The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือฝึกอบรม หลักสูตรพระสงฆ์ผู้นำขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ปรับปรุง 2566 โดย วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by PM. Prakasit Thitipasitthikorn, 2023-01-21 07:10:34

คู่มือฝึกอบรม หลักสูตรพระสงฆ์ผู้นำขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ปรับปรุง 2566

คู่มือฝึกอบรม หลักสูตรพระสงฆ์ผู้นำขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ปรับปรุง 2566 โดย วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐๐ ซึ่งดำเนินการโดยองคการบริหารสวนตำบลซึ่งกำหนดแผนวาจะตองแกปญหา อะไรอยางเรงดวน จากนั้นจึงหาเครือขายทำงานรวมกัน ออกแบบโครงการ โดยการสนับสนุนงบประมาณจากองคการบริหารสวนตำบล รวมกันจัดกิจกรรม เมื่อดำเนินแลวผลที่ออกมาก็สะทอนถึงความสำเร็จของชัดเจน จากการ รับรองผลของโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตำบลทุงทาชาง โดยสรุป คือ เทคนิคการแกปญหาโดยใชกระบวนการ Community Problem Baes (CPB) คือ การใชปญหาเปนตัวตั้ง และจัดกระบวนการ ในการแกปญหาผานกระบวนการมีสวนรวมของผูมีสวนไดสวนเสียที่เกี่ยวของ กับปญหานั้น โดยใช Step ๖ ประกอบดวย Step ๑ การรวมกันระบุปญหา Step ๒ การวิเคราะหผูมีสวนไดสวนเสีย (Stockholder) Step ๓ การสรางพันธสัญญากับภาคีเครือขายแกปญหา Step ๔ การวางแผนรวมกันขับเคลื่อนกระบวนการแกปญหา Step ๕ การปฏิบัติการรวมกันขับเคลื่อนกระบวนการแกปญหา Step ๖ การรวมกันประเมินผลเพื่อการพัฒนาในการขับเคลื่อน ๒. เที่คนิคการวิเคราะห์ส่าเหตุขัองปญหาแบบ Problem Tree เครื่องมือความคิดอยางหนึ่งที่ไดผลดีในการนำใหประชาชนสามารถ รวมคิดวิเคราะหปญหา คือ “ตนไมเจาปญหา” (Problem Tree) ประกอบดวย ๑. ลำตน คือ ปญหาหลัก ๒. รากแกวหรือรากใหญ ๆ คือ สาเหตุหลัก ๓. รากแขนง คือ ปญหารองหรือสาเหตุรองที่เกี่ยวของกับปญหาหลัง หรือสาเหตุหลัก ๔. รากฝอย คือ สาเหตุรองลำดับถัดลงไปเรื่อย ๆ เปนสาเหตุที่แทจริง ที่ทำใหเกิดปญหา 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 100 16/1/2566 BE 17:37


๑๐๑ ๕. กิ่งใหญ ใหเปน ผลกระทบหลัก ดันเกิดจากปญหานั้น ๖. กิ่งยอย ใหเปน ผลกระทบรอง ๆ ของปญหานั้น แผนผังตนไมปญหา (Problem Tree) เปนเครื่องมือในการวิเคราะห ปญหาสำหรับในแตละระดับแสดงใหเปนถึงความสัมพันธระหวางปญหากับ สาเหตุของปญหาและผลกระทบที่เกิดจากปญหาเพื่อใหเห็นวาปญหาดังกลาว เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไรบาง และสาเหตุเหลานั้นเกิดจากสาเหตุยอยอะไรบาง โดยอาจทำเปนแผนผังแสดงความสัมพันธของปญหาและสาเหตุในลักษณะ เหตุและผล (cause - effect relationship) วิธ่การส่ร�างแผนผังต�นไม� ภาพที่่� ๔.๒ แผนผังตนไมปญหา (Problem Tree) 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 101 16/1/2566 BE 17:37


๑๐๒ สวนวิธีการสรางแผนผังตนไม มีแนวคิดดังนั้น ๑. กำหนดปญหาและเปาหมาย แผนผังตนไมจะเริ่มจากปญหา แลว คอย ๆ จำแนกอยางเปนระบบไปสูวิธีการ ๒. กำหนดทีมผูรับผิดชอบ ในที่นี้ก็คือภาคีเครือขายที่จะทำงานรวมกัน ๓. กำหนดชุดมาตรการที่นำไปสูการแกไขปญหา โดยคิดถึงงานหรือ กิจกรรมที่ตองทำ โดยการนำเทคนิค “บัตร”หรือ “การด” (Card) มาใชใน การระดมความคิดเห็น ๔. เขียนแผนภูมิสรางแขนงยอย ๆ โดยการนำ “บัตร” หรือ “การด” ที่เขียนไวมาวางเรียง ตามแขนงหลัก แขนงยอย และแขนงยอย ๆ ไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ตองตรวจสอบทบทวนวามีอะไรตกหลน หรือไม หรือมีความขัดแยงได เกิดขึ้นหรือไม ๕. กำหนดแผนปฏิบัติการ เมื่อไดแผนผังตนไมแลวตองกำหนดเปนแผน ปฏิบัติการ โดยกำหนดตามหลัก “5W2H” (What–Why–Who–When– Where–How–How much) โดยลงรายละเอียดวา แตละแขนงนั้น จะทำ อะไรกับมันจึงจะสำเร็จ และแกปญหาได ภาคปฏิบัติการ Step ที่่� ๑ การะบุปญหา ใหผูเขารวมอบรม รวมกันระบุปญหาภายในชุมชนที่เกิดจากการละเมิด ศีล ๕ และสงผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางชัดเจน โดยใช� บัตรคำที่่�แจกให� 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 102 16/1/2566 BE 17:37


๑๐๓ กฎการระดมส่มอง ๑) เปดโอกาสใหทุกคนไดแสดงความคิดเห็นอยางอิสระ ๒) ฟงความคิดเห็นของผูอื่น ๓) ปริมาณยิ่งมากยิ่งดี ยังไมจำเปนตองดูขอเท็จจริงและเหตุผล (Free Thinking) ๔) อนุญาตใหออกนอกลูนอกทางได ๕) หามวิจารณในระหวางที่มีการแสดงความคิดเห็น ๖) หลีกเลี่ยงการปะทะคารม ๗) เมื่อไดผลแลวควรทำการรวบรวมแลวนำไปปรับปรุง ภาพที่่� ๔.๓ การระบุ “ปญหาที่สำคัญ” 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 103 16/1/2566 BE 17:37


๑๐๔ Step ที่่� ๒ การะบุส่าเหตุขัองปญหา ใหผูเขารวมอบรม รวมกันระบุสาเหตุของปญหาภายในชุมชนที่เกิดจาก การละเมิดศีล ๕ และสงผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางชัดเจน โดยใชบัตรคำที่แจกให ภาพที่่� ๔.๔ การระบุ “สาเหตุของปญหา” ในการระบุสาเหตุของปญหา สิ่งที่ตองคำนึงถึง คือความซับซอน (Complexity) ปญหาของทองถิ่น สภาพของปญหาในทองถิ่นมีความซับซอน แตกตาง หลากหลาย เลื่อนไหล (อิทัปปจจยตา) เพราะไมเห็นความซับซอน การพัฒนาจึงลมเหลว เสร็จแตไมสำเร็จ จบปญหาเกาแตสรางปญหาใหมไมรูจบ จากแนวคิดของพระมหาบุญเลิศ อินฺทปฺโ, รศ.ดร. มองวา สถานการณ ปญหาในทองถิ่นปจจุบัน ปญหา คือ อาการที่แสดงออกมาใหเห็นการวิกฤติ มาก ยาก ลึก และกวางขึ้นเกาไมหาย ใหมเกิดเพิ่ม มาทุกทิศ ทุกที่ ทุกระดับ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 104 16/1/2566 BE 17:37


๑๐๕ คาดการณยาก ผลกระทบสูง ความรู หรือเครื่องมือที่มีอยูผิด หรือถูกเพียง บางสวน ถึงขีดจำกัด ประสิทธิภาพต่ำ ตนทุนสูง ไมยั่งยืน การวิเคราะหปญหา ที่เนนความคิดแบบเสนตรงที่คิดวาปญหาเดียวเกิดจากสาเหตุเดียว โดยไมคำนึง ถึงความซับซอนของปญหาถือวา ผิดพลาดรายแรงในการวินิจฉัยปญหาชุมชน เพราะแทที่จริงปญหาเดียวอาจจะมาจากหลากหลายสาเหตุ และแตละสาเหตุ ลวนมีความสำคัญแตกตางกันไป จึงตองมีการวิเคราะห “ความซับซอน (Complexity)” ภาพที่่� ๔.๕ ความซับซอน (Complexity) 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 105 16/1/2566 BE 17:37


๑๐๖ Step ที่่� ๓ การะบุผลกระที่บขัองปญหา ใหผูเขารวมอบรม รวมกันระบุผลกระทบของปญหาภายในชุมชนที่เกิด จากการละเมิดศีล ๕ และสงผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางชัดเจน โดยใช�บัตรคำที่่�แจกให� ภาพที่่� ๔.๖ การระบุ “ผลกระทบ” การวิเคราะหผลกระทบ จะเกี่ยวของกับการประเมินผลกระทบของ ปญหาที่เกิดจากการละเมิดศีล ๕ กลาวคือ ปญหาอบายมุข ปญหาครอบครัว ปญหาอาชญากรรม เปนตน สงผลกระทบตอประชาชนทั้งตอตนเอง ครอบครัว และชุมชนอยางไร โดยสามารถวิเคราะหผลกระทบแบบคูตรงขามไดดังนี้ ๑) ผลกระทบเปนวงกวาง – เปนวงจำกัด, ๒) ผลกระทบเขมขนรุนแรง – เบาบาง, ๓) ผลกระทบตอเนื่อง – เปนระยะ ๆ, ๔) ผลกระทบถาวร – ชั่วคราว, ๕) ผลกระทบที่มีโอกาสเกิดสูง – มีโอกาสเกิดต่ำ, ๖) ผลกระทบ สะสม – ไมสะสม 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 106 16/1/2566 BE 17:37


๑๐๗ ๓. เที่คนิคการวิเคราะห์ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ย (Stakeholders) ที่ำไมต�องวิเคราะห์ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ย (Stakeholders) เพื่อใหเกิดความมั่นใจวาคนที่เปนกุญแจสำคัญไมถูกลืม เพื่อวางโครงการ มีสวนรวมของประชาชนใหครอบคลุมกลุมผูมีความสนใจตอการตัดสินใจนั้น และเพื่อประเมินระดับความรุนแรงของความขัดแยงที่อาจจะเกิดขึ้นได การวิเคราะห์ผ้�ม่ส่่วนได�เส่่ย (Stakeholders Analysis) ค้ออะไร ผูที่จะตองเกี่ยวของกับโครงการ หรือจะถูกกระทบจากการดำเนินการ ของโครงการ ทั้งทางบวกและทางลบ เราสามารถแบงผูมีสวนไดสวนเสีย (พระมหาประกาศิต สิริเมโธ (ฐิติปสิทธิกร), ปราชญปา : กระบวนการสราง จิตสำนึกรวมในการจัดการปาชุมชนตนแบบเขตลุมแมน้ำมูลตอนบน, ๒๕๖๐ : ๙-๑๐) แบงเปน ๓ กลุม ไดดังนี้ คือ แผนภาพที่่� ๔.๗ แนวคิดในการวิเคราะหผลกระทบ ที่มา : พระมหาบุญเลิศ อินฺทปฺโ, รศ.ดร. 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 107 16/1/2566 BE 17:37


๑๐๘ ๑. ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ยโดยตรง (Primary stakeholders) คือ บุคคล หรือกลุมผูไดรับผลกระทบจากโครงการโดยตรง ตามที่กำหนดไวในวัตถุประสงค ของโครงการ ไมวาจะเปนผลกระทบทางบวกหรือลบ เชน ประชาชนในพื้นที่ที่ ไดรับผลกระทบโดยตรงจากโครงการ มักมีการแบงกลุมผูมีสวนไดสวนเสีย โดยตรง ตามเพศ ชั้นทางสังคม รายได อาชีพ หรือกลุมผูใชบริการ ๒. ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ยรอง (Secondary stakeholders) คือ บุคคล กลุม องคกร สถาบันหนวยงาน ที่เกี่ยวของในโครงการ ซึ่งอาจแบงเปนเกี่ยวของ โดยเงินทุน (เปนผูออกทุน เชน บริษัทคูสัญญาที่ไดรับสัมปทาน) หรือเกี่ยวของ โดยเปนหนวยงานผูดำเนินโครงการ (เชน กระทรวง/ทบวง/กรม ผูมีอำนาจ หนาที่) หรือเกี่ยวของโดยเปนหนวยงานอื่น ๆ ที่มิใชเจาของโครงการโดยตรง แตมีอำนาจหนาที่เกี่ยวของ รวมตลอดถึงรัฐบาลระดับทองถิ่น ที่เปนที่ตั้งของ โครงการ หรือเกี่ยวของโดยเปนผูติดตามเรื่องนั้นมาโดยตลอด เชน บุคคล หรือ NGOs หรือสถาบันการศึกษาที่ติดตามทำวิจัยเรื่องนั้นมาโดยเฉพาะ หรือ อาจเปนกลุมที่ไมเปนทางการ เชน นักการเมืองในทองที่ ผูนำชาวบาน ผูอาวุโส ผูนำทางศาสนา ฯลฯ อันเปนบุคคลที่อาจมีบทบาทอำนาจในการเปนผูนำ ทางความคิด ๓. ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ยหลัก (Key Stakeholders) ไดแก ผูมีสวนได สวนเสียที่มีความสำคัญ (Importance) หรือมีบทบาทอำนาจ (Influence) ที่ สงผลกระทบตอความสำเร็จของโครงการ แนวที่างการวิเคราะห์ผ้�ม่ส่่วนได�ส่่วนเส่่ยที่ำอย่างไร พิจารณาจากผูที่มีคุณสมบัติดังตอไปนี้ ๑) ใครจะไดรับผลกระทบ ๒) ใครคือผูแทนกลุมที่จะไดรับผลกระทบ ๓) ใครที่เปนกลุมนอยที่ไมมีโอกาสแสดงความเห็น ๔) ใครรับผิดชอบตอเรื่องทาจะทำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 108 16/1/2566 BE 17:37


๑๐๙ ๕) ใครจะคัดคานอยางแข็งขัน ๖) ใครสามารถชวยแบงปนทรัพยากรมาใหได ๗) ใครที่มีโอกาสที่พฤติกรรม จะเปลี่ยนเพราะมีการตัดสินใจนี้เกิดขึ้น ภาคปฏิบัติการ ใหผูเขารวมอบรม รวมกันวิเคราะหผูมีสวนไดสวนเสีย (Stakeholders) ที่เกี่ยวของกับปญหาภายในชุมชนที่เกิดจากการละเมิดศีล ๕ และสงผลกระทบ ตอคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางชัดเจน โดยใชบัตรคำที่แจกให ๑) เขียนรายชื่อ กลุมคนหรือองคกร ที่คิดวานาจะเกี่ยวของกับโครงการ ลงบนกระดาษ post-it ชื่อละ ๑ แผน แลวติดบน flipchart แผนภาพที่่� ๔.๘ Stakeholder’s Influence and Interest 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 109 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๐ ๒) ตอทายแตละชื่อ ระบุระดับความสำคัญของโครงการ โดยใช scale H-M-L “ความส่ำคัญ” หมายถึงอิทธิพลที่เขามีตอความสำเร็จของโครงการ แผนภาพที่่� ๔.๙ ตัวอยางการวิเคราะหผูมีสวนไดเสีย ช้�อองค์กร หร้อกลุ่ม ความส่นใจ ต่อกิจกรรม การแก�ปญหา H/M/L อิที่ธิพลหร้อ ความส่ำคัญ ต่อกิจกรรม H/M/L ประเด็นหร้อ แง่มุมที่่�คาดว่า จะส่นใจ ในกิจกรรม ประโยชน์ ที่่�จะได�รับ จากเขัา ๓) ตอดวย ระบุระดับความสนใจของเขาตอโครงการ โดยใช scale H-M-L 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 110 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๑ ๔) จากนั้นทำใหเปน Matrix แผนภาพที่่� ๔.๑๐ Matrix Board โดยสรุป Stakeholders คือผูที่จะตองเกี่ยวของกับโครงการ หรือจะ ถูกกระทบจากการดำเนินการของโครงการ ทั้งทางบวกและทางลบ จะตองใช เครื่องมือเพื่อสรางกระบวนการมีสวนรวมในการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ ดวยวิธีการ ๑) ระบุความสำคัญ (H-M-L) และความสนใจ (H-M-L) ๒) ระบุวาแตละ stakeholder นาจะสนใจแงมุมใดของโครงการ ๓) ระบุเขาจะทำอะไรชวยโครงการใหประสบความสำเร็จไดบาง ๔) คิดวิธีการที่จะชักชวนใหเขาเขามารวมในโครงการ โดยเฉพาะกลุม low interest – high influence 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 111 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๒ ๔. ตัวอย่างกรณ่ศีึกษาการขัับเคล้�อนการแก�ปญหาชุมชนจากการละเมิด ศี่ล ๕ ๔.๑ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๑ (การไม่เบ่ยดเบ่ยนผ้�อ้�น ด�วยกาย วาจา ใจ) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ ปญหาประชาชนขาดความสามัคคี เปนปญหาที่ เกิดขึ้นจากการที่มียึดมั่นในกลุมการเมืองที่แตกตางกัน เปนกลุมเสื้อเหลือ เสื้อแดง จึงไมยอมเปดใจรับฟงเหตุผลของกันและกัน กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา เมื่อมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ เขามาทุกภาคสวนเขามามีสวนรวมกอเกิดเปนกิจกรรมที่สงเสริมใหคนในชุมชุน เกิดความสามัคคี เชน กิจกรรม บำเพ็ญสาธารณประโยชน กิจกรรมสวดมนต เจริญจิตภาวนา ผลลัพธ์ที่่�ได� ทุกกิจกรรม ลวนเปนกุศโลบายใหคนในชุมชนไดสลาย กำแพงอคติ กอใหเกิดความเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ส่ภาพปญหาที่่� ๒ ปญหาการทะเลาะวิวาททำรายรางกาย โดยกลุมที่ มักจะกอเหตุการทะเลาะวิวาทก็เปนกลุมเยาวชน โดยสวนใหญก็เกิดขึ้นจาก การมีงานเทศกาล ยังไมถึงขั้นหมายเอาชีวิต กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา เมื่อมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ในปจจุบันปญหาการทะเลาะวิวาทก็ลดลง เปนไปในทางที่ดีขึ้น ผลลัพธ์ที่่�ได� ประชาชนในชุมชนมีความสามัคคีกันมากขึ้นดังจะเห็นได จากเมื่อมีกิจกรรมชุมชนเชิญชวนใหคนในชุมชนรวมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน จะมีคนเขามารวมกิจกรรม รวมถึงกิจกรรมจิตอาสา ทำใหชุมชนเกิดสันติสุข มีความรักใคร สามัคคีปรองดองมากขึ้นตามลำดับ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 112 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๓ ๔.๒ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๒ (การไม่เบ่ยดเบ่ยนผ้�อ้�น ด�วยกาย วาจา ใจ) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ ปญหาการลักขโมย ในอดีตปญหาเหลานี้เปนเรื่องใหญ และเชื่อมโยงกับการละเมิดศีลขอที่ ๕ ภายในชุมชนมีผูเสพยาเสพติด การ ลักขโมยจึงมีใหเห็นบาง กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา การแกปญหาการลักขโมยของ ชุมชนทุงทาชาง ก็ตองแกปญหาสาเหตุไปพรอมกันคือเรื่องยาเสพติด จากนั้น สรางอาชีพซึ่งไดดำเนินการมาโดยตลอด มีการสงเสริมใหปลูกพืชรั้วกินไดใน ทุกบาน สงเสริมใหชาวบานรวมกลุมทำอาชีพ สรางรายไดเสริม ผลลัพธ์ที่่�ได� การสรางอาชีพ การยกระดับ ความเปนอยูของคนใน ชุมชน โดยการสงเสริมการทำอาชีพเสริม และสงเสริมการดำเนินชีวิตตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเปนการสรางทางออกทีดีในการแกปญหา เปลี่ยน จากการปราบปรามเปนการปรับปรุง และเปลี่ยนจากการจับกุมเปนการแจกแจง ใหความรู ใหแนวทาง และชวยเหลือใหคนในชุมชน มีความเปนอยูแบบพออยู พอกิน ส่ภาพปญหาที่่� ๒ ปญหาหนี้สิน ชุมชนทุงทาชางเปนอีกชุมชนหนึ่ง ที่เคยประสบปญหาเกี่ยวกับหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบ ทั้งนี้สวนใหญ มักนำเงินมาลงทุน ในการทำเกษตรกรรมบาง เพราะบางครั้งผลผลิตทาง การเกษตรมีคุณภาพตกต่ำไมไดราคา กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา การแกปญหาของชุมชนทุงทาชาง สามารถแกปญหาไดโดยการประกอบอาชีพที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มรายได ใน หลาย ๆ ทาง นอกจากนี้ ชุมชนทุงทาชางยังมีการสงเสริมการประกอบอาชีพ เสริม โดยการตั้งกลุมอาชีพ เชน กลุมทำไมกวาดทางมะพราว กลุมทำไมกวาด ดอกหญา กลุมจักสาน กลุมทำดอกไมจันทน กลุมทำขนมนางเล็ด นางวาว นางแตน เปนตน 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 113 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๔ ผลลัพธ์ได� การตั้งกลุมอาชีพนี้ สามารถทำใหครอบครัว มีรายไดเสริม และมีเงินหมุนเวียนภายในหมูบาน และอีกประการหนึ่งที่สามารถสรางงาน สรางอาชีพ ใหกับคนในทองถิ่นได คือ การทำเกษตรผสมผสาน ตามแนว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว การทำเศรษฐกิจ พอเพียงในชุมชนเมื่อพิสูจนไดวาสามารถเลี้ยงครอบครัวได และมีความมั่นคง ก็เกิดกลุมชาวบานที่คลอยตามมีการขยายผลเกิดขึ้นในชุมชนนำไปสูการแกปญหา หนี้สินที่พอกพูนทั้งที่เปนหนี้สินในระบบและหนี้สินนอกระบบได การแกปญหา เกี่ยวกับเรื่องของการลักขโมย ปญหาหนี้สิน และปญหาตาง ๆ ที่สอดคลองกับ การละเมิดศีลขอที่ ๒ ของหมูบานทุงทาชาง ไดมุงแกปญหาโดยใหความสำคัญ ไปที่เรื่องของการสรางอาชีพ การยกระดับ ความเปนอยูของคนในชุมชน โดย การสงเสริมการทำอาชีพเสริม และสงเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเปนการสรางทางออกทีดี ในการแกปญหา เปลี่ยนจาก การปราบปรามเปนการปรับปรุง และเปลี่ยนจากการจับกุม เปนการแจกแจง ใหความรู ใหแนวทาง และชวยเหลือใหคนในชุมชน มีความเปนอยูแบบพออยู พอกินไมเดือดรอน ๔.๓ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๓ (เว�นจากการประพฤติผิดในกาม) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ ปญหาเกี่ยวการประพฤตินอกใจสามีหรือภรรยา หรือ การใชความรุนแรงกันในครอบครัว ส่ภาพปญหาที่่� ๒ ปญหาการตั้งครรภกอนวัยอันควร แตก็ไมใชเปน ปญหาที่กวางขวางกระทบตอการดำเนินชีวิตของผูคนภายในชุมชน เพียงแต เปนปญหาที่เกิดขึ้นและมีอยูจริงอยางประปราย กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา ปญหาการประพฤตินอกใจระหวาง สามีภรรยาหรือปญหาความรุนแรงทางเพศ อาศัยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ในการขัดเกลา 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 114 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๕ ผลลัพธ์ที่่�ได� ปญหาที่เคยมีอยูบางไมปรากฏใหเห็นในปจจุบัน ในสวน ของการตั้งครรภกอนวัยอันควรก็พบวาสถิติเปนศูนย ไมมีเยาวชนที่มีการ ตั้งครรภกอนวัยอันควร กิจกรรมตามกรอบของการปลูกฝงใหตระหนักในคุณคา ของศีลขอที่ ๓ ตามโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ในชุมชนทุงทาชางซึ่งมีอยู หลายกิจกรรม ไดกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนที่เปนรูปธรรมอยาง ชัดเจน สงผลใหครอบครัวมีความอบอุน มีความกลมเกลียวเหนียวแนน และมี ความเขมแข็ง ซึ่งสงผลใหชุมชนเขมแข็งตามไปดวย ภายใตกลไกการขับเคลื่อน หลักประกอบดวยบาน อันไดแกองคกรชุมชน กลุมทางสังคม กระบวนการ ประชาชนภายในชุมชนรวมทั้งการมีสวนรวมของชาวบานในชุมชนทั้งมวล พรอมทั้งวัด อันมีพระครูคุณสัมบัน เปนเจาอาวาสและราชการ ประกอบดวย องคกรหลักภายในชุมชน คือ องคการบริหารสวนตำบล โรงเรียน โรงพยาบาล สงเสริมสุขภาพชุมชน และองคกรราชการอื่น ๆ ไดรวมกันผลักดันขับเคลื่อน บนฐานของกิจกรรมของศีล ขอที่ ๓ คือการเวนจากการประพฤติผิดในกาม สงผลใหเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชน ๔.๔ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๔ (การไม่หลอกลวงและกล่าวเที่็จ) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ การกูยืมแลวไมคืน หรือเปนหนี้สูญ ทำใหกองทุน สูญเสียเงินซึ่งมาจากการฝากของชาวบานในชุมชน การกูยืมแลวไมคืนเปน ปญหาการละเมิดศีลขอที่ ๔ ส่ภาพปญหาที่่� ๒ การผิดสัจจะ ไมซื่อสัตย สงผลเสียตอตนเองและผูอื่น กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา โดยไดรับความรวมมือจากสวน ราชการระดับทองถิ่นทุกระดับ รวมกันจัดกิจกรรมที่สงเสริมใหคนในชุมชนได เรียนรูและเขาใจและนำไปปฏิบัติไดอยางเหมาะสม เชน การจัดกิจกรรมการ สงเสริมตอตนเองและผูอื่น กิจกรรมสงเสริมการตรงตอเวลา เพื่อใหเห็นถึง ความสำคัญของการมีสัจจะ และเปนการสรางความนาเชื่อถือใหเกิดขึ้นตอ ตนเองและสรางความไววางใจ ใหเกิดขึ้นตอคนในสังคม 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 115 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๖ ผลลัพธ์ได� หลังจากที่มีการขับเคลื่อนโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ แลว พบวา ชาวบานมีความซื่อสัตยตอการทำธุรกรรมของตนกับทางกองทุน ทุกประเภท ไมมีผูที่ทำใหเกิดหนี้สูญ และมีความซื่อสัตยในการฝาก เมื่อถึงวัน เวลาที่กำหนดไมวาจะเปนการฝากหรือการกูยืม ชาวบานก็มารวมตัวกันตาม วันเวลาที่นัดหมาย ๔.๕ ปญหาการละเมิดศี่ลขั�อที่่� ๕ (การไม่ด้�มสุ่ราเมรัย ส่ิ�งเส่พติด ให�โที่ษ การไม่เล่นการพนัน หร้ออบายมุขัทีุ่กชนิด) ส่ภาพปญหาที่่� ๑ ปญหายาเสพติดของชุมชนทุงทาชาง กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา ปญหายาเสพติดเปนปญหาที่สำคัญ ที่สวนราชการในทองถิ่นไดใหความสำคัญและรวมกันแกไขปญหาเริ่มตั้งแต การรณรงคตอตานปญหายาเสพติด เริ่มตนจากการติดปายประชาสัมพันธการ ปองกันปญหายาเสพติด โดยเฉพาะยาบา ผลลัพธ์ที่่�ได� เมื่อมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ เปนการขับเคลื่อนแบบ บูรณาการเพื่อแกปญหา รวมคน รวมงาน ทำงานแกปญหาเปนไปในทิศทาง เดียวกัน จึงทำใหปญหายาเสพติดลดลง ปจจุบันไมมีผูขายจึงทำใหผูเสพก็หมด ลงไปเรื่อย ๆ ส่ภาพปญหาที่่� ๒ ปญหาการผลิตสุราเถื่อน เกิดขึ้นมานานทั้งในชุมชน ทุงทาชาง และในละแวกบานใกลเคียง กระบวนการและวิธ่การแก�ปญหา ฝายผูนำชุมชน พรอมสวนราชการ จึงไดใหการผลิตสุราทำใหถูกตองตามถูกกฎหมาย ภายใตการกำกับดูแลของ สวนราชการ ผลลัพธ์ที่่�ได� สมัยกอนการผลิตและการขายสุราทำกันอยางสม่ำเสมอ เมื่อมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ การผลิตตองเวนวันโกนวันพระ ในขณะที่ การดื่มสุรา ชาวบานจะงดขายและงดดื่มในชวงเขาพรรษาอยางจริง ปญหา 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 116 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๗ ดานสุขภาพของชาวบานที่เกิดจากการดื่มสุราก็ลดลงตามไปดวย ปญหาการ เลนการพนันในสมัยกอนมีโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ก็มีอยูบางในเวลามีงาน เชน งานประจำป งานวัด และเทศกาลตาง ๆ หลังจากที่ขับเคลื่อนโครงการ หมูบานรักษาศีล ๕ พรอม ๆ กับการพัฒนาเปนหมูบานสีขาว ปญหาก็ลดลง ตามลำดับโดยอาศัยความรวมมือ จากผูนำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้ง มีการกวดขันสอดสองดูแลแหลงมั่วสุม ๕. ตัวอย่างใบงานเวที่่แลกเปล่�ยนเร่ยนร้�ใน Module ๔ : ที่ักษะการ แปรเปล่�ยนปญหาส่้่ส่ัมมาช่พ เพื่อใหเกิดแนวทางในการพัฒนาเครือขายการทำงานรวมกันของพระสงฆ ผูนำการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ จึงมีประเด็นที่ผูรวมพัฒนาโครงการ จะตองรวมคิด ดังตอไปนี้ ๑. ส่ถานการณ์ปญหาในคณะส่งฆ์์/หม้่บ�าน/ชุมชนม่อะไรบ�าง ๑……………………………………….. ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………….. ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. ๒. จากส่ถานการณ์ปญหา ส่่งผลต่อชุมชนอย่างไร ๑……………………………………….. ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………….. ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 117 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๘ ๓. ส่ิ�งที่่�อยากเห็น ๑……………………………………..… ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………..… ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. ๔. ส่ิ�งที่่�อยากที่ำร่วมกันม่อะไรบ�าง ที่ำอย่างไร ๑……………………………………..… ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………..… ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. ๕. ถ�าเกิดผลแล�วจะร้�ได�จากอะไร ๑……………………………………..… ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………..… ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. ๖. ที่ำอย่างไร จึงจะยั�งย้น ๑……………………………………..… ๒……………….……..………………………. ๓……………………………………..… ๔……………….……..………………………. ๕……………………………………….. ๖……………….……..………………………. 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 118 16/1/2566 BE 17:37


๑๑๙ Module ๕ : กลยุที่ธ์การขัับเคล้�อนหม้่บ�านรักษาศี่ล ๕ ส่้่การปฏิบัติ ส่าระส่ำคัญ โครงการสรางความปรองดองสมานฉันทโดยใชหลักธรรมทางพระ พุทธศาสนา “หมูบานรักษาศีล ๕” หรือที่เรียกกันทั่วไปวา โครงการหมูบาน รักษาศีล ๕ เกิดขึ้นจากสถานการณบานเมืองในหวงเวลาที่ผานมา ประเทศ ไทยประสบปญหามากมาย ประกอบดวยการกระทำผิดกฏหมาย ปญหา อาชญากรรม การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอม การระบาดของ สิ่งเสพติด และอบายมุข การแตกแยกทางความคิด การเห็นประโยชนตน มากกวาประโยชนสวนรวม และการจาบจวงตูหมิ่นสถาบันหลักของชาติ ซึ่งปญหาเหลานี้ ลวนเกิดจากการขาดสติ จิตสำนึก ศีลธรรมและคุณธรรม จริยธรรม อันจะสงผลใหสังคมเกิดความขัดแยง คณะสงฆ โดยเจาประคุณ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย (ชวง ชวนปญญมหาเถระ) มีดำริที่จะเสริมสราง ความปรองดองและสมานฉันทของคนในชาติ ใหเกิดความสงบ สันติสุข มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน โดยใหพุทธศาสนิกชนไดนอมนำหลักศีล ๕ มา ประพฤติปฏิบัติในการดำเนินชีวิตประจำวัน กอปรกับคณะรักษาความสงบ แหงชาติ (คสช) ไดใหแนวทางในการแกไขปญหาดังกลาว ดวยการใหทุก ภาคสวนในประเทศรวมมือกันดำเนินการสรางความปรองดองสมานฉันทและ ทำใหประชาชนมีความรักความสามัคคีกันขึ้นในทุกสวนของประเทศ ตามดำริที่ เจาประคุณสมเด็จฯ ไดใหไว ความวา “อันวาศีล ๕ เปนการสำคัญของมนุษย เมื่อทุกคนมีศีล ๕ ดวยกัน สังคมนั้น ๆ คือ ประชาชน ยอมจะอยูเย็นเปนสุข เมื่อเปนไปได ขอใหชื่อหมูบานนั้นวา “หมูบานรักษาศีล ๕” โครงการดังกลาวเปนนโยบายเรงดวนใหสำนักงานพระพุทธศาสนา แหงชาติทั้งในสวนกลางและสวนภูมิภาค ไดรวมกับคณะสงฆ และภาคสวน ตาง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ขยายผลการดำเนินลงไปสูระดับครอบครัวชุมชน หมูบาน ตำบล อำเภอ และจังหวัด เพื่อมุงหวังใหประชาชนในชาติ มีความรัก และเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย และเสริมสรางความ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 119 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๐ สามัคคีปรองดองของประชาชนในชาติ โดยใชกลไกทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะหลักศีล ๕ นั้นถือวามีความสำคัญอยางยิ่งในการสงเสริมใหมนุษย อยูรวมกันอยางมีความสุข ไมเบียดเบียนทั้งกาย ทางวาจาหรือจิตใจ ทำให สังคมมีความสุข ประกอบกิจกรรมการงานไดอยางเสรี ไมตองมีความกังวลใจ ใด ๆ เพราะมีกฎเกณฑกติกาที่กำหนดใหทุกคนนั้น เคารพในสิทธิความเปน มนุษยดวยกัน ในงานเขียนของทานพุทธทาสภิกขุ เรื่องหนาที่ของมนุษย กลาวไววา มนุษยที่จะเต็มไปดวยความเปนมนุษยอยางสมบูรณนั้น ก็มาจาก การรักษาศีล ๕ นั่นเอง คือไมมีปญหา มีความยือกเย็น ทั้งในแงของวัตถุ รางกายหรือจิตใจ มีการสงเคราะหเพื่อนมนุษยดวยกัน หากวาเห็นแกประโยชน ของตน ไมคำนึงถึงประโยชนของเพื่อนมนุษยดวยกันแลว ไมอาจเรียกวา เปนมนุษยไดอยางเต็มที่ การรักษาศีล ๕ จึงเปนสิ่งจำเปนของมนุษยในการดำรงอยูในสังคม รวมกับผูอื่น หากพิจารณาถึงโดยธรรมชาติของมนุษยมนุษยนั้นถือวาเปน สัตวสังคม การที่ตองมาอยูรวมกันเปนสังคมทำใหโครงสรางความสัมพันธมี ความซับซอนมากขึ้น และนำมาสูปญหาสังคมตามมา เมื่อเกิดปญหาขึ้นบอยครั้ง จึงจำเปนที่จะตองมีบทบัญญัติหรือขอตกลงในการอยูรวมกันขึ้นมา เพื่อให ทุกคนยึดถือปฏิบัติตามรวมกัน หากทุกคนปฏิบัติตาม สังคมก็จะมีความ เปนระเบียบ อยูรวมกันอยางมีความสุข ซึ่งหลักศีล ๕ เปนเสมือนขอตกลง หรือบทบัญญัติขั้นพื้นฐานของมนุษยที่จำเปนในการอยูรวมกันโดยปกติสุขใน สังคม หากมีการละเมิดศีล ๕ นั้น อาจจะนำไปสูการเกิดเปนอาชญากรรมได ฉะนั้นการประพฤติตนไมใหละเมิดศีล ๕ จะทำใหเกิดความสงบสุขเรียบรอย ในตัวบุคคล ซึ่งเมื่อทุกคนมีศีล ๕ ที่เสมอกัน คือ มีความเสมอภาคในเรื่องศีล ก็จะเปนการปรับสถานะใหบุคคลในสังคมอยูรวมกันอยางปกติสุข โครงการหมูบานรักษาศีล ๕ จึงเปนโครงการที่จะชวยสงเสริมใหเกิด ความปรองดองสมานฉันทขึ้นในสังคมไทยดวยการอาศัยหลักธรรมศีล ๕ ขอ ซึ่งปนธรรมะพื้นฐานของการดำรงชีวิต เนนขอปฏิบัติในการอยูรวมกันอยาง สันติสุข มีความสามัคคีเกิดขึ้นในชุมชน การสงสริมใหผูคนรักษาศีล ๕ ขอ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 120 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๑ นอกจากจะเปนประโยชนตอการสริมสรางความสมานฉันทแลว ยังจะชวยแกไข ปญหาที่สั่งสมมายาวนานที่เกิดจากความขัดแยงของคนในชาติ อันเปนอุปสรรค ขัดขวางการพัฒนาประเทศไทยใหเจริญกาวไปขางหนา และยังชวยสราง บรรยากาศความสงบสุขเรียบรอยเพื่อนำพาประเทศชาติกลับคืนสูสภาวะ ปกติสุขอยางยั่งยืน จากการดำเนินการโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ในรอบ ๔ ปที่ผานมา (๒๕๕๗-๒๕๖๐) พบวา มีประชาชนสมัครเขารวมโครงการ จำนวน ๔๑,๔๓๕,๐๒๔ คน คิดเปน รอยละ ๖๓.๐๔ ของประชากรในสังคมไทย ซึ่งเปนการดำเนินการในระยะที่ ๑ ใหผูที่สนใจเขามารวมกิจกรรม สวน กิจกรรมในเชิงคุณภาพนั้นไดดำเนินการในลักษณะตาง ๆ เชน การคิดดี ทำดี พูดดี โดยมีกิจกรรมสำคัญ ๗ ประการ คือ ๑) กิจกรรมรักษาศีล ๕ ๒) กิจกรรมสวดมนตนั่งสมาธิ ๓) กิจกรรมการรักษาความสะอาดบาน สภาพแวดลอมใหนาอยู ๔) กิจกรรมคบคนดีรอบขาง ชวนกันทำความดี ๕) กิจกรรมพูดไพเราะ สื่อสารเพื่อประโยชนและความสุข ๖) กิจกรรมบำเพ็ญตนใหเปนประโยชน ๗) กิจกรรมชั่วโมงสุขจริงหนอ เพื่อสรางครอบครัวใหอบอุน เปนตน ตอมาคณะสงฆโดย มหาเถรสมาคม ไดมีการดำเนินการปฏิรูปกิจการ พระพุทธศาสนาและไดกำหนดจัดทำแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาตาม มิติมหาเถรสมาคมในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๙ (มติที่ ๑๐๖/๒๕๕๙) และ ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๐ ที่มีมติเห็นชอบ แผนแมบทการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เพื่อใหเปนไปตามแผนดังกลาว จึงไดดำเนินการตามแนวทางการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ๖ (+๑) ดาน ไดแก การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาดานการปกครอง ศาสนศึกษา การ เผยแผ การสาธารณูปการ การศึกษาสงเคราะห การสาธารณสงเคราะหและ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 121 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๒ การพัฒนาพุทธมณฑลใหเปนศูนยกลางพระพุทธศาสนาโลก และแผน ยุทธศาสตรการขับเคลื่อนโครงการสรางความปรองดองสมานฉันท โดยใช หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบานรักษาศีล ๕” (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๖๔) ตามมติมหาเถรสมาคมที่ ๒๐๖/๒๕๖๑ ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ ๑๓/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เชื่อมโยงใหเห็นถึงการบูรณาการ สูการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแผนยุทธศาตรชาติ แผนแมบทคุณธรรมแหงชาติและ แผนยุทธศาสตรการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) โดยใชหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบานศีล ๕” รณรงคใหประชาชนใน ตำบลมาปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนา ถือศีล ๕ เปนแนวทางในการดำเนินชีวิต ยึดหลัก “บวร” คือ บาน วัด และสวนราชการ รวมแรงรวมใจนำพาสังคมให เกิดความสงบสุข รมเย็น ประชาชนมีคุณภาพที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพยสิน โดยความรวมมือทุกภาคสวนจัดกิจกรรมบูรณการโครงการ โดย เนนศีล ๕ และหลักธรรมการขับเคลื่อนโครงการ ๘ หัวขอ ตามแนวทางการ ดำเนินงานของหนวยอบรมประชาชนประจำตำบล คือ ศีลและวัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห สาธารณสงเคราะห กตัญูกตเวทิตาธรรม สามัคคีธรรม สงเสริมสนับสนุนและพัฒนาบุคลากร ผูขับเคลื่อนโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ใหมีความรู เพิ่มพูนทักษะ มีขวัญ กำลังใจในการปฏิบัติงานอยางมีประสิทธิภาพ สงเสริมการจัดสภาพแวดลอม ในทองถิ่นใหเอื้อตอการดำเนินโครงการฯ และใชศีล ๕ เปนเครื่องมือในการ ประพฤติทางกาย วาจาใจ เพื่อการพัฒนาตน พัฒนาคน พัฒนางาน คือ พัฒนาตนเปนไปเพื่อความเรียบงายในการครองตน พัฒนาคนเปนการฝกฝน การอยูรวมกันในสังคมเพื่อการสรางมิตรภาพใหยั่งยืน และพัฒนางาน ใหมีประสิทธิภาพ เพื่อบรรลุเปาหมายของตำบล คือ การใชหลักแนวคิดการ มีสวนรวมโดย นำ บาน วัด โรงเรียนและราชการ ขับเคลื่อนโครงการหมูบาน ศีล ๕ เพื่อประโยชนสุข สันติสุข ของสังคมและประเทศชาติ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 122 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๓ จุดมุ่งหมาย เพื่อใหผูเขารับการอบรมนำความรูที่ไดจากการอบรมไปใชเสริมสราง ความปรองดองสมานฉันท สอดคลองกับการปฏิรูปกิจการคณะสงฆและการ พัฒนาโครงการเพื่อตอยอด โดยใชหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมูบาน รักษาศีล ๕” ในสังคมไทย วัตถุประส่งค์ ๑) เพื่อปลูกฝงจิตสำนึกและสรางความตระหนักในบทบาทหนาที่ของ ตนเอง ๒) เพื่อสงสริมใหประชาชนไดนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามา ประยุกตใชในการดำเนินชีวิตอยางมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ๓) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาของ คณะสงฆ ภาครัฐ และภาคประชาคมที่เกี่ยวของ ๔) เพื่อเสริมสรางความปรองดองสมานฉันท ลดปญหาความขัดแยง สรางความมั่นคง ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพยสินใหกับประชาชนใน ประเทศ พันธกิจขัองโครงการหม้่บ�านรักษาศี่ล ๕ ๑) การเสริมสรางความปรองดองสมานฉันทโดยใชหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา ๒) การสงเสริมการรักษาศีล ๕ และการดำเนินชีวิตตามแนวพระ พุทธศาสนา ๓) การสนับสนุนการดำเนินการของหนวยอบรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 123 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๔ ยุที่ธศีาส่ตร์ขัองโครงการหม้่บ�านรักษาศี่ล ๕ ยุทธศาสตรที่ ๑ สงเสริม สนับสนุน ใหมีกลไกในการขับเคลื่อนโครงการ ในทุกระดับ ยุทธศาสตรที่ ๒ พัฒนาบุคลากรและชุมชนในการสนับสนุนการเผยแผ หลักศีล ๕ อยางเพียงพอ ยุทธศาสตรที่ ๓ สงเสริม สนับสนุน การจัดกิจกรมการผยแผหลัก ศีล ๕ ดวยรูปแบบและวิธีการที่หลากหลายในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ยุทธศาสตรที่ ๔ สงเสริม สนับสนุน และสรางเครือขายการมีสวนรวม ในการขับเคลื่อนการรักษาศีล ๕ และวิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธ โครงส่ร�างการบริหารโครงการหม้่บ�านรักษาศี่ล ๕ การบริหารโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ นั้น มีมหาเถรสมาคมเปน องคกรหลักในการอำนวยการใหคณะสงฆไดขับเคลื่อนงานพรอมกันทั่วประเทศ โดยมีสำนักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติ (พศ) และสำนักงานโครงการหมูบาน รักษาศีล ๕ (สวนกลาง) เปนผูสนับสนุนการดำเนินการ ๖ รูปแบบ และ กระบวนการขับเคลื่อนโครงการหมูบานรักษาศีล ๕ ๑) การเสริมสรางองคความรูและแนวปฏิบัติเพื่อการรักษาศีล ๕ ใหกับ ประชาชนเปนที่แพรหลายในพื้นที่ของวัดและหมูบานทั่วประเทศ ๒) สงเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนววิถีวัฒนธรรม เชิงพุทธ โดยใชกระบวนการความรวมมือของคณะสงฆ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ (บวร) 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 124 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๕ ๓) การสงเสริมใหหนวยอบรมประชาชนประจำตำบลของคณะสงฆ ทั่วประเทศไดดำเนินการพัฒนาสังคมตามหลักศีล ๕ ผานกระบวนการพัฒนา วิถีวัฒนธรรมเชิงพุทธใน ๘ ดานไดแก ดานศีลธรรม และวัฒนธรรม สุขภาพ อนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห สาธารณสงเคราะห กตัญู กตเวทิตาธรรม และสามัคคีธรรม ๔) สงเสริมและพัฒนาบุคลากร เชน พระสงฆ เยาวชน และประชาชน ในการสนับสนุนการเผยแผหลักศีล ๕ อยางเพียงพอ ๕) เสริมสรางความปรองดองสมานฉันทของประชาชนในประเทศ สงเสริมใหประชาชนไดนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกตใชในการ ดำเนินชีวิตอยางมีเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งปลูกฝงจิตสำนึกใน การเชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริยใหเปนสถาบันหลักของประเทศ อยางมั่นคง ๖) การสงเสริมใหประชาชนในสังคมไทยเขารวมโครงการไมนอยกวา รอยละ ๕๐ ของพื้นที่/ชุมชน โดยมีผลสำเร็จทั้งในเชิงปริมาณเพื่อการเรียนรู ตามหลักศีล ๕ และเชิงคุณภาพ คือ การสมาทาน และรักษาศีล ๕ ใน ชีวิตประจำวัน ๗) การเสริมสรางเครือขายการสงเสริมหมูบานรักษาศีล ๕ โดย มอบหมายใหสำนักงานพระพุทธศาสนาแหงชาติรวมกับคณะสงฆ หนวยงาน ราชการ สถานศึกษา องคกรปกครองสวนทองถิ่น องคกรภาคเอกชน กำนัน ผูใหญบาน องคกรเครือขายชาวพุทธ ไดขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ทั่วประเทศ จำนวน ๗๗ จังหวัด 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 125 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๖ ประโยชน์ที่่�ได�รับจากการดำเนินการ ๑) คณะสงฆ ประชาชน และ หนวยงานที่เกี่ยวของ ไดมีการเสริมสราง องคความรูและแนวปฏิบัติเพื่อการรักษาศีล ๕ ใหกับประชาชนในพื้นที่ของวัด และหมูบานทั่วประเทศ ๒) ไดมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนา ไดสืบสานและถายทอดภูมิปญญา และวิวัฒนธรรมเชิงพุทธ โดยผานกระบวนการความรวมมือของคณะสงฆ ภาครัฐ เอกชน และภาค ประชาชน ในพื้นที่ (บวร) ๓) หนวยอบรมประชาชนประจำตำบลของคณะสงฆทั่วประเทศ ไดมี แนวทางดำเนินการพัฒนาสังคมตามหลักพุทธธรรม โดยผานกระบวนการ ดำเนินใน ๘ ดาน ไดแก ดานศีลธรมและวัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห สาธารณสงเคราะห กตัญญกตเวทิตาธรรม และ สามัคคีธรรม ๔) ประชาชนมีจิตสำนึกและไดแสดงออกถึงความรับผิดชอบและ มีสวนรวมในการพัฒนาสังคม มีกิจกรรมการเสริมสรางความรัก ความสามัคคี และมีความเขาใจในการอยูรวมกันในสังคมอยางมีความสุข เพื่อถวายเปน พระราชกุศลแดพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว และสมเด็จพระนางเจาฯ พระบรมราชินีนาถ และมีความตระหนักในการปกปอง เชิดชูสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย ซึ่งจะสงผลใหประเทศชาติมีความมั่นคงยั่งยืน ๕) ประชาชนเห็นคุณคาและประโยชนในการนำหลักธรรมทาง พระพุทธศาสนามาใชในการดำเนินชีวิต มีความรัก ความเขาใจ เคารพใน ความคิดเห็นของกันและกัน มีความเอื้อเฟอ เปนสังคมเครือญาติ และมีความ ปลอดภัยในชีวิต และทรัพยสิน 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 126 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๗ กรอบการที่ำงานจากแผนไปส่้่การปฏิบัติ ๑) การเสริมสรางและพัฒนาความเขาใจเกี่ยวกับตนแบบที่ขับเคลื่อน หมูบานศีล ๕ เปนแนวทางในการดำเนินชีวิต ยึดหลัก “บวร” คือ บาน วัด โรงเรียนและราชการ กับบริบทของพื้นที่ พัฒนาสังคมใหเกิดความสงบสุข รมเย็น ประชาชนมีคุณภาพดี ปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน โดยจัดกิจกรรม เนนศีล ๕ ตามแนวทางของหนวยอบรมประจำตำบล ๘ ดาน คือ ดาน ศีลธรรมและวัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ สันติสุข ศึกษาสงเคราะห สาธารณสงเคราะห กตัญูกตเวทิตาธรรมและสามัคคีธรรมรวมถึงการ มีสวนรวมของทุกภาคสวนในการขับเคลื่อนแผนสูการปฏิบัติ เชน การ จัดประชุมสรางความเขาใจ การประชาสัมพันธผานสื่อตาง ๆ เปนตน ๒) การบูรณาการประสานการปฏิบัติกับภาคีเครือขาย โดยจัดใหมีการ ฝกอบรม โครงการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ ๓) กำหนดบทบาทกับภาคีเครือขายทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนสู การปฏิบัติตามบทบาทหนาที่ตามรับผิดชอบ ไดแก สวนงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และสื่อตาง ๆ ๔) ติดตามประเมินผลโดยการมีสวนรวมของหนวยงานตาง ๆ ทั้ง สวนกลางและระดับพื้นที่ การกำหนดใหจัดทำรายงานผลการดำเนินการ รวมทั้งการติดตามและประเมินผลในการนำแผนไปสูการปฏิบัติ เพื่อเปนขอมูล ประกอบการพิจารณาแนวทางในการปรับปรุงหรือทบทวนการดำเนินการตอไป ๕) การวิจัยและพัฒนาความเสี่ยง เพื่อใหเกิดการดำเนินการไดอยาง มีประสิทธิภาพ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 127 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๘ กรอบการที่ำงานจากแผนไปส่้่การปฏิบัติลงในยุที่ธศีาส่ตร์การขัับเคล้�อนศี่ล ๕ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 128 16/1/2566 BE 17:37


๑๒๙ กิจกรรมที่่� ๑ กิจกรรมฉันค้อใคร ฉันจะที่ำอะไรเพ้�อใครได�บ�าง แนวคิดในการที่ำกิจกรรม กิจกรรมนี้ใชวิธีการทบทวนชุมชนของตนเอง หมายถึง การทบทวน บริบท ประวัติ เครือขายที่มีในชุมชนของตนเอง ใหเห็นถึงการเชื่อมโยงความ สัมพันธในทุกมิติ กิจกรรมนี้จะใชวิธีการตั้งคำถามเพื่อใหผูเขารวมกิจกรรม ไดกลับมา วิเคราะหชุมชนของตนเอง ในดานบริบท ประวัติ เครือขาย พรอมทั้งบทบาท และหนาที่ของตนเองในชุมชน จากนั้นมาทบทวนวาในฐานะที่เราเปนสวนหนึ่ง ของชุมชน เราจะทำอะไรเพื่อใครไดบาง “การทำอะไร” ในที่นี้คือการทำ กิจกรรมในการปฏิบัติการพระสงฆผูนำการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ “เพื่อใครไดบาง” ใหพระสงฆจิตอาสาในชุมชนไดลองคิดวาในบทบาทของ ตนเองในขณะนี้ จะมีวิธีการในการเขามาดูแลชุมชนอยางไร วัตถุประส่งค์ ๑) เพื่อวิเคราะหบทบาทและหนาที่ของตนเองตามความเปนจริงในการ ปฏิบัติการ “พระสงฆผูนำการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕” ๒) เพื่อรูจักชุมชนตนเอง และเชื่อมโยงความสัมพันธของตนเองกับ ชุมชน เครือขาย และกลยุทธในการขับเคลื่อนแผนสูการปฏิบัติ ส่้�อ/อุปกรณ์ในการส่อน - กระดาษ A4 หรือกระดาษฟลิปชารต (flipchart) - สีเทียน 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 129 16/1/2566 BE 17:37


๑๓๐ วิธ่การดำเนินกิจกรรม ๑) ขัั�นนำ วิทยากรนำเขาสูกิจกรรม “ฉันคือใคร ฉันจะทำอะไรเพื่อใครไดบาง” โดยทีมงานจะแจกกระดาษ A4 หรือกระดาษฟลิปชารต แลวใหผูเขารวม กิจกรรมสำรวจชุมชนของตนเอง ในดานบริบท ประวัติ เครือขาย พรอมทั้ง บทบาทและหนาที่ของตนเองในชุมชน จากนั้นมาทบทวนวาในฐานะที่เราเปน สวนหนึ่งของชุมชน เราจะทำอะไรเพื่อใครไดบาง “การทำอะไร” ในที่นี้คือการ ทำกิจกรรมในการปฏิบัติการ “พระสงฆผูนำการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕” “เพื่อใครไดบาง” ใหพระสงฆจิตอาสาในชุมชนไดลองคิดวาในบทบาทของ ตนเองในขณะนี้ ในการดูแลชุมชน ใชเวลาประมาณ ๑๐-๑๕ นาที ๒) ขัั�นกิจกรรม วิทยากรใหความรูเกี่ยวกับการทบทวนตนเอง โดยการตั้งคำถามการฝก คิดวิเคราะห ๓) ขัั�นวิเคราะห์และอภิปราย วิทยากรรวมสรุปการรูจักตนเอง และเชื่อมโยงความสัมพันธของตนเอง กับชุมชน เครือขาย และกลยุทธในการขับเคลื่อนแผนสูการปฏิบัติ รวมวิเคราะหและสรุปบทบาทและหนาที่ของตนเองตามความเปนจริง ในการขับเคลื่อนหมูบานรักษาศีล ๕ การวัดและประเมินผล ๑) การสังเกตการมีสวนรวมในกิจกรรม ๒) บันทึกวาผูเขารวมกิจกรรม มีสถานะเปนอะไรบาง ๓) ใบสรุปขอคิดจากกิจกรรม 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 130 16/1/2566 BE 17:37


๑๓๑ องค์ประกอบการเร่ยนร้� กิจกรรมการเร่ยนการส่อน ขั้นที่ ๑ รับรูปญหา ใหสมาชิกเขียนวิเคราะห “ฉันคือใคร” ในฐานะที่ เปนคน ๆ หนึ่งในชุมชน ลงในกระดาษที่แจก วิทยากรเปดเพลงบรรเลงเบา ๆ เพื่อสรางบรรยากาศ ที่ผอนคลายเปนมิตรและอบอุน ใชเวลา ๑๐ นาที วิทยากรสังเกตวาสมาชิกแตละคนทำเสร็จแลว ก็โยนประเด็นที่สองลงไปวา เมื่อเห็นความสัมพันธ ของตนเองใน ๒ ระดับแลว ทีนี้ หากมาพิจารณา วา ในฐานะที่เราอยูในชุมชนเราจะทำอะไรเพื่อใคร ไดบางในดานการขับเคลื่อนศีล ๕ โดยมุงเนนที่ ในชุมชนของตนเอง ใชเวลาประมาณ ๑๐ นาที ขั้นที่ ๒ สะทอนความคิด ใหพระสงฆผูนำจิตอาสาแตละคนไดนำแลกเปลี่ยน ในกลุมใหญวา ทานไดเห็นความสัมพันธของตนเอง กับชุมชน และเครือขายอยางไร จากนั้นใหสะทอน เรื่องในฐานะที่เปนคนในชุมชน วาทานจะทำอะไร เพื่อใครไดบาง ใชเวลา ๒๐ นาที เพื่อแลกเปลี่ยน ใน ๒ ประเด็น ขั้นที่ ๓ สรางความรูใหม วิทยากรตั้งคำถามกลับไปยังสมาชิกวา “แลวเรา จะทำอยางไรที่จะชวยจัดการปองกัน และ ขับเคลื่อนหมูบานศีล ๕ ในชุมชน” โดยใหสมาชิก รวมกันระดมความคิด ในแนวทางการแกไขปญหา นั้น ๆ จากนั้นทำการเขียนหรือวาดภาพลงใน กระดาษฟริปชารท กิจกรรมการเร่ยนร้� 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 131 16/1/2566 BE 17:37


๑๓๒ ขั้นที่ ๔ การลงมือปฏิบัติ และการประยุกตใช วิทยากรใหสมาชิกบอกวิธีการปฏิบัติตนเองทีละคน ตามที่ตนเองไดสรุปไวในใบงานหรือกระดาษ ฟริปชารท วิทยากรสรุปเขาสูบทเรียนเรื่องการตระหนักถึง บทบาทของตนเองในการขับเคลื่อนหมูบานรักษา ศีล ๕ สรุปขอคิดเห็น ใหสมาชิกไดสะทอนวา ไดเรียนรูเกี่ยวกับเรื่องอะไร แตละคนไดเรียนรู อะไรเกี่ยวกับการรูจักตนเองบาง วิทยากรเพิ่มเติม ในรายละเอียดใหสมบูรณยิ่งขึ้น แหล่งความร้�และส่้�อการเร่ยนการส่อน ๑) กระดาษ A4 ๒) กระดาษฟริปชารท สำหรับการระดมสมอง ๓) ปากกา สีเมจิ สีชอลค ๔) เพลงบรรเลง 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 132 16/1/2566 BE 17:37


๑๓๓ แผนการเร่ยนร้�ที่่� ๒ กิจกรรมส่้บค�นปญหาในชุมชน/ธรรมะกับการแก�ปญหา วัตถุประส่งค์ ๑) เพื่อใหพระสงฆจิตอาสาตระหนักถึงความสำคัญของปญหาที่เกิดขึ้นใน ชุมชนในดานตางๆ ๒) เพื่อใหพระสงฆจิตอาสารูจักวิธีการสืบคนหา และวิเคราะหปญหา ๓) เพื่อใหพระสงฆจิตอาสาทราบหลักธรรมที่ใชในการแกปญหา และ สามารถนำไปปฏิบัติได เน้�อหาส่าระ ปจจุบันชุมชนมีปญหาเกิดขึ้นมากมาย ปญหาดานเศรษฐกิจ สังคม และ ครอบครัว โดยปญหาดังกลาวสงผลตอความประพฤติของคนในชุมชน ทำใหอาจ เกิดการละเมิดศีล ๕ ได หากบุคคลไมสามารถจัดการกับปญหาที่เกิดขึ้น ไดอยาง เหมาะสมจะเกิดความเครียดและจะเขาสูภาวะวิกฤติของชีวิตไดงาย แตถาบุคคล สามารถจัดการกับปญหาได อยางเหมาะสมเขาก็จะสามารถผานพนวิกฤติไปได การมีพฤติกรรมการเผชิญปญหาอยางเหมาะสมนั้น จัดไดวาเปนองคประกอบ ของการรักษาสุขภาพจิตที่ดีประการหนึ่ง พึงระลึกวา “ทุกปญหามีทางแก” โดย การจะแกปญหานั้น ๆ ไดอยางยั่งยืน ปญหานั้นตองถูกมองวาเปนปญหาของ ชุมชนรวมกัน 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 133 16/1/2566 BE 17:37


๑๓๔ องค์ประกอบการเร่ยนร้� กิจกรรมการเร่ยนการส่อน ขั้นที่ ๑ รับรูปญหา วิทยากรกลาวนำเขาสูวิธีการสืบคนหาสิ่งหรือ ประเด็นที่พระสงฆจิตอาสาคิดวาชุมชนกำลัง เผชิญปญหาอยู โดยใหพระสงฆจิตอาสารวมแสดง ความคิดเห็นวา อะไรคือปญหาบาง จากนั้นให เขียนลงในกระดาษฟลิปชารท ใหชวยกันระดม ความคิดเห็นใหมากที่สุดเทาที่จะทำได ใชเวลา ประมาณ ๑๐ นาที ขั้นที่ ๒ สะทอนความคิด วิทยากรเปดโอกาสใหพระสงฆจิตอาสาชวยกัน จับประเด็นวาสิ่งที่พระสงฆจิตอาสานำเสนอมานั้น สามารถจัดหมวดหมูเปนเรื่องอะไรไดบาง และให พระสงฆจิตอาสาลองจัดลำดับความสำคัญในการ จะแกปญหานั้น ๆ โดยเฉพาะปญหาที่เปนปญหา ดานการละเมิดศีล ๕ ในชุมชน โดยใหทดลองนำเสนอเหตุการณ และปญหาที่ สามารถแกไขได โดยจะมีการโยนประเด็นวา “หากทานเปนบุคคลที่สามารถแกปญหาเหลานี้ได ทานจะคิดอยางไร ทานมีวิธีการอยางไรในการ จัดการปญหาดังกลาว ขั้นที่ ๓ สรางความรูใหม วิทยากรกระตุนใหสมาชิกเชื่อมโยงความรูของตน รวมกับกลุมตอเหตุการณที่นำเสนอ กิจกรรมการเร่ยนร้� 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 134 16/1/2566 BE 17:37


๑๓๕ ขั้นที่ ๔ การลงมือปฏิบัติ และการประยุกตใช วิทยากรสุมถามพระสงฆจิตอาสาใหสรุปวา เมื่อ เจอเหตุการณที่เปนปญหาในชุมชนของทานจะ ใชวิธีการนี้อยางไร ยกตัวอยาง วิทยากรแนะนำ ขอมูลเพิ่มเติม แหล่งความร้�และส่้�อการเร่ยนการส่อน ๑) กระดาษฟริปชารท สำหรับการระดมสมอง ๒) ปากกา สีเมจิ สีชอลค ๓) เพลงบรรเลง 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 135 16/1/2566 BE 17:37


ส่่วนที่่� ๓ เอกสารภาคผนวก “สมััชชาพระสงฆ์์ผู้้�นำขัับเคลื่่�อนหมู่่บ้้านรัักษาศีีล ๕” 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 136 16/1/2566 BE 17:37


๑๓๗ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 137 16/1/2566 BE 17:37


๑๓๘ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 138 16/1/2566 BE 17:37


๑๓๙ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 139 16/1/2566 BE 17:37


๑๔๐ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 140 16/1/2566 BE 17:37


บันทึกช่วยจ ำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 141 16/1/2566 BE 17:37


บันทึกช่วยจ ำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 142 16/1/2566 BE 17:37


บันทึกช่วยจ ำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 143 16/1/2566 BE 17:37


บันทึกช่วยจ ำ 2.������������� ������������������������������� p.20-144.indd 144 16/1/2566 BE 17:37


Click to View FlipBook Version