แผนการจัดการเรยี นรูม้ งุ่ เนน้ สมรรถนะ
ชอ่ื วิชา การประมาณการระบบไฟฟ้า รหัสวิชา 30104-2202 ทฤษฎี 3 ปฏิบัติ - หน่วยกิต 3
หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพ หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชน้ั สูง
ประเภทวิชาชา่ งอุตสาหกรรม
สาขาวชิ า ช่างไฟฟ้ากำลงั
สาขางาน ไฟฟ้ากำลงั
จดั ทาํ โดย
ว่าท่ี ร.ต.ประจวบ แสงวงค์
แผนกวชิ าช่างไฟฟ้ากำลัง
วิทยาลยั เทคนคิ สว่างแดนดนิ
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ
คำนำ
แผนการจดั การเรียนรู้ มงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ วิชา การประมาณการระบบไฟฟ้าเลม่ นี้ จดั ทาขนึ้ เพ่อื
เป็นแนวทางในการสอนแต่ละสปั ดาห์ โดยจดั ทาเป็นหน่วยการสอน ทงั้ หมด 9 หน่วย
ในแตล่ ะหน่วยการสอน ประกอบดว้ ย หวั ขอ้ เร่ือง สาระสาคญั สมรรถนะอาชีพท่พี งึ ประสงค์ เนอื้ หา
สาระ กิจกรรมการเรียนการสอน งานท่มี อบหมาย ส่อื การเรียนการสอน ใบเฉลยแบบฝึกหดั ใบประเมินผล
และบนั ทกึ หลงั การสอน แผนการสอนเลม่ นีย้ งั มกี ารบรู ณาการคณุ ธรรมจรยิ ธรรมเขา้ ไปในแผนการสอน
เพ่อื ใหน้ กั ศกึ ษามีความสามารถตามจดุ ม่งุ หมายทางการศกึ ษา 3 ดา้ นคือ ดา้ นพทุ ธิพิสยั จิตพิสยั และ
ทกั ษะพสิ ยั แผนการสอนเลม่ นจี้ ะเป็นประโยชนส์ งู สดุ กบั นกั ศกึ ษาระดบั ปว.ส.แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากาลงั
ว่าท่ี ร.ต.ประจวบ แสงวงค์
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
แผนการจัดการเรียนรู้
รหสั วิชา 30104-2202 ชื่อวิชา การประมาณการระบบไฟฟ้า
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) 2563
จดุ ประสงค์รายวชิ า เพ่อื ให้
1. เขา้ ใจหลกั การ ข้นั ตอนการทาแบบติดต้งั
2. สามารถแยกและประมาณรายการวสั ดุอปุ กรณ์จากแบบ
3. มีกิจนิสยั ในการทางานร่วมกบั ผอู้ ื่นดว้ ยความประณีต รอบคอบและศึกษาคน้ ควา้ เพม่ิ เติม
สมรรถนะรายวชิ า
1. แสดงความรู้เก่ียวกบั หลกั และวธิ ีการการวางแผนระบบงานไฟฟ้าจากแบบไฟฟ้า
2. ประเมินคา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนินการและค่ารายงการวสั ดุอปุ กรณ์
3. ใชโ้ ปรแกรมช่วยคานวณเพ่ือทาการเสนอราคา
คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาเก่ียวกบั วธิ ีการดาเนินการ การวางแผนระบบงานระบบไฟฟ้าจากแบบไฟฟ้า ส่วนสาคญั ของ
วิธีการเดินสาย แยกรายการ การทาแบบติดต้งั จริง การประเมิน ประมาณการไฟฟ้าความตอ้ งการ การจดั เตรียม
คา่ ใชจ้ ่ายในการดพเนินงาน ประมาณการไฟฟ้าและค่าแรงงาน การใชโ้ ปรแกรมคานวณช่วยในการทาใบเสนอ
ราคา
แผนการจัดการเรียนรู้แบบเน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 1
ชื่อวิชา การประมาณการระบบไฟฟ้า (3104 - 2201) จานวน 10 ช่ัวโมง
ช่ือหน่วย : องคป์ ระกอบพ้ืนฐานระบบไฟฟ้า
สาระสาคญั
ระบบการจ่ายพลงั งานไฟฟ้าที่ดีที่สุดสาหรับอาคารหลงั หน่ึง ๆ คือ ระบบซ่ึงสามารถจ่ายพลงั งานไฟฟ้า
อย่างปลอดภัย และเพียงพอสาหรับโหลดในปัจจุบันและอนาคต เน่ืองจากปัจจุบันอาคารแต่ละหลังมี
โครงสร้างอาคารและการวางระบบไฟฟ้าไม่เหมือนกนั ความตอ้ งการทางไฟฟ้าจึงแตกต่างกนั ผอู้ อกแบบจึง
ควรใหค้ วามสาคญั ในการออกแบบระบบไฟฟ้า โดยนาขอ้ มูลและรายละเอียดของโหลดท้งั หมดมาสรุปเพ่ือจะ
ออกแบบระบบไฟฟ้าของอาคารแต่ละหลงั ตอ่ ไป
สาระการเรียนรู้
1.1 องคป์ ระกอบพ้ืนฐานสาหรับการออกแบบระบบไฟฟ้า
1.2 ระบบการจ่ายพลงั งานไฟฟ้า
1.3 การพิจารณาแรงดนั ไฟฟ้า
ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวัง
1. สามารถอธิบายเก่ียวกบั องคป์ ระกอบพ้ืนฐานสาหรับการออกแบบระบบไฟฟ้าได้
2. สามารถอธิบายเก่ียวกบั ระบบการจ่ายพลงั งานไฟฟ้าได้
3. สามารถอธิบายการพิจารณาแรงดนั ไฟฟ้าได้
เนื้อหา
1.1 องค์ประกอบพื้นฐานสาหรับการออกแบบระบบไฟฟ้า
องค์ประกอบพ้ืนฐานที่มีความสาคัญในการออกแบบระบบไฟฟ้าซ่ึงเกี่ยวเน่ืองกับด้านของความ
ปลอดภยั ความเชื่อถือ เพราะระบบไฟฟ้าอาจจาเป็นตอ้ งตดั กระแสไฟฟ้าบางคร้ัง ความง่ายต่อการใชง้ านของ
ผใู้ ชง้ าน ความสม่าเสมอของแรงดนั การดูแลรักษา ความคล่องตวั ค่าใชจ้ ่ายเริ่มตน้ ซ่ึงสามารถแบ่งไดเ้ ป็ น 7
องคป์ ระกอบ มีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี
1. ความปลอดภัย ความปลอดภยั เป็ นสิ่งแรกท่ีตอ้ งคานึงถึงของผูอ้ อกแบบระบบ และเป็ นสิ่งสาคญั
สาหรับการออกแบบระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม และจะตอ้ งไม่ทาใหเ้ กิดอนั ตรายต่อบุคคล ส่ิงที่ตอ้ ง
พิจารณาในเรื่องระบบความปลอดภยั คอื การเลือกใชว้ สั ดุตามมาตรฐานและอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ท่ีจะใช้
2. ความเชื่อถือได้ ในบางคร้ังระบบไฟฟ้าจะตอ้ งตดั กระแสไฟฟ้า ในขณะท่ีเราตอ้ งการใช้พลงั งาน
อย่างต่อเน่ือง ซ่ึงการออกแบบระบบไฟฟ้าจะตอ้ งทาให้จุดบกพร่องเหล่าน้ีเกิดข้ึนน้อยท่ีสุด เพ่ือให้วางใจ
ในระบบไดส้ ูงสุด และมีราคาท่ีเหมาะสม
3. ความง่ายในการใช้งาน ความง่ายในการใชง้ านนบั เป็นส่ิงสาคญั มากเพื่อความปลอดภยั และสามารถ
ทางานท่ีเชื่อถือได้ ขอ้ สาคญั คือ การทางานของระบบจะตอ้ งพยายามทาให้เป็ นแบบท่ีง่ายที่สุด เท่าที่จะเป็ น
ไปไดเ้ พื่อใหต้ รงตามความตอ้ งการของการผลิต
4. แรงดันสม่าเสมอ แรงดันท่ีสม่าเสมอจะทาให้การทางานของระบบมีเสถียรภาพแรงดันที่
ไม่สม่าเสมอจะทาใหอ้ ายขุ องอปุ กรณ์ไฟฟ้าส้ันลง แรงดนั ท่ีเป็นประโยชน์ต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าจะตอ้ งรักษาไม่ให้
เกิดขดี จากดั ภายใตส้ ภาวะโหลดปกติ
5. การดูแลรักษา ในการออกแบบระบบไฟฟ้าการดูแลรักษามีความสาคญั มาก เราจะตอ้ งให้ระบบ
การจ่ายไฟฟ้าสามารถดูแลรักษา ตรวจสอบ ซ่อมแซม และทาความสะอาดไดง้ า่ ย
6. ความคล่องตัว ระบบไฟฟ้าท่ีดีจะตอ้ งสามารถดดั แปลง ปรับปรุง และขยายระบบได้ในอนาคต
สิ่งท่ีจาเป็ นตอ้ งพิจารณาคือ แรงดนั และกระแสไฟฟ้า ควรเผ่ือท่ีว่างไวส้ าหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสม
กบั โหลดที่จะมีเพ่มิ ข้นึ
7. ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ค่าใชจ้ ่ายเริ่มตน้ นบั เป็นส่ิงจาเป็นสาหรับความปลอดภยั ความเช่ือถือได้ ความสม่า
เสมอของแรงดนั การดูแลรักษา และเพ่ือการขยายในอนาคต ดงั น้นั ผูอ้ อกแบบจะตอ้ งพิจารณาเลือกใชแ้ บบ
ท่ีดีท่ีสุดใหเ้ หมาะสมกบั การใชง้ านเพือ่ ลดตน้ ทนุ
1.2 ระบบการจ่ายพลงั งานไฟฟ้า
ระบบการจ่ายพลงั งานไฟฟ้ามีอยู่ 4 ระบบดว้ ยกนั คือ ระบบสายประธานเดี่ยว ระบบสายประธานคู่
ระบบสายประธานสองชุด และระบบสปอตเน็ตเวริ ์ก
1. ระบบสายประธานเด่ียว เป็ นระบบจ่ายไฟสายประธานเดี่ยว และจ่ายเข้าหม้อแปลง จ่ายเข้า
สายป้อน ท้งั หมดดังรูปท่ี 1.1 ขอ้ ดีของระบบน้ี คือ เป็ นระบบที่ง่ายท่ีสุด ราคาถูกที่สุด ง่ายต่อการป้องกนั
การจดั ลาดบั เวลาการทางานและอุปกรณ์ใชง้ านทุกชิ้น ระบบน้ีจึงเหมาะสาหรับโรงงาน ขนาดย่อมท่ีสามารถ
หยดุ การผลิตได้
รูปที่ 1.1 ระบบสายประธานเดี่ยว
2. ระบบสายประธานคู่ เป็นระบบท่ีเหมือนกบั สายประธานเด่ียว เพียงแต่เพ่ิมวงจรสาหรับให้รับไฟ
เป็นวงจรคู่ ดงั รูปที่ 1.2 ซ่ึงในระบบน้ีทาเพื่อจุดประสงคท์ ่ีจะมารองรับกรณีสายไฟฟ้าแรงสูงชุดใดชุดหน่ึงเกิด
ความเสียหายขดั ขอ้ งหรือแกไ้ ข กใ็ ชอ้ ีกชุดหน่ึงเป็นตวั จ่ายแทน ขอ้ ดีของระบบน้ีกค็ ือ มีความน่าเช่ือถือ
รูปท่ี 1.2 ระบบสายประธานคู่
3. ระบบสายประธานสองชุด ระบบน้ีจะทางานเป็ นแบบระบบสายประธานเด่ียว 2 ชุด ดงั รูปที่ 1.3
แต่ละชุดถูกเชื่อมโยงดว้ ยตวั ตัดตอนอัตโนมตั ิ ถา้ สายไฟแรงสูงหรือหม้อแปลงชุดใดชุดหน่ึงเกิดเสียหาย
ตัวตัดตอนอัตโนมัติจะปลดวงจรชุดน้ัน และตัวตัดตอนอัตโนมัติเชื่อมโยงจะเชื่อมต่อวงจรถึงกันทนั ที
ซ่ึงอาจจะเป็นแบบอตั โนมตั ิหรือไม่อตั โนมตั ิกไ็ ด้ ระบบสายประธานสองชุดเป็นวงจรที่นิยมใชก้ นั มากที่สุดใน
ขณะน้ี เพราะมีหม้อแปลงสองชุดซ่ึงแต่ละตัวสามารถจ่ายพลังงานให้กับโหลดได้ท้ังหมด ดังน้ันเม่ือ
หมอ้ แปลงเกิดความเสียหายอีกชุดหน่ึงก็สามารถจ่ายพลงั งานแทนไดท้ นั ทีโดยไม่เกิดความเสียหายภายใน
ระบบเพอ่ื จะใหห้ มอ้ แปลงทางานไดด้ ีควรพจิ ารณาส่ิงตอ่ ไปน้ี
รูปที่ 1.3 ระบบสายประธานสองชุด
ก. หมอ้ แปลงท้งั สองตวั ตอ้ งมีขนาดใหญ่เพ่อื ใหแ้ ต่ละตวั สามารถรับโหลดไดท้ ้งั หมด
ข. ตอ้ งมีพดั ลมระบายความร้อนสาหรับหมอ้ แปลงในช่วงสภาวะฉุกเฉิน
ค. ปลดโหลดที่ไมจ่ าเป็นในช่วงสภาวะฉุกเฉิน
ง. ใช้ขนาดอุปกรณ์ป้องกันโหลดเกินตามความสามารถของหม้อแปลง และสามารถทางานได้
โดยไมท่ าใหอ้ ายกุ ารใชง้ านของหมอ้ แปลงตอ้ งเสียไป
สาหรับขอ้ ดีของระบบน้ี คือ หมอ้ แปลงท้งั สองแยกกนั โดยมีตวั ตดั ตอนอตั โนมตั ิเป็นตวั เช่ือมโยง เม่ือ
เกิดความเสียหายกบั ตวั ใดตวั หน่ึงทาใหร้ ะบบน้ีเป็นระบบที่ไดค้ วามเช่ือถือมาก
4. สปอตเน็ตเวิร์ก ระบบน้ีจะประกอบดว้ ยหม้อแปลงจ่ายไฟ 2 ชุด ข้ึนไปแลว้ แต่ความตอ้ งการ
ของระบบและต่อแยกเป็ นอิสระกนั ส่วนทางดา้ นแรงต่าจะต่อขนานโดยผ่านตดั ตอนอตั โนมัติชนิดพิเศษ
เรียกว่า เน็ตเวิร์กโปรเทคเตอร์ ดังรูปท่ี 1.4 ถ้าสายไฟแรงสูงหรือหม้อแปลงชุดใดชุดหน่ึงเกิดขัดข้อง
หมอ้ แปลงตวั อ่ืน ๆ จะป้อนผา่ นเน็ตเวิร์กโปรเทคเตอร์ไปยงั จุดท่ีขดั ขอ้ ง พลงั งานไฟฟ้าที่ป้อนกลบั เป็นเหตุให้
เน็ตเวิร์กโปรเทคเตอร์เปิ ดวงจร และปลดแหล่งจ่ายจากวงจรแรงดนั ต่า สาหรับระบบจ่ายไฟน้ีแรงดนั จะมี
ความสม่าเสมอของแรงดันดีมากมีราคาแพง เพราะเน็ตเวิร์กโปรเทคเตอร์มีราคาสูง จึงเหมาะกบั ระบบที่
ตอ้ งการเสถียรภาพสูง
รูปที่ 1.4 สปอตเน็ตเวริ ์ก
1.3 การพจิ ารณาแรงดนั ไฟฟ้า
ขนาดแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายของระบบท่ีจ่ายให้กบั อุปกรณ์ไฟฟ้าจะตอ้ งมีค่าเท่ากนั ดังน้ันจาเป็ นตอ้ ง
พิจารณาแรงดนั ไฟฟ้าท่ีจ่ายให้กบั ระบบใดก็ตามต่างก็ตอ้ งการความสม่าเสมอของแรงดนั เพ่ือใหใ้ ชป้ ระโยชน์
กบั อุปกรณ์ไฟฟ้าภายใตส้ ภาวะทางานปกติ แรงดนั ที่ตอ้ งพิจารณา คือ ระบบจาหน่ายแรงดนั ต่า และระบบ
จาหน่ายแรงดนั สูง
ระบบจาหน่ายแรงดันต่า ระบบแรงดนั มาตรฐานของระบบจาหน่ายแรงดนั ต่าของประเทศไทย แบ่ง
ออกเป็นระบบจาหน่ายเฟสเดียว และระบบจาหน่ายสามเฟส
ก. ระบบจำหน่ำยเฟสเดียว จะจาหน่ายเป็ นชนิดเฟสเดียวสองสาย (1 2 W) 220 V และชนิดเฟส
เดียวสามสาย (1 3 W) 220/440 V ดงั รูปท่ี 1.5
รูปที่ 1.5 ระบบจาหน่ายเฟสเดยี ว
ข. ระบบจำหน่ำยสำมเฟส จะจาหน่ายเป็นชนิดสามเฟสสามสาย (3 3 W) 220 V และชนิดสามเฟสส่ีสาย
(3 4 W) 380/220 V ดงั รูปท่ี 1.6
รูปที่ 1.6 ระบบจาหน่ายสามเฟส
แรงดัน 380/220 V เหมาะสาหรับจ่ายให้กบั อาคารพาณิชยห์ รือโรงงานอุตสาหกรรม และสาหรับ
โรงงานท่ีใชม้ อเตอร์ขนาดใหญ่ ๆ หรือโหลดมาก ๆ อาจเลือกใชแ้ รงดนั สูงกวา่ น้ี เช่น 3kV หรือ 5 kV แตต่ อ้ งมี
การป้องกนั เป็นพิเศษ
ระบบจาหน่ายแรงดันสูง สาหรับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ท่ีใช้อยู่ขณะน้ีส่วนใหญ่
เป็ นแรงดันขนาดปานกลางคือ 69 kV, 24 kV และ 12 kV ส่วนระบบแรงดันไฟฟ้าของการไฟฟ้าภูมิภาค
(PEA) จะมีขนาด 33 kV, 22 kV และ 11 kV โดยปกติทวั่ ไประบบท่ีมีขนาด 1,000 kVA หรือมากกวา่ จะจ่าย
แรงดนั สูงไปที่ ศนู ย์กลำงกำรจ่ำย ดงั รูปที่ 1.7 เป็นการไดเ้ ปรียบมากที่สุด ดงั ตวั อยา่ งในรูปสายป้อน แรงดนั สูง
วงจรท่ี 1 และ 2 แตล่ ะวงจรมีโหลด 400 kVA ส่วนสายป้อนวงจรท่ี 3 มีโหลด 200 kVA ระบบไฟฟ้าแรงดนั 12
kV 3 เฟส สาหรับสายป้อนวงจรท่ี 1 และ 2 จะจ่ายกระแส 400/ ( 3 12)
เท่ากบั 19.2 A สายป้อนวงจรท่ี 3 เท่ากบั 9.6 A ดงั น้นั โหลดท้งั หมด 1,000
kVA 3 เฟส จะจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ 19.2 + 19.2 + 9.6 ซ่ึงเทา่ กบั 48 A 12 kV
รูปท่ี 1.7 การจ่ายแรงดนั สูงไปที่ศนู ยก์ ลางการจ่าย
1.4 ระบบสายไฟฟ้า
ตวั นาไฟฟ้าที่นิยมใช้ ไดแ้ ก่ ทองแดง และอะลูมิเนียม แต่เพ่ือคุณภาพทางไฟฟ้าและทางกล จะเลือก
ตวั นาทองแดง ดังรูปท่ี 1.8 ในทานองเดียวกันจะเลือกใช้ตวั นาอะลูมิเนียมกรณีน้าหนักเบา ราคาถูก และ
ต่อตา้ นการเป็นสนิมไดด้ ี ส่วนเงินเป็นตวั นาท่ีนาไฟฟ้าดีท่ีสุดแตม่ ีราคาแพงมาก
รูปท่ี 1.8 ตวั นาไฟฟ้าทองแดงแรงสูงและแรงต่า
1.4.1 การออกแบบเลือกใช้ชนิดของสายไฟฟ้า การออกแบบท่ีดีผอู้ อกแบบตอ้ งมีการพิจารณาถึงขอ้
จาเป็นดงั ตอ่ ไปน้ี
ก. ทำงไฟฟ้ำ ตอ้ งคานึงขนาดสาย ชนิด ความหนาแน่นของฉนวน ความแข็งแรงของฉนวนต่อ
แรงดนั ไฟฟ้าและการนาไปใชง้ าน เพราะโหลดแต่ละอยา่ งกินกระแสไม่เทา่ กนั
ข. ควำมร้อน เม่ือความร้อนท่ีเกิดจากบริเวณรอบ ๆ เพมิ่ ข้ึนทาใหค้ วามตา้ นทานของสายไฟเพ่ิมข้ึน
ยอ่ มเป็นผลทาใหม้ ีอุณหภมู ิสูงข้ึน
ค. ทำงกล ตอ้ งเหนียวและยดื หยนุ่ ได้
ง. ทำงเคมี ตอ้ งเลือกวสั ดุที่สามารถต่อน้ามนั เปลวไฟ โอโซน แสงอาทิตย์ กรดต่าง ๆ หรืออยา่ ง
หน่ึงอยา่ งใดโดยเฉพาะ
1.4.2 การพจิ ารณาเลือกขนาดสายไฟฟ้า
การเลือกขนาดสายไฟฟ้าเป็นส่ิงสาคญั อยา่ งยิง่ เพราะถา้ เราเลือกขนาดไดเ้ หมาะสมจะทาให้ระบบมี
การสูญเสียนอ้ ย และการทานของระบบเป็นไปอยา่ งมีเสถียรภาพ ส่ิงท่ีตอ้ งพจิ ารณามีดงั น้ี
1. ขนำดกระแสของสำยไฟ สายไฟฟ้าตอ้ งสามารถทนต่อแรงดนั ไฟฟ้า และอณุ หภมู ิ ซ่ึงพจิ ารณา
เลือกไดด้ งั น้ี
ก. ขนาดกระแสของสายไฟตาม NEC 310-16
ข. ขนาดกระแสของสายไฟตาม มอก. 11-2518 เป็นสายไฟตวั นาทองแดงหุ้มดว้ ยฉนวนและ
เปลือกนอกเป็น PVC
ค. ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าแรงดนั เกิน 1,000 V ตาม ว.ส.ท. 2001-24 เป็ นสายไฟชนิด
ตวั นาทองแดงหุม้ ดว้ ยฉนวนแรงดนั เกิน 1,000 V
2. ภำวะโหลดเกินกะทันหัน โหลดปกติฉนวนของสายไฟสามารถมีอายุการใช้งานได้ถึง
ประมาณ 20-30 ปี แตถ่ า้ โหลดเพ่มิ ข้ึนมากกวา่ ปกติในช่วงระยะเวลาหน่ึง ๆ ทาใหอ้ ณุ หภูมิเพิม่ ข้นึ ดงั น้นั โหลด
เกินกะทนั หนั ไมค่ วรเกิน 100 ชวั่ โมงต่อปี
3. แรงดันตก ขนาดของสายไฟตอ้ งมีขนาดใหญ่เพียงพอจะรับแรงดนั ตกไม่เกินกว่าขอ้ กาหนด
4. กระแสลดั วงจร ภายใตภ้ าวะลดั วงจร อณุ หภมู ิของสายไฟจะเพิ่มข้ึนอยา่ งรวดเร็ว ดงั น้นั ฉนวน
ตอ้ งสามารถทนกระแสลดั วงจรไม่เกิน 10 วนิ าที
สรุปเนื้อหา
เน้ือหาในบทน้ีเป็นความรู้พ้ืนฐานสาหรับระบบไฟฟ้าซ่ึงไดก้ ล่าวถึงองคป์ ระกอบพ้ืนฐานสาหรับ การ
ออกแบบระบบไฟฟ้า ซ่ึงสามารถแบ่งไดเ้ ป็น 7 องคป์ ระกอบ คอื
1. ความปลอดภยั 2. ความเช่ือถือได้ 3. ความง่ายในการใชง้ าน 4. แรงดนั สม่าเสมอ
5. การดูแลรักษา 6. ความคล่องตวั 7. คา่ ใชจ้ ่ายเร่ิมตน้
ระบบการจ่ายพลงั งานไฟฟ้ามีอยู่ 4 ระบบดว้ ยกนั คอื
1. ระบบสายประธานเด่ียว 3. ระบบสายประธานสองชุด
2. ระบบสายประธานคู่ 4. สปอตเน็ตเวิร์ก
กำรพิจำรณำแรงดันไฟฟ้ำ แรงดนั ที่ตอ้ งพิจารณา คือ ระบบจาหน่ายแรงดนั ต่า และระบบจาหน่าย
แรงดนั สูง
ระบบสำยไฟฟ้ำ การออกแบบเลือกใชช้ นิดของสายไฟฟ้าตอ้ งมีการพิจารณาถึงคุณสมบตั ิ
ก. ทางไฟฟ้า ข. ความร้อน ค. ทางกล ง.ทางเคมี
กำรพิจำรณำเลือกขนำดสำยไฟฟ้ำ ส่ิงที่ตอ้ งพจิ ารณามีดงั น้ี
1. ขนาดกระแสของสายไฟ
2. ภาวะโหลดเกินกะทนั หนั
3. แรงดนั ตก
4. กระแสลดั วงจร
แผนการจดั การเรียนรู้แบบเน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 2
ช่ือวิชา การประมาณการระบบไฟฟ้า (30104-2202) จานวน 10 ชั่วโมง
ช่ือหน่วย : วธิ ีการเดินสายไฟฟ้า
สาระสาคญั
วิธีการในการเลือกสายไฟฟ้า สายไฟฟ้าท่ีนิยมใชใ้ นปัจจุบนั ไดแ้ ก่ ทองแดง และอะลูมิเนียม แต่เพื่อ
คุณภาพทางไฟฟ้าและทางกลจะเลือกตวั นาทองแดง ทานองเดียวกนั จะเลือกใช้อะลูมิเนียมกรณีน้าหนักเบา
ราคาถูก และสามารถต่อตา้ นการเป็นสนิมไดด้ ี ท้งั น้ีการเลือกใชว้ สั ดุน้นั ข้ึนอยกู่ บั การใชง้ าน เพราะงานแต่ละ
งานมีลกั ษณะการใชง้ านแตกตา่ งกนั
สาระการเรียนรู้
2.1 ระบบการเดินสายไฟฟ้า
2.2 แรงดนั ตก
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. สามารถอธิบายเก่ียวกบั ระบบการเดินสายไฟฟ้าได้
2. สามารถอธิบายแรงดนั ตกได้
เนื้อหา
2.1 ระบบการเดนิ สายไฟฟ้า
หนา้ ท่ีสาคญั ของสายไฟฟ้า คือสามารถนาพลงั งานจากแหล่งกาเนิดไฟฟ้าไปสู่อุปกรณ์ไฟฟ้า ภายใน
ระบบพลงั งานที่ส่งไปในสายจะสูญเสียไปในรูปของความร้อน วิธีการเดินสายแบบต่าง ๆจะสามารถช่วย
กระจายความร้อนจากสายในอตั ราต่าง ๆ กนั นอกจากน้ีสิ่งท่ีตอ้ งคานึงถึงในลาดบั ตอ่ มาคอื ลกั ษณะการใชง้ าน
และขอ้ กาหนดอนุญาตดงั น้ี
2.1.1 การพจิ ารณาการเดินสายในท่อโลหะหนา หรือท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อ RSC หรือ IMC
ดงั รูปท่ี 2.1 ซ่ึงมีลกั ษณะการใชง้ านต่อไปน้ี
1. สำมำรถติดต้ังได้ทุกสภำวะบรรยำกำศและทุกสถำนที่ ในการติดต้งั ตอ้ งหลีกเลี่ยงการสัมผสั
กบั โลหะต่างชนิดเพื่อขจดั การผกุ ร่อน ท่อน้ีอนุญาตใหใ้ ชเ้ ป็นตวั นาต่อลงดินของบริภณั ฑไ์ ด้
2. ข้องอ ข้อต่อ และอปุ กรณ์ประกอบ อนุญาตใหต้ ิดต้งั ในคอนกรีต หรือฝังดินโดยตรง หรือในที่
ทาใหเ้ กิดการผกุ ร่อน เม่ือไดม้ ีการป้องกนั การผกุ ร่อนและพจิ ารณาใหเ้ หมาะสมตามภาวะที่เกี่ยวขอ้ งแลว้
รูปท่ี 2.1 ท่อโลหะหนาหรือท่อโลหะหนาปานกลางและอุปกรณ์ประกอบ
3. จำนวนตัวนำสูงสุดในท่อร้ อยสำย สามารถดูไดใ้ นตารางและพ้ืนที่ตดั ขวางสูงสุดในท่อร้อยสาย
สามารถดูรายละเอียดของผผู้ ลิตและจาหน่าย
สาหรับขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางทอ่ มีขนาดมาตรฐานต้งั แต่ 1/2" – 6” และความยาวทอ่ ท่อนละ 3 เมตร
2.1.2 การพจิ ารณาเดินสายในท่อโลหะบาง (Electical Metallic Tube) ท่อ EMT ดงั รูปท่ี 2.2 มีลกั ษณะ
การใชง้ านดงั ตอ่ ไปน้ี
1. สำมำรถติดตงั้ ในที่โล่งและท่ีปกปิ ด ควรหลีกเล่ียงการสัมผสั กบั โลหะตา่ งชนิด
2. ข้องอ ข้อต่อ และอุปกรณ์ประกอบ อนุญาตใหต้ ิดต้งั ในคอนกรีตหรือฝังดินโดยตรง หรือในท่ี
ทาใหเ้ กิดการผกุ ร่อน เมื่อไดร้ ับการป้องกนั การผกุ ร่อนและพจิ ารณาใหเ้ หมาะสมตามภาวะที่เก่ียวขอ้ งแลว้
รูปที่ 2.2 ท่อโลหะบางและอปุ กรณ์ประกอบ
3. จำนวนตัวนำสูงสุดในท่อร้ อยสำย สามารถดูไดจ้ ากตาราง และพ้ืนท่ีหนา้ ตดั สูงสุดของสายไฟ
ในทอ่ ร้อยสายในตาราง สามารถดูรายละเอียดของผผู้ ลิตและจาหน่าย
ข้อห้าม หา้ มใชท้ อ่ โลหะบางในกรณีดงั น้ี
ก. ในกรณีท่ีอยรู่ ะหวา่ งหรือหลงั การติดต้งั อาจไดร้ ับความเสียหายทางกายภาพ
ข. เม่ือมีการป้องกนั การผกุ ร่อนโดยวธิ ีเคลือบน้ายาเพียงอยา่ งเดียว
สาหรับเสน้ ผา่ นศูนยก์ ลางของทอ่ มีขนาดมาตรฐานต้งั แต่ 1/2" – 6” และความยาวทอ่ ท่อนละ 3 เมตร
2.1.3 การพจิ ารณาเดนิ สายในท่อโลหะอ่อน มีการพจิ ารณาลกั ษณะการใชง้ านมีรายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี
1. กำรเดินสำยภำยในท่อโลหะอ่อน สาหรับเดินเขา้ มอเตอร์ เดินไปยงั โคมไฟฟ้าหรืออุปกรณ์
อ่ืน ๆ และหา้ มใชท้ ่อโลหะอ่อนตามกรณีดงั น้ี
ก. หา้ มใชท้ ่อโลหะอ่อน สถานที่เปี ยก เวน้ แตใ่ ชส้ ายหุม้ ตะกวั่ หรือออกแบบไวโ้ ดยเฉพาะ
ข. หา้ มใชท้ ่อโลหะออ่ นในช่องข้นึ ลง
ค. หา้ มใชท้ อ่ โลหะอ่อนในหอ้ งเก็บแบตเตอร่ี
ง. หา้ มใชท้ อ่ โลหะอ่อนในสถานท่ีอนั ตราย นอกจากที่อนุญาตไวใ้ น ว.ส.ท. ขอ้ 501
จ. หา้ มใชท้ อ่ โลหะออ่ นฝังดินหรือฝังในคอนกรีต
2. กำรเดินสำยท่อโลหะอ่อนกันนำ้ ดงั รูปท่ี 2.3 มีลกั ษณะการใชง้ านดงั ต่อไปน้ี
ก. ทอ่ โลหะอ่อนกนั น้าใชไ้ ดท้ ้งั การติดต้งั แบบเปิ ดโล่งและแบบซ่อนดงั น้ี
- ในภาวการณ์ติดต้งั การทางาน และการบารุงรักษา ที่ตอ้ งการความอ่อนตวั หรือ ป้องกนั
ของแขง็ ของเหลว หรือไอ
- ตามท่ีอนุญาตไวใ้ น ว.ส.ท. ขอ้ 501, 502 และ 503
ข. หา้ มใชท้ ่อโลหะออ่ นกนั น้าดงั น้ี
- ในที่ซ่ึงจะทาใหเ้ กิดความเสียหายทางกายภาพ
- ในที่ซ่ึงเป็นผลรวมของอุณหภูมิ อนั เกิดจากอุณหภูมิโดยรอบและอณุ หภูมิของตวั นาสูง จน
ทาใหท้ อ่ โลหะออ่ นน้นั เสียหาย
รูปท่ี 2.3 ท่อโลหะออ่ นสาหรับเดินเขา้ มอเตอร์หรืออปุ กรณ์ไฟฟ้า
สาหรับขนาดมาตรฐานเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางของทอ่ โลหะออ่ นมีต้งั แต่ 1/2", 3/4", 1”, 1¼”, 1½”, 2” และ 3”
ในการต่อทอ่ และอปุ กรณ์ประกอบเขา้ กบั กลอ่ งต่อสายสามารถแสดงไดด้ งั รูปท่ี 2.4
รูปที่ 2.4 อปุ กรณ์ประกอบการต่อท่อชนิดต่าง ๆ เขา้ กบั กล่องต่อสาย
2.1.4 การพจิ ารณาเดินสายในช่องเดนิ สายไฟฟ้าบนพืน้ ผิว สาหรับช่องเดินสายไฟฟ้าบนพ้นื ผิว
อนุญาตใหต้ ิดต้งั ไดใ้ นท่ีแหง้ สามารถแสดง ดงั รูปที่ 2.5
(ง) การแยกเดนิ ของช่องเดนิ สายไฟฟ้าและโทรศพั ท์
รูปที่ 2.5 การเดินสายในช่องเดินสายไฟฟ้าบนพ้ืนผิว
ข้อห้าม ในการติดต้งั ช่องเดินสายไฟฟ้าบนพ้นื ผวิ ซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี
ก. หา้ มติดต้งั ในท่ีซ่ึงจะทาใหเ้ กิดความเสียหายทางกายภาพได้
ข. ห้ามติดต้งั ในที่ซ่ึงแรงดนั ระหวา่ งสายต้งั แต่ 300 V หรือมากกว่า นอกจากความหนาของโลหะ
ไมต่ ่ากวา่ 1 mm
ค. ท่ีซ่ึงมีไอทาใหเ้ กิดการผุกร่อนได้
ง. หา้ มติดต้งั ในช่องข้นึ ลง
จ. ในสถานที่อนั ตราย นอกจากอนุญาตไวใ้ น ว.ส.ท. ขอ้ 501
ฉ. หา้ มติดต้งั ใน ที่ซ่อน
หมายเหตุ จานวนตวั นาสูงสุดในช่องเดินสายบนพ้ืนผวิ สามารถ ดูในตารางผผู้ ลิตและจาหน่าย
2.1.5 การพจิ ารณาเดินสายในทางเดินบัส สาหรับการเดินสายในทางเดินบสั ตอ้ งเดินในท่ีเปิ ด และ
มองเห็นเทา่ น้นั ซ่ึงสามารถแสดงดงั รูปที่ 2.6 และ รูปที่ 2.7
รูปที่ 2.6 การใชป้ ลก๊ั อินสวติ ชเ์ ขา้ กบั ปลก๊ั อินของทางเดินบสั
ข้อห้าม ทางเดินบสั หา้ มติดต้งั ในกรณีต่าง ๆ ดงั น้ี
ก. ในกรณีท่ีอาจเกิดความเสียหายทางกายภาพอยา่ งรุนแรง หรือมีไอท่ีทาใหเ้ กิดการผกุ ร่อน
ตอ่ ทางเดินบสั ได้
ข. ในช่องข้นึ ลง
ค. สถานที่อนั ตราย นอกจากอนุญาตไวใ้ น ว.ส.ท. ขอ้ 501
ง. ภายนอกอาคารหรือท่ีเปี ยกช้ืน
รูปที่ 2.7 การใชป้ ลกั๊ อินสวิตชจ์ ่ายใหแ้ ผงยอ่ ยไฟฟ้า
2.1.6 การพจิ ารณาเดนิ สายในไวร์เวย์ ดงั รูปท่ี 2.8 ตามปกติเวยส์ ามารถเดินในที่แหง้ และที่เปี ยกได้ แต่
สาหรับในที่เปี ยกจาเป็นตอ้ งมีปะเกน็ ที่ไดร้ ับการยอมรับ ขนาดมาตรฐานของไวร์เวย์ 4” 4”, 6” 6”,
และ 8” 8” สาหรับความยาวมาตรฐาน 12” 24” และ 60”
รูปที่ 2.8 แบบโครงสร้างของไวร์เวย์
2.1.7 การพจิ ารณาเดินสายบนราง การเดินสายบนรางสามารถแบง่ ออกได้ ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี
1. แบบรำงต่อ ดงั รูปที่ 2.9 แบบน้ีจะมีความกวา้ งมาตรฐานขนาด 6”, 9”, 12”, 18” และ 24” เป็น
แบบทว่ั ๆ ไปใชก้ บั สายไฟขนาดเลก็
รูปท่ี 2.9 การเดินสายบนรางแบบรางต่อ
2. แบบรำงบันได ดงั รูปที่ 2.10 แบบน้ีมีขนาดความกวา้ งมาตรฐาน 6”, 9”, 12”, 18”, 24” และ 30”
จะทาดว้ ยเหลก็ และอะลูมิเนียม เหมาะสาหรับใชเ้ ดินสายไฟขนาดกลางกบั สายไฟขนาดใหญ่
รูปท่ี 2.10 การเดินสายบนรางแบบรางบนั ได
3. แบบรำงพับ สามารถแสดงดงั รูปท่ี 2.11 เป็นโลหะชิ้นเดียวกนั แลว้ พบั ท้งั สองขา้ ง มีขนาด
ความกวา้ งมาตรฐาน 3” และ 4” เหมาะสาหรับเดินสายไฟขนาดเลก็ และสายไฟในระบบควบคมุ
รูปท่ี 2.11 แบบรางพบั
2.1.8 การพิจารณาระบบสายใต้ดิน เคเบิลใตด้ ินอนุญาตให้นาไปใชใ้ นการเดินสายภายในอาคาร
ในท่ีเปี ยก ที่แหง้ หรือที่มีการผกุ ร่อนดว้ ยวิธีการเดินสายที่เหมาะสม
1. ควำมต้องกำรในกำรปิ ดทับสำยขั้นตำ่ สุด เคเบิลฝังใตด้ ิน ท่อร้อยสายหรือช่องเดินสายไฟฟ้าที่
ไดร้ ับการรับรองเพ่ือใชส้ าหรับจุดประสงค์น้ันแลว้ การติดต้งั ให้เป็ นไปตามตารางที่ 2.1 และแสดงตวั อย่าง
ความลึกนอ้ ยที่สุดของเคเบิลดงั รูปที่ 2.12
ตารางท่ี 2.1 ความลึกนอ้ ยสุดสาหรับแรงดนั ระบุไม่เกิน 600 V
วิธีการเดนิ สาย ความลกึ น้อยสุด (cm)
60
เคเบิลฝังดินโดยตรง 15
ทอ่ โลหะหนา 15
ทอ่ โลหะหนาปานกลาง 45
ท่อโลหะหนาซ่ึงไดร้ ับการรับรองใหฝ้ ังดิน 45
โดยตรงไดโ้ ดยไมต่ อ้ งมีคอนกรีตหุม้
ช่องเดินสายไฟฟ้าอื่น ๆ ซ่ึงไดร้ ับการรับรองแลว้ *
หมายเหตุ * ช่องเดินสายไฟฟ้าท่ีไดร้ ับการรับรองใหฝ้ ังดินไดโ้ ดยมีคอนกรีตหุม้ แต่ตอ้ งหุม้ ดว้ ย
คอนกรีตหนาไม่นอ้ ยกวา่ 5 cm
รูปที่ 2.12 แสดงความลึกนอ้ ยสุดของเคเบิลฝังดินโดยตรงและท่อโลหะหนาปานกลาง
2. สำหรับควำมลึกน้อยสุด ไดร้ ับการยกเวน้ ใหล้ ดลงไดอ้ ีกซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี
ก. ในกรณีใชแ้ ผน่ คอนกรีตหนา 5 cm ปิ ดทบั ระยะความลึกลดลงได้ 15 cm
ดงั รูปท่ี 2.13
รูปท่ี 2.13 แสดงความลึกนอ้ ยสุดของเคเบิลฝังดิน
ข. ความตอ้ งการปิ ดทบั สายข้นั ต่าสุดน้ีไม่ใชบ้ งั คบั สาหรับติดต้งั ใตอ้ าคารหรือพ้ืนคอนกรีต ซ่ึง
หนาไมน่ อ้ ยกวา่ 10 cm และยนื่ เลยออกจากแนวติดต้งั ไมน่ อ้ ยกวา่ 15 cm ดงั รูปที่ 2.14
รูปที่ 2.14 ไม่ใชบ้ งั คบั สาหรับติดต้งั ใตอ้ าคารหรือพ้ืนคอนกรีต ซ่ึงหนาไมน่ อ้ ยกวา่ 10 cm
ค. บริเวณท่ีมีจราจรหนาแน่น เช่น ถนนหลวง ตอ้ งมีระยะต่าสุด 60 cm
ง. กรณีที่เป็นวงจรยอ่ ยสาหรับที่อยอู่ าศยั มีแรงดนั ไมเ่ กิน 300 V และมีการป้องกนั กระแส เกิน
ขนาดไมเ่ กิน 30 A อนุญาตใหใ้ ชร้ ะยะความลึก 30 cm ได้
จ. ทางว่ิงในสนานบินรวมท้งั บริเวณหวงหา้ มขา้ งเคียง อนุญาตให้ฝังลึกไดไ้ ม่นอ้ ยกวา่ 45 cm
โดยไมต่ อ้ งใชช้ ่องเดินสายไฟฟ้าหรือหุม้ คอนกรีต
ฉ. ช่องเดินสายไฟท่ีติดต้งั บริเวณท่ีมีหินอดั แน่นอนุญาตให้ฝังลึกนอ้ ยกวา่ ที่กาหนดได้ ถา้ หุ้ม
คอนกรีตหนาไม่นอ้ ยกวา่ 5 cm
2.1.9 การพิจารณาเดินสายบนลูกรอกหรือบนลูกถ้วย การเดินสายบนลูกรอก หรือบนลูกถว้ ยแสดง
ดงั รูปที่ 2.15 อนุญาตให้ใชก้ บั แรงดนั ระบุไม่เกิน 600 V เป็นวิธีการเดินสายเปิ ดโล่ง ใชเ้ ดินไดท้ ้งั ภายในและ
ภายนอกอาคาร ท้งั ในที่แหง้ และที่เปี ยก หรือในท่ีมีไอ อนั จะทาใหเ้ กิดการผกุ ร่อนได้ เหมาะสาหรับเป็ นสาย
เมนในกิจการอตุ สาหกรรมและกสิกรรม
1. ลูกรอกหรื อลูกถ้วยใช้กับสำยเดี่ยว ท่ีมีขนาดต้ังแต่ 10 mm2 ข้ึนไป ต้องมีพิกัดระยะห่าง
ดงั ตอ่ ไปน้ี
ก. ระยะห่างระหวา่ งลกู รอกหรือลกู ถว้ ยในสายเสน้ เดียวกนั ตอ้ งไมเ่ กิน 5 m
ข. ระหวา่ งสายต่อสายตอ้ งไม่ต่ากวา่ 15 cm
ค. ระหวา่ งสายกบั สิ่งก่อสร้างตอ้ งไม่ต่ากวา่ 5 cm
รูปที่ 2.15 การเดินสายบนลกู รอก
2. ในโรงงำนอุตสำหกรรมที่ผู้มีคุณสมบัติดูแลบำรุงรักษำและให้คำแนะนำ อนุญาตให้ใช้ตวั นา
ขนาดต้งั แต่ 120 mm2 ข้นึ ไป เดินขา้ มช่องวา่ งเปิ ดโดยมีระยะห่างระหวา่ งลกู รอกหรือลูกถว้ ยไม่เกิน 9 m
2.1.10 การพจิ ารณาเดินสายเกาะไปกับผนังตึกหรือไม้ เป็นวธิ ีการเดินสายแบบเปิ ดโล่ง (ดูรูปท่ี 2.16)
โดย ใช้เดินเฉพาะภายในอาคาร อนุญาตให้ใช้กับแรงดันระบุไม่เกิน 600 V สายที่ใช้ต้องเป็ นฉนวนหุ้ม
เทอร์โมพลาสติกหรือวสั ดุอย่างอ่ืนที่มีสภาพคลา้ ยคลึงกนั หุ้มอยู่ภายนอก และตอ้ งมีพิกดั ระยะห่างระหว่าง
คลิปไม่เกิน 10 cm สาหรับการเดินสายผา่ นทะลุส่ิงก่อสร้างเป็นตน้ ว่ากาแพงหรือพ้ืนหอ้ งที่ไมม่ ีความช้ืน ตอ้ ง
มีปลอกฉนวน ซ่ึงความยาวของปลอกฉนวนตอ้ งไม่นอ้ ยกว่าความหนาของส่ิงก่อสร้างมิฉะน้นั ตอ้ งทารูให้
เรียบร้อยเพอ่ื เป็นการป้องกนั ฉนวนหุม้ สายฉีกขาดหรือเป็นอนั ตรายได้
รูปที่ 2.16 การเดินสายเกาะไปกบั ผนงั ตึกหรือไม้
NEC 333-6, 336-3 (a) สาย NMหรือสาย AC สามารถร้อยสายผา่ นในผนงั อิฐก่อท่ีไมม่ ีความช้ืน ได้
สามารถแสดงดงั รูปท่ี 2.17
NEC 336-3 (c-8) สาย NM หา้ มฝังสายโดยตรงในอิฐก่อ คอนกรีต หรือปูนฉาบ
รูปที่ 2.17 การร้อยสาย NM ผา่ นผนงั คอนกรีตบลอ็ ก
2.2 แรงดนั ตก
แรงดนั ตกเป็นค่าท่ีสาคญั มากในการออกแบบขนาดสายไฟฟ้า ความแตกต่างกนั ระหวา่ งแรงดนั ไฟฟ้า
ณ จุดแหล่งจ่ายตน้ ทางและจุดรับไฟฟ้าทาให้เกิดแรงดนั ตก ค่าแรงดนั ตกสามารถแกไ้ ขให้ดีข้ึนดว้ ยการเพิ่ม
ขนาดสายไฟหรือลดความยาวของสายไฟ สาหรับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) แรงดนั ตกในสายป้อนจาก
มิเตอร์ถึงจุดจ่ายโหลดสุดทา้ ยไมม่ ากกวา่ 2 เปอร์เซ็นต์ ท้งั แสงสวา่ งและโหลดกาลงั รวมกนั ส่วน NEC 210-19
(a) แรงดนั ตกภายในวงจรย่อยไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ของเตา้ รับตวั ที่ไกลที่สุด และ ว.ส.ท. 202-3 แรงดนั ตก
ภายในช่วงของสายป้อนตอ้ งไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ ท้งั น้ีหากรวมแรงดันไฟฟ้าในช่วงวงจรย่อยดว้ ยไม่เกิน
5 เปอร์เซ็นต์ ดงั รูปท่ี 2.19
รูปที่ 2.18 แสดงเปอร์เซ็นตแ์ รงดนั ตก ตาม ว.ส.ท. 202-3
2.2.1 วธิ คี านวณแรงดนั ตกด้วยสูตร สามารถอธิบายไดด้ งั น้ี
โดยกาหนดให้ I คือ กระแสไฟฟ้า (A)
R คือ ความตา้ นทานสายเสน้ เดียว (/ m)
X คือ รีแอกแตนซ์สายเส้นเดียว (/ m)
คอื มมุ เพาเวอร์แฟกเตอร์
ระบบไฟฟ้าเฟสเดียว
VD = 2 I L (R cos + X sin ) ...............(1.1)
ระบบไฟฟ้า 3 เฟส
VD = 3 I L (R cos + X sin ) ...............(1.2)
เน่ืองจากการใชส้ ูตรเสียเวลามากจึงแนะนาใหใ้ ชว้ ิธีตาราง
2.2.2 วิธีคานวณแรงดันตกด้วยตาราง สามารถอธิบายไดด้ งั น้ี
วธิ ีน้ีเป็นวิธีรวดเร็วและง่าย ซ่ึงสามารถคานวณไดจ้ ากตารางที่ 2.2 ถึง 2.4
VD = I L C 10-6 V ...............(1.3)
โดยกาหนดให้ VD คือ แรงดนั ตกเป็นโวลต์ (V)
I คอื กระแสไฟฟ้าเป็นแอมแปร์ (A)
L คือ ความยาวของสายไฟเป็นเมตร (ความยาวสายไฟเสน้ เดียว)
C คือ คา่ ท่ีหาไดจ้ ากตารางที่ 2.2 ถึง 2.4 โดยเลือกขนาดสายไฟและเพาเวอร์แฟกเตอร์ (Power
Factor) ใหส้ อดคลอ้ งกนั
เช่น สายป้อนขนาด 16 mm2 THW 75C สายไฟยาว 70 m 3 380 V 60 A เดินในท่อโลหะ และ
เพาเวอร์แฟกเตอร์ 90% แรงดนั ตกในสายจะมีคา่ เทา่ ใด
VD = 60 70 2063 10-6 V
= 8.66 V
เม่ือแรงดนั ในระบบ 380 V 3
เปอร์เซ็นตแ์ รงดนั ตก = 8.66 100 = 2.28%
380
ว.ส.ท. 202-3 แรงดนั ตกในช่วงสายป้อนไมเ่ กิน 3% ดงั น้นั จึงใชส้ ายขนาดน้ีไดถ้ า้ แรงดนั ตกไม่
เกิน 3% ดงั น้นั 380 V แรงดนั ตกตอ้ งไมเ่ กิน 380 0.03 = 11.4 V
VD = I L C 10-6 V
11.4 = 60 70 2063 10-6
L = 11.4 m
60 206310−6
= 92 m
ดงั น้นั สายป้อนของระบบสามารถท่ีจะใชข้ นาด 16 mm2 ยาวไมเ่ กิน 92 m
เพือ่ ความสะดวกและรวดเร็ว ผเู้ ขยี นไดท้ าเป็นตารางสาเร็จสาหรับความยาวเฉล่ียสูงสุด ไวใ้ น
ตารางท่ี 2.5 ถึง 2.7 ส่วนตารางที่ 2.8 แสดงแรงดนั ตกของบสั ดกั
ตารางที่ 2.2 แรงดนั ตกของสาย TW และ THW เดินในทอ่ โลหะ
ขนาดสาย 3 เฟส เพาเวอร์แฟกเตอร์ลา้ หลงั เฟสเดียว เพาเวอร์แฟกเตอร์ลา้ หลงั
(mm2) 100% 90% 80% 70% 60% 100% 90% 80% 70% 60%
2.5 13579 12414 11102 9807 8478 15695 14334 12825 11332 9790
4 10086 9259 8298 7334 6379 11650 10692 9584 8482 7350
6 6593 6104 5494 4877 4250 7610 7052 6347 5635 4910
10 3378 3201 2893 2633 2318 3903 3696 3378 3037 2679
16 2125 2063 1908 1735 1551 2391 2381 2207 2004 1791
25 1584 1568 1466 1348 1217 1797 1811 196 1555 1401
35 1043 1076 1027 958 879 1204 1243 1184 1105 1014
50 666 731 718 689 646 768 846 830 794 748
70 522 600 597 577 551 607 692 689 669 640
95 380 469 466 469 456 443 541 551 544 528
120 292 384 403 407 403 335 446 469 469 466
150 246 341 364 370 370 282 397 420 430 426
185 297 298 325 335 341 226 341 347 387 390
240 154 256 282 298 305 177 292 325 344 354
300 134 236 266 282 292 154 292 305 325 338
400 105 207 239 259 269 121 239 266 298 212
500
89 190 223 246 256 102 220 259 282 298
ตารางที่ 2.3 แรงดนั ตกของสาย TW และ THW เดินในทอ่ ท่ีไมใ่ ช่โลหะ สาย NYY เดินในอากาศ
หรือฝังดินโดยตรง
ขนาดสาย 3 เฟส เพาเวอร์แฟกเตอร์ลา้ หลงั เฟสเดียว เพาเวอร์แฟกเตอร์ลา้ หลงั
(mm2) 100% 90% 80% 70% 60% 100% 90% 80% 70% 60%
2.5
4 13579 12382 11038 9743 8417 15695 14270 12745 11232 9670
6 10086 9227 8234 7270 6299 11650 10628 9502 8382 7240
10 6593 6072 5430 4792 4157 7610 6988 6267 5535 4800
16 3378 3156 2829 2563 2226 3903 3632 3292 2937 2569
25 2125 2015 1844 1658 1461 2391 2323 2127 1912 1681
35 1584 1526 1399 1274 1134 1797 1757 1619 1465 1301
50 1043 1028 966 881 796 1204 1188 1114 1015 918
70 666 690 658 619 569 768 795 760 714 655
95 522 555 536 507 471 607 641 615 583 544
120 380 424 418 402 376 443 490 484 464 438
150 292 346 349 343 326 335 401 405 393 383
185 246 303 314 309 300 282 352 365 356 343
240 297 260 274 275 271 226 296 317 317 310
300 154 218 232 238 238 177 247 268 74 274
400 134 201 216 222 225 154 251 248 255 258
500 105 172 189 199 202 121 198 219 228 232
89 155 173 186 189 102 179 202 212 218
ตารางท่ี 2.4 แรงดนั ตกของสาย NM เดินเกาะไปกบั ผนงั ตึกหรือไม้
ขนาดสาย 3 เฟส เพาเวอร์แฟกเตอร์ลา้ หลงั
(mm2) 100% 90% 80% 70% 60%
2 x 2.5
2x4 15695 14270 12745 11232 9670
2x6
2 x 10 11650 10628 9502 8382 7240
2 x 16
2 x 25 7610 6988 6267 5535 4800
2 x 35
3903 3632 3292 2937 2569
2361 2323 2127 1912 1681
1797 1757 1619 1465 1301
1204 1188 1114 1015 918
ตารางที่ 2.5 ความยาวเฉลี่ยสูงสุด (m ) สาหรับแรงดนั ตกไมเ่ กิน 3 %
380 V 3 4 สาย 50 Hz PF . 90%
กระแส ขนาดสาย (mm2) เดินในทอ่ โลหะ
(A) 400 300 240 185 150 120 95 70 50 35 25 16 10 6 4 2.5
15 706 484 368 237 124 82 61
20 950 779 529 363 276 178 93 61
25 972 760 623 423 290 221 142 74
30 989 810 633 519 353 242 184 118 62
35 955 848 694 542 445 302 207 157 101
40 956 835 742 607 475 389 264 181 138 89
45 989 850 742 659 540 422 346 235 161 122 79
50 966 860 765 668 593 486 380 311 211 145 110
55 878 809 695 607 539 441 345 283 192 12 100
60 917 805 742 637 557 494 405 316 259 176 121 92
65 847 743 685 588 514 456 373 292 239 162 111
70 786 690 636 546 477 424 347 271 222 151 103
75 734 644 593 510 445 395 324 253 207 141 96
80 688 603 556 478 417 371 303 237 194 132 90
85 647 568 523 450 393 349 285 223 183 124
90 611 536 494 425 371 329 270 211 173 117
95 579 508 468 402 351 312 25 200 164 111
100 550 483 445 382 334 296 243 190 155 105
120 458 402 371 318 278 247 202 158 129
140 393 345 318 273 238 212 173 135
160 344 301 278 239 208 185 151
180 305 268 247 212 185 164 135
200 275 241 222 191 167 148
220 250 219 202 173 151 134
240 229 201 185 159 139
260 211 185 171 147
280 196 172 159
300 183 161
350 157 138
400 137
ตารางที่ 2.6 ความยาวเฉล่ียสูงสุด (m) สาหรับแรงดนั ตกไม่เกิน 3%
380 V 3 4 สาย 50 Hz PF . 90%
กระแส ขนาดสาย (mm2) เดินในอากาศหรือฝังดินโดยตรง
(A) 240 185 150 120 95 70 50 35 25 16 10 6 4 2.5
15 739 498 377 240 125 82 61
20 826 554 373 282 180 93 61
25 821 660 443 298 226 144 75 49
30 896 684 550 369 249 188 120 62
35 941 768 586 472 316 213 161 103 53
40 940 823 672 513 413 277 186 141 90 46
45 947 836 732 597 456 367 246 166 125 80
50 876 752 658 537 410 330 221 149 113 72
60 871 730 627 549 448 342 275 184 124 94 60
70 747 626 537 470 384 293 236 158 106 80
80 653 548 470 411 336 256 206 138 93 70
90 581 487 418 366 298 228 183 123 83 62
100 522 438 376 329 268 205 165 110 74
120 435 365 313 274 224 171 137 92 62
140 373 313 268 235 192 146 118 79
160 326 274 235 205 168 128 103
180 290 243 209 183 149 114 91
200 261 219 188 164 134 102
220 237 199 171 149 122 93
240 217 182 156 137 112 85
260 201 168 144 126 103
280 186 156 134 117 96
300 174 146 125 109
320 163 137 117
340 153 128 110
360 145 121 104
380 137 115
400 130 109
ตารางที่ 2.7 ความยาวเฉลี่ยสูงสุด ( m) สาหรับแรงดนั ตกไมเ่ กิน 3%
220 V 1 2 สาย 50 Hz PF . 90 %
กระแส ขนาดสาย (mm2) เดินเกาะไปกบั ผนงั ตึกหรือไม้
(A) 2 x 35 2 x 25 2 x 16 2 x 10 2 x 6 2 x 4 2 x 2.5
15 370 250 189 121 62 41 30
20 277 187 142 90 47 31
25 222 150 113 72 37
30 185 125 94 60 31
35 158 107 81 51 26
40 138 93 71 45
45 123 83 63 40
50 111 75 56 36
55 101 68 51
60 92 62 47
65 85 57 43
70 79 53 40
75 74 50
80 69 46
85 65 44
90 61 41
95 58 39
100 55
ตารางท่ี 2.8 แรงดนั ตก ของบสั ดกั แบบเสียบเขา้ หรือบสั ดกั ตวั นาป้อน 3 เฟส สายตอ่ สาย
แรงดนั ตกต่อ 100 ft (30 m) กบั โหลดที่จ่าย
กระแส แรงดนั ตกเป็นโวลต์ (V) โดยเทียบกบั โหลดเพาเวอร์แฟกเตอร์ *
บสั ดกั
(A) 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 0
ตวั นาอะลูมิเนียม
225 1.33 1.53 1.62 1.64 1.62 1.58 1.52 1.44 1.35 1.25 1.17
400 1.28 1.84 1.99 2.03 2.04 2.03 2.02 1.99 1.92 1.82 1.70
600 1.26 2.10 2.40 2.48 2.53 2.53 2.52 2.49 2.43 2.37 2.25
800 1.85 2.05 2.00 1.92 1.80 1.68 1.53 1.38 1.21 1.04 0.88
1000 1.85 2.02 1.98 1.89 1.77 1.65 1.50 1.35 1.19 1.08 0.87
1200 1.68 1.87 1.91 1.85 1.76 1.65 1.53 1.40 1.25 1.09 0.94
1350 1.65 1.83 1.82 1.76 1.67 1.57 1.44 1.32 1.18 1.03 0.89
1600 1.72 1.91 1.87 1.80 1.71 1.58 1.46 1.30 1.16 1.00 0.84
2000 1.72 1.92 1.88 1.79 1.69 1.58 1.46 1.31 1.17 1.01 0.86
2500 1.60 1.78 1.75 1.71 1.61 1.53 1.41 1.28 1.13 0.99 0.83
3000 1.62 1.80 1.77 1.69 1.61 1.48 1.35 1.23 1.08 0.95 0.78
4000 1.52 1.76 1.70 1.60 1.54 1.40 1.26 1.18 1.02 0.88 0.76
5000 1.55 1.75 1.75 1.73 1.67 1.55 0.15 1.30 1.15 0.98 0.80
ตวั นาทองแดง
225 1.74 2.10 2.08 2.07 1.99 1.87 1.78 1.64 1.50 1.33 1.12
400 1.00 1.70 1.91 2.07 2.12 2.17 2.18 2.17 2.12 2.08 1.99
600 1.20 2.25 2.55 2.55 2.77 2.86 2.85 2.85 2.78 2.70 2.49
800 1.64 1.90 1.91 1.88 1.81 1.72 1.61 1.50 1.37 1.23 1.08
1000 1.37 1.62 1.66 1.64 1.60 1.53 1.46 0.14 1.27 1.16 1.04
1200 1.65 1.94 1.98 1.97 1.92 1.84 1.75 1.64 1.52 1.39 1.25
1350 1.42 1.75 1.78 1.78 1.74 1.68 1.61 1.51 1.40 1.28 1.16
1600 1.29 1.62 1.69 1.69 1.66 1.61 1.54 1.46 1.37 1.26 1.18
2000 1.40 1.79 1.88 1.89 1.84 1.79 1.71 1.62 1.52 1.40 1.29
2500 1.23 1.53 1.60 1.56 1.53 1.49 1.41 1.34 1.24 1.12 1.02
ตารางที่ 2.8 (ต่อ) แรงดนั ตก ของบสั ดกั แบบเสียบเขา้ หรือบสั ดกั ตวั นาป้อน 3 เฟส สายตอ่ สาย
แรงดนั ตกต่อ 100 ft (30 m) กบั โหลดท่ีจ่าย
กระแส แรงดนั ตกเป็นโวลต์ (V) โดยเทียบกบั โหลดเพาเวอร์แฟกเตอร์ *
บสั ดกั
(A) 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 0
ตวั นาทองแดง
3000 1.23 1.55 1.62 1.62 1.56 1.51 1.46 1.35 1.26 1.17 1.03
4000 1.20 1.46 1.56 1.58 1.56 1.46 1.40 1.34 1.20 1.10 0.98
5000 1.20 1.52 1.55 1.55 1.52 1.48 1.42 1.30 1.20 1.07 0.97
6000 1.20 1.53 1.56 1.59 1.56 1.53 1.47 1.38 1.26 1.17 1.02
6500 1.11 1.46 1.56 1.59 1.56 1.49 1.40 1.30 1.24 1.04 0.94
* คา่ จากตารางสาหรับบสั ดกั 225 ถึง 600 A ไมร่ ะบายความร้อน ส่วนบสั ดกั 800 A และสูงกวา่ มีการระบาย
ความร้อนทางขา้ ง ๆ
สรุปเนื้อหา
เน้ือหาในบทน้ีเป็นความรู้พ้ืนฐานสาหรับการเดินสายไฟลว้ นเป็ นส่ิงท่ีผูเ้ รียนควรรู้โดยสามารถสรุป
ไดด้ งั น้ี
1. ระบบการเดินสายไฟฟ้า ตอ้ งคานึงถึงในลาดับต่อมา คือ ลักษณะการใช้งาน และขอ้ กาหนด
อนุญาต ดงั น้ี 1.1 การพิจารณาการเดินสายในท่อโลหะหนา หรือทอ่ โลหะหนาปานกลาง
1.2 การพจิ ารณาเดินสายในทอ่ โลหะบาง
1.3 การพจิ ารณาเดินสายในท่อโลหะออ่ น
1.4 การพจิ ารณาเดินสายในช่องเดินสายไฟฟ้าบนพ้ืนผวิ
1.5 การพิจารณาเดินสายในทางเดินบสั
1.6 การพิจารณาเดินสายในไวร์เวย์
1.7 การพจิ ารณา เดินสายบนราง
1.8 การพิจารณาระบบสายใตด้ ิน
1.9 การพจิ ารณาเดินสายบนลกู รอกหรือบนลูกถว้ ย
1.10 การพิจารณาเดินสายเกาะไปกบั ผนงั ตึกหรือไม้
2. แรงดันตก แรงดันตกเป็ นค่าท่ีสาคญั มากในการออกแบบขนาดสายไฟฟ้า ความแตกต่างกัน
ระหว่างแรงดนั ไฟฟ้า ณ จุดแหล่งจ่ายตน้ ทางและจุดรับไฟฟ้าทาใหเ้ กิดแรงดนั ตก ค่าแรงดนั ตกสามารถแกไ้ ข
ให้ดีข้ึนดว้ ยการเพิม่ ขนาดสายไฟหรือลดความยาวของสายไฟ สาหรับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) แรงดนั ตก
ในสายป้อนจากมิเตอร์ถึงจุดจ่ายโหลดสุดทา้ ยไม่มากกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ ท้งั แสงสว่างและโหลดกาลงั รวมกนั
ส่วน NEC 210-19 (a) แรงดนั ตกภายในวงจรย่อยไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นตข์ องเตา้ รับตวั ที่ไกลท่ีสุด และ ว.ส.ท.
202-3 แรงดนั ตกภายในช่วงของสายป้อนตอ้ งไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ ท้งั น้ีหากรวมแรงดนั ไฟฟ้าในช่วงวงจรยอ่ ย
ดว้ ยไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์
แผนการจัดการเรียนรู้แบบเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 3
ชื่อวิชา การประมาณการระบบไฟฟ้า (30104-2202) จานวน 5 ช่ัวโมง
ช่ือหน่วย : รายละเอียดเก่ียวกบั อุปกรณ์
สาระสาคญั
ในบทน้ีจะกล่าวถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ที่ใชง้ านในการติดต้งั ระบบไฟฟ้า และการประมาณการใน
การติดต้งั ที่เกี่ยวขอ้ งกบั งาน มีรายละเอียดดังต่อไปน้ี ส่วนระบบสายไฟฟ้า การต่อท่อเขา้ กบั กล่องต่อสาย
รายละเอียดเตา้ รับและสวติ ซ์ รายละเอียดดวงโคม และสายดินเพ่อื ความปลอดภยั
สาระการเรียนรู้
3.1 ระบบสายไฟฟ้า
3.2 รายละเอียดของการต่อทอ่ เขา้ กบั กลอ่ งตอ่ สาย
ผลการเรียนรู้ท่คี าดหวงั
1. สามารถอธิบายเก่ียวกบั ระบบสายไฟฟ้าได้
2. สามารถอธิบายรายละเอียดของการต่อท่อเขา้ กบั กล่องตอ่ สายได้
เนื้อหา
3.1 ระบบสายไฟฟ้า
ตวั นาไฟฟ้าท่ีนิยมที่สุดในปัจจุบนั คือทองแดงและอะลูมิเนียม แต่เพื่อคุณภาพทางไฟฟ้าและทางกล
จะเลือกตวั นาทองแดง ดงั รูปที่ 3.1 ในทานองเดียวกนั จะเลือกใชต้ วั นาอะลูมิเนียมกรณีน้าหนักเบา ราคาถูก
และตอ่ ตา้ นการเป็นสนิมไดด้ ี
รูปที่ 3.1 ตวั นาไฟฟ้าทองแดงแรงสูงและแรงต่า
3.1.1 การออกแบบเลือกใช้ชนดิ ของสายไฟฟ้า จะตอ้ งมีการพิจารณาถึงขอ้ จาเป็นซ่ึงมีรายระเอียด
ดงั ต่อไปน้ี
ก. ทำงไฟฟ้ำ ส่ิงที่ตอ้ งคานึงถึงคอื ขนาดสาย ชนิด ความหนาแน่นของฉนวน ความแขง็ แรง ของ
ฉนวนต่อแรงดนั ไฟฟ้าและการนาไปใชง้ าน
ข. ควำมร้อน ความร้อนท่ีเกิดจากบริเวณรอบ ๆ เพมิ่ ข้นึ ทาใหค้ วามตา้ นทานของสายไฟเพม่ิ ข้นึ
ตามไปดว้ ย ยอ่ มเป็นผลทาใหม้ ีอุณหภูมิสูงข้นึ
ค. ทำงกล ตวั นาตอ้ งเหนียวและยดื หยนุ่ สามารถทนต่อแรงกระทาได้
ง. ทำงเคมี ตวั นาตอ้ งมีคุณสมบตั ิที่สามารถทนต่อน้ามนั เปลวไฟ โอโซน แสงอาทิตย์ กรดต่าง ๆ
หรืออยา่ งหน่ึงอยา่ งใดโดยเฉพาะ
3.1.2 การพจิ ารณาเลือกขนาดสายไฟฟ้า การออกแบบที่ดีผอู้ อกแบบตอ้ งมีการพิจารณาถึงขอ้ จาเป็น
ดงั รายละเอียดตอ่ ไปน้ี
1. ขนำดกระแสของสำยไฟ สายไฟฟ้าตอ้ งสามารถทนต่อแรงดนั ไฟฟ้าและอุณหภูมิ ซ่ึงพิจารณา
เลือกไดด้ งั น้ี
ก. ขนาดกระแสของสายไฟตาม NEC 310-16
ข. ขนาดกระแสของสายไฟตาม มอก. 11-2518 เป็นสายไฟตวั นาทองแดงท่ีหุม้ ดว้ ยฉนวน และ
เปลือกนอกเป็น PVC
ค. ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าแรงดนั เกิน 1,000 V ตาม ว.ส.ท. 2001-24 เป็ นสายไฟชนิด
ตวั นาทองแดงหุม้ ดว้ ยฉนวนแรงดนั เกิน 1,000 V
2. ภำวะโหลดเกินกะทันหัน โหลดปกติฉนวนของสายไฟสามารถมีอายกุ ารใชง้ านไดถ้ ึงประมาณ
20-30 ปี แต่ถา้ โหลดเพิ่มข้ึนมากกว่าปกติในช่วงระยะเวลาหน่ึง ๆ ทาให้อุณหภูมิเพ่ิมข้ึน ดงั น้ันโหลดเกิน
กะทนั หนั ไมค่ วรเกิน 100 ชว่ั โมงตอ่ ปี
3. แรงดนั ตก ขนาดของสายไฟตอ้ งมีขนาดใหญเ่ พยี งพอจะรับแรงดนั ตกไม่เกินกวา่ ขอ้ กาหนด
4. กระแสลัดวงจร ภายใตภ้ าวะลดั วงจร อุณหภูมิของสายไฟจะเพ่มิ ข้ึนอยา่ งรวดเร็ว ดงั น้นั ฉนวน
ตอ้ งสามารถทนกระแสลดั วงจรไมเ่ กิน 10 วนิ าที
รายละเอยี ดของการต่อท่อเข้ากบั กล่องต่อสาย
รูปที่ 3.2 แสดงอุปกรณ์ยดึ ท่อและการนาไปใช้
3.2.1 การต่อท่อเข้ากบั กล่องต่อสาย ในการต่อท่อเขา้ กบั กลอ่ งต่อสายและอุปกรณ์ยดึ เตา้ รับติดกบั พ้นื สามารถ
แสดง ดงั รูปท่ี 3.3
รูปที่ 3.3 การต่อท่อเขา้ กบั กล่องต่อสาย
3.2.2 รายละเอยี ดเต้ารับและสวติ ซ์ สาหรับเตา้ รับสามารถแสดงดงั รูปที่ 3.4
รูปท่ี 3.4 รายละเอียดเตา้ รับและสวิตช์
3.2.3 รายละเอียดดวงโคม สาหรับโคมฟลูออเรสเซนต์ซ่อนบนฝ้าเพดาน และโคมแขวนอินแคนเดสเซนต์
ดงั รูปท่ี 3.5 โคมซ่อนเพดานอินแคนเดสเซนต์ และวธิ ีการติดต้งั โคมชนิดแขวน แสดงดงั รูปท่ี 3.6
เพดาน
รูปท่ี 3.5 โคมซ่อนเพดานและโคมแขวนอินแคนเดสเซนต์
รูปที่ 3.6 แสดงวิธีการติดต้งั ดวงโคมชนิดแขวน
รูปท่ี 3.7 การติดต้งั สายดนิ
สรุปเนื้อหา
ในบทน้ีจะกล่าวถึงรายละเอียดของอุปกรณ์ ท่ีใชง้ านในการติดต้งั ระบบไฟฟ้า และการประมาณการ
ในการติดต้งั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั งานมีรายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี
ระบบสายไฟฟ้า 1.การออกแบบเลือกใชช้ นิดของสายไฟฟ้า 2 .การพจิ ารณาเลือกขนาดสายไฟฟ้า
รายละเอียดของการต่อท่อเขา้ กบั กล่องต่อสาย การต่อท่อเขา้ กบั กล่องต่อสาย รายละเอียดเตา้ รับ และ
สวิตช์ รายละเอียดดวงโคม
แผนการจัดการเรียนรู้แบบเน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 4
ช่ือวิชา การประมาณการระบบไฟฟ้า (30104-2202) จานวน 13
ช่ัวโมง
ช่ือหน่วย : การถอดแบบประมาณราคา
สาระสาคญั
ช่างไฟฟ้านอกจากจะตอ้ งติดต้งั อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ไดแ้ ลว้ ยงั ตอ้ งมีความสามารถในการอ่านแบบออก
แยกรายการวสั ดุที่ตอ้ งใช้ พร้อมท้งั ประมาณราคาวสั ดุท่ีจะใชท้ ้งั หมดไดด้ ว้ ย ท้งั น้ีเพ่ือตอ้ งการทราบว่า งานใน
แต่ละชิ้นจะตอ้ งเสียค่าใชจ้ ่ายในการซ้ือวสั ดุเพื่อทางานชิ้นน้นั ๆ เท่าใด หรือท่ีเรียกว่าตน้ ทุนของการผลิตมาก
น้อยเท่าใด เป็ นตน้ ว่างานติดต้งั และเดินสายไฟฟ้าเราจะตอ้ งทราบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพ่ือประโยชน์ต่อการยื่น
เสนอราคารับเหมางานน้ัน ๆ ถา้ เป็ นงานเก่ียวกบั วิทยแุ ละอิเล็กทรอนิกส์เราจาเป็ นตอ้ งทราบตน้ ทุนการผลิต
เพื่อท่ีจะไดต้ ้งั ราคาขายไดถ้ ูกตอ้ ง โดยที่ไดบ้ วกค่าแรงงานและกาไรเอาไวเ้ รียบร้อยแลว้ ฉะน้นั การประมาณ
ราคาจึงมีความสาคญั มากสาหรับช่างติดต้งั เดินสาย จาเป็นตอ้ งเรียนรู้เอาไว้ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การแยกรายการ
ออกจากแบบก่อนท่ีจะนาไปคดิ ราคา การประมาณราคาในงานท่ีเก่ียวกบั วทิ ยแุ ละอิเลก็ ทรอนิกส์ไม่คอ่ ยยุ่งยาก
หรือซับซ้อนมากนัก เพราะเป็ นงานชิ้นเล็ก ๆ แต่การประมาณราคาของงานที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าน้ัน
เน่ืองจากวา่ เป็นงานใหญ่จะตอ้ งใชค้ วามละเอียดรอบคอบ ตอ้ งมีความสามารถในการท่ีจะอ่านแบบแยกรายการ
ในแบบไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ในแบบของงานไฟฟ้าทว่ั ไปโดยมากเป็นแบบวนั ไลน์ไดอะแกรม ผศู้ ึกษาจะตอ้ งแยก
วงจรออกเป็นส่วน ๆ หรือเป็นวงจรยอ่ ย เพอื่ จะไดพ้ ิจารณาในวงจรยอ่ ยน้นั ตอ่ ไปวา่ ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
สาระการเรียนรู้
4.1 การออกแบบระบบไฟฟ้า
4.2 แบบทางไฟฟ้า
4.3 สญั ลกั ษณ์ที่ใชใ้ นการออกแบบ
4.4 แผนผงั ระบบไฟฟ้า
4.5 ตารางโหลด
4.6 ระบบสายไฟฟ้าในอาคาร
ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวัง
1. สามารถบอกองคป์ ระกอบของการออกแบบระบบไฟฟ้าได้
2. สามารถอธิบายแบบทางไฟฟ้า
3. สามารถเขียนสัญลกั ษณ์ที่ใชใ้ นการออกแบบได้
4. สามารถอธิบายแผนผงั ระบบไฟฟ้า ได้
5. สามารถอธิบายตารางโหลด ได้
6. สามารถอธิบายระบบสายไฟฟ้าในอาคารได้
เนื้อหา
4.1 การออกแบบระบบไฟฟ้าต้องประกอบด้วย
4.1.1 ระบบแสงสวา่ ง เพือ่ ใหแ้ สงสวา่ งแก่อาคาร
4.1.2 ระบบไฟฟ้ากาลงั เพอ่ื เป็นตวั จ่ายพลงั งานไฟฟ้า
4.1.3 ระบบสญั ญาณเตือนภยั และระบบส่ือสาร เพอื่ บอกขอ้ ขดั ขอ้ งในระบบ
4.2 แบบทางไฟฟ้า แบง่ ออกเป็น 4 ประเภทดงั น้ี
4.2.1 แบบรูปจริง ดงั รูปที่ 4.1
4.2.2 แบบไดอะแกรมแผนผงั ดงั รูปที่ 4.2
4.2.3 แบบไดอะแกรมเสน้ เดียว ดงั รูปที่ 4.3
4.2.4 แบบไดอะแกรมวงจรไฟฟ้า ดงั รูปที่ 4.4
แบบรูปจริง
คัดเอ้าต์
รูปที่ 4.1แบบรูปจริง
แบบไดอะแกรมแผนผงั
รูปที่ 4.2แบบไดอะแกรมแผนผงั
แบบไดอะแกรมเส้นเดยี ว
รูปที่ 4.3แบบไดอะแกรมเส้นเดียว
แบบไดอะแกรมวงจรไฟฟ้า
รูปท่ี 4.4 แบบไดอะแกรมวงจรไฟฟ้า
4.3 สัญลกั ษณ์ทีใ่ ช้ในการออกแบบ
4.3.1 สวิทซ์ไฟฟ้ำและอุปกรณ์ไฟฟ้ำ สามารถแสดงไดด้ งั น้ี
4.3.2 เต้ำรับต่ำง ๆ และอปุ กรณ์เสริม สามารถแสดงไดด้ งั น้ี
4.3.3 ระบบอื่น ๆ
4.4 แผนผังระบบไฟฟ้า
แผนผงั ท่ีใชใ้ นระบบไฟฟ้าภายในอาคารทวั่ ไปมีใชก้ นั อยู่ 2 แบบ คือ
4.4.1 ซิงเกิลไลน์ไดอะแกรม เป็ นแบบท่ีแสดงการจ่ายไฟฟ้าภายในอาคารของตู้ MDB นับต้งั แต่หมอ้
แปลงไฟฟ้ามายงั เมนเซอร์กิตเบรกเกอร์ของอาคารที่ติดต้งั ในตู้ MDB และเซอร์กิตเบรกเกอร์ และถูกควบคุม
ตคู้ วบคุมรอง (SDB) และตคู้ วบคมุ ยอ่ ย (LP) ท้งั หมดของอาคารรวมท้งั อปุ กรณ์ดว้ ยเคร่ืองวดั ขนาดพิกดั กระแส
AT ของเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์, เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ติดต้งั ในตู้ MDB ขนาดพิกดั กระแสของบสั บาร์ และชนิด
ขนาด จานวนของสายประธาน สายป้อน และขนาดพิกดั ของหมอ้ แปลงไฟฟ้า แสดงดงั รูปที่ 4.5
รูปท่ี 4.5 ซิงเกิลไลนไ์ ดอะแกรม
4.4.2 ไรเซอร์ไดอะแกรม เป็นแบบแสดงโครงสร้างของระบบไฟฟ้าภายในอาคารจะแสดง
อุปกรณ์หลกั ในระบบและสายป้อนในแนวดิ่งที่จ่ายไฟไปตามจุดหรือช้นั ตา่ ง ๆ ของอาคาร พร้อม
แสดงตคู้ วบคมุ หลกั (MDB) ตคู้ วบคมุ รอง (SDB) ตคู้ วบคุมยอ่ ย (LP) ในแต่ละช้นั ดงั รูปที่ 4.6
รูปท่ี 4.6 แสดง ไรเซอร์ไดอะแกรม
4.5 ตารางโหลด
ตารางโหลดเป็นตวั ท่ีจะบอกรายละเอียดใหเ้ ราทราบถึงคา่ ต่าง ๆ ภายในระบบไฟฟ้า ซ่ึงมีความ
จาเป็นเป็นอย่างยง่ิ ท่ีตอ้ งระบุในแบบระบบไฟฟ้า แสดงดงั รูปท่ี 4.7 โดยจะมีแบบที่เป็นของตูโ้ หลดเซนเตอร์
และตแู้ บบคอนซูโม ยนู ิต รวมไปถึงตู้ MDB โดยท่ีมีองคป์ ระกอบของตารางโหลดจะบอกค่าตา่ ง ๆ ดงั น้ี
4.5.1 หมายเลขวงจร CCT จะเป็นตวั บอกเทา่ กบั จานวนของวงจรยอ่ ยของตูค้ วบคุมไฟฟ้าน้นั ๆ
4.5.2 รายละเอียดของวงจร จะเป็นตวั บอกวา่ วงจรยอ่ ยน้นั เป็นการควบคุมในโหลดชนิดใด เช่น โหลด
แสงสวา่ ง โหลดเตา้ รับ โหลดมอเตอร์
4.5.3 ขนาดพิกัดของโหลด (VA) (โวลต์-แอมป์ ) หากเป็ นตู้ 3 เฟส ก็จะมีท้งั เฟส A ,B ,C หากเป็ นตู้
1 เฟส ก็จะมีเพียงเฟสใดเฟสหน่ึง
4.5.4 ขนาด ชนิดและจานวนของสายไฟฟ้า เช่น 2x1.5 THW
4.5.5 ขนาด ชนิดและจานวนของทอ่ ร้อยสายไฟฟ้า
4.5.6 ขนาดของทอ่ AT / AF เซอร์กิตเบรกเกอร์ และ โพล ของ เซอร์กิตเบรกเกอร์
4.5.7 แผนภาพของวงจรตคู้ วบคุมไฟฟ้า
รูปที่ 4.7 แสดงตารางโหลด
รูปท่ี 4.7 แสดงตารางโหลด (ตอ่ )
รูปที่ 4.7 แสดงตารางโหลด (ตอ่ )
4.6 ระบบสายไฟฟ้าในอาคาร
ภายในอาคารจะตอ้ งมีสายไฟฟ้าเป็ นตวั ที่เช่ือมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ในอาคาร รวมไปถึงการเช่ือมต่อ
ตคู้ วบคมุ ไฟฟ้าตา่ ง ๆ เขา้ ดว้ ยกนั ซ่ึงจะมีช่ือเรียกที่แตกต่างกนั ตามการติดต้งั ดงั น้ี
4.6.1 สายประธาน เป็ นสายท่ีใช้ในการเชื่อมต่อต้งั แต่ด้าน เซคนั ดารี ของหมอ้ แปลงไฟฟ้ามายงั
เมนเซอร์กิต เบรกเกอร์ของตู้ MDB
4.6.2 สายป้อน เป็นสายที่ใชใ้ นการเช่ือมต่อต้งั แต่ตู้ MDB ซ่ึงจะต่อออกมาจากเซอร์กิตเบรกเกอร์รองใน
ตู้ MDB ไปยงั เมนเซอร์กิตเบรกเกอร์ของตู้ SDB โหลดเซนเตอร์หรือคอนซูเมอร์ ยนู ิต