The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 4 การดำรงชีวิตของพืช ตอนที่ 1 ครู

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by korapak22, 2021-09-16 23:45:37

หน่วยที่ 4 การดำรงชีวิตของพืช ตอนที่ 1 ครู

หน่วยที่ 4 การดำรงชีวิตของพืช ตอนที่ 1 ครู

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

หน่วยท่ี 4 การดารงชีวติ ของพชื
บทที่ 1 การสบื พนั ธแ์ุ ละการขยายพนั ธพ์ุ ชื ดอก
บทที่ 2 การสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
บทที่ 3 การลาเลียงนา ธาตุอาหาร และอาหารของพืช

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 1

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

1. พชื เหล่านีสามารถดารงอย่ไู ด้จนถงึ
ปัจจบุ นั นกั เรยี นคดิ วา่ เก่ยี วข้องกบั
กระบวนการใดของสิ่งมชี วี ิต
ตอบ กระบวนการสบื พันธุ์

2. นักเรยี นคดิ วา่ พืชสามารถสืบพนั ธไุ์ ดอ้ ย่างไร การสบื พันธ์ขุ องพืชมกี ี่แบบ อะไรบ้าง

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 2

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื
การสบื พนั ธข์ุ องพชื มี 2 แบบ
1. การสบื พนั ธแ์ุ บบอาศัยเพศ (Sexual reproduction)
2. การสบื พันธ์ุแบบไมอ่ าศัยเพศ (Asexual reproduction)

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 3

หนว่ ยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื
การสบื พนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศ (Sexual reproduction)

คือ การสบื พันธทุ์ ี่มีการผสมกันของเซลลส์ บื พันธเุ์ พศผู้ กับเซลล์สบื พันธเุ์ พศเมยี
เซลล์สบื พันธเุ์ พศผู้ คอื สเปิรม์ (Sperm) เซลล์สืบพันธเุ์ พศเมยี คอื เซลล์ไข่ (Egg)
การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของพชื เกดิ ขึนทด่ี อก

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 4

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื
เม่อื เกดิ การสบื พนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศ

จะไดอ้ งคป์ ระกอบใดในการขยายพนั ธุ์ ?

ตอบ เมลด็

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 5

หนว่ ยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื
การสบื พนั ธแุ์ บบไมอ่ าศยั เพศของพชื (Asexual reproduction)

เปน็ การสบื พนั ธ์ทุ ี่พชื ตน้ ใหม่ไม่ไดเ้ กดิ จากการปฏสิ นธริ ะหวา่ งสเปริ ์มกับเซลล์ไข่
แต่เกดิ จากส่วนตา่ ง ๆ ของพชื เช่น ราก ลาตน้ ใบ มีการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาขนึ มา
เปน็ ต้นใหมไ่ ด้

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 6

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

ตัวอย่างการขยายพนั ธ์ุ

การต่อกงิ่ การตอนกง่ิ การทาบกิ่ง การตดิ ตา
การเพาะเลยี งเนอื เยอ่ื การงอกใหม่จากใบ เปน็ ตน้

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 7

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

แบบฝกึ หัด
1. การสบื พันธุ์ หมายถงึ
2. การสืบพันธแุ์ บบอาศยั เพศ (Sexual reproduction) หมายถึง
3. การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (Asexual reproduction) หมายถงึ

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 8

หนว่ ยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

4. ให้นักเรียนเปรยี บเทียบความเหมือนและความแตกต่างของการสบื พนั ธุ์แบบอาศัยและ
การสืบพันธแุ์ บบไมอ่ าศยั เพศโดยใชแ้ ผนภาพตอ่ ไปนี

การสืบพันธแ์ุ บบอาศยั เพศ การสบื พันธ์แุ บบไมอ่ าศยั เพศ
เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 9

หนว่ ยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

4. ให้นกั เรยี นเปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกต่างของการสืบพนั ธุแ์ บบอาศยั และ
การสบื พนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศโดยใช้แผนภาพตอ่ ไปนี

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 10

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

โครงสร้างที่ใช้ในการสืบพันธขุ์ องพชื ดอก

ใบกจิ กรรมที่ 1 เรือ่ ง องคป์ ระกอบของดอก
(ตอนที่ 1)

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 11

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 12

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 13

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 14

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

ดอก เป็นอวยั วะสบื พันธ์ขุ องพืชซงึ่ ภายในดอกจะมสี ว่ นประกอบ
ท่สี าคัญอยู่ 4 ส่วน คอื

1. กลบี เลียง (Sepal)
2. กลีบดอก (Petal)
3. เกสรเพศผู้ (Stamen)
4. เกสรเพศเมยี (Pistil)

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 15

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

1. กลบี เลียง (Sepal) มักมสี ีเขยี วเชน่ เดียวกบั ใบ สามารถสังเคราะหแ์ สงได้
หนา้ ที่ ปอ้ งกนั อนั ตรายหรอื ห่อห้มุ ดอกตูม

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 16

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

2. กลีบดอก (Petal) มสี ีต่าง ๆ ใช้ในการลอ่ แมลงเพ่อื ช่วยในการสบื พันธุ์
โดยมีสสี วย กลนิ่ หอม โคนกลีบดอกมตี อ่ มนาหวาน

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 17

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

3. เกสรเพศผู้ (Stamen) เปน็ ส่วนทีอ่ ยู่ถัดจากกลบี ดอกเข้ามาด้านใน
หน้าที่ สรา้ งเซลลส์ ืบพนั ธุเ์ พศผู้ ซึ่งเรยี กวา่ ละอองเรณู (pollen grain)

เกสรเพศผู้ ประกอบดว้ ย
- กา้ นชูอับเรณู (filament)
- อับเรณู (anther)

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 18

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

4. เกสรเพศเมยี (Pistil) เปน็ สว่ นประกอบของดอกท่ีอยู่ด้านในสดุ
หนา้ ที่ สร้างเซลล์สืบพันธ์เุ พศเมีย ซ่งึ เรียกวา่ “เซลลไ์ ข่ (egg)”

เกสรเพศเมีย ประกอบดว้ ย

- ยอดเกสรเพศเมีย (stigma)
- กา้ นเกสรเพศเมีย (style)
- รงั ไข่ (ovary)

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 19

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื
ชนดิ ของดอก

1. สว่ นประกอบของดอกเปน็ เกณฑ์ จะแบ่งชนดิ ของดอกไมไ้ ด้ 2 ชนิด

1.1 ดอกครบสว่ น (Complete flower) คอื ดอกทม่ี ีสว่ นประกอบครบทงั 4 ส่วน
1.2 ดอกไมค่ รบสว่ น (Incomplete flower) ดอกที่มีสว่ นประกอบไม่ครบทงั 4 สว่ น

ซ่ึงอาจขาดส่วนหนง่ึ ส่วนใดไปหรืออาจขาดมากกว่า 1 สว่ น

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 20

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

1.1 ดอกครบสว่ น (Complete flower) เชน่ ชบา ต้อยต่งิ กุหลาบ บานบรุ ี มะลิ ชงโค
อัญชนั มะแวง้ มะเขือ พ่รู ะหง ผักบงุ้ แพงพวย บวั หลวง เปน็ ตน้

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 21

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

1.2 ดอกไม่ครบสว่ น (Incomplete flower) เช่น ข้าว ขา้ วโพด ตาลงึ ฟักทอง จาปา
บานเย็น เฟ่อื งฟา้ หนา้ ววั มะละกอ แตงกวา มะยม มะเด่ือ บวบ เป็นต้น

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 22

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื
ชนิดของดอก

2. เกสรเพศผ้แู ละเกสรเพศเมียเปน็ เกณฑ์ จะแบ่งชนิดของดอกไม้ได้ 2 ชนดิ

2.1 ดอกสมบรู ณเ์ พศ (Perfect flower) คอื ดอกทม่ี ีเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย
อยใู่ นดอกเดียวกนั

2.2 ดอกไมส่ มบรู ณเ์ พศ (Imperfect flower) ดอกทีม่ ีเกสรเพศผ้แู ละเกสรเพศเมยี
เพียงอย่างเดียว อยา่ งใดอยา่ งหน่ึง

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 23

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

2.1 ดอกสมบรู ณเ์ พศ (Perfect flower) คือ ดอกทีม่ ีเกสรเพศผูแ้ ละเกสรเพศเมยี อยใู่ นดอกเดียวกัน

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 24

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

2.2 ดอกไมส่ มบรู ณเ์ พศ (Imperfect flower) ดอกท่มี เี กสรเพศผู้และเกสรเพศเมยี เพยี งอยา่ งเดยี ว
อยา่ งใดอย่างหนึ่ง

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 25

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

แบบฝกึ หัด
1. ดอกครบสว่ น หมายถงึ ..........................................................................................................

ตวั อยา่ งดอกครบส่วน ได้แก.่ .................................................................................................

2. ดอกไม่ครบส่วน หมายถงึ ....................................................................................................

ตวั อย่างดอกไมค่ รบสว่ น ไดแ้ ก่...........................................................................................

3. ดอกครบส่วน เป็นดอกสมบูรณเ์ พศเสมอ ใช่หรอื ไม่ เพราะเหตุใด

.................................................................................................................................

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 26

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

4. คอกสมบรู ณเ์ พศ เปน็ ดอกครบส่วนเสมอ ใช่หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
...................................................................................................................................................
5. องคป์ ระกอบใดที่ทาหนา้ ทหี่ อ่ หุม้ ดอก ขณะดอกยงั ไม่บาน ......................................
6. ไข่ อยใู่ นองค์ประกอบใดของดอก..................................................................................
7. องคป์ ระกอบใดทาหน้าท่เี ปน็ เซลล์สบื พันธ์ุเพศชาย.....................................................

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 27

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

8. ให้นกั เรียนเขียนสว่ นประกอบของดอกไม้ให้ถูกต้อง

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 28

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

การปฏสิ นธขิ องพชื ดอก

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 29

หนว่ ยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

การปฏสิ นธิของพชื ดอก

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 30

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

การถา่ ยละอองเรณู (Pollination)
หมายถึง การที่ละอองเรณูไปตกบนยอดเกสรเพศเมีย เป็นกระบวนการที่เกิดขึน

เมือ่ อับเรณทู ี่แกจ่ ดั แตกออก ทาให้ละอองเรณูกระจายออกไปตกบนยอดเกสรเพศเมีย
ซึง่ มสี ารเหนียว ๆ คอยดักจบั ละอองเรณู ละอองเรณูถูกพัดพาไปยังที่ต่าง ๆ ได้

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 31

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื
ปจั จัยทสี่ ง่ ผลตอ่ การถ่ายละอองเรณู

1. ลม

2. แมลง
3. นา
4. สัตว์อ่ืน ๆ
5. มนุษย์

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 32

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 33

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 34

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 35

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 36

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 37

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

การถ่ายละอองเรณู มี 3 แบบ

1. การถ่ายละอองเรณใู นดอกเดยี วกัน
2. การถ่ายละอองเรณขู า้ มดอกในต้นเดียวกัน
3. การถา่ ยละอองเรณขู ้ามต้น

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 38

หนว่ ยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

1. การถา่ ยละอองเรณใู นดอกเดยี วกนั

พชื ท่มี ีเกสรเพศผู้และเพศเมยี อยู่ในดอกเดยี วกนั ละอองเรณูเพศผู้นนั สามารถรว่ ง
หรอื ปลวิ มาตกบนยอดเกสรเพศเมยี ได้ พชื ท่ีถ่ายละอองเรณูในดอกเดยี วกัน ไดแ้ ก่ ถว่ั
มะเขือ ฝ้าย และพืชที่มีดอกสมบูรณเ์ พศอื่น ๆ

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 39

หนว่ ยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

2. การถ่ายละอองเรณขู า้ มดอกในตน้ เดยี วกนั

เกิดกบั พืชท่ีมดี อกไม่สมบูรณ์เพศ ละอองเกสรเพศผู้จะต้องเคลอื่ นทีไ่ ปตกบนยอดเกสร
เพศเมยี ของอกี ดอกหน่ึงในตน้ เดียวกนั พืชที่ต้องถา่ ยละอองเรณูแบบนี ได้แก่ ฟักทอง
แตงกวา เป็นต้น

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 40

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

3. การถ่ายละอองเรณขู า้ มตน้

เกดิ กับพืชท่ีมีดอกเพศผู้หรอื ดอกเพศเมยี อยคู่ นละต้น จึงตอ้ งใช้วธิ ีการถา่ ยละอองเรณู
ข้ามต้น พชื ที่มีดอกสมบูรณเ์ พศ หรือพืชทมี่ ีดอกเพศผ้แู ละดอกเพศเมียอยูใ่ นตน้ เดยี วกัน
ก็อาจจะถา่ ยละอองเรณูข้ามต้นได้เหมือนกนั โดย อาศัยลม มนษุ ย์หรอื สตั ว์พาไป

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 41

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื
การงอกของละอองเรณู

เมือ่ ละอองเรณตู กลงบนยอดเกสรเพศเมีย ซึ่งมสี ารเหนยี วดักจับละอองเรณู นวิ เคลียสใน
ละอองเรณจู ะแบง่ เปน็ 2 นิวเคลียส คือ ทิวบ์นวิ เคลียส (tube nucleus) และเจเนอเรทีฟ
นวิ เคลยี ส (generative nucleus) ทิวบ์นิวเคลียสจะงอกหลอดลงไปในกา้ นเกสรเพศเมยี จนไป
ถึงออวุลแลว้ จะสลายไป ส่วนเจเนอเรทีฟนิวเคลียสจะแบง่ ตัวให้สเปริ ม์ นวิ เคลียส 2 ตวั

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 42

หน่วยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

การปฏสิ นธิ (fertilization)

การปฏสิ นธิ (fertilization) การท่ีเซลล์สบื พนั ธุ์เพศผูผ้ สมกับเซลลส์ บื พันธ์ุเพศเมยี ใน
ออวุลเปน็ ไซโกต แลว้ เจรญิ เติบโตเปน็ เอ็มบริโอตอ่ ไป การปฏสิ นธิเร่ิมต้นเม่อื เจเนเรทฟี นวิ เคลยี ส
แบง่ ตวั ใหส้ เปริ ม์ นิวเคลียส 2 ตัว และเกิดการผสมกนั
- สเปริ ม์ นวิ เคลียสตวั ที่ 1 ผสมกบั เซลล์ไขไ่ ด้ ไซโกต เจริญไปเป็นเอ็มบรโิ อ
- สเปริ ม์ นิวเคลยี สตวั ที่ 2 จะผสมกับโพลารน์ ิวเคลียสได้ เอนโดสเปริ ม์ ซ่งึ เปน็ อาหารสาหรบั เลียง
เอ็มบรโิ อ

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ตน้ 43

หนว่ ยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื
การปฏสิ นธิ (fertilization)

หลังการปฏิสนธิสว่ นต่าง ๆ ของดอกจะมีการเปลีย่ นแปลงไปดงั นี
- ออวลุ (ovule) เจรญิ ไปเปน็ เมล็ด
- รงั ไข่ (ovary) เจรญิ ไปเปน็ ผล (fruit)
- ไข่ (egg) เจริญไปเปน็ ต้นออ่ น (embryo) อยู่ภายในเมล็ด
- ผนงั รังไข่ (ovary wall) เจริญไปเป็นเปลอื กและผนงั ผล (pericarp)

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 44

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 45

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 46

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

Reproduction in flowers 47
https://www.youtube.com/watch?v=KMQtLWpAdXI

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

เพจวิทยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 48

หน่วยท่ี 4 การดารงชวี ติ ของพชื

แบบฝกึ หัด
1. การถ่ายละอองเรณู (pollination) คอื อะไร
........................................................................................................................................................
2.การปฏสิ นธิ (Fertilization) คืออะไร
.......................................................................................................................................................
3. ปัจจยั ใดบา้ งทชี่ ว่ ยในการถ่ายเรณขู องพืช
.............................................................................................................................................

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 49

หนว่ ยที่ 4 การดารงชวี ติ ของพชื

แบบฝกึ หดั
4. หลังจากละอองเรณูตกลงบนยอดเกสรเพศเมียเกิดการเปล่ยี นแปลงอยา่ งไร
........................................................................................................................................................
5. หลังจากการปฏิสนธิ ไข่และสเปริ ์มนิวเคลียสจะเจรญิ ไปเปน็ อะไร
........................................................................................................................................................

เพจวทิ ยาศาสตร์ ประถม ม.ต้น 50


Click to View FlipBook Version