แนวทางการวิเคราะห์และสรุปผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 149
1. ระดบั หลักสูตร
มอี งคป์ ระกอบในการประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน 6 องคป์ ระกอบ ได้แก่
องคป์ ระกอบที่ 1 การก�ำกับมาตรฐาน
องคป์ ระกอบท่ี 2 บัณฑิต
องคป์ ระกอบท่ี 3 นกั ศกึ ษา
องคป์ ระกอบที่ 4 อาจารย์
องค์ประกอบท่ี 5 หลักสตู ร การเรียนการสอน การประเมินผเู้ รียน
องค์ประกอบท่ี 6 สิง่ สนบั สนนุ การเรียนรู้
องค์ประกอบท่ี 1 การก�ำกับมาตรฐานเป็นองค์ประกอบที่ต้องด�ำเนินการให้เป็นไปตาม
เกณฑม์ าตรฐานหลกั สูตรกรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดับอดุ มศึกษาแห่งชาติ และเกณฑต์ า่ งๆ
ท่ีเกี่ยวขอ้ ง มี 1 ตวั บ่งชี้ จำ� นวนเกณฑ์ข้ึนอยูก่ ับระดับปรญิ ญา หากผลการด�ำเนนิ งานไม่เป็น
ไปตามเกณฑใ์ ดเกณฑ์หน่งึ ถอื ว่าหลักสูตรน้นั “ไมไ่ ดม้ าตรฐาน” และมีค่าคะแนนเปน็ “ศูนย”์
หากหลกั สตู รนนั้ มผี ลการดำ� เนนิ งานผา่ นทกุ เกณฑถ์ อื วา่ เปน็ ไปตามมาตรฐานทกี่ ำ� หนด และจะ
มกี ารประเมนิ คะแนนคณุ ภาพของหลกั สตู รในองคป์ ระกอบท่ี 2 – 6 ดงั แสดงตามภาพตอ่ ไปนี้
ผลการประเมนิ
ผ่านองคป์ ระกอบที่ 1 ไม่ผ่านองค์ประกอบท่ี 1
คะแนนระดบั หลกั สูตร = 0
ประเมินองคป์ ระกอบท่ี 2-6
คะแนนระดบั หลกั สตู รเป็นคะแนนเฉล่ยี
ของตัวบง่ ช้ใี นองค์ประกอบที่ 2-6
150 คูม่ อื การประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา พ.ศ.2557
คะแนนรวมเฉลยี่ = คะแนนรวมของตัวบง่ ช้ี 13 ตัวบ่งช้ี
13
ซงึ่ การแปลผลจะเป็นการอธิบายว่า
คะแนนระดบั หลกั สตู ร = 0 หมายถึง หลักสูตรไมไ่ ดม้ าตรฐาน
คะแนนระดบั หลักสูตร = 0.01 – 5.00 หมายถงึ หลักสูตรเป็นไปตามมาตรฐาน และมี
ระดับคุณภาพตามคะแนนที่ได้ ดังน้ี
คะแนน ระดับคุณภาพ
0.01 – 2.00 น้อย
2.01 - 3.00
3.01 – 4.00 ปานกลาง
4.01 – 5.00 ดี
ดมี าก
แมว้ า่ หลกั สตู รไมผ่ า่ นองคป์ ระกอบที่ 1 (การกำ� กบั มาตรฐาน) ผรู้ บั ผดิ ชอบหลกั สตู ร/คณะ/
สถาบนั ตอ้ งประเมนิ ตวั บง่ ชขี้ ององคป์ ระกอบท่ี 2 ถงึ องคป์ ระกอบที่ 6 ดว้ ย เพอื่ ใหท้ ราบระดบั
การพฒั นาของหลกั สตู รตนเอง โดยการวเิ คราะหใ์ นรายละเอยี ดของปจั จยั นำ� เขา้ กระบวนการ
ผลลัพธ์ และรายองค์ประกอบ โดยไม่ต้องรายงานระดบั คะแนนเฉลยี่ เพอื่ เปน็ การวิเคราะห์
ในเชิงคณุ ภาพในองค์ประกอบที่ 2 ถงึ องคป์ ระกอบท่ี 6 เกี่ยวกบั จดุ เด่น และจดุ ทคี่ วรพฒั นา
เพื่อยกระดับคณุ ภาพของหลกั สตู รต่อไป แสดงดงั ตารางตอ่ ไปน้ี
แนวทางการวเิ คราะห์และสรปุ ผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 151
ตารางการวิเคราะหค์ ณุ ภาพการศกึ ษาภายในระดับหลักสตู ร
องค์ คะแนน จำ� นวน I P O คะแนน 0ผ.ล0ก1า–รป2ร.ะ0เ0มินระดบั คณุ ภาพนอ้ ย
ประกอบ ผา่ น ตัว เฉลีย่ 2.01 – 3.00 ระดับคณุ ภาพปานกลาง
บง่ ชี้ 3.01 – 4.00 ระดับคุณภาพดี
ที่ 4.01 – 5.00 ระดับคุณภาพดมี าก
1 ไมผ่ า่ นการประเมิน หลักสูตรไมไ่ ด้มาตรฐาน
22
33 คะแนนเฉ ่ีลยของทุกตัว ่บง ้ีชใน - - 2.1, 2.2
องค์ประกอบท่ี 2 - 6 3.1, 3.2,
43 3.3 - -
54 4.1, 4.2, - -
61 4.3
รวม 13 5.2,
ผลการประเมิน 5.1 5.3, 5.4 -
- 6.1 -
7 42
หมายเหตุ ในประเดน็ ตัวบง่ ชท้ี ่ี 3.3 และ 4.3 เปน็ ผลลพั ธ์ของกระบวนการย่อย
ตัวอยา่ งรายงานผลการวิเคราะห์จุดเดน่ และจุดท่คี วรพฒั นา
องค์ประกอบท่ี 2 - องคป์ ระกอบที่ 6
จดุ เด่น
1.
2.
จดุ ท่คี วรพัฒนา
1.
2.
152 คู่มือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา พ.ศ.2557
2. ระดบั คณะ
การประเมนิ ระดบั คณะจะสะทอ้ นผลการดำ� เนนิ งานของผบู้ รหิ ารคณะใน 4 พนั ธกจิ รวมทง้ั
ระบบการบริหารจัดการของคณะด้วย โดยแสดงเป็นค่าเฉล่ียในแต่ละพันธกิจ นอกจากนั้น
มีการวเิ คราะหแ์ ยกเปน็ ปัจจยั นำ� เข้า กระบวนการ และผลลัพธ์ด้วย เพอ่ื ใหผ้ ้บู ริหารคณะได้
นำ� ไปใชเ้ ป็นข้อมูลในการปรบั ปรุงพัฒนา ดังตารางตอ่ ไปน้ี
ตารางวเิ คราะห์ผลการประเมนิ ระดบั คณะ
องค์ คะแนนการประเมินเฉลี่ย ผลการประเมิน
ประกอบ
คณุ ภาพ
0 .0 0 - 1 .5 0 กเราง่ รดดว่ �ำนเนินงานต้องปรบั ปรงุ
ตัว คะแนน 1.51 – 2.50 การดำ� เนินงานต้องปรับปรุง
บง่ ชี้ I P O เฉล่ีย 2.51 – 3.50 การด�ำเนินงานระดับพอใช้
3.51 – 4.50 การด�ำเนินงานระดบั ดี
4.51 – 5.00 การดำ� เนินงานระดับดมี าก
1 6 1.2, 1.3, 1.5, 1.6 1.1
1.4
2 3 2.2 2.1 2.3
3 1 - 3.1 -
4 1 - 4.1 -
52 - 5.1, -
5.2
รวม 13 4 72
ผลการประเมิน
*ตัวบง่ ช้ที ี่ 1.1 เปน็ ค่าคะแนนเฉล่ยี ของผลการประเมนิ ระดับหลกั สูตรทุกหลักสูตร
คณะควรวเิ คราะหใ์ นเชงิ คณุ ภาพเกยี่ วกบั จดุ เดน่ และจดุ ทค่ี วรพฒั นาในแตล่ ะองคป์ ระกอบดว้ ย
ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้
แนวทางการวิเคราะห์และสรปุ ผลการประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน 153
ตัวอย่างรายงานผลการวิเคราะหจ์ ุดเดน่ และจุดที่ควรพฒั นา
องคป์ ระกอบท่ี 1 - องค์ประกอบท่ี 5
จดุ เดน่
1.
2.
จดุ ท่ีควรพัฒนา
1.
2.
154 คมู่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2557
3. ระดับสถาบนั
การประเมนิ ระดบั สถาบนั จะสะทอ้ นผลการดำ� เนนิ งานของผบู้ รหิ ารสถาบนั ใน 4 พนั ธกจิ รวมทง้ั
ระบบการบรหิ ารจดั การของสถาบนั ด้วย โดยแสดงเปน็ คา่ เฉลี่ยในแตล่ ะพันธกิจ นอกจากน้ัน
มกี ารวิเคราะห์แยกเป็นปจั จัยน�ำเข้า กระบวนการและผลลพั ธ์ดว้ ย เพอื่ ให้ผบู้ รหิ ารสถาบันได้
น�ำไปใช้เปน็ ข้อมูลในการปรบั ปรงุ พฒั นา ตามตารางตอ่ ไปนี้
ตารางวเิ คราะหผ์ ลการประเมนิ ระดับสถาบนั
องค์ คะแนนการประเมนิ เฉลี่ย ผลการประเมนิ
ประกอบ
คณุ ภาพ
0 .0 0 - 1 .5 0 กเราง่ รดด่วำ� นเนินงานตอ้ งปรับปรุง
ตัว คะแนน 1.51 – 2.50 การด�ำเนนิ งานต้องปรับปรุง
บ่งชี้ I P O เฉลีย่ 2.51 – 3.50 การด�ำเนินงานระดับพอใช้
3.51 – 4.50 การด�ำเนนิ งานระดับดี
4.51 – 5.00 การด�ำเนินงานระดบั ดีมาก
1 5 1.2, 1.3 1.4, 1.5 1.1
2 3 2.2 2.1 2.3
3 1 - 3.1 -
4 1 - 4.1 -
5 3 - 55..13, 5.2
รวม 13 3 73
ผลการประเมนิ
*ตวั บง่ ชี้ที่ 1.1 เป็นค่าคะแนนเฉลี่ยของผลการประเมนิ ระดบั หลกั สตู รของทุกหลกั สูตร
*ตวั บง่ ชีท้ ่ี 5.2 เป็นคา่ คะแนนเฉลยี่ ของผลการประเมนิ ระดับคณะทกุ คณะ
สถาบนั ควรวเิ คราะหใ์ นเชงิ คณุ ภาพเกยี่ วกบั จดุ เดน่ และจดุ ทคี่ วรพฒั นาในแตล่ ะองคป์ ระกอบดว้ ย
ตามตัวอยา่ งดงั ต่อไปนี้
แนวทางการวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ผลการประกันคุณภาพการศกึ ษาภายใน 155
ตัวอย่างรายงานผลการวิเคราะหจ์ ุดเดน่ และจุดที่ควรพฒั นา
องคป์ ระกอบท่ี 1 - องค์ประกอบท่ี 5
จดุ เดน่
1.
2.
จดุ ท่ีควรพัฒนา
1.
2.
ภาคผนวก
158 คูม่ ือการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศกึ ษา พ.ศ.2557
แนวทางในการประเมนิ ตวั บง่ ชี้ท่ี 3.1
การรับนกั ศกึ ษา
1 พการร้อกม�ำขหอนงอดาเปจา้ารหยม์ปารยะจจ�ำ�ำนทว่มี นีอรยับู่ น(คักวศบึกคษุมาอคัต�ำรนาึงสคว่ วนาอมาตจ้อางรกยาต์ ร่อขนอักงศตกึลษาดาใแหรเ้งปงน็านไปตแาลมะเสกภณาฑพ)์ความ
2 เกณฑก์ ารรบั นกั ศกึ ษาทปี่ ระกาศรบั สะทอ้ นคณุ ภาพของนกั ศกึ ษาทเ่ี หมาะสมกบั หลกั สตู รทเ่ี ปดิ สอน
และสอดคลอ้ งกบั ระดับของหลกั สตู ร ประเภทหลักสตู ร ปรัชญาวิสยั ทศั นข์ องสถาบนั และหลักสตู ร
ผลลพั ธ์ การเรยี นรู้ทีก่ ำ� หนดในหลกั สตู ร (เชน่ GPA ความร้พู น้ื ฐานในสาขา ภาษาตา่ งประเทศ
คุณสมบตั ิเฉพาะอน่ื ฯลฯ)
3 คเกัดณเลฑอื ท์ กีใ่มชคี ้ในวากมาเรหคมัดาเะลสือมกนเักชศื่อกึถษือไาด้กโรปะรบ่งใวสนกเปารดิ รเบัผนยักแศลกึ ะษเปา็นแธลระรมเคกรบั ือ่ นงมักือศหึกรษอื าขทอ้ ่ีสมมลู ัคทร่ใีเชข้ใ้านเรกียานร
4 นักศึกษาท่ีรับเข้าเรียนในหลักสูตรมีคุณสมบัติและศักยภาพในการเรียนจนส�ำเร็จการศึกษาตาม
ระยะเวลาท่หี ลักสูตรมคี ณุ สมบัติขั้นตน้ ท้ังความรูพ้ น้ื ฐานหรือประสบการณ์ทจ่ี �ำเป็นตอ่ การเรียนใน
หลกั สูตร ใฝร่ ู้ ใฝเ่ รยี น มคี วามพร้อมด้านสุขภาพกายและจิต มเี วลาเรียนเพียงพอ
5 ในกรณที นี่ กั ศกึ ษามคี ณุ สมบตั ไิ มค่ รบถว้ นตามเกณฑท์ ก่ี ำ� หนดในประกาศรบั และมกี ารรบั เขา้ ศกึ ษา
แบบมเี งอื่ นไข นกั ศกึ ษาไดร้ บั การเตรยี มความพรอ้ มทางการเรยี นหรอื ไดร้ บั การพฒั นาจนมคี ณุ สมบตั ิ
ครบผา่ นเกณฑข์ ้นั ตำ�่ เพอ่ื ใหส้ ามารถเรียนในหลกั สตู รไดจ้ นส�ำเรจ็ การศึกษา
6 ขกอารงกกา�ำรหรนบั ดเขคาุ้ณศสึกมษบาัตในิในหกลัการสรตู ับรเรขะ้าดขับอปงผรู้สิญมญัคารตในรี หโลดักยสเฉูตพราระะคดวับาบมัณสาฑมิตาศรึกถษดา้านใหภ้สาูงษกาวต่า่าคงุณปรสะมเทบศัติ
และคุณสมบัติพ้นื ฐานทนี่ �ำไปสู่การพัฒนาศกั ยภาพการวิจัย
7 กระบวนการคดั เลอื กระดบั บณั ฑติ ศกึ ษามคี วามเขม้ งวดเพอื่ ใหไ้ ดน้ กั ศกึ ษาทม่ี ศี กั ยภาพในการเรยี น
รู้ด้วยตนเอง (พจิ ารณาจากอัตราสว่ นนักศกึ ษาทร่ี บั เข้าตอ่ ผสู้ มัคร)
แนวทางในการประเมนิ ตวั บ่งชที้ ี่ 3.2
การควบคมุ ดแู ลการใหค้ ำ� ปรึกษาวชิ าการและแนะแนวแก่นกั ศกึ ษา
1 การจัดระบบการดูแลนักศึกษาของอาจารย์ท่ีปรึกษา มีการควบคุมก�ำกับให้จ�ำนวนนักศึกษาต่อ
อาจารยท์ ่ปี รกึ ษาเป็นไปตามเกณฑท์ ี่กำ� หนด
2 อาจารย์ที่ปรึกษาวชิ าการมเี วลาใหก้ ารดูแลนักศกึ ษา (ผลประเมนิ จากนักศกึ ษา)
3 การแนะนำ� การลงทะเบียนเรียนโดยคำ� นงึ ถงึ ความต้องการ ความสนใจ และศกั ยภาพของนักศึกษา
4 การจัดเก็บข้อมูลเพื่อการรู้จักนักศึกษา การแลกเปลี่ยนข้อมูลนักศึกษาในกลุ่มอาจารย์ผู้สอนเพ่ือ
การพัฒนานกั ศกึ ษา (ผลการเรียนลักษณะนักศึกษา จดุ แขง็ จดุ อ่อน)
5 ดอาา้ จนาอรืน่ ยๆ์ที่ปรึกษาให้ความช่วยเหลือนักศึกษาท่ีมีปัญหาทางการเรียนหรือต้องการความช่วยเหลือ
6 การจัดการความเสี่ยงด้านนักศึกษา (มีข้อมูลนักศึกษาที่มีผลการเรียนต่�ำ มีความเส่ียงที่จะออก
กลางคัน หรือส�ำเร็จการศึกษาช้า ฯลฯ)
7 ช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างนักศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษา
8 บณั ฑติ ศกึ ษา การกำ� หนดเวลาใหค้ ำ� ปรกึ ษาการเรยี นในวชิ าของอาจารยผ์ สู้ อนและการใหค้ ำ� ปรกึ ษา
การท�ำวิทยานพิ นธท์ เ่ี พียงพอ
ภาคผนวก 159
กิจกรรมการพัฒนาศักยภาพของนักศกึ ษาและการเสรมิ สรา้ งทกั ษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษท่ี 21
9 สถาบันจัดงบประมาณ ทรัพยากรท่ีเสริมการจัดบริการแก่นักศึกษาเพียงพอ และครอบคลุมทุก
ประเภทกิจกรรม
10 บคุ ลากรทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การจดั กจิ กรรมนกั ศกึ ษาตอ้ งมคี วามรคู้ วามสามารถในการจดั กจิ กรรมทสี่ นอง
ความตอ้ งการของนกั ศกึ ษา
11 การจัดกจิ กรรมนักศึกษาต้องส่งผลตอ่ การพัฒนาคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ของหลักสูตร
12 กเปา็นรจพัดลกเมิจอืกงรร(มcกivาicรพeัฒngนaาgนeักmศeึกntษ)าคกรจิ อกบรรคมลสุมนั กทิจนกรากรมารกาศริลเสประิมแสลระ้าวงฒั คนวาธมรรยมึดมฯั่นลผฯูกพันกับความ
13 การจัดกิจกรรมการพฒั นานกั ศึกษาตอ้ งชว่ ยเสรมิ สรา้ งทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 เชน่ ICT
literacy, scientific literacy, media literacy, health literacy, life skill, career skills
14 การเปดิ โอกาสใหน้ กั ศกึ ษามอี สิ ระในการจัดกิจกรรมนักศึกษาโดยการสนบั สนุนของสถาบัน
15 การสนับสนนุ ทนุ การศกึ ษา ช่วยเหลือนักศกึ ษาที่มโี อกาสทางการศึกษาจ�ำกัด
16 พหาัฒกนมาีกใาหรไ้ รดบั ส้ นาักระศคึกวษาามทรี่มู้ ทีวัตักถษุปะรทะสส่ี งอคดพ์ คเิ ลศ้อษงกเชบั ่นเปน้าหักมกาฬี ยากตารอ้ เงรมยี กีนลรไู้ทก่ีเกปาน็ รมดาูแตลรนฐักานศเึกดษยี าวไกดนั้รบั การ
17 การสร้างเครือข่ายระหว่างสถาบันภายในประเทศและต่างประเทศ มี Visiting Professors ท่ีมา
ชว่ ยสอนหรอื ใหป้ ระสบการณแ์ กน่ กั ศกึ ษา และการสง่ นกั ศกึ ษาไปแลกเปลย่ี นเรยี นรใู้ นตา่ งประเทศ
แนวทางในการประเมินตัวบ่งชท้ี ี่ 3.3
1 อัตราการคงอย่ขู องนักศึกษาในหลกั สูตร
2 อัตราการสำ� เรจ็ การศึกษาตามระยะเวลาของหลกั สูตร
3 ความพงึ พอใจของนักศกึ ษาตอ่ หลักสูตรและการร้องเรยี นของนกั ศกึ ษา
4 บณั ฑิตศึกษา นักศกึ ษามีความรู้ ทกั ษะการแสวงหาความรู้ การสรา้ งความรดู้ ้วยตนเอง มีศกั ยภาพ
การวิจัยท่แี สดงออกถงึ การผลติ และเผยแพร่ความรู้จากกระบวนการวิจัยของตนเอง
แนวทางในการประเมนิ ตัวบง่ ชีท้ ่ี 4.1
ระบบการรบั อาจารย์ใหม่
1 การวางแผนระยะยาวดา้ นอัตรากำ� ลงั อาจารยใ์ ห้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลกั สตู ร
2 กอาาจรามรีรยะ์ทบี่มบอีกยาู่เรดริมับออยา่าจงาตรย่อเ์ในหือ่มง่ที่มเพีควื่อาใหมห้รู้คลวกั าสมูตสรามมีคาวราถมแเลขะม้ คแวขาง็ มเอชา่ียจวาชรายญ์ในหรลวกัมสทตูั้งมรสีกาามรพารัฒถนสาง่
เสรมิ การท�ำงานตามความช�ำนาญของแตล่ ะคนได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
3 อาจารยป์ ระจำ� หลกั สูตรต้องมวี ฒุ กิ ารศึกษา ตำ� แหน่งทางวชิ าการ และประสบการณ์ ในจำ� นวนท่ี
ไมต่ ำ�่ กวา่ ตามเกณฑม์ าตรฐานหลกั สตู รทกี่ �ำหนดโดย สกอ.
160 ค่มู ือการประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา พ.ศ.2557
ระบบการบริหารอาจารย์
4 สถาบันต้องมีการจัดสรร หรือจัดหางบประมาณในการพัฒนาอาจารย์ให้มีคุณวุฒิ ต�ำแหน่งทาง
วชิ าการตามเป้าหมายท่กี ำ� หนด
5 ผู้บริหารสถาบันหรือหน่วยงานที่ดูแลการบริหารจัดการหลักสูตรต้องมีการวางแผนระยะยาวด้าน
อตั รากำ� ลงั ดา้ นอาจารยใ์ หเ้ ปน็ ไปตามเกณฑม์ าตรฐานการอดุ มศกึ ษา ตอ้ งมแี ผนการบรหิ ารอาจารย์
ประจำ� หลกั สูตร โดยการมสี ว่ นร่วมของทีมบริหารระดับคณะ (คณะกรรมการประจำ� คณะ)
6 สออยตัถกู่ารบาับกนัสำ�มถลรีางั ะบบแันบผลแนดลกอะากตัรลสราไรกกรบหารราลหิแาลาอระอกรกำ�บั ลอหงั าครจอืนากรทยาม่ี ร์ใปี หยรา้มะยแ่ สงผทิานนธธภิ แำ� ารผพงนรสบกั ารษมหิ าาารรแถหผรลนกั กักษสาารูตอหราคาจตาวรรำ� ยแปท์หรมี่ะนกศีง่ อทกั บดยดแภ้วทายพนใกแหรผค้ ณนงี
ลาไปศกึ ษาต่อ/เกษยี ณอายุ อ่ืนๆ ตามบริบท
7 ในกรณีทปี่ รมิ าณและคุณภาพอาจารย์ยงั ไม่เปน็ ไปตามเกณฑม์ าตรฐานหลักสูตรกำ� หนด สถาบัน
ต้องมวี ธิ ีการบริหารจดั การเพือ่ ทรัพยากรบคุ คลเพอื่ ทดแทนข้อจำ� กดั อยา่ งเปน็ ระบบ
8 มอทาเี่แี กจผา่ียนรวบยขรส์้อหิมงกาดรบั ุลคกกวาับารมภจเาดั สรก่ยีะางงรดาเน้ารนเยี พกนื่อากใรหาบรม้ รสอีหิ อาานจรแากรลยระณ์คกงาีมอรอีปยาู่รจแะาลเรมะยนิม์สผีแ่วลผนนนเกกับนิศรหิกึ กษารราณควีมาีอมาเจสา่ียรงยข์ ดาา้ ดนแจครลรนยากบรรณรณีมี
9 การกำ� หนดบทบาทหนา้ ท่ีและความรบั ผิดชอบของอาจารย์ประจ�ำหลักสูตรอยา่ งชดั เจน
10 การมอบหมายภาระหน้าท่ีใหเ้ หมาะสมกบั คณุ วฒุ ิ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
11 ระบบการก�ำหนดภาระงานและแรงจูงใจในการสนบั สนุนการจัดการเรยี นการสอน
12 ระเบยี บทโ่ี ปร่งใสชดั เจนในการบริหารอาจารย์ประจำ� หลักสูตร
13 ระบบในการเลิกจ้างและการเกษยี ณอายอุ ย่างชดั เจน
14 ระบบการยกยอ่ งและธำ� รงรกั ษาอย่างมีประสทิ ธิภาพ
ระบบการสง่ เสริมและพฒั นาอาจารย์
15 สถาบันใหโ้ อกาสอาจารยท์ กุ คนได้พัฒนาตนเองใหม้ คี ณุ ภาพมาตรฐานทางวิชาชีพอย่างตอ่ เนือ่ ง
16 การจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานและมีศักยภาพที่
สงู ขึน้ เพื่อส่งผลตอ่ คุณภาพของบัณฑิต
17 การควบคมุ กำ� กบั ส่งเสริมให้อาจารย์พัฒนาตนเองในการสรา้ งผลงานทางวิชาการอย่างตอ่ เน่อื ง
18 การเสริมสรา้ งบรรยากาศทางวิชาการระหว่างอาจารยท์ ง้ั ในและระหวา่ งหลกั สตู ร
19 กวิจาัยรสเพ่งื่อเสพรัฒิมนกาากรทาร�ำเวริจยี ัยนเพกาื่อรพสัฒอนน)านักศึกษาของอาจารย์ (ประเมินจากจ�ำนวนอาจารย์ที่มีการท�ำ
20 การประเมินการสอนของอาจารย์ และน�ำผลมาใช้ในการส่งเสริมพัฒนาความสามารถด้านการ
สอนของอาจารย์
21 อาจารย์อาวุโส หรืออาจารย์ท่ีมีเทคนิคการสอนดีเด่น มีการถ่ายทอดประสบการณ์สู่อาจารย์ใน
สาขา/หลกั สูตร
22 วบคิจนณั ัยใฑนนหติอกศลกัเกึ หสษนตูาอื รใจปหารค้กญิ วคาญวมาาสมตำ�รรคคู้ี โญัวดากยมบัเสฉกาพามาราะจรคดั ถณุหดาสา้ อมนาบกจตัาารรขิ สยออห์งอนราอื จพาฒัรยนท์ าตี่ ออ้างจเานรน้ยทใ์ หกั ม้ษคี ะณุควสามมบสตัามทิ าสี่ รงู ถกดวา้า่ นกกำ� ลารงั
ภาคผนวก 161
แนวทางในการประเมนิ ตวั บ่งช้ีท่ี 4.3
ผลท่ีเกิดกับอาจารย์
1 อตั ราการคงอยขู่ องอาจารยป์ ระจ�ำหลกั สตู ร
2 ความพงึ พอใจของอาจารย์ประจ�ำหลักสูตรตอ่ การบรหิ ารจดั การหลกั สตู ร
3 จำ� นวนอาจารย์เพยี งพอในการจดั การเรียนการสอนตามมาตรฐานหลักสตู ร
แนวทางในการประเมนิ ตวั บ่งชีท้ ี่ 5.1
สาระของรายวิชาในหลักสตู ร
1 หลกั สูตรมกี ารก�ำหนดสาระวชิ าทางทฤษฎี และการปฏบิ ัติทช่ี ว่ ยสรา้ งโอกาสในการพัฒนาความ
รู้ ทักษะผ่านการเรยี นการสอนที่มปี ระสทิ ธภิ าพ
2 เน้ือหาของหลักสูตรในแต่ละรายวิชามีการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา มีการเปิดวิชาใหม่ให้
นกั ศกึ ษาได้เรยี น
3 คหวลากั มสตูต้อรงแกสาดรงขผอลงผลพัู้ใชธบ้ ์กณั ารฑเรติ ยี นรทู้ ี่ชัดเจน ทันสมยั สอดคล้องกับความกา้ วหนา้ ทางวชิ าการและ
4 ค�ำอธบิ ายรายวิชามีเนอื้ หาทเ่ี หมาะสมกบั ช่อื วิชา จำ� นวนหน่วยกติ และมเี นือ้ หาทคี่ รบคลมุ กว้าง
ขวางครบถ้วนในสิ่งท่ีควรเรยี น มีความลกึ ในวิชาเอกหรือที่เปน็ จุดเนน้ มคี วามตอ่ เนื่องเชอื่ มโยง
สมั พันธ์กันระหว่างวิชา และมีการสงั เคราะห์การเรยี นรู้
5 เน้อื หาทก่ี �ำหนดในรายวชิ าไม่มคี วามซ�ำ้ ซอ้ น กลุม่ รายวิชามีความต่อเนื่องสัมพนั ธก์ นั เหมาะสม
กับระดับการศกึ ษาของหลกั สตู ร
6 ผลลพั ธก์ ารเรียนรขู้ องผูเ้ รยี นตรงกับผลลัพธ์การเรยี นรู้ท่ีกำ� หนดในรายวชิ าและหลักสตู ร
7 การจัดการเรียนการสอนครอบคลมุ สาระเน้อื หาทกี่ ำ� หนดในคำ� อธบิ ายรายวิชาครบถว้ น
8 การเปดิ รายวชิ ามลี ำ� ดบั กอ่ นหลงั ทเ่ี หมาะสม เออื้ ใหน้ กั ศกึ ษามพี น้ื ฐานความรใู้ นการเรยี นวชิ าตอ่ ยอด
9 การเปดิ รายวชิ าเปน็ ไปตามขอ้ กำ� หนดของหลกั สตู รเพอ่ื ใหน้ กั ศกึ ษาสำ� เรจ็ ไดท้ นั ตามเวลาทก่ี ำ� หนด
ในหลักสตู ร
10 การเปดิ รายวชิ าเลอื กสนองความตอ้ งการของนกั ศกึ ษา ทนั สมยั และเปน็ ทต่ี อ้ งการของตลาดแรงงาน
11 การจัดรายวิชาในหลักสูตรแก่นักศึกษาท่ีเรียนในสถาบันหรือนอกสถาบัน การศึกษาปกติ หรือ
เกรายี รนศกกึ าษราสทอานงไกกลารปมรกี ะาเรมคินวทบเ่ีคปมุ ็นใมหาน้ ตักรศฐกึานษเาดไดีย้เวนกอื้ นั หาสาระ เปา้ หมายการเรียนรู้ วธิ ีการจัดการ
ปริญญาตรี (ประเด็นเพิ่มเตมิ )
12 การจัดรายวชิ าเนน้ เน้อื หาความร้แู ละทฤษฎี การปฏิบตั ใิ นเน้ือหาสาระของสาขาวชิ าทีเ่ ปน็ จุดเนน้
วิชาการศึกษาทั่วไปท่สี รา้ งความเป็นมนษุ ยท์ เี่ ตรยี มนักศึกษาออกสโู่ ลกแห่งการด�ำรงชีวติ
13 หากมีการโอนหน่วยกิต ต้องให้ความส�ำคัญกับการเทียบวิชารับโอนที่ต้องมีการเรียนในเน้ือหา
สาระทกี่ ำ� หนดในรายวิชาของหลักสตู รอย่างครอบคลุม ครบถว้ น
162 คมู่ ือการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศกึ ษา พ.ศ.2557
บณั ฑิตศึกษา (ประเดน็ เพม่ิ เตมิ )
14 เนอ้ื หาสาระของรายวิชาเนน้ ความรู้ ทฤษฎีในสาขาทเ่ี กีย่ วขอ้ งทมี่ คี วามที่ซับซ้อน มีจุดเนน้
15 การควบคุมก�ำกับหัวข้อวิทยานิพนธ์/สาระนิพนธ์ที่อนุมัติเป็นประเด็นวิจัยร่วมสมัย/สนองความ
ตอ้ งการของสังคม
16 หัวขอ้ วิทยานิพนธ์เป็นประเด็นวิจัยทเี่ หมาะสมกบั ปรัชญา วสิ ัยทัศนข์ องหลักสตู ร และสอดคลอ้ ง
กับระดับของหลกั สตู ร
17 รหะัวดขบั้อปวิทริญยาญนาิพโทนธ์ระดับปริญญาเอก มีความซับซ้อนและลึกซ้ึงและให้องค์ความรู้ใหม่มากกว่า
แนวทางในการประเมนิ ตวั บง่ ชี้ท่ี 5.2
การวางระบบผู้สอน
1 ผสู้ อนมคี ณุ สมบตั เิ หมาะสมกบั รายวชิ าทส่ี อน มคี วามรแู้ ละความชำ� นาญในเนอ้ื หาวชิ าทส่ี อน(คำ� นงึ
ถึงสาขาวิชา ประสบการณท์ ำ� งาน ผลงานวิชาการของผสู้ อน)
2 ไหดล้รกั ับสกูตารรกพ�ำัฒหนนดามผุมู้สอมนอใงหห้นรักือคศวึกาษมาคไดิด้เจรายี กนผจู้สาอกนผหสู้ อลนากทหีม่ ลคี าวยามควชา�ำมนราู้แญลหะลปารกะหสลบากยารเพณอื่ ์ ให(ใ้มนโี แอตก่ลาสะ
หลักสูตร นักศกึ ษาควรได้เรียนกบั อาจารย์ผู้สอนคนเดมิ ไม่เกิน 3 วิชา)
3 มกี ารกำ� กบั มาตรฐานการทำ� ประมวลการสอน (มคอ.3 และ มคอ.4) ของอาจารยใ์ หท้ นั สมยั ใน
ดา้ นเน้อื หา กจิ กรรมการเรียน การวดั และประเมนิ ผลเหมาะสม
4 การกำ� กบั ใหอ้ าจารยท์ กุ คนตอ้ งมกี ารทำ� ประมวลการสอนรายวชิ า (มคอ.3 และ มคอ.4) ทกุ รายวชิ า
แจกนกั ศกึ ษา และมีการกำ� กบั ใหด้ �ำเนินการสอนตามประมวลการสอนรายวชิ า
5 นที่มกั ศีคึกุณษสามทบีเ่ รัตยี ิทนี่คใุณนแภลาะพนมอากตสรถฐาานบันเดียหวรกือันระบมบีโอปกกาตสิ/รทะี่จบะบมทีปาฏงิสไกัมลพันตธอ้ ์กงับไดอร้ าับจการายรส์ผอู้สนอจนา/อกาอจาาจรายร์ทย์่ี
ปรึกษาเทา่ เทียมกัน
6 หากมกี ารกำ� หนดใหม้ ี TA, RA ชว่ ยสอน ตอ้ งไดร้ บั การฝกึ อบรม การใหค้ ำ� แนะนำ� และการปรบั ปรงุ
พฒั นาใหม้ คี วามสามารถในการปฏบิ ตั งิ านช่วยเหลอื นักศึกษาอย่างเหมาะสม
บณั ฑติ ศกึ ษา (ประเด็นเพิ่มเติม)
7 ใหนลกกั าสรูตใหรตค้ ำ�อ้ ปงมรึกีอษาจาาแรลยะเ์ กตาม็ รเพวลฒั านในาปนรักมิ ศากึ ณษทาเี่ พยี งพอ มคี ณุ สมบัตดิ ้านความรู้ ประสบการณ์ เวลา
8 การแต่งต้ังอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์/สาระนิพนธ์ ค�ำนึงถึงคุณสมบัติของอาจารย์ที่ปรึกษาท่ี
เหมาะสมกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ท่ีอนุมัติ โดยเฉพาะความรู้และความเช่ียวชาญในหัวข้อวิจัยท่ีจะ
ควบคมุ การท�ำวทิ ยานพิ นธ์ของนกั ศึกษา และเหมาะสมกับลักษณะของนกั ศึกษา
9 มกี ารควบคมุ กำ� กบั จำ� นวนนกั ศกึ ษาตอ่ อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาวทิ ยานพิ นธ์ เปน็ ไปตามหลกั เกณฑท์ ี่ สกอ.
ก�ำหนด
10 มกี ารก�ำกับใหอ้ าจารย์พเิ ศษทมี่ าท�ำหน้าท่ีอาจารย์ท่ปี รกึ ษามกี ารผลิตผลงานวิชาการอยา่ งต่อเน่ือง
ภาคผนวก 163
กระบวนการเรียนการสอน
11 การควบคุมการจัดการเรียนการสอนในวิชาท่ีมีหลายกล่มุ เรยี นใหไ้ ด้มาตรฐานเดียวกนั
12 การสง่ เสรมิ ให้อาจารยใ์ ช้วธิ ีการสอนใหมๆ่ ท่พี ฒั นาทักษะการเรียนรู้ของนักศกึ ษา
13 การจัดการเรียนการสอนท่ีหลากหลาย เน้นทฤษฎีและการปฏิบัติ การเรียนรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิ
ภายนอก/ผูป้ ระกอบการการศึกษาดูงาน ฯลฯ
14 มกากี รอ่ จนดั เกขจิา้ โกปรรรแมกกรามรภเตารษยี ามอคังกวาฤมษพรฯอ้ลมฯ)ทางการเรยี นแกน่ กั ศกึ ษา (เชน่ ความรพู้ น้ื ฐานทจี่ ำ� เปน็ ตอ้ ง
15 รก/ู้ากราจรดั ทก�ำจิ งกานรร/กมากราปรรพะฒั กอนบาแอลาชะเพี พมิ่ ศกั ยภาพนกั ศกึ ษาระหวา่ งเรยี นเพอื่ เพมิ่ ประสบการณก์ ารเรยี น
16 การส่งเสริมความสามารถพิเศษ คุณลักษณะที่เอ้ือต่อการท�ำงาน (ความรับผิดชอบ ทักษะการ
สื่อสารการพดู ฟัง อ่าน เขียน ทกั ษะ ICT ทกั ษะการแกป้ ัญหา ฯลฯ) ดว้ ยวิธีการหลายช่องทาง
เช่น การสง่ เสริมการเรียนรดู้ ว้ ยเทคโนโลยสี ่อื สาร (เครอื ขา่ ยทางสังคม online learning)
17 กกาารรเเตผรยยีแมพครวผ่ าลมงพานรอ้) มดา้ นการทำ� งาน/การประกอบอาชพี (กลไกการชว่ ยเหลือด้านการหางานทำ� /
18 การสอนแบบเนน้ การปฏิบัติ การเรยี นรู้จากผู้ทรงคณุ วฒุ ิภายนอก/ผปู้ ระกอบการ การศกึ ษาดงู าน
19 มกี ารควบคุมมาตรฐานของแหลง่ ฝึกประสบการณ์วชิ าชพี
20 การใชส้ ือ่ เทคโนโลยเี พื่อสง่ เสริมความรูแ้ ละทักษะการเรยี นรทู้ ม่ี ีประสิทธิภาพเช่น online learning
21 กวจิาัยรสเพ่ง่อืเสพรฒั ิมนกาากรทาร�ำเวริจียัยนเพกา่ือรพสัฒอนน)านักศึกษาของอาจารย์ (ประเมินจากจ�ำนวนอาจารย์ท่ีมีการท�ำ
22 มีการประเมินการสอนของอาจารย์ และน�ำผลมาใช้ในการส่งเสริมพัฒนาความสามารถด้านการ
สอนของอาจารย์
23 อาจารย์อาวุโส หรืออาจารย์ท่ีมีเทคนิคการสอนดีเด่น มีการถ่ายทอดประสบการณ์สู่อาจารย์ใน
สาขา/หลักสูตร
24 การควบคมุ ก�ำกับกระบวนการจดั การเรียนการสอนและการประเมินนกั ศึกษา
ปริญญาตรี (ประเดน็ เพิ่มเตมิ )
25 กกาารรเนร�ำยี กนรระขู้ บอวงนนกักาศรกึ บษราิการทางวิชาการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนและส่งผลต่อ
26 การน�ำกระบวนการวจิ ัยมาใช้ในการเรยี นการสอนและส่งผลตอ่ การเรียนรขู้ องนักศึกษา
การสอดแทรกศลิ ปะและวัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน ในกระบวนการเรียนการสอนและสง่ ผลตอ่
การเรยี นรูข้ องนักศกึ ษา
27 การแตง่ ตง้ั อาจารยท์ ปี่ รกึ ษาโครงงาน (senior project) เหมาะสมกบั ประเดน็ ทนี่ กั ศกึ ษาสนใจ (ถา้ ม)ี
28 (รถะา้บมบ)ี การกำ� กับตดิ ตามความก้าวหน้าในการทำ� โครงงาน (senior project) ของอาจารย์ทป่ี รกึ ษา
29 มีระบบการคัดเลอื กสถานประกอบการท่จี ะใหน้ ักศึกษาเข้าไปปฏบิ ตั ิงานสหกิจศึกษา
30 มรี ะบบการตดิ ตามและการประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านของนกั ศกึ ษาสหกจิ ศกึ ษา โดยมสี ว่ นรว่ มของ
สถานศกึ ษาและสถานประกอบการ
164 คู่มือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา พ.ศ.2557
บณั ฑิตศึกษา (ประเด็นเพ่มิ เตมิ )
31 การสง่ เสรมิ ใหอ้ าจารยใ์ ชว้ ธิ กี ารสอนใหม่ ๆ ทพี่ ฒั นาทกั ษะการเรยี นรขู้ องนกั ศกึ ษา โดยเฉพาะการ
สอนทีเ่ น้นปญั หาเป็นฐาน การสอนโดยใช้การวิจัยเปน็ ฐาน
32 มีระบบก�ำกับการท�ำงานของอาจารย์ผู้สอนที่เอ้ือประโยชน์ต่อนักศึกษาเต็มท่ี ให้ความส�ำคัญกับ
พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั งิ านของอาจารยใ์ นการใหค้ ำ� ปรกึ ษาแกน่ กั ศกึ ษาตามจรรยาบรรณของอาจารย์
33 นมกัีระศบึกบษกาาสรำ� กเร�ำจ็ กกับาตรศิดึกตษามาไคดว้ทานัมตกา้ามวหระนย้าะในเวกลาารททกี่ �ำ�ำวหิทนยดานิพนธ์/สาระนิพนธ์ของนักศึกษา เพ่ือให้
34 หวั ขอ้ งานวิจัยของนักศึกษาสอดคลอ้ งหรอื สมั พนั ธ์กับความเชย่ี วชาญของอาจารยท์ ี่ปรึกษา
35 มีระบบและมีการติดตามความก้าวหน้าของการท�ำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาแต่ละคนอย่างน้อย
หน่งึ ครง้ั ตอ่ ภาคการศึกษา
36 มฐี านขอ้ มลู งานวิจยั ออนไลน์ทเ่ี ก่ียวข้องและนกั ศกึ ษาสามารถเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก
37 มีการให้ความรู้และระดับชั้นความส�ำคัญในการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยในวารสารวิชาการตาม
ฐานขอ้ มูลที่ สกอ. รับรอง และการจดสทิ ธิบตั รหรืออนสุ ิทธิบัตร
38 มทีไ่ีกมา่มรใีคหุณค้ ภวาามพรูเ้ กยี่ วกับจรรยาบรรณนกั วิจยั ปญั หาการคดั ลอกผลงานวจิ ัย และปัญหาของวารสาร
39 การช้ีแนะแหล่งทุนสนับสนุนการท�ำวิทยานิพนธ์และส่งเสริมให้นักศึกษาจัดท�ำข้อเสนอโครงการ
ที่มโี อกาสได้รับทนุ สนบั สนนุ
40 การสรา้ งเครอื ขา่ ยระหว่างสถาบนั ภายในประเทศและต่างประเทศ มี Visiting Professors ทมี่ า
ชว่ ยสอนหรอื ใหป้ ระสบการณแ์ กน่ กั ศกึ ษา และการสง่ นกั ศกึ ษาไปแลกเปลย่ี นเรยี นรใู้ นตา่ งประเทศ
แนวทางในการประเมิน ตัวบ่งชท้ี ี่ 5.3
1 การกำ� หนดเกณฑ์การประเมนิ ให้นักศึกษามสี ่วนรว่ ม
2 น�้ำหนักขององค์ประกอบในการประเมินสอดคล้องกับจุดเน้นของรายวิชา (วิชาทฤษฎี ปฏิบัติ
สมั มนา ฯลฯ)
3 การประเมินผลการเรียนรู้ของโดยใช้การประเมินตามสภาพจริง (เคร่ืองมือประเมินมีความหลาก
หลาย เช่น ข้อสอบปรนัย อัตนยั การบ้าน รายงานท่ีมอบหมาย การสอบปากเปลา่ การสังเกต
งพาฤนตจิกรริงรในมกนากั รศปกึ รษะกาอกบาอราวชดั ีพท)กั ษะการปฏบิ ตั ิงาน ฯลฯ เครือ่ งมือประเมินสะท้อนสภาพการปฏบิ ัติ
4 กกาารรเกร�ำยี กนับรใู้ ห้มีการพัฒนาและตรวจสอบเครื่องมือประเมินนักศึกษาที่เหมาะสมกับวิชาและผลลัพธ์
5 การวิเคราะห์/ตรวจสอบคุณภาพ/ปรับปรุงพัฒนาเครื่องมือท่ีใช้ในการประเมินคุณภาพนักศึกษา
(มีการวิพากษ์ข้อสอบ ปรับปรุงข้อสอบ สร้างข้อสอบใหม่ๆ เสมอ มีคลังข้อสอบ ข้อสอบหรือ
เคร่ืองมือประเมินสามารถวัดความรู้และการคิดขั้นสูงได้เคร่ืองมือประเมินสะท้อนความสามารถ
ในการปฏิบตั ิงานได้จรงิ ในโลกแห่งการท�ำงาน)
6 การควบคุมการประเมนิ ผลการเรยี นในรายวิชาท่มี ีหลายกล่มุ เรียนให้ได้มาตรฐานเดียวกัน
7 การตัดเกรดและแจ้งให้นักศึกษารับรู้ชัดเจน (ก�ำหนดเกณฑ์การประเมิน/การตัดเกรดชัดเจน
สอดคล้องกบั ทเ่ี กณฑ์ท่ีนักศึกษามสี ว่ นร่วม หรือรับรูร้ ่วมกนั ตงั้ แต่แรก มขี ้อมลู หลักฐานหรอื ทมี่ า
ของคะแนนที่ใช้ในการการตัดเกรดชัดเจน การกระจายของเกรด สะท้อนความสามารถท่ีแท้จริง
ของนกั ศกึ ษาและลกั ษณะของรายวชิ า)
ภาคผนวก 165
8 การส่งเสริมการสอบ exit exam ตามมาตรฐาน TQF
9 การประเมนิ การจดั การเรียนการสอน การประเมินหลกั สตู รตามรายละเอียดใน มคอ. 5 มคอ. 6
และมคอ.7
บณั ฑติ ศกึ ษา (ประเด็นเพิม่ เติม)
10 ปกอ้ารงกกนั�ำหชนดั ดเเจกนณฑ์การประเมินชัดเจน มีตัวบ่งช้ีคุณภาพของรายงานวิทยานิพนธ์และการสอบ
11 ข้อมูลท่รี องรับการประเมินท่ีมาโปรง่ ใส ตรวจสอบ และสะทอ้ นระดับคณุ ภาพของวิทยานพิ นธ์
สารนิพนธ์ได้
12 วทิ ยานพิ นธท์ ม่ี คี ณุ ภาพระดบั ดมี าก มปี ระเดน็ วจิ ยั ทส่ี ะทอ้ นความคดิ รเิ รม่ิ รว่ มสมยั มกี ารออกแบบ
การวจิ ยั ทเี่ หมาะสมเปน็ ตวั อย่างของผลงานทม่ี ีคุณภาพ มีการเผยแพรใ่ นรปู แบบ/วารสารซึง่ เปน็ ที่
ยอมรบั ในสาขาวชิ าชพี หรือรบั รองโดย สกอ.
แนวทางในการประเมนิ ตัวบ่งช้ที ่ี 6.1
ความเหมาะสมและเพยี งพอของส่งิ สนับสนนุ ทางกายภาพและทรพั ยากรการเรียนรู้
1 การเตรยี มความพร้อมทางกายภาพ (หอ้ งเรียน ห้องปฏบิ ัตกิ าร สภาพแวดลอ้ มด้านการเรียนร)ู้
2 การจดั สงิ่ อำ� นวยความสะดวก และสิ่งสนบั สนนุ ทางการศกึ ษา เช่น หอ้ งสมดุ ฐานข้อมลู ทรพั ยากร
การเรียนรู้ วารสารวิชาการเพ่อื การสืบค้น ฯลฯ เพยี งพอ ทนั สมัย
3 การจัดพื้นที่/สถานท่ีส�ำหรับนักศึกษาและอาจารย์ได้พบปะ สังสรรค์ แลกเปลี่ยนสนทนา หรือ
ทำ� งานรว่ มกัน
4 มบี รกิ ารคอมพวิ เตอร์ อนิ เทอร์เน็ตความเรว็ สูง
5 สำ� หรบั การเรยี นการสอนทางไกล ระบบการเรยี นรแู้ บบทางไกลมปี ระสทิ ธภิ าพ อาจารยแ์ ละนกั ศกึ ษา
สามารถติดต่อสือ่ สารได้ใกล้ชิด
บัณฑติ ศกึ ษา (ประเด็นเพมิ่ เตมิ )
6 การเปิดสอนหลักสูตรบัณฑิตศึกษาควรด�ำเนินการต่อเมื่อสถาบันมีความพร้อมและก�ำหนดความ
อมค�ำาานดกหวกยววคา่ังสขวอู้งากมกวำ�ส่าหะขนดอ้ ดวกกทำ� ตี่พห่างึนงมดๆขี ในอโงหดหลยลักเกัฉสสพตู ูตารระปปแรหริญิญลญ่งญขาาต้อตรมรที ูลี ่ีเสปาน็ รสสานขเาทเศดเียพวื่อกกนั ารทสรืบพั คย้นาแกลระกกาารรเรเรยี ียนนรร้แู ู้ตล้อะงสมิ่งี
7 มกี ารจัดสรรงบประมาณให้นกั ศกึ ษาเพือ่ ทำ� วิจยั
8 มหี ้องทำ� งานวจิ ยั (ซ่งึ ไมใ่ ช่ห้องเรยี น) เพอ่ื ให้นักศกึ ษาเขา้ ใช้ได้สะดวกในการท�ำวจิ ัย
9 มอี ปุ กรณ์และเครือ่ งมอื พนื้ ฐานท่จี �ำเป็นและเหมาะสมในการทำ� วิจัย
ความพึงพอใจของอาจารย์และนักศกึ ษาต่อส่ิงสนับสนุนการเรียนรู้
166 ค่มู ือการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา พ.ศ.2557
ภาคผนวก 167
168 ค่มู ือการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา พ.ศ.2557
ภาคผนวก 169
ระเบียบคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา
วา่ ด้วย หลกั เกณฑก์ ารพิจารณาวารสารทางวชิ าการ สําหรับการเผยแพรผ่ ลงานทางวิชาการ
พ.ศ. ๒๕๕๖
ด้วยระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่าด้วย มาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งต้ัง
คณาจารยใ์ นสถาบนั อดุ มศกึ ษาเอกชนใหด้ าํ รงตาํ แหน่งทางวิชาการ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะกรรมการ
การอุดมศึกษา (กกอ.) ได้กําหนดหลักเกณฑ์ของผลงานทางวิชาการที่ใช้ประกอบในการพิจารณาแต่งต้ัง
คณาจารย์ให้ดํารงตําแหน่งทางวิชาการ ว่าจะต้องมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ กกอ. กําหนด สําหรับตําแหน่งท่ี
เสนอขอ และจะต้องได้รับการเผยแพรต่ ามหลักเกณฑ์ที่ กกอ. กาํ หนด
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๔ (๔) และมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติ
สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ กกอ. จึงกําหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการทั้งท่ีเป็นรูปเล่มส่ิงพิมพ์
หรือเปน็ วารสารออนไลน์ สําหรบั การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ เพ่ือให้สถาบันอุดมศึกษาเอกชนถือปฏิบัติ
เปน็ มาตรฐานเดียวกัน ไวด้ งั ตอ่ ไปนี้
ขอ้ ๑ ให้ใชร้ ะเบยี บนี้นับตง้ั แต่วันถัดจากวนั ประกาศเปน็ ต้นไป
ข้อ ๒ การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการตามระเบียบนี้ ให้สภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ใช้วารสารทางวิชาการทมี่ ีรายชอื่ อยูใ่ นฐานขอ้ มูลท่เี ป็นที่ยอมรับในระดับชาติและระดับนานาชาติ ตามเอกสาร
แนบท้ายระเบียบนี้
ข้อ ๓ ในกรณีวารสารทางวิชาการที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลตามข้อ ๒ ให้สภาสถาบัน
อุดมศึกษาเอกชน อาจพิจารณายอมรับวารสารทางวิชาการ สําหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
ตามหลกั เกณฑด์ งั น้ี
(๑) มกี ําหนดการเผยแพร่ทีแ่ นน่ อนชดั เจน และสมา่ํ เสมอ อย่างน้อยปีละ ๒ ฉบบั
(๒) มีการระบุสํานักพิมพ์หรือหน่วยงานท่ีตีพิมพ์ วัตถุประสงค์ ขอบเขตของวารสาร
และสาขาวิชาของบทความทจ่ี ะรับตีพมิ พ์
(๓) มีคณะบรรณาธกิ ารเปน็ ผทู้ รงคุณวฒุ ทิ ่มี าจากหลากหลายหน่วยงาน
(๔) มีหลักฐานท่ีตรวจสอบได้ว่า วารสารมีการแต่งต้ังผู้ทรงคุณวุฒิ (peer reviewer)
ท่ีพิจารณาคุณภาพบทความที่ครอบคลุมสาขาวิชาหรือกลุ่มสาขาวิชาตามวัตถุประสงค์และขอบเขตของ
วารสาร โดยมีผูท้ รงคณุ วฒุ ภิ ายนอกหน่วยงานท่จี ัดทําวารสารอยูใ่ นรายช่อื ดว้ ย
170 คมู่ ือการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอุดมศกึ ษา พ.ศ.2557
-๒-
(๕) บทความทุกบทความมีการควบคุมคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer reviewer) ท่ีตรง
หรือเกี่ยวเนอ่ื งกบั สาขาของบทความ และไม่เป็นผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสียกับผูน้ พิ นธ์
(๖) วารสารทกุ ฉบับมกี ารเผยแพรบ่ ทความท่ีมผี ูน้ ิพนธ์จากหลากหลายหนว่ ยงานทั้งภายใน
และภายนอก กรณีที่บทความมีผู้นิพนธ์ร่วมที่เป็นบุคคลจากหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอก
ให้ถอื วา่ เปน็ บทความจากหนว่ ยงานภายนอก
(๗) มีบทคัดย่อของบทความท่ีเป็นท้ังภาษาไทยและภาษาอังกฤษทุกบทความ กรณีที่
บทความตีพมิ พ์เป็นภาษาต่างประเทศอ่ืนๆ จะตอ้ งมบี ทคัดยอ่ ที่เป็นภาษาองั กฤษดว้ ย
(๘) มีการตีพิมพ์บทความท่ีมีรูปแบบการตีพิมพ์ท่ีได้มาตรฐาน เป็นรูปแบบเดียวกันในทุก
บทความ ได้แก่ ช่ือและท่ีอย่ผู นู้ ิพนธ์ บทคัดย่อ ตัวบทความและเอกสารอา้ งอิง
ข้อ ๔ เม่ือสภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนพิจารณายอมรับวารสารทางวิชาการตามหลักเกณฑ์
ข้อ ๓ แล้ว ให้จัดทําเป็นประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไป และแจ้งให้ กกอ. ทราบ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่
ออกประกาศ
ข้อ ๕ เพื่อให้วารสารทางวิชาการตามข้อ ๓ ได้มีการพัฒนาข้ึนไปเป็นที่ยอมรับตามข้อ ๒
จึงกําหนดให้หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการตามข้อ ๓ มีผลบังคับใช้เป็นเวลา ๓ ปี นับตั้งแต่
วันท่รี ะเบียบน้ีมผี ลบงั คบั ใช้ หากพ้นระยะเวลาดังกลา่ ว กกอ. จะไม่รับรองวารสารตามข้อ ๓
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๑ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๕๕๖
(รองศาสตราจารย์ คุณหญงิ สมุ ณฑา พรหมบญุ )
ประธานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา
ภาคผนวก 171
เอกสารแนบทา้ ยระเบียบ
วารสารทางวิชาการที่เปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ที่ กกอ. กําหนด ได้แก่ วารสารที่มีชือ่ อย่ใู น
ฐานข้อมูลท่ีเปน็ ทีย่ อมรับในระดับชาติและระดบั นานาชาติ ดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. ฐานขอ้ มลู ระดับนานาชาติ
- Academic Search Premier (http://www.ebsco.com/home)
(select ebscohost and then academic search premier)
- Agricola (http://agricola.nal.usda.gov)
- BIOSIS (http://www.biosis.org)
- CINAHL (http://www.ebscohost.com/academic/cinahl-plus-with-full-text)
- EiCOMPENDEX (http://www.ei.org)
- ERIC (http://www.eric.ed.gov/)
- H.W.Wilson (http://www.ebscohost.com)
(select ebscohost and then H.W.Wilson)
- Infotrieve (http://www.infotrieve.com)
- Ingenta Connect (http://www.ingentaconnect.com)
- INSPEC (http://www.theiet.org/publishing/inspec)
- MathSciNet (http://www.ams.org/mathscinet)
- MEDLINE/Pubmed (http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/)
- PsycINFO (http://www.apa.org/pubs/databases/psycinfo/index.aspx)
- Pubmed (http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/)
- ScienceDirect (http://www.sciencedirect.com)
- SciFinder (https://scifinder.cas.org/)
- Scopus (http://www.info.scopus.com)
- Social Science Research Network
(http://papers.ssrn.com/sol3/DisplayAbstractSearch.cfm)
- Web of Knowledge (http://wokinfo.com)
๒. ฐานข้อมลู ระดบั ชาติ ได้แก่ ศูนยด์ ัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai Journal
Citation Index -- TCI) เฉพาะวารสารท่มี ชี ่อื อยใู่ นกลุม่ ที่ ๑ และกลมุ่ ท่ี ๒
(http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/list%20journal.php)
หมายเหตุ กรณีที่มีการเปลีย่ นแปลงชื่อฐานขอ้ มูล กกอ. จะไดม้ ีการประกาศเพมิ่ เติมต่อไป
172 คมู่ ือการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศกึ ษา พ.ศ.2557
เลม่ ๑๓๐ ตอนพเิ ศษ ๑๒๗ ง หนา้ ๑๔ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖
ราชกจิ จานุเบกษา
ประกาศ ก.พ.อ.
เรอื่ ง หลักเกณฑก์ ารพจิ ารณาวารสารทางวชิ าการ สําหรบั การเผยแพร่ผลงานทางวชิ าการ
พ.ศ. ๒๕๕๖
ด้วยประกาศ ก.พ.อ. เร่ือง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดํารงตําแหน่ง
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ กําหนดหลักเกณฑ์
ของผลงานทางวชิ าการท่ีใช้ประกอบในการพิจารณาแต่งต้ังบุคคลให้ดํารงตําแหน่งทางวิชาการ ว่าจะต้องมี
คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ท่ี ก.พ.อ. กําหนด สําหรับตําแหน่งท่ีเสนอขอ และจะต้องได้รับการเผยแพร่
ตามหลักเกณฑท์ ี่ ก.พ.อ. กําหนด
อาศยั อํานาจตามความในมาตรา ๑๔ (๓) และมาตรา ๑๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติ
ระเบยี บขา้ ราชการพลเรอื นในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ก.พ.อ. จึงกําหนดหลักเกณฑ์
การพิจารณาวารสารทางวิชาการทั้งท่ีเป็นรูปเล่มสิ่งพิมพ์หรือเป็นวารสารออนไลน์ สําหรับการเผยแพร่
ผลงานทางวิชาการเพอื่ ให้สถาบันอุดมศึกษาถอื ปฏิบตั เิ ป็นมาตรฐานเดยี วกนั ไวด้ งั ตอ่ ไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศ ก.พ.อ. น้ีให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปน็ ตน้ ไป
ข้อ ๒ การเผยแพร่ผลงานทางวิชาการตามประกาศนี้ ให้สภาสถาบันอุดมศึกษาใช้วารสาร
ทางวชิ าการที่มรี ายชอ่ื อยูใ่ นฐานข้อมูลทเี่ ป็นที่ยอมรับในระดับชาติและระดบั นานาชาติ ตามเอกสารแนบท้าย
ประกาศนี้
ขอ้ ๓ ในกรณีวารสารทางวิชาการที่ไม่อยูใ่ นฐานข้อมลู ตามข้อ ๒ ใหส้ ภาสถาบันอุดมศึกษา
อาจพิจารณายอมรบั วารสารทางวชิ าการ สําหรับการเผยแพรผ่ ลงานทางวิชาการ ตามหลักเกณฑด์ งั นี้
(๑) มกี ําหนดการเผยแพรท่ ่แี น่นอนชดั เจน และสม่าํ เสมอ อยา่ งนอ้ ยปลี ะ ๒ ฉบับ
(๒) มีการระบุสํานักพิมพ์หรือหน่วยงานท่ีตีพิมพ์ วัตถุประสงค์ ขอบเขตของวารสาร และ
สาขาวิชาของบทความท่ีจะรับตีพิมพ์
(๓) มคี ณะบรรณาธกิ ารเป็นผู้ทรงคณุ วุฒทิ ีม่ าจากหลากหลายหนว่ ยงาน
(๔) มหี ลักฐานทีต่ รวจสอบได้ว่า วารสารมกี ารแตง่ ตั้งผู้ทรงคณุ วุฒิ (peer reviewer) ท่ีพจิ ารณา
คุณภาพบทความท่ีครอบคลุมสาขาวิชาหรือกลุ่มสาขาวิชาตามวัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร
โดยมีผูท้ รงคุณวุฒิภายนอกหนว่ ยงานทจี่ ัดทําวารสารอยูใ่ นรายช่ือดว้ ย
(๕) บทความทุกบทความมีการควบคุมคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer reviewer) ท่ีตรง
หรอื เกยี่ วเน่ืองกับสาขาของบทความ และไมเ่ ป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสยี กบั ผ้นู ิพนธ์
ภาคผนวก 173
เลม่ ๑๓๐ ตอนพิเศษ ๑๒๗ ง หนา้ ๑๕ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖
ราชกิจจานุเบกษา
(๖) วารสารทุกฉบับมีการเผยแพร่บทความที่มีผู้นิพนธ์จากหลากหลายหน่วยงานท้ังภายใน
และภายนอก กรณีท่ีบทความมีผู้นิพนธ์ร่วมท่ีเป็นบุคคลจากหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอก
ให้ถือว่าเปน็ บทความจากหน่วยงานภายนอก
(๗) มีบทคัดย่อของบทความทเี่ ปน็ ท้งั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษทกุ บทความ กรณีท่ีบทความ
ตพี ิมพ์เปน็ ภาษาตา่ งประเทศอื่น ๆ จะตอ้ งมบี ทคัดยอ่ ทเ่ี ปน็ ภาษาองั กฤษดว้ ย
(๘) มกี ารตีพมิ พบ์ ทความท่มี ีรูปแบบการตพี มิ พ์ทไ่ี ดม้ าตรฐาน เปน็ รปู แบบเดยี วกันในทุกบทความ
ไดแ้ ก่ ชอื่ และทอ่ี ยผู่ นู้ พิ นธ์ บทคัดย่อ ตวั บทความและเอกสารอ้างอิง
ขอ้ ๔ เมอื่ สภาสถาบันอุดมศกึ ษาพจิ ารณายอมรบั วารสารทางวชิ าการตามหลักเกณฑ์ข้อ ๓ แล้ว
ให้จดั ทาํ เป็นประกาศใหท้ ราบเป็นการทั่วไป และแจ้งให้ ก.พ.อ. ทราบ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่
ออกประกาศ
ขอ้ ๕ เพ่ือให้วารสารทางวิชาการตามข้อ ๓ ได้มีการพัฒนาข้ึนไปเป็นที่ยอมรับตามข้อ ๒
จึงกําหนดให้หลักเกณฑ์การพิจารณาวารสารทางวิชาการตามข้อ ๓ มีผลบังคับใช้เป็นเวลา ๓ ปี
นับตัง้ แตว่ ันทป่ี ระกาศ ก.พ.อ. นม้ี ผี ลบังคับใช้ หากพ้นระยะเวลาดงั กลา่ ว ก.พ.อ. จะไม่รับรองวารสาร
ตามข้อ ๓
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
จาตุรนต์ ฉายแสง
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธิการ
ประธาน ก.พ.อ.
174 คมู่ อื การประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา พ.ศ.2557
เอกสารแนบทา้ ยประกาศ
วารสารทางวิชาการทเี่ ป็นไปตามหลักเกณฑท์ ี่ ก.พ.อ. กาํ หนด ได้แก่ วารสารทีม่ ีชือ่ อยู่ใน
ฐานข้อมูลทเี่ ปน็ ท่ียอมรบั ในระดับชาตแิ ละระดบั นานาชาติ ดงั ต่อไปนี้
๑. ฐานข้อมูลระดับนานาชาติ
- Academic Search Premier (http://www.ebsco.com/home)
(select ebscohost and then academic search premier)
- Agricola (http://agricola.nal.usda.gov)
- BIOSIS (http://www.biosis.org)
- CINAHL (http://www.ebscohost.com/academic/cinahl-plus-with-full-text)
- EiCOMPENDEX (http://www.ei.org)
- ERIC (http://www.eric.ed.gov/)
- H.W.Wilson (http://www.ebscohost.com)
(select ebscohost and then H.W.Wilson)
- Infotrieve (http://www.infotrieve.com)
- Ingenta Connect (http://www.ingentaconnect.com)
- INSPEC (http://www.theiet.org/publishing/inspec)
- MathSciNet (http://www.ams.org/mathscinet)
- MEDLINE/Pubmed (http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/)
- PsycINFO (http://www.apa.org/pubs/databases/psycinfo/index.aspx)
- Pubmed (http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/)
- ScienceDirect (http://www.sciencedirect.com)
- SciFinder (https://scifinder.cas.org/)
- Scopus (http://www.info.scopus.com)
- Social Science Research Network
(http://papers.ssrn.com/sol3/DisplayAbstractSearch.cfm)
- Web of Knowledge (http://wokinfo.com)
๒. ฐานขอ้ มลู ระดบั ชาติ ไดแ้ ก่ ศนู ยด์ ัชนกี ารอ้างองิ วารสารไทย (Thai Journal
Citation Index -- TCI) เฉพาะวารสารทีม่ ีชอื่ อยู่ในกลมุ่ ท่ี ๑ และกลมุ่ ท่ี ๒
(http://www.kmutt.ac.th/jif/public_html/list%20journal.php)
หมายเหตุ กรณีทม่ี กี ารเปลี่ยนแปลงชื่อฐานขอ้ มลู ก.พ.อ. จะไดม้ กี ารประกาศเพม่ิ เตมิ ต่อไป
ภาคผนวก 175
คณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดบั อดุ มศกึ ษา
ประธานกรรมการ ศาสตราจารยเ์ กียรติคณุ กติ ตชิ ัย วัฒนานิกร
รองประธานกรรมการ เลขาธิการคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา
(รองศาสตราจารย์พนิ ติ ิ รตะนานุกูล)
กรรมการ ศาสตราจารย์วชิ ัย ริ้วตระกลู
ศาสตราจารยช์ าญณรงค์ พรรุ่งโรจน ์
รองศาสตราจารย์ คุณหญิงสมุ ณฑา พรหมบญุ
รองศาสตราจารยอ์ านนท์ เท่ียงตรง
นายถนอม อนิ ทรกำ� เนดิ
นายไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ
นายพานชิ เหลา่ ศริ ิรตั น์
นางวราภรณ์ สหี นาท
กรรมการและเลขานกุ าร รองเลขาธกิ ารคณะกรรมการการอดุ มศึกษา
(นายสภุ ทั ร จำ� ปาทอง)
ผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร นางสาวนชุ นภา รื่นอบเชย
นางสาวนพรตั น์ ประสาทเขตการณ์
คณะอนุกรรมการพัฒนาการประกันคุณภาพการศกึ ษาภายในระดับอดุ มศกึ ษา
อนกุ รรมการท่ีปรึกษา รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(นายสภุ ัทร จำ� ปาทอง)
ศาสตราจารย์เกียรตคิ ุณกิตติชัย วฒั นานิกร
ประธานกรรมการ ศาสตราจารย์วุฒิชัย ธนาพงศธร
อนกุ รรมการ ศาสตราจารยบ์ วรศลิ ป์ เชาวน์ชน่ื
ศาสตราจารย์สวุ ิมล วอ่ งวาณิช
ศาสตราจารยช์ ัย จาตรุ พทิ กั ษ์กลุ
รองศาสตราจารย์สมบรู ณ์วัลย์ สัตยารกั ษว์ ิทย์
รองศาสตราจารยศ์ รสี มรกั อนิ ทจุ ันทรย์ ง
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์จินดา งามสุทธิ
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ประเสรฐิ อคั รประถมพงศ์
ผูช้ ่วยศาสตราจารยป์ รานี พรรณวิเชยี ร
นายชศู ักด์ิ เตชะวิเศษ
ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั มาตรฐานและประเมนิ ผลอดุ มศกึ ษา
(นางสาวนชุ นภา รืน่ อบเชย)
เลขานุการ นางสาวนพรตั น์ ประสาทเขตการณ์
ผู้ชว่ ยเลขานุการ นายเมธัส บรรเทิงสุข
นางสาวปภาวดี โพธิถ์ วลิ