The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กฤษณวัฒน์ ดาวแสง, 2023-06-18 05:02:25

เอกสารประกอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ฯ

เอกสารประกอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ฯ

Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์)


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์)


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) วัดต ำหนักสวนขวัญ(สิริมังคลำจำรย์) วัดต ำหนัก ต ำบลแม่เหียะ อ ำเภอ เมืองเชียงใหม่ ถนนเชียงใหม่-หำงดง ต ำบล แม่เหียะ อ ำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัด เชียงใหม่ 50100 โทรศัพท์:053-804623 สร้ำงเมื่อปี พ.ศ. 2053 แต่ยังไม่มีหลักฐำน แน่ชัดว่ำสร้ำงเมื่อ พ.ศ.ที่เท่ำไหร่ แต่จำก หลักฐำนเทียบเคียงจำกงำนเขียนคัมภีร์ทำง พุทธศำสนำของพระสิริมังคลำจำรย์ และ หลักฐำนจำกหนังสือพงศำวดำรโยนก และ คัมภีร์ชินกำลมำลีปกรณ์ มีข้อสันนิษฐำน หลำยทำงให้พิจำรณำ คือ 1.พระสิริมังคลำจำรย์เป็น ผู้สร้ำง โดยได้ชักชวนชำวบ้ำนสร้ำงขณะเป็นสมำเณร อำยุ 13 ปี โดยเรียกชื่อว่ำ “วัดเวฬุวนำรำม”(วัดป่ำไผ่) ชำวบ้ำนเรียกง่ำยๆว่ำ “วัดไผ่เก้ำกอ” 2.พระเจ้ำดิลก ปนัดดำ(พระเมืองแก้ว) เป็นผู้สร้ำงเพื่อถวำยเป็นอำศัย แด่พระสิริมังคลำจำรย์โดยสันนิษฐำนจำกกำรมำบรรจุ พระบรม ณ วัดแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.2062 ตำมที่กล่ำวไว้ ในพงศำวดำรโยนกและเพรำะมีหลักฐำนซำกวิหำร ก ำแพงฐำนกุฎิและซุ้มประตู แนวก ำแพงซึ่งเป็นโบรำณ สถำนที่บ่งบอกถึงควำมเป็นวัดที่มีควำมส ำคัญวัดหนึ่ง มีผังกำรก่อสร้ำงเป็นระเบียบเป็นสัดส่วนและใหญ่โต ซึ่งผู้ที่จะสร้ำงได้ต้องพร้อมทั้งก ำลังทรัพย์และก ำลัง ศรัทธำอย่ำงยิ่ง วัดต ำหนักสวนขวัญสิริมังคลำจำรย์ มี ปรำกฏหลักฐำนว่ำ พระสิริมังคลำจำรย์ได้อำศัยอยู่ เพื่อแต่งคัมภีร์ทั้ง 3 คัมภีร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2060-2063 จำกนั้นก็ไม่พบหลักฐำนกล่ำวถึงวัดนี้อีกเลยเพรำะเมื่อ ปี พ.ศ.2101 กองทัพพม่ำโดยกำรน ำของพระเจ้ำบุเรง นองได้ยกทัพเข้ำมำตีเชียงใหม่แตกสันนิษฐำนว่ำ วัด แห่งนี้คงกลำยเป็นวัดร้ำงและล่มสลำยไปในที่สุด ในช่วงยึดชียงใหม่ของพม่ำชำวบ้ำนในหมู่บ้ำนนี้ได้


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) หลบหนีภัยสงครำมไปทั่วสำรทิศ แต่มีบำงส่วนที่ยังคง ยอมรับกำรปกครองของพม่ำและอยู่อำศัยที่เดิม แต่คงไม่ สำมำรถรักษำวัดสวนขวัญเดิมๆได้ เพรำะจ ำนวนคนเหลือ น้อย(ตั้งแต่ซุ้มประตูโขงและแนวบริเวณด้ำนในก ำแพง โบรำณ จึงได้สร้ำงวิหำรหลังใหม่ไว้ตำมแนวเดิมแทนวิหำร หลังเก่ำ ซึ่งได้รับผลกระทบจำกภัยสงครำม รวมทั้งสร้ำง กุฏิสงฆ์ไว้นอกแนวก ำแพงแล้วปล่อยให้วัดเก่ำซึ่งมีอำณำ บริเวณกว้ำงใหญ่กลำยเป็นวัดร้ำงไป แต่ได้บูรณะอุโบสถ และพระธำตุองค์เดิมเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทำงศำสนำ สืบๆมำ ในช่วงปกครองบ้ำนนำ พม่ำก็ได้สร้ำงธำตุศิลปะ ระแบบพม่ำครอบพระธำตุองค์เดิม สมัยพระเจ้ำดิลก ปนัดดำอีกชั้นหนึ่ง จนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งปี พ.ศ.2499 คณะศรีหรำประชำชนชำวต ำหนักได้ไปอำรำธนำพระ ปัญญำ สิริธัมโม จำกวัดน้ ำบ่อหลวง อ ำเภอสันป่ำตอง ซึ่ง เป็นผู้ประกอบด้วยศีลจำรวัตรอันงดงำมมำเป็นเจ้ำอำวำสวัดต ำหนักแห่งนี้ ท่ำนได้ชักชวนญำติโยมเข้ำมำ บูรณะวัดเก่ำ(ตั้งแต่ซุ้มประตูโขงเข้ำมำภำยในสถำนที่ท ำบุญจำกวิหำรบริเวณพระธำตุเข้ำมำใช้วิหำรซึ่ง สร้ำงขึ้นใหม่จวบจนกระทั่งปัจจุบัน นอกจำกนี้วัดต ำหนักยังมีชื่อเรียกหลำยชื่อตำมยุคสมัยดังนี้ 1.วัดผ่ำสิบ เอ็ดกอ วัดเวฬุวนำรำม(ป่ำไผ่) มีควำมเป็นมำคือ ในพงศำวดำรโยนก กล่ำวว่ำ เมื่อ พ.ศ.2062 วันอำทิตย์ เดือน 3 ขึ้น 10 ค่ ำ พระเมืองแก้วเสด็จไปบรรจุพระบรมธำตุ ณ พระสถูปเจดีย์ที่วัดเวฬุวนำรำม(ป่ำไผ่) ตั้งอยู่ทิศเหนือแห่งนครเชียงใหม่ ตำมมติของพระมหำหมื่นวุฒิญำโณ แห่งวัดหอธรรม ซึ่งปัจจุบันรวมเข้ำ กับวัดเจดีย์หลวง ได้กล่ำวว่ำ วัดเวฬุวนำรำมในอดีตก็คือวัดต ำหนักในปัจจุบัน 2.วัดสวนขวัญ มีควำม เป็นมำจำกกำรบันทึกข้อควำมท้ำยคัมภีร์ที่เป็นผลงำนของพระสิริมังคลำจำรย์ 3 คัมภีร์คือเวสสันตรทีปนี จักวำฬทีปนี และสังขยำปกำสกฎีกำ มีใจควำมว่ำท่ำนอยู่ ณ ที่วัดสวนขวัญซึ่งห่ำงจำกวัดพระสงฆ์ไปทำง ทิศใต้ 1 คำวุตหรือประมำณ 4 กิโลเมตร ขณะที่ท่ำนแต่งคัมภีร์ทั้ง 3 นี้ ซึ่งปัจจุบันก็ได้แก่วัดต ำหนักแห่งนี้ และยังใช้เรียกชื่อนี้ควบคู่กันหรือปัจจุบัน คือ วัดต ำหนักสวนขวัญ 3.วัดต ำหนัก เป็นชื่อที่ใช้เรียกปัจจุบัน มีที่มำคือ เมื่อ พ.ศ.2339 พระเจ้ำกำวิละยกตรำทัพมำจำกเวียงป่ำซำงทิศใต้เมืองล ำพูน พร้อมด้วยเสนำ อ ำมำตย์ สมณพรำหมณ์ และประชำรำษฎร์เรียกขึ้นมำตั้งเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่นั้นมำคนทั่งหลำยจึงเรียก หมู่บ้ำนนั้นว่ำ หมู่บ้ำนต ำหนักตรำบจนบัดนี้ 4.วัดพระสิริมังคลำจำรย์ เป็นชื่อที่ผู้สนใจให้กำรศึกษำผลงำน กำรเรียนคัมภีร์ของพระสิริมังคลำจำรย์ ใช้เรียกชื่อวัดในปัจจุบันเพื่อเป็นเกียรติและเป็นอนุสรณ์แด่พระ มหำเถระท่ำนนี้ https://www.lovethailand.org/travel/th/1- https://www.at-chiangmai.com


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) พระสิริมังคลำจำรย์ ชาตกาล พระสิริมังคลำจำรย์ เป็นชำวเชียงใหม่ เกิดใน รัช สมัยของพระเจ้ำติโลกรำช แห่งรำงวงศ์มังรำย ระหว่ำง พ.ศ. 1985 -2030ท่ำนมีนำมเดิมว่ำ “ศรีปิงเมือง” ที่ได้ชื่อ อย่ำงนี้ ก็เพรำะว่ำ โยมมำรดำท่ำนคลอดขณะหลบภัยพำยุ ที่โคนต้นโพธิ์ โยมบิดำซึ่งมีอำชีพค้ำช้ำง จึงตั้งชื่อท่ำนว่ำ “ศรีปิงเมือง”สถำนที่เกิดของพระสิริมังคลำจำรย์ใน ปัจจุบัน คือ หมู่บ้ำนต ำหนัก แขวงป่ำซี่ ต ำบลแม่เหียะ อ ำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ บรรพชา พระสิริมังคลำจำรย์ บรรพชำเป็นสำมเณรตั้งแต่ อำยุยังน้อย มีฉำยำว่ำ “สิริมงฺคโล” ภำษำสำมัญว่ำ “สิริ มังคละ” เมื่ออำยุครบ (20 ปี) ก็ได้รับกำรอุปสมบทเป็น พระภิกษุ จ ำพรรษำอยู่ที่วัด “สวนขวัญ” หรือ วัดไผ่เก้ำกอ นี้เองภำษำบำลีเรียกวัดนี้ว่ำ “เวฬุวนำรำม” ปัจจุบันวัดนี้ มีชื่อว่ำ “วัดต ำหนักสวนขวัญสิริมังคลำจำรย์” ศึกษาเล่าเรียน หลังจำกบรรพชำอุปสมบทแล้ว ท่ำนได้เดินทำงไป เ รี ย น ห นัง สื อใ น ส ำ นั ก ข อง พ ร ะ พุ ท ธ วี ร ะ ซึ่ง นั ก ประวัติศำสตร์สันนิษฐำนกันว่ำ พระพุทธวีระนั้นเป็นพระ ในนิกำยลังกำวงศ์แต่จะเรียนในประเทศไทยหรือข้ำมไป เรียนที่ลังกำนั้นไม่มีหลักฐำนแน่ชัด เป็นแต่พบข้อควำมใน ปัจฉิมคำถำของคัมภีร์มังคลัตถทีปนีที่พระสิริมังคลำจำรย์ บันทึ กไ ว้ ว่ ำ พ ร ะพุท ธ วี ร ะ เป็น อ ำ จ ำ ร ย์ ของท่ ำน นอกจำกนั้นแล้วก็ไม่พบนำมว่ำ พุทธวีระในบันทึกใดใดอีก เลยทั้งจำกคัมภีร์ของลังกำ พม่ำหรือของล้ำนนำเองก็ตำม ผลงานของพระสิริมังคลาจารย์ ท่ำนทรงแต่งคัมภร์ 3 คัมภีร์ 1. คือเวสสันตรทีปนี 2.จักวำฬทีปนี 3. สังขยำปกำสกฎีกำ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ผลงาน เวสสันตรทีปนี รจนำส ำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2060 ในสมัยพระเมืองแก้ว อธิบำยอรรถกถำเวสสันดร ชำดก เกี่ยวกับเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่ำสนใจ สังขยำปกำสกฎีกำ รจนำส ำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2063 อธิบำยคัมภีร์สังขยำปกำสกะ ที่พระญำณวิลำส เถระรจนำ ให้เข้ำใจง่ำยขึ้น มังคลัตถปนี (หรือ มงคลทีปนี) รจนำเมื่อ พ.ศ. 2067 เป็นวรรณกรรมเรื่องเอกของพระสิริมังคลำ จำรย์ อธิบำยควำมในมงคลสูตร จักกวำฬทีปนี รจนำส ำเร็จเมื่อ พ.ศ. 2063 กล่ำวถึงเรื่องรำวในจักรวำลและโลกธำตุ พรรณนำถึง ภูมิของสัตว์ทั้งหลำย อำหำรของสัตว์ ภูเขำ แม่น้ ำ เทวดำ อสูร ฯลฯมีใจควำมว่ำท่ำนอยู่ ณ ที่วัดสวนขวัญ ซึ่งห่ำงจำกวัดพระสงฆ์ไปทำงทิศใต้ 1 คำวุตหรือประมำณ 4 กิโลเมตร ขณะที่ท่ำนแต่งคัมภีร์ทั้ง 3 นี้ซึ่ง ปัจจุบันก็ได้แก่วัดต ำหนักแห่งนี้ และยังใช้เรียกชื่อนี้ควบคู่กันหรือปัจจุบัน คือ วัดต ำหนักสวนขวัญ 3.วัด ต ำหนัก เป็นชื่อที่ใช้เรียกปัจจุบัน มีที่มำคือ เมื่อ พ.ศ.2339 พระเจ้ำกำวิละยกตรำทัพมำจำกเวียงป่ำซำง ทิศใต้เมืองล ำพูน พร้อมด้วยเสนำอ ำมำตย์ สมณพรำหมณ์ และประชำรำษฎร์เรียกขึ้นมำตั้งเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่นั้นมำคนทั่งหลำยจึงเรียกหมู่บ้ำนนั้นว่ำ หมู่บ้ำนต ำหนักตรำบจนบัดนี้ 4.วัดพระสิริมังคลำจำรย์ เป็น ชื่อที่ผู้สนใจให้กำรศึกษำผลงำนกำรเรียนคัมภีร์ของพระสิริมังคลำจำรย์ ใช้เรียกชื่อวัดในปัจจุบันเพื่อเป็น เกียรติและเป็นอนุสรณ์แด่พระมหำเถระท่ำนนี้ อ้ำงอิง 1. ↑ พระมหำสง่ำ ธีรส วโร และคณะ, ชีวิตและงานพระสิริมังคลาจารย์, พิมพ์ครั้งที่ 2 (เชียงใหม่ : ลำนนำกำรพิมพ์, 2546), หน้ำ 1–7 2. ↑ เพ็ญสุภา สุขคตะ. ""ล้านนาศึกษา" ใน "ไทยศึกษาครั้งที่ 13" (10) 500 ปี วรรณกรรมทีปนีของพระสิริมังคลา จารย์". มติชนสุดสัปดาห์. 3. ↑ ตำมรอยพระสิริมังคลำจำรย์สังฆปรำชญ์ล้ำนนำ, มหำวิทยำลัยมหำจุฬำลงกรณวิทยำลัย วิทยำเขตเชียงใหม่, (เชียงใหม่ : โรงพิมพ์จรรยำพิมพ์, 2556), หน้ำ 9. 4. ↑ ตามรอยพระสิริมังคลาจารย์สังฆปราชญ์ล้านนา, หน้ำ 9–10. 5. ↑ "บทบาทการเชื่อมโยงภูมิภาคของพระสิริมังคลาจารย์" (PDF). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่.


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์)


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) สิงห์ เอกลักษณ์ที่เด่นชัดของวัดทำงล้ำนนำไทย คือหน้ำ ประตูวัดจะนิยมปั้นรูปสิงห์หรือรำชสีห์ ส่วนที่รำวบันไดขึ้น วิหำร โบสถ์ หรือสถำนที่ส ำคัญอันเป็นที่ประดิษฐำนพระบรม สำรีริกธำตุ จะปั้นเป็นรูปนำคเลื้อยทอดตัวลงมำ ซึ่งสัตว์ทั้งสอง ชนิดนี้เป็นสัตว์ที่มีในเทพปกรณัม สิงห์หน้ำวัด ได้รับอิทธิพลมำจำกศิลปะพุกำม ครั้งที่ พม่ำได้เข้ำมำครอบครองดินแดนล้ำนนำไทย เป็นระยะเวลำที่ ยำวนำนจึงได้น ำเอำควำมคิดตำมคตินิยมของฝ่ำยตนเข้ำมำ เผยแพร่ด้วย จำกหนังสือเที่ยว เมืองพม่ำ พระนิพนธ์ของสมเด็จ ฯ กรมพระยำด ำรงรำชำนุภำพ ควำมตอนหนึ่งว่ำ “เค้ำมูลของรูปสิงห์ซึ่งตั้งฟำก ทำงขึ้นบันไดนั้น เดิมรำชสีห์ตัวหนึ่งลักรำชธิดำของพระยำมหำกษัตริย์ อัน มีลูกยังเป็นทำรกติดไปด้วย 2 คน เอำไปเลี้ยงไว้ ครั้นลูกชำยเติบ ใหญ่ พำแม่กับน้องหญิงหนีกลับมำอยู่ใน เมืองมนุษย์ ฝ่ำยรำชสีห์เที่ยว ตำมหำ… จึงให้สร้ำงรูปรำชสีห์ขึ้นฝำกไว้กับเจดีย์สถำนที่บูชำ เลยเป็น ประเพณีสืบมำ (เป็นเค้ำเดียวกับเรื่องสีหพำหุ ในหนังสือมหำวงศ์ พงศำวดำรลังกำ)” สิงห์หน้ำวัด เป็นสิงห์ตัวผู้ (สังเกตจำกขนสร้อยคอ) ช่ำงจะปั้น ให้อยู่ในท่ำนั่งด้วยสองเท้ำหลัง งอหำงขึ้นพำดไว้กลำงหลัง สองเท้ำหน้ำ ตั้งยันพื้น อ้ำปำกแผดสิงหนำท ขนหัวตั้งชัน บำงแห่งสิงห์จะคำบสตรีไว้ในปำก เรียกว่ำ “สิงห์คำยนำง” ซึ่งเป็นศิลปะแบบดั้งเดิมของพม่ำ ต่อมำก็ได้คลี่คลำยมำเป็นแบบลักษณะ ของศิลปะล้ำนนำไทย คือมี ขนำดพอเหมำะได้สัดส่วนสวยงำม ไม่สูง ใหญ่เทอะทะแบบศิลปะพม่ำ สิงห์หน้าวัดล้านนาไทย อิทธิพลศิลปะพุกาม https://www.silpa-mag.com/art/article_52305


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) นำครำวบันได โบสถ์ วิหำร ของล้ำนนำไทย จะมีลักษณะเฉพำะ กล่ำวคือจะมี “ตัว มังกร” หรือ “ตัวอม” เศียรนำคจะ โผล่ออกจำกปำก “ตัวมังกร” หรือ “ตัวอม” อีกทีหนึ่ง ข้อนี้เป็นกำรแสดงปริศนำ ธรรมของช่ำงล้ำนนำไทยยุคโบรำณได้ อย่ำงฉลำดแยบคำย ว่ำมนุษย์เรำหำก ไม่ปล่อยปละละวำง คิดแต่ตัวกูของกู อยู่ตลอดเวลำ ก็จะต้องประสบกับควำมทุกข์ยำกล ำบำก เช่นเดียวกับ “ตัวมังกร” หรือ “ตัวอม” ที่คำบเศียรนำค ไว้ จะกลืนก็ไม่ได้ จะคำยก็ไม่ออก ยิ่งคำบหลำยเศียรก็ยิ่ง ล ำบำกมำกขึ้นไปอีก เหตุที่นิยมปั้นนำคเป็นรำวบันได คงจะเป็นเพรำะ นำคมีล ำตัวยำว เวลำทอดเลื้อยตัวก็ดูงดงำม ไม่ว่ำบันได นั้นจะยำวสักเพียงใด เช่น บันไดทำงขึ้นสู่สถำนที่ส ำคัญ ทำงพุทธศำสนำ ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขำสูง จะปั้นรูปสัตว์ในเทพ ปกรณัมชนิดใดเป็นรำวบันไดได้เหมำะสมและสวยงำมเท่ำกับนำค คงจะไม่มีแล้ว ำครำวบันไดยุคแรกนั้น ก่อปั้นด้วยอิฐถือปู ทำสีปูนขำว ต่อมำได้วิวัฒนำกำรมำเป็น ก่อ ปั้น ด้วย อิฐถือปูนแล้วปิดทอง ส่วนเกล็ดนำคท ำด้วยดินเผำแล้วเคลือบ น ำมำติดเรียงกันไปตลอดล ำตัว ดูสวยงำม มำก นำครำวบันไดมีกำรปั้นที่ช่ำงได้พลิกแพลงไปหลำยแบบ เช่น ท ำเป็นนำคสำมเศียร, เจ็ดเศียร, นำคขด ล ำตัวเป็นวงก่อนที่จะชูเศียรขึ้น จะเห็นได้ว่ำ สิงห์หน้ำวัด และนำครำวบันได เป็นเอกลักษณ์ของงำน ประติมำกรรมในพุทธสถำนล้ำนนำไทย ที่ให้ทั้งควำมสวยงำมและคติธรรม https://www.silpa-mag.com/art/article_52305


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ต้นโพธิ์ ต้นโพธิ์ จัดเป็นไม้ยืนต้นขนำด ใหญ่ผลัดใบ แตกกิ่งก้ำนสำขำออกเป็นพุ่ม ตรงส่วนยอดของล ำต้น ปลำยกิ่งลู่ลง กิ่ง อ่อนเกลี้ยง ตำมกิ่งมีรำกอำกำศห้อยลงมำ บ้ำง ล ำต้นมีควำมสูงประมำณ 20-30 เมตร ล ำต้นมีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง ประมำณ 1.5-3 เมตร และมีน้ ำยำงสีขำว เปลือกต้นเรียบเป็นสีน้ ำตำลปนเทำ โคน ต้นเป็นพูพอนขนำดใหญ่ พบขึ้นทั่วไปทั้ง ในทวีปเอเชีย ปำกีสถำน จีนตอนใต้ และ ภูมิภำคอินโดจีน ในไทยพบในธรรมชำติ น้อยมำก เข้ำใจว่ำกระจำยพันธุ์มำจำกต้นที่มีกำรน ำมำ ปลูกเอง และพบขึ้นมำกตำมซำกอำคำร และนิยมปลูก กันทั่วไปในวัดทุกภำคของประเทศไทย ใบโพธิ์ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะ ของใบเป็นรูปใจ ปลำยใบแหลมและมีติ่งหรือหำงยำว (ปลำยติ่งบำงใบมีควำมยำวมำกกว่ำครึ่งหนึ่งของใบ) โคนใบมนเว้ำเข้ำหำก้ำนใบเป็นรูปหัวใจ ใบมีขนำดกว้ำง ประมำณ 8-15 เซนติเมตร และยำวประมำณ 12-24 เซนติเมตร ผิวใบเกลี้ยงเป็นมัน เนื้อใบค่อนข้ำงเหนียว ใบมีลักษณะห้อยลง แผ่นใบเป็นสีเขียวนวล ๆ ส่วนยอดอ่อนหรือใบอ่อนนั้นเป็นสีน้ ำตำลแดง ก่อนใบจะ ร่วงหล่นจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก้ำนใบยำวและอ่อน มีควำมยำวได้ประมำณ 8-12 เซนติเมตร มีหูใบยำว ประมำณ 0.5-1 เซนติเมตร หลุดร่วงได้ง่ำย เมื่อลมพัดจะเห็นใบโพธิ์พลิ้วไปตำมต้นใหญ่ดูสวยงำม ดอกโพธิ์ ออกดอกเป็นช่อกลม ๆ รวมกันเป็นกระจุกภำยในฐำนรองดอกรูปคล้ำยผล โดยจะออก ที่ตอนปลำยของกิ่ง ดอกย่อยเป็นแบบแยกเพศ ไม่มีก้ำน มีใบประดับเล็กที่โคน ฐำนดอกเป็นรูปทรงกลม ดอกย่อยมีขนำดเล็กและมีจ ำนวนมำก มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำงประมำณ 1-1.5 เซนติเมตร ดอกเป็นสี เหลืองนวล และจะเจริญไปเป็นผล ผลโพธิ์ ผลเป็นผลรวม ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกลมขนำดเล็ก มีขนำดเส้นผ่ำนศูนย์กลำง ประมำณ 0.8 เซนติเมตร ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูม่วง สีแดงคล้ ำ หรือม่วงด ำ และร่วงหล่นลงมำ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ต้นพระศรีมหำโพธิ์ (บำลี: โพธิรุกฺข) เป็นต้นโพที่พระโคตมพุทธเจ้ำเคยประทับ แ ล ะ ต รั ส รู้ ดัง ป ร ำ ก ฏ ใ น คั ม ภี ร์ ท ำง พระพุทธศำสนำว่ำต้นโพธิ์เปรียบได้กับพุทธ อุเทสิกเจดีย์อย่ำงหนึ่ง ท ำให้พันธ์ต้นโพ กลำยเป็นพันธ์ไม้ที่เป็นที่เคำรพนับถือของ ชำวพุทธเสมอมำนับแต่สมัยพุทธกำล ต้น โพธิ์ในพระพุทธประวัติสองต้นคือ ต้นพระศรี มหำโพธิ์ ณ พุทธคยำ สถำนที่ตรัสรู้ และต้น อำนันทโพธิ์ ณ วัดเชตวันมหำวิหำร ซึ่ง อำนันทโพธิ์ยังคงยืนต้นมำจนถึงปัจจุบัน โดยค ำว่ำ "ต้นพระศรีมหำโพธิ์" นั้น อำจหมำยถึงต้นที่อยู่ที่ พุทธคยำ ต้นโพธิ์ที่สืบมำจำกหน่อโพธิ์ตรัสรู้ที่พุทธคยำ หรือต้นโพธิ์ที่เป็นอุเทสิกเจดีย์อื่น ๆ ก็ได้ เช่น ต้น โพตำมวัดต่ำง ๆ ในปัจจุบันต้นพระศรีโพธิ์ส ำคัญที่ยังคง ยืนต้นอยู่ในปัจจุบันมี 3 ต้นด้วยกัน คือ ต้น พระศรีมหำโพธิ์ตรัสรู้ที่พุทธคยำ, ต้นพระชัยศรี มหำโพธิ์เมืองอนุรำธปุระ, และต้นอำนันทโพธิ์ วัดพระเชตวันมหำวิหำร แต่ต้นโพธิ์พระเจ้ำ อโศกแห่งเมืองอนุรำธปุระ ที่น ำหน่อพันธ์มำ จำกพุทธคยำ ได้รับกำรเคำรพนับถือและ ปฏิบัติบูชำด้วยควำมเคำรพอย่ำงสูงมำตลอด ตั้งแต่สองพันปีโดยไม่ขำดช่วง มีกำรท ำก ำแพง ทองค ำและมีชำวพุทธผู้ศรัทธำมำท ำกำร สักกำระตลอดเวลำ ซึ่งต่ำงจำกต้นพระศรีมหำโพธิ์ที่พุทธคยำที่ถูกท ำลำยและล้มลงตำมธรรมชำติหลำย ครั้ง และต้นอำนันทโพธิ์ที่วัดเชตวันที่ขำดช่วงกำรดูแลจำกชำวพุทธหลังจำกพระพุทธศำสนำเสื่อมไปจำก อินเดีย แม้ในประเทศไทย จะไม่ค่อยให้ควำมส ำคัญกับต้นพระศรีมหำโพธิ์เท่ำกับชำวพุทธในศรีลังกำ แต่ ปรำกฏตำมควำมเชื่อในประเทศไทยว่ำ ต้นพระศรีมหำโพธิ์ ที่พุทธคยำ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจ ำปีเกิด ส ำหรับผู้ที่เกิดปีมะเส็ง ส ำหรับชำวล้ำนนำยังมีควำมเชื่ออีกว่ำ ต้นโพธิ์เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ช่วยขจัดควำมทุกข์ ได้ จึงมีประเพณีถวำยไม้ค้ ำโพธิ์ และเครื่องประกอบพิธีกรรม ใต้ต้นโพธิ์ โดยผูกคติกับควำมเชื่อเรื่องสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งไม่ใช่ควำมหมำยเดิมของกำรบูชำต้นพระศรีมหำโพธิ์ตำมคัมภีร์ในพระพุทธศำสนำ อย่ำงไรก็ตำมต้นพระศรีมหำโพธิ์ที่สืบหน่อมำจำกต้นพระศรีมหำโพธิ์ตรัสรู้ในประเทศไทยยังคงมี อยู่หลำยต้น เช่น ต้นพระศรีมหำโพธิ์ที่วัดต้นศรีมหำโพธิ์ (ที่เชื่อว่ำน ำเข้ำมำปลูกสมัยทวำรำวดี), วัดพระศรี


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) รัตนมหำธำตุวรมหำวิหำร, วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนำรำมรำชวรวิหำร (ปลูกในสมัยพระบำทสมเด็จพระ จุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว) เป็นต้น แม้กำรท ำลำยต้นโพธิ์ตำมคัมภีร์ทำงพระพุทธศำสนำจะระบุว่ำเป็นกำรท ำบำปและหลบหลู่พระ รัตนตรัย แต่ในมหำสมณวินิจฉัย ของสมเด็จพระมหำสมณเจ้ำ กรมพระยำวชิรญำณวโรรส กล่ำวว่ำเฉพำะ ต้นพระศรีมหำโพธิ์ที่เป็นอุทเทสิกเจดีย์เท่ำนั้น ต้นโพธิ์ที่งอกทั่วไปและไม่ได้เป็นอุเทสิกำเจดีย์ คือไม่มีผู้ เคำรพบูชำในฐำนะตัวแทนของพระพุทธเจ้ำ (เช่นเดียวกับพระพุทธรูป) https://th.wikipedia.org/wiki http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20optionsearch_detail.asp?botanic_id=2250


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) “ท้าวเวสสุวรรณ” หนึ่งในเทพเจ้ำที่คนกรำบไหว้บูชำกันมำกขึ้น นั่นคือ ท้ำวเวสสุวรรณ ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในด้ำนกำรขอพรเกี่ยวกับโชค ลำภ กำรกรำบไหว้เสริมสิริมงคล บูชำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็น วัฒนธรรมที่อยู่คู่กับคนไทยมำอย่ำงช้ำนำน และ ในปี 2565 นี้ หนึ่งในเทพเจ้ำที่คนกรำบไหว้บูชำกันมำกขึ้น นั่นคือ ท้ำวเวสสุว รรณ ซึ่งเป็นที่เลื่องลือในด้ำนกำรขอพรเกี่ยวกับโชคลำภ วันนี้ Faith and Fortune จะมำพำทุกท่ำนมำรู้จักว่ำท่ำนเป็นใคร ท ำไมในปีนี้ ถึงมีคนกรำบ ไหว้ท่ำนกัน มำกขึ้น และ วิธีกำรกรำบ ไหว้ รวมถึง ข้อควรระวัง ท้าวเวสสุว รรณคือใคร ท้ำวเวสสุวรรณ เป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ในท้ำวจตุ โลกบำลทั้ง 4 อธิบดีแห่งอสูร โดยเป็นเทพผู้ปกป้อง พระพุทธศำสนำ และ เป็นเทพผู้คุ้มครองโลกมนุษย์ คอย ปัดเป่ำสิ่งไม่ดีออกไปจำกชีวิต อีกทั้งยังเป็นเทพเจ้ำแห่ง โชคลำภที่มีขุมทรัพย์มหำศำล ท่ำนได้ปรำกฎอยู่ในหลำย ควำมเชื่อทำงศำสนำ ไม่ว่ำจะเป็นท้ำวกุเวรของอินเดียใต้ พระซัมภลของทิเบต หรือ ตัวเหวินเทียนหวัง ของจีน ท ำให้ท่ำนเป็นเทพองค์หนึ่งที่เป็นที่ เคำรพนับถือในหลำย ๆ ประเทศ รูปลักษณ์ของท้าวเวสสุวรรณ สิ่งหนึ่งที่หลำย ๆ ท่ำนอำจจะไม่ทรำบ คือ ท้ำวเวสสุวรรณ มี 2 องค์ ได้แก่ท้ำวเวสสุว รรณ ที่มีองค์เป็นยักษ์ ยืนถือกระบองยำว และ โล่แก้วประพำฬ มีบริวำรแสนโกฏิ ท ำหน้ำที่


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) รักษำควำมเรียบร้อย และ ควำมยุติธรรมในสวรรค์ โดยถูกน ำมำ เป็นสัญลักษณ์ของอัยกำรมำกว่ำ 100 ปี ท้ำวเวสสุววรณ ที่ปรำกฏในร่ำงมนุษย์ ที่เป็นชำยพุงพลุ้ย ซึ่งเป็นเทพเจ้ำแห่งควำมมั่งคั่ง เป็นเจ้ำแห่งเงินทอง ซึ่งผู้คนเชื่อว่ำ กำรบูชำจะเพิ่มโชคลำภ ท ำให้มีกินมีใช้ไม่ขำด https://www.kasikornbank.com/th/personal/the-wisdom/articles/Pages/Onward6 7 _Faithand-Fortune_2022.aspx


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ต้นไทร ต้นไม้งำมสง่ำ ร่มเย็นดุจร่มโพธิ์ ร่มไทร ต้นไทร เป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นที่มีขนำด กลำงไปจนถึงขนำดใหญ่ ในส่วนของล ำต้นนั้น จะมีควำมสูงประมำณ 10-20 เมตร ล ำต้นตรง แตกกิ่งก้ำนสำขำแผ่ออก บำงชนิดจะเป็นพุ่มทึบ บำงชนิดเป็นพุ่มโปร่ง โดยมีรำกอำกำศห้อยลง มำตำมกิ่งก้ำนและล ำต้น จะมีผิวเปลือกเรียบ ขำวปนเทำ ส่วนใบนั้นเป็นใบเดี่ยวแตกออก จำกกิ่งและส่วนยอดของล ำต้น ซึ่งใบจะ ออกเป็นคู่สลับกัน โดยแต่ละสำยพันธุ์จะมี ลักษณะแตกต่ำงกันออกไป ทั้งขนำดใบและ สีสันของใบ ปลูกต้นไทรไว้ประจ ำบ้ำนชีวิตจะดีขึ้นยังไง คนไทยโบรำณมีควำมเชื่อว่ำถ้ำบ้ำน ใดปลูกต้นไทรไว้เป็นไม้ประจ ำบ้ำน จะท ำให้ บ้ำนนั้นมีควำมร่มเย็น ดั่งค ำกล่ำวของคน โบรำณที่ว่ำ “ร่มโพธิ์ ร่มไทร” ซึ่งจะช่วยให้เกิด ควำมร่มเย็นเป็นสุข และยังช่วยคุ้มครอง ป้องกันภัยอันตรำยให้กับผู้ที่อยู่อำศัยด้วย บำง คนมีควำมเชื่อว่ำต้นไทรเป็นต้นไม้ที่มีควำม ศักดิ์สิทธิ์ เพรำะมีเทพำรักษ์อำศัยอยู่คอย คุ้มครองพิทักษ์ปวงชนให้อยู่เย็นเป็นสุข กำร ปลูกต้นไทรไว้ประจ ำบ้ำนนอกจำกจะช่วยเสริมควำมเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเสริมฮวงจุ้ยและช่วยให้กำรค้ำ ขำยดีขึ้นอีกด้วย ปลูกต้นไทรไว้ประจ ำบ้ำนชีวิตจะดีขึ้นยังไง คนไทยโบรำณมีควำมเชื่อว่ำถ้ำบ้ำนใดปลูกต้นไทรไว้เป็นไม้ประจ ำบ้ำน จะท ำให้บ้ำนนั้นมีควำม ร่มเย็น ดั่งค ำกล่ำวของคนโบรำณที่ว่ำ “ร่มโพธิ์ ร่มไทร” ซึ่งจะช่วยให้เกิดควำมร่มเย็นเป็นสุข และยังช่วย


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) คุ้มครองป้องกันภัยอันตรำยให้กับผู้ที่อยู่อำศัยด้วย บำงคนมีควำมเชื่อว่ำต้นไทรเป็นต้นไม้ที่มีควำม ศักดิ์สิทธิ์ เพรำะมีเทพำรักษ์อำศัยอยู่คอยคุ้มครองพิทักษ์ปวงชนให้อยู่เย็นเป็นสุข กำรปลูกต้นไทรไว้ ประจ ำบ้ำนนอกจำกจะช่วยเสริมควำมเป็นสิริมงคลแล้ว ยังเสริมฮวงจุ้ยและช่วยให้กำรค้ำขำยดีขึ้นอีกด้วย ควรปลูกต้นไทรไว้ตรงบริเวณใดของบ้ำน หำกจะปลูกต้นไทรไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้ำนและผู้อยู่อำศัยก็ควรจะปลูกไว้ทำงทำงทิศตะวันตก ของบ้ำน ซึ่งผู้ปลูกควรจะปลูกในวันอังคำร เพรำะคนโบรำณเชื่อว่ำกำรปลูกต้นไม้เพื่อเอำประโยชน์ทำงใบ ให้ปลูกในวันอังคำรจะช่วยเสริมควำมเป็นสิริมงคลมำกยิ่งขึ้น ส่วนประกอบของต้นไทร ลักษณะของล าต้น ต้นไทรเป็นพรรณไม้ยืนต้นที่มีทั้งขนำดกลำงและขนำดใหญ่ โดยมีล ำต้นสูงประมำณ 10-20 เมตร และล ำต้นจะมีลักษณะตรงแตกกิ่งก้ำนเป็นพุ่มทึบ แต่บำงชนิดจะเป็นพุ่มโปร่ง มีรำกอำกำศห้อยลงมำตำม กิ่งก้ำนและล ำต้น ใบ ใบของต้นไทรนั้นจะเป็นใบเดี่ยวที่แตกออกจำกกิ่ง ส่วนยอดของล ำต้นใบจะออกเป็นคู่สลับ มี ลักษณะเป็นรูปวงรี รูปใบหอก หรือรูปไข่แกมวงรี ส่วนสีของใบนั้นส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียว ซึ่งขนำดและ สีสันของแต่ละสำยพันธุ์ก็จะมีควำมแตกต่ำงกันออกไป ดอก ในส่วนของดอกต้นไทรนั้นจะมีลักษณะเป็นดอกช่อ ซึ่งจะเกิดภำยในฐำนรองดอกที่มีรูปร่ำงกลม ๆ คล้ำยกับผลของต้นไทร โดยดอกจะออกเป็นคู่ที่ซอกใบ และจะแยกเพศไว้อยู่ในช่อเดียวกัน ต้นไม้ในพุทธประวัติ : ต้นไทรนิโครธ ต้นไทรเป็นต้นไม้ใหญ่ มีใบร่มรื่น ปกคลุมให้ควำมร่มเย็น ชื่อในบำลี อชปำลนิโครธ แปลว่ำ ที่พัก ของคนเลี้ยงแกะ ชื่อในฮินดูเรียก ปันฮัน ในประเทศไทยบำงแห่งเรียก บันยันต้นไทรมีควำมเกี่ยวข้องใน พุทธศำสนำที่ส ำคัญ 2 ตอน คือ ตอนที่หนึ่ง ในเวลำเช้ำของวันขึ้น 15 ค่ ำ เดือน 6 ก่อนที่จะตรัสรู้ ขณะที่พระองค์ประทับอยู่ใต้ต้น ไทรนั้น นำงสุชำดำน ำข้ำวมธุปำยำสใส่ถำดทองมำถวำย เมื่อเสวยข้ำวมธุปำยำสไปแล้ว ได้น ำถำดทองนั้น ลอยน้ ำในแม่น้ ำเนรัญชรำ แล้วเสด็จไปประทับ ณ ต้นศรีมหำโพธิ์ และตรัสรู้ ณ โคนไม้นั้น


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) หลังจำกตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้ำแล้ว ทรง ประทับเสวยวิมุตสุขอยู่ ณ ใต้ต้นไม้หลำยชนิดใน บริเวณนั้น ในสัปดำห์ที่ 5 ทรงกลับมำประทับวิมุต สุข ณ โคนไม้ต้นไทรนิโครธอีกครั้ง และในครั้งนี้มีเหตุกำรณ์อันส ำคัญก็คือ ก ำ รต รัสตอบค ำถ ำมพ ร ำหมณ์ หึ ทุกช ำติ (พรำหมณ์ขี้บ่น) ที่ถำมพระพุทธเจ้ำว่ำ “บุคคลชื่อ ว่ำเป็นพรำหมณ์ด้วยเหตุเพียงเท่ำไรหนอ ก็แล ธรรมเหล่ำไหนท ำบุคคลให้เป็นพรำหมณ์” พระพุทธเจ้ำจึงทรงกล่ำวว่ำ “พรำหมณ์ใดมีบำปธรรมอันลอยเสียแล้ว ไม่ตวำดผู้อื่นว่ำ หึหึ (ไม่ขี้บ่น ด่ำว่ำ ผู้อื่น) ไม่มีกิเลสดุจ น้ ำฝำด (กำรที่ไม่มีกิเลสเสมือนว่ำได้ฟอกล้ำงกิเลสที่เหมือนน้ ำฝำดออกหมดสิ้น) มีตนอันส ำรวมถึงที่สุด แห่งเวท (หรือควำมรู้อันเป็นที่สุด) มีพรหมจรรย์อยู่จบแล้ว (เพรำะพรหมหมำยถึงผู้อยู่เดียวดำย ไม่ข้อง แวะด้วยกำมคุณ) พรำหมณ์นั้นไม่มีกิเลสเครื่องผูก ขึ้นในอำรมณ์ไหนในโลก คือไม่มีกำรเกิดขึ้นของ กิเลสเมื่อมีกำร กระทบกันของอำยตนะ ควรกล่ำว ว่ำ ตนเป็นพรำหมณ์โดยธรรม ในพระอรรกถำเรื่องปำสกสิสูตรกล่ำวว่ำ เมื่อพระพุทธเจ้ำเสด็จไปยังต้นไทรนิโครธนั้น ทรง เฟ้นธรรม ซึ่งมีผู้รู้หมำยควำมว่ำ ธรรมส ำคัญที่ กล่ำวถึงคือ โพธิปักขิยธรรม 37 ประกำร หรือธรรม อันเกื้อกูลให้ตรัสรู้ในควำมหมำยแห่งสัญลักษณ์ ของต้นไทร เนื่องจำกไทรเป็นต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่น มีรำกไทรย้อย ที่จะแพร่ขยำยพืชพรรณออกไปได้โดยรอบ พุ ท ธ ศ ำ ส น ำ จึ ง เ ป็ น ดั่ ง ต้ น ไ ท ร ที่ พ ร้ อ ม จ ะ ข ย ำ ย อ อ ก ไ ป ใ ห้ ค ว ำ ม ร่ ม เ ย็ น แ ก่ โ ล ก https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/amulets/news_233850


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ก ำแพงศิลำแลง ศิ ล ำ แ ลง ห รื อ แม่ รัง เป็น วั สดุใน ธรรมชำติอย่ำงหนึ่ง มีลักษณะคล้ำยกับหิน สีแดง ส้ม หรือน้ ำตำลเข้ม มีรูพรุนทั่วไป นับเป็นวัสดุที่มี ควำมส ำคัญในกำรก่อสร้ำงในอดีต เนื่องจำกมี ควำมอ่อนนุ่มและมีควำมแข็งพอสมควร ลักษณะทั่วไป ศิลำแลงเป็นวัสดุที่ผ่ำนกระบวนกำรผุพัง มำเป็นระยะเวลำยำวนำน มีลักษณะเป็นรูพรุน ทั่วไป มีสีสนิมเหล็ก หรือสีอิฐ ส่วนประกอบส ำคัญทำงเคมีของศิลำแลง คือ ออกไซด์ของเหล็ก หรือ อะลูมิเนียม โดยอำจมีแร่ควอตซ์และเคโอลิไนต์ปนอยู่ด้วย ส่วนธำตุที่เป็นด่ำงและซิลิเกตนั้นมีอยู่น้อยมำก หำกมีสำรประกอบเหล็กอยู่มำกพอ ก็อำจ น ำไปใช้เป็นวัตถุดิบถลุงเอำเหล็กได้ หรือ หำกมีสำรประกอบอะลูมิเนียมมำกพอ ก็ อำจน ำไปถลุงเอำโลหะอะลูมิเนียมได้ เช่นกัน การเกิด ศิ ล ำ แ ลง เ กิ ด ขึ้ นไ ด้ ใ น ส ภ ำ พ ภูมิอำกำศร้อนชื้น ฝนตกมำก แต่แล้งนำน ด้วย ในฤดูฝนน้ ำใต้ดินมีระดับสูง ท ำให้ท่วม ตอนบนของชั้นดิน (ซึ่งต่อไปกลำยเป็นศิลำ แลง) ระหว่ำงนั้น น้ ำฝนจะละลำยเอำ สำรประกอบอะลูมิเนียมออกไซด์เอำไว้ เมื่อถึง ห น้ ำ แ ล้ ง น้ ำ ใ ต้ ดิ น ล ด ร ะ ดั บ ต่ ำ ล ง


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ก็พำเอำสำรประกอบอะลูมิเนียมลงไปสู่ที่ต่ ำ เวลำนำนเข้ำ วัสดุบริเวณด้ำนบนจึงมีสำรประกอบเหล็ก ออกไซด์มำกขึ้น และมักรวมกันเป็นกลุ่ม จึงเกิดเป็นโพรงว่ำง เป็นทำงให้น้ ำใต้ดินซึมขึ้นลงได้ง่ำยขึ้น และ ชะสำรประกอบอะลูมิเนียมออกไซด์ออกไปเร็วด้วย ท ำให้ศิลำแลงมีลักษณะเด่น คือ มีรูพรุนทั่วไป และ เนื้อเป็นสำรประกอบเหล็กออกไซด์มำกกว่ำอะลูมิเนียมออกไซด์ ประเภทของศิลำแลง ในประเทศไทยพบศิลาแลง 2 แบบ คือ แบบที่เชื่อมยึดตัวแน่น เป็นแผ่นต่อเนื่องเป็นพืด เรียกว่ำ "ศิลำแลง" หรือ "แม่รัง" นิยมตัดเป็นแท่งคล้ำยอิฐ น ำไปสร้ำงสิ่งก่อสร้ำง ก ำแพง ปูทำงเดิน และ แบบที่เกำะตัวกันหลวมๆ ลักษณะร่วน เรียกว่ำ "ลูกรัง" นิยมใช้อัดพื้นถนน เพรำะเมื่อมีกำรบดอัด และ ได้รับควำมชื้นจำกน้ ำแล้ว จะจับตัวแน่นดีกว่ำดิน หรือทรำย ธรรมดำ การขุดและตัด กำรน ำศิลำแลงมำใช้นั้น เป็นกระบวนกำรที่ไม่ยุ่งยำกนัก เมื่อ เปิดหน้ำดินลงไปถึงตัวศิลำแลง จะพบเนื้อดินที่ไม่แข็งนัก ใช้ขวำนหรือ เหล็กสกัด หรือชะแลง เซำะร่องงัดออกมำเป็นแท่งสี่เหลี่ยมขนำดใหญ่ ได้ แต่เมื่อยกขึ้นมำแล้วต้องรีบตัดแต่งให้เข้ำรูปตำมต้องกำรโดยเร็ว เพรำะหำกทิ้งไว้เป็นเวลำนำน มันจะแข็งตัวกว่ำเดิมมำก เมื่อแต่งรูป เสร็จแล้ว วำงทิ้งไว้ประมำณ 1 เดือน ก็จะแข็งมำก สำมำรถน ำไป ก่อสร้ำงได้เหมือนอิฐ ศิลำแลงนี้สำมำรถพบได้ในโบรำณสถำนสมัย สุโขทัยเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็พบได้ในโบรำณสถำนแห่งอื่นๆ เช่น เชียงแสน เชียงใหม่ ก ำแพงเพชร เป็นต้น ปัจจุบันมีควำมนิยมน ำศิลำแลงมำใช้ตกแต่งสวน เป็นหินปูพื้น ปูทำงเดิน ก่อก ำแพง และอำจใช้ ก่อผนังอำคำรบ้ำนเรือนได้เช่นกัน อ้ำงอิง พจนำนุกรมศัพท์ธรณีวิทยำ ฉบับรำชบัณฑิตยสถำน. พิมพ์ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2544 หน้ำ 199. https://th.wikipedia.org/wiki


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ศำลำรำย-บำตร ศำลำรำย คือ ศำลำที่ สร้ำงรำยรอบอุโบสถและวิหำร เช่นเดียวกับถะรำยหรือเจดีย์รำย ( ถ ะ หม ำ ย ถ ึง เ จดีย์ท รง จีน ตัวอย ่ำงเช ่นถะรำย ที ่รำยรอบ วิหำร) ศำลำที่อยู่รำยรอบศำสน สถำน มีโบสถ์เป็นต้น ศำลำรำย ศำลำโถงขนำดเล็กสร้ำงโดดๆ เรียงรำยรอบอุโบสถ หรือเรียงรำยล้อมก ำแพงแก้วที่ใช้ก ำแพงแก้วเป็นฝำด้ำนหนึ่งก็ มี ยกพื้นสูงพอประมำณ ศำลำรำยนี้ใช้เป็นที่พักหรือจัดเตรียม ของก่อนเข้ำท ำพิธีในอุโบสถ เช่น ศำลำรำยรอบพระอุโบสถวัด พระศรีรัตนศำสดำรำม ศำลำรำยริมก ำแพงแก้ววัดโอรสำรำม และวัดเทพธิดำรำม กรุงเทพฯ ข้อสังเกตก็คือ ถ้ำเป็นศำลำรำยมักจะเป็นศำลำโถง เปิดโล่งโดยรอบ เว้นแต่ศำลำรำยที่อยู่ติดก ำแพงแก้ว และจะ ไม ่มีกำรประดิษฐำนพระพุทธรูปไว้ในศำลำรำยแต ่ถ้ำบำงวัด เช่น วัดพระธำตุล ำปำงหลวง จังหวัดล ำปำง มีกำรประดิษฐำน พระพุทธรูปไว้ ฐำนะของศำลำรำยจะเปลี่ยนเป็นวิหำร ในคติจักรวำลทัศน์ ศำลำรำยเป็นสัญลักษณ์อันเปรียบ ได้ดั่งเป็นอนุทวีปที่รำยล้อมศูนย์กลำงของทวีป คือ เขำพระสุเมรุ ส่วนในประโยชน์ใช้สอยก็คือเป็น สถำนที่พักหรือจัดเตรียมข้ำวของเพื่อเข้ำท ำพิธีกรรมในพระอุโบสถ/วิหำร เป็นต้น https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/amulets/news_4092299


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) วิหารลายค าวัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) วิหำรลำยค ำ เป็นวิหำรที่ตั้งนอกบริเวณวัดต ำหนักสวน ขวัญ (นอกก ำแพงเก่ำ) แต่อยู่ในก ำแพงใหม่(ก ำแพงศิลำแลงวัด ต ำหนัก) ภำยในประดิษฐำน “พระพุทธรูปปิดทองทั้งองค์ และ ที่สังเกตคือปำกแดง เรียกว่ำหลวงพ่อปำกแดง” วิหำรแห่งนี้ ได้รับกำรยกย่องว่ำ เป็นวิหำรสถำปัตยกรรมล้ำนนำ ที่มีรูปแบบ ควำมเป็นพื้นเมืองอันงดงำมสมบูรณ์แบบมำกที่สุดแห่งหนึ่ง วิหำรลำยค ำ หันหน้ำไปทำงทิศตะวันออก มีบันไดนำค และสิงห์มอมปูนปั้น 2 ตัว หลังคำมุงกระเบื้องดินเผำ หน้ำบัน และเสำลงรักสีแดง ค ำว่ำ “ลำย ค ำ” คือกำรปิดทองล่องชำดท ำลวดลำยเป็นภำพวิมำน เมฆ มังกร ตรงพื้นที่ด้ำนหลังองค์พระประธำน และเสำ โดยใช้ทอง มำกเป็นพิเศษเมื่อสะท้อนแสงจะท ำให้วิหำรดูเป็นสีทองอร่ำมไป ทั้งหลัง ประวัติกำรก่อสร้ำงวิหำรลำยค ำไม่ปรำกฏเอกสำรอย่ำง แน่ชัด แต่เชื่อกันว่ำน่ำจะสร้ำงขึ้นในสมัยพญำเมืองแก้ว ยุค ล้ำนนำรุ่งเรือง และได้รับกำรบูรณะอีกหลำยครั้ง รวมทั้งกำร บูรณะของยุดสมัยพระสิริมังคลำจำรย์ เป็นสถำนที่จำรึกคัมภีร์ ทำงพุทธศำสนำ และเป็นเจ้ำอำวำสในสมัยนั้น https://www.finearts.go.th/storage/contents/file/87c4E1w5ntbSfO5wG4Gu22hlFTKGu9s84 VfHDOyx.pdf


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) อุโบสถ อุโบสถ (อ่ำนว่ำ อุ-โบ-สด) ถือ เป็นอำคำรที่ส ำคัญภำยในวัดเนื่องจำก เป็นสถำนที่ที่พระภิกษุสงฆ์ใช้ท ำ สังฆ กรรมซึ่งแต่เดิมในกำรท ำสังฆกรรมของ พระภิกษุสงฆ์จะ ใช้เพียงพื้นที่โล่ง ๆ ที่ ก ำหนดขอบเขตพื้นที่สังฆกรรมโดยกำร ก ำหนดต ำแหน่ง“สีมำ” เท่ำนั้น แต่ใน ปัจจุบันจำกกำรมีผู้บวชมำกขึ้น อีกทั้ง ภำยใน พระอุโบสถมักประดิษฐำนพระ ประธำนที่เป็นพระพุทธรูปองค์ส ำคัญ ๆ ท ำให้มีผู้มำสักกำรบูชำและร่วมท ำบุญ เป็นจ ำนวนมำก พระอุโบสถจึงถูกสร้ำง ขึ้นเป็นอำคำรถำวรและมักมี กำรประดับตกแต่งอย่ำงสวยงำม ค ำว่ำ อุโบสถ มำจำกรำกศัพท์ว่ำ อุป + วส + อถ ปัจจัย โดยมีกำรแปลงรูปตำมภำษำบำลี ดังต่อไปนี้ “อุโบสถ” บำลีเป็น “อุโปสถ” อ่ำนว่ำ อุ-โป-สะ-ถะ รำกศัพท์มำจำก อุป- อุปสรรค (เข้ำไป, ใกล้, มั่น) + วสฺ ธำตุ (อยู่) + -อถ ปัจจัย, แปลง อะ ที่ (อุ)-ป กับ ว-(สฺ) เป็น โอ (อุป + วสฺ > อุโปสฺ) : อุป + วสฺ = อุปวสฺ > อุโปสฺ + อถ = อุโปสถ (ปุงลิงค์) (อุโปสโถ) แปลตำมศัพท์ว่ำ (1) “ธรรมเป็น ที่เข้ำจ ำ”, “กำลเป็นที่เข้ำจ ำ” (คือเข้ำไปอยู่โดยกำร ถือศีลหรืออดอำหำร) (2) “กำลเป็นที่เข้ำถึงกำรอดอำหำรหรือเข้ำถึงศีลเป็นต้นแล้วอยู่”และยังมีอีกมี หลำยควำมหมำย คือ หมำยถึง สถำนที่ที่พระสงฆ์ประชุมท ำสังฆกรรมตำมพระวินัย เรียกตำมค ำวัดว่ำ อุโบสถำคำร บ้ำง อุโบสถัคคะ บ้ำง แต่เรียกโดยทั่วไปว่ำ โบสถ์กำรเข้ำจ ำ คือกำรรักษำศีล ๘ ของอุบำสก อุบำสิกำ ในวันขึ้น และแรม ๘ ค่ ำ ๑๕ ค่ ำ เรียกว่ำ รักษำอุโบสถ และรักษำอุโบสถศีล วันพระหรือวันฟังธรรมของคฤหัสถ์ วัน ขึ้นและแรม ๘ ค่ ำ ๑๕ ค่ ำ ซึ่งเป็นวันที่คฤหัสถ์รักษำอุโบสถกัน เรียกว่ำ วันอุโบสถ วันที่พระสงค์ลงฟังพระ ปำติโมกข์ทุกกึ่งเดือน เรียกว่ำวันอุโบสถกำรสวดพระปำติโมกข์ทุกกึ่งเดือนหรือทุกวันอุโบสถของพระสงฆ์


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) เรียกว่ำ กำรท ำอุโบสถ โบสถ์ เป็นค ำเรียกสถำนที่ส ำหรับพระสงฆ์ใช้ประชุมกันท ำสังฆกรรมตำมพระวินัย เช่นสวดพระปำติโมกข์ ให้อุปสมบท มีสีมำเป็นเครื่องบอกเขต ค ำว่ำ โบสถ์ เป็นค ำที่ใช้เฉพำะใน พระพุทธศำสนำ โบสถ์ เรียกเต็มค ำว่ำ อุโบสถ หรือ โรงอุโบสถ ถ้ำเป็นของพระอำรำมหลวงเรียกว่ำ พระ อุโบสถ บำงถิ่นเรียกว่ำ สีมำ หรือ สิม โบสถ์ เป็นสถำนที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้ำ เป็นเขตแดนที่พระเจ้ำแผ่นดิน พระรำชทำนให้แก่สงฆ์เป็นพิเศษ เรียกว่ำ วิสุงคำมสีมำ ก่อนที่จะมำเป็นโบสถ์ที่ถูกต้องตำมพระวินัย จะต้องมีสังฆกรรมที่เรียกว่ำ ผูกสีมำ หรือ ผูกพัทธสีมำก่อน สถำปัตยกรรมที่ใช้สร้ำงโบสถ์ ส่วนใหญ่หลังคำสูงแบบบ้ำนเรือนไทย นิยมสร้ำงบ้ำนชั้นเดียวติด กับพื้นยกพื้นสูงขึ้น วิหำร หมำยถึง อำคำรที่สร้ำงขึ้นโดยมีหลังคำ ๒ ปีก หรือหลังคำที่ลำดลงไป ๒ ข้ำงอีก นัยหนึ่ง คือหลังคำที่มีสันหลังคำหรืออกไก่ หรือหลังคำที่มียอดแหลม อย่ำงทรงพีระมิดก็ได้ หลังคำนี้ อำจจะเป็น "หลังคำทรงมลิลำ" โดยมีหน้ำจั่วหัวท้ำยหลังคำก็ได้ หรือจะไม่มีหน้ำจั่วแต่เป็นทรงปั้นหยำก็ได้ หรืออำจจะผสมกันทั้ง ๒ แบบก็ได้ อุโบสถ (อ่ำนว่ำ อุ-โบ-สด) ถือเป็นอำคำรที่ส ำคัญภำยในวัดเนื่องจำกเป็นสถำนที่ที่พระภิกษุสงฆ์ ใช้ท ำสังฆกรรมซึ่งแต่เดิมในกำรท ำสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์จะใช้เพียงพื้นที่โล่งๆ ที่ก ำหนดขอบเขต พื้นที่สังฆกรรมโดยกำรก ำหนดต ำแหน่ง "สีมำ" เท่ำนั้น แต่ในปัจจุบันจำกกำรมีผู้บวชมำกขึ้น อีกทั้งภำยใน พระอุโบสถมักประดิษฐำนพระประธำนที่เป็นพระพุทธรูปองค์ส ำคัญๆ ท ำให้มีผู้มำสักกำรบูชำและร่วม ท ำบุญเป็นจ ำนวนมำก พระอุโบสถจึงถูกสร้ำงขึ้นเป็นอำคำรถำวรและมักมีกำรประดับตกแต่งอย่ำง สวยงำม ทั้งนี้ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ รำชบัณฑิต) เจ้ำอำวำสวัดรำชโอสำรำม ได้ อธิบำยควำมหมำยค ำว่ำ "โบสถ์" ไว้ว่ำ เป็นค ำ เรียกสถำนที่ส ำหรับพระสงฆ์ใช้ประชุมกันท ำ สังฆกรรมตำมพระวินัย เช่นสวดพระปำติโมกข์ ให้อุปสมบท มีสีมำเป็นเครื่องบอกเขต ค ำว่ำ โบสถ์ เป็นค ำที่ใช้เฉพำะในพระพุทธศำสนำ โบสถ์ เรียกเต็มค ำว่ำ อุโบสถ หรือ โรงอุโบสถ ถ้ำเป็นของพระอำรำมหลวงเรียกว่ำ พระอุโบสถ บำงถิ่นเรียกว่ำ สีมำ หรือสิม


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) โบสถ์ เป็นสถำนที่ศักดิ์ศิทธิ์ เป็นที่ประทับของ พระพุทธเจ้ำ เป็นเขตแดนที่พระเจ้ำแผ่นดินพระรำชทำน ให้แก่สงฆ์เป็นพิเศษ เรียกว่ำ วิสุงคำมสีมำ ก่อนที่จะมำเป็นโบสถ์ที่ถูกต้องตำมพระวินัยจะต้อง มีสังฆกรรมที่เรียกว่ำผูกสีมำ หรือผูกพัทธสีมำก่อน ส่ ว น ค ำ ว่ ำ "พัทธสีมำ" เจ้ำคุณ ท อ ง ดี ไ ด้ ใ ห้ ควำมหมำยไว้ว่ำ สีมำ หมำยถึงเขตหรือแดน ที่ก ำหนดไว้ส ำหรับท ำ สังฆกรรมของสงฆ์ เป็นเขตชุมนุมสงฆ์ โ ด ย เ ฉ พ ำ ะ ซึ่ ง พระสงฆ์ก ำหนดว่ำผู้ อยู่ในเขตนั้นจะต้องร่วมกันท ำสังฆกรรมโดยควำมพร้อม เพรียงกัน พัทธสีมำ หมำยถึงสีมำ หรือเขตแดนที่พระสงฆ์ผูก ไว้แล้ว คือพระสงฆ์ร่วมกันก ำหนดให้เป็นเขตท ำสังฆกรรม ตำมพระวินัย เรียกพิธีกรรมที่ก ำหนดอย่ำงนั้นว่ำ ผูกสีมำ โดยทั่วไปเรียกพัทธสีมำว่ำ โบสถ์ หรืออุโบสถ เขตหรือแดน ที่จะผูกเป็นพัทธสีมำนั้นจะต้องได้รับอนุญำตจำกทำง รำชกำรก่อน เพรำะต้องเป็นเขตแยกต่ำงหำกจำกเขตแดนบ้ำน ซึ่งเรียกว่ำ วิสุงคำมสีมำ อ้ำงอิง พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. ๙ รำชบัณฑิต พจนำนุกรมเพื่อกำรศึกษำพุทธศำสน์ ชุด ค ำวัด, วัดรำชโอรสำรำม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548 https://th.wikipedia.org/wiki อุโบสถ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) พระธาตุเจดีย์ ค ำ ว่ ำ “ธ ำ ตุ” ตำม ตัวอักษรแปลว่ำ ผู้ทรงไว้/ทรงอยู่ สิ่งซึ่งทรงไว้/ทรงอยู่ ภำวะที่ทรง ไว้/ทรงอยู่ หมำยถึง สิ่งที่มีอยู่ เป็นอยู่คู่โลก ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนำมธรรม ไม่สูญสลำยไปไหน แต่อำจจะเปลี่ยนรูปขนำดสีสันไป เมื่อเวลำเปลี่ยนไป หรือเมื่อเปลี่ยน สถำนที่ ธำตุเป็นสิ่งที่มอยู่จริงโดย ไม่ต้องกำรมีกำรพิสูจน์ นี่คือควำมหมำยของค ำว่ำ “ธำตุ” โดยทั่วไป ในพระพุทธศำสนำนิยมใช้ค ำนี้มำก เช่น โลกธำตุ หมำยถึงควำมมีอยู่เป็นของโลก นิพพำนธำตุ หมำยถึงควำมมีอยู่เป็นอยู่ของนิพพำน กำมธำตุ หมำยถึงควำมมีอยู่เป็นอยู่ของภพภูมิของสัตว์ผู้เสพเสวยกำม คือพวกที่เสวยกำมคุณ เช่นโลกมนุษย์ รูป ธำตุ หมำยถึงควำมมีอยู่เป็นอยู่ของภพภูมิเทวดำชั้นรูปพรหม อรูปธำตุ หมำยถึงควำมมีอยู่เป็นอยู่ของภพ ภูมิของเทวดำชั้นอรูปพรหม อปริยำปันนธำตุ หมำยถึงควำมมีอยู่เป็นอยู่ของภพภูมิที่เหนือขึ้นไป(โลกุตตร ภูมิ) “ธำตุ” ตำมหลักธรรมทำงพระพุทธศำสนำนิยมหมำยถึงธำตุ ๔ ได้แก่ ปฐวีธำตุ(ธำตุดิน) อำโปธำตุ(ธำตุน้ ำ) เตโชธำตุ(ธำตุไฟ) และวำโยธำตุ(ธำตุลม) ถือเป็นส่วนประกอบพื้นฐำนของสิ่งทั้งหลำย ทั้งปวงในโลกนี้ ทั้งสิ่งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ตัวมนุษย์(คน)และสัตว์มีชีวิตทั้งหลำยประกอบด้วยขันธ์ ๕ คือ รูป(ธำตุหรือมหำภูตรูป ๔ และอุปำทำยรูป ๒๔) เวทนำ สัญญำ สังขำร วิญญำณ เรียกย่อ ๆ รูปนำม ค ำ ว่ำ “รูปนำม” ไม่ได้หมำยถึงว่ำมี ๒ อย่ำงคือ รูปกับนำม แต่หมำยถึงรูปนำม คือเขียนติดกันไปเลย ไม่ได้แยกกัน ใน รูปมีน ำมและในน ำมมี รูป เป็นอัน เดียวกัน ไม่ใช่แยกกัน “ธำตุ” ๔ นี้ไม่ได้ หำยไปไหน มีอยู่ในโลกในจักรวำลนี้ ตลอดเวลำ บำงทีก็ปรำกฏให้เห็นเป็น รูปร่ำง บำงทีก็ไม่ปรำกฏให้เห็นเป็น รูปร่ำง กล่ำวตำมภำษำวิทยำศำสตร์ก็ คือ บ ำงทีก็เป็นสส ำ ร บ ำงทีก็เป็น พลังงำน เปลี่ยนกลับไปกลับมำ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) “ธำตุ ๔“ ดังกล่ำวมำนั้นถือเป็น ธำตุพื้นฐำน จำก “ธำตุ ๔“ ก็ขยำยเป็น “ธำตุ ๑๘“ คือ จักขุธำตุ รูปธำตุ จักขุ วิญญำณธำตุ(ควำมจริงก็คือ ตำเห็นรูป เกิด กำรรับรู้ทำงตำ) โสตธำตุ สัททธำตุ โสต วิญญำณธำตุ(ควำมจริงก็คือ หูได้ยินเสียง เกิดกำรรับรู้ทำงหู) ฆำนธำตุ คันธธำตุ ฆำน วิญญำณธำตุ(ควำมจริงก็คือ จมูกได้กลิ่น เกิดกำรรับรู้ทำงจมูก) ชิวหำธำตุ รสธำตุ ชิวหำวิญญำณธำตุ(ควำมจริงก็คือ ลิ้นลิ้มรส เกิดกำรรับรู้ทำงลิ้น) กำยธำตุ โผฏฐัพพธำตุ กำยวิญญำณธำตุ(ควำมจริงก็คือ กำยสัมผัสกับสิ่ง เกิดกำรรับรู้ ทำงกำย) มโนธำตุ ธัมมธำตุ มโนวิญญำณธำตุ(ควำมจริงก็คือ ใจคิดเหตุกำรณ์ต่ำง ๆ เกิดกำรรับรู้ทำงใจ) ค ำว่ำ “ธำตุ” ในควำมหมำยที่แคบลงมำ หมำยถึงส่วนต่ำง ๆ ของร่ำงกำยคน (ทั้งส่วนที่เป็น กระดูกและอวัยวะภำยในอื่น)ที่เหลือจำกกำรถูกเผำ ที่เห็นชัดก็คือกระดูกของคนที่เหลือจำกกำรถูกเผำ แล้ว ค ำว่ำ “พระธำตุ” มีควำมหมำยเหมือนกับค ำว่ำ “ธำตุ” แต่มีข้อพิเศษออกไปก็คือเป็นส่วนต่ำง ๆ ของร่ำงกำยคนที่บรรลุธรรม มีจิตใจบริสุทธิ์หมดกิเลสเป็นพระอรหันต์ซึ่งเหลือจำกกำรถูกเผำ บำงที เรียกว่ำ “พระอรหันตธำตุ” พระสำวก สำวิกำของพระพุทธเจ้ำ(หมำยรวมถึง พระปัจเจกพุทธเจ้ำ และ อุบำสก อุบำสิกำผู้เป็นอรหันต์ด้วย) ค ำว่ำ “พระบรมสำรีริกธำตุ” หมำยถึงกระดูกของพระพุทธเจ้ำ(พระสัมมำสัมพุทธเจ้ำ) ค ำว่ำ “พระธำตุและพระบรมสำรีริกธำตุ” นี้ ตรง กับภำษำอังกฤษว่ำ “Relic” ซึ่งตรงกับ ภำษำลำตินว่ำ “Reliquiae” แปลว่ำ ส่วนที่ เหลืออยู่(Remains) เผ่ำชนทั้งหลำยใน อดีตถือว่ำ กระดูกคนเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลัทธิ ถือผีส ำงเทวด ำ(Shamanism)นิยมเก็บ ก ร ะ ดู ก ค น ไ ว้ ป ร ะ เ พ ณี นิ ย ม ใ น พ ร ะ พุ ท ธ ศ ำ ส น ำไ ม่ ว่ ำ จ ะใ น ยุ ค ข อง พระพุทธเจ้ำองค์ไหน นับตั้งแต่พระพุทธเจ้ำ พระนำมว่ำทีปังกรมำจนถึงพระพุทธเจ้ำ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) พระนำมว่ำโคดม กำรเก็บกระดูก (อัฐิ หรือเป็นกระดูกของคนบริสุทธิ์ก็นิยมเรียกว่ำ พระธำตุบ้ำง พระ สำรีริกธำตุบ้ำง พระบรมสำรีริกธำตุบ้ำง)ไว้บูชำสักกำระปรำกฏให้เห็นอยู่ทั่วไป เพรำะฉะนั้น ก็จะมี ข้อควำมในคัมภีร์กล่ำวถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นเครื่องระลึกถึงพระพุทธเจ้ำที่ปรินิพพำนไปแล้ว ๔ อย่ำง คือ ๑. ธำตุเจดีย์ คือ พระบรมสำรีริกธำตุ ๒. บริโภคเจดีย์ คือ สังเวชนียสถำน ๔ ต ำบล ๓. ธรรมเจดีย์ คือ จำรึกข้อพระธรรม ๔. อุเทสิกเจดีย์ คือ พระพุทธรูป ธรรมจักร รอยพระพุทธบำท พระแท่นวัชร อำสน์ หรือสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้ำ สรุปได้ในที่นี้ว่ำ สิ่งที่ควรบูชำสักกำระสูงสุดของชำวพุทธคือเจดีย์ ๔ ประเภทดังกล่ำว โดยเฉพำะธำตุเจดีย์นั้นมีควำมส ำคัญอย่ำงยิ่ง กำรหำยไปของพระธำตุหรือพระบรมสำรีริกธำตุเป็นเครื่อง แสดงถึงควำมเสื่อมของศำสนำอย่ำงหนึ่ง เรียกว่ำ “ธำตุอันตรธำน” แต่กำรหำยไปของธำตุที่ว่ำนี้ไม่ได้ หมำยถึงว่ำพระธำตุหรือพระบรมสำรีริกธำตุนั้นหำยไปจำกโลกนี้ เป็นเพียงกำรหำยไปจำกที่หนึ่งที่คนไม่ นิยมปฏิบัติธรรมแล้วไปปรำกฏในอีกที่หนึ่งที่คนนิยมปฏิบัติธรรม หรืออำจไม่ปรำกฏในที่ไหนเลยจนกว่ำ จะมีคนปฏิบัติธรรม จึงจะปรำกฏให้เห็น เหตุกำรณ์อย่ำงนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อไม่มีกำรบูชำสักกำระพระ บรมสำรีริกธำตุที่ประดิษฐำนอยู่ในที่ต่ำง ๆ ต ำนำนบอกว่ำ ถ้ำทั่วทุกหนทุกแห่งไม่มีผู้บูชำสักกำระเลย พระบรมสำรีริกธำตุทั้งหลำยจำกมนุษยโลก เทวโลก และภพพญำนำค จะเสด็จมำสู่ต้นพระศรีมหำโพธิ์ สถำนที่ตรัสรู้ทั้งหมด รวมกันเป็นรูปพระพุทธองค์ ทรงประดิษฐำน ณ โคนต้นพระมหำโพธิ์นั้น ทรงกระท ำ ยมกปำฏิหำริย์ แต่ไม่มีมนุษย์คนใดหรือสัตว์โลกตนใดเห็นพระองค์เลย เพรำะฉะนั้น ค ำว่ำ “ธำตุอันตรธำน” ไม่ได้หมำยถึงว่ำ ธำตุสูญสิ้นไปจำกโลก แต่หมำยถึงหำยไป ไม่ปรำกฏให้เห็น พระพุทธด ำรัสที่ตรัสกับพระอำนนท์ครำวหนึ่งว่ำ “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรำ ผู้ใดเห็น เรำ ผู้นั้นเห็นธรรม” ถ้ำจะอธิบำยในอีกลักษณะหนึ่งก็ได้ว่ำ ผู้ปฏิบัติธรรม บ ำเพ็ญคุณควำมดี มีคุณธรรม ประจ ำใจ ก็จะเห็นพระพุทธเจ้ำ ค ำว่ำ “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรำ” มี ๒ นัย นัยที่ ๑ หมำยถึงว่ำ ขณะที่พระพุทธเจ้ำยังทรงพระชนม์อยู่ คนที่อยู่ห่ำงไกลประสงค์จะเข้ำเฝ้ำ พระพุทธองค์ ไม่จ ำเป็นต้องเดินทำงไกลเพื่อไปเข้ำเฝ้ำพระพุทธองค์ก็ได้ แต่ให้ผู้นั้นปฏิบัติธรรม ท ำทำน รักษำศีล เจริญภำวนำ พระพุทธเจ้ำก็จะเปล่งรัศมีมี ๖ สีไปแสดงพระองค์ปรำกฏต่อหน้ำผู้นั้น นี่คือนัย ของค ำว่ำ “ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรำ” นัยที่ ๒ หมำยถึงว่ำ เมื่อพระพุทธเจ้ำเสด็จดับขันธปรินิพพำนไปแล้ว(ปรินิพพำน=ตำย) ผู้ ประสงค์จะเห็นพระพุทธเจ้ำ ขอให้อธิษฐำนจิตบ ำเพ็ญทำน รักษำศีล เจริญภำวนำ กล่ำวค ำอธิษฐำนขอให้ พระบรมสำรีริกธำตุเสด็จมำ ณ ภำชนะหรือสถำนที่เหมำะสมซึ่งจัดเตรียมเอำไว้ เมื่อท ำควำมดีถึงขั้น พระ บรมสำรีริกธำตุก็จะเสด็จมำตำมที่ปรำรถนำ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ลักษณะและสัณฐำนของพระธำตุและพระบรมสรีริก ธำตุ ลักษณะสี สัณฐำน และขนำดของพระธำตุ/ พระบรมสำรีริกธำตุมีหลำกหลำย มีลักษณะเป็นมัน เลื่อมสีต่ำง ๆ มีสีทองอุไรบ้ำง สีขำวใสดังแก้วผลึกบ้ำง สีดอกพิกุลแห้งบ้ำง มีสัณฐำนต่ำง ๆ เช่น กลม ยำวรี เสิ้ยว เป็นเหลี่ยม มีขนำดต่ำง ๆ กัน เช่น ขนำดใหญ่ เท่ำเมล็ดถั่วหัก ขนำดกลำงเท่ำเมล็ดข้ำวสำรหัก ขนำดเล็กเท่ำกับเมล็ดพันธุ์ผักกำด พระธำตุและพระ บรมสำรีริกธำตุมีลักษณะและสัณฐำนหลำกหลำย ตำมที่กล่ำในต ำรำโบรำณ พอกล่ำวไว้เป็นตัวอย่ำงดังนี้ พระธำตุของพระสำรีบุตร สัณฐำนกลมเป็นมณฑล บ้ำงรีเป็นไข่จิ้งจก บ้ำงดังรูปบำตรคว่ ำ บ้ำง พรรณขำวดังสีสังข์ สีพิกุลแห้ง สีหวำยตะค้ำ พระธำตุพระโมคคัลลำนะ สัณฐำนกลมเป็นปริมณฑลอย่ำงหนึ่ง รีเป็นผลมะตูม และเมล็ดทำง หลำงก็มี และเมล็ดสวำก็มี เป็นสีด ำ หรือขำว หรือเขียว หรือเหลือเหมือนหวำยตะค้ำ ลำยดังไข่นก หรือ ร้ำวเป็นสำยเลือด พ ร ะ ธ ำ ตุ ข อง พ ร ะ อ ำ น น ท์ สัณฐำนดังใบบัวเผื่อน พรรณดังสีดอกพิกุล พรรณด ำดังน้ ำรัก หรือขำวสะอำดดังสีเงิน พระธำตุของพระอุบลวรรณำเถรี สัณฐำนงอกดังกระดูกสันหลังงู มีรูทะลุ กลำง พรรณเหลืองดังเกสรบัว พ ร ะ บ ร ม ส ำ รี ริ ก ธ ำ ตุ ( ข อ ง พระพุทธเจ้ำ)ขนำดใหญ่ ประมำณเท่ำ เมล็ดถั่วหัก จ ำนวน ๕ ทะนำน ทรงพระ บวรสัณฐำนเหมือนหนึ่งพรรณทองอุไร พระบรมสำรีริกธำตุ(ของพระพุทธเจ้ำ) ขนำดกลำง ประมำณเท่ำเมล็ดข้ำวสำรหัก จ ำนวน ๕ ทะนำน ทรงพระบวรสัณฐำน เหมือนหนึ่งพรรณแววแก้วผลึกอันเลื่อน ลอย


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) พระบรมสำรีริกธำตุ(ของพระพุทธเจ้ำ)ขนำดเล็ก ประมำณเท่ำเมล็ดพันธุ์ผักกำด จ ำนวน ๖ ทะนำน ทรงพระบวรสัณฐำนดังพรรณดอกบุปผชำติพิกุลอดุลสีใส ควำมหลำกหลำยด้ำนลักษณะ สี สัณฐำนของพระธำตุหรือพระบรมสำรีริกธำตุ อำจขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบหลำยอย่ำง เช่น สภำพทำงกำย ลักษณะพิเศษทำงจิตของพระอรหันต์หรือพระสัมมำสัมพุทธ เจ้ำ สภำพแวดล้อมทำงภูมิศำสตร์ หรือปฏิกิริยำทำงเคมีอย่ำงอื่น นอกจำกนี้ น่ำจะเกี่ยวเนื่องกับอำยุของ พระธำตุหรือพระบรมสำรีริกธำตุแต่ละองค์ด้วย ซึ่งบำงองค์อำจมีอำยุเป็นหมื่นชำติแสนชำติ ในคัมภีร์เถร วำทกล่ำวถึงพระนำมของพระพุทธเจ้ำ ๒๕ พระองค์ที่ปรินิพพำนไปแล้ว พระบรมสำรีริกธำตุของ พระพุทธเจ้ำเหล่ำนั้นยังคงสถิตอยู่ในโลก ไม่รวมพระธำต(หรือพระอรหันตธำตุ)ของพระสำวก สำวิกำซึ่งมี จ ำนวนมำก พระบรมสารีริกธาตุ ๒ ประเภท ๑. พระบรมสำรีริกธำตุไม่แตกกระจำย พระบรมสำรีริกธำตุที่ไม่แตกกระจำยมี ๗ ส่วน คือ พระเขี้ยวแก้ว ๔ พระรำกขวัญ ๒ และพระอุณหิสหรือส่วนพระนลำฏ ๑ ค ำว่ำ “ไม่แตกกระจำย” หมำยถึง ยังควำมเป็นรูปร่ำง เป็นแท่ง หรือเป็นกลุ่มก้อนสมบูรณ์ ไม่มีส่วนไหนหักบิ่นไป กล่ำวคือก่อนที่ร่ำงกำยจะ ถูกเผำ พระเขี้ยวแก้วเป็นต้นนี้มีรูปร่ำงอย่ำงใด หลังจำกร่ำงถูกเผำแล้ว พระเขี้ยวแก้วนี้ก็ยังมีรูปร่ำงอย่ำง นั้น ๒. พระบรมสำรีริกธำตุแตกกระจำย พระบรมสำรีริกธำตุที่แตกกระจำย คือ ส่วนอื่น นอกเหนือจำก ๗ ส่วนที่กล่ำวไว้ในในข้อ ๑ จะไม่เหลือส่วนที่เด่นชัด ขนำดเล็กสุดเท่ำเมล็ดพรรณผักกำด ขนำดเท่ำเมล็ดข้ำวสำรหัก และขนำดใหญ่เท่ำเมล็ดถั่วเหลือง ค ำว่ำ “แตกกระจำย” หมำยถึง ไม่มีควำม เป็นรูปร่ำง เป็นแท่ง หรือเป็นกลุ่มก้อนเหมือนเดิม มีบำงส่วนหักบิ่นไป กล่ำวคือก่อนที่ร่ำงกำยจะถูกเผำ พระธำตุนี้มีรูปร่ำงสมบูรณ์ แต่หลังจำกร่ำงถูกเผำแล้ว ก็สูญเสียควำมสมบูรณ์ไป พระธาตุและพระบรมสารีริกธาตุในพระพุทธศาสนา ความสืบเนื่องแห่งศรัทธาที่ไม่เสื่อมคลาย พระบรมสำรีริกธำตุที่ปรำกฏในคัมภีร์พุทธวงศ์ของฝ่ำยเถรวำทมีทั้งแตกกระจำยและไม่ได้แตก กระจำย พระพุทธเจ้ำที่มีพระบรมสำรีริกธำตุไม่แตกกระจำย จะมีข้อควำมที่ระบุลักษณะของพระสถูปไว้ ชัดเจน กล่ำวคือ พระทีปังกร มีพระสถูปสูง ๓๖ โยชน์ พระโกณฑัญญะ มีพระสถูป ๗ โยชน์ พระมงคล มีพระสถูปสูง ๓๐ โยชน์ พระสุมนะ มีพระสถูปสูง ๔ โยชน์ พระอโนมทัสสี มีพระสถูปสูง ๒๕ โยชน์ พระนำรท มีพระสถูปสูง ๔ โยชน์ พระปทุมุตตระ มีพระสถูปสูง ๑๒ โยชน์


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) พระสุชำตะ มีพระสถูปสูง ๓ คำวุต พระปิยทัสสี มีพระสถูปสูง ๓ โยชน์ พระธัมมทัสสี มีพระสถูปสูง ๓ โยชน์ พระสิทธัตถะ มีพระสถูปสูง ๔ โยชน์ พระติสสะ มีพระสถูปสูง ๓ โยชน์ พระวิปัสสี มีพระสถูปสูง ๗ โยชน์ พระสิขี มีพระสถูปสูง ๓ โยชน์ พระกกุสันธะ มีพระสถูปสูง ๓ คำวุต พระกัสสปะ มีพระสถูปสูง ๑ โยชน์ ควำมจริง พระพุทธเจ้ำทั้งหมดที่กล่ำวมำนี้มีพระบรมสำรีริกธำตุที่แตกกระจำยไปยังนำนำ ประเทศ แต่ไม่มีควำมข้อระบุถึง และข้อที่ว่ำ มีพระสถูปสูงเท่ำนั้นเท่ำนี้ คงหมำยถึงว่ำ พระพุทธเจ้ำแต่ละ พระองค์มีสถูป ๗ องค์ และมีควำมสูงเท่ำกันหมด เพื่อเป็นที่ประดิษฐำนพระบรมสำรีริกธำตุไม่แตก กระจำยทั้ง ๗ ประเภทมีพระธำตุเขี้ยวแก้วเป็นต้นนั้น เนื่องจำกมีพระบรมสำรีริกธำตุไม่แตกกระจำย ประชำชนชำวโลกจึงมีโอกำสน้อยที่จะได้บุญอันเกิดจำกกำรบูชำสักกำระ ส่วนพระพุทธเจ้ำที่มีพระบรม สำรีริกธำตุแตกกระจำย คือ พระเรวตะ พระโสภิตะ พระปทุมุตตระ พระสุเมธะ พระอัตถทัสสี พระปุสสะ พระเวสสภู พระโกนำคมนะ และพระโคดม พระบรมสำรีริกธำตุของพระพุทธเจ้ำเหล่ำนี้แตกกระจำยแผ่ ไปประดิษฐำนในนำนำประเทศ นับว่ำเป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่ชำวโลก กรณีของพระโดคมพุทธเจ้ำมี ลักษณะพิเศษมำกกว่ำพระพุทธเจ้ำองค์อื่น กล่ำวคือ แม้ในคัมภีร์จะบอกว่ำ พระบรมสำรีริกธำตุของ พระองค์แตกกระจำยไปในนำนำประเทศ และมีกำรสร้ำงสถูปบรรจุพระบรมสำรีริกธำตุของพระองค์ตั้งแต่ สมัยที่โทณพรำหมณ์แจกจ่ำย รวมทั้งสิ้น ๑๐ แห่ง คือ ๑. กษัตริย์ลิจฉวี ทรงสร้ำงที่เมืองเวสำลี ๒. กษัตริย์ศำกยะ ทรงสร้ำงที่เมืองกบิลพัสดุ์ ๓. กษัตริย์ถูลิยะ ทรงสร้ำงที่เมืองอัลลกัปปะ ๔. กษัตริย์โกลิยะ ทรงสร้ำงที่เมืองรำมคำม ๕. มหำพรำหมณ์ สร้ำงที่เมืองเวฏฐทีปกะ ๖. กษัตริย์มัลละแห่งเมืองปำวำ ทรงสร้ำงที่เมืองปำวำ ๗. พระเจ้ำอชำตศัตรู ทรงสร้ำงที่เมืองรำชคฤห์ ๘. มัลลกษัตริย์แห่งกุสินำรำ ทรงสร้ำงที่เมืองกุสินำรำ ๙. กษัตริย์เมืองโมริยะ ทรงสร้ำงสถูปบรรจุพระอังคำร(อังคำรสถูป)ที่เมืองปิปผลิวัน ๑๐. โทณพรำหมณ์ สร้ำงสถูปบรรจุทะนำนตวงพระบรมสำรีริกธำตุ ที่เมืองกุสินำรำ (ทะนำนตวง พระบรมสำรีริกธำตุแจก, ค ำว่ำ “ตุมพะ” แปลว่ำ ทะนำน, บำงทีเรียกว่ำสถูปนี้ว่ำ “ตุมพสถูป”)


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ในขณะเดียวกัน ในคัมภีร์ก็มีกำรกล่ำวถึงพระบรมสำรีริกธำตุที่ไม่แตกกระจำย ๗ ประเภทไว้ด้วย คือ ๑. พระเขี้ยวแก้ว บนด้ำนขวำ(บน+-ขวำ)ประดิษฐำนอยู่ในพระจุฬำมณีเจดีย์ ณ สวรรค์ชั้น ดำวดึงส์ ๒. พระเขี้ยวแก้วบนด้ำนซ้ำย (บน+ซ้ำย)ประดิษฐำน ณ แคว้นคันธำระ (ปัจจุบันประดิษฐำนอยู่ ในเจดีย์วัดหลิงกวง ประเทศจีน) ๓. พระเขี้ยวแก้วล่ำงด้ำนขวำ (ล่ำง+ขวำ)ประดิษฐำน ณ แคว้นกำลิงคะ (ปัจจุบันประดิษฐำนอยู่ ในวิหำรวัดพระธำตุเขี้ยวแก้ว เมืองแคนดี ประเทศศรีลังกำ) ๔. พระเขี้ยวแก้วล่ำงด้ำนซ้ำย (ล่ำง+ซ้ำย)ประดิษฐำนอยู่ในภพของพญำนำค ๕. พระรำกขวัญ(ไหปลำร้ำ)ด้ำนซ้ำยและพระอุณหิส(หน้ำผำก) ประดิษฐอยู่ในทุสสเจดีย์ ณ พรหมโลก ๖. พระรำกขวัญด้ำนขวำ ประดิษฐำนอยู่ในพระจุฬำมณีเจดีย์ ณ สวรรค์ชั้นดำวดึงส์ ๗. พระทนต์ ๓๖ ซี่ พระโลมำ(ขน)ทั่วพระวรกำย(๙๐,๐๐๐ เส้น) และพระนขำ(เล็บ)ทั้ง ๒๐ เทพยดำในหมื่นจักรวำลน ำไปบูชำในจักรวำลของตน พระมหากัสสปะและพระเจ้าอชาตศัตรูรวมพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อกษัตริย์/เจ้ำผู้ครองนครได้อัญเชิญพระบรมสำรีริกธำตุไปประดิษฐำนในเจดีย์ ณ เมืองของ ตนแล้ว พระมหำกัสสปะเห็นว่ำในอนำคต คนจะไม่เอำใจใส่บูชำสักกำระ เป็นเหตุให้พระบรมสำรีริกธำตุ หำยไป ไม่ปรำกฏให้คนเห็น (คงไม่ได้หมำยถึงว่ำจะเกิดอันตรำยแก่พระบรมสำรีริกธำตุตำมที่หมำยควำม กัน) และจะท ำให้ชำวโลกไม่ได้รับประโยชน์เกื้อกูล พระมหำกัสสปะได้ถวำยค ำแนะน ำแด่พระเจ้ำอชำตศัตรูให้ประกอบพิธี “ธำตุนิทำน” คือกำรฝัง พระธำตุ ต ำนำนบอกว่ำ ใน พ.ศ. ๘ พระมหำกัสสปะใช้อิทธิฤทธิ์อัญเชิญพระบรมสำรีริกธำตุจำกเมืองต่ำง ๆ (ยกเว้นจำกเมืองรำมคำม)มำยังเมืองกรุงรำชคฤห์ โดยที่กษัตริย์/เจ้ำครองนครไม่ทรำบ พระเจ้ำอชำตศัตรูทรงมีพระบัญชำให้ขุดหลุมลึก ๘๐ ศอก ด้ำนทิศตะวันออกเฉียงใต้(ทิศ อำคเนย์)ของกรุงรำชคฤห์ เอำแผ่นโลหะปูข้ำงล่ำง สร้ำงเรือนขนำดเล็กด้วยทองแดง บรรจุพระบรม สำรีริกธำตุลงในกล่องไม้จันทน์เหลืองซ้อนกัน ๘ ชั้นแล้วบรรจุลงในสถูปไม้จันทน์เหลืองซ้อนกัน ๘ ชั้น แล้วบรรจุลงในกล่องงำ ๘ ชั้น บรรจุซ้อนลงในสถูปงำ ๘ ชั้น บรรจุลงในกล่องแก้ว ๘ ชั้น บรรจุซ้อนลงใน สถูปแก้ว ๘ บรรจุลงในกล่องทองค ำ ๘ ชั้น บรรจุซ้อนลงในสถูปทองค ำ ๘ ชั้น บรรจุลงในกล่องเงิน ๘ บรรจุซ้อนลงในสถูปเงิน ๘ ชั้น บรรจุลงในกล่องแก้วมณี ๘ บรรซ้อนจุลงในสถูปแก้วมณี ๘ ชั้น บรรจุลง ในกล่องแก้วแดง ๘ บรรจุซ้อนลงในสถูปแก้วแดง ๘ ชั้น บรรจุลงในกล่องแก้วลำย ๘ ชั้น บรรจุซ้อนลง ในสถูปแก้วลำย ๘ ชั้น บรรจุลงในกล่องแก้วผลึก ๘ ชั้น บรรจุซ้อนลงในสถูปแก้วผลึก ๘ ชั้น สถูปแก้ว ผลึกนี้จะเป็นสถูปชั้นนอก มีกำรจำรึกข้อควำมไว้ว่ำ “ในข้ำงหน้ำโน้น เมื่อใด ปิยทำสกุมำรได้เสวยรำชย์ เป็นพระเจ้ำอโศกธรรมรำชำ เมื่อนั้น พระองค์จักกระท ำพระบรมธำตุเหล่ำนี้ให้แพร่หลำย”


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) พระโมคคัลลีบุตรติสสะและพระเจ้า อโศกมห า ราชก ระจ ายพระบรม สารีริกธาตุ ครั้นถึง พ.ศ. ๒๑๘ พระเจ้ำ อโศกขึ้นครองรำชย์ ต่อมำได้พบ ส ำมเณ รนิโ ค ร ธ ท รง เ ลื่ อ มใสใน พระพุทธศำสนำ ทรงอุปถัมภ์พระโมค คัลลีบุตรติสสะให้ท ำสังคำยนำครั้งที่ ๓ พระองค์เองเสด็จจำริกกรำบไหว้บูชำ สถำนที่ส ำคัญทำงพระพุทธศำสน ำ รับสั่งให้สร้ำงสถูป ๘๔,๐๐๐ องค์ บรรจุพระบรมสำรีริกธำตุ ประดิษฐำนไว้ในที่ต่ำง ๆ ทั้งในและนอกพระรำชอำณำจักร สันนิษฐำน แม้ในครำวส่งสมณทูต ๙ สำยออกไปประกำศ พ ร ะพุท ธ ศ ำ สน ำ ยังที่ ต่ ำง ๆ ทั้งใน แ ล ะ น อ กพ ร ะ รำชอำณำจักร ได้มีกำรอัญเชิญพระบรมสำรีริกธำตุไปด้วย ทุกสำย ท ำให้พระบรมสำรีริกธำตุกระจำยไปในนำนำ ประเทศตั้งแต่บัดนั้นมำ กำรส่งพระธรรมทูตออกไป ประกำศพระพุทธศำสนำในสมัยพระเจ้ำอโศกมหำรำช เป็น เหตุท ำให้พระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุกระจำยไปสู่ประเทศ ต่ำง ๆ สำเหตุประกำรต่อมำที่ท ำให้พระธำตุ/พระบรม สำรีริกธำตุกระจำยไปสู่ประเทศต่ำง ๆ คือ พวกพ่อค้ำ นำนำชำติ ของฝำกของขวัญ(เครื่องบรรณำกำร)เกี่ยวกับ พระพุทธศำสนำที่นิยมไปให้กันในหมู่นักปกครองและพ่อค้ำวำณิชในสมัยโบรำณก็คือ (๑) คัมภีร์ พระพุทธศำสนำ (๒)พระพุทธรูป/พระสถูปเจดีย์ขนำด (๓)พระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุ และ (๔)พระธำตุ เขี้ยวแก้ว (ซึ่งถือเป็นของฝำกชั้นเยี่ยม)


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ความเป็นมาของพระ ธ า ตุ / พ ร ะ บ ร ม สารีริกธาตุในประเทศ ไทย พระธำตุและ พระบรมสำรีริกธำตุ ไ ด้ รั บ อั ญ เ ชิ ญ ม ำ ประเทศไทยตั้งแต่สมัย พระโสณะและพระอุตตระเป็นต้นมำ(อนุมำนหรือคำดกำรณ์ตำมหลักฐำนในคัมภีร์) หรือถ้ำว่ำตำมต ำนำน อุรังคธำตุพระมหำกัสสปะและคณะได้อัญเชิญพระบรมสำรีริกธำตุส่วนหน้ำอก(อุรังคธำตุ)มำบรรจุในเจดีย์ พระธำตุพนมตั้งแต่ประมำณ พ.ศ. ๕ ก่อนพระโสณะและพระอุตตระด้วยซ้ ำไป แม้แต่ควำมเชื่อเรื่องบั้งไฟพญำนำค ชำวไทยและชำวลำวบริเวณลุ่มแม่น้ ำโขงเชื่อว่ำ เมื่อก่อนมี เจดีย์บนเกำะกลำงน้ ำ เป็นที่ประดิษฐำนพระบรมสำรีริกธำตุ ต่อมำกระแสน้ ำเซำะเกำะกลำงน้ ำพังทลำย พื้นดินทรุดลง น้ ำท่วมองค์เจดีย์ แต่สภำพของเจดีย์ยังดีอยู่มำจนถึงปัจจุบัน พญำนำคท ำหน้ำที่คุ้มครอง องค์เจดีย์และพระบรมสำรีริกธำตุ พอถึงวันออกพรรษำทุกปี พญำนำคก็จะพ่นไฟเพื่อเป็นกำรบูชำพระ บรมสำรีริกธำตุ นี่คือต ำนำน พุทธศำสนิกชนบริเวณลุ่มแม่น้ ำโขงตั้งแต่ทำงเหนือถึงใต้ มีศรัทธำในเรื่องพระบรมสำรีริกธำตุ มำก จะเห็นว่ำ ทำงภำคเหนือก็มีพระธำตุดอยสุเทพ พระธำตุศรีจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พระธำตุหริ ภุญชัย จังหวัดล ำพูน พระธำตุช่อแฮ จังหวัดแพร่ พระธำตุแช่แห้ง จังหวัดน่ำน พระธำตุหลวงล ำปำง จังหวัดล ำปำง พระธำตุดอยกองมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นต้น ทั้งหมดเป็นที่ประดิษฐำนพระบรม สำรีริกธำตุทั้งสิ้น และมีต ำนำนเกี่ยวกับควำมเป็นมำของพระบรมสำรีริกธำตุแต่ละแห่งที่มีเอกสำร หลักฐำนและเล่ำสืบต่อมำกันมำ เป็นเรื่องที่น่ำเลื่อมใสยิ่ง เช่น พระธำตุดอยสุเทพมีต ำนำนว่ำ สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้ำเสด็จมำฉันภัตตำหำรที่ดอยอุจฉุปัพพตะ(ภูเขำอ้อย) ย่ำแสะแม่ลูกได้ตักบำตร(ใส่บำตร)ถวำย ภัตตำหำรแด่พระพุทธเจ้ำและพระสำวก พระพุทธองค์จึงทรงมอบพระเกศำธำตุให้ และได้ประดิษฐำน (บรรจุ)ไว้ที่พระธำตุดอยสุเทพ ทำงภำคอีสำนก็มีพระธำตุพนม พระธำตุเชิงชุม พระธำตุเรณูนคร พระธำตุศรีคูณ พระธำตุ มหำชัย พระธำตุประสิทธิ์ พระธำตุท่ำอุเทน เป็นต้น พระธำตุเก่ำแก่และส ำคัญในภำคใต้ของประเทศไทย เช่น พระบรมธำตุนครศรีธรรมรำช ซึ่งมี ต ำนำนว่ำ เจ้ำชำยทันตกุมำและพระนำงเหมมำลำอัญเชิญพระบรมสำรีริกธำตุมำขึ้นที่หำดทรำยแก้ว สร้ำง เจดีย์เล็ก ๆ เป็นที่ประดิษฐำนไว้เมื่อประมำณ พ.ศ.๘๕๔ ต่อมำประมำณ พ.ศ.๑๐๙๓ พระเจ้ำศรีธรรมำ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) โศกรำชทรงสร้ำงเมืองนครศรีธรรมรำชและทรงสร้ำงพระบรมธำตุเจดีย์องค์เป็นที่ประดิษฐำนแทน พระ บรมธำตุไชยำ จังหวัดสุรำษฎร์ธำนี สร้ำงขึ้นประมำณระหว่ำง พ.ศ. ๑๓๐๐–๑๔๐๐ ในภำคกลำงของ ประเทศไทย พระปฐมเจดีย์ซึ่งเชื่อว่ำมีกำรสร้ำงขึ้นตั้งแต่สมัยที่พระโสณะและพระอุตตระมำเผยแผ่ พระพุทธศำสนำที่สุวรรณภูมิ มีกำรสร้ำงพระปฐมเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสำรีริกธำตุ เพื่อประดิษฐำนพระ บรมสำรีริกธำตุ ในสมัยสุโขทัย มีข้อควำมในศิลำจำรึกหลักที่ ๑ (ประมำณ พ.ศ.๑๘๓๕)บอกว่ำ “พ่อขุน รำมค ำแหงทรงช้ำงเผือกชื่อรูจำศรีไปนมัสกำรพระศรีรัตนธำตุ พระองค์ทรงอัญเชิญพระธำตุประดิษฐำนไว้ กลำงเมืองให้คนบูชำ ๖ วันก่อนที่จะประดิษฐำนไว้กลำงเมืองศรีสัชชนำลัยแล้วทรงสร้ำงเจดีย์ครอบไว้” ในรัชสมัยพระยำลือไทย ทรงอัญเชิญพระบรมสำรีริกธำตุมำจำกลังกำ ประดิษฐำนไว้ในเมืองนครชุม เป็น ต้น ในรัชสมัยพระบำทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้ำนภำลัย รัชกำลที่ ๒ (พ.ศ.๒๓๕๓–๒๓๖๐) พระสังฆรำชลังกำให้พระสงฆ์ลังกำอัญเชิญพระบรมสำรีริกธำตุและต้นพระศรีมหำโพธิ์จำกลังกำมำถวำย ต่อมำใน พ.ศ.๒๔๔๑ รัชสมัยพระบำทสมเด็จพระจุลจอมเกล้ำเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที่ ๕ (พ.ศ.๒๔๑๑–๒๔๕๓) อุปรำชอังกฤษที่ครองอินเดียได้มอบพระบรมสำรีริกธำตุแก่ประเทศไทย พระปิยมหำรำชได้รับสั่งให้พระ ยำสุขุมนัยวินิตไปอัญเชิญมำจำกอินเดียมำกรุงเทพฯ แล้วน ำมำบรรจุไว้ที่เจดีย์ภูเขำทอง วัดสระเกศรำช วรมหำวิหำร ยิ่งในปัจจุบัน มีกำรอัญเชิญพระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุจำกศรีลังกำบ้ำง อินเดียบ้ำง จีน บ้ำง หรือจำกประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกมำประดิษฐำนในประเทศไทยเป็นกำรชั่วครำวบ้ำง เป็นกำรถำวรบ้ำง อย่ำงต่อเนื่อง ทุกครั้งที่มีกำรอัญเชิญมำ พุทธศำสนิกชนจำกทุกทิศก็หลั่งไหลมำกรำบไหว้บูชำ นอกจำกนี้ ในเจดีย์ส ำคัญของวัดต่ำง ๆ ก็มีกำรบรรจุพระบรมสำรีริกธำตุและพระธำตุ(พระ อรหันตธำตุ)ไว้เช่นกัน คนไทยโบรำณนิยมตั้งชื่อว่ำวัดขึ้นต้นหรือลงท้ำยด้วยค ำว่ำ “ธำตุ” เช่น วัดมหำธำตุ ยุวรำชรังสฤษฎิ์(กรุงเทพฯ) วัดมหำธำตุ (วัดมหำธำตุสุโขทัย, ชัยนำท, อยุธยำ, เพชรบูรณ์, นครพนม, เพชรบุรี เป็นต้น) วัดพระธำตุพนม(นครพนม) วัดพระธำตุศรีจอมทอง วัดพระธำตุดอยสุเทพ(เชียงใหม่) วัดพระศรีรัตนมหำธำตุ(พิษณุโลก) วัดพระบรมธำตุไชยำ(สุรำษฎร์ธำนี) วัดพระศรีมหำธำตุ(กรุงเทพฯ) เหตุผลในกำรตั้งวัดขึ้นต้นหรือลงท้ำยด้วยค ำว่ำ “ธำตุ” ก็เพรำะมีควำมเกี่ยวเนื่องกับพระธำตุ/พระบรม สำรีริกธำตุนั่นเอง ต ำนำนเกี่ยวกับพระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุนี้ เป็นเรื่องเล่ำสืบต่อมำกันยำวนำน จำกคนรุ่น แล้วรุ่นเล่ำจนกลำยเป็นเรื่องที่ฝังลึกอยู่ในควำมเชื่อของคนประจ ำถิ่นนั้น ๆ และควำมเชื่อนี้ก็ปรำกฏ ออกมำในประเพณี/พิธีกรรมของคนในถิ่นนั้น ๆ มีควำมศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยึดเหนี่ยวทำงใจ เมื่อใดที่ประสงค์ บุญประสงค์ควำมส ำเร็จก็จะไปกรำบไหว้บูชำ ขอศีลขอพร วิถีชีวิตอย่ำงนี้มีมำอย่ำงต่อเนื่องจำกยุคสู่ยุค ควำมเชื่อเกี่ยวกับพระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุในสังคมไทย


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ๑. กำรบรรจุพระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุในเจดีย์ กำรบรรจุพระธำตุ(พระอรหันตธำตุ)/พระบรมสำรีริกธำตุในประเทศไทย เป็นเหตุกำรณ์ที่น่ำ อัศจรรย์ ท ำให้เกิดศรัทธำอย่ำงต่อเนื่อง พุทธศำสนิกชนไทยนิยมบรรจุพระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบัน ในอดีตนั้น นิยมสร้ำงสถูปเจดีย์เพื่อบรรจุพระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุมำก เห็นได้จำก มีเจดีย์เก่ำแก่มำกในบริเวณเมืองเก่ำสุโขทัย ศรีสัชนำลัย ลพบุรี อยุธยำ เป็นต้น ในปัจจุบัน มีกำรอัญเชิญ พระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุไปบรรจุในสถูป(หรือสถูปเจดีย์)ซึ่งถือว่ำเป็นสถูปที่สร้ำงขึ้นในยุคใหม่ ภำยในประเทศ ๑๓๖ แห่ง ที่ส ำคัญ เช่น เจดีย์พระบรมธำตุ วัดบวรนิเวศวิหำร กรุงเทพฯ พระมหำธำตุ เจดีย์นภเมทนีดลและพระมหำธำตุเจดีย์นภพลภูมิสิริ ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่ พระเจดีย์มหำจักรีพิพัฒน์ วัดญำณสังวรำรำม ชลบุรี พระมหำเจดีย์มหำรัชมังคลำจำรย์ พุทธมณฑล นครปฐม พระมหำธำตุเจดีย์มิ่ง มงคล วัดวังยำว ประจ ำจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น นอกจำกนี้ ยังมีกำรอัญเชิญพระ ธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุไปบรรจุ ณ เจดีย์ ในต่ำงประเทศอีก ๓๐ แห่ง เช่น พระเจดีย์ สมำคมประชำสังคมสงเครำะห์ ญี่ปุ่น พระ เจดีย์วิปัสสนำเคหะ เมืองบันดุง อินโดนีเซีย พระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุที่ผู้ ศรัทธำอัญเชิญไปประดิษฐำนในเจดีย์ต่ำง ๆ นี้ มีผู้น ำมำถวำยแด่สมเด็จพระญำณสังวร สมเด็จพระสังฆรำช สกลมหำสังฆปริณำยก พระองค์ประทำนต่อให้ผู้จิตศรัทธอัญเชิญไป ประดิษฐำนในที่ต่ำง ๆ เพื่อเป็นที่บูช ำ สักกำระของพุทธศำสนิกชนและของศำสนิก ชนอื่นผู้ศรัทธำ หรือบำงกรณีก็ไปอัญเชิญ พ ร ะ ธ ำ ตุ / พ ร ะ บ ร ม ส ำ รี ริ ก ธ ำ ตุ จ ำ ก ต่ำงประเทศ เช่น อินเดีย ศรีลังกำ มำ ประดิษฐำนในประเทศไทย


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ๒. ปำฏิหำริย์เกี่ยวกับพระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุ เหตุกำรณ์ที่น่ำอัศจรรย์ใจและเป็นที่เกิดศรัทธำประกำรที่สองคือ “ปำฏิหำริย์”ของพระธำตุ/ พระบรมสำรีริกธำตุในประวัติศำสตร์ไทย ในต ำนำนเรื่องพระธำตุหริภุญชัย จังหวัดล ำพูนบอกว่ำ “ประมำณ พ.ศ.๑๕๙๐ พระเจ้ำอำทิตย์ทรงเห็นปำฏิหำริย์พระธำตุเปล่งรัศมี ๖ สี (ฉัพพัณณรังสี)จึงทรง ให้สร้ำงเจดีย์บรรจุพระธำตุ จำรึกวัดช้องล้อม จังหวัดสุโขทัย(ประมำณ พ.ศ.๑๙๒๗)บอกว่ำ “สมเด็จพระมหำธรรมรำชำ เมื่อทรงสร้ำงพระพุทธรูปศิลำ ก็ได้ทอดพระเนตรเห็นพระศรีรัตนธำตุกระท ำปำฏิหำริย์ สว่ำงดังลวดเงิน เห็นเป็นขนำดใหญ่เท่ำเสื่อสำด” ในสมัยกรุงศรีอยุธยำ มีบันทึกในพงศำวดำรว่ำ กษัตริย์หลำยพระองค์ทรงเห็นปำฏิหำริย์ของพระ ธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุ เช่น พระบรมรำชำธิรำชที่ ๑ ทอดเห็นพระเนตรปำฏิหำริย์ของพระบรม สำรีริกธำตุ จึงโปรดเกล้ำฯให้ทหำรปักหลักไว้ตรงที่พระบรมสำรีริกธำตุปรำกฏ แล้วทรงสถำปนำวัด มหำธำตุขึ้นใน พ.ศ. ๑๙๑๗ และสมเด็จพระนเรศวรมหำรำช ทรงเห็นปำฏิหำริย์ถึง ๔ ครั้ง ดังบันทึก เหตุกำรณ์เมื่อ พ.ศ.๒๑๓๗ ที่เมืองปำโมก ควำมตอนหนึ่งว่ำ “… พระบรมสำรีริกธำตุปำฏิหำริย์ โชติช่วงมำ เท่ำผลส้มเกลี้ยง มำแต่ทักษิณทิศ เวียนเป็นทักษิณำวรรตแล้วเสด็จไปอุดรทิศ …” พ.ศ.๒๔๕๒ พระบำทสมเด็จพระมงกุฏเกล้ำเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที ๖ ขณะทรงพระยศเป็น มกุฎรำชกุมำร เสด็จประทับที่พระรำชวังสนำมจันทร์ ได้ทอดพระเนตรเห็นปำฏิหำริย์ที่องค์พระปฐมเจดีย์ ดังบันทึกตอนหนึ่งว่ำ “… ได้เห็นองค์พระปฐมเจดีย์รัศมีสว่ำงพรำวออกทั้งองค์ ดูประหนึ่งว่ำองค์พระปฐม เจดีย์ด้ำนตะวันตกคือด้ำนที่เล็งตรงกับสนำมจันทร์นั้นทำด้วยฟอสฟอรัส พรำวเรือง ๆ …” ครั้นเสด็จขึ้น ครองรำชย์แล้วก็ได้ทอดพระเนตรเห็นปำฏิหำริย์ที่องค์พระปฐมเจดีย์อีกใน พ.ศ.๒๔๕๗ บุคคลทั่วไปในปัจจุบันจ ำนวนมำก ที่ศรัทธำเลื่อมใส รักษำศีลปฏิบัติธรรมอย่ำงสม่ ำเสมอ ได้เห็น ปำฏิหำริย์แห่งพระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุ บำงคนมีห้องส ำหรับสวดมนต์ไหว้พระประจ ำบ้ำน มีแท่น เตรียมไว้เฉพำะส ำหรับพระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุเสด็จ การอัญเชิญพระธาตุ/พระบรมสารีริกธาตุ บุคคลผู้ศรัทธำ ประสงค์จะให้พระธำตุ/พระบรมสำรีริกธำตุเสด็จ ให้เตรียขันธ์เงินตั้งไว้ ณ ที่บูชำ พระ ปูผ้ำขำวเหมือนเป็นอำสนะรองนั่ง เมื่อจะอัญเชิญ ส ำรวมจิตรักษำศีลแผ่เมตตำ นั่งลงตรงหน้ำที่ บูชำ บริกรรม(กล่ำวในใจ)คำถำดังนี้


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) อัชชะตัคเค ปำณุเปตัง พุทธัง ธัมมัง สังฆัง สะระณัง คะโตสมิ มะหันตำ ภินนะมุคคำ มัชฌิมำ ภินนะตัณฑุลำ ขุททะกำ สำสะปะมัตตำ เอวัง ธำตุโย สัพพัฏฐำเน อำคัจฉันตุ สีเส เม ปะตันตุ. ตั้งแต่นี้ไป ข้ำพเจ้ำขอถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งจนตลอดชีวิต พระบรม สำรีริกธำตุขนำดใหญ่มีลักษณะคล้ำยเมล็ดถั่วหัก ขนำดกลำงมีลักษณะคล้ำยข้ำวสำรหัก ขนำดเล็กมี ลักษณะคล้ำยเมล็ดผักกำด พระบรมสำรีริกธำตุดังกล่ำวมำนี้มีประดิษฐำนอยู่ในที่ทุกแห่ง ขออัญเชิญเสด็จ มำประดิษฐำน ณ ศีรษะของข้ำพเจ้ำ หรือจะบริกรรมย่อ ๆ ว่ำ อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนำเมอิ อิเมนำ พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ. ข้อส ำคัญอย่ำงยิ่งคือ ผู้อัญเชิญจะต้องรักษำศีลปฏิบัติอย่ำงต่อเนื่อง ส ำรวมกำย วำจำ ใจ มี เมตตำธรรมต่อสัตว์โลก โอบอ้อมอำรี ไม่คิดพยำบำทอำฆำตใคร อานิสงส์การบูชาสักการะพระธาตุ/พระบรมสารีริกธาตุ พระมหำกัสสปะบูชำสักกำระพระบรมสำรีริกธำตุ ของพระพุทธเจ้ำพระนำมว่ำ “ปทุมุตตระ” พระมหำกัสสปะกล่ำวถึงผลกรรมในอดีตชำติของตน ดังปรำกฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก ขุททก นิกำย อปทำนตอนหนึ่งว่ำ “ข้ำพเจ้ำครั้นสร้ำงอัคฆิยเจดีย์งดงำม สูง ๑๐๐ ศอก กว้ำง ๑๕๐ ศอก ดัง วิมำนเสียดฟ้ำ สั่งสมบุญไว้แล้ว ท ำจิตให้เลื่อมใสในห้องบรรจุพระบรมสำรีริกธำตุ(ของพระปทุมุตตระ)นั้น สร้ำงกุศลเป็นอันมำก ระลึกถึงบุรพกรรม จึงไปเกิดในสวรรค์ชั้นไตรทิพย์ คุณวิเศษเหล่ำนี้คือ ปฏิสัมภิทำ ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญำ ๖ ข้ำพเจ้ำได้ท ำให้แจ้งแล้ว ค ำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ำ ข้ำพเจ้ำก็ได้ท ำเสร็จ แล้ว” พระธำตุปูชกะบูชำสักกำระพระบรมสำรีริกธำตุ ของพระพุทธเจ้ำพระนำมว่ำ “สิทธัตถะ” พระธำตุปูกชกะกล่ำวถึงผลกรรมในอดีตชำติของตน ดังปรำกฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก ขุททก นิกำย อปทำนตอนหนึ่งสรุปควำมได้ว่ำ “ข้ำพเจ้ำได้เก็บพระธำตุของพระพุทธเจ้ำ(พระสิทธัตถะ) ไว้บูชำ ตลอดว ๕ ปี เหมือนบ ำรุงพระองค์ผู้ทรงพระชนม์อยู่ ข้ำพเจ้ำได้บูชำพระธำตุไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็น


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ผลแห่งกำรบ ำรุงพระธำตุ คุณวิเศษเหล่ำนี้ คือ ปฏิสัมภิทำ ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญำ ๖ ข้ำพเจ้ำได้ท ำให้ แจ้งแล้ว ค ำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ำ ข้ำพเจ้ำได้ท ำเสร็จแล้ว” พระปัจจุปัฏฐำนสัญญกะบูชำสักกำระพระบรมสำรีริกธำตุ ของพระพุทธเจ้ำพระนำมว่ำอัตถทัสสี พระปัจจุปัฏฐำนสัญญกะกล่ำวถึงผลกรรมในอดีตชำติของตน ดังปรำกฏในคัมภีร์ พระไตรปิฎก ขุททกนิกำย อปทำนตอนหนึ่งสรุปควำมได้ว่ำ “ข้ำพเจ้ำเกิดในก ำเนิดยักษ์ ได้รับค ำแนะน ำ ให้บูชำพระธำตุของพระพุทธเจ้ำ(พระอัตถทัสสี) เมื่อได้ฟังดังนั้น จึงได้สร้ำงพระสถูปบรรจุพระธำตุ บ ำรุง พระสถูปอยู่ ๕ ปี ด้วยผลกรรมนั้น จึงได้รับสมบัติ ได้บรรลุอรหัตตผลแล้ว” พระเจดีย์ธาตุวัดต าหนักสวนขวัญ (สิริมังคลาจารย์) พระเจ้ำดิลกปนัดดำ(พระเมือง แก้ว) เป็นผู้สร้ำงเพื่อถวำยเป็นอำศัยแด่ พระสิริมังคลำจำรย์โดยสันนิษฐำนจำก กำรมำบรรจุพระบรม ณ วัดแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.2062 ตำมที่กล่ำวไว้ในพงศำวดำร โยนกและเพรำะมีหลักฐำนซำกวิหำร ก ำแพงฐำนกุฎิและซุ้มประตู แนวก ำแพง ซึ่งเป็นโบรำณสถำนที่บ่งบอกถึงควำม เป็นวัดที่มีควำมส ำคัญวัดหนึ่ง มีผังกำร ก่อสร้ำงเป็นระเบียบเป็นสัดส่วนและใหญ่โต ซึ่งผู้ที่จะสร้ำงได้ต้องพร้อมทั้งก ำลังทรัพย์และก ำลังศรัทธำ อย่ำงยิ่ง วัดต ำหนักสวนขวัญสิริมังคลำจำรย์ ในช่วงปกครองล้ำนนำพม่ำก็ได้สร้ำงพระธำตุศิลปะแบบพม่ำ ครอบพระธำตุองค์เดิมสมัยพระ เมืองแก้วที่ทรงสร้ำงไว้จนถึงปัจจุบัน และได้ท ำกำรบูรณะหลำยครั้ง แต่ยังคงรูปแบบศิลปะพม่ำไว้


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) หนังสือประกอบการเรียบเรียง พระเทพเวที(ประยุทธ์ ปยุตฺโต). พจนำนุกรมพุทธศำสน์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ มหำจุฬำลงกรณรำชวิทยำลัย, ๒๕๓๓. พระมหำสมชำย ธีรปภำโส(บุญเกลี้ยง). ควำมเชื่อเรื่องพระบรมสำรีริกธำตุในสังคมไทย. กรุงเทพฯ: บริษัท ๒๑ เซ็นจูรี่ จ ำกัด, ๒๕๔๖. กรมศิลปำกร กระทรวงศึกษำธิกำร. พระบรมสำรีริกธำตุ. กรุงเทพฯ: บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จ ำกัด(มหำชน), ๒๕๓๙. วิทยำ ประทุมธำรำรัตน์ และคณะ. พระบรมสำรีริกธำตุ พระธำตุอสีติมหำสำวกพระธำตุพระ อรหันตสำวก. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพฯ: ส ำนักพิมพ์ ธำรบัวแก้ว, ๒๕๔๖. ทองดี หรรษคุณำรมณ์. พระบรมสำรีริกธำตุ. กรุงเทพฯ: บริษัท ศิริวัฒนำอินเตอร์ พริ้นท์ จ ำกัด, ๒๕๔๖. ทองดี หรรษคุณำรมณ์. พระอรหันตธำตุ. กรุงเทพฯ: บริษัท ศิริวัฒนำอินเตอร์พริ้นท์ จ ำกัด, ๒๕๔๖. (เว็บไซต์) https://www.wikiwand.com/th https://m.facebook.com/442993079227558/posts/516429998550532/ https://th.wikipedia.org/wiki


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) หอเสื้อวัด คือ เทวดำผู้ดูแลรักษำปกป้องวัด ซึ่งเป็น เกิดขึ้นพร้อมกับกำรสร้ำงวัด ในควำมเชื่อของคน พื้นเมืองเชื่อว่ำ สถำนที่ส ำคัญจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คอยดูแล ปกปักรักษำอยู่ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในพื้นที่ของวัด ที่มี สิ่งสูงค่ำอย่ำงเช่น พระบรมธำตุ พระพุทธรูป จึงต้องมี เทวดำซึ่งถือเป็นเทพชั้นสูงสถิตอยู่ภำยในวัด ในวัดจะมีกำรตั้งหอเสื้อวัดไว้เพื่อเป็นที่สักกำรบูชำ เมื่อ จะมีกำรประกอบพิธีกรรมหรืองำนประเพณีภำยในวัด หรือมีพระใหม่เข้ำมำจ ำวัด จะต้องบอกกล่ำวให้เสื้อวัด ได้รับรู้ และในงำนประเพณีที่จัดขึ้นในวัดจะต้องมีกำร น ำเครื่องสักกำระและข้ำวปลำอำหำรไปบูชำต่อเสื้อวัด เพื่อบอกกล่ำวและขอให้กำรด ำเนินงำนเป็นไปอย่ำง รำบรื่น ควำมเชื่อเหล่ำนี้ยังคงสืบทอดมำจนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่ำโลกจะก้ำวเขำสู่สมัยวิทยำศำสตร์ แต่ สังคมชนบทโดยเฉพำะสังคมล้ำนนำไทย มิได้ก่อตัว ก่อตั้งและพัฒนำขึ้นมำและสภำพแวดล้อมเช่นนั้น โลกของชำวล้ำนนำภำคเหนือคล้ำยกับมีสองโลกซ้อน กันอยู่ คือโลกแห่งควำมเป็นจริงของตนเอง และโลกที่นอกเหนือจำกที่คนเรำจะควบคุมได้ มีควำมเชื่อแต่ ไหนแต่ไรมำแล้วว่ำ ชำวชนบทไม่มีควำมเชื่อที่ว่ำ สิ่งที่มองเห็นได้ สัมผัสได้ และพิสูจน์ได้เท่ำนั้น คือสิ่งที่ เป็นจริง มีศัพท์จ ำนวนไม่น้อยที่ใช้ในหมู่บ้ำนที่สะท้อนให้เห็นว่ำ ชำวบ้ำนมี สิ่งอื่น อย่ำงอื่น ที่เขำมองไม่ เห็น ควบคุมไม่ได้ อธิบำยไม่ได้เป็นต้น ผีเสื้อวัด เป็นผีที่ดูแลรักษำวัด บำงแห่งเรียก เทวดำวัด ในแต่ละวัดจะมีหอศำลตั้งอยู่ บำงแห่ง ตั้งอยู่ในวัด บำงแห่งตั้งอยู่นอกวัด ถ้ำตั้งอยู่นอกวัด สถำนที่นั้นจะเป็นที่ธรณีสงฆ์ หรือเป็นที่สำธำรณะ แต่ ละวัดจะมีชำวบ้ำนอย่ำงน้อย ๑ คน เป็นผู้เอำใจใส่ดูแลหอศำล มีหน้ำที่จัดแจกันดอกไม้ประดับศำล เติม น้ ำในคนโทให้เต็มอยู่เสมอ และปัดกวำดท ำควำมสะอำด ถ้ำวัดมีงำน ผู้ดูแลหอศำลจะเป็นคนน ำพำน ข้ำวตอกดอกไม้ธูปเทียนไปบอกกล่ำวให้ผีเสื้อวัดได้รับรู้ เพื่อขอให้ช่วยดูแลงำนให้เรียบร้อย ไม่ให้เกิดเรื่อง ร้ำย หรืออย่ำให้มีอุปสรรคใดๆ ระหว่ำงที่วัดมีงำน เช่น งำนปอยหลวง (งำนฉลอง) จะกี่วันก็ตำม ผู้ดูแลจะ เป็นผู้จัดส ำรับอำหำรคำวหวำนจำกวัดไปถวำยโดยตั้งไว้บนหอศำลทุกวัน ช่วงพรรษำ เมื่อถึงวันพระ ศรัทธำชำวบ้ำนจะน ำข้ำวและอำหำรมำท ำบุญตักบำตรที่วัด ทำงวัดจะตั้งภำชนะเพื่อใส่ข้ำว อำหำร และ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ขนมส ำหรับถวำยผีเสื้อวัดไว้ ๑ ชุด หลังจำกที่ ชำวบ้ำนใส่ข้ำวและอำหำรพระพุทธ พระสงฆ์แล้ว จะกันส่วนหนึ่งไว้เพื่อใส่ในภำชนะของผีเสื้อวัด เมื่อ ยกไปถวำยพระพุทธ พระสงฆ์แล้ว ผู้ดูแลหอศำล จะเอำข้ำวและอำหำรไปถวำยผีเสื้อวัด และจะท ำ ทุกวันพระ หรือเมื่อมีงำนในวัด เป็นต้น กำรผนวก พุทธ กับ ผี เข้ำด้วยกันนั้น มัน ย่อมมีเหตุแห่งกำรประนีประนอม เพรำะ ศำสนำ พุทธไม่สำมำรถปรับเปลี่ยน รำกเหง้ำที่หยั่งลึกของ คติชนควำมเชื่อเรื่อง ผี !! อันมีมำนำนก่อนกำรแผ่ ขยำยศำสนำพุทธเข้ำในท้องถิ่นบำงพื้นที่ได้ กำรผูก ต ำนำนที่ดูเหมือนว่ำศำสนำพุทธจะมีชัยแต่ก็ไม่ใน ทีเดียว เรียกง่ำย ๆ ว่ำอยู่ควบคู่กันไปถือเป็น ทำงออกที่ดีที่สุด และดูเหมือนจะยำวนำนจนเกิด เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ที่ขำดกันไม่ได้ระหว่ำงพุทธ กับผี ก่อเกิดวัฒนธรรม ทั้งศำสตร์ศิลป์ คอย จรรโลง ให้ล้ำนนำยังงดงำม สืบต่อไป หำกแต่จะกล่ำวอ้ำงในพระไตรปิฎก เช่นนั้นก็ไม่ผิด ถ้ำมีผู้ปฏิบัติได้ตำมจริยวัตรอันประเสริฐ ทั้งนี้ และทั้งนั้น ผู้มีกำรศึกษำทั้งหลำยควรให้เกียรติตนเองและผู้อื่น ด้วยกำรที่ไม่เอำควำมเชื่อของตนไปข่มเหง หรือบังคับใคร ให้ปฏิบัติตำมโดยปรำศจำกกำรศึกษำที่มีอย่ำง หลำกหลำย ในปัจจุบัน https://www.facebook.com/hashtag/


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ต้นดอกสารภี (ดอกไม้ประจ าวัดและโรงเรียนศิริมังคลาจารย์) สำรภี สรรพคุณและประโยชน์ของต้นสำรภี 28 ข้อ สารภี ชื่อสามัญ Negkassar[7] สารภี ชื่อวิทยาศาสตร์Mammea siamensis T.Anderson (ชื่อพ้องวิทยำศำสตร์ Calysaccion siamense Miq.) จัดอยู่ ในวงศ์CALOPHYLLACEAE สมุนไพรสำรภี มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่ำ สำรภีแนน (เชียงใหม่), ทรพี สำรพี (จันทบุรี), สร้อยพี (ภำคใต้) เป็นต้น โดยจัดเป็น พันธุ์ไม้ที่มีถิ่นก ำเนิดในพม่ำ ไทย อินโดจีน และคำบสมุทร มำเลเซีย ลักษณะของต้นสารภี ต้นสารภีจัดเป็นไม้ยืนต้นขนำดกลำงไม่ผลัดใบ มี ควำมสูงประมำณ 10-15 เมตร ลักษณะเรือน ยอดเป็นทรงพุ่ม ทึบ แตกกิ่งก้ำนแผ่กว้ำง เปลือกล ำต้นเป็นสีเทำอมน้ ำตำลถึง ด ำ แตกล่อนเป็นสะเก็ดตลอดทั่วล ำต้น เปลือกในเป็นสีน้ ำตำล แดง มียำงสีครีมหรือสีเหลืองอ่อนเล็กน้อย ส่วนเนื้อไม้เป็นสี น้ ำตำลปนแดง เนื้อละเอียด เสี้ยนตรง ถี่และสม่ ำเสมอ แข็ง และค่อนข้ำงทนทำน สำมำรถเลื่อย ผ่ำ และไสกบตบแต่งได้ ง่ำย ขยำยพันธุ์ด้วยวิธีกำรใช้เมล็ดและกำรตอนกิ่ง ปลูกได้ดีทั้ง ในที่ร่มร ำไรและที่กลำงแจ้ง ปลูกได้ในดินทุกสภำพ ชอบดิน ร่วนซุย ต้องกำรน้ ำและควำมชื้นปำนกลำง มักพบขึ้นตำมป่ำ เบญจพรรณและตำมป่ำดงดิบทำงภำคเหนือ ภำคตะวันออก และทำงภำคตะวันออกเฉียงใต้ ที่ระดับควำมสูงจ ำก ระดับน้ ำทะเลประมำณ 20-400 เมตร ใบสารภีมีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ำมสลับ ตั้งฉำก ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับหรือเป็นรูปรีแกมขอบ ขนำน ปลำยใบมนกว้ำง ๆ บำงทีอำจมีติ่งสั้น ๆ หรือหยักเว้ำ แบบตื้น ๆ โคนใบสอบเรียว ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีควำมกว้ำง ประมำณ 2.5-7 เซนติเมตรและยำวประมำณ 7.5-25 เซนติเมตร แผ่นใบหนำเกลี้ยงสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้อง


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ใบจะสีอ่อนกว่ำ เนื้อใบหนำและค่อนข้ำงเรียบ เส้นแขนงของใบไม่มี แต่เห็นเส้นใบย่อยเป็นแบบ เส้นร่ำงแหชัดทั้งสองด้ำน และมีก้ำนใบยำว ประมำณ 0.5-1.5 เซนติเมตร ด อ ก ส า ร ภีอ อ ก ดอ กเดี่ ย วห รื อ ออกเป็นช่อกระจุกตำมกิ่ง ดอกย่อยเป็นสีขำว มี กลิ่นหอมมำก ดอกมีกลีบดอก 4 กลีบ ส่วนกลีบเลี้ยงมี 2 กลีบ มีเกสรตัวผู้สีเหลืองจ ำนวนมำก รังไข่มี 2 ช่อง ในแต่ละช่องมีไข่อ่อนจ ำนวน 2 ปลำย หลอดรังไข่แยก เป็นแฉก 3 แฉก โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมกรำคม ถึงเดือนมีนำคม ผลสารภีผลมีลักษณะเป็นรูปกระสวยหรือ กลมรี ขนำดประมำณ 2.5-5 เซนติเมตร ผิวผลเรียบ ผลอ่อนสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีเหลืองอมส้ม เนื้อผลนิ่ม ผลเมื่อแก่จะแตกออกได้ และมีเมล็ดเดียว โดยจะเป็น ผลในช่วงเดือนกุมภำพันธ์ถึงเดือนเมษำยน สรรพคุณของสารภี ดอกมีรสหอมเย็น ส่วนผลมีรสหวำน ช่วยบ ำรุงหัวใจ (ดอก, ผลสุก) ผลสุกใช้รับประทำน ช่วยขยำยหลอดเลือด(ผลสุก) 1. ช่วยท ำให้ชื่นใจ (เกสร) 2. ช่วยบ ำรุงเส้นประสำท (ดอก) 3. ดอกใช้เป็นยำชูก ำลัง บ ำรุงก ำลัง (ดอก) 4. ช่วยท ำให้เจริญอำหำร (ดอก)[2],[10] ช่วยรักษำธำตุไม่ปกติ (ดอก)[1],[2] ดอกช่วยแก้โลหิตพิกำร (ดอก)[2],[10] เกสรมีรสหอมเย็น ใช้เป็นยำแก้ไข้ (เกสร] ช่วยแก้ไข้มีพิษร้อน (ดอก) ช่วยแก้ลมวิงเวียน มีอำกำรหน้ำมืดตำลำย (ดอก) ดอกมีฤทธิ์ขับลม (ดอก)


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ช่วยขับปัสสำวะ (ใบ)[6] ยำงไม้ของต้นสำรภี น ำมำใช้แก้อำกำรแพ้คันจำกพิษของต้นหมำมุ่ย หรือจำกน้ ำลำยของหอยบำงชนิด ใช้เป็นยำฝำดสมำน (ดอก)[1],[2] ช่วยบรรเทำอำกำรปวดตำมข้อ (ใบ)[6] ช่วยบ ำรุงครรภ์รักษำ (เกสร)[1],[2] ดอกใช้ผสมในยำหอม ช่วยแก้อำกำรร้อนใน แก้ลม วิงเวียน แก้โลหิตพิกำร โลหิตเป็นพิษ ช่วยท ำ ให้เจริญอำหำร บ ำรุงหัวใจ บ ำรุงเส้นประสำท ชูก ำลัง และช่วยแก้ไข้มีพิษร้อน (ดอก)[1],[2],[3],[4],[5],[6] ดอกสำรภีจัดอยู่ในต ำรับยำ “พิกัดเกสรทั้งห้ำ” (ดอกสำรภี ดอกพิกุล ดอกมะลิ ดอกบุนนำค เกสรบัวหลวง), ต ำรับยำ “พิกัดเกสรทั้งเจ็ด” (เพิ่มดอกกระดังงำ ดอกจ ำปำ), และในต ำรับยำ “พิกัดเกสรทั้ง เก้ำ” (เพิ่มดอกล ำดวน ดอกล ำเจียก) ซึ่งเป็นต ำรับยำที่มีสรรพคุณช่วยบ ำรุงโลหิต บ ำรุงหัวใจ บ ำรุงดวงจิตให้ ชุ่มชื่น ท ำให้ชื่นใจ แก้ลมกองละเอียด แก้อำกำรหน้ำมืดตำลำย วิงเวียนศีรษะ แก้โรคตำ แก้ไข้ แก้ร้อนใน กระหำยน้ ำ และช่วยบ ำรุงครรภ์ของสตรี ประโยชน์ของสารภี 1. ผลสำรภีมีรสหวำน ใช้รับประทำนเป็นผลไม้ และ ยังเป็นอำหำรของนกได้อีกด้วย 2. นอกจำกจะใช้ผลรับประทำนเป็นผลไม้แล้ว ยัง สำมำรถน ำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่ำง ๆ ได้ เช่น ท ำน้ ำผลไม้ กำรท ำไวน์ ท ำแยม เป็นต้น 3. ดอกตูมของสำรภีใช้สกัดท ำสีย้อมผ้ำได้ โดยจะให้สีแดง 4. ต้นสำรภีมีเรือนยอดเป็นทรงพุ่มทึบ ใช้ปลูกเพื่อให้ร่มเงำและบังลมได้ อีกทั้งยังมีดอกและพุ่มใบที่สวยงำม จึง ใช้ปลูกเป็นไม้ประดับได้ด้วย 5. คนไทยโบรำณเชื่อว่ำ หำกบ้ำนใดปลูกต้นสำรภีไว้ประจ ำบ้ำนจะส่งผลให้มีอำยุยืนยำวเหมือนเช่นต้นสำรภี เพื่อควำมเป็นสิริมงคลผู้ปลูกควรปลูกในวันเสำร์ (โบรำณเชื่อว่ำกำรปลูกไม้เอำคุณให้ปลูกในวันเสำร์) และ ควรปลูกไว้ทำงทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อจะช่วยป้องกันเสนียดจัญไร ถ้ำจะให้เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ผู้ปลูก ควรเป็นสุภำพสตรี เนื่องจำกสำรภีเป็นชื่อที่เหมำะส ำหรับสตรี 6. ดอกแห้งใช้ท ำเป็นน้ ำหอม โดยเพิ่มดอกค ำฝอย ส้มป่อยเผำ น ำมำแช่ในน้ ำจะได้น้ ำหอมส ำหรับไว้ใช้เป็นน้ ำ สรงพระในเทศกำลสงกรำนต์[10] 7. ดอกสดสำมำรถน ำมำใช้สกัดเป็นน้ ำมันหอมระเหย ซึ่งน ำไปใช้ในกำรแต่งกลิ่นเครื่องส ำอำง 8. เนื้อไม้สำรภีมีควำมแข็งแรงและค่อนข้ำงทนทำน สำมำรถน ำมำใช้สร้ำงเป็นที่อยู่อำศัยได้ เช่น กำรท ำเสำ ฝำ รอด ตง กระดำนพื้น รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ต่ำง ๆ ฯลฯ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) เอกสารอ้างอิง 1. หนังสือสมุนไพรในอุทยำนแห่งชำติภำคเหนือ. (พญ.เพ็ญนภำ ทรัพย์เจริญ). “สารภี“. หน้ำที่ 181. 2. หนังสือสมุนไพรไทย เล่ม 1. (ดร.นิจศิริ เรืองรังษี, ธวัชชัย มังคละคุปต์). “สารภี (Saraphi)“. หน้ำที่ 301. 3. หนังสือสมุนไพรสวนสิรีรุกขชำติ. (คณะเภสัชศำสตร์ มหำวิทยำลัยมหิล). “สารภี“. หน้ำที่ 136. 4. สวนพฤกษศำสตร์ ตำมพระรำชเสำวนีย์ฯ กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ป่ำ และพันธุ์พืช. “สารภี“. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก: www.dnp.go.th. [11 ม.ค. 2014]. 5. ส ำนักงำนโครงกำรอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมำจำกพระรำชด ำริ สมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำช กุมำรี. “สารภี“. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก: www.rspg.or.th. [11 ม.ค. 2014]. 6. ฐ ำ น ข้ อ มูล น้ ำ มั น ห อ ม ร ะ เ ห ย ไ ท ย ส ถ ำ บั น วิ จั ย วิ ท ย ำ ศ ำ ส ต ร์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี แ ห่ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย (วว.). “สารภี“. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก: www.tistr.or.th/essentialoils/. [11 ม.ค. 2014]. 7. ฐำนข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศำสตร์ มหำวิทยำลัยอุบลรำชธำนี. “ดอกสารภี“. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก: 203.172.198.146. [11 ม.ค. 2014]. 8. ไม้ป ร ะ ดับ อ อนไลน์ ดอ ตคอม ศูนย์ไม้ ดอ กไม้ป ร ะดับ อ อนไ ลน์ . “ส า รภี“. [อ อนไ ลน์ ] . เ ข้ ำ ถึงไ ด้ จ ำก : www.maipradabonline.com. [11 ม.ค. 2014]. 9. อุทยำนดอกไม้ ๑๐๘ พรรณไม้ไทย. “สารภี“. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก: www.panmai.com. [11 ม.ค. 2014]. 10. มูลนิธิหมอชำวบ้ำน. นิตยสำรหมอชำวบ้ำน เล่มที่ 361 คอลัมน์: ต้นไม้ใบหญ้ำ. “สารภี“. (ดร.ปิยรัษฎ์ เจริญ ทรัพย์). [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก: www.doctor.or.th. [11 ม.ค. 2014]. 11. ฐำนข้อมูลเครื่องยำสมุนไพร คณะเภสัชศำสตร์ มหำวิทยำลัยอุบลรำชธำนี. “พิกุล“. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก: www.thaicrudedrug.com. [11 ม.ค. 2014]. 12. พื ช ก ร ณี ศึ ก ษ ำ ง ำ น ส ว นพ ฤ ก ษ ศ ำ ส ต ร์โ รง เ รี ย น โ รง เ รี ย น ต ำ ล ชุ ม พิ ท ย ำ ค ม อ ำ เ ภ อ เ วี ยง ส ำ จัง ห วั ด น่ำน. “สารภี“. [ออนไลน์]. เข้ำถึงได้จำก: www.slideshare.net/n_putthima/sarapee-presentation. [11 ม.ค. 2014]. ภำพประกอบ : www.flickr.com (by Kukiat Tanteeratarm, b. inxee♪♫, Doksarapee), www.www.sns.ac.th, www.www.sc.mahidol.ac.th ภำพต้นดอกสำรภี โรงเรียนศิริมังคำจำรย์ (ดอกไม้ประจ ำโรงเรียน)


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) กุฏิหรือ กุฎี(อ่ำนว่ำ กุด หรือ กุด ติ) บำงครั้งปรำกฏค ำสะกด กุฏีหมำยถึงที่ พักอำศัยของนักบวชในศำสนำหรือควำม เชื่อ ในศำสนำคริสต์บำงนิกำยอำจเรียก อำรำม และในศำสนำฮินดูอำจเรียกอำศรม กุฏิ สมัยก่อนจะแยกกันเป็นหลัง ๆ อยู่รวมกันหลำย ๆ หลัง เช่น กุฏิเรือนไทย เรียกว่ำ กุฏิหมู่ หรือ หมู่กุฏิบำงแห่งสร้ำง เป็นหลำยชั้นและหลำยห้อง เรียกว่ำ กุฏิ แถว ส ำหรับกุฏิที่ประทับของพระพุทธเจ้ำมีชื่อเรียกเป็นพิเศษว่ำ พระคันธกุฎีเพรำะมีกลิ่นหอมอยู่ ตลอดเวลำ กุฏิที่อยู่อำศัย พุทธบัญญัติเดิม ก ำหนดขนำดของ กุฏิให้พอดีที่พระภิกษุ รูปเดียวจะอำศัยอยู่ได้สะดวก มีเนื้อที่ ก ำหนดควำมยำว ๑๒ คืบพระสุคต และ กว้ำง ๗ คืบพระสุคต คือ ประมำณ ๓.๐๐ เมตร x ๑.๗๕ เมตร ตำมมำตรำส่วน ปัจจุบันจะเห็นได้ว่ำ ขนำดตำมที่ก ำหนด ไว้นี้ก ำหนดเพื่อกำรอยู่อำศัย โดยแท้จริง มิใช่เพื่อสะสมสิ่งใดๆด้วยเลยตัวอย่ำงเช่น กุฏิที่ใช้ ในกำรปฏิบัติวิปัสสนำโดยทั่วไปในปัจจุบัน กำรที่พระภิกษุแต่ละรูปจะมีกุฏิอยู่อำศัยเองได้นั้น จะต้องประกำศต่อสำธำรณะว่ำจะท ำกุฏิอยู่อำศัยอยู่ถึง ๓ ครั้ง หำกไม่มีผู้ใดคัดค้ำนกรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงจะ ท ำกุฏิอยู่ได้ ที่มีพุทธบัญญัติให้กระท ำ ดังนี้ก็เพื่อมิให้พระภิกษุล่วงละเมิด ที่ดินที่เป็นทรัพย์สินกรรมสิทธิ์ ของผู้อื่น หรือพระภิกษุ อำจเข้ำอยู่อำศัยในที่ที่มีผู้สละแบ่งให้ก็ได้ เช่นในเรือนที่พระภิกษุจะต้องอยู่รวมกัน หลำยๆ รูป แต่กำรอยู่อำศัยรวมกันนั้น ก็จะต้องมีกำรก ำหนด แบ่งเขตให้เป็นสัดส่วนเฉพำะของภิกษุแต่ละ รูป เขตเฉพำะตนดังกล่ำวนี้เรียกว่ำ เขตของกำรครองผ้ำไตรจีวร เขตนี้มีเครื่องล้อมบังเป็นที่หมำยก ำหนด แต่ถ้ำไม่มีเครื่องล้อมบัง จะ ถือเอำก ำหนดหัตถบำสที่มีระยะหนึ่งศอกโดยรอบตัวเป็นเขตก ำหนด หรือเป็นป่ำก็อนุญำตให้อย่ำงมำก ๗ อัพภันดรโดยประมำณ คือใน วงรอบ ๙๘ เมตร เป็นเขตครองผ้ำไตรจีวร เขตครองผ้ำไตรจีวร หมำยถึง เขตที่พระภิกษุ จะต้องรักษำเครื่องนุ่งห่มที่เรียกว่ำไตรจีวร


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) (ผ้ำนุ่ง ผ้ำห่ม และผ้ำพำดไหล่) ไว้กับตัวเฉพำะในเวลำ กลำงคืน จนกว่ำจะถึงเวลำเช้ำ แม้ในเวลำนอนก็จะต้อง รักษำไตรจีวรไว้ใกล้ตัว หำกพระภิกษุละทิ้งให้ไตรจีวรอยู่ ห่ำงจำกตัว แม้ระยะห่ำงเกินกว่ำหัตถบำสรอบตัว ก็ถือว่ำ ขำดจำกควำมเป็นเจ้ำของ จะต้องประกำศควำมเป็น เจ้ำของกับพระภิกษุรูปอื่นใหม่ เพื่อให้เป็นพยำนจึงน ำมำนุ่ง ห่มได้อีก กำรที่มีบัญญัติเช่นนี้ ก็เพื่อให้มีกำรรู้จักระมัดระวัง ข้ ำวของของ ตน ไม่ให้ถูกลักขโมยได้ง่ำย ลักษณะอำคำรที่ใช้สอยในเขตสังฆวำสนี้ ไม่มี ข้อก ำหนดว่ำ จะต้องเป็นรูปหรือทรวดทรงอย่ำงไร ตำมที่ ปฏิบัติกันมำนั้น กุฏิส่วนมำกก็มีลักษณะดังเรือนรำษฎรอยู่ อำศัย เพรำะพระภิกษุก็คือรำษฎรที่มำบวชนั่นเอง แต่ถ้ำจะมี กำรก ำหนดจ ำแนกแล้ว กุฏิที่พระสงฆ์อยู่อำศัยอำจมีได้ดังนี้ ๑.ภิกษุสร้ำงขึ้นเองโดยวิธีประกำศหำที่ที่ไม่มีผู้คัดค้ำน และอยู่ในขนำดที่มีพุทธำนุญำต ๒. บุคคลปลูกถวำยพระภิกษุ ด้วยควำมศรัทธำ ๓.บุคคลยกเรือนเดิมรื้อมำถวำยอุทิศให้ พระภิกษุอยู่อำศัย โดยเฉพำะในกรณีข้อ ๓ นี้มักปรำกฏอยู่เนืองๆ บุคคล ในที่นี้ อ ำจ เป็นรำษฎร หรืออำจเป็นผู้มีอ ำนำจปกครองก็ได้ กรณีที่ รำษฎรยกบ้ำนเรือนถว ำยแก่สงฆ์มักเป็นก รณีที่ บ้ำนเรือนนั้นอยู่อำศัยไม่เป็นปกติ เกิดมีควำมเจ็บไข้หรือ มี คนตำยเนืองๆ หรือบ้ำนเรือนนั้นอำจมีสิ่งที่ไม่เป็น มงคลเช่น เชื่อกันว่ำมีผีปิศำจสิง ท ำให้ผู้คนที่อยู่อำศัย เกิดควำมหวำดกลัว หรือเป็นเรือนที่เจ้ำของเสียชีวิตไม่มี ผู้อยู่อำศัยต่อมำ ทำยำทจึงได้รื้อเรือนไปปลูกถวำยวัด หรือพระมหำกษัตริย์ ถวำยเรือนของบรรพชนน ำมำสร้ำง เป็นกุฏิสงฆ์ ดังที่เคย กล่ำวมำแล้วในตอนต้น


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ลักษณะกุฏิเท่ำที่นิยมสร้ำงกันมำนั้นสังเกตว่ำอำจ จ ำแนกวิธีกำรสร้ำงได้เป็น ๓ ประเภท คือ ๑. กุฏิเดี่ยว เป็นกุฏิชนิดที่มีพระภิกษุอยู่อำศัยเพียงรูปเดียว มีห้องที่อำศัยหลับนอนเพียงหนึ่งห้อง มีชำนนั่งหน้ำห้องแบบชำนพะไลเรือน กุฏิประเภทนี้มักนิยมใช้เป็นแบบกุฏิของภิกษุ ที่ปรำรถนำปฏิบัติ วิปัสสนำธรรมปลูกแยกห่ำงจำกกัน เหมำะส ำหรับกำรสร้ำงในที่ดอนและตำมป่ำ ๒. กุฏิแถว เป็นกุฏิเช่นเดียวกับกุฏิเดี่ยวแต่ต่อเรียง ติดกันหลำยห้อง มีชำนแล่นให้เดินติดต่อ กันได้ ตลอด กุฏิชนิดนี้เป็นกุฏิที่ต้องกำร ควำมสะดวกในกำรอยู่รวมกันจ ำนวนมำกๆ มักนิยมปลูกในวัดที่มี พระภิกษุจ ำนวนมำก และในที่ที่น้ ำท่วมถึง ๓. คณะกุฏิ เป็นกุฏิชนิดเกำะหมู่อยู่รวมกัน โดยท ำเป็นกุฏิแถวล้อมสองด้ำนหรือสี่ด้ำน มีหอฉัน หรือลำนอยู่กลำง กุฏิชนิดนี้มักจะท ำขึ้นในวัดที่มีกำรแบ่งกำรควบคุม ดูแลเป็นกลุ่มใหญ่เรียกว่ำคณะ หลำยๆ คณะ อ้ำงอิง พระธรรมกิตติวงศ์(ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. ๙ รำชบัณฑิต พจนานุกรมเพื่อการศึกษาพุทธศาสน์ ชุด ค ำวัด, วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ พ.ศ. 2548 http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?t=44857 https://th.wikipedia.org/wiki


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ซุ้มโขง ซุ้มประตูโขง หรือ ประตูโขง คือ ประตูทำงเข้ำวัดที่พบในศิลปะล้ำนนำ รวมถึงศิลปะล้ำนช้ำงซึ่งได้รับอิทธิพล ศิลปะล้ำนนำ ที่ถือคติทำงพุทธศำสนำ เปรียบเสมือนดั่งป่ำหิมพำนต์ ทำงผ่ำน ระหว่ำงชมพูทวีปสู่เขำพระสุเมรุอันเป็น ศูนย์กลำงของจักรวำล ลักษณะ ซุ้มประตูโขงที่พบในล้ำนนำ ส่วน ใหญ่สร้ำงเป็นประตูวงโค้งต่อยอดขึ้นไป 5 ชั้น ประดับด้วยลวดลำยพรรณพฤกษำ รวมถึงรูปสัตว์ต่ำง ๆ เช่น นำค มกร หงส์กินรีมอม และตัวลวง เป็นต้น ส่วนยอดที่ซ้อนลดหลั่นกันเป็นชั้นได้จ ำลองซุ้มวิมำน ของเทพยดำในระดับภพภูมิต่ำง ๆ[1] ท ำหน้ำที่เป็นตัวกั้นระหว่ำงควำมไม่สงบภำยนอกกับควำมสงบ ภำยใน เป็นขอบเขตที่ท ำให้ผู้ที่เข้ำไปภำยในต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนให้มีควำมส ำรวม องค์ประกอบของซุ้มโขงประกอบด้วยฐำนสี่เหลี่ยมรับฐำนปัทมยกเก็จ ตัวเรือนธำตุรูปสี่เหลี่ยมยกเก็จตำม ส่วนฐำน มีช่องเจำะทะลุเป็นทำงเข้ำสู่ภำยในทั้งที่ฐำนและตัวเรือนธำตุ ซุ้มทำงเข้ำเป็นซุ้มวงโค้ง ส่วนยอด เป็นหลังคำลำดและชั้นลดที่เลียนแบบจำกเรือนธำตุด้ำนล่ำง ยอดบนสุดมักเป็นรูปดอกบัวตูม ที่มา ซุ้มโขงน่ำจะพัฒนำกำรมำจำกสถำปัตยกรรมขอมโบรำณ ที่มีประตูทำงเข้ำเขตบริเวณปรำสำท หรือศำสนสถำนใหญ่ เรียกว่ำ โคปุระ หรือในอินเดียโบรำณเรียกประตูนี้ว่ำ โตรณะ]บ้ำงก็คำดว่ำน่ำจะมี ที่มำจำกรูปแบบของซุ้มพระพิมพ์แบบหริภุญชัย บ้ำงก็ว่ำมีที่มำจำกรูปแบบซุ้มประตูที่ซ้อนกันเป็นชั้นซึ่ง พบสลักบนใบเสมำสมัยทวำรวดีจำกเมืองฟ้ำแดดสงยำง จังหวัดกำฬสินธุ์และแนวคิดซุ้มโขงที่ล้อมรอบ องค์เจดีย์แบบเจดีย์วัดสวนดอก เป็นลักษณะแผนผัง ที่เป็นที่นิยมของศิลปะพม่ำที่พุกำม ส ำหรับหลักฐำน ทำงเอกสำร มีกำรกล่ำวถึงซุ้มโขงมำแล้วตั้งแต่สมัย พญำกือนำ ซุ้มโขงของล้ำนนำที่เก่ำที่สุดที่พบใน ขณะนี้ไม่น่ำจะมีอำยุเก่ำไปกว่ำ พุทธศตวรรษที่ 21


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ประเภท ซุ้มประตูโขงหน้าวัด เป็นประติมำกรรมแบบลอยตัวก่ออิฐถือปูนที่สร้ำงขึ้นเพื่อเป็นทำงเข้ำออกวัด และเป็นตัวแบ่งเขตแดนที่ส ำคัญของกำรก้ำวข้ำมจำกแดนโลกภูมิผ่ำนเข้ำสู่แดนพุทธภูมิ สันนิษฐำนว่ำใน อดีตวัดที่สำมำรถสร้ำงซุ้มประตูโขงได้ต้องเป็นวัดที่มีควำมส ำคัญหรือวัดที่มีครูบำแก่กล้ำวิชำ เนื่องจำก ผู้คนให้ควำมเคำรพบูชำและลูกศิษย์มีควำมศรัทธำในครูบำอำจำรย์ซึ่งจะสร้ำงตำมผังที่เน้นเรื่องจักรวำล คติโดยใช้ซุ้มประตูโขงเป็นประตูทำงเข้ำของจักรวำล ซุ้มประตูโขงเข้าพระธาตุมีลักษณะคล้ำยกับซุ้มประตูโขงหน้ำวัดเกือบทุกประกำร แต่มีขนำดเล็ก กว่ำ ประดับตกแต่งน้อยกว่ำ และต ำแหน่งที่ตั้งอยู่ข้ำงพระธำตุ โดยจะปรำกฏเฉพำะวัดที่มีพระธำตุองค์ ส ำคัญ และอีกประกำรหนึ่ง คือ อำจมีไว้ส ำหรับให้เจ้ำนำยเสด็จผ่ำนเข้ำไปในลำนประทักษิณชั้นในเพื่อ ประกอบพิธีส ำคัญ ๆ ทำงพุทธศำสนำ ซุ้มประตูโขงทางเข้าวิหาร มีลักษณะเป็นโขงแบบติดกับผนัง เป็นประติมำกรรมนูนสูงหน้ำประตู ทำงเข้ำวิหำร โขงพระเจ้า หรือ กู่พระเจ้า มีลักษณะเป็นมณฑปปรำสำทใช้ส ำหรับประดิษฐำนพระประธำนส ำคัญ ภำยในวิหำร ประตูโขง (ฉบับล้านนา) ซุ้มโขง หมำยถึง ซุ้มประตูทำงเข้ำบริเวณพื้นที่ศำสนสถำนหรืออำคำรพิเศษในวัฒนธรรมล้ำนนำ สร้ำงขึ้นด้วยศิลำ อิฐ ปูน หรือไม้ มีควำมเป็นมำเชื่อมโยงกับคติควำมเชื่อและขนบธรรมเนียมที่มีมำแต่ โบรำณก่อนสมัยล้ำนนำ สันนิษฐำน ตำมหลักฐำนทำงโบรำณคดีและ ศิลปกรรมที่พบว่ำมีกำรสร้ำงซุ้ม ทำงเข้ำตั้งแต่สมัยขอมเรืองอ ำนำจ ใ น พื้ น ที่ ป ร ะ เ ท ศไ ท ยใ น อ ดี ต สัมพันธ์กับระบบควำมเชื่อและ ธรรมเนียมประเพณีในศำสนำ พรำหมณ์-ฮินดู ที่ได้รับมำจำก อินเดียอีกทอด เพื่อวัตถุประสงค์ใน กำรเสริมควำมเป็นมงคลและให้ ควำมส ำคัญแก่บุคคลส ำคัญในกำร ต้อนรับ หรือสร้ำงเป็นทำงลอดไปสู้ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์หรือพื้นที่ๆ พิเศษ โดยซุ้มประตูจะได้รับกำรสร้ำงและตกแต่งงดงำมเป็นพิเศษ ซุ้มประตูแบบชั่วครำวตกแต่งด้วยต้นไม้ ใบไม้ และดอกไม้ เช่น ซุ้มประตูป่ำ ในงำนตกแต่งประตูในงำนประเพณียี่เป็งของล้ำนนำ ซุ้มประตูแบบถำวร


Click to View FlipBook Version