The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปผลการประชุมนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (OTEPC International Forum on Teaching Profession Development 2023)

" การประเมินสมรรถนะครูและการพัฒนาคุณภาพการสอนสู่ความสำเร็จของผู้เรียน "
(Teacher Performance Appraisal and Teaching Quality Development : The Making of Successful Learners)

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2566
ณ ห้องอัศวินแกรนด์ เอ
โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สํานักงาน ก.ค.ศ., 2024-03-12 00:37:15

สรุปผลการประชุมนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566

สรุปผลการประชุมนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพครู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (OTEPC International Forum on Teaching Profession Development 2023)

" การประเมินสมรรถนะครูและการพัฒนาคุณภาพการสอนสู่ความสำเร็จของผู้เรียน "
(Teacher Performance Appraisal and Teaching Quality Development : The Making of Successful Learners)

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2566
ณ ห้องอัศวินแกรนด์ เอ
โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

2 10 13 17 22 35 สรุปข้อมูลผู ้เข้าร่วมประชุม พิธีเปิ ดการประชุมและกล่าวปาฐกถา โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) สรุปการกล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ: “การประเมินสมรรถนะเพื่ อการพัฒนาสมรรถนะครู” (Performance Appraisal for Teacher’s Performance Improvement) โดย Professor Chan Lee รายงานผลการวิจัย เรื่ อง A Policy Implementation Evaluation of the Academic Standing System with Performance Agreements for Government Teachers and Educational Personnel โดย ดร.พงษ์ลิขิต เพชรผล สรุปสาระส�ำคัญในการเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ Performance Appraisal: How to evaluate a teacher’s performance in the digital era? and What are the expected student learning outcomes? สรุปการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “E-didactics and Student Learning Outcomes” โดย Professor Dr. Thomas Merz ค�ำน�ำ สารบัญ


ภาคผนวก 48 65 74 74 75 71 50 38 พิธีปิ ดการประชุม โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. ประมวลภาพกิจกรรม เกียรติบัตรส�ำหรับผู ้เข้าร่วมประชุม QR Code ส�ำหรับ Download ไฟล์น�ำเสนอของวิทยากร รายชื่ อคณะกรรมการและคณะท�ำงานจัดการประชุมนานาชาติ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2566 รายละเอียดการประชุมและก�ำหนดการประชุม (Forum Details & Tentative Programme) ผลการประเมินเกี่ ยวกับการจัดประชุมจากผู ้เข้าร่วม และผลการประเมินความพึงพอใจ ต่อการประชุมนานาชาติ ว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพครู ประจ�ำปี พ.ศ. 2566 (International Forum on Teaching Profession Development 2023) สรุปผลการน�ำเสนอทางวิชาการ ในหัวข้อ “How to teach as a professional teacher in the digital era to increase student achievement and learning outcomes?


ค�ำน�ำ ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ตระหนักถึงความส�ำคัญของผลการปฏิบัติงานของครู ซึ่งเป็ นองค์ประกอบส�ำคัญที่ส่งผลต่อผลลัพธ ์ทางการเรี ยนของนักเรี ยน โดยในการพัฒนาความรู ้ กระบวนการเรียนรู ้ และทักษะที่ จ�ำเป็ นของผู ้เรียนนัน ้ ครูจะต้องเลือกใช้เทคนิคและวิธีการสอนที่ หลากหลาย เพื่ อช่วยให้ผู ้เรียนบรรลุ เป้ าหมายในการเรียนรู ้ นอกจากนี ผลการปฏิบัติงานของครูยังถือเป็ นหัวใจส�้ำคัญ ในการพัฒนาความก้าวหน้าของวิชาชีพครู ทังในส่วนของการมีและเลื้ ่ อนวิทยฐานะ การคงวิทยฐานะ รวมไปถึงการได้รับค่าตอบแทนและเงินเดือนที่สอดคล้อง กับผลการปฏิบัติงานของครูและผลลัพธ ์ทางการเรียนของนักเรียนด้วย ซึ่ งปั จจุบัน ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. ได้น�ำกระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal : PA) โดยใช ้ข ้อตกลงในการพัฒนางานระหว่างครูและผู ้อ�ำนวยการ สถานศึกษา มาเป็ นเครื่ องมือในการประเมินดังกล่าว โดยมีเป้ าประสงค์ในการ ลดการใช้เอกสารที่ไม่จ�ำเป็ น ลดภาระครูและคืนครูสู่ห้องเรียน ควบคู่ไปกับ การสังเกตการณ์สอนในชันเรียน โดยครูจะต้องบันทึกวีดิโอการสอน เพื้ ่ อแสดง ให้เห็นถึงเทคนิควิธีการสอน ความคิดสร้างสรรค์ และการจัดบรรยากาศหรือ สภาพแวดล้อมในชันเรียนที้ ่ เน้นการเรียนรู ้แบบเชิงรุก (Active learning) รวมทัง้ การเชื่ อมโยงบูรณาการการประเมินวิทยฐานะและการประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่ อเลื่ อนเงินเดือนเข้าด้วยกัน โดยใช้ตัวชีวัดชุดเดียวกัน ้


คณะท�ำงานจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพครู ประจ�ำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 ในการนี ส�้ำนักงาน ก.ค.ศ. ร่วมกับคุรุสภา มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ ามหาจักรี องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO) Starfish Labz และ ไทยพีบีเอส จึงได้จัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการพัฒนาวิชาชีพครูประจ�ำปี งบประมาณ พ.ศ. 2566 (OTEPC International Forum on Teaching Profession Development 2023) ในหัวข้อTeacher Performance Appraisal and Teaching Quality Development: The Making of Successful Learners เมื่ อวันที่ 17 สิงหาคม 2566 ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น หลักสี่ กรุงเทพมหานคร โดยมีรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) เป็ นประธานในพิธีเปิ ด การประชุม เพื่ อแลกเปลี่ ยนองค์ความรู ้และแบ่งปั นประสบการณ์ในการประเมินผล การปฏิบัติงานของครูในยุคดิจิทัลจากนานาประเทศที่ประสบความส�ำเร็จในการ ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรด้านการศึกษา นักวิชาการ นักการศึกษาจากนานาประเทศในการพัฒนาและยกระดับวิชาชีพครู ให้เป็ นมาตรฐานสากล และสร้างแรงบันดาลใจให้ข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในการพัฒนาเทคนิ คและกระบวนการสอนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมคุณภาพของครูและยกระดับผลลัพธ ์ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงขึน้ น�ำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการจัดการศึกษาและระบบการศึกษาที่ดีขึน ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของครู ในยุคดิจิทัลสู่มาตรฐานสากลต่อไป โดยมีนักวิชาการ นักการศึกษา ครูและบุคลากร ทางการศึกษาจากทั่วภูมิภาคของประเทศไทย เข้าร่วมรับฟั งการเสวนามากกว่า 300 คน และผู ้สนใจที่ รับชมด้วยการถ่ายทอดสดผ่านระบบ Live Streaming โดยภาคีเครือข่าย อาทิ ไทยพีบีเอส และ Starfish Labz อีกกว่า 1,500 คน


2 สรุปข้อมูล ผู้เข้าร่วมประชุม


3 วิทยากร วิทยากรกล่าวปาฐกถาพิเศษ (Keynote Speaker) ในหัวข ้อ Performance Appraisal for Teacher’s Performance Improvement วิทยากรน�ำเสนอรายงานผลการวิจัย เรื่ อง A Policy Implementation Evaluation of the Academic Standing System with Performance Agreements for Government Teachers and Educational Personnel วิทยากรร ับเชิญ (Guest Speaker) บรรยายพิเศษ ในหัวข ้อ “E-didactics and Student Learning Outcomes” • Professor Chan Lee Dean, Extension College Program of Vocational Education & Workforce Development Department of Agricultural & Vocational Education Seoul National University, Republic of Korea • ดร.พงษ์ลิขิต เพชรผล หัวหน้าโครงการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย • Professor Dr. Thomas Merz Vice President Education, IST-University, Germany สรุปข้อมูลผู้เข้าร่วมประชุม


4 ผู ้ด�ำเนินรายการ (Moderator) พิธีกร (MC) ภาคภาษาอังกฤษ ผู ้ร่วมอภิปราย (Panelists) ในหัวข ้อ Performance Appraisal : How to Evaluate a Teacher’s Performance in the Digital Era? and What are the Expected Student Learning Outcomes? • Professor Chan Lee Dean, Extension College Program of Vocational Education & Workforce Development Department of Agricultural & Vocational Education Seoul National University, Republic of Korea • Prof. Masami Isoda Director, Center for Research on International Cooperation in Educational Development (CRICED), University of Tsukuba, Japan • รศ.ดร.ธีรพัฒน์ กุโลภาส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย • นาย ธนพล ขันธวิชัย Curriculum Development Officer ศูนย์ระดับภูมิภาคของซีมีโอว่าด้วยหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่ อความยั่งยืน (SEAMEO SEPS)


5 • Assoc. Prof. Maitree Inprasitha Vice President for Education and Academic Services Institute for Research and Development in Teaching Profession for ASEAN, Khon Kaen University, Thailand • Mr. Iain William McGilchrist Senior Professional Practice Fellow College of Education, The University of Otago, New Zealand • Dr. Maurice Cuypers President BELCO Alliance / Program Manager Acceleration Academy Fontys School of Business & Communication Fontys University of Applied Sciences, The Netherlands สรุปข้อมูลผู้เข้าร่วมประชุม


6 วิทยากรน�ำเสนอผลการปฏิบัติที่ เป็ นเลิศ (Best Practices) (Speakers) ในหัวข ้อ How to Teach as a Professional Teacher in the Digital Era to Increase Student Achievement and Learning Outcomes? • Ms. Sarah Jane Johns STEAM Leader at Nelson Intermediate, New Zealand • Mr. Terence Dave S. Pelingon Master Teacher II Diclum Elementary School, the Philippines • Miss Daranee Chaiyaveij Senior Professional Teacher Princess Chulabhorn Science High School Pathum Thani, • Ms. Ha Anh Phuong Princess Maha Chakri Award recipient 2021 English Teacher at Huong Can High School, Vietnam


7 • Mrs. Sengphet Khounpasert Princess Maha Chakri Award recipient 2021 Deputy Head of Academic Affairs Unit and Head of Physics Subject Oudomxay Provincial Secondary School, Lao PDR • Ms. Huiyeon Ha Teacher Bugil High School, South Korea • Ms. Saowalak Najai Teacher Ban Huairaisamakkee School, Thailand สรุปข้อมูลผู้เข้าร่วมประชุม


8 ผู ้เข ้าร่วมการประชุม จ�ำนวนผู ้เข ้าร่วมการประชุม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่ น หลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในว ันที่ 17 สิงหาคม 2556 สามารถสรุปได ้ ด ังนี้ ซึ่ งจากจ�ำนวนผู ้ลงทะเบียนทังหมด 151 คน สามารถจ�้ำแนกประเภทได ้ ด ังนี้ ประเภท ประเภท ผู ้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศ ผู ้ทรงคุณวุฒิในประเทศ ส่วนราชการ/หน่วยงานอื่ น ผู ้บริหารและเจ้าหน้าที่ ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. ผู ้เข้าร่วมประชุมที่ ลงทะเบียนเข้าร่วม ผู ้สังเกตการณ์ รวมทังสิ้น้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สพฐ.) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สป.) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สอศ.) ส�ำนักงานส่งเสริมการเรียนรู ้ (สกร.) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สช.) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กทม./ส่วนท้องถิ่น) อาจารย์มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ สควค. ผู ้สนใจชาวต่างชาติ จ�ำนวน จ�ำนวน 9 คน 14 คน 15 คน 70 คน 151 คน 21 คน 280 คน 102 คน 4 คน 17 คน 1 คน 2 คน 4 คน 14 คน 4 คน 1 คน 2 คน


9 สรุปข้อมูลผู้เข้าร่วมประชุม จ�ำนวนผู ้เข ้าร่วมร ับชมผ่านระบบ Live Streaming ผ่าน Facebook Fanpage และ Youtube Channel ของส�ำนักงาน ก.ค.ศ. และภาคีเครือข่าย รวมจ�ำนวนทังสิ้นกว่า 1,500 คน้ Facebook Fanpage • Thai PBS: http://fb.watch/mtdQxt1AJI • OTEPC: http://fb.watch/mtdY8cx-vw • Eduzones: http://fb.watch/mtdRPlobQr • Starfish Labz: http://fb.watch/mtdSWngcXL YouTube Live • Thai PBS: http://youtu.be/lg96fzzbFNA • OTEPC: http://youtu.be/5tNOCQA8eio


10 พิธีเปิดการประชุม และกล่าวปาฐกถา โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง)


11 ร ัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ได้กล่าวต้อนรับ วิทยากรและผู ้เข้าร่วมประชุม และได้กล่าวถึงการประชุมในครังนี้ ความว่า้ ปั จจุบันความท้าทายของการประเมินครูก�ำลังเป็ นที่ สนใจของผู ้มีอ�ำนาจในการก�ำหนด นโยบายในประเทศไทย ในอดีต ระบบการประเมินครูของประเทศไทยมีการใช้เอกสาร จ�ำนวนมาก และใช้เวลามากในการด�ำเนินการ ซึ่ งสิ่งเหล่านี คือ ความท้าทายที้ ่ ท�ำให้ประเทศไทย ต้องพัฒนาวิธีการประเมินรูปแบบใหม่ด้วยการน�ำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ เพื่ อลดภาระงาน ที่ไม่เกี่ ยวข้องกับการสอนของครู ดังนัน การประเมินครูแบบเก่า ได้ถูกแทนที้ ่ ด้วยระบบ การประเมินสมรรถนะดิจิทัล (DPA) เพื่ อช่วยให้ครูสามารถจัดการเรียนการสอนในชันเรียน้ ได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพโดยเน้นที่การท�ำข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ Performance Agreement ระหว่างผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษากับครู อันเป็ นการสร้างโอกาส พวกเราได้มารวมตัวกันในวันนี เพราะพวกเราเชื้ ่ อว่าครู คือกลไกส�ำคัญในการขับเคลื่ อนระบบการศึกษา และเชื่ อว่า ครูเป็ นส่วนส�ำคัญในการสร้างอนาคต คุณภาพของการศึกษา ที่ ลูกหลานของเราได้รับจะส่งผลอย่างมากต่อชีวิตของพวกเขา ซึ่งหมายถึงโอกาสของการประสบความส�ำเร็จในโรงเรียน และการเข้าสู่ตลาดแรงงาน นี่คือเหตุผลว่าท�ำไมเราจึงต้อง มีครูคุณภาพที่จะมาจัดการศึกษาที่ดีที่สุดให้กับลูกหลาน ของเรา


12 ในการสร้างแรงกระตุ ้นให้ครูแบ่งปั น ประสบการณ์และเรียนรู ้แนวปฏิบัติที่ เป็ นเลิศ (Best Practice) ระหว่าง เพื่อนครูด้วยกัน และร่วมกันยกระดับ คุณภาพของการจัดการศึกษาให้แก่ ผู ้เรียน ซึ่ งครูกว่า 4 แสนคนทั่วประเทศ ได้เข้าสู่ระบบ DPA ตังแต่ปี 2021 ้ โดยกว่าร้อยละ 85 ของครูที่ได้รับ การพัฒนาทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่ อง ได้กลายมาเป็ นครูที่ มีความเป็ นเลิศทางวิชาการที่ได้รับ การประเมินเพื่ อให้มีหรือเลื่ อนวิทยฐานะผ่านระบบ DPA ทังนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) เชื้ ่ อว่าการประชุม ในวันนีจะเป็ นก้าวส�้ำคัญในการท�ำให้โรงเรียนเป็ นที่ที่ครูได้รับการสนับสนุน การยอมรับ และสร้างแรงบันดาลใจ โดยการใช้ทรัพยากรด้านองค์ความรู ้และความเชี่ ยวชาญ ที่ มุ่งเพิ่ม สมรรถนะให้กับครู เพื่ อสร้างระบบการสนับสนุนครู พร้อมทังจัดให้มีเครื้ ่ องมือที่ จ�ำเป็ น ส�ำหรับการส่งเสริมและพัฒนาผลลัพธ ์ทางการเรียนรู ้ของผู ้เรียน


13 สรุปการกล่าว ปาฐกถา ในหัวข้อ: “การประเมินสมรรถนะ เพื่อการพัฒนาสมรรถนะครู” (Performance Appraisal for Teacher’s Performance Improvement) โดย Professor Chan Lee


14 Professor Chan Lee ได้กล่าวถึงการประเมินสมรรถนะเพื่ อพัฒนา สมรรถนะครู โดยน�ำเสนอกรณีตัวอย่างจากประเทศเกาหลี โดยกล่าวว่า แต่ละประเทศมีระบบการประเมินครูที่ แตกต่างกัน เช่น สหรัฐอเมริกา ได้ปรับปรุงระบบการศึกษาด้วยการพัฒนาศักยภาพครู (Teacher Competency Development) สหราชอาณาจักร ให้ความส�ำคัญกับ การให้การประเมินสมรรถนะครู โดยใช้แรงจูงใจในค่าตอบแทนพิเศษ (Incentive) ให้กับครู หรือในประเทศเยอรมนี การก�ำหนดรูปแบบและ วิธีการประเมินครูจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละรัฐ และส�ำหรับ ประเทศจีน ผลการประเมินครูดูจากผลลัพธ ์ด้านผลสัมฤทธิของนักเรียน ์ เป็ นส�ำคัญ Professor Chan มองว่าวิชาชีพครูมีความแตกต่างจาก วิชาชีพอื่ นอย่างสินเชิง เนื้ ่องจากวิชาชีพอื่ น ๆ มีการประเมินสมรรถนะ จากตัวผู ้รับการประเมินเอง แต่ส�ำหรับวิชาชีพครู การประเมินสมรรถนะ จะขึนอยู่กับสมรรถนะของผู ้เรียนเป็ นส�้ำคัญ ซึ่ งแม้ว่าครูจะมีความตังใจ้ และพยายามในการสอนมากเท่าไร แต่หากผู ้เรียนที่ รับการสอนไม่มี การพัฒนาศักยภาพหรือมีผลสัมฤทธิที์่ ดีขึนก็เป็ นการเปล่าประโยชน์ ้


15 ระบบการประเมินสมรรถนะครูของประเทศเกาหลี เริ่มตังแต่ปี ค.ศ. 1962 หรือ้ เมื่ อประมาณ 61 ปี ที่ แล้ว โดยมีการปรับปรุงระบบการประเมินครูตลอดเวลา เพราะประเทศ เกาหลีมองว่าไม่มีระบบการประเมินใดที่ สมบูรณ์แบบที่ สุด ซึ่ งในการปรับปรุงนันก็ต้อง ้ รับฟั งความคิดเห็นจากครู ผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษา นักเรียน ผู ้ปกครอง และผู ้เชี่ ยวชาญ ร่วมด้วย แต่ทังนี้ ต้องท�้ำความเข้าใจก่อนว่า ไม่ว่าระบบการประเมินจะดีเพียงใด แต่หาก คุณสมบัติของผู ้ที่ จะมาเป็ นครูไม่ดีตังแต่ต้น ก็จะไม่มีระบบการประเมินครูใด ๆ ที ้ ่ จะสามารถ ใช้ได้ผล ซึ่ งในประเทศเกาหลีผู ้ที่เข้ามาเป็ นครูจะเป็ นนักเรียนที่ มีผลการเรียนดีมาก และจะเข้าวิทยาลัยการศึกษาเพื่ อเป็ นครู เนื่ องจากวิชาชีพครู ในประเทศเกาหลีถือว่าเป็ นอาชีพ ที่ มีความมั่นคงมาก มีเงินเดือนที่ ค่อนข้างสูง มีช่วงเวลาพักช่วงปิ ดภาคเรียน และอายุ การเกษียณส�ำหรับครูเกาหลีคือ อายุ 62 ปี ในระยะเริ่มแรก ประเทศเกาหลีเริ่มต้นด้วยการประเมินความส�ำเร็จจากการปฏิบัติงาน ของครู ซึ่ งต่อมาเป็ นระบบการประเมินแบบฐานสมรรถนะ (Performance-based Appraisal System) โดยปั จจุบัน ประเทศเกาหลีให้ความส�ำคัญกับระบบการประเมินเพื่อพัฒนา สมรรถนะครู (Teacher Competency Development Appraisal) โดยมีความแตกต่างที่ ส�ำคัญ คือ ในอดีต ผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษากับรองผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษาจะเป็ นผู ้ประเมิน สมรรถนะครูเท่านัน แต่ในปั จจุบัน ประเทศเกาหลีจะประเมินครู โดยใช้ความเห็นจาก ้ ผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษา รองผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษา ร่วมกับการประเมินโดยเพื่ อนครู นักเรียน และผู ้ปกครอง เพื่ อให้ได้มุมมองที่ หลากหลายจากผู ้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ เกี่ ยวข้อง ในสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ต่อมาการประเมินโดยเพื่ อนครูถูกยกเลิกไปในช่วงการระบาด ของ COVID – 19 เนื่องจากไม่มีการพบปะกันตัวต่อตัว แต่เป็ นการจัดการเรียนการสอน แบบออนไลน์เป็ นหลัก ซึ่ งในการประเมินแบบนีจะต้องค�้ำนึงว่า เมื่ อมีการประเมินโดยอาศัย ความเห็ นจากนักเรี ยนและผู ้ปกครองก็จะเป็ นเรื่องของการประเมิ นโดยใช้ระดับ ความพึงพอใจ ความเห็นจากนักเรียนและผู ้ปกครองอาจไม่เป็ นไปในทิศทางเดียวกัน เช่น นักเรียนบางคนอาจจะชอบครูที่ สอนง่าย ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าครูคนนันจะสอนดีกว่า้ ครูคนอื่ น ในทางตรงกันข้าม ผู ้ปกครองเกาหลีส่วนใหญ่กลับชอบครูที่ มีลักษณะเข้มงวด มากกว่า เป็ นต้น นอกจากนี ประเทศเกาหลียังใช้ระบบการประเมินครูผ่านระบบออนไลน์ ้ โดยผู ้ปกครองและนักเรียนสามารถเข้าไปประเมินครู ได้ในห้วงเวลาของการประเมิน สมรรถนะครู ซึ่ งครูจะไม่รู ้ว่าใครเป็ นผู ้ประเมิน แต่ด้วยระบบนีท�้ำให้บางครังครูได้รับ ้ ค�ำติเตียนที่ ยากเกินกว่าจะรับได้ แต่ก็ยังคงเป็ นสิ่งที่ จ�ำเป็ นต้องท�ำ ประเทศเกาหลีให้ความส�ำคัญกับครูในการประเมินตนเอง และการประเมินโดย เพื่อนร่วมงาน การประเมินตนเองของครู เรียกว่า “Micro Teaching” เนื่องจากธรรมชาติ


16 ของวิชาชีพครู ครูมืออาชีพหรือครูที่ เก่ง ๆ จะเป็ นผู ้ประเมินครูคนอื่ นเสมอ แต่ไม่เคยเป็ น ผู ้ได้รับการประเมินเลย ดังนัน นอกจากการที้ ่ จะประเมินและให้ข้อเสนอแนะ (Feedback) คนอื่ นแล้ว ระบบ Micro Teaching ได้ให้โอกาสครูในการประเมินตนเอง ด้วยการบันทึก วิดีโอที่ ตนเองท�ำการสอนในห้องและใช้ไฟล์บันทึกนันส�้ำหรับการประเมิน โดยในห้องเรียน จะมีการตังกล้องไว้ 4 มุมห้อง และด�้ำเนินการตามระบบ Micro Teaching เพื่อให้ครู น�ำวิดีโอที่ บันทึกไว้มาใช้ประเมินตนเองและน�ำไปใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ของตัวเองให้ดียิ่งขึน ซึ้ ่ งระบบการประเมินแบบนี จะเสริมด้วยการสอนแนะ (Coaching) ้ เพื่ อช่วยสร้างความมั่นใจให้กับครูในการพัฒนาตัวเอง รวมถึงมีช่วงของการสะท้อนมุมมอง (Reflect) ร่วมกันระหว่างเพื่อนครูเพื่อพัฒนาคุณภาพการสอน การที่ครูได้รับความเห็น จากนักเรียนซึ่ งเป็ นส่วนส�ำคัญในการประเมินครูนัน ได้น�้ำไปสู่การเปลี่ ยนแปลงในระบบ Micro Teaching และที่ ส�ำคัญยิ่งไปกว่านัน คือ ระบบนี้ท�้ำให้ได้ความเห็น การยอมรับ และ ความเข้าใจจากเพื่อนครูด้วยกัน ซึ่ งหากว่าเรามุ่งให้ความส�ำคัญแต่การประเมินและ ผลลัพธ ์อย่างเดียว ก็อาจจะท�ำให้สูญเสียเป้ าหมายส�ำคัญของการประเมินครูไป จึงต้อง ให้ความส�ำคัญกับกิจกรรมที่ อยู่ในกระบวนการประเมิน ว่าเราจะสามารถสะท้อนตัวครู ได้อย่างไร เพื่ อพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ดังนัน ในบางครั้งการประเมินโดยเพื้ ่ อนครู ในชันเรียนจริง เมื้ ่อจบชันเรียนแล้วก็จะมีการพูดคุยกันระหว่างครูผู ้ร่วมประเมินและครู ้ ที่ได้รับการประเมินเพื่อให้ก�ำลังใจและให้ข้อคิดเห็ นส�ำหรับพัฒนาการเรียนการสอน ต่อไป โดยอิงจากการตอบสนองของนักเรียนในห้องเรียน สุดท้ายนี ประเทศเกาหลีมีการเปลี้ ่ ยนแปลงระบบการประเมินครูเรื่อยมา และยังคง พยายามที่ จะพัฒนาสมรรถนะครูอย่างต่อเนื่อง ซึ่ งที่ Seoul National University มีศูนย์ การฝึ กครู (Teacher Training Center) ที่ ครูส่วนใหญ่จะเข้ารับการพัฒนาในช่วงปิ ดเทอม ฤดูร้อนและฤดูหนาว และจะใช้เวลาทังหมดในศูนย์ฯ โดยผลการพัฒนาจะแสดงให้เห็น ้ จากการเลื่ อนต�ำแหน่งที่ สูงขึน ทั้งนี้ จากประสบการณ์ที้ ่ ผ่านมา ครูที่ น่ากลัวที่ สุดคือ ครูที่ ไม่ต้องการเป็ นผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษา หรือ ไม่ต้องการความก้าวหน้าใด ๆ จึงเป็ นผู ้ที่ ไม่สนใจในผลของการประเมินที่ ออกมา แค่เพียงต้องการมั่นใจว่าตนเองจะมีงานท�ำ ไปจนกว่าจะเกษียณอายุในวัย 62 ปี ซึ่ งเป็ นสิ่งที่ น่ากลัวที่ สุดส�ำหรับนักเรียน ดังนัน ระบบ้ การประเมิน คือ สิ่งเดียวที่ จะขับเคลื่ อนแรงบันดาลใจให้กับครูในการพัฒนาศักยภาพ ของตัวเองเพื่ อนักเรียนได้


17 รายงาน ผลการวิจัย เรื่อง A Policy Implementation Evaluation of the Academic Standing System with Performance Agreements for Government Teachers and Educational Personnel โดย ดร.พงษ์ลิขิต เพชรผล


18 สืบเนื่ องจากที่ ก.ค.ศ. ได้ก�ำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินต�ำแหน่งและวิทยฐานะ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต�ำแหน่งครู ต�ำแหน่งผู ้บริหารสถานศึกษา และ ต�ำแหน่งศึกษานิเทศก์ (ตามหนังสือส�ำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 9 - 11 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564) เพื่ อใช้ส�ำหรับประเมินและวัดความเชี่ ยวชาญในวิชาชีพ (Profession) ซึ่ งสะท้อนจากผลการปฏิบัติงาน (Performance) ตามภาระและหน้าที่ ความรับผิดชอบ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต�ำแหน่งครู ผู ้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ โดยมีเป้ าหมายเพื่ อให้การประเมินดังกล่าวมีการบูรณาการเชื่ อมโยงระหว่างการประเมิน เพื่ อขอมีหรือเลื่ อนวิทยฐานะ การประเมินคงวิทยฐานะ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่ อเลื่ อนเงินเดือน โดยใช้เครื่ องมือและตัวชีวัดการประเมินเดียวกัน คือ ข้อตกลงใน้การ พัฒนางาน (PA) รวมทังช่วยลดภาระงานที้ ่ ซ�ำ้ซ้อนของข้าราชการครูจากการประเมินต่าง ๆ ลดการท�ำเอกสาร ลดภาระงบประมาณของภาครัฐ และสร้างระบบการประเมินแบบดิจิทัล ที่ มีความโปร่งใสและเป็ นธรรม ซึ่ ง ก.ค.ศ. ได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์และวิธีการใหม่นีตั้งแต่้ วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ดังนัน เพื้ ่อประโยชน์ในการพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึน ้ ส�ำนักงาน ก.ค.ศ. จึงมีแนวคิดในการประเมินผลการใช้ระบบวิทยฐานะรูปแบบข้อตกลง ในการพัฒนางาน เพื่อประเมินประโยชน์และผลสัมฤทธิของการใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว ์ โดยมีรายละเอียดผลการศึกษาวิจัย ประเมินผลการใช้ระบบวิทยฐานะรูปแบบข้อตกลง ในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) ของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ต�ำแหน่งครู ต�ำแหน่งผู ้บริหารสถานศึกษา และต�ำแหน่งศึกษานิเทศก์ ดังนี้ ว ัตถุประสงค์ของการวิจัย 1) ประเมินผลผลิตและผลลัพธ ์ การสะท้อนกลับจากครู/สถานศึกษา 2) ส�ำรวจอุปสรรคและข้อคิดเห็น 3) ให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual Framework) • ระดับที่ 1 : Reaction ความรู ้สึกและความพึงพอใจของผู ้รับการประเมิน • ระดับที่ 2 : Learning พัฒนาการในด้านทักษะและความรู ้ของผู ้รับการประเมิน • ระดับที่ 3 : Behaviour การประยุกต์ใช้ความรู ้และทักษะในแนวปฏิบัติ ของผู ้รับการประเมิน • ระดับที่ 4 : Results ผลกระทบที่ มีต่อองค์กรของผู ้รับการประเมินและ/ หรือสังคมในวงกว้าง


19 กลุ่มต ัวอย่างในงานวิจัยในระยะที่ 1 • ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขันพื้นฐาน (สพฐ.) จ�้ำนวน 384 คน (จาก 31,732 คน) • ส�ำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จ�ำนวน 384 คน (จาก 915 คน) ขันตอนการวิจัย้ ใช ้วิธีการวิจัยแบบผสม • ระยะที่ 1 : การส�ำรวจ (เชิงปริมาณ) • ระยะที่ 2 : การสัมภาษณ์ (เชิงคุณภาพ) • ระยะที่ 3 : การพิจารณาจากกลุ่มผู ้เชี่ ยวชาญ (เชิงคุณภาพ) ระด ับที่ 1 : Reaction ความรู ้สึกและความพึงพอใจของผู ้ร ับการประเมิน ระด ับที่ 2 : Learning พัฒนาการในด ้านทักษะและความรู ้ของผู ้ร ับการประเมิน • สัมพันธ ์กับการปฏิบัติงานจริง (ค่าเฉลี่ ย 4.35) • มีประโยชน์ต่อการพัฒนาและการเติบโตทางวิชาชีพ (ค่าเฉลี่ ย 4.44) • ได้รับการสนับสนุนจากผู ้บังคับบัญชาในการท�ำ PA (ค่าเฉลี่ ย 4.35) ผลความพึงพอใจ • เห็นด้วยมาก ร้อยละ 35.2 • เห็นด้วย ร้อยละ 49.7 • ค�ำแนะน�ำจากเพื่ อนร่วมงานที่ มีวิทยฐานะเท่ากันในเรื่ อง DPA (ค่าเฉลี่ ย 4.24) • ได้รับความรู ้และทักษะใหม่ผ่านกระบวนการ DPA (ค่าเฉลี่ ย 4.12) ผลความพึงพอใจ • เห็นด้วยมาก ร้อยละ 24.0 • เห็นด้วย ร้อยละ 61.1


20 ระด ับที่ 3 : Behavior การประยุกต์ใช ้ความรู ้และทักษะในแนวปฏิบัติ ของผู ้ร ับการประเมิน ระด ับที่ 4 : Results ผลกระทบที่ มีต่อองค์กรของผู ้ร ับการประเมินและ/ หรือส ังคมในวงกว ้าง • ประยุกต์ใช้ความรู ้และทักษะใหม่ที่ได้จาก DPA ในการปฏิบัติงาน (ค่าเฉลี่ ย 4.29) • สะท้อนผลการปฏิบัติงานมากขึนเพราะ DPA (ค่าเฉลี้ ่ ย 4.24) ผลความพึงพอใจ • เห็นด้วยมาก ร้อยละ 34.3 • เห็นด้วย ร้อยละ 56.8 • DPA ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ อลดค่าใช้จ่ายและภาระในการท�ำเอกสาร (ค่าเฉลี่ ย 4.47) • DPA ลดกระบวนการที่ ซ�ำ้ซ้อนและงบประมาณที่ ใช้ในการประเมิน เลื่ อนขันเงินเดือน (ค่าเฉลี้ ่ ย 4.30) ผลความพึงพอใจ • เห็นด้วยมาก ร้อยละ 39.3 • เห็นด้วย ร้อยละ 46.3 จุดแข็งของระบบ DPA • การสื่ อสารเกี่ ยวกับวิธีการประเมินชัดเจนและสมบูรณ์ • ครูได้รับความเห็นที่ มีประโยชน์จากผู ้ประเมิน • ครูได้รับโอกาสในการอธิบายและได้รับข้อมูล การแนะแนว และการสนับสนุน ในระหว่างระยะการประเมินผล • ระบบช่วยอ�ำนวยความสะดวกในการจัดการไฟล์ต่าง ๆ ด้วยตนเอง • ครูสามารถเชื่ อมโยงนวัตกรรมการเรียนเพื่ อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาคุณภาพ ของผู ้เรียน


21 ข ้อเสนอแนะเกี่ ยวก ับระบบ DPA • ควรมีผู ้เชี่ ยวชาญอบรมครูให้เข้าใจวิธีการ กระบวนการมากกว่าที่ จะเรียนรู ้ จากคู่มือ • ควรมีนโยบายสนับสนุนอุปกรณ์ในการถ่ายท�ำเพื่ อบันทึกภาพการเรียนการสอน • ก�ำหนดมาตรฐานในการติดตามประเมินผลเพื่ อสร้างหลักประกันว่า คณะกรรมการใช้เกณฑ์เดียวกันในการประเมิน และอยากให้มีการประเมินผล ณ สถานที่ จริง • ครูควรมีสิทธิที์่ จะส่งเอกสารเข้าระบบด้วยตนเองเพื่ อตรวจสอบความถูกต้อง และแก้ปั ญหาได้ทันท่วงที


22 สรุปสาระส�ำคัญ ในการเสวนา ทางวิชาการ ในหัวข้อ Performance Appraisal: How to Evaluate a Teacher’s Performance in the Digital Era? and What are the Expected Student Learning Outcomes?


23 • Professor Chan Lee มีความเห็นว่าระบบการประเมิน ครูทุกรูปแบบ ควรเชื่ อมโยงกับระบบค่าตอบแทน เพื่อสร้าง แรงจูงใจให้กับครู ซึ่ งหากปราศจากการเชื่ อมโยงกับค่าตอบแทน แล้วก็จะไม่มีระบบการประเมินครูใด ๆ ที่ ใช้ได้ผล เช่น ในประเทศ เกาหลี ผู ้ปกครองและคนเกาหลีส่วนใหญ่ให้ความส�ำคัญกับ การศึกษาของลูกหลานและเยาวชนของชาติเป็ นอย่างมาก ดังนัน้ หากรัฐบาลหรือนักการเมืองคนใดพยายามจะลดงบประมาณ ด้านการศึกษา นั่นหมายความว่าจะต้องแพ้การเลือกตังในสมัยหน้า้ จึงไม่มีใครพยายามตัดงบประมาณด้านการศึกษา ดังนัน เราต้อง้ มีหลักประกันที่ แน่นอนเกี่ ยวกับค่าตอบแทนของครู ซึ่ งก่อนที่ เรา จะพิจารณาเรื่ องการประเมินครู เราจะต้องพัฒนาระบบการสรรหา ครูและระบบค่าตอบแทนของครูก่อน มิฉะนัน นักเรียน ผู ้ปกครอง้ จะได้รับผลกระทบ ซึ่ งระบบการประเมินครูของประเทศเกาหลี นั้นถู กออกแบบจากมุ มมองและประสบการณ์ของนักเรี ยน หากพูดถึงเรื่ องของการน�ำระบบดิจิทัลมาใช้แล้ว ประเทศเกาหลี มี Platform ที่ ใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการประเมินครูด้วย เช่น Kahoot ซึ่ งจะช่วยในการรับรู ้ได้ถึงความเข้าใจของนักเรียน ที่ มีต่อบทเรียน และความสามารถหรือสมรรถนะของครูในการ จัดการเรียนการสอนด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงการแพร่ระบาด ของ COVID – 19 ที่ ผ่านมา พบว่าปั ญหาส�ำคัญคือ นักเรียน มีการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของตนเองเป็ นอย่างมาก และท�ำให้ ครูต้องหันมาพัฒนาตนเองด้วยเช่นกัน


24 • Professor Masami Isoda มีความเห็นว่า การประเมินผลที่ดีต้องดึงให้นักเรียนและชุมชน มีส่วนร่วมในการประเมิน การเตรียมความพร้อมในการ พัฒนาวิชาชีพ มีการสร้างเสริมต่อยอดตลอดเวลา มีการประเมินตนเองผ่านการเรียนรู ้ โดยตนเอง เพื่อตนเอง ต้องมีการพัฒนาในระดับจังหวัด ต้องเป็ น นักพัฒนา นักการศึกษา มีความคาดหวังในการพัฒนาครู โดยในแต่ละปี ต้องมีการพัฒนาเป็ นขันตอน ร่วมกับ้ • รองศาสตราจารย์ไมตรี อินทรประสิทธิ มีความเห็นว่า สิ่งส�ำคัญที่ สุดส�ำหรับการประเมินในยุค ดิจิทัล คือ การประเมิน (Appraise) ไม่ใช่การประเมินผล (Evaluation) ซึ่ งการประเมินเป็ นการที่เราต้องเอา ข้อมูลหรือข้อเสนอแนะ (Feedback) จากผู ้มีส่วนได้ ส่วนเสีย เพื่ อสนับสนุนในการพัฒนาการจัดการเรียนรู ้ ในห้องเรียนให้กับครู ดังนัน กระบวนการดังกล่าว ้ จึงไม่ใช่ระบบการประเมินหรือ Evaluation System ซึ่ งทังหมดนี้ เป็ นระบบที้ ่ เราประเมินจากผลลัพธ ์สุดท้าย ที่เกิดขึนกับผู ้เรียน ต้องมีการท�้ำความเข้าใจว่าสิ่งที่ ครูจะสอนและจ�ำเป็ นต้องสอนคืออะไร ครูจะไม่เน้น สอนองค์ความรู ้ให้กับนักเรียน แต่จะต้องสอนทักษะ การคิดให้กับนักเรียน โดยครูต้องคิดว่าจะสอนให้ นักเรียนคิดได้ด้วยตนเองได้อย่างไร จากนันจึงจะ้ พูดถึงเรื่ องการประเมินต่อไปได้ การมีบทบาทและมุมมองที่ รอบด้านมากขึน นอกจากนี้ บทบาทของผู ้อ�้ำนวยการสถานศึกษา ต้องส่งเสริมให้ครูได้มีการพัฒนา มีการให้ค�ำแนะน�ำ มีบทบาทในการสร้างชุมชนการเรียนรู ้ ทางวิชาชีพ หรือ PLC และสร้างมาตรฐานในการประเมิน โดยมีการใช้ปั ญญาประดิษฐ์ที่ สร้าง ชุดค�ำสั่งได้เอง เข้ามาช่วยในการประเมินให้เป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นพัฒนา นักเรียนให้มีแนวคิดเชิงมโนทัศน์ได้ จุดอื่ นที่ ส�ำคัญ ได้แก่ มาตรฐานในเชิงวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพเป็ นสิ่งส�ำคัญ ต้องมีการพัฒนา Soft skill ทังนี้ ครูต้องมีส่วนร่วมในการประเมิน ในการพัฒนาขีดความสามารถของตนด้วย้


25 • Dr. Maurice Cuypers มีความเห็นว่า ครูเป็ นวิชาชีพชันสูงของทุกสังคม เนื้ ่ องจากเป็ นผู ้ที่ ต้อง ท�ำการสอนและพัฒนาเด็ก และเยาวชนของประเทศ ซึ่ งการพัฒนาเด็กใน 4 ปี แรก มีความส�ำคัญมากในการ สร้างความรู ้เพื่อป้ อนคนเข้าสู่ โลกของการท�ำงาน โดยเด็ กจะต้องคิ ดและบริ หารจัดการตนเองได้ ค�ำถามคือ แล้วครูหรือผู ้สอนจะพัฒนาทักษะเหล่านัน้ ให้กับเด็กได้อย่างไร เพราะการเปลี่ ยนแปลงทางการ ศึกษานัน โดยปกติแล้วจะเกิดขึ้นในทุก ๆ 5 ปี ท�้ำให้ต้องมีการปรับตัวตลอดเวลา ส�ำหรับกรณีของประเทศเนเธอร์แลนด์นัน เริ้ ่มต้นตังแต่การพิจารณาคุณสมบัติของผู ้ที้ ่ จะเข้ามาเป็ นครูใหม่ว่ามีอะไรบ้าง โดยจะพิจารณาจากงานวิจัยและการตีพิมพ์ผลงาน ทางวิชาการ มีความเป็ นผู ้เชี่ยวชาญหรือมีองค์ความรู ้เฉพาะด้านในทางวิชาการด้านใด ด้านหนึ่ ง มีทักษะในการสอน และมีทักษะการโค้ช (Coaching) และการให้ข้อเสนอแนะ (Feedback) ปัจจุบันประเทศเนเธอร์แลนด์ ยกเลิกระบบการให้เกียรตินิยมแล้ว เนื่องจากเป็ นระบบ ที่ เน้นคะแนนมากเกินไป และไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนา ซึ่ งในศตวรรษที่ 21 ทักษะส�ำคัญ คือ ทักษะในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ โดยรู ้ว่าอะไรคือสิ่งส�ำคัญ ที่ ต้องปรับตัว ซึ่ งประเทศต้องการให้เด็กมีคุณลักษะแบบใด ก็สามารถสร้างหรือฝึ กฝนได้ แต่เด็กจะต้องมีทักษะพืนฐานที้ ่ ดีด้วย ต้องสร้างให้เด็กมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมี ทักษะด้านการสื่ อสาร ซึ่ งเป็ นสิ่งส�ำคัญส�ำหรับการอยู่รอดในยุคปั จจุบัน ดังนัน ประเทศ้ เนเธอร์แลนด์จึงมีการสร้างครูมืออาชีพให้เกิดขึน ด้วยการให้ครูใหม่ทุก้คนต้องมีความรู ้ ในหลักสูตรวิชาการขันพื้นฐาน มีการพัฒนาเครื้ ่องมือส�ำหรับการสอนผ่านการเข้าร่วม Workshop ของครู อันเป็ นเครื่ องมือในการบูรณาการที่ จะช่วยกระตุ ้นให้มีการตระหนักถึง วิธีการสอนในปั จจุบัน และเพื่ อแสดงให้เห็นถึงการเข้าถึงวิธีการสอนหรือวิธีการทดสอบ แบบใหม่สร้างความอยากรู ้อยากเห็นหรือความกระตือรืนร้นของครูให้มากขึน สิ้ ่งที่ ส�ำคัญ คือ ถ้าคะแนนการสอบของนักเรียนไม่ดี ก็จะต้องพิสูจน์หรือหาค�ำตอบให้ได้ว่าการสอนที่ ดี ต้องเป็ นอย่างไร ท�ำให้ครูมีแรงกระตุ ้นในการพัฒนาการจัดการสอนของตนเอง ดังนัน ้ จึงต้องฟั งความเห็นของครูกับนักเรียนร่วมกันก่อนเป็ นอันดับแรก การเปลี่ยนแปลงทางด้านการศึกษาไม่ ได้เกิดขึนแค่ในเฉพาะประเทศเนเธอร์แลนด์้ เท่านัน แต่ก�้ำลังมีความเปลี่ ยนแปลงเกิดขึนทั้ ่วทวีปยุโรป กล่าวคือ ระบบการศึกษาได้ให้


26 ความส�ำคัญกับเรื่ องของทักษะ (Skill-oriented Education) มากขึน มีการจัดการเรียน้ การสอนตามความต้องการของผู ้เรียน (Student Demand Oriented) เปลี่ ยนการวัดผล โดยให้คะแนนหรือเกรด ไปสู่การใช้เกณฑ์ “ผ่าน” กับ “ไม่ผ่าน” พร้อมทังมีการท�้ำงาน และการรับฟั งความคิดเห็นร่วมกันกับบรรดาบริษัทหรือผู ้จ้างงาน เพื่ อผลิตคนให้ตรงกับ ความต้องการของผู ้ประกอบการ เปลี่ ยนแปลงหลักสูตรการสอน และเน้นการเรียนรู ้ นอกชันเรียนมากกว่าในห้องเรียน้ • Mr. Iain William McGilchrist ให้ความเห็น เกี่ ยวกับการประเมินสมรรถนะครู โดยให้ความส�ำคัญ กับเทคโนโลยี โดยเชื่ อว่าการเรียนรู ้เกิดขึนตลอด ้ 24 ชั่วโมง ดังนัน เทคโนโลยีจะเป็ นเครื ้ ่ องมือช่วยให้เรา ด�ำเนินการในสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์มากขึน เช่น ้ การน�ำ Google Forms หรือ Google Docs มาใช้เก็บ รายละเอี ยดหรื อรวบรวมข้อมู ลของเพื่อนร่ วมงาน ช่วยให้การท�ำงานสามารถประสบผลส�ำเร็จมากขึน ้ ไม่ว่าจะเป็ นในฐานะผู ้บริหารสถานศึกษา ครู เพื่ อนครู หรือนักเรียน Mr. Iain มองว่า เทคโนโลยีเป็ นเรื่ องซับซ้อนที่ มีการพัฒนาตลอดเวลา ซึ่ งเป็ นเรื่ องดี ที่จะช่วยให้ครูสามารถน�ำมาใช้ประโยชน์เพื่ อท�ำการสอนได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึน แต่เรื้ ่ อง ของเทคโนโลยีมีความแตกต่างจากการสอน เพราะเทคโนโลยี ไม่ ได้ช่วยให้การวัดผล ด้านการสอนมีประสิทธิภาพ และการสอนเป็ นกระบวนการที่ มีความซับซ้อน (Technology is complicated, teaching is complex) ดังนัน หากมองในมุมของเทคโนโลยี เราจะมีกระบวนการ้ ขัน้ ตอนและผลลัพธ ์ในแต่ละขันตอนที้ ่ ชัดเจนและแน่นอน ตรงกันข้ามกับการสอนที่ไม่สามารถ ควบคุมหรือคาดเดาผลลัพธ ์ล่วงหน้าได้ เช่น พฤติกรรมของนักเรียนในชันเรียน แต่ละวัน้ ก็มีความแตกต่างกันออกไปท�ำให้การสอนหนังสือในแต่ละวันเป็ นสิ่งที่คาดเดาไม่ ได้ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศนิวซีแลนด์ มีปั จจัยสภาพอากาศที่ ส่งผลต่อการเรียนของนักเรียน ซึ่ ง Mr. Iaian มีประสบการณ์โดยตรง จากการที่โรงเรียนที่ ท�ำการสอนนันอยู่ทางตอนใต้้ ของประเทศ ซึ่ งหากมีลมที่ พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือมา วันนันจะเป็ นวันที ้ ่ อากาศร้อน และท�ำให้นักเรียนไม่มีสมาธิในการเรียน ดังนัน จะเห็นได้ว่าปั จจัยเพียงเล็กน้อย ้ ก็มีผลต่อการวัดคุณภาพการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทังนี้ เมื้ ่ อพูดถึงผลลัพธ ์ทางการเรียน ของนักเรียน ก็จะต้องพิจารณาว่าครูจะต้องท�ำอะไรบ้างซึ่ งครูจะมีลักษณะงานที่ ต้องปฏิบัติ (Job Description) เป็ นตัวก�ำหนดว่าจะต้องท�ำอะไรบ้าง และยังมีมาตรฐานวิชาชีพ


27 (Professional Standard) หรือมาตรฐานส�ำหรับวิชาชีพครู (Standard for Teaching Profession) ที่ ก�ำหนดโดยองค์คณะทางวิชาชีพ (Professional Body) คือ Teaching Council รวมถึง การมีข้อตกลงในการจ้างงาน (Employment Agreements) มีสัญญา (Contract) ที่ ก�ำหนด รายการมาตรฐานสมรรถนะ (a List of Performance Standards) ที่ ครูจะต้องปฏิบัติตาม หรือบรรลุ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว สิ่งเหล่านีเป็ นเรื้ ่ องยากส�ำหรับครู ในการท�ำตามข้อก�ำหนด ให้ได้ทังหมด เพราะจะต้องมีการท�้ำเอกสารตลอดทังปี และหากเป็ นเช่นนั ้ น ครูก็จะไม่มี ้ เวลาเหลือส�ำหรับการสอนเลย ดังนัน Mr. Iain จึงได้ให้ความเห็นเพิ ้ ่มเติมว่า ระบบแบบนันดี้ ส�ำหรับการท�ำตามในฐานะข้อบังคับหรือความรับผิดชอบทางวิชาชีพ แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งเหล่านีไม่ได้เป็ นตัวชี้วัดที้ ่ จะน�ำไปสู่การเป็ นครูที่ ดีได้ ดังนัน จึงต้องหันมาให้ความส�้ำคัญ กับผลลัพธ ์ทางการเรียนของนักเรียนหรือ Student Learning Outcomes มากกว่าการดูที่ เกรด หรือคะแนน เพราะหากน�ำเกรดหรือคะแนนของนักเรียนมาใช้ประเมินสมรรถนะครู ก็ดูจะเป็ นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก แต่ควรจะพิจารณาจากผลลัพธ ์ในมุมมองที่กว้างขึน ดังนี้ ้ 1. ความส�ำเร็จของผู ้เรียน (Student Achievement) รวมถึงเกรดหรือคะแนนของนักเรียนด้วย 2. ความก้าวหน้าของนักเรียน (Student Progress) และยังมีความเห็นว่า ความก้าวหน้า มีความส�ำคัญมากกว่าเกรดหรือคะแนน เพราะหากครูถูกประเมินหรือวัดผลโดยการใช้ คะแนนของเด็กเป็ นตัวชีวัด ก็อาจจะเกิดการทุจริตหรือโกงการประเมินโดยการออกข้อสอบ้ เด็กให้ง่าย หรือลดมาตรฐานหรือเกณฑ์ของคะแนนให้ต�่ำลง นั่นหมายถึงว่าครูก�ำลัง ไม่ท�ำหน้าที่ ของตนเองให้กับนักเรียน แต่เป็ นการโกงเพื่ อให้ตนเองได้รับผลการประเมินที่ ดี ดังนัน จะเห็นได้ว่า ในมาตรฐานสมรรถนะหรือข้อตกลงในการจ้างงานที ้ ่ก�ำหนดว่า ครูต้องท�ำอะไรบ้างนัน ยังมีจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องอยู่ แต่หากพิจารณาที้ ่ ผลลัพธ ์การเรียนรู ้ ของนักเรียนเพียงอย่างเดียว ก็จะไปได้แค่เพียงครึ่ งทางของการประเมินสมรรถนะครูเท่านัน ้ ดังนัน จึงต้องใช้ความสัมพันธ ์ระหว่างการปฏิบัติงานของครู (Activity) กับผลลัพธ ์ ้ การเรียนรู ้ของนักเรียนคู่กัน ดังนัน ครูจึงควรมีส่วนร่วมหรือเกี้ ่ ยวข้องกับความสนใจหรือ ข้อค�ำถามต่าง ๆ ของนักเรียน เพื่ อที่ จะหาให้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ นักเรียนในชันเรียนของตนเอง้ ต้องการ บนพืนฐานของสภาพแวดล้อมและบริบทที้ ่ แตกต่างกัน และหาว่าควรใช้เครื่ องมือ หรือทรัพยากรอะไรในการที่จะท�ำให้การเรียนการสอนนันเป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ้ สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ ส�ำคัญที่ สุดคือ ครูจะต้องตังค�้ำถามกับตนเองว่า อะไรคือสิ่งที่ จะบ่งบอกว่า บทเรียนที่ ตนเองสอนนันส่งผลต่อผู ้เรียน ้ การมีเกรดหรือคะแนนที่สูงเป็ นเรื่องที่ ดี แต่ ไม่สามารถบ่งชีถึงสมรรถนะของครูได้ ้ ดังนัน จึงจ�้ำเป็ นมากที่ จะต้องมีการสอบถามจากนักเรียนและผู ้ปกครอง เพราะเป็ นข้อมูล เชิงคุณภาพที่สามารถบ่งบอกถึงคุณภาพของการสอนได้ ซึ่ งการสอบถามความเห็น จากนักเรียนสามารถใช้ค�ำถามปลายเปิ ด (Open-ended Questions) ได้หลายรูปแบบ เช่น


28 สอบถามนักเรียนว่า นักเรียนรับรู ้ได้อย่างไรว่าครูของนักเรียนมีการเตรียมแผนการสอน มาอย่างดี หรือ นักเรียนสามารถเรียนรู ้ในบทเรียนได้ดีหรือไม่ในชันเรียนที้ ่ ครูท�ำการสอน หรือ ครูมีการปฏิบัติหรือท�ำอย่างไรเพื่ อช่วยให้นักเรียนสามารถท�ำความเข้าใจในบทเรียน ได้ดียิ่งขึน ้ ส�ำหรับการประเมินครูนัน Mr. Iain มองว่าครูควรมีความเป็ นเจ้าของหรือมีส่วนร่วม ้ ในการออกแบบระบบการประเมินด้วย เพราะการใช้ระบบการประเมินเดียวกันกับครูทุกคน ซึ่ งครูแต่ละคนมีบริบทหรือสมรรถนะแตกต่างกัน คือ ความไม่ยุติธรรมและความไม่เท่าเทียม หากท�ำให้การประเมินครูมีการปรับหรือก�ำหนดให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ก็จะท�ำให้ครู มีความเต็มใจในการเข้าร่วมการประเมินมากยิ่งขึน ดังนั้น จึงควรให้ครูเข้ามามีส่วนร่วม้ ในการประเมินในทุกขันตอนด้วย นอกจากนี้ การสอนไม่ใช่เรื้ ่ องของทรัพยากรอย่างเดียว แต่คือความสัมพันธ ์ระหว่างครูกับนักเรียน และการประเมินครูที่ ดีต้องสร้างขึนจาก้ ความสัมพันธ ์ระหว่างครูกับเพื่ อนครู (ที่ มีความจริงใจในการให้ความเห็นเกี่ ยวกับการสอนได้) รวมถึงต้องมีความรับผิดชอบต่อการก�ำหนดประเด็นความท้าทายส�ำหรับตนเองด้วย ซึ่ งอาจจะพิจารณาจากมาตรฐานวิชาชีพที่ต้องปฏิบัติตาม โดยการก�ำหนดประเด็น ความท้าทายนันเป็ นไปเพื ้ ่ อการพัฒนา เช่น การตังค�้ำถามว่า ครูจะรู ้ได้อย่างไรว่าวิธีที่ ตนเอง ใช้สอนนักเรียนอยู่นันเป็ นวิธีที ้ ่ มีประสิทธิภาพ และจะรู ้ได้อย่างไรว่าวิธีการสอนที่ ใช้อยู่นัน้ จะท�ำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในชันเรียน ้ หลังจากที่วิทยากรทุกท่านได้น�ำเสนอมุมมองและความเห็ นเกี่ยวกับการประเมิน สมรรถนะครูในยุคดิจิทัลและผลลัพธ ์ทางการเรียนของนักเรียนแล้ว ได้มีการอภิปราย ในประเด็นค�ำถามดังนี้ ค�ำถามที่ 1 : วิทยากรทุกท่านมีความเห็นอย่างไร เกี่ ยวก ับการน�ำ Chat GPT มาใช ้ ในการประเมินสมรรถนะครูอย่างมีประสิทธิภาพ ในประเด็นนี้Professor Chan ได้ให้ความเห็นว่า เทคโนโลยีท�ำให้ย่นระยะเวลา ในการพัฒนาศักยภาพคนให้สันลงกว่าในอดีต เมื้ ่ อก่อนจะต้องมีการ Re-skill และ Up-skill ทุก ๆ 3 – 5 ปี แต่ปั จจุบันเราสามารถท�ำได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่ งหากครูสูญเสียความสามารถในการเรียนรู ้ ก็จะไม่สามารถประสาทวิชาหรือ


29 ถ่ายทอดองค์ความรู ้ให้กับนักเรียนได้ ดังนัน การพัฒนาตัวเองส�้ำหรับครูจึง มีความส�ำคัญ เราสามารถน�ำเทคโนโลยีมาใช้ในการออกแบบชันเรียนได้ เช่น ้ การน�ำ Chat GPT มาใช้ในชันเรียน ในอดีตครูอาจจะถามค�้ำถามแล้วให้นักเรียน เป็ นคนตอบ แต่เดี๋ ยวนีครูจะตั้งค�้ำถามเพื่อทดสอบ 3 ครัง ครั้งที้ ่ 1 ให้นักเรียน ตังค�้ำถามเกี่ ยวกับบทเรียนในหลักสูตร โดยให้นักเรียนตังโจทย์การทดสอบ ้ ที่ ตัวเองคิดว่าส�ำคัญ ครังที้ ่ 2 ให้นักเรียนในห้องเลือกค�ำถามที่ทุกคนในห้อง ได้ตังค�้ำถามไว้แล้วหาค�ำตอบด้วย Chat GPT และในครังที้ ่ 3 เป็ นขันที้ ่ ซับซ้อน มากที่ สุด คือ ให้นักเรียนทบทวนหรือเพิ่มเติมค�ำตอบที่ได้จาก Chat GPT ด้วยการ ศึกษาหาข้อมูลทางวิชาการเพิ่มเติม อันเป็ นการส่งเสริมให้นักเรียนรู ้จักตังค�้ำถาม ที่ เหมาะสมมากกว่าที่ จะเป็ นการหาค�ำตอบ ดังนัน ผลลัพธ ์ทางการเรียนที ้ ่ได้ ก็จะเกิดความเปลี่ ยนแปลง ซึ่ งเกิดจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี ดังนัน วิธีการสอน้ นักเรียนก็ต้องเปลี่ ยนแปลงตาม และจะส่งผลต่อระบบการประเมินสมรรถนะครู ด้วยเช่นกัน โดย รองศาสตราจารย์ไมตรี ได้เสริมแนวคิดนีว่า นอกจากครูจะต้อง ้ Re-skill และ Up-skill แล้ว ครูจะต้องมีทักษะในการสังเกตดูความคิดของนักเรียน เพื่ อจะออกแบบการพัฒนานักเรียนได้ และจะเป็ นการสร้างวงจรของการพัฒนา คุณภาพของผู ้เรียนให้เกิดขึนได้้ นอกจากนี Mr. Iain ้ได้มีความเห็นเกี่ ยวกับ Chat GPT และ AI ว่า ในอดีต กว่าร้อยปี ที่ แล้ว ครูคือศูนย์รวมองค์ความรู ้ทังหมด ซึ้ ่ งถูกรวบรวมไว้ในหนังสือ ในห้องสมุด และครูได้เปลี่ ยนเป็ นคนที่ ถ่ายทอดวิธีการใช้ห้องสมุดให้กับนักเรียน และเมื่อมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาก็เป็ นหน้าที่ของครูที่ จะสอนให้นักเรียนใช้ความคิด เชิงวิพากษ์ ในการใช้อินเตอร์เน็ตหรือเครื่องมือใหม่นีได้อย่างไร และนักเรียน้ จะรับและใช้เทคโนโลยีเหล่านีไว้อย่างไร หน้าที้ ่ ของครูจะไม่ซ�ำ้ซ้อนกับความสามารถ ของเทคโนโลยีเหล่านัน และเราไม่ควรที้ ่ จะกลัวการน�ำเทคโนโลยีมาใช้ในโรงเรียนด้วย ซึ่ ง Mr. Iain ได้เล่าถึงประสบการณ์ว่า ตนได้เคยท�ำการสอนตังแต่ยุคที้ ่ยังไม่มี โทรศัพท์มือถือในห้องเรียน ซึ่ งในฐานะครูต้องพึงระลึกถึง “ABC” (All behavior is communication) ไว้เสมอ เพราะทุกพฤติกรรมที่ นักเรียนแสดงออกหมายถึงว่า พวกเขาก�ำลังสื่ อสารอะไรบางอย่างกับเรา เช่น เมื่ อนักเรียนก้มมองโทรศัพท์มือถือ ในระหว่างที่ ครูก�ำลังท�ำการสอน มันคือการสื่ อสารที่ อาจจะบอกว่า บทเรียนนันยาก้ หรือง่ายเกินไป หรือน่าเบื่ อเกินไป ดังนัน จึงต้องมองว่าพฤติกรรมที้ ่ แสดงออก เหล่านันคือภาพสะท้อนต่อการจัดการเรียนการสอนของครู อีกประการหนึ้ ่ งคือ สมาธิหรือการจดจ่อตังใจเรียนในห้องเรียนถูกเบี้ ่ ยงเบน โดยปั จจัยอื่ นก่อนยุคที่ จะมีโทรศัพท์มือถือเสียอีก เช่น การเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างหรือแม้แต่


30 การแอบอ่านหนังสือการ์ตูนในห้องเรียน ดังนัน ครูจึงจ�้ำเป็ นต้องสอนให้นักเรียน ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ทางเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ อาทิ การสอนว่าการพิมพ์ข้อความบนโทรศัพท์มือถือในขณะที่ผู ้อื่นก�ำลังพูดเป็ นสิ่ง ไม่สุภาพ รวมถึงการสอนมารยาทบนโลกออนไลน์ เป็ นต้น ซึ่ งความเห็นนีเป็ นไป้ ในทางเดียวกันกับ Dr. Maurice ที่ มองว่าทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่ นักเรียนจะ ต้องมี คือ ทักษะในการใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม รวมถึงการรู ้เท่าทันสื่ อ เพื่ อให้ นักเรียนสามารถกรองข้อมูลข่าวสารที่ มีจ�ำนวนมากได้ว่าสิ่งใดคือเรื่องจริงหรือ เรื่ องเท็จ ค�ำถามที่ 2 : ปั จจุบัน Chat GPT และ AI เป็ นสิ่ งที่ เราไม่สามารถหลีกเลี่ ยงได ้ Dr. Maurice มองว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมยักษ์ทางเทคโนโลยีได้ (หมายถึง AI) เพราะ AI มีการพัฒนาและควบคุมองค์ความรู ้ตลอดเวลา สิ่งเหล่านีจึงกลายเป็ น้ ความหวาดกลัวที่ ว่าอ�ำนาจจะไม่ได้อยู่แค่ในระดับการเมืองเท่านัน แต่ตกไปอยู่ในมือ้ ของยักษ์ทางเทคโนโลยีด้วย ดังนัน หากรัฐยังไม่มีนโยบายที้ ่ ชัดเจนในการควบคุม Chat GPT และ AI ก็ควรใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี และต้องสร้างสมรรถนะให้กับ้ นักเรียนในการรับมือกับเทคโนโลยีเหล่านีให้ได้ด้วย้ รองศาสตราจารย์ไมตรี ให้ความเห็นว่า การน�ำ Chat GPT มาใช้ในการเรียน ไม่ใช่ปั ญหา แต่ปั ญหาคือ ครูจะต้องสอนและใช้สิ่งเหล่านีอย่างไรให้เกิดประโยชน์้ สูงสุดกับนักเรียน ซึ่ งเทคโนโลยีสามารถเป็ นพืนที้ ่ ที่ ครูน�ำมาใช้รวบรวมความคิด ของนักเรียนได้ และเอาความคิดเหล่านีมาใช้เป็ นประเด็นในการอภิปรายร่วมกัน้ ในชันเรียน อันเป็ นการสะท้อนความคิดของนักเรียน โดยไม่จ� ้ำเป็ นต้องเน้นที่ องค์ความรู ้อย่างเดียว แต่เอาความคิดเหล่านันออกนอกกรอบและเอามาต่อยอด้ เป็ นเครื่ องมือที่ น�ำมาใช้เพื่ อแก้ปั ญหาในอนาคต Professor Masami เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีส�ำหรับประเมินตัวเองมีประโยชน์มาก ปั จจุบันความก้าวหน้าทางวิชาชีพในประเทศญี่ ปุ่ น ให้ความส�ำคัญกับประเด็นที่ ว่า นักเรียนญี่ ปุ่ นอยากจะเป็ นอะไรในอนาคต ซึ่ งนักเรียนสามารถบันทึกสิ่งที่ ตัวเอง วิทยากรแต่ละท่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ ยวกับเรื่ องนี และร ัฐบาลหรือกระทรวง้ ศึกษาธิการของแต่ละประเทศควรท�ำอย่างไร เพื่ อน�ำเทคโนโลยี Chat GPT และ AI มาใช ้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษา


31 ค�ำถามที่ 3 : เทคโนโลยีอะไรที่ สามารถเอามาใช ้ประโยชน์ในการประเมินครู หรือเพื่ อให้เข ้าใจการท�ำงานของครูมากขึน ้ อยากเป็ นได้โดยครูสามารถรับรู ้ข้อมูลส่วนนีได้ และสามารถน�้ำข้อมูลนีมาใช้้ ในการประเมินตัวเองได้ ซึ่ งวิธีนีใช้ได้ผลดีอย่างมากในประเทศญ้ี่ ปุ่ น Professor Chan ให้ความเห็นว่า หากเราตังค�้ำถามว่าครูจะใช้ประโยชน์จาก Chat GPT เพื่ อการศึกษาอย่างไร ค�ำตอบคือ การ “ลอง” เท่านัน โดยลองผิดลองถูก้ เพราะไม่ช้าก็เร็วเราจะสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากการใช้ Chat GPT ในชันเรียนได้้ ไม่มีอะไรต้องเสียหากใช้ Chat GPT ในชันเรียน ดังนั้น สิ้ ่งส�ำคัญคือ “ลอง” เพราะ แม้ว่าจะมีข้อห้าม แต่สุดท้ายแล้ว ตัวนักเรียนเองก็จะพยายามหาวิถีทางในการ น�ำมาใช้อยู่ดี ดังนัน ก็ให้น� ้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงจะเป็ นการดีที่ สุด Mr. Iain มองว่ากุญแจส�ำคัญของการใช้เทคโนโลยีเข้ากับชันเรียน คือ การสร้าง้ โอกาสอย่างมากส�ำหรับการเรียนรู ้และการมองภาพต่าง ๆ ให้กว้างขึน ซึ้ ่ งเวลา ในชันเรียนมีจ�้ำกัดมาก ดังนัน ครูจึงต้องเร่งท�้ำการสอนเพื่ อให้ถึงบทถัดไป สิ่งนี้ ท�ำให้ครูไม่มีเวลาสอนให้นักเรียนคิดอย่างลงลึกในรายละเอียดหรือไม่สามารถ ท�ำให้เกิดการอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ การเรียนรู ้จึงเกิดขึนนอกชั้นเรียน รวมถึง้ การเรียนในรูปแบบของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Google Classroom ซึ่ งเป็ นพืนที้ ่ที่ดีและปลอดภัยส�ำหรับนักเรียน โดย Dr. Maurice เสริมว่า การใช้ สิ่งเหล่านี ต้องมีความเข้าใจด้วยว่า Application หรือระบบเหล่านี้อาจไม่ได้เหมาะ้ กับทุกคน รองศาสตราจารย์ไมตรี ให้ความเห็นว่า ถ้ามองอีกด้านหนึ่ งของการประเมิน เราต้องการค�ำแนะน�ำหรือข้อเสนอแนะ ดังนัน หากเราใช้การประเมินเพื้ ่ อการ เรียนรู ้นัน การบันทึกวิดีโอตามที้ ่ Professor Chan ได้กล่าวไว้ในตอนแรก เพื่ อสะท้อน ว่าครูก�ำลังท�ำอะไรอยู่หรือว่าก�ำลังปฏิบัติการสอนอย่างไร เพื่ อที่ จะน�ำเป็ นข้อมูล ที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาต่อไป จึงเห็นว่ามีข้อดีและมีประโยชน์มาก Mr. Iain ให้ความเห็นว่า เราอาจจะเคยได้ยินว่า ในฐานะครู ครูก็คือผู ้เรียน (Learner) คนหนึ่ ง ซึ่ งหัวข้อในการพูดคุยของเราวันนี คือ The Making of Successful้ Learners เมื่อเราเอาระบบประเมินมาใช้ ครูซึ่ งเป็ นผู ้เรียนอยู่ในตัวเองสามารถ เรียนรู ้มากขึนเกี้ ่ ยวกับความเชี่ ยวชาญหรือความถนัดของตนเอง ดังนัน การประเมิน้


32 ครูจึงเป็ นโอกาสส�ำหรับการพัฒนาเรียนรู ้ของตนเอง โดยน�ำเรื่องการประเมิน มาพูดคุยกันให้เหมือนกับเป็ นเรื่ องปกติในการสอนประจ�ำวัน Professor Chan มองว่า ปั จจุบันคนมีชีวิตที่ ยืนยาวขึน และเทคโนโลยีมีการ้ เปลี่ ยนแปลงที่ เร็วขึน นั้ ่นหมายความว่ากระบวนการเรียนรู ้ก็จะมีความยุ่งเหยิงและ ซับซ้อนมากขึน เช่นเดียวกันกับการประเมินครู แต่สิ้ ่งที่ เรายังขาดคือ ใครก็ตาม ที่ จะเป็ นผู ้ประเมินสมรรถนะครู ไม่ว่าจะเป็ นผู ้อ�ำนวยการหรือรองผู ้อ�ำนวยการ สถานศึกษา เพื่อนครู นักเรียน หรือแม้กระทั่งผู ้ปกครอง บุคคลเหล่านีล้วนแต่้ ไม่เคยได้รับการอบรมให้มีความรู ้เพื่อการประเมินสมรรถนะครูเลย ในทาง ตรงกันข้าม บริษัทซัมซุงในเกาหลีจะมีการอบรมบุคคลที่ จะท�ำหน้าที่ ประเมิน สมรรถนะพนักงานในบริษัททุก ๆ ปี เมื่ อถึงห้วงเวลาของการประเมิน ส�ำหรับการ ประเมินครูในโรงเรียนยังไม่มีขันตอนนี้ การอบรมให้มีความรู ้เพื้ ่ อประเมินสมรรถนะ ควรต้องท�ำให้กับผู ้ที่ จะมาประเมินทุกครัง เพื้ ่อให้การประเมินมีความถูกต้อง มากที่ สุด และควรต้องมีการน�ำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการด�ำเนินการด้วย ค�ำถามที่ 4 : มีข ้อก ังวลหรือข ้อห่วงใยทางจริยธรรมใดบ ้าง ที่ โรงเรียนหรือสถาบัน Dr. Maurice ให้ความเห็นว่า กฎระเบียบต่าง ๆ ที่ มีนันเป็ นการควบคุมครูและ ้ ท�ำให้พลังหรือความมุ่งมั่น (Passion) ในความเป็ นครูหายไป เพราะครูเหล่านัน ้ คือ ครูมืออาชีพ ซึ่ งจะมีการพัฒนาตนเอง ดังนัน จึงควรให้พื้นที้ ่ กับครูเพื่ อสร้าง นวัตกรรม หรือมีพืนที้ ่ ให้กับครูส�ำหรับความผิดพลาดที่ อาจจะเกิดขึนได้ เพราะ้ แม้แต่ Chat GPT ก็มีความผิดพลาด แต่มันก็พัฒนาตัวเองขึนมาเรื้ ่ อย ๆ ดังนัน ้ มหาวิทยาลัย หรือโรงเรียน จึงควรมองครูเป็ นสินทรัพย์ (Asset) ที่ มีค่าส�ำหรับนักเรียน และให้องค์กรพึงระลึกไว้ตลอดเวลาว่าต้องให้พืนที้ ่ กับครูในการพัฒนาตนเอง Mr. Iain มีความเห็นว่า สถานศึกษา หรือผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษาซึ่ งมีบทบาท หน้าที่ ในการประเมินและท�ำให้การประเมินนันมีความน่าสนใจ และดึงดูดให้ผู ้รับ้ การประเมินเต็มใจพร้อมเข้ารับการประเมิน รวมถึงต้องส่งเสริมให้ครูมีส่วนร่วม ในการประเมิน ทังนี้ เพื้ ่อให้ครูรู ้สึกว่าตนเองได้รับรางวัล ซึ่ งไม่จ�ำเป็ นจะต้อง เป็ นตัวเงินเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็ นสิ่งจูงใจที่ เป็ นความรู ้สึกภาคภูมิใจที่ เกิดจาก การศึกษาต่าง ๆ ควรตระหนักเมื่ อมีการน�ำเทคโนโลยีเข ้ามาใช ้ในการประเมินครู


33 ตนเองจนกลายเป็ นความพึงพอใจเมื่อรู ้ว่าตนเองสามารถท�ำงานได้ดี (Intrinsic Rewards) ซึ่ งคิดว่าอยากจะส่งความท้าทายนีไปถึงผู ้น�้ำสถานศึกษาและผู ้น�ำ ในภาครัฐ ในการสร้างระบบการประเมินที่ ท�ำให้ครูอยากเข้ามามีส่วนร่วม และ หากครูอยากเข้ามามีส่วนร่วมมากขึน ครูก็จะยิ้ ่งยินดีและเต็มใจในการรับความ เปลี่ ยนแปลงและลองสิ่งใหม่ ๆ รองศาสตราจารย์ไมตรี ให้ความเห็นว่า เราต้องสร้างระบบการประเมิน ให้เข้าไปเป็ นส่วนหนึ่ งของ PLC ซึ่ งจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู ้ทางวิชาชีพ ถ้าเรา สร้างระบบแยกออกจากสิ่งที่ ครูเรียนรู ้ อาจจะน�ำไปสู่ความผิดพลาดได้ ใน PLC เรามีมุมมองของการมีส่วนร่วม ซึ่ งในวง PLC ก็จะมีครูใหม่เข้าร่วมวงมาเรื่ อย ๆ ดังนัน ถ้าเราท�้ำให้มั่นใจว่าระบบการประเมินเป็ นส่วนหนึ่งของ PLC ก็จะเป็ น การดีส�ำหรับครู เราต้องตระหนักเสมอว่าครูของเราต้องสอนให้นักเรียนด�ำรงชีวิต อยู่ในโลกที่ มีการเปลี่ ยนแปลง นักเรียนไม่รู ้ว่าอะไรจะเกิดขึนในอนาคต ดังนั้น ้ นักเรียนจึงไม่ต้องการองค์ความรู ้ แต่ต้องการจินตนาการ ถ้าระบบการประเมิน มีส่วนของ PLC และสนับสนุนความตังใจและความมุ่งมั้ ่นในการสอนของครูก็จะดี ค�ำถามที่ 5 : การประเมินครูโดยบันทึกวิดีโอ เพื่ อแลกเปลี่ ยนเรียนรู ้ระหว่าง Dr. Maurice ให้ความเห็นว่า การใช้กล้องวิดีโอบันทึกยังเป็ นประเด็นอยู่บ้าง แต่หากเราเอาไปใช้ในเชิงของระบบการฝึ ก (Training System) ส�ำหรับครูใหม่ มันคือกระบวนการหรื อขันตอนที้ ่การบันทึกวิดี โอถูกน�ำมาใช้เพื่อเรี ยนรู ้และ สะท้อนถึงการปฏิบัติงาน จะไม่เอาไปใช้นอกเหนือจากนัน สิ้ ่งส�ำคัญคือ เมื่ อมีกล้อง อยู่ในห้อง สิ่งที่ เห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ เกิดขึนจริงก็ได้ ซึ้ ่ งการใช้กล้องต้องมีเป้ าหมาย ที่ ชัดเจนว่าต้องการดูอะไร และมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาด้วยวิดีโออย่างไร Mr. Iain เห็นว่า โดยส่วนตัวแล้วไม่ชอบการมีกล้องอยู่ในชันเรียน เพราะ้ เหมือนเป็ นการเปลี่ ยนจากครูเป็ นนักแสดง แต่อยากจะเสนอแนะแนวทางเป็ น อย่างอื่ นแทน คือ ให้ใช้การประเมินด้วยการให้เพื่ อนครูมาอยู่ในชันเรียน แล้วให้้ ครูผู ้ที่ จะขอรับการประเมินเป็ นผู ้เลือกเองว่าอยากให้เพื่อนครูประเมินในด้านใด เช่น อยากให้ดูทักษะการใช้ภาษาขณะสอน และให้ความเห็นในการตังค�้ำถาม ครูด ้วยก ัน มีผลกระทบต่อเรื่ องสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่


34 นักเรียนในชันเรียน เพื้ ่อที่ จะให้เพื่อนครูสามารถให้ความเห็นและประเมินได้ว่า ครูที่ เข้ารับการประเมินนัน สามารถสื้ ่ อสารในชันเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ้ ได้หรือไม่ รองศาสตราจารย์ไมตรี กล่าวว่า ในประเทศญี่ ปุ่ นมีสิ่งที่ เรียกว่า “จิตวิญญาณ แห่งการปรึกษาหารือ” (Spirit of Colloquium) คือ มองครูทุกคนเป็ นเพื่อน ไม่จ�ำเป็ นว่าจะต้องมีกล้องหรือการบันทึกวิดีโอหรือไม่ ซึ่ งครูยอมรับในจุดนี้ แม้ว่าจะมีการตังกล้องหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื ้ ่ องส�ำคัญอะไร ดังนัน หากมองในเรื้ ่ องของ จริยธรรมแล้วก็จะมีทังข้อดีข้อเสีย้ Professor Chan ให้ความเห็นว่า ถ้าเราเข้าไปในบรรดาบริษัทต่าง ๆ เราจะเจอ กล้องอยู่ทุกที่ แต่ในชันเรียน ประเทศเกาหลีมีนโยบายที้ ่ เข้มงวดเกี่ ยวกับการบันทึก วิดีโอที่ ใช้ในการศึกษา ซึ่ งต้องได้รับอนุญาตจากครูและนักเรียนก่อนที่ วิดีโอ จะถูกเผยแพร่ เป็ นข้อบังคับด้านความปลอดภัยส�ำหรับทุกคน อีกประการหนึ่ ง คือ ระบบการประเมินครูมีความแตกต่างจากการประเมินวิชาชีพอื่ น เราต้องการ ผู ้ประเมินที่ เป็ นมืออาชีพ (Professional Assessor) และมีความเชี่ ยวชาญในการ ประเมินครู จึงมีความเห็นว่า เราต้องทบทวนบทบาทและหน้าที่ ความรับผิดชอบ ของครูผู ้ช�ำนาญการ (Master Teacher) เพราะพวกเขามีประสบการณ์และรู ้ลึก ในเนือหาสาระที้ ่ เกี่ ยวกับความเป็ นครูทัง 2 ทาง้


35 สรุป การบรรยาย พิเศษ ในหัวข้อ “E-didactics and Student Learning Outcomes” โดย Professor Dr. Thomas Merz


36 Professor Dr. Thomas Merz ได้บรรยายผ่านวิดีโอคลิป โดยแบ่งปั นแนวคิดเกี่ ยวกับ การสอนทางสื่ ออิเล็กทรอนิกส์ของ IST-University และความส�ำเร็จของห้องเรียนดิจิทัล โดยได้แนะน�ำเกี่ ยวกับ IST-University ว่าเป็ นมหาวิทยาลัยที่ เชี่ ยวชาญด้านธุรกิจในอนาคต บางสาขาวิชา เช่น สาขากีฬาและการจัดการ การท่องเที่ ยวและการโรงแรม ฟิ ตเนส สุขภาพ และการสื่ อสารและการจัดการ มหาวิทยาลัยใช้แนวทางการเรียนรู ้แบบผสมผสาน เมื่ อเริ่มต้น ภาคเรียน นักศึกษาจะได้รับหนังสือในรูปแบบไฟล์ PDF เพื่ อให้สามารถเรียนที่ บ้านได้ปกติ นักศึกษาจะไม่มามหาวิทยาลัย และอาจารย์จะจัดท�ำคลิปวิดีโอสัน ๆ ส�้ำหรับแต่ละโมดูล โดยไม่อธิบายรายละเอียดทังหมดของเนื้อหาในห้องเรียน แต่จะกระตุ ้นให้นักศึกษาไปศึกษา้ เพิ่มเติมจากบทช่วยสอนออนไลน์ ซึ่ งบทช่วยสอนออนไลน์นีจะรวมการสัมมนาออนไลน์ ้ ใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 90 นาที และนักศึกษาสามารถเลือกเข้าร่วมและถามค�ำถาม เกี่ ยวกับโมดูลนีได้ ปั จจุบันมหาวิทยาลัยยังคงจัดสัมมนาแบบตัวต่อตัวซึ้ ่ งนักศึกษาสามารถ เข้าร่วมด้วยตนเองได้ที่ เมืองดุสเซลดอร์ฟ มิวนิก และเบอร์ลิน


37 Professor Dr. Thomas ได้แบ่งปั นประสบการณ์เกี่ ยวกับการศึกษาในวันนีและการศึกษา้ ในอนาคต ประการแรก ได้มีการกล่าวถึงการเปลี่ ยนโปรไฟล์ของครู แม้ว่างานวิจัยยังถือเป็ น พืนฐานและส�้ำคัญต่อการท�ำงานในฐานะอาจารย์ แต่การท�ำงานเป็ น “โค ้ชดิจิทัล” ก็มีความส�ำคัญเช่นกัน อาจารย์ควรรู ้วิธีใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และควรมีทักษะการสื่ อสาร ออนไลน์ที่ ส่งเสริมให้นักศึกษาใช้เครื่องมือสื่ อสารออนไลน์ ประเด็นต่อมา หน้าที่ของ ผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษาได้เปลี่ ยนไปเป็ นเหมือนโค้ชมากกว่าผู ้จัดการสถานศึกษา ซึ่ งจาก ประสบการณ์ของ Professor Dr. Thomas จะไม่มีการสัมภาษณ์ประเมินผลตลอดทังปี ้ นอกจากนี ในการ้ใช้แหล่งข้อมูล มหาวิทยาลัยจะไม่ใช้ประวัตินักศึกษาเพื่ อติดตามนักศึกษา เนื่ องจากนักศึกษากลัวว่าผลลัพธ ์จะส่งผลต่อคะแนนของตนเอง ในการจัดการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยใช้การสอนแบบให้อาจารย์ผู ้สอนคอยให้ค�ำแนะน�ำมากกว่าการสังเกต แบบเดิม ๆ การสอนแบบให้อาจารย์ผู ้สอนคอยให้ค�ำแนะน�ำนียังน�้ำไปใช้ในขันตอน้ การสมัครส�ำหรับอาจารย์ใหม่ด้วย สุดท้ายนี ความร่วมมือทางออนไลน์ก็มีความส�้ำคัญ ต่อผลลัพธ ์ของนักศึกษาเช่นกัน หากนักศึกษามีความสนุกสนานและมีส่วนร่วม แสดงว่า พวกเขาก�ำลังอยู่ในกระบวนการเรียนรู ้มากขึน เช่น อาจารย์สามารถไปที้ ่ ห้องกลุ่มย่อยและ ตอบค�ำถามจากนักศึกษาหรือจัดสถานการณ์การเล่นเกมที่ กระตุ ้นให้นักศึกษาเรียนรู ้ โดยสรุป ความสามารถด ้านดิจิทัลมีความส�ำค ัญอย่างยิ่ งต่ออนาคตของการศึกษา และครู เราก�ำล ังเผชิญก ับการเปลี่ ยนแปลงทางวัฒนธรรม ผู ้อ�ำนวยการสถานศึกษา เป็ นโค ้ชมากกว่าผู ้จัดการสถานศึกษาแบบที่ เคยเป็ นมา และการท�ำงานร่วมกัน แบบออนไลน์มีความส�ำค ัญมากขึน้


38 สรุปผล การน�ำเสนอ ทางวิชาการ ในหัวข้อ “How to Teach as a Professional Teacher in the Digital Era to Increase Student Achievement and Learning Outcomes?


39 Curiosity is Key โดย Ms. Sarah Jane Johns STEAM Leader at Nelson Intermediate, New Zealand ครู Sarah เป็ นครูสอนวิชาวิทยา ศาสตร์และชีววิทยาระดับมัธยมปลาย และสอนในโรงเรียนมัธยมศึกษามาเป็ น เวลา 25 ปี เมื่ อเร็ว ๆ นี เธอได้พัฒนา้ ตนเองและได้รับต�ำแหน่งเป็ นครูสอน STEAM Education โดยผสมผสาน วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ มนุษย ศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อสร้าง สภาพแวดล้อมการเรียนการสอนแบบ ข้ามหลักสูตร ครู Sarah ให้ค�ำจ�ำกัดความของ ค�ำว่า ความอยากรู ้อยากเห็นคือ กุญแจ โดยความอยากรู ้อยากเห็น คือ ความ กระตือรือร้นที่ จะรู ้หรือเรียนรู ้ และกุญแจ คือศักยภาพในการปลดล็อกบางสิ่ง ที่ส�ำคัญ จากนัน เธอได้แบ่งปั นค่านิยม้ โดยก�ำเนิ ดของเธอที่เป็ นรากฐานของ การศึกษาของนิวซีแลนด์ “หลักปฏิบัติของเรา มาตรฐานของเรา”: Whakamana (ส่งเสริม ให้ผู ้เรียนเข้าถึงศักยภาพของตนเอง), Manaakitanga (สร้างสภาพแวดล้อมที่ เป็ นมิตรและ เอาใจใส่), Pono (แสดงความซื่ อสัตย์สุจริต) และ Whanaungatanga (มีส่วนร่วมในเชิงบวก และความสัมพันธ ์ร่วมกัน) เธอน�ำเสนอว่านักเรียนจะเรียนรู ้ได้ดีที่สุดเมื่อครูดูแลและ สร้างความสัมพันธ ์ในกระบวนการเรียนรู ้ สร้างโอกาสในการเรียนรู ้ที่ เชื่ อมโยงกับนักเรียน ส่งเสริมความร่วมมือในการเรียนรู ้ และมุ่งมั่นที่ จะท�ำความเข้าใจความก้าวหน้าของนักเรียน ซึ่ งต้องใช้เวลาในการสร้างความสัมพันธ ์ที่ สร้างความร่วมมือในการเรียนรู ้กับนักเรียนและ ครอบครัวครู Sarah สร้างแบบฟอร์มให้นักเรียนกรอกเพื่ อที่ จะได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ ยวกับ นักเรียนและความสามารถในการเรียนรู ้ของพวกเขา ใช้ข้อมูลเพื่ อวางแผนการสอน ตลอดจน ส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนอยากรู ้อยากเห็น เธอกล่าวว่าครูควรควบคุม นักเรียนให้ก�ำหนดเป้ าหมายและอยากรู ้อยากเห็น เธอยกตัวอย่างการสอนในชันเรียน้ เกี่ ยวกับไฟฟ้ าว่าเธอไม่ปล่อยให้ความอยากรู ้อยากเห็นเป็ นเรื่ องบังเอิญ แต่จงใจวางแผน ให้เกิดขึน เพื้ ่อส่งเสริมความอยากรู ้อยากเห็นในห้องเรียน เธอเริ่มต้นด้วยความอยากรู ้ อยากเห็น ไม่เริ่มต้นด้วยค�ำตอบ แต่เริ่มต้นด้วยค�ำถามเพื่อให้นักเรียนได้ส�ำรวจความรู ้


40 Lesson Learn: Active Learning in Chemistry Classes โดย นางสาวดารณี ไชยเวช ครูช�ำนาญการพิเศษ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี ครูดารณี เริ่มต้นจากการให้ข้อมูล เกี่ ยวกับภูมิหลังและมุมมองความส�ำเร็จ ในการเป็ นครู โดยเน้น 4 ด้าน ได้แก่ การวิเคราะห์หลักสูตร การออกแบบ การเรียนการสอน กิจกรรมการพัฒนา ผู ้เรียน และการพัฒนาครู ในช่วงการแพร่ ระบาดของ Covid - 19 การสอนส่วนใหญ่ จ�ำกัดอยู่ในเอกสารการสอน แต่ใน โรงเรี ยนของเธอได้ใช้แพลตฟอร์ม ออนไลน์มากมายส�ำหรับห้องเรี ยน โรงเรี ยนยังได้รับการสนับสนุ นจาก แพลตฟอร์มจาก สพฐ. หลังการแพร่ ระบาด เธอตระหนักถึงความส�ำคัญ ของแพลตฟอร์มออนไลน์ในการสอน เธอจึงสร้างวิ ดี โอของตนเองขึ้ นมา เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนเรียนรู ้เพิ่มเติม ขณะที่ เราเข้าสู่โลกหลังโควิด เธอยังกังวล ของตนเอง ในข้อต่อไป เธอพูดคุยเกี่ ยวกับความอยากรู ้อยากเห็นเกี่ ยวกับการฝึ กฝน ของเธอเองและการท�ำความเข้าใจผลกระทบที่ เธอมีต่อการเรียนรู ้ของนักเรียน เธอน�ำเสนอ กรอบการท�ำงานที่ เธอใช้เป็ นแนวทางในการปฏิบัติของเธอโดยการท�ำความรู ้จักกับนักเรียน ด้วยการถามเกี่ ยวกับเป้ าหมาย ความก้าวหน้า ความต้องการเฉพาะของนักเรียน การสอน ของเธอกระตุ ้นการเรียนรู ้ของนักเรียนอย่างไร และเธอจะประเมินผลกระทบของเธอ ได้อย่างไร กระบวนการนีมีลักษณะพิเศษคือการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งและการตั้งค�้ำถาม อย่างลึกซึง ส่วนต่อไปคือการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื้ ่อระบุความก้าวหน้าและ ความต้องการของผู ้เรียน จากนันจึงออกแบบการเรียนรู ้และการสอนแบบปรับเปลี้ ่ ยนได้ เธอยังใช้กรอบการท�ำงานเพื่อปรับปรุงการสอนของครูในโรงเรียนด้วย เธอปิ ดท้ายด้วย การกระตุ ้นให้ครูค้นหาว่าจะท�ำให้นักเรียนในห้องเรียนถัดไปของพวกเขามีความอยากรู ้ อยากเห็นได้อย่างไร


41 เกี่ ยวกับวิธีการเรียนรู ้แบบลงมือปฏิบัติและผลกระทบที่ มีต่อนักเรียนของเธอด้วย เธอกล่าวว่า การเรียนรู ้แบบลงมือปฏิบัติเป็ นวิธีที่มีประสิทธิภาพส�ำหรับนักเรียนที่มีความสามารถ ในการเรียนรู ้ ดังนันเธอจึงรวมการเรียนรู ้แบบลงมือปฏิบัติ ไว้ในห้องเรียนเคมีของเธอ ้ และยังมุ่งเน้นไปที่ ความสามารถหลัก 5 ประการของโรงเรียน ตอนนีเธอมุ่งเน้นไปที้ ่ ด้านการสื่ อสารและเทคโนโลยี เธออธิบายว่าก่อนออกแบบห้องเรียน ต้องคิดก่อนว่าจะ ออกแบบกิจกรรมและกลยุทธ ์การสอนอย่างไร เธอใช้กลยุทธ ์แบบจ�ำลองของ 5E ในกิจกรรม ชันเรียนวิชาเคมี คือ้ หลังบทเรียน นักเรียนควรสร้างอินโฟกราฟิ ก (Infographic) เพื่อสรุปการเรียนรู ้ ของตนเองได้ เธอสร้างการประเมินรายทางเพื่ อให้นักเรียนกรอกข้อมูล บางครังเธอขอให้้ นักเรียนพูดคุยกันเป็ นกลุ่มหรือเป็ นคู่หลังท�ำกิจกรรม เธอยังบูรณาการแพลตฟอร์มออนไลน์ และคลิปวิดีโอเป็ นส่วนหนึ่งของการเรียนรู ้แบบลงมือปฏิบัติ โดยยกตัวอย่างแบบฟอร์ม ออนไลน์ที่นักเรียนตอบเกี่ ยวกับชันเรียนของเธอ เพื้ ่อที่เธอจะได้รู ้วิธีปรับปรุงกิจกรรม ในชันเรียนของเธอ้ สุดท้ายนี คุณครูดารณี กล่าวถึงการพัฒนาครูในช่วงที้ ่ เกิดโรคระบาดว่า มีแพลตฟอร์ม ออนไลน์มากมายและกลยุทธ ์ใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเรียนรู ้ ดังนันครูควรเรียนรู ้และ้ พัฒนาตนเองต่อไป • Engage (มีส่วนร่วม) • Explore (ส�ำรวจ) • Explain (อธิบาย) • Elaborate (อธิบายโดยละเอียด) • Evaluate (ประเมินผล)


42 Teaching & Learning: Practices from the Philippines โดย Mr. Terence Dave S. Pelingon Master Teacher II Diclum Elementary School, the Philippines ครู Terence ได้บรรยายถึงโมเดล 3 ตัว คือ 1) รูปแบบการสอนที่ มุ่งเน้น เป้ าหมาย โมเดลนีประกอบด้วย 3 ขั้นตอน้ ได้แก่ กิจกรรมการเรียนการสอน ผลการเรียนรู ้และวัตถุประสงค์ ตลอดจน ผลตอบรับและการประเมิน ทัง 3 ขั้นตอน้ นีมาจากปั จจัยสถานการณ์หรือบริบท้ ของผู ้เรียน แบบจ�ำลองเป็ นแบบวงกลม ดังนัน ครูจึงต้องปรับปรุงจากค�้ำติชม อยู่เสมอ 2) โมเดล ASSURE แบบจ�ำลองนี้ เกี่ ยวข้องกับ 6 ขันตอน คือ วิเคราะห์ ้ ผู ้เรียน มาตรฐานของรัฐ เลือกกลยุทธ ์ ใช้เทคโนโลยี การมีส่วนร่วมของผู ้เรียน ตลอดจนประเมิน และแก้ไข โมเดลนีก็้ เป็ นแบบวงกลมเช่นกัน และ 3) โมเดล ADDIE โมเดลนีมี 5 ขั้นตอน ได้แก่ ้ การวิเคราะห์ การออกแบบ การพัฒนา การน�ำไปใช้ และการประเมินผล จากนัน คุณครู Terence ได้แบ่งปั นเคล็ดลับ 5 ข้อ ้ ในการเป็ นนักออกแบบการสอนที่ ประสบความส�ำเร็จ ได้แก่ ลดความซับซ้อนของเนือหา้ หรือ KISS (ท�ำให้สันและเรียบง่าย) ออกแบบบทเรียนจากมุมมองของผู ้เรียน ท�้ำให้บทเรียน สนุกสนานและมีส่วนร่วม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และ เป็ นครูที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี หลังจากที่เราตัดสินใจออกแบบการเรียนรู ้ที่เราต้องการได้แล้ว เราก็จะสามารถไปสู่ การก�ำหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู ้ได้ ในการก�ำหนดเป้ าหมายการเรียนรู ้เราต้องค�ำนึงถึง 2 สิ่ง คือ เนือหาการเรียนรู ้และเกณฑ์การเรียนรู ้ วัตถุประสงค์การเรียนรู ้ขึ้นอยู่กับทฤษฎี้ วัตถุประสงค์การเรียนรู ้ของ Bloom คือ จดจ�ำ (Remember) เข้าใจ (Understand) ประยุกต์ (Apply) วิเคราะห์ (Analyze) ประเมินผล (Evaluate) และสร้าง (Create) ครู Terence ได้แนะน�ำแนวทางใหม่ในการเรียนการสอนว่า ปั จจุบันผู ้เรียนยึดติด กับอุปกรณ์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากขึน และแยกตัวออกจากชุมชนโดยรอบ การเรียนรู ้้ จากการให้บริการจะปิ ดช่องว่างระหว่างนักเรียนกับความเป็ นจริง โดยให้นักเรียนมีส่วนร่วม ในปั ญหาปั จจุบันที่ ชุมชนก�ำลังเผชิญอยู่ สถานการณ์ปั จจุบันและสถานที่ ที่ พวกเขาอาศัยอยู่ จะก่อให้เกิดกระบวนการสอนและการเรียนรู ้ที่ พวกเขาจะต้องเผชิญ การเรียนรู ้จากการ


43 ให้บริการเกี่ ยวข้องกับ 3 ปั จจัย ได้แก่ การมีส่วนร่วมของชุมชน ประสบการณ์เชิงปฏิบัติ และการศึกษาเชิงวิชาการ ซึ่ งการเรียนรู ้จากการให้บริการได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผล ต่อการพัฒนาการเรียนรู ้ (ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและปรับปรุงความสามารถ ในการประยุกต์สิ่งที่ คุณเรียนรู ้ใน “โลกแห่งความเป็ นจริง”) การพัฒนาส่วนบุคคล (ความรู ้สึก ของความส�ำเร็จและการเติบโตทางจิตวิญญาณ) และการพัฒนาสังคม (ความรู ้สึกของ พลเมือง ความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการให้บริการในระยะยาว) นอกจากนี ในส่วน้ ของการประเมินการเรียนรู ้ พบว่าการประเมินการเรียนรู ้จะแสดงให้เห็นว่านักเรียนได้เรียนรู ้ มากเพียงใด และช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ว่าจะท�ำให้การสอนมีประสิทธิผลมากขึนได้้ อย่างไร การประเมินการเรียนรู ้สามารถแบ่งได้เป็ น 4 ประเภท ได้แก่ ค�ำตอบที่ เลือก ค�ำตอบ ที่ สร้างขึน การสังเกตของครู และการประเมินตนเองของนักเรียน ซึ้ ่ งสามารถ น�ำเครื่องมือดิจิทัล เช่น Google Form, Zip Grade, Picture This มาใช้ในการประเมิน การเรียนรู ้ได้ Teaching English in the Digital Age โดย Ms. Ha Anh Phuong Princess Maha Chakri Award recipient 2021 English Teacher at Huong Can High School, Vietnam ครู Ha เริ่มต้นด้วยการแบ่งปั น เรื่ องราว “จากสวนกล้วย ฉันมองเห็นโลก” ขณะเข้าร่ วมการฝึ กอบรมออนไลน์ เกี่ ยวกับการใช้ ICT ในห้องเรียนที่ บ้าน เธอประสบปั ญหาไฟฟ้ าดับที่ บ้าน แต่ก่อน ที่เธอจะรี บไปหาเพื่อนบ้านที่มี เครื่อง ก�ำเนิดไฟฟ้ าเพื่ อขอการเชื่ อมต่อ Wi-Fi เธอตัดสิ นใจค้นหาและต่ อสัญญาณ Wi-Fi ที่ มุมสวนกล้วยใกล้บ้านของเธอ ประสบการณ์ดังกล่าวสอนให้เธอรู ้วิธี เป็ นครูมืออาชีพ และเธอต้องการแบ่งปั น สิ่งที่ เธอได้เรียนรู ้และน�ำไปใช้กับที่ ประชุม ในวันนี มีหลายวิธีในการปรับปรุง้ ประสิทธิภาพการสอนในยุคดิจิทัล แต่ เธอต้องการมุ่งเน้นไปที่วิธีใช้ประโยชน์


44 จาก ICT ในบทเรียนของนักเรียนเธอตังเป้ าที้ ่ จะไปถึงระดับสูงสุดของกรอบความสามารถ ด้าน ICT ของ UNESCO ส�ำหรับครู ซึ่ งก็คือ “การสร้างความรู ้” การสอนภาษาอังกฤษ ในยุคดิจิทัลมีหลากหลายวิธี แต่ส�ำหรับการสอนในพืนที้ ่ เต็มไปด้วยภูเขาในบ้านเกิดของเธอ จึงควรมุ่งเน้นไปที่ 2 ปั จจัย ได้แก่ แรงจูงใจและสภาพแวดล้อมในการเรียนรู ้ ซึ่ งแนวทาง การสอนของเธอประกอบด้วย การเรียนรู ้จากดนตรีและภาพยนตร์ การเรียนรู ้จากโครงงาน และการเรียนรู ้นานาชาติออนไลน์แบบร่วมมือกัน (COIL) เธอเชื่ อมโยงชันเรียนของเธอ้ กับกว่า 50 ประเทศทั่วโลก COIL ช่วยให้ห้องเรียนของเธอเชื่ อมต่อกับโลกได้ฟรี เธอค้นพบ ห้องเรียนเสมือนจริงระดับโลกผ่านทางเว็บไซต์ เช่น Flip.com นอกจากนียังมีเพจ Facebook้ ที่ สามารถค้นหาชุมชนเพื่อเชื่ อมต่อกับชันเรียนของครูได้ เธอรวมกิจกรรมมากมายไว้้ ในห้องเรียนของเธอ: ชันเรียนแบบดั้งเดิม ผู ้เชี้ ่ยวชาญและวิทยากรรับเชิญ และทริป การเดินทางเสมือนจริง เธออธิบายว่า COIL สามารถปรับปรุงความสามารถทางภาษาและ ความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม พัฒนาทักษะการเรียนรู ้ตามโครงงาน ทักษะการท�ำงาน เป็ นทีม และเพิ่มแรงจูงใจของนักเรียนในการเรียนภาษาอังกฤษ นอกจากนีเธอยังแสดง้ ให้เห็นว่าเธอใช้ AI เพื่ อช่วยให้นักเรียนออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องได้อย่างไร และน�ำเทคโนโลยีความเป็ นจริงเสมือนและการเรียนรู ้จากเกมมาใช้ในห้องเรียนของเธอ Lesson Learn: Active Learning in Chemistry Classes โดย Ms. Sengphet Khounpasert Princess Maha Chakri Award recipient 2021 Deputy Head of Academic Affairs Unit and Head of Physics Subject Oudomxay Provincial Secondary School, Lao PDR


Click to View FlipBook Version