The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดความรู้การพัฒนาเทคนิคและวิธีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-26 01:49:12

ชุดความรู้การพัฒนาเทคนิคและวิธีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่

ชุดความรู้การพัฒนาเทคนิคและวิธีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่

การพัฒนาเทคนคิ และวธิ ีการสอนครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวดั เชียงใหม่
The Instructional Technique Development of the Buddhist Monk Teachers

in Chiang Mai schools.

ภายใต้แผนงาน
การพฒั นานวตั กรรมเพือ่ สง่ เสริมศกั ยภาพครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจงั หวัดเชยี งใหม่
The Innovation Development to Improve the Buddhist Monk Teachers’

Potentiality in Chiang Mai schools.

โดย

นางสาวสุนทรี สุริยะรังษี
มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย วทิ ยาเขตเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๖๔

ได้รับทุนอดุ หนุนการวิจัยจากกองทุนสง่ เสรมิ วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม
MCU RS 800764010

(ลิขสิทธ์ิเปน็ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย)

การพัฒนาเทคนคิ และวธิ กี ารสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวัดเชยี งใหม่

The Instructional Technique Development of the Buddhist Monk Teachers
in Chiang Mai schools.

ภายใต้แผนงาน
การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสง่ เสริมศกั ยภาพครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียน
จังหวัดเชยี งใหม่

The Innovation Development to Improve the Buddhist Monk Teachers’
Potentiality in Chiang Mai schools.

พิมพค์ รั้งแรก : มนี าคม ๒๕๖๕ จำนวน ๓๐๐ เลม่

คณะผวู้ ิจยั : นางสาวสุนทรี สุริยะรังษี

จดั พิมพโ์ ดย : ชำนาญการพมิ พ์

ออกแบบ : พระปฏิภาณ ปิยะวงศ์

พมิ พ์ที่ : ชำนาญการพิมพ์ เลขที่ ๓๐/๙ หมู่ ๒ ถนนเจด็ ยอด – ช่างเคยี่ น ตำบลชา้ งเผือก
อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (๕๐๓๐๐) โทร. ๐๘๙-๑๙๒๑-๙๑๖
ID LINE : ๐๘๙-๑๙๒๑-๙๑๖



คำนำ

ชุดความรู้ “การพัฒนาเทคนิคและวิธีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัด
เชียงใหม่” (The Instructional Technique Development of the Buddhist Monk Teachers
in Chiang Mai schools.) ภายใต้แผนงาน “การพัฒนานวัตกรรมเพอื่ ส่งเสริมศักยภาพครูพระสอน
ศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่” (The Innovation Development to Improve the
Buddhist Monk Teachers’ Potentiality in Chiang Mai schools.) ซึ่งได้รับทุนอุดหนุนการวิจัย
จากกองทนุ ส่งเสรมิ วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม (MCU RS 800764010) ปีงบประมาณ ๒๕๖๔

ผู้วิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสารสนเทศซึ่งเป็นข้อค้นพบจากงานวิจัยนี้ จะเป็นประโยชน์แก่
บุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรที่มีภารกิจที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ สามารถ
นำไปใช้ในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยต่อยอดองค์ความรู้หรือวิจัยการพัฒนาเทคนิคและวิธีการสอนครู
พระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนสามารถนำไปกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการ
พัฒนาครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ให้มีศักยภาพและความพร้อมในการเป็นครูสอนศีลธรรม
จริยธรรม เป็นครทู ่ีมีการใช้ทกั ษะเทคนิคและวิธีการสอนที่ทนั สมัยในยุคดจิ ิทัล Thailand 4.0 เป็นครู
ที่มีการพัฒนาตนเองจากยุค Disruption ที่มีการหยุดทำสิ่งเดิม เพื่อพัฒนาสิ่งใหม่หรือวิธีการใหม่
หรือแสวงหาโอกาสใหมใ่ หท้ นั กบั กระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม เป็นครูทสี่ รา้ งลกู ศษิ ย์เป็นพลเมือง
ทม่ี คี ณุ ภาพใหแ้ กส่ ังคมต่อไป

สุนทรี สุริยะรังษี
ผู้วจิ ยั



สารบัญ

คำนำ ก

บทนำ ๑
องค์ความรู้เทคนิคและวธิ กี ารสอน ๓
เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ ๕
วิธีการจัดการเรยี นการสอน ๑๑
วิธีการจัดการเรยี นรแู้ นวใหม่ ๑๕
การเลอื กใชส้ ่ือในการจดั การเรียนการสอน ๑๘
แผนการสอนแบบอภปิ ราย (Discussion teaching) ๒๐
แผนการสอนแบบการเรยี นรูแ้ บบร่วมมอื (Cooperative learning) ๓๒
แผนการสอนโดยการใชเ้ กม walk rally ๓๘
แผนการสอนการใช้กรณศี ึกษา (Case) ๔๗
แผนการสอนแบบโดยการปฏิบัติ (Practice) ๖๓
๗๓
การพฒั นาเทคนคิ และวิธกี ารสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวัดเชยี งใหม่ ๗๔
บรรณานกุ รม ๗๖
ประวตั ผิ ู้วจิ ยั

บทนำ

ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงสภาพทางสังคมไปตามกระแสโลกาภิวัฒน์ ยุคการสื่อสาร
ไรพ้ รมแดน ที่มคี วามเจรญิ ก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีท่มี ลี ักษณะการมงุ่ เน้นการแข่งขนั กนั มากกลาย เป็น
สังคมแห่งวัตถุนิยม ที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านพฤติกรรม เช่น การใช้ความรุนแรง การใช้สารเสพติด
การก่อปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งแท้ที่จริงเป็นการถูกละเลยจากครอบครัว
จากสถานศึกษาท่ีขาดการปลูกฝังเรื่องศีลธรรม จริยธรรมในโรงเรียน จนทำให้ขาดความสำนึก
ขาดความรู้ผิดชอบชั่วดี ขาดการใช้สติยั้งคิดและการแสดงออกมาเปน็ พฤติกรรมทีไ่ ม่เหมาะสม อีกท้ัง
สภาพแวดล้อมท่ีมีการยุงยงส่งเสริม ชักจูง ไปในทางที่เสื่อม อันเป็นปัญหาทางสังคมที่ต้องแก้ไขโดย
จะต้องมีการปลูกฝังทางความคิดจนมีจิตใฝ่ดีและมีพลังใจเข้มแข็ง สามารถเป็นภูมิคุ้มกันต้านทาน
สาเหตุปจั จัยในทางเสอื่ มท่จี ะเขา้ มาทำลายคุณภาพชีวติ ทีด่ งี ามได้ด้วยหลักธรรมทางศาสนา

พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ไดส้ ง่ เสรมิ ใหว้ ัดและสถานศกึ ษาร่วมกัน
ปลูกฝังและพัฒนาให้ประชาชนทุกระดับเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ มีความรู้และ
คุณธรรม จริยธรรม ในการดำเนินชีวิตและสามารถที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โครงการ
ครูพระสอนศีลธรรมเป็นโครงการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๘ กรมการศาสนา
ได้ให้โอกาสประชาชนมีส่วนร่วมในแผนการพัฒนาบทบาทของครูพระสอนศีลธรรม ในรูปแบบท่ี
ประชาชนพึงประสงค์ซึ่งเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการมีส่วนร่วมของภาคสังคม โดยเน้น
ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทั้งนี้เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งผลจากการ
ประเมิน พบว่า ประชาชนมคี วามพงึ พอใจมากที่ได้เหน็ ลกู หลานมีพฤติกรรมเปลีย่ นแปลงไปในทางที่ดี

ในด้านกรมการศาสนาได้ดำเนินการโครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ในปี พ.ศ.
๒๕๔๘ -๒๕๔๙ เพอื่ เป็นการเผยแผ่พระพทุ ธศาสนาและส่งเสริมศีลธรรมการพัฒนาคุณธรรมและการ
ส่งเสริมการนำหลักธรรมมาพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ประชาชนเกิดความรู้
คู่คุณธรรม โครงการพระสอนศีลธรรมจัดอยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้พระพุทธศาสนา กลุ่มการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยความร่วมมือของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้จัดทำโครงการ
พระสอนศีลธรรมในโรงเรียนข้นึ โดยมวี ตั ถุประสงค์ เพ่อื ให้พระสงฆ์นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
ไปสอนใหแ้ ก่เด็กนักเรียนและจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ให้แก่เด็กนักเรียน นักศึกษาในทุกระดับ เพ่ือสร้าง
หลักสูตรและสื่อการเรียนรู้เกีย่ วกบั หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนาในสถานศกึ ษา ทั้งนี้เพือ่ ให้นักเรยี น
มีความรู้ ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน
ได้อยา่ งเหมาะสม

การพฒั นาเทคนคิ และวิธกี ารสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวัดเชยี งใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรังษี ๒

ครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวดั เชยี งใหม่ ทั้ง ๒๕ อำเภอ ที่เกิดจากการร่วมในทุก
ภาคสว่ น ทง้ั คณะสงฆ์จังหวดั เชียงใหม่ ฝ่ายปกครอง กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานพระพุทธศาสนา
จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีความมุ่งหมายที่จะสร้างเยาวชนให้เป็นผู้มีศักยภาพและทักษะชีวิตที่สามารถ
นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดำเนินชีวติ ท่ามกลางสงั คมท่เี ปล่ียนแปลงในยคุ โลกาภวิ ฒั น์ โดยมีการพยายาม
เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน ท่ีผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งได้รับการ
สนับสนุนการดำเนินงานและตอบสนองเป็นอย่างดีจากชุมชนและหน่ายงานที่เกี่ยวข้อง แต่เนื่องด้วย
ครูพระที่สอนศีลธรรมในโรงเรียนที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการยังมีองค์ความรู้ด้านเทคนิคและวิธีการ
สอนไมส่ อดคลอ้ งกบั เด็กและเยาวชนในยุคปัจจบุ ัน

ดังนั้น เมื่อครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนยังขาดองค์ความรู้ในด้านเทคนิคและวิธีการ
สอน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเสริมสร้างองค์ความรู้เทคนิคและวิธีการสอนให้กับครูพระสอน
ศีลธรรม เพื่อนำองค์ความรู้ท่ีได้ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับ
ยุคโลกาภาวัฒน์ เพือ่ ให้เดก็ และเยาวชนในสถานศึกษาได้เข้าใจและสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต
เพราะฉะนั้น การพัฒนาจึงเป็นการเพิ่มเติมและยกกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของ
ครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวดั เชยี งใหม่ ทเี่ ป็นการเสรมิ สรา้ งศักยภาพและพฒั นาครูพระสอน
ศลี ธรรมในโรงเรียนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและเกดิ ประสิทธิผลแกผ่ ้เู รยี น

ทม่ี าของภาพ : ทฤษฎกี ารเรียนรแู้ ละการพฒั นารปู แบบการเรยี นการสอน
[Prapatsorn_Pprapatsorn32.wordpress.com]

การพัฒนาเทคนิคและวิธกี ารสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวดั เชยี งใหม่ สนุ ทรี สุริยะรงั ษี ๓

องค์ความรเู้ ทคนิคและวิธีการสอน

ความหมายของเทคนิคการสอน
เทคนิคการสอน หมายถึง กลวิธีต่าง ๆ ที่ใช้เสริมกระบวนการสอน ขั้นตอนการสอนหรือ

การกระทำต่าง ๆ เป็นวิธีการดำเนินการทางการสอนใด ๆ เพื่อช่วยให้การสอนมีคุณภาพและ
มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในการบรรยาย ผู้สอนอาจใช้เทคนคิ ต่าง ๆ ที่สามารถช่วยให้การบรรยาย
มีคณุ ภาพและประสทิ ธิภาพมากขึ้น เชน่ การยกตวั อย่าง การใช้ สือ่ การใชค้ ำถาม เปน็ ตน้ เป็นการจัด
ประสบการณ์หรือกิจกรรมอย่างมีจุดหมายเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ เกิดการเรียนรู้ได้
รวดเรว็ ขึน้ งา่ ยขึ้น

ความสำคัญของการมเี ทคนคิ การสอน
ทักษะและเทคนิคการสอนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ
๑. ทักษะนับเป็นจุดมุ่งหมายหมวดหนึ่งของการศึกษาซึ่งจะต้องฝึกควบคู่กับความรู้และ
เจตคติ
๒. เปน็ การสง่ เสรมิ ความชำนาญคลอ่ งแคลว่ หรอื เชยี่ วชาญในดา้ นการปฏิบัติการสอน
๓. ช่วยใหก้ ารสอนมคี ุณภาพและประสิทธภิ าพมากข้นึ
๔. ชว่ ยใหเ้ กดิ ความมั่นใจในตนเองมากข้นึ ซง่ึ เป็นการเสรมิ สร้างบุคลกิ ภาพของผสู้ อนให้ดี
ย่ิงขน้ึ
๕. ชว่ ยไมใ่ ห้เกดิ ความผดิ พลาดในการสอน
๖. ชว่ ยใหง้ านสอนบรรลุตามจุดประสงคท์ ี่กำหนด
๗. ช่วยให้การทำงานมปี ระสิทธิภาพและสามารถพฒั นางานสอนใหด้ ีย่ิงขึ้น
เทคนิคการสอนท่ดี ี
การสอนท่ดี ี ควรมีเทคนิคในลักษณะ ดังต่อไป
๑. มีการส่งเสริมผู้เรียนให้เรียนด้วยการกระทำ เพราะการได้ลงมือทำจริงจะทำให้ได้
ประสบการณ์ท่มี ีความหมาย
๒. มีการสง่ เสริมผเู้ รยี นใหเ้ รยี นด้วยการทำงานเป็นกล่มุ ผู้เรยี นไดแ้ สดงความคิดเห็นยอมรบั
ความคดิ เห็นซง่ึ กันและกัน และรจู้ กั การทำงานรว่ มกับผ้อู นื่
๓. มีการตอบสนองความต้องการของผ้เู รยี น เรียนด้วยความสุข ความสนใจ กระตอื รือร้นใน
การทำกจิ กรรมต่าง ๆ
๔. มกี ารสอนใหส้ ัมพันธ์ระหว่างวชิ าทเ่ี รยี นกับวชิ าอ่นื ๆ ในหลักสตู รเป็นอย่างดี
๕. มกี ารใชส้ ่ือการสอนจำพวกโสตทัศนวสั ดุ เพือ่ เรา้ ความสนใจชว่ ยผูเ้ รยี นเข้าใจในบทเรียน
ได้ง่ายข้ึน

การพฒั นาเทคนิคและวิธีการสอนครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวดั เชยี งใหม่ สุนทรี สุริยะรงั ษี ๔

๖. มีกจิ กรรมทห่ี ลากหลาย เพ่อื เรา้ ความสนใจ ผู้เรียนสนุกสนาน ได้ลงมอื ปฏิบตั ิจรงิ และดูผล
การปฏบิ ัติของตนเอง

๗. มีการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ใช้ความคิดอยู่เสมอ ด้วยการซักถามหรือให้แสดงความคิดเห็น
เกยี่ วกับปัญหางา่ ย ๆ เด็กไดค้ ิดหาเหตผุ ล เปรียบเทียบและพิจารณาความสมั พนั ธ์ของสง่ิ ต่าง ๆ

๘. มีการส่งเสริมความคิดริเริ่มและความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการคิดทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ดีมี
ประโยชนไ์ ม่เลียนแบบใคร สง่ เสรมิ กิจกรรมสนุ ทรียภาพ ร้อยกรอง วาดภาพและแสดงละคร

๙. มีการใช้การจูงใจในระหว่างเรียน เช่น รางวัล การชมเชย คะแนนแข่งขัน เครื่องเชิด
ชูเกยี รติ การลงโทษ ซ่งึ จะช่วยให้เกดิ ความสนใจ ตัง้ ใจ ขยนั หมนั่ เพียรในการเรียนและทำกิจกรรม

๑๐. มีการส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามแบบประชาธิปไตย เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น
มีการรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น ยกย่องความคิดเห็นที่ดี ผู้เรียน
มีสว่ นร่วมในการวางแผนรว่ มกบั ครู

๑๑. มกี ารเร้าความสนใจก่อนลงมือทำการสอนเสมอ
๑๒. มีการประเมนิ ผลตลอดเวลา โดยวธิ กี ารตา่ ง ๆ เช่น การสังเกต การซักถาม การทดสอบ
เพ่ือให้แนใ่ จว่าการสอนของครตู รงตามจุดประสงคม์ ากทสี่ ุด
เทคนคิ ทช่ี ่วยให้การสอนประสบความสำเร็จ คือ
ดา้ นผู้สอน
- บุคลิกภาพและความสามารถของผู้สอนมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ผู้สอนจะต้อง
พัฒนาบุคลิกภาพของตนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน รู้จักเลือกปรับปรุงเทคนิคและวิธีสอน
ให้เหมาะสม ควรดดั แปลงวิธีการสอนหลายๆ วธิ ี จึงจะทำใหผ้ เู้ รยี นสนใจไมเ่ บ่อื หน่าย
- ความเข้าใจของผู้สอนเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ การเรียน คือ กระบวนการแก้ปัญหา
เป็นสิ่งท่ีทำให้เกิดผลการเรียนในด้านการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมซึ่งเรียกว่า การเรียนรู้ ฉะน้ัน
การเรียนรู้จะเกิดจากการกระทำของผู้เรียนโดยตรง ในการสอนจึงควรจัดบรรยากาศทั้งภายใน
ห้องเรียนและนอกห้องเรียน เพื่อจูงใจให้ผู้เรียนได้กระทำพฤติกรรมต่าง ๆ ทำให้เกิดความรู้
ความเข้าใจ เกดิ ทักษะ มเี จตคตทิ ด่ี ีและซาบซง้ึ ในการเรยี น
ผู้เรียน
- ผลผลิตขน้ั สุดทา้ ยของการเรียน ผู้เรียนมคี วามสามารถแตกต่างกนั การสอนจงึ มีทั้งการสอน
รายบคุ คลและเป็นกล่มุ เพ่ือส่งเสรมิ ความสามารถของแตล่ ะบคุ คล
เน้อื หาสาระ
- จะตอ้ งจัดลำดบั เนอ้ื หากอ่ นหลังอย่างมรี ะเบียบซ่งึ จะชว่ ยให้งา่ ยตอ่ การเรียนรู้และรวดเรว็
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผูเ้ รียน

- ผู้สอนต้องตอบสนองความต้องการของผู้เรยี นให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้เรียนมีความมั่นใจก้าวสู่
โลกแหง่ การเรยี นร้แู ละประสบความสำเร็จตอ่ ไป

การพฒั นาเทคนคิ และวิธีการสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรงั ษี ๕

เทคนคิ วธิ ีการจัดการเรียนรู้

เทคนิควธิ ีการจดั การเรยี นรู้
โดยทว่ั ไปการจดั การเรียนการสอน จะแบ่งออกเป็น ๓ ลกั ษณะใหญ่ๆ ดังนี้

การสอนแบบกลุ่มใหญ่ (large group teaching) เป็นการสอนในห้องเรียนที่มีการสื่อสาร
เพียงทางเดียว การสอนแบบกลุ่มย่อย (small group teaching) เป็นการเรียนที่ผู้เรียนสามารถ
โต้ตอบได้ เป็นการสื่อความหมายสองทาง และลักษณะสุดท้ายเป็นการสอนแบบรายบุคคล
(Individualized instruction) ที่เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองของ ผู้เรียนแต่ละคนที่มีความแตกต่างกัน
แตล่ ะลกั ษณะ มีรายละเอยี ดดงั น้ี

๑. การสอนแบบกลุ่มใหญ่ (large group teaching) การสอนกลุ่มใหญ่ (large group
teaching) เป็นการจัดการเรียนการสอนให้ทุกคนพร้อมกัน สอนสิ่งเดียวกัน ได้รับรู้และทำกิจกรรม
พร้อม ๆ กนั บางทเี่ รียกการสอนแบบน้วี า่ การสอนเปน็ ขั้น เพือ่ ใหท้ ุกคนรบั รเู้ หมือนกนั และตรงกนั

จุดประสงคข์ องการสอนกลุม่ ใหญ่ มีดงั ต่อไปน้ี
๑. เพื่อให้ผูเ้ รียนรบั รใู้ นสิง่ เดียวกนั เวลาเดยี วกนั
๒. เพ่ือใหผ้ ้เู รยี นปฏิบตั หิ รือทำกจิ กรรมพรอ้ ม ๆ กัน เหมือนกนั
๓. เพอื่ เร้าความสนใจให้ผู้เรยี นในเร่ืองใดเรือ่ งหน่ึง
๔. เพือ่ อภปิ รายสรปุ ความคดิ รวบยอดของบทเรียน
๕. เพอ่ื ทบทวนสิง่ ที่ครพู ดู หรือทำร่วมกัน

กระบวนการสอนกลุ่มใหญ่ เป็นการสอนที่เน้นเนื้อหาเป็นสำคัญ มีขั้นตอนการสอน
ดังตอ่ ไปน้ี

๑. ข้ันเตรยี ม ครคู วรเตรียมการดังน้ี
๑.๑ เตรียมนอกห้องเรียน ได้แก่ เตรียมตัวผู้สอนและเตรียมสื่อการสอนให้พร้อม ตั้งแต่
บุคลิกภาพ ทำแผนการสอน บนั ทึกการสอน
๑.๒ เตรียมในห้องเรียน เป็นขั้นนำ เพราะการเตรียมในห้องเรียนก็คือ การนำเข้าสู่บทเรียน
เปน็ การเตรียมผเู้ รียนใหพ้ ร้อมก่อนลงมอื สอน
๒. ขั้นสอน เป็นขั้นที่ครูพยายามจัดสิ่งที่จะสอนให้ผู้เรียนกระจ่างชัดมากที่สุด โดยครูผู้สอน
ใช้เทคนคิ วิธีสอนแบบต่าง ๆ เข้าช่วย ให้ผู้เรยี นเกดิ การเรยี นรู้
๓. ขัน้ สรปุ บทเรียน เปน็ ข้นั สุดทา้ ยของการสอนเพ่ือความเข้าใจ เกดิ แนวคิดทถี่ ูกตอ้ งสามารถ
นำไปใชไ้ ด้

การพัฒนาเทคนคิ และวิธกี ารสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ สุนทรี สุริยะรงั ษี ๖

ความสำคญั และความจำเป็นในการสอนกลุ่มใหญ่

ความจำเป็นที่ต้องมีการสอนกลุ่มใหญ่มีมากขึ้นตามลำดับ เพราะประเทศต่าง ๆ ในโลก
ประสบปัญหาในการเพิ่มประชากรในอัตราสูงเกินพอดี ปัญหาดังกล่าวจึงกระทบต่อระบบการศึกษา
โดยตรง เพราะเมื่อจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น จำนวนของผู้ที่อยู่ในวัยเรียนก็ย่อมเพิ่มมากขึ้นและ
ปัญหาประการต่อมาคือ อาคาร สถานที่ ไม่พอกับจำนวนผู้เรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับสูงกว่า
มัธยมศึกษาขึ้นไป นอกจากนั้นด้านวิทยาการทั้งหลายก้าวหน้าขยายตัวออกไป ทำให้มีสิ่งจำเป็นต้อง
เรียนรู้มากขึ้นกว่าเดิม และความก้าวหนา้ ของดา้ นเทคโนโลยีทำให้เกิดสื่อการสอนชนิดใหม่ที่นำมาใช้
อย่างมีประสิทธิภาพกับผู้เรียนจำนวนมาก พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายรายหัวของผู้เรียนต่ำลง การสอน
กลุ่มใหญ่มีข้อจำกัดหลายประการ ซึ่งการสอนแบบนี้เป็นความคิดของผู้สอนจะดำเนินการอย่างไร
เพราะเทคนคิ การสอนเปน็ สิง่ ที่ฝึกทักษะไดก้ ลา่ ว คอื

๑. ใช้สอนผ้เู รยี นไดค้ รั้งละมาก ๆ ประหยดั เวลา จงึ มีเวลาเหลือในการจดั กิจกรรมใหผ้ ้เู รยี น
๒. ผู้เรียนจะรับรู้ในสิ่งเดียวกัน เข้าใจตรงกัน พร้อม ๆ กัน และครูสามารถดำเนินการสอน
คนเดยี วได้
๓. การสอนแบบนี้เหมาะกับการสอนที่เน้นการให้นิยาม ให้หลักการเร้าความสนใจและการ
สรปุ บทเรยี น ขอ้ จำกดั ของการสอนกลมุ่ ใหญ่ มดี ังต่อไปนี้
๑) ไมค่ ำนงึ ถงึ ความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล
๒) ผูเ้ รยี นมโี อกาสแสดงความคิดเหน็ ไดไ้ มเ่ ตม็ ท่ี
๓) ส่งเสริมพัฒนาการไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะขาดด้านสังคมและการทำงานร่วมกัน การสอน
กลุ่มใหญ่ได้มีการพัฒนาวิธีสอนผู้เรียนเป็นกลุ่มตลอดเวลา ซึ่งจากความหมายของการสอนกลุ่มใหญ่
ดังกล่าวนั้นและการให้คำนิยามการสอนกลุ่มใหญ่นั้น มีความหมายเหมือนกับการศึกษามวลชน
รปู แบบหน่ึง

วิธีการสอนแบบกลุ่มใหญ่ มีได้หลายวิธี ผู้สอนสามารถเลือกเทคนิควิธีสอนให้เหมาะสมกับ
สาระการเรยี นรแู้ ละมาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชว้ี ัด ตวั อยา่ งการสอนกลมุ่ ใหญ่ เชน่

การสอนแบบบรรยาย เป็นการสอนโดยครูหรือวิทยากรบอกรายละเอียด เรื่องราว ผู้เรียนมี
หน้าท่รี ับฟังและจดบันทกึ คำบรรยาย

๑.๒ การสอนแบบสาธิต คือ การทำให้ดู แสดงให้ดู เป็นตัวอย่างประกอบคำอธิบาย ผู้เรียน
จะได้รับความเขา้ ใจถูกตอ้ งชดั เจน

๑.๓ การสอนแบบฝึกปฏิบัติ เป็นวิธีการที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีโอกาสทำกิจกรรมด้วยตนเอง
ซ่งึ เป็นประสบการณต์ รงโดยมงุ่ ผสานทง้ั ทฤษฎีและปฏบิ ตั ิ

๑.๔ การสอนแบบศกึ ษานอกสถานท่ี เปน็ การนำผูเ้ รียนไปศกึ ษาสภาพจรงิ นอกหอ้ งเรียน

การพัฒนาเทคนคิ และวธิ ีการสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจงั หวัดเชยี งใหม่ สุนทรี สุริยะรังษี ๗

๒. เทคนคิ การสอนกลมุ่ ยอ่ ย

การสอนกลุ่มยอ่ ย เปน็ กลวิธกี ารสอนอกี แบบหนงึ่ ท่ีผู้สอนเปิดโอกาสให้เด็กไดม้ ีบทบาทตั้งแต่
การเลือกเข้ากลุ่มทำงานตามที่ตนพอใจ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ขณะเดียวกันก็ประสานสัมพันธ์กับ
คนอื่น เป็นการปลูกฝังทักษะทางสังคมอันเป็นผลพลอยได้ มีการวางแผนปฏิบัติงานรว่ มกัน การสอน
กลุ่มย่อยจะต้องวางแผนให้รัดกุม เนื่องจากผู้สอนจะต้องยึดการสอนตามความสนใจ ความเหมาะสม
ของผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ดังนน้ั การกำหนดวัตถปุ ระสงค์ควรมี ดังต่อไปนี้

๑. เพื่อให้ผู้เรียนมีแนวคิดใกล้เคียงกัน มีโอกาสทำงานพร้อมกัน ทำกิจกรรมกลุ่มสนใจ
เดยี วกนั

๒. เปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรยี นชว่ ยเหลอื กนั และกัน และชว่ ยแบ่งเบาภาระการชแี้ จงของผสู้ อนได้
๓. เพื่อฝึกให้ผู้เรียนรู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกอยู่ร่วมกันแบบประชาธิปไตย ส่งเสริมความ
รับผดิ ชอบ ความสามัคคีและฝกึ ความมีวินัยของตนดว้ ย
หลักเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่มย่อยควรยึดหลกั เกณฑ์ โดยการแบ่งกลุ่มตามความสามารถ ความ
สนใจของผู้เรียน และแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสมกับลักษณะของการทำงานกลุ่ม เพื่อฝึกการทำงาน
กลมุ่ การแบง่ กลุ่มควรพิจารณา ดงั นี้

๑. ให้ผเู้ รยี นเลือกเข้ากล่มุ เองตามความสมัครใจ
๒. แบง่ กลมุ่ ตามความเหมาะสมหรอื ตามจดุ ประสงค์ทกี่ ำหนด
๓. แบง่ กลุม่ ดว้ ยการจบั ฉลาก หรือตามกิจกรรมทจี่ ะใหท้ ำ

เทคนคิ การสอนกลุ่มย่อยให้มปี ระสทิ ธิภาพ

เทคนิคและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในการสอนโดยใช้การอภิปรายกลุ่มยอ่ ยให้มปี ระสทิ ธิภาพ มี
วธิ กี ารดำเนนิ การ ดังนี้

๑) การจดั ผ้เู รียนเปน็ กลมุ่ ย่อย จำนวนสมาชกิ ในกลุ่มย่อยควรมีประมาณ ๔-๘ คน จำนวนท่ี
เหมาะสมที่สดุ คอื ระหว่าง ๔-๖ คน คือ เป็นกลุ่มทีไ่ ม่เลก็ เกินไปและไม่ใหญ่เกินไป เพราะถ้ากลุ่มเลก็
เกินไป กลุ่มจะไม่ได้ความคิดที่หลากหลายเพียงพอ ถ้ากลุ่มใหญ่เกินไปสมาชิกกลุ่มจะมีโอกาสแสดง
ความคดิ เห็นได้น้อยหรือได้ไมท่ วั่ ถึง การแบ่งผู้เรยี นเข้ากลุ่มอาจทำโดยวธิ ีสุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสได้
รว่ มกลุ่มกบั เพ่ือนไม่ซ้ำกัน หรืออาจจดั ผู้เรยี นเขา้ กลุ่มคละความสามารถ เพื่อใหผ้ ู้เรียนที่เก่งช่วยเหลือ
ผู้ที่เรียนอ่อนหรืออาจจัดผู้เรียนเข้ากลุ่มจำแนกตามเพศ วัย (ถ้าผู้เรียนมีหลายวัย) ความสนใจ
ความสามารถ หรือเลือกอย่างเจาะจงตามปัญหาที่มีก็ได้ ขึ้นกับวัตถุประสงค์ของผู้สอนและสิ่งที่จะ
อภิปราย เทคนคิ ทีใ่ ช้ในการแบ่งกลุม่ มหี ลากหลาย เช่น ใชก้ ารนับหมายเลขหรือเปน็ ภาพ ผูท้ ี่จับฉลาก
ได้เหมือนกัน ให้รวมกลุ่มกันหรือใช้เกมต่าง ๆ เช่น เกมคำสั่งจับกลุ่ม โดยผู้เรียนรำวงตามเสียงเพลง
หรือดนตรี เมื่อดนตรีหรือเพลงหยุด ผู้สอนจะออกคำสั่งให้ผูเ้ รยี นจับกลุ่มตามจำนวนที่ครูสั่ง เช่น จับ
๔ จับ ๖ หรอื จบั กลมุ่ หญิง ๓ ชาย ๑ ให้ผู้เรยี นเกดิ ความสนุกสนาน จนกระทั่งในท่สี ุดครูสั่งให้จับกลุ่ม

การพัฒนาเทคนคิ และวธิ ีการสอนครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจังหวดั เชียงใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรงั ษี ๘

ตามจำนวนที่ครูต้องการ เทคนิคการจัดกลุ่มจะช่วยให้ผู้เรียนไม่เกิดความเบื่อหน่าย ในการแบ่งกลุ่ม
โดยเฉพาะเมื่อครูจำเป็นต้องแบ่งกลุ่มบ่อย ๆ จะช่วยให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกและสนใจที่จะเรียนรู้ใน
กิจกรรมต่อไป เม่อื จดั ผ้เู รียนเข้ากลุ่มแล้ว ผูส้ อนควรดูแลให้กล่มุ จดั ทน่ี ั่งภายในกลุ่มให้เรียบร้อย ให้อยู่
ในลักษณะทีท่ ุกคนมองเห็นกนั และรับฟังกันได้ดี นอกจากนั้นในกรณีท่ีมีหลายกลุ่ม ผู้สอนควรจัดกลุ่ม
ใหห้ ่างกนั พอสมควร เพือ่ ไม่ให้เสยี งอภปิ รายจากกลุ่มรบกวนกันและกนั

๒) ประเด็นการอภิปราย การอภิปรายจำเป็นต้องมีประเด็นในการอภิปราย มีวัตถุประสงค์
ของการอภิปรายที่ชัดเจน ประเด็นการอภิปรายอาจจะมาจากผู้สอนหรือผู้เรียนก็ได้แล้วแต่กรณี การ
อภปิ รายแตล่ ะครง้ั ไม่ควรมีประเดน็ มากจนเกินไป เพราะจะทำให้ผ้เู รียนอภปิ รายไดไ้ มเ่ ตม็ ที่

๓) การอภิปราย การจัดกลุ่มอภิปรายมีหลายแบบ ผู้สอนควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับ
วัตถุประสงค์ ในการอภิปรายที่ดีโดยทั่วไปควรมีการกำหนดบทบาทหน้าที่ที่จำเป็นในการอภิปราย
เช่น ประธานหรือผู้นำในการอภิปราย เลขานุการผู้จดบันทึกการประชุมและผู้รักษาเวลา เป็นต้น
นอกจากนั้นสมาชิกลุ่มทุกคนควรมีความเข้าใจตรงกันว่า ตนมีบทบาทหน้าที่ที่จะต้องช่วยให้กลุ่ม
ทำงานได้สำเร็จ มิใช่ปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของสมาชิกเพียงบางคน หากสมาชิกกลุ่มมีความรู้
ความเข้าใจว่าสมาชิกกลุ่มที่ดีควรทำอะไรบ้าง เช่น ให้ข้อมูล แสดงความคิดเห็น ซักถาม โต้แย้ง
สนับสนุน ช่วยไม่ให้กลุ่มออกนอกเรื่องและสรุป เป็นต้น การอภิปรายจะเป็นไปได้ดี ผู้สอนจึงควรให้
ความรู้ ความเข้าใจหรือคำแนะนำแก่กลุ่มก่อนการอภิปราย และควรย้ำถึงความสำคัญของการให้
สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมในการอภิปรายอย่างทั่วถึง ไม่ให้มีการผูกขาดการอภิปรายโดยผู้ใด
ผู้หนึ่ง เพราะวัตถุประสงค์หลักของการอภิปรายก็คือ การให้ผู้เรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่าง
ทั่วถึงและได้รับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย อันจะช่วยให้ผู้เรียนมีความคิดที่ลึกซึ้งและรอบคอบขน้ึ
การอภิปรายที่ดคี วรดำเนินการไปทีล่ ะประเด็น จะได้ไม่เกิดความสบั สนและในกรณีท่ีมีหลายประเดน็
ควรมีการจำกัดเวลาของการอภิปรายแต่ละประเด็น มิฉะนั้นการอภิปรายอาจยืดยาว เยิ่นเย้อ และ
ประเด็นที่อยู่ท้ายๆ จะไม่ได้รับการอภิปรายเพราะหมดเวลาเสียก่อน ประเด็นการอภิปรายกับเวลาที่
ใหค้ วรมคี วามพอเหมาะกัน

๔) การสรุปผลการอภิปราย ก่อนที่การอภิปรายจะยุติลง กลุ่มจำเป็นต้องมีการสรุปผลการ
อภิปราย เพื่อให้ได้คำตอบตามประเด็นที่กำหนด ผู้สอนควรบอกหรือให้สัญญาณแก่กลุ่มอภิปราย
ประมาณ ๓-๕ นาที ก่อนหมดเวลา เพื่อกลุ่มจะได้สรุปผลการอภิปรายเป็นข้อสรุปของกลุ่ม ซึ่ง
หลงั จากนน้ั ผูส้ อนอาจให้แต่ละกลุ่มนำเสนอผลการอภปิ รายแลกเปลี่ยนกัน หรอื ดำเนินการในรูปแบบ
อ่ืนต่อไป

๓. เทคนคิ การสอนรายบุคคล

การสอนรายบุคคล (individualized instruction) หมายถึง การสอนที่ยึดผู้เรียนที่มีความ
แตกต่างกันแต่ละคนเพื่อปรับปรุงแก้ไขการสอนให้เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการและ

การพัฒนาเทคนิคและวธิ ีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจงั หวดั เชียงใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรังษี ๙

ความสามารถของแต่ละบุคคล ลักษณะการสอนรายบุคคล โดยยดึ สื่อและวธิ กี ารจัดการเรียนการสอน
เป็นหลัก การเรียนการสอนรายบุคคลหรือการเรียนด้วยตนเองหรือการเรียนรายบุคคล เป็นรูปแบบ
หนึ่งของการเรียนการสอน โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนหรือเรียนตามความสามารถ
ความสนใจของตนเอง โดยคำนึงถึงหลักของความแตกต่างระหว่างบุคคล ซึ่งได้แก่ ความแตกต่างใน
ดา้ นความสามารถ สตปิ ัญญา ความตอ้ งการ ความสนใจ ด้านรา่ งกาย อารมณแ์ ละสงั คม

วัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนการสอนรายบุคคล

การเรียนการสอนรายบุคคล ยึดหลักปรัชญาทางการศึกษาและอาศัยพื้นฐานจากทฤษฎี
จิตวิทยาพัฒนาการและจิตวิทยาการเรียนรู้ วัตถุประสงค์ในการจัดการเรียนการสอนรายบุคคล จึง
มุ่งเนน้

๑) การเรียนการสอนรายบุคคลมุ่งสนับสนุนให้ผู้เรียนรู้จักรับผิดชอบในการเรียนรู้ รู้จัก
แก้ปัญหาและตัดสินใจเอง การเรียนการสอนรายบุคคลสอดคล้องและส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต
และการศึกษานอกโรงเรียน ครูและผู้เรียนเชื่อว่า การศึกษาไม่ใช่มีหรือสิ้นสุดอยู่เพียงในโรงเรียน
เท่านั้น การเรียนการสอนรายบุคคลสนับสนุนให้ผู้เรียนรู้จักแสวงหาและเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์
ต่อสังคมและตัวเองให้รู้จักแก้ปัญหา รู้จักตัดสินใจ มีความรับผิดชอบและพัฒนาความคิดในทาง
สรา้ งสรรค์มากกว่าทำลาย

๒) การเรียนการสอนรายบุคคล เป็นการสนองความแตกต่างของผู้เรียนให้ได้เรียนบรรลุผล
กับทุกคน การเรียนการสอนรายบุคคลสนับสนนุ ความจริงทว่ี ่า คนยอ่ มมคี วามแตกต่างกันทุกคนไม่ว่า
จะเป็นด้านบุคลิกภาพ สติปัญญา หรือความสนใจ โดยเฉพาะความแตกต่างที่มีผลต่อการเรียนรู้ที่
สำคญั ๔ ประการ คือ

๒.๑ ความแตกต่างในเร่ืองอัตราเร็วของการเรียนรู้ (rate of learning) ผู้เรียนแต่ละคนจะใช้
เวลาในการเรียนรู้และทำความเข้าใจในสิ่งเดยี วกัน ในเวลาท่แี ตกตา่ งกัน

๒.๒ ความแตกต่างในเรื่องความสามารถ (ability) เช่น ความฉลาดไหวพริบ ความสามารถ
ในแงข่ องความสำเรจ็ ความสามารถพเิ ศษต่าง ๆ

๒.๓ ความแตกต่างในเรื่องวิธีการเรียน (style of learning) ผู้เรียนเรียนรู้ในทางที่แตกต่าง
กนั และมีวธิ ีเรียนท่แี ตกต่างกันด้วย

๒.๔ ความแตกต่างกันในเรื่องความสนใจและสิ่งที่ชอบ (interests and perfernce) เมื่อ
ผู้เรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันในหลายด้านเช่นนี้ ครูจึงต้องจัดบทเรียนและอุปกรณ์การเรียนใน
ระดับและลักษณะต่าง ๆ ให้ผู้เรียนได้เลือกด้วยตนเอง (self-selection) เพื่อสนองความแตกต่าง
ดังกล่าว

๓) การเรียนการสอนรายบุคคลเน้นเสรีภาพในการเรียนรู้ เชื่อว่าถ้าผู้เรียนเรียนด้วยความ
อยากเรียนด้วยความกระตือรือร้นที่ได้เกิดขึ้น ผู้เรียนจะเกิดแรงจูงใจและการกระตุ้นให้พัฒนาการ

การพัฒนาเทคนคิ และวิธกี ารสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชยี งใหม่ สนุ ทรี สุริยะรังษี ๑๐

เรียนรู้ โดยท่ีครูไม่จำเป็นต้องทำโทษหรือให้รางวัลและผู้เรียนก็จะรู้จักตนเอง มีความมั่นใจในการ
ก้าวหนา้ ไปข้างหน้า ตามความพรอ้ มและขีดความสามารถ (self-pacing)

๔) การเรียนการสอนรายบุคคล ขึ้นอยู่กับกระบวนการและวิชาการที่เสนอความรู้ให้แก่
ผเู้ รยี น การเรียนการสอนรายบคุ คลเชอื่ ว่า การเรียนรู้เปน็ ปรากฏการณส์ ว่ นตัวทเ่ี กิดข้ึนในแต่ละบุคคล
การเรียนรู้เกิดขึ้นเร็วหรือช้าและจะเกิดขึ้นอยู่กับผู้เรียนได้นานหรือไม่ นอกจากจะขึ้นอยู่กับ
ความสามารถ ความสนใจของผเู้ รียนแล้ว ยังขน้ึ อยูก่ บั กระบวนการและวิธีการทีเ่ สนอความรู้นั้นให้แก่
ผู้เรียน การกำหนดให้ผูเ้ รียนรู้เรื่องหน่ึงในระยะเวลาหนึ่ง และเรียนรูเ้ รื่องหนึ่งด้วยวธิ กี ารเดียวไมเ่ ป็น
การยุติธรรมต่อผู้เรียน ผู้เรียนควรจะได้เป็นผู้กำหนดเวลาด้วยตนเองและควรจะมีโอกาสเรยี นรู้หรือมี
ประสบการณ์ในการเรยี นรู้ด้วยขบวนการและวิธีการต่าง ๆ

๕) การเรียนการสอนรายบุคคลมุ่งแก้ปัญหาความยากง่ายของบทเรียน เป็นการสนองตอบ
ที่ว่า การศึกษาควรมีระดับแตกต่างกันไปตามความยากง่าย ถ้าบทเรียนนั้นง่ายก็ทำให้บทเรยี นสัน้ ข้นึ
ถ้าบทเรียนนั้นยากมากผู้สอนก็สามารถที่จะจัดย่อยเนื้อหาที่ยากนั้นออกเป็นส่วน ๆ และปรับปรุงให้
เข้าใจได้ง่ายขึ้น อาจจะเพิ่มเวลาที่เรียนให้ได้สัดส่วนกับความยากโดยเรียงลำดับจากเรื่องที่ง่ายไปสู่
เร่อื งราวที่ยากข้ึนตามลำดับ

หลกั เกณฑใ์ นการสอนรายบุคคล

หลักเกณฑ์ในการสอนรายบุคคลเพื่อสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้วยการจัดกลุ่ม
ผู้เรียนให้มีลักษณะยืดหยุ่นได้และให้ได้รับความยืดหยุ่นในหลาย ๆ ด้าน เช่น ผู้สอน เวลา สถานที่
และอุปกรณ์การเรียน ฯลฯ จงึ ควรยดึ หลักการจัด ดงั ต่อไปนี้

๑) การสอนรายบุคคลที่มีแบบแผนและขั้นตอนการเรียนซึ่งกำหนดไวช้ ัดเจน ผู้สอนจะเป็นผู้
กำหนดสอื่ หรือเอกสารให้ผเู้ รียนแต่ละคนศึกษาดว้ ยตนเองตามแผน

๒) การสอนรายบุคคลที่ไม่มีแบบแผนกำหนดไว้แน่นอนตายตัว ซึ่งผู้เรียนจะเป็นผู้กำหนด
จุดประสงค์ วิธีการ และผลที่คาดว่าจะได้รับด้วยตนเอง ผู้สอนเป็นเพียงที่ปรึกษาเท่านั้น ผู้เรียนต้อง
เรียนรู้ด้วยตัวเองเปน็ สว่ นใหญ่ เช่น การสอนแบบโครงการ (project method) เปน็ ตน้

๓) การสอนรายบุคคลที่มีลักษณะกึ่งมีแบบแผน โดยการกำหนดสิ่งที่จะเรียนไว้พอประมาณ
โดยผูส้ อนและผูเ้ รยี นร่วมกนั กำหนดข้ึนเองท้ังหมด

จากหลกั เกณฑ์ในการจดั การสอนรายบคุ คล ท้งั ๓ ประการ พอสรุปไดว้ ่า ในการจดั การเรียน
การสอนเป็นรายบคุ คล อาจจะใช้เทคนคิ วิธีการแตกต่างกนั และใช้สื่อเคร่อื งมอื ใชส้ อนแตกต่างกนั

การพฒั นาเทคนิคและวธิ กี ารสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจงั หวดั เชยี งใหม่ สุนทรี สุริยะรงั ษี ๑๑

วธิ ีการจดั การเรียนการสอน

การสอนแบบบรรยาย

การสอนแบบบรรยาย เป็นการสอนโดยครูหรือวิทยากรบอกรายละเอียด เรื่องราว ผู้เรียนมี
หนา้ ท่รี ับฟงั และจดบันทึกคำบรรยาย

วธิ ีการสอนแบบบรรยายที่ดี ผสู้ อนจะตอ้ งมีทกั ษะ ดังน้ี
๑) ควรใชภ้ าษางา่ ยๆ กะทัดรัด และได้ใจความ
๒) ควรศกึ ษาเร่ืองราวทจี่ ะอธิบายใหช้ ัดเจน
๓) ควรยกตัวอย่างประกอบ การนำตัวอย่างมาประกอบในการอธิบาย การเปรียบเทียบหรือ
การอุปมา อุปมัยจะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้เร็วยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่นำมาประกอบการอธิบาย
อาจจะเปน็ คำพังเพย สภุ าษติ โคลง กลอน คำขวญั คตพิ จน์ เหตกุ ารณ์เรอ่ื งราว ส่ิงของ เปน็ ตน้
๔) ควรอธบิ ายอยา่ งชา้ ๆ ในจุดสำคญั ทีต่ ้องเนน้
๕. ควรลำดับขั้นตอนของเนื้อหาที่จะอธิบายให้เหมาะสมไม่วกวน เพื่อไม่ให้ผู้เรียนเกิดความ
สับสนในความตอ่ เนือ่ งของเนื้อหา
๖) การใช้สอ่ื การเรยี นการสอนจะชว่ ยประหยัดเวลาและลดขัน้ ตอนในการอธบิ ายได้
๗) ขณะทีอ่ ธิบายควรสงั เกตปฏกิ ิริยาหรอื ข้อมูลจากผูเ้ รียนด้วย
๘) ในการอธบิ ายควรเปลยี่ นระดบั นำ้ เสียงบ้าง เพื่อจะไดก้ ระตนุ้ ความสนใจของผเู้ รียน
๙) เวลาที่ใช้ในการอธิบายไม่ควรนานเกินไป โดยปกติใจความที่สำคัญอาจจะใช้เวลาใน
การอธบิ ายเพียง ๑ นาที หรอื น้อยกวา่ นน้ั เวลาทใี่ ชใ้ นการอธิบายเรอื่ งใดเรื่องหนึง่ ในแตล่ ะคร้งั ไม่ควร
เกนิ ๑๐ นาที เพราะการใช้เวลาทย่ี าวนานเกินไป จะทำใหผ้ ้ฟู งั ขาดความสนใจและเกิดการเบื่อหน่าย
ซ่ึงจะทำให้ยากแกก่ ารทำความเขา้ ใจและจดจำ
๑๐) สื่อการสอนหรือตัวอย่างที่ใช้ประกอบการอธิบายควรจะมีลักษณะน่าสนใจและช่วยให้
เขา้ ใจเรอ่ื งที่อธบิ ายได้ง่ายขึ้น
๑๑) การอธิบายควรจะให้ครอบคลมุ ใจความสำคัญได้ครบถ้วน
๑๒) การอธบิ ายควรเริม่ จากเร่อื งทเี่ ข้าใจงา่ ยไปหาเรื่องท่เี ข้าใจยาก
๑๓) กริยา ท่าทางของผู้สอน ควรมีกริยาท่าทางคล่องแคล่ว ยิ้มแย้ม เป็นกันเอง น้ำเสียง
นา่ ฟงั สายตาจับท่ผี ูเ้ รียนอย่างทวั่ ถงึ
๑๔) ควรใช้แนวความคิดหรือการอธิบายของผู้เรียนที่ผู้สอนให้อธิบายมาเป็นแนวทางใน
การอธิบายด้วย เพราะความเข้าใจตามแนวความคิดของผู้เรียน ถา้ ไดร้ บั การอธิบายเพิ่มเติมจะช่วยให้
เข้าใจดีขนึ้
๑๕) ควรมกี ารสรุปประเดน็ ในการอธิบายดว้ ย

การพฒั นาเทคนคิ และวธิ ีการสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรังษี ๑๒

๑๖) การเปรียบเทียบ ผู้สอนอาจนำสิ่งที่ผู้เรียนรู้จักดีอยู่แล้วมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ผู้สอน
อธบิ าย เพอื่ ให้ผูเ้ รียนมคี วามเขา้ ใจรวดเรว็ และง่ายขึน้ เช่น เปรียบเทยี บผิวโลกของเรามลี ักษณะคล้าย
ผลมะกรดู หัวใจของคนกบั เครอ่ื งป๊มั น้ำ เปน็ ต้น

การใชเ้ พลงประกอบการเรียนการสอน

การใชเ้ พลงประกอบการสอน หมายถงึ การนำเพลงมาใหผ้ ู้เรยี นรอ้ งหรือครูร้องให้ผู้เรียนฟัง
เพื่อนำเข้าสู่บทเรียนหรือทำกิจกรรมของบทเรียน หรือเพื่อสรุปบทเรียนให้ผู้เรียนได้จดจำเนื้อหาที่
เรียนได้

ลกั ษณะของเพลงควรเปน็ เพลง ทเี่ ห็นวา่ เด็กจะรู้สึกสนกุ สนานที่ไดร้ ้องเพลง ดังต่อไปน้ี
๑. บทเพลงเกยี่ วกับบ้านและโรงเรียน
๒. บทเพลงเกี่ยวกับคน โดยเฉพาะเพลงที่เด็ก ๆ สามารถเติมชื่อของตนเองหรือชื่อ
ของเพือ่ น ๆ ลงไปได้
๓. บทเพลงทเ่ี ด็กได้มโี อกาสไดป้ รบมือ ทำจงั หวะ และแสดงท่าทางต่าง ๆ
๔. บทเพลงท่กี ำลงั เปน็ ทนี่ ิยม ซ่งึ ไดย้ นิ จากโทรทศั น์ วทิ ยุ หรือจากการชมภาพยนตร์
๕. บทเพลงเก่ียวกับราชการ ฤดูกาล และวันพกั ผ่อนต่าง ๆ
ดังนั้น การใช้เพลงประกอบการเรียนการสอนนั้น ครูจะต้องคำนึงถึงเนื้อหาของบทเพลง
ท่ีเหมาะสมกบั วยั และความต้องการของผู้เรียน
เทคนิคการใชเ้ พลงประกอบการสอน
๑) การใช้นำเข้าสู่บทเรียน เพือ่ เปน็ การจูงใจและหนั เหความสนใจของผ้เู รียนให้มาสู่บทเรียน
ท่คี รกู ำลังจะสอน เชน่ จะสอนเรือ่ งอกั ษร ควรนำด้วยเพลงอักษรยอ่ รอเธอ เป็นเพลงทีด่ ดั แปลงมาจาก
เพลงลกู ทงุ่ รักห้าปี
๒) การใช้เพลงดำเนินการสอน จะใช้เพลงเป็นตัวหลักสำคัญในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้อง
กบั วัตถปุ ระสงค์
๓) การใช้เพลงในการสรุปบทเรียน เพื่อทบทวนเนื้อหาที่ได้เรียนเป็นการย้ำซ้ำเตือนอีกคร้ัง
หนึ่ง เช่น ได้สอนเรื่องชนิดของคำไปแล้วต้องสรุปเนื้อหา ก็ใช้เพลงคำนาม คำสรรพนาม คำวิเศษณ์
คำกรยิ า คำบพุ บท คำสันธาน และคำอทุ าน เป็นต้น
๔) ใช้เพลงสำหรับฝึก ซ่ึงจะเป็นการฝึกให้ออกเสยี งหรือย้ำให้เกิดความแน่ใจอกี คร้งั หนึ่ง เช่น
การสอนคำใหม่
๕) ใช้เพลงในการวัดและการประเมินผล โดยการใช้เพลงเป็นส่วนประกอบในการวัด เช่น
ผู้เรียนเรียนเรื่องคำซ้อน ซึ่งนอกจากจะใช้เพลงคำซอ้ นในการสรุปเน้ือแล้ว ก็ยังสามารถใชเ้ พลงน้เี ป็น
สว่ นหนึง่ ในการประเมนิ ความรขู้ องผู้เรียนอย่างต่อเนอ่ื งได้อกี ดว้ ย

การพฒั นาเทคนคิ และวิธกี ารสอนครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจงั หวัดเชียงใหม่ สนุ ทรี สุริยะรังษี ๑๓

เทคนิคการใช้เพลง เป็นกลวิธีต่าง ๆ ที่ครูใช้สำเนียงขับร้องและทำนองดนตรีมาให้ผู้เรียนได้
ร้องหรอื ผสู้ อนรอ้ งให้ผูเ้ รียนฟัง เพ่อื ใช้เปน็ สว่ นหนงึ่ ของกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นการผ่อนคลาย
และเปลี่ยนบรรยากาศการเรียน แต่ยังคงไว้ซึ่งเนื้อหาในบทเรียน โดยเนื้อหาของเพลงต้องมีความ
สอดคลอ้ งกบั เรือ่ งทสี่ อน

บทบาทสมมติ

วิธีสอนที่ใช้บทบาทที่สมมติขึ้นจากความเป็นจริงมาเป็นเครื่องมือในการสอน โดยที่ครูสร้าง
สถานการณ์สมมติและบทบาทขึ้นมาให้ผู้เรียนได้แสดงออกตามที่ตนคิดว่าควรจะเป็น มีการนำการ
แสดงออกทง้ั ทางด้านความรู้ ความคิดและพฤตกิ รรมของผ้แู สดงมาใชเ้ ป็นพื้นฐานในการให้ความรู้และ
สร้างความเข้าใจให้แก่ผเู้ รยี นในเร่อื งความรู้สกึ และพฤติกรรมและปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

จุดมงุ่ หมายของการสอนโดยการแสดงบทบาทสมมติ

๑. เพือ่ ให้ผเู้ รยี นเกิดความเขา้ ใจในพฤติกรรมและความร้สู กึ ของผู้อนื่
๒. เพอื่ ใหผ้ ้เู รยี นไดป้ รับเปล่ยี นพฤตกิ รรมไปในทางที่เหมาะสม
๓. เพื่อใหผ้ ู้เรียนได้ฝึกการใชค้ วามรู้ ความคดิ ในการแกป้ ญั หาและการตัดสนิ ใจ
๔. เพื่อให้ผเู้ รียนได้มีโอกาสแสดงออก ได้เรียนด้วยความเพลดิ เพลนิ
๕. เพอ่ื ใหก้ ารเรียนการสอนมคี วามใกล้เคยี งกับสภาพความเปน็ จริงมากขนึ้
๖. เพ่ือฝกึ ใหผ้ ู้เรียนมีความกล้าทจี่ ะแสดงออก
๗. เพื่อฝึกใหผ้ ู้เรยี นทำงานรว่ มกนั

ขอ้ ดแี ละข้อจำกดั ของวธิ สี อนโดยใชบ้ ทบาทสมมติ

ขอ้ ดี
๑. เป็นวิธสี อนทีช่ ว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกิดความเข้าใจความรสู้ ึกและพฤติกรรมของผู้อน่ื ไดเ้ รียนรู้การ
เอาใจเขามาใสใ่ จเรา เกดิ การเรียนร้ทู ลี่ กึ ซ้งึ
๒. เป็นวิธีสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจ และเกิดการเปลี่ยนแปลงเจตคติและพฤติกรรม
ของตน
๓. เปน็ วธิ สี อนทช่ี ่วยพฒั นาทกั ษะในการเผชิญสถานการณ์ ตัดสินใจและแกป้ ญั หา
๔. เป็นวธิ ีสอนที่ชว่ ยให้การเรียนการสอนมีความใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริง
๕. เป็นวิธีสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนมาก ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่าง
สนุกสนานและการเรยี นรู้ทม่ี คี วามหมายสำหรับผูเ้ รียน เพราะข้อมลู มาจากผูเ้ รียนโดยตรง
ขอ้ จำกัด
๑. เป็นวิธสี อนทใ่ี ช้เวลามากพอสมควร

การพัฒนาเทคนิคและวิธกี ารสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวดั เชยี งใหม่ สนุ ทรี สุริยะรงั ษี ๑๔

๒. เป็นวิธีสอนที่ต้องอาศัยการเตรียมการและการจัดการอย่างรดั กุม หากจัดการไม่พอดีอาจ
เกิดความยุง่ ยากสับสนขนึ้ ได้

๓. เป็นวิธีสอนที่ต้องอาศัยความไวในการรับรู้ (sensitivity) ของผู้สอน หากผู้สอนขาด
คุณสมบัติน้ี ไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนบางคนและไม่ได้แก้ปัญหาแต่ต้น อาจเกิดเป็นปัญหา
ตอ่ เนอื่ งไปได้

๔. เป็นการสอนทต่ี ้องอาศัยความสามารถของครใู นการแก้ปญั หา เน่ืองจากการแสดงบทบาท
สมมติของผู้เรียนอาจไม่เป็นไปตามความคาดหมายของผู้สอน ผู้สอนจะต้องสามารถแก้ปัญหาหรือ
ปรบั สถานการณแ์ ละประเด็นให้ผูเ้ รียนเกดิ การเรียนรู้ได้

สรุปได้ว่า การสอนโดยใช้การแสดงบทบาทสมมติ มีจุดมุ่งหมายที่สำคัญ คือ มุ่งฝึกการ
ทำงานร่วมกัน กล้าคิด กล้าแสดงออกในการแก้ปัญหา การตัดสินใจ ทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจใน
เนื้อหามากยิ่งขึ้น ลดความตึงเครียด เพราะเป็นการสอนที่ใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงมากที่สุด
การแสดงบทบาทสมมติจึงเป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้เรียนได้แสดงความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ ช่วยให้ผู้เรียน
เกดิ การเรียนรู้ มีความเขา้ ใจตนเองและผู้อ่ืน ส่งผลดตี อ่ การปรับเปลยี่ นเจตคติ คา่ นิยม และพฤติกรรม
ของตนใหเ้ ปน็ ไปในทางทเ่ี หมาะสมต่อไป

ท่ีมาของภาพ : รูปการต์ ูนนักเรยี น ผ้ชู าย ผู้หญงิ หล่อ สวย นา่ รกั เท่ กวนๆ รวมให้ทุกแนว
[https://xn--l3coxo9c2b.com/cartoon-pic/2403]

การพฒั นาเทคนคิ และวิธกี ารสอนครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจังหวัดเชียงใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรงั ษี ๑๕

วธิ ีการจัดการเรียนรูแ้ นวใหม่

วิธีการจัดการเรียนรูแ้ นวใหม่

การศกึ ษาแนวใหม่ คอื การเรยี นการสอนทสี่ อนให้ผู้เรียนสามารถนำองคค์ วามรทู้ ี่มีอยู่ทุกหน
ทุกแห่งบนโลกนี้ มาบูรณาการเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ มาตอบสนองความต้องการ
ของคนสังคม แต่ในความเป็นจริงการเรียนการสอนในยุคปัจจุบันแตกต่างกับจุดมุ่งหมายของ
การศึกษาแนวใหม่อย่างสิ้นเชิง เช่น เราไม่เคยสอนให้เด็กได้คิดเองทำเอง ส่วนใหญ่สอนให้เด็กทำ
โจทย์แบบเดิม ๆ เด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาในโลกออนไลน์ไปกับการเล่นเกม การแชท เล่นเฟสบุ๊ค ไลน์
อินสตาแกรม เป็นการใช้เทคโนโลยีโดยไม่ค่อยสร้างสรรค์ แต่เหรียญมักมีสองด้านเราจะนำไปใช้ใน
ด้านใดให้เกิดประโยชน์ มันเป็นความยากและความท้าทายของผู้ที่ต้องทำหน้าที่สอนเด็ก ๆ ในยุคนี้
เพราะการเรียนการสอนในยุคการศึกษาแนวใหม่ ต้องปล่อยให้เด็กได้ใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง ปล่อยใหเ้ ด็กกล้าคดิ และกล้าที่จะทำผิด แตท่ ง้ั หมดก็ยังคงต้องอยูใ่ นกรอบท่ีสังคมต้องการหรือ
ยอมรบั ไดก้ ารศกึ ษาแนวใหม่ มีปัจจยั หลัก ๓ ปจั จยั ได้แก่

๑) อินเทอร์เน็ต เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการค้นหาความรู้ ดังนั้นทางสถาบันการศึกษา
ต้องสนับสนุนให้ผู้เรียน นิสิต นักศึกษาเข้าถึง internet ได้ง่าย มากกว่ามอง Internet เป็นผู้ร้ายแล้ว
กลัววา่ ผเู้ รียน นิสิต นักศึกษาจะใช้ internet ไปในทางที่ไม่ดีเลยไม่สนบั สนุนโครงสร้างพื้นฐานเหล่าน้ี
ในสถาบนั

๒) ความคิดสร้างสรรค์หลายคนอาจคิดว่าเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ เป็นพรสวรรค์ไม่ใช่
พรแสวง เรียนรู้กันไม่ได้ เพราะคิดกันแบบนี้เราถึงไม่สามารถสร้างอะไรใหม่ขึ้นมาได้ หลักสูตรการ
เรยี นการสอนควรจะเปิดโอกาสใหผ้ ้เู รียน นิสิต นักศกึ ษา กล้าทีจ่ ะคดิ นอกกรอบหรือต่อยอดจากตำรา

๓) การปฏิสัมพันธ์กับสังคม เพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของสังคมและทำงาน
ร่วมกันในสังคมได้ สถานศึกษาควรมีกิจกรรมให้ผู้เรียน นิสิต นักศึกษาได้เข้าร่วมเป็นประจำ มีการ
สนบั สนุนการทำงานเปน็ กลุ่มมากกว่างานเดี่ยว

หากสามารถทำตามปัจจัยทั้ง ๓ ข้อได้เป็นอย่างดี การศึกษาแนวใหม่ก็จะสามารถสร้างและ
พฒั นาคนให้สามารถค้นหาความรู้ตา่ ง ๆ มาปะตดิ ปะตอ่ และประยุกตเ์ ข้ากับงานท่ีทำ สามารถต่อยอด
และพัฒนาสิ่งใหม่ๆได้ มีเพื่อนฝูง มีเครือข่าย (connection) ซึ่งทั้งหมดก็คือคุณสมบัติหลักๆ ของ
บุคลากรที่ตลาดแรงงานในยุคอุตสาหกรรม ๔.๐ ต้องการ เช่น ช่วยกันปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน
ในโรงเรยี นจากระบบการท่องจำและบรรยาย โดยการท่ไี มแ่ สดงความคิดเห็นท่ีแตกต่างมาเป็นระบบที่
สอนให้ผู้เรยี นได้

การพัฒนาเทคนิคและวิธกี ารสอนครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจงั หวัดเชยี งใหม่ สนุ ทรี สุริยะรังษี ๑๖

ลกั ษณะท่ีสำคัญของผสู้ อนในการศึกษาแนวใหม่
การศึกษาในแนวใหม่เปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอน บทบาทของผู้สอนจึงต้องปรับ
เปลีย่ นไป ดงั นัน้ ลกั ษณะของผู้สอนทดี่ ใี นยุคการศึกษาแนวใหม่ ควรมลี ักษณะดังตอ่ ไปนี้
๑) ครูต้องมีความเข้าใจในเรื่องของการเรียนรู้และพัฒนาของผู้เรียน รู้จักสร้างโอกาสในการ
เรียนร้ใู ห้เกิดขน้ึ เพื่อช่วยเสรมิ สร้างพฒั นาการทางสติปัญญา สังคมและพฒั นาการของผเู้ รียน
๒) ครูต้องพัฒนาตนเองในทุก ๆ ด้านเสมอ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสอน ด้านความรู้รอบตัวท่ี
เกย่ี วขอ้ งกับเด็กทงั้ ในโรงเรยี นและนอกโรงเรียน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสอน
๓) ฝึกฝนตนเองให้มีสติ มีความโอบอ้อมอารีต่อผู้เรียนและเพื่อนร่วมงาน เนื่องจากการ
ทำงานร่วมกับคนหมู่มากนั้น ย่อมมีปัญหาต่าง ๆ ตามมาเสมอ สติจะช่วยให้ทุกอย่างผ่านได้ ช่วยให้
ปญั หาตา่ ง ๆ ลุลว่ งไปได้ด้วยดเี สมอ
๔) แบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัวให้ได้ งาน คือ สิ่งที่ครูต้องทุ่มเทก็จริงแต่ชีวิตครอบครัว
ก็สำคัญดว้ ยเช่นกัน
๕) มีจุดประสงค์และจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน ในการสอนให้กับผู้เรียน ต้องตั้งใจและมุ่งม่ัน
เพอื่ ใหเ้ ด็กได้รบั ความรไู้ ด้มากทีส่ ดุ และให้เดก็ ไดน้ ำความรู้น้ันไปพัฒนาประเทศ
๖) ครูมีความเข้าใจในตัวผู้เรียนแต่ละบุคคล สร้างแรงจูงใจให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่าง
สรา้ งสรรค์ มีความอยากเรยี นรูอ้ ยู่ตลอดเวลาและมีปฏสิ มั พันธ์ท่ีดีกับคนรอบขา้ งได้
๗) ครูจะต้องรู้จักวางแผนการสอนให้สอดคล้องกับเนื้อหาวิชา ความต้องการของสังคมและ
เป้าหมายของหลักสูตรท่ใี ชใ้ นการสอนผเู้ รยี น
๘) ครูจะต้องสร้างความสัมพันธ์กับพ่อ แม่ ผู้ปกครองและหน่วยงานต่าง ๆ ในชุมชนที่
โรงเรยี นต้งั อยู่ เพ่อื สนบั สนนุ การเรียนรู้และความเป็นอยทู่ ี่ดขี ึ้นของผู้เรียน
๙) ครูจะต้องมีเทคนิคการสอน ที่สื่อความหมายที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กรู้จักถาม รู้จักแสวงหา
ความรู้ ตลอดท้ังรจู้ ักสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมอื และมีมนุษย์สัมพนั ธท์ ่ีดีในห้องเรยี น
๑๐) ครูต้องมีมุทิตาจิตต่อผู้เรียน ต้องแสดงออกถึงความรัก ความห่วงใยอย่างจริงใจต่อ
ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อใจ ส่งผลให้เกิดสภาพการเรียนรู้ตื่นตัวแบบผ่อนคลาย ทำให้เด็กมี
พลงั ทจี่ ะเรียนร้สู ิง่ ใหมๆ่ ต่อไปในทกุ ๆ วัน

บทบาทของผสู้ อนในการศึกษาแนวใหม่

บทบาทของ e – teacher ประกอบ ด้วย ๒ ส่วน คือ ส่วนที่ ๑ ครูทำหน้าที่วางแผน
ออกแบบ ดำเนินการจัดกิจกรรมที่หลากหลายและจัดเตรียมแหล่งเรียนรู้ให้เพียงพอ รวมทั้งจัดการ
ประเมินผลอย่างชัดเจนได้มาตรฐาน ส่วนที่ ๒ ครูเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและเทคโนโลยี
การสื่อสารเปน็ สื่อในการจดั การเรียนรู้

การพัฒนาเทคนิคและวธิ กี ารสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจงั หวัดเชยี งใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรังษี ๑๗

ลกั ษณะของ e – teacher สรปุ ได้ ๙ ประการ ดังนี้
๑) experience ครูควรสร้างสรรค์และเรียนรู้การใช้เครื่องมือ/เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น
Internet
๒) extended ครูควรค้นหาความรู้ตลอดเวลา มีการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ใน
การค้นควา้ หาความรู้ด้วยเทคโนโลยี
๓) expanded ครูควรขยายผลความรู้ เพื่อให้เกิดการเพิ่มพูนความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อ
ประชาชน ชุมชนโดยรวม
๔) exploration ครูควรค้นคว้าและเลือกเนื้อหาสาระ เอกสารหลักฐานอ้างอิงที่ทันสมัย
เพื่อให้เกดิ ความคิดสร้างสรรคใ์ นการนำมาพฒั นาการจัดการเรียนการสอน
๕) evaluation ครูควรเป็นนักประเมินที่ดี มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการประเมินผล และ
ใหเ้ หมาะสมกบั รูปแบบการเรียน เพราะไม่ใช่ทุกเทคโนโลยีจะใชไ้ ดก้ ับการเรยี นทกุ รปู แบบ
๖) end – user ครูควรเป็นผ้ใู ชเ้ ทคโนโลยีไดอ้ ย่างหลากหลายและสามารถเป็นผูใ้ ช้ปลายทาง
ทด่ี ี เชน่ สามารถ browse ไป web site ได้ เป็นต้น
๗) enabler ครูควรสามารถนำเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ มาใช้ในการสร้างบทเรียน
ส่อื ในรูปแบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ เพ่อื เป็นการสรา้ งแรงจงู ใจในการเรียนใหก้ บั ผเู้ รยี นมากขึ้น
๘) engagement เป็นลักษณะครูที่ให้ความร่วมมือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความคิด
ใหม่ ๆ
๙) efficient and effective ครูที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลในการใช้เทคโนโลยีได้อย่าง
คล่องแคลว่ เป็นผู้ผลิต ผกู้ ระจาย และผ้ใู ชค้ วามรู้จาก e ๘ ข้อข้างต้น การปรับบทบาทและพัฒนาครู
ให้เป็น e – teacher อาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่งกับสภาวการณ์ในปัจจุบันและเป็น
กลไกสำคญั ในการปฏริ ูปการศกึ ษาให้ประสบความสำเร็จ

ทมี่ าของภาพ : แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1 ความรู้พน้ื ฐานเกย่ี วกับการสรา้ งเวบ็ ไซต์
[GigzTeachersites.google.com]

การพัฒนาเทคนคิ และวธิ ีการสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวัดเชยี งใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรังษี ๑๘

การเลอื กใชส้ ือ่ ในการจดั การเรยี นการสอน

การเลือกใชส้ ื่อในการจดั การเรียนการสอน

ส่ือการเรียนการสอน มาจากคำวา่ “สอ่ื ” (media) และ “การเรียนการสอน” (instruction)
เมื่อนำคำ ๒ คำมารวมกันเป็น “สื่อการเรียนการสอน” สื่อการเรียนการสอน จึงหมายถึง ตัวกลางที่
ใช้ในกระบวนการเรียนการสอน เพื่อทำให้ผู้สอนและผู้เรียนเข้าใจสิ่งที่ถ่ายทอดซึ่งกันและกันได้ผลดี
ตรงตามจดุ มงุ่ หมายของการเรียนการสอน

สื่อประเภทเทคนคิ หรือวิธีการ ตัวกลางในกระบวนการเรียนการสอนไมจ่ ำเป็นต้องใชแ้ ต่วัสดุ
หรือเครื่องมือเท่านั้น บางครั้งจะต้องใช้เทคนิคและกลวิธีต่าง ๆ ควบคู่กันไป โดยเน้นที่เทคนิคและ
วธิ ีการเป็นสำคัญ

ในการเลือกใช้สื่อการเรียนสอน ผู้สอนควรได้กำหนดจุดประสงค์การสอนเสียก่อน เพื่อเป็น
เคร่อื งช้นี ำในการเลือกใช้สื่อการเรยี นการสอน และควรมีหลกั การในการเลือกใช้ส่ือการเรียนการสอน
ดงั นี้

๑. เลือกใช้สื่อการเรียนการสอนที่สัมพันธ์กับบทเรียนและตรงเป้าหมายกับเรื่องที่จะสอน
ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการจะสอนแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญของประเทศไทย ก็ต้องเลือกใช้แผนที่
ประเทศไทยทแ่ี สดงอาณาบรเิ วณทป่ี ลกู ข้าว ไม่ใช่ใช้แผนทปี่ ระเทศไทยแบบทวั่ ๆ ไป เป็นตน้

๒. เลือกสื่อท่ีมีเนื้อถูกต้อง ทันสมัย น่าสนใจ และเป็นสื่อทีจ่ ะใหผ้ ลตอ่ การเรียนการสอนมาก
ท่สี ดุ ทชี่ ว่ ยให้ผเู้ รียนเข้าใจเนื้อหาวชิ านัน้ ดีเป็นลำดับขน้ั ตอน

๓. เปน็ สื่อทีเ่ หมาะสมกับวยั ระดบั ช้ัน ความรู้ และประสบการณข์ องผเู้ รียน
๔. สื่อนน้ั ควรสะดวกในการใช้ มีวธิ ใี ชไ้ ม่ซบั ซอ้ นยงุ่ ยากเกินไป
๕. ตอ้ งเป็นส่ือท่ีมีคุณภาพ มเี ทคนิคการผลติ ทด่ี ี มีความชัดเจนและเป็นจริง
๖. มีราคาไม่แพงจนเกนิ ไปหรอื ถ้าจะผลติ เอง ควรคุ้มกบั เวลาและการลงทนุ
๗. พิจารณาเลือกสื่อในปริมาณที่พอเหมาะที่จะใช้ประกอบการสอนอย่างแท้จริง ไม่มาก
จนเกนิ ไป จนทำให้การเรยี นการสอนส่วนอื่นบกพรอ่ งหรือเหลอื ใช้ในแตล่ ะชัว่ โมงเรียน
๘. เลือกสื่อการสอนท่ไี ม่เปน็ อนั ตรายแกผ่ ู้เรียน
๙. เลอื กใช้สื่อการเรียนการสอนที่มีสีสันดงึ ดดู ความสนใจผเู้ รยี น ควรใชส้ ีท่เี ยน็ ตาและสสี ดใส
๑๐. เลือกใช้สื่อที่มีขนาดถูกต้องตามหลักเกณฑ์ เช่น บัตรคำ ควรมีตัวอักษรสูงประมาณ
๑/๕ นิ้ว ความหนาตัวอักษรประมาณ ๑/๘ นิ้ว และเขียนด้วยหมึกที่มสี ชี ดั เจน สีที่ควรใช้ คือ สีเขียว
นำ้ เงนิ บนกระดาษสขี าว จะชว่ ยให้ผู้เรียนเกิดการเรยี นรไู้ ด้ดี ส่วนรูปแบบของตัวอกั ษรควรเป็นแบบที่
อ่านง่าย มหี วั ตัวอักษรชัดเจน หวั ไม่ทึบ เพือ่ เปน็ ตวั อย่างแก่ผเู้ รยี น

การพฒั นาเทคนคิ และวิธีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ สุนทรี สุริยะรังษี ๑๙

กล่าวโดยสรปุ สอ่ื การเรยี นการสอน หมายถึง ส่งิ ตา่ ง ๆ ที่เปน็ บุคคล วัสดุ อุปกรณ์ ตลอดจน
เทคนิควิธีการ ซึ่งเป็นตัวกลางทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ของการเรียนการสอนที่
กำหนดไวไ้ ด้อยา่ งง่ายและรวดเรว็ เปน็ เคร่อื งมอื และตวั กลางซึ่งมีความสำคัญในกระบวนการเรียนการ
สอน มีหน้าที่เป็นตัวนำความต้องการของผู้สอนไปสู่ตัวผู้เรียนอย่างถูกต้องและรวดเร็ว เป็นผลให้
ผู้เรยี นเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมไปตามจุดมุง่ หมายการเรยี นการสอนได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

ประโยชนข์ องส่ือการเรียนการสอน
๑. ช่วยพัฒนาความคิดผู้เรียน การที่ผู้เรียนได้รู้เห็นสภาพของปัญหาต่าง ๆ ได้ยินหรือได้
สัมผัสโดยการใช้สื่อการสอนประเภทต่าง ๆ เช่น จากภาพยนตร์ รูปภาพ จะสามารถพัฒนาความ
คิดเห็นของผู้เรียน โดยการคิดค้นหาวิธีการแก้ไขอย่างมีหลักการและมีเหตุผล ทำให้มีความคิด
กว้างไกลมากขึ้น
๒. เพ่มิ พนู ประสบการณ์ให้แกผ่ เู้ รียน ทำใหผ้ ้เู รียนมปี ระสบการณม์ ากขึ้นเนอื่ งจากได้เห็นของ
จริง ได้ยินหรือสัมผัส ทำให้สามารถเปรียบเทียบสิ่งที่ได้เห็นในปัจจุบันกับความก้าวหน้าต่าง ๆ ที่
ผเู้ รยี นได้เรยี นรใู้ หมจ่ ากส่ือการเรียนตา่ ง ๆ เช่น จากภาพยนตร์หรอื จากการทศั นศึกษา
๓. กระตุ้นหรือเร้าความสนใจของผู้เรียน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ท่ีนำมาเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
นอกเหนือจากการเรียนปกติในชั้นเรียน สามารถทำให้ผู้เรียนสนใจการเรียนมากขึ้น มีความ
กระตือรือร้น ใคร่รู้เห็นส่งิ ทแี่ ปลก ๆ ใหม่ ๆ ซึ่งจะกระตุ้นให้ได้คดิ

ท่มี าของภาพ : 4 เว็บไซต์ดาวนโ์ หลดรูปภาพ มาประกอบส่ือการสอนฟรี
[https://rukkroo.com]

การพฒั นาเทคนิคและวิธกี ารสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจงั หวดั เชียงใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรังษี ๒๐

แผนการสอนแบบอภิปราย (Discussion teaching)

เรือ่ ง ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา

สาระสำคญั
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย และมีความสำคัญต่อวถิ ีการดำรงชีวิตของคนไทย

ทแี่ สดงออกมาในรูปของวฒั นธรรมไทย จนกลายมาเปน็ เอกลักษณะของชาติไทย

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. เพ่อื ใหน้ ักเรยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจถงึ ความสำคญั ของศาสนาพทุ ธ
๒. นกั เรียนบอกความสำคญั ของพระพุทธศาสนาทีม่ ตี ่อการดำเนนิ ชีวติ ของคนไทยได้

จุดประสงค์เชงิ จริยธรรม
- ความใฝเ่ รยี นรู้

ทกั ษะ/กระบวนการ
๑. กระบวนการกลมุ่
๒. การสบื คน้ ขอ้ มูล
๓. กระบวนการวเิ คราะห์ขอ้ มูลเป็น mapping

กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
นักเรียนร่วมกันร้องเพลง เราชาวพุทธ และดูรูปภาพกิจกรรมและสัญลักษณ์หรือสถานที่

ทางศาสนา เช่น ภาพคนตักบาตร ภาพงานบวช การฟังเทศนา การเวียนเทียน โดยให้นักเรียนดูที
ละภาพ แล้วรว่ มกนั บอกว่าเป็นภาพท่สี ่ือถงึ อะไรบ้าง

ขนั้ การสอน
- ครูผู้สอนใหค้ วามร้เู กย่ี วกบั ความสำคัญของศาสนาทุกศาสนา
- แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ ๓-๕ คน ให้นักเรียนได้เลือกประธาน แล้วให้นักเรียน
ได้ศึกษาและอภิปรายเก่ียวกบั ความสำคัญของศาสนา ในใบความรู้ท่ี ๑
- นักเรียนร่วมกันศกึ ษาเกย่ี วกับความสำคญั ของศาสนาในใบความรู้ที่ ๑
- นกั เรียนทำใบงานที่ ๑ เก่ียวกบั ความสำคญั ของพระพุทธศาสนา เป็น mapping
- ร่วมกันสรุปเกี่ยวกับความสำคญั ของศาสนาจากการทำใบงานที่ ๑ และออกมานำเสนอ
หน้าห้องเรียน
- ครูตั้งคำถามนักเรียน “ ศาสนาพุทธมีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างไร” และให้
นกั เรยี นแต่ละคนสืบคน้ ขอ้ มูลเก่ียวกบั ศาสนามีความสำคัญในประเทศไทยแลว้ ทำใบงานที่ ๒

การพัฒนาเทคนคิ และวิธีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวดั เชยี งใหม่ สุนทรี สุริยะรงั ษี ๒๑

ขน้ั สรปุ
- ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ เก่ียวกบั ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย

สอ่ื การสอน

๑. เพลงเราชาวพุทธ
๒. ภาพคนตักบาตร ภาพกิจกรรมการถือศีลอด ภาพงานบวช การฟังเทศนา ภาพการ
เวยี นเทยี น
ภาระงาน / งานท่มี อบหมาย

๑. ใบงานที่ ๑
๒. ใบงานที่ ๒

วธิ ีการวัดผลและประเมนิ ผล

วิธีการวดั ผล
- ประเมนิ ความรจู้ ากการอภปิ ราย
- ประเมินการทำงานกระบวนการกลมุ่ และการสบื คน้ ข้อมลู
- การทำใบงานที่ ๑, และใบงานท่ี ๒
การประเมนิ ผล
- แบบสงั เกตพฤติกรรมการเรยี น
- แบบบนั ทึกคะแนน

การพฒั นาเทคนคิ และวธิ กี ารสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจังหวัดเชียงใหม่ สุนทรี สุริยะรงั ษี ๒๒
สือ่ การสอน

เพลง เราชาวพทุ ธ

ทำนอง ส.ลูกพระรว่ ง
วงดนตรีออเครสตรา้ กรมศิลปากร
กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม

พวกเราเปน็ ชาวพทุ ธบรสิ ทุ ธด์ิ ้วยการทำดี
พวกเราเป็นประชาชจี ะเปน็ คนดขี องกษตั ริย์ไทย
พวกเราเป็นชาวพุทธต้องบรสิ ุทธิ์ดว้ ยการทำใจ
พทุ ธองค์ทรงตรสั สอนให้เราไดท้ อน โลภ โกรธ หลง ออกไป
พวกเราเปน็ ชาวพุทธ เราไดผ้ ุดบนแผน่ ดินไทย
เปน็ ลาภประเสริฐอยา่ งยง่ิ พวกเราชาย หญิง เกิดเปน็ คนไทย
สมเดจ็ แม่อธฐิ านว่าเกิดชาติหน้าให้เปน็ คนไทย
พวกเราปฏิบตั ติ ามทกุ รปู ทกุ นาม เกิดเป็นพทุ ธไทย
พวกเราเกิดเป็นพุทธ ต้องบรสิ ุทธ์ิกันดว้ ยจติ ใจ
พวกเราเกิดเป็นพุทธไทย ทำใจสบายใตร้ ม่ พระธรรม

ทมี่ าของภาพ : การแสดงร้องเพลงเดก็ การ์ตนู | องค์ประกอบกราฟฟิก แบบ PSD
[Pikbestth.pikbest.com]

การพฒั นาเทคนคิ และวิธีการสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวดั เชยี งใหม่ สนุ ทรี สุริยะรังษี ๒๓
ภาพส่ือการสอน

ท่ีมาของภาพ : https://www.winnews.tv/news/10814

ที่มาของภาพ :
https://www.flickr.com/photos/125054210@N02/34795001072

การพัฒนาเทคนคิ และวิธกี ารสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวัดเชยี งใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรงั ษี ๒๔

ทม่ี าของภาพ : http://www.watraja.org/class
ท่ีมาของภาพ : http://rainoi.go.th/?p=5495

การพัฒนาเทคนคิ และวิธกี ารสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชยี งใหม่ สนุ ทรี สุริยะรงั ษี ๒๕
ใบงานที่ ๑

คำชี้แจง
๑. ใหแ้ ต่ละกลมุ่ เขียนแผนผงั ความคิดสรุปเก่ียวกับความสำคญั ของศาสนา เปน็ mapping
๒. นำเสนอขอ้ มูลและแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ร่วมกับเพื่อน ๆ ในชัน้ เรียน

ชื่อ-สกลุ …………………………………..………………………………………….ชน้ั ……………………….เลขท…ี่ ………..…
ช่อื -สกุล…………………………………..……………………………...………….ชน้ั ……………………….เลขท…่ี ……..……
ช่ือ-สกุล…………………………………..………………………………………….ชัน้ ……………………….เลขท…ี่ ……..……
ช่ือ-สกุล…………………………………..……………………..……….………….ชน้ั ……………………….เลขท…่ี …..………

การพัฒนาเทคนคิ และวธิ ีการสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจงั หวดั เชียงใหม่ สนุ ทรี สุริยะรังษี ๒๖

ใบความรทู้ ่ี ๑
ความสำคัญของศาสนา

ศาสนาเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำชาติไทยเพราะคนไทยส่วนใหญ่และพระมหากษัตริย์ไทย

ทุกพระองค์ทรงนับถือพระพุทธศาสนา และได้นำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธศาสนามาใช้ใน
การดำเนินชีวิต จึงกล่าวได้ว่า พระพุทธศาสนามีความสำคัญต่อชาติไทย พระพุทธศาสนาเกี่ยวข้อง
ผูกพันกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยตั้งแต่อดีต และสั่งสมสืบทอดต่อกันมาจนเป็นมรดก
ทางวัฒนธรรมของชาตไิ ทย

วัด เปน็ ศูนยร์ วมของการรวมกจิ กรรมทางสังคมของชมุ ชน และเป็นทีร่ วมของวัฒนธรรมด้าน
ตา่ งๆ หลายดา้ น ได้แก่ ด้านสถาปตั ยกรรม การกอ่ สรา้ ง โบสถ์ วิหาร พระพุทธรปู ดา้ นจิตรกรรม เช่น
ภาพวาด ฝาผนัง ซึ่งเหล่านี้เป็นงานที่ได้รับการสร้างสรรค์ถึงความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
นอกจากนว้ี ดั ยงั เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาของสังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถงึ ปจั จุบนั ผู้ชายไทยแทบทุก
คนได้บวชเรียนศกึ ษาพระธรรมวินัยจากพระไตรปฎิ ก

ประเพณไี ทย เปน็ สิ่งที่มคี วามเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามีผลต่อจิตใจและแสดงถึงลักษณะ
นิสัยของคนไทยที่เป็นผู้มีจิตเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเมตตา กรุณา ร่าเริงแจ่มใส มีน้ำใจและอดทน
จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เอกลกั ษณ์ไทยที่ดงี ามของชาตไิ ทยที่เป็นรากฐานสำคัญทางวัฒนธรรมได้มาจาก
พระพุทธศาสนา
มรดกทางวฒั นธรรมแบง่ ออกเป็น 2 ด้าน คอื

๑. มรดกทางด้านรูปธรรมงานศิลปะต่าง ๆ ที่สืบทอดต่อกันมาในสังคมไทย ส่วนใหญ่ได้รับ
อิทธิพลจากพระพุทธศาสนา จึงกล่าวได้ว่า พระพุทธศาสนาเป็นมรดกทางด้านรูปธรรม มรดกทาง
ดา้ นรูปธรรม ได้แก่ ศาสนสถาน เชน่ วดั โบสถ์ วิหาร เจดีย์ โบราณวัตถุ เช่น พระพทุ ธรูป พระเคร่ือง
รวมถึงสถาปัตยกรรมทีมีลักษณะและลวดลายที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาประกอบ เช่น
พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วดั พระแก้ว) เป็นต้น

๒. มรดกทางดา้ นจิตใจ มรดกทางจิตใจ ไดแ้ ก่ หลกั ธรรม คำสอน ประเพณี วัฒนธรรมทดี่ งี าม
และคุณธรรมต่าง ๆ เช่น ความกตัญญู ความอ่อนน้อมถ่อมตน การเคารพ ผู้อาวุโส ซึ่งหล่อหลอมให้
คนไทยมอี ุปนสิ ัยที่ดีงามและมีวัฒนธรรมประเพณีอนั เปน็ เอกลักษณ์ของไทย

การพฒั นาเทคนคิ และวธิ ีการสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจงั หวดั เชียงใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรังษี ๒๗

ใบงานที่ ๒

คำชแ้ี จง

๑. นักเรียนสบื คน้ ข้อมลู จากระบบอนิ เทอร์เน็ตและบันทึกขอ้ มูล ดงั หัวข้อต่อไปน้ี
๑.๑ ศาสนาพุทธมีความสำคัญตอ่ ประเทศไทยอย่างไร
๑.๒ ชื่อเว็ปไซต…์ ………………………………………………………………………………………..………………

๒. นักเรียนนำเสนอผลงานและแลกเปล่ียนเรยี นรูก้ บั เพ่ือนในชัน้ เรยี น

ชอ่ื -สกุล………………………………………………………………………….ชัน้ ……………………….เลขท…ี่ ………..……..

การพัฒนาเทคนิคและวิธกี ารสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจังหวดั เชียงใหม่ สนุ ทรี สุริยะรงั ษี ๒๘

บันทกึ การจดั การเรยี นรู้
เรอ่ื ง ความสำคญั ของพระพทุ ธศาสนา

เลขที่ ชือ่ -สกลุ ใบงานที่ ๑ ใบงานที่ ๒ รวม ร้อยละ

คะแนน

การพัฒนาเทคนคิ และวิธีการสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจงั หวัดเชียงใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรงั ษี ๒๙

กลุ่มท่ี เนือ้ หา ใบงานที่ ๑ การตรงตอ่ เวลา คะแนน
การประเมนิ ผล

การสรุปเนือ้ หา

การพฒั นาเทคนคิ และวธิ ีการสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชยี งใหม่ สนุ ทรี สุริยะรงั ษี ๓๐

เลขท่ี ชื่อ-สกลุ ใบงานท่ี ๒ การนำเสนอ รวม รอ้ ย
การประเมนิ ผล ข้อมูล คะแนน ละ

การสบื ค้น ความไฝเ่ รยี นรู้
ข้อมูล

การพฒั นาเทคนคิ และวธิ ีการสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวัดเชยี งใหม่ สนุ ทรี สุริยะรังษี ๓๑

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ระดบั คะแนน

การทำงานกล่มุ

แสดงพฤตกิ รรมการให้ความรว่ มมอื ในการทำกิจกรรมกลมุ่ แสดงความ ๓
คดิ เห็น ยอมรบั ความคิดเหน็ ของสมาชิกในกลมุ่ และร่วมกจิ กรรมกลมุ่
ทุกขัน้ ตอน

แสดงพฤตกิ รรมการใหค้ วามร่วมมอื ในการทำกิจกรรมกลมุ่ แตข่ าดการ
แสดงความคิดเห็นในการทำงาน

แสดงพฤตกิ รรมการใหค้ วามรว่ มมอื ในการทำกิจกรรมกลุ่มบ้าง

การสบื ค้นข้อมูล ระดับคะแนน
การสบื คน้ ข้อมูลได้ ได้ข้อมูลท่ีถกู ต้อง สมบูรณ์ ๕
การสืบค้นข้อมลู ได้ ได้ข้อมลู ถูกต้องและไมถ่ ูกต้อง ไม่สมบรู ณ์ ๔
การสบื ค้นข้อมูลได้ ได้ข้อมูลที่ไม่ถูกตอ้ ง ไมส่ มบูรณ์ ๓

ความใฝเ่ รียนรู้ ระดับคะแนน

การตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียน เข้าร่วมกิจกรรมในการเรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้า ๔
และแลกเปล่ยี นเรยี นรูร้ ว่ มกับผอู้ นื่ ไดด้ ี ๓
การตั้งใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียน เข้าร่วมกิจกรรมในการเรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้า
และแลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ่วมกับผู้อ่ืนได้ปานกลาง
การตั้งใจเรียน เอำใจใส่ในกำรเรียน เข้าร่วมกิจกรรมในการเรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้า
และแลกเปล่ียนเรยี นรู้ร่วมกบั ผู้อืน่ ไดบ้ ้าง

การพฒั นาเทคนิคและวิธีการสอนครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจังหวดั เชียงใหม่ สุนทรี สุริยะรงั ษี ๓๒

แผนการสอนแบบการเรยี นรู้แบบร่วมมือ (Cooperative learning)

เร่อื ง ศาสนสถานและการบำรุงศาสนสถาน

สาระสำคญั
ศาสนสถานเป็นสถานที่สำคัญของศาสนา ซึ่งจะเป็นสถานที่ในการประกอบพิธีกรรม

ของศาสนา ดังนั้น นักเรียนจึงต้องช่วยกันบำรุง ดูแลรักษา ศาสนสถานให้สะอาดเหมาะสำหรับ
การประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา
จุดประสงค์การเรยี นรู้

๑. นกั เรยี นสามารถอธิบายการปฏบิ ัตติ นในศาสนสถานได้ถกู ตอ้ ง
๒. นักเรยี นบอกวิธีการบำรงุ ศาสนสถานได้
๓. นกั เรยี นปฏิบตั ิตนในการช่วยกันบำรงุ ดแู ลรกั ษา ศาสนสถานให้สะอาดได้
จุดประสงค์เชิงจริยธรรม
- ความใฝ่เรียนรู้
ทักษะ/กระบวนการ
- การแลกเปลีย่ นเรยี นรจู้ ากประสบการณ์
- การศกึ ษานอกสถานที่
- กระบวนการปฏิบตั ิ
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
- ครูให้นักเรียนแต่ละคนเล่าเกี่ยวกับประการณ์การไปวัด เพื่อเป็นแลกเปลี่ยนประการณ์
กัน
- ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับศาสนสถานที่อยู่ในชุมชนของตนเอง โดยใช้ภาพ
ศาสนสถานประกอบ
ขัน้ การสอน
- ครอู ธิบายใหน้ กั เรียนร้แู นวทางในการบำรงุ ศาสนสถานและดแู ลศาสนสถาน
- ครูและนักเรียนไปศึกษานอกสถานที่ ที่มีในชุมชนของนักเรียน ได้แก่ วัด เพี่อเรียนรู้
ศาสนสถานและการบำรงุ ศาสนสถาน

การพัฒนาเทคนคิ และวธิ กี ารสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจงั หวดั เชียงใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรงั ษี ๓๓

- นักเรียนแบ่งหน้าที่เมื่อไปถึงวัด เช่น กวาดพื้น เก็บขยะ เช็ดถู กวาดหยากไย่ และล้าง
ห้องน้ำในวดั เปน็ ตน้

- นิมนต์พระสงฆ์มาให้ความรู้เก่ยี วกบั ศาสนสถานและการบำรุงศาสนสถาน
- นักเรียนบันทึกลงใบงานท่ี ๑
ขน้ั สรุป
- ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ เกย่ี วกบั ศาสนสถานและการบำรุงศาสนสถาน
สอ่ื การสอน

๑. วดั หรอื ศาสนสถาน
๒. รูปภาพศาสนสถาน
๓. พระสงฆ์หรือผ้แู ทนของศาสนาอ่ืนๆ
ภาระงาน / งานทีม่ อบหมาย

๑. ใบงานท่ี ๑

๒. แบบประเมนิ ผลด้านคณุ ธรรม
วิธีการวดั ผลและประเมนิ ผล

- แบบประเมินความรู้วธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นในศาสนสถานและการบำรงุ ศาสนสถาน
- แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน
- แบบประเมนิ ด้านความใฝ่รู้

การพฒั นาเทคนิคและวธิ ีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจงั หวดั เชียงใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรังษี ๓๔
สื่อการสอน

ทีม่ าของภาพ : http://www.siamclassic.co.th/idea/detail/27/jobs

ทม่ี าของภาพ : http://wardahjidapa.blogspot.com/2014/02/blog-post.html

ทมี่ าของภาพ : https://travel.kapook.com/view214462.html

การพัฒนาเทคนคิ และวิธกี ารสอนครพู ระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจังหวดั เชียงใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรงั ษี ๓๕
ใบงานที่ ๑

คำช้ีแจง นักเรียนเขียนแผนผงั ความคิด สรปุ เก่ียวกับการบำรุงศาสนสถาน
ช่ือ-สกุล…………………………………..,………………………………….……..ช้นั ……………………….เลขท…่ี ………....

การพฒั นาเทคนคิ และวิธีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนจงั หวัดเชียงใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรงั ษี ๓๖

ใบบนั ทกึ การเรยี นรู้

เลขที่ ชือ่ -สกุล ใบงานที่ ๑ การทำความ ประเมินผล

ความใฝ่เรียนรู้ สะอาด

การพฒั นาเทคนคิ และวิธีการสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจงั หวัดเชยี งใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรงั ษี ๓๗

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ระดับคะแนน

การทำความสะอาด

นักเรียนใชอ้ ปุ กรณ์ในการทำความสะอาดไดถ้ ูกต้องและมีผลของการทำ
ความสะอาดอยู่ในระดับ ดีมาก ๓

นกั เรยี นใชอ้ ุปกรณ์ในการทำความสะอาดได้ถูกต้องและมีผลของการทำ
ความสะอาดอยู่ในระดบั พอใช้

นักเรียนใชอ้ ุปกรณใ์ นการทำความสะอาดไดถ้ ูกต้องและมีผลของการทำ
ความสะอาดอยู่ในระดับ ต้องปรับปรงุ

ความใฝเ่ รยี นรู้ ระดบั คะแนน

การตง้ั ใจเรียน เอาใจใส่ในการเรียน เข้าร่วมกิจกรรมในการเรยี นรู้ ศกึ ษา คน้ คว้า ๕
และแลกเปล่ียนเรียนรู้รว่ มกับผอู้ ื่นไดด้ ี

การตง้ั ใจเรยี น เอาใจใส่ในการเรียน เขา้ รว่ มกิจกรรมในการเรยี นรู้ ศกึ ษา คน้ ควา้ ๔
และแลกเปลยี่ นเรยี นรรู้ ่วมกับผอู้ ่นื ได้ปานกลาง

การตั้งใจเรยี น เอาใจใส่ในการเรยี น เข้ารว่ มกจิ กรรมในการเรียนรู้ ศกึ ษา คน้ คว้า ๓
และแลกเปลย่ี นเรยี นรรู้ ว่ มกบั ผู้อนื่ ได้บา้ ง

การพฒั นาเทคนิคและวธิ กี ารสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวดั เชียงใหม่ สุนทรี สุริยะรงั ษี ๓๘

แผนการสอนโดยการใชเ้ กม walk rally

เรอื่ ง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (สติสมั ปชัญญะ สมาธิ และปัญญา)

สาระสำคัญ
สติสัมปชัญญะ สมาธิและปัญญา เป็นอาการทางจิตของคนเรา ถ้าเราตั้งใจในการ

ฝึกปฏิบตั ิจะสง่ ผลให้เป็นคนที่รตู้ ัวอยเู่ สมอ มจี ิตใจท่ีสงบ และมคี วามฉลาด รอบรู้ ในเร่ืองต่าง ๆ ได้
จุดประสงค์การเรยี นรู้

๑. นักเรยี นมคี วามรแู้ ละความเขา้ ใจในเรอื่ งของสติสัมปชญั ญะ สมาธิ และปัญญา
๒. นกั เรียนบอกถึงประโยชนแ์ ละโทษของสติสัมปชัญญะ สมาธิ และปญั ญาได้
จดุ ประสงค์เชิงจริยธรรม
- ความใฝ่เรยี นรู้
ทักษะ/กระบวนการ
๑. กระบวนการกลุ่ม
๒. การสืบคน้ ขอ้ มลู
การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน
ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรยี น
- ให้นักเรียนเล่นเกมส์ บก-นำ้ -อากาศ
วิธีเล่น ให้ผู้เล่นนั่งเป็นวงกลม แล้วร้องว่า บก น้ำ อากาศ ถ้าคนนำชี้ใครแล้ว บอกว่า
“บก” ให้พูดชื่อสัตว์บกขึ้นมา ๑ ชนิด “น้ำ” ให้พูดชื่อสัตว์น้ำมา ๑ ชนิด “อากาศ” ให้พูดชื่อสัตว์ปกี
มา ๑ ชนิด ใครชา้ หรอื ผดิ ใหอ้ อกมาเต้นหน้าหอ้ งเรยี น
- แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ให้แต่ละกลุ่ม ประกอบภาพจิ๊กซอว์ให้เสร็จภายใน ๑๐
นาที กลุม่ ไหนทำถูกต้องและเสร็จตามเวลา เปน็ ผูช้ นะ
ข้ันการสอน
- ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงการเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดขึ้นในการเล่นเกมส์ทั้ง ๒
เกมส์ ท่ไี ม่สำเรจ็ เพราะเกิดมาจากสาเหตุใด
- ครูนำภาพการขาดสติสัมปชัญญะใหน้ กั เรียนดู และร่วมกันแสดงความคิดเห็นร่วมกนั วา่
เกดิ มาจากสาเหตุใด
- นักเรยี นศึกษาใบความรู้ ในเรอ่ื ง “ความหมายของสตสิ มั ปชญั ญะ สมาธิ และปญั ญา”

การพฒั นาเทคนิคและวิธีการสอนครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรยี นจงั หวัดเชยี งใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรงั ษี ๓๙

- นกั เรยี นทำใบงานท่ี ๑
ขนั้ สรุป
- ครูและนกั เรียนร่วมกันสรปุ และนกั เรียนเขียนสรปุ ส่งในใบงานท่ี ๒
สือ่ การสอน
๑. เกมส์ walk rally
๒. เกมส์จ๊กิ ซอ
๓. รปู ภาพการขาดสติ
ภาระงาน / งานทม่ี อบหมาย
๑. ใบงานท่ี ๑
๒. ใบงานท่ี ๒
วิธีการวดั ผลและประเมนิ ผล
วิธีการวดั ผล
- ประเมินความรู้การอธิบายความหมายของสตสิ มั ปชญั ญะ สมาธแิ ละปัญญา
- ทกั ษะการทำงานเป็นกลุ่ม
- การทำใบงานท่ี ๑ และใบงานท่ี ๒
การประเมินผล
- แบบประเมนิ ผลงานนักเรยี น
- แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี น
- แบบบนั ทกึ คะแนน

การพฒั นาเทคนิคและวธิ ีการสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจงั หวัดเชยี งใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรงั ษี ๔๐
สื่อการสอน

ที่มาของภาพ : https://drugproblemblog.wordpress.com/contact

ทีม่ าของภาพ : https://www.sanook.com/news/tag

การพฒั นาเทคนิคและวธิ ีการสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ สนุ ทรี สุริยะรงั ษี ๔๑

ใบความรทู้ ี่ ๑
ความหมายของสติ สัมปชัญญะ สมาธิ และปญั ญา

สติ สัมปชัญญะ เป็นลกั ษณะอาการของจิตของเรา แบ่งเป็น ๒ ประการ คอื
สติ และสัมปชัญญะ
สติ คือ ความนึกได้ ระลึกได้ การระลึกสิ่งที่ทำ เช่นนักเรียนมีหน้าที่เรียน ก็ต้อง
ตง้ั ใจศกึ ษาเล่าเรียน
สัมปชัญญะ คือ การรู้ตัวว่ากระทำอะไรอยู่ สมาธิ คือ ความตั้งมั่นของจิตสงบ
ม่นั คงไม่วอกแวก ปญั ญา คือ ความรอบรูห้ รือชาญฉลาดในส่งิ ต่าง ๆ เชน่ นักเรียน เรียน
วชิ าทเี่ รียนอยา่ งชาญฉลาด
สติสมั ปชญั ญะ สมาธิและปัญญา มปี ระโยชน์
- ทำให้เราผู้ฝึกปฏิบัติมีความจําแม้น และมีสติรู้ตัวอยู่กับการเรียนการศึกษา
อยู่ตลอดเวลา การมีสติดี สัมปชัญญะมั่นคง จะทำให้เกิดสมาธิตั้งมั่น ทำให้คิด ทำ พูด
ในสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้ไม่ลืมตัวไม่เผลอตัว ใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญสิ่งต่าง ๆ ได้
จนก่อใหเ้ กิดประโยชนอ์ ยา่ งสงู สุด

การพฒั นาเทคนคิ และวธิ กี ารสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจงั หวัดเชียงใหม่ สนุ ทรี สุริยะรงั ษี ๔๒
ใบงานท่ี ๑

คำชี้แจง นกั เรียนดูภาพ แลว้ อภิปรายร่วมกันถึงสาเหตแุ ละผลทจ่ี ะเกิดขึ้น

สาเหตุของการกระทำในภาพ คอื ……………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………..…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………..……………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
…………..………………………………………………………………………………………………………………..……………….
ผลที่อาจจะเกิดขน้ึ คอื ……………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………….….
………………………………………………………………………………………………………………………….…………………
…..…………………………………………………………………………………………………………….……………………………
……….….………………………………………………………………………………………………….………………………………
………….…….……………………………………………………………………………………………………………………….……
ช่ือ..................................................สกุล................................................ชั้น.....................เลขท…่ี …....……

การพัฒนาเทคนคิ และวิธีการสอนครูพระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจงั หวัดเชยี งใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรังษี ๔๓

ใบงานที่ ๒

คำชแี้ จง นกั เรียนเขยี นสรุปในหัวขอ้ ตอ่ ไปน้ี

๑. ความหมายของสติ สัมปชญั ญะ สมาธแิ ละปัญญา
สติ สมั ปชัญญะ………………………………………………………………………………………………….………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สมาธิ………………………………………………………………………………………………………………….………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ปญั ญา………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๒. ประโยชนข์ องสติสัมปชัญญะ สมาธแิ ละปัญญา

การขาดสติทำใหเ้ กิดผลเสยี อย่างไร………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

การพัฒนาเทคนิคและวธิ ีการสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรยี นจังหวัดเชียงใหม่ สนุ ทรี สรุ ิยะรังษี ๔๔

การมสี มาธิก่อใหเ้ กดิ ผลดีอย่างไร…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

การมปี ญั ญาก่อใหเ้ กดิ ผลดอี ย่างไร……………………………………………………………………………....
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ชือ่ ......................................................สกลุ ..............................................ชั้น....................เลขท่…ี ……...…

การพฒั นาเทคนิคและวิธีการสอนครพู ระสอนศลี ธรรมในโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ สุนทรี สรุ ิยะรงั ษี ๔๕

บันทึกการจดั การเรียนรู้
เร่ือง หลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา (สตสิ ัมปชัญญะ สมาธแิ ละปัญญา)

เลขที่ ชือ่ -สกลุ ใบงานที่ ๑ ใบงานที่ ๒ รวม ร้อยละ

คะแนน


Click to View FlipBook Version