงำนโครงกำรอื่นๆอีกมำกมำย ซง่ึ ถือเป็นโอกำสท่ีทำให้เป็น
คนท่ีร่ำง/เขียนหนงั สือเก่ง รู้จกั กำรพดู บรรยำยสรุปตำ่ งๆ อยำ่ งมนั่ ใจ และด้วยควำมที่เป็นคนมีปฎิสมั พนั ธ์ที่ดีกบั เพอ่ื นข้ำรำชกำร ทงั้ ฝ่ ำยพลเรือน
ตำรวจ ทหำร ประกอบกบั เป็นผ้ชู อบงำนด้ำนควำมริเริ่มใหมๆ่ และงำนด้ำนศิลปะ จงึ มีโอกำสทำงำนสำยกิจกำรพลเรือนมำนำนด้วยควำมเรียบร้อย
และเป็นที่พอใจของ ผ้บู งั คบั บญั ชำ ทำให้ชีวติ รับรำชกำรมีควำมเจริญก้ำวหน้ำด้วยดีมำตำมลำดบั
ด้วยสานึกในพระมหากรุณาธคิ ุณ หาท่สี ุดมไิ ด้
ครอบครวั ปุจฉาการ
พลเอก พชิ ษณุ ปจุ ฉาการ และ พลตรหี ญงิ สมพร ปุจฉาการ
๑. นางสาว วาทนิ ี ปจุ ฉาการ สมรสกบั นาย เควนิ สกลสตั ยาทร
๒. พนั โท รชั พล ปจุ ฉาการ สมรสกบั นางสาว อภิรดี ประพนั ธ์
เด็กชาย ภมู ิพัฒน์ ปุจฉาการ (นอ้ งบอส)อาย๓ุ ขวบ ป๒ี ๕๖๓
๓. พันโทหญงิ นงนภสั ปุจฉาการ
เดก็ ชำยเป๊ี ยก เดก็ ชำยแป๊ ะpd
พลโท พชิ ษณุ ปจุ ฉำกำร
ท่ีบ้ำนยำ่ ทวดน้องบอส ดำเนินสะดวก
ใฝ่ เรียนรู้ คู่บทกลอน ผ่อนอารมณ์
น้อมเกล้าถวายราช
เชยชมธรรมชาติ
มุ่งมาดคตธิ รรม
ลานาก่อนบทเพลง
ครืน้ เครงในคากลอน
อวยพรในวนั เกิด
น้อมเกล้ำถวำยรำช
เชยชมธรรมชำติ
"ส่ีคนหาม สามคนแห่ สองคนน่ังแคร่ หน่ึงคนพาไป"
..ชีวติ ก็มีแค่นี.้ . มงุ่ มำดคตธิ รรม
คนแตก่ ่อนสอนไว้ควรตดิ ตำม
ส่ีคนหำมฟังดเู หมือนแปลงำ่ ย
แตท่ ่ีแท้คือ"ดนิ นำ้ และลมไฟ"
ก่อให้เกิดธำตกุ ำยเป็นกำยำ
สำมคนแหแ่ ปลควำมง่ำยเช่นกนั
ควำมจริงนนั้ ไมเ่ ท่ียงจริงนกั หนำ
"อนิจจงั ทกุ ขงั อนตั ตำ"
สงิ่ เกิดมำล้วนต้องกลบั ดบั สิน้ ไป
สองคนนงั่ แคร่หำมเป็นไฉน
นน่ั คือ"บญุ บำปกรรม"ที่ทำไว้
ทงั้ คณุ งำมควำมดีที่ทำไป
และชว่ั ร้ำยเคยทำเป็นกรรมเวร
หนงึ่ คนพำเดนิ ไปใชไ่ ปเที่ยว
นนั่ คือ"จิต" ดวงเดียวมองไม่เห็น
พลงั กรรมที่สร้ำงสมบำปบญุ เป็น
จิตสดุ ท้ำยชะตำเห็นสภู่ พภมู ิ
มนษุ ย์นนั้ เกิดมำนนั้ ยำกนกั
ยงั ชีวติ ไมน่ ำนนกั ควรให้ค้มุ
ยดึ มนั่ ศีลพฒั นำจิตอยำ่ งควบคมุ
ผลบญุ รุมนำส่งส่สู ขุ คตภิ มู ิ
ทริ นต์วรรณ/ประพนั ธ์กลอน
ลานา...เพ่อื น้อง ลานา...แสงดาวแห่งศรัทธา ลานาก่อนบทเพลง
เพอ่ื น้อง เพอ่ื คนรัก พีส่ มคั รรักพนั พวั บนท้องฟ้ ำแสงดำวพรำยอยหู่ ำ่ งไกล เฝ้ ำรอคอยเรำทงั้ สองปองพบกนั
ใกล้ชิด เงำตำมตวั เกรงหลวมตวั จะลมื ตำย เป็นแสงรุ้งในฤทยั แหง่ ควำมหวงั ทกุ คืนนนั้ ยำมนทิ รำเพ้อไปได้
เหมือนโคมทองสอ่ งทำงธงชยั ตงั้ สญั ญำไว้จะพบกนั นริ ันดร์ไป
ชีวิต เป็ นเดิมพนั ฝำกประกนั ไว้ด้วยใจ ไมห่ ยดุ ยงั้ ก้ำวพ้นชว่ งห้วงทกุ ข์ทน แวว่ รักได้ใจเพ้อฝันอนั ลอยลม
อยำ่ ทำ ให้เดียวดำย พี่คงอำยทงั้ โลกำ
แม้นผืนดนิ มืดมนจำกแสงเดอื น ทิรนตว์ รรณ ๒๙พ.ค.๖๓
พี่นง่ั และนอนคดิ เกรงข้องจิตจะเสยี ทำ่ ยงั มีสง่ิ ปลกุ เตือนให้หลดุ พ้น
หำกไม่ ปรำรถนำ ขอบอกมำไมก่ วนใจ ด้วยแสงดำวแหง่ ศรัทธำให้ทกุ คน ลานา ... ฉิมพลีสีทอง
มีแสงพรำยควำมหวงั จนฟ้ ำรุ่งรำง
ขอน้อง จงคิดดู มีใครส้เู ทำ่ พไ่ี ด้ รักสดุ ซงึ ้ เข้ำถึงอำรมณ์รัก
เฝ้ ำเคยี ง และใสใ่ จ ให้ รู้ไว้พร่ี ักจริง ทิรนต์วรรณ ๒๘พ.ค.๖๓ สดุ จะหกั ห้ำมใจของเรำได้
ดง่ั คลอเคล้ำเร้ำอำรมณ์สมหทยั
ทิรนต์วรรณ ๒๖พ.ค.๖๓ ลลานำาน..ำ.แกว่อ่วรนักบทเพลง ดื่มธำรทพิ ย์สวรรค์ให้ใจเลอรมย์
ลานา...เพราะขอบฟ้ ากว้าง แม้นในยำมคำ่ คนื ดกึ ดื่นนี ้ เหมือนฉิมพลีสีทองห้องหวั ใจ
ยงั ได้ยินวจีจำกเสียงเจ้ำ มีเพลงทิพย์กลอ่ มให้ชำ่ งสขุ สม
ด้วยหำ่ งไกลใจคะนงึ ถงึ นวลน้อง เหมือนควำมรักเรียกร้ องอำวรณ์เร้ ำ นำ้ ค้ำงพรำวหนำวเย็นลว่ งพร่ังพรม
หวนถงึ คืนสองตอ่ สองครองรักช่ืน แล้วตวั เจ้ำเฝ้ ำซอ่ นอยแู่ หง่ ใด หนำวสะท้ำนอำรม์ชมช่ืนดำว
โถป่ ำนนดี ้ วงใจพ่ีคงต้องฝื น
เพรำะตำ่ งคนตำ่ งยืนอยหู่ ำ่ งไกล ทงั้ ท่ีอยำกพดู จำพบหน้ำกนั ทิรนต์วรรณ ๒๙พ.ค.๖๓
แตเ่ ธอนนั้ ให้ฝันจงึ พบได้
หวงั รักเรำคอยเฝ้ ำอยดู่ ้วยซำบซงึ ้ เหมือนมีบำปครอบงำระกำใจ
รสรักตรึงมิรู้หนำ่ ยคลำยเคลอื่ นหำย พอต่ืนขนึ ้ เธอก็หำยจำกฝันไป
ด้วยหำ่ งกนั เรำตำ่ งฝันจ้องมองไป
ซงึ ้ ทรวงในดวงดำวใชด่ วงเนตรน้อง
เหน็ พระจนั ทร์ดวงเดียวกนั บนฟำกฟ้ ำ
ไฉนหำ่ งไกลสดุ หล้ำเรำทงั้ สอง
อยำกให้ขอบฟ้ ำกว้ำงท่เี ฝ้ ำมอง
แคบให้น้องปองรักพี่ทใี่ กล้กนั
ทิรนต์วรรณ ๒๗พ.ค.๖๓
ลานา...ลานจนั ทน์รัญจวน ลานา...ลานจนั ทน์รัญจวน ลานา... ฉงน
เป็ นลำนจนั ทน์ลำนร่มแหลง่ อำศรม เป็ นลำนจนั ทน์ลำนร่มแหลง่ อำศรม ถำมควำมมน่ั ใจ ท่ีฝำกควำมรัก
มีมนต์ขลงั ชะโลมหลงั่ ฝังคิดถงึ มีมนต์ขลงั ชะโลมหลง่ั ฝังคดิ ถงึ ปริญญำควำมรัก ท่ีมอบให้หญิง
ให้จดจำควำมใกล้ชิดหวนคำนงึ ให้จดจำควำมใกล้ชิดหวนคำนงึ มนั่ ใจรักจริง ไมย่ ิง่ มีตอ่
เรำเคยซงึ ้ ในคืนจนั ทร์วนั คืนเพญ็ เรำเคยซงึ ้ ในคืนจนั ทร์วนั คนื เพญ็ เป็นคนสดุ ท้ำย จะไมส่ อพลอ
รักให้เพียงพอ เคล้ำคลอไมจ่ ำง
เห็นแสงจนั ทร์จบู จนั ทน์ฝำกรอยฝัน เหน็ แสงจนั ทร์จบู จนั ทน์ฝำกรอยฝัน คำหวำนซำบซำ่ น มนั ผลำญใจเธอ
หอมกลน่ิ จนั ทน์กลน่ิ นนั้ แก้มท่เี ห็น จะไมท่ ำเผลอ ทงิ ้ เธอหนีหำ่ ง
หอมกลน่ิ จนั ทน์กลน่ิ นนั้ แก้มท่ีเห็น ในคืนนนั้ ที่ลำนจนั ทน์คืนจนั ทร์เพญ็ รักเดียวมน่ั ใจ ด้วยมำถกู ทำง
ในคนื นนั้ ท่ลี ำนจนั ทน์คืนจนั ทร์เพญ็ จะไมร่ ้ำงหำ่ งเหน็ เป็ นสญั ญำ เลห่ ก๋ ลถอยหำ่ ง รักนำงสดุ ท้ำย...
จะไมร่ ้ำงหำ่ งเหน็ เป็ นสญั ญำ
มำวนั นใี ้ ห้ชอกชำ้ ระกำใจ ทิรนตว์ รรณ ๑๗ ม.ิ ย. ๖๓
มำวนั นใี ้ ห้ชอกชำ้ ระกำใจ นกึ ถงึ แก้มทรวงในไมม่ ำหำ
นกึ ถงึ แก้มทรวงในไมม่ ำหำ ใครพบนำงพลำงกระซบิ วำนสกั ครำ ลานา...ภาษาใจ
ใครพบนำงพลำงกระซบิ วำนสกั ครำ ทีเ่ ฝ้ ำหำมำนง่ั ดคู อื คใู่ จ...
ท่ีเฝ้ ำหำมำนงั่ ดคู ือคใู่ จ... ขออนญุ ำตนิ ำกลอนของคณุ วิทวสั .... มำนำเสนอ..
ทริ นต์วรรณ ๑๕มิ.ย. ๖๓
ทิรนต์วรรณ ๑๕ม.ิ ย. ๖๓ เมื่อสบตำพำใจสะท้ำนนกั
ลานา...นางแก้วในดวงใจ เป็นควำมรักควำมคดิ ถงึ ที่โหยหำ
ลานา...นางแก้วในดวงใจ เม่ือจำใจเหินหำ่ งจำกจำลำ
คิดถึงน้องนวลนำงต้องจำกไป จงึ รู้วำ่ ควำมสขุ นนั้ จำงจำกจำง
คดิ ถึงน้องนวลนำงต้องจำกไป โอ้ดวงใจพ่ีนอนฝันทกุ วนั คืน
โอ้ดวงใจพ่นี อนฝันทกุ วนั คนื เห็นใบหน้ำแก้วตำทงั้ หลบั ตืน่ ภำษำใดมชิ ดั เทำ่ ภำษำรัก
เห็นใบหน้ำแก้วตำทงั้ หลบั ตืน่ พค่ี รวญหำทรำมช่ืนเฝ้ ำฝื นตรม แคร่ ู้จกั ก็มอิ ำจจะขดั ขวำง
พคี่ รวญหำทรำมชื่นเฝ้ ำฝื นตรม จะอยหู่ ำ่ งหนใดไกลหนทำง
เป็ นนำงแก้วในดวงใจหทยั พ่ี มริ ู้ร้ำงถึงกนั ได้สง่ ใจกนั
เป็ นนำงแก้วในดวงใจหทยั พี่ เจ้ำหำ่ งไปพอ่ี ำลยั แสนขนื่ ขม
เจ้ำหำ่ งไปพอ่ี ำลยั แสนข่นื ขม ป่ ำนฉะนหี ้ ำกเจ้ำฝันเพลนิ อำรมณ์ " เพรำะ..ดวงตำ คอื หน้ำตำ่ งหวั ใจ"
ป่ ำนฉะนหี ้ ำกเจ้ำฝันเพลนิ อำรมณ์ ขอให้ฝันชื่นชมพ่บี ้ำงเอย...
ขอให้ฝันชื่นชมพ่ีบ้ำงเอย...
ทริ นต์วรรณ ๑๕ มิ.ย. ๖๓
ทริ นต์วรรณ ๑๕ ม.ิ ย. ๖๓
ลานา...เคยี งเรียม &เงาไม้ ลานา...ว่าวขาดลอย ลานา...นานเท่าไรกจ็ ะรอ
ล่องเรือเลน่ ในลำคลองมองดสู วน เปรียบชีวิตผมและคณุ หมนุ เวียนเปล่ียน ใจอยใู่ กล้เคียงค่คู วงดวงใจนนั้
ไม่เรรวนชวนมองสองข้ำงฝั่ง เวียนไปตำมกรรมเคยทำและสร้ ำงสม แม้ห่ำงกนั เพยี งไรแต่ใจมนั่
เรือแล่นเบำเงำก่ิงไม้ค้มุ แดดบงั เหมือนดงั่ วำ่ วหำกหมดแรงจำกสำยลม นำนแสนนำนไกลห่ำงกนั แต่ผกู พนั
นำ้ กระเซน็ เย็นกระทงั่ นง่ั เอนตวั ขำดช่ืนชมลว่ งหลน่ ลงตรงพืน้ ดนิ รักไม่เสื่อมเล่ือมสลำยคลำยเปลี่ยนแปลง
เหน็ แสงจนั ทร์ฉำยลงนำ้ เป็นสีนวล ยำมชีวิตครำมงั่ มีสขุ สกำว แม้ตวั ไกลใจยงั อย่ไู ม่หนำ่ ยแหนง
เมื่อเธอชวนอยำกนำพำไปให้ทว่ั เปรียบดงั่ วำ่ วบำงครำวเหิรลมดนิ ้ ไมเ่ คยคดิ ถ่ำยถอนวอนแสลง
ลอ่ งลำนำ้ เห็นเงำดำสำดบงั ตวั หำกเริงหลงบนท้องฟ้ ำจนเคยชิน เกรงแตใ่ ครจะลืมก่อนร้ำวร้อนแรง
อ้อ!เงำไม้พลิว้ ไปทว่ั ริมฝั่งชล ถงึ ยำมเครำะห์แรงลมสนิ ้ ร่วงดนิ ลง ไม่คดิ แบ่งรักคนอ่ืนฝื นสจั จำ
ทริ นต์วรรณ ๑๙ มิ.ย. ๖๓ โชคชะตำนนั้ สบั สนวนไมข่ ำด เคยสญั ญำกนั ไว้รอกนั ได้
ชีวติ ท่ีพลงั้ พลำดประมำทหลง แม้นจะนำนเทำ่ ไรจะรอหำ
ลานา...นางไสยาสน์ ขำดสำนกึ ไมร่ ู้สกึ แนวทำงตรง เตมิ รักกนั ทกุ ทกุ วนั เพมิ่ พนู มำ
จะวบู ลงคงเหมือนวำ่ วขำดลมลอย รักเรำนนั้ มีคำ่ น่ำช่ืนชม...
ทริ นต์วรรณ ๒๑ ม.ิ ย. ๖๓ ทิรนต์วรรณ ๒๒ ม.ิ ย. ๖๓
นำงนอน ก็งำมแท้ ชวนให้แลดนู งเยำว์
วำงมือ แนบทรวงเว้ำ เฉิดเฉลำเพรำตำพริม้
งำมงอน อรอนงค์ งำมทรวดทรงออ่ นหวำนนิ่ม
ยำมหลบั เธอแย้มยมิ ้ ดงั่ ปัน้ พมิ พ์จติ รกร
งำมคล้ำย ดจุ เทวี สดุ โสภีศรีสมร
ไสยำสน์ นำมนำงนอน อยำกจะย้อนแม้ชมเงำ...
ทริ นต์วรรณ ๒๐ ม.ิ ย. ๖๓
ลานา...ใบไม้ ร่ วง ลานา...คนไกลบ้าน ลานา...ผดิ ทางรัก
เห็นใบไม้สะบดั พริว้ ปลวิ ร่วงหลน่ ท่ีบ้ำนเรำป่ ำนฉะนีเ้ย็นมำกแล้ว ได้พบรักแตม่ ำพบคนมีรัก
ตำ่ งระคนปนใบเก่ำที่เจ้ำทงิ ้ ทว่ั ถ่ินแนวฟ้ ำออ่ นแสงแดงสลวั ครัง้ ประจกั ษ์วนั แรกดแู ปลกใจ
ร่วงลำร้ ำงเหมือนใจคว้ ำงสะเทือนยิ่ง คงตระเตรียมอำบนำ้ แล้วแตง่ ตวั มำรู้จริงเธอมีคคู่ รอบครองไว้
เหน็ ควำมจริงทิง้ จมนำ้ ดำเลือนหำย พบพร้ อมหน้ ำในครัวทำนข้ ำวเย็น ต้องตกใจเสียใจจริงให้ย่งิ นกั
นกึ ควำมรักครัง้ ประจกั ษ์รักแรกพบ ยำมเธอนอนค่ำนีท้ ี่ห่ำงกนั หกั ห้ำมใจไม่ให้รักก็ไมท่ นั
ได้ประสบพบสขุ หวำนสะครำญใจ เธอรำพนั หำบ้ำงไหมให้นกึ เห็น เพรำะดว่ นพลนั รักเธอแล้วจงึ อกหกั
เคยลบู ผมโลมเล้ำเรำจำได้ รู้หรือไม่คนอยไู่ กลแสนรำเค็ญ ถ้ำรู้ตวั มำก่อนนีค้ งไมร่ ัก
แตร่ ักหำยดงั่ ใบไม้ที่ร่วงลง ใจสน่ั คลอนด้วยอยำกเหน็ ทกุ คืนวนั คงจะเมินเผินพกั ตร์เกรงระทม
ทิรนต์วรรณ ๑๐ก.ค.๖๓ หำกโชคดีในวนั หน้ำฟ้ ำแจ่มใส ยำมมีรักก็ต้องหวงั ในควำมรัก
จะรีบไปหำเธอไมเ่ หหนั ผิดทำงรักหกั ห้ำมจิตเหลือจะข่ม
ลานา...พศิ วาสวาย นำนเทำ่ ไรไกลสดุ ฟ้ ำก็ไมห่ วนั่ เกิดแผลใจให้มีรอยทกุ ข์ระทม
หำกเธอห้นใจเป็นอ่ืนคงฝื นตรม ต้องขื่นขมขม่ อำรมณ์ตรมอรุ ำ
ด้วยรักเธอเนืองนจิ พิศวำส
รักไมข่ ำดรอยจำรึกนกึ ถงึ ได้ ทริ นต์วรรณ ๑๓ก.ค.๖๓ ทริ นต์วรรณ ๑๔ก.ค.๖๓
แม้นเธอคลำยรักจำกฉนั พศิ วำสวำย
ฉนั ไมค่ ลำยรักเธอเสมอชีวนั
ปลอ่ ยเธอไปก็สขุ ใจเม่ือได้เหน็
ควำมสขุ เดน่ เธออยำกเหน็ ตำมที่ฝัน
พศิ วำสวำยแตส่ ดุ ท้ำยชื่นชีวนั
ให้สขุ สนั ตเ์ พรำะรักเธอมำกเหลือเกิน
ทริ นต์วรรณ ๑๑ก.ค.๖๓
ลานา...ยอดปรารถนา ลานา...รักริษยา ลานา...สุดเออื้ มมอื ถงึ
เป็นรัก ครัง้ เคยหวงั ดดู ด่ืมฝังหวำนลำ้ ค่ำ ยำมรำตรีท่ีฟ้ ำมดื หมองจนั ทร์สอ่ ง สดุ เอือ้ ม สดุ จะคว้ำ สดุ หมำยตำเธอมำครอง
เคยเค้ำ สวำทมำ ฝังปรำรถนำอรุ ำไมว่ ำย ดหู มน่ หมองครองเศร้ำเฝ้ ำขมขืน่ สดุ หมำย จำกตำปอง สดุ จะหมองจองไขว่คว้ำ
เหมือนทวีควำมรักร้ำงอยคู่ ่ำคืน
รักถึง ซงึ่ คำรัก สำบำนรักวำ่ ไมห่ น่ำย ทงั ้ ฝันใฝ่ ชมรักชื่นทกุ คืนวนั อยำกช่ืน อยำกจะชม อยำกให้สมปรำรถนำ
แม้ฟ้ ำ ถลม่ ทลำย รักไมห่ ำยไมก่ ลบั คำ แต่ใจ ก็มิกล้ำ ยงั ประหม่ำถ้ำเธอชงั
ริษยำควำมรักแสนสดชื่น
โลมไล้ ใต้แสงจนั ทร์ ในคืนนนั ้ สขุ คลู่ ำ้ อยำกเอือ้ ม ให้มือถงึ อยำกคว้ำดงึ มิหยดุ ยงั้
รำพนั ทกุ คืนค่ำ รู้ใจจำรักเร้ำใจ ไม่กล้ำ เกรงหมองใจจงึ หวน่ั ไหวเฝ้ ำระวงั
ถกู ศร ปักทรวงลกึ จงึ รำลกึ แต่รักไว้ ห้ำมใจ ยำมอยใู่ กล้ อดไม่ได้เกรงจะพลงั้
วอนให้คืนแตเ่ หมอื นฝื นใจโศกศลั ย์ เผลอใจ หำกไมย่ งั้ คงมีหวงั ต้องรักเธอ
สญั ญำ สองรักใคร่ ทกุ ชำตไิ ปให้ยงั่ ยืน ดง่ั เปลวไฟมำผลำญใจหมองไหม้พลนั หำกเธอ ไมต่ อบรัก ไม่สมคั รรักคงเก้อ
รักเรำ คงเผยอ เรำรักเก้อเพ้ออำลยั
เหมือนเมฆ มำบงั ฟ้ ำ รักถกู พร่ำแสนสดุ ฝื น หำกบญุ พำขอรักนนั ้ มน่ั เหมอื นเดมิ เฝ้ ำแต่ รอควำมหวงั เฝ้ ำรอฟังเป็นไฉน
เพรำะเธอ เช่ือเขำอ่ืน หเู บำกลืนรักกลบั ตรม ทริ นต์วรรณ๒๓ก.ค.๖๓
หำกฝัน ตรงกนั ได้ คงสมหมำยได้ใจเธอ
หลดุ ลอย คล้อยดงั่ ว่ำว เงำซำกรักเป็นขื่นขม ทริ นต์วรรณ ๒๕ก.ค.๖๓
นำ้ ตำ ครวญระทม อ้อนอำรมณ์สง่ ใจเคียง
รักเอย ท่ีเคยหวำน ดจุ เนือ้ ตำลที่หวำนเที่ยง
กลบั เป็น ร้ำวรำนเบ่ยี ง แตกหลำยเส่ียงเพียงขำดใจ
ทริ นต์วรรณ ๒๑ก.ค.๖๓
ลานา...คนรักหาย ลานา...ผู้ครองใจ ลานา...ผู้ครองรัก
รักของเรำแรกแรกนนั้ สขุ สรำญ ชีวติ นีผ้ ำ่ นควำมรักมำโชกโชน ด้วยรักเรำรักเขำอย่ำงยง่ั ยืน
ใครใครชมวำ่ รักหวำนดงั่ ตำลอ้อย ยงั เคยโดนควำมรักสลดั ไป มิเป็นอื่นยืนเคียงคอู่ ย่กู บั ฟ้ ำ
แตใ่ ดใดอนิจจงั อยำ่ หวงั คอย แตด่ ้วยมีควำมรักที่ย่ิงใหญ่ ยอมมอบใจร่ำงกำยทงั้ ชีวำ
หวำนหวำนรักยงั หลดุ ลอยมำเปลี่ยนไป ฝังตรึงในใจสดุ ซงึ ้ คนงึ ครวญ แม้นเหมือนทำสก็ไมว่ ำ่ ท้ำทนได้
แม้นจะหกั ห้ำมใจไมพ่ ะวง เฝ้ ำรำพนั ฝันละเมอหน้ำเธอหลอน เหมือนคำสำปข้ำไว้ให้เคียงเจ้ำ
แตย่ งั คงเจบ็ ชำ้ ตรมระทมไหม้ เอนกำยนอนดงั่ เหมือนย้อนภำพมำหวน รู้วำ่ เผลอใจไปเปล่ำชำ้ ไฉน
ไมม่ ีขำ่ วคนรักหำยให้ช่ืนใจ เธอคือหนงึ่ ในดวงใจที่เย้ำยวน ด้วยตวั เขำไม่รักเรำชอกชำ้ ใจ
ปลอ่ ยให้พ่ีระทมใจทกุ ข์โศกยำว เหมือนสงิ ห์ครวญม้วนลงดนิ สนิ ้ ลำพอง ผ้คู รองรักน่ำเสียดำยครองมำนำน...
ถำมดวงดำวทวั่ ฟ้ ำก็ไมร่ ู้ ในอกนีม้ ีแตร่ ักสลกั ไว้ ทิรนต์วรรณ๑๘ก.ค.๖๓
ถำมดวงเดอื นเจ้ำดรู ู้หรือเปลำ่ ย่ิงนำนไปกลบั ชำ้ นกั ด้วยรักหมอง
บ้ำงก็ลือแตง่ งำนใหมไ่ ปอีกครำว เธอหำยไปไมก่ ลบั คืนฝื นใจปอง ลานา...ฐานันดรรัก
ลือเจ้ำตำยให้ปวดร้ำวเฝ้ ำอำวรณ์ ต้องขื่นขมระทมนองทงั้ นำ้ ตำ...
เคยมีรักเคยร่วมรักอยำ่ งเกลียวกลม
ทริ นตว์ รรณ๑๕ก.ค.๖๓ ทริ นตว์ รรณ๑๗ก.ค.๖๓ มำบดั นีต้ ้องมำตรมจติ อดึ อดั
เกิดวนุ่ วำยจิตว้ำวนุ่ สดุ จะวดั
เกินจะปัดไถ่ถอนทอนบรรเทำ
ด้วยควำมรักต้องถกู เขำมำพรำกรัก
แย่งคนรักร่วมววิ ำห์อ้อมอกเขำ
เพรำะตำ่ งศกั ดฐ์ิ ำนนั ดรขดั ขวำงเรำ
จงึ ระทมตรมเศร้ำหงอยเหงำไป
ลานา...ชมละเวง ลานา...ปลูกรัก ลานา...ทงั้ สิน้ เพ่อื เธอ
เหมอื นสวรรค์ประทำนมำเลศิ ฟ้ ำยงิ่ ปลกู ต้นรักเฝ้ ำพิทกั ษ์รักษำไว้ นอนใฝ่ ฝันอ้อมกอดฉนั คงได้โลม
เธองำมหญิงเลศิ วิไลได้พบเห็น รดนำ้ ให้พรวนดนิ ไว้ทกุ เช้ำค่ำ หวงั ตะโบมโฉมสะอำงแนบนอนข้ำง
งำมดงั่ เชน่ นำงละเวงดง่ั ท่เี ป็ น คอยถนอมออมไว้มใิ ห้ชำ้ สกั วนั หนง่ึ เธอจะรู้รักไม่จำง
งำมเฉิดโฉมประโลมเดน่ เทพเทพี หวงั ดดู ดำ่ พร่ำชมภิรมย์เพลนิ เคยทงิ ้ ห่ำงอ้ำงฉนั เลวต้องถำมหำ
ดวงตำงำมดง่ั เพชรเกลด็ แก้วใส นำ่ น้อยใจรักร้ำงรำขนึ ้ มำได้ สญั ญำรักรักเพียงเธอเลศิ เลอใจ
แก้มละม้ำยกลบี บวั แย้มแซมสดสี เพรำะเหตใุ ดรักปลกู ไว้มำหำ่ งเหิน เพือ่ เธอไซร้จะอ้อนออดยอดบชู ำ
คล้ำยภำพวำดสำดสงี ำมกวำ่ มำลี ได้เฝ้ ำคอยถนอมไว้ไมล่ ว่ งเกิน หวงั อกฉนั เกรำะป้ องกนั เพทภยั ท้ำ
แก้มละเวงงำมเช่นนดี ้ กี วำ่ จนั ทร์ กลบั หมำงเมนิ ให้เจ็บชำ้ ระกำใจ เพอื่ กำนดำรักษำไว้ให้แนบนำน...
ปทมุ งำมทรวงสล้ำงข้ำงเคียงคู่ ใครหนอชงิ ดวงใจที่ใฝ่ ฝัน ทริ นต์วรรณ ๒๘ก.ค.๖๓
งำมเชิดชดู สู ะท้ำนฤทยั หวน่ั รักมลำยหำยพลนั ต้องหมองไหม้
เธองำมจริงย่ิงพิศสอ่ งผอ่ งลำวณั ย์ อ้อมกอดพ่ีเคยเชยชมต้องตรมใจ ลานา...ล่องนาวา
งำมเพริศพรรณผอ่ งผดุ เหลอื เหนอื นำงใด ขอรักได้หวนกลบั มำพำรักคืน
ลอ่ งลอย นำวำน้อย ลอยพลิว้ ไปในสำคร
ทิรนต์วรรณ ๒๔ก.ค.๖๓ ทริ นต์วรรณ ๒๘ก.ค.๖๓ แสงจนั ทร์ เรืองออ่ นออ่ น ฉำยสะท้อนงำมดวงตำ
ลานา...เอือ้ งดนิ สำยลม กระพือพดั โชยสะบดั พดั เข้ำหำ
ระลอก คล่ืนพลิว้ พำ นำวำลิ่วริว้ เลื่อมลำย
กล้วยไม้ นำมเออื ้ งดนิ กลน่ิ รวยรินสดฉวี
ดอกงำม พลวิ ้ สดสี ซอ่ นกลน่ิ ดีกลำงพงษ์ไพร แสงจนั ทร์ งำมระยบั ประกำยวบั จ้ำเฉิดฉำย
ดำรำ เลิศเพริศพรำย ฉำยนภำสงำ่ ศรี
ตำ่ งชม งำมสวยหอม นำ่ ถนอมเก็บชมไว้
งำมเดน่ กวำ่ ดอกใด ก็เป็ นไม้ในดงดอย นำวำ ล่องลอยมำ งำมทว่ งทำ่ ยำมรำตรี
หย่อนใจ ห้วงนที ค่ำคืนนีท้ ่ีเพลดิ เพลนิ ...
แม้บำน ในกระเช้ำ ภมรเคล้ำคลอเคลยี บอ่ ย
คนจอง ชะแง้คอย อยำกเก็บสอยไว้ช่ืนชม ทริ นต์วรรณ ๒๘ก.ค.๖๓
พอสนิ ้ ฤดฝู น คล้ำยดง่ั คนหำคสู่ ม
ขำดงำม ขำดชื่นชม ดอกก็บม่ พรมลงดิน
เปรียบสำว ทีส่ ดสวย งำมระรวยสวยไมส่ นิ ้
นำนไป คอ่ นชีวิน ผนิ หำ่ งหำยคลำยแลมอง...
ทริ นต์วรรณ ๒๖ก.ค.๖๓
ลานา...หวงรัก ลานา...แม่ นางนกขมนิ ้ ลานา...ละเมอสวาท
ของใคร ใครก็หวง ใครก็ห่วงรักใคร่ถนอม เปรียบเธอนนั้ ดงั่ แมน่ ำงนกขมนิ ้ โอ้ใครหนอเคยเอย่ พร่ำคำสญั ญำ
ใครชงิ ก็ไมย่ อม แม้อดออมไมข่ ำยใคร เจ้ำบนิ ไปทงิ ้ ถ่ินให้ใจพเ่ี หงำ เอ่ยคำรักว่ำบชู ำเจ้ำหวั ใจ
อยไู่ หนน้องลืมกรงทองไฉนเล่ำ เคยอ้อนออดพรอดพร่ำกระซบิ คำไข
รักใคร ใครก็หวง ใครก็ห่วงไม่ยอมให้ ใครหลงเจ้ ำคงโศกเศร้ ำเจ้ ำลวนเล อย่ำร้ ำงไปรักนำนนำนหวำนอบอ่นุ
เขำรัก ดงั่ ดวงใจ ต่ำงหวงไว้ในครอบครอง
รูปเจ้ำสวยดง่ั ทองอยำกมองหำ โอ้ใครหนอโอบไออ่นุ กรุ่นใกล้ชดิ
เธอเป็น ทงั้ ของรัก ของจกั ห่วงปวงทงั้ สอง อยำ่ หวงั นำ้ บอ่ หน้ำอำจหนั เห ฝำกจมุ พติ ตดิ แก้มหอมละมนุ
กำยใจ เป็นเจ้ำของ ห่วงใฝ่ ปองป้ องหลดุ ลอย ด้วยอำจพบคบคนพำลใจเกเร จำเรือนร่ำงสวยสะอำงเนือ้ หอมกรุ่น
รักชำ้ เซกลบั เหหนั พลนั ระทม หำใดเทียบไม่ปำนฝ่ นุ รักในเธอ
รักจริง ไมห่ ลอกลวง รักแสนห่วงดวงใจน้อย
ไมย่ อม ให้ใครสอย หำกหลดุ ลอยก็ยอมตำย... แม้นไม่มีใครเลีย้ งดเู จ้ำคงเหงำ มำวนั นีท้ ี่เงียบเหงำแม้รูปเงำ
ให้กลบั มำถ่ินที่เก่ำไมข่ ่ืนขม เหลือแตเ่ ศร้ำเหงำเงียบงนั ทกุ ข์เสมอ
ทิรนต์วรรณ ๒๘ ก.ค.๖๓ ถ่ินเคยอยเู่ คยช่ืนชแู ละรื่นรมย์ เหมือนนกน้อยนอนรำพนั ฝันละเมอ
ข้ำยงั คอยหวงั อยำกโลมโฉมเจ้ำเอย... ขอให้เธอรู้ว่ำฉนั รักหลงคอย...
ทิรนต์วรรณ ๒๘ ก.ค. ๖๓ ทริ นต์วรรณ ๒๙ก.ค.๖๓
ลานา...ตราบสนิ้ ลม ลานา...สายลมเยน็ ลานา...แว่วเสียงเธอ
ยำมเม่ือฟ้ ำประทำนรักมำให้พี่ เม่ือยำมเย็นเหน็ ลดั ดำพลิว้ พำลม ค่ำนี ้ยำมดกึ แล้ว เสียงเจื่อยแจ้วแผว่ เพ้ออยู่
เหตไุ ฉนไมป่ รำนีทำพี่ชำ้ ยำมสำยลมพดั โบกมำพำหอมช่ืน ลมหวน มำทวนพรู เหมือนดงั่ ช้มู ำรำพนั
พรำกน้องไปไกลหำ่ งสดุ ระกำ หอมแตไ่ กลโน้มดวงใจใกล้ค่ำคืน
รักเลือนลำ้ ดำหำยไมค่ นื มำ แม้หลบั ต่ืนชื่นอำรมณ์สมฤดี ดกึ แล้ว โอแก้วตำ หรือเพ้อว่ำหลงเพ้อฝัน
ครุ่นคิด อยเู่ ป็นนำน ขนลกุ ซำ่ นสะท้ำนใจ
ยำมเม่ือฟ้ ำประทำนน้องมำให้พ่ี
กรรมเกำ่ นนั้ ยงั รำวีตดิ ตำมหำ เสียงเธอ ดงั เจ่ือยแจ้ว แว่วฟังแล้วเหมือนครวญใคร่
พ่ีคงตรมเม่ือช้ชู มไกลหำ่ งตำ
หนำววญิ ญำฝันผวำหำ ดอกลดั ดำหอมยง่ิ กว่ำดอกใดใด เอือ้ นเอย่ เผยควำมนยั เธอรู้ใจในรักเรำ
ดวงใจ ดอกนีไ้ ซร้ยงั จำได้ทงั้ กลิ่นสี ป่ ำนนี ้เธออยไู่ หน วอนเทพไท้ชว่ ยบอกเขำ
ยำมคะนงึ ให้คดิ ถงึ ซงึ ้ จิตดี
รู้หรือเปลำ่ พ่ีปวดร้ำวเฝ้ ำอำวรณ์ ยงั เร้ำอย่ชู ื่นชีวีนีร้ ่ำไป สญั ญำ วำ่ รักเรำ มนั่ คงเทำ่ โขดหินผำ
ยำมกินนอนเร่ำร้อนทรวงสกั แคไ่ หน ขอเอำ ดินฟ้ ำเคล้ำ เข้ำเป็นหมกึ สกั สญั ญำ
ระทมขื่นฝื นชีวำแทบมลำย
ป่ ำนฉะนีน้ ้องดวงใจคงโศกครวญ จำรึก พสธุ ำ กลำงใจวำ่ รักนิรันดร์
ฟ้ ำประทำนควำมรักกลบั ผลำญพี่ ไม้งำมอ่ืนหลำกหลำยพนั ธ์มุ ิทนั เทียบ ทิรนต์วรรณ : กำพย์ยำนีจำกเค้ำโคลงเพลง
ยิ่งนบั วนั ไหม้ทวีสดุ กำศรวล /๓๑ ก.ค.๖๓
ด้วยชำตนิ ีต้ ้องมีกรรมจำโซต่ รวน อย่ำได้เปรียบดอกลดั ดำท่ีวำ่ ไว้
คอยวนั หวนรักทวนกลบั ตรำบสนิ ้ ลม...
ยงั หลงชมยำมสำยลมพดั แกวง่ ไกว
ทริ นต์วรรณ ๓๐ก.ค.๖๓
กลิ่นลดั ดำพำช่ืนใจให้ชีวี
เปรียบนวลนำงสวยสะอำงฤำไฉน
งำมลำ้ เลิศสกั เพยี งไรสวยสดศรี
ท่ีงำมแท้ล้วนชวนแลดง่ั เทวี
งำมลำ้ เลิศสดุ นำรีมีนำงเดียว...
ทริ นต์วรรณ ๓๐ก.ค.๖๓
ลานา...ด้วยรักจงึ รอ ลานา...สุกานดา ลานา...ห่วงอาลัย
สดุ หมองหมำงเหมือนสดุ ทำงต้องจำกกนั ยอดเยำวมำลย์งำมออ่ นหวำนสวยสครำญใจ ยำมจำกไกลฝำกคำไว้ไม่ขอเลือน
สิน้ ผกู พนั สนิ ้ สดุ ฝันเคยมีไว้
สิน้ เธอแล้วเหมือนสนิ ้ หวงั แทบสิน้ ใจ เจ้ำงำมเลิศนำมไฉนใฝ่ ฝันหำ หวงั คอยเตือนมิโรยเลือนเหมือนสมั พนั ธ์
สิน้ เย่ือใยชีวิตนีไ้ มม่ ีทำง
ยอดขวญั ใจฟ้ ำแดนใดส่งเจ้ำมำ ใจเป็นหว่ งหวงแต่เธอกลวั รักหวนั่
ถึงอยำ่ งไรก็คดิ ไม่สนิ ้ ควำมหลงั
แม้นยือ้ ยงั้ ยงั อภยั ไมค่ ิดหำ่ ง สกุ ำนดำแสนโสภำน่ำชื่นชม ด้วยไกลกนั เกรงรักนนั้ พลนั ร้ำงไป
เธอสนิ ้ สำวพลำดมวั เมำเคยผิดทำง
ยำมเหินห่ำงยงั โหยหำพำห่วงหวง จะหำใครงำมเทียบเปรียบกำนดำ ใจคนเรำชอบหมนุ เวียนเปล่ียนสบั สน
ยำกจกั หำยอดขวญั ตำที่งำมสม อำจพลดั ดลวนเปล่ียนไปด้วยใจง่ำย
ยงั เฝ้ ำรอด้วยรักอีกตอ่ ไป ดงั เทพศิลป์ มำพนื ้ ดินให้ได้ชม เพยี งลมปำกซอ่ นกลไว้หลงเช่ือใจ
ครัง้ ครำใดเลิกคลง่ั ไคล้จำกคนลวง เคลิม้ อำรมณ์สดุ ขม่ ใจไมห่ ำ่ งกนั เกรงเธอไหวแปลเปล่ียนไปไหวตำมลม
แม้กลบั มำพำเสียใจนำ้ ตำร่วง
พร้อมพลีทรวงถือทงั้ ปวงดวงเวรกรรม อย่ทู ่ีใดดวงฤทยั สดใสยง่ิ ยงั หวงั ใจให้เธอคงดำรงอยู่
เป็นอำภำสดใสจริงยิง่ สขุ สนั ต์ ขอให้นกึ ถงึ เคียงค่ดู ใู ห้สม
เธอสนิ ้ สำวคำวปนเปื อ้ นในเรือนกำย งำมเย้ำยวนแลชวนชมภิรมย์ครัน วำ่ ยงั คอยปองรักจะระทม
ยงั มีชำยหมำยปองพร้อมครองซำ้ หำกร้ำงรำพำโศกศลั ย์พลนั มืดมน เพรำะเฝ้ ำคอยเร้ำอำรมณ์ชมขวญั ตำ
อกฉนั นีก้ ็พร้อมพลีซบั ระกำ
เหมือนเป็นนำ้ ล้ำงมลทนิ ให้สิน้ ไป... ทริ นต์วรรณ ๑ ส.ค. ๖๓ แม้อย่หู ำ่ งตำ่ งแตร่ ักนนั้ ชดิ ใกล้
ด้วยรักเรำเกิดจำกใจเฝ้ ำครวญหำ
ทิรนต์วรรณ ๓๑ก.ค.๖๓ ขอให้จำเป็นคำมนั่ และสญั ญำ
ปรำรถนำครองค่คู วงห่วงอำลยั ...
ทริ นต์วรรณ ๑ ส.ค.๖๓
ลานา...กล่ินเนือ้ นาง ลานา ... คาหอม ลานา...ฝ่ังนา้
เฝ้ ำระทมตรมจติ และออ่ นใจ ลมโชยหวนทวนกลนิ่ ดอกคำหอม เสยี งครืนซำ่ ซำ่ ครืนคลืน่ ลอยลวิ่
เม่ือควำมรักหำ่ งหำยไปอยหู่ นไหน ชวนเด็ดดอมกล่นิ นีเ้คยแนบเขนย ลมเริงริว้ พลดั พลวิ ้ เกลยี วเรียวรื่น
ยำมลมพดั ประทินกลิ่นโชยชื่นใจ เพยี งกลิ่นเจ้ำล่องลมเร้ำชื่นชมเชย เยือ้ งกำยตำมลกู คล่นื นำ้ ทำเพลงครืน
เป็นกลนิ่ ใดให้คดิ ทวนชวนให้ตรม โอ้อกเอ๋ยเคยซำบซงึ ้ ตดิ ตรึงใจ ครืนซำ่ ครืนทกุ วนั คืนกระแทกฝ่ัง
รำพงึ จำกลน่ิ เดียวกนั หนั จำได้ กล่นิ เนือ้ เจ้ำเคล้ำประทนิ กลิ่นเดียวกนั เห็นสำยธำรทรมำนม้วนเกลยี วหำย
เป็นกลิ่นคล้ำยใกล้เนือ้ นำงช่ืนสขุ สม เคยแนบขวญั ใกล้ชดิ กนั ยงั จำได้ ชีวิตคล้ำยไมแ่ น่นอนไมห่ ยดุ ยงั ้
ละลอ่ งลอยกลิ่นเนิอ้ น้องพำลอ่ งลม ปทมุ มำกลีบยว่ั ตำพำคลง่ั ไคล้ ชะตำกรรมดง่ั เกลียวคลืน่ อนิจจงั
เคยได้ดมภิรมย์ร่ืนช่ืนหวั ใจ ห่มสไบคลมุ อกไหลใ่ ห้ยวั่ ตำ ไมจ่ ีรังยงั่ ยืนร่ืนเริงรมย์
เจ้ำคงคดิ เฝ้ ำคะนงึ ถงึ ตวั พี่ เจ้ำคำหอมกลนิ่ หอมนวลชวนคลง่ั ไคล้ ตรำบมนต์ขลงั ฝั่งนำ้ ยงั รำร่ำย
จงึ นำพำกล่นิ น้องนีล้ อยมำให้ ต้องจิตใจใฝ่ ตระกองเฝ้ ำมองหำ ทงั ้ หญิงชำยได้พบสขุ ทกุ ข์ข่ืนขม
ด้วยรักพี่ยงั คดิ ถึงน้องนวลใย มือพ่เี คยโลมเร้ำเคล้ำกำยำ ต้องล้มตำยใช้กรรมเก่ำทกุ ข์ระทม
เฝ้ ำทกุ ข์ใจพอช่ืนได้เพียงแตล่ ม น้องทำท่ำป้ องปัดไมข่ ดั ใจ ทำงเหมำะสมบม่ ควำมดีมพี ระธรรม...
แม้ลมพดั มดั ควำมช่ืนพอสขุ ได้ โอ้แก้วตำอยำ่ จำกกนั นะทรำมเชย ทริ นต์วรรณ ๔ ส.ค. ๖๓
ยงั ไมเ่ ทำ่ เคล้ำนวลใยได้สสู่ ม คำหอมเอย๋ ได้ชื่นเชยเคียงชิดใกล้
ถงึ นวลน้องโปรยกลน่ิ นำงหวงั พ่ีชม ใครคนอ่ืนก็อยำกช่ืนชดิ เคียงกำย
แตแ่ ท้จริงพี่ยงั ตรมเฝ้ ำรอคอย... แต่ก็พำ่ ยชำยคนนีท้ ่ีเจ้ำชม...
ทริ นต์วรรณ ๒ ส.ค. ๖๓ ทริ นต์วรรณ ๓ ส.ค. ๖๓
Summer Holiday พอตกเยน็ เหน็ ตะวนั คล้อยลงต่ำ ได้ยินเสียงแม่นำงนกขมนิ ้
ก็หยดุ ทำพกั หยดุ เครื่องลงเสียบ้ำง เคยทงิ ้ ถ่ินสร้ำงเสนห่ ์สำวชำวเหนือ
เดือนมีนำถงึ เมษำครำอยบู่ ้ำน ออกกำลงั เดินหรือปั่นไปตำมทำง เห็นช่อทิพย์รวงทองอร่ำมเกือ้
หยดุ ฟ้ งุ ซำ่ นไม่เหงำหงอยไมค่ อยเหงำ สดู อำกำศผำยปอดค้ำงสร้ำงทรวงใน อนั เป็นดวงใจเพือ่ ใฝ่ ฝันหำ
อย่เู พอ่ื ขำตเิ พอื่ สงั คมเพ่อื ตวั เรำ
หยดุ ระบำดพลำดพลงั้ เอำโควดิ มำ ยกดมั เบลประทงั กล้ำมมิให้หยอ่ น สดุ เขตฟ้ ำเขตฝันจะแบกหำม
ตำมกำลงั พอผลดั ผ่อนท่ียงั ไหว เหน็ คนล้มอย่ำข้ำมโบรำณวำ่
นงั่ แต่งกลอนย้อนเหตแุ ตห่ นหลงั พอได้เหง่ือชำระร่ำงสบำยกำย เพอ่ื โอกำสปรับแก้หวนกลบั มำ
ฟังกระด่ิงเสียงระฆงั ท่ีครวญหำ นงั่ จบิ ไวน์ใช้ถวั่ แกล้มพอประมำณ เป็นคนนนั้ มีคณุ ค่ำอยำ่ ประณำม
เห็นนกบนิ เสียงนกร้องก่กู ้องมำ
เห็นท้องฟ้ ำลมโชยพำอำรมณ์กลอน แต่งคำร้ องใช้ ทำนองของครูเพลง นบั เพลงร้องรวมได้นำ่ ตระหนก
ได้สี่เพลงรักท่ีพรำกเพลินประสำน ย่ีสบิ หกรวมเพลงแตง่ มิเกรงขำม
ค้นหำเพลงยคุ ครูเก่ำเคยเล่ำขำน พำลอ่ งเรือรอรักเย็นวนั วำน เพมิ่ อีกเพลงแวว่ เสียงเธอคล้ำยมำตำม
เป็นตำนำนเพลงไทยในยคุ ก่อน ชมพระจนั ทร์เรืองฟ้ ำน่ำเพลนิ ใจ ยี่สิบเจ็ดเพลงพองำมตำมนำมเพลง
นำมำร้องบนั ทกึ ไว้ลำนำกลอน
พอได้ผอ่ นอำรมณ์คลำยได้ทงั้ วนั แล้ วค้ นหำเพลงเก่ำมำร้ องซำ้ ขออภยั หำกท่ำนฟังไมถ่ กู หู
เช่นเดือนต่ำดำวตกเสียงนกใส ด้วยเพลงครูที่เก่ำนำนไมข่ ่มเหง
ค้นหำภำพท่ีสวยงำมในกเู กิล้ ในคืนนนั้ บญุ บนั ดำลเหน็ โชคชยั ไม่ชอบใจปล่อยผำ่ นไปอยำ่ ได้เกรง
มำตดั ต่อเพม่ิ ส่วนเกินใสส่ ีสนั พบแหวนรักแทนใจที่ค้นุ เคย ในทกุ เพลงบนั ทกึ เลน่ เป็นเอ็มวี
นง่ั หน้ำคอมพ์ทำมีเด่ียอย่ทู กุ วนั
พอเสร็จพลนั ก็แชร์ส่มุ ทกุ กล่มุ ไป ใจเป็นหว่ งโซช่ ีวติ คิดถงึ น้อง ส้โู ควิดคดิ ผอ่ นคลำยได้เพลงเก่ำ
ยงั เฝ้ ำมองปองจมุ พติ นวลปรำงเอย่ ครบยำ่ งเข้ำสองเดือนผำ่ นยงั ไมห่ นี
ด้วยมใิ ชอ่ ำชีพเป็นนกั ร้อง กลิน่ แก้มนำงกล่นิ เกล้ำนนั้ มิลืมเลย คงขอพกั บนั ทกึ เพลงเพียงเทำ่ นี ้
แตช่ อบร้องเพรำะชอบเพลงครูแตง่ ไว้ เหน็ เพชรน้อยพระจนั ทร์เอ๋ยสกุ สรำญ ทกุ ชีวีขอปรำศโรคมีโชคชยั ...
เปี่ ยมควำมหมำยล้วนลวดลำยโคลงกลอนไทย
ทำนองไซร้ ได้ ไพเรำะเสนำะฟั ง ในน่ำนนำ้ คืนเพญ็ เหน็ วนั คอย ทิรนต์วรรณ 27เม.ย.63
พบบ้ ำนน้ อยกลอยใจเป็ นถ่ินฐำน
อยำกให้เป็นรังรักในจนิ ตนำกำร
เฝ้ ำดวงใจในฝันมิสน่ั เครือ
ลานา...กอดคุณด้วยใจ ลานา...ลาเนาไพร... ลานา...แม่เนือ้ อุ่น
ขอกอดคณุ อยำ่ จริงใจให้กบั คณุ พฤกษำใหญ่สำยธำรเชี่ยวภผู ำสงู ในคืนค่ำนำ้ ค้ำงโปรยโรยละออง
ได้แอบองิ เนือ้ อนุ่ ชดิ คณุ ได้ แลนกยงู รำแพงหำงชำ่ งสดใส ขำดนวลน้องนอนเคียงข้ำงนอนครำงเพ้อ
มองครัง้ ใดใจเป็นสขุ ทกุ ครัง้ ไป ได้กอดเธอดงั่ กอดโลกสดุ ชื่นใจ นอนกอดหมอนก่อนหลบั คดิ ถึงเธอ
แม้เธอไมเ่ มตตำไมว่ ่ำกนั หวิวหวำมไหวซำบซำ่ นไซร้ใกล้วิมำณ พลิกซ้ำยเก้อเผลอพลกิ ขวำผวำนอน
ยำมอิม่ กำยใจพำอิ่มนึกวำบหวำม กลำงป่ ำเขำลำเนำไพรให้ควำมรัก ในยำมหนำวกอดหมอนช้อนผ้ำหม่
แม้หนีไกลใจก็ลำมตำมเคล้ำหนั ได้รู้จกั เร่ืองกำรให้ใจประสำน ยงั ต้องตรมนอนหนำวสน่ั บรรจถรณ์
ได้หอมนวลชวนชมชื่นชีวนั เกิดมำนะม่งุ มน่ั สำนรักนำน เนือ้ ผ้ำหม่ หรือจะเท่ำกอดน้องนอน
อยำกชิดกนั หนั บอกเธอละเมอชวน ควำมรักหวำนคงอย่คู ่ฟู ้ ำดนิ ด้วยเนือ้ น้องแนบเนียนอ่อนย้อนถึงทรวง
เอ่ยวจีบอกชมคณุ แต่คณุ อำย ทริ นต์วรรณ/๒๑เม.ย.๒๕๖๑ ทิรนต์วรรณ ๓พ.ค.๖๓
หรือจะงอนแต่ชะม้ำยชำยตำหวน
ตกเป็ นทำสใจให้ เธอหลงคร่ำรวญ อำรมณ์กลอน ลำนำ..พะเนียงรัก
แตเ่ จียมตนมกิ ล้ำชวนเป็นค่ใู จ หำกอำรมณ์กลมกล่อมพร้ อมแวดล้ อม
ก็คงพร้อมจบั ปำกกำมำขีดเขียน ควำมรัก ประจกั ษ์จิต จดุ จมุ พติ ให้ล่องลอย
ทิรนต์วรรณ ๖ ส.ค. ๖๓ จนิ ตนำนกึ เห็นภำพมำวนเวียน แม้หลบั ก็เคลิม้ คล้อย อำรมณ์ลอยในควำมฝัน
พอเร่ิมเขียนก็เวียนต่อหมนุ ล้อตำม
บำงทีกลอนบำงครัง้ กำพย์หรือโคลงฉนั ท์ สะด้งุ ตื่นขนึ ้ มำ ถงึ รู้วำ่ ยงั ห่ำงกนั
แล้วแตผ่ นั จะสมั ผสั โดยไม่ถำม เป็นเพยี ง ควำมสขุ พลนั ดง่ั สวรรค์บนแดนดิน
ได้คำแรกคำต่อไปครบบำทงำม
ก่อต่อตำมควำมครบบทจดไว้จำ เหมือนดบั พะเนียงรัก ร่องรอยรักหกั สญู สนิ ้
แต่แล้ว รักลอยบิน กลบั สถู่ ่ินจดุ รักกนั
ทิรนต์วรรณ๒พ.ค.๖๓
ควำมสขุ สนกุ รัก กลบั ฟมู ฟักด้วยใจมน่ั
พะเนียง แหง่ รักนนั้ จดุ รักกนั ให้สวรรค์(อำย)
ทิรนต์วรรณ ๔พ.ค.๖๓