The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Natnicha Jamikorn, 2021-01-22 00:13:33

ขุนช้างขุนแผน

ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

เรือง ขุนชา้ งขุนแผน
ตอน ขุนช้างถวายฎีกา

เสนอ
ค รู ช มั ย พ ร เ เ ก้ ว ป า น กั น

น า ง ส า ว กุ ล ศ ย า ค ณ ะ ผู้ จั ด ทํา เลขที ๑
น า ง ส า ว จิ ร ภั ท ร เลขที ๓
น า ง ส า ว จิ รั ช ย า จ รั ส ศ ร เลขที ๔
น า ง ส า ว จุ ฑ า รั ต น์ ทองรอด เลขที ๕
น า ง ส า ว ณั ฐ นิ ช า สุ พ ร ศิ ล ป ชั ย เลขที ๘
นางสาวปภาว บุ ญ ว เ ศ ษ เลขที ๑๑
นางสาวประภากร จ า มิ ก ร เลขที ๑๒
น า ง ส า ว พ ธิ ต า ม่ ว ง น้ อ ย เลขที ๑๔
น า ง ส า ว ศ ร จิ ต ร า พั น ธุ์ ชั ย เลขที ๒๐
น า ง ส า ว สุ ธ า สิ ณี พ ว ง ม า ลี เลขที ๒๑
น า ง ส า ว สุ พั ต ร า จิ ต ร น พ คุ ณ เลขที ๒๒
น า ง ส า ว เ ข มิ ก า ศรนาค เลขที ๒๖
นางสาวปภาว เ อ น จิ น ท ะ เลขที ๒๗
น า ง ส า ว ภั ท ร น ศรสุนทร   เลขที ๒๘
ก ล่ อ ม ดี
รอดฉาย

ชันมัธยมศึกษาปที ๖/๒

วารสารฉบับนีเปนส่วนหนึงของวชาภาษาไทยพืนฐาน ๖ (ท๓๓๑๐๒)
ชันมัธยมศึกษาปที ๖

ภาคเรยนที ๒ ปการศึกษา ๒๕๖๓
โรงเรยนสงวนหญิง จังหวัดสุพรรณบุร

 



คํา นาํ

วารสารฉบับนีจัดทาํ ขึนเพือเปนส่วนหนึงของวชาภาษาไทยในระดับชัน
มัธยมศึกษาปที ๖ โดยมีจุดประสงค์เพือศึกษาและเรยนรู้เกียวกับวรรณคดี เรอง
ขุนช้างขุนแผน ซึงวารสารฉบับนีมีเนือหาเกียวกับลักษณะคาํ ประพันธ์ ประวัติผู้แต่ง
เนือเรองของขุนช้างขุนแผน และบทวเคราะห์ โดยได้ศึกษาอย่างลึกซึง เพือเปน
ป ร ะ โ ย ช น์ ต่ อ ก า ร เ ร ย น  

คณะผู้จัดทําหวังว่าวารสารฉบับนีจะเปนประโยชน์ต่อผู้อ่าน หรอ นักเรยน
นักศึกษา ทีกาํ ลังประสงค์จะศึกษาค้นคว้าข้อมูลในเรองขุนช้างขุนแผน หากมีข้อ
แนะนําหรอข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทําข้อน้อมรับในข้อชีแนะและจะนําไป
แ ก้ ไ ข ห ร อ พั ฒ น า ใ ห้ ถู ก ต้ อ ง ส ม บู ร ณ์ ต่ อ ไ ป  
 

ค ณ ะ ผู้ จั ด ทํา
๔ ธั น ว า ค ม ๒ ๕ ๖ ๓

ส า ร บั ญ ข

เรอง ห น้ า

คาํ นํา ก
ส า ร บั ญ ข
ป ร ะ วั ติ ค ว า ม เ ป น ม า ๑
ป ร ะ วั ติ ผู้ แ ต่ ง ๒
ลั ก ษ ณ ะ คํา ป ร ะ พั น ธ์ ๓
เ นื อ เ ร อ ง ย่ อ เ ต็ ม เ ร อ ง ๕
เ นื อ เ ร อ ง เ ต็ ม เ ร อ ง ๑๔
บ ท ว เ ค ร า ะ ห์ ๓๔
๓๔
- ด้ า น เ นื อ ห า ๔๔
- ด้ า น ว ร ร ณ ศิ ล ป ๗๑
- ด้ า น สั ง ค ม ๗๕
เ ก ร็ ด ค ว า ม รู้ ๗๖
อ ภิ ธ า น ศั พ ท์ ๘๒
บ ร ร ณ า นุ ก ร ม ๘๓
ภาคผนวก



»ÃÐÇµÑ ¤Ô ÇÒÁ໹š ÁÒ

รูปขุนช้างขุนแผนและนางวันทอง

เสภาเรืองขุนช้างขุนแผน เปนนิทานมหากาพย์พื นบ้านของไทย
สันนิษฐานว่าเคยเกิดขึนจริงในสมัยกรุงศรีอยุธยา แล้วมีผู้จดจําเล่าสืบต่อ
กันมา เรืองขุนช้างขุนแผนมีปรากฏในหนังสือคําให้การชาวกรุงเก่า แต่มีการ
ดัดแปลงเพิ มเติมจนมีลักษณะคล้ายนิทานเพื อให้เนือเรืองสนุกสนานชวน
ติดตามยิงขึน รายละเอียดในการดาํ เนินเรืองยังสะท้อนภาพการดาํ เนินชีวิต
ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชาวสยามในครังอดีตได้อย่าง
ชัดเจนยิง

เรืองขุนช้างขุนแผนนี ถูกสันนิษฐานว่าเปนการแต่งขึนร้องแบบ
มุขปาฐะ (ปากต่อปาก) เพื อความบันเทิงและมีการเพิ มเติม หรือตัดทอน
เรือยมา จนมีรายละเอียดและความยาวอย่างทีสืบทอดกันอยู่ในสมัยอยุธยา
ตอนปลาย แต่ไม่ได้ถูกบันทึกลงไว้เปนกิจลักษณะ เนืองจากบุคคลชันสูง
สมัยนันเห็นว่าเปนกลอนชาวบ้านทีมีเนือหาบางตอนหยาบโลนและไม่มีการใช้
ฉันทลักษณ์อย่างวิจิตร ดังนันเมือกรุงศรีอยุธยาถูกทําลายในปพ.ศ. ๒๓๑๐
จึงไม่มีต้นฉบับเรืองขุนช้างขุนแผนเหลืออยู่ แต่เนืองจากเปนเรืองทีมีความ
นิยมสูงในหมู่ชาวไทย จึงมีผู้ทีจาํ เนือหาได้อยู่มาก และทาํ ให้ถูกฟนฟู กลับมา
ได้ไม่ยาก



»ÃÐÇµÑ ¼Ô áŒÙ µ§‹

รูปพระสุนทรโวหาร(สุนทรภ)ู่ พระบาทสมเดจ็ พระพุ ทธเลศิ ลา้ นภาลัย ครแู จ้ง
รัชกาลที๒

พระบาทสมเดจ็ พระนงั เกล้าเจา้ อยูห่ ัว รชั กาลท๓ี สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ
เมือครงั ดํารงพระยศเปนกรมหมืนเจษฎาบดนิ ทร์ กรมพระยาดาํ รงเดชานุภาพ

วรรณคดีเรืองขุนช้างขุนแผนมีกวีแต่งกันหลายคน ใน
ปลายสมัยอยุธยา และในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตอนทีไพเราะ
ส่วนมากแต่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุ ทธเลิศหล้านภาลัย
(รัชกาลที ๒) การแต่งเสภาเรืองขุนช้างขุนแผนไม่นิยมบอกนาม
ผู้แต่ง มีเพี ยงการสันนิฐานผู้แต่งโดยพิ จารณาจากสํานวนการ
แต่งเท่านันเสภาขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกาจึงไม่
ทราบนามผู้แต่งทีแน่ชัด



Å¡Ñ É³Ð¤Òí »Ãо¹Ñ ¸

เรืองขุนช้างขุนแผนเปนคําประพั นธ์ ประเภทกลอนเสภา
๔๓ ตอน ซึงมี ๘ ตอนทีได้รับการยกย่องว่าแต่งดียอดเยียม
จากวรรณคดีสโมสร อันมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์ กรมพระยา
ดาํ รงราชานุภาพทรงเปนประธานโดยลงมติเมือ พ.ศ.๒๔๗๔
ได้แก่
๑. ตอนพลายแก้วเปนชู้กับนางพิ ม
๒. ตอนขุนช้างขอนางพิ ม
๓. ตอนขุนแผนขึนเรือนขุนช้าง
๔. ตอนขุนแผนพานางวันทองหนี
๕. ตอนกาํ เนิดพลายงาม
๖. ตอนขุนช้างถวายฎีกา
๗. ตอนฆ่านางวันทอง
๘. ตอนพระไวยถูกเสน่ห์

ลักษณะคําประพั นธ์กลอนเสภาเปนกลอนสุภาพ เสภาเปน
กลอนทีใช้เล่าเรืองอย่าง การเล่านิทานจึงใช้คาํ มากเพื อบรรจุ
ข้อความให้ชัดเจนแก่ผู้ฟง และมุ่งเอาการขับไพเราะเปนสําคัญ
สัมผัสของคาํ ประพั นธ์ คือ คาํ สุดท้ายของวรรคต้น ส่งสัมผัสไป
ยังคาํ ใดคําหนึงใน ๕ คาํ แรกของวรรคหลังสัมผัสวรรคอืนและ
สัมผัสระหว่างบทเหมือนกลอนสุภาพ



µÇÑ ÍÂҋ §º·»Ãо¹Ñ ¸

จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม เมือเปนความชนะขุนช้างนัน
กลับมาอยู่บ้านสําราญครัน เกษมสันต์สองสมภิรมย์ยวน
พร้อมญาติขาดอยู่แต่มารดา นึกนึกตรึกตราละห้อยหวน
โอ้ว่าแม่วันทองช่างหมองนวล ไม่สมควรเคียงคู่กับขุนช้าง
เออนีเนือเคราะห์กรรมมานาํ ผิด น่าอายมิตรหมองใจไม่หายหมาง
ฝายพ่ อมีบุญเปนขุนนาง แต่แม่ไปแนบข้างคนจัญไร
รูปร่างวิปริตผิดกว่าคน ทรพลอัปรีย์ไม่ดีได้
ทังใจคอชัวโฉดโหดไร้ ช่างไปหลงรักใคร่ได้เปนดี



à¹Í×é àÃÍ×è §¢¹Ø ªÒŒ §¢¹Ø á¼¹

ณ เมืองสุพรรณบุรี กล่าวถึงครอบครัวสามครอบครัว คือ
ครอบครัวของขุนไกรพลพ่ าย รับราชการทหาร มีภรรยาชือ นางทองประ
ศรี มีลูกชายด้วยกันชือพลายแก้ว ครอบครัวของขุนศรีวิชัย เศรษฐีใหญ่
ของเมืองสุพรรณบุรี รับราชการเปนนายกองกรมช้างนอก ภรรยาชือนาง
เทพทอง มีลูกชายชือขุนช้าง ซึงหัวล้านมาแต่กาํ หนิด และครอบครัวของ
พั นศรโยธาเปนพ่ อค้า ภรรยาชือ ศรีประจัน มีลูกสาวรูปร่างหน้าตางดงาม
ชือ พิ มพิ ลาไลย



สมเด็จพระพั นวษา

วันหนึงสมเด็จพระพั นวษา มีความประสงค์จะล่าควายปา จึงสังให้ขุนไกร
ปลูกพลับพลาและต้อนควายเตรียมไว้ แต่ควายปาเหล่านัันแตกตืนไม่ยอมเข้า
คอก ขุนไกรจึงใช้หอกแทงควายตายไปมากมาย ทีรอดชีวิตก็หนีเข้าปาไป
สมเด็จพระพั นวษาโกรธมากสังให้ประหารชีวิตขุนไกรเสีย นางทองประศรีรู้ข่าว
รีบพาพลายแก้วหนีไปอยู่เมืองกาญจนบุรี

ทางเมืองสุพรรณบุรี มีพวกโจรจันศรขึนปล้นบ้านของขุนศรีวิชัยและฆ่า
ขุนศรีวิชัยตายส่วนพั นศรโยธาเดินทางไปค้าขายต่างเมือง พอกลับมาถึงบ้านก็
เปนไข้ปาตาย

เมือพลายแก้วอายุได้ ๑๕ ป ก็บวชเณรเรียนวิชาอยู่ทีวัดส้มใหญ่ แล้ว
ย้ายไปเรียนต่อทีวัดปาเลไลยก์ ต่อมาทีวัดปาเลไลยก์จัดให้มีเทศน์มหาชาติ เณร
พลายแก้วเทศน์กัณฑ์มัทรี ซึงนางพิ มพิ ลาไลยก์เปนเจ้าของกัณฑ์เทศน์ นาง
พิ มพิ ลาไลยเลือมใสมากจนเปลืองผ้าสไบบูชากัณฑ์เทศ์ ขุนช้างเห็นเช่นนันก็
เปลืองผ้าห่มของตนวางเคียงกับผ้าสไบของนางพิ มพิ ลาไลย อธิฐานขอให้ได้
นางเปนภรรยา ทาํ ให้นางพิ มพิ ลาไลยโกรธมาก ต่อมาเณรพลพลายแก้วก็สึก
แล้วให้นางทองประศรีมาสู่ขอนางพิ มพิ ลาไลยและแต่งงานกัน



ทางกรุงศรีอยุธยาได้ข่าวว่ากองทัพเชียงใหม่ตีได้เมืองเชียงทอง ซึงเปน
เมืองขึนของกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระพั นวษาจึงถามหาเชือสายของขุนไกร
ขุนช้างซึงเข้าไปรับราชการอยู่จึงเล่าเรืองราวความเก่งกล้าสามารถของพลาย
แก้ว เพื อหวังจะพรากพลายแก้วไปให้ไกลนางพิ มพิ ลาไลย สมเด็จพระพั นวษา
จึงให้ไปตามตัวมา แล้วแต่งตังให้เปนแม่ทัพไปรบกับเมืองเชียงใหม่และได้รับ
ชัยชนะ นายบ้านแสนคาํ แมนแห่งหมู่บ้านจอมทอง เห็นว่าพลายแก้วกับพวก
ทหารไม่ได้เบียดเบียนให้ชาวบ้านเดือดร้อน จึงยกนางลาวทองลูกสางของตน
ให้เปนภรรยาของพลายแก้ว

ส่วนนางพิ มพิ ลาไลยเมือสามีไปทัพได้ไม่นานก็ปวยหนักรักษาเท่าไรก็ไม่หาย
ขรัวตาจูวัดปาเลไลยก์แนะนําให้เปลียนชือเปนวันทอง อาการไข้จึงหาย ขุนช้าง
ทาํ อุบายนําหม้อใส่กระดูกไปให้นางศรีประจันกับนางวันทองดูว่าพลายแก้วตาย
แล้ว และขู่ว่านางวันทองจะต้องถูกคุมตัวไว้เปนม่ายหลวงตามกฏหมาย นาง
วันทองไม่เชือ แต่นางศรีประจันคิดว่าจริง ประกอบกับเห็นว่าขุนช้างเปนเศรษฐี
จึงบังคับให้นางวันทองแต่งงานกับขุนช้าง นางวันทองจาํ ต้องตามใจแม่
แต่นางไม่ยอมเข้าหอ ขณะนันพลายแก้วกลับมาถึงกรุงศรีอยุธยาและได้
บรรดาศักดิเปนขุนแผนแสนสะท้าน จากนันก็พานางลาวทองกลับสุพรรณบุรี
นางวันทองเห็นขุนแผนพาภรรยาใหม่มาด้วยก็โกรธด่าทอโต้ตอบกับนางลาว
ทองและลืมตัวพู ดก้าวร้าวขุนแผน ทําให้ขุนแผนโมโหพานางลาวทองไปอยู่ที
กาญจนบุรี ส่วนนางวันทองก็ตกเปนภรรยาของขุนช้างอย่างจําใจ



นางลาวทอง

ต่อมาขุนช้างและขุนแผนเข้าไปรับการอบรมในวังและได้เปนมหาดเล็ก
เวรทัง ๒ คน วันหนึงนางทองประศรีให้คนมาส่งข่าวว่านางลาวทองปวย
หนัก ขุนแผนจึงฝากเวรไว้กับขุนช้างแล้วไปดูอาการของนางลาวทอง ตอน
เช้าสมเด็จพระพั นวษาถามถึงขุนแผนขุนช้างบอกว่าขุนแผนปนกาํ แพงวังหนี
ไปหาภรรยา สมเด็จพระพั นวษาโกรธตรัสให้ขุนแผนตระเวนด่านทีกาญจนบุรี
ห้ามเข้าเฝาและริบนางลาวทองเข้าเปนม่ายหลวง



นางบัวคลี

ขุนแผนได้ทราบเรืองก็โกรธขุนช้าง คิดจะแก้แค้นแต่ยังมีกาํ ลังไม่พอ
จึงออกตระเวนปาไปโดยลําพั ง คิดจะหาอาวุธ ม้าและกุมารทอง สาํ หรับปองกัน
ตัว ได้ตระเวนไปจนถึงถินของหมืนหาญนักเลงใหญ่ ได้เข้าสมัครเข้าไปอยู่ด้วย
เพราะหวังจะได้บัวคลีลูกสาวของหมืนหาญ ได้ทาํ ตัวนอบน้อมและตังใจทํางาน
เปนอย่างดีจนเปนทีรักใคร่ของหมืนหาญถึงกับออกปากยกลูกสาวให้แต่งงาน
ด้วย พอได้แต่งงานกับบัวคลีแล้ว ขุนแผนก็ไม่ยอมทํางานร่วมกับหมืนหาญ
ทําให้หมืนหาญโกรธคิดฆ่าขุนแผน เพราะขุนแผนอยู่ยงคงกระพั นจึงให้บัวคลี
ใส่ยาพิ ษลงในอาหารให้ขุนแผนกิน แต่ผีพรายมาบอกให้รู้ตัว ขุนแผนจึงทาํ อุบาย
เปนไข้ไม่ยอมกินอาหารแล้วออกปากขอลูกจากบัวคลี นางไม่รู้ความหมายก็
ออกปากยกลูกให้ขุนแผนพอกลางคืนขณะทีบัวคลีนอนหลับขุนแผนก็ผ่าท้อง
นางแล้วนาํ ลูกไปทําพิ ธีตอนเช้าหมืนหาญและภรรยารู้ว่าลูกสาวถูกผ่าท้องตายก็
ติดตามขุนแผนไป แต่ก็สู้ขุนแผนไม่ได้ ขุนแผนเสกกุมารทองสําเร็จ จึงออกเดิน
ทางต่อไป แล้วไปหาช่างตีดาบหาเหล็ก และเครืองใช้ต่างๆเตรียมไว้ตังพิ ธีตี
ดาบจนสาํ เร็จ ดาบนีให้ชือว่า ดาบฟาฟน ใช้เปนอาวุธต่อไป

หลังจากนันเดินทางไปหาม้าได้ไปพบคณะจัดซือม้าหลวง ได้เห็นลูกม้าลูก
ม้าตัวหนึงมีลักษณะถูกต้องตามตําราก็ชอบใจได้ออกปากซือ เจ้าหน้าทีก็ขายให้
ในราคาถูก ขุนแผนจึงเสกหญ้าให้ม้ากิน และนาํ มาฝกจนเปนม้าแสนรู้ให้ชือว่า ม้า
สีหมอก

๑๐

นางแก้วกิริยา

เมือได้กุมารทอง ดาบฟาฟนและม้าสีหมอกครบตามความตังใจแล้วก็เดิน
ทางกลับบ้านคิดจะไปแก้แค้นขุนช้าง นางทองประศรีมารดาห้ามปรามก็ไม่ฟง
ได้เดินทางออกจากกาญจนบุรีไปยังสุพรรณบุรีขึนเรือนขุนช้าง ได้นางแก้ว
กิริยาลูกสาวพระยาสุโขทัยทีนาํ มาเปนตัวจํานาํ ไว้ในบ้านขุนช้างเปนภรรยา แล้ว
พาวันทองหนีออกจากบ้าน ขุนช้างตืนได้ออกติดตามแต่ตามไม่ทัน ได้ไปทูล
ฟองสมเด็จพระพั นวษาให้กองทัพออกติดตามขุนแผน ขุนแผนไม่ยอมกลับได้
ต่อสู้กับกองทัพทาํ ให้ขุนเพชร ขุนรามถึงแก่ความตาย กองทัพต้องถอยกลับ
กรุง ขุนแผนจึงกลายเปนกบฏ ต้องเทียวเร่ร่อนอยู่ในปา จนนางวันทองตัง
ท้องแก่ใกล้คลอด ขุนแผนสงสารกลัวนางจะเปนอันตรายจึงยอมเข้ามอบตัวกับ
พระพิ จิตร พระพิ จิตรได้ส่งตัวเข้าสู้คดีในกรุง ขุนแผนชนะคดีและได้นางวัน
ทองคืน ขุนแผนมีความคิดถึงลาวทอง ได้ขอให้จมืนศรีช่วยขอให้ ขุนแผนถูก
กริว และถูกจําคุก แก้วกิริยาจึงตามไปปรนนิบัติในคุก

๑๑

พลายงามกับนางศรีมาลา

วันหนึงขณะทีนางวันทองมาเยียมขุนแผน ขุนช้างได้มาฉุดนางวันทองไป
จนนางวันทองคลอดลูกให้ชือว่า พลายงาม เมือขุนช้างรู้ว่าไม่ใช่ลูกของตัวเอง
จึงหลอกพลายงามไปฆ่าในปา แต่ผีพรายของขุนแผนช่วยไว้นางวันทองบอก
ความจริงและได้ให้พลายงามเดินทางไปอยู่กับย่าทองประศรีทีกาญจนบุรี
พลายงามอยู่กับย่าจนโต ได้บวชเปนเณรและเล่าเรียนวิชาความรู้เก่งกล้าทัง
เวทมนตร์ คาถา และการสงคราม เมือมีโอกาสขุนแผนได้ให้จมืนศรีนําพลายงาม
เข้าถวายตัวเปนมหาดเล็ก

เมือมีศึกเชียงใหม่ พลายงามได้อาสาออกรบและทูลขอประทานอภัยโทษให้
พ่ อเพื อไปรบ ขุนแผนและนางลาวทองจึงพ้ นโทษ ขณะทีเดินทางไปทาํ สงคราม
นันผ่านเมืองพิ จิตร ขุนแผนจึงแวะเยียมพระพิ จิตร เมือพลายงามได้พบนางศรี
มาลาลูกสาวพระพิ จิตรก็หลงรัก จึงได้ลอบเข้าหานาง ขุนแผนจึงทําการหมัน
หมายไว้ เมือชนะศึก พระเจ้าเชียงใหม่ได้ส่งสร้อยทอง และสร้อยฟามาถวาย
พระพั นวษาได้แต่งตังขุนแผนเปนพระสุรินทรลือไชยมไหสูรย์ภักดีไปรังเมือง
กาญจนบุรี และได้แต่งตังพลายงามเปน จมืนไวยวรนาถ และประทานสร้อยฟา
ให้แก่พลายงาม จากนันก็ทรงจัดงานแต่งงานให้กับพลายงาม

๑๒

ขณะทีทําพิ ธีแต่งงานขุนช้างได้วิวาทกับพลายงาม ขุนช้างได้ทูลฟอง
จึงโปรดให้มีการชาํ ระความโดนการดํานาํ พิ สูจน์ ขุนช้างแพ้ ความ พระพั นวษา
โปรดให้ประหารชีวิต แต่พระไวยขอชีวิตไว้ ต่อมาพระไวยมีความคิดถึงแม่จึงไป
รับนางวันทองมาอยู่ด้วย ขุนช้างติดตามไป แต่พระไวยไม่ยอมให้ขุนช้างจึง
ถวายฎีกา พระพั นวษาจึงตรัสให้นางวันทองเลือกว่าจะอยู่กับใคร
นางมีความลังเล เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับใคร พระพั นวษาทรงโกรธจึงรับสังให้
ประหารชีวิต แม้พระไวยจะขออภัยโทษได้แล้ว แต่ด้วยเคราะห์ของนางวันทอง
ทําให้เพชรฆาตเข้าใจผิดจึงประหารนางเสียก่อน

เมือจัดงานศพนางวันทองแล้ว ขุนแผนได้เลือนเปนพระกาญจนบุรี นาง
สร้อยฟาได้ให้เถรขวาดทาํ เสน่ห์ให้พระไวยหลงใหลนางและเกลียดชังนางศรี
มาลา พระกาญจนบุรีมาเตือน พระไวยโกรธลาํ เลิกบุญคุณกับพ่ อ ทําให้พระ
กาญจนบุรีโกรธ คบคิดกับพลายชุมพลลูกชายซึงเกิดจากนางแก้วกิริยาปลอม
เปนมอญยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาหวังจะให้พระไวยออกต่อสู้ จะได้แก้แค้นได้
สาํ เร็จ พระไวยรู้ตัวเพราะผีเปรตนางวันทองมาบอก พระพั นวษาทรงทราบเรือง
โปรดให้มีการไต่สวน พลายชุมพลพิ สูจน์ได้ว่า นางสร้อยฟากับเถรขวาดได้ทาํ
เสน่ห์จริงแต่นางสร้อยฟาไม่รับ จึงมีการพิ สูจน์โดยการลุยไฟ สร้อยฟาแพ้ พระ
พั นวษาสังให้ประหาร แต่นางศรีมาลาทูลขอไว้ นางสร้อยฟาจึงถูกเนรเทศกลับ
ไปเชียงใหม่ และคลอดลูกชือ พลายยง

๑๓

ต่อมานางศรีมาลาก็คลอดลูกชาย ขุนแผนจึงตังชือให้ว่า พลายเพชร เถร
ขวาดมีความแค้นพลายชุมพล จึงปลอมเปนจระเข้ไล่กัดกินคนมาจากทางเหนือ
หวังจะแก้แค้นพลายชุมพล พระพั นวษาโปรดให้พลายชุมพลไปปราบ จระเข้เถร
ขวาดสู้ไม่ได้ถูกจับตัวมาถวายพระพั นวษา และถูกประหารในทีสุด พลายชุมพล
ได้รับแต่งตังเปนหลวงนายฤทธิ เหตุการณ์ร้ายแรงผ่านไป ทุกคนก็อยู่อย่างมี
ความสุข

à¹Íé× àÃÍ×è §¢¹Ø ªÒŒ §¢¹Ø á¼¹ ๑๔
µÍ¹ ¢¹Ø ªÒŒ §¶ÇÒ®¡Õ Ò

จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม เมือเปนความชนะขุนช้างนัน
กลับมาอยู่บ้านสาํ ราญครัน เกษมสันต์สองสมภิรมย์ยวน
พร้อมญาติขาดอยู่แต่มารดา นึกนึกตรึกตราละห้อยหวน
โอ้ว่าแม่วันทองช่างหมองนวล ไม่สมควรเคียงคู่กับขุนช้าง
เออนีเนือเคราะห์กรรมมานาํ ผิด น่าอายมิตรหมองใจไม่หายหมาง
ฝายพ่ อมีบุญเปนขุนนาง แต่แม่ไปแนบข้างคนจัญไร
รูปร่างวิปริตผิดกว่าคน ทรพลอัปรีย์ไม่ดีได้
ทังใจคอชัวโฉดโหดไร้ ช่างไปหลงรักใคร่ได้เปนดี
วันนันแพ้ กูเมือดาํ นํา ก็กริวซาํ จะฆ่าให้เปนผี
แสนแค้นด้วยมารดายังปรานี ให้ไปขอชีวีขุนช้างไว้
แค้นแม่จาํ จะแก้ให้หายแค้น ไม่ทดแทนอ้ายขุนช้างบ้างไม่ได้
หมายจิตคิดจะให้มันบรรลัย ไม่สมใจจาํ เพาะเคราะห์มันดี
อย่าเลยจะรับแม่กลับมา ให้อยู่ด้วยบิดาเกษมศรี
พรากให้พั นคนอุบาทว์ชาติอัปรีย์ ยิงคิดก็ยิงมีความโกรธา
อัดอึดฮึดฮัดด้วยขัดใจ เมือไรตะวันจะลับหล้า
เข้าห้องหวนละห้อยคอยเวลา จนสุริยาเลียวลับเมรุไกร
เงียบสัตว์จัตุบททวิบาท ดาวดาษเดือนสว่างกระจ่างไข
นําค้างตกกระเซ็นเย็นเยือกใจ สงัดเสียงคนใครไม่พู ดจา
ได้ยินเสียงฆ้องยําประจําวัง ลอยลมล่องดังถึงเคหา
คะเนนับยํายามได้สามครา ดูเวลาปลอดห่วงทักทิน
ฟาขาวดาวเด่นควงสว่าง จันทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสิน
จึงเซ่นเหล้าข้าวปลาให้พรายกิน เสกขมินว่านยาเข้าทาตัว

๑๕

ลงยันต์ราชะเอาปะอก หยิบยกมงคลขึนใส่หัว
เปามนตร์เบืองบนชอุ่มมัว พรายยัวยวนใจให้ไคลคลา
จับดาบเคยปราบณรงค์รบ เสร็จครบบริกรรมพระคาถา
ลงจากเรือนไปมิได้ช้า รีบมาถึงบ้านขุนช้างพลัน
ประตูลันมันคงขอบรัวกัน
เห็นคนนอนล้อมอ้อมเปนวง หมายสาํ คัญตรงมาหน้าประตู
กองไฟสว่างดังกลางวัน เสือมหมดอาถรรพณ์ทีฝงอยู่
จึงร่ายมนตรามหาสะกด คนผู้ในบ้านก็ซานเซอะ
ภูตพรายนายขุนช้างวางวิงพรู นอนทับควาํ หงายก่ายกันเปรอะ
ทังชายหญิงง่วงงมล้มหลับ โงกเงอะงุยงมไม่สมประดี
จีปลาคาไฟมันไหลเลอ รอยทิมถอดหลุดไปจากที
ใช้พรายถอดกลอนถอนลิม มิได้มีใครทักแต่สักคน
ย่างเท้าก้าวไปในทันที ทังไฟกองปองกันทุกแห่งหน
มีแต่หลับเพ้ อมะเมอฝน มาจนถึงเรือนเจ้าขุนช้าง
ผู้คนเงียบสาํ เนียงเสียงแต่กรน ภูตพรายโดดเรือนสะเทือนผาง
จุดเทียนสะกดข้าวสารปราย ย่างเท้าก้าวขึนร้านดอกไม้
สะเดาะดาลบานเปดหน้าต่างกาง เบิกบานก้านกลาดกิงไสว
หอมหวนอวลอบบุปผชาติ ย่างเท้าก้าวไปไม่โครมคราม
เรณูฟู ร่อนขจรใจ สะเดาะกลอนถอนลันถึงชันสาม
ข้าไหนอนหลับลงทับกัน อร่ามแสงโคมแก้วแววจับตา
กระจกฉากหลากสลับวับแวมวาม อัฒจันทร์เครืองแก้วก็หนักหนา
ม่านมู่ลีมีฉากประจํากัน เปดมุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง
ชมพลางย่างเยืองชาํ เลืองมา มันแนบข้างกอดกลมประสมสอง
นิงนอนอยู่บนเตียงเคียงขุนช้าง ขยับจ้องดาบง่าอยากฆ่าฟน
เจ็บใจดังหัวใจจะพั งพอง

๑๖

จะใครถีบขุนช้างทีกลางตัว นึกกลัวจะถูกแม่วันทองนัน
พลางนังลงนอบนบอภิวันทน์ สะอืนอันอกแค้นนาํ ตาคลอ
โอ้แม่เจ้าประคุณของลูกเอ๋ย ไม่ควรเลยจะพรากจากคุณพ่ อ
เวรกรรมนําไปไม่รังรอ มิพอทีจะต้องพรากก็จากมา
มันไปฉุดมารดาเอามาไว้ อ้ายหัวใสข่มเหงไม่เกรงหน้า
ทีทําแค้นกูจะแทนให้ทันตา ขอษมาแม่แล้วก็ขับพราย
เปาลงด้วยพระเวทวิทยา มารดาก็พื นตืนโดยง่าย
ดาบใส่ฝกไว้ไม่เคลือนคลาย วันทองรู้สึกกายก็ลืมตา
ต้องมนตร์มัวหมองเปนหนักหนา
ครานันจึงโฉมเจ้าวันทอง เห็นลูกยานันยืนอยู่ริมเตียง
ตืนพลางทางชาํ เลืองนัยน์ตามา กอดผัวร้องดินจนสินเสียง
สําคัญคิดว่าผู้ร้ายให้นึกกลัว พระหมืนไวยเข้าเคียงห้ามมารดา
ซวนซบหลบลงมาหมอบเมียง ลูกร้องรําคาญใจจึงมาหา
อะไรเเม่เเซ่ร้องทังห้องนอน ทนาด้วยลูกอย่าตกใจ
จะร้องไยใช่โจรผู้ร้ายมา ครันรู้ว่าลูกยาหากลัวไม่
พระหมืนไวยเข้ากอดเอาบาทา
ครานันวันทองผ่องโสภา ซบพั กตร์ร้องไห้ไม่เงยหน้า
ลุกออกมาพลันด้วยทันใด เขารักษาอยู่ทุกเเห่งตาํ เเหน่งใน
วันทองประคองสอดกอดลูกรัก พ่ อช่างลอบเข้ามากระไรได้
เจ้ามาไยปานนีนีลูกอา นีพ่ อใช้ฤาว่าเจ้ามาเอง
ใส่ดาลบ้านช่องกองไฟรอบ เขาจะรุกรานพาลข่มเหง
อาจองทะนงตัวไม่กลัวภัย ฉวยสบเพลงพลาดพลํามิเปนการ
ขุนช้างตืนขึนมิเปนการ พ่ อจงเล่าเเก่เเม่เเล้วกลับบ้าน
จะเกิดผิดเเม่คิดคะนึงเกรง อย่าหาญเหมือนพ่ อนักคะนองใจ
มีธุระสิงไรในใจเจ้า
มิควรทาํ เจ้าอย่าทําให้รําคาญ

๑๗

จมืนไวยสารภาพกราบบาทา ลูกมาผิดจริงหาเถียงไม่
รักตัวกลัวผิดเเต่คิดไป ก็หักใจเพราะรักเเม่วันทอง
ทุกวันนีลูกชายสบายยศ พร้อมหมดเมียมิงก็มีสอง
มีบ่าวไพร่ใช้สอยทังเงินทอง พี น้องข้างพ่ อก็บริบูรณ์
ยังขาดเเต่เเม่คุณไม่เเลเห็น เปนอยู่ก็เหมือนตายไปหายสูญ
ข้อนีทีทุกข์ยังเพิ มพู น ถ้าพร้อมมูลเเม่ด้วยจะสําราญ
ลูกมาหมายว่าจะมารับ เชิญเเม่วันทองกลับคืนไปบ้าน
เเม้นจะบังเกิดเหตุเภทพาล ประการใดก็ตามเเต่เวรา
มาอยู่ไยกับอ้ายหินชาติ เเสนอุบาทว์ใจจิตริษยา
ดังทองคาํ ทาํ เลียมปากกะลา หน้าตาดําเหมือนมินหม้อมอม
เหมือนเเมลงวันว่อนเคล้าทีเน่าชัว มาเกลือกกลัวทุมมาลย์ทีหวานหอม
ดอกมะเดือฤาจะเจือดอกพะยอม ว่านักเเม่จะตรอมระกาํ ใจ
แม่เลียงลูกมาถึงเจ็ดขวบ เคราะห์ประจวบจากแม่หาเห็นไม่
จะคิดถึงลูกบ้างฤาอย่างไร ฤาหาไม่ใจแม่ไม่คิดเลย
ถ้าคิดเห็นเอ็นดูว่าลูกเต้า แม่ทูลเกล้าไปเรือนอย่าเชือนเฉย
ให้ลูกคลายอารมณ์ได้ชมเชย เหมือนเมือครังแม่เคยเลียงลูกมา
เศร้าหมองด้วยลูกเปนหนักหนา
ครานันจึงโฉมเจ้าวันทอง แม่โศกาเกือบเจียนจะบรรลัย
พ่ อพลายงามทรามสวาดิของแม่อา มิใช่ของตัวทาํ มาแต่ไหน
ใช่จะอิมเอิบอาบด้วยเงินทอง ไม่รักใคร่เหมือนกับพ่ อพลายงาม
ทังผู้คนช้างม้าแลข้าไท
ทุกวันนีใช่แม่จะผาสุก มีแต่ทุกข์ใจเจ็บดังเหน็บหนาม
ต้องจาํ จนทนกรรมทีติดตาม จะขืนความคิดไปก็ใช่ที
เมือพ่ อเจ้าเข้าคุกแม่ท้องแก่ เขาฉุดแม่ใช่จะแกล้งแหนงหนี

๑๘

ถึงพ่ อเจ้าเล่าไม่รู้ว่าร้ายดี เปนหลายปแม่มาอยู่กับขุนช้
เมือพ่ อเจ้ากลับมาแต่เชียงใหม่ ไม่เพ็ ดทูลสิงไรแต่สักอย่าง
เมือคราวตัวแม่เปนคนกลาง ท่านก็วางบทคืนให้บิดา
เจ้าเปนถึงหัวหมืนมหาดเล็ก มิใช่เด็กดอกจงฟงคําแม่ว่า
จงเร่งกลับไปคิดกับบิดา ฟองหากราบทูลพระทรงธรรม์
พระองค์คงจะโปรดประทานให้ จะปรากฏยศไกรเฉิดฉัน
อันจะมาลักพาไม่ว่ากัน เช่นนันใจแม่มิเต็มใจ
ฟงความเห็นว่าแม่หาไปไม่
ครานันจึงโฉมเจ้าพลายงาม เพราะรักอ้ายขุนช้างกว่าบิดา
คิดบ่ายเบียงเลียงเลียวเบียวบิดไป แม่ยังกลับทัดทานเปนหนักหนา
จึงว่าอนิจจาลูกมารับ อุตส่าห์มารับแล้วยังมิไป
เหมือนไม่มีรักใคร่ในลูกยา จะพาแม่ไปเรือนให้จงได้
เสียแรงเปนลูกผู้ชายไม่อายเพื อน จะบาปกรรมอย่างไรก็ตามที
แม้นมิไปให้งามก็ตามใจ ทิงตัวไว้ให้อยู่นี
จะตัดเอาศีรษะของแม่ไป จวนแจ้งแสงศรีจะรีบไป
แม่อย่าเจรจาให้ช้าที เห็นลูกยากัดฟนมันไส้
ตกใจกลัวว่าจะฆ่าฟน
ครานันวันทองผ่องโสภา อย่าฮึกฮักว่าวุ่นทําหุนหัน
ถือดาบฟาฟนยืนแกว่งไกว แม่นีพรันกลัวแต่จะเกิดความ
จึงปลอบว่าพลายงามพ่ อทรามรัก เห็นเบืองหน้าจะอึงแม่จึงห้าม
จงครวญใคร่ให้เห็นข้อสําคัญ ก็ตามเถิดมารดาจะคลาไคล
ด้วยเปนข้าลักไปไทลักมา เศร้าหมองโศกานาํ ตาไหล
ถ้าเจ้าเห็นเปนสุขไม่ลุกลาม พอรุ่งแจ้งแสงใสก็ถึงเรือน
ว่าพลางนางลุกออกจากห้อง
พระหมืนไวยก็พามารดาไป

๑๙

จะกล่าวถึงเจ้าจอมหม่อมขุนช้าง นอนครางหลับกรนอยู่ปนเปอน
อัศจรรย์ฝนแปรแชเชือน ว่าขีเรือนขึนตัวทัวทังนัน
หาหมอมารักษายาเข้าปรอท มันกินปอดตับไตออกไหลลัน
ทังไส้น้อยไส้ใหญ่แลไส้ตัน ฟนฟางก็หักจากปากตัว
ตกใจตืนผวาคว้าวันทอง ร้องว่าแม่คุณช่วยผัว
ลุกขึนงกงันตัวสันรัว ให้นึกกลัวปรอทจะตอดตาย
ลืมตาเหลียวหาเจ้าวันทอง ไม่เห็นน้องห้องสว่างตะวันสาย
ผ้าผ่อนล่อนแก่นไม่ติดกาย เห็นม่านขาดเรียรายประหลาดใจ
ตะโกนเรียกในห้องวันทองเอ๋ย หาขานรับเช่นเคยสักคําไม่
ทังข้าวของมากมายก็หายไป ปากประตูเปดไว้ไม่ใส่กลอน
พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น อีอุ่นอีอิมอีฉิมอีสอน
อีมีอีมาอีสาคร นิงนอนไยหวามาหากู
บ่าวผู้หญิงวิงไปอยู่งกงัน เห็นนายนันแก้ผ้ากางขาอยู่
ต่างคนทรุดนังบังประตู ตกตะลึงแลดูไม่เข้ามา
ขุนช้างเห็นข้าไม่มาใกล้ ขัดใจลุกขึนทังแก้ผ้า
แหงนเถ่อเปอปงยืนจังกา ย่างเท้าก้าวมาไม่รู้ตัว
ยายจันงันงกยกมือไหว้ นันพ่ อจะไปไหนพ่ อทูนหัว
ไม่นุ่งผ่อนนุ่งผ้าดูน่ากลัว ขุนช้างมองดูตัวก็ตกใจ
สองมือปดขาเหมือนท่าเปรต ใครมาเทศน์เอาผ้ากูไปไหน
ให้นึกอดสูหมู่ข้าไท ยายจันไปเอาผ้าให้ข้าที
ยายจันตกใจเต็มประดา เข้าไปฉวยผ้าเอามาคลี

๒๐

หยิบยืนส่งไปให้ทันที เมินหนีอดสูไม่ดูนาย
ขุนช้างตัวสันเทาบอกบ่าวไพร่ เจ้าวันทองไปไหนอย่างไรหาย
เอ็งไปดูให้รู้ซึงแยบคาย พบแล้วอย่าวุ่นวายให้เชิญมา
ต่างเทียวค้นด้นไปจะเอาหน้า
ข้าไทยได้ฟงขุนช้างใช้ ทัวเคหาแล้วไปค้นจนแผ่นดิน
ทังห้องนอกห้องในไม่พบพา ผู้คนนอนจะสล้างไม่ตืนสิน
เห็นประตูรัวบ้านบานเปดกว้าง กินใจกลับมาหาขุนช้าง
เสาแรกแตกต้นเปนมลทิน แล้วเล่าแจ้งเหตุไปสินทุกอย่าง
บอกว่าได้ค้นคว้าหาพบไม่ ทีนวลนางวันทองนันหายไป
ข้าเห็นวิปริตผิดท่าทาง เหงือออกโซมล้านกระบาลใส
ช่างทําได้ต่างต่างทุกอย่างจริง
ครานันขุนช้างฟงบ่าวบอก พลังทีลงไม่รอดนางยอดหญิง
คิดคิดให้แค้นแสนเจ็บใจ นีคราวนีหนีวิงไปตามใคร
สองหนสามหนก่นแต่หนี ยังสาระแนหลบลีหนีไปไหน
คราวนันอ้ายขุนแผนมันแง้นชิง ไม่เอากลับมาได้มิใช่กู
ไม่คิดว่าจะเปนเห็นว่าแก่ เกรงเนือความนังนึกตรึกตรองอยู่
เอาเถิดเปนไรก็เปนไป ถ้ามันรู้ว่าลักเอาแม่มา
ไปกราบทูลสมเด็จพระพั นวษา
จะกล่าวถึงโฉมเจ้าพลายงาม มารดาก็จะต้องซึงโทษภัย
อ้ายขุนช้างสารพั ดเปนศัตรู เอ็งเปนคนเคยชอบอัชฌาสัย
มันก็จะสอดแนมแกมเท็จ ไกล่เกลียเสียอย่าให้มันโกรธา
ดูจะระแวงผิดใจในกิจจา เกรงแม่จะไม่ทันมาเห็นหน้า
คิดแล้วเรียกหมืนวิเศษผล เราใช้คนไปหาแม่วันทอง
จงไปบ้านขุนช้างด้วยทันใด ร้องปลุกเข้าไปถึงในห้อง
บอกว่าเราจับไข้มาหลายวัน รักษาจนแสงทองสว่างฟา
เมือคืนนีซาํ มีอันเปนมา กูขอแม่ไว้พอเห็นหน้า
พอขณะมารดาส่งทุกข์ จึงจะส่งมารดานันคืนไป
จึงรีบมาเร็วไวดังใจปอง
ไม่ตายคลายคืนฟนขึนได้
แต่พอให้เคลือนคลายหลายเวลา

๒๑

หมืนวิเศษรับคาํ แล้วอําลา รีบมาบ้านขุนช้างหาช้าไม่
ครันถึงแอบดูอยู่แต่ไกล เห็นผู้คนขวักไขว่ทังเรือนชาน
ขุนช้างนังเยียมหน้าต่างเรือน ดูหน้าเฝอนทีโกรธอยู่พงุ่นง่าน
จะดือเดินเข้าไปไม่เปนการ คิดแล้วลงคลานเข้าประตู
นังคาหน้าต่างเยียมหน้าอยู่
ครานันเจ้าจอมหม่อมขุนช้าง นีมาล้อหลอกกูหรืออย่างไร
เห็นคนคลานเข้ามาเหลือบตาดู เด็กหวาจับถองให้จงได้
อะไรพอสว่างวางเข้ามา ทุดอ้ายไพร่ขีครอกหลอกผู้ดี
ลุกขึนถกเขมรร้องเกนไป ยกมือขึนไหว้ไม่วิงหนี
คนดีดอกข้าไหว้ใช่คนพาล
ครานันวิเศษผลคนว่องไว เปนขุนหมืนรับใช้อยู่ในบ้าน
ร้องตอบไปพลันในทันที ขอประทานคืนนีพระหมืนไวย
ข้าพเจ้าเปนบ่าวพระหมืนไวย แก้ไขก็เห็นหาหายไม่
ท่านใช้ให้กระผมมากราบกราน จึงใช้ให้ตัวข้ามาแจ้งการ
เจ็บจุกประจุบันมีอันเปน ข้าพเจ้าร้องปลุกไปในบ้าน
ร้องโอดโดดดินเพี ยงสินใจ ท่านจึงรีบไปในกลางคืน
พอพบท่านมารดามาส่งทุกข์ คุณอย่าสงสัยว่าไปอืน
จะกลับขึนเคหาเห็นช้านาน พอหายเจ็บแล้วจะคืนไม่นอนใจ
พยาบาลคุณพระนายพอคลายไข้
ให้คาํ มันสังมาว่ายังยืน

๒๒

ครานันขุนช้างได้ฟงว่า แค้นดังเลือดตาจะหลังไหล
ดับโมโหโกรธาทาํ ว่าไป เราก็ไม่ว่าไรสุดแต่ดี
การไข้เจ็บล้มตายไม่วายเว้น ประจุบันอันเปนทังกรุงศรี
ถ้าขัดสนสิงไรทีไม่มี ก็มาทีนีอย่าเกรงใจ
ว่าแล้วปดบานหน้าต่างผาง ขุนช้างเดือดดาลทะยานไส้
ทอดตัวลงกับหมอนถอนฤทัย ดูดู๋เปนได้เจียววันทอง
เพราะกูแพ้ ความจมืนไวย มันจึงเหิมใจทาํ จองหอง
พ่ อลูกแม่ลูกถูกทํานอง ถึงสองครังแล้วเปนแต่เช่นนี
อ้ายพ่ อไปเชียงใหม่มีชัยมา ตังตัวดังพญาราชสีห์
อายลูกเปนหมืนไวยทําไมมี เห็นกูนีคนผิดติดโทษทัณฑ์
มันจึงข่มเหงไม่เกรงใจ จึงพึ งพาใครได้ทีไหนนัน
ขุนนางน้อยใหญ่เกรงใจกัน ถึงฟองมันก็จะปดให้มิดไป
ตามบุญตามกรรมได้ทํามา จะเขียนฆ่าหาคิดชีวิตไม่
ยิงคิดเดือดดาลทะยานใจ ฉวยได้กระดานชนวนมา
ร่างฟองท่องเทียบให้เรียบร้อย ถ้อยคาํ ถีถ้วนเปนหนักหนา
ลงกระดาษพั บไว้มีได้ช้า อาบนาํ ผลัดผ้าแล้วคลาไคล
วันนันพอพระปนนรินทร์ราช เสด็จประพาสบัวยังหากลับไม่
ขุนช้างมาถึงซึงวังใน ก็คอยจ้องทีใต้ตําหนักนาํ
เสด็จคืนนิเวศน์พอจวนคํา
จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงเดช เรือประจาํ แห่เซ็งแซ่มา
ฝพายรายเล่มมาเต็มลํา ขุนช้างก็รีลงตีนท่า
พอเรือพระทีนังประทับที ผุดโผล่โงหน้ายึดแคมเรือ
ลอยคอชูหนังสือดือเข้ามา เพื อนโขกลงด้วยกะลาว่าผีเสือ
เข้าตรงบโทนอ้นต้นกัญญา ร้องว่าเสือตัวใหญ่ว่ายนาํ มา
มหาดเล็กอยู่งานพลัดพรากตกเรือ มิใช่เสือกระหม่อมฉานร้านเกศา
ขุนช้างดึงดือมือยึดเรือ แค้นเหลือปญญาจะทานทน
สู้ตายขอถวายซึงฎีกา

๒๓

ครานันสมเด็จพระพั นวษา ทรงพระโกธาโกลาหล
ทุดอ้ายจัญไรมิใช่คน บนบกบนฝงดังไม่มี
ใช่ทีใช่ทางวางเข้ามา ฤาอ้ายช้างเปนบ้ากระมังนี
เฮ้ยใครรับฟงของมันที ตีเสียสามสิบจึงปล่อยไป
มหาดเล็กก็รับเอาฟองมา ตํารวจคว้าขุนช้างหาวางไม่
ลงพระราชอาญาตามว่าไว้ พระจึงให้ตังกฤษฎีกา
ว่าตังแต่วันนีสืบต่อไป หน้าทีของผู้ใดให้รักษา
ถ้าประมาทราชการไม่นาํ พา ปล่อยให้ใครเข้ามาในล้อมวง
ระวางโทษเบ็ดเสร็จเจ็ดสถาน ถึงประหารชีวิตเปนผุยผง
ตามกฤษฎีการักษาพระองค์ แล้วลงจากพระทีนังเข้าวังใน
เรืองฤทธิลือจบพิ ภพไหว
จะกล่าวถึงขุนแผนแสนสนิท สมสนิทพิ สมัยด้วยสองนาง
อยู่บ้านสุขเกษมเปรมใจ ปรนนิบัติวัตถาไม่ห่างข้าง
เราท้องกับเจ้าแก้วกิริยา คืนนันในกลางซึงราตรี
เพลิดเพลินจาํ เริญใจไม่เว้นวาง ขุนแผนกลับผวาตืนฟนจากที
นางแก้วลาวทองทังสองหลับ พระพายพั ดมาลีตรลบไป
พระจันทร์จรแจ่มกระจ่างดี นินจาเจ้าเหินห่างร้างพิ สมัย
คิดคะนึงถึงมิตรแต่ก่อนเก่า ดังเด็ดใจจากร่างก็ราวกัน
ถึงสิงครังตังแต่พรากจากพี ไป ระวางให้วันทองน้องโศกศัลย์
กูก็ชัวมัวรักแต่สองนาง จะเพ็ ดทูลคราวนันก็คล่องใจ
เมือตีได้เชียงใหม่ก็โปรดครัน

๒๔

สารพั ดทีจะว่าได้ทุกอย่าง อ้ายขุนช้างไหนจะโต้จะตอบได้
ไม่ควรเลยเฉยมาไม่อาลัย บัดนีเล่าเจ้าไวยไปรับมา
จํากูจะไปสู่สวาทน้อง เจ้าวันทองจะคอยละห้อยหา
คิดพลางจัดแจงแต่งกายา นําอบไทยหอมฟุ งจรุงใจ
ออกจากห้องย่องเดินดาํ เนินมา ถึงเรือนลูกยาหาช้าไม่
เข้าห้องวันทองในทันใด เห็นนางหลับไหลนิงนิทา
ลดตัวลงนังข้างวันทอง เตือนต้องด้วยความเสน่หา
สันปลุกลุกขึนเถิดน้องอา พี มาหาแล้วอย่านอนเลย
หมายใจว่าผัวก็ทําเฉย
นางวันทองตืนอยู่รู้สึกตัว จะรักจริงฤาจะเปรยเปนจาํ ใจ
นิงดูอารมณ์ทีชมเชย หาว่าขานตอบโต้อย่างไรไม่
แต่นิงดูกิริยาเปนช้านาน ความอาลัยปนปวนยวนวิญญา
ทังรักทังแค้นแน่นฤทัย เจ้าหลับใหลกระไรเลยเปนหนักหนา
ฤาขัดเคืองคิดว่าพี ทอดทิง
โอ้เจ้าแก้วแววตาของพี เอ๋ย พี ไม่คลาดคลายรักแต่สักสิง
ดังนิมน้องหมองใจไม่นําพา จะนอนนิงถือโทษโกรธอยู่ไย
ความรักหนักหน่วงทรวงสวาท จูบพลางชวนชิดพิ สมัย
เผอิญเปนวิปริตพี ผิดจริง เปนไรจึงไม่ฟนตืนนิทรา
ว่าพลางเอนแอบลงแนบข้าง
ลูบไล้พิ ไรปลอให้ชอบใจ

๒๕

เจ้าวันทองน้องตืนจากทีนอน โอนอ่อนวอนไหว้พิ ไรว่า
หม่อมน้อยใจฤาทีไม่เจรจา ใช่ตัวข้านีจะงอนค่อนพิ ไร
ชอบผิดพ่ อจงคิดคะนึงตรอง อันตัวน้องมลทินหาสินไม่
ประหนึงว่าวันทองนีสองใจ พบไหนก็เปนแต่เช่นนัน
ทีจริงใจถึงไปอยู่เรือนอืน คงคิดคืนทีหม่อมเปนแม่นมัน
ด้วยรักลูกรักผัวยังพั วพั น คราวนันก็ไปอยู่เพราะจาํ ใจ
แค้นคิดด้วยมิตรไม่รักเลย ยามมีทีเชยเฉยเสียได้
เสียแรงร่วมทุกข์ยากกันกลางไพร กินผลไม้ต่างข้าวทุกเพรางาย
พอได้ดีมีสุขลืมทุกข์ยาก ก็เพราะหากหม่อมซึงทีหมาย
ว่านักก็เครืองเคืองระคาย เอ็นดูน้องอย่าให้อายเขาอีกเลย
เหมือนลืมน้องหลงเลือนทําเชือนเฉย
พี ผิดจริงแล้วเจ้าวันทอง เงยหน้าเถิดจะเล่าอย่าเฝาแค้น
ใช่จะเพลิดเพลินชืนเพราะอืนเชย ต้องกลืนกลําโศกเศร้านันเหลือแสน
เมือติดคุกทุกข์ถึงเจ้าทุกเช้าคาํ มันดูแคลนว่าพี นียากยับ
ซําขุนช้างคิดคดทําทดแทน คิดจะหนีไปตามเอาเจ้ากลับ
อาลัยเจ้าเท่ากับดวงชีวิตพี แต่ขยับอยู่จนได้ไปเชียงอินทร์
เกรงจะพากันผิดเข้าติดทับ พอเจ้าไวยเปนความก็ค้างสิน
กลับมาหมายว่าจะไปตาม ไม่เดือดดินเท่าพี กับวันทอง
หัวอกใครได้แค้นในแผ่นดิน เห็นช้ากว่าจะได้มาร่วมห้อง
คิดอยู่ว่าจะทูลพระพั นวษา จึงให้ลูกรับน้องมาร่วมเรือน
จะเปนความอีกก็ตามแต่ทาํ นอง ไม่ฟู มฟกเหมือนเมืออยู่ในกลางเถือน
จะเปนตายง่ายยากไม่จากรัก เจ้าเพื อนเสนหาจงอาลัย
ขอโทษทีพี ผิดอย่าบิดเบือน จะคุมโกรธคุมแค้นไปถึงไหน
พี ผิดพี ก็มาลุแก่โทษ อย่าตัดไมตรีตรึงให้ตรอมตาย
ความรักพี ยังรักระงมใจ ประคองยกของสําคัญมันหมาย
ว่าพลางทางแอบเข้าแนบอก ขอสบายสักหน่อยอย่าโกรธา
เจ้าเนือทิพย์หยิบชืนอารมณ์ชาย

๒๖

ใจน้องมิให้หมองอารมณ์หม่อม ไม่ตัดใจให้ตรอมเสน่หา

ถ้าตัดรักหักใจแล้วไม่มา หม่อมอย่าว่าเลยว่าฉันไม่คืนคิด

ถึงตัวไปใจยังอยู่นับว่าผัว น้องนีกลัวบาปทับเมือดับจิต

หญิงเดียวชายครองเปนสองมิตร ถ้ามิปลิดเสียให้เปลืองไม่ตามใจ

คราวนันเมือตามไปกลางปา หน้าดาํ เหมือนหนึงทามินหม้อไหม้

ชนะความงามหน้าดังเทียนชัย เขาฉุดไปเหมือนลงทะเลลึก

เจ้าพลายงามตามรับเอากลับมา ทีนีหน้าจะดาํ เปนนาํ หมึก

กาํ เริบใจด้วยเจ้าไวยกาํ ลังฮึก จะพาแม่ตกลึกให้จําตาย

มิใช่หนุ่มดอกอย่ากลุ้มกําเริบรัก เอาความผิดคิดหักให้เหือดหาย

ถ้ารักน้องปองปดให้มิดอาย ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟน

ไปเพ็ ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ

ไม่พั กวอนดอกจะนอนอยู่ด้วยกัน ไม่เช่นนันฉันไม่เลยจะเคยตัว

ฯลฯ

ครันเวลาดึกกาํ ดัดสงัดเงียบ ใบไม้แห้งแกร่งเกรียบระรุบร่อน

พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจันทรแจ่มแจ้งกระจ่างดวง

ดุเหว่าเร้าเสียงสําเนียงก้อง ระฆังฆ้องขานแข่งในวังหลวง

วันทองน้องนอนสนิททรวง จิตง่วงระงับสู่ภวังค์

ฝนว่าพลัดไปในไพรเถือน เลือนเปอนไม่รู้ทีจะกลับหลัง

ลดเลียวเทียวหลงในดงรัง ยังมีพยัคฆ์ร้ายมาราวี

ทังสองมองหมอบอยู่ริมทาง พอนางต้นปามาถึงที

โดดตะครุบคาบคันในทันที แล้วฉุดคร่าพารีไปในไพร

สินฝนครันตืนตกประหม่า หวีดผวากอดผัวสะอืนไห้

เล่าความบอกผัวด้วยกลัวภัย ประหลาดใจน้องฝนพร้นอุรา

ใต้เตียงเสียงหนูกุกกก แมงมุมทุ่มอกทีริมฝา

ยิงหวาดหวันพรันตัวกลัวมรณา ดังวิญญานางจะพรากไปจากกาย

๒๗

ครานันขุนแผนแสนสนิท ฟงความตามนิมิตก็ใจหาย
ครังนีน่าจะมีอันตราย ฝนร้ายสาหัสตัดตํารา
พิ เคราะห์ดูทังยามอัฐกาล ก็บันดาลฤกษ์แรงเปนหนักหนา
มิรู้ทีจะแถลงแจ้งกิจจา กอดเมียเปนหน้านําตากระเด็น
จึงแกล้งเพทุบายทาํ นายไป ฝนอย่างนีมิใช่จะเกิดเข็ญ
เพราะวิตกหมกไหม้จึงได้เปน เนือเย็นอยู่กับผัวอย่ากลัวทุกข์
พรุ่งนีพี จะแก้เสนียดฝน แล้วทํามิงสิงขวัญให้เปนสุข
มิให้เกิดราศีกลียุค อย่าเปนทุกข์เลยเจ้าจงเบาใจ
สุริยาแย้มเยียมเหลียมไศล
ครันว่ารุ่งสางสว่างฟา เนาในพระทีนังบัลลังก์รัตน์
จะกล่าวถึงพระองค์ผู้ทรงชัย หมอบประนมเฝาแหนแน่นขนัด
พร้อมด้วยพระกํานัลนักสนม ทรงเคืองขัดขุนช้างแต่กลางคืน
ประจาํ ตังเครืองอานอยู่งานพั ด ทุกอย่างทีจะชัวอ้ายหัวลืน
แสนถ่อยใครจะถ่อยเหมือนมันบ้าง นาํ ยืนหยังไม่ถึงยังดึงมา
เวียนแต่เปนถ้อยความไม่ข้ามคืน นีมันฟองใครอีกอ้ายชาติข้า
คราวนันฟองกันด้วยวันทอง ออกมาพระทีนังจักรพรรดิ
ดําริพลางทางเสด็จยาตรา ขุนนางกราบลงเปนขนัด
พระสูตรรูดกร่างกระจ่างองค์ หมอบอัดถัดกันเปนหลันไป
ทังหน้าหลังเบียดเสียดเยียดยัด เออใครเอาฟองมันไปไว้ไหน
ทอดพระเนตรมาเห็นขุนช้างเฝา รับไว้คลีทอดพระเนตรพลัน
พระหมืนศรีถวายพลันในทันใด ก็โกรธาเคืองขุ่นหุนหัน
พอทรงจบแจ้งพระทัยในข้อหา อีวันทองคนเดียวไม่รู้แล้ว
มันเกียวเข็ญท่าเปนอย่างไรกัน หรืออีวันทองนันมันมีแก้ว
ราวกับไม่มีหญิงเฝาชิงกัน ไม่เห็นแววทีว่ามันจะรัก
รูปอ้ายช้างชัวช้าตาบ้องแบว หัวหูดูเหมือนควายทีตกปลัก
ใครจะเอาเปนผัวเขากลัวอาย ตกหนักอยู่กับเฒ่าศรีประจัน
คราวนันเปนความกูถามซัก ไยแล่นมาอยู่กับอ้ายข้างนัน
วันทองกูสิให้กับไอ้แผน ทังวันทองขุนแผนอ้ายหมืนไวย
จมืนศรีไปเอาตัวมันมาพลัน

๒๘

ฝายพระหมืนศรีได้รับสัง ถอยหลังออกมาไม่ช้าได้
สังเวรกรมวังในทันใด ตํารวจในวิงตะบึงมาถึงพลัน
ขึนไปบนเรือนพระหมืนไวย แจ้งข้อรับสังไปขมีขมัน
ขุนช้างฟองร้องฎีกาพระทรงธรรม์ ให้หาทังสามท่านนันเข้าไป
ได้ฟงความคร้ามครันหวันไหว
ครานันวันทองเจ้าพลายงาม ไม่ไว้ใจจึงเสกด้วยเวทมนตร์
ขุนแผนเรียกวันทองเข้าห้องใน ซึงวิเศษสารพั ดแก้ขัดสน
สีขีผึงสีปากกินหมากเวทย์ เคยคุ้มขังบังตนแต่ไรมา
นาํ มันพรายนํามันจันทน์สรรเสกปน คนเห็นคนทักรักทุกหน้า
แล้วทาํ ผงอิทธิเจเข้าเริมพั กตร์ เสร็จแล้วก็พาวันทองไป
เสกกระแจะจวงจันทน์นาํ มันทา ครันได้แจ้งกิจจาไม่นิงได้
ลงบันไดงันงกตกนอกชาน
ครานันทองประศรีผู้มารดา ภูมิใช่ช้างขีดอกลูกหลาน
เด็กเอ๋ยวิงตามมาไวไว ซมซานโฮกฮากอ้าปากไป
พลายชุมพลกอดก้นทองประศรี ผู้รับสังเร่งรุดไม่หยุดได้
ลุกขึนโขย่งโก้งโค้งคลาน เข้าไปเฝาองค์พระภูมี
ครันถึงยังอยู่ประตูวัง
ขุนแผนวันทองพระหมืนไวย

๒๙

ครานันพระองค์ผู้ทรงเดช ปนปกนัคเรศเรืองศรี
เห็นสามราเข้ามาอัญชลี พระปรานีเหมือนลูกในอุทร
ด้วยเดชะพระเวทวิเศษประสิทธิ เผอิญคิดรักใคร่พระทัยอ่อน
ตรัสถามอย่างความราษฎร ฮ้าเฮ้ยดูก่อนอีวันทอง
เมือมึงกลับมาแต่ปาใหญ่ กูสิให้อ้ายแผนประสมสอง
ครันกูขัดใจให้จาํ ลอง ตัวของมึงไปอยู่แห่งไร
ทาํ ไมไม่อยู่กับอ้ายแผน แล่นไปอยู่กับอ้ายช้างใหม่
เดิมมึงรักอ้ายแผนแล่นตามไป ครันยกให้สิเต้นกลับเล่นตัว
อยู่กับอ้ายช้างไม่อยู่ได้ เกิดรังเกียจเกลียดใจด้วยชังหัว
ดูยักใหม่ย้ายเก่าเฝาเปลียนตัว ตกว่าชัวแล้วมึงไม่ไยดี
ละล้าละลังประนมก้มเกศี
ครานันวันทองได้รับสัง ทูลคดีพระองค์ผู้ทรงธรรม์
หัวสยองพองพรันทันที องค์หริรักษ์ราชรังสรรค์
ขอเดชะละอองธุลีบาท ครังนันโปรดประทานขุนแผนไป
เมือกระหม่อมฉันมาแต่อารัญ กระหม่อมฉันมีท้องนันเติบใหญ่
ครันอยู่มาขุนแผนต้องจาํ จอง ขุนช้างไปบอกว่าพระโองการ
อยู่ทีเคหาหน้าวัดตะไกร กระหม่อมฉันไม่ไปก็หักหาญ
มีรับสังโปรดปรานประทานให้ เพื อนบ้านจะช่วยก็สุดคิด
ยือยุดฉุดคร่าทาํ สามานย์ ใครจะขัดขืนไว้ก็กลัวผิด
ด้วยขุนช้างอ้างว่ารับสังให้ ชีวิตอยู่ใต้พระบาทา
จนใจจะมิไปก็สุดฤทธิ

๓๐

ครานันพระองค์ผู้ทรงภพ ฟงจบกริวขุนช้างเปนหนักหนา
มีพระสิงหนาทตวาดมา อ้ายบ้าเย่อหยิงอ้ายลิงโลน
ตกว่ากูหาเปนเจ้าชีวิตไม่ มึงถือใจว่าเปนเจ้าทีโรงโขน
เปนไม่มีอาญาสิทธิคิดดึงโดน เทียวทําโจรใจคะนองจองหองครัน
เลียงมึงไม่ได้อ้ายใจร้าย ชอบแต่เฆียนสองหวายตลอดสัน
แล้วกลับความถามข้างวันทองพลัน เออเมือมันฉุดคร่าพามึงไป
ก็ช้านานประมาณได้สิบแปดป ครังนีทาํ ไมมึงจึงมาได้
นีมึงหนีมันมาฤาว่าไร ฤาว่าใครไปรับเอามึงมา
บังคมคัลประนมก้มเกศา
วันทองฟงถามให้คร้ามครัน พระอาญาเปนพ้ นล้นเกล้าไป
ขอเดชะพระองค์ทรงศักดา กระหม่อมฉันจึงกลับคืนมาได้
ครังนีจมืนไวยนันไปรับ ขุนแผนก็มิได้ประเวณี
มิใช่ย้อนยอกทํานอกใจ ขุนช้างจึงหาความว่าหลบหนี
แต่มานันเวลาสักสองยาม ชีวีอยู่ใต้พระบาทา
ขอพระองค์จงทรงพระปรานี ฟงเหตุขุ่นเคืองเปนหนักหนา
ตกว่าบ้างเมืองไม่มีนาย
ครานันพระองค์ผู้ทรงเดช จึงทาํ ตามนําใจเอาง่ายง่าย
อ้ายหมืนไวยทาํ ใจอหังการ์ อันตรายไพร่เมืองก็เคืองกู
จะปรึกษาตราสินให้ไม่ได้ อ้ายช้างบังอาจใจทําจู่ลู่
ถ้าฉวยเกิดฆ่าฟนกันล้มตาย ตะคอกขู่อีวันทองให้ตกใจ
อีวันทองกูให้อ้ายแผนไป เฆียนตีเสียให้ยับไม่นับได้
ฉุดมันขึนช้างอ้างถึงกู อ้ายหมืนไวยก็โทษถึงฉกรรจ์
ชอบตบให้สลบลงกับที
มะพร้าวห้าวยัดปากให้สาใจ

๓๑

มึงถือว่าอีวันทองเปนแม่ตัว ไม่เกรงกลัวเว้โว้ทาํ โมหันธ์
ไปรับไยไม่ไปในกลางวัน อ้ายแผนพ่ อนันก็เปนใจ
มันเหมือนวัวเคยขาม้าเคยขี ถึงบอกกูว่าดีหาเชือไม่
อ้ายช้างมันก็ฟองเปนสองนัย ว่าอ้ายไวยลักแม่ให้บิดา
เปนราคีข้อผิดมีติดตัว หมองมัวมลทินอยู่หนักหนา
ถ้าอ้ายไวอยากจะใคร่ได้แม่มา ชวนพ่ อฟองหาเอาเปนไร
อัยการศาลโรงก็มีอยู่ ว่ากูตัดสินให้ไม่ได้
ชอบทวนด้วยลวดให้ปวดไป ปรับไหมให้เท่ากับชายชู้
มันเกิดเหตุทังนีก็เพราะหญิง จึงหึงหวงช่วงชิงยุ่งยิงอยู่
จาํ จะตัดรากใหญ่ให้หล่นพรู ให้ลูกดอกดกอยู่แต่กิงเดียว
อีวันทองตัวมันเหมือนรากแก้ว ถ้าตัดโคนขาดแล้วก็ใบเหียว
ใครจะควรคู่สมอยู่กลมเกลียว ให้เด็ดเดียวรู้กันแต่วันนี
เฮ้ยอีวันทองว่ากระไร มึงตังใจปลดปลงให้ตรงที
อย่าภวังค์กังขาเปนราคี เพรามึงมีผัวสองกูต้องแค้น
ถ้ารักใหม่ก็ไปอยู่กับอ้ายช้าง ถ้ารักเก่าเข้าข้างอ้ายขุนแผน
อย่าเวียนไปให้คนมันหมินแคลน ถ้าแม้นมึงรักไหนให้ว่ามา
ให้ละล้าละลังเปนหนักหนา
ครานันวันทองฟงรับสัง ขุนช้างแลดูตายักคิวลน
ครันจะทูลกลัวพระราชอาญา บุ้ยปากตรงบิดาเปนหลายหน
พระหมืนไวยใช้ใบ้ให้แม่ว่า เปนจนใจนิงอยู่ไม่ทูลไป
วันทองหมองจิตคิดเวียนวน

๓๒

ครานันพระองค์ทรงธรณินทร์ หาได้ยินวันทองทูลขึนไม่
พระตรัสความถามซักไปทันใด ฤๅมึงไม่รักใครให้ว่ามา
จะรักชู้ชังผัวมึงกลัวอาย จะอยู่ด้วยลูกชายก็ไม่ว่า
ตามใจกูจะให้ดังวาจา แต่นีเบืองหน้าขาดเด็ดไป
ให้บันดาลบังจิตหาคิดไม่
นางวันทองรับพระราชโองการ ด้วยสินในอายุทีเกิดมา
อกุศลดลมัวให้ชัวใจ ดังตัวตกพระสุเมรุภูผา
คิดคะนึงตะลึงตะลานอก เกรงผิดภายหน้าก็สุดคิด
ในอุธัจอัดอันตันอุรา ทีจริงใจไม่ได้รักแต่สักหนิด
จะว่ารักขุนช้างก็กระไรได้ แม้นทูลผิดจะพิ โรธไม่โปรดปราน
รักพ่ อลูกห่วงดังดวงชีวิต ตามพระทัยท้าวจะแยกให้แตกฉาน
อย่าเลยจะทูลเปนกาลไว้ นางก้มกรานแล้วก็ทูลไปฉับผลัน
คิดแล้วเท่านันมิทันนาน ด้วยร่วมยากมานักไม่เดียดฉันท์
ความรักขุนแผนก็แสนรัก สารพั นอดออมถนอมใจ
สู้ลําบากบุกปามาด้วยกัน คําหนักหาได้ว่าให้เคืองไม่
ขุนช้างแต่อยู่ด้วยกันมา ข้าไทใช้สอยเหมือนของตัว
เงินทองกองไว้มิให้ใคร ก็หยิบยกรักเท่ากันกับผัว
จมืนไวยเล่าก็เลือดในอก ความกลัวอาญาเปนพ้ นไป
ทูลพลางตัวนางเริมระรัว

๓๓

ครานันพระองค์ผู้ทรงภพ ฟงจบแค้นคังดังเพลิงไหม้
เหมือนดินประสิวปลิวติดกับแปลวไฟ ดูดู๋เปนได้อีวันทอง
จะว่ารักข้างไหนไม่ว่าได้ นําใจจะประดังเข้าทังสอง
ออกนันเข้านีมีสาํ รอง ยิงกว่าท้องทะเลอันลําลึก
จอกแหนแพเสาสาํ เภาใหญ่ จะทอดถมเท่าไรไม่รู้สึก
เหมือนมหาสมุทรสุดซึงซึก นําลึกเหลือจะหยังกระทังดิน
อิฐผาหาหาบมาทุ่มถม ก็จ่อมจมสูญหายไปหมดสิน
อีแสนถ่อยจัญไรใจทมิฬ ดังเพชรนิลเกิดขึนในอาจม
รูปงามนามเพราะน้อยไปหรือ ใจไม่ซือสมศักดิเท้าเส้นผม
แต่ใจสัตว์มันยังมีทีนิยม สมาคมก็แต่ถึงฤดูมัน
มึงนีถ่อยยิงกว่าถ่อยอีท้ายเมือง จะเอาเรืองไม่ได้สิงสรรพ์
ละโมบมากตัณหาตาเปนมัน สักร้อยพั นให้มึงไม่ถึงใจ
ว่าหญิงชัวผัวยังคราวละคนเดียว หาตามตอมกันเกรียวเหมือนมึงไม่
หนักแผ่นดินกูจะอยู่ไย อ้ายไวยมึงอย่านับว่ามารดา
กูเลียงมึงถึงให้เปนหัวหมืน คนอืนรู้ว่าแม่ก็ขายหน้า
อ้ายขุนช้างขุนแผนทังสองรา กูจะหาเมียให้อย่าอาลัย
หญิงกาลกิณีอีแพศยา มันไม่น่าเชยชิดพิ สมัย
ทีรูปสวยรวยสมมีถมไป มึงตัดใจเสียเถิดอีคนนี
เร่งเร็วเหวยพระยายมราช ไปฟนฟาดเสียให้มันเปนผี
อกเอาขวานผ่าอย่าปรานี อย่าให้มีโลหิตติดดินกู
เอาใบตองรองไว้ให้หมากิน ตกดินจะอัปรีย์กาลีอยู่
ฟนให้หญิงชายทังหลายดู สังเสร็จเสด็จสู่ปราสาทชัย

๓๔

ÇàÔ ¤ÃÒÐˤ ³Ø ¤Ò‹

๑) คุณค่าด้านเนือหา

๑) รูปแบบ
กลอนเสภาเรืองขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา กวีเลือกใช้คาํ

ประพั นธ์ประเภทกลอนเสภา ซึงมีลักษณะเหมือนกลอนสุภาพ กลอนเสภา
อาจจะมีบางวรรคทีมีจาํ นวนคาํ ไม่เท่ากัน ทังนีขึนอยู่กับเนือความหรือ
กระบวนกลอนและจังหวะในการขับเสภา ซึงกลอนเสภานีเหมาะทีจะใช้ในการ
เล่าเรืองและขับเปนทํานองลํานํา คือการขับเสภานันเอง

ตัวอย่างบทประพั นธ์ : สะเดาะกลอนถอนลันถึงชันสาม
อร่ามแสงโคมแก้วแววจับตา
ข้าไทนอนหลับลงทับกัน อัฒจันทร์เครืองแก้วก็หนักหนา
กระจกฉากหลากสลับวับแวมวาม เปดมุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง
ม่านมู่ลีมีฉากประจาํ กัน
ชมพลางย่างเยืองชาํ เลืองมา

๓๕

๒) องค์ประกอบของเรือง
๒.๑) สาระ เสภาเรืองขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา เสนอข้อคิด
ว่าการตกเปนทาสของอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเปนความรัก ความโกรธ
ความหลง ย่อมทาํ ให้มนุษย์ขาดสติกระทําสิงต่างๆ โดยไม่คํานึงถึงผลทีตาม
มาว่าจะดีหรือร้ายแก่ตนหรือแก่ผู้อืน เมือเกิดความพลังพลาดจากการตัดสิน
ใจก็นาํ ไปสู่หายนะได้ เตือนเราให้ครองชีวิตด้วยสติ

ยกตัวอย่างเช่น :
ในตอนที หลังจากทีพลายงามลอบขึนเรือนขุนช้างแล้วพามารดามาอยู่

ด้วย ก็เกิดเกรงขุนช้างจะเอาผิด วันรุ่งขึนจึงให้บ่าวใช้ไปบอกว่าตนปวยอยากดู
หน้าแม่ จะขอให้แม่มาอยู่ด้วยสักพั ก แล้วจึงจะพาไปส่งกลับแต่ขุนช้างโกรธ
ถวายฎีกาต่อพระพั นวษาพระองค์กล่าวโทษพลายงาม ทีลอบขึนเรือนผู้อืนโดย
ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทรงสังให้นางวันทองเข้าเฝา แล้วตรัสถามนางวันทองว่า
จะเลือกอยู่กับใคร นางวันทองตกประหม่าไม่อาจตัดสินใจได้เลยยกเรืองให้พระ
พั นวษาตัดสินใจแทน พระพั นวษาเข้าใจว่านางวันทองเลือกไม่ได้เพราะหลายใจ
จึงทรงรับสังประหารชีวิตนางวันทอง

๓๖

๒) องค์ประกอบของเรือง (ต่อ)
๒.๒) โครงเรือง เนือเรืองเปนเรืองราวความรักของชายสองคนกับหญิงหนึง
คน ชายคนหนึงเปนคนรูปงาม มีวิชาอาคมแต่เจ้าชู้ชายอีกคนหนึงเปนคน
หน้าตาอัปลักษณ์แต่มีฐานะรํารวย ทังสองคนปรารถนาผู้หญิงคนเดียวกันจึง
เกิดการแย่งชิง เพราะความรักความใคร่จึงสร้างความทุกข์ใจให้กับทังสามคน
ปมปญหาของเรืองนีคือ นางผู้นันจะตกเปนของชายใด
เสภาเรืองขุนช้างขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกาเปนตอนทีสาํ คัญทีสุด
ของเรือง เพราะเปนตอนคลีคลายปมปญหาว่านางวันทองจะตกเปนของผู้ใด
ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง ตอน ขุนช้างถวายฎีกา เริมจากทีพลายงามอยากให้
มารดามาอยู่ด้วย จึงได้ลอบขึนเรือนขุนช้างแล้วพานางวันทองไปกับตน เมือ
ขุนช้างรู้ว่านางวันทองอยู่กับพลายงามก็โกรธมากไปถวายฎีกา พระพั นวษา
เรืองได้หักมุมจบลงตรงทีนางวันทองถูกประหารชีวิต นับเปนเรืองน่าสลดใจ
และสร้างความสะเทือนอารมณ์ให้แก่ผู้อ่านเปนอย่างยิง

๓๗

๒) องค์ประกอบของเรือง (ต่อ)
๒.๓) ฉากและบรรยากาศ ฉากทีปรากฏในเสภาเรืองขุนช้างขุนแผน ตอน ขุน
ช้างถวายฎีกา คือ สภาพสังคมไทยในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นของ
ชาวบ้าน ชาววัด และชาววัง ซึงผู้แต่งได้บรรยายฉากและบรรยากาศต่างๆ ได้
สมจริงสอดคล้องกับเนือเรือง เช่น ในเรือนของขุนช้างนันทีแสดงถึงความ
ราํ รวยของขุนช้าง

ดังบทประพั นธ์ทีว่า : สะเดาะกลอนถอนลันถึงชันสาม
ข้าไทนอนหลับลงทับกัน อร่ามแสงโคมแก้วแววจับตา
อัฒจันทร์เครืองแก้วก็หนักหนา
กระจกฉากหลากสลับวับแวมวาม เปดมุ้งเห็นหน้าแม่วันทอง
ม่านมู่ลีมีฉากประจํากัน
ชมพลางย่างเยืองชําเลืองมา

๓๘

๒.๓ ตวั ละคร

รูปนางวันทอง

๑) นางพิ มพิ ลาไลย / นางวันทอง ซึงแต่เดิมวันทองเปนเด็กสาวไร้
เดียงสาไม่ค่อยมีโอกาสตัดสินใจด้วยตนเอง เมือเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ทีผ่านความ
ทุกข์มามากมาย นางวันทองมีความสุขุมรอบคอบ รู้จักยับยังชังใจคิดก่อน
ทาํ ดังจะเห็นได้จากตอนทีขุนแผนเข้ามาหานางในห้องนอนวันทองมิได้
ยินยอมทีจะมีความสัมพั นธ์ฉันสามีภรรยากับขุนแผน และนางยังกล่าวถึง
เรืองควรไม่ควรและเตือนให้ขุนแผนกราบทูลพระพั นวษาให้ทรงทราบเรือง
ก่อน

ดังความว่า : เอาความผิดคิดหักให้เหือดหาย
ใช่หนุ่มดอกอย่ากลุ้มกําเริบรัก ฉันกลับกลายแล้วหม่อมจงฟาดฟน
น้องจะแต่งบายศรีไว้เชิญขวัญ
ถ้ารักน้องปองปดให้มิดอาย ไม่เช่นนันฉันไม่เลยจะเคยตัว
ไปเพ็ ดทูลเสียให้ทูลกระหม่อมแจ้ง
ไม่พั กวอนดอกจะนอนอยู่ด้วยกัน

๓๙

รูปขุนเเผนกับนางวันทอง

๒) ขุนแผน เปนผู้เก่งกล้าในวิชาอาคม มีความกล้าหาญและจงรัก
ภักดีต่อพระมหากษัตริย์ แต่ขุนแผนก็เปนชายเจ้าชู้มีภรรยาหลายคน จาก
ตอน ขุนชํางถวายฎีกา เห็นได้ว่า ทังทีนางแก้วกิริยากับนางลาวทองอยู่ด้วย
ขุนแผนก็ยังลอบเข้าห้องหํานางวันทอง โดยไม่คํานึงถึงผลทีจะตามมาภาย
หลัง ซึงเปนพฤติกรรมทีแสดงให้เห็นว่าขุนแผนมักทําอะไรตามใจตนเอง

ดังบทประพั นธ์ : ขุนแผนกลับผวาตืนฟนจากที
นางแก้วลาวทองทังสองหลับ พระพายพั ดมาลีตลบไป
นิจจาเจ้าเหินห่างร้างพิ สมัย
พระจันทรจรแจ่มกระจ่างดี ดังเด็ดใจจากร่างก็ราวกัน
คิดคะนึงถึงมิตรแต่ก่อนเก่า ละวางให้วันทองน้องโศกศัลย์
ถึงสองครังตังแต่พรากจากพี ไป จะเพ็ ดทูลคราวนันก็คล่องใจ
กูก็ชัวมัวรักแต่สองนาง อ้ายขุนช้างไหนจะโต้จะตอบได้
เมือตีได้เชียงใหม่ก็โปรดครัน บัดนีเล่าเจ้าไวยไปรับมา
สารพั ดทีจะว่าได้ทุกอย่าง เจ้าวันทองจะคอยละห้อยหา
ไม่ควรเลยเฉยมาไม่อาลัย นําอบทาหอมฟุ งจรุงใจ
จํากูจะไปสู่สวาทน้อง ถึงเรือนลูกยาหาช้าไม่
คิดพลางจัดแจงแต่งกายา เห็นนางหลับใหลนิงนิทรา
ออกจากห้องย่องเดินดาํ เนินมา
เข้าห้องวันทองในทันใด

๔๐

รูปขุนช้าง

๓) ขุนช้าง นอกจากขุนช้างจะมีรูปร่างและหน้าตาไม่น่าพึ งใจแก่ผู้
พบเห็นแล้วจิตใจยังโหดร้าย คับแคบ สิงทีทาํ ให้ขุนช้างมีดีอยู่บ้างคือ ความ
รักเดียวใจเดียวทีมีให้นางวันทอง แต่ความรักของขุนช้างเปนความรักทีเห็น
แก่ตัว คิดเอาแต่ได้ หวังครอบครองเปนเจ้าของโดยไม่คาํ นึงถึงความถูก
ต้องเหมาะสม แม้นางวันทองจะมีสามีแล้ว ขุนช้างก็ยังทาํ ทุกวิถีทางให้ได้
นางมาครอบครอง ครันถูกแย่งนางไปขุนช้างก็โกรธแค้น ขุนช้างจึงเปนตัว
ละครทีตกเปนทาสของความรักและความโกรธแค้นตลอดเวลา สามารถสร้าง
ความทุกข์ให้กับทุกคนทีเกียวข้องไม่เว้น แม้กระทังนางวันทองซึงเปนหญิงที
ขุนช้างรัก ความรักและความแค้นของขุนช้างปรากฏให้เห็นชัด ตอนทีขุนช้าง
ทราบว่านางวันทองหายไปจากเรือน ขุนช้างทังรักและแค้นจึงประณามนาง
วันทอง

ดังความว่า : เหงือออกโซมล้านกบาลใส
ครานันขุนช้างฟงบ่าวบอก ช่างทําได้ต่างต่างทุกอย่างจริง
พลังทีลงไม่รอดนางยอดหญิง
คิดคิดให้แค้นแสนเจ็บใจ นีคราวนีหนีวิงไปตามใคร
สองหนสามหนก่นแต่หนี ยังสาระแนหลบลีหนีไปไหน
คราวนันอ้ายขุนแผนมันแง้นชิง ไม่เอากลับมาได้มิใช่กู
ไม่คิดว่าจะเปนเห็นว่าแก่
เอาเถิดเปนไรก็เปนไป

๔๑

รูปสมเด็จพระพั นวษา

๔) สมเด็จพระพั นวษา เปนพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธย
สมเด็จพระพั นวษามีนิสัยโกรธง่าย จะเห็นได้จากตอนที ให้นางวันทองเลือก
ว่าจะอยู่กับใคร นางมีความลังเล เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับใคร พระพั นวษาทรง
โกรธจึงรับสังให้ประหารชีวิต แต่พระองค์ก็นับว่าเปน พระมหากษัตริย์ทีมี
ความยุติธรรมต่อพวกทหาร เสนาอํามาตย์ และราษฎรพอสมควร เมือมีคดี
ฟองร้องกัน ก็จะให้มีการไต่สวนและพิ สูจน์ความจริง

๔๒

รูปพลายงามกับนางศรีมาลา

๕) พลายงาม พลายงามเปนต้นเหตุสําคัญทีทาํ ให้ขุนช้างถวายฎีกา
ซึงส่งผลให้นางวันทองถูกประหารชีวิตในทีสุด พลายงามเปนผู้ทีใช้อารมณ์
เหนือเหตุผล กระทําทุกอย่างเพื อตอบสนองความต้องการของตนโดยไม่
คํานึงถึงความถูกต้องเหมาะสมดังเช่นตอนทีพลายงามขึนเรือนขุนช้างเพื อ
บังคับพาตัวนางวันทองไป นางวันทองห้ามปรามและเตือนสติแต่พลายงาม
ไม่ยอมฟงเหตุผล กลับยิงแสดงอารมณ์โกรธจนถึงกับจะตัดศีรษะนางวัน
ทองหากไม่ยอมไปกับตน

ดังความว่า : ฟงความเห็นว่าแม่หาไปไม่
ครานันจึงโฉมเจ้าพลายงาม เพราะรักอ้ายขุนช้างกว่าบิดา
แม่ยังกลับทัดทานเปนหนักหนา
คิดบ่ายเบียงเลียงเลียวเบียวบิดไป อุตส่าห์มารับแล้วยังมิไป
จึงว่าอนิจจาลูกมารับ จะพาแม่ไปเรือนให้จงได้
เหมือนไม่มีรักใคร่ในลูกยา จะบาปกรรมอย่างไรก็ตามที
เสียแรงเปนลูกผู้ชายไม่อายเพื อน ทิงแต่ตัวไว้ให้อยู่นี
แม้นมิไปให้งามก็ตามใจ จวนแจ้งแสงศรีจะรีบไป
จะตัดเอาศีรษะของแม่ไป
แม่อย่าเจรจาให้ช้าที

๔๓

๒.๔) กลวธิ ใี นการแตง่ กวมี กี ลวธิ ีในการนาํ เสนอเรืองราวผ่านตัวละคร
โดยการเลา่ ด้วย ถ้อยคําภาษาทไี พเราะงดงาม ทังการใชค้ าํ ทที าํ ใหเ้ ห็นภาพและ
การใชค้ วามเปรียบสะทอ้ นให้เห็นวิถชี ีวติ ของคนไทยสมัยก่อน สภาพความเปน
อยู่ การพิพากษาคดรี วมถงึ การตัดสนิ ประหารชีวติ กวถี ่ายทอดเรืองราวได้
สมจรงิ น่าประทับใจและชวนตดิ ตาม

ดงั บทประพันธ์ : ฟงจบแค้นคังดังเพลงิ ไหม้
ครานนั พระองคผ์ ทู้ รงภพ ดดู เู๋ ปนได้อวี นั ทอง
นําใจจะประดงั เข้าทังสอง
เหมอื นดินประสิวปลวิ ติดกับเปลวไฟ ยิงกว่าทอ้ งทะเลอนั ลําลกึ
จะว่ารักข้างไหนไม่ว่าได้ จะทอดถมเทา่ ไรไมร่ ู้สึก
ออกนันเข้านมี สี ํารอง นาํ ลึกเหลือจะหยังกระทังดิน
จอกแหนแพเสาสาํ เภาใหญ่ ก็จ่อมจมสูญหายไปหมดสิน
เหมือนมหาสมุทรสุดซึงซึก ดังเพชรนิลเกิดขึนในอาจม
อิฐผาหาหาบมาทุ่มถม ใจไม่ซอื สมศกั ดเิ ทา่ เสน้ ผม
อแี สนถอ่ ยจัญไรใจทมิฬ สมาคมกแ็ ตถ่ ึงฤดูมัน
รปู งามนามเพราะนอ้ ยไปฤๅ จะเอาเรืองไม่ได้สกั สงิ สรรพ์
แตใ่ จสัตว์มนั ยังมีทีนิยม
มึงนถี อ่ ยยิงกวา่ ถอ่ ยอีทา้ ยเมอื ง

๔๔

คุ ณค่ าด้ านวรรณศิ ลป

บรรยายโวหาร

- ขอเดชะละอองธลุ บี าท องค์หรริ ักษร์ าชรงั สรรค์
เมอื กระหมอ่ มฉันมาแตอ่ ารญั ครงั นันโปรดประทานขุนแผนไป
ครนั อย่มู าขุนแผนต้องจําจอง กระหมอ่ มฉนั มีทอ้ งนันเติบใหญ่
อยทู่ ีเคหาหนา้ วัดตะไกร ขุนชา้ งไปบอกวา่ พระโองการ

พรรณนาโวหาร

- ยิงหวาดหวันพรนั ตวั กลวั มรณา ดงั วญิ ญานางจะพรากไปจากกาย

๔๕

เทศนาโวหาร

- จงควรใครใ่ หเ้ ห็นข้อสําคญั แมน่ พี รนั กลวั แต่จะเกิดความ

อปุ มาโวหาร

- มาอย่ไู ยกบั อา้ ยหินชาติ แสนอบุ าทว์ใจจิตริษยา
ดงั ทองคําทําเลยี มปากกะลา หนา้ ตาดาํ เหมอื นมินหม้อมอม
เหมือนแมลงวนั ว่อนเคล้าทีเนา่ ชวั มาเกลอื กกลวั ปทุมมาลยท์ หี วานหอม
ดอกมะเดอื ฤๅจะเจือดอกพะยอม ว่านกั แมจ่ ะตรอมระกาํ ใจ

๔๖

นารปี ราโมทย์

- ครานนั วันทองผ่องโสภา

พิโรธวาทงั

- ก็จะกรวิ ซาํ จะฆ่าให้เปนผี แสนแค้นด้วยมารดายังปรานี

- แค้นแม่จําจะแกใ้ ห้หายแคน้

- หมายจิตคิดจะใหม้ ันบรรลัย ไม่สมใจจําเพาะเคราะห์มันดี

- พรากให้พ้นคนอบุ าทว์ชาติอัปรยี ์ ยิงคดิ ยงิ มคี วามโกรธา

- อัดอดึ ฮึดฮดั ดว้ ยขดั ใจ

- สะอืนอันอกแคน้ นําตาคลอ

- อา้ ยหัวใสข่มเหงไมเ่ กรงหนา้ ทที าํ แค้นกูจะแทนให้ทนั ตา

- แสนอุบาทวใ์ จจิตรษิ ยา

- คดิ คดิ ใหแ้ คน้ แสนเจ็บใจ

- ดูหน้าเฝอนทโี กรธอยู่งนุ่ ง่าน

- แคน้ เลอื ดตาจะหลงั ไหล


Click to View FlipBook Version