The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ธุรกิจน้ำดื่ม

ธุรกิจน้ำดื่ม

ชุดวิชา 

ธุรกิจน้ําดื่ม 

ศูนยก ารศกึ ษานอกโรงเรยี นภาคตะวนั ออก 
สํานักบรหิ ารงานการศกึ ษานอกโรงเรียน 

กระทรวงศึกษาธิการ

คาํ นํา 

การประกอบธุรกจิ นาํ้ ดม่ื เพื่อจาํ หนา ย ผปู ระกอบการ 
จาํ เปน ตอ งมคี วามร ูความเขา ใจเกย่ี วกบั กระบวนการและขนั้ ตอน 
การผลิตเปนอยา งด ี เพราะอาชีพน้ีนํามาซ่ึงรายไดท มี่ น่ั คงและ 
สามารถยึดเปนอาชีพเล้ี ยงครอบครัวได    ปจจุบันน้ําดื่ม 
ในธรรมชาติที่ สะอาดและปราศจากเช้ื อโรค  สิ่ งเจือปน 
จะหาไดย ากขนึ้ ทกุ ขณะ 

ชดุ วิชานจ้ี ึงเปน ชดุ วิชาทเ่ี นนใหผทู ไ่ี ดศึกษาสามารถ 
นําความรูตางๆ ไปประกอบเปนอาชีพได  และขอขอบคุณ 
คณะกรรมการผลิ ตชุ ดวิ ชาและคณะกรรมการพั ฒนา 
และปรับปรุงหลักสูตร  ตลอดจนผูเกี่ยวของในการจัดทํา 
ชุดวิชานี้ทุกทาน และหวังเปน อยา งย่งิ วาชดุ วชิ าน้จี ะสามารถ 
อํานวยประโยชนใ หก บั ประชาชนทสี่ นใจไดเ ปน อยา งดี 

ศนู ยก ารศกึ ษานอกโรงเรยี นภาคตะวนั ออก

สารบญั  

หนา 
คาํ แนะนําการใชช ดุ วชิ า................................................................................................ก 
แบบทดสอบตนเองกอ นเรยี น........................................................................................ ข 
โครงสรา งชดุ วชิ า.......................................................................................................... ง 
ตอนที่1  แนวทางในการตดั สนิ ใจประกอบอาชพี ธรุ กจิ นา้ํ ดม่ื ....................................... 1 

ตน ทนุ การผลติ ............................................................................................... 2 
แหลง น้ํา ........................................................................................................ 5 
การตลาด........................................................................................................ 6 
การขออนญุ าตดาํ เนนิ การธรุ กจิ นาํ้ ดมื่ ............................................................. 7 
กจิ กรรมที่ 1 ................................................................................................. 11 
กจิ กรรมที่ 2 ................................................................................................. 12 
ตอนที่2  ความรทู ว่ั ไปเรอ่ื งนํ้า..................................................................................... 13 
แหลงน้ํา ...................................................................................................... 14 
คณุ ลกั ษณะของนา้ํ ....................................................................................... 15 
แนวทางในการเลอื กแหลง นํา้ ...................................................................... 19 
กจิ กรรมที่ 3 ................................................................................................. 21 
ตอนท่ี3  กระบวนการผลติ นาํ้ ดมื่ ................................................................................ 23 
อปุ กรณ  เครอื่ งมอื ในการผลติ ...................................................................... 24 
การปรบั คณุ ภาพนาํ้ ...................................................................................... 25 
การบรรจุ...................................................................................................... 34 
ผลติ ภณั ฑน าํ้ ดมื่ ........................................................................................... 35 
กจิ กรรมท่ี4 .................................................................................................. 37 
กจิ กรรมท่ี5 .................................................................................................. 38

สารบญั (ตอ ) 

หนา 
ตอนท่ี4  การควบคมุ การผลติ นาํ้ ดม่ื เพอ่ื จาํ หนา ย.......................................................... 39 

การควบคมุ การผลติ นา้ํ ดม่ื ............................................................................. 40 
การฝา ฝน กฏหมายและบทกาํ หนดโทษ ........................................................ 44 
กจิ กรรมที่ 6 ................................................................................................. 46 
ตอนท่ี5  การประกอบอาชพี ”ธรุ กจิ นาํ้ ดม่ื ” .................................................................. 47 
การจดั การและการตลาด............................................................................... 48 
การเงิน ........................................................................................................ 51 
การสรา งผลกาํ ไร ......................................................................................... 53 
คณุ ธรรมของผปู ระกอบอาชพี ...................................................................... 54 
กจิ กรรมท่ี 7 ................................................................................................. 55 
แบบทดสอบหลงั เรยี น ................................................................................................ 57 
เฉลยแบบทดสอบ และกจิ กรรม ................................................................................... 58 
รายการอา งองิ ............................................................................................................. 59 
แหลง ควรศกึ ษาเพม่ิ เตมิ ............................................................................................... 59

ก ธรุ กิจนาํ้ ดื่ม 

คําแนะนาํ การใชชุดวิชา 

1.  ชดุ วชิ าธรุ กจิ นาํ้ ดมื่   ป  ระกอบดว ยเนอื ห า  จํานวน 5 ตอน  กจิ กรรมและ 
แบบทดสอบกอ นเรยี นและหลงั เรยี น 

2.  ชดุ วชิ านจี้ ดั ทําขนึ้ สาํ หรบั ผทู สี่ นใจจะประกอบอาชพี ธรุ กจิ นาํ้ ดม่ื  หรอื ผทู  ี่
ประกอบอาชพี นาํ้ ดมื่ อยแู ลว ไดใ ชเ ปน แนวทางในการศกึ ษาหาความรู 

3.  กระบวนการเรยี นการสอนในชดุ วชิ าชดุ น ้ีเปน ไปตามความสามารถของแตล ะ 
บคุ คล เพราะจะตอ งศกึ ษาหาความรดู ว ยตนเอง 

4.  ควรศกึ ษาโครงสรา งของชดุ วชิ าชดุ นใ้ี หเ ขา ใจเสยี กอ น เพอื่ จะไดท ราบถงึ  
จดุ ประสงคแ ละขอบขา ยเนอ้ื หาของชดุ วชิ า 

5.  ถา ตอ งการความรแู ละความเขา ใจทดี่ ยี งิ่ ขน้ึ  ทา นตอ งปฏบิ ตั ติ ามกจิ กรรม 
ทกี่ าํ หนดไวใ นชดุ วชิ าชดุ นที้ กุ กจิ กรรมอยา งละเอยี ด 

6.  ผเู รยี นตอ งทําแบบทดสอบตนเองกอ นเรยี นชดุ วชิ าน ้ีและหลงั จากทําแบบ 
ทดสอบตนเองหลงั เรยี นแลว  จงึ ตรวจสอบจากแบบเฉลยทใี่ หไ วท า ยเลม  

7.  ผเู รยี นควรหาความรเู พมิ่ เตมิ จากแหลง ความรทู แี่ นะนาํ ไวต อนทา ยชดุ วชิ านี้ 

ธรุ กจิ นา้ํ ดื่ม  ข

แบบทดสอบตนเองกอนเรยี น 

กอนที่ผูเรียนจะศึกษาชุดวิชานี้  ขอใหผูเรียนทําแบบทดสอบความรูตนเองกอน 
เรยี นเสยี กอ น เพอื่ เปนแนวทางในการศกึ ษาชดุ วชิ านต้ี อ ไป 

คาํ ส่ัง ใหทา นทําเครือ่ งหมาย ü หนาขอ ความท่ีถูก และทําเครื่องหมาย û หนา 

ขอ ความทผ่ี ดิ  
...................  1.  ในโรงงานอตุ สาหกรรมขนาดยอ ม หรอื ในครวั เรอื นจะใชเ ครอ่ื งจกั รได 

ไมเ กิน 5 แรงมา  
...................  2.  ปจ จยั สาํ คญั ของการประกอบธรุ กจิ นา้ํ ดม่ื  คอื สถานทตี่ ง้ั โรงงานและอปุ กรณ 
...................  3.  ผปู ระกอบการธรุ กจิ นา้ํ ดม่ื  ถา มปี ญ หาเรอื่ งการขออนญุ าตประกอบการ 

ธรุ กจิ นา้ํ ดมื่  สามารถขอคําปรกึ ษาจากสาํ นกั งานพาณชิ ยจ งั หวดั  
...................  4.  องคป ระกอบของการจดั การและการตลาด คอื  แหลง จําหนา ย การขนสง  

คแู ขง  และการโฆษณา 
...................  5.  การดาํ เนนิ ธรุ กจิ นาํ้ ดมื่ จะประสบผลสําเรจ็ ได ตอ งมกี ารจดั การ 

ดา นการตลาดทด่ี  ี
...................  6.  คณุ ภาพของนาํ้ แบง เปน ลกั ษณะใหญๆ  ได3 ลกั ษณะ คอื  คณุ ลกั ษณะของนา้ํ  

ทางกายภาพ ทางเคม ี และทางจลุ นิ ทรยี  
...................  7.  สแตปฟโ ลกอกคสั  ออเรยี ส เปน แบคทเี รยี ทสี่ ว นมากจะพบในคนทเี่ ปน  

โรคระบบทางเดนิ อาหาร 
...................  8.  เกณฑใ นการพจิ ารณาเลอื กแหลง นาํ้  คอื  ปรมิ าณ คณุ ภาพ และความสะดวก 
...................  9.  การเตมิ อากาศ เปน กระบวนการหนงึ่ ของการฆา เชอื้ โรคในนํ้า 
...................  10.  การกรองนาํ้  เปน วธิ กี ารอยา งหนง่ึ ของการปรบั คณุ ภาพน้าํ ทางกายภาพ 

และทางจลุ นิ ทรยี  
...................  11.  ไสก รองทนี่ ยิ มใชม ี3 ชนดิ  คอื  ไสก รองผงถา น ไสก รองเซรามคิ  และ 

ไสก รองใยสงั เคราะห 

ค ธรุ กจิ นํา้ ด่ืม 

...................  12.  คาํ วา "จาํ หนา ย" หมายถงึ  การขายจา ย แจก หรอื แลกเปลยี่ น 
...................  13.  ปจ จยั ทท่ี าํ ใหธ รุ กจิ นาํ้ ดมื่ ประสบความสาํ เรจ็ อกี อยา งหนงึ่ กค็ อื  ความม ี

คณุ ธรรมของผปู ระกอบอาชพี  
...................  14.  การจาํ หนา ยนาํ้ ดม่ื ทไี่ มไ ดม าตรฐาน ถอื วา  ผจู าํ หนา ยไมม หี ริ โิ อตปั ปะ 
...................  15.  การโฆษณาขายนา้ํ ดมื่  ไมจ าํ เปน ตอ งขออนญุ าตจากคณะกรรมการ 

อาหารและยา หรอื สํานกั งานสาธารณสขุ  

ธรุ กิจนา้ํ ด่ืม  ง

โครงสรางชดุ วชิ า 

สาระสําคัญ 

การประกอบอาชีพธุรกจิ นาํ้ ดมื่  มีองคประกอบหลายอยาง เชน  ตน ทุนการผลติ  แหลงนา้ํ  
กระบวนการผลิต การควบคุมการผลิตน้ําด่ืม  การจัดการและการตลาด     ซ่ึงผูประกอบอาชีพ 
ตอ งศกึ ษาเพอื่ ใหม คี วามรทู าํ ความเขา ใจ เพอื่ เปน ขอ มลู ในการประกอบอาชพี ได 

จดุ ประสงค เมอื่ ผเู รียนไดศ กึ ษา จบแลว  สามารถ 

1.  บอกองคป ระกอบทน่ี าํ มาใชใ นการตดั สนิ ใจเลอื กประกอบอาชพี ธรุ กจิ นา้ํ ดม่ื ได 
2.  อธบิ ายคณุ ลกั ษณะของนาํ้ ทเ่ี หมาะมาทาํ เปน นา้ํ ดม่ื ได 
3.  อธบิ ายกระบวนการผลติ น้าํ ดม่ื ได 
4.  บอกขอ กฎหมายทเี่ กยี่ วขอ งกบั การผลติ นา้ํ ดม่ื  
5.  บอกวธิ กี ารจดั การ  การตลาดและคณุ ธรรมในการประกอบธรุ กจิ นา้ํ ดม่ื ได 

ขอบขายเน้ือหา 

ชดุ วชิ าน้ ี  ประกอบดว ยเนอื้ หา จํานวน 5 ตอน  ดงั น ้ี
ตอนที่1  แนวทางในการตดั สนิ ใจประกอบอาชพี ธรุ กจิ นาํ้ ดม่ื  
ตอนที่2  ควารทู ว่ั ไปเรอื่ งนาํ้  
ตอนที่3  กระบวนการผลติ นาํ้ ดม่ื  
ตอนท่ี4  การควบคมุ การผลติ นาํ้ ดมื่ เพอ่ื จาํ หนา ย 
ตอนที่5  การประกอบอาชพี “ธรุ กจิ นาํ้ ดมื่ ” 

ธรุ กจิ น้ําด่ืม

ธรุ กจิ น้ําดื่ม 

ตอนที่ 1 

แนวทางในการตดั สนิ ใจ 
ประกอบอาชีพธรุ กิจนาํ้ ดมื่  

สาระสําคัญ 

การประกอบอาชพี ธรุ กจิ น้าํ ด่ืม มีองคป ระกอบหลายอยาง เชน ตน ทุนการผลิต แหลงน้าํ  
และการตลาด ซึ่งผูประกอบอาชีพตองศึกษาทําความเขาใจ  จึงจะตัดสินใจประกอบอาชีพได 
อยา งมนั่ คง 

จดุ ประสงค เมอื่ ผูเรยี นไดศ กึ ษาตอนที่1 จบแลว  สามารถ 

1.  บอกองคป ระกอบทน่ี าํ มาใชใ นการตดั สนิ ใจเลอื กประกอบอาชพี ธรุ กจิ นาํ้ ดม่ื ได 
2.  อธบิ ายความสมั พนั ธข ององคป ระกอบในการตดั สนิ ใจประกอบอาชพี ธรุ กจิ นาํ้ ดมื่ ได 

ขอบขายเนื้อหา 

องคป ระกอบในการตดั สนิ ใจทาํ อาชพี ธรุ กจิ นาํ้ ดมื่  
1.  ตน ทนุ การผลติ  
2.  แหลงนํา้  
3.  การตลาด 
4.  การขออนญุ าตดาํ เนนิ การธรุ กจิ นาํ้ ดม่ื

2 ธรุ กิจนํ้าด่ืม 

องคป ระกอบในการทาํ ธรุ กิจนํา้ ดมื่  

การทําธรุ กิจทุกประเภท ผูประกอบการจะตองหาความรูเก่ยี วกับธรุ กิจน้ัน ๆ ใหเ ขา ใจ 
กอ นทจ่ี ะตดั สนิ ดําเนนิ การ   ธรุ กจิ นา้ํ ดมื่ เปน อาชพี หนง่ึ ทก่ี าํ ลงั นยิ มทํากนั ในปจ จบุ นั   เพราะสามารถ 
ทาํ ไดไมย ากและรายไดดพี อสมควร  โดยทผี่ ูประกอบการสามารถทาํ ไดต ง้ั แตร ะดบั อุตสาหกรรม 
ขนาดยอ ม หรอื อตุ สาหกรรมในครวั เรอื น  ซงึ่ ใชเ ครอื่ งจกั รไมเ กนิ 5 แรงมา  หรอื จาํ นวนคนงานไมเ กนิ  
7 คน จนถึงระดบั อตุ สาหกรรมขนาดใหญ ซง่ึ ใชเ ครือ่ งจกั รเกนิ 5 แรงมา  หรอื จํานวนคนงานเกนิ 7 
คน  ใชก ระบวนการผลติ ทีเ่ ปนเทคโนโลยรี ะดับสงู  และใชเงินในการลงทุนมาก   ในบทเรียนน้ี 
จะกลา วถงึ การผลติ ในระดับอตุ สาหกรรมในครวั เรือน ซ่งึ ใชต นทนุ ไมม ากนกั  และสามารถทําได 
ภายในทอ งถนิ่  แตก ม็ อี งคป ระกอบหลายอยา งทจ่ี ะตอ งนาํ มาใชใ นการตดั สนิ ใจ ประกอบดว ย  ตน ทนุ  
การผลติ   แหลง นา้ํ   การตลาด  และการขออนญุ าตผลติ ภณั ฑ 

ตน ทนุ การผลติ  

สถานที่ต้ังของอาคารผลิตน้ําดื่ม  ตองมีพ้ืนท่ีเพียงพอ  และเหมาะสมในการผลิตตาม 
หลกั เกณฑท ดี่ ใี นการผลติ นา้ํ บรโิ ภค 

ธุรกิจนํา้ ด่ืม  3

อปุ กรณเ ครอื่ งมอื การผลติ อยา งนอ ยตอ งม ี
- เครอ่ื งหรอื อปุ กรณล า งภาชนะบรรจ ุ
- เครอ่ื งหรอื อปุ กรณบ รรจนุ าํ้ ดม่ื  
- เครอื่ งหรอื อปุ กรณก ารปด ผนกึ ฝานาํ้ ดม่ื  
- เครอื่ งหรอื อปุ กรณก ารปรบั คุณภาพน้าํ (เครอื่ งกรองน้ํา เครอื่ งฆา เชอ้ื โรค) 

อปุ กรณแ ละเครอ่ื งมอื แตล ะชนดิ จะมรี าคาทแ่ี ตกตา งกนั ไปตามชนดิ ของวสั ด ุและคณุ ภาพ 
ของเครอื่ งมอื   โดยเฉพาะอปุ กรณก ารปรบั คณุ ภาพนํ้าจะเปน อปุ กรณท ีส่ ําคัญในกระบวนการผลิต 
จะมีราคาคอนขางสูงต้ังแตหนึ่งแสนบาทขึ้นไป  ในการจัดซื้อจัดหาอุปกรณแตละชนิดตองทํา 
อยา งรอบคอบเพอ่ื ใชเ งนิ ทนุ ใหนอ ยทส่ี ดุ  

4 ธุรกจิ น้าํ ด่ืม 

แหลงเงินทุน  เงินทุนเปนปจ จยั สาํ คัญในการประกอบอาชีพ  ซึ่งตอ งคํานวณคาใชจาย 
ตา งๆใหร อบคอบ ในกรณที ม่ี ปี ญ หาดา นเงนิ ลงทนุ  ควรปรกึ ษากบั ธนาคารพาณชิ ย  ธนาคารเพอ่ื การ 
เกษตรและสหกรณ(ธกส.) บรษิ ทั เงนิ ทนุ หลกั ทรพั ย  สหกรณอ อมทรพั ย เปน ตน  

คนงาน  ควรจัดหาไวใหเพียงพอกับกําลังการผลิต  และสามารถหามาทดแทนเม่ือม ี
ผลู าออกไป 

ธรุ กจิ นาํ้ ด่ืม  5

แหลง นาํ้  

ปรมิ าณคอื  มนี า้ํ สมา่ํ เสมอและปรมิ าณมากพอใชต ลอดตามทต่ี อ งการ 
คุณภาพ คือ มีสิ่งเจือปนนอย  และไมเกิดการปนเปอนจากส่ิงแวดลอมไดงาย  ถานํ้า 
คุณภาพไมดีตองผานขั้นตอนการปรับคุณภาพนํ้าหลายข้ันตอน  และเคร่ืองปรับคุณภาพนํ้า 
ทร่ี าคาสงู ขน้ึ  จะตอ งคาํ นวณใหร อบคอบ 
ความสะดวกในการใชน ํา้ สามารถปรับคณุ ภาพนา้ํ ไดง าย ถา แหลง นาํ้ ตองซื้อ หรืออยหู า ง 
จากแหลง ทผ่ี ลติ  ตอ งคาํ นวณคา ใชจ ายในการซอ้ื นา้ํ และคา นาํ้ มนั เชอื้ เพลงิ ในการขนสง ใหร อบคอบ 

6 ธรุ กิจนา้ํ ดื่ม 

การตลาด 

แหลง จําหนา ย กอ นทจี่ ะดําเนนิ ธรุ กจิ ผผู ลติ ควรจะหาตลาดทจ่ี ําหนา ยไวก อ น  วา ยงั มตี ลาด 
พอทจ่ี ะเขา ไปจําหนายไดห รือไม มากนอ ยเพียงใด ตลาดนาํ้ ด่มื ถึงจุดอม่ิ ตัวหรอื ยัง สามารถขยาย 
ตลาดในอนาคตไดห รอื ไม 

การขนสง  การขนสงเปนปจจัยท่ีสาํ คัญ   เน่ืองจากผูผลิตจะบริการสงลูกคาตามบาน 
รา นคา ทวั่  ๆ ไป หา งสรรพสนิ คา  แหลง ทอ งเทย่ี วตา ง ๆ ตอ งคํานวณคา ขนสง วา คมุ ทจ่ี ะลงทนุ หรอื ไม 

คแู ขง ทางธรุ กจิ ธุรกจิ นํ้าดม่ื เปน ทน่ี ยิ มผลติ กนั มากในปจ จบุ นั   ดังนน้ั ผผู ลิตจงึ จาํ เปน ตอ ง 
ศกึ ษา  กลเมด็ ในการจําหนา ยของคแู ขง  

การโฆษณาและประชาสัมพันธ  ถือเปนส่ิงสําคัญท่ีจะทาํ ใหผูซื้อหรือลูกคารูจักสินคา 
และความตองการท่ีจะซื้อสินคา  ผูผลิตจะตองมีเทคนิคในการโฆษณาและประชาสัมพันธ 

ธุรกจิ นํา้ ดื่ม  7

และโฆษณาสินคาใหลกู คาพอใจสินคาของตนเอง เชน  การโฆษณาทางวิทย ุ โทรทัศน แผนปาย 
ตา ง ๆ และอาจจะตอ งมกี ารลด แลก แจก แถม การใหเ ครดติ ตา ง ๆ เพอ่ื เปน การจงู ใจลกู คา  ตอ งคาํ นวณ 
คา ใชจ า ยในการโฆษณาดว ย 

บัญชีรายรับ-รายจาย  ผูผลิตควรเอาใจใสตอการทาํ บญั ชีรายรับ-รายจาย  เพ่ือจะทําให 
รถู ึงสภาพการคา ขายของตนเองตลอดเวลา วาสมควรทีจ่ ะผลติ ตอ หรือไม  หรือตอ งแกไ ขขน้ั ตอน 
การผลติ ในขนั้ ตอนใดใหล ดตน ทนุ ใหม ากทสี่ ดุ  

การขออนญุ าตดําเนนิ การธรุ กจิ นาํ้ ดม่ื  

การผลติ นา้ํ ดมื่ เพอ่ื จาํ หนา ย ผปู ระกอบการตอ งดาํ เนนิ การขออนญุ าตใหถ กู ตอ งตามกฎหมาย 
โดยมหี นว ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบและเกย่ี วขอ ง คอื  

1.  หนว ยงานทรี่ บั เรอ่ื งการขออนญุ าตผลิตนํา้ บรโิ ภค สามารถยนื่ เรอ่ื งได 2 หนว ยงาน 
1.1  กองควบคมุ อาหาร สาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสขุ  

ถนนตวิ านนท   จ. นนทบรุ  ี  ในกรณที สี่ ถานทผี่ ลติ อยใู นเขตกรงุ เทพมหานคร 
1.2  สํานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ซง่ึ สถานทผี่ ลติ นนั้ ตงั้ อย ูในกรณที ส่ี ถานทผ่ี ลติ อย ู

นอกเขตกรุงเทพมหานคร  โดยที่สถานที่ผลิตต้ังอยูในจังหวัดใดใหย ่ืนเร่ืองการขออนุญาตไดท่ ี
สํานักงานสาธารณสุขจงั หวดั น้นั  เน่ืองจากสาํ นกั งานคณะกรรมการอาหารและยาไดม อบอํานาจ 
ใหสาํ นกั งานสาธารณสขุ จงั หวัด เปนผดู าํ เนินการพจิ ารณาอนุญาตในกรณที ีส่ ถานท่ีประกอบการ 
ตง้ั อยใู นตา งจงั หวดั  

8 ธุรกจิ นํ้าด่ืม 

2.  เอกสารประกอบการขออนญุ าตใชฉ ลากอาหาร มดี งั นี้ 
2.1  คาํ ขออนญุ าตใชฉ ลากอาหาร(แบบ ฉ.2)จาํ นวน4 ฉบบั  สามารถขอแบบฟอรม ได 

จากสํานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา หรอื สํานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั  
2.2  รายงานผลการตรวจวเิ คราะหอ าหารฉบบั จรงิ พรอ มสําเนา จาํ นวน 4 ชดุ  
2.3  ฉลากของอาหาร จาํ นวน 4 ชดุ  
2.4  คาํ แปลภาษาตางประเทศ  (ถา ฉลากมีขอความภาษาอ่ืนที่ไมใ ชภาษาองั กฤษ) 

จาํ นวน 4 ชดุ  
2.5  สาํ เนาใบทะเบียนพาณิชยหรอื ทะเบียนการคา (สาํ หรับบุคคลธรรมดา)  หรือ 

หนังสอื รบั รองการจดทะเบียนนิติบคุ คลท่ีระบผุ มู อี ํานาจลงนามแทนนิตบิ คุ คล(สําหรบั นิติบคุ คล) 
ของผขู ออนญุ าตผลติ อาหาร จาํ นวน 2 ฉบบั  

2.6  แผนทต่ี งั้ สถานทผ่ี ลติ โดยสังเขป พรอ มแบบแปลนพนื้ ทรี่ ะบตุ ําแหนง เครอ่ื งมอื  
ทใี่ ชใ นการผลติ อาหาร  จาํ นวน 2 ชดุ  

2.7  สาํ เนาทะเบยี นบา น จํานวน 2 ฉบบั  เอกสารทุกแผน จะตอ งลงชอื่ กาํ กบั  

2.  หนว ยงานทเี่ ก่ยี วของ 
กรมวทิ ยาศาสตรการแพทยก ระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท จ.นนทบรุ  ี  หรือศูนย 
วทิ ยาศาสตรก ารแพทยเ ขตตาง ๆ ในตา งจังหวัด  เปน หนวยงานที่ตรวจสอบคณุ ภาพน้าํ ดื่มบริโภค 
โดยที่ผูผลิต  จะตองนําตัวอยางนํ้าด่ืมท่ีจะนําออกจาํ หนายไปสงตรวจคุณภาพทางดานกายภาพ 
ทางเคมีและทางจุลินทรียไดที่หนวยงานเหลาน้ี  ผลการตรวจสอบก็คือใบรายงานผลการตรวจ 

ธรุ กจิ น้ําด่ืม  9

วเิ คราะหอาหาร  ซึง่ ใชเ ปน เอกสารประกอบการขออนญุ าต โดยทใ่ี บผลรายงานการตรวจวเิ คราะห 
อาหาร จะรายงานคณุ ภาพทางกายภาพ ทางเคม ี และจลุ นิ ทรยี   เปรยี บเทยี บกบั คณุ ภาพตามมาตรฐาน 
ถา นํา้ ดมื่ ทผี่ ลติ ไดม คี ณุ ภาพไมต รงตามมาตรฐาน  ผผู ลติ จะตอ งทาํ การปรบั ปรงุ ขบวนการผลติ ใหไ ด 
นา้ํ ดืม่ ตรงตามมาตรฐาน  และนําใบผลรายงานการตรวจวเิ คราะหอาหาร 3 ฉบับ ทไ่ี ดมาตรฐาน 
ไปประกอบการขออนุญาต (ปรมิ าณทสี่ ง ตรวจคณุ ภาพขวดขนาด 50 ลกู บาศกเ ซนติเมตร 12 ขวด) 
สํานกั งานพาณชิ ยจ งั หวดั  เปน หนว ยงานทอี่ อกใบทะเบียนการคา หรอื ใบทะเบยี นพาณชิ ย (สําหรับ 
บคุ คลธรรมดา)และหนงั สอื รบั รอง การจดทะเบยี นนติ บิ คุ คลผมู อี าํ นาจลงนามแทนนติ บิ คุ คล(สาํ หรบั  
นิติบุคคล)  ซ่ึงเปนเอกสารประกอบการขออนุญาตเชนกัน   ผูผลิตสามารถขอเอกสารนี้ไดที่ 
สาํ นกั งานพาณชิ ยจ งั หวดั ในพนื้ ทที่ จ่ี ะดาํ เนนิ การผลติ  

การขออนญุ าตสถานทผี่ ลติ อาหาร 
สถานทตี่ ดิ ตอ 
-  สถานทผ่ี ลติ อยใู นกรงุ เทพ  ตดิ ตอ สาํ นกั งานเขต 
-  สถานทผ่ี ลติ อยใู นตา งจังหวดั   ตดิ ตอ ราชการสว นทอ งถนิ่   เชน  องคก ารบรหิ ารสว น 
จงั หวดั    เทศบาล  องคก ารบรหิ ารสว นตําบล 
คา ธรรมเนยี มการขออนญุ าต 
ขน้ึ อยกู บั ขอ กําหนดของแตล ะทอ งท ี่โดยทว่ั ไป คา ธรรมเนยี มไมเ กนิ 1,000 บาท โดยอตั รา 

สงู สดุ ทกี่ ฎหมายกาํ หนด คอื 10,000 บาท 

10 ธุรกจิ น้าํ ดื่ม 

การขออนุญาตผลติ ภณั ฑ ( ขออนุญาต อย. ) 
ผปู ระกอบการตอ งยนื่ ขออนญุ าตเปน ผผู ลติ ตอ สํานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา หรอื  

สํานกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ทส่ี ถานทผ่ี ลติ ตง้ั อย ู โดยผผู ลติ ควรดาํ เนนิ การ  ดงั น้ ี
1.  ตรวจสอบผลติ ภณั ฑท ผ่ี ลติ หรอื นาํ เขา จดั เปน อาหารประเภทใด 
นาํ้ ดม่ื เปน อาหารกลมุ ที่2 อาหารทกี่ ําหนดคณุ ภาพหรอื มาตรฐาน 
2.  ตรวจสอบใบอนุญาตผลิต/ใบอนุญาตนําเขา  หรือแบบเลขประจําสถานที่ผลิต 

ระบอุ าหารประเภทดงั กลา วหรอื ไม 
3.  ตรวจสอบวา การผลติ นา้ํ ดม่ื ไดม อบอาํ นาจใหจ งั หวดั ดาํ เนนิ การหรอื ไม 
น้ําดื่ม  ไดมอบอํานาจใหจังหวัดแลว ดังน้ันตอง  ย่ืนขออนุญาตท่ีสํานักงาน 

สาธารณสขุ จงั หวดั  
4.  ขอรบั เลขสารบบอาหาร
ผผู ลติ น้าํ ดมื่ รายเลก็   ยน่ื คําขอแบบ  สบ.1 และแบบ  สบ.5
ผผู ลติ นา้ํ ดม่ื รายใหญ  ยนื่ คาํ ขอแบบ  อ.1 และแบบ  สบ.5 

หมายเหตุ
- ผูผลิตรายเล็ก คือ ไมเขาขายเปนโรงงาน (มีคนงานนอยกวา 7 คน

และใชเ ครอ่ื งจักร ,อปุ กรณไ ฟฟา , กา ซหงุ ตม คํานวณเปนแรงมา ไดน อ ยกวา 5 แรงมา
- ผูผลิตรายใหญ คือ เขาขายโรงงาน (มีคนงานตั้งแต 7 คนข้ึนไป

หรอื ใชเ ครอ่ื งจกั ร,อปุ กรณไ ฟฟา , กา ซหงุ ตม คาํ นวณเปน แรงมา ไดต งั้ แต 5 แรงมา ขน้ั ไป) 

5.  ยนื่ คาํ ขออนญุ าตผลติ ภณั ฑ พมิ พร ายละเอยี ดพรอ มหลกั ฐาน ณ สถานทตี่ ามขอ 3

ธรุ กิจนา้ํ ด่ืม  11

กิจกรรมที่ 1 

เมอื่ ทานศึกษาตอนที่ 1 จบแลว  ขอใหทํากจิ กรรมตอ ไปนี้ แลว ตรวจคาํ ตอบจาก 
แนวเฉลยทา ยเลม

คําสง่ั จงเลอื กคาํ ตอบในขอ  ก ข ค และ ง ตอบคําถามในขอ1 -10 
ก.  ตน ทนุ การผลติ  
ข.  การปรบั คณุ ภาพนา้ํ  
ค.  แหลงนาํ้  
ง.  การตลาด 

1.  สถานทซ่ี ง่ึ ถอื วา เปน ปจ จยั สําคญั อยา งหนง่ึ   จดั อยใู นดา นใด 
ตอบ................................................................................................................................................... 

2.  ผดู าํ เนนิ การธรุ กจิ นาํ้ ดม่ื จะประสบผลสําเรจ็  ตอ งมกี ารจดั การทดี่ ใี นดา นใด 
ตอบ................................................................................................................................................... 

3.  น้ําทน่ี าํ ไปผลติ นน้ั ตอ งผา นการฆา เชอ้ื โรคเสยี กอ น 
ตอบ................................................................................................................................................... 

4.  การโฆษณาและประชาสมั พนั ธ เปน การทําใหผ บู รโิ ภครจู กั สนิ คา  
ตอบ................................................................................................................................................... 

5.  ในการจดั ตงั้ โรงงานผลติ นาํ้ ดมื่  จะตอ งมนี าํ้ สมา่ํ เสมอและปรมิ าณมากพอใชต ลอดทง้ั ป 
ตอบ................................................................................................................................................... 

6.  การขนสง เปน ปจ จยั อยา งหนง่ึ ของการทาํ ธรุ กจิ นา้ํ ดม่ื  
ตอบ................................................................................................................................................... 

7.  ผปู ระกอบการธรุ กจิ นาํ้ ดมื่ ควรจะมที ด่ี นิ ของตนเอง 
ตอบ................................................................................................................................................... 

8.  ผปู ระกอบการธรุ กจิ นาํ้ ดมื่ จะตอ งศกึ ษา วเิ คราะหส ง่ิ ใดเปน อนั ดบั แรก 
ตอบ................................................................................................................................................... 

9.  อะไรเปน ปจ จยั อนั ดบั แรกในการตดั สนิ ใจประกอบธรุ กจิ นา้ํ ดมื่  
ตอบ................................................................................................................................................... 

10.  ผปู ระกอบการธรุ กจิ นาํ้ ดมื่ จะตอ งวเิ คราะหว า ในอนาคตจะเปน อยา งไร 

ตอบ................................................................................................................................................... 

12 ธุรกิจน้าํ ดื่ม 

กิจกรรมท่ี 2 

ใหท า นไปสมั ภาษณผ รู หู รอื สถานประกอบการธรุ กจิ นาํ้ ดมื่ ทอี่ ยใู กลบ า นทา น ในเรอ่ื ง 
ตอ ไปนพ้ี รอ มจดบนั ทกึ ลงในชอ งวา ง 

1.  ความรใู นดา นการตลาด 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 

2.  ความรเู รอื่ งแหลง นาํ้  
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 

3.  ตน ทนุ การผลติ  
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 

ธุรกิจนาํ้ ดื่ม 

ตอนที่ 2 

ความรทู ัว่ ไปเรือ่ งนา้ํ  

สาระสําคัญ 

ผผู ลติ น้าํ ดื่มจําเปน ตองมีความรเู กยี่ วกับลักษณะทวั่ ไปของนา้ํ  ท้ังลักษณะทางกายภาพ 
ทางเคม ี และทางจลุ นิ ทรยี   สามารถวเิ คราะหห าแนวทางในการเลือกหาแหลง น้ํา 

จดุ ประสงค เมอื่ ผเู รียนไดศ กึ ษาตอนท่ี2 จบแลว  สามารถ 

1.  บอกคณุ ลกั ษณะทวั่ ไปของนา้ํ ได 
2.  เลอื กแหลง นา้ํ ทเี่ หมาะสมได 

ขอบขายเนื้อหา 

1.  แหลง นาํ้  
2.  คณุ ลกั ษณะของนาํ้  
3.  แนวคดิ ในการเลอื กแหลง น้ํา

14 ธุรกจิ นํ้าด่ืม 

ความรทู วั่ ไปเร่ืองน้ํา 

น้ํา  จัดเปนสารอาหารที่จําเปนและมีความสาํ คัญตอรางกาย  รางกายเรามีนํ้าเปนสวน 
ประกอบในอวัยวะตาง ๆ อยปู ระมาณ 60-70 เปอรเ ซ็นต  โดยน้ําหนกั   วนั หนงึ่  ๆ รา งกายตอ งสญู เสยี  
น้าํ โดยขับออกทางปอด ผวิ หนงั  อุจจาระและปส สาวะ  ดงั นั้น รา งกายจะตองไดรบั น้าํ มาชดเชย 
ประมาณวนั ละ 2 - 2.4 ลติ ร โดยนาํ้ ทจี่ ะนํามาบรโิ ภคควรเปน นาํ้ ทส่ี ะอาดเทา นนั้  

แหลง นา้ํ  

แหลง นาํ้ ตามธรรมชาตอิ าจแบง ไดเ ปน 3 แหลง  
นํา้ จากบรรยากาศ ไดแ ก  น้าํ ฝน นาํ้ คา ง เปน ตน  นาํ้ ประเภทน้โี ดยท่วั ไปจัดเปนนาํ้ สะอาด 
ทเ่ี หมาะในการบรโิ ภค  แตค ณุ ภาพน้าํ อาจเปลยี่ นไปตามปจ จยั ตา ง ๆ เชน ฝนุ ละออง  และกา ซในชน้ั  
บรรยากาศ  ความสะอาดของพนื้ ทที่ รี่ องรบั นํ้าฝน หลงั คาบา น และภาชนะสาํ หรบั เกบ็ นา้ํ ฝน 

ธรุ กจิ นาํ้ ด่ืม  15

นํ้าผิวดิน  ไดแก  น้ําตก  ทะเลสาบ  แมนํ้า  ลําคลอง  หนองบึง  ซ่ึงคุณภาพของน้ํา 
ประเภทนี้ยังไมมคี วามปลอดภยั เพียงพอ  เนื่องจากมีแรธาตุตา ง ๆ รวมทั้งจุลินทรียปนเปอนอย ู
เปน จาํ นวนมาก 

นาํ้ ใตดิน ไดแก น้ําบาดาล น้ําพุ คุณภาพของน้าํ ประเภทนี้ ทางจุลินทรียและกายภาพ 
มกั ไมค อ ยมปี ญ หา  แตท างดา นเคมมี กั จะพบวา มปี ญ หาของแรธ าตตุ า ง ๆ ปนเปอ นอยู 

คณุ ลกั ษณะของน้าํ  

คณุ ลกั ษณะของนา้ํ ขนึ้ กบั สงิ่ เจอื ปนในนาํ้  ไดแ ก  เกลอื แรต า ง ๆ ทท่ี ําใหน าํ้ มคี ณุ ภาพตา งกนั  
สามารถแบง คณุ ภาพนา้ํ ออกเปน ลกั ษณะใหญ ๆ ได 3 ลกั ษณะคอื  

16 ธรุ กจิ นํา้ ด่ืม 

1.  คณุ ลกั ษณะของนา้ํ ทางกายภาพ เปน ลกั ษณะทสี่ ามารถรไู ดด ว ยประสาทสมั ผสั   ไดแ ก 
ความขนุ เกดิ จากการท่ีไมล ะลายน้ําขนาดเลก็ แขวนลอยในน้าํ  พวกสารละลายดิน 

สารอนิ ทรยี  และสารอนนิ ทรยี ต า ง ๆ ไมม ผี ลตอ สขุ ภาพอนามยั มากนกั   แตท าํ ใหน า้ํ ไมช วนดมื่  มผี ลตอ  
ระบบการกรอง  ทําใหเครอ่ื งกรองอดุ ตันและเสียเรว็   และมผี ลตอ ระบบการฆาเช้ือดว ยคลอรนี  
เนอื่ งจากสารแขวนลอยจะหอ หมุ จลุ นิ ทรยี ไ วท าํ ใหค ลอรนี ไมส ามารถทาํ ลายจลุ นิ ทรยี ไ ด 

สขี องนา้ํ มักเกิดจากสารท่ีละลายในน้ําตามธรรมชาติ เชน  ถา นํา้ ทม่ี ีปรมิ าณเหลก็ สูง 
มักมีสเี หลอื งออนบางครงั้ มอี ินทรยี วัตถุท่ีเกิดจากการสลายตวั ของพืช ทําใหน าํ้ มสี ีน้ําตาลปนแดง 
สขี องนาํ้ เปน ปญ หาทาํ ใหเ กดิ ความนา รงั เกยี จตอ ผบู รโิ ภค 

รสชาติจากสารละลายในน้าํ   เชน ถามีดางละลายอยูมาก หรือมีความกระดา งมาก 
จะทาํ ใหม รี สเฝอ น ถา มเี กลอื คลอไรดจ ะทําใหน า้ํ มรี สกรอ ยหรอื เคม็  

กลนิ่ มลี กั ษณะทที่ าํ ใหค ณุ ภาพน้ําเปลยี่ นแปลงตามสาเหตดุ งั นคี้ อื
- กลนิ่ อับ เกดิ จากสารอนิ ทรยี ใ นน้ํา เชน  ใบไมเนาเปอ ย
- กลน่ิ คาว เกดิ จากเหลก็ ออกไซดใ นนํ้า
- กลนิ่ เหม็นเนา เกดิ จากปฏิกริ ยิ าการยอ ยสลายของแบคทเี รยี  เชน  กา ซไขเ นา  

ความเปน กรด-ดาง ปกติน้ําธรรมชาตจิ ะม ี pH ระหวา ง 6.5-8.5 

2.  คณุ ลกั ษณะทางเคมี เกดิ จากสารเคมที เ่ี จอื ปนอยใู นนา้ํ    ไมส ามารถเหน็ ไดด ว ยตาเปลา  
ตอ งใชต รวจสอบดว ยวิธที างหอ งปฏบิ ตั กิ ารวทิ ยาศาสตร  ไดแ ก  คณุ ลกั ษณะทมี่ แี รธ าตตุ า ง ๆ เจอื ปน 
ซงึ่ แรธ าตุตา ง ๆ ทพี่ บไดในนาํ้ บรโิ ภค คอื  

สารพษิ เชน  สารหน ู แบเรยี ม แคดเมยี ม โครเมยี ม ตะกว่ั  ปรอท ซลิ เี นยี ม เงนิ  
คลอไรด หากมใี นปรมิ าณเกนิ กวา   250  มลิ ลกิ รมั /ลติ ร จะทาํ ใหร สชาตเิ ปลยี่ น 
ทองแดง ทําใหน าํ้ มรี สชาตไิ มน า บรโิ ภค 
ฟลอู อไรด ในปรมิ าณ 0.8-1.2  มลิ ลกิ รมั /ลติ ร จะชว ยปอ งกนั ฟน ผ ุแตห ากมปี รมิ าณสงู  
ถงึ   2.0  มลิ ลกิ รมั / ลติ ร จะทําใหเ กิดโรคฟน ตกกระ 
เหลก็ มผี ลตอ ธรรมชาตแิ ละมกี ลนิ่  
แมงกานสี ทําใหเ กดิ สแี ละรสชาตทิ ไ่ี มเ หมาะตอ การบรโิ ภค 

ธรุ กิจน้ําดื่ม  17

ไนเตรท หากมปี รมิ าณมากเกนิ ไปจะกอ ใหเ กดิ การผดิ ปกตใิ นหญงิ มคี รรภ และเกดิ โรค 
Methemoglobinemia ในทารก 

ซลั เฟต ในปรมิ าณทม่ี ากเกนิ ไปจะทําใหท อ งผกู  
สงั กะสี ในปรมิ าณทมี่ ากเกนิ ไปจะทาํ ใหน า้ํ มคี ณุ ภาพไมน า ดม่ื  
แอลคาโลนิตีแ้ ละแอซลิ ติ ้ี ในรปู ของไบคารบ อเนต คารบอนไฮดรอกไซด  คารบ อน 
ไดออกไซด   เกลอื แร  และกรดอนิ ทรยี  น้ําทมี่ พี วกไบคารบอเนต คลอไรด  ซัลเฟต และไนเตรตของ 
แคลเซยี มหรอื แมกนเี ซยี ม จะกอ ใหเ กดิ ความกระดา ง ซงึ่ นาํ้ กระดา งมี 2 ชนดิ  คอื  
น้ํากระดางชั่วคราว  เกิดจากไบคารบอเนตหรือคารบอเนตของแคลเซียมหรือ 
แมกนเี ซยี ม 
น้ํากระดา งถาวร  เกิดจากเกลอื คลอไรดหรอื ซลั เฟตของแคลเซียม หรอื แมกนเี ซยี ม 
ความกระดา งไมม ผี ลตอ สขุ ภาพอนามยั มากนกั  แตท าํ ใหน าํ้ มรี สเฝอ น 

3.  คณุ ลกั ษณะทางจุลนิ ทรยี  แบคทเี รยี เปน มลพษิ ในน้ําบริโภคทสี่ าํ คญั ทสี่ ดุ   เพราะเปน  
สาเหตขุ องโรคทเ่ี กดิ จากนา้ํ เปน สอ่ื  เชน  บดิ  อหวิ าตกโรค ไทฟอยด  และโรคในระบบทางเดนิ อาหาร 
ตาง ๆ ซ่งึ เปน ปญ หาสาธารณสุขสําคญั ของประเทศไทย จะพบวานํ้าบริโภคทไี่ มส ะอาด อาจเปน  
แหลง ของเชอ้ื โรคและแบคทเี รยี  ซง่ึ กอ ใหเ กดิ โรคตา ง ๆ ดงั กลา วขา งตน  ดงั นนั้ นํ้าทน่ี ํามาใชบ รโิ ภค 
ตอ งปราศจากเชอ้ื จลุ นิ ทรยี ท ที่ ําใหเ กดิ โรคดงั ตอ ไปน้ี 

18 ธรุ กจิ นํ้าดื่ม 

แบคทีเรียชนิดโคลิฟอรม (Coliform bacterea)  แบคทีเรียชนิดนี้นิยมใชเปนดัชนี 
สุขาภิบาลอาหารและนาํ้   หรือชถี้ ึงความสะอาดของอาหารนัน้ เอง แบงเปน 2 กลมุ  ตามแหลง อาศยั  
คอื   ฟค ัล  โคลฟิ อรม  Facealctirorm  อาศัยอยูในลําไสข องคนและสตั วเลือดอนุ  แพรกระจายโดย 
ทางอุจจาระ ไดแก Esherichia coli หรอื E.coli  ชนดิ ท่ีเปนพิษกอใหเกดิ การอักเสบและติดเชื้อใน 
ลาํ ไสใ หญอ าการคลา ยบดิ ถา ยเหลว และปวดถว ง 

นัน ฟ คัล โคลิฟอรม  (Nonfaceal Cotiform) อาศยั อยูในผัก  ผลไม และดนิ  เชน 
Entorobactor aerogenes 

ซาลโมเนลลา ไทฟ (Salmonella typhi) เปนสาเหตุของการเกดิ โรคทางเดนิ อาหาร 
พบในนาํ้ ทม่ี อี จุ จาระปนเปอ น และเปน สาเหตขุ องโรคไทฟอยด 

วิบริโอ คลอเลรา  (Vibrio cholerar)  เปนสาเหตุสําคัญของอหิวาตกโรค  พบใน 
นํา้ โสโครกแตเ ชอื้ นี้ไมท นตอความรอ นถูกทาํ ลายไดทอี่ ณุ หภูมิ 50 องศาเซลเซยี ส น้ําบรโิ ภคทผ่ี า น 
ความรอ นและคลอรนี จะปลอดภยั จากเชอื้ น้ี 

สแตปฟโลกอกคัส ออเรยี ส (Stephylococcus aureus)  พบในคนท่ีเปนโรคระบบ 
ทางเดินหายใจ และคนท่ีมบี าดแผลเปนหนอง แบคทเี รยี ชนดิ นี้ไมทนตอความรอน แตสามารถ 
สรา งสารพษิ ทท่ี นความรอ นไดด ี 

ซเิ กลลา (Shigella) เปน สาเหตุของโรคบดิ  อาการลาํ ไสอ ักเสบ ทอ งรว งและอจุ จาระ 
เหลว อาศยั อยใู นลาํ ไสค น 

คลอสตริเดียม เฟอฟริงแจนส (Clostridum perfringens)  เปน สาเหตุของโรคลําไส 
อักเสบและโรคเน้ือตาย พบในทางเดนิ อาหารของคน สตั ว  และน้าํ โสโครกเชื้อน้เี มื่ออยใู นลําไส 
จะแบง ตวั และเพม่ิ จํานวนไดม าก 

จากคณุ ลกั ษณะของน้ําทงั้ 3 ลกั ษณะ นํ้าทจี่ ะนาํ มาบรโิ ภคตองมคี ณุ ภาพเหมาะสม ทง้ั ทาง 
คณุ ลกั ษณะทางกายภาพ ทางเคม ี และทางจลุ นิ ทรยี   ถา นํ้าทมี่ คี ณุ ภาพไมเ หมาะสม จะตอ งนาํ มาผา น 
ขน้ั ตอนการปรบั คณุ ภาพนา้ํ ใหเ หมาะสมกอ นจะนํามาบรโิ ภค 

ธรุ กจิ นํ้าด่ืม  19

แนวทางในการเลอื กแหลง นาํ้  

ในอดีตมีโอกาสเลือกแหลงน้ํานอยมาก  เนื่องจากขอจํากัดในเร่ืองของเทคโนโลยี 
ในการจดั หา สว นมากอาศยั แหลง น้ําตามธรรมชาต ิ นอกจากนีย้ งั มีมลพิษสงิ่ แวดลอ มนอย ไมเ ปน 
อันตรายตอ ผบู รโิ ภค แตป จ จบุ ันไดม ีการนําเทคโนโลยีตาง ๆ มาใช ในการจดั หานํา้ และตรวจสอบ 
คณุ ภาพนา้ํ  และขณะเดยี วกนั ปญ หามลพษิ ในสง่ิ แวดลอ มกเ็ ขามาผลักดนั ใหค นเราตอ งใชด ลุ ยพินจิ  
ในการเลอื กแหลง นาํ้ มากขน้ึ  

เกณฑใ นการเลอื ก
ดา นปรมิ าณเกณฑท สี่ าํ คญั คอื  
-  มนี าํ้ สมาํ่ เสมอ คอื มกี ารเปลย่ี นแปลงตามฤดกู าลไมม ากนกั  สามารถใชไ ดท กุ ฤดกู าล 
-  มปี รมิ าณมากพอใชต ลอดทง้ั ป 
-  มเี หลอื ใชใ นปจ จบุ นั  หรอื มแี นวโนม จะเพม่ิ มากขนึ้ ในอนาคต
ดา นคณุ ภาพ เกณฑส าํ คญั คอื  
-  มสี งิ่ เจอื ปนนอ ย มคี ณุ ภาพตามเกณฑท ก่ี าํ หนด 
-  มลพษิ ทปี่ นเปอ นควรเปน มลพษิ ทก่ี ําจดั ออกไดง า ย เชน  ความขนุ  เหลก็  และตอ ง 
ไมม มี ลพษิ ทมี่ พี ษิ สงู  เชน  สารปรอท ตะกวั่  สารหนู 
-  ไมเ กดิ การปนเปอ นจากสง่ิ แวดลอ มขา งเคยี งไดง า ย 
-  สามารถใชเ ทคนคิ ปอ งกนั การปนเปอ นไดง า ย 

20 ธรุ กจิ น้ําด่ืม

ดา นความสะดวก (ความสะดวกในการใช) เชน  
-  ระยะทางจากบรเิ วณผลติ ถงึ แหลง นา้ํ  
-  ความยากในการบาํ รงุ รกั ษาแหลง น้ํา 
-  ความยากในการซอ มแซมอปุ กรณจ ดั หานา้ํ  
-  ความยากในการปรบั ปรงุ คณุ ภาพนา้ํ  

ในการพจิ ารณาเลอื กแหลง นา้ํ จะนาํ เกณฑท งั้ 3 อยา ง คอื  ปรมิ าณ คณุ ภาพ และความสะดวก 
มาใชเ ปน การตดั สนิ ใจ 

ธรุ กิจน้ําดื่ม  21

กิจกรรมที่ 3 

จากการศกึ ษาตอนนี ้ ทานจะทราบวา หลักในการพจิ ารณาแหลง น้ํา มี 3 อยา ง คือ 
ปรมิ าณ คณุ ภาพ และความสะดวกในการใช 

ขอใหท า นทาํ กจิ กรรมอยา งใดอยา งหนงึ่ ตอ ไปน้ ี
1.  สาํ รวจดวู า ในแหลง ชมุ ชนทที่ า นอาศยั อย ูมผี ปู ระกอบการธรุ กจิ นาํ้ ดมื่ หรอื ไม 

o  มี 
o  ไมม ี 
2.  ถา ม ีขอใหท า นไปสมั ภาษณผ ผู ลติ  และบนั ทกึ เกย่ี วกบั หลกั ในการพจิ ารณาแหลง นา้ํ  
โดยทา นใชเ กณฑท งั้ 3 อยา งเปน ตวั ตง้ั คําถามและจดบนั ทกึ ลงในชอ งวา งตอ ไปน้ี 
1.  ดา นปรมิ าณ 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
2.  ดา นคณุ ภาพ 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
3.  ดา นความสะดวก 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 

22 ธุรกจิ นา้ํ ดื่ม 

3.  ถา ไมม  ีขอใหท า นพจิ ารณาวา  ถา ทา นจะเปน ผปู ระกอบการ ทา นจะเลอื กพนื้ ทใ่ี ด ในการ 
ผลติ  เพราะเหตใุ ด 

...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 

ธรุ กจิ น้ําด่ืม  23

ตอนที่ 3 

กระบวนการผลิตนา้ํ ดม่ื  

สาระสําคัญ 

ผูผลิตนํ้าด่ืมจําเปนตองมีความรูในเร่ืองการใชอุปกรณ เคร่ืองมือ  วิธีการผลิตน้ําด่ืม 
ตลอดจนแกไ ขขอ บกพรอ งเกยี่ วกบั กระบวนการผลติ  จงึ จะสามารถผลติ นา้ํ ดมื่ ไดต ามมาตรฐาน 

จดุ ประสงค เมอ่ื ผเู รยี นไดศ กึ ษาตอนท่ี3 จบแลว  สามารถ 

1.  อธบิ ายกระบวนการผลติ นา้ํ ดมื่ ไดอ ยา งถกู ตอ ง 
2.  ผลติ นาํ้ ดมื่ ไดต ามมาตรฐาน 

ขอบขายเนื้อหา 

1.  อปุ กรณ เครอื่ งมอื ในการผลติ  
2.  การปรบั คณุ ภาพนาํ้  
3.  การบรรจุ 
4.  ผลติ ภณั ฑน าํ้ ดมื่  

24 ธุรกิจนํา้ ด่ืม 

กระบวนการผลติ นํ้าด่ืม 

ผูประกอบการน้าํ ดมื่ จําเปนตองมคี วามรเู ร่ืองการใชอปุ กรณ  เครื่องมอื  วิธีการผลติ นา้ํ ดืม่  
ตลอดจนแกไขขอ บกพรองเก่ยี วกบั กระบวนการผลิต จึงจะสามารถผลิตนาํ้ ด่ืมไดตามมาตรฐาน 
โดยทว่ั ไป กระบวนการผลติ นาํ้ ดืม่ จะแบง เปนขน้ั ตอนตามที ่ คณะกรรมการอาหารและยา ( อย.) 
กาํ หนด คอื  

1.  ขนั้ ตอนการกรอง  กรองดว ยสารทเ่ี ปน ตวั กรอง (ถงั กรอง) ชนดิ ตา งๆ 
2.  ขนั้ ตอนการทาํ ลายเชอื้ จลุ นิ ทรยี   ใชแ สงอลุ ตราไวโอเลต (หลอด U.V.) 
ในการผลติ นาํ้ ดม่ื ยงั แบง ไดเ ปน 2 ระดบั   คอื   การผลติ ทเ่ี ปน อตุ สาหกรรมในครวั เรอื น  และ 
การผลติ ในโรงงานอุตสาหกรรม   ซึ่งในบทเรียนน้ีจะกลาวถึง  การผลิตที่เปนอุตสาหกรรมใน 
ครวั เรอื นเทา นน้ั  

อปุ กรณ  เครอื่ งมือในการผลิต 

กระบวนการผลติ นา้ํ ดม่ื มหี ลายขนั้ ตอน  ซงึ่ ผปู ระกอบการจะตอ งจดั เตรยี มอปุ กรณเ ครอ่ื งมอื  
เครอื่ งใชใ หพ รอ มเพอื่ ทจี่ ะทําการผลติ   ขน้ั ตอนตา ง ๆ ในกระบวนการผลติ นา้ํ ดมื่  มดี งั นี้ 

ขนั้ ตอนการเตรยี มอปุ กรณแ ละเครอ่ื งมอื เครอื่ งใชใ นการผลติ อยา งนอยตอ งม ี
-  เครอ่ื งลา งภาชนะบรรจ ุ
-  เครอื่ งบรรจุ 
-  เครอ่ื งปด ผนกึ  
-  อปุ กรณก ารปรบั คณุ ภาพนา้ํ  
อุปกรณและเคร่ืองมอื เคร่ืองใชในการผลิตตองมีจํานวนเพียงพอ เปนชนิดท่ีเหมาะสม 
กับงานที่ทํา    ไดรับการทําความสะอาดและฆาเช้ืออยางเพียงพอ  ทั้งกอนและหลังการผลิต 
หรอื ตามระยะเวลาทเ่ี หมาะสม 

ธุรกจิ นํา้ ดื่ม  25

การปรบั คณุ ภาพนํา้  

นาํ้ ทจี่ ะนาํ มาใชบ รโิ ภค จําเปน จะตอ งสะอาดปราศจากมลพษิ ทที่ ําใหเ กดิ อนั ตรายแกร า งกาย 
ดงั นน้ั จะตอ งมกี ารปรบั คณุ ภาพของนาํ้ ใหเ หมาะสมเสยี กอ น หลกั การทส่ี าํ คญั ในการปรบั คณุ ภาพนาํ้  
กเ็ พอ่ื กําจัดสงิ่ เจอื ปนทางกายภาพ  ทางเคมแี ละทางจุลนิ ทรยี   ใหอ ยใู นระดบั ทปี่ ลอดภัยเหมาะจะนาํ  
มาบรโิ ภค 

สารมลพษิ ตามเกณฑม าตรฐานนาํ้ ดมื่ ทตี่ อ งจํากดั  
สารมลพษิ ทางกายภาพ ไดแ ก  ความเปน กรดดา ง  ความขนุ และส ี
สารมลพษิ ทางเคมี (ทว่ั ไป) ไดแ ก เหลก็  ทองแดง สงั กะส ีแมงกานสี  คลอไรด ความกระดา ง 
ไนเตรทและฟลอู อไรด 

26 ธุรกจิ นาํ้ ดื่ม 

สารมลพษิ ทางเคมี (สารเปน พษิ ) ไดแก  สารหน ู  แคดเมยี ม โครเมียม ไซยาไนด   ตะกวั่  
ปรอท และซลิ เิ นยี ม 

สารมลพษิ ทางแบคทเี รยี ไดแ ก  โคลฟิ อรม แบคทเี รยี และฟค ลั โคลฟิ อรม แบคทเี รยี  
ขนั้ ตอนการปรบั คณุ ภาพนํา้ ดงั น้ี 
การเตมิ อากาศ(AERAATION) เปน กระบวนการซง่ึ ทาํ ใหน าํ้ และอากาศสมั ผสั กนั  จะทาํ ให 
ออกซเิ จนจากอากาศละลายนาํ้  กลายเปน ออกซเิ จนละลายนาํ้ แลว ไปทาํ ปฏกิ ริ ยิ ากบั สารตา ง ๆ เหลา นนั้  
เปล่ียนรูปจากสารละลายนํ้ามาเปนสารทีไ่ มละลายนํ้า แลวตกตะกอนกําจัดออกไป     ดว ยวิธีน้ ี
สามารถจาํ กดั เหลก็ และแมงกานสี   นอกจากนนั้ ยงั ชว ยทาํ ใหส ารอนิ ทรยี ท ล่ี ะลายนาํ้ สลายตวั กลายเปน  
ตะกอนกาํ จดั ออกไซด ซง่ึ ทําใหเ กดิ ผลในดา นการกาํ จดั กลน่ิ  ส ีทลี่ ะลายปนอยใู นนาํ้ ดว ย 

การตกตะกอน(SEDIMENTATION)  เปน กระบวนการใหส ่ิงปนเปอนที่ไมละลายนํ้า 
จมลงสใู ตน า้ํ   ทง้ั นอี้ าจเกดิ ขนึ้ ไดโ ดยธรรมชาต ิดว ยนา้ํ หนกั ของสงิ่ ปนเปอ นนนั้  ๆ หรอื โดยการใชส าร 
ทจ่ี ะเพมิ่ ขนาดและนา้ํ หนกั ตวั ใหล ดลงได สง่ิ ทถี่ กู แยกออกจากนาํ้ ในการตกตะกอน ไดแ ก 

-  ความขนุ   สารอนิ ทรยี   และสารอนนิ ทรยี  
-  แบคทเี รยี และเชอ้ื โรคอนื่  ๆ ทท่ี าํ ใหเ กดิ โรค 
-  สาหรา ยและสงิ่ มชี ีวติ เลก็  ๆ อน่ื  ๆ 
-  ส ี กลน่ิ  รสชาติ 

ธรุ กิจนํ้าด่ืม  27

การกรอง (FILTRATION)  เปน วิธีการทส่ี าํ คญั อยา งหนง่ึ ในการปรบั คณุ ภาพนํ้า ทั้งทาง 
กายภาพ และทางจลุ ินทรยี   โดยใชสารกรองหรืออปุ กรณท ่กี รอง เปน ขบวนการกําจดั อนุภาคท่ีอย ู
ในน้าํ ท่ีมีขนาดเล็กมาก ท่ไี มสามารถกาํ จัดออกไซดโดยการตกตะกอน  โดยนาํ น้ํามาผานตวั กลาง 
ชนดิ ใดชนดิ หนง่ึ  เพอ่ื ใหต วั กลางนน้ั สกดั กน้ั สง่ิ ทไี่ มต อ งการใหแ ยกออกจากนา้ํ   การกรองมหี ลายแบบ 
ไดแ ก

- สารกรองกรวดทราย  มักใชกรองน้ําประปา  หรือน้ําบาดาลเพ่ือขจัดสิ่งเจือปน 
ทางกายภาพ เชน ตะกอนและดินทราย   ฯลฯ  โดยจัดใหนํ้าไหลผานถึงกรองทรายที่มีข้ันของ 
กรวดทราย เรียงตามขนาดทีพ่ อเหมาะภายในถงั   ซงึ่ เปน การกรองกอนที่จะเขา กระบวนการกรอง 
อนื่  ๆ ตอ ไป

- สารกรองผงถา น  มลี ักษณะคลา ยถา นบดละเอียด สีดําภายในมรี ูพรุนคดเค้ียวไปมา 
ทําใหอัตราสวนผิวหนาตอปริมาตรสูง   ผงถานที่ไดรับการผานกระบวนการความรอนสูงและ 

28 ธรุ กจิ นาํ้ ด่ืม 

ลดความดนั มาเปน พเิ ศษ  มคี ณุ สมบตั ใิ นการดดู ส ี กลน่ิ  คลอรนี  กา ซ และสงิ่ เจอื ปนในนาํ้ ไวใ นรพู รนุ  
ผงถา นอาจใชร ว มกบั ทรายหรอื สารกรองอน่ื  ๆ เชน  เรซิน แอนทราไซด แมงกานสี แซนด เปน ตน

- ไสก รอง ทน่ี ยิ มใชมี 2 ชนดิ  ไดแ ก 

1.  ไสกรองเซรามิค   ทาํ จากเซรามิค  ที่มีรูพรุนละเอียดถึง 0.2  - 3.0  ไมครอน 
มปี ระสทิ ธภิ าพในการกรองสง่ิ เจอื ปนทม่ี ขี นาดเลก็ มากไดด  ี  เชน  อมบี าหรอื  ยสี ตบ างชนดิ  

ธุรกิจน้าํ ด่ืม  29

2.  ไสก รองใยสงั เคราะหซ ง่ึ ทําจากโพลเี อสเตอร  มคี ณุ สมบตั กิ รองสารเจอื ปนตา ง ๆ 
ออกจากนา้ํ จะมรี พู รนุ ใหญแ ละกวา งกวา ไสก รองเซรามคิ

- ไสกรองแอนทราไซดและแมงกานีส  แอนทราไซดใชขจัดสนิมเหล็ก  ตะกอน 
และความขนุ   สว นแมงกานสี จะใชกาํ จดั สนมิ ธาตเุ หลก็  ตะกวั่  กาํ มะถนั  สงั กะส ี ในน้ํา

- สารกรองเรซนิ   เปน สารสงั เคราะหท ่ีสามารถกรองนํา้ ดบิ ที่มีความกระดา ง  ใหเ ปน 
นาํ้ ออ นได โดยเรซนิ สามารถกาํ จดั แคลเซยี มและแมกนเี ซยี ม 

การฆา เชอ้ื (DISINTECTION) ฆา เชอ้ื โรคในนา้ํ มหี ลายวธิ กี าร ไดแ ก 
-  การใชไสก รองแบคทีเรีย (BACTERIAFILTER)  เปนไสกรองเซรามิคที่ผสมดวย 
ธาตุเงิน ซง่ึ มคี ุณสมบัตฆิ า เช้ือจุลนิ ทรีย  และมีขนาดของรูกรองทเี่ ล็กมาก บางชนิดรกู รองมีขนาด 
ไมถงึ 1 ไมครอน ซ่ึงมคี ณุ สมบตั ิท่ีดที ่จี ะกรองจุลนิ ทรียข นาดใหญ   ควรจะใหน าํ้ ผา นไสกรองนี้ 
เปน ขน้ั ตอนสดุ ทา ยกอ นบรรจ ุ   มฉิ ะนนั้ จะอดุ ตนั งา ยและควรลา งไสก รองดว ยน้าํ สะอาดเปน ประจาํ  
เพอ่ื ลา งสง่ิ สกปรกออกจากไสก รอง 

30 ธรุ กิจนาํ้ ด่ืม

- การใชความรอนจากแสงอาทิตย  เปนวิธกี ารทีพ่ ัฒนาขนึ้  โดยใชห ลักการประหยดั  
พลงั งาน โดยนาํ พลงั งานความรอ นทม่ี อี ยตู ามธรรมชาตมิ าใช

- การใชแ สงอลุ ตรา ไวโอเลต โดยใชห ลอดแกว ใสทําดว ยควอทซ ทส่ี ามารถใหล ําแสง 
มีชว งคลน่ื ทท่ี าํ ลายจุลนิ ทรียไ ดในเวลาทพ่ี อเหมาะ ลาํ แสงนี้จะทําใหเ กิดกระบวนการเปลยี่ นแปลง 
ทางเคมีในเซลและทําใหจุลินทรียตายในท่ีสุด   ควรอุนหลอดกอนฆาเช้ืออยางนอย  2  นาที 
และตรวจสอบระบบอยเู สมอวา หลอดอยใู นสภาพดตี ลอดเวลาใชง าน

- การฆา เชอื้ โดยใชส ารเคมบี างชนดิ เชน  
§  คลอรนี มีคณุ สมบตั ฆิ า เชอ้ื โรคในน้าํ และยงั ชว ยเรง ปฏกิ ริ ยิ า  ในการตกตะกอน 

ของสารเคมใี นน้าํ ดวย  สารท่ีนิยมใช   เชน   สารประกอบประเภทไฮโปคลอไรด คลอรีนเหลว 
จํานวนและปรมิ าณคลอรนี ท่ตี องเติมในน้ําจะพจิ ารณาไดจ ากการวดั ปรมิ าณคลอรีนตกคางในน้ํา 

ธรุ กิจน้าํ ด่ืม  31

โดยประสิทธิภาพในการฆาเชื้อโรคจะดีท่ีสุดเมื่อมีปริมาณคลอรีนท่ีคงเหลือ  0.2  -  0.5  ppm. 
โดยมเี วลาสมั ผสั ไมตา่ํ กวา  30 นาที สาํ หรบั นา้ํ ทม่ี ีคณุ ภาพเดยี วกับนา้ํ ประปา ปรมิ าณคลอรีนทใี่ ช 
ในการฆาเชื้อประมาณ  1  กรัม  ตอน้ํา  1  ลูกบาศกเมตร   และถาตองการใหมีผลทั้งในการฆา 
เชอ้ื โรคและในการตกตะกอนสารแขวนลอยและอน่ื  ๆ ในนํา้ ดวย จะใชคลอรนี ประมาณ 1 -2 กรัม 
ตอนํ้า  1 ลกู บาศกเมตร การใชค ลอรนี ในการฆา เชื้ออาจทําใหเกิดปญ หาของกล่ินคลอรีนตกคาง 
จะแกไ ขโดยทง้ิ นาํ้ ในถงั พกั ไว 1 - 2 คนื  หรอื ใชถ งึ กรองคารบ อน (ผงถา น) เพอื่ ดดู กลน่ิ ทต่ี กคา งออก 

§  โอโซน  การใชสารละลายโอโซนในนํ้าในระบบปด ตองใชค วามเขมขน 0.1 
สว นในลา นสว น ระยะเวลาสมั ผสั อยา งนอย 5 นาที 

§  สารเคมีอ่ืน ๆ เชน โปรมีน ไอโอดีน ดา งทบั ทมิ  อยางไรก็ตาม สารเคมที งั้ 3 ตวั  
ที่กลาวมายังไมเ ปน ที่นิยมเทากับคลอรนี  เนื่องจากราคาแพง  และประสิทธภิ าพก็ไมแตกตางกับ 
การใชค ลอรนี มากนกั  

32 ธรุ กิจนํา้ ด่ืม 

การปรบั pH ของนาํ้  
น้ําในแหลงธรรมชาติจะพบวา  pH  อยูระหวาง  6.5  -  8.5  ซึ่งถือวาอยูในเกณฑคา 
มาตรฐานของนาํ้ บรโิ ภคท่ีใชก นั อยูท ัว่ ไป  กรณที พี่ บคา pH ไมไดมาตรฐานจะมีหลกั  การปรบั pH 
ของน้าํ ดงั ตอ ไปนี้
- กรณนี า้ํ มสี ภาพเปน กรดคอื pHตา่ํ กวา 6.5 เพม่ิ pHอาจกระทาํ ไดโ ดยใชป นู ขาว หนิ ปนู  
โซดาแอซ โซเดยี มไบคารบอเนต   แคลเซียมคารบอเนต แอมโมเนียมไฮดรอกไซด  หรอื โซเดยี ม 
ไฮดรอกไซด
- กรณที นี่ าํ้ มีสภาพเปน ดา ง คอื มี pH มากกวา 8.5 จะใชกรดเปน ตวั ปรบั สภาพ pH เชน  
กรดกาํ มะถัน กรดเกลือ หรอื กรดแกอ ื่น ๆ กระบวนการตา ง ๆ ในการปรับคุณภาพนา้ํ  เพอ่ื ผลติ  
น้ํ า บริ โภ ค อาจแต กต างกั นไปตามคว ามเหมาะสมและต ามคุ ณ ภาพของน้ํ า ดิ บเป น สําคั ญ 
ดงั นนั้ ผผู ลติ ควรจะมกี ารเก็บตัวอยา งนาํ้ ดบิ สงไปวิเคราะหเสยี กอน  เพอ่ื ใหทราบถึงคณุ ภาพนํ้าดิบ 
เพอื่ ประโยชนใ นการกําหนดขน้ั ตอนการปรบั คณุ ภาพนาํ้ ใหเ หมาะสม 

ธุรกจิ น้ําด่ืม  33

ผงั แสดง กระบวนการผลติ น้ําดม่ื  

นาํ้ ประปาหรอื นา้ํ บาดาล X  อาจมีการเติมคลอรีนในกรณีท่ ี
หรอื น้าํ จากแหลงอนื่   X  แหลงนํ้านน้ั มาจากผวิ ดิน เพื่อฆา 
เชอ้ื จลุ นิ ทรยี ชั้นหนึ่งกอน 

ถงั พกั  X
X
กาํ จดั ส่ิงเจือปนทางกายภาพ  ถงั กรองทราย(SAND FILTER) X
ไดแก  ความขุน  ความเปน  X
กรดดาง  สารแขวนลอย  สิ่ง  Xถังเก็บน้าํ   กรณนี าํ้ มปี รมิ าณเหลก็ มาก 
ปนเปอ นตาง ๆ  X อาจตดิ ตง้ั ถงั กรอง (แอนทราไซด)  
X
กําจัดส่งิ เจอื ปนทางเคมี  ถงั กรองเรซนิ  X
ความกระดา งตา ง ๆ  X
X
กําจดั กล่นิ  สี  ถงั กรองผงถา น(ACTIVATED CARBON FILTER) 
คลอรนี  

กาํ จดั เชื้อจลุ นิ ทรยี   เครอื่ งกรองแบคทเี รยี (BACTERIA FILTER) 

กาํ จดั เชอ้ื จลุ นิ ทรยี อ กี ครง้ั   หลอดอลุ ตรา ไวโอเลต็ (หลอดU.V.) 

บรรจ ุ

ปด ผนกึ  

จําหนา ย

หมายเหตุ สายงานการผลติ อาจแตกตา งกนั ไปตามความเหมาะสมและคณุ ภาพการผลติ

34 ธรุ กจิ น้าํ ดื่ม 

การบรรจ ุ

น้ําทผี่ า นขน้ั ตอนการปรบั คณุ ภาพไดต ามมาตรฐานนํ้าดมื่ เพื่อการบรโิ ภคแลว  กจ็ ะนาํ มา 
บรรจใุ นภาชนะเพอื่ จาํ หนายสทู อ งตลาด 

ข้ันตอนการบรรจุในภาชนะ  เครื่องบรรจุนํ้าก็มีหลายรูปแบบตามความตองการของ 
ผปู ระกอบการ  มที งั้ ชนดิ ทบี่ รรจไุ ดค รงั้ ละ 1 ขวด หรอื ครงั้ ละหลาย ๆ ขวด เครอ่ื งทสี่ ามารถบรรจไุ ด 
ครง้ั ละหลาย ๆ ขวด กส็ ามารถทาํ การผลติ ไดอ ยา งรวดเรว็  

โดยการบรรจใุ นภาชนะจะตองทาํ บนโตะ  ท่ีมีความสูงอยางนอ ย  60 เซนติเมตร เปน 
อยา งนอย พน้ื โตะ ควรทาํ ดว ยโลหะทไี่ มเ กดิ สนิมหรอื วัสดอุ นื่ ทเ่ี หมาะสม  หรอื เปน วัสดทุ ไี่ มทําให 
เกิดปฏิกิรยิ าทอี่ าจเปนอันตรายแกส ุขภาพของผูบรโิ ภค  จากนั้นปดผนึก โดยทีท่ ้ังภาชนะบรรจุ 
และฝาตอ งเปน วสั ดทุ ไ่ี มเ ปน พษิ และไมม กี ารปนเปอ น 

ผลิตภัณฑท่ีบรรจุและปดผนึกเปนท่ีเรียบรอยแลว  ใหนาํ ไปเก็บไวบริเวณท่ีเตรียมไว 
สาํ หรับเกบ็ ผลิตภัณฑ   ซง่ึ จะตอ งสงู จากพนื้ อยา งนอ ย  8  นว้ิ  

การรกั ษาความสะอาดและเก็บรักษา เปน เรอ่ื งท่ีสําคัญสาํ หรับการผลิตนา้ํ ดืม่   เน่อื งจาก 
มโี อกาสปนเปอ นไดง า ย  จงึ ตอ งดาํ เนนิ การดงั น้ ี

§  ตวั อาคารสถานทผ่ี ลติ ตอ งรกั ษาใหอยใู นสภาพสะอาดถกู สขุ ลกั ษณะ 

ธุรกิจนํ้าดื่ม  35

§  พนื้ ผวิ ของเคร่อื งมอื และอปุ กรณก ารผลติ ที่สัมผสั กบั นา้ํ   ตองทาํ ความสะอาด 
อยา งสมาํ่ เสมอตลอดเวลา ใหอ ยูในสภาพทีถ่ ูกสุขลกั ษณะ และมกี ารทําลายเช้อื จุลินทรีย  สาํ หรบั  
ชน้ิ สวนของเคร่ืองมอื ตาง ๆ ท่ีอาจจะเปนแหลงสะสมของจุลินทรีย หรือกอใหเ กดิ การปนเปอน 
ในน้ํา  เชน ขอตอตาง  ๆ  จะตองถอดออกมาทําความสะอาดดวย  และฉีดลางดวยนํ้าที่ผาน 
การปรบั คณุ ภาพแลว ในการผลติ กอ นทาํ การผลติ ทกุ ครงั้  

§  ภาชนะบรรจุ  ตองทําจากวสั ดทุ ่ีไมเ ปนพษิ และตองไดรับการตรวจสอบกอน 
ใชบ รรจผุ ลติ ภณั ฑ หากพบวา ไมส ะอาดหรอื มตี าํ หน ิ ตอ งนําไปผา นกรรมวธิ กี ารทาํ ความสะอาดใหม 
หรือคัดแยกออกไป  และตองเก็บรักษาใหอยูในสภาพท่ีเหมาะสมปองกันการปนเปอนไดอยาง 
เพยี งพอ  ในการนําภาชนะไปบรรจนุ า้ํ ดมื่ แตล ะครง้ั จะตอ งฉดี ลา งภายในภาชนะบรรจดุ ว ยนา้ํ สะอาด 
ทป่ี รบั คณุ ภาพและบรรจทุ นั ท ี

ผลติ ภณั ฑน ้ําดม่ื  

สามารถแบง ตามลกั ษณะของการบรรจไุ ด เปน 2 ประเภท คอื  

1.  นา้ํ ดมื่ บรรจขุ วดกลมุ ลกู คา จะเปน บคุ คลทวั่ ๆไป สะดวกตอ การพกพาและการเดนิ ทาง 
ซงึ่ มอี ยหู ลายขนาดและหลายรปู แบบ 

36 ธรุ กิจนํา้ ด่ืม 

2.  น้ําดื่มบรรจุถัง  กลุมลูกคาจะเปนตามบานเรือน  สํานักงาน  โรงงาน  เปนตน 
นาํ้ ดมื่ บรรจถุ งั มรี าคาถกู และมปี รมิ าณนาํ้ มาก 

นอกจากน ้ีนาํ้ ดมื่ สามารถแบง ไดเ ปน 2 ประเภท คอื  
1.  นํ้าดมื่ ในภาชนะทเ่ี ปนพลาสตกิ ใส 

2.  น้าํ ดม่ื ในภาชนะทเ่ี ปน พลาสตกิ ขนุ  

โดยผูบริโภคจะนิยมดื่มน้ําในภาชนะบรรจุท่ีเปนพลาสติกใสมากกวา  เพราะมีความ 
เชอื่ มนั่ ตอ ความสะอาดและปลอดภยั  และผบู รโิ ภคนยิ มดม่ื นา้ํ บรรจขุ วด เนอื่ งจากหาซอ้ื งา ย  สะดวก 
ในการพกพา และมปี ระโยชนต อ รา งกาย 

ธรุ กิจนํา้ ด่ืม  37

ลกั ษณะทดี่ ขี องนํา้ ดมื่ บรรจขุ วด/ถัง 
1.  สภาพภายนอกและสภาพภายในของขวด/ถังที่ใชบรรจุตองสะอาด  บริเวณฝาปด 
ตอ งไมม คี ราบปนเปอ น ฝาตอ งปด สนทิ  มแี ผน พลาสตกิ รดั ฝาอกี ชนั้ หนงึ่  
2.  ลกั ษณะของนาํ้ ตอ งใส ไมม ตี ะกอน ส ีกลน่ิ รสทผี่ ดิ ปกต ิ
3.  ฉลากตอ งระบชุ อ่ื  ตรานาํ้ ดม่ื  ทตี่ งั้ ของผผู ลติ  ปรมิ าตรสทุ ธ ิเลขทะเบยี น อย. อยา งชดั เจน 

กิจกรรมท่ี 4 

ใหผูเรียนศึกษาเนื้อหา  กระบวนการผลิตนํ้าดื่ม  และเขียนสรุปสาระสําคัญ 
ทไี่ ดต ามความเขา ใจมาพอสงั เขป 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 

38 ธรุ กจิ นาํ้ ด่ืม 

กจิ กรรมที่ 5 

ใหผูเรียนไปพบสาธารณสุขจังหวัดเพื่อปรึกษา เร่ือง  แนวทางการผลิตน้ําด่ืม 
ใหไ ดม าตรฐาน และจดบนั ทกึ คําปรกึ ษาลงในชอ งวา งนี ้
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 
...................................................................................................................................................................... 

ธรุ กจิ นา้ํ ด่ืม 

ตอนท่ี 4 

การควบคมุ การผลิตนํา้ ดื่มเพื่อจําหนาย 

สาระสําคัญ 

อาชีพธุรกิจนํ้าด่ืมนั้น  เปนอาชีพท่ีอยูในความควบคุมดูแลของกระทรวงสาธารณสุข 
โดยกําหนดใหเ ปน อาหารควบคมุ เฉพาะ  ผปู ระกอบการจะตอ งดําเนนิ ตามขนั้ ตอนและการควบคมุ  
ทางดา นกฏหมายอยา งเครง ครดั  

จดุ ประสงค เมอ่ื ผเู รียนไดศ กึ ษาตอนท่ี4 จบแลว  สามารถ 

1.  รกู ฏหมายทเี่ กยี่ วขอ งในการผลติ นา้ํ ดมื่  
2.  ปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอนของกฏหมายไดอ ยา งถกู ตอ ง 

ขอบขายเน้ือหา 

1.  การควบคมุ การผลติ นาํ้ ดม่ื  
2.  การฝา ฝน กฏหมายและบทกาํ หนดโทษ

40 ธุรกจิ นา้ํ ดื่ม 

การควบคุมการผลิตนา้ํ ด่ืมเพ่ือจาํ หนาย 

การควบคมุ การผลติ นาํ้ ดมื่  

ปจ จบุ นั ผผู ลติ นาํ้ บรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ปี่ ด สนทิ   จาํ หนา ยอยา งแพรห ลายตามทอ งตลาด 
และไดรับความนยิ มจากผบู รโิ ภคท่วั ไป  ในการคุมครองผบู ริโภคใหไ ดรบั ความปลอดภยั ในการ 
บริโภคผลติ ภัณฑดงั กลา ว  กระทรวงสาธารณสุขไดออกประกาศ ฯ ฉบบั ที่ 61 (พ.ศ.2524) เร่อื ง 
นํา้ บรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ่ีปด สนทิ   และ แกไ ขเพิ่มเตมิ ตามประกาศ ฯ ฉบบั ที่ 135 (พ.ศ.2534) 
โดยตามประกาศฯ  ฉบับดังกลาวไดกาํ หนดใหนํ้าบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปดสนิทเปนอาหาร 
ควบคมุ เฉพาะ กาํ หนดคณุ ภาพหรอื มาตรฐานของนา้ํ บรโิ ภคทง้ั ทางดานกายภาพ เคมี และจลุ นิ ทรยี  
ตลอดจนขอ กาํ หนดเกยี่ วกบั ภาชนะบรรจแุ ละการแสดงฉลาก  ซง่ึ ผผู ลติ นาํ้ บรโิ ภคเพอื่ จาํ หนา ย จะตอ ง 
ผลติ นาํ้ บรโิ ภคใหไ ดม าตรฐานตามประกาศฯ ฉบบั ดงั กลา ว 


Click to View FlipBook Version