The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

Keywords: การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า

คํานํา 

การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา  เปน หนง่ึ ในรปู แบบวธิ ีการเพาะเหด็ ฟาง  ซง่ึ ไดร บั  
การพฒั นาจากนกั วชิ าการและเกษตรกร  เพอ่ื ใหไ ดผ ลผลติ เหด็ ฟางมากขนึ้ และใชพ นื้ ท ี่
ในการเพาะนอ ย  สามารถเพาะไดภ ายในครวั เรอื น 

หลักสูตร  การเพาะเห็ดฟางในตะกรา  มุงเนนใหผูท่ีสนใจ  เมื่อศึกษา 
หลักสูตรน้ีแลวสามารถนาํ ไปปฏิบัติการเพาะเห็ดไดจริง  เนื่องจากวัสดุอุปกรณท่ีใช 
หาไดง า ยในทอ งถ่ิน  มีตน ทนุ ในการผลิตนอยและไดผ ลผลิตคมุ คา   ซง่ึ สามารถพฒั นา 
จากการเพาะเพอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื นไปสกู ารจําหนา ย สรา งรายไดใ หก บั ครอบครวั  

สถาบนั พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั  ภาคตะวนั ออก 
รว มกับศนู ยก ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาํ เภอวงั จันทร  จังหวัด 
ระยอง  หวังเปน อยา งย่งิ วา หลกั สตู รการเพาะเห็ดฟางในตะกรา จะเปนประโยชนตอ  
ประชาชนทส่ี นใจ และขอขอบคณุ คณะกรรมการพฒั นาสอื่ ประกอบหลกั สตู ร ตลอดจน 
ผเู กย่ี วขอ งในการจัดทําหลักสตู รไว ณ โอกาสน ี้

สถาบนั   กศน.ภาคตะวนั ออก 
พฤษภาคม  2552

สารบัญ 

คาํ แนะนาํ การใชห ลกั สตู ร ............................................................................... ก 
โครงสรางหลกั สตู ร......................................................................................... ข 
แบบทดสอบกอ นเรยี น .................................................................................... ค 
ตอนท่ี 1  ความรเู บอ้ื งตน เกย่ี วกบั เหด็ ฟาง ........................................................ 1 
ตอนท่ี 2  การเตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ................. 17 
ตอนที่ 3  ขนั้ ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ................................................. 25 
ตอนท่ี 4  การบรรจหุ บี หอ และการจําหนา ยเหด็ ฟาง ......................................... 33 
แบบทดสอบหลงั เรยี น .................................................................................. 41 
เฉลยกจิ กรรม .............................................................................................. 42 
เฉลยแบบทดสอบกอ น-หลงั เรยี น ................................................................... 47 
รายการอา งองิ .............................................................................................. 48 
คณะกรรมการพฒั นาหลกั สตู ร ...................................................................... 50

คําแนะนาํ การใชหลักสูตร 

1.  หลักสตู ร การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ประกอบดวยเนอ้ื หาและกจิ กรรม จาํ นวน 
4  ตอน ใชเ วลาศึกษา 12  ชั่วโมง 

2.  กอนทผ่ี เู รียนจะศกึ ษาหลกั สูตร ควรทําแบบทดสอบตนเองกอ นเรยี นเสียกอ นแลว  
ตรวจคําตอบจากเฉลย  แลวรวมคะแนนไวเพ่ือเปรียบเทียบกับคะแนนที่ไดจากการทดสอบ 
หลงั เรยี นตอ ไป 

3.  ควรศึกษาโครงสรางของหลักสูตรนี้ใหเขาใจในสาระสําคัญ  จุดประสงคทั่วไป 
และขอบขา ยเนอ้ื หาของหลกั สตู ร เพอ่ื ประโยชนใ นการวางแผนการเรยี น 

4.  ศกึ ษาเนอื้ หา และปฎบิ ตั ติ ามกจิ กรรมทใ่ี หไ วท กุ กจิ กรรม หากไมเ ขา ใจใหท บทวนใหม 
หรอื  ปรกึ ษาผรู  ู

5.  เม่ือผูเรียนปฏิบัติตามข้ันตอนดังกลาวมาแลว  ควรทําแบบทดสอบหลังเรียน 
แลว ตรวจจากเฉลย จากนน้ั นาํ คะแนนท่ไี ดไปเปรยี บเทยี บกบั คะแนนจากแบบทดสอบกอ นเรยี น 
ผเู รยี นจะทราบความกา วหนา ของตนเองในการเรยี นหลกั สตู รนี้

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา ก

โครงสรางหลักสูตร 

สาระสาํ คัญ 

เห็ดฟางเปนเห็ดท่ีคนไทยรูจักกันดี    เปนเห็ดท่ีเกิดขึ้นตามธรรมชาติในเขตรอน 
ดอกเหด็ ฟางมรี สชาตดิ ีและมีคุณคาทางอาหารสูง  สามารถนํามาประกอบอาหารไดห ลายชนิด 
จึงไดรับความนยิ มในตลาดของผูบริโภค เห็ดฟางเพาะไดงาย สามารถนํามาเพาะในตะกรา ได 
ใชเ วลาในการเพาะประมาณ 10-12 วนั   จะไดด อกเห็ดเกิดข้ึน  สามารถเกบ็ ดอกเหด็ ไปประกอบ 
อาหารหรอื จาํ หนา ยเปน การสรา งรายได  ใหแ กผ ผู ลติ ไดเ ปน อยา งด้ี 

จุดประสงคการเรยี นรู 

1.  เพอ่ื ใหผ เู รยี นมคี วามรเู กยี่ วกบั การเพาะเหด็ ฟาง 
2.  เพอ่ื ใหผ เู รยี นสามารถเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ได 
3.  เพอื่ ใหผ เู รยี นสามารถจาํ หนา ยเหด็ ฟางได 

ขอบขา ยเน้อื หา  จาํ นวน  3  ชว่ั โมง 
จาํ นวน  4  ชว่ั โมง 
1.  ความรเู บอ้ื งตน เกยี่ วกบั เหด็ ฟางและการเพาะเหด็ ฟาง  จาํ นวน  3  ชวั่ โมง 
2.  การเตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา   จํานวน  2 ชว่ั โมง
3.  ขนั้ ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา  
4.  การบรรจหุ บี หอ และการจาํ หนา ยเหด็ ฟาง 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา ข

…  แบบทดสอบกอ นเรียน 

สว นท่ี 1  ใหผ เู รยี นนาํ ขอความมาเตมิ ลงในชองวา งของสว นประกอบของดอกเหด็ ฟางใหถ กู ตอ ง 
หมวกดอก  สปอร    ปลอกหุม    เสนใยขน้ั ท ่ี 1  ครบี   คลามิโดสปอร    กานดอก 

เสนใยขนั้ ท่ี 2 

8

1.................................................................  2.......................................................... 
3.................................................................  4.......................................................... 
5.................................................................  6.......................................................... 
7.................................................................  8......................................................... 
สว นท่ี 2  ใหผเู รยี นเรยี งลําดบั การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ใหถกู ตอ ง 
.......................  1.  นําสมุ โครงไมไ ผม าครอบ 
......................  2.  ขยกี้ อ นเชอ้ื เหด็ เกา  
.......................  3.  ใสแ ปง ขา วเหนยี วผสมกบั เชอื้ เหด็ ฟาง 
......................  4.  ใสผ กั ตบชวาลงในตะกรา  
......................  5.  กดอดั กอ นเชอ้ื เหด็ เกา ใหแ นน  
......................  6.  รดนาํ้ ใหช มุ  
.....................  7.  โรยกอ นเชอ้ื เหด็ ฟางบรเิ วณรมิ ตะกรา ใหท ว่ั  
.....................  8.  ใสก อ นเชอ้ื เหด็ เกา เปน ชนั้ สดุ ทา ย 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา ค

ตอนท่ี  1 
ความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกับเห็ดฟาง 

สาระสําคัญ 

เหด็ ฟางเปน พชื จาํ พวกรา   การเจรญิ เตบิ โตเรมิ่ มาจากเสน ใยของเหด็ ราทรี่ วมตวั กนั เปน กลมุ กอ น 
ภายในเวลาไมก ชี่ ว่ั โมงในสภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสม คอื  ในทม่ี อี าหาร ความชนื้  และอณุ หภมู ทิ พ่ี อเหมาะ 
แลว เสน ใยเหด็ จะมารวมตวั กนั เปน ดอกเหด็  ดอกเหด็ จะเจรญิ เตบิ โต เปน หมวก เปน ครบี และเปน กา นดอก 
ซงึ่ เหด็ ฟางเปน พชื ทชี่ าวไทยนยิ มรบั ประทานกนั มาก   มรี สชาตดิ แี ละมคี ณุ คา ทางอาหารสงู  สามารถนาํ มา 
ปรงุ เปน อาหารไดห ลายชนดิ  

จุดประสงคการเรียนร ู เพือ่ ใหผ ูเ รยี น 

1.  สามารถอธบิ ายลกั ษณะทางพฤกษศาสตรข องเหด็ ฟางได 
2.  สามารถอธบิ ายปจ จยั และสภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสมในการเพาะเหด็ ฟาง 

ขอบขายเน้อื หา  1

1.  ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร 
1.1 สว นประกอบของดอกเหด็ ฟาง 
1.2 ลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ฟาง 
1.3.วงจรชีวติ ของเหด็ ฟาง 
1.4.คณุ คา ทางอาหารของเหด็ ฟาง 

2.  การเพาะเหด็ ฟาง 
2.1 ปจ จยั ในการเพาะเหด็ ฟาง 
2.2 สภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสมตอ การเพาะเหด็ ฟาง 
2.3 การปอ งกนั และกาํ จดั ศตั รกู ารเพาะเหด็ ฟาง 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา

1. ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร 

เห็ดฟางมีชือ่ วทิ ยาศาสตรว า Volvariella volvacea ( Bull-ex Fr.) Sing มชี อ่ื ภาษาไทยวา  
เหด็ ฟางหรอื เหด็ บวั  

เหด็ ฟางเปน พชื จาํ พวกรา   จดั อยใู นชน้ั Basidiomycetes การเจรญิ เตบิ โตเรมิ่ มาจากเสน ใยของ 
เห็ดราทร่ี วมตัวกนั เปน กลุมกอ นในสภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสม คือ มอี าหาร ความช้นื  และอณุ หภมู ทิ ี่ 
พอเหมาะ แลว เสน ใยเหด็ จะมารวมตวั กนั เปน ดอกเหด็  

1.1 สว นประกอบของดอกเหด็ ฟาง

สปอร

ท่มี า : อานนท เออ้ื ตระกลู . การเพาะเหด็ ฟาง. หนา 17

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา  2

1. หมวกดอก เปนสวนปลายสุดของดอกทเ่ี จริญเติบโตขนึ้ ไปในอากาศ เมอื่ ดอกเห็ดเจริญ 
เต็มที่จะกางออกคลายรม     ผิวของหมวกดอกดานบนมีลักษณะเรียบ   มีขนาดตางกันต้ังแต  4-14 
เซนตเิ มตร ขน้ึ อยกู บั สายพนั ธขุ องเหด็ ฟาง 

2. ครบี เปน สว นทอี่ ยใู ตห มวกดอก มลี กั ษณะเปน แผน เลก็  ๆ วางเรยี งกนั เปน รศั มรี อบกา นดอก 
ดอกเหด็ ทส่ี มบรู ณจ ะมคี รบี ประมาณ 300-400 ครบี        การวางตวั ของครบี ดอกเหด็ นนั้  เปน การวางแบบ 
สลบั กนั ไป 

3. กา นดอก  เปน สว นทชี่ ขู องหมวกดอก เชอ่ื มอยรู ะหวา งสว นฐานและตรงกลางของหมวกเหด็  
กา นดอก มสี ขี าว ลกั ษณะเรยี วตรง หรอื สว นฐานโตกวา เลก็ นอ ย ขนาดของกา นจะโตอยรู ะหวา ง 0.5-1.5 
เซนตเิ มตร   ไมม วี งแหวนหมุ  

4. ปลอกหุม  เปนสวนของเน้ือเย่ือชั้นนอกสุดของดอกเห็ด  มีหนาที่หุมดอกเห็ดท้ังหมด 
และปลอกหมุ ดอกเหด็ จะปรแิ ตกออกในระยะที่ 5 (ปรดิ อก) ของการเจรญิ เติบโต 

5. สปอร เปน เปน อวยั วะสว นขยายพนั ธขุ องเหด็ ฟางทาํ หนา ทค่ี ลา ยเมลด็ พนั ธ ุมขี นาดเลก็ มาก 
มองดว ยตาเปลาไมเ หน็  มลี กั ษณะเปน วงรคี ลา ยรปู ไข  ผิวเรยี บ มสี นี ํ้าตาลออ นถงึ แก 

6. เสน ใย เกดิ จากการสรา งสปอรข องเหด็  เมอื่ ดอกเหด็ จะงอกนน้ั   จะปรากฏเสน ใยราสขี าวขนึ้  
อยกู อน เสน ใยนจ้ี ะกอ ตวั หรอื รวมตัวกนั   มลี กั ษณะเปน ปยุ ฝา ยสขี าว  เรยี กวา เสน ใยขน้ั แรก  และพฒั นา 
เปน เสน ใยขน้ั ที่ 2 เสน ใยจะรวมตวั กนั เกดิ เปน ดอกเหด็ ในระยะตอ มา 

7. คลามโิ ดสปอรเปน อวยั วะสาํ หรบั การขยายพนั ธขุ องเหด็   เกดิ จากสปอรท พ่ี ฒั นาเปน เสน ใย 
ทแ่ี กต วั ทอี่ ยใู นสภาพแวดลอ มทไ่ี มเ หมาะสม  จงึ สรา งเกราะขน้ึ มาเพอ่ื ปอ งกนั ตวั   มลี กั ษณะคอ นขา งกลม 
อยบู รเิ วณสว นปลายของเซล มสี นี า้ํ ตาลไหม 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 3

1.2 ลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ฟาง 
เหด็ ฟางเปนเหด็ ทรงรม  มปี ลอกหรอื ถงุ คลุมดอกเหด็ ขณะทย่ี งั เลก็ อยู เรียกวา วอลวา 

( Volva ) เมอ่ื เหด็ เจรญิ เตบิ โตขน้ึ แลว วอลวา จะคอยๆแตกออก กา นดอกจะเจริญเตบิ โตขนึ้ ไปในอากาศ 
คงเหลือเปลือกหอ หุมโคนอยูในลักษณะถวยรองรบั ฐานดอกเห็ด  หมวกเห็ดเม่ือโตเต็มท่ีจะกางออก 
มลี กั ษณะคลา ยรม  เนอ้ื หมวกหนาพอสมควรโตเตม็ ทว่ี ดั ไดป ระมาณ 10-15 เซนตเิ มตร ผวิ หมวกดา นบน 
เรียบมีขนละเอยี ดคลมุ อยู  ตอนลา งของหมวกเหด็ มีครีบแผเ ปนรศั มีรอบลําตน   เมอ่ื ดอกเห็ดเริ่มบาน 
ครบี จะมสี ีขาว เม่อื แกจ ะเปลีย่ นเปน สีชมพูอมมว งออน และเปน สนี ้าํ ตาลเขม ตามลาํ ดับ กานดอกยาว 
ประมาณ 8-10 เซนติเมตร ผิวเรียบไมม วี งแหวน 

ลกั ษณะการเจริญเติบโตของดอกเหด็   แบง เปน  6  ระยะ  คือ 
1.  จดุ เร่มิ แรกของการกาํ เนดิ ดอก  เกิดหลงั  

จากโรยเชอื้ เหด็ แลว ในวันที่ 4-6 

2  ระยะดอกเห็ดรูปกระดุมเล็ก  คือ ระยะ 
สบื ตอ จากระยะแรกประมาณ 15-30 ชว่ั โมง มลี กั ษณะ 
กลมยกตวั ขน้ึ จากวสั ดเุ พาะ 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 4

3.  ระยะรู ปกระดุ ม  คือระยะท่ี ดอกเห็ด 
มีการขยายตัวทางดา นความกวา งของดอกอยา งเตม็ ท่ี 
มลี กั ษณะกลมหรอื วงร ีมฐี านทโี่ ตกวา สว นปลาย  ระยะน้ี 
ตอ เนอ่ื งจากระยะที่ 2 ประมาณ 12-20 ช่วั โมง 

4.  ระยะรูปไข  เปนระยะท่ีดอกเห็ดเร่ิมมีการ 
เจรญิ เตบิ โตทางความยาวของกา นดอก และความกวา ง 
ของหมวกดอก  ปลอกหมุ ดอก จะยดึ ไปตามความยาว 
ของกา น เปน ระยะตอเนอื่ ง จากระยะท่ี 3  ผเู พาะปลกู  
จะเริ่มทําการเก็บเกยี่ ว เพราะเปน ระยะทท่ี าํ ใหน ํ้าหนกั  
สงู สุด ผบู รโิ ภคนยิ มรับประทาน 

5.  ระยะปรดิ อก เปน ระยะตอ เนอ่ื งจากระยะที่4 
เพียง 3-6 ชว่ั โมง ระยะนีเ้ ปนการเจริญเติบโตของกา น 
และหมวกดอกเปน ไปอยา งรวดเรว็   ทาํ ใหส ว นบนสดุ ของ 
ปลอกหุมดอกแตกออก  โดยเปนการแตกแบบไมเปน 
ระเบียบ  สวนสีของผิวหมวกดอก  เม่ื อสัมผัสกับ 
บรรยากาศ หรอื ถกู แสงมากกจ็ ะเปน สคี ลํา้  

6.  ระยะแกเ ต็มท ่ี คือ  ชวงท่ีสวนของกานดอก 
และหมวกมีการขยายตัวอยางเต็มท่ี  สวนครีบของ 
ดอกเห็ดจะสรางสปอรและปลอยใหตกลง  หรือปลิว 
ตามลม สขี องครบี จะเขม ขน้ึ เรอ่ื ย ๆ จนเปน สนี าํ้ ตาลคลาํ้  
กา นดอกจะเหนียว หมวกจะออ นนมุ  แตกหกั  หลดุ งา ย

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 5

1.3 วงจรชวี ติ ของเหด็ ฟาง

ท่ีมา : ยุพยงค สุทธิธรรม. การเพาะเหด็ ฟาง. หนา 16 

จากรูปวงจรชวี ิตของเห็ดฟาง  จะพบวา เห็ดฟางเปนพชื   ซง่ึ เกิดจากสปอรท่ีตกลงในสภาพ 
แวดลอ มทเ่ี หมาะสม คอื  มอี าหารความชนื้ และอณุ หภูมทิ พี่ อเหมาะ สปอรก จ็ ะงอกออกมาเปน เสน ใยรา 
สขี าว   จากนนั้ เสน ใยนจ้ี ะกอ ตวั หรอื รวมตวั กนั มลี กั ษณะเปน ปยุ ฝา ยสขี าว  และเสน ใยเหด็ จะมารวมตวั กนั  
เปนดอกเห็ด  ดอกเห็ดจะเจริญเติบโตเร่ือย  ๆ เปนหมวก  เปนครีบและเปนกานดอก เปนลักษณะ 
ดอกเหด็ ฟางทพี่ บเหน็ โดยทวั่ ไป 

1.  ดอกเหด็ ทโี่ ตเตม็ ทแี่ ลว  
2.  แบสเิ ดยี ม ทอี่ ยบู นผวิ เซลของครบี  
3.  สปอรท หี่ ลดุ จากแบสเิ ดยี ม และปลวิ ไปตามอากาศ 
4.  การงอกของสปอร เมอื่ สปอรต กอยใู นสภาวะแวดลอ มทเี่ หมาะสม 
5.  เสน ใยทง่ี อกจากสปอร  หรอื เสน ใยขนั้ ที่ 1 จะถกู แบง ออกเปน เซล หรอื เปน กง่ิ กา น แตล ะเซล 
จะมนี ิวเคลียสอยูตง้ั แต 2-30 อัน 
6.  เสน ใยขน้ั ท่ี 1 สามารถผสมกนั ไดม ารวมเปน เสน ใยขนั้ ท่ี 2 
7.  เสนใยขั้นท ี่ 2  จะมีการเจริญเติบโตทางดานยาว  และแตกก่ิงกานสาขาออกใหม 
สว นเจรญิ ใหมน จ้ี ะแบง เซล เปน กระเปาะเลก็ ๆ   ซงึ่ เปน ระยะแรกของการเจริญเตบิ โตของดอกเหด็  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 6

8.  คลามิโดสปอร  ในกรณีที่เห็ดไมสามารถเจริญเติบโตได  เน่ืองจากสภาวะแวดลอม 
ไมเ หมาะสมจะสรา งคลามโิ ดสปอร 

9.  ดอกเหด็ ตมู รปู กระดมุ  เปน ดอกเหด็ ทเ่ี จรญิ เตบิ โตตอ จากระยะแรกประมาณ 15-30 ชวั่ โมง 
และเจรญิ เตบิ โตเปน ดอกเหด็ โตเตม็ ทต่ี อ ไป 

1.4 คณุ คา ทางอาหารของเหด็ ฟาง 

เหด็ ฟาง เปน พชื อาหารชนดิ หนงึ่ ทชี่ าวไทยนยิ มรบั ประทานกนั มากและมรี สชาตดิ แี ลว  

ยังมีคุณคาทางอาหารสูง  สามารถนาํ มาปรุงเปนอาหารไดหลายชนิด   ซ่ึงไดมีการวิเคราะหคุณคา 

ทางอาหารในเหด็ ฟางสดและเห็ดฟางแหง  ดังน้ี 

คณุ คา ทางอาหารทว่ี เิ คราะหไ ดใ นเหด็ ฟางสด 

ความชน้ื   88.9  % 

โปรตนี   3.4  % 

ไขมนั   1.8  % 

คารโ บไฮเดรต  3.8  % 

กาก  1.4  % 

พลังงาน  44  แคลอร ี่

แคลเซย่ี ม  8  มลิ ลกิ รมั  

เหลก็   1.1  มลิ ลกิ รมั  

วติ ามนิ บี 1  0.16  มลิ ลกิ รมั  

วติ ามนิ บี 2  0.25  มลิ ลกิ รมั  

วติ ามนิ ซ ี 2.00  มลิ ลกิ รมั  

ไนอาซนี   13.7  มลิ ลกิ รมั  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 7

คณุ คา ทางอาหารทว่ี เิ คราะหไ ดใ นเหด็ ฟางแหง  

โปรตนี   49.04  % 

ไขมนั   20.60  % 

คารโ บไฮเดรต  17.03  % 

เถา   13.30  % 

พลังงาน  4,170  แคลอรี่ 

แคลเซย่ี ม  2.35  % ของเถา  

เหลก็   0.99  % ของเถา  

ฟอสฟอรสั   30.14  % ของเถา  

มกั นเี ซยี ม  0.92  % ของเถา  

โปรตสั เซยี ม  24.76  % ของเถา  

อลมู เิ นยี ม  4.47  % ของเถา  

ซลิ กิ อน  15.23  % ของเถา  

โซเดยี ม  15.37  % ของเถา  

กาํ มะถนั   1.42  % ของเถา

ท่ีมา : บุญสง วงศเ กรียงไกร. การเพาะเหด็ ฟาง. ชมรมนกั เพาะเหด็ แหง ประเทศไทย.(เอกสารอดั สาํ เนา) 

นอกจากนเ้ี หด็ ฟางมสี ารจําพวก Cardiotoxie protein เรียกวา Volvotoxins ทม่ี ีคุณสมบัต ิ
ในการปอ งกนั การเจรญิ เตบิ โตและการหายใจของเซลมะเรง็  ทเ่ี รยี กวา Ehrlich ascitestumor cell  ซงึ่ ชว ย 
ยบั ยงั้ การเกิดโรคมะเรง็  และรกั ษาโรคไขมนั ในเสน เลือดสงู  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 8

2. การเพาะเหด็ ฟาง 

การพัฒนาวิธี การเพาะเห็ดฟางของประเทศไทยนั้ น 
กลา วไดว า เกดิ ขน้ึ โดย อาจารย ดร. กา น ชลวจิ ารณ ทา นเหน็ วา เหด็ ฟาง 
ซง่ึ ขณะนน้ั  เรยี กวา "เห็ดบัว" เปน เห็ดที่ประชาชนนิยมบรโิ ภคและ 
เพาะไดดวยวิธีการที่งายๆ  เพียงแตผลผลิตเทานั้นที่ไดไมแนนอน 
ทง้ั นเ้ี พราะตอ งอาศยั เชอื้ เหด็ จาก แหลง ธรรมชาตแิ ละผลผลติ  กข็ นึ้ อยู 
กับความแข็งแรงของเชื้อเห็ดที่ใช  ดังน้ันทานจึงมีแนวความคิดวา 
หากมี การทําเชื้ อเห็ ดฟางบริ สุทธ์ิ ขึ้ นเช นเดี ยวกั บเห็ ดหอมหรื อ 
เหด็ ฝรง่ั แลว  ผลผลติ เหด็  ทไี่ ดก จ็ ะแนน อนกวา    จากความคดิ ดงั กลา ว 
ทานจึงไดทดลองการทําเช้ือเห็ดฟางโดยใชความรูในการทําเช้ือ 
เหด็ ฝรง่ั มาประยกุ ตใ ช  คอื ใชม ลู มา มาผสมกบั เปลอื กเมลด็ บวั  หมกั ไว 
ประมาณ 35 - 45 วนั  แทนการใชม ลู มา ผสมกบั ฟางของการทําเชอ้ื เหด็ ฝรง่ั  การทดลองประสบผลสาํ เรจ็  
และนับวาเปนคนแรกของประเทศไทย  นอกจากการประสบผลสําเร็จในการทําเช้ือเห็ดฟางแลว 
ยังไดปรับปรุงวิธีการเพาะเห็ดฟางโดยใชเชื้อเห็ดบริสุทธ์ิ  ท่ีสามารถใหผลผลิตที่แนนอนเปนที่รูจัก 
กนั โดยทว่ั ไป คอื  การเพาะเหด็ ฟางแบบกองสมุ  พรอ มกนั นน้ั กไ็ ด  รเิ รม่ิ การเพาะเหด็ ชนดิ อน่ื ๆ อกี มากมาย 
เชน  เหด็ หูหน ู เหด็ หอม และเหด็ นางรม เปนตน  

อาจารย ดร. กา น ชลวิจารณ ไดเ ผยแพรความรโู ดยจดั การอบรมการทําเช้อื และ
เพาะเหด็ ขึ้นรนุ แรกในป พ.ศ. 2491 ณ บรเิ วณเกษตรกลางบางเขน ดว ยความวิริยะ อตุ สาหะ
และความดที ที่ า นไดท าํ ไวแ กว งการเหด็ ของไทย บรรดานกั เพาะเหด็ ทง้ั หลายจงึ ถอื วา "ทา นเปน บดิ า
ของเหด็ ไทย" ในประมาณปลายป พ.ศ. 2515 ไดม กี ารตง้ั ชมรมเหด็ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรข น้ึ
โดยนสิ ติ นกั ศกึ ษากลมุ หนง่ึ และไดเ รม่ิ ทาํ การเปด อบรมการเพาะเหด็ ขน้ึ ในชว งกลางป พ.ศ. 2516
ผลปรากฏวา ไดม กี ารขยายการเพาะเหด็ ฟางไปทวั่ ประเทศ จนกระทงั่ ในปจ จบุ นั นไี้ ดม กี ารตงั้ ชมรม
และสมาคมเก่ียวกับเห็ดขึ้นมากมาย เชน ชมรมผูเพาะเห็ดสมัครเลน สมาคมนักวิจัยและ
เพาะเหด็ แหง ประเทศไทย เปน ตน

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 9

2.1 ปจ จยั ในการเพาะเหด็ ฟาง 

วตั ถดุ บิ ทใี่ ชใ นการเพาะ ใชฟ างตากแหง สนทิ ซง่ึ เกบ็ ไวโ ดยไมเ ปย กชนื้ หรอื ขนึ้ รามากอ น ใชไ ด 
ทง้ั ฟางขา วเหนยี ว ฟางขา วจา ว ฟางขา วทนี่ วดเอาเมลด็ ออกแลว  และสว นของตอซงั เกยี่ วหรอื ถอน กใ็ ชไ ดด  ี

อาหารเสรมิ การใสอาหารเสรมิ เปน สวนชว ยใหเสน ใยของเห็ดฟางเจริญไดด ี และทําใหไ ด 
ดอกเห็ดมากกวา ทไี่ มไดใสถึงประมาณเทาตัว อาหารเสรมิ ที่นิยมใชอยูเปนประจําไดแก ละอองขาว 
ปยุ มลู สตั วห รอื ปยุ คอกแหง  ไสน นุ  ไสฝ า ย ผกั ตบชวาตากแหง แลว สบั ใหเ ปน ชน้ิ เลก็  ๆ จอกแหง และเศษพชื  
ชนิ้ เลก็  ๆ ทนี่ มิ่  และอมุ น้าํ ไดด  ี เหลานก้ี ม็ สี ว นใชเ ปน อาหารเสรมิ ไดเชน กนั  

เชอ้ื เหด็ ฟางทจี่ ะใชเ พาะ เลอื กซอื้ เชอ้ื เหด็ ฟางเพอ่ื ใหไ ดเชอ้ื เหด็ ทม่ี คี ณุ ภาพดแี ละเหมาะสม 
กบั ราคา โดยมหี ลกั เกณฑก ารพจิ ารณาดงั น้ี 

¶  เมื่อจับดูที่ถุงเชื้อเห็ด  ควรจะตองมีลกั ษณะเปนกอนแนนมีเสนใยของเช้ือเห็ดเดิน 
เตม็ กอ นแลว  

¶  ไมมเี ชอ้ื ราชนดิ อ่นื  ๆ หรือเปนพวกแมลง หนอน หรือตัวไร เหลานเี้ จอื ปน และไมควร 
จะมนี าํ้ อยกู น ถงุ  ซง่ึ แสดงวา ชนื้ เกนิ ไป ความงอกจะไมด  ี

¶  ไมม ดี อกเหด็ อยใู นถงุ เชอื้ เหด็ นน้ั  เพราะนนั่ หมายความวา เชอื้ เรมิ่ แกเ กนิ ไปแลว  
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 10

¶  เสนใยไมฟูจัดหรือละเอียดเล็กเปนฝอยจนผิดธรรมดาลักษณะของเสนใยควรเปน 
สขี าวนวล เจรญิ คลมุ ทว่ั ทง้ั กอ นเชอ้ื เหด็ นน้ั  

¶  ตอ งมกี ลนิ่ หอมของเหด็ ฟางดว ย จงึ จะเปน กอ นเชอ้ื เหด็ ฟางทด่ี  ี
¶  เชอื้ เหด็ ฟางทซี่ อ้ื ตอ งไมถ กู แดด หรอื รอการขายไวน านจนเกนิ ไป 
¶  เชอื้ เหด็ ฟางทซี่ อื้ มานน้ั  ควรจะทาํ การเพาะภายใน 7 วนั  
¶  อยา หลงเชอ่ื คาํ โฆษณาใด ๆ ของผขู าย ควรสอบถามจากผทู เี่ คยทดลองเพาะมากอ น 
จะดกี วา  นอกจากนค้ี วรมกี ารตรวจสอบเชอ้ื เหด็ ฟางจากหลายยหี่ อ  เชอื้ เหด็ ฟางยหี่ อ ใดใหผ ลผลติ สงู  กค็ วร 
เลอื กใชย ห่ี อ นน้ั มาเพาะจะดกี วา  
¶  ราคาของเชอื้ เหด็ ฟางไมค วรจะแพงจนเกินไป ควรสืบราคาจากเชอื้ เหด็ หลาย ๆ ยห่ี อ  
เพอื่ เปรยี บเทยี บดดู ว ย 

สถานทใ่ี ชเ พาะเหด็   สําหรบั การเพาะเหด็ ฟางในกองดนิ  เปน การเพาะบนดนิ  ดงั นน้ั เราตอ ง 
คํานงึ ถงึ สภาพแวดลอ มแปลงเพาะนัน้ ดวยเปนอยางย่ิง โดยเฉพาะตอ งเปน บริเวณทไี่ มม ยี าฆาแมลง 
หรือยากันเช้ือรา  น้ําไมทวมขัง  มีการระบายนํ้าไดดี  และตองเปนท่ีไมเคยใชเพาะเห็ดฟางมากอน 
ถา เคยเพาะเหด็ ฟางมากอ นกค็ วรจะทาํ ความสะอาดทบี่ รเิ วณนน้ั  โดยการขดุ พลกิ ดนิ ตากแดดจดั  ๆ ไวส กั  
1อาทติ ย เพอ่ื ฆา เชอื้ โรคตา ง ๆ บนดนิ ทจี่ ะเปน พาหะของโรคและแมลงตอ เชอ้ื เหด็ ทเี่ ราจะเพาะในทดี่ นิ นน้ั  
ไดด ีขนึ้  

สําหรบั การเพาะเหด็ ฟางในภาชนะ  ควรเลอื กใชภ าชนะทมี่ ชี อ งเปน ตาราง  ทนี่ ยิ มใชค อื  ตะกรา  
พลาสติกที่มีตาหางประมาณ  1 นิ้ว   เพ่ือใหดอกเห็ดงอกออกมาไดขนาดพอเหมาะ    และสามารถ 
ดูแลสภาพแวดลอ มในการเพาะใหส ะอาด ไดง า ย  และใชพน้ื ทใ่ี นการเพาะนอ ย 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 11

ผา พลาสตกิ  เพ่ือใชใ นการคลมุ กองเหด็  สว นมากมกั จะใช 
ผา พลาสตกิ ใส เพราะราคาถกู  และประหยดั ด ี ซอ้ื ครงั้ เดยี วกใ็ ชไ ด 
หลายครงั้  

บัวรดนาํ้   จะเปนบัวพลาสติกหรือบัวสังกะสีก็ใชไดทั้งน้ัน 
ขอใหใชตักนํ้าไดและรดนํ้าแลวไดน้ําเปนฝอย  ๆ  ก็ใชไดแลว 
ปจจบุ ันทท่ี ํามาก ๆ จะใชเ ครื่องสบู ไดโวหรือเคร่ืองสูบน้ําฉีดนํา้  
เปน ฝอยรดกองฟาง ใหเ ปย กชมุ กอ นเรมิ่ การหมกั ไดก จ็ ะสะดวกด ี

2.2 สภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสมตอ การเพาะเหด็ ฟาง 

อณุ หภมู ิ อณุ หภมู มิ สี ว นสาํ คญั ตอ การเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ฟางเปน อยา งมาก เนอ่ื งจากเหด็ ฟาง 

มตี นกําเนิดอยใู นเขตรอน จงึ ตอ งการอุณหภูมคิ อนขางสูงสาํ หรับการเจริญเตบิ โต ซง่ึ อณุ หภูมิ 38-40 

องศาเซลเซยี ส เปน ชว งทีเ่ หมาะสมทสี่ ดุ สาํ หรบั การงอกของสปอรเห็ด เสนใยเจรญิ ดีทอ่ี ุณหภูมิ 35-38 

องศาเซลเซียส และเกดิ ดอกไดทอ่ี ุณหภูมิ 30 องศาเซลเซยี ส ถารอ นเกนิ ไปดอกเห็ดจะเลก็ และบานเรว็  

กวา ธรรมดา ถา เยน็ เกนิ ไปเสนใยเจริญชา ลงจนหยดุ เจรญิ กม็  ี ขอ สงั เกตคือ หนา รอ นใชเ วลาในการเพาะ 

เห็ดฟางประมาณ 7 วนั  กเ็ ปน ดอก   หนาฝนกนิ เวลา 8-12 วัน สว นหนาหนาว 15-18 วัน หรอื กวา นั้น 

หรอื ไมอ อกดอกเหด็ เลย  การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 12

ความชนื้ ความชน้ื จําเปน ตอ การเจรญิ เตบิ โตของเสนใย เนอ่ื งจากเหด็ ฟางตอ งการความชน้ื  
คอ นขา งมาก ในการเกดิ ดอกและการเจรญิ เตบิ โตของดอกเหด็  โดยตอ งการปรมิ าณนาํ้ ในวสั ดเุ พาะเลย้ี ง 
65-70 เปอรเ ซน็ ต   แตภ ายในดอกเห็ดถา ความชน้ื มากเกินไป เสนใยจะชุมนาํ้ มากและตายได  ดอกเห็ด 
เลก็  ๆ ทถี่ กู รดนา้ํ จะไปชมุ อยบู รเิ วณรอยตอ ของเสน ใยกบั ดอกเหด็  ทาํ ใหส ง อาหารไปยงั ดอกเหด็ ไมไ ดจ งึ ฝอ  
และตายลงได แตถ า แหง ไปดอกเหด็ จะกระดา งหรอื มรี อยแตก และดอกเหด็ ไมเ จรญิ เตบิ โต 

อากาศ  ทุกระยะของการเจริญเติบโตของเห็ดลวนตองการอากาศในการหายใจท้ังสิ้น 
โดยเฉพาะอยางยิ่ งในระยะท่ี กําลังจะเกิดดอกและเกิดดอก    ถาในสถานที่ เพาะเห็ดมีกาซ 
คารบ อนไดออกไซดม ากเกนิ ไป เสน ใยจะเจรญิ เตบิ โตชา ลงหรอื ชะงกั  ดอกเหด็ จะยดื ยาวออกในลกั ษณะ 
ผดิ ปกต ิ สว นผวิ ของดอกเหด็ จะหยาบขรขุ ระ คลายหนงั คางคก 

ความเปน กรดดา ง (pH)ระดบั ความเปน กรดดา งมผี ลตอ การเจรญิ เตบิ โตของเสน ใยเหด็ ฟาง 
เห็ดฟางชอบสภาพเปน กลางหรือกรดเลก็ นอ ย  คอื   มคี า   pH  =  7.5  ถาเปนกรดมากหรอื เปรยี้ วไป 
จะทําใหบกั เตรีในกองฟางไมเจรญิ  ไมยอมสลายโมเลกุลโตๆ  ใหเ ล็กลงได  เสน ใยเห็ดฟางก็จะไดรบั  
อาหารนอ ยกวา ทค่ี วร ทําใหด อกเหด็ กจ็ ะขนึ้ นอ ยไปดว ย 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 13

แสงแดด  แสงแดดออนๆ  จะชวยกระตุนการเจริญเติบโตและการรวมตัวของเสนใยเห็ด 
เพ่อื เกิดเปน ดอกเหด็ ได  แตถ า ดอกเห็ดไดร ับแสงแดดจดั สอ งโดยตรง จะทาํ ใหการเจริญเติบโตของเหด็  
หยุดชะงัก และมีผลทําใหดอกเห็ดเปลี่ยนสีคล้าํ ขึ้น ตางกับเหด็ ท่ขี ้ึนในที่มืดซึ่งจะมสี ีขาวเปนที่นิยม 
ของผบู ริโภค 

2.3 การปอ งกนั และกาํ จดั ศตั รกู ารเพาะเหด็ ฟาง 

การเพาะเห็ดฟางจะใชร ะยะเวลาส้นั  แตก็มศี ตั รูเหด็ หลายชนดิ ท่ีมักเกดิ ขนึ้  คอยทําลายและ 
รบกวนผลผลติ เหด็ ทอ่ี อกมา เชน  มด ปลวก ไรเหด็  และเชอื้ ราตา งๆ ซง่ึ ผเู พาะเหด็ ฟางควรทจี่ ะไดท ราบและ 
หาทางปอ งกนั รกั ษาดงั น้ี 

1. แมลงเชน  มด ปลวก ไรเหด็  วธิ แี กไ ขโดยใชส ารเคมพี วก เซฟวนิ โรยรอบๆ กอง หา งประมาณ 
1ศอก อยา โรยในกองทาํ ประมาณ 1สปั ดาห กอ นเรม่ิ กองเหด็ และควรจะโรยสารเคมนี ปี้ ระมาณ 1สปั ดาห 
กอนท่ีจะเร่ิมกองเห็ดแตอยาโรยภายในกอง  เพราะจะมีผลตอการออกดอก  ทั้งยังมีสารพิษตกคาง 
ในดอกเหด็ ซงึ่ เกดิ อนั ตรายตอ ผกู นิ  

2. เหด็ คแู ขง คอื เหด็ ทเ่ี ราไมไ ดเ พาะแตข น้ึ มาดว ย หรอื เชอ้ื โรค อนื่ ๆ ทเี่ ปน ศตั รขู องเหด็ ฟาง เชน  
พวกราตา ง ๆ วธิ แี ก  คอื  การเกบ็ ฟางไมค วรใหถ กู ฝน และถา มรี าขนึ้ ใหห ยบิ ฟางขยมุ นน้ั ทง้ิ ใหไ กลกองเพาะ 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 14

กจิ กรรมท่ ี 1 

1.  ใหผ เู รยี นสํารวจลกั ษณะของดอกเหด็ ฟางพรอ มบอกรายละเอยี ดของดอกเหด็ ฟางทพ่ี บ  ดงั นี ้
1)  หมวกดอก  มีลกั ษณะ ........................................................................................... 

......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

2)  ครีบ   มีลักษณะ.................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

3)  กานดอก   มีลกั ษณะ ............................................................................................. 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

4)  ปลอกหุม   มลี ักษณะ............................................................................................. 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
2.  ใหผ เู รยี นอธบิ ายวา ดอกเหด็ ฟางมลี กั ษณะการเจรญิ เตบิ โตอยา งไร 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 15

กจิ กรรมท ี่ 2 

1.  ใหผ เู รยี นบอกปจ จยั ทใ่ี ชใ นการเพาะเหด็ ฟางวา ประกอบดว ยอะไรบา ง 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
2.  ใหผ เู รยี นอธบิ ายวา สภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสมตอ การเพาะเหด็ ฟางควรมลี กั ษณะอยา งไร 

ตามรายการตอ ไปนี้ 
อุณหภูมิ................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
ความช้ืน................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
อากาศ...................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
ความเปนกรดดาง...................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
แสงแดด................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 16

ตอนที่  2 
การเตรียมวัสดุและอุปกรณในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา 

สาระสําคัญ 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา มีการใชว ัสดุและอปุ กรณใ นการเพาะ ประกอบดว ย    ตะกรา 
พลาสตกิ   วัสดทุ ใ่ี ชในการเพาะ  อาหารเสริม  เช้ือเหด็ ฟาง  สมุ โครงไมไผ   พลาสตกิ และบวั รดนํา้  ซงึ่ จะ 
ตอ งมกี ารจดั เตรยี มวดั สอุ ปุ กรณต า งๆใหไ ดข นาดและปรมิ าณทพ่ี อเหมาะสําหรบั ใชใ นการเพาะเหด็ ฟาง 
ในตะกรา  

จดุ ประสงคก ารเรียนรู  เพอ่ื ใหผเู รียน 

1.  มคี วามรเู กยี่ วกบั การเตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา  
2.  สามารถปฏบิ ตั กิ ารตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ได 

ขอบขา ยเน้อื หา 

1.  การเตรยี มตะกรา  
2.  การเตรยี มวสั ดทุ ใ่ี ชใ นการเพาะ 
3.  การเตรยี มอาหารเสรมิ  
4.  การเลอื กเชอ้ื เหด็ ฟาง 
5.  การทําสมุ โครงไมไ ผ 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 17

1.  การเตรียมตะกรา  
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา    ภาชนะที่นิยมใชคอื ตะกราพลาสติก เพราะสะดวก ทนทาน 
มอี ายกุ ารใชง านนาน  และยงั มขี อดหี ลายอยาง เชน  
1.  สามารถปรบั สภาพการเพาะใหก นั แดดกนั ลมได 
2.  ใชพ น้ื ทใ่ี นการเพาะนอ ย 
3.  การเพาะเหด็ ในตะกรา ใหผ ลแนน อนและสม่ําเสมอ 
4.  สภาพแวดลอ มของการเพาะสะอาด ไมอ บั ชนื้  ไมเปนอันตรายตอ สขุ ภาพของผเู พาะ 
5.  เหด็ ฟางทไี่ ดส ะอาด นา รบั ประทาน 
6.  สามารถยกจาํ หนา ยไดท งั้ ตะกรา  

ตะกรา พลาสตกิ   เปน ตะกรา ทรงกลม เสน ผาศูนยกลางประมาณ 18 น้ิว สงู 12  นว้ิ  มีตาหาง 
ประมาณ 1 นว้ิ  กน ตะกราไมท บึ เพราะจะสามารถระบายนา้ํ ไดด  ี ราคาประมาณใบละ 35 - 39 บาท 

ตะกรา ทีม่ ขี นาดตาหา งประมาณ 1 นว้ิ   จะทําใหม ชี องวางใหด อกเหด็ งอกออกมาไดข นาด 
พอเหมาะ 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 18

2. การเตรยี มวสั ดทุ ใ่ี ชใ นการเพาะ 

วัสดุท่ใี ชใ นการเพาะ   คือ  กอนเชื้อเห็ดนางฟาเกาท่ีผานการเกบ็ ผลผลติ ไปเรยี บรอยแลว 
โดยเลือกกอ นเชอื้ เห็ดท่ีมสี ภาพดี  มีสีขาว   ไมเปน รา  สงั เกตจากสกี อ นเช้อื เหด็  ไมม สี ดี ํา  สเี ขียวหรือ 
สีเหลอื ง   กอนเช้อื เห็ดมีราคากอนละ  0.50  บาท 

3. การเตรยี มอาหารเสรมิ  
อาหารเสริม มีสวนชว ยใหเ สน ใยของเห็ดฟางเจริญไดด ี ท่นี ยิ มนํามาทําเปนอาหารเสริม คือ 
ละอองขา ว ปุย มูลสตั วหรือปยุ คอกแหง ไสนุน ไสฝาย ผกั ตบชวา  จอกหรือพืชอวบน้ําชนดิ ตา ง ๆ และ 
เศษพืชชน้ิ เลก็  ๆ ทนี่ ิม่ และอมุ นาํ้ ไดด ี ซง่ึ จะตอ งทง้ิ ไวใ หแ หงกอ นจงึ จะนํามาใชไ ด 

อาหารเสรมิ ในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา   ในทนี่ จี้ ะใชผกั ตบชวา ท้ังตน   มาสับใหล ะเอยี ด 
ความยาวประมาณ 1 เซนตเิ มตร 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 19

4. การเลอื กเชอ้ื เหด็ ฟาง 

เชอื้ เหด็ ฟางทีด่ ีสังเกตไดจากการมีเสนใยสขี าวเตม็ ถุง  ควรเลือกเชอ้ื เหด็ ฟางท่ีด ี 1  ถงุ ใหญ 
ราคาถงุ ละ  12  บาท  เพาะไดป ระมาณ  3  ตะกรา 

5. การทาํ สมุ โครงไมไ ผ 
สมุ โครงไมไ ผ  เปน การประยกุ ตใ ชว สั ดใุ นทอ งถน่ิ  ซง่ึ เปน การคดิ คน ของภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่ อาํ เภอ 
วังจันทร   คือ  คณุ เลอศกั ด ิ์  บุรุษวยากรณ   นาํ มาใชในการควบคุมสภาพแวดลอมในการเพาะเห็ดฟาง 
ในตะกรา  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 20

วิธกี ารทาํ สมุ โครงไมไ ผ  ดงั นี้
ขน้ั ตอนท่ี 1 
นําลําไมไ ผม าตัด ท่คี วามยาว  1.5 - 2  เมตร ผา ซกี ใหมคี วามกวา ง  1-2  เซนตเิ มตร และ 
เหลาไมไผใ หห มดคม   โดยตดั ไมไ ผสําหรบั ทําเสนโครง  2 เสน   ความยาวประมาณ 1.5 เมตร  ตดั ไมไ ผ 
ทําเสนวง  3  เสน   คอื   เสนท่ี  1  และเสน ท่ี  2  ยาว  2  เมตร  และเสนท่ี 3  ยาวเทา กบั เสน โครง

ขั้นตอนที่ 2  ดดั ใหเ ขา รปู   นําไมไ ผสําหรบั ทําเปน เสน วงมาดดั   และมัดใหเปน วงกลม  ม ี 3 
ขนาด  คอื   ขนาดใหญ  เปนเสน วงที ่ 1 

ขนาดกลาง  เปน เสน วงที ่ 2 
ขนาดเลก็   เปนเสน วงที ่ 3 

~ ~ 
~

เสนวงที่  1  เสนวงท ่ี 2  เสน วงที่  3 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 21

ขัน้ ตอนท่ี 3  นําเสนโครงไมไ ผทัง้   2 เสน  มาจัดเปนรปู กากบาทและมัดดวยเชือกฟาง 
ที่จดุ กึง่ กลาง    นาํ เสนวงท่ี 1  มามดั กับเสน โครงเพ่อื เปน ฐาน  โดยใหขาเสนโครงอยูดา นใน    มดั ทั้ง 4 
ขา นาํ เสนวงท่ี 2  มามัดกบั เสนโครง  เปน ระยะกง่ึ กลางของเสนโครงไมไผ    มัดท้ัง 4 ขา  นาํ เสนวงที่ 3 
มามัดไวด า นบนของเสน โครงไมไ ผ  มัดทงั้ 4 ขา  จะไดอ อกมาเปน สมุ โครงไมไ ผ

ขน้ั ตอนที่ 4  นําพลาสติกมาเย็บตดิ กับสุมโครงไมไผใ หปด หมดทุกดาน  จะไดเปนภาชนะ 
คลมุ ตะกรา ได 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 22

หมายเหต ุ การทําเปน ลกั ษณะสมุ โครงไมไ ผ   จะไดล กั ษณะของพนื้ ผวิ ทโี่ คง   เมอื่ เกดิ ไอนา้ํ จากการเพาะ 
เหด็ ฟาง  ไอนา้ํ จะไหลลงมาตามผวิ พลาสตกิ   ไมห ยดลงบนตะกรา เพาะเหด็ ฟาง  ซงึ่ จะชว ยลดการเนา เสยี  
จากการทม่ี นี า้ํ มากเกนิ ไป 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 23

กิจกรรมท่ี  3 

ใหผ เู รยี นปฏบิ ตั กิ ารเตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ตามรายการตอ ไปน ้ี
1.  การเตรียมตะกรา .................................................................................................. 

......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

2.  การเตรยี มวสั ดุทใี่ ชในการเพาะ................................................................................ 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

3.  การเตรียมอาหารเสริม ........................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

4.  การเลือกเชื้อเห็ดฟาง............................................................................................. 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

5. การทําสมุ โครงไมไผ 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 24

ตอนที่  3 
ขั้นตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา 

สาระสําคัญ 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา   เปน รปู แบบการเพาะเห็ดฟางอกี แบบหนึ่ง  ซ่ึงใชพ ื้นที่ในการ 
เพาะนอ ย  ขนั้ ตอนไมย งุ ยากและสามารถดแู ลสภาพการเพาะไดง าย วสั ดทุ ใ่ี ชเ พาะหาไดใ นทอ งถนิ่  เชน  
ฟางขา ว  ผกั ตบชวา  ตน กลวยแหง  ไสน ุน   เปลือกถั่ว  หรือกากมนั สาํ ปะหลงั  รวมถึงนํากอนเชื้อเห็ดถุง 
ทเ่ี กบ็ ดอกหมดแลว เชน   เหด็ นางฟา   เหด็ นางรม  เห็ดขอนขาวมาเปนวสั ดเุ พาะไดอกี ดวย  ซึ่งสามารถ 
เพาะไวเพ่อื บรโิ ภคในครวั เรือน  ดอกเห็ดสามารถทยอยออกไดเร่ือยๆ  เปนการลดรายจา ยดานอาหาร 
ในครวั เรอื น  และสามารถทําเปน กจิ กรรมเสรมิ  สรา งรายไดใ หก บั ครอบครวั อกี ทางหนง่ึ ดว ย 

จดุ ประสงคก ารเรียนร ู เพอื่ ใหผ เู รยี น 

1.  สามารถอธบิ ายขนั้ ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ได 
2.  สามารถปฏบิ ตั กิ ารเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ได 

ขอบขายเนือ้ หา 

1.  วสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา  
2.  ขน้ั ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 25

1. วสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา  

วสั ดแุ ละอปุ กรณท ใี่ ชใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา    สามารถใชไ ดห ลากหลายอยาง  ตามทม่ี ี 

ในทอ งถน่ิ   เชน  ฟางขา ว  ผกั ตบชวา  ตน กลว ยแหง   ไสน นุ   เปลอื กถวั่   หรอื กากมนั สําปะหลัง  ซงึ่ เปน การ 

นําวสั ดุท่เี หลือใชในทอ งถิ่นมาเพ่ิมมลู คา  รวมถึงนาํ กอนเช้ือเห็ดถงุ ทเี่ ก็บดอกหมดแลวทั้งเห็ดนางฟา  

เหด็ ขอนขาว  เห็ดนางรม  มาเปน วสั ดุเพาะไดอ กี ดว ย 

การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา (ปรมิ าณตอ 1 ตะกรา ) โดยนาํ วสั ดใุ นการเพาะทเ่ี ตรยี มไวใ นตอนท ่ี

2 ซงึ่ ประกอบดว ย 

1.  ตะกรา พลาสตกิ   1  อนั   2.  เชอ้ื เหด็ ฟาง  1  ถงุ  

3.  กอ นเชอ้ื เหด็ นางฟา เกา   15  กอ น  4.  แปง ขา วเหนยี ว  200  กรมั  

5.  สมุ โครงไมไ ผหมุ พลาสติก  1  อนั   6.  ผกั ตบชวาสบั ละเอยี ด  2  กอ 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 26

7.  บวั รดนา้ํ   1  อนั   8.  ที่ฉดี นํา้ (flogy)  1  อนั  

9.  นาํ้ (น้ําทมี่ ีสภาพเปน กลาง pH 7.5 ถาเปน นํ้าประปา 
ควรขงั ใหค ลอรนี ระเหยกอ นประมาณ 3 วนั ) 
2. ขนั้ ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา  
ขน้ั ตอนที่ 1  ผสมเชอ้ื เหด็ ฟางกบั แปง ขา วเหนยี ว 
1.  แกะเชอ้ื เหด็ ออกจากถงุ   ฉกี เปน ชนื้ เลก็  ๆ  จน 
หมดถงุ  

2.  นาํ แปงขา วเหนียวมาผสม  จาํ นวน 1 กาํ มือ 
หรอื ประมาณ 200 กรมั   มาโรยใหท วั่ และคลุกใหเ ขา กนั  
(อตั ราสว น  เชอ้ื เหด็ 1 ถงุ ใหญ: แปง ขา วเหนยี ว 1 กาํ มอื ) 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 27

ข้นั ตอนที่ 2  นาํ วัสดเุ พาะใสล งในตะกรา 
ช้นั ท ่ี 1 
1.  นํากอ นเชอื้ เหด็ เกา มาขยใี้ หแ ตกลงในตะกรา  
ใหมีความหนาประมาณ  2  น้ิว    ใชกอนเชื้อเห็ดเกา 
ประมาณ  3  กอน   กดใหแนน  โดยใชแผนไมมาทุบ 
ใหอ ดั แนนลงไป (เพอ่ื ใหเ กดิ ความรอน) 

2.  ผักตบชวาทส่ี บั ละเอยี ดโรยรมิ ตะกราใหร อบ 
มคี วามหนาพอประมาณ 

3.  โรยเชื้อเห็ดฟางท่ีผสมกับแปงขาวเหนียว 
บนผกั ตบชวาใหร อบตะกรา  

ช้ันท ่ี 2  ทําเหมอื นชนั้ ท ่ี 1  ทง้ั   3  ขัน้ ตอน 
ชัน้ ท ่ี 3  ทาํ เหมอื นชน้ั ที ่ 1  ท้ัง  3  ขั้นตอน 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 28

ชนั้ ท ี่ 4 
1.  นํากอ นเชอื้ เหด็ เกา มาขยใ้ี หแ ตกลงในตะกรา 

ใหมีความหนาประมาณ  2  นิ้ว   ใชกอนเช้ือเห็ดเกา 
ประมาณ  3  กอน  กดใหแนน  โดยใชแผน ไมมาทบุ ให 
อดั แนนลงไป (เพ่อื ใหเกดิ ความรอ น) 

2.  ผักตบชวาที่สับละเอียดโรยใหเต็มพื้นท่ีใน 
ตะกรา   มีความหนาพอประมาณ 

3.  โรยเชอื้ เห็ดฟางท่ผี สมกบั แปง ขา วเหนยี วบน 
ผกั ตบชวาใหเ ตม็ พนื้ ทใ่ี นตะกรา  

4.  โรยกอ นเชอื้ เหด็ เกา อกี เปน ชนั้ สดุ ทา ย 
5.  รดนา้ํ ใหช มุ  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 29

ข้นั ตอนท่ี 3  การดูแลการเพาะเห็ดฟางในตะกรา 

1.  หลังจากบรรจุวัสดุเพาะเห็ดเรียบรอย 
นาํ ตะกรา เหด็ ทไี่ ดไ ปวางไวต ามรม ไมช ายคาทร่ี บั แสงแดด 
เลก็ นอย   และไมค วรวางตะกรา บนพนื้ ดนิ โดยตรง  เพอ่ื  
ปองกันมดและศัตรูเห็ดอ่ืนๆมาทําลายเห็ดในตะกรา 
อาจนําผา ยางหรอื พลาสตกิ มาปกู อ นวางตะกรา เหด็  

2.  นาํ สุมโครงไมไ ผท่ีหุมพลาสติกแลว  มาคลมุ  
บนตะกรา เหด็   เพอื่ เปน การควบคมุ สภาพแวดลอ มใหก บั  
เหด็   ไมใ หม ชี อ งอากาศเขา ได 

3.  ทิ้งไว  4-5  วนั   เสน ใยจะเดินเตม็ ตะกรา ทงั้  
ดานบนและดานขาง    ใหเปดสุมโครงไมไผออกเพ่ือ 
เพม่ิ ออกซิเจนใหก ับเสนใยเหด็ และรดน้ําเพอ่ื ใหเสน ใย 
รวมตวั กนั เปน ดอกเหด็ (ตดั ใย) 

4.  เม่ือตัดใยเสร็จแลว    นําสุมโครงไมไผหุม 
พลาสติกคลุมไวเชนเดิม   ท้ิงไวอีก  4-5  วัน   จะเกิด 
ดอกเหด็ เลก็ ๆ  เกดิ ขน้ึ   เรยี กวา   ดอกเหด็ ระยะหวั เขม็ หมดุ  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 30

5.  หลังจากนั้นดอกเหด็ จะเจริญเตบิ โตขนึ้ เร่อื ย 
จนสามารถเกบ็ ดอกเหด็ ได 

กจิ กรรมท่ี  4 

ใหผูเรียนปฏิบัติการเพาะเห็ดฟางในตะกราตามข้ันตอนและบันทึกผลการปฏิบัติตาม 
รายการตอ ไปน้ ี

ขนั้ ตอนท่ี 1  ผสมเชอื้ เหด็ ฟางกบั แปง ขาวเหนยี ว 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

ขัน้ ตอนที่ 2  นําวัสดเุ พาะใสลงในตะกรา 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 

ขั้นตอนที ่ 3  การดูแลการเพาะเห็ดฟางในตะกรา 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
......................................................................................................................................... 
.........................................................................................................................................

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 31

ตอนท ่ี 4 
การบรรจุหีบหอและการจาํ หนายเห็ดฟาง 

สาระสาํ คัญ 

เหด็ ฟางเปน เห็ดท่มี กี ารผลติ มาก โดยเก็บเหด็ ท่ีมีลกั ษณะดอกตมู  ในชวงเชามืดและบรรจ ุ
ใสถุงพลาสติกหรือกลองโฟมปดดวยพลาสติกเจาะรูใหอากาศถายเท  และไมใหโดนแสงแดด 
ซง่ึ ผบู รโิ ภคนยิ มนาํ เหด็ ฟางสดมาประกอบอาหารในครวั เรอื น  การจาํ หนา ยเหด็ ฟางจะตอ งมกี ารคดิ ตน ทนุ  
และจัดทาํ บัญชีรายรับ-รายจา ยเพ่ือประโยชนในการจัดการเพาะเห็ดฟางในตะกราใหส อดคลองกับ 
ความตอ งการของตลาดดว ย 

จดุ ประสงคก ารเรียนรู  เพ่ือใหผเู รียน 

1.  สามารถอธบิ ายการเกบ็ และบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟางได 
2.  สามารถอธบิ ายการจาํ หนา ยและการคดิ ตน ทนุ ได 
3.  สามารถทาํ บญั ช ี รายรบั -รายจา ยได 

ขอบขายเน้อื หา 

1.  การเกบ็ และบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟาง 
2.  การจําหนา ยและการคดิ ตน ทนุ  
3.  การทาํ บญั ช ีรายรบั -รายจา ย

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 32

1. การเกบ็ และบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟาง 

1.1 การเกบ็ ดอกเหด็  
การเก็บดอกเห็ด ควรเก็บเม่ือดอกเห็ดฟางโตเต็มท่ีคือมีลักษณะเตงตึง  ปลอกหุม 

ขยายตัว  เต็มท่ีในกรณีท่ีดอกเห็ดมีลักษณะเปนหัวอยูก็ควรรอไวอีกวันหน่ึงหรือคร่ึงวัน  แตเม่ือเห็ด 
มลี กั ษณะหวั ยดื ขน้ึ  แบบหวั พงุ  กต็ อ งเกบ็ ทนั ทีมฉิ ะนนั้ ดอกเห็ดจะบานออก ทําใหข ายไมไดร าคา 

วธิ กี ารเกบ็ ดอกเหด็ ใหใ ชน ว้ิ หวั แมม อื กดดอกเหด็ แลว หมนุ เลก็ นอ ยยกขนึ้ เบาๆ ดอกเหด็  
กจ็ ะหลดุ ออกมา หลงั จากเกบ็ ดอกเหด็ มาแลวกใ็ ห ใชม ดี คมๆ ตัดโคนดอกทมี่ เี ศษขฝ้ี ายตดิ มาออกเสยี  
จากนั้นก็นาํ ไปเก็บไวในท่ีเย็นๆ  (อาจเปนตูเย็นก็ได)  เพราะถาเก็บไวในท่ีรอนอบอาวแลว จะทาํ ให 
ดอกเหด็ บาน เรว็ ขนึ้  

เมอ่ื เกบ็ ดอกเหด็ รนุ 1 หมดแลว   นาํ สมุ โครง ไมไผม าครอบตะกรา เพาะเหด็ และนําน้ํา 
มารดทพี่ ื้นรอบ ตะกรา เพาะเหด็   เพื่อเก็บเหด็ รนุ 2 ตอ ไดเ ลย 

ในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา  1  คร้ัง   สามารถเก็บดอกเห็ดไดจํานวน  3  รุน 
ไดดอกเหด็ ประมาณ 1-1.5 กโิ ลกรัม

ขอ ระวงั เมอื่ สงั เกตวา วสั ดใุ นตะกรา เพาะเหด็ ฟาง แหง เกนิ ไป ในการสรา งความชน้ื ใหก บั ดอกเหด็
ใหรดน้ําทบี่ รเิ วณพ้นื ท่ีวางตะกรา ซึ่งวัสดเุ พาะเหด็ จะดดู ซบั ความชน้ื ไปเอง ไมควรรดน้ําลงบน
ตะกรา เพาะเหด็ โดยตรง เพราะอาจทําใหเ หด็ เนา ได

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 33

1.2 การบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟาง 
การบรรจหุ บี หอ   หลงั การเกบ็ ดอกเหด็ แลว  ใหต ดั โคนดอกสว นทม่ี ดี นิ หรอื อาหารเสรมิ ตดิ อยู 

ไมน ิยมลา งเพราะจะทาํ ใหเหด็ เนาได   จากน้นั นําไปบรรจดุ ว ยถงุ พลาสติกใสไมมีสี  เจาะรู  หรอื  กลองโฟม 
ปด ดว ยพลาสตกิ เจาะร ู ใหอ ากาศถา ยเท 

ถงุ พลาสติกจะตอ งสะอาดและไมเปนท่ีอาศัยของสตั วพาหะ  เชน  แมลงสาบ  และปด 
ปากถงุ ใหม ดิ ชดิ   หรอื อาจบรรจลุ งในหบี หอ /ภาชนะทเ่ี หมาะสมอีกชน้ั หนง่ึ กไ็ ด 

เมอ่ื บรรจแุ ลว  
-  ถา เกบ็ ในตเู ย็นจะเกบ็ ไดน านประมาณ 7 วนั  
-  ถา วางผ่งึ ลมไว  จะตองระวงั ไมใ หโดนแดด เพราจะทําใหเ หด็ มีสคี ลา้ํ ไมเ ปน ที่ 
ตอ งการของตลาด

2. การจาํ หนา ย และการคดิ ตน ทนุ  
เห็ดฟางเปนเห็ดท่ีมีการผลิตมากและสามารถเพาะไดท่ัวไปทุกฤดู  ชวงที่ผลผลิตเห็ด 
ออกสตู ลาดมากทส่ี ดุ คอื  เดอื นเมษายน-พฤษภาคม และชว งทม่ี ผี ลผลติ นอ ย คอื ชว งปลายเดอื นธนั วาคม 
ถงึ ตน เดอื นมนี าคม ซ่งึ ชวงน้รี าคาเห็ดฟางจะสงู ขนึ้  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 34

ผลผลติ เห็ดฟางทง้ั หมดจะถกู สง เขา  มาจากบรเิ วณรอบ ๆ ชานเมอื ง โดยเกษตรกรจะเกบ็ เหด็  
ตง้ั แตเ ทยี่ งคนื  หรอื อยา งชา ตสี  ี่ สง เหด็ ใหข าประจาํ ทไ่ี ปรบั หรอื พอ คา ทอ งถนิ่ ราคากโิ ลกรมั ละ 30-35 บาท 
พอคา คนกลางจะสงเหด็ ตอ ไปยังตลาดเกาเยาวราช และปากคลองตลาด ราคาขายปลกี ถงึ ลูกคาท่ีมา 
จา ยตลาดประมาณกิโลกรัมละ 50-60 บาท สวนมากจะขายเปน ขดี  ๆ ละ 5-6 บาท ตลาดจะใหราคา 
เหด็ ฟางสงู เมอื่ ดอกตมู    ดอกบานราคาจะลดลงเหลอื เพยี งครงึ่ หนง่ึ หรอื ตํา่ กวา   สาํ หรบั การจําหนา ยเหด็  
ม ี 2  แบบ  คอื   จําหนายเปน เหด็ สด  และเห็ดแหง 

1. จาํ หนา ยเปน เหด็ สด เหด็ ฟางสดเปน ทน่ี ยิ มกนั มากภายในประเทศ แตม กั จะประสบปญ หา 
การขนสงท่ีตองรักษาใหเห็ดยังสดอยูเม่ือนําออกมาจาํ หนาย  และปญหาดอกเห็ดในระยะท่ีอากาศ 
รอ นอบอาว ทําใหร าคาจําหนา ยทไี่ ดร บั ลดลง การเก็บเหด็ เพือ่ จาํ หนา ยสดน ี้ เกษตรกรจะตอ งเกบ็ เห็ด 
ในตอนกลางคืนหรือเชามืด  และสงมาทันตลาดเมืองตอนเชาใหทันจําหนาย  สวนพอคาเห็ดสด 
นิยมรักษาไวในหองเยน็ อุณหภูม ิ 10-15  องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถทําใหเห็ดชะงักการเจริญเติบโต 
ไดภายใน 6-8 ชว่ั โมง หรือใชวธิ งี าย ๆ คอื  การใสภ าชนะปากกวา ง  เชน   ถาด บรรจไุ มใหแ นนเกนิ ไป 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 35

สําหรับการจาํ หนายเห็ดสดในตลาดตางประเทศน้ัน ลักษณะการสงออกบรรจุในถาด 
โฟมหุมดวยพลาสติกสงทางเครื่องบิน  เมื่อถึงประเทศปลายทางก็พรอมจะนําเขาจําหนายตาม 
ซปุ เปอรม ารเ กต็ ไดท นั ท ี

2. จาํ หนา ยเปน เหด็ แหง เหด็ ฟางแหง เปน ผลติ ผลจากการแปรรปู เหด็ สดโดยอบในตอู บหรอื  
ตากแดด ตลาดเหด็ ฟางแหง ในประเทศไมแ พรห ลายนกั เพราะเหด็ สดมใี หซ อื้ ไดท กุ วนั อยแู ลว  แตส าํ หรบั  
ตลาดตา งประเทศใหความสนใจเห็ดฟางแหงมาก เพราะเห็ดฟางแหงมกี ลน่ิ ดีกวา นอกจากน้ีเม่ือนาํ  
เห็ดฟางแหงไปปรุงอาหารแลวจะมีความหนืดและกรอบคลายเห็ดโคน  เห็ดฟางท่ีนํามาทําแหง 
ควรเปน ดอกทเ่ี พง่ิ บานใหม  ๆ จะทําใหส แี ละรสชาตดิ กี วา ดอกตมู หรอื ดอกแกจนครีบใตด อกเปลยี่ นเปน  
สนี ํ้าตาลแลว  โดยปกตเิ หด็ สด 10-13กโิ ลกรมั  เพอ่ื ทําใหแ หง จะไดเ ห็ด 1 กโิ ลกรัม ในโรงงานอตุ สาหกรรม 
นิยมนาํ เห็ดสดไปอบอุณหภมู ิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส  จนกระท่ังดอกเห็ดแหงสนิทดี  ทาํ ให 
ดอกเห็ดเบาและกรอบเวลาในการอบแหง ประมาณ 18-24 ชว่ั โมง 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 36

ตน ทนุ การผลติ  การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา  

นอกจากจะเพาะเห็ดฟางเพื่อบริโภคในครอบครัวแลว สามารถเพาะเปนการคาได  โดยมี 

ตนทุนการผลติ ตอ  1  ตะกรา  ดังน้ ี

1.  ตะกรา พลาสติก 1  อัน  ราคา  35  บาท 

2.  เช้อื เห็ดฟาง  1  ถงุ เลก็   ราคา  3  บาท 

3.  กอนเชอื้ เห็ดเกา 15 กอ น  ราคา  7.50  บาท 

4.  แปง ขา วเหนยี ว  ราคา  5  บาท 

5.  ลําไมไ ผ  1  ลํา  ราคา  10  บาท 

6.  ถุงพลาสตกิ สําหรบั คลมุ 2  ถุง  ราคา  10  บาท 

7.  คา แรงงานปฏบิ ตั งิ าน  ราคา  5  บาท 

รวมตนทนุ   75.50  บาท

หมายเหตุ วัสดคุ งทน คือ ตะกรา พลาสติก สุมโครงไมไ ผห ุม พลาสตกิ ใชในการเพาะซาํ้ ได 

ในการจาํ หนา ย  สามารถจําหนา ยเฉพาะดอกเหด็ ฟาง  ในราคากโิ ลกรัมละ  40-50  บาท 
และถา มผี สู นใจอยากนําไปทดลองเพาะเหด็ เอง  กจ็ าํ หนา ยในราคาตะกรา ละ 100 บาท  พรอ มสมุ โครง 
ไมไ ผ ซงึ่ เปน ชอ งทางสรา งรายไดอ กี ทางหนง่ึ  

3. การทําบญั ช ี รายรบั -รายจา ย 

สบื เนอ่ื งจากเกษตรกรสว นใหญ มกั จะอาศยั ความทรงจาํ และประสบการณท ผี่ า นมาชว ยในการ 
ตดั สินใจในการผลิต   ซึง่ การมีขอมูลท่ีไมชัดเจนและครอบคลุม อาจเกิดขอผดิ พลาดในการวางแผน 
ดาํ เนนิ งานและทาํ ใหไ มประสบผลสําเร็จเทา ทีค่ วร เพราะบางเรอ่ื งบางเหตุการณ  เกษตรกรอาจลมื ได 
การจดบนั ทกึ การปฏบิ ตั งิ านและการทาํ บญั ช ี บนั ทกึ รายละเอยี ดของกจิ การตา งๆไว  เชน  รายได  รายจา ย 
ผลผลติ  ตลอดจนทรพั ยส ินและหนส้ี นิ  การทาํ บญั ช ี เปน การชว ยความจําและถาจดบนั ทกึ รายการตางๆ 
อยา งมรี ะบบ มีความเขาใจในการจดบนั ทกึ และการสรุปขอ มลู ใหเ หมาะสมแลว   สามารถนําขอ มลู ทไี่ ด 
มาใชประโยชนในการตัดสินใจในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา  ใหสอดคลองกับภาวะความตองการ 
ของตลาด แนวโนม ของราคาตลอดจนเหตกุ ารณต า งๆทม่ี ผี ลกระทบตอ การดาํ เนนิ งานได  อยา งเหมาะสม 
ยง่ิ ขนึ้  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 37

การทาํ บญั ชรี ายรบั -รายจา ย หรอื เปน การจดบนั ทกึ รายรบั  รายจา ยประจาํ วนั  เปน การชว ยความจาํ  
และปองกันการหลงลืม ทําใหร ูสภาพการดําเนนิ งานของตนเองวากําไรหรือขาดทุน  ตลอดจนควรจะ 
ควบคมุ การเงนิ ในเรอื่ งใดบา ง 

การทําบญั ชรี ายรบั -รายจา ย  อาจทาํ เปน บนั ทกึ รายรบั -รายจา ย ประจาํ วนั  โดยแยกเปน ตาราง 
ดงั น้ี

- รายรับ  จะเปนบนั ทกึ รายการเปนตวั เงนิ  ทไี่ ดรบั เขา มาทง้ั หมด เชน เงินที่ไดจากการขาย 
เหด็ ฟางในแตล ะวนั

- รายจาย จะบนั ทกึ รายการเปน ตวั เงินทไี่ ดจา ย เชน  คา ซ้อื วัสด ุ  อุปกรณ คาแรงงาน ฯลฯ 

ตวั อยา งการบนั ทกึ รายรบั -รายจา ยประจําวนั  

วันเดือนป  รายการ  รายรับ  รายจาย  เงนิ คงเหลอื  

4  พ.ค.  ยอดเงนิ   1,000  300 
2552  คาตะกรา พลาสติก  10 ตะกรา   36 
คาเชือ้ เหด็ ฟาง  3  ถงุ   1,000  75 
คากอนเชื้อเห็ดเกา  150 กอน  439  150 
คาแรง  320  561  439 
รวม  759 
759 
15  พ.ค.  ยอดเงินวนั ท่ี 4 พ.ค. 2552  ยกมา 
2552  ขายเห็ดฟางได  4  กโิ ลกรมั  
รวม 

เมื่อบันทึกรายการรายรับ-รายจาย  หักเงินทุนที่มีอยูเดิมออกก็สามารถคิดกําไรที่ได 
ในแตล ะครง้ั ทม่ี  ี การผลติ หรอื คดิ เปนรายเดอื นก็ได 

ผลกาํ ไร = รายรับ - รายจาย 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 38

กจิ กรรมท่ ี 5 

1.  ใหผ เู รยี นปฏบิ ตั กิ ารเกบ็ และบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟางแลว บนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ติ ามรายการ 
ดังน ี้

-  ผูเรยี นเก็บดอกเหด็ ฟางในชวงใด.................................................................. 
......................................................................................................................................... 

-  ผูเรียนเลอื กเก็บดอกเห็ดฟางที่มลี กั ษณะอยางไร............................................. 
......................................................................................................................................... 

-  ผเู รียนมีวิธีการเกบ็ ดอกเห็ดฟางอยา งไร......................................................... 
......................................................................................................................................... 

-  ผูเ รียนบรรจุหบี หอเหด็ ฟางในลักษณะใด....................................................... 
......................................................................................................................................... 

2.  ใหผ เู รยี นอธบิ ายวธิ กี ารจาํ หนา ยและการคดิ ตน ทนุ ราคาการเพะเหด็ ฟางในตะกรา  ตาม 
รายการดงั นี ้

-  ผูเรียนมวี ิธกี ารจําหนายเหด็ ฟางอยางไร......................................................... 
......................................................................................................................................... 

-  ผเู รยี นลองคดิ ตน ทนุ การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา  วามตี น ทนุ เทา ไร (ในกรณีทเ่ี พาะ 
เห็ดจํานวน  5  ตะกรา ) 

รายการ  จาํ นวน  ราคาตอ หนว ย  จาํ นวนเงนิ  

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 39

3.  ใหผูเรียนลองทําบัญชีรายรับ-รายจายในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา  (เริ่มต้ังแตการ 
เพาะเหด็ จนถงึ การจาํ หนา ยเหด็ ฟาง) 

วัน เดอื น ป  รายการ  จาํ นวน  ราคาตอหนวย  จาํ นวนเงิน 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 40

แบบทดสอบหลังเรียน 

ใหก าเครอ่ื งหมาย ü ในหนา ขอ ความทถ่ี กู  และกาเครอ่ื งหมาย û ในหนา ขอ ความทผ่ี ดิ  
.......................  1.  เหด็ ฟางเจรญิ เตบิ โตไดด ใี นสภาพอากาศรอ น 
......................  2.  ปลอกหมุ  เปน เนอ้ื เยอื่ ชน้ั นอกสดุ ของดอกเหด็  
.......................  3.  เชอ้ื เหด็ ฟางทดี่ ี  ควรมีเสน ใยเตม็ และมีกลน่ิ หอม 
......................  4.  ควรวางตะกราเพาะเหด็ ใหไ ดร ับแสงแดดจดั  
......................  5.  ผกั ตบชวา จอกหรอื พชื อวบนํา้  เปน อาหารเสรมิ ในการเพาะเหด็ ฟาง 
......................  6.  การรดนาํ้ บนวสั ดเุ พาะเหด็ ฟางจะทาํ ใหเ หด็ มคี วามชนื้ มากๆ 
.....................  7.  สมุ โครงไมไ ผ  จะชว ยใหไ อน้ําไหลตามผวิ พลาสตกิ  
.....................  8.  การตดั ใยเปน การรดนาํ้ บนเสน ใยเหด็ ฟาง 
.....................  9.  ดอกเหด็ ฟางทเี่ ปน ดอกตมู  จาํ หนา ยราคาสงู กวา ดอกบาน 
.....................  10.  ดอกเหด็ ทเี่ กบ็ แลว ตอ งรบี ลา งนํา้ ทนั ที 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 41

เฉลยกิจกรรม 

กิจกรรมที่ 1 
1.  ใหผ เู รียนสํารวจลกั ษณะของดอกเห็ดฟางพรอ มบอกรายละเอยี ดของดอกเหด็ ฟาง ทพ่ี บ 
ดังน ี้

1.  หมวกดอก  เปนสวนปลายสุดของดอกที่เจริญเติบโตข้ึนไปในอากาศ 
เมอ่ื ดอกเหด็ เจรญิ เตม็ ทจี่ ะกางออกคลา ยรม    ผวิ ของหมวกดอกดา นบนมลี กั ษณะเรยี บ 

2.  ครีบ เปนสว นท่ีอยูใตห มวกดอก  มลี ักษณะเปนแผนเล็ก ๆ วางเรียงกนั เปน 
รศั มีรอบกา นดอก ดอกเหด็ ทส่ี มบรู ณจ ะมคี รบี ประมาณ 300-400 ครบี  

3.  กา นดอก  เปน สว นทชี่ ขู องหมวกดอก เชอื่ มอยรู ะหวา งสว นฐานและตรงกลาง 
ของหมวกเห็ด  กานดอก  มีสีขาว  ลักษณะเรียวตรง  หรือสวนฐานโตกวาเล็กนอย 
ขนาดของกานจะโตอยรู ะหวาง 0.5-1.5 ซม.  ไมมวี งแหวนหมุ  

4.  ปลอกหมุ เปนสวนของเน้อื เยอ่ื ชน้ั นอกสุดของดอกเหด็  มีหนาทหี่ มุ ดอกเหด็  
ทง้ั หมด และปลอกหมุ ดอกเห็ดจะปรแิ ตกออกในระยะที่ 5 ของการเจรญิ เติบโต 
2.  ลักษณะการเจรญิ เตบิ โตแบง ออกเปน  6 ระยะ  คือ 

1.  จดุ เรม่ิ แรกของการกําเนดิ ดอก  เกดิ หลงั จากโรยเชอื้ เหด็ แลว ในวนั ที่ 4-6 
2.  ระยะดอกเหด็ รูปกระดมุ เลก็   คอื  ระยะสบื ตอ จากระยะแรกประมาณ 15- 
30 ชวั่ โมง มีลกั ษณะกลมยกตัวขน้ึ จากวสั ดเุ พาะ 
3.  ระยะรูปกระดมุ   คอื ระยะทดี่ อกเหด็ มีการขยายตัวทางดานความกวางของ 
ดอกอยา งเตม็ ท ่ี มีลกั ษณะกลมหรอื วงร ี มฐี านทโี่ ตกวาสว นปลาย  ระยะนต้ี อเนอื่ งจากระยะท ่ี
2 ประมาณ 12-20 ชั่วโมง 
4.  ระยะรปู ไข เปน ระยะทด่ี อกเหด็ เรม่ิ มกี ารเจรญิ เตบิ โตทางความยาวของกา นดอก 
และความกวางของหมวกดอก  ปลอกหุมดอก จะยดื ไปตามความยาวของกา น เปนระยะ 
ตอ เนอื่ งจากระยะที่ 3 
5.  ระยะปริดอก  เปน ระยะตอเนอื่ งจากระยะที่ 4 เพียง 3-6 ช่ัวโมง ระยะนี้เปน 
การเจรญิ เตบิ โตของกา นและหมวกดอกเปน ไปอยา งรวดเรว็       ทําใหส ว นบนสดุ ของปลอกหมุ  
ดอกแตกออก โดยเปนการแตกแบบไมเปนระเบียบ สวนสีของผวิ หมวกดอก เม่อื สมั ผัสกบั  
บรรยากาศ หรอื ถกู แสงมากกจ็ ะเปน สคี ลํ้า 

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 42

6.  ระยะแกเ ตม็ ที่ คอื  ชว งทสี่ ว นของกา นดอกและหมวกมกี ารขยายตวั อยา งเตม็ ท ี่
สวนครีบของดอกเห็ดจะสรางสปอรและปลอยใหตกลง  หรือปลิวตามลมสีของครีบจะเขม 
ขนึ้ เรอื่ ย ๆ จนเปน สนี ํา้ ตาลคลาํ้  กา นดอกจะเหนยี ว หมวกจะออ นนมุ  แตกหกั  หลดุ งา ย 

กิจกรรมท ่ี 2 
1.  ใหผ เู รยี นบอกปจ จยั ทใี่ ชใ นการเพาะเหด็ ฟางวา ประกอบดว ยอะไรบา ง 

วตั ถดุ ิบทีใ่ ชในการเพาะ ใชฟางตากแหง สนิทซึง่ เกบ็ ไวโ ดยไมเ ปยกชืน้ หรอื ข้ึนรา 
มากอน  อาหารเสริม  ชวยใหเสนใยของเห็ดฟางเจริญไดดี  และทําใหไดดอกเห็ดมากขึ้น 
อาหารเสริมท่นี ยิ มใช  ไดแ ก ละอองขาว ปยุ มลู สัตวหรอื ปยุ คอกแหง ไสน นุ  ไสฝ า ย ผกั ตบชวา 
ตากแหง  แลว สบั ใหเปนชนิ้ เล็ก ๆ จอกแหง และเศษพืชชน้ิ เล็ก ๆ ทนี่ ม่ิ และอุมนํ้าไดด ี

เชอื้ เห็ดฟางที่จะใชเ พาะ เลอื กซอื้ เชือ้ เห็ดฟางเพือ่ ใหไ ดเ ชอื้ เห็ดทม่ี คี ณุ ภาพดแี ละ 
เหมาะสม 

สถานทใ่ี ชเ พาะเหด็   สาํ หรบั การเพาะเหด็ ฟางในกองดนิ  เปน การเพาะบนดนิ บรเิ วณ 
ทไี่ มม ยี าฆา แมลงหรอื ยากนั เชอื้ รา นาํ้ ไมท ว มขงั  มกี ารระบายนาํ้ ไดด  ี

สาํ หรบั การเพาะเหด็ ฟางในภาชนะ ควรเลอื กใชภ าชนะทมี่ ชี อ งเปน ตาราง  ทน่ี ยิ ม 
ใชค อื  ตะกรา พลาสตกิ ทม่ี ตี าหา งประมาณ 1 นวิ้   เพอื่ ใหด อกเหด็ งอกออกมาไดข นาดพอเหมาะ 
ผาพลาสตกิ   เพอ่ื ใชใ นการคลมุ ตะกรา  สวนมากมักจะใชผ าพลาสตกิ ใส เพราะราคาถูกและ 
ประหยัดดี ซื้อครั้ง เดียวก็ใชไดหลายครั้ง  บัวรดนํ้า  ใชตักและรดนํ้าแลวไดน้ําเปนฝอย  ๆ 
เพอื่ ใหเ ปย กชมุ  
2.  ใหผ เู รยี นอธบิ ายวา สภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสมตอ การเพาะเหด็ ฟาง ควรมลี กั ษณะอยา งไร 
ตามรายการตอ ไปน้ ี

อณุ หภมู ิ  เหด็ ฟางตองการอณุ หภมู คิ อนขา งสงู สําหรบั การเจรญิ เตบิ โต ซงึ่ อุณหภมู  ิ
38-40  องศาเซลเซียส  เปนชวงที่เหมาะสมที่สุดสําหรับการงอกของสปอรเห็ด  เสนใย 
เจริญดที อี่ ณุ หภมู ิ 35-38 องศาเซลเซียส และเกิดดอกไดท อี่ ณุ หภมู ิ 30 องศาเซลเซียส 

ความชนื้ เหด็ ฟางตอ งการความชนื้ คอ นขา งมาก ในการเกดิ ดอกและการเจรญิ เตบิ โต 
ของดอกเหด็  โดยตอ งการปรมิ าณนาํ้ ในวสั ดเุ พาะเลยี้ ง 65-70 เปอรเ ซน็ ต   แตภ ายในดอกเหด็  
ถา ความชนื้ มากเกนิ ไป เสน ใยจะชมุ นา้ํ มากและตายได

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 43

อากาศ ทกุ ระยะของการเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ลว นตอ งการอากาศในการหายใจทง้ั สน้ิ  
โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในระยะทก่ี าํ ลงั จะเกดิ ดอกและเกดิ ดอก 

ความเปนกรดดาง  (pH)  ระดับความเปนกรดดางมีผลตอการเจริญเติบโตของ 
เสน ใยเห็ดฟาง เห็ดฟางชอบสภาพเปนกลางหรอื กรดเลก็ นอ ย  คอื   มคี า pH =  7.5 

แสงแดด แสงแดดออนๆ จะชว ยกระตนุ การเจริญเตบิ โตและการรวมตวั ของเสน ใย 
เหด็ เพอ่ื เกดิ เปน ดอกเหด็ ได แตถ า ดอกเหด็ ไดร บั แสงแดดจดั สอ งโดยตรง จะทาํ ใหก ารเจรญิ เตบิ โต 
ของเหด็ หยดุ ชะงัก และมีผลทาํ ใหด อกเห็ดเปลยี่ นสีคลํ้าขนึ้  

กจิ กรรมท่ี  3 
ใหผูเรียนปฏิบัติการเตรียมวัสดุอุปกรณในการเพาะเห็ดฟางในตะกราตามรายการ 

ตอ ไปน ี้
1.  การเตรยี มตะกรา   เลอื กตะกรา พลาสตกิ   เปน ตะกรา ทรงกลม เสน ผา ศนู ยก ลาง 

ประมาณ 18 นว้ิ  สูง 12  น้วิ  มีตาหางประมาณ 1 นวิ้  กนตะกราไมทึบ 
2.  การเตรียมวสั ดทุ ีใ่ ชใ นการเพาะ  คอื   กอ นเชอื้ เหด็ นางฟา เกาท่ีผานการเก็บ 

ผลผลติ ไปเรยี บรอยแลว   โดยเลือกกอนเช้ือเหด็ ทม่ี ีสภาพดี  มสี ขี าว   ไมเ ปน รา  สังเกตจาก 
สกี อนเช้อื เห็ด ไมม สี ดี าํ   สีเขียว  หรอื สีเหลอื ง 

3.  การเตรียมอาหารเสรมิ  ใชผกั ตบชวา ทั้งตน  มาสับใหละเอียด  ความยาว 
ประมาณ 1 เซนติเมตร 

4.  การเลอื กเชอ้ื เหด็ ฟาง เลอื กเชอ้ื เหด็ ฟางทด่ี สี งั เกตไดจ ากการมเี สน ใยสขี าวเตม็ ถงุ  
5.  การทําสมุ โครงไมไ ผ  ตัดไมไผ  เหลาใหห มดคม   เปน เสน โครง 2 เสน  เสนวง 3 
เสน ขนาดใหญ กลาง  เล็ก  นําเสนโครงมาเปน รูปกากาบาท  จากนั้นนาํ เสน โครงมามัดกับ 
เสนวงทั้ง 3 เสน  โดยเร่ิมทเี่ สนวงขนาดใหญ  เปน ฐาน และเสนวงขนาดกลางและขนาดเล็ก 
ตามลาํ ดับ  นําพลาสตกิ มาเยบ็ กบั สมุ โครงไมไ ผใ หป ด มดิ ทงั้ อนั

การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 44


Click to View FlipBook Version