The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างและแผนการสอนสุขศึกษาป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mild_nartlada_26, 2022-11-09 03:21:54

โครงสร้างและแผนการสอนสุขศึกษาป.6

โครงสร้างและแผนการสอนสุขศึกษาป.6

กล่มุ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษา
และพลศึกษา

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6

แผนกประถมศึกษา
โรงเรียนขจรเกียรติพัฒนา

โครงสรา้ งการสอน วชิ า สุขศกึ ษาและพลศึกษา ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา ......... เวลา 20 ช่ัวโมง

หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
ที่ การเรียนรู้/เรอ่ื ง ตวั ช้ีวดั (ชั่วโมง) คะแนน

มาตรฐานท่ี พ 3.1 -การบริหารร่างกาย 2 15
(ส.1-ส.2)
3. เพิ่มพนู ทกั ษะ เขา้ ใจมที ักษะในการเคลื่อนไหว เพ่อื เสริมสร้าง 15
2
การเคลือ่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม สมรรถภาพทางกาย (ส.3-ส.4)

และกีฬา -การฝึกสเตป็ เทา้

-ทกั ษะเบ้ืองตน้ ตวั ช้ีวดั ท่ี ป. 6/1 เป็นพ้ืนฐานสาคญั ใน

ของการเลน่ เล่นกฬี าไทย กีฬาสากลประเภท การฝึกทกั ษะการเล่น

บาสเกตบอล บุคคลและประเภททีมได้อย่างละ กีฬาบาสเกตบอล การ

(การฝึกสเตป็ เทา้ ) 1ชนิด ฝึ กการเคลื่อนไหวใน

ลกั ษณะตา่ งๆเช่น การ

ว่ิง การสไลด์ การ

กระโดด การปฏิบตั ิ

เพอ่ื ใหร้ ่างกายอยใู่ น

ลกั ษณะที่สมดุลท้งั ใน

เรื่องการทรงตวั

-การฝึกเล้ียงลกู มาตรฐานท่ี พ 3.1 -รูปแบบการเคล่ือนไหว

บาสเกตบอล เข้าใจมีทักษะในการเคลื่อนไหว ร่างกายในการฝึกเล้ียง

กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม ลูกบาสเกตบอลเป็นการ

และกีฬา เคล่ือนไหวแบบ

ตวั ช้ีวัดท่ี ป. 6/1 ผสมผสานระหวา่ งการ

เลน่ กีฬาไทย กีฬาสากลประเภท เคลื่อนไหวร่างกายขณะอยู่

บุคคลและประเภททีมได้อย่างละ กบั ท่ีคอื การเคล่ือนไหว

1ชนิด

โครงสร้างการสอน วชิ า สุขศึกษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา ......... เวลา 20 ช่ัวโมง

หนว่ ย ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
ท่ี การเรยี นรู้/เร่ือง ตวั ชีว้ ัด (ชว่ั โ คะแนน
มง)

มาตรฐานที่ พ 3.1

-การยงิ ประตู เขา้ ใจมที ักษะในการเคล่ือนไหว การยงิ ประตูเป็นโอกาสสาคญั 4 15
บาสเกตบอล
กจิ กรรมทางกาย การเล่นเกม และ ของฝ่ ายรุกท่ีจะทาคะแนน การ (ส.5-
กฬี า ฝึกทกั ษะการยงิ ประตู จึงเป็น ส.9)

ตัวชี้วดั ท่ี ป. 6/1 ทกั ษะสาคญั ที่สุดในการทา

เล่นกฬี าไทย กีฬาสากลประเภท คะแนนในขณะเล่น ท้งั ฝ่ ายรุก

บุคคลและประเภททีมได้อยา่ งละ1 และฝ่ ายรับตอ้ งมีทกั ษะในการ

ชนิด หลอกล่อฝ่ ายตรงขา้ ม เพ่ือช่วง

ชิงโอกาสในการยงิ ประตู

ของมือขณะท่ีเล้ียงลกู

บาสเกตบอลบอลข้ึน–ลงและ

การเคล่ือนไหวร่างกายขณะ

เคล่ือนที่ คือการเดินไป

ดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ ง หรือ

ดา้ นหลงั ในขณะที่เล้ียงลกู

บาสเกตบอล

สอบกลางภาคเรียนท่ี 1 (ส.10) หมายเหตุ.........ไม่มีการสอบกลางภาคเรียน

โครงสร้างการสอน วชิ า สขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา ......... เวลา 20 ช่ัวโมง

หน่วย ช่อื หน่วย มาตรฐานการเรียนรู้ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
ที การเรียนรู้/เร่ือง ตัวชว้ี ดั (ชั่วโมง) คะแนน

4. ใสใ่ จสขุ ภาพ มาตรฐานท่ี พ 4.1

เหน็ คณุ ค่าและมีทักษะในการ -ความสาคัญของ 2 15
สรา้ งเสริมสุขภาพ การดารง
-สขุ ภาพกับ สิง่ แวดล้อมทีม่ ีผลต่อ (ส.11 -ส.12)

สิ่งแวดล้อม สขุ ภาพ การป้องกนั โรค และการ สขุ ภาพ

สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพ่ือ -ปัญหาของสงิ่ แวดล้อม

สุขภาพ ที่มีผลต่อสุขภาพ

ตวั ช้ีวัดที่ ป. 6/1 -การป้องกันและแก้ไข

แสดงพฤตกิ รรมในการป้องกันและ ปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มใน

แกไ้ ขปญั หาส่ิงแวดล้อมที่มผี ลต่อ ชุมชนที่มผี ลตอ่ สุขภาพ

สุขภาพ

-โรคตดิ ต่อ -โรคตดิ ตอ่ สาคัญที่ 2 15
ระบาดในชุมชนและ (ส.13 -ส.14)
ทอ้ งถ่ิน
ตัวชีว้ ัดท่ี ป. 6/2 -ผลกระทบท่เี กดิ จาก
วิเคราะห์ผลกระทบที่เกดิ จากการ การระบาดของโรค
ระบาดของโรคและเสนอแนว -การปอ้ งกนั การ
ทางการป้องกันโรคตดิ ต่อสาคัญที่ ระบาดของโรค
พบในประเทศไทย

โครงสรา้ งการสอน วชิ า สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา ......... เวลา 20 ช่ัวโมง

หน่วย ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระสำคญั เวลา น้ำห
ท่ี การเรียนรู้/เรอื่ ง ตัวชี้วดั (ช่วั โมง) นกั
คะแ
มาตรฐานท่ี พ 4.1 -โรคไขห้ วดั เป็นโรคตดิ ต่อ นน
เหน็ คุณคา่ และมีทกั ษะในการสรา้ ง
-ความรบั ผิดชอบ เสรมิ สขุ ภาพ การดารงสุขภาพ ทีพ่ บได้บอ่ ย โดยเฉพาะผทู้ ี่ 2 15
ต่อสุขภาพของ การปอ้ งกันโรคและการสร้างเสริม
ตนเองและ สมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพ มรี า่ งกายอ่อนแอ (ส.15 -ส.
ส่วนรวม ตัวชี้วดั ท่ี ป. 6/1 ตรากตรากับการทางาน 16)
ปฏบิ ัตติ นในการป้องกันโรคท่ีพบ
บอ่ ยในชีวิตประจาวนั และมีเวลาพักผ่อนน้อย

จะเป็นกันมากในฤดหู นาว

และฤดฝู นในช่วงท่ีมี

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ

สาเหตเุ กดิ จากเช้ือไวรัส

ตดิ ตอ่ ทางการหายใจหรอื

สมั ผสั น้าลายและเสมหะ

5. ชวี ติ ปลอดภยั มาตรฐานท่ี พ 5.1 -ภัยธรรมชาติ
-ลักษณะของภยั ธรรมชาติ

-ความปลอดภัย ปอ้ งกนั และหลีกเล่ยี งปัจจยั เสี่ยง -ผลกระทบจากความ
ในชีวิต
พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ รุนแรงของภยั ธรรมชาตทิ ่ี 15

อุบัตเิ หตุ การใช้ยา สารเสพติดและ มีต่อร่างกาย จิตใจ 3

ความรนุ แรง -การปฏิบตั ติ นเพ่ือความ (ส.17-ส.19)

ตัวชีว้ ัดท่ี ป. 6/1 ปลอดภยั จากภยั ธรรมชาติ

-วเิ คราะหผ์ ลกระทบจากความ

รุนแรงของภยั ธรรมชาตทิ ่มี ีต่อ

ร่างกาย จิตใจ และสังคม

ตัวชวี้ ัดที่ ป. 6/2

ระบวุ ิธปี ฏิบัติตนเพื่อความ

ปลอดภยั จากธรรมชาติ

รวมภาคเรยี นท่ี 2 20 100

สปั ดาห์ท่ี 1

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรียนที่ 2 / ........ ช่อื ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน

กลุม่ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 จำนวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรยี นที่ 3 เพม่ิ พนู ทกั ษะการเคลือ่ นไหว เรอ่ื ง ทักษะเบ้ืองต้นของการเลน่ บาสเกตบอล

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ :
มาตรฐานที่ พ 3.1

เขา้ ใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป.6/1

เลน่ กีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อยา่ งละ1ชนิด

2. สาระสาคัญ :

การบรหิ ารร่างกายเพื่อเสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกาย เป็นพนื้ ฐานสาคัญในการฝึกทักษะการเล่นกฬี า
บาสเกตบอล การไดเ้ รยี นรู้ และฝึกการเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆ เช่น การว่งิ การสไลด์ การกระโดด การปฏิบัตเิ พ่ือให้
ร่างกายอยู่ในลักษณะที่สมดลุ ท้ังในเรื่องการทรงตวั การหยุด การครอบครองลกู และการหมุนตัว ซ่ึงเปน็ ทกั ษะท่จี าเป็น
สาหรบั การเลน่ กีฬาประเภทนี้

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ :

1.รแู้ ละเข้าใจท่าการบรหิ ารร่างกาย สาหรับการเลน่ กีฬาบาสเกตบอลอยา่ งถูกต้องได้
2. ตระหนักถงึ ความสาคญั ของทักษะเบือ้ งต้นของการเล่นบาสเกตบอล
3. แสดงทักษะเบือ้ งต้นของการเล่นบาสเกตบอลอย่างถูกต้องได้

4. สาระการเรียนรู้ :
1.ประวัติความเปน็ มาของกฬี าบาสเกตบอล

-ทกั ษะเบ้ืองต้นของการเล่นบาสเกตบอล

5. กิจกรรมการเรียนรู้ :

คาบที่ 1
ข้ันเตรยี มก่อนนาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครแู ละนกั เรยี นทาความรู้จักและสรา้ งความคุ้นเคยระหว่างกนั
2. ครูแนะนาเกย่ี วกบั ระเบียบและมารยาทในการปฏิบตั ิกจิ กรรมรว่ มกับผู้อื่น ให้นักเรียนทราบ
3. นักเรียนทาแบบทดสอบความรูก้ ่อนการเรยี นรู้หนว่ ยท่ี 3 เพิ่มพูนทักษะการเคลื่อนไหวรว่ มกนั เพื่อเปน็
การประเมนิ พืน้ ฐานความรู้

ขัน้ ที่ 1: นาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั พูดคยุ ตกลงเกี่ยวกบั แนวทางปฏิบัตริ ว่ มกนั ในการเขา้ ร่วมเรียนร้กู ิจกรรม
พลศึกษาในประเดน็ ตา่ ง ๆ เช่น

– ความเป็นระเบยี บเรียบร้อยในการแตง่ กาย
– ความตรงตอ่ เวลาหรือการปฏบิ ัตติ นระหว่างการปฏิบัติกจิ กรรม ฯลฯ
2. นักเรียนผลดั เปล่ียนกนั เล่าถงึ ประสบการณใ์ นการเรียนและการฝกึ ปฏบิ ัติกิจกรรมพลศึกษาในระดบั ชั้น
ทผี่ ่านมา และให้คาตอบในประเดน็ ต่อไปน้ี
– จากการเรยี นพลศกึ ษาในระดับชั้นทผ่ี า่ นมา นักเรยี นชอบการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมใดมากที่สุด

เพราะเหตุใด

– ขณะศึกษาและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมพลศกึ ษา นกั เรียนไดแ้ สดงรูปแบบของการเคลอื่ นไหว
อย่างไรบ้าง

ขน้ั ที่ 2: กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนแสดงความคิดเหน็ รว่ มกันเก่ยี วกบั ความหมายและประโยชนข์ องการเคล่อื นไหวจาก
ประสบการณ์การเรยี นรูใ้ นระดบั ช้ันท่ผี ่านมา โดยครใู หค้ วามร้ทู ีถ่ ูกต้องเพิม่ เติม
2. นกั เรยี นร่วมกันสรุปรูปแบบการเคลือ่ นไหวร่างกาย โดยครใู ชภ้ าพประกอบการอธบิ ายลกั ษณะการ
เคลือ่ นไหวในแต่ละรูปแบบ
3. นกั เรียนอาสาสมคั ร 4 คน ออกมาแสดงทา่ ทางการเคลือ่ นไหวในลักษณะต่าง ๆ ตามประสบการณ์ ท้งั
รปู แบบการเคลื่อนไหวอย่กู บั ที่ การเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนท่ี การเคล่ือนไหวประกอบอุปกรณ์ และการ
เคลื่อนไหวแบบผสมผสานใหเ้ พ่อื นในชัน้ เรยี นดู
ข้นั ที่ 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์

• แบง่ นกั เรยี นออกเปน็ กล่มุ 4 กลุ่ม แต่ละกลมุ่ เลือกรปู แบบการเคลื่อนไหวประจากลุ่ม 1 แบบ
จาก 4 แบบ คือการเคลื่อนไหวแบบอยู่กับที่ แบบเคล่ือนที่ แบบใช้อุปกรณ์ประกอบ และแบบผสมผสาน
จากนนั้ ให้แตล่ ะกลมุ่ ผลัดกนั ส่งตวั แทนออกมาคน้ หาภาพทีเ่ ป็นการเคล่ือนไหวทก่ี ลุ่มของตนเองเลือกไวท้ ่ี
หน้าชนั้ เรียน แล้วให้แตล่ ะกลุ่มสรุปว่าภาพทค่ี ้นหามาเปน็ การเคล่อื นไหวท่ีตรงกับกล่มุ ตนเองเลอื กไว้ได้
อย่างไร

ขั้นที่ 4: การนาไปใช้
• มอบหมายใหน้ กั เรยี นปฏิบัตกิ ิจกรรมวเิ คราะห์รปู แบบการเคลื่อนไหวจากภาพ ดงั รายละเอยี ดใน

หนงั สือเรยี นฯ/หรือสื่อการเรียนรู้ สขุ ศึกษาและพลศึกษา สมบูรณ์แบบ ป. 6 นอกเวลาเรยี น โดย
ขอคาแนะนาจากผปู้ กครอง หรือครูประจาช้ัน และนาผลการปฏิบตั มิ านาเสนอในคาบเรียนตอ่ ไป

ขั้นท่ี 5: สรปุ ความรู้
1.นกั เรยี นทาความสะอาดรา่ งกาย
2. ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปความร้แู ละผลที่ไดจ้ ากการปฏิบัตกิ จิ กรรม
3. นกั เรียนบันทกึ ความรูแ้ ละความร้สู กึ ท่ีไดร้ ับจากการปฏิบตั กิ ิจกรรมโดยสงั เขปลงในสมุด
บนั ทกึ

6. การวัดและประเมนิ ผล :

การวดั และประเมนิ ผลจุดประสงค์ วิธกี ารวดั ผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมนิ ผล

ความร้คู วามเข้าใจ (K) - ตรวจกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ข้นึ ไป ถือว่าผ่าน

-ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หดั เกณฑ์การประเมิน

ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ข้นึ ไป ถอื ว่าผ่าน

รายบคุ คล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน

สุขศึกษาและพลศึกษา

คุณลกั ษณะนิสัย (A) 1. สังเกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผา่ น

รับผดิ ชอบต่องานทสี่ ั่งและส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ

งานไดท้ นั ตามท่ีกาหนด

2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้

3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ในการ

ทางาน

7. สื่อ/อุปกรณ/์ แหล่งการเรียนรู้ :

1.ลานอเนกประสงค์หรือโรงพลศึกษา

2.หนงั สือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 6 บริษทั สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช จากัด

3.สอ่ื การเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 6 บริษัท สานกั พมิ พ์วฒั นาพานิช จากัด

4.แบบฝึกหดั สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานักพมิ พ์วฒั นาพานิช จากดั

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝ่ายวิชาการ
(.........นายธนวฒั น์ ด้วงเสน.........) (..........นายซุลกฟิ ลี ดือราโอะ.........)

ลงช่อื ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

สปั ดาห์ท่ี 2

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนที่ 2 / ........ ชือ่ ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน

กลุม่ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 จำนวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรยี นที่ 3 เพม่ิ พนู ทักษะการเคลอื่ นไหว เรอ่ื ง ทักษะเบอื้ งต้นของการเลน่ บาสเกตบอล

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ :
มาตรฐานที่ พ 3.1

เขา้ ใจ มีทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป.6/1

เลน่ กีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อยา่ งละ1ชนิด

2. สาระสาคัญ :

การบรหิ ารรา่ งกายเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย เปน็ พนื้ ฐานสาคัญในการฝึกทักษะการเล่นกฬี า
บาสเกตบอล การไดเ้ รยี นรู้ และฝกึ การเคลือ่ นไหวในลักษณะตา่ งๆ เชน่ การว่งิ การสไลด์ การกระโดด การปฏิบัตเิ พ่ือให้
ร่างกายอยู่ในลักษณะที่สมดลุ ท้ังในเร่อื งการทรงตวั การหยุด การครอบครองลูก และการหมุนตัว ซ่ึงเป็นทกั ษะท่จี าเป็น
สาหรบั การเลน่ กีฬาประเภทน้ี

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ :

1.รแู้ ละเข้าใจท่าการบริหารร่างกาย สาหรับการเล่นกีฬาบาสเกตบอลอยา่ งถูกต้องได้
2. ตระหนักถงึ ความสาคัญ ของทักษะเบือ้ งตน้ ของการเล่นบาสเกตบอล
3. แสดงทักษะเบือ้ งต้นของการเลน่ บาสเกตบอลอย่างถูกต้องได้

4. สาระการเรียนรู้ :
1.ประวัติความเปน็ มาของกีฬาบาสเกตบอล

-ทกั ษะเบ้ืองต้นของการเลน่ บาสเกตบอล

5. กิจกรรมการเรียนรู้ :

คาบที่ 2
ข้ันเตรยี มก่อนนาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครแู ละนกั เรยี นทาความรู้จักและสรา้ งความคนุ้ เคยระหว่างกัน
2. ครูแนะนาเกย่ี วกบั ระเบียบและมารยาทในการปฏบิ ัติกิจกรรมร่วมกับผู้อ่ืน ให้นักเรียนทราบ
3. นักเรียนทาแบบทดสอบความรู้ก่อนการเรียนรูห้ น่วยที่ 3 เพม่ิ พนู ทกั ษะการเคลื่อนไหวรว่ มกนั เพื่อเปน็
การประเมนิ พืน้ ฐานความรู้

ขน้ั ที่ 1: นาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั พูดคุยตกลงเกย่ี วกับแนวทางปฏิบัตริ ว่ มกนั ในการเข้าร่วมเรียนร้กู จิ กรรม
พลศึกษาในประเด็นต่าง ๆ เช่น

– ความเปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ยในการแตง่ กาย
– ความตรงตอ่ เวลาหรือการปฏิบัติตนระหว่างการปฏิบัตกิ ิจกรรม ฯลฯ
2. นกั เรียนผลดั เปล่ียนกนั เล่าถงึ ประสบการณใ์ นการเรียนและการฝกึ ปฏิบัติกจิ กรรมพลศึกษาในระดับช้นั
ทีผ่ ่านมา และให้คาตอบในประเดน็ ต่อไปนี้
– จากการเรียนพลศกึ ษาในระดับชัน้ ทผ่ี า่ นมา นักเรยี นชอบการปฏิบัตกิ จิ กรรมใดมากที่สุด

เพราะเหตุใด

– ขณะศกึ ษาและปฏิบตั กิ ิจกรรมพลศกึ ษา นกั เรียนไดแ้ สดงรปู แบบของการเคลอ่ื นไหว
อย่างไรบ้าง

ขน้ั ที่ 2: กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนแสดงความคิดเหน็ ร่วมกนั เก่ียวกบั ความหมายและประโยชนข์ องการเคล่อื นไหวจาก
ประสบการณ์การเรียนรู้ในระดบั ชน้ั ที่ผา่ นมา โดยครใู หค้ วามร้ทู ีถ่ กู ต้องเพิ่มเตมิ
2. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ รูปแบบการเคลอ่ื นไหวร่างกาย โดยครูใชภ้ าพประกอบการอธบิ ายลกั ษณะการ
เคลอ่ื นไหวในแต่ละรปู แบบ
3. นกั เรียนอาสาสมัคร 4 คน ออกมาแสดงท่าทางการเคลือ่ นไหวในลักษณะต่าง ๆ ตามประสบการณ์ ทัง้
รปู แบบการเคลื่อนไหวอยูก่ บั ท่ี การเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนท่ี การเคล่ือนไหวประกอบอุปกรณ์ และการ
เคลื่อนไหวแบบผสมผสานให้เพอ่ื นในช้นั เรียนดู
ข้ันท่ี 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์

• แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลมุ่ 4 กลุ่ม แต่ละกลมุ่ เลือกรปู แบบการเคลื่อนไหวประจากลุ่ม 1 แบบ
จาก 4 แบบ คือการเคลือ่ นไหวแบบอยกู่ ับที่ แบบเคล่ือนที่ แบบใช้อปุ กรณป์ ระกอบ และแบบผสมผสาน
จากนนั้ ให้แตล่ ะกลุ่มผลดั กันส่งตวั แทนออกมาคน้ หาภาพทีเ่ ป็นการเคลือ่ นไหวทก่ี ลุ่มของตนเองเลือกไว้ที่
หน้าชนั้ เรียน แล้วให้แต่ละกลุ่มสรุปว่าภาพทค่ี ้นหามาเปน็ การเคลือ่ นไหวท่ีตรงกับกล่มุ ตนเองเลอื กไว้ได้
อย่างไร

ขั้นที่ 4: การนาไปใช้
• มอบหมายให้นักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมวเิ คราะห์รปู แบบการเคลื่อนไหวจากภาพ ดังรายละเอยี ดใน

หนังสือเรยี นฯ/หรือสื่อการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สมบูรณแ์ บบ ป. 6 นอกเวลาเรียน โดย
ขอคาแนะนาจากผู้ปกครอง หรอื ครูประจาช้นั และนาผลการปฏบิ ตั มิ านาเสนอในคาบเรียนตอ่ ไป

ขั้นท่ี 5: สรปุ ความรู้
1.นกั เรยี นทาความสะอาดร่างกาย
2. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรแู้ ละผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั กิ ิจกรรม
3. นกั เรียนบนั ทึกความรแู้ ละความรสู้ กึ ที่ไดร้ บั จากการปฏิบตั กิ ิจกรรมโดยสงั เขปลงในสมุด
บนั ทกึ

6. การวัดและประเมนิ ผล : วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
การวดั และประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ -ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หดั เกณฑ์การประเมนิ
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) -สังเกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
รายบคุ คล/กลุม่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) สขุ ศึกษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) รบั ผดิ ชอบต่องานทีส่ ัง่ และสง่ พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ
งานได้ทนั ตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ในการ
ทางาน

7. ส่ือ/อุปกรณ/์ แหล่งการเรยี นรู้ :

1.ลานอเนกประสงคห์ รอื โรงพลศึกษา
2.หนงั สือเรยี นสาระการเรยี นรู้พ้ืนฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 6 บรษิ ทั สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช จากัด
3.ส่ือการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา สมบูรณ์แบบ ป. 6 บรษิ ัท สานกั พมิ พ์วฒั นาพานิช จากัด
4.แบบฝึกหดั สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บริษัท สานักพมิ พว์ ัฒนาพานชิ จากดั

8.กจิ กรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครผู ูส้ อน ลงช่ือ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(.........นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน.........) (..........นายซุลกิฟลี ดือราโอะ.........)

ลงชือ่ ...................................................ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สปั ดาห์ท่ี 3

โรงเรียนขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนที่ 2 / ........ ชือ่ ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน

กลุม่ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 จำนวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรยี นที่ 3 เพม่ิ พนู ทักษะการเคลอื่ นไหว เรอ่ื ง ทักษะเบอื้ งต้นของการเลน่ บาสเกตบอล

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ :
มาตรฐานที่ พ 3.1

เขา้ ใจ มีทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ป.6/1

เลน่ กีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบุคคลและประเภททีมได้อยา่ งละ1ชนิด

2. สาระสาคัญ :

การบรหิ ารรา่ งกายเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย เปน็ พนื้ ฐานสาคัญในการฝึกทักษะการเล่นกฬี า
บาสเกตบอล การไดเ้ รยี นรู้ และฝกึ การเคลือ่ นไหวในลักษณะตา่ งๆ เชน่ การว่งิ การสไลด์ การกระโดด การปฏิบัตเิ พ่ือให้
ร่างกายอยู่ในลักษณะที่สมดลุ ทงั้ ในเร่อื งการทรงตวั การหยุด การครอบครองลูก และการหมุนตัว ซ่ึงเป็นทกั ษะท่จี าเป็น
สาหรบั การเลน่ กีฬาประเภทน้ี

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ :

1.รแู้ ละเข้าใจท่าการบริหารร่างกาย สาหรับการเล่นกีฬาบาสเกตบอลอยา่ งถูกต้องได้
2. ตระหนักถงึ ความสาคญั ของทักษะเบือ้ งตน้ ของการเล่นบาสเกตบอล
3. แสดงทักษะเบือ้ งต้นของการเลน่ บาสเกตบอลอย่างถูกต้องได้

4. สาระการเรียนรู้ :
1.ประวัติความเปน็ มาของกีฬาบาสเกตบอล

-ทกั ษะเบ้ืองต้นของการเลน่ บาสเกตบอล

5. กิจกรรมการเรียนรู้ :

คาบที่ 3
ข้ันเตรียมก่อนนาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครแู ละนกั เรยี นทาความรู้จักและสรา้ งความคนุ้ เคยระหว่างกัน
2. ครูแนะนาเกย่ี วกบั ระเบียบและมารยาทในการปฏบิ ัติกิจกรรมร่วมกับผู้อ่ืน ให้นักเรียนทราบ
3. นกั เรียนทาแบบทดสอบความรู้ก่อนการเรียนรูห้ น่วยที่ 3 เพม่ิ พนู ทกั ษะการเคลื่อนไหวรว่ มกนั เพื่อเปน็
การประเมนิ พืน้ ฐานความรู้

ขน้ั ที่ 1: นาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั พูดคุยตกลงเกย่ี วกับแนวทางปฏิบัตริ ว่ มกนั ในการเข้าร่วมเรยี นรกู้ ิจกรรม
พลศึกษาในประเด็นต่าง ๆ เช่น

– ความเป็นระเบียบเรยี บรอ้ ยในการแตง่ กาย
– ความตรงตอ่ เวลาหรือการปฏิบัติตนระหว่างการปฏิบัตกิ ิจกรรม ฯลฯ
2. นกั เรียนผลดั เปล่ียนกนั เล่าถงึ ประสบการณใ์ นการเรียนและการฝกึ ปฏิบัติกจิ กรรมพลศึกษาในระดับช้นั
ทีผ่ ่านมา และให้คาตอบในประเดน็ ต่อไปนี้
– จากการเรียนพลศกึ ษาในระดับชัน้ ทผ่ี า่ นมา นักเรยี นชอบการปฏิบัตกิ ิจกรรมใดมากที่สุด

เพราะเหตุใด

– ขณะศึกษาและปฏิบตั กิ ิจกรรมพลศึกษา นกั เรียนไดแ้ สดงรปู แบบของการเคลอ่ื นไหว
อย่างไรบ้าง

ขน้ั ที่ 2: กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนแสดงความคิดเหน็ ร่วมกนั เก่ียวกบั ความหมายและประโยชนข์ องการเคลอ่ื นไหวจาก
ประสบการณ์การเรียนรู้ในระดบั ชน้ั ที่ผา่ นมา โดยครใู หค้ วามร้ทู ีถ่ กู ต้องเพิ่มเตมิ
2. นกั เรยี นร่วมกันสรปุ รูปแบบการเคลอ่ื นไหวร่างกาย โดยครูใชภ้ าพประกอบการอธบิ ายลักษณะการ
เคลือ่ นไหวในแต่ละรปู แบบ
3. นกั เรียนอาสาสมัคร 4 คน ออกมาแสดงท่าทางการเคลือ่ นไหวในลักษณะต่าง ๆ ตามประสบการณ์ ทัง้
รปู แบบการเคลื่อนไหวอย่กู บั ท่ี การเคล่ือนไหวแบบเคลื่อนท่ี การเคล่ือนไหวประกอบอปุ กรณ์ และการ
เคล่อื นไหวแบบผสมผสานให้เพอ่ื นในช้นั เรียนดู
ข้ันท่ี 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์

• แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลมุ่ 4 กลมุ่ แต่ละกลมุ่ เลือกรปู แบบการเคลื่อนไหวประจากลมุ่ 1 แบบ
จาก 4 แบบ คือการเคลือ่ นไหวแบบอยกู่ ับท่ี แบบเคลื่อนที่ แบบใช้อปุ กรณป์ ระกอบ และแบบผสมผสาน
จากนนั้ ให้แตล่ ะกลุ่มผลดั กันส่งตวั แทนออกมาคน้ หาภาพทีเ่ ป็นการเคลือ่ นไหวทก่ี ลุ่มของตนเองเลือกไว้ที่
หน้าชนั้ เรยี น แล้วให้แต่ละกลุ่มสรุปว่าภาพทค่ี ้นหามาเปน็ การเคลือ่ นไหวท่ีตรงกับกล่มุ ตนเองเลอื กไว้ได้
อย่างไร

ขั้นที่ 4: การนาไปใช้
• มอบหมายให้นักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมวเิ คราะห์รปู แบบการเคลื่อนไหวจากภาพ ดังรายละเอยี ดใน

หนังสือเรยี นฯ/หรือสื่อการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สมบูรณแ์ บบ ป. 6 นอกเวลาเรียน โดย
ขอคาแนะนาจากผู้ปกครอง หรอื ครูประจาช้นั และนาผลการปฏบิ ตั มิ านาเสนอในคาบเรียนตอ่ ไป

ขั้นท่ี 5: สรปุ ความรู้
1.นกั เรยี นทาความสะอาดร่างกาย
2. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ ความรแู้ ละผลที่ไดจ้ ากการปฏิบตั กิ ิจกรรม
3. นกั เรียนบนั ทึกความรแู้ ละความรสู้ กึ ที่ไดร้ บั จากการปฏิบตั กิ ิจกรรมโดยสงั เขปลงในสมุด
บนั ทกึ

6. การวดั และประเมนิ ผล : วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
- ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
การวัดและประเมนิ ผลจุดประสงค์ -ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หดั เกณฑ์การประเมนิ
ความร้คู วามเขา้ ใจ (K) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
รายบคุ คล/กลุ่ม และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) สุขศึกษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขึน้ ไป ถอื วา่ ผ่าน
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) รับผิดชอบตอ่ งานทสี่ ่ังและส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ
งานไดท้ นั ตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มั่นในการ
ทางาน

7. ส่ือ/อุปกรณ/์ แหลง่ การเรยี นรู้ :

1.ลานอเนกประสงคห์ รอื โรงพลศึกษา
2.หนงั สอื เรยี นสาระการเรยี นรู้พน้ื ฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 6 บรษิ ทั สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช จากัด
3.สอื่ การเรียนรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา สมบรู ณ์แบบ ป. 6 บรษิ ัท สานักพมิ พ์วฒั นาพานิช จากัด
4.แบบฝึกหดั สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บริษัท สานักพมิ พว์ ัฒนาพานชิ จากดั

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(.........นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน.........) (..........นายซุลกิฟลี ดือราโอะ.........)

ลงชอ่ื ...................................................ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา สปั ดาห์ที่ 4

แผนการจดั การเรียนรู้ 1 คาบ

ภาคเรียนท่ี 2 / ........ ช่อื ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน

กลมุ่ สาระ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน

หนว่ ยการเรยี นที่ 3 เพม่ิ พนู ทักษะการเคล่ือนไหว เรื่อง การฝึกเล้ียงลกู บาสเกตบอล

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :
มาตรฐานท่ี พ 3.1

เข้าใจ มีทักษะในการเคลือ่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา

ตัวช้ีวัดท่ี ป.6/1

เลน่ กีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คลและประเภททีมได้อยา่ งละ1ชนิด

2. สาระสาคญั :

รูปแบบการเคล่อื นไหวร่างกายในการฝึกเล้ียงลกู บาสเกตบอลเปน็ การเคล่ือนไหวแบบผสมผสานระหว่างการ
เคลือ่ นไหวรา่ งกายขณะอยู่กับท่ีคือการเคล่ือนไหวของมือขณะท่ีเล้ียงลกู บาสเกตบอลบอลข้ึน–ลงและการเคล่ือนไห
รา่ งกายขณะเคล่ือนท่ี คือการเดินไปด้านหนา้ ดา้ นขา้ ง หรอื ดา้ นหลังในขณะท่เี ลย้ี งลูกบาสเกตบอล

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ :

1.อธิบายรูปแบบการเคลือ่ นไหวร่างกายแบบผสมผสานการฝึกเล้ียงลกู บาสเกตบอลอยา่ งถกู ต้องได้
2.สนใจเข้าร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรยี นรูเ้ กี่ยวกบั การเคลอ่ื นไหวร่างกายแบบผสมสานการฝึกเลี้ยง
ลกู บาสเกตบอล
3.สามารถใชท้ กั ษะกระบวนการการเคลื่อนไหวรา่ งกายแบบผสมผสานการฝึกเล้ียงลูกบาสเกตบอลอย่างถูกต้องได้

4. สาระการเรียนรู้

1.ประวัตคิ วามเป็นมาของกฬี าบาสเกตบอล
-การฝึกเล้ยี งลูกบาสเกตบอล

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ :

คาบที่ 4

ข้ันที่ 1: นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. นกั เรียนอาสาสมัครนาเพ่ือนในชั้นเรยี นอบอุ่นรา่ งกาย (warm-up) เพอื่ เตรียมความพร้อมในการ
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม

2. ครูและนกั เรียนรว่ มกันพดู คยุ เพ่ือทบทวนความรู้และความเขา้ ใจเกย่ี วกับการศึกษาในคาบเรยี นท่ผี า่ น
มา

3. นักเรยี นอาสาสมคั ร 3–5 คน ออกมานาเสนอผลการปฏิบตั กิ ิจกรรมวเิ คราะห์รูปแบบ
การเคลือ่ นไหวรา่ งกายจากภาพ

ขั้นที่ 2: กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครูอธิบายประกอบการสาธิตวิธีการเล้ยี งลูกบอล โดยใช้ลูกบาสเกตบอลประกอบการสาธติ ดังน้ี

– เลีย้ งลกู บาสเกตบอลอยู่กบั ที่
– เลย้ี งลูกบาสเกตบอลพร้อมกับวนรอบตัวเองเป็นวงกลม
– เลยี้ งลกู บาสเกตบอลโดยการยกขาข้ามลกู บาสเกตบอลทีละข้างสลบั กัน
– เล้ยี งลูกบาสเกตบอลอ้อมหลัก
2. ครูอธิบายวิธีการเล้ียงลูกบาสเกตบอลดว้ ยความปลอดภัยและการแสดงออกถึงมารยาทท่ีดีในขณะปฏบิ ัติ
กิจกรรมเลย้ี งลกู บาสเกตบอล
ข้นั ท่ี 3: ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
1.นกั เรยี นเข้าแถวตามกลุ่มและฝึกปฏบิ ัติการเลี้ยงลูกบาสเกตบอลตามทค่ี รูสาธิตโดยลาดับ
• แบ่งนักเรยี นออกเป็นกลุ่ม 4 กลมุ่ แตล่ ะกล่มุ เลือกรูปแบบการเคล่ือนไหวประจากลุม่ 1 แบบ
จาก 4 แบบ คือการเคลอื่ นไหวแบบอยกู่ บั ท่ี แบบเคลื่อนที่ แบบใชอ้ ปุ กรณป์ ระกอบ และแบบผสมผสาน
ขัน้ ที่ 4: การนาไปใช้
• นักเรยี นแต่ละคนสารวจตนเองโดยเรม่ิ ตน้ จากการเดินทางกลบั จากโรงเรยี นจนถึงบา้ นว่าได้
เคลอ่ื นไหวร่างกายแบบผสมผสานในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมใดบา้ ง จดลงในใบงาน แล้วนามาพดู คยุ ในคาบ
เรยี นตอ่ ไป

ขั้นที่ 5: สรปุ ความรู้
1.นักเรียนร่วมกันคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) และทาความสะอาดรา่ งกาย
2. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ความรู้และผลที่ได้จากการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
3. นกั เรียนบันทกึ ความรู้และความรูส้ กึ ท่ีไดร้ บั จากการปฏิบตั กิ จิ กรรมโดยสงั เขปลงในสมดุ
บนั ทกึ

6. การวัดและประเมนิ ผล : วิธกี ารวัดผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
- ตรวจกิจกรรมฝึกทกั ษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
การวัดและประเมนิ ผลจุดประสงค์ -ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหดั เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) -สงั เกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผา่ น
รายบุคคล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) สุขศึกษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถือวา่ ผ่าน
คณุ ลักษณะนสิ ัย (A) รบั ผิดชอบตอ่ งานท่ีสัง่ และส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ
งานได้ทนั ตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน

7. สื่อ/อุปกรณ/์ แหลง่ การเรยี นรู้ :

1.ลานอเนกประสงคห์ รือโรงพลศึกษา
2.หนังสอื เรียนสาระการเรียนรู้พ้นื ฐาน สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป. 6 บรษิ ัท สานกั พิมพ์วัฒนาพานชิ จากัด
3.สอื่ การเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา สมบูรณ์แบบ ป. 6 บริษทั สานักพิมพ์วฒั นาพานชิ จากัด
4.แบบฝกึ หัด สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานกั พิมพว์ ฒั นาพานชิ จากดั

8.กจิ กรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(.........นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน.........) (..........นายซลุ กิฟลี ดือราโอะ.........)

ลงช่ือ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา สัปดาหท์ ี่ 5

แผนการจดั การเรยี นรู้ 1 คาบ

ภาคเรยี นท่ี 2 / ........ ช่ือผสู้ อน นายธนวัฒน์ ด้วงเสน

กลมุ่ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 จำนวน

หนว่ ยการเรยี นท่ี 3 เพม่ิ พนู ทักษะการเคลือ่ นไหว เร่ือง การฝึกเลีย้ งลูกบาสเกตบอล

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :
มาตรฐานที่ พ 3.1

เขา้ ใจ มีทกั ษะในการเคลอื่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา

ตวั ชี้วดั ท่ี ป.6/1

เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คลและประเภททีมได้อยา่ งละ1ชนดิ

2. สาระสาคญั :

รปู แบบการเคลอื่ นไหวร่างกายในการฝึกเลยี้ งลูกบาสเกตบอลเปน็ การเคล่ือนไหวแบบผสมผสานระหวา่ งการ
เคลอื่ นไหวร่างกายขณะอยู่กับท่ีคือการเคลื่อนไหวของมือขณะท่ีเลี้ยงลูกบาสเกตบอลบอลข้นึ –ลงและการเคลื่อนไห
ร่างกายขณะเคล่ือนท่ี คือการเดนิ ไปด้านหนา้ ดา้ นขา้ ง หรือด้านหลงั ในขณะท่ีเลย้ี งลูกบาสเกตบอล

3. จุดประสงค์การเรียนรู้ :

1.อธิบายรปู แบบการเคล่ือนไหวรา่ งกายแบบผสมผสานการฝกึ เลี้ยงลูกบาสเกตบอลอยา่ งถูกต้องได้
2.สนใจเขา้ ร่วมปฏิบัติกิจกรรมการเรยี นรู้เกย่ี วกบั การเคลือ่ นไหวรา่ งกายแบบผสมสานการฝึกเลย้ี ง
ลูกบาสเกตบอล
3.สามารถใช้ทักษะกระบวนการการเคลื่อนไหวรา่ งกายแบบผสมผสานการฝกึ เลี้ยงลูกบาสเกตบอลอย่างถูกต้องได้

4. สาระการเรยี นรู้

1.ประวัตคิ วามเป็นมาของกีฬาบาสเกตบอล
-การฝึกเล้ยี งลูกบาสเกตบอล

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ :

คาบที่ 5

ข้นั ท่ี 1: นาเขา้ สบู่ ทเรียน
1. นักเรียนอาสาสมคั รนาเพื่อนในช้ันเรียนอบอนุ่ รา่ งกาย (warm-up) เพ่อื เตรยี มความพร้อมในการ
ปฏิบัติกิจกรรม
2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันพูดคยุ เพื่อทบทวนความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการศกึ ษาในคาบเรียนทผ่ี ่าน

มา
3. นักเรยี นอาสาสมัคร 3–5 คน ออกมานาเสนอผลการปฏิบัตกิ จิ กรรมวิเคราะห์รูปแบบ
การเคล่อื นไหวร่างกายจากภาพ

ขั้นที่ 2: กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครูอธบิ ายประกอบการสาธิตวธิ กี ารเล้ียงลูกบอล โดยใชล้ กู บาสเกตบอลประกอบการสาธติ ดังนี้

– เลย้ี งลกู บาสเกตบอลอยู่กบั ท่ี
– เลีย้ งลูกบาสเกตบอลพร้อมกับวนรอบตวั เองเปน็ วงกลม
– เลี้ยงลกู บาสเกตบอลโดยการยกขาขา้ มลกู บาสเกตบอลทลี ะขา้ งสลับกัน
– เลย้ี งลูกบาสเกตบอลอ้อมหลัก
2. ครูอธบิ ายวธิ ีการเลี้ยงลูกบาสเกตบอลดว้ ยความปลอดภยั และการแสดงออกถึงมารยาทที่ดใี นขณะปฏิบตั ิ
กิจกรรมเลี้ยงลูกบาสเกตบอล
ขั้นที่ 3: ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์
1.นักเรียนเขา้ แถวตามกลุ่มและฝึกปฏิบตั ิการเลย้ี งลูกบาสเกตบอลตามที่ครสู าธติ โดยลาดับ
• แบ่งนักเรยี นออกเปน็ กล่มุ 4 กลุม่ แตล่ ะกลุ่มเลือกรปู แบบการเคลื่อนไหวประจากลมุ่ 1 แบบ
จาก 4 แบบ คือการเคลื่อนไหวแบบอยกู่ ับท่ี แบบเคล่ือนที่ แบบใช้อุปกรณป์ ระกอบ และแบบผสมผสาน
ขั้นท่ี 4: การนาไปใช้
• นกั เรยี นแตล่ ะคนสารวจตนเองโดยเร่มิ ตน้ จากการเดินทางกลับจากโรงเรยี นจนถึงบ้านว่าได้
เคลื่อนไหวร่างกายแบบผสมผสานในการปฏิบัติกจิ กรรมใดบา้ ง จดลงในใบงาน แลว้ นามาพดู คุยในคาบ
เรยี นต่อไป

ขั้นท่ี 5: สรุปความรู้
1.นักเรยี นร่วมกันคลายกลา้ มเน้ือ (cool-down) และทาความสะอาดร่างกาย
2. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้และผลที่ไดจ้ ากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม
3. นักเรียนบันทึกความรแู้ ละความร้สู ึกที่ไดร้ ับจากการปฏิบตั กิ จิ กรรมโดยสงั เขปลงในสมุด
บันทึก

6. การวดั และประเมินผล : วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมินผล
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขึน้ ไป ถอื ว่าผ่าน
การวัดและประเมินผลจดุ ประสงค์ -ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หดั เกณฑ์การประเมนิ
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) -สังเกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น
รายบุคคล/กล่มุ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) สขุ ศึกษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
คุณลักษณะนิสัย (A) รับผิดชอบตอ่ งานทสี่ ่งั และส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน
งานได้ทันตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ ม่ันในการ
ทางาน

7. ส่ือ/อุปกรณ/์ แหล่งการเรยี นรู้ :

1.ลานอเนกประสงค์หรอื โรงพลศึกษา
2.หนังสอื เรยี นสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 6 บริษทั สานักพิมพว์ ฒั นาพานชิ จากัด
3.สื่อการเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สมบูรณแ์ บบ ป. 6 บรษิ ัท สานกั พิมพ์วฒั นาพานิช จากดั
4.แบบฝกึ หดั สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บริษัท สานักพิมพว์ ัฒนาพานชิ จากดั

8.กจิ กรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู สู้ อน ลงช่อื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.........นายธนวัฒน์ ด้วงเสน.........) (..........นายซุลกฟิ ลี ดือราโอะ.........)

ลงชอื่ ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา สัปดาหท์ ี่ 6

แผนการจดั การเรยี นรู้ 1 คาบ

ภาคเรยี นที่ 2 / ........ ชือ่ ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน

กล่มุ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จำนวน

หน่วยการเรยี นท่ี 3 เพมิ่ พูนทักษะการเคลอื่ นไหว เร่ือง การยิงประตบู าสเกตบอล

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :
มาตรฐานที่ พ 3.1

เข้าใจ มีทกั ษะในการเคลอ่ื นไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา

ตวั ช้ีวัดที่ ป.6/1

เล่นกฬี าไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คลและประเภททีมได้อยา่ งละ1ชนิด

2. สาระสาคัญ :

การยิงประตูเป็นโอกาสสาคัญของฝ่ายรุกที่จะทาคะแนน หากพลาดฝา่ ยรุกจะเสียโอกาสกลบั เป็นฝ่ายรับทันทีดงั น้ัน การ
ฝึกทักษะการยิงประตู จงึ เป็นทักษะสาคัญทส่ี ดุ ในการทาคะแนนในขณะเล่น ทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับต้องมีทักษะในการหลอกล่อ
ฝ่ายตรงขา้ ม เพ่ือช่วงชงิ โอกาสในการยิงประตู

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ :

1.อธิบายรปู แบบการยิงประตูลูกบาสเกตบอลอย่างถูกตอ้ งได้
2.สนใจเข้ารว่ มปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการเรยี นร้เู ก่ียวกับการยงิ ประตูลกู บาสเกตบอล
3.สามารถใชท้ กั ษะกระบวนการยิงประตลู ูกบาสเกตบอลอย่างถูกต้องได้

4. สาระการเรียนรู้ :
1.ประวัติความเป็นมาของบาสเกตบอล
-ทกั ษะการยิงประตบู าสเกตบอล

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ 6

ข้ันที่ 1: นาเขา้ สู่บทเรียน
1. นกั เรยี นอาสาสมัครนาเพ่ือนในชั้นเรยี นอบอุ่นรา่ งกาย (warm-up) เพอื่ เตรียมความพรอ้ มในการปฏบิ ัติ
กจิ กรรม
2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั พูดคยุ เพ่ือทบทวนความรู้และความเข้าใจเกีย่ วกับการศึกษาในคาบเรยี นท่ีผ่านมา

ข้นั ที่ 2: กิจกรรมการเรยี นรู้

1. ครูอธบิ ายประกอบการสาธิตวธิ ีการยิงประตู โดยใช้ลกู บาสเกตบอลประกอบการสาธติ
2. นักเรยี นรว่ มกันศึกษารายละเอียดการยิงประตแู บบต่างๆจากหนงั สือรวมชุดสาระการเรียนรู้

พืน้ ฐานวิชาบาสเกตบอลของสานักพิมพ์เอมพนั ธ์
3. ครูอธิบายวธิ ีการยิงประตูลกู บาสเกตบอล
ขั้นที่ 3: ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์
1. แบ่งนกั เรยี นออกเปน็ กลุม่ เท่ากบั จานวนแป้นบาสเกตบอลทีม่ ีอยู่แล้วฝึกปฏบิ ัติการยงิ ประตู

แบบตา่ งๆ
ขั้นท่ี 4: การนาไปใช้

• ให้แต่ละกลุม่ ทดสอบทักษะการยิงประตูด้วยวธิ ีตา่ ง ๆ

ขัน้ ท่ี 5: สรปุ ความรู้
1.นักเรียนรว่ มกันคลายกล้ามเน้อื (cool-down) และทาความสะอาดร่างกาย
2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปความร้แู ละผลท่ีได้จากการปฏิบตั ิกจิ กรรม
3. นกั เรยี นบันทึกความรูแ้ ละความร้สู ึกท่ีไดร้ ับจากการปฏิบตั ิกจิ กรรมโดยสังเขปลงในสมดุ
บันทึก

6. การวัดและประเมนิ ผล : วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทกั ษะ -กจิ กรรมฝกึ ทักษะ 80% ข้นึ ไป ถือวา่ ผ่าน
การวดั และประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ -ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หดั เกณฑ์การประเมนิ
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมินทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน
รายบคุ คล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) สุขศกึ ษาและพลศึกษา
1. สังเกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น
คณุ ลักษณะนสิ ยั (A) รบั ผิดชอบต่องานที่ส่ังและส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ
งานไดท้ ันตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝ่เรียนรู้
3. สังเกตจากการมุง่ มั่นในการ
ทางาน

7. ส่ือ/อุปกรณ/์ แหล่งการเรยี นรู้ :

1.ลานอเนกประสงคห์ รอื โรงพลศึกษา
2.หนังสอื เรียนสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 6 บริษทั สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช จากัด
3.สอ่ื การเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 6 บริษัท สานักพิมพว์ ฒั นาพานชิ จากัด
4.แบบฝึกหดั สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานักพิมพว์ ัฒนาพานิช จากดั

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.........นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน.........) (..........นายซลุ กฟิ ลี ดอื ราโอะ.........)

ลงช่อื ...................................................ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา สัปดาหท์ ่ี 7

แผนการจดั การเรียนรู้ 1 คาบ

ภาคเรียนที่ 2 / ........ ชอื่ ผสู้ อน นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน

กล่มุ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จำนวน

หน่วยการเรยี นท่ี 3 เพม่ิ พูนทักษะการเคลอื่ นไหว เรื่อง การยงิ ประตูบาสเกตบอล

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :
มาตรฐานที่ พ 3.1

เขา้ ใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา

ตวั ชี้วัดที่ ป.6/1

เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คลและประเภททีมได้อย่างละ1ชนดิ

2. สาระสาคัญ :

การยิงประตูเป็นโอกาสสาคัญของฝ่ายรุกที่จะทาคะแนน หากพลาดฝ่ายรุกจะเสยี โอกาสกลับเป็นฝ่ายรบั ทันทดี ังนั้น การ
ฝึกทักษะการยิงประตู จึงเป็นทักษะสาคัญทส่ี ุดในการทาคะแนนในขณะเลน่ ท้ังฝ่ายรุกและฝ่ายรับต้องมที ักษะในการหลอกล่อ
ฝ่ายตรงขา้ ม เพื่อชว่ งชิงโอกาสในการยิงประตู

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ :

1.อธิบายรปู แบบการยงิ ประตลู ูกบาสเกตบอลอยา่ งถกู ต้องได้
2.สนใจเขา้ ร่วมปฏบิ ัติกิจกรรมการเรยี นรู้เกยี่ วกับการยิงประตูลกู บาสเกตบอล
3.สามารถใช้ทักษะกระบวนการยิงประตลู ูกบาสเกตบอลอย่างถูกต้องได้

4. สาระการเรียนรู้ :
1.ประวตั ิความเป็นมาของบาสเกตบอล
-ทกั ษะการยงิ ประตบู าสเกตบอล

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 7

ขนั้ ท่ี 1: นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. นกั เรยี นอาสาสมคั รนาเพ่ือนในช้ันเรียนอบอุ่นรา่ งกาย (warm-up) เพ่ือเตรยี มความพร้อมในการปฏบิ ัติ
กิจกรรม
2. ครูและนกั เรียนรว่ มกันพดู คุยเพ่ือทบทวนความรูแ้ ละความเขา้ ใจเก่ยี วกบั การศกึ ษาในคาบเรยี นทผ่ี ่านมา

ขนั้ ท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
4. ครูอธบิ ายประกอบการสาธิตวธิ ีการยิงประตู โดยใชล้ ูกบาสเกตบอลประกอบการสาธติ

5. นกั เรยี นรว่ มกันศึกษารายละเอียดการยิงประตแู บบต่างๆจากหนังสือรวมชุดสาระการเรียนรู้
พื้นฐานวชิ าบาสเกตบอลของสานักพิมพ์เอมพันธ์

6. ครูอธิบายวธิ ีการยิงประตูลูกบาสเกตบอล
ขั้นที่ 3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์

2. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกล่มุ เท่ากับจานวนแปน้ บาสเกตบอลทีม่ อี ยู่แลว้ ฝึกปฏิบตั ิการยิงประตู
แบบต่างๆ

ขนั้ ท่ี 4: การนาไปใช้
• ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ทดสอบทักษะการยิงประตูดว้ ยวธิ ตี า่ ง ๆ

ขน้ั ท่ี 5: สรุปความรู้
1.นักเรียนร่วมกันคลายกลา้ มเนอื้ (cool-down) และทาความสะอาดร่างกาย
2. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรแู้ ละผลที่ได้จากการปฏิบัตกิ จิ กรรม
3. นกั เรียนบันทกึ ความรแู้ ละความรู้สึกท่ีได้รับจากการปฏิบตั กิ จิ กรรมโดยสงั เขปลงในสมดุ
บนั ทกึ

6. การวัดและประเมนิ ผล : วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ข้นึ ไป ถือว่าผา่ น
การวัดและประเมินผลจุดประสงค์ -ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมิน
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
รายบคุ คล/กลุม่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) สุขศกึ ษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ข้นึ ไป ถือว่าผา่ น
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) รับผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่ังและส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ
งานไดท้ นั ตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน

7. ส่ือ/อุปกรณ/์ แหลง่ การเรียนรู้ :

1.ลานอเนกประสงคห์ รือโรงพลศึกษา
2.หนังสอื เรยี นสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานักพิมพ์วฒั นาพานิช จากัด
3.สอ่ื การเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สมบูรณ์แบบ ป. 6 บริษัท สานกั พมิ พ์วัฒนาพานชิ จากดั
4.แบบฝึกหัด สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 6 บริษทั สานักพมิ พ์วฒั นาพานชิ จากัด

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.........นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน.........) (..........นายซลุ กฟิ ลี ดอื ราโอะ.........)

ลงช่อื ...................................................ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา สัปดาหท์ ่ี 8

แผนการจดั การเรียนรู้ 1 คาบ

ภาคเรียนที่ 2 / ........ ชอื่ ผสู้ อน นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน

กล่มุ สาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จำนวน

หน่วยการเรยี นท่ี 3 เพม่ิ พูนทักษะการเคลอื่ นไหว เรื่อง การยงิ ประตูบาสเกตบอล

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :
มาตรฐานที่ พ 3.1

เขา้ ใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม และกีฬา

ตวั ชี้วัดที่ ป.6/1

เล่นกีฬาไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คลและประเภททีมได้อย่างละ1ชนดิ

2. สาระสาคัญ :

การยิงประตูเป็นโอกาสสาคัญของฝ่ายรุกที่จะทาคะแนน หากพลาดฝา่ ยรุกจะเสยี โอกาสกลับเป็นฝ่ายรบั ทันทดี ังนั้น การ
ฝึกทักษะการยิงประตู จึงเป็นทักษะสาคัญทส่ี ุดในการทาคะแนนในขณะเลน่ ท้ังฝ่ายรุกและฝ่ายรับต้องมที ักษะในการหลอกล่อ
ฝ่ายตรงขา้ ม เพื่อชว่ งชิงโอกาสในการยิงประตู

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ :

1.อธิบายรปู แบบการยงิ ประตลู ูกบาสเกตบอลอยา่ งถกู ต้องได้
2.สนใจเขา้ ร่วมปฏบิ ัติกิจกรรมการเรยี นรู้เกยี่ วกับการยิงประตูลกู บาสเกตบอล
3.สามารถใช้ทักษะกระบวนการยิงประตลู ูกบาสเกตบอลอย่างถูกต้องได้

4. สาระการเรียนรู้ :
1.ประวตั ิความเป็นมาของบาสเกตบอล
-ทกั ษะการยงิ ประตบู าสเกตบอล

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 8

ขนั้ ท่ี 1: นาเขา้ ส่บู ทเรียน
1. นกั เรยี นอาสาสมคั รนาเพ่ือนในช้ันเรียนอบอุ่นรา่ งกาย (warm-up) เพ่ือเตรยี มความพร้อมในการปฏบิ ัติ
กิจกรรม
2. ครูและนกั เรียนรว่ มกันพดู คุยเพ่ือทบทวนความรูแ้ ละความเขา้ ใจเก่ยี วกบั การศกึ ษาในคาบเรยี นทผ่ี ่านมา

ขนั้ ท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้
7. ครูอธบิ ายประกอบการสาธิตวธิ ีการยิงประตู โดยใชล้ ูกบาสเกตบอลประกอบการสาธติ

8. นกั เรยี นรว่ มกันศึกษารายละเอียดการยิงประตแู บบต่างๆจากหนังสือรวมชุดสาระการเรียนรู้
พื้นฐานวชิ าบาสเกตบอลของสานักพิมพ์เอมพันธ์

9. ครูอธิบายวธิ ีการยิงประตูลูกบาสเกตบอล
ขน้ั ที่ 3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์

3. แบ่งนกั เรยี นออกเป็นกล่มุ เท่ากับจานวนแปน้ บาสเกตบอลทีม่ อี ยู่แลว้ ฝึกปฏิบตั ิการยิงประตู
แบบต่างๆ

ขั้นที่ 4: การนาไปใช้
• ใหแ้ ต่ละกลุ่มทดสอบทักษะการยิงประตูดว้ ยวธิ ตี ่าง ๆ

ขน้ั ท่ี 5: สรุปความรู้
1.นักเรียนร่วมกันคลายกลา้ มเนอื้ (cool-down) และทาความสะอาดร่างกาย
2. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ ความรแู้ ละผลที่ได้จากการปฏิบัตกิ จิ กรรม
3. นกั เรียนบนั ทกึ ความรแู้ ละความรู้สึกท่ีได้รับจากการปฏิบตั กิ จิ กรรมโดยสงั เขปลงในสมดุ
บนั ทกึ

6. การวัดและประเมนิ ผล : วธิ กี ารวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผา่ น
การวัดและประเมินผลจดุ ประสงค์ -ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมิน
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ข้นึ ไป ถอื ว่าผ่าน
รายบคุ คล/กลุม่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ขน้ึ ไป ถือวา่ ผา่ น
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) รับผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่ังและส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน
งานไดท้ นั ตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรยี นใฝ่เรยี นรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ มั่นในการ
ทางาน

7. ส่ือ/อุปกรณ/์ แหลง่ การเรียนรู้ :

1.ลานอเนกประสงคห์ รือโรงพลศึกษา
2.หนังสอื เรยี นสาระการเรียนรู้พนื้ ฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานักพิมพ์วฒั นาพานชิ จากัด
3.สอ่ื การเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศกึ ษา สมบูรณ์แบบ ป. 6 บริษัท สานกั พมิ พ์วัฒนาพานชิ จากดั
4.แบบฝึกหัด สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บริษทั สานักพมิ พ์วฒั นาพานชิ จากัด

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.........นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน.........) (..........นายซลุ กฟิ ลี ดอื ราโอะ.........)

ลงช่อื ...................................................ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ัฒนา สัปดาหท์ ่ี 9

แผนการจดั การเรยี นรู้ 1 คาบ

ภาคเรยี นที่ 2 / ........ ชอ่ื ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน

กลุ่มสาระ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 จำนวน

หน่วยการเรยี นท่ี 3 เพมิ่ พูนทกั ษะการเคล่ือนไหว เรื่อง การยงิ ประตบู าสเกตบอล

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :
มาตรฐานท่ี พ 3.1

เขา้ ใจ มีทักษะในการเคลอื่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬา

ตัวชว้ี ัดท่ี ป.6/1

เล่นกฬี าไทย กีฬาสากลประเภทบคุ คลและประเภททีมได้อย่างละ1ชนิด

2. สาระสาคญั :

การยิงประตูเป็นโอกาสสาคัญของฝ่ายรุกทจี่ ะทาคะแนน หากพลาดฝ่ายรุกจะเสยี โอกาสกลับเป็นฝ่ายรับทันทดี งั น้ัน การ
ฝึกทักษะการยิงประตู จึงเป็นทักษะสาคัญท่สี ุดในการทาคะแนนในขณะเลน่ ทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับต้องมที ักษะในการหลอกล่อ
ฝ่ายตรงข้าม เพ่ือช่วงชิงโอกาสในการยิงประตู

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ :

1.อธิบายรปู แบบการยิงประตลู ูกบาสเกตบอลอยา่ งถกู ตอ้ งได้
2.สนใจเข้ารว่ มปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเรยี นรเู้ ก่ยี วกับการยงิ ประตูลูกบาสเกตบอล
3.สามารถใชท้ ักษะกระบวนการยิงประตลู ูกบาสเกตบอลอย่างถูกต้องได้

4. สาระการเรยี นรู้ :
1.ประวัติความเป็นมาของบาสเกตบอล
-ทักษะการยิงประตบู าสเกตบอล

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 9

ขัน้ ท่ี 1: นาเข้าสู่บทเรียน
1. นกั เรียนอาสาสมคั รนาเพื่อนในชัน้ เรียนอบอนุ่ ร่างกาย (warm-up) เพื่อเตรียมความพรอ้ มในการปฏิบัติ
กิจกรรม
2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันพูดคุยเพ่ือทบทวนความรแู้ ละความเข้าใจเกยี่ วกับการศกึ ษาในคาบเรยี นที่ผา่ นมา

ขนั้ ที่ 2: กิจกรรมการเรยี นรู้
10. ครูอธบิ ายประกอบการสาธิตวธิ กี ารยิงประตู โดยใช้ลกู บาสเกตบอลประกอบการสาธิต

11. นักเรียนร่วมกนั ศึกษารายละเอียดการยิงประตแู บบต่างๆจากหนังสือรวมชุดสาระการเรียนรู้
พ้นื ฐานวชิ าบาสเกตบอลของสานักพิมพ์เอมพันธ์

12. ครูอธิบายวิธีการยิงประตูลกู บาสเกตบอล
ขน้ั ท่ี 3: ฝกึ ฝนทกั ษะและประสบการณ์

4. แบง่ นักเรียนออกเปน็ กลุม่ เท่ากบั จานวนแปน้ บาสเกตบอลทีม่ อี ยู่แลว้ ฝึกปฏิบตั ิการยิงประตู
แบบตา่ งๆ

ขน้ั ที่ 4: การนาไปใช้
• ให้แตล่ ะกลุม่ ทดสอบทักษะการยิงประตูด้วยวธิ ตี า่ ง ๆ

ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้
1.นักเรียนรว่ มกันคลายกลา้ มเนื้อ (cool-down) และทาความสะอาดร่างกาย
2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปความรู้และผลที่ได้จากการปฏิบัตกิ จิ กรรม
3. นกั เรยี นบันทึกความรู้และความร้สู กึ ท่ีไดร้ ับจากการปฏิบตั กิ จิ กรรมโดยสงั เขปลงในสมดุ
บนั ทึก

6. การวัดและประเมนิ ผล : วธิ ีการวดั ผล เคร่ืองมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝกึ ทักษะ 80% ข้นึ ไป ถือว่าผา่ น
การวดั และประเมินผลจดุ ประสงค์ -ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมิน
ความรูค้ วามเขา้ ใจ (K) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ขึ้นไป ถอื วา่ ผา่ น
รายบุคคล/กล่มุ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) สุขศึกษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ข้นึ ไป ถือว่าผา่ น
คุณลักษณะนิสยั (A) รับผดิ ชอบตอ่ งานที่ส่ังและส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ
งานได้ทันตามที่กาหนด
2. สงั เกตจากการเรยี นใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน

7. สื่อ/อุปกรณ/์ แหลง่ การเรียนรู้ :

1.ลานอเนกประสงค์หรอื โรงพลศึกษา
2.หนงั สือเรียนสาระการเรยี นรู้พนื้ ฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานักพิมพ์วฒั นาพานิช จากัด
3.ส่ือการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบรู ณ์แบบ ป. 6 บริษัท สานกั พมิ พ์วัฒนาพานชิ จากดั
4.แบบฝกึ หดั สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานักพมิ พ์วฒั นาพานชิ จากัด

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวชิ าการ
(.........นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน.........) (..........นายซลุ กฟิ ลี ดอื ราโอะ.........)

ลงช่อื ...................................................ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สปั ดาหท์ ี่ 11

โรงเรียนขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ 2 / ........ ชอ่ื ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนที่ 4 ใส่ใจสขุ ภาพ เรือ่ ง สุขภาพกับสิง่ แวดลอ้ ม

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :

มาตรฐานที่ พ 4.1

เห็นคณุ คา่ และมที ักษะในการสร้างเสริมสขุ ภาพ การดารงสขุ ภาพ การปอ้ งกันโรค และการสร้าง

เสรมิ สมรรถภาพเพ่อื สุขภาพ

ตัวช้ีวดั ที่ ป.6/3
แสดงพฤตกิ รรมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสงิ่ แวดลอ้ มทม่ี ผี ลตอ่ สุขภาพ

2. สาระสาคัญ :

การศึกษาการปฏบิ ัติตน การดแู ลสุขภาพและความเกยี่ วขอ้ งต่อส่ิงแวดล้อมมผี ลต่อกันอย่างไร

3. จุดประสงค์การเรียนรู้ :

1. อธบิ ายการปฏิบตั ิตน สุขภาพกบั ส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งถูกต้องได้
2. ตระหนักถงึ ความสาคัญของการปฏบิ ตั ิตน สุขภาพกับสง่ิ แวดลอ้ ม
3. แสดงทกั ษะในการปฏบิ ัตติ น สขุ ภาพกบั ส่งิ แวดล้อมถูกต้องเหมาะสมได้

4. สาระการเรยี นรู้ :
1.มที ักษะในการสรา้ งเสริมสขุ ภาพ การดารงสขุ ภาพ การป้องกนั โรค

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ :

คาบท่ี 11
ข้นั เตรียมก่อนนาเข้าสู่บทเรยี น

1.ครใู ห้ยกตัวอยา่ งในเร่ือง สุขภาพกบั สิ่งแวดลอ้ ม เพือ่ ทบทวนความรจู้ ากคาบเรียนท่ีผ่านมา

ข้นั ท่ี 1: นาเขา้ สบู่ ทเรียน
1.ครแู ละนกั เรียนร่วมกันพูดคยุ ตกลงเกย่ี วกับแนวทางปฏบิ ตั ิร่วมกนั ในการเข้ารว่ มเรียนรู้กิจกรรม
พลศกึ ษาในประเด็นตา่ ง ๆ เชน่
– ความเปน็ ระเบียบเรียบร้อยในการแตง่ กาย
– ความตรงตอ่ เวลาหรือการปฏบิ ตั ติ นระหวา่ งการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ฯลฯ
2.นักเรียนผลดั เปลย่ี นกันเล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับสุขภาพกบั ส่ิงแวดล้อม

ขนั้ ที่ 2: กิจกรรมการเรียนรู้

1.ครใู หค้ วามรู้เรือ่ งสุขภาพกบั ส่งิ แวดลอ้ ม ดงั รายละเอียดในหนังสอื เรยี น

ขน้ั ท่ี 3: ฝกึ ฝนทักษะและประสบการณ์

1.นกั เรียนนาผลการปฏิบตั กิ จิ กรรมสุขภาพกับสิ่งแวดล้อมดังรายละเอียดในหนงั สอื เรยี น

ขนั้ ที่ 4: การนาไปใช้

1.นักเรียนนาความร้เู รื่อง ปฏิบตั ติ น สุขภาพกับสิง่ แวดล้อมไปปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวัน

ขน้ั ท่ี 5: สรปุ ความรู้

1.ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปความรทู้ ่ีได้จากการศกึ ษาและการปฏิบัตกิ จิ กรรมโดยให้นักเรียนบนั ทึกความรโู้ ดยสังเขป

ลงในสมุดบันทึก

2.นกั เรยี นร่วมทาแบบทดสอบความรู้

6. การวัดและประเมินผล :

การวัดและประเมนิ ผลจุดประสงค์ วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การประเมินผล

ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทักษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผา่ น

-ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมิน

ทักษะ/กระบวนการ (P) -สังเกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมินทักษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผา่ น

รายบุคคล/กล่มุ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ

สุขศกึ ษาและพลศึกษา

คณุ ลักษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 80% ขนึ้ ไป ถือว่าผา่ น

รับผดิ ชอบตอ่ งานท่สี ัง่ และส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ

งานไดท้ ันตามที่กาหนด

2. สังเกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้

3. สงั เกตจากการมุ่งมน่ั ในการ

ทางาน

7. สื่อ/อปุ กรณ์/แหล่งการเรียนรู้ :

1. แบบทดสอบความรู้

2. หนงั สอื เรยี นสาระการเรยี นรู้พืน้ ฐาน สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ป. 6 บริษัท สานักพิมพ์วฒั นาพานิช

3. สื่อการเรียนรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา สมบูรณ์แบบ ป. 6 บริษทั สานกั พิมพว์ ัฒนาพานิช จากดั

4. แบบฝกึ หดั สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 6 บริษัท สานักพิมพว์ ัฒนาพานิช จากดั

8.กจิ กรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชอ่ื ............................................ครผู ู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(.......นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน........) (..........นายซลุ กฟิ ลี ดือราโอะ.........)

ลงชื่อ...................................................ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สัปดาหท์ ี่ 12

โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรยี นที่ 2 / ........ ชอื่ ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนท่ี 4 ใส่ใจสขุ ภาพ เรือ่ ง สขุ ภาพกับส่งิ แวดลอ้ ม

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :

มาตรฐานท่ี พ 4.1

เห็นคณุ ค่าและมที ักษะในการสร้างเสรมิ สุขภาพ การดารงสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้าง

เสรมิ สมรรถภาพเพ่ือสุขภาพ

ตัวช้ีวดั ที่ ป.6/3
แสดงพฤตกิ รรมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาสงิ่ แวดลอ้ มท่ีมีผลตอ่ สขุ ภาพ

2. สาระสาคัญ :

การศึกษาการปฏบิ ัติตน การดูแลสขุ ภาพและความเก่ยี วข้องตอ่ ส่งิ แวดล้อมมีผลต่อกนั อย่างไร

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ :

1. อธบิ ายการปฏิบตั ิตน สุขภาพกบั ส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งถูกต้องได้
2. ตระหนักถงึ ความสาคัญของการปฏิบัติตน สุขภาพกบั สง่ิ แวดล้อม
3. แสดงทักษะในการปฏิบัตติ น สขุ ภาพกับสง่ิ แวดล้อมถูกต้องเหมาะสมได้

4. สาระการเรียนรู้ :
1.มที ักษะในการสรา้ งเสริมสุขภาพ การดารงสขุ ภาพ การป้องกันโรค

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ :

คาบท่ี 12
ข้นั เตรียมกอ่ นนาเขา้ ส่บู ทเรยี น

1.ครใู หย้ กตัวอย่างในเร่ือง สุขภาพกบั สิง่ แวดล้อม เพื่อทบทวนความร้จู ากคาบเรยี นท่ผี ่านมา

ข้นั ท่ี 1: นาเข้าสูบ่ ทเรียน
1.ครูและนักเรยี นร่วมกันพูดคยุ ตกลงเกยี่ วกับแนวทางปฏบิ ัติร่วมกนั ในการเข้าร่วมเรยี นรกู้ จิ กรรม
พลศึกษาในประเด็นตา่ ง ๆ เช่น
– ความเปน็ ระเบียบเรียบร้อยในการแตง่ กาย
– ความตรงตอ่ เวลาหรือการปฏบิ ตั ติ นระหวา่ งการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ฯลฯ
2.นักเรยี นผลัดเปลีย่ นกันเล่าถงึ ประสบการณ์เกยี่ วกับสุขภาพกบั ส่ิงแวดล้อม

ขน้ั ท่ี 2: กิจกรรมการเรียนรู้

1.ครูให้ความรู้เร่ืองสขุ ภาพกับสิง่ แวดลอ้ ม ดังรายละเอียดในหนังสอื เรยี น

ขัน้ ที่ 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์

1.นักเรยี นนาผลการปฏบิ ัติกิจกรรมสุขภาพกับสง่ิ แวดล้อมดังรายละเอยี ดในหนงั สอื เรียน

ขัน้ ที่ 4: การนาไปใช้

1.นักเรียนนาความร้เู ร่ือง ปฏบิ ัติตน สขุ ภาพกบั สิง่ แวดล้อมไปปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวัน

ข้นั ท่ี 5: สรุปความรู้

1.ครูและนกั เรียนรว่ มกันสรุปความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาและการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมโดยให้นกั เรยี นบนั ทกึ ความรู้โดยสังเขป

ลงในสมุดบนั ทึก

2.นกั เรยี นร่วมทาแบบทดสอบความรู้

6. การวดั และประเมินผล :

การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ วธิ ีการวัดผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

ความรู้ความเขา้ ใจ (K) - ตรวจกิจกรรมฝกึ ทกั ษะ -กจิ กรรมฝกึ ทักษะ 80% ข้ึนไป ถอื วา่ ผ่าน

-ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมนิ

ทกั ษะ/กระบวนการ (P) -สงั เกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ขึน้ ไป ถือว่าผ่าน

รายบุคคล/กลมุ่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน

สุขศึกษาและพลศึกษา

คณุ ลกั ษณะนิสยั (A) 1. สังเกตจากการเรยี นมีความ 1. แบบสังเกต 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผา่ น

รับผดิ ชอบตอ่ งานที่สงั่ และส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน

งานได้ทนั ตามที่กาหนด

2. สงั เกตจากการเรียนใฝ่เรียนรู้

3. สงั เกตจากการมุ่งม่นั ในการ

ทางาน

7. ส่ือ/อุปกรณ์/แหลง่ การเรียนรู้ :

1. แบบทดสอบความรู้
2. หนงั สอื เรียนสาระการเรยี นรู้พื้นฐาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป. 6 บริษัท สานักพิมพ์วัฒนาพานิช
3. ส่อื การเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สมบูรณ์แบบ ป. 6 บริษทั สานกั พิมพ์วฒั นาพานชิ จากดั
4. แบบฝึกหัด สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป. 6 บรษิ ทั สานกั พิมพว์ ฒั นาพานชิ จากัด

8.กิจกรรมเสนอแนะ:
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครผู ู้สอน ลงชื่อ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(.........นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน.........) (..........นายซุลกิฟลี ดอื ราโอะ.........)

ลงช่อื ...................................................ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สัปดาหท์ ี่ 13

โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนที่ 2 / ........ ชอื่ ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรยี นท่ี 4 ใสใ่ จสุขภาพ เรื่อง โรคติดต่อ

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :

มาตรฐานที่ พ 4.1
เหน็ คณุ คา่ และมีทักษะในการสร้างเสรมิ สุขภาพ การดารงสขุ ภาพ การป้องกนั โรคและ

การสร้างเสริมสมรรถภาพ เพอ่ื สุขภาพ
ตัวชี้วดั ท่ี ป.6/3

วเิ คราะหผ์ ลกระทบทเี่ กิดจากการระบาดของโรคและเสนอแนวทางการป้องกนั โรคติดต่อ
สาคัญทพ่ี บในประเทศไทย

2. สาระสาคญั :

โรคติดตอ่ สาคัญที่ระบาดในชุมชนและท้องถ่ิน ผลกระทบที่เกดิ จากการระบาดของโรค การปอ้ งกนั การระบาด
ของโรค

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ :

1. อธบิ ายโรคตดิ ตอ่ อยา่ งถูกต้องได้
2. ตระหนักถึงความสาคญั ของโรคตดิ ต่อ
3. แสดงทกั ษะในการปฏิบตั ิตนต่อโรคตดิ ต่อถูกต้องเหมาะสมได้

4. สาระการเรียนรู้ :
1.มที ักษะในการสร้างเสรมิ สขุ ภาพการดารงสขุ ภาพ การปอ้ งกันโรคและการสร้างเสริมสมรรถภาพ

5. กิจกรรมการเรยี นรู้ :

คาบท่ี 13
ขน้ั เตรียมกอ่ นนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1.ครูให้ยกตวั อย่างในเรื่อง สขุ ภาพกับส่งิ แวดล้อม เพ่ือทบทวนความรู้จากคาบเรียนทผี่ า่ นมา

ขนั้ ที่ 1: นาเขา้ ส่บู ทเรียน

1.นักเรยี นอาสาสมัครออกมานาเสนอรายงานผลการค้นคว้าและการอ่านทบทวนเรื่องโรคติดตอ่ ที่ได้รับ
มอบหมายในคาบเรียนที่ผ่านมา โดยครใู หค้ วามรู้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพื่อเป็นการทบทวนความรู้

ขนั้ ที่ 2: กิจกรรมการเรยี นรู้

1.ครูให้ความรู้เรอ่ื ง โรคตดิ ตอ่ ดงั รายละเอยี ดในหนังสือเรยี น
ขน้ั ท่ี 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
1.นักเรียนนาผลการปฏบิ ัติกจิ กรรม โรคตดิ ตอ่ ดังรายละเอียดในหนงั สอื เรียน
ขน้ั ที่ 4: การนาไปใช้

1.นกั เรียนนาความรเู้ รื่องโรคติดต่อ ไปปรับใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

ขั้นที่ 5: สรปุ ความรู้
1.ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรูท้ ่ีไดจ้ ากการศกึ ษาและการปฏิบัตกิ ิจกรรมโดยใหน้ กั เรียนบันทกึ ความร้โู ดยสงั เขป
ลงในสมุดบนั ทึก

6. การวดั และประเมินผล: วธิ กี ารวัดผล เครอื่ งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมินผล
- ตรวจกจิ กรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื วา่ ผ่าน
การวดั และประเมินผลจุดประสงค์ -ตรวจแบบฝกึ หัด -แบบฝึกหดั เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ความเข้าใจ (K) -สงั เกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ขึ้นไป ถือวา่ ผา่ น
รายบุคคล/กลุม่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
ทกั ษะ/กระบวนการ (P) สุขศึกษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผา่ น
คุณลกั ษณะนิสยั (A) รบั ผดิ ชอบต่องานทีส่ ัง่ และสง่ พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน
งานไดท้ นั ตามท่ีกาหนด
2. สงั เกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุง่ ม่นั ในการ
ทางาน

7. ส่อื /อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ :

1. หนงั สือเรียนสาระการเรยี นรู้พนื้ ฐาน สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานกั พิมพ์วฒั นาพานชิ
2. สอ่ื การเรยี นรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 6 บรษิ ัท สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช จากดั
3. แบบฝึกหัด สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานกั พิมพ์วัฒนาพานิช จากดั

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ............................................ครูผสู้ อน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(..........นายซุลกิฟลี ดือราโอะ.........)
(........นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน..........)

ลงช่อื ...................................................ผบู้ ริหาร
(...........................................................)

สัปดาหท์ ี่ 14

โรงเรยี นขจรเกียรติพฒั นา

แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นที่ 2 / ........ ช่อื ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน
กลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 คาบ
หน่วยการเรยี นที่ 4 ใสใ่ จสุขภาพ เรอื่ ง โรคติดต่อ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ :

มาตรฐานที่ พ 4.1
เหน็ คณุ คา่ และมที ักษะในการสร้างเสริมสขุ ภาพ การดารงสขุ ภาพ การปอ้ งกนั โรคและ

การสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพ เพอ่ื สุขภาพ
ตัวชี้วัดที่ ป.6/3

วิเคราะหผ์ ลกระทบที่เกดิ จากการระบาดของโรคและเสนอแนวทางการป้องกันโรคติดต่อ
สาคญั ท่พี บในประเทศไทย

2. สาระสาคญั :

โรคติดต่อสาคญั ท่ีระบาดในชุมชนและท้องถิน่ ผลกระทบทีเ่ กดิ จากการระบาดของโรค การป้องกันการระบาด
ของโรค

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ :

1. อธิบายโรคติดต่ออยา่ งถูกต้องได้
2. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของโรคตดิ ต่อ
3. แสดงทกั ษะในการปฏบิ ัติตนต่อโรคตดิ ต่อถูกต้องเหมาะสมได้

4. สาระการเรียนรู้ :
1.มที ักษะในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพการดารงสุขภาพ การปอ้ งกันโรคและการสร้างเสริมสมรรถภาพ

5. กจิ กรรมการเรียนรู้ :

คาบที่ 14
ขน้ั เตรียมกอ่ นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
1.ครใู ห้ยกตัวอยา่ งในเร่ือง สุขภาพกับส่งิ แวดล้อม เพ่ือทบทวนความรู้จากคาบเรยี นที่ผา่ นมา

ขนั้ ท่ี 1: นาเขา้ สบู่ ทเรียน

1.นกั เรยี นอาสาสมัครออกมานาเสนอรายงานผลการคน้ คว้าและการอา่ นทบทวนเรือ่ งโรคตดิ ต่อท่ไี ดร้ ับ
มอบหมายในคาบเรียนทผ่ี ่านมา โดยครูใหค้ วามรู้ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมเพือ่ เป็นการทบทวนความรู้

ขนั้ ท่ี 2: กจิ กรรมการเรียนรู้

1.ครูให้ความรู้เรื่อง โรคติดต่อดังรายละเอียดในหนังสือเรียน

ขนั้ ท่ี 3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1.นกั เรียนนาผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม โรคตดิ ต่อ ดังรายละเอียดในหนังสอื เรยี น
ขน้ั ท่ี 4: การนาไปใช้

1.นักเรียนนาความรเู้ รื่องโรคตดิ ต่อ ไปปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั

ข้ันท่ี 5: สรุปความรู้
1.ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรทู้ ไี่ ด้จากการศกึ ษาและการปฏิบัติกจิ กรรมโดยให้นกั เรยี นบันทึกความรูโ้ ดยสงั เขป
ลงในสมดุ บนั ทึก

6. การวัดและประเมนิ ผล : วธิ กี ารวัดผล เครอ่ื งมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
- ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กิจกรรมฝึกทักษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื วา่ ผ่าน
การวัดและประเมินผลจดุ ประสงค์ -ตรวจแบบฝกึ หดั -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมนิ
ความรู้ความเข้าใจ (K) -สงั เกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ข้ึนไป ถอื วา่ ผา่ น
รายบคุ คล/กลุม่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมนิ
ทักษะ/กระบวนการ (P) สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรียนมคี วาม 1. แบบสงั เกต 80% ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
คณุ ลกั ษณะนิสัย (A) รบั ผิดชอบตอ่ งานที่ส่งั และส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน
งานไดท้ ันตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการมงุ่ ม่ันในการ
ทางาน

7. สอื่ /อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้ :

1. หนังสือเรยี นสาระการเรยี นรู้พ้ืนฐาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป. 6 บริษทั สานักพิมพ์วฒั นาพานิช
2. ส่ือการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 6 บริษัท สานักพมิ พ์วฒั นาพานิช จากัด
3. แบบฝึกหัด สุขศกึ ษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ทั สานกั พิมพ์วัฒนาพานชิ จากดั

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่ายวชิ าการ
(..........นายซลุ กฟิ ลี ดอื ราโอะ.........)
(.........นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน.........)

ลงชื่อ...................................................ผบู้ รหิ าร
(...........................................................)

สปั ดาห์ท่ี 15

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนที่ 2 / ……… ชือ่ ผสู้ อน นายธนวัฒน์ ดว้ งเสน
กลุ่มสาระ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 ใส่ใจสขุ ภาพ เรือ่ ง ความรบั ผดิ ชอบต่อสขุ ภาพของตนเองและ

สว่ นรวม

1. มาตรฐานการเรียนรู้ :

มาตรฐานที่ พ 3.1
เหน็ คณุ คา่ และมที ักษะในการสร้างเสรมิ สขุ ภาพ การดารงสุขภาพ การปอ้ งกันโรคและการสร้างเสรมิ

สมรรถภาพเพอ่ื สุขภาพ
ตัวช้ีวัดที่ ป.6/1

ปฏิบัติตนในการป้องกันโรคที่พบบอ่ ยในชีวติ ประจาวนั

2. สาระสาคัญ :

สขุ ภาพเป็นสง่ิ ที่ทกุ คนต้องดูแลรบั ผดิ ชอบให้เกดิ ความสมดลุ ท้งั ร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ และสงั คม ไมเ่ พยี งแค่
สุขภาพของตนเองเท่านนั้ สุขภาพของส่วนรวมก็เป็นสงิ่ สาคญั เช่นกนั

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ :

1. อธบิ ายความรับผดิ ชอบต่อสุขภาพของตนเองและสว่ นรวมอย่างถกู ต้องได้
2. ตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของความรับผดิ ชอบต่อสขุ ภาพของตนเองและสว่ นรวม
3. แสดงทกั ษะในการปฏิบัติความรบั ผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองและสว่ นรวมถูกต้องเหมาะสมได้

4. สาระการเรยี นรู้ :

1.มีความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองและสว่ นรวม

5. กจิ กรรมการเรียนรู้ :

คาบที่ 15

ขน้ั ที่ 1: นาเขา้ สูบ่ ทเรียน
1.นักเรียนอา่ นทบทวนคาบเรียนที่ผา่ นมา โดยครูใหค้ วามรู้ข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ เพอื่ เป็นการทบทวน

ความรู้

ขัน้ ท่ี 2: กจิ กรรมการเรยี นรู้

1.ครูใหค้ วามรเู้ รื่อง ความรบั ผิดชอบต่อสขุ ภาพของตนเองและสว่ นรวม ดังรายละเอยี ดในหนงั สือเรยี น
ดงั รายละเอยี ดในหนังสือเรียน

ขน้ั ท่ี 3: ฝึกฝนทักษะและประสบการณ์
1.นกั เรียนเขียนความหมายและความสาคัญความรบั ผิดชอบต่อสขุ ภาพของตนเองและส่วนรวมแล้วบนั ทึก

ลงในสมุด
ขั้นท่ี 4: การนาไปใช้
1.ครใู หน้ ักเรยี นนาความร้ทู ่ไี ด้จากการเรียนไปเลา่ ให้ผ้ปู กครองฟัง
ขน้ั ที่ 5: สรุปความรู้
1.ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปเร่ือง ความรบั ผิดชอบตอ่ สขุ ภาพของตนเองและส่วนรวม

6. การวัดและประเมนิ ผล : วิธกี ารวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล
- ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถอื ว่าผา่ น
การวัดและประเมินผลจุดประสงค์ -ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หัด เกณฑ์การประเมนิ
ความรูค้ วามเข้าใจ (K) -สังเกตพฤตกิ รรม การทางาน - แบบประเมนิ ทักษะ 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
รายบคุ คล/กลุม่ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) สุขศกึ ษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรยี นมคี วาม 1. แบบสังเกต 80% ขนึ้ ไป ถอื ว่าผ่าน
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) รับผดิ ชอบตอ่ งานท่ีสัง่ และสง่ พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน
งานได้ทันตามท่ีกาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รียนรู้
3. สังเกตจากการม่งุ มั่นในการ
ทางาน

7. สอื่ /อปุ กรณ์/แหล่งการเรยี นรู้ :

1. หนังสือเรยี นสาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป. 6 บรษิ ัท สานักพิมพ์วัฒนาพานิช
2. ส่อื การเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา สมบรู ณ์แบบ ป. 6 บริษทั สานกั พมิ พว์ ฒั นาพานชิ จากัด
3. แบบฝกึ หดั สุขศึกษาและพลศกึ ษา ป. 6 บริษทั สานักพิมพว์ ัฒนาพานชิ จากัด

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชือ่ ............................................ครูผ้สู อน ลงชือ่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(..........นายซุลกิฟลี ดือราโอะ.........)
(..........นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน........)

ลงชื่อ...................................................ผู้บรหิ าร
(...........................................................)

สปั ดาห์ท่ี 16

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา

แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นท่ี 2 / ……… ช่อื ผสู้ อน นายธนวฒั น์ ด้วงเสน
กลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 คาบ
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ใส่ใจสขุ ภาพ เรอ่ื ง ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สุขภาพของตนเองและสว่ นรวม

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ :

มาตรฐานท่ี พ 3.1
เหน็ คุณคา่ และมที ักษะในการสรา้ งเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การปอ้ งกันโรคและการสรา้ งเสรมิ

สมรรถภาพเพอ่ื สขุ ภาพ
ตัวชี้วัดท่ี ป.6/1

ปฏบิ ัติตนในการป้องกันโรคที่พบบ่อยในชวี ิตประจาวัน

2. สาระสาคญั :

สุขภาพเป็นสิ่งทท่ี กุ คนตอ้ งดแู ลรบั ผดิ ชอบให้เกดิ ความสมดุลทง้ั ร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ และสังคม ไม่เพียงแค่
สขุ ภาพของตนเองเท่าน้นั สุขภาพของสว่ นรวมกเ็ ปน็ ส่งิ สาคัญเช่นกนั

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ :

1. อธบิ ายความรบั ผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองและสว่ นรวมอยา่ งถกู ต้องได้
2. ตระหนักถงึ ความสาคัญของความรบั ผดิ ชอบต่อสุขภาพของตนเองและส่วนรวม
3. แสดงทกั ษะในการปฏบิ ตั ิความรบั ผิดชอบตอ่ สุขภาพของตนเองและส่วนรวมถกู ต้องเหมาะสมได้

4. สาระการเรียนรู้ :

1.มีความรบั ผดิ ชอบต่อสขุ ภาพของตนเองและสว่ นรวม

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ :

คาบท่ี 16

ขนั้ ท่ี 1: นาเขา้ สู่บทเรียน
1.นักเรยี นอ่านทบทวนคาบเรียนทผี่ ่านมา โดยครใู หค้ วามรู้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเพอ่ื เป็นการทบทวน

ความรู้

ข้ันท่ี 2: กิจกรรมการเรยี นรู้

1.ครใู ห้ความร้เู รอื่ ง ความรับผิดชอบต่อสุขภาพของตนเองและส่วนรวม ดังรายละเอยี ดในหนงั สือเรียน
ดังรายละเอยี ดในหนงั สือเรียน

ขนั้ ที่ 3: ฝึกฝนทกั ษะและประสบการณ์
1.นักเรยี นเขียนความหมายและความสาคญั ความรับผดิ ชอบตอ่ สุขภาพของตนเองและส่วนรวมแล้วบันทึก

ลงในสมุด
ข้ันที่ 4: การนาไปใช้
1.ครูใหน้ ักเรียนนาความรู้ทไ่ี ด้จากการเรยี นไปเลา่ ใหผ้ ูป้ กครองฟัง
ขนั้ ที่ 5: สรุปความรู้
1.ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปเรื่อง ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สุขภาพของตนเองและส่วนรวม

6. การวัดและประเมนิ ผล : วธิ ีการวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
- ตรวจกิจกรรมฝึกทักษะ -กจิ กรรมฝึกทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผ่าน
การวดั และประเมนิ ผลจดุ ประสงค์ -ตรวจแบบฝึกหดั -แบบฝึกหัด เกณฑ์การประเมิน
ความรู้ความเข้าใจ (K) -สังเกตพฤติกรรม การทางาน - แบบประเมินทักษะ 80% ขน้ึ ไป ถือว่าผา่ น
รายบุคคล/กล่มุ และกระบวนการทาง เกณฑ์การประเมิน
ทักษะ/กระบวนการ (P) สุขศึกษาและพลศึกษา
1. สงั เกตจากการเรียนมีความ 1. แบบสังเกต 80% ขึ้นไป ถือว่าผ่าน
คุณลกั ษณะนิสยั (A) รบั ผดิ ชอบต่องานทีส่ ัง่ และส่ง พฤติกรรม เกณฑ์การประเมิน
งานได้ทนั ตามที่กาหนด
2. สังเกตจากการเรียนใฝเ่ รยี นรู้
3. สงั เกตจากการมุ่งม่ันในการ
ทางาน

7. สื่อ/อุปกรณ์/แหล่งการเรยี นรู้ :

1. หนังสอื เรียนสาระการเรียนรู้พน้ื ฐาน สขุ ศึกษาและพลศึกษา ป. 6 บริษทั สานักพิมพว์ ฒั นาพานิช
2. ส่อื การเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศึกษา สมบูรณแ์ บบ ป. 6 บริษทั สานกั พิมพว์ ฒั นาพานชิ จากัด
3. แบบฝกึ หัด สุขศึกษาและพลศึกษา ป. 6 บรษิ ัท สานักพิมพว์ ัฒนาพานิช จากดั

8.กิจกรรมเสนอแนะ :
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

ลงชื่อ............................................ครูผสู้ อน ลงชอื่ ...................................................ฝา่ ยวิชาการ
(..........นายซลุ กิฟลี ดือราโอะ.........)
(..........นายธนวฒั น์ ดว้ งเสน........)

ลงชื่อ...................................................ผู้บริหาร
(...........................................................)


Click to View FlipBook Version