The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เมืองลับแลที่ฉันรัก ฉบับ สืบสานสัมพันธ์วงศ์ตระกูล เล่มที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

เมืองลับแลที่ฉันรัก - ฉบับ สืบสานสัมพันธ์วงศ์ตระกูล

เมืองลับแลที่ฉันรัก ฉบับ สืบสานสัมพันธ์วงศ์ตระกูล เล่มที่ 1

บุตรกับนางชุนท้อ แซ่ลี้ มี5 คน คือ 1. นางเฮงเทียม แซ่ตั้ง สมรสกับ นางตอง แซ่ตั้ง มีบุตร 5 คน 2. น.ส.ม่วยหมี่ แซ่ลี้ 3. นายเฮงล้ง พัฒนตรีกูณฐ์ สมรสกับ นางชุนเช้า แซ่ลี้ มีบุตร 6 คน 4. น.ส.มุ้ยเลี้ยง แซ่ตั้ง 5. นายสุเทพ ภัทรศยกุล (วิปรวณิชย์) อดีตนายอ าเภอตรอน จ.อุตรดิตถ์ (เกษียณอายุราชการ) สมรส กับนางเยาวเรศ ภัทรศยกุล ข้าราชการครู (เกษียณอายุ) มีบุตร 2 คน ปัจจุบันลูกหลาน เหลน ของนายยู้ไล้ นางงี่หงส์นางชุนท้อ ตั้งรกรากที่อ าเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์ บางส่วน บางครอบครัวไปประกอบอาชีพในหลายจังหวัด แต่ติดต่อไปมาหาสู่กันเสมอมา


ต้นตระกูลแก้วเปี้ย “แก้วเปี้ย” เป็นสกุลเดิมของ ขุนพูลปกรณ์ เดิมชื่อ นายแน่น แก้วเปี้ย พระศรีพนมมาศแต่งตั้งให้ เป็นก านันต าบลแม่พูล เป็นผู้ท าหน้าที่ริเริ่มปลูกพันธุ์ทุเรียนลางสาดพื้นเมือง อีกทั้งดูแลการท าไม้กวาดตองกง ให้แก่พระศรีพนมมาศ นอกจากนี้แล้วยังเป็นต้นตระกูลของนามสกุล “แก้วพูลปกรณ์” อีกด้วย สกุล “แก้วเปี้ย” ในเขตเทศบาลต าบลศรีพนมมาศ สืบเชื้อสายมาจากขุนวรีฤทธิ์ สกุลเดิมแก้วเปี้ย (แก้วพูลปกรณ์) มีบุตร 2 คน คือ พ่อขาจันทร์ และพ่อขาอูน ซึ่งเป็นเชื้อสายมาจากต าบลแม่พูล พ่อขาจันทร์(พี่)แก้วเปี้ย ได้สมรสกับแม่ขาเขียว มีบุตรด้วยกัน 9 คน คือ 1.นางบุญ แก้วเปี้ย สมรสกับ นายเลี่ยม แสนโคตร มีบุตร 2 คน คือ 1.1 นายห้วน แสนโคตร(ไปตั้งรกรากอยู่บ้านเหล่าป่าสา)สมรสกับ นางจ ารัส มีบุตร 3 คน 1.2 นางอุ่นเรือน แสนโคตร(ร้านท าผมป้าเอ) สมรสกับ นายพยม พิพัฒน์ไพบูลย์(ไม่มีบุตร) 2. นางเหรียญ แก้วเปี้ย สมรสกับ นายบัว เทียนด า มีบุตร 2 คน คือ 2.1 นางจ าปี เทียนด าสมรสกับ นายวัน ศรีดาอ าภา มีบุตร 4คนคือ 1.นายกฤษดา ศรีดาอ าภา 2.นางหรรษา ธูปทอง 3.นายศักดาเดช เทียนด า 4.นายศิริรักษ์ ศรีดาอ าภา 2.2 นางจ าปา เทียนด าสมรสกับ นายเติ๋น สังเวียนวงศ์ มีบุตร 8 คน คือ 1.นางมาลัย สวัสดี 2.นายสมเดช สังเวียนวงศ์ 3.จ่าสิบเอกสมศักดิ์ สังเวียนวงศ์ 4.นายสมพงษ์ สังเวียนวงศ์ 5.นายสมจิตร สังเวียนวงศ์ 6.นายสมเจตน์ สังเวียนวงศ์ 7.นายสมชาย สังเวียนวงศ์ 8.นางมะลิ จันเป 3. นางเงิน แก้วเปี้ย สมรสกับ นายหรั่ง มีบุตร 4 คน 4. นางทอง แก้วเปี้ย สมรสกับ ก านันอิน กันภัย มีบุตร 4 คน คือ 4.1 นางปุ่น กันภัย สมรสกับ นายไหล ผาเจริญ มีบุตร 4 คน 4.2 นางปั่น กันภัย สมรสกับ นายถุง เมืองตุ้ม มีบุตร 3 คน คือ 1.นางฉลวย เมืองตุ้ม 2.นายณรงค์ เมืองตุ้ม 3.นายวิโรจน์ เมืองตุ้ม 4.3 นายแก้ว กันภัย สมรสกับ นางปอ มีบุตร 4 คน คือ 1.นางสาวธนศวรรย์ กันภัย(โสด) 2.นางกนกศิลป์ เทย์เลอร์3.นางสาวพิทยา กันภัย(โสด) 4.นางสุรินธร กันภัย 4.4 นายค า กันภัย สมรสกับ นางพิน (ไม่มีบุตร) นางทอง แก้วเปี้ย ได้สมรสอีกครั้งกับ นายกิ้ม ทองล า มีบุตร 1คน คือ 1) นายแสวง ทองล า(โสด) 5. นางแก้ว แก้วเปี้ย สมรสกับ นายมานะ (บ้านเหล่าป่าสา) มีบุตร 8 คน 6. นายผล แก้วเปี้ย สมรสกับ นางใบ ค าด าริ(บ้านคุ้ม) มีบุตร 5 คน คือ 6.1 นางสาวทองศรี แก้วเปี้ย(โสด) 6.2 นางสาวถาวร แก้วเปี้ย (โสด) 6.3นายจ ารัส แก้วเปี้ย สมรสกับ นางมณฑา แก้วกล้า มีบุตร 1 คน คือ นายธันวา แก้วเปี้ย 6.4 นายสวัสดิ์ แก้วเปี้ย สมรสกับ นางอุไรวรรณ(ไม่มีบุตร)


6.5 นางสาวสุภาพ(หมอบาง) แก้วเปี้ย (โสด) 7. นางวันดี แก้วเปี้ย สมรสกับ นายปราโมทย์ มูลสวัสดิ์ มีบุตร 3 คน คือ 1. นางพรพิมล(แต๋ว) มูลสวัสดิ์ สมรสกับ นายธนา ดีเทศ มีบุตร 2 คน 2. นางฉันทนา(ติ๋ม) มูลสวัสดิ์ สมรสกับ ร้อยตรีวิรัตน์ บุญอยู่ มีบุตร 2 คน 3. จ่าสิบเอกเทอดศักดิ์ มูลสวัสดิ์ สมรสกับ นางนันทวัน อินดี มีบุตร 2 คน 8. นายบุญมี แก้วเปี้ย สมรสกับ นางกลม(บ้านเหล่าป่าสา) มีบุตร 5 คน 9. นางค าน้อย แก้วเปี้ย สมรสกับ สิบต ารวจตรีพุฒ โตมาก มีบุตร 3 คน คือ 9.1 นายนิพนธ์ โตมาก สมรสกับ นางจ ารัส อินทมินทร์ มีบุตร 2 คน 9.2 นางอัมพร โตมาก(โสด) 9.3 นางทรัพย์ โตมาก สมรสกับ นายอนุวัฒน์ สงวนทรัพย์(ไม่มีบุตร) พ่อขาอูน(น้อง) แก้วเปี้ย ได้สมรสกับ แม่ขาแก้ว นาคมูล มีบุตร 6 คน คือ 1. นายสี แก้วเปี้ย สมรสกับ นางเซียน บุญก าเนิด มีบุตร 1 คน นายสี แก้วเปี้ย ได้สมรสอีกครั้งกับ นางงก มีบุตร 5 คน 2. นางทอง แก้วเปี้ย สมรสกับ นายเข้ม คตเย็น มีบุตร 7 คน 3. นายสวาท แก้วเปี้ย มีบุตร 9 คน 4. นางแหยม แก้วเปี้ย สมรสกับ นายค า ค าคง(บ้านนาโป่งใต้) มีบุตร 5 คน 5. นายยอด แก้วเปี้ย สมรสกับ นางดี มีบุตร 6 คน 6. นายเพ็ชร แก้วเปี้ย สมรสกับ นางแก้ว นาปง มีบุตร 4 คน คือ 6.1 นางหลั่น แก้วเปี้ย สมรสกับ นายเที่ยง มีบุตร 4 คน 6.2 นายจ ารัส แก้วเปี้ย สมรสกับ นางสาย มีบุตร 2 คน 6.3 นายหนู แก้วเปี้ย สมรสกับ นางแก้ว มีบุตร 3 คน 6.4 นางนันต์ แก้วเปี้ย สมรสกับ นายดา แสนกันดี มีบุตร 2 คน


ต้นตระกูลแซ่เอี้ยว(姚) เมืองลับแล ในอำเภอลับแลนั้น มีชาวจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานหลายครอบครัว หลายตระกูลแซ่ นายไจ้เซ็ง แซ่เอี้ยว นายเขียว แซ่เอี้ยว และ นายอารักษ์(เจ๊กรัก) แซ่เอี้ยว ก็เป็นหนึ่งในจำนวนผู้อพยพที่เข้ามายังเมืองลับ แลในช่วงรัชกาลที่5. เดินทางโดยเรือสำเภาจากเมืองเก็กเอี้ยะ จังหวัดซัวเถา ประเทศจีน และได้มาตั้งรกราก กับพี่น้องชาวจีนอีกหลายคนที่อำเภอลับแล นายไจ้เซ็ง แซ่เอี้ยว ได้สมรสกับนางบุญมี แซ่เอี้ยว สกุลเดิม ใจหวัง ซึ่งเป็นชาวลับแล โดย ประกอบอาชีพค้าขายบริเวณห้องแถวไม้ตลาดลับแลและมีบุตรธิดาทั้งหมด 8 คน ดังนี้ 1. นายเป็งเชียง แซ่เอี้ยว สมรสกับ นางจิวสี แซ่เอี้ยว มีบุตร 7 คน 2. นายเป็งเส็ง แซ่เอี้ยว 3. นางสาวส้มจีน แซ่เอี้ยว (โสด) 4. นายอยู่เชียง แซ่เอี้ยว 5. นางเสงี่ยม เผ่าประพัฒน์ สมรสกับ นายเพ้ง เผ่าประพัฒน์ มีบุตร 3 คน 6. นางเฉลียว กะนะแสง สมรสกับ นายสมบูรณ์ กะนะแสง มีบุตร 3 คน 7. นางสุรีย์พร ตันติพานิชย์ สมรสกับ นายสมบูรณ์ ตันติพานิชย์ มีบุตร 3 คน 8. นางสุวรรณา มุกดาสนิท สมรสกับ นายสนิทพงษ์ มุกดาสนิท มีบุตร 3 คน ต่อมานางบุญมี ใจหวังเสียชีวิต นายไจ้เซ็ง แซ่เอี้ยว จึงได้สมรสใหม่กับ นางเขียว ใจหวัง ซึ่งเป็น น้องสาวของนางบุญมี และมีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ 1. นายเทียมจันทร์ เพ็ชรสำราญ 2. นายเทียมศักดิ์ ใจหวัง นายไจ้เซ็ง แซ่เอี้ยว ได้ส่งบุตรชายคนโต นายเป็งเชียง แซ่เอี้ยว ซึ่งในขณะนั้นอายุเพียง 7 ขวบ ไปศึกษาที่ประเทศจีน ณ เมืองเก็กเอี้ยะ จังหวัดซัวเถา ประเทศจีน โดยอาศัยอยู่กับญาติ จนสำเร็จการศึกษา ซึ่งในช่วงเวลาขณะนั้นกองกำลังทหารฝ่ายญี่ปุ่นได้เข้ามาขยายอิทธิพลไปทั่วประเทศจีนจนทำให้ชาวจีน หวาดกลัวเพราะบ้านไหนที่มีลูกสาวแล้วยังไม่ได้แต่งงานก็จะถูกทหารญี่ปุ่นเหล่านั้นจับไปเป็นภรรยา จึงทำให้ เกิดวัฒนธรรมการคลุมถุงชนเกิดขึ้นในหมู่ชาวจีน นายเป็งเชียง แซ่เอี้ยว จึงได้สมรสกับ นางจิวสี แซ่เอี้ยว ผู้หญิงที่ไม่เคยพบหน้ามาก่อนเลย โดยความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย และได้เดินทางกลับมายังประเทศ ไทย ด้วยเรือกลไฟชื่อเฮอเมอลิน เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2489 นายเป็งเชียง แซ่เอี้ยว จึงพาภรรยากลับมา ยังอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ แต่การกลับมาในครั้งนี้ทำให้ทราบว่าบิดามารดาของตนนั้นได้เสียชีวิตแล้ว นายเป็งเชียง แซ่เอี้ยว และภรรยา จึงได้มาอาศัยอยู่กับนายอาเฉี่ยว แซ่เอี้ยว (เจ๊กเขียว) ผู้เป็นอาที่บ้านห้อง แถวตลาดลับแลโดยการค้าข้าวเปลือก ข้าวสาร และขายของโชห่วย นายเป็งเชียง แซ่เอี้ยว มีความขยันขันแข็ง


ตั้งใจทำมาหากิน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จนนายอาเฉี่ยว แซ่เอี้ยว (เจ๊กเขียว) ผู้เป็นอา ได้ให้นายเป็งเชียง แซ่เอี้ยว เป็นผู้ทำการค้าต่อ พี่น้องตระกูลแซ่เอี้ยว ในอำเภอลับแลนั้น ได้อพยพเข้ามายังประเทศไทยในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน จึงทำให้มีความผูกพันรักใคร่กันเหนียวแน่น ดังสุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า ดื่มน้ำให้นึกถึงต้นน้ำลำธาร ซึ่งหมายความว่า พวกเราควรสำนึกถึงบุญคุณของบรรพบุรุษที่ให้กำเนิดเรามา และสืบเชื้อสายมาจากบรรพชน เดียวกัน จึงได้มีความเห็นว่าควรใช้คำว่า (เอื้อ)นำหน้านามสกุลเพื่อให้ออกเสียงใกล้เคียงกับแซ่เอี้ยว แต่ก็มีบาง ครอบครัวที่ไม่ได้มีคำว่า(เอื้อ)นำหน้านามสกุล โดยแบ่งสายตระกูลแซ่เอี้ยว ในอำเภอลับแลได้ดังต่อไปนี้ 1. ภาคภูมิพงศ์ 2. เอื้อสุขพันธ์ปราณี 3. เอื้อมงคล 4. เอื้อวัฒนาศิริกุล 5. เอื้ออรุณ 6. เอื้อโภไคยกุล 7. เอื้อจิรวาณิชย์ 8. เศรษฐพันธุ์ ต้นตระกูลภาคภูมิพงศ์ นายเป็งเชียง แซ่เอี้ยว สมรสกับ นางจิวสี แซ่เอี้ยว มีบุตรธิดาทั้งหมด 7 คน ดังนี้ 1. นางอมรา ภาคภูมิพงศ์ สมรสกับ นายตำรา มณฑล มีบุตร 2 คน 2. นางนารีย์ แซ่เอี้ยว มีบุตร 4 คน 3. นายมานิตย์ ภาคภูมิพงศ์ สมรสกับ นางอัมพร เฮียงก่อ มีบุตร 3 คน 4. นางศรีเพ็ญ ศรีวายะมา สมรสกับ นายบุญเลิศ ศรีวายะมา มีบุตร 3 คน 5. นางสาวสมปอง ภาคภูมิพงศ์ 6. เด็กหญิงใหม่ 7.นางสาวสุชาดา ภาคภูมิพงศ์


ต้นตระกูล เอื้อสุขพันธ์ปราณี นายทอง เอื้อสุขพันธ์ปราณี สมรสกับ นางจู (อยู่ประเทศจีน) มีบุตร 4 คน คือ คนที่ 1- 3 อยู่ที่ ประเทศจีนกับมารดาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่สามารถสืบค้นข้อมูลได้ ส่วนคนเล็กคือ นายอาง เอื้อสุขพันธ์ปราณีได้ อาศัยอยู่ที่ประเทศไทย ประกอบอาชีพค้าขายโดยใช้ชื่อร้านว่า “ทวีสุข” และได้สมรสกับ นางอรุณ รัตนนาคะ มีบุตร 2 คน คือ 1. นายทายาท เอื้อสุขพันธ์ปราณี สมรสกับ นางบังอร ดีบุญ มีบุตร 1 คน คือ 1.1 นางสาวเอื้อการย์ เอื้อสุขพันธ์ปราณี 2. นายแพทย์ภูมิมาศ เอื้อสุขพันธ์ปราณี (โสด) - เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลวิภาราม ต้นตระกูลเอื้อมงคล ก๋งโชค แซ่จึง เดินทางมาจากเมืองซัวเถา ประเทศจีน มาตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอลับแล ทำอาชีพค้าขาย และได้สมรสกับ นางเขียว มีบุตรด้วยกัน 6 คน คือ ลูกคนที่1และคนที่2 ได้ตั้งรกรากอยู่ที่ประเทศจีนตั้งแต่วัย เยาว์ ไม่สามารถสืบค้นข้อมูลได้ 1. นายมงคล(เจ๊กคูณ) เอื้อมงคล สมรสกับ นางเง็ก แซ่เอี้ยว มีบุตร 7 คน คนแรกได้เสียชีวิตตั้งแต่ทารก จึงเหลือ 6 คน คือ 1.1 นายสมนึก เอื้อมงคล สมรสกับ นางเจริญ ใสยิ่ง มีบุตร 4 คน คือ 1)นายรุ่งศักดิ์ เอื้อมงคล 2)นายอภิสิทธิ์ เอื้อมงคล 3)นางสาวเสาวลักษณ์ เอื้อมงคล 4)นายยุทธพงษ์ เอื้อมงคล 1.2 นายสมหวัง เอื้อมงคล สมรสกับ นางอัญชลี (ครูโรงเรียนลับแลพิทยาคม) มีบุตร 2 คน 1.3 นางสมลักษณ์ เอื้อมงคล 1.4 นายสมศักดิ์ เอื้อมงคล (โสด) 1.5 นายสมชัย เอื้อมงคล มีบุตร 1 คน 1.6 นางสมยง เอื้อมงคล (โสด) 2. นางส้มจีน เอื้อมงคล สมรสกับ นายปาน สนประเทด (ไม่มีบุตร) 3. นางทองพิศ กมลอารีย์(เอื้อมงคล) สมรสกับ นายณรงค์ อิสรางกูร ณ อยุธยา 4. นายวิเชียร กมลอารีย์(เอื้อมงคล) สมรสกับ นางโสภา แสวงรุจิธรรม


ตระกูล เอื้อวัฒนาศิริกุล สืบเนื่องจากนางบาง มาเปียง สมรสกับ นายอาเอี๊ยะ แซ่เอี้ยว(อยู่หลังโรงเรียนพนมมาศพิทยากร) มีบุตรที่ได้เปลี่ยนนามสกุลจาก “แซ่เอี้ยว” เป็นนามสกุล “เอื้อวัฒนาศิริกุล” เมื่อปี พ.ศ.2511 และย้ายไปตั้ง รกรากอยู่ที่จังหวัดระยอง โดยมีผู้ที่ใช้นามสกุลนี้มี 2 ครอบครัว คือ 1.นายภาสกร เอื้อวัฒนาศิริกุล(หม้าย) อยู่อำเภอบ่อทอง มีบุตร 3 คน 2.นายประพัทธ์ เอื้อวัฒนาศิริกุล(หม้าย) มีบุตร 2 คน คือ 1. นางสาวธนพร เอื้อวัฒนาศิริกุล 2. นางสาวธัญญา เอื้อวัฒนาศิริกุล ตระกูลเอื้ออรุณ ก๋งตุ้ย เอื้ออรุณ เดินทางมาจากประเทศจีน มาอาศัยอยู่ที่จังหวัดนครปฐมต่อมาเกิดสงครามโลกครั้ง ที่ 2 หลังจากนั้นได้อพยพเข้ามาอยู่ที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้ประกอบอาชีพค้าขาย ต่อมา ก๋งตุ้ย เอื้ออรุณ ได้สมรสกับ แม่เอื้องคำ มีรัตน์ มีบุตร 7 คน คือ 1. นายมงคล เอื้ออรุณ สมรสกับ อาจารย์สอนศรี แก้วศรีงาม มีบุตร 3 คน คือ 1. นางกิตติมา เอื้ออรุณ 2. นางสาวอุมาพร เอื้ออรุณ 3. นายณัฐพงษ์ แก้วศรีงาม 2. นายวิชิต เอื้ออรุณ(โสด) 3. นายวิโรจน์ เอื้ออรุณ สมรสกับ นางแมว มีบุตร 1 คน 4. นายวิชัย เอื้ออรุณ สมรสกับ นางจันดี มีบุตร 2 คน 5. นายวิฑูรย์ เอื้ออรุณ(โสด) 6. นายวิทยา เอื้ออรุณ สมรสกับ อาจารย์กิตติยาพร มีบุตร 1 คน 7. นางวาสนา เอื้ออรุณ สมรสกับ นายสมวงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ มีบุตร 3 คน เอื้อโภไคยกุล เตี่ยกิมฮวย แซ่เอี้ยว เดินทางจากมณฑลซัวเถา ประเทศจีน มาอยู่ที่จังหวัดกรุงเทพมหานครได้ ระยะหนึ่ง จากนั้นได้อพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ในภายหลังครอบครัวได้เปลี่ยน นามสกุลจากแซ่เอี้ยว มาเป็น “เอื้อโภไคยกุล” ต่อมาเตี่ยกิมฮวย แซ่เอี้ยว ได้สมรสกับ แม่อ่ายง้อ แซ่ลิ้ม มีบุตร 7 คน คือ 1. ก๊กเลี้ยง เอื้อโภไคยกุล สมรสกับ นางกาญจนา แสงจันทร์ มีบุตร 4 คน 2. นางสาวบังอร(เหลี่ยงเอ็ง) เอื้อโภไคยกุล (โสด) ประกอบกิจการค้าขายที่ตลาดสดลับแล – ผู้ให้ข้อมูล


3. นางสาวศิริพร(หลีเอ็ง) เอื้อโภไคยกุล (โสด) ประกอบกิจการค้าขายที่ตลาดสดลับแล 4. นายศิริศักดิ์(เหลี่ยงเฮง) เอื้อโภไคยกุล สมรสกับ นางบัวคำ แว่นวิชัย ประกอบกิจการค้าขายชื่อว่า ร้าน “เฮง มินิมาร์ท” มีบุตร 3 คน 5. นายพินิจ เอื้อโภไคยกุล (โสด) 6. นางสาวเอมอร เอื้อโภไคยกุล (โสด) 7. นางสาวอรพิน เอื้อโภไคยกุล (โสด) เอื้อจิรวาณิชย์และภาคภูมิพงศ์ (สายจากตลาดลับแลไปอยู่ตลาดหัวดง) นายอารักษ์(เจ๊กรัก) แซ่เอี้ยว สมรสกับ นางซิวเสาะ แซ่ลิ้ม มีบุตร ชื่อนายฮั่นตง แซ่เอี้ยว สมรสกับ นางเลื่อน ผาเจริญ มีบุตรด้วยกัน 6 คน 1. นางนริศรา แซ่เอี้ยว สมรสกับ นายวิรัตน์ ผาเจริญ มีบุตร 3 คน 2. นางจารุวรรณ แซ่เอี้ยว สมรสกับ นายประเสริฐ ยืนยงโอฬาร(ร้านชัยวัฒน์อิเล็กทรอนิกส์) มี บุตร 2 คน 3. นางงามตา แซ่เอี้ยว สมรสกับ นายศุภลักษณ์ หมื่นยา มีบุตร 3 คน 4. นางอัมพร แซ่เอี้ยว สมรสกับ นายสุรชาติ เลาวพงศ์ มีบุตร 3 คน 5. นายเดโชชัย ภาคภูมิพงศ์ สมรสกับ นางกุลดา พุ่มพวง มีบุตร 2 คน 6. นายสำราญ เอื้อจิรวานิชย์ (นายกเทศมนตรีเมืองอุตรดิตถ์) เศรษฐพันธุ์ นายอารักษ์(เจ๊กรัก) แซ่เอี้ยว สมรสกับ นางลุ๊ย แซ่เอี้ยว มีบุตรชื่อ พันตำรวจเอก(พิเศษ)โชติพงศ์ เศรษฐพันธุ์ สมรสกับ นางทองวัน แสงจันทร์ มีบุตร 1 คน คือ พลตำรวจตรีพิทยา เศรษฐพันธุ์ สมรสกับ พันตำรวจโทหญิงกนกรักษ์ เศรษฐพันธุ์ และสมรสอีกครั้งกับนางนันทิยา เศรษฐพันธุ์ มีบุตร 3 คน คือ 1. นางสาวปิยภานุสร์ เศรษฐพันธุ์(โสด) 2. นางชนิดาภา เศรษฐพันธุ์ สมรสกับ พลตรีคงเอก ขยันกิจ 3. นางมิ่งขวัญ เศรษฐพันธุ์ สมรสกับ นายพงศธร จันทวิมล


ต้นตระกูล แซ่ล้อ ปี พ.ศ.2409 นายหลีโหง่ย แซ่ล้อ(สามี) และ นางมุ่ยลั้ง แซ่เซียว(ภรรยา) พร้อมกับบุตรคือ นางฮุ่ยจึง และนายฮุ่ยเลี้ยง แซ่ล้อ (อายุ 9 เดือน) เดินทางมาพร้อมกันโดยนั่งเรือส าเภาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชน จีน มาลงที่ท่าเรือคลองเตย ภายในเรือมีคนจีนกว่า 200 คนร่วมเดินทางมาด้วย โดยเดินทางมาพบญาติและ ประกอบอาชีพอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นนายกวดจุก(เจ๊กหยู่ยู๊) แซ่ล้อ ได้ชักชวนครอบครัวให้มาอยู่ที่อ าเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเริ่มเช่าห้องแถว บ้านป่าหมาก ท าการค้าขาย และตั้งชื่อว่า “ร้านกิจเจริญ” ตระกูลแซ่ล้อ มี 5 ครอบครัวในอ ำเภอลับแล ดังนี้ 1. ครอบครัว นำงตุ๊ต๊ะ อพยพไปอยู่ที่บ้ำนหัวดง 2. ครอบครัว เจ๊กล้อ อพยพไปอยู่อ ำเภอสวรรคโลก 3. ครอบครัวนำยกวดจุก(เจ๊กหยู่ยู๊) เปิดร้ำนที่ตลำดลับแลชื่อว่ำ “ร้ำนไทยมิตร” นายกวดจุก(เจ๊กหยู่ยู๊) ได้สมรสกับ นางตั้งศรี แซ่ตั้ง มีบุตร 5 คน คือ 1. นายมุ่ยจุ่น แซ่ล้อ สมรสกับ นางอ๋า แซ่ล้อ มีบุตร 5 คน - นางอุษณี วิรบุตร, นางสุมิตรา(เล็ก) แต้สุข, นายจรรยา(ตี๋) กุลศิลาฤทธิ์, นางอรสา(บี้) พรมฝาย, นายทัศนะ(เกิน) แซ่ล้อ 2. นายอยู่เก๊า แซ่ล้อ สมรสกับ นางแพร ค าพันธ์ มีบุตร 4 คน - นางสาวจินตนา ค าพันธ์, นางสาวนภา ค าพันธ์, นายราชันย์ ค าพันธ์, นายวุฒิ แซ่ล้อ 3. นางซุ้ยตุ้ย(เจ๊หุยใหญ่) แซ่ล้อ มีบุตร 5 คน อาศัยอยู่ที่อ าเภอสวรรคโลก 4. นางหุยน้อย แซ่ล้อ สมรสกับ นายบุญเลิศ จันมนฑา มีบุตร 4 คน - นางสาวพัชรวรรณ จันมนฑา, นางศุภาวรรณ ศรีพลวารี, นายโกศล จันมนฑา, นายมนัส จันมนฑา 5. นางรัชนีพร(เจ๊เฮี๊ยะ) แซ่ล้อ สมรสกับ นายวันชัย ก้าวสมบัติ(อดีตปลัดเทศบาลต าบลศรีพนมมาศ) มีบุตร 2 คน 4. ครอบครัวนำยหลีโหง่ย แซ่ล้อ เปิดกิจกำรร้ำนขำยของช ำที่ตลำดลับแลชื่อว่ำ “ร้ำนกิจเจริญ” นายหลีโหง่ย แซ่ล้อ สมรสกับนางมุ่ยลั้ง แซ่เซียวมีบุตร 7 คน คือ 1. นางฮุ่ยจึง แซ่ซิ้ม (ปัจจุบันอยู่ประเทศฮ่องกง) 2. นายทศพร(เฮียตี๋) หล่อวัชรโสภณ(นายฮุ่ยเลี้ยง แซ่ล้อ) ได้เปลี่ยนชื่อเมื่อปี พ.ศ.2539 และแยกตัว ออกมาท าธุรกิจก่อสร้างชื่อว่า “ร้าน ต.ลับแล” 3. นางสาวอาภรณ์(เจ๊ม่วยเกี๊ยะ) กุลศิลาฤทธิ์ 4. นายทรรศนะ(เฮียตี๋เซ้ย) กุลศิลาฤทธิ์ 5. นางกุลจิรา(เจ๊เยี๊ยว) นวลแก้ว 6. นางพัชรี วงศ์ชรินรัตน์ 7. นางนิภา ลิ้มสินธะโรภาส


5. ครอบครัวนำยเหลียงค้วง(เจ๊กเหลียงค้วง) เปิดกิจกำรร้ำนค้ำใช้ชื่อว่ำ “ร้ำนล้อฮกง้วน” อยู่ที่ตลำด ลับแล นายเหลียงค้วง แซ่ล้อ สมรสกับ นางอัมพร(จู) แซ่ล้อ มีบุตร 10 คน คือ 1.นางสาวเครือวัลย์(เจ๊น้อย) ศุภอนันต์2.นางสาววิภาพร(เจ๊เล็ก) ศุภอนันต์ 3.นางสาวกิมฮวย(เจ๊ฮวย) ศุภอนันต์ 4.นายธงชัย ศุภอนันต์5.นางสาวรัตนา ศุภอนันต์6.นางพิศมัย สุขซาง 7.นางญาณทวี ศุภอนันต์8.นางขนิษฐา ศุภอนันต์9.นายพงษ์เดช ศุภอนันต์10.นายอภิชาติ ศุภอนันต์


ตระกูล แซ่จึง นายกิมซ่ง แซ่จึง(สามี) - พี่ และ นางกิ้ม แซ่จึง(ภรรยา) ได้เดินทางจากประเทศจีนพร้อมกับ น้องชาย คือ นายกิมเซง แซ่จึง(สามี) – น้อง และนางอนงค์(ซิ้มหัวแดง) แซ่ล้อ(ภรรยา) มายังอ าเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้เปิดกิจการค้าขายที่ตลาดลับแล นายกิมซ่ง แซ่จึง - พี่ ได้สมรสกับ นางกิ้ม แซ่จึง มีบุตร 5 คน คือ 1. นายก าธร(ตี๋) จึงจ าเริญ(แซ่จึง) ได้สมรสกับ นางหลั่ง(ซ้อ) จึงจ าเริญ(แซ่จึง) ได้เปิดกิจการ โรงงานท าเส้นก๋วยเตี๋ยว ตลาดลับแล มีบุตร 7 คน คือ 1.1 นายเจริญ จึงจ าเริญ 1.2 นางสุมารี จึงจ าเริญ สมรสกับ นายจ าลอง มีบุตร 2 คน 1.3 นางส ารวย จึงจ าเริญ สมรสกับ นายพล จุติ มีบุตร 2 คน 1.4 นางสาวประนอม จึงจ าเริญ(โสด) 1.5 นายวิโรจน์ จึงจ าเริญ(โสด) 1.6 นางแต๋ม จึงจ าเริญ สมรสกับ นายเดช ทิพย์ดี มีบุตร 2 คน 1.7 นายธวัชชัย(กี๋) จึงจ าเริญ (โสด) 2. นางแขก จึงจ าเริญ(แซ่จึง) ได้สมรสกับ นายยู่ พุทธศักดา มีบุตร 5 คน คือ 2.1 นางสุชาดา(เจ๊ใหญ่) พุทธศักดา (โสด) 2.2 นางพวงทอง(เจ๊คิ้ม) พุทธศักดา (โสด) 2.3 นายพิพัฒน์ พุทธศักดา ได้สมรสกับ นางพรรณี(จิ๋ว) มีบุตร 3 คน 2.4 นางพวงแข พุทธศักดา (โสด) 2.5 นายชวาล พุทธศักดา สมรสกับ นางอารีย์ มีบุตร 2 คน 3. นางแปลก จึงจ าเริญ(แซ่จึง) ได้สมรสกับ นายกิมติว แซ่อั้ง มีบุตร 1 คน คือ 3.1 นางสุครณี ศรีสุข ได้สมรสกับ นายนพดล ศรีสุข มีบุตร 2 คน 4. นางแพร จึงจ าเริญ(แซ่จึง) ได้สมรสกับ ครูเพิ่ม เดชด ารงค์ มีบุตร 3 คน คือ นางสาวเพียง เพ็ญ(แดง) เดชด ารงค์, นางสาวพริ้งเพรา(ติ๋ม) เดชด ารง, นางพรตพริ้ง เดชด ารงค์ 5. นางบุญช่วย จึงจ าเริญ(แซ่จึง) ได้สมรสกับ นายสนิท ชูจุ้ย มีบุตร 2 คน คือ 5.1 พันต ารวจโทสิทธิชัย ชูจุ้ย 5.2 นายคมกริช ชูจุ้ย ได้สมรสกับ นางสายน้ าผึ้ง มีบุตร 2 คน


นายกิมเซง เทพวรชัย(แซ่จึง) - น้อง ได้สมรสกับ นางอนงค์(ซิ้มหัวแดง) แซ่ล้อ ได้เปิดกิจการ ร้านขายของช า ที่แยกตลาดลับแล ชื่อว่าร้าน “เทพวรชัย” มีบุตร 5 คน คือ 1. นายไพโรจน์(เฮียใหญ่) เทพวรชัย ได้สมรสกับ นางกิมหย่วน ได้เปิดกิจการขายวัสดุก่อสร้างที่ อ าเภอศรีสัชนาลัย โดยใช้ชื่อร้านว่า “ร้านเทพวรชัย” มีบุตร 5 คน 2. นายไพรัช(เฮียน้อย) เทพวรชัย ได้สมรสกับ นางสมพรอินมาเมือง มีบุตร 2 คน คือ นาวา อากาศตรีบุญลักษณ์ เทพวรชัย, นางสาววรวรรณ เทพวรชัย 3. นางสาวทองหล่อ(เจ๊หลอ) เทพวรชัย (โสด) 4. นางสาวมัลลิกา(เจ๊แมว) เทพวรชัย (โสด) 4. นายไพรินทร์(เฮียเล็ก) เทพวรชัย ได้สมรสกับ ดร.อุษณีย์ มีบุตร 2 คน


ประวัติตระกูลแซ่เตีย ในตลาดลับแล ตระกูลแซ่เตียในอ ำเภอลับแล อพยพมำจำกต ำบลเท่งไฮ้ มณฑลซัวเถำ ประเทศจีน โดยพี่น้องตระกูล แซ่เตีย 3 คน ได้แก่ นายเซียวฮี้(พี่ชายคนโต) นายเซียวกว๊าง(น้องคนรอง) และนายเชียวปิง(เจ๊กกะปิ๊ง) แซ่เตีย สำมพี่น้องที่เดินทำงมำหำช่องทำงค้ำขำยในประเทศไทย เมื่อแรกนายเชียวปิง(เจ๊กกะปิ๊ง) แซ่เตีย น้องชำยคนเล็กเป็นผู้เดินทำงเข้ำสู่ประเทศไทยก่อน โดยเมื่อ แรกเริ่มมำถึงได้ท ำงำนรับจ้ำงอยู่ในกรุงเทพมหำนคร ต่อมำนำยเชียวปิง ได้ย้ำยมำท ำงำนในอ ำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์โดยกำรชักชวนเพื่อนพ้องที่รู้จักกันมำที่อ ำเภอลับแลด้วย ได้สมรสกับนำงขำเอี๊ยะ(เฮียะ) บุตรสำวชำวจีนที่อพยพเข้ำสู่ประเทศไทยพร้อมบิดำมำรดำตั้งแต่เด็ก นำยเชียวปิง แซ่เตีย และ นำงขำเอี๊ยะ(เฮียะ) ได้ตั้งหลักปักฐำนค้ำขำยอยู่ในอ ำเภอลับแลบริเวณพื้นที่บ้ำนนำย รอด(พ่อบุญธรรมนำงขำเอี๊ยะ) ต่อมำได้ขยำยกิจกำรโดยได้เช่ำบ้ำนของครูกิมเหลียง(นำยโกศล สุอรุณ) ซึ่งอยู่ ตรงข้ำมกับตลำดสดศรีพนมมำศเพื่อท ำกำรค้ำขำย และได้ย้ำยกลับไปค้ำขำยที่บ้ำนนำยรอดตำมเดิม ซึ่งอยู่ ถนนอินใจมี เยื้องกับบ้ำนศรีพนมมำศ สินค้ำที่ไร้คู่แข่งในสมัยนั้นของร้ำน ได้แก่ หนังสือพิมพ์ นิตยสำร หนังสือ กำร์ตูน และสื่อสิ่งพิมพ์ต่ำงๆ โดยเฉพำะหนังสือพิมพ์เป็นสินค้ำที่ขำยดีมำก ในแต่ละวัน นำงสำววิไลวรรณ (เจ๊เตี๊ยง) แซ่เตีย จะเป็นผู้ขับขี่จักรยำนยนต์ไปรับสินค้ำจำกอ ำเภอเมืองเพื่อน ำมำส่งตำมบ้ำนลูกค้ำในอ ำเภอ ลับแลด้วยตนเอง นายเชียวปิง(เจ๊กกะปิ๊ง) แซ่เตีย ได้สมรสกับ นางขาเอี๊ยะเฮียะ แซ่เตีย มีบุตรและธิดา ทั้งหมด 8 คนได้แก่ 1.นางคิ้ม พรรณพญา(แซ่เตีย) สมรสกับ นายกิ่ง พรรณพญา มีบุตร 4 คน คือ นางสาวพัชรินทร์ พรรณพญา, นายนเรศ พรรณพญา (อยู่จังหวัดตาก), นางสาวอรทัย พรรณพญา และนางสาวมุ่ยฟ้า พรรณพญา 2 นางกิ๋มเปี๊ยะ พรรณพญา(แซ่เตีย) 3. นายโซ้ง แซ่เตีย (โสด) 4. นายตี๋น้อย พรรณพญา(แซ่เตีย) สมรสกับ นางดาวเรือง(ชาวนครสวรรค์) มีบุตร 2 คน 5. นางสาวม่วยเอ็ง แซ่เตีย (โสด) 6. นายทวีศักดิ์(ตือง้วน) พรรณพญา(แซ่เตีย) 7. นางสาววิไลวรรณ(เจ๊เตี๊ยง) แซ่เตีย (โสด) 8. นางจงจิต(ฮั้ว) เปรมวิทยภูริช (แซ่เตีย) สมรสกับ นายสถาพร เปรมวิทยภูริช มีบุตร 2 คน (พี่น้องของนางคิ้ม พรรณพญา(แซ่เตีย) หลายคนได้น านามสกุลของสามีนางคิ้มมาใช้) นายเซียวฮี้ แซ่เตีย(พี่ชายคนโต) ได้สมรสกับ นางแฮ้ แซ่เตีย มีบุตร 3 คน คือ นายเจียบุ๊ง แซ่เตีย, นายเจียเผ่า แซ่เตีย และนางสาวเจียบ๊วย แซ่เตียสมำชิกทั้งหมดเดิมอยู่อยู่ที่ประเทศจีน ต่อมำนำยเซียว ฮี้ แซ่เตีย มีควำมประสงค์อยำกเดินทำงมำประเทศไทยเช่นเดียวกับนำยเชียวปิง(น้องชำยคนเล็ก) จึงออก เดินทำงมำทำงเรือ และเริ่มท ำงำนเป็นจับกังอยู่ในเกำะสีชัง จังหวัดชลบุรี ต่อมำจึงเดินทำงมำตำมหำน้องชำยที่


อ ำเภอลับแล และได้พักอำศัยอยู่กับนำยเชียวปิง แซ่เตีย ที่บ้ำนนำยรอดผู้เป็นตำ ซึ่งเป็นบ้ำนหลังใหญ่เยื้องกับ บ้ำนพระศรีพนมมำศในปัจจุบัน ต่อมำนำยเซียวฮี้ แซ่เตีย ได้ย้ำยมำเช่ำบ้ำนของท่ำนเจ้ำคุณกัลยำฯ บริเวณ ทำงเข้ำตลำดสดศรีพนมมำศ ซึ่งเป็นร้ำนสะดวกซื้อในปัจจุบัน โดยอัตรำค่ำเช่ำเดือนละ 150 บำท เพื่อท ำ กำรค้ำขำย โดยนายเจียเผ่าแซ่เตีย(บุตรชายคนกลาง) ได้เดินทำงมำหำบิดำโดยทำงเรือยนต์เป็นระยะเวลำ 7 วัน 7 คืน เมื่อมำถึงท่ำเรือคลองเตยแล้วได้เกิดอหิวำตกโรคขึ้นบนเรือท ำให้ผู้โดยสำรซึ่งเป็นชำวจีนรำว 3,000 คน ถูกกักตัวอยู่ ที่โรงสีแห่งหนึ่ง ผู้โดยสำรที่มำกับเรือติดเชื้อเป็นจ ำนวนมำก รวมถึงนำยเจียเผ่ำ เมื่อถึงประเทศไทย นำยเจียเผ่ำ ได้เข้ำ ท ำงำนรับจ้ำงที่ย่ำนวงเวียนใหญ่ ฝั่งธนบุรีก่อนระยะหนึ่ง ต่อมำได้เดินทำงมำที่อ ำเภอลับแลได้ท ำกำรค้ำขำยของช ำ และน้ ำแข็งไสอยู่ที่บ้ำนเช่ำกับบิดำ อยู่ที่แยกตลำดลับแล นายเจียเผ่าแซ่เตียได้สมรสกับนางไข เถาโพธิ์มีบุตร-ธิดา ทั้งหมด 7 คน ได้แก่ 1. นางวันทนีย์ กาวิลเครือ จบกำรศึกษำระดับปริญญำตรี จำกวิทยำลัยครูสวนสุนันทำ ระดับปริญญำโทจำกมหำวิทยำลัยรำชภัฏสวนสุนันทำ ประกอบอำชีพรับรำชกำร ต ำแหน่งครู วิทยฐำนะ ช ำนำญกำรพิเศษ สมรสกับนำยศรีวัย กำวิลเครือ มีบุตร 1 คนคือ นำยทศวัท กำวิลเครือ 2. นางสาววัฒนา กานต์ธัญลักษณ์จบกำรศึกษำระดับปริญญำตรี จำกมหำวิทยำลัยศรีนค รินทรวิโรฒ ประสำนมิตร ระดับปริญญำโทจำกมหำวิทยำลัยนเรศวร ประกอบอำชีพรับรำชกำร ต ำแหน่งครู วิทยฐำนะ ช ำนำญกำรพิเศษ (โสด) 3. นายวิทยา กานต์ธัญลักษณ์จบกำรศึกษำระดับปริญญำตรี จำกวิทยำลัยครูสวนดุสิต ประกอบอำชีพธุรกิจส่วนตัว สมรสกับ นำงภัทรพร บริสุทธิ์(ไม่มีบุตร) 4. นางวราภรณ์ ศรีเฉลียว จบกำรศึกษำระดับปริญญำตรี จำกมหำวิทยำลัยรำมค ำแหง เป็นพนักงำนสหกรณ์กำรเกษตร อ ำเภอลับแล สมรสกับนำยสมศักดิ์ ศรีเฉลียว (ไม่มีบุตร) 5. นางสาวอมรรัตน์กานต์ธัญลักษณ์จบกำรศึกษำระดับปริญญำตรีจำกหำวิทยำลัย เกษตรศำสตร์และระดับปริญญำโทจำกมหำวิทยำลัยมหิดล ประกอบอำชีพนักวิชำกำรอิสระ เป็นผู้ประพันธ์ เพลง “ลับแลไม่แลลับ” (โสด) 6. นายธวัชชัย กานต์ธัญลักษณ์จบกำรศึกษำระดับปริญญำตรีจำกวิทยำลัยครูสวนสุนันทำ เป็นพนักงำนรำชกำร ณ ศูนย์ส่งเสริมอุตสำหกรรมภำคที่ 3 จังหวัดพิจิตร (โสด) 7. ดร ไพฑูรย์ กานต์ธัญลักษณ์จบกำรศึกษำระดับปริญญำตรีจำกวิทยำลัยครูสวนสุนันทำ จบกำรศึกษำระดับปริญญำโทจำกมหำวิทยำลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสำนมิตรและระดับปริญญำเอกจำก มหำวิทยำลัยศิลปำกร ปัจจุบันเป็นอำจำรย์สอนอยู่ที่สถำบันพระจอมเกล้ำธนบุรี(โสด) ครอบครัวนายเจียเผ่า และนางไข แซ่เตีย นอกจำกจะได้ประกอบกิจกำรค้ำขำยในบ้ำนเช่ำของท่ำน เจ้ำคุณกัลยำฯ ต่อจำกบิดำ กล่ำวคือค้ำขำยของช ำแล้ว ยังขยำยกิจกำรเป็นร้ำนกำแฟโบรำณ ร้ำนก๋วยเตี๋ยว และอำหำรตำมสั่งอีกด้วย ต่อมำเมื่อเทศบำลต ำบลศรีพนมมำศได้ซื้อพื้นที่บริเวณตลำดสดต่อจำกทำยำทของ ท่ำนเจ้ำคุณกัลยำฯแล้ว พื้นที่ที่ติดกับตลำดสดที่เป็นบ้ำนเช่ำ นำยมำรินทร์ รัตนนำคะ และ นำยชวชีพ กัลยำณมิตร ได้ ร่วมกันท ำธุรกิจขำยอำคำรพำณิชย์ จึงได้มีกำรรื้อถอนบ้ำนเช่ำ เพื่อสร้ำงอำคำรพำณิชย์ส่วนเทศบำลต ำบลศรี


พนมมำศ ได้รื้อถอนตลำดสดเก่ำและสร้ำงตลำดสดใหม่ขึ้น ครอบครัวของนำยเจียเผ่ำจึงย้ำยไปอยู่ชุมชนยำง กะไดใต้ บ้ำนเลขที่ 100 ถนนรำษฎร์บ ำรุง ต ำบลศรีพนมมำศ อ ำเภอลับแลในปัจจุบัน ได้ประกอบกิจกำร ค้ำขำยเปิดร้ำนขำยของช ำ ร้ำนขำยผักสด ร้ำนก๋วยเตี๋ยว อำหำรตำมสั่ง และกำแฟโบรำณตำมล ำดับ ต่อมำเมื่อ บุตร-ธิดำส ำเร็จกำรศึกษำแล้ว กิจกำรค้ำขำยหลำยประเภทจึงได้ยกเลิกไปเหลือเพียงร้ำนกำแฟโบรำณเท่ำนั้น ด้ำนบุตร-ธิดำของนำยเจียเผ่ำและนำงไข แซ่เตีย ได้เปลี่ยนนำมสกุลจำก “แซ่เตีย” เป็น “กันขันค ำ” ซึ่งเป็นนำมสกุลของนำงสำย กันขันค ำ มีศักดิ์เป็นพี่สำวของนำงไข แซ่เตีย ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเล็ก เนื่องจำก ระเบียบของทำงรำชกำรไทยในสมัยนั้น ห้ำมไม่ให้รำษฎรที่มีนำมสกุลต่ำงด้ำวเข้ำรับรำชกำร ดังนั้นบุตร-ธิดำ ของนำยเจียเผ่ำ-นำงไข จึงใช้นำมสกุล “กันขันค ำ” เรื่อยมำและได้เปลี่ยนนำมสกุลใหม่อีกครั้งเป็น “กำนต์ธัญ ลักษณ์” จนถึงปัจจุบันบุตร-ธิดำ ได้ประกอบอำชีพรับรำชกำรครู อำจำรย์มหำวิทยำลัย และเจ้ำหน้ำที่ใน หน่วยงำนต่ำงๆ รวมทั้งประกอบธุรกิจส่วนตัวด้วย ส าหรับนายเซียวกว๊าง แซ่เตีย(น้องชายคนรอง) ได้เดินทำงมำทีหลัง เมื่อมำถึงประเทศไทยแล้วได้ เดินทำงไปท ำกิจกำรค้ำขำยสินค้ำเกษตรอยู่ที่จังหวัดกำฬสินธุ์ โดยรับสินค้ำจำกเกษตรกรส่งขำยต่อให้พ่อค้ำใน กรุงเทพมหำนครอีกทอดหนึ่ง นำยเซียวฮี้แซ่เตีย นำยเจียเผ่ำ แซ่เตีย


ตระกูล แซ่ตั้ง(ร้านลับแลโภชนา) นายสวัสดิ์ แซ่ตั้ง (เดิมชื่อนายเซี่ยมไซ แซ่ตั้ง) มีภรรยาชื่อ นางตั้งสี แซ่ตั้ง(เดิมชื่อนางหงิ่งบ๊วย แซ่โง้ว) อพยพมาจากประเทศจีน มาอาศัยอยู่ที่อ าเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ อ าเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ และได้ย้ายมาอยู่ที่อ าเภอลับแล เทศบาลต าบลศรีพนมมาศ เมื่อ พ.ศ.2505 และได้ท าการ ค้าขายโดยเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งใช้ชื่อร้านว่า “ร้านลับแลโภชนา” และเป็นร้านแรกของอ าเภอลับแลที่มี คนในเมืองอุตรดิตถ์เข้ามาอุดหนุน ท าให้อ าเภอลับแลมีชื่อเสียงและขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย มีอาหารที่ขึ้นชื่อ คือ โซโต๋ว(กระเพราหมูกรอบ), ไส้อ่อนทอด, ไส้ตันกรอบ, เกี๊ยวทอด, โกยซี่หมี่, ก๋วยเตี๋ยวเป็ด, ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า จนได้ค าชมจากเปิบพิสดาล และแม่ช้อยนางร า เมื่อปี พ.ศ.2543 ได้ย้ายร้านจากตลาดลับแลมาอยู่ที่บ้านคอกช้าง และหยุดกิจการลงเมื่อปี พ.ศ. 2549 เหตุเพราะน้ าท่วมโคลนถล่มครั้งใหญ่ นายสวัสดิ์ แซ่ตั้ง ได้สมรสกับ นางตั้งสี แซ่ตั้ง มีบุตร 9 คน คือ 1. นางสมพร แซ่ตั้ง มีบุตร 3 คน 2. นายสมชาย แซ่ตั้ง (โสด) 3. นายทรงศักดิ์ แซ่ตั้ง (โสด) 4. นายทรงชัย วงษ์ณภาพรรณ มีบุตร 3 คน 5. นางสาวอ านวยพร แซ่ตั้ง (โสด) 6. นายชัยยุทธ พงษ์สนิทกุล มีบุตรบุญธรรม 1 คน 7. นางเอื้อมพร แซ่ตั้ง สมรสกับ นายวีระ รัตนศิริกุลชัย(ร้านจิวเฮงเส็ง) มีบุตร 3 คน 8. นายสุรชัย พงษ์สนิทกุล สมรสกับ นางจิรภา พงษ์พิทักษ์ มีบุตร 2 คน 9. นางเจริญสุข พงษ์สนิทกุล สมรสกับ นายประชุม ครุฑเมือง มีบุตร 2 คน


แซ่อั้ง ที่อยู่ในอ ำเภอลับแล จากแหล่งข้อมูลคือ นายสุทัศน์ ศุภเจริญลาภ กล่าวว่าตระกูล “แซ่อั้ง” ได้ย้ายถิ่นฐานมาจากประเทศ จีนผืนแผ่นดินใหญ่ เมื่อราวปี พ.ศ.2470 น าโดยนำยย่งสูน แซ่อั้ง หรือที่ชาวอ าเภอลับแลรู้จักในนาม “เจ๊กอั้ง” เมื่ออพยพมาก็อาศัยร่มโพธิ์ร่มไทรของเมืองไทยที่บ้านห้องสูง อ าเภอลับแล ประกอบอาชีพขายสุกร ช าแหละอยู่ระยะหนึ่ง พอปี พ.ศ.2480 ได้พาหลานย้ายจากประเทศจีนเข้ามาอาศัยในเมืองไทยคือ นำยจ๋ำยฮี้ แซ่อั้ง หรือ“เจ๊กฮี้” และนำยใต้ฮี้ แซ่อั้ง ซึ่งหลานทั้งสองคนมาจากต าบลเท่งไฮ้ ประเทศจีน ตระกูลแซ่อั้ง เป็นตระกูลที่มีน้อยมากในประเทศไทย ต่างจากตระกูลแซ่อื่นๆ ในอ าเภอลับแล มีอยู่ บ้านเดียวเท่านั้น แต่ในจังหวัดอุตรดิตถ์ มีเชื้อสายของตระกูลอั้งอยู่ที่ ร้านศรีฟ้าเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นบุตรสาวคน เดียวของ “เจ๊กอั้ง” และอีกร้านคือ “ร้านอั้งคุงหลี” อยู่ในตลาดคุณนาย เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ฯ นำยจ๋ำยฮี้ แซ่อั้ง“เจ๊กฮี้” เป็นบุตรของ นำยเค้กเฮี้ยง กับนำงตั้งสี แซ่อั้ง สมรสกับ นำงอยู่อิม แซ่เล็ก (อพยพมาจากประเทศจีนและอาศัยอยู่ที่ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก) เปิดร้านจ าหน่ายน้ าแข็งคือ “ร้ำนอั้งซุ่ นเซ้ง” มีบุตร 7 คน คือ 1. นางสาวสภาศรี แซ่อั้ง ประกอบอาชีพค้าขาย 2. นางสถาพร แซ่อั้ง สมรสกับ พันเอกปรีชา บุญญานุพงศ์ มีบุตร 2 คน 3. นายสุทัศน์ ศุภเจริญลาภ ข้าราชการบ านาญ สพฐ. สมรสกับ นางล ายอง อัศวานุสรณ์ มีบุตร 2 คน 4. นางสาวเล็ก แซ่อั้ง ประกอบอาชีพค้าขาย 5. นายชัชวาล ศุภเจริญลาภ ข้าราชการบ านาญ สพฐ. สมรสกับ นางพิลัยวัลย์ ทัพศรีสวัสดิ์ ข้าราชการบ านาญ อปท. มีบุตร 2 คน 6. นายสมชัย ศุภเจริญลาภ ประกอบอาชีพค้าขาย สมรสกับ นางนภาพร แซ่ซือ มีบุตร 2 คน 7. นางวันเพ็ญ แซ่อั้ง รับราชการที่กระทรวงสาธารณสุข สมรสกับ นายมนตรี อ่องสุข มีบุตร 2 คน นำยใต้ฮี้ แซ่อั้ง สมรสกับ นำงบุญมี แซ่โค้ว มีบุตร 5 คน คือ 1. นางยุพา(เจ๊กี๊) แซ่อั้ง สมรสกับ นายแซม ชูพานิชย์สกุล เปิดร้านขายเสื้อผ้าชื่อว่า “ชูพานิชย์” ที่ ตลาดในเมืองอุตรดิตถ์ มีบุตร 5 คน 2. นางยุพิน(เจ๊น้อย) แซ่โค้ว สมรสกับ นายสวง เหวจะบก ประกอบอาชีพค้าขาย มีบุตร 3 คน 3. นางจินตนา(เจ๊ยบ) แซ่อั้ง สมรสกับ นายฟ้อน ชัยดิษฐ์ ประกอบอาชีพค้าขาย มีบุตร 3 คน 4. นางร าพา(เจ๊แอร์) แซ่โค้ว สมรสกับ จ่าสิบเอกพะยอม วิสูงเนิน ประกอบอาชีพค้าขาย มีบุตร 4 คน


5. นางร าไพ(เจ๊หลา) แซ่อั้ง สมรสกับ นายบุญ เป้าประยูร ประกอบอาชีพค้าขาย มีบุตร 1 คน “ทั้งหมดเป็นประวัติย่อของ “ตระกูลแซ่อั้ง” ในอ าเภอลับแล และในจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งสิ่งที่ตระกูลของเราจะ ตอบแทนแผ่นดินแม่ คือ การปกป้องผืนแผ่นดินไทยตลอดชีวิต”


Click to View FlipBook Version