๔๗
พิโรธวาทงั (ตอ่ )
- ดบั โมโหโกรธาทาํ วา่ ไป
- ขุนช้างเดอื ดดาลทะยานไส้
- มนั จงึ เหมิ ใจทําจองหอง
- มันจงึ ข่มเหงไม่เกรงใจ
- ยิงคิดเดอื ดดาลทะยานใจ
- แคน้ เหลอื ปญญาจะทานทน
- ครานันสมเด็จพระพันวษา ทรงพระโกรธาโกลาหล
- ทดุ อ้ายจัญไรมใิ ชค่ น
- ทังรกั ทังแคน้ แนน่ ฤทัย
- จะนอนนงิ ถือโทษโกรธอย่ไู ย
- แคน้ คิดดว้ ยมิตรไมร่ ักเลย
- หัวอกใครไดแ้ คน้ ในแผ่นดิน
- จะคุมโกรธคุมแคน้ ไปถึงไหน
- พอทรงจบแจง้ พระทยั ในขอ้ หา กโ็ กรธาเคอื งขุ่นหนุ หนั
๔๘
พิโรธวาทงั (ตอ่ )
- เกดิ รงั เกียจเกลยี ดใจดว้ ยชังหัว
- ฟงจบกริวขนุ ชา้ งเปนหนักหนา
- มพี ระสงิ หนาทตวาดมา อา้ ยบา้ เย่อหยงิ อ้ายลงิ โลน
- ฟงเหตขุ ุ่นเคอื งเปนหนักหนา
- ฉุดมนั ขึนช้างอา้ งถึงกู ตะคอกขอู่ วี ันทองใหต้ กใจ
- ครานนั พระองคผ์ ทู้ รงภพ ฟงจบแคน้ คังดังเพลงิ ไหม้
- อีแสนถอ่ ยจัญไรใจทมิฬ
- มงึ นถี ่อยยิงกวา่ ถ่อยอที า้ ยเมือง
๔๙
สลั ปงคพิสยั
- กห็ ักใจเพราะรักแม่วันทอง
- เศรา้ หมองด้วยลูกเปนหนักหนา
- แมโ่ ศกาเกอื บเจียนจะบรรลัย
- มีแตท่ กุ ข์ใจเจบ็ ดงั เหน็บหนาม
- เศรา้ หมองโศกานําตาไหล
- ละวางให้วันทองน้องโศกศัลย์
- ความอาลัยปนปวนยวนวิญญา
- ดงั นมิ น้องหมองใจไม่นาํ พา
- ต้องกลืนกลําโศกเศรา้ นนั เหลือแสน
- อาลยั เจา้ เท่ากบั ดวงชีวติ พี
- เจ้าเพือนเสนหาจงอาลยั
- ใจน้องมใิ หห้ มองอารมณ์หมอ่ ม
๕๐
จนิ ตภาพดา้ นภาพ
- รปู ร่างวิปริตผิดกว่าคน ทรพลอปั รียไ์ ม่ดไี ด้
- เงียบสตั ว์จัตุบทวิบาท ดาวดาษเดอื นสวา่ งกระจ่างไข
- ฟาขาวดาวเด่นดวงสว่าง จันทรก์ ระจา่ งทรงกลดหมดเมฆสนิ
- จึงเซน่ เหล้าข้าวปลาให้พรายกนิ
- เสกขมินว่านยาเขา้ ทาตวั ลงยนั ต์ราชะเอาปะอก
- เห็นคนนอนล้อมอ้อมเปนวง
- ทังชายหญิงงว่ งงมล้มหลบั นอนทับควาหงายกา่ ยกันเปรอะ
- จดุ เทยี นสะกดข้าวสารปราย
- ขา้ ไทนอนหลับลงทับกนั
- ม่านมลู ีมีฉากประจาํ กัน อฒั จันทร์เครอื งแก้วก็หนกั หนา
- นิงนอนอยู่บนเตยี งเคยี งขนุ ช้าง มนั แนบขา้ งกอดกลมประสมสอง
- ดาบใส่ฝกไวไ้ มเ่ คลือนคลาย
- เหน็ ลูกยานนั ยืนอยู่รมิ เตยี ง
๕๑
จนิ ตภาพดา้ นภาพ (ตอ่ )
- ทงั ผูค้ นช้างม้าแลขา้ ไท
- เมอื พ่อเจา้ เขา้ คกุ แมท่ อ้ งแก่
- เปนหลายปแม่มาอยู่กบั ขนุ ชา้ ง
- วา่ ขเี รือนขนึ ตัวทวั ทังนนั
- ผา้ ผ่อนล่อนแล่นไมต่ ิดกาย เหน็ มา่ นขาดเรียรายประหลาดใจ
- ทังขา้ วของมากมายก็หายไป ปากประตูเปดไวไ้ ม่ใสก่ ลอน
- เหน็ นายนนั แกผ้ า้ กางขาอยู่
- ตา่ งคนทรดุ นังบงั ประตู ตกตะลึงแลดูไมเ่ ข้าตา
- ยายจนั งันงกยกยืนไหว้
- ทังหอ้ งนอกห้องในไม่พบพา ทวั เคหาแลว้ ไปคน้ จนแผน่ ดนิ
- เห็นประตรู ัวบ้านบานเปดกว้าง ผู้คนนอนสล้างไมต่ ืนสิน
- ครานนั ขุนช้างฟงบา่ วบอก เหงือออกโซมบล้านกระบาลใส
- ไปกราบทูลสมเด็จพระพันวษา
- ครันถึงแอบดอู ย่แู ต่ไกล เหน็ ผูค้ นขวกั ไขว่ทังเรือนชาน
- ขนุ ชา้ งนงั เยยี มหน้าต่างเรือน
- ครานันเจ้าจอมหมอ่ มขนุ ชา้ ง นงั คาหน้าต่างเยยี มหนา้ อยู่
- ขุนชา้ งมาถึงซึงวังใน ก็คอยจ้องทใี ตต้ ําหนกั นา
- เรือประจําแหนแหเ่ ซ็งแซม่ า
๕๒
จนิ ตภาพดา้ นภาพ (ตอ่ )
- พอเรอื พระทีนงั ประทบั ที
- อยู่บ้านสุขเกษมเปรมใจ สมสนิทพิสมยั ดว้ ยสองนาง
- คืนนนั ในกลางซงึ ราตรี
- เหน็ นางหลับใหลนงิ นิทรา
- แตน่ งิ ดกู ริ ยิ าเปนชา้ นาน
- เจ้าหลบั ใหลกระไรเลยเปนหนกั หนา
- ว่าพลางเอนแอบลงแนบขา้ ง
- เจา้ วนั ทองน้องตนื จากทนี อน
- เมอื ตดิ คกุ ทุกข์ถึงเจ้าทุกเชา้ คํา
- เจ้าเนือทิพย์หยบิ ชนื อารมณ์ชาย ขอสบายสักหนอ่ ยอยา่ โกรธา
- หน้าดําเหมอื นหนงึ ทามนิ หม้อไหม้
- น้องจะแตง่ บายศรไี วเ้ ชิญขวญั
- ครนั เวลาดึกกาํ ดัดสงัดเงยี บ
- ใบไม้แหง้ แกรง่ เกรียบระรบุ รอ่ น
- พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจันทรแ์ จ่มแจง้ กระจา่ งดวง
- วนั ทองน้องนอนสนิททรวง จิตงว่ งระงบั สภู่ วงั ค์
- ทังสองมองหมอบอยรู่ มิ ทาง
- จะกลา่ วถงึ พระองค์ผ้ทู รงชัย เนาในพระทีนังบลั ลงั ก์รัตน์
๕๓
จนิ ตภาพดา้ นภาพ (ตอ่ )
- พร้อมดว้ ยพระกาํ นัลนกั สนม หมอบประนมเฝาแหนแน่นขนัด
- ข้างหนา้ หลังเบยี ดเสียดเยยี ดยดั หมอบอัดถัดกนั เปนหลันไป
- รูปอ้ายชา้ งชัวชา้ ตาบ้องแบว
- กระหมอ่ มฉันมีทอ้ งนนั เตบิ ใหญ่
- ขนุ แผนวนั ทองพระหมืนไวย เข้าไปเฝาองค์พระภูมี
- นางวนั ทองรับพระราชโองการ
- ความรักขนุ แผนก็แสนรกั ด้วยร่วมยากมานกั ไมเ่ ดียดฉนั ท์
- สู้ลําบากบุกปามาด้วยกนั สารพันอดออมถนอมใจ
- ขุนช้างแตอ่ ยดู่ ว้ ยกนั มา คําหนักหาได้วา่ ให้เคอื งไม่
- เงินทองกองไวม้ ิใหใ้ คร
- ยิงกวา่ ทอ้ งทะเลอนั ลําลึก จอกแหนแพเสาสําเภาใหญ่
- อฐิ ผาหาหาบมาทมุ่ ถม กจ็ อ่ มจมสูญหายไปหมดสิน
- เอาใบตองรองไวใ้ ห้หมากนิ
๕๔
จนิ ตภาพดา้ นเสยี ง
- ได้ยนิ เสียงฆอ้ งยาํ ประจาํ วนั ลอยลมล่องดงั ถึงเคหา
- ผู้คนเงียบสาํ เนียงเสยี งแตก่ รน
- จะกลา่ วถงึ เจา้ จอมหม่อมของขุนช้าง นอนครางหลับกรนอยปู่ นเปอน
- ร้องปลกุ เข้าไปถงึ ในห้อง
- ลกุ ขนึ ถกเขมรรอ้ งเกนไป
- ดุเหว่าเร้าเสียงสาํ เนยี งก้อง ระฆงั ฆอ้ งขานแขง่ ในวังหลวง
จนิ ตภาพดา้ นสี
- ฟาขาวดาวเดน่ ดวงสวา่ ง จันทรก์ ระจ่างทรงกลดหมดเมฆสิน
๕๕
จนิ ตภาพดา้ นแสง
- ฟาขาวดาวเด่นดวงสว่าง จนั ทร์กระจ่างทรงกลดหมดเมฆสนิ
- กองไฟสวา่ งดังกลางวนั
- กระจกฉากหลากสลบั วับแวมวาม
- อรา่ มแสงโคมแก้วแววจับตา
- พอรุ่งแสงแจง้ ใสก็ถงึ เรือน
- ไมเ่ หน็ นอ้ งห้องสว่างตะวนั สาย
- จึงรบี มาเร็วไวดงั ใจปอง รักษาจนแสงทองสว่างฟา
- อะไรพอสว่างวางเขา้ มา
- ครันวา่ ร่งุ สางสว่างฟา สรุ ิยาแย้มเยยี มเหลียมไศล
๕๖
จนิ ตภาพดา้ นกลนิ
- หอมหวนอวลอบบุปผชาติ
ฆานพจน์
- นาํ อบทาหอมฟุ งจรุงใจ
๕๗
สทั พจน์
- อัดอดึ ฮึดฮัดดว้ ยขดั ใจ
- อย่าฮึกฮกั วา่ วุน่ ทําหนุ หัน
- เรือประจาํ แหนแหเ่ ซ็งแซม่ า
- ใบไม้แห้งแกรง่ เกรยี บระรุบร่อน
- ใตเ้ ตยี งเสียงหนูกก็ กุ กก แมงมมุ ทมุ่ อกทีริมฝา
นามนยั
- มาเกลือกกลัวปทุมาลยท์ ีหวานหอม
- ดอกมะเดือฤาจะเจือดอกพะยอม
- จะกล่าวถึงพระองค์ผทู้ รงเดช
๕๘
นาฏการ
- จนสรุ ิยาเลยี วลบั เมรไุ กร
- นําคา้ งตกกระเซน็ เยน็ เยอื กใจ
- เปามนตรเ์ บอื งบนชอมุ่ มัว
- ลงจากเรือนไปมไิ ด้ชา้ รบี มาถงึ บ้านขนุ ช้างพลัน
- จงึ ร่ายมนตรามหาสะกด
- ภตู พลายนายขนุ ช้างวางวงิ พรู
- จปี ลาคาไฟมันไหลเลอะ
- ย่างเทา้ ก้าวไปในทนั ที
- มีแตห่ ลับเพ้อมะเมอฝน
- ภตู พรายโดดเรอื นสะเทอื นผาง
- สะเดาะดาลบายเปดหน้าตา่ งกาง ยา่ งเทา้ ก้าวขึนรา้ นดอกไม้
- เบกิ บานกา้ นกลาดกิงไสว เรณูฟู ร่อนขจรใจ
- ยา่ งเท้ากา้ วไปไมโ่ ครมคราม
- สะเดาะกลอนถอนลันถงึ สามชนั
๕๙
นาฏการ (ตอ่ )
- ชมพลางยา่ งเยืองชาํ เลืองมา เปดมุ้งเหน็ หน้าแม่วนั ทอง
- ขยบั จ้องดาบงา่ อยากฆา่ ฟน
- จะใครถ่ ีบขนุ ช้างทีกลางตัว
- พลางนังลงนอบนบอภิวนั ทน์
- มันไปฉุดมารดาเอามาไว้
- เปาลงด้วยพระเวทวทิ ยา มารดากฟ็ นตนื โดยง่าย
- วนั ทองรู้สึกกายกล็ ืมตา
- ตืนพลางทางชําเลอื งนัยนต์ ามา
- กอดผัวร้องดินจนสินเสียง ซวนซบหลบลงมาหมอบเมียง
- ลุกออกมาพลนั ดว้ ยทันใด พระหมนื ไวยเขา้ กอดเอาบาทา
- วันทองประคองสอดกอดลกู รกั
- ขนุ ชา้ งตืนขึนมเิ ปนการ เขาจะรุกรานพาลขม่ เหง
- จมนื ไวยสารภาพกราบบาทา
- เขาฉดุ แมใ่ ช่จะแกล้งแหนงหนี
- ฟองหากราบทลู พระทรงธรรม์
- จะตัดเอาศีรษะของแมไ่ ป
- เห็นลูกยากัดฟนมนั ไส้
- ถือดาบฟาฟนยนื แกวง่ ไกว ตกใจกลัวว่าจะฆา่ ฟน
- ว่าพลางนางลุกออกจากห้อง
๖๐
นาฏการ (ตอ่ )
- หาหมอมารกั ษายาเข้าปรอท มันกินปอดตับไตออกไหลลนั
- ทงั ไสน้ อ้ ยไสใ้ หญแ่ ลไสต้ ัน ฟนฟางกห็ กั จากปากตัว
- ตกใจตนื ผวาคว้าวนั ทอง
- ลกุ ขึนงกงันตวั สันรวั
- ลืมตาเหลยี วหาเจา้ วนั ทอง
- บา่ วผหู้ ญงิ วงิ ไปอยงู่ กงนั
- ไมน่ งุ่ ผอ่ นนงุ่ ผ้าดูนา่ กลัว ขุนชา้ งมองดูตัวก็ตกใจ
- ขุนชา้ งเหน็ ขา้ ไมม่ าใกล้ ขดั ใจลกุ ขนึ ทังแก้ผ้า
- แหงนเถ่อเปอปงยืนจงั กา ย่างเทา้ ก้าวมาไมร่ ตู้ ัว
- ลงบนั ไดงนั งกตกนอกชาน
- ยายจันตกใจเต็มประดา เขา้ ไปฉวยผ้าเอามาคลี
- หยบิ ยนื ส่งไปให้ในทนั ที เมินหนีอดสูไมด่ นู าย
- ขนุ ช้างตัวสันเทาบอกบ่าวไพร่
- ข้าไทได้ฟงขุนช้างใช้ ต่างเทียวคน้ ด้นไปจะเอาหน้า
- จงไปบา้ นขนุ ชา้ งดว้ ยทันใด ไกลเ่ กลียเสียอยา่ ใหม้ นั โกรธา
- จึงรบี มาเรว็ ไวดังใจปอง รักษาจนแสงทองสวา่ งฟา
- ไม่ตายคลายคนื ฟนขนึ ได้
- หมืนวิเศษรับคําแล้วอําลา รีบมาบา้ นขุนช้างหาช้าไม่
๖๑
นาฏการ (ตอ่ )
- คิดแล้วลงคลานเข้าประตู
- เห็นคนคลานเขา้ มาเหลือบตาดู
- ลกุ ขนึ ถกเขมรร้องเกนไป
- ครานันวิเศษผลคนวอ่ งไว ยกมอื ขนึ ไหวไ้ ม่วิงหนี
- ท่านใชใ้ หก้ ระผมมากราบกราน
- รอ้ งโอดโดดดินเพียงสินใจ
- วา่ แล้วปดบานหนา้ ตา่ งผาง
- ทอดตวั ลงกับหมอนถอนฤทยั
- จะเฆียนฆ่าหาคิดชวี ิตไม่
- อาบนาํ ผลดั ผ้าแลว้ คลาไคล
- ฝพายรายเล่มมาเต็มลาํ
- ขนุ ช้างกร็ ลี งตีนท่า
- ลอยคอชูหนงั สอื ดือเขา้ มา ผุดโผล่โงหนา้ ยึดแคมเรอื
- มหาดเลก็ อยู่งานพัดพลัดตกเรือ
- ตํารวจควา้ ขนุ ช้างหาวางไม่
- แล้วลงจากพระทนี งั เข้าในวงั
๖๒
นาฏการ (ตอ่ )
- คดิ พลางจดั แจงแต่งกายา
- ออกจากห้องยอ่ งเดนิ ดําเนนิ มา ถึงเรอื นลูกยาหาชา้ ไม่
- เขา้ หอ้ งวันทองในทันใด
- เสียแรงรว่ มทกุ ข์ยากกันกลางไพร กินผลไมต้ ่างข้าวทกุ เพรางาย
- เงยหนา้ เถิดจะเลา่ อย่าเฝาแค้น
- เกรงจะพากันผดิ เขา้ ตดิ ทบั แตข่ ยบั อยูจ่ นไดไ้ ปเชียงอนิ ทร์
- ไมเ่ ดือดดนิ เทา่ พีกบั วนั ทอง
- วา่ พลางทางแอบเขา้ แนบอก ประคองยกของสาํ คญั มันหมาย
- เจ้าพลายงามตามรบั เอากลบั มา
- ฝนว่าพลดั ไปในไพรเถือน เลอื นเปอนไมร่ ้ทู ีกลับหลัง
- ลดเลยี วเทยี วหลงในดงรัง
- โดดตะครบุ คาบคนั ในทันที แลว้ ฉุดครา่ พารไี ปในไพร
- สินฝนครนั ตืนตกประหม่า
- หวดี ผวากอดผัวสะอืนไห้
- ฝายจมืนศรีไดร้ ับสัง ถอยหลงั ออกมาไมช่ า้ ได้
- ละลา้ ละลังประนมกม้ เกศี
- ไยแล่นมาอยกู่ ับอ้ายชา้ งนัน
- เดก็ เอ๋ยวงิ ตามมาไวไว
๖๓
นาฏการ (ตอ่ )
- ตาํ รวจในวิงตะบึงมาถงึ พลนั
- ขึนไปบนเรือนพระหมนื ไวย
- แลว้ ทําผงอทิ ธเิ จเข้าเจมิ พักตร์
- ลกุ ขึนโขยง่ โก้งโคง้ คลาน
- เหน็ สามราเขา้ มาอัญชลี
- บงั คมคัลประนมก้มเกศา
- ถ้าฉวยเกิดฆ่าฟนกนั ล้มตาย
- ฉุดมนั ขึนช้างอา้ งถงึ กู ตะคอกขอู่ วี ันทองให้ตกใจ
- ชอบใหต้ บสลบลงกับที เฆยี นตเี สยี ให้ยับไมน่ บั ได้
- ขุนช้างแลดูตายกั ควิ ลน
- นางก้มกรานแล้วก็ทลู ไปฉับพลบั
- ข้าไทใช้สอยเหมอื นของตวั
- ทูลพลางตัวนางเรมิ ระรวั
- อกเอาขวานผา่ อย่าปรานี
- สงั เสร็จเสด็จสู่ปราสาทชัย
- ขนุ ชา้ งดึงดอื มือยึดเรอื ไว้ มิใชเ่ สือกระหมอ่ มฉานลา้ นเกศา
๖๔
อปุ มา
- กองไฟสวา่ งดงั กลางวัน
- เจบ็ ใจดังหัวใจพังพอง
- ดังทองคาํ ทาํ เลียมปากกะลา
- หน้าตาดําเหมอื นมินหมอ้ มอม
- เหมอื นแมลงวนั ว่อนเคลา้ ทเี น่าชวั
- ไมร่ ักใครเ่ หมือนกับพ่อพลายงาม
- มีแตท่ ุกข์ใจเจบ็ ดังเหน็บหนาม
- สองมือปดขาเหมือนทา่ เปรต
- อ้ายพ่อไปเชียงใหม่มีชัยมา ตังตวั ดังพญาราชสหี ์
- โอ้เจ้าแก้วแววตาของพีเอ๋ย
- หน้าดําเหมอื นหนึงทามินหม้อไหม้
- ชนะความงามหน้าดงั เทียนชัย
- เขาฉดุ ไปเหมอื นลงทะเลลึก
- หัวหดู เู หมอื นควายทีตกปลกั
- พระปรานเี หมือนลูกในอุทร
- อวี นั ทองตวั เหมือนรากแก้ว
- เหมอื นดินประสวิ ปลิวตดิ กบั เปลวไฟ
- เหมือนมหาสมทุ รสุดซงึ ซกึ
- ดังเพชรนิลเกดิ ขนึ ในอาจม
๖๕
อตพิ จน์
- นาค้างตกกระเซ็นเยน็ เยือกใจ
- เจ็บใจดงั หวั ใจพังพอง
- แคน้ เลือดตาจะหลังไหล
- ถึงประหารชีวิตเปนผุยผง
- จะกล่าวถึงขนุ แผนแสนสนทิ เรืองฤทธิลอื จบพิภพไหว
- ดังเด็ดใจจากรา่ งก็ราวกัน
- ทนี หี นา้ จะดําเปนนาหมึก
- คิดคะนงึ ตะลึงตะลานอก ดงั ตัวตกพระสเุ มรภุ ูผา
- ครานันพระองค์ผทู้ รงงภพ ฟงจบแคน้ คังดงั เพลิงไหม
๖๖
สมั ผสั พยญั ชนะ
- โงกเงอะงยุ งมไมส่ มประดี
- กระจกฉากหลากสลับวบั แวมวาม
- สะอืนอันอกแคน้ นาตาคลอ
- ต้องมนตร์มัวหมองเปนหนักหนา
- ทุกวนั นลี ูกชายสบายยศ พร้อมหมดเมยี มิงก็มสี อง
- ใช่จะอมิ เอบิ อาบด้วยเงินทอง
- พระจัทรจรแจ่มกระจา่ งดี พระพายพัดมาลตี รลบไป
- ใบไม้แห้งแกรง่ เกรียบระรบุ รอ่ น
- พระพายโชยเสาวรสขจายขจร พระจนั ทร์แจม่ แจ้งกระจา่ งดวง
- สรุ ยิ าแยม้ เยียมเหลียมไศล
- รปู อ้ายช้างชัวชา้ ตาบ้องแบว
- เสกกระ แจะจวงจนั ทนน์ ามันทา
- อย่าตัดไมตรีตรึงใหต้ รอมตาย
- โดดตะครบุ คาบคันในทันที
๖๗
สมั ผสั สระ
- ข้างหน้าหลังเบียดเสยี ดเยยี ดยดั หมอบอัดถดั กนั เปนหลนั ไป
- เทยี วทาํ โจรใจคะนองจองหองครัน
อพั ภาส
- มเี เคห่ ลบั เพ้อมะเมอฝน
๖๘
เลน่ คํา
- ออี ่นุ ออี มิ อฉี มิ อสี อน อมี อี มี าอสี าคร
- ไมน่ นุ่ ผอ่ นนุ่งผ้าดนู า่ กลัว ขนุ ช้างมองดูตวั กต็ กใจ
- จะคุมโกรธคมุ แคน้ ไปถึงไหน
- ละล้าละลงั ประนมก้มเกศี
- เด็กเอ๋ยวงิ ตามมาไวไว
คําพ้องเสยี ง
- ดว้ ยเปนขา้ ลกั ไปไทลักมา
๖๙
คําถามเชงิ วาทศลิ ป
- ประการใดก็ตามแต่
- รปู งามนามเพราะนอ้ ยไปหรอื
๗๐
ปฏพิ ากย์
- เปนอยกู่ เ็ หมอื นตายไปหายสูญ
สาํ นวน
- มันเหมอื นววั เคยขามา้ เคยขี
๗๑
๓) คุณค่าด้านสังคม
๑) ด้านวัฒนธรรมประเพณี
๑.๑) ด้านชีวิตความเปนอยู่
จากคําประพั นธ์ในเรือง สะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตความเปนอยู่ของคน
สมัยนันว่า บ้านเศรษฐีมีเงินจะมีข้าทาสบริวารมาก เห็นได้จากคาํ ประพั นธ์ต่อไปนี
"พลางเรียกหาข้าไทอยู่ว้าวุ่น อีอุ่นอีอิมอีฉิมอีสอน
อีมีอีมาอีสาคร นิงนอนไยหวามาหากู"
๑.๒) ด้านลักษณะบ้านเรือน
จากคําประพั นธ์ในเรือง สะท้อนให้เห็นลักษณะบ้านเรือนทีมีกลอนประตู
แบบขัดดาลและมีการปลูกไม้ดอกทีชานบ้าน ดังคําประพั นธ์ว่า
"สะเดาะดาลกลอนบานหน้าต่างกาง ย่างเท้าก้าวขึนร้านดอกไม้"
๗๒
๓) คุณค่าด้านสังคม (ต่อ)
๑.๓) ด้านความเชือ สะท้อนให้เห็นความเชือหลายประการ ดังนี
๑.๓.๑) ความเชือด้านโหราศาสตร์เกียวกับการใช้เวทมนตร์คาถา
อิทธิฤทธิปาฏิหาริย์ต่างๆ การทาํ เสน่ห์เล่ห์กล
เช่น ตอนทีพลายงามลอบขึนเรือนขุนช้าง ดังคําประพั นธ์ว่า
"เปามนตร์เบืองบนชอุ่มมัว พรายยัวยวนใจให้ไคลคลา"
และตอนทีขุนแผน จมืนไวยวรนาถและวันทอง จะเข้าเฝาสมเด็จพระ
พั นวษาตามรับสังขุนแผนได้ใช้เวทมนตร์คาถา ดังนี
" ครานันวันทองเจ้าพลายงาม ได้ฟงความคร้ามครันหวันไหว
ขุนแผนเรียกวันทองเข้าห้องใน ไม่ไว้ใจจึงเสกด้วยเวทมนตร์
สีขีผึงปากกินหมากเวทย์ ซึงวิเศษสารพั ดแก้ขัดสน
นาํ มันพรายนาํ มันจันทน์สรรเสกปน เคยคุ้มขังบังตนแต่ไรมา
แล้วทําผงอิทธิเจเข้าเจิมพั กตร์ คนเห็นคนทักรักทุกหน้า
เสกกระเเจะจวงจันทน์นาํ มันทา เสร็จแล้วก็พาวันทองไป"
๑.๓.๒) ความเชือเกียวกับความฝน และการแก้ฝนเพื อทีจะทําให้เรือง
ร้ายกลายเปนดี เช่น
"ครานันขุนแผนแสนสนิท ฟงความตามนิมิตก็ใจหาย
ครังนีน่าจะมีอันตราย ฝนร้ายสาหัสตัดตํารา
พรุ่งนีพี จะแก้เสนียดฝน แล้วทาํ มิงสิงขวัญให้เปนสุข"
๗๓
๓) คุณค่าด้านสังคม (ต่อ)
๑.๓.๓) ความเชือเกียวกับลางสังหรณ์โดยเชือว่าสัตว์บางชนิด
สามารถบอกเหตุหรือบางลางร้ายได้จากการแสดงอาการผิดปกติ เช่น
"ใต้เตียงเสียงหนูก็กุกกุก แมงมุมทุ่มอกทีริมฝา"
๑.๔) ด้านข้าทาทสและบริการ ดังคําประพั นธ์ทีว่า
"ข้าไทได้ฟงขุนช้าใช้ ต่างเทียวค้นด้นไปจะเอาหน้า
ทังห้องนอกห้องในไม่พบพา ทัวเคหาแล้วไปค้นจนแผ่นดิน"
๑.๕) ด้านค่านิยม
เรืองนีสะท้อนให้เห็นค่านิยมด้านสังคม กล่าวคือ ผู้ชายมีเมียได้หลาย
คนโดยไม่ถูกตาํ หนิ แต่ผู้หญิงจะถูกตาํ หนิทันทีว่าเปนคนสองใจ เห็นได้จาก
ขุนแผนมีเมียถึง ๕ คน คือ นางวันทอง นางลาวทอง นางสายทอง
นางบัวคลี นางแก้วกิริยา แต่นางวันทองถึงแม้จาํ ใจต้องไปอยู่กับขุนช้าง
ก็ถูกกล่าวหาว่าสองใจ
๗๔
๓)คุณค่าด้านสังคม (ต่อ)
๑.๖) ด้านการแต่งกาย
เห็นลักษณะการนุ่งผ้าหยักรังขึนไปจนเหนือหัวเข่า ทีเรียกว่า
ถกเขมร ดังนี
"ลุกถกเขมรร้องเกนไป ทุดอ้ายไพร่ขีครอกหลอกผู้ดี"
๑.๗) ด้านบทบาทของพระเจ้าแผ่นดิน
จากเรืองสะท้อนให้เห็น พระราชอํานาจของพระเจ้าแผ่นดินในการ
ลงโทษ การตังพระราชกฤษฎีกาและการตัดสินคดีความ ดังคาํ ประพั นธ์
"เฮ้ยใครรับฟองของมันที ตีเสียสามสิบทีจึงปล่อยไป
ลงพระราชอาญาตามว่าไว้ พระจึงให้ตังกฤษฎีกา
ครานันพระองค์ทรงธรณินทร์ หาได้ยินวันทองทูลขึนไม่
พระตรัสความถามซักไปทันใด ฤามึงไม่รักใครก็ว่ามา"
๗๕
เ ก ร็ ด ค ว า ม รู้
จ า ก เ รือ ง ขุ น ช้ า ง ขุ น เ เ ผ น
ประเภทของเมยี
๑. กษัตรยิ พ์ ระราชทานปฏิเสธไมไ่ ด้เเละต้องเปนเมยี เเต่งเชน่
พระพนั วษายกนางสรอ้ ยฟาใหเ้ ปนเมยี ของพลายงาม
๒.เมยี กลางเมอื งถกู คลมุ ถงุ ชนเชน่ นางศรปี ระจนั บงั คับใหน้ างวนั ทอง
เเต่งงานกับขุนชา้ ง
๓.เมยี นอกเมอื งเมยี นอ้ ย
๔.เมยี กลางทาษีเมยี ทาส
ของวเิ ศษ ๓ อยา่ งทีขุนเเผนทีต้องการ
๑.มา้ สหี มอก
๒.กมุ ารทอง
๓.ดาบฟาฟน
การลงโทษ
๑. ประหาร (หนกั ทีสดุ )
๒.ตัดตีนสนิ มอื
๓.โทษทวน (เฆยี น)
๔.โทษจา
๕.ปรบั ไหม
๖.ภาคฑัณฑ์ (กักบรเิ วณ)
อ ภิ ธ า น ศั พ ท์ ๗๖
คํา อ ธิ บ า ย ศั พ ท์ แ ล ะ ข้ อ ค ว า ม
กระแจะ ผงเครอื งหอมต่างๆทีผสมกันสาํ หรบั ทาหรอื เจมิ
ของสาํ คัญ โดยปกติมเี ครอื งประสม คือ ไมจ้ นั ทน์ ชะมดเชยี ง
ขา้ วสารปราย เปนต้น
ขคี รอก ในทีนีหมายถึง เต้านม ในความวา่ “วา่ พลางทาง
เครอื ง แอบเขา้ แนบอก ประคองยกของสาํ คัญมนั หมาย”
เครอื งอาน ขา้ วสารทีเสกแล้วซดั ใหก้ ระจายไป
แง้นชงิ
ลกู ของทาส
จวงจนั ทน์ เหตเุ รอื งราว ในความวา่ “วา่ นักก็เครอื งเคือง
จงั กา ระคาย”
จตั บุ ททวบิ าท เครอื งกิน
จูล่ ู่
แง้น ในทีนีน่าจะเปนคําเดียวกับคําวา่ แง่น ซงึ แปล
ฉวยสบเพลง
ฎีกา วา่ แยกเขยี วจะกัด แง้นชงิ จงึ หมายถึงแสดง
อาการโกรธ แยง่ ชงิ ทังๆทีไมส่ มควรจะได้
เครอื งหอมทีเจอื ด้วยไมจ้ วงและไมจ้ นั ทน์
คือ จงั ก้า เปนลักษณะยนื ถ่างขาตังท่าเตรยี มสู้
เปนต้น
(สตั ว)์ สเี ท้า สองเท้า
หนุ หนั พลันแล่น ในความวา่ “อ้ายชา้ งบงั อาจใจ
ทําจูล่ ่”ู
บงั เอิญถกู จงั หวะ
คํารอ้ งทกุ ขท์ ียนื ถวายพระเจา้ แผน่ ดิน
๗๗
อ ภิ ธ า น ศั พ ท์
คํา อ ธิ บ า ย ศั พ ท์ แ ล ะ ข้ อ ค ว า ม
ตกวา่ ราวกับวา่
ตราสนิ แจง้ ความไวเ้ พอื เปนหลักฐาน
ตลอดสนั ตลอดสนั หลัง
ถกเขมร การนุ่งผา้ หยกั รงั ขนึ ไปใหพ้ น้ หวั เขา่ ถึงง่ามก้น
บางทีเรยี กวา่ ขดั เขมร
ทรามสวาดิ ผเู้ ปนทีรกั
ทวนด้วยลวด เฆยี นตีด้วยหนังทีทําเปนเสน้ ยาวๆ ซงึ เรยี ก
วา่ ลวดหนัง
ทักทิน อ่านวา่ ทัก-กะ-ทิน หมายถึง วนั ชวั รา้ ยตาม
ความเชอื ในตําราโหราศาสตร์
นํายนื หยงั ไมถ่ ึง นําลึกเกินกวา่ เท้าจะหยงั ถึง
บโทนอ้นต้นกัญญา บโทนคือพนักงานคอยใหจ้ งั หวะสญั ญาณให้
ฝพายพายเรอื ชา้ หรอื เรว็ เรอื ในทีนีเปนเรอื
ต้นกัญญา คือ เปนเรอื หลวงยาวมเี ครอื ง
บงั แดดเปนรูปหลังคา อัน น่าจะเปน ชอื
ของบโทน
บรกิ รรม สาํ รวมใจรา่ ยมนตรห์ รอื เสกคาถาซาํ ๆ
หลายๆหน เพอื ใหเ้ กิดความขลังศักดิสทิ ธิ
๗๘
อ ภิ ธ า น ศั พ ท์
คํา อ ธิ บ า ย ศั พ ท์ แ ล ะ ข้ อ ค ว า ม
บายศรี เครอื งเชญิ ขวญั หรอื รบั ขวญั ทําด้วยใบตอง
รูปคล้ายกระทงเปนชนั ๆมขี นาดใหญ่เล็กสอบกัน
ปรนนิบตั ิวตั ถา ขนึ ไปตามลําดับ อาจเปน ๓ ชนั ๕ ชนั ๗ ชนั หรอื
ประจุบนั ๙ ชนั มเี สาปกตรงกลางเปนแกน มเี ครอื งสงั เวย
ปรบั ไหม วางอยูใ่ นบายศรแี ละมไี ขข่ วญั เสยี บอยูบ่ นยอด
ผงอิทธเิ จ คือ ปรนนิบตั ถาก หมายถึง เอาใจใสค่ อยปฏิบตั ิ
ผีเสอื รบั ใช้
พระสงิ หนาท คือ ปจจุบนั เรยี กโรคภัยทีเกิดขนึ ในทันทีทันใดวา่
เพรางาย โรคปจจุบนั “เจบ็ จุกประจุบนั ” หมายความวา่
มอี าการจกั เสยี ดขนึ มาทันที
ใหผ้ กู้ ระทําผดิ ชาํ ระเงินทดแทนความผดิ ทีได้
กระทําแก่ผเู้ สยี หายหรอื บดิ ามารดาหรอื
ผปู้ กครองของผเู้ สยี หาย
เปนผงดินสอทีนํามาผดั หน้าหน้าสาํ หรบั เปน
เสน่หท์ ําใหค้ นรกั
คือ ผเี สอื นํา เทวดาทีรกั ษาน่านนํา ในทีนี
หมายถึงผนี ํา
เสยี งตวาดของผทู้ ีมอี ํานาจซงึ ดังราวกับเสยี ง
คํารามของราชสหี ์
เวลาเยน็ และเวลาเชา้ (เพรา หมายถึง เยน็ ,
งาย หมายถึง เชา้ )
๗๙
อ ภิ ธ า น ศั พ ท์
คํา อ ธิ บ า ย ศั พ ท์ แ ล ะ ข้ อ ค ว า ม
มงคล ในทีนี หมายถึง สงิ ทีทําเปนวง ใชส้ วมศรษี ะ
เพอื ความเปนสริ มิ งคล ทําด้วยด้าย เปนต้น
มนิ หมอ้ เขมา่ ดําทีติดก้นหมอ้
เมรุไกร ภเู ขาใหญ่
แมงมุมท่มุ อก ท่มุ อก คือ ตีอก เชอื กันวา่ เมอื แมงมุมตีอก
ของมนั จะเปนลางรา้ ยอยา่ งหนึง
ยวน ทําใหก้ ําเรบิ รกั ในความวา่ “ภิรมยย์ วน”
ยาเขา้ ปรอท ยาทีประสมสารปรอทซงึ อาจทําใหเ้ ปนพษิ ได้
ยาํ ยาม ตีกลองหรอื ฆอ้ งถีๆหลายครงั เพอื บอกเวลา
สาํ หรบั เปลียนยามในเวลากลางคืน ในความ
วา่ “คะเนนับยาํ ยามได้สามครา” หมายความ
วา่ นับได้วา่ เปนการตีบอกเวลาเปนครงั ทีสาม
แล้ว เท่ากับเปนเวลายามสามตรงกับเวลา
สามนา ิกาหรอื ตีสาม
รอ้ งเกน รอ้ งตะโกนดังๆ
รา้ นดอกไม้ ในทีนีหมายถึง ชานเรอื นโบราณทีปลกู
ไมด้ อกไว้
ล่อนแก่น สนิ เนือประดาตัว ไมม่ ตี ิดตัว
วนั นันแพก้ เู มอื ดํานํา จมนื ไวยเท้าความถึงตอนทีขุนชา้ งดํานํา
พสิ จู น์โทษ เมอื เปนคดีกับตน
๘๐
อ ภิ ธ า น ศั พ ท์
คํา อ ธิ บ า ย ศั พ ท์ แ ล ะ ข้ อ ค ว า ม
ววั เคยขามา้ เคยขี หมายความวา่ ค้นุ เคยกันมาอยา่ งดี รูท้ ีกัน
เขา้ ใจในทํานองของกันและกัน สาํ นวนนีสว่ น
วางบท มากใชก้ ับคนทีเคยเปนสามภี รรยากัน
ถกู กําหนดใหแ้ สดงไปตามบท คือ
สง่ ทกุ ข์ หน้าทีทีกําหนดใหใ้ นทีนี หมายถึง ครงั หนึง
สะเดาะกลอน สมเด็จพระพนั วษาได้เคยทรงตัดสนิ ใหน้ าง
เสด็จประพาสบวั วนั ทองกลับไปอยูก่ ับขุนแผน
เขา้ สว้ ม
เสนียด ทําใหก้ ลอนประตหู ลดุ ออกได้ด้วยคาถาอาคม
แสงศรี ในทีนีหมายถึง การเสด็จประพาสท้องท่งุ ใน
หัวหมนื มหาดเล็ก ฤดนู ําหลาก ทีมนี ําเต็มเปยม มดี อกบวั และ
พนั ธุไ์ มน้ ําทีงดงาม อาจเปนฤดเู ล่นเรอื หรอื
เล่นดอกสรอ้ ยสกั วา
ไมเ่ ปนมงคล
มาจากคําวา่ แสงสรุ ยี ศ์ รี หมายถึง
แสงอาทิตย์
ตําแหน่งขา้ ราชการมหาดเล็กถัดจาก
ตําแหน่งจางวาง ซงึ เปนตําแหน่งหวั หน้าขา้
รบั ใชข้ องเจา้ นายชนั บรมวงศ์หรอื ทรงกรม
ลงมา
๘๑
อ ภิ ธ า น ศั พ ท์
คํา อ ธิ บ า ย ศั พ ท์ แ ล ะ ข้ อ ค ว า ม
แหงนเถ่อ ค้างอยู่
อัฐกาล คืออัฐเคราะห์ หมายถึง ตําแหน่งดาวเคราะห์
อัฒจนั ทร์ ทัง ๘ ตามตําราโหราศาสตร์
อาถรรพณ์ ในทีนีหมายถึง ชนั ทีตังเครอื งแก้วซงึ เปนของ
ประดับบา้ น
อุธจั หมายถึง ของทีลงเลขยนั ต์คาถาแล้วฝงไวใ้ น
ดินโดยวธิ ใี สก่ ้นหลมุ เสา เชน่ เสาประตบู า้ น
สาํ หรบั ปองกันอันตราย เมอื จมนื ไวยจะเขา้
บา้ นขุนชา้ ง จงึ รา่ ยมนตรถ์ อนอาถรรพณ์เสยี
ก่อน เพราะถ้าอาถรรพณ์ของขุนชา้ งไมเ่ สอื ม
เครอื งรางของขลังรวมทังเวทมนตรค์ าถา
ของจมนื ไวยเสอื มความศักดิสทิ ธเิ มอื ผา่ น
ประตเู ขา้ ไป
ตกประหมา่
๘๒
บ ร ร ณ า นุ ก ร ม
บ ร ร ณ า นุ ก ร ม ทูฟ น . / ( ๒ ๕ ๕ ๖ ) . / / ขุ น ช้า ง ขุ น แ ผ น . / สืบ ค้ น เ มือ วัน ที ๒ ๕ /
ตุลาคม ๒๕๖๓ จาก/ https://l.facebook.com/l.php?u=https
,//
ม ห า วิท ย า ลั ย ร า ช ภั ฏ ส ว น สุนั น ท า . / / ( ๒ ๕ ๕ ๗ ) . / / ขุ น ช้า ง ขุ น แ ผ น . / สืบ ค้ น
เ มือ วัน ที ๒ ๕ / ตุล า ค ม / ๒ ๕ ๖ ๓ , /
จ า ก ๒ ๕ ๕ ๗h t t p s : / / s i t e s . g o o g l e . c o m / s i t e / k h u n p h a e n
ท รู ป ลูก ป ญ ญ า . / / ( ๒ ๕ ๕ ๙ ) . / / เ รือ ง ย่อ ขุ น ช้า ง ขุ น แ ผ น . / สืบ ค้ น เ มือ วัน
ที ๒ ๖ / ตุ ล า ค ม / ๒ ๕ ๖ ๓ , / / จ า ก h t t p : / / w w w . t r u e p l o o k p a n y a . c o m
๕ ๒ ๘/ l e a r n i n g / d e t a i l /
วีกิ พีเ ดี ย . / / ( ๒ ๕ ๕ ๓ ) . / / ป ร ะ วัติ ผู้ แ ต่ ง . / / สืบ ค้ น เ มือ วัน ที ๒ ๖ / ตุล า ค ม /
๒ ๕ ๖ ๓ , / / จ า ก h t t p s : / / t h . w i k i p e d i a . o r g / w i k i / ค อ ล เ กิ ล . / / ( ๒ ๕ ๕ ๖ ) . / /
ขุ น ช้า ง ขุ น แ ผ น . / / สืบ ค้ น เ มือ วัน ที ๒ ๖ / ตุล า ค ม / ๒ ๕ ๖ ๓ , / / h t t p s :
๒ ๐ ๘ ๘/ / c o g g l e . i t / d i a g r a m / W 0 v g l I o B H g U L /
๘๓
ภาคผนวก