The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ นางสาวอนงนาฏร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Anongnat Wiraphan, 2023-04-30 02:37:20

เล่มฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ นางสาวอนงนาฏร์

เล่มฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ นางสาวอนงนาฏร์

รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ เสนอ วิทยาลัยศาสนศาสตร์ร้อยเอ็ด โดย นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์ เลขทะเบียนนักศึกษา ๖๕๑๐๗๔๐๖๓๑๐๓๔ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชา การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ปีการศึกษา ๒๕๖๕


รายงานการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ โดย นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์ เลขทะเบียนนักศึกษา ๖๕๑๐๗๔๐๖๓๑๐๓๔ ได้ตรวจและอนุมัติให้นับเป็นส่วนหนึ่งของสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ภาคการศึกษาที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ เมื่อวันที่..........เดือน............................พ.ศ................. .............................................................. ผู้อำนวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์ร้อยเอ็ด (พระมหาอำนวย มหาวีโร, ดร.) ................................................................... หัวหน้าฝ่ายจัดการศึกษา (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จิราภรณ์ ผันสว่าง) .................................................................... ประธานกรรมการ การนิเทศการปฏิบัติการสอน (ดร.ปิยะสุดา เพชราเวช) ในสถานศึกษา/อาจารย์ที่ปรึกษา .................................................................... กรรมการ (อาจารย์วรรษิษฐา อัครธนยวมนต์) .................................................................. กรรมการ (อาจารย์วีณา ภาคมฤค) .................................................................. กรรมการเลขานุการ (อาจารย์นารีรัตน์ จันทวฤทธิ์)


คณะกรรมการการนิเทศนักศึกษาปฏิบัติการสอน สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏ ราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ภาคการศึกษาที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ได้ตรวจสอบพิจารณาตาม รายวิชาการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์เห็นสมควรรับไว้เป็นส่วนหนึ่ง ของการศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อเสนอผู้บริหารพิจารณาต่อไป คณะกรรมการนิเทศ ลงชื่อ……………………………………………....….. ชื่อ…………………………………………………...................… ( นางนัทฏิฎา สิทธิเสนา ) ( นายภัทรพงษ์ เมธาคุณวุฒิ) ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ ลงชื่อ………………………………………………………. (ดร.ปิยะสุดา เพชราเวช) ประธานหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย อาจารย์นิเทศก์ประจำสาขาวิชาการศึกษาการศึกษาปฐมวัย/อาจารย์ผู้บรรยาย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด พิจารณาแล้ว อนุมัติให้รับรายงาน การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาเล่มนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรศึกษาศาสตร บัณฑิตสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย


................................................................. (พระมหาอำนวย มหาวีโร, ดร.) รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยศาสนศาสตร์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด


ก คำนำ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ หลักสูตรศึกษาศาสตร บัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ชั้นปีที่ ๑ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสังเกตงานครู ทั้งนี้รายงานฉบับนี้มีเนื้อหา ภาระงานที่นักศึกษาได้เรียนรู้จาก งานของครู ประกอบด้วย ๑. งานธุรการในชั้นเรียน ๒. การสังเกตปัญหาของนักเรียน ๓. การจัดการชั้นเรียนและการแก้ปัญหาในชั้นเรียน ๔. การออกตรวจเยี่ยมตามโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน ๕. ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและชุมชน ๖. การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ ๗. งานกิจกรรมอื่น ๆ ของโรงเรียน ผู้จัดทำได้เริ่มงานจนสามารถทำเป็นรายงานเล่มนี้ขึ้นเพื่อสรุปผลการเรียนรู้และสะท้อนผล การ เรียนรู้ คณะผู้จัดทำต้องขอขอบคุณคุณครูทุกท่านและครูพี่เลี้ยงตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ให้ ความรู้และแนะนำแนวทางการเรียนรู้งานเพื่อการศึกษา ได้มีองค์ความรู้ที่เพิ่มขึ้น ผู้จัดทำหวังว่า รายงานฉบับนี้จะให้ความรู้และประโยชน์กับผู้อ่านทุก ๆ ท่าน หากมีข้อเสนอแนะและข้อผิดพลาด ประการใดผู้จัดทำขอรับไว้ด้วยความขอบพระคุณยิ่ง นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์ ผู้จัดทำ


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข บทที่ ๑ บทนำ - ความสำคัญของการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ - จุดประสงค์การปฏิบัติการสอน ๑ - รหัสวิชา ชื่อวิชา และคำอธิบายรายวิชา ๒ บทที่ ๒ ประวัติและแผนผังสถานศึกษา - ประวัติมหาวิทยาลัย/วิทยาเขต ๓ - ประวัติโรงเรียน ๑๒ - แผนผังโรงเรียน ๑๕ - ประวัติครูพี่เลี้ยง ๑๖ - ประวัตินักศึกษา ๑๗ บทที่ ๓ แบบบันทึกการเรียนรู้ - แบบบันทึกการเรียนรู้ด้านงานธุรการในชั้นเรียน ๑๙ - แบบบันทึกการเรียนรู้ด้านการสังเกตปัญหาของนักเรียน ๒๔ - แบบบันทึกการเรียนรู้ด้านการจัดการชั้นเรียนและการแก้ไขปัญหาในชั้นเรียน ๓๒ - แบบบันทึกการเรียนรู้ด้านการออกตรวจเยี่ยมตามโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน ๓๖ - แบบบันทึกการเรียนรู้ด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและชุมชน ๔๐ - แบบบันทึกการเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ ๔๔


ค บทที่ ๔ สรุปผลการเรียนรู้ - สรุปการเรียนรู้ด้านงานธุรการในชั้นเรียน ๔๙ - สรุปการเรียนรู้ด้านการสังเกตปัญหาของนักเรียน ๕๑ - สรุปการเรียนรู้ด้านการจัดการชั้นเรียนและการแก้ปัญหาในชั้นเรียน ๕๓ - สรุปการเรียนรู้ด้านการออกตรวจเยี่ยมตามโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนน ๕๕ - สรุปการเรียนรู้ด้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและชุมชน ๕๗ - สรุปการเรียนรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ ๕๙ บทที่ ๕ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข - ปัญหา ๖๑ - วิจารณ์ ๖๑ - ข้อเสนอแนะ ๖๒ บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก - ประมวลภาพกิจกรรม ๖๖ ภาคผนวก ข - แบบประเมินผลการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๗๔ ภาคผนวก ค - บัญชีลงเวลา ๗๖ ภาคผนวก ง - หนังสือขอความอนุเคราะห์ให้นักศึกษาปฏิบัติการสนอในสถานศึกษา ๗๘ - หนังสือตอบรับนักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๘๐ - หนังสือขอส่งตัวนักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๘๒ - คำสั่งโรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ ที่ ๒๗/๒๕๖๕ เรื่องแต่งตั้งครูพี่เลี้ยงนักศึกษา ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๘๔


ง - หนังสือส่งตัวนักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ประจำภาคเรียนที่ ๒ ปี การศึกษา ๒๕๖๕ กลับคืนสู่สถาบัน ๘๖ - หนังสือรับรองปฏิบัติการสอน ๘๘ ภาคผนวก จ - คำสั่ง เกียรติบัตร อื่นๆ (ถ้ามี) -


จ สารบัญรูปภาพ ภาพที่ หน้า ภาพที่ ๑ วิถีแห่งการพัฒนามหาวิทยาลัย ๑๐ ภาพที่ ๒ ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ๑๑ ภาพที่ ๓ ตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ ๑๔ ภาพที่ ๔ ภาพแผนผังโรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ ๑๕ ภาพที่ ๕ ภาพครูพี่เลี้ยง ๑๖ ภาพที่ ๖ ภาพนักศึกษา ๑๗ ภาพที่ ๗ ภาพสมุดบันทึกพัฒนาการนักเรียน ๒๒ ภาพที่ ๘ ภาพสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน ๒๒ ภาพที่ ๙ ภาพนักเรียนที่มีปัญหา ๓๐ ภาพที่ ๑๐ ภาพการทำงานร่วมกันของนักเรียน ๓๐ ภาพที่ ๑๑-๑๒ ภาพการจัดการชั้นเรียนและการแก้ปัญหาในชั้นเรียน ๓๔ ภาพที่ ๑๓ ภาพการออกตรวจเยี่ยมบ้านตามโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน ๓๘ ภาพที่ ๑๔ ภาพกิจกรรมกวนข้าวทิพย์ ๔๒ ภาพที่ ๑๕ ภาพกีฬาสีเครือข่าย ๔๒ ภาพที่ ๑๖-๑๗ ภาพจัดบอร์ดให้สวยงาม ๔๖ ภาพที่ ๑๘ ภาพจัดสนามเด็กเล่นให้มีความสะอาดปลอดภัย ๔๖ ภาพที่ ๑๙ ภาพกิจกรรมเวรประจำวัน ๖๖ ภาพที่ ๒๐ ภาพกิจกรรมหน้าเสาธง ๖๖ ภาพที่ ๒๑ ภาพนมโรงเรียน ๖๗ ภาพที่ ๒๒ ภาพกิจกรรมดื่มนม ๖๗ ภาพที่ ๒๓-๒๔ ภาพกิจกรรมรับประทานอาหาร ๖๘ ภาพที่ ๒๕ ภาพมุมหนังสือ ๖๙ ภาพที่ ๒๖ ภาพมุมบล็อก ๖๙ ภาพที่ ๒๗ ภาพศูนย์ศิลปะ ๖๙ ภาพที่ ๒๘ ภาพวัดส่วนสูง ๗๐ ภาพที่ ๒๙ ภาพชั่งน้ำหนัก ๗๐ ภาพที่ ๓๐ ภาพจัดสแตนเชียร์กีฬาสี ๗๑


ฉ ภาพที่ ๓๑ ภาพทำป้ายเดินขบวนกีฬาสี ๗๑ ภาพที่ ๓๒ ภาพฝึกซ้อมกองเชียร์นักเรียน ๗๒ ภาพที่ ๓๓ ภาพฝึกซ้อมแชร์บอลนักเรียน ๗๒ ภาพที่ ๓๔-๓๗ ภาพโครงการสัมมนาสะท้อนผลการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ ๙๐ ภาพที่ ๓๘-๔๑ ภาพการฝึกอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ หลักสูตรผู้กำกับลูกเสือสามัญ ๙๒ ขั้นความรู้เบื้องต้น (B.T.C)


บทที่ ๑ บทนำ ความสำคัญของการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ศึกษาศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๒) (หลักสูตร ๔ ปี) ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ในเรื่องการประเมิน มาตรฐานบัณฑิตของคณะศึกษาศาสตร์ เพื่อให้บัณฑิตของคณะศึกษาศาสตร์มีคุณสมบัติสอดคล้องกับข้อกำหนดดังกล่าว คณะ ศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด จึงกำหนดให้นักศึกษาปฏิบัติงาน ในสถานศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๙๐ ชั่วโมง โดยนักศึกษาที่ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาได้ จะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้นตามข้อกำหนดของคณะศึกษาศาสตร์อีกทั้งต้องมีการเตรียมความพร้อม ก่อนการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา และปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา โดยยึดถือระเบียบ และข้อ ปฏิบัติต่าง ๆ ของสถานศึกษา หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด จึงได้ส่งนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ชั้นปีที่ ๑ ออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ครูตามทางวิชาการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ เพื่อก้าวสู่ครูอาชีพต่อไป จุดประสงค์การปฏิบัติการสอน ๑. เพื่อบูรณาการความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๒. เพื่อจัดทำรายงานปฏิบัติการสอนและกระบวนการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ๓. เพื่อปฏิบัติการสอนและปฏิบัติงานร่วมกับครู


๒ รหัสวิชา ชื่อวิชา และคำอธิบายรายวิชา ED ๑๐๐๙ การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ ๒(๙๐) Teaching Practicum in School ๑ การจัดการเรียนการสอนให้รอบรู้ในงานครูเช่นงานธุรการในชั้นเรียน การสังเกตปัญหาของ ผู้เรียนและการแก้ปัญหาในชั้นเรียน การประสานงาน การออกตรวจเยี่ยมโครงการเยี่ยมบ้านกับ โรงเรียนในการประสานกับผู้ปกครองและชุมชน การจัดการในชั้นเรียนและการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อ การเรียนรู้ในฐานะครูผู้สอน หรืองานกิจกรรมอื่นใดของโรงเรียน ภายใต้การนิเทศจากอาจารย์นิเทศก์ และครูพี่เลี้ยง Expert knowledge teaching in Teacher work as Administrative Assistant in classroom, observe and solve the problems of students, coordinate work, to visit the project and home of students by cooperative teacher with parent and community Teaching and environment teaching for learning as teacher or another activity in school under supervisory of supervisor and the school cooperative teacher.


บทที่ ๒ ประวัติและแผนผังสถานศึกษา ประวัติมหาวิทยาลัย/วิทยาเขต ปีพุทธศักราช ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวิทยาลัยขึ้นในบริเวณ วัดบวรนิเวศวิหาร พระราชทานนามว่า “มหามกุฎราชวิทยาลัย” เพื่อเป็นที่ศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุสามเณร ทรงอุทิศพระราชทรัพย์บำรุง ประจำปีและก่อสร้าง สถานศึกษาของวิทยาลัยแห่งนี้ครั้ง เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาเปิดมหามกุฎราชวิทยาลัย พระองค์ทรงอุปถัมภ์ ด้วยการพระราชทาน พระราชทรัพย์บำรุงประจำปี อาศัยพระราชประสงค์ดังกล่าวนั้น สมเด็จพระ มหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรสจึงทรงตั้งพระวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการของ มหามกุฏ ราชวิทยาลัยขึ้น ๓ ประการ ดังนี้ ๑. เพื่อเป็นสถานศึกษาของพระภิกษุสามเณร ๒. เพื่อเป็นสถานศึกษาวิทยาการอันเป็นของชาติภูมิและของต่างประเทศ ๓. เพื่อเป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา เมื่อกิจการของมหามกุฏราชวิทยาลัยได้ดำเนินการแล้ว ปรากฏว่าพระวัตถุประสงค์ทั้ง ๓ ประการนั้นได้รับผลเป็นที่น่าพอใจตลอดมา เพื่อที่จะให้พระวัตถุประสงค์ เหล่านั้นได้ผลดียิ่งขึ้น ครั้ง เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ในฐานะนายก กรรมการมหามกุฎราชวิทยาลัยพร้อมด้วย พระเถรานุเถระ ได้ทรงประกาศตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูง ในรูปมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาขึ้นโดยใช้ชื่อว่า “สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย” มี จุดมุ่งหมายคือ ๑. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาพระปริยัติธรรม ๒. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาวิชาทั้งของชาติ และของต่างชาติ ๓. เพื่อให้เป็นสถานเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและนอกประเทศ ๔. เพื่อให้ภิกษุสามเณร มีความรู้และความสามารถในการบำเพ็ญประโยชน์แก่ประชาชน ได้ดียิ่งขึ้น ๕. เพื่อให้ภิกษุสามเณรมีความรู้ความสามารถในการค้นคว้าโต้ตอบหรืออภิปรายธรรมได้ อย่างกว้างขวางแก่ซนชาวไทยและชาวต่างประเทศ ๖. เพื่อให้ภิกษุสามเณรได้เป็นกำลังสำคัญในการจรรโลงพระพุทธศาสนา และเป็นศาสนา ทายาทที่เหมาะสมแก่กาลสมัย ๗. เพื่อความเจริญก้าวหน้าและคงอยู่ตลอดกาลนาน ของพระพุทธศาสนา


๔ ปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงประกาศใช้ระเบียบ และหลักสูตรปริญญาศาสตรบัณฑิตไว้ ๔ ปี และได้เปิดเรียนระดับ อุดมศึกษาเป็นรุ่นแรก ตั้งแต่นั้นมาสภา การศึกษาก็ได้ผลิตบัณฑิตจนถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ ๔๗ สถานภาพของสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ยังคงผลิตบัณฑิตที่ไม่มี การรับรองวิทยฐานะ จนกระทั่งปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ สภานิติบัญญัติแห่งชาติจึง ได้ตราพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จการศึกษาเป็น “ปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต” วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ จึงได้มีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่มที่ ๑๑๔ ตอนที่ ๕๑ ก โดยมีเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติความว่า “เนื่องจากในปัจจุบันสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งได้รับการ สถาปนาขึ้น เป็นสถาบันการศึกษา วิชาการพระพุทธศาสนา สำหรับพระภิกษุสามเณร มีขอบเขตในการให้การศึกษา อย่างจำกัด และยังไม่มีระเบียบการบริหารงาน ที่ชัดเจนและเหมาะสม ทำให้ไม่สอดคล้องกับการพัฒนา และส่งเริ่มการศึกษาและผลิตบุคลากรทางศาสนาของประเทศ สมควรขยายขอบเขตการให้การศึกษาของ สถาบันการศึกษาดังกล่าวให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และจัดการบริหารงาน ให้ชัดเจนและเหมาะสม โดยจัดตั้ง สถาบันการศึกษาดังกล่าวขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย” การดำเนินการ เพื่อตราพระราชบัญญัติเพื่อรับรอง สถานภาพความเป็นนิติบุคคลของมหามกุฏราชวิทยาลัยนั้น ได้ริเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ใน สมัยรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยรัฐบาลได้ร่างพระราชบัญญัติขึ้นเพื่อเสนอต่อสภา ผู้แทนราษฎร แต่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเสียก่อน ปี พ.ศ. ๒๕๑๕ สมัยคณะปฏิวัติจอมพลถนอม กิตติขจร คณะอนุกรรมการฝ่ายอำนวยการศึกษา และสาธารณสุขของคณะปฏิวัติ ได้ร่างประกาศคณะปฏิวัติขึ้น มีสาระสำคัญเพื่อรับรองฐานะและปริญญา ของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง แต่คณะปฏิวัติได้สิ้นสุดลง เพราะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญเสียก่อน วันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๑๖ มหาเถรสมาคมได้มีมติเพื่อให้สภานิติบัญญัติออกพระราชบัญญัติมี ใจความว่า”หากรัฐบาลจะรับรองมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง ก็เป็นการสมควร คณะรัฐมนตรีเห็นชอบใน หลักการ แต่เกิดกรณี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เสียก่อน เรื่องจึงหยุดชะงักอีกครั้ง วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๑๗ สมัยรัฐบาลนายสัญญา ธรรมศักดิ์ กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้ง คณะกรรมการขึ้นชุดนึ่ง เพื่อร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงฆ์ คณะกรรมการได้แยกร่าง พระราชบัญญัติออกเป็น ๒ ฉบับสำหรับมหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาจุฬาฯ เมื่อร่างเสร็จไปนำเสนอ คณะรัฐมนตรีลงมติเห็นชอบ และส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแต่ถึง ระยะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก่อน วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๑๘ ในสมัยรัฐบาล ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช สภาผู้แทนราษฎรลงมติรับ หลักการแต่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ก็ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงฆ์จึงตกไป


๕ วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๒๗ สมัยรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้มีการตราพระราชบัญญัติ กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศาสนาตามหลักสูตร ปริญญาศาสนศาสตร์บัณฑิต ปริญญาพุทธ ศาสตรบัณฑิต และเปรียญธรรม ๙ ประโยคให้สูงเท่ากับปริญญาตรีของฝ่ายราชอาณาจักรและยังมีผล บังคับใช้สำหรับผู้สำเร็จก่อนวันที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติด้วย (ราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๑๐๑ ตอนที่ ๑๔๐) ปีพุทธศักราช ๒๕๓๗ ในสมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติอีกครั้ง คณะกรรมการวิสามัญของ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเห็นชอบให้บรรจุวาระ จนผ่านวาระที่ ๓ แต่ก็ได้มีพระราชกฤษฎีการยุบสภาเสียก่อน วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๔๐ รัฐบาลพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ คณะกรรมาธิการได้เสนอร่าง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรและได้ผ่านการ พิจารณา โดยรัฐสภามีมติ เห็นชอบให้เรียกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ว่า “มหาวิทยาลัยมหามกุฏ ราชวิทยาลัย” และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๐ ประกาศในพระราชกฤษฎีกา เล่มที่ ๑๑๔ ตอนที่ ๕๑ ก ลงวันที่ “๑ ตุลาคม ๒๕๔๐” เป็นอันว่าความพยายามที่จะให้รัฐบาลตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยที่ได้ เดินทางผ่านกาลเวลา ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ ก็เป็นอันถึงจุดปลายทาง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วิทยาลัยเป็นนิติบุคคล (มาตรา ๖) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษา วิจัยส่งเสริมและให้บริการทาง วิชาการพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ รวมทั้งการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม (มาตรา ๖) และเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐในส่วนของการกำกับดูแลนั้น “รัฐมนตรี (กระทรวงศึกษาธิการ) มีอำนาจและ หน้าที่กำกับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดใน มาตรา ๖ และให้สอดคล้องกับ นโยบายรัฐบาล (มาตรา ๔๘)” สาระของพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดไว้ชัดเจนว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งแตกต่างจากมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งอื่นที่อยู่ในสังกัดของ ทบวงมหาวิทยาลัย ดังนั้นการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติจึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหาร มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการ มหาวิทยาลัยเกิดในยุคข้าวยาก หมากแพงหรือยุคที่เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย การที่รัฐบาลจะจัดสรร เงิน งบประมาณเพื่อให้เพียงพอแก่การดำเนินงานจึงเป็นเหมือนกับการเพิ่มภาระแก่ประเทศชาติ อย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่มหามกุฏราชวิทยาลัยได้เปิดดำเนินการในรูปแบบของเงินอุดหนุนจากกรมการศาสนา ซึ่งไม่เพียงพอกับการจัดการ ดังนั้นทางเลือกที่เคยปฏิบัติ จึงอาศัยเงินจากการบริจาคที่ผู้มีจิตศรัทธา สนับสนุน การดำเนินการจึงผ่านวิกฤติมาได้ ความเป็นนิติบุคคล และคำว่ามหาวิทยาลัยของรัฐ จะเป็นพลังผลักดันให้มหาวิทยาลัย มหามกุฏ ราชวิทยาลัยมีโอกาสผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรมและจริยธรรมออก ไปรับใช้พระศาสนาและประเทศชาติ ต่อไป


๖ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด Mahamakut Buddhist University Roi Et Campus ประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ขออนุญาตจัดตั้งโดย พระราชธรรมานุวัตร ขณะดำรง สมณศักดิ์ที่ พระปภัสสรมุนี เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด (ธ) และพระราชวราลังการ (พิมพ์ ถามวุ- ฑฺโฒ) และพระพรหมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๐ (ธ) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระราชสารสุธี เมื่อ พุทธศักราช ๒๕๓๕ และต่อมาได้รับจัดตั้งเป็นวิทยาเขตชื่อ วิทยาเขตร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗ เดิมมีที่ทำการชั่วคราวอยู่ที่วัดเหนือ ต่อมาพระเทพวิสุทธิมงคล (หลวงปู่ศรี มหาวีโร) เจ้าอาวาสวัดประชาคมวนาราม (วัดป่ากุง) ได้ย้ายที่ตั้งการจัดการเรียนการสอนมาที่วัดศรีทองไพบูลย์วรา ราม บนเนื้อที่ ๑๐๑ ไร่ ๙๘ ตารางวา ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เป็นองค์รับมอบ ให้กับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด เพื่อจัดการเรียนการสอนแก่พระภิกษุ สามเณร และคฤหัสถ์ทั่วไป มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนตาม ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ และนโยบายของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด เปิดทำการ เรียนการสอน ดังนี้ ปริญญาตรี ๑. คณะศาสนาและปรัชญา - สาขาวิชาปรัชญา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒. คณะสังคมศาสตร์ - สาขาวิชาการปกครอง ๓. คณะศึกษาศาสตร์ - สาขาวิชาการสอนภาษาไทย - สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ - สาขาวิชาการประถมศึกษา - สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย


๗ ปริญญาโท - สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา - สาขาวิชาการบริหารการศึกษา - สาขาวิชาการปกครองท้องถิ่นตามแนวพุทธศาสตร์ - หลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต ปริญญาเอก - สาขาวิชาการบริหารการศึกษา - สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา - หลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สถานที่ตั้ง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ ณ ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลดงลาน อำเภอ เมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๕๐๐๐ โทร. ๐-๔๓๕๑-๘๓๖๔,๐-๔๓๕๑-๖๐๗๖ โทรสาร ๐-๔๓๕๑-๔๖๑๘ Website คือ http://www.rec.mbu.ac.th ชื่อมหาวิทยาลัย ภาษาไทย : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด อักษรย่อ มมร.รอ. ภาษาอังกฤษ : Mahamakut Buddhist University Roi Et Campus อักษรย่อ MBU REC สีประจำวิทยาเขตร้อยเอ็ด คือ สีแดง ต้นไม้มงคลประจำวิทยาเขตร้อยเอ็ด คือ ต้นกันเกรา ปรัชญา “ความเป็นเลิศทางวิชาการตามแนวพระพุทธศาสนา” "Academic Excellence based on Buddhism"


๘ วิสัยทัศน์ มมร. (MBU Vision) (แผนระยะ ๕ ปีแห่งการพัฒนา ๒๕๖๔ – ๒๕๖๘) ร่วมพัฒนาพลเมืองโลกด้วยการผสาน แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาที่มั่นคง ให้ดำรงอยู่ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของมนุษย์ในอนาคต วิสัยทัศน์ มมร.วิทยาเขตร้อยเอ็ด เป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดยบูรณาการหลักพระพุทธศาสนากับศาสตร์สมัยใหม่เพื่อ ร่วมพัฒนาพลเมืองโลก พันธกิจ (Mission Statements) ให้การศึกษา วิจัย ส่งเสริมและให้บริการวิชาการทางพระพุทธศาสนาแก่พระภิกษุ สามเณร และคฤหัสถ์ รวมทั้งการทานุบำรุงศิลปวัฒนธรรม พันธกิจ มมร.วิทยาเขตร้อยเอ็ด ๑. ผลิตบัณฑิตให้มีสติปัญญาและคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักพุทธศาสนา ๒. ส่งเสริมการวิจัยโดยการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อสร้างนวัตกรรมที่แก้ไขปัญหาและพัฒนา สังคม ๓. ให้บริการวิชาการด้านพระพุทธศาสนาแก่สังคม ชุมชน ท้องถิ่น โดยมุ่งพัฒนาจิตใจ สติปัญญา และพฤติกรรมเพื่อให้เกิดสันติสุข ๔. ส่งเสริมสืบสาน รักษา ต่อยอดทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นตามแนวพุทธ ศาสตร์ ๕. สร้างศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต ๖. บริหารจัดการองค์กรตามหลักธรรมาภิบาล ค่านิยมร่วม (CORE VALUE) M A H A M A K U T Morality อรหํ มีคุณธรรมเป็นที่นับถือของสังคม Awareness สมฺมาสมฺพุทฺโธ รู้เท่าทันโลกอย่างถูกต้อง Highbrow สตฺถา เทวมนุสฺสาน มีความชำนาญในการสอน


๙ Analyst ภควา สร้างทักษะสร้างสรรค์ Mindfulness พุทฺโธ ยึดมั่นในหลักพระพุทธศาสนา Advancement สุคโต มุ่งมั่นสู่การพัฒนา Knowledge วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน ให้ความรู้ที่พัฒนาผู้คนได้ Universality โลกวิทู มีความเป็นสากล Trainer อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ ผู้สอนหลักธรรมอันอุดม ปณิธาน (Aspiration) มุ่งเน้นให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผลิตบัณฑิตให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการตามแนวพระพุทธศาสนา พัฒนากระบวนการดำรงชีวิตในสังคมด้วยศีลธรรม ชี้นำและแก้ปัญหาสังคมด้วยหลักพุทธธรรมทั้งใน ระดับชาติและนานาชาติ ULTIMATE GOAL ประกอบไปด้วย ๑. เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาจิตวิญญาณ สติ และปัญญา ของศาสนทายาท และพลเมืองโลกเพื่อ เสริมสร้างสังคมตามวิถีพุทธ ๒. นำทาง บำบัด และฟื้นฟูสังคมให้กลับคืนสู่ความสงบสุข ๓. สร้างระบบนิเวศแห่งการพัฒนา บูรณาการ พุทธธรรมเข้ากับองค์ความรู้สรรพวิชา ๔. ยกระดับงานวิจัยทางพระพุทธศาสนาสู่การเผยแพร่ในระดับสากล เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการ เรียนรู้ตลอดชีวิต


๑๐ ๕. วิถีแห่งการพัฒนามหาวิทยาลัย ภาพที่ ๑ วิถีแห่งการพัฒนามหาวิทยาลัย สุภาษิต “วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน โส เสฏฺโฐเทวมานุเส” “ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่ เทวดาและมนุษย์” คติพจน์ ระเบียบ สามัคคี บำเพ็ญประโยชน์ อัตลักษณ์ บัณฑิตมีความรอบรู้ในหลักพระพุทธศาสนาและสามารถเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่สังคมในระดับชาติหรือ นานาชาติ อัตลักษณ์ มมร.วิทยาเขตร้อยเอ็ด บัณฑิตมีความรู้ เป็นคนดี มีทักษะการใช้ชีวิตตามแนวพระพุทธศาสนา เอกลักษณ์ บริการวิชาการพระพุทธศาสนาแก่สังคมในระดับชาติหรือนานาชาติ


๑๑ ตราสัญลักษณ์ ภาพที่ ๒ ตราสัญลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พระมหามงกุฏ และ อุณาโลม หมายถึง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระ ผู้ทรงเป็นที่มาแห่งนาม “มหามกุฏราชวิทยาลัย” พระเกี้ยวประดิษฐานบนหมอนรอง หมายถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ พระผู้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้ง “มหามกุฏราช วิทยาลัย” หนังสือ หมายถึง คัมภีร์และตำราทางพระพุทธศาสนา เพื่อการศึกษาค้นคว้า และเผยแผ่พระพุทธศาสนา ปากกาปากไก่ ดินสอ และม้วน หมายถึง อุปกรณ์ในการศึกษาเล่าเรียน การพิมพ์เผยแพร่คัมภีร์และ กระดาษ การผลิตตำราทางพระพุทธศาสนา เพราะมหาวิทยาลัยมหามกุฏราช วิทยาลัยทำหน้าที่เป็นทั้งสถาบันศึกษา และแหล่งผลิตตำรับตำราทาง พระพุทธศาสนา ช่อดอกไม้แย้มกลีบ หมายถึง ความเบ่งบานแห่งสติปัญญา และวิทยาการในทาง พระพุทธศาสนา และหมายถึง กิตติศัพท์กิตติคุณที่ฟุ้งขจรไป ดุจ กลิ่นหอมแห่งดอกไม้ ธงชาติไทย หมายถึง อุดมการณ์ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ที่มุ่ง พิทักษ์สถาบันหลักทั้ง ๓ คือ ชาติไทย พระพุทธศาสนา และ พระมหากษัตริย์ พานรองรับหนังสือหรือคัมภีร์ หมายความว่า มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเป็นสถาบันเพื่อ ความมั่นคง และแพร่หลายของพระพุทธศาสนา วงรัศมี หมายถึง แสงสว่างแห่งปัญญา วิสุทธิ สันติ และกรุณา ที่มหาวิทยา มหามกุฏราชวิทยาลัยมุ่งสาดส่องไปทั่วโลก มหามกุฏราชวิทยาลัย หมายถึง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย อันเป็นสถาบันการศึกษา ทางพระพุทธศาสนาระดับอุดมศึกษา


๑๒ ประวัติโรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ ที่ตั้ง: ๑๔๕/๑ ถนนผดุงพานิช ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๕๐๐๐ โทร. ๐-๔๓๕๑-๑๔๖๕ ประวัติความเป็นมาโรงเรียน โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๘๗ โดยขุนประชาธรรม รักษ์ นายอําเภอเมืองร้อยเอ็ด เดิมอาศัยศาลาการเปรียญเป็นสถานที่เรียน โดยขึ้นตรงต่อกรมสามัญ ศึกษา ต่อมาเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๐๖ ได้โอนมาเป็นโรงเรียน เทศบาลวัดเหนือ สังกัดเทศบาลเมือง ร้อยเอ็ด เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เทศบาลเมืองร้อยเอ็ดได้จัดสรรงบประมาณ เป็นจํานวนเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท จัดสร้าง อาคารไม้ชั้นเดียวขนาดกว้าง ๘ เมตรยาว ๔๒ เมตรต่อมาได้รับบริจาคที่ดินจาก ประชาชน เพื่อให้เป็น สถานที่ก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมเป็นมูลค่า ๕,๐๐๐ บาท ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เทศบาลได้รับงบประมาณ จํานวน ๔๕๐,๐๐๐ บาท จัดสร้างอาคารไม้ ๒ ชั้น จํานวน ๘ ห้องเรียน ซึ่ง ต่อมาได้รับการพัฒนาปรับปรุง และต่อเติมจนมีสิ่งปลูกสร้างอีกมากมาย เช่น หอประชุมโรงเรียนรั้ว คอนกรีตเสริมเหล็ก - ปีพ.ศ. ๒๕๒๗ ต่อเติมอาคารเรียนด้วยเงินรายได้เทศบาลเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท -ปีพ.ศ. ๒๕๒๘ สร้างถนนคอนกรีต ๓.๖๐x๗๘ ม. จ้างเหมาก่อสร้างด้วยเงิน งบประมาณ ๕๒,๐๐๐ บาท ๕๐ ม.จ้างเหมาก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณ ๒๖,๔๐๐ บาท สร้างเรือนเพาะชํา ๕x๖ ม. จ้างเหมา ก่อสร้าง ด้วยเงินงบประมาณ ๑๙,๙๐๐ บาท - ปีพ.ศ. ๒๕๓๐ สร้างกําแพงกั้นดิน ส.๒ x ย.๖๒ ม. ด้วยเงินงบประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาท - ปีพ.ศ. ๒๕๓๔ ต่อเติมหอประชุม ด้วยเงินงบประมาณ ๕๕,๐๐๐ บาท - ปีพ.ศ. ๒๕๓๖ สร้างอาคารเรียนคสล. ๒ ชั้น กว้าง ๙x๓๖ ม. ด้วยเงินงบประมาณ ๒๗๘,๐๐๐บาท - ปีพ.ศ. ๒๕๓๗ สร้างอาคารห้องสมุด อาคารไม้ชั้นเดียว ด้วยเงินงบประมาณ ๒๔๖,๐๐๐ บาท สร้าง บ้านพักภารโรง ก. ๕x๗.๒๐ ม. ด้วยเงินรายได้เทศบาล ๑๑๐,๐๐๐ บาท - พ.ศ. ๒๕๓๙ สร้างส้วม ๓.๕๐x๖.๐๐ ม. ด้วยเงินงบประมาณ ๗๕,๐๐๐ บาท - ปีพ.ศ. ๒๕๔๑ สร้างรั้ว คสล. สูง ๒.๒๐ x ๒๘.๐๐ ม. ด้วยเงินงบประมาณ ๔๗,๐๐๐ บาท สร้างรั้ว เหล็กดัด สูง ๑.๐๐xยาว ๖๒ ม. ด้วยเงินรายได้ ๗๒,๐๐๐ บาท ปรับปรุงห้องอนุบาลติดตั้งประตูบาน กระจก ๔ ชุด หน้าต่างกระจกใส ๔ ชุด ด้วยเงินงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ บาท - ปีพ.ศ. ๒๕๔๔ สร้างอาคารเรียน คสล. ๓ ชั้น ๑๒ ห้องเรียนด้วยเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ๔,๙๑๕,๐๐๐ บาท สร้างเสาธงชาติขนาดสูง ๑๐.๑๐ ม.x๔.๐๐ ม. ด้วยเงินงบประมาณ ๕๘,๐๐๐ บาท - ปีพ.ศ. ๒๕๔๕ จัดสวนหย่อมหน้าอาคาร ๑ ด้วยเงินอุดหนุนการศึกษาจากผู้มีจิตศรัทธาเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท ปลูกต้นประดู่อ่อนรอบสนามเป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท


๑๓ - ปีพ.ศ. ๒๕๔๖ สร้างห้องส้วม ๓ ห้องอ่างล้างหน้า ๔ ที่ ที่ปัสสาวะแบบแหวน ๖ ที่หลังคาโปร่งแสง ด้วย เงินรายได้เทศบาล ๙๗,๓๑๖.๒๕ บาท ก่อสร้างพระพุทธรูปพระพุทธมงคลพระประจําโรงเรียน บริจาค โดยนายกตัญญู นางนงนุช สุขเพสน์ พร้อมครอบครัว เป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ก่อสร้างฐาน พระพุทธรูป บริจาคโดยนายอโณทัย นางวิภาภรณ์ สุขเพสน์เป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท ยกพื้นหประชุมด้วย เงินอุดหนุน เฉพาะกิจเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท - ปีพ.ศ. ๒๕๔๗ สร้างศาลาหวานตาหวานใจเป็นที่อ่านหนังสือของเด็กด้วยเงินอุดหนุนเฉพาะกิจเป็น เงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ต่อเติมระเบียงหน้าห้องอนุบาลปูกระเบื้องด้วยเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ สร้างห้องน้ำ ห้องส้วม ของอนุบาลด้วยเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ - ปีพ.ศ. ๒๗๔๘ ก่อสร้างที่ดื่มน้ำาหลังหอประชุม เปลี่ยนเพดานอาคาร ๑ เปลี่ยนหลังคาหอประชุม ก่อสร้างอ่างล้างหน้าอนุบาลก่อสร้างอ่างล้างหน้าข้างอาคาร ๒ ก่อสร้างฐานพระพุทธรูปใหม่พร้อมกับย้าย พระพุทธรูปมาข้างเสาธง - ปีพ.ศ. ๒๕๔๙ ติดเหล็กดัดห้องสมุด ติดเหล็กดัดห้องประชุม ห้องเรียน รวม ๓ ห้อง ซ่อมเพดาน อาคาร เรียน ๓ ชั้น - ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ซ่อมหลังคา เพดาน อาคารเรียน ๓ ชั้น ก่อสร้างแปลงดอกไม้ทางทิศตะวันออก ก่อสร้าง สวนหย่อมบริเวณสนามเด็กเล่น ก่อสร้างป้ายนิเทศหน้าโรงเรียน ปรับปรุงหอประชุม โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือเริ่มแรกจัดการเรียนการสอนแบบสหศึกษาเริ่มก่อตั้งในปีแรก มีเพียง ๔ ห้องเรียน คือชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๔ มีครู ๔ คน มีนักเรียน ๑๙๗ คน ครูใหญ่ชื่อนายกรุ่น พงษ์สวัสดิ์ ในปัจจุบันโรงเรียนเทศบาลวัดเหนือมีพื้นที่๓ ไร่ ๑ งาน ๕๘ ตารางวา มีครูทั้งหมด ๑๕ คน นักการภารโรง ๒ คน เจ้าหน้าที่ธุรการและการเงิน ๑ คน เปิดทําการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้น ประถมศึกษาที่ ๖ มี จํานวนห้องเรียน ทั้งหมด ๑๓ ห้องเรียน ผู้บริหารสถานศึกษา คือนางละมัย วิเชียรดี ผู้อํานวยการ สถานศึกษานางพิกุล พรมเกตุ รองผู้อํานวยการสถานศึกษา


๑๔ ตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน ภาพที่ ๓ ตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ สีประจำโรงเรียน สีชมพู คําขวัญโรงเรียน มารยาทดี วจีไพเราะ ปรัชญา มุ่งมั่นสร้างสรรค์ ร่วมกันพัฒนา การศึกษาเจริญ วิสัยทัศน์ พัฒนาผู้เรียน ให้มีภูมิรู้ ภูมิธรรม นําเทคโนโลยี มีเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งสู่คุณภาพชีวิต และ มีความสุข เอกลักษณ์ โรงเรีนนคู่วัด ภูมิทัศน์สะอาด บรรยากาศน่าอยู่ แหล่งเรียนรู้ชุมชน พัฒนาสู่สังคม อัตลักษณ์ มารยาทดี วจีไพเราะ


๑๕ แผนผังโรงเรียน ภาพที่ ๔ แผนผังโรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ


๑๖ ประวัติครูพี่เลี้ยง ภาพที่ ๕ ภาพครูพี่เลี้ยง ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย): นางนัทฏิฎา สิทธิเสนา ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ):Mrs. Nuttida Sittisena สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ศาสนา พุทธ เกิดวันที่ ๑๑ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ภูมิลําเนา บ้านเย็นสิริ ๒ เลขที่ ๓๗๑ ตําบลเหนือเมือง อําเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด รับราชการครั้งแรกตําแหน่ง ครูผู้ช่วย ระดับ ครูคศ. ๑ วันที่ ๑๖ เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ โรงเรียนเมืองธวัชบุรี อําเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ปัจจุบันดํารงตําแหน่ง ครูวิทยฐานะ ชํานาญการพิเศษ วันที่ ๑ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ อําเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด เกษียณอายุราชการปี พ.ศ. ๒๕๘๑ ความสามารถพิเศษ คอมพิวเตอร์พื้นฐานทั่วไป


๑๗ ประวัตินักศึกษา ภาพที่ ๖ ภาพนักศึกษา ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป ชื่อ-สกุล (ภาษาไทย) นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์ ชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ) Miss Anongnat Wiraphan สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ศาสนา พุทธ เกิดวันที่ ๙ เดือน กุมภาพันธ์พ.ศ ๒๕๔๗ คณะ ศึกษาศาสตร์ สาขา วิชาการศึกษาปฐมวัย ภูมิลำเนา ๑๘ หมู่ ๔ ตำบลภูดิน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์๔๖๐๐๐ สถานที่ปฏิบัติการสอน โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ ๑๔๕/๑ ถนนผดุงพานิช ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๕๐๐๐ โทร.๐๔๓-๕๑๑๔๖๕ ช่วงเวลาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๑๓ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ผู้กำกับดูแลการปฏิบัติการสอน ดร.ปิยะสุดา เพชรเวช กรณีฉุกเฉินบุคคลที่สามารถติดต่อได้นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์ ๐๖๒-๑๐๙-๒๐๔๐ อาจารย์นิเทศและผู้รับผิดชอบ ดร.ปิยะสุดา เพชรเวช ตำแหน่ง อาจารย์ผู้ประจำหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย


บทที่ ๓ แบบบันทึกการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในรายวิชาการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ๑ หลักสูตร ศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ในครั้งนี้ได้มีเอกสารแบบบันทึกในการเรียนรู้ ดังนี้ ๑. รหัสเอกสารที่เป็นแบบบันทึกในการเรียนรู้ ปส.๑.๑ งานธุรการในชั้นเรียน ปส.๑.๒ การสังเกตปัญหาของนักเรียน ปส.๑.๓ การจัดการชั้นเรียนและการแก้ปัญหาในชั้นเรียน ปส.๑.๔ การออกตรวจเยี่ยมตามโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน ปส.๑.๕ ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและชุมชน ปส.๑.๖ การจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้


๑๙ แบบบันทึกการเรียนรู้ ด้านงานธุรการในชั้นเรียน คำชี้แจง : ให้นักเรียนนักศึกษาบันทึกข้อมูลงานธุรการในชั้นเรียนลงในช่องว่างที่กำหนด ชื่อ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ ชื่อนักศึกษา นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์รหัส ๖๕๑๐๗๔๐๖๓๑๐๓๔ ครูพี่เลี้ยง/ผู้รับผิดชอบ นางนัทฏิฎา สิทธิเสนา โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด วันจันทร์ ที่ ๒๑ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ๑. ความสำคัญของงานธุรการในชั้นเรียน งานธุรการ คือ งานเอกสารหลักฐานธุรการในชั้นเรียนที่จัดทำขึ้นเพื่อการบริหารจัดการในชั้น เรียนให้เป็นไปตามกรอบมาตรฐานที่โรงเรียนกำหนด ดังนี้ ๑. สมุดบันทึกน้ำหนักส่วนสูงนักเรียน ๒. สมุดบัญชีเรียกชื่อและสมุดบันทึกพัฒนาการเด็กนักเรียน ๓. สมุดบันทึกการดื่มนม ๔. สมุดบันทึกการแปรงฟัน ๖. สมุดบันทึกกิจกรรมสร้างเสริมวินัยและรู้จักรับผิดชอบต่อส่วนรวม ๗. สมุดบันทึกการเติบโตของร่างกาย ๘. แบบประเมินสุขภาพอนามัย ๒. ระบุงาน จุดประสงค์ และรายละเอียดงานธุรการในชั้นเรียนที่พบในการปฏิบัติการสอนใน สถานศึกษา - สาระความรู้เกี่ยวกับงานธุรการในชั้นเรียน สมุดบัญชีเรียกชื่อและสมุดบันทึกพัฒนาการเด็กนักเรียน จัดทำขึ้นเพื่อให้ทราบข้อมูล แบบบันทึก ปส.๑.๑


๒๐ พื้นฐานของเด็กปฐมวัย เป็นการบันทึกข้อมูลในด้านบุคคล และบันทึกการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย เพื่อให้ทราบข้อมูลของเด็กและนำข้อมูลที่ได้ไปแก้ไข ปรับปรุง เพื่อการนำไปสู่การพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น - องค์ความรู้ที่ได้รับเกี่ยวกับงานธุรการในชั้นเรียน จากการบันทึกสมุดบัญชีเรียกชื่อทำให้ทราบข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นเป็นรายบุคคล เพื่อนำไปสู่ ข้อมูล ประกอบการช่วยเหลือดูแลเด็กนักเรียน และแก้ไขปัญหาช่วยกันกับผู้ปกครองเพื่อไปสู่การ พัฒนาการที่ดีของเด็กนักเรียน ๓. ระบุงาน จุดประสงค์ และรายละเอียดงานธุรการอื่น ๆ ที่พบในชั้นเรียนที่พบในการปฏิบัติการ สอนในสถานศึกษา ๑. การบันทึกน้ำหนัก ส่วนสูง บันทึกทุกเดือน เพื่อให้ทราบถึงพัฒนาการด้าน ร่างกายของเด็กปฐมวัย เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว และส่วนสูงในระยะที่ผ่านมา ๒. สมุดแบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพเด็กนักเรียน เพื่อเป็นหลักฐานที่แสดงรายละเอียด ของแต่ละวิชา ว่ามีมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดอย่างไร ๓. บันทึกการดื่มนมและแปรงฟัน บันทึกทุกวันเพื่อให้เป็นหลักฐานว่าเด็กได้มาโรงเรียนและได้ ดื่มนมและแปรงฟัน ๔. บันทึกกิจกรรมส่งเสริมวินัย และรู้จักรับผิดชอบต่อส่วนรวม บันทึกเพื่อให้ทราบถึงการมี ระเบียบวินัย การเข้าสังคม การมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น ๕. สมุดบันทึกการเติบโตของร่างกาย บันทึกทุกเดือน เพืท่อให้ทรายถึงพัฒนาการทางด้าน ร่างกายของเด็กปฐมวัย ว่ามีการเปลี่ยนอย่างไร ๔. ระบุขั้นตอน กระบวนการดำเนินงานธุรการในชั้นเรียน (ตั้งแต่เตรียมข้อมูลจนไปถึงการส่งต่อ หรือการจัดเก็บ) เป็นการรวบรวมเอกสารในชั้นเรียน ได้แก่ สมุดบันทึกน้ำหนักส่วนสูงนักเรียน สมุดบัญชีเรียกชื่อ และสมุดบันทึกพัฒนาการเด็กนักเรียน สมุดบันทึกการดื่มนม สมุดบันทึกการแปรงฟัน สมุดบันทึก กิจกรรมสร้างเสริมวินัยและรู้จักรับผิดชอบต่อส่วนรวม สมุดบันทึกการเติบโตของร่างกาย แบบ ประเมินสุขภาพอนามัยและการนำเอกสารไปกลับไว้ที่ตู้เก็บเอกสารให้เรียบร้อย


๒๑ ๕. ศึกษาความรู้เกี่ยวกับจุดมุ่งหมายและวิธีการจัดทำเอกสารการประเมินการศึกษา ตามหลักสูตร การศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (อบ. ๒/๗) ๕.๑ อบ. ๒/๗ จุดมุ่งหมายของเอกสาร อบ. ๒/๗ จัดทำขึ้นเพื่อให้ทราบถึงพัฒนาการของนักเรียนว่าพัฒนาการเป็นไปในทางที่ดีขึ้น หรือแย่ลง ถ้าหากแย่ลงก็จะสามารถแก้ไขปัญหาหรือปรับปรุงพัฒนาการของนักเรียน เช่น นักเรียน มีความผิดปกติในด้านการจับดินสอหรือสีในการทำงานไม่ได้ก็นำข้อมูลที่ได้ตาม อบ.๒/๔ แจ้งต่อ ผู้บริหารและผู้ปกครองทราบแล้วจึงนำปัญหามาแก้ไขด้วยการเพิ่มกิจกรรมที่เสริมพัฒนาการของเด็ก ลักษณะของข้อมูลในเอกสาร อบ. ๒/๗ มีข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนได้แก่ บัญชีเรียกชื่อ ชื่อ-สกุลนักเรียน เลขประจำตัว วัน/เดือน/ปี เลขประจำตัวประชาชน และข้อมูลผู้ปกครอง ชื่อบิดา-มารดา ชื่อผู้ปกครอง ชื่อครูประจำชั้น ชื่อ ผู้บริหารสถานศึกษา และบันทึกน้ำหนัก - ส่วนสูง บันทึกพัฒนาทางด้านร่างกาย พัฒนาทางด้าน อารมณ์ - จิตใจ พัฒนาการทางด้านสังคม และพัฒนาการทางด้านสติปัญญา ๖. องค์ความรู้ที่ได้จากงานธุรการในชั้นเรียน ทราบข้อมูลพื้นฐานนักเรียน ผลการเรียน เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาการเรียน แก้ไขข้อบกพร่อง ของนักเรียน และเพื่อให้ทราบพัฒนาการเด็ก ความสามารถ ความแตกต่างระหว่างบุคคล เป็นการ เตรียมความพร้อมที่จะเรียนรู้และสร้างรากฐานชีวิตให้พัฒนาเด็กไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็น คนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย


๒๒ ภาพกิจกรรม ภาพที่ ๗ ภาพสมุดบันทึกพัฒนาการนักเรียน ภาพที่ ๘ ภาพสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน


๒๓ ลงชื่อ..........................................................ผู้บันทึก (นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์) ลงชื่อ.........................................................ครูพี่เลี้ยง/ผู้รับผิดชอบ (นางนัทฏิฎา สิทธิเสนา)


๒๔ แบบบันทึกการเรียนรู้ ด้านการสังเกตปัญหาของนักเรียน (การศึกษารายกรณี) คำชี้แจง : ให้นักศึกษาบันทึกผลการสัมภาษณ์นักเรียนในชั้นเรียนมา ๑ คน ตามหัวข้อที่กำหนด ชื่อ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ ชื่อนักศึกษา นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์ รหัส ๖๕๑๐๗๔๐๖๓๑๐๓๔ ครูพี่เลี้ยง/ผู้รับผิดชอบ นางนัทฏิฎา สิทธิเสนา โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ๑. ชื่อนักเรียน เด็กชายเสือ เข้าป่า ชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ๒. สภาพปัญหาของนักเรียน เด็กปฐมวัยชั้นปีที่ ๑ จำนวน ๑๑ คน พบว่ามีเด็กนักเรียนจำนวน ๑ คน ไม่ค่อยได้รับการเอาใจใส่ จากบิดามารดา คือเด็กชายเสือ ซึ่งอาศัยอยู่กับคุณตา และมารดา ทำให้เด็กชายเสือพัฒนาการช้า เพราะไม่ได้รับการเลี้ยงดูดูแลด้านการเรียน สุขภาพ โภชนาการ โอกาสทางการศึกษาอย่างเต็มที่ ๓. สภาพทั่วไปเกี่ยวกับนักเรียน ๓.๑ ประวัติส่วนตัวและครอบครัว ชื่อ เด็กชายเสือ เข้าป่า ชื่อเล่น เสือ เกิดวันที่ ๓๐ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ อายุ ๔ ปี แบบบันทึก ปส.๑.๒


๒๕ ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ ๑ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลหนองแวง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด รหัสไปรษณีย์ ๔๕๐๐๐ โทรศัพท์บ้าน - โทรศัพท์มือถือ ๐๙๘๖๔๐๒๑๒๕ บิดาชื่อ นายสิงโต เข้าป่า อาชีพ - รายได้ต่อเดือน - มารดาชื่อ นางสาวปลา ว่ายน้ำ อาชีพ รับราชการ รายได้ต่อเดือน - ผู้ปกครองชื่อ นางสาวปลา ว่ายน้ำ อาชีพ รับราชการ รายได้ต่อเดือน - ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ ๑ หมู่ที่ ๑๑ รหัสไปรษณีย์ ๔๕๐๐๐ โทรศัพท์บ้าน - โทรศัพท์มือถือ ๐๙๘๖๔๐๒๑๒๕ นักเรียนมีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๒ คน (รวมทั้งนักเรียน) นักเรียนมีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๒ คน (รวมตัวนักเรียนด้วย) คนที่ เพศ อายุ ประกอบอาชีพ การศึกษา หมายเหตุ ๑ ชาย ๘ นักเรียน ประถมศึกษาปีที่ ๒ ๒ ชาย ๔ นักเรียน อนุบาล ๑ ๓.๒. ประวัติการศึกษาและผลการศึกษา ปีการศึกษา ระดับ โรงเรียน เกรด ๒๕๖๕ ชั้นอนุบาล ๑ เทศบาลวัดเหนือ ๓.๓.ประวัติสุขภาพ อายุ ๔ ปี น้ำหนัก ๑๓ กก. ส่วนสูง ๙๕ ซ.ม. กรุ๊ปเลือด – ๓.๔.สภาพครอบครัวและฐานะทางเศรษฐกิจ ครอบครัวมีความเป็นอยู่ ฐานะปานกลาง


๒๖ ๓.๕. ทัศนคติของบุคคลรอบข้างที่มีต่อนักเรียน - บิดา,มารดา ไม่ได้รับการดูแลจากบิดา มารดาเลี้ยงเดี่ยว ๓.๖ ความคิดเห็นของครูที่ปรึกษาที่มีต่อนักเรียน - ด้านการเรียน เด็กชายเสือเรียนรู้ได้ช้า เนื่องจากสภาพทางครอบครัวของเด็กชายเสือ มีความพร้อม ทางการพัฒนา สภาพทางผู้ปกครองมีพัฒนาการไม่เอื้ออํานวย - ด้านสุขภาพร่างกาย ร่างกายแข็งแรง แต่ตัวเล็ก รับประทานอาหารได้ทุกประเภท - ด้านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เด็กชายเสือไม่ค่อยพูด เรียนรู้ได้ช้า สมาธิสั้น เขียนตัวอักษรตามรอยประไม่ค่อยได้ - ด้านเศรษฐกิจ ครอบครัวมีรากฐานปานกลาง - ด้านพฤติกรรมทางเพศ ไม่มี - ด้านอื่น ๆ โปรดระบุ ไม่มี ๓.๗.บุคลิกภาพทั่วไปของนักเรียน - ลักษณะทางร่างกาย (รูปร่าง หน้าตา การแต่งกาย กิริยา วาจา) สุขภาพร่างกายแข็งแรง การแต่งกายถูกระเบียบ พูดจาสุภาพ


๒๗ - ลักษณะทางอารมณ์ (การแสดงออกทางอารณ์ สดชื่น ร่าเริง หรือเงียบขรึม การควบคุมอารณ์ ฯลฯ) เด็กชายเสือพูดน้อย แต่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนได้เป็นอย่างดี - ลักษณะทางสติปัญญา(ความสามารถในการเรียน ความสามารถพิเศษ ความถนัดและความ สนใจพิเศษ) เด็กชายเสือสามารถตอบคําถามที่ครูถามได้ - ลักษณะทางสังคม (การปรับตัวเข้ากับเพื่อน ครู บิดา มารดาพี่น้องคนอื่น ๆ ทักษะสังคมใน ห้องเรียนและโรงเรียน) - เพื่อน ชอบแบ่งปันขนมเพื่อน ชอบช่วยเพื่อน ๆ เก็บของเล่นในห้องเรียนหลังจากเล่นเสร็จ - ครู ชอบให้คุณครูเอาใจใส่ ชอบให้คุณครูสนใจ ชอบให้คุณครูชม - บิดามารดาและญาติพี่น้อง ได้รับการเลี้ยงดูการเอาใจใส่จากมารดาเนื่องจากบิดาไม่เอาใจใส่ในการเลี้ยงดู ๓.๘.พฤติกรรมที่ควรปรับปรุงแก้ไข(เรียงลำดับจากมากไปน้อย) - สมาธิสั้น เรียนรู้ได้ช้ากว่าปกติ - เขียนตัวอักษรตามรอยประไม่ค่อยได้ ๔. การรวบรวมข้อมูลได้รวบรวมข้อมูลจากวิธีการต่อไปนี้ ให้นักศึกษาเขียนบรรยายผลที่เกิดขึ้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูลที่นักศึกษาใช้ทุกวิธีการเก็บรวบรวม ข้อมูล จากการสังเกตพฤติกรรมชั้นอนุบาลปีที่ ๑ พูดคุยสอบถาม สังเกต ออกแบบสอบถามการ ทดสอบ สะสม และรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ของเด็กชายวิษณุนั้น พบว่ามีปัญหาสมาธิสั้น เรียนรู้ได้ช้า กว่าปกติ


๒๘ ๕.สมมุติฐานของปัญหา นักเรียนขาดความเอาใจใส่จากครอบครัว ๖. แนวทางการแก้ปัญหา ๑. ติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง ๒. ให้แบบฝึกความพร้อมอุปกรณ์การเรียนให้ผู้ปกครองนําไปให้นักเรียนได้ทํากิจกรรมที่บ้าน ๓. ติดตามผลงานการทํากิจกรรมของนักเรียนจากผลงานแบบฝึกที่ผู้ปกครองนําไปให้ นักเรียนทําประเมินพัฒนาการจากการสอบถามผู้ปกครอง ๗. การติดตามผล เริ่มทําการศึกษาตั้งแต่วันที่ ๒๕ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๖ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ และได้ทําการติดตามผลเป็นช่วงๆ ดังนี้ การติดตามผลในช่วงที่ ๑ หลังจากที่คุณครูสอบถามกับผู้ปกครองได้ให้แบบฝึกหัดบทที่ ๑ ได้ทํากิจกรรมที่บ้าน ผู้ปกครอง นําส่งคุณครูได้ประเมินพัฒนาการจากผลงานกิจกรรมแบบฝึกหัดพบว่านักเรียนทํากิจกรรม ได้ไม่ผ่าน เกณฑ์การประเมิน การติดตามผลในช่วงที่ ๒ คุณครูให้แบบฝึกหัดพัฒนาความพร้อมชุดที่ ๒ ให้ผู้ปกครองนํากลับไปให้นักเรียนทํากิจกรรม พร้อมผู้ปกครอง ชี้แนะการทํากิจกรรม ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการทํากิจกรรม ส่งเสริมให้กําลังใจ ดูแลเอาใจใส่มากขึ้น เมื่อผู้ปกครองนําผลงานการทํากิจกรรมกลับมาส่ง คุณครูตรวจผลงาน และ สอบถามพัฒนาการเด็ก ซึ่งมีพัฒนาการที่ดีขึ้นผ่านเกณฑ์การประเมิน การติดตามผลในช่วงที่ ๓ - ให้คําปรึกษาผู้ปกครองที่ดูแล - ให้แบบฝึกหัดใบงานให้ผู้กครองนํากลับไปให้นักเรียนกลับไปทําที่บ้าน - ทางโรงเรียนสนับสนุนค่าอาหารกลางวันและทุนการศึกษา ๘. การให้ความช่วยเหลือมีดังนี้ ๘.๑ ให้คําปรึกษาผู้ปกครองที่ดูแล ๘.๒ ให้แบบฝึกหัดใบงานใหผู้ปกครองนํากลับไปให้นักเรียนกลับไปทําที่บ้าน


๒๙ ๙. ข้อเสนอแนะ/ปัญหาและอุปสรรค ๙.๑ อยากให้ผู้ปกครอง บิดามารดา เอาใจใส่มีเวลาให้บุตรมากขึ้น ๙.๒ ผู้ปกครองให้การศึกษาของบุตรมากขึ้น ๑๐. การทำการศึกษารายกรณีครั้งนี้สามารถสรุปองค์ความรู้ได้ดังนี้ ๑๐.๑ ปัญหาของของนักเรียน ๑๐.๒ วิธีการแก้ปัญหาและช่วยเหลือนักเรียน ๑๐.๓ การเรียนรู้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดโอกาสที่เกิดปัญหาในห้องเรียน ๑๐.๔ สามารถแก้ปัญหาที่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนที่ดีได้ ๑๐.๕ ได้เรียนรู้พื้นฐานทางครอบครัวของนักเรียนแต่ละคนที่มาจากความหลากหลายทาง สังคม


๓๐ ภาพกิจกรรม ภาพที่ ๙ ภาพนักเรียนที่มีปัญหา ภาพที่ ๑๐ ภาพการทำงานร่วมกันของนักเรียน


๓๑ ลงชื่อ..........................................................ผู้บันทึก (นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์) ลงชื่อ.........................................................ครูพี่เลี้ยง/ผู้รับผิดชอบ (นางนัทฏิฎา สิทธิเสนา)


๓๒ แบบบันทึกการเรียนรู้ ด้านการจัดการชั้นเรียนและการแก้ปัญหาในชั้นเรียน คำชี้แจง : ให้นักศึกษาสัมภาษณ์การจัดการเรียนรู้ของครูพี่เลี้ยงและบันทึกลงในช่องว่างที่กำหนด ชื่อ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ ชื่อนักศึกษา นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์รหัส ๖๕๑๐๗๔๐๖๓๑๐๓๔ ครูพี่เลี้ยง/ผู้รับผิดชอบ นางนัทฏิฎา สิทธิเสนา โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ วันจันทร์ที่ ๒๘ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ๑. ท่านสอนกี่กิจกรรม อะไรบ้าง จำนวนกี่กิจกรรมต่อสัปดาห์ ปฏิบัติการสอนบูรณาการปฐมวัย จํานวน ๒๕ ชม./สัปดาห์ ปฏิบัติการสอนลูกเสือน้อย ๑ ชม./สัปดาห์ ๒. ท่านมีเทคนิคและวิธีในการจัดการชั้นเรียนอย่างไรบ้าง การจัดกิจกรรมบูรณาการหลักสูรปฐมวัยผสานหลักสูตรจุฬาลักษ์โดยผ่านกิจกรรมศูนย์การ เรียนรู้ และโครงงาน โดยเด็กมีส่วนร่วม เด็กมีส่วนร่วมในการทํากิจกรรม ครูจัดกิจกรรมเกิดความ สนใจเด็ก จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรม จัดกิจกรรมติดต่อภาพและวีดีโอสอน ออนไลน์ ให้เกิดความน่าสนใจ สอนเข้าใจง่าย ๓. ปัญหาที่พบในแต่ละกิจกรรมที่สอน มีอะไรบ้าง ระหว่างการสอนพบว่ามีเด็กบางกลุ่มทะเลาะกัน หรือหยอกเล่นกันระหว่างการสอน ไม่ให้ ความร่วมมือกับคุณครูผู้สอน แบบบันทึก ปส.๑.๓


๓๓ ๔. ท่านได้ดำเนินการแก้ไขอย่างไร/มีเทคนิคใดในการดำเนินการแก้ไข จัดรูปแบบการสอนหลากหลาย ให้นักเรียนนั่งตามจุดสติกเกอร์ซึ่งมีความห่างพอประมาณ เพื่อแก้ปัญหาหยอกเล่นกันระหว่างการสอน ๕. สำหรับนักศึกษามาฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ท่านมีข้อเสนอแนะอย่างไรในการ ดำเนินการจัดการเรียนรู้ หรืองานด้านอื่น ๆ เนื่องจากเด็กนักศึกษาสังเกตการชั้นปีที่ ๑ จําเป็นที่นักศึกษาจะต้องทําความเข้าใจเกี่ยวกับ ลักษณะ รูปแบบและความเป็นเอกลักษณ์ของวิชาเอกศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และ จรรยาบรรณวิชาชีพครูให้ท่องแท้ ขอเป็นกําลังใจ และมุ่งหวังให้ประสบความสําเร็จในการเรียนต่อไป ในอนาคต


๓๔ ภาพกิจกรรม ภาพที่ ๑๑ ภาพการจัดการชั้นเรียน และการแก้ปัญหาในชั้นเรียน ภาพที่ ๑๒ ภาพการจัดการชั้นเรียน และการแก้ปัญหาในชั้นเรียน


๓๕ ลงชื่อ..........................................................ผู้บันทึก (นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์) ลงชื่อ.........................................................ครูพี่เลี้ยง/ผู้รับผิดชอบ (นางนัทฏิฎา สิทธิเสนา)


๓๖ แบบบันทึกการเรียนรู้ ด้านการออกตรวจเยี่ยมตามโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน คำชี้แจง : ให้นักศึกษาบันทึกข้อมูลการศึกษาการออกตรวจเยี่ยมบ้านนักเรียนลงในช่องว่างที่กำหนด ชื่อ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยวิทยา วิทยาลัยร้อยเอ็ด สาขาวิชา การศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ ชื่อนักศึกษา นางสาวอนงนาฏร์ วิระพันธ์รหัส ๖๕๑๐๗๔๐๖๓๑๐๓๔ ครูพี่เลี้ยง/ผู้รับผิดชอบ นางนัทฏิฎา สิทธิเสนา โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ วันพุธ ที่ ๓๐ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ๑. รูปแบบโครงการหรือกิจกรรมการออกตรวจเยี่ยมบ้านนักเรียน การดำเนินการโครงการจัดกิจกรรมเพื่อพบปะกับผู้ปกครองและนักเรียน อันจะช่วยให้เกิด ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียน และทำให้ครูได้รู้ได้เห็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ปกครอง ของนักเรียน และนำข้อมูลไปวางแผนพัฒนา ส่งเสริม ป้องกัน และแก้ปัญหาของนักเรียนต่อไปในการ พบปะผู้ปกครองมีจุดมุ่งหมายและหลักการ ๒. ลำดับขั้นตอนการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน ๒.๑ นัดหมายวันเวลากับผู้ปกครอง ๒.๒ ผู้ปกครองรับทราบ ๒.๓ ครูพี่เลี้ยง ผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษาสังเกต ทักทาย สอบถาม สภาพแวดล้อม สอบถามปัญหา ข้อเสนอแนะของผู้ปกครองตามแบบฟอร์มข้อมูลที่ต้องการ ๒.๔ ถ่ายรูปภาพร่วมกัน ๓. สภาพโดยรวมของข้อมูลจากการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน ๓.๑ ด้านที่อยู่อาศัยและปัจจัยทางกายภาพ ลักษณะเป็นบ้านส่วนตัว ๒ ชั้น เป็นบ้านของคุณปู่นักเรียน แบบบันทึก ปส.๑.๔


๓๗ ๓.๒ ด้านการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์ในครอบครัว นักเรียนอาศัยอยู่กับคุณปู่คุณย่า เป็นครอบครัวที่อบอุ่น บิดามารดาทำงานต่างจังหวัด ๓.๓ ด้านเศรษฐกิจและรายได้ของครอบครัว ฐานะทางด้านครอบครัวอยู่ในระดับปานกลาง ๓.๔ การเดินทางไปโรงเรียน - รถส่วนตัว - ผู้ปกครองจะมารับ-ส่ง นักเรียนทุกวัน ๓.๕ ความคิดเห็นของผู้ปกครองที่มีต่อการเรียนของนักเรียน เอาใจใส่การเรียนของหลานดี เข้าใจหลาน ติดตามการเรียนของหลานดีมาก เข้าสภาพ สถานการณ์ปัจจุบัน ๓.๖ สิ่งที่ผู้ปกครองต้องการให้โรงเรียนช่วยเหลือนักเรียน ระเบียบวินัย การอบรมฝึกฝนให้เด็กเป็นคนดีของสังคม ๔. องค์ความรู้ที่ได้จากการออกตรวจเยี่ยมบ้านนักเรียน ๔.๑ สร้างความเข้าใจระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง ถึงแนวทางการจัดการเรียนการสอน ๔.๒ หาแนวทางปรับปรุงแก้ไขปัญหาช่วยกัน ๔.๓ รับรู้ปัญหาของครอบครัวเด็กเพื่อหาแนวทางแก้ไข ๔.๕ ให้คําปรึกษาแก่ผู้ปกครอง ๔.๖ ป้องกันและแก้ไขปัญหา


๓๘ ภาพกิจกรรม ภาพที่ ๑๓ ภาพการออกตรวจเยี่ยมตามโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน


Click to View FlipBook Version