ãºäÁé·ÓãËéÊÇÂ
ȹ٠¡ì ÒÃÈ¡Ö Éҹ͡âçàÃÂÕ ¹ÀÒ¤µÐÇ¹Ñ ÍÍ¡
ÊÓ¹¡Ñ ºÃËÔ Òçҹ¡ÒÃÈ¡Ö Éҹ͡âçàÃÂÕ ¹
¡ÃзÃǧÈÖ¡ÉÒ¸Ô¡ÒÃ
คาํ นาํ
ชุดวิชาใบไมทําใหสวย เปนชุดวิชาอาชีพท่ ี
ศนู ยก ารศกึ ษานอกโรงเรยี นภาคตะวนั ออก ไดจ ดั ทําขน้ึ มา
สาํ หรับผูสนใจในอาชีพการผลิตดอกไมจากใบยางพารา
และใบโพธิ์ โดยชุดวิชานมี้ ุงเนน ใหผเู รียนสามารถศกึ ษา
หาความรดู ว ยตนเองและสอบถามความรจู ากผรู ใู นทอ งถนิ่
และผศู กึ ษาสามารถนาํ ความรทู ไี่ ดร บั จากชดุ วชิ านไี้ ปประกอบ
อาชีพ เพอ่ื นํารายไดมาสคู รอบครวั
ศู น ย ก าร ศึ ก ษาน อ ก โ ร ง เ รี ย น ภาค ตะ วั น อ อ ก
ขอขอบคณุ คณะกรรมการชดุ วชิ าและคณะกรรมการพฒั นา
และปรับปรุงหลักสตู ร ตลอดจนผูเ ก่ยี วขอ งในการจดั ทาํ
ชุดวิชานี้ทุกทาน และหวังเปนอยางยิ่งวาชุดวิชาน้ีจะ
สามารถอาํ นวยประโยชนใหกบั กลุมแมบานและผูสนใจ
เปน อยา งดี
ศูนยการศกึ ษานอกโรงเรยี นภาคตะวันออก
สารบญั
หนา
คาํ แนะนาํ การใชชุดวิชา............................................. ก
โครงสรางของชุดวิชา................................................ ข
แบบทดสอบกอนเรยี น ............................................... ค
ตอนท่ ี 1 การเลอื กใบไม ......................................... 1
ตอนท ี่ 2 การผลติ เสนโครงใบไม........................... 6
ตอนท่ ี 3 การผสมสแี ละการยอมสี
เสน โครงใบไม.......................................18
ตอนที ่ 4 การประดษิ ฐด อกไม
จากเสน โครงใบยางและใบโพธ์ิ ...........27
ตอนที ่ 5 การบรรจหุ ีบหอ และการตลาด .............44
แบบทดสอบหลงั เรยี น ..............................................51
เฉลยแบทกสอบกอ น-หลงั เรยี น................................53
เฉลยกิจกรรม ............................................................. 53
ขอ เสนอแนะและกิจกรรมตอ เนอ่ื ง ...........................55
รายการอา งองิ ............................................................55
ใบไมท ําใหสวย ก
คําแนะนาํ การใชช ดุ วชิ า
1. ชุดวิชานี้ จัดทําข้ึนสําหรับกลุ มแมบาน กลุ ม
เยาวชน และผูสนใจ ท่ีตอ งการผลิตดอกไมจากใบยางพารา
และใบโพธิ์
2. กระบวนการเรยี นการสอนในชดุ วชิ าน ี้ เปน ไปตาม
ความสามารถของแตละบุคคล
3. ควรศึกษาโครงสรางของชุดวิชาใบไมทําใหสวย
ใหเขา ใจเสียกอ น เพอ่ื จะไดท ราบจดุ เนน และขอบขา ยเนอ้ื หา
ของชุดวิชา
4. เพ่ือใหรูและเขาใจยิ่งขึ้น ทานตองปฏิบัติตาม
กิจกรรมทใี่ หไ วในชดุ วชิ านที้ ุกกจิ กรรมอยา งละเอียด
5. กอนท่ีทานจะไปพบผูรู ทานควรทําความรูจัก
คุนเคยกับผูรูเสียกอน เพ่ือหาวิธีการท่ีดีที่สุดในการพบ
แตละครั้ง
6. ทา นตอ งทาํ การประเมนิ ผลกอ นศกึ ษาชดุ วชิ า และ
หลังศกึ ษาชุดวชิ าน้ีจบแลว ทง้ั ชดุ วชิ า พรอ มทงั้ ตรวจสอบกับ
แนวเฉลยท่ใี หไ วทายชุดวิชาน้ ี
7. ทานสามารถหาความรู เพ่ิ มเติมไดจากแหลง
ความรตู า งๆ ทใี่ หไวท ายชุดวิชาน ้ี
ใบไมทาํ ใหสวย ข
โครงสรา งชดุ วิชา
ใบไมทาํ ใหส วย
สาระสําคัญ
1. การเลือกใบไมเ ปนขนั้ ตอนสําคญั มใี บไมห ลายชนดิ ท่นี าํ มาทําดอกไม
ใหส วยได
2. ใบไมท จี่ ะนํามาทาํ ดอกไมจําเปนตองมีการตม หมัก ขัด และฟอกใบไม
เสยี กอ น
3. การผสมสแี ละการยอ มสที ่ีดแี ละถกู ตองจะมผี ลทําใหด อกไมท ่ผี ลิตจาก
ใบไมม สี สี นั สวยงาม
4. ใบไมท ่ีผานการตม หมกั ขดั ฟอก และยอ มสีแลว สามารถทาํ เปน
รูปดอกไมไดหลายแบบ
5. การบรรจุหีบหอท่ดี แี ละสวยงาม มผี ลทําใหดอกไมทผ่ี ลติ ขน้ึ มาขายได
ราคาดี
จุดประสงค
เมื่อผูเรียนศึกษาชุดวิชาใบไมทําใหสวยและทาํ กิจกรรมครบทุกกิจกรรมแลว
สามารถ
1. เลือกใบไมเ พอื่ นาํ มาทําดอกไมไ ดถ กู ตอ ง
2. ตม หมัก ขดั และฟอกใบไมไ ดถูกตอ งตามขน้ั ตอน
3. ปฏบิ ตั กิ ารผสมสแี ละยอ มสีเสน โครงใบไมได
4. เขารปู ดอกไมแ บบตางๆ ไดถูกตอง
5. บรรจุหีบหอ ดอกไมและจาํ หนายได
ขอบขายเนื้อหา
ชดุ วิชานป้ี ระกอบดว ยเนอ้ื หา จํานวน 5 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 การเลือกใบไม
ตอนท ่ี 2 การผลิตเสน โครงใบไม
ตอนท่ ี 3 การผสมสีและการยอมสเี สน โครงใบไม
ตอนที่ 4 การประดิษฐดอกไมจากเสนโครงใบยางพาราและใบโพธ์ิ
ตอนท ี่ 5 การบรรจหุ ีบหอ และการตลาด
ใบไมทาํ ใหส วย ค
แบบทดสอบกอ นเรยี น
จงทําเครื่องหมาย (ü) หนาขอท่ีเห็นวาถูก และเคร่ืองหมาย (û)
หนาขอทีเ่ หน็ วาผดิ
(.........) 1. ใบไมจ ากธรรมชาติท่ีจะนํามาทาํ ดอกไมประดิษฐ
ใชใ บไมอะไรกไ็ ด
(.........) 2. ใบไมท ่นี าํ มาทาํ ดอกไมป ระดษิ ฐตอ งเลือกเก็บเฉพาะใบเพสลาด
(.........) 3. การทําดอกไมป ระดิษฐจ ากใบไมสามารถทําได 2 แบบ
(.........) 4. ใบไมจากธรรมชาติสามารถนาํ มาทาํ ดอกไมป ระดิษฐ
ไดอยา งเดียว
(.........) 5. การตมและการฟอกขดั ใบไม จะตอ งฟอกขัดใหไดเสน โครงใบไม
ที่ขาวสะอาดมากทีส่ ุด
(.........) 6. การผสมสแี ละการยอมสใี บไมทตี่ มฟอกขดั แลว ทาํ อยา งไรกไ็ ด
ไมตอ งมคี วามเขา ใจเร่อื งทฤษฎขี องการผสมส ี
(.........) 7. การยอมสใี บไมม ี 2 แบบ คือ แบบยอมเปยกและแบบยอมแหง
(.........) 8. การเขาชอ ดอกไมสามารถทาํ ได 2 แบบ
(.........) 9. วสั ดุทน่ี ํามาประกอบการเขา ชอ ดอกไมป ระดษิ ฐ ทําใหเกดิ รปู แบบ
และสินคาที่แตกตางกันออกไป
(.........) 10. สีท่ีใชย อ มใบไม จะตอ งเปน สเี ฉพาะทใ่ี ชใ นการทาํ ดอกไม
ประดษิ ฐจากใบไมเทานั้น
ตอนที่ 1
การเลือกใบไม
สาระสําคัญ
1. ใบไมท น่ี ิยมนาํ มาทําดอกไมป ระดษิ ฐม ี 2 ชนดิ คือ
ใบยางพาราและใบโพธ์ิ
2. ใบไมท ดี่ แี ละเหมาะสม เพอ่ื ทําดอกไมตอ งเปน ใบไมสด
ไมออนหรือแกเ กนิ ไป มขี นาดใหญส มบูรณ ไมฉีกขาด
หรอื มตี ําหนิ
3. ใบยางพาราควรเก็บจากแปลงขยายพันธุและใบโพธ ์ิ
ควรเก็บในฤดฝู น
4. ใบไมท่ใี ชทําดอกไมถาใชไ มห มดในคร้ังเดยี ว ตองนาํ ไป
แชไ ว ในภาชนะทีใ่ สนํ้าสะอาดเพอื่ รกั ษาความสดของใบ
จุดประสงคการเรียนร ู
เมอ่ื ผูเรียนศึกษาตอนท ี่ 1 จบแลว สามารถ
1. บอกชนดิ ของใบไมที่นํามาทําดอกไมได
2. อธบิ ายถึงลักษณะที่ดีของใบไมท่ีนาํ มาทาํ ดอกไมได
3. เลือกใบไมเ พ่ือนาํ มาทําดอกไมไ ดถ ูกตอ ง
4. เกบ็ รกั ษาใบไมใหส ดอยเู สมอได
ขอบขายเน้ือหา
1. ชนดิ ของใบไม
2. ลักษณะทีด่ ีของใบไม
3. การเก็บใบไม
ใบไมท ําใหสวย 2
ตอนที่ 1
การเลอื กใบไม
ชนิดของใบไม
ชนดิ ของใบไมท น่ี ยิ มนาํ มาทาํ ดอกไมม ีดว ยกนั หลายชนดิ เชน ใบยางพารา
ใบโพธิ์ ใบขนุน ใบกามปู ใบแกว แตทีน่ ิยมกันมากและทําไดสะดวกสวยงาม คือ
ใบยางพาราและใบโพธ ิ์
ลักษณะท่ีดีของใบไม
ลกั ษณะที่ดีของใบไม ทจี่ ะนาํ มาทาํ ดอกไม
1. เปนใบสด ไมเ ห่ียว
2. เปน ใบเพสลาด ซ่ึงมลี กั ษณะไมแกห รือออ นเกินไป
3. ขนาดใหญส มบูรณ
4. ไมม ีตาํ หนหิ รือฉีกขาด
5. ไมเปนจุดหรือเปน ใบทม่ี ีโรคและแมลงเขา ทาํ ลาย
ใบไมท ําใหสวย 3
ใหเลอื กเก็บใบยางพารา ใบคูท่ี 3-4 เปรยี บเทียบใบยางพารา
โดยนบั จากปลายกง่ิ เขา หาโคนกง่ิ ลกั ษณะใบออ น,ใบเพสลาด,ใบแก
ใหเ ลอื กเก็บใบโพธิ ์ คทู ี่ 4,5,6 เปรยี บเทียบใบโพธิ ์
โดยนบั จากปลายกง่ิ เขา หาโคนกงิ่ ลกั ษณะใบออ น,ใบเพสลาด,ใบแก
การเก็บใบไม
กอ นทเ่ี ราจะไปเก็บใบไม ควรนาํ ภาชนะหรอื ถงุ สาํ หรับใสใ บไม เพอื่ ปองกัน
ไมใหใบไมถูกแสงแดดและปองกันการคายน้ําของใบไม เพราะถาใบไมถูกแสงแดด
จะมีผลทาํ ใหใบเห่ียวเฉา ฉะนั้นเม่ือเก็บใบไมมาแลวใชไมหมดในคราวเดียว ควรนํา
ใบไมท เ่ี หลอื แชไ วใ นโองนํา้ หรือภาชนะซง่ึ ใสน ํ้าสะอาดไว โดยแชใหใ บไมจมอยใู นนาํ้
ตลอดเวลา
ใบไมท ําใหสวย 4
กิจกรรมที่ 1
ใหทา นเลอื กเกบ็ ใบยางพารา และใบโพธิ์ท่ีใกลบา นทานตามลักษณะท่ี
ศึกษาจากชดุ วชิ า พรอ มจดบันทกึ ลงในสมุดบันทกึ ดงั รายละเอยี ดตอ ไปน้ี
1. เวลาท่ีเก็บใบไม.........................................................................................
2. ภาชนะที่นาํ ไปใสใ บไมที่เก็บ.....................................................................
3. จาํ นวนใบยางพารา.......................................................................กิโลกรัม
4. จํานวนใบโพธ์ิ..............................................................................กิโลกรัม
5. ลักษณะใบยางพาราท่ีเก็บได
5.1..............................................................................................................
5.2..............................................................................................................
5.3..............................................................................................................
5.4..............................................................................................................
5.5..............................................................................................................
6. ลกั ษณะใบโพธิ์ท่ีเกบ็ ได
6.1..............................................................................................................
6.2..............................................................................................................
6.3..............................................................................................................
6.4..............................................................................................................
6.5..............................................................................................................
ใบไมทําใหสวย 5
กิจกรรมท่ี 2
จงทําเครื่องหมาย (ü) หนาขอท่ีเห็นวาถูก และเคร่ืองหมาย (û)
หนาขอ ท่ีเห็นวาผดิ
(.........) 1. ใบไมท ุกชนิดสามารถนํามาทาํ ดอกไมได
(.........) 2. ใบไมทน่ี ิยมนาํ มาทําดอกไม คอื ใบยางพาราและใบโพธ ์ิ
(.........) 3. ลักษณะที่ดีของใบไมควรจะเปน ใบเพสลาด
(.........) 4. ใบไมที่แกเ หมาะท่ีจะนํามาทําดอกไม
(.........) 5. ใบเพสลาดคอื ใบไมทไี่ มแ ก ไมออ นเกินไป
(.........) 6. เมือ่ เกบ็ ใบไมม าแลว ตอ งนาํ มาตากแดดใหแหง
(.........) 7. ใบไมท ี่ดคี วรจะมีขนาดใหญ และสมบรู ณ
(.........) 8. ใบไมท ี่ดคี วรจะเปนใบทอ่ี ยปู ลายกิง่
(.........) 9. เมื่อเก็บใบไมมาแลว ควรจะใชใหห มดในคร้ังเดยี ว
(.........) 10. ใบไมท่เี หลือ ควรนําไปแชใ นนํ้าสะอาด
ตอนที่ 2
การผลิตเสนโครงใบไม
สาระสําคัญ
1. เสนโครงใบไมทด่ี ตี อ งมลี ักษณะหลายอยางประกอบกัน
2. การผลติ เสนโครงใบไมมีขน้ั ตอนตา งๆ หลายขัน้ ตอน
3. เสน โครงใบไมท ผ่ี ลติ ได ตอ งมกี ารเกบ็ รกั ษาไวอ ยา งถกู ตอ ง
จุดประสงคการเรียนร ู
เมอ่ื ผูเรยี นศึกษาตอนที ่ 2 จบแลวสามารถ
1. บอกลักษณะเสน โครงใบไมคณุ ภาพดีได
2. ปฏบิ ัติตามข้นั ตอนการผลิตเสน โครงใบไมได
3. เก็บรกั ษาเสน โครงใบไมไ วใ ชได
ขอบขายเนื้อหา
1. ลักษณะเสนโครงใบไมค ณุ ภาพด ี
2. การผลติ เสน โครงใบไม
3. การเกบ็ รักษาเสน โครงใบไม
ใบไมท ําใหสวย 7
ตอนท่ี 2
การผลิตเสนโครงใบไม
ลักษณะเสนโครงใบไมคุณภาพด ี
1. ไมฉีกขาด ไมม จี ดุ
2. สะอาดไมม คี ราบเนอื้ เยอื่ เหลอื อย ู
3. ขาวสะอาด
4. ไมม กี ลน่ิ นาํ้ ยาไฮเตอร
5. มขี นาดพอเหมาะไมเล็กจนเกนิ ไป
6. ตองนมุ ไมฉ กี ขาดงา ย
การผลติ เสน โครงใบไม มขี นั้ ตอนดังน้ ี
1. การตม ใบไม
2. การหมกั ใบไม
3. การขดั ใบไม
4. การฟอกใบไม
ใบไมทําใหส วย 8
การตมใบยางพารา , ใบโพธิ ์
วสั ดุและอุปกรณที่จําเปน ในการตม ใบยางพาราและใบโพธ์ิ
1. เตา 1 ลูก
2. ภาชนะสาํ หรับตม เชน ปป กระทะเหล็ก (หามใชภ าชนะอลูมเิ นียม
ในการตม) ขนาดใหญ 1 ใบ
3. มีด 1 เลม
4. สบูกรดหรือสบซู นั ไลต 3 - 4 กอ น
5. ใบยางพารา,ใบโพธ์สิ ด 3 กโิ ลกรมั
6. นํา้ ยาไฮเตอรข วดใหญ 1 ขวด
7. นํ้าสะอาดพอประมาณ
6. กะละมังพลาสติกขนาดใหญ
การตม ใบยางพาราและใบโพธิ์สด
การตมใบยางพาราสดที่ผานการคัดเลือกมาอยางดีแลวใชเวลาในการตม
3 - 4 ชว่ั โมง ใบโพธติ์ มนาน 1- 2 ชัว่ โมง ตม กับสบูก รด ใชฟ น เปน เชื้อเพลิงเพอ่ื ลด
ตน ทุนการผลิต
ใบไมท าํ ใหส วย 9
วิธกี ารตม
1. นําปป หรอื กระทะเหล็กใสน้ําตั้งไฟ
2. ใบยางพารา ใบโพธ์ิ เดด็ กา นออกกอ นนําลงตม ในภาชนะ อยาใหแนน
ภาชนะ ถา แนนเตมิ น้ําลงไปใหพอเหมาะ
3. หน่ั สบกู รดหรอื สบซู นั ไลตเ ปน ชน้ิ เลก็ ๆใสล งไปตม กบั ใบยางพารา หรอื
ใบโพธ์ ิ คนเบาๆ ใหสบูละลายเร็วข้นึ
4. ตม ดว ยไฟกลางๆ ใชท ัพพหี รอื พายไมค อยกลับใบไมใ หเปยกนํา้ ใหทว่ั
อยาใหใบไมไหมต ิดกันหรือขางภาชนะขณะตม
5. ใบยางพาราตม นาน 3 - 4 ชวั่ โมง เมอื่ เนอื้ เยอื่ ใบไมเ ปอ ยยยุ ดีแลว ตกั ขน้ึ
จากภาชนะตม นําไปลา งนาํ้ ใหส ะอาด นําไปหมักกบั นาํ้ 2 สว น ผสมกบั นํ้ายาไฮเตอร
1 สวน ใหใบยางพาราที่ตมแลวจมลงในสวนผสมที่ใชหมักใหหมด ทิ้งไว 1 คืน
รงุ เชาจึงเอามาขัดเอาเนอ้ื เยอ่ื ใบออกใหห มด
6. ใบโพธิต์ ม นาน 1- 2 ช่วั โมง ตกั ขน้ึ จากภาชนะตม นําไปลา งและขัดเอา
เนอื้ เยอ่ื ใบออกไดเลย โดยไมตอ งหมกั ท้ิงคา งคนื
7. สว นผสมทเ่ี หลอื ในภาชนะตม ไมค วรทงิ้ ถา ยงั มใี บไมส ดเหลอื อย ูใหน ํา
ลงไปตมใหมได โดยเติมนาํ้ พอประมาณและหัน่ สบูเปนชน้ิ เลก็ ๆเตมิ ลงไปอีก 1 กอ น
ใบไมท ําใหส วย 10
การผลิตเสนโครงใบโพธิ์ดวยการหมัก
ใบโพธ ์ิ สามารถทจ่ี ะนาํ มาผลิตเสน โครงใบไมไ ด โดยไมตอ งผา นกรรมวิธี
การตมดวยสบู แตจะนําใบโพธิ์สดไปหมักกับน้ําดางขี้เถาเขมขนในอางดินเผาเคลือบ
ประมาณ 1 - 2 สปั ดาห กอ นนํามาขดั เอาเน้อื เยือ่ ใบออก
น้ําดางข้ีเถาเขมขน
วัสดอุ ปุ กรณ
1. ปป 1 ใบ
2. ข้ีเถา 1 กิโลกรมั
3. นํา้ 20 ลิตร
วิธีทํา
1. ใสน ํา้ และขเี้ ถาที่เตรียมไวล งในปป
2. ใชไ มกวนสว นผสมใหเขา กนั
3. ท้ิงไวใ หต กตะกอน รินเอานาํ้ ดา งใสเกบ็ ไวใช
ใบไมทาํ ใหสวย 11
วิธกี ารหมกั ใบโพธ์ิสด
วัสดอุ ปุ กรณ
1. ใบโพธสิ์ ด 1 กิโลกรัม
2. น้ําดาง
3. อางดินเผาเคลือบขนาดกลาง 1 ใบ
วิธีทาํ
1. ใบโพธ์สิ ดเด็ดกา นออกใหห มด
2. วางใบโพธสิ์ ดเรยี งซอนกนั ใหเปนระเบยี บลงในอา งดินเผาเคลือบ
3. เทนาํ้ ดา งเขมขน ทเี่ ตรียมไวลงไปใหทว มใบโพธ ์ิ
4. หมักท้ิงไว 1 - 2 สปั ดาห หมน่ั กลับใบโพธิแ์ ละเปล่ียนนํ้าดา งบอ ยๆ
จนเนอ้ื เยอ่ื เปอ ยยยุ
5. นําไปลางและขดั เอาเนอื้ เยอื่ ใบออกใหห มด
ใบไมทําใหสวย 12
กิจกรรมท่ี 3
ใหท านตมใบไมท ี่เตรยี มไวแลว พรอมสงั เกตลักษณะการเปอ ยยยุ ของ
เนอื้ เยอ่ื ใบไมแ ตล ะชนดิ ตามทท่ี า นไดศ กึ ษาจากชดุ วชิ าใบไมทําใหส วย พรอ มทง้ั
จดบันทกึ ลงในสมุดบนั ทกึ ดงั รายละเอียดตอไปน้ี
1. สีที่เปล่ียนไปของใบไมสดขณะถูกตม .......................................................
...........................................................................................................................
2. เวลาทีใ่ ชในการตม ใบไมแตล ะชนิด
ใบยางพารา.............................................. ชั่วโมง
ใบโพธิ์...................................................... ช่ัวโมง
3. การปฏิบัติขณะทําการตมใบไมสด............................................................
...........................................................................................................................
4. ความแตกตา งของใบยางพาราและใบโพธิ์หลังตมแลว.............................
...........................................................................................................................
กจิ กรรมท่ี 4
ใหท า นปฏบิ ัตกิ ารหมกั ใบโพธ์ิสด ตามขั้นตอนทไ่ี ดศ ึกษาจากชดุ วชิ าน้ี
พรอ มบนั ทึกผลตามรายการดงั ตอไปนี ้
1. จาํ นวนใบโพธ์สิ ด.............................................................กิโลกรัม
2. ปริมาณนํ้าดา งเขมขน .......................................................ลิตร
3. ระยะเวลาในการหมกั .......................................................วัน
4. ลักษณะของใบโพธิ์หลังการหมัก.................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
ใบไมท ําใหส วย 13
การขัดใบยางพาราและใบโพธิ์
ใบยางพาราและใบโพธ ์ิ ทผี่ านขนั้ ตอนการตม หรือหมกั มาแลว ตอ งนาํ ใบไม
นน้ั มาขดั เอาเนอ้ื เยอื่ ใบออกใหหมดดว ยแปรงสฟี น เกา ๆใหเ หลือแตเ สน โครงใบเทา นนั้
วสั ดุอปุ กรณ
1. กะละมังพลาสติกใบใหญ 2 ใบ
2. กระดานรองขัด 1 แผน
3. แปรงสีฟน เกา หรอื แปรงใยมะพรา ว
4. ถุงมือยาง
5. ใบยางพาราหรอื ใบโพธ์ทิ ต่ี ม แลว
6. น้ําสะอาด
วิธีทาํ
1. ใหนําใบไมที่เปอยยุยแลววางลงบนกระดานรองขัด แลวแปรงดวย
แปรงสฟี น เกา ๆ โดยเร่ิมแปรงจากโคนใบไปหาปลายใบ ท้ัง 2 ดา น แปรงอยางเบามอื
ระวังอยาใหเ สน โครงใบไมฉ ีกขาด
2. ระหวา งท่ีแปรงคอยราดนาํ้ ลางใบไมไปดวย แปรงจนเน้ือเย่ือใบหมด
หากยงั มเี นื้อเยื่อใบเหลือติดอยจู ะทําใหเวลายอ มสีไมส มํ่าเสมอ ไมส วยงาม
3. นาํ เสน โครงใบไมไ ปลา งใหส ะอาดอกี ครง้ั
ใบไมทําใหสวย 14
กิจกรรมที่ 5
ใหทานทดสอบในการลงมือปฏิบัติการขัดใบยางพาราและใบโพธ์ิ
ตามวิธีการท่ีไดศึกษาข้ันตอนการขัดใบยางพาราและใบโพธ์ิ พรอมบันทึก
ตามรายการ
1. วัสดุอุปกรณตางๆที่ใชใ นการขัดใบไม......................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
2. ปริมาณใบไมท ี่ใชขัด..................................กิโลกรัม
3. ปริมาณเสน โครงใบที่ไดจากการขัดใบไม. ..................................กิโลกรัม
4. ความแตกตางในการขัดใบยางพาราและใบโพธ์ิ........................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
5. ลักษณะเสน โครงใบยางพารา
5.1 สี..........................................................................................................
5.2 ความออ นนุม.......................................................................................
5.3 ลวดลายและความงดงาม....................................................................
6. ลกั ษณะเสน โครงใบโพธ ์ิ
6.1 สี..........................................................................................................
6.2 ความออ นนุม.......................................................................................
6.3 ลวดลายและความงดงาม....................................................................
7. ความยากงายในการขัดใบไมแตละชนิด....................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
ใบไมทําใหส วย 15
การฟอกเสนโครงใบไม
หลังจากขัดเอาเนื้อเย่ือใบออกแลว ตองนาํ เสนโครงใบไมที่ไดไปลางน้ํา
เอาเนอื้ เยอ่ื ใบทอี่ าจจะหลงเหลอื ตดิ อยทู เี่ สน โครงใบไมอ อกใหห มด เสน โครงใบไมท ผ่ี า น
ขน้ั ตอนการขดั แปรงแลว ยงั มีสเี ขยี วปนเหลอื งไมข าวใส จึงจาํ เปนตองนาํ ไปฟอกในนาํ้
ผสมน้ํายาไฮเตอร เพ่อื ใหไ ดเสน โครงใบไมที่ขาวสะอาด เหมาะแกการนําไปยอ มสีได
สวยงาม
วัสดุอปุ กรณ
1. เสน โครงใบไมท่ีทําความสะอาดแลว
2. กะละมังพลาสติก 2 ใบ
3. น้ํายาไฮเตอรข วดใหญ 1 ขวด
4. นํา้ สะอาดพอประมาณ
วิธีทาํ
1. ตวงนาํ้ 10 สว น (โดยปริมาตร) ใสล งกะละมังพลาสตกิ เติมน้ํายา
ฟอกขาวไฮเตอร 1 สวน (โดยปรมิ าตร) ลงผสมคนใหเ ขากัน
2. นําเสนโครงใบไมที่เตรียมไวมาวางเรียงซอนๆ กันลงในสวนผสม
ท่ีเตรยี มไว แชทิ้งไวนาน 6 - 12 ชั่วโมง จนขาวสะอาด ถายงั ไมข าวใหเติมนาํ้ ยาไฮเตอร
ลงไปอีก 1 สว น แชตอจนกวา เสนโครงใบไมจะขาวสะอาด
3. นําเสน โครงใบไมม าลา งนา้ํ ใหส ะอาดจนหมดกลนิ่ นา้ํ ยาไฮเตอร กอ นนํา
ไปผ่ึงลมใหแหง หามนาํ เสนโครงใบไมท ี่ฟอกแลว ไปตากแดดจะทําใหเ สนโครงใบไม
กรอบหกั งาย ถาลางไมส ะอาดจะทําใหเสนโครงใบไมยอมสไี มต ดิ ทนนาน สจี างเร็ว
ใบไมท าํ ใหส วย 16
การเก็บรกั ษาเสนโครงใบไม
เสนโครงใบไมควรทําเก็บไวใชคราวละมากๆ ในฤดูกาลที่ขาดแคลน
ใบไมสด หรือจะนําเสนโครงใบไมจําหนายใหกับผูที่ตองการซื้อไปทําดอกไม
โดยมีข้ันตอนการเกบ็ รกั ษาเสน โครงใบไม ดงั ตอไปนี้
1. เสน โครงใบไมท ข่ี ดั แปรงทําความสะอาดแลว ไมต องนาํ ไปฟอกใหข าว
ใหนําไปผึ่งลมใหแหง เก็บใสถงุ พลาสตกิ ทไ่ี มม รี อยฉีกขาด มดั ปากถุงใหแนน เพ่อื กนั
ความชื้น และแมลงเขา ทาํ ลาย กอนนาํ ไปใชจึงจะนาํ เสน โครงใบมาฟอกใหขาว
2. เสน โครงใบทผ่ี า นการฟอกขาวแลว นาํ มาใสถ งุ พลาสตกิ ทใ่ี หมไ มม รี อย
ฉีกขาดมัดปากถุงใหแนน ปองกันความช้ืนและแมลงเขาทําลาย เสนโครงใบไมท ่ี
ฟอกขาวแลว เมอ่ื เกบ็ ไวน านๆ จะเปลย่ี นเปน สอี อกเหลอื ง ขนุ มวั กอ นนาํ ไปยอ มสตี อ งนํา
เสนโครงใบมาฟอกขาวใหมอ กี คร้ัง
กจิ กรรมที่ 6
ใหทานปฏิบัติการฟอกใบไม แลวบันทึกผลการปฏิบัติตามรายการ
ดังตอไปนี ้
1. เสนโครงใบไมท ่ีฟอกมีจํานวน.....................................................กิโลกรัม
2. ลักษณะของเสนโครงใบไมกอ นฟอก........................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
3. ปริมาณน้ําท่ีใช. ...................................................................................ลิตร
4. ปริมาณน้าํ ยาไฮเตอรท ่ีใช...........................................................................
5. ระยะเวลาที่ใชในการฟอกเสนโครงใบไม.......................................ช่วั โมง
6. หลังจากฟอกเสนโครงใบไมแลวเก็บรักษาไวโดย.....................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
ใบไมทําใหสวย 17
กิจกรรมที่ 7
จงทําเคร่ืองหมาย (ü) หนาขอท่ีเห็นวาถูก และเครื่องหมาย (û)
หนาขอ ทเ่ี หน็ วาผดิ
(.........) 1. ใบโพธทิ์ ่ีนํามาใชควรจะเปน ใบที่มีลกั ษณะหางใบยาว
(.........) 2. ใบยางพาราใชเวลาในการตม นานกวา ใบโพธ์ิ
(.........) 3. ใบยางพาราตม เสรจ็ แลว ตองหมกั ไว 1 คนื กอนขดั ฟอก
(.........) 4. ใบโพธ์หิ ลังตม แลว ตอ งหมักไว 1 สปั ดาห กอ นขดั ฟอก
(.........) 5. การตมใบไมควรใชภ าชนะท่เี ปนอลูมเิ นียมตม
(.........) 6. ในการตม ใบไมจ ะตอ งเติมสบูกรดหรือสบซู ันไลตล งไปดว ย
(.........) 7. ใบยางพาราที่ตมแลว ตองนาํ ไปหมักกับนาํ้ ยาไฮเตอรก อนถงึ จะ
ขดั เอาเนอ้ื เยอ่ื ออกได
(.........) 8. ใบโพธ์ทิ ตี่ ม แลว นาํ ไปขดั เอาเนอื้ เยอื่ ออกไดเ ลย
(.........) 9. การทาํ เสน โครงใบโพธ์นิ อกจากใชว ธิ ตี มแลว ยงั สามารถใช
วิธหี มักกับนาํ้ ดา งข้ีเถาได
(.........) 10. เสนโครงใบไมท ่ีฟอกขาวแลวตอ งนาํ ไปตากแดดใหแหง
กอ นนาํ ไปยอ มสี
ตอนที่ 3
การผสมสีและการยอมส ี
เสนโครงใบไม
สาระสําคัญ
1. สที ีใ่ ชย อมเสน โครงใบไมตอ งมีลกั ษณะที่ดหี ลายอยา ง
2. สีที่ใชยอมเสนโครงใบไมมีหลายชนิดและยอมไดหลายแบบ
3. สีทใ่ี ชย อ มเสน โครงใบไมต อ งผสมใหถ กู ตอ งตามข้นั ตอน
4. การยอ มสใี บไม ทําไดท งั้ ยอ มเสนโครงใบไมแบบแหง
และแบบเปยก
จุดประสงคการเรียนร ู
เมอ่ื ผเู รยี นศกึ ษาตอนที่ 3 จบแลว สามารถ
1. บอกลกั ษณะทด่ี ขี องสที ่ีใชยอมเสน โครงใบไมไ ด
2. อธิบายถงึ ชนดิ ของส ี และสขี องดอกไมแ บบตางๆไดถูกตอ ง
3. ผสมสเี พอ่ื ยอ มเสน โครงใบไมไ ด
4. สามารถยอ มสเี สน โครงใบไมไ ด
ขอบขายเนื้อหา
1. ลักษณะท่ีดีของส ี
2. ชนดิ ของสยี อ ม
3. การผสมสี
4. การยอ มสี
ใบไมทําใหสวย 19
ตอนท่ี 3
การผสมสีและการยอมสี
เสนโครงใบไม
ลักษณะที่ดีของสีท่ีใชยอมเสนโครงใบไม
1. ราคาไมแ พง
2. เปน สผี งสําหรับละลายน้าํ
3. ไมเ ปลอื งเนอ้ื ส ี
4. ติดทนนาน สีไมตก
5. เม่อื ตม แลวใหสีสันสดใสตรงตามความตอ งการ
6. ใชส ะดวก หาซ้ือไดง า ย
ชนิดของสีที่ใชยอมเสนโครงใบไม
1. สียอมไหม ลักษณะของเน้ือสีเปนผงละเอียด ละลายในน้ําอุนท่ีผสม
เกลือปน ลงไปเล็กนอย ยอมเสนโครงใบไมไ ดส ีสวยงามและติดทนนาน สีเปน มนั เงา
สีไมต กซดี ไมจ างงา ย แตร าคาตอกโิ ลกรัมแพงกวาสีชนดิ อื่นๆ
ใบไมท ําใหส วย 20
2. สยี อ มกก ลักษณะของเน้ือสีเปนผงละเอียดใชละลายในน้ําอนุ เพ่อื ยอ ม
กกสาํ หรับทาํ เสือ่ กกใหส สี ันสวยงามติดทนนาน ไมซดี งา ย ใชในปริมาณนอย แมว า
จะมรี าคาคอ นขางแพงแตเ ปน สที ่ีใชยอมเสนโครงใบไมไ ดสวยงาม มีทั้งแบบแมสีและ
สผี สม
3. สียอ มผา ลักษณะของเนื้อสีเปน ผงละเอียด ละลายไดดใี นน้าํ อนุ ใชย อ ม
ผา ใหสสี นั สวยงามเชนเดยี วกับสยี อมกก บรรจุเปน ซองเลก็ ๆ ราคาไมแ พง มีขายตาม
ทองตลาดทัว่ ไป คือ สีเยอรมนั ยอ มผา
4. สีสเปรย เปนสีนาํ้ บรรจุกระปองแรงดัน มขี ายอยูท่ัวไปตามทองตลาด
เปนสีที่ใชพนลงไปบนเสนโครงใบไม หรือดอกไมใหมีสีสันสวยงาม มีหลากสี
ใชสะดวกแตคอ นขา งสน้ิ เปลอื ง ราคาแพง และใหสีไมคอ ยนมุ นวลเทา ทีค่ วร
5. สีใสอาหาร ลักษณะของสเี ปนสีนาํ้ บรรจุขวดขนาดเล็ก เปน สีสาํ หรับ
ใสอ าหาร มหี ลายส ี เวลาใชผ สมกบั นา้ํ เพอื่ ใชย อ มดอกไมไ ดเ ลย ใชส ะดวกและไมเ ปลอื ง
ราคาไมแพง แตเ ปน สยี อ มเสน โครงใบไมค ณุ ภาพต่ําทส่ี ุดเพราะสไี มส วย ขนุ หมอง ไดส ี
ไมคอ ยตรงกับความตอ งการ ซีดจางเร็ว
ใบไมท าํ ใหส วย 21
กิจกรรมท่ี 8
ใหทานสํารวจ ชนิดของสีที่ใชย อมเสนโครงใบไมที่มใี นตลาดทองถิ่น
ของทา น ตามท่ีไดศ ึกษาจากชดุ วิชาใบไมทาํ ใหสวย แลวนําผลการสาํ รวจของ
แตละทานมาอภิปรายกลุม ตามหัวขอดังตอไปนี้ แลว บันทกึ ผลการอภิปราย
ใหล ะเอยี ด
1. สียอมท่ีหาไดในตลาดทอ งถ่นิ ไดแ ก.........................................................
2. สยี อมท่ีหาไดใ นตลาดใกลเคียง ไดแ ก.......................................................
3. ราคาของสีแตละชนิด................................................................................
..........................................................................................................................
4. บอกขอด-ี ขอ เสยี ของสยี อ มแตละชนดิ ตามท่ไี ดอ ภิปรายกลมุ
ชนดิ ของสี ขอ ดี ขอ เสยี
1. สยี อ มไหม
2. สยี อ มกก
3. สยี อ มผา
4. สสี เปรย
5. สใี สอ าหาร
ใบไมทําใหส วย 22
สีของดอกไม
สขี องดอกไม แบงเปน 3 แบบ
1. แบบสีเดียว
เชน สเี หลือง ชมพู สม แดง มว ง
เปนตน เสนโครงใบไมจะถูกนํามายอม
ในสีที่ละลายในนํ้าอุน เติมเกลือเล็กนอย
เพ่ือใหติดทนนานย่ิงขึ้น ไดเสนโครงใบ
สีคอนขางเขมสวยงาม สดใสนิยมยอม
เสนโครงใบไมท่มี ขี นาดเล็ก เพ่ือนาํ ไปทํา
เปนดอกไมขนาดเล็ก
2. แบบสีออ น - แก
เชน สเี หลอื งออ น - แก , ชมพอู อน -
แก , สมออน - แก หรือมวงออน - แก
ในเสน โครงใบอนั เดยี วกนั เพอื่ ไลส สี นั ของ
กลีบดอกไมใหสวยงามยิ่งข้ึน อาจจะยอม
สี อ อนไว บริ เวณเส นโค รงใบไม ที่ จะ ให
เป นส วนโค นกลี บหรื อปลายกลี บก็ ไ ด
เสน โครงใบไมเ ปน สอี อ นใส นมุ นวล นยิ ม
ยอ มสเี สน โครงใบยางพารา และใบโพธขิ์ นาดใหญ เพอื่ ทาํ ดอกไมขนาดมาตรฐานทวั่ ไป
ดอกไมท ี่ใชจ ัดเขาภาชนะแกวเปนชอใหญหรือการทาํ ชอดอกไม
ใบไมทาํ ใหสวย 23
3. แบบหลายส ี แบง เปน 2 แบบ คือ
3.1 แบบ 2 ส ี เชน สเี หลือง - สม ,
เหลอื ง - แดง , เหลือง - ชมพู , เหลอื ง -
มว ง , ชมพู - มว ง เปนตน ยอมเปน สอี อ นใส
เม่ือนําเสนโครงใบไมท่ียอมสีแลว ไปทาํ
ดอกไมจะใหส ีสนั สวยงามมาก คลา ยคลึง
ดอกไมสด นิยมใชยอมใบยางพาราและ
ใบโพธเ์ิ พอ่ื ทาํ ดอกไมข นาดมาตรฐานทวั่ ไป
3.2 แบบ 3 ส ี เชน สเี หลอื ง - มวง - มว งเขม , ชมพู - โอโรส - สม เปน ตน
ในการยอมสีเสน โครงใบไมในลกั ษณะน้ี ตองอาศัยความชํานาญและใชพูกัน เขาชวย
การไลส ขี องเสน โครงใบไม จะตอ งกลมกลนื ไดจ งั หวะสม่ําเสมอ จงึ จะสวยงาม นยิ มใช
ยอ มใบยางพาราและใบโพธ์ ิ เพื่อทาํ ดอกไมข นาดมาตรฐานและขนาดเล็ก เพื่อใสภาชนะ
ต้งั โชวห รือใสภาชนะขนาดเล็กเปนของชํารวย
การผสมสียอมเสนโครงใบไม
วัสดแุ ละอปุ กรณในการผสมส ี
1. เตา 1 ลูก
2. หมอขนาดกลาง 2 ใบ
3. แกวน้ํา 1 ใบ
4. หลอดกาแฟ,หลอดยาคูลท 1 อนั
5. น้ําสะอาด
6. สยี อ ม
7. เกลอื ปน 1 หอ
ขน้ั ตอนการผสมสยี อ ม
1. เอานาํ้ ใสหมอ 2 ใบ ประมาณครึ่งหมอยกขึ้นต้ังไฟออนๆ ใหน้ํารอน
แตไ มเดือด เตมิ เกลือปน ลงไปประมาณ 1 ชอนชา
2. ตักนา้ํ อุนใสแ กวประมาณครึง่ แกว
ใบไมทาํ ใหส วย 24
3. ใชหลอดเล็กๆขนาดหลอดยาคูลทจ้ิมลงในผงสี นําไปจุมลงในแกว
คนใหสลี ะลายจนไดส ตี ามตองการ
4. เทนํา้ สีในแกว ลงไปในหมอ น้าํ อุน จดั จะไดส ที ่ีเจือจางลง
5. นาํ เสน โครงใบไม 1 อัน ลงยอ มในหมอสเี พ่ือทดสอบความเขม ของสี
ใหอ ยใู นระดับทสี่ วยงาม
6. ถาสีเขมไปใหเติมนํ้าสะอาดลงในหมอสีทีละนอย ถาสีออนเกินไป
ใหเติมน้ําสีท่ีผสมไวในแกวลงไป และใชเสนโครงใบท่ียังไมไดยอมสีทดสอบ
ความออนแกของสีจนไดส ตี ามที่ตอ งการ
การยอมสีเสนโครงใบไม
แบงไดเ ปน 2 แบบ คอื
1. การยอ มสเี สน โครงใบไมแ หง
2. การยอ มสเี สน โครงใบไมเ ปย ก
วสั ดอุ ปุ กรณ
1. คีมคีบน้ําแข็ง
2. กระดาษหนงั สือพมิ พ
3. เสน โครงใบไม
การยอ มแหง สเี ดยี ว
1. ละลายสลี งในนาํ้ ตามข้ันตอนการผสมสียอ ม
2. นาํ เสนโครงใบไมมาเรียงซอนกัน พับคร่ึงตามความยาวของเสนโครง
ใบไม ใชค ีมคีบนํา้ แขง็ หนีบเสนโครงใบไมเ พือ่ นาํ ลง ในหมอสียอมท่เี ตรยี มไว
3. หลังจากยอมสีแลว จะไดโครงใบไมสีเดียว นําวางบนกระดาษ
หนังสอื พิมพ ผึ่งลมใหแหง หามตากแดด เม่ือแหงแลว เก็บไวใชท าํ ดอกไมตอไป
ใบไมท ําใหสวย 25
การยอมแหง สเี ดียว ออ นแก
1. ทําการยอมสีออน เชน สีเหลอื งออ น หรือสที ่ตี อ งการแลว พักไว
2. ผสมสเี ดมิ ใหเปนสแี ก นาํ เสน โครงใบไมท ย่ี อ มสแี ลว ในขอ 1 นาํ มายอ ม
เฉพาะขอบใบเทา นนั้
3. เมื่อเสร็จแลว จะไดสอี อ นแกไ ลสีกนั อยางสวยงาม นาํ ไปวางผึ่งลมบน
กระดาษหนังสอื พมิ พใหแหง แลว เก็บไวใชต อ ไป
การยอมแหง 2 ส ี
1. ทาํ การยอ มตามขน้ั ตอนของสเี ดยี ว ทงั้ 3 ขน้ั ตอน
2. ใหนาํ เสนโครงใบไมท ่ียอมสีแรกและแหงดีแลว มาพับคร่ึง ใชคีมคีบ
น้าํ แขง็ หนบี เสน โครงใบไม นาํ ลงยอ มสที สี่ อง โดยใหต ดิ เฉพาะขอบใบ กจ็ ะไดเ สน โครง
ใบไมท ม่ี สี องสี
3. นาํ วางบนกระดาษหนังสอื พมิ พ แลว ผง่ึ ลมใหแหง
การยอ มเสนโครงใบไมแ บบเปยก 2 ส ี
1. นําเสน โครงใบไมมาจมุ นํ้าสะอาดใหเ ปยกทว่ั กัน
2. นาํ ลงยอ มในสอี อ นทเี่ ตรยี มไว
3. ผสมสีอกี 1 ส ี ตามตอ งการ แลว นําเสน โครงใบไมม ายอ มเฉพาะขอบใบ
จะไดเ สน โครงใบไม 2 สี โดยสีจะไหลเขา หากันสวยงาม
4. นําวางลงบนกระดาษหนงั สือพิมพ แลวผึ่งลมใหแหง
ใบไมทําใหสวย 26
กิจกรรมที่ 9
ใหท า นปฏบิ ัตกิ ารยอ มสี ตามทไี่ ดศ กึ ษาจากชุดวชิ า พรอ มทง้ั จดบนั ทกึ
ตามรายละเอียด ดังตอ ไปน้ี
1. สีท่ีเลือกใช.................................................................................................
2. วัสดุอุปกรณตางๆที่ใช...............................................................................
...........................................................................................................................
3. จํานวนเสนโครงใบไมท่ีใชยอ ม....................................................กิโลกรมั
4. ขั้นตอนการยอมสี.......................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
5. ผลของการยอมสี........................................................................................
...........................................................................................................................
กิจกรรมที่ 10
จงทําเคร่ืองหมาย (ü) หนาขอที่เห็นวาถูก และเคร่ืองหมาย (û)
หนาขอ ทเ่ี ห็นวาผดิ
(.........) 1. สยี อ มเสน โครงใบไมท ดี่ ีทส่ี ดุ คอื สยี อมกก
(.........) 2. สยี อมผา เปน สยี อมทด่ี ีแตห าซอื้ ยาก
(.........) 3. สสี เปรยหางาย สีสวย เหมาะจะเปน สยี อ มเสนโครงใบไม
(.........) 4. สีใสอ าหาร ไมเ หมาะทจี่ ะนาํ มายอมเสน โครงใบไม
(.........) 5. สขี องกลีบดอกไม แบง ไดเปน 3 แบบ คือ สเี ดยี ว , หลายสี ,
สตี างกัน
(.........) 6. เสน โครงใบทผี่ านการยอ มสแี ลว หามนาํ ไปตากแดด
(.........) 7. ในการผสมสีเพอื่ ยอ มเสน โครงใบไมท กุ ครั้งตอ งเตมิ เกลอื ปน ลง
ไปดวย
(.........) 8. ภาชนะและเครอ่ื งใชในการผสมส ี หา มใชป ะปนกนั หลายสี
(.........) 9. การยอ มสเี สน โครงใบไมแ บบแหง ใชใ นการยอ มสีหลายส ี
(.........) 10. ตองเก็บตัวอยา งเสน โครงใบไมย อ มสไี วเ ปน ตัวอยา ง
ตอนท่ี 4
การประดษิ ฐดอกไม
จากเสนโครงใบยางพาราและใบโพธ์ ิ
สาระสําคัญ
1. เสน โครงใบยางพาราและใบโพธ ิ์สามารถนํามาประดษิ ฐเ ปน
ดอกไมไดหลายชนดิ
2. ดอกกหุ ลาบจากใบยางพาราและใบโพธิ์ สามารถนําไป
ดดั แปลงเปน ของชํารว ย , ของที่ระลึก และเครอื่ งประดบั
อ่ืนๆ ได
3. การประดิษฐด อกไมแตละชนิด จากใบยางพาราและใบโพธ์ิ
มวี ิธีทําหลายขน้ั ตอน และแตกตางกนั ในดอกไมแ ตล ะชนิด
4. เม่อื นําดอกไมม าผูกเปนชอ จะทําใหเกดิ ความสวยงามยง่ิ ขึ้น
จุดประสงคการเรียนรู
เมอื่ ผเู รียนศกึ ษาตอนท ี่ 4 จบแลวสามารถ
1. บอกชนดิ ของดอกไมท่ีทําจากใบยางพาราและใบโพธ์ิได
2. ประดิษฐดอกไมจ ากใบยางพาราและใบโพธิ์ได
3. ประดษิ ฐข องชาํ รว ย ของท่รี ะลกึ จากใบยางพารา
และใบโพธ์ไิ ด
4. ผกู ชอดอกไมไ ดถูกตอ ง
ขอบขายเนื้อหา
1. ชนดิ ของดอกไม
2. การประดิษฐดอกกุหลาบ
3. การประดิษฐของชาํ รวย
4. การผกู ชอ ดอกไม
ใบไมท ําใหส วย 28
ตอนท่ี 4
การประดษิ ฐดอกไม
จากเสนโครงใบยางพาราและใบโพธิ ์
ใบยางพาราและใบโพธิ์ สามารถนํามาประดิษฐเปนดอกไมไดหลายชนิด
ตามความคดิ สรา งสรรคของผปู ระดิษฐ ในทน่ี จี้ ะแนะนําขนั้ ตอนการประดษิ ฐดอกไมไ ว
3 ชนดิ ซ่งึ เปนดอกไมที่นิยมทาํ จากใบยางพาราและใบโพธิ์ คอื
1. ดอกกุหลาบ
2. ดอกครสิ ตมาส
3. ดอกลิลล่ี
1. ดอกกหุ ลาบ
ใบไมสามารถผลติ เปน ดอกกหุ ลาบได 5 แบบ
1. กุหลาบตูม
2. กุหลาบตมู แยม
3. กุหลาบแยม
4. กุหลาบบาน
5. กุหลาบบานใหญ
ใบไมทําใหสวย 29
วัสดุอปุ กรณ
1. คีมตัดลวด
2. ลวดเบอร 8
3. กระดาษสา
4. กระดาษทิชช ู
5. เสน โครงใบไมท ยี่ อ มสแี ลว
6. ดา ย เบอร 8
7. ใบไมป ระดิษฐ เบอร 4 และเบอร 6
8. กลีบเล้ียงสําเร็จรปู
9. ฟลอรา เทป
10. กาว
11. กรรไกร
12. ไมก ลมสาํ หรับมว นกลีบดอก
วธิ ีทํากุหลาบตมู
1. ตัดลวดยาวประมาณ 18 นวิ้ งอปลาย
ลวดดานใดดานหนึ่ง นําเสน โครงใบไมมาตัด
แยกเปน 2 ซีก แลวนาํ เสนโครงใบไม 1 ซีก
มาหุมปลายลวดที่งอไวมัดดว ยดา ยใหแนน
ใบไมทาํ ใหสวย 30
2. นําเสน โครงใบอีก 2 ซีก มามวนให
แหลมแบบกรวย หุมเสนโครงใบไมท่ีปลาย
ลวด มัดดวยดายท่ีปลายฐานกรวยใหแนน
กุหลาบตูมนั้นจะใชเสนโครงใบไม 3 กลีบ
ดอก
3. ตดิ กลบี เล้ียงสําเรจ็ รูป 5 กลีบ
4. พันกานดวยกระดาษทิชชูที่ตัดไวเปน
ร้ิว พันตั้งแตปลายกลีบเลี้ยง จนถึงปลายกาน
ลวด
5. พนั ดวยกระดาษสาอีกช้ันหน่ึง
6. พนั ฟลอราเทป พรอ มตดิ ใบประดษิ ฐ
โดย 1 กานจะตดิ 2 ใบ
วิธีทํากหุ ลาบตมู แยม
1. ทาํ เชนเดียวกับกุหลาบตูม แตจะเพิ่ม
กลีบดอกอีก 2 กลบี โดยกลบี ดอกที่เพ่ิมเปน
กลีบท่ีมวนปลาย
2. พันกาน และติดใบเชนเดียวกับ
กุหลาบตูม
วธิ ีทํากุหลาบแยม
1. ทําเชน เดียวกบั กุหลาบตมู แยม แตจ ะ
เพมิ่ กลบี ดอกอกี 2 กลีบ นั่นคือจะมกี ลบี ดอก
มว นปลาย เปน 4 กลบี
2. พันกาน และติดใบเชนเดียวกับ
กุหลาบตูม
ใบไมท ําใหส วย 31
วธิ ีทาํ กุหลาบบาน
1. ทําเชน เดียวกับกุหลาบแยม แตจ ะเพม่ิ
กลบี ดอกอีก 5 กลบี นั่นคอื จะมีกลีบดอกมว น
ปลายเปน 9 กลบี
2. พันกาน และติดใบเชนเดียวกับ
กุหลาบตูม
วธิ ีทํากุหลาบบานใหญ
1. ทําเชนเดียวกับกุหลาบบาน แตจะ
เพิ่มกลีบดอกอีก 3 - 6 กลีบ นั้นคือจะม ี
กลีบดอกมวนปลาย จํานวน 12 - 15 กลีบ
แลวแตตองการบานใหญขนาดใด กุหลาบ
บานใหญเ ปนกุหลาบที่มขี นาดใหญท ่ีสดุ
2. พันกาน และติดใบเชนเดียวกับ
กุหลาบตูม
ใบไมทาํ ใหส วย 32
กิจกรรมท่ี 11
ใหทานปฏิบัติการทําดอกกุหลาบแบบตางๆ ตามวิธีการท่ีไดศึกษามา
แลวนําผลการปฏบิ ตั มิ าเขยี นสรปุ ตามหวั ขอ ดังตอ ไปน ้ี
วัสดุอุปกรณ ท่ีใชทาํ ดอกกุหลาบ................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
ขน้ั ตอนการทําดอกกุหลาบแบบตางๆ ดังน ี้
1. การทําดอกกุหลาบตูม................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
2. การทาํ ดอกกุหลาบตูมแยม.........................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
3. การทําดอกกุหลาบแยม..............................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
4. การทาํ ดอกกุหลาบบาน.............................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
5. การทาํ ดอกกุหลาบบานใหญ......................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
ใบไมท ําใหส วย 33
2. ดอกครสิ ตม าส
วัสดุอปุ กรณ
1. เสน โครงใบยางพาราขนาดเลก็ - กลาง ยอ มสีแดงสด
2. เสน โครงใบยางพาราขนาดกลาง ยอมสีเขียวใบไม
3. อุปกรณท ําดอกไม (ลวด , กาว , กรรไกร , ดาย , คีมปากจิง้ จก , ฟลอราเทป)
4. เกสรดอกไมส าํ เร็จรปู หรอื เกสรทท่ี ํามาจากวสั ดุธรรมชาติ เชน เมล็ดสน
5. กานลวดหมุ กระดาษสเี ขยี ว 1 มดั
วิธีทาํ
1. ตดั ลวดยาว 24 นวิ้ งอปลายดานหนงึ่ มดั เกสรสาํ เรจ็ รูปหรือเมลด็ สนดว ยดา ย
ใบไมท ําใหสวย 34
2. นําเสนโครงใบยางพาราขนาดเล็ก
ที่ยอมสีแดงสด ไมตองตัดเสนกลางใบออก
นาํ มามัดเรียงรอบกานๆ ติดเกสรประมาณ 4
กลีบ จะไดกลบี ดอกชน้ั ท ่ี 1 ทําชน้ั ท ี่ 2 โดย
นําเสนโครงใบขนาดเลก็ 4 ใบ มามดั เรียงกนั
ระหวางกลีบชัน้ ท่ ี 1 ใหส วยงาม
3. ทําชน้ั ท่ ี 3 และ 4 โดยนําเสนโครง
ใบขนาดกลางมัดเรียงกันระหวางกลีบดอก
ชั้ นท่ี 2 , 3 พันฟลอราเทปลงมาตาม
กานยาวประมาณ 1 นว้ิ
4. นําใบยางพาราขนาดกลางท่ี ย อม
สเี ขยี วไมต อ งตดั เสน กลางใบออก ตดิ กา นลวด
สาํ เรจ็ สเี ขยี วตามแนวเสน กลางใบยาวประมาณ
6 นิ้ว นํามาตดิ รอบๆกานดอก 3 - 4 ใบ
ประมาณ 3 - 5 ชั้น โดยจัดวางเรียงสลับ
ระหวางใบใหสวย แลวพันดวยฟลอราเทป
ตลอดกานดอกใหเ รยี บรอ ย
ใบไมท ําใหสวย 35
3. ดอกลิลลี่
วสั ดอุ ปุ กรณ
1. เสน โครงใบยางพารายอมสสี ําหรบั ทําดอกลิลล่ี (ยอมแบบหลายส)ี
2. อุปกรณทาํ ดอกไม ไดแก ลวดเบอร 18 , กาว , กรรไกร , คีม , กระดาษสา,
ดา ยหลอดเบอร 8 , กลีบเลี้ยงและฟลอราเทปสีเขียวเขม
วิธีทํา
1. ยอ มสเี สน โครงใบยางพาราแบบยอ มเปย กสชี มพเู ปน พน้ื และสชี มพเู ขา บรเิ วณ
เสนกลางใบ รอใหหมาดแลวใชพูกันเบอร 1 จุมสีมวง แดง แตมเปนจุดกระจาย
จากโคนใบประมาณ 10 - 15 จุด
2. ตัดลวดยาวประมาณ 24 - 32 นิ้ว
งอปลายดานหน่งึ แลวนําเกสรสําเร็จมามดั กับ
ปลายลวดท่ีงอไว เสร็จแลวนําลวดสําเร็จ
สเี ดยี วกับกลีบดอก มาติดกับเสน โครงใบไม
ตรงเสน กลางใบ
ใบไมทาํ ใหสวย 36
3. นําเสนโครงใบยางพาราที่ยอมสีแลว
โดยไมตองตัดเสนกลางใบออก มามวนพัน
ทับปลายลวดที่งอไว โดยบริเวณโคนกลีบ
มดั ดวยดายใหแ นน
4. ใสก ลบี ที่ 2 , 3 , 4 รอบๆ โดยจดั โคน
กลบี เกยกันเล็กนอ ย
5. พั นก านดอกด วยกระดาษทิ ชชู
กระดาษสาและตัดเปนร้ิวกวางประมาณ 1
เซนตเิ มตร แลวพันทับดว ยฟลอราเทป
ใบไมท าํ ใหส วย 37
ใบไมทาํ ใหส วย 38
การประดิษฐของชํารวยและของที่ระลึก
สามารถนําเอาเสนโครงใบไมไปประดิษฐเปนของชํารวย หรือของท่ีระลึกได
โดยตรง หรือทําดอกกุหลาบขนาดเล็กหรือขนาดมาตรฐานไปจัดลงในภาชนะแกว
กลองพลาสติก กระเชารูปทรงตางๆ นาํ มาประดิษฐเปนบุหงารําไปหรือนํามาจัดเปน
ชอดอกไมไดหลายรูปแบบ ตามความประสงคข องผูประดิษฐ
การประดิษฐบหุ งาราํ ไป
วสั ดอุ ปุ กรณ
1. กลีบดอกไมแ หง 2 ขีด
2. แถบลูกไม 1 มวน
3. เสนโครงใบโพธ์ขิ นาดเลก็ ไมยอ มสี 50 ใบ
4. รบิ บนิ้ ผาเสนเล็ก 1 มว น
5. ดอกกหุ ลาบจากริบบิ้นผา 25 ดอก
6. กาวแทง 10 แทง
7. ปน ยิงกาวไฟฟา 1 อนั
วิธีทํา
1. เลอื กเสนโครงใบโพธิ์ ท่ยี ังไมย อ มสขี นาดเทา ๆ กัน 2 ใบ นาํ มาประกบกัน
ดว ยกาวแทง บรเิ วณขอบใบ เวน ชอ งไวเ ลก็ นอ ย ตรงรอยเวา ดา นบนของเสน โครงใบโพธิ ์
ใบไมท ําใหส วย 39
2. ใสก ลบี ดอกไมแหงลงในถุงเสน โครงใบโพธ์ิพอประมาณ
3. ตดั รบิ บิ้นผา เสน เลก็ ยาวประมาณ 4 - 5 นิว้ นาํ มาสอดลงในชอ งเสน โครงใบ
ที่เวนไวแลวติดกาว
4. ติดแถบลูกไมบริเวณขอบถุงบุหงาใหรอบ ติดดอกกุหลาบริบบ้ินผาหรือ
โบวร ิบบ้ินผาเล็กๆ กบั ปลายหหู ว้ิ ถุงบุหงา นาํ ไปอบเทยี นหอมอกี ครงั้
การประดษิ ฐข องที่ระลึก
วสั ดอุ ปุ กรณ
1. ภาชนะบรรจุ เชน กลองพลาสติก , ตลับแกว , โหลแกว อยางละ 1 ช้ิน
2. ดอกกุหลาบจากใบยางพาราและใบโพธ์ิขนาดเล็ก
3. ดอกจบิ โซฟล ลาประดษิ ฐ 3 - 5 ชอ
4. ดอกหญาแหงพอประมาณ
ใบไมท าํ ใหส วย 40
5. กาวแทง
6. ฟลม พลาสตกิ ใส
7. ปน ยิงกาวไฟฟา 1 อัน
8. ดน้ิ ทองหรือเงนิ พอประมาณ และเสน โครงใบไมไมย อ มส ี
วิธีทํา
1. เตรยี มดอกกุหลาบจากใบยางพารา หรือใบโพธทิ์ ตี่ ัดกา นดอกออก
2. นาํ เสนโครงใบไมที่ยังไมยอมสี ดอกหญาแหง ดอกจิบโซฟลลาประดิษฐ
ที่ตดั เปนชอ เล็กๆ วางลงในภาชนะพลาสติก ตลับแกว ทเ่ี ตรยี มไวแ ลว ทากาวรอใหแ หง
3. นําดอกกุหลาบท่ีเตรียมไว ทากาวดวยปนยิงกาวไฟฟาวางลงบนฐานดอก
ท่ที าํ ไวแลว ในขอ 2 แลว จัดแตง ใหส วยงาม
4. ปดปากภาชนะดวยฟล ม ขนาดเล็ก ดงึ ใหต ึงแลวปด ทับขอบฟล มพลาสตกิ ดว ย
ดิ้นทอง หรอื เงิน ชบุ กาวโดยรอบตดิ โบวรบิ บ้นิ ผาหรือไมก็ได
ใบไมทําใหสวย 41
การผูกชอดอกไม
1. ดอกกุหลาบจากใบยางพาราขนาดมาตรฐาน กานยาว 12 - 24 นิ้ว
จาํ นวน 10 - 142 ดอก
2. กระดาษตะก่ัว 2 - 3 แผน
3. กระดาษแกวหรือกระดาษสี 3 - 5 แผน
4. กระดาษลายลูกไม 3 - 5 แผน
5. ริบบ้ิน 1 มว น
6. เชือก
7. กรรไกร
ขนั้ ตอนการผกู ชอ ดอกไม
1. นําดอกกหุ ลาบขนาดมาตรฐาน กานยาวมามัดรวมกนั ดวยเชอื กใหแนน
2. นํากระดาษลายลกู ไม 1 แผน มาเจาะรูตรงกลาง แลว สอดกา นดอกกุหลาบ
ทีม่ ดั ไวล งในรู จนถงึ ฐานดอก แลว รวบกระดาษจับจีบใหสวย ผูกเชือกใหแนน
3. นาํ กระดาษแกวมาพับเปนรูปสามเหลี่ยมตัดสวนท่ีเกินออก เจาะรูตรงกลาง
แลวสอดกานชอดอกกุหลาบจนกระดาษแกวมาปดกระดาษลายลูกไม
4. พับกา นดอกดวยกระดาษตะก่ัว มดั ดวยเชอื กตรงใตกระดาษแกว
5. ตดั รบิ บนิ้ ยาวประมาณ 1 เมตร นํามาผกู ทบั เชอื กใหห มด แลว แตง ปลายรบิ บน้ิ
ติดโบวท บั รอยผกู ของรบิ บิน้
ใบไมท าํ ใหส วย 42
กิจกรรมท่ี 12
ใหทานปฏิบัติการประดิษฐดอกคริสตมาส, ดอกลิลลี่ , บุหงารําไป ,
และการผกู ชอดอกไมแ ลวบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ติ ามรายการตอ ไปนอ้ี ยา งละเอยี ด
ผลการประดิษฐดอกคริสตมาส..................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
ผลการประดิษฐดอกลิลลี่...........................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
ผลการทําบุหงารําไป..................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
ผลการผูกชอดอกไม...................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
ใบไมทาํ ใหส วย 43
กจิ กรรมที่ 13
จงทําเคร่ืองหมาย (ü) หนาขอท่ีเห็นวาถูก และเคร่ืองหมาย (û)
หนาขอ ท่ีเหน็ วาผดิ
(.........) 1. ดอกลิลล่ที ี่ทําจากใบโพธไิ์ มต ดั เสนกลางใบออก
(.........) 2. ดอกคริสตม าสตองใชเ สนโครงใบขนาดเลก็ เรียงกนั จากกลบี
ดอกเล็กไปหากลีบดอกใหญ
(.........) 3. ดอกคริสตม าสตองใสเ กสรสีขาว 10 - 15 กา นตอ ดอก
(.........) 4. บุหงาราํ ไปทาํ จากเสน โครงใบโพธท์ิ ย่ี งั ไมย อ มสี
(.........) 5. ดอกลลิ ล่ที าํ จากเสน โครงใบยางพาราทีย่ อ มสชี มพเู ปนสพี ้นื
(.........) 6. การทาํ ดอกลิลล่ไี มจําเปนตองใชฟลอราเทป
(.........) 7. ในการผกู ชอดอกไม จะใชดอกกุหลาบจากใบยางพารา หรอื
ใบโพธ์ ิ ขนาดมาตรฐานจาํ นวน 10 - 12 ดอก
(.........) 8. ในการผกู ชอดอกไมจะใชกระดาษแกว ท่พี บั เปนรูปสามเหลีย่ ม
เจาะรูตรงกลางสอดกา นดอกผูกใหสวย
(.........) 9. ในการผูกชอ ดอกไมจะตดิ โบวทบั รอยผกู ของรบิ บ้ิน
(.........) 10. ดอกลลิ ล่ีทําจากใบยางพาราเพียงอยางเดียว
ตอนที่ 5
การบรรจุหีบหอและการตลาด
สาระสําคัญ
1. การบรรจุหบี หอตองเลอื กใชว สั ดใุ หถ ูกตองสวยงาม และ
สะดวกในการขนสง
2. ดอกไมท ่บี รรจุหีบหอ แลว สามารถนาํ ไปจําหนา ยได
หลายรูปแบบ
จุดประสงคการเรียนร ู
เมอื่ ผูเรยี นศกึ ษาตอนที ่ 5 จบแลวสามารถ
1. บรรจุหบี หอดอกไมท ี่ผลิตจากใบไมได
2. จาํ หนา ยดอกไมท่ีผลิตจากใบไมได
ขอบขายเนื้อหา
1. การบรรจหุ บี หอ
2. การตลาด