The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by filter4142, 2022-05-26 18:23:58

ป.2 เทอม 1 บทที่ 4

เทอม 1 บทที่ 4

ใบงาน การแกโ จทยปญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ

คำชี้แจง ใหนักเรียนอานโจทยปญ หาทกี่ ำหนดให แลวตอบคำถามตอไปน้ี
1. พ่อคา้ ขายสม้ ได้ 15 กโิ ลกรมั ขายเงาะได้ 21 กโิ ลกรมั พ่อคา้ ขายผลไมร้ วมทงั้ หมดกกี่ โิ ลกรมั

1) ส่ิงที่โจทยกำหนดให คอื
2) สงิ่ ทีโ่ จทยถาม คอื
3) วางแผนแกโ จทยปญหา ดงั นี้

4) คำตอบ คอื
5) ตรวจความสมเหตุสมผลของคำตอบ

2. แม่คา้ ซอ้ื น้ําตาลทรายมา 78 กโิ ลกรมั ขายไป 51 กโิ ลกรมั แมค่ า้ ยงั เหลอื น้ําตาลทรายกกี่ โิ ลกรมั

1) ส่ิงที่โจทยกำหนดให คือ
2) สิง่ ที่โจทยถ าม คอื
3) วางแผนแกโจทยป ญหา ดงั น้ี

4) คำตอบ คอื
5) ตรวจความสมเหตสุ มผลของคำตอบ



เฉลยใบงาน การแกโ จทยป ญหาการบวกและโจทยปญหาการลบ

คำชแี้ จง ใหนักเรียนอา นโจทยปญ หาทีก่ ำหนดให แลวตอบคำถามตอไปนี้

1. พ่อคา้ ขายสม้ ได้ 15 กโิ ลกรมั ขายเงาะได้ 21 กโิ ลกรมั พอ่ คา้ ขายผลไมร้ วมทงั้ หมดกก่ี โิ ลกรมั

1) สิ่งทีโ่ จทยก ำหนดให คอื พอ คาขายสม ได 15 กิโลกรัม ขายเงาะได 21 กโิ ลกรมั
2) ส่งิ ท่ีโจทยถ าม คอื พอคาขายผลไมรวมท้ังหมดกีก่ โิ ลกรมั
3) วางแผนแกโจทยป ญหา ดังน้ี ตอ งนำสม 15 กโิ ลกรมั และเงาะ 21 กิโลกรมั มารวมกัน แลวชั่ง

น้ำหนกั
ของผลไมทง้ั หมด จึงหาคำตอบโดยใชวธิ ีบวก

4) คำตอบ คอื ๓๖ กิโลกรมั
5) ตรวจความสมเหตสุ มผลของคำตอบ พอคา ขายสมและเงาะรวมกัน 36 กิโลกรัม ขายเงาะ 21

กโิ ลกรมั
ท่ีเหลือเปนสม 36 - 21 = 15 กโิ ลกรมั ตรงตามที่โจทยก ำหนด
6)

2. แมค่ า้ ซอ้ื น้ําตาลทรายมา 78 กโิ ลกรมั ขายไป 51 กโิ ลกรมั แมค่ า้ ยงั เหลอื น้ําตาลทรายกก่ี โิ ลกรมั

1) ส่ิงทีโ่ จทยกำหนดให คอื แมคา ซ้อื นำ้ ตาลทรายมา 78 กิโลกรมั ขายไป 51 กโิ ลกรมั
2) สิง่ ทีโ่ จทยถาม คอื แมคาเหลือน้ำตาลทรายกกี่ โิ ลกรัม
3) วางแผนแกโจทยป ญ หา ดงั น้ี ตอ งเอาน้ำหนักของนำ้ ตาลทราย 51 กโิ ลกรมั ออกจากน้ำตาลทรายที่

มี
แลว ชงั่ น้ำหนักของนำ้ ตาลทรายทเี่ หลอื ดงั นน้ั จึงหาคำตอบโดยใชวธิ ลี บ

4) คำตอบ คอื ๒๗ กโิ ลกรมั

5) ตรวจความสมเหตุสมผลของคำตอบ แมคา ขายนำ้ ตาลทรายไป 51 กโิ ลกรัม และยังเหลือนำ้ ตาล

ทรายอกี 27 กิโลกรมั ดังน้นั น้ำตาลทรายทั้งหมดเทากับ 51 กโิ ลกรมั รวมกบั 27

กโิ ลกรัม เทากบั 78 กโิ ลกรัมตรงตามท่โี จทยก ำหนด

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 15

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศึกษา ……….

หนว ยการเรียนรูที่ 4 การวัดน้ำหนัก เวลา 18 ชัว่ โมง

เรอ่ื ง โจทยปญ หาการบวกและโจทยปญหาการลบ (1) เวลา 1 ชว่ั โมง

วนั ท่ี............เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชว้ี ัด

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต

มาตรฐาน ค 2.1 เขา ใจพน้ื ฐานเก่ยี วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ทต่ี องการวดั และไปใช
ตวั ชี้วัด

ค 2.1 ป.2/4 วดั และเปรียบเทยี บนำ้ หนกั เปน กโิ ลกรัม และกรัม กิโลกรัมและขดี
ค 2.1 ป.2/5 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญ หา การบวก การลบเกีย่ วกบั น้ำหนักที่มี
หนวยเปน กิโลกรัมและกรมั กโิ ลกรมั และขีด
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
• การหาผลบวกหรือผลลบเก่ยี วกับน้ำหนกั เปนกิโลกรัมและขดี หรอื กิโลกรมั และกรมั ทำไดโ ดยนำ
นำ้ หนกั ที่เปน หนวยเดียวกนั มาบวกหรอื ลบกนั
• การแกโจทยปญหาทำไดโ ดย อานทำความเขา ใจปญ หา วางแผนแกปญหา หาคำตอบและตรวจสอบ
ความสมเหตุสมผล
3. จุดประสงคการเรยี นรู
ดานความรู (K)
แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป ญ หาการบวกและโจทยปญ หาการลบเก่ยี วกับน้ำหนัก
ดานทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ กี ารทเ่ี หมาะสมในการแกป ญหา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคณุ ลักษณะ(A)
มวี จิ ารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดว ยความมนั่ ใจ
4. สาระการเรยี นรู
โจทยป ญ หาการบวกและโจทยปญหาการลบ
5. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
1. ส่ือสารและสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถดานการแกป ญหา
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค

1. มวี นิ ยั
2. ใฝเรียนรู
3. มุงมัน่ ในการทำงาน

7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
 การแกปญ หา
 การส่อื สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง
 การใหเหตุผล
 การคิดสรา งสรรค

8. กระบวนการจัดการเรียนรู
1. ครูตดิ บตั รโจทยป ญ หา แมค าชัง่ มะละกอผลใหญก ับผลเล็กรวมกนั หนกั 3 กิโลกรัม 8 ขีด ถา

มะละกอผลเลก็ หนัก 1 กิโลกรัม 3 ขีด มะละกอผลใหญหนกั เทาไร ครใู หน ักเรียนชว ยกันวิเคราะหโ จทยว า
โจทยถามอะไร โจทยบ อกอะไร นกั เรียนควรบอกไดว า สงิ่ ทโี่ จทยถ ามคอื มะละกอผลใหญหนักเทา ไร
สิง่ ทโ่ี จทยบ อกคือ แมค าชงั่ มะละกอผลใหญกับผลเล็กรวมกนั หนัก 3 กิโลกรมั 8 ขดี

2. ครถู ามวาหาคำตอบไดอ ยา งไร นกั เรยี นอาจจะยงั ตอบไมไดท นั ที ครูอธิบายเพิ่มเติมโดยใช Bar
Model แลว ครูถามนกั เรียนวา จากภาพนำ้ หนกั ของมะละกอผลใหญ หาไดอยางไร นกั เรยี นควรตอบไดว า
นำน้ำหนกั มะละกอผลใหญกับมะละกอผลเล็กลบดว ยน้ำหนักมะละกอผลเล็กจากนัน้

3. ครแู ละนกั เรยี นชว ยกนั เขียนแสดงวิธีหาคำตอบตามหนงั สอื เรยี นหนา 231 ครใู หน ักเรยี นตรวจสอบ
คำตอบโดยนำคำตอบทไ่ี ดรวมกบั นำ้ หนกั มะละกอผลเล็กจะไดเ ทา กับน้ำหนักของมะละกอผลเลก็ กบั ผลใหญ
รวมกันจากนนั้ ครใู หนักเรียนชว ยกนั เขียนแสดงวธิ หี าคำตอบในกรอบทา ยหนา 231

4. ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี นโดยใหนักเรียนเขยี นแสดงวธิ ีหาคำตอบเปน รายบคุ คลตาม
หนังสือเรยี นหนา 232 จากนน้ั ครแู ละนกั เรียนรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตองและสรปุ สง่ิ ทไี่ ดเ รยี นรู หากมี
นักเรียนวิเคราะหโจทยป ญหาหรือเขียนแสดงวธิ ีหาคำตอบไมไ ด ครคู วรแกไ ขโดยการใหน กั เรียนฝก
วเิ คราะหโ จทยป ญ หาและเขียนแสดงวิธหี าคำตอบกบั ครเู ปน รายบุคคล

- การแกโจทยป ญ หาทำไดโ ดย อานทำความเขาใจปญหาวางแผนแกปญ หา หาคำตอบและ
ตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคำตอบจากน้นั ใหน กั เรยี นทำแบบฝกหดั 4.10 หนา 148 – 149

9. สอื่ และแหลง การเรยี นรู
1. บัตรโจทยปญ หาการบวกและบัตรโจทยปญหาการลบ
2. แบบฝก หัด 4.10

10. ภาระงาน/ชิ้นงาน

1. แบบฝกหัด 4.10

11. การวัดและการประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ
วิธีการ 1. แบบฝก หัด 4.10 1. ผา นเกณฑร อ ยละ 50 ขน้ึ ไป
1. ตรวจแบบฝกหดั 4.10 2. แบบสงั เกต/ประเมินพฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผานจากการสังเกต
2. สงั เกตจากความสนใจ ต้งั ใจใน พฤตกิ รรมสำหรับผทู ี่ไดระดบั
การเรียน ความรบั ผิดชอบในการ คณุ ภาพตง้ั แต 1 ขึน้ ไป
ทำแบบฝก ทักษะ

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจดุ ประสงคก ารเรยี นรู. ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไมผานจดุ ประสงคการเรียนรู.....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนทม่ี ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรคู วามเขาใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมีความรูเ กดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ.................................................

(…………………….……………………...)
วันที่…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ ง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 16

กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา ……….

หนวยการเรียนรูที่ 4 การวัดนำ้ หนกั เวลา 18 ชั่วโมง

เรื่อง โจทยปญ หาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ (2) เวลา 1 ชว่ั โมง

วันท.่ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วัด

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต

มาตรฐาน ค 2.1 เขาใจพ้ืนฐานเกย่ี วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงทตี่ องการวดั และไปใช
ตวั ชี้วดั

ค 2.1 ป.2/4 วัดและเปรียบเทยี บนำ้ หนักเปน กโิ ลกรมั และกรมั กิโลกรัมและขีด
ค 2.1 ป.2/5 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญ หา การบวก การลบเก่ยี วกับน้ำหนักท่ีมี หนวยเปน
กโิ ลกรัมและกรัม กิโลกรัม และขดี
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
• การหาผลบวกหรอื ผลลบเกย่ี วกบั น้ำหนกั เปน กโิ ลกรมั และขีด หรอื กโิ ลกรัมและกรัม ทำไดโดยนำน้ำหนกั ที่
เปนหนว ยเดียวกนั มาบวกหรือลบกนั
• การแกโ จทยปญ หาทำไดโดย อานทำความเขา ใจปญ หา วางแผนแกปญ หา หาคำตอบและตรวจสอบความ
สมเหตุสมผล
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
ดา นความรู (K)
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญหาการบวกและโจทยปญ หาการลบเก่ยี วกับนำ้ หนกั
ดา นทักษะกระบวนการ (P)
ใชวธิ ีการที่เหมาะสมในการแกป ญหา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคณุ ลกั ษณะ(A)
มวี ิจารณญาณในการคิดและตอบคำถามดวยความมัน่ ใจ
4. สาระการเรยี นรู
โจทยป ญ หาการบวกและโจทยป ญหาการลบ
5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
1. ส่อื สารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถดา นการแกปญ หา
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. มีวินัย

2. ใฝเ รียนรู
3. มุงมน่ั ในการทำงาน

7. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร

 การแกป ญหา

 การสอ่ื สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร

 การเชอ่ื มโยง

 การใหเหตุผล

 การคดิ สรางสรรค

8. กระบวนการจัดการเรียนรู

1. ครูตดิ บัตรโจทยปญ หา ครซู ้อื มนั ฝรง่ั 1 กิโลกรัม 250 กรมั และหอมหัวใหญ 750 กรัม ครซู อ้ื มันฝรงั่ และ

หอมหัวใหญก กี่ โิ ลกรมั กี่กรมั ครูใหนักเรยี นชวยกันวเิ คราะหโจทยว า โจทยถ ามอะไร โจทยบอกอะไร นกั เรียนควรบอก

ไดว า สิง่ ทโ่ี จทยถามคือ ครซู ้ือมนั ฝร่งั และหอมหัวใหญกี่กิโลกรัม กี่กรมั

ส่งิ ทโ่ี จทยบอกคอื ครซู ือ้ มนั ฝร่ัง 1 กิโลกรัม 250 กรมั และหอมหวั ใหญ 750 กรมั ครูถามวา หาคำตอบได

อยา งไร

นกั เรียนควรตอบไดว า นำนำ้ หนกั มาบวกกนั

ครแู นะ นำการเขยี นแสดงวธิ ีหาคำตอบ ดงั นี้

กโิ ลกรัม กรัม

มันฝร่งั หนกั 1 250 +

หอมหวั ใหญหนกั 750

นำ้ หนักรวม 1 1000

หรอื 2 0

ดังน้นั ครูซื้อมันฝร่งั และหอมหวั ใหญ 2 กโิ ลกรมั

ครเู นน ยำ้ การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบวา 1 กิโลกรัม 250 กรัม มากกวา 1 กโิ ลกรมั เมอื่ รวมกบั 750

กรัม ผลบวกจะมากกวา 1 กิโลกรัม ครแู นะนำเพ่ิมเติมวา ผลบวกท่ีไดในหนว ยกรัมเทา กบั 1,000 ตองทด 1,000 กรมั

หรือ 1 กิโลกรัม ไปรวมกบั ผลบวกในหนว ยกิโลกรมั เพราะ 1,000 กรมั เทากบั 1 กโิ ลกรมั

2. ครตู ิดบัตรโจทยปญหา แมม นี ้ำตาลทราย 2 กิโลกรมั ใชทำขนม 450 กรัม แมเหลอื น้ำตาลทราย

กีก่ โิ ลกรมั กีก่ รัม ครใู หนกั เรียนชวยกันวเิ คราะหโจทยวา โจทยถามอะไร โจทยบ อกอะไร นกั เรียนควรบอกไดวา ส่งิ ท่ี

โจทยถ ามคอื แมเหลอื น้ำตาลทรายกี่กิโลกรมั ก่กี รัม

สิ่งท่โี จทยบอกคอื แมมีนำ้ ตาลทราย 2 กโิ ลกรมั ใชท ำขนม 450 กรัม ครูถามวา หาคำตอบไดอ ยางไร

นักเรียนควรตอบไดวา นำน้ำหนักมาลบกัน ครูแนะนำการเขียนแสดงวิธีหาคำตอบ

3. ครูใหน กั เรียนสังเกตวา ในหนวยนำ้ หนกั ท่เี ปน กรัมตวั ตั้งนอ ยกวาตวั ลบตอ งกระจายจาก 2 กโิ ลกรัม

มา 1 กโิ ลกรมั หรอื 1,000 กรัม แลวจึงนำมาลบกับ 450 กรัม สำหรบั 2 กโิ ลกรัม กระจายไปแลว 1 กิโลกรมั
เหลอื 1 กิโลกรัมครใู หน ักเรยี นตรวจสอบคำตอบโดยการนำคำตอบที่ไดบวกกับ 450 กรมั แลว ไดผลบวกเทา กบั 2
กิโลกรมั แสดงวา คำตอบท่ไี ดเ ปนคำตอบท่ถี ูกตอง จากนน้ั ครใู หน กั เรียนชว ยกนั เขียนแสดงวธิ ีหาคำตอบ ขอ 1 และ 2
ในกรอบทายหนา 234 จากนั้นใหนักเรยี นทำแบบฝกหดั 4.11 หนา 150

9. ส่ือและแหลงการเรยี นรู
1. บัตรโจทยป ญหาการบวกและบตั รโจทยปญ หาการลบ

2. แบบฝก หดั 4.11

10. ภาระงาน/ช้ินงาน
1. แบบฝกหัด 4.11

11. การวัดและการประเมนิ ผล เคร่ืองมอื เกณฑ
วิธีการ 1. แบบฝกหัด 4.11 1. ผานเกณฑร อยละ 50 ขน้ึ ไป
1. ตรวจแบบฝกหดั 4.11 2. แบบสงั เกต/ประเมนิ พฤตกิ รรม 2. ถอื เกณฑผานจากการสงั เกต
2. สงั เกตจากความสนใจ ต้งั ใจใน พฤตกิ รรมสำหรับผูท ่ีไดร ะดับ
การเรยี น ความรบั ผิดชอบในการ คณุ ภาพตั้งแต 1 ข้นึ ไป
ทำแบบฝก ทกั ษะ

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................
ไมผานจุดประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นที่มีความสามรถพิเศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมีความรคู วามเขา ใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรียนมคี วามรูเกิดทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…ี่ ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหัวหนาสถานศกึ ษา/ผูท ่ไี ดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ ง
 ยงั ไมสอดคลอง ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู
 ยังไมครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



ใบงานเร่ือง การแกโจทยป ญ หาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ

คำชี้แจง ใหน กั เรียนเขียนวเิ คราะหโ จทย แสดงวธิ ีทำ และหาคำตอบของโจทยปญ หาตอ ไปน้ี

1. ชาวสวนขายลางสาดได 125 กิโลกรมั ขายเงาะไดมากกวาลางสาด 47 กโิ ลกรมั ชาวสวนขายเงาะได
กี่กิโลกรัม
- ส่งิ ท่โี จทยกำหนดให คอื
- สงิ่ ที่โจทยถ าม คือ
- วธิ ที ำ

- ตอบ

2. หัวหอมใหญห นัก 6 ขีด พรกิ หนัก 3 ขดี นำมาชงั่ รวมกัน จะไดน ำ้ หนกั กีข่ ีด
- สิง่ ทีโ่ จทยก ำหนดให คือ
- สงิ่ ทโี่ จทยถ าม คอื
- วิธีทำ

- ตอบ

3. แมซ อื้ มะมวงมา 3 กโิ ลกรมั 8 ขดี ซอ้ื องนุ มา 2 กโิ ลกรัม 3 ขีด แมซื้อมะมวงมากกวา องนุ กีก่ ิโลกรมั ก่ี
ขีด

- สงิ่ ทโี่ จทยกำหนดให คือ
- สงิ่ ทโี่ จทยถ าม คือ
- วิธีทำ

- ตอบ

เฉลยใบงานเร่อื ง การแกโจทยป ญหาการบวกและโจทยป ญหาการลบ

คำชี้แจง ใหนักเรียนเขยี นวเิ คราะหโ จทย แสดงวิธีทำ และหาคำตอบของโจทยปญ หาตอไปนี้

1. ชาวสวนขายลางสาดได 125 กโิ ลกรมั ขายเงาะไดมากกวา ลางสาด 47 กโิ ลกรัม ชาวสวนขายเงาะได

กกี่ โิ ลกรมั

- สิ่งที่โจทยกำหนดให คอื ชาวสวนขายลางสาดได 125 กโิ ลกรัม ขายเงาะไดม ากกวา ลางสาด 47

กโิ ลกรมั

- สง่ิ ที่โจทยถ าม คอื ชาวสวนขายเงาะไดก ก่ี ิโลกรมั

- วธิ ที ำ ชาวสวนขายลางสาดได 12457+ กโิ ลกรัม
ขายเงาะไดม ากกวา ลางสาด กิโลกรัม

ชาวสวนขายเงาะได 172 กโิ ลกรมั

- ตอบ ๑๗๒ กิโลกรัม

2. หัวหอมใหญหนัก 6 ขดี พริกหนกั 3 ขีด นำมาชั่งรวมกนั จะไดน ำ้ หนักกขี่ ีด

- สง่ิ ทีโ่ จทยกำหนดให คอื หัวหอมใหญห นกั 6 ขดี พริกหนกั 3 ขดี

- สิ่งที่โจทยถาม คือ นำหวั หอมใหญก ับพรกิ มาชั่งรวมกัน จะไดน้ำหนักกข่ี ีด

- วธิ ีทำ หวั หอมใหญห นกั 6 + ขีด
พรกิ หนกั 3 ขีด

นำมาชั่งรวมกนั จะไดน ้ำหนัก 9 ขีด

- ตอบ ๙ ขดี

3. แมซ ้อื มะมวงมา 3 กโิ ลกรัม 8 ขดี ซื้อองุน มา 2 กโิ ลกรัม 3 ขีด แมซ้ือมะมวงมากกวา องนุ กก่ี ิโลกรัม ก่ี
ขดี

- ส่งิ ทีโ่ จทยกำหนดให คอื แมซ อ้ื มะมว งมา 3 กโิ ลกรัม 8 ขดี ซอื้ องนุ มา 2 กโิ ลกรมั 3 ขีด

- สิง่ ท่โี จทยถ าม คือ แมซือ้ มะมว งมากกวาองุนกกี่ ิโลกรัม กี่ขีด

- วธิ ีทำ กิโลกรัม ขดี

แมซ ื้อมะมวงมา 3 8 —
3
ซือ้ องนุ มา 2

แมซ ื้อมะมว งมากกวา องนุ 1 5

- ตอบ ๑ กโิ ลกรมั ๕ ขดี

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 17

กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชั้นประถมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา ……….

หนวยการเรียนรูที่ 4 การวัดนำ้ หนกั เวลา 18 ชั่วโมง

เรื่อง โจทยปญ หาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ (2) เวลา 1 ชว่ั โมง

วันท.่ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วัด

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต

มาตรฐาน ค 2.1 เขาใจพ้ืนฐานเกย่ี วกับการวดั วดั และคาดคะเนขนาดของส่ิงทตี่ องการวดั และไปใช
ตวั ชี้วดั

ค 2.1 ป.2/4 วัดและเปรียบเทยี บนำ้ หนักเปน กโิ ลกรมั และกรมั กิโลกรัมและขีด
ค 2.1 ป.2/5 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญ หา การบวก การลบเก่ยี วกับน้ำหนักท่ีมี หนวยเปน
กโิ ลกรัมและกรัม กิโลกรัม และขดี
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
• การหาผลบวกหรอื ผลลบเกย่ี วกบั น้ำหนกั เปน กโิ ลกรมั และขีด หรอื กโิ ลกรัมและกรัม ทำไดโดยนำน้ำหนกั ที่
เปนหนว ยเดียวกนั มาบวกหรือลบกนั
• การแกโ จทยปญ หาทำไดโดย อานทำความเขา ใจปญ หา วางแผนแกปญ หา หาคำตอบและตรวจสอบความ
สมเหตุสมผล
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
ดา นความรู (K)
แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยป ญหาการบวกและโจทยปญ หาการลบเก่ยี วกับนำ้ หนกั
ดา นทักษะกระบวนการ (P)
ใชวธิ ีการที่เหมาะสมในการแกป ญหา และคำนวณหาคำตอบได
ดา นคณุ ลกั ษณะ(A)
มวี ิจารณญาณในการคิดและตอบคำถามดวยความมัน่ ใจ
4. สาระการเรยี นรู
โจทยป ญ หาการบวกและโจทยป ญหาการลบ
5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
1. ส่อื สารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถดา นการแกปญ หา
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค
1. มีวินัย

2. ใฝเรียนรู
3. มุง ม่ันในการทำงาน

7. ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
 การแกปญหา
 การสอื่ สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่ือมโยง
 การใหเหตุผล
 การคิดสรางสรรค

8. กระบวนการจดั การเรียนรู
1. ครูติดบัตรโจทยปญหา แมม ีแปง สาลี 750 กรมั ตองซ้อื มาเพ่มิ อีกก่กี โิ ลกรัม กกี่ รัม แมจงึ จะมแี ปงสาลี

2 กโิ ลกรมั ครใู หนักเรยี นชวยกนั วเิ คราะหโจทยวา โจทยถามอะไร โจทยบอกอะไร นักเรียนควรบอกไดวา สิง่ ท่ีโจทย
ถามคอื ตองซอื้ มาเพ่ิมอีกกีก่ ิโลกรมั กกี่ รัม
ส่ิงทโ่ี จทยบ อกคือ แมมีแปง สาลี 750 กรมั ตอ งการมแี ปงสาลี 2 กิโลกรัม
ครถู ามวา หาคำตอบไดอยา งไร
นักเรียนอาจจะยังตอบไมไ ดท นั ที ครอู ธิบายเพม่ิ เติมโดยใช Bar Model
แลว ครถู ามนกั เรยี นวา จากภาพนำ้ หนักของแปง สาลที แ่ี มตองซ้ือมาเพมิ่ อกี หาไดอยางไร
นักเรียนควรตอบไดวา นำนำ้ หนักของแปง สาลีท่แี มตอ งตอ งการลบดวยน้ำหนกั ของแปงสาลีทีแ่ มมอี ยู

จากน้นั ครูและนกั เรียนชว ยกนั เขียนแสดงวธิ ีหาคำตอบ ตามหนงั สอื เรยี นหนา 235 ครใู หนกั เรียนตรวจสอบ
คำตอบโดยนำคำตอบท่ีไดรวมกบั น้ำหนกั ของแปงสาลีที่แมม ีอยู จะไดเ ทากับนำ้ หนักของแปง สาลีที่แมตองการจากนัน้
ครใู หนกั เรยี นชว ยกนั เขยี นแสดงวธิ หี าคำตอบในกรอบทา ยหนา235

2. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรียนโดยใหน ักเรียนเขียนแสดงวิธีหาคำตอบเปน รายบคุ คลตามหนังสอื เรยี น
หนา 236 จากน้ันครแู ละนกั เรยี นรวมกันตรวจสอบความถกู ตอ งและสรปุ สงิ่ ท่ไี ดเรียนรูหากมนี ักเรียนวิเคราะหโ จทย
ปญ หาหรอื เขยี นแสดงวธิ ีหาคำตอบไมได ครคู วรแกไขโดยการใหน ักเรยี นฝก วเิ คราะหโ จทยปญหาและเขยี นแสดงวธิ ีหา
คำตอบกบั ครเู ปนรายบุคคล

- การแกโจทยป ญ หาทำไดโ ดย อานทำความเขาใจปญ หา วางแผนแกปญ หา หาคำตอบและตรวจสอบความ
สมเหตุสมผลของคำตอบจากน้ันใหนักเรยี นทำแบบฝกหดั 4.11 หนา 151 - 152

9. ส่ือและแหลง การเรยี นรู
1. บัตรโจทยป ญ หาการบวกและบตั รโจทยปญหาการลบ
2. แบบฝก หดั 4.11

10. ภาระงาน/ช้นิ งาน

1. แบบฝก หัด 4.11

11. การวัดและการประเมินผล เครื่องมือ เกณฑ
วิธีการ 1. แบบฝก หัด 4.11 1. ผานเกณฑรอ ยละ 50 ขน้ึ ไป
1. ตรวจแบบฝกหัด 4.11 2. แบบสงั เกต/ประเมินพฤตกิ รรม 2. ถือเกณฑผานจากการสังเกต
2. สงั เกตจากความสนใจ ต้ังใจใน พฤติกรรมสำหรับผูทีไ่ ดร ะดบั
การเรียน ความรบั ผดิ ชอบในการ คณุ ภาพตั้งแต 1 ขึ้นไป
ทำแบบฝก ทกั ษะ

บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นักเรยี นจำนวน.........................คน

ผา นจุดประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไมผา นจดุ ประสงคการเรยี นรู. ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................

ไดแก

1. ...................................................................................................................................................................

2. ...................................................................................................................................................................

นักเรียนทม่ี คี วามสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรียนมีความรคู วามเขาใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรียนมคี วามรูเกิดทักษะ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .................................................
(…………………….……………………...)

วันที…่ ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอ ง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ.......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 18

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ชั้นประถมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศึกษา ……….

หนว ยการเรียนรูที่ 4 การวัดนำ้ หนัก เวลา 18 ชัว่ โมง

เร่อื ง กิจกรรมรว มคดิ รวมทำ (ถุงทรายเจา ปญหา) เวลา 1 ชว่ั โมง

วนั ท.่ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชว้ี ัด

สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต

มาตรฐาน ค 2.1 เขาใจพืน้ ฐานเกยี่ วกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงทต่ี อ งการวัดและไปใช
ตัวชีว้ ัด

ค 2.1 ป.2/4 วดั และเปรียบเทียบนำ้ หนกั เปน กิโลกรมั และกรมั กิโลกรมั และขีด
ค 2.1 ป.2/5 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญ หา การบวก การลบเกยี่ วกบั น้ำหนกั ท่ีมี
หนวยเปนกิโลกรัมและกรมั กิโลกรัม และขีด
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การบอกนำ้ หนกั ของสิ่งตาง ๆ อาจบอกนำ้ หนัก เปน กรัม เปนกิโลกรมั และขีดเปนกิโลกรมั และกรมั
3. จดุ ประสงคการเรียนรู
ดานความรู (K)
วัดและบอกนำ้ หนักเปน กิโลกรมั และกรมั กิโลกรัมและขีด
ดา นทกั ษะกระบวนการ (P)
ใชว ธิ ีการทเ่ี หมาะสมในการแกป ญ หา และคำนวณหาคำตอบได
ดานคุณลกั ษณะ(A)
มวี ิจารณญาณในการคดิ และตอบคำถามดวยความมนั่ ใจ
4. สาระการเรียนรู
การวดั น้ำหนัก
5. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น
1. สื่อสารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถดานการแกป ญหา
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
1. มวี ินยั
2. ใฝเรยี นรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน

7. ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
 การแกป ญ หา
 การสื่อสารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง
 การใหเหตุผล
 การคิดสรางสรรค

8. กระบวนการจัดการเรียนรู
1. ครูใหน ักเรยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน 15 นาที
2. ครูแบง นกั เรยี นเปนกลมุ กลุมละเทา ๆ กนั ใหนกั เรยี นแตละกลุมสมุ หยบิ บัตรกำหนดนำ้ หนักกลุม

ละ 1 ใบ
3. เมื่อไดบตั รกำหนดน้ำหนกั แลวใหไ ปหยิบถงุ ทรายมาชัง่ ก่ีถงุ กไ็ ดตามท่คี ิดวา จะไดนำ้ หนกั เทา กบั นำ้

หนักในบตั รกำหนดนำ้ หนัก แลว บนั ทึกลงในแบบบันทึกกิจกรรม
4. ครใู หน กั เรยี นแตล ะกลมุ ทำกิจกรรมทำนองเดียวกันอกี 1 ครัง้ แลวบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทึกกิจกรรม

พรอ มทง้ั เติมคำตอบ
5. ครใู หนกั เรียนแตล ะกลุมนำเสนอแบบบันทกึ กิจกรรมหนาชัน้ เรียน ครูและนักเรียนชวยกนั

ตรวจสอบความถกู ตองจากนน้ั ใหนักเรียนทำแบบฝกทา ทายหนา 153

9. สื่อและแหลง การเรยี นรู
1. ถุงทรายทม่ี ีนำ้ หนักหนักหลากหลาย เชน 5 ขีด, 8 ขีด , 1 กิโลกรมั , 1 กโิ ลกรัม 1 ขีด,

1 กโิ ลกรัม 2 ขดี ใหม จี ำนวนเพยี งพอสำหรับการชัง่ นำ้ หนักตามบัตรกำหนดน้ำหนกั
2. บัตรกำหนดนำ้ หนกั เชน 2 กิโลกรัม 3 ขีด, 500 กรมั , 8 ขีด , 2 กโิ ลกรมั 100 กรัม
3. เครอ่ื งชง่ั สปริง
4. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม
5. แบบทดสอบหลงั เรยี น

10. ภาระงาน/ชนิ้ งาน
1. แบบทดสอบหลงั เรียน

11. การวัดและการประเมนิ ผล

วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ
1. ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 1. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1. ผานเกณฑร อยละ 50 ขน้ึ ไป
2. สังเกตจากความสนใจ ตง้ั ใจใน 2. แบบสงั เกต/ประเมนิ พฤตกิ รรม 2. ถือเกณฑผานจากการสังเกต
การเรยี น ความรับผดิ ชอบในการ พฤตกิ รรมสำหรับผทู ่ไี ดร ะดับ
ทำแบบฝก ทักษะ คณุ ภาพต้งั แต 1 ข้ึนไป

บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรียนจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผา นจุดประสงคก ารเรยี นรู.....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนทม่ี ีความสามรถพิเศษ/นักเรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมีความรคู วามเขาใจ

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรียนมคี วามรูเกดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คานิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนาสถานศกึ ษา/ผทู ี่ไดรบั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอ ง
 ยังไมค รบถวนหรอื ไมถ ูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรยี นรกู บั หลักสตู รสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

3. รปู แบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รยี นเปนสำคัญ
 ยงั ไมเ นนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. สอื่ การเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยังไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอเสนอแนะอ่นื ๆ
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู ริหาร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........


Click to View FlipBook Version