คํานํา
การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา เปน หนง่ึ ในรปู แบบวธิ ีการเพาะเหด็ ฟาง ซง่ึ ไดร บั
การพฒั นาจากนกั วชิ าการและเกษตรกร เพอ่ื ใหไ ดผ ลผลติ เหด็ ฟางมากขนึ้ และใชพ นื้ ท ี่
ในการเพาะนอ ย สามารถเพาะไดภ ายในครวั เรอื น
หลักสูตร การเพาะเห็ดฟางในตะกรา มุงเนนใหผูท่ีสนใจ เมื่อศึกษา
หลักสูตรน้ีแลวสามารถนาํ ไปปฏิบัติการเพาะเห็ดไดจริง เนื่องจากวัสดุอุปกรณท่ีใช
หาไดง า ยในทอ งถ่ิน มีตน ทนุ ในการผลิตนอยและไดผ ลผลิตคมุ คา ซง่ึ สามารถพฒั นา
จากการเพาะเพอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื นไปสกู ารจําหนา ย สรา งรายไดใ หก บั ครอบครวั
สถาบนั พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ภาคตะวนั ออก
รว มกับศนู ยก ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาํ เภอวงั จันทร จังหวัด
ระยอง หวังเปน อยา งย่งิ วา หลกั สตู รการเพาะเห็ดฟางในตะกรา จะเปนประโยชนตอ
ประชาชนทส่ี นใจ และขอขอบคณุ คณะกรรมการพฒั นาสอื่ ประกอบหลกั สตู ร ตลอดจน
ผเู กย่ี วขอ งในการจัดทําหลักสตู รไว ณ โอกาสน ี้
สถาบนั กศน.ภาคตะวนั ออก
พฤษภาคม 2552
สารบัญ
คาํ แนะนาํ การใชห ลกั สตู ร ............................................................................... ก
โครงสรางหลกั สตู ร......................................................................................... ข
แบบทดสอบกอ นเรยี น .................................................................................... ค
ตอนท่ี 1 ความรเู บอ้ื งตน เกย่ี วกบั เหด็ ฟาง ........................................................ 1
ตอนท่ี 2 การเตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ................. 17
ตอนที่ 3 ขนั้ ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ................................................. 25
ตอนท่ี 4 การบรรจหุ บี หอ และการจําหนา ยเหด็ ฟาง ......................................... 33
แบบทดสอบหลงั เรยี น .................................................................................. 41
เฉลยกจิ กรรม .............................................................................................. 42
เฉลยแบบทดสอบกอ น-หลงั เรยี น ................................................................... 47
รายการอา งองิ .............................................................................................. 48
คณะกรรมการพฒั นาหลกั สตู ร ...................................................................... 50
คําแนะนาํ การใชหลักสูตร
1. หลักสตู ร การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ประกอบดวยเนอ้ื หาและกจิ กรรม จาํ นวน
4 ตอน ใชเ วลาศึกษา 12 ชั่วโมง
2. กอนทผ่ี เู รียนจะศกึ ษาหลกั สูตร ควรทําแบบทดสอบตนเองกอ นเรยี นเสียกอ นแลว
ตรวจคําตอบจากเฉลย แลวรวมคะแนนไวเพ่ือเปรียบเทียบกับคะแนนที่ไดจากการทดสอบ
หลงั เรยี นตอ ไป
3. ควรศึกษาโครงสรางของหลักสูตรนี้ใหเขาใจในสาระสําคัญ จุดประสงคทั่วไป
และขอบขา ยเนอ้ื หาของหลกั สตู ร เพอ่ื ประโยชนใ นการวางแผนการเรยี น
4. ศกึ ษาเนอื้ หา และปฎบิ ตั ติ ามกจิ กรรมทใ่ี หไ วท กุ กจิ กรรม หากไมเ ขา ใจใหท บทวนใหม
หรอื ปรกึ ษาผรู ู
5. เม่ือผูเรียนปฏิบัติตามข้ันตอนดังกลาวมาแลว ควรทําแบบทดสอบหลังเรียน
แลว ตรวจจากเฉลย จากนน้ั นาํ คะแนนท่ไี ดไปเปรยี บเทยี บกบั คะแนนจากแบบทดสอบกอ นเรยี น
ผเู รยี นจะทราบความกา วหนา ของตนเองในการเรยี นหลกั สตู รนี้
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา ก
โครงสรางหลักสูตร
สาระสาํ คัญ
เห็ดฟางเปนเห็ดท่ีคนไทยรูจักกันดี เปนเห็ดท่ีเกิดขึ้นตามธรรมชาติในเขตรอน
ดอกเหด็ ฟางมรี สชาตดิ ีและมีคุณคาทางอาหารสูง สามารถนํามาประกอบอาหารไดห ลายชนิด
จึงไดรับความนยิ มในตลาดของผูบริโภค เห็ดฟางเพาะไดงาย สามารถนํามาเพาะในตะกรา ได
ใชเ วลาในการเพาะประมาณ 10-12 วนั จะไดด อกเห็ดเกิดข้ึน สามารถเกบ็ ดอกเหด็ ไปประกอบ
อาหารหรอื จาํ หนา ยเปน การสรา งรายได ใหแ กผ ผู ลติ ไดเ ปน อยา งด้ี
จุดประสงคการเรยี นรู
1. เพอ่ื ใหผ เู รยี นมคี วามรเู กยี่ วกบั การเพาะเหด็ ฟาง
2. เพอ่ื ใหผ เู รยี นสามารถเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ได
3. เพอื่ ใหผ เู รยี นสามารถจาํ หนา ยเหด็ ฟางได
ขอบขา ยเน้อื หา จาํ นวน 3 ชว่ั โมง
จาํ นวน 4 ชว่ั โมง
1. ความรเู บอ้ื งตน เกยี่ วกบั เหด็ ฟางและการเพาะเหด็ ฟาง จาํ นวน 3 ชวั่ โมง
2. การเตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา จํานวน 2 ชว่ั โมง
3. ขนั้ ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา
4. การบรรจหุ บี หอ และการจาํ หนา ยเหด็ ฟาง
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา ข
… แบบทดสอบกอ นเรียน
สว นท่ี 1 ใหผ เู รยี นนาํ ขอความมาเตมิ ลงในชองวา งของสว นประกอบของดอกเหด็ ฟางใหถ กู ตอ ง
หมวกดอก สปอร ปลอกหุม เสนใยขน้ั ท ่ี 1 ครบี คลามิโดสปอร กานดอก
เสนใยขนั้ ท่ี 2
8
1................................................................. 2..........................................................
3................................................................. 4..........................................................
5................................................................. 6..........................................................
7................................................................. 8.........................................................
สว นท่ี 2 ใหผเู รยี นเรยี งลําดบั การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ใหถกู ตอ ง
....................... 1. นําสมุ โครงไมไ ผม าครอบ
...................... 2. ขยกี้ อ นเชอ้ื เหด็ เกา
....................... 3. ใสแ ปง ขา วเหนยี วผสมกบั เชอื้ เหด็ ฟาง
...................... 4. ใสผ กั ตบชวาลงในตะกรา
...................... 5. กดอดั กอ นเชอ้ื เหด็ เกา ใหแ นน
...................... 6. รดนาํ้ ใหช มุ
..................... 7. โรยกอ นเชอ้ื เหด็ ฟางบรเิ วณรมิ ตะกรา ใหท ว่ั
..................... 8. ใสก อ นเชอ้ื เหด็ เกา เปน ชนั้ สดุ ทา ย
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา ค
ตอนท่ี 1
ความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกับเห็ดฟาง
สาระสําคัญ
เหด็ ฟางเปน พชื จาํ พวกรา การเจรญิ เตบิ โตเรมิ่ มาจากเสน ใยของเหด็ ราทรี่ วมตวั กนั เปน กลมุ กอ น
ภายในเวลาไมก ชี่ ว่ั โมงในสภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสม คอื ในทม่ี อี าหาร ความชนื้ และอณุ หภมู ทิ พ่ี อเหมาะ
แลว เสน ใยเหด็ จะมารวมตวั กนั เปน ดอกเหด็ ดอกเหด็ จะเจรญิ เตบิ โต เปน หมวก เปน ครบี และเปน กา นดอก
ซงึ่ เหด็ ฟางเปน พชื ทชี่ าวไทยนยิ มรบั ประทานกนั มาก มรี สชาตดิ แี ละมคี ณุ คา ทางอาหารสงู สามารถนาํ มา
ปรงุ เปน อาหารไดห ลายชนดิ
จุดประสงคการเรียนร ู เพือ่ ใหผ ูเ รยี น
1. สามารถอธบิ ายลกั ษณะทางพฤกษศาสตรข องเหด็ ฟางได
2. สามารถอธบิ ายปจ จยั และสภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสมในการเพาะเหด็ ฟาง
ขอบขายเน้อื หา 1
1. ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร
1.1 สว นประกอบของดอกเหด็ ฟาง
1.2 ลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ฟาง
1.3.วงจรชีวติ ของเหด็ ฟาง
1.4.คณุ คา ทางอาหารของเหด็ ฟาง
2. การเพาะเหด็ ฟาง
2.1 ปจ จยั ในการเพาะเหด็ ฟาง
2.2 สภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสมตอ การเพาะเหด็ ฟาง
2.3 การปอ งกนั และกาํ จดั ศตั รกู ารเพาะเหด็ ฟาง
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา
1. ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร
เห็ดฟางมีชือ่ วทิ ยาศาสตรว า Volvariella volvacea ( Bull-ex Fr.) Sing มชี อ่ื ภาษาไทยวา
เหด็ ฟางหรอื เหด็ บวั
เหด็ ฟางเปน พชื จาํ พวกรา จดั อยใู นชน้ั Basidiomycetes การเจรญิ เตบิ โตเรมิ่ มาจากเสน ใยของ
เห็ดราทร่ี วมตัวกนั เปน กลุมกอ นในสภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสม คือ มอี าหาร ความช้นื และอณุ หภมู ทิ ี่
พอเหมาะ แลว เสน ใยเหด็ จะมารวมตวั กนั เปน ดอกเหด็
1.1 สว นประกอบของดอกเหด็ ฟาง
สปอร
ท่มี า : อานนท เออ้ื ตระกลู . การเพาะเหด็ ฟาง. หนา 17
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 2
1. หมวกดอก เปนสวนปลายสุดของดอกทเ่ี จริญเติบโตขนึ้ ไปในอากาศ เมอื่ ดอกเห็ดเจริญ
เต็มที่จะกางออกคลายรม ผิวของหมวกดอกดานบนมีลักษณะเรียบ มีขนาดตางกันต้ังแต 4-14
เซนตเิ มตร ขน้ึ อยกู บั สายพนั ธขุ องเหด็ ฟาง
2. ครบี เปน สว นทอี่ ยใู ตห มวกดอก มลี กั ษณะเปน แผน เลก็ ๆ วางเรยี งกนั เปน รศั มรี อบกา นดอก
ดอกเหด็ ทส่ี มบรู ณจ ะมคี รบี ประมาณ 300-400 ครบี การวางตวั ของครบี ดอกเหด็ นนั้ เปน การวางแบบ
สลบั กนั ไป
3. กา นดอก เปน สว นทชี่ ขู องหมวกดอก เชอ่ื มอยรู ะหวา งสว นฐานและตรงกลางของหมวกเหด็
กา นดอก มสี ขี าว ลกั ษณะเรยี วตรง หรอื สว นฐานโตกวา เลก็ นอ ย ขนาดของกา นจะโตอยรู ะหวา ง 0.5-1.5
เซนตเิ มตร ไมม วี งแหวนหมุ
4. ปลอกหุม เปนสวนของเน้ือเย่ือชั้นนอกสุดของดอกเห็ด มีหนาที่หุมดอกเห็ดท้ังหมด
และปลอกหมุ ดอกเหด็ จะปรแิ ตกออกในระยะที่ 5 (ปรดิ อก) ของการเจรญิ เติบโต
5. สปอร เปน เปน อวยั วะสว นขยายพนั ธขุ องเหด็ ฟางทาํ หนา ทค่ี ลา ยเมลด็ พนั ธ ุมขี นาดเลก็ มาก
มองดว ยตาเปลาไมเ หน็ มลี กั ษณะเปน วงรคี ลา ยรปู ไข ผิวเรยี บ มสี นี ํ้าตาลออ นถงึ แก
6. เสน ใย เกดิ จากการสรา งสปอรข องเหด็ เมอื่ ดอกเหด็ จะงอกนน้ั จะปรากฏเสน ใยราสขี าวขนึ้
อยกู อน เสน ใยนจ้ี ะกอ ตวั หรอื รวมตัวกนั มลี กั ษณะเปน ปยุ ฝา ยสขี าว เรยี กวา เสน ใยขน้ั แรก และพฒั นา
เปน เสน ใยขน้ั ที่ 2 เสน ใยจะรวมตวั กนั เกดิ เปน ดอกเหด็ ในระยะตอ มา
7. คลามโิ ดสปอรเปน อวยั วะสาํ หรบั การขยายพนั ธขุ องเหด็ เกดิ จากสปอรท พ่ี ฒั นาเปน เสน ใย
ทแ่ี กต วั ทอี่ ยใู นสภาพแวดลอ มทไ่ี มเ หมาะสม จงึ สรา งเกราะขน้ึ มาเพอ่ื ปอ งกนั ตวั มลี กั ษณะคอ นขา งกลม
อยบู รเิ วณสว นปลายของเซล มสี นี า้ํ ตาลไหม
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 3
1.2 ลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ฟาง
เหด็ ฟางเปนเหด็ ทรงรม มปี ลอกหรอื ถงุ คลุมดอกเหด็ ขณะทย่ี งั เลก็ อยู เรียกวา วอลวา
( Volva ) เมอ่ื เหด็ เจรญิ เตบิ โตขน้ึ แลว วอลวา จะคอยๆแตกออก กา นดอกจะเจริญเตบิ โตขนึ้ ไปในอากาศ
คงเหลือเปลือกหอ หุมโคนอยูในลักษณะถวยรองรบั ฐานดอกเห็ด หมวกเห็ดเม่ือโตเต็มท่ีจะกางออก
มลี กั ษณะคลา ยรม เนอ้ื หมวกหนาพอสมควรโตเตม็ ทว่ี ดั ไดป ระมาณ 10-15 เซนตเิ มตร ผวิ หมวกดา นบน
เรียบมีขนละเอยี ดคลมุ อยู ตอนลา งของหมวกเหด็ มีครีบแผเ ปนรศั มีรอบลําตน เมอ่ื ดอกเห็ดเริ่มบาน
ครบี จะมสี ีขาว เม่อื แกจ ะเปลีย่ นเปน สีชมพูอมมว งออน และเปน สนี ้าํ ตาลเขม ตามลาํ ดับ กานดอกยาว
ประมาณ 8-10 เซนติเมตร ผิวเรียบไมม วี งแหวน
ลกั ษณะการเจริญเติบโตของดอกเหด็ แบง เปน 6 ระยะ คือ
1. จดุ เร่มิ แรกของการกาํ เนดิ ดอก เกิดหลงั
จากโรยเชอื้ เหด็ แลว ในวันที่ 4-6
2 ระยะดอกเห็ดรูปกระดุมเล็ก คือ ระยะ
สบื ตอ จากระยะแรกประมาณ 15-30 ชว่ั โมง มลี กั ษณะ
กลมยกตวั ขน้ึ จากวสั ดเุ พาะ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 4
3. ระยะรู ปกระดุ ม คือระยะท่ี ดอกเห็ด
มีการขยายตัวทางดา นความกวา งของดอกอยา งเตม็ ท่ี
มลี กั ษณะกลมหรอื วงร ีมฐี านทโี่ ตกวา สว นปลาย ระยะน้ี
ตอ เนอ่ื งจากระยะที่ 2 ประมาณ 12-20 ช่วั โมง
4. ระยะรูปไข เปนระยะท่ีดอกเห็ดเร่ิมมีการ
เจรญิ เตบิ โตทางความยาวของกา นดอก และความกวา ง
ของหมวกดอก ปลอกหมุ ดอก จะยดึ ไปตามความยาว
ของกา น เปน ระยะตอเนอื่ ง จากระยะท่ี 3 ผเู พาะปลกู
จะเริ่มทําการเก็บเกยี่ ว เพราะเปน ระยะทท่ี าํ ใหน ํ้าหนกั
สงู สุด ผบู รโิ ภคนยิ มรับประทาน
5. ระยะปรดิ อก เปน ระยะตอ เนอ่ื งจากระยะที่4
เพียง 3-6 ชว่ั โมง ระยะนีเ้ ปนการเจริญเติบโตของกา น
และหมวกดอกเปน ไปอยา งรวดเรว็ ทาํ ใหส ว นบนสดุ ของ
ปลอกหุมดอกแตกออก โดยเปนการแตกแบบไมเปน
ระเบียบ สวนสีของผิวหมวกดอก เม่ื อสัมผัสกับ
บรรยากาศ หรอื ถกู แสงมากกจ็ ะเปน สคี ลํา้
6. ระยะแกเ ต็มท ่ี คือ ชวงท่ีสวนของกานดอก
และหมวกมีการขยายตัวอยางเต็มท่ี สวนครีบของ
ดอกเห็ดจะสรางสปอรและปลอยใหตกลง หรือปลิว
ตามลม สขี องครบี จะเขม ขน้ึ เรอ่ื ย ๆ จนเปน สนี าํ้ ตาลคลาํ้
กา นดอกจะเหนียว หมวกจะออ นนมุ แตกหกั หลดุ งา ย
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 5
1.3 วงจรชวี ติ ของเหด็ ฟาง
ท่ีมา : ยุพยงค สุทธิธรรม. การเพาะเหด็ ฟาง. หนา 16
จากรูปวงจรชวี ิตของเห็ดฟาง จะพบวา เห็ดฟางเปนพชื ซง่ึ เกิดจากสปอรท่ีตกลงในสภาพ
แวดลอ มทเ่ี หมาะสม คอื มอี าหารความชนื้ และอณุ หภูมทิ พี่ อเหมาะ สปอรก จ็ ะงอกออกมาเปน เสน ใยรา
สขี าว จากนนั้ เสน ใยนจ้ี ะกอ ตวั หรอื รวมตวั กนั มลี กั ษณะเปน ปยุ ฝา ยสขี าว และเสน ใยเหด็ จะมารวมตวั กนั
เปนดอกเห็ด ดอกเห็ดจะเจริญเติบโตเร่ือย ๆ เปนหมวก เปนครีบและเปนกานดอก เปนลักษณะ
ดอกเหด็ ฟางทพี่ บเหน็ โดยทวั่ ไป
1. ดอกเหด็ ทโี่ ตเตม็ ทแี่ ลว
2. แบสเิ ดยี ม ทอี่ ยบู นผวิ เซลของครบี
3. สปอรท หี่ ลดุ จากแบสเิ ดยี ม และปลวิ ไปตามอากาศ
4. การงอกของสปอร เมอื่ สปอรต กอยใู นสภาวะแวดลอ มทเี่ หมาะสม
5. เสน ใยทง่ี อกจากสปอร หรอื เสน ใยขนั้ ที่ 1 จะถกู แบง ออกเปน เซล หรอื เปน กง่ิ กา น แตล ะเซล
จะมนี ิวเคลียสอยูตง้ั แต 2-30 อัน
6. เสน ใยขน้ั ท่ี 1 สามารถผสมกนั ไดม ารวมเปน เสน ใยขนั้ ท่ี 2
7. เสนใยขั้นท ี่ 2 จะมีการเจริญเติบโตทางดานยาว และแตกก่ิงกานสาขาออกใหม
สว นเจรญิ ใหมน จ้ี ะแบง เซล เปน กระเปาะเลก็ ๆ ซงึ่ เปน ระยะแรกของการเจริญเตบิ โตของดอกเหด็
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 6
8. คลามิโดสปอร ในกรณีที่เห็ดไมสามารถเจริญเติบโตได เน่ืองจากสภาวะแวดลอม
ไมเ หมาะสมจะสรา งคลามโิ ดสปอร
9. ดอกเหด็ ตมู รปู กระดมุ เปน ดอกเหด็ ทเ่ี จรญิ เตบิ โตตอ จากระยะแรกประมาณ 15-30 ชวั่ โมง
และเจรญิ เตบิ โตเปน ดอกเหด็ โตเตม็ ทต่ี อ ไป
1.4 คณุ คา ทางอาหารของเหด็ ฟาง
เหด็ ฟาง เปน พชื อาหารชนดิ หนงึ่ ทชี่ าวไทยนยิ มรบั ประทานกนั มากและมรี สชาตดิ แี ลว
ยังมีคุณคาทางอาหารสูง สามารถนาํ มาปรุงเปนอาหารไดหลายชนิด ซ่ึงไดมีการวิเคราะหคุณคา
ทางอาหารในเหด็ ฟางสดและเห็ดฟางแหง ดังน้ี
คณุ คา ทางอาหารทว่ี เิ คราะหไ ดใ นเหด็ ฟางสด
ความชน้ื 88.9 %
โปรตนี 3.4 %
ไขมนั 1.8 %
คารโ บไฮเดรต 3.8 %
กาก 1.4 %
พลังงาน 44 แคลอร ี่
แคลเซย่ี ม 8 มลิ ลกิ รมั
เหลก็ 1.1 มลิ ลกิ รมั
วติ ามนิ บี 1 0.16 มลิ ลกิ รมั
วติ ามนิ บี 2 0.25 มลิ ลกิ รมั
วติ ามนิ ซ ี 2.00 มลิ ลกิ รมั
ไนอาซนี 13.7 มลิ ลกิ รมั
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 7
คณุ คา ทางอาหารทว่ี เิ คราะหไ ดใ นเหด็ ฟางแหง
โปรตนี 49.04 %
ไขมนั 20.60 %
คารโ บไฮเดรต 17.03 %
เถา 13.30 %
พลังงาน 4,170 แคลอรี่
แคลเซย่ี ม 2.35 % ของเถา
เหลก็ 0.99 % ของเถา
ฟอสฟอรสั 30.14 % ของเถา
มกั นเี ซยี ม 0.92 % ของเถา
โปรตสั เซยี ม 24.76 % ของเถา
อลมู เิ นยี ม 4.47 % ของเถา
ซลิ กิ อน 15.23 % ของเถา
โซเดยี ม 15.37 % ของเถา
กาํ มะถนั 1.42 % ของเถา
ท่ีมา : บุญสง วงศเ กรียงไกร. การเพาะเหด็ ฟาง. ชมรมนกั เพาะเหด็ แหง ประเทศไทย.(เอกสารอดั สาํ เนา)
นอกจากนเ้ี หด็ ฟางมสี ารจําพวก Cardiotoxie protein เรียกวา Volvotoxins ทม่ี ีคุณสมบัต ิ
ในการปอ งกนั การเจรญิ เตบิ โตและการหายใจของเซลมะเรง็ ทเ่ี รยี กวา Ehrlich ascitestumor cell ซงึ่ ชว ย
ยบั ยงั้ การเกิดโรคมะเรง็ และรกั ษาโรคไขมนั ในเสน เลือดสงู
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 8
2. การเพาะเหด็ ฟาง
การพัฒนาวิธี การเพาะเห็ดฟางของประเทศไทยนั้ น
กลา วไดว า เกดิ ขน้ึ โดย อาจารย ดร. กา น ชลวจิ ารณ ทา นเหน็ วา เหด็ ฟาง
ซง่ึ ขณะนน้ั เรยี กวา "เห็ดบัว" เปน เห็ดที่ประชาชนนิยมบรโิ ภคและ
เพาะไดดวยวิธีการที่งายๆ เพียงแตผลผลิตเทานั้นที่ไดไมแนนอน
ทง้ั นเ้ี พราะตอ งอาศยั เชอื้ เหด็ จาก แหลง ธรรมชาตแิ ละผลผลติ กข็ นึ้ อยู
กับความแข็งแรงของเชื้อเห็ดที่ใช ดังน้ันทานจึงมีแนวความคิดวา
หากมี การทําเชื้ อเห็ ดฟางบริ สุทธ์ิ ขึ้ นเช นเดี ยวกั บเห็ ดหอมหรื อ
เหด็ ฝรง่ั แลว ผลผลติ เหด็ ทไี่ ดก จ็ ะแนน อนกวา จากความคดิ ดงั กลา ว
ทานจึงไดทดลองการทําเช้ือเห็ดฟางโดยใชความรูในการทําเช้ือ
เหด็ ฝรง่ั มาประยกุ ตใ ช คอื ใชม ลู มา มาผสมกบั เปลอื กเมลด็ บวั หมกั ไว
ประมาณ 35 - 45 วนั แทนการใชม ลู มา ผสมกบั ฟางของการทําเชอ้ื เหด็ ฝรง่ั การทดลองประสบผลสาํ เรจ็
และนับวาเปนคนแรกของประเทศไทย นอกจากการประสบผลสําเร็จในการทําเช้ือเห็ดฟางแลว
ยังไดปรับปรุงวิธีการเพาะเห็ดฟางโดยใชเชื้อเห็ดบริสุทธ์ิ ท่ีสามารถใหผลผลิตที่แนนอนเปนที่รูจัก
กนั โดยทว่ั ไป คอื การเพาะเหด็ ฟางแบบกองสมุ พรอ มกนั นน้ั กไ็ ด รเิ รม่ิ การเพาะเหด็ ชนดิ อน่ื ๆ อกี มากมาย
เชน เหด็ หูหน ู เหด็ หอม และเหด็ นางรม เปนตน
อาจารย ดร. กา น ชลวิจารณ ไดเ ผยแพรความรโู ดยจดั การอบรมการทําเช้อื และ
เพาะเหด็ ขึ้นรนุ แรกในป พ.ศ. 2491 ณ บรเิ วณเกษตรกลางบางเขน ดว ยความวิริยะ อตุ สาหะ
และความดที ที่ า นไดท าํ ไวแ กว งการเหด็ ของไทย บรรดานกั เพาะเหด็ ทง้ั หลายจงึ ถอื วา "ทา นเปน บดิ า
ของเหด็ ไทย" ในประมาณปลายป พ.ศ. 2515 ไดม กี ารตง้ั ชมรมเหด็ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรข น้ึ
โดยนสิ ติ นกั ศกึ ษากลมุ หนง่ึ และไดเ รม่ิ ทาํ การเปด อบรมการเพาะเหด็ ขน้ึ ในชว งกลางป พ.ศ. 2516
ผลปรากฏวา ไดม กี ารขยายการเพาะเหด็ ฟางไปทวั่ ประเทศ จนกระทงั่ ในปจ จบุ นั นไี้ ดม กี ารตงั้ ชมรม
และสมาคมเก่ียวกับเห็ดขึ้นมากมาย เชน ชมรมผูเพาะเห็ดสมัครเลน สมาคมนักวิจัยและ
เพาะเหด็ แหง ประเทศไทย เปน ตน
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 9
2.1 ปจ จยั ในการเพาะเหด็ ฟาง
วตั ถดุ บิ ทใี่ ชใ นการเพาะ ใชฟ างตากแหง สนทิ ซง่ึ เกบ็ ไวโ ดยไมเ ปย กชนื้ หรอื ขนึ้ รามากอ น ใชไ ด
ทง้ั ฟางขา วเหนยี ว ฟางขา วจา ว ฟางขา วทนี่ วดเอาเมลด็ ออกแลว และสว นของตอซงั เกยี่ วหรอื ถอน กใ็ ชไ ดด ี
อาหารเสรมิ การใสอาหารเสรมิ เปน สวนชว ยใหเสน ใยของเห็ดฟางเจริญไดด ี และทําใหไ ด
ดอกเห็ดมากกวา ทไี่ มไดใสถึงประมาณเทาตัว อาหารเสรมิ ที่นิยมใชอยูเปนประจําไดแก ละอองขาว
ปยุ มลู สตั วห รอื ปยุ คอกแหง ไสน นุ ไสฝ า ย ผกั ตบชวาตากแหง แลว สบั ใหเ ปน ชน้ิ เลก็ ๆ จอกแหง และเศษพชื
ชนิ้ เลก็ ๆ ทนี่ มิ่ และอมุ น้าํ ไดด ี เหลานก้ี ม็ สี ว นใชเ ปน อาหารเสรมิ ไดเชน กนั
เชอ้ื เหด็ ฟางทจี่ ะใชเ พาะ เลอื กซอื้ เชอ้ื เหด็ ฟางเพอ่ื ใหไ ดเชอ้ื เหด็ ทม่ี คี ณุ ภาพดแี ละเหมาะสม
กบั ราคา โดยมหี ลกั เกณฑก ารพจิ ารณาดงั น้ี
¶ เมื่อจับดูที่ถุงเชื้อเห็ด ควรจะตองมีลกั ษณะเปนกอนแนนมีเสนใยของเช้ือเห็ดเดิน
เตม็ กอ นแลว
¶ ไมมเี ชอ้ื ราชนดิ อ่นื ๆ หรือเปนพวกแมลง หนอน หรือตัวไร เหลานเี้ จอื ปน และไมควร
จะมนี าํ้ อยกู น ถงุ ซง่ึ แสดงวา ชนื้ เกนิ ไป ความงอกจะไมด ี
¶ ไมม ดี อกเหด็ อยใู นถงุ เชอื้ เหด็ นน้ั เพราะนนั่ หมายความวา เชอื้ เรมิ่ แกเ กนิ ไปแลว
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 10
¶ เสนใยไมฟูจัดหรือละเอียดเล็กเปนฝอยจนผิดธรรมดาลักษณะของเสนใยควรเปน
สขี าวนวล เจรญิ คลมุ ทว่ั ทง้ั กอ นเชอ้ื เหด็ นน้ั
¶ ตอ งมกี ลนิ่ หอมของเหด็ ฟางดว ย จงึ จะเปน กอ นเชอ้ื เหด็ ฟางทด่ี ี
¶ เชอื้ เหด็ ฟางทซี่ อ้ื ตอ งไมถ กู แดด หรอื รอการขายไวน านจนเกนิ ไป
¶ เชอื้ เหด็ ฟางทซี่ อื้ มานน้ั ควรจะทาํ การเพาะภายใน 7 วนั
¶ อยา หลงเชอ่ื คาํ โฆษณาใด ๆ ของผขู าย ควรสอบถามจากผทู เี่ คยทดลองเพาะมากอ น
จะดกี วา นอกจากนค้ี วรมกี ารตรวจสอบเชอ้ื เหด็ ฟางจากหลายยหี่ อ เชอื้ เหด็ ฟางยหี่ อ ใดใหผ ลผลติ สงู กค็ วร
เลอื กใชย ห่ี อ นน้ั มาเพาะจะดกี วา
¶ ราคาของเชอื้ เหด็ ฟางไมค วรจะแพงจนเกินไป ควรสืบราคาจากเชอื้ เหด็ หลาย ๆ ยห่ี อ
เพอื่ เปรยี บเทยี บดดู ว ย
สถานทใ่ี ชเ พาะเหด็ สําหรบั การเพาะเหด็ ฟางในกองดนิ เปน การเพาะบนดนิ ดงั นน้ั เราตอ ง
คํานงึ ถงึ สภาพแวดลอ มแปลงเพาะนัน้ ดวยเปนอยางย่ิง โดยเฉพาะตอ งเปน บริเวณทไี่ มม ยี าฆาแมลง
หรือยากันเช้ือรา น้ําไมทวมขัง มีการระบายนํ้าไดดี และตองเปนท่ีไมเคยใชเพาะเห็ดฟางมากอน
ถา เคยเพาะเหด็ ฟางมากอ นกค็ วรจะทาํ ความสะอาดทบี่ รเิ วณนน้ั โดยการขดุ พลกิ ดนิ ตากแดดจดั ๆ ไวส กั
1อาทติ ย เพอ่ื ฆา เชอื้ โรคตา ง ๆ บนดนิ ทจี่ ะเปน พาหะของโรคและแมลงตอ เชอ้ื เหด็ ทเี่ ราจะเพาะในทดี่ นิ นน้ั
ไดด ีขนึ้
สําหรบั การเพาะเหด็ ฟางในภาชนะ ควรเลอื กใชภ าชนะทมี่ ชี อ งเปน ตาราง ทนี่ ยิ มใชค อื ตะกรา
พลาสติกที่มีตาหางประมาณ 1 นิ้ว เพ่ือใหดอกเห็ดงอกออกมาไดขนาดพอเหมาะ และสามารถ
ดูแลสภาพแวดลอ มในการเพาะใหส ะอาด ไดง า ย และใชพน้ื ทใ่ี นการเพาะนอ ย
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 11
ผา พลาสตกิ เพ่ือใชใ นการคลมุ กองเหด็ สว นมากมกั จะใช
ผา พลาสตกิ ใส เพราะราคาถกู และประหยดั ด ี ซอ้ื ครงั้ เดยี วกใ็ ชไ ด
หลายครงั้
บัวรดนาํ้ จะเปนบัวพลาสติกหรือบัวสังกะสีก็ใชไดทั้งน้ัน
ขอใหใชตักนํ้าไดและรดนํ้าแลวไดน้ําเปนฝอย ๆ ก็ใชไดแลว
ปจจบุ ันทท่ี ํามาก ๆ จะใชเ ครื่องสบู ไดโวหรือเคร่ืองสูบน้ําฉีดนํา้
เปน ฝอยรดกองฟาง ใหเ ปย กชมุ กอ นเรมิ่ การหมกั ไดก จ็ ะสะดวกด ี
2.2 สภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสมตอ การเพาะเหด็ ฟาง
อณุ หภมู ิ อณุ หภมู มิ สี ว นสาํ คญั ตอ การเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ฟางเปน อยา งมาก เนอ่ื งจากเหด็ ฟาง
มตี นกําเนิดอยใู นเขตรอน จงึ ตอ งการอุณหภูมคิ อนขางสูงสาํ หรับการเจริญเตบิ โต ซง่ึ อณุ หภูมิ 38-40
องศาเซลเซยี ส เปน ชว งทีเ่ หมาะสมทสี่ ดุ สาํ หรบั การงอกของสปอรเห็ด เสนใยเจรญิ ดีทอ่ี ุณหภูมิ 35-38
องศาเซลเซียส และเกดิ ดอกไดทอ่ี ุณหภูมิ 30 องศาเซลเซยี ส ถารอ นเกนิ ไปดอกเห็ดจะเลก็ และบานเรว็
กวา ธรรมดา ถา เยน็ เกนิ ไปเสนใยเจริญชา ลงจนหยดุ เจรญิ กม็ ี ขอ สงั เกตคือ หนา รอ นใชเ วลาในการเพาะ
เห็ดฟางประมาณ 7 วนั กเ็ ปน ดอก หนาฝนกนิ เวลา 8-12 วัน สว นหนาหนาว 15-18 วัน หรอื กวา นั้น
หรอื ไมอ อกดอกเหด็ เลย การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 12
ความชนื้ ความชน้ื จําเปน ตอ การเจรญิ เตบิ โตของเสนใย เนอ่ื งจากเหด็ ฟางตอ งการความชน้ื
คอ นขา งมาก ในการเกดิ ดอกและการเจรญิ เตบิ โตของดอกเหด็ โดยตอ งการปรมิ าณนาํ้ ในวสั ดเุ พาะเลย้ี ง
65-70 เปอรเ ซน็ ต แตภ ายในดอกเห็ดถา ความชน้ื มากเกินไป เสนใยจะชุมนาํ้ มากและตายได ดอกเห็ด
เลก็ ๆ ทถี่ กู รดนา้ํ จะไปชมุ อยบู รเิ วณรอยตอ ของเสน ใยกบั ดอกเหด็ ทาํ ใหส ง อาหารไปยงั ดอกเหด็ ไมไ ดจ งึ ฝอ
และตายลงได แตถ า แหง ไปดอกเหด็ จะกระดา งหรอื มรี อยแตก และดอกเหด็ ไมเ จรญิ เตบิ โต
อากาศ ทุกระยะของการเจริญเติบโตของเห็ดลวนตองการอากาศในการหายใจท้ังสิ้น
โดยเฉพาะอยางยิ่ งในระยะท่ี กําลังจะเกิดดอกและเกิดดอก ถาในสถานที่ เพาะเห็ดมีกาซ
คารบ อนไดออกไซดม ากเกนิ ไป เสน ใยจะเจรญิ เตบิ โตชา ลงหรอื ชะงกั ดอกเหด็ จะยดื ยาวออกในลกั ษณะ
ผดิ ปกต ิ สว นผวิ ของดอกเหด็ จะหยาบขรขุ ระ คลายหนงั คางคก
ความเปน กรดดา ง (pH)ระดบั ความเปน กรดดา งมผี ลตอ การเจรญิ เตบิ โตของเสน ใยเหด็ ฟาง
เห็ดฟางชอบสภาพเปน กลางหรือกรดเลก็ นอ ย คอื มคี า pH = 7.5 ถาเปนกรดมากหรอื เปรยี้ วไป
จะทําใหบกั เตรีในกองฟางไมเจรญิ ไมยอมสลายโมเลกุลโตๆ ใหเ ล็กลงได เสน ใยเห็ดฟางก็จะไดรบั
อาหารนอ ยกวา ทค่ี วร ทําใหด อกเหด็ กจ็ ะขนึ้ นอ ยไปดว ย
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 13
แสงแดด แสงแดดออนๆ จะชวยกระตุนการเจริญเติบโตและการรวมตัวของเสนใยเห็ด
เพ่อื เกิดเปน ดอกเหด็ ได แตถ า ดอกเห็ดไดร ับแสงแดดจดั สอ งโดยตรง จะทาํ ใหการเจริญเติบโตของเหด็
หยุดชะงัก และมีผลทําใหดอกเห็ดเปลี่ยนสีคล้าํ ขึ้น ตางกับเหด็ ท่ขี ้ึนในที่มืดซึ่งจะมสี ีขาวเปนที่นิยม
ของผบู ริโภค
2.3 การปอ งกนั และกาํ จดั ศตั รกู ารเพาะเหด็ ฟาง
การเพาะเห็ดฟางจะใชร ะยะเวลาส้นั แตก็มศี ตั รูเหด็ หลายชนดิ ท่ีมักเกดิ ขนึ้ คอยทําลายและ
รบกวนผลผลติ เหด็ ทอ่ี อกมา เชน มด ปลวก ไรเหด็ และเชอื้ ราตา งๆ ซง่ึ ผเู พาะเหด็ ฟางควรทจี่ ะไดท ราบและ
หาทางปอ งกนั รกั ษาดงั น้ี
1. แมลงเชน มด ปลวก ไรเหด็ วธิ แี กไ ขโดยใชส ารเคมพี วก เซฟวนิ โรยรอบๆ กอง หา งประมาณ
1ศอก อยา โรยในกองทาํ ประมาณ 1สปั ดาห กอ นเรม่ิ กองเหด็ และควรจะโรยสารเคมนี ปี้ ระมาณ 1สปั ดาห
กอนท่ีจะเร่ิมกองเห็ดแตอยาโรยภายในกอง เพราะจะมีผลตอการออกดอก ทั้งยังมีสารพิษตกคาง
ในดอกเหด็ ซงึ่ เกดิ อนั ตรายตอ ผกู นิ
2. เหด็ คแู ขง คอื เหด็ ทเ่ี ราไมไ ดเ พาะแตข น้ึ มาดว ย หรอื เชอ้ื โรค อนื่ ๆ ทเี่ ปน ศตั รขู องเหด็ ฟาง เชน
พวกราตา ง ๆ วธิ แี ก คอื การเกบ็ ฟางไมค วรใหถ กู ฝน และถา มรี าขนึ้ ใหห ยบิ ฟางขยมุ นน้ั ทง้ิ ใหไ กลกองเพาะ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 14
กจิ กรรมท่ ี 1
1. ใหผ เู รยี นสํารวจลกั ษณะของดอกเหด็ ฟางพรอ มบอกรายละเอยี ดของดอกเหด็ ฟางทพ่ี บ ดงั นี ้
1) หมวกดอก มีลกั ษณะ ...........................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
2) ครีบ มีลักษณะ....................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
3) กานดอก มีลกั ษณะ .............................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
4) ปลอกหุม มลี ักษณะ.............................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
2. ใหผ เู รยี นอธบิ ายวา ดอกเหด็ ฟางมลี กั ษณะการเจรญิ เตบิ โตอยา งไร
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 15
กจิ กรรมท ี่ 2
1. ใหผ เู รยี นบอกปจ จยั ทใ่ี ชใ นการเพาะเหด็ ฟางวา ประกอบดว ยอะไรบา ง
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
2. ใหผ เู รยี นอธบิ ายวา สภาพแวดลอ มทเี่ หมาะสมตอ การเพาะเหด็ ฟางควรมลี กั ษณะอยา งไร
ตามรายการตอ ไปนี้
อุณหภูมิ...................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
ความช้ืน...................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
อากาศ......................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
ความเปนกรดดาง......................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
แสงแดด...................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 16
ตอนที่ 2
การเตรียมวัสดุและอุปกรณในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา
สาระสําคัญ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา มีการใชว ัสดุและอปุ กรณใ นการเพาะ ประกอบดว ย ตะกรา
พลาสตกิ วัสดทุ ใ่ี ชในการเพาะ อาหารเสริม เช้ือเหด็ ฟาง สมุ โครงไมไผ พลาสตกิ และบวั รดนํา้ ซงึ่ จะ
ตอ งมกี ารจดั เตรยี มวดั สอุ ปุ กรณต า งๆใหไ ดข นาดและปรมิ าณทพ่ี อเหมาะสําหรบั ใชใ นการเพาะเหด็ ฟาง
ในตะกรา
จดุ ประสงคก ารเรียนรู เพอ่ื ใหผเู รียน
1. มคี วามรเู กยี่ วกบั การเตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา
2. สามารถปฏบิ ตั กิ ารตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ได
ขอบขา ยเน้อื หา
1. การเตรยี มตะกรา
2. การเตรยี มวสั ดทุ ใ่ี ชใ นการเพาะ
3. การเตรยี มอาหารเสรมิ
4. การเลอื กเชอ้ื เหด็ ฟาง
5. การทําสมุ โครงไมไ ผ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 17
1. การเตรียมตะกรา
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา ภาชนะที่นิยมใชคอื ตะกราพลาสติก เพราะสะดวก ทนทาน
มอี ายกุ ารใชง านนาน และยงั มขี อดหี ลายอยาง เชน
1. สามารถปรบั สภาพการเพาะใหก นั แดดกนั ลมได
2. ใชพ น้ื ทใ่ี นการเพาะนอ ย
3. การเพาะเหด็ ในตะกรา ใหผ ลแนน อนและสม่ําเสมอ
4. สภาพแวดลอ มของการเพาะสะอาด ไมอ บั ชนื้ ไมเปนอันตรายตอ สขุ ภาพของผเู พาะ
5. เหด็ ฟางทไี่ ดส ะอาด นา รบั ประทาน
6. สามารถยกจาํ หนา ยไดท งั้ ตะกรา
ตะกรา พลาสตกิ เปน ตะกรา ทรงกลม เสน ผาศูนยกลางประมาณ 18 น้ิว สงู 12 นว้ิ มีตาหาง
ประมาณ 1 นว้ิ กน ตะกราไมท บึ เพราะจะสามารถระบายนา้ํ ไดด ี ราคาประมาณใบละ 35 - 39 บาท
ตะกรา ทีม่ ขี นาดตาหา งประมาณ 1 นว้ิ จะทําใหม ชี องวางใหด อกเหด็ งอกออกมาไดข นาด
พอเหมาะ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 18
2. การเตรยี มวสั ดทุ ใ่ี ชใ นการเพาะ
วัสดุท่ใี ชใ นการเพาะ คือ กอนเชื้อเห็ดนางฟาเกาท่ีผานการเกบ็ ผลผลติ ไปเรยี บรอยแลว
โดยเลือกกอ นเชอื้ เห็ดท่ีมสี ภาพดี มีสีขาว ไมเปน รา สงั เกตจากสกี อ นเช้อื เหด็ ไมม สี ดี ํา สเี ขียวหรือ
สีเหลอื ง กอนเช้อื เห็ดมีราคากอนละ 0.50 บาท
3. การเตรยี มอาหารเสรมิ
อาหารเสริม มีสวนชว ยใหเ สน ใยของเห็ดฟางเจริญไดด ี ท่นี ยิ มนํามาทําเปนอาหารเสริม คือ
ละอองขา ว ปุย มูลสตั วหรือปยุ คอกแหง ไสนุน ไสฝาย ผกั ตบชวา จอกหรือพืชอวบน้ําชนดิ ตา ง ๆ และ
เศษพืชชน้ิ เลก็ ๆ ทนี่ ิม่ และอมุ นาํ้ ไดด ี ซง่ึ จะตอ งทง้ิ ไวใ หแ หงกอ นจงึ จะนํามาใชไ ด
อาหารเสรมิ ในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา ในทนี่ จี้ ะใชผกั ตบชวา ท้ังตน มาสับใหล ะเอยี ด
ความยาวประมาณ 1 เซนตเิ มตร
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 19
4. การเลอื กเชอ้ื เหด็ ฟาง
เชอื้ เหด็ ฟางทีด่ ีสังเกตไดจากการมีเสนใยสขี าวเตม็ ถุง ควรเลือกเชอ้ื เหด็ ฟางท่ีด ี 1 ถงุ ใหญ
ราคาถงุ ละ 12 บาท เพาะไดป ระมาณ 3 ตะกรา
5. การทาํ สมุ โครงไมไ ผ
สมุ โครงไมไ ผ เปน การประยกุ ตใ ชว สั ดใุ นทอ งถน่ิ ซง่ึ เปน การคดิ คน ของภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่ อาํ เภอ
วังจันทร คือ คณุ เลอศกั ด ิ์ บุรุษวยากรณ นาํ มาใชในการควบคุมสภาพแวดลอมในการเพาะเห็ดฟาง
ในตะกรา
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 20
วิธกี ารทาํ สมุ โครงไมไ ผ ดงั นี้
ขน้ั ตอนท่ี 1
นําลําไมไ ผม าตัด ท่คี วามยาว 1.5 - 2 เมตร ผา ซกี ใหมคี วามกวา ง 1-2 เซนตเิ มตร และ
เหลาไมไผใ หห มดคม โดยตดั ไมไ ผสําหรบั ทําเสนโครง 2 เสน ความยาวประมาณ 1.5 เมตร ตดั ไมไ ผ
ทําเสนวง 3 เสน คอื เสนท่ี 1 และเสน ท่ี 2 ยาว 2 เมตร และเสนท่ี 3 ยาวเทา กบั เสน โครง
ขั้นตอนที่ 2 ดดั ใหเ ขา รปู นําไมไ ผสําหรบั ทําเปน เสน วงมาดดั และมัดใหเปน วงกลม ม ี 3
ขนาด คอื ขนาดใหญ เปนเสน วงที ่ 1
ขนาดกลาง เปน เสน วงที ่ 2
ขนาดเลก็ เปนเสน วงที ่ 3
~ ~
~
เสนวงที่ 1 เสนวงท ่ี 2 เสน วงที่ 3
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 21
ขัน้ ตอนท่ี 3 นําเสนโครงไมไ ผทัง้ 2 เสน มาจัดเปนรปู กากบาทและมัดดวยเชือกฟาง
ที่จดุ กึง่ กลาง นาํ เสนวงท่ี 1 มามดั กับเสน โครงเพ่อื เปน ฐาน โดยใหขาเสนโครงอยูดา นใน มดั ทั้ง 4
ขา นาํ เสนวงท่ี 2 มามัดกบั เสนโครง เปน ระยะกง่ึ กลางของเสนโครงไมไผ มัดท้ัง 4 ขา นาํ เสนวงที่ 3
มามัดไวด า นบนของเสน โครงไมไ ผ มัดทงั้ 4 ขา จะไดอ อกมาเปน สมุ โครงไมไ ผ
ขน้ั ตอนที่ 4 นําพลาสติกมาเย็บตดิ กับสุมโครงไมไผใ หปด หมดทุกดาน จะไดเปนภาชนะ
คลมุ ตะกรา ได
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 22
หมายเหต ุ การทําเปน ลกั ษณะสมุ โครงไมไ ผ จะไดล กั ษณะของพนื้ ผวิ ทโี่ คง เมอื่ เกดิ ไอนา้ํ จากการเพาะ
เหด็ ฟาง ไอนา้ํ จะไหลลงมาตามผวิ พลาสตกิ ไมห ยดลงบนตะกรา เพาะเหด็ ฟาง ซงึ่ จะชว ยลดการเนา เสยี
จากการทม่ี นี า้ํ มากเกนิ ไป
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 23
กิจกรรมท่ี 3
ใหผ เู รยี นปฏบิ ตั กิ ารเตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ตามรายการตอ ไปน ้ี
1. การเตรียมตะกรา ..................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
2. การเตรยี มวสั ดุทใี่ ชในการเพาะ................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
3. การเตรียมอาหารเสริม ...........................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
4. การเลือกเชื้อเห็ดฟาง.............................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
5. การทําสมุ โครงไมไผ
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 24
ตอนที่ 3
ขั้นตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา
สาระสําคัญ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา เปน รปู แบบการเพาะเห็ดฟางอกี แบบหนึ่ง ซ่ึงใชพ ื้นที่ในการ
เพาะนอ ย ขนั้ ตอนไมย งุ ยากและสามารถดแู ลสภาพการเพาะไดง าย วสั ดทุ ใ่ี ชเ พาะหาไดใ นทอ งถนิ่ เชน
ฟางขา ว ผกั ตบชวา ตน กลวยแหง ไสน ุน เปลือกถั่ว หรือกากมนั สาํ ปะหลงั รวมถึงนํากอนเชื้อเห็ดถุง
ทเ่ี กบ็ ดอกหมดแลว เชน เหด็ นางฟา เหด็ นางรม เห็ดขอนขาวมาเปนวสั ดเุ พาะไดอกี ดวย ซึ่งสามารถ
เพาะไวเพ่อื บรโิ ภคในครวั เรือน ดอกเห็ดสามารถทยอยออกไดเร่ือยๆ เปนการลดรายจา ยดานอาหาร
ในครวั เรอื น และสามารถทําเปน กจิ กรรมเสรมิ สรา งรายไดใ หก บั ครอบครวั อกี ทางหนง่ึ ดว ย
จดุ ประสงคก ารเรียนร ู เพอื่ ใหผ เู รยี น
1. สามารถอธบิ ายขนั้ ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ได
2. สามารถปฏบิ ตั กิ ารเพาะเหด็ ฟางในตะกรา ได
ขอบขายเนือ้ หา
1. วสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา
2. ขน้ั ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 25
1. วสั ดแุ ละอปุ กรณใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา
วสั ดแุ ละอปุ กรณท ใี่ ชใ นการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา สามารถใชไ ดห ลากหลายอยาง ตามทม่ี ี
ในทอ งถน่ิ เชน ฟางขา ว ผกั ตบชวา ตน กลว ยแหง ไสน นุ เปลอื กถวั่ หรอื กากมนั สําปะหลัง ซงึ่ เปน การ
นําวสั ดุท่เี หลือใชในทอ งถิ่นมาเพ่ิมมลู คา รวมถึงนาํ กอนเช้ือเห็ดถงุ ทเี่ ก็บดอกหมดแลวทั้งเห็ดนางฟา
เหด็ ขอนขาว เห็ดนางรม มาเปน วสั ดุเพาะไดอ กี ดว ย
การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา (ปรมิ าณตอ 1 ตะกรา ) โดยนาํ วสั ดใุ นการเพาะทเ่ี ตรยี มไวใ นตอนท ่ี
2 ซงึ่ ประกอบดว ย
1. ตะกรา พลาสตกิ 1 อนั 2. เชอ้ื เหด็ ฟาง 1 ถงุ
3. กอ นเชอ้ื เหด็ นางฟา เกา 15 กอ น 4. แปง ขา วเหนยี ว 200 กรมั
5. สมุ โครงไมไ ผหมุ พลาสติก 1 อนั 6. ผกั ตบชวาสบั ละเอยี ด 2 กอ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 26
7. บวั รดนา้ํ 1 อนั 8. ที่ฉดี นํา้ (flogy) 1 อนั
9. นาํ้ (น้ําทมี่ ีสภาพเปน กลาง pH 7.5 ถาเปน นํ้าประปา
ควรขงั ใหค ลอรนี ระเหยกอ นประมาณ 3 วนั )
2. ขนั้ ตอนการเพาะเหด็ ฟางในตะกรา
ขน้ั ตอนที่ 1 ผสมเชอ้ื เหด็ ฟางกบั แปง ขา วเหนยี ว
1. แกะเชอ้ื เหด็ ออกจากถงุ ฉกี เปน ชนื้ เลก็ ๆ จน
หมดถงุ
2. นาํ แปงขา วเหนียวมาผสม จาํ นวน 1 กาํ มือ
หรอื ประมาณ 200 กรมั มาโรยใหท วั่ และคลุกใหเ ขา กนั
(อตั ราสว น เชอ้ื เหด็ 1 ถงุ ใหญ: แปง ขา วเหนยี ว 1 กาํ มอื )
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 27
ข้นั ตอนที่ 2 นาํ วัสดเุ พาะใสล งในตะกรา
ช้นั ท ่ี 1
1. นํากอ นเชอื้ เหด็ เกา มาขยใี้ หแ ตกลงในตะกรา
ใหมีความหนาประมาณ 2 น้ิว ใชกอนเชื้อเห็ดเกา
ประมาณ 3 กอน กดใหแนน โดยใชแผนไมมาทุบ
ใหอ ดั แนนลงไป (เพอ่ื ใหเ กดิ ความรอน)
2. ผักตบชวาทส่ี บั ละเอยี ดโรยรมิ ตะกราใหร อบ
มคี วามหนาพอประมาณ
3. โรยเชื้อเห็ดฟางท่ีผสมกับแปงขาวเหนียว
บนผกั ตบชวาใหร อบตะกรา
ช้ันท ่ี 2 ทําเหมอื นชนั้ ท ่ี 1 ทง้ั 3 ขัน้ ตอน
ชัน้ ท ่ี 3 ทาํ เหมอื นชน้ั ที ่ 1 ท้ัง 3 ขั้นตอน
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 28
ชนั้ ท ี่ 4
1. นํากอ นเชอื้ เหด็ เกา มาขยใ้ี หแ ตกลงในตะกรา
ใหมีความหนาประมาณ 2 นิ้ว ใชกอนเช้ือเห็ดเกา
ประมาณ 3 กอน กดใหแนน โดยใชแผน ไมมาทบุ ให
อดั แนนลงไป (เพ่อื ใหเกดิ ความรอ น)
2. ผักตบชวาที่สับละเอียดโรยใหเต็มพื้นท่ีใน
ตะกรา มีความหนาพอประมาณ
3. โรยเชอื้ เห็ดฟางท่ผี สมกบั แปง ขา วเหนยี วบน
ผกั ตบชวาใหเ ตม็ พนื้ ทใ่ี นตะกรา
4. โรยกอ นเชอื้ เหด็ เกา อกี เปน ชนั้ สดุ ทา ย
5. รดนา้ํ ใหช มุ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 29
ข้นั ตอนท่ี 3 การดูแลการเพาะเห็ดฟางในตะกรา
1. หลังจากบรรจุวัสดุเพาะเห็ดเรียบรอย
นาํ ตะกรา เหด็ ทไี่ ดไ ปวางไวต ามรม ไมช ายคาทร่ี บั แสงแดด
เลก็ นอย และไมค วรวางตะกรา บนพนื้ ดนิ โดยตรง เพอ่ื
ปองกันมดและศัตรูเห็ดอ่ืนๆมาทําลายเห็ดในตะกรา
อาจนําผา ยางหรอื พลาสตกิ มาปกู อ นวางตะกรา เหด็
2. นาํ สุมโครงไมไ ผท่ีหุมพลาสติกแลว มาคลมุ
บนตะกรา เหด็ เพอื่ เปน การควบคมุ สภาพแวดลอ มใหก บั
เหด็ ไมใ หม ชี อ งอากาศเขา ได
3. ทิ้งไว 4-5 วนั เสน ใยจะเดินเตม็ ตะกรา ทงั้
ดานบนและดานขาง ใหเปดสุมโครงไมไผออกเพ่ือ
เพม่ิ ออกซิเจนใหก ับเสนใยเหด็ และรดน้ําเพอ่ื ใหเสน ใย
รวมตวั กนั เปน ดอกเหด็ (ตดั ใย)
4. เม่ือตัดใยเสร็จแลว นําสุมโครงไมไผหุม
พลาสติกคลุมไวเชนเดิม ท้ิงไวอีก 4-5 วัน จะเกิด
ดอกเหด็ เลก็ ๆ เกดิ ขน้ึ เรยี กวา ดอกเหด็ ระยะหวั เขม็ หมดุ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 30
5. หลังจากนั้นดอกเหด็ จะเจริญเตบิ โตขนึ้ เร่อื ย
จนสามารถเกบ็ ดอกเหด็ ได
กจิ กรรมท่ี 4
ใหผูเรียนปฏิบัติการเพาะเห็ดฟางในตะกราตามข้ันตอนและบันทึกผลการปฏิบัติตาม
รายการตอ ไปน้ ี
ขนั้ ตอนท่ี 1 ผสมเชอื้ เหด็ ฟางกบั แปง ขาวเหนยี ว
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
ขัน้ ตอนที่ 2 นําวัสดเุ พาะใสลงในตะกรา
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
ขั้นตอนที ่ 3 การดูแลการเพาะเห็ดฟางในตะกรา
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
.........................................................................................................................................
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 31
ตอนท ่ี 4
การบรรจุหีบหอและการจาํ หนายเห็ดฟาง
สาระสาํ คัญ
เหด็ ฟางเปน เห็ดท่มี กี ารผลติ มาก โดยเก็บเหด็ ท่ีมีลกั ษณะดอกตมู ในชวงเชามืดและบรรจ ุ
ใสถุงพลาสติกหรือกลองโฟมปดดวยพลาสติกเจาะรูใหอากาศถายเท และไมใหโดนแสงแดด
ซง่ึ ผบู รโิ ภคนยิ มนาํ เหด็ ฟางสดมาประกอบอาหารในครวั เรอื น การจาํ หนา ยเหด็ ฟางจะตอ งมกี ารคดิ ตน ทนุ
และจัดทาํ บัญชีรายรับ-รายจา ยเพ่ือประโยชนในการจัดการเพาะเห็ดฟางในตะกราใหส อดคลองกับ
ความตอ งการของตลาดดว ย
จดุ ประสงคก ารเรียนรู เพ่ือใหผเู รียน
1. สามารถอธบิ ายการเกบ็ และบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟางได
2. สามารถอธบิ ายการจาํ หนา ยและการคดิ ตน ทนุ ได
3. สามารถทาํ บญั ช ี รายรบั -รายจา ยได
ขอบขายเน้อื หา
1. การเกบ็ และบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟาง
2. การจําหนา ยและการคดิ ตน ทนุ
3. การทาํ บญั ช ีรายรบั -รายจา ย
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 32
1. การเกบ็ และบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟาง
1.1 การเกบ็ ดอกเหด็
การเก็บดอกเห็ด ควรเก็บเม่ือดอกเห็ดฟางโตเต็มท่ีคือมีลักษณะเตงตึง ปลอกหุม
ขยายตัว เต็มท่ีในกรณีท่ีดอกเห็ดมีลักษณะเปนหัวอยูก็ควรรอไวอีกวันหน่ึงหรือคร่ึงวัน แตเม่ือเห็ด
มลี กั ษณะหวั ยดื ขน้ึ แบบหวั พงุ กต็ อ งเกบ็ ทนั ทีมฉิ ะนนั้ ดอกเห็ดจะบานออก ทําใหข ายไมไดร าคา
วธิ กี ารเกบ็ ดอกเหด็ ใหใ ชน ว้ิ หวั แมม อื กดดอกเหด็ แลว หมนุ เลก็ นอ ยยกขนึ้ เบาๆ ดอกเหด็
กจ็ ะหลดุ ออกมา หลงั จากเกบ็ ดอกเหด็ มาแลวกใ็ ห ใชม ดี คมๆ ตัดโคนดอกทมี่ เี ศษขฝ้ี ายตดิ มาออกเสยี
จากนั้นก็นาํ ไปเก็บไวในท่ีเย็นๆ (อาจเปนตูเย็นก็ได) เพราะถาเก็บไวในท่ีรอนอบอาวแลว จะทาํ ให
ดอกเหด็ บาน เรว็ ขนึ้
เมอ่ื เกบ็ ดอกเหด็ รนุ 1 หมดแลว นาํ สมุ โครง ไมไผม าครอบตะกรา เพาะเหด็ และนําน้ํา
มารดทพี่ ื้นรอบ ตะกรา เพาะเหด็ เพื่อเก็บเหด็ รนุ 2 ตอ ไดเ ลย
ในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา 1 คร้ัง สามารถเก็บดอกเห็ดไดจํานวน 3 รุน
ไดดอกเหด็ ประมาณ 1-1.5 กโิ ลกรัม
ขอ ระวงั เมอื่ สงั เกตวา วสั ดใุ นตะกรา เพาะเหด็ ฟาง แหง เกนิ ไป ในการสรา งความชน้ื ใหก บั ดอกเหด็
ใหรดน้ําทบี่ รเิ วณพ้นื ท่ีวางตะกรา ซึ่งวัสดเุ พาะเหด็ จะดดู ซบั ความชน้ื ไปเอง ไมควรรดน้ําลงบน
ตะกรา เพาะเหด็ โดยตรง เพราะอาจทําใหเ หด็ เนา ได
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 33
1.2 การบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟาง
การบรรจหุ บี หอ หลงั การเกบ็ ดอกเหด็ แลว ใหต ดั โคนดอกสว นทม่ี ดี นิ หรอื อาหารเสรมิ ตดิ อยู
ไมน ิยมลา งเพราะจะทาํ ใหเหด็ เนาได จากน้นั นําไปบรรจดุ ว ยถงุ พลาสติกใสไมมีสี เจาะรู หรอื กลองโฟม
ปด ดว ยพลาสตกิ เจาะร ู ใหอ ากาศถา ยเท
ถงุ พลาสติกจะตอ งสะอาดและไมเปนท่ีอาศัยของสตั วพาหะ เชน แมลงสาบ และปด
ปากถงุ ใหม ดิ ชดิ หรอื อาจบรรจลุ งในหบี หอ /ภาชนะทเ่ี หมาะสมอีกชน้ั หนง่ึ กไ็ ด
เมอ่ื บรรจแุ ลว
- ถา เกบ็ ในตเู ย็นจะเกบ็ ไดน านประมาณ 7 วนั
- ถา วางผ่งึ ลมไว จะตองระวงั ไมใ หโดนแดด เพราจะทําใหเ หด็ มีสคี ลา้ํ ไมเ ปน ที่
ตอ งการของตลาด
2. การจาํ หนา ย และการคดิ ตน ทนุ
เห็ดฟางเปนเห็ดท่ีมีการผลิตมากและสามารถเพาะไดท่ัวไปทุกฤดู ชวงที่ผลผลิตเห็ด
ออกสตู ลาดมากทส่ี ดุ คอื เดอื นเมษายน-พฤษภาคม และชว งทม่ี ผี ลผลติ นอ ย คอื ชว งปลายเดอื นธนั วาคม
ถงึ ตน เดอื นมนี าคม ซ่งึ ชวงน้รี าคาเห็ดฟางจะสงู ขนึ้
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 34
ผลผลติ เห็ดฟางทง้ั หมดจะถกู สง เขา มาจากบรเิ วณรอบ ๆ ชานเมอื ง โดยเกษตรกรจะเกบ็ เหด็
ตง้ั แตเ ทยี่ งคนื หรอื อยา งชา ตสี ี่ สง เหด็ ใหข าประจาํ ทไ่ี ปรบั หรอื พอ คา ทอ งถนิ่ ราคากโิ ลกรมั ละ 30-35 บาท
พอคา คนกลางจะสงเหด็ ตอ ไปยังตลาดเกาเยาวราช และปากคลองตลาด ราคาขายปลกี ถงึ ลูกคาท่ีมา
จา ยตลาดประมาณกิโลกรัมละ 50-60 บาท สวนมากจะขายเปน ขดี ๆ ละ 5-6 บาท ตลาดจะใหราคา
เหด็ ฟางสงู เมอื่ ดอกตมู ดอกบานราคาจะลดลงเหลอื เพยี งครงึ่ หนง่ึ หรอื ตํา่ กวา สาํ หรบั การจําหนา ยเหด็
ม ี 2 แบบ คอื จําหนายเปน เหด็ สด และเห็ดแหง
1. จาํ หนา ยเปน เหด็ สด เหด็ ฟางสดเปน ทน่ี ยิ มกนั มากภายในประเทศ แตม กั จะประสบปญ หา
การขนสงท่ีตองรักษาใหเห็ดยังสดอยูเม่ือนําออกมาจาํ หนาย และปญหาดอกเห็ดในระยะท่ีอากาศ
รอ นอบอาว ทําใหร าคาจําหนา ยทไี่ ดร บั ลดลง การเก็บเหด็ เพือ่ จาํ หนา ยสดน ี้ เกษตรกรจะตอ งเกบ็ เห็ด
ในตอนกลางคืนหรือเชามืด และสงมาทันตลาดเมืองตอนเชาใหทันจําหนาย สวนพอคาเห็ดสด
นิยมรักษาไวในหองเยน็ อุณหภูม ิ 10-15 องศาเซลเซียส ซึ่งสามารถทําใหเห็ดชะงักการเจริญเติบโต
ไดภายใน 6-8 ชว่ั โมง หรือใชวธิ งี าย ๆ คอื การใสภ าชนะปากกวา ง เชน ถาด บรรจไุ มใหแ นนเกนิ ไป
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 35
สําหรับการจาํ หนายเห็ดสดในตลาดตางประเทศน้ัน ลักษณะการสงออกบรรจุในถาด
โฟมหุมดวยพลาสติกสงทางเครื่องบิน เมื่อถึงประเทศปลายทางก็พรอมจะนําเขาจําหนายตาม
ซปุ เปอรม ารเ กต็ ไดท นั ท ี
2. จาํ หนา ยเปน เหด็ แหง เหด็ ฟางแหง เปน ผลติ ผลจากการแปรรปู เหด็ สดโดยอบในตอู บหรอื
ตากแดด ตลาดเหด็ ฟางแหง ในประเทศไมแ พรห ลายนกั เพราะเหด็ สดมใี หซ อื้ ไดท กุ วนั อยแู ลว แตส าํ หรบั
ตลาดตา งประเทศใหความสนใจเห็ดฟางแหงมาก เพราะเห็ดฟางแหงมกี ลน่ิ ดีกวา นอกจากน้ีเม่ือนาํ
เห็ดฟางแหงไปปรุงอาหารแลวจะมีความหนืดและกรอบคลายเห็ดโคน เห็ดฟางท่ีนํามาทําแหง
ควรเปน ดอกทเ่ี พง่ิ บานใหม ๆ จะทําใหส แี ละรสชาตดิ กี วา ดอกตมู หรอื ดอกแกจนครีบใตด อกเปลยี่ นเปน
สนี ํ้าตาลแลว โดยปกตเิ หด็ สด 10-13กโิ ลกรมั เพอ่ื ทําใหแ หง จะไดเ ห็ด 1 กโิ ลกรัม ในโรงงานอตุ สาหกรรม
นิยมนาํ เห็ดสดไปอบอุณหภมู ิประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส จนกระท่ังดอกเห็ดแหงสนิทดี ทาํ ให
ดอกเห็ดเบาและกรอบเวลาในการอบแหง ประมาณ 18-24 ชว่ั โมง
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 36
ตน ทนุ การผลติ การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา
นอกจากจะเพาะเห็ดฟางเพื่อบริโภคในครอบครัวแลว สามารถเพาะเปนการคาได โดยมี
ตนทุนการผลติ ตอ 1 ตะกรา ดังน้ ี
1. ตะกรา พลาสติก 1 อัน ราคา 35 บาท
2. เช้อื เห็ดฟาง 1 ถงุ เลก็ ราคา 3 บาท
3. กอนเชอื้ เห็ดเกา 15 กอ น ราคา 7.50 บาท
4. แปง ขา วเหนยี ว ราคา 5 บาท
5. ลําไมไ ผ 1 ลํา ราคา 10 บาท
6. ถุงพลาสตกิ สําหรบั คลมุ 2 ถุง ราคา 10 บาท
7. คา แรงงานปฏบิ ตั งิ าน ราคา 5 บาท
รวมตนทนุ 75.50 บาท
หมายเหตุ วัสดคุ งทน คือ ตะกรา พลาสติก สุมโครงไมไ ผห ุม พลาสตกิ ใชในการเพาะซาํ้ ได
ในการจาํ หนา ย สามารถจําหนา ยเฉพาะดอกเหด็ ฟาง ในราคากโิ ลกรัมละ 40-50 บาท
และถา มผี สู นใจอยากนําไปทดลองเพาะเหด็ เอง กจ็ าํ หนา ยในราคาตะกรา ละ 100 บาท พรอ มสมุ โครง
ไมไ ผ ซงึ่ เปน ชอ งทางสรา งรายไดอ กี ทางหนง่ึ
3. การทําบญั ช ี รายรบั -รายจา ย
สบื เนอ่ื งจากเกษตรกรสว นใหญ มกั จะอาศยั ความทรงจาํ และประสบการณท ผี่ า นมาชว ยในการ
ตดั สินใจในการผลิต ซึง่ การมีขอมูลท่ีไมชัดเจนและครอบคลุม อาจเกิดขอผดิ พลาดในการวางแผน
ดาํ เนนิ งานและทาํ ใหไ มประสบผลสําเร็จเทา ทีค่ วร เพราะบางเรอ่ื งบางเหตุการณ เกษตรกรอาจลมื ได
การจดบนั ทกึ การปฏบิ ตั งิ านและการทาํ บญั ช ี บนั ทกึ รายละเอยี ดของกจิ การตา งๆไว เชน รายได รายจา ย
ผลผลติ ตลอดจนทรพั ยส ินและหนส้ี นิ การทาํ บญั ช ี เปน การชว ยความจําและถาจดบนั ทกึ รายการตางๆ
อยา งมรี ะบบ มีความเขาใจในการจดบนั ทกึ และการสรุปขอ มลู ใหเ หมาะสมแลว สามารถนําขอ มลู ทไี่ ด
มาใชประโยชนในการตัดสินใจในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา ใหสอดคลองกับภาวะความตองการ
ของตลาด แนวโนม ของราคาตลอดจนเหตกุ ารณต า งๆทม่ี ผี ลกระทบตอ การดาํ เนนิ งานได อยา งเหมาะสม
ยง่ิ ขนึ้
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 37
การทาํ บญั ชรี ายรบั -รายจา ย หรอื เปน การจดบนั ทกึ รายรบั รายจา ยประจาํ วนั เปน การชว ยความจาํ
และปองกันการหลงลืม ทําใหร ูสภาพการดําเนนิ งานของตนเองวากําไรหรือขาดทุน ตลอดจนควรจะ
ควบคมุ การเงนิ ในเรอื่ งใดบา ง
การทําบญั ชรี ายรบั -รายจา ย อาจทาํ เปน บนั ทกึ รายรบั -รายจา ย ประจาํ วนั โดยแยกเปน ตาราง
ดงั น้ี
- รายรับ จะเปนบนั ทกึ รายการเปนตวั เงนิ ทไี่ ดรบั เขา มาทง้ั หมด เชน เงินที่ไดจากการขาย
เหด็ ฟางในแตล ะวนั
- รายจาย จะบนั ทกึ รายการเปน ตวั เงินทไี่ ดจา ย เชน คา ซ้อื วัสด ุ อุปกรณ คาแรงงาน ฯลฯ
ตวั อยา งการบนั ทกึ รายรบั -รายจา ยประจําวนั
วันเดือนป รายการ รายรับ รายจาย เงนิ คงเหลอื
4 พ.ค. ยอดเงนิ 1,000 300
2552 คาตะกรา พลาสติก 10 ตะกรา 36
คาเชือ้ เหด็ ฟาง 3 ถงุ 1,000 75
คากอนเชื้อเห็ดเกา 150 กอน 439 150
คาแรง 320 561 439
รวม 759
759
15 พ.ค. ยอดเงินวนั ท่ี 4 พ.ค. 2552 ยกมา
2552 ขายเห็ดฟางได 4 กโิ ลกรมั
รวม
เมื่อบันทึกรายการรายรับ-รายจาย หักเงินทุนที่มีอยูเดิมออกก็สามารถคิดกําไรที่ได
ในแตล ะครง้ั ทม่ี ี การผลติ หรอื คดิ เปนรายเดอื นก็ได
ผลกาํ ไร = รายรับ - รายจาย
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 38
กจิ กรรมท่ ี 5
1. ใหผ เู รยี นปฏบิ ตั กิ ารเกบ็ และบรรจหุ บี หอ เหด็ ฟางแลว บนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ติ ามรายการ
ดังน ี้
- ผูเรยี นเก็บดอกเหด็ ฟางในชวงใด..................................................................
.........................................................................................................................................
- ผูเรียนเลอื กเก็บดอกเห็ดฟางที่มลี กั ษณะอยางไร.............................................
.........................................................................................................................................
- ผเู รียนมีวิธีการเกบ็ ดอกเห็ดฟางอยา งไร.........................................................
.........................................................................................................................................
- ผูเ รียนบรรจุหบี หอเหด็ ฟางในลักษณะใด.......................................................
.........................................................................................................................................
2. ใหผ เู รยี นอธบิ ายวธิ กี ารจาํ หนา ยและการคดิ ตน ทนุ ราคาการเพะเหด็ ฟางในตะกรา ตาม
รายการดงั นี ้
- ผูเรียนมวี ิธกี ารจําหนายเหด็ ฟางอยางไร.........................................................
.........................................................................................................................................
- ผเู รยี นลองคดิ ตน ทนุ การเพาะเหด็ ฟางในตะกรา วามตี น ทนุ เทา ไร (ในกรณีทเ่ี พาะ
เห็ดจํานวน 5 ตะกรา )
รายการ จาํ นวน ราคาตอ หนว ย จาํ นวนเงนิ
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 39
3. ใหผูเรียนลองทําบัญชีรายรับ-รายจายในการเพาะเห็ดฟางในตะกรา (เริ่มต้ังแตการ
เพาะเหด็ จนถงึ การจาํ หนา ยเหด็ ฟาง)
วัน เดอื น ป รายการ จาํ นวน ราคาตอหนวย จาํ นวนเงิน
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 40
แบบทดสอบหลังเรียน
ใหก าเครอ่ื งหมาย ü ในหนา ขอ ความทถ่ี กู และกาเครอ่ื งหมาย û ในหนา ขอ ความทผ่ี ดิ
....................... 1. เหด็ ฟางเจรญิ เตบิ โตไดด ใี นสภาพอากาศรอ น
...................... 2. ปลอกหมุ เปน เนอ้ื เยอื่ ชน้ั นอกสดุ ของดอกเหด็
....................... 3. เชอ้ื เหด็ ฟางทดี่ ี ควรมีเสน ใยเตม็ และมีกลน่ิ หอม
...................... 4. ควรวางตะกราเพาะเหด็ ใหไ ดร ับแสงแดดจดั
...................... 5. ผกั ตบชวา จอกหรอื พชื อวบนํา้ เปน อาหารเสรมิ ในการเพาะเหด็ ฟาง
...................... 6. การรดนาํ้ บนวสั ดเุ พาะเหด็ ฟางจะทาํ ใหเ หด็ มคี วามชนื้ มากๆ
..................... 7. สมุ โครงไมไ ผ จะชว ยใหไ อน้ําไหลตามผวิ พลาสตกิ
..................... 8. การตดั ใยเปน การรดนาํ้ บนเสน ใยเหด็ ฟาง
..................... 9. ดอกเหด็ ฟางทเี่ ปน ดอกตมู จาํ หนา ยราคาสงู กวา ดอกบาน
..................... 10. ดอกเหด็ ทเี่ กบ็ แลว ตอ งรบี ลา งนํา้ ทนั ที
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 41
เฉลยกิจกรรม
กิจกรรมที่ 1
1. ใหผ เู รียนสํารวจลกั ษณะของดอกเห็ดฟางพรอ มบอกรายละเอยี ดของดอกเหด็ ฟาง ทพ่ี บ
ดังน ี้
1. หมวกดอก เปนสวนปลายสุดของดอกที่เจริญเติบโตข้ึนไปในอากาศ
เมอ่ื ดอกเหด็ เจรญิ เตม็ ทจี่ ะกางออกคลา ยรม ผวิ ของหมวกดอกดา นบนมลี กั ษณะเรยี บ
2. ครีบ เปนสว นท่ีอยูใตห มวกดอก มลี ักษณะเปนแผนเล็ก ๆ วางเรียงกนั เปน
รศั มีรอบกา นดอก ดอกเหด็ ทส่ี มบรู ณจ ะมคี รบี ประมาณ 300-400 ครบี
3. กา นดอก เปน สว นทชี่ ขู องหมวกดอก เชอื่ มอยรู ะหวา งสว นฐานและตรงกลาง
ของหมวกเห็ด กานดอก มีสีขาว ลักษณะเรียวตรง หรือสวนฐานโตกวาเล็กนอย
ขนาดของกานจะโตอยรู ะหวาง 0.5-1.5 ซม. ไมมวี งแหวนหมุ
4. ปลอกหมุ เปนสวนของเน้อื เยอ่ื ชน้ั นอกสุดของดอกเหด็ มีหนาทหี่ มุ ดอกเหด็
ทง้ั หมด และปลอกหมุ ดอกเห็ดจะปรแิ ตกออกในระยะที่ 5 ของการเจรญิ เติบโต
2. ลักษณะการเจรญิ เตบิ โตแบง ออกเปน 6 ระยะ คือ
1. จดุ เรม่ิ แรกของการกําเนดิ ดอก เกดิ หลงั จากโรยเชอื้ เหด็ แลว ในวนั ที่ 4-6
2. ระยะดอกเหด็ รูปกระดมุ เลก็ คอื ระยะสบื ตอ จากระยะแรกประมาณ 15-
30 ชวั่ โมง มีลกั ษณะกลมยกตัวขน้ึ จากวสั ดเุ พาะ
3. ระยะรูปกระดมุ คอื ระยะทดี่ อกเหด็ มีการขยายตัวทางดานความกวางของ
ดอกอยา งเตม็ ท ่ี มีลกั ษณะกลมหรอื วงร ี มฐี านทโี่ ตกวาสว นปลาย ระยะนต้ี อเนอื่ งจากระยะท ่ี
2 ประมาณ 12-20 ชั่วโมง
4. ระยะรปู ไข เปน ระยะทด่ี อกเหด็ เรม่ิ มกี ารเจรญิ เตบิ โตทางความยาวของกา นดอก
และความกวางของหมวกดอก ปลอกหุมดอก จะยดื ไปตามความยาวของกา น เปนระยะ
ตอ เนอื่ งจากระยะที่ 3
5. ระยะปริดอก เปน ระยะตอเนอื่ งจากระยะที่ 4 เพียง 3-6 ช่ัวโมง ระยะนี้เปน
การเจรญิ เตบิ โตของกา นและหมวกดอกเปน ไปอยา งรวดเรว็ ทําใหส ว นบนสดุ ของปลอกหมุ
ดอกแตกออก โดยเปนการแตกแบบไมเปนระเบียบ สวนสีของผวิ หมวกดอก เม่อื สมั ผัสกบั
บรรยากาศ หรอื ถกู แสงมากกจ็ ะเปน สคี ลํ้า
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 42
6. ระยะแกเ ตม็ ที่ คอื ชว งทสี่ ว นของกา นดอกและหมวกมกี ารขยายตวั อยา งเตม็ ท ี่
สวนครีบของดอกเห็ดจะสรางสปอรและปลอยใหตกลง หรือปลิวตามลมสีของครีบจะเขม
ขนึ้ เรอื่ ย ๆ จนเปน สนี ํา้ ตาลคลาํ้ กา นดอกจะเหนยี ว หมวกจะออ นนมุ แตกหกั หลดุ งา ย
กิจกรรมท ่ี 2
1. ใหผ เู รยี นบอกปจ จยั ทใี่ ชใ นการเพาะเหด็ ฟางวา ประกอบดว ยอะไรบา ง
วตั ถดุ ิบทีใ่ ชในการเพาะ ใชฟางตากแหง สนิทซึง่ เกบ็ ไวโ ดยไมเ ปยกชืน้ หรอื ข้ึนรา
มากอน อาหารเสริม ชวยใหเสนใยของเห็ดฟางเจริญไดดี และทําใหไดดอกเห็ดมากขึ้น
อาหารเสริมท่นี ยิ มใช ไดแ ก ละอองขาว ปยุ มลู สัตวหรอื ปยุ คอกแหง ไสน นุ ไสฝ า ย ผกั ตบชวา
ตากแหง แลว สบั ใหเปนชนิ้ เล็ก ๆ จอกแหง และเศษพืชชน้ิ เล็ก ๆ ทนี่ ม่ิ และอุมนํ้าไดด ี
เชอื้ เห็ดฟางที่จะใชเ พาะ เลอื กซอื้ เชือ้ เห็ดฟางเพือ่ ใหไ ดเ ชอื้ เห็ดทม่ี คี ณุ ภาพดแี ละ
เหมาะสม
สถานทใ่ี ชเ พาะเหด็ สาํ หรบั การเพาะเหด็ ฟางในกองดนิ เปน การเพาะบนดนิ บรเิ วณ
ทไี่ มม ยี าฆา แมลงหรอื ยากนั เชอื้ รา นาํ้ ไมท ว มขงั มกี ารระบายนาํ้ ไดด ี
สาํ หรบั การเพาะเหด็ ฟางในภาชนะ ควรเลอื กใชภ าชนะทมี่ ชี อ งเปน ตาราง ทน่ี ยิ ม
ใชค อื ตะกรา พลาสตกิ ทม่ี ตี าหา งประมาณ 1 นวิ้ เพอื่ ใหด อกเหด็ งอกออกมาไดข นาดพอเหมาะ
ผาพลาสตกิ เพอ่ื ใชใ นการคลมุ ตะกรา สวนมากมักจะใชผ าพลาสตกิ ใส เพราะราคาถูกและ
ประหยัดดี ซื้อครั้ง เดียวก็ใชไดหลายครั้ง บัวรดนํ้า ใชตักและรดนํ้าแลวไดน้ําเปนฝอย ๆ
เพอื่ ใหเ ปย กชมุ
2. ใหผ เู รยี นอธบิ ายวา สภาพแวดลอ มทเ่ี หมาะสมตอ การเพาะเหด็ ฟาง ควรมลี กั ษณะอยา งไร
ตามรายการตอ ไปน้ ี
อณุ หภมู ิ เหด็ ฟางตองการอณุ หภมู คิ อนขา งสงู สําหรบั การเจรญิ เตบิ โต ซงึ่ อุณหภมู ิ
38-40 องศาเซลเซียส เปนชวงที่เหมาะสมที่สุดสําหรับการงอกของสปอรเห็ด เสนใย
เจริญดที อี่ ณุ หภมู ิ 35-38 องศาเซลเซียส และเกิดดอกไดท อี่ ณุ หภมู ิ 30 องศาเซลเซียส
ความชนื้ เหด็ ฟางตอ งการความชนื้ คอ นขา งมาก ในการเกดิ ดอกและการเจรญิ เตบิ โต
ของดอกเหด็ โดยตอ งการปรมิ าณนาํ้ ในวสั ดเุ พาะเลยี้ ง 65-70 เปอรเ ซน็ ต แตภ ายในดอกเหด็
ถา ความชนื้ มากเกนิ ไป เสน ใยจะชมุ นา้ํ มากและตายได
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 43
อากาศ ทกุ ระยะของการเจรญิ เตบิ โตของเหด็ ลว นตอ งการอากาศในการหายใจทง้ั สน้ิ
โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในระยะทก่ี าํ ลงั จะเกดิ ดอกและเกดิ ดอก
ความเปนกรดดาง (pH) ระดับความเปนกรดดางมีผลตอการเจริญเติบโตของ
เสน ใยเห็ดฟาง เห็ดฟางชอบสภาพเปนกลางหรอื กรดเลก็ นอ ย คอื มคี า pH = 7.5
แสงแดด แสงแดดออนๆ จะชว ยกระตนุ การเจริญเตบิ โตและการรวมตวั ของเสน ใย
เหด็ เพอ่ื เกดิ เปน ดอกเหด็ ได แตถ า ดอกเหด็ ไดร บั แสงแดดจดั สอ งโดยตรง จะทาํ ใหก ารเจรญิ เตบิ โต
ของเหด็ หยดุ ชะงัก และมีผลทาํ ใหด อกเห็ดเปลยี่ นสีคลํ้าขนึ้
กจิ กรรมท่ี 3
ใหผูเรียนปฏิบัติการเตรียมวัสดุอุปกรณในการเพาะเห็ดฟางในตะกราตามรายการ
ตอ ไปน ี้
1. การเตรยี มตะกรา เลอื กตะกรา พลาสตกิ เปน ตะกรา ทรงกลม เสน ผา ศนู ยก ลาง
ประมาณ 18 นว้ิ สูง 12 น้วิ มีตาหางประมาณ 1 นวิ้ กนตะกราไมทึบ
2. การเตรียมวสั ดทุ ีใ่ ชใ นการเพาะ คอื กอ นเชอื้ เหด็ นางฟา เกาท่ีผานการเก็บ
ผลผลติ ไปเรยี บรอยแลว โดยเลือกกอนเช้ือเหด็ ทม่ี ีสภาพดี มสี ขี าว ไมเ ปน รา สังเกตจาก
สกี อนเช้อื เห็ด ไมม สี ดี าํ สีเขียว หรอื สีเหลอื ง
3. การเตรียมอาหารเสรมิ ใชผกั ตบชวา ทั้งตน มาสับใหละเอียด ความยาว
ประมาณ 1 เซนติเมตร
4. การเลอื กเชอ้ื เหด็ ฟาง เลอื กเชอ้ื เหด็ ฟางทด่ี สี งั เกตไดจ ากการมเี สน ใยสขี าวเตม็ ถงุ
5. การทําสมุ โครงไมไ ผ ตัดไมไผ เหลาใหห มดคม เปน เสน โครง 2 เสน เสนวง 3
เสน ขนาดใหญ กลาง เล็ก นําเสนโครงมาเปน รูปกากาบาท จากนั้นนาํ เสน โครงมามัดกับ
เสนวงทั้ง 3 เสน โดยเร่ิมทเี่ สนวงขนาดใหญ เปน ฐาน และเสนวงขนาดกลางและขนาดเล็ก
ตามลาํ ดับ นําพลาสตกิ มาเยบ็ กบั สมุ โครงไมไ ผใ หป ด มดิ ทงั้ อนั
การเพาะเห็ดฟางในตะกรา 44