จากใจ... นายกเหน่ง หนังสือ “เมืองลับแล.. ที่ฉันรัก” ฉบับสืบสานสัมพันธ์วงศ์ตระกูล เล่ม 1 นี้ เป็นการรวบรวมประวัติ ของตระกูล ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวงศ์ตระกูลในอำเภอลับแล จัดทำขึ้นเพื่อให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ทราบถึงความ เป็นมาที่ยิ่งใหญ่ เมื่อครั้งอดีตมีหลากหลายชาติพันธุ์ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่อำเภอลับแล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทศบาลตำบลศรีพนมมาศ ประกอบด้วยหลายชาติพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นไทยกลาง ไท-ยวน(เชียงแสน) ไท-พวน ลาวเวียง ไต(ไทใหญ่) จีนโพ้นทะเล มอญ ฯลฯ จึงทำให้มีการเลื่อนไหลทางวัฒนธรรม ก่อให้เกิดเป็นอัตลักษณ์ ที่ดีงามของอำเภอลับแล ซึ่งหนังสือฉบับนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งและช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองลับแลที่ เกิดขึ้นในอดีตเท่านั้น หากไม่มีการสืบค้นและบันทึกในประวัติศาสตร์ ก็จะเกิดความสูญหาย ไม่สามารถเกี่ยว โยงสัมพันธ์ระหว่างอดีตและปัจจุบันได้ อีกทั้งสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ลูกหลานชาวอำเภอลับแล ที่บรรพ บุรุษได้ก่อร่างสร้างบ้านแปงเมือง จนเกิดความเจริญในปัจจุบันที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมที่มีคุณค่าในอดีตได้ อย่างลงตัว การรวบรวมข้อมูลประวัติของวงศ์ตระกูลฉบับนี้ เป็นเพียงบางส่วนของวงศ์ตระกูลที่มีอยู่มากมายที่ ร่วมกันสร้างบ้านแปงเมืองมาในอดีต ต้องขออภัยกับตระกูลที่มิได้กล่าวถึง เนื่องจากไม่สามารถสืบค้นได้จาก หลักฐานทางบุคคลและเอกสาร อีกทั้งมีข้อจำกัดทางเวลาในการจัดทำ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตจะได้มี การรวบรวมประวัติของวงศ์ตระกูลต่างๆอีกครั้งหนึ่ง ขอขอบพระคุณข้อมูลที่มีคุณค่าจากเอกสารและบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกท่าน หากมีข้อผิดพลาดประการ ใดในการจัดทำบันทึกฉบับนี้ กระผมต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย (นายเจษฎา ศรุติสุต) นายกเทศมนตรีตำบลศรีพนมมาศ ประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ประธานคณะกรรมาธิการด้านกฎหมายสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และคณะผู้จัดทำ 9 กรกฎาคม 2563
สารบัญ เรื่อง หน้า 1. หลวงพ่อน้อยวัดป่ายาง 1-2 2. พระศรีพนมมาศ 3-9 3. อินทชัยศรี 10 4. ศรุติสุต 11-13 5. แสวงรุจิธรรม 14-16 6. แก้วทองมา 17-18 7. รัตนนาคะ 19-20 8. นาคมูล 21-22 9. อินดี 23 10. คำทิพย์ 24-25 11. ทิเริม 26-27 12. ดวงเงิน 28 13. ใสยิ่ง 29-30 14. สุวรรณรอด 31 15. มีรัตน์ 32-33 16. กุลศิริ 34 17. ทองเลิศ 35-36 18. จันทะเคียน 37 19. กุลพรม 38 20. สุขจิตต์ 39 21. จุติ 40-41 เรื่อง หน้า 22. มาต้น 42 23. มาเปียง 43-44 24. ตันติรัตน์ 45 25. รัตนศักดิ์ 46-48 26. แก้วเปี้ย 49-50 27. แซ่เอี้ยว 51-55 28. แซ่ล้อ 56-57 29. แซ่จึง 58-59 30. แซ่เตีย 60-62 31. แซ่ตั้ง 63 32. แซ่อั้ง 64-65
ประวัติหลวงพ่อน้อยวัดป่ายาง หลวงพ่อน้อยวัดป่ายางเป็นอุปัชฌาย์องค์แรกของอ าเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เกิดที่ต าบล หวน กรุงเวียงจันทน์ประเทศลาว เมื่อปีพุทธศักราช 2354 ได้เดินทางอพยพเข้ามายังกรุงสยาม เมื่อต้นรัชกาลที่ 3 พร้อมกับญาติพี่น้องและคณะชาวลาวได้อพยพมาเมื่อปีพุทธศักราช 2369 หลวงพ่อน้อย ขณะเดินทางเข้ามา พร้อมกับคณะญาติโยม ได้บรรพชาเป็นสามเณร มีอายุได้ 15 ปี และมาพร้อมกับพระภิกษุอีก 2 รูป คือ หลวง พ่อดีกับ หลวงพ่อมี โดยปักหลักตั้งถิ่นฐานครั้งแรกที่หัวฝายหลวง และได้อยู่จ าพรรษาที่วัดหัวดง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ต่อมาเมื่ออุปสมบทได้หลายพรรษาแล้ว หลวงพ่อน้อยได้มาจ าพรรษาอยู่วัดม่อนปรางค์ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ และย้ายจากวัดม่อนปรางค์มาสร้างวัดใหม่ที่บริเวณบ้านป่ายาง เรียกว่าวัดป่ายางใน แต่ด้วยเหตุที่วัดป่ายางใน ถูกกางกั้นด้วยคูคลองและแวดล้อมด้วยหมู่บ้าน ไม่เหมาะกับการที่จะสร้างวัด ซึ่งต้องใช้อาณาเขตมาก และการ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งต้องอาศัยความสงบ ท่านจึงได้ย้ายไปสร้างวัดใหม่ เรียกว่าวัดป่ายางนอก (วัดป่า ยางในปัจจุบันนี้) ส าหรับคณะญาติโยมและญาติพี่น้องที่เดินทางเข้ามาพร้อมกับหลวงพ่อน้อย ภายหลังได้แยกย้ายไปตั้ง ถิ่นฐานอยู่ที่บ้านหาดเสี้ยว (อ าเภอศรีสัชนาลัย) บ้านหาดงิ้ว-ปากฝาง (อ าเภอเมืองอุตรดิตถ์) บ้านคอกช้าง บ้านหัวร้อง ฟากท่า ป่ายาง (ต าบลศรีพนมมาศ อ าเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์) หลวงพ่อน้อยมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อปีพุทธศักราช 2453 ที่วัดป่ายาง สิริอายุได้ 99 ปี พรรษาที่ 78 พระศรีพนมมาศ(ผู้ว่าราชการเมืองลับแลในสมัยนั้น) ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมและเป็นศิษย์หลวงพ่อน้อย ได้จัดงาน ศพอย่างยิ่งใหญ่รวม 13 วัน 13 คืน โดยมีประชาชนมาร่วมงานอย่างมากมาย จากหลักฐานจารึกที่ฐานรูปปั้นหลวงพ่อน้อยวัดเจดีย์คีรีวิหาร สร้างโดยหลวงพ่อพระครูธรรมธิติวงศ์ ลูกศิษย์ของหลวงพ่อน้อย เมื่อปีพ.ศ. 2470 หลวงพ่อน้อยวัดป่ายางเป็นพระเถระโบราณที่สร้างอภินิหารขณะที่ท่านยังคงมีชีวิตอยู่ ซึ่งได้แก่ 1. น้ ามนต์ศักดิ์สิทธิ์ ช่วยแก้อาการปวดท้อง 2. วาจาสิทธิ์ 3. รู้ภาษาสัตว์ เช่น ภาษานก 4. มีทิพย์จักขุญาณ 5. ย่นระยะทาง
วัตถุมงคลที่ท่านหลวงพ่อน้อยได้เมตตาสร้างไว้ได้มีประสบการณ์และเป็นที่แสวงหาของนักสะสม ได้แก่ 1. ตะกรุดลูกคั่น 2. ตะกรุดเจ็ดดอกเจ็ดต้น 3. ผ้าประเจียดส าหรับติดเพดาน 4. ผ้ายันต์สามเหลี่ยมชายธง 5. ตะกรุดเทวดาขี่เสือกุมพระขันธ์
ประวัติพระศรีพนมมาศ พระศรีพนมมาศ เดิมชื่อ "เด็กชายฮึนหยก" มีบิดาเป็นชาวจีน ชื่อ "ตั้วตี่ แซ่ตัน" มีมารดาชื่อ "นิ่ม" เป็น ชาวอ าเภอนครชัยศรีจังหวัดนครปฐม พระศรีพนมมาศเกิดที่บ้านยางกะได เมืองลับแล เมื่อ พ.ศ. 2404 บิดา มารดาได้ยกให้เป็นบุตรของ หลวงพ่อน้อย วัดป่ายาง หลวงพ่อน้อยได้ตั้งชื่อให้ใหม่ว่า "ทองอิน" เมื่อมีอายุได้ 12 ปีบิดามารดาก็น าไปฝากวัดไว้อยู่กับ หลวงพ่อตันวัดน ้าใส เพื่อให้เข้าศึกษาเล่าเรียน เมื่ออายุครบที่จะบวช ได้อุปสมบทที่วัดน้ าใส ในเมืองลับแลเมื่อครบ 1 พรรษา จึงลาสิกขาออกมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ อาชีพเริ่มแรกของนายทองอินคือการค้าขาย เริ่มต้นหาบเร่ของไปขายยังชุมชนต่าง ๆ ในท้องที่อ าเภอ ลับแล และบางครั้งก็ไปจนถึงอ าเภอหาดเสี้ยว (ปัจจุบันคือ อ าเภอศรีสัชนาลัย) ท างานเช่นนี้อยู่ 5 ปี ก็ได้เข้า ท างานเป็นนายอากรโรงต้มกลั่นอ าเภอหาดเสี้ยว เป็นเวลานานถึง 10 ปี กิจการเจริญดีขึ้นเป็นล าดับ จนมีคน รู้จักและนับหน้าถือตาเป็นจ านวนมากยิ่งขึ้น นายทองอิน ได้สมรสกับ นางกิมตี่ แซ่เตีย เป็นชาวอ าเภอลับแล บุตรสาวของนายห้วนเซีย กับนางอ่วม ไม่มีบุตรธิดานอกจากมีบุตรบุญธรรม ซึ่งน ามาเลี้ยงไว้หลายคน เท่าที่พอจะสืบทราบมาได้คือ ขุนอ าไพพานิช (ปุย สีหะอ าไพ) เป็นบุตรของหลวงราชแขวง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับพระศรีพนมมาศ หลวงนิตย์ เวชชวิศิษฏ์ (นิตย์ เวชชวิศิษฏ์- อธิบดีกรมการแพทย์, นายกฤษณ์ อินทโกศัย(รองอธิบดีกรมศิลปากร), หลวงนิคมพรรณนาเขต(เขียน สีหะอ าไพ), นายประวิตร ธรรมโกวิท ต.ช.(นายตรวจพิเศษกรมสรรพสามิต), นายบ้วน อินทชัยศรี(แซ่เจี้ย) หลาน และนางสมสิน อินทชัยศรี(แซ่เตีย) เป็นหลานภรรยาของพระศรีพนมมาศ พระศรีพนมมาศ เป็นคนที่มีความคิดก้าวหน้ายิ่งกว่าคนอื่นในเขตเดียวกัน เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองอุตรดิตถ์และเมืองลับแลเมื่อวันที่ 23 ถึง 26 ตุลาคม พ.ศ. 2444 ทาง อ าเภอลับแลได้ตั้งพลับพลารับเสด็จบน "ม่อนจ้าศีล" (สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นม่อนปรางค์มากกว่าเพราะมี หลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายอย่างที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน เนื่องจากการรับเสด็จสถาบันพระมหากษัตริย์ใน พื้นที่ดังกล่าวในภายหลังจะต้องมีการอนุรักษ์ไว้ให้เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ เช่น มีการปลูกต้นลีลาวดี การบูรณะอุโบสถของเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เป็นที่ตั้งอัฐิพระศรีพนมมาศ มีกุฏิวัดที่ไม่ เหมือนกับทั่วไป เป็นที่ตั้งของที่ว่าการอ าเภอที่ย้ายมาจากเมืองทุ่งยั้งและส านักงานเทศบาลต าบลศรีพนมมาศ หลังเดิม ส่วนม่อนจ าศีลมีความสูงเกินและไม่มีหลักฐานใดๆในประวัติศาสตร์รองรับนอกจากบันทึกจดหมาย เหตุเท่านั้น) นายทองอินได้เป็นหัวหน้าคนส าคัญในการรับเสด็จในครั้งนี้ โดยจัดขบวนแห่บั้งไฟ และปราสาทผึ้ง มี ช้างแห่ไปในขบวนถึง 25 เชือก และมีการแสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง พระแท่นศิลาอาสน์ด้วย ในการเสด็จประพาสจังหวัดอุตรดิตถ์และเมืองลับแลในครั้งนั้น นายทองอินได้จัดการรับเสด็จเป็นที่พอ พระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง และได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดี พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทราบข่าวการท างานต่าง ๆ ซึ่งเป็นการท าประโยชน์ให้กับเมืองลับแล เช่น การสร้างถนน การสร้างเหมืองฝายของนายทองอิน อีกทั้งทรงทราบนิสัยของนายทองอินอีกด้วยว่าเป็นคนดีราษฎรรักใคร่นับ ถือมาก สมควรที่จะได้ความชอบเป็นพิเศษ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายทองอิน เป็น
"ขุนพิศาลจีนะกิจ" พระราชทานนามถนนสายที่นายทองอินเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดสร้างเพื่อรับเสด็จ ว่า ถนนอินใจมี ต่อมาในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2447 นายทองอินได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์และพระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้เป็น "หลวงศรีพนมมาศ" ต าแหน่งผู้ว่าราชการเมืองลับแล และในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2451 นายทองอินได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น "พระศรีพนมมาศ" ต าแหน่งนายอ าเภอ เมืองพิไชย ให้ท าหน้าที่ช่วยผู้ว่าราชการเมืองพิไชย ภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ เป็น "อ ามาตย์ตรี" และด ารงต าแหน่งเกษตรมณฑลพิษณุโลก พระศรีพนมมาศ ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคลมปัจจุบัน อันเนื่องมาจากโรคเบาหวานเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2464 สิริรวมอายุได้ 60 ปี ได้รับพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2465 ณ ประร าพิธีซึ่งตั้งขึ้นข้างบ้านพระศรีพนมมาศ โดย พระยากัลยาวัฒนวิศิษฐ์ (เชียร กัลยาณมิตร) เป็นประธาน การจัดงานพร้อมด้วยบุตรหลานและภริยาของท่าน ผลงาน - การคมนาคม ได้เริ่มท างานชิ้นส าคัญคือ การสร้างถนนจากลับแลมาถึงตลาดบางโพ โดยความร่วมมือของราษฎร คือถนนอินใจมี โดยที่มิได้ใช้เงินของทางราชการเลย นอกจากนั้นยังได้วางผังเมืองลับแล และตัดถนนอีกหลายสาย เช่น ถนนสายลับแล-หัวดง, ถนนสายลับแล-พระแท่นศิลาอาสน์-ทุ่งยั้ง และถนนในซอยสายต่าง ๆในเมืองลับแล - การชลประทาน เดิมทีเมืองลับแลไม่มีน้ าที่จะอุดมสมบูรณ์อยู่ได้ตลอดปีเหมือนทุกวันนี้ พระศรีพนมมาศได้เริ่มสร้างฝาย หลวงขึ้น ในการสร้างฝายหลวงนี้ ได้ใช้ก าลังแรงกายของราษฎรเท่านั้น โดยมิได้รับงบประมาณจากทางแผ่นดินเลย ท่านเกณฑ์แรงงานทุกคนทุกต าบลให้มาช่วย โดยผลัดเปลี่ยนเวียนกันท างาน โดยถือสังข์เป่าเป็นสัญญาณให้ ชาวบ้านเตรียมตัวลุกไปท างานทุกวัน จนได้รับสมญานามว่า "พระศรีทองสังข์" ด้วยความตั้งใจจริงของท่าน ฝายหลวงก็ส าเร็จตามความปรารถนา เดิมฝายนี้สร้างด้วยไม้ นานปีเข้าก็ทานกระแสน้ าไม่ไหว จึงพังลงมาท าให้ น้ าท่วมเมืองลับแลครั้งหนึ่ง ต่อมาเมื่อพระศรีพนมมาศย้ายไปเป็นเกษตรมณฑลพิษณุโลก ทางราชการได้เห็น ความส าคัญของฝายนี้จึงได้สร้างเสริมต่อเติม ให้เป็นฝายที่ถาวรใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางมาจนถึงปัจจุบัน และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2450 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอิสริยยศเป็นมกุฎราชกุมาร ผู้ส าเร็จราชการแทนรัชกาลที่ 5 ได้มาท าพิธีโดยการทิ้งก้อนดินเปิดก่อสร้างฝายน้ าล้นชื่อว่า “ฝายสมเด็จ” ซึ่ง ปัจจุบันอยู่หลังโรงเรียนพนมมาศพิทยากร รวมตลอดการท างานของท่านได้สร้างฝายในเมืองลับแลถึง 30 แห่ง - ด้านการศึกษา เมื่อครั้งพระศรีพนมมาศยังมีอาชีพเป็นนายอากรสุรา ท่านมีความสนใจเกี่ยวกับการศึกษาอยู่มาก ท่าน ได้ตั้งโรงเรียนราษฎร์ส่วนตัวขึ้นเป็นแห่งแรกของอ าเภอลับแล แต่ตั้งอยู่ได้เพียงห้าปีก็ยุบเลิกไป โดยท่านได้ตั้ง
โรงเรียนขึ้นใหม่เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2448 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรง เสด็จเปิดอาคารเรียน และได้รับพระราชทานนามว่า “โรงเรียนพนมมาศพิทยากร” เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2450 ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกของจังหวัดอุตรดิตถ์ - ด้านการอุตสาหกรรม งานชิ้นส าคัญของพระศรีพนมมาศอีกอย่างหนึ่งคือการท าไม้กวาดตองกง ท่านให้ราษฎรช่วยกันเก็บดอก ตองกง ซึ่งมีอยู่มากมายมาเก็บรวบรวมไว้ แล้วเรียกราษฎรต าบลแม่พูล, ต าบลฝายหลวง และต าบลหัวดง มาต าบลละ 2 คน ให้มาฝึกท าไม้กวาดกับท่าน ท่านเป็นผู้หาส่วนประกอบมาให้เอง เมื่อฝึกท าจนเป็นแล้วก็ เรียกราษฎรมาผลัดเปลี่ยนกันฝึกท า จนทุกบ้านสามารถท าไม้กวาดตองกงชนิดนี้ได้หมด ท่านได้น าไม้กวาด ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และถวายเจ้านายอีกหลายพระองค์ด้วยกัน ต่อมา พระศรีพนมมาศได้ประกาศให้ราษฎรท าไม้กวาดส่งไปขายเป็นสินค้าจนถึงปัจจุบันนี้ - ด้านที่ดินในยุคพระศรีพนมมาศ ในช่วงที่ด ารงต าแหน่งเป็นนายอ าเภอเมืองพิไชย และเกษตรมณฑลพิษณุโลก ได้ผลักดันให้เกิดสิทธิ ของประชาชนในการจับจองที่ดินในเขตมณฑลพิษณุโลก โดยได้มีการแจกโฉนดตราจอง ซึ่งมีศักดิ์เท่า โฉนดที่ดินให้ผู้ครอบครองที่ดินใน 4 จังหวัดของมณฑลพิษณุโลก ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตนเองถือ ครอง ยุครัตนโกสินทร์ศก รศ. 126 - 130 ตระกูลภรรยาของพระศรีพนมมาศและน้องชาย นายห้วนเซีย(เสือ) สมรสกับ นางอ่วม แซ่เตีย มีบุตรด้วยกัน 5 คน 1.นางกิมตี่ แซ่เตีย (ภรรยาของพระศรีพนมมาศ) 2.นายเฮงสูน แซ่เตีย (สีหะกุลัง) 3.นางเล็ง ลิ้มคุณากุล 4.นายงอก แซ่เตีย (แสวงรุจิธรรม) 5.นายแงก แซ่เตีย นายเฮงสูน แซ่เตีย(สีหะกุลัง) สมรสกับ นางเบ้า เพ็ชรพิชัย มีบุตรด้วยกัน 10 คน 1.นายใหญ่ สีหะกุลัง 2.นางแก๊ด นิ่มพานิช 3.นางตังกวย แซ่เตีย 4.นางแบน ปาลาศ 5.นางบน แซ่เตีย 6.นางสมบุญ ขุนผา
7.นางสมสิน อินทชัยศรี 8.นายพิชัย สีหะกุลัง 9.ด.ญ.จ าปา แซ่เตีย 10.นางจ าปี กุลศิริ
ต้นตระกูล อินทชัยศรี นามสกุลอินทชัยศรี เป็นนามสกุลที่ตั้งขึ้นใหม่จากบุตรบุญธรรมของพระศรีพนมมาศ (นายทองอิน) ชื่อนายกิมบ้วน แซ่เจี้ย โดยน าชื่อพระศรีพนมมาศมาผสมกับถิ่นที่อยู่อาศัยที่ย้ายมา คือ ทองอินรวมกับนครชัย ศรีจึงรวมกันเป็น อินทชัยศรีซึ่งสามารถบ่งบอกได้ว่าเป็นลูกหลานของพระศรีพนมมาศที่มาจากนครปฐม ก๋งกิมบ้วน แซ่เจี้ย หรืออินทชัยศรีเป็นบุตรของนายบุญค า นางเหรียญ แซ่เจี้ยซึ่งเป็นหลานของพระศรีพนมมาศ โดยบิดายกให้พระศรีพนมมาศเมื่ออายุได้6 เดือนเศษ ขณะที่บิดาบาดเจ็บหนัก เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุจากการ ตกม้าและเสียชีวิตลง นายกิมบ้วน สมรสกับ นางสมสิน แซ่เตีย (สีหะกุลัง) ซึ่งเป็นบุตรของนายเฮงสูน (น้องชายของ นางกิมตี่ภรรยาหลวงของพระศรีพนมมาศ) กับนางเบ้า เพชรชัย คนบ้านป่าเผือก นางสมสินจึงมีศักดิ์เป็น หลานของภรรยาพระศรีพนมมาศซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมคนสุดท้ายที่พระศรีพนมมาศขอมาเลี้ยงตั้งแต่อายุ 9 ขวบ โดยมีบุตรด้วยกันทั้งหมด 9 คน ดังนี้ 1. นางสมพร แก้วทองมา สมรสกับ นายเปล่ง แก้วทองมา อดีตนายกเทศมนตรีต าบลศรีพนมมาศ และอดีตสมาชิกสภาจังหวัดอุตรดิตถ์ มีบุตร 3 คน 2. นางสุภาณี(ส้มแก้ว) ศรุติสุต สมรสกับ นายประชุม ศรุติสุต อดีตข้าราชการครูโรงเรียน อุตรดิตถ์มีบุตร 5 คน 3. นางเฉลียว ปิ่นเวหา อาชีพพยาบาลผดุงครรภ์ ต่อมาภายหลังเป็นสมาชิกสภาจังหวัด และ สมาชิกสภาเทศบาลต าบลศรีพนมมาศ สมรสกับ นายเสรีปิ่นเวหา อดีตนายกเทศมนตรีต าบลศรีพนมมาศ มีบุตร 4 คน 4. นายเฉลิม อินทชัยศรีอดีตผู้อ านวยการโรงเรียนลับแลพิทยาคม สมรสกับ นางประนอม บุญประเทือง มีบุตร 9 คน 5. นายจ ารัส อินทชัยศรี อดีตผู้เชี่ยวชาญกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมรสกับ นางวันดี มีอ้น มีบุตร 3 คน และได้สมรสใหม่กับนางทยุมน วงศ์สมบูรณ์ มีบุตร 1 คน 6. นางเล็ก มาเปียง อดีตผู้อ านวยการโรงเรียนเทศบาลศรีพนมมาศพิทยากร สมรสกับ นายธีระ มาเปียง อดีตผู้อ านวยการโรงเรียนวัดท้องลับแล มีบุตร 4 คน 7. นายประวิทย์อินทชัยศรี อดีตผู้จัดการฝ่ายอ านวยการ บริษัท ไม้อัดไทย จ ากัด บางนา สมรสกับ นางเจริญใจ โกมลเปลิน มีบุตร 3 คน 8. นายวุฒิชัย อินทชัยศรี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี สมรสกับ นางนิตยา มาตผล มีบุตร 2 คน 9. นางสาวจรรยา อินทชัยศรี(ไม่ได้สมรส) นายกิมบ้วน และ นางสมสิน อินทชัยศรี ได้รับสิทธิในการครอบครองบ้านศรีพนมมาศ ซึ่งเป็น บ้านเลขที่ 1 และได้อาศัยอยู่พร้อมลูกหลานจนถึงแก่กรรมทั้งสองท่าน
ประวัตินายเจษฎา ศรุติสุต (นายกเหน่ง) นายเจษฎา ศรุติสุต นายกเทศมนตรีตำบลศรีพนมมาศ เป็นผู้ริเริ่ม“โครงการสร้างบ้านแปงเมืองลับแล” เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของเทศบาลตำบลศรีพนมมาศ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการ ศึกษา การส่งเสริมอาชีพ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความสงบเรียบร้อย ความเป็น ระเบียบด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงวิถีการดำเนินชีวิตที่ตกผลึกจนกลายเป็นวัฒนธรรมการดำเนิน ชีวิตของชาวลับแลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแบ่งเรื่องราว 8 วิถี ดังนี้1. วิถีในด้านที่อยู่อาศัย 2. วิถีในด้าน ภาษา 3. วิถีในด้านการแต่งกาย 4. วิถีในด้านอาชีพ 5. วิถีในด้านอาหาร 6. วิถีด้านศิลปะพื้นถิ่น 7. ด้านวิถี ประเพณี 8. วิถีด้านความเชื่อ โดยส่งผลให้เทศบาลตำบลศรีพนมมาศได้รับการคัดเลือกจากกระทรวง วัฒนธรรม ให้เป็น 1 ใน 9 ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประจำปี 2558 และการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทยยังยกให้เป็น 1 ใน 24 เมือง เรื่องราวเขาเล่าว่า จนทำให้คนทั่วไปอยากเข้ามาสัมผัสเรื่องราวของชาวลับ แล นอกจากนี้ยังได้เป็นผู้ก่อสร้าง ซุ้มประตูเมืองลับแล ที่เป็นแลนด์มาร์คของจังหวัดและก่อสร้าง ประติมากรรมตำนานเมืองแม่ม่าย รวมทั้งเรื่องราวเมืองห้ามพูดโกหกให้สอดคล้องกับความเป็นเมืองน่าอยู่ อีกทั้งยังได้ก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์เมืองลับแลและศูนย์การเรียนรู้เฉลิมราชย์ซึ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้ทาง ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตเมืองลับแล ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อให้นักท่องเที่ยวและอนุชนรุ่นหลังได้รับรู้ ความเป็นอัตลักษณ์ของเมืองลับแลและปัจจุบันกำลังดำเนินการสร้างถ้ำจำลองเมืองลับแล ซึ่งได้จำลองวิถีชีวิต ของชาวลับแลตั้งแต่อดีตกาล ชาติกำเนิด ปู่ทวดเป็นเจ้าเมืองสิงห์บุรี(เก่า) ชื่อว่าพระสิงหราชรองเมือง (เหม็น) ปู่ชื่อหลวงศุภผล ประพัฒน์(ชิด ศรุติสุต) เป็นคนอินทร์บุรี โดยรับราชการในตำแหน่งหัวหน้าสรรพากรจังหวัดตั้งแต่อายุ 29 ปี โดยส่วนใหญ่รับราชการอยู่ทางภาคเหนือเช่น แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ แพร่ พิษณุโลก และจังหวัดกำแพงเพชร ส่วนย่าชื่อ นางสมบุญ ฤกษ์หร่าย (สกุลเดิม) เป็นคนเชื้อสายมอญ อยู่ที่อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ โดย ปู่และย่าอพยพมาอยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์อาศัยอยู่ในตัวเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องจากขณะรับราชการเป็น หัวหน้าสรรพากรจังหวัดกำแพงเพชรประสบอุบัติเหตุตกเรือข้าวจึงจำต้องลาออกจากราชการ และเดินทางมา รักษาตัวกับน้องชายชื่อขุนเวช เวชการ (นายแพทย์แสวง ศรุติสุต) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ (คนแรก) บิดาชื่อนายประชุม ศรุติสุต ได้สอบชิงทุนไปศึกษาที่วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จ (รุ่นม่วง-ขาว 93) และ กลับมารับราชการครูที่โรงเรียนอุตรดิตถ์และเกษียณอายุราชการ โดยบิดามีพี่น้องทั้งหมด 10 คน ซึ่งปัจจุบัน ในจังหวัดอุตรดิตถ์ยังเหลือน้องสาวที่ยังมีชีวิตอยู่อีก 1 คนเท่านั้น คือ อาจารย์ป้อมเพ็ชร อิศราภรณ์(ศรุติสุต) ภรรยาเจ้าของห้องภาพฉายาลักษณ์ ในตัวเมืองอุตรดิตถ์ มารดาชื่อนางสุภาณี(ส้มแก้ว) อินทชัยศรี(สกุลเดิม) คนไทยเชื้อสายจีนเป็นคนชุมชนตลาดลับแล โดยก๋งชื่อนายกิมบ้วน แซ่เจี้ย เป็นหลานและบุตรบุญธรรมของพระศรีพนมมาศ และยายชื่อนางสมสิน แซ่เตีย (สีหะกุลัง) เป็นหลานและบุตรบุญธรรมของ นางกิมตี่ แซ่เตีย ภรรยาพระศรีพนมมาศ
นายเจษฎา ศรุติสุต เกิดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2509 เป็นบุตรคนสุดท้องเกิดที่ชุมชนตลาดลับแลมีพี่น้องร่วม บิดามารดาเดียวกัน 5 คนคือ 1. นางพัชรา ศรุติสุต สมรสกับ นายพิสิฐศักดิ์ สนธิรัตน (ไม่มีบุตร) 2. นายศรัทธา ศรุติสุต สมรสกับ ผศ.ศุภลักษณ์ นันทภานุวัฒน์ มีบุตร 2 คน คือ 2.1 แพทย์หญิงศณิตา ศรุติสุต สมรสกับ นาวาอากาศตรี ชาญวิทย์ ตรีพรม 2.2 นายศุชานนท์ ศรุติสุต 3. นางสาวปัศญา ศรุติสุต(โสด) 4. ผศ.ดร.ทักษิณาร์ ศรุติสุต สมรสกับ พันตำรวจเอกพีระยุทธ ไกรราช มีบุตร 1 คน คือ นายกฤตย์ ไกรราช 5. นายเจษฎา ศรุติสุต เคยสมรสกับ นางสุนันทา บุญมาสืบ นายเจษฎา ศรุติสุต (นายกเหน่ง) มีบุตรธิดา 2 คนคือ 1. นางสาวไอษรา ศรุติสุต 2. เด็กชายสืบ ศรุติสุต ประวัติด้านการศึกษา 1. สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนอุตรดิตถ์ (รุ่นแรก) 2. สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง รุ่นที่ 14 3. สำเร็จการศึกษาจากสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ รุ่นที่ 4 4. สำเร็จการศึกษาปริญญาโทบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ รุ่นที่ 1 ประวัติด้านการทำงาน พ.ศ. 2532 ประกอบอาชีพทนายความ พ.ศ. 2534 ผันตัวเป็นนักการเมืองท้องถิ่น โดยสมัครเข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลฯ เมื่อ ครั้งการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งในขณะนั้น นายหนู มูลเค้า ประธานสภาเทศบาลตำบลศรีพนมมาศเสียชีวิตลง โดย จัดการเลือกตั้งในวันที่ 6 ตุลาคม 2534 ในขณะที่อายุ 25 ปีบริบูรณ์พอดีตามเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์การ ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยมีนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังเป็นหัวหน้าทีมและเป็นนายกเทศมนตรีในขณะนั้น พ.ศ. 2538 ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งที่ 2 และได้ดำรงตำแหน่งเทศมนตรีฝ่ายการศึกษาในวันที่ 25 ธันวาคม 2538 พ.ศ. 2541 – 2544 ดำรงตำแหน่งประธานทนายความจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2542 ลงสมัครรับเลือกตั้งในตำแหน่งนายกเทศมนตรี สมัยแรกในนามหัวหน้ากลุ่มรักษ์ลับแลใน วันที่ 25 ธันวาคม 2542 และได้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีมาจนถึงปัจจุบันนี้ พ.ศ. 2555 – 2558 ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมนักเรียนเก่า โรงเรียนอุตรดิตถ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง - อนุกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่นและการกระจายอำนาจ รัฐสภา (The Parliament) - ประธานกรรมาธิการด้านกฎหมาย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (ส.ท.ท.) - กรรมาธิการบริหาร สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
- รองประธานสันนิบาตเทศบาลภาคเหนือ - ประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายกเทศมนตรีตำบลศรีพนมมาศ (เมืองลับแล) รางวัลที่ภาคภูมิใจของนายเจษฎา ศรุติสุต 1. รางวัลผู้บริหารดีเด่นด้านการศึกษาเมื่อปี 2552 2. รางวัลวัฒนคุณากร บุคคลดีเด่นด้านวัฒนธรรม จากกระทรวงวัฒนธรรม ปี 2558 3. รางวัลคนดีแทนคุณแผ่นดิน ปี 2560 4. รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศ ประจำปี 2562 5. รางวัลโครงการหนึ่งล้านกล้าความดีตอบแทนคุณแผ่นดินนักบริหารดีเด่นแห่งปี 2562 ที่มาของนามสกุล ศรุติสุต นามสกุล “ศรุติสุต” มีความหมายว่า “บ่อเกิดแห่งความรู้” เป็นนามสกุลที่ได้รับพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานให้ณ วันที่ 5 เมษายน 2462 ซึ่งมีผู้ใช้ นามสกุลร่วมกัน 2 คนคือหลวงศุภผลธ์ประพัฒน์( ชิด ศรุติสุต-ปู่ ) และขุนเวช เวชการ (นายแพทย์แสวง ศรุติสุต - น้องของปู่)
ประวัติต้นตระกูล แสวงรุจิธรรม ก๋งงอกหรือนายงอก แซ่เตีย เป็นน้องชายของนางกิมตี่ แซ่เตีย ซึ่งเป็นภรรยาของพระศรีพนมมาศ เป็นบุตรของ นายห้วนเซีย (เสือ) และ นางอ่วม แซ่เตีย เกิดเมื่อปีพุทธศักราช 2419 เกิดที่บ้านคุ้ม อ าเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์เมื่ออายุได้ 7 ปี ก็ได้เดินทางตามบิดาไปค้าขายอยู่ที่เมืองจีนและในขณะนั้นเมืองจีนได้เกิด สงครามจึงมีการปิดประเทศท าให้นายงอกและบิดาเดินทางกลับเมืองไทยไม่ได้จึงได้ตั้งรกรากและมีภรรยาอยู่ที่ เมืองจีนมีบุตรด้วยกัน 1 คน ชื่อ นายเช่งไช้(ชัย) แซ่เตีย หลังจากนั้นประมาณปีพุทธศักราช 2440 สงครามที่เมืองจีนสงบลงนายงอกจึงได้เดินทางกลับมา เมืองไทยมาพร้อมกับน้องชาย ชื่อว่า นายแงก แซ่เตีย เพื่อที่จะเดินทางมาที่ท่าเรือวังเตาหม้อก็มีการให้ เจ้าหน้าที่ท่าเรือจากคลองเตยสักท้องแขนเพื่อบอกสถานที่ที่จะไปเพราะเกรงว่าจะลืมบรรทัดแรก มีใจความว่า วังเตาหม้อ (วัดเตาหม้อ – วัดท่าถนนปัจจุบัน) บรรทัดที่สองมีใจความว่า ลักแลง (ลับแล) เมื่อขึ้นท่าเรือนาย งอกก็ได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ท่าเรือว่าข้อความที่สักไว้บนท้องแขนอยู่ที่ไหน เจ้าหน้าที่ท่าเรือจึงจับนายงอกกัก บริเวณ เพราะเนื่องจากหาผู้ที่จะรับรองการเดินทางเข้าประเทศไม่ได้ จนกระทั่งช่วงเย็นวันหนึ่ง พระครูบุญ (พระครูธรรมฐิติวงศ์คีรีเขตร) ได้เดินทางมาซื้อของที่ท่าเรือ นายงอกจึงสอบถามกับพระครูบุญ ว่าเดินทางมา จากที่ใด พระครูบุญจึงตอบกลับว่า เดินทางมาจากลับแลง (ลับแล) นายงอกพอรู้เช่นนั้นก็ดีใจมากจึงขออาสา รับเป็นลูกหาบให้กับพระครูบุญเพื่อเดินทางเข้าลับแล โดยมีพระครูบุญเป็นผู้รับรองจากทางราชการให้เมื่อ เดินทางมาถึงลับแล พระครูบุญจึงพาไปอาศัยอยู่ที่วัดเจดีย์คีรีวิหารเกือบ 2 ปี พระครูบุญได้แนะน าหนทางใน การค้าขายให้กับนายงอกโดยเริ่มจาก การค้าข้าวเปลือก น้ าอ้อย ค้าขายอยู่ประมาณ 3 ปี ได้กลับเข้ามาตั้งถิ่น ฐานที่บ้านคุ้ม วัดดอนไชย อ าเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาเมื่อปีพุทธศักราช 2450 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมขุนพิษณุโลกประชานาถ (พระอิสริยยศในสมัยนั้น) พระ เจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นก าแพงเพชรอรรคโยธิน (พระอิสริยยศในสมัยนั้น) พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา ด ารงราชานุภาพ (พระอิสริยยศในสมัยนั้น) เสด็จประพาสลับแล โดยมีการตั้งพลับพลารับเสด็จบนม่อนจุ่งจา (ชิงช้า) ปัจจุบันคือโรงเรียนพนมมาศพิทยากร หลวงศรีพนมมาศ ผู้ว่าราชการเมืองลับแล (ต าแหน่งในสมัยนั้น) ได้มอบหมายให้นายงอกท าหน้าที่เฝ้ายามดูแลความปลอดภัยบริเวณตั้งพลับพลาที่ประทับ ด้วยนายงอก แซ่เตีย เป็นลูกศิษย์ของพระครูธรรมฐิติวงศ์คีรีเขตร และมีอุปนิสัยชอบท านุบ ารุงพระพุทธศาสนา พระศรีพนมมาศ จึง แต่งตั้งให้นายงอก แซ่เตียเป็นขุนแสวงรุจิธรรม (มีความหมายว่าผู้หาค าสอนอันเป็นแสงสว่างความรุ่งเรือง) มี ศักดินาไม่เกิน 500 ไร่ มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขตัดสินความกับเหล่าคนจีนที่มาอาศัยอยู่ในลับแล และบ ารุง พระพุทธศาสนาสืบไป นายเซ่งไช้(แป๊ะชัย) แซ่เตีย(แสวงรุจิธรรม) บุตรที่เกิดเมืองจีน ภายหลังได้ตามบิดามาอยู่ที่ตลาดลับแล อ าเภอลับแล และได้สมรสกับ นางเงิน มีบุตร 5 คน คือ 1.1 นางรดี(ยายเลี้ยว) แซ่เตีย สมรสกับ นายเปรื่อง แก้วทองมา อดีตนายกเทศมนตรีต าบลศรีพนม มาศ มีบุตร 6 คน คือ
- ร้อยเอกประสิทธิ์ แก้วทองมา - จ่าสิบเอกสมศักดิ์ แก้วทองมา - นางประนอม ขันอาษา - นายประเสริฐ แก้วทองมา - นางปราณี สินสงวนศักดิ์ - นางปราณีต พืชเนาวรัตน์ 1.2 นางราตรี สุชาติ 1.3 นางวิดา ศรีวิทยา 1.4 นายสว่าง แสวงรุจิธรรม 1.5 นายธนชิต แสวงรุจิธรรม หลังจากที่กลับมาอยู่ลับแลนายงอก แซ่เตีย หรือขุนแสวงรุจิธรรม ได้แต่งงานกับนางเอี้ยง มีบุตรธิดาอีก 9 คน ได้แก่ 1. นายอรุณ สวัสดิ์สุขสกุล(แป๊ะซิ่ว) ภรรยาคนแรกชื่อ นางเกี๊ยว ครุฑเนียม มีบุตร 1 คน 1.1 นายทองอยู่(น้อย) แสวงรุจิธรรม อดีตประธานสภาเทศบาลต าบลศรีพนมมาศ ภรรยาคนที่ 2 ชื่อ นางทิพย์ ขวัญมุข มีบุตร 1 คน ชื่อ นายสุทัศน์ แสวงรุจิธรรม 2.นางบังอร(เอ้ง) ชุตินทราศรีสมรสกับ นายเอื้อน ชุตินทราศรีมีบุตร 3 คน คือ 2.1 นางโสภา กมลอารี 2.2 นางกระแสร์ วงศ์เมืองใจ 2.3 นายองอาจ ชุตินทราศรี 3.นายหิรัญ แสวงรุจิธรรม สมรสกับ นางบุญมี ประสานศรี มีบุตร 8 คนคือ 3.1 ร.อ.นิรัช แสวงรุจิธรรม 3.2 นางมะลิ แสวงรุจิธรรม 3.3 นายมาลัย แสวงรุจิธรรม 3.4 นางสาวมาลี แสวงรุจิธรรม 3.5 นายบุญเลิศ แสวงรุจิธรรม 3.6 นางบุญเรือง ถนอมพงษ์ชาติ 3.7 นางบุญรอด วงษ์สุวรรณ 3.8 นายบุญเร่ง แสวงรุจิธรรม 4.นายขาว แสวงรุจิธรรม สมรสกับ นางจันทร์ ปัญญาคง มีบุตร 3 คน คือ 4.1 นางนันทา บุญศรีวงศ์ 4.2 นายด ารง แสวงรุจิธรรม 4.3 นายอุดม แสวงรุจิธรรม
5.นางบุญนะ เกตุอู๊ด สมรสกับ นายพร้อม เกตุอู๊ด มีบุตรบุญธรรม 2 คน คือ 5.1 จ.ส.อ.สมบัติ เกตุอู๊ด 5.2 นางกรุณา เกตุอู๊ด 6.เด็กชายตุ่น แสวงรุจิธรรม(เสียชีวิตในวัยเยาว์) 7.ร้อยต ารวจเอกสมพงษ์ แสวงรุจิธรรม สมรสกับ นางรัตนา มูลแก่น มีบุตร 5 คน คือ 7.1 นายสุรวุฒิ แสวงรุจิธรรม 7.2 นางสุคนธ์ จั่นเพชร 7.3 นางจงกล ลือชัย 7.4 นางวรมล ตั้งค้าวานิชย์ 7.5 เด็กชายสุรนาถ แสวงรุจิธรรม(เสียชีวิตในวัยเยาว์) 8.นางพิมพา แสวงรุจิธรรม สมรสกับ ร้อยต ารวจโทพิทักษ์ อัมระนันท์ มีบุตร 3 คน คือ 8.1 นายสมพล อัมระนันท์ 8.2 นายพรชัย อัมระนันท์ 8.3 นายพันธ์ศักดิ์ อัมระนันท์ 9.เด็กหญิงปราณี แสวงรุจิธรรม (เสียชีวิตในวัยเยาว์) บรรดาลูกหลานได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใช้ราชทินนาม แสวงรุจิธรรม เป็น ชื่อสกุล ตามประกาศ ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2499 ราชกิจจานุเบกษา 2500 เล่มที่ 74 ลงวันที่ 11 มกราคม 2500 บรรดาลูกหลาน จึงได้ใช้สกุล “แสวงรุจิธรรม” มาจนถึงปัจจุบัน
ต้นตระกูล แก้วทองมา ไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่าอพยพมาจากที่ใด จากการสอบถามข้อมูลจาก พันโทสุพล จีนังกูร ให้ข้อมูลว่า ต้นตระกูล แก้วทองมา ได้มาตั้งบ้านเรือนที่บ้านคอกช้าง นายทอง แก้วทองมา หรือรู้จักกันใน นามขุนวิจารณ์วรรณลักษณ์เป็นบุตรชายคนเดียวของขุนเยี่ยม ยางกะได กับ อ าแดงสี นายทอง แก้วทองมา ได้รับราชการในกรมสรรพสามิต ได้รับบรรดาศักดิ์ราชทินนามว่า ขุนวิจารณ์วรรณลักษณ์ หลังจากที่ท่านได้ เกษียณราชการออกมาและเดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านเดิม คือ บ้านป่ายาง ขณะนั้นทางการได้เล็งเห็นว่า ขุนวิจารณ์วรรณลักษณ์ มีความเหมาะสมและความสามารถที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่ง นายกเทศมนตรีของเทศบาลต าบลศรีพนมมาศ ซึ่งในการแต่งตั้งนายกเทศมนตรีในอดีตกาลนั้นไม่ได้มาจาก การเลือกตั้งโดยใช้เสียงของประชาชนเหมือนกับปัจจุบัน แต่มาจากการเลือกตามความเหมาะสมของผู้ที่มี อ านาจในการแต่งตั้ง ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้ด ารงต าแหน่งนายกเทศมนตรีคนแรกของเทศบาลต าบลศรี พนมมาศ ชีวิตสมรสของ ขุนวิจารณ์วรรณลักษณ์ ท่าน สมรสกับ นางส าลีหิงสุวรรณ มีบุตรร่วมกัน 3 คน ซึ่งบุตร ทั้ง 3 คนได้ขอใช้ราชทินนามมาเป็นนามสกุลแทนแก้วทองมา คือ “วิจารณ์วรรณลักษณ์” 1. นายบุญรอดหรือสุรัตน์วิจารณ์วรรณลักษณ์ สมรสกับ นางจ ารัส มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ 1.1 พลตรีสุบรรณ วิจารณ์วรรณลักษณ์ 2. นางทองค า(ค าน้อย) วิจารณ์วรรณลักษณ์สมรสกับ ร้อยต ารวจเอกสุข จีนังกูร มีบุตรด้วยด้วยกัน 5 คน คือ 2.1 พันตรีหญิงสุคนธ์ จีนังกูร 2.2 พันโทสุพล จีนังกูร 2.3 นายสุยล จีนังกูร 2.4 สิบต ารวจเอกจุมพล จีนังกูร 2.5 นางประพิศศรี อินจันทึก 3. นางค าสด วิจารณ์วรรณลักษณ์ สมรสกับ ร้อยต ารวจตรีเอิบ สโรบล (อดีตนายอ าเภอ) มีบุตรด้วยกัน 8 คน คือ 3.1 นายสิริวัทก์ สโรบล 3.2 นางละเอียด ฉัตรคุปต์ 3.3 นางสาวอรสา สโรบล 3.4 ทันตแพทย์หญิงนิตยา สโรบล 3.5 นางสาวเวียงพรรณ สโรบล 3.6 รองศาสตราจารย์ ดร.เอ็จ สโรบล 3.7 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สินธุ์ สโรบล 3.8 นายคมสัน สโรบล
ลูกหลานและบุคคลอื่นๆ ได้น านามสกุลแก้วทองมา มาใช้อีกมากมายในลับแล อาทิ นายค า, นายทองมา และ นายเอก นายค า แก้วทองมา สมรสกับ นางทา กันภัย มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 9 คน คือ 1. นายเปล่ง แก้วทองมา อดีต ส.จ. จังหวัดอุตรดิตถ์ และ นายกเทศมนตรีต าบลศรีพนมมาศ 2. นายปั่น แก้วทองมา ส.จ. จังหวัดอุตรดิตถ์ และอดีตผู้ใหญ่บ้านต าบลแม่พูล 3. นายเปรื่อง แก้วทองมา อดีตครูประชาบาลโรงเรียนบ้านนานกกกและอดีตนายกเทศมนตรีต าบลศรีพนมมาศ 4. นายอ่อน แก้วทองมา 5. นางทองอยู่ แก้วทองมา 6. นายเที่ยง แก้วทองมา 7. นายวิวัฒน์(ครูแน่น) แก้วทองมา อดีตผู้อ านวยการกองการศึกษา เทศมนตรีและประธานสภาเทศบาลฯ เทศบาลต าบลศรีพนมมาศ 8. นายเพชร แก้วทองมา 9. นายเล็ก(อูน) แก้วทองมา นายทองมา แก้วทองมา (เป็นบุตรของนายฟัก แก้วทองมา เป็นคนบ้านคอกช้าง และ นางมูล ค าทิพย์เป็นคน บ้านน้ าท่วม) สมรสกับ นางผง ค าทิพย์(เป็นบุตรของนายจี๋กับนางทอง ค าทิพย์) มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ 1. นายสวาท แก้วทองมา 2. นางสะอาด พรมสุวรรณ 3. นายกาบ แก้วทองมา 4. เด็กชายกลีบ แก้วทองมา 5. นางหลีบ นาคมูล 6. นางสาวบุญหลาบ แก้วทองมา นายเอก แก้วทองมา สมรสกับ นางปา มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ 1. นางน้อย แก้วทองมา 2. นางฟูแก้วทองมา 3. นางนา แก้วทองมา 4. นางเล็ก แก้วทองมา 5. นายทิม แก้วทองมา สมรสกับ นางวัน เทพวงษ์มีบุตรด้วยกัน 3 คน
ต้นตระกูล รัตนนาคะ นายเจียน รัตนนาคะ (แซ่แห่ว) เป็นชาวจีนแคระ อพยพมาจากประเทศจีน ตั้งแต่อายุ 10 กว่าปี เข้ามาอยู่ประเทศไทยที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาย้ายเข้ามาอยู่ที่อ าเภอลับแล ได้เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียน พนมมาศพิทยากร ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังจากจบประศึกษาชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4 แล้วจึงออกมาประกอบอาชีพค้าขาย และเปลี่ยนนามสกุลจาก แซ่แห่ว มาเป็น รัตนนาคะ ต่อมานายเจียน รัตนนาคะ ได้สมรสกับ นางบุญนาค มั่นคง (รัตนนาคะ) และมาประกอบอาชีพขาย ทองค าที่ตลาดลับแล มีชื่อว่า “ร้านทองเจียนบุญนาค” และท าสวนส้มที่บ้านปากทาง ต.ฝายหลวง อ.ลับแล ได้มีบุตรธิดาด้วยกัน 6 คนคือ 1. นางสังเวียน รัตนศักดิ์ สมรสกับ นายเทียม รัตนศักดิ์ประกอบอาชีพขายนาฬิกา ที่ตลาดลับแล มีบุตรธิดา ด้วยกัน 5 คน คือ 1.1 นายธวัชชัย รัตนศักดิ์ วิศวกร (เกษียณอายุ) สมรสกับ ผศ.ขนิษฐา รัตนศักดิ์ อาจารย์สถาบัน ภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกษียณอายุ) มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน 1.2 นางสาวทิพวัลย์ รัตนศักดิ์ ข้าราชการครู 1.3 นายสมชาย รัตนศักดิ์ เกษตรกร สมรสกับ นางพรทิพย์ รัตนศักดิ์ (เสียชีวิต) มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน 1.4 อ.สพญ.วันทนีย์ รัตนศักดิ์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (เกษียณอายุ ราชการ) 1.5 นางสาวทิวาพร รัตนศักดิ์ ผู้อ านวยการส านัก ระดับ 10 ส านักการศึกษา เทศบาลนครเชียงใหม่ (เกษียณอายุราชการ) 2. นางประยูรศรี ลิ้มประวัติงาม สมรสกับนายบัญญัติ ลิ้มประวัติงาม ประกอบอาชีพขายทองค า ร้านทองสุข ประเสริฐ มีบุตรธิดาด้วยกัน 4 คน คือ 2.1 ร.ศ.ลัดดาวัลย์ หวังพานิช อาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ สมรสกับ ร.ศ.ดร.ไพศาล หวัง พานิช รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ (เกษียณอายุราชการ) มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน 2.2 ผ.ศ.ดร.เครือวัลย์ ลิ่มอภิชาต คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผู้อ านวยการฝ่ายวิจัย และกรรมการบริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ (ประเทศไทย) จ ากัด, ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินโฟเสิร์ช จ ากัด สมรสกับ นายกิติเกียรติ ลิ่มอภิชาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิวทริซั่มเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จ ากัด มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน 2.3 นายเกียรติชัย ลิ้มประวัติงาม 2.4 นายรุ่งโรจน์ ลิ้มประวัติงาม อดีต สจ.อุตรดิตถ์ 3. นายส าราญ รัตนนาคะ (เสียชีวิต) สมรสกับนางแสงเดือน รัตนนาคะ หจก.ส าราญรัฐ มีบุตรธิดาด้วยกัน 4 คน คือ 3.1 นายชาติชาย รัตนนาคะ 3.2 นายกิตติพงษ์ รัตนนาคะ ประกอบธุรกิจส่วนตัว สมรสกับนางศรินทร์ทิพย์ รัตนนาคะ รับราชการ (เกษียณอายุราชการ) มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน
3.3 นายศุภกิจ รัตนนาคะ ประกอบอาชีพค้าขาย 3.4 นางสาวชฎาภา รัตนนาคะ ประกอบอาชีพค้าขาย 4. นายมารินทร์ รัตนนาคะ อดีตนายกเทศมนตรีต าบลศรีพนมมาศ สมรสกับ นางเกลียวพันธ์ รัตนนาคะ มีบุตร 3 คน คือ 4.1 นายมานูญ รัตนนาคะ สมรสกับ นางพงษ์ลักษณ์ รัตนนาคะ กรรมการผู้จัดการ หจก.รัตนนาคะ มีบุตร 3 คน 4.2 นายมานัส รัตนนาคะ สมรสกับ นางสุภาพร รัตนนาคะ รับราชการ อธิบดีอัยการวิชาการ ส านักงานวิชาการ ส านักงานอัยการสูงสุด มีบุตร 2 คน 4.3 นายมาโนช รัตนนาคะ สมรสกับ นางกรุณา รัตนนาคะ รับราชการผู้พิพากษาหัวหน้าคณะใน ศาลอาญาคดีทุจริต และประพฤติมิชอบภาค 5 มีบุตร 2 คน 5. นางอรุณ เอื้อสุขพันธ์ปราณีสมรสกับ นายอางค์ เอื้อสุขพันธ์ปราณี ประกอบอาชีพค้าขายร้านทวีสุข มีบุตร 2 คน 5.1 นายทายาท เอื้อสุขพันธ์ปราณี สมรสกับ นางบังอร เอื้อสุขพันธ์ปราณี ประกอบอาชีพพนักงาน เทศบาลต าบลศรีพนมมาศ มีบุตร 1 คน 5.2 น.พ.ภูมิมาศ เอื้อสุขพันธ์ปราณี แพทย์ประจ าโรงพยาบาลวิภาวดีราม 6. นายชัยพร รัตนนาคะ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี สมรสกับ ดร.ประกายแก้ว รัตนนาคะ อดีต นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์ มีบุตร 4 คน 6.1 นายปิติชัย รัตนนาคะ รับราชการ นักวิชาการพาณิชย์ช านาญการพิเศษ กรมส่งเสริมการค้า ระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ 6.2 ดร.นวพร รัตนนาคะ กรรมการผู้จัดการบริษัทแมททีเรียลวัน (ประเทศไทย)จ ากัด สมรสกับ นาวิน นิลชาติ กรรมการผู้จัดการมาร์คแพคจ ากัด มีบุตร 2 คน 6.3 นางประกายพร รัตนนาคะ ผู้พิพากษาล้มละลายกลาง สมรสกับ นายกีรติ ด ารงชีพ อัยการ ประจ าส านักงานสูงสุด ส านักงานคดีค้ามนุษย์ มีบุตร 2 คน 6.4 นางปรพร รัตนนาคะ ครูสอนศิลปะ สมรสกับ นายชนสรณ์ โภคาทรัพย์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย ตรวจสอบวัสดุและควบคุมงบประมาณงานก่อสร้าง ฝ่ายก่อสร้าง บริษัท เอสซี เรียลเอสเตทดีเวลลอปเม้นท์ จ ากัด ปัจจุบันผู้สืบทอดสกุลรัตนนาคะ บุตรนายเจียม นางบุญนาค เหลือเพียง 2 คน 1. นางสังเวียน รัตนศักดิ์ 2. นายชัยพร รัตนนาคะ ซึ่งบุตรทั้งหมดสร้างครอบครัวใหม่มีลูกหลานอีกมากมาย
ต้นตระกูล นาคมูล นายแก่น นาคมูล ได้เล่าขานความเป็นมาดั้งเดิมก่อนที่จะเดินทางเข้ามาอยู่เมืองสยาม และก่อนที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม จะเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นประเทศไทยในปัจจุบันให้ภรรยาและลูกฟังว่า นายแก่น นาคมูล เป็นคนกลุ่มชาติพันธุ์ไตอยู่ที่ประเทศจีนตอนใต้แถบมณฑลยูนนาน เขตภูมิภาคอาคเนย์ ตนเองเป็นคนไต พูดภาษาไตแต่ไม่ใช่คนจีน ก่อนที่จะเดินทางมาอยู่เมืองสยามหรือเมืองไทยนั้น ท่านได้พบกับ คนจีนคนหนึ่งรู้สึกถูกชะตากันมาก คนจีนคนนั้นก็คือพระศรีพนมมาศ ผู้ซึ่งเป็นคนชักชวนให้นายแก่น นาคมูล เข้ามาตั้งรกรากอยู่ที่เมืองไทย ด้วยการมาท าไร่ ท านา และเลี้ยงช้างอีก 1 เชือก นายแก่น นาคมูล มีภรรยา 2 คน คนแรกคือ นางปาน นาคมูล มีบุตรและธิดาร่วมกัน 7 คน คือ 1. นางแก้ว นาคมูล สมรสกับ นายอูน แก้วเปี้ย 1.1 นายสี แก้วเปี้ย สมรสกับ นางเซียน บุญก าเนิด มีบุตร 1 คน นายสี แก้วเปี้ย ได้สมรสอีกครั้งกับ นางงก มีบุตร 5 คน 1.2 นางทอง แก้วเปี้ย สมรสกับ นายเข้ม คตเย็น มีบุตร 7 คน 1.3 นายสวาท แก้วเปี้ย มีบุตร 9 คน 1.4 นางแหยม แก้วเปี้ย สมรสกับ นายค า ค าคง(บ้านนาโป่งใต้) มีบุตร 5 คน 1.5 นายยอด แก้วเปี้ย สมรสกับ นางดี มีบุตร 6 คน 1.6 นายเพ็ชร แก้วเปี้ย สมรสกับ นางแก้ว นาปง มีบุตร 4 คน คือ 2. นายแหน นาคมูล สมรสกับ นางแจ้น (บ้านป่ายาง) มีบุตร 5 คน คือ 2.1 นายน้อย นาคมูล สมรสกับ นางลิง สอนถา มีบุตร 4 คน 2.2 นางหลี นาคมูล สมรสกับ นายบุญ ชูชาติ มีบุตร 3 คน 2.3 นายหุ่ย นาคมูล สมรสกับ นางปิน มีบุตร 2 คน 2.4 นายนิล นาคมูล สมรสกับ นางสมบูรณ์ ทองเณร มีบุตร 3 คน 2.5 นายรส นาคมูล(โสด) 3. นายจี๋ นาคมูล สมรสกับ นางล า (บ้านฟากท่า หัวร้อง ป่ายาง) มีบุตร 2 คน คือ 3.1 นายบุญ นาคมูล สมรสกับ นางมอญ ดวงเงิน มีบุตร 8 คน 3.2 นางรูญ นาคมูล สมรสกับ นายบุญรอด บุญก าเนิด มีบุตร 6 คน 4. นายสาด นาคมูล สมรสกับ นางค า (บ้านนานกกก) (ไม่มีบุตร) 5. นายปี นาคมูล สมรสกับ นางฟอง มีแสน (บ้านต้นขาม) 6. นายปา นาคมูล สมรสกับ นางค า เรืองศรี (บ้านคุ้ม) มีบุตร 7 คน คือ 6.1 นางขัน นาคมูล สมรสกับ นายจู สีแดง (บ้านยางกะไดเหนือ) มีบุตร 3 คน 6.2 นายปุ่น นาคมูล สมรสกับ นางวันดี ทองอุ่น (บ้านหนอง) มีบุตร 5 คน 6.3 นางสังเวียน นาคมูล สมรสกับ นายค า ทองแดง (บ้านชัยจุมพล) มีบุตร 4 คน 6.4 นายปลั่ง นาคมูล สมรสกับ นางหลีบ แก้วทองมา (บ้านคอกช้าง) มีบุตร 3 คน
6.5 นายจันทร์(ด า) นาคมูล สมรสกับ นางแก้ว ใจอ่อน (บ้านหนอง) มีบุตร 10 คน(ผู้ให้ข้อมูล) 6.6 นายป่วน นาคมูล สมรสกับ นางไหม ทิงิ้วงาม (บ้านต้นขาม) มีบุตร 3 คน 6.7 นางสี นาคมูล สมรสกับ นายบุญธรรม ตันติรัตน์ มีบุตร 4 คน 7. นางตุ่ย นาคมูล สมรสกับ นายเลิศ เชื้อค ายา (บ้านคอกช้าง) ส่วนภรรยาคนที่ 2 เป็นหญิงหม้ายมีลูกติด ชื่อนางฟัก มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ นายมูล นาคมูล หลังจากที่นายแก่น นาคมูล ได้ติดตามพระศรีพนมมาศมาอยู่ที่เมืองลับแล นายแก่นก็ได้ช่วยงานใน ด้านต่างๆ ของพระศรีพนมมาศมากมาย ท่านได้รับความไว้วางใจให้ ด ารงต าแหน่งผู้ใหญ่บ้าน จนได้รับ บรรดาศักดิ์และราชทินนามว่า หมื่นกะไดแดนดิน(หมื่นแก่น) และเป็นต้นตระกูล “นาคมูล” มาจนถึง ปัจจุบัน
ต้นตระกูล อินดี จากค าบอกเล่าของแม่ขาน้อย อินดี อายุ 90 ปีและนางแปลก อินดี ต้นตระกูลอินดี อพยพมาจากที่ ใดไม่สามารถทราบได้ สืบค้นได้ตั้งแต่รุ่นของพ่อขาล า อินดีซึ่งเป็นลูกน้องของพระศรีพนมมาศ 1. พ่อขาล า อินดี สมรสกับ แม่ขาจัน มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ นายเล็ก อินดี ต่อมา นายเล็ก อินดี ได้สมรสกับ นางเงิน (ไม่ทราบนามสกุล) มีบุตรด้วยกัน 4 คนคือ 1. ร.ต.ต.ฟอง อินดี สมรสกับ นางตอง ค าทิพย์มีบุตร 2 คน 2. นายตอง อินดี สมรสกับ นางแปลก มีรัตน์ มีบุตร 2 คน 3. นางทอง อินดีสมรสกับ นายน้อย นาคบัว มีบุตร 3 คน 4. นางทองสุข อินดี สมรสกับ พ.ต.สนิท คุ้มพงษ์ มีบุตร 3 คน 2. พ่อขาล า อินดี สมรสกับ แม่ขาสุก มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ 1. นายหลี อินดีสมรสกับ นางรุณ ทองถวิล มีบุตร 4 คน 2. นายลี อินดี สมรสกับ นางไปล่ มากสุข(จังหวัดแพร่) มีบุตร 2 คน ต่อมาภายหลังพ่อขาล า อินดี ได้มีภรรยาอีก 1 คน คือแม่ขาเหรียญ(หม้าย) มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ พ่อขาลม อินดี พ่อขาลม อินดี สมรสกับ แม่ขาไหล(ไม่ทราบนามสกุล) มีบุตร 1 คนคือ นางน้อย อินดี ต่อมานางน้อย อินดี สมรสกับ นายหนู อินดีมีบุตรธิดาด้วยกัน 5 คน คือ 1. นายสนั่น อินดี 2.นางนวน อูปแก้ว 3.นางนันทวัน มูลสวัสดิ์ 4.นางนาฏอนงค์ เพิ่มเยาว์ 5. เด็กชายนอง อินดี พ่อขาลม อินดี ได้สมรสกับ แม่ขาเงิน (ไม่ทราบนามสกุล) หลังจากแม่ขาไหลเสียชีวิต และได้มี บุตรธิดาด้วยกัน 4 คน คือ 1. นางรวย อินดี สมรสกับ นายค า จันเป็ง มีบุตร 4 คน 2. นางสวย อินดี สมรสกับ นายสอด ศรีวิชัย มีบุตร 5 คน 3. นายเฉลิม อินดี สมรสกับ นางริด มีบุตร 3 คน 4. นายหลั่น อินดี สมรสกับ นางค าน้อย แผ้วผา มีบุตร 2 คน
ต้นตระกูล ค ำทิพย์ ต้นตระกูล“ค ำทิพย์” สำมำรถสืบย้อนกลับได้เพียง3 ชั่วอำยุคือปู่ทวด ย่ำทวด ดังนี้ คือ ปู่ทิม ค ำทิพย์ (บ้ำนคอกช้ำง) ส่วนต้นตระกูลอพยพมำจำกที่ใดนั้นไม่มีหลักฐำนปรำกฏแน่ชัด ปู่ทวดทิม ค ำทิพย์สมรสกับ ย่ำทวดมีมีบุตรธิดำ 7คน คือ1) นำยเที่ยงค ำทิพย์2) นำยบุญจืด ค ำทิพย์ 3) นำงสี 4) นำงสุข 5) นำงหอม 6) นำงบุญไหล 7) นำยเอก ค ำทิพย์จำกกำรสืบค้นข้อมูลกำรสืบสกุลต่อมำ ได้ข้อมูล ดังนี้ นำยเที่ยง ค ำทิพย์ สมรสกับ นำงทอง มีบุตรธิดำคือ นำงผง แก้วทองมำ บ้ำนคอกช้ำง, นำงแย้ม อำจเมฆ, นำยแก้ว ค ำทิพย์บ้ำนฟำกท่ำ 1. แม่ขำผง ค ำทิพย์ สมรสกับ พ่อขำทองมำ แก้วทองมำ มีบุตรธิดำด้วยกัน 6 คน คือ 1.1 นำยสวำท แก้วทองมำ 1.2 นำงสะอำด แก้วทองมำ สมรสกับ นำยพำ พรมสุวรรณ มีบุตรธิดำ ด้วยกัน 4 คน 1.3 นำยกำบ แก้วทองมำ สมรสกับ นำงน้อย บรรเทำ มีบุตรธิดำ ด้วยกัน 5 คน 1.4 เด็กชำยกลีบ แก้วทองมำ 1.5 นำงหลีบ แก้วทองมำ สมรสกับ นำยปลั่ง นำคมูล มีบุตรธิดำ ด้วยกัน 3 คน 1.6 นำงสำวบุญหลำบ แก้วทองมำ 2. แม่ขำแย้ม ค ำทิพย์ สมรสกับ แม่ขำทีอำจเมฆ (ปำกฝำง) มีบุตรธิดำ ด้วยกัน 3 คน 3. พ่อขำแก้ว ค ำทิพย์ สมรสกับ แม่ขำสมบุญหรือบุญ ใสยิ่ง มีบุตรธิดำ ด้วยกัน 7 คน คือ 3.1 นำยอินทร์ค ำทิพย์สมรสกับนำงชุลีกร รุ่งมณี มีบุตร 1 คน 3.2 นำงตอง ค ำทิพย์ สมรสกับ ร.ต.ต.ฟอง อินดีมีบุตรธิดำ 2 คน 3.3 นำงเล็ก ค ำทิพย์ สมรสกับ นำยประยูร ซองทอง มีบุตรธิดำ 4 คน 3.4 นำยรักษ์ ค ำทิพย์ สมรสกับ นำงทองวัลย์ มีบุตรธิดำ 2 คน 3.5 นำยบุญรอด ค ำทิพย์ สมรสกับ นำงพรทิพย์ มีบุตรธิดำ 2 คน 3.6 นำงพัชรี (นำงยอด) สมรสกับ นำยประพันธ์ มีรัตน์มีบุตรธิดำ 2 คน 3.7 ผศ.จรูญ ค ำทิพย์ สมรสกับ นำงกุสุมำ มีบุตรธิดำ 2 คน พ่อขำแก้ว ค ำทิพย์เป็นผู้ใหญ่บ้ำนฟำกท่ำ ต ำบลยำงกะได ต่อมำเมื่อมีกำรยกฐำนะจำกต ำบลขึ้นเป็นเทศบำล เมื่อปี พ.ศ. 2487 นำยแก้ว ค ำทิพย์ จึงสมัครและได้รับเลือกตั้งเป็นสมำชิกสภำเทศบำลศรีพนมมำศอยู่หลำย สมัย ต่อมำได้ด ำรงต ำแหน่งเทศมนตรีเทศบำลศรีพนมมำศ ในสมัยของนำยเปล่ง แก้วทองมำ เป็น นำยกเทศมนตรี จำกนั้นได้รับเลือกเป็นสมำชิกสภำเทศบำลอีกครั้งและด ำรงต ำแหน่งประธำนสภำเทศบำลศรี พนมมำศ จวบจนวำระสุดท้ำยของชีวิต ตลอดระยะเวลำตั้งแต่ปี 2500 – 2527 ที่ปฏิบัติงำน ณ เทศบำลต ำบล ศรีพนมมำศได้สร้ำงควำมเจริญให้กับท้องถิ่นมำกมำย เช่น สร้ำงสะพำนข้ำมคลองที่บ้ำนหัวร้อง 2 แห่ง เจรจำ ขอบริจำคที่ดินเพื่อท ำถนน คสล.ที่บ้ำนฟำกท่ำ, สร้ำงโรงเรียนหนองนำเกลือ, สร้ำงกุฏิ ศำลำกำรเปรียญ อุโบสถและเมรุวัดป่ำยำง
นำยบุญจืด ค ำทิพย์ สมรสกับ นำงยำ มีบุตรธิดำ 8 คนคือ 1) พ่อขำโม๊ะ ค ำทิพย์บ้ำนยำงกะไดเหนือ สมรสกับ แม่ขำแอ้ม มีบุตรธิดำ 4 คน คือ 1.นำยมำนิตย์ ค ำทิพย์ 2.นำงสมัย มั่งมี 3.นำยบรรจง ค ำทิพย์ 4.นำยมงคล ค ำทิพย์ 2) แม่ขำเปำ ค ำทิพย์สมรสกับ พ่อขำเหลือ กุลศิริ มีบุตร 5 คน คือ 1.นำยเฉลียว กุลศิริ 2.นำงแก้ว กุลศิริ 3.นำงสนอง กุลศิริ 4.นำยเศกสิทธิ์ กุลศิริ 5.นำงวรรณภำ ยุววัตน์ 3) นำยหล่ ำ ค ำทิพย์บ้ำนม่อนป่ำงิ้ว สมรสกับ นำงอ้น มีบุตร 1 คน คือ 1.นำงหลงมำ แสนแปง 4) นำยเลิศ ค ำทิพย์สมรสกับ นำงน้อย มีบุตร 4 คนคือ 1.นำยมนูญ ค ำทิพย์ 2.นำยตุ๋ย ค ำทิพย์ 3.นำงนงนุช ค ำทิพย์ 4.นำงอัมพร ค ำทิพย์ 5) นำยเกิด ค ำทิพย์ บ้ำนยำงกะไดเหนือ (ไม่ได้สมรส) 6) นำงสำวหลำ ค ำทิพย์ บ้ำนยำงกะไดเหนือ (ไม่ได้สมรส) 7) นำยหลุยส์ ค ำทิพย์ บ้ำนต้นเกลือ สมรสกับ นำงบุญมี เฮียงก่อ มีบุตรธิดำ 4 คน คือ 1.นำงอรวรรณ ค ำทิพย์ 2.นำยสมพร ค ำทิพย์ 3.ดำบต ำรวจวิโรจน์ ค ำทิพย์ 4.นำงสำวเยำวเรศ ค ำทิพย์ 8) นำยฉลวย ค ำทิพย์สมรสกับ นำงรุ่งนภำ มีบุตรธิดำ 2 คน
ต้นตระกูล ทิเริม จากการสอบถามข้อมูลจากป้าจัน ทิเริม อายุ 93 ปี สันนิษฐานว่า ต้นตระกูล “ทิเริม” อพยพมาจาก เวียงจันทน์พร้อมกับหลวงพ่อน้อยวัดป่ายาง มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านป่ายาง สืบค้นได้ตั้งแต่รุ่นของ พ่อขากลิ้ง ทิเริม (พี่) และพ่อขาล า ทิเริม (น้อง) พ่อขากลิ้ง ทิเริม สมรสกับ แม่ขายอด มีบุตร 7 คน คือ 1.นางสาวน้อย ทิเริม (ไม่ได้สมรส) 2.นางใส สมรสกับ นายตอง รัตนรอด มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ 2.1 นายประกฤติ รัตนรอด 2.2 นายวิศิษย์ รัตนรอด 2.3 นางสาวไสว รัตนรอด 2.4 นางสาวแสงจันทร์ รัตนรอด 2.5 นางสาวจุฑามาศ รัตนรอด 3.นางสุข ทิเริม สมรสกับ นายล า แสงจันทร์มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ 3.1 นางลึ้ง แก้วทองมา 3.2 นางแป้ม เขาวิเศษ 3.3 นายสอน แสงจันทร์ 3.4 นายโอ่ง แสงจันทร์ 3.5 นายมา แสงจันทร์ 4.นายหนอย ทิเริม สมรสกับ นางสด สุวรรณรอด มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ 4.1 นางปารณีย์ เตชปุญยง 4.2 นางชนิดา ทิเริม 5.นางปุ้ก ทิเริม สมรสกับ นายเปล่ง มีรัตน์ มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ 5.1 นางวิภาพร เข็มมงคล 5.2 นายประพันธ์(แอ็ด) มีรัตน์ 5.3 นายปรีชา มีรัตน์ 5.4 นางประนอม เมฆอรุณ 5.5 นายประหยัด มีรัตน์ 5.6 นายมานิตย์ มีรัตน์ 6.นางแก้ว ทิเริม สมรสกับ นายหล่ า สุขจิตต์ มีบุตรด้วยกัน 7 คน คือ 6.1 นางสาวเขียว สุขจิตต์ 6.2 นายขาว สุขจิตต์ 6.3 นายจันทร์ สุจิตต์
6.4 นายพุด สุขจิตต์ 6.5 นางวันดี บรรเลงสวรรค์ 6.6 นายสง่า สุขจิตต์ 6.7 นายรุณ สุขจิตต์ 7.นายเงิน ทิเริม สมรสกับ นางจัน อินสอน มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ 7.1 นางประชุม กันขันค า 7.2 นางประชิด จับจ่าย พ่อขาล า ทิเริม สมรสกับ แม่ขายอด มีบุตร 1 คน คือ 1. นายสุข ทิเริม สมรสกับ นางวัน พุดเนียม มีบุตรธิดา 7 คน คือ 1.1 นางจ ารัส ทิเริม 1.2 พระครูวิมลวรเวช (นายราตรีหรือกี้ ทิเริม) 1.3 นายศรี ทิเริม 1.4 นางแต๋ว ทิเริม 1.5 นางสาวนวรัตน์ ทิเริม 1.6 นางบุญทอง ทิเริม 1.7 นางสาวณัฐธิยา ทิเริม
ต้นตระกูล ดวงเงิน สันนิษฐานว่าต้นสกุล “ดวงเงิน” ซึ่งเป็นปู่ของนายทอง ดวงเงิน อพยพมาจากเวียงจันทน์ พร้อมกับ หลวงพ่อน้อย วัดป่ายาง มาตั้งถิ่นฐานอยู่แถวบ้านป่ายางตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นายทอง ดวงเงิน สมรสกับ นางเกี้ยว ดวงเงิน มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ 1. นายมั่ง ดวงเงิน สมรสกับ นางพลิ้ว แก้วประมูล มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ 1.1 นางสาย ดวงเงิน สมรสกับ นายเงิน มโนวงษ์ มีบุตร 2 คน 1.2 นายเฉย ดวงเงิน สมรสกับ นางนวลฉวี ดวงเงิน มีบุตร 2 คน 1.3 นางป้อม ดวงเงิน สมรสกับ นายจรูญ จันทร์ดวงดี มีบุตร 3 คน 1.4 นางวัน ดวงเงิน สมรสกับ นายสนั่น โกนบาง มีบุตร 2 คน 1.5 ร.ต.บัว ดวงเงิน สมรสกับ นางลัดดา ดวงเงิน มีบุตร 2 คน 1.6 นางสาวกาญจนา ดวงเงิน สมรสกับ ส.อ.อนันต์ เที่ยงน่วม มีบุตร 2 คน หลังจากนั้นนางเกี้ยว ดวงเงินได้เสียชีวิตลง นายทอง ดวงเงิน ได้สมรสกับนางไข ค าคุ้ม(บ้านยาง กะไดเหนือ) มีบุตรธิดาด้วยกัน 5 คน คือ 1. นางเติบ ดวงเงิน สมรสกับ นายตู้ ค าแสน มีบุตร 5 คน คือ 1.นายกลั่น ค าแสน 2.นางเวียน ค าหอม 3.นายวาน ค าแสน(อดีตนายทหารยศร้อยตรี) 4.นางวอน แยงเจริญ 5.นายบุญ ค าแสน 2. นายเชื้อ ดวงเงิน สมรสกับ นางปัน มาแก้ว มีบุตร 8 คน คือ 1.นายบุญช่วย ดวงเงิน 2.นายสี ดวงเงิน 3.นางสาวดี ดวงเงิน 4.นางสาวบุญมี ดวงเงิน 5.นายที ดวงเงิน 6.นายธนิตย์ ดวงเงิน 7.นางสาวมวล ดวงเงิน 8.นายสมัย ดวงเงิน 3. นายอยู่ ดวงเงิน สมรสกับ นางเงิน จันแยง มีบุตร 4 คน คือ 1.นายมานิตย์ ดวงเงิน 2.นางสมจิต ดวงเงิน 3.นางสมพร อรุณศรี 4.นางส ารวย เสือน้อย 4. นางมอญ ดวงเงิน สมรสกับ นายบุญ นาคมูล มีบุตร 8 คน คือ 1.นายฮ่อน นาคมูล 2.นายแมว นาคมูล 3.นายเฮียง นาคมูล 4.นางสาวเรียง นาคมูล 5.นายบุญรอด นาคมูล 6.นายตุ๊ นาคมูล 7.นางสาวกัญญารัตน์ นาคมูล 8.นายกิตติพงษ์ นาคมูล 5. นางปอ ดวงเงิน สมรสกับ นายเบ้ย ชัยบู่ มีบุตร 5 คน คือ 1.นายสุบรรณ ชัยบู่ 2.นายสุพจน์ ชัยบู่ 3.นางธนารัตน์ นาคเกตุ 4.นางวรากร สหอุดมการณ์ 5.นางสุภาพร เอี่ยมอ่อน
ตระกูล ใสยิ่ง จากกการสอบถามข้อมูลจากนาง จ ารัส ใสยิ่ง ภรรยาของนายผัน ใสยิ่ง และ นางเจริญ ใสยิ่ง (นามสกุลเดิม) ซึ่งเป็นภรรยาของนายสมนึก เอื้อมงคล สันนิษฐานว่านามสกุลใสยิ่งมาจากเวียงจันทน์พร้อมกับ นามสกุลจันทะเคียน, ทิเริม สืบค้นได้ตั้งแต่รุ่นของ พ่อขาจี๋และ พ่อขาแก้ว(แท้) มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านป่ายาง ตระกูลพ่อขาจี๋ ได้สมรสกับ แม่ขาทอง มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ 1. นายเลิ้น ใสยิ่ง (บ้านหัวร้อง) 2. นางตุ่น ใสยิ่ง (บ้านบนม่อน) 3. นายล า ใสยิ่ง (บ้านป่ายาง) 4. นายสี ใสยิ่ง (บ้านฟากท่า) 5. นางบุญ ใสยิ่ง (บ้านฟากท่า) 1. พ่อขาเลิ้น ใสยิ่ง สมรสกับ แม่ขาเหลียว มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 7 คน คือ 1.1 นางเกิด สอนถา 1.2 นายวงษ์ ใสยิ่ง 1.3 นางสาวสวาท ใสยิ่ง 1.4 นายสวัสดิ์ ใสยิ่ง 1.5 นายแสวง ใสยิ่ง 1.6 นางอ่อน ค าแสน 1.7 นางอรุณี(แต๋ว) ส าเริงฤทธิ์ 2. แม่ขาตุ่น ใสยิ่ง สมรสกับ พ่อขามูล รัตน์ทอง มีลูก 1 คน คือ 2.1 นายม่อง รัตน์ทอง สมรสกับ นางแห กุลเป็ง มีบุตร 2 คน คือ - นายสมชาย รัตน์ทอง และ นางสาวสมพิศ รัตน์ทอง (เมื่อพ่อขามูล รัตน์ทอง ได้เสียชีวิตลง แม่ขาตุ่น ใสยิ่ง ได้สมรสใหม่กับ พ่อขาสหัส ค าใส(บ้านม่อนป่างิ้ว) ไม่มีบุตร) 3. พ่อขาล า ใสยิ่ง สมรสกับ แม่ขารุณ มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ 3.1 นายแก้ว ใสยิ่ง 3.2 นายอ่อน ใสยิ่ง 3.3 นางเงิน อองกุลนะ 3.4 นางเจริญ เอื้อมงคล 3.5 นางวิไล สร้อยศักดิ์ 4.พ่อขาสี ใสยิ่ง สมรสกับ แม่ขาลา ทิพย์ศรีมูล มีบุตร 4 คน คือ 4.1 นายเปียง ใสยิ่ง 4.2 นายมอย ใสยิ่ง 4.3 นายมนตรี(ลิ) ใสยิ่ง 4.4 นางน้อย ใสยิ่ง
5.แม่ขาบุญ ใสยิ่ง สมรสกับ พ่อขาแก้ว ค าทิพย์ อยู่บ้านฟากท่า มีบุตรด้วยกัน 7 คน คือ 5.1 นายอินทร์ ค าทิพย์ 5.2 นางตอง อินดี 5.3 นางเล็ก ซองทอง 5.4 นายรักษ์ ค าทิพย์ 5.5 นายบุญรอด ค าทิพย์ 5.6 นางพัชรี มีรัตน์ 5.7 นายจรูญ ค าทิพย์ ตระกูลพ่อขาแก้ว(แท้)น้องชายพ่อขาจี๋ใสยิ่ง ได้สมรสกับ แม่ขาทา มีบุตรด้วยกัน 7 คน คือ 1. พ่อขาติ๊ก ใสยิ่ง สมรสกับ แม่ขาน้อย มีบุตร 4 คน 2. พ่อขาส่วย ใสยิ่ง สมรสกับ แม่ขารัตน์ มีบุตร 3 คน 3. พ่อขาผัน ใสยิ่ง สมรสกับ แม่ขาจ ารัส มีบุตร 6 คน 4. พ่อขาเงิน ใสยิ่ง สมรสกับ แม่ขาเงิน นาคมูล มีบุตร 4 คน 5. แม่ขามา ใสยิ่ง สมรสกับ พ่อขาไหว เทียนแท่ง มีบุตร 5 คน 6. แม่ขาน้อย ใสยิ่ง สมรสกับ พ่อขาค า ค าโอด มีบุตร 9 คน 7. พ่อขามอญ ใสยิ่ง มีบุตรบุญธรรม คือ นางทอง ใสยิ่ง ซึ่งสมรสกับนายหิง ใสยิ่ง มีบุตร 3 คน คือ 7.1 จ.ส.อ.เหิน ใสยิ่ง 7.2 นายหวล ใสยิ่ง 7.3 นายเพ็ชร ใสยิ่ง ต่อมานายหิง ใสยิ่ง ได้เสียชีวิตลง นางทอง ใสยิ่ง จึงได้สมรสใหม่อีกครั้งกับ นายค า(หมื่น) ใสยิ่ง มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 6 คน คือ 1. นายมี ใสยิ่ง 2. นางน้อย ใสยิ่ง 3. นายค า ใสยิ่ง 4. นายเหรียญ ใสยิ่ง(พ่อของผู้ใหญ่บุญเกิด ใสยิ่ง) 5. นายปาน ใสยิ่ง(พ่อของนายเบิ้ม ใสยิ่ง บ้านหนอง) 6. นางป่าย ใสยิ่ง ต่อมาลูกหลานนามสกุล “ใสยิ่ง” ได้ใช้นามสกุลสืบทอดต่อกันไปอีกหลายชั่วอายุ
ต้นตระกูล สุวรรณรอด ต้นสกุลเดิมปู่ทวดอพยพมาจากเวียงจันทน์ รุ่นต่อมาคือปู่เรียง สุวรรณรอด อาศัยอยู่บ้านยางกะได ได้ ด ารงต าแหน่ง ก านันต าบลยางกะได และประกอบอาชีพเลี้ยงช้าง ปู่เรียง สุวรรณรอด ได้สมรสกับ ย่าวัน มีบุตรด้วยกัน 4 คน คือ 1. นายอ่อน สุวรรณรอด สมรสกับ นางเริญ มีบุตรด้วยกัน 4 คน คือ 1.1 นายราญ สุวรรณรอด 1.2 นายรุณ สุวรรณรอด 1.3 นางหลง สุวรรณรอด 1.4 นางบุญมี สุวรรณรอด 2. นางต่อมแก้ว สุวรรณรอด สมรสกับ นายโทน มูลเค้า มีบุตร ด้วยกัน 1 คน คือ 2.1 นางสด สุวรรณรอด สมรสกับ นายหนอย ทิเริม มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ 2.1.1 นางปารณีย์ เตชปุญยง (ทิเริม) 2.1.2 นางชนิดา สมแตง (ทิเริม) 3. นางทองค า สุวรรณรอด สมรสกับ นายสิงห์ โม่งเย็น มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ 3.1 นายบุญธรรม โม่งเย็น สมรสกับ นางนฤมล ทองแน่น 4. นางแก้ว สุวรรณรอด ภายหลังจากนั้นสืบมา นามสกุล “สุวรรณรอด” ได้มีลูกหลานน านามสกุลไปใช้สืบต่อกันหลายชั่วอายุ คน จนถึงปัจจุบัน
ต้นตระกูล มีรัตน์ ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าต้นตระกูลอพยพมาจากที่ใด จากค าบอกเล่าของนายอนันต์ มีรัตน์ ได้ให้ ข้อมูลว่า อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในอ าเภอลับแลตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ของพ่อขาดี มีรัตน์, พ่อขาบุญ มีรัตน์,พ่อขาโม่ง มีรัตน์และแม่ขาสว่าย มีรัตน์ซึ่งเป็นพี่น้องกัน 1. พ่อขาดี มีรัตน์ได้ด ารงต าแหน่งผู้ใหญ่บ้านต าบลยางกะได อ าเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และ ได้สมรสกับ แม่ขาสร้อย มีรัตน์มีลูกด้วยกันทั้งหมด 5 คน คือ นางสี มีรัตน์, นายสอน มีรัตน์, นายนวล มีรัตน์ , นางฟอง มีรัตน์, นางค า มีรัตน์ 1. นางสี มีรัตน์สมรสกับ นายมี วันศุกร์มีบุตรธิดาด้วยกัน 4 คนคือ นางสาวจันเพ็ญ วันศุกร์, นางแปลง อินทมินทร์, นายประพันธ์ วันศุกร์และนางขัน วันศุกร์ 2. นายสอน มีรัตน์ไม่ได้สมรส 3. นายนวล มีรัตน์สมรสกับ นางแว่น มาต้น มีบุตรธิดาด้วยกัน 4 คนคือ นายอ านวย มีรัตน์, นางจ านง มี รัตน์,นายอนันต์ มีรัตน์และ นายประพันธ์ มีรัตน์ 4. นางฟอง มีรัตน์ได้อพยพไปอยู่ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ไม่ทราบประวัติทางครอบครัว 5. นางค า มีรัตน์สมรสกับ เจ๊กตุ้ย เอื้ออรุณ มีบุตรธิดาด้วยกัน 7 คน คือ นายมงคล เอื้ออรุณ, นายวิโรจน์ เอื้ออรุณ, นายวิชิต เอื้ออรุณ, นายวิชัย เอื้ออรุณ, นายวิฑูรย์ เอื้ออรุณ, นายวิทยา เอื้ออรุณ และนางวาสนา เต็งวงวัฒนะ 2.พ่อขาบุญ มีรัตน์ ได้สมรสกับ แม่ขาหิง มีรัตน์มีบุตร 1 คน คือ พ่อขาหมา มีรัตน์ พ่อขาหมา มีรัตน์ได้สมรสกับ นางปอ มีบุตรธิดา 5 คนคือ 1. นายต่วน มีรัตน์ สมรสกับ นางแป้ม หิงสุวรรณ มีบุตร 4 คน 2. นางแปลก มีรัตน์ สมรสกับ ร.ต.ต.ฟอง อินดี มีบุตร 2 คน 3. นายรอด มีรัตน์ สมรสกับ นางเรียน รัตน์รักษ์ มีบุตร 3 คน 4. นายเลิศ มีรัตน์ สมรสกับ นางอ านวย สุชาติ มีบุตร 3 คน 5. นางจ ารัส มีรัตน์ สมรสกับ จ.ส.อ.ลอย รัตนวงศ์ มีบุตร 1 คน 3.พ่อขาโม่ง มีรัตน์ ได้สมรสกับ แม่ขาสา มีรัตน์ มีบุตร 1 คนคือ 1. นายสี มีรัตน์ สมรสกับ นางแก้ว มีบุตร 5 คน คือ 1.1 นายนวล มีรัตน์ สมรสกับ นางอิน มีบุตร 5 คน คือ - นางเต่ย มีรัตน์, นายอี๊ด มีรัตน์, นางจิต มีรัตน์, นางคิด สีแดง, นายโรย มีรัตน์
1.2 นางปั่น มีรัตน์ สมรสกับ นายน้อย แก้วสาร มีบุตร 3 คนคือ - นางหลั่น เป็งแห, นายหวัน แก้วสาร, นางสาวบุญเรียน แก้วสาร 1.3 นายพุด มีรัตน์ สมรสกับ นางมูล มีบุตร 5 คน คือ - นางอิ๊ด มีรัตน์, นายอาจ มีรัตน์, นางสิน มีรัตน์, นายเฉย มีรัตน์, นางสาย มีรัตน์ 1.4 นางสุข มีรัตน์ สมรสกับ นายสุข สุขจิตต์ มีบุตร 7 คน คือ - นายบุญมี สุขจิตต์, นายจรัญ สุขจิตต์, นางส าเภา ใสดี, นายสมบูรณ์ สุขจิตต์, นางสาวนันทา สุขจิตต์, นางสาวน้อย สุขจิตต์, เด็กชายบัว มีรัตน์ (เสียชีวิตในวัยเยาว์) 4. แม่ขาสว่าย มีรัตน์ สมรสกับ พ่อขาปั๋น เสือน้อย มีบุตร 1 คน คือ นายเปล่ง เสือน้อย ต่อมา ภายหลังเปลี่ยนมาใช้นามสกุลมารดาคือ นายเปล่ง มีรัตน์ ปัจจุบันตระกูลมีรัตน์มีบุตรหลานขยายครอบครัวและอาศัยอยู่ทุกพื้นที่ของอ าเภอลับแล ทั้งในต าบล ด่านแม่ค ามัน ต าบลทุ่งยั้ง ต าบลฝายหลวง และ ต าบลศรีพนมมาศ
ต้นตระกูล กุลศิริ ไม่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่าอพยพมาจากที่ใด จากการสอบถามข้อมูลจากนายอนันต์ กุลศิริ นั้นเล่าว่า เริ่มต้นครอบครัวจากขุนราชไมตรี(นายมูล กุลศิริ) ซึ่งด ารงต าแหน่งก านันต าบลฝายหลวง สมรสกับ นางตูมมา กุลศิริ มีบุตรด้วยกันคือนายจัน หรือจันโตน หลังจากนั้นนายจัน หรือจันโตน สมรสกับ นางวัน กุลศิริ มีบุตร ด้วยกัน 4 คน คือ 1. นายยา กุลศิริ สมรสกับ นางจม กุลศิริ มีบุตรธิดาด้วยกัน 5 คน 2. นายมา กุลศิริ สมรสกับ นางบุญ กุลศิริ มีบุตรธิดาด้วยกัน 4 คน 3. นายมูล กุลศิริ สมรสกับ นางปัน กุลศิริมีบุตรธิดาด้วยกัน 9 คน 3.1 นายบุญ กุลศิริ สมรสกับ นางบุญรอด มูลเค้า (สุชาติ) มีบุตรด้วยกัน 1 คน 3.1.1 นางกัลยากร กุลศิริ ข้าราชการครูบ านาญ 3.2 นายจันทร์ กุลศิริ สมรสกับ นางจ าปี แซ่เตีย (สีหกุลัง) มีบุตรธิดาด้วยกัน 6 คน 3.2.1 นางสาวถนอมศรี กุลศิริ 3.2.2 นางเยาวนิตย์ กุลศิริ อดีตข้าราชการครู 3.2.3 นายมานพ กุลศิริ ข้าราชการครูบ านาญ 3.2.4 นายอนันต์ กุลศิริ ข้าราชการครูบ านาญ 3.2.5 นายอเนก กุลศิริ ข้าราชการครูบ านาญ 3.2.6 นายพิเชษฐ์ กุลศิริ ข้าราชการครูบ านาญ 3.3 นายกิ้ง กุลศิริไม่ได้สมรส 3.4 นางสี กุลศิริ ไม่ทราบคู่สมรส มีบุตรธิดาด้วยกัน 1 คน 3.4.1 นางสุพัชรินทร์ แสงจันทร์ 3.5 นางแก้ว ขวัญมุข ไม่ทราบคู่สมรส มีบุตรธิดาด้วยกัน 6 คน 3.6 นางช่วย ค าคุ้ม ไม่ทราบคู่สมรส มีบุตรธิดาด้วยกัน 8 คน 3.7 นางสาวหลวย กุลศิริ ไม่ได้สมรส 3.8 นางรุณ เรืองศรี ไม่ทราบคู่สมรส มีบุตรธิดาด้วยกัน 5 คน 3.9 ด.ช.ประเสริฐ กุลศิริ 4. นายสี กุลศิริ สมรสกับ นางหิง กุลศิริ มีบุตรธิดาด้วยกัน 6 คน ปัจจุบันนามสกุล “กุลศิริ” ได้ขยายครอบครัวและอาศัยอยู่ทุกพื้นที่ของอ าเภอลับแล ทั้งในต าบลฝาย หลวง, ต าบลศรีพนมมาศ และต าบลชัยจุมพล
ต้นตระกูล ทองเลิศ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าอพยพมาจากที่ใด จากค าบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่คือนางเหลือ ทองเลิศ (พลสัมฤทธิ์) นางเล็ก แผ้วผา และ นางศรีนวล ปัทมสูตร สันนิษฐานว่าต้นตระกูลทองเลิศอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ ในอ าเภอลับแล ตั้งแต่รุ่นของนายค า ทองเลิศ และ นายน้อย ทองเลิศ ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านคุ้ม อ าเภอลับแล สกุลทองเลิศ ที่สืบค้นได้มี นายค า ทองเลิศ และ นายน้อย ทองเลิศ เป็นพี่น้องกัน นายค า ทองเลิศ สมรสกับ นางรอด (ไม่ทราบนามสกุล) มีบุตรด้วยกัน 4 คน คือ 1. นางล า ทองเลิศ สมรสกับ นายริด จ าปารัตน์บ้านยางกะไดเหนือ (ไม่มีบุตร) ภายหลังได้ขอลูกแม่ ขาบุญกับพ่อขาบึ้ง แผ้วผา มาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ชื่อ นายซ้อน แผ้วผา 2. นางบุญ ทองเลิศ สมรสกับ นายบึ้ง แผ้วผา มีบุตร 5 คนคือ 2.1 นายสอน แผ้วผา (ไม่ได้สมรส) 2.2 นายซ้อน แผ้วผา สมรสกับ นางเล็ก เส็งชา มีบุตร 4 คน 2.3 นางวัน แผ้วผา สมรสกับ นายมอย ยศสม มีบุตร 1 คน 2.4 นายทอง แผ้วผา สมรสกับ นางสา มีบุตร 5 คน 2.5 นายเอ๊อะ แผ้วผา สมรสกับ นางช่วย มีบุตร 7 คน 3. นางมูด ทองเลิศ สมรสกับ นายริด แก้วตา บ้านต้นม่วง (ไม่มีบุตร) 4. นายห่วย ทองเลิศ สมรสกับ นางไหล ทองศรี นายห่วย ทองเลิศ มีอาชีพเป็นหมอยาพื้นบ้านในสมัยก่อน ได้สร้างครอบครัวกับนางไหล ทองศรีมีบุตรด้วยกัน ทั้งหมด 8 คน คือ 1. นายหนู ทองเลิศ สมรสกับ นางพาน แก้วกาญจน์ มีบุตร 3 คน 2. นางมี ทองเลิศ สมรสกับ นายมา มะโนค า มีบุตร 4 คน 3. นางแก้ว ทองเลิศ สมรสกับ นายประเสริฐ ขวัญณรงค์ มีบุตร 9 คน 4. นายจีน ทองเลิศ สมรสกับ นางทอง นพบัลลังค์ มีบุตร 6 คน 5. นายจันทร์ ทองเลิศ สมรสกับ นางบัว ค าพันธ์ มีบุตร 1 คน 6. นายเฉย ทองเลิศ สมรสกับ นางปั่น บุญอยู่ มีบุตร 6 คน 7. นายสาย ทองเลิศ สมรสกับ นางปี เกิดเจริญ มีบุตร 3 คน 8. นางเหลือ ทองเลิศ สมรสกับ นายอ านวย พลสัมฤทธิ์ (ไม่มีบุตร) นายน้อย ทองเลิศ สมรสกับ นางมูล(ไม่ทราบนามสกุล) มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 4 คน คือ 1. นายจาก ทองเลิศ สมรสกับ นางวัน ดวงแก้ว มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ 1.1 นางแสงระวีอินต๊ะวิชัย 1.2 นายใส ทองเลิศ
2. นายโอะ ทองเลิศ บ้านร่องยาง มีบุตรชาย 1 คน คือพระครูโสภณธรรมาภิรัต(ตัน) เจ้าอาวาสวัดม่อนนาง เหลียว 3. นายอินทร์ ทองเลิศ บ้านร่องยาง 4. นางโท ทองเลิศ บ้านคอกช้าง มีบุตร 1 คน คือ นางสุข ทองสมบูรณ์
ต้นตระกูล จันทะเคียน สันนิษฐานว่ามาจากเวียงจันทน์พร้อมกับหลวงพ่อน้อยวัดป่ายางตั้งแต่รุ่นปู่ของพ่อนายละจันทะเคียน โดย อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านหนอง อ าเภอลับแล และสมรสกับ นางปิ่น (ไม่ทราบสกุล) มีบุตรด้วยกัน 5 คน 1.นายเฮียน จันทะเคียน สมรสกับ อ าแดงแก้ว มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ 1.1 นายนาค จันทะเคียน ไม่ทราบชื่อคู่สมรส มีบุตร 4 คน 1.2 นายลิ จันทะเคียน สมรสกับ นางเปียง ศรีมงคล มีบุตร 8 คน 2. นายอยู่ จันทะเคียน สมรสกับ นางจันทร์ นาคบัว มีบุตรด้วยกัน 7 คน คือ 2.1 นายสนิท จันทะเคียน 2.2 นายน้อย จันทะเคียน สมรสกับ นางจินดา ใจอ่อน มีบุตร 4 คน 2.3 นายมนัส จันทะเคียน สมรสกับ นางน้อย มีบุตร 3 คน 2.4 เด็กหญิงรัตน์ จันทะเคียน เสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ 2.5 นางอรวรรณ(ริด) จันทะเคียน สมรสกับ นายกลเทพ พรไตรรัตน์ มีบุตร 3 คน 2.6 เด็กชายชิด จันทะเคียน เสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ 2.6 นางรุณ จันทะเคียน สมรสกับ นายไสว แผ้วผา มีบุตร 2 คน 3. นางแมง จันทะเคียน สมรสกับ นายเล็ก มีแดง มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ 3.1 นางสาย มีแดง สมรสกับ นายจรัญ สุขเมืองมา มีบุตร 4 คน 3.2 นายหลง มีแดง สมรสกับ นางสาย เรียนแพง มีบุตร 4 คน 3.3 นางดา มีแดง สมรสกับ นายชุม มูลก าเหนิด มีบุตร 2 คน 3.4 นายทวี มีแดง สมรสกับ นางลาวัลย์ มีบุตร 2 คน 3.5 นางบัวค า มีแดง สมรสกับ นายดัด สิขัณฑกนาค มีบุตร 3 คน 4. นางมูด จันทะเคียน สมรสกับ นายเจ๊ก เครือฟั่น มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ 4.1 นายเปิ้น เครือฟั่น 4.2 นางงก เครือฟั่น 5. นายหลี จันทะเคียน สมรสกับ นางอยู่ สุขจิตต์มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ 5.1 นายเผือก จันทะเคียน สมรสกับ นางมวล นาคบัว มีบุตร 2 คน 5.2 นางอัมพร จันทะเคียน สมรสกับ นายแหนง นิโรจน์ มีบุตร 3 คน 5.3 นายไพศาล จันทะเคียน สมรสกับ นางสุภาพร มีบุตร 2 คน 5.4 นางแพรวพรรณ จันทะเคียน สมรสกับ นายประสิทธิ์ ฉิมคล้าย มีบุตร 1 คน 5.5 นางสาวจารุนันท์ จันทะเคียน (โสด) 5.6 นางสาวร าเพย จันทะเคียน (โสด)
ต้นตระกูล กุลพรม ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าต้นตระกูล “กุลพรม” อพยพมาจากที่ใด แต่จากค าบอกเล่าของนายบัว กุลพรม ได้ให้ข้อมูลว่าอาศัยอยู่ที่ชุมชนยางกะไดใต้ตั้งแต่รุ่นของปู่ซึ่งปู่ชื่อนายด า กุลพรม และมีย่าชื่อนางจันทร์ กุลพรม โดยนายด าและนางจันทร์ กุลพรม มีบุตรด้วยกันทั้งหมด 5 คน คือ 1. นางฟอง กุลพรม สมรสกับ นายตัน สุขจิต มีบุตร 2 คน คือ 1.1 นายหล่ า สุขจิต สมรสกับ นางแก้ว ทิเริม มีบุตร 7 คน 1.2 นายสุข สุขจิต สมรสกับ นางสุข มีรัตน์ มีบุตร 6 คน 2. นางนวล ม่วงเย็น สมรสกับ นายเหลือ ศรีชุ่ม มีบุตร 3 คน คือ 2.1 นายมี ศรีชุ่ม 2.2 นางเงิน ศรีชุ่ม 2.3 นายบุญ ศรีชุ่ม 3. นายค า กุลพรม สมรสกับ นางสาย ตุ้ยถา มีบุตร 6 คน คือ 3.1 นายประชุม กุลพรม (โสด) 3.2 นายเจริญ กุลพรม สมรสกับ นางเปรมปรี ดีโพธิ์ มีบุตร 3 คน 3.3 นางสาวป้อม กุลพรม (โสด) 3.4 นายสมยศ กุลพรม สมรสกับ นางน้อย มีบุตร 1 คน 3.5 นายจรัญ กุลพรม สมรสกับ นางผัด มีบุตร 1 คน 3.6 นายบุญมี กุลพรม สมรสกับ นางละมัย เรียนแพง มีบุตร 2 คน 4. นางปา กุลพรม สมรสกับ นายทอง ค าโอด มีบุตร 5 คน คือ 4.1 นายตอง ค าโอด สมรสกับ นางเลื่อน จงบริบูรณ์ มีบุตร 5 คน 4.2 นายแก้ว ค าโอด สมรสกับ นางทอง มีบุตร 5 คน 4.3 นายแบน ค าโอด สมรสกับ นางผาย โสภา มีบุตร 1 คน ต่อมาได้สมรสใหม่กับ นางจวน โท่นเป็ง ไม่มีบุตร 4.4 นางสาวสาลี ค าโอด สมรสกับ นายแก้ว แก้วบุตร มีบุตร 1 คน 4.5 นางปริม ทองประเทือง(ค าโอด) สมรสกับ นายแสง บุญเนื่อง มีบุตร 2 คน 5. นายยอด กุลพรม สมรสกับ นางไหล กุลพรม มีบุตร 7 คน คือ 5.1 นางแบน กุลพรม สมรสกับ นายมี ศรีเจริญ มีบุตร 2 คน 5.2 นายบัว กุลพรม สมรสกับ นางจีน กุลพรม มีบุตร 4 คน 5.3 นางสุนิตย์ กุลพรม สมรสกับ นายเชื้อ ตรีศัพท์มีบุตร 1 คน 5.4 นางไข กุลพรม สมรสกับ นายค า พรมสุวรรณ มีบุตร 3 คน 5.5 นางน้อย กุลพรม สมรสกับ นายสิน เชียงมณี (ไม่มีบุตร) 5.6 นางสาวสุข กุลพรม 5.7 นางจันทร์ กุลพรม สมรสกับ นายโทน เทียมเมือง มีบุตร 2 คน
ตระกูล สุขจิตต์ นายค า และ นางเบ้า สุขจิตต์ได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาจากบ้านงิ้วงาม อ าเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ โดย มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ 1.นายมั่น สุขจิตต์ 2.นายตัน สุขจิตต์ 1. นายมั่น สุขจิตต์ สมรสกับ นางทา ค าใส มีบุตร 3 คน คือ 1.1 นางอยู่ สุขจิตต์ สมรสกับ นายหลี จันทะเคียน มีบุตร 6 คน 1.2 นางยัง สุขจิตต์ สมรสกับ นายเขียว บัวงาม มีบุตร 5 คน ต่อมานางยัง สุขจิตต์ ได้สมรสกับ นายจันทร์ สุโสม มีบุตร 2 คน 1.3 นายโปร่ง สุขจิตต์ สมรสกับ นางสมจิต มีบุตร 3 คน ต่อมานายโปร่ง สุขจิตต์ ได้สมรสกับ นางจ ารัส มีบุตร 1 คน 2. นายตัน สุขจิตต์ สมรสกับ นางฟอง กุลพรม มีบุตร 2 คน คือ 2.1 นายหล่ า สุขจิตต์ สมรสกับ นางแก้ว ทิเริม มีบุตร 7 คน 2.2 นายสุข สุขจิตต์ สมรสกับ นางสุข สุขจิตต์ มีบุตร 6 คน
ตระกูล จุติ ตระกูลจุติไม่สามารถสืบค้นได้ว่าอพยพมาจากที่ใด แต่จากการสอบถามนางสาวน้อย จุติกล่าวว่า ต้นตระกูลจุติ ตั้งรกรากอยู่ที่บ้านยางกะไดเหนือ น าโดยพ่อขาปี จุติ ได้สมรสกับ แม่ขาสุ่ม มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ 1. นายอยู่ จุติ สมรสกับ นางแอ้ม(บ้านนาโป่ง) มีบุตร 4 คน 2. นายทอง จุติ สมรสกับ นางมี ค าใส มีบุตร 3 คน คือ 2.1 นายเวิ้น จุติ สมรสกับ นางละมัย(บ้านหนอง) มีบุตร 4 คน คือ - นางสีนวล จุติ สมรสกับ นายชูชีพ จันมา มีบุตร 2 คน - นางสาวนิตยา จุติ(โสด) - นายมานพ จุติ สมรสกับ นางปลาบู่ทอง แก้วดี มีบุตร 1 คน - นายน้อย(หนอย) จุติ(โสด) 2.2 นางป้อม จุติ สมรสกับ นายนิวัฒน์(แน่น) แก้วทองมามีบุตร 5 คน คือ - นางเพ็ญศรี แก้วทองมา สมรสกับ นายอุดม โสตถิสวัสดิ์ มีบุตร 2 คน - นางอัมพร แก้วทองมา สมรสกับ นายฉัตรชัย ทองทา มีบุตร 2 คน - นายนิพนธ์ แก้วทองมา สมรสกับ นางบังอร มีบุตร 1 คน - นางพิมพ์ใจ แก้วทองมา สมรสกับ นายชาญ อ่อนวงษ์(ไม่มีบุตร) - นายพิภพ แก้วทองมา (โสด) 2.3 นายวัน จุติ สมรสกับ นางปัด(บ้านม่อนป่างิ้ว) ไม่มีบุตร 3. นางเติบ จุติ สมรสกับ นายจ้อน ลังกา มีบุตร 4 คน 4. นางปอ จุติ สมรสกับ นายแซ่ง(เจ๊กแก้น) แซ่ลี้ มีบุตร 5 คน คือ 4.1 นายเซ็ง เจโตวิมุติพงศ์(แซ่ลี้) สมรสกับ นางแต่ง ยศสม มีบุตร 6 คน 4.2 นายเฮง เจโตวิมุติพงศ์(แซ่ลี้) สมรสกับ นางบุญ คงสุข มีบุตร 3 คน 4.3 นายฮี้ แซ่ลี้ สมรสกับ นางไหม มีแสน มีบุตร 3 คน 4.4 นายตุ่น แซ่ลี้(โสด) 4.5 นายเกษม แซ่ลี้ สมรสกับ นางติ๋ม เหล็กมั่น มีบุตร 1 คน
5. นายลิ จุติ สมรสกับ นางจัน บุญก าเหนิด มีบุตร 11 คน คือ 5.1 นางสาวน้อย จุติ(โสด) 5.2 นายนเรศ จุติ สมรสกับ นางกาหลง นันทะแลบ 5.3 นางส าเภา จุติ สมรสกับ นายส่ง โอดมี มีบุตร 2 คน 5.4 นายพล จุติ สมรสกับ นางส ารวย จึงจ าเริญ มีบุตร 2 คน 5.5 นายประพันธ์ จุติ สมรสกับ นางกัญหา แหยมยินดี มีบุตร 2 คน 5.6 นายบรรลือ จุติ สมรสกับ นางพิมพ์ อินตา มีบุตร 1 คน 5.7 นายวิโรจน์ จุติ สมรสกับ นางไก่(บ้านน้ าท่วม) มีบุตร 1 คน 5.8 นายรัตน์ จุติ(โสด) อีก 3 คน เสียชีวิตยังวัยเยาว์ เป็นผู้ชาย 1 คน และผู้หญิง 2 คน (ไม่ปรากฎชื่อ) 6. นายนะ จุติ
42 ตระกูล มาต้น ปฐมบทอัตชีวประวัติจากคำบอกเล่าสืบต่อกันมาของบรรพชนของตระกูลมาต้นได้ถูกกวาดต้อนพลเมืองมา จากเมืองเชียงตุงสมัยประมาณช่วงต้นรัชกาลที่ ๕ มีการยกทัพไปทำศึกเนื่องจากเกิดกบฏแข็งข้อที่เมืองเชียงตุงของ หลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในปัจจุบัน มีครอบครัวชาวหลวงพระบางส่วนหนึ่งได้ถูก นำกลับมายังลับแลและเป็นคนรับใช้ทำงานทำสวนไร่นาอยู่ที่เรือนพระศรีพนมมาศ จนถึงเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๔ (ร.ศ. ๑๒๐) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จเยี่ยมพสกนิกรชาวจังหวัดอุตรดิตถ์และอำเภอลับแล นายทัก ได้รับหน้าที่หุงหาอาหารเลี้ยงข้าราชบริพารที่ตามเสด็จฯที่ส่วนหนึ่งพักอาศัยอยู่ที่เรือนพระศรีพนมมาศและ หาอาหารดูแลเลี้ยงช้างร่วมขบวนเสด็จฯ ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเริ่มมีการเปลี่ยนทางการปกครอง กฎหมาย โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ หลังจาก ร.๕ เสด็จกลับพระนครฯ พระศรีพนมมาศได้ให้ นายทัก พาครอบครัวแยกออกจากเรือนพระศรีพนมมาศมาตั้งบ้านเรือน ประกอบอาชีพโดยอิสระและได้รับมอบที่ดินจากพระศรีพนมมาศจำนวนหนึ่งแปลงแยกออกมาสร้างบ้านเรือนซึ่ง ปัจจุบันคือบ้านเลขที่ ๕๔๙ ชุมชนบ้านยางกะไดเหนือในปัจจุบัน นายทัก ( กำนันทัก ) มาต้น สมรสกับ นางบาง มีบุตรด้วยกัน ๔ คน คือ ๑. นายซับ มาต้น สมรสกับ นางหน่อ มีบุตรด้วยกัน ๓ คน คือ ๑.๑ นายหลุน มาต้น สมรสกับ นางบุญ มีบุตรด้วยกัน ๕ คน คือ 1. นายจันทร์ มาต้น สมรสกับ นางเครือ(บ้านหนอง) มีบุตร 5 คน 2. นายโต๊ะ มาต้น สมรสกับ นางผัน(บ้านป่ายาง) มีบุตร 3 คน 3. นายคำ มาต้น สมรสกับ นางคำ สวนหล่อ มีบุตร 3 คน คือ 3.1 นางบุญ มาต้น สมรสกับ นายฟอง ใจอ่อน(บ้านคุ้ม) มีบุตร 5 คน 3.2 นายเงิน มาต้น สมรสกับ นางติ่ง มั่งอ้น มีบุตร 3 คน 3.3 นางแก้ว มาต้น สมรสกับ นายรัตน์ ปัญญายศ(บ้านนาทะเล) มีบุตร 5 คน 4. นางแก้ว มาต้น สมรสกับ นายไหม บางจู(บ้านคุ้ม) มีบุตร 5 คน 5. นางเกี้ยว มาต้น สมรสกับ นายขัน มาโพธิ์(อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านคุ้ม) มีบุตร 4 คน 1.๒ นายสุข มาต้น สมรสกับ นางรุณ เถาโพธิ์ มีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือ 1. นายตา มาต้น สมรสกับ นางดอกไม้ แก้วเปี้ย(หัวดง) มีบุตร 7 คน 1.1 นางโมรา มาต้น สมรสกับ นายลัด จันนคร มีบุตร 3 คน 1.2 นางสาวมาลัย มาต้น 1.3 นางสาวมาลี มาต้น 1.4 นางสาวทวี มาต้น 1.5 ดร.ถาวร มาต้น สมรสกับ นางปราณี จันทร์แสนตอ มีบุตร 2 คน 1.6 นายสาทร มาต้น สมรสกับ นางสุนีย์ แสนอุบล ไม่มีบุตร 1.7 เด็กหญิงพิศมัย มาต้น 2. เด็กชาย เสียชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ 1.3 นายพุด มาต้น ตั้งครอบครัวอยู่ที่ ตำบลนานกกก อำเภอลับแล ไม่ทราบจำนวนบุตร ๒. นายสิน มาต้น สมรสกับ นางบุมีบุตร ๓ คน ไม่สามารถสืบค้นข้อมูลชื่อของบุตร แต่สามารถสืบค้นข้อมูล ในชั้นหลานได้ โดยในจำนวนบุตรของนายสิน มาต้น กับนางบุ มาต้น เป็นธิดาชื่อนางแหลว มาต้น ได้สมรสกับ นายจ๋อย มูลเค้า และมีบุตร 1.นางเวียน มูลเค้า สมรสกับ นายบุญ แสงจันทร์ 2.นางวัน มูลเค้า สมรสกับ นายฟอง แก้วปา ๓. นางคำงิม มาต้น - เสียชีวิต ไม่ทราบข้อมูลบุตร ๔. นายสุก มาต้น - เสียชีวิตตั้งแต่เด็ก
ตระกูล มาเปียง จากค าบอกเล่าของ แม่ค าแสน ยุทธพงศ์(มาเปียง) อายุ 86 ปี อพยพมาจากที่ใดไม่สามารถทราบได้ สืบค้นได้ตั้งแต่รุ่นของ ปู่จ้อน มาเปียง อาศัยอยู่ที่บ้านยางกะไดใต้ อ าเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ปู่จ้อน มาเปียง สมรสกับ ย่าปี มาเปียง มีบุตร 2 คน คือ 1. นายใส มาเปียง สมรสกับ นางสี มีบุตร 7 คน คือ 1.1 พระครูมุนินวีรานุกูลเจ้าอาวาสวัดม่อนปรางค์ (หนูหรือยิ้ม มาเปียง) 1.2 นางน้อย มาเปียง สมรสกับ นายโกเมน แสงซื่อ(บ้านคอกช้าง) มีบุตร 2 คน คือ 1. นางชวันรัตน์ นันทไชยสิทธิ์ 2. นายธัญสิทธิ แสงซื่อ 1.3 นายเครื่อง มาเปียง สมรสกับ นางสมสิน(บ้านวังลึก จังหวัดแพร่) มีบุตร 5 คน 1.4 นางวัน มาเปียง สมรสกับ นายทอง ประสานศรี(บ้านคุ้ม) มีบุตร 2 คน 1.5 นายสุข มาเปียง สมรสกับ นางสา ขุนคง(บ้านคอกช้าง) มีบุตร 3 คน คือ 1.นางสาวสร้อย มาเปียง(โสด) 2.นายชิด มาเปียง สมรสกับ นางปราณี จันเส็ง มีบุตร 2 คน 3.นายบุญเชิด มาเปียง มีบุตร 1 คน 1.6 นางบาง มาเปียง สมรสกับ นายอาเอี๊ยะ แซ่เอี้ยว(อยู่หลังโรงเรียนพนมมาศพิทยากร) มีบุตร 6 คน คือ 1. นายณรงค์(แดง) มาเปียง สมรสกับ นางน้อย มีบุตร 3 คน 2. นางอุไรรัตน์ มาเปียง สมรสกับ นายชวลิต รอดทอง มีบุตร 1 คน 3. นายภาสกร เอื้อวัฒนาศิริกุล(หม้าย) มีบุตร 3 คน 4. นายประพัทธ์ เอื้อวัฒนาศิริกุล(หม้าย) มีบุตร 2 คน 5. นางสาวอ้อม (โสด) 6. นางเล็ก สมใจ มีบุตร 2 คน 1.7 นายอ่อน มาเปียง สมรสกับ นางพรรณ(บ้านวังลึก สุโขทัย) มีบุตร 3 คน 2. นายไหว มาเปียง สมรสกับ นางนา แจ่มตา มีบุตร 3 คน คือ 2.1 นางค าแสน มาเปียง สมรสกับ นายน้อย ยุทธพงศ์ มีบุตร 1 คน คือ นางนิตยา ยุทธพงศ์
2.2 นางวาสนา มาเปียง สมรสกับ นายมี แสงสุข มีบุตร 3 คน คือ 1.นางกุลธิดา แสงสุข 2.นางถนอมสิน แสงสุข 3.นายกอบพล แสงสุข 2.3 นายธีระ มาเปียง สมรสกับ นางเล็ก อินทชัยศรี มีบุตร 4 คน คือ 1.นายธวัชชัย มาเปียง 2.นางอัจฉรา มาเปียง 3.นางวาราภา ขาวสัก สมรสกับ นายพฤหัส ขาวสัก(อดีตรอง นายกเทศมนตรีเทศบาลต าบลศรีพนมมาศ) 4.นายชาญชัย มาเปียง
ต้นตระกูล แซ่ตัน “ตันติรัตน์” ปู่(ก๋ง)ของนายหัส ตันติรัตน์ สกุลเดิมคือ “แซ่ตัน” ได้อพยพมาจากประเทศจีนและมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ อำเภอลับแล ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้เปลี่ยนนามสกุลจาก “แซ่ตัน” เป็น “ตันติรัตน์” นายหัส ตันติรัตน์ ได้ดำรงตำแหน่งกำนันตำบลยางกะได ซึ่งได้มีบทบาทสำคัญในการกำหนด อาณาเขตที่ยกฐานะจากตำบลยางกะไดเป็นเทศบาลตำบลศรีพนมมาศ นายหัส ตันติรัตน์ สมรสกับ นางปอ มีบุตรด้วยกัน 9 คน คือ 1. นางปี ตันติรัตน์ สมรสกับ นายมิ่ง จ้อนมาก มีบุตรด้วยกัน 4 คน คือ นางสาวลี่ จ้อนมาก, นาย ตอง จ้อนมาก, นายช่วย จ้อนมาก, นางเขียวนภา จงสุขสันติกุล 2. นายเชิด ตันติรัตน์สมรสกับ นางไหล(ภรรยาคนที่ 1) มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ นายรอด ตันติ รัตน์ สมรสกับ นางจำ จันทร์ทิม มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ นายประสิทธิ์ ตันติรัตน์, นายชาญ ตันติรัตน์, นาย สิทธิพล ตันติรัตน์, นายเกรียงศักดิ์ ตันติรัตน์, นางสาวเถาวัลย์ ตันติรัตน์, นายจรูญ ตันติรัตน์ หลังจากนั้น นายเชิด ตันติรัตน์ สมรสกับ นางจีน(ภรรยาคนที่ 2) มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ นายบุญธรรม ตันติ รัตน์, นางสาวคำ ตันติรัตน์, นางสาวบุญ ตันติรัตน์ 3. นายตุ่น ตันติรัตน์สมรสกับ นางน้อย บุญชูอ่อน มีบุตรด้วยกัน 5 คน คือ นายเลิศ ตันติรัตน์, นางบุญรวย จินดาแก้ว, นายสำราญ ตันติรัตน์, นายจรูญ ตันติรัตน์, นางจรัสศรี บุญถึง 4. นายลิ ตันติรัตน์สมรสกับ นางปัน ตันติรัตน์ มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ นางต้อย ตันติรัตน์, นาง ทัศนีย์ ตันติรัตน์, นางจันทร์เพ็ญ ตันติรัตน์, นายเปีย ตันติรัตน์, นายหนุ่ย ตันติรัตน์, นายน้อย ตันติรัตน์ 5. นางสี คงฤทธิ์ สมรสกับ นายทอง คงฤทธิ์ มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ นายหวี คงฤทธิ์, นายเวียน คงฤทธิ์, นายหวีด คงฤทธิ์, นางไหว คงฤทธิ์, นายวัฒน์ คงฤทธิ์, นายวน คงฤทธิ์ 6. นายน้อย ตันติรัตน์สมรสกับ นางรุณ ตันติรัตน์ มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ นางสั้น ตันติรัตน์, นายรอด ตันติรัตน์, นายเจริญ ตันติรัตน์, นายณรงค์ ตันติรัตน์, นายนรินทร์ ตันติรัตน์, นายเนตร ตันติรัตน์ 7. นายฮ๊อก ตันติรัตน์สมรสกับ นางเวียน ชัยบู่ มีบุตรด้วยกัน 4 คน คือ นายปฐม ตันติรัตน์, นาย เกษม ตันติรัตน์, นายโกวิทย์ ตันติรัตน์, นายวิศาล ตันติรัตน์ 8. นางอาจ ตันติรัตน์ สมรสกับ นายมอย อินเพ็ชร์ มีบุตรด้วยกัน 7 คน คือ นายบุญมี อินเพ็ชร์, นายบุญศรี อินเพ็ชร์, นายทวี อินเพ็ชร์, นางสาวอัมพร อินเพ็ชร์, นายกำพล อินเพ็ชร์, นางยุพิน ทิปา, นายทอง จันทร์ อินเพ็ชร์ 9. นางอารีย์ ตันติรัตน์ สมรสกับ นายส่ง แก้วกุลศรี มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ นายวีระ แก้วกุลศรี ภายหลัง ลูกหลานได้สืบทอดนามสกุล “ตันติรัตน์” ผ่านมาหลายชั่วอายุคนจนถึงปัจจุบัน
ตระกูล รัตนศักดิ์ นายยู้ไล้ กับ นางงี่หงษ์ แซ่ตั้ง สองสามีภรรยา เป็นชาวจีนแต้จิ๋ว อพยพจากประเทศจีนทางเรือส าเภา มาอยู่ในประเทศไทย โดยน าครอบครัวมาตั้งรกรากท ามาหากินที่อ าเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้ามาค้าขาย ของจิปาถะ ของกิน ของใช้ ยารักษาโรคตั้งชื่อร้านว่า “ร้านเจ๊กฮวด” อยู่ได้ระยะหนึ่งนายยู้ไล้ ได้พานางชุนท้อ แซ่ ลี้ มาอยู่ด้วยกันที่เมืองไทยในฐานะภรรยาอีกหนึ่งคน ช่วยกันท ามาหากิน มีบุตรจากภรรยาทั้งสองคน จ านวน 13 คน บุตรกับนางงี่หงส์ แซ่ตั้ง จ านวน 8 คน 1. นางย้ง แซ่ตั้ง สมรสกับ นายเม่ง เมฆอรุณ มีบุตร 10 คน คือ 1.1 นายบรรเลง เมฆอรุณ ค้าขาย ร้านเล้งเลือดหมู 1.2 นางนิภา โง้วศิริ แม่บ้าน 1.3 นางปราณี นาดสุวรรณ แม่บ้าน 1.4 นางปรานอม พงษ์รักษ์ แม่บ้าน 1.5 นางนิทรา ชุ่มอินทรจักร รับราชการครู (เกษียณอายุราชการ) 1.6 นายสมชาย เมฆอรุณ พนักงานการบินไทย (เกษียณอายุ) 1.7 นางนฤมล เมฆอรุณ รับราชการครู(เกษียณอายุราชการ) 1.8 นางสาวมัทนา เมฆอรุณ พนักงานบริษัทเอกชน 1.9 นายมานิตย์ เมฆอรุณ 1.10 นายนิทัศน์ เมฆอรุณ 2. นายเทียม รัตนศักดิ์ (แซ่ตั้ง) เสียชีวิต สมรสกับ นางสังเวียน รัตนนาคะ มีบุตร 5 คน 2.1 นายธวัชชัย รัตนศักดิ์ นักธุรกิจ สมรสกับ ผ.ศ.ขนิษฐา รัตนศักดิ์ 2.2 น.ส.ทิพวัลย์ รัตนศักดิ์ รับราชการครู 2.3 นายสมชาย รัตนศักดิ์ เกษตรกร 2.4 น.ส.วันทนีย์ รัตนศักดิ์ คณบดี คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล (เกษียณอายุ ราชการ) 2.5 น.ส.ทิวาพร รัตนศักดิ์ ผู้อ านวยการส านักการศึกษาระดับ 10 ส านักการศึกษา เทศบาลนครเชียงใหม่ (เกษียณอายุราชการ) นายเทียม รัตนศักดิ์ (แซ่ตั้ง) เมื่ออยู่เมืองไทย จนถึงอายุ 20 ปี เข้าคัดเลือกเกณฑ์ทหาร สัสดีจึงได้ตั้ง นามสกุลให้นายเทียม จาก แซ่ตั้ง เป็น รัตนศักดิ์ ได้เปลี่ยนใช้มาและได้ให้พี่น้องใช้นามสกุล รัตนศักดิ์ทุกคน
3. นายไพทูรย์(วอ) รัตนศักดิ์ สมรสกับ นางวณี รัตนศักดิ์ เปิดร้านขายจักรยาน ชื่อร้าน รัตนศักดิ์อยู่ตรงวง เวียนหอนาฬิกาใน จ.อุตรดิตถ์ มีบุตร 4 คน คือ 3.1 นางเทวี รัตนศักดิ์ แม่บ้าน 3.2 นางทิวาทิพย์ รัตนศักดิ์ ท างานที่เมืองบาเซิล สวิสเซอร์แลนด์ 3.3 พลตรี นพ.ธีระ รัตนศักดิ์ รับราชการ(เกษียณอายุราการ) 3.4 น.ส.ชุติมณฑน์ รัตนศักดิ์ บวชชี 4. นายเทิด (ขัวะ) รัตนศักดิ์ สมรสกับ นางสุพิน รัตนศักดิ์ มีบุตร 3 คน คือ 4.1 นายอุเทน รัตนศักดิ์ 4.2 น.ส.ปรียลักษณ์ รัตนศักดิ์ พนักงานบริษัทโตโยต้าปราจีนบุรี (1993) 4.3 นายพิทักษ์ รัตนศักดิ์ 5. นายบรรเทา (เฒ่า) รัตนศักดิ์ สมรสกับ นางสนั่น รัตนศักดิ์ มีบุตร 3 คน คือ 5.1 นายธีระศักดิ์ รัตนศักดิ์ ค้าขาย 5.2 นายทวีศักดิ์ รัตนศักดิ์ พนักงานบริษัทเอกชน 5.3 น.ส.อรพรรณ รัตนศักดิ์ แม่บ้าน 6. ว่าที่ร้อยตรี สุทัศน์(ม๊ง) รัตนศักดิ์ สมรสกับ นางเสาวลักษณ์ รัตนศักดิ์ มีบุตร 7 คน คือ 6.1 น.ส.ทิพวิมล รัตนศักดิ์ ค้าขาย 6.2 นายอภิสิทธิ์ รัตนศักดิ์ ธุรกิจส่วนตัว 6.3 น.ส.ชิดชนก รัตนศักดิ์ ค้าขาย 6.4 ด.ญ.สุชาดา รัตนศักดิ์ เสียชีวิต 6.5 น.ส.วลัยลักษณ์ รัตนศักดิ์ รับราชการ 6.6 นางชลัมพร ศรีพันทวีวัฒน์ รับราชการ 6.7 นายสุวัฒน์ รัตนศักดิ์ รับราชการ 7. นางทิพาพร รัตนศักดิ์ สมรสกับ นายวิเชียร แพร่พิพัฒน์มงคล มีบุตร 3 คน คือ 7.1 นายอภิรัฐ แพร่พิพัฒน์มงคล ประกอบธุรกิจรถยนต์ 7.2 นายอภิวัฒน์ แพร่พิพัฒน์มงคล ประกอบธุรกิจรถยนต์ 7.3 นายศุภชัย แพร่พิพัฒน์มงคล ประกอบธุรกิจรถยนต์ 8. นางอรวรรณ (อิ๊ม) รัตนศักดิ์ สมรสกับ นายเจริญ รัตนประกาย ข้าราชการขนส่งจังหวัดอุตรดิตถ์ (เกษียณอายุราชการ) มีบุตร 3 คน คือ 8.1 น.ส.ฐิติมา รัตนประกาย พนักงานบริษัทเอกชน 8.2 น.ส.อลิสา รัตนประกาย พนักงานบริษัทเอกชน 8.3 น.ส.ณัฐชยา รัตนประกาย พนักงานบริษัทเอกชน