The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาการประมาณการระบบไฟฟ้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by prajuab_2512, 2022-04-03 03:18:50

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาการประมาณการระบบไฟฟ้า

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาการประมาณการระบบไฟฟ้า

4.6.3 สายวงจรย่อย เป็นสายที่ใชใ้ นการเช่ือมต่อต้งั แต่ลูกเซอร์กิตเบรกเกอร์ยอ่ ยในตู้ SDB หรือตโู้ หลด
เซนเตอร์ คอนซูเมอร์ ยูนิต ไปยงั วงจรไฟฟ้าแสงสว่าง วงจรไฟฟ้ากาลัง เต้ารับไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ
มอเตอร์ไฟฟ้า หรืออปุ กรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ

ตวั อยา่ งของสายประธาน สายป้อน และสายวงจรยอ่ ย แสดงดงั รูปที่ 4.8 และรูปที่ 4.9

รูปท่ี 4.8 แสดงสายประธาน สายป้อน และสายวงจรยอ่ ย

รูปที่ 4.9(ต่อ) แสดงสายประธาน สายป้อน และสายวงจรยอ่ ย

สรุปเนื้อหา

ในบทน้ีจะกล่าวถึงการถอดแบบประมาณราคาโดยมีเน้ือหาสามารถสรุปไดด้ งั น้ี

1. การออกแบบระบบไฟฟ้าตอ้ งประกอบดว้ ยระบบแสงสว่าง เพื่อใหแ้ สงสว่างแก่อาคาร ระบบไฟฟ้า

กาลงั เพอ่ื เป็นตวั จ่ายพลงั งานไฟฟ้า ระบบสัญญาณเตือนภยั และระบบส่ือสาร เพื่อบอก ขอ้ ขดั ขอ้ ง ใน

ระบบ

2. แบบทางไฟฟ้า แบ่งออกเป็ น 4 ประเภทคือ แบบรูปจริง แบบไดอะแกรมแผนผงั แบบไดอะแกรม

เส้นเดียวแบบไดอะแกรมวงจรไฟฟ้า

3. สญั ลกั ษณ์ที่ใชใ้ นการออกแบบ ซ่ึงมี 3 อยา่ ง

1) สวทิ ซไ์ ฟฟ้าและอปุ กรณ์ไฟฟ้า 2) เตา้ รับตา่ งๆและอุปกรณ์เสริม 3) ระบบอ่ืน ๆ

4. แผนผงั ระบบไฟฟ้าแผนผงั ท่ีใชใ้ นระบบไฟฟ้าภายในอาคาร ทว่ั ไปมีใชก้ นั อยมู่ ี 2 แบบคือ 1 S

5. ตารางโหลด โดยที่มีองคป์ ระกอบของตารางโหลดจะบอกค่าตา่ ง ๆ ดงั น้ี

1) หมายเลขวงจร CCT จะเป็นตวั บอกเทา่ กบั จานวนของวงจรยอ่ ยของตคู้ วบคมุ ไฟฟ้าน้นั ๆ

2) รายละเอียดของวงจร จะเป็ นตวั บอกว่า วงจรย่อยน้ันเป็ นการควบคุมในโหลดชนิดใด เช่น

โหลดแสงสวา่ ง โหลดเตา้ รับ โหลดมอเตอร์

3) ขนาดพิกดั ของโหลด (VA) (โวลต-์ แอมป์ ) หากเป็นตู้ 3 เฟส กจ็ ะมีท้งั เฟส A ,B ,C หาก

4) ขนาด ชนิดและจานวนของสายไฟฟ้า เช่น 2x1.5 THW

5) ขนาด ชนิดและจานวนของท่อร้อยสายไฟฟ้า

6) ขนาดของทอ่ AT / AF เซอร์กิตเบรกเกอร์ และโพลของเซอร์กิตเบรกเกอร์

7) แผนภาพของวงจรตคู้ วบคุมไฟฟ้า

6. ระบบสายไฟฟ้าในอาคารซ่ึงจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกนั ตามการติดต้งั ดงั น้ี 1) สายประธาน 2)

สายป้อน 3) สายวงจรยอ่ ย

แผนการจดั การเรียนรู้แบบเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 5
ชื่อวชิ า การประมาณการระบบไฟฟ้า (30104-2202) จานวน 12 ช่ัวโมง
ชื่อหน่วย : การประมาณราคาระบบไฟฟ้า

สาระสาคญั

หลงั จากท่ีผูเ้ รียนไดศ้ ึกษาวิธีการถอดแบบไฟฟ้าแลว้ น้นั ผูเ้ รียนจะสามารถบอกไดว้ า่ จะตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์
ใดได้บา้ งในการติดต้งั ระบบภายในอาคารน้ี และผูเ้ รียนจะตอ้ งบอกได้ว่ารายละเอียด Description ของตวั
อุปกรณ์ว่ามีลกั ษณะอยา่ งไร เพ่ือท่ีจะเหมาะสมสาหรับการติดต้งั และพอใจของลูกคา้ เม่ือไดร้ ายละเอียดของ
อุปกรณ์ท้งั หมดแลว้ ข้นั ตอนต่อไปจะมองวิเคราะห์ดูระบบไฟฟ้าท้งั หมดที่จะรองรับการใช้งานให้เกิดความ
ปลอดภยั และประสิทธิภาพท่ีดีท่ีสุด วา่ จะตอ้ งประมาณค่าใชจ้ ่ายเทา่ ไหร่ถึงจะสามารถดาเนินใหเ้ สร็จสิ้นได้

สาระการเรียนรู้

5.1 บคุ ลากรท่ีมีส่วนรับผดิ ชอบโครงการ
5.2 ส่วนประกอบของงานก่อสร้าง
5.3 วตั ถุประสงคแ์ ละจุดมุ่งหมายของการประมาณราคา
5.4 หวั ใจของการประมาณราคา
5.5 ข้นั ตอนการประมลู งาน
5.6 ข้นั ตอนของการประมาณราคา

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั

1. สามารถอธิบายบุคลากรท่ีมีส่วนรับผดิ ชอบโครงการได้
2. สามารถอธิบายส่วนประกอบของงานก่อสร้างได้
3. สามารถอธิบายวตั ถุประสงคแ์ ละจุดมงุ่ หมายของการประมาณราคาได้
4. สามารถอธิบายหวั ใจของการประมาณราคาได้
5. สามารถอธิบายข้นั ตอนการประมูลงานได้
6. สามารถอธิบายข้นั ตอนของการประมาณราคาได้

เนื้อหา

5.1 บุคลากรทมี่ ีส่วนรับผดิ ชอบโครงการ
ในงานก่อสร้างอาคารสูง หรือโรงงานอุตสาหกรรมไม่วา่ จะเป็ นโครงการใด ๆ ก็ตาม จะประกอบดว้ ย

บุคลากรที่มีส่วนรับผิดชอบ เพือ่ โครงการเหล่าน้นั สาเร็จลลุ ว่ งไปดว้ ยดี ซ่ึงไดแ้ ก่
5.1.1 เจ้ำของโครงกำร หรือเจา้ ของเงินทนุ ที่ใชใ้ นการก่อสร้างโครงการน้นั ๆ

5.1.2 ผู้ออกแบบ หรือสถำปนิก เป็ นผูท้ ี่ทาการออกแบบงานโครงการ โดยกาหนดของ วสั ดุ และ
ลกั ษณะการติดต้งั ที่ใชใ้ นโครงการแตล่ ะโครงการ และทาราคากลางใหก้ บั เจา้ ของโครงการ เพื่อใชพ้ จิ ารณาใน
การก่อสร้างงานโครงการน้นั

5.1.3 ผู้บริหำรงำนโครงกำร เป็ นตวั แทนเจา้ ของโครงการ จะทาการศึกษาความเหมาะสมของการ
ลงทนุ การตดั สินใจในการลงทุน รวมท้งั ควบคุมคา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนินงาน

5.1.4 ผู้ควบคุมงำนก่อสร้ ำง มีหนา้ ที่ควบคุม ดูแล และตดั สินใจในการทางานของผรู้ ับเหมาต่าง ๆ เช่น
ผรู้ ับเหมาโครงสร้าง หรือผรู้ ับเหมางานระบบไฟฟ้า เป็นตน้ รวมท้งั จะคอยประสานงานใหก้ บั ผูร้ ับเหมาตา่ ง ๆ
เม่ือเกิดปัญหาข้นึ ในการติดต้งั รวมถึงตอ้ งควบคุมเวลาในการก่อสร้างใหท้ นั ตามที่กาหนดที่ไดว้ างแผนไว้

5.1.5 ผู้รับเหมำก่อสร้ ำงหลัก ในโครงการก่อสร้างจะมีผูร้ ับเหมาโครงสร้างเป็ นผูร้ ับเหมางานหลกั
โดยมีหนา้ ท่ีทาการจดั หาและติดต้งั วสั ดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ท้งั หมดเพื่อใชส้ าหรับงานโครงการ รวมท้งั รับผิดชอบ
ค่าใชจ้ ่ายต่าง ๆ ท่ีไดท้ าการตกลงในการเซ็นสัญญาเพื่อรับงานก่อสร้าง เช่น น้าประปาชวั่ คราว ไฟฟ้าชว่ั คราว
การสร้างท่ีพกั คนงาน หรือสานักงานสนาม ซ่ึงผูร้ ับเหมาโครงสร้างอาจจะแบ่งงานสาหรับงานระบบต่าง ๆ
เช่น งานระบบไฟฟ้า ระบบสุขาภิบาล หรือระบบดบั เพลิง เป็นตน้ ใหก้ บั ผรู้ ับเหมางานระบบรายยอ่ ยตอ่ ไป

5.1.6 ผู้รับเหมำก่อสร้ ำงรำยย่อย เป็ นผูร้ ับเหมาท่ีไดร้ ับงานจากผูร้ ับเหมาหลกั อีกที โดยปกติจะรับ
เฉพาะคา่ แรงติดต้งั และอปุ กรณ์ประกอบการติดต้งั

5.1.7 คนงำน เป็นบุคลากรข้นั ต่าสุดของงานก่อสร้าง ซ่ึงโดยปกติจะรับเหมาค่าแรงติดต้งั เป็นรายวนั
หรือตีราคาเหมาจนจบงานจากผูร้ ับเหมาก่อสร้างซ่ึงเป็ นผูว้ ่าจ้าง ข้ันตอนของงานก่อสร้างสามารถแสดง
ดงั รูปท่ี 5.1

รูปที่ 5.1 แสดงข้นั ตอนการทางานของโครงการ

5.2 ส่วนประกอบของงานก่อสร้าง งานก่อสร้างประกอบดว้ ยงานหลกั ๆ อยู่ 5 อยา่ ง คือ
5.2.1 งำนโครงสร้ ำง รับผิดชอบโดยผูร้ ับเหมาโครงสร้าง เป็ นงานระบบหลกั โดยทวั่ ไปจะมีมูลค่า

ประมาณ 50 % ของมลู ค่างานก่อสร้างท้งั หมด
5.2.2 งำนสถำปัตย์ หรืองานตกแต่งท้ังภายในและภายนอก รับผิดชอบโดยผูร้ ับเหมาโครงสร้าง

โดยทวั่ ไป จะมีมูลคา่ ประมาณ 20 % ของมูลคา่ งานก่อสร้างท้งั หมด
5.3.3 งำนระบบไฟฟ้ำ รับผิดชอบโดยผูร้ ับเหมาไฟฟ้า โดยทว่ั ไปมีมูลค่าประมาณ 15% ท้งั น้ีจะข้ึนอยู่

กบั ปริมาณพลงั งานไฟฟ้า และระดบั แรงดนั ไฟฟ้าท่ีใช้

5.3.4 งำนระบบสุขำภิบำล รับผิดชอบโดยผรู้ ับเหมาระบบสุขาภิบาล ปกติมีมูลค่างานจะนอ้ ยมากเมื่อ
เปรียบเทียบกบั ระบบอ่ืน ยกเวน้ งานท่ีก่อสร้างท่ีมีจานวนห้องน้าหรือปริมาณการใช้น้ามาก จะมีมูลค่างาน
คอ่ นขา้ งสูง โดยทว่ั ไปจะมีมูลค่าประมาณ 5 % ของมูลคา่ งานที่ก่อสร้างท้งั หมด

5.3.5 งำนระบบปรั บอำกำศ รับผิดชอบโดยผู้รับเหมาระบบปรับอากาศ มูลค่างานข้ึนอยู่กับ
ระบบการทาความเยน็ ที่เลือกใช้ ซ่ึงสามารถแบ่งเป็นระบบทาความเยน็ จากส่วนกลาง ซ่ึงปกติใชช้ ิลเลอร์ และ
ระบบทาความเย็นแบบแยกส่วน คือติดเครื่องปรับอากาศในห้องท่ีต้องการความเย็น โดยทวั่ ไปมีมูลค่า
ประมาณ 10% ของมูลค่างานก่อสร้างท้งั หมด

บุคลากรภายในของแต่ละระบบของโครงการหน่ึง ๆ สามารถแสดงไดด้ งั รูปที่ 5.2

รูปที่ 5.2 แสดงข้นั ตอนการทางานของผูร้ ับเหมา
งานก่อสร้างระบบน้ี จะตอ้ งผา่ นการประมูลงานโดยทว่ั ไปมีท่ีมาอยู่ 3 แหล่ง คือ

ก) จากเจา้ ของงานโดยตรง โดยทว่ั ไปเป็นการประมูลงานแข่งขนั กนั ระหว่างบริษทั วิศวกรที่ปรึกษา
ซ่ึงปกติจะทาการออกแบบประมาณราคาควบคู่กนั ราคางานก่อสร้างท่ีไดใ้ นข้นั น้ีถูกเรียกวา่ “ราคากลาง”

ข) จากบริษทั วิศวกรท่ีปรึกษา จะนาราคากลางท่ีได้จากการประมาณราคามาเปิ ดประมูล เพ่ือหา
ผูร้ ับเหมางานระบบต่าง ๆ โดยปกติจะเปิ ดประมูลเพ่ือหาผูท้ ี่จะรับเหมาหลักก่อน ซ่ึงอาจให้ผูร้ ับเหมา
โครงสร้างประมลู งานท้งั หมดไป หรือแยกประมลู เป็นระบบตา่ ง ๆ ออกจากกนั

ค) จากผรู้ ับเหมาหลกั โดยปกติเป็นการเปิ ดประมลู จากผรู้ ับเหมาโครงสร้าง ซ่ึงไดป้ ระมลู งานท้งั หมด
มาก่อนหน้าน้ี เพื่อหาผูร้ ับเหมางานระบบอื่น ๆ ดงั น้ันการจะประมูลงานตอ้ งอาศยั การประมาณราคา เพ่ือ
พิจารณาหาค่าใชจ้ ่ายที่จะใชใ้ นการดาเนินงานก่อสร้าง จึงเปรียบไดว้ ่า “การประมาณราคา” เป็นหัวใจของงาน
ก่อสร้าง
5.3 วัตถุประสงค์และจดุ มุ่งหมายของการประมาณราคา

การประมาณราคา เป็นการพิจารณาค่าใชจ้ ่ายที่จะใชใ้ นการดาเนินงานก่อสร้าง โดยการถอดประมาณ
ของวสั ดุอุปกรณ์ที่มีในแบบแปลนของงานก่อสร้าง และขอ้ กาหนดของงาน สืบหาราคาของวสั ดุอุปกรณ์น้ัน

และค่าติดต้ังท่ีใช้รวมท้ังค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึนแล้วรวบรวมลงในใบรายการแสดงวสั ดุอุปกรณ์ตาม
หมวดหมู่ของแต่ละรายการอุปกรณ์น้นั เพ่ือจะทาการส่งเขา้ ประมูลงานดงั ท่ีไดก้ ล่าวมาขา้ งตน้ แลว้ ดงั น้นั จึง
เปรียบการประมาณราคาเป็ นหัวใจของงานก่อสร้าง เพราะถา้ หากไม่มีการประมาณราคาหรือการประมาณ
ราคาท่ีดีพอ เพื่อส่งเขา้ ประมูลงานแข่งขนั แลว้ บริษทั ผรู้ ับเหมาก่อสร้างก็ไมส่ ามารถต้งั อยตู่ ่อไปได้ เพราะไม่มี
งานเขา้ มาหล่อเล้ียงพนกั งานในบริษทั

5.4 หวั ใจของการประมาณราคา

หวั ใจของการประมาณราคา สาหรับผปู้ ระมาณราคาอยทู่ ี่

1. ถกู ตอ้ งครบถว้ น รอบคอบ

2. ทนั ตามระยะเวลาที่กาหนดเวลาที่ไดร้ ับมอบหมาย

3. สามารถแสดงรายการอุปกรณ์ จานวนที่ใช้ ค่าวสั ดุอุปกรณ์ รวมท้งั ค่าแรงที่ใช้ติดต้งั ซ่ึงใกลเ้ คียง
กบั ค่าใชจ้ ่ายจริงที่ไดใ้ ชจ้ ริง ๆ เม่ือจบงาน

4. มีขอ้ มูลท่ีไดท้ าการถอดแบบไว้ ดูแลว้ เขา้ ใจง่าย เพ่ือง่ายสาหรับผูป้ ระมาณราคาคนอื่นหรือวิศวกร

ผดู้ ูแลงานเม่ือไดง้ านน้ีแลว้ สามารถตรวจสอบได้

5. คา่ วสั ดุอุปกรณ์ หรือ BOQ ที่ทาจดั เรียงหมวดหมู่ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง และเขา้ ใจง่าย

5.5 ข้นั ตอนการประมูลงาน

การประมลู งานไมว่ า่ จะเป็นใครมาจากไหน หรือโดยใครก็ตามท่ีกล่าวมาแลว้ จะมีข้นั ตอนการประมูล
งาน ดงั รายละเอียดตอ่ ไปน้ี

5.5.1 การซื้อแบบ จะตอ้ งอาศยั เอกสาร หรือหลกั ฐานตา่ ง ๆ ดงั ต่อไปน้ี
1) หนงั สือ หรือจดหมายเรียกประกวดราคา
2) ใบมอบอานาจซ้ือแบบ ในกรณีที่ผจู้ ดั การ หรือผูม้ ีอานาจที่ถูกเช้ือเชิญให้เขา้ ร่วมในการเสนอราคา

ไมส่ ามารถมาซ้ือแบบเองได้ ก็สามารถมอบอานาจใหบ้ ุคคลอ่ืนมาซ้ือแบบแทนไดโ้ ดยใชใ้ บมอบอานาจแทน
3) ใบสาคญั ในการจดทะเบียนการประกอบกิจการ
4) ใบทะเบียนการคา้ หรือใบทะเบียนพาณิชย์
5) เอกสารหรือหนงั สือแสดงผลงานการประกอบกิจการต่าง ๆ ที่เคยสร้างมาแลว้
6) ใบรับรองวศิ วกรหรือใบอนุญาต ก.ว.
7) เงินสดหรือเชค็ ตามมลู ค่าท่ีต้งั ไว้ โดยจะดูไดจ้ ากหนงั สือ หรือจดหมายเรียกประกวดราคา

5.5.2 การประมาณราคา

หลงั จากที่ไดม้ ีการซ้ือแบบและสเปกมาแลว้ ก็ตอ้ งมีการประมาณราคา เพ่ือจะพิจารณาหาค่าใชจ้ ่ายท่ี

ใชใ้ นการดาเนินการก่อสร้าง ซ่ึงจะตอ้ งมีการบวกค่าดาเนินการท่ีตอ้ งใช้และกาไรที่ตอ้ งการเขา้ ไปในตอน

เสนอราคา จึงจะไดร้ าคาท่ีตอ้ งนาเสนอ

5.5.3 การนาเสนอราคาประมูล ตอ้ งอาศยั เอกสาร หรือหลกั ฐานต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ี

1) ซองประจาบริษทั สาหรับบรรจุเอกสารที่จะตอ้ งส่งท้งั หมด

2) จดหมายเสนอราคา เน้ือความของจดหมายจะประกอบดว้ ยเอกสารท่ีแนบส่งมาพร้อมกบั ราคารวม
ท้งั หมดท่ีไดเ้ สนอ เง่ือนไขในการชาระเงิน กาหนดเวลาการยนื ราคา เป็นตน้

3) ใบเสนอราคา ประกอบดว้ ยขอบเขตของงานท่ีจะรับผิดชอบ บญั ชีแสดงรายการวสั ดุอุปกรณ์ และ
รายการสิ่งของที่จะใชใ้ นตอนก่อสร้าง

4) ใบค้าประกนั จากธนาคาร วงเงินตามที่ระบไุ วใ้ นสัญญา
5) เอกสารห รือหนงั สือแสดงผลงานในการประกอบกิจการท่ีเคยสร้างมาแลว้
6) ใบสาคญั การจดทะเบียนในการประกอบกิจการ ใบทะเบียนการคา้ และใบทะเบียนพาณิชย์
7) ใบรับรองวศิ วกร หรือใบอนุญาต ก.ว.

ข้อควรรู้ : เคลด็ ลบั การประมูล
เนื่องจากในการประมูลมีการแข่งขนั ทางดา้ นการประมูลงานกนั ค่อนขา้ งมาก และมีการทาราคาให้ต่า

กวา่ ความเป็นจริงเพื่อที่จะให้ไดร้ ับเลือกใหเ้ ป็นผูร้ ับเหมาในโครงการน้นั ๆ โดยเฉพาะจากบริษทั ใหญ่ ดงั น้นั
ผเู้ ขา้ ร่วมการประมูลจึงควรตอ้ งรู้เคลด็ ลบั บางประการ เพอื่ ใหช้ นะการประมลู อนั ไดแ้ ก่

1) พฤติกรรมของผวู้ า่ จา้ งดูวา่ ผวู้ า่ จา้ งมีนิสัยอยา่ งไร ตอ้ งการผรู้ ับเหมาลกั ษณะอยา่ งไร
2) ขอ้ มูลของบริษทั ผูแ้ ข่งขนั วา่ มีจานวนกี่ราย บริษทั ใดตอ้ งการงาน และมีการใชเ้ ส้นสายกนั หรือไม่
อยา่ งไร
3) สารวจดูงาน เพ่ือให้ผปู้ ระมาณราคาสามารถที่จะประมาณราคาไดอ้ ย่างถูกตอ้ งครบถว้ นโดยเฉพาะ
งานท่ีตอ้ งมีการติดต้งั ภายนอกอาคาร เช่น งานเดินสายเมนไฟฟ้าเขา้ สู่ภายในโครงการ แต่ปกติบริษทั ที่คิด
ราคาค่อนขา้ งถูกตอ้ งครบถว้ นมกั จะไม่ไดง้ าน เพราะราคาจะสูงกว่าบริษทั คู่แข่งท่ีคิดราคาถูกกว่า (คิดราคา
ไม่ครบถว้ น)
4) ตวั เลขการเสนอราคา จะตอ้ งพิจารณาความเหมาะสมท้งั ค่าต่อหน่วย ซ่ึงมีผลตอนมีงานเพ่ิมลด
ท่ีอาจเกิดข้ึน และค่ายอดรวมท้งั หมด ซ่ึงผวู้ า่ จา้ งจะพิจารณาจากค่ายอดรวมเท่าน้นั ค่าต่อหน่วย มีผลพิจารณา
นอ้ ยมาก ยกเวน้ วา่ บริษทั คแู่ ข่งขนั มีราคาใกลเ้ คียงจะพจิ ารณาทีละรายการ
5) ขอบเขตงานท่ีระบุ ควรระบุให้ชดั เจนและครบถว้ น ซ่ึงปกติระบุงานติดต้งั ท่ีไม่ไดด้ าเนินการหรือ
การติดต้งั ท่ีมีการให้เลือกใช้เท่าน้ัน ขอบเขตงานที่ระบุจะมีผลตอนไดง้ าน เพราะเป็ นส่วนหน่ึงของสัญญา
วา่ จา้ ง

5.6 ข้นั ตอนของการประมาณราคา
หลงั จากที่ไดผ้ ูป้ ระมาณราคาไดร้ ับแบบและสเปก (ขอ้ กาหนดของงานติดต้งั ) แลว้ มีข้นั ตอนของ

การทาการประมาณราคามี 5 ข้นั ตอน ดงั ต่อไปน้ี
- การศึกษาวิเคราะหแ์ บบรวมท้งั สเปกของวสั ดุอุปกรณ์ท่ีจะใชใ้ นการติดต้งั
- การถอดแบบ หรือการถอดปริมาณของวสั ดุอปุ กรณ์ท่ีใช้
- การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการถอดแบบ

- การสืบราคาของวสั ดุอปุ กรณ์ท่ีเป็นปัจจุบนั
- การทาราคาในรูปของ BOQ อยา่ งครบถว้ น

5.6.1 การศึกษาและวเิ คราะห์แบบรวมท้ังสเปกของวสั ดุอุปกรณ์และการติดต้งั หลงั จากที่ผปู้ ระมาณราคาไดร้ ับ
แบบและสเปกมาแลว้ ตอ้ งมีการพิจารณาใหล้ ะเอียดชดั เจนวา่

ก) ครบถว้ นหรือไม่
- จานวนหนา้ ของแบบมีครบตามท่ีระบใุ นดรออิง ลิสท์ ของแบบท่ีกาหนดหรือไม่
- จานวนหนา้ ของสเปกมีครบตามท่ีกาหนดหรือไม่ โดยดูไดจ้ ากสารบญั

ข) สมบรู ณ์หรือไม่
- แบบและรายละเอียดของอุปกรณ์ เช่น จานวนหรือตาแหน่งท่ีจะติดต้ังในแบบแปลนครบ

ตามท่ีมีในซิงเกิล ไลน์ และไรเซอร์ ไลนห์ รือไม่
- ขอ้ กาหนดหรือรายละเอียดของอปุ กรณ์ต่าง ๆ ที่จาเป็นตอ้ งใชท้ ้งั หมดในโครงการ เช่น รูปแบบ

ลกั ษณะ หรือการติดต้งั มีครบตามท่ีมีในแบบหรือไม่ ที่สาคญั คืออุปกรณ์หลกั ๆ เช่น สเปกของหมอ้ แปลง และ
เคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า

ค) อะไรคือปัญหา และอะไรคอื สิ่งท่ีจะตอ้ งเพ่มิ เติม
- ปัญหาของแบบไม่ครบ หรือไม่สมบูรณ์ รวมท้งั ไม่มีขอ้ กาหนดของอุปกรณ์ท่ีต้องเพ่ิมเติม

ซ่ึงมีผลตอ่ การกาหนดราคา ตอ้ งทาเป็นขอ้ คาถามเพือ่ สอบถามไปยงั ผอู้ อกแบบ
- เอกสาร BOQ ของงานมีหรือไม่ ปกติผอู้ อกแบบจะทาแบบฟอร์ม BOQ สาหรับการประมูลงาน

เพื่อจะให้บริษทั ผูร้ ับเหมามีบรรทดั ฐานทาการถอดแบบไปในทิศทางเดียวกนั และสะดวกต่อการตรวจสอบ
ราคาโดยการเปรียบเทียบแต่ละรายการ สาหรับกรณีท่ีผูอ้ อกแบบไม่ไดท้ าแบบฟอร์ม BOQ มาให้ ผูร้ ับเหมา
ตอ้ งทาแบบฟอร์ม BOQ ของตนเองโดยการจดั วางฟอร์มตามหมวดหมูท่ ่ีเหมาะสม ซ่ึงจะกล่าวในภายหลงั
5.6.2 การถอดแบบ หมายความวา่ การหาจานวนของวสั ดุอุปกรณ์ท่ีตอ้ งใชใ้ นงานโครงการท้งั ที่มีระบุไวใ้ น
แบบและสเปก สามารถแบ่งการถอดวสั ดุอปุ กรณ์เป็น 2 ชนิด คือ

- การถอดวัสดุอุปกรณ์ท่ีนับได้ การถอดวสั ดุอุปกรณ์ท่ีนบั ไดจ้ ะถอดเป็นชุด โดยจะเนน้ ท่ีอุปกรณ์
ย่อยที่มีปรากฏในแบบ ไดแ้ ก่ ดวง โคม สวิตช์ไฟฟ้า เตา้ รับไฟฟ้า เตา้ รับโทรศพั ท์ อุปกรณ์แจง้ เตือนระบบไฟ
ไหม้ เตา้ รับโทรทศั น์ อุปกรณ์ส่งสญั ญาณระบบเสียง และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีอยใู่ นแบบฟอร์ม BOQ เป็นตน้

- การถอดทางเดินสายไฟฟ้าและสายไฟฟ้า การถอดทางเดินสายไฟฟ้า (เช่น ท่อร้อยสายไฟฟ้า
Wireway หรือ Cable tray และสายไฟฟ้า (เช่น THW, NYY หรือ XLPE) จะถอดเป็นเมตร โดยเริ่มไล่ถอด ตาม
แบบแปลนที่รับเขา้ มาสู่โครงการจนถึงโหลดอุปกรณ์ตวั สุดทา้ ย (วงจรย่อย) เช่น ดวงโคมไฟฟ้า หรือ เตา้ รับ
ไฟฟ้า เป็นตน้

นอกจากน้ีควรจะแยกถอดเป็ นของแต่ละระบบ เพื่อสะดวกในการกรอกขอ้ มูลลงใน BOQ โดยการ
ถอดทางเดินสายไฟฟ้า และสายไฟฟ้าสามารถทาเป็น 3 ลกั ษณะ ดงั น้ี

1. สาย Incoming ใชก้ ารวดั ขนาดจริงตามแบบ แตค่ วรระวงั เร่ืองขนาดสเกลของแบบ ตอ้ งตรวจสอบ

ให้ดี ๆ แมว้ ่าจะมีสเกลบอกอตั ราส่วน แต่ถา้ แบบถูกยอ่ หรือขยายมา สเกลบอกอตั ราส่วนจะคลาดเคื่อน ก็ใช้

ไมไ่ ด้ สามารถแบ่งออกได้ ดงั น้ี
ก) ระบบไฟฟ้า โดยปกติจะเริ่มจากมิเตอร์ของการไฟฟ้าท่ีติดอยู่บนเสาไฟฟ้าตน้ แรกสุดก่อนที่จะเขา้

โครงการ ถา้ เป็นการไฟฟ้าจะจ่ายเป็ นแรงดนั สูง (ระดบั แรงดนั ข้ึนกบั ขนาดของโหลด) เขา้ สู่หมอ้ แปลง หรือ
ผา่ นอุปกรณ์ตดั ตอนแรงสูง แลว้ เขา้ สู่หมอ้ แปลง แตถ่ า้ เป็นตดั ตอนแรงต่า การไฟฟ้าจะจ่ายเป็นแรงดนั ปกติ คือ
1 เฟส 220 V หรือ 3 เฟส 380 V จากหมอ้ แปลงของการไฟฟ้าแทน การเดินสายอินโครตทิงจะมีอยู่ 2 ลกั ษณะ
คือ

1) การเดินสายไฟฟ้าเกาะลูกถว้ ยท่ีอยบู่ นเสาไฟฟ้า ตามมาตรฐานกาหนดของการไฟฟ้านครหลวง จะ
ใช้เสาไฟสูง 8 m. สาหรับระบบแรงดนั ต่า เสาไฟฟ้าสูง 12 m. สาหรับระบบแรงดนั 12 (24) kV นอกจากน้ี
สามารถเดินสายไฟฟ้าเกาะลูกถว้ ยที่ติดกบั แรค ซ่ึงยึดติดกบั ผนงั กาแพง หรือเพดาน การเดินสายในลกั ษณะน้ี
จะมีผลของน้าหนกั ของสายมาเกี่ยวขอ้ งโดยเฉพาะสายไฟฟ้าท่ีขนาดใหญ่หรือมีน้าหนกั มาก ทาใหส้ ายหย่อน
เรียกว่า ตกทอ้ งช้าง จึงตอ้ งมีการเพ่ิมความยาวท่ีวดั ได้ (จากแบบ) คิดเป็ นเปอร์เซ็นต์ของความยาวที่วดั ได้
ท้งั หมด ท้งั น้ี ข้นึ อยกู่ บั ระยะทางที่จบั ยดึ สาย โดยปกติใชป้ ระมาณ 5% ถึง 10%

2) การเดินสายไฟฟ้าร้อยท่อฝังใตด้ ิน โดยปกตินิยมใชท้ ่อ IMC, RSC, HDPE หรือ PVC ซ่ึงอาจทา
เป็ นลกั ษณะ Duct bank คือมีคอนกรีตมาหุ้มลอ้ มรอบท่ออีกที นอกจากน้ีอาจจะเดินสายไฟฟ้าฝังดินโดยตรง
ก็ได้ เช่น ใช้สาย NYY (มีฉนวนหุ้ม 2 ช้ัน สามารถใช้ฝังดินโดยตรงได้) การคิดความยาวสายลกั ษณะน้ี
จะไม่ตอ้ งมีการเผื่อความยาวสายมากนกั ถา้ แนวเมนที่กาหนดค่อนขา้ งแน่นอน

ข) ระบบโทรศัพท์ โดยปกติองคก์ ารโทรศพั ท์แห่งประเทศไทยจะเดินสายเมนโทรศพั ทค์ วบคู่ไปกบั
สายไฟฟ้าบนเสาตน้ เดียวกนั (บนเสาไฟฟ้า) แต่ติดต้งั ต่าลงมาเพื่อป้องกนั ผลของการเหน่ียวนาท่ีทาให้เกิด
สัญญาณรบกวน หรืออาจจะติดต้งั สายเมนโทรศพั ท์แยกตน้ ออกมาต่างหาก การเดินสายโทรศพั ท์เขา้ สู่ตน้
MDF จะมีอยู่ 2 ลกั ษณะเช่นเดียวกบั ระบบไฟฟ้า และมีการคดิ ความยาวสายในลกั ษณะเช่นเดียวกนั

2) สายฟี ดเดอร์ ในการวดั ขนาดจริงตามแบบ และควรระวงั เรื่องขนาดสเกลของแบบเช่นเดียวกับ

สายโทรศพั ท์

ก) ระบบไฟฟ้า สายฟี ดเดอร์ท่ีเริ่มจากตู้เมนไฟฟ้า (MDB) ไปยงั ตู้ไฟฟ้าท่ีรับไฟฟ้าจากตู้ MDB

(Sub Distribution Board หรือ SDB) ตามแบบแปลน เรียกว่า “เมนฟี ดเดอร์” แต่ถา้ เป็ นสายจาก SDB ไปยงั ตู้

ไฟฟ้ายอ่ ย หรือตโู้ หลดเซนเตอร์ที่จ่ายโหลดสุดทา้ ย ถกู เรียกวา่ “ซบั ฟี ดเดอร์”

การติดต้งั สายฟี ดเดอร์ ปกติจะทาการร้อยสายอยใู่ นท่อร้อยสาย หรือทางเดินของสายชนิดอื่น ๆ เช่น

ไวร์ เวย์ ยดึ ติดกบั ผนงั หรือเพดานดว้ ยซบั พรอท หรือแฮงเกอร์ การคิดความยาวในลกั ษณะน้ีควรเผ่ือความยาว

ที่วดั ไดป้ ระมาณ 2% ถึง 10% สาหรับทางเดินสายท่ีไม่มีการหกั มุมโคง้ มาก แต่สาหรับทางเดินสายท่ีมีการหัก

มุมโคง้ มาก อาจจะตอ้ งมีการเผ่ือมากกว่าน้ีคือประมาณ 10% ท้งั น้ีเน่ืองจากสายฟี ดเดอร์มีราคาสูง จึงควรถอด

ความยาวใหใ้ กลเ้ คียงกบั ท่ีใชจ้ ริงหนา้ งาน

ข้อควรรู้
1. อยา่ ลืมคดิ ความยาวในช่วงลงตู้ (แนวด่ิง) ดว้ ย ซ่ึงปกติขอบตดู้ า้ นบนจะอยสู่ ูงจากระดบั พ้นื ประมาณ
1.60-1.80 m. ยกเวน้ ตู้ MDB จะสูงประมาณ 2.20 ถึง 2.40 m. ถา้ ในแบบหรือไรเซอร์ไมไ่ ดก้ าหนด ความ
สูงของช้นั มา ใหค้ ดิ วา่ ความสูงของช้นั ประมาณ 3.50-5.00 m. โดยความยาวในส่วนแนวด่ิง จะยาวประมาณ 2-
3 m.
2. ตอ้ งมีการเผ่ือความยาวสายท่ีลงตู้ เนื่องจากทางเดินสายไฟฟ้าจะสิ้นสุดลงตรงที่ขอบตู้ แต่สายไฟฟ้า
ตอ้ งร้อยลงไปถึงอุปกรณ์ตดั ตอนภายในตู้ ดงั น้นั จึงตอ้ งมีการเผื่อความยาวสายลงตูด้ ว้ ย ซ่ึงมีหลกั การคิดง่าย ๆ
วา่ มีความยาวประมาณ 1-2 เทา่ ของความยาวของตู้
3. ถา้ แบบไม่ไดก้ าหนดแนวทางการเดินของทางเดินสายมาให้สายฟี ดเดอร์ท่ีผ่านระหว่างช้นั ให้คิด
ไปท่ีเชฟท์ ไฟฟ้าก่อนเสมอ แลว้ จึงเดินในแนวนอนไปยงั ตูต้ าแหน่งช้นั ท่ีมีติดต้งั
ข) ระบบสายโทรศัพท์ สายฟี ดเดอร์ คือสายโทรศพั ท์ท่ีนับจากตู้ MDF ไปยงั ตู้ TC ท่ีอยู่ประจาช้นั
ตา่ ง ๆ หรือประจาจุด มีการคดิ ความยาวสายเช่นเดียวกบั ระบบไฟฟ้า

ค) ระบบ Fire alarm สายฟี ดเดอร์ คอื สายไฟฟ้าจากตู้ Fire alarm Control Panel (FCP) ไปยงั Remote
Terminal Unit (RTU) หรือตู้ FCP ย่อย ซ่ึงเป็ นตูย้ ่อยของ FCP ทาหนา้ ท่ีเหมือน FCP และทางาน Stand alone
เป็ นสายจากตู้ FCP ไปยงั Multiplex แต่สาหรับระบบ Hard wire แลว้ สายฟี ดเดอร์เป็ นสายจากตู้ FCP ไปยงั
Terminal Box (TB) ซ่ึงเป็นตูห้ รือกล่องพกั สายท่ีประจาช้นั หรือประจาตาแหน่งท้งั 2 ระบบ จะมีการคิดความ
ยาวสายเช่นเดียวกบั ระบบไฟฟ้า

ง) ระบบ MATV สายฟี ดเดอร์เป็ นสาย Coaxtial จากชุด Head end ซ่ึงประกอบด้วยชุด Amplifier
ไปยงั ตวั Splitter หรือ Tap off โดยปกติจะติดต้งั อยใู่ นกล่อง ซ่อนอยใู่ นฝ้าหรือตาม Shaft ไฟฟ้า มีการคิด ความ
ยาวเช่นเดียวกบั ระบบไฟฟ้า

จ) ระบบเสียง สายฟี ดเดอร์เป็นสายจากชุดควบคุมระบบเสียงไปยงั ตวั เทอร์มินอลบอ็ ก (TB) ซ่ึงเป็นตู้
หรือกลอ่ งสาหรับใชพ้ กั สายท่ีอยปู่ ระจาช้นั หรือประจาตาแหน่ง มีการคิดความยาวสายเช่นเดียวกบั ระบบ
ไฟฟ้า

3) สายวงจรย่อย
- ปกติจะใชก้ ารประมาณความยาวในการคิด เพราะราคาสายของวงจรยอ่ ย (หรือวงจรท่ีมาจ่ายโหลด

ตวั สุดทา้ ย) มีค่านอ้ ยมาก จึงไม่ค่อยมีผลต่อราคารวมท้งั หมด เมื่อเปรียบเทียบกบั สายเมนหรือฟี ดเดอร์ กรณีท่ี
เป็นงานที่ไดแ้ ลว้ กใ็ ชก้ ารวดั จริงเพ่อื ความถกู ตอ้ ง

- การคิดความยาวของสายวงจรย่อยตอ้ งมีการเผ่ือความยาวไม่นอ้ ยกว่า 10 % ท่ีเป็ นเช่นน้ีเพราะจะมี
การสูญเสียท่ีหน้างานมาก โดยเฉพาะจากคนงานท่ีทาการติดต้ัง เช่นการดัดท่อผิดแลว้ ทิ้งท่อนน้ันไปเลย
(ท่อร้อยสายปกติยาวท่อนละ 3 m.) การเผ่ือสายในการร้อยท่อมากต่อเส้นเกินไปจนสายท่ีเหลือในขดไม่พอ
ท่ีจะร้อยเส้นต่อไปได้ อาจจะตอ้ งเหลือสายเส้นน้นั ไว้

5.6.3 การเกบ็ รวบรวมข้อมูลท่ีได้จากการถอดแบบ หรือการทาเบรก ดาวนช์ ีท เป็นข้นั ตอนตอ่ จากการถอดแบบ
ซ่ึงการกรอกขอ้ มูลที่ได้จากการถอดแบบลงในแบบฟอร์มเบรก ดาวน์ ชีท ดังรูปท่ี 5.3 ที่ไดจ้ ดั เตรียมไว้
สาหรับเก็บขอ้ มูล จานวน หรือความยาวของอุปกรณ์โดยเฉพาะ และพยายามจดั เรียงขอ้ มูลใหเ้ หมาะสม โดย
แยกเป็ นส่วน ๆ ตามหมวดหมู่ของมนั เพื่อความสะดวกต่อการตรวจสอบ และพร้อมนาขอ้ มูลไปใชใ้ นการ
ส่ังซ้ือ หรือวางแผนการติดต้งั ภายหลงั เมื่อไดง้ านทาแลว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี

1) การเกบ็ ข้อมูลวัสดอุ ปุ กรณ์ที่นบั ได้
ก) ระบบไฟฟ้า ที่สาคญั คือ
- โคมไฟฟ้า การเก็บขอ้ มูลตอ้ งจดั เรียงตามชนิดขนาดหลอดไฟที่จะใช้ และลกั ษณะการติดต้งั

ของโคม
- สวติ ช์ การเก็บขอ้ มลู ตอ้ งจดั เรียงตามชนิดและจานวนโพลท่ีใชต้ ดั ตอนบนแผงหนา้ กากเดียวกนั
- เตา้ รับไฟฟ้า การเก็บขอ้ มูลตอ้ งจดั เรียงตามชนิดและลกั ษณะการติดต้งั
- เบรกเกอร์ การเก็บข้อมูลต้องจดั เรียงตามตาแหน่งตูท้ ่ีไล่ตามซิงเกิล ไลน์ และช่ือตู้ขนาด

กระแสของเบรกเกอร์ รวมท้งั ค่า IC ท่ีใชง้ าน
ข) ระบบโทรศพั ท์ ปกติจะเก็บขอ้ มูลเฉพาะเตา้ รับโทรศพั ท์ โดยจดั เรียงตามชนิด และลกั ษณะการ

ติดต้ัง แต่ผูป้ ระมาณราคาอาจถอดจานวนตู้ TC ขนาดต่าง ๆ เก็บข้อมูลไวก้ ็ได้ โดยพิจารณาจากไรเซอร์
ไดอะแกรม

ค) ระบบไฟร์ อะลาม การเก็บขอ้ มูลควรตอ้ งจดั เก็บแยกอุปกรณ์แต่ละพวกออกจากกนั ไดแ้ ก่ พวก
Addressable, Module, Input device, Output device และCommunication module

ง) ระบบ MATV ปกติจะเก็บขอ้ มูลเฉพาะเตา้ รับโทรศพั ท์ โดยจดั เรียงตามชนิดและการติดต้งั แต่
ผูป้ ระมาณราคาอาจจะถอดจานวนอุปกรณ์ต่าง ๆ ออก เช่น สปริทเตอร์ และแทป – ออฟ และเก็บขอ้ มูลไว้
โดยพิจารณาไดจ้ ากไรเซอร์ไดอะแกรม

จ) ระบบเสียง ตอ้ งจดั เก็บขอ้ มูลเฉพาะอุปกรณ์ย่อยที่ส่งสัญญาณเสียง เช่น พวกลาโพง โดยจดั เรียง
ตามชนิด และลกั ษณะการติดต้งั

รูปที่ 5.3 แบบฟอร์มการถอดจานวนอุปกรณ์ที่นบั ได้

2) การเกบ็ ข้อมูลทางเดินสายไฟฟ้าและสายไฟฟ้า

ก) ระบบไฟฟ้า การเก็บขอ้ มูลต้องจัดเรียงไล่ตามซิงเกิลไลน์ไดอะแกรม หรือไรเซอร์ไดอะแกรม

ดงั ตอ่ ไปน้ี
- HV Incoming : จากการไฟฟ้า ตดั ตอนแรงสูง หมอ้ แปลง
- LV Incoming : จากหมอ้ แปลงไฟฟ้า ตู้ MDB
- LV Main feeder : จากตู้ MDB ไปจ่ายโหลด
- LV Sub feeder : จากตู้ SDB ไปจ่ายโหลด
- LV Branch circuit : วงจรย่อยสาหรับจ่าย Load ตวั สุดทา้ ย คือระบบแสงสว่าง และระบบไฟฟ้า

กาลงั และอุปกรณ์ไฟฟ้าอ่ืน ๆ
ข) ระบบโทรศพั ท์ การเก็บขอ้ มลู ตอ้ งเรียงไลต่ ามไรเซอร์ไดอะแกรม ดงั น้ี
- TOT Incoming : จากองคก์ ารโทรศพั ท์ ตู้ MDF
- Telephone feeder : จากตู้ MDF ตู้ TC
- Telephone Branch circuit : จากตู้ TC เตา้ รับโทรศพั ท์
ค) ระบบ ไฟร์อะลาม การเก็บขอ้ มูลตอ้ งจดั เรียงไล่ตามไรเซอร์ไดอะแกรม

- ไฟร์อะลามฟี ดเดอร์ : จากตู้ FCP TC หรือเทอร์มินอล บอ็ กประจาช้นั หรือโซน
- ไฟร์อะลามบรั๊นช์ เซอร์กิต : จากตู้ RTU หรือเทอร์มินอลบอ็ ก อปุ กรณ์ I/P หรือ O/P
ง) ระบบ MATV การเก็บขอ้ มลู ตอ้ งจดั เรียงไล่ตามไรเซอร์ไดอะแกรม ดงั น้ี

- MATV : จากชุดเฮดเอ็น หรื อแอมพลิไฟร์ เออร์ อุปกรณ์ Distribution คือสปลิเตอร์

หรือแทป็ ออฟ

- MATV บร๊ันช์ เซอร์กิต : จากอปุ กรณ์ Distribution เตา้ รับโทรทศั น์
จ) ระบบเสียง การเก็บขอ้ มลู ตอ้ งจดั เรียงตามไรเซอร์ไดอะแกรม ดงั น้ี

- ซาวด์ ฟี ดเดอร์ : จากชุดเครื่องเสียง หรือซาวด์คอนโทลพาแนล เทอร์มินอลบ็อก ประจาช้ัน
หรือโซน

- ซาวดบ์ ร๊ันช์ เซอร์กิต : จากเทอร์มินอลบอ็ กประจาช้นั หรือโซน อปุ กรณ์ส่งสัญญาณเสียง

5.6.4 การสืบราคาของวัสดุอุปกรณ์ เมื่อได้รายละเอียดชนิดและจานวนของอุปกรณ์ที่ต้องใช้ท้งั หมดใน
โครงการแลว้ กต็ อ้ งมีการสืบราคาของวสั ดุอุปกรณ์ราคาปัจจุบนั โดยปกติวสั ดุอุปกรณ์โดยทว่ั ไป เช่น ทางเดิน
สายไฟฟ้า สายไฟฟ้า และสวิตช์ จะมีราคามาตรฐานอยู่แลว้ สามารถเปิ ดคู่มือราคาขายของร้านคา้ และกด

ส่วนลดที่ได้ก็จะไดร้ าคาตน้ ทุนท่ีค่อนขา้ งใกลเ้ คียง ส่วนอุปกรณ์อ่ืน ๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์หลกั ของระบบ

ไฟฟ้า เช่น อุปกรณ์ตดั ตอนแรงสูง หมอ้ แปลงไฟฟ้า และเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้าอื่น เป็ นตน้ รวมท้งั อุปกรณ์งาน
ระบบอื่น ๆ เช่น PABX และMDF ของระบบโทรทศั น์ ชุด FCP ของระบบไฟร์อะลาม ชุดอะลาม ชุดเฮดเอ็น

และแอมป์ พลิไฟร์เออร์ของระบบ MATV หรือชุดเครื่องเสียงของระบบเสียง เป็นตน้ ตอ้ งมีการส่งราคาเพื่อขอ

ใบเสนอราคาจากผจู้ าหน่ายสินคา้ ดว้ ยการส่งรายละเอียดของอุปกรณ์ (สเปก) และจานวนอปุ กรณ์ที่ถอดไดจ้ าก

แบบ (จานวนของอุปกรณ์มีผลต่อปริมาณส่วนลด) ไปใหพ้ จิ ารณา

5.6.5 การทาราคาในรูปของ BOQ ฟอร์ม คอื บญั ชี หรือรายการแสดงรายละเอียดของวสั ดุอุปกรณ์ จานวนรวม
ท้งั ราคาของวสั ดุอุปกรณ์ และคา่ แรงที่ใชใ้ นการติดต้งั อปุ กรณ์ท้งั หมดโดยการจดั เรียงของรายการ ตอ้ งเร่ิมจาก
อินคมั มิงเขา้ มาในโครงการ แลว้ จึงไล่ตามซิงเกิลไลน์ไดอะแกรม หรือไรเซอร์ไดอะแกรมไปยงั อุปกรณ์ย่อย
ตวั สุดทา้ ย นอกจากน้ีมีการแยกรายการอุปกรณ์หลกั ออกอีกรายการต่างหาก และแยกรายการของแต่ละระบบ
ออกจากกนั เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบโทรศพั ท์ หรือระบบไฟร์อะลาม เป็ นตน้ ตวั อย่างแบบฟอร์ม BOQ ที่ใช้
สาหรับงานทว่ั ไปแสดงดงั รูปที่ 5.4
รูปแบบการเรียงรายการ BOQ ฟอร์มโดยทว่ั ไปมีลกั ษณะการจดั เรียงตามหมวดหมู่ตามรายละเอียดดงั น้ี

1) ระบบไฟฟ้า
2) ระบบโทรศัพท์
3) ระบบไฟร์อะลาม
4) ระบบ MATV
5) ระบบเสียง

รูปที่ 5.4 ตวั อยา่ งแบบฟอร์ม BOQ ที่ใชส้ าหรับงานทวั่ ๆ ไป

ข้อควรรู้

1. การทาแบบฟอร์ม BOQ ปกติจะมีการทาแบง่ เป็น 2 ชุด คือ 1) ชุดแสดงรายการตน้ ทุน
2) ชุดแสดงราคาเสนอ สาหรับการประมูลซ่ึงมีการบวกค่าดาเนินการที่ตอ้ งใชแ้ ละกาไรที่ตอ้ งการแฝงไวอ้ ยู่ใน
รายการ

2. ราคาตน้ ทุนท่ีทาไว้ ตอ้ งพิจารณาใหเ้ หมาะสมกบั สภาวะแนวโนม้ การตลาดในอนาคตดว้ ย คือ ราคา
ไม่ต่าจนเกินไปจนซ้ือไม่ไดเ้ ม่ือไดง้ าน หรือสูงจนเกินไปจนทาใหโ้ อกาสของการไดง้ านลดลงที่เกิดจาก ราคา
ตน้ ทกุ สูง ราคาที่เสนอกส็ ูงข้ึนไปดว้ ย

3. การปรับตวั เลขเพื่อเสนอราคา ตอ้ งพิจารณาความเหมาะสมของราคาต่อหน่วย และราคายอดรวม
ท้งั หมด ซ่ึงราคาตอ่ หน่วยจะมีผลตอนงานเพ่ิมลดท่ีเกิดข้ึน ส่วนค่ายอดรวมท้งั หมดจะมีผลต่อการพิจารณาการ
วา่ จา้ งงานของผวู้ า่ จา้ ง ซ่ึงจะดูราคายอดรวมเป็นหลกั

สรุปเนื้อหา

บุคลากรที่มีส่วนรับผิดชอบโครงการประกอบด้วย 1.เจ้าของโครงการ หรื อเจ้าของเงินทุน
2. ผูอ้ อกแบบ หรือสถาปนิก 3. ผูบ้ ริหารงานโครงการ 4. ผูค้ วบคุมงานก่อสร้าง 5. ผูร้ ับเหมาก่อสร้างหลกั
6. ผรู้ ับเหมาก่อสร้างรายยอ่ ย 7. คนงาน

ส่วนประกอบของงานก่อสร้าง งานก่อสร้างประกอบดว้ ยงานหลกั ๆ อยู่ 5 อยา่ ง คือ
1. งานโครงสร้าง 2. งานสถาปัตย์ หรืองานตกแตง่ ท้งั ภายในและภายนอก 3. งานระบบไฟฟ้า
4. งานระบบสุขาภิบาล 5. งานระบบปรับอากาศ
หวั ใจของการประมาณราคา 1. ถูกตอ้ งครบถว้ น รอบคอบ 2. ทนั ตามระยะเวลาที่กาหนดเวลาที่ไดร้ ับ
มอบหมาย 3. สามารถแสดงรายการอปุ กรณ์ จานวนท่ีใช้ ค่าวสั ดุอปุ กรณ์ รวมท้งั คา่ แรงท่ีใชต้ ิดต้งั ซ่ึงใกลเ้ คียง
กบั ค่าใชจ้ ่ายจริงท่ีไดใ้ ชจ้ ริง ๆ เม่ือจบงาน 4. มีขอ้ มูลที่ไดท้ าการถอดแบบไว้ ดูแลว้ เขา้ ใจง่าย เพื่อง่ายสาหรับ
ผปู้ ระมาณราคาคนอื่น หรือวศิ วกรผดู้ ูแลงาน เม่ือไดง้ านน้ีแลว้ สามารถตรวจสอบได้
5. Bill Of Quantity หรือ BOQ ที่ทาจดั เรียงหมวดหมูไ่ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ข้นั ตอนการประมลู งาน 1.การซ้ือแบบ 2.การประมาณราคา 3.การนาเสนอราคาประมลู ข้นั ตอนของ
การประมาณราคา 5 ข้นั ตอน ดงั ตอ่ ไปน้ี

- การศึกษาวเิ คราะหแ์ บบรวมท้งั สเปกของวสั ดุอปุ กรณ์ท่ีจะใชใ้ นการติดต้งั
- การถอดแบบ หรือการถอดปริมาณของวสั ดุอปุ กรณ์ที่ใช้
- การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการถอดแบบ หรือการทาเบรกดาวนช์ ีท
- การสืบราคาของวสั ดุอปุ กรณ์ท่ีเป็นปัจจุบนั
- การทาราคาในรูปของ BOQ อยา่ งครบถว้ น

แผนการจดั การเรียนรู้แบบเน้นสมรรถนะ หน่วยที่ 6
ชื่อวิชา การประมาณการระบบไฟฟ้า (30104-2202) จานวน 10 ชั่วโมง
ช่ือหน่วย : การออกแบบระบบไฟฟ้าสาหรับท่ีพกั อาศยั

สาระสาคัญ

ส่ิงท่ีจะตอ้ งคานึงถึงในการออกแบบระบบไฟฟ้าก็คือ ความปลอดภยั ระบบมีความคล่องตวั และมี
ความง่ายในการใชง้ าน นอกจากน้ีตอ้ งเผื่อโหลดสาหรับโอกาสขยายในอนาคต ชนิดของวงจร บริภณั ฑไ์ ฟฟ้า
การติดต้งั ระบบสายประธาน (Main Service) การเดินสาย และชนิดของสายไฟฟ้าด้วย รูปท่ี 6.1 ได้แสดง
ตวั อยา่ งอาคารสาหรับท่ีพกั อาศยั

สาหรับแรงดันต่าในระบบประธาน ผูเ้ ขียนเลือกใช้ 3 4 W 380/220 V หลงั จากน้ันให้กาหนด
รายละเอียดตา่ ง ๆ ลงในแบบไฟฟ้า

สาระการเรียนรู้

6.1 รายละเอียดแบบไฟฟ้า
6.2 การคานวณโหลด

ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั

1. สามารถอธิบายรายละเอียดแบบไฟฟ้าได้
2. สามารถคานวณโหลดได้

เนื้อหา

6.1 รายละเอยี ดแบบไฟฟ้า
จากแบบไฟฟ้าแสดงในรูปท่ี 6.2 เป็ นที่พกั อาศยั แถวเดี่ยว 6 ห้อง ต้งั แต่ห้อง A ถึง E มีลกั ษณะแบบ

เดียวกนั หมด ภายในหอ้ งแต่ละหอ้ งประกอบดว้ ยห้องรับแขก หอ้ งครัว หอ้ งนอน และหอ้ งน้า สาหรับแผงยอ่ ย
แสงสว่างแต่ละแผงติดต้งั อยู่ในห้องเก็บของ ภายในห้องครัวมีเตาอบแบบติดผนัง เครื่องใช้หุงตม้ ต้งั โต๊ะ
พดั ลมดูดอากาศเสีย เคร่ืองกาจดั เศษอาหาร และเคร่ืองลา้ งจาน

สาหรับหอ้ ง F มีขนาดเลก็ กวา่ หอ้ ง A ถึง E ภายในหอ้ งมีหอ้ งรับแขก หอ้ งครัว หอ้ งน้า หอ้ งรับแขก ใช้
เป็นหอ้ งนอนไปในตวั ส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าในหอ้ งครัวเหมือนกนั กบั หอ้ ง A ถึง E

นอกจากน้ีก็ยงั มีหอ้ งซกั ลา้ ง หอ้ งเก็บของ หอ้ งทาน้าร้อน และหอ้ งติดต้งั แผงสวิตช์
ลกู ศรในแบบเป็นตวั แสดงทิศทางไปยงั แผงยอ่ ยแสงสวา่ ง ส่วนเส้นท่ีขีดคร่อมทบั เสน้ ลูกศรเอาไวเ้ ป็น
จานวนเส้นของสายไฟ เสน้ ท่ีไม่ไดข้ ีดไวใ้ หถ้ ือวา่ มี 2 เส้น (ดงั รูปท่ี 6.3)

การเดินสายไฟฟ้าในส่วนของวงจรย่อย สาหรับเส้นประเดินในช่องเดินสายไฟฟ้าโดยฝังในผนัง
และเสน้ ดาทึบเดินสายในท่อ การเดินสายสามารถทาไดท้ ้งั การฝังในผนงั เพดาน และพ้ืน

การเดินสายไฟฟ้าของสายป้อน จะแสดงดว้ ยลกู ศรจากแผงยอ่ ยต่าง ๆ ไปรวมยงั แผงสวิตช์
การเดินสายในระบบประธานใหท้ าการเดินภายในทอ่ ส่วนสายไฟฟ้าเป็นชนิด THW 75C 750 V
สายไฟฟ้า สายไฟฟ้าเป็นชนิด THW 75C 750 V ขนาดตามมาตรฐาน NEC หรือ มอก. 11-2518
สายสาหรับเตา้ รับและแสงสวา่ ง มีขนาดไมต่ ่ากวา่ 2.5 mm2
สายสาหรับดวงโคม ขนาดตอ้ งไม่ต่ากวา่ 1.0 mm2 ทนอุณหภมู ิไดไ้ ม่ต่ากวา่ 75
สายอ่อน ตวั นาไมเ่ กิน 3 แกน แต่ละแกนตอ้ งมีขนาดกระแสตาม มอก. 11-2518

รูปท่ี 6.2 เป็นท่ีพกั อาศยั แถวเดี่ยว 6 หอ้ ง

รูปท่ี 6.3 แสดงรูปหอ้ งครัว

6.2 การคานวณโหลด

สาหรับพ้ืนที่ห้อง A ถึง E แต่ละหอ้ งมีขนาด 5.80  6.50 m2 ส่วนพ้ืนท่ีหอ้ ง F ซ่ึงหกั พ้ืนท่ีการติดต้งั

สวติ ชบ์ อร์ด หอ้ งเกบ็ ของ และหอ้ งซกั ลา้ งออก จะเหลือ [(5.80  6.50) – (2.10  6.50)] เทา่ กบั 25.04 m2

6.2.1 การคานวณแสงสว่างท่ัวไปสาหรับที่พักอาศัย ตาม (ว.ส.ท. 203-1) มีค่าไม่นอ้ ยกว่า 10 W/m2

ดงั น้นั โหลดแสงสวา่ งทว่ั ไปของภายในหอ้ ง A มีคา่

โหลดตาม ว.ส.ท. 5.80  6.50  10 W/m2 = 377 W

โหลดแทจ้ ริง = 875 W

เลือกออกแบบตามโหลดแทจ้ ริง = 875 W

สาหรับเตา้ รับ (Plug Receptacle) ตาม ว.ส.ท. 203-2 (3) ใหต้ ิดโหลดจุดละ 1A (220 VA/เตา้ รับ) เตา้ รับ

ท้งั หมดของหอ้ ง A เท่ากบั 17 เตา้ รับ โดยจานวนโหลดท้งั หมดเทา่ กบั 17 เตา้ รับ  220 VA/เตา้ รับ =

3740 W

ส่วน NEC 220-16 (a) กาหนดขนาดเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าขนาดเล็กไวไ้ ม่น้อยกว่า 3000 W ต่อหอ้ งท่ีอาศยั

หรือโหลดสายป้อน จึงเลือกออกแบบตามโหลดแทจ้ ริง คือ 3740 W ดงั น้นั โหลดแสงสวา่ ง และเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า

ขนาดเลก็ จึงมีคา่ 875 + 3740 = 4615 W

สาหรับโหลดเครื่องใช้ไฟฟ้ากาหนดให้เคร่ืองใช้หุงตม้ ต้งั โต๊ะมีค่า 6700 W เตาอบมีค่า 4800 W

เคร่ืองลา้ งจานมีค่า 1500 W เครื่องกาจดั เศษอาหารมีค่า 600 W และพดั ลมดูดอากาศเสียมีค่า 350 W ฉะน้นั

โหลดเครื่องใช้ไฟฟ้ามีค่าเท่ากับ 13950 W รวมโหลดท้ังหมด (875 + 3740 + 13950) เท่ากับ 18565 W

ดงั ตารางท่ี 6.1

ดีมำนด์แฟกเตอร์ ของสำยป้อนแสงสว่ำง การใช้ดีมานด์แฟกเตอร์เพื่อท่ีจะลดขนาดสายป้อนแสง

สวา่ งและเครื่องใชไ้ ฟฟ้าขนาดเลก็ ในตารางท่ี 3.6

โหลดแสงสวา่ งและเครื่องใชไ้ ฟฟ้าขนาดเลก็ = 875 + 3740 W

รวมโหลด = 4615 W

3000 W แรกคิด 100% = 3000 W

ท่ีเหลือ (4615 – 3000) W คดิ 35% = 1615  0.35 W

= 565 W

รวมโหลดลด = 3000 + 565 W

= 3565 W

ตารางท่ี 6.1 แสดงโหลดสูงสุดสาหรับท่ีพกั อาศยั ห้อง A

ดมี ำนด์แฟกเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้ำและเคร่ืองใช้หุงต้ม ใชด้ ีมานดแ์ ฟกเตอร์เพอ่ื จะลดขนาดสายป้อน

สาหรับเครื่องใชห้ ุงตม้ ต้งั โต๊ะและเตาอบ

เคร่ืองใชห้ ุงตม้ ต้งั โตะ๊ มีขนาด = 6700 W

เตาอบมีขนาด = 4800 W

รวมโหลด = 11500 W

ในตารางท่ี 8.4 (หนา้ 157) เลือกใชค้ อลมั น์ C (แต่ละเครื่องไมเ่ กิน 8¾ kW) และเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ามี

จานวน 2 เคร่ือง

ดีมานดโ์ หลด = 65%

รวมโหลดลด = 11500  0.65 W

= 7475 W

รวมโหลดของสายป้อนห้อง A

แสงสวา่ งและเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าขนาดเลก็ = 3565 W
7475 W
เครื่องใชห้ ุงตม้ ต้งั โตะ๊ และเตาอบ = 1500 W
600 W
เครื่องลา้ งจาน = 350 W

เคร่ืองกาจดั เศษอาหาร = 13490 W

พดั ลมดูดอากาศเสีย =

รวมโหลดสายป้อน =

ขนาดสายป้อนของขนาดอปุ กรณ์ตดั ตอนห้อง A ถึง E

แรงดนั ไฟฟ้า 1  3 W 220/440 V

I = 13490 A

440

= 30.66 A

ตามขนาด CB มีขนาดไม่เกิน 80 เปอร์เซ็นตข์ องกระแสพิกดั ในกรณีท่ี CB ไม่ไดร้ ับการรับรอง

วา่ ทางานไดต้ ่อเน่ือง

ขนาด CB = 30.66 A
0.8
= 38.33 A เลือกใช้ 40 AT

ส่ ว น ข น า ด ส า ย ตัว น า ป้ อ น ต้อ ง มี ข น า ด ไ ม่ น้อ ย ก ว่า อัต ร า พิ กัด อุ ป ก ร ณ์ ตัด ต อ น จ า ก ต า ร างใ น

เราจึงเลือกใชส้ ายขนาด 10 mm2 75C (45 A) เดินในทอ่ ใชท้ ่อขนาด ¾ นิ้ว

แต่ที่พกั อาศยั หอ้ ง A ถึง E เหมือนกนั เลือกใชข้ นาดและอปุ กรณ์เดียวกนั กบั แผงยอ่ ย A

รูปที่ 6.4 เลือกขนาดวงจรยอ่ ย 10A เลือกใช้ CB ขนาด 10A ขนาดของตวั นาไมต่ ่ากวา่ พกิ ดั CB
จึงใชต้ วั นา 2.5 mm2 75C (15A)

วงจรย่อย รูปท่ี 6.4 การเลือกขนาด CB และขนาดตวั นาโดยเลือกขนาดวงจรย่อย 10A เลือกใช้ CB
ขนาด 10A ขนาดตวั นาในวงจรยอ่ ย และขนาดตวั นาไมต่ ่ากวา่ พกิ ดั CB จึงใชต้ วั นาขนาด 2.5 mm2 75C (15A)

รูปที่ 6.5 แสดงขนาดตดั ตอนอตั โนมตั ิ ขนาดตวั นาวงจรยอ่ ย เตา้ รับและสวติ ช์

วงจรย่อย แสดงการเลือกขนาด CB ชนิด 2 ข้วั และขนาดตวั นาดงั รูปท่ี 6.5

จากโหลดวงจรยอ่ ย ถา้ เลือกขนาดวงจรยอ่ ย 10A ขนาดอุปกรณ์ตดั ตอนสูงสุด 10A โหลดที่ติดต้งั

ถาวรรวมกนั ไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นตข์ องขนาดวงจรยอ่ ย

โหลดท่ีติดต้งั ถาวรดงั รูปท่ี 6.5 (850 W) = 850 =2 A
450
ขนาดวงจรยอ่ ยไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ = 10  0.5 = 5 A

ดงั น้นั โหลดท่ีติดต้งั ถาวรตอ้ งไมเ่ กิน 50 เปอร์เซ็นตข์ องขนาดตดั ตอ่ อตั โนมตั ิ เม่ือใชร้ ่วมกบั

เครื่องใชไ้ ฟฟ้าท่ีใชเ้ ตา้ รับ โหลดเครื่องใชไ้ ฟฟ้าชิ้นหน่ึง ๆ ตอ้ งไม่เกิน 80 เปอร์เซ็นตข์ องขนาดวงจรยอ่ ย

โหลดเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าแตล่ ะชิ้นตอ้ งไม่เกิน 10  0.8 เท่ากบั 8 A

รูปท่ี 6.6 แสดงการต่อตดั ตอนอตั โนมตั ิทว่ั ไป 1 ข้วั และตดั ตอนอตั โนมตั ิชนิดป้องกนั กระแสไฟร่ัว
1 ข้วั (GFCI) ตามทอ้ งตลาดเรียกวา่ CB หางหมู

ขนาดของตวั นาวงจรย่อย ตอ้ งมีขนาดไมน่ อ้ ยกวา่ พิกดั อุปกรณ์ตดั ตอน จึงเลือกใชต้ วั นาขนาด 2.5
mm2 (15A)

สาหรับตดั ตอนอตั โนมตั ิชนิดทวั่ ไป และชนิดป้องกนั กระแสไฟรั่ว สามารถแสดงดงั รูปท่ี 6.6

รูปท่ี 6.7 ขนาดอุปกรณ์ตดั ตอนสูงสุดอตั โนมตั ิและตวั นาวงจรยอ่ ย

วงจรย่อย รูปที่ 6.7 แสดงการเลือกขนาด CB และขนาดของตวั นา โดยเลือกขนาดอุปกรณ์ตัดตอน
สูงสุด คือ ตอ้ งมีขนาดไม่ต่ากวา่ 125 เปอร์เซ็นตข์ องขนาดอุปกรณ์ทาความร้อน (26  125%) เท่ากบั 32.5 A
จึงเลือกใช้ CB ขนาด 35 A ส่วนขนาดของตวั นาพิกดั กระแสไม่ต่ากวา่ ขนาดพิกดั กระแสของ CB ส่วนเตา้ รับ
แสดงดงั รูปท่ี 6.8 (ก)

รูปที่ 6.8 การต่ออุปกรณ์เตา้ เสียบ

ตารางที่ 6.2 แสดงการแบ่งโหลด ขนาดตัวนา และอุปกร ์ณ ้ปองกันของวงจรย่อย

รูปท่ี 6.8 แสดงตดั ตอนอตั โนมัติชนิดป้องกนั กระแสไฟร่ัว 2 ข้วั พร้อมกับการต่อเตา้ เสียบเข้ากับ
อุปกรณ์ทาความร้อน สาหรับตารางท่ี 6.2 แสดงตารางการแบ่งโหลด ขนาดของตวั นา และอปุ กรณ์ป้องกนั ของ
แผงยอ่ ย A ถึง E และในตารางท่ี 6.3 แสดงโหลดสูงสุดสาหรับท่ีพกั อาศยั หอ้ ง F

ตารางท่ี 6.3 แสดงโหลดสูงสุดสาหรับท่ีพกั อาศยั หอ้ ง F

ดีมำนด์แฟกเตอร์ของสำยป้อนแสงสว่ำง เพื่อลดขนาดของสายป้อนในตารางที่ 6.3

โหลดแสงสวา่ งและเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าขนาดเลก็ = 675 + 3000 W

รวมโหลด = 3675 W

3000 W แรกคิด 100 เปอร์เซ็นต์ = 3000 W

ท่ีเหลือ 675 W คดิ 35 เปอร์เซ็นต์ = 675  0.35 W

= 236 W

รวมโหลดลด = 3000 + 236 W
= 3236 W
รวมโหลดของสายป้อนของห้อง F
แสงสวา่ งและเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าท่ีมีขนาดเลก็ = 3236 W
เครื่องใชห้ ุงตม้ ต้งั โต๊ะและเตาอบ = 7475 W
เครื่องลา้ งจาน = 1500 W
เครื่องกาจดั เศษอาหาร = 600 W
พดั ลมดูดอากาศเสีย = 350 W
รวมโหลดสายป้อนได้ = 13161 W

ขนาดสายป้อนของห้อง F 13161 A
I= 440
= 30 A

ขนาด CB มีขนาดไม่เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ของกระแสพิกัด ในกรณี CB ไม่ได้รับการรับรองว่าการ

ทางานไดต้ อ่ เน่ือง

ขนาด CB = 30 = 37.5 A
0.8 AT
 เลือกใช้ CB ขนาด = 40

ขนาดสายป้อนตอ้ งมีขนาดไม่นอ้ ยกวา่ อตั ราพิกดั อุปกรณ์ตดั ตอน เราเลือกใชส้ ายขนาด 10 mm2 75C

750 V เดินในท่อ ใชท้ ่อขนาด ¾ นิ้ว

สาหรับตารางที่ 6.4 แสดงการแบ่งโหลด ขนาดตวั นาและอุปกรณ์ป้องกนั ของแผงยอ่ ย F

6.2.2 การคานวณระบบประธาน โหลดแสงสว่างและเคร่ืองใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กห้อง A ถึง E = 5 

4615 W (มีโหลดขนาดเดียวกนั )

โหลดแสงสว่ำงและเคร่ืองใช้ไฟฟ้ำขนำดเลก็ ห้อง A ถึง E

5  4615 = 23075 W

โหลดแสงสวา่ งและเครื่องใชไ้ ฟฟ้าของหอ้ ง F = 3675 W

ตาราง ่ีท 6.4 แสดงการแ ่บงโหลด ขนาดตัวนา และ ุอปกร ์ณ ้ปองกันของวงจรย่อย F

แสงสวา่ งทางเดิน 3  200 W = 600 W
440 W
เตา้ รับหอ้ งสวิตชบ์ อร์ดและหอ้ งซกั ลา้ ง 2@ 1 A = 27790 W

รวมโหลด =

เลือกใชด้ ีมานดแ์ ฟกเตอร์เพ่อื ลดขนาดสายประธานสาหรับแสงสวา่ งและเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าขนาดเลก็ ใน

ตารางท่ี 8.3 (หนา้ 156)

3000 W แรก คิด 100 เปอร์เซ็นต์ = 3000 W

เหลือ (27790 – 3000) คิด 35 เปอร์เซ็นต์ = 24790  0.35 W

= 8675.5 W

รวมโหลดลดได้ = 3000 + 8675.5 W

= 11676.5 W

เลือกใชด้ ีมานดแ์ ฟกเตอร์เพือ่ ลดขนาดสายประธานสาหรับโหลดเครื่องใชห้ ุงตม้ ต้งั โต๊ะและเตาอบท้งั

อาคาร

เครื่องใชห้ ุงตม้ ต้งั โต๊ะ 6  6700 = 40200 W

เตาอบ 6  4800 = 28800 W

รวมโหลดได้ = 69000 W

ในตารางท่ี 8.4 (หนา้ 157) เลือกใช้ คอลมั น์ C (แต่ละเคร่ือง < 8 ¾ kW) เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ามีจานวน

ท้งั หมด 12 เครื่อง

ดีมานด์โหลด = 32%

= 69000  0.32 W
รวมโหลดลดได้ = 22080 W

เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าอื่น ๆ ท้งั อาคารคือ

พดั ลมดูดอากาศเสีย 6  350 = 2100 W

เคร่ืองลา้ งจาน 6  1500 = 9000 W

เคร่ืองกาจดั เศษอาหาร 6  600 = 3600 W

เคร่ืองทาน้าร้อน (W.H.) 1  5000 = 5000 W
19700 W
รวมโหลดได้ =

เลือกใชด้ ีมานดแ์ ฟกเตอร์ (NEC 220-17) สาหรับท่ีพกั อาศยั 75% ของโหลดในสายป้อนเดียวกนั

รวมโหลดลดได้ = 19700  0.75 W

= 14775 W

มอเตอร์ไฟฟ้าในหอ้ งสวติ ชบ์ อร์ด ¾ HP 1  220 V 7.2 A 1584 W โหลดมอเตอร์ตอ้ งเผ่อื ไว้ 125
เปอร์เซ็นตข์ องพกิ ดั โหลดเต็มท่ี

= 1584  1.25 W

= 1980 W

รวมโหลดระบบประธานท้งั หมดคือ

แสงสวา่ งและเครื่องใชไ้ ฟฟ้าขนาดเลก็ = 11676.5 W

เครื่องใชห้ ุงตม้ ต้งั โตะ๊ และเตาอบ = 22080 W

เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าอื่น ๆ = 14775 W

มอเตอร์ = 1980 W

รวมโหลดได้ = 50511.5 W

ขนาดของสายประธานคือ

แรงดนั 380/220 V 3  4 W

I = 50511.5
1.732 380
= 76.7

ขนาดตวั นาของประธานตอ้ งทนกระแสไมต่ ่ากวา่ 125 เปอร์เซ็นต์ ของกระแสโหลด ในกรณีที่ CB

ไมไ่ ดร้ ับรองวา่ ทางานได้ 100 เปอร์เซ็นต์ (76.7  1.25) เทา่ กบั 96 A

ใหเ้ ลือกใช้ 35 mm2 THW 75C (104A) เดินในท่อ 2” IMC

ขนาดสายประธานตวั นาศูนย์

แสงสวา่ งและเครื่องใชไ้ ฟฟ้าขนาดเลก็ = 11676.5 W

เคร่ืองใชห้ ุงตม้ ต้งั โตะ๊ และเตาอบใหค้ ิด 70 เปอร์เซ็นตข์ องโหลด ที่ตวั นา ไม่ไดต้ ่อลงดิน

เครื่องใชไ้ ฟฟ้าอื่น ๆ รวมโหลดได้ = 22080  0.7 W
มอเตอร์ 43887.5 = 15456 W
1.732 380 = 14775 W
I= = 1980 W
= = 43887.5 W

A

66.7 A

ใหเ้ ลือกใชส้ ายขนาด 25 mm2 THW 75C 750 V (84 A) เดินในท่อ

ขนาดหม้อแปลง

มีกระแสท้งั หมดตอ้ งการ 76.6 A ดงั น้นั ขนาดต่าสุดของหมอ้ แปลงมีคา่ เป็น

kVA = 3EI
1000
1.732 380 76.7
= 1000

= 50.5 kVA

ใหเ้ ลือกใชห้ มอ้ แปลงขนาด 50 kVA 3  380 V สามารถจ่ายกระแสได้ 759 A

ขนาดอุปกรณ์ป้องกันสายตวั นาประธาน

ขนาดอปุ กรณ์ป้องกนั กระแสเกินพิกดั หรือขนาดปรับแต่งไมเ่ กินกระแสของตวั นา ตวั นา 3.5 mm2

75C กระแสตวั นา 104 A เดินในทอ่

ดงั น้นั จึงเลือก CB สาหรับป้องกนั สายตวั นาขนาด 100 AT

การป้องกนั หม้อแปลง

ตามหัวข้อที่ 2.2.1(1) หม้อแปลงแต่ละลูกต้องมีการป้องกันกระแสเกินโดย เฉพาะ ถ้าใช้ฟิ วส์

พิกัดกระแสต่อเนื่องของฟิ วส์ไม่เกิน 250 เปอร์เซ็นต์ ของพิกัดกระแสต้านกาลังไฟฟ้าของหม้อแปลง

สาหรับในตารางท่ี 2.1 พิกดั แสดงตา้ นของหมอ้ แปลง 50 KVA 12 KV 3 เท่ากบั 2.4 A

ใชฟ้ ิ วส์ขนาด = 2.4  250%

=6A

ดงั น้นั จึงเลือกขนาดฟิ วส์ = 6 A (ไมเ่ กิน 250%)

ูรป ่ีท6. 9 แสดงแผงส ิวต ์ชบอ ์รด และระบบบ ิรภัณฑ์ประธาน

รูปท6่ี . 10 แสดงการจดั โหลดใหส้ มดุลแต่ละเฟส

ขนาดตวั นาหลกั สายดนิ ของเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ในขนาดพิกดั ตดั ตอนอตั โนมตั ิ 100A ขนาดตวั นาหลกั สายดินสาหรับต่อเขา้ กบั เปลือกโลหะของเมน

สวติ ช์ หรือแผงสวติ ชเ์ พอ่ื ท่ีตอ่ ลงดินของเครื่องใชไ้ ฟฟ้า คอื 10 mm2
สาหรับแผงสวิตช์บอร์ดและระบบบริภณั ฑป์ ระธานที่พกั อาศยั เป็ นดงั รูปที่ 9 ส่วนการจดั โหลดให้

สมดุลแต่ละเฟสเป็นดงั รูปท่ี 6.10

รูปท่ี 6.11 หมอ้ แปลงติดต้งั ตามทางสาธารณะกรณีตอ้ งการโหลดต่ากวา่ 300 kVA

รูปที่ 6.13 แผงสวติ ชแ์ บบติดต้งั ยดึ แน่นกบั ผนงั

รูปที่ 6.14 ท่ีวา่ งสาหรับโต๊ะเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้า
รูปท่ี 6,15 ท่ออ่อนต่อเขา้ กบั ดวงโคม

รูปที่ 6.16 แสดงเตา้ รับไฟฟ้าและการตอ่ สาย

รูปท6ี่ . 17 อาคารพกั อาศยั
รูปท6ี่ .18 แปลนพ้ืนท่ีช้นั ลา่ งท้งั หมด 150 ตารางเมตร (ไม่รวมท่ีจอดรดและระเบียง)

รูปท่ี 6.19 แปลนพ้ืนท่ีช้นั บนท้งั หมด 110 ตารางเมตร (ไม่รวมระเบียง)

สรุปเนื้อหา

ในบทน้ีจะกล่าวถึงรายละเอียดแบบไฟซ่ึงมีสายไฟฟ้า แบบต่าง ๆ ดงั น้ี
สายสาหรับเตา้ รับและแสงสวา่ ง มีขนาดไมต่ ่ากวา่ 2.5 mm2

สายสาหรับดวงโคม ขนาดตอ้ งไม่ต่ากวา่ 1.0 mm2 ทนอณุ หภูมิไดไ้ มต่ ่ากวา่ 75C
สายอ่อน ตวั นาไม่เกิน 3 แกน แต่ละแกนตอ้ งมีขนาดกระแสตาม มอก. 11-2518
การคานวณโหลดแบง่ ออกเป็น
1. การคานวณแสงสวา่ งทว่ั ไปสาหรับท่ีพกั อาศยั
2. การคานวณระบบประธาน

แผนการจัดการเรียนรู้แบบเน้นสมรรถนะ หน่วยท่ี 7
ช่ือวิชา การประมาณการระบบไฟฟ้า (30104-2202) จานวน 10 ช่ัวโมง
ชื่อหน่วย : การออกแบบระบบไฟฟ้าสาหรับอาคารพาณิชย์

สาระสาคญั

สาหรับอาคารพาณิชย์ ส่ิงแรกท่ีตอ้ งคานึงถึงในการออกแบบระบบไฟฟ้าก็คือระบบจะตอ้ งทางานอยา่ ง
ปลอดภยั มีความเพยี งพอสาหรับโหลดปัจจุบนั และอนาคต ความเช่ือถือได้ ความคล่องตวั ความสม่าเสมอของ
แรงดนั ค่าใชจ้ ่ายเร่ิมตน้ ขอ้ กาหนดต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั สถาปนิก โครงสร้าง เครื่องกล และขอ้ กาหนดสาคญั
ตามมาตรฐานของการไฟฟ้า

สาระการเรียนรู้

7.1 แบบไฟฟ้าอาคารพาณิชย์
7.2 การคานวณระบบประธานไฟฟ้า

ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง

1. สามารถอธิบายแบบไฟฟ้าอาคารพาณิชยไ์ ด้
2. สามารถคานวณระบบประธานไฟฟ้า ได้

เนื้อหา

7.1 แบบไฟฟ้าอาคารพาณิชย์
ตอ้ งทาการพิจารณาและวิเคราะห์แบบไฟฟ้า รวมท้งั ขอ้ ตกลงต่าง ๆ เพิ่มเติมท้งั 3 แบบคือ ท้งั แบบช้นั

พ้นื ช้นั หน่ึง และช้นั สอง รวมท้งั แสดงแบบทางต้งั รูปดา้ นหนา้ ของสวิตชบ์ อร์ด ดงั รูปท่ี 7.2
7.1.1 แบบช้ันสอง ดงั รูปท่ี 7.3 ประกอบดว้ ยแผงย่อยแสงสวา่ ง 2 แผง คือ แผงยอ่ ย E ซ่ึงติดอยู่ที่ผนงั

ทางทิศเหนือ แผงยอ่ ย D ติดอยทู่ ี่ผนงั ทางทิศใต้ เส้นเตม็ เป็นสายสาหรับแสงสว่างเดินในท่อโลหะบาง (EMT)
ซ่อนบนฝ้าเพดาน หรือฝังในผนงั ส่วนปลก๊ั เตา้ รับเดินภายในท่อโลหะหนาปานกลาง (IMC) ฝังในผนงั หรือ
พ้ืนคอนกรีต สายโทรศพั ท์เดินตามเครื่องหมาย T-T สายลาโพงเดินตามเครื่องหมาย S-S เตา้ รับโทรศัพท์
เตา้ รับลาโพงจะใชส้ ญั ลกั ษณ์ ทิศทางท่อข้นึ ลงอยทู่ างผนงั ดา้ นทิศใต้ ส่วนทางซา้ ยมือจะมีเครื่องหมาย “ลง”
แสดงว่าท่อเดินจากบนั ไดลงไปช้นั ล่าง ในทางทิศตะวนั ออกใชเ้ ป็นทางข้ึนและลงของลิฟตโ์ ดยสาร PBX เป็น
แผงควบคุมโทรศพั ท์และเครื่องขยายเสียงซ่ึงจะติดต้งั อยภู่ ายในห้องทางขวาของลิฟตถ์ า้ พิจารณาโหลดแสง
สว่างทวั่ ไปตาม ว.ส.ท. 203-1 สาหรับอาคารสานกั งานตอ้ งการแสงสวา่ ง 30 w/m2 (ตารางท่ี 7.1) พ้ืนที่ของช้นั
น้ีเท่ากับ 15.10  20.20 m2 ดงั น้ันพ้ืนท่ีจึงเป็ น 305.02 m2 ในจานวนน้ีหักพ้ืนท่ีของ ห้องลิฟต์ออกท้งั หมด
ประมาณ 10.30 m2 จึงคงเหลือพ้ืนที่ 305.02-10.30 เท่ากบั 294.72 m2 ซ่ึงแสงสว่าง ที่ใชน้ ้อยสุดสาหรับช้นั น้ี
เทา่ กบั 294.72  30 เท่ากบั 841.6 W หมายความวา่ แสงสวา่ งของแผงย่อย D และ E ตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ 8841.6 W
จึงจะเพียงพอ

รูปท่ี 7.2 แบบแสดงทางต้งั สายป้อนและรายละเอียดเดิทอ่ โคมไฟฟ้า

รูปที่ 7.3 แบบช้นั สอง

การกาหนดขนาดเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าขนาดเลก็ ไวไ้ ม่นอ้ ยกวา่ 3000 W ต่อโหลดสายป้อน แผงยอ่ ย D และ
E มีค่า 3000 W  2 เท่ากับ 6000 W ดังน้ันกาลังไฟฟ้าท่ีน้อยสุดของช้ันสองต้องมีค่าไม่น้อยกว่า

8841.6 + 6000 เท่ากบั 14841.6 W จึงจะเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ถา้ กาลงั ไฟฟ้าตามแบบมากกว่ากาลงั ไฟฟ้าที่
กาหนด ใหค้ ดิ ค่ากาลงั ไฟฟ้าเป็นไปตามแบบ ซ่ึงกาลงั ไฟฟ้าตามแบบสามารถคานวณไดด้ งั ต่อไปน้ี

1. แผงย่อย E มีรายละเอียดดงั น้ี
วงจรที่ 5 หลอดอินแคนเดสเซนต์ 7 หลอด แตล่ ะหลอดมีคา่ 200 W เทา่ กบั 1400 W ดงั รูปท่ี 7.4

ขนาด CB ตอ้ งมีขนาดไมต่ ่ากวา่ 6.36  1.25 = 8 A
จึงเลือก CB ขนาด 10 AT
รูปที่ 7.4 โหลดวงจรขนาดตวั นา

วงจรท่ี 3 หลอดฟลูออเรสเซนต์ 4  65 W ต่อโคม จานวน 4 โคมดงั รูปที่ 7.5
ดงั น้นั กระแสต่อโคมเท่ากบั 2  0.75 = 1.5 A ตาม NEC 210-22(b) โหลดของหลอดที่ใชบ้ ลั ลาสต์ ตอ้ ง

ใชก้ ระแสบลั ลาสตใ์ นการคานวณ ดงั น้นั กาลงั ไฟฟ้าในวงจรท่ี 2 มีค่า 1.5  220  4 = 1320 W

รูปที่ 7.4วงจรที่ 3 หลอดฟลูออเรสเซนต์ 4  65 W

วงจรท่ี 1 หลอดฟลอู อเรสเซนต์ 4  65 W ต่อโคม 2 โคม และ 4  20 W จานวน 1 โคม กาลงั ไฟฟ้า ใน
วงจรที่ 3 จะมีค่าดงั น้ี (1.5  220  2) + (0.48  220  1) เท่ากบั 766 W

วงจร (Floor outlet) ประกอบด้วยเต้ารับ 5 ตัวดังรู ปท่ี 7.6 สาหรับวงจรเต้ารับแสงสว่าง
(lighting outler) และเตา้ รับติดพ้ืนตาม ว.ส.ท. 203-2(3) จุดตอ่ ไฟฟ้าหรือเตา้ รับอ่ืน ๆ ใหค้ ดิ โหลดจุดละ 1
A (220 VA/เต้ารับ) ตามแบบมีเต้ารับท้ังหมด 18 ตัว จะได้กาลังไฟฟ้าของเต้ารับมีค่า 220  18 เท่ากับ
3960 W

รูปท่ี 7.6 โหลดวงจรเตา้ รับแสงสวา่ ง

2. ขนาดสายป้อนแผงย่อย E ตารางท่ี 7.3 เป็นอาคารจดั อยู่ในประเภทอ่ืน ๆ จึงคิดดีมานด์ แฟกเตอร์
เป็น 100 เปอร์เซ็นต์ เม่ือโหลดสายป้อนมีค่า 10458 + 3960 เท่ากบั 14418 W และกระแสของสายป้อนจะมีค่า
14418 /( 3 x380) เท่ากบั 21.91 A

ขนาดสายป้อนตอ้ งทนกระแสไดไ้ ม่ต่ากว่า 125 เปอร์เซ็นตข์ องกระแสพิกดั กรณีท่ีตดั ตอนอตั โนมตั ิ

หรือฟิ วส์มีขนาดไม่เกิน 80 เปอร์เซ็นต์ของกระแสพิกดั และไม่ไดร้ ับการรับรองว่า ทางานไดต้ ่อเน่ือง จะได้

ขนาดสายป้อนมีค่า 1.25 x 21.91 เท่ากบั 27.37 A เลือกสายขนาด 6 mm2 75C ทนกระแสได้ 30 A เดินในท่อ

3 IMC
4
ตัวนาศูนย์ ขนาดตวั นาศูนยใ์ ช้ดีมานด์แฟกเตอร์ 70 เปอร์เซ็นต์ เม่ือโหลดไม่สมดุล คือ เกิน 200 A

แตก่ ระแสไม่สมดุลโดยมีเพียง 21.91 A ทานองเดียวกนั จะไม่ลดขนาดตวั นาศูนยใ์ นกรณีท่ีโหลดประกอบดว้ ย

หลอดบรรจุกา๊ ซ จึงไมล่ ดขนาดตวั นาศูนย์

แรงดันตก ภายในสายป้อนตอ้ งไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ โดยแรงดนั ตกไม่ควรเกิน (380 x 0.03) เท่ากบั

11.4 V ถา้ ระบบมีเพาเวอร์แฟกเตอร์ 90 เปอร์เซ็นต์

VD = I  L  C  10-6 V

L= VD m

(I  C 10−6 )

= 11.4 m

(21.91 610410−6 )

= 85.28 m
ถา้ ใชส้ ายป้อน 6 mm2 ความยาวไม่เกิน 85 m แรงดนั จะตกไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ แต่ถา้ ยาวเกินกว่าน้ี
จะตอ้ งเลือกใชส้ ายที่มีขนาดใหญ่ข้ึน แต่จากการวดั ระยะจากสวิตช์บอร์ดถึงแผงย่อย E มีระยะเพียง 40 m ดงั
รูปท่ี 7.7 ดงั น้นั จึงเลือกใชส้ ายขนาดน้ีได้

รูปที่ 7.7 ระยะจากสวิตชบ์ อร์ดถึงแผงยอ่ ย E
3. แผงย่อย มีรายละเอียดตามแบบ และวธิ ีการคานวณเหมือนกบั แผงยอ่ ย E โหลดสายป้อน D มีค่า
15186 W และกระแสภายในสายป้อนจะมีค่า 15186/( 3 x380) เท่ากบั 23.07 A ส่วนขนาดสายป้อนแผงยอ่ ย
D ก็คานวณเหมือนแผงยอ่ ย E จึงมีคา่ 1.25  23.07 เท่ากบั 28.84 A จึงเลือกใชส้ ายขนาด 6 mm2 75C
และระยะจากสวิตชบ์ อร์ดถึงแผงยอ่ ย D เพยี ง 22 m เทา่ น้นั จึงไม่เป็นปัญหากบั แรงดนั ตกเกิน 3 เปอร์เซ็นต์

รูปที่ 7.8 แผงยอ่ ยสาหรับโหลดท้งั หมด เรียกวา่ โหลดเซนเตอร์

สาหรับโหลดแผงยอ่ ย D และ E รวมกนั แลว้ มีค่า 14418+15186 เท่ากบั 29604 W โดยให้กาลงั ไฟฟ้า
มากกวา่ ว.ส.ท. 203-1 หรือ 29604-14841.6 เท่ากบั 14762.4 W หรือมากกวา่ เกือบ 2 เท่า จึงคานวณตามโหลด
ที่แทจ้ ริง ท้งั แผงยอ่ ย D และ E เป็นแผงยอ่ ยสาหรับรวมโหลดของวงจรยอ่ ยท้งั หมด ดงั รูปที่ 7.8 ส่วน การ
ต่อตดั ตอนอตั โนมตั ิเขา้ กบั เฟสตวั นาเปลือยดงั รูปท่ี 7.9

รูปท่ี 7.9 การตดั ตอนอตั โนมตั ิวงจรยอ่ ยเขา้ กบั แผงยอ่ ย

แผงย่อย E และ D ได้แสดงตารางรายการแบ่งโหลด ของขนาดตวั นาและอุปกรณ์ป้องกนั แผงย่อย
ดงั ตารางที่ 7.1 และ 7.2 ตามลาดบั

7.1.2 แบบช้ันหนึง่ แบบช้นั น้ีประกอบดว้ ยแผงยอ่ ยแสงสวา่ ง ไดแ้ ก่ แผงยอ่ ย B ติดอยทู่ ่ีผนงั ทางดา้ น
ทิศเหนือ ส่วนแผงยอ่ ย A และ C ติดอยทู่ ่ีผนงั ทางดา้ นทิศใต้ และท่ีผนงั ทางดา้ นทิศเหนือจะป้อนสายไปยงั แผง
ยอ่ ย E ช้นั ที่สอง แสดงดงั รูปที่ 7.10

1. แผงย่อย B แผงยอ่ ย B มี 13 วงจร โหลดสายป้อนในวงจรเท่ากบั 19298 W ดูตารางท่ี 7.3 ดงั น้นั
กระแสในสายป้อนมีค่า 19298/( 3  380) เทา่ กบั 29.32 A ขนาดสายป้อน B มีค่า 1.25  29.32 เทา่ กบั 36.65
A จึงเลือกสายขนาด 10 mm2 75C ทนกระแสได้ 45 A เดินในท่อ 1” IMC

ทานองเดียวกนั แรงดนั ตกในสายป้อนไม่เกิน 3 เปอร์เซ็นต์ (380  0.03=11.4 V) ถา้ ระบบมีเพาเวอร์
แฟกเตอร์ 90 เปอร์เซ็นต์ จะได้

L= VD
= (I  C 10−6 )

11.4 = 121 m

(29.32 320110−6 )

ตารางที่7.1 แสดงการแบ่งโหลด

รูปที่ 7.10 แผงวงจรยอ่ ย
เน่ืองจากระยะจากแผงยอ่ ย B ถึงสวติ ชบ์ อร์ดมีเพยี ง 26 m เทา่ น้นั จึงใชส้ ายขนาดน้ีได้

2. แผงย่อย A โหลดแผงย่อย A มี 11 วงจร โหลดท้งั หมดของสายป้อนมีค่า 14872 W และกระแส
ภายในสายป้อนมีค่า 14872/( 3  380) เท่ากบั 22.6 A ขนาดสายป้อน A มีคา่ 1.25  22.6 A เท่ากบั 28.25 A
และระยะจากแผงยอ่ ย A ถึงสวิตชบ์ อร์ดเพียง 18 m จึงสามารถใชส้ ายขนาด 6 mm 2 75C ได้ (ดูตารางที่ 7.4)

3. แผงย่อย C แสดงดงั ตารางที่ 7.5 แผงน้ีอยใู่ กลท้ างข้นึ บนั ได และมีท้งั หมด 13 วงจร โหลดสายป้อน
มีค่า 12287 W กระแสในสายป้อนมีค่า 12287/( 3  380) เท่ากับ 18.67 A ขนาดสายป้อน C มีค่า 1.25 
18.67 A เท่ากบั 23.3 A เลือกใชส้ าย 6 mm2 75C ได้

7.1.3 แบบช้ันพื้น ดงั รูปท่ี 7.11 ในช้นั น้ีประกอบด้วยแผนกส่งของทางทะเล บริเวณรับของแผนก
สาหรับเปลี่ยนแกไ้ ข บริเวณเก็บของ หอ้ งน้าคนงาน หอ้ งน้าทวั่ ไป และห้องทางานเล็ก แผงย่อยแสงสว่าง อยู่
ในแผงสวติ ชบ์ อร์ด แผงยอ่ ยกาลงั จะติดต้งั อยใู่ นหอ้ งหมอ้ น้าเยน็ โดยจ่ายโหลดใหก้ บั ป๊ัมมอเตอร์ สาหรับลิฟต์
ส่งของขนาดเลก็

1. แผงย่อยแสงสว่างชั้นพนื้ โหลดของแผงยอ่ ยน้ีมี 14 วงจร โหลดท้งั หมดมีค่า 16354 W โดยกระแส
ในสายป้อนมีค่า 16354 /( 3  380) เท่ากบั 24.84 A ขนาดสายป้อนของแผงย่อยน้ีมีคา่ 1.2524.84 A เทา่ กบั
31.05 A จึงเลือกใช้สายขนาด 10 mm2 75C เนื่องจากแผงย่อยน้ีอยู่ภายในสวิตช์บอร์ดจึงไม่ต้องคานึงถึง
แรงดนั ตกในสายป้อนวงจรยอ่ ย ในแผงยอ่ ยท้งั หมดเดินในท่อโลหะหนาปานกลาง (IMC)

ตารางท่ี 7.2 ตารางการแบง่ โหลด แผงวงจรยอ่ ย B

ตารางท่ี 7.3 ตารางการแบง่ โหลด แผงวงจรยอ่ ย E

ตารางท่ี 7.4 ตารางการแบง่ โหลด แผงวงจรยอ่ ย C


Click to View FlipBook Version