1) การขดุ ด้วยมือ ซง่ึ เหมาะสําหรับพืน้ ที่ออ่ นท่ีมีระดบั นํา้ ใต้ดินไม่ลกึ มานกั บอ่ มีเส้นผ่านศนู ย์กลาง
ขนาดใหญ่ ในระหวา่ งขดุ ลกึ ลงไปผนงั บอ่ ถกู บดุ ้วยหินหรือวสั ดอุ ่ืนๆ เพ่ือป้ องกนั การพงั ทลาย การ
ขดุ บอ่ แบบนีข้ ดุ ลกึ กวา่ ระดบั นํา้ ใต้ดินมากไมไ่ ด้ ในปัจจบุ นั วธิ ีนีไ้ ม่เป็ นที่นิยมเนื่องจากมีเทคนิค
และอปุ กรณ์การขดุ บ่อแบบอ่นื ท่ีมีประสทิ ธิภาพมากกวา่ ยกเว้นในเขตชนบทที่ห่างไกลหรือใน
กรณีท่ีไม่สามารถจา่ ยคา่ ติดตงั้ บ่อนํา้ บาดาลด้วยเคร่ืองจกั รกลได้ เน่ืองจากนํา้ ในบอ่ เป็ นชนั้ นํา้ ใต้
ดินตนื ้ ดงั นนั้ จงึ มีโอกาสท่ีจะเกิดการปนเปื อ้ นจากแหลง่ กําเนิดท่ีระดบั ผิวดนิ
2) บอ่ กด (Driven Well) เป็นรูปแบบที่ยงั มีการใช้อย่พู อสมควร เป็ นการสร้างบอ่ ที่มีเส้นผ่าน
ศนู ย์กลางขนาดเลก็ โดยการดนั ท่อลงไปในพืน้ ดินน่มุ ชอ่ งกรองจะผนวกอยกู่ บั ปลายด้านก้นบอ่
เพ่ือป้ องกนั ดนิ ทรายไหลเข้าบอ่ ใช้สาํ หรับพืน้ ท่ีท่ีมีชนั้ นํา้ ใต้ดินตนื ้ ข้อควรระวงั คือเน่ืองจากเป็น
ชนั ้ นํา้ ใต้ดนิ ตืน้ การปนเปื อ้ นจากพนื ้ ผิวดินอาจเกิดได้งา่ ย
3) บอ่ เจาะด้วยเครื่องมือขดุ เจาะ (Drilled Well) เป็ นเทคนิคที่พบได้ทวั่ ไปและต้องใช้อปุ กรณ์ท่ีซบั ซ้อน
กว่าบ่อดนั สามารถขดุ เจาะลงในพนื ้ ท่ีแบบใดก็ได้โดยการเลือกอปุ กรณ์ขดุ เจาะท่ีเหมาะสม และ
สามารถขดุ ได้ลกึ ลงไปยงั ชนั้ นํา้ ที่ลกึ มาก ในบอ่ มกั จะตดิ ตงั ้ เคร่ืองสบู เพือ่ สบู นํา้ ขนึ ้ มาใช้ นํา้ ใต้ดิน
จากชนั้ นํา้ ท่ีลกึ โดยมากจะมีคณุ ภาพดีและมีโอกาสปนเปื อ้ นจากกิจกรรมที่ระดบั ผิวดนิ น้อย
ข้อแตกตา่ งระหวา่ งบอ่ ติดตามตรวจสอบและบอ่ นํา้ ใช้ที่เห็นได้ชดั ที่สดุ คือ บ่อนํา้ ใช้มีขนาดใหญ่กวา่
เพอ่ื ผลติ นํา้ ในปริมาณมากเพอื่ การอปุ โภคและบริโภค บอ่ นํา้ ใช้บางชนิดจะปิ ดไว้ตลอดโดยท่ีไมใ่ ห้มีการสมั ผสั ของนํา้ ใน
บอ่ กบั สง่ิ แวดล้อมอนื่ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบอ่ นํา้ ลกึ ทตี่ ิดตงั ้ เครื่องสบู ไว้ภายในเพอื่ สบู นํา้ ใช้อยา่ งต่อเนื่องจากระดบั
ความลกึ มาก สาํ หรับบอ่ นํา้ ใช้ท่ีเป็ นบอ่ เปิดมกั จะเป็ นบอ่ ท่ีใช้ในพืน้ ที่ท่ีมีระดบั นํา้ ใต้ดินไม่ลกึ มาก ตวั อย่างและ
องค์ประกอบของบอ่ สบู นํา้ ที่ติดตงั ้ เคร่ืองสบู ไว้ภายในบอ่ แสดงในรูปที่ 7.2
ข้อแตกตา่ งอีกประการหนง่ึ ระหวา่ งบอ่ ติดตามตรวจสอบและบ่อนํา้ ใช้คอื ระดบั ชอ่ งกรอง โดยทวั่ ไป
บอ่ ติดตามตรวจสอบจะมีการเปิ ดชอ่ งกรองที่ระดบั เจาะจงท่ีไมย่ าวมากนกั ในขณะที่บอ่ นํา้ ใช้อาจจะมีการปิ ดชอ่ งกรอง
ยาวและมีช่องกรองหลายระดบั เพ่ือให้นํา้ ไหลเข้าสบู่ อ่ ได้รวดเร็ว ซงึ่ ประเดน็ นีเ้ป็นสงิ่ ที่ต้องระวงั โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในการ
แปลผลระดบั เฮดและผลคณุ ภาพนํา้ เพ่ือเปรียบเทียบระหว่างบอ่ เพราะระดบั เฮดในบอ่ และคณุ ภาพนํา้ ท่ีได้อาจจะไม่ใช่
ตวั แทนของนํา้ จากชนั ้ ดินหรือชนั ้ หินอ้มุ นํา้ ชนั ้ เดียว แม้จะมีการเกบ็ ตวั อย่างนํา้ ตามขนั ้ ตอนท่ีถกู ต้อง ผลคณุ ภาพนํา้ ที่ได้ก็
อาจจะไมส่ ามารถเป็ นตวั แทนของการปนเปื อ้ นในชนั ้ อ้มุ นํา้ ในพืน้ ที่ได้ อยา่ งไรก็ตาม ผลคณุ ภาพนํา้ อาจจะสะท้อนให้เหน็
ถงึ ความเป็ นอนั ตรายในการใช้นํา้ จากบอ่ ในกรณีปนเปื อ้ นได้
นอกจากนีบ้ อ่ นํา้ ใช้อาจจะแบง่ เป็ นบอ่ ที่ใช้สาํ หรับผลิตนํา้ เพ่ือการอปุ โภคและบริโภค (Potable Water
Well) และบอ่ ท่ีใช้สาํ หรับการชลประทานในพนื ้ ที่การเกษตร (Irrigation Water Well) ซง่ึ อาจจะเป็ นบอ่ นํา้ สว่ นตวั หรือบ่อ
นํา้ สาธารณท่มี ีขนาดใหญ่ก็ได้ ในบทนีแ้ สดงขนั้ ตอนการเก็บตวั อยา่ งนาํ ้ ใต้ดินจากบอ่ นํา้ ที่ไมใ่ ชบ่ อ่ ติดตามตรวจสอบ เพื่อ
ตรวจสอบสภาพนํา้ ใต้ดนิ ในเบอื ้ งต้นโดยมีวตั ถปุ ระสงค์ดงั นี ้
< 89 >
หวั สูบ
นํา้
ช่องกรอง
(ก)
ฝาปิ ดบ่อ
ตัวบ่อ
ตัวปรับต่อ
ช้ันดินไม่อม่ิ ตวั ด้วยนํา้
ท่อส่งนํา้
วสั ดุอุดแขง็ ตัว
ท่อสูบนํา้ ช้ันนํา้ ใต้ดิน
เคร่ืองสูบนํา้
ช่องกรอง ช้ันต้านนํ้า
วัสดุกรอง ช้ันนาํ้ ใต้ดินทมี่ ีแรงดนั
(ข)
รูปท่ี 7.2 ตวั อย่างและองค์ประกอบของบอ่ สบู นํา้ (ก) ชนิดที่ใช้เครื่องสบู คนั โยกในระบบขนาดเล็ก และ (ข) ใช้
เคร่ืองสบู ไฟฟ้ าและตอ่ กบั ระบบจ่ายนํา้ สําหรับระบบขนาดใหญ่
< 90 >
1) ติดตามตรวจสอบคณุ ภาพนํา้ ใต้ดินท่ีเปลี่ยนแปลงไปท่ีอาจจะเป็ นผลมาจากการใช้ที่ดนิ ใน
กิจกรรมต่างๆ เพ่ือกําหนดมาตรการท่ีเหมาะสมสําหรับพนื ้ ท่ีนนั้ ๆ ต่อไป เชน่ พืน้ ที่ที่ทําการเกษตร
หรือการเพาะเลีย้ งที่อาจจะทําให้เกิดการเปล่ียนแปลงของคณุ ภาพนํา้ ใต้ดนิ จากการชะเอาสาร
อนินทรีย์ตา่ งๆ หรือสารยาฆ่าแมลง ลงไปในชนั ้ นํา้ ใต้ดนิ
2) การประเมินระดบั การปนเปื อ้ นเทยี บกบั คณุ ภาพนํา้ ปกติ เพื่อทราบทิศทาง ความเข้มข้น การ
กระจายตวั และชนิดของสารปนเปื อ้ น ทงั ้ นีก้ ารเร่ิมประเมินจากการติดตงั ้ บอ่ ติดตามตรวจสอบ
เลยอาจจะทําให้ต้องใช้งบประมาณมาก ดงั นนั ้ อาจใช้ประโยชน์จากบอ่ นํา้ ที่มีอย่แู ล้วในพนื ้ ที่เพ่ือ
ประเมินเบือ้ งต้น
3) ประเมินความเส่ียงเบือ้ งต้น โดยการเจาะจงเก็บตวั อย่างจากบอ่ ในพนื ้ ท่ีที่มีการปนเปื อ้ นหรือ
พนื ้ ที่ที่ทําให้เกิดการปนเปื อ้ น ผลท่ีได้เป็ นข้อมลู พนื ้ ฐานในการตดั สนิ ใจตอ่ ไปวา่ การเปลยี่ นแปลง
คณุ ภาพนํา้ ใต้ดินท่ีเกิดขนึ ้ เป็นปัญหาที่จําเป็นจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอยี ดต่อไป
หรือไม่ โดยทว่ั ไปบอ่ นํา้ ใต้ดนิ มีเส้นผา่ นศนู ย์กลางขนาดใหญ่และมีชอ่ งกรองยาว (อาจจะยาว
ตลอดความลกึ ของชนั ้ ดินอ้มุ นํา้ ) ตวั อย่างนํา้ ที่เกบ็ ได้จะถกู เจือจางและมาจากนํา้ ในบริเวณกว้าง
ดงั นนั้ ถ้าตรวจพบการปนเปื อ้ น แสดงวา่ ชนั้ ดนิ อ้มุ นํา้ นนั ้ ได้มีการปนเปื อ้ นกระจายตวั ไปในบริเวณ
กว้างแล้ว การตรวจสอบจากบอ่ นํา้ ใต้ดินจงึ อาจจะใช้ร่วมกบั การตรวจสอบตวั อย่างนํา้ จากบอ่
ติดตามตรวจสอบท่ีอยใู่ กล้เคียงท่ีมีนํา้ ใต้ดนิ ไหลผ่านเช่อื มต่อกนั
4) เป็ นการติดตามตรวจสอบคณุ ภาพนํา้ ตามมาตรฐานของกฎหมายท่ีกําหนด โดยเฉพาะบอ่ นํา้ ใช้ที่
อยใู่ กล้เคียงกบั โรงงานหรือหลมุ ฝังกลบ ซง่ึ ควรจะได้รับการตรวจสอบอย่างสมํ่าเสมอ ถึงแม้จะมี
การเก็บตวั อย่างนํา้ จากบอ่ ตดิ ตามตรวจสอบท่ีติดตงั้ ในเขตพนื ้ ท่ีอยแู่ ล้วก็ตาม
7.1 การวางแผนเกบ็ ตวั อย่าง
การเก็บตวั อย่างต้องเก็บจากบริเวณทใี่ กล้กบั หวั สบู (ในกรณีที่เป็นบอ่ สบู นํา้ ) หรือเก็บจากภายในบอ่
ซงึ่ ไม่วา่ จะเป็ นกรณีใด ต้องเก็บก่อนท่ีนํา้ ใต้ดินผ่านขนั้ ตอนการบําบดั ตา่ งๆ เชน่ การตกตะกอนหรือฆ่าเชือ้ รวมทงั้ ก่อนท่ี
นํา้ ถกู กกั เก็บหรือสบู ไปแจกจา่ ยด้วย การจดั ทําแผนเก็บตวั อย่างก็เพื่อให้การเก็บตวั อย่างเป็ นไปในแบบแผนเดียวกนั ทกุ
ครัง้ โดยเฉพาะในกรณีการเก็บตวั อย่างซาํ ้ อย่างสมํ่าเสมอเพ่อื ให้นําผลมาเปรียบเทียบกนั ได้ การวางแผนการเก็บ
ตวั อย่างและการเตรียมอปุ กรณ์คล้ายกบั การเตรียมการสําหรับเก็บตวั อย่างจากบอ่ ติดตามตรวจสอบที่ได้กลา่ วแล้ว
อยา่ งไรก็ตาม สงิ่ ที่ต้องคํานงึ ถงึ เสมอคือบอ่ นํา้ ใต้ดินส่วนใหญ่มกั มีเอกชนเป็นเจ้าของ จงึ จาํ เป็นที่จะต้องทําความเข้าใจ
และตกลงกบั เจ้าของบอ่ ก่อนทกุ ครัง้ รวมทงั ้ ขอรายละเอยี ดแบบก่อสร้างของบอ่ เพื่อเป็ นข้อมลู ประกอบในการวิเคราะห์
ผล นอกจากนีต้ ้องทําความเข้าใจกบั สภาพของพืน้ ท่ีและศกึ ษาข้อมลู ท่ีมีเช่นเดยี วกบั การเก็บตวั อย่างจากบอ่ ติดตาม
ตรวจสอบด้วย
เนื่องจากบ่อนํา้ สว่ นใหญ่เป็นบอ่ นํา้ ที่ใช้อปุ โภคบริโภค ผ้เู ก็บตวั อยา่ งต้องคํานงึ ถงึ สขุ อนามยั ของผ้ใู ช้
นํา้ เป็นสําคญั อปุ กรณ์ท่ีใช้ต้องสะอาดและต้องผา่ นการล้างทําความสะอาดอย่างถกู ต้อง ในบางกรณีหลงั จากการเก็บ
ตวั อย่าง โดยเฉพาะจากบอ่ นํา้ สําหรับอปุ โภคบริโภค ต้องมีการฆ่าเชือ้ โรคในบอ่ ด้วยโดยใช้คลอรีนหลงั การเก็บตวั อยา่ ง
และท่ีสําคญั เม่อื ไปถงึ ท่บี ่อ ให้ทาํ การเกบ็ ตวั อย่างเพ่อื ทดสอบค่าโคลฟิ อร์มแบคทเี รีย (Coliform Bacteria) เป็ น
< 91 >
อนั ดบั แรกทกุ ครัง้ แล้วจงึ ดําเนินการตามขนั ้ ตอนการเก็บตวั อยา่ งท่ีเหมาะสมต่อไป เพ่ือเป็ นการทดสอบวา่ นํา้ ในบอ่ มี
การปนเปื อ้ นของโคลิฟอร์มแบคทีเรียอย่กู ่อนหรือไม่
7.2 การฆ่าเชือ้
สาํ หรับกรณีท่ีมีการสมั ผสั กบั นํา้ ภายในบอ่ โดยตรง ก่อนกระบวนการเก็บตวั อย่างหรือตรวจวดั ใดๆ
อปุ กรณ์ทกุ ชิน้ ต้องได้รับการทําความสะอาดและฆ่าเชอื ้ อยา่ งรัดกมุ เพอื่ ป้ องกนั การปนเปื อ้ นของแบคทีเรียตา่ งๆ ลงไปใน
บอ่ ซงึ่ มีวิธีการดงั นี ้
7.2.1 การทาํ ความสะอาดอุปกรณ์ก่อนใช้และหลังใช้ ให้ล้างทกุ ชิน้ สว่ นของอปุ กรณ์ท่ีจะใช้
ทกุ ชนิ ้ ด้วยนํา้ ยาทําความสะอาดตามขนั ้ ตอนปกติก่อนแล้วจงึ ล้างด้วยสารละลายคลอรีนเจือจาง ซงึ่ อาจจะเตรียมโดย
การละลายนาํ ้ ยาทาํ ความสะอาดที่เป็ นคลอรีนลงไปในนํา้ (ในสดั สว่ นประมาณ 5 มิลลิตรตอ่ นํา้ 1 ลติ ร) ถ้าเป็ นอปุ กรณ์
ที่ไมม่ ีชิน้ สว่ นด้านในของอปุ กรณ์ที่อาจจะปนเปื อ้ น เช่น อปุ กรณ์ตรวจวดั หวั ตรวจวดั สายวดั ตวั ถ่วง เป็นต้น อาจเชด็
อปุ กรณ์ด้วยผ้าสะอาดชบุ สารละลายคลอรีนที่เตรียมไว้ หรืออาจจะใช้กระบอกฉีดนํา้ กลนั่ ท่ีบรรจสุ ารละลายคลอรีนใน
การล้างได้ ให้ล้างอปุ กรณ์ทกุ ครัง้ ก่อนที่จะหย่อนลงไปในบอ่ ไมว่ า่ จะเป็นบอ่ เดิมหรือบอ่ ใหมก่ ็ตาม
7.2.2 การฆ่าเชือ้ ทาํ ความสะอาดบ่อ ให้ทําความสะอาดอปุ กรณ์ทกุ ชิน้ และควรฆ่าเชือ้ เพ่ือทํา
ความสะอาดนํา้ ในบอ่ หลงั กระบวนการเก็บตวั อยา่ งเสร็จสิน้ แล้วด้วย ควรแจ้งเจ้าของบอ่ ถึงวิธีทําความสะอาดที่ใช้
เน่ืองจากไม่มีวิธีการมาตรฐานในการฆ่าเชือ้ ในบอ่ ในท่ีนีแ้ นะนําวิธีท่ีใช้คลอรีน โดยสารละลายคลอรีนที่ความเข้มข้น 50
สว่ นในล้านสว่ นน่าจะเพยี งพอสําหรับขนั้ ตอนนี ้ (คลอรีนคงค้างในนํา้ ประปามีความเข้มข้นอย่ใู นชว่ ง 10 สว่ นในล้าน
สว่ น) ดงั นนั้ ปริมาณคลอรีนที่จะต้องเติมขนึ ้ กบั ปริมาณนํา้ ที่มีอย่ใู นบอ่ หลงั จากทําการฆา่ เชือ้ ไปแล้ว 7 -10 วนั (กลิ่นของ
คลอรีนเริ่มจางไป) อาจเก็บตวั อย่างนํา้ ในบอ่ ไปทดสอบคา่ โคลิฟอร์มแบคทเี รียอีกครัง้ ถ้าพบว่ามีการปนเปือ้ น ควรทํา
การฆา่ เชือ้ ซาํ ้ ด้วยสารละลายคลอรีนที่ความเข้มข้นมากกวา่ เดิม อาจจะเพมิ่ เป็ น 100 สว่ นในล้านสว่ น
นอกจากอปุ กรณ์แล้ว ผ้เู ก็บตวั อยา่ งควรใสใ่ จในเร่ืองสขุ อนามยั สว่ นตวั ด้วยเพื่อป้ องกนั ไมใ่ ห้มีการติด
เชือ้ ไปส่ผู ้ทู ี่ใช้นํา้ และเปิ ดโอกาสให้เชือ้ โรคติดต่อแพร่ไปในวงกว้าง
7.3 การวัดระดบั นํา้
ข้อมลู ของระดบั นํา้ จากบอ่ นํา้ ใช้มีประโยชน์ในการคาดคะเนทิศทางการไหลของนํา้ ใต้ดนิ ได้
เชน่ เดียวกนั กบั ข้อมลู ระดบั นํา้ ที่ได้จากบอ่ ติดตามตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ข้อมลู ท่จี ะนํามาวเิ คราะห์เปรียบเทียบ
กนั ต้องมาจากบ่อท่มี ชี ่องกรองในระดบั ชัน้ นํา้ ใต้ดนิ เดยี วกนั และมนี ํา้ ไหลเช่ือมต่อกัน ไม่เช่นนัน้ การวเิ คราะห์
ผลจะเกดิ ความผิดพลาดได้ บอ่ สบู นํา้ บางบอ่ มีอปุ กรณ์อ่านระดบั นาํ ้ ติดตงั ้ อยู่ สําหรับบอ่ สบู นํา้ ท่ีมีหวั สบู ติดตงั ้ อยู่
ถาวรและไมม่ ีอปุ กรณ์วดั ระดบั นํา้ ติดตงั ้ อย่อู าจจะไมส่ ามารถทาํ การวดั ระดบั นาํ ้ จากบอ่ นนั ้ ได้ เนื่องจากบอ่ สบู นํา้ บาง
ประเภท ถึงแม้ถอดหวั สบู ออกมาได้ อาจจะไม่สามารถหย่อนอปุ กรณ์วดั ระดบั นํา้ ลงไปในบอ่ ได้เนื่องจากในบอ่ เพราะมี
ชิน้ สว่ นของอปุ กรณ์อน่ื ขวางอยู่ สําหรับบอ่ ที่สามารถวดั ระดบั นํา้ ได้ ให้เก็บข้อมลู ระดบั นํา้ อยา่ งน้อย 3 คา่ ในเวลาตา่ งๆ
กนั ทกุ ๆ 3 – 5 นาที เพ่อื ตรวจสอบดวู ่าระดบั นํา้ ในบอ่ ยงั มีการเปล่ียนแปลงเพมิ่ ขนึ ้ อย่หู รือไม่ เนื่องจากนํา้ อาจจะยงั ไหล
เข้าบอ่ ได้ถึงแม้ว่าการสบู จะหยดุ ไปแล้วกต็ าม สง่ิ ที่สําคญั อกี อย่างหนง่ึ ก็คอื ถ้านําข้อมลู ระดบั นํา้ ไปใช้คาํ นวณระดบั นํา้
ใต้ดิน ต้องนําข้อมลู เปรียบเทียบกบั ระดบั อ้างอิงเดียวกนั เสมอ
< 92 >
7.4 การวัดความลกึ
ถ้าต้องเก็บข้อมลู ความลกึ ของตวั บ่อ (Well Casing Depth) และลกึ ของทงั้ หมดของบอ่ ในบ่อสบู นํา้
ต้องมีการถอดเคร่ืองสบู และอปุ กรณ์อืน่ ๆ ออกซงึ่ มีความยงุ่ ยากมาก ถ้าเป็ นไปได้ ควรตรวจสอบข้อมลู กบั บนั ทกึ ประจํา
บอ่ ก่อน หรือตรวจสอบจากแบบก่อสร้าง
การวดั ความลกึ ของตวั บ่อแบบง่ายๆ ทําได้โดยใช้แม่เหล็กติดกบั ปลายสายวดั ที่มีก้อนถ่วงนํา้ หนกั
คอ่ ยๆ หย่อนสายวดั ดงั กลา่ วลงไปในบอ่ เม่ือรู้สกึ วา่ แม่เหลก็ หลดุ ออกจากผนงั บอ่ (ผนงั ของบอ่ สบู นํา้ มกั จะทําจากเหล็ก)
แสดงวา่ ความยาวของบ่อสิน้ สดุ ลง ณ ที่นนั้ สว่ นอปุ กรณ์แบบอ่ืน เช่น กล้องสอ่ ง ก็ใช้ได้ดแี ตร่ าคาสงู กวา่ สาํ หรับการวดั
ความลกึ ของบอ่ ทงั้ หมดวดั ได้ด้วยวธิ ีคล้ายกนั แตต่ ้องระมดั ระวงั ไม่ใช้สายทย่ี ืดตวั ได้
7.5 การถ่ายนํา้ ขังและการเกบ็ ตวั อย่าง
โดยทว่ั ไป กระบวนการถ่ายนํา้ และการเก็บตวั อยา่ งจากบอ่ นํา้ ใช้แตกตา่ งจากการถ่ายนาํ ้ จากบอ่
ติดตามตรวจสอบเพราะผ้ปู ฏิบตั ิอาจจะไม่มีโอกาสสมั ผสั กบั นํา้ ในบอ่ โดยตรง อยา่ งไรก็ตามเหตผุ ลที่ต้องทําการถ่ายนํา้
ขงั เป็นเช่นเดยี วกบั กรณีการถ่ายนํา้ ขงั ก่อนการเก็บตวั อยา่ งจากบอ่ ติดตามตรวจสอบ แตม่ ีความแตกตา่ งกนั คือผ้ศู กึ ษา
อาจจะไมไ่ ด้เข้าไปที่ถ่ายนํา้ จากบอ่ โดยตรง การถ่ายนํา้ จะทําเพื่อกําจดั นํา้ ท่ีขงั อย่ทู ่ีสมั ผสั กบั อปุ กรณ์ ตวั บอ่ และทอ่ สง่
ตา่ งๆ ด้วย สําหรับการเก็บตวั อย่างเพ่ือการวเิ คราะห์ทางเคมีจะเป็ นไปตามวิธีที่แนะนําไว้แล้วก่อนหน้านี ้ในท่ีนีแ้ บง่ เป็น 3
กรณีตามขนาดของบ่อนํา้ และลกั ษณะของระบบจา่ ยนํา้ ท่ีจะทําการสาํ รวจ
7.5.1 ระบบจ่ายนํา้ ขนาดใหญ่ ได้แก่ บอ่ นาํ ้ ในชมุ ชนท่ีมีระบบจ่ายนํา้ กินพืน้ ที่เป็นบริเวณกว้าง
ในการเก็บตวั อย่างนํา้ ให้เริ่มจากก๊อกนํา้ หรือหวั จ่ายนํา้ หรือท่อนํา้ ท่ีอย่ใู กล้เคร่ืองสบู นํา้ มากที่สดุ รวมทงั ้ จากจดุ กกั เก็บนํา้
จดุ ท่ีมีการบาํ บดั หรือจดุ ที่มีความดนั ท่ีอย่ภู ายในระบบจา่ ยนํา้ เพ่ือเป็ นการลดปริมาณนํา้ ที่ต้องถกู ถ่ายออกจากระบบให้
น้อยที่สดุ ในการเก็บตวั อย่าง เครื่องสบู ต้องเปิ ดตลอดเวลาเป็ นเวลาเพ่ือให้นาํ ้ ว่งิ ผ่านจดุ เก็บอยา่ งน้อย 1 นาที หรือถ้า
เป็ นไปได้ ให้นํา้ ไหลผ่าน 5 – 10 นาที ก่อนจะทําการเก็บตวั อยา่ งนํา้ เน่ืองจากในระบบแบบนี ้ ผ้ปู ฏิบตั งิ านไม่ได้เข้าเก็บ
ตวั อย่างนํา้ จากภายในบ่อโดยตรง ดงั นนั ้ การปลอ่ ยให้นํา้ ไหลผา่ นจงึ เป็นเสมือนการถ่ายนํา้ เก่าท่ีขงั ในระบบและสมั ผสั
กบั อปุ กรณ์และชิน้ สว่ นต่างๆ ของระบบออก บนั ทึกเวลาที่ใช้ในระหว่างการถ่ายนํา้ และตาํ แหนง่ ของท่ีทําการเก็บตวั อย่าง
ควรทําการวดั คา่ ดชั นี เช่น อณุ หภมู ิ และ สภาพความนําไฟฟ้ าเพื่อใช้เป็ นตวั บง่ ชีว้ า่ นํา้ ท่ีค้างในระบบถกู ถ่ายออกมาแล้ว
7.5.2 ระบบจ่ายนํา้ ขนาดเลก็ ได้แก่ บอ่ นํา้ ขนาดเล็กที่มีระบบจา่ ยนํา้ ไปยงั บ้านเดี่ยว ระบบ
ลกั ษณะนี ้ มกั มีหน่วยบาํ บดั เชน่ หน่วยกรองและหน่วยบําบดั ความกระด้าง ก่อนการกกั เก็บไว้ใช้งาน และในบางกรณี
อาจจะมีเคร่ืองทําความร้อนในระบบด้วย ให้ทําการเก็บตวั อย่างนํา้ ในตาํ แหนง่ ก่อนหนว่ ยบาํ บดั และอปุ กรณ์กกั เก็บตา่ งๆ
ถ้าท่ีก๊อกนาํ ้ มีอปุ กรณ์ประหยดั นํา้ ตวั กรอง หรือท่อหรือสายยางตา่ งๆ ติดอยู่ ต้องถอดอปุ กรณ์เหลา่ นนั ้ ออกก่อนการเก็บ
ตวั อย่าง ถ้าการเก็บตวั อยา่ งทําในตําแหนง่ ก่อนท่ีจะมีการให้ความดนั (ก่อนถงั พกั นํา้ ที่ติดตงั ้ เคร่ืองสบู ไว้) ให้เปิ ดก๊อกทิง้
ไว้อย่างน้อย 2 นาทีก่อนเก็บตวั อย่าง ถ้าการเกบ็ ตวั อย่างนาํ ้ จากจดุ ดงั กลา่ วทําไมไ่ ด้ ให้เก็บจากก๊อกที่อย่หู ลงั ถงั พกั นํา้
แตใ่ ห้เป็นตําแหนง่ ที่ใกล้กบั บอ่ มากท่ีสดุ โดยทิง้ ให้นํา้ ไหลผา่ นอย่างนํา้ 5 นาที (ถ้าถงั มีขาดใหญ่ อาจจะต้องรอนานกวา่
นี)้ หรืออาจจะสงั เกตวา่ อณุ หภมู ิของนํา้ ที่ไหลออกมาลดลงอย่างชดั เจน ซง่ึ จะเป็นตวั บง่ ชีว้ า่ นํา้ ท่ีขงั อยภู่ ายในถงั พกั ถกู
ถ่ายออกและถกู แทนที่ด้วยนํา้ จากในบอ่ ถ้าทราบอตั ราการไหลของนํา้ และขนาดของถงั อาจจะคาํ นวณวา่ นํา้ ต้องถกู
ถ่ายออกไปเป็ นปริมาตรอยา่ งน้อย 2 – 3 เทา่ ของท่ีมีอย่ใู นถงั หรือให้รอจนอณุ หภมู ิลดลงอย่างชดั เจนดงั ที่ได้กล่าว
มาแล้ว บนั ทกึ เวลาทใ่ี ช้ในระหวา่ งการถ่ายนํา้ และตาํ แหนง่ ของท่ีทําการเก็บตวั อยา่ ง
< 93 >
7.5.3 บ่อท่ไี ม่มรี ะบบจ่ายนํา้ มกั เป็ นบอ่ ขนาดใหญ่และอาจจะมีหรือไมม่ ีเคร่ืองสบู ติดอย่กู ็ได้
ในกรณีท่ีเป็ นบ่อเปิ ดและไมใ่ ชบ่ อ่ ทิง้ ร้าง หลงั จากหยง่ั ความลกึ ทงั ้ หมดของบอ่ แล้ว ให้หยอ่ นอปุ กรณ์เก็บตวั อย่างนํา้ จาก
ความลกึ อย่างน้อย 2 ระดบั คอื ที่ระดบั ตํ่ากวา่ ผิวนํา้ และระดบั สงู จากก้นบอ่ ประมาณ 30 เซนติเมตร เพอ่ื เป็นประโยชน์ใน
การอ้างองิ เปรียบเทียบคณุ ภาพนํา้ ในบอ่ ถ้าเป็ นบอ่ ทีม่ ีขนาดไมใ่ หญ่มาก อาจจะทําการถ่ายนํา้ จากบอ่ โดยใช้เครื่องสบู
ในการถ่ายนํา้ ออกควรจะวดั อณุ หภมู ิและสภาพนําไฟฟ้ าควบคกู่ นั ไปด้วยเพื่อให้แน่ใจวา่ มีนํา้ ใหม่ไหลเข้าบอ่ ก่อนทําการ
เก็บตวั อยา่ ง ทงั ้ นี ้ การถ่ายนํา้ ออกจนคา่ อณุ หภมู ิและสภาพนําไฟฟ้ าคงท่ีอาจจะไมเ่ หมาะสมในการปฏิบตั งิ านจริงเพราะ
อาจจะต้องสบู นํา้ ออกในปริมาณมากและเสยี เวลา ดงั นนั้ อาจจะสบู นํา้ ออกจนเห็นการเปลี่ยนแปลงของอณุ หภมู ิและ
สภาพนําไฟฟ้ าท่ีชดั เจนก็เพียงพอ หรือใช้เกณฑ์การสบู นํา้ จากบอ่ อย่างน้อยเป็ นปริมาณ 3 เท่าของนํา้ ท่ีอยใู่ นบอ่
ในกรณีที่เป็ นบ่อทิง้ ร้าง ควรถ่ายนํา้ ออกแตถ่ ้าไมส่ ามารถถ่ายนํา้ ออกได้เนื่องจากปริมาตรของมาก
เกินไปหรือไม่มีอปุ กรณ์ท่ีเหมาะสม ให้สงั เกตและบนั ทกึ วา่ มีส่ิงแปลกปลอม เชน่ ซากพืช ซากสตั ว์ กลนิ่ ตา่ งๆ อยหู่ รือไม่
ก่อนทําการเก็บตวั อย่างจากความลกึ อย่างน้อย 2 ระดบั ดงั ท่ีกลา่ วมาแล้ว สําหรับกรณีที่เป็ นบอ่ ปิ ดและมีเคร่ืองสบู อาจ
สบู นํา้ ออกจนอณุ หภมู ิของนํา้ ท่ีออกมาลดลงอยา่ งชดั เจนก่อนทําการเก็บตวั อย่าง
7.6 การวัดค่าค่าพารามเิ ตอร์คุณภาพนํา้ ในพนื้ ท่แี ละค่าดชั นีความอ่ิมตวั ของแคลเซยี ม
คาร์ บอเนต
ให้ทําการตรวจวดั จากตวั อย่างนํา้ ท่ีไมผ่ ่านการกรอง โดยวิธีท่ีกลา่ วไว้แล้วในการเก็บตวั อย่างจากบ่อ
ติดตามตรวจสอบ สําหรับนํา้ เพ่ือการอปุ โภคบริโภค อาจจะมีการวดั คา่ พารามิเตอร์เพื่อประเมินค่าดชั นคี วามอมิ่ ตวั ของ
แคลเซยี มคาร์บอเนต (CaCO3) (Calcium Carbonate Saturation Indices, CSI) เพอ่ื ดแู นวโน้มการเกิดตะกรันในเส้นทอ่
คา่ CSI คํานวณได้จาก ค่าอลั คาลินิตที งั ้ หมด (Total Alkalinity) ของแขง็ ละลายทงั ้ หมด (Total Dissolved Solids, TDS)
ความกระด้างทงั ้ หมด (Total Hardness)1 และพเี อช เป็นหลกั (Standard Methods, 2005) โดยคา่ พารามิเตอร์เหลา่ นี ้
บางตวั อาจจะวดั ได้โดยการไตเตรทตวั อย่างนํา้ ในภาคสนาม หรืออาจจะวดั ด้วยหวั ตรวจวดั หรือชดุ ตรวจวดั สําเร็จรูปได้
โดยค่า CSI คํานวณได้จากสตู รดงั ต่อไปนี ้
CSI = pH – pHs (7.1)
พเี อชของนํา้ ตวั อยา่ ง
โดย pH =
pHs = (9.3 + A + B) – (C + D)
โดย A = (Log10[TDS] - 1)
B 10
C
D = -13.12 x Log10(°C + 273) + 34.55
= Log10[Ca2+ as CaCO3] - 0.4
= Log10[alkalinity as CaCO3]
1 คิดว่าค่าความกระดา้ งท้งั หมดเกิดจากแคลเซียม
< 94 >
คา่ CSI ที่คาํ นวณได้อาจแปลผลได้ดงั นี ้
1) ระหวา่ ง –0.5 และ +0.5 โอกาสท่ีจะเกิดตะกรันและการสกึ กร่อนมีน้อยมาก
2) น้อยกวา่ –0.5 หรือมากวา่ +0.5 มีโอกาสที่จะเกิดตะกรันในเส้นทอ่ และตามรอยตอ่ จะมีผลมาก
ตอ่ ระบบชลประทาน เชน่ ระบบนํา้ หยด เพราะอาจทําให้เกิดการอดุ ตนั ขนึ ้ ได้ และอาจจะมีผลต่อ
ระบบวาล์วตา่ งๆ และการแลกเปลยี่ นความร้อนในระบบนํา้ ร้อนได้
3) ระหวา่ ง –1.5 และ +1.5 ในกรณีท่ีคา่ CSI มากวา่ +1.5 นํา้ ควรจะได้รับการบาํ บดั ก่อนใช้งาน
เพราะจะเกิดตะกรันได้งา่ ยมาก ในกรณีท่ีน้อยกวา่ -1.5 บง่ บอกว่านํา้ มีความกดั กร่อนสงู
ตวั อย่าง 7.1 คาํ นวณคา่ ดชั นีความอ่ิมตวั ของแคลเซยี มคาร์บอเนตของนํา้ ตวั อย่างจากบอ่ นํา้ ใช้จาก
คา่ พารามิเตอร์ได้ดงั ตอ่ ไปนี ้
อณุ หภมู ิ = 20 oC
พีเอช (pH) = 7.8
TDS = 420 มิลลิกรัมตอ่ ลติ ร
ความกระด้าง (Ca2+) = 140 มิลลิกรัมตอ่ ลิตร ในรูป CaCO3
อลั คาลินิตี (Alkalinity) = 60 มิลลิกรัมตอ่ ลติ ร ในรูป CaCO3
วธิ ีทาํ เมื่อแทนคา่ ในสตู รท่ีแสดงมาแล้วจะได้ค่าดงั ตอ่ ไปนี ้
A = (Log10[TDS] - 1)
10
= (Log10[420] - 1)
10
= 1.6
B = -13.12 x Log10(°C + 273) + 34.55
= -13.12 x Log10(20 + 273) + 34.55
= 2.18
C = Log10[Ca2+ as CaCO3] - 0.4
= Log10[140] - 0.4
= 1.75
D = Log10[alkalinity as CaCO3]
= Log10[60]
= 1.78
pHs = (9.3 + A + B) – (C + D)
= (9.3 + 1.6 + 2.18) – (1.75 + 1.78)
< 95 >
= 8.12
ดงั นนั ้ CSI = pH – pHs
= 7.8 – 8.12
= -0.32
หมายความว่าในกรณีนี ้ มีโอกาสเกิดตะกรันน้อยมากที่อณุ หภมู ิ 20 oC (ในกรณีนํา้ แบบเดียวกนั ถ้ามีระบบทํา
นํา้ ร้อนที่อณุ หภมู ิ 80 oC ค่า CSI ท่ีคาํ นวณได้จะมีคา่ เป็น +0.74 แสดงวา่ ต้องมีการบาํ บดั ความกระด้างก่อนเข้าส่รู ะบบ
ทํานํา้ ร้อน)
7.7 การเกบ็ และการรักษาสภาพตวั อย่าง
โดยทว่ั ไปตวั อย่างนํา้ ที่เก็บจากบอ่ นํา้ สําหรับการอปุ โภคบริโภคไมผ่ ่านการกรอง ยกเว้นกรณีจําเพาะ
เชน่ นําข้อมลู ไปใช้เพ่ือสร้างแบบจะลองทางธรณีเคมี (Geochemistry) ของชนั้ ดินอ้มุ นํา้ ในงานติดตามตรวจสอบ
คณุ ภาพนํา้ เพื่อประโยชน์ในการประเมินผลกระทบและการเปลยี่ นแปลงทางเคมีธรณีของพนื ้ ท่ีจากสารมลพษิ
การเก็บและรักษาสภาพตวั อย่างให้ทําเชน่ เดียวกบั การเก็บตวั อย่างจากบอ่ ตดิ ตามตรวจสอบเพื่อ
นําไปวิเคราะห์ตามขนั้ ตอนท่ีได้กลา่ วไว้ก่อนหน้านี ้ โดยยดึ หลกั วา่ ให้มีการเปล่ยี นแปลงสภาพของตวั อยา่ งน้อยที่สดุ
ยกเว้นในกรณีจาํ เพาะที่อาจจะต้องเตมิ อากาศ กรอง หรือทําการเติมสารบางอย่างตามท่ีกําหนดโดยวตั ถปุ ระสงค์
จําเพาะสาํ หรับการศกึ ษานนั ้ ๆ
การเก็บตวั อย่างเพ่ือนํามาวิเคราะห์สารอนิ ทรีย์ระเหยก็เป็นไปตามข้นตอนท่ีกลา่ วไว้แล้ว ที่สาํ คญั คือ
ต้องทําตวั อย่างควบคมุ แบบ Trip (Transport) Blanks หนง่ึ ตวั อย่างตอ่ หนง่ึ ภาชนะ (ถงั นํา้ แขง็ หรือกระติกนํา้ แขง็ ) และ
หน่งึ ชนิดการบรรจตุ วั อย่างด้วย
ท้ายที่สดุ ส่ิงท่ีสาํ คญั ท่ีละเลยไมไ่ ด้คือ การบนั ทกึ ข้อมลู ท่ีสําคญั อย่างละเอยี ด รวมทงั ้ การเลือกวธิ ีการ
ควบคมุ และการประกนั คณุ ภาพที่เหมาะสมกบั การศกึ ษาแตล่ ะครัง้ ด้วย
หวั ข้ออภปิ รายและคาํ ถาม
1. การเก็บตวั อย่างนํา้ จากบอ่ นํา้ ใช้ในกรณีตอ่ ไปนีม้ ีผลตอ่ การแปลผลคณุ ภาพนํา้ อย่างไรและสามารถนําข้อมลู
ไปใช้ประโยชน์ในกรณีใดได้บ้าง ระบเุ หตผุ ลและสมมติฐานประกอบ
1.1 บอ่ นํา้ ใช้ที่มีช่องเปิ ดในชนั ้ อ้มุ นํา้ ชนั้ เดยี ว ไมม่ ีการถ่ายนํา้ ก่อนการเก็บตวั อยา่ ง
1.2 บอ่ นํา้ ใช้ท่ีมีชอ่ งเปิ ดในชนั ้ อ้มุ นํา้ ชนั้ เดยี ว มีการถา่ ยนํา้ ก่อนการเก็บตวั อย่าง
1.3 บอ่ นํา้ ใช้ท่ีมีชอ่ งเปิ ดในชนั ้ อ้มุ นํา้ หลายชนั้ ไมม่ ีการถ่ายนํา้ กอ่ นการเก็บตวั อยา่ ง
. 1.4 บอ่ นํา้ ใช้ท่ีมีชอ่ งเปิ ดในชนั ้ อ้มุ นํา้ หลายชนั้ มีการถ่ายนํา้ ก่อนการเก็บตวั อยา่ ง
2. กระบวนการถ่ายนํา้ ที่แสดงในบทนีม้ ีความเหมือนหรือแตกตา่ งจากกระบวนการถ่ายนํา้ สําหรับการเก็บนํา้ จาก
บอ่ ติดตามตรวจสอบอยา่ งไรบ้าง
3. ในการตรวจสอบคณุ ภาพนํา้ ใช้จากบอ่ อปุ โภคบริโภค ค่าดชั นีความอม่ิ ตวั ของแคลเซยี มคาร์บอเนตมีประโยชน์
อย่างไร และค่าดชั นีดงั กล่าวมีความเก่ียวข้องกบั ดชั นีคณุ ภาพนํา้ ในกรณีปนเปื อ้ นหรือไม่อยา่ งไร
< 96 >
4. เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตา่ งของขนั ้ ตอนและวิธีการเก็บตวั อยา่ งจากบอ่ นํา้ ใช้และบอ่ ติดาม
ตรวจสอบ
5. เพราะเหตใุ ดการเก็บข้อมลู จากบอ่ นํา้ ใช้จงึ ต้องมีการระมดั ระวงั เร่ืองสขุ อนามยั
6. นํา้ ตวั อย่างจากบอ่ นํา้ ใช้แห่งหน่งึ วดั คา่ พารามิเตอร์ได้ดงั ตอ่ ไปนี ้
อณุ หภมู ิ = 18 oC
พีเอช (pH) = 8.8
TDS = 620 มิลลิกรัมตอ่ ลิตร
ความกระด้าง (Ca2+) = 340 มิลลิกรัมตอ่ ลติ ร ในรูป CaCO3
อลั คาลินิตี (Alkalinity) = 120 มิลลิกรัมตอ่ ลติ ร ในรูป CaCO3
คํานวณค่าดชั นีความอมิ่ ตวั ของแคลเซยี มคาร์บอเนตในกรณีนี ้
< 97 >
บทท่ี 8 การเก็บตัวอย่างดิน
การเก็บตวั อย่างดินทําได้หลากหลายวธิ ีและทําได้โดยอปุ กรณ์หลายชนิด ขนึ ้ กบั ระดบั ความลกึ (ท่ี
พืน้ ผิว ระดบั ตืน้ และระดบั ลกึ ) ลกั ษณะตวั อย่างที่ต้องการ และชนิดของดนิ เป็นต้น เนือ้ หาในบทนี ้ ครอบคลมุ การเก็บ
ตวั อย่างดินที่ระดบั ความลกึ ท่ีสามารถเก็บได้โดยไม่ต้องใช้เคร่ืองขดุ เจาะจําพวก Drill Rig หรือ Direct Push รวมทงั ้
เครื่องจกั รกลต่างๆ สาํ หรับการเก็บตวั อย่างดนิ ที่ระดบั ลกึ ลงไป ได้กลา่ วไว้อยา่ งสงั เขปในภาคผนวก ก เร่ืองการเจาะหลมุ
เพอ่ื ติดตงั ้ บ่อติดตามตรวจสอบและตวั อย่างรูปแบบของบ่อติดตามตรวจสอบ
เชน่ เดียวกบั แนวการปฏิบตั สิ าํ หรับการเก็บตวั อย่างนํา้ ที่ได้กล่าวมาแล้ว การเกบ็ ตวั อย่างดินในที่นี ้
เป็นแนวทางการเกบ็ ตวั อย่างเพอ่ื นําไปวเิ คราะห์องค์ประกอบสารปนเปื อ้ นทางเคมีเพื่อเปรียบเทียบกบั มาตรฐาน หรือ
นําไปวเิ คราะห์ความเสี่ยงจากการสมั ผสั และความเสยี่ งตอ่ สิ่งแวดล้อม อยา่ งไรก็ตาม ในการปฏิบตั ิจริงอาจไม่เป็ นไป
ตามวิธีที่กล่าวไว้ในท่ีนีข้ นึ ้ กบั เงื่อนไขของแตล่ ะพนื ้ ที่และแตล่ ะการศกึ ษา ทงั้ นี ้ วธิ ีท่ีใช้จริงสาํ หรับแตล่ ะกรณีต้องได้รับ
การบนั ทึกและรายงานด้วยเสมอ
ในกรณีการเก็บตวั อย่างดนิ ตืน้ สามารถเก็บได้ด้วยอปุ กรณ์งา่ ยๆ เชน่ พลว่ั จอบ เสียม ช้อนตกั ดิน
สาํ หรับตวั อย่างท่ีอย่ลู กึ ลงไปกวา่ นนั ้ อาจจะใช้อปุ กรณ์เชน่ Hand Auger, Trier แล้วแต่ความจําเป็น อปุ กรณ์ต้องถกู ทํา
ความสะอาดและห่อหรือเก็บในท่ีปกปิ ดก่อนการใช้งานเพอื่ ลดปัญหาการปนเปื อ้ น ทงั ้ นี ้ ในการเก็บตวั อยา่ งดนิ ตาม
ความลกึ โดยเฉพาะในกรณีท่ีต้องใช้เคร่ืองจกั รกลในการขดุ เจาะ ในทางปฏิบตั ิจะเก็บถ่ี (ทงั้ ในแง่ของเวลาและจํานวนต่อ
พนื ้ ที่) มากไม่ได้เพราะคา่ ใช้จ่ายและความสะดวกในการทํางาน จงึ มกั เก็บตวั อย่างในลกั ษณะนีไ้ ปพร้อมกบั การตดิ ตงั ้ บอ่
ตดิ ตามตรวจสอบ หลงั จากนนั ้ ตวั อย่างนํา้ จากบอ่ ติดตามตรวจสอบจะถกู ใช้ในการประเมินสถานการณ์ปนเปื อ้ นตาม
ความลกึ ด้วย
โดยทว่ั ไป การรักษาสภาพดินแตกตา่ งจากการรักษาสภาพตวั อย่างนํา้ คือไม่มีการเติมสารเคมีเพ่ือ
รักษาสภาพ แตเ่ ก็บที่อณุ หภมู ิต่าํ โดยไม่ให้สมั ผสั กบั แสงเพอ่ื ลดอตั ราการเกิดปฏิกิริยาตา่ งๆ ยกเว้นในบางกรณี เช่น
กําหนดให้แช่ตวั อย่างดินในสารตวั ทําละลายเพอ่ื สกดั และรักษาสภาพสารอนิ ทรีย์ระเหยในตวั อยา่ ง การบรรจตุ วั อยา่ งทํา
ในภาชนะที่เหมาะสม (ไม่เกิดปฏิกิริยากบั ตวั อย่าง) โดยภาชนะท่ีใช้มีตงั ้ แตถ่ งุ พลาสติก กระบอกพลาสตกิ หรือโลหะ
รวมทงั ้ ขวดแก้วปากกว้างท่ีมฝี ารองในเป็ นเทฟลอน ทงั้ นีข้ นึ ้ อยกู่ บั การนําตวั อย่างไปวเิ คราะห์ ซงึ่ ผ้ปู ฏิบตั ิงานต้องทํา
ความเข้าใจกบั ผ้วู ิเคราะห์วา่ ต้องการให้เก็บตวั อยา่ งและรักษาสภาพในลกั ษณะใดและต้องการให้รักษาสภาพตวั อยา่ ง
ด้วยสารเคมีประเภทใดและคณุ ภาพของสารเคมีท่ีใช้เป็นอย่างไร รวมทงั ้ บรรจตุ วั อย่างด้วยวิธีใด ตวั อย่างเชน่ ถ้าต้องการ
เก็บตวั อยา่ งดนิ เพ่อื วเิ คราะห์สารอินทรีย์ระเหย ให้เก็บตวั อย่างจากอปุ กรณ์แล้วบรรจใุ นภาชนะที่เหมาะสมทนั ที จากนนั ้
แชเ่ ย็นท่ีอณุ หภมู ิ 4 องศาเซลเซียส เป็ นต้น
ปัญหาหลกั ท่ีมกั จะเกิดกบั การเกบ็ ตวั อย่างดินคือ เกิดการปนเปื อ้ นระหวา่ งตวั อยา่ ง (Sampling
Cross Contamination) และการเก็บตวั อย่างด้วยวิธีที่ไมเ่ หมาะสม ปัญหาแรกสามารถแก้ไขได้จากการใช้อปุ กรณ์
เฉพาะสําหรับแตล่ ะจดุ เก็บ ถ้าไมส่ ามารถทําได้ ต้องล้างทําความสะอาดอปุ กรณ์เก็บตวั อย่างระหวา่ งแต่ละจดุ เก็บทกุ
ครัง้ สว่ นปัญหาท่ีสองจะเก่ียวข้องกบั การรบกวนสภาพดินทําให้ตวั อย่างรวมตวั เป็ นก้อนในการเก็บตวั อยา่ งแบบไมถ่ กู
< 98 >
รบกวน หรือในกรณีที่ต้องผสมในการเก็บตวั อย่างแบบถกู รบกวน อาจจะกวนผสมไมพ่ อเพียง ทําให้ตวั อยา่ งที่ได้มี
องค์ประกอบแตกตา่ งกนั มากไมส่ ามารถใช้เป็นตวั แทนของพนื ้ ที่นนั ้ ได้
นอกจากนี ้ การเลอื กตาํ แหน่งก็มีความสาํ คญั มากเช่นกนั ถงึ แม้วา่ การสะสมและการเกิดของดินตาม
ธรณีวทิ ยามกั จะเรียงตวั เป็นชนั้ แตค่ วามไม่เป็นเนือ้ เดียวกนั (Heterogeneity) ในชนั ้ ดินเดยี วกนั ก็พบได้เสมอๆ ดินทมี ี
ลกั ษณะตา่ งกนั มีการสะสมของสารปนเปื อ้ นตา่ งกนั ด้วย ดนิ ที่มีขนาดเลก็ และมีปริมาณสารอินทรีย์สงู มกั เป็ นแหล่ง
สะสมของสารปนเปือ้ น โดยเฉพาะสารอนิ ทรีย์และมกั จะเป็นดนิ ตะกอนท่ีถกู พดั พามาทบั ถมลงในพืน้ ที่ ซง่ึ แตกตา่ งกบั
ดินท่ีมีองค์ประกอบเป็นอนภุ าคขนาดใหญ่และมีสารอินทรีย์ต่าํ ที่มกั ไมเ่ ป็ นแหลง่ สะสมของสารปนเปื อ้ นและพบได้ใน
บริเวณที่มีการกดั เซาะ เป็ นต้น ดงั นนั ้ การเลือกจดุ เก็บตวั อย่างจงึ มีผลอย่างมากตอ่ การวิเคราะห์และประมวลผลท่ีได้ ซง่ึ
การสงั เกตและบนั ทกึ จะชว่ ยได้มากในการแปลผลท่ีได้
8.1 ประเภทของตัวอย่างดนิ
ในการเก็บตวั อย่างสาํ หรับงานด้านสง่ิ แวดล้อม อาจจะแบง่ ตวั อย่างเป็น 4 ประเภทได้แก่ ตวั อยา่ ง
ก้อนมวล (Bulk Sample), ตวั อย่างที่เป็นตวั แทน (Representative Sample), ตวั อย่างท่ีไม่ถกู รบกวน (Undisturbed
Sample), และตวั อย่างผสมรวม (Composite Sample) (Nielsen, 2006) ดงั ตอ่ ไปนี ้
8.1.1 ตวั อย่างก้อนมวล (Bulk Sample) เป็นตวั อย่างดนิ ท่ีถกู เก็บด้วยอปุ กรณ์ทวั่ ไป เช่น พลว่ั
จอบ และเสียม หรือเป็ นดินที่ถกู ขดุ ขนึ ้ มาจากการขดุ เจาะของอปุ กรณ์ในระหวา่ งการขดุ เจาะหลมุ เป็ นต้น ตวั อย่างดิน
ชนิดนีใ้ ห้ข้อมลู โดยทวั่ ไปของสภาพดนิ ทถ่ี กู กวนผสมโดยอปุ กรณ์ขดุ เจาะผ่านชนั ้ ดินตา่ งๆ โดยมากตวั อย่างดินจะถกู
บรรจใุ นภาชนะท่ีเตรียมไว้แล้วนําสง่ ห้องปฏิบตั กิ าร ตวั อย่างดินแบบนีเ้ป็ นตวั อย่างแบบพนื ้ ฐานที่สดุ ใน 4 แบบ เก็บได้
งา่ ยที่สดุ แตม่ ีความน่าเชื่อถือน้อยที่สดุ ในการใช้งานในการสํารวจลกั ษณะพนื ้ ท่ีปนเปื อ้ นที่ต้องมีข้อมลู ลกั ษณะของชนั ้
ดนิ ประกอบการวิเคราะห์
8.1.2 ตวั อย่างท่เี ป็ นตวั แทน (Representative Sample) เป็ นตวั อยา่ งท่ีจะถกู เก็บจากอปุ กรณ์
ที่ใช้เก็บแกนดิน ถงึ แม้ตวั อย่างอาจจะถกู รบกวนด้วยการบดอดั หรือมีการกวนผสมจากการเก็บตวั อยา่ งบ้าง แตย่ งั
สามารถระบลุ กั ษณะของชนั ้ ดนิ และองค์ประกอบได้ ซง่ึ ตวั อย่างถ้านําไปทดสอบลกั ษณะสมบตั ิทางกายภาพของชนั ้ ดนิ
เชน่ สภาพนําชลศาสตร์ เป็ นต้น จะให้คา่ ที่คลาดเคลอื่ นกบั สภาพความเป็ นจริงในธรรมชาติได้ ถงึ แม้วา่ ตวั อย่างยงั มี
ตวั แทนของวสั ดทุ ่ีประกอบขนึ ้ เป็ นชนั ้ ดนิ อย่างครบถ้วนแตอ่ าจจะอย่ใู นสภาพทีถ่ กู รบกวน โดยมากเป็ นตวั อย่างดนิ ท่ีถกู
เก็บจากระดบั ความลกึ ท่ีเจาะจงอย่างไมต่ ่อเน่ือง และใช้เป็ นตวั แทนเฉพาะของระดบั ความลกึ นนั ้ ๆ เทา่ นนั ้ ในแง่
องค์ประกอบทางเคมี ตวั อย่างชนิดนีส้ ามารถใช้กําหนดระดบั การปนเปื อ้ นของพนื ้ ที่ได้ดี โดยเมื่อได้ตวั อย่างแล้วทําการ
เลือกบางสว่ นของตวั อยา่ งเพื่อนํามาวเิ คราะห์ทางเคมี โดยมากเป็นสว่ นของตวั อยา่ งที่อยตู่ รงใจกลางที่ไมส่ มั ผสั กบั ดิน
ชนั ้ อน่ื และอปุ กรณ์โดยรอบ ตวั อย่างดินจะถกู แบง่ ออกเป็ นตวั อยา่ งย่อยเพื่อนําไปวิเคราะห์ตอ่ ไป อปุ กรณ์ท่ีใช้เก็บ
ตวั อย่างในลกั ษณะนีไ้ ด้แก่ Hollow-stem Auger เป็ นต้น
8.1.3 ตวั อย่างท่ไี ม่ถกู รบกวน (Undisturbed Sample) เป็นตวั อยา่ งท่ีมีคณุ ภาพและความ
นา่ เชอ่ื ถือสงู สดุ และถกู เก็บภายใต้การควบคมุ อย่างเข้มงวดเพือ่ ลดการรบกวนทางกายภาพและเคมี โดยถกู เก็บจาก
เคร่ืองมือเก็บตวั อย่างแกนดนิ (Core Sample) (รูปท่ี 8.1) ตวั อย่างมีความต่อเนื่องตามความลกึ และแสดงลกั ษณะความ
แตกตา่ งของชนั ้ ดินในพืน้ ท่ีจริงได้ ทงั ้ นี ้ ถึงแม้จะใช้เครื่องมือความระมดั ระวงั ตวั อยา่ งยงั ถกู บดอดั หรือรบกวนบ้างจาก
การเก็บตวั อย่าง ตวั อยา่ งในลกั ษณะนีถ้ กู นําไปใช้ในการทดสอบสภาพนําชลศาสตร์ในพนื ้ ท่ีรวมทงั ้ นําไปทดสอบ
< 99 >
ลกั ษณะสมบตั ทิ างกายภาพของชนั ้ ดนิ แตล่ ะชนั้ ได้โดยตรง โดยผลที่ได้จะมีความคลาดเคลื่อนจากลกั ษณะจริงใน
ภาคสนามไม่มาก
รูปท่ี 8.1 ตวั อยา่ งแกนดนิ ท่ีถกู เก็บแบบไม่ถกู
รบกวน
8.1.4 ตวั อย่างผสมรวม (Composite Sample) เป็นตวั อย่างที่เกิดจากการนําตวั อยา่ งท่ีเก็บแยก
จากกนั จากตําแหนง่ ต่างๆ มาผสมรวมให้เป็นเนือ้ เดยี ว ตวั อย่างทีถ่ กู นํามาผสมอาจจะมาจากหลมุ เจาะท่ีแตกตา่ งกนั
หรือจากตําแหน่งความลกึ ตา่ งกนั ในหลมุ เจาะเดียวกนั หรือเป็ นตวั อย่างท่ีมาจากชนั ้ ธรณีวิทยาเดียวกนั ทีถ่ กู เจาะมาจาก
ตําแหน่งท่ีต่างกนั ในพืน้ ท่ีศกึ ษา เป็ นต้น
8.2 อุปกรณ์เกบ็ ตวั อย่างดนิ และการใช้งาน
อปุ กรณ์เก็บตวั อยา่ งดินท่ีใช้แพร่หลายมีตงั้ แตอ่ ปุ กรณ์ที่ใช้ทว่ั ไปเช่นจอม เสียม พลวั่ จนถึงอปุ กรณ์
เฉพาะท่ีใช้เก็บตวั อย่างท่ีระดบั ความลึกตา่ งๆ อปุ กรณ์บางชนิดอาจจะต้องใช้ร่วมกบั เคร่ืองจกั รกลในการตอกหรือกดลง
ไปในชนั ้ ดิน อปุ กรณ์ที่จะกลา่ วถงึ ตอ่ ไปนีเ้ป็ นตวั อยา่ งของอปุ กรณ์ท่ีใช้ทว่ั ไปในการเก็บตวั อย่างก้อนมวลและอปุ กรณ์เก็บ
ตวั อย่างแกนดนิ ท่ีเป็นตวั อย่างที่เป็ นตวั แทนหรือตวั อย่างท่ีไม่ถกู รบกวนได้โดยจะอธิบายวิธีการใช้งานประกอบไว้ด้วย
อย่างสงั เขป
8.2.1 ช้อนตกั ดนิ พล่ัว และเคร่ืองมือในลกั ษณะเดยี วกัน ในกลมุ่ นีเ้ป็ นเคร่ืองมือทว่ั ไปที่ใช้ใน
งานเกษตรกรรมและเป็ นเคร่ืองมือที่ไม่ต้องใช้แรงจากเคร่ืองจกั รซงึ่ ในกลมุ่ นีร้ วมถึงเครื่องมือตา่ งๆ ที่มีลกั ษณะคล้ายกนั ที่
สามารถนํามาประยกุ ต์ใช้ในการเก็บตวั อยา่ งดินท่ีระดบั ผิวดนิ ได้ (รูปท่ี 8.2) เคร่ืองมือในกลมุ่ นีม้ ีขนาดและรูปแบบ
แตกตา่ งกนั ไปและทําจากวสั ดหุ ลากหลาย โดยทวั่ ไปความจขุ องเครื่องมือขนาดเลก็ ที่นาํ มาเก็บตวั อย่างผิวดินจะอยู่
ในชว่ ง 10 – 100 กรัม สว่ นเคร่ืองมือขนาดใหญ่จะมีความจใุ นชว่ ง 1.5 – 2.0 กิโลกรัม เครื่องมือกลมุ่ นีเ้หมาะสําหรับเก็บ
ตวั อย่างแบบก้อนมวลในลกั ษณะการเก็บตวั อย่างแบบไมต่ ่อเน่ือง (Grab Sampling) และตวั อย่างแบบผสมรวม
< 100 >
ข้อดีของอปุ กรณ์ในกลมุ่ นีค้ ือเก็บตวั อย่างได้รวดเร็ว และมีค่าใช้จา่ ยต่าํ ข้อควรระวงั คือถ้าใช้อปุ กรณ์
ท่ีไมไ่ ด้ออกแบบมาเพอ่ื งานเก็บตวั อย่างดนิ ต้องตรวจสอบดวู า่ วสั ดทุ ใี่ ช้ทําเคร่ืองมือเก็บตวั อยา่ งเหมาะสมกบั
พารามิเตอร์ท่ีจะทําการตรวจวดั หรือไม่ ยกตวั อย่างเชน่ อปุ กรณ์ในท้องตลาดอาจจะทําจากพลาสตกิ ที่ไมเ่ หมาะสม หรือ
มีทําจากโลหะท่ีชบุ ด้วยโครเมียม เป็นต้น ข้อจํากดั อีกประการหนง่ึ คือ อาจจะมีการสญู เสยี สารอินทรีย์ระเหยจากการเก็บ
ตวั อย่างได้ การเก็บตวั อย่างโดยอปุ กรณ์ในลกั ษณะนีจ้ ะเก็บลงไปถงึ ระดบั ไมล่ กึ มาก ขนึ ้ กบั ลกั ษณะของชนั ้ ดนิ เครื่องมือ
และกําลงั ของผ้เู ก็บตวั อย่าง แตโ่ ดยทวั่ ไปจะเก็บตวั อย่างได้ในระดบั ไมล่ กึ กวา่ 1 – 1.5 เมตร
แนวทางปฏิบตั ิในการเก็บตวั อย่างด้วยเครื่องมือในแสดงอย่ใู น ASTM Standard D 5633 Practice
for Sampling with a Scoop และ D 6232 Standard Guide for Selection of Sampling Equipment for Waste and
Contaminated Media Data Collection Activities ซง่ึ อธิบายได้โดยสงั เขปดงั นี ้
รูปท่ี 8.2 ตวั อย่างเครื่องมือเก็บตวั อย่างดินจําพวกช้อนตกั ดิน พลว่ั และเครื่องมือในลกั ษณะเดียวกนั
1. ให้ปาดหน้าดนิ ในบริเวณจดุ เก็บตวั อยา่ งออกไปด้วยเครื่องมือสะอาด
2. ใช้เครื่องมือเก็บตวั อย่างใหมท่ ี่สะอาดปาดหน้าดินบางๆ สว่ นที่สมั ผสั กบั อปุ กรณ์ชิน้ แรกออกไป
3. ถ้าต้องการเก็บตวั อย่างเพ่อื วิเคราะห์สารอนิ ทรีย์ระเหย ให้ใช้เครื่องมือที่ทําจากเหลก็ กล้าไร้สนิมที่
ไมผ่ ่านการชบุ เคลอื บผิวตกั และบรรจตุ วั อย่างลงในภาชนะเก็บตวั อย่างท่ีมีฝาเกลียวปิ ดสนิทที่ได้
ปิ ดฉลากไว้แล้ว จากนนั ้ ให้ปิ ดฝาให้แน่น รักษาสภาพตวั อย่างด้วยวิธีท่ีท่ีเหมาะสม1 ตวั อย่างที่
นําไปวเิ คราะห์สารอนิ ทรีย์ระเหยควรถกู นําไปวเิ คราะห์ให้เร็วที่สดุ
4. ตวั อย่างที่เหลอื ที่ถกู ตกั ออกมาให้นํามาบรรจใุ นภาชนะ (อาจจะเป็นโลหะหรือพลาสติกแล้วแต่
ความเหมาะสม) เพ่ือกวนผสมให้เข้ากนั สําหรับใช้เป็นตวั อยา่ งท่ีเป็ นตวั แทนของบริเวณจดุ เก็บท่ี
ใช้เก็บตวั อย่าง จากนนั้ จงึ บรรจลุ งภาชนะที่ได้ปิ ดฉลากไว้แล้วและรักษาสภาพตวั อย่างด้วยวธิ ีท่ี
เหมาะสม
5. ในกรณีที่ทําการเก็บตวั อย่างแบบผสมรวม ให้ทําการกวนผสมกบั ตวั อย่างจากจดุ เก็บอื่นๆ ให้เข้า
กนั จากนนั้ จงึ บรรจลุ งภาชนะท่ีได้ปิ ดฉลากไว้แล้วและรักษาสภาพตวั อย่างด้วยวิธีท่ีเหมาะสม
1 ในท่ีน้ี วธิ ีที่เหมาะสมหมายถึงวธิ ีการเกบ็ และรักษาสภาพตวั อยา่ งท่ีไดต้ กลงไวแ้ ลว้ กบั ทางหอ้ งปฏิบตั ิการวิเคราะห์ซ่ึงจะตอ้ งระบุไวใ้ นเอกสารควบคมุ คณุ ภาพดว้ ย
< 101 >
8.2.2 สว่านมือ (Hand Auger) เป็ นอปุ กรณ์ท่ีใช้แพร่หลายในการเก็บตวั อย่างดนิ ตืน้ ตวั อย่างดิน
ที่เก็บโดยใช้สวา่ นมือจะเป็นตวั อย่างก้อนมวล ในกรณีที่ต้องการเก็บตวั อย่างท่ีเป็ นตวั แทนหรือท่ีไม่ถกู รบกวน สามารถใช้
สว่านมือเป็ นอปุ กรณ์ขดุ เจาะจนถงึ ระดบั ท่ีต้องการ จากนนั ้ ใช้อปุ กรณ์เก็บตวั อย่างแกนดินเพอื่ เก็บตวั อย่างตอ่ ไปได้ซง่ึ จะ
กล่าวตอ่ ไป สวา่ นมือมีองค์ประกอบหลกั ๆ ได้แก่ หวั สวา่ นซง่ึ โดยมากสามารถเปลย่ี นได้เพอ่ื ให้สามารถใช้กบั ลกั ษณะดิน
ประเภทต่างๆ ก้านตอ่ ท่ีสามารถตอ่ ให้ยาวขนึ ้ ได้ และด้ามจบั รูปตวั “T” (รูปที่ 8.3) ตวั อยา่ งดินทีต่ ิดขนึ ้ มากบั สวา่ นเป็น
ตวั อย่างก้อนมวล การเก็บตวั อย่างโดยอปุ กรณ์ในลกั ษณะนีจ้ ะเก็บลงไปถึงระดบั ไมล่ กึ มาก ขนึ ้ กบั ลกั ษณะของชนั้ ดิน
เครื่องมือและกําลงั ของผ้เู ก็บตวั อย่าง แตโ่ ดยทว่ั ไปจะเก็บตวั อย่างได้ในระดบั ไม่ลกึ กวา่ 1 – 1.5 เมตร
รูปท่ี 8.3 ตวั อย่างชดุ สวา่ นมือ
ข้อดีของอปุ กรณ์ในกลมุ่ นีค้ ือเก็บตวั อย่างได้รวดเร็ว และมีคา่ ใช้จา่ ยตํ่า แตก่ ารกําหนดระดบั ความลกึ
ท่ีแม่นยําทําได้ยาก และไม่เหมาะกบั พนื ้ ที่ดินที่แนน่ หรือแขง็ มากๆ โดยรายละเอียดสามารถศกึ ษาเพมิ่ เติมได้จาก ASTM
Standard D 1452 Practice for Soil Investigation and Sampling by Auger Borings และ D 4700 Soil Sampling
from the Vadose Zone
8.2.3 หลอดเกบ็ ตวั อย่าง (Tube sampling Devices) เป็นอปุ กรณ์ที่คล้ายกบั สวา่ นมือคอื มี
องค์ประกอบหลกั ๆ ได้แก่ หวั เจาะซง่ึ โดยมากสามารถเปลย่ี นได้เพอ่ื ให้สามารถใช้กบั ลกั ษณะดินประเภทต่างๆ ก้านต่อที่
สามารถตอ่ ให้ยาวขนึ ้ ได้ และด้ามจบั รูปตวั “T” อย่างไรก็ตามหลอดเก็บตวั อยา่ งดีกวา่ สว่านมือในแงข่ องการเก็บตวั อยา่ ง
< 102 >
ตวั อย่างดินเพื่อนําไปวเิ คราะห์สารอินทรีย์ระเหย ส่วนการใช้งานจะใช้วธิ ีการกดเคร่ืองมือแทนที่จะเป็ นการเจาะเหมือน
สวา่ น ทาํ ให้ได้ตวั อย่างเป็ นตวั แทนของระดบั ความลกึ ที่ต้องการ การใช้งานอาจจะกดลงไปในตาํ แหน่งท่ีต้องการเพ่ือเก็บ
ตวั อย่างหรือใช้ร่วมกบั สวา่ นมือโดยใช้สวา่ นมือในการเจาะนําลงไปสรู่ ะดบั ที่ต้องการ จากนนั้ จงึ เปลีย่ นหวั สวา่ นเป็ น
หลอดเก็บตวั อย่างเพื่อเก็บตวั อย่างตอ่ ไป ตวั อย่างอปุ กรณ์ในกลมุ่ นีไ้ ด้แก่ Soil Probe และ Thin-wall Tube เป็ นต้น (รูป
ท่ี 8.4)
(ก)
ส่วนหวั สาํ หรับประกอบ
Thin-wall Tube กับด้ามต่อ
ช่องระบายอากาศ
สกรูเช่ือมส่วนหวั และ
Thin Wall Tube
Thin-wall Tube
ปลายตัดดนิ
(ข)
รูปท่ี 8.4 (ก) ตวั อย่างหลอดเก็บตวั อย่าง และ (ข) องค์ประกอบของ Thin-wall Tube Sampler
Thin-wall Tube (หรือ Shelby-tube) Samplers เป็ นอปุ กรณ์ท่ีใช้ทวั่ ไปในการเก็บตวั อย่างที่เป็ น
ตวั แทนหรือในบางกรณีตวั อยา่ งท่ีไม่ถกู รบกวน โดยมีขนั้ ตอนการเก็บตวั อยา่ งร่วมกบั สวา่ นมืออยา่ งสงั เขปดงั นี ้
1. ทําความสะอาดบริเวณที่จะเจาะให้สะอาดจาก เศษก่ิงไม้ หิน เศษขยะ เป็ นต้น ควรจะขดุ หน้า
ดินออกลกึ อย่างน้อย 5 – 15 เซนตเิ มตร ในบริเวณรอบจดุ เก็บตวั อย่างในรัศมี 10 – 15
เซนตเิ มตรโดยรอบจดุ เก็บตวั อยา่ ง
< 103 >
2. เริ่มเจาะดินโดยสว่านมือ และเก็บดนิ ท่ีถกู ขดุ ขนึ ้ มาออกเป็ นระยะๆ ไว้บนผ้าพลาสตกิ ที่ปอู ยู่
บริเวณปากหลมุ การทาํ เช่นนีช้ ่วยป้ องกนั ไม่ให้ดนิ เหลา่ นีห้ ล่นกลบั ลงไปในหลมุ ภายหลงั ทีถ่ อน
สว่านมือออก และลดการปนเปื อ้ นในบริเวณโดยรอบ
3. หลงั จากได้ระดบั ท่ีต้องการ ให้ดงึ สว่านมือขนึ ้ มาอย่างช้าๆ ถ้าต้องการเก็บตวั อย่างจากสวา่ นมือ
โดยตรงให้ทําหลงั จากดงึ สวา่ นมือขนึ ้ จากหลมุ แล้ว จากนนั ้ ใช้อปุ กรณ์ท่ีทําจากพลาสติกหรือ
เหล็กกล้าไร้สนิมเก็บตวั อย่างโดยพยายามเลือกสว่ นของดนิ ท่ีอย่ดู ้านในและไมไ่ ด้สมั ผสั กบั
สวา่ นมือโดยตรง
4. เปลย่ี นหวั สวา่ นมือจากด้ามตอ่ และแทนที่ด้วย Thin-wall Tube Sampler ที่สะอาดแล้วหยอ่ น
ลงไปในหลมุ อยา่ งช้าๆ โดยไม่ให้ขดู กบั ผนงั ของหลมุ และไม่ให้ตอกหรือทําให้เกิดการ
สนั่ สะเทือนเพราะหลมุ ท่ีขดุ ไว้อาจจะถลม่ ลงไปได้
5. เมื่อเก็บตวั อย่างได้แล้ว ให้ถอนขนึ ้ มาอย่างช้าๆ จากนนั้ ถอดตวั Thin-wall Tube Sampler
ออกมาจากตวั ด้ามและถอดสว่ นหวั และนําแทง่ ดินตวั อยา่ งออก
6. ตดั สว่ นบนของตวั อย่างแกนดินทิง้ ไป อย่างน้อย 3 – 5 เซนติเมตร เพราะอาจจะเป็นดินสว่ นท่ี
ได้มาจากสว่ นอนื่ ก่อนที่จะถงึ ระดบั ท่ีต้องการ บรรจแุ ท่งดินลงในภาชนะท่ีเตรียมไว้โดยไมต่ ้อง
กวนผสม
7. ถ้าต้องการนําตวั อย่างดินไปวิเคราะห์สารอนิ ทรีย์ระเหย ให้เก็บตวั อย่างสว่ นหนงึ่ ลงในภาชนะท่ี
เหมาะสมและเตรียมไว้โดยใช้อปุ กรณ์ท่ีทําจากเหล็กกล้าไร้สนิม และปิ ดภาชนะให้แน่น (หรือใช้
อปุ กรณ์เก็บตวั อยา่ งย่อยเกบ็ ตวั อย่างดงั รายละเอยี ดที่จะกลา่ วตอ่ ไป)
8. เก็บตวั อยา่ งสว่ นท่ีเหลือใสล่ งไปในภาชนะกวนผสมและกวนผสมให้เป็นเนือ้ เดยี วกนั เพื่อเป็น
ตวั แทนของตวั อยา่ งในชว่ งที่ทําการเก็บทงั ้ หมด จากนนั ้ เก็บตวั อย่างท่ีผสมแล้วลงในภาชนะที่
เหมาะสม หรือในกรณีท่ีต้องการเก็บตวั อย่างแบบผสมรวม ให้เกบ็ ตวั อยา่ งท่ีได้จากชว่ งอ่ืนหรือ
ตาํ แหน่งอน่ื ลงไปในภาชนะผสม เมื่อได้ตวั อย่างจากทกุ ชว่ งการเกบ็ ท่ีต้องการแล้ว จงึ ทําการ
ผสมแล้วบรรจลุ งในภาชนะท่ีเหมาะสมตอ่ ไป
9. ถ้าต้องการเก็บตวั อย่างที่ระดบั ลกึ ลงไป ให้ตอ่ Auger เข้ากบั ด้ามจบั จากนนั ้ ทําซาํ ้ ตามขนั ้ ตอน
ท่ี 2) – 7) และต้องทําความสะอาด Auger และ Tube Sampler ทกุ ครัง้ ระหวา่ งตวั อยา่ ง
10. หลงั จากเสร็จสนิ ้ ภารกิจการเก็บตวั อย่างดนิ ให้ใช้ดนิ ที่ขดุ ขนึ ้ มาค่อยๆ กลบลงไปในหลมุ เดมิ จน
เตม็
ข้อดีและข้อจํากดั ของอปุ กรณ์ชนดิ นีจ้ ะคล้ายกบั สวา่ นมือ และในท้องตลาด อปุ กรณ์เก็บตวั อยา่ ง
แบบนีม้ กั จําหน่ายเป็นชดุ กบั สวา่ นมือด้วย โดยรายละเอยี ดสามารถศกึ ษาเพมิ่ เตมิ ได้จาก ASTM Standard D 1587
Standard Practice for Thin-Walled Tube Sampling of Soils for Geotechnical Purposes และ D 4700 Soil
Sampling from the Vadose Zone
8.2.4 อุปกรณ์เกบ็ ตวั อย่างย่อย (Sub-coring Devices) เป็ นอปุ กรณ์เก็บตวั อย่างท่ีออกแบบ
เฉพาะเฉพาะสาํ หรับตวั อย่างท่ีจะนําไปวเิ คราะห์สารอินทรีย์ระเหย เนื่องจากการสญู เสยี สารอนิ ทรีย์ระเหยจากตวั อย่าง
< 104 >
เกิดขนึ ้ ได้งา่ ยและทําให้เกิดความผิดพลาดในการวิเคราะห์โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในกรณีที่ความเข้มข้นของสารอนิ ทรีย์
ระเหยตาํ่ (มีความเข้มข้นตํ่ากวา่ 200 ไมโครกรัมตอ่ กิโลกรัม) ทาง U.S. EPA. จงึ ได้กําหนดวิธีการวเิ คราะห์เฉพาะสําหรับ
ตวั อย่างในลกั ษณะนีข้ นึ ้ คือ U.S. EPA. SW-846 Method 5035 Closed-system Purge-and-Trap and Extraction for
Volatile Organics in Soil and Waste Samples ซงึ่ ใช้ตวั อย่างดินประมาณ 5 กรัมในการวเิ คราะห์ โดยมีการกําหนดวิธี
ของการเก็บตวั อย่างแบบหนง่ึ สาํ หรับวิธีวเิ คราะห์นีค้ ือการเก็บตวั อย่างด้วยอปุ กรณ์ท่ีปิ ดผนกึ ตวั อย่างจากภาคสนามโดย
ไม่ให้สมั ผสั กบั บรรยากาศในสง่ิ แวดล้อม (CAL. EPA., 2004)
โดยทวั่ ไป เมื่อตวั อย่างดนิ ถกู เก็บขนึ ้ มาจากระดบั ความลกึ ด้วยอปุ กรณ์ท่ีสามารถเก็บตวั อยา่ งแกน
ดนิ (Core Sample) จากนนั ้ จงึ ทําการเก็บตวั อย่างย่อยจากตวั อย่างแกนดินดงั กลา่ วสภู่ าชนะที่ปิ ดผนกึ ไมม่ ีอากาศร่ัวซมึ
ซงึ่ อปุ กรณ์เก็บตวั อย่างยอ่ ยจะถกู ออกแบบให้สามารถกดลงไปในดนิ เพื่อเก็บตวั อย่างแกนดนิ ที่ไมม่ ีชอ่ งวา่ งอากาศและ
ใช้เป็ นภาชนะบรรจตุ วั อย่างได้พร้อมกนั ในบางกรณีอปุ กรณ์เหลา่ นีส้ ามารถใช้เพ่ือเก็บตวั อย่างจากระดบั ผิวดินได้
อปุ กรณ์เกบ็ ตวั อยา่ งย่อยนีอ้ าจจะเป็นวสั ดทุ รงกระบอก เชน่ เขม็ ฉีดยาพลาสตกิ (ขนาด 5 ลกู บาศก์
เซนตเิ มตรขนึ ้ ไป) ที่นํามาดดั แปลงเป็นอปุ กรณ์เก็บตวั อย่างแบบใช้ครัง้ เดียว โดยตดั ด้านท่ีเป็นเขม็ ออกให้เรียบ (รูปที่
8.5) โดยมีขนั ้ ตอนในการใช้งานดงั นี ้
รูปท่ี 8.5 ตวั อย่างเขม็ ฉีดยาพลาสติกทถ่ี กู ดดั แปลง
เป็นอปุ กรณ์เก็บตวั อย่างย่อย
1. กดแกนกระบอกสบู ลงสตู่ าํ แหน่งตํ่าที่สดุ เพือ่ ให้สมั ผสั กบั ดินโดยตรงทําให้ไมม่ ีช่องวา่ งอากาศ
ถกู กกั ภายในกระบอกสบู
2. กดกระบอกสบู เพื่อเก็บตวั อย่างย่อยจากตวั อยา่ งแกนดนิ ท่ีเก็บมาจากอปุ กรณ์อ่ืน หรือกดลงไป
บนพนื ้ ผิวดินในตาํ แหน่งที่ต้องการเก็บตวั อย่างที่ผิวหน้าดินซง่ึ เป็ นต้นไม้หรือกรวดทรายถกู ปาด
ออกไปแล้วด้วยอปุ กรณ์ชนิดอ่นื จนกระทงั่ ดนิ ถกู เก็บเข้ามาในกระบอกประมาณ 5 กรัม หรือใน
ปริมาณที่ต้องการ
3. ถอนกระบอกสบู ออกจากดนิ แล้วดนั แกนกระบอกสบู เพอื่ ดนั ตวั อย่างดนิ ส่ขู วดฝาเกลียวท่ีปิ ด
ผนกึ สนิทที่ได้รับการปิ ดฉลากไว้แล้วและรักษาสภาพตวั อย่างด้วยวธิ ีที่เหมาะสม ทงั ้ นี ้ ขนาด
< 105 >
ของปากภาชนะควรใหญ่กว่าขนาดของกระบอกสบู พอท่ีจะทําให้การดนั ตวั อย่างดนิ เพอ่ื บรรจุ
ในภาชนะส่กู ระบอกทําได้โดยสมั ผสั อากาศน้อยทีสดุ
ปัจจบุ นั ได้มีการผลิตอปุ กรณ์สาํ เร็จรูปในลกั ษณะนีอ้ อกมาวางจําหน่ายในท้องตลาด เช่น อปุ กรณ์ที่มี
ชื่อการค้าว่า Easy Draw Syringe™, EnCore™, Lock N’ Load™ เป็ นต้น มีวสั ดใุ ห้เลอื กหลายประเภท ทําให้สะดวก
ในการใช้งานโดยอาจจะมากบั ด้ามจบั เพ่ือให้สะดวกในการใช้งานและตวั กระบอกสามารถกําหนดปริมาตรที่แนน่ อน
รวมทงั ้ สามารถปิ ดผนึกและใช้เป็นภาชนะบรรจไุ ด้ด้วย สาํ หรับการเก็บตวั อย่างโดยอปุ กรณ์ในกลมุ่ นีส้ ามารถอ้างองิ ได้
จาก ASTM Standard D 6418 Standard Practice for Using the EnCore Sampler for Sampling and Storing Soil
for Volatile Organic Analysis
8.2.5 กระบอกแข็งและกระบอกผ่า (Solid and Split Barrel) เป็ นอปุ กรณ์เก็บตวั อย่างแกนดิน
สาํ หรับตวั อย่างท่ีเป็ นตวั แทนและในบางกรณีตวั อย่างที่ไมถ่ กู รบกวนได้ โดยกระบอกผา่ เหมาะกบั ตวั อย่างดินที่แนน่ และ
เหนียว กระบอกแขง็ จะทําจากโลหะผสมที่มีความแขง็ แรง การใช้งานจะใช้แรงจากเคร่ืองจกั รในการตอกโดยจะใช้ค้อน
หรือต้มุ นํา้ หนกั ขนาด 140 ปอนด์ (ประมาณ 63.5 กิโลกรัม) ในการตอกซง่ึ ในมาตรฐานการทํางาน ค้อนหรือต้มุ นํา้ หนกั
จะถกู ยกขนึ ้ 75 เซนติเมตร (30 นิว้ ) แล้วจงึ ปล่อยให้ตกลงมากระทบก้านตอ่ ท่ีประกอบเข้ากบั กระบอกเก็บตวั อย่าง
สําหรับกระบอกผา่ จะมีลกั ษณะเดยี วกบั กระบอกแขง็ แต่จะมีร่องผ่าตลอดแนวยาวเพ่ือให้กระบอกแยกเป็น 2 สว่ นได้ (รูป
ท่ี 8.6)
ส่วนสาํ หรับประกอบกับก้าน
อุปกรณ์ขุดเจาะ
ส่วนหวั ใช้ประกบกระบอกผ่าและ
ประกอบกระบอกผ่ากับด้ามจบั
รอบตะเข็บสาํ หรับแยก กระบอกผ่า
กระบอกผ่า ส่วนปลายใช้ประกบกระบอกผ่า
ฝากนั ดนิ ไหลย้อน
รูปท่ี 8.6 กระบอกผ่าและองค์ประกอบ
< 106 >
การเก็บตวั อย่างจากกระบอกแขง็ หรือกระบอกผ่าสามารถใช้ร่วมกบั สวา่ นโดยใช้หวั สวา่ นเจาะนําลง
ไปถึงระดบั ที่ต้องการ จากนนั ้ จงึ เปล่ียนหวั เก็บตวั อย่างเป็นกระบอกแขง็ หรือกระบอกผา่ เพ่ือเก็บตวั อย่างแกนดิน และ
สามารถใช้อปุ กรณ์เก็บตวั อย่างยอ่ ยเพื่อเก็บตวั อยา่ งดินสาํ หรับการวิเคราะห์สารอนิ ทรีย์ระเหยได้ด้วย สําหรับกระบอก
แขง็ อาจจะต้องมีอปุ กรณ์ที่ใช้ช่วยในการดนั ตวั อย่างออกจากกระบอก หรือมีชนั้ รองภายในเพ่ือให้ถ่ายตวั อย่างจาก
กระบอกได้ง่ายขนึ ้ ในการใช้กระบอกผ่าสาํ หรับเก็บตวั อยา่ งแกนดนิ ท่ีมีความยาวตอ่ เนื่อง 45 ถึง 60 เซนติเมตรทําได้ดงั นี ้
1. ใช้หวั สวา่ นเจาะดินนําลงไปสรู่ ะดบั ความลกึ ที่ต้องการ จากนนั้ ถอนสวา่ นออกจากหลมุ อย่าง
ช้าๆ แล้วถอดหวั สวา่ นออก
2. ประกบสว่ นที่เป็นกระบอกผ่า ท่ีสะอาดเข้าด้วยกนั ตามแนว โดยไขประกบด้วยสว่ นหวั และส่วน
ปลายที่เป็ นหวั ตดั เข้าด้วยกนั แล้วประกอบกบั ก้านอปุ กรณ์ขดุ เจาะ
3. กดกระบอกผา่ ท่ีประกอบแล้วลงไปในดนิ อย่างช้าๆ จาํ นวนการตอกหรืออดั จะต้องทําการบนั ทกึ
เอาไว้ และให้บนั ทกึ ความยาวจริงท่ีตวั กระบอกผา่ ได้เจาะลงไปในดินด้วย เนื่องจากอาจจะทํา
ให้ดนิ ถกู อดั ตวั มากกวา่ เดิม ทําให้ความยาวของตวั อย่างแทง่ ดินในกระบอกผ่า และความยาว
จริงท่ีตวั กระบอกผา่ ได้เจาะลงไปในดนิ ตา่ งกนั อาจมีผลทําให้การวิเคราะห์ผลทางกายภาพ เช่น
ความพรุน สภาพนําชลศาสตร์ ผิดพลาดไปได้
4. เม่ือได้ตวั อย่างจากความลกึ ท่ีต้องการ ให้ถอนขนึ ้ มาอยา่ งช้าๆ ถอดชิน้ ส่วนหวั ท้ายออก และ
แยกสว่ นที่เป็นกระบอกผา่ ออกจากกนั อยา่ งระมดั ระวงั บนั ทกึ ปริมาณของดินท่ีได้ (วดั ความ
ยาวของแทง่ ดนิ ) ถ้าต้องการแยกตวั อย่างเป็ นส่วนๆ ให้ใช้มีดสะอาดท่ีทําจากเหลก็ กล้าไร้สนิม
ตดั แบง่ แท่งดินออก โดยมากจะแยกเป็ นสองสว่ น ในกรณีท่ีต้องการปริมาณตวั อย่างมากขนึ ้
ต้องใช้กระบอกผา่ ขนาดใหญ่ โดยทว่ั ไปเส้นผา่ นศนู ย์กลางของกระบอกผ่าคือ 5 – 10
เซนตเิ มตร
5. บรรจตุ วั อย่างให้คงสภาพเดิมมากท่ีสดุ ในภาชนะที่เหมาะสมและรักษาสภาพตวั อยา่ งด้วยวิธีท่ี
เหมาะสม
การเก็บตวั อย่างโดยอปุ กรณ์ในกลมุ่ นีส้ ามารถอ้างอิงได้จาก ASTM Standard D 1586 Test
Methods for Penetration Test and Split-Barrel Sampling of Soils, D 3550 Practice for Ring-Lined Barrel
Sampling of Soils, D 4700 Soil Sampling from the Vadose Zone, และ D 6169 Guide for Selection of Soil and
Rock Sampling Devices with Drill Rigs for Environmental Investigations
ในการเก็บตวั อย่างแกนดินโดยใช้แรงเครื่องจกั รนอกจากกระบอกแขง็ และกระบอกผ่า อาจจะใช้
Thin-wall Tube Sampler ได้โดยใช้แนวทางขนั ้ ตอนการเก็บตวั อย่างท่ีบรรยายไปแล้วสําหรับกระบอกแขง็ และกระบอก
ผ่าแตเ่ ปล่ยี นจากการตอกกระแทกกระบอกผา่ เป็นการกด Thin-wall Tube Sampler ซง่ึ เหมาะกบั ชนั้ ดินทีไ่ มแ่ นน่ มาก
และไมม่ ีกรวดทรายผสมอย่มู ากโดยสามารถอ้างองิ ได้จาก ASTM Standard D 1587 Method for Thin-Walled Tube
Geotechnical Sampling of Soils, D 4700 Soil Sampling from the Vadose Zone, และ D 6169 Guide for Selection
of Soil and Rock Sampling Devices with Drill Rigs for Environmental Investigations
< 107 >
8.2.6 อุปกรณ์เกบ็ ตวั อย่างอ่ืนๆ ท่ีได้กลา่ วมาเป็นตวั อย่างของอปุ กรณ์เก็บตวั อยา่ งดินที่ได้มี
การพฒั นาเพ่ือให้มีประสทิ ธิภาพในการเก็บตวั อย่างดขี นึ ้ เชน่ Piston Samplers ท่ีปรับปรุงมาจาก Thin-wall Tube
Sampler รวมทงั้ อปุ กรณ์เก็บตวั อย่างสาํ หรับกรณีเฉพาะอ่นื ๆ เช่น Pitcher และ Denison เป็ นต้น ซง่ึ เป็ นอปุ กรณ์ท่ี
พฒั นาขนึ ้ สําหรับการเก็บตวั อย่างแบบไม่ถกู รบกวน ซงึ่ การเก็บตวั อย่างโดยอปุ กรณ์ในกลมุ่ นีส้ ามารถศกึ ษาได้จาก
ASTM Standard D 2937 Density of Soil in Place by the Drive-Cylinder Method, D 4700 Soil Sampling from the
Vadose Zone, และ D 6169 Guide for Selection of Soil and Rock Sampling Devices with Drill Rigs for
Environmental Investigations เป็นต้น
8.3 การวางแผนเกบ็ ตวั อย่างดนิ
ในการสํารวจพืน้ ที่ ดินถือได้วา่ เป็นสว่ นท่ีไมม่ ีการเคลื่อนท่ี (แม้จะเปรียบเทียบกบั นํา้ ใต้ดินซงึ่
เคล่ือนที่ได้ช้า) อย่างไรก็ตามดนิ มีลกั ษณะธรรมชาตไิ ม่มีการกวนผสมเป็ นเนือ้ เดยี วและมีความผนั แปรตามพนื ้ ที่
(Spatial Variation) ทงั ้ ในแนวราบและแนวดิ่ง การเก็บตวั อย่างเพอื่ ให้ได้ข้อมลู ที่มีความแม่นยําและเป็นตวั แทนของ
ลกั ษณะพนื ้ ท่ีจริงนนั ้ ทําได้ไมง่ ่ายนกั เน่ืองจากข้อจํากดั ทางกายภาพ และคา่ ใช้จ่ายในการเก็บตวั อย่าง (และการวเิ คราะห์
ตวั อย่าง) ซงึ่ จะสงู ตามจาํ นวนตวั อยา่ ง (และพารามิเตอร์ท่ีต้องการวเิ คราะห์) โดยเฉพาะในกรณีท่ีต้องใช้เคร่ืองจกั รกล
ช่วยในการขดุ เจาะ จงึ แทบเป็ นไปไมไ่ ด้เลยสาํ หรับการสํารวจพืน้ ท่ีปนเปื อ้ นใดๆ ทีจ่ ะเก็บตวั อยา่ งในปริมาณที่มากและใน
ความถี่ที่สงู พอจนกระทง่ั ความไม่แน่นอนถกู กําจดั ให้หมดไปหรือแม้กระทงั่ เก็บตวั อย่างในปริมาณที่มากและในความถี่ที่
สงู พอจนกระทงั่ ความไมแ่ นน่ อนอยใู่ นระดบั ที่ยอมรับได้ กระบวนการเก็บตวั อย่างหลายแบบจงึ ได้มีการนํามาประยกุ ต์ใช้
ในงานการเก็บตวั อย่างดนิ อย่างไรก็ตามไม่ใชว่ ่าทกุ กระบวนการใช้หลกั การทางสถิติ ในเบอื ้ งต้น ประเภทของการเก็บ
ตวั อย่างอาจจะแบง่ ได้ดงั ตอ่ ไปนี ้คือ
8.3.1 การเกบ็ อย่างไร้รูปแบบ (Haphazard Sampling) เป็นวิธีที่มีความความสมเหตสุ มผล
น้อยท่ีสดุ เป็นการเลือกเก็บตวั อย่างตามใจชอบ เช่น เก็บเฉพาะจดุ ที่มีความสะดวก จดุ ที่เข้าถงึ ได้งา่ ย เป็นต้น โดยไมม่ ี
หลกั การใดๆ มารองรับ การทําเชน่ นีอ้ าจจะทําให้เกิดความคลาดเคล่อื นจากการเกบ็ ตวั อย่างได้มาก โดยเฉพาะในการ
ตรวจสอบพนื ้ ท่ีปนเปื อ้ น อยา่ งไรก็ตาม วิธีนีอ้ าจจะถกู นํามาใช้ในกรณีเร่งดว่ นและไมม่ ีความค้นุ เคยกบั พนื ้ ท่ีและวิธีนีค้ วร
ใช้กบั ตวั อย่างระดบั ตนื ้ เทา่ นนั้ เพราะการขดุ เจาะโดยปราศจากข้อมลู อาจจะทําให้เกิดความเสียหายได้โดยเฉพาะกบั
สาธารณปู โภคที่ถกู ฝังอยใู่ ต้ดิน และทําให้ต้องเสียเวลาและคา่ ใช้จ่ายโดยอาจจะไมไ่ ด้ประโยชน์เท่าที่ควรด้วย นอกจากนี ้
ยงั อาจจะเกิดอนั ตรายจากการสมั ผสั กบั ไอระเหย หรือเกิดอบุ ตั ิเหตไุ ด้โดยเฉพาะในกรณีพืน้ ที่ปนเปื อ้ นด้วยปิ โตรเลียม
ไฮโดรคาร์บอนซง่ึ อาจจะมีการยอ่ ยสลายทําให้มีการสะสมของก๊าซชีวภาพท่ีตดิ ไฟ เชน่ ก๊าซมีเธน เป็นต้น ในชนั ้ ใต้ดิน
จนถงึ ระดบั ความเข้มข้นที่เป็ นอนั ตรายเมื่อสมั ผสั กบั ประกายไฟทําให้เกิดระเบิดได้
8.3.2 การเกบ็ แบบสบื ค้น (Search Sampling) เป็ นวิธีท่ีใช้ข้อมลู เดิมประกอบกบั ความเป็นมา
ของพนื ้ ที่เพื่อประเมินสว่ นของพืน้ ท่ีท่ีมีการปนเปื อ้ นสงู เช่น พนื ้ ที่ที่ทราบวา่ มีการปนเปือ้ นด้วยนํา้ มนั เครื่อง โดยปกติ
บริเวณพนื ้ ผิวที่มกี ารปนเปื อ้ นจะมีสีดาํ เข้ม หรือบริเวณท่ีเคยเป็ นพืน้ ที่สาํ หรับทําความสะอาดภาชนะบรรจุ หรือจากการ
ตรวจสอบข้อมลู เดมิ พบวา่ มีการขดุ หลมุ ฝังกลบกากทไี่ ม่ถกู ต้องในพืน้ ท่ี เม่ือเทียบเคียงข้อมลู และแผนผงั ของพนื ้ ทีแ่ ล้วจงึ
ทําการเลือกจดุ เก็บตวั อย่างในบริเวณที่มีการปนเปื อ้ นมาก่อน เป็นต้น การเก็บตวั อย่างจะเน้นในบริเวณนนั ้ เป็ นหลกั โดย
อาจจะเก็บตวั อย่างดินโดยตรงหรืออาจจะเก็บเพียงก๊าซในดิน การสํารวจพนื ้ ท่ีด้วยวิธีนีอ้ าจจะใช้อปุ กรณ์ตรวจวดั
< 108 >
ภาคสนาม เชน่ GC FID/PID แบบพกพา เป็นต้น เพอ่ื ให้สามารถระบพุ นื ้ ที่ท่ีน่าจะเป็นแหล่งกําเนิดได้อย่างรวดเร็ว
เพื่อที่จะทําการศกึ ษาในรายละเอยี ดต่อไป
8.3.3 การเลอื กเกบ็ ตามความเหน็ (Judgement/Biased Sampling) เป็ นการกําหนดจดุ เก็บ
ตวั อย่างตามความเหน็ และตามหลกั วิชาการ โดยเลือกเอาตวั อย่างที่คาดวา่ จะเป็ นตวั แทนของพืน้ ที่ได้ เหมาะสาํ หรับการ
เร่ิมเก็บตวั อยา่ งในกรณีที่ต้องเก็บจํานวนตวั อย่างจํากดั โดยเฉพาะกรณีที่ต้องใช้เคร่ืองจกั รกล เน่ืองจากตําแหน่งที่ขดุ
เจาะได้อาจจะถกู จํากดั ด้วยสภาพพนื ้ ท่ี เช่น พืน้ ผิวถกู ลาดด้วยคอนกรีต หรือมีสาธารณปู โภคใต้ดนิ หรือมีโครงสร้างที่
ขดั ขวางการเข้าสตู่ าํ แหน่งเก็บตวั อยา่ งของอปุ กรณ์ขดุ เจาะ เป็ นต้น เทคนิคนีจ้ ะประยกุ ต์ใช้กบั การเก็บตวั อย่างดนิ เพ่ือดู
การเปลี่ยนแปลงตามความลกึ ซง่ึ มกั จะทําพร้อมกบั การตดิ ตงั้ บอ่ ตดิ ตามตรวจสอบในพนื ้ ท่ี เป็ นต้น เห็นได้วา่ ในกรณี
ดงั กลา่ ว ในทางปฏิบตั ิ การเกบ็ ตวั อย่างดนิ จํานวนมากถึงแม้วา่ ไมถ่ กู จาํ กดั โดยลกั ษณะทางกายภาพของพนื ้ ท่ีแตก่ ็จะมี
ข้อจํากดั ด้านเวลาและคา่ ใช้จา่ ย (คา่ แรงและคา่ เช่าเครื่องจกั ร) ท่ีเพม่ิ ขนึ ้ ตามจํานวนตวั อยา่ ง ทําให้ไม่สามารถเก็บ
ตวั อย่างได้ถี่ตามที่ต้องการได้ทําให้ได้ข้อมลู ที่จํากดั ถึงแม้วา่ ความแม่นยําของข้อมลู จะเพมิ่ ขนึ ้ เม่ือได้ทําการเก็บตวั อย่าง
เพ่มิ ขนึ ้ ก็ตาม
8.3.4 วธิ ีการเกบ็ ตามการแบ่งพืน้ ท่ยี ่อย (Grid Sampling) เหมาะกบั การเก็บตวั อย่างในพนื ้ ท่ี
ขนาดใหญ่ที่มีการปนเปื อ้ นในดินชนั้ ตนื ้ ท่ีไม่ต้องใช้เครื่องมือหนกั ในการขดุ เจาะเพื่อเก็บตวั อย่าง การเก็บตวั อย่างทําได้
โดยแบง่ พนื ้ ที่ออกเป็ นพนื ้ ที่ย่อยท่ีมีรูปร่างและขนาดเท่าๆ กนั หรือแตกตา่ งกนั ขนึ ้ กบั ลกั ษณะพนื ้ ท่ี โดยมากจะแบง่ เป็ น
พืน้ ท่ียอ่ ยขนาดสเ่ี หลี่ยมเท่าๆ กนั เกณฑ์การแบง่ พืน้ ท่ีอาจแบง่ ตามหลกั สถิติ ลกั ษณะเครื่องมือที่ใช้เก็บ ตามรูปร่างและ
ขนาดของพนื ้ ที่ หรือเกณฑ์ใดๆ ตามความเหมาะสม การเก็บตวั อย่างจากพืน้ ที่ยอ่ ยอาจจะเก็บแบบไมต่ ่อเนื่อง (Grab
Sampling) หรือแบบผสมรวม (Composite Sampling) ได้แล้วแตค่ วามเหมาะสม ดงั ตวั อย่างในรูปท่ี 8.7
(ก) (ข) (ค)
รูปท่ี 8.7 ตวั อย่างการเก็บตวั อย่างดินในพืน้ ท่ยี ่อย (ก) การเก็บตวั อย่างแบบไม่ตอ่ เน่ือง (ข) การเก็บตวั อย่าง
แบบผสมจากตวั อย่างที่เก็บจาก 5 ตาํ แหนง่ ผสมเป็น 1 ตวั อย่าง (ค) การเก็บตวั อยา่ งแบบผสมจากตวั อย่างท่ีเก็บ
จาก 9 ตําแหนง่ ผสมเป็ น 1 ตวั อย่าง
< 109 >
ในกรณีการเก็บตวั อยา่ งดินในพืน้ ที่ย่อยแบบผสมจะทาํ การเก็บตวั อย่างดินจดุ ละอย่างน้อย 100
กรัม เพ่ือผสมให้ได้หนง่ึ ตวั อยา่ ง ตวั อย่างกรณีเก็บตวั อย่างในรูปท่ี 8.7 (ข) ใช้ตวั อยา่ งดินจากตําแหน่งที่กําหนดผสมกบั
ตวั อย่างดินอกี 4 ตวั อยา่ งท่ีเก็บจากจดุ โดยรอบทงั้ 4 ทิศของตําแหน่งท่ีกําหนด แล้วผสมเป็ นตวั อย่างเดียว โดยจดุ เก็บ
โดยรอบจะอย่หู ่างจากจดุ ที่กําหนด 1 – 10 เมตร ทงั้ นี ้ ปริมาณตวั อยา่ งดนิ ที่เก็บจากแตล่ ะจดุ ควรจะมีปริมาณเท่าๆ กนั
และมีไม่น้อยกวา่ 100 กรัม ตวั อย่างทงั ้ หมดจาก 5 ตําแหนง่ จะถกู ผสมรวมเพ่ือให้เป็ นตวั อย่างเดียว
ในกรณีท่ีไม่ทราบข้อมลู ขอบเขตของพืน้ ท่ีปนเปื อ้ นในเบอื ้ งต้น ดงั เชน่ พนื ้ ที่ท่ีเคยเป็นเขตอตุ สาหกรรม
มาก่อนที่ไม่มีสามารถหาข้อมลู ได้ หรือพืน้ ท่ีท่ีมีกิจกรรมที่มีศกั ยภาพก่อให้เกิดการปนเปื อ้ นอยา่ งกระจดั กระจาย เป็ นต้น
ให้ทําการเก็บตวั อย่างโดยแบง่ พืน้ ท่ีออกเป็ นขนาดกว้างและยาว 5 – 25 เมตร แล้วแต่ความเหมาะสมในแงข่ องขนาด
พนื ้ ท่ีและงบประมาณซงึ่ จะสมั พนั ธ์กบั ปริมาณตวั อย่างท่ีต้องการเก็บ จากนนั ้ จะทําการเก็บตวั อยา่ งแบบผสมรวม เมื่อ
ได้ผลการวิเคราะห์จงึ ทําการกําหนดเขตพืน้ ท่ีปนเปื อ้ นจากตวั อย่างดินที่มีคา่ สารปนเปื อ้ นสงู กวา่ มาตรฐานตามแนวทาง
ที่แนะนําไว้โดย Ministry of the Environment of Japan (1999) ดงั นี ้
1) แบง่ พนื ้ ที่สํารวจออกเป็ นพืน้ ท่ีย่อย เก็บตวั อยา่ งดนิ แบบผสมรวม โดยในรูปที่ 8.8 เป็ นตวั อย่างการ
เก็บตวั อยา่ งดนิ จาก 5 ตําแหน่งเพ่ือผสมให้เป็ นตวั อย่างเดยี วเพอื่ นําไปวเิ คราะห์พารามิเตอร์
ปนเปื อ้ น
รูปท่ี 8.8 แบง่ พืน้ ท่ีสํารวจออกเป็ นพืน้ ท่ีย่อยและเก็บตวั อยา่ งแบบผสมรวมเพื่อนําไปวิเคราะห์
< 110 >
2) นําผลวิเคราะห์ที่ได้มาประเมินขอบเขตพนื ้ ที่ปนเปือ้ น (รูปที่ 8.9) โดยอาจนําผลวเิ คราะห์ท่ีได้
เทียบกบั มาตรฐานคณุ ภาพดินที่มีอยู่
พนื้ ที่ที่พบว่าดนิ มกี ารปนเปื้ อน จดุ เกบ็ ตวั อย่างทมี่ ีการปนเปื้ อนเกนิ มาตรฐาน
รูปท่ี 8.9 ขอบเขตพนื ้ ที่ปนเปื อ้ น (ดรู ูปที่ 8.8 ประกอบ)
ในกรณีพนื ้ ท่ีท่ีทราบข้อมลู ขอบเขตของพนื ้ ท่ีปนเปื อ้ นในเบือ้ งต้น อาจจะใช้วธิ ีเก็บตามความเห็น
ร่วมกบั การเก็บแบบพืน้ ท่ีย่อย โดยกําหนดการเก็บตวั อย่างแบบไม่ต่อเนื่องในบริเวณขอบเขตของพืน้ ท่ีท่ีคาดวา่ มีการ
ปนเปื อ้ น ส่วนนอกบริเวณที่คาดวา่ จะมีการปนเปื อ้ น อาจจะเก็บแบบผสมรวมเพื่อยืนยนั ขอบเขตพืน้ ท่ีปนเปื อ้ นที่มีอยู่
ตามแนวทางที่แนะนําไว้โดย Ministry of the Environment of Japan (1999) ดงั นี ้
1) แบง่ พืน้ ท่ีสํารวจออกเป็ นพืน้ ท่ีย่อย เก็บตวั อยา่ งดินแบบไม่ต่อเนื่องในพนื ้ ที่ที่ท่ีคาดวา่ มีการ
ปนเปื อ้ นและบริเวณใกล้เคยี งโดยรอบ นอกนนั ้ ทําการเก็บตวั อย่างแบบผสมรวม รูปที่ 8.10 แสดง
การเก็บตวั อย่างแบบผสมรวมโดยเก็บตวั อยา่ งดนิ จาก 5 ตาํ แหน่งเพ่ือผสมให้เป็ นตวั อย่างเดียว
เพ่ือนําไปวเิ คราะห์พารามิเตอร์ปนเปื อ้ น
< 111 >
พนื้ ทท่ี ม่ี กี จิ กรรมท่ี
อาจจะก่อให้เกดิ การ
ปนเปื้ อน
ขอบเขตพนื้ ทที่ ค่ี าดว่าจะมกี ารปนเปื้ อน จุดเกบ็ ตวั อย่างแบบไม่ต่อเนอ่ื ง
ขอบเขตพนื้ ทท่ี ท่ี าํ การเกบ็ ตวั อย่างแบบไม่ต่อเนื่อง
รูปท่ี 8.10 ตวั อย่างการเก็บตวั อยา่ งดินในพืน้ ท่ีทราบข้อมลู การปนเปื อ้ นเบอื ้ งต้น
2) นําผลวิเคราะห์ท่ีได้มาประเมินขอบเขตพนื ้ ที่ปนเปื อ้ นจริง โดยอาจนําผลวเิ คราะห์ท่ีได้เทียบกบั
มาตรฐานคณุ ภาพดินท่ีมีอยู่ ซง่ึ ในกรณีนี ้ ข้อมลู การวิเคราะห์ตวั อยา่ งดินสามารถนํามายืนยนั
ขอบเขตขิงพืน้ ที่ปนเปื อ้ นจริงในพืน้ ท่ี (รูปที่ 8.11)
< 112 >
พนื้ ท่ที พ่ี บว่าดนิ มกี ารปนเปื้ อน จุดเกบ็ ตวั อย่าง จุดเกบ็ ตวั อย่างทมี่ กี ารปนเปื้ อนเกนิ มาตรฐาน
ขอบเขตพนื้ ทที่ คี่ าดว่าจะมกี ารปนเปื้ อนในเบือ้ งต้น
รูปท่ี 8.11 ขอบเขตพืน้ ที่ปนเปื อ้ น (ดรู ูปที่ 8.10 ประกอบ)
ทีก่ ลา่ วมาเป็ นแนวทางการเก็บตวั อย่างดินท่ีไมไ่ ด้ใช้หลกั การทางสถิตเิ ข้าไปเก่ียวข้องในการวางแผน
ซงึ่ อาจจะมีอคติ (Bias) ในการเลือกจดุ เก็บตวั อยา่ งได้ อยา่ งไรก็ตาม ด้วยข้อจํากดั ตา่ งๆ ดงั เชน่ ด้านกายภาพ ด้าน
คา่ ใช้จา่ ย ดงั ที่ได้กลา่ วมาแล้ว ในทางปฏิบตั ิ การเก็บตวั อย่างดินด้วยวธิ ีท่ีกลา่ วมายงั เป็นท่ียอมรับได้ ทงั ้ นี ้การพจิ ารณา
ควรจะผา่ นความเห็นชอบของผ้เู ช่ียวชาญและผ้ทู ี่เกี่ยวข้องเพ่ือทําความเข้าใจให้ทว่ั ถึงกนั ถงึ ข้อจํากดั ตา่ งๆ และเหตผุ ล
ในการเลือกวิธีการเก็บตวั อยา่ งสาํ หรับสถานการณ์นนั ้ ๆ
8.3.5 การเกบ็ ตวั อย่างตามหลกั ความน่าจะเป็ นทางสถติ ิ (Probability Sampling) เป็นการ
เก็บตวั อยา่ งแบบสมุ่ (Random Sampling) ตามการคาํ นวณด้วยหลกั การทางสถิติเพื่อให้เกิดความเท่ียงตรงสงู สดุ ตามท่ี
ต้องการ ซงึ่ อาจจะแบง่ ได้เป็นการเก็บแบบสมุ่ ทว่ั ไป (Simple Random Sampling) จะเป็นการเกบ็ ตวั อย่างโดยไมส่ นใจ
การเปล่ยี นแปลงความเข้มข้นตามความลกึ ในการสมุ่ เก็บ แต่ละตวั อย่างถกู เลอื กแบบสมุ่ อย่างเป็ นอสิ ระ
(Independent) ตอ่ กนั สาํ หรับกรณีที่ต้องพจิ ารณาการเปลย่ี นแปลงตามความลกึ อาจจะใช้วิธีส่มุ เก็บเป็ นชนั้ (Stratified
< 113 >
Random Sampling) โดยแบ่งพนื ้ ท่ีเป็ นชนั้ ๆ แบบไมม่ ีสว่ นของความหนาซ้อนทบั กนั การทําเชน่ นีม้ องได้วา่ เป็นการเก็บ
แบบสมุ่ ทว่ั ไปแต่ทําหลายๆ ชดุ นอกจากนี ้ การเก็บตวั อย่างตามหลกั ความน่าจะเป็นทางสถิตยิ งั มีแบบอนื่ ๆ ซง่ึ สามารถ
ศกึ ษาเพมิ่ เติมได้จาก (Gilbert, 1987 และ Gilbert and Doctor, 1985)
แนวคดิ พนื ้ ฐานทางสถิตทิ ่ีสําคญั และต้องคํานงึ ถึงในการเก็บตวั อย่างคือความแม่นยํา (Accuracy)
และความเท่ียงตรง (Precision) โดยความแม่นยําวดั ได้จากความใกล้เคียงของคา่ ที่วดั ได้กบั คา่ จริง ขนึ ้ กบั กระบวนการ
เก็บตวั อยา่ งและกระบวนการวเิ คราะห์ที่ถกู ต้องเป็ นหลกั สว่ นความเท่ียงตรงบอกได้จากความแปรผนั ของค่าที่วดั ได้จาก
แตล่ ะตวั อย่าง ดินทวั่ ไปมีลกั ษณะความไมเ่ ป็นเนือ้ เดียว (Heterogeneity) ดงั นนั ้ ปริมาณสารปนเปื อ้ นท่ีวดั จากแตล่ ะ
ตวั อย่างที่เก็บจะมีความแปรผนั ด้วย ทําให้โดยมากการเก็บตวั อยา่ งดินมาวิเคราะห์เป็นไปในลกั ษณะมีความเท่ียงตรง
น้อยแต่มีความแม่นยําสงู
หลกั การทางสถิตใิ ช้ทงั้ ความแม่นยําและความเท่ียงตรง โดยในขนั้ แรกจะกําหนดระดบั ความแม่นยํา
ตวั แปรทีใ่ ช้คือระดบั ความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ (Error, ) โดยท่ีคา่ 1 - จะหมายถึงระดบั ความเชือ่ มน่ั
(Confidence Level) เช่น ถ้ากําหนดคา่ ความคลาดเคลอื่ น, , ท่ี 5% จะสมั พนั ธ์กบั ระดบั ความเชื่อมนั่ 95% ซงึ่
หมายความว่าจะเชื่อมน่ั ได้ 95% ว่าคา่ ท่ีได้จากตวั อย่างจะเป็นคา่ ท่ีใช้ประมาณคา่ จริงได้
สว่ นความเท่ียงตรงของตวั อย่างจะมีมากขนึ ้ ตามจํานวนตวั อย่างที่เก็บ คา่ ท่ีบง่ ชีค้ วามเที่ยงตรงคือ
ความแปรปรวน (Variance, S2) ซง่ึ คํานวณได้จาก
S2 = (Xi - )2 (8.1)
n–1
โดย Xi = คา่ ท่ีวดั ได้ของแตล่ ะตวั อย่าง
= จํานวนตวั อย่างทงั้ หมด
n = คา่ เฉลยี่ ของตวั อย่างทงั้ หมดคํานวณได้จาก
= Xi (8.2)
n
จากสมการท่ี 8.1 เหน็ ได้วา่ ยิ่งจํานวนตวั อย่าง (n) มาก คา่ ความแปรปรวนจะย่ิงน้อย ในการเก็บ
ตวั อย่างจากพนื ้ ท่ีปนเปื อ้ นหรือพืน้ ท่ีท่ีมีการฟื น้ ฟอู าจจะใช้หลกั การทางสถิตมิ าชว่ ยในการคํานวณจํานวนตวั อย่างที่ต้อง
เก็บเพอ่ื ให้ได้คา่ ท่ีตรวจวดั ได้มีความแมน่ ยําและเที่ยงตรงอย่ใู นระดบั ที่ต้องการเพ่ือนําไปประเมินคา่ ใช้จ่ายหรือเพือ่
นําไปยืนยนั ความก้าวหน้าของการดาํ เนินการฟืน้ ฟพู ืน้ ท่ีปนเปื อ้ น การเก็บตามหลกั ความน่าจะเป็นทางสถิตทิ ี่เสนอในท่ีนี ้
ใช้หลกั การการกระจายตวั ของข้อมลู แบบ t – distribution ซงึ่ เป็นฟังก์ชนั แสดงความน่าจะเป็ นที่ใช้เพ่ือประเมินคา่ เฉล่ีย
ของตวั อย่างในกรณีที่ไมท่ ราบความแปรปรวนของประชากรจริง (2) แต่อาจจะประมาณได้จากความแปรปรวนของ
ตวั อย่าง (S2) โดย t – distribution ท่ีแสดงในภาคผนวก ฉ
การเก็บตวั อย่างแบบสมุ่ เร่ิมต้นจากการแบง่ พืน้ ที่ศกึ ษาออกเป็นตารางย่อยๆ ซง่ึ แตล่ ะตารางจะมีการ
กําหนดหมายเลขประจําไว้ โดยตวั อย่างถกู เก็บจากตารางย่อยที่มีหมายเลขตรงกบั หมายเลขซง่ึ ได้จากการสมุ่ เลือก การ
สมุ่ ทําจากตารางเลขสมุ่ หรือคอมพวิ เตอร์ก็ได้ ข้อมลู เบอื ้ งต้นหรือข้อมลู เก่ามีความจาํ เป็ นอย่างมากต่อการกําหนด
< 114 >
จํานวนตวั อย่างเพื่อให้ได้ความเที่ยงตรงตามที่ต้องการ ข้อมลู เบอื ้ งต้น เชน่ จากการเกบ็ ตวั อย่างในเบอื ้ งต้นซง่ึ อาจจะทํา
โดยวิธีใดวิธีหนงึ่ ท่ีได้กล่าวมาแล้วจะถกู นํามาใช้ประมาณคา่ และ S2 สําหรับการคํานวณจํานวนตวั อย่างตามสตู ร
ดงั นี ้
n= t2 S2 (8.3)
D2
โดย D = ความแตกตา่ งระหวา่ งค่าเฉลย่ี ของตวั อย่างและของประชากร ซง่ึ ก็คอื
– คา่ เฉลี่ยจริงของประชากร
เนื่องจากคา่ เฉลี่ยจริงของประชากรไม่สามารถทราบได้ การกําหนดค่า D จงึ
อาจจะใช้ช่วงคา่ ที่เหมาะสมสอดคล้องกบั ความละเอียดของเทคนิคที่ใช้ในการ
ตรวจวดั พารามิเตอร์นนั ้ ๆ หรืออาจจะเลอื กคา่ ตามหลกั คา่ นยั สําคญั และก็ได้
นอกจากท่ีกลา่ วมาแล้ว คํานวณคา่ ในชว่ งความเช่ือมนั่ (Confidence Interval, CI) ของคา่ เฉลี่ยด้วย
ดงั นี ้
+ CI = + t (S2/n)1/2 (8.4)
ดงั นนั้ ถ้ากําหนดระดบั ความเชอ่ื มน่ั 95% คา่ + CI หมายถึงจะมนั่ ใจได้วา่ 95% ของคา่ ที่ได้จาก
ตวั อย่างทงั ้ หมดจะอยใู่ นชว่ ง + CI ค่าสงู สดุ ( + CI) อาจจะนําไปเทียบคา่ มาตรฐานตา่ งๆ ในกรณีเก็บตวั อยา่ งจาก
พืน้ ท่ีปนเปื อ้ นหรือแหลง่ กําเนิด หรือคา่ ท่ีได้มาจากการคํานวณความเส่ยี ง (Exposure Risk Assessment) ในกรณีทํา
การฟื น้ ฟพู ืน้ ฟพู ืน้ ที่ปนเปื อ้ น
จากท่ีกลา่ วมา ขนั้ ตอนการเก็บตวั อย่างดนิ จากพืน้ ที่ปนเปื อ้ นตามหลกั สถิตสิ รุปได้ดงั นี ้ (ดดั แปลง
จาก U.S.EPA., 1996)
1) เร่ิมจากการเลือกเก็บตวั อย่าง 3 – 6 ตวั อยา่ ง เพือ่ ประมาณคา่ และ S2 อาจจะใช้วธิ ีการ
เลือกเก็บตามความเหน็ (Judgement/Biased Sampling) หรือวธิ ีอื่นๆ ที่อธิบายมาแล้ว
2) ใช้สมการที่ (8.3) เพ่ือคาํ นวณจํานวนตวั อย่างโดยกําหนดคา่ ชว่ งความเชื่อมนั่ ที่ต้องการ
เชน่ 95% หรือ 99.9% เป็ นต้น
3) เก็บตวั อย่างอย่างน้อยตามจํานวนท่ีคํานวณได้ โดยใช้วิธีสมุ่ เพื่อกําหนดจดุ เก็บตวั อย่าง
4) ประมาณคา่ และ S2 สําหรับการเก็บตวั อยา่ งในขนั้ ละเอยี ดต่อไป
5) ถ้าคา่ สงู กว่าคา่ มาตรฐานหรือค่าท่ีได้จากการประเมินความเส่ียง แสดงวา่ เป็ นพนื ้ ท่ีที่มี
การปนเปื อ้ นในระดบั ท่ีอนั ตรายหรือต้องทําการฟื น้ ฟตู ่อไป ถ้าคิดวา่ ผลท่ีได้อาจจะยงั ไมถ่ กู ต้อง ให้ทําซาํ ้ จาก 1)
– 4) โดยใช้คา่ และ S2 ท่ีได้จากครัง้ นี ้ สว่ นในกรณีท่ี ตํ่ากวา่ คา่ มาตรฐานหรือคา่ ที่ได้จากการประเมิน
ความเส่ยี ง ให้คาํ นวณคา่ + CI ตามสมการที่ 8.4 ถ้าชว่ งสงู สดุ ของ + CI มีคา่ ไม่เกินมาตรฐานหรือคา่ ท่ีได้
จากการประเมินความเสี่ยง ถือวา่ สิน้ สดุ กระบวนการ
< 115 >
ตวั อย่าง 8.1 โรงงานแห่งหนง่ึ มีพนื ้ ที่ท่ีเคยใช้เป็นที่ถลงุ และกองกากแร่อยา่ งไมถ่ กู วธิ ี จากข้อมลู เบือ้ งต้นพบว่า
นา่ จะมีการปนเปื อ้ นด้วย แคดเมียม (Cadmium, Cd) โดยมีขนาดของพนื ้ ที่ปนเปื อ้ นคือ 40 ม. x 16 ม. ในการเก็บตวั อย่าง
แต่ละตวั อย่างจะใช้พนื ้ ท่ีประมาณ 0.4 ม. X 0.4 ม. เนื่องจากเป็ นพืน้ ท่ีขนาดใหญ่พอสมควร จงึ ทําการแบง่ พืน้ ที่เป็น 4
สว่ นเท่าๆ กนั คือ 10 ม. x 4 ม. จากการสมุ่ เก็บตวั อยา่ งเบือ้ งต้น 6 ตวั อย่างสําหรับแต่ละพนื ้ ที่ยอ่ ยพบวา่ มี Cd ปนเปื อ้ น
ในแตล่ ะพนื ้ ท่ีย่อยดงั นี ้
พืน้ ท่ียอ่ ย ปริมาณ Cd ปนเปื อ้ น (มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม)
1 36 38 30 38 40 33
2 28 30 35 33 29 30
3 35 29 28 33 30 29
4 33 34 35 36 32 31
จากข้อมลู เบือ้ งต้นนี ้ ให้กําหนดวิธีการเก็บตวั อย่างแบบสมุ่ โดยใช้ช่วงความเชื่อมน่ั 95% และความ
แตกตา่ งระหวา่ งคา่ เฉลี่ยของตวั อย่างและของประชากร (D) ท่ี 5 มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม และกําหนดตําแหน่งที่จะทําการ
เก็บตวั อย่าง
วธิ ีทาํ สําหรับพืน้ ที่ย่อยท่ี 1 จากข้อมลู ของตวั อย่างที่เก็บมาครัง้ แรกทงั้ 6 ตวั อยา่ งคํานวณ ได้ดงั นี ้
= 36 + 38 + 30 + 38 + 40 + 33
6
= 35.8 มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม
S2 = (36 – 35.8)2 + (38 – 35.8)2 + (30 – 35.8)2 + (38 – 35.8)2 + (40 – 35.8)2 + (33 – 35.8)2
= 6 -1
13.8 มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม
S = √13.8 = 3.7
< 116 >
สําหรับช่วงความเช่ือมน่ั 95% ค่า ทไ่ี ด้คอื 0.025 (เน่ืองจาก 2 x 0.025 = 0.05 หรือ 5%) ซง่ึ ก็คือระดบั ความ
คลาดเคล่อื นสาํ หรับคา่ ความเช่ือมน่ั 95%จากตารางคา่ t – distribution ในภาคผนวก ฉ ค่า t= 0.025 สําหรับ Degree
of Freedom (df)1 เป็น 5 คือ 2.571 ดงั นนั ้
n= t2S2 = 18.2 หรือปัดเป็ น 19 ตวั อยา่ ง
=
D2
(2.571)2(13.8)
5
คา่ + CI ของพืน้ ท่ียอ่ ยนีค้ อื
+ CI = + t (S2/n)1/2 = 35.8 + 2.571(13.8/6)1/2
= 39.7 มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม
ซง่ึ ถ้าทําซํา้ ในลกั ษณะเดียวกนั จะได้จํานวนตวั อย่างสําหรับแต่ละพนื ้ ท่ีย่อย ดงั นี ้
พนื ้ ท่ียอ่ ย ค่าเฉลี่ย + CI ความแปรปรวน จํานวนตวั อย่าง
1 (มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) (มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม)
2
3 35.8 39.7 13.8 19.
4 30.8 33.6 7.0 10.
30.7 33.5 7.5 10.
33.5 35.5 3.5 5.
รวมจํานวนตวั อยา่ งทงั ้ หมด 44.
จากข้อมลู ท่ีได้ แตล่ ะพืน้ ท่ีย่อยแบง่ ออกเป็น 10 ม./0.4 ม. = 25 หน่วย ในแนวยาว และ 4 ม./0.4 ม.
= 10 หนว่ ยในแนวตงั้ คิดเป็ นจํานวนหน่วยเป็นตาราง = 25 x 10 = 250 ตาราง ตวั อยา่ งจากการเลือกสมุ่ โดย
คอมพวิ เตอร์โดยให้เลือกจํานวนหมายเลขท่ีต้องการจาก 1 ถึง 250 ไม่ให้ซํา้ กนั และแตล่ ะตวั มีโอกาสที่จะถกู เลอื กเทา่ กนั
คอื 1/250 สําหรับแต่ละพนื ้ ที่ย่อยเป็นดงั แสดงในพืน้ ที่สเี ทาดงั นี ้
ในกรณีที่ค่ามาตรฐานของแคดเมียมมีคา่ เป็น 38 มิลกิ รัมตอ่ กิโลกรัม (ประกาศคณะกรรมการ
ส่งิ แวดล้อมแห่งชาติ ฉบบั ที่ 25 (พ.ศ.2547) เร่ือง กําหนดมาตรฐานคณุ ภาพดิน) คา่ + CI ของพืน้ ท่ีย่อย 1 เป็นคา่ ที่สงู
กว่ามาตรฐาน
1 ในท่ีน้ี df คือ n – 1
< 117 >
พืน้ ท่ี 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 พืน้ ที่ 2
พืน้ ท่ี 3 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 พืน้ ที่ 4
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40
41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50
51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70
71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80
81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90
91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100
101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110
111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120
121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130
131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140
141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150
151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160
161 162 163 164 165 166 167 168 169 170 161 162 163 164 165 166 167 168 169 170
171 172 173 174 175 176 177 178 179 180 171 172 173 174 175 176 177 178 179 180
181 182 183 184 185 186 187 188 189 190 181 182 183 184 185 186 187 188 189 190
191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200
201 202 203 204 205 206 207 208 209 210 201 202 203 204 205 206 207 208 209 210
211 212 213 214 215 216 217 218 219 220 211 212 213 214 215 216 217 218 219 220
221 222 223 224 225 226 227 228 229 230 221 222 223 224 225 226 227 228 229 230
231 232 233 234 235 236 237 238 239 240 231 232 233 234 235 236 237 238 239 240
241 242 243 244 245 246 247 248 249 250 241 242 243 244 245 246 247 248 249 250
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30
31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40
41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50
51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60
61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70
71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80
81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90
91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100
101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110
111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120
121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130
131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140
141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150
151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160
161 162 163 164 165 166 167 168 169 170 161 162 163 164 165 166 167 168 169 170
171 172 173 174 175 176 177 178 179 180 171 172 173 174 175 176 177 178 179 180
181 182 183 184 185 186 187 188 189 190 181 182 183 184 185 186 187 188 189 190
191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200
201 202 203 204 205 206 207 208 209 210 201 202 203 204 205 206 207 208 209 210
211 212 213 214 215 216 217 218 219 220 211 212 213 214 215 216 217 218 219 220
221 222 223 224 225 226 227 228 229 230 221 222 223 224 225 226 227 228 229 230
231 232 233 234 235 236 237 238 239 240 231 232 233 234 235 236 237 238 239 240
241 242 243 244 245 246 247 248 249 250 241 242 243 244 245 246 247 248 249 250
รูปประกอบตวั อย่างท่ี 8.1 แสดงจดุ เก็บตวั อยา่ งดินตามการคาํ นวณทางสถิติ
< 118 >
ข้อสงั เกตบางประการสําหรับการเก็บตวั อยา่ งในลกั ษณะนีม้ ีดงั ต่อไปนีค้ ือ
1) จากข้อมลู การสมุ่ เก็บตวั อย่างเบอื ้ งต้น ถ้าคา่ + CI ไม่สงู กว่าคา่ มาตรฐานหรือคา่ ที่ได้จากการ
ประเมินความเสี่ยง จะไมม่ ีความจําเป็ นท่ีจะทําการเก็บตวั อย่างในระดบั ละเอียดตอ่ ไป
2) จํานวนตวั อย่างท่ีต้องเก็บจริงในแตล่ ะกรณีจะแตกตา่ งกนั ขนึ ้ กบั ปัจจยั ตา่ งๆ เช่น ระดบั ความ
เช่ือมน่ั ที่ต้องการ ความแปรปรวนของข้อมลู เบือ้ งต้น เป็นต้น
3) ในกรณีที่พืน้ ท่ีขนาดใหญ่ ควรแบง่ พนื ้ ที่ออกเป็ นสว่ นๆ ไม่จําเป็ นต้องแบง่ เป็ นสว่ นย่อยที่เทา่ ๆ กนั
ในลกั ษณะท่ีแสดงในตวั อยา่ ง 8.1 เสมอไป เชน่ อาจแบง่ เป็น แถวเป็นแนวหลายๆ แนวท่ีอาจจะมี
ขนาดเทา่ หรือไมเ่ ท่ากนั ก็ได้ การแบง่ พนื ้ ที่ควรจะพจิ ารณาข้อมลู เดิมและลกั ษณะกายภาพของ
พืน้ ท่ีเป็ นสาํ คญั
สําหรับกรณีการเก็บตวั อย่างที่มีระดบั ความลกึ เก่ียวข้อง การแบง่ ชนั ้ ดินจะแบ่งตามความหนาของชนั ้
ดินในธรรมชาติ (เช่น ชนั้ A B C เป็นต้น) หรือตามความลกึ ท่ีเท่าๆ กนั ค่าทางสถิติตา่ งๆ สําหรับกรณีหลายชนั้ คือ
=∑ / (8.5)
โดย = คา่ เฉล่ยี รวมของทกุ ชนั้
= จํานวนชนั้ ดิน
L = จํานวนตวั อย่างในชนั ้ h
Nh = คา่ เฉลยี่ ในแตล่ ะชนั ้ h คํานวณในลกั ษณะเดียวกบั สมการ (8.2)
= จํานวนตวั อย่างทงั ้ หมดจากทกุ ชนั ้
N
โดยทวั่ ไป การเก็บตวั อย่างจะทําท่ีจดุ เดียวกนั ท่ีระดบั ความลกึ ตา่ งๆ ดงั นนั ้ Nh ของทกุ ชนั้ จะเท่ากนั
คา่ เฉลย่ี รวมของทกุ ชนั้ จงึ คํานวณได้จาก
= ∑/ (8.6)
โดย yi = คา่ จากแตล่ ะตวั อย่างจากทกุ ชนั ้
คา่ ความแปรปรวนรวมสําหรับตวั อย่างจากทกุ ชนั้ คํานวณได้จาก
V= ∑ (8.7)
โดย V = คา่ ความแปรปรวนรวมสาํ หรับตวั อย่างจากทกุ ชนั้
< 119 >
= คา่ ความแปรปรวนรวมสาํ หรับแตล่ ะชนั ้ คาํ นวณในลกั ษณะเดยี วกบั
/nh = สมการ (8.1)
ความแปรปรวนตอ่ จํานวนตวั อย่าง
ตวั อย่าง 8.2 จากตวั อย่าง 8.1 ในพืน้ ที่ย่อยที่ 1 เป็ นพนื ้ ที่ที่เคยเป็ นหลมุ ดินท่ีฝังหางแร่ปนเปือ้ น จงึ มีการเก็บ
ตวั อย่างจากระดบั ความลกึ ต่างๆ เพ่ิมเติม ดงั นี ้
ความลกึ (ซม.) ปริมาณ Cd ปนเปื อ้ น (มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม)
30 26 38 30 58 42 33
50 27 36 35 42 52 39
70 32 47 46 45 43 41
90 29 23 26 24 27 31
ให้คาํ นวณคา่ เฉลย่ี และคา่ ความแปรปรวนของพืน้ ท่ียอ่ ยนีท้ งั้ หมด
วธิ ีทาํ ค่าเฉล่ียของพืน้ ที่ย่อยนีท้ งั ้ หมดคาํ นวณได้จากสมการ (8.6) เนื่องจากจํานวนตวั อยา่ งจากแตล่ ะชนั ้ มีเทา่ กนั ดงั นนั ้
= ∑/ = (26 + 38 + 30 + 58 + 42 + 33 + … + 31) / 24
= 36.3 มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม
คา่ เฉล่ยี และคา่ ความแปรปรวนในแตล่ ะชนั้ คาํ นวณในลกั ษณะเดียวกบั ท่ีแสดงในตวั อย่าง 8.1 เป็ นดงั นี ้
ความลกึ (ซม.) คา่ เฉลีย่ ความแปรปรวน ความแปรปรวน/จํานวนตวั อย่าง
(มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)
30 129.8 21.7
50 37.8 69.1 11.5
70 38.5 30.3 5.0
90 42.3 9.1 1.5
26.7
ดงั นนั้ คา่ ความแปรปรวนของพนื ้ ท่ียอ่ ยทงั้ หมดคํานวณได้ดงั นี ้
< 120 >
V =∑ = 1 (21.7)62 (11.5)62 (5.0)62 (1.5)62
242
= 2.5
คา่ ท่ีอย่ใู นชว่ งความเชื่อมน่ั 95 % คาํ นวณได้ในลกั ษณะเดียวกบั สมการ (8.4)
+ CI = + t (V2)1/2
= 36.3 + 2.571(2.5)1/2
= 36.3 + 4.04 มลิ ลกิ รัมตอ่ กิโลกรัม
สรุปคอื คา่ เฉลยี่ ความเข้มข้นของ Cd จากทกุ ชนั้ อย่ใู นชว่ ง 40.4 ถงึ 32.3 มิลลกิ รัมต่อกิโลกรัมท่ีระดบั
ความเชื่อมนั่ 95 % (อาจจะแปลได้วา่ 95 ตวั อย่างจาก 100 ตวั อยา่ งท่ีเก็บมาวิเคราะห์ควรจะมีคา่ อยใู่ นชว่ งนี)้ ในกรณีที่
คา่ มาตรฐานของแคดเมียมมีคา่ เป็ น 38 มิลกิ รัมตอ่ กิโลกรัม ค่า + CI ในกรณีนีซ้ งึ่ ก็คือ 40.4 มลิ ลิกรัมตอ่ กิโลกรัม จงึ
เป็ นคา่ ท่ีสงู กวา่ มาตรฐาน
8.4 การเตรียมการเกบ็ ตวั อย่างดนิ
ขนั ้ ตอนการเตรียมการมีแนวทางดงั นี ้
1) หลงั จากที่กําหนดวธิ ีการเก็บตวั อยา่ ง จํานวนตวั อย่างและจดุ เก็บแล้ว ให้เลือกอปุ กรณ์ที่
เหมาะสม และทําความสะอาดอปุ กรณ์ทกุ ชิน้ ด้วยวธิ ีที่กําหนด (ขนึ ้ กบั พารามิเตอร์ท่ีจะ
ตรวจวดั ) และตรวจสอบวา่ อย่ใู นสภาพพร้อมใช้งาน ในส่วนของการเตรียมอปุ กรณ์ตา่ งๆ
สามารถใช้รายการตรวจสอบอปุ กรณ์ท่ีแสดงไว้ในภาคผนวก ง เชน่ เดียวกบั การเก็บตวั อยา่ ง
นํา้ ใต้ดนิ โดยมีอปุ กรณ์เพ่มิ เติมเข้ามา เชน่ หลกั หมดุ หรือธงสําหรับปักบริเวณเป้ าหมาย ถงั
หรือหม้อและอปุ กรณ์สาํ หรับกวนในการผสมดิน ภาชนะบรรจตุ วั อยา่ ง อปุ กรณ์เก็บตวั อยา่ ง
ชนิดตา่ งๆ และอปุ กรณ์ที่ต้องใช้ร่วมในการเก็บตวั อย่าง ซงึ่ จะแตกตา่ งจากการเก็บตวั อย่างนํา้
ถงั หรือภาชนะอ่ืนสําหรับทําความสะอาดอปุ กรณ์ เป็ นต้น
2) เตรียมแผนการทํางานและประสานระหวา่ งผ้ปู ฏิบตั ิงาน รวมทงั้ เจ้าหน้าท่ีที่เก่ียวข้อง ควรทาํ
การสาํ รวจพืน้ ที่ลว่ งหน้าก่อนเข้าสพู่ ืน้ ที่เพื่อปฏิบตั งิ านจริง โดยเฉพาะสําหรับพืน้ ท่ีปนเปื อ้ นหรือ
พืน้ ท่ีท่ีมีความเส่ียงภยั ตอ่ สขุ ภาพและความปลอดภยั
3) ระบตุ ําแหน่งของจดุ เก็บตวั อยา่ ง อาจจะใช้ธง หลกั หรือหมดุ ที่เตรียมไว้ ในภาคสนาม ตาํ แหนง่
ของจดุ เก็บตวั อย่างอาจจะต้องเปล่ียนแปลงตามสภาพจริงเนื่องจากมีส่งิ ก่อสร้างกีดขวาง หรือ
< 121 >
มีสภาพทไ่ี ม่เหมาะอ่ืนๆ เชน่ เป็ นแอง่ นํา้ การเปลี่ยนตําแหน่งต้องได้รับการเหน็ ชอบและรับรอง
จากทกุ ฝ่ ายทกุ ครัง้ ก่อนทําการเก็บตวั อยา่ ง
8.5 การประกันและควบคุมคุณภาพ
โดยทว่ั ไปไม่มีมาตรการประกนั และควบคมุ คณุ ภาพท่ีเป็ นมาตรฐานสาํ หรับการเก็บตวั อย่างใน
ลกั ษณะนี ้ในเบอื ้ งต้นสามารถใช้แนวทางเดยี วกบั การเก็บตวั อย่างนํา้ ใต้ดนิ อย่างไรก็ตามส่ิงที่ควรทําเป็นอยา่ งยิ่ง ได้แก่
1) ต้องทําการบนั ทกึ ข้อมลู ในภาคสนามในฟอร์มและสมดุ บนั ทกึ ทเี่ ตรียมไว้ รวมทงั ้ บนั ทกึ ข้อมลู ใน
รูปแบบอ่ืนๆ
2) การใช้เครื่องมือตา่ งๆ ให้ทําตามคมู่ ือท่ีได้จากผ้ผู ลติ ยกเว้นกรณีเฉพาะที่ระบไุ ว้ในแผนการเก็บ
ตวั อย่าง เคร่ืองมือต้องได้รับการตรวจสอบสภาพ สอบเทียบ ทําความสะอาด ให้อย่ใู นสภาพ
พร้อมใช้งานก่อนการทํางานทกุ ครัง้
หวั ข้ออภปิ รายและคาํ ถาม
1. การเก็บตวั อย่างดินมีขนั ้ ตอนท่ีแตกตา่ งหรือเหมือนกบั การเก็บตวั อย่างนํา้ ใต้ดินอย่างไรบ้าง และหลกั การ
พืน้ ฐานที่ใช้ในการเก็บตวั อย่างดินและนํา้ ใต้ดินมีความเหมือนหรือแตกตา่ งกนั อย่างไร
2. อธิบายวา่ ตวั อยา่ งแตล่ ะประเภทตอ่ ไปนี ้ได้แก่ ตวั อย่างก้อนมวล ตวั อย่างท่ีเป็ นตวั แทน ตวั อยา่ งที่ไมถ่ กู รบกวน
และตวั อย่างผสมรวมจะถกู เก็บไปเพ่ือประโยชน์อะไรบ้าง และข้อจํากดั ของตวั อย่างแตล่ ะประเภทในการเก็บตวั อยา่ งดิน
ปนเปื อ้ นคืออะไร
3. จากรูปแบบการเก็บตวั อย่างแบบไม่ตอ่ เน่ืองและแบบผสมรวมต่อไปนี ้ ให้เปรียบเทียบวา่ มีข้อดหี รือข้อจํากดั
อย่างไรเม่ือเทียบกบั รูปแบบการเก็บตวั อย่างท่ีแสดงไว้ในรูปท่ี 8.7
4. อภิปรายวา่ การเก็บตวั อย่างแกนดินด้วยอปุ กรณ์ที่แสดงไว้ในบทนี ้ สามารถได้ตวั อย่างดนิ ท่ีไม่ถกู รบกวนเลยได้
จริงหรือไม่ ภายใต้เงื่อนไขอะไรบ้าง และตวั อยา่ งดงั กลา่ วสามารถนําไปใช้ประโยชน์ในลกั ษณะใดได้บ้าง
< 122 >
5. แนวทางการวางแผนเก็บตวั อย่างดนิ ที่ได้แสดงไว้แตล่ ะแบบมีจ้อจํากดั และข้อดีอยา่ งไรบ้าง จําเป็ นหรือไม่ที่
ต้องทําการเกบ็ ตวั อย่างตามหลกั การทางสถิตเิ สมอ เพราะอะไร
6. ในการการเก็บตวั อยา่ งดินเพื่อนําไปตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมี อภิปรายวา่ ตวั อย่างที่เป็ นตวั แทน และ
ตวั อย่างที่ไม่ถกู รบกวนสามารถใช้แทนกนั ได้หรือไม่ อย่างไร
7. วางแผนเก็บตวั อย่างดินในพนื ้ ที่สมมตติ ่อไปนีท้ ่ีมีขนาดกว้าง 400 เมตร ยาว 550 เมตร เพ่ือกําหนดขอบเขตของ
การปนเปื อ้ นในพืน้ ท่ีดงั กลา่ ว ระบสุ มมติฐานและข้อมลู ประกอบที่ต้องการ
พนื้ ที่ท่ีทําการสํารวจ
พนื้ ทที่ ค่ี าดว่าดนิ มกี ารปนเปื้ อน
8. โรงงานแห่งหนงึ่ มีพนื ้ ท่ีท่ีใช้เป็นลานกองกากสารอนั ตราย จากข้อมลู เบือ้ งต้นพบวา่ ดินในพนื ้ ท่ีดงั กลา่ วน่าจะมี
การปนเปื อ้ นด้วย Trichloroethylene (TCE) โดยมขี นาดของพืน้ ท่ีปนเปื อ้ นคือ 15 ม. x 10 ม. ในการเก็บตวั อย่างแตล่ ะ
< 123 >
ตวั อย่างอปุ กรณ์ที่ใช้จะกินพืน้ ที่ประมาณ 0.5 ม. X 0.5 ม. จากการส่มุ เก็บตวั อย่างเบือ้ งต้น 6 ตวั อย่างพบวา่ มี TCE
ปนเปื อ้ นในดนิ แตล่ ะชนั้ ดงั นี ้
ระดบั ความลกึ (ซม.) ปริมาณ Cd ปนเปื อ้ น (มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม)
15 24 26 30 29 25 28
30 30 30 24 24 27 29
35 31 25 28 27 32 29
60 29 27 24 27 24 22
จากข้อมลู เบอื ้ งต้นนี ้ ให้กําหนดวิธีการเก็บตวั อย่างแบบสมุ่ โดยใช้ชว่ งความเชื่อมนั่ 95% และความแตกต่างระหวา่ ง
คา่ เฉล่ยี ของตวั อย่างและของประชากร (D) ที่ 5 มิลลิกรัมตอ่ กิโลกรัม และกําหนดตําแหน่งท่ีจะทําการเก็บตวั อย่าง โดย
ให้ทําการคํานวณแยกทีละชนั ้ ทงั้ นี ้ จํานวนตวั อยา่ งท่ีต้องเก็บจะเป็ นไปตามจํานวนตวั อย่างในชนั้ ที่ถกู กําหนดให้เก็บ
ตวั อย่างมากที่สดุ ถ้ามาตรฐานคณุ ภาพดนิ กําหนดค่าการปนเปื อ้ นด้วย TCE ไว้ที่ 28 มิลิลกรัมตอ่ กิโลกรัม พนื ้ ท่ีนีม้ ีระดบั
การปนเปื อ้ นสงู กวา่ มาตรฐานหรือไม่
9. ใช้แนวทางการประกนั และควบคมุ คณุ ภาพสําหรับการเก็บตวั อยา่ งนํา้ ใต้ดินเพื่อจดั ทํามาตรการประกนั และ
ควบคมุ คณุ ภาพการเก็บตวั อย่างดินในพนื ้ ท่ีปนเปื อ้ น ให้ระบสุ มมติฐานและสถานการณ์เพ่ือให้มีข้อมลู เพียงพอ
ประกอบการทําแผน
< 124 >
บทท่ี 9 การบันทึกข้ อมูลและรายงาน
ขนั ้ ตอนการบนั ทกึ ข้อมลู หลกั ฐาน และเก็บรวบรวมเอกสาร ซง่ึ รวมเอาข้อมลู หลกั ฐานทกุ ชนิดใน
รูปแบบต่างๆ การบนั ทกึ ข้อมลู เป็นขนั้ ตอนท่ีมีความสําคญั มากโดยเฉพาะกบั การแปลผลและวิเคราะห์ข้อมลู ท่ีได้
อยา่ งไรก็ตาม ขนั้ ตอนนีม้ กั จะเป็นขนั ้ ตอนท่ีถกู ละเลยมากท่สี ดุ ในปัจจบุ นั แม้วา่ การจดั เก็บและบนั ทกึ ข้อมลู ทําได้ใน
รูปแบบที่หลากหลายซงึ่ รวมทงั ้ การบนั ทกึ ข้อมลู ภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหว รวมทงั ้ แบง่ ปันผ่านระบบเก็บข้อมลู กลาง
ซง่ึ ทําได้สะดวกขนึ ้ เพราะเทคโนโลยีมีการพฒั นาไปมากและมีราคาถกู ลง การบนั ทกึ เป็นลายลกั ษณ์อกั ษรด้วยลายมือก็
ยงั เป็ นขนั ้ ตอนที่มีความสําคญั อย่มู าก ปัญหาส่ิงท่ีมกั จะพบเห็นได้เสมอคอื การสญู หายหรือชํารุดของสมดุ บนั ทกึ ใน
ระหวา่ งการปฏิบตั ิงานในภาคสนาม ทําให้ใช้ข้อมลู ได้เฉพาะที่จดจําได้และไม่สามารถใช้รายละเอยี ดของข้อมลู ท่ีถกู
บนั ทกึ ไว้ทงั ้ หมดให้เป็นประโยชน์ได้ นอกจากนกี ้ ารใช้สญั ลกั ษณ์และตวั ยอ่ ตา่ งๆ ท่ีไม่ได้เป็นสากลและไมไ่ ด้มีการแสดง
รายละเอียดความหมายไว้ ทําให้ผ้อู นื่ หรือแม้แตผ่ ้ทู ่ีทําการบนั ทึกไม่สามารถอา่ นและใช้ข้อมลู เหลา่ นนั ้ ได้ในภายหลงั
ผ้ปู ฏิบตั ิงานทงั้ หลายควรระลกึ ไว้ตลอดเวลาว่า ข้อมลู ไม่ว่าจะบนั ทกึ ไว้ในรูปแบบใดกส็ ามารถ
เส่ือมสภาพหรือสูญเสียชาํ รุดได้ จงึ ควรทาํ สาํ เนาของข้อมูลท่สี าํ คญั ไว้เสมอ เชน่ ถา่ ยเอกสาร หรือสาํ เนา
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เป็นต้น นอกจากนี ้ ผ้ปู ฏิบตั กิ ารจะต้องเข้าใจวา่ ข้อมลู ต่างๆ ถกู จดั เก็บและบนั ทกึ มาเพ่ือวตั ถปุ ระสงค์ใด
ควรจะทําการจดั เก็บข้อมลู ให้เป็ นระเบียบและหมวดหมเู่ พื่องา่ ยตอ่ การสืบค้นในภายหลงั และถ้าเป็ นไปได้ ระบบการ
จดั เก็บข้อมลู ควรเป็ นระบบที่ทกุ คนในกลมุ่ มีความเข้าใจและสามารถเข้าถึงได้ด้วย
9.1 การบนั ทกึ ข้อมลู เอกสารหลักฐาน
สมดุ บนั ทกึ ในภาคสนามและแบบฟอร์มตา่ งๆ ต้องได้รับการบนั ทกึ อย่างครบถ้วนสําหรับการเก็บ
ตวั อย่างในแตล่ ะครัง้ เริ่มตงั ้ แต่การขดุ หลมุ และเจาะบอ่ การพฒั นาสภาพบอ่ จนถึงการถ่ายนาํ ้ และการเก็บตวั อย่างทกุ
ครัง้ เพื่อจะได้ทราบการเปลี่ยนแปลงของคณุ ภาพนํา้ และของบอ่
9.1.1 การบนั ทกึ ข้อมูลประจาํ บ่อ ข้อมลู ประจาํ บอ่ เป็ นข้อมลู ท่มี ีความสําคญั มากตอ่
การประเมินผลการวิเคราะห์ และใช้อ้างองิ ประกอบการวางแผนการเก็บตวั อย่าง ข้อมลู พืน้ ฐานเก่ียวกบั บอ่ ควรจะมีการ
บนั ทกึ ทกุ ครัง้ ทนั ทีท่ีมีการเจาะหลมุ ข้อมลู ที่ควรบนั ทกึ ไว้แสดงไว้ในมาตรฐาน ASTM D 5434 Standard Guide for
Field Logging of Subsurface Explorations of Soil and Rock และประกอบไปด้วยข้อมลู ดงั ต่อไปนี ้
ข้อมลู บอ่ (รวมทงั ้ หลมุ เจาะ) ทงั ้ ที่ยงั ใช้งานอย่แู ละที่ไม่ได้ใช้งานแล้วต้องมีหมายเลขและรหสั
กํากบั ประจําบอ่ และ และควรมีการวาดแผนท่ีแสดงตาํ แหนง่ ไว้ในบนั ทกึ ด้วย พร้อมทงั้ ระบวุ า่ แต่
ละบอ่ มีบนั ทกึ ประจําบอ่ สําหรับอ้างอิงหรือไม่
ข้อมลู ความลกึ และความสงู ควรได้รับการบนั ทกึ ด้วยหนว่ ยที่เป็นมาตรฐานเดยี วกนั
การจาํ แนกลกั ษณะดินในภาคสนามเบือ้ งต้นให้เป็นไปตามรายละเอยี ดที่ตกลงไว้ก่อนเพื่อให้มี
ความสอดคล้องกนั เช่น ใช้หลกั การจําแนกโดยสายตาที่แสดงไว้ใน ASTM D 2488 Standard
Practice for Description and Identification of Soils (Visual-Manual Procedure) และทาํ
การจาํ แนกในขณะที่มีการเก็บตวั อยา่ งดนิ
< 125 >
ตวั อย่างดินท่ียงั ไมถ่ กู รบกวนควรจะมีการอธิบายลกั ษณะพืน้ ฐานตา่ งๆ เทา่ ที่จะทําได้ เชน่
ประเภท ท่ีมา (ดินปากแมน่ ํา้ ดนิ ตะกอน ฯลฯ) องค์ประกอบ (เป็นทรายประมาณประมาณก่ีสว่ น
กรวดประมาณกี่สว่ น ฯลฯ) สี ลกั ษณะเนือ้ หา (หยาบ ละเอียด น่มุ ฯลฯ) ความหนาแนน่ (เกาะ
กนั แนน่ ไม่จบั ตวั กนั ฯลฯ) ความชืน้ และรูปร่างและลกั ษณะเม็ดดนิ (กลม เป็ นเหล่ยี ม ฯลฯ)
ถ้ามีการรบกวนตวั อย่างก่อนการจาํ แนก เชน่ มีการล้าง ตดั บด ให้ทําการบนั ทกึ ไว้ด้วย
ในการขดุ เจาะ ให้บนั ทกึ ความลกึ เริ่มแรกท่ีพบนํา้ ซมึ ออกมา
สาํ หรับข้อมลู ระดบั นํา้ ในบอ่ ท่ีแสดงในรายงาน ให้ระบใุ ห้ชดั เจนวา่ เป็นระดบั ท่ีวดั จากระดบั
อ้างองิ ใด เชน่ จากปากบอ่ จากพนื ้ ดนิ หรือจากระดบั ทะเลกลาง เป็ นต้น เพื่อไมใ่ ห้เกิดความ
สบั สนในการแปลผลข้อมลู ระดบั เฮดในภายหลงั
ข้อมลู ความลกึ ท่ีทําการเก็บแตล่ ะตวั อย่าง และขนาดและปริมาณของตวั อยา่ ง
วธิ ีที่อปุ กรณ์เก็บตวั อย่างดินถกู กดลงไปในดิน เช่น ใช้แรงกดจากระบบไฮดรอลิก ใช้การเคาะ
เป็ นจงั หวะถ่ีๆ เป็นต้น
ถ้ามีการใช้ของเหลวในระหวา่ งท่ีทําการขดุ เจาะ ถ้าทําได้ ควรบนั ทกึ ปริมาณของเหลวที่ใช้และที่
กลบั รวบรวมคนื มาเพ่ือทําการประมาณปริมาณของเหลวท่ีสญู เสียไปในชนั ้ ดิน รวมทงั ้ ชนิดของ
ของเหลว ความดนั ท่ีใช้ เป็นต้น ในกรณีท่ีของเหลวมกี ารเปลย่ี นสี ต้องบนั ทกึ ไว้วา่ มาจากความ
ลกึ ระดบั ใด และสีเป็นอย่างไร
บนั ทกึ ความลกึ ทงั ้ หมดที่ขดุ และที่ทําการเก็บตวั ย่าง
ถ้ามีการเก็บก๊าซ ต้องบนั ทกึ ความลกึ ของจดุ เก็บ
ถ้ามีการใช้ตวั ยอ่ สญั ลกั ษณ์ ให้อธิบายไว้ด้วย
เหน็ ได้ชดั วา่ การบนั ทกึ ข้อมลู ประจําบอ่ ทําให้ผ้ปู ฏิบตั ิงานและผ้ทู ี่ทําการวิเคราะห์ผล ได้ข้อมลู ท่ีเป็น
ประโยชน์มากมายโดยเฉพาะในเชิงธรณีวิทยาท่ีสามารถนํามาใช้ประกอบการวเิ คราะห์ข้อมลู ด้วย
9.1.2 การบันทกึ ข้อมลู ในการเกบ็ ตวั อย่าง จําเป็ นอยา่ งยิ่งท่ีกระบวนการเก็บตวั อย่างจะต้อง
ทําในลกั ษณะเดยี วกนั ทกุ ครัง้ โดยเฉพาะในการติดตามตรวจสอบคณุ ภาพดินและนํา้ ใต้ดนิ ในระยะยาว เพื่อให้ได้ผลที่
สามารถเปรียบเทียบกนั ได้ ดงั นนั้ วธิ ีการเก็บตวั อยา่ งท่ีใช้ในแตล่ ะครัง้ จะต้องได้รับการบนั ทกึ ไว้อย่างละเอยี ดและชดั เจน
ซงึ่ ควรจะประกอบไปด้วย
วตั ถปุ ระสงค์ของการและแผนเก็บตวั อย่าง
ข้อมลู ตาํ แหนง่ จดุ เก็บตวั อยา่ ง พร้อมทงั้ ลกั ษณะทางกายภาพของบริเวณนนั ้ อาจจะใช้การ
บนั ทกึ ภาพไว้ รวมไปถึงสภาพและลกั ษณะบอ่
ข้อมลู ลกั ษณะอากาศและอตุ นุ ิยมวทิ ยาก่อนและของวนั เก็บตวั อยา่ ง รวมถึง ฝน และความกด
อากาศ (สําหรับการเก็บก๊าซ)
วิธีการเตรียมสารเคมีและอปุ กรณ์ท่ีจะใช้ในการเก็บตวั อย่างรวมถงึ ขนั ้ ตอนในการล้างทําความ
สะอาดอปุ กรณ์ปนเปื อ้ น
กระบวนการและวธิ ีการถ่ายนํา้ ขงั ออกจากบอ่ และการเก็บตวั อย่าง รวมถงึ อตั ราการสบู นํา้
สําหรับการถ่ายนํา้ ขงั ออกจากบอ่ และการเก็บตวั อยา่ ง และปริมาตรนํา้ ที่สบู ออก
< 126 >
ความลกึ ของบ่อ ระดบั นํา้ ในบอ่ และคา่ อน่ื ๆ ท่ีวดั ในภาคสนาม
แนวโน้มท่ีจะมีการปนเปื อ้ นท่ีอาจจะเกิดขนึ ้ และข้อสงั เกตอ่นื ๆ ที่อาจจะมีผลต่อตวั อย่าง
วนั และเวลาของการเก็บตวั อยา่ ง วิธีการเก็บตวั อย่างท่ีใช้
จํานวนและปริมาณของตวั อย่างที่เก็บ รหสั ของตวั อย่าง รวมถึงตวั อย่างสําหรับทําการคมุ
คณุ ภาพ (QC)
วิธีการรักษาสภาพ จดั เก็บ และขนสง่ ตวั อย่าง
รายละเอยี ดที่สําคญั อื่นๆ เช่น ปัญหาที่พบท่ีทําให้ไมส่ ามารถดําเนินตามขนั ้ ตอนการเก็บ
ตวั อยา่ งท่ีวางไว้ได้ เป็นต้น
ในการบนั ทกึ ข้อมลู ควรจดั ทําฐานข้อมลู สารสนเทศทางภมู ิศาสตร์ (Geographic Information
System, GIS) เพื่อเก็บข้อมลู และสามารถนําไปใช้ให้เป็ นประโยชน์ได้มากขนึ ้
9.2 รายงานผล
การรายงานผลควรมีข้อมลู เก่ียวกบั วธิ ีและกระบวนการเก็บตวั อย่างในรายละเอยี ด และบรรยายด้วย
วา่ วิธีการเก็บตวั อย่างท่ีใช้มีผลตอ่ คณุ ภาพนํา้ ตวั อย่างหรือไม่อย่างไร ผลการวิเคราะห์คณุ ภาพนํา้ ควรแสดงร่วมกบั ข้อมลู
ตอ่ ไปนี ้
ข้อมลู ของบอ่ เชน่ วิธีท่ีใช้ การก่อสร้างและการพฒั นาสภาพ ซง่ึ บนั ทกึ ไว้ในบนั ทกึ ประจําบอ่
(Bore Log)
อปุ กรณ์และวิธีการท่ีใช้ในการถ่ายนํา้ ขงั ออกจากบอ่ ให้ระบทุ กุ ครัง้ ว่าใช้เกณฑ์ (พารามิเตอร์)
ใดบ้างในการกําหนดวา่ ปริมาตรนํา้ ที่จะสบู ออกเพยี งพอแล้ว
ข้อมลู จากการสงั เกตลกั ษณะทางกายภาพของนํา้ เชน่ สี ตะกอน ความขนุ่ รวมทงั ้ ข้อมลู ที่ได้
จากการวดั ในภาคสนาม
ระบวุ า่ มีการกรองหรือไม่ และการกรองทําในภาคสนามหรือในห้องทดลอง
วิธีการท่ีใช้ในการรักษาสภาพและเก็บรักษาตวั อย่าง การขนสง่ เวลาทงั ้ หมดที่ใช้ไประหว่างการ
เก็บตวั อย่างจนกระทง่ั ตวั อยา่ งถกู วเิ คราะห์
รายละเอยี ดขนั ้ ตอนการทําความสะอาดอปุ กรณ์ปนเปื อ้ น
ผลวิเคราะห์ของตวั อยา่ งที่ใช้ในการควบคมุ คณุ ภาพ
ในการจดั ทํารายงาน นอกจากแสดงข้อมลู การของพารามิเตอร์ตา่ งๆ ในรูปของตารางและกราฟ ตาม
วิธีที่ใช้ทวั่ ไปแล้ว ยงั จะต้องมีการแสดงผลตามพืน้ ท่ีทางภมู ิศาสตร์ด้วยเสมอซง่ึ จะคล้ายคลงึ กบั การแสดงข้อมลู
สารสนเทศทางภมู ิศาสตร์ทวั่ ไป ตวั อย่างแบบฟอร์มการเก็บข้อมลู ในภาคสนามผลแสดงในภาคผนวก ง
< 127 >
เอกสารอ้ างอิง
ภทั ทิยา พรหมพิลา และ จีมา ชมสรุ ินทร์. 2550. การพฒั นาตน้ แบบป๊ัมนํ้าเชิงกลสําหรบั การเก็บตวั อย่างน้ําใตด้ ิน.
เทคโนโลยีใต้ดินเพอื่ สิง่ แวดล้อมแบบพง่ึ พาตนเอง, นทิ รรศการงานวิจยั ”บนเส้นทางงานวิจยั
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปี 2550” ในงานเกษตรแฟร์ ประจําปี 2550 ณ อาคารจกั รพนั ธ์เพ็ญศริ ิ
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, วนั ที่ 26 – 3 กมุ ภาพนั ธ์ 2550.
สมาคมส่งิ แวดล้อมแหง่ ประเทศไทย. 2548. ศพั ท์บญั ญตั ิและนิยามสิ่งแวดลอ้ ม. สมาคมสงิ่ แวดล้อมแหง่ ประเทศไทย
กรุงเทพฯ.
สญั ญา สิริวิทยาปกรณ์ และ ปรัชญา จนั ทร์ศกั ด์ิ. 2550. การผลิตอปุ กรณ์เก็บตวั อย่างนํ้าใตด้ ินแบบเบลเลอร์.
เทคโนโลยีใต้ดินเพอื่ ส่ิงแวดล้อมแบบพงึ่ พาตนเอง, นทิ รรศการงานวจิ ยั ”บนเส้นทางงานวิจยั
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์ ปี 2550” ในงานเกษตรแฟร์ ประจําปี 2550 ณ อาคารจกั รพนั ธ์เพ็ญศริ ิ
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, วนั ท่ี 26 – 3 กมุ ภาพนั ธ์ 2550.
American Petroleum Institute. 1996, A Guide to the Assessment and Remediation of Underground
Petroleum Releases, Publication 1628, Third Edition, Washington.
American Society for Testing and Materials (ASTM). 2006. Standard Guide for the Selection of Purging and
Sampling Devices for Ground-Water Monitoring Wells, ASTM D6634-01. American Society for
Testing and Materials. West Conshohocken, PA, 14 pp.
American Society for Testing and Materials (ASTM). 2001a. Standard Test Method for Determining
Subsurface Liquid Levels in a Borehole or Monitoring Well (Observation Well), ASTM D4750-87.
American Society for Testing and Materials. West Conshohocken, PA, 18 pp.
American Society for Testing and Materials (ASTM). 2001b. Standard Guide for Development of Ground-
Water Monitoring Wells in Granular Aquifers, ASTM D5521. American Society for Testing and
Materials. West Conshohocken, PA, 15 pp.
American Society for Testing and Materials (ASTM). 2001c. Standard Practice for Decontamination of Field
Equipment Used at Nonradioactive Waste Sites, ASTM D5088. American Society for Testing and
Materials. West Conshohocken, PA, 20 pp.
Baerg, D.L., R.C. Storr, J.A. Cherry, and D.J.A. Smyth. 1992. Performance testing of conventional and
innovative downhole samplers and pumps for VOCs in a laboratory monitoring well. Proceedings,
National Ground Water Sampling Symposium, Washington, DC November 1992, 71-76.
Barcelona, M.J., H.A. Wehrmann, and M.D. Varljen. 1994. Reproducible Well-Purging Procedures and VOC
Stabilization Criteria for Ground-Water Sampling. Groundwater, 32(1):12-22.
Barcelona, M.J., J.P. Gibb, J.A. Helfrich, and E.E. Garske.1985. Practical Guide for Ground-Water
Sampling. EPA/600/2-85/104 (NTIS PB86-137304), 103 pp.
< 128 >
Birgersson, L., and I. Neretnieks. 1990. Diffusion in the matrix of granitic rock: Field test in the Stripa mine.
Water Resour. Res., 26(11): 833-2842.
California Environmental Protection Agency (CAL. EPA.). 2004. Guidance Document for the Implementation
of United States Environmental Protection Agency Method 5035: Methodologies for Collection,
Preservation, Storage, and Preparation of Soils to be Analyzed for Volatile Organic Compounds.
Department of Toxic Substances Control, California Environmental Protection Agency, Novenber
2004.
Church, P.E. and G.E. Granato. 1996. Bias in ground water data caused by well-bore flow in long-screen
wells. Ground Water, 34(2):262-273.
Dalton, M. G., B. E. Huntsman, and K. Bradbury. 1991. Acquisition and Interpretation of Water-Level Data.
In: D. M. Nielsen (editor), Practical Handbook of Ground-Water Monitoring. Lewis Publishers, Inc.
Chelsea, Michigan. pp. 367-397.
Farr, A.M., R.J. Houghtalen, and D.B. McWhorter. 1990. Volume estimation of light nonaqueous phase
liquids in poroud media. Ground Water, 28(1):48-56.
Fetter, C. W. 1999. Contaminant Hydrogeology, 2nd Edition. Prentice Hall, New York.
Freeze, R.A. and J.A. Cherry. 1979. Groundwater. Prentice Hall, Englewood Cliffs, New Jersey.
Garner, S. 1988. Making the most of Field-Measurable Ground Water Quality Parameters. Ground Water
Monitoring Review, 8(3):60-66.
Gilbert, R.O. 1987. Statistical Methods for Environmental Pollution Monitoring. Van Nostrand Rheinhold, New
York.
Gilbert, R.O. and P.G. Doctor. 1985. Determining the number and size of soil aliquots for assessing particulate
contaminant concentrations. J. Environ. Qual., 14: 286–292.
Gillham, R.W. 1989. Selection of casing materials for groundwater monitoring wells - sorption processes,
Proceedings NSWA Waste Tech 1989 Conference, Washington, D.C.
Harrison, B., E.A. Sudicky, and J.A. Cherry. 1992. Numerical analysis of solute migration through fractured
clayey deposits into underlying aquifers. Water Resources Research, 28(2):515-526.
Hewitt, A.D. 1994. Dynamic study of common well screen materials. Ground Water Monitoring &
Remediation, 14(1):87-94.
Hewitt, A.D. 1992. Potential of common well casing materials to influence aqueous metal concentrations.
Ground Water Monitoring Review ,12(2):131-136.
Karklins, S. and J. Lenon. 1996. Groundwater Sampling Desk Reference, produced by the Wisconsin
Department of Natural Resources, Bureau of Drinking Water and Groundwater. PUBL-DG-037 96,
110pp.
< 129 >
Keller, A.A. and S. Sirivithayapakorn. 2000. Understanding Mass Transfer at the Pore Scale. ABSTR PAP
AM CHEM S 220: 162-ENVR Part 1, AUG 20, 2000.
Kram, M.L., A.A. Keller, J. Rossabi, and L.G. Everett. 2001. DNAPL Characterization methods and
approaches, Part 1: Performance comparisons. Ground Water Monitoring & Remediation,
21(4):109 – 123.
Kram, M.L., R.E. Beighley, and S. Sirivithayapakorn. 2006. Sensor and GIS integration for automated
environmental monitoring and data visualization. Proceedings for the North American
Environmental Field Conference, Tampa, Florida. The 2006 North American Environmental Field
Conference and Exposition: Advances in Environmental Site Characterization and Monitoring
Technology, Tampa, Florida January 10 - 12, 2006.
Kram, M.L., R.E. Beighley, S. Sirivithayapakorn, M. Lamar and H. Loaiciga. 2008. Automated Environmental
Monitoring and Data Visualization. The 2008 North American Environmental Field Conference and
Exposition: Advances in Data Management and Data Visualization, Tampa, Florida January 14 -
16, 2008.
Kueper, B.H., and D.B. McWhorter. 1991. The behaviour of dense, non-aqueous phase liquids in fractured
clay and rock. Ground Water. 29(5):716-728.
Lemhard, R.J. and J.C. Parker. 1990. Estimation of free hydrocarbon volume from fluid levels in monitoring
wells. Ground Water, 28(1):57-67.
Looney, B.B., and Falta, R.W. 2000. Vadose Zone Science and Technology Solutions, Volume I. Battelle
Press. Columbus, Ohio.
Love, A., and P. Cook. 1999. The important of fractured rock aquifers. Report 99/23, Primay Industries and
Resources, South Australia, October 1999.
McKay, L.D., R. W. Gillham, and J.A. Cherry. 1993. Field experimentsin a fractured clay till: 2. Solute and
colloid transport. Water Resour. Res., 29(12): 3879-3890.
Mines, B.S., J.L. Davidson, D. Bloomquist, and T.B. Stauffer. 1993. Sampling of VOCs with the BAT Ground
Water Sampling System. Ground Water Monitoring & Remediation, 13(1):115-120.
Ministry of the Environment of Japan, 1999. Survey and Countermeasure Guidelines for Soil and
Groundwater Contamination Survey and Countermeasure Technologies. Geo-Environmental
Protection Center, Tokyo.
Nielsen, D.M. 2006. Practical Handbook of Environmental Site Characterization and Ground-Water
Monitoring. Taylor & Francis, New York.
Nielsen, D.M., and G.L.Yeates. 1985. A comparison of sampling mechanisms available for small-diameter
groundwater monitoring wells. Groundwater Monitoring Review, 5(2):83-99.
< 130 >
Novakowski, K.S. 1992. The analysis of tracer experiments conducted in divergent radial flow fields. Water
Resour. Res., 28(12):3215-3225.
Pankow, J.F. and J. A. Cherry. 1996. Dense Chlorinated Solvents and Other DNAPLs in Groundwater:
History, Behaviour and Remediation. Waterloo Press. Guelph, Ontario.
Parker, L.V. 1994. The Effects of Ground Water Sampling Devices on Water Quality: A Literature Review.
Ground Water Monitoring and Remediation, 14:130–141.
Parker, L.V. 1992. Suggested Guidelines for the Use of PTFE, PVC and Stainless Steel in Samplersand Well
Casings. Current Practices in Ground Water and Vadose Zone Investigations, American Society of
Testing and Materials (ASTP) 1118, David M. Nielsen and Martin N. Sara, Editors,
ASTP,Philadelphia 1992, 217–225.
Paul, C.J. and R.W. Puls. 1997. Impact of turbidity on TCE and degradation products in ground water.
Ground Water Monitoring and Remediation, 17(1):128-133.
Puls, R.W., and M.J. Barcelona. 1996. Low-flow (minimal drawdown) groundwater sampling procedures:
Washington, D.C., U.S. Environmental Protection Agency, Office of Solid Waste and Emergency
Response, EPA Ground Water Issue, EPA/540/S-95/504, 12 pp.
Puls, R.W., and R.M. Powell. 1997. Hitting the bull’s-eye in groundwater sampling. Pollution Engineering,
29(6): 50–54.
Puls, R.W., and R.M. Powell. 1992. Acquisition of representative ground water quality samples for metals.
Ground Water Monitoring Review, 12(3):167-176.
Robin, M.J.L., and R.W. Gillham. 1987. Field Evaluation of Well Purging Procedures. Ground water
Monitoring Review, 7(4):85-93.
Rose, S., and A. Long. 1988. Monitoring Dissolved Oxygen in Ground Water: Some Basic Considerations.
Ground Water Monitoring Review, 8(1):93-97.
Rossabi, J., B.D. Riha, C.A. Eddy-Dilek, A. Lustig, M. Carrabba, W.K. Hyde, and J. Bello. 2000. Field tests
of a DNAPL characterization system using cone penetrometer-based Raman spectroscopy.
Ground Water Monitoring & Remediation, 20(4):72–81.
Singh, A.K. 2006. Chemistry of arsenic in groundwater of Ganges–Brahmaputra river basin. Review Article.
Current Science, 91(5):599–606.
Sirivithayapakorn, S., and A. Keller, 2003. Transport of colloids in saturated porous media: A pore-scale
observation of the size exclusion effect and colloid acceleration, Water Resour. Res., 39(4), 1109,
doi:10.1029/2002WR001583, 2003.
Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater, Centennial Edition, 2005, American Public
Health Association, Washington DC.
< 131 >
Tai, D.Y., K.S. Turner, and L.A. Garcia. 1991. The use of a standpipe to evaluate ground-water samplers.
Groundwater Monitoring Review, 11(1):125-132.
Todd, D.K.1980. Groundwater Hydrology. John Wiley and Sons, Inc., New York, New York.
U.S. Environmental Protection Agency (U.S.EPA). 2005. Groundwater Sampling and Monitoring with Direct
Push. Office of Solid Waste and Emergency Response Washington, DC 20460 OSWER No. 9200.1-
51 EPA 540/R-04/005, August 2005, 78pp.
U.S. Environmental Protection Agency (U.S.EPA). 1997. Soil Gas Surveys. In: U.S. EPA, 1997. Expedited
Site Assessment Tools For Underground Storage Tank Sites. Solid Waste and Emergency
Response. EPA 510-B 97-001.
U.S. Environmental Protection Agency (U.S.EPA). 1993a. Subsurface Characterization and Monitoring
Techniques. A Desk Reference Guide. Volume 1: Solids and Ground Water. Appendices A and B.
EPA/625/R-93-003a.
U.S. Environmental Protection Agency (U.S.EPA). 1993b. Use of Airborne, Surface, and Borehole
Geophysical Techniques at Contaminated Sites. A Reference Guide. EPA/625/R-92/007.
U.S. Environmental Protection Agency (U.S. EPA). 1992. RCRA Ground-Water Monitoring Draft Technical
Guidance. Office of Solid Waste. Washington, D.C.
U.S. Environmental Protection Agency (U.S.EPA). 1991. Site Characterization for Subsurface Remediation.
Seminar Publication. Office of Research and Development Washington, DC 20460, EPA/600113-
90/003, p 123 - 148.
U.S. Environmental Protection Agency (U.S.EPA). 1996. Test Methods for the Evaluation of Solid and
Hazardous Wastes. SW-846, Chapter 9.
Vogel, T.M., and P.L. McCarty. 1985. Biotransformation of tetrachloroethylene to trichloroethylene,
dichloroethylene, vinyl chloride, and carbon dioxide under methanogenic conditions. Appl.
Environ. Microbiol., 49:1080–1083.
Watts, R.J. 1998. Hazardous Wastes: Sources, Pathways, Receptors. John Wiley & Sons, Inc. New York.
pp. 333 – 403.
Wilson, J.T. and R. Kolhatkar. 2002. Role of Natural Attenuation in the Life Cycle of MTBE Plumes. Journal of
Environmental Engineering, 128(9):876-882.
Wilson, L.G., L. G. Everett, and S.J. Cullen. 1995. Handbook of Vadose Zone Characterization and
Monitoring. Lewis Publishers, Boca Raton.
< 132 >
ภาคผนวก ก การเจาะหลุมเพ่ือตดิ ตงั้ บ่อตดิ ตามตรวจสอบ และตวั อย่าง
รูปแบบของบ่อตดิ ตามตรวจสอบ
1. การเลอื กตาํ แหน่ง การเลือกตําแหน่งท่ีเหมาะสมสําหรับติดตงั ้ บอ่ ติดตามตรวจสอบนนั ้ ขนึ ้ อย่กู บั
พืน้ ท่ี ลกั ษณะการปนเปื อ้ นและวตั ถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา โดยสภาพทางธรณีวทิ ยาและชลศาสตร์จะเป็ นปัจจยั สําคญั
ตอ่ การกําหนดตําแหนง่ สําหรับติดตงั้ บอ่ ฯ ส่วนจํานวนจะขนึ ้ กบั วตั ถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา วิธีวิเคราะห์ข้อมลู ท่ีใช้ ซง่ึ
รวมถึงการสร้างแบบจําลองของพืน้ ท่ีและการวเิ คราะห์ทางสถิติ และที่สําคญั ในทางปฏิบตั ติ ้องคาํ นงึ ถงึ งบประมาณใน
การสํารวจประกอบด้วย
โดยทว่ั ไป ในพนื ้ ท่ีที่นํา้ ใต้ดนิ ตนื ้ หรือชนั ้ นํา้ ที่ไม่มีแรงดนั (ซงึ่ มกั เป็ นชนั ้ ที่พบการปนเปื อ้ น) ที่ไม่มีการ
เปล่ยี นทิศทางการไหลอย่างมีนยั สําคญั ตามฤดกู าลหรือจากนํา้ ผิวดิน รวมทงั ้ นํา้ ขนึ ้ -ลง ดงั เชน่ ในกรณีท่ีราบเชิงเขา ใน
กรณีการติดตามตรวจสอบการปนเปื อ้ นท่ีอาจจะเกิดขนึ ้ เชน่ การเฝ้ าระวงั การปนเปือ้ นจากแหลง่ กําเนิดอย่างเช่นการ
ปนเปื อ้ นของนํา้ ชะขยะจากหลมุ ฝังกลบ เป็นต้น อยา่ งน้อยที่สดุ ในชนั ้ นํา้ ท่ีคาดวา่ จะมีการปนเปื อ้ น ควรมีบอ่ ฯ ท่ีต้นนํา้
ก่อนถึงพนื ้ ท่ีปนเปื อ้ น 1 บอ่ เพือ่ เป็ นบอ่ อ้างอิงและตดิ ตงั้ บ่อฯ ท่ที ้ายนํา้ หลงั จากพนื ้ ท่ีปนเปื อ้ นอย่างน้อย 4 บอ่ ใน
แนวขนานกบั ทิศทางการไหลหลกั ของนํา้ ใต้ดนิ และในแนวขวางเพือ่ ดกู ารแพร่กระจายและความเร็วของการเคลอื่ นที่ของ
สารปนเปื อ้ นตวั (รูปท่ี ก-1)
ตาํ แหน่งบ่อตดิ ตามตรวจสอบ
แหล่งกาํ เนิด
ขอบเขตและแนวการเคล่ือน
ตวั ของสารปนเปื้อนท่คี าดว่า
จะเกิดขนึ ้
รูปท่ี ก-1 การวางตาํ แหนง่ บ่อติดตามตรวจสอบสําหรับการเฝ้ าระวงั และติดตามการปนเปื อ้ น
< 133 >
สําหรับพนื ้ ท่ีท่ีทิศทางการไหลของนํา้ ใต้ดินเปล่ียนแปลงได้ตามฤดกู าลโดยเฉพาะในกรณีของชนั ้ นํา้
ตืน้ ที่เป็นชนั ้ นํา้ ที่ไมม่ ีแรงดนั ในพืน้ ท่ีทวั่ ไป ต้องมีการตดิ ตงั ้ บอ่ ฯ มากขนึ ้ และกระจายออกในทกุ ทิศท่ีนํา้ อาจจะไหลไป
อยา่ งไรก็ตาม ในเบือ้ งต้นการสาํ รวจ โดยทว่ั ไปนํา้ ใต้ดินตนื ้ ท่ีเป็ นชนั ้ นาํ ้ ที่ไมม่ ีแรงดนั มกั จะมีทิศทางการไหลหลกั ตาม
ลกั ษณะภมู ิประเทศจากสงู ไปตา่ํ จงึ อาจจะตดิ ตงั ้ บอ่ ฯ เพ่ือตรวจสอบการแพร่กระจายในทิศทางที่คาดว่าจะเป็ นทิศ
ทางการไหลหลกั ก่อน ภายหลงั อาจจะเพ่ิมจํานวนบอ่ ติดตามตรวจสอบให้เหมาะสมตอ่ ไป
2. การขุดเจาะหลุมและการเกบ็ ตัวอย่างดนิ เทคนิคที่ใช้ในการเจาะหลมุ เพือ่ ติดตงั ้ บ่อติดตาม
ตรวจสอบคณุ ภาพนํา้ มีมากมายหลายวิธี โดยทว่ั ไปทําการเก็บตวั อย่างดินตามความลกึ ควบคไู่ ปกบั การเจาะหลมุ เสมอ
ในที่นีก้ ลา่ วถงึ เฉพาะวิธีท่ีใช้ทวั่ ไปสําหรับการเจาะในแนวด่ิง (Vertical Drilling) ท่ใี ช้อปุ กรณ์ 3 ชนิด คอื Hollow-Stem
Ager, Direct Rotary, และ Cable Tool ดงั แสดงในรูปท่ี ก-2 ซง่ึ เป็นการขดุ เจาะท่ีต้องอาศยั เครื่องจกั รกลและความ
ชํานาญ ในการทํางานจริงการเก็บตวั อยา่ งในลกั ษณะนีม้ กั เป็ นการวา่ จ้างผ้ทู ี่มปี ระสบการณ์ ดงั นนั้ จงึ กลา่ วถงึ หลกั การ
ทํางานไว้พอสงั เขป ดงั นี ้
นํา้ , อากาศ, หรือของเหลวอ่นื ๆ
ปี กเกล่ียว สายเคเบลิ
(ก) (ข) (ค)
รูปท่ี ก-2 การทํางานของอปุ กรณ์ท่ีใช้ในการเจาะหลมุ ในแนวด่ิง (ก) Hollow-Stem Ager, (ข) Direct Rotary,
และ (ค) Cable Tool
การเจาะหลุมด้วย Hollow-Stem Auger เป็ นวิธีท่ีใช้ได้ดีในการเจาะหลมุ ลกึ ในระดบั ไม่
เกิน 50 เมตร โดยจะใช้สวา่ นหรือตวั Auger เป็นทอ่ นๆ ตอ่ กนั แตล่ ะท่อนยาวประมาณ 1.5 เมตร ใช้ได้ดสี าํ หรับการเจาะ
ผ่านชนั ้ ดินทว่ั ไปท่ีไม่มีก้อนหินขนาดใหญ่ปนอยู่ ไมเ่ หมาะกบั การเจาะผ่านชนั ้ หิน เป็ นเทคนิคการเจาะที่เหมาะกบั งาน
< 134 >
ทางด้านส่ิงแวดล้อมมาก ที่ปลายมีหวั เจาะ (Bit) ทําหน้าท่ีขดุ ดินในขณะที่หมนุ และดนิ ที่ถกู ขดุ ออกถกู สง่ ผ่านขนึ ้ มาตาม
ปี กเกลยี วขนึ ้ มาบนพนื ้ ดนิ ก้านเจาะที่กลวงทําให้สามารถสามารถใช้ร่วมกบั อปุ กรณ์เก็บตวั อยา่ งดินชนิด Core
Sampling เช่น Split-spoon Samplers หรือ Thin-walled samplers ในขณะท่ีมีการขดุ หลมุ ได้ ทําให้ได้ตวั อยา่ งชนั ้ ดนิ ที่
มีการรบกวนน้อย สาํ หรับการขดุ เจาะในพนื ้ ที่ที่ปนเปื อ้ น การรวบรวมเศษดินที่ถกู ขดุ ขนึ ้ มาเพื่อนําไปบําบดั หรือกําจดั ทํา
ได้งา่ ยเนื่องจากไมม่ ีการใช้ของเหลว สําหรับรายละเอียดเพมิ่ เติมดใู น ASTM D 5784 Guide for Use of Hollow-Stem
Augers for Geoenvironmental Exploration and the Installation of Subsurface Water-Quality Monitoring Devices
การเจาะหลุมแบบ Direct Rotary ในการเจาะหลมุ แบบนีใ้ ช้ของเหลวโดยทว่ั ไปในการ
เจาะบ่อบาดาล เป็ นวิธีที่เร็ว ของเหลวที่ใช้จะเป็ นโคลนเหลว ซ่ึงใช้ได้ดีเพราะสามารถหล่อล่ืนและหล่อเย็นหัวเจาะ
รวมทงั ้ สามารถเคลือบผิวของหลมุ เจาะได้ สําหรับการขดุ เจาะเพ่ือติดตงั ้ บ่อติดตามตรวจสอบ โคลนอาจทําให้เกิดการ
ปนเปื อ้ น จงึ ควรใช้นํา้ หรืออากาศแทน ที่ปลายมีหวั เจาะเหมือนสวา่ นที่จะทําหน้าท่ีขดุ ดินและบดหิน ของเหลวท่ีอดั ลงไป
ถกู ดนั ขนึ ้ มาและพาเอาเศษดินและหินออกมาจากหลมุ (รูปท่ี ก-2 (ข)) ในกรณีที่ใช้อากาศเป็ นของเหลวอากาศอาจจะ
ไหลเข้าสู่ชนั ้ ดินโดยรอบได้ง่ายจึงต้องมีการติดตงั้ ท่อรอบผนงั ของหลมุ เจาะในขณะเจาะเพื่อลดการรั่วไหลของอากาศ
ความลึกของการเจาะขึน้ อยู่กับความสามารถในการอดั ของเหลวเพื่อให้หมุนเวียนกลบั ขนึ ้ มา อาจเจาะได้ลึกถึงระดบั
1,500 เมตร สามารถเจาะทะลวงชัน้ หินได้ ไม่เหมาะกับพืน้ ท่ีที่มีสภาพเป็ นโพรงหรือรอยแตก (Carvernous or
Fractured) การเจาะในพืน้ ที่ปนเปื ้อนทําให้ของเหลวท่ีใช้เป็ นสารปนเปื ้อนด้วย ซ่ึงต้องถูกรวบรวมและกําจัดอย่าง
ถกู ต้อง สําหรับรายละเอียดเพ่ิมเติมดใู น ASTM D 5783 Guide for Use of Direct Rotary Drilling with Water-Based
Drilling Fluid for Geoenvironmental Exploration and Installation of Subsurface Water-Quality Monitoring
Devices.
การเจาะหลุมด้วย Cable-Tool Drilling ในการเจาะหลุม สายเคเบิลท่ีถูกติดตัง้ อยู่กับ
ปัน้ จนั่ ทําหน้าท่ียกและปล่อยหวั เจาะที่มีนํา้ หนกั มาก ในขณะท่ียกและปล่อยหวั เจาะจะหมนุ ไปด้วยทําหน้าท่ีเจาะและ
บด ในระหวา่ งทําการขดุ เจาะจะติดตงั ้ ท่อรอบผนงั ของหลมุ เจาะพร้อมกนั เพ่ือป้ องกนั การพงั ทลายของหลมุ เจาะ หวั เจาะ
ถกู หยดุ เป็ นช่วงๆ เพือ่ นําเศษดินและหินท่ีถกู ขดุ ออกโดยใช้เคร่ืองสบู หรือเบลเลอร์ที่ใช้ในการตกั ดิน การเจาะหลมุ ด้วยวิธี
นีส้ ามารถทําได้ลกึ มากกว่า 300 เมตร แต่จะใช้พลงั งานและเวลามากเน่ืองจากหวั เจาะเคลื่อนที่ได้ไม่เร็วนกั (ประมาณ
0.4 – 0.7 เมตรต่อชว่ั โมงในชัน้ หิน และ 1 – 1.3 เมตรต่อชัว่ โมงสําหรับชัน้ ดินท่ัวไป) การเก็บตัวอย่างดินอาจจะทํา
ในขณะติดตงั ้ ท่อรอบผนงั ของหลมุ เจาะโดย Drive Barrel Method ดินจะถกู ดนั เข้าไปภายในท่อและตวั อยา่ งถกู เก็บโดย
Split-spoon Samplers สําหรับรายละเอียดเพ่ิมเติมดูใน ASTM D 5875 Use of Cable-Tool Drilling and Sampling
Methods for Geoenvironmental Exploration and Installation of Subsurface Water-Quality Monitoring Devices.
โดยทวั่ ไป ตวั อย่างดินสําหรับการทดสอบลกั ษณะทางกายภาพควรเป็ นตวั อย่างท่ีเก็บจากความลกึ
ตอ่ เน่ืองท่ีระยะ 3 เมตรแรก และจากนนั้ ทกุ 1.5 เมตรหรือเมื่อมีการเปลย่ี นแปลงลกั ษณะ สาํ หรับการเก็บตวั อย่างดินเพื่อ
ทําการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี ตวั อย่างดินต้องถกู รบกวนน้อยที่สดุ โดยทําการถ่ายจากอปุ กรณ์เก็บตวั อย่างลงสู่
ภาชนะท่ีเตรียมไว้ ในเวลาสัน้ ที่สุดท่ีจะทําได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเพื่อนําไปวิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหย
รายละเอยี ดเพม่ิ เติมดใู น ASTM Standard Guide D 6169 Guide for Selection of Soil and Rock Sampling Devices
Used With Drill Rigs for Environmental Investigations และเนือ้ หาในบทท่ี 8
< 135 >
3. การติดตัง้ บ่อ การติดตัง้ บ่อควรทําภายในเวลา 12 ช่ัวโมงนับจากการขุดหลุมเสร็จและทุก
กระบวนการต้องทําอย่างต่อเน่ืองจนกระทงั่ เสร็จ ห้ามใช้กาวหรือสารละลายในการติดตงั ้ ช่องกรองและชิน้ ส่วนต่างๆ
ตวั อย่างแบบของบ่อติดตามตรวจสอบแสดงในรูปที่ ก-3 และ ก-4 สําหรับแบบบอ่ โผลเ่ หนือพืน้ และ ก-5 สําหรับบอ่ แบบ
ราบไปกบั พนื ้ วสั ดทุ ่ีจะนํามาใช้ทําเป็นบอ่ จะต้องคาํ นึงถึงปัจจยั ตา่ งๆ ได้แก่
สภาพทางธรณีวิทยา
ความลกึ ของบอ่ ที่จะตดิ ตงั ้
ชนิดและความเข้มข้นของสารปนเปื อ้ นหรือองค์ประกอบทางเคมีท่ีจะตรวจวดั
อายกุ ารใช้งาน
ความต้องการใช้ประโยชน์ในลกั ษณะอน่ื เชน่ การสบู หรืออดั (Extraction/Injection)
สรุปได้อย่างสงั เขปในตารางท่ี ก-1
ตารางท่ี ก-1 การเลือกใช้วสั ดสุ ําหรับบอ่ ตดิ ตามตรวจสอบ
ไม่ควรใช้ แนะนําให้ใช้
1. เทฟลอน ถ้าบอ่ มีความลกึ เกิน 250 ม. ใช้เหลก็ กล้าไร้สนิม พวี ซี ี หรือ เอบีเอส*
2. เทฟลอน พวี ีซี หรือ เอบเี อส ถ้าบอ่ มีความลกึ เกิน 350 ม. ใช้เหล็กกล้าไร้สนิม ถ้าเหล็กกล้าไร้สนิมไม่
เหมาะสมในแง่ปฏิกิริยาเคมี อาจจะต้องใช้
เหล็กกล้าไร้สนิมเป็ นปลอกด้านนอก
3. เหล็กกล้าไร้ สนิมในกรณีใดกรณีหน่ึงท่ี พีเอช < 7.0, ออกซิเจน ใช้เทฟลอน พีวีซี หรือ เอบเี อส*
ละลาย > 2.0 มิลลิกรัม/ลิตร, ไฮโดรเจนซลั ไฟด์ (H2S) > 1.0 มิลลิกรัม/
ลิตร, ของแข็งละลายทัง้ หมด (Total Dissolved Solids) > 1,000
มิลลิกรัม/ลิตร, หรือ คลอไรด์ (Cl–) > 500 มิลลิกรัม/ลติ ร
4. พีวีซี ในกรณีท่ีรู้วา่ นํา้ ปนเปื อ้ นด้วยสารทําละลายที่ความเข้มข้นสงู ใช้เหลก็ กล้าไร้สนิม หรือเทฟลอน
กวา่ 0.25 เท่าของความสามารถในการละลายของสารเหลา่ นนั้ สารที่
สําคญั เช่น Tetrahydrofuran, Cyclohexane, Methyl Ethyl Ketone
(MEK), Methyl Isobutyl Ketone, Methyl Chloride,
Trichloromethane, Dichloroethane, Trichloroethane,
Tetrachloroethylene (PCE), Trichloroethylene (TCE), Acetone,
Benzene, Toluene เป็นต้น
* พลาสติกชนิดหนงึ่ ช่ือเตม็ คือ Acrylonitrile Butadiene Styrene
< 136 >
ทัง้ นี ้ วัสดุท่ีใช้ ต้องได้มาตรฐาน ASTM ดังนี ้ พีวีซีตามมาตรฐาน ASTM D 1725 และ F 480
เหลก็ กล้าไร้สนิม SS304 และ SS316 ตามมาตรฐาน ASTM A 312 และเอบเี อสตามมาตรฐาน ASTM F 480
ขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลางของบ่อ โดยทวั่ ไปจะมีขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลางภายในตงั ้ แต่ 2 – 4 นิว้ (5 –
12 เซนตเิ มตรโดยประมาณ) สาํ หรับบอ่ ที่ลึกน้อยกวา่ 60 เมตร เกณฑ์สําหรับการเลือกขนาดได้แก่
1. วธิ ีที่ใช้เจาะหลมุ และตดิ ตงั ้ บอ่
2. ความลกึ และความแขง็ แรงของบอ่ ที่ต้องการ
3. วิธีที่จะใช้ในการพฒั นาสภาพบอ่ และอปุ กรณ์ที่จะใช้
4. ปริมาณนํา้ ท่ีสบู ออกในระหวา่ งการถ่ายนํา้ ขงั (Purging) และอตั ราการสบู นํา้
5. การใช้ประโยชน์อ่นื เชน่ การทําการทดสอบสภาพชนั้ ดินอ้มุ นํา้ (Aquifer Testing)
ความยาวของช่วงช่องกรองขึน้ กบั สภาพความนําชลศาสตร์ของชนั ้ ดินและวตั ถุประสงค์ของการใช้
บ่อ ในกรณีที่ใช้บ่อเพื่อตรวจสอบระดบั นํา้ เท่านนั้ (Piezometer) หรือในกรณีท่ีใช้ในการตรวจสอบจากความลึกเจาะจง
ช่องกรองมกั จะมีความยาวไม่เกิน 60 เซนติเมตร สําหรับในกรณีท่ีชนั ้ ดินอ้มุ นํา้ มีสภาพความนํานํา้ ปานกลาง (ในช่วง
10-4 - 10-5 เซนตเิ มตรตอ่ วนิ าที) อาจจะติดตงั ้ ช่วงเปิ ดบอ่ ท่ียาวมากขนึ ้ เพ่อื ให้นํา้ สามารถไหลเข้าสบู่ อ่ ได้ง่ายขนึ ้ ทําให้การ
ถ่ายนํา้ ขงั และเก็บตวั อย่างนํา้ ง่ายขนึ ้ อย่างไรก็ตาม ชว่ งความยาวของช่องกรองท่ียาวเกินไปจะทําให้เกิดปัญหาการเจือ
จางของนํา้ ในบอ่ โดยทว่ั ไปไมค่ วรยาวกวา่ 3 เมตร ยกเว้นในกรณีที่ชนั้ ดินอ้มุ นํา้ มีสภาพความนํานํา้ ตํา่ มาก (ตาํ่ กวา่ 10-5
เซนติเมตรต่อวินาที) อาจจะติดตงั ้ ช่องกรองยาวกว่านีไ้ ด้ (ไม่เกิน 5 เมตร) และโดยทว่ั ไปไม่ควรติดตงั ้ ช่องกรองเหนือ
ระดบั นํา้ ในบอ่ ยกเว้นในกรณีท่ีการศกึ ษาเกี่ยวข้องกบั อนิ ทรีย์ในสถานะของเหลวที่ไม่เป็ นเนือ้ เดียวกบั นํา้ ที่เบากว่านํา้
(Light Non Aqueous Phase Liquid, LNAPL) ในพนื ้ ที่ท่ีระดบั นาํ ้ เปลีย่ นแปลงได้ตามฤดกู าล
ความกว้างของช่องกรอง (Screen Slot Size) ควรจะสามารถกรองวัสดุอัดกรอง (Filter Pack) ที่
ใช้ได้มากกว่า 90% หรือใช้ช่องกรองที่ใหญ่กวา่ นีไ้ ด้ถ้านํา้ ตวั อย่างที่ได้มีความข่นุ น้อยกว่า 5 NTU เม็ดทรายหรือกรวดท่ี
ใช้เป็ นวสั ดอุ ดั กรองควรมีขนาดใกล้เคียงกนั (Uniform) และสะอาด ในกรณีท่ีทราบลกั ษณะการกระจายตวั ของเม็ดวสั ดุ
(Grain Size Distribution) ของวสั ดทุ ่ีประกอบเป็ นชนั้ ดินอ้มุ นํา้ ขนาดเม็ดวสั ดอุ ดั กรองควรมีขนาดไมใ่ หญ่กวา่ 4 – 6 เท่า
ของขนาดของเมด็ วสั ดุ (Grain Size) ที่ 70 % ของปริมาณวสั ดทุ ่ีประกอบเป็นชนั ้ ดินอ้มุ นํา้ ในพืน้ ที่รอบๆ นนั้
สําหรับรายละเอียดเพ่ิมเติมของการติดตงั้ บ่อติดตามตรวจสอบดใู น ASTM D 5092 Practice for
Design and Installation of Ground Water Monitoring Wells in Aquifers
< 137 >
ไมเ่ กิน 0.06 ม. ฝาปิ ดด้านนอก มีตวั ล็อก
ฝาปิ ดตวั บ่อ มีช่องระบายอากาศ
บ่อส่วนบน 0.7 ม. เปลือกนอก (โลหะ)
ท่โี ผล่เหนือ 0.75 ม. ช่องระบายนํา้ 6 มม.
ฐานคอนกรีต
พนื้ ราบ ลาดออกไปจาก อย่างน้อย 0.1 ม.
ปลอกโลหะตดิ ตัง้ ลึกลงไป อยา่ งน้อย 0.75 ม.
อย่างน้อย 0.6 ม.
ซเี มนต์
ซเี มนต์ (95%) –เบนโทไนท์ (5%)
แขง็ ตัว เป็ นโครงสร้าง
(ความลึกตามความเหมาะสม)
0.15 – 0.3 ม. วสั ดุกรองเสริม (ถ้าจาํ เป็ น)
ตวั บ่อ (พวี ซี )ี 1 – 1.5 ม.
เคลย์อดั รอบวง
อุปกรณ์ทรงให้ตวั บ่ออยู่ กนั ซมึ
กลางหลุม (Centralizer)
(ติดตงั้ เป็ นช่วงๆ ตามความจาํ เป็ น) 0.3 – 0.6 ม. วสั ดุกรองเสริม (ถ้าจาํ เป็ น)
0.07 – 0.12 ม. 1 – 1.5 ม.
ช่องกรอง วสั ดุกรองหลัก
ฝาปิ ดท้าย (ทราย, กรวด)
ความยาวช่องกรอง
(ตามความเหมาะสม)
ไมเ่ กิน 0.15 ม
ไมเ่ กิน 0.5 ม
รูปท่ี ก-3 ตวั อยา่ งบอ่ ติดตามตรวจสอบแบบที่โผลเ่ หนือพนื ้ ราบ
< 138 >