ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่ี 3
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7
เรอื่ ง แสงและการมองเห็น
นางสาวอญั ชลี เทียนชยั
สาขาวิชาวิทยาศาสตรท์ วั่ ไป
คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั กาญจนบรุ ี
รายวิชาวิทยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คานา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แสงและการมองเห็น สาหรับ
นักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 จดั ทาข้ึนเพ่อื ใช้เป็นส่ือในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ควบคู่กับ
แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์โดยได้รวบรวมเนื้อหาที่เป็น ความรู้มาจาก
หนังสือและได้เรียบเรียงขึ้นมาใหม่ ชุดกิจกรรมเล่มน้ีใช้เป็นคู่มือสาหรับศึกษาค้นคว้าด้วย
ตนเองควบคู่กบั การศึกษาเนือ้ หาความรู้ท่ีมีการสรปุ และรวบรวมไว้เพ่อื ให้เกิดความรู้ ความ
เข้าใจ ส่งเสริมและพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทาให้สามารถสื่อสารส่ิงที่
เรยี นรู้ ผา่ นกระบวนการต่างๆอยา่ งมรี ะบบและขั้นตอนรวมท้งั มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ เสริมสร้าง
ระเบยี บวินัยมากยิง่ ขน้ึ ทท่ี าให้ผเู้ รียนเกดิ การเรยี นรู้อยา่ งเป็นกระบวนการจากกจิ กรรมทจ่ี ัด
ขน้ึ
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้นี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่
สนใจไมม่ ากกน็ อ้ ยหากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภยั ไว้ ณ โอกาสนีด้ ว้ ย
อญั ชลี เทยี นชยั
ผู้จดั ทา
ก
สารบญั หนา้
ก
เรื่อง ข
คานา ค
สารบญั 1
คู่มือการใชช้ ุดกิจกรรมการเรียนรู้ 2
คาชแ้ี จงในการใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ 3
มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชวี้ ดั 5
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 6
บตั รคาส่งั 8
แบบทดสอบกอ่ นเรียน 9
แบบบันทึกผลการทดสอบก่อนเรยี น 11
ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องฺ การกระจายของแสง 12
ใบกิจกรรมท่ี 2 เรอ่ื งปรากฎการณท์ เี่ กย่ี วกบั แสง 14
ใบกิจกรรมที่ 3 เรอ่ื ง ทศั นอุปกรณ์ 16
ใบกจิ กรรมที่ 4 เรือ่ ง การใชป้ ระโยชน์จากทัศนอปุ กรณ์ 17
ใบกิจกรรมท่ี 5 เรอ่ื ง ตาและการมองเหน็ 18
ใบกิจกรรมท่ี 6 เรื่อง การมองเหน็ ภาพ 19
ใบกิจกรรมท่ี 7 เรอ่ื ง ความสว่างของแสง 33
ใบความรู้ เรอ่ื ง แสงและการมองเห็น 35
แบบทดสอบหลงั เรยี น 53
แบบบันทกึ ผลการทดสอบหลงั เรยี น
อา้ งอิง ข
ค่มู ือการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
ค า ชี้ แ จ ง น้ี ชี้ แ จ ง ใ น ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง รู ป แ บ บ ข อ ง ชุ ด กิ จ ก ร ร ม ก า ร เ รี ย น รู้ ร า ย วิ ช า
วิทยาศาสตร์ วิธีการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ รวมทงั้ ขอ้ เสนอแนะในการดาเนินการจัดการ
เรียนรู้ โดยมสี ่วนประกอบดังนี้
1. องค์ประกอบของเน้ือหา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชารายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง แสงและการ
มองเห็น ตรงตามเนื้อหา ตามหลักสูตรรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
2. เอกสารชุดนี้ประกอบด้วย
2.1 คมู่ อื การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้
2.2 คาชแ้ี จงการใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้
2.3 บทบาทครู
2.4 บทบาทนักเรยี น
2.5 มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ัด
2.6 จุดประสงค์การเรียนรู้
2.7 แบบทดสอบก่อนเรยี น
2.8 ชุดกิจกรรมการเรียนรรู้ ายวชิ าวิทยาศาสตร์
- ใบกิจกรรมที่ 1 เร่ือง การกระจายของแสง
- ใบกจิ กรรมท่ี 2 เรอื่ ง ปรากฎการณ์ท่เี ก่ียวกับแสง
- ใบกิจกรรมที่ 3 เรือ่ ง ทศั นอปุ กรณ์
- ใบกิจกรรมที่ 4 เรือ่ ง การใชป้ ระโยชนจ์ ากทศั นอปุ กรณ์
- ใบกิจกรรมที่ 5 เรอื่ ง ตาและการมองเห็น
- ใบกจิ กรรมท่ี 6 เรื่อง การมองเหน็ ภาพ
- ใบกิจกรรมท่ี 7 เรือ่ ง ความสว่างของแสง
2.9 แบบทดสอบหลังเรยี น
3. สงิ่ ท่คี รจู ะตอ้ งเตรยี ม
ครูจะตอ้ งเตรยี มสือ่ การเรยี นรู้ใหค้ รบตามข้นั ตอนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ค
ค่มู ือการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
4. การจัดชั้นเรียน
การจัดชั้นเรียนและการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้จะแบ่งนักเรียน
ออกเป็นกลุ่มกลุ่มละ 3-5 คน เม่ือทากิจกรรมกลุ่มเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ละ
กล่มุ จะแยกนงั่ เด่ียวเพ่ือทาการวดั ผลการเรยี นรูโ้ ดยใช้แบบทดสอบหลงั เรยี น
5. การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
5.1 ประเมินผลด้านความรู้และความก้าวหน้าในการเรียนรู้จาก
แบบทดสอบ
- แบบทดสอบกอ่ นเรียน
- แบบทดสอบหลังเรยี น
5.2 ประเมินด้านทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
- ประเมินตามสภาพจริง
5.3 ประเมินด้านจติ วิทยาศาสตร์
- แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี น
ง
คาช้ีแจง
คาชแ้ี จงสาหรับครู
1. แจกชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรใ์ ห้นักเรยี น
2. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เรื่อง แสงและการมองเห็น
แบบ 4 ตัวเลอื กจานวน 10 ข้อ ใช้เวลา 10 นาที
3. ครอู ธิบายชแี้ จงบทบาทของนกั เรยี นในการดาเนนิ กิจกรรม
4. ครูให้นักเรียนศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่กาหนดไว้ตามแผนการจัดการ
เรยี นรู้ โดยใหน้ ักเรียนลงมอื ปฏิบตั ติ ามคาส่งั ของใบงาน
5. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปรายสรปุ โดยนกั เรยี นอภิปราย และครคู อยชี้แนะ
6. ให้นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี น เรือ่ ง แสงและการมองเห็น
แบบ 4 ตวั เลอื กจานวน 10 ข้อ ใชเ้ วลา 10 นาที
คาชแี้ จงสาหรบั นักเรยี น
1. นักเรยี นรบั ชุดกิจกรรมกลุ่มละ 1 ชุด ทีค่ รูผ้สู อน
2. ใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เร่อื งแสงและการมองเห็น
แบบ 4 ตวั เลอื กจานวน 10 ขอ้ ใช้เวลา 10 นาที
3. ใหน้ ักเรยี นศึกษาชุดกจิ กรรม ตามขัน้ ตอนตามใบกจิ กรรม
4. ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรยี น เรื่อง แสงและการมองเหน็
แบบ 4 ตัวเลอื กจานวน 10 ข้อ ใชเ้ วลา 10 นาที
5. เมือ่ ทากจิ กรรมเสรจ็ เรียบร้อยใหน้ าชุดกิจกรรมส่งครู หรอื นาไปศกึ ษาต่อนอก
เวลาเรยี นได้
1
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปล่ยี นแปลงและการถา่ ยโอนพลงั งาน
ปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวติ ประจาวัน ธรรมชาติ ของคลนื่ ปรากฏการณ์ท่ี
เกีย่ วขอ้ งกับเสยี ง แสงและคลืน่ แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมทัง้ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตวั ชีว้ ัด
ว 2.3 ม.3/17 อธบิ ายปรากฏการณ์ทเ่ี ก่ียวกับแสง และการทางานของทัศนอุปกรณ์จากข้อมูล
ทร่ี วบรวมได้
ว 2.3 ม.3/18 เขียนแผนภาพการเคล่ือนท่ีของแสง แสดงการเกิดภาพของทัศนอุปกรณ์และ
เลนสต์ า
ว 2.3 ม.3/19 อธิบายผลของความสวา่ งทม่ี ีต่อดวงตาจากข้อมูลที่ไดจ้ ากการสืบคน้
ว 2.3 ม.3/20 วดั ความสว่างของแสงโดยใชอ้ ปุ กรณ์วัดความสวา่ งของแสง
ว 2.3 ม.3/21 ตระหนักในคุณค่าของความรู้เร่ือง ความสว่างของแสงท่ีมีต่อดวงตา โดย
วเิ คราะหส์ ถานการณป์ ัญหาและเสนอแนะการจัดความสว่างใหเ้ หมาะสมในการทากจิ กรรมต่าง ๆ
3
จดุ ประสงค์
1. ดา้ นความรู้ (Knowledge)
1.1 อธบิ ายปรากฎการณ์ทเ่ี ก่ียวกบั การกระจายของแสงขาวได้
1.2 อธบิ ายปรากฎการณท์ ่เี กี่ยวกับแสงได้
1.3 อธบิ ายการทางานของทัศนอปุ กรณไ์ ด้
1.4 ยกตวั อย่างการใช้ประโยชนข์ องทัศนอปุ กรณไ์ ด้
1.5 อธิบายลักษณะการมองเหน็ ของสายตามนุษย์ได้
1.6 อธิบายลกั ษณะการมองเหน็ ของสายตาสัน้ และสายตายาวได้
1.7 อธิบายผลของความสวา่ งท่ีมตี ่อดวงตาจากขอ้ มลู ที่ได้
2. ด้านทกั ษะกระบวนการ (Process)
2.1 เขยี นภาพภาพแสดงการเคลอื่ นท่ขี องแสง
2.2 จดั กระทาและส่ือความหมายข้อมลู
2.3 เขยี นแผนภาพการเคลื่อนทีข่ องแสง แสดงการเกิดภาพของทัศนอุปกรณแ์ ละเลนส์ตา
2.4 เขียนแผนภาพการเคลอ่ื นท่ขี องแสงจากทศั นอุปกรณ์
2.5 เขียนแผนภาพการเคลื่อนที่ของแสงในการมองเห็นวัตถุ
2.6 เขียนแผนภาพเคลือ่ นทีข่ องแสงในเลนส์ตา
2.7 วัดความสว่างของแสงโดยใช้อปุ กรณ์วัดความสว่างของแสง
3. ดา้ นเจตคติ (Attitude)
3.1 มีความกระตือรือร้น
3.2 ตระหนกั ในคณุ ค่าของความรเู้ รอื่ ง ความสวา่ งของแสงทม่ี ตี อ่ ดวงตา โดยวิเคราะห์
สถานการณป์ ัญหาและเสนอแนะการจัดความสวา่ งใหเ้ หมาะสมในการทากิจกรรมต่าง ๆ
4
บตั รคาสงั่
คาช้แี จง นกั เรยี นปฏบิ ตั ิตามข้ันตอนดังต่อไปนี้
1 นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ๆละ 3 –5 คน โดยแต่ละกลุม่ ต้องมที ้งั ผู้ชาย และผหู้ ญิง ควรเป็น
กล่มุ เดมิ
2 ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เลือกประธาน รองประธานและเลขานุการกลุ่ม สลับตาแหน่งภายใน
กลุ่ม พร้อมสง่ ตัวแทนแตล่ ะกลุ่มรับชดุ กจิ กรรม เรอื่ ง แสงและการมองเหน็
3 ใหป้ ระธานกลุม่ ดาเนนิ กิจกรรมดังน้ี
3.1 ประธานกล่มุ เปน็ ผนู้ าอภิปรายโดยใหแ้ ต่ละคนภายในกลุ่มศึกษาใบ
ความรู้ เรอ่ื ง แสงและการมองเหน็
3.2 ให้สมาชิกทุกคนภายในกลุ่มทาใบกิจกรรมตามท่ีครูผู้สอนเป็นผู้
กาหนด
4 ทุกคนภายในกลุ่มสามารถสืบค้นข้อมูลจากหนังสือเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ชั้น
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 และจากอินเทอร์เนต็ เพิ่มเตมิ ได้
5 ให้เลขานุการแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลการสืบค้นข้อมูลในการตอบคาถามหน้า
ชัน้ เรียน
6 เม่อื ทุกกลมุ่ นาเสนอเสร็จแล้วให้รองประธานแต่ละกลุ่มรวบรวมชุดกิจกรรมไปเก็บ
ไว้ท่ีช้นั ประจาหอ้ งใหเ้ รียบรอ้ ย
5
แบบทดสอบก่อนเรียน
คาชีแ้ จง จงเลือกคาตอบทถี่ กู ตอ้ งท่สี ุดเพียงคาตอบเดยี ว
1. เมอื่ แสงจากดวงอาทิตยส์ อ่ งผา่ นปริซมึ จะแยกออกเป็นแสงสีต่าง ๆ ปรากฏการณ์ท่ีเกิดขึน้ เป็นเพราะเหตใุ ด
ก.การสะท้อนของแสง ข. การหกั เหของแสง
ค. การกระจายของแสง ง. การแทรกสอดของแสง
2. การเกดิ วงแหวนของแถบสีรอบดวงอาทติ ย์หรอื ดวงจันทร์ เรยี งซ้อนกันคลา้ ยรงุ้ ปรากฎการณน์ ้จี ะเกดิ ข้ึน
เมื่อมีเมฆซรี ร์ ัส มาบดบงั ปรากฎการณ์นเ้ี รียกว่าอะไร
ก. การเกิดรุง้ ข. การทรงกลด
ค. มิราจ ง. การกระจายของแสง
3.การที่มองเห็นพ้ืนผิวถนนมีลกั ษณะเหมอื นมีนา้ เจงิ่ นองเรียกปรากฏการณ์นีว้ ่าอย่างไร
ก. การหักเหของคลื่นแสง ข. รุง้ ทุตยิ ภูมิ
ค. การสะทอ้ นกลับหมด ง. ปรากฏการณม์ ิราจ
4. ร้งุ ทุติยภูมิ เกิดจากการหักเหและสะท้อนกลับภายในละอองนา้ ตรงกับข้อใด
ก. หกั เห 1 ครั้ง สะท้อนกลบั ภายใน 2 ครั้ง ข. หกั เห 2 ครั้ง สะทอ้ นกลับภายใน 1 ครัง้
ค. หักเห 1 ครัง้ สะทอ้ นกลับภายใน 1 คร้งั ง. หกั เห 2 ครงั้ สะท้อนกลบั ภายใน 2 คร้ัง
5. ทัศนอุปกรณ์ใดทีช่ ่วยในการขยายภาพของวตั ถุท่มี ีขนาดเลก็ ใหม้ ีขนาดใหญข่ ้ึนจนสามารถมองเหน็
รายละเอยี ดไดช้ ดั เจน
ก. กลอ้ งโทรทรรศน์ ข. แวน่ ขยาย
ค. กระจก ง. กลอ้ งจุลทรรศน์
6
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
6.ทัศนอุปกรณ์มีเลนส์นูนเป็นองคป์ ระกอบเวลาใชจ้ ะตอ้ งเล่อื นให้ระยะวัตถุนอ้ ยกว่าความยาวโฟกัสของเลนส์
เพอ่ื ใหไ้ ดภ้ าพเสมือน หวั ต้ัง ขนาดขยาย อปุ กรณช์ นิดน้ีมีชือ่ เรยี กว่าอะไร
ก. แวน่ ขยาย ข. เครื่องฉายภาพนิง่
ค. กล้องโทรทรรศน์ ง. กล้องส่องทางไกล
7. 1) แสงจากวตั ถผุ า่ นกระจกตา 2) ม่านตาหดหรอื ขยายตัวเพอ่ื ปรับปริมาณแสงที่เขา้ ตา
3) แสงหักเหผ่านเลนส์ตาไปตกบนจอตา 4) เซลลร์ ปู แทง่ และเซลลร์ ูปกรวยรับแสงและสีของวตั ถุ
5) เกิดกระแสประสาทสง่ ไปยังสมองทาใหม้ องเห็นภาพ
จากขอ้ ความดังกล่าวข้อใดเรียงลากบั กลไกการมองเห็นภาพไดถ้ กู ตอ้ ง
ก. 1-2-3-4-5 ข. 2-1-3-4-5
ค. 3-1-4-2-5 ง. 5-4-2-1-3
8.ทัศนอปุ กรณ์ใดทีถ่ ูกออกแบบมาเพอ่ื แกไ้ ขปญั หาความผดิ ปกติทางสายตาสายตา
ก.กล้องโทรทรรศน์ ข.แวน่ ขยาย
ค.แวน่ ง.กล้องจลุ ทรรศน์
9.ความสวา่ งมีหนว่ ยเปน็ อะไร ข. ลักซ์
ก. ลูเมน ง. จูลตอ่ ตารางเมตร
ค. วัตต์
10. การกระทาในข้อใดท่ไี ม่ชว่ ยในการถนอมสายตา
ก. บอย จัดหอ้ งใหมโ่ ดยจัดวางตาแหนง่ ของคอมพวิ เตอร์ให้อยใู่ นระดับสายตาพอดี
ข. แกว้ ใสแ่ วน่ กรองแสงในขณะใชค้ อมพวิ เตอรอ์ ยเู่ ปน็ ประจา
ค. โตง้ ปรับความสวา่ งของหอ้ งใหอ้ ยูใ่ นระดบั พอดไี มส่ ว่างหรอื มืดเกินไป
ง. พลอย นอนเล่นโทรศัพทใ์ ต้ผ้าหม่
7
แบบบันทึกผลการทดสอบก่อนเรียน
ชอ่ื ..............................นามสกุล...........................ชั้น......เลขที่......
คะแนน
เตม็ 10
ได้
8
กจิ กรรมท่ี 1
เรื่อง การกระจายของแสง
ช่ือ...........................................................นามสกุล.............................................ช้ัน.........เลขท.่ี ......
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเขียนทศิ ทางการเคลอ่ื นทข่ี องแสงของปรากฎการณก์ ารกระจายของแสงจาก
การทากจิ กรรม
จดุ ประสงค์ . อธบิ ายปรากฎการณ์ท่เี กี่ยวกับการกระจายของแสงขาวได้
วัสดุอุปกรณ์
1. กะละมงั
2. น้าเปล่า
3. กระจก
4. กระดาษสขี าว
ขั้นตอนการทากิจกรรม
1. ให้นักเรยี นนาน้าใสก่ ะละมงั สักประมาณครงึ่ หนงึ่ ของกะละมงั
2. นากระจกใส่ลงไปในนา้ และนาไปตั้งบรเิ วณทีม่ แี สงอาทติ ยส์ อ่ งถึง
3.เม่อื กระจกไดร้ ับแสงอาทติ ยแ์ ล้วใหห้ นั ไปในทิศทางทมี่ ฉี ากรับเชน่ กาแพงหรือใช้กระดาษขาว
4. สังเกตสง่ิ ทเ่ี กิดข้ึนและบันทกึ ลกั ษณะและทศิ ทางของแสงลงในใบกจิ กรรม
9
จากกิจกรรมเราสามารถสรปุ ผลไดว้ า่ อยา่ งไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
คาถามท้ายกิจกรรม
ปรากฎการณก์ ารกระจายของแสงขาวเกดิ ขึน้ ไดอ้ ยา่ งไร
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
10
กจิ กรรมท่ี 2
เรื่อง ปรากฎการณ์ท่เี ก่ียวกบั แสง
ชอื่ ...........................................................นามสกลุ ................................................ชนั้ .........เลขท่ี.......
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนวาดภาพปรากฎการณท์ เ่ี ก่ียวกับแสง พร้อมอธบิ ายปรากฎการณท์ เ่ี กี่ยวกับแสงท่ี
เกิดข้ึนโดยให้ในภาพมพี ืน้ ที่หรอื บรเิ วณของโรงเรียนเป็นองค์ประกอบท่สี ามารเกดิ ปรากฎการณ์น้ัน ๆ
ได้
11
กจิ กรรมท่ี 3
เรื่อง ทัศนอุปกรณ์
ชอ่ื .................................................................นามสกุล..........................................ชนั้ ........เลขท่ี....
จุดประสงค์ อธิบายการทางานของทศั นอปุ กรณ์
วสั ดุอุปกรณ์
1. แวน่ ขยาย
2. ดอกราเพย
ขัน้ ตอนการทากจิ กรรม
1.ให้นกั เรียนนาแว่นขยายสอ่ งท่ีดอกราเพยในระยะทกี่ าหนด
2. สงั เกตลักษณะภาพท่เี กดิ ข้นึ ในแต่ละระยะพรอ้ มบันทกึ ผล
ตารางบนั ทกึ ผล ลักษณะภาพที่เกิดขน้ึ
ระยะทีโ่ ฟกสั
เมื่อเล่อื นแวน่ ขยายเข้าหาดอกราเพยดว้ ยระยะ 5 ซม.
เม่ือเลือ่ นแว่นขยายออกจากดอกราเพยดว้ ยระยะ 25 ซม.
เมื่อเลอ่ื นแว่นขยายออกจากดอกราเพยด้วยระยะ 35 ซม.
จากกจิ กรรมสามารถสรปุ ผลไดอ้ ยา่ งไร
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
12
จากกิจกรรมจงเขยี นแผนภาพแสดงการขยายของแวน่ ขยายในการขยายดอกราเพยทร่ี ะยะ 25 ซม.
จงอธิบายการทางานของทศั นอุปกรณ์
ทศั นอุปกรณ์ หลกั การทางาน
แว่นขยาย
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
กล้องจลุ ทรรศน์ ....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
กล้องโทรทศั น์ ....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
....................................................................................
13
กิจกรรมท่ี 4
เร่อื ง ประโยชน์ของการใช้ทัศนอุปกรณ์
ชอ่ื ...........................................................นามสกุล...............................................ชน้ั .........เลขท่ี..........
คาชี้แจง ให้นักเรยี นยกตวั อย่างการใชป้ ระโยชน์จากทัศนอุปกรณ์มา 3 อย่าง
1).........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
2).........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
3).........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ให้นักเรียนใช้ทศั นอปุ กรณ์ ในการถา่ ยภาพขึ้นอยู่กบั การออกแบบของนกั เรียนโดยใหม้ ีดอกราเพยเป็น
องคป์ ระกอบในภาพ พร้อมเขียนแผนภาพแสดงการเคลอื่ นทข่ี องแสงจากทศั นอปุ กรณ์ที่นกั เรียนใช้
สาหรบั ติดภาพถา่ ย
14
จงเขยี นแผนภาพแสดงการเคลื่อนท่ขี องแสงจากทัศนอปุ กรณ์ท่นี กั เรียนใช้
15
กิจกรรมท่ี 5
เร่อื ง ตาและการมองเห็น
ชื่อ.............................................................นามสกลุ ................................................ช้นั ........เลขที่........
คาช้แี จง ให้นกั เรียนเขยี นแผนภาพแสดงการมองเหน็ และอธบิ ายลักษณะการมองเหน็ ของสายตามนุษย์
จงอธิบายลักษณะการมองเห็นของสายตามนษุ ย์
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………..
16
ใบกจิ กรรมที่ 6
เรอื่ ง การมองเหน็ ภาพ
ช่ือ..........................................................นามสกุล.............................................ชัน้ .......เลขท่ี..........
คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นอธิบายลักษณะการมองเหน็ ของคนสายตาสน่ั และสายตายาวและวธิ กี ารแก้ไขพร้อม
เขยี นแผนภาพแสดงลกั ษณะการมองเห็น
17
กจิ กรรมที่ 7
เรอ่ื ง ความสวา่ งของแสง
จดุ ประสงค์ อธิบายผลของความสวา่ งท่มี ตี อ่ ดวงตาจากข้อมลู ที่ได้
วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. ลักซม์ ิเตอร์หรอื แอพพลิเคชนั่ lux meter
ขนั้ ตอนการทากิจกรรม
1. ให้นกั เรียนเตรียมลักซ์มิเตอรศ์ ึกษาวธิ กี ารใช้งาน
2. ดาวน์โหลด แอพลิเคชัน lux meter ในสมารท์ โฟน ผ่านแอพลิเคชนั Play store
3. นกั เรยี นใช้แอพลิเคชน่ั วัดหรือลักซม์ เิ ตอรว์ ดั ค่าความสว่างที่ในสถานท่ีตา่ งๆทก่ี าหนด
4. ให้นกั เรยี นสืบค้นคา่ ความสว่างท่เี หมาะสมในสถานที่ต่างๆทีก่ าหนดให้และเปรยี บเทียบ
คา่ ความสวา่ งท่ีนกั เรยี นวดั ได้จรงิ พรอ้ มบนั ทึกผลลงในใบกจิ กรรม
สรปุ ผลการทากจิ กรรม
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
คาถามท้ายกจิ กรรม
ความสว่างทม่ี ผี ลตอ่ ดวงตาของเราอย่างไร
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
18
ใบความรู้
เรอ่ื ง แสงและการมองเหน็
1 ปรากฎการณ์ทเี่ กยี่ วกับแสง
1.1 การกระจายของแสง
แสงจากดวงอาทิตย์หรือแสงอาทติ ย์เป็นแสงใสไม่มีสี เรยี กว่าแสงขาว (white ligh) แต่
เมือ่ แสงขาวตกกระทบผิวดา้ นหน่งึ ของปริซมึ สามเหล่ยี ม แสงที่หักเหผ่านออกมาทางผวิ ด้านตรง
ข้ามจะไม่เป็นแสงขาว แต่จะแยกออกเปน็ แสงสตี ่าง ๆ เรยี งชิดตดิ กนั เป็นแถบสีเรียกวา่ สเปกตรมั
ของแสงขาว (white light spectrum ) และเรยี กปรากฎการณ์ที่เกดิ ขน้ึ นว้ี า่ ปรากฎการณ์ของ
แสงขาว
ภาพท่ี 1 แสดงการกระจายของแสงขาว
ทีม่ า : https://www.trueplookpanya.com
แสงขาวจะกระจายออกเป็นแสงสีต่าง ๆ เรียงตามลาดับความถี่จากมากไปน้อย คือ
ม่วง คราม น้าเงนิ เขียวเหลือง แสด และแดง เกิดจากการหกั เหต่างกัน ซงึ่ มุมที่แนวรังสีหักเหเบนไปจาก
แนวรังสีตกกระทบเรียกว่า มุมเบ่ียงเบน โดยมุมเบี่ยงเบนของแสงสีม่วงมีค่ามากท่ีสุด ในขณะท่ีมุม
เบ่ยี งเบนของแสงสแี ดงมีคา่ นอ้ ยที่สุด แตห่ ากพิจารณามุมหักเหจะตรงกันข้ามกับมุมเบี่ยงเบน คือมุมหัก
เหของแสงสมี ว่ งจะมคี า่ น้อยทสี่ ดุ ในขณะที่มมุ หกั เหของแสงสแี ดงจะมีคา่ มากที่สุด เนื่องจากดัชนีหักเหไม่
เท่ากนั ขึน้ อยู่กับความยาวคลน่ื ของแสงแตล่ ะสี
ภาพที่ 2 แสดงมุมเบย่ี งเบนของแสงสีตา่ งๆ
ทม่ี า : คลงั ภาพ อจท.
19
1.2 รุ้ง
รุ้ง (renbow) เป็นปรากฏการณท์ างธรรมชาตพิ บเห็นช่วงหลังฝนตกและมีแดดออก ทั้งนี้
ยงั เกดิ ข้ึนไดใ้ นบริเวณน้าตกหรือน้าพุ แสงอาทิตย์ที่เป็นแสงขาวเม่ือกระทบหยดน้าในอากาศจะหัก
เหผ่านเข้าไปในหยดน้าและเกิดการสะท้อนกลับหมดภายในหยดน้าแล้วหักเหกลับออกมาจากหยด
น้า กระจายออกเปน็ แสงสีต่างๆซึ่งเปน็ สปกตรมั ของแสงขาว
การเกิดรุ้งแบ่งได้ 2 แบบคือ รุ้งปฐมภูมิและรุ้งทุติยภูมิ โดยปกติรุ้งปฐมภูมิละรุ้งทุติยภูมิ
จะเกิดคู่กัน แต่การเกิดรุ้งปฐมภูมิมีการสะท้อนกลับหมดคร้ังเดียว ขณะที่การเกิดรุ้งทุติยภูมิมีการ
สะทอ้ นกลบั หมด 2 ครั้ง หยดน้าทท่ี าให้เกิดรุ้งทุติยภูมิจึงดูดกลืนแสงไว้มากกว่า สีของรุ้งทุติยภูมิจึง
จางกวา่ สีของรุง้ ปฐมภมู ิ ทาใหบ้ างครั้งเราเห็นรงุ้ ปฐมภมู เิ ท่านัน้
รุง้ ทุติยภมู ิ
รงุ้ ปฐมภมู ิ
ภาพที่ 3 การเกดิ รงุ้
ที่มา : https://pantip.com
2.1 รงุ้ ปฐมภมู ิ คือ จะมีสีแดงอยดู่ านบนและมีสีม่วงอยู่ดา้ นล่าง เกิดจากแสงตกกระทบหยดนา้
ทางดา้ นบน เกดิ การหักเห 2 ครง้ั สะท้อนกลบั หมด 1 คร้งั โดยจะเห็นเปน็ สตี า่ ง ๆ กัน
2.2 รุ้งทุตยิ ภูมิ คอื จะมสี มี ่วงอยูด่ า้ นบนและมีสีแดงอยดู่ ้านล่าง โดยรงุ้ กนิ นา้ ทุติยภมู ิเกดิ จากการ
หกั เหแสงภายในหยดน้า 2 คร้งั สะทอ้ นกลบั หมด 2 ครัง้ โดยจะเห็นเปน็ สีตา่ ง ๆ กนั
20
1.2 การทรงกลด
การทรงกลด เปน็ การเกดิ วงแหวนของแถบสรี อบดวงอาทติ ย์หรือดวงจันทร์ โดยในวงแหวน
ของแถบสปี ระกอบด้วยแถบสีวงกลมของแสงสตี า่ ง ๆ เรียงซอ้ นกนั คลา้ นรุ้ง เกดิ ขึน้ เมื่อมีเมฆซรี ร์ ัส มา
บดบังดวงอาทิตยห์ รอื ดวงจันทร์
ภาพที่ 4 พระจันทรท์ รงกลด พระจนั ทร์ทรงกลด (moon halo)
ทม่ี า : https://www.khaosod.co.th- แถบสีของดวงจันทร์ทรงกลดจะไม่ชัดเท่ากับ
สีของวงแหวนของแถบสีของดวงอาทิตย์ทรง
กลด เพราะความสว่างของแสงดวงจนั ทร์น้อย
กว่าแสงสว่างของดวงอาทิตย์ โดยสีของวง
แหวนของแถบสีจะมีสีค่อนไปทางสีแดงท่ี
ขอบสุดในของวงแหวนและมีสีค่อนข้างไป
ทางสฟี า้ ทีข่ อบนอกสดุ ของวงแหวน
พระอาทิตย์ทรงกลด (sun halo)
แถบสขี องดวงอาทิตย์ทรงกลด ถ้าสังเกตให้ดี
จะพบวา่ ขอบในสดุ ของวงแหวนของแถบสีจะ
ฟุ้งกระจายนอกจากนี้ ยังพบว่าท้องฟ้า
บริเวณภายในวงแหวนของแถบสีจะมีสีเข้ม
กวา่ ท้องฟ้าบรเิ วณภายนอกวงแหวนของแถบ
สี
ภาพท่ี 5 พระอาทิตย์ทรงกลด
ท่มี า :https://www.thebangkokinsight.com
21
1.4 มิราจ
เวลาขบั รถหรือน่ังรถในเวลากลางวนั เราจะสงั เกตเหน็ แอง่ นา้ บนถนน แตเ่ มือ่ เวลาที่รถว่ิง
เข้าไปใกลร้ ะยะหนึง่ แอง่ น้านนั้ ก็จะหายไป เรยี กปรากฎการณท์ เี่ กิดขึ้นนี้วา่ มริ าจ (mirage)
ภาพที่ 6 การเกดิ มิราจ
ทม่ี า :https://www.trueplookpanya.com
มริ าจ มกั เกิดขึ้นในบริเวณท่อี ากาศชนั้ บนและชน้ั ล่างมอี ุณหภมู ิหรือความหนาแน่นต่างกัน
มาก แลว้ เกดิ การหกั เหโดยคอ่ ยๆ เบนขึ้นอยา่ งต่อเนอ่ื ง จนเขา้ ส่ตู าผ้สู ังเกตจมองเหน็ ภาพลวงตาท่ี
เป็นภาพหัวกลับของวัตถนุ ัน้ เช่น การเกิดมิราจในทะเลทราย บนถนนทไ่ี ดร้ บั แดดจัดหรอื ในแถบ
ประเทศท่มี ีอากาศหนาวจัด
ภาพที่ 7 ลกั ษณะการมองเหน็ ภาพมิราจ
ท่ีมา :https://www.tqm.co.th
22
2 ทัศนอปุ กรณ์
ทศั นอปุ กรณ์ เปน็ อปุ กรณ์ทถ่ี ูกสร้างขนึ้ มาใชง้ านโดยอาศัยหลักการทางแสงมาใช้และอาศัยความรู้
เกยี่ วกบั การเกดิ ภาพจากอุปกรณพ์ ืน้ ฐาน เชน่ เลนส์ กระจกเงาราบ กระจกเงาเว้า
2.1 แวน่ ตา
แวน่ ตา (glasses) ถูกออกแบบมาสาหรบั ผู้ทีม่ ีปญั หาทางสายตาทาให้สามารถมองเห็นและใช้
ชีวติ ประจาวันได้ตามปกติ
ภาพท่ี 8 ผู้ที่อาการทางสายตา
ทีม่ า : คลังภาพจาก อจท.
23
2.2 กระจก
การนาความรู้เกย่ี วกับการสะท้อนแสงของกระจกสามารถนามาประยกุ ต์ใชป้ ระโยชน์ใชีวิต
ประจาวันไดม้ ากมายหลายรูปแบบ โดยกระจกแตล่ ะประเภทน้นั สามารถนามาประยกุ ตใ์ ช้งานไดด้ ังน้ี
กระจกเงาราบ เป็นกระจกท่ฉี าบขึ้นจากแผ่นแกว้ โลหะ
ซ่ึงผวิ บริเวณทฉี่ าบเปน็ จุดท่ที าให้เกดิ การสะท้อนของแสง
การใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวัน
- ส่องเพือ่ สารวจรา่ งกายตนเอง
- เพอื่ ฝึกซอ้ มทากิจกรรมต่าง ๆ
- เปน็ สว่ นประกอยของกล้องปรทิ รรศนห์ รอื กล้อง
เพอริสโคป
ภาพท่ี 9 กระจกเงาราบ
ทีม่ า : https://sites.google.com
กระจกเงานนู เป็นกระจกโคง้ ออกทมี่ ีผิวสะทอ้ นแสงอยู่
ด้ายนนอกของสว่ นโค้ง สว่ นผวิ ดา้ นเว้าถกู ฉาบด้วยปรอท ซึง่
รงั สตี กกระทบกบั รงั สสี ะทอ้ นจะอยู่คนละดา้ นกบั จดุ
ศนู ยก์ ลางความโค้ง
การใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั ภาพที่ 10 กระจกเงานนู
- กระจกมองทางโค้งหรือกระจกโค้งจราจร ทีม่ า : https://dparktraffic.com
- การะจกสงั เกตการณ์ในรา้ นค้า
- กระจกตดิ รถยนตห์ รือรถจกั รย่นยนต์
ภาพท่ี 11 กระจกเงาเวา้ กระจกเงาเวา้ เปน็ กระจกโค้งเข้าทมี่ ีแสงสะทอ้ นอยู่
ท่มี า : https://dparktraffic.com ดา้ นในของสว่ นโคง้ ส่วนผิวด้านเว้าถกู ฉาบดว้ ยปรอท
ซง่ึ รงั สีตกกระทบกับรงั สีสะท้อนจะอยดู่ า้ ยเดยี วกันกบั
จุดศนู ยก์ ลางความโคง้
การใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวัน
- เป็นกระจกส่องดภู ายในชอ่ งปากของทนั ตแพทย์
- เป็นกระจกสาหรับโกณหนวดหรือแตง่ หนา้
- เปน็ ส่วนประกอบของกล้องจลุ ทรรศน์
24
2.3 แว่นขยาย
ภาพที่ 12 แว่นขยาย
ที่มา : https://sites.google.com
แว่นขยายทา เป็นทัศนอุปกรณ์อย่างง่าย เพราะอาศัยหลักการหักเหของแสง ผ่านเลนส์นูน
เพยี ง1 อนั ในการสอ่ งดูวตั ถุ จะต้องวางวัตถุให้อยู่ห่างจากเลนส์เป็นระยะน้อยกว่าความยาวโฟกัสของ
เลนส์ ซึ่งจะได้ภาพเสมือนหัวต้ัง ขนาดขยาย ภาพอยู่หน้าเลนส์หรืออยู่ข้างเดียวกับวัตถุ แว่นขยายท่ีมี
ความยาวโฟกสั มากจะให้ภาพเสมือนหวั ตัง้ ทีม่ ีขนาดใหญ่กว่าแว่นขยายที่มีความยาวโฟกัสน้อย ในช่วง
ระยะท่ีน้อยกว่าความยาวโฟกัส ถ้าเล่ือนวัตถุออกห่างจากเลนส์จะได้ภาพเสมือนหัวตั้งขนาดใหญ่ข้ึน
กวา่ เดมิ ถา้ เลอื่ นวัตถุเข้าหาเลนส์ จะได้ภาพเสมือนหัวตั้งขนาดเล็กลงกว่าเดิมแต่ยังใหญ่กว่าวัตถุ และ
ถ้าเลื่อนวัตถุใหช้ ดิ ตดิ กับเลนส์ จะไดภ้ าพเสมอื นหวั ตง้ั ขนาดเทา่ วตั ถุ
ภาพที่ 13 การขยายภาพของแวน่ ขยาย
ทม่ี า : คลังภาพจาก อจท.
25
2.4 กล้องจุลทรรศน์
ภาพท่ี 14 กล้องจลุ ทรรศน์ กล้องจุลทรรศน์เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยขยาย
ที่มา :https://www.google.com ภาพของวัตถุขนาดเล็กให้มีขนาดใหญ่ขึ้นจนเห็น
รายละเอียดต่างๆประกอบด้วยเลนส์นูน 2 อัน คือ
เลนส์ใกล้วัตถุและเลนส์ใกล้ตา โดยเลนส์ใกล้ตามี
ความยาวโฟกสั มากกวา่ เลนส์ใกล้วัตถแุ ละวตั ถุต้องวาง
ห่างจากเลนส์ใกล้วัตถุมากกว่าความยาวโฟกัสแต่ไม่
เกนิ 2 เทา่ ของความยาวโฟกัสของเลนสใ์ กล้วัตถุ
ภาพที่ 15 ส่วนประกอบและหลักการทางานของกลอ้ งจลุ ทรรศน์
ท่ีมา : คลงั ภาพจาก อจท.
เมื่อแสงสะทอ้ นออกจากวัตถทุ ต่ี ้องการส่องดู แสงจะพุ่งผ่านเลนส์ใกล้วัตถุแล้วเกิดเป็นภาพ
จริงหัวกลบั ในกล้องจลุ ทรรศน์ และเมือ่ จดั ให้ภาพท่เี กดิ น้ี อยใู่ กลก้ ว่าจุดโฟกัสของเลนส์ใกล้ตาด้านบน
เม่ือแสงหกั เหผา่ นเลนส์ใกล้ตา จะทาใหเ้ กิดเป็นภาพเสมอื นหวั ต้งั ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ สามารถมองเห็น
ได้ด้วยตาเปล่า
26
2.5 กลอ้ งโทรทรรศน์
ภาพท่ี 16 กล้องโทรทรรศน์ กล้องโทรทรรศน์ (Telescope) หรือ กล้องดูดาว
ทมี่ า : http://www.lesa.biz เป็นทัศนูปกรณ์ซ่ึงประกอบด้วย เลนส์นูนสองชุดทางาน
ร่วมกนั หรือ กระจกเงาเว้าทางานร่วมกับเลนส์นูน เลนส์นูน
หรอื กระจกเงาเวา้ ขนาดใหญ่ท่ีอยู่ด้านใกล้วัตถุทาหน้าท่ีรวม
แสง สว่ นเลนส์นูนที่อยู่ใกล้ตาทาหน้าที่เพ่ิมกาลังขยาย การ
เพิ่มกาลังรวมแสงช่วยให้นักดาราศาสตร์มองเห็นวัตถุท่ีมี
ความสว่างน้อย การเพ่ิมกาลังขยายช่วยให้นักดาราศาสตร์
สามารถมองเห็นรายละเอียดของวัตถุมากขึ้น กล้อง
โทรทรรศน์มีสามประเภท คือ กล้องโทรทรรศน์แบบหักเห
แสง กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง และกล้อง
โทรทรรศนแ์ บบผสม
ภาพที่ 17 ส่วนประกอบและหลักการทางานของกลอ้ งโทรทรรศน์
ที่มา : คลงั ภาพจาก อจท.
เมื่อแสงจากวตั ถุ ซง่ึ อย่ไู กล พุ่งผ่านเลนส์ใกล้วัตถุของกล้องโทรทรรศน์ แสงจะเกิดการหักเห
ทาใหเ้ กิดภาพจรงิ หัวกลบั ข้นึ ท่ีจดุ โฟกสั ของเลนสใ์ กลว้ ตั ถุนนั้ และเมื่อแสงพุ่งผ่านเลนส์ใกล้ตาจะหัก
เหแลว้ ทาใหเ้ กดิ ภาพเสมือนขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปลา่
27
3 ตาและการมองเหน็
การมองเหน็ วัตถุ เกดิ จากการที่แสงไปตกกระทบสิง่ ตา่ งๆ แล้วเกิดการสะทอ้ นเขา้ สู่ตาเรา
และผ่านเขา้ มาในลูกตา ไปทาให้เกิดภาพบนจอ (Retina) ทีอ่ ย่ดู ้านหลังของลูก ขอ้ มูลของวตั ถุ
ทมี่ องเหน็ จะส่งขึ้นไปสู่สมองตามเส้นประสาท สมองจะแปลข้อมูลเป็นภาพของวัตถนุ ้ัน
3.1 สว่ นประกอบของตา
ภาพท่ี 18 สว่ นประกอบของตา
ท่ีมา : คลงั ภาพจาก อจท.
ตามรี ปู ทรงเกอื บเปน็ ทรงกลม มขี นาดเส้นผ่านศนู ยก์ ลาง 2.5 ซม. ภายในมีวุ้นใสบรรจุอยู่โดย
มีเนื้อเย่ือท่ีเหนียวและแข็งแรงหุ้มไว้ จึงคงรูปอยู่ได้ ตาอยู่ในโพรงช่องว่างของกะโหลกศีรษะใต้
หนา้ ผากหรอื ทเ่ี รียกว่าเบ้าตา โดยมีกลา้ มเน้อื 6 มดั ชว่ ยให้กลอกตาไปมาได้
28
3.2 การมองเห็นภาพ
การรบั ภาพของนัยนต์ ามนุษย์ เกิดจากการสะทอ้ นของแสงจากวตั ถุเขา้ ตา ทาใหเ้ กิดภาพ
วตั ถบุ นจอตา ขอ้ มูลของวัตถทุ ี่มองเห็นจะถกู ส่งขนึ้ ไปยังสมองตามเส้นประสาท ซ่ึงสมองจะทาหน้าท่ี
แปลข้อมลู เหล่านัน้ ให้เปน็ ภาพของวตั ถุ
ภาพท่ี 16 เซลลร์ ปู แทง่ และเซลลร์ ปู กรวยในจอตา
ที่มา : คลังภาพจาก อจท.
เ ซ ลล์ รู ป แ ท่ ง แ ละ เ ซ ลล์ รู ป ก ร ว ย เ ป็ น เ ซ ลล์ ป ร ะ สา ทท่ี รั บ รู้ คว า ม เ ข้ ม ข อ ง แ สง แ ละ ก า ร
เคล่ือนไหว โดยเซลล์รูปแท่งจะมีความไวต่อแสงมากกว่า แต่จะไม่สามารถจาแนกสีได้ ขณะท่ีเซลล์รูป
กรวยซงึ่ มคี วามไวตอ่ แสงน้อย แตส่ ามารถจาแนกสขี องแสงได้
เซลล์รูปแท่งมีความไวตอ่ แสงมากกวา่ จงึ ชว่ ยในการมองเหน็ ในบริเวณท่ีมีแสงน้อยแต่ภาพที่
เหน็ มกั เป็นสีขาวดาหรือไม่สามารถสังเกตสขี องวัตถุได้ ทาให้ในเวลากลางคืนเราจึงไม่สามารถมองเห็นสี
ของวตั ถไุ ดช้ ัดเจน
29
ภาพท่ี 17 กลไกการมองเหน็ ภาพ
ท่ีมา : คลังภาพจาก อจท.
ความผิดปกติทางสายตา คอื ไม่สามารถมองเหน็ วัตถุได้ชดั เจนไมว่ ่าวตั ถจุ ะอยใู่ กลห้ รอื อยไู่ กล
คนสายตาสนั้ คอื ตาทีเ่ มื่อแสงมาจากที่ไกล เมอ่ื ถกู
หักเหแลว้ ทาใหเ้ กดิ จุดรวมภาพอยขู่ ้างหน้าของจอตา
ภาพท่ีไปตกทีจ่ อตาจะเป็นภาพไม่ชดั เจน วิธีการแกไ้ ข
โดยการสวมแว่นตาท่ีทามาจากเลนสเ์ ว้า เพอื่ กระจาย
แสงใหไ้ ปตกที่จอตาพอดี
ภาพที่ 19 ความผิดปกติสายตาส้นั
ทม่ี า : คลงั ภาพ อจท.
ภาพท่ี 20 ความผดิ ปกติสายตายาว คนสายตายาว คือ ตาที่เมื่อแสงมาจากท่ีไกล
ที่มา : คลงั ภาพ อจท. เม่ือถกู หักเหแลว้ ทาใหเ้ กิดจุดรวมภาพอยู่ข้าง
หลังของจอตาภาพท่ีไปตกท่ีจอตาจะเป็น
ภาพไม่ชัด ต้องมีการเพิ่มกาลังของแก้วตา
เพื่อให้มองเห็นภาพได้ชัดเจน วิธีการแก้ไข
โดยการสวมแวน่ ตาทที่ ามาจากเลนส์นูน เพื่อ
รวมแสงให้ไปตกที่จอตาพอดี
30
4 ความสว่างของแสง
แสงเป็นพลังงานอย่างหน่ึงทาให้เกิดความสว่างบนผิววัตถุ มีแหล่งกาเนิด 2 แหล่ง คือ จากดวง
อาทิตย์และหลอดไฟที่มนษุ ยผ์ ลิตขนึ้ มา แสงสว่างเป็นปัจจัยท่ีสาคัญกับต่อการมองเห็นจึงมีความสาคัญ
มากต่อการดารงชีวิตของมนษุ ย์
ค่าความสว่างของแสงมีหน่วยเป็น ภาพท่ี 21 ลักซม์ ิเตอร์ (lux meter) แบบดิจิทลั
ลักซ์ (lux) แหล่งกาเนิดแสงท่ี ทม่ี า : www.truetronixonline.com
ตา่ งกนั ให้คา่ ความสว่างที่ไม่เท่ากัน
การหาค่าวามสว่างที่จุดใดจุดหนึ่ง
บนพ้ืนผิวหน่ึงทาได้โดยการวัดค่า
ความสว่างด้วยมาตรฐานความ
สวา่ ง หรือ ลักซ์มเิ ตอร์
(lux meter) ซ่ึงมีท้ังแบบแอนะล็
อกและดิจิทัล โดยจะนิยมใช้แบบ
ดิจิทัล เน่ืองจากใช้งานง่าย เม่ือ
ต้องการวัดค่าความสว่างที่จุดใด
ใ ห้ น า ตั ว รั บ แ ส ง ไ ป ว า ง ท่ี จุ ด นั้ น
ความสวา่ งในหนว่ ยลกั ซท์ ่ีจดุ น้ันจะ
อ่ า น ค่ า ไ ด้ จ า ก จ อ แ ส ด ง ผ ล ข อ ง
มาตรฐานความสวา่ ง
ความสว่างมีผลต่อดวงตา ความสว่างที่เหมาะสมทาให้เกิดความปลอดภัยในการใช้งานสถานท่ี
นนั้ และทางานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ ถ้าความสว่างไมพ่ อจะมองเหน็ ไม่ชดั ตอ้ งเพ่งมองทาให้เกิดการ
เม่ือยลา้ ของตา ปวดตา มนึ ศรี ษะหากสวา่ งมากเกินไปหรือแสงจ้า จะทาให้ปวดตา มึนศีรษะ วิงเวียน
กลา้ มเน้อื หนังตากระตุก นอนไม่หลับ ส่งผลให้การมองเห็นเสอื่ มถอยลง
31
ตารางแสดงค่าความสว่างทเี่ หมาะสมในสถานท่ีตา่ ง ๆ
บ้าน สถานที่ ความสวา่ ง (ลกั ซ)์
โรงเรยี น
- ห้องน่ังเลน่ 150-300
โรงพยาบาล - หอ้ งอา่ นหนงั สือ ห้องทางาน 500-1000
สานักงาน
- โรงพลศึกษา หอประชมุ 75-300
- ห้องเรยี น หอ้ งสมุด 300-750
- หอ้ งปฏิบัตกิ าร ห้องเขียนแบบ 750-1500
- หอ้ งตรวจโรค 200-750
- หอ้ งผา่ ตดั 5000-10000
- บันไดฉุกเฉนิ 30-75
- ทางเดินในอาคาร 75-200
- หอ้ งประชมุ หอ้ งรับรอง 200-750
5 การถนอมสายตา
ตาเป็นอวัยวะท่ีไวต่อแสง รับรู้ได้แม้แสงจากวัตถุท่ีมีความสว่างน้อยมาก เช่น แสงจาก
หิง่ ห้อย การดูวัตถุที่มีความสว่างมาก จึงทาให้เกิดอันตรายต่อตาหรือทาให้สายตาเสียได้ แต่หากดู
วตั ถุที่อยใู่ นบรเิ วณทีม่ คี วามสว่างน้อยเกินไปจะทาให้เกิดอันตรายตอ่ ตาหรอื ทาใหต้ าเสียได้เช่นกันจึง
ตอ้ งปรบั ความสวา่ งให้พอเหมาะเพื่อถนอมสายตา
การดูวัตถทุ ี่มคี วามสว่างมาก
เรตินา เป็นส่วนของตาท่ีเสียหายได้ เมื่อได้รับแสงที่มีความสว่างเกินความสามารถของการ
รบั รูข้ องมนั เมอ่ื อเราดูวตั ถหุ รอื สิ่งตา่ งๆ ทว่ี างอยู่กลางแดดหรือบนหาดทรายขาว เราจะรู้สึกตา
พร่า หรือบางคร้ังก็รู้สึกตามัวท้ังน้ีเป็นเพราะว่า เราตินาของตาถูกกระตุ้นจนเกินไปทาให้กา
ตอบสนองช้า ถ้าเราจ้องดูวัตถุทีม่ ีความสวา่ งมากตอ่ ไป การตอบสนองก็ย่ิงช้าลง สาหรับในกรณี
ท่ดี วู ัตถทุ ่มี คี วามสว่างสงู มาก เรตินาจะถูกทาลายจนใช้การไมไ่ ดต้ ลอดไปคอื ตาคนๆ นั้นจะบอด
การดูวัตถุที่มีความสวา่ งน้อย
การดวู ตั ถทุ ่ีมีความสวา่ งน้อยไม่ทาลายเรตินาเหมือนกรณีท่ีเกิดกับการดูวัตถุท่ีมีความสว่าง
มาก แตเ่ ป็นการดทู ตี่ ้องเพง่ พิจารณา เช่น การอ่านหนังสือ กล้ามเน้ือตาจะต้องทางานหนักกว่า
ปกติ และถา้ อา่ นในท่ีมคี วามสวา่ งนอ้ ยเปน็ ระยะเวลานานหรือบ่อย กลา้ มเนอ้ื ตาจะเส่ือมเร็วกว่า
ท่คี วร
32
แบบทดสอบหลังเรียน
คาชี้แจง จงเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งทส่ี ุดเพยี งคาตอบเดยี ว
1. เม่ือแสงจากดวงอาทิตยส์ อ่ งผ่านปรซิ ึมจะแยกออกเปน็ แสงสีตา่ ง ๆ ปรากฏการณ์ทีเ่ กิดข้ึนเป็นเพราะเหตใุ ด
ก.การสะท้อนของแสง ข. การหักเหของแสง
ค. การกระจายของแสง ง. การแทรกสอดของแสง
2. การเกดิ วงแหวนของแถบสรี อบดวงอาทติ ย์หรอื ดวงจนั ทร์ เรียงซ้อนกนั คลา้ ยร้งุ ปรากฎการณน์ จ้ี ะเกิดขึ้น
เม่ือมีเมฆซีรร์ สั มาบดบัง ปรากฎการณ์นีเ้ รยี กว่าอะไร
ก. การเกิดรุ้ง ข. การทรงกลด
ค. มิราจ ง. การกระจายของแสง
3.การทม่ี องเหน็ พื้นผวิ ถนนมลี ักษณะเหมอื นมนี ้าเจิง่ นองเรยี กปรากฏการณน์ ้วี ่าอยา่ งไร
ก. การหกั เหของคล่นื แสง ข. รงุ้ ทตุ ยิ ภูมิ
ค. การสะท้อนกลับหมด ง. ปรากฏการณม์ ิราจ
4. ร้งุ ทุตยิ ภูมิ เกดิ จากการหกั เหและสะท้อนกลบั ภายในละอองน้าตรงกับข้อใด
ก. หกั เห 1 ครง้ั สะท้อนกลบั ภายใน 2 คร้งั ข. หักเห 2 คร้งั สะทอ้ นกลบั ภายใน 1 คร้ัง
ค. หักเห 1 ครัง้ สะท้อนกลบั ภายใน 1 คร้งั ง. หกั เห 2 คร้งั สะทอ้ นกลับภายใน 2 ครัง้
5. ทศั นอุปกรณใ์ ดทชี่ ว่ ยในการขยายภาพของวตั ถุท่มี ขี นาดเล็กให้มขี นาดใหญข่ ึ้นจนสามารถมองเหน็
รายละเอยี ดไดช้ ดั เจน
ก. กล้องโทรทรรศน์ ข. แวน่ ขยาย
ค. กระจก ง. กลอ้ งจุลทรรศน์
33
แบบทดสอบหลังเรยี น
6.ทัศนอุปกรณม์ ีเลนสน์ นู เปน็ องคป์ ระกอบเวลาใชจ้ ะต้องเลือ่ นให้ระยะวตั ถนุ อ้ ยกว่าความยาวโฟกัสของเลนส์
เพ่ือใหไ้ ด้ภาพเสมือน หวั ตงั้ ขนาดขยาย อปุ กรณช์ นดิ น้ีมีชือ่ เรียกว่าอะไร
ก. แวน่ ขยาย ข. เคร่อื งฉายภาพนิ่ง
ค. กลอ้ งโทรทรรศน์ ง. กล้องสอ่ งทางไกล
7.ความสวา่ งมหี นว่ ยเปน็ อะไร ข. ลักซ์
ก. ลูเมน ง. จลู ต่อตารางเมตร
ค. วัตต์
8.ทศั นอปุ กรณใ์ ดที่ถกู ออกแบบมาเพ่ือแก้ไขปญั หาความผดิ ปกติทางสายตาสายตา
ก.กลอ้ งโทรทรรศน์ ข.แวน่ ขยาย
ค.แวน่ ง.กล้องจุลทรรศน์
9. การกระทาในข้อใดท่ีไม่ชว่ ยในการถนอมสายตา
ก. บอย จัดหอ้ งใหม่โดยจดั วางตาแหน่งของคอมพิวเตอรใ์ ห้อยใู่ นระดับสายตาพอดี
ข. แกว้ ใสแ่ วน่ กรองแสงในขณะใช้คอมพิวเตอร์อย่เู ป็นประจา
ค. โต้ง ปรบั ความสว่างของหอ้ งให้อยู่ในระดับพอดไี ม่สว่างหรือมืดเกนิ ไป
ง. พลอย นอนเล่นโทรศพั ท์ใตผ้ ้าห่ม
10. 1) แสงจากวัตถผุ า่ นกระจกตา 2) มา่ นตาหดหรอื ขยายตัวเพอื่ ปรบั ปริมาณแสงท่เี ขา้ ตา
3) แสงหกั เหผา่ นเลนสต์ าไปตกบนจอตา 4) เซลลร์ ูปแท่งและเซลลร์ ปู กรวยรับแสงและสขี องวตั ถุ
5) เกิดกระแสประสาทสง่ ไปยังสมองทาให้มองเห็นภาพ
จากขอ้ ความดงั กลา่ วขอ้ ใดเรียงลากบั กลไกการมองเห็นภาพได้ถูกต้อง
ก. 1-2-3-4-5 ข. 2-1-3-4-5
ค. 3-1-4-2-5 ง. 5-4-2-1-3
34
แบบบันทึกผลการทดสอบหลงั เรยี น
ชอ่ื ..............................นามสกลุ ...........................ช้ัน......เลขท่ี......
คะแนน
เตม็ 10
ได้
35
ภาคผนวก
เฉลยกิจกรรมท่ี 1
เรอื่ ง การกระจายของแสง
ชื่อ...........................................................นามสกุล.............................................ช้ัน.........เลขท.ี่ ......
คาช้ีแจง ใหน้ ักเรียนเขยี นทิศทางการเคลอ่ื นท่ขี องแสงของปรากฎการณก์ ารกระจายของแสงจาก
การทากิจกรรม
จุดประสงค์ . อธิบายปรากฎการณ์ทเ่ี กีย่ วกบั การกระจายของแสงขาวได้
วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. กะละมัง
2. นา้ เปลา่
3. กระจก
4. กระดาษสีขาว
ขั้นตอนการทากจิ กรรม
1. ให้นกั เรยี นนาน้าใสก่ ะละมงั สักประมาณครึง่ หน่งึ ของกะละมงั
2. นากระจกใส่ลงไปในน้าและนาไปต้งั บริเวณที่มีแสงอาทติ ย์ส่องถึง
3.เม่ือกระจกได้รับแสงอาทิตย์แล้วให้หนั ไปในทศิ ทางทมี่ ฉี ากรับเช่นกาแพงหรือใช้กระดาษขาว
4. สังเกตสิง่ ท่เี กิดข้ึนและบันทกึ ลกั ษณะและทิศทางของแสงลงในใบกจิ กรรม
ข้ึนอยู่กบั ดลุ พินิจของผสู้ อน
37
จากกิจกรรมเราสามารถสรุปผลไดว้ ่าอย่างไร
....แ...ส..ง..จ..า..ก..ด...ว..ง.อ...า..ท..ติ...ย..์เ.ป...็น...แ..ส..ง..ใ.ส...ม..่ม...สี ..ี .เ..ร..ยี ..ก..ว..า่..แ...ส..ง..ข..า..ว...เ.ม...ื่อ..แ...ส..ง..ม..ีก..า..ร..ต...ก..ก..ร..ะ...ท..บ...บ..น...ก..ร..ะ..จ...ก.......
....ห...ร..อื ..ป...ร..ซิ ..ึม....จ..ะ..เ..ก..ิด..ก...า..ร..ห..กั...เ.ห..อ...อ..ก...ม..า..ใ.น...ด..า้..น...ต..ร..ง..ข..า้..ม....ซ..ึ่ง..จ..ะ....ก..ร..ะ..จ...า..ย..อ..อ...ก..เ.ป...็น..แ...ส..ง..ส..ตี..า่..ง...ๆ.........
....ไ..ด..้แ..ก...่ส..ี.ม...ว่ ..ง...ค..ร..า..ม....น...้า..เ.ง..นิ ....เ.ข..ยี..ว...เ.ห..ล...อื ..ง...แ...ส..ด....แ..ล..ะ..แ...ด..ง...แ...ถ..บ..ข...อ..ง..แ..ส..ง..ส...ที ..่ีก..ร..ะ...จ..า..ย..อ..อ...ก..จ..า..ก...แ..ส..ง.
....ข...า.ว....เ.ร..ยี ..ก...ว..่า...ส..เ..ป..ก...ต..ร..มั ..ข...อ..ง..แ..ส..ง..ข...า.ว....ใ.น...ก..า..ร..ก...ร..ะ..จ..า..ย..ข..อ...ง..แ..ส..ง...แ...ส..ง..ส..ตี ..่า..ง....ๆ...จ..ะ...ม..ีม..มุ...ห..ัก...เ.ห.........
....แ...ต..ก..ต...่า..ง.ก...ัน.............................................................................................................................
คาถามทา้ ยกจิ กรรม
ปรากฎการณ์การกระจายของแสงขาวเกิดขึ้นได้อยา่ งไร
.เ.ก..ิด...ข..ึ้น..เ..ม..ือ่...แ..ส..ง..ม..กี...า..ร..ต..ก..ก...ร..ะ..ท...บ..บ...น..ก...ร..ะ..จ..ก...ห..ร..ือ..ป...ร..ิซ..ึม....จ..ะ..เ..ก..ิด..ก...า..ร..ห..ัก...เ.ห..อ...อ..ก...ม..า..ใ.น...ด..า้..น...ต..ร..ง..ข..้า..ม....ซึง่
.จ..ะ...ก...ร..ะ..จ..า..ย..อ...อ..ก...เ.ป..น็...แ..ส...ง.ส...ีต..่า..ง...ๆ....แ..ถ...บ..ข..อ...ง..แ..ส..ง..ส..ที...ี่ก..ร..ะ..จ...า..ย..อ..อ...ก..จ..า..ก..แ...ส..ง..ข..า..ว....เ.ร..ีย..ก..ว..่า...ส...เ.ป...ก..ต..ร..มั.
ข...อ..ง..แ..ส...ง.ข...า..ว...ใ..น..ก...า..ร..ก..ร..ะ..จ..า..ย...ข..อ..ง..แ..ส...ง...แ..ส..ง..ส..ีต...่า..ง...ๆ....จ..ะ..ม..มี...มุ..ห...ัก..เ..ห..แ..ต...ก..ต...า่ .ง..ก...นั ....เ.ร..ยี ..ก..ป...ร..า..ก..ฎ...ก..า..ร..ณ. น์ ี้
.ว..า่ ...ก..า..ร..ก..ร..ะ...จ..า..ย..ข..อ...ง..แ..ส..ง.............................................................................................................
.................................................................................................................................................
38
เฉลยกิจกรรมท่ี 2
เรอื่ ง ปรากฎการณท์ ่เี กีย่ วกับแสง
ชอื่ ...........................................................นามสกลุ ................................................ชน้ั .........เลขท่ี.......
คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นวาดภาพปรากฎการณ์ทีเ่ ก่ียวกับแสง พร้อมอธบิ ายปรากฎการณท์ ีเ่ กย่ี วกบั แสงท่ี
เกิดข้ึนโดยให้ในภาพมพี นื้ ท่ีหรอื บรเิ วณของโรงเรียนเปน็ องค์ประกอบที่สามารเกิดปรากฎการณ์นั้น ๆ
ได้
พิจารณาตามดุลยพินิจของครผู ้สู อน
39
เฉลยกจิ กรรมท่ี 3
เร่ือง ทศั นอุปกรณ์
ชอ่ื .................................................................นามสกุล..........................................ชั้น........เลขที่....
จุดประสงค์ อธิบายการทางานของทศั นอุปกรณ์
วัสดุอุปกรณ์
1. แว่นขยาย
2. ดอกราเพย
ข้นั ตอนการทากิจกรรม
1.ให้นกั เรยี นนาแว่นขยายส่องท่ดี กราเพยในระยะทีก่ าหนด
2. สังเกตลักษณะภาพทเ่ี กิดขน้ึ ในแต่ละระยะพร้อมบนั ทกึ ผล
ตารางบันทึกผล ลกั ษณะภาพท่ีเกดิ ขึ้น
เกดิ ภาพเสมือนหวั ต้ัง ขนาดเทา่ กบั วัตถุ
ระยะทโ่ี ฟกัส
เมอ่ื เล่อื นแวน่ ขยายเขา้ หาดอกราเพยดว้ ยระยะ 5 เกิดภาพเสมอื นหวั ตั้ง ขยายใหญ่
ซม.
เป็นภาพหัวกลบั ของวัตถนุ ัน้
เม่อื เลอ่ื นแวน่ ขยายออกจากดอกราเพยด้วยระยะ
25 ซม.
เมื่อเล่ือนแวน่ ขยายออกจากดอกราเพยดว้ ยระยะ
35 ซม.
จากกิจกรรมสามารถสรุปผลไดอ้ ยา่ งไร
..ภ..า..พ...ท...ไ่ี .ด..้จ...า..ก..ก..า..ร..ใ..ช..แ้..ว..่น...ข..ย...า..ย..จ..ะ..เ.ป...น็...ภ..า..พ...เ.ส..ม...อื ..น...ห..ัว...ต..ง้ั ...ซ..่ึง..ถ..้า..เ..ล..อ่ื..น...ว..ตั..ถ...เุ .ข..า้..ห...า..เ.ล..น..ส...ช์ ..ดิ..เ..ก..ิน...ไ.ป...จ..ะ..เ.ก...ดิ ...
..ภ..า..พ...เ.ส..ม...ือ..น...ห...ัว..ต..ง้ั..ท..่มี...ขี..น...า..ด..เ.ท...า่..ก..บั...ว..ัต..ถ..ุ..ห...า.ก...เ.ล..ือ่...น..ว..ัต...ถ..เุ.ข...า้ .ห...า..เ.ล..น...ส..ใ์..น..ร..ะ...ย..ะ..ใ.ก...ล..ต้..า..ป...ร..ะ..ม..า..ณ.....2...5...........
..เ.ซ..น...ต..ิเ..ม..ต..ร..จ...ะ..เ.ก..ดิ...ภ..า..พ...เ.ส...ม..อื..น...ห...วั ..ต..ง้ั..ท..ี่ม...ีข..น...า..ด..ข..ย...า..ย..ใ.ห...ญ...่.แ...ล..ะ..ห...า..ก..เ.ล...่อื ..น...ว..ตั ..ถ..อุ...อ..ก..จ..า..ก...เ.ล..น...ส..์..จ..ะ..เ.ก...ดิ .......
..ภ..า..พ...เ.ส..ม...อื..น...ห...วั ..ต..ง้ั...ข...น..า..ด..เ..ล..ก็..ล...ง...แ..ต..่ย...ัง..ใ.ห...ญ...ก่ ..ว..า่..ว..ตั...ถ..ุ ..........................................................................
40
จากกิจกรรมจงเขียนแผนภาพแสดงการขยายของแว่นขยายในการขยายดอกราเพยทรี่ ะยะ 25 ซม.
จงอธบิ ายการทางานของทัศนอุปกรณ์
ทัศนอุปกรณ์ หลกั การทางาน
แวน่ ขยาย แวน่ ข..ย..า.ย....ท..า..จ..า.ก..เ.ล..น...ส..น์ ..ูน...ใ..น..ก..า..ร..ส..อ่ ..ง.ด..วู..ตั..ถ..ุ.ต..อ้..ง..ว..า.ง..ว..ตั ..ถ..ใุ .ห..้อ..ย..ูห่...า่ .ง.จากเลนส์
กล้องจุลทรรศน์ เปน็ ร.ะ..ย..ะ..น..อ้..ย..ก..ว..า่..ค..ว..า.ม..ย..า..ว..โ.ฟ...ก..ัส..ข..อ..ง.เ.ล..น...ส..์ .ซ..ง่ึ..จ..ะ..ไ.ด..ภ้..า..พ..เ.ส..ม...อื ..น..ห..วั.ตั้ง ขนาด
กล้องโทรทัศน์ ขยาย..ถ..า้..เ.ล..ื่อ..น...ว.ัต..ถ..อุ...อ..ก..ห..า่ ..ง.จ..า..ก..เ.ล..น..ส..จ์..ะ..ไ..ด..้ภ..า..พ..เ.ส..ม..อื..น...ห..ัว..ต..้ัง.ข..น..า..ด..ใ.หญ่ขึ้น
แกลวา่ะเถด....า้ ิม..เ..ล....ถอื่....า้ น..เ..ล..ว..ตั..อื่ ....ถน....ุใว..ห..ัต..ช้..ถ..ดิ..ุเ..ขต....้าดิ....หก....า..ับเ....ลเ..ล..น..น..ส..ส..์..จ์....จะ....ะไ..ด..ไ..ด..้ภ..้ภ..า..าพ....พ..เ..สเ..ส..ม..ม..ือ....อื น....นห....ห..วั ..วัต....ต..ัง้ ..ง้ัข....ขน....นา....าด..ด..เ..ล..เ..ทก็....า่ลวงัตกถวุ่าเดิม
เมื่อแ..ส..ง..ส..ะ..ท..้อ..น..อ...อ..ก..จ..า.ก..ว..ตั..ถ..ทุ...่ตี ..้อ..ง.ก..า..ร..ส..อ่..ง..ด..ู .แ..ส..ง.จ..ะ..พ...ุ่ง.ผ..า่..น..เ.ล..น...ส..์ใกลว้ ตั ถุแล้ว
เกดิ เ.ป...น็ ..ภ..า..พ..จ..ร..ิง.ห...วั ..ก..ล..บั ..ใ.น...ก..ล..อ้ ..ง.จ..ุล..ท...ร.ร..ศ..น...์ .แ..ล..ะ..เ.ม..่ือ..จ..ดั ..ใ.ห..ภ้...า.พ...ท..่เี.ก. ิดน้ี อยู่ใกล้
เกกวดิ า่ เจ..ป..ุด....็น..โ..ภฟ....าก....พัส....เข..ส..อ..ม..ง..อื..เ..ลน....น..ห..ส..ัว..ใ์..ต..ก..ั้ง..ลข....ต้น....า..า..ดด....้าใ..น..ห....บญ....น..่ก....วเ....ม่า..ว..อ่ื ..ตั..แ..ถ..ส..ุ..ง..สห....า..ักม....เ..าห..ร..ผ..ถ..่า..ม..น..อ..เ..ลง....เน..ห..ส..็น..์ใ..ไ..ก..ด..ล..้ด..้ต้วายตจาะเทปาลใ่าห้
....................................................................................
เม..อ่ื ..แ..ส..ง..จ..า.ก..ว..ัต..ถ..ุ.ซ...ง่ึ .อ..ย..ู่ไ..ก..ล...พ..ุง่..ผ..่า.น...เ.ล..น..ส..ใ์.ก..ล..ว้..ัต..ถ..ุข..อ..ง..ก..ล..้อ..ง..โ.ท..ร..ทรรศน์
ใแภก...สา...ล...พง...้วจ...เ...ัตสะ......ถมเ...ก...นุอื...ิด...นั้น...ก......ข...าแ...นร...ล...าห...ะ...ดกั...เ...ใมเ...หห...่ือ...ญ...ทแ......ส่า...ส...ใง...หา...พ...ม้เ...ุ่งก...า...ผ...ิดร...า่ ...ภถน......มา...เ...พลอ......นงจ...เ...รส...ห...งิใ์...็นหก......ไล...ัวด...ก้ต...ด้...ล...าว้...จับ...ย...ะ...ขต...ห...นึ้า...กั...ทเ...ปเ...่ีจห...ล...ุด...แ่า...โ...ล...ฟ...ว้ ...ก...ท...สั...า...ข...ใ...หอ......ง้เกเลิดนส์
....................................................................................
41
เฉลยกรรมท่ี 4
เรอ่ื ง ประโยชนข์ องการใช้ทัศนอุปกรณ์
ช่อื ...........................................................นามสกุล...............................................ชัน้ .........เลขท่ี..........
คาชี้แจง ให้นักเรียนยกตวั อยา่ งการใช้ประโยชนจ์ ากทศั นอุปกรณ์มา 3 อยา่ ง
.1..)..................ใ...ช.....้แ....ว....น่......ข....ย.....า....ย.....ใ..น......ก....า....ร....ส.....่อ.....ง...ด.....กู....า....ร....เ...ค.....ล....ือ่.....น.....ท.....่ีแ.....ล....ะ.....ล.....กั ....ษ......ณ......ะ....ข.....อ.....ง....ส....่งิ....ม....ชี.....วี....ิต.....ข....น......า....ด....เ...ล....ก็...................................................................
2).........................................................................................................................................................
...........ใ..ช..ก้...ร..ะ..จ..ก..เ..ง.า..ร..า..บ....ใ..น..ก...า..ร..ส..า..ร..ว..จ..ร..่า..ง..ก..า..ย..ต...น..เ.อ...ง..แ..ล..ะ..ฝ...ึก..ซ..อ้...ม..ก...จิ ..ก..ร..ร..ม...ท..่า..ท...า..ง.ต...่า..ง.ๆ.........................
3).........................................................................................................................................................
..............ใ.ช...้ก..ล..อ้...ง..จ..ลุ ..ท...ร..ร..ศ..น...ใ์ .น...ก..า..ร..ศ..กึ...ษ..า..โ..ค..ร..ง..ส..ร..า้..ง..ข..อ...ง.เ..ซ..ล..ล..พ์...ชื.............................................................
ให้นักเรียนใช้ทัศนอปุ กรณ์ ในการถ่ายภาพขน้ึ อยู่กบั การออกแบบของนกั เรยี นโดยให้มดี อกราเพยเปน็
องค์ประกอบในภาพ พรอ้ มเขยี นแผนภาพแสดงการเคลอ่ื นที่ของแสงจากทัศนอปุ กรณท์ น่ี กั เรียนใช้
ข้ึนอยู่กบั ดลุ พนิ ิจของผสู้ อน
สาหรับตดิ ภาพถ่าย
42
จงเขียนแผนภาพแสดงการเคล่อื นทขี่ องแสงจากทัศนอปุ กรณท์ ีน่ ักเรยี นใช้
ข้นึ อยู่กบั ดุลพินิจของผูส้ อน
43
เฉลยกิจกรรมท่ี 5
เร่อื ง ตาและการมองเห็น
ชื่อ.............................................................นามสกุล................................................ช้นั ........เลขที่........
คาชี้แจง ให้นกั เรียนเขยี นแผนภาพแสดงการมองเห็นและอธบิ ายลักษณะการมองเหน็ ของสายตามนษุ ย์
ขึ้นอย่กู ับดุลพินิจของผ้สู อน
จงอธิบายลกั ษณะการมองเห็นของสายตามนษุ ย์
…เม…ือ่…แ…ส…งต…ก…ก…ระ…ท…บ…ว…ตั …ถุห…ร…ือ…ส…ิ่งข…อ…ง…ต่า…ง…ๆ…จ…ะ…เก…ิด…ก…าร…ส…ะ…ท…้อน…ข…อ…ง…แส…ง…จ…าก…ว…ัต…ถ…ุเข…้า…ตา…ข…อ…งเ…รา
…โ…ดย…ผ…่า…น…เข…้า…ไป…ใ…น…ล…ูก…ตา…แ…ล…ะ…ท…าใ…ห…้เก…ิด…ภ…า…พ…วัต…ถ…ุบ…น…จ…อ…ต…าซ…ึ่ง…อ…ยู่…ด้า…น…ห…ล…ังข…อ…ง…ล…ูก…ตา……ภ…าพ…ที่
…ม…อ…งเ…ห…็น…จ…ะถ…ูก…ส…่ง…ข้ึน…ไ…ป…ย…ังส…ม…อ…ง…ตา…ม…เ…ส้น…ป…ร…ะ…ส…าท…โ…ด…ยส…ม…อ…ง…จ…ะท…า…ห…น…้า…ที่แ…ป…ล…ข…้อ…ม…ูลใ…ห…้เป…็น
…ภ…า…พ…ขอ…ง…วัต…ถ…ุ ……………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………..
44
เฉลยกิจกรรมท่ี 6
เร่อื ง การมองเห็นภาพ
ชือ่ ..........................................................นามสกุล.............................................ช้ัน.......เลขท่ี..........
คาชแี้ จง ให้นกั เรยี นอธบิ ายลกั ษณะการมองเหน็ ของคนสายตาส่นั และสายตายาวและวธิ ีการแกไ้ ขพรอ้ ม
เขยี นแผนภาพแสดงลกั ษณะการมองเห็น
คนสายตาสน้ั คอื ตาท่เี มอื่ แสงมา
จากที่ไกล เมอ่ื ถกู หักเหแล้วทาให้
เกดิ จดุ รวมภาพอยูข่ า้ งหน้าของ
จอตา ภาพที่ไปตกทจ่ี อตาจะเปน็
ภาพไม่ชดั เจน วธิ ีการแกไ้ ขโดย
การสวมแวน่ ตาทีท่ ามาจากเลนส์
เว้า เพื่อกระจายแสงให้ไปตกที่
จอตาพอดี
คนสายตายาว คือ ตาที่เมื่อแสงมา
จากท่ีไกล เมื่อถูกหักเหแล้วทาให้
เกิดจุดรวมภาพอยู่ข้างหลังของจอ
ตาภาพที่ไปตกที่จอตาจะเป็นภาพ
ไม่ชัด ต้องมีการเพิ่มกาลังของ
แ ก้ ว ต า เ พ่ื อ ใ ห้ ม อ ง เ ห็ น ภ า พ ไ ด้
ชัดเจน วิธีการแก้ไขโดยการสวม
แว่นตาที่ทามาจากเลนส์นูน เพื่อ
รวมแสงใหไ้ ปตกที่จอตาพอดี
45
เฉลยกิจกรรมท่ี 7
เร่ือง ความสว่างของแสง
จดุ ประสงค์ อธิบายผลของความสว่างทมี่ ีต่อดวงตาจากขอ้ มูลทไ่ี ด้
วัสดอุ ุปกรณ์
1. ลกั ซ์มิเตอรห์ รือแอพพลเิ คชั่น lux meter
ขัน้ ตอนการทากจิ กรรม
1. ใหน้ ักเรียนเตรียมลักซ์มิเตอรศ์ ึกษาวธิ ีการใชง้ าน
2. ดาวนโ์ หลด แอพลิเคชนั lux meter ในสมารท์ โฟน ผ่านแอพลิเคชัน Play store
3. นักเรียนใชแ้ อพลิเคชนั่ วัดหรือลกั ซม์ เิ ตอรว์ ดั คา่ ความสวา่ งทใี่ นสถานท่ีตา่ งๆท่กี าหนด
4. ให้นกั เรยี นสืบคน้ คา่ ความสวา่ งท่เี หมาะสมในสถานท่ีตา่ งๆท่ีกาหนดให้และเปรียบเทียบ
คา่ ความสวา่ งท่ีนกั เรียนวดั ได้จรงิ พรอ้ มบนั ทึกผลลงในใบกิจกรรม
ขน้ึ อยกู่ บั ดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน
สรุปผลการทากิจกรรม
...................................................................................................................................................................
..............................................................ข..นึ้ ..อ...ย..่กู..ับ...ด..ุล...ย..พ...นิ ..ิจ...ข..อ..ง..ค..ร..ผู...ู้ส..อ..น.......................................................
...................................................................................................................................................................
คาถามทา้ ยกิจกรรม
ความสว่างท่มี ผี ลต่อดวงตาของเราอย่างไร
...ค..ว..า..ม..ส...ว..่า..ง..ม..ผี..ล...ต..อ่..ด...ว..ง..ต..า...ค...ว..า..ม..ส...ว..า่ ..ง.ท...เ่ี.ห...ม..า..ะ..ส...ม..ท...า..ใ.ห...้เ.ก..ิด...ค..ว..า..ม..ป...ล..อ...ด..ภ...ยั ..ใ.น...ก..า..ร..ใ.ช...้ง..า.น...ส..ถ...า..น..ท...นี่ ..้ัน...แ..ล..ะ......
...ท..า..ง..า..น..ไ..ด..อ้...ย..่า..ง..ม..ีป...ร..ะ..ส..ิท...ธ..ภิ...า..พ....ถ..า้..ค..ว..า..ม...ส..ว..า่..ง..ไ.ม...่พ..อ...จ..ะ..ม...อ..ง..เ.ห...็น..ไ..ม..ช่..ดั....ต...้อ..ง..เ.พ...ง่ ..ม..อ..ง..ท...า.ใ..ห...้เ.ก..ดิ..ก...า..ร..เ.ม..ื่อ...ย..ล..า้.....
...ข..อ..ง..ต..า....ป..ว..ด...ต..า....ม..นึ...ศ..รี..ษ...ะ..ห..า..ก...ส..ว..่า..ง..ม..า..ก...เ.ก..ิน...ไ.ป...ห..ร..ือ...แ..ส..ง..จ..้า....จ..ะ..ท...า.ใ..ห...ป้ ..ว..ด...ต..า...ม...นึ ..ศ...ีร.ษ...ะ....ว..งิ ..เ.ว..ยี ..น....................
...ก..ล..า้..ม...เ.น..้อื...ห..น...ัง..ต..า..ก...ร..ะ..ต..ุก....น..อ...น..ไ..ม..่ห...ล..ับ....ส...ง่ .ผ...ล..ใ.ห...ก้..า..ร..ม...อ..ง..เ.ห...น็ ..เ.ส...อ่ื ..ม...ถ..อ..ย...ล..ง...................................................
46