46 เรื่องที่ 4 กำรออกแบบกำรเรียนรู้และเขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก 1. กำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ การออกแบบเป็นการถ่ายทอดจากรูปแบบความคิด ออกมาเป็นผลงานที่ผู้อื่นสามารถมองเห็น รับรู้ หรือสัมผัสได้ การออกแบบต้องใช้ทั้งศาสตร์แห่งความคิดและศิลป์ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือปรับปรุง พัฒนาสิ่งเดิมให้ดีขึ้น กำรออกแบบกำรเรียนรู้เป็นกระบวนการวางแผนการสอนอย่างมีระบบ โดยมีการวิเคราะห์ องค์ประกอบการเรียนรู้ ทฤษฎีการเรียนการสอน สื่อ กิจกรรมการเรียนรู้ รวมถึงการประเมินผล เพื่อให้ ผู้สอนสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ผู้เรียน และให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบ การจัดการเรียนรู้ที่ดี จะช่วยผู้สอนวางแผนการสอนอย่างมีระบบ บรรลุจุดมุ่งหมาย โดยมีหลักการออกแบบ การเรียนรู้ดังนี้ 1. การออกแบบและพัฒนาการเรียนรู้นั้น เพื่อใคร ใครเป็นผู้เรียนหรือใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย ผู้ออกแบบควรมีความเข้าใจ และรู้จักกลุ่มผู้เรียนที่เป็นเป้าหมาย 2. ต้องการให้ผู้เรียนเรียนรู้อะไร มีความรู้ความเข้าใจ มีความสามารถอะไร ผู้สอนต้องก าหนด จุดมุ่งหมายของการเรียนรู้ให้ชัดเจน 3. ผู้เรียนจะเรียนรู้เนื้อหาในรายวิชานั้นๆ ได้ดีที ่สุดอย ่างไร ควรใช้วิธีการ และกิจกรรม การเรียนรู้อะไร ที่จะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม และมีปัจจัยสิ่งใดที่ต้องค านึงถึงบ้าง 4. เมื่อผู้เรียนเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ ผู้สอนจะทราบได้อย่างไรว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น และประสบผลส าเร็จในการเรียนรู้ และจะใช้วิธีการใดในการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน สรุป การออกแบบการเรียนรู้ ควรมีการวางแผนเพื ่อพิจารณาว ่าผู้เรียนเป็นใคร มีลักษณะ พื้นฐานอย ่างไร จะก าหนดจุดมุ ่งหมายในการสอนครั้งนั้นอย ่างไร จะใช้วิธีการเรียนการสอน กิจกรรม การเรียนรู้ และวิธีการประเมินผลการเรียนอย่างไรบ้างจึงจะสามารถท าให้การเรียนรู้นั้นบรรลุเป้าหมาย คือ ภายหลังเรียนรู้แล้วผู้เรียนเข้าใจ จดจ า น าไปใช้ ท าได้ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ เป็นต้น ดังนั้น สิ่งที่ควรพิจารณา ในการออกแบบการเรียนรู้ ได้แก ่ ตัวผู้เรียน จุดมุ ่งหมาย วิธีการสอนและกิจกรรมการเรียนรู้ และการ ประเมินผล วิธีกำรสอน คือ ขั้นตอนที ่ผู้สอนด าเนินการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ ด้วย วิธีการต่าง ๆ ที่แตกต่างไปตามองค์ประกอบและขั้นตอนส าคัญ อันเป็นลักษณะเฉพาะหรือลักษณะเด่นที่ ขาดไม่ได้ของวิธีนั้นๆ (ทิศนา แขมมณี, 2551)
47 เทคนิคกำรสอน หมายถึง กลวิธีต่าง ๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการสอน ขั้นตอนการสอน หรือการ กระท าต่าง ๆ ในการสอนให้มีคุณภาพ และประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น (ทิศนา แขมมณี, 2551) จากความหมาย และนิยามดังกล่าวข้างต้น จึงสรุปได้ว่าวิธีการสอน เป็นขั้นตอนการสอนที่ท าให้ ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ “เทคนิคการสอน” เป็นวิธีการเสริมที่จะช่วยให้วิธีการสอนเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น “กลยุทธ์การสอน” เป็นวิธีการสอนที่ใช้เทคนิควิธีการต่าง ๆ ในการสอน มาช่วยในการจัดการ เรียนรู้ให้เกิดประสิทธิภาพ วิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นการสอนที่มีขั้นตอน ที่ท าให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ และใช้วิธีการส่งเสริมการสอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีเทคนิคการสอนที่หลากหลาย 2. กำรออกแบบหน่วยกำรเรียนรู้และแผนกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก การออกแบบการเรียนรู้ คือ การออกแบบการเรียนรู้ไปสู่เป้าหมายการเรียนรู้ที่ต้องการรวมทั้ง ออกแบบเครื ่องมือวัดและประเมินผล เพื ่อยืนยันว ่าผู้เรียนบรรลุเป้าหมายตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่ เทียบเคียงไว้หรือไม่ เป็นวิธีการหนึ่งที่มุ่งเน้นให้ผู้สอนเป็นนักออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอน และการ วัดและประเมินผล โดยเริ ่มจากวินิจฉัยปัญหา และความต้องการของผู้เรียน เพื ่อออกแบบการจัด ประสบการณ์เรียนรู้ให้เหมาะสมกับสภาพผู้เรียนและเมื ่อผู้เรียนบรรลุเป้าหมายที ่ก าหนดไว้ จะต้องมี หลักฐานการเรียนรู้ที่สามารถสะท้อนผลว่าผู้เรียนได้เกิดความรู้ความเข้าใจในระดับที่พึงประสงค์ไว้จริง ผู้สอนจึงต้องก าหนดเป้าหมายการเรียนรู้ และหลักฐานแสดงผลการเรียนรู้ให้ชัดเจนเสียก ่อน จึงค ่อย ด าเนินการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่พึงประสงค์ วิธีการนี้สร้างความ มั่นใจได้ว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร อย่างแท้จริง การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ เป็นภาพรวมของการวางแผนการจัดกิจกรรมอย่างกว้างๆ ซึ่ง อาจเป็นหน่วยการเรียนเล็ก ๆ ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ 1 เดือน 1 ภาคเรียน หรือ 1 ปีการศึกษา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขอบเขตของเรื่องที่ก าหนด และความสนใจของผู้เรียน กระบวนการจัดท าหน่วย การเรียนรู้แบบอิงมาตรฐานมีความยืดหยุ่น สามารถปรับล าดับโดยเริ่มจากจุดใดก่อน – หลังได้ตามความ เหมาะสม เช่น อาจเริ่มจากการก าหนดมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด และวิเคราะห์ค าส าคัญในมาตรฐาน และตัวชี้วัด เพื่อก าหนดสาระหลักหรือกิจกรรม หรืออาจเริ่มจากประเด็นปัญหาส าคัญในท้องถิ่นหรือสิ ่งที่ ผู้เรียนสนใจ แล้วจึงพิจารณาว่าประเด็นปัญหาดังกล่าวเชื่อมโยงกับมาตรฐานข้อใด แนวทางการจัดท าา หน่ายการเรียนรู้ที่จะน าเสนอต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทางตัวอย่าง 2 รูปแบบ คือ แบบที่เริ่มจากการก าหนด และวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ และแบบที่เริ่มจากประเด็นปัญหาในท้องถิ่นหรือประเด็นที่อยู่ในความ สนใจของผู้เรียน ดังแผนภาพต่อไปนี้
48 รูปแบบที่ 1 แนวทำงกำรจัดท ำหน่วยกำรเรียนรู้ เริ่มจำกกำรก ำหนดมำตรฐำนกำรเรียนรู้ และตัวชี้วัด รูปแบบที่ 2 แนวทำงกำรจัดท ำหน่วยกำรเรียนรู้เริ่มจำกกำรก ำหนดปัญหำส ำคัญในท้องถิ่นหรือสิ่งที่ผู้เรียนสนใจ ขั้นตอนที่น าเสนอเป็นแนวทางทั้ง 2 รูปแบบข้างต้น เป็นขั้นตอนคิดในการออกแบบหน่วยการ เรียนรู้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการออกแบบหน่วยการเรียนรู้แบบอิงมาตรฐานมีความยืดหยุ่น ไม่จ าเป็นว่าต้อง เริ่มจากมาตรฐานก ่อนเสมอ และในกระบวนการแต่ละขั้นนั้นอาจไม่จ าเป็นต้องเรียงล าดับตามที่เห็นใน แผนผัง ครูสามารถปรับเปลี่ยน น าขั้นใดขึ้นก่อนก็ได้ตามความถนัดและความเหมาะสมของแต่ละเรื่องที่จะ สอน แต่ในที่สุดต้องสามารถบอกได้ว่า เมื่อเรียนจบหน่วยการเรียนรู้นั้นแล้วผู้เรียนบรรลุมาตรฐาน และ ตัวชี้วัดใด หลังจากกระบวนการคิดออกแบบหน่วยการเรียนรู้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อครูจะเขียนหน่วยการ เรียนรู้นั้นเป็นเอกสาร ก็อาจเขียนจัดล าดับหัวข้อตามรูปแบบที่คุ้นเคยซึ่งเราพบกันทั่ว ๆ ไป เพื่อความ สะดวกในการน าไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน คือ เริ่มจากชื่อหน่วยการเรียนรู้ เวลาเรียน ประเด็น ปัญหา/สิ่งที่ผู้เรียนสนใจ มาตรฐานการเรียนรู้ที่ก าหนด สาระที่ส าคัญ ชิ้นงาน เกณฑ์การประเมิน และ กิจกรรมการเรียน การออกแบบหน ่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน เป็นขั้นตอนที่ส าคัญที ่สุดในการจัดท าหลักสูตร สถานศึกษาเพราะเป็นส่วนที่น ามาตรฐานการเรียนรู้ไปสู่การปฏิบัติการเรียนการสอนอย่างแท้จริง ผู้เรียนจะ บรรลุมาตรฐานหรือไม่ อย่างไร ก็อยู่ที่ขั้นตอนนี้ ดังนั้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพได้มาตรฐานอย ่าง แท้จริง ทุกองค์ประกอบของหน่วยการเรียนรู้ต้องเชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โดยผู้สอน ต้องเข้าใจและสามารถวิเคราะห์ได้ว ่าสิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนรู้และปฏิบัติได้ในมาตรฐานการเรียนรู้และ ตัวชี้วัดคืออะไร การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ เป้าหมายของหน่วยการเรียนรู้คือ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด ซึ่งแต่ละหน่วยการเรียนรู้ อาจระบุมากกว่าหนึ่งมาตรฐาน/ตัวชี้วัด แต่ไม่ควรมากเกินไป และควรมี มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ที่หลากหลายลักษณะ เช่น มาตรฐานที่เป็นเนื้อหา มาตรฐานที่เป็นกระบวนการ เพื่อช่วย ให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีลักษณะต่อผู้เรียน สามารถสร้างเป็นแก่นความรู้ได้ชัดเจนขึ้น และน าไปปรับ
49 ใช้กับสถานการณ์จริงได้ มีขั้นตอนในการออกแบบดังต่อไปนี้(หน่วยศึกษานิเทศก์ ส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2562) 1. ก าหนดชื่อหน่วยการเรียนรู้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงสาระส าคัญแต่ละหน่วย 2. ก าหนดมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เพื่อระบุมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่เป็น เป้าหมาย การพัฒนาผู้เรียนของหน่วยนั้น 3. ก าหนดสาระส าคัญของหน่วยการเรียนรู้ สาระหลัก ทักษะกระบวนการ ผู้เรียนต้องรู้ และ ปฏิบัติอะไรได้ 4. กระบวนการเรียนรู้ เป็นหัวใจส าคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนา มีความรู้และทักษะตาม มาตรฐานที่ก าหนดไว้ แต่ละหน่วย รวมทั้งการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม 4.1 กิจกรรมน าเข้าสู่บทเรียน กระตุ้นความสนใจของผู้เรียน 4.2 กิจกรรมการเรียนรู้ ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความรู้ และทักษะ 4.3 กิจกรรมรวบยอด เพื่อแสดงว่าผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาตามมาตรฐานที่ก าหนดไว้ กิจกรรมการเรียนรู้ ควรเขียนให้เห็นขั้นตอนต่าง ๆ และเลือกกิจกรรมที่สนองต่อความสนใจความถนัดของ ผู้เรียน และเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามความต้องการของหลักสูตร เช่น 1) การใช้บทบาทสมมติ/การเรียนรู้จากสถานการณ์จ าลอง 2) เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน และแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย 3) การลงมือปฏิบัติจริง/การเรียนรู้โดยโครงงาน 4) การเรียนรู้โดยกรณีศึกษา/การเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ฯลฯ 5) การเรียนรู้กระบวนการแก้ปัญหา/กระบวนการกลุ่ม 6) การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม/การเรียนอย่างร่วมมือ 7) การสร้างความรู้ด้วยตนเอง/การสืบเสาะแสวงหาความรู้ 5. ชิ้นงาน/ภาระงาน ครูและผู้เรียนร่วมกันก าหนดขึ้นแสดงให้ทราบถึง การพัฒนาการเรียนรู้ ของผู้เรียนบอกร่องรอยว่ามีความรู้ และทักษะตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ชิ้นงานหรือภาระงาน เป็นหลักฐาน/ร่องรอย ว่าผู้เรียนบรรลุมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ อาจเกิดจาก ผู้สอนก าหนดให้ หรืออาจให้ผู้เรียนร่วมกันก าหนดขึ้นจากการวิเคราะห์ตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้
50 หลักการก าหนดชิ้นหรือภาระงาน มีดังนี้ 1) ดูจากมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้ ระบุไว้ชัดเจนหรือไม่ 2) ภาระงานหรือชิ้นงานครอบคลุมตัวชี้วัดที่ระบุไว้หรือไม่ อาจระดมความคิดจากเพื่อนครู หรือผู้เรียน หรืออาจปรับเพิ่มกิจกรรมให้เกิดชิ้นงานหรือภาระงานที่ครอบคลุม 3) ชิ้นงานชิ้นหนึ่ง หรือภาระงาน 1 อย่าง อาจเชื่อมโยงกับมาตรฐานการเรียนรู้เดียวกัน และ/หรือตัวชี้วัดต่างมาตรฐานการเรียนรู้กันได้ 4) ควรเลือกตัวชี้วัดที่จะให้เกิดงานที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาสติปัญญาหลาย ๆ ด้าน ไปพร้อมกัน เช่น การแสดงละคร บทบาทสมมติ เคลื่อนไหวร่างกาย ดนตรี เป็นต้น 5) เลือกงานที่ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้ และท างานที่ชอบใช้วิธีท าที่หลากหลาย 6) เป็นงานที่ให้ทางเลือกในการประเมินผลที่หลากหลาย โดยบุคคลต่าง ๆ เช่น ผู้สอน ตนเอง เพื่อนร่วมชั้นเรียน เป็นต้น 7) ลักษณะของชิ้นงานหรือภาระงาน 7.1) ชิ้นงาน ได้แก่ 7.1.1) งานเขียน เช่น เรียงความ จดหมาย โคลงกลอน การบรรยาย การเขียน ตอบ ฯลฯ 7.1.2) ภาพ/แผนภูมิ เช่น แผนผัง แผนภูมิ ภาพวาด กราฟ ตาราง ฯลฯ 7.1.3) สิ่งประดิษฐ์ เช่น งานประดิษฐ์ งานแสดงนิทรรศการ หุ่นจ าลอง ฯลฯ 7.2) ภาระงาน ได้แก่ การพูด/รายงานปากเปล่า เช่น การอ่าน กล่าวรายงาน โต้วาที ร้องเพลง สัมภาษณ์ บทบาทสมมติ เล่นดนตรี การเคลื่อนไหวร่างกาย ฯลฯ 7.3) งานที่มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างชิ้นงาน/ภาระงาน ได้แก่ การทดลอง การ สาธิต ละคร วิดิทัศน์ ฯลฯ ชิ้นงานหรือภาระงานที ่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของผู้เรียนที ่ได้รับการ พัฒนาการเรียนรู้ของแต่ละเรื ่อง หรือแต่ละขั้นตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้น าสู่การประเมินเพื่อ ปรับปรุงเพิ่มพูนคุณภาพผู้เรียน/วิธีสอนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 6. การประเมินผล การประเมินผลจะประเมินจากชิ้นงานหรือภาระงาน โดยใช้เกณฑ์การ ประเมินที่ครูและผู้เรียนร่วมกันก าหนด การประเมินโดยใช้รูบริค (Rubric) ช่วยในการสื่อสารอีกทางหนึ่ง ให้ผู้เรียนมองเห็นเป้าหมายของการท าชิ้นงานหรือภาระงานของตนเอง และได้รับความยุติธรรมในการ ให้คะแนนของผู้สอน ตามคุณภาพของงาน อย่างไรก็ตามการประเมินชิ้นงานหรือภาระงานอาจใช้วิธีการอื่น ได้ตามธรรมชาติของชิ้นงานหรือภาระงาน เช่น การท าแบบ check list การทดสอบ เป็นต้น 7. ก าหนดเวลาเรียน ระบุเวลาที่ใช้ตามจริงในหน่วยนั้น ๆ
51 (ตัวอย่ำง) แบบฟอร์มหน่วยกำรเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ .......... เรื่อง .................................................................................................................. ชื่อวิชา ........................................ รหัสรายวิชา .................... กลุ่มสาระการเรียนรู้ ..................... .............. ระดับชั้น ...................... ภาคเรียนที่ .......... ปีการศึกษา ......................... จ านวน .......................หน่วยกิต ชื่อผู้สอน .............................................................. โรงเรียน .......................................... ............................ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติม 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด 3. สาระการเรียนรู้ 4. สมรรถนะ 5. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 6. ชิ้นงานหรือภาระงาน 7. กรอบการวัดและประเมินผล 7.1 การวัดและประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 7.2 การวัดและประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) รายการประเมิน ค าอธิบายระดับคุณภาพ/คะแนน ดีเยี่ยม (4) ดี (3) พอใช้ (3) ปรับปรุง (1) 8. กิจกรรมการเรียนรู้ 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ (ที่เป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุตาม เป้าหมาย)
52 แบบตรวจสอบกำรจัดท ำหน่วยกำรเรียนรู้เชิงรุก ค ำชี้แจง : โปรดท าเครื่องหมาย / ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่าน 4 หมายถึง ผลงานมีคุณภาพในระดับดีมาก 3 หมายถึง ผลงานมีคุณภาพในระดับดี 2 หมายถึง ผลงานมีคุณภาพในระดับพอใช้ 1 หมายถึง ผลงานมีคุณภาพในระดับปรับปรุง ที่ รำยกำร ระดับคุณภำพผลงำน 4 3 2 1 1 หน่วยการเรียนรู้ออกแบบได้ครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด 2 ชื่อหน่วยการเรียนรู้กะทัดรัด ชัดเจน ครอบคลุมเนื้อหาสาระ น่าสนใจ 3 มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้มีการเชื่อมโยงกันอย่างเหมาะสม 4 ความสอดคล้องของสาระส าคัญ กับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 5 ความครอบคลุมของสาระส าคัญกับตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ทั้งหมดของ หน่วยการเรียนรู้ 6 ชิ้นงาน/ภาระงานสอดคล้องกับเป้าหมายของหน่วยการเรียนรู้ 7 ความเหมาะสมของการวัดและประเมินตามสภาพจริง 8 ความเหมาะสมของสื่อ อุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ 9 กิจกรรมการเรียนรู้สามารถท าให้ผู้เรียนมี ความรู้ทักษะ/กระบวนการ และคุณลักษณะ และเน้นสมรรถนะส าคัญที่หลักสูตรแกนกลางก าหนด 10 กิจกรรมการเรียนรู้ทีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้การสร้าง องค์ความรู้ การสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน และร่วมมือกันมากกว่าการแข่งขัน 11 กิจกรรมการเรียนรู้ส ่งเสริมการคิด การแก้ปัญหา การน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ เน้นทักษะการคิดขั้นสูง 12 กิจกรรมการเรียนรู้การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ผู้เรียนได้เรียนรู้ความรับผิดชอบร่วมกัน 13 หน่วยการเรียนรู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ได้ครอบคลุมเป้าหมายของหน่วยฯ 14 หน่วยการเรียนรู้จัดล าดับขั้นตอนการเรียนรู้ให้บรรลุเป้าหมายได้ 15 หน่วยการเรียนรู้สามารถน าไปจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้จริง รวมคะแนน/สรุปผลกำรตรวจสอบ หรือคะแนนเฉลี่ย
53 3. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ หรือ แผนกำรสอน ท าให้เกิดการวางแผนวิธีสอนวิธีเรียนที่มีความหมาย ยิ่งขึ้นเพราะเป็นการจัดท าอย่างมีหลักการที่ถูกต้อง ช่วยให้ผู้สอนมีคู่มือการสอนที่ท าด้วยตนเอง ท าให้เกิด ความสะดวกในการจัดการเรียนการสอน ท าให้สอนได้ครบถ้วนตรงตามหลักสูตร และสอนได้ทันเวลา ช่วย ให้ความสะดวกแก่ผู้มาสอนแทนในกรณีที่ผู้สอนไม่สามารถเข้าสอนได้ รวมทั้งเป็นผลงานวิชาการที่สามารถ เผยแพร่เป็นตัวอย่างได้ 3.1 ควำมหมำยของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ มีผู้ให้ความหมายของค าว่า แผนการจัดการเรียนรู้ ที่หลากหลาย ดังต่อไปนี้ จรัสศรี พัวจินดาเนตร (2560 ) ได้สรุปความหมายของแผนการจัดการเรียนรู้ไว้ว่า แผนการจัดการเรียนรู้หรือแผนการสอนหมายถึง เอกสารประกอบหลักสูตรชนิดหนึ่งที่ผู้สอนใช้เป็นคู่มือ ส าหรับจัดกิจกรรมการเรียนรู้การใช้สื่ออุปกรณ์การเรียนรู้และการวัดจุกประสงค์การเรียนรู้ของผู้เรียนในแต่ ละบท เพื่อให้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร วัชรพล วิบูลยศริน (2561) ได้สรุปความหมายของแผนการจัดการเรียนรู้ไว้ว่า แผนการ จัดการเรียนรู้คือแนวทางการจัดการเรียนรู้ของผู้สอนเพื่อด าเนินการส่งผ่านเนื้อหาไปยังผู้เรียนผ่าน กิจกรรม และสื่อการเรียนการสอน ประกอบด้วยการก าหนดเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ (สิ่งที่ผู้เรียนได้รับ) วิธีการ บรรลุหรือไปยังเป้าหมาย (ขั้นตอน กระบวนการ) และวิธีการวัดคุณภาพของการบรรลุเป้าหมาย (แบบทดสอบ ใบงาน การบ้าน และอื่น ๆ) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (2566) ให้ความหมายแผนการจัดการเรียนรู้ว่า หมายถึงแผนการ หรือโครงงานที่จัดท าเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อใช้ในการปฏิบัติการสอนในสายวิชาใดวิชาหนึ่ง เป็นการ เตรียมการสอนอย ่างเป็นระบบ และเป็นเครื ่องมือที ่ช ่วยให้ผู้สอนพัฒนาการจัดการเรียนการสอนไปสู่ จุดประสงค์การเรียนรู้ และจุดมุ่งหมายของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ สรุปได้ว่า แผนการจัดการเรียนรู้ หมายถึง แนวการจัดการเรียนการสอนของผู้สอน ภายใต้ กรอบเนื้อหาสาระที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยก าหนดจุดประสงค์ วิธีการด าเนินการหรือกิจกรรม ให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย และวิธีวัดผลประเมินผลที่สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้
54 3.2 หลักในกำรเขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ควรค านึงถึงหลักในการเขียนว่าจะต้องเขียนอะไร เขียน อย่างไร และเพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายในการน าไปใช้ศึกษา หรือจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางในการ สอนผู้เรียน ควรค านึงถึงรายละเอียดดังนี้ 1. ควรเขียนให้ชัดเจนในทุกหัวข้อ เพื่อให้ความกระจ่างแก่ผู้อ่าน มีรายละเอียดพอสมควร 2. ใช้ภาษาเขียนที่สื่อความหมายให้เข้าใจได้ตรงกัน เป็นประโยคที่ได้ใจความ 3. เขียนทุกหัวข้อเรื่องให้สอดคล้องกัน 4. สาระส าคัญต้องสอดคล้องกับเนื้อหา 5. จุดประสงค์ต้องสอดคล้องกับเนื้อหา กิจกรรมและการวัดผล 6. สื่อการสอนต้องสอดคล้องกับกิจกรรมและการวัดผล 7. เขียนให้เป็นล าดับขั้นตอนก่อนหลังในทุกหัวข้อ 8. เขียนหัวข้อให้ถูกต้องชัดเจน เช่น จุดประสงค์ต้องเขียนให้เป็นจุดประสงค์เขิงพฤติกรรม 9. จัดเนื้อหา กิจกรรม ให้เหมาะสมกับเวลาที่ก าหนด 10.คิดกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่เสมอ 11.เขียนให้เป็นระเบียบ ง่ายแก่การอ่าน และสะอาดชวนอ่าน 12.เขียนในสิ่งที่สามารถปฏิบัติได้จริงและสอนตามแผนที่วางไว้ สรุปได้ว่า หลักในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ผู้เขียนจะต้องวางแผนล่วงหน้าก่อนการ เรียนการสอนโดยศึกษาเนื้อหาที่จะเขียนให้ละเอียดและตามล าดับขั้นตอน แบ่งหน่วยเนื้อหาย่อย แบ่งเวลา ที่ใช้การสอนทุกหัวข้อมีความสอดคล้องกัน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย รวมทั้งต้องมีการหาประสิทธิภาพของ แผนการจัดการเรียนรู้ 3.3 รูปแบบของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ไม ่มีรูปแบบที ่ตายตัว แต ่แผนจะมีลักษณะที ่คล้ายคลึงกัน โดย นักวิชาการได้ศึกษา วิเคราะห์ไว้ว่า ลักษณะของแผนนั้น สถานศึกษาให้อิสระในการออกแบบ แผนการจัดการ เรียนรู้ที่น าเสนอมี 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบไม่ใช้ตาราง แบบตาราง และแบบผสมผสาน สามารถยืดหยุ่นเรื่อง การแบ่งช่องและเรียกชื่อ ดังนี้ (เอกรินทร์ สี่มหาศาล และคณะ, 2552) 1. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้แบบไม่ใช้ตำรำง หรือแบบบรรยำย แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรรยายจะมีวิธีการเขียนโดยใช้ประเด็นที่ส าคัญ 10 ประเด็น มาก ากับ แต่การล าดับกิจกรรมการเรียนการสอนจะเขียนเป็นเชิงบรรยายกิจกรรมที่ผู้สอนจัดเตรียมไว้โดย ไม่ระบุชัดเจนว่าผู้เรียนท าอะไร ดังตัวอย่างด้านล่างนี้
55 แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง……………………………….…………………………………………….………….……เวลา…………………….…….คาบ วิชา………………………………………………....……………..ชั้น……………...............ภาคเรียนที่ …….…..……..……. สอนวันที่ ………….เดือน……………………………พ.ศ…………. ชื่อผู้สอน………………………..…………….………… 1. สาระส าคัญ………………………………………………………………………………………………………….…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………….………. 2. เนื้อหา……………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………….…………. 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 จุดประสงค์ปลายทาง...............……………………….……………………………………………………....……… 3.2 จุดประสงค์น าทาง……………………………………………….………………………………………………………… 4. กิจกรรมการเรียนรู้…………………………………….……………………………………………………………….….……. …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 5. สื่อการเรียนรู้……………………………………………………….……………………………………………………………… 6. การวัดผลและประเมินผล 6.1 วิธีการวัดและประเมินผล………………………………………………………………..………………….…………. 6.2 เกณฑ์การวัดและประเมินผล……………….…………………….……………………..…………………………… 6.3 เครื่องมือวัดและประเมินผล…………………………………….………………..………………………………….. 7. กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี)………………………………………………………………...………………………………….. ………………………………………………………………………………….……………………………………..……………… 8. ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย (ตรวจสอบ/นิเทศ/เสนอแนะ/รับรอง) ………………………………………………………………………………….…………………………..……………….………… ลงชื่อ……………..………………………………. (…………………….……...……….……….) ต าแหน่ง…………………………………………... วันที่ ……..…เดือน……..………..พ.ศ………. บันทึกหลังสอน 1. ผลการสอน……………………………………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………….……………………………………..……………… 2. ปัญหา / อุปสรรค…………………………………………………………………………….………………………………… ………………………………………………………………………………….……………………………………..……………… 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ ไข…………………………………………………………………………………………….. ………………………………………………………………………………….……………………………………..……………… ลงชื่อ…………………………………………… (…………………….……...……….……….) ต าแหน่ง…………………………………………... วันที่ ……..…เดือน……..………..พ.ศ………..
56 2. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้แบบตำรำง แผนการจัดการเรียนรู้แบบตาราง โดยใช้หัวข้อมาก ากับแล้วระบุลงในตาราง โดยมีรูปแบบดังนี้ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง……………………………….…………………………………………….………….……เวลา…………………….…….คาบ วิชา………………………………………………....……………..ชั้น……………...............ภาคเรียนที่ …….…..…………. สอนวันที่ ………….เดือน……………………………พ.ศ…………. ชื่อผู้สอน………………………..……………………… สาระส าคัญ จุดประสงค์ ปลายทาง/น าทาง เนื้อหา กิจกรรม สื่อการเรียนรู้ การวัดผลและ ประเมินผล กิจกรรมเสนอแนะ………………………………………………………………………………………………………………...… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แผนกำรจัดกำรเรียนรู้แบบผสมผสำน แผนการเรียนรู้แบบผสมผสานหรือ ที่รู้จักกันในลักษณะแผนการเรียนรู้แบบพิสดาร เป็น แผนการจัดการเรียนรู้ที่มีรายละเอียดมากขึ้น โดยมีรูปแบบดังนี้ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ …………………….. เรื่อง……………………………….…………………………………………….………….……เวลา…………………….…….คาบ วิชา………………………………………………....……………..ชั้น……………...............ภาคเรียนที่ …….…..…………. สอนวันที่ ………….เดือน……………………………พ.ศ…………. ชื่อผู้สอน………………………..……………………… สาระส าคัญ………………………............………………………………………………….……………….……………..……….. เนื้อหา………………………………............………………………………………………….…………………………..…………. จุดประสงค์ปลายทาง……………………………………………………………..………………………………………............ จุดประสงค์น าทาง กิจกรรม สื่อการเรียนรู้ การวัดผลและ ประเมินผล กิจกรรมเสนอแนะ………………………………………………………………………………………………………………...… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………
57 จากการศึกษาวิเคราะห์ รูปแบบในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้โดยทั่วไปมี 3 รูปแบบ มีดังนี้ 1) แบบบรรยาย เป็นการเขียนองค์ประกอบต่าง ๆ ของแผนการจัดการเรียนรู้โดยเขียนร้อย เรียงกันเป็นความเรียงตามล าดับ 2) แบบตาราง เป็นการเขียนองค์ประกอบในรูปแบบตาราง ซึ่งจะท าให้มองเห็นภาพรวมของ องค์ประกอบต่าง ๆ ได้เข้าใจง่าย 3) แบบผสมผสาน เป็นการเขียนองค์ประกอบต่าง ๆ ของแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผสมผสาน ทั้ง 2 แบบคือแบบบรรยายและแบบตาราง สรุปได้ว่า รูปแบบแผนการจัดการเรียนรู้มีหลายรูปแบบขึ้นอยู ่กับดุลยพินิจของผู้สอน หรือ สถานศึกษาจะเลือกใช้ให้เหมาะสมและสะดวกต่อการน าไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.4 องค์ประกอบของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้เกิดขึ้นจากความพยายามตอบค าถามดังต่อไปนี้ 1. สอนอะไร (หน่วย หัวเรื่อง ความคิดรวบยอด หรือสาระส าคัญ) 2. เพื่อจุดประสงค์อะไร (จุดประสงค์การเรียนรู้) 3. ด้วยสาระอะไร (โครงร่างเนื้อหา) 4. ใช้วิธีการใด (กิจกรรมการรู้) 5. ใช้เครื่องมืออะไร (สื่อการเรียนรู้) 6. ทราบได้อย่างไรว่าประสบความส าเร็จหรือไม่ (วัดผลและประเมินผล) เพื่อตอบค าถามดังกล่าวจึงก าหนดให้แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบ ดังนี้ 1. หัวเรื่องและสาระส าคัญ เขียนในลักษณะเป็นความคิดรวบยอด หรือ Concept 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ เขียนในลักษณะจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ซึ่งเมื่อผู้เรียนได้ลงมือ ปฏิบัติทุกพฤติกรรมในแต่ละแผนการเรียนรู้ของหน่วยการเรียนรู้ แล้วบรรลุผลตามวัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด และมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้ในแต่ละหน่วย 3. สาระการเรียนรู้ เป็นการเขียนเนื้อหาสาระในลักษณะเป็นประเด็นส าคัญสั้น ๆ สอดคล้อง กับเนื้อหาสาระที่ก าหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ 4. กิจกรรมการเรียนรู้ ระบุวิธีสอน กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เทคนิคการสอนที่ หลากหลาย เมื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ครบถ้วนบรรลุวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ เมื่อเรียนครบทุกแผนการ จัดการเรียนรู้ ผู้เรียนจะได้รับความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะที ่พึงประสงค์ครบถ้วนตาม เป้าหมายการเรียนรู้ของตัวชี้วัด และมาตรฐานการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้ โดยออกแบบการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติในแต่ละรายชั่วโมงอย่างชัดเจน 5. สื ่อ แหล ่งการเรียนรู้ในแต ่ละแผนการจัดการเรียนรู้ จะก าหนดสื ่อการเรียนรู้ที ่ใช้ ประกอบการเรียนการสอนไว้อย่างชัดเจน มีใบความรู้ ใบงาน แบบฝึกทักษะการเรียนรู้เอกสารเพิ่มเติม ส าหรับผู้สอนตามความเหมาะสมและบอกแหล่งเรียนรู้ที่ส าคัญที่จะช่วยให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นไป ตามเป้าหมายที่ก าหนด
58 6. การวัดผลและประเมินผล ทุกแผนการจัดการเรียนรู้ จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่อง การวัดและประเมินผล ทุกแผนการการจัดการเรียนรู้จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการวัดและประเมินผล คือหลักฐานการเรียนรู้ ร่องรอยการเรียนรู้ วิธีการวัดและประเมินผล เครื่องมือในการวัดและประเมินผล 7. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ เป็นการบันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต ่ละ แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อน าไปปรับปรุงและพัฒนาวิธีการจัดการเรียนรู้ให้บรรลุเป้าหมาย สรุปได้ว่า องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย สาระส าคัญ จุดประสงค์ การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล บันทึกผล หลังสอน 3.5 ขั้นตอนกำรเขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ แผนกำรจัดกำรเรียนรู้เป็นแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การใช้สื่อการจัดการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผลให้สอดคล้องกับเนื้อหาและจุดประสงค์ที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร ท าให้ผู้สอนทราบว่าจะ จัดการเรียนรู้เนื้อหาใด เพื่อจุดประสงค์ใด จัดการเรียนรู้อย่างไร ใช้สื่ออะไร และวัดผลประเมินผลโดยวิธีใด การวางแผนการจัดการเรียนรู้มีความส าคัญต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก คือ ท าให้ สอนด้วยความมั่นใจ ท าให้เป็นการสอนที่มีคุณค่าคุ้มกับเวลาที่ผ่านไป ท าให้เป็นการสอนที่ตรงตามหลักสูตร ท าให้การสอนบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ท าให้ผู้สอนมีเอกสารเตือนความจ า และท าให้ผู้เรียนเกิดเจตคติ ที่ดีต่อผู้สอนและต่อวิชาที่เรียน ในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ผู้สอนจะต้องมีความเข้าใจในการจัด หน่วยการเรียนรู้ จากนั้น น าหน่วยการเรียนรู้มาวิเคราะห์เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ตามขั้นตอน ดังนี้ ส ำหรับกำรจัดกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน หลักสูตรการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ศึกษาท าความเข้าใจ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ วิเคราะห์ค าอธิบายรายวิขาในแต่ละรายวิชา จัดท าหน่วยการเรียนรู้ เขียนแผนการจัดการเรียนรู้
59 ส ำหรับกำรจัดกำรศึกษำต่อเนื่อง เมื่อได้ศึกษาวิเคราะห์หลักสูตร ได้แก่ หลักการ จุดหมาย โครงสร้าง เวลาเรียน กิจกรรม การเรียนรู้และจุดมุ่งหมายของหลักสูตร การวัดและประเมินผลการเรียน ค าอธิบายในแต่ละกลุ่มสาระ การเรียนรู้ ซึ่งระบุเนื้อหาที่ต้องให้ผู้เรียนได้เรียนตามล าดับขั้นแล้ว น ามาท าเป็นแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อ ใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนต่อไป กำรเขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ มีขั้นตอน ดังนี้ การส ารวจสภาพ/ปัญหา/ความต้องการของผู้เรียนหรือท้องถิ่น พัฒนาหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง ศึกษาวิเคราะห์จุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง จัดท าหน่วยการเรียนรู้ เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบหรือรูปแบบในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 2 วิเคราะห์สาระการเรียนรู้และตัวชี้วัด ขั้นที่ 3 เลือกวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้และตัวชี้วัด ขั้นที่ 4 ลงมือวางแผนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 5 จัดเตรียมเครื่องมือ สื่อการเรียนการสอน แหล่งเรียนรู้ ขั้นที่ 6 ก าหนดวิธีการวัดและประเมินผล ขั้นที่ 7 น าแผนการจัดการเรียนรู้ไปจัดการเรียนการสอน
60 ในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ มีขั้นตอนที่ต้องศึกษาท าความเข้าใจก่อน ระหว่าง และ หลังการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ดังนี้ ขั้นที่ 1 ศึกษำองค์ประกอบของแผน และเลือกรูปแบบในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ในที่นี้ คือ การศึกษา - ศึกษาแผนการสอนแม่บท และปรับแผนการสอนโดยแบ่งหัวข้อของเนื้อหาโดยย่อยลงไป ในการแบ่งหัวข้อของเนื้อหา อาทิ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 - ศึกษาความคิดรวบยอดทั้งหมดของเรื่องนั้นให้เข้าใจ ศึกษาจุดประสงค์ มาตรฐานการ เรียนรู้ของสาระนั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง รายกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อท าความเข้าใจว่า สอนแบบนี้ผู้เรียนท าอะไรบ้าง ได้เปลี่ยนพฤติกรรมไปอย่างไร - ศึกษาเนื้อหาและรายละเอียดว ่ามีอะไรบ้าง สอดคล้องกับความคิดรวบยอดและ จุดประสงค์หรือไม่ - ศึกษากิจกรรมการเรียนทั้งหมด ตรวจสอบดูว่ากิจกรรมทั้งหมดแต่ละเรื่องตรงตามเนื้อหา หรือไม่ จะต้องหามาได้โดยวิธีใด อย่างไร ถ้าท าเองจะทันเวลาหรือไม่ - ศึกษาการวัดผลและประเมินผลแต่ละครั้งที่สอนว่าใช้วิธีอย่างไร วิธีการเหล่านี้เหมาะสม กับการวัดเนื้อหาและกิจกรรมหรือไม่ ขั้นที่ 2 กำรวิเครำะห์หลักสูตร เป็นการท าความเข้าใจเกี่ยวกับค าอธิบายรายวิชา มาตรฐานการเรียนรู้ หรือผลการเรียนรู้ ที่คาดหวัง โดยมีล าดับขั้นตอนดังนี้ 1.1 วิเคราะห์ค าอธิบายรายวิชา เพื่อก าหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ก าหนดเนื้อหาหลัก และกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ 1.2 จัดท าโครงสร้างรายวิชา เป็นการน าเนื้อหาหลัก ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และจ านวน เวลามาย่อยลงเพื่อให้เหมาะสมกับเรื่องที่สอน ขั้นที่ 3 ก ำหนดสำระส ำคัญ สาระส าคัญ หมายถึง ความคิดรวบยอดเกี ่ยวกับเนื้อหา หลักการ วิธีการที่ต้องการ ให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ การเขียนสาระส าคัญจะเขียนในลักษณะข้อความที่สรุปเนื้อหา เป้าหมายอย่างสั้น ๆ จะเขียนเป็นความเรียงหรือเขียนเป็นข้อก็ได้ ขั้นที่ 4 ก ำหนดผลกำรเรียนรู้ที่คำดหวัง เป็นการก าหนดสิ่งที่ต้องการให้ผู้เรียนมีหรือบรรลุ การเขียนผลการเรียนรู้ที่คาดหวังนั้น จะต้องเขียนให้ครอบคลุมพฤติกรรมทั้ง 3 ด้าน คือ ความรู้ (Knowledge) เจตคติ (Attitude) กระบวนการ (Process) และเขียนในเชิงพฤติกรรม
61 ขั้นที่ 5 ก ำหนดสำระกำรเรียนรู้ คือ รายละเอียดของเรื ่องที ่ใช้จัดการเรียนรู้ให้บรรลุตามผลการเรียนรู้ที ่คาดหวัง ประกอบด้วย ทฤษฎี หลักการ วิธีการและแนวปฏิบัติ โดยอาจจะเขียนเนื้อหารายละเอียดทั้งหมดไว้ใน แผนการจัดการเรียนรู้หรือเขียนเฉพาะหัวข้อเนื้อหานั้น ๆ ก็ได้ วิเคราะห์สาระหน่วยการเรียนรู้และตัวชี้วัด ก ่อนเขียนแผนการสอน เป็นแผนผังมโนทัศน์ แล้วน าผลการวิเคราะห์มาสรุปสาระการเรียนรู้ ตัวชี้วัด/ จุดประสงค์/ผลการเรียนรู้ ลงตารางจ าแนกการจัดกิจกรรมรายชั่วโมง ขั้นที่ 6 ก ำหนดกิจกรรมกำรเรียนรู้ เป็นการจัดประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน ซึ่งต้องจัดให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของหลักสูตร ในขั้นตอนนี้ให้น าเทคนิคการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญด้วยวิธีการต่าง ๆ มาใช้ เลือก วิธีการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้และตัวชี้วัด/จุดประสงค์/ผลการเรียนรู้ ในแต่ละเรื่องที่ จะท าแผนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 7 ลงมือวางแผนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 8 จัดเตรียมเครื ่องมือ สื่อการสอน แหล ่งเรียนรู้ เอกสารประกอบการสอนและ เอกสารการประเมิน ขั้นที่ 9 ตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ/ฝ่ายวิชาการ/ผู้อ านวยการ ก่อนน าไปใช้ในชั้นเรียน ขั้นที่ 10 น าแผนการจัดการเรียนรู้ ไปใช้ในชั้นเรียนหรือกิจกรรมอื่นๆ ขั้นที่ 11 ทบทวนแผนการจัดการเรียนรู้ และปรับปรุงให้เหมาะสมกับการน าไปใช้งานครั้ง ต่อไป จะเห็นได้ว่า ในการน าไปปรับใช้สามารถมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมในการที่ สถานศึกษาจะเลือกใช้กับบริบทของสถานศึกษา 3.6 กำรเขียนรำยละเอียดในองค์ประกอบของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ กำรเขียนส่วนหัวเรื่อง ส่วนหัวเรื่อง เป็นส่วนแรกของแผนการจัดการเรียนรู้ เป็นส่วนที่บอกรายละเอียดเบื้องต้น ของแผนการจัดการเรียนรู้ มีแนวทางการเขียน ดังนี้ 1. ระบุล าดับที่ของแผนการจัดการเรียนรู้ 2. ระบุกลุ่มสาระการเรียนรู้ 3. ระบุระดับชั้นที่สอน 4. ระบุหัวข้อเรื่อง 5. ระบุเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้ 6. ระบุ วันที่ เดือน ปีและช่วงเวลาในการจัดการเรียนรู้
62 กำรเขียนสำระส ำคัญ สาระส าคัญ คือ ข้อความที่เขียนเพื่อระบุ ให้เห็นแก่น หรือเห็นข้อสรุปที่ต้องการให้เกิด ขึ้นกับผู้เรียนหลังจากการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งทั้งด้านเนื้อหา ความรู้ ด้านทักษะ หรือด้านเจตคติ ซึ่ง ขึ้นอยู่กับลักษณะของเรื่องที่น ามาเสนอ สาระส าคัญเป็นค าที่ใช้ในความหมายเดียวกับ สังกัป ความคิดรวบยอด มโนทัศน์ และ มโนคติขึ้นอยู่กับหน่วยงานหรือความนิยมใช้ มีแนวการเขียน ดังนี้ 1. เขียนในลักษณะของการสรุปเนื้อหาความรู้ ทักษะ หรือเจตคติ ที่เป็นเป้าหมายด้วย ภาษาที่รัดกุมและชัดเจน 2. เขียนในลักษณะความเรียงหรือเขียนเป็นข้อในกรณีที่การจัดการเรียนรู้ครั้งนี้มีมากกว่า 1 สาระส าคัญ 3. การจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นต้น ๆ ควรมีสาระส าคัญเดียวในการเรียนรู้ครั้งหนึ่ง ตัวอย่ำงกำรเขียนสำระส ำคัญ สำระส ำคัญในทำงเนื้อหำควำมรู้ : รากของพืชมี 3 ชนิด ได้ แก่ รากแก้ว รากฝอย และรากแขนง สำระส ำคัญในเชิงทักษะกระบวนกำร : การใช้กระบวนการเขียนได้ แก่ การเตรียมการเขียน การยกร่างข้อเขียนและการเขียนให้ สมบูรณ์ ท าให้ได้ข้อเขียนที่มีความถูกต้องเหมาะสม สำระส ำคัญในเชิงเจตคติ : ความขยันหมั่นเพียรเป็นทางที่น ามาสู่ความส าเร็จ กำรเขียนจุดประสงค์กำรเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้คือ ข้อความที่ระบุ ด้านเนื้อหา ความรู้ ด้านทักษะหรือด้านเจตคติที่ ต้องการให้เกิดขึ้นกับ ผู้เรียน หลังจากที่ได้เรียนรู้ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ดีต้อง เขียนให้ครอบคลุมทั้ง 3 พิสัย หรือ 3 H ดังนี้ 1. พุทธิพิสัย คือ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่เน้นความสามารถทางสมอง (Head) หรือใน ด้านความรู้เชิงทฤษฎี ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 6 ระดับ จากง่ายไปหายาก ดังนี้ 1.1 ขั้นควำมรู้ควำมจ ำ คือ สามารถจ าสิ่งที่เรียนไปแล้วได้ เช่น จ าความหมายของ ค าต่าง ๆ ที่เรียนไปแล้วได้ ตัวอย่าง ค าว่า “ขัน” แปลว่า หัวเราะ หรืออาการร้องของไก่ เป็นต้น
63 1.2 ขั้นควำมเข้ำใจ คือ สามารถเข้าใจสิ่งที่เรียนไปแล้ว เช่น เข้าใจความหมายของ ค าว่า “ขัน” เมื่ออยู่ในประโยคต่าง ๆ เช่น - “ไก่ขัน” หมายถึง อาการโก่งคอร้องของไก่ - “เขาพูดน่าขัน” หมายถึง น่าหัวเราะ 1.3 ขั้นน ำไปใช้คือ สามารถน าความรู้ ไปใช้ แก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น สามารเลือกใช้ ค าว่า “ขัน” ในประโยคต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง 1.4 ขั้นวิเครำะห์คือ สามารถแยกแยะรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆ ได้ เช่น วิเคราะห์ ผลดี–ผลเสีย จุดเด่น – จุดด้อย ความเหมือน – ความแตกต่าง หรือความสัมพันธ์ในเชิงเหตุผล เป็นต้น 1.5 ขั้นสังเครำะห์คือ สามารถคิดสร้างสรรค์ สิ่งใหม ่ ได้ เช ่น ให้ค ามา 5 ค า สามารถน ามาแต่งเป็นเรื่องราวได้ 1.6 ขั้นประเมินค่ำ คือ สามารถตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างมีเหตุผล 2. ทักษะพิสัย คือ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่เน้นความสามารถในการลงมือปฏิบัติ (Hand) เช่น การสาธิต การทดลอง การปฏิบัติจริง และการแก้ปัญหาต่าง ๆ เป็นต้น 3. จิตพิสัย คือ จุดประสงค์การเรียนรู้ที่เน้นความรู้สึกนึกคิดที่ดีภายในใจต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (Heart) หรือคุณธรรมในตัวผู้เรียน จุดประสงค์กำรเรียนรู้ กำรเขียนจุดประสงค์ปลำยทำง กำรเขียนจุดประสงค์น ำทำง ด้ำนพุทธิพิสัย (Head) - เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ…………………………………….............. - บอกชื่อ/ความหมาย/ประโยชน์ของ……….……ได้ - อธิบายขั้นตอนของ…………………………………….ได้ - บรรยายลักษณะของ…………………………………..ได้ - วิเคราะห์ผลดี-ผลเสียของ……………………………ได้ - อภิปรายเกี่ยวกับ………………………………………..ได้ ฯลฯ ด้ำนทักษะพิสัย (Hand) - เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ…………………………………….............. - สาธิตเกี่ยวกับ………………………………..…………..ได้ - ปฏิบัติเกี่ยวกับ…………………………………..……….ได้ - ทดลองเกี่ยวกับ…………………………………….……ได้ - แก้ปัญหาเกี่ยวกับ………………………………..…….ได้ ฯลฯ
64 จุดประสงค์กำรเรียนรู้ กำรเขียนจุดประสงค์ปลำยทำง กำรเขียนจุดประสงค์น ำทำง ด้ำนจิตพิสัย (Heart) - เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักในคุณค่า/ ความส าคัญของ………………………….…………….. หรือ เพื่อให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อ………………………… - บรรยายประโยชน์ของ……………………….……….ได้ - บรรยายคุณค่า/ความส าคัญของ…….……………ได้ - ปฏิบัติตนเกี่ยวกับ……………….….ด้วยความเต็มใจ - ปฏิบัติตนเกี่ยวกับ………….….ด้วยความรับผิดชอบ สม ่าเสมอ ฯลฯ จะเห็นได้ว่า การเขียนจุดประสงค์ปลายทาง จะขึ้นต้นด้วยค าว่า “เพื่อให้ผู้เรียน …” แล้วต่อด้วย ค าที่แสดงถึงลักษณะพิสัยทั้ง 3 พิสัย คือ ความรู้ความเข้าใจ การปฏิบัติ ตระหนักในคุณค่า/ความส าคัญหรือ มีเจตคติที่ดี ส่วนการเขียนจุดประสงค์น าทางจะน าจุดประสงค์ปลายทางทั้ง 3 พิสัยมาแตกเป็นข้อย่อย ๆ แล้ว เขียนในเชิงพฤติกรรม ซึ่งผู้เรียนสามารถแสดงออกให้ผู้อื่นรู้ได้ท าให้สะดวกต่อการวัดผล เช่น ผู้เรียนสามารถ บอก อธิบาย บรรยาย วิเคราะห์ ปฏิบัติในสิ่งที่เรียนไปแล้วซึ่งจุดประสงค์น าทางเป็นจุดประสงค์ย่อยที่ต้องการ ให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนในขณะที่ครูท าการสอน มักเขียนในเชิงพฤติกรรมจึงเรียกว่า “จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม” นิยมเขียนในแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ ในแผนการจัดการเรียนรู้ จะเขียนจุดประสงค์ปลายทางหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องมีจุดประสงค์ น าทางหรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมปรากฏในแผนการสอนทุกแผน การเขียนจุดประสงค์น าทาง จะขึ้นต้นด้วยค าที ่เป็นพฤติกรรมบ ่งชี้ เช ่น บอก อธิบาย บรรยาย สาธิต ทดลอง แล้วลงท้ายด้วยค าว่า “ได้” ซึ่งการเขียนจุดประสงค์การเรียนรู้ (จุดประสงค์น าทาง) ในแผน การสอนให้เป็นเชิงพฤติกรรม เพราะเหตุผล 2 ประการ คือ 1. ควำมรู้ (Head) ทักษะ (Hand) เจตคติ ( Heart) หรือ 3 H เป็นสิ่งที่อยู่ภายในตัว ผู้เรียน ถ้าผู้เรียนไม่แสดงออกเป็นพฤติกรรมให้เห็นผู้สอนไม่ทราบว่า ผู้เรียนรู้จริงหรือไม่ ถ้ารู้แล้วต้อง สามารถแสดงพฤติกรรมให้เห็น เช่น อธิบายได้ท าให้ดูได้ เป็นต้น ดังนั้น การเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ที่สมบูรณ์ต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ 1.1 มีพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออก 1.2 มีสถานการณ์หรือเงื่อนไขเวลา 1.3 มีเกณฑ์ หรือตัวบ่งชี้ 2. กำรเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ท าให้ง ่ายต ่อการวัดและประเมินผล เพื่อ ตรวจสอบว่าผู้เรียนบรรลุ ตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ และท าให้ครูสามารถเลือกใช้เครื่องมือในการวัดและ ประเมินผลได้สอดคล้องกับพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ผู้เรียนแสดงออก
65 สรุปวิธีกำรเขียนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. เขียนให้ครอบคลุมทั้ง 3 พิสัย คือ พุทธพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย หรือ 3H คือ Head Hand Heart 2. เขียนให้สอดคล้องสัมพันธ์ กับเนื้อหาวิชา ถ้ามีเนื้อหาวิชาเรื่องใดต้องมีจุดประสงค์เชิง พฤติกรรมที่ เกี่ยวข้องตรงกับเนื้อหาวิชานั้น 3. เขียนขึ้นต้นด้วย “ค ากริยา” ลงท้ายด้วยค าว่า “ได้” 4. เขียนให้เห็นถึงรายละเอียดที่สามารถวัดและสังเกตได้ 5. เขียนด้วยภาษาที่รัดกุม ชัดเจน สื่อความได้ดี 6. หากมีจุดประสงค์ ข้อเดียวไม่ต้องใส่ ล าดับเลขหัวข้อ กำรเขียนสำระกำรเรียนรู้ เป็นองค์ประกอบที่ท าให้ผู้สอนเห็นเนื้อหาของสิ่งที่ต้องสอนโดยรวม ประกอบด้วย ทฤษฎี หลักการ วิธีการ ขั้นตอนหรือแนวปฏิบัติ การระบุเนื้อหาในแผนการจัดการเรียนรู้ มีแนวการเขียน ดังนี้ 1. เขียนให้สอดคล้องกับสาระและจุดประสงค์ 2. ก าหนดเนื้อหาของการจัดการเรียนรู้แต ่ละครั้งให้เหมาะสมกับระยะเวลา วัย และ ความสามารถของผู้เรียน 3. เขียนเนื้อหาแบบย่อโดยสรุป เป็นหัวข้อหรือเป็นประเด็น หากมีเนื้อหามากให้ท าเป็นใบ ความรู้ระบุ ไว้ในภาคผนวกท้ายแผนการจัดการเรียนรู้ 4. เขียนเนื้อหาที่จะให้ผู้เรียน เรียนรู้ไว้ตามล าดับ หากแบ่งเป็นหัวข้อย ่อยได้ ควรแบ่ง เพื่อความชัดเจน กำรเขียนกิจกรรมกำรเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ คือ สภาพการที ่ ครูออกแบบเพื ่อน าเสนอเนื้อหา วิธีการ หรือการ ปฏิบัติให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีแนวทางการเขียนดังนี้ 1. เขียนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ และเนื้อหา วิธีการหรือการปฏิบัติ 2. เขียนเป็นข้อตามล าดับขั้นตอนของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่เน้นบทบาทและการ มีส่วนร่วมของผู้เรียน (Active Learning) หรือเขียนโดยแบ่งเป็นขั้น ได้แก่ ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน ขั้นด าเนินการ สอน และขั้นสรุปบทเรียน โดยเขียนเป็นข้อเรียงตามขั้นตอนของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในแต่ละขั้น หาก ขั้นใดมีกิจกรรมเดียวไม่ต้องใส่เลขล าดับหัวข้อ 3. เขียนโดยระบุให้รู้ว่ากิจกรรมการเรียนรู้แต่ละขั้นใครเป็นผู้มีบทบาท ผู้เรียน ผู้สอน หรือ ทั้งผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันกระท า เป็นต้น 4. ไม่ควรระบุรายละเอียดของค าพูด ทั้งค าพูดของผู้สอนและผู้เรียน
66 กำรเขียนสื่อกำรเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ คือ สิ่งที่เป็นตัวกลางที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมี แนวการปฏิบัติ ดังนี้ 1. ระบุสื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ 2. ระบุเฉพาะสื่อที่ต้องใช้จริงในการจัดการเรียนรู้ 3. ระบุชนิดและรายละเอียดของสื่อการเรียนรู้ เช ่น รูปภาพยุงลาย, แผนภูมิ, เพลง คุณธรรมสี่ประการ, วีดิทัศน์ เรื่องชีวิตในบ้าน, E-book เรื่อง คู่มือการใช้แอปพลิเคชัน เป็นต้น 4. ระบุเครื่องมือเทคโนโลยีที่ใช้คู่กับสื่อดิจิทัล เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ PC, โน๊ตบุ๊ค ตัวอย่ำงสื่อกำรเรียนรู้ 1. เอกสารประกอบการสอน/ใบความรู้/ใบงาน (ไฟล์ word, pdf หรือ google doc) 2. บทเรียนคอมพิวเตอร์ / วีดิทัศน์เพื่อการศึกษา/ E-book 3. ตัวอย่างของจริง ฯลฯ แหล่งเรียนรู้ 1. บุคคลส าคัญในท้องถิ่น 2. ห้องสมุด / สถานที่ในท้องถิ่น 3. แหล่งค้นคว้าจาก youtube กำรเขียนวิธีวัดผลและประเมินผลกำรเรียนรู้ การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นการกระท าเพื่อตรวจสอบผลการด าเนินกิจกรรม ว่า ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่ก าหนดไว้หรือไม่ โดยประเมินทั้งกระบวนการจัดกิจกรรม และ ประเมินคุณภาพของผู้เรียน ใช้การประเมินหลากหลายวิธีให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสในการประเมิน เช่น ครู ประเมินผู้เรียน ผู้เรียนประเมินเพื่อน ผู้เรียนประเมินตนเอง วิธีการในการประเมินความถูกต้องเหมาะสมกับ ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะของผู้เรียนที่ก าหนดไว้ในเป้าหมายของการจัดกิจกรรมนั้น ๆ เช่น การ สังเกต การสัมภาษณ์ การสอบถาม การตรวจผลงาน การทดสอบ เป็นต้น ส่วนการประเมินผลเป็นการ ก าหนดค่าหรือตัดสินสิ่งที่วัด เช่น ผ่าน-ไม่ ผ่าน, ดี-ปานกลาง-อ่อน หรือ ก าหนดค่าเป็นระดับ 4 3 2 1 0 เป็นต้น มีแนวทางการเขียน ดังนี้ 1. ระบุการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 2. ระบุการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ ว่าจะใช้วิธีอย่างไร 3. ระบุเนื้อหาที่ต้องการวัดผลและประเมินผล
67 ตัวอย่ำงกำรเขียนวิธีกำรวัดผล สังเกตความสนใจในการเรียน , สังเกตการมีส่วนร่วมในการเรียน สอบถามความเข้าใจเรื่องการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ออนไลน์ ตรวจแบบฝึกหัดเรื่องการบวก , ตรวจการเขียนบรรยายภาพ ประเมินผลงานการท าน ้านมข้าวเม่า การทดสอบเรื่องการใช้เครื่องมือในการสอนออนไลน์ หมายเหตุ : ........หมายถึง วิธีการวัด , หมายถึง เนื้อหาที่ต้องการวัด กำรเขียนบันทึกหลังสอน บันทึกหลังสอน หรือ บันทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นการสรุปและแสดงผลการ น าแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไปใช้ว่าสามารถจัดกิจกรรมได้บรรลุผลการเรียนรู้หรือไม่ มีปัญหาและ อุปสรรคใดบ้างที่ต้องแก้ไข มีพฤติกรรมของผู้เรียนใดบ้างที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อน าไปสู่การปรับปรุง แผนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาวิธีการสอนต่อไป มีแนวทางการเขียน ดังนี้ 1. ระบุผลการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน 2. ระบุปัญหาการจัดการเรียนรู้ที่ไม่ผ่านจุดประสงค์และเสนอแนะวิธีการแก้ปัญหา
68 (ตัวอย่ำง) แบบฟอร์มแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่............ รายวิชา................................... รหัสวิชา...................... กลุ่มสาระการเรียนรู้....................................... หน่วยการเรียนรู้ที่......... เรื่อง....................................................................... จ านวน..........ชั่วโมง เรื่อง............................................................................................................... จ านวน..........ชั่วโมง ภาคเรียนที่...............ปีการศึกษา............ระดับ............................................ สถานศึกษา........................... 1. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ......................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................. ........................................ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้ใช้ในรายวิชาเพิ่มเติม) ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (K–P–A) (จุดประสงค์การเรียนรู้ที่ไม่ได้แยก K–P–A ก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน) ด้านความรู้ (K) : ผู้เรียน อธิบาย/บอก/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ.................................ได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) : ผู้เรียนเกิดทักษะ........................................................ได้ ด้านคุณลักษณะ (A) : ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่ก าหนดได้ 3. สาระส าคัญ (โดยเขียนเป็นแก่นความรู้ เขียนเป็นหัวข้อย่อย หรือความเรียงให้ชัดเจน กะทัดรัด) ......................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .................................... ......................................................................................................................................................................... 4. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน (โดยเขียนเฉพาะหัวข้อที่สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ในรายแผนนั้น ๆ และต้องมีการประเมินจริง) ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
69 5. สาระการเรียนรู้ (โดยเขียนหัวข้อ ที่ใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้ในรายแผนนั้น ๆ) ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 6. ชิ้นงานหรือภาระงาน (หลักฐาน/ร่องรอยแสดงความรู้) ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 7. กิจกรรมการเรียนรู้ (โดยเขียนให้เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ด้วยวิธีการสอน เทคนิคการสอน กระบวนการ สอนที่หลากหลายเหมาะสมกับธรรมชาติในแต่ละรายวิชา) ............................................................................................................................................................ ............. ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 8. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 8.2 แหล่งการเรียนรู้ ......................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................... 9. การวัดและประเมินผล (K-P-A) สิ่งที่วัด วิธีการวัดผล เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมินผล เกณฑ์การผ่าน ด้านความรู้ (K) : การทดสอบ แบบทดสอบ ข้อละ 1 คะแนน จ านวน 10 ข้อ ได้ 6 คะแนน ขึ้นไป ด้านทักษะ กระบวนการ (P) : การประเมิน ชิ้นงาน แบบประเมิน ชิ้นงาน คะแนน ระดับคุณภาพ 8-10 ดีมาก 6-7 ดี 4-5 พอใช้ 1-3 ควรปรับปรุง ได้ระดับ “ดี” ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ (A) : การสังเกต พฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม คะแนน ระดับคุณภาพ 3 ดีเยี่ยม 2 ดี 1 ผ่าน 0 ไม่ผ่าน ได้ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป
70 10. บันทึกหลังสอน 1. ผลการจัดการเรียนรู้ ผู้เรียน จ านวน .............................. คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม ............. คน คิดเป็นร้อยละ .............. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม.............. คน คิดเป็นร้อยละ.................. ได้แก่ 1) ……………………………………………………………………………………………………. 2) ……………………………………………………………………………………………………. ผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ ได้แก่ 1) ……………………………………………………………………………………………………. 2) ……………………………………………………………………………………………………. ผู้เรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จ านวน ............ คน ได้แก่ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ผู้เรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านทักษะ (P) จ านวน ............ คน ได้แก่ ............................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................................... ผู้เรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านเจตคติ (A) จ านวน ............ คน ได้แก่ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... 2. ปัญหา/อุปสรรค ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค) ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ………………………………………………. ครูผู้สอน (......................................) …………. /……………. /…………
71 ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ท าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ .................................................................แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจกรรมได้น ากระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนน าไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ................................................ ผู้บริหารสถานศึกษา (......................................) …………. /……………. /…………
72 แบบตรวจสอบแผนกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก ค ำชี้แจง : โปรดท าเครื่องหมาย / ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่าน 4 หมายถึง ผลงานมีคุณภาพในระดับดีมาก 3 หมายถึง ผลงานมีคุณภาพในระดับดี 2 หมายถึง ผลงานมีคุณภาพในระดับพอใช้ 1 หมายถึง ผลงานมีคุณภาพในระดับปรับปรุง ที่ รำยกำร ระดับคุณภำพผลงำน 4 3 2 1 1 แผนการจัดการเรียนรู้สอดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้ 2 แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบส าคัญครอบถ้วนร้อยรัดสัมพันธ์กัน 3 การเขียนสาระส าคัญในแผนถูกต้อง 4 ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจนครอบคลุมเนื้อหาสาระ 5 การเรียนรู้เรียงล าดับพฤติกรรมจากง่ายไปยาก 6 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับตัวชี้วัด/จุดประสงค์และเนื้อหาสาระ 7 กิจกรรมการเรียนรู้มีความหลากหลายและสามารถปฏิบัติได้จริง 8 กิจกรรมการเรียนรู้เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิดของผู้เรียน 9 กิจกรรมเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง 10 กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรมและค่านิยมที่ดี 11 กิจกรรมการเรียนรู้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ สู่การสร้างความคิดรวบยอด 12 กิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเป็นผู้ปฏิบัติด้วยตนเอง ความรู้เกิดจากประสบการณ์ การสร้างองค์ความรู้และการสรุปทบทวนของผู้เรียน 13 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมให้ได้ใช้ความรู้ ความคิด ในการสร้างสรรค์ ชิ้นงาน/ภาระงาน 14 วัสดุอุปกรณ์ สื่อและแหล่งเรียนรู้มีความหลากหลายเหมาะสมกับเนื้อหาสาระ ผู้เรียนได้ใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเอง 15 มีการวัดและประเมินผลที่สอดคล้องกับตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ รวมคะแนน/สรุปผลกำรตรวจสอบ หรือคะแนนเฉลี่ย
73 กิจกรรมที่ 4 ตอบค ำถำมต่อไปนี้ 1. จงสรุปควำมหมำยของค ำต่อไปนี้ตำมควำมเข้ำใจของท่ำน กำรออกแบบกำรจัดกำรเรียนรู้...................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... แผนกำรจัดกำรเรียนรู้................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... 2. รูปแบบของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้มีกี่แบบ อะไรบ้ำง ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... 3. องค์ประกอบของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้มีกี่องค์ประกอบ อะไรบ้ำง ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
74 4. อธิบำยหลักกำรเขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... 5. จัดท ำแผนกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก โดยใช้รูปแบบกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ระบุในกิจกรรมที่ 3 และระบุรำยละเอียดให้ครบตำมองค์ประกอบของแผนกำรจัดกำรเรียนรู้ ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... ..................................................................................................................................... .....................................................................................................................................
75 เอกสำรอ้ำงอิง คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. (2563). ตอนที่ 3 กำรจัดท ำแผนกำรเรียนรู้หรือ แผนกำรสอน. สืบค้นจาก http://www.it.pbru.ac.th/sootthin/471301/18.pdf จรัสศรี พัวจินดาเนตร. (2560). หลักกิจกรรมพื้นฐำนกำรงำนอำชีพส ำหรับครู. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จิรภัทร แก้วภู่. (2547). หลักและวิธีกำรเขียนแผนกำรจัดกำรเรียนรู้. ขอนแก่น : โรงพิมพ์ศิริพันธ์. ทิศนา แขมมณี. (2551). ศำสตร์กำรสอน องค์ควำมรู้เพื่อกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ที่มีประสิทธิภำพ. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพ : ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (2566). กำรจัดท ำแผนกำรเรียนรู้ภำษำอังกฤษเพื่อกำรสื่อสำร. สืบค้นจาก https://avs.kku.ac.th/OER-KKU/101/UTQ-2108/unit4/content/content1/cont-1_1.html วัชรพล วิบูลยศริน. (2561). วิธีวิทยาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. วิมลรัตน์ สุนทรวิโรจน์. (2553). กำรออกแบบกำรเรียนรู้ตำมแนวคิด Backward Design. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. หน่วยศึกษานิเทศก์ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทำงกำรนิเทศเพื่อพัฒนำ และส่งเสริมกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตำมนโยบำยลดเวลำเรียนเพิ่มเวลำรู้. กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. หน่วยศึกษานิเทศก์ ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). หลักสูตรฝึกอบรมกำรนิเทศ กำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยกระบวนกำร Coaching & Mentoring. กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. เอกรินทร์ สี่มหาศาล และคณะ. (2552). กระบวนกำรจัดท ำหลักสูตรสถำนศึกษำ แนวคิดสู่ปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์.
76 ภำคผนวก
77 ค ำชี้แจงกำรประเมินเพื่อขอมีวิทยฐำนะหรือเลื่อนวิทยฐำนะ การประเมินเพื่อขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์ก าหนดให้มีการประเมิน 2 ด้าน ด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยมีองค์ประกอบการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน วิธีการประเมิน และเกณฑ์การตัดสิน ดังนี้ 1. องค์ประกอบกำรประเมิน กำรประเมินด้ำนที่ 1 ด้ำนทักษะกำรจัดกำรเรียนรู้และกำรจัดกำรชั้นเรียน คะแนนเต็ม 40คะแนน แบ่งเป็น 8 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ (1) ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสิ่งที่เรียนและเข้าใจบทเรียน (2) ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือประสบการณ์เดิมกับการเรียนรู้ใหม่ (3) ผู้เรียนได้สร้างความรู้เองหรือได้สร้างประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ (4) ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นและเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ (5) ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญจากการเรียนรู้ (6) ผู้เรียนได้รับข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อปรับปรุงการเรียนรู้ (7) ผู้เรียนได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ในบรรยากาศชั้นเรียนที่เหมาะสม (8) ผู้เรียนสามารถก ากับการเรียนรู้และมีการเรียนรู้แบบน าตนเอง กำรประเมินด้ำนที่ 2 ด้ำนผลลัพธ์กำรเรียนรู้ของผู้เรียน คะแนนเต็ม 20 คะแนน แบ่งเป็น 4 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ (1) ผลงานหรือผลการปฏิบัติเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการจัดการเรียนรู้ของครู (2) ผลงานหรือผลการปฏิบัติสะท้อนถึงการได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐาน (Basic Skills ตามวัยและลักษณะของผู้เรียน (3) ผลงานหรือผลการปฏิบัติสะท้อนถึงความสามารถในการเรียนรู้ (Cognitive Abilities) ตามวัยและลักษณะของผู้เรียน (4) ผลงานหรือผลการปฏิบัติสะท้อนถึงการบูรณาการทักษะในการท างาน (Cross - function Skills) ตามวัยและลักษณะของผู้เรียน
78 2. เกณฑ์กำรให้คะแนน (Scoring Rubric) ด้ำนที่ 1 ด้ำนทักษะกำรจัดกำรเรียนรู้และกำรจัดกำรชั้นเรียน 1 คะแนน เมื่อปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบัติตามข้อ 1 ถึง ข้อ 3 ได้ 1 ข้อ 2 คะแนน เมื่อปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบัติตามข้อ 1 ถึง ข้อ 3 ได้ 2 ข้อ 3 คะแนน เมื่อปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบัติตามข้อ 1 ถึง ข้อ 3 ได้ 3 ข้อ 4 คะแนน เมื่อปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบัติตามข้อ 1 ถึง ข้อ 3 ได้ 3 ข้อ และปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบัติตามข้อ 4 ถึง ข้อ 5 ได้ 1 ข้อ 5 คะแนน เมื่อปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบัติตามข้อ 1 ถึง ข้อ 3 ได้ 3 ข้อ และปรากฏชัดเจนว่าสามารถปฏิบัติตามข้อ 4 ถึง ข้อ 5 ได้ 2 ข้อ ด้ำนที่ 2 ด้ำนผลลัพธ์กำรเรียนรู้ของผู้เรียน 1 คะแนน เมื่อปฏิบัติได้หรือปรากฏผลชัดเจน 1 ข้อ จาก 5 ข้อ 2 คะแนน เมื่อปฏิบัติได้หรือปรากฏผลชัดเจน 2 ข้อ จาก 5 ข้อ 3 คะแนน เมื่อปฏิบัติได้หรือปรากฏผลชัดเจน 3 ข้อ จาก 5 ข้อ 4 คะแนน เมื่อปฏิบัติได้หรือปรากฏผลชัดเจน 4 ข้อ จาก 5 ข้อ 5 คะแนน เมื่อปฏิบัติได้หรือปรากฏผลชัดเจนทั้ง 5 ข้อ 3. วิธีกำรประเมินเพื่อขอมีวิทยฐำนะหรือเลื่อนวิทยฐำนะ ด้ำนที่ 1 ด้ำนทักษะกำรจัดกำรเรียนรู้และกำรจัดกำรชั้นเรียน ให้คณะกรรมการประเมินด าเนินการประเมินด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และ การจัดการชั้นเรียน โดยพิจารณาจาก 1) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้จัดการเรียนรู้ตามที่ปรากฏในไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอน ในวิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งผู้ขอได้จัดท าขึ้นและน าไปใช้สอนจริงในช่วงที่ด ารงต าแหน่งครูหรือ ด ารงวิทยฐานะ แล้วแต่กรณี 2) ไฟล์วีดิทัศน์ จ านวน 2 ไฟล์ ประกอบด้วย (1) ไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอนที่แสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังตาม มาตรฐานวิทยฐานะที่ขอรับการประเมิน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ที่เสนอตามข้อ 1) โดยมี รูปแบบตามที่ ก.ค.ศ. ก าหนด (2) ไฟล์วีดิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงสภาพปัญหา ที่มา หรือแรงบันดาลใจในการจัดการ เรียนรู้ตามข้อ 1)
79 ด้ำนที่ 2 ด้ำนผลลัพธ์กำรเรียนรู้ของผู้เรียน ให้คณะกรรมการประเมินด าเนินการประเมินด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน โดยพิจารณาจาก ผลงานหรือผลการปฏิบัติของผู้เรียน ที่ปรากฏภายหลังจากการจัดการเรียนรู้และการ จัดการชั้นเรียนตามไฟล์วีดิทัศน์บันทึกการสอน ที่เสนอไว้ในด้านที่ 1 โดยให้น าเสนอในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล เช่น ไฟล์วีดิทัศน์ไฟล์ภาพ หรือไฟล์ PDF 4. เกณฑ์กำรตัดสิน ผู้ผ่านการประเมินด้านที่ 1 ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน และ ด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน จะต้องได้คะแนน ดังนี้ วิทยฐานะครูช านาญการ จะต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต ่ากว่า ร้อยละ 65 วิทยฐานะครูช านาญการพิเศษ จะต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต ่ากว่า ร้อยละ 70 วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ จะต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต ่ากว่า ร้อยละ 75 วิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ จะต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต ่ากว่า ร้อยละ 80 ด้ำนที่ 1 ด้ำนทักษะกำรจัดกำรเรียนรู้และกำรจัดกำรชั้นเรียน ตัวชี้วัดที่ 1 ผู้เรียนสำมำรถเข้ำใจสิ่งที่เรียนและเข้ำใจบทเรียน เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) เนื้อหา (content) หรือมโนทัศน์ ที่จัดให้ผู้เรียนเรียนรู้หรือฝึกฝน มีความถูกต้อง และตรงตามหลักสูตร 2) ออกแบบและจัดโครงสร้างบทเรียน/เนื้อหา/กิจกรรมเป็นระบบและใช้เวลาเหมาะสม 3) ใช้สื่อประกอบได้เหมาะสมและช่วยในการเรียนรู้บรรลุวัตถุประสงค์ของบทเรียน/กิจกรรม ครูช านาญการ 4) แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้เรียนรับรู้และเข้าใจบทเรียน/กิจกรรม 5) แสดงให้เห็นถึงผลการแก้ปัญหาที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูช านาญการพิเศษ 4) แสดงให้เห็นถึงการริเริ่มออกแบบโครงสร้าง กิจกรรมหรือสื่อการเรียนใหม่ ๆ ในบทเรียน 5) แสดงให้เห็นถึงการริเริ่มออกแบบโครงสร้าง กิจกรรม หรือสื่อการเรียนใหม่ ๆ ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูเชี่ยวชาญ 4) แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ในการออกแบบโครงสร้าง กิจกรรม หรือสื่อการเรียนใหม่ ๆ ในบทเรียนอย่างชัดเจน 5) แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการเรียนหรือสื่อการเรียนที่ส่งผลต่อ ผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน)
80 ตัวชี้วัดที่ 2 ผู้เรียนสำมำรถเชื่อมโยงควำมรู้หรือประสบกำรณ์เดิมกับกำรเรียนรู้ใหม่ เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) มีการทบทวนความรู้ ทักษะ หรือประสบการณ์เดิม เช่น การใช้ค าถาม แบบฝึก หรือกิจกรรม ฯลฯ 2) มีการเข้าถึงผู้เรียนที่ยังไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ใหม่ 3) มีการช่วยเหลือผู้เรียนที่ยังมีความรู้ ทักษะ หรือประสบการณ์เดิมไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ใหม่ เช่น การอธิบาย ยกตัวอย่าง การใช้ค าถาม เกม หรือกิจกรรม ฯลฯ ครูช านาญการ 4) แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือ ประสบการณ์เดิมกับการเรียนรู้ใหม่ 5) แสดงให้เห็นถึงผลการแก้ปัญหาที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูช านาญการพิเศษ 4) แสดงให้เห็นถึงการริเริ่มใช้วิธีการใหม่ ๆ ให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือ ประสบการณ์เดิมกับการเรียนรู้ใหม่ 5) แสดงให้เห็นถึงการใช้วิธีการใหม่ ๆ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือ ประสบการณ์เดิมกับการเรียนรู้ใหม่ (มีบันทึกหลังการสอน) ครูเชี่ยวชาญ 4) แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นใช้วิธีการใหม่ ๆ ให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้หรือ ประสบการณ์เดิมกับการเรียนรู้ใหม่อย่างชัดเจน 5) แสดงให้เห็นถึงแสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยง ความรู้หรือประสบการณ์เดิมกับการเรียนรู้ใหม่ (มีบันทึกหลังการสอน) ตัวชี้วัดที่ 3 ผู้เรียนได้สร้ำงควำมรู้เอง หรือได้สร้ำงประสบกำรณ์ใหม่จำกกำรเรียนรู้ เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) ออกแบบงานหรือกิจกรรมให้ผู้เรียนสร้างความรู้หรือประสบการณ์ใหม่อย่างเหมาะสมกับวัย สภาพ และ บริบทของผู้เรียนและกลุ่มผู้เรียน 2) ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมที่ต้องใช้ความรู้หรือทักษะหลากหลาย 3) ใช้เทคนิคให้ผู้เรียนสรุปความรู้หรือประสบการณ์ใหม่ด้วยตนเอง เช่น แผนที่ความคิด ตารางวิเคราะห์ การทดลองปฏิบัติ การน าเสนอ ฯลฯ ครูช านาญการ 4) แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้เรียนสร้างความรู้หรือสร้างประสบการณ์ใหม่ 5) แสดงให้เห็นถึงผลการแก้ปัญหาที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูช านาญการพิเศษ 4) แสดงให้เห็นถึงการริเริ่มใช้วิธีการใหม่ ๆ ให้ผู้เรียนสร้างความรู้ หรือ ได้ประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ด้วยตนเอง 5) แสดงให้เห็นถึงการใช้วิธีการใหม่ ๆ สง่ ผลให้ผู้เรียนสร้างความรู้ หรือ ได้ประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ด้วยตนเอง (มีบันทึกหลังการสอน) ครูเชี่ยวชาญ 4) แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ให้ผู้เรียนสร้างความรู้หรือ ได้ประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างชัดเจน 5) แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการใหม่ ๆ ให้ผู้เรียนสร้างความรู้หรือ ได้ประสบการณ์ใหม่จากการเรียนรู้ด้วยตนเอง (มีบันทึกหลังการสอน)
81 ตัวชี้วัดที่ 4 ผู้เรียนได้รับกำรกระตุ้นและเกิดแรงจูงใจในนกำรเรียนรู้ เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) กิจกรรมการเรียนรู้เชื่อมโยงสอดคล้องกับชีวิตประจ าวัน บริบทชุมชนหรือสภาพจริงของผู้เรียน 2) วิธีการหรือกิจกรรมการเรียนรู้ มีความท้าทายและมีระดับความยากง่ายเหมาะสมกับวัย สภาพ และ พื้นฐานประสบการณ์ของผู้เรียน 3) ผู้เรียนมีโอกาสสะท้อนการเรียนรู้ น าเสนอความส าเร็จ หรืออธิบายข้อผิดพลาดหรือความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ครูช านาญการ 4) แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาเพื่อกระตุ้นหรือสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน 5) แสดงให้เห็นถึงผลการแก้ปัญหาที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูช านาญการพิเศษ 4) แสดงให้เห็นถึงการริเริ่มใช้วิธีการใหม่ ๆ ในการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ 5) แสดงให้เห็นถึงการใช้วิธีการใหม่ ๆ ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ (มีบันทึกหลังการสอน) ครูเชี่ยวชาญ 4) แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ในการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ อย่างชัดเจน 5) แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการในการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ (มีบันทึกหลังการสอน) ตัวชี้วัดที่ 5 ผู้เรียนได้รับกำรพัฒนำทักษะควำมเชี่ยวชำญจำกกำรเรียนรู้ เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) ผู้เรียนได้ฝึกทักษะต่าง ๆ ครบถ้วนตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ 2) ผู้เรียนได้บูรณาการทักษะต่าง ๆ ลงสู่การปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ 3) ผู้เรียนได้ประยุกต์ใช้ทักษะที่ได้รับการพัฒนาในสถานการณ์หรือการแก้ปัญหาใหม่ ๆ ครูช านาญการ 4) แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญของผู้เรียน 5) แสดงให้เห็นถึงผลการแก้ปัญหาที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูช านาญการพิเศษ 4) แสดงให้เห็นถึงการริเริ่มใช้วิธีการใหม่ ๆ ในการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญ ให้กับผู้เรียน 5) แสดงให้เห็นถึงการใช้วิธีการใหม่ ๆ ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะ ความเชี่ยวชาญ (มีบันทึกหลังการสอน) ครูเชี่ยวชาญ 4) แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ในการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญให้กับ ผู้เรียนอย่างชัดเจน 5) แสดงให้เห็นถึงหารปรับเปลี่ยนวิธีการในการพัฒนาทักษะความเชี่ยวชาญให้กับ ผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน)
82 ตัวชี้วัดที่ 6 ผู้เรียนได้รับข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อปรับปรุงกำรเรียนรู้ เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) มีการสังเกตหรือค้นหาข้อผิดพลาดในการปฏิบัติหรือมโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนของผู้เรียนในระหว่างการเรียนรู้ 2) มีการประเมินผลระหว่างการเรียนรู้โดยใช้วิธีการที่เหมาะสม เช่น การใช้ค าถามแบบทดสอบ การปฏิบัติ ฯลฯ 3) มีการน าผลการสังเกต หรือผลการค้นหา หรือผลการประเมินระหว่างเรียนรู้สะท้อนกลับให้ผู้เรียน ครูช านาญการ 4) แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้เรียนปรับปรุงการเรียนรู้จากข้อมูลสะท้อนกลับ 5) แสดงให้เห็นถึงผลการแก้ปัญหาที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูช านาญการพิเศษ 4) แสดงให้เห็นถึงการริเริ่มใช้วิธีการใหม่ ๆ ในการให้ข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อให้ผู้เรียน ปรับปรุงการเรียนรู้ 5) แสดงให้เห็นถึงการใช้วิธีการใหม่ ๆ ส่งผลให้ผู้เรียนมีการปรับปรุงการเรียนรู้ (มีบันทึกหลังการสอน) ครูเชี่ยวชาญ 4) แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ในการให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียน ปรับปรุงการเรียนรู้อย่างชัดเจน 5) แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อให้ผู้เรียนปรับปรุง การเรียนรู้ (มีบันทึกหลังการสอน) ตัวชี้วัดที่ 7 ผู้เรียนได้รับกำรพัฒนำกำรเรียนรู้ในบรรยำกำศชั้นเรียนที่เหมำะสม เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) มีพฤติกรรมการแสดงออกที่มีความเข้าใจผู้เรียน มีการใช้ภาษาที่เหมาะสม จูงใจให้เกิดการเรียนรู้ 2) กระตุ้นให้ผู้เรียนมั่นใจ มีอิสระในการคิดหรือทดลอง และรับรู้ความสามารถของตนเอง 3) ใช้สื่อการเรียนหรือตัวอย่างประกอบที่หลากหลาย และกระตุ้นให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ เปรียบเทียบจาก สื่อการเรียนหรือตัวอย่าง ครูช านาญการ 4) แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนที่ช่วยพัฒนา การเรียนรู้ของผู้เรียน 5) แสดงให้เห็นถึงผลการแก้ปัญหาที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูช านาญการพิเศษ 4) แสดงให้เห็นถึงการริเริ่มใช้วิธีการใหม่ ๆ ในการสร้างบรรยากาศชั้นเรียน ที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน 5) แสดงให้เห็นถึงการใช้วิธีการใหม่ ๆ สามารถสร้างบรรยากาศชั้นเรียนที่ช่วย พัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูเชี่ยวชาญ 4) แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ในการสร้างบรรยากาศชั้นเรียน ที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างชัดเจน 5) แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนบรรยากาศชั้นเรียนที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ ของผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน)
83 ตัวชี้วัดที่ 8 ผู้เรียนสำมำรถก ำกับกำรเรียนรู้และมีกำรเรียนรู้แบบน ำตนเอง เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการก าหนดกิจกรรมการเรียนรู้หรือการลงมือปฏิบัติร่วมกับครู 2) ผู้เรียนได้ประเมินตนเองในระหว่างเรียนหรือเมื่อจบบทเรียน/กิจกรรม 3) ผู้เรียนได้รับการกระตุ้นหรือการมอบหมายงานให้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน หรือเรียนรู้ต่อเนื่องเพิ่มเติม ภายหลังจบบทเรียน/กิจกรรม ครูช านาญการ 4) แสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาการก ากับการเรียนรู้ และการเรียนรู้แบบน าตนเอง ของผู้เรียน 5) แสดงให้เห็นถึงผลการแก้ปัญหาที่ส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้เรียน (มีบันทึกหลังการสอน) ครูช านาญการพิเศษ 4) แสดงให้เห็นถึงการริเริ่มใช้วิธีการใหม่ ๆ ให้ผู้เรียนก ากับการเรียนรู้และมีการ เรียนรู้แบบน าตนเอง 5) แสดงให้เห็นถึงการใช้วิธีการใหม่ ๆ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถก ากับการเรียนรู้ และมีการเรียนรู้แบบน าตนเอง (มีบันทึกหลังการสอน) ครูเชี่ยวชาญ 4) แสดงให้เห็นถึงการคิดค้นวิธีการใหม่ ๆ ให้ผู้เรียนก ากับการเรียนรู้ และมีการเรียนรู้แบบน าตนเองอย่างชัดเจน 5) แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนวิธีการในการให้ผู้เรียนก ากับการเรียนรู้ และมีการเรียนรู้แบบน าตนเอง (มีบันทึกหลังการสอน) ด้ำนที่ 2 ด้ำนผลลัพธ์กำรเรียนรู้ของผู้เรียน ตัวชี้วัดที่ 1 ผลงำนหรือผลกำรปฏิบัติเป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจำกกำรจัดกำรเรียนรู้ของครู เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) เป็นไปตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ก าหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ 2) เหมาะสมกับวัย ระดับ และพื้นฐานประสบการณ์ของผู้เรียน 3) สอดคล้องกับสภาพและบริบทของผู้เรียนและชั้นเรียน 4) เกิดจากตัวผู้เรียนรายบุคคลหรือกลุ่มผู้เรียน ไม่ใช่ผลงานหรือผลการปฏิบัติของครู 5) เหมาะสม คุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ตัวชี้วัดที่ 2 ผลงำนหรือผลกำรปฏิบัติสะท้อนถึงกำรได้รับกำรพัฒนำทักษะพื้นฐำน (Basic Skills) ตำมวัยและลักษณะของผู้เรียน เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) ทักษะการสื่อสารโดยการพูด การเขียน หรือการแสดงออกในรูปแบบอื่น ๆ 2) ทักษะการน าเสนออย่างเป็นระบบ น่าสนใจ 3) ทักษะการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการเรียนหรือการฝึก 4) ความคล่องแคล่ว หรือความช านาญ หรือความถูกต้องในการคิดหรือการปฏิบัติ 5) ทักษะการออกแบบและการวางแผน
84 ตัวชี้วัดที่ 3 ผลงำนหรือผลกำรปฏิบัติสะท้อนถึงควำมสำมำรถในกำรเรียนรู้ (Cognitive Abilities) ตำมวัยและลักษณะของผู้เรียน เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) ความยืดหยุ่นในการคิด หรือการคิดเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ 2) ความคิดสร้างสรรค์ หรือการคิดเชิงนวัตกรรม 3) กระบวนการสืบเสาะหาความหมาย หรือกระบวนการตัดสินใจ 4) กระบวนการคิดเชิงเหตุผล หรือการให้เหตุผลเชิงตรรกะ 5) กระบวนการคิดเชิงระบบ ตัวชี้วัดที่ 4 ผลงำนหรือผลกำรปฏิบัติสะท้อนถึงกำรบูรณำกำรทักษะในกำรท ำงำน (Cross - functional Skills) ตำมวัยและลักษณะของผู้เรียน เกณฑ์การพิจารณาผลการปฏิบัติ: 1) ทักษะกระบวนการ เช่น การวางแผน การวิเคราะห์วิจารณ์ การก ากับตนเอง การทดลองปฏิบัติ การน าเสนอความคิด 2) ทักษะทางสังคม เช่น การท างานร่วมกับผู้อื่น การโน้มน้าว การเจรจา การบริการ การสอนหรือฝึกผู้อื่น 3) ทักษะการจัดการ เช่น การจัดการเวลา การจัดการทรัพยากรการจัดการทีมท างาน 4) ทักษะเฉพาะทาง เช่น ทักษะทางกายภาพ การเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อ ดนตรี กีฬา หรือ ทักษะเฉพาะทางตามลักษณะรายวิชาหรือสาระการเรียนรู้ 5) ทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เช่น การแก้ปัญหาที่ต้องใช้ทักษะหลากหลาย การแก้ปัญหาหลายขั้นตอน การแก้ปัญหาที่ต้องใช้ความร่วมมือจากผู้อื่น การแก้ปัญหาเชิงซ้อนหลายระดับ รำยกำรอ้ำงอิง ส านักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2564). คู่มือกำรด ำเนินกำรตำม หลักเกณฑ์และวิธีกำรประเมินต ำแหน่งและวิทยฐำนะข้ำรำชกำรครูและบุคลำกรทำงกำร ศึกษำ ต ำแหน่งครู. กรุงเทพฯ: ส านักงาน ก.ค.ศ.
85 คณะผู้จัดท ำ นำงสำวธัญญ์ลักษณ์ ขจรสกุลวงศ์ รองผู้อ ำนวยกำร สถำบัน กศน. ภำคตะวันออก เรียบเรียง/พิมพ์ นำงสำวบุษยำ ปิยำรมย์ บรรณำธิกำร นำงกุลธิดำ รัตนโกศล ออกแบบปก นำงสำววัณณิตำ มหำวรรณ์ จัดท ำเล่ม นำงสำวอุบล นำมงำม คณะท ำงำน ที่ปรึกษำ
86
87