The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดสวนถาด 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sanan42106016, 2021-08-03 21:55:48

แผนการจัดสวนถาด 1

แผนการจัดสวนถาด 1

แผนการจัดการเรยี นรู
รายวิชา การจัดสวนถาด 1
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตน

กลมุ สาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี

โดย

นายสนน่ั หัวแท
ตาํ แหนง ครู คศ.2

โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 42 จังหวดั สตูล
สาํ นักบรหิ ารงานการศึกษาพิเศษ

สํานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คําอธบิ ายรายวชิ า
กลุม สาระ การงานอาชีพและเทคโนโลยี

รายวชิ าการจัดสวนถาด 1 รหัส
ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 3 เวลา 80 ช่วั โมง จํานวน 2.0 หนว ยกิต
ศึกษา วเิ คราะห ความหมาย ความสาํ คัญ และประโยชนข องการจัดสวนถาด รปู แบบของ
สวนถาด ประเภทของพรรณไมส ําหรับสวนถาด เครื่องปลกู และดนิ ปลูก อุปกรณท ี่ใชการตกแตงผิวดิน
วธิ กี ารจัดที่เหมาะสมกับชนดิ ของพืชและภาชนะทจี่ ดั ข้นั ตอนในการปลูกตนไมใ นสวนถาด การดแู ลรกั ษา
สวนถาด วิเคราะหข อ มลู และสืบคนขอ มลู เกีย่ วกับการจดั สวนถาดแบบตางๆ เลอื กจัดสวนถาด ปฏบิ ตั งิ าน
ตามข้ันตอนของการจัดสวนถาด คาํ นวณคาใชจา ย กาํ หนดราคาขาย จดบนั ทกึ การปฏบิ ตั งิ าน
โดยใชก ระบวนการสรางความรสู รางความรูค วามเขา ใจ กระบวนการทาํ งาน กระบวนการฝกทกั ษะ
ปฏิบัติ กระบวนการบรหิ ารจดั การ การวางแผน การปฏบิ ตั ิตามแผน และกระบวนการสรางเสรมิ
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค
เพ่อื ใหเกิดทกั ษะในการทํางานมคี วามรคู วามเขาใจเกย่ี วกับ การจดั สวนถาด ปฏบิ ัตงิ านอยา งมี
ความสขุ คํานงึ ถึงความปลอดภยั การใชทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอมอยางคุมคา ดว ย ความ
รบั ผดิ ชอบ ขยนั ซือ่ สัตย ประหยัด อดออม มงุ มน่ั และอดทน มีเจตคติท่ีดีตอ อาชพี สุจริต สามารถนาํ ความรู
และภูมิปญญาในทอ งถ่นิ มาใชควบคูกับการพฒั นางานไดอยา งเหมาะสมและเกดิ ประสทิ ธิภาพ

ผลการเรียนรูท ่คี าดหวงั
1. บอกความหมายและความสาํ คญั และประโยชนข องการจดั สวนถาด
2. จาํ แนกประเภทของการจดั สวนถาดในรูปแบบตา งๆ
3. อธิบายวัสดุและอปุ กรณใ นการจัดสวนถาด
4. บอกชนิดของพันธุไ มท ่ใี ชสาํ หรับจัดสวนถาด
5. อธบิ ายวิธีเลือกพันธไุ มสําหรบั จดั สวนถาด
6. อธิบายขั้นตอนการจัดสวนถาดช้นื และสวนถาดแหงพรอ มปฏบิ ตั กิ ารจัดสวนถาดตามความสนใจ
ของนักเรียน
7. คํานวณตนทนุ การขายและ การทาํ บญั ชี

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู

ผงั มโนทศั น วิชา การจัดสวนถาด 1
ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนตน

Garden tray วัสด/ุ อุปกรณในการจัดสวนถาด
จํานวน 10 ช่วั โมง จํานวน 20 ช่ัวโมง

พันธุไมง ามในถาดสวย
จํานวน 10 ชั่วโมง

การจัดสวนถาด 1
80 ชั่วโมง

ตนทุนกําไร สวนถาดสวยดว ยมอื เรา
จาํ นวน 5 ชวั่ โมง จาํ นวน 35 ช่ัวโมง

โครงสรางรายวชิ า
รายวชิ า การจดั สวนถาด 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาป ที่ 3 จํานวน 60 ช่วั โมง/ เทอม

ท่ี ชอื่ หนวยการ มาตรฐานการเรยี นร/ู สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด เวลา นาํ้ หนกั รวม
(ช่วั โมง) คะแนน
เรียนรู ตวั ชี้วดั

KPA

1 Garden tray มาตรฐาน ง 1.1 เขาใจการ การจดั สวนถาด คอื การจัดปลูกตนไม 10 10 5 5 20

ทํางาน มีความคดิ สรางสรรค มี ลงในภาชนะขนาดเลก็ ใหเกดิ ความ
สวยงาม โดยใชหลักศลิ ปะมา
ทกั ษะกระบวนการทาํ งานทักษะ ประยกุ ตใชใ นการออกแบบและ
การจดั กระบวนการ ทกั ษะ ตกแตง ใหสวนมคี วามสวยงาม เชน
กระบวนการแกปญ หา ทักษะ การใช สี รปู ทรง ผิวสัมผสั ความ
การทาํ งานรว มกัน และทักษะ สมดุล เปนตน
การแสวงหาความรู มีคณุ ธรรม ประโยชนของการจดั สวนถาด
และลกั ษณะนิสัยในการทํางาน -ประโยชนท างดา นการศึกษา
มจี ติ สํานกึ ในการใชพลังงาน -ประโยชนท างดา นจิตใจ
ทรัพยากรและส่งิ แวดลอ ม เพ่อื -ประโยชนท างดานเศรษฐกิจ
การดาํ รงชีวิตและครอบครัว การจดั สวนสามารถแบงประเภทตาม
มาตรฐาน ง ๔.๑เขา ใจ มที กั ษะ ลกั ษณะภาชนะ
ทจี่ ําเปน มปี ระสบการณ เหน็ -การจดั สวนในถาด
แนวทางในงานอาชีพ ใช -การจดั สวนในคู

เทคโนโลยเี พอ่ื พฒั นาอาชีพ มี -การจดั สวนในขวด
คุณธรรม และมีเจตคติท่ีดตี อ -การจดั สวนในโหลแกว
อาชีพ

ง1.1(ม3/1)บอกความหมาย
และความสําคญั และประโยชน
ของการจัดสวนถาด
ง 1.1 (ม 3/2)จําแนกประเภท
ของการจดั สวนถาดในรูปแบบ
ตา งๆ
2 วัสดุ/อปุ กรณใน ง 1.1 ( ม 3/3 ) อธิบายวสั ดุ วสั ดุ/อุปกรณท ี่ใชในการจดั สวนถาด 10 10 5 5 20
การจัดสวนถาด และอปุ กรณในการจัดสวน วัสดุ
ถาด -ดนิ
-หิน
-รากไมห รอื แกนไม
-ตกุ ตาประดบั
อุปกรณ
-จานรองกระถาง กระถางดินเผา
ภาชนะถาดเซรามิค
-ชอ นปลกู หรือชอนเลก็ ใชส าํ หรบั ตกั
ดนิ
-อปุ กรณคีบปลายแหลม ใชค บี ตน ไม
เลก็ และวสั ดตุ กแตง

-กระบอกฉดี นํ้า ใชใหนาํ้ ตนไมท ่ปี ลูก
ในภาชนะ
-แปรงขนออ น ใชป ด ฝนุ หรือเศษผง
ออกจากตนไม และวัสดุตกแตง สวนใน
ภาชนะ
-มดี คมๆหรอื คตั เตอร ใชตดั แตง ตนไม
3 พนั ธไุ มง ามใน ง 1.1 ( ม 3/4 )บอกชนิดของ พนั ธุไ มม หี ลายชนิด บางชนดิ มี 10 5 10 5 20
พนั ธไุ มทใ่ี ชส าํ หรบั จัดสวนถาด ดอกแตมดี อกขนาดเลก็ ไมส ะดดุ ตา
ถาดสวย ง 1.1 ( ม 3/5 ) อธิบายวิธี รปู รางหรอื สีสนั ไมง ดงาม จดุ เดน จึงอยู

เลอื กพนั ธไุ มส ําหรบั จดั สวน ทใ่ี บ ไมใ บท่ีจะนํามา จดั สวนถาด มที ้ัง
ถาด ไมท อ่ี ยูไ ดใ นแสงราํ ไร ไมช อบแสงจดั
มขี นาดกะทัดรดั โดยมากไมใบสวน
ใหญจะชอบแสงรําไร ไดแกชนิด-ไม
ใบ/ไมรปู ทรง/ไมอ วบน้าํ
4 สวนถาดสวย ง4.1( ม 3/6 )อธบิ ายข้ันตอน การจดั สวนถาด เปนสิ่งท่ีตอ งคดิ 25 2 25 3 30
การจดั สวนถาดชื้นและสวน
ดวยมือเรา ถาดแหง พรอมปฏิบตั ิการจัด และทําเปน ขนั้ ตอนตามลําดบั
สวนถาดตามความสนใจของ กอ นหลงั จะทาํ ใหก ารจัดสวนถาดแต
นักเรียน ละขนั้ ตอนสอดรบั กัน ผลสุดทา ยก็
จะไดสวนถาดตามท่ีตอ งการ ซงึ่

ขนั้ ตอนการจัดทําควรเรม่ิ ต้ังแต

กาํ หนดรปู แบบเตรียมเครอ่ื งมอื วสั ดุ

อุปกรณ เตรยี มดินและดาํ เนินการ

จดั ทาํ สาํ หรบั ข้ันตอนในการจัดสวน

ถาด

การจัดสวนถาดมขี น้ั ตอนในการ

ปฏิบัตงิ านโดยสรุปดังนี้

-การเขียนแบบ

-จดั เตรียมภาชนะ

-เตรยี มเคร่อื งปลูก

-จัดลงภาชนะ -ดูแลรักษา

5 ตน ทนุ กําไร ง1.1( ม 3/7 ) คาํ นวณตนทุน การขาย คอื กระบวนการทง้ั 5 2 5 3 10
การขายและ การทาํ บญั ชี ทางตรงและทางออ มของการจูงใจ

ใหผ ูซ้ือสินคา หรอื บรกิ ารยินยอม

กระทาํ สิ่งใดสิง่ หนงึ่ ซึ่งจะทาํ ใหเกิด

ประโยชนทางดา นการคาแกผูขาย

เม่อื ผผู ลติ สนิ คาไปสูผ บู ริโภค

รวมระหวางป 78 80

ปลายภาค 2 20

รวม 80 100

บันทกึ ขอ ความ
สว นราชการ โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 42
ท่ี วนั ท่ี ...... / ................................ / 2563
เรอ่ื ง การเสนอแผนการจัดการเรียนรเู พ่อื อนุญาตใชในการเรยี นการสอน

เรียน ผูอ าํ นวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห
ขาพเจา นายสน่ัน หวั แท ตําแหนงครูผูชว ย กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี ไดจ ัดทํา/

ปรบั ปรงุ แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชาการจดั สวนถาด รหสั .................หนว ยการเรยี นรทู ่ี 1 - 5 ชน้ั
มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา 2563 ดังรายละเอยี ดท่ีแนบมาพรอ มน้ี

จึงเรยี นมาเพือ่ โปรดทราบและพจิ ารณา

( นายสนั่น หวั แท ) ลงช่ือ …………………………….. อาจารยป ระจาํ วชิ า

ความเห็นของหัวหนา กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชีพและเทคโนโลยี
ไดท าํ การตรวจสอบ แผนการจัดการเรยี นรูท่ี 1 – 5 ช่ือวชิ า การจัดสวนถาด 1 รหสั วชิ า
ของ นายสนัน่ หวั แท แลว มคี วามคดิ เห็นดังนี้
1. เปน แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรทู ี่
 ดมี าก  ดี  พอใช  ควรปรับปรงุ
2. กจิ กรรมการเรียนรไู ดนําเอากระบวนการเรียนรู
 ทเ่ี นน ผูเรยี นเปนสาํ คัญมาใชในการจดั กจิ กรรมไดอยา งเหมาะสม
 ทีย่ ังไมเ นน ผเู รยี นเปนสําคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอไป
3. เปนแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู ่ี
 นาํ ไปใชไ ดจ รงิ  ควรปรบั ปรงุ กอนนาํ ไปใช
4. ขอเสนอแนะ
.....................................................................................................................................................................
.....………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ลงชอื่ ………………………………………………..
( นางสาวนูรอัยนี อารมี าน )
หัวหนากลุม สาระการงานอาชพี
…………/………………./…………

ความเห็นของรองผูอํานวยการฝายวชิ าการ

ไดทาํ การตรวจสอบ แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 – 5 ช่ือวชิ า การจดั สวนถาด 1 รหสั วิชา ...............
ของ นายสน่ัน หวั แท แลว มคี วามคิดเห็นดงั นี้
1. เปน แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรทู ่ี
 ดีมาก  ดี  พอใช  ควรปรับปรงุ

2. กจิ กรรมการเรียนรไู ดนาํ เอากระบวนการเรยี นรู
 ที่เนนผูเ รียนเปน สาํ คญั มาใชในการจดั กจิ กรรมไดอยางเหมาะสม

 ท่ยี ังไมเนนผูเ รียนเปน สําคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอ ไป

3. เปนแผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรทู ี่
 นาํ ไปใชไดจ รงิ  ควรปรบั ปรงุ กอ นนาํ ไปใช

4. ขอ เสนอแนะ.................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………............................................................................................................................................
ลงช่ือ ………………………………………………..
(นางพชั นี หมดุ ยะฝา)
…………/………………./………….

ความเห็นของผบู รหิ ารสถานศึกษา
ไดทาํ การตรวจสอบ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 1 - 5 ช่อื วชิ า การจดั สวนถาด 1 รหัสวชิ า ………………..
ของ นาสนัน่ หวั แท แลว มคี วามคิดเหน็ ดังน้ี

1. เปนแผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู ่ี
 ดมี าก  ดี  พอใช  ควรปรับปรงุ
2. กิจกรรมการเรียนรูไดน าํ เอากระบวนการเรียนรู
 ทีเ่ นนผเู รยี นเปนสําคญั มาใชในการจัดกจิ กรรมไดอยางเหมาะสม
 ท่ียังไมเ นนผูเ รียนเปนสาํ คัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป
3. เปนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่
 นําไปใชไ ดจ ริง  ควรปรบั ปรุงกอนนําไปใช
4. ขอเสนอแน..................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
อนุญาตใหใชแผนการเรยี นรนู ไี้ ด

ไมอ นุญาต เพราะ
……………………………………………………………………………………………………………………………...

ลงชอ่ื ………………………………………………..
(นางสพุ รรณา แกว เพม่ิ พนู )

ผูอํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 42จังหวัดสตลู

ผงั มโนทัศน วชิ า การจดั สวนถาด 1 ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน
หนว ยการเรยี นรู garden tray

ความหมายของการจัดสวนถาด
จํานวน 3 ชว่ั โมง

Garden tray 10 ประเภทของสวนถาด
จาํ นวน 3 ชัว่ โมง

ประโยชนข องการจดั สวนถาด
จํานวน 4 ชวั่ โมง

หนวยการเรียนรูที่ 1 เรือ่ ง Garden tray
รายวิชา การจัดสวนถาด 1 รหัสวิชา ง. ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3

ภาคเรียนท่ี 1 ปการศกึ ษา 2563 น้าํ หนกั เวลาเรยี น 2.0 (นน./นก.)เวลาเรยี น 4ชม./สปั ดาห
เวลาที่ใชในการจัดกิจกรรม 10 ชว่ั โมง
***************************
1. สาระสาํ คญั (ความเขาใจทีค่ งทน)
การจดั สวนถาด คอื การจัดปลูกตนไมลงในภาชนะขนาดเล็ก ใหเกิดความสวยงาม โดยใชหลกั ศิลปะ

มาประยกุ ตใ ชใ นการออกแบบ และตกแตงใหสวนมคี วามสวยงาม เชน การใชสี รปู ทรง ผิวสมั ผัส ความ
สมดลุ เปน ตน
การจัดสวนถาดเปน การยอเรือ่ งราวลงในภาชนะหรอื ถาด จะเปนเร่ืองราวอะไรก็ไดที่เราเคยเห็น เคยรู

รวมทัง้ เรอ่ื งราวของสวนสาธารณะ เลาเรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ประเพณี วัฒนธรรมของการดาํ เนนิ ชีวิตของชาวไร
ชาวนาในชนบท การจดั สวนถาดแบบ ยอ เรือ่ งราวเปนการเปด โอกาสใหผจู ดั ไดใชค วามคิดอยางสรางสรรค
อยา งหลากหลายไมม ีทสี่ ้ินสดุ เกดิ ความเพลดิ เพลินสนุกสนาน
2. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชว้ี ัดชน้ั ป/ผลการเรยี นรู/ (เปา หมายการเรียนรู)

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ง๑.๑ เขา ใจการทํางาน มีความคดิ สรางสรรค มีทกั ษะกระบวนการทาํ งาน

ทักษะ การจัดการ ทกั ษะกระบวนการแกป ญหา ทักษะการทาํ งานรว มกนั และทกั ษะ การ

แสวงหาความรู มคี ณุ ธรรม และลกั ษณะนิสัยในการทาํ งาน มีจติ สํานึก ในการใช

พลงั งาน ทรพั ยากร และสง่ิ แวดลอมเพือ่ การดาํ รงชีวติ และครอบครัว

มาตรฐาน ง ๔.๑เขา ใจ มีทักษะทีจ่ าํ เปน มปี ระสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชพี ใช

เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาอาชีพ มคี ณุ ธรรม และมเี จตคตทิ ี่ดตี อ อาชีพ

ผลการเรียนรทู ่คี าดหวงั
1. บอกความหมายและความสาํ คัญและประโยชนของการจดั สวนถาด
2. จําแนกประเภทของการจัดสวนถาดในรูปแบบตางๆ

3. สาระการเรยี นรู
3.1 เน้ือหาสาระหลัก : Knowledge (นกั เรียนตองรอู ะไร)
3.1.1 ความหมายความสําคญั และประโยชนของการจัดสวนถาด
3.1.2 จาํ แนกประเภทของการจดั สวนถาดในรูปแบบตา งๆ

3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process (นกั เรียนสามารถปฏิบัติอะไรได)
3.2.1 สบื คนขอมูลเกย่ี วกบั การจดั สวนถาด
3.2.2 บอกการจัดสวนในภาชนะตางๆ

4. สมรรถนะสําคญั
4.1 ความสามารถในการคิด

5. คุณลักษณะของวิชา
5.1 มีความขยนั
5.2 มีความอดทน
5.3 มีความรบั ผิดชอบ

6. คุณลักษณะอันพึงประสงค
6.1 ใฝเรยี นรู
6.2 มงุ มน่ั ในการทาํ งาน
6.3 มีรับผิดชอบ

7. จุดเนนของโรงเรียน
บรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงและกิจกรรมสวนพฤกษศาสตรในโรงเรยี น

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ครู นักเรียน
1.ความพอประมาณ แบง เวลาในการทํากจิ กรรม
ใชเ วลาในการเรยี นอยา งมีประสทิ ฺธิภาพ

2.ความมเี หตุผล ใชเ หตผุ ลในการจาํ แนกสวนถาด ใชเหตุผลในการจําแนกสวนถาด

3.มภี มู คิ มุ กันในตัวทด่ี ี สรา งทักษะการเรียนรใู หเ กดิ ขน้ึ กับ นกั เรียนเกดิ ทักษะในการเรียน
นักเรยี น

4.เงอื่ นไขความรู ขอ มูลเกย่ี วกับการจดั สวนถาด ความหมายความสาํ คญั และประโยชน
5.เงอ่ื นไขคุณธรรม มคี วามตรงตอ เวลา ของการจดั สวนถาด
มขี ยนั

8. ภาระงาน/ชนิ้ งานตามตัวชว้ี ดั
8.1 ตามตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู

- รายงานเรอ่ื งความรเู บ้ืองตนในการจัดสวนถาด
8.2 ภาระงาน/ชนิ้ งาน รวบยอด
8.2.1 เขยี น รายงานเรอื่ งความรูเบื้องตนในการจดั สวนถาด
8.2.2 เขยี น MIND MAPPING การจดั สวนถาด

9. กจิ กรรมการเรียนรู (กาํ หนดจํานวนช่วั โมง/ครั้งทส่ี อนตามตารางสอน)
(ชว่ั โมงที่ 1-3)ขั้นต้ังคําถาม
1. ครูแนะนาํ เนอ้ื หาบทเรียน อธบิ ายมาตรฐานการเรียนรูและตวั ชีว้ ัดของเน้ือหาประจาํ หนวยการ
เรียนรทู ่ีนกั เรียนเรยี น

2. ครอู ธิบายเกย่ี วกับภาระงานและช้ินงานทีน่ ักเรียนตองรบั ผดิ ชอบ พรอ มทงั้ บอกวธิ กี ารวัดและ
ประเมนิ ผลการเรียนรูป ระจาํ หนว ยการเรียนรู

3. ครูใหนกั เรยี นชว ยกันระดมความคดิ เห็นเกย่ี วกับความรใู นการจดั สวนตามความเขาใจของนกั เรียน
โดยครไู มเ ฉลยคําตอบ ซ่งึ ใหน ักเรยี นตอบโดยอาศยั ความรูเดมิ หรือทีน่ ักเรยี นเขา ใจ

4. ครูใหนักเรยี นศกึ ษาเนอ้ื หาท่ีเรียนดว ยตนเอง จากนั้นใหนกั เรยี นสรปุ เนอ้ื หาท่ีนักเรยี นเขาใจ
5. ครใู หนกั เรยี นชวยกันรวบรวมความรูเรือ่ งความรเู บื้องตน ในการจดั สวนถาด
(ชัว่ โมงท่ี 4)
1. นกั เรียนเขียนรายงานสรปุ เกี่ยวกบั ความรเู บ้อื งตน ในการจัดสวนถาดทีน่ กั เรียนไดศ ึกษาขอ มูลมา

(ชัว่ โมงท่ี 5 )ขั้นเตรยี มการคนหาคาํ ตอบ
1. ทบทวนเก่ยี วกบั ความหมายของการจัดสวนถาด
2. ทบทวนเกยี่ วกบั ประโยชนข องการจดั สวนถาด
3. ทบทวนเกีย่ วกบั การจดั สวนถาดในภาชนะตา งๆ
4. จากนัน้ อธิบายและยกตวั อยา งเกยี่ วกับการเขียน mind mappingเก่ยี วกบั การจดั สวนถา ด

5. จากนน้ั ใหนกั เรยี นเขียน mind mapping และตกแตง ใหสวยงาม

(ชัว่ โมงท่ี 6-8 )

1. ครแู ละสนทนาเกย่ี วกบั รูปแบบการจดั สวนถาด
2. ครูใหน กั เรยี นศกึ ษาใบความรเู ก่ียวกบั การจัดสวนถาด
3. ครใู หนกั เรียนออกแบบแผนพับใหความรเู กี่ยวกับการจัดสวนถาดพรอมตกแตง อยา งสวยงาม

(ชวั่ โมงท่ี 9-10)
1. ครทู บทวนเนื้อหาทใ่ี หนกั เรียนศกึ ษาใบความรูเ กีย่ วกบั ประโยชนของการจดั สวนถาด การจดั สวน
ถาดในภาชนะตางๆ
2. ครูมอบหมายงานใหน กั เรียนใหเ ขยี นสรปุ เน้ือหาเก่ียวกับการจดั สวนถาด
10. ส่ือ/อปุ กรณและแหลงเรยี นรู
1. หองสมุด
2. ใบความรูเรื่องการจัดสวนถาด
11. การวดั และประเมนิ ผล
เปา หมายการเรยี นรู หลักฐานการเรียนรู(ภาระงาน/ วิธวี ัด เครอ่ื งมอื วดั ประเดน็ /เกณฑการให
ช้นิ งาน) คะแนน

สาระสาํ คัญ - mind mappingการจดั สวน ตรวจ mind แบบตรวจ mind 1.การจัดลาํ ดบั เนื้อหา

การจดั สวนถาด คือ การจัด ถาด mapping mapping สาระ

ปลกู ตน ไมล งในภาชนะ 2.ความถกู ตอง(ตรงกบั

ขนาดเลก็ ใหเ กดิ ความ -จดั ทําแผน พบั ใหค วามรูเร่ือง ตรวจการจัดทําแผน แบบตรวจการจดั ทํา สภาพจรงิ )ของขอมลู

สวยงาม โดยใชห ลกั ศิลปะ การจัดสวนถาด พบั แผนพับ 3.ความครบถว นของ

มาประยกุ ตใ ชในการ ขอมลู

ออกแบบและตกแตง ใหสวน -สรปุ ความรทู ไ่ี ดจ ากการเรยี น 4.ความนาสนใจ

มคี วามสวยงาม เชนการใช การสอน 5.แปลกใหม

สี รปู ทรง ผิวสมั ผัส ความ 6.สะอาด เรยี บรอ ยและ

สมดลุ เปนตน สวยงาม

ประโยชนข องการจดั สวน
ถาด

-ประโยชนทางดา น
การศึกษา
-ประโยชนทางดานจิตใจ
-ประโยชนท างดาน
เศรษฐกิจ
การจดั สวนสามารถแบง
ประเภทตามลักษณะ
ภาชนะ
-การจัดสวนในถาด
-การจัดสวนในคู
-การจัดสวนในขวด
-การจดั สวนในโหลแกว

12. ใบงาน
13. ใบความรู
14. เคร่ืองมอื วัดผลการเรยี น

ใบความรูที่ 1 เรื่องความหมายของการจัดสวนถาด

การจดั สวนถาด คอื การจัดปลกู ตน ไมลงในภาชนะขนาดเลก็ ใหเกิดความสวยงาม โดยใชหลกั ศิลปะมา
ประยุกตใชใ นการออกแบบ และตกแตงใหส วนมีความสวยงาม เชน การใชสี รูปทรง ผวิ สัมผสั ความ
สมดุล เปนตน

การจดั สวนถาดเปนการยอ เรอื่ งราวลงในภาชนะหรือถาด จะเปน เรื่องราวอะไรก็ไดท เ่ี ราเคยเห็น เคยรู รวมทั้ง
เรอื่ งราวของสวนสาธารณะ เลาเร่อื งราวเกย่ี วกับประเพณี วัฒนธรรมของการดาํ เนินชวี ติ ของชาวไรช าวนาใน
ชนบท การจัดสวนถาดแบบ ยอ เรอ่ื งราวเปนการเปดโอกาสใหผจู ดั ไดใชค วามคดิ อยา งสรางสรรคอยาง
หลากหลายไมม ีที่ส้นิ สดุ เกิดความเพลดิ เพลินสนกุ สนาน

สวนถาดเหมาะสําหรบั ตกแตง บา นหรือสวนท่มี ีเนอ้ื ท่นี อ ย การจดั สวนถาดเปนงานอดเิ รกทเี่ พลิดเพลนิ ไดใช
ความคิดในการออกแบบ การยอสดั สวนทิวทัศนเหมอื นธรรมชาตฝิ ก ใหม ีความละเอียดออ นในการปลกู ตน ไม
ฝกฝนความสามารถในทางศิลปะ รูจกั การใชสสี ัน รูปทรง การผสมผสานใหก ลมกลนื หรอื งดงามดว ยความขดั แยง
อยา งเหมาะสม ใชต นไมก่ตี น กไ็ ด ไมจาํ กดั และกชี่ นิดกไ็ ด

การจัดสวนถาด เปน รปู แบบหนง่ึ ของการจัดสวนในภาชนะ ซง่ึ เปนการปลูกไมดอก ไมประดบั โดยการ
จาํ ลองธรรมชาติ และเรอ่ื งราวตาง ๆ มาไวใ นภาชนะทก่ี าํ หนด ซง่ึ สามารถวางไว ในหอ งตางๆ ของบา น ชว ยทาํ ให
บานรม รนื่ มชี วี ิตชีวา โดยการจัดสวนสามารถแบง ประเภทตามลกั ษณะภาชนะ ดงั น้ี

การจดั สวนในถาด เปน การจดั สวนทใี่ ชตนทนุ ต่ํากวาการจัด
สวน ชนิดอน่ื ตอ งใชความละเอยี ดออ นและพิถีพถิ นั อยา งมาก
ในการจัด สามารถใชพนั ธุไม และของตกแตงตา ง ๆ จดั สวนได
โดยไมจ าํ กดั ชนดิ และ จาํ นวนตามจินตนาการ

การจดั สวนในตู เปนการจดั สวนท่ีใชต ปู ลาขนาด
ตา งเปน ภาชนะ ในการจัด สวนมากจะใชพ นั ธุไม
ประดบั ในรม และใชท รายยอ มสตี า งๆแตง ลวดลาย
ขา งตู และดานลา งของสว นโดยรอบ การจดั สวนใน
ตู เรยี กวา สวนตูแ บบช้ืน

การจดั สวนในขวด เปนการจัดสวนที่ใชข วดที่
มรี ปู รา ง ลักษณะแปลก ๆ และสวยงาม โดย
อาจเปน ขวดปากกวา งหรือขวดปากแคบกไ็ ด
พนั ธไุ มท่นี ยิ มใชจดั เปน ไมป ระดบั ในรมทม่ี ี
ขนาดเล็ก และใชทรายยอมสี หรือหินสตี กแตง
ลวดลายพน้ื ลา งโดยรอบ
การจัดสวนในโหลแกว เปน การจดั สวนทีม่ ีตัง้ แต
ขนาดกลางจนถงึ ขนาดใหญใ นโหลแกวรูปทรง
ตา งๆ พนั ธุไมทใ่ี ชจดั โดยมากจะเปน พวก
กระบองเพชรหรอื ไมอวบน้าํ รปู แบบทน่ี ยิ ม
จัดเปนลกั ษณะสวนทะเลทราย เรียกอีกอยางหนง่ึ
วา การจัดสวนแกว แบบแหง

ประโยชนข องการจัดสวนถาด

ประโยชนทางดานการศึกษา
เพื่อการศกึ ษาดานการเกษตร เชน ศกึ ษาการเจริญเติบโตของพชื วิธกี ารขยายพันธุ การจดั สวนถาด

สวนหยอ ม และภูมทิ ศั นใหสวยงาม
ประโยชนทางดา นจติ ใจ

จะเกิดข้ึนแกผ ูจ ัดและผูชม ผูจดั ไดนําเอาความงดงามของสวนธรรมชาตทิ ไี่ ดพบเห็น และเอาความคดิ ตาม
จินตนาการของตน นํามาผสมผสานกนั เพอื่ ทําการจัดสวนถาด ขณะทําการจดั ทาํ ใหผ ูจัดเกดิ ความเพลดิ เพลินและ
มคี วามสูขอยกู บั การจดั สวนถาด ผลงานการจดั สวนถาดดว ยความคดิ และดวยมือของผจู ดั เอง ทาํ ใหผ ูจ ดั เกิดความ
ภมู ิใจในความสามารถของตน ความภาคภูมิใจย่วั ยุใหผ จู ดั เกดิ ความอยากท่ีจะพัฒนางานการจัดสวนถาดของตน
การไดฝ กจดั สวนถาดบอย ๆ จะชว ยใหผ จู ดั เหน็ ความงามทีธ่ รรมชาติสรา งขน้ึ สวนผูช มหรอื ผทู ี่ไดพบเหน็ สวนถาด
ทีจ่ ดั ไดอยางสวยงาม ความสวยงามของสวนถาดจะชวยโนมนาวจิตใจของผชู มใหเกิดสนุ ทรยี ภาพ ผชู มไดรับ
อาหารทางจิตใจทาํ ใหอ่ิมเอิบ ทาํ ใหผ ชู มมคี วามสขุ ทางใจ ชวยผอ นคลายความเครียดไดอีกทางหนึง่ ความงดงาม
ของสวนถาดเปน อาหาร และยาทางใจของผูช มและผูจัด
ประโยชนทางดา นเศรษฐกจิ

ทาํ เปนอาชพี เสริม เพิ่มรายไดใ หแกครอบครวั ใชเ ปน ของขวัญ ของฝาก ของที่ระลกึ ในโอกาสสาํ คัญ มรี าคา
ถูก และมอี ายยุ ืนกวา การใหด อกไมส ด รวมทง้ั การจัดสวนถาดเพอ่ื การจําหนา ยหรือบริการเชา เปน การลงทนุ ซื้อ
จัดหาอปุ กรณก ารจัดสวนถาด แลวนําวสั ดุ อุปกรณด ังกลา วมาจัดเปนสวนถาดใหสวยงาม จัดเสร็จเรียบรอยแลว จึง
ขาย ราคาขายของสวนถาดกาํ หนดจากราคาขายปลกี ของวัสดุ อปุ กรณการจัดสวนถาดบวกดวยคา จดั ทาํ หรือคา
ฝม อื

ใบงานที่ 1
ใหน ักเรยี นเขียน mind mapping และตกแตง ใหส วยงาม

การจดั สวนถาด

แบบบันทึกหลังจดั กิจกรรมการเรียนรู

1. ผลการเรยี นรู
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………....................................................................................
......................................................................................................................................................................
2. ปญ หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………....................................................................................
.......................................................................................................................................................................
3. แนวทางเสนอแนะและแกไขปญ หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………....................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ผสู อน
( นายสน่ัน หัวแท )

บนั ทกึ การนเิ ทศ

ท่ี รายการนิเทศ รายละเอยี ดความเห็นของผูนเิ ทศ ลงช่ือ
1 หัวหนากลมุ สาระการเรยี นรู

2 รองผอู ํานวยการกลมุ บรหิ ารวิชาการ

3 ผอู าํ นวยการโรงเรียน

ผงั มโนทัศน วิชา การจดั สวนถาด 1 ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน
หนว ยการเรียนรู วัสดุ/อปุ กรณในการจัดสวนถาด

วสั ดทุ ี่ใชในการจัดสวนถาด

จํานวน 2 ชว่ั โมง

วัสดุ/อปุ กรณในการจัดสวน
อุปกรณท ่ใี ชในการจัดสวนถาด

จาํ นวน 2 ชวั่ โมง

หนว ยการเรียนรูท่ี 2 เร่ือง วสั ด/ุ อปุ กรณใ นการจดั สวนถาด
รายวชิ า การจัดสวนถาด 1 รหัสวชิ า ง. ระดับชั้น มธั ยมศกึ ษาปที่ 3

ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2563 น้ําหนกั เวลาเรียน 2.0 (นน./นก.) เวลาเรยี น 4 ชม./สปั ดาห
เวลาทใี่ ชใ นการจัดกจิ กรรม 20 ชว่ั โมง

1. สาระสาํ คัญ (ความเขา ใจทค่ี งทน)
วัสดุ/อุปกรณทใ่ี ชในการจัดสวนถาด
วัสดุ
-ดิน
-หิน
-รากไมหรอื แกน ไม
-ตกุ ตาประดบั
อุปกรณ
-จานรองกระถาง กระถางดินเผา ภาชนะถาดเซรามิค
-ชอนปลูกหรอื ชอ นเลก็ ใชสําหรับตักดิน
-อุปกรณคบี ปลายแหลม ใชค บี ตน ไมเ ล็ก และวสั ดุตกแตง
-กระบอกฉดี นา้ํ ใชใ หน ํ้าตน ไมท ีป่ ลกู ในภาชนะ
-แปรงขนออ น ใชป ดฝุนหรือเศษผงออกจากตน ไม และวัสดตุ กแตงสวนในภาชนะ
-มดี คมๆหรอื คัตเตอร ใชตัดแตงตน ไม2.
2. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชว้ี ัดช้นั ป/ ผลการเรยี นร/ู (เปาหมายการเรยี นรู) มที กั ษะกระบวนการทํางาน

มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ง๑.๑ เขา ใจการทํางาน มคี วามคิดสรา งสรรค

ทักษะ การจัดการทกั ษะกระบวนการแกปญ หา ทกั ษะการทาํ งานรว มกัน และทกั ษะ การ

แสวงหาความรู มคี ุณธรรม และลักษณะนสิ ยั ในการทาํ งาน มีจิตสาํ นึก ในการใช

พลงั งาน ทรัพยากร และสิง่ แวดลอ มเพือ่ การดาํ รงชวี ิตและครอบครัว

มาตรฐาน ง ๔.๑ เขา ใจ มที กั ษะท่ีจําเปน มปี ระสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใช

เทคโนโลยเี พือ่ พัฒนาอาชีพ มคี ณุ ธรรม และมเี จตคตทิ ดี่ ีตอ อาชพี

ผลการเรียนรูทีค่ าดหวัง
ง 1.1 ( ม 1/3 )อธิบายวัสดุและอุปกรณใ นการจัดสวนถาด

3. สาระการเรียนรู
3.1 เนือ้ หาสาระหลัก : Knowledge (นักเรยี นตอ งรอู ะไร)
3.1.1 วัสดุและอปุ กรณใ นการจดั สวนถาด
3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process (นกั เรียนสามารถปฏิบัตอิ ะไรได)
3.2.1 จําแนกวสั ดุ และอปุ กรณท ีใ่ ชใ นการจัดสวนถาดได
3.2.1 เลือกใชว สั ดุอุปกรณท เ่ี หมาะสมกบั งานได

4. สมรรถนะสาํ คญั
4.1 ความสามารถในการคดิ

5. คุณลักษณะของวชิ า
5.1 มคี วามขยนั
5.2 มีความอดทน
5.3 มีความรบั ผิดชอบ

6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค
6.1 ใฝเ รยี นรู
6.2 มงุ มน่ั ในการทํางาน
6.3 มีรบั ผดิ ชอบ

7. จดุ เนนของโรงเรยี น
บรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและกจิ กรรมสวนพฤกษศาสตรในโรงเรียน

ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครู นักเรียน
1.ความพอประมาณ เลอื กใชวัสดุอปุ กรณท ่เี หมาะสม ใชว ัสดอุ ุปกรณใหเ พียงพอ
2.ความมเี หตผุ ล ใชเหตุผลในการเลือกวัสดุอปุ กรณ ใชเ หตผุ ลในการเลือกที่จะใชว ัสดุ
3.มภี ูมิคุม กนั ในตัวทีด่ ี ในการเรยี นการสอน อุปกรณใ หต รงกับภาระงาน
4.เง่ือนไขความรู มีวสั ดุอุปกรณท ี่เพียงพอ รูจักใชว สั ดอุ ุปกรณ
5.เงื่อนไขคณุ ธรรม ใชความรใู นการใชวสั ดุอปุ กรณ เกิดความรใู นการเลอื กใชท รพั ยากรท่ี
อยางคุมคา มี
กิจกรรมสวนพฤกษศาสตร มคี วามประหยดั รูจ กั ประหยัด
ครู นักเรยี น
--

8. ภาระงาน/ชิ้นงานตามตวั ชวี้ ัด
8.1 ตามตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู

- การเลอื กใชว ัสดแุ ละอุปกรณในการทํางาน
8.2 ภาระงาน/ชน้ิ งาน รวบยอด
8.2.1 เลือกใชวัสดแุ ละอปุ กรณในการจัดสวนถาดโดยการทาํ แบบทดสอบเกบ็ คะแนน

9. กิจกรรมการเรียนรู (กาํ หนดจาํ นวนชั่วโมง/ครงั้ ท่สี อนตามตารางสอน)
(ชั่วโมงที่ 1 – 4 ) ขัน้ ตัง้ คาํ ถาม

1. ครซู กั ถามนักเรยี นเร่ืองวสั ดใุ นการปลูกพืชโดยท่วั ๆไป วามีขอ แตกตา งจากวสั ดทุ ใี่ ชใ นการปลูกไม
จัดสวนถาดอยา งไรบาง

(ช่ัวโมงที่ 5-10) ข้นั เตรียมการคน หาคําตอบ
2. ครูใหนักเรียนศึกษาใบความรู เร่อื ง วสั ดุอปุ กรณ ในการจัดสวน

(ช่ัวโมงที่ 11-15) ขัน้ ดาํ เนินการคน หาคําตอบและตรวจสอบคาํ ถาม

3. ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั ระดมความคิดเหน็ เกีย่ วกับความรใู นใบความรตู ามความเขาใจของนักเรยี น
โดยครูใหนักเรียนวเิ คราะหห าขอ มูลในเรอ่ื งดงั กลาว

(ชวั่ โมงที่ 15-20) ขั้นสรปุ และนาํ เสนอผลการคน ควา
4. ครใู หน กั เรยี นชว ยกนั รวบรวมความรูท่ไี ดล งในสมุด

10. สือ่ /อปุ กรณและแหลง เรยี นรู
1. หอ งสมุด
2. ใบความรูเรอ่ื งการวสั ดุ อุปกรณ ในการจัดสวนถาด

11. การวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือวดั
เปาหมายการเรียนรู หลักฐานการเรยี นร(ู ภาระ วิธวี ดั แบบทดสอบ ประเดน็ /เกณฑก าร
งาน/ชิ้นงาน) ใหคะแนน
ตรวจ
สาระสําคัญ แบบทดสอบ
วสั ดุ/อุปกรณท่ีใชใ นการจดั การเตรยี มวสั ดแุ ละอุปกรณ
สวนถาด
วสั ดุ ในการจัดสวนถาด

-ดนิ
-หิน
-รากไมห รือแกนไม
-ตกุ ตาประดับ
อุปกรณ
-จานรองกระถาง กระถางดิน
เผา ภาชนะถาดเซรามิค
-ชอนปลกู หรือชอนเล็ก ใช
สําหรบั ตกั ดนิ
-อุปกรณคบี ปลายแหลม ใช
คบี ตนไมเ ล็ก และวัสดุตกแตง
-กระบอกฉีดนํา้ ใชใ หน า้ํ ตนไม
ที่ปลกู ในภาชนะ
-แปรงขนออ น ใชป ด ฝุน หรือ
เศษผงออกจากตนไม และ
วสั ดุตกแตงสวนในภาชนะ
-มดี คมๆหรอื คัตเตอร ใชต ดั
แตง ตนไม

12. ใบงาน
13. ใบความรู
14. เคร่อื งมือวัดผลการเรยี นรู

ใบความรทู ี่ 1 เร่อื ง วัสด/ุ อปุ กรณใ นการจดั สวนถาด
ดนิ ควรมลี ักษณะโปรง รว น มกี อนดนิ ผสมอยู
ดวย กอนดนิ ไมค วรมีขนาดใหญนกั เศษใบไมผแุ ละ
อินทรยี วตั ถุสคี อนขา งเขมดาํ ดินทมี่ ีปยุ เคมีปะปนอยู
ดว ยจะทําใหดินเคม็ นานไปมี ขเี้ กลอื จบั อยูบน
ผวิ ดินรดนํา้ แลวซึมผา นยาก ตน ไมจะเหย่ี วเฉาตาย
หนิ ที่นาํ มาตกแตง สวนน้นั จะตอ งใชห ินชนิด
เดียวกนั แตใ หแ ตกตางกนั ที่ขนาด ไมควรใชห ิน
หลากหลายชนดิ ในพนื้ ทเ่ี ดยี วกนั

รากไม แกน ไม จะไมนิยมใชทาสีหรือเคลือบ
ชะแลก็ เพราะดู ไมส วยงามเปน ธรรมชาติ และไม
กลมกลนื กับสีธรรมชาติของ ตนไม และอาจจะเปน
อนั ตรายตอ ตนไม จึงนิยมใชส ผี วิ ตาม ธรรมชาติ

ตกุ ตาประดับ เชน รูป
คน สัตว บาน สะพาน ศาลา ตะเกียง ฯลฯ
ตุก ตาจาํ ลองทนี่ าํ มาใชจดั สวนถาดเพื่อเสรมิ สรา ง
บรรยากาศ ใหดสู มจรงิ และขนาดของตกุ ตาจาํ ลอง
ตอ งไดสัดสว นกบั องคป ระกอบ

อปุ กรณท ี่ใชใ นการจดั สวนถาด
จานรองกระถาง กระถางดนิ เผา ภาชนะถาด
เซรามิค
ชอ นปลกู หรือชอ นเลก็ ใชส าํ หรบั ตักดิน หนิ
กรวด ทราย และการขุดหลมุ ตนไม

อุปกรณค บี ปลายแหลม ใชคบี ตน ไมเลก็ และ
วสั ดุตกแตง

กระบอกฉีดน้ํา ใชใหนาํ้ ตน ไมท่ปี ลูกในภาชนะ
แปรงขนออ น ใชปด ฝุนหรอื เศษผงออกจาก
ตน ไม และวัสดตุ กแตง สวนในภาชนะ
มดี คมๆหรอื คัตเตอร ใชต ัดแตงตน ไม

ชอ่ื …………………………………………สกุล…………………………………
ชั้น……………….. เลขท่ี ……………………. วชิ า การจดั สวนถาด
ใบงานที่ 1 การเลอื กใชวัสดอุ ปุ กรณใ นการจัดสวนถาด
1. จากภาพจงบอกช่อื และประโยชนของวสั ดุอุปกรณดังกลาววา ใชงานอยา งไร

------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------

ชื่อ…………………………………………สกลุ …………………………………
ชนั ้ ……………….. เลขที่ ……………………. วชิ า การจดั สวน

------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------

------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------
------------------------------------------------------------

แบบบันทึกหลังจัดกิจกรรมการเรยี นรู

1. ผลการเรยี นรู
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………....................................................................................
.......................................................................................................................................................................
2. ปญ หาและอปุ สรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………....................................................................................
......................................................................................................................................................................
3. แนวทางเสนอแนะและแกไขปญหา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………....................................................................................
.......................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ผูสอน
( นายสนน่ั หัวแท )

บนั ทึกการนิเทศ รายละเอยี ดความเหน็ ของผูนิเทศ ลงช่อื
ท่ี รายการนิเทศ
1 หวั หนากลมุ สาระการเรียนรู

2 รองผูอ ํานวยการกลุมบรหิ ารวิชาการ

3 ผอู าํ นวยการโรงเรยี น

ผังมโนทัศน วิชา การจัดสวนถาด 1 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาตอนตน
หนวยการเรยี นรู พันธไุ มง ามในสวนถาดสวย

ชนิดของพันธไุ มส ําหรบั จดั สวนถาด-ไมใบ ชนดิ ของพนั ธไุ มส าํ หรับจดั สวน
จํานวน 4 ชวั่ โมง ถาด-ไมรูปทรง
จาํ นวน 4 ชว่ั โมง
พนั ธุไ มง ามใน
สวนถาดสวย

วธิ ีการเลือกพนั ธไุ มสําหรบั
จัดสวนถาด-ประเภทของ

พนั ธุไ ม
จํานวน 4 ชวั่ โมง

ชนดิ ของพันธไุ มส ําหรบั จดั สวนถาด-ไม
อวบนํ้า

จาํ นวน 4 ชวั่ โมง

วิธกี ารคัดเลอื กพันธไุ มส ําหรบั จัดสวนถาด-
ความตอ งการแสง นํา้ และดนิ
จาํ นวน 4 ชวั่ โมง

หนวยการเรียนรูท่ี 3 เร่อื ง พนั ธุไมง ามในสวนถาดสวย
รายวชิ า การจัดสวนถาด 1 รหัสวิชา ง. ระดับชั้น มัธยมศกึ ษาปท่ี 3

ภาคเรียนท่ี 1 ปการศึกษา 2555 นาํ้ หนักเวลาเรยี น 2.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 4 ชม./สปั ดาห

เวลาทีใ่ ชในการจัดกิจกรรม 20 ชวั่ โมง

1. สาระสาํ คัญ (ความเขา ใจท่ีคงทน)
พันธไุ มมีหลายชนิด บางชนดิ มดี อกแตม ดี อกขนาดเล็ก ไมสะดดุ ตา รปู รา งหรือสสี ันไมงดงาม จดุ เดน

จงึ อยูท ใ่ี บ ไมใบทจ่ี ะนาํ มา จัดสวนถาด มีท้งั ไมท่ีอยูไดใ นแสงราํ ไร ไมชอบแสงจดั มขี นาดกะทดั รัด โดยมากไม
ใบสวนใหญจ ะชอบแสงรําไร ไดแ กช นิด-ไมใบ/ไมร ปู ทรง/ไมอ วบนํ้า

2. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชี้วดั ชน้ั ป/ผลการเรียนรู/ (เปาหมายการเรียนรู)
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ง๑.๑ เขาใจการทํางาน มคี วามคิดสรางสรรค มที กั ษะกระบวนการทาํ งาน
ทักษะ การจดั การ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทาํ งานรวมกัน และทักษะ การ
แสวงหาความรู มคี ุณธรรม และลกั ษณะนิสยั ในการทํางาน มีจิตสํานกึ ในการใช
พลงั งาน ทรพั ยากร และสงิ่ แวดลอ มเพื่อการดาํ รงชีวติ และครอบครัว
มาตรฐาน ง ๔.๑ เขา ใจ มที กั ษะท่ีจาํ เปน มปี ระสบการณ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช
เทคโนโลยีเพอ่ื พัฒนาอาชพี มีคุณธรรม และมเี จตคตทิ ีด่ ตี ออาชพี

ผลการเรียนรูท คี่ าดหวงั
1. บอกชนิดของพนั ธุไมทีใ่ ชสําหรับจดั สวนถาด
2. อธิบายวธิ ีเลอื กพนั ธไุ มส าํ หรบั จัดสวนถาด

3. สาระการเรยี นรู
3.1 เนอ้ื หาสาระหลกั : Knowledge (นักเรียนตอ งรอู ะไร)
3.1.1 ชนิดของพนั ธุไมท ี่ใชสาํ หรบั จดั สวนถาด
3.1.2 วิธีเลอื กพันธุไ มสาํ หรับจดั สวนถาด

3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process (นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิอะไรได)
3.2.1 บอกชนดิ ของพันธุไมทใ่ี ชสาํ หรับจดั สวนถาด
3.2.1 อธิบายวธิ ีเลอื กพนั ธไุ มส าํ หรับจดั สวนถาด

4. สมรรถนะสําคัญ
4.1 ความสามารถในการคดิ

5. คณุ ลกั ษณะของวชิ า
5.1 มีความขยัน
5.2 มีความอดทน
5.3 มคี วามรับผดิ ชอบ

6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
6.1 ใฝเ รียนรู
6.2 มุงม่ันในการทาํ งาน
6.3 มีรบั ผดิ ชอบ

7. จุดเนน ของโรงเรียน
บูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งและกจิ กรรมสวนพฤกษศาสตรในโรงเรยี น

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครู นกั เรยี น
1.ความพอประมาณ เลอื กใชพ ันธุไมท ีเ่ หมาะสม ใชพ ันธไุ มใ หเ พียงพอ
2.ความมเี หตุผล ใชเหตุผลในการเลือกพันธุไมใ น ใชเหตผุ ลในการเลอื กที่จะใชพนั ธุ
3.มภี มู คิ ุม กนั ในตวั ท่ดี ี การเรียนการสอน ไมใ หตรงกบั ภาระงาน
4.เงือ่ นไขความรู มพี นั ธไุ มทเ่ี พียงพอในการจัด รจู กั ใชว ัสดุอุปกรณ
5.เงื่อนไขคุณธรรม กจิ กรรม เกดิ ความรูในการเลอื กใชพ นั ธุไมท ่ี
ใชความรูใ นการใชวสั ดุอุปกรณ มี
กิจกรรมสวนพฤกษศาสตร อยา งคุมคา รูจ ักประหยัด
มคี วามประหยดั
นกั เรยี น
ครู ไดร ับความรเู ร่ืองลักษณะทาง
นําความรเู รื่องลักษณะทาง พฤกษศาสตรของพนั ธไุ มท นี่ าํ มา
พฤกษศาสตรข องพนั ธุไมตางๆมา จดั สวนถาด
สอนเพม่ิ เติมใหนักเรยี น

8. ภาระงาน/ชน้ิ งานตามตัวช้ีวัด
8.1 ตามตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู
- บอกชนิดของพันธุไมทีใ่ ชส ําหรบั จัดสวนถาด
- อธบิ ายวธิ ีเลอื กพนั ธุไมส าํ หรับจัดสวนถาด
8.2 ภาระงาน/ชนิ้ งาน รวบยอด
8.2.1 แบบฝก หกั การเลือกชนดิ ของพันธไุ มทใี่ ชในการจดั สวนถาด

9. กิจกรรมการเรยี นรู (กาํ หนดจาํ นวนช่ัวโมง/ครง้ั ที่สอนตามตารางสอน)
(ชวั่ โมงที่ 1 – 4 ) ขน้ั ตงั้ คําถาม

1. ครแู ละนักเรยี นแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ ในการเลือกพันธุไ มในการจัดสวนถาด
(ชั่วโมงท่ี 5-10 ) ข้นั เตรียมการคนหาคําตอบ

2. ครูใหน ักเรียนศกึ ษาใบความรู เร่ือง ชนดิ ของพันธไุ มและวิธกี ารเลือกพนั ธุไมในการจัดสวนถาด
(ชั่วโมงที่ 11-15 ) ขัน้ ดาํ เนินการคน ควา หาคาํ ตอบ

3. ครใู หนกั เรยี นชว ยกันระดมความคิดเหน็ เกีย่ วกับความรใู นใบความรตู ามความเขา ใจของนกั เรยี น
โดยครใู หนักเรียนวิเคราะหหาขอ มูลในเรอ่ื งดังกลาว

(ชวั่ โมงที่ 16-20) ข้นั การสรุปและนาํ เสนอผลการคน ควา คําตอบ
4. ครใู หน ักเรยี นทําแบบฝกหัดเร่ืองดงั กลาวเปนรายบุคคล

10. ส่อื /อปุ กรณและแหลง เรยี นรู
1. หองสมุด
2. ใบความรเู ร่ืองการวัสดุ อปุ กรณ ในการจัดสวนถาด

11. การวัดและประเมินผล วธิ ีวดั เคร่อื งมอื วดั ประเด็น/เกณฑ
เปา หมายการเรยี นรู หลักฐานการเรยี นรู แบบฝก หัด การใหค ะแนน
(ภาระงาน/ชนิ้ งาน) ตรวจ
แบบฝกหัด
สาระสําคัญ
พนั ธุไ มม หี ลายชนดิ แบบฝกหกั ชนดิ ของ

บางชนิดมีดอกแตม ีดอก พันธุไ มและวิธีการเลอื ก
ขนาดเล็ก ไมสะดดุ ตา พนั ธไุ มใ นการจดั สวน
รูปรา งหรอื สีสนั ไมงดงาม ถาด
จุดเดน จึงอยทู ใ่ี บ ไมใบท่ี
จะนํามา จดั สวนถาด มที ง้ั
ไมท่อี ยูไดใ นแสงราํ ไร ไม
ชอบแสงจดั มขี นาด
กะทดั รัด โดยมากไมใ บ
สว นใหญจะชอบแสง
ราํ ไร ไดแ กช นดิ -ไมใบ/ไม
รปู ทรง/ไมอ วบนํา้

12. ใบงาน
13. ใบความรู
14. เครื่องมอื วัดผลการเรียนรู

ใบความรู ท่ี 1
เรื่อง ชนดิ ของพันธไุ มสําหรับจดั สวนถาด
ชนิดของพนั ธไุ มส าํ หรับจัดสวนถาด-ไมใ บ

ไมใ บ มหี ลายชนิด บางชนิดมีดอกแตม ีดอกขนาดเล็ก ไมสะดุดตา รูปรา งหรือสสี ันไมงดงาม จดุ เดน จงึ
อยูทใี่ บ ไมใบทจี่ ะนาํ มา จดั สวนถาด มที งั้ ไมทีอ่ ยไู ดในแสงรําไร ไมชอบแสงจัด มขี นาดกะทัดรัด โดยมากไม
ใบสว นใหญจ ะชอบแสงรําไร ไดแ ก
เฟรนบอสตนั (Nephrolepis exaltata)
เปนไมคลมุ ดิน สูง 20-60 เซนติเมตร ใบมี
ลักษณะคลายกางปลา เหมาะจัดไวเปน
ฉากหลัง เพราะตนคอนขางสูง แตถ าเลอื ก
ตนออน จะไดขนาดเล็ก จัดไวด านหนา กไ็ ด
ขยายพันธุดวยการแยกไหล หรอื หนอ

เฟร นใบมะขาม (Nephrolepis
cordifolia) เปน ไมคลมุ ดนิ สูง 10-20
เซนตเิ มตร ใบลักษณะคลา ยใบมะขาม จดั
ปรกขอบภาชนะ ดานหนา หรือสว นอ่ืนๆ
แลว แตความสงู ขยายพนั ธดุ ว ยการแยกไหล
หรือหนอ

ล้นิ มังกร (Sansevieria trifasciata
hort.ex prain) เปน ไมค ลุมดนิ สงู 10-50
เซนติเมตร ลกั ษณะใบข้ึนอยกู บั พันธุท่ีมี
หลายชนดิ เชน ใบลายเขยี วเหลือง ใบลาย
เขียวปนเทา ตน ออนมที รงคลาย ดอกไม
เหมาะกับสวนถาด โดยมากไวด านหนาหรอื
ในมมุ ที่มองเหน็ ไดช ดั เจน ขยายพนั ธุดวย
การแยกหนอ
หนวดปลาดุกแคระ (Ophiopogon
japonicus) ลักษณะเปน กอ คลุมดนิ สูง 5-
10 เซนติเมตร เปนกอเลก็ กะทัดรดั ใบยาวสี
เขียว เหมาะกบั การปลูกแทรกตามกอนหิน
หรือพนั ธไุ มชนดิ อ่ืน ไวด า นหนา กเ็ หมาะ
เพราะตน คอนขางเตยี้ กวา ตน ไมอ ่นื ๆ
ขยายพนั ธุดวยการปก ชาํ
เฟร น ขา หลวงหลังลาย (Asplenium
nidus L) เปนไมคลมุ ดิน สูง 5-20
เซนตเิ มตร ทรงตน คลา ยดอกไมกลีบเรียว
ยาว สีเขยี วสดใส เหมาะจัดไวด า นหนา
หรอื ดานขา ง ใหเห็นทรงตนชัดเจน
ขยายพันธุ ดว ยการเพาะสปอร ผา หัว

เข็มสามสี (Dracaena maginata) ลกั ษณะ
เปนกอ สูง 20-40 เซนตเิ มตร ใบยาวเปน
กอชูข้นึ สีเขยี ว ขาว แดง สลบั กัน ควร
เลือกใชตนทย่ี ังไมโต เหมาะจดั ไวเปนฉาก
หลงั หรือชวยเสริมไมอน่ื ขยายพันธุดว ยการ
ปกชาํ ตอนกง่ิ

ชนิดของพันธไุ มสาํ หรับจดั สวนถาด-ไมรูปทรง

ไมรปู ทรง คือ ตน ไมท่ีมีทรวดทรงสวยงาม ใชแ ทนภาพตนไมใ หญ โดยมากเปนพนั ธไุ มแคระหรอื ดัด หลาย
ชนิดเติบโตเปนไมส งู ได แตเ มอื่ นาํ ตนเล็กๆที่เกดิ จากการเพาะเมล็ด หรือชํา กจ็ ะไดข นาดที่เหมาะกับการจัด
สวนถาด
โมกแคระ (Wrightia religiosa) ตดั แตงรปู ทรงหรอื
ดดั ใหมรี ปู รา ง เหมือนไมใ หญได สงู 10-30
เซนติเมตร ผลิดอกสขี าวขนาดจว๋ิ กลนิ่ หอม ใบเล็ก
รับกบั ขนาดตน จัดเปนจดุ เดน ในสวนถาด
ขยายพันธุดวยการตอน ปก ชาํ

ชาฮกเกย้ี น (Ehretia microphylla) เหมาะทําไม
ดัด บอนไซ ตดั แตงทรงได สูง 15-30 เซนติเมตร
หากทาํ เปนบอนไซ หรือเลย้ี งในทจ่ี ํากดั ใบจะเลก็ รับ
กับขนาดตน มดี อกสีขาว ถึงชมพูเรอ่ื ดอกคอ นขา ง
เล็ก จัดเปน ไมใ หญหรอื ไมพ ุมกไ็ ด ขยายพนั ธดุ ว ย
การเพาะเมลด็ ปกชํา
ไทร (Ficus benjamina,Ficus macrophylla)
เหมาะทาํ บอนไซได ทุกพนั ธุ ตดั แตง ทรงได สงู 15-
30 เซนตเิ มตร ไทรมีมากหลายชนดิ แตกตา งกนั ที่
ลักษณะใบ เปน ไมท นทานแข็งแรง ปลกู เกาะหนิ ได
จัดเปน ไมใ หญ ไมพมุ ตามลักษณะตน ขยายพนั ธดุ ว ย
การเพาะเมล็ด ชาํ
สนฉัตร (Araucaria heterophylla (salisb)
Franco) ใชแทนภาพไมใหญได สูง 10-20
เซนตเิ มตร ใบเปน ชอ เขียวเขม ดูละเอียด ไดส ัดสว น
เหมาะจดั สวนถาดแบบยอ สวนทิวทัศน ขยายพันธุ
ดวยการเพาะเมล็ด

แกวแคระ (Murraya paniculata Jack) ตดั แตง
ทรงได แตค อ นขางมีลักษณะเปน ไมพมุ สงู 10-20
เซนตเิ มตร ผลิดอกขาวเปน พวงหอม แตรวงงาย ใบ
เล็กสเี ขยี วเปนมนั จัดเปนจดุ เดน หรอื เสรมิ ไมอ ่ืนได
ขยายพันธดุ วยเมล็ด

ชนดิ ของพนั ธุไมส ําหรับจดั สวนถาด-ไมอวบนํา้

ไมอ วบนาํ้ คอื พนั ธุไ มท่สี ามารถเกบ็ กกั น้ําไวภายในทุกสวนของมัน เพ่ือนตอ สกู ับความแหงแลง มี
ลักษณะอวบน้าํ ฉํ่านํ้า ผิวตันและใบ คลาย เคลอื บดว ยขผ้ี ้งึ บา งปกคลุมดวยหนามแหลม ปอ งกันอนั ตรายจาก
สตั ว แมลง และกันน้ําระเหยออกจากลําตน รากดดู นาํ้ ไดรวดเร็วกอนน้าํ จะซึมลงผิวทราย ควรปลกู ในท่ีไมข ังน้าํ
กรองแสงแดดบา ง ไมใ หจ ัด รดนาํ้ 2-3 วันตอ ครง้ั วธิ ีเลยี้ งดแู ตล ะชนิดคงไมแตกตา งกนั การขยายพนั ธใุ ชวธี ี ชํา
กิ่ง ลําตน หรือใบ ตลอดแยกหนอ หรือตนออน กอ นชาํ เราควรใหสวนที่เราตดั ออกมาแหง เสียกอ น ทง้ิ ไว 1-3
วัน จากน้นั ชําลงในทรายหยาบ ฉีดนา้ํ 2-3 วัน วางกระบะทรายไวใ นทม่ี แี สงออ นๆ อยา ใหถูกฝนไมน านจะเห็น
ตนใหมเ กดิ ข้นึ คอ ยยายลงกระถางเลก็ ๆตอไป

มา ลาย (Haworthia fasciata (Willd) Haw.)
เปน ไมใ นสกุล Haworthia หรือท่คี นไทยเรา
นยิ มเรียกวา ไมอวบนํา้ กลมุ มา เปนไมที่มี
เอกลักษณโดดเดน ดว ยลานสขี าวบนพื้นใบสี
เขียวเขม เหมาะกบั สวนถาด โดยมากจะเอาไว
ดา นหนาหรือในมมุ ทม่ี องเหน็ ไดช ัดเจน
ขยายพนั ธดุ ว ยการแยกหนอ และเพราะเมล็ด

กุหลาบหิน (Echeveria runyonii Rose ) เปน ไม
อวบน้าํ ท่ีเล้ยี งงา ย ทนทาน มีพุมเตี้ยสูง 30 -
40 เซนตเิ มตร ใบเด่ียว สีเขียวกลม ปลายมน
ขอบใบหยักเปนมน ออกเวียนสลับซอ นๆ กัน
ออกดอกเปนชอ ขยายพันธดุ ว ยการแตกหนอ มี
บางคนนิยมปลูกกุหลาบหินเปน ไมมงคล เพื่อ
ถอื เคลด็ วา ปลกู แลว จะรํารวยเปนเศรษฐี
เหมาะกับการปลูกแทรกตามกอ นหิน
กระบองเพชร (Mila sp. องั กฤษ : cactus)
กระบองเพชรเปน พรรณไมยนื ตน ขนาดเล็กถึง
ขนาดกลาง ลําตนมีความสูงประมาณ 1-12 ฟตุ
ลําตนมสี เี ขียวหรือเขยี วคล้ํา มขี นหรอื หนาม
รอบตน หรือไมม ีก็ไดแ ลว แตช นดิ พันธุ ลักษณะ
ตนเปน เหล่ยี มรปู ทรงกระบอกรูปทรงกลม หรือ
แลวแตชนดิ พันธุ ใบคือสว นของลาํ ตนทที่ ํา
หนาทแี่ ทนใบ หรอื บางชนิดก็มใี บแบนกลมหนา
ใหญ อาจมดี อกสีแดง สเี หลือง หรอื สีขาว
ลักษณะดอกและขนาดดอกข้นึ กบั ชนิดพันธุ
กระบองเพชรเหมาะกับการปลกู แทรกตามกอน
หนิ

ชอ่ื …………………………………………สกลุ …………………………………
ช้ัน……………….. เลขที่ ……………………. วชิ า การจัดสวนถาด

ใบงานท่ี 1 การเลือกใชวสั ดอุ ปุ กรณในการจดั สวนถาด

1. จากภาพจงบอกช่ือพันธไุ มช นดิ ตางๆในภาพทกี่ าํ หนดใหพ รอมจําแนกชนิดของพนั ธุไม

ชอื่ ............................................... ชนดิ ....................................
ลักษณะโดยทวั่ ไป
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................
....................................................................................................

ชอื่ ................................................ ชนดิ ...................................
ลกั ษณะโดยทั่วไป
....................................................................................................
..................................................................................................................

...................................................................................................................
...................................................................................................................

ชอื่ ................................................ ชนดิ ...................................
ลกั ษณะโดยทัว่ ไป
....................................................................................................
..................................................................................................................

...................................................................................................................
...................................................................................................................

ชือ่ ................................................ ชนิด ...................................
ลักษณะโดยท่ัวไป
....................................................................................................
..................................................................................................................

...................................................................................................................
...................................................................................................................

ชอื่ …………………………………………สกุล…………………………………
ชน้ั ……………….. เลขท่ี ……………………. วิชา การจดั สวนถาด

ชื่อ ................................................ ชนิด ...................................
ลักษณะโดยท่วั ไป
....................................................................................................
..................................................................................................................

...................................................................................................................
...................................................................................................................

ชอื่ ................................................ ชนดิ ...................................
ลักษณะโดยท่วั ไป
....................................................................................................
..................................................................................................................

...................................................................................................................
...................................................................................................................

ชือ่ ................................................ ชนิด ...................................
ลักษณะโดยทวั่ ไป
....................................................................................................
..................................................................................................................

...................................................................................................................
...................................................................................................................

ช่ือ ................................................ ชนดิ ...................................
ลกั ษณะโดยท่วั ไป
....................................................................................................
..................................................................................................................

...................................................................................................................
...................................................................................................................

ใบความรู ที่ 2
วธิ กี ารคัดเลือกพนั ธไุ มสาํ หรับจดั สวนถาด

วิธีการคัดเลอื กพนั ธไุ มส ําหรบั จดั สวนถาด-ความตองการแสง นาํ้ และดิน
เนอื่ งจากการจัดสวนถาดตอ งใชพ รรณไมหลายชนิด นาํ มาจดั ในสวนถาดหรือใน ภาชนะเดยี วกัน เปนการจดั
อยา งถาวรซ่งึ ตนไมส ามารถดํารงชวี ติ อยไู ดน านทส่ี ุด และเพอื่ ใหการดแู ลรกั ษาไดง ายที่สุด นอกเหนอื จากน้ีแลว ยังตอง
คํานงึ ถึงความสวยงามของสวนถาดทเ่ี กิดจากความงามของตนไมท ี่นาํ มาใชจ ดั อีกดวย การเลอื กใชต นไมม าจดั สวนถาด
จงึ ตอ งพิจารณาถงึ ความตอ งการแสง น้ํา ดิน และตองพิจารณาถึงประเภท รูปทรง และผิวสัมผสั อกี ดว ย
ความตอ งการแสง ตนไมแตล ะชนดิ ตอ งการแสงแดดมากนอยตางกัน ซึ่งแบงออกเปน ประเภท ตอ งการแสง
รําไร ตอ งการแสงปานกลางหรือแสงคร่งึ วันและตองการแสงแดดจัด หรือแสงแดดเต็มวัน ดงั น้นั การเลือกใชตนไมท ี่
นํามาจดั ในถาดเดียวกนั ควรจะเปน ตน ไมทตี่ องการแสงมากนอ ยเหมือนกนั เพราะสะดวกตอการดแู ล
ประเภทไมใ นรม คือพนั ธไุ มทตี่ อ งการแสงรําไร ไมตอ งการแสงแดดจัด และอยใู นท่คี อนขา งช้ืน ไดแ ก เฟรน บาง
ชนดิ บโี กเนยี พรมกํามะหยี พรมออสเตรเลีย พชื ท่ีทนรม ไดแก ไทร ปาลมแคระบางชนดิ
ประเภทไมก ลางแจง คอื พนั ธไุ มท ่ตี องการแสงมาก ตอ งอยกู ลางแจง จึงเจรญิ เติบโต หรอื มีดอก เชน ไมดอก
เกอื บทกุ ชนิด ปาลม ไทร ชา ละอองทอง เลบ็ ครฑุ หมากผหู มากเมยี ไมแคระหรอื บอนไซ
ประเภทกลมุ แคกตัส และไมอ วบนาํ้ ซ่ึงอยไู ดท้งั แดด ทนตอสภาพ แหง แลง และทนทานตอการอยใู นรมไดดี
การเลอื กใชต นไมมาจัดสวนถาดจะนยิ มตนไมท ีต่ อ งการแสงแดดมากนอยเหมือนกนั มาจดั ในถาดเดียวกัน ทัง้ น้ี
เพื่อสะดวกตอการดแู ลรักษาโดยเฉพาะการใหไ ดรับ แสงแดดหลงั จากไดน าํ ไปใชต กแตง ภายในอาคารบานเรือน
ความตองการน้าํ ตน ไมแตละชนดิ ตอ งการน้าํ มากนอ ยตา งกนั และตองการความชนื้ ในอากาศ ในดนิ ตางกัน
รวมถงึ ตอ งการระบายนํา้ เร็วชา ตางกันอกี ดว ย ดงั นั้นการเลอื กตนไมมาจดั สวนถาดจงึ ควรเลือกท่ตี อ งการนา้ํ เหมอื นกนั
หรอื ใกลเคียงกนั ตนไมท่ีนิยมใชจ ดั สวนถาด ไดแก ไมอวบนา้ํ ไมน ํ้า ไมท่ตี องการความช้ืนสูง
ไมอวบนา้ํ เปนไมที่สามารถเก็บกักน้ําไวใ นตนหรอื สว นอื่น ๆ ไดมากและนาน เพื่อตอสกู บั ความรอ นความ
แหงแลง จึงมลี ักษณะอวบฉ่าํ น้ํามีระบบการปองกนั น้าํ ระเหยออกจากตนเปน พเิ ศษ

ไมนํ้า เปน ไมที่ดาํ รงชีวติ อยูกบั นา้ํ บางชนดิ ลอยตวั อยรู ะดบั ผวิ นาํ้ บางชนิดหยง่ั รากลึกอยูในดนิ
ชายฝง และบางชนิดหย่งั รากลกึ ในดนิ ใตนาํ้ ไมน ํ้าทกุ ชนดิ ตองการนา้ํ ขัง ตองการดินท่ีมีคุณสมบัตใิ กลเคียงกันและ
ตองการแดดจัดเหมือนกัน ซ่ึงดํารงชวี ิตอยใู นสภาพแวดลอมทค่ี ลาย ๆ กันจึงสามารถนาํ มาจัดรวมกันไดในถาด
เดยี วกนั ทําใหด แู ลรักษางายและสะดวกสวนถาดท่จี ดั ดว ย ไมน า้ํ สามารถนําไปประดับภายในอาคารไดดี เพียงแตตอ ง
ยกออกมาวางกลางแดดจดั บางเปนบางวนั ไมน้ํานาํ มาจัดสวนถาดไดด ีเชน กัน จดั โดยการจําลองทวิ ทัศนข องสวนนาํ้
ธรรมชาติ หรอื อาจจะจาํ ลองทิวทัศนข องธารน้ําไหล ทวิ ทัศนปาชายเลน ทวิ ทัศนข องสองฝง คลอง เปน ตน

ไมต อ งการความช้ืนสูง ไดแ ก ไมท เ่ี จริญไดด ใี นบรเิ วณท่ีมคี วามชื้นในดนิ และในอากาศสงู เปนไมทีช่ อบรม
รําไร ไมป ระเภทน้ี ไดแก เฟรน ชนดิ ตาง ๆ และมอสสท ่งี อกงามอยใู นบริเวณแหลงกําเนดิ ตน น้ํา เชน บริเวณยอด
ดอยอนิ ทนนท บรเิ วณน้าํ ตก บรเิ วณปา ทบึ เปน ตน ไมป ระเภทตอ งการความชื้นสูงใชจัดสวนถาดไดอยา ง
สวยงาม เชน จัดโดยการลอกเลยี นความงามตามธรรมชาตขิ องแหลง กําเนดิ ตนน้ําน้ําตก มุมใดมุมหนงึ่ ของปาทบึ เปน
ตน

ความตองการดิน ตนไมแตล ะประเภทที่นํามาใชจ ัดสวนถาดตองการดนิ ปลกู หรือดนิ ทีใ่ ชจดั สวนถาด ไม
เหมือนกัน ซึ่งมคี ุณสมบัติทางฟส ิกสและเคมตี างกัน เชน ไมประเภทแคคตัส และซคั คิวเลนท ตอ งการคุณสมบตั ิที่
คลายคลงึ กันซง่ึ ตอ งการดนิ รว นซุย ระบายนํา้ ไดด ี มคี วามช้ืนนอย ไมน าํ้ ตองการดนิ เหนียวเก็บนํา้ ไดด ีและขังนํ้า
ได สว นไมป ระเภทตอ งการความชืน้ สูง ตองการดินที่เกบ็ ความชื้นไดดีแตนํา้ ไมขงั รวนซยุ มฮี ิวมัสมาก ฯลฯ

ช่ือ…………………………………………สกุล…………………………………
ชน้ั ……………….. เลขท่ี ……………………. วิชา การจัดสวนถาด

ใบงานท่ี 2 วิธกี ารคัดเลือกพันธุไมส ําหรบั จดั สวนถาด

“ เน่ืองจากการจดั สวนถาดตองใชพรรณไมห ลายชนิด นํามาจัดในสวนถาดหรอื ใน ภาชนะเดียวกนั เปน การจัดอยา ง
ถาวรซึ่งตนไมส ามารถดํารงชวี ติ อยไู ดนานท่ีสดุ และเพือ่ ใหก ารดแู ลรกั ษาไดงายทีส่ ดุ นอกเหนอื จากน้แี ลว ยงั ตอ งคาํ นึงถงึ ความ
สวยงามของสวนถาดที่เกิดจากความงามของตนไมท ่นี ํามาใชจ ดั อีกดวย การเลือกใชตนไมม าจัดสวนถาดจงึ ตองพจิ ารณาถงึ
ความตอ งการแสง นาํ้ ดนิ และตองพจิ ารณาถึงประเภท รปู ทรง และผวิ สมั ผัสอีกดว ย”

จากบทความขางตน นกั เรียนมีความคดิ เหน็ อยา งไร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบความรูที่ 3 เรอื่ ง

วิธีการเลือกพันธุไมส ําหรบั จดั สวนถาด-ประเภทของพันธุไ ม

ประเภทของพันธไุ มทน่ี าํ มาจัดสวนถาดในทนี่ ้จี ะเนน ถึงเร่ืองของการเจริญเตบิ โตเร็ว หรือชา ถา เปนตนไมที่
เจริญเตบิ โตเร็วจะใหความสวยงามในระยะส้นั และตนโตเร็ว สูงเร็ว ยาวเรว็ ทําใหสดั สว นของความสงู ความใหญ
และความยาวเปลยี่ นแปลงไป เร็วมาก ดงั น้นั ไมควรใชไมท ีเ่ จรญิ เติบโตเรว็ มาจัดรวมกับไมที่เจริญเตบิ โตชา

รปู ทรง การเลือกใชตนไมจ ัดสวนถาดตอ งคาํ นงึ ถงึ รปู ทรง ของตนไมม สี องรูปทรง ไดแ ก รูปทรง

ธรรมชาติกบั รูปทรงท่มี นษุ ยจ ดั แตง รูปทรงธรรมชาติของตนไมม ีหลายแบบ จงึ ควรเลือกใชรูปทรงทมี่ ีความ
คลา ยคลึงกัน ประมาณรอยละ 70-80 เพือ่ ใหสวนถาดทีจ่ ดั เกดิ ความแตกตา งประมาณรอยละ 30-20 จะไมเ ลือกใช
ตนไมท ี่มีรปู ทรงแตกตางกนั อยางละเทา ๆ กนั เพราะขม กนั ทําใหไ มเ กดิ ความกลมกลืน

ผวิ สมั ผสั การเลอื กใชต น ไมจ กั สวนถาดควรเลือกที่มีผิวสมั ผสั กลมกลนื กนั ตน ไมใ บใหญ จัดเปน

ผิวสัมผสั หยาบ ใบขนาดกลางจดั เปน ผิวสมั ผัสปานกลาง ตนไมใ บเลก็ หรอื ใบฝอยจัดเปน ผิวสัมผัสละเอียด ตน ไม
ใบใหญไ มน ิยมจัดสวนถาด เพราะใบใหญจ ะบดบงั สว นประกอบอนื่ ๆ แตท งั้ นี้ยกเวนตน ท่ียงั มีขนาดเล็กเพราะใบยัง
ไมใหญ

ช่อื …………………………………………สกลุ …………………………………
ชน้ั ……………….. เลขท่ี ……………………. วชิ า การจัดสวนถาด

ใบงานที่ 3 วิธกี ารเลอื กพนั ธุไมสําหรับจัดสวนถาด

ใหนกั เรียนตอบคาํ ถามตอ ไปนี้
1. พนั ธไุ มท ่ีนํามาใชในการจัดสวนถาดควรมีลกั ษณะการเจริญเติบโตเปน อยา งไร

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………….............................................................................................................
2. การเลอื กใชตนไมจ ัดสวนถาดตองคาํ นงึ ถึงสิง่ ใดบา ง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. รปู ทรงธรรมชาติของตนไมมีหลายแบบ จึงควรเลอื กใชรูปทรงทีม่ ีความคลายคลงึ กัน ประมาณรอยละ
เทาใด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เพราะเหตใุ ดถึงไมค วรเลือกใชตนไมท ่มี รี ูปทรงแตกตางกันอยา งละเทา ๆ กนั

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

“การเลือกใชตนไมจกั สวนถาดควรเลือกทมี่ ผี วิ สัมผัสกลมกลนื กัน ตนไมใบใหญ จดั เปนผวิ สมั ผสั หยาบ ใบ
ขนาดกลางจดั เปน ผวิ สมั ผัสปานกลาง ตนไมใ บเลก็ หรอื ใบฝอยจดั เปน ผิวสัมผัสละเอยี ด ตน ไมใ บใหญไมน ิยม
จดั สวนถาด เพราะใบใหญจะบดบงั สวนประกอบอน่ื ๆ แตท ั้งนย้ี กเวน ตน ทย่ี งั มีขนาดเล็กเพราะใบยังไมใหญ”
จากบทความขา งตน นักเรียนเห็นดว ยหรอื ไม เพราะเหตุใด

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

แบบบันทกึ หลงั จดั กจิ กรรมการเรียนรู

1. ผลการเรยี นรู
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………....................................................................................
2. ปญ หาและอุปสรรค
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………....................................................................................
3. แนวทางเสนอแนะและแกไขปญ หา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………....................................................................................

ลงช่ือ ผูสอน
( นายสนน่ั หวั แท )

บนั ทกึ การนเิ ทศ รายละเอียดความเหน็ ของผูนิเทศ ลงช่ือ
ที่ รายการนเิ ทศ
1 หวั หนา กลมุ สาระการเรยี นรู

2 รองผูอ ํานวยการกลมุ บริหารวิชาการ

3 ผอู ํานวยการโรงเรยี น

ผงั มโนทศั น วชิ า การจัดสวนถาด 1 ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน
หนวยการเรียนรู สวนถาดสวยดวยมือเรา

การเขียนแบบ

จํานวน 10

จัดเตรียม
ภาชนะ

สวนถาดสวยดวย

สวนถาดแหง/สวน
ถาดชื้น

ดูแลรักษา เตรียมเคร่อื งปลูก

จาํ นวน 2 จาํ นวน 2 ช่วั โมง

จดั ลงภาชนะ

จํานวน 4 ชวั่ โมง

หนว ยการเรยี นรทู ี่ 4 เร่อื ง สวนถาดสวยดว ยมอื เรา

รายวชิ า การจดั สวนถาด 1 รหสั วิชา ง.ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1

ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2555 น้าํ หนกั เวลาเรียน 2.5(นน./นก.)เวลาเรยี น 5 ชม./สปั ดาห

เวลาทใ่ี ชใ นการจัดกจิ กรรม 30 ชัว่ โมง

_____________________________________________________________________________________

1. สาระสําคญั (ความเขาใจทีค่ งทน)
พนั ธไุ มม หี ลายชนดิ บางชนิดมดี อกแตม ีดอกขนาดเลก็ ไมส ะดดุ ตา รปู รา งหรอื สสี ันไมง ดงาม

จุดเดน จงึ อยทู ี่ใบ ไมใ บทจี่ ะนาํ มา จัดสวนถาด มีทงั้ ไมท ่ีอยไู ดใ นแสงรําไร ไมชอบแสงจดั มขี นาด
กะทัดรัด โดยมากไมใ บสว นใหญจ ะชอบแสงรําไร ไดแ กชนดิ -ไมใบ/ไมรปู ทรง/ไมอวบนาํ้

2. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้วี ัดชัน้ ป/ผลการเรียนรู/(เปา หมายการเรยี นรู)
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ง๑.๑ เขา ใจการทาํ งาน มคี วามคิดสรา งสรรค มีทักษะกระบวนการ

ทํางาน ทักษะ การจัดการ ทักษะกระบวนการแกปญหา ทักษะการทาํ งานรวมกัน และ

ทกั ษะ การแสวงหาความรู มีคณุ ธรรม และลกั ษณะนิสยั ในการทาํ งาน มจี ติ สํานึก ใน

การใชพ ลงั งาน ทรพั ยากร และส่ิงแวดลอมเพอ่ื การดํารงชีวิตและครอบครวั

มาตรฐาน ง ๔.๑ เขา ใจ มีทกั ษะที่จาํ เปน มปี ระสบการณ เหน็ แนวทางในงาน

อาชพี ใชเ ทคโนโลยเี พือ่ พฒั นาอาชพี มีคุณธรรม และมเี จตคตทิ ดี่ ตี อ อาชีพ

ผลการเรียนรทู ่คี าดหวัง
ง1.1(ม1/6) อธบิ ายขน้ั ตอนการจดั สวนถาดชน้ื และสวนถาดแหงพรอมปฏบิ ัตกิ ารจดั
สวนถาดตามความสนใจของนกั เรยี น

3. สาระการเรียนรู
3.1 เนอื้ หาสาระหลัก : Knowledge (นักเรียนตอ งรอู ะไร)
3.1.1 ข้นั ตอนการจดั สวนถาดช้ืนและสวนถาดแหง
3.1.2 ปฏิบตั ิการจดั สวนถาดตามความสนใจของนักเรียน

3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process (นักเรยี นสามารถปฏบิ ตั ิอะไรได)
3.2.1 บอกข้ันตอนการจัดสวนถาดชืน้ และสวนถาดแหง

3.2.1 ปฏบิ ัติการจัดสวนถาดตามความสนใจของนกั เรยี น

4. สมรรถนะสําคัญ
4.1 ความสามารถในการคิด

5. คณุ ลกั ษณะของวิชา
5.1 มคี วามขยัน
5.2 มคี วามอดทน
5.3 มีความรับผดิ ชอบ

6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค
6.1 ใฝเรียนรู

6.2 มุงม่ันในการทํางาน

6.3 มีรับผดิ ชอบ
7. จุดเนน ของโรงเรียน

บรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและกิจกรรมสวนพฤกษศาสตรในโรงเรียน

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครู นักเรียน
1.ความพอประมาณ
2.ความมเี หตผุ ล เลอื กใชวสั ดอุ ุปกรณท ่ีเหมาะสม ใชวสั ดุอปุ กรณใหเ พยี งพอ

3.มีภูมคิ มุ กนั ในตัวทีด่ ี ใชเ หตุผลในการเลือกวสั ดอุ ปุ กรณใ น ใชเ หตุผลในการเลือกทีจ่ ะใชว ัสดุ
4.เงือ่ นไขความรู การเรียนการสอน อุปกรณใ หตรงกบั ภาระงาน
มวี สั ดอุ ปุ กรณทเ่ี พียงพอ รจู กั ใชว สั ดุอุปกรณ
5.เง่อื นไขคณุ ธรรม
กจิ กรรมสวนพฤกษศาสตร ใชค วามรใู นการใชว สั ดุอปุ กรณอยา ง เกิดความรูในการเลอื กใชทรพั ยากรท่ี
คุม คา มี
มีความประหยดั รูจักประหยัด

ครู นกั เรียน

8. ภาระงาน/ชิน้ งานตามตวั ชว้ี ดั
8.1 ตามตัวชี้วดั /ผลการเรียนรู
- บอกตอนการจดั สวนถาดชื้นและสวนถาดแหง
- ปฏิบัตกิ ารจดั สวนถาดตามความสนใจของนกั เรยี น
8.2 ภาระงาน/ชิ้นงาน รวบยอด
8.2.1 ปฏิบตั ิการจดั สวนถาดตามความสนใจของนกั เรียน

9. กิจกรรมการเรยี นรู (กําหนดจํานวนชัว่ โมง/ครง้ั ท่ีสอนตามตารางสอน)
(ชว่ั โมงที่ 1 – 5 ) ขนั้ ตัง้ คาํ ถาม
1. ครู แนะนาํ เนอ้ื หาของบทเรียนใหนกั เรียนทราบ

2. ครูใหน กั เรียนศกึ ษาใบความรู เรื่อง ขน้ั ตอนในการจัดสวนถาดและสรุปเนื้อหาลงในสมุด
3. ครใู หนักเรยี นดูผลงานการจัดสวนถาดแบบตางๆ และอธิบายขั้นตอนการจัดสวนถาดแบบ

สรุปใหน กั เรียนทราบอีกครง้ั เพอื่ เปน การทบทวนเนื้อหา
(ชัว่ โมงที่ 6-10 ) ขั้นเตรยี มการคน หาคําตอบ

1. ครใู หน กั เรียนเตรียมอุปกรณในการเขยี นแบบ เพ่ือเตรยี มเขยี นแบบตามความสนใจของ
นักเรยี น

2. นักเรยี นลงมือเขยี นแบบการจัดสวนถาด
3. ครูตรวจผลงานนกั เรียน
(ชั่วโมงที่ 11-20 ) ข้ันการดําเนินการคน หาคาํ ตอบและตรวจสอบคาํ ถาม
1. ครตู รวจแบบแปลนสวนถาดนักเรยี น
2. ครแู ละนกั เรยี นเตรยี มพันธไุ มตามท่ีนกั เรยี นเขยี นแปลนไว
3. นักเรยี นลงมือจดั สวนถาดตามแบบที่เขียนไว
(ชัว่ โมงท่ี 21-30 ) ข้ันการสรุปและนําเสนอผลการคนหาคําตอบ
1. ครูประเมนิ ผลงานนกั เรยี นทั้งหมด เชน การเขยี นแบบ การเตรยี มการในการจดั สวนถาด

และสวนถาดท่นี ักเรียนจดั
2. นักเรยี นจดั แสดงผลงาน

10. สอ่ื /อุปกรณและแหลงเรยี นรู
1. หองสมุด
2. ใบความรเู รอ่ื ง การวสั ดุ อปุ กรณ ในการจดั สวนถาด
3. อปุ กรณในการจดั สวนถาด
4. พนั ธไุ มชนดิ ตา งๆ

11. การวดั และประเมนิ ผล

เปา หมายการเรยี นรู หลักฐานการเรียนร(ู ภาระ วิธวี ดั เคร่ืองมอื วดั ประเด็น/เกณฑก าร
ใหค ะแนน
งาน/ชน้ิ งาน) ตรวจรายงาน แบบตรวจ
รายงาน
สาระสาํ คญั
ตรวจแบบ แบบตรวจผลงาน
การจดั สวนถาดมี -รายงานขัน้ ตอนการจัด

ขน้ั ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน สวนถาด
โดยสรปุ ดังน้ี -แบบการจดั สวนถาด

-การเขยี นแบบ -สวนถาด การจดั สวน นกั เรยี น
-จัดเตรยี มภาชนะ ถาด แบบประเมนิ การ
-เตรียมเครอ่ื งปลูก ตรวจผลงาน การจดั สวนถาด
-จัดลงภาชนะ การจัดสวน
-ดแู ลรกั ษา ถาดนักเรียน

12. ใบงาน
13. ใบความรู
14. เครอื่ งมือวัดผลการเรยี นรู

ใบความรู้ที่ 1 เร่ือง
ข้นั ตอนการจดั สวนถาด-การออกแบบสวนถาด

การจัดสวนถาด เป็นการนาํ เอาองคป์ ระกอบตา่ งๆ อนั สวยงามตามธรรมชาติมารวมกนั โดยอาศยั ความไร้
รูปแบบกบั จินตนาการอนั ไร้ขอบเขตท่ีมีอยใู่ นตวั นกั จดั สวนมาผสมผสานกนั ซ่ึงการจดั สวนถาดเกือบจะมี
หลกั เกณฑ์ ที่จะตอ้ งคาํ นึงถึงคือ

ความสมดุล (Balance) เป็นการแบ่งองคป์ ระกอบ
ของสวนอยา่ งพอดี และสมดุลในทุกๆ ดา้ น
องคป์ ระกอบของสวนตอ้ งไมม่ ากหรือนอ้ ยจนเกินไป

ความกลมกลนื (Harmony) การสร้าง
ความกลมกลืนใหเ้ กิดข้ึนกบั สวนถาด โดย
การนาํ คุณลกั ษณะเฉพาะของพนั ธุ์ไมแ้ ละ
อุปกรณ์ต่างๆ มาจดั เรียงอยา่ งเหมาะสม

ท่วงทาํ นอง (Rhythm) สวนที่มีความสวยงามน้นั นอกจากจะตอ้ ง
มีจงั หวะหรือระยะในการจดั วางองคป์ ระกอบ ยงั ตอ้ งมี
องคป์ ระกอบในแต่ละจุดท่ีเกี่ยวเน่ืองอยา่ งเหมาะสม สามารถ
อธิบายและมองเห็นไดอ้ ยา่ งชดั เจนท้งั ในเชิงโครงสร้าง และมุม
ทางศิลปะตามจินตนาการ


Click to View FlipBook Version