๑๐๐ ซึ่งดำเนินการโดยองคการบริหารสวนตำบลซึ่งกำหนดแผนวาจะตองแกปญหา อะไรอยางเรงดวน จากนั้นจึงหาเครือขายทำงานรวมกัน ออกแบบโครงการ โดยการสนับสนุนงบประมาณจากองคการบริหารสวนตำบล รวมกันจัดกิจกรรม เมื่อดำเนินแลวผลที่ออกมาก็สะทอนถึงความสำเร็จของชัดเจน จากการ รับรองผลของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลทุงทาชาง โดยสรุป คือ เทคนิคการแกปญหาโดยใชกระบวนการ Community Problem Baes (CPB) คือ การใชปญหาเปนตัวตั้ง และจัดกระบวนการ ในการแกปญหาผานกระบวนการมีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียที่เกี่ยวของ กับปญหานั้น โดยใช Step ๖ ประกอบดวย Step ๑ การรวมกันระบุปญหา Step ๒ การวิเคราะหผูมีสวนไดสวนเสีย (Stockholder) Step ๓ การสรางพันธสัญญากับภาคีเครือขายแกปญหา Step ๔ การวางแผนรวมกันขับเคลื่อนกระบวนการแกปญหา Step ๕ การปฏิบัติการรวมกันขับเคลื่อนกระบวนการแกปญหา Step ๖ การรวมกันประเมินผลเพื่อการพัฒนาในการขับเคลื่อน ๒. เที่คนิคการวิเคราะห์ส่าเหตุขัองปญหาแบบ Problem Tree เครื่องมือความคิดอยางหนึ่งที่ไดผลดีในการนำใหประชาชนสามารถ รวมคิดวิเคราะหปญหา คือ “ตนไมเจาปญหา” (Problem Tree) ประกอบดวย ๑. ลำตน คือ ปญหาหลัก ๒. รากแกวหรือรากใหญ ๆ คือ สาเหตุหลัก ๓. รากแขนง คือ ปญหารองหรือสาเหตุรองที่เกี่ยวของกับปญหาหลัง หรือสาเหตุหลัก ๔. รากฝอย คือ สาเหตุรองลำดับถัดลงไปเรื่อย ๆ เปนสาเหตุที่แทจริง ที่ทำใหเกิดปญหา 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 100 16/1/2566 BE 17:37
๑๐๑ ๕. กิ่งใหญ ใหเปน ผลกระทบหลัก ดันเกิดจากปญหานั้น ๖. กิ่งยอย ใหเปน ผลกระทบรอง ๆ ของปญหานั้น แผนผังตนไมปญหา (Problem Tree) เปนเครื่องมือในการวิเคราะห ปญหาสำหรับในแตละระดับแสดงใหเปนถึงความสัมพันธระหวางปญหากับ สาเหตุของปญหาและผลกระทบที่เกิดจากปญหาเพื่อใหเห็นวาปญหาดังกลาว เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไรบาง และสาเหตุเหลานั้นเกิดจากสาเหตุยอยอะไรบาง โดยอาจทำเปนแผนผังแสดงความสัมพันธของปญหาและสาเหตุในลักษณะ เหตุและผล (cause - effect relationship) วิธ่การส่ร�างแผนผังต�นไม� ภาพที่่� ๔.๒ แผนผังตนไมปญหา (Problem Tree) 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 101 16/1/2566 BE 17:37
๑๐๒ สวนวิธีการสรางแผนผังตนไม มีแนวคิดดังนั้น ๑. กำหนดปญหาและเปาหมาย แผนผังตนไมจะเริ่มจากปญหา แลว คอย ๆ จำแนกอยางเปนระบบไปสูวิธีการ ๒. กำหนดทีมผูรับผิดชอบ ในที่นี้ก็คือภาคีเครือขายที่จะทำงานรวมกัน ๓. กำหนดชุดมาตรการที่นำไปสูการแกไขปญหา โดยคิดถึงงานหรือ กิจกรรมที่ตองทำ โดยการนำเทคนิค “บัตร”หรือ “การด” (Card) มาใชใน การระดมความคิดเห็น ๔. เขียนแผนภูมิสรางแขนงยอย ๆ โดยการนำ “บัตร” หรือ “การด” ที่เขียนไวมาวางเรียง ตามแขนงหลัก แขนงยอย และแขนงยอย ๆ ไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ตองตรวจสอบทบทวนวามีอะไรตกหลน หรือไม หรือมีความขัดแยงได เกิดขึ้นหรือไม ๕. กำหนดแผนปฏิบัติการ เมื่อไดแผนผังตนไมแลวตองกำหนดเปนแผน ปฏิบัติการ โดยกำหนดตามหลัก “5W2H” (What–Why–Who–When– Where–How–How much) โดยลงรายละเอียดวา แตละแขนงนั้น จะทำ อะไรกับมันจึงจะสำเร็จ และแกปญหาได ภาคปฏิบัติการ Step ที่่� ๑ การะบุปญหา ใหผูเขารวมอบรม รวมกันระบุปญหาภายในชุมชนที่เกิดจากการละเมิด ศีล ๕ และสงผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางชัดเจน โดยใช� บัตรคำที่่�แจกให� 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 102 16/1/2566 BE 17:37
๑๐๓ กฎการระดมส่มอง ๑) เปดโอกาสใหทุกคนไดแสดงความคิดเห็นอยางอิสระ ๒) ฟงความคิดเห็นของผูอื่น ๓) ปริมาณยิ่งมากยิ่งดี ยังไมจำเปนตองดูขอเท็จจริงและเหตุผล (Free Thinking) ๔) อนุญาตใหออกนอกลูนอกทางได ๕) หามวิจารณในระหวางที่มีการแสดงความคิดเห็น ๖) หลีกเลี่ยงการปะทะคารม ๗) เมื่อไดผลแลวควรทำการรวบรวมแลวนำไปปรับปรุง ภาพที่่� ๔.๓ การระบุ “ปญหาที่สำคัญ” 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 103 16/1/2566 BE 17:37
๑๐๔ Step ที่่� ๒ การะบุส่าเหตุขัองปญหา ใหผูเขารวมอบรม รวมกันระบุสาเหตุของปญหาภายในชุมชนที่เกิดจาก การละเมิดศีล ๕ และสงผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางชัดเจน โดยใชบัตรคำที่แจกให ภาพที่่� ๔.๔ การระบุ “สาเหตุของปญหา” ในการระบุสาเหตุของปญหา สิ่งที่ตองคำนึงถึง คือความซับซอน (Complexity) ปญหาของทองถิ่น สภาพของปญหาในทองถิ่นมีความซับซอน แตกตาง หลากหลาย เลื่อนไหล (อิทัปปจจยตา) เพราะไมเห็นความซับซอน การพัฒนาจึงลมเหลว เสร็จแตไมสำเร็จ จบปญหาเกาแตสรางปญหาใหมไมรูจบ จากแนวคิดของพระมหาบุญเลิศ อินฺทปฺโ, รศ.ดร. มองวา สถานการณ ปญหาในทองถิ่นปจจุบัน ปญหา คือ อาการที่แสดงออกมาใหเห็นการวิกฤติ มาก ยาก ลึก และกวางขึ้นเกาไมหาย ใหมเกิดเพิ่ม มาทุกทิศ ทุกที่ ทุกระดับ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 104 16/1/2566 BE 17:37
๑๐๕ คาดการณยาก ผลกระทบสูง ความรู หรือเครื่องมือที่มีอยูผิด หรือถูกเพียง บางสวน ถึงขีดจำกัด ประสิทธิภาพต่ำ ตนทุนสูง ไมยั่งยืน การวิเคราะหปญหา ที่เนนความคิดแบบเสนตรงที่คิดวาปญหาเดียวเกิดจากสาเหตุเดียว โดยไมคำนึง ถึงความซับซอนของปญหาถือวา ผิดพลาดรายแรงในการวินิจฉัยปญหาชุมชน เพราะแทที่จริงปญหาเดียวอาจจะมาจากหลากหลายสาเหตุ และแตละสาเหตุ ลวนมีความสำคัญแตกตางกันไป จึงตองมีการวิเคราะห “ความซับซอน (Complexity)” ภาพที่่� ๔.๕ ความซับซอน (Complexity) 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 105 16/1/2566 BE 17:37
๑๐๖ Step ที่่� ๓ การะบุผลกระที่บขัองปญหา ใหผูเขารวมอบรม รวมกันระบุผลกระทบของปญหาภายในชุมชนที่เกิด จากการละเมิดศีล ๕ และสงผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางชัดเจน โดยใช�บัตรคำที่่�แจกให� ภาพที่่� ๔.๖ การระบุ “ผลกระทบ” การวิเคราะหผลกระทบ จะเกี่ยวของกับการประเมินผลกระทบของ ปญหาที่เกิดจากการละเมิดศีล ๕ กลาวคือ ปญหาอบายมุข ปญหาครอบครัว ปญหาอาชญากรรม เปนตน สงผลกระทบตอประชาชนทั้งตอตนเอง ครอบครัว และชุมชนอยางไร โดยสามารถวิเคราะหผลกระทบแบบคูตรงขามไดดังนี้ ๑) ผลกระทบเปนวงกวาง – เปนวงจำกัด, ๒) ผลกระทบเขมขนรุนแรง – เบาบาง, ๓) ผลกระทบตอเนื่อง – เปนระยะ ๆ, ๔) ผลกระทบถาวร – ชั่วคราว, ๕) ผลกระทบที่มีโอกาสเกิดสูง – มีโอกาสเกิดต่ำ, ๖) ผลกระทบ สะสม – ไมสะสม 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 106 16/1/2566 BE 17:37
๑๐๗ ๓. เที่คนิคการวิเคราะห์ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ย (Stakeholders) ที่ำไมต�องวิเคราะห์ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ย (Stakeholders) เพื่อใหเกิดความมั่นใจวาคนที่เปนกุญแจสำคัญไมถูกลืม เพื่อวางโครงการ มีสวนรวมของประชาชนใหครอบคลุมกลุมผูมีความสนใจตอการตัดสินใจนั้น และเพื่อประเมินระดับความรุนแรงของความขัดแยงที่อาจจะเกิดขึ้นได การวิเคราะห์ผ้�ม่ส่่วนได�เส่่ย (Stakeholders Analysis) ค้ออะไร ผูที่จะตองเกี่ยวของกับโครงการ หรือจะถูกกระทบจากการดำเนินการ ของโครงการ ทั้งทางบวกและทางลบ เราสามารถแบงผูมีสวนไดสวนเสีย (พระมหาประกาศิต สิริเมโธ (ฐิติปสิทธิกร), ปราชญปา : กระบวนการสราง จิตสำนึกรวมในการจัดการปาชุมชนตนแบบเขตลุมแมน้ำมูลตอนบน, ๒๕๖๐ : ๙-๑๐) แบงเปน ๓ กลุม ไดดังนี้ คือ แผนภาพที่่� ๔.๗ แนวคิดในการวิเคราะหผลกระทบ ที่มา : พระมหาบุญเลิศ อินฺทปฺโ, รศ.ดร. 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 107 16/1/2566 BE 17:37
๑๐๘ ๑. ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ยโดยตรง (Primary stakeholders) คือ บุคคล หรือกลุมผูไดรับผลกระทบจากโครงการโดยตรง ตามที่กำหนดไวในวัตถุประสงค ของโครงการ ไมวาจะเปนผลกระทบทางบวกหรือลบ เชน ประชาชนในพื้นที่ที่ ไดรับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ มักมีการแบงกลุมผูมีสวนไดสวนเสีย โดยตรง ตามเพศ ชั้นทางสังคม รายได อาชีพ หรือกลุมผูใชบริการ ๒. ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ยรอง (Secondary stakeholders) คือ บุคคล กลุม องคกร สถาบันหนวยงาน ที่เกี่ยวของในโครงการ ซึ่งอาจแบงเปนเกี่ยวของ โดยเงินทุน (เปนผูออกทุน เชน บริษัทคูสัญญาที่ไดรับสัมปทาน) หรือเกี่ยวของ โดยเปนหนวยงานผูดำเนินโครงการ (เชน กระทรวง/ทบวง/กรม ผูมีอำนาจ หนาที่) หรือเกี่ยวของโดยเปนหนวยงานอื่น ๆ ที่มิใชเจาของโครงการโดยตรง แตมีอำนาจหนาที่เกี่ยวของ รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับทองถิ่น ที่เปนที่ตั้งของ โครงการ หรือเกี่ยวของโดยเปนผูติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด เชน บุคคล หรือ NGOs หรือสถาบันการศึกษาที่ติดตามทำวิจัยเรื่องนั้นมาโดยเฉพาะ หรือ อาจเปนกลุมที่ไมเปนทางการ เชน นักการเมืองในทองที่ ผูนำชาวบาน ผูอาวุโส ผูนำทางศาสนา ฯลฯ อันเปนบุคคลที่อาจมีบทบาทอำนาจในการเปนผูนำ ทางความคิด ๓. ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ยหลัก (Key Stakeholders) ไดแก ผูมีสวนได สวนเสียที่มีความสำคัญ (Importance) หรือมีบทบาทอำนาจ (Influence) ที่ สงผลกระทบตอความสำเร็จของโครงการ แนวที่างการวิเคราะห์ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ยที่ำอย่างไร พิจารณาจากผูที่มีคุณสมบัติดังตอไปนี้ ๑) ใครจะไดรับผลกระทบ ๒) ใครคือผูแทนกลุมที่จะไดรับผลกระทบ ๓) ใครที่เปนกลุมนอยที่ไมมีโอกาสแสดงความเห็น ๔) ใครรับผิดชอบตอเรื่องทาจะทำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 108 16/1/2566 BE 17:37
๑๐๙ ๕) ใครจะคัดคานอยางแข็งขัน ๖) ใครสามารถชวยแบงปนทรัพยากรมาใหได ๗) ใครที่มีโอกาสที่พฤติกรรม จะเปลี่ยนเพราะมีการตัดสินใจนี้เกิดขึ้น ภาคปฏิบัติการ ใหผูเขารวมอบรม รวมกันวิเคราะหผูมีสวนไดสวนเสีย (Stakeholders) ที่เกี่ยวของกับปญหาภายในชุมชนที่เกิดจากการละเมิดศีล ๕ และสงผลกระทบ ตอคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางชัดเจน โดยใชบัตรคำที่แจกให ๑) เขียนรายชื่อ กลุมคนหรือองคกร ที่คิดวานาจะเกี่ยวของกับโครงการ ลงบนกระดาษ post-it ชื่อละ ๑ แผน แลวติดบน flipchart แผนภาพที่่� ๔.๘ Stakeholder’s Influence and Interest 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 109 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๐ ๒) ตอทายแตละชื่อ ระบุระดับความสำคัญของโครงการ โดยใช scale H-M-L “ความส่ำคัญ” หมายถึงอิทธิพลที่เขามีตอความสำเร็จของโครงการ แผนภาพที่่� ๔.๙ ตัวอยางการวิเคราะหผูมีสวนไดเสีย ช้�อองค์กร หร้อกลุ่ม ความส่นใจ ต่อกิจกรรม การแก�ปญหา H/M/L อิที่ธิพลหร้อ ความส่ำคัญ ต่อกิจกรรม H/M/L ประเด็นหร้อ แง่มุมที่่�คาดว่า จะส่นใจ ในกิจกรรม ประโยชน์ ที่่�จะได�รับ จากเขัา ๓) ตอดวย ระบุระดับความสนใจของเขาตอโครงการ โดยใช scale H-M-L 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 110 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๑ ๔) จากนั้นทำใหเปน Matrix แผนภาพที่่� ๔.๑๐ Matrix Board โดยสรุป Stakeholders คือผูที่จะตองเกี่ยวของกับโครงการ หรือจะ ถูกกระทบจากการดำเนินการของโครงการ ทั้งทางบวกและทางลบ จะตองใช เครื่องมือเพื่อสรางกระบวนการมีสวนรวมในการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ ดวยวิธีการ ๑) ระบุความสำคัญ (H-M-L) และความสนใจ (H-M-L) ๒) ระบุวาแตละ stakeholder นาจะสนใจแงมุมใดของโครงการ ๓) ระบุเขาจะทำอะไรชวยโครงการใหประสบความสำเร็จไดบาง ๔) คิดวิธีการที่จะชักชวนใหเขาเขามารวมในโครงการ โดยเฉพาะกลุม low interest – high influence 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 111 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๒ ๔. ตัวอย่างกรณ่ศีึกษาการขัับเคล้�อนการแก�ปญหาชุมชนจากการละเมิด ศี่ล ๕ ๔.๑ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๑ (การไม่เบ่ยดเบ่ยนผ้�อ้�น ด�วยกาย วาจา ใจ) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ ปญหาประชาชนขาดความสามัคคี เปนปญหาที่ เกิดขึ้นจากการที่มียึดมั่นในกลุมการเมืองที่แตกตางกัน เปนกลุมเสื้อเหลือ เสื้อแดง จึงไมยอมเปดใจรับฟงเหตุผลของกันและกัน กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา เมื่อมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ เขามาทุกภาคสวนเขามามีสวนรวมกอเกิดเปนกิจกรรมที่สงเสริมใหคนในชุมชุน เกิดความสามัคคี เชน กิจกรรม บำเพ็ญสาธารณประโยชน กิจกรรมสวดมนต เจริญจิตภาวนา ผลลัพธ์ที่่�ได� ทุกกิจกรรม ลวนเปนกุศโลบายใหคนในชุมชนไดสลาย กำแพงอคติ กอใหเกิดความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ส่ภาพปญหาที่่� ๒ ปญหาการทะเลาะวิวาททำรายรางกาย โดยกลุมที่ มักจะกอเหตุการทะเลาะวิวาทก็เปนกลุมเยาวชน โดยสวนใหญก็เกิดขึ้นจาก การมีงานเทศกาล ยังไมถึงขั้นหมายเอาชีวิต กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา เมื่อมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ในปจจุบันปญหาการทะเลาะวิวาทก็ลดลง เปนไปในทางที่ดีขึ้น ผลลัพธ์ที่่�ได� ประชาชนในชุมชนมีความสามัคคีกันมากขึ้นดังจะเห็นได จากเมื่อมีกิจกรรมชุมชนเชิญชวนใหคนในชุมชนรวมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน จะมีคนเขามารวมกิจกรรม รวมถึงกิจกรรมจิตอาสา ทำใหชุมชนเกิดสันติสุข มีความรักใคร สามัคคีปรองดองมากขึ้นตามลำดับ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 112 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๓ ๔.๒ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๒ (การไม่เบ่ยดเบ่ยนผ้�อ้�น ด�วยกาย วาจา ใจ) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ ปญหาการลักขโมย ในอดีตปญหาเหลานี้เปนเรื่องใหญ และเชื่อมโยงกับการละเมิดศีลขอที่ ๕ ภายในชุมชนมีผูเสพยาเสพติด การ ลักขโมยจึงมีใหเห็นบาง กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา การแกปญหาการลักขโมยของ ชุมชนทุงทาชาง ก็ตองแกปญหาสาเหตุไปพรอมกันคือเรื่องยาเสพติด จากนั้น สรางอาชีพซึ่งไดดำเนินการมาโดยตลอด มีการสงเสริมใหปลูกพืชรั้วกินไดใน ทุกบาน สงเสริมใหชาวบานรวมกลุมทำอาชีพ สรางรายไดเสริม ผลลัพธ์ที่่�ได� การสรางอาชีพ การยกระดับ ความเปนอยูของคนใน ชุมชน โดยการสงเสริมการทำอาชีพเสริม และสงเสริมการดำเนินชีวิตตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเปนการสรางทางออกทีดีในการแกปญหา เปลี่ยน จากการปราบปรามเปนการปรับปรุง และเปลี่ยนจากการจับกุมเปนการแจกแจง ใหความรู ใหแนวทาง และชวยเหลือใหคนในชุมชน มีความเปนอยูแบบพออยู พอกิน ส่ภาพปญหาที่่� ๒ ปญหาหนี้สิน ชุมชนทุงทาชางเปนอีกชุมชนหนึ่ง ที่เคยประสบปญหาเกี่ยวกับหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบ ทั้งนี้สวนใหญ มักนำเงินมาลงทุน ในการทำเกษตรกรรมบาง เพราะบางครั้งผลผลิตทาง การเกษตรมีคุณภาพตกต่ำไมไดราคา กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา การแกปญหาของชุมชนทุงทาชาง สามารถแกปญหาไดโดยการประกอบอาชีพที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มรายได ใน หลาย ๆ ทาง นอกจากนี้ ชุมชนทุงทาชางยังมีการสงเสริมการประกอบอาชีพ เสริม โดยการตั้งกลุมอาชีพ เชน กลุมทำไมกวาดทางมะพราว กลุมทำไมกวาด ดอกหญา กลุมจักสาน กลุมทำดอกไมจันทน กลุมทำขนมนางเล็ด นางวาว นางแตน เปนตน 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 113 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๔ ผลลัพธ์ได� การตั้งกลุมอาชีพนี้ สามารถทำใหครอบครัว มีรายไดเสริม และมีเงินหมุนเวียนภายในหมูบาน และอีกประการหนึ่งที่สามารถสรางงาน สรางอาชีพ ใหกับคนในทองถิ่นได คือ การทำเกษตรผสมผสาน ตามแนว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว การทำเศรษฐกิจ พอเพียงในชุมชนเมื่อพิสูจนไดวาสามารถเลี้ยงครอบครัวได และมีความมั่นคง ก็เกิดกลุมชาวบานที่คลอยตามมีการขยายผลเกิดขึ้นในชุมชนนำไปสูการแกปญหา หนี้สินที่พอกพูนทั้งที่เปนหนี้สินในระบบและหนี้สินนอกระบบได การแกปญหา เกี่ยวกับเรื่องของการลักขโมย ปญหาหนี้สิน และปญหาตาง ๆ ที่สอดคลองกับ การละเมิดศีลขอที่ ๒ ของหมูบานทุงทาชาง ไดมุงแกปญหาโดยใหความสำคัญ ไปที่เรื่องของการสรางอาชีพ การยกระดับ ความเปนอยูของคนในชุมชน โดย การสงเสริมการทำอาชีพเสริม และสงเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเปนการสรางทางออกทีดี ในการแกปญหา เปลี่ยนจาก การปราบปรามเปนการปรับปรุง และเปลี่ยนจากการจับกุม เปนการแจกแจง ใหความรู ใหแนวทาง และชวยเหลือใหคนในชุมชน มีความเปนอยูแบบพออยู พอกินไมเดือดรอน ๔.๓ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๓ (เว�นจากการประพฤติผิดในกาม) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ ปญหาเกี่ยวการประพฤตินอกใจสามีหรือภรรยา หรือ การใชความรุนแรงกันในครอบครัว ส่ภาพปญหาที่่� ๒ ปญหาการตั้งครรภกอนวัยอันควร แตก็ไมใชเปน ปญหาที่กวางขวางกระทบตอการดำเนินชีวิตของผูคนภายในชุมชน เพียงแต เปนปญหาที่เกิดขึ้นและมีอยูจริงอยางประปราย กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา ปญหาการประพฤตินอกใจระหวาง สามีภรรยาหรือปญหาความรุนแรงทางเพศ อาศัยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ในการขัดเกลา 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 114 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๕ ผลลัพธ์ที่่�ได� ปญหาที่เคยมีอยูบางไมปรากฏใหเห็นในปจจุบัน ในสวน ของการตั้งครรภกอนวัยอันควรก็พบวาสถิติเปนศูนย ไมมีเยาวชนที่มีการ ตั้งครรภกอนวัยอันควร กิจกรรมตามกรอบของการปลูกฝงใหตระหนักในคุณคา ของศีลขอที่ ๓ ตามโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ในชุมชนทุงทาชางซึ่งมีอยู หลายกิจกรรม ไดกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนที่เปนรูปธรรมอยาง ชัดเจน สงผลใหครอบครัวมีความอบอุน มีความกลมเกลียวเหนียวแนน และมี ความเขมแข็ง ซึ่งสงผลใหชุมชนเขมแข็งตามไปดวย ภายใตกลไกการขับเคลื่อน หลักประกอบดวยบาน อันไดแกองคกรชุมชน กลุมทางสังคม กระบวนการ ประชาชนภายในชุมชนรวมทั้งการมีสวนรวมของชาวบานในชุมชนทั้งมวล พรอมทั้งวัด อันมีพระครูคุณสัมบัน เปนเจาอาวาสและราชการ ประกอบดวย องคกรหลักภายในชุมชน คือ องคการบริหารสวนตำบล โรงเรียน โรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพชุมชน และองคกรราชการอื่น ๆ ไดรวมกันผลักดันขับเคลื่อน บนฐานของกิจกรรมของศีล ขอที่ ๓ คือการเวนจากการประพฤติผิดในกาม สงผลใหเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชน ๔.๔ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๔ (การไม่หลอกลวงและกล่าวเที่็จ) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ การกูยืมแลวไมคืน หรือเปนหนี้สูญ ทำใหกองทุน สูญเสียเงินซึ่งมาจากการฝากของชาวบานในชุมชน การกูยืมแลวไมคืนเปน ปญหาการละเมิดศีลขอที่ ๔ ส่ภาพปญหาที่่� ๒ การผิดสัจจะ ไมซื่อสัตย สงผลเสียตอตนเองและผูอื่น กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา โดยไดรับความรวมมือจากสวน ราชการระดับทองถิ่นทุกระดับ รวมกันจัดกิจกรรมที่สงเสริมใหคนในชุมชนได เรียนรูและเขาใจและนำไปปฏิบัติไดอยางเหมาะสม เชน การจัดกิจกรรมการ สงเสริมตอตนเองและผูอื่น กิจกรรมสงเสริมการตรงตอเวลา เพื่อใหเห็นถึง ความสำคัญของการมีสัจจะ และเปนการสรางความนาเชื่อถือใหเกิดขึ้นตอ ตนเองและสรางความไววางใจ ใหเกิดขึ้นตอคนในสังคม 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 115 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๖ ผลลัพธ์ได� หลังจากที่มีการขับเคลื่อนโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ แลว พบวา ชาวบานมีความซื่อสัตยตอการทำธุรกรรมของตนกับทางกองทุน ทุกประเภท ไมมีผูที่ทำใหเกิดหนี้สูญ และมีความซื่อสัตยในการฝาก เมื่อถึงวัน เวลาที่กำหนดไมวาจะเปนการฝากหรือการกูยืม ชาวบานก็มารวมตัวกันตาม วันเวลาที่นัดหมาย ๔.๕ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๕ (การไม่ด้�มสุ่ราเมรัย ส่ิ�งเส่พติด ให�โที่ษ การไม่เล่นการพนัน หร้ออบายมุขัทีุ่กชนิด) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ ปญหายาเสพติดของชุมชนทุงทาชาง กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา ปญหายาเสพติดเปนปญหาที่สำคัญ ที่สวนราชการในทองถิ่นไดใหความสำคัญและรวมกันแกไขปญหาเริ่มตั้งแต การรณรงคตอตานปญหายาเสพติด เริ่มตนจากการติดปายประชาสัมพันธการ ปองกันปญหายาเสพติด โดยเฉพาะยาบา ผลลัพธ์ที่่�ได� เมื่อมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ เปนการขับเคลื่อนแบบ บูรณาการเพื่อแกปญหา รวมคน รวมงาน ทำงานแกปญหาเปนไปในทิศทาง เดียวกัน จึงทำใหปญหายาเสพติดลดลง ปจจุบันไมมีผูขายจึงทำใหผูเสพก็หมด ลงไปเรื่อย ๆ ส่ภาพปญหาที่่� ๒ ปญหาการผลิตสุราเถื่อน เกิดขึ้นมานานทั้งในชุมชน ทุงทาชาง และในละแวกบานใกลเคียง กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา ฝายผูนำชุมชน พรอมสวนราชการ จึงไดใหการผลิตสุราทำใหถูกตองตามถูกกฎหมาย ภายใตการกำกับดูแลของ สวนราชการ ผลลัพธ์ที่่�ได� สมัยกอนการผลิตและการขายสุราทำกันอยางสม่ำเสมอ เมื่อมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ การผลิตตองเวนวันโกนวันพระ ในขณะที่ การดื่มสุรา ชาวบานจะงดขายและงดดื่มในชวงเขาพรรษาอยางจริง ปญหา 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 116 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๗ ดานสุขภาพของชาวบานที่เกิดจากการดื่มสุราก็ลดลงตามไปดวย ปญหาการ เลนการพนันในสมัยกอนมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ก็มีอยูบางในเวลามีงาน เชน งานประจำป งานวัด และเทศกาลตาง ๆ หลังจากที่ขับเคลื่อนโครงการ หมูบานรักษาศีล ๕ พรอม ๆ กับการพัฒนาเปนหมูบานสีขาว ปญหาก็ลดลง ตามลำดับโดยอาศัยความรวมมือ จากผูนำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้ง มีการกวดขันสอดสองดูแลแหลงมั่วสุม ๕. ตัวอย่างใบงานเวที่่แลกเปล่�ยนเร่ยนร้�ใน Module ๔ : ที่ักษะการ แปรเปล่�ยนปญหาส่้่ส่ัมมาช่พ เพื่อใหเกิดแนวทางในการพัฒนาเครือขายการทำงานรวมกันของพระสงฆ ผูนำการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ จึงมีประเด็นที่ผูรวมพัฒนาโครงการ จะตองรวมคิด ดังตอไปนี้ ๑. ส่ถานการณ์ปญหาในคณะส่งฆ์์/หม้่บ�าน/ชุมชนม่อะไรบ�าง ๑……………………………………….. ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………….. ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. ๒. จากส่ถานการณ์ปญหา ส่่งผลต่อชุมชนอย่างไร ๑……………………………………….. ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………….. ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 117 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๘ ๓. ส่ิ�งที่่�อยากเห็น ๑……………………………………..… ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………..… ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. ๔. ส่ิ�งที่่�อยากที่ำร่วมกันม่อะไรบ�าง ที่ำอย่างไร ๑……………………………………..… ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………..… ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. ๕. ถ�าเกิดผลแล�วจะร้�ได�จากอะไร ๑……………………………………..… ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………..… ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. ๖. ที่ำอย่างไร จึงจะยั�งย้น ๑……………………………………..… ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………..… ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 118 16/1/2566 BE 17:37
๑๑๙ Module ๕ : กลยุที่ธ์การขัับเคล้�อนหม้่บ�านรักษาศี่ล ๕ ส่้่การปฏิบัติ ส่าระส่ำคัญ โครงการสรางความปรองดองสมานฉันทโดยใชหลักธรรมทางพระ พุทธศาสนา “หมูบานรักษาศีล ๕” หรือที่เรียกกันทั่วไปวา โครงการหมูบาน รักษาศีล ๕ เกิดขึ้นจากสถานการณบานเมืองในหวงเวลาที่ผานมา ประเทศ ไทยประสบปญหามากมาย ประกอบดวยการกระทำผิดกฏหมาย ปญหา อาชญากรรม การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอม การระบาดของ สิ่งเสพติด และอบายมุข การแตกแยกทางความคิด การเห็นประโยชนตน มากกวาประโยชนสวนรวม และการจาบจวงตูหมิ่นสถาบันหลักของชาติ ซึ่งปญหาเหลานี้ ลวนเกิดจากการขาดสติ จิตสำนึก ศีลธรรมและคุณธรรม จริยธรรม อันจะสงผลใหสังคมเกิดความขัดแยง คณะสงฆ โดยเจาประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย (ชวง ชวนปญญมหาเถระ) มีดำริที่จะเสริมสราง ความปรองดองและสมานฉันทของคนในชาติ ใหเกิดความสงบ สันติสุข มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน โดยใหพุทธศาสนิกชนไดนอมนำหลักศีล ๕ มา ประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน กอปรกับคณะรักษาความสงบ แหงชาติ (คสช) ไดใหแนวทางในการแกไขปญหาดังกลาว ดวยการใหทุก ภาคสวนในประเทศรวมมือกันดำเนินการสรางความปรองดองสมานฉันทและ ทำใหประชาชนมีความรักความสามัคคีกันขึ้นในทุกสวนของประเทศ ตามดำริที่ เจาประคุณสมเด็จฯ ไดใหไว ความวา “อันวาศีล ๕ เปนการสำคัญของมนุษย เมื่อทุกคนมีศีล ๕ ดวยกัน สังคมนั้น ๆ คือ ประชาชน ยอมจะอยูเย็นเปนสุข เมื่อเปนไปได ขอใหชื่อหมูบานนั้นวา “หมูบานรักษาศีล ๕” โครงการดังกลาวเปนนโยบายเรงดวนใหสำนักงานพระพุทธศาสนา แหงชาติทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค ไดรวมกับคณะสงฆ และภาคสวน ตาง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ขยายผลการดำเนินลงไปสูระดับครอบครัวชุมชน หมูบาน ตำบล อำเภอ และจังหวัด เพื่อมุงหวังใหประชาชนในชาติ มีความรัก และเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และเสริมสรางความ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 119 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๐ สามัคคีปรองดองของประชาชนในชาติ โดยใชกลไกทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะหลักศีล ๕ นั้นถือวามีความสำคัญอยางยิ่งในการสงเสริมใหมนุษย อยูรวมกันอยางมีความสุข ไมเบียดเบียนทั้งกาย ทางวาจาหรือจิตใจ ทำให สังคมมีความสุข ประกอบกิจกรรมการงานไดอยางเสรี ไมตองมีความกังวลใจ ใด ๆ เพราะมีกฎเกณฑกติกาที่กำหนดใหทุกคนนั้น เคารพในสิทธิความเปน มนุษยดวยกัน ในงานเขียนของทานพุทธทาสภิกขุ เรื่องหนาที่ของมนุษย กลาวไววา มนุษยที่จะเต็มไปดวยความเปนมนุษยอยางสมบูรณนั้น ก็มาจาก การรักษาศีล ๕ นั่นเอง คือไมมีปญหา มีความยือกเย็น ทั้งในแงของวัตถุ รางกายหรือจิตใจ มีการสงเคราะหเพื่อนมนุษยดวยกัน หากวาเห็นแกประโยชน ของตน ไมคำนึงถึงประโยชนของเพื่อนมนุษยดวยกันแลว ไมอาจเรียกวา เปนมนุษยไดอยางเต็มที่ การรักษาศีล ๕ จึงเปนสิ่งจำเปนของมนุษยในการดำรงอยูในสังคม รวมกับผูอื่น หากพิจารณาถึงโดยธรรมชาติของมนุษยมนุษยนั้นถือวาเปน สัตวสังคม การที่ตองมาอยูรวมกันเปนสังคมทำใหโครงสรางความสัมพันธมี ความซับซอนมากขึ้น และนำมาสูปญหาสังคมตามมา เมื่อเกิดปญหาขึ้นบอยครั้ง จึงจำเปนที่จะตองมีบทบัญญัติหรือขอตกลงในการอยูรวมกันขึ้นมา เพื่อให ทุกคนยึดถือปฏิบัติตามรวมกัน หากทุกคนปฏิบัติตาม สังคมก็จะมีความ เปนระเบียบ อยูรวมกันอยางมีความสุข ซึ่งหลักศีล ๕ เปนเสมือนขอตกลง หรือบทบัญญัติขั้นพื้นฐานของมนุษยที่จำเปนในการอยูรวมกันโดยปกติสุขใน สังคม หากมีการละเมิดศีล ๕ นั้น อาจจะนำไปสูการเกิดเปนอาชญากรรมได ฉะนั้นการประพฤติตนไมใหละเมิดศีล ๕ จะทำใหเกิดความสงบสุขเรียบรอย ในตัวบุคคล ซึ่งเมื่อทุกคนมีศีล ๕ ที่เสมอกัน คือ มีความเสมอภาคในเรื่องศีล ก็จะเปนการปรับสถานะใหบุคคลในสังคมอยูรวมกันอยางปกติสุข โครงการหมูบานรักษาศีล ๕ จึงเปนโครงการที่จะชวยสงเสริมใหเกิด ความปรองดองสมานฉันทขึ้นในสังคมไทยดวยการอาศัยหลักธรรมศีล ๕ ขอ ซึ่งปนธรรมะพื้นฐานของการดำรงชีวิต เนนขอปฏิบัติในการอยูรวมกันอยาง สันติสุข มีความสามัคคีเกิดขึ้นในชุมชน การสงสริมใหผูคนรักษาศีล ๕ ขอ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 120 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๑ นอกจากจะเปนประโยชนตอการสริมสรางความสมานฉันทแลว ยังจะชวยแกไข ปญหาที่สั่งสมมายาวนานที่เกิดจากความขัดแยงของคนในชาติ อันเปนอุปสรรค ขัดขวางการพัฒนาประเทศไทยใหเจริญกาวไปขางหนา และยังชวยสราง บรรยากาศความสงบสุขเรียบรอยเพื่อนำพาประเทศชาติกลับคืนสูสภาวะ ปกติสุขอยางยั่งยืน จากการดำเนินการโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ในรอบ ๔ ปที่ผานมา (๒๕๕๗-๒๕๖๐) พบวา มีประชาชนสมัครเขารวมโครงการ จำนวน ๔๑,๔๓๕,๐๒๔ คน คิดเปน รอยละ ๖๓.๐๔ ของประชากรในสังคมไทย ซึ่งเปนการดำเนินการในระยะที่ ๑ ใหผูที่สนใจเขามารวมกิจกรรม สวน กิจกรรมในเชิงคุณภาพนั้นไดดำเนินการในลักษณะตาง ๆ เชน การคิดดี ทำดี พูดดี โดยมีกิจกรรมสำคัญ ๗ ประการ คือ ๑) กิจกรรมรักษาศีล ๕ ๒) กิจกรรมสวดมนตนั่งสมาธิ ๓) กิจกรรมการรักษาความสะอาดบาน สภาพแวดลอมใหนาอยู ๔) กิจกรรมคบคนดีรอบขาง ชวนกันทำความดี ๕) กิจกรรมพูดไพเราะ สื่อสารเพื่อประโยชนและความสุข ๖) กิจกรรมบำเพ็ญตนใหเปนประโยชน ๗) กิจกรรมชั่วโมงสุขจริงหนอ เพื่อสรางครอบครัวใหอบอุน เปนตน ตอมาคณะสงฆโดย มหาเถรสมาคม ไดมีการดำเนินการปฏิรูปกิจการ พระพุทธศาสนาและไดกำหนดจัดทำแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาตาม มิติมหาเถรสมาคมในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๙ (มติที่ ๑๐๖/๒๕๕๙) และ ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๐ ที่มีมติเห็นชอบ แผนแมบทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เพื่อใหเปนไปตามแผนดังกลาว จึงไดดำเนินการตามแนวทางการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ๖ (+๑) ดาน ไดแก การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาดานการปกครอง ศาสนศึกษา การ เผยแผ การสาธารณูปการ การศึกษาสงเคราะห การสาธารณสงเคราะหและ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 121 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๒ การพัฒนาพุทธมณฑลใหเปนศูนยกลางพระพุทธศาสนาโลก และแผน ยุทธศาสตรการขับเคลื่อนโครงการสรางความปรองดองสมานฉันท โดยใช หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบานรักษาศีล ๕” (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔) ตามมติมหาเถรสมาคมที่ ๒๐๖/๒๕๖๑ ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เชื่อมโยงใหเห็นถึงการบูรณาการ สูการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแผนยุทธศาตรชาติ แผนแมบทคุณธรรมแหงชาติและ แผนยุทธศาสตรการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) โดยใชหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบานศีล ๕” รณรงคใหประชาชนใน ตำบลมาปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนา ถือศีล ๕ เปนแนวทางในการดำเนินชีวิต ยึดหลัก “บวร” คือ บาน วัด และสวนราชการ รวมแรงรวมใจนำพาสังคมให เกิดความสงบสุข รมเย็น ประชาชนมีคุณภาพที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพยสิน โดยความรวมมือทุกภาคสวนจัดกิจกรรมบูรณการโครงการ โดย เนนศีล ๕ และหลักธรรมการขับเคลื่อนโครงการ ๘ หัวขอ ตามแนวทางการ ดำเนินงานของหนวยอบรมประชาชนประจำตำบล คือ ศีลและวัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห สาธารณสงเคราะห กตัญูกตเวทิตาธรรม สามัคคีธรรม สงเสริมสนับสนุนและพัฒนาบุคลากร ผูขับเคลื่อนโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ใหมีความรู เพิ่มพูนทักษะ มีขวัญ กำลังใจในการปฏิบัติงานอยางมีประสิทธิภาพ สงเสริมการจัดสภาพแวดลอม ในทองถิ่นใหเอื้อตอการดำเนินโครงการฯ และใชศีล ๕ เปนเครื่องมือในการ ประพฤติทางกาย วาจาใจ เพื่อการพัฒนาตน พัฒนาคน พัฒนางาน คือ พัฒนาตนเปนไปเพื่อความเรียบงายในการครองตน พัฒนาคนเปนการฝกฝน การอยูรวมกันในสังคมเพื่อการสรางมิตรภาพใหยั่งยืน และพัฒนางาน ใหมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเปาหมายของตำบล คือ การใชหลักแนวคิดการ มีสวนรวมโดย นำ บาน วัด โรงเรียนและราชการ ขับเคลื่อนโครงการหมูบาน ศีล ๕ เพื่อประโยชนสุข สันติสุข ของสังคมและประเทศชาติ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 122 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๓ จุดมุ่งหมาย เพื่อใหผูเขารับการอบรมนำความรูที่ไดจากการอบรมไปใชเสริมสราง ความปรองดองสมานฉันท สอดคลองกับการปฏิรูปกิจการคณะสงฆและการ พัฒนาโครงการเพื่อตอยอด โดยใชหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบาน รักษาศีล ๕” ในสังคมไทย วัตถุประส่งค์ ๑) เพื่อปลูกฝงจิตสำนึกและสรางความตระหนักในบทบาทหนาที่ของ ตนเอง ๒) เพื่อสงสริมใหประชาชนไดนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามา ประยุกตใชในการดำเนินชีวิตอยางมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ๓) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาของ คณะสงฆ ภาครัฐ และภาคประชาคมที่เกี่ยวของ ๔) เพื่อเสริมสรางความปรองดองสมานฉันท ลดปญหาความขัดแยง สรางความมั่นคง ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพยสินใหกับประชาชนใน ประเทศ พันธกิจขัองโครงการหม้่บ�านรักษาศี่ล ๕ ๑) การเสริมสรางความปรองดองสมานฉันทโดยใชหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา ๒) การสงเสริมการรักษาศีล ๕ และการดำเนินชีวิตตามแนวพระ พุทธศาสนา ๓) การสนับสนุนการดำเนินการของหนวยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 123 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๔ ยุที่ธศีาส่ตร์ขัองโครงการหม้่บ�านรักษาศี่ล ๕ ยุทธศาสตรที่ ๑ สงเสริม สนับสนุน ใหมีกลไกในการขับเคลื่อนโครงการ ในทุกระดับ ยุทธศาสตรที่ ๒ พัฒนาบุคลากรและชุมชนในการสนับสนุนการเผยแผ หลักศีล ๕ อยางเพียงพอ ยุทธศาสตรที่ ๓ สงเสริม สนับสนุน การจัดกิจกรมการผยแผหลัก ศีล ๕ ดวยรูปแบบและวิธีการที่หลากหลายในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ยุทธศาสตรที่ ๔ สงเสริม สนับสนุน และสรางเครือขายการมีสวนรวม ในการขับเคลื่อนการรักษาศีล ๕ และวิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธ โครงส่ร�างการบริหารโครงการหม้่บ�านรักษาศี่ล ๕ การบริหารโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ นั้น มีมหาเถรสมาคมเปน องคกรหลักในการอำนวยการใหคณะสงฆไดขับเคลื่อนงานพรอมกันทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ (พศ) และสำนักงานโครงการหมูบาน รักษาศีล ๕ (สวนกลาง) เปนผูสนับสนุนการดำเนินการ ๖ รูปแบบ และ กระบวนการขับเคลื่อนโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ๑) การเสริมสรางองคความรูและแนวปฏิบัติเพื่อการรักษาศีล ๕ ใหกับ ประชาชนเปนที่แพรหลายในพื้นที่ของวัดและหมูบานทั่วประเทศ ๒) สงเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนววิถีวัฒนธรรม เชิงพุทธ โดยใชกระบวนการความรวมมือของคณะสงฆ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ (บวร) 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 124 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๕ ๓) การสงเสริมใหหนวยอบรมประชาชนประจำตำบลของคณะสงฆ ทั่วประเทศไดดำเนินการพัฒนาสังคมตามหลักศีล ๕ ผานกระบวนการพัฒนา วิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธใน ๘ ดานไดแก ดานศีลธรรม และวัฒนธรรม สุขภาพ อนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห สาธารณสงเคราะห กตัญู กตเวทิตาธรรม และสามัคคีธรรม ๔) สงเสริมและพัฒนาบุคลากร เชน พระสงฆ เยาวชน และประชาชน ในการสนับสนุนการเผยแผหลักศีล ๕ อยางเพียงพอ ๕) เสริมสรางความปรองดองสมานฉันทของประชาชนในประเทศ สงเสริมใหประชาชนไดนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการ ดำเนินชีวิตอยางมีเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งปลูกฝงจิตสำนึกใน การเชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยใหเปนสถาบันหลักของประเทศ อยางมั่นคง ๖) การสงเสริมใหประชาชนในสังคมไทยเขารวมโครงการไมนอยกวา รอยละ ๕๐ ของพื้นที่/ชุมชน โดยมีผลสำเร็จทั้งในเชิงปริมาณเพื่อการเรียนรู ตามหลักศีล ๕ และเชิงคุณภาพ คือ การสมาทาน และรักษาศีล ๕ ใน ชีวิตประจำวัน ๗) การเสริมสรางเครือขายการสงเสริมหมูบานรักษาศีล ๕ โดย มอบหมายใหสำนักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติรวมกับคณะสงฆ หนวยงาน ราชการ สถานศึกษา องคกรปกครองสวนทองถิ่น องคกรภาคเอกชน กำนัน ผูใหญบาน องคกรเครือขายชาวพุทธ ไดขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ทั่วประเทศ จำนวน ๗๗ จังหวัด 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 125 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๖ ประโยชน์ที่่�ได�รับจากการดำเนินการ ๑) คณะสงฆ ประชาชน และ หนวยงานที่เกี่ยวของ ไดมีการเสริมสราง องคความรูและแนวปฏิบัติเพื่อการรักษาศีล ๕ ใหกับประชาชนในพื้นที่ของวัด และหมูบานทั่วประเทศ ๒) ไดมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา ไดสืบสานและถายทอดภูมิปญญา และวิวัฒนธรรมเชิงพุทธ โดยผานกระบวนการความรวมมือของคณะสงฆ ภาครัฐ เอกชน และภาค ประชาชน ในพื้นที่ (บวร) ๓) หนวยอบรมประชาชนประจำตำบลของคณะสงฆทั่วประเทศ ไดมี แนวทางดำเนินการพัฒนาสังคมตามหลักพุทธธรรม โดยผานกระบวนการ ดำเนินใน ๘ ดาน ไดแก ดานศีลธรมและวัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห สาธารณสงเคราะห กตัญญกตเวทิตาธรรม และ สามัคคีธรรม ๔) ประชาชนมีจิตสำนึกและไดแสดงออกถึงความรับผิดชอบและ มีสวนรวมในการพัฒนาสังคม มีกิจกรรมการเสริมสรางความรัก ความสามัคคี และมีความเขาใจในการอยูรวมกันในสังคมอยางมีความสุข เพื่อถวายเปน พระราชกุศลแดพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว และสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ และมีความตระหนักในการปกปอง เชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซึ่งจะสงผลใหประเทศชาติมีความมั่นคงยั่งยืน ๕) ประชาชนเห็นคุณคาและประโยชนในการนำหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนามาใชในการดำเนินชีวิต มีความรัก ความเขาใจ เคารพใน ความคิดเห็นของกันและกัน มีความเอื้อเฟอ เปนสังคมเครือญาติ และมีความ ปลอดภัยในชีวิต และทรัพยสิน 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 126 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๗ กรอบการที่ำงานจากแผนไปส่้่การปฏิบัติ ๑) การเสริมสรางและพัฒนาความเขาใจเกี่ยวกับตนแบบที่ขับเคลื่อน หมูบานศีล ๕ เปนแนวทางในการดำเนินชีวิต ยึดหลัก “บวร” คือ บาน วัด โรงเรียนและราชการ กับบริบทของพื้นที่ พัฒนาสังคมใหเกิดความสงบสุข รมเย็น ประชาชนมีคุณภาพดี ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน โดยจัดกิจกรรม เนนศีล ๕ ตามแนวทางของหนวยอบรมประจำตำบล ๘ ดาน คือ ดาน ศีลธรรมและวัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห สาธารณสงเคราะห กตัญูกตเวทิตาธรรมและสามัคคีธรรมรวมถึงการ มีสวนรวมของทุกภาคสวนในการขับเคลื่อนแผนสูการปฏิบัติ เชน การ จัดประชุมสรางความเขาใจ การประชาสัมพันธผานสื่อตาง ๆ เปนตน ๒) การบูรณาการประสานการปฏิบัติกับภาคีเครือขาย โดยจัดใหมีการ ฝกอบรม โครงการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ ๓) กำหนดบทบาทกับภาคีเครือขายทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนสู การปฏิบัติตามบทบาทหนาที่ตามรับผิดชอบ ไดแก สวนงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และสื่อตาง ๆ ๔) ติดตามประเมินผลโดยการมีสวนรวมของหนวยงานตาง ๆ ทั้ง สวนกลางและระดับพื้นที่ การกำหนดใหจัดทำรายงานผลการดำเนินการ รวมทั้งการติดตามและประเมินผลในการนำแผนไปสูการปฏิบัติ เพื่อเปนขอมูล ประกอบการพิจารณาแนวทางในการปรับปรุงหรือทบทวนการดำเนินการตอไป ๕) การวิจัยและพัฒนาความเสี่ยง เพื่อใหเกิดการดำเนินการไดอยาง มีประสิทธิภาพ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 127 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๘ กรอบการที่ำงานจากแผนไปส่้่การปฏิบัติลงในยุที่ธศีาส่ตร์การขัับเคล้�อนศี่ล ๕ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 128 16/1/2566 BE 17:37
๑๒๙ กิจกรรมที่่� ๑ กิจกรรมฉันค้อใคร ฉันจะที่ำอะไรเพ้�อใครได�บ�าง แนวคิดในการที่ำกิจกรรม กิจกรรมนี้ใชวิธีการทบทวนชุมชนของตนเอง หมายถึง การทบทวน บริบท ประวัติ เครือขายที่มีในชุมชนของตนเอง ใหเห็นถึงการเชื่อมโยงความ สัมพันธในทุกมิติ กิจกรรมนี้จะใชวิธีการตั้งคำถามเพื่อใหผูเขารวมกิจกรรม ไดกลับมา วิเคราะหชุมชนของตนเอง ในดานบริบท ประวัติ เครือขาย พรอมทั้งบทบาท และหนาที่ของตนเองในชุมชน จากนั้นมาทบทวนวาในฐานะที่เราเปนสวนหนึ่ง ของชุมชน เราจะทำอะไรเพื่อใครไดบาง “การทำอะไร” ในที่นี้คือการทำ กิจกรรมในการปฏิบัติการพระสงฆผูนำการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ “เพื่อใครไดบาง” ใหพระสงฆจิตอาสาในชุมชนไดลองคิดวาในบทบาทของ ตนเองในขณะนี้ จะมีวิธีการในการเขามาดูแลชุมชนอยางไร วัตถุประส่งค์ ๑) เพื่อวิเคราะหบทบาทและหนาที่ของตนเองตามความเปนจริงในการ ปฏิบัติการ “พระสงฆผูนำการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕” ๒) เพื่อรูจักชุมชนตนเอง และเชื่อมโยงความสัมพันธของตนเองกับ ชุมชน เครือขาย และกลยุทธในการขับเคลื่อนแผนสูการปฏิบัติ ส่้�อ/อุปกรณ์ในการส่อน - กระดาษ A4 หรือกระดาษฟลิปชารต (flipchart) - สีเทียน 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 129 16/1/2566 BE 17:37
๑๓๐ วิธ่การดำเนินกิจกรรม ๑) ขัั�นนำ วิทยากรนำเขาสูกิจกรรม “ฉันคือใคร ฉันจะทำอะไรเพื่อใครไดบาง” โดยทีมงานจะแจกกระดาษ A4 หรือกระดาษฟลิปชารต แลวใหผูเขารวม กิจกรรมสำรวจชุมชนของตนเอง ในดานบริบท ประวัติ เครือขาย พรอมทั้ง บทบาทและหนาที่ของตนเองในชุมชน จากนั้นมาทบทวนวาในฐานะที่เราเปน สวนหนึ่งของชุมชน เราจะทำอะไรเพื่อใครไดบาง “การทำอะไร” ในที่นี้คือการ ทำกิจกรรมในการปฏิบัติการ “พระสงฆผูนำการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕” “เพื่อใครไดบาง” ใหพระสงฆจิตอาสาในชุมชนไดลองคิดวาในบทบาทของ ตนเองในขณะนี้ ในการดูแลชุมชน ใชเวลาประมาณ ๑๐-๑๕ นาที ๒) ขัั�นกิจกรรม วิทยากรใหความรูเกี่ยวกับการทบทวนตนเอง โดยการตั้งคำถามการฝก คิดวิเคราะห ๓) ขัั�นวิเคราะห์และอภิปราย วิทยากรรวมสรุปการรูจักตนเอง และเชื่อมโยงความสัมพันธของตนเอง กับชุมชน เครือขาย และกลยุทธในการขับเคลื่อนแผนสูการปฏิบัติ รวมวิเคราะหและสรุปบทบาทและหนาที่ของตนเองตามความเปนจริง ในการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ การวัดและประเมินผล ๑) การสังเกตการมีสวนรวมในกิจกรรม ๒) บันทึกวาผูเขารวมกิจกรรม มีสถานะเปนอะไรบาง ๓) ใบสรุปขอคิดจากกิจกรรม 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 130 16/1/2566 BE 17:37
๑๓๑ องค์ประกอบการเร่ยนร้� กิจกรรมการเร่ยนการส่อน ขั้นที่ ๑ รับรูปญหา ใหสมาชิกเขียนวิเคราะห “ฉันคือใคร” ในฐานะที่ เปนคน ๆ หนึ่งในชุมชน ลงในกระดาษที่แจก วิทยากรเปดเพลงบรรเลงเบา ๆ เพื่อสรางบรรยากาศ ที่ผอนคลายเปนมิตรและอบอุน ใชเวลา ๑๐ นาที วิทยากรสังเกตวาสมาชิกแตละคนทำเสร็จแลว ก็โยนประเด็นที่สองลงไปวา เมื่อเห็นความสัมพันธ ของตนเองใน ๒ ระดับแลว ทีนี้ หากมาพิจารณา วา ในฐานะที่เราอยูในชุมชนเราจะทำอะไรเพื่อใคร ไดบางในดานการขับเคลื่อนศีล ๕ โดยมุงเนนที่ ในชุมชนของตนเอง ใชเวลาประมาณ ๑๐ นาที ขั้นที่ ๒ สะทอนความคิด ใหพระสงฆผูนำจิตอาสาแตละคนไดนำแลกเปลี่ยน ในกลุมใหญวา ทานไดเห็นความสัมพันธของตนเอง กับชุมชน และเครือขายอยางไร จากนั้นใหสะทอน เรื่องในฐานะที่เปนคนในชุมชน วาทานจะทำอะไร เพื่อใครไดบาง ใชเวลา ๒๐ นาที เพื่อแลกเปลี่ยน ใน ๒ ประเด็น ขั้นที่ ๓ สรางความรูใหม วิทยากรตั้งคำถามกลับไปยังสมาชิกวา “แลวเรา จะทำอยางไรที่จะชวยจัดการปองกัน และ ขับเคลื่อนหมูบานศีล ๕ ในชุมชน” โดยใหสมาชิก รวมกันระดมความคิด ในแนวทางการแกไขปญหา นั้น ๆ จากนั้นทำการเขียนหรือวาดภาพลงใน กระดาษฟริปชารท กิจกรรมการเร่ยนร้� 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 131 16/1/2566 BE 17:37
๑๓๒ ขั้นที่ ๔ การลงมือปฏิบัติ และการประยุกตใช วิทยากรใหสมาชิกบอกวิธีการปฏิบัติตนเองทีละคน ตามที่ตนเองไดสรุปไวในใบงานหรือกระดาษ ฟริปชารท วิทยากรสรุปเขาสูบทเรียนเรื่องการตระหนักถึง บทบาทของตนเองในการขับเคลื่อนหมูบานรักษา ศีล ๕ สรุปขอคิดเห็น ใหสมาชิกไดสะทอนวา ไดเรียนรูเกี่ยวกับเรื่องอะไร แตละคนไดเรียนรู อะไรเกี่ยวกับการรูจักตนเองบาง วิทยากรเพิ่มเติม ในรายละเอียดใหสมบูรณยิ่งขึ้น แหล่งความร้�และส่้�อการเร่ยนการส่อน ๑) กระดาษ A4 ๒) กระดาษฟริปชารท สำหรับการระดมสมอง ๓) ปากกา สีเมจิ สีชอลค ๔) เพลงบรรเลง 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 132 16/1/2566 BE 17:37
๑๓๓ แผนการเร่ยนร้�ที่่� ๒ กิจกรรมส่้บค�นปญหาในชุมชน/ธรรมะกับการแก�ปญหา วัตถุประส่งค์ ๑) เพื่อใหพระสงฆจิตอาสาตระหนักถึงความสำคัญของปญหาที่เกิดขึ้นใน ชุมชนในดานตางๆ ๒) เพื่อใหพระสงฆจิตอาสารูจักวิธีการสืบคนหา และวิเคราะหปญหา ๓) เพื่อใหพระสงฆจิตอาสาทราบหลักธรรมที่ใชในการแกปญหา และ สามารถนำไปปฏิบัติได เน้�อหาส่าระ ปจจุบันชุมชนมีปญหาเกิดขึ้นมากมาย ปญหาดานเศรษฐกิจ สังคม และ ครอบครัว โดยปญหาดังกลาวสงผลตอความประพฤติของคนในชุมชน ทำใหอาจ เกิดการละเมิดศีล ๕ ได หากบุคคลไมสามารถจัดการกับปญหาที่เกิดขึ้น ไดอยาง เหมาะสมจะเกิดความเครียดและจะเขาสูภาวะวิกฤติของชีวิตไดงาย แตถาบุคคล สามารถจัดการกับปญหาได อยางเหมาะสมเขาก็จะสามารถผานพนวิกฤติไปได การมีพฤติกรรมการเผชิญปญหาอยางเหมาะสมนั้น จัดไดวาเปนองคประกอบ ของการรักษาสุขภาพจิตที่ดีประการหนึ่ง พึงระลึกวา “ทุกปญหามีทางแก” โดย การจะแกปญหานั้น ๆ ไดอยางยั่งยืน ปญหานั้นตองถูกมองวาเปนปญหาของ ชุมชนรวมกัน 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 133 16/1/2566 BE 17:37
๑๓๔ องค์ประกอบการเร่ยนร้� กิจกรรมการเร่ยนการส่อน ขั้นที่ ๑ รับรูปญหา วิทยากรกลาวนำเขาสูวิธีการสืบคนหาสิ่งหรือ ประเด็นที่พระสงฆจิตอาสาคิดวาชุมชนกำลัง เผชิญปญหาอยู โดยใหพระสงฆจิตอาสารวมแสดง ความคิดเห็นวา อะไรคือปญหาบาง จากนั้นให เขียนลงในกระดาษฟลิปชารท ใหชวยกันระดม ความคิดเห็นใหมากที่สุดเทาที่จะทำได ใชเวลา ประมาณ ๑๐ นาที ขั้นที่ ๒ สะทอนความคิด วิทยากรเปดโอกาสใหพระสงฆจิตอาสาชวยกัน จับประเด็นวาสิ่งที่พระสงฆจิตอาสานำเสนอมานั้น สามารถจัดหมวดหมูเปนเรื่องอะไรไดบาง และให พระสงฆจิตอาสาลองจัดลำดับความสำคัญในการ จะแกปญหานั้น ๆ โดยเฉพาะปญหาที่เปนปญหา ดานการละเมิดศีล ๕ ในชุมชน โดยใหทดลองนำเสนอเหตุการณ และปญหาที่ สามารถแกไขได โดยจะมีการโยนประเด็นวา “หากทานเปนบุคคลที่สามารถแกปญหาเหลานี้ได ทานจะคิดอยางไร ทานมีวิธีการอยางไรในการ จัดการปญหาดังกลาว ขั้นที่ ๓ สรางความรูใหม วิทยากรกระตุนใหสมาชิกเชื่อมโยงความรูของตน รวมกับกลุมตอเหตุการณที่นำเสนอ กิจกรรมการเร่ยนร้� 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 134 16/1/2566 BE 17:37
๑๓๕ ขั้นที่ ๔ การลงมือปฏิบัติ และการประยุกตใช วิทยากรสุมถามพระสงฆจิตอาสาใหสรุปวา เมื่อ เจอเหตุการณที่เปนปญหาในชุมชนของทานจะ ใชวิธีการนี้อยางไร ยกตัวอยาง วิทยากรแนะนำ ขอมูลเพิ่มเติม แหล่งความร้�และส่้�อการเร่ยนการส่อน ๑) กระดาษฟริปชารท สำหรับการระดมสมอง ๒) ปากกา สีเมจิ สีชอลค ๓) เพลงบรรเลง 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 135 16/1/2566 BE 17:37
ส่่วนที่่� ๓ เอกสารภาคผนวก “สมััชชาพระสงฆ์์ผู้้�นำขัับเคลื่่�อนหมู่่บ้้านรัักษาศีีล ๕” 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 136 16/1/2566 BE 17:37
๑๓๗ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 137 16/1/2566 BE 17:37
๑๓๘ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 138 16/1/2566 BE 17:37
๑๓๙ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 139 16/1/2566 BE 17:37
๑๔๐ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 140 16/1/2566 BE 17:37
บันทึกช่วยจ ำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 141 16/1/2566 BE 17:37
บันทึกช่วยจ ำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 142 16/1/2566 BE 17:37
บันทึกช่วยจ ำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 143 16/1/2566 BE 17:37
บันทึกช่วยจ ำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 144 16/1/2566 BE 17:37