The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กฤษณวัฒน์ ดาวแสง, 2023-06-18 05:02:25

เอกสารประกอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ฯ

เอกสารประกอบการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ฯ

Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) นิยมสร้ำงไว้ในศำสนสถำน สร้ำงด้วยวัสดุก่อสร้ำงที่แข็งแรงและมีเรือนยอด คือ ซุ้มโขง หรือ ประตูโขง สร้ำงไว้เป็นประตูทำงเข้ำวัด โบสถ์ และ วิหำร ซุ้มโขงอีกประเภทสร้ำงไว้เพื่อประดิษฐำนพระพุทธรูป เรียกว่ำ "โขงพระเจ้ำ" ซึ่งถูกก ำหนดไว้ในต ำแหน่งประธำนของห้องวิหำรหรือโบสถ์ โดยปกติซุ้มโขงมี ประตูไม้ที่มีกลอน ตัวซุ้มนิยมก่อด้วยหินหรืออิฐสอปูน มีกำรออกแบบให้มีส่วนฐำน ส่วนองค์ซุ้ม และส่วน ยอด กำรย่อมุมตัวซุ้มท ำให้สวยงำมดูไม่เทอะทะ กำรท ำยอดซุ้มช่วยให้ดูสวยสง่ำงำมเป็นพิเศษ กำร ประดับตกแต่งโดยเฉพำะรูปแบบในสมัยที่พระพุทธศำสนำรุ่งเรืองสูงสุดในล้ำนนำ ในสมัยพระเจ้ำติโลก รำชจนถึงสมัยพระเมืองแก้ว ซุ้มโขงจะได้รับกำรตกแต่งด้วยปูนปั้น เซรำมิก กระจก และเทคนิคกำรลงรัก ปิดทอง ด้วยลวดลำยที่วิจิตรงดงำม ลวดลำยต่ำงๆ และประติมำกรรมตกแต่ง สะท้อนสัญลักษณ์ควำมเชื่อ คติจักรวำล และกำรมีอยู่ของสวรรค์แดนทิพย์และป่ำหิมพำนต์ ตัวอย่ำงเช่น ประติมำกรรมรูป เทวดำ กินรี หงส์ พญำนำค และดอกไม้สวรรค์ เป็นต้น https://www.facebook.com/1880368592287798/posts/2551170861874231/ https://th.wikipedia.org/wiki ซุ้มประตูโขง วัดต ำหนักสวนขวัญ (สิริมังคลำจำรย์)


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ต้นใบลาน ลำน ชื่อวิทยำศำสตร์: Corypha lecomtei เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ปำล์ม ใบเดี่ยว ใบใหญ่คล้ำยพัด ช่อดอกขนำดใหญ่ทรงกรวย ดอกสีเหลืองอ่อน ผลแก่เต็มที่สีเหลืองกลมรี มี เปลือกหุ้ม สีเขียว เนื้อในสีขำว รสหวำน ผลแก่ เปลือกแข็ง สีด ำ ตรงกลำงผลกลวง มีน้ ำอยู่ข้ำง ใน ออกผลครั้งเดียวในชีวิต จำกนั้นจะตำย ใบ ลำนใช้ท ำเครื่องจักสำน มุงหลังคำ ล ำต้นท ำ ครก ผลกินสดหรือเชื่อม ในทำงยำ เปลือกลำน ใช้เป็นยำระบำย ใบลำนเผำไฟใช้เป็นยำดับพิษ แก้อักเสบ รำกใช้ฝนแก้ร้อน ขับเหงื่อ ลำน พันธุ์ไม้ดึกด ำบรรพ์ที่เป็นต ำนำนของลูก ฆ่ำแม่ ชื่อภำษำอังกฤษ Lontar palm, Fan palm ชื่อวิทยำศำสตร์Corypha umbraculifera L. ควำมหมำย แนวล ำต้นตั้งตรงและแข็ง เติบโตเป็น ต้นเดี่ยวโดยไม่มีกำรแตกกอเพิ่ม ไม่มีกิ่งก้ำนแต่มีกำบใบเรียงเป็นชั้นๆ เมื่อใบเหล่ำนี้หลุดออกจะเหลือสัน เตี้ยๆ ล้อมรอบล ำต้นเหมือนวงแหวนเอำไว้ ผิวไม้เป็นสีน้ ำตำลเข้มปนเทำ เส้นผ่ำนศูนย์กลำงล ำต้นไม่รวม กำบใบอยู่ที่ประมำณ 40-60 เซนติเมตร ควำมเชื่อ ภำคเหนือจะมีควำมเชื่อว่ำ ต้นลำนสำมำรถหยั่งรำกถึงเมืองบำดำลได้ แต่เมื่อใดที่รำกหยั่งถึงแล้ว ก็จะยืนต้นตำยทันที ภำคอีสำนก็มีควำมเชื่อดั้งเดิมว่ำต้นลำนเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ หำกน ำใบลำนมำจำรอักษรก็ จะได้บุญเทียบเท่ำกับกำรสร้ำงพระพุทธรูป และส่งผลให้ผู้จำรอักษรมีสติปัญญำดี


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ความเชื่อเกี่ยวกับต้นลาน ควำมเชื่อที่เชื่อมโยงกับต้นลำนนั้นมีค่อนข้ำงมำกและหลำกหลำย แปรเปลี่ยนไปตำมแนวคิดของ ผู้คนในแต่ละท้องถิ่น อย่ำงทำงภำคเหนือจะมีควำมเชื่อว่ำ ต้นลำนสำมำรถหยั่งรำกถึงเมืองบำดำลได้ แต่ เมื่อใดที่รำกหยั่งถึงแล้วก็จะยืนต้นตำยทันที ซึ่งควำมเชื่อนี้ได้ต่อยอดไปสู่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ พระพุทธศำสนำอีกหลำยอย่ำง ทำงภำคอีสำนก็มีควำมเชื่อดั้งเดิมว่ำต้นลำนเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ หำกน ำ ใบลำนมำจำรอักษรก็จะได้บุญเทียบเท่ำกับกำรสร้ำงพระพุทธรูป และส่งผลให้ผู้จำรอักษรมีสติปัญญำดี ศึกษำธรรมใดก็แตกฉำน โดยง่ำย นอกจำกนี้ยังมีค ำกล่ำวที่ว่ำ หำกตบตีพ่อแม่ก็จะตำยไป แล้วมีมือใหญ่เท่ำใบลำน เป็นหนึ่งในกุศโลบำยที่ท ำให้เด็กกลัว บำปกรรมและรู้จักกตัญญูต่อพ่อแม่ด้วย ลักษณะของต้นลาน ลักษณะของล ำต้น แนวล ำต้นตั้งตรงและแข็ง เติบโตเป็น ต้นเดี่ยวโดยไม่มีกำรแตกกอเพิ่ม ไม่มีกิ่งก้ำนแต่มีกำบใบเรียงเป็น ชั้นๆ เมื่อใบเหล่ำนี้หลุดออกจะเหลือสันเตี้ยๆ ล้อมรอบล ำต้น เหมือนวงแหวนเอำไว้ ผิวไม้เป็นสีน้ ำตำลเข้มปนเทำ เส้นผ่ำน ศูนย์กลำงล ำต้นไม่รวมกำบใบอยู่ที่ประมำณ 40-60 เซนติเมตร ใบ รูปทรงใบคล้ำยกับฝ่ำมือขนำดใหญ่ แผ่นใบหยักเป็นคลื่น ปลำยใบฉีกแยกออกจำกกันเป็น หลำยแฉก ควำมยำวของใบอยู่ที่ประมำณ 3-4 เมตร และกว้ำงได้มำกถึง 6 เมตร ก้ำนใบเรียวยำวและมี ขอบที่โค้งเข้ำหำกัน มีรอยหยักคล้ำยฟันเลื่อยสีด ำที่ขอบนั้นด้วย เนื้อใบบำงสีเขียวอมเทำ ผิวใบเรียบลื่น เป็นมันเงำ ดอก ดอกลำนจะออกที่ยอดบนสุดของล ำต้นเพียงต ำแหน่งเดียว มีลักษณะเป็นช่อที่ลดหลั่นกัน คล้ำยพีระมิด ก้ำนดอกยำวประมำณ 4-7 เมตร แต่ละก้ำนประกอบด้วยแขนงดอกย่อยมำกกว่ำ 40 แขนง ดอกย่อยเป็นสีเหลืองอ่อนหรือสีขำวครีม และมีกลิ่นหอมที่ค่อนข้ำงเป็นเอกลักษณ์ ผล ผลเป็นทรงกลมสีเขียวสด ผิวนอกเรียบเกลี้ยงหรือขรุขระบ้ำงเล็กน้อย ลูกลำนภำยในมีเมล็ด เดี่ยวสีด ำ เนื้อในขำวขุ่นคล้ำยลูกชิด


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) สายพันธุ์ยอดนิยม อันที่จริงพืชในตระกูลลำนจะมีอยู่หลำยสำยพันธุ์ทั่วโลก แต่ในประเทศไทยจะพบต้นลำนเพียงแค่ 3 สำยพันธุ์เท่ำนั้น 1. ลานพรุเติบโตได้ดีตำมริมฝั่งแม่น้ ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ ำ พบมำกทำงภำคใต้ของไทย 2. ลานป่า เรียกอีกชื่อหนึ่งว่ำ ลำนทุ่ง นับเป็นสำยพันธุ์ดั้งเดิมที่พบมำกทำงภำคตะวันออก ภำค อีสำน และภำคกลำงบำงพื้นที่ 3. ลานวัด อำจเรียกว่ำ ลำนบ้ำน หรือ ลำนหมื่นเถิดเทิง เป็นสำยพันธุ์ที่มีขนำดใหญ่ที่สุด ในบ้ำนเรำ ไม่พบลำนชนิดนี้ขึ้นเองตำมธรรมชำติ แต่ นิยมน ำพันธุ์มำเพำะปลูกกันมำกทำง ภำคเหนือ วิธีการปลูก กำรขยำยพันธุ์ต้นลำนต้องเพำะจำกเมล็ด โดยเลือกเก็บลูกลำนที่ร่วงหล่นใต้ต้นและยังมีสภำพ สมบูรณ์ดี น ำมำแกะเปลือกแล้วขูดล้ำงเอำเนื้อออก ให้เกลี้ยง ตัดปลำยด้ำนหนึ่งของเมล็ดลูกลำนจน มองเห็นแก่นสีขำวด้ำนใน น ำเมล็ดไปแช่น้ ำไว้ ข้ำมคืน จำกนั้นน ำลงเพำะในกระบะที่มีดินร่วนซุย หรือจะใช้เป็นขุยมะพร้ำวผสมแกลบก็ได้ หมั่นรดน้ ำ จนกว่ำจะเห็นต้นอ่อนสีขำวงอกออกมำ ค่อยแยกไป ลงถุงเพำะช ำอีกครั้งหนึ่ง ช่วงแรกต้นลำนจะเติบโต ได้ช้ำมำก อำจใช้เวลำมำกกว่ำ 1 ปีถึงจะได้ต้นกล้ำ ที่โตพอส ำหรับย้ำยไปปลูกลงดิน วิธีการดูแลรักษา แสง ต้องกำรแดดจัดตลอดทั้งวัน ยกเว้นช่วงต้นอ่อนที่ต้องตั้งไว้ในที่ร่ม น า ช่วงต้นอ่อนและต้นกล้ำระยะแรกให้รดน้ ำเป็นประจ ำทุกวัน หลังจำกนั้นสำมำรถลดให้เหลือ สัปดำห์ละ 3-5 ครั้งได้ ดิน เติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยเพื่อบ ำรุงแร่ธำตุในดินตำมควำมเหมำะสม คุณประโยชน์ที่ได้จำกต้นลำน


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) 1. ล าต้น มีสรรพคุณในกำรแก้พิษ แต่นิยมน ำมำท ำฟืนหุงต้มในครัวเรือน ท ำเฟอร์นิเจอร์ และ ดัดแปลงเป็นข้ำวของเครื่องใช้มำกกว่ำ ในบำงพื้นที่จะน ำแก่นลำนมำท ำครกไม้และสำกไม้ นอกจำกนี้ยังใช้ในกำรเพำะเลี้ยงตัวด้วงได้ด้วย 2. ใบ น ำใบแก่มำเผำไฟช่วยดับพิษอักเสบและลดอำกำรบวมช้ ำได้ดี ทั้งยังใช้เพื่อประกอบเป็นที่พัก อำศัยได้ด้วย ส่วนใบอ่อนหรือยอดลำนจะถูกดัดแปลงเป็นสมุดใบลำนส ำหรับจดบันทึก ผลิตภัณฑ์ จักรสำน และประดิษฐ์เป็นของเล่นเด็ก 3. ผล เนื้อในช่วยรักษำโรคกระเพำะ ฆ่ำเชื้อในล ำไส้ และใช้เป็นยำระบำยได้ ส่วนเปลือกนอกก็มี สรรพคุณช่วยในกำรระบำยเช่นเดียวกัน 4. ราก น ำรำกมำฝนกับน้ ำแล้วทำนเป็นยำ ช่วยบรรเทำอำกำรไข้หวัด แก้ร้อนใน และช่วยขับเหงื่อ ได้ดี ลิ มรสลูกลานไม่ต้องรอนานถึง 60 ปี อีกหนึ่งฉำยำของต้นลำนก็คือ “ลูกฆ่ำแม่” มำจำกธรรมชำติของต้นลำนที่พอออกผลแล้วก็จะยืน ต้นตำยทันที บำงคนจึงเลือกที่จะไม่ทำนลูกลำนเลยด้วยเชื่อว่ำไม่เป็นมงคล เมื่อต้นลำนเป็นไม้โตช้ำแล้วยัง ออกผลได้เพียงรอบเดียวตลอดอำยุของมัน เลยท ำให้พันธุ์ไม้ชนิดนี้เริ่มหำยำกมำกขึ้น เรื่อยๆ จนเด็กรุ่นใหม่แทบจะไม่เคยเห็นกัน แล้ว คงได้เห็นเพียงลูกลำนที่ชำวบ้ำนน ำมำ ขำยตำมสถำนที่ท่องเที่ยวนั่นเอง อย่ำงไรก็ ตำม ควำมเชื่อที่ว่ำกว่ำจะได้ทำนลูกลำนต้อง รอถึง 60 ปีนี้ ดูจะคลำดเคลื่อนจำกควำม จริงไปบ้ำง เพรำะระยะเวลำในกำรออกผล ของต้นลำนนั้นขึ้นอยู่กับสำยพันธุ์และกำร ดูแล ประมำณ 20-30 ปีขึ้นไปก็เริ่มออกผล ให้เก็บเกี่ยวกันได้แล้ว แหล่งที่มำ kaijeaw.in.th http://www.bl.msu.ac.th http://www.rspg.or.th


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) หอระฆังและหอกลอง หอระฆังและหอกลอง เดิมทีวัดในชนบท ของอีสำนนิยมใช้"โปง" ตีบอกเวลำในกิจกรรมที่ เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศำสนำ เป็นกำรสื่อสำร ระหว่ำงพระกับชำวบ้ำน โปง ซึ่งท ำด้วยไม้เนื้อแข็ง ให้เสียงทุ้มนุ่มนวลและได้ยินไปไกล โปงจะผูกไว้ใต้ ถุนกุฏิหรือหอแจก จึงไม่จ ำเป็นต้องท ำโรงเรือน ต่อมำเมื่อวัดในอีสำนได้รับอิทธิพลจำกเมืองหลวง ในกำรใช้ระฆังหรือกลอ งเป็นสัญญำณเสียง ประกอบกับไม้ท าโปงเริ่มหำยำก และโปงเก่ำเมื่อ กระทุ้งบ่อยๆ ก็จะสึกและช ำรุดจนท ำให้เสียงเสีย ไป วัดจึงได้สร้ำงหอสูง 3 ชั้นขึ้น โดยรวมทั้งระฆัง กลอง และโปง ให้อยู่ในหอเดียวกัน กษณะเด่นเชิงรูปธรรม รูปทรงโปร่ง มี 3 ชั้นสูงในแนวตั้ง หลังคำจตุรมุขซ้อนชั้น ยอดแหลม มีกำรแกะสลักไม้เป็นลำยนำค ลำยก้ำนขด ลำย เครือวัลย์ เป็นต้น ลักษณะเด่นเชิงนำมธรรม เป็นสัญญำณกำรสื่อสำรที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมทำงพุทธศำสนำ สร้ำง ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงพระกับชำวบ้ำน ในสมัยโบรำณ กำรบอกเวลำในโมงยำมต่ำงๆ จะใช้กำรตีเกรำะ เคำะไม้เพื่อบอกเวลำ หรือแจ้ง ข่ำวสำร ประชุมคนในชุมชน ต่อมำมีกำรตีโปง กลอง หรือระฆัง เพื่อใช้บอกเวลำในกำรกระท ำกำรที่ เกี่ยวกับพระพุทธศำสนำ เช่น บอกเวลำท ำวัตรเช้ำ เย็น บอกเวลำบิณฑบำตรของพระเณร บอกเวลำฉัน เพล เป็นต้น เรำจึงพบว่ำ ในวัดวำอำรำมมีกำร สร้ำงตัวอำคำรส ำหรับใช้แขวนโปง กลองและ ระฆังเหล่ำนี้ ในกำรเป็นศูนย์กลำงของกำรบอก เวลำที่เรียกว่ำ หอระฆังและหอกลอง หอระฆังและหอกลอง เป็นอำคำร ประเภทหนึ่งที่ปรำกฏกำรสร้ำงมำแต่ครั้งโบรำณ จนถึงปัจจุบัน โดยม ำกพบใน วัด ทั้งเขต พุทธำวำส และสังฆำวำส ใช้แขวนระฆังและ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) กลองส ำหรับตีบอกเวลำ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ทรำบเวลำส ำหรับกำรประกอบวัตรปฏิบัติต่ำงๆ โดยพร้อม เพรียงกันอันได้แก่ กำรท ำวัตรเช้ำ-เย็น กำรฉันเพล เป็นต้น ในทำงควำมเชื่อเรื่องเสียงระฆัง เชื่อกัน ในอดีตว่ำถ้ำโลกนี้ไม่มีเสียงระฆัง (หมำยถึง ไม่มีศำสนำ) แล้วจะมียักษ์มำกินมนุษย์ ดังนั้น เพื่อประโยชน์ที่กล่ำวมำแล้ว วัดในพระพุทธศำสนำ (ฝ่ำยเถรวำท) จึง ต้องสร้ำงหอระฆังเพื่อใช้ประโยชน์ตำมข้ำงต้น รูปแบบและโครงสร้ำงของหอ ระฆังและหอกลองนั้น มีควำมคล้ำยคลึง กันมำก อำจแตกต่ำงกันเฉพำะชื่อเรียก เท่ำนั้น โดยทั่วไปมักสร้ำงขึ้นโดยใช้แผนผัง รูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยเน้นให้มีรูปทรง สูง สำมำรถจ ำแนกประเภทได้ 2 ประเภท คือ ชนิดเครื่องไม้ หมำยถึง ประเภทที่สร้ำงตัวอำคำรด้วยโครงสร้ำงและองค์ประกอบต่ำงๆ เป็นไม้ ทั้งสิ้น มีไม้พำดเป็นขื่อส ำหรับแขวนระฆังหรือกลอง มีควำมโปร่งโล่ง เพรำะไม่ได้ก่อฝำผนังทึบตัน เช่น หอระฆังไม้ วัดศรีบุญเรือง อ ำเภอกุมภวำปี จังหวัด อุดรธำนี เป็นหอระฆังไม้ทรงสูง เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม จัตุรัส สร้ำงด้วยไม้ทั้งหมด เสำรองรับหอระฆัง มี ขนำดเส้นรอบวงประมำณ 1.15 เมตร ระยะห่ำง ของเสำทั้ง 4 ต้น ห่ำงกันประมำณ 2.10 เมตร หอ ระฆังเป็นหอสูง 4 ชั้น แต่ละชั้นปูพื้นไม้กระดำน มี บันไดเชื่อมต่อกันทุกชั้น หลังคำทรงจตุรมุขลดหลั่น กัน 3 ชั้น ประดับด้วยลวดลำยไม้ฉลุ ลำยเครือเถำ ลำยกนก ศิลปกรรมแบบพื้นถิ่นอีสำน นอกจำกนี้ยังพบหอกลองชนิดเครื่องไม้ที่มีคุณค่ำยิ่ง คือ หอกลอง วัดโคกบัวรำย อ ำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นหอกลองสูงสำมชั้น มีควำมเรียบง่ำยแบบพื้นบ้ำน โครงสร้ำงก็เป็นแบบโปร่งโล่งและมี เอกลักษณ์ของศิลปกรรมท้องถิ่น ที่เน้นประโยชน์ใช้สอยมำกกว่ำ ชนิดเครื่องก่อ หมำยถึง ประเภทที่สร้ำงด้วยโครงสร้ำงแบบก่ออิฐถือปูนเช่นเดียวกับตึก ชั้นล่ำง โถงโล่ง มีบันไดเชื่อมต่อชั้นบน หอระฆังและหอกลองชนิดเครื่องก่อนี้มีทั้งที่ก่ออิฐเป็นผนังทึบตัน และแบบ โปร่งเช่นเดียวกับเครื่องไม้ อำทิ วัดพระธำตุเชิงชุมวรวิหำร จังหวัดสกลนคร เป็นหอกลองสูงทั้งหมดสำม


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ชั้น สร้ำงขึ้นในปี พ.ศ. 2503 โดยชำวเวียดนำมที่ได้มำพ ำนักอำศัย ณ จังหวัดสกลนคร ร่วมใจกันสร้ำงขึ้น ถวำยองค์พระธำตุเชิงชุม เพื่อเป็นพุทธบูชำเพื่อใช้บอกเวลำยำมต่ำงๆ ในปัจจุบัน วัดยังคงใช้กำรตีระฆังและกลอง เพื่อบอกเวลำปฏิบัติกิจของสงฆ์เช่นเดิม นอกจำกเป็น เสียงที่ดังกังวำลและเยือกเย็นแล้ว ยังเป็นกำรอนุรักษ์มรดกทำงวัฒนธรรมของกำรสร้ำงหอระฆังและ หอกลองของไทยไว้ด้วย https://www.isangate.com/new/32-art-culture/knowledge/536-hor-ra-kang.html


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) วิหำร ศำสนสถำนในพระพุทธศำสนำ เ ป็ น ส ถ ำ น ที่ ป ร ะ ดิ ษ ฐ ำ น พระพุทธศำสนำ มีองค์ประกอบ คือ โบสถ์ วิหำร เจดีย์ สถูป พระพุทธรูป ศ ำ ล ำ ก ำ ร เ ป รี ย ญ แ ล ะ กุ ฏิ ห รื อ สิ่ ง ก่ อ ส ร้ ำ ง อื่ น ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ พระพุทธศำสนำ เป็นที่พักอำศัยของ พระภิกษุ สำมเณร เป็น ศูนย์กลำงสังคมของพุทธศำสนิกชน และเป็น ส ถ ำ น ที่ ป ร ะ ก อ บ กิ จ ก ร ร ม ป ร ะ เ พ ณี ใ น พระพุทธศำสนำ เป็นอนุสรณ์ให้ระลึกถึงคุณ พระรัตนตรัย ซึ่งพุทธศำสนิกชนนิยม ไปกรำบ ไหว้บูชำ และร่วมกิจกรรมต่ำงๆ ในพุทธ ศำสนำ ซึ่งสร้ำงขึ้นเพื่อใช้ในกิจกำร หรือ เกี่ยวข้องกับ พระพุทธศำสนำได้แก่ ส ำนักสงฆ์วัดวำอำรำม โบสถ์วิหำรเจดีย์และสถูป สมเด็จพระสัมมำสัมพุทธเจ้ำตรัส บอก กำรใช้สอยเสนำสนะอันสงัด อัน ได้แก่ป่ำโคน ไม้หรือเรือนว่ำง มีซอกเขำ ถ้ำในภูเขำ ป่ำช้ำ ป่ำละเมำะ ที่โล่งแจ้ง ลอมฟำงที่สงัดมีเสียงน้อย มีเสียงอึกทึก น้อยไม่มีคนสัญจรไปมำไม่มีคน พลุกพล่ำน ว่ำ เหมำะเป็นที่หลีกเร้น เป็น สถำนที่ ปฏิบัติธรรม และมีปรำกฏว่ำ “ใน พรรษำ ที่ 3 ขณะประทับจ ำพรรษำ ณ เวฬุวัน วิหำร กรุงรำชคฤห์ เศรษฐี กรุงรำชคฤห์ เลื่อมใสศรัทธำในภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วย อิริยำบถ 1 นิสิตปริญญำเอก สำขำวิชำกำรจัดกำรเชิงพุทธ คณะสังคมศำสตร์ มหำวิทยำลัยมหำจุฬำลง กรณรำชวิทยำลัย 90 JOURNAL OF NAKHONRATCHASIMA COLLEGE Vol.8 No.1 January - July 2014 .. จึงได้ทูลขออนุญำตสร้ำงเสนำสนะถวำยจึงทรง อนุญำตเสนำสนะ5 ชนิด ได้แก่วิหำรเรือนมุง แถบ เดียวเรือนชั้น เรือนโล้น และถ้ ำที่สร้ำงขึ้น ทรงอนุโมทนำด้วยพระคำถำเหล่ำนี้ว่ำ “วิหำรย่อมป้องกัน ควำมหนำวร้อน และสัตว์ร้ำย นอกจำกนั้นยังป้องกันงู ยุงและ ฝนใน ครำวหนำวเย็น นอกจำกนั้นยัง ป้องกัน ลมและแดดอันร้อนจัดที่เกิดขึ้น กำรถวำยวิหำร แก่สงฆ์เพื่อ หลีกเร้นอยู่ เพื่อควำมสุขเพื่อเพ่ง พินิจ และเพื่อเห็นแจ้ง พระพุทธเจ้ำทั้งหลำย ทรงสรรเสริญว่ำเป็น ทำนอันเลิศ...” (ส ำนักงำน คณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคม แห่งชำติ, พ.ศ.2544: 50)


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ศำสนสถำนที่ใช้ประกอบพิธีกรรมของศำสนำพุทธ ดังนั้นอำจเรียกว่ำเป็น ”พุทธสถำน” ซึ่ง หมำยถึง อำคำรสถำนที่ (สถำนที่ที่เป็นที่ตั้งของอำคำร) ที่สร้ำงขึ้นเนื่องในพุทธศำสนำและถูกก ำหนดเขต อย่ำงแน่นอน ส ำหรับเป็นที่ตั้งของอำคำรต่ำงๆ อันเป็นองค์ประกอบของวัด ได้แก่โบสถ์วิหำร เจดีย์สีมำ หอไตรศำลำกำรเปรียญ กุฏิ เป็นต้น นอกจำกนี้วัดโดยทั่วไปก็เป็นที่ พ ำนักของพระภิกษุสงฆ์ (รำชบัณฑิตยสถำน, 2525: 747) ในสมัยพุทธกำลมีค ำเรียกวัดว่ำ อำรำม อำวำส สังฆำรำม และวิหำร โดยวัดในสมัยพุทธกำลมีที่มำ จำกแนวคิดหลักประกำรแรก คือ ควำมจ ำเป็นในควำมต้องกำรใช้สอยเสนำสนะเพื่อกำรจ ำพรรษำ ปฏิบัติ ธรรม และเจริญสมำธิเพื่อให้ได้รับควำมสะดวกในกำรจ ำพรรษำของภิกษุและภิกษุณี ประกำรที่สอง คือ เกิดจำกควำมศรัทธำของอุบำสก อุบำสิกำที่ต้องกำรสร้ำงเสนำสนะหรือวัดถวำยไว้ใช้สอยในพุทธศำสนำ โดยองค์ประกอบหลักของวัด คือ วิหำร กุฎี อุโบสถ หอฉัน ศำลำโรงไฟ เรือนคลัง กัปปิยกุฎีโรงจงกรม บ่อ น้ ำ เวจจกุฎี โดยวัดแห่งแรก คือ เวฬุวันวิหำรสร้ำงโดยโดยพระเจ้ำพิมพิสำร แต่วัดที่พระพุทธเจ้ำทรง ประทับนำนที่สุดคือเชตวันวิหำรที่สร้ำงโดยอนำถบิณฑิกเศรษฐีโดยคุณลักษณะของวัด และเสนำสนะสมัย พุทธกำลภำยในวัดนั้นมีควำมเรียบง่ำยเน้นกำรใช้สอยตำมควำมจ ำเป็นโดยไม่ให้ควำมส ำคัญกับกำรตกแต่ง และควำมงำม กำรดัดแปลงกำรใช้สอยในองค์ประกอบต่ำงๆ ของวัดตั้งอยู่บนพื้นฐำนของพระธรรมวินัย และวัดในสมัยพุทธกำลมีสภำพแวดล้อมที่กลมกลืนกับธรรมชำติ เอกสารอ้างอิง กนกวรรณ ดุงศรีแก้ว. (2542). กำรพัฒนำวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว. จุลสำรกำร ท่องเที่ยว, 18 (4), ตุลำคม-ธันวำคม. กรมกำรศำสนำ กระทรวงศึกษำธิกำร, (2539). คู่มือถวำยควำมรู้แด่ พระสังฆำธิกำรปี 2538. กรุงเทพมหำนคร: กำรศำสนำ. กำรท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2544). แผนปฏิบัติกำรกำรท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งชำติ. กรุงเทพมหำนคร. คณะกรรมกำรกำรศึกษำแห่งชำติส ำ นักงำน.(2544). บทบำทที่พึงประสงค์ของวัด และพระสงฆ์กับ กำร พัฒนำสังคมไทย.กรุงเทพมหำนคร:


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) โรงพิมพ์แห่งจุฬำลงกรณ์มหำวิทยำลัย. ณัฎฐพงศ์ ถือด ำ และ สมหมำย ปิ่นพุทธศิลป์. (2550). ระบบกำร จัดกำรพิพิธภัณฑ์โบรำณสถำน ศำสนสถำนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทำงวัฒนธรรมอย่ำงยั่งยืน, งำนวิจัย กองทุนสนับสนุน (สวก). ภูเก็ต มหำวิทยำลัยรำชภัฎภูเก็ต. น้อย ลำยครำม และผศ.สุบรรณ จันทบุตร. (2539). กำรบริหำรและกำรจัดกำรวัดให้เป็นศูนย์กลำง ชุมชน. ประเวศ วะสี.ศำสตรำจำรย์นำยแพทย์. (2539). พระสงฆ์กับกำรรู้เท่ำทันสังคมในกำรบริหำรจัดกำร วัดในยุคโลกำภิวัตน์.กรุงเทพมหำนคร: บริษัท เอ.พี.กรำฟิคดีไซน์และกำรพิมพ์จ ำกัด. พระเทพวิสุทธิกวี(ไสว สุจิตฺโต), (2532). วิชำกำรเลขำนุกำร ตำม แนวหลักสตรู แผนกอบรม โรงเรียนพระสังฆำธิกำร. พิมพ์ครั้งที่5.กรุงเทพมหำนคร: บริษัทประยูรวงศ์จ ำกัด. รสิกำ อังกูร. (2544). ควำมพร้อมของวัดในเขตกรุงเทพมหำนครเกี่ยวกับกำรเผยแผ่ พระพุทธศำสนำ โดย ผ่ำนกำรนำชมศิลปวัฒนธรรม. รำยงำนกำรวิจัย. กรุงเทพมหำนคร: สถำบันวิจัยและพัฒนำ มหำวิทยำลัยสุโขทัยธรรมำธิรำช, 2544. รำชบัณฑิตยสถำน. (2525). พจนำนุกรมฉบับรำชบัณฑิตยสถำน พ.ศ. 2525.กรุงเทพหำนคร: อักษร เจริญทัศน์, 2525. วสันต์ ชีวะสำธน์. (2552). ศำสนสถำนในพุทธ ศำสนำ : แหล่งและบทบำท.กรุงเทพมหำนคร. วิวัฒน์ชัย บุญยภักดิ์. (2533). “กำรท่องเที่ยว”. ต ำรำเอกสำรวิชำกำร.กรุงเทพมหำนคร: ภำค พัฒนำ ต ำรำและเอกสำรวิชำกำร. หน่วยศึกษำนิเทศก์. ส ำ นักงำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ. (2544). แผนพัฒนำเศรษฐกิจและ สังคม แห่งชำติฉบับที่เก้ำ พ.ศ. 2545-2549. ส ำนักนำยกรัฐมนตรี. สุรีย์ มีผลกิจและ วิเชียร มีผลกิจ.(2545). พระพุทธกิจ 45 พรรษำ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพ มหำนคร: บริษัท คอมฟอร์ม จ ำกัด. http://journal.nmc.ac.th/th/admin/Journal/2557Vol8No1_12.pdf


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) หอธรรม -คติสัญลักษณ์ สถำปัตยกรรม - หอธรรม หอไตร ห อ ธ ร รม ห อไต ร – หอธรรม เป็นค ำเรียกทำง ภำคเหนือและอีสำน ส่วนภำคกลำงและภำคอื่นของประเทศ เรียก หอไตร เป็นอำคำรที่สร้ำงขึ้นในวัดทำงพุทธศำสนำ จุดประสงค์เดิมคือเก็บค าสอนของพระพุทธเจ้าที่จารึก เป็นตัวหนังสือลงบนแผ ่นทองแดงหรือต ่อมาภายหลัง อาจจะเป็นบนใบลานหรือบนกระดาษที่เรียกว่ากระดาษ ไทย ที่เรียกว่า พระไตรปิฎก ก็อาจจะรวบรวมอรรถกถา นิพพาน ต ารับยา และนิทานชาดกไว้ด้วยก็มี หอธรรมหรือหอไตรจึงเป็นเสมือนหอสมุด แต่ เนื่องจำกวัตถุประสงค์เพื่อกำรเก็บรักษำเอกสำรทำงศำสนำเป็น ส่วนใหญ่ จึงไม่ใช่และไม่ใช้พื้นที่ภำยในหอธรรมหรือหอไตรเป็น ที่อ่ำนหนังสือหรือประชุมกัน หอไตรจึงมักจะเป็นอำคำรเอกเทศและขณะเดียวกัน กำรที่หอไตรกับพระไตรปิฎกเป็นสิ่งส ำคัญ หอไตรจึงมีฐำนะเป็นธรรมเจดีย์ เพรำะค ำว่ำ เจดีย์ หมำยถึง อำคำรสถำนที่ก่อสร้ำงที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้ำ กำรสร้ำงหอไตรในภำคเหนือจึงมีกำรสร้ำงหอไตรที่มีรูปทรงที่ เรียกว่ำ สิขร หรือเขำพระสุเมรุ ตกแต่งอำคำรหอไตรเป็นรูป เทวดำ สัตว์หิมพำนต์และลวดลำยดอกไม้ในสวรรค์ หอไตรบำงแห่งสร้ำงในบ่อน้ ำที่นอกจำกจะป้องกันสัตว์ เช่น นก หนู เข้ำไปท ำลำยเอกสำรในหอ ไตรแล้ว บ่อน้ ำยังมีควำมหมำยหรือสัญลักษณ์ของ มหำสมุทรหรือทะเลสีทันดร ที่ล้อมรอบเขำพระสุเมรุ ด้วย


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) หอธรรมหรือหอไตรของพุทธศำสนำฝ่ำยมหำยำน ตันตระยำน จะเก็บคัมภีร์หรืออรรถกถำห่อ ด้วยผ้ำใหม่ เก็บไว้ในสถูป ที่ตั้งอยู่ที่ใดที่หนึ่งใน บริเวณวัด ในภำพคือ หอไตรวัดต ำหนักสวนขวัญ (สิริมังคลำจำรย์) เป็นอำคำรทรงพิเศษที่น่ำสนใจ กล่ำวคือเป็นหอไตรที่มี ควำมคล้ำยคลึงวิหำรลำย ค ำ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ และที่เป็นคติ สั ญ ลั ก ษ ณ์ ข อง สิ่ง ที่ บ ร ร จุ อ ยู่ ภ ำ ย ใ น คื อ พระไตรปิฎก คัมภีร์ทำงพุทธศำสนำ เป็นต้น https://www.khaosod.co.th/newspaper/newspaper-inside-pages/news_5799667 (อ้างอิง ข้อมูลจากัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่) หอไตรหรือหอธรรม หอไตรวัดพระสิงห์ หอไตรเป็นอำคำรที่สร้ำงขึ้นเพื่อจุดประสงค์ที่ จัดเก็บรักษำพระไตรปิฎกหรือคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับ พระพุทธศำสนำ ในหลักฐำนทำงเอกสำรของทำงล้ำนนำ เท่ำที่มีกำรค้นพบได้มีกำรกล่ำวถึงคัมภีร์ทำงพุทธศำสนำ มำแล้วตั้งแต่กำรเริ่มน ำพุทธศำสนำเข้ำมำเผยแพร่ในดินแดน ภำคเหนือตอนบนของประเทศไทยโดยพระนำงจำมเทวี รำว ต้นพุทธศตวรรษที่ 13 และพบว่ำมีกำรกล่ำวถึงพระไตรปิฎก ที่ต่อเนื่องกันมำโดยตลอด แต่กลับไม่ระบุถึงกำรสร้ำงสถำนที่ เก็บรักษำเลย จนกระทั่งในรัชกำลของพระเจ้ำยอดเชียงรำย รำว พ.ศ.2031 จึงพบหลักฐำนที่กล่ำวถึงกำรสร้ำงหอไตร เป็นครั้งแรก แต่เข้ำใจว่ำหอไตรนั้นควรสร้ำงขึ้นมำก่อนหน้ำพระเจ้ำยอดเชียงรำยแล้ว เพรำะมีเอกสำรที่ กล่ำวถึงในรัชกำลของพระเมืองแก้วได้โปรดให้น ำปรำสำทยอดเมืองมำสร้ำงแทนหอไตรหลังเก่ำที่วัดมหำ โพธำรำม (เจ็ดยอด) ซึ่งหลังเดิมใช้เป็นที่เก็บรักษำพระไตรปิฎก ซึ่งช ำระแล้วครั้งกำรสังคำยนำพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ในสมัย พระเจ้ำติโลกรำช อำจกล่ำวได้ว่ำสืบเนื่องจำกกำรสังคำยนำครั้งนี้เป็นเหตุให้มีคัมภีร์ทำงพุทธศำสนำมำกขึ้นจึงเกิด ควำมนิยมสร้ำงหอไตรเพื่อใช้เก็บรักษำคัมภีร์ทำงพุทธศำสนำเพิ่มมำกขึ้น โดยจะใช้ค ำเรียกว่ำ หอไตร หอ ธรรม พระธรรมมนเทียร พระมนเทียร หรือ ปิฎกฆระ ซึ่งหมำยควำมถึงสถำนที่เก็บรักษำคัมภีร์ทำงพุทธ ศำสนำทั้งสิ้นส ำหรับประวัติควำมเป็นมำของหอไตรวัดพระสิงห์นี้เดิมได้มีนักวิชำกำรท ำกำรศึกษำถึง


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) รูปแบบศิลปะแล้วเข้ำใจว่ำเป็นหอไตรที่ สร้ำงขึ้นรำวพุทธศตวรรษที่ 21 แต่จำก กำรศึกษำในครั้งนี้ได้พบหลักฐำนเกี่ยวกับ ระยะเวลำกำรสร้ำงหอไตรจำกศิลำจำรึก หินทรำยแดงที่แต่เดิมตั้งอยู่ใกล้ฐำนพระ อุโบสถวัดพระสิงห์ เนื้อควำมในศิลำจำรึก กล่ำวถึงสมเด็จเชษฐำบรมพิตรำธรรมิก รำชำธิรำชเจ้ำเมืองเชียงใหม่ (พระยำกำวิ ละ) ได้นิมนต์พระสังฆรำชำวัดพระสิงห์ สร้ำงพระอุโบสถ มณฑปปรำสำทภำยใน อุโบสถและหอธรรมปิฎกขึ้นเมื่อวันพุธ เดือน 6 ขึ้น 15 ค่ ำ พ.ศ.2354 กำรสร้ำงหอธรรมในครั้งนี้ไม่อำจทรำบรำยละเอียดของลักษณะหอไตรและกำรตกแต่ง แต่คงมี กำรประดับตกแต่งเช่นเดียวกับพระอุโบสถที่ระบุว่ำ "กระท ำเลขประติมำกรรม ด้วยสุวรรณกำญจนค ำแดง แสงงำมตำมแต่โบรำณพระรำชกษัตรำ" วัสดุที่ใช้ทรำบรำยละเอียดจำกรำยกำรที่ระบุไว้ตอนท้ำยว่ำ "ค่ำรัก หำง ค ำปิว (ทองค ำเปลว) แก้วกระจก หรดำน น้ ำอ้อย ปูน เหล็ก ดินจี่ (อิฐ) เดง (กระดิ่ง) ..........ต่อมำรำว พ.ศ.2377 หอไตรองค์นี้อำจถูกบูรณะขึ้นอีกครั้งหนึ่งโดยครูบำกัญจนมหำเถร วัด สูงเม่น ทั้งนี้อำจเป็นเพรำะว่ำในปี พ.ศ.2376 ครำวที่ครูบำกัญจนพ ำนักในเมืองเชียงใหม่ได้ชักชวนสังฆรำช วัดสวนดอกร่วมกันสังคำยนำพระไตรปิฎกและตั้งฉลองไว้ที่วัดพระสิงห์ หอไตรวัดพระสิงห์อำจถูกบูรณะ เพื่อกำรสังคำยนำพระไตรปิฎกครำวนั้นก็ได้ กำรซ่อมแซมหอไตรอีกครั้งหนึ่งและเป็นครั้งสุดท้ำยน่ำจะ ได้แก่กำรซ่อมเมื่อ พ.ศ.2469 ครำวที่พระบำทสมเด็จพระปกเกล้ำเจ้ำอยู่หัวเสด็จพระรำชด ำเนินมำยัง มณฑลพำยัพ ทรงทอดพระเนตรเห็นหอไตรวัดพระสิงห์ช ำรุดทรุดโทรมมำกจึงทรงสละพระรำชทรัพย์ส่วน หนึ่งให้บูรณะตำมลักษณะเดิม และฉลองสมโภชในปี พ.ศ.2472นอกจำกนี้ยังได้พบหลักฐำนสนับสนุนใน ใบฎีกำแผ่กุศลปฏิสังขรณ์พระธำตุวัดเจดีย์หลวงและอุโบสถพระธำตุ น้อยวัดพระสิงห์นครเชียงใหม่ ในสมัยเจ้ำแก้วนวรัฐ ระบุว่ำรำช บัณฑิตยสภำได้ส่งนำยช่ำงขึ้นมำบูรณะหอไต ..........จำกหลักฐำนที่กล่ำวมำทั้งหมดแสดงให้เห็นว่ำในสมัย เจ้ำแก้วนวรัฐ เป็นที่ทรำบกันดีโดยทั่วไปว่ำหอไตรวัดพระสิงห์สร้ำงขึ้น ในรัชสมัยของพระเจ้ำกำวิละ แต่ควำมรู้นี้ได้ถูกหลงลืมไปจนเกิดควำม เข้ำใจที่สับสนเกี่ยวกับอำยุเวลำในกำรสร้ำงดังที่ผ่ำนมำ ส่วนกำรบูรณะ ที่ช่ำงของรำชบัณฑิตยสภำขึ้นมำบูรณะนั้นเป็นกำรซ่อมทับตัวอำคำร เดิม โดยเมื่อสังเกตจำกภำพถ่ำยที่ถ่ำยก่อนกำรบูรณะพบว่ำมีกำร เปลี่ยนแปลงลักษณะบำงส่วน ที่เห็นเด่นชัดได้แก่กำรเปลี่ยนรูปแบบ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ของป้ำนลมให้เป็นป้ำนลมที่มีงวงนำคเกี่ยวหัวแป๋ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน นอกจำกนี้ลักษณะของลวดลำยที่ ประดับได้แสดงถึงกำรซ่อมขึ้นใหม่ทั้งหมด และคงจะมีกำรซ่อมทับบนลำยนี้อีกครั้งหนึ่งหลังจำกนั้น เพรำะ มีควำมแตกต่ำงอย่ำงเห็นได้ชัดของเนื้อปูนปั้น ..........เกี่ยวกับคติควำมเชื่อของหอไตร นอกจำกเชื่อกันว่ำใช้เป็นสถำนที่ศักดิ์สิทธิ์ ส ำหรับเก็บรักษำพระไตรปิฎก รวมทั้งคัมภีร์ทำงพุทธศำสนำ หลำยประเภทแล้ว เนื้อควำมในจำรึกยังระบุถึงควำมเชื่อที่ว่ำเป็นอนิสงส์ที่ช่วยรักษำให้พุทธศำสนำยืนยำว ถึง 5000 ปี ตำมพุทธท ำนำย ตลอดจนเป็นกำรอุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่บรรพบุรุษ และเทวดำตำมควำม เชื่อของชำวล้ำนนำอีกด้วย ..........หอไตรเป็นหอสูงสองชั้น ชั้นล่ำงก่ออิฐฉำบปูน ฐำนหอไตรชั้นล่ำงประกอบด้วยหน้ำ กระดำนรับฐำนปัทม ท้องไม้ของฐำนปัทมประดับด้วยลำยปูนปั้นรูปสัตว์ในกรอบคดโค้ง ผนังด้ำนข้ำงเจำะ ช่องหน้ำต่ำงด้ำนละ 4 บำน ที่ว่ำงระหว่ำงหน้ำต่ำงประดับประติมำกรรมรูปเทวดำปูนปั้น เหนือแถวเทวดำ มีชั้นบัวคว่ ำบัวหงำย ระหว่ำงชั้นประดับด้วยแถวรูปสัตว์ในกรอบคดโค้งเช่นเดียวกับแถวสัตว์ด้ำนล่ำง แถว สัตว์ในกรอบคดโค้งเฉพำะส่วนมุขด้ำนหน้ำท ำลดระดับลงตำมกำรลดระดับของมุขผนังหอไตร ด้ำนหน้ำมี บันไดทำงขึ้นหอไตรชั้นบนมีมกรคำยสิงห์เป็นรำวบันได ผนังด้ำนหลังเจำะเป็นช่องประตูทำงเข้ำหอไตรชั้น ล่ำง ..........หอไตรชั้นบนสร้ำงด้วยไม้มีผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ำเช่นเดียวกับผังชั้นล่ำง แต่มุขโถงด้ำนหน้ำ ลดระดับลงเล็กน้อย ผนังด้ำนข้ำงเป็นฝำไม้เข้ำลิ้นปิดทึบจนถึงแป๋ป๋ำง ประดับลวดลำยปูนปั้นลงรักปิดทอง ผนังด้ำนหน้ำเจำะเป็นช่องประตูจนเต็ม พื้นที่ระหว่ำงเสำคู่กลำง พื้นที่นอกนั้นเป็น ฝำไม้เข้ำลิ้น ผนังด้ำนหลังเป็นฝำไม้เข้ำลิ้น ปิดทึบตลอดขื่อ รวมทั้งหน้ำแหนบด้วย ข้อมูลจำก https://pantip.com/topic/37898344


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) พระเจ้าทันใจ พระเจ้ำทันใจ:เป็นพระส ำคัญทำงภำคเหนือ วัดนิยม สร้ำงพระพุทธรูปที่เรียกว่ำ “พระเจ้ำทันใจ” ซึ่งหมำยถึง พระพุทธรูปที่ใช้เวลำสร้ำงได้ส ำเร็จภำยใน 1 วัน กล่ำวคือ จะ เริ่มพิธีตั้งแต่หลังหกทุ่มเป็นต้นไป จนสำมำรถสร้ำงองค์พระได้ ส ำเร็จก่อนพระอำทิตย์ตกดิน (ก่อนเวลำ 18.00 น.) ของวัน ถัดไป ถ้ำสร้ำงไม่เสร็จถือเป็นพระพุทธรูปธรรมดำทั่วไป และ สำมำรถท ำพิธีพุทธำภิเษกได้ในเย็นอีกวันหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจำกกำร สร้ำงพระพุทธรูปนั้น มักจะมีขั้นตอน และพิธีกรรมที่ละเอียด ซับ ซ้ อน ก ำ ร ส ร้ ำง พ ร ะ พุ ท ธ รู ป แ ล ะ สำมำรถท ำพิธีพุทธำ ภิเษกได้ส ำเร็จภำยใน 1 วัน จึงถือว่ำเป็นเรื่องมหัศจรรย์ จึงเชื่อ กันว่ำเป็นเพรำะพระพุทธำนุภำพ และอำนุภำพแห่งเทพยดำที่ บันดำลให้พิธีกรรมส ำเร็จโดยปรำศจำกอุปสรรค ดังนั้น พุทธศำสนิกชนจึงถือว่ำพระเจ้ำทันใจเป็นพระพุทธรูปที่จะ บันดำลควำมส ำเร็จให้แก่ผู้อธิษฐำนขอพรได้อย่ำงทันอกทันใจ กำรสร้ำงพระเจ้ำทันใจนั้น มีลักษณะที่แปลกกว่ำกำร สร้ำงพระพุทธรูปอื่นๆ กล่ำวคือจะมีกำรบรรจุหัวใจพระเจ้ำ คล้ำยกับหัวใจของมนุษย์ ตลอดจนกำรบรรจุวัตถุมงคลสิ่งของมี ค่ำไว้ในองค์พระพุทธรูปด้วย และในช่วงระยะเวลำที่ก ำลังปั้น จะต้องมีกำรเจริญพระพุทธมนต์ของ พระสงฆ์ตลอดทั้งคืนจนสว่ำงด้วย โดยทั่วไปพระเจ้ำทันใจนิยมสร้ำงเป็นพระพุทธรูปปำงมำรวิชัย แต่วัดที่มีกำรสร้ำงพระเจ้ำทันใจที่ มีพระพุทธลักษณะต่ำงจำกที่อื่นคือ วัดพระบรมธำตุหริภุญไชย ที่องค์พระเจ้ำทันใจมีลักษณะเป็น พระพุทธรูปประทับยืน พระหัตถ์ทั้งสองวำงซ้อนกันอยู่เบื้องหน้ำ https://th.wikipedia.org/wiki


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ช้างอราวัณ (บาลี: เอราวณ) เป็นช้ำงเผือกพำหนะของพระอินทร์ เชื่อกันว่ำช้ำงเชือกนี้เป็นเทพบุตรองค์หนึ่ง เมื่อพ ร ะอินท ร์ต้องกำ รจะเสด็จไปไหน เอรำวัณเทพบุตร ก็จะแปลงกำยเป็นช้ำงเผือก 33 เศียร แต่ละเศียรมีงำ 7 งำ งำแต่ละงำยำว ถึง 4 ล้ำนวำ งำแต่ละงำมีสระบัว 7 สระ แต่ละ สระมีดอกบัว 7 ดอก แต่ละดอกมีกลีบ 7 กลีบ มี 7 เกสร แต่ละเกสรมีปรำสำทอยู่ 7 หลัง ปรำสำทแต่ละหลังมี 7 ชั้น แต่ละชั้นมี 7 ห้อง แต่ละห้องมี 7 บัลลังก์ แต่ละบัลลังก์มี เทพธิดำสถิต 7 องค์ เทพธิดำแต่ละองค์มี บริวำร องค์ละ 7 นำง เทพธิดำบริวำรแต่ ละ นำงมีนำงทำสีนำงละ 7 ทำสี รวมทั้งนำงเทพ อัปสรทั้งหมดประ มำณ 190,248,432 นำง เทพธิดำ บริวำรรวมกันทั้งหมดประมำณ 13,331,669,031 นำง เศียรทั้ง 33 ของช้ำง เอรำวัณมีอุเปนทเทพยดำ สถิตเศียรละ 1 องค์ โดยปกติศิลปินไทยมักจะท ำช้ำง เอรำวัณ เป็นช้ำง 3 เศียร ในภำษำสันสกฤต เรียก ช้ำงเอรำวัณ ว่ำ ไอรำวต ไอรำวณ ภำษำบำลีเรียก เอ รำวณ ส่วนในภำษำไทยเรียกว่ำ ไอรำพต ไอ รำวัต ไอรำวัณ และ เอรำวัณ ชื่อต่ำง ๆ ทั้งหมดนี้มีควำมหมำยถึง น้ ำ เมฆฝน รุ้ง แปล รวมว่ำ กลุ่มก้อนเมฆที่มีฟ้ำแลบ และท ำให้ เกิดฝนตก โดยมีควำมสอดคล้องที่ว่ำ พระ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) อินทร์ทรงช้ำงเอรำวัณท่องเที่ยวไปบนสวรรค์ แล้วทรงโปรยฝนให้ตกลงมำยังโลก บ ำง ต ำ น ำ น ก็ ว่ ำ พ ร ะ อิ ศ ว รไ ด้ ประทำนช้ำงเอรำวัณให้เป็นช้ำงทรงของพระ อินทร์ บ้ำงก็ว่ำช้ำงเอรำวัณนั้นเป็นเทพบุตร อยู่บนสวรรค์ชั้นดำวดึงส์ เมื่อพระอินทร์จะ เสด็จไปที่ใด เทพบุตรเอรำวัณจะแปลงกำย เป็นช้ำงเผือกสีขำว ชื่อว่ำ เอรำวัณ และบ้ำงก็ ว่ำช้ำงที่มำฆมำนพใช้ในกำรสร้ำงศำลำบน มนุษย์โลกนั้น เมื่อตำยไปได้ไปเกิดเป็น เทพบุตรเอรำวัณและคอยเนรมิตกำยเป็นช้ำง ทรงของพระ อินทร์บนสวรรค์ชั้นดำวดึงส์ เอรำวัณ เป็นช้ำงที่มีรูปร่ำงสูงใหญ่เหมือนภูเขำ ผิวกำยเผือกผ่องเมื่อเทียบกับภูเขำไกลำสซึ่งเป็น ภูเขำเงิน ภูเขำนั้นจะมีสีหมองคล้ ำลง เป็นช้ำงที่มีพลังมำก เป็นเจ้ำแห่งช้ำงทั้งหลำย ในคัมภีร์มหำภำรตะ กล่ำวว่ำ "ช้ำงไอรำวตะมีงำ ๔ งำ มี ๓ งวง รูปร่ำงใหญ่มหึมำ และเป็นช้ำงเผือก" ในไตรภูมิพระร่วงได้พรรณนาถึงความใหญ่โตโอฬารของช้างเอราวัณไว้อย่างละเอียดดังนี คือ "และว่ำยังมีเทพยดำองค์ ๑ ชื่อ ไอยรำวรรณเทพบุตร ผิแลเมื่อพระอินทร์เจ้ำแลมีที่สเด็จไปเล่น แห่งใดๆ ก็ดี แล ธ จะใคร่ขี่ช้ำงไปเล่นจึงไอยรำวรรณเทพบุตรก็นิมิตรตัวเป็นช้ำงเผือกตัว ๑ ใหญ่นักโดยสูง ได้ ๑,๒๐๐,๐๐๐ วำ แลมีหัวได้ ๓๓ หัวๆ น้อยๆ อยู่สองหัวอยู่สองข้ำง นอกหัวทั้งหลำยนั้นแลว่ำหัวใหญ่ ได้ ๒,๐๐๐ วำ แลหัวถัดเข้ำไปทั้งสองข้ำงแลหัวแล ๓,๐๐๐ วำ ถัดนั้นเข้ำไปแลหัวแล ๔,๐๐๐ วำ ถัดนั้น เข้ำไปแลหัวแล ๕,๐๐๐ วำ ถัดนั้นเข้ำกว้ำงแลหัวแล ๖,๐๐๐ วำ เร่งเข้ำไปเถิงในก็เริงใหญ่ตัดกันเข้ำไป ดังกล่ำวนี้แล ส่วนหัวอันใหญ่ที่อยู่ท่ำมกลำงทั้งหลำยชื่อ สุทัศ เป็นพระที่นั่งแห่งพระอินทร์โดยกว้ำงได้ ๒,๔๐๐,๐๐๐ วำแลฯ เหนือหัวตัวนั้นแลมีแท่นแก้วหนึ่งกว้ำงได้ ๙๖,๐๐๐ วำ แลมีปรำสำทกลำงแท่นแก้ว นั้นมีทั้งสองแก้วฝูงนั้นโดยสูงได้ ๘,๐๐๐ วำ ทั้งฝูงนั้นเทียรย่อมแก้ว ๗ สิ่ง แลมีพรวนทองค ำห้อยย้อยลง ทุกแห่งแกว่งไปมำ แลมีเสียงนั้นไพเรำะนักหนำดังเสียงพำทย์พิณในเมืองฟ้ำ ในปรำสำทนั้นเทียรย่อมดัด เพดำนผ้ำทิพย์แลมีแท่นนอนอยู่ในที่นั้นกว้ำงได้ ๘,๐๐๐ วำ แลมีรำชอำสน์หนำหมอนใหญ่หมอนน้อย หมอนอิง องค์พระอินทร์นั้นสูงได้ ๖,๐๐๐ วำ แลประดับนี้ด้วยแก้วถนิอำภรณ์ทั้งหลำยแล ธ นั่งเหนือแท่น แก้วนั้น หัวช้ำงได้ ๓๓ หัวไส้ พระอินทร์ให้เทพยดำทั้งหลำยขี่ ๒๒ หัวนั้น มีบุญเพียงประดุจพระอินทร์ไส้ฯ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) อันว่ำหัวช้ำงทั้ง ๓๓ หัว แลหัวๆ มีงำ ๗ อันแลงำแต่ละอันยำวได้ ๔๐๐,๐๐๐ วำ แลงำนนั้นมีสระได้ ๗ สระๆ แลสระนั้นมีบัวได้ ๗ กอๆ บัวแลกอนั้นมีดอก ๗ ดอกๆ แลอันนั้นมีกลีบ ๗ กลีบๆ แลอันๆ มีนำงฟ้ำ ยืนร ำระบ ำบรรพต แล ๗ คน แลนำงแลคนๆ นั้นมำสำวใช้ได้ ๗ คนโสด" กล่ำวโดยสรุป ช้ำงเอรำวัณเป็นช้ำงที่มีขนำดใหญ่มำก ผิวกำยสีขำว มีหัว ๓๓ หัว แต่ละหัวมีงำเจ็ด งำ แต่ละอันยำวสี่ล้ำนวำ แต่ละงำมีสระโบกขรณีเจ็ดสระ แต่ละสระมีกอบัวเจ็ดกอ แต่ละกอมีดอกบัวเจ็ด ดอก แต่ละดอกมีกลีบเจ็ดกลีบ แต่ละกลีบมีเทพธิดำฟ้อนร ำอยู่เจ็ดองค์ แต่ละองค์มีบริวำรอีกเจ็ดนำง รวม ได้ว่ำ ช้ำงเอรำวัณมี๓๓ หัว มีงำ ๒๓๑ งำ มีสระบัว ๑,๖๑๗ สระ มีกอบัว ๑๑,๓๑๙ กอ มีดอกบัว ๗๙,๒๓๓ ดอก กลีบบัว ๕๕๔,๖๓๑ กลีบ เทพธิดำ ๓,๘๘๒,๔๑๗ องค์ และบริวำรของเทพธิดำอีก ๒๗,๑๗๖,๙๑๙ นำง บทบำทและหน้ำที่อันส ำคัญยิ่งของช้ำงเอรำวัณ คือ เป็นพำหนะที่น ำเสด็จพระอินทร์ไปยังสถำนที่ ต่ำง ๆ ทั้งบนสวรรค์และมนุษย์โลก เพื่อดูแลทุกข์สุขของชำวโลก เป็นช้ำงศึกให้พระอินทร์ออกไปท ำกำร รบกับพวกอสูร ท ำหน้ำที่ดูแลโลกทำงด้ำนตะวันออกควบคู่กับพระอินทร์ และเนื่องจำกพระอินทร์ทรงเป็น หัวหน้ำเทพที่ก ำกับดูแลดินฟ้ำอำกำศ มีวัชระสำยฟ้ำเป็นอำวุธ เป็นศัตรูกับควำมแห้งแล้ง น ำควำมอุดม สมบูร์และควำมชุ่มฉ่ ำสู่โลกมนุษย์ ช้ำงเอรำวัณจึงมีหน้ำที่ดูดน้ ำจำกโลกขึ้นไปบนสวรรค์ ให้พระอินทร์ บันดำลให้เกิดน้ ำจำกฟ้ำตกลงสู่โลกมนุษย์ โดยเฉพำะประเทศทำงเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึง ประทับใจและชื่นชมในตัวช้ำงเอรำวัณที่ท ำประโยชน์ให้แก่ชำวโลก ช้ำงเอรำวัณถือว่ำเป็นเจ้ำแห่งช้ำงทั้งปวงในสำกลจักรวำล เป็นพำหนะคู่พระทัยของพระอินทร์ ด้วยเหตุนี้ช้ำงเอรำวัณจึงเป็นสัญลักษณ์ส ำคัญอย่ำงหนึ่งของพระอินทร์ สัญลักษณ์ของกำรกระท ำดี และ สัญลักษณ์ของควำมอุดมสมบูรณ์ ในงำนศิลปกรรมต่ำง ๆ จึงนิยมท ำรูปช้ำงเอรำวัณควบคู่ไปกับพระอินทร์ หรือบำงทีก็ท ำแต่เพียงรูปช้ำงสำมเศียรอันเป็นสัญลักษณ์ของช้ำงเอรำวัณเท่ำ นั้น เหตุที่ท ำเป็นรูปช้ำงสำม เศียรแทน ๓๓ เศียรนั้นคงเป็นเพรำะรูปแบบทำงด้ำนศิลปะน่ำจะมีควำมงดงำมลงตัวมำกกว่ำ https://www.promwijitr.com/blank-5


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ต้นยางนา พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งยืนยันได้ จำกชื่อหมู่บ้ำน ต ำบล อ ำเภอ ที่มีค ำว่ำ “ยำง” มี อยู่ในทุกภำคของประเทศ เช่น อ ำเภอท่ำยำง ท่ำ สองยำง ยำงตลำด และยำงชุมน้อย เป็นต้น และ ยำงนำ ไม้มีค่ำคู่เมืองไทยมำช้ำนำน ควำมส ำคัญแต่โบรำณ ยำง หรือยำงนำ คือต้นยำงที่ให้น้ ำมันยำงแก่คนไทยในรุ่นโบรำณ อย่ำงเป็นล่ ำเป็นสัน รวมทั้งยังเป็นต้นไม้ที่คนไทย รุ่นเก่ำ ท่ำนได้น ำมำใช้ประโยชน์ในกำรก่อสร้ำง บ้ำนเรือนเป็นที่อยู่อำศัยเป็นล ำดับรองลงมำจำกไม้ สัก เป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีในทุกภำคของประเทศไทย โดยเฉพำะในเขตป่ำดิบใกล้ๆ ล ำห้วย ล ำธำร ปัจจุบัน ปริมำณไม้ยำงนำในประเทศลดลง มำก เนื่องจำกกำรบุกรุกท ำลำยป่ำ เพื่อใช้ประโยชน์ ที่ดินส ำหรับกำรเกษตร โดยเฉพำะพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ใกล้ๆ แหล่งน้ ำที่มีไม้ยำงนำขึ้นอยู่ จะเป็นที่ต้องกำร เพื่อกำรเพำะปลูกมำก กำรเจำะโคนไม้ยำงเพื่อเอำ น้ ำมันยำง โดยใช้ไฟสุมและเผำ ซึ่งเป็นสำเหตุหนึ่งที่ ท ำลำยแหล่งพันธุกรรมไม้ยำงนำ จึงควรที่มีกำร อนุรักษ์และส่งเสริมกำรปลูกกันต่อไป ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ล ำต้น ไม้ยืนต้นขนำดใหญ่ สูง 40-50 เมตร ล ำต้นเปลำตรง เปลือกหนำ เรียบ สีเทำหรือเทำปน ขำว โคนต้นมักเป็นพูสูงขึ้นมำเล็กน้อย ขนำดเส้นรอ บวงเพียงอกของต้นที่มีอำยุมำก ระหว่ำง 4-7 เมตร หรือมำกกว่ำ ยอดและกิ่งอ่อนมีขนทั่วไป และมีรอยแผลใบปรำกฏชัดตำมกิ่ง รูปทรงเรือนยอดเป็นพุ่มกลม แน่นทึบ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ใบ ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ รูปรีหรือรูปไข่ ปลำย ใบมนถึงแหลม โคนใบมน เนื้อใบหนำ ผิวใบด้ำนบนเกลี้ยง ยกเว้นเส้นกลำงใบ ผิวใบด้ำนล่ำงมีขนนุ่ม ใบอ่อนมีขนสี เทำประปรำย ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆ ตำมซอกใบและปลำยกิ่ง แต่ละช่อ มี 3-8 ดอก สีขำวอมชมพู กลีบเลี้ยงโคนเชื่อม ติดกันเป็นรูปถ้วย และมีครีบตำมยำว 5 ครีบ ปลำยแยก เป็น 5 แฉก มีกลีบดอก 5 กลีบ ปลำยกลีบบิดเบี้ยวแบบ กังหัน ออกดอกระหว่ำงเดือนมีนำคม-พฤษภำคม ผล แบบผลแห้ง ตัวผลกลมหรือรูปไข่ มีครีบยำว 5 ครีบ ด้ำนบนมีปีก 2 ปีก ปลำยมน มีเส้นตำมยำว 3 เส้น ปีกอีก 3 ปีก มีลักษณะสั้นมำกคล้ำยหูหนู ผลแก่ระหว่ำง เดือนพฤษภำคม-มิถุนำยน นิเวศวิทยำ พบขึ้นในที่ลุ่มต่ ำริมห้วย ล ำธำร และ ตำมหุบเขำทั่วทุกภำคของประเทศไทย ในระดับควำมสูงของน้ ำทะเล เฉลี่ยคือ 350 เมตร ในต่ำงประเทศ พบที่บังกลำเทศ พม่ำ ลำว กัมพูชำ เวียดนำมใต้ และมำเลเซีย กำรขยำยพันธุ์ โดยกำรเพำะเมล็ด ทุกวันนี้ มีคนไทยจ ำนวนมำกที่เดินตำมรอยพ่อ น้อมน ำศำสตร์พระรำชำ หลักปรัชญำเศรษฐกิจ พอเพียง ที่เน้นกำรพึ่งพำตัวเอง และต่อยอดน ำภูมิปัญญำชำวบ้ำนมำใช้ในกำรเกษตร ลดต้นทุนกำรผลิต และเพิ่มรำยได้ โดยปลูกต้นยำงนำ เพื่อน ำมำใช้ประโยชน์ทดแทนน้ ำมันดีเซล โดยน ำไปใช้ท ำเกษตรแบบ พอเพียง น้ ำมันจำกต้นยำงนำ สำมำรถผลิตเป็นน้ ำมันไบโอดีเซล ทดแทนน้ ำมันดีเซลได้ดี โดยเฉพำะ เครื่องจักรกลกำรเกษตรรอบต่ ำ เช่น ใช้ทดแทน น้ ำมันดีเซลเติมรถไถนำเดินตำมได้ 100% ทั้งนี้ ผลกำรวิจัยพบว่ำน้ ำมันจำกต้นยำง นำสำมำรถลดต้นทุนได้ 100% ต้นยำงนำสำมำรถ เริ่มเจำะน้ ำมันได้เมื่ออำยุ 15-20 ปี วิธีกำรไม่ ยุ่งยำก เริ่มจำกกำรน ำสว่ำนไฟฟ้ำ 5 หุน เจำะลง ไปในเนื้อต้นยำงนำเฉียงขึ้น 45 องศำ เจำะห่ำง จำกพื้น 30-50 เซนติเมตร ลึก 15-20 เซนติเมตร จำกนั้นใช้ขวดพลำสติกที่ต่อเป็นจุกสำยย ำง ประดิษฐ์ขึ้นเองเสียบเข้ำกับรูที่เจำะไว้ แล้วน ำดินน้ ำมันปิดเพื่อไม่ให้สำยหลุด ให้น้ ำมันยำงนำไหลลงขวด ทิ้งไว้ 2-3 วัน จะได้น้ ำมันประมำณ 500-600 มิลลิลิตร และสำมำรถย้ำยไปจุดอื่นได้อีก


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ส่วนรูแผลจำกกำรเจำะก็จะเอำกิ่งยำง นำตอกอุดแทน ใช้เวลำ 1 เดือนแผลที่เจำะจะ ประสำนเซลล์เป็นเนื้อไม้เช่นเดิม เป็นกำรคืนเนื้อ ไม้เป็นธรรมชำติ ซึ่งน้ ำมันจำกต้นยำงนำคล้ำย น้ ำมันดีเซล สำมำรถน ำไปเติมเครื่องจักรกล รถ ไถนำเดินตำม เครื่องสูบน้ ำ เครื่องตัดหญ้ำได้เลย ปัจจุบันเรำใช้น้ ำมันดีเซล 1 ลิตร สำมำรถท ำงำน ได้ 1 ชั่วโมง แต่หำกผสมน้ ำมันยำงนำลงไปกับ ดีเซล อัตรำส่วน 50 ต่อ 50 เครื่องยนต์สำมำรถ ท ำงำนได้นำนถึง 3 ชั่วโมง เพรำะน้ ำมันยำงนำ เป็นน้ ำมันที่ให้ค่ำพลังงำนที่สูง อย่ำงไรก็ตำม ที่ ศูนย์ในจังหวัดนครพนมได้ทดลองใช้น้ ำมัน ดังกล่ำวมำนำนกว่ำ 2 ปีแล้ว และที่มีกำรทดลอง ใช้กับรถไถนำเดินตำมเครื่องยนต์รอบต่ ำ ก็ไม่มี ปัญหำ สรรพคุณทางสมุนไพร ของต้นยางนา น้ ำต้มจำกเปลือก เป็นยำบ ำรุงร่ำงกำย ฟอกเลือด บ ำรุงโลหิต แก้ตับอักเสบ และใช้ทำถู นวด ขณะร้อนๆ เป็นยำแก้ปวดตำมข้อ น้ ำมันยำง ใช้ผสมกับเมล็ดกุยช่ำยซึ่งคั่วให้เกรียม และบดให้ละเอียด ใช้เป็นยำอุดฟัน แก้ฟันผุ เมล็ดและใบ ต้มใส่เกลือ ใช้อมแก้ปวดฟัน ฟันโยกคลอน น้ ำมันยำง ผสมกับแอลกอฮอล์ รับประทำนเป็นยำขับปัสสำวะ แก้โรคทำงเดินปัสสำวะ แก้มุตกิดระดูขำวของสตรี หรือใช้จิบเป็นยำขับ เสมหะก็ได้ ใบและยำง รับประทำนเป็นยำขับเลือด ท ำให้เป็นหมัน น้ ำมันยำงดิบ มีสรรพคุณเป็นยำถ่ำยหัว ริดสีดวงทวำรหนักให้ฝ่อ น้ ำมันยำงจำกต้น มีสรรพคุณเป็นยำสมำนแผล ห้ำมหนอง ใช้เป็นยำทำแผลเน่ำ เปื่อย แผลมีหนอง แผลโรคเรื้อน แก้โรคหนองใน และเป็นยำกล่อมเสมหะ ประโยชน์ของเนื้อไม้ เนื้อไม้มีสีน้ ำตำลแดงหรือน้ ำตำลเทำ เสี้ยนตรง เนื้อไม้หยำบ แข็งปำนกลำง เลื่อย ไสกบตกแต่งให้เรียบได้ง่ำย จึงนิยมน ำมำใช้ก่อสร้ำงอำคำรบ้ำนเรือน ท ำฝำบ้ำน ท ำไม้คร่ำว ไม้ ระแนง โครงหลังคำ ท ำพื้น เพดำน รอด ตง และเครื่องเรือนต่ำงๆ ใช้ท ำเรือขุด เรือขนำดย่อม ไม้หมอน รองรำงรถไฟ


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ประโยชน์อื่นๆ พบว่ำ เป็นตัวเอื้อประโยชน์ในกำรเจริญเติบโตของเชื้อเห็ดรำไมคอร์ไรซ่ำ ทั้งในป่ำ ดิบแล้ง ป่ำดิบชื้น ซึ่งเรียกว่ำ เห็ดยำง น ำไปเป็นอำหำรได้ น้ ำมันยำงผสมกับชัน ใช้ทำไม้ เครื่องจักสำน ยำ เรือ และใช้เดินเครื่องยนต์แทนน้ ำมันขี้โล้ บำงท้องที่ใช้น้ ำมันจำกต้นยำงท ำขี้ไต้จุดไฟ https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_155685


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ธรรมจักร สัญลักษณ์แห่งพุทธ ธ ร ร ม จั ก ร ( สัน สก ฤต : ध र्म चक्र; บ ำ ลี : dhammacakka) หรือ กงล้อแห่งธรรม เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ แพร่หลำยในศำสนำอินเดีย เช่น ศำสนำฮินดู, ไชนะ และ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งในศำสนำพุทธ ต้นก าเนิด สัญลักษณ์กงล้อ/จักรเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่ เก่ ำแก่ที่สุดในป ร ะ วั ติ ศ ำสต ร์ อิน เดี ย นัก วิช ำก ำ ร Madhavan และ Parpola ระบุว่ำสัญลักษณ์กงล้อปรำกฏ มำกในโรำณวัตถุจำกอำรยธรรมลุ่มแม่น้ ำสินธุ โดยเฉพำะบนตรำประทับหลำย ๆ ตรำ[3] ตัวอย่ำงชิ้น ส ำคัญคือเป็นหนึ่งในสิบสัญลักษณ์บนป้ำยโธลำวีรำปรำกฏเป็นสัญลักษณ์แทนดวงอำทิตย์ตั้งแต่รำว 2500 ปีก่อน ค.ศ.[4] นักประวัติศำสตร์บำงส่วนเชื่อมโยงจักรโบรำณเข้ำกับลัทธิสัญลักษณ์ดวงอำทิตย์[5] ในพระเวท พระสุริยะอวตำรในปำงพระมิตรมีกำรบรรยำยว่ำเป็น "ดวงตำของโลก" ในแง่นี้พระอำทิตย์จึงอำจมองเป็น ดวงตำ (จักษุ) ซึ่งให้ควำมสว่ำงและกำรมองเห็นแก่โลก[6] ฉะนั้นจึงมีกำรเชื่อมโยงแนวคิดจักรเข้ำกับแสง สว่ำงหรือปัญญำ ในศาสนาพุทธ ประติมากรรมศาสนิกและธรรมจักรจากสถูปสาญจี, หน้าทิศใต้, เสาตะวันตก ในศำสนำพุทธ ธรรมจักรปรำกฏใช้ทั่วไปเพื่อสื่อถึงธรรมของ พระพุทธเจ้ำ, บ้ำงใช้เป็นสัญลักษณ์แทนพระโคตมพุทธเจ้ำ และใช้แทน หนทำงสู่กำรตรัสรู้ ปรำกฏใช้เช่นนี้นับตั้งแต่ศำสนำพุทธยุคแรกบำงครั้ง ปรำกฏเชื่อมโยงธรรมจักรเข้ำกับอริยสัจสี่, อริยมรรคแปด และ ปฏิจจสมุปบำท ธรรมจักรที่ปรำกฏใช้ในยุคก่อนศำสนำพุทธถือว่ำเป็นหนึ่งใน สัญลักษณ์อัษฏมงคลและเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เก่ำแก่ที่สุดของศิลปะ อินเดีย


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ตำมธรรมเนียมพุทธระบุว่ำ พระพุทธเจ้ำ ทรงเริ่มหมุนกงล้อแห่งธรรมครั้งแรกเมื่อทรงแสดง ปฐมเทศนำ[9] ดังที่ปรำกฏใน ธัมมจักกัปปวัตน สูตร กำร "หมุนกงล้อแห่งธรรม" นี้เป็นกำรแสดงถึง กำรเปลี่ยนแปลงส ำคัญที่มีผลต่อจักรวำล เข้ำใจว่ำ ศำสนำพุทธรับเอำแนวคิดของกงล้อในฐำนะ สัญลักษณ์มำจำก แนวคิดปรัมปรำอินเดียของ จักรวรรติน ("ผู้หมุนกงล้อ", หรือ "จักรพรรดิแห่ง เอกภพ")[4][9] แนวคิดนี้ถูกรับมำแทนพระโคตม พุทธเจ้ำในฐำนะมหำปุริษำ ในฐำนผู้หมุนกงล้อ ("จักรวรรติน") ในทำงจิตวิญญำณ แทนที่จะเป็นกำรหมุน กงล้อในทำงโลกตำมควำมหมำยดั้งเดิมของจักรวรรติน[10] ในกำรตีควำม "กำรหมุนกงล้อแห่งธรรม" นั้น พระพุทธโฆษำจำรย์ ภิกษุองค์ส ำคัญในธรรมเนียม เถรวำท อธิบำยว่ำ "กงล้อ" ซึ่งพระพุทธเจ้ำทรงหมุนนี้ เข้ำใจหลัก ๆ ในแง่ว่ำเป็นปัญญำ ควำมรู้ และญำณ ปัญญำที่ว่ำนี้มีสองแง่มุม คือ ปฏิเวธญำณ (paṭivedha-ñāṇa) หรือปัญญำแห่งกำรรู้ตนถึงควำมจริง และ เทศนำญำณ (desanā-ñāṇa) ปัญญำของกำรประกำศควำมจริง[6] ปรำกฏกำรออกแบบธรรมจักรมีซี่ที่แตกต่ำงกัน โดยที่พบมำกคือ 8, 12, 24 หรือมำกกว่ำนั้น กำร ตีควำมจ ำนวนนี้แตกต่ำงกันไปตำมธรรมเนียม โดยทั่วไปมักตีควำมถึงค ำสอนต่ำง ๆ ของพระพุทธเจ้ำ เช่น ในธรรมเนียมทิเบตตีควำมกงล้อ 8 ซี่ว่ำแทนมรรคแปด และองค์ประกอบสำมส่วนของจักร คือ ตุมล้อ, ขอบ และ ซี่ แทนกำรปฏิบัติสำมประกำรของพระพุทธเจ้ำ (ศีล, สมำธิ และ ปัญญำ) หรือในคติเถรวำท แบบไทย ตีควำมจักร 12 ซี่ หมำยถึงปฏิจจสมุปบำทสิบสอง หรือ 31 ซี่ หมำยถึง ภูมิทั้ง 31 (กำมภูมิ 11 รูปภูมิ 16 และอรูปภูมิ 4) เป็นต้น นอกจำกนี้ยังปรำกฏกำรแทนควำมหมำยของวงล้อที่หมุนไปในฐำนะวง ล้อของกำรเวียนว่ำยตำยเกิด (สังสำรวัฏ) ซึ่งเรียกจักรในควำมหมำยนี้ว่ำ "สงสำรจักร" หรือ "สังสำรจักร" และ "ภวจักร" อโศกธรรมจักร 24 ซี่ ปรำกฏในธงชำติอินเดีย เพื่อแทนแนวคิดของธรรมในศำสนำอินเดียโดยรวม และตรำแผ่นดินอินเดียซึ่งเป็นภำพของหัวเสำอโศกรูปสิงห์จำกสำญจีก็ปรำกฏธรรมจักรบนนั้นสรเวปัลลี รธำกฤษณัน รองประธำนำธิบดีคนแรกของอินเดียระบุว่ำอโศกจักรในสัญลักษณ์ของชำติอินเดียนั้นแทน "กงล้อของกฎหมำยของธรรม" และ "ควำมจริงหรือสัตยะ" (ดังที่ปรำกฏในค ำขวัญประจ ำชำติ สัตยเมวชย เต), "คุณธรรม" และ "ดำรเคลื่อนไหว" ในแง่ของ "พลวัตของกำรเปลี่ยนแปลงอย่ำงสันติ https://th.wikipedia.org/wiki/ธรรมจักร#/media/


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) พระปัญญำ สิริธัมโม พ.ศ. 2499 คณะศรัทธำประชำชนชำว ต ำหนักได้ไปอำรำธนำพระปัญญำ สิริธัมโม จำก วัดน้ ำบ่อหลวงอ ำเภอสันป่ำตอง มำเป็นเจ้ำอำวำส วัดต ำหนักแห่งนี้ ได้ชักชวนญำติโยม เข้ำมำบูรณะ วัดเก่ำ (ตั้งแต่ประตูโขงเข้ำมำภำยในบริเวณ ก ำแพงเก่ำ) โดยได้สร้ำงวิหำรและกุฏิสงฆ์พร้อมทั้ง เสนำสนะต่ำง ๆ แล้วได้ย้ำยสถำนที่ท ำบุญจำก วิหำรบริเวณพระธำตุเข้ำมำใช้วิหำรซึ่งสร้ำงขึ้นมำ ใหม่ในบริเวณวัดเก่ำ จวบจนปัจจุบัน ล ำดับเจ้ำอำวำส: ยุคสร้ำงวัด – ยุคพม่ำครองเมือง (ไม่ทรำบ – พ.ศ.2101) 1.พระสิริมังคลำจำรย์ (ไม่ทรำบ พ.ศ.) ยุคพม่ำ ปกครองล้ำนนำ (พ.ศ.2101-พ.ศ.2335) ยุคเอกรำชของล้ำนนำ (พ.ศ.2335-ปัจจุบัน) 1.พระอธิกำรสมบัติ พ.ศ.2401-2432 2.พระอธิกำรบุญชู พ.ศ.2433-2450 3.พระอธิกำรอินสวน พ.ศ.2451-2475 4.พระอธิกำรดวงดี พ.ศ.2476-2481 5.พระอธิกำรดวงแก้ว พ.ศ.2482-2488 6.พระบุญเป็ง ธัมมวุฑโฒ พ.ศ.2489-2491 7.พระบุญชื่น สุตตธัมโม พ.ศ.2492-2499 8.พระอธิกำรปัญญำ สิริธัมโม พ.ศ.2500-2530 9.พระครูศุภสิทธิ์ สิริธมโม พ.ศ.2531-2540 10.พระครูสังฆรักษ์องอำจ ปัญญำสำโร พ.ศ.2541-2543 กู่อัฐิ(ที่เก็บกระดูก พระปัญญำ) 11.พระมหำสมบูรณ์ วชิรปัญโญ พ.ศ.2544-2550 12.พระปลัดทวีศักดิ์ นิติสำโร พ.ศ. 2553-ปัจจุบัน ข้อมูลจำก http://temple.chiangmaidream.com/


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ก าแพงอิฐโบราณ- ก าแพงชั้นในสมัยสร้างวัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) อิฐโบราณ คืออะไร อิฐมอญ หรือ อิฐแดงโบรำณ วัสดุก่อสร้ำงยอดนิยมที่ใช้กันมำอย่ำง ยำวนำนตั้งแต่สมัยอดีตกำล ด้วยคุณสมบัติ แข็งแกร่ง ทนทำน และสีสันที่ ไม่มีวัสดุใดเหมือน ปัจจุบันอิฐมอญมีหลำกหลำยรูปแบบ ความเป็นมาของอิฐมอญ ตั้งแต่ชำวมอญอพยบมำลง หลักปักฐำนที่ผืนแผ่นดินไทย ก็ได้นิยม ท ำเครื่องปั้นดินเผำ เช่น หม้อ ไห ตุ่ม ใส่น้ ำ ของใช้ในครัวเรือน ไปจนถึง “อิฐ มอญ” หรือเรียกอีกอย่ำงว่ำ “อิฐแดง” วัสดุที่ใช้ส ำหรับสร้ำงวัดวำอำรำม ซึ่งเป็นสิ่งที่ชำวมอญช ำนำญเป็น อย่ำงมำกมำตั้งแต่สมัยที่ยังอยู่ในบ้ำนเมืองของตน มีรูปร่ำงเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้ำ สีส้มอมแดง ไปจนถึง น้ ำตำล อิฐมอญ เริ่มต้นเป็นที่รู้จักจำกกำรที่เจ้ำนำยในวังผ่ำนไปเห็นชำวมอญก ำลังท ำอิฐดินเผำสร้ำงวัด จึงได้สั่งให้น ำเข้ำไปก่อสร้ำงในวัง ต่อมำเห็นว่ำมีควำมแข็งแกร่ง ทนทำนดี อิฐมอญจึงกลำยเป็นที่รู้จัก และ นิยมน ำมำใช้ในงำนก่อสร้ำงต่อ ๆ มำ จนถึงปัจจุบัน เดิมทีอิฐแดงจะมีลักษณะตัน ท ำด้วยมือทีละก้อน ๆ ซึ่งก็คือ “อิฐโบรำณ” ในปัจจุบัน แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ได้มีกำรพัฒนำให้อิฐแดงมีลักษณะ และขนำด


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ที่หลำกหลำยมำกขึ้น จึงได้มีกำรน ำเทคโนโลยีมำใช้ร่วมในกำรผลิตอิฐมอญด้วย ประเภทของอิฐมอญใน ปัจจุบัน มีทั้งแบบตัน คืออิฐตันมือ และอิฐตันเครื่อง คล้ำยอิฐโบรำณ แต่ขนำดเล็กกว่ำ และอิฐมอญแบบ กลวง ตั้งแต่ 2 รู, 3 รู, 4 รู ไปจนถึง 8 รู เพื่อรองรับกำรใช้งำนที่หลำกหลำย นอกจำกนี้ยังมีอิฐมอญที่ ได้รับเครื่องหมำย มอก. จำกส ำนักงำนมำตรฐำรผลิตภัณฑ์อุตสำหกรรม เช่น อิฐมอญ มอก.77-2545 อิฐ มอญลัษณะตัน ขนำด 4×6.5×14 ซม. มีควำมหนำแน่น แข็งแกร่ง หรืออิฐมอญ มอก.153-2540 อิฐมอก. ชนิดกลวง เช่น อิฐมอญ มอก. 3 รู ใหญ่ ขนำด 6.5x11x25 ซม. และอิฐมอญ มอก. 4 ช่อง ขนำด 6.5x11x25 ซม. ซึ่งอิฐมอญ มอก. เป็นอิฐมอญที่มีควำมแข็งแกร่งเป็นพิเศษ เหมำะกับกำรน ำไปใช้ก่อสร้ำง ในงำนโครงกำร ศูนย์รำชกำร อำคำรศึกษำ มหำวิทยำลัย อิฐแดง เป็นอิฐที่มีจุดก ำเนิดของอิฐแดงชนิดอื่น ๆ เพรำะเป็นอิฐแดงที่ผลิตมำตั้งแต่สมัยโบรำณ ท ำด้วยมือ ทีละก้อน ๆ อย่ำงปรำณีต ปัจจุบันอิฐโบรำณมี 2 ชนิด คือ อิฐโบรำณเผำฟืน และอิฐโบรำณเผำ แกลบ ลักษณะตัน ไม่มีรูกลวง วัตถุดิบในกำรผลิตคือดินเหนียวที่อำจจะผสมแกลบ หรือขี้เถ้ำ และเผำใน เตำแบบชั่วครำว ผิวสัมผัสที่ได้จะไม่ได้เรียบเนียนมำก ยังพอให้เห็นควำมขรุขระ ยิ่งเป็นชนิดเผำแกลบ ผิว จะหยำบเป็นพิเศษ และสีของอิฐโบรำณจะไม่สม่ ำเสมอกันทั้งก้อน นับเป็นเสน่ห์ที่หลำยคนชื่นชอบ เมื่อ น ำไปก่อเป็นผนังอิฐโชว์แนว จะให้อำรมณ์ดิบ เท่ เก่ำแต่เก๋ำ มีกลิ่นอำยควำมโบรำณ ซึ่งสไตล์กำรตกแต่งที่ นิยมน ำอิฐโบรำณไปใช้มีทั้งสไตล์ลอฟท์ สไลต์คันทรี สไตล์วินเทจ ข้อแตกต่าง อิฐโบราณ และ อิฐมวลเบา อิฐมวลเบำ จะมีค่ำกำรน ำควำมร้อนที่ต่ ำกว่ำอิฐมอญประมำณ 8-11 เท่ำ แต่กำรก่อผนังภำยนอก อิฐจะต้องมีควำมหนำ จึงสำมำรถกันควำมร้อนได้ดี แต่ถ้ำใช้อิฐมมอญก่อ 2 ชั้น ตัวช่องว่ำงตรงกลำงจะท ำ หน้ำที่เป็นฉนวนกันควำมร้อนที่ดี ท ำหน้ำที่เป็นฉนวนกันควำมร้อนที่ดี และอิฐแถวด้ำนในไม่สัมผัสควำม ร้อนโดยตรง จึงท ำให้คุณสมบัติตรงนี้ของอิฐมอญจะมีควำมสำมำรถในกำรกันควำมร้อนได้ดียิ่ง ปกติ อิฐมวญเบำจะกันเสียงได้ดีกว่ำอิฐมอญประมำณ 20% แต่ในกรณีที่ใช้อิฐมอญก่อ 2 ชั้น ช่องว่ำงตรงกลำง จะท ำหน้ำที่เป็นฉนวนกันเสียงได้ดีกว่ำเกือบ 2 เท่ำ แต่อิฐมวญเบำจะลดกำรสะท้อนของเสียงได้ดีกว่ำ ส ำหรับกันไฟ อิฐมวญก่อมวญก่อ 2 ชั้น และมีฉนวนตรงกลำง (ช่องว่ำงตรงกลำง) จะกันไฟได้ดีกว่ำอิฐมวล เบำเล็กน้อย ในด้ำนควำมแข็งแรง กำรใช้งำนทั่วไปไม่ ต่ำงกัน แต่ผนังอิฐมอญจะเหมำะส ำหรับกำรใช้วัสดุกรุผนัง ที่มีน้ ำหนักมำก เช่น หินแกรนิต แกรนิตโต้ เป็นต้น https://xn--12cfjb8g6bl2ezag5e8e9e.com/all-products/clay-tile/ancient-red-brick/


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) โรงเรียนศิริมังคลาจารย์ ต าบลแม่เหียะ อ าเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สพป.เชียงหม่ เขต 1 โรงเรียนศิริมังคลำจำรย์ ตั้งอยู่ ในหมู่บ้ำนต ำหนัก ภำยในวัดต ำหนักสวน ขวัญ(สิริมังคลำจำรย์) หมู่ที่ ๑ ต ำบลแม่ เหียะ อ ำเภอเมื่องเชียงใหม่ จังหวัด เชียงใหม่ โดยตั้งอยู่ในที่ดินของวัด ต ำหนัก ในเนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งำน ๒๒.๒๕ ตำรำงวำ เดิมทีนักเรียนในหมู่บ้ำนนี้ ต้อง ไปเรียนที่โรงเรียนวัดดอนปิน หมู่ที่ ๕ และที่โรงเรียนบ้ำนห้วยทรำย ต ำบลสุเทพ ซึ่งอยู่ห่ำงจำกหมู่บ้ำน ประมำณ ๓ กิโลเมตร ในวันที่ ๒๕ กรกฎำคม ๒๕๐๙ ก ำนันโหม้ จันทร์สุขสถิต ก ำนันต ำบลแม่เหียะได้ ขออนุญำตจัดตั้งโรงเรียนขึ้นในที่ดินของวัดต ำหนัก ซึ่งผู้ปกครองและรำษฎรในหมู่บ้ำนต ำหนักได้ร่วมกัน บริจำคทุนทรัพย์ จ ำนวน ๖๐,๐๐๐ บำท สร้ำงอำคำรเรียนชั้นเดียวขนำด ๔ ห้องเรียน ในวันที่ ๙ มกรำคม ๒๕๑๐ ทำงรำชกำรได้ขออนุญำตให้ตั้งชื่อโรงเรียนว่ำ “โรงเรียนศิริมัง คลาจารย์” อันเป็นนำมของหลวงพ่อสิริมังคลำจำรย์พระนักปรำชญ์แห่ล้ำนนำไทย ผู้สร้ำงวักต ำหนักและ จ ำพรรษำอยู่ที่นี่ โรงเรียนศิริมังคลำจำรย์เปิดท ำกำรสอนอย่ำงเป็นทำงกำร เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนำยน ๒๕๑๐ โดย เปิดท ำกำรสอนในระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ ๑ ถึง ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๔ มีนักเรียนจ ำนวน ๑๕๖ คน เป็นชำย ๘๖ คน หญิง ๗๐ คน มีครูจ ำนวน ๓ คน ซึ่งยืมตัวมำช่วยสอนจำกโรงเรียนบ้ำน ดอนปิน คือ นำงอ ำพัน กัลยำณมิตร รักษำกำร แทนครูใหญ่ นำยนิเวศน์ ชมพูรัตน์ นำงสม ประสงค์ ชัยมงคล ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ องค์กำรบริหำร ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดสรรงบประมำณ จ ำนวน ๑๔๐,๐๐๐ บำท มำต่อเติมอำคำรเดิม เป็น ๒ ชั้น ได้ท ำพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๑๒ มีนำคม ๒๕๑๒


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ใ น ปี พ . ศ . ๒๕๒๒ องค์ก ำ รบ ริห ำ รส่ วน จังห วั ดเ ชี ยงใหม่ ไ ด้ จั ด ส ร ร งบประมำณจ ำนวน ๓๕๐,๐๐๐ บำท สร้ ำงอ ำค ำ รเ รียนแบบ อ.ช.ม. ๒ เป็นอำคำรชั้นเดียว เพียงให้เพียงพอกับนักเรียนที่จะ ขยำยชั้นเรียนถึงชั้นประถมศึกษำ ปี ที่ ๖ ท ำ พิ ธี เ ปิ ด เ มื่ อ ๑ ๔ มกรำคม ๒๕๒๓ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ สปช. จัดสรรเงินงบประมำณ จ ำนวน ๑๙๖,๐๐๐ บำท มำสร้ำงอำคำรอเนกประสงค์ ขนำด๑๐ ×๑๒ เมตร จ ำนวน ๑ หลัง เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลำคม ๒๕๒๘ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ทำงโรงเรียนได้จัดตั้งศูนย์วิชำกำรของโรงเรียนขึ้น โดยใช้เงินจำกกำร บริจำค จ ำนวน ๒๖,๔๓๒ บำท และในวันที่ ๒ มกรำคม ๒๕๒๙ ฯพณฯ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษำธิกำร นำยชวน หลีกภัย ได้ให้เกียรติมำเยี่ยมชมโรงเรียน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ได้ท ำสนำมกีฬำอเนกประสงค์ขึ้น โดยปรับปรุงบริเวณหน้ำอำคำรชั้น เดียว ซึ่งเป็นที่รกร้ำงว่ำงเปล่ำ ปรับดินและเทคอนกรีตเสริมไม้ไผ่ ขนำดกว้ำง ๑๕ เมตร ยำว ๒๗ เมตร โดยอำศัยเงินบริจำคจำกผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมกำรโรงเรียน และประชำชนในหมู่บ้ำน จ ำนวน ๕๐,๐๐๐ บำท ในปีเดียวกัน นี้เอง ได้ปรับปรุงบริเวณพื้นดินหน้ำ โรงเรียน และประตูทำงเข้ำโรงเรียน โดยได้รับจำกกำรบริจำคอีกประมำณ ๕,๐๐๐ บำท ใ น ปี พ . ศ . ๒ ๕ ๓ ๘ ปรับปรุงห้องเรียนในอำคำรเรียนชั้น ๒ โดยกำรกั้นห้องเรียนด้วยไม้อัดจำก เดิม ๓ ห้องเป็น ๔ ห้อง เพื่อให้ เหมำะสมกับจ ำนวนห้องเรียน และยัง


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) กั้นห้องชั้นล่ำงให้เป็นห้องประกอบอีก ๔ ห้อง พร้องทั้งทำสี โดยใช้เงินบริจำคเป็นเงินทั้งสิ้นประมำณ ๑๐,๐๐๐ บำท ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จัดท ำสนำมเด็กเล่นหน้ำอำคำรเรียนชั้นเดียว เป็นที่เล่นของเด็กอนุบำล ใช้ เงินจำกกำรบริจำคทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐ บำท ในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้มุงตำข่ำยกันแดด โดยใช้โครงเหล็กเพื่อให้เกิดร่มเงำส ำหรับนักเรียน ได้ วิ่งเล่นในตอนบ่ำย โดยใช้เงินบริจำคทั้งสิ้น ๑๗,๐๐๐ บำท และได้รับงบประมำณจำกทำงรำชกำร ตำม โครงกำรมำตรกำร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จ ำนวน ๑๑๑,๐๐๐ บำท ท ำกำรก่อสร้ำงส้วมนักเรียนแบบ สปช. ๖๐๑/๒๖ แบบ ๔ ที่นั่ง (แทนส้วมที่ช ำรุด) ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ทำงโรงเรียนได้ก่อสร้ำงอำคำรเรียนสปช. ๑๐๕/๒๙ (อำคำรศิริ ๒) จ ำนวน ๑ หลังจำกงบประมำณลงทุนเป็นค่ำก่อสร้ำง จ ำนวนเงิน๒,๕๓๗,๖๐๐บำทโดยได้เริ่มก่อสร้ำงตั้งแต่ วันที่ ๒๖ เดือนมิถุนำยนพ.ศ. ๒๕๕๓ จนถึงวันที่ ๒๐ เดือน กุมภำพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔ รวมเป็น เวลำ ๗ เดือน ๒๕ วัน ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ทำงโรงเรียนได้ปรับปรุงซ่อมแซมอำคำรศิริ ๑ โดยใช้งบประมำณ ๗๐,๐๐๐ บำท (เงินบริจำคชุมชนผู้ปกครอง) ปรับปรุงซ่อมแซมต่อเติมอำคำรศิริ ๒ เสร็จ เดือนตุลำคม ๒๕๕๔ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ทำงโรงเรียนได้ปรับปรุงทัศนียภำพสร้ำงสวนหย่อม “สวนธรรมศิริ” โดย ใช้งบบริจำค จ ำนวน ๒๔,๐๐๐ บำท ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ทำงโรงเรียนได้สร้ำงพระพุทธรูปหน้ำเสำ ธง โดยได้รับเงินบริจำคในกำรสร้ำง จ ำนวน ๓๐,๐๐๐ บำท ปัจจุบัน โรงเรียนศิริมังคลำจำรย์สังกัด ส ำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำเชียงใหม่ เขต ๑ ได้ด ำเนินกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน ตำมแนววิถีพุทธภำยใต้เงื่อนไข “ตามรอยพระสิริมังคลาจารย์” ใน โครงกำร “โรงเรียนบวรสอนวิถีพุทธ” เมื่อ วันที่ ๑๖ พฤษภำคม ๒๕๔๘โดยอำศัยภูมิปัญญำ จำกครูภูมิปัญญำท้องถิ่นในหมู่บ้ำน หรือ ผู้ที่มีควำมรู้ ต่อมำเมื่อ วันที่ ๙ พฤศจิกำยน ๒๕๔๘ ได้เปิดศูนย์โรงเรียนบวรสอนวิถีพุทธ น ำโดยท่ำนผู้อ ำนวยกำร นำยวิชำญ จันทร์ อินทร์ คณะครู/ชุมชน/ผู้ปกครอง/นักเรียน และคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำนโรงเรียนศิริมังคลำ จำรย์ปัจจุบันมีนำยวรรณ์ชัย จองแก เป็นผู้อ ำนวยกำรโรงเรียน และจัดกำรเรียนกำรสอนตั้งแต่ชั้น อนุบำล 2 จนถึงชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 ปีกำรศึกษำ 2566 มีจ ำนวนนักเรียน 124 คน มีข้ำรำชกำรครู ตำม จ.18 จ ำนวน 10 คน และครูพี่เลี้ยงเด็กอนุบำล 2 คน รวมเป็น 12 คน


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ต้นสำละ สาละ เป็นค ำสันสกฤต อินเดียเรียกต้นสำละว่ำ "Sal" เป็นไม้ที่มีควำมส ำคัญเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้ำ โดยตรง ทั้งตอนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพำน มี ควำมส ำคัญในพุทธประวัติดังนี้ ตอนพระพุทธเจ้าประสูติ ก่อนพุทธศักรำช 80 ปี พระพุทธมำรดำคือพระนำงสิริมหำมำยำทรงครรภ์ใกล้ครบก ำหนดพระ สูติกำร จึงเสด็จออกจำกกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อไปมีพระสูติกำรที่กรุงเทพวทหะ อันเป็นเมืองต้นตระกูลของ พระนำง ตำมธรรมเนียมประเพณีพรำหมณ์ เมื่อขบวนเสด็จ มำถึงครึ่งทำงระหว่ำงกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ ณ ที่ ตรงนั้นเป็นสวนมีชื่อว่ำ "สวนลุมพินีวัน" เป็นสวนป่ำ ไม้ "สำละ" พระนำงได้ทรงหยุดพักอิริยำบท (ปัจจุบันคือ ต ำบล "รุมมินเด" แขวง เปชวำร์ ประเทศเนปำล) พระ นำงประทับยืนชูพระหัตถ์ขึ้นเหนี่ยวกิ่งสำละ และขณะ นั้ น เ อ ง ก็ รู้ สึ ก ประชวรพระครรภ์ และได้ประสูติพระสิทธัตถะกุมำร ซึ่งตรงกับวันศุกร์เพ็ญเดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักรำช 80 ปี ค ำว่ำสิทธัตถะแปลว่ำ "สม ปรำรถนำ" อีกตอนหนึ่งก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะตรัสรู้ เมื่อพระองค์เสวยข้ำวมธุปำยำสที่บรรจะอยู่ในถำดทองค ำของนำงสุชำดำแล้ว ได้ทรงอธิษฐำน ว่ำ ถ้ำพระองค์ได้ส ำเร็จพระโพธิญำณ ขอให้กำรลอยถำดทองค ำนี้สำมำรถทวนกระแสน้ ำแห่งแม่น้ ำ เนรัญชลำได้ เมื่อทรงอธิษฐำนแล้วได้ทรงลอยถำด ปรำกฎว่ำถำดทองค ำนั้นได้ลอยทวนกระแสน้ ำ จำกนั้นพระองค์เสด็จไปประทับยังควงไม้สำละ ตลอดเวลำกลำงวัน ครั้นเวลำเย็นก็เสด็จไปยังต้นพระศรี


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) มหำโพธิ ประทับนั่งบนบัลลังก์ภำยใต้ต้นโพธิ และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมำสัมพุทธเจ้ำในเวลำรุ่งอรุณ ณ วันเพ็ญเดือน 6 ตอนสุดท้ายที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อพระพุทธเจ้ำ พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์สำวก เสด็จถึงเขตเมืองกุสินำรำของมัลละ กษัตริย์ ใกล้ฝั่งแม่น้ ำหิรัญวดี พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมำก จึงมีรับสั่งให้พระอำนนท์ ซึ่งเป็นองค์ อุปัฏฐำกปูลำดพระที่บรรทม โดยหันพระเศียรไปทำงทิศเหนือ ระหว่ำงต้นสำละทั้งคู่ แล้วพระองค์ก็ทรง ส ำเร็จสีหไสยำสน์ โดยพระปรัศว์เบื้องขวำ (นอนตะแคงขวำพระบำทซ้ำยซ้อนทับพระบำทขวำ) และ แล้วเสด็จเข้ำสู่พระปรินิพพำน สาละ เป็นพืชพวกเดียวกันกับพะยอม เต็ง รัง อยู่ในสกุล "Shorea " Diptercaroaceae " " ในวงศ์ ลักษณะ เป็นไม้ต้นขนำดกลำงถึงขนำดใหญ่ ไม่ผลัดใบ ล ำต้น เปลำตรง เปลือกสีเทำ แตกเป็นร่อง เป็นสะเก็ดทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มทึบ ปลำยกิ่งมักจะลู่ลง กิ่งอ่อนเกลี้ยง ใบ เดี่ยว ดก หนำทึบ รูปไข่กว้ำง โคนใบเว้ำเข้ำ ปลำยใบเป็นติ่งแหลมสั้นๆ ผิวใบเป็นมัน ขอบใบเป็นคลื่น ดอก ออกเป็นช่อสั้นๆ ตำมปลำยกิ่งและง่ำมใบ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่ำงละ 5 กลีบ กลีบดอกสีขำว อมเหลือง มีกลิ่นหอม ผล เป็นผลชนิดแห้ง แข็ง มีปีก 5 ปี ปีกยำว 3 ปีก ปีสั้น 2 ปีก บน แต่ละปีก มีเส้นตำมควำมยำวของปีก 10 - 15 เส้น สำละ Shorea robusta Roxb. เรียกกันว่ำ "สำละอินเดีย" เพรำะยังมีอีกต้นหนึ่ง เ รียก ว่ ำ "ส าล ะลั งกา" ห รือ "ต้นลูกปืนใหญ่" (Cannonball Tree) เป็นพืชใน วงศ์จิก ว ง ศ์Lecythidaceae (ปั จ จุ บั น จิ ก อ ยู่ ใ น วง ศ์Barringtoniaceae) มื ชื่ อ วิ ท ย ำ ศ ำ ส ต ร์ ว่ำ Couroupita guianensis Aubl.


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) สาละลังกา (Couroupita guianensis Aubl.) ลักษณะของพืชต้นนี้ เป็นไม้ต้นขนำดกลำงถึงขนำดใหญ่ ผลัดใบ เปลือกสีน้ ำตำล ใบ เดี่ยว ออกเวียนสลับตำมปลำยกิ่ง รูปใบหอกกลับ ปลำยแหลม โคนสอบ มน ขอบใบจักตื้นๆ ดอก ช่อ ใหญ่ ยำว ออกตำมโคนต้น ดอก สีชมพูอมเหลืองและแดง กลิ่นหอมแรง กลีบดอก 4-6 กลีบ แข็ง หัก ง่ำย เกสรตัวผู้มีจ ำนวนมำก โคนเชื่อมติดกันเป็นรูปโค้ง ผล สด รูปกลม ผิวผลสีน้ ำตำล เ ส้ น ผ่ ำ ศู น ย์ ก ล ำง ผ ล ะ ป ร ะ ม ำ ณ 10-20 เ ซ น ติ เ ม ต ร ภ ำ ย ใ น มี เ ม ล็ ด ห ล ำ ย เ ม ล็ ด http://www.rspg.or.th/homklindokmai/budhabot/sala.htm


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ศ า ล า ก า ร เ ป รี ย ญ เ ป็ น อ ำ ค ำ ร อเนกประสงค์ในงำนสถำปัตยกรรมไทย ซึ่ง ก่อสร้ำงในเขตสังฆำวำส ในบริเวณวัด เพื่อใช้ ประกอบกิจกรรมต่ำง ๆ ทำงพุทธศำสนำ แต่เดิม นั้นใช้เป็นสถำนที่เพื่อกำรเรียนของสงฆ์เท่ำนั้น (“เปรียญ” มำจำกภำษำบำลีว่ำ “บำเรียน” หมำยถึง “พระที่ได้เรียน” หรือ “พระนักเรียน) ศำลำกำรเปรียญจัดเป็นศำสนสถำนที่ส ำคัญของ วัดรองลงมำจำกอุโบสถ โบรำณว่ำ "อุโบสถเป็นที่ส ำหรับพระพุทธ ศำลำกำรเปรียญเป็นที่ส ำหรับพระ ธรรม" คือ เป็นที่เผยแผ่ธรรม ศำลำกำรเปรียญมีลักษณะคล้ำยเรือนหลังใหญ่ ยกพื้นสูงเสมอศีรษะคนยืน มีเฉลียงโดยรอบ กั้น ฝำแต่ละด้ำนเป็นฝำโปร่ง ๆ ด้ำนหนึ่งท ำยกพื้นเป็นอำสน์สงฆ์ ส ำหรับพระสงฆ์ขึ้นนั่งเจริญพระพุทธมนต์ ตรงหัวอำสน์สงฆ์ด้ำนหนึ่ง เป็นที่ตั้งพระพุทธรูป และเครื่องบูชำ วัด เป็นค ำเรียกสถำนที่ทำงพระพุทธศำสนำมำแต่โบรำณ เป็นค ำเรียกรวมที่ดินและอำคำร เช่น อุโบสถ วิหำร ศำลำ กุฏิ ที่ตั้งอยู่บนที่ดินนั้นด้วย ซึ่งมี ๒ ประเภท คือ ๑ วัดรำษฎร์ ได้แก่ วัดที่ชำวบ้ำน ช่วยกันสร้ำงไว้เพื่อเป็นพุทธบูชำ ได้แก่วัดทั่วๆ ไป และ ๒.วัดหลวง คือวัดที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้ำแผ่นดินที่ ทรงสร้ำงขึ้นไว้ ทั้งนี้ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ รำชบัณฑิต) เจ้ำอำวำสวัดรำชโอรสำรำม ได้ อธิบำยควำมหมำยของค ำว่ำ ศำลำ หมำยถึง ที่พัก เพิง โรง ห้องโถง คือ สิ่งปลูกสร้ำงโล่งๆ เพื่อพักพิง ชั่วครำว เช่น ศำลำริมทำง ศำลำพักร้อน ศำลำท่ำน้ ำ ศำลำ ในค ำวัดหมำยถึง สิ่งปลูกสร้ำงเพื่อกำรบ ำเพ็ญบุญ เพื่อกำรศึกษำเล่ำเรียน เป็นต้น ซึ่งเป็นที่ พักหรือท ำกิจชั่วครำว มิใช่อยู่ถำวรเหมือนกุฏิ วิหำร ในวัดมีศำลำหลำยประเภท เป็นต้นว่ำ ศำลำรำย คือ ศำลำที่สร้ำงรำยรอบอุโบสถและวิหำร เช่นเดียวกับถะรำยหรือเจดีย์รำย (ถะ หมำยถึง เจดีย์ทรงจีน ตัวอย่ำงเช่นถะรำย ที่รำยรอบวิหำรหลวงวัดสุทัศน์ฯ และเจดีย์รำยที่วัดโพธิ์ เป็น ต้น) ศำลำลอย คือ ศำลำที่ยกพื้นสูงระดับเดียวกับแนวก ำแพงวัด เช่นที่ วัดสุทัศนเทพวรำรำมรำชวรมหำวิหำร และวัดมหรรณพำรำม กรุงเทพมหำนคร


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ศำลำบ ำเพ็ญกุศล คือ ศำลำส ำหรับตั้งศพ ศำลำดิน คือ ศำลำยกพื้นเตี้ยๆ ที่สร้ำงขึ้นหน้ำพระอุโบสถ โดยใช้เป็นสถำนที่ส ำหรับเตรียมเครื่องไทย ธรรมต่ำงๆ เพื่อถวำยพระ ศำลำท่ำน้ ำ คือ ศำลำที่อยู่บริเวณท่ำน้ ำไว้นั่งรอเรือ อำจเป็นท่ำเรือในตัวโดยมีเสำอยู่ในน้ ำ มี บันไดลงไป หรืออำจตั้งอยู่บนบกแล้วมีหัวตะพำนยื่นออกไปก็ได้ บำงแห่งอำจไม่มีท่ำน้ ำ แต่ก็อยู ่ใน บริเวณใกล้ๆ ตลิ่ง เป็นต้น ลักษณะเด่นทรงนิยมก็คือ มีที่นั่งอยู่สองฟำก และมีทำงเดินอยู่ตรงกลำงพอ สวนกันได้ ซึ่งต่ำงจำกศำลำแบบอื่นๆ ส่วน "ศำลำกำรเปรียญ" เจ้ำคุณทองดีได้ให้ควำมหมำยไว้ว่ำ ศำลำหลังใหญ่ที่สร้ำงขึ้นเพื่อให้เป็นที่ท ำบุญ ฟังธรรม เป็นที่ประชุม และอื่นๆ คล้ำยศำลำอเนกประสงค์ ศำลำกำรเปรียญ จัดเป็นศำสนสถำนที่ ส ำคัญของวัดรองลงมำจำกอุโบสถ โบรำณว่ำ อุโบสถเป็นที่ส ำหรับพระพุทธ ศำลำกำรเปรียญเป็น ที่ส ำหรับพระธรรม คือ เป็นที่เผยแผ่ธรรม กุฏิเป็น ที่ส ำหรับพระสงฆ์ ดั้งนั้นศำลำกำรเปรียญจึงถูกสร้ำงให้ ใหญ่พอส ำหรับเป็นที่รองรับคนจ ำนวนมำกได้ วัด ใดมีชำวบ้ำนท ำบุญมำกจ ำต้องสร้ำงศำลำให้ใหญ่ เข้ำไว้ หำกศำลำเล็กคับแคบก็จะท ำให้ดูแน่น ท ำงำนบ ำเพ็ญบุญ และท ำศำสนพิธีต่ำงๆ ไม่สะดวก เหตุที่เรียวกว่ำ "ศำลำกำรเปรียญ" สันนิษฐำนว่ำเดิมใช้เป็นที่ศึกษำเล่ำเรียนพระปริยัติธรรม ของภิกษุสำมเณรด้วย เพรำะสมัยก่อนนิยมเรียนหนังสือกันบนศำลำ ยังไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แพร่หลำยอย่ำปัจจุบัน


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ตัวอย่างผลงานนักเรียน


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) ตัวอย่างผลงานนักเรียน


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) นักเรียนศึกษาแหล่งเรียนรู้สถานที่จริง


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) นักเรียนศึกษาแหล่งเรียนรู้สถานที่จริง


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) นักเรียนศึกษาแหล่งเรียนรู้สถานที่จริง


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) นักเรียนศึกษาแหล่งเรียนรู้สถานที่จริง


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) นักเรียนศึกษาแหล่งเรียนรู้สถานที่จริง


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) แหล่งโบราณสถานส าคัญตาม TimeLine ย้อนรอยประวัติศาสตร์


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) แหล่งโบราณสถานส าคัญตาม TimeLine ย้อนรอยประวัติศาสตร์


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) แหล่งโบราณสถานส าคัญตาม TimeLine ย้อนรอยประวัติศาสตร์


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) แหล่งโบราณสถานส าคัญตาม TimeLine ย้อนรอยประวัติศาสตร์


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) แหล่งโบราณสถานส าคัญตาม TimeLine ย้อนรอยประวัติศาสตร์


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) แหล่งโบราณสถานส าคัญตาม TimeLine ย้อนรอยประวัติศาสตร์


Time Line Mode ย้อนรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัดต าหนักสวนขวัญ(สิริมังคลาจารย์) แหล่งโบราณสถานส าคัญตาม TimeLine ย้อนรอยประวัติศาสตร์


Click to View FlipBook Version