แผนการจัดการเรียนรู้
การจดั การเรียนร้แู บบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบูรณาการ
ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสวชิ า 20204-2006 ช่อื วิชา องคป์ ระกอบศิลปส์ าหรบั งานคอมพิวเตอร์
จานวนหน่วยกติ (ท-ป-น) 1-2-2 จานวนชั่วโมงสอน / สปั ดาห์ 3 ช่วั โมง
หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ (ปวช.)
ประเภทวชิ า พาณิชยกรรม สาขาวชิ า คอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ
สาขางาน คอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
จัดทาโดย
นายมนตธ์ ร สาระบรู ณ์
ตาแหน่ง ครจู ้างสอนรายเดอื น
แผนกวิชา คอมพวิ เตอร์ธุรกิจ
วทิ ยาลยั การอาชพี ขนุ หาญ
สานักงานคณะกรรมการอาชีวศกึ ษา
รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้
รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้
ควรอนุญาตใหใ้ ชใ้ นการสอนได้ ควรอนุญาตให้ใช้ในการสอนได้
ควรปรบั ปรงุ เกี่ยวกับ ควรปรับปรุงเกย่ี วกับ
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
ลงชื่อ.................................................... ลงชือ่ ....................................................
(นายณัฐพล ทองจนั ทร)์ (นายชุตเิ ทพ มาดีตรี ะเทวาพงษ์)
หัวหนา้ งานหลักสูตร
หัวหน้าแผนกวิชาคอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ
ควรอนุญาตใหใ้ ชใ้ นการสอนได้ อนญุ าตให้ใช้ในการสอนได้
ควรปรบั ปรุงดงั เสนอ อื่น ๆ
อนื่ ๆ
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
................................................................. .................................................................
ลงชอื่ ......................................... ลงชอื่ ....................................................
(นางสาวจามมจั จุลี มีศิลป์) (นายชาตรี สารบี ุตร)
รองผอู้ านวยการฝา่ ยวิชาการ
ผูอ้ านวยการวทิ ยาลัยการอาชีพขนุ หาญ
แผนผังความคิดบรู ณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รายวชิ า องคป์ ระกอบศิลป์สาหรบั คอมพิวเตอร์
พอประมาณ
1. จำนวนผเู้ รียน
2. ระยะเวลำในกำรเรียนกำรสอน
3. กำรใชท้ รพั ทยำกรรว่ มกนั
มเี หตุผล มภี มู คิ ุ้มกัน
4. ลดเวลำในกำรปฏิบตั งิ ำน 8. ประหยดั คำ่ ใชจ้ ำ่ ย
5. ประมำณกำรเหตกุ ำรณต์ ำ่ ง ๆ
6. ลดขนั้ ตอนในกำรทำงำน 9. มีควำมรอบคอบในกำร
7. เขำ้ ใจงำนและระบบกำร ทำงำน
ทำงำน
เงือนไขความรู้ เงอื นไขคณุ ธรรม
มคี วามรู้ในเร่ืองโปรแกรมจดั การฐานข้อมลู มีความขยัน อดทน มีนาใจและเสยี สละ
เศรษฐกจิ สงั คม สงิ่ แวดล้อม วฒั นธรรม
1,2,3,4,7 1,5,7 8 6
บนั ทกึ การขออนุมตั กิ ารใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
ภาคเรียนท่ี 1 / 2565
รหสั วชิ า 20204-2006 วชิ า องค์ประกอบศลิ ปส์ าหรับงานคอมพิวเตอร์
หลักสูตรประกาศนยี บตั รวิชาชีพ (ปวช.)
ประเภทวชิ า พาณิชยกรรม
ขออนมุ ัติการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
ลงช่ือ.............................................................ครูผูส้ อน
(นายมนต์ธร สาระบูรณ์)
ความเห็นหัวหน้าแผนกวิชา
....................................................................................................................................... .............................
ลงชือ่ ...........................................................หัวหน้าแผนกวิชา
(นายณฐั พล ทองจนั ทร์)
ความเห็นของหัวหน้างานพฒั นาหลกั สตู รการเรยี นการสอน
............................................................................................................................. ..........................................
ลงชือ่ .............................................................หัวหน้างานฯ
(นายชุติเทพ มาดตี ีระเทวาพงษ์)
ความเห็นของรองผอู้ านวยการฝา่ ยวิชาการ
เหน็ ควรพิจารณาอนมุ ตั ิ ให้ใช้ประกอบการเรียนการสอนได้
ลงช่ือ....................................................
(นางสาวจามมัจจลุ ี มศี ิลป์)
รองผอู้ านวยการฝ่ายวชิ าการ
ความเห็นของผู้อานวยการ
อนุมัติ
ไม่อนุมัติ เพราะ................................................................................................................................
ลงช่ือ................................................
(นายชาตรี สารบี ตุ ร)
ผู้อานวยการวทิ ยาลัยการอาชีพขุนหาญ
คำนำ
เอกสารประกอบการสอนเล่มน้ี จัดทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบการสอน รายวิชา
องค์ประกอบศิลป์สาหรับงานคอมพิวเตอร์ รหัส 20204-2006 เรียบเรียงข้ึนตามจุดประสงค์ของรายวิชา
สมรรถนะรายวิชาและคาอธิบายรายวิชา ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ของ
สานกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารประกอบการสอนเล่มน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าให้มีความรู้ความเข้าใจ
เก่ียวกับคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ โดยแบ่งเน้ือหาออกเป็น 8 หน่วยการเรียน ได้แก่ 1)
องค์ประกอบศิลป์ 2) หลักการออกแบบ 3) การทาซ้า ความผันแปร การลดหลั่น และเอกภาพ 4) การจัด
องค์ประกอบศิลป์ 5) การจดั วางวัตถุในจอภาพ 6) การใชส้ ีและการระบายสี ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 7) การ
ออกแบบจัดหน้าเลย์เอาท์ และ 8) การออกแบบสื่อดิจิทลั
ผจู้ ัดทาหวงั เป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารเล่มน้ีคงเป็นประโยชน์กบั ผู้สอน ผเู้ รยี น และผ้ทู ี่สนใจทั่วไปไม่มากก็
นอ้ ย ถ้ามีขอ้ ผิดพลาดประการใดในเอกสารฉบบั น้ี ผู้จัดทาขออภัยมา ณ โอกาสนี้
และยนิ ดีน้อมรบั ขอ้ เสนอแนะจากทกุ ทา่ นด้วยความยินดีอย่างยงิ่
นายมนตธ์ ร สาระบูรณ์
ครจู ้างสอนประจารายเดือน
สารบญั
เร่ือง หน้า
ลักษณะรายวิชา ...................................................................................................................... 1
วเิ คราะหห์ วั ขอ้ เรื่อง ..............…………………………………………………………………………………...…. 2
รายละเอยี ดหวั ข้อเรื่อง ............................................................................................................ 5
ตารางวิเคราะห์ระดับ พุทธพิ ิสัย ทกั ษะพสิ ยั จติ พสิ ยั ............................................................ 9
กาหนดการเรียนรู้ ................................................................................................................... 13
แผนการเรยี นรู้หนว่ ยท่ี 1 ...................................................................................................... 14
แบบฝึกหัดพร้อมเฉลยหน่วยที่ 1 ........................................................................................... 19
แบบทดสอบหลงั เรยี นพร้อมเฉลยหนว่ ยที่ 1 ......................................................................... 21
แผนการเรียนรู้หน่วยท่ี 2 ...................................................................................................... 24
แบบฝกึ หดั พร้อมเฉลยหนว่ ยที่ 2 ........................................................................................... 29
แบบทดสอบหลงั เรยี นพร้อมเฉลยหน่วยท่ี 2 ......................................................................... 31
แผนการเรยี นรู้หน่วยท่ี 3 ...................................................................................................... 34
แบบฝึกหัดพร้อมเฉลยหน่วยท่ี 3 ........................................................................................... 39
แบบทดสอบหลงั เรยี นพรอ้ มเฉลยหน่วยท่ี 3 ......................................................................... 41
แผนการเรยี นรูห้ นว่ ยท่ี 4 ...................................................................................................... 44
แบบฝึกหัดพร้อมเฉลยหน่วยท่ี 4 ........................................................................................... 49
แบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มเฉลยหน่วยท่ี 4 ......................................................................... 51
แผนการเรยี นรู้หน่วยท่ี 5 ...................................................................................................... 54
แบบฝกึ หดั พร้อมเฉลยหน่วยที่ 5 ........................................................................................... 59
แบบทดสอบหลังเรียนพร้อมเฉลยหนว่ ยท่ี 5 ......................................................................... 61
แผนการเรียนรหู้ น่วยท่ี 6 ...................................................................................................... 64
แบบฝกึ หดั พร้อมเฉลยหน่วยที่ 6 ........................................................................................... 69
แบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มเฉลยหนว่ ยที่ 6 ......................................................................... 71
แผนการเรยี นรูห้ นว่ ยที่ 7 ...................................................................................................... 73
แบบฝึกหัดพร้อมเฉลยหนว่ ยท่ี 7 ........................................................................................... 78
แบบทดสอบหลงั เรียนพร้อมเฉลยหน่วยท่ี 7 ......................................................................... 80
แผนการเรยี นรู้หนว่ ยที่ 8 ...................................................................................................... 83
แบบฝกึ หดั พร้อมเฉลยหนว่ ยท่ี 8 ........................................................................................... 88
แบบทดสอบหลังเรยี นพรอ้ มเฉลยหน่วยท่ี 8 ......................................................................... 91
บรรณานุกรม .......................................................................................................................... 94
ภาคผนวก ............................................................................................................................... 96
97
ภาคผนวก ก บันทึกหลงั การสอน ..………………………………………………………………………. 98
ภาคผนวก ข ขอ้ สอบปลายภาคพรอ้ มเฉลย ...................................................................
ลักษณะรายวชิ า
รหสั วิชา 20204-2006ช่ือวิชา องค์ประกอบศลิ ปส์ ำหรับงำนคอมพวิ เตอร์
หน่วยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลกั สตู ร ประกำศนยี บตั รวชิ ำชพี ประเภทวิชา พำณชิ ยกรรม
สาขาวชิ า คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ สาขางาน คอมพิวเตอร์ธุรกจิ
จดุ ประสงค์รายวิชาเพ่อื ให้
1. เขำ้ ใจเกย่ี วกับหลกั กำรขององค์ประกอบศิลปส์ ำหรับงำนคอมพิวเตอร์
2. เข้ำใจเกี่ยวกับกำรวเิ ครำะห์ จำแนก ธำตทุ ำงทศั นศลิ ป์ หลกั กำร และกฎเกณฑ์ของ
องค์ประกอบศิลป์
3. เขำ้ ใจในกำรจัดพ้นื ที่ จุดสนใจของวัตถุ กำรเนน้ กำรจดั วำงตำแหน่งวัตถแุ ละจดั วำงวตั ถชุ นดิ
ตำ่ ง ๆ
4. สำมำรถออกแบบ สรำ้ ง แกไ้ ข และตกแต่งช้นิ งำนโดยใชโ้ ปรแกรมสำเร็จรปู
5. มเี จตคตแิ ละกิจนสิ ัยที่ดใี นกำรปฏบิ ตั ิงำนคอมพิวเตอรด์ ้วยควำมละเอียดรอบคอบ และถกู ตอ้ ง
สมรรถนะรายวิชา
1.แสดงควำมรู้เกี่ยวกับกำรวิเครำะห์ จำแนก ธำตุทำงทัศนศิลป์ หลักกำร และกฎเกณฑ์ของ
องคป์ ระกอบศลิ ป์
2. แสดงควำมรู้กำรจัดพ้ืนท่ี จุดสนใจของวัตถุ กำรเน้นกำรจัดวำงตำแหน่งวัตถุและจัดวำงวัตถุชนิด
ตำ่ ง ๆ
3. ออกแบบส่อื ดิจทิ ัลตำมหลักกำรของกำรจัดองค์ประกอบศิลป์
4. ปฏบิ ตั ิกำรออกแบบ สร้ำง แกไ้ ข และตกแต่งช้นิ งำนโดยใชโ้ ปรแกรมสำเรจ็ รปู
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษำและปฏิบตั เิ กี่ยวกับหลกั กำรขององค์ประกอบศิลป์ กำรจำแนก ธำตทุ ำงทัศนศลิ ป์ หลกั กำร
และกฎเกณฑ์ขององคป์ ระกอบศลิ ป์ กำรจัดพ้นื ท่ี จดุ สนใจของวตั ถุ กำรเนน้ กำรจัดวำงตำแหน่งวัตถุและ
จดั วำงวตั ถชุ นดิ ตำ่ ง ๆ กำรออกแบบ สร้ำง แก้ไขและตกแต่งชิ้นงำนโดยใชโ้ ปรแกรมสำเรจ็ รูป
-2-
วเิ คราะห์หัวขอ้ เร่อื ง
รหัสวิชา 20204-2006 ชอื่ วชิ า องค์ประกอบศิลปส์ ำหรับงำนคอมพิวเตอร์
อำชีพหน่วยกติ (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสตู ร ประกำศนียบัตรวิชำชีพ ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกจิ สาขางาน คอมพวิ เตอร์ธุรกจิ
หวั ข้อหลัก (Main Element)/ แหลง่ ข้อมลู
หน่วยการเรยี นรู้ (Learning Unit) ABCDE
หน่วยที่ 1 องคป์ ระกอบศลิ ป์ √ √√
หน่วยท่ี 2 หลักกำรออกแบบ √ √√
หน่วยที่ 3 กำรทำซ้ำ ควำมผันแปร กำรลดหลั่น และเอกภำพ √ √√
หนว่ ยท่ี 4 กำรจดั องค์ประกอบศลิ ป์ √ √√
หนว่ ยที่ 5 กำรจัดวำงวัตถุในจอภำพ √ √√
หน่วยท่ี 6 กำรใช้สแี ละกำรระบำยสี ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ √ √√
หน่วยที่ 7 กำรออกแบบจดั หน้ำเลย์เอำท์ √ √√
หน่วยที่ 8 กำรออกแบบส่ือดจิ ิทลั √ √√
หมายเหตุ A: คำอธิบำยรำยวิชำ
B: ผู้เช่ียวชำญ
C: ผู้ชำนำญงำน
D: ประสบกำรณ์ของครผู ู้สอน
E: เอกสำร/ตำรำ/คมู่ ือ
-3-
วิเคราะหห์ วั ขอ้ เรื่อง
รหสั วชิ า 20204-2006 ช่อื วชิ า องค์ประกอบศิลป์สำหรบั งำนคอมพิวเตอร์
หน่วยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสูตร ประกำศนียบตั รวชิ ำชีพ ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวิชา คอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ สาขางาน คอมพวิ เตอร์ธุรกิจ
หน่วยที่ ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ สมรรถนะ
1
2 องค์ประกอบศลิ ป์ 1 แสดงควำมรูเ้ กีย่ วกับองค์ประกอบศิลป์
3 2 แสดงควำมรเู้ กี่ยวกับทัศนธำตุ และ
องคป์ ระกอบศลิ ปส์ ำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์
หลกั กำรออกแบบ 1. แสดงควำมร้เู กย่ี วกบั หลกั กำรออกแบบ
2. บอกวธิ ีกำรออกแบบดว้ ยหลักควำมสมดลุ
สัดส่วน
3. บอกวธิ กี ำรออกแบบดว้ ยหลกั ควำมกลมกลนื
ควำมขดั แย้ง และ จงั หวะ
กำรทำซำ้ ควำมผันแปร กำร 1. แสดงควำมรู้เก่ียวกับหลกั กำรออกแบบดว้ ย
ลดหลนั่ และเอกภำพ หลักกำรทำซ้ำ ควำมผนั แปร ได้
2. แสดงควำมรู้เก่ยี วกับหลักกำรออกแบบดว้ ย
หลักกำรลดหลัน่ และเอกภำพ wfh
4 กำรจดั องค์ประกอบศลิ ป์ 1. แสดงควำมรู้เก่ยี วกบั กำรจัดองคป์ ระกอบ
ศิลป์
2. แสดงควำมรู้ในกำรจดั ภำพ ได้
3. แสดงควำมรู้ในกำรจัดภำพด้วยกำรกำรเน้น
ให้เกดิ จุดเด่น
5 กำรจัดวำงวัตถใุ นจอภำพ 1. แสดงควำมรู้เกย่ี วกบั กำรใช้งำนเคร่อื งมือวดั
ตำแหนง่ ต่ำง ๆ กำหนดเส้น ได้
2. แสดงกำรใชเ้ ครอื่ งมือของโปรแกรมกำร
ทำงำนกับสี ได้
3. แสดงกำร ใชเ้ ครอ่ื งมือของโปรแกรมกำรลบ
ส่วนประกอบในภำพที่ไมต่ ้องกำรได้
หนว่ ยท่ี ช่ือหน่วยการเรียนรู้ -4-
6 กำรใชส้ แี ละกำรระบำยสี ใน สมรรถนะ
โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ 4. แสดงกำรใชเ้ ครื่องมือของโปรแกรมกำรใส่
ข้อควำมขั้นเบ้ืองตน้ ได้
7 กำรออกแบบจดั หน้ำเลย์เอำท์ 5.แสดงกำรใชเ้ คร่ืองมือของโปรแกรมกำร
ย้อนกลับกำรทำงำนในข้นั ตอนล่ำสุด ได้
8 กำรออกแบบสอื่ ดิจิทลั 6.แสดงกำรใชเ้ คร่ืองมือของโปรแกรมกำรตัดวัตถุ
บำงส่วนที่ตอ้ งกำรโดยใช้ Crop Tool
7. แสดงกำรใช้เคร่ืองมือของโปรแกรมกำร
ปรับเปล่ยี นขนำดภำพ
1. แสดงควำมรู้ โหมดสใี นงำนกำรทำงำน
กรำฟิกในโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ได้
2. แสดงควำมรูเ้ รื่องสแี ละกำรระบำยสีสี ใน
โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ได้
3. แสดงควำมรูเ้ รือ่ งโมเดลกำรมองเห็นสีใน
โปรแกรม Illustrator ได้
1. แสดงควำมรเู้ ก่ยี วกบั กำรออกแบบจดั หน้ำเลย์
เอำท์ได้
2. แสดงควำมรู้เก่ยี วกบั กรดิ
3. สำมำรถจัดรูปแบบกำรจดั เลยเ์ อำท์ ได้
3. แสดงควำมร้เู ก่ียวกับกำรใชโ้ ปรแกรม
Illustrator ในกำรจัด Artwork ได้
1.แสดงควำมรู้เกีย่ วกับกำรออกแบบส่ือดิจิทัล
2.แสดงควำมรู้เกี่ยวกับลักษณะของกำรออกแบบ
ด้วยส่ือดิจทิ ลั
3. แสดงควำมรเู้ ก่ียวกับคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
ในกำรใช้สือ่ ดิจิทัล
-5-
รายละเอียดหวั ข้อเรอ่ื ง
รหสั วิชา 20204-2006 ชื่อวชิ า องค์ประกอบศลิ ป์สำหรับงำนคอมพวิ เตอร์
หน่วยกติ (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสตู ร ประกำศนียบตั รวชิ ำชพี ประเภทวิชา พำณชิ ยกรรม
สาขาวิชา คอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ สาขางาน คอมพวิ เตอร์ธุรกิจ
หวั ข้อหลัก (Main Element) / หวั ข้อย่อย (Element)
หนว่ ยการเรียนรู้ ( Learning Unit)
หนว่ ยท่ี 1 องค์ประกอบศลิ ป์ 1. ควำมหมำยขององคป์ ระกอบศิลป์
2. ทัศนธำตุ
3. จุดและลกั ษณะของเสน้
4. เส้นและลักษณะของเสน้
5. รปู รำ่ ง.และรปู ทรง
6. รปู ร่ำง.รปู ทรงในงำนทัศนศิลป์
7.พน้ื ผิวและประเภทของพนื้ ผวิ
8.บริเวณวำ่ งและลักษณะของบริเวณว่ำง
9.ควำมสวำ่ งและควำมมดื
10. สี และทฤษฎีเกยี่ วกบั สี
หน่วยท่ี 2 หลกั กำรออกแบบ 1. ควำมหมำยของหลักกำรออกแบบ
2 .ควำมหมำยของควำมสมดุล
3. ประเภทของควำมสมดลุ
4. กำรสร้ำงควำมสมดลุ
5. ควำมหมำยของสดั ส่วน
6. ประเภทของสัดส่วน
7. สดั สว่ นในงำนออกแบบ
8. ควำมหมำยของควำมกลมกลืน
9. รูปแบบควำมกลมกลืน
10. ควำมกลมกลืนในงำนออกแบบ
11 ควำมหมำยของควำมขัดแย้ง
12.รูปแบบของควำมขัดแย้ง
-6-
หัวข้อหลัก (Main Element) / หัวข้อย่อย (Element)
หนว่ ยการเรยี นรู้ ( Learning Unit)
หนว่ ยท่ี 3 กำรทำซ้ำ ควำมผันแปร 13. ควำมหมำยของจังหวะ
กำรลดหลั่น เอกภำพ 14. รูปแบบของจงั หวะ
15.ควำมสำคัญของจังหวะในกำรสร้ำงสรรคง์ ำน
หน่วยท่ี 4 กำรจัดองคป์ ระกอบศลิ ป์ ทัศนศิลปแ์ ละงำนออกแบบ
1. ควำมหมำยของกำรทำซ้ำกำรทำซำ้
2. ประเภทของกำรทำซำ้
3. กำรทำซำ้ ในงำนทัศนศลิ ปแ์ ละงำนออกแบบ
4. ควำมหมำยของควำมผันแปร
5. ควำมหมำยของกำรลดหลน่ั
6. กำรลดหลนั่ ในธรรมชำติ
7. กำรลดหลัน่ ในงำนทัศนศลิ ปแ์ ละงำนออกแบบ
8. ควำมหมำยของเอกภำพ
9. เอกภำพในงำนศลิ ปะ
10. กฎเกณฑ์หลกั ของเอกภำพ
11. กฎเกณฑ์ของกำรประสำน
12. กำรสรำ้ งเอกภำพ โดยองค์ประกอบศิลป์ และ
หลกั กำรออกแบบ
1.กำรจดั องคป์ ระกอบศิลป์
2. ควำมหมำยของกำรจัดองค์ประกอบศลิ ป์
3. องค์ประกอบศิลปก์ บั หลักกำรออกแบบ
4. รูปร่ำงและรูปทรงกบั ควำมสมดลุ
5. พืน้ ผิวกบั ควำมสมดุล
6. บรเิ วณวำ่ งกับเอกภำพ
7. กำรจดั ภำพ
8. รูปแบบกำรจัดภำพ
9. ควำมหมำยของกำรเนน้ ให้เกิดจดุ เด่น
10. ประธำนและส่วนรอง
11.ตำแหนง่ กำรวำงจดุ เด่น
12.กฎสำมส่วน
13.หลักกำรเนน้ ในงำนทศั นศิลป์
-7-
หัวข้อหลัก (Main Element) / หวั ข้อย่อย (Element)
หนว่ ยการเรยี นรู้ ( Learning Unit)
หนว่ ยท่ี 5. กำรจดั วำงวตั ถุในจอภำพ 1.กำรใช้งำนเคร่ืองมือวัดตำแหนง่ ตำ่ ง ๆ กำหนดเสน้
2. กำรใชง้ ำนกับสี
หน่วยท่ี 6. กำรใชส้ แี ละกำรระบำยสีใน 3. กำรลบสว่ นประกอบในภำพทีไ่ ม่ต้องกำร
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 4. กำรใสข่ ้อควำมขัน้ เบื้องต้น
5. กำรย้อนกลบั กำรทำงำนในข้ันตอนลำ่ สดุ
หนว่ ยที่ 7 กำรออกแบบจดั หน้ำเลยเ์ อ้ำท์ 6. กำรตดั วัตถบุ ำงส่วนท่ตี อ้ งกำรโดยใช้ Crop Tool
7. กำรปรับเปลยี่ นขนำดภำพ
1. โหมดสีในงำนกำรทำงำนกรำฟิก
2.ควำมรู้เรอ่ื งสีและกำรระบำยสี
3.โมเดลกำรมองเห็นสีในโปรแกรม Illustrator
4. กำรเลอื กรปู แบบกำรกำหนดสที ใี่ ชใ้ นกำรไลโ่ ทนสี
5. กำรปรบั แต่งสแี ละแสงเงำของรูปภำพด้วยโปรแกรม
Photoshop
1. ควำมหมำยของเลย์เอำท์ (Layout)
2. ควำมหมำยของกริด (Grid)
3. ระบบกริด
4. รปู แบบตำ่ งๆของกรดิ
5. รูปแบบกำรจดั เลยเ์ อำ้ ท
6.กำรใชโ้ ปรแกรม Illustrator ในกำรจดั Artwork
หน่วยท่ี 8 กำรออกแบบสือ่ ดิจิทัล 1. ควำมหมำยของกำรกำรออกแบบสื่อดจิ ทิ ลั
2. ลักษณะของกำรออกแบบส่ือดจิ ิทลั
3. กำรออกแบบส่ิงพิมพ์ดว้ ยส่อื ดิจทิ ลั
4. งำนกรำฟิกบนส่อื โฆษณำสิ่งพิมพ์
5. งำนกรำฟิกบนบรรจุภัณฑ์
6. กำรออกแบบกรำฟิกเพื่อนำไปใช้สื่อดจิ ทิ ลั
7. งำนออกแบบเว็บไซต์
8. แบนเนอร์
-8-
ตารางวิเคราะหร์ ะดบั พุทธิพสิ ัย ทักษะพิสัย จติ พสิ ัย
รหสั วชิ า 20204-2006 ชอื่ วิชา องคป์ ระกอบศลิ ปส์ ำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์
หน่วยกติ (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสูตร ประกำศนียบัตรวชิ ำชพี ประเภทวิชา พำณชิ ยกรรม
สาขาวชิ า คอมพิวเตอร์ธรุ กิจ สาขางาน คอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ
วเิ คราะหร์ ะดบั พฤติกรรมที่พึงประสงคร์ ายวชิ า
1) พุทธพิ ิสัย....................3....................ระดบั
2) ทักษะพิสัย.................3....................ระดับ
3) จติ พิสัย......................3....................ระดบั
การบรู ณาการ รหัสวิชา20204-2006 ชอื่ วชิ า องค์ประกอบศิลปส์ าหรับงานคอมพิวเตอร์
1. นอ้ มนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงบรู ณาการในรายวิชา
ความรู้ ศกึ ษำและปฏบิ ัตเิ ก่ียวกบั หลักกำรขององคป์ ระกอบศิลป์ กำรจำแนก ธำตุทำงทศั นศิลป์
หลกั กำรและกฎเกณฑข์ ององค์ประกอบศลิ ป์ กำรจัดพื้นที่ จุดสนใจของวตั ถุ กำรเนน้ กำรจดั วำงตำแหน่ง
วตั ถแุ ละจัดวำงวัตถุชนดิ ต่ำง ๆ กำรออกแบบ สรำ้ ง แก้ไขและตกแต่งช้นิ งำนโดยใชโ้ ปรแกรมสำเรจ็ รปู
คุณธรรม ผู้เรียนมคี วำมรกั ชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ ซอ่ื สตั ย์ เสียสละ อดทน กตัญญตู อ่ พ่อแม่
ผปู้ กครอง ครบู ำอำจำรย์ ใฝห่ ำควำมรู้ หมน่ั ศึกษำเลำ่ เรยี น รกั ษำวฒั นธรรมประเพณีไทย มศี ลี ธรรม
รกั ษำควำมสตั ย์ เข้ำใจเรยี นรู้กำรเปน็ ประชำธปิ ไตย มีระเบียบ วินัย เคำรพกฎหมำย ผู้น้อยรูจ้ กั กำร
เคำรพผใู้ หญ่ มสี ตริ ู้ตัว รูค้ ดิ รทู้ ำ รจู้ กั ดำรงตนอยโู่ ดยใช้หลกั ปรัชญำเศรษฐกจิ พอเพยี ง มีควำมเขม้ แข็งท้ัง
รำ่ งกำย และจิตใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออำนำจฝำ่ ยตำ่ คำนึงถงึ ผลประโยชน์ของส่วนรวม
ความพอประมาณ พอประมำณกำรในกำรใชท้ รัพยำกรกำรใชข้ ้อมูลกำรใชอ้ ปุ กรณเ์ คร่ืองมือ วัสดุ
ครภุ ณั ฑ์ อย่ำงเหมำะสม
ความมเี หตุผล ใช้ทรัพยำกรตำมท่จี ำเป็นเพ่อื ไม่ให้เกิดกำรขำดแคลนทรัพยำกรในอนำคตเป็นกำรรกั ษำ
ส่ิงแวดล้อมให้คงอยู่และเป็นมิตรกบั สิง่ มชี ีวติ
การมีภมู ิคุ้มกนั เปน็ กำรปอ้ งกบั กำรใช้จ่ำยเงินอย่ำงฟุม่ เฟือย มรี ะบบกำรวำงแผนในกำรทำงำนได้อยำ่ ง
รอบคอบ ยอมรับเพ่ือนรว่ มงำนได้ไมม่ ีกำรกระทบกระทั่งภำยในหอ้ งเรยี นมีควำมเข้มแข็งตอ่ สภำวะ
แวดล้อมสำมำรถทำงำนกบั เพื่อนรว่ มงำนได้อยำ่ งมปี ระสิทธภิ ำพ
-9-
ตารางวิเคราะห์ระดบั พุทธิพิสัย ทกั ษะพสิ ัย จติ พสิ ัย
รหสั วชิ า 20204-2006 ชื่อวิชา องค์ประกอบศิลปส์ ำหรับงำนคอมพวิ เตอร์
หนว่ ยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลกั สูตร ประกำศนียบัตรวิชำชพี ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวิชา คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ สาขางาน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
วตั ถุ
1. กำรใช้กระดำษอยำ่ งค้มุ คำ่
2. ใช้เครอ่ื งคอมพิวเตอรอ์ ย่ำงคุม้ คำ่
3. ใช้ไฟฟำ้ อยำ่ งคมุ้ คำ่
4. ใช้เคร่อื งพิมพอ์ ย่ำงคมุ้ ค่ำ
สิง่ แวดล้อม
1. สภำพแวดลอ้ มมีควำมปลอดภัย
2. ผูเ้ รยี นร้จู ักชว่ ยเหลอื ซ่ึงกนั และกัน
3. ลดกำรใชพ้ ลังงำน ปดิ ไฟฟำ้ ปดิ พัดลม ลดภำวะโลกร้อน และกำรใช้ทรัพยำกรภำยในห้องเรยี น
สงั คม
1. ผเู้ รียนอยูร่ ว่ มกันอยำ่ งมีควำมสุข
2. ผู้เรียนรจู้ ักเอ้อื เฟ้ือเผ่อื แผ่ชว่ ยเหลอื ซ่งึ กนั และกนั
3. ใชท้ รพั ยำกรรว่ มกันทำให้สงั คมไมเ่ ดือดร้อน
วฒั นธรรม
1. ผเู้ รยี นมีวฒั นธรรมที่ดี
2. ผู้เรียนเข้ำใจกำรใช้ชวี ติ ในสังคม
3. ผู้เรยี นเขำ้ ใจกำรอย่รู ่วมกันในสังคม
4. ผเู้ รยี นเข้ำใจกำรดำรงชีวิต
5. ผู้เรยี นมีควำมกตญั ญตู ่อผู้มีพระคุณ
- 10 -
ตารางวิเคราะห์ระดบั พุทธิพิสยั ทกั ษะพสิ ัย จติ พิสัย
รหัสวชิ า 20204-2006 ชือ่ วชิ าองค์ประกอบศลิ ปส์ ำหรับงำนคอมพิวเตอร์
หน่วยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสตู ร ประกำศนยี บตั รวชิ ำชพี ประเภทวิชา พำณชิ ยกรรม
สาขาวชิ า คอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ สาขางาน คอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ
2. การบูรณาการตามคา่ นิยมหลักของคนไทย 12 ประการ
2.1 มคี วำมรกั ชำติ ศำสนำ พระมหำกษตั รยิ ์
-ผู้เรียนรู้จักควำมเสียสละของบรรพบุรุษไทย ยกยอ่ งสถำบนั ชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตรยิ ์
2.2 ซอื่ สัตย์ เสยี สละ อดทน
-ผเู้ รยี นมีควำมอดทนต่อสภำพแวดล้อม
2.3 กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครบู ำอำจำรย์
-ผู้เรยี นมีควำมกตญั ญตู ่อพ่อแมค่ รบู ำอำจำรย์
2.4 ใฝห่ ำควำมรู้ หมั่นศึกษำเลำ่ เรยี นทงั้ ทำงตรง และทำงออ้ ม
-ผูเ้ รยี นรจู้ ักกำรค้นคว้ำหำควำมรเู้ พ่มิ เติมเพื่อสร้ำงประสบกำรณใ์ นกำรทำงำน
2.5 รกั ษำวฒั นธรรมประเพณไี ทย
-ผู้เรียนรู้จักกำรรักษำวฒั นธรรมประเพณีไทยและ๓มปิ ัญญำทอ้ งถิ่น
2.6 มีศลี ธรรม รักษำควำมสตั ย์
-ผเู้ รยี นมศี ลี ธรรมมีควำมซ่ือสตั ยต์ ่อตนเองและผ้อู นื่
2.7 เข้ำใจเรียนรู้กำรเป็นประชำธปิ ไตย
-ผูเ้ รยี นยอมรับระบบกำรปกครองแบบประชำธปิ ไตย
2.8 มีระเบียบ วนิ ยั เคำรพกฎหมำย ผู้น้อยร้จู ักกำรเคำรพผู้ใหญ่
-ผู้เรียนมรี ะเบียบ วินัย เคำรพกฎหมำย ผนู้ ้อยรจู้ ักกำรเคำรพผู้ใหญ่
2.9 มสี ตริ ้ตู วั รู้คิด รทู้ ำ
-ผเู้ รยี นมีสติรตู้ ัว รู้คิด รู้ทำ
2.10 รจู้ ักดำรงตนอยโู่ ดยใช้หลกั ปรชั ญำเศรษฐกจิ พอเพียง
-ผเู้ รียนรูจ้ กั ดำรงตนอย่โู ดยใชห้ ลกั ปรัชญำเศรษฐกจิ พอเพียง
2.11 มีควำมเขม้ แข็งทั้งรำ่ งกำย และจติ ใจ ไม่ยอมแพ้ตอ่ อำนำจฝ่ำยต่ำ
-ผเู้ รยี นมีควำมเข้มแข็งทง้ั ร่ำงกำย และจิตใจ ไมย่ อมแพ้ตอ่ อำนำจฝ่ำยตำ่
2.12 คำนงึ ถงึ ผลประโยชนข์ องสว่ นรวมมำกกวำ่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
-ผเู้ รยี นคำนงึ ถึงผลประโยชนข์ องสว่ นรวมมำกกว่ำผลประโยชน์ของตนเอง
- 11 -
ตารางวิเคราะห์ระดบั พุทธิพิสยั ทกั ษะพสิ ัย จิตพสิ ัย
รหสั วิชา 20204-2006 ชอื่ วิชา องคป์ ระกอบศลิ ป์สำหรับงำนคอมพิวเตอร์
หน่วยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลกั สตู ร ประกำศนียบตั รวิชำชพี ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวชิ า คอมพวิ เตอร์ธุรกิจ สาขางาน คอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ
หนว่ ย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ ระดบั พฤตกิ รรมท่ีพึงประสงค์
พุทธิพสิ ยั ทกั ษะพสิ ยั จิตพิสยั เวลา
ท่ี 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 (ชม.)
1 องค์ประกอบศิลป์ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ 6
2 หลักกำรออกแบบ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √ √√ √ 6
√ √ √ √ √ √√ √ 6
3 กำรทำซ้ำ ควำมผนั √ √ √ √ √
แปร กำรลดหล่ัน √ √ √ √ √ √√ √ 6
และเอกภำพ
√ √ √ √ √ √√ √ 6
4 กำรจดั องคป์ ระกอบ √ √ √ √ √
ศิลป์ √√√√√√√√√√ 9
5 กำรจดั วำงวตั ถใุ น √ √ √ √ √ √√√√√√√√√√ 6
จอภำพ √√√√√√√√√√ 9
6 กำรใช้สีและกำร √ √ √ √
ระบำยสี ใน
โปรแกรม
คอมพวิ เตอร์
7 กำรออกแบบจัด √ √ √ √
หน้ำเลยเ์ อำท์
68 กำรออกแบบส่อื √√√
ดิจทิ ลั
- 12 -
พทุ ธพิ สิ ัย ทกั ษะพสิ ัย จิตพสิ ยั
1 = ควำมรู้ 1 = เลียนแบบ 1 = รับรู้
2 = ควำมเข้ำใจ 2 = ทำไดต้ ำมแบบ 2 = ตอบสนอง
3 = กำรนำไปใช้ 3 = ทำไดถ้ กู ต้อง 3 = เห็นคณุ คำ่
4 = กำรวิเครำะห์ แมน่ ยำ 4 = จดั ระบบคณุ ค่ำ
5 = กำรสงั เครำะห์ 4 = ทำไดต้ ่อเนื่อง 5 = พัฒนำเปน็ ลักษณะนิสยั
6 = กำรประเมินค่ำ ประสำนกัน
5 = ทำไดอ้ ย่ำงเปน็
ธรรมชำติ
นอ้ มนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาปฏบิ ตั ิ
- 13 -
กาหนดการเรียนรู้
รหัสวิชา 20204-2006 ชอื่ วชิ า องคป์ ระกอบศิลป์สำหรับงำนคอมพิวเตอร์
หนว่ ยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลกั สูตร ประกำศนยี บตั รวชิ ำชพี ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวชิ า คอมพิวเตอร์ธรุ กิจ สาขางาน คอมพิวเตอร์ธรุ กจิ
หนว่ ยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สปั ดาหท์ ่ี ชัว่ โมงท่ี
1
2 องค์ประกอบศิลป์ 1-2 1-6
3
หลักกำรออกแบบ 3-4 7-12
4
5 กำรทำซ้ำ ควำมผันแปร กำรลดหล่ัน และ 5-6 13-18
6 เอกภำพ
7 กำรจดั องคป์ ระกอบศิลป์ 7-8 19-24
8
กำรจัดวำงวตั ถใุ นจอภำพ 9-10 25-30
กำรใชส้ ีและกำรระบำยสี ในโปรแกรม 11-13 31-39
คอมพวิ เตอร์
กำรออกแบบจัดหน้ำเลยเ์ อำท์ 14-15 40-45
กำรออกแบบสื่อดิจทิ ัล 16-18 46-54
รวม 54
14
แผนการเรียนร้หู นว่ ยที่ 1
รหสั วชิ า 20204-2006 ชือ่ วิชา องค์ประกอบศิลปส์ ำหรบั งำนคอมพิวเตอร์
หน่วยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลกั สตู ร ประกำศนียบตั รวชิ ำชีพ ประเภทวิชา พำณชิ ยกรรม
สาขาวชิ า คอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ สาขางาน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ
เรอื่ ง องค์ประกอบศลิ ป์ จานวนช่ัวโมงสอน 3
1. สาระสาคัญ
องค์ประกอบศลิ ป์ หมำยถงึ โครงสรำ้ งของผลงำนท่ีมองเห็นทงั้ หมด โดยมีสว่ นประกอบย่อยหรือ
สว่ นประกอบทีส่ ำคญั ทำงศลิ ปะมำจัดผสมผสำนเข้ำด้วยกัน เม่ือดูสว่ นรวมแล้วเกดิ ควำมกลมกลืนเปน็
อนั หนงึ่ อันเดียวกนั
2. งานประจาหน่วยการเรียนรู้
ทำแบบฝกึ หดั ประจำหนว่ ย
3. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้
3.1. แสดงควำมรู้เกีย่ วกบั ควำมรู้เกีย่ วกับ องค์ประกอบศิลป์
3. 2 แสดงควำมรู้เกี่ยวกับทศั นธำตุ และองคป์ ระกอบศลิ ป์สำหรับงำนคอมพิวเตอร์
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ (สมรรถนะรายวิชา)
4.1 จดุ ประสงคท์ ั่วไป
เพอื่ ใหเ้ ขำ้ ใจควำมหมำยขององค์ประกอบศิลป์สำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์
4.2 จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
4.2.1 สำมำรถเขียนควำมหมำยขององค์ประกอบศิลปส์ ำหรับงำนคอมพวิ เตอร์ได้
4.2.2 สำมำรถจำแนกธำตทุ ำงทศั นศลิ ป์องค์ประกอบศลิ ป์สำหรับงำนคอมพิวเตอร์ได้
4.2.3 สำมำรถวิเครำะห์ธำตุทำงทัศนศิลปอ์ งค์ประกอบศลิ ปส์ ำหรับงำนคอมพวิ เตอร์ได้
4.2.4 สำมำรถใช้ธำตุทำงทัศนศลิ ป์องค์ประกอบศลิ ป์สำหรับงำนคอมพิวเตอรไ์ ด้
15
5. สาระการเรียนรู้
5.1 ควำมหมำยขององคป์ ระกอบศิลป์
5.2 ทัศนธำตุ
5.3 จุดและลักษณะของเส้น
5.4 เสน้ และลักษณะของเสน้
5.5 รปู ร่ำง.และรปู ทรง
5.6 รปู รำ่ ง.รูปทรงในงำนทัศนศลิ ป์
5.7 พืน้ ผิวและประเภทของพื้นผวิ
5.8 บรเิ วณวำ่ งและลกั ษณะของบริเวณว่ำง
5.9 ควำมสว่ำงและควำมมืด
5.10.สี และทฤษฎเี ก่ียวกับสี
6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
6.1 ข้ันนำเขำ้ สูบ่ ทเรียน
6.1.1. ครูชแ้ี จงกำรวัดผลและประเมนิ ผลในวิชำองค์ประกอบศลิ ปส์ ำหรบั งำน
คอมพิวเตอร์
6.1.2. ครแู ละนักเรียนสร้ำงข้อตกลงร่วมกันในกำรจดั กำรเรียนร้วู ิชำองคป์ ระกอบศลิ ป์
สำหรบั งำนคอมพิวเตอร์ เช่น กำรไมน่ ำอำหำร ขนม และนำ้ ดมื่ เข้ำมำรบั ประทำนในห้องเรยี น กำร
แบ่งเวรดูแลควำมเรียบร้อยของหอ้ งเรียน กำรมำสำยได้ไม่เกิน 15 นำที กำรงดใช้เสยี งเครือ่ งมือสื่อสำรทกุ
ชนิด เปน็ ตน้
6.1.3. ครสู นทนำกบั นกั เรยี นเกยี่ วกบั องคป์ ระกอบศลิ ปแ์ ละทัศนธำตุ เช่น จดุ เสน้
รปู ร่ำง รปู ทรง พ้ืนผวิ เปน็ ต้น ในกำรนำไปใช้สำหรบั งำนคอมพิวเตอร์
6.2 ข้ันสอน
6.2.1. นกั เรียนศกึ ษำเอกสำรประกอบกำรสอน เรอ่ื ง องคป์ ระกอบศิลปแ์ ละทัศนธำตุ
6.2.2. ครอู ธิบำยเน้อื หำเพ่ิมเติมใน เร่ือง องคป์ ระกอบศิลป์และทศั นธำตุ ที่จะนำมำใช้
สำหรับท่ีงำนคอมพวิ เตอร์
6.2.3. นักเรียนทำแบบฝกึ หัด และกจิ กรรม
6.3 ข้ันสรปุ
16
6.3.1. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรุปเนือ้ หำวชิ ำ เรอ่ื ง ควำมหมำย ควำมสำคญั ประโยชน์
ขององคป์ ระกอบศลิ ป์และทัศนธำตุ ทจี่ ะนำไปใชส้ ำหรับงำนคอมพิวเตอร์
6.3.2. นกั เรยี นทำแบบทดสอบหลังเรยี น
7. สอื่ การเรียนรู้
7.1 หนังสอื เรียน
7.2 ใบควำมรู้
7.3 แบบฝึกหัด
7.4 แบบทดสอบหลงั เรยี น
7.5 แบบสังเกตพฤติกรรม
7.6 คอมพิวเตอร์
8. หลกั ฐานการเรียนรู้
8.1 กิจกรรม
8.2 แบบฝึกหัด
17
9. การวดั ผลและประเมินผล วธิ วี ดั และประเมนิ เกณฑ์
เครอื่ งมือการประเมนิ การประเมิน
กิจกรรม ตรวจกิจกรรม/ชน้ิ งำน ได้คะแนน
แบบฝกึ ปฏบิ ัติ กำรเตรียมวัสดุอุปกรณ์ 5 คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้น
แบบทดสอบหลงั เรียน ควำมสวยงำม 5 คะแนน ไป
แบบสงั เกตพฤติกรรมด้ำนคณุ ธรรม สะอำดเรยี บร้อย 5 คะแนน
จรยิ ธรรม คำ่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอันพงึ
ประสงค์ ถูกต้องตำมคำส่งั 5 คะแนน
ตรวจแบบฝกึ ปฏบิ ัติ ได้คะแนน
ข้อละ 1 คะแนน ร้อยละ 75 ขนึ้
ถกู 1 คะแนน ไป
ไมถ่ ูก 0 คะแนน
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น ไดค้ ะแนน
ขอ้ ละ 1 คะแนน ร้อยละ 75 ขึ้น
ถกู 1 คะแนน ไป
ไมถ่ ูก 0 คะแนน
สงั เกตพฤตกิ รรม ได้คะแนน
ปฏบิ ตั ถิ ูกต้องดีเยยี่ ม = 4 ร้อยละ 80 ข้ึน
ปฏิบตั ิไดถ้ กู ต้อง = 3 ไป
ปฏบิ ัตบิ ้ำงแต่ตอ้ งฟงั คำสง่ั หรือชนี้ ำ
=2
ไม่ปฏบิ ัตติ ้องบังคับ หรือว่ำกล่ำว
ตักเตอื นหรือมักจะปฏิบัตใิ นทำงที่
ผดิ = 1
10. แหล่งการเรยี นรู้
10.1 ห้องสมุด
10.2 ห้องอนิ เตอร์เนต็
18
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
บันทึกหลังสอน
ขอ้ สรุปหลังกำรสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………...….……………..………………………
……………………............................................................................................................................. ..............……
…………………………………………….……………………………………...............................................…………………………
…………………………………………….………………………………………………………...............................................………
…………………………………………….…………………………………………...............................................……………………
ปญั หำท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………...………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………………
…………………………………………….……………………………………………………………..................................................
แนวทำงแก้ปัญหำ
……………………………………………………………………………………………………………………...………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………………
…………………………………………….……………………………………………………………..................................................
……………………………………………………………………………………………………………………...………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………………
…………………………………………….……………………………………………………………..................................................
(นำยมนต์ธร สำระบูรณ์) (นำงสำวจำมมจั จุลี มศี ิลป์)
ครูผสู้ อน รองผ้อู ำนวยกำรฝ่ำยวชิ ำกำร
19
แบบฝกึ หัดพร้อมเฉลยหนว่ ยท่ี 1
รหสั วิชา 20204-2006 ชือ่ วิชา องค์ประกอบศลิ ป์สาหรับงานคอมพวิ เตอร์
หนว่ ยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลกั สตู ร ประกำศนยี บัตรวชิ ำชีพ ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวชิ า คอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ สาขางาน คอมพิวเตอร์ธรุ กิจ
คาส่ัง จงตอบคำถำมตอ่ ไปน้ใี ห้ได้ใจควำมสมบรู ณ์
1. องคป์ ระกอบศลิ ป์ หมำยถึง
ตอบ โครงสร้ำงของผลงำนทีม่ องเหน็ ท้งั หมด โดยมสี ว่ นประกอบย่อยหรือสว่ นประกอบทส่ี ำคญั
ทำงศิลปะมำจัดผสมผสำนเข้ำดว้ ยกนั เมื่อดูสว่ นรวมแลว้ เกิดควำมกลมกลนื เป็นอันหน่งึ อันเดยี วกนั
2. ทศั นธำตุ ประกอบด้วย
ตอบ จุด เสน้ รูปร่ำง รูปทรง พนื้ ผิว บริเวณว่ำง ควำมสวำ่ งและควำมมืด สี
3. รูปรำ่ งกับรปู ทรงมีควำมแตกต่ำงกันอย่ำงไร
ตอบ รูปร่ำง (Shape) หมำยถึง รูปนอก หรือเส้นรอบนอกของสิ่งต่ำง ๆ ที่เห็นเป็น 2 มิติ ซึ่งเป็น
บริเวณทีแ่ บนรำบ โดยมีเสน้ รอบนอกบ่งบอกรูปรำ่ งชดั เจน รูปทรง (Form) มคี วำมตำ่ งจำกรูปร่ำงตรงที่
รูปทรงมี 3 มิติ กล่ำวคือ มีควำมหนำหรือควำมลึกเพิ่มขึ้น คำว่ำรูปทรงจึงเป็นคำที่ใช้เรียกสิ่งที่เป็นรูป
และเกิดขนึ้ จริง มลี กั ษณะควำมเปน็ มวล มีควำมทบึ ตนั กินเน้ือท่ีในอำกำศและสมั ผสั ได้โดยรอบ
4. พื้นผวิ ท่ีเกิดขนึ้ จริงเชิงกำยภำพ หมำยถึง
ตอบ พื้นผิวของวัสดุธรรมชำตหิ รือวัตถุจริง เช่น ผิวของเปลือกไม้ ผิวโลหะ ผิวกระจก เป็นต้น โดย
ศลิ ปนิ และนกั ออกแบบนำมำสรำ้ งสรรคง์ ำนประเภทสื่อผสม ประตมิ ำกรรมและสถำปัตยกรรม
5. บรเิ วณว่ำงบวก กับ บริเวณวำ่ ง มีควำมแตกต่ำงกนั อยำ่ งไร
ตอบ บริเวณว่ำงบวก (Positive Space) หมำยถึง บริเวณว่ำงที่ถูกก ำหนดด้วยเส้น
สี นำ้ หนกั ใหเ้ ป็นรูปรำ่ งหรอื รูปทรง
ส่วนบริเวณว่ำงลบ (Negative Space) หมำยถึง บริเวณที่เป็นพื้นระนำบในงำนออกแบบ เป็น
พน้ื ท่วี ่ำงอย่รู อบ ๆ บรเิ วณรปู ร่ำงหรอื รปู ทรง และมคี วำมสำคัญเท่ำกบั บรเิ วณว่ำงบวก
6. สีทกุ สีสำมำรถลดควำมเข้มได้ 3 วธิ ี ดังน้ีคอื
ตอบ 1. ผสมขำว เพ่ือลดควำมเขม้ โดยใหม้ นี ้ำหนักไปในทำงสีขำว สีท่ีผสมขำวเรียกว่ำ สีจำง (Tint)
2. ผสมเทำ หรือสีตรงข้ำม เพื่อลดควำมเข้มโดยให้มีน้ำหนักกลำงๆ เรียกว่ำ สีกลำง
(Neutral)
3. ผสมดำ เพื่อลดควำมเขม้ โดยใหม้ ีนำ้ หนกั ไปทำงสดี ำ เรยี กวำ่ สคี ลำ้ (Shade)
20
7. แสงท่ีกระทบวัตถจุ ะทำให้เกดิ เงำ สำมำรถแบ่งน้ำหนักอ่อนแกข่ องแสงเงำบนวตั ถุได้ 6 ระดับ คอื
ตอบ 1. บริเวณสว่ำง (Light) คือ บริเวณที่วัตถุได้รับแสงเพียงอย่ำงเดียวทำให้เห็นสีที่มี
นำ้ หนักเท่ำสจี ริงของวตั ถุน้นั ๆ
2. บริเวณสว่ำงที่สุด (High Light) คือ บริเวณที่วัตถุถูกแสงส่องสว่ำงที่สุด ส่วนใหญ่
เกิดบนวัตถุที่มีผิวเรียบเป็นมัน แล้วเกิดกำรสะท้อน เช่น โลหะ สังกะสี แก้ว พลำสติก เป็นต้น ทำให้สีของ
วัตถมุ คี ่ำของน้ำหนกั เบำกวำ่ สจี รงิ ของวัตถุ
3. บริเวณเงำ (Shadow) คอื บริเวณทว่ี ตั ถุไดร้ ับแสงเพียงบำง ๆ ทำให้น้ำหนักในส่วน
นี้มีค่ำนำ้ หนกั เข้มขน้ึ
4. บริเวณเงำมืด (Core of Shadow) คือ บริเวณที่วัตถุได้รับแสงน้อยที่สุด ทำให้ใน
ส่วนนข้ี องวัตถมุ คี ำ่ นำ้ หนกั เขม้ ทสี่ ุด
5. บริเวณแสงสะท้อน (Reflected Light) คือ บริเวณที่วัตถุไม่ถูกแสงโดยตรง แต่
ได้รับแสงสะท้อนจำกวัตถุที่อยู่ใกล้ หรือพื้นระนำบที่รองรับวัตถุ ค่ำน้ำหนักในส่วนนี้จะน้อยกว่ำบริเวณเงำ
มืด
6. บริเวณเงำตกทอด (Cast Shadow) คือ บรเิ วณท่ีเงำของวัตถุตกทอดไปบนพื้นหรือ
บนวัตถุอื่น น้ำหนักของเงำตกทอดในส่วนที่ใกล้ชิดวัตถุจะมีค่ำควำมเข้มของน้ำหนักมำกที่สุดและค่อย ๆ
จำงลงตำมควำมยำวของเงำตกทอด
8. สภำพสสี ว่ นรวม (Tonality) หมำยถึง
ตอบ สภำพของสใี ดสีหนึ่งทปี่ รำกฏเดน่ ชดั เฉพำะสีใดสีหน่ึงและปกคลมุ หรือครอบงำสอี ่ืนทั้งหมด
เชน่ สสี ว่ นรวมเป็นสนี ้ำเงนิ ในกลุ่มสอี ำจประกอบไปดว้ ยสีมว่ ง สมี ่วงน้ำเงิน สแี ดง หรือมำกกว่ำนั้น แต่เมื่อ
ดสู ีสว่ นรวมท้ังหมดจะปรำกฏเป็นสีน้ำเงินซงึ่ เรียกว่ำ สสี ่วนรวมน้ำเงิน
9. สีเอกรงค์ (Monocromatic) หมำยถงึ
ตอบ กำรใชส้ แี ท้สีใดสีเพียงสเี ดยี ว ท่แี สดงควำมเด่นชัดออกมำเป็นสีหลักสำหรับกำรเขียนภำพ
ส่วนสีที่จะนำมำประกอบภำยในภำพนั้นต้องผสมกับสีหลักทุกครั้งก่อนระบำย ข้อสำคัญคือสีที่นำมำ
ประกอบจะต้องไม่เกิน 5 สี ที่เรียงลำดับในวงจรสีซึ่งเป็นสีที่ใกล้เคียงกับสีหลัก เมื่อมองในภำพรวม
เหมอื นกบั กำรใช้สีเพียงสเี ดียวท่มี คี ่ำหลำยนำ้ หนกั
10.จงบอกวธิ กี ำรใชส้ คี ู่ตรงข้ำม
ตอบ 1. ใหพ้ ้นื ท่ีของสใี ดสหี นง่ึ มำกกวำ่ กนั ประมำณ 80% : 20%
2. ลดควำมเขม้ ของสที ้ังสองกอ่ นจะนำไปใช้
3. ตดั เส้นระหว่ำงรอยต่อของสี ดว้ ยสีดำ ขำว หรอื เทำ
21
แบบทดสอบหลังเรียนพรอ้ มเฉลยหน่วยที่ 1
รหัสวิชา 20204-2006 ช่ือวิชา องค์ประกอบศลิ ปส์ าหรบั งานคอมพวิ เตอร์
หนว่ ยกติ (ท-ป-น) 1-2-2
หลกั สูตร ประกำศนยี บัตรวชิ ำชพี ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวิชา คอมพวิ เตอรธ์ ุรกจิ สาขางาน คอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ
คาสง่ั จงเลือกคำตอบทถี่ กู ตอ้ งเพียงขอ้ เดยี ว
1. องค์ประกอบศลิ ป์ หมำยถงึ ขอ้ ใด
ก. กำรรบั รู้ในงำนศิลปะที่มองเหน็ เปน็ องคป์ ระกอบทำงศลิ ป์
ข. ควำมงำมทำงศลิ ปะทีผ่ ่ำนกระบวนกำรสร้ำงสรรค์ทำงศลิ ปะ
ค. โครงสร้ำงของผลงำนท่มี องเห็นทม่ี สี ่วนประกอบที่สำคัญทำงศลิ ปะมำจัดผสมผสำนเขำ้ ดว้ ยกัน
ง. กระบวนกำรสร้ำงสรรค์ท่ีมีองคป์ ระกอบของศิลปะทม่ี องเห็น
2. ขอ้ ใดจดั เป็นทัศนธำตทุ ำงทศั นศิลป์
ก. เส้น รูปรำ่ ง รปู ทรง สี พื้นผิว และพน้ื ท่วี ำ่ ง
ข. ควำมสมดลุ และสัดสว่ น
ค. เอกภำพ และจังหวะ
ง. ควำมกลมกลนื และขัดแยง้
3. เสน้ ทแ่ี สดงถึงควำมกวำ้ ง ควำมสงบ ควำมนิ่งเฉย หมำยถึงข้อใด
ก. เส้นต้ัง ข. เส้นนอน
ค. เสน้ เฉียง ง. เสน้ โค้ง
4. ขอ้ ใด หมำยถงึ รูปทรง
ก. บริเวณเนื้อที่ของสี
ข. บรเิ วณเน้ือท่ีของแสงและเงำ
ค. รปู นอกท่ีแสดงควำมกวำ้ งกับควำมยำว
ง. บริเวณรปู ร่ำงของวตั ถสุ ิง่ ของ ท่มี ีลกั ษณะ 3 มติ ิ
5. ก้อนเมฆเปน็ รปู ทรงแบบใด
ก. Geometric
ข. Natural form
ค. Free form
ง. Open form
22
6. ขอ้ ใดหมำยถงึ พื้นผวิ จรงิ
ก. พื้นผวิ ของภำพถ่ำยหนงั จระเข้ ข. พน้ื ผิวของภำพวำดก้อนหิน
ค. พื้นผิวของเปลือกขนุน ง. พื้นผวิ ของเปลือกไมใ้ นจอโทรทศั น์
7. ค่ำนำ้ หนกั แสงเงำจรงิ หมำยถงึ ข้อใด
ก. ค่ำน้ำหนกั ลกั ษณะ 2 มิติ และ 3 มติ ิ ในงำนจิตรกรรม และภำพพิมพ์
ข. กำรระบำยสีให้เหน็ น้ำหนักระยะของภำพทิวทัศน์
ค. น้ำหนักท่เี กิดจำกแสงสว่ำง และเงำจริงปรำกฏบนวตั ถุในงำนสถำปตั ยกรรม
ง. กำรระบำยไลค่ ำ่ นำ้ หนักของสีแทนน้ำหนักของสวี ัตถเุ มือ่ ได้รับอทิ ธพิ ลจำกแสง
8. ถ้ำต้องกำรถำ่ ยทอดควำมรู้สึก “ตืน่ เต้น รุนแรง กลำ้ หำญ” ควรใชส้ ใี ด
ก. สีสม้ ข. สแี ดง
ค. สมี ว่ ง ง. สีฟ้ำ
9. ถำ้ ตอ้ งกำรถ่ำยทอดควำมรสู้ ึก “โอ่อำ่ ภูมิฐำน” ควรใช้สใี ด
ก. สีส้ม ข. สีแดง
ค. สีม่วง ง. สีฟ้ำ
10. กำรใช้สีแท้สใี ดสีเพยี งสเี ดยี ว ท่ีแสดงควำมเดน่ ชัดออกมำเป็นสหี ลัก สีทน่ี ำมำประกอบจะต้องไม่เกิน 5
สี ท่เี รียงลำดบั ในวงจรสซี ่งึ เปน็ สที ่ใี กล้เคยี งกับสีหลัก หมำยถึงกำรใชส้ แี บบใด
ก. สีกลมกลืน ข. สีกลมกลืน
ค. สสี ว่ นรวม ง. สีเอกรงค์
23
แบบประเมนิ พฤตกิ รรมด้าน จิตพสิ ัย คุณธรรมจริยธรรมและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
วนั ท่ี.......................เดือน....................................พ.ศ.........................
ช่ือ..........................................................แผนกวชิ า...................................ระดบั ช้นั .......................
ลาดบั พฤติกรรมทป่ี ระเมนิ ระดับคะแนน หมายเหตุ
1234
1 ความซ่ือสัตย์ ความหมายของระดบั การ
2 การตรงต่อเวลา
3 การมีวนิ ยั ประเมิน
4 ความสนใจใฝ่ รู้ 4= ปฏิบตั ิถูกตอ้ งดีเยย่ี ม
5 ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ 3= ปฏิบตั ิไดถ้ ูกตอ้ ง
6 ความเป็นผนู้ าและผตู้ ามท่ีดี 2= ปฏิบตั ิบา้ งแต่ตอ้ งฟังคาสั่ง
7 ความรับผดิ ชอบ หรือช้ีนา
8 ความต้งั ใจในการปฏิบตั ิงาน 1= ไม่ปฏิบตั ิตอ้ งบงั คบั หรือวา่
9 การมีมนุษยส์ มั พนั ธ์ในการ กล่าวตกั เตือนหรือมกั จะปฏิบตั ิ
ในทางท่ีผดิ
ปฏิบตั ิงาน
10 ความสาเร็จในการดาเนินงานกลุ่ม เกณฑ์การประเมนิ
4= 16-20
และรายบุคคล 3= 11-15
รวม (คะแนนเตม็ 20 คะแนน) 2= 6-10
1= 0-5
บนั ทกึ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
แผนการเรยี นร้หู นว่ ยท่ี 2
รหัสวชิ า 20204-2006 ชอื่ วิชา องคป์ ระกอบศลิ ป์สำหรับงำนคอมพิวเตอร์
หนว่ ยกติ (ท-ป-น) 1-2-2
หลกั สูตร ประกำศนยี บตั รวชิ ำชีพ ประเภทวิชา พำณชิ ยกรรม
สาขาวชิ า คอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ สาขางาน คอมพิวเตอร์ธรุ กิจ
เรอื่ ง หลักกำรออกแบบ จานวนช่ัวโมงสอน 3
1. สาระสาคญั
กำรออกแบบในทำงทฤษฎี อำจจะแบ่งควำมหมำยออกเป็น 2 นัย ควำมหมำยแรกหรือควำมหมำยที่
เข้ำใจโดยทว่ั ไป คือ ศลิ ปะประยุกต์ (Applied Art) หมำยถึงกำรวำงแผนสรำ้ งสรรคร์ ูปแบบ โดยวำงแผนจดั
สว่ นประกอบของกำรออกแบบใหส้ ัมพนั ธ์กบั ประโยชน์กำรใช้สอย วัสดุ และกำรผลติ สว่ นวิจติ รศิลป์ซ่งึ มี
จุดมงุ่ หมำยเพ่อื ผลของกำรมองเหน็ ในด้ำนควำมงำมและควำมน่ำสนใจ
2. งานประจาหน่วยการเรียนรู้
ทำแบบฝึกหดั ประจำหน่วย
3. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรียนรู้
3.1. แสดงควำมรู้เกีย่ วกับหลกั กำรออกแบบ กำรสร้ำงควำมสมดุล และสัดส่วนในองค์ประกอบ
ศลิ ป์สำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์
3. 2 แสดงควำมรู้เกีย่ วกบั กำรสร้ำงควำมกลมกลนื ควำมขดั แยง้ จงั หวะ จุดเด่นและกำรเน้นใน
องคป์ ระกอบศิลปส์ ำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (สมรรถนะรายวิชา)
4.1 จุดประสงค์ท่ัวไป
เพอื่ ให้เข้ำใจควำมหมำยของหลกั กำรออกแบบ ในองค์ประกอบศิลป์สำหรับงำนคอมพิวเตอร์
4.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
4.2.1 อธิบำยควำมหมำยของควำมสมดุลและสัดสว่ นในงำนศิลปะได้
4.2.2. อธิบำยควำมหมำยของควำมกลมกลืน ควำมขดั แยง้ จงั หวะ จดุ เด่นและกำรเนน้ ใน
องคป์ ระกอบศิลปส์ ำหรับงำนคอมพิวเตอร์ ได้
4.2.3 สำมำรถบอกประเภทของควำมสมดุลได้
4.2.4 นำหลกั เกณฑ์กำรสรำ้ งควำมสมดุลและสัดส่วนมำสร้ำงสรรคใ์ นองคป์ ระกอบศิลป์
สำหรบั งำนคอมพวิ เตอรไ์ ด้
4.2.5 สำมำรถวิเครำะห์ควำมกลมกลืน ควำมขดั แยง้ จังหวะ จุดเดน่ และกำรเนน้ ใน
องคป์ ระกอบศิลปส์ ำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์ได้
- 25 -
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 ควำมหมำยของหลักกำรออกแบบ
5.2 .ควำมหมำยของควำมสมดุล
5.3 ประเภทของควำมสมดุล
5.4 กำรสรำ้ งควำมสมดลุ
5.5 ควำมหมำยของสดั ส่วน
5.6 ประเภทของสัดส่วน
5.7 สัดสว่ นในงำนออกแบบ
5.8 ควำมหมำยของควำมกลมกลืน
5.9 รปู แบบควำมกลมกลืน
5.10. ควำมกลมกลืนในงำนออกแบบ
5.11 ควำมหมำยของควำมขัดแยง้
5.12 รูปแบบของควำมขัดแย้ง
5.13 ควำมหมำยของจังหวะ
5.14 รปู แบบของจงั หวะ
5.15 ควำมสำคัญของจงั หวะในกำรสรำ้ งสรรค์งำนทัศนศิลป์และงำนออกแบบ
6. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
6.1 ขั้นนำเข้ำสู่บทเรียน
6.1.1. ครชู แี้ จงกำรวดั ผลและประเมนิ ผลในวชิ ำองคป์ ระกอบศิลปส์ ำหรบั งำน
คอมพวิ เตอร์
6.1.2. ครแู ละนักเรยี นสรำ้ งข้อตกลงรว่ มกนั ในกำรจดั กำรเรยี นร้วู ชิ ำองคป์ ระกอบศลิ ป์
สำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์ เช่น กำรไมน่ ำอำหำร ขนม และนำ้ ดม่ื เข้ำมำรบั ประทำนในห้องเรียน กำร
แบง่ เวรดแู ลควำมเรยี บร้อยของหอ้ งเรยี น กำรมำสำยได้ไมเ่ กิน 15 นำที กำรงดใช้เสยี งเครือ่ งมือสื่อสำรทุก
ชนดิ เป็นตน้
6.1.3. ครูสนทนำกบั นักเรยี นเกี่ยวกับหลักกำรออกแบบ เชน่ ควำมสมดลุ สดั สว่ น ควำม
กลมกลืน ควำมขัดแยง้ และจังหวะ ในกำรนำไปใช้สำหรบั งำนคอมพิวเตอร์
6.2 ข้นั สอน
6.2.1. นกั เรยี นศกึ ษำเอกสำรประกอบกำรสอน เรอื่ ง หลกั กำรออกแบบ
- 26 -
6.2.2. ครอู ธิบำยเนอ้ื หำเพ่ิมเตมิ ใน เรอื่ งหลักกำรออกแบบ ทจี่ ะนำมำใชง้ ำน
คอมพิวเตอร์
6.2.3. นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด และกิจกรรม
6.3 ข้นั สรปุ
6.3.1. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ เนอื้ หำวิชำ เรือ่ ง ควำมหมำย ควำมสำคญั ประโยชน์
ในกำรออกแบบไปใชส้ ำหรับงำนคอมพิวเตอร์
6.3.2. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น
7. สือ่ การเรยี นรู้
7.1 หนงั สือเรยี น
7.2 ใบควำมรู้
7.3 แบบฝึกหดั
7.4 แบบทดสอบหลังเรยี น
7.5 แบบสงั เกตพฤติกรรม
7.6 คอมพวิ เตอร์
8. หลักฐานการเรยี นรู้
8.1 กิจกรรม
8.2 แบบฝกึ หดั
- 27 -
9. การวดั ผลและประเมินผล วิธวี ัดและประเมิน เกณฑ์
เครอ่ื งมอื การประเมิน การประเมิน
กจิ กรรม ตรวจกิจกรรม/ชนิ้ งำน ไดค้ ะแนน
แบบฝึกปฏบิ ัติ กำรเตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ 5 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขึ้น
แบบทดสอบหลงั เรียน ควำมสวยงำม 5 คะแนน ไป
แบบสงั เกตพฤติกรรมดำ้ นคณุ ธรรม สะอำดเรยี บร้อย 5 คะแนน
จรยิ ธรรม ค่ำนยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ ถูกต้องตำมคำส่ัง 5 คะแนน
ตรวจแบบฝกึ ปฏิบัติ ได้คะแนน
ขอ้ ละ 1 คะแนน รอ้ ยละ 75 ข้ึน
ถกู 1 คะแนน ไป
ไมถ่ ูก 0 คะแนน
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน ได้คะแนน
ขอ้ ละ 1 คะแนน รอ้ ยละ 75 ข้นึ
ถูก 1 คะแนน ไป
ไม่ถูก 0 คะแนน
สงั เกตพฤตกิ รรม ไดค้ ะแนน
ปฏบิ ัตถิ กู ตอ้ งดเี ย่ยี ม = 4 รอ้ ยละ 80 ขึน้
ปฏิบัตไิ ดถ้ ูกต้อง = 3 ไป
ปฏิบตั บิ ้ำงแตต่ ้องฟงั คำสั่งหรือชีน้ ำ
=2
ไมป่ ฏบิ ตั ติ ้องบังคับ หรือว่ำกล่ำว
ตักเตอื นหรือมักจะปฏิบตั ิในทำงท่ี
ผิด = 1
10. แหล่งการเรยี นรู้
10.1 ห้องสมดุ
10.2 ห้องอนิ เตอรเ์ นต็
- 28 -
บันทกึ ผลหลงั การจดั การเรียนรู้
บันทกึ หลังสอน
ขอ้ สรปุ หลังกำรสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………...….……………..………………………
……………………............................................................................................................................. ..............……
…………………………………………….……………………………………...............................................…………………………
…………………………………………….………………………………………………………...............................................………
…………………………………………….…………………………………………...............................................……………………
ปญั หำทีพ่ บ
……………………………………………………………………………………………………………………...………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………………
…………………………………………….……………………………………………………………..................................................
แนวทำงแกป้ ัญหำ
……………………………………………………………………………………………………………………...………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………………
…………………………………………….……………………………………………………………..................................................
……………………………………………………………………………………………………………………...………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………………
…………………………………………….……………………………………………………………..................................................
(นำยมนต์ธร สำระบรู ณ์) (นำงสำวจำมมจั จลุ ี มศี ลิ ป์)
ครผู สู้ อน รองผอู้ ำนวยกำรฝ่ำยวิชำกำร
- 29 -
แบบฝกึ หัดพร้อมเฉลยหน่วยท่ี 2
รหัสวิชา 20204-2006 ช่ือวิชา องคป์ ระกอบศลิ ปส์ าหรบั งานคอมพิวเตอร์
หน่วยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสตู ร ประกำศนียบัตรวชิ ำชพี ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวชิ า คอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ สาขางาน คอมพิวเตอร์ธรุ กจิ
คาสงั่ จงตอบคำถำมต่อไปนใี้ หไ้ ดใ้ จควำมสมบูรณ์
1. หลักกำรออกแบบ หมำยถึงอะไร
ตอบ กำรวำงแผนด้วยกำรใช้กฎเกณฑ์ หรอื เทคนิค (Technique) ที่จะนำองคป์ ระกอบศิลป์
(Elements of Art) มำจัดวำง (To compos) ในกำรสร้ำงงำนศิลปะ เพื่อให้เกดิ ควำมงำมและน่ำสนใจ ตำม
ควำมต้องกำรของศลิ ปิน
2. ควำมสมดุล หมำยถงึ อะไร
ตอบ กำรจดั โครงสร้ำงของภำพให้เกิดควำมสมดุลหรือควำมเท่ำกนั ทง้ั น้ีควำมสมดลุ ในทำงศิลปะ
อำจเกดิ จำกกำรจดั รูปรำ่ ง รูปทรง สี ลกั ษณะผิว เป็นตน้ ให้เกิดควำมเท่ำกันตำมควำมรู้สึก โดยกำรแบ่ง
ภำพหรอื ผลงำนศลิ ปะด้วยเส้นก่ึงกลำงหรือเสน้ แกน (Axis) ออกเป็น 2 ส่วน แล้วเปรียบเทยี บน้ำหนักควำม
สมดลุ ด้วยสำยตำตำมควำมรู้สกึ เป็นหลัก
3. ควำมสมดลุ แบง่ ออกได้ 3 ประเภท ได้แกอ่ ะไรบ้ำง
ตอบ 1.ควำมสมดุลแบบสองขำ้ งเท่ำกัน (Symmetrical Balance)
2.ควำมสมดลุ แบบสองขำ้ งไม่เหมอื นกนั (Asymmetrical Balance)
3.ควำมสมดลุ แบบตำชั่งจีน (Balance of Steelyard)
4. สัดสว่ นในงำนศลิ ปะ หมำยถงึ อะไร
ตอบ ควำมสัมพนั ธร์ ะหวำ่ งองคป์ ระกอบต่ำงๆ ของศิลปะ เช่น ขนำด รูปทรง เนอ้ื ที่ ควำมเข้ม
ควำมหนักเบำ หรือสภำพควำมกลมกลืนระหวำ่ งสว่ นตำ่ ง ๆ ของงำนศลิ ปะ หรือสว่ นใดส่วนหนึง่ ในงำนกับ
สว่ นรวมของงำนน้นั ๆ
5. สดั สว่ นตำมท่เี ป็นจรงิ หมำยถึงอะไร
ตอบ สดั ส่วนทเี่ กดิ จำกกำรเปรียบเทยี บระหว่ำงสว่ นย่อยกับส่วนยอ่ ย หรือส่วนยอ่ ยกบั ส่วนรวมของ
สง่ิ นั้น เช่น ตอ้ งกำรรู้วำ่ นิ้วมือเป็นสัดส่วนเท่ำใดกบั แขน แขนเป็นสดั สว่ นเท่ำใดกับท่อนขำตอนบนและควำม
สูงทง้ั หมดของคนนัน้ และควำมสูงของคนทยี่ ืนอยู่ดำ้ นหน้ำเป็นสดั สว่ นเท่ำใดกับควำมสูงของคนที่ยนื อยู่
ด้ำนหลงั สดั สว่ นทีเ่ ปน็ จรงิ น้ีอำจเปน็ สัดสว่ นที่วัดได้จรงิ หรือโดยกำรกะประมำณ
6. สดั ส่วนทอง หมำยถึงอะไร
- 30 -
ตอบ พน้ื ฐำนสำหรบั งำนศลิ ปะและสถำปตั ยกรรมกรีก กำรออกแบบสถำปตั ยกรรมพำร์เธนอนในกรุง
เอเธนส์สัดสว่ นทอง กำหนดไวว้ ่ำ 1 : 1.618 หมำยควำมว่ำ ส่วนแรกมขี นำด 1 สว่ น สว่ นท่ี 2 จะต้องมี
ขนำด 1.618 เท่ำกับสว่ นแรก ท้งั สองจงึ จะมสี ดั สว่ นตำมกนั อย่ำงเหมำะสมและมีควำมงดงำม
7. ควำมกลมกลืน หมำยถงึ อะไร
ตอบ กำรประสำนให้เกดิ ควำมกลมกลนื เปน็ พวกหรือเปน็ หมู่ ระหว่ำงภำวะควำมเหมือน (Monotony)
และกำรตดั กนั (Contrast) เข้ำด้วยกนั หรอื เป็นกำรผสมผสำนจดุ ต่ำง ๆ ให้เกิดควำมลงตัว ไม่ทำให้ร้สู ึก
เหมือนกนั จนเกนิ ไปหรือตัดกันจนเกินงำม
8. ควำมขัดแย้ง หมำยถึงอะไร
ตอบ สภำพควำมแตกต่ำงขององค์ประกอบศิลป์ที่ปรำกฏในงำนศิลปะ ซึง่ มีควำมขัดแยง้ กัน ตัดกัน ที่
เข้ำกนั ไม่ได้ และไม่ลงรอยกัน ควำมขดั แยง้ (Contrast) อยูต่ รงข้ำมกับควำมเหมอื นกัน (Monotony)
สำมำรถพบควำมขัดแย้งในธรรมชำตไิ ด้ อย่ำงเช่น ดอกไม้สีม่วงท่มี ีเกสรสีเหลอื ง ใบบอนสีเขียวท่ีมเี ส้นกลำง
ใบสีแดง งำนศลิ ปะในบำงคร้งั ต้องกำรแสดงภำวะเชน่ นี้เพื่อสรำ้ งควำมน่ำสนใจ
9. จงั หวะ หมำยถงึ อะไร
ตอบ กำรซ้ำท่ีมีระยะห่ำงอย่ำงเปน็ ระเบียบต่อเน่ือง เชอื่ มกนั เป็นลกู โซ่ อำจเกดิ จำกกำรจัดวำงรปู รำ่ ง
และรปู ทรงใหเ้ ป็นจงั หวะซำ้ ๆ กัน ตัง้ แต่ 2 หน่วยขึ้นไป
10. จงบอกควำมสำคญั ของจังหวะในกำรสรำ้ งสรรค์งำนออกแบบ
ตอบ 1. กำรจดั จังหวะช่วยให้ผลงำนศิลปะมีควำมเป็นระเบียบ แลดงู ดงำมมำกข้นึ
2. กำรจัดจังหวะช่วยให้ผลงำนศิลปะมีควำมน่ำสนใจ เกิดทิศทำงกำรเคลื่อนไหว และให้
อำรมณ์ และควำมรู้สกึ ตอ่ ผูช้ ม
3. กำรจัดจังหวะที่ซ้ำ ๆ กัน จะทำให้เกิดควำมกลมกลืน เช่น กำรจัดวำงเครื่องเรือน หรือ
ของตกแตง่ บ้ำนทซ่ี ้ำ ๆ กัน
4. กำรจดั จงั หวะทำใหเ้ กดิ ลวดลำยต่ำง ๆ ในกำรออกแบบ
- 31 -
แบบทดสอบหลังเรยี นพรอ้ มเฉลยหน่วยท่ี 2
รหสั วิชา 20204-2006 ช่อื วิชา องค์ประกอบศิลป์สาหรับงานคอมพวิ เตอร์
หนว่ ยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสตู ร ประกำศนยี บัตรวิชำชพี ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวชิ า คอมพิวเตอร์ธรุ กจิ สาขางาน คอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ
คาชี้แจง จงเลอื กคำตอบทถ่ี ูกตอ้ งเพียงข้อเดยี ว
1. ข้อใดคอื จุดมงุ่ หมำยของหลักกำรออกแบบ
ก. เพ่ือผลของกำรมองเห็นในด้ำนควำมงำมและควำมน่ำสนใจ
ข. เพ่ือส่งเสริมด้ำนประโยชน์ใชส้ อย
ค. เพอื่ สง่ เสรมิ เรื่องควำมงำม
ง. เพ่ือผลของควำมต้องกำรของศลิ ปิน
2. ควำมสมดลุ ของร่ำงกำยมนุษยเ์ ปน็ ควำมสมดุลแบบใด
ก. ควำมสมดลุ แบบซำ้ ย–ขวำไม่เหมอื นกนั
ข. ควำมสมดลุ แบบซ้ำยขวำไม่เท่ำกนั
ค. ควำมสมดลุ แบบซำ้ ย–ขวำเท่ำกนั โดยควำมรูส้ ึก
ง. ควำมสมดุลแบบซำ้ ย–ขวำเท่ำกนั ทกุ ประกำร
3. ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงองค์ประกอบต่ำง ๆ ของศิลปะ เช่น รูปทรง เนื้อที่ ควำมเข้ม ควำมหนักเบำ หรือ
สภำพควำมกลมกลืนกับส่วนรวมของงำนนัน้ ๆ หมำยถงึ ข้อใด
ก. ขนำด
ข. สัดสว่ น
ค. รปู รำ่ ง
ง. ควำมสมดลุ
4. เสน้ แกนกลำงในสภำพสมดลุ วตั ถุในงำนศิลปะแบ่งออกได้กเี่ ส้น
ก. 2 เสน้ ข. 3 เสน้
ค. 4 เส้น ง. 5 เสน้
5. ดอกทำนตะวันทแ่ี ผร่ ัศมี จดั เป็นควำมสมดุลแบบใด
ก. แบบซำ้ ยขวำเท่ำกนั ทุกประกำร
ข. แบบซ้ำยขวำเท่ำกันด้วยควำมรสู้ ึก
ค. แบบบนลำ่ งเทำ่ กันทุกประกำร
ง. แบบวงรอบเท่ำกนั ทุกประกำร
- 32 -
6. ข้อใดคือกำรถ่วงนำ้ หนกั ภำยในภำพเพ่อื ใหเ้ กดิ ควำมสมดุล
ก. นำชนิ้ งำนอีกชน้ิ มำตดั ปะติด
ข. กำรเพ่ิมน้ำหนักเขม้
ค. กำรใชย้ ำงลบถูภำยในภำพ
ง. กำรเพ่ิม–ลดจำนวนหรือขนำดเพือ่ ถว่ งดลุ
7. กำรวำดภำพรปู ทรงแจกันสิง่ ท่คี วรทำเปน็ อนั ดับแรกคือขอ้ ใด
ก. ลำกเสน้ วงกลม
ข. ลำกเสน้ แนวนอน
ค. ลำกเสน้ แนวต้งั
ง. ลำกเส้นสีเ่ หล่ยี ม
8. สัดสว่ นของมนุษยม์ ีสัดส่วนเทำ่ ใด
ก. 7 ส่วน
ข. 7 ส่วนครึง่
ค. 8 สว่ น
ง. 8 ส่วนครง่ึ
9. สัดส่วนทองคือข้อใด
ก. สว่ นแรกมขี นำด 1 สว่ น สว่ นที่ 2 จะตอ้ งมีขนำด 1.681
ข. สว่ นแรกมีขนำด 1 ส่วน สว่ นท่ี 2 จะต้องมขี นำด 1.618
ค. ส่วนแรกมีขนำด 1 ส่วน ส่วนที่ 2 จะตอ้ งมีขนำด 1.818
ง. สว่ นแรกมีขนำด 1 สว่ น สว่ นที่ 2 จะต้องมีขนำด 1.186
10. บำงครั้งกำรขำดสภำพควำมสมดุลและสภำพสัดส่วนที่แตกต่ำงกันอย่ำงมำก เพื่อเรียกร้องควำมสนใจ
ฉับพลัน เหมำะทจ่ี ะใช้กบั งำนใด
ก. งำนตกแต่งภำยใน
ข. งำนภำพยนตร์
ค. งำนเขยี นภำพ
ง. งำนโฆษณำ
- 33 -
แบบประเมินพฤตกิ รรมด้าน จิตพสิ ัย คุณธรรมจริยธรรมและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
วนั ท่ี.......................เดือน....................................พ.ศ.........................
ช่ือ..........................................................แผนกวชิ า...................................ระดบั ช้นั .......................
ลาดบั พฤติกรรมทปี่ ระเมนิ ระดบั คะแนน หมายเหตุ
1234
1 ความซ่ือสตั ย์ ความหมายของระดบั การ
2 การตรงตอ่ เวลา
3 การมีวนิ ยั ประเมนิ
4 ความสนใจใฝ่ รู้ 4= ปฏิบตั ิถูกตอ้ งดีเยยี่ ม
5 ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ 3= ปฏิบตั ิไดถ้ ูกตอ้ ง
6 ความเป็นผนู้ าและผตู้ ามที่ดี 2= ปฏิบตั ิบา้ งแต่ตอ้ งฟังคาส่ัง
7 ความรับผดิ ชอบ หรือช้ีนา
8 ความต้งั ใจในการปฏิบตั ิงาน 1= ไม่ปฏิบตั ิตอ้ งบงั คบั หรือวา่
9 การมีมนุษยส์ ัมพนั ธ์ในการ กล่าวตกั เตือนหรือมกั จะปฏิบตั ิ
ในทางท่ีผดิ
ปฏิบตั ิงาน
10 ความสาเร็จในการดาเนินงานกลุ่ม เกณฑ์การประเมนิ
4= 16-20
และรายบุคคล 3= 11-15
รวม (คะแนนเตม็ 20 คะแนน) 2= 6-10
1= 0-5
บนั ทกึ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
แผนการเรยี นรู้หน่วยท่ี 3
รหัสวชิ า 20204-2006 ช่ือวิชา องค์ประกอบศิลปส์ ำหรบั งำนคอมพิวเตอร์
หน่วยกติ (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสูตร ประกำศนยี บัตรวิชำชีพ ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวชิ า คอมพิวเตอร์ธุรกจิ สาขางาน คอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ
เร่อื ง กำรทำซ้ำ กำรผันแปร กำรลดหลั่น เอกภำพ จานวนชั่วโมงสอน 3
1. สาระสาคญั
กำรทำซ้ำ คือกำรจัดระเบียบ โดยสรำ้ งใหเ้ กิดส่ิงหนง่ึ สง่ิ ใดที่ซ้ำกนั มำกกวำ่ หน่งึ หน่วยขน้ึ ไป เช่น กำร
ซำ้ ของรูปร่ำง รูปทรง นำ้ หนัก เปน็ ต้น กำรซ้ำทำใหเ้ กิดควำมน่ำสนใจ แต่ถำ้ ใช้มำกเกินไปอำจไม่น่ำสนใจ
เลยก็ได้ ควำมผันแปรเปน็ สว่ นหนง่ึ ของกำรทำซ้ำ แตเ่ ปน็ กำรเปลี่ยนแปลงของกำรซ้ำให้เกดิ ควำม
หลำกหลำย กำรลดหลัน่ เป็นวิธีกำรหน่ึงที่สรำ้ งรูปมำกกว่ำหน่งึ ซึ่งมีวธิ กี ำรที่แตกต่ำงกนั ควำมเป็นเอกภำพ
เปน็ กำรประสำนหรือจัดระเบียบ ให้มคี วำมเป็นอนั หนึ่งอนั เดียวกัน
2. งานประจาหน่วยการเรียนรู้
ทำแบบฝกึ หัดประจำหน่วย
3. สมรรถนะประจาหนว่ ยการเรยี นรู้
3.1. แสดงควำมรู้เกีย่ วกบั กำรทำซำ้ กำรผันแปร ในองคป์ ระกอบศิลป์สำหรบั งำนคอมพิวเตอร์
3. 2 แสดงควำมรู้เกย่ี วกบั กำรกำรลดหลน่ั เอกภำพ ในองค์ประกอบศลิ ป์สำหรบั งำน
คอมพิวเตอร์
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้ (สมรรถนะรายวิชา)
4.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
เพอื่ ให้เข้ำใจควำมหมำยของ กำรทำซำ้ กำรผนั แปร กำรลดหลน่ั เอกภำพ ในองคป์ ระกอบ
ศิลป์สำหรับงำนคอมพิวเตอร์
4.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
4.2.1 อธิบำยควำมหมำยของกำรทำซ้ำ ควำมผันแปร กำรลดหลัน่ เอกภำพในงำน
องคป์ ระกอบศิลป์สำหรบั งำนคอมพิวเตอร์ได้
4.2.2. สำมำรถจัดวำงลกั ษณะกำรทำซำ้ ควำมผนั แปร กำรลดหล่นั ให้เกดิ เอกภำพ ในงำน
องค์ประกอบศิลปส์ ำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์ได้
4.2.4 นำหลักเกณฑก์ ำรสร้ำง มำสรำ้ งสรรค์ในองคป์ ระกอบศิลปส์ ำหรับงำนคอมพวิ เตอร์ได้
4.2.5 สำมำรถวเิ ครำะห์ กำรทำซำ้ ควำมผนั แปร กำรลดหลนั่ เอกภำพในองค์ประกอบศลิ ป์
สำหรบั งำนคอมพวิ เตอรไ์ ด้
- 35 -
5. สาระการเรยี นรู้
5.1 ควำมหมำยของกำรทำซ้ำ
5.2 ประเภทของกำรทำซ้ำ
5.3 กำรทำซ้ำในงำนทศั นศิลปแ์ ละงำนออกแบบ
5.4 ควำมหมำยของควำมผันแปร
5.5 ควำมผนั แปรในงำนศิลปะ
5.6 ควำมหมำยของกำรลดหลน่ั
5.7 กำรลดหล่ันในธรรมชำติ
5.8 กำรลดหลน่ั ในงำนทศั นศิลปแ์ ละงำนออกแบบ
5.9 ควำมหมำยของเอกภำพ
5.10. เอกภำพในงำนศิลปะ
5.11 กฎเกณฑ์หลกั ของเอกภำพ
5.12 กฎเกณฑข์ องกำรประสำน
5.14 กำรสร้ำงเอกภำพ โดยองค์ประกอบศลิ ป์ และหลักกำรออกแบบ
6. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
6.1 ขั้นนำเขำ้ สบู่ ทเรยี น
6.1.1. ครชู แ้ี จงกำรวัดผลและประเมนิ ผลในวชิ ำองค์ประกอบศลิ ป์สำหรับงำน
คอมพิวเตอร์
6.1.2. ครแู ละนักเรียนสรำ้ งข้อตกลงร่วมกนั ในกำรจัดกำรเรียนรู้วชิ ำองค์ประกอบศิลป์
สำหรับงำนคอมพิวเตอร์ เช่น กำรไม่นำอำหำร ขนม และนำ้ ด่ืม เขำ้ มำรบั ประทำนในห้องเรียน กำร
แบง่ เวรดูแลควำมเรยี บร้อยของห้องเรียน กำรมำสำยได้ไม่เกิน 15 นำที กำรงดใชเ้ สยี งเคร่อื งมือสื่อสำรทกุ
ชนดิ เป็นตน้
6.1.3. ครสู นทนำกบั นักเรยี นเกีย่ วกับ กำรทำซำ้ กำรผนั แปร กำรลดหล่ัน เอกภำพ ใน
กำรนำไปใช้สำหรับงำนคอมพิวเตอร์
6.2 ข้นั สอน
6.2.1. นักเรยี นศึกษำเอกสำรประกอบกำรสอน เรื่อง กำรทำซ้ำ กำรผันแปร กำรลดหลัน่
เอกภำพ
- 36 -
6.2.2. ครูอธบิ ำยเนื้อหำเพ่ิมเตมิ ใน เรอ่ื ง กำรทำซ้ำ กำรผนั แปร กำรลดหลน่ั เอกภำพ
ที่จะนำมำใช้สำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์
6.2.3. นกั เรยี นทำแบบฝกึ หัด และกจิ กรรม
6.3 ข้นั สรปุ
6.3.1. นักเรยี นและครูร่วมกันสรุปเน้อื หำวิชำ เรอ่ื ง กำรทำซำ้ กำรผันแปร กำรลดหลั่น
เอกภำพ ควำมหมำย ควำมสำคญั ประโยชน์ ในกำรออกแบบสำหรบั งำนคอมพวิ เตอร์
6.3.2. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน
7. ส่อื การเรียนรู้
7.1 หนังสือเรียน
7.2 ใบควำมรู้
7.3 แบบฝึกหัด
7.4 แบบทดสอบหลังเรยี น
7.5 แบบสังเกตพฤตกิ รรม
7.6 คอมพิวเตอร์
8. หลักฐานการเรยี นรู้
8.1 กิจกรรม
8.2 แบบฝกึ หดั
- 37 -
9. การวัดผลและประเมนิ ผล วธิ ีวดั และประเมิน เกณฑ์
เคร่ืองมอื การประเมิน การประเมิน
กิจกรรม ตรวจกิจกรรม/ช้นิ งำน ไดค้ ะแนน
แบบฝกึ ปฏบิ ัติ กำรเตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ์ 5 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขึ้น
แบบทดสอบหลงั เรียน ควำมสวยงำม 5 คะแนน ไป
แบบสงั เกตพฤติกรรมดำ้ นคุณธรรม สะอำดเรยี บร้อย 5 คะแนน
จริยธรรม ค่ำนยิ ม และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ ถูกต้องตำมคำสัง่ 5 คะแนน
ตรวจแบบฝกึ ปฏิบตั ิ ไดค้ ะแนน
ขอ้ ละ 1 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขึ้น
ถูก 1 คะแนน ไป
ไมถ่ ูก 0 คะแนน
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน ได้คะแนน
ข้อละ 1 คะแนน รอ้ ยละ 75 ขน้ึ
ถกู 1 คะแนน ไป
ไมถ่ ูก 0 คะแนน
สงั เกตพฤตกิ รรม ได้คะแนน
ปฏิบัติถูกต้องดเี ยี่ยม = 4 ร้อยละ 80 ขน้ึ
ปฏบิ ัตไิ ดถ้ ูกต้อง = 3 ไป
ปฏิบตั ิบำ้ งแต่ต้องฟังคำสัง่ หรือชน้ี ำ
=2
ไม่ปฏิบัตติ ้องบังคับ หรือวำ่ กลำ่ ว
ตกั เตอื นหรือมักจะปฏบิ ตั ใิ นทำงท่ี
ผดิ = 1
10. แหล่งการเรยี นรู้
10.1 ห้องสมดุ
10.2 ห้องอินเตอรเ์ นต็
11. บันทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
- 38 -
บนั ทกึ หลังสอน
ข้อสรปุ หลงั กำรสอน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………...….……………..………………………
……………………............................................................................................................................. ..............……
…………………………………………….……………………………………...............................................…………………………
…………………………………………….………………………………………………………...............................................………
…………………………………………….…………………………………………...............................................……………………
ปญั หำท่ีพบ
……………………………………………………………………………………………………………………...………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………………
…………………………………………….……………………………………………………………..................................................
แนวทำงแกป้ ัญหำ
……………………………………………………………………………………………………………………...………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………………
…………………………………………….……………………………………………………………..................................................
……………………………………………………………………………………………………………………...………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..….…………………………………
…………………………………………….……………………………………………………………..................................................
(นำยมนต์ธร สำระบูรณ์) (นำงสำวจำมมัจจุลี มีศิลป์)
ครูผู้สอน รองผูอ้ ำนวยกำรฝ่ำยวชิ ำกำร
- 39 -
แบบฝกึ หัดพร้อมเฉลยหน่วยที่ 3
รหัสวชิ า 20204-2006 ชือ่ วิชา องค์ประกอบศลิ ป์สาหรบั งานคอมพิวเตอร์
หนว่ ยกิต (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสูตร ประกำศนยี บตั รวิชำชพี ประเภทวิชา พำณชิ ยกรรม
สาขาวชิ า คอมพิวเตอรธ์ ุรกจิ สาขางาน คอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ
คาสั่ง จงตอบคำถำมต่อไปนใี้ หไ้ ดใ้ จควำมสมบรู ณ์
1. กำรทำซ้ำหมำยถึง
ตอบ กำรกระทำหรอื กำรสรำ้ งสงิ่ ใดสงิ่ หนึง่ ซำ้ กันมำกกวำ่ 1 หน่วยขึ้นไป เชน่ กำรซ้ำของรปู รำ่ ง รูปทรง
นำ้ หนัก สี ฯลฯ ลกั ษณะกำรทำซ้ำ วธิ กี ำรหนึ่งในกำรสรำ้ งรปู ท่ีมำกกวำ่ หน่งึ ซงึ่ ศลิ ปินใช้ในกำรแก้ปญั หำให้
มีควำมนำ่ สนใจโดยใช้องคป์ ระกอบสว่ นใดส่วนหนง่ึ เพม่ิ จำนวนใหเ้ กิดกำรซำ้ กันหลำยๆครัง้ ในผลงำนช้ิน
เดยี วกนั ซึง่ สำมำรถสรำ้ งควำมเปน็ ระเบียบ ควำมกลมกลนื และควำมนำ่ สนใจ
2. ควำมผันแปรหมำยถึง
ตอบ กำรเปลย่ี นแปลงรูปลักษณะของส่วนประกอบสำคญั ทำงศลิ ปะอย่ำงค่อยเปน็ ค่อยไปโดย
แปรเปลยี่ นไปในทำงตัดกนั ทำให้เกิดควำมน่ำสนใจและมชี วี ติ ชวี ำ
3. กำรลดหล่ันหมำยถึง
ตอบ กำรจัดลำดับขน้ั ขององค์ประกอบใหเ้ กิดกำรลดหลั่นเปล่ียนแปลงตำมลำดบั ทีละเลก็ ทลี ะน้อยเช่น
จำกเข้มไปส่อู ่อนจำกใหญไ่ ปสูเ่ ล็ก ซึ่งกำรเปลี่ยนแปลงดังกล่ำว ทำให้เกดิ จังหวะ เกดิ ควำมรู้สึกถงึ จดุ เร่ิมตน้
และจุดส้นิ สุด นอกจำกนี้ กำรลดหลนั่ ยังทำให้เกิดควำมเคลื่อนไหวอีกด้วย ซง่ึ ถ้ำหำกระดับกำรเปลย่ี นแปลง
เกิดข้นึ น้อยระดับจะรสู้ กึ เคล่อื นไหวเร็ว หำกมีระดับกำรเปลี่ยนแปลงเกดิ ขน้ึ มำกระดับ ควำมเคลื่อนไหวจะ
ชำ้ ลง
4. เอกภำพหมำยถึง
ตอบ กำรจดั องค์ประกอบหรือกำรประสำนกนั ของส่วนตำ่ ง ๆ ทำงศลิ ปะให้เปน็ อนั หนึ่งอนั เดียวกัน
และมีควำมสมบูรณใ์ นตัวโดยกำรถ่ำยทอดเป็นผลงำนทำงทัศนศิลป์ด้วยกระบวนกำรทำงศิลปะหรือกำร
ออกแบบทุกสำขำ
5. เอกภำพโดยกำรรวมกลุ่ม หมำยถงึ
ตอบ กำรจัดวำงส่งิ ต่ำง ๆ ไม่ใหก้ ระจดั กระจำย ให้รวมกนั เป็นกลมุ่ โดยธรรมชำติแล้ว เมื่อเรำมองสิง่
ต่ำง ๆ ท่มี คี วำมคล้ำยคลึงกันเรำจะจดั กลมุ่ มนั เข้ำด้วยกนั ไม่วำ่ จะเปน็ สภำพคลำ้ ยคลึงของรูปรำ่ ง
รปู ทรง ขนำด สี ตำแหนง่ ของบรเิ วณว่ำง และน้ำหนกั สี สิ่งตำ่ ง ๆ ยอ่ มมคี วำมคล้ำยคลึงกันในลกั ษณะ
ใดลักษณะหนงึ่
- 40 -
กำรรวมกลมุ่ จะให้เกิดควำมเป็นเอกภำพและนำ่ สนใจซึ่งสอดคล้องกับกฎของกำรจบั กลุม่ ซง่ึ มีกฎอยูว่ ่ำ
รูปรำ่ งตำ่ งกันผลกั กัน รูปรำ่ งเหมือนกนั ดูดกนั ดงั น้นั กำรจัดกลมุ่ ที่คล้ำยคลึงกันส่ิงท่ใี กล้กนั 2 ส่ิงขนึ้ ไป
เรำจะมองเหน็ เปน็ กลุ่มจะให้ควำมรู้สึกเปน็ หนว่ ยเดยี วกัน
- 41 -
แบบทดสอบหลังเรยี นพรอ้ มเฉลยหน่วยที่ 3
รหสั วชิ า 20204-2006 ชอ่ื วิชา องค์ประกอบศิลปส์ าหรบั งานคอมพวิ เตอร์
หนว่ ยกติ (ท-ป-น) 1-2-2
หลักสูตร ประกำศนยี บตั รวิชำชพี ประเภทวิชา พำณิชยกรรม
สาขาวิชา คอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ สาขางาน คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ
คาสั่ง จงเลือกคำตอบท่ีถูกตอ้ งเพียงข้อเดียว
1. พนื้ ฐำนอยำ่ งง่ำยในกำรจัดองค์ประกอบทำงศิลปะให้มีเอกภำพคือข้อใด
ก. ภำวะควำมเหมือน ข. ภำวะขัดแยง้
ค. ภำวะกลมกลืน ง. ภำวะตดั กัน
2. กำรซ้ำในลกั ษณะกำรกระจำย ทง้ั ในแนวตงั้ เฉียงนอน ซิกแซก
ก. งำนหัตถศิลป์ ข. งำนสถำปตั ยกรรม
ค. งำนตกแต่ง ง. งำนลำยผำ้
3. ควำมแตกต่ำงเป็นวิธีหนึ่งในกำรจัดองค์ประกอบให้เกิดกำรเปลี่ยนแปลงและสร้ำงควำมแตกต่ำงของ
ตัวเองและเชือ่ มโยงตอ่ กนั ใหเ้ กิดควำมน่ำสนใจ หมำยถงึ ขอ้ ใด
ก. ควำมผันแปร ข. กำรลดหลั่น
ค. กำรซ้ำ ง. กำรขัดแย้ง
4. กำรจัดลำดับขั้นขององค์ประกอบให้เกิดกำร เปลี่ยนแปลงตำมลำดับทีละเล็กทีละน้อยเช่นจำกเข้มไปสู่
อ่อน
ก. ควำมผนั แปร ข. กำรลดหล่นั
ค. กำรซำ้ ง. กำรขดั แย้ง
5. กำรซ้ำทม่ี ีระยะห่ำงอย่ำงเป็นระเบียบต่อเนื่อง เชอื่ มกันเป็นลกู โซ่ หมำยถึงขอ้ ใด เหมำะที่นำไปออกแบบ
ในงำนประเภทใด
ก. จดุ เด่น ข. กำรเน้น
ค. จดุ สนใจ ง. จงั หวะ
6. กำรจดั ลำดับควำมสำคัญของกำรมองเหน็ ประกอบไปด้วย
ก. กำรยำ้ และจดุ เดน่ ข. ประธำนและส่วนรอง
ค. ประธำนและกำรเนน้ ง. จดุ เดน่ และส่วนรอง
7. ข้อใดไม่ใชข่ ัดแย้งในงำนศลิ ปะ
ก. สขี ำวกบั สดี ำ ข. เส้นต้ังกับเสน้ นอน
ค. ภำพเขียนดอกไม้สเี หลอื งกับเกสรสีม่วง ง. ผู้หญิงกับผชู้ ำย
- 42 -
8. ลำกเส้นในกรอบสี่เหลีย่ มเป็น3 ส่วนทั้งแนวต้ังและแนวนอนบริเวณทีต่ ัดกันของเส้นตรงคือบริเวณที่วำง
จดุ สนใจในภำพ เรยี กว่ำ
ก. จุดกลำงภำพ ข. กฎสำมส่วน
ค. กฎกลำงภำพ ง. กฎสนใจ
9. กำรจดั องค์ประกอบหรอื กำรประสำนกนั ของสว่ นต่ำง ๆทำงศลิ ปะใหเ้ ปน็ อนั หน่ึงอันเดียวกัน หมำยถึงข้อ
ใด
ก. เอกภำพ ข. ควำมสมดลุ
ค. ควำมกลมกลืน ง. จดุ เดน่
10. ข้อใดคือไม่ใช่กฎเกยี่ วกบั กำรสรำ้ งจุดเดน่
ก. กำรตดั กัน ข. กำรซำ้
ค. กำรเคลอื่ นไหว ง. ควำมเหมอื น
- 43 -
แบบประเมินพฤตกิ รรมด้าน จิตพสิ ัย คุณธรรมจริยธรรมและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
วนั ที่.......................เดือน....................................พ.ศ.........................
ช่ือ..........................................................แผนกวชิ า...................................ระดบั ช้นั .......................
ลาดับ พฤตกิ รรมทปี่ ระเมิน ระดับคะแนน หมายเหตุ
1234
1 ความซื่อสตั ย์ ความหมายของระดบั การ
2 การตรงต่อเวลา
3 การมีวนิ ยั ประเมิน
4 ความสนใจใฝ่ รู้ 4= ปฏิบตั ิถูกตอ้ งดีเยยี่ ม
5 ความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ 3= ปฏิบตั ิไดถ้ ูกตอ้ ง
6 ความเป็นผนู้ าและผตู้ ามท่ีดี 2= ปฏิบตั ิบา้ งแต่ตอ้ งฟังคาสั่ง
7 ความรับผดิ ชอบ หรือช้ีนา
8 ความต้งั ใจในการปฏิบตั ิงาน 1= ไมป่ ฏิบตั ิตอ้ งบงั คบั หรือวา่
9 การมีมนุษยส์ มั พนั ธ์ในการ กล่าวตกั เตือนหรือมกั จะปฏิบตั ิ
ในทางที่ผดิ
ปฏิบตั ิงาน
10 ความสาเร็จในการดาเนินงานกลุ่ม เกณฑ์การประเมนิ
4= 16-20
และรายบุคคล 3= 11-15
รวม (คะแนนเตม็ 20 คะแนน) 2= 6-10
1= 0-5
บันทกึ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................