The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาภาษาอังกฤษ ป.4 (วรลักษณ์ นิมะพันธ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jirayu P., 2021-05-30 14:29:34

แผนการสอน

วิชาภาษาอังกฤษ ป.4 (วรลักษณ์ นิมะพันธ์)

แผนการจดั การเรยี นรู้
วชิ าภาษาอังกฤษ (อ 14101) ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4

เสนอ
ผูช้ ว่ ยศาตราจารย์ ดร.พัชรีภรณ์ บางเขียว

จัดทาโดย
นางสาววรลกั ษณ์ นิมะพนั ธ์
รหสั นกั ศึกษา 6181124031 เลขที่ 14 หมเู่ รียน D 5
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย (ค.บ. 5 ป)ี

รายงานเล่มนี้เปน็ สว่ นหนงึ่ ของรายวิชาการจัดการเรียนรแู้ ละการจดั การชนั้ เรยี น
รหสั วชิ า 1100301

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏบา้ นสมเด็จเจ้าพระยา



คานา

รายงานเล่มน้ีเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาการจัดการเรียนรู้และการจัดการช้ันเรียน (110301) โดยมี
วตั ถปุ ระสงค์เพ่ือศกึ ษากระบวนการเขียนแผนการจดั การเรยี นรจู้ ากแผนการเรียนรู้ในสถานศึกษาต่าง ๆ เข้าใจการ
เขยี นเพ่อื ตอบสนองการจัดการศึกษาในศตวรรษท่ี 21 กล่าวคือการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ มี
จดุ เนน้ ในเรอ่ื งของการไดล้ งมือปฏบิ ัติสามารถนาเอาองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจาวัน กาหนดขอบเขต
การศึกษาเปน็ 4 ประเดน็ หลัก คือ แผนการจดั การเรยี นรู้ โครงสร้างรายวชิ า ภาพรวม และตัวอย่างแผนการเรียนรู้
จานวน 3 แผน ไดแ้ ก่

ผู้จัดทาได้เลือกจัดทาแผนการเรียนรู้ในสาระการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4
เน่ืองจากเนื้อหาสาระน่าสนใจ สาระการเรียนรู้เป็นเร่ืองเก่ียวกับชีวิตประจาวันท่ีสามารถนาไปใช้ได้จริง ท้ังนี้ต้อง
ขอขอบพระคุณผู้ให้ความรู้และแนวทางการศึกษา ผู้จัดทาหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้และเป็นประโยชน์แก่
ผูอ้ า่ นทุก ๆ ทา่ น

วรลกั ษณ์ นิมะพันธ์
ผู้จัดทา

สารบญั ข

เรอ่ื ง หน้า
คานา ก
สารบัญ ข
แผนการจดั การเรียนรู้รายปี 1
คาอธิบายรายวิชา 9
ตารางโครงสร้างรายวิชา 11
แผนการจัดการเรียนรรู้ ายหน่วยท่ี 1 13
แผนการจัดการเรียนรรู้ ายหน่วยที่ 2 34
แผนการจัดการเรยี นรรู้ ายหน่วยท่ี 3 53
บรรณานุกรม 73

1

แผนการจดั การเรียนรู้

สาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษ

ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 ปกี ารศึกษา 2564 เวลา 80 ชั่วโมง จานวน 2 หนว่ ยกติ

ครผู ้สู อน นางสาววรลกั ษณ์ นิมะพนั ธ์

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้ ต 1.1 เข้าใจและตคี วามเรอ่ื งท่ีฟังและอา่ นจากสอ่ื ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความ
คดิ เห็นอยา่ งมีเหตุผล
ตัวชีว้ ัด
ต 1.1 ป.4/1 ปฏิบัติตามคาสงั่ คาขอรอ้ ง และคาแนะนา (instruction) งา่ ย ๆ ที่ฟงั หรืออ่าน
ต 1.1 ป.4/2 อ่านออกเสียงคา สะกดคา อ่านกล่มุ คา ประโยค ข้อความงา่ ย ๆ และบทพูดเขา้
จังหวะถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน
ต 1.1 ป.4/3 เลือก/ระบุภาพหรือสญั ลักษณ์ตรงตามความหมายของประโยคและข้อความสนั้ ๆ
ทีฟ่ งั หรอื อา่ น
ต 1.1 ป.4/4 ตอบคาถามจากการฟังและอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่าย ๆ
มาตรฐานการเรียนรู้ ต 1.2 มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมลู ขอ้ มลู ขา่ วสาร แสดง
ความรู้สกึ และความคดิ เหน็ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวช้ีวดั
ต 1.2 ป.4/1 พดู /เขยี นโต้ตอบในการสอ่ื สารระหวา่ งบคุ คล
ต 1.2 ป.4/2 ใช้คาสัง่ คาขอรอ้ ง และคาอนุญาตงา่ ย ๆ
ต 1.2 ป.4/3 พูด/เขยี นแสดงความต้องการของตนเอง และขอความชว่ ยเหลือในสถานการณ์
งา่ ย ๆ
ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขยี นเพื่อขอและให้ข้อมลู เก่ียวกบั ตนเอง เพื่อน และครอบครวั
ต 1.2 ป.4/5 พดู แสดงความรู้สึกของตนเองเกีย่ วกับเรื่องต่าง ๆ ใกลต้ วั และกิจกรรมต่าง ๆ
ตามแบบทีฟ่ ัง

2

มาตรฐานการเรียนรู้ ต 1.3 นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เหน็ ในเรื่องตา่ ง ๆ
โดยการพูดและการเขียน

ตัวชว้ี ัด
ต 1.3 ป.4/1 พดู /เขยี นใหข้ ้อมลู เกี่ยวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตวั
ต 1.3 ป.4/2 พูด/วาดภาพแสดงความสมั พนั ธ์ของส่งิ ตา่ ง ๆ ใกล้ตัวตามที่ฟงั หรอื อ่าน
ต 1.3 ป.4/3 พดู แสดงความคดิ เหน็ งา่ ย ๆ เกยี่ วกับเร่อื งต่าง ๆ ใกล้ตัว

มาตรฐานการเรยี นรู้ ต 2.1 เข้าใจความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาษากับวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา และ
นาไปใชไ้ ด้อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ

ตัวชี้วดั
ต 2.1 ป.4/1 พูดและทาทา่ ประกอบอย่างสุภาพตามมารยาท สงั คม และวัฒนธรรมของเจา้ ของ
ภาษา
ต 2.1 ป.4/2 ตอบคาถามเกยี่ วกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลองและชวี ิตความเป็นอยู่ง่าย ๆ
ของเจา้ ของภาษา
ต 2.1 ป.4/3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะกับวัย

มาตรฐานการเรียนรู้ ต 2.2 เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษากับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใชอ้ ยา่ งถูกต้อง
เหมาะสม

ตัวชวี้ ัด
ต 2.2 ป.4/1 บอกความแตกต่างของเสยี งตัวอกั ษร คา กล่มุ คา ประโยค และข้อความของ
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
ต 2.2 ป.4/2 บอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรม
ของเจา้ ของภาษากับของไทย

มาตรฐานการเรยี นรู้ ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชอ่ื มโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรียนรู้อนื่ และ
เปน็ พนื้ ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน

ตัวชี้วัด
ต 3.1 ป.4/1 ค้นควา้ รวบรวมคาศพั ทท์ เ่ี กย่ี วข้องกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้อืน่ และนาเสนอดว้ ย
การพดู /เขยี น

3

มาตรฐานการเรียนรู้ ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ า่ ง ๆ ทัง้ ในสถานศึกษา ชมุ ชน และ
สังคม

ตวั ช้วี ัด
ต 4.1 ป.4/1 ฟงั และพูด/อ่านในสถานการณท์ ี่เกดิ ขนึ้ ในห้องเรียนและสถานศกึ ษา

มาตรฐานการเรียนรู้ ต 4.2 ใช้ภาษาต่างประเทศเปน็ เคร่ืองมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี
และการแลกเปล่ยี นเรยี นรกู้ บั สงั คมโลก

ตวั ชีว้ ัด
ต 4.1 ป.4/1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบค้นและรวบรวมขอ้ มลู ตา่ ง ๆ

4

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 ความรู้ (K)
2.1.1 นกั เรียนสามารถอธิบายการออกเสียงคา สะกดคา อา่ นกลุม่ คา ประโยค ข้อความง่าย ๆ ได้
ถกู ต้องตามหลกั การอา่ น
2.1.2 นกั เรียนสามารถอธิบายการอ่านออกเสียงบทพูดเขา้ จังหวะได้ถกู ต้องตามหลกั การอ่าน
2.1.3 นกั เรียนสามารถตคี วามภาพหรอื สญั ลกั ษณต์ รงตามความหมายของประโยคและข้อความ
สน้ั ๆ ทีฟ่ งั หรืออ่านได้
2.1.4 นักเรยี นสามารถวเิ คราะหค์ าถามจากการฟังและอ่าน ประโยค บทสนทนา และนทิ าน
ง่าย ๆ ได้
2.1.5 นกั เรยี นสามารถอธิบายวิธีการพูดโต้ตอบในการสอ่ื สารระหวา่ งบคุ คลได้อย่างถกู ต้องและ
เหมาะสม
2.1.6 นกั เรียนสามารถอธิบายวธิ กี ารเขยี นโต้ตอบในการส่ือสารระหวา่ งบุคคลได้อยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม
2.1.7 นักเรยี นสามารถอธบิ ายวิธีการพดู แสดงความต้องการของตนเอง และขอความชว่ ยเหลือใน
สถานการณ์ตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
2.1.8 นักเรยี นสามารถอธบิ ายวิธกี ารเขยี นแสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลอื
ในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
2.1.9 นกั เรยี นสามารถอธบิ ายวิธีการพดู และเขียนเพ่ือขอและให้ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเอง เพอื่ น และ
ครอบครัว ไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม
2.1.10 นกั เรยี นสามารถอธบิ ายวธิ ีการพดู แสดงความรู้สกึ ของตนเองเกย่ี วกบั เร่ืองตา่ ง ๆ ใกลต้ ัว
และกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามแบบที่ฟงั ไดอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
2.1.11 นกั เรียนสามารถอธบิ ายวธิ กี ารพดู และเขียนให้ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ตนเองและเร่ืองใกลต้ วั ได้
2.1.12 นกั เรยี นสามารถเชอ่ื มโยงความสัมพันธ์ของสง่ิ ตา่ ง ๆ ใกลต้ วั ตามทฟี่ งั หรืออา่ นได้
2.1.13 นกั เรยี นสามารถอธบิ ายวิธกี ารพดู แสดงความคิดเห็นงา่ ย ๆ เก่ยี วกับเรอ่ื งต่าง ๆ ใกลต้ วั ได้
2.1.14 นักเรยี นสามารถอธิบายวิธีการพดู และทาทา่ ประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสงั คมและ
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาได้อยา่ งถกู ต้อง
2.1.15 นักเรียนสามารถวิเคราะห์คาถามเกีย่ วกับเทศกาล/วนั สาคัญ/งานฉลอง และชวี ติ ความ
เป็นอย่งู ่าย ๆ ของเจ้าของภาษาได้
2.1.16 นักเรียนสามารถบอกลักษณะของเสยี งตัวอักษร คา กลุม่ คา ประโยค และขอ้ ความของ
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทยได้

5

2.1.17 นกั เรยี นสามารถบอกความแตกต่างของเสียงตวั อกั ษรคา กลมุ่ คา ประโยค และขอ้ ความ
ของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทยได้

2.1.18 นกั เรยี นสามารถบอกลักษณะของเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
กบั ของไทยได้

2.1.19 นกั เรยี นสามารถบอกความเหมอื น/ความแตกต่างระหว่างเทศกาลและงานฉลองตาม
วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทยได้

2.1.20 นักเรยี นสามารถสรปุ คาศพั ท์ที่เกยี่ วข้องกบั กลมุ่ สาระการเรียนรูอ้ นื่ และนาเสนอด้วยการ
พดู /เขียนได้

2.1.21 นกั เรยี นสามารถสรปุ ใจความสาคัญท่ไี ด้ฟงั และพูด/อ่านในสถานการณท์ ่เี กิดขึน้ ใน
ห้องเรียนและสถานศึกษาได้

2.1.22 นกั เรียนสามารถอธบิ ายการใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสบื คน้ และรวบรวมข้อมลู ต่าง ๆ
ได้

2.2 ทกั ษะ (P)
2.2.1 นักเรียนสามารถปฏิบตั ติ ามคาสง่ั คาขอร้อง และคาแนะนางา่ ย ๆ (instructions) ทีฟ่ งั
หรอื อ่านได้
2.2.2 นักเรียนสามารถอา่ นออกเสียงคา สะกดคา อ่านกลมุ่ คา ประโยค ข้อความง่าย ๆ ได้
ถูกต้องตามหลกั การอา่ น
2.2.3 นกั เรียนสามารถอา่ นออกเสยี งบทพูดเข้าจงั หวะได้ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
2.2.4 นักเรยี นสามารถเลือก/ระบภุ าพหรอื สัญลักษณต์ รงตามความหมายของประโยคและ
ข้อความสน้ั ๆ ทฟ่ี งั หรืออา่ นได้
2.2.5 นกั เรยี นสามารถตอบคาถามจากการฟังและอา่ นประโยค บทสนทนา และนิทานงา่ ย ๆ ได้
2.2.6 นกั เรยี นสามารถพดู โตต้ อบในการสื่อสารระหว่างบคุ คลได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
2.2.7 นักเรียนสามารถเขียนโตต้ อบในการสื่อสารระหว่างบคุ คลได้อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม
2.2.8 นักเรยี นสามารถใชค้ าส่งั คาขอรอ้ ง และคาอนญุ าตง่าย ๆ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
2.2.9 นักเรียนสามารถพูดแสดงความต้องการของตนเองและขอความช่วยเหลอื ในสถานการณ์
งา่ ย ๆ ได้อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
2.2.10 นกั เรียนสามารถเขยี นนาเสนอความต้องการของตนเองและขอความ ช่วยเหลือใน
สถานการณ์ง่าย ๆ ไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม
2.2.11 นักเรยี นสามารถพดู และเขยี นเพอ่ื ขอและให้ข้อมลู เกี่ยวกบั ตนเอง เพอื่ น และครอบครวั ได้
อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม

6

2.2.12 นักเรยี นสามารถพดู อภิปรายความร้สู ึกของตนเองเก่ยี วกบั เรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตวั และ
กจิ กรรมต่าง ๆ ตามแบบทีฟ่ งั ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม

2.2.13 นักเรียนสามารถพูดและเขียนนาเสนอขอ้ มูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัวได้
2.2.14 นักเรียนสามารถพูดและวาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของส่ิงต่าง ๆ ใกล้ตัวตามที่ฟงั หรือ

อ่านได้
2.2.15 นักเรียนสามารถพูดแสดงความคิดเห็นงา่ ย ๆ เก่ยี วกบั เรอื่ งต่าง ๆ ใกลต้ วั ได้
2.2.16 นกั เรียนสามารถพดู และทาทา่ ประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของ

เจ้าของภาษาไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
2.2.17 นักเรยี นสามารถตอบคาถามเก่ยี วกับเทศกาล/วันสาคญั /งานฉลอง และชวี ิตความเปน็ อยู่

งา่ ย ๆ ของเจ้าของภาษาได้
2.2.18 นักเรยี นสามาถปฏิบตั กิ จิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมทเี่ หมาะกบั วัยได้
2.2.19 นักเรียนสามารถจาแนกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยค และ
ข้อความของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทยได้
2.2.20 นกั เรียนสามารถจกแนกความเหมอื น/ความแตกต่างระหวา่ งเทศกาลและงานฉลองตาม

วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทยได้
2.2.21 นกั เรียนสามารถนาเสนอคาศัพทท์ ่เี กีย่ วข้องกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อ่นื และนาเสนอดว้ ย

การพดู /เขยี นได้
2.2.22 นกั เรียนสามารถฟังและพูด/อา่ นในสถานการณท์ ่เี กิดขนึ้ ในห้องเรียนและสถานศึกษาได้
2.2.23 นกั เรยี นสามารถนาภาษาต่างประเทศไปใช้ในการสบื ค้นและรวบรวมขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ได้
2.3 เจตคติ (A)
2.3.1 นกั เรียนเหน็ คุณคา่ ของการฟังและการอ่าน
2.3.2 นกั เรยี นเหน็ คณุ ค่าของการอา่ นออกเสียงคา สะกดคา อา่ นกลมุ่ คา ประโยค ข้อความ

ง่าย ๆ และบทพูดเข้าจังหวะ
2.3.3 นกั เรียนเหน็ ความสาคญั ของการพดู และการเขยี นโตต้ อบในการส่ือสารระหว่างบคุ คล
2.3.4 นักเรยี นเห็นประโยชน์ของการใชค้ าส่ัง คาข้อร้อง และคาอนุญาตง่าย ๆ
2.3.5 นักเรียนพงึ พอใจในการพูดและเขียนแสดงความต้องการของตนเอง และเหน็ ความสาคัญ

ในการพูดและเขยี นขอความช่วยเหลอื ในสถานการณ์งา่ ย ๆ
2.3.6 นกั เรียนนกั เรียนเห็นความสาคญั ของการพูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมลู เก่ียวกับตนเอง

เพื่อน และครอบครวั

7

2.3.7 นกั เรยี นเหน็ ความสาคัญของการพูดแสดงความรูส้ ึกของตนเองเกยี่ วกับเร่อื งต่าง ๆ ใกล้ตัว
และกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามแบบทฟี่ ัง

2.3.8 นกั เรียนเห็นความสาคญั ของการพดู และเขียนใหข้ ้อมลู เกีย่ วกับตนเองและเรื่องใกลต้ วั
2.3.9 นักเรยี นเห็นความสาคญั ของการพดู และวาดภาพแสดงความสมั พันธ์ของสิง่ ต่าง ๆ ใกลต้ ัว
2.3.10 นักเรยี นพงึ พอใจในการพูดแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเร่ืองต่าง ๆ ใกลต้ ัว
2.3.11 นกั เรียนมีมารยาทในการพูดและทาทา่ ประกอบอยา่ งสภุ าพตามสังคมและวัฒนธรรมของ

เจา้ ของภาษา
2.3.12 นักเรียนเห็นความสาคญั ของเทศกาล/วนั สาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเปน็ อยูข่ อง

เจ้าของภาษา
2.3.13 นักเรยี นเหน็ ความสาคัญของกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม
2.3.14 นักเรียนเหน็ ประโยชน์ของการเรียนร้เู ร่ืองความแตกต่างของเสยี งตวั อักษร คา กลมุ่ คา

ประโยค และขอ้ ความของภาษาตา่ งประเทศและภาษาไทย
2.3.15 นกั เรียนยอมรบั ความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาลและงานฉลองตามวฒั นธรรมของเจ้าของ

ภาษากับของไทย
2.3.16 นักเรียนมคี วามตงั้ ใจในการคน้ คว้า รวบรวมคาศัพท์ทเี่ กี่ยวข้องกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้อืน่
2.3.17 นกั เรยี นเหน็ ความสาคัญของการฟังและพดู /อ่าน
2.3.18 นักเรียนเห็นความสาคัญในการใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสบื คน้ และรวบรวมข้อมูล

ตา่ ง ๆ
3. สาระสาคัญ

การพูดเพ่ือขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและสิ่งใกล้ตัว เป็นสิ่งสาคัญที่ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้และฝึก
ปฏิบตั เิ พ่อื ใหส้ ามารถสื่อสารกบั ผู้อนื่ ได้ การพดู เพื่อแสดงความตอ้ งการและขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ
จะช่วยให้ผู้เรียนปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ และช่วยเหลือตนเองได้ การพูดแสดงความคิดเห็นจะทาให้
ผู้เรียนสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองได้อย่างเหมาะสม โดยให้นักเรียนได้ฝึกพูดและเขียนคาศัพท์ สานวน
ภาษา และประโยคประเภทต่าง ๆ เพ่ือสามารถนาไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม การปฏิบัติตามคาส่ัง คา
ขอรอ้ ง และคาแนะนา (instructions) งา่ ย ๆ ทฟ่ี งั หรอื อา่ น การใชค้ าสั่ง คาขอร้อง และคาอนุญาตง่าย ๆ เป็นสิ่งท่ี
ช่วยฝึกให้สามารถปฏิบัติตามสิ่งท่ีได้ฟังได้อย่างถูกต้อง ทาให้ผู้เรียนสามารถบอกส่ิงที่ตนเองต้องการกับผู้อ่ืนได้
อย่างถูกต้องและปฏิบัติได้อย่างสุภาพ เหมาะสม การพูดหรือวาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ใกล้ตัว
ตามท่ีฟังหรืออ่าน เป็นส่ิงท่ีฝึกให้ผู้เรียนสามารถเช่ือมโยงความคิดแล้วถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมเหตุสมผล การ
เรียนรู้เก่ียวกับภาษา สังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจถึงสังคมและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา และยอมรบั ในความแตกตา่ งทางภาษา สงั คมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย

8

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 คาสง่ั และคาขอร้องท่ีใชใ้ นหอ้ งเรียน และคาแนะนาในการเลน่ เกม การวาดภาพ และการทาอาหาร
และเครื่องดมื่
4.2 การอา่ นออกเสียงคา สะกดคา อ่านกล่มุ คา ประโยค ข้อความงา่ ย ๆ และบทพูดเขา้ จังหวะ
4.3 กลุม่ คา ประโยคเด่ยี ว สญั ลักษณ์ เครอื่ งหมายและความหมายเก่ียวกบั ตนเอง ครอบครวั โรงเรียน
ส่ิงแวดล้อม อาหาร เครอ่ื งดม่ื เวลาว่างและนันทนาการ สขุ ภาพและสวสั ดกิ าร การซอื้ -ขาย และ
ลมฟา้ อากาศ และเป็นวงคาศัพท์สะสม
4.4 ประโยค บทสนทนา นทิ านท่มี ภี าพประกอบ คาถามเก่ยี วกับใจความสาคญั ของเรอื่ ง
4.5 บทสนทนาทใ่ี ช้ในการทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ การพูดแทรกอย่างสภุ าพ ประโยค/ขอ้ ความ
ทีใ่ ช้แนะนาตนเอง เพื่อน และบุคคลใกลต้ วั และสานวนการตอบรับ
4.6 คาส่งั คาขอรอ้ ง คาอนญุ าตท่ีใช้ในหอ้ งเรียน
4.7 คาศพั ท์ สานวนภาษา และประโยคท่ีใชแ้ สดงความตอ้ งการและขอความช่วยเหลอื ในสถานการณ์
ตา่ งๆ
4.8 คาศพั ท์ สานวนภาษา และประโยคทีใ่ ช้ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง สงิ่ ใกล้ตวั เพ่ือน และ
ครอบครวั
4.9 คาและประโยคที่ใชแ้ สดงความร้สู กึ
4.10 ประโยคและข้อความท่ีใชใ้ นการพดู ให้ข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง บุคคล สัตว์ และเรอ่ื งใกลต้ วั
4.11 คา กลมุ่ คาท่ีมีความหมายสมั พันธ์ของสงิ่ ต่าง ๆ ใกล้ตัว
4.12 ประโยคที่ใชใ้ นการแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตวั
4.13 มารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
4.14 คาศัพทแ์ ละข้อมลู เก่ียวกับเทศกาล/วันสาคญั /งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจา้ ของภาษา
4.15 กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
4.16 ความแตกต่างของเสียงตัวอกั ษร คา กลุม่ คา และประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย
4.17 ความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาลและงานฉลองตามวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากับของ
ไทย
4.18 การคน้ ควา้ การรวบรวม และการนาเสนอ คาศพั ทท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื
4.19 การใชภ้ าษาในการฟังและพูด/อา่ นในสถานการณ์ท่ีเกดิ ข้นึ ในห้องเรียนและสถานศึกษา
4.20 การใช้ภาษาตา่ งประเทศในการสบื คน้ และการรวบรวมคาศัพท์ทเ่ี กยี่ วข้องใกล้ตวั จากส่ือและ
แหล่งการเรียนร้ตู ่างๆ

9

5. คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาการฟัง อ่านออกเสียง คา กลุ่มคา ประโยค ข้อความง่ายๆ สะกดคา คาสั่ง คาขอร้อง คาแนะนา

ง่ายๆ สัญลักษณ์หรอื เครือ่ งหมายตรงตามความหมายของประโยคและขอ้ ความสัน้ ๆ ได้ถกู ต้องตามหลักการอ่าน มี
ทักษะการพูดสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก ความคิดเห็นเก่ียวกับใจ ความ
เหมือนและความแตกตา่ งของภาษา วฒั นธรรม สงั คมเก่ยี วกับเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง และชีวิต ความเป็นอยู่
ง่าย ๆ ของเจ้าของภาษา ระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย อย่างมี
ประสิทธภิ าพ ปฏิบตั ิตามคาสั่ง คาขอรอ้ ง และคาขออนุญาตงา่ ยๆ

โดยใช้การ ฟัง พดู อ่าน และเขียน เลอื ก ระบภุ าพประโยคหรือข้อความสั้นๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์หรือ
เครื่องหมายท่ีอ่าน ตอบคาถามจากการฟัง และอ่านประโยค บทสนทนา และนิทานง่ายๆ พูด เขียนโต้ตอบในการ
สื่อสารระหว่างบุคคล แสดงความต้องการของตนเอง และขอแสดงความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ พูด เขียน
เพอื่ ขอและให้ขอ้ มูลเกย่ี วกับตนเอง เพอ่ื น และครอบครัว พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเก่ียวกับเร่ืองต่างๆ ใกล้ตัว
และกิจกรรมต่างๆ พูดแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่างๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่างๆตามแบบที่ฟัง
นาเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการพูด และเขียน พูด วาดภาพแสดง
ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวตามที่ฟังหรืออ่าน พูดแสดงความคิดเห็นง่าย ๆ เก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาและนาไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับกาละเทศตาม
มารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคาถามเกี่ยวกับเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง และชีวิตความ
เปน็ อยงู่ า่ ย ๆ ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัย อธิบายความแตกต่าง
ของเสยี ง ตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยค และข้อความของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ใช้ภาษาต่างประเทศใน
การเชอ่ื มโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และเป็นพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ ในการสืบค้น และ
รวบรวมขอ้ มลู ต่างๆโลกทัศน์ของตน

เพื่อให้ผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงค์ มีมารยาทในการพูดและทาท่าประกอบอย่างสุภาพตามสังคมและ
วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มีความมุ่งม่ันในการทางาน ใฝ่เรียนรู้ มีวินัย มีความซื่อสัตย์ รักความเป็นไทย รักชาติ
ศาสน์ กษตั ริย์ มจี ติ สาธารณะ และดารงตนอยอู่ ย่างพอเพยี ง

10

ตัวช้ีวดั
ต 1.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3 , ป.4/4
ต 1.2 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3 , ป.4/4 , ป.4/5
ต 1.3 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3
ต 2.1 ป.4/1 , ป.4/2 , ป.4/3
ต 2.2 ป.4/1 , ป.4/2
ต 3.1 ป.4/1
ต 4.1 ป.4/1
ต 4.2 ป.4/1
รวมทั้งหมด 4 มาตรฐาน 20 ตัวชีว้ ัด

11

ตารางโครงสร้างรายวชิ า

รายวิชาภาษาองั กฤษ รหสั วชิ า อ 14101 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 ปกี ารศกึ ษา 2564 จานวน 80 ช่วั โมง / 2 หนว่ ยกติ

หน่วยท่ี ช่ือหนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน เวลา (ชั่วโมง)

การเรยี นร้/ู ตัวชี้วดั

1 Enjoy reading 17

1.1 การอ่านออกเสยี ง ต 1.1 ป.4/2 8

- คา

- สะกดคา

- กลุ่มคา

- ประโยค

- ขอ้ ความง่ายๆและบทพูดเขา้ จังหวะ

1.2 กล่มุ คาประโยคเดย่ี วสัญลักษณ์ เครอ่ื งหมายและความหมายเก่ียวกบั ตนเอง ต1.1ป.4/3 9

ครอบครวั โรงเรียนสงิ่ แวดลอ้ มอาหารเครือ่ งด่มื เวลาวา่ งและนันทนาการ

สขุ ภาพและสวสั ดิการ การซอื้ -ขายและลมฟ้าอากาศและเปน็ วงคาศพั ท์

สะสม

2 My self 9

2.1 คาศพั ท์ สานวนภาษาและประโยคท่ีใชข้ อและใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั ตนเองสิ่ง ต 1.2 ป.4/4 3
ใกลต้ ัว เพอ่ื นและครอบครวั
ต 1.2 ป.4/3 3
2.2 คาศัพท์ สานวนภาษาและประโยคที่ใช้แสดงความตอ้ งการและขอความ
ชว่ ยเหลือในสถานการณต์ ่างๆ ต 1.2 ป.4/5 3
10
2.3 คาและประโยคทใี่ ชแ้ สดงความรสู้ กึ ต 1.2 ป.4/2 4
3 School ต 1.1 ป.4/1 5
ต 1.3 ป.4/2 4
3.1 คาสัง่ คาขอรอ้ งคาอนญุ าตที่ใช้ในหอ้ งเรยี น 1
3.2 คาแนะนาในการเลน่ เกมการวาดภาพและการทาอาหารและเครื่องดืม่ 17
3.3 คากล่มุ คาทม่ี คี วามหมายสัมพันธ์ของสง่ิ ต่างๆใกล้ตวั

สอบปลายภาค ภาคเรยี นที่ 1
4 Sentenceand Conversation

4.1 ประโยคบทสนทนานิทานท่มี ีภาพประกอบคาถามเกย่ี วกบั ใจความสาคัญ ต1.1ป.4/4 4

12

หน่วยที่ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน เวลา (ชั่วโมง)
ของเรือ่ ง การเรียนรู้/ตัวช้วี ัด

4.2 ประโยคท่ใี ชใ้ นการแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรอื่ งต่างๆใกล้ตัว ต 1.3 ป.4/3 4

4.3 ประโยคและข้อความท่ใี ช้ในการพูดใหข้ อ้ มลู เกีย่ วกบั ตนเองบุคคลสตั ว์ ต 1.3 ป.4/1 4
และเรื่องใกล้ตัวและเครือ่ งหมายวรรคตอน ต 1.2 ป.4/1 5

4.4 บทสนทนาทใี่ ช้ในการทกั ทายกลา่ วลาขอบคณุ ขอโทษการพูดแทรกอย่าง 14
สภุ าพประโยค/ข้อความทใี่ ชแ้ นะนาตนเองเพือ่ นและบคุ คลใกลต้ วั และ
สานวนการตอบรบั

5 Languageand Culture

5.1 ความแตกตา่ งของเสยี งตัวอักษรคากลุ่มคาและประโยคของ ต 2.2 ป.4/1 3
ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ต 2.1 ป.4/2 3

5.2 คาศัพท์และข้อมลู เกีย่ วกับเจ้าของภาษา ต 2.2 ป.4/2 3
- เทศกาล ต 2.1 ป.4/3 3
- งานฉลอง ต 2.1 ป.4/1 2
- ชวี ิตความเป็นอยู่ 12

5.3 ความเหมอื น/ความแตกตา่ งระหวา่ งเทศกาลและงานฉลองตามวฒั นธรรม
ของเจา้ ของภาษากบั ของไทย

5.4 กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม
5.5 มารยาททางสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
6 Relationshipwithother

6.1 การคน้ คว้าการรวบรวมและการนาเสนอคาศพั ทท์ ีเ่ กยี่ วขอ้ งกับกลมุ่ สาระ ต 3.1 ป.4/1 4
การเรยี นร้อู ่นื ต 4.1 ป.4/1
ต 4.2 ป.4/1 4
6.2 การใชภ้ าษาในการฟังและพูด/ อ่านในสถานการณท์ ี่เกดิ ขึ้นในหอ้ งเรียน
และสถานศกึ ษา 4

6.3 การใชภ้ าษาต่างประเทศในการสบื ค้นและการรวบรวมคาศัพทท์ ี่เกี่ยวข้อง 1
ใกลต้ วั จากสอื่ และแหล่งการเรยี นรตู้ ่างๆ 80
สอบปลายภาค ภาคเรียนท่ี 2
รวม

13

แผนการจดั การเรียนร้หู นว่ ยท่ี 1
Myself

14

แผนการจดั การเรยี นรหู้ นว่ ยท่ี 1

สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษ

ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ปกี ารศึกษา 2564

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 Myself เวลา 6 ชัว่ โมง

1. มาตรฐาน ต 1.2 มที กั ษะการสอื่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรสู้ กึ และ

ความคดิ เห็นอย่างมปี ระสิทธภิ าพ

ตัวชีว้ ดั

ต 1.2 ป.4/3 พูด/เขียนแสดงความตอ้ งการของตนเอง และขอความชว่ ยเหลือในสถานการณ์ง่าย ๆ

ต 1.2 ป.4/4 พูด/เขยี นเพือ่ และให้ข้อมูลเกี่ยวกบั ตนเอง เพ่ือน และครอบครัว

ต 1.2 ป.4/5 พดู แสดงความรูส้ กึ ของตนเองเกีย่ วกับเร่อื งต่าง ๆ ใกล้ตวั และกิจกรรมต่าง ๆ ตามแบบทฟ่ี งั

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการพูดแสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์

งา่ ย ๆ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม (K)

- นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการเขียนแสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือใน

สถานการณง์ า่ ย ๆ ได้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม (K)

- นกั เรยี นสามารถอธิบายวิธีการพูดและเขียนเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพ่ือน และครอบครัวได้

อย่างถูกต้องและเหมาะสม (K)

- นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการพูดแสดงความรู้สึกของตนเองเก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และกิจกรรม

ตา่ ง ๆ ตามแบบทฟี่ ังได้อยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม (K)

- นกั เรียนสามารถพูดแสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่าย ๆ ได้อย่าง

ถูกต้องและเหมาะสม (P)

- นกั เรียนสามารถเขยี นนาเสนอความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่าย ๆ ได้

อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม (P)

- นักเรียนสามารถพูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัวได้อย่างถูกต้อง

และเหมาะสม (P)

- นักเรียนสามารถพูดอภิปรายความรู้สึกของตนเองเก่ียวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่าง ๆ ตาม

แบบทฟ่ี ังไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม (P)

- นักเรียนพึงพอใจในการพูดและเขียนแสดงความต้องการของตนเอง และเห็นความสาคัญในการพูดและ

เขียนขอความช่วยเหลือในสถานการณ์งา่ ย ๆ (A)

15

- นกั เรยี นเห็นความสาคัญของการพูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง เพื่อน และครอบครัว
(A)
- นกั เรยี นเหน็ ความสาคญั ของการพดู แสดงความรู้สึกของตนเองเก่ียวกับเร่ืองต่าง ๆ ใกล้ตัว และกิจกรรม
ตา่ ง ๆ ตามแบบทฟ่ี ัง (A)
3. สาระสาคัญ
การพูดเพื่อขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและสิ่งใกล้ตัว เป็นส่ิงสาคัญท่ีผู้เรียนจะต้องเรียนรู้และฝึก
ปฏิบตั เิ พ่อื ให้สามารถส่ือสารกบั ผู้อื่นได้ การพดู เพื่อแสดงความตอ้ งการและขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ
จะช่วยให้ผู้เรียนปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ และช่วยเหลือตนเองได้ การพูดแสดงความคิดเห็นจะทาให้
ผู้เรียนสามารถแสดงความคิดเห็นของตนเองได้อย่างเหมาะสม โดยให้นักเรียนได้ฝึกพูดและเขียนคาศัพท์ สานวน
ภาษา และประโยคประเภทต่าง ๆ เพอื่ สามารถนาไปใช้ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและเหมาะสม
4. สาระการเรยี นรู้

- คาศัพท์ สานวนภาษา และประโยคทีใ่ ชแ้ สดงความต้องการและขอความช่วยเหลือในสถานการณ์
ต่าง ๆ

- คาศพั ท์ สานวนภาษา และประโยคท่ีใชข้ อและใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกับตนเอง เพือ่ น และครอบครัว
- คาศัพท์ สานวนภาษา และประโยคทีใ่ ช้แสดงความรสู้ ึก
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

 ความสามารถในการสอ่ื สาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. ทักษะของผู้เรยี นในศตวรรษที่ 21 (3R8C + 2L) (จดุ เน้นส่กู ารพฒั นาคุณภาพผ้เู รียน)
 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
 ทักษะการเขียน (Writing)
 ทกั ษะการคิดคานวณ (Arithmetic)
 ทกั ษะการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา

(Critical thinking and problem solving)
 ทักษะด้านการสร้างสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทักษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเปน็ ทมี และภาวะผ้นู า
(Collaboration , teamwork and leadership)

16

 ทกั ษะด้านความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
 ทักษะดา้ นการส่อื สาร สารสนเทศ และรูเ้ ท่าทันสื่อ
(Communication information and media literacy)
 ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing)
 ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทักษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
 ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผ้นู า (Leadership)
7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานที่ 1 Introduce myself
- ใบงานที่ 2 Help me please
- ใบงานท่ี 3 My feelings
8. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (รปู แบบการเรยี นรแู้ บบ CIPPA MODEL)
หนว่ ยย่อยท่ี 1 เรอ่ื ง การขอและให้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง ส่งิ ใกลต้ ัว เพอ่ื น และครอบครวั
ช่วั โมงท่ี 1-3
ขน้ั นาเข้าสู่บทเรียน
1. ครูกล่าวคาทักทายนักเรยี น และแนะนาตนเอง และนักเรยี นแนะนาตนเอง
2. ครอู ธบิ ายขอ้ ตกลงของชน้ั เรยี นและเกณฑ์การเกบ็ คะแนน
ข้ันที่ 1 ทบทวนความรูเ้ ดมิ
1.1 ครูทบทวนความรู้เดิมให้นักเรียนโดยใช้คาถามเก่ียวกับคาศัพท์ สานวนภาษาและประโยคที่

ใชข้ อและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง สง่ิ ใกล้ตัว เพ่อื น และครอบครวั
ขั้นที่ 2 แสวงหาความรใู้ หม่

2.1 ครูให้นักเรียนอ่านทาความเข้าใจเกี่ยวกับคาศัพท์ สานวนภาษา และประโยคท่ีใช้ขอและให้
ขอ้ มลู เกย่ี วกับตนเอง สงิ่ ใกลต้ วั เพ่ือน และครอบครัว

ข้นั ที่ 3 ศึกษาทาความเขา้ ใจความรู้ใหม่ (เชื่อมโยงความร้ใู หมแ่ ละความร้เู ดิม)
3.1 ครูอธิบายคาศัพทย์ ากให้นักเรียนฟังแล้วแจกใบงานแล้วให้นักเรียนอ่านบทสนทนาและเลือก

คาตอบที่ถกู ตอ้ ง
ขน้ั ท่ี 4 แลกเปลีย่ นความรคู้ วามเข้าใจกบั กล่มุ

4.1 นกั เรียนฝกึ พูดบทสนทนากบั เพือ่ น และช่วยกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นท่ี 5 สรปุ และจัดระเบยี บความรู้

17

5.1 ครแู ละนักเรียนสรุปประเดน็ สาคัญทไ่ี ดจ้ ากการเรยี น
ขั้นที่ 6 การปฏบิ ัตหิ รอื แสดงผลงาน

6.1 ใหผ้ เู้ รยี นแสดงผลงานการสร้างความรขู้ องตนโดยการแสดงบทบาทสมมตุ ิ (Role play)
ประเมนิ ผลงานตามเกณฑท์ ่ีเหมาะสม

ขั้นที่ 7 ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
7.1 ครูตงั้ โจทยส์ ถานการณ์ต่าง ๆ แล้วใหผ้ ู้เรยี นนาความรู้ไปใช้

หนว่ ยยอ่ ยที่ 2 เรอ่ื ง การแสดงความต้องการและขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ
ชัว่ โมงท่ี 4-6
ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน

1. ครูกล่าวคาทกั ทายนกั เรยี น และอธิบายขอ้ ตกลงของชนั้ เรียนและเกณฑ์การเก็บคะแนน
ขั้นท่ี 1 ทบทวนความร้เู ดมิ

1.1 ครูทบทวนความรู้เดิมให้นักเรียนโดยใช้คาถามเก่ียวกับคาศัพท์ สานวนภาษา และประโยคที่
ใชแ้ สดงความต้องการและขอความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ ่าง ๆ
ข้ันท่ี 2 แสวงหาความรู้ใหม่

2.1 ครูใหน้ ักเรียนอ่านทาความเข้าใจเก่ียวกับคาศัพท์ สานวนภาษา และประโยคที่ใช้แสดงความ
ตอ้ งการและขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ
ข้ันที่ 3 ศึกษาทาความเขา้ ใจความรูใ้ หม่ (เช่ือมโยงความร้ใู หมแ่ ละความรเู้ ดิม)

3.1 ครอู ธิบายคาศัพท์ยากใหน้ กั เรียนฟังแล้วแจกใบงานแล้วให้นักเรียนอ่านบทสนทนาและเลือก
คาตอบท่ีถูกต้อง
ขน้ั ท่ี 4 แลกเปลีย่ นความรู้ความเขา้ ใจกบั กลุ่ม

4.1 นักเรยี นฝึกพดู บทสนทนากับเพือ่ น และชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง
ขน้ั ที่ 5 สรปุ และจดั ระเบยี บความรู้

5.1 ครูและนักเรยี นสรุปประเด็นสาคัญที่ไดจ้ ากการเรียน
ขน้ั ท่ี 6 การปฏิบตั หิ รือแสดงผลงาน

6.1 ให้ผู้เรียนแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตนโดยการแสดงบทบาทสมมุติ (Role play)
ประเมินผลงานตามเกณฑ์ทีเ่ หมาะสม
ขน้ั ที่ 7 ประยกุ ต์ใช้ความรู้

7.1 ครตู ้งั โจทยส์ ถานการณต์ ่าง ๆ แล้วให้ผเู้ รยี นนาความรไู้ ปใช้

18

หน่วยย่อยท่ี 3 เร่อื ง การแสดงความรสู้ ึก
ชั่วโมงที่ 7-9
ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน

1. ครกู ล่าวคาทักทายนกั เรยี น และอธบิ ายขอ้ ตกลงของชนั้ เรยี นและเกณฑ์การเก็บคะแนน
ข้นั ท่ี 1 ทบทวนความรู้เดิม

1.1 ครทู บทวนความรู้เดมิ ใหน้ ักเรียนโดยใช้คาถามเกยี่ วกบั คาและประโยคทใี่ ชแ้ สดงความรสู้ กึ
ขน้ั ที่ 2 แสวงหาความร้ใู หม่

2.1 ครูใหน้ กั เรียนอา่ นทาความเข้าใจเก่ียวกับคาและประโยคที่ใชแ้ สดงความรสู้ กึ
ขั้นท่ี 3 ศกึ ษาทาความเข้าใจความรู้ใหม่ (เช่อื มโยงความร้ใู หม่และความรูเ้ ดมิ )

3.1 ครูอธบิ ายคาศพั ทย์ ากใหน้ กั เรียนฟังแล้วแจกใบงานแล้วให้นักเรียนอ่านบทสนทนาและเลือก
คาตอบที่ถูกตอ้ ง
ขน้ั ที่ 4 แลกเปลย่ี นความรคู้ วามเขา้ ใจกับกลมุ่

4.1 นักเรยี นฝกึ พูดบทสนทนากับเพือ่ น และชว่ ยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ขน้ั ที่ 5 สรปุ และจัดระเบยี บความรู้

5.1 ครูและนกั เรียนสรุปประเด็นสาคญั ที่ได้จากการเรียน
ชัว่ โมงที่ 10
ข้ันท่ี 6 การปฏิบตั ิหรือแสดงผลงาน

6.1 ให้ผู้เรียนแสดงผลงานการสร้างความรู้ของตนโดยการแสดงบทบาทสมมุติ (Role play)
ประเมินผลงานตามเกณฑ์ท่ีเหมาะสม
ขน้ั ที่ 7 ประยุกต์ใช้ความรู้

7.1 ครตู งั้ โจทย์สถานการณ์ต่าง ๆ แลว้ ใหผ้ ้เู รยี นนาความรู้ไปใช้
9. สื่อการสอน

9.1 ใบงาน
9.2 สื่อ Power point
10. แหลง่ เรียนรู้ในหรอื นอกสถานท่ี
10.1 หอ้ งสมดุ
10.2 อนิ เทอร์เน็ต

19

11. การวัดและประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธีวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การ
หรอื ส่ิงที่ต้องการวดั และ ประเมิน

ประเมินผล

1.ใบงานท่ี 1 ตรวจใบงานท่ี 1 แบบประเมินใบงาน ตรงตามตารางเกณฑ์ประเมิน ผ่ านเกณฑ์ ที่
แบบประเมนิ ใบงาน ใบงาน คะแนนอย่ าง
Introduce myself Introduce myself แบบประเมนิ ใบงาน
นอ้ ยระดบั ดี
2.ใบงานท่ี 2 ตรวจใบงานที่ 2 ตรงตามตารางเกณฑ์ประเมิน ผ่ านเกณฑ์ ท่ี
Help me Helpme please ใบงาน คะแนนอย่ าง

3.ใบงานที่ 3 ตรวจใบงานท่ี 3 น้อยระดับดี
My feelings My feelings ตรงตามตารางเกณฑ์ประเมิน ผ่ านเกณฑ์ ท่ี
ใบงาน คะแนนอย่ าง

นอ้ ยระดบั ดี

สมรรถนะสาคัญ วิธีวัด เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ าร

ของผู้เรยี น ประเมนิ

1.ความสามารถในการ การสงั เกต แบบสงั เกต ดีมาก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผ่านเกณฑ์ระดับ

สอื่ สาร และสมา่ เสมอ ดขี ึน้ ไป

ดี = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

บอ่ ยครง้ั

พอใช้ = พฤติกรรมทแ่ี สดงถึงการปฏบิ ัตบิ างครั้ง

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมที่ไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏบิ ัติ

2.ความสามารถในการคิด ตรวจใบงาน แบบประเมินใบ ดีมาก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผ่านเกณฑ์ระดับ

งาน และสมา่ เสมอ ดีขนึ้ ไป

ดี = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

บ่อยครง้ั

พอใช้ = พฤติกรรมทแี่ สดงถึงการปฏบิ ตั ิ

20

สมรรถนะสาคัญ วธิ ีวัด เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ าร
ของผู้เรียน แบบสังเกต
ประเมนิ

บางครง้ั

ควรปรับปรงุ = พฤตกิ รรมที่ไม่ไดแ้ สดงถึงการ

ปฏิบตั ิ

3.ความสามารถในการใช้ การสงั เกต ดีมาก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผา่ นเกณฑ์ระดับ
ทกั ษะชวี ิต
และสมา่ เสมอ ดีขน้ึ ไป

ดี = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

บอ่ ยคร้ัง

พอใช้ = พฤตกิ รรมท่ีแสดงถงึ การปฏบิ ัติบางครั้ง

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมท่ีไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏบิ ตั ิ

ทกั ษะของผู้เรยี นใน วธิ ีวัด เครื่องมือวดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การ
ศตวรรษที่ 21 ประเมนิ

1.ทกั ษะการอ่าน แบบประเมนิ แบบประเมิ น ดีมาก = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผา่ นเกณฑ์ระดับ

2.ทักษะการเขยี น ทั ก ษ ะ ข อ ง และสม่าเสมอ ดขี ึน้ ไป

ผู้ เ รี ย น ใ น ดี = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

ศตวรรษที่ 21 บอ่ ยครง้ั

พอใช้ = พฤตกิ รรมทแ่ี สดงถึงการปฏบิ ัติบางครั้ง

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมท่ีไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏบิ ตั ิ

แบบประเมนิ แบบประเมิ น ดีมาก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผ่านเกณฑ์ระดับ

ทั ก ษ ะ ข อ ง และสมา่ เสมอ ดีขึ้นไป

ผู้ เ รี ย น ใ น ดี = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

ศตวรรษท่ี 21 บ่อยคร้ัง

พอใช้ = พฤตกิ รรมทแี่ สดงถงึ การปฏิบตั ิ

21

ทักษะของผู้เรียนใน วธิ วี ัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การ
ศตวรรษที่ 21 ประเมนิ

บางครั้ง

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมที่ไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏิบัติ

3.ทั ก ษ ะ ก า ร ส่ื อ ส า ร แบบประเมนิ แบบประเมิ น ดีมาก = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผ่านเกณฑ์ระดับ

สารสนเทศและรเู้ ท่าทันสอื่ ทั ก ษ ะ ข อ ง และสม่าเสมอ ดขี น้ึ ไป

ผู้ เ รี ย น ใ น ดี = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

ศตวรรษที่ 21 บอ่ ยคร้งั

พอใช้ = พฤตกิ รรมท่แี สดงถงึ การปฏบิ ัติบางคร้งั

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมท่ีไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏบิ ัติ

3.ทักษะการเรียนรู้ แบบประเมนิ แบบประเมิ น ดีมาก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผา่ นเกณฑ์ระดับ

ทั ก ษ ะ ข อ ง และสมา่ เสมอ ดีข้นึ ไป

ผู้ เ รี ย น ใ น ดี = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

ศตวรรษท่ี 21 บอ่ ยคร้งั

พอใช้ = พฤตกิ รรมท่ีแสดงถึงการปฏบิ ตั ิบางครงั้

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมท่ีไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏิบัติ

ตารางเกณฑ์การประเมนิ ผลตา่ ง ๆ

12. กจิ กรรมเสนอแนะ

...............................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................

22

13. บนั ทึกผลหลงั การสอน

สรุปผลการเรียนการสอน

นกั เรยี นทัง้ หมดจานวน……………..คน

จดุ ประสงค์การเรียนรขู้ อ้ ที่ จานวนนกั เรียนทผี่ า่ น จานวนนกั เรยี นที่ไมผ่ ่าน

จานวนคน ร้อยละ จานวนคน ร้อยละ

14. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
15. ข้อเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื …………………………………………………………………
(………………………………………………………………….)

ตาแหนง่ ครวู ิทยฐานะ………………………………………….
ลงช่อื ………………………………………………………………… หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้

(………………………………………………………………….)
ลงชื่อ………………………………………………………………… รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ

(………………………………………………………………….)

23

ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ สถานศกึ ษา
ไดท้ าการตรวจแผนการเรยี นรขู้ อง…………………………………………………………………แลว้ มคี วามคิดเหน็ ดงั น้ี

1. เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง

2. การจดั กจิ กรรมได้นาเอากระบวนการเรียนรู้

 เน้นผ้เู รยี นเปน็ สาคัญมาใช้ในการสอนได้อยา่ งเหมาะสม

 ยงั ไมเ่ นน้ ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาต่อไป
3. ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ

............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

ลงชื่อ…………………………………………………………………
(………………………………………………………………….)

ผู้อานวยการโรงเรียน…………………………………………..

24

ใบงาน

25

ช่ือ-สกลุ ……….……………………………………………………………………………………..ชนั้ ………………..เลขท…่ี …………..

ใบงานที่ 1
Introduce myself

คาชแ้ี จง : ให้นักเรียนเขยี นแนะนาตนเองแลว้ ออกมาพูดแนะนาตนเองหน้าช้นั เรียน

………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………..

ชื่อ-สกลุ ……….……………………………………………………………………………………..ชนั้ ………………..เลขท…ี่ …………..26

ใบงานท่ี 2
Help me please

คาชี้แจง : ให้นกั เรยี นเขียนประโยคแสดงความต้องการ 3 ประโยค
และประโยคขอความช่วยเหลอื 3 ประโยค แล้วออกมาพูดหน้าชนั้ เรียน

ประโยคแสดงความต้องการ
1. ……………………………………………………………………………………………………………….
2. ……………………………………………………………………………………………………………….
3. ……………………………………………………………………………………………………………….

ประโยคขอความชว่ ยเหลอื
4. ……………………………………………………………………………………………………………….
5. ……………………………………………………………………………………………………………….
6. ……………………………………………………………………………………………………………….

ช่ือ-สกลุ ……….……………………………………………………………………………………..ชนั้ ………………..เลขที่…………….. 27

ใบงานที่ 3
My feelings

คาช้แี จง : ให้นกั เรียนบอกส่งิ ทตี่ นเองชอบและไมช่ อบมาอย่างละ
5 ประโยค โดยใชร้ ูปแบบประโยคจากทไ่ี ดเ้ รยี นมา

1. ………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ………………………………………………………………………………………………………………………..
3. ………………………………………………………………………………………………………………………..
4. ………………………………………………………………………………………………………………………..
5. ………………………………………………………………………………………………………………………..
6. ………………………………………………………………………………………………………………………..
7. ………………………………………………………………………………………………………………………..
8. ………………………………………………………………………………………………………………………..
9. ………………………………………………………………………………………………………………………..
10. ………………………………………………………………………………………………………………………

28

เกณฑ์การใหค้ ะแนนสมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น

พฤติกรรมบง่ ช้ี 4 (ดีเย่ยี ม) คะแนน 1 (ปรับปรุง)
3 (ดี) 2 (พอใช)้ ไม่มี

1.ความสามารถในการสื่อสาร มคี วามสามารถใน มคี วามสามารถใน มีความสามารถใน ความสามารถใน
การส่อื สาร
การสื่อสารออกมา การสือ่ สารออกมา การส่ือสารไดร้ ะดับ
คะแนน
ได้ดเี ยีย่ มและ ได้ดแี ละชดั เจน ปานกลางและไม่ ใบกิจกรรม
1 คะแนน
ชัดเจน ชัดเจน ไม่สามารถนา
ความร้ทู ่ีได้ใชใ้ น
2.ความสามารถในการคดิ คะแนน คะแนน คะแนน ชีวิตประจาวนั

ใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรม

8-10คะแนน 5-7คะแนน 2-4คะแนน

3.ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต สามารถนาความรู้ สามารถนาความรู้ สามารถนาความรู้

ทไ่ี ด้ใช้ใน ทไ่ี ด้ใชใ้ น ที่ได้ใชใ้ น

ชวี ิตประจาวัน ชีวติ ประจาวันได้ ชีวติ ประจาวัน

ได้ครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ ไดบ้ ้าง

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
13 – 15 = ดี
8 – 12 = พอใช้
ตา่ กว่า 8 = ปรบั ปรงุ
เกณฑป์ ระเมินระดับดีข้ึนไป = ผ่าน

29

เกณฑ์การใหค้ ะแนนทกั ษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี 21

พฤตกิ รรมบ่งชี้ 4 (ดเี ยย่ี ม) คะแนน 1 (ปรับปรงุ )
3 (ด)ี 2 (พอใช้)

1.ทักษะการอ่าน อา่ นไดค้ ลอ่ ง อา่ นไดค้ ล่อง อ่านได้คลอ่ งผดิ อา่ นไมค่ ลอ่ งผิด

ถูกต้องทุกคา ถูกตอ้ งเป็นส่วน เล็กนอ้ ย ทุกคา

ใหญ่

2.ทกั ษะการเขียน เขยี นได้ถกู ตอ้ ง เขยี นไดถ้ ูกตอ้ ง เขยี นถูกตอ้ ง เขียนไดไ้ มถ่ ูกตอ้ ง

สมบูรณ์ เปน็ ส่วนใหญ่ บางส่วน

3.ทกั ษะด้านการสอ่ื สารสารสนเทศและ มที กั ษะดา้ นการ มีทกั ษะด้านการ มที ักษะด้านการ ไม่มีทักษะด้านการ

รูเ้ ท่าทันส่อื ส่อื สารสารสนเทศ สื่อสารสารสนเทศ ส่ือสารสารสนเทศ สือ่ สารสารสนเทศ

และร้เู ทา่ ทันสอ่ื และรู้เท่าทันสอ่ื และรู้เทา่ ทนั สอื่ และรู้เท่าทันส่ือ

อยา่ งสมา่ เสมอ บ่อยครง้ั บางครัง้

4.ทักษะการเรียนรู้ คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน

ใบกจิ กรรม ใบกิจกรรม ใบกิจกรรม ใบกิจกรรม

8-10คะแนน 5-7คะแนน 2-4คะแนน 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
13 – 15 = ดี
8 – 12 = พอใช้
ตา่ กว่า 8 = ปรับปรงุ
เกณฑป์ ระเมนิ ระดบั ดีขึ้นไป = ผา่ น

แบบประเมนิ กิจกรรม 30

ลาดับที่ ประเดน็ ทป่ี ระเมิน คุณภาพการปฏบิ ัตกิ าร 1
32
4

1 เน้ือหาผลงานตรงกบั เน้อื หาทเ่ี รยี น

2 ผลงานมีความถกู ต้องสมบรู ณ์

3 ผลงานมีความคดิ สรา้ งสรรค์

4 ผลงานมีความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย

5 การสง่ งานตรงตอ่ เวลา

รวม

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
13 – 15 = ดี
8 – 12 = พอใช้
ต่ากว่า 8 = ปรับปรุง
เกณฑป์ ระเมินระดับดีข้ึนไป = ผ่าน

31

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนใบกจิ กรรม

ประเดน็ ทปี่ ระเมนิ 4 (ดเี ย่ยี ม) คะแนน 1 (ปรับปรุง)
3 (ด)ี 2 (พอใช)้

1.เนื้อหาผลงานตรงกับ ผลงานมีความ ผลงานมีความ ผลงานมคี วาม ผลงานไม่มีความ

เนอ้ื หาท่เี รยี น สอดคล้องกบั เน้ือหาท่ี สอดคล้องกับเน้ือหาท่ี สอดคล้องกับเนือ้ หาที่ สอดคล้องกบั เน้อื หาท่ี

เรยี นทกุ ประเดน็ เรียนเปน็ ส่วนใหญ่ เรียนบางประเด็น เรียน

2.ผลงานมีความถูกต้อง เนอื้ หาสาระของผลงาน เนือ้ หาสาระของผลงาน เน้ือหาสาระของผลงาน เนอ้ื หาสาระของผลงาน

สมบรู ณ์ มีความถกู ตอ้ ง มีความถูกตอ้ งเป็น มคี วามถกู ตอ้ งเฉพาะ ไม่มีความถกู ต้อง

ครบถ้วน ส่วนใหญ่ บางสว่ น

3.ผ ล ง า น มี ค ว า ม คิ ด ผลงานมคี วามคดิ ผลงานมคี วามคิด ผลงานบางสว่ นมีความ ผลงานไมแ่ สดงออกถงึ

สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ แปลกใหม่ สรา้ งสรรค์ แปลกใหม่ นา่ สนใจแต่ยงั ไม่มี แนวคดิ ทสี่ รา้ งสรรค์

และเป็นระบบ แตย่ ังไม่เป็นระบบ แนวคดิ แปลกใหม่

4.ผลงานมีความเป็นระเบียบ ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานมีความเปน็

ระเบียบเรยี บร้อยนา่ ระเบยี บเรยี บร้อยแต่ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยแต่ ระเบยี บเรยี บร้อยและ

อ่าน ยงั มขี อ้ บกพรอ่ ง ยงั มีขอ้ บกพร่อง มีขอ้ บกพร่องมาก

เลก็ นอ้ ย บางสว่ น

5.การส่งงานตรงตอ่ เวลา สง่ งานตรงต่อเวลา สง่ งานเลยเวลา สง่ งานเลยเวลา ส่งงานเลยเวลา

ตามท่กี าหนด 1-2 วัน 3-5วัน มากกวา่ 5วนั

32

แบบประเมินกิจกรรมรายบคุ คล

ชื่อ-สกุล……….……………………………………………………………………………………..ช้ัน……………เลขท่ี……………..

ลาดบั ประเดน็ การประเมนิ 4 (ดีเย่ียม) คุณภาพการปฏบิ ัตกิ าร
3 (ดี) 2 (พอใช)้ 1 (ปรบั ปรุง)

1 ตรงจุดประสงค์ทกี่ าหนด

2 ถูกตอ้ งสมบรู ณ์

3 มคี วามสร้างสรรค์

4 มคี วามเป็นระเบียบเรียบร้อย

5 ตรงต่อเวลา

รวม

ลงชอ่ื ……………………………………………………………...ผู้ประเมิน
วนั ท่ี..................../..................../....................

33

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

ลาดบั ชือ่ -นามสกุล มีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน

543215432154321

ลงชอ่ื ……………………………………………………………...ผ้ปู ระเมนิ
วันท่ี..................../..................../....................

34

แผนการจดั การเรียนร้หู นว่ ยท่ี 2
School

35

แผนการจัดการเรยี นรหู้ น่วยที่ 2

สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวชิ าภาษาอังกฤษ

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 ปกี ารศึกษา 2564

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 School เวลา 10 ชว่ั โมง

1. มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเรื่องทฟ่ี งั และอา่ นจากสื่อประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็นอยา่ งมี

เหตผุ ล

ตวั ช้ีวดั

ต 1.1 ป.4/1 ปฏบิ ัตติ ามคาสงั่ คาขอร้อง และคาแนะนา (instructions) ง่าย ๆ ท่ีฟงั หรอื อา่ น

มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่อื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นข้อมลู ขา่ วสาร แสดงความรูส้ ึกและ

ความคิดเห็นอย่างมปี ระสิทธิภาพ

ตวั ชี้วัด

ต 1.2 ป.4/2 ใชค้ าสั่ง คาขอรอ้ ง และคาอนุญาตง่าย ๆ

มาตรฐาน ต 1.3 มที ักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสาร แสดงความรูส้ กึ และความ

คิดเห็นอย่างมีประสิทธภิ าพ

ตัวชี้วดั

ต 1.3 ป.4/2 พดู /วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสง่ิ ตา่ ง ๆ ใกลต้ วั ตามท่ฟี งั หรอื อ่าน

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

- นกั เรียนสามารถปฏิบัตติ ามคาสั่ง คาขอร้อง และและคาแนะนา (instructions) ง่าย ๆ ท่ีฟังหรืออ่านได้

(P)

- นักเรยี นสามารถเห็นคุณคา่ ของการฟังและการอ่าน (A)

- นกั เรยี นสามารถใชค้ าสง่ั คาขอร้อง และคาอนุญาตงา่ ย ๆ ได้อย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม (P)

- นักเรียนสามารถเห็นประโยชน์ของการใชค้ าสั่ง คาขอร้อง และคาอนุญาตงา่ ย ๆ (A)

- นักเรยี นสามารถเช่ือมโยงความสมั พนั ธ์ของส่ิงต่าง ๆ ใกล้ตัวตามที่ฟงั หรืออา่ นได้ (K)

- นกั เรยี นสามารถพดู และวาดภาพแสดงความสมั พนั ธข์ องสงิ่ ต่าง ๆ ใกล้ตัวตามทีฟ่ ังหรอื อ่านได้ (P)

- นักเรียนเห็นความสาคญั ของการพดู และการวาดภาพแสดงความสัมพนั ธ์ของสง่ิ ตา่ ง ๆ ใกล้ตัว (A)

3. สาระสาคญั

การปฏิบัติตามคาส่ัง คาขอร้อง และคาแนะนา (instructions) ง่าย ๆ ที่ฟังหรืออ่าน การใช้คาส่ัง คา

ขอร้อง และคาอนุญาตง่าย ๆ เป็นสิ่งท่ีช่วยฝึกให้สามารถปฏิบัติตามสิ่งท่ีได้ฟังได้อย่างถูกต้อง ทาให้ผู้เรียน

สามารถบอกส่ิงท่ีตนเองต้องการกับผู้อ่ืนได้อย่างถูกต้องและปฏิบัติได้อย่างสุภาพ เหมาะสม การพูดหรือวาด

36

ภาพแสดงความสัมพันธ์ของส่ิงต่าง ๆ ใกล้ตัวตามท่ีฟังหรืออ่าน เป็นสิ่งที่ฝึกให้ผู้เรียนสามารถเช่ือมโยงความคิด
แล้วถา่ ยทอดออกมาได้อยา่ งสมเหตุสมผล
4. สาระการเรยี นรู้

- คาสง่ั คาขอรอ้ ง และคาแนะนา (instructions) ง่าย ๆ
- คาส่งั คาขอรอ้ ง และคาอนญุ าตง่าย ๆ
- การพูดและการวาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสงิ่ ต่าง ๆ ใกล้ตัว
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

 ความสามารถในการส่อื สาร
 ความสามารถในการคดิ
 ความสามารถในการแก้ปญั หา
 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
 ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษที่ 21 (3R8C + 2L) (จุดเน้นสู่การพฒั นาคุณภาพผ้เู รียน)
 ทกั ษะการอา่ น (Reading)
 ทกั ษะการเขียน (Writing)
 ทักษะการคิดคานวณ (Arithmetic)
 ทักษะการคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา

(Critical thinking and problem solving)
 ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
 ทกั ษะด้านความรว่ มมอื การทางานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ า
(Collaboration , teamwork and leadership)
 ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding)
 ทักษะดา้ นการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เทา่ ทนั สอ่ื
(Communication information and media literacy)
 ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร (Computing)
 ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
 ทกั ษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
 ทกั ษะการเรยี นรู้ (Learning Skills)
 ภาวะผูน้ า (Leadership)

37

7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานท่ี 1
- ใบงานท่ี 2

8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (รูปแบบการเรียนรู้แบบเนน้ ความจา)
หน่วยย่อยท่ี 1 เร่อื ง การปฏบิ ัติตามคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนา (instructions) ง่าย ๆ ท่ีฟังหรือ
อ่าน
ชว่ั โมงที่ 1-3
ขน้ั นาเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ครกู ล่าวคาทกั ทายนกั เรียน และแนะนาตนเอง และนกั เรียนแนะนาตนเอง
2. ครูอธบิ ายข้อตกลงของชนั้ เรียนและเกณฑ์การเก็บคะแนน
ขนั้ ท่ี 1 การสร้างประสบการณ์
1.1 ครูอธิบายเน้ือหาเพ่ือให้นักเรียนเห็นคุณค่าของเร่ืองท่ีเรียน ซ่ึงนักเรียนสามารถบอกได้ว่า
ทาไมตนจงึ เรยี นรู้เร่อื งน้ี
ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะหป์ ระสบการณห์ รือสะท้อนความคิดจากประสบการณ์
2.1 ให้นักเรยี นถาม-ตอบเพื่อเข้าใจบทเรียน
ขั้นที่ 3 การพัฒนาประสบการณเ์ ป็นความคิดรวบยอดหรอื แนวคิด
3.1 ครูใหน้ ักเรยี นฟงั และดวู ดิ ีโอ
ขน้ั ที่ 4 การพัฒนาความร้คู วามคิด
4.1 ครใู หน้ ักเรียนศึกษาเพ่มิ เตมิ จากแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ
ขั้นที่ 5 การปฏิบัตติ ามแนวคิดท่ไี ด้เรียนรู้
5.1 ครใู ห้นักเรยี นปฏิบตั ติ ามคาสั่ง คาขอร้อง และคาแนะนา
หน่วยย่อยที่ 2 เรอ่ื ง การใชค้ าส่ัง คาขอรอ้ ง และคาอนญุ าตง่าย ๆ
ชว่ั โมง 4-6
ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูกล่าวคาทกั ทายนกั เรียน และอธบิ ายข้อตกลงของช้นั เรียนและเกณฑก์ ารเกบ็ คะแนน
ขั้นท่ี 1 การสร้างประสบการณ์
1.1 ครอู ธบิ ายเนื้อหาเพอื่ ให้นักเรียนเห็นประโยชน์ของเรื่องท่ีเรียน ซ่ึงนักเรียนสามารถบอกได้ว่า
ทาไมตนจงึ เรียนรูเ้ รื่องนี้
ขั้นท่ี 2 วเิ คราะหป์ ระสบการณ์หรือสะท้อนความคดิ จากประสบการณ์
2.1 ให้นกั เรยี นถาม-ตอบเพอ่ื เข้าใจบทเรยี น

38

ขั้นที่ 3 การพัฒนาประสบการณเ์ ป็นความคดิ รวบยอดหรือแนวคดิ
3.1 ครูให้นักเรียนฟังและดวู ดิ โี อ

ขน้ั ที่ 4 การพฒั นาความรคู้ วามคดิ
4.1 ครใู ห้นกั เรียนศกึ ษาเพิ่มเติม 15 นาที

ขั้นที่ 5 การปฏิบตั ติ ามแนวคดิ ทไี่ ด้เรยี นรู้
5.1 ครูให้นักเรยี นทาใบงานที่ 1

หน่วยยอ่ ยท่ี 3 เรื่อง การพูดหรอื วาดภาพแสดงความสมั พันธ์ของส่ิงต่าง ๆ ใกลต้ ัวตามท่ฟี งั หรืออ่าน
ชัว่ โมง 7-10
ข้ันนาเข้าสู่บทเรยี น

1. ครกู ล่าวคาทักทายนกั เรียน และอธบิ ายข้อตกลงของชั้นเรียนและเกณฑก์ ารเก็บคะแนน
ขั้นที่ 1 การสร้างประสบการณ์

1.1 ครูอธิบายเนื้อหาเพ่ือให้นักเรียนเห็นความสาคัญของเรื่องที่เรียน ซึ่งนักเรียนสามารถบอกได้
วา่ ทาไมตนจงึ เรียนรู้เรอื่ งน้ี
ขน้ั ที่ 2 วเิ คราะหป์ ระสบการณ์หรือสะทอ้ นความคิดจากประสบการณ์

2.1 ให้นกั เรียนถาม-ตอบเพือ่ เขา้ ใจบทเรียน
ขั้นที่ 3 การพัฒนาประสบการณเ์ ป็นความคิดรวบยอดหรือแนวคิด

3.1 ครใู ห้นกั เรียน 2 คน ออกมาเปน็ ตัวอยา่ งใหเ้ พ่อื นดู
ข้ันที่ 4 การพัฒนาความรู้ความคิด

4.1 ครูให้นกั เรยี นศึกษาเพิ่มเติม
ขั้นท่ี 5 การปฏิบตั ติ ามแนวคิดที่ไดเ้ รยี นรู้

5.1 ครูใหน้ กั เรียนทาใบงานท่ี 2
9. สือ่ การสอน

9.1 ใบงาน
9.2 ส่อื Power point
10. แหลง่ เรียนร้ใู นหรอื นอกสถานท่ี
10.1 หอ้ งสมดุ
10.2 อนิ เทอรเ์ นต็

39

11. การวัดและประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธีวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การ
หรอื ส่ิงที่ต้องการวดั และ ประเมิน

ประเมินผล

1.ใบงานท่ี 1 ตรวจใบงานท่ี 1 แบบประเมินใบงาน ตรงตามตารางเกณฑ์ประเมิน ผ่ านเกณฑ์ ที่
แบบประเมนิ ใบงาน ใบงาน คะแนนอย่ าง
Introduce myself Introduce myself แบบประเมนิ ใบงาน
นอ้ ยระดบั ดี
2.ใบงานท่ี 2 ตรวจใบงานที่ 2 ตรงตามตารางเกณฑ์ประเมิน ผ่ านเกณฑ์ ท่ี
Help me Helpme please ใบงาน คะแนนอย่ าง

3.ใบงานที่ 3 ตรวจใบงานท่ี 3 น้อยระดับดี
My feelings My feelings ตรงตามตารางเกณฑ์ประเมิน ผ่ านเกณฑ์ ท่ี
ใบงาน คะแนนอย่ าง

นอ้ ยระดบั ดี

สมรรถนะสาคัญ วิธีวัด เคร่อื งมือวัด เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ าร

ของผู้เรยี น ประเมนิ

1.ความสามารถในการ การสงั เกต แบบสงั เกต ดีมาก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผ่านเกณฑ์ระดับ

สอื่ สาร และสมา่ เสมอ ดขี ึน้ ไป

ดี = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

บอ่ ยครง้ั

พอใช้ = พฤติกรรมทแ่ี สดงถึงการปฏบิ ัตบิ างครั้ง

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมที่ไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏบิ ัติ

2.ความสามารถในการคิด ตรวจใบงาน แบบประเมินใบ ดีมาก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผ่านเกณฑ์ระดับ

งาน และสมา่ เสมอ ดีขนึ้ ไป

ดี = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

บ่อยครง้ั

พอใช้ = พฤติกรรมทแี่ สดงถึงการปฏบิ ตั ิ

40

สมรรถนะสาคัญ วธิ ีวัด เครอื่ งมือวดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑก์ าร
ของผู้เรียน แบบสังเกต
ประเมนิ

บางครง้ั

ควรปรับปรงุ = พฤตกิ รรมที่ไม่ไดแ้ สดงถึงการ

ปฏิบตั ิ

3.ความสามารถในการใช้ การสงั เกต ดีมาก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผา่ นเกณฑ์ระดับ
ทกั ษะชวี ิต
และสมา่ เสมอ ดีขน้ึ ไป

ดี = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

บอ่ ยคร้ัง

พอใช้ = พฤตกิ รรมท่ีแสดงถงึ การปฏบิ ัติบางครั้ง

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมท่ีไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏบิ ตั ิ

ทกั ษะของผู้เรยี นใน วธิ ีวัด เครื่องมือวดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การ
ศตวรรษที่ 21 ประเมนิ

1.ทกั ษะการอ่าน แบบประเมนิ แบบประเมิ น ดีมาก = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผา่ นเกณฑ์ระดับ

2.ทักษะการเขยี น ทั ก ษ ะ ข อ ง และสม่าเสมอ ดขี ึน้ ไป

ผู้ เ รี ย น ใ น ดี = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

ศตวรรษที่ 21 บอ่ ยครง้ั

พอใช้ = พฤตกิ รรมทแ่ี สดงถึงการปฏบิ ัติบางครั้ง

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมท่ีไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏบิ ตั ิ

แบบประเมนิ แบบประเมิ น ดีมาก = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผ่านเกณฑ์ระดับ

ทั ก ษ ะ ข อ ง และสมา่ เสมอ ดีขึ้นไป

ผู้ เ รี ย น ใ น ดี = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

ศตวรรษท่ี 21 บ่อยคร้ัง

พอใช้ = พฤตกิ รรมทแี่ สดงถงึ การปฏิบตั ิ

41

ทักษะของผู้เรียนใน วธิ วี ัด เคร่อื งมอื วัด เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การ
ศตวรรษที่ 21 ประเมนิ

บางครั้ง

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมที่ไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏิบัติ

3.ทั ก ษ ะ ก า ร ส่ื อ ส า ร แบบประเมนิ แบบประเมิ น ดีมาก = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผา่ นเกณฑ์ระดับ

สารสนเทศและรเู้ ท่าทันสอื่ ทั ก ษ ะ ข อ ง และสม่าเสมอ ดขี ้ึนไป

ผู้ เ รี ย น ใ น ดี = พฤติกรรมที่แสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

ศตวรรษที่ 21 บอ่ ยคร้งั

พอใช้ = พฤตกิ รรมที่แสดงถงึ การปฏบิ ตั บิ างครั้ง

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมท่ีไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏบิ ัติ

3.ทักษะการเรียนรู้ แบบประเมนิ แบบประเมิ น ดีมาก = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจน ผ่านเกณฑ์ระดับ

ทั ก ษ ะ ข อ ง และสมา่ เสมอ ดขี ้นึ ไป

ผู้ เ รี ย น ใ น ดี = พฤติกรรมท่ีแสดงถึงการปฏิบัติชัดเจนและ

ศตวรรษท่ี 21 บอ่ ยครัง้

พอใช้ = พฤตกิ รรมทแ่ี สดงถงึ การปฏบิ ัติบางครง้ั

ควรปรับปรุง = พฤติกรรมที่ไม่ได้แสดงถึงการ

ปฏิบัติ

ตารางเกณฑ์การประเมนิ ผลตา่ ง ๆ

12. กจิ กรรมเสนอแนะ

...............................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................................

42

13. บันทึกผลหลงั การสอน

สรุปผลการเรียนการสอน

นกั เรยี นทง้ั หมดจานวน……………..คน

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ขอ้ ที่ จานวนนักเรยี นที่ผา่ น จานวนนักเรียนทีไ่ ม่ผ่าน

จานวนคน ร้อยละ จานวนคน ร้อยละ

14. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ้ ข
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
15. ข้อเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

ลงชอ่ื …………………………………………………………………
(………………………………………………………………….)

ตาแหน่งครวู ิทยฐานะ………………………………………….
ลงชอ่ื ………………………………………………………………… หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้

(………………………………………………………………….)
ลงชอื่ ………………………………………………………………… รองผอู้ านวยการกล่มุ บรหิ ารวชิ าการ

(………………………………………………………………….)

43

ความคดิ เห็นของหัวหนา้ สถานศกึ ษา
ได้ทาการตรวจแผนการเรยี นรขู้ อง…………………………………………………………………แล้วมีความคดิ เหน็ ดงั น้ี

1. เปน็ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2. การจดั กิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้

 เน้นผูเ้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม

 ยงั ไม่เน้นผู้เรียนเป็นสาคญั ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ่ ไป
3. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ

............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................

ลงชื่อ…………………………………………………………………
(………………………………………………………………….)

ผูอ้ านวยการโรงเรียน…………………………………………..

44

ใบงาน

ช่ือ-สกลุ ……….……………………………………………………………………………………..ชนั้ ………………..เลขท…ี่ ………….. 45

ใบงานที่ 1

Practice and use

คาช้แี จง : ให้นกั เรยี นโยงเส้นจับคู่คาในสี่เหล่ยี ม

Be quiet. คาสงั่

Read and draw.

You should คาขอร้อง
read everyday. คาแนะนา

Can you help
me, please?

Sit down
please.


Click to View FlipBook Version