ค่มู อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 75
ค่มู ือ
แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร
เฉลมิ พระเกยี รติ 60 พรรษา สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ปที ี่ 6 พ.ศ. 2563
เครือขา่ ยเชิงพ้ืนท่ี (Rakpongprai Network : RN)
ภาคกลาง 2 (นครนายก สระบรุ ี จนั ทบรุ ี ชลบรุ ี)
กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา
สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษานครนายก
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน
คำนำ
คู่มือแนวทางการพัฒนาครูวิทยากรค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60
พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ปีที่ 6 ประจำปี พ.ศ. 2563 ฉบับนี้
จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสัมมนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูวิทยากรรักษ์พงไพรฯ ตามที่
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 8 เขต
ซึ่งครอบคลุมพื้นท่ี 4 ภูมิภาค ดำเนินงานผ่านเครือข่ายเชิงพื้นท่ี (Rakpongprai Network : RN)
โดยในปี พ.ศ. 2563 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก รับผิดชอบเป็นเจ้าภาพ
เครอื ข่ายเชงิ พ้ืนที่ ภาคกลาง 2 (นครนายก สระบุรี จันทบุรี ชลบุร)ี ดำเนินการขับเคลื่อนงานสัมมนา
และแลกเปล่ียนเรียนรูค้ รวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษ์พงไพรฯ และกจิ กรรมพฒั นาครวู ิทยากรให้กับ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 6 เขต เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานต่อยอดขยายผลโครงการค่าย
“เยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรม
ราชกุมารี” สู่ความยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้เกิดการขับเคลื่อนการดำเนินงาน การประสานภายในพื้นท่ี
ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เกิดความร่วมมือในการพัฒนาต่อยอดและขยายผล
โครงการ สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อันจะช่วยส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนของ
เครือข่ายเชงิ พน้ื ทใี่ นแต่ละภูมิภาคต่อไป โดยเนือ้ หาและกิจกรรมภายในเอกสารเลม่ นี้ ประกอบดว้ ย
สว่ นที่ 1 บทนำ
สว่ นที่ 2 หลกั สูตรการพฒั นาครูวทิ ยากร
ส่วนที่ 3 Nature Game
หวงั เปน็ อยา่ งย่ิงว่า เอกสารฉบับนี้จะเปน็ ประโยชน์ต่อเครือข่ายเชิงพื้นที่ (Rakpongprai
Network : RN) ในการพัฒนาครูวิทยากรฯ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนโครงการ
ค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพรฯ ทุกฝ่าย ตลอดจนผู้ที่มีความสนใจ ขอขอบพระคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ทุกท่านทใ่ี ห้ขอ้ มลู อันเปน็ ประโยชน์ตอ่ การจัดทำเอกสารฉบับนี้ให้สมบรู ณ์ พร้อมนำไปใช้ต่อไป
กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา
สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษานครนายก
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
กนั ยายน 2563
คู่มอื แนวทางการพัฒนาครูวิทยากรค่ายเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร ก
ข Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
สารบญั
หนา้
คำนำ ก
สารบัญ ค
สว่ นท่ี 1 บทนำ............................................................................................................... 1
ความเป็นมา...................................................................................................... 2
วตั ถปุ ระสงค์ของเครือขา่ ยเชิงพืน้ ท่ี................................................................... 2
แนวทางการดำเนนิ งานของเครือข่ายเชิงพื้นที่ RN ด้วยรูปแบบ
การจดั กิจกรรมการเรยี นรวู้ ิถีใหม่ (New Normal)........................................... 6
รายชอ่ื เครือข่ายเชงิ พืน้ ท่ี 4 ภูมิภาค................................................................. 9
ตารางกำหนดการสมั มนาฯ เครอื ข่ายเชิงพืน้ ที่ 4 ภมู ิภาค................................ 11
กำหนดการสัมมนาฯ RN ภาคกลาง 2.............................................................. 12
สว่ นที่ 2 หลกั สตู รพัฒนาครูวทิ ยากรรักษ์พงไพร........................................................... 13
บทบาทหนา้ ที่ของครูวิทยากร.......................................................................... 14
กิจกรรม สำนึกในพระมหากรุณาธคิ ุณ............................................................. 15
กจิ กรรม ดนิ ดี พืชดี วถิ ีพอเพียง....................................................................... 23
กิจกรรม รับอรุณยามเช้า/ดนู ก (1).................................................................. 29
กิจกรรม ขาดเธอแล้วฉนั จะรู้สึก....................................................................... 29
กิจกรรม ทักษะชีวิตเปน็ มิตรกับส่ิงแวดลอ้ ม.................................................... 36
กิจกรรม ขยะเปล่ยี นชวี ิต................................................................................. 38
กิจกรรม รบั อรุณยามเช้า (2)........................................................................... 49
ส่วนที่ 3 Nature Game............................................................................................... 50
ทม่ี าของ Nature Game................................................................................. 51
เป้าหมายและหลักการของ Nature Game.................................................... 52
ขนั้ ตอนการนำ Nature Game ไปใช้.............................................................. 52
การนำกิจกรรมมาประยกุ ต์ใช้.......................................................................... 52
ตวั อยา่ งกจิ กรรม Nature Game.................................................................... 53
คณะผ้จู ัดทำ ......................................................................................................................... 73
ค่มู อื แนวทางการพัฒนาครูวทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รักษ์พงไพร ค
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร
ง Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
สว่ นที่
บทนำ
ค่มู ือแนวทางการพัฒนาครวู ิทยากรค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร 1
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 1
ความเป็นมา
ค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยาม
บรมราชกุมารี ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย 9 หน่วยงาน ได้แก่
มูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมป่าไม้ กรม
อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักการศึกษา
กรุงเทพมหานคร กรมส่งเสริมการเกษตร และ True ต่อมาในปี 2560 มีหน่วยงานภาคีเครือข่าย
เพิ่มขึ้นอีก 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมหม่อนไหม และองค์การสวนสัตว์ และ
ปี พ.ศ. 2562 มีหน่วยงานเพิ่มขึ้นอีก 1 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งใน
ปัจจุบันรวมมีหน่วยงานทั้งสิ้น 13 หน่วยงาน ร่วมกันรับผิดชอบจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่เยาวชน เพ่ือ
สร้างความรู้ ความเข้าใจและจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ดังนั้นการขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไป
อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ทีมวิทยากรจึงกำหนดให้มีเครือข่ายเชิงพื้นท่ี
(Rakpongprai Network : RN)
จากการจัดกิจกรรมค่ายที่มุ่งเน้นการบูรณาการสหวิชาการที่เกี่ยวข้องกันบนพื้นฐานทักษะ
การเรียนรู้ ด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning ผนวกเข้ากับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง
การลงมือปฏิบัติจริงจากแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติในพื้นที่พร้อมทั้งเสริมสร้างให้นักเรียน ครู และ
ผู้เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการด้าน
อนุรักษ์ธรรมชาติในท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ สู่การเป็นแกนนำต่อยอดขยายผลในโรงเรียนและชุมชน โดย
น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้อย่างเป็นรูปธรรม คำนึงถึงความยั่งยืนของฐาน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเยาวชนให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เพอื่ ใหเ้ กิดผลลพั ธต์ อ่ ความยั่งยนื สืบไป
โครงการค่าย “เยาวชน...รกั ษพ์ งไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี” ปีที่ 6 ประจำปี พ.ศ. 2563 มุ่งเน้นให้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานประสาน
ภายในเครือข่ายเชิงพื้นที่ตาม 4 ภูมิภาคเป็นอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สอดรับกับ
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยกำหนดให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 8 เขตพื้นที่
เปน็ เจ้าภาพในการขับเคลื่อนงานและจัดกิจกรรมต่าง ๆ
วตั ถปุ ระสงค์ของเครอื ขา่ ยเชิงพ้ืนท่ี
1. เพ่ือประสานและขับเคลื่อนดำเนนิ งานโครงการค่าย “เยาวชน...รกั ษ์พงไพร
เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี” ในระดบั พน้ื ที่
ใหเ้ กิดความย่ังยนื
2. เพื่อพัฒนาครูวทิ ยากรรักษ์พงไพร ตามโครงการค่าย “เยาวชน...รักษพ์ งไพร
เฉลิมพระเกยี รติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี” ในระดบั พื้นที่
อย่างเปน็ ระบบ
3. เพอ่ื ศึกษาวจิ ยั และพัฒนาการดำเนนิ งานในโครงการค่าย “เยาวชน...รกั ษ์พงไพร
เฉลมิ พระเกียรติ 60 พรรษา สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกุมารี” ได้อย่าง
สอดคล้องเหมาะสมกบั บรบิ ทในระดับพ้ืนที่
22 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
บทบาท/ภารกิจของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน
1. ประกาศเครือข่ายเชงิ พนื้ ท่ี (Rakpongprai Network : RN) ปีท่ี 6 พ.ศ. 2563
2. ประสานการดำเนินการกับเครอื ขา่ ยเชงิ พืน้ ที่ (Rakpongprai Network : RN)
ปีที่ 6 พ.ศ. 2563
3. ประสานหน่วยงานภาคี เพ่ือขอข้อมูลผ้รู ับผิดชอบของแตล่ ะหน่วยงานภาคีเครือข่าย
พร้อมแจง้ ข้อมลู ไปยงั เครือขา่ ยเชงิ พืน้ ที่ (Rakpongprai Network : RN) ปีท่ี 6 พ.ศ. 2563 เพอ่ื ใช้
เปน็ ขอ้ มูลในการประสานงานในการวางแผนการพฒั นาครวู ิทยากร
4. จัดทำและแจ้งรายละเอียดแนวทางการดำเนนิ งานโครงการค่าย “เยาวชน...รักษ์พงไพร
เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาฯ ปีท่ี 6 พ.ศ. 2563
5. จดั สรรงบประมาณโครงการฯ
6. จดั ทำไฟลต์ ้นฉบับคู่มอื แนวทางการอบรมเชิงปฏบิ ัติการพัฒนาครูวทิ ยากรรกั ษพ์ งไพร
โครงการคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร เฉลิมพระเกยี รติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกมุ ารี ปีท่ี 6 พ.ศ. 2563 ใหก้ บั เครอื ข่ายเชงิ พ้ืนที่ (Rakpongprai Network : RN)
7. จดั ทำระบบบรหิ ารจัดการข้อมูลเครือขา่ ยเชงิ พนื้ ท่ี (Rakpongprai Network : RN)
ปที ่ี 6 พ.ศ. 2563 และการต่อยอดขยายผลของโรงเรยี นทีเ่ ข้าร่วมโครงการฯ แบบออนไลน์
8. จัดทำแนวทางและเคร่ืองมือการประเมนิ ผลโครงการฯ
บทบาท/ภารกจิ ของเจ้าภาพเครอื ข่ายเชงิ พ้นื ที่ (Rakpongprai Network : RN)
1. จัดทำแผนงาน/โครงการอบรมเชิงปฏิบตั กิ ารพัฒนาครวู ทิ ยากรรักษ์พงไพร
โครงการค่ายเยาวชน...รักษพ์ งไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ
สยามบรมราชกมุ ารี ปที ี่ 6 พ.ศ. 2563
2. ประสานงานการวางแผนการจดั คา่ ยและการพัฒนาครวู ิทยากรรักษ์พงไพร กับเขตพื้นท่ี
3. การศึกษาท่ีเข้ารว่ มและภาคีเครอื ข่าย 13 องค์กร ให้มคี วามเข้มแข็ง
4. จัดการประชุมเตรยี มการอบรมเชงิ ปฏบิ ัติการพฒั นาครูวิทยากรรกั ษ์พงไพร ตามโครงการ
คา่ ยเยาวชน...รกั ษ์พงไพร เฉลมิ พระเกยี รติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
ปีท่ี 6 พ.ศ. 2563 กับเขตพน้ื ท่ีการศึกษาท่ีเข้ารว่ มและภาคีเครือข่าย
5. จัดทำสำเนาคู่มือแนวทางการอบรมเชิงปฏบิ ตั ิการพฒั นาครูวิทยากรรกั ษ์พงไพร
โครงการค่ายเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร เฉลิมพระเกยี รติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ
สยามบรมราชกุมารี ปที ี่ 6 พ.ศ. 2563 ให้กบั ผูเ้ ขา้ รบั การอบรมเชิงปฏบิ ัติการพัฒนาครวู ิทยากร
คา่ ยฯ ตามเครอื ข่ายเชงิ พ้ืนที่ของตนเอง
6. เตรยี มสถานท่ีและวัสดุ/อปุ กรณ์ สำหรับจัดอบรมเชิงปฏบิ ัติการพฒั นาครูวทิ ยากรรักษ์พงไพรฯ
และจัดทำขอ้ มลู ในระบบออนไลน์
7. ดำเนินการจัดการอบรมเชงิ ปฏิบัตกิ ารพฒั นาครวู ทิ ยากรรกั ษพ์ งไพรฯ ตามหลักสูตรท่ี สพฐ.
กำหนดอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
คูม่ ือแนวทางการพฒั นาครูวทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 3
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร
3
8. ดำเนินการประเมินผลการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูวิทยากรรักษ์พงไพรฯ และ
จัดทำรายงานผลดำเนินงานโครงการฯ/วิจัยเพื่อพัฒนาการยกระดับโครงการฯ สู่ความยั่งยืน
ตามความเหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั บรบิ ทของแต่ละเครอื ขา่ ยเชงิ พื้นท่ี
9. ดำเนนิ การแลกเปล่ียนเรียนรู้ ทั้งในระดบั เครือขา่ ยเชงิ พนื้ ท่ี (Rakpongprai Network : RN)
ระดับศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า (ศธส.) ศูนย์การเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ตามแนว
พระราชดำริ (ศรร.) หรือระดับโรงเรียนในโครงการฯ ตามแนวคิดและวิธีการของเครือข่ายเชิงพื้นท่ีฯ
ภายใต้ความเหมาะสมและเออ้ื ตอ่ การต่อยอดขยายผลโครงการฯ ส่คู วามย่งั ยืน
10. ให้แนวทาง คำแนะนำ ส่งเสริมและสนับสนุนการลงทะเบียน การจัดทำข้อมูล
โรงเรยี น การขยายผลของศูนยฯ์ และการรายงานผลของศูนย์ฯ ในเครอื ขา่ ยที่รบั ผิดชอบ ให้เป็นไป
อย่างมีประสทิ ธิภาพ
บทบาท/ภารกจิ ของเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาท่เี ขา้ ร่วมเครอื ข่ายเชงิ พนื้ ท่ี (RN)
1. เขา้ ประชมุ และวางแผนรว่ มกับเครือข่ายเชงิ พืน้ ท่ี (Rakpongprai Network : RN)
ปที ี่ 6 พ.ศ. 2563 ทเี่ ป็นเจา้ หลักในการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั ิการพฒั นาครูวทิ ยากรฯ
2. คัดเลือกครเู พ่ือเข้ารว่ มการอบรมเชิงปฏบิ ัตกิ ารพฒั นาครูวิทยากรรกั ษพ์ งไพรฯ
ปที ี่ 6 พ.ศ. 2562 ตามจำนวนท่ี สพฐ. กำหนด
3. ส่งข้อมูลรายช่ือครแู ละผรู้ บั ผิดชอบโครงการไปยงั เครือข่ายเชงิ พื้นท่ี (Rakpongprai
Network : RN) ภายในระยะเวลาทีเ่ จา้ ภาพกำหนด
4. นำครูเขา้ ร่วมอบรมเชิงปฏิบตั ิการพัฒนาครูวทิ ยากรค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร
เฉลมิ พระเกียรติ 60 พรรษาฯ ตามสถานทท่ี ่ีเครือข่ายเชิงพ้ืนที่ (Rakpongprai Network : RN)
เจ้าภาพกำหนด
บทบาท/ภารกจิ ของหน่วยงานภาคี
1. สง่ รายชอื่ ผรู้ ับผดิ ชอบ พรอ้ มขอ้ มูลของหน่วยงานของตนเอง ใหก้ ับ สพฐ.
2. ให้ความรว่ มมือกบั เครือขา่ ยเชงิ พน้ื ท่ี (Rakpongprai Network : RN) ทีเ่ ปน็ เจ้าภาพ
ในการอบรมเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารพัฒนาครวู ทิ ยากรค่ายเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร เฉลิมพระเกียรติ 60
พรรษาฯ
3. จัดเตรียมบุคลากรท่ีจะทำหน้าที่เปน็ วทิ ยากร พร้อมวสั ดุ/อุปกรณ์ประกอบการอบรม
เชงิ ปฏิบตั กิ ารพฒั นาครวู ทิ ยากรค่ายเยาวชน...รักษพ์ งไพร เฉลมิ พระเกยี รติ 60 พรรษาฯ
4. เข้ารว่ มเป็นวิทยากรในการอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ ารพัฒนาครูวิทยากรรกั ษ์พงไพรฯ
โครงการค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ า ฯ
สยามบรมราชกมุ ารี ปีท่ี 6 พ.ศ. 2563 โดยบรู ณาการกิจกรรมแบบ Active Learning ตามสถานที่
ท่เี ครือข่ายเชิงพน้ื ที่ (Rakpongprai Network : RN) แต่ละภมู ภิ าคกำหนด โดยใช้งบประมาณจาก
ต้นสงั กดั
44 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
แนวทางการยกระดบั ครู/ศึกษานิเทศก์ รกั ษ์พงไพร
ครูรักษ์พงไพรอาสา ลงพื้นท่ี
ปฏบิ ตั งิ านช่วยวทิ ยากรภาคี
เครอื ข่ายในการจัดกจิ กรรม
4 และผา่ นการรับรองจากวทิ ยากร
เครอื ข่ายจะไดร้ ับ สญั ลักษณ์
อาร์มระดับงานหนว่ ยภาคีนัน้
จะได้รบั เป็น
“ครวู ทิ ยากรแกนนำรักษ์พงไพร
จิตอาสา”
3 ครูวิทยากรแกนนำรกั ษพ์ งไพร เลือกเขา้ รับ
การอบรมหลักสูตรเฉพาะทางภายใต้ภาคี
เครอื ข่าย 13 องค์กร เช่น อาสาหมอดิน
อาสาหม่อนไหม อาสาบญั ชสี หกรณ์ จะได้รบั
2 วฒุ ิบตั ร และยกระดบั เปน็
“ครวู ทิ ยากรรกั ษ์พงไพร จิตอาสา”
ผ้ผู ่านการอบรมจาก RN และเป็นวิทยากรคา่ ยฯ (ค่ายนักเรยี น) แลว้
1 นำไปตอ่ ยอดขยายผลในโรงเรียนของตนเองเชงิ ประจักษ์ และไดน้ ำ
ผลงานร่วมแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ ในระดับ RN/สพฐ. จะได้รบั ตราสญั ลักษณ์
อาร์ม สพฐ. ได้ยกระดบั เปน็ “ครูวิทยากรแกนนำรักษพ์ งไพร”
ผูผ้ ่านการอบรมหลกั สตู ร 3 วัน 2 คืน ของ สพฐ. โดย RN แตล่ ะภมู ิภาค และปฏบิ ัตงิ านเปน็
วิทยากรค่าย “เยาวชน...รกั ษพ์ งไพรฯ”(ค่ายนักเรยี น) จะได้รับตราสญั ลักษณ์อารม์ ศูนย์แตล่ ะศูนย์
ได้ยกระดบั เป็น “ครวู ิทยากรรกั ษพ์ งไพร”
คูม่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 5
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร
แนวทางการดำเนินงานของเครือข่ายเชิงพืน้ ท่ี (RN)
ด้วยรูปแบบการจดั กจิ กรรมการเรียนรวู้ ิถใี หม่ (New Normal)
เพือ่ การพัฒนาโครงการคา่ ย “เยาวชน...รักษ์พงไพร เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” สู่ความยั่งยนื ประจำปี พ.ศ. 2563
สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา (สนก.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไดด้ ำเนินการ จดั สรรงบประมาณโครงการคา่ ย “เยาวชน...รักษพ์ งไพร เฉลิม
พระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ”ประจำปี 2563
ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนงานและจัดกิจกรรม
เพื่อดำเนินการในระยะแรกไปแล้ว ตามหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04008/ว 316 ลงวันที่ 13
กมุ ภาพนั ธ์ 2563 เรื่องการดำเนนิ งานโครงการค่าย “เยาวชน...รักษพ์ งไพร เฉลมิ พระเกียรติ 60
พรรษา สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” ประจำปี 2563
เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Coronavirus
Disease 2019 : COVID – 19) สพฐ. จึงปรับปรุงและยกระดับแนวทางการดำเนินงานของ
เครือข่ายเชิงพื้นที่ฯ (Rakpongprai Network : RN) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ มุ่งเน้น
กระบวนการต่อยอดขยายผลสู่ห้องเรียนและชุมชน เสรมิ สร้างความเขม้ แขง็ ต่อเนือ่ ง และยั่งยืน
ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บนฐานความสอดคล้องเหมาะสมกับความ
ต้องการและบรบิ ทของพืน้ ท่ี โดยกำหนดแนวทางให้เครือขา่ ยเชิงพน้ื ท่ีฯ จดั สัมมนาวิชาการและ
แลกเปล่ยี นเรียนรู้ บนฐานการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้วิถีใหม่ (New Normal) และสำนักงานเขต
พนื้ ที่การศึกษาในเครือขา่ ยเข้ารว่ มกิจกรรมดังกลา่ ว รายละเอยี ดดงั นี้
1. วตั ถปุ ระสงค์ของการสัมมนาวิชาการและแลกเปล่ยี นเรียนรู้
1.1 เพอ่ื แลกเปล่ียนเรยี นรู้ ถอดบทเรียน และรว่ มกนั สร้างสรรค์เครอื ข่ายการ
ตอ่ ยอดขยายผลดา้ นการอนรุ ักษท์ รัพยากรธรชาติและส่งิ แวดล้อมในระดับโรงเรียนและชุมชน
ได้อยา่ งสอดคล้องกบั บรบิ ทในระดบั พ้นื ที่
1.2 เพอื่ ประสานและขบั เคลื่อนดำเนนิ งานโครงการฯ ดว้ ยรปู แบบการจัดกิจกรรม
การเรยี นรวู้ ถิ ีใหม่ (New Normal) ในระดับพื้นท่ีใหเ้ กิดความย่งั ยนื
1.3 เพ่อื พัฒนาบคุ ลากรของโครงการฯ ให้มีความพร้อมในการต่อยอดขยายผล
สโู่ รงเรียนและชมุ ชน ในระดบั พืน้ ทไ่ี ด้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธภิ าพ
1.4 เพอ่ื เผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ สร้างการรับรู้ และถา่ ยทอดองค์ความรู้
แนวปฏบิ ตั ทิ ่ดี ี รวมถึงภาพความสำเร็จท่นี ่าสนใจผา่ นระบบสารสนเทศและสื่อสังคมออนไลน์
แกผ่ เู้ ก่ียวข้องและสาธารณะ
2. ภารกจิ ของเครอื ขา่ ยเชิงพ้ืนที่ฯ
2.1 ดำเนินการจัดสัมมนาวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับเครือข่าย
ศูนย์การเรียนรู้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนในเครือข่าย ตามแนวคิดและวิธีการ
ของเครือข่ายเชิงพื้นที่ฯ ภายใต้ความสอดคล้องตามวัตถุประสงค์โครงการฯ และการต่อยอด
6 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
6 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
ขยายผลโครงการฯ สู่ความยั่งยืน รวมถึงอยู่ภายใต้มาตรการการรักษาความปลอดภัยใน
สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ของกรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสขุ และ สพฐ. อย่างเคร่งครัด
2.2 จัดทำรายงานสรุปองค์ความรู้ สาระสำคัญ และผลลัพธ์ ที่ได้จากการจัด
สัมมนาวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบเอกสารเชิงวิชาการ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์
ในการตอ่ ยอดโครงการฯ สูค่ วามย่งั ยนื ตามความเหมาะสมและสอดคลอ้ งกับบรบิ ทพน้ื ท่ี
3. กรอบเน้ือหาและกจิ กรรม
ให้เครือข่ายเชิงพื้นที่ฯ ดำเนินการโดยพิจารณาถึงความสอดคลอ้ งตามวัตถุประสงค์
โครงการฯ รวมถึงผสานนำระบบสารสนเทศและสื่อสังคมออนไลน์เข้ามาประยุกต์ใช้ บนฐาน
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิถีใหม่ (New Normal) และเอื้อต่อการต่อยอดขยายผลโครงการฯ
สู่ความยั่งยืน ทั้งน้ี สามารถพิจารณาออกแบบ ปรับเปลี่ยน ประยุกต์ และเพิ่มเติม ในส่วน
ของเนื้อหารูปแบบกิจกรรม และวิธีการได้ตามความเหมาะสม โดยมีกรอบเนื้อหาและกิจกรรม
ดงั น้ี
3.1 การตอ่ ยอดขยายผลโครงการฯ
- ประเดน็ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อมในพ้นื ทีเ่ พ่ือ
ตอ่ ยอดขยายผล
- รูปแบบการจดั กิจกรรมการเรียนรูว้ ิถใี หม่ (New Normal) ร่วมกบั ภาคี
เครือข่าย
- แนวทางการตอ่ ยอดขยายผลระหวา่ งเครอื ขา่ ย
- แนวทางการจดั กจิ กรรมและการต่อยอดขยายผลในโรงเรียน
- ภาพความสำเรจ็ ของการต่อยอดขยายผลท่ีนา่ สนใจ (ถา้ มี) ในระดบั เครือข่าย
ศนู ย์การเรยี นรู้ และ/หรือสำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และ/หรอื โรงเรยี น (เนน้ ผลงานต่อยอด
ของนักเรียน)
3.2 การพัฒนาศักยภาพผูเ้ ก่ียวข้องเพื่อต่อยอดขยายผลโครงการฯ
- การจดั กิจกรรมค่ายแบบบรู ณาการ บนฐาน 3 รกั ษ์
- นกั สอื่ ความหมายรักษ์พงไพร สพฐ.
- คนรกั ษพ์ งไพร หัวใจยทู ูบเบอร์
- หลอมรวมใจรักษ์พงไพรเป็นหนึ่งเดยี วกนั
4. การเบิกจา่ ยงบประมาณ
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาท่เี ปน็ เจา้ ภาพ ใชเ้ งนิ งบประมาณในหมวด “ค่าดำเนินการ
ของเครอื ข่ายเชิงพน้ื ท่ีและคา่ พาหนะ” (ให้ถัวจ่ายไดท้ ุกรายการ) เพือ่ เป็นค่าใช้จ่ายในการ
ดำเนินงานข้อ 2 ภารกจิ ของเครอื ข่ายเชิงพื้นท่ีฯ (ข้อ 2.1 ดำเนินการจัดสัมมนาวชิ าการและ
แลกเปล่ยี นเรียนร้ใู นระดับเครือข่าย และข้อ 2.2 จดั ทำรายงานสรปุ องค์ความรู้ สาระสำคญั
และผลลพั ธฯ์ ) โดยมีแนวทางการเบกิ จ่ายตามหนงั สอื ด่วนทีส่ ดุ ที่ ศธ 04008/ว 316 ลงวันท่ี
13 กุมภาพันธ์ 2563
ค่มู อื แนวทางการพฒั นาครวู ิทยากรค่ายเยาวชน...รักษพ์ งไพร 77
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร
สำนกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาในเครือข่ายใช้เงนิ งบประมาณในหมวด “คา่ พาหนะ”
(ใหถ้ ัวจ่ายทกุ รายการ) ตามหนงั สือดว่ นที่สุด ที่ ศธ 04008/ว 316 ลงวันท่ี 13 กมุ ภาพันธ์
2563 เพือ่ เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการเขา้ รว่ มสัมมนาวชิ าการและแลกเปล่ียนเรยี นรู้
ดังกล่าว
5. ผูเ้ ข้ารว่ มสมั มนาวชิ าการและแลกเปลีย่ นเรียนรู้
5.1 ครวู ิทยากร/แกนนำ (ท่ีได้รบั การคัดเลือกจากสำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษา
เจา้ ภาพและสำนักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาในเครือขา่ ย)
5.2 ศึกษานเิ ทศก์ นักวชิ าการศึกษา หรือผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการฯ (จากสำนกั งาน
เขตพ้นื ท่ีการศึกษาเจา้ ภาพและสำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาในเครอื ข่าย)
5.3 หัวหนา้ ศนู ย์และวิทยากรกรมปา่ ไม/้ กรมอุทยานแหง่ ชาตฯิ (จากศนู ย์
เจ้าภาพและศนู ยใ์ นเครือข่าย)
5.4 คณะวทิ ยากรและคณะทำงานภาคีเครือขา่ ย
5.5 คณะวิทยากรและคณะทำงาน สพฐ. (จาก สพฐ. ส่วนกลาง ผูท้ รงคณุ วฒุ ิ
ของโครงการฯ ขา้ ราชการบำนาญ สพฐ. และสำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา)
** จำนวนผูเ้ ขา้ รว่ มสมั มนาวชิ าการและแลกเปล่ยี นความรู้ให้สำนกั งานเขต
พนื้ ท่ีการศกึ ษาเจ้าภาพพิจารณากำหนดจำนวนไดต้ ามความเหมาะสม
6. ระยะเวลาในการสมั มนาวิชาการและแลกเปลย่ี นเรียนรู้
จำนวน 2 วนั 1 คนื
(เครือขา่ ยเชงิ พนื้ ทฯี่ สามารถปรบั เปล่ยี นระยะเวลาได้ตามความเหมาะสม)
7. สถานทีฝ่ ึกอบรมพฒั นาครวู ทิ ยากร/แกนนำ
ใหแ้ ต่ละเครือข่ายเชิงพ้ืนท่ีฯ พิจารณาเลือกสถานท่ีดงั กลา่ วไดต้ ามเหมาะสม
8. การรายงานผล
8.1 รายงานระหว่างการดำเนินงาน โดยการ LIVE ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของ
สพฐ. (Facebook/Youtube) ในรูปแบบรายการออนไลน์ มีผังรายการและมีรูปแบบท่นี ่าสนใจ
ร่วมกับ สพฐ. เพอ่ื เผยแพร่ประโยชนส์ ่สู าธารณะ
8.2 รายงานหลังเสร็จสิ้นการดำเนินงาน โดยการจัดทำเล่มรายงานสรุป
องค์ความรู้ สาระสำคัญ และผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดสัมมนาวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน
รูปแบบเอกสารเชิงวิชาการ (ขอใหม้ ีข้อมลู พื้นฐานของเครือขา่ ยเชงิ พนื้ ทฯ่ี ประกอบด้วย)
8 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
8 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
รายช่อื เครอื ข่ายเชงิ พ้ืนที่ 4 ภมู ิภาค
(Rakpongprai Network : RN) ปที ี่ 6 พ.ศ. 2563
1. เครอื ข่ายเชงิ พืน้ ที่ฯ ภาคเหนือ แบง่ ออกเป็น 2 RN ประกอบด้วย
1.1 RN ภาคเหนอื 1 เจา้ ภาพ ไดแ้ ก่ สพป.น่าน เขต 1 รบั ผดิ ชอบ 4 ศูนย์ ดังนี้
1) ศรร.เชียงใหม่
2) ศธส.เชงิ ดอยสเุ ทพ
3) ศธส.นา่ น (นานอ้ ย)
4) ศรร.นา่ น (บ่อเกลอื )
1.2 RN ภาคเหนือ 2 เจ้าภาพ ได้แก่ สพป.ตาก เขต 2 รับผดิ ชอบ 3 ศนู ย์ ดงั นี้
1) ศรร.แมฮ่ อ่ งสอน
2) ศธส.ถำ้ น้ำลอด (ปางมะผ้า)
3) ศรร.ตาก (แมส่ อด)
2. เครือข่ายเชิงพื้นที่ฯ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 1 RN เจ้าภาพ ได้แก่ สพป.
กาฬสินธ์ุ เขต 1 รบั ผิดชอบ 4 ศนู ย์ ดงั นี้
1) ศรร.ยโสธร
2) ศธส.ห้วยกมุ่
3) ศธส.ลำปาว
4) ศธส.อบุ ลราชธานี (นำ้ ยนื )
3. เครือข่ายเชิงพืน้ ทีฯ่ ภาคกลาง แบ่งออกเปน็ 3 RN ประกอบด้วย
3.1 RN ภาคกลาง 1 เจ้าภาพ ไดแ้ ก่ สพป.นครสวรรค์ เขต 1 รับผิดชอบ 4 ศูนย์
1) ศธส.ห้วยขาแขง้
2) ศธส.พิษณโุ ลก (วังทอง)
3) ศธส.บงึ บอระเพด็
4) ศธส.เขานำ้ พุ
3.2 RN ภาคกลาง 2 เจา้ ภาพ ได้แก่ สพป.นครนายก รบั ผิดชอบ 4 ศนู ย์
1) ศธส.นครนายก
2) ศธส.สระบรุ ี
3) ศธส.เขาสอยดาว
4) ศธส.เขาเขยี ว
คู่มือแนวทางการพัฒนาครูวทิ ยากรค่ายเยาวชน...รักษพ์ งไพร 9
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 9
3.3 RN ภาคกลาง 3 เจ้าภาพ ได้แก่ สพป.ประจวบฯ เขต 1 รับผิดชอบ 4 ศูนย์
1) ศรร.ประจวบครี ขี ันธ์ (อา่ วน้อย)
2) ศรร.สวนศรนี ครเข่อื นขนั ธ์
3) ศธส.ราชบุรี (สวนผงึ้ )
4) สวนสมเด็จพระนางเจ้าสริ ิกิติฯ์
4. เครอื ข่ายเชงิ พืน้ ทฯ่ี ภาคใต้ แบง่ ออกเปน็ 2 RN ประกอบดว้ ย
4.1 RN ภาคใต้ 1 เจา้ ภาพ ไดแ้ ก่ สพป.พทั ลุง เขต 1 รบั ผิดชอบ 4 ศูนย์
1) ศธส.ทะเลนอ้ ย
2) ศรร.หาดใหญ่ สงขลา
3) ศธส.หาดใหญ่
4) ศธส.ทะเลสาบสงขลา
4.2 RN ภาคใต้ 2 เจ้าภาพ ไดแ้ ก่ สพป.สุราษฎรธ์ านี เขต 1 รับผิดชอบ 4 ศูนย์
1) ศธส.เขาทา่ เพชร
2) ศธส.เขาชอ่ ง
3) ศธส.เขาพระแทว
4) ศธส.นครศรธี รรมราช
10 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
10 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
ตารางกำหนดการสมั มนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เครอื ข่ายเชิงพื้นท่ี 4 ภมู ิภาค
ตามโครงการค่าย “เยาวชน...รักษ์พงไพรฯ ปีที่ 6 พ.ศ. 2563
โดยเครอื ข่ายเชงิ พนื้ ที่ (Rakpongprai Network : RN) 4 ภมู ิภาค
ที่ ภาค/เจ้าภาพ กำหนดการ สถานท่ี พ้ืนท่รี บั ผิดชอบ
1 ภาคเหนอื 1 16 – 17 จ.น่าน ศธส.นา่ น (นานอ้ ย)
สพป.น่าน เขต 1 กนั ยายน ศรร.เชียงใหม่
2563 ศธส.เชงิ ดอยสุเทพ
ศรร.นา่ น (บ่อเกลือ)
2 ภาคเหนอื 2 24 – 25 จ.ตาก ศรร.ตาก (แม่สอด)
สพป.ตาก เขต 2 กนั ยายน ศรร.แมฮ่ ่องสอน
2563 ศธส.ถ้ำนำ้ ลอด (ปางมะผ้า
3 ภาค 14 – 15 เฮอื นกาฬสนิ ธุ์- ศธส.ลำปาว
ตะวันออกเฉยี งเหนือ กนั ยายน สวนดอนธรรม ศรร.ยโสธร
สพป.กาฬสนิ ธุ์ เขต 1 2563 จ.กาฬสินธ์ุ ศธส.หว้ ยกมุ่
ศธส.อบุ ลราชธานี (นำ้ ยืน)
4 ภาคกลาง 1 10 – 11 จ.นครสวรรค์ ศธส.บึงบอระเพ็ด
สพป.นครสวรรค์ เขต 1 กันยายน ศธส.พษิ ณุโลก
2563 ศธส.ห้วยขาแขง้
ศธส.เขาน้ำพุ
5 ภาคกลาง 2 12 – 13 ทา่ ชยั โฮมสเตย์ ศธส.นครนายก
สพป.นครนายก กันยายน จ.นครนายก ศธส.สระบรุ ี
2563 ศธส.เขาสอยดาว
ศธส.เขาเขียว
6 ภาคกลาง 3 27 - 28 จ.ประจวบครี ีขันธ์ ศรร.ประจวบครี ีขนั ธ์
สพป.ประจวบคีรขี นั ธ์ กันยายน 2563 ศรร.สวนศรนี ครเขอ่ื นขันธ์
เขต 1 ศธส.ราชบรุ ี (สวนผ้ึง)
สวนสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ ิกติ ฯ์ิ
7 ภาคใต้ 1 28 - 29 จ.พัทลงุ ศธส.ทะเลนอ้ ย
สพป.พัทลุง เขต 1 กนั ยายน 2563 ศรร.หาดใหญ่ สงขลา
ศธส.หาดใหญ่
ศธส.ทะเลสาบสงขลา
8 ภาคใต้ 2 25 - 26 จ.สรุ าษฎร์ธานี ศธส.เขาทา่ เพชร
สพป.สรุ าษฎร์ธานี กนั ยายน 2563 ศธส.เขาชอ่ ง
เขต 1 ศธส.เขาพระแทว
ศธส.นครศรีธรรมราช
คมู่ อื แนวทางการพัฒนาครวู ิทยากรค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร 11
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร
11
กำหนดการสัมมนาและแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
ครวู ิทยากรค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพรฯ ปีที่ 6 พ.ศ. 2563
เครอื ข่ายเชิงพืน้ ที่ (Rakpongprai Network : RN)
ภาคกลาง 2 (นครนายก สระบุรี ชลบรุ ี จนั ทบุรี)
วันที่ 12 – 13 กนั ยายน พ.ศ. 2563 ณ ท่าชัยโฮมสเตย์ อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วนั ที่ 12 กันยายน 2563
08.30 – 10.00 น. ลงทะเบยี น/รายงานตวั
10.00 – 11.00 น. พธิ เี ปดิ และบรรยายพเิ ศษ
โดย ผอ.พเิ ชษฐ์ นนท์พละ ผอ.สพป.นครนายก
11.00 – 12.00 น. ชี้แจงแนวดำเนนิ การค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพรฯ
โดย ดร.สมพร สามทองกลำ่ ผู้เชย่ี วชาญดา้ นวจิ ยั ฯ สพฐ.
12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวนั
13.00 – 13.30 น. สร้างความคุ้นเคย New Normal Style
13.30 – 15.30 น. ถอดบทเรียน “เล่าขาน...งานคา่ ย” สู่แนวปฏิบตั ทิ ีด่ ี
15.30 – 17.30 น. นักส่ือความหมายธรรมชาติ (1,2)
17.30 – 19.00 น. ปฏบิ ัติภารกจิ สว่ นตวั /รับประทานอาหารเย็น
19.00 – 21.00 น. สำนึกในพระมหากรณุ าธคิ ุณ และกจิ กรรมเทยี น
(เช่อื มโยง 3 รักษ์ ) โดย คณะวิทยากร ศธส.นครนายก
วนั ที่ 13 กันยายน 2563
06.00 – 07.00 น. ปฏิบตั ภิ ารกิจสว่ นตวั /กิจกรรมรบั อรุณ
07.00 – 08.00 น. รบั ประทานอาหารเชา้
08.00 – 08.30 น. เข้าแถวเคารพธงชาติ/นันทนาการ
08.30 – 10.00 น. กิจกรรม “Craft From Nature”
10.00 – 12.00 น. กจิ กรรมขยะเปลี่ยนชวี ติ “ค่ายกล คนรกั ษโ์ ลก”
12.00 – 13.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวนั
13.00 – 14.00 น. นกั ส่อื ความหมายธรรมชาติ (3)
14.00 – 15.00 น. การขับเคล่ือนการตอ่ ยอดขยายผลโครงการฯ ระดบั เขตพ้ืนท่ี
15.00 – 16.00 น. กจิ กรรมรวมใจเป็นหนึ่ง/อภิปราย ซกั ถาม
16.00 – 16.30 น. พิธปี ดิ /มอบวฒุ บิ ตั ร
หมายเหตุ 1. กำหนดการนอ้ี าจเปล่ยี นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม
2. เวลา 10.00 – 10.15 น. และเวลา 14.00 – 14.15 น. พกั รบั ประทานอาหารว่าง
12 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
12 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
ส่วนที่
หลกั สูตรพัฒนาครูวิทยากร
รกั ษ์พงไพร
คมู่ อื แนควมู่ ทือาแงนกวาทราพงฒั กานราพคัฒรวู นทิ ายคารกูวริทคยา่ ายกเรยคาวา่ ชยนเย..า.รวชกั นษ.พ์..รงกัไพษร์พงไพร 13 13
บทบาทหน้าที่ของครวู ิทยากร
1. ปฏิบัตหิ นา้ ท่เี ปน็ วทิ ยากรหลักในเนือ้ หา “ทักษะชีวติ เปน็ มิตรกับส่ิงแวดล้อม” โดยศึกษา
ทำความเข้าใจกับเนื้อหากิจกรรม องค์ความรทู้ ่เี ด็กควรได้รับ
2. ปฏิบัติหนา้ ที่เป็นวทิ ยากร พ่ีเล้ยี ง ในเน้อื หาวิชาอ่ืน ๆ ท่ีมวี ิทยากรจากองค์กรตา่ ง ๆ
มาเปน็ วทิ ยากร โดยรว่ มเรียนรกู้ ับเดก็ ใชค้ ำถาม กระตุ้นใหเ้ กดิ การสะท้อนคิด ในประเด็นต่าง ๆ
ทวี่ ทิ ยากรดำเนนิ การ
3. ปฏิบตั ติ นเปน็ แบบอยา่ งที่ดใี นระหวา่ งรว่ มกจิ กรรมอยู่ในคา่ ย
4. ดแู ล ควบคุม กำกับและร่วมเรียนรกู้ ับนักเรียนตลอดระยะเวลาการอยู่คา่ ย
บรรยากาศทเ่ี หมาะสมภายในค่าย
1. การจดั บรรยากาศทเ่ี หมาะสมภายในคา่ ย เปน็ สว่ นทสี่ ำคญั ทีจ่ ะสรา้ งองค์ความร้ใู หก้ บั เด็ก
ตลอดระยะเวลาในการอย่ใู นคา่ ย เช่น
- การเลือกใชส้ ่อื วสั ดุในการจัดกิจกรรมควรคำนึงถงึ สงิ่ แวดลอ้ ม
- การจัดการเรื่องขยะ การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง การคัดแยกขยะ
- การจดั การ เร่ือง เศษอาหาร การแยกจาน ช้อน ภาชนะ บรรจภุ ัณฑท์ ใ่ี ส่อาหาร
- การจัดอาหารวา่ ง ควรคำนึงถึงความเป็นมติ รกบั ส่งิ แวดล้อม
2. การใช้เพลงหรือสอ่ื ประกอบในระหว่างอยคู่ ่าย ควรใช้เพลงหรือสอื่ ที่มเี นื้อหาเกี่ยวข้องกบั
ธรรมชาติ ปา่ ไม้ สัตวป์ ่า หรอื บทเพลงท่ีให้เกิดความซาบซ้ึงในสถาบันพระมหากษตั รยิ ์
3. การใชเ้ กมในการกระตุ้น หรือเรา้ ความสนใจ ก่อนเข้าสู่บทเรียนในเนอื้ หาวิชาต่าง ๆ
ควรเลอื กเกมท่สี ามารถเชอื่ มโยง หรือนำเขา้ สบู่ ทเรยี นได้ เช่น การใช้ Nature Game มาใช้
4. การจดั บรรยากาศในการเรยี นรทู้ ่ีสนกุ สนานและเปน็ การเรียนรูท้ มี่ ีความหมาย
ข้อพึงระวัง
1. ไมค่ วรใช้คำถามท่ีไมเ่ ปิดโอกาสให้เด็กไดแ้ สดงความรู้ ความเข้าใจ หรือปดิ ก้ันการแสดง
ความคิดเห็น
2. เพลงที่ใช้ในการจดั กิจกรรมไม่ควรเป็นเพลงท่ีมที ่าทางประกอบไม่สภุ าพ
3. วิทยากรหรือผู้ดำเนินการไม่ควรรบี บอกคำตอบกับนักเรียน ควรให้เวลาแกน่ กั เรยี น
ในการคดิ หาคำตอบ
14 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
14 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
1. กจิ กรรม สำนึกในพระมหากรณุ าธิคณุ
วัตถุประสงค์
เพื่อใหผ้ เู้ ข้ารบั การอบรมรสู้ ึกซาบซ้ึงในพระมหากรณุ าธิคุณของสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
ลักษณะของกิจกรรม
กจิ กรรมรายบุคคลทใ่ี ห้สะท้อนคิดเกี่ยวกบั ความรูส้ กึ ท่ีมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ระยะเวลาการทำกจิ กรรม เวลา 1 ชวั่ โมง
การเตรียมการทำกจิ กรรม
เตรยี มบคุ คลท่ีเหมาะสมอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ และจัดเตรียมสถานท่ี ส่ือ อปุ กรณ์
และการสรา้ งบรรยากาศสำหรับการจดั กิจกรรม ดังน้ี
1. พระบรมฉายาลกั ษณ์ของในหลวงรชั กาลที่ 9
2. วีดิทศั น์ เพลง “รูปที่มีทุกบ้าน” ของเบิรด์ ธงไชย แมคอินไตย์
3. ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลท่ี 9 รชั กาลที่ 10 สมเดจ็ พระนางเจา้
สิริกิต์ิ พระบรมราชินนี าถ พระบรมราชชนนีพนั ปหี ลวง พระบรมราชินี ในรชั กาลท่ี 10 และ
พระบรมวงศานวุ งศ์
4. ใบความรู้ 23 หลกั การทรงงานของในหลวงรชั กาลท่ี 9
5. ใบกิจกรรม สำนึกในพระมหากรณุ าธคิ ณุ /ภาพพระราชกรณยี กิจ ตามประเด็นดังน้ี
• จากภาพท่านรู้สึกอย่างไร
• ทา่ นจะนำหลักการทรงงานของพระองคท์ ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั
ได้อย่างไร
ข้นั ตอนการจดั กิจกรรม
1. บุคคลที่ไดร้ ับมอบหมาย อัญเชญิ พระบรมฉายาลกั ษณ์ของในหลวงรชั กาลที่ 9 จดั วาง
หรอื ถอื ในตำแหน่งทเ่ี หมาะสม
2. ผู้เข้ารบั การอบรมรับชม วิดีทัศนเ์ พลง “รูปท่มี ที ุกบ้าน”
3. วทิ ยากรสร้างบรรยากาศเพ่ือให้ผูเ้ ขา้ รับการอบรมรำลกึ ถึงพระมหากรุณาธคิ ณุ ของ
ในหลวงรชั กาลท่ี 9 รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
4. วิทยากรสุ่มถามความรสู้ ึกของผู้เขา้ รบั การอบรมเกีย่ วกบั เน้ือหาในบทเพลงดงั กลา่ ว
คู่มือแนวทางการพฒั นาครวู ิทยากรคา่ ยเยาวชน...รักษพ์ งไพร 15
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 15
5. วิทยากรและทีมงานแจกใบความรู้ 23 หลกั การทรงงานของในหลวงรชั กาลท่ี 9 และ
ใบกจิ กรรมสำนึกในพระมหากรณุ าธิคุณ โดยให้ผ้ไู ด้รบั การอบรมเขียนความรสู้ ึกท่ีมีต่อพระองค์
และจะนำหลักการทรงงานของพระองคท์ ่านไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างไร
6. วทิ ยากรเก็บรวบรวมผลงานเพอื่ นำไปจัดเปน็ นิทรรศการตลอดระยะเวลาของ
การอบรม
7. วิทยากรใชค้ ำถามเพ่อื สรุปองค์ความรูท้ ่ีได้รับดงั นี้
• ร้สู กึ อยา่ งไรกับกจิ กรรมการเรียนรู้ในคร้งั น้ี
• เราไดเ้ รยี นรอู้ ะไรจากกิจกรรมนี้ (เนอ้ื หา/กระบวนการ)
• เราจะนำความรูจ้ ากกิจกรรมไปประยกุ ต์ใช้ในการเปน็ วิทยากร/
จดั กระบวนการเรียนรู้ได้อย่างไร
8. ให้ผู้รบั การอบรมประเมินกจิ กรรม โดยใช้วัสดทุ ี่เป็นสญั ลกั ษณ์ (ควรเป็นวัสดทุ ่ี
เป็นมติ รกบั สง่ิ แวดล้อม) เพื่อประเมนิ ระดบั การเรียนร้เู กี่ยวกบั กระบวนการ/รูปแบบการจัด
กจิ กรรม ท้งั นวี้ ัสดุท่ีใช้ในการประเมนิ ข้ึนอยู่กับบรบิ ทของแต่ละศนู ย์หรอื ตามกรอบรูปแบบ
ท่ที าง สพฐ. กำหนด
ตวั อยา่ งอุปกรณ์สำหรบั การประเมนิ ลักษณะกจิ กรรม
การประเมนิ ผล
1. สงั เกตจากการมีสว่ นร่วมในการปฏิบัตกิ ิจกรรม
2. ตรวจผลงาน/ช้นิ งาน
3. ตรวจสอบระดบั การเรยี นรู้จากผลการประเมนิ กจิ กรรม
ระดบั การเรยี นรู้
รายการประเมนิ
จากกจิ กรรมสามารถสะท้อน สะทอ้ นความรูส้ กึ สะท้อนความรสู้ กึ สะทอ้ นความรู้สึก
ความรูส้ กึ ของตนเองท่ีมีตอ่ จากกจิ กรรม จากกจิ กรรม จากกจิ กรรม
สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ได้ ได้มาก ปานกลาง น้อย
มากน้อยเพยี งใด
หมายเหตุ : ประยุกต์/ปรบั ได้ตามความเหมาะสมของบริบทพ้นื ที่
16 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
16 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
ใบกิจกรรม สำนึกในพระมหากรณุ าธคิ ณุ
คำช้แี จง ใหผ้ ู้เขา้ รบั การอบรมรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั วดิ ที ัศน์ เพลงรปู ที่มที ุกบ้าน
ตามประเดน็ ดังต่อไปน้ี
1. เมอ่ื ท่านได้รับชมวิดที ัศน์เพลงรปู ที่มีทกุ บา้ น ท่านมีความรู้สกึ อยา่ งไร
………......................................………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………
…..………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ทา่ นจะนำ 23 หลกั การทรงงานของพระองคท์ ่านไปประยกุ ต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
ได้อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
คมู่ อื แนวทางการพัฒนาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รักษ์พงไพร 17
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 17
ใบความรู้
1. การศึกษาข้อมลู อย่างเป็นระบบ :
ก่อนที่พระองค์ท่านจะทรงดำเนินการโครงการพระราชดำริโครงการใดก็ตาม พระองค์จะ
ทรงศึกษาหาความรู้และทรงค้นคว้าข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างละเอียด และ
ทรงพบปะประชาชนในพื้นที่เพื่อหาข้อมูลที่แท้จริง อันจะนำมาซึ่งการเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้
สามารถตัดสินใจและวางแผนการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง หลังจากนั้นจึงพระราชทานหลักการ
และนโยบายในการปฏบิ ัตงิ านนน้ั ลงไปสู่ผู้ปฏิบัติงาน
2. ระเบิดจากข้างใน :
ทรงมุ่งเน้นในเรื่อง การพัฒนาคนก่อนจะทำอย่างอื่นเพื่อให้ได้ทีมงานที่ดีมีคุณภาพ
พร้อมที่จะรับการพัฒนาหรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ต่อไป โดยพระองค์ทรงตรัสว่า “ต้องระเบิด
จากข้างใน” ซึ่งหมายความว่า หากท่านจะทำงานอะไรก็ตาม ท่านต้องพัฒนาบุคลากรของท่านเอง
ก่อน ให้มีความพร้อมเชื่อมัน่ และศรัทธา รวมทั้งมีความเข้มแข็งเสียก่อน เมื่อ “ข้างใน” ของแต่ละ
คนในทีมมีความพร้อม จากนั้นจึงมาสร้างทีมให้เป็นทีมที่มีความเข้มแข็ง เมื่อคนพร้อม ทีมพร้อม
ต่อมาท่านก็พัฒนาโดยใสเ่ คร่อื งมือและวิธกี ารทีท่ า่ นมีและต้องการลงไป
3. แกป้ ัญหาที่จดุ เลก็ :
พระองค์ทรงใช้หลักการในการทีพ่ ระองค์จะทรงมองปัญหาใหญ่ในภาพรวมให้ชัดเจนกอ่ น
เสมอ เพราะพระองค์จะต้องมีข้อมูลเพื่อทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมใหญ่ รวมทั้งเห็นถึง
ผลกระทบตา่ ง ๆ ที่จะมหี รือเกดิ ขึ้นตามมาจากการแก้ปญั หา แต่เมอ่ื จะลงมือแก้ปัญหา พระองค์จะ
ทรงเร่ิมตน้ ด้วยการแก้ไขปญั หาในจุดเลก็ ๆ ซึ่งเปน็ ปัญหาเฉพาะหน้าท่ีคนอ่ืนมักมองขา้ ม
4. ทำตามลำดับขน้ั :
ในการทรงงานพระองค์ทรงเริ่มต้นทำในสิ่งที่มีความจำเป็นสำหรับประชาชนก่อน เม่ือ
สำเร็จแล้วก็เริ่มลงมือสิ่งที่จำเป็นรองลงมาเป็นลำดับต่อไป เช่น การพัฒนาและการดูแลในเรื่อง
สาธารณสุข เพราะเมื่อประชาชนมีสุขภาพที่ดี ร่างกายแข็งแรง ก็จะสามารถทำการพัฒนาในเรื่อง
อื่น ๆ ได้สำเร็จต่อไป ตัวอย่างเช่น การสร้างถนน การสร้างแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อไว้ใช้ทำการเกษตร
และการบริโภคในหน้าแล้ง เมื่อมีถนนที่ดี พอผลผลิตในการเพาะปลูกออกมา ประชาชนก็สามารถ
นำผลผลิตใสร่ ถเพือ่ เดนิ ทางไปจำหนา่ ยได้ ทำใหป้ ระชาชนมรี ายไดม้ ากขึ้น
1188 RRaakkppoonnggpprarai iNNeettwwoorrkk::RRNNภภาาคคกกลลาางง22@@นนคครรนนาายยกก
5. ภูมิสังคม :
ก่อนจะทำการพัฒนาเรื่องใดในองค์กรหรือหน่วยงาน ท่านต้องคำนึงถึงภูมิประเทศ
ทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ของพื้นที่ที่ท่านจะทำการพัฒนาก่อนว่าในแต่ละ
พน้ื ทีท่ ่จี ะทำการพฒั นาน้นั มคี วามเหมือน คล้ายคลึง หรอื แตกตา่ งกนั อย่างไร หลังจากน้ันจึงนำทั้ง
ข้อดีและข้อเสียของข้อมูล ที่ได้มาจากสภาพโดยรอบมาทำการวิเคราะห์ สังเคราะห์ สิ่งที่ดีและส่ิง
ท่ไี ม่ดีออกมา เพอื่ นำหลกั การและวิธกี ารใหมท่ ่ดี เี ข้าไปพฒั นาและปรบั ปรงุ แก้ไข
6. องคร์ วม :
ทรงมีวิธีคิดแบบองค์รวมอย่างรอบด้านว่า โครงการของพระองค์มีความเกี่ยวพันหรือ
เชื่อมโยงกับอะไรบ้าง เช่น การจัดทำโครงการเกษตร “ทฤษฎีใหม่” ที่พระองค์ทรงมองภาพใน
องคร์ วมว่าประชาชนของพระองค์ถือครองที่ดินโดยเฉล่ียประมาณ 10-15 ไร่ตอ่ ครวั เรือน ซ่งึ จะต้อง
มีแหล่งน้ำอันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการทำการเกษตร หากในที่ดินไม่มีแหล่งน้ำก็จะไม่
สามารถทำประโยชน์ทางการเกษตรได้เต็มท่ี ดังนั้นเพื่อให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ สร้างรายไดใ้ ห้กับเกษตรกร โดยหลงั จากเกษตรกรมีรายไดจ้ ากผลผลติ แล้ว เกษตรกร
ก็จำเป็นต้องมีความรู้ในเรื่องการจัดการตลาดและการจัดการการผลิตของตนเองให้ดีขึ้น เพื่อให้มี
ความสามารถในการสร้างรายไดแ้ ละพัฒนารายได้ให้เพม่ิ มากขึน้ ในแบบยั่งยนื
7. ไมต่ ดิ ตำรา :
ในการดำเนินงานทุกโครงการพระราชดำรขิ องพระองค์ พระองค์จะทรงอนุโลมตามปัจจัย
สภาวะแวดล้อมตามธรรมชาติในแต่ละแห่งที่พระองค์ทรงทำโครงการ ทรงออมชอมกับธรรมชาติ
ตามสภาพที่โครงการสามารถดำเนินงานอยู่ได้ โดยไม่ทรงยึดติดในหลักการหรือทฤษฎีจากตำรา
ทางวิชาการมากจนเกินไป แต่ทรงปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ที่หน้างาน เพื่อให้
โครงการพระราชดำริของพระองค์ประสบความสำเร็จ เกิดประโยชน์สูงสุด ได้รับการยอมรับจาก
ชุมชนและสามารถดำเนินการต่อไปได้ด้วยชุมชนเอง ตามความเหมาะสมบนพื้นฐานปัจจัยของ
ทรัพยากรต้นทุนที่ชุมชนมีอยู่ในพื้นที่นั้น และตามวิถีชีวิตของประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จาก
โครงการนนั้
8. ประหยัด เรยี บง่าย ได้ประโยชนส์ ูงสุด :
ในเรือ่ งความประหยัดน้ี ทรงทำใหป้ ระชาชนชาวไทยทราบกันดีอยู่แล้ว ทรงเปน็ แบบอย่าง
มาโดยตลอด ต้ังแต่เร่อื งยาสพี ระทนตข์ องพระองค์ทที่ รงใช้อยา่ งคุ้มคา่ ตลอดจนเรอื่ งฉลองพระองค์
และของใช้สว่ นพระองคต์ ่าง ๆ ทพี่ ระองค์จะทรงใช้งานจนคุ้มค่าทส่ี ุด ด้วยความประหยัด เรียบง่าย
ท้งั นีใ้ นการทำโครงการพระราชดำรขิ องพระองค์ ทรงนำหลกั การ “ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์
สูงสดุ ” เข้ามาใช้ ด้วยการจัดหาวสั ดุ สงิ่ ของทสี่ ามารถหาได้ในท้องถ่ินของภูมภิ าคนั้นมาประยุกต์ใช้
โดยไม่ต้องลงทุนสูงหรือต้องไปซื้อหามาจากต่างประเทศ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีก็จะไม่ทรง
เลือกใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากซับซ้อน แต่จะทรงเลือกใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่าย สะดวก เหมาะสมกับ
การนำมาใช้งานในท้องถน่ิ นน้ั ๆ
คมู่ อื แคนูม่ วอื ทแานงกวทาราพงกฒั ารนพาคฒั รนวู าทิ คยราูวกิทรยคาา่ กยรเยคาา่ วยชเยนา..ว.รชกันษ...พ์รกังไษพ์พรงไพร 19 19
9.ทำใหง้ ่าย :
จ า กพร ะอั จ ฉ ร ิ ย ภ า พแ ล ะพร ะป ร ี ช า ส า มา ร ถ ของ อง ค์ พร ะบ า ทส มเ ด ็ จพร ะเ จ ้ า อยู่หัว
ในรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงทำการประดิษฐ์คิดค้น และพัฒนาประเทศด้วยโครงการพระราชดำริ
ต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหาปากท้องของประชาชนในถิ่นทุรกันดารน้ัน
พระองคจ์ ะทรงดำเนินการในรูปแบบท่ีเรียบงา่ ย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพความ
เปน็ อย่ขู องประชาชนและระบบนิเวศที่มอี ยู่
10. การมสี ่วนรว่ ม :
พระองค์จะทรงนำหลักการ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหารงาน/บริหารโครงการ
ของพระองค์เสมอ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน เจ้าหน้าที่ และสาธารณชนได้เข้ามามีส่วนร่วมใน
การดำเนินการขับเคลื่อนแต่ละโครงการ ซึ่งพระองค์จะทรงรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและ
ความต้องการของสาธารณชน ด้วยเหตุนี้ จึงส่งผลให้โครงการต่าง ๆ ของพระองค์ล้วนสามารถ
แก้ไขปัญหาความยากจนและตอบโจทย์ของปัญหาที่ทำให้ประชาชนของพระองค์ได้รับความ
เดือดร้อนได้อย่างตรงจดุ และตรงความต้องการอยู่เสมอ
11. ประโยชน์ส่วนรวม :
การปฏบิ ัตพิ ระราชกรณียกจิ ในแตล่ ะครงั้ และการเสดจ็ พระราชดำเนินเย่ียมราษฎรใน
ถ่ินทรุ กนั ดารเพ่ือให้ความชว่ ยเหลือพสกนิกรท่ีไดร้ ับความยากลำบากและเดือดรอ้ นนนั้ พระองค์
จะทรงคำนึงถึงประโยชนส์ ่วนรวมเป็นสำคญั
12. การบริการรวมทจี่ ดุ เดียว :
เป็นการรวมบริการมาไว้ที่จุดเดียวเป็นรูปแบบเบ็ดเสร็จ ที่เกิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกในระบบ
การบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย โดยทรงให้ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจาก
พระราชดำริ” เป็นต้นแบบในการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวเพื่อประโยชน์ของราษฎร
เมื่อมาขอใชบ้ รกิ ารจากภาครฐั ในเร่อื งต่าง ๆ กส็ ามารถดำเนนิ การเรยี บร้อยไดเ้ สร็จส้นิ ในท่ีเดยี ว
13. ทรงใชธ้ รรมชาตชิ ่วยธรรมชาติ :
ทรงมีความเข้าใจธรรมชาติ ในส่วนนี้พระองค์จึงทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนของ
พระองค์มีความเข้าใจและใกล้ชิดกับธรรมชาติด้วยเช่นกัน เพราะหากประชาชนมีความเข้าใจ
ธรรมชาติและมองธรรมชาติได้อย่างละเอียดแล้ว จะทำให้สามารถนำธรรมชาติมาใช้แก้ไขปัญหา
จากธรรมชาติด้วยกันได้ เช่น ในการแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรม พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการ
ปลูกปา่ โดยไมต่ อ้ งปลูก ปลอ่ ยให้ธรรมชาติชว่ ยฟื้นฟธู รรมชาติกนั เอง เช่น โครงการปลูกปา่ 3 อย่าง
ประโยชน์ 4 อยา่ ง เปน็ ตน้
2200 RRaakpkpoongngpprarai iNNeetwtwoorkrk: :RRNNภภาาคคกกลลาางง22@@นนคครรนนาายยกก
14. ใช้อธรรมปราบอธรรม :
ทรงนำความจริงในเรื่องความเป็นไปแห่งธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ มาเป็น
หลักการและแนวทางปฏิบัติที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาและการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสภาวะที่ไม่
ปกติเข้าสู่ระบบสภาวะปกติ เช่น โครงการการนำน้ำดีมาขับไล่น้ำเสียหรือมาเจือจางน้ำเสียให้
กลับมาเป็นน้ำดี ตามจังหวะการขึ้นลงของน้ำตามธรรมชาติ และการบำบัดน้ำเน่าเสี ยโดยใช้
ผักตบชวาซงึ่ มอี ยูแ่ ล้วตามธรรมชาติใหม้ าดดู ซมึ ซบั ส่ิงสกปรกและปนเป้อื นในน้ำออกไป
15. การปลกู ปา่ ในใจคน :
เป็นการทำการปลูกป่าลงบนผืนแผ่นดินด้วยความต้องการของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความ
เข้าใจในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่า ไม่สิน้ เปลอื ง เพราะในอดีตจนถึงปจั จุบัน มนุษย์มี
ความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสนิ้ เปลืองโดยขาดจิตสำนกึ เพยี งเพื่อประโยชน์ของตนเอง
ทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมจนเกิดความไม่สมดุลของธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติขาดความ
สมดุลจึงทำให้เกิดอุบัติภัยต่าง ๆ ตามมา เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ไฟไหม้ป่า ดินถล่ม เป็นต้น ในการ
ฟืน้ ฟธู รรมชาตใิ ห้กลบั คนื มาน้นั จะตอ้ งมีการปลูกจติ สำนึกในการรกั ษผ์ นื ปา่ ในใจคนให้ไดเ้ สยี ก่อน
16. ขาดทนุ คอื กำไร :
หลกั การนท้ี รงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรของพระองค์ ด้วยการให้และการเสียสละ เป็นการ
กระทำอันมีผลที่เป็น “กำไร” คือการอยู่ดีมีความสุขของราษฎร ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นเป็น
รปู ธรรมอย่างชดั เจนจากการท่ปี ระเทศมีความเจริญกา้ วหนา้ มีเศรษฐกิจทดี่ ีขนึ้
17. การพงึ่ พาตนเอง :
เป็นการพัฒนาตามแนวทางพระราชดำริเพ่ือการแก้ไขปัญหาโดยตนเองก่อนในเบื้องต้น
แบบการแกไ้ ขเฉพาะหน้า เพอ่ื ให้ตนเองมีความแขง็ แรงพอที่จะดำรงชีวติ ไดต้ ่อไป แล้วข้ันตอนตอ่ ไป
ก็ทำการพฒั นาใหป้ ระชาชนมีความสามารถที่จะอยู่ในสงั คมไดต้ ามสภาพแวดล้อมจนสามารถพึ่งพา
ตนเองไดใ้ นทสี่ ดุ
18. พออยู่พอกิน :
การพัฒนาให้พสกนิกรทั้งหลายของพระองค์ประสบความสุขสมบูรณ์ในชีวิต อันเริ่มจาก
การเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรของพระองค์ทุกหมู่เหล่าในทุกภูมิภาคของประเทศ ทรง
ทอดพระเนตรเห็นความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยพระองค์เอง ทรงเข้าพระทัยในสภาพปัญหาต่าง ๆ
ของราษฎรอย่างลึกซึ้ง ด้วยพระปรีชาญาณของพระองค์ในการทรงงาน ทำให้คนไทยทั้งหลายได้
ประจักษ์แล้วว่าแนวพระราชดำริและโครงการพระราชดำรินั้น เป็นโครงการที่เรียบง่ายปฏบิ ัติแลว้
ได้ผล จนเป็นทย่ี อมรบั กันโดยท่ัวไป เพราะโครงการพระราชดำริจะเปน็ โครงการทท่ี ำให้ราษฎรของ
พระองคม์ ีรายไดพ้ ออยู่พอกินบนพนื้ ฐานของเศรษฐกิจพอเพียงสบื ไป
คมู่ อื แคน่มู วือทแานงกวทาราพงกฒั ารนพาคฒั รนวู าทิ คยราูวกทิ รยคาา่ กยรเยคาา่ วยชเยนา..ว.รชกันษ...พ์รกังไษพ์พรงไพร 21 21
19. เศรษฐกิจพอเพียง :
เป็นปรัชญาที่ทรงชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตใหแ้ ก่พสกนิกรชาวไทย พระองค์ได้ทรงยำ้
แนวทางการแก้ไขเพื่อให้ราษฎรรอดพ้นและดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้กระแส
โลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของโลกท่เี ข้ามาสู่ประเทศไทย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ทีพ่ ระองคพ์ ระราชทานไว้นน้ั มคี วามหมายดงั น้ี ความพอเพยี ง หมายถงึ ความพอประมาณ ความมี
เหตุมีผล รวมถึงความจำเป็นท่จี ะต้องมรี ะบบภูมคิ ุ้มกนั ในตวั ท่ดี ีพอสมควรต่อผลกระทบที่จะเกิดมา
จากการเปล่ียนแปลงทั้งภายในและภายนอก ที่ต้องอาศัย ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความ
ระมดั ระวงั อย่างยง่ิ ในการวางแผนและการดำเนนิ การทกุ ข้นั ตอน
20. ความซื่อสัตย์สจุ รติ จริงใจตอ่ กนั :
ทรงมีพระเมตตาสั่งสอนให้ข้าราชการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ในองค์กรระดับสูงให้
มีความเข้าใจในเรื่องความซื่อสัตย์ เพราะพระองค์ทรงเล็งเห็นว่าหากคนเราทำงานแล้วไม่มีความ
ซื่อสัตย์จริงใจทั้งต่อตนเอง องค์กรและประเทศชาติแล้ว ความเจริญก้าวหน้าและความสำเร็จคง
เกิดขึ้นได้ยาก สาเหตุสำคัญที่ทำให้องค์กรและประเทศชาติต้องประสบปัญหาในการพัฒนา
ไม่เจริญก้าวหน้า ก็เพราะมีการทุจริตเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายล้างองค์กรและประเทศชาติใหเ้ ส่ือม
สลายไปได้
21. การทำงานอย่างมคี วามสขุ :
พระองค์ทรงมีพระเกษมสำราญและทรงงานอย่างมีความสุขทุกครั้งที่ได้ช่วยเหลือ
ประชาชน โดยพระองค์ทรงเคยรับสั่งครัง้ หน่ึงว่า “ทำงานกับฉนั ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมี
ความสุขร่วมกันในการทำประโยชน์ให้กับผอู้ น่ื …”
22. ความเพียร :
ทรงใช้ความเพียรเป็นอย่างมากในการทำงานในโครงการพระราชดำริ โดยเฉพาะในระยะ
เรมิ่ แรกของแต่ละโครงการทีม่ ีอุปสรรคและความไมพ่ ร้อมในดา้ นต่าง ๆ มากมาย มีโครงการจำนวน
มากที่พระองค์ต้องทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการจัดทำ แต่พระองค์ก็มิเคยท้อพระทัย
และทรงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาเพื่อให้โครงการฯ ประสบความสำเร็จ อันจะช่วยให้ราษฎรของ
พระองคแ์ ละบา้ นเมอื งบงั เกดิ ความร่มเย็นเปน็ สุข
23. รู้ รัก สามคั คี :
คำ 3 คำน้มี ีค่าและมีความหมายลกึ ซงึ้ สามารถนำไปปรบั ใช้ได้ทุกยุคทุกสมยั ได้แก่
รู้ – การที่เราท่านจะลงมือทำสงิ่ ใด จะตอ้ งรู้ถึงปัจจยั ทัง้ หมด รู้ถึงปญั หาและวธิ กี ารแก้ไข
รกั – เมื่อเราร้คู รบด้วยกระบวนการทเี่ ราจะทำแล้ว เราจะต้องใชค้ วามรกั ในการพจิ ารณา
ท่ีจะเข้าไปลงมือปฏิบัติและแกไ้ ขปัญหานั้นใหไ้ ด้
สามัคคี – การทค่ี นเราจะลงมอื ปฏบิ ัติงาน เราควรคำนึงเสมอว่าเราจะทำงานคนเดยี วไมไ่ ด้
แต่ตอ้ งทำงานร่วมมือรว่ มใจกับคนอ่นื เป็นองค์กรหรือเปน็ หมู่คณะ จงึ จะมีพลังในการช่วยกันแก้ไข
ปญั หาใหล้ ุลว่ งไปไดด้ ว้ ยดี
2222 RRaakpkpoongngpprarai iNNeetwtwoorkrk: :RRNNภภาาคคกกลลาางง22@@นนคครรนนาายยกก
2. กจิ กรรม ดนิ ดี พืชดี วิถีพอเพียง
วัตถปุ ระสงคข์ องกิจกรรม
1. เพื่อให้เห็นความสำคัญของการจดั ทำบญั ชี และสามารถนำไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ ตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
2. เพอ่ื ให้มคี วามรู้เก่ยี วกบั พระมารดาแห่งไหมไทย และประโยชน์ของหม่อนไหม
3. เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ เห็นคณุ ค่าของพืชในท้องถิ่น และสามารถนำไปใช้
ประโยชน์ แปรรปู เพิม่ มูลคา่ และนำไปจัดจำหนา่ ยได้
4. เพือ่ ให้เขา้ ใจความหมาย หลกั การของสหกรณ์ และนำไปสู่การลงมอื ปฏิบัติได้
5. เพือ่ ให้มคี วามรู้ ความเข้าใจในการนำวสั ดเุ หลือใช้จากพืชและสตั ว์ มาผลิตปุ๋ยหมัก
น้ำหมักชวี ภาพนำไปใช้ประโยชน์ได้
ระยะเวลาการทำกจิ กรรม เวลา 4 ชวั่ โมง
ลักษณะของกจิ กรรม
เปน็ กิจกรรมเดี่ยว และกิจกรรมกลุ่ม (บรู ณาการกจิ กรรม บัญชี นำวิถสี ู่ความพอเพยี ง
พืชในทอ้ งถน่ิ ของหนู หม่อนไหมสารพดั ประโยชน์ พลังสหกรณ์ การแปรรปู อาหารจากพืช
หญ้าแฝก พชื เพอ่ื การอนุรักษ์ดนิ และน้ำ และสตู รปุ๋ยฯ พระราชทาน)
การเตรียมการทำกจิ กรรม
วิทยากรแต่ละหน่วยงานทำความเข้าใจขั้นตอนการจัดกิจกรรมให้ชัดเจนและร่วมกัน
วางแผน พรอ้ มมอบหมายภารกิจผู้ดำเนนิ กิจกรรมในแต่ละกิจกรรม
1. กจิ กรรมเกษตร เตรยี ม
• องค์ความรเู้ ก่ยี วกับกล้วย
• การแปรรูปกล้วย
• วสั ดุ อปุ กรณ์ วัตถดุ ิบในการแปรรปู กลว้ ย/การจำหน่าย
(ปา้ ย/ร้าน/ประชาสมั พนั ธ์)
2. หม่อนไหม เตรยี ม
• องค์ความรู้ พระมารดาไหมไทย
• ประโยชนห์ มอ่ นไหม
• การแปรรูปมลั เบอร่ี
• วสั ดุ อุปกรณ์ วตั ถุดิบในการแปรรูปมลั เบอรี่ / การจำหนา่ ย (ปา้ ย / ร้าน /
ประชาสมั พันธ)์
คมู่ ือแนวทางการพัฒนาครูวิทยากรค่ายเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 23
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 23
3. สหกรณ์ เตรียม
• องคค์ วามรู้ ความหมายของสหกรณ์
• การนำความรู้สู่การปฏบิ ัติในการทำสหกรณ์
4. กรมตรวจบัญชี เตรียม
• ความสำคัญของการทำบัญชี บัญชีต้นทุนประกอบอาชีพและบัญชีรับจ่าย
ส่วนตวั
5. กรมพฒั นาทดี่ นิ เตรยี ม
• การทำปุ๋ยหมกั สตู รพระราชทาน
• การนำวัสดุเหลือใช้จากการทำกจิ กรรมแปรรปู มาทำปุ๋ยหมัก/นำ้ หมักชวี ภาพ
• วัสด/ุ อุปกรณท์ ีใ่ ชท้ ำปยุ๋ หมัก/นำ้ หมักชวี ภาพ
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. แบง่ กลมุ่ ผูเ้ ข้าอบรมตามกล่มุ สี
2. กจิ กรรมพลังสหกรณ์
- ขออาสาสมัครจากผเู้ ขา้ รับการอบรม 2 คน คนท่ี 1 ใหเ้ ป็นคนท่มี นี ำ้ หนักมากท่สี ดุ
คนท่ี 2 ใหเ้ ป็นคนทม่ี นี ำ้ หนักน้อยกว่า
- ให้ผ้เู ข้าอบรมคนท่ี 1 น่ังบนเกา้ อี้ แล้วให้คนที่ 2 ยก จากนั้นวทิ ยากรถามวา่
“หนักไหม ยกไหวไหม”
- จากน้ันอาสาสมคั รคนท่ี 3 ให้มาช่วยยกแล้วถามว่า “หนกั เท่าเดิม หรือน้อยกว่าเดิม”
- ขออาสาสมัครคนท่ี 4 และ คนท่ี 5 มาชว่ ยยก แลว้ ถามว่า “หนักเทา่ เดิม หรือน้อย
กวา่ เดมิ ” “เพราะอะไร” “ทำไมถึงเปน็ เช่นน้นั ”
- ให้ผ้เู ขา้ อบรมร่วมกนั สรุปการทำกิจกรรมพลงั สหกรณ์
- วิทยากรเติมเต็มองค์ความรเู้ ก่ยี วกบั การหลักการของสหกรณ์ ร่วมกนั รอ้ งเพลง
พลังสหกรณแ์ ละพูดเชื่อมโยงเขา้ สู่สถานการณ์
3. วทิ ยากรให้สถานการณด์ งั ต่อไปน้ี
สถานการณ์
วิทยากรนำเข้าสูส่ ถานการณ์โดยใหข้ ม้ี ้ากา้ นกลว้ ยเขา้ มา แล้วชวนสนทนาดงั นี้
“สมมตวิ ่าพวกเราทุกคน ขณะนี้อยูใ่ นหมู่บา้ นรกั ษ.์ ..พงไพร มอี าชพี เกษตรกร ปลกู กล้วย
และปลกู หม่อนจำนวนมาก ทำให้มีผลผลิตลน้ ตลาด และราคาตกตำ่ เราจะทำอยา่ งไร เพ่ือเพิ่ม
มูลค่าของผลผลิต โดยการรวมกลุ่มกนั เปิดตลาดจำหน่ายสินคา้ ซ่ึงหมบู่ ้านของเราประกอบ
ไปด้วย 3 ชมุ ชน
ชุมชนที่ 1 เกษตรกรปลูกกล้วย
ชมุ ชนท่ี 2 เกษตรกรปลูกกล้วย
ชุมชนที่ 3 เกษตรกรปลูกหม่อนเลยี้ งไหม
24 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
24 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
วทิ ยากรให้ผู้เข้ารบั การอบรมแต่ละกล่มุ จบั ฉลากแบ่งกลุ่ม กลุม่ กล้วย 2 กล่มุ และ
กลุม่ หมอ่ นไหม 1 กลมุ่ ดงั น้นั ก่อนการดำเนินงานเพมิ่ มลู ค่าของผลผลติ จึงขอให้ผู้เขา้ อบรมศกึ ษา
ความรเู้ กย่ี วกับกลว้ ยและหม่อน โดยผา่ นกจิ กรรม Jigsaw ภาพต้นกลว้ ยดงั น้ี
• วิทยากรแจก Jigsaw สว่ นประกอบต่าง ๆ ของกล้วย
• ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การอบรมนำส่วนต่าง ๆ ทไี่ ดร้ ับมาเขียนบอกถงึ ประโยชนข์ อง
ส่วนประกอบน้ัน ๆ เช่น ใบตอง /เครือกล้วย/ ปลีกลว้ ย /ลำตน้ ของ
กลว้ ย/ก้านกลว้ ย ฯลฯ
• สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั นำภาพส่วนประกอบของต้นกล้วย มาประกอบ
เป็นต้นใหส้ มบูรณ์
• วิทยากรแจก รูปภาพ วงจรของไหม ใหผ้ ้เู ข้ารบั การอบรมนำมาวางให้
ถกู ต้องตามวงจรชีวิตของไหม จากน้นั ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
และวทิ ยากรให้ขอ้ มลู เพ่ิมเติม
• วทิ ยากรเปดิ วิดีทศั น์ พระมารดาไหมไทย จากนัน้ ต้ังคำถามเกย่ี วกบั
วิดิทศั นเ์ พื่อตรวจสอบผเู้ ข้ารบั การอบรมว่ามคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกับ
พระมารดาไหมไทยมากน้อยเพียงใด
4. แตล่ ะกลุ่มวางแผน แบ่งหน้าที่ และลงมือแปรรปู ผลติ ภัณฑ์อาหาร จากกลว้ ย ตน้ หม่อน
ภายใตเ้ งอ่ื นไข จำนวนเงนิ ตน้ ทนุ กลมุ่ ละ 500 บาท สำหรบั ไปซ้อื วัตถดุ ิบ (กลว้ ยสกุ งอม กลว้ ย
สกุ พอดี กลว้ ยดิบ ผลมัลเบอร่ี ใบหมอ่ น รังไหม ตามบรบิ ท และสว่ นประกอบในการแปรรูป
อาหาร) โดยมลี ำดับขั้นตอนดังน้ี
4.1 ตัวแทนกลุ่มไปสำรวจตลาด โดยใช้เวลา 2 นาที นำข้อมลู ที่สำรวจได้มาร่วมกัน
วางแผนเพอ่ื แปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร
4.2 ตวั แทนกลุ่มรับอุปกรณ์ในการจ่ายตลาดจากวิทยากรและรบั เงินต้นทุนจำนวน
500 บาท จากนัน้ เตรยี มตวั ไปซอื้ วตั ถุดบิ พร้อมกัน โดยรอฟงั สญั ญาณจากวทิ ยากร
4.3 วทิ ยากรให้สญั ญาณ ในการไปซือ้ วตั ถุในการแปรรปู อาหาร 3 นาที เมื่อหมด
เวลา ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มช่วยกันลงมือแปรรูปอาหารตามที่ไดว้ างแผนไว้
4.4 ทกุ กลุม่ ลงมอื แปรรูปอาหารตามที่ไดว้ างแผนไว้ โดยวทิ ยากรจากภาคเี ครือข่าย
ร่วมกันเปน็ พเี่ ล้ียงประจำกลุ่มเพื่อให้คำแนะนำในการแปรรูปอาหาร
4.5 จดั ทำบัญชีต้นทนุ การผลติ จากการแปรรปู อาหาร และบญั ชีรายจา่ ยสว่ นตวั
4.6 จัดเตรยี มผลติ ภัณฑ์เพ่ือจำหน่ายสินค้าทผ่ี ลติ โดยสร้างบรรจุภณั ฑ์ จดั เตรียม
ร้านคา้ ปา้ ยโฆษณาประชาสมั พันธ์ สนิ คา้ ของกลุ่มตนเอง
4.7 วิทยากรใหส้ ัญญาณเริม่ เปดิ ตลาด โดยให้เวลาแต่ละกล่มุ ส่งตวั แทน โฆษณา
สินคา้ และเชิญชวนลกู ค้ามาซ้ือผลิตภัณฑ์ของกลุ่มตนเอง และจัดทำบัญชีตน้ ทนุ -กำไร
คมู่ ือแนวทางการพฒั นาครวู ิทยากรค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร 25
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 25
4.8 วิทยากรรว่ มกันสรุป เติมเตม็ เก่ยี วกับการตลาดเบือ้ งต้น ดังนี้
- ทำไมถึงต้องวางแผนการตลาด (ธรุ กจิ ท่ที ำการตลาดโดยทไ่ี ม่มีแผน
“มกั จะไม่รอด” การวางแผนจะทำให้ทราบถงึ ขัน้ ตอนและกระบวนการที่ชัดเจน)
- จรยิ ธรรมและคุณธรรมพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสงั คม ในการดำเนนิ การ
ธรุ กจิ ทีด่ ี
***หมายเหตุ 1. ควรกำหนดหน้าที่ ในการทำกจิ กรรมใหช้ ดั เจน (ซอื้ ของ/บัญช/ี ตกแต่งรา้ น
/ราคาสนิ ค้า/ผ้ขู าย ฯลฯ)
2. ระหวา่ งการปรงุ อาหาร ดแู ลความสะอาดทกุ ๆ สถานท่ตี ลอดการปรงุ อาหาร
5. วทิ ยากรเชื่อมโยงการทำปุ๋ยหมักสูตรป๋ยุ พระราชทานฯ น้ำหมักชวี ภาพและสารบำบัด
น้ำเสยี และขจัดกลนิ่ เหมน็ จากขยะอินทรยี ์ที่เหลือจากการแปรรปู อาหาร ตามข้นั ตอนดงั นี้
5.1 วทิ ยากรนำสนทนาเกี่ยวกับเศษวสั ดทุ ่เี หลือจากการแปรรูปวา่ มอี ะไรบ้าง จะ
นำมาใช้ประโยชนไ์ ด้อย่างไร (หาวธิ บี ำรงุ ปรบั ปรุงดินเพ่อื จะได้ปลกู พืชให้เจรญิ เตบิ โตได้อยา่ งไร)
5.2 ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มเลือกวิธจี ดั การขยะ และลงมือฝึกปฏบิ ตั กิ ารทำปุ๋ยแตล่ ะสตู ร
โดยวทิ ยากรช้ีแจงข้นั ตอนปฏิบัตงิ าน และให้คำแนะนำ ดังน้ี
5.2.1 ตวั แทนกลุม่ 2 คน อา่ นข้นั ตอนการทำปยุ๋ ทลี ะขนั้ ตอนท่ีวิทยากรเตรยี มไว้
แล้ววิง่ กลบั ไปทกี่ ลุ่มเพื่อบอกให้สมาชิกในกลมุ่ ปฏิบตั ิตามขั้นตอนนน้ั
5.2.2 ผเู้ ข้ารบั การอบรมแต่ละกลมุ่ ปฏบิ ัติการทำปุ๋ยจนครบตามขน้ั ตอน
แลว้ สรปุ ผลการเรียนรู้
6. ตัวแทนกลุ่มนำเสนอผลการเรียนรู้ วทิ ยากรใหค้ ำแนะนำ เชื่อมโยงการใชป้ ระโยชนจ์ าก
พืชในทอ้ งถน่ิ การแปรรูปอาหาร พลังของการรวมกลมุ่ การทำบัญชี ตามวิถีพอเพียง และการทำ
ป๋ยุ หมัก น้ำหมกั ชีวภาพ
การประเมนิ ผล
1. สงั เกตการมสี ่วนร่วมในการทำกจิ กรรม
2. ตรวจใบกจิ กรรม และประเมินการนำเสนอผลงาน
3. ประเมนิ ภาระงาน/ชน้ิ งานของกล่มุ
4. ตรวจสอบระดับการเรยี นรขู้ องผู้เข้ารับการอบรม
รายการประเมิน ระดับการเรยี นรู้
จากกิจกรรมน้ผี ู้เข้ารับการอบรมมคี วามรู้ นำไปใช้ นำไปใชไ้ ด้ ไม่สามารถ
ความเข้าใจในเร่ืองสหกรณ์ การทำบัญชี ได้มาก บางส่วน นำไปใช้ได้
พชื ในทอ้ งถนิ่ หม่อนไหม การทำป๋ยุ ปานกลาง
หมกั สูตรพระราชทาน และสามารถนำไป
ประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวันไดใ้ นระดบั ใด
26 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
26 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
ใบความรู้ เรอื่ ง กล้วย
1. ราก และลำตน้ แท้
สามารถนำมาทำสมุนไพร ใช้รักษาโรค ตามแผนโบราณ หรือใช้รักษาผิวหนัง
ที่แดงปวด เนื่องจากถูกแดดเผา โดยรากและลำต้นจะมี สารแทนนิน ซึ่งช่วยในเรื่องของแผล
ไฟไหม้ นำ้ รอ้ นลวก สว่ นรากของกลว้ ย เมือ่ นำมาตม้ จะช่วยแกร้ ้อนในกระหายนำ้ ไดเ้ ปน็ อย่างดี
2. ลำตน้ หรือกาบลำตน้
ใช้ทำเสน้ ใยหรอื ทำเชอื กทอผ้า ทำอาหารสตั ว์ เช่น อาหารของสกุ ร และยังเป็น
อาหารของคนอีกด้วยเช่น แกงหยวกกล้วย กาบกล้วยก็ใช้เป็นสมุนไพรได้เช่นกัน ส่วนน้ำคั้นจาก
ลำตน้ ก็ยงั สามารถนำมาทากนั ผมร่วงหรอื เรง่ ทำใหผ้ มขนึ้ ได้อกี ด้วย
3. ใบ
คนโบราณมักใช้ใบตองเป็นภาชนะแทนจานข้าว และยังนำมาใช้ห่อของ ทำมวน
บุหรี่หรือทำงานประดิษฐ์ เช่น กระทง บายศรี ใบกล้วยที่นิยมมากคือ ใบกล้วยตานี เพราะมีใบ
ทใี่ หญ่ เหนยี ว และเขียวเป็นเงา เมือ่ นำไปทำงานประดษิ ฐจ์ ะสวยงามและไม่แตกง่าย แผ่นใบกล้วย
ทอ่ี อ่ นหากนำไปอังไฟให้ออ่ นนิ่ม แลว้ นำมาพอกบรเิ วณทข่ี ดั ยอก ก็จะทำให้อาการดังกลา่ วหายได้
4. ดอกหรอื หัวปลี
เปน็ ดอกตวั ผู้ เรานิยมรบั ประทานหวั ปลแี ทนผัก โดยรบั ประทานสด ๆ หรือนำมา
ทำเป็นเครื่องเคียงของอาหารหลายอย่าง เช่น ผัดไทย กะปิหลน และยังนำมาปรุงอาหาร เช่น
ยำหัวปลี แกงเลียง ที่เรานิยมรับประทานกันเพื่อใช้บำรุงน้ำนมมารดา ต้มหรือคั้น แก้เบาหวาน
เมื่อนำมาตากแห้งก็สามารถใชร้ ักษาโรคโลหติ จางได้ เพราะมีธาตเุ หลก็ มาก
5. ผล
ใชร้ บั ประทานได้ทง้ั ออ่ น แก่ และสุก ถา้ ผลดิบยังอ่อนอยู่ สามารถใช้ปรงุ อาหาร
ในแกงป่า สม้ ตำ ส่วนผลดิบที่แกแ่ ลว้ สามารถนำมาเชื่อม หรือทำกลว้ ยฉาบ ส่วนกล้วยสุกสามารถ
นำมารบั ประทานสดไดเ้ ลย
คมู่ อื แนวทางการพัฒนาครวู ิทยากรค่ายเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 27
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร
ใบความรู้ เรอ่ื ง วงจรชวี ิตของไหม
28 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
3. กจิ กรรมรับอรณุ ยามเช้า / ดนู ก (1)
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ศึกษาธรรมชาตใิ นยามเช้า
2. เพือ่ เตรยี มความพร้อมร่างกาย กายบริหาร ก่อนรบั การเรียนรใู้ นแตล่ ะวัน
ระยะเวลาการทำกจิ กรรม เวลา 1 ชว่ั โมง
ขั้นตอนการจดั กจิ กรรม
1. รวมพล ผูเ้ ขา้ รับการอบรม
2. เจา้ หน้าท่ศี นู ย์จดั กจิ กรรมดูนก
3. เลน่ เกม นกอพยพ
4. วทิ ยากรสรุปบทเรยี น
ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้
1. กลอ้ งดูนก
2. Nature Game (รายละเอยี ดในสว่ นท่ี 3)
การวดั และประเมินผล
สงั เกตพฤตกิ รรมการร่วมกิจกรรม
4. กจิ กรรม ขาดเธอแล้วฉนั จะรสู้ ึก
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้มีความรู้ ความเขา้ ใจและเหน็ ความสัมพันธเ์ ชอื่ มโยงของระบบนเิ วศ
2. เพื่อให้ตระหนกั และเหน็ คุณค่าของการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาติ สัตว์ปา่ และป่าไม้
3. เพื่อใหม้ ีทกั ษะในการสืบค้นขอ้ มลู ของพรรณไมโ้ ดยใช้แอปพลิเคชนั่ ทีก่ ำหนดให้นำมาสังเคราะห์
ให้เหน็ คณุ ค่าของพรรณไม้ที่มีต่อมนษุ ย์
ระยะเวลาการทำกจิ กรรม เวลา 4.30 ชัว่ โมง
ลักษณะของกจิ กรรม
• เล่นผา่ นเกม / เลน่ ปนเรยี น
• ลงมอื ปฏิบตั จิ รงิ /สำรวจพน้ื ที่
• คดิ สังเคราะห์
คมู่ ือแนวทางการพัฒนาครูวทิ ยากรค่ายเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 29
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 29
การเตรียมการทำกิจกรรม
เตรียมคน สถานท่ี สื่อ อปุ กรณ์และบรรยากาศสำหรบั การจดั กจิ กรรม โดยเฉพาะพรรณไม้
ท่ีมอี ยู่ในพ้นื ที่และพรรณไม้ท่ีมีสรรพคุณในการนำมาปรุงยา
วสั ดอุ ุปกรณ์/สอ่ื
1. แหล่งเรียนรูข้ องจริง
2. ใบกจิ กรรมสำรวจพื้นท่ีพรรณไมแ้ ละสตั ว์ป่า
3. แผ่นปา้ ย QR-Code
4. บัตรภาพสัตว/์ พืช
5. โทรศัพท์มือถือ/แท๊บเล็ต
6. กระดาษบรู๊ฟและปากกา
ขนั้ ตอนการจดั กจิ กรรม
1. เล่นเกม ฉนั คือใคร (15 นาที) โดยวิธกี ารดังนี้
1.1 วิทยากรจัดเตรียมภาพโซอ่ าหารโดยมผี ้ผู ลิต/ผูบ้ ริโภคใหเ้ พียงพอกับสมาชิก
ในกลมุ่ (รายละเอียดของเกมอยู่ใน Nature Game ภาคผนวก)
1.2 ให้สมาชิกกลมุ่ แตล่ ะกลุ่มนั่งเป็นแถวตอนเรียง 1
1.3 ผดู้ ำเนินการนำภาพโซอ่ าหารติดดา้ นหลังของผไู้ ด้รับการอบรมทุกคน
1.4 ผดู้ ำเนินการชี้แจงกติกา การเล่นเกมโดยใหผ้ ้เู ข้าอบรมต้ังคำถามเกยี่ วกับ
ภาพทอี่ ยูด่ ้านหลงั ในลักษณะคำถามท่คี ำตอบสามารถตอบไดว้ ่า ใช่/ไมใ่ ช่ เทา่ น้นั
1.5 ผู้เข้าอบรมประมวลข้อมูลเพอื่ ตอบคำถาม (ว่าภาพข้างหลังคอื อะไร) ทัง้ น้ี
ผูด้ ำเนินการควบคุมเวลาใหเ้ หมาะสม
2. ผ้ดู ำเนนิ การจัดรูปแบบของสมาชกิ แต่ละกลุ่มใหเ้ ป็นวงกลม แล้วให้สมาชิกนำภาพ
มาวางไว้ด้านหน้าของตนเองและจดั เรยี งภาพตามลำดบั ของโซอ่ าหาร
2.1 ผู้ดำเนนิ การแจกอุปกรณ์เชอื กปลายลูกศรใหผ้ เู้ ขา้ รับการอบรม คนละ 1 เส้น
เพอื่ ใหส้ มาชกิ ทุกคนนำมาใช้แสดงทศิ ทางการถ่ายทอดพลงั งานของสิ่งมีชีวติ ในโซ่อาหาร (30 นาที)
ตวั อย่าง
ใหพ้ ลงั งาน ให้พลังงาน
30 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
30 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
ข้อพึงระวัง กรณจี ำนวนสมาชกิ มีไม่ครบตามจำนวนทจี่ ดั เตรียมไว้ให้ผดู้ ำเนินกิจกรรม
นำภาพผบู้ ริโภคลำดับสดุ ทา้ ยออก เพ่อื ใหบ้ ตั รภาพมีเท่ากับจำนวนสมาชกิ ในกลุ่ม
2.2 ผูด้ ำเนินการตรวจสอบความถูกตอ้ งของการวางลูกศรในโซ่อาหารและแกไ้ ข
ความเขา้ ใจทีค่ ลาดเคลอื่ นในเรือ่ งโซ่อาหารให้ถูกตอ้ ง
2.3 ใหผ้ เู้ ขา้ อบรมนำภาพของตนเองพร้อมลูกศร ขยายวงกลมที่เปน็ วงใหญ่
วงเดยี ว ให้สังเกตว่าสมาชิกทั้งหมดแต่ละคนมีภาพเป็นภาพอะไร (วเิ คราะห์ ผผู้ ลติ /ผ้บู ริโภค)
2.4 ผู้ดำเนนิ กิจกรรมจัดรวมสองกลมุ่ เขา้ ดว้ ยกัน โดยให้ผ้เู ข้าอบรมวางภาพลงบน
กระดาษบรฟู๊ แล้วใชป้ ากกาเคมีลากเสน้ ลกู ศร เชอ่ื มโยง การถา่ ยทอดพลังงาน เพ่ือจดั ทำแผนภาพ
สายใยอาหาร หลงั จากน้ันให้ผูด้ ำเนนิ กจิ กรรมดึงภาพจากสายอาหารออก 1 ภาพ (สว่ นใดกไ็ ด้)
และใชค้ ำถามวา่ หากสว่ นใดส่วนหนง่ึ หายไปจะเกิดอะไรขน้ึ ? มีผลกระทบต่อสงิ่ ใดบ้าง? ทำไมจึงเกดิ
ส่งิ นัน้ ?
2.5 ผู้ดำเนินการสรปุ ลกั ษณะโซอ่ าหารและสายใยอาหาร
3. วิทยากรเชอ่ื มโยงเร่ืองทีอ่ ยู่ของสัตว์ปา่ โดยใชค้ ำถาม
• สัตวป์ ่าอยู่ไหน
• ป่าไมม้ ีประโยชน์อย่างไร
ผดู้ ำเนนิ กิจกรรมแนะนำใหค้ วามร้พู ร้อมตดิ ตั้งแอปพลิเคชัน่ WE GROW
4. สมาชกิ ทุกกลมุ่ ศึกษาสถานการณ์ “หมอยา”
“สมมติให้นักเรียนเปน็ หมอยาพืน้ บา้ น เดินสำรวจศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ตอ้ งการเรยี นรู้
ชนิดของพืชและสัตว์ บอกลักษณะของสัตวร์ ะหวา่ งทางที่พบในการสำรวจ เพ่ือนำความรดู้ ้าน
สมนุ ไพรไปใช้ในการปรงุ ยารักษาโรค ดังนน้ั ภารกจิ หลกั มี 2 ภารกจิ คอื 1) ขอให้สมาชกิ ช่วยกัน
คิดสูตรยารกั ษาโรคพร้อมท้งั บอกส่วนประกอบของพชื ท่ีใช้ในการปรงุ ยา ภายใต้ข้อมูลท่ีมีความ
น่าเชอื่ ถือ 2) บอกลักษณะของสัตวท์ ่ีพบในระหวา่ งการเดินสำรวจ”
4.1 กลุ่มวางแผนในการเก็บรวบรวมข้อมลู
4.2 ลงมอื ปฏิบัติเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
4.3 นำขอ้ มลู ทไ่ี ด้จากการศกึ ษามาสังเคราะหใ์ ห้เปน็ สตู รยาทีใ่ ช้ในการรกั ษาโรค
พร้อมส่งตวั แทนนำเสนอ
4.4 นำเสนอผลการเรยี นรู้ คือ สตู รยา และลักษณะของสตั วท์ ีพ่ บ
5. วทิ ยากรผู้ดำเนนิ การ เติมเต็มความรใู้ นเรื่องของป่าไม้ในประเทศไทย/
สวนพฤกษศาสตรใ์ นโรงเรียน
คู่มือแนวทางการพัฒนาครูวทิ ยากรค่ายเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 31
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 31
6. ผู้ดำเนินกิจกรรมใชค้ ำถามเพือ่ สรปุ องค์ความรู้ท่ีได้รบั ดงั น้ี
• ร้สู ึกอยา่ งไรกบั กิจกรรมการเรียนรใู้ นครงั้ นี้
• เราได้เรยี นรู้อะไรจากกิจกรรมนี้ (เนอ้ื หา/กระบวนการ)
• เราจะนำความรู้จากกิจกรรมไปประยกุ ต์ใชใ้ นการเปน็ วทิ ยากร/
จดั กระบวนการเรียนรู้ได้อย่างไร
7. ให้ผู้เขา้ ร่วมกิจกรรมประเมินลกั ษณะของกจิ กรรม โดยใช้สัญลกั ษณแ์ ทนกล่มุ สี
(วัสดุท่ีเปน็ มติ รต่อสง่ิ แวดล้อม) เพอ่ื ประเมนิ กระบวนการ/รูปแบบการจดั กจิ กรรม ทั้งนวี้ ัสดุท่ใี ช้
ในการประเมนิ ขึน้ อยู่กบั บรบิ ทของแตล่ ะศนู ย์หรือตามกรอบรปู แบบที่ทาง สพฐ. กำหนด
การประเมินผล
1. สงั เกตจากการทำกจิ กรรม
2. ตรวจผลงาน
รายการประเมิน ระดบั การเรยี นรู้
จากกิจกรรมบรู ณาการระบบนเิ วศและประโยชน์
ของพรรณไม้ และสตั ว์ป่าท่านสามารถนำความรู้ทไ่ี ด้ นำไปใช้ นำไปใช้ได้ ไม่สามารถ
ไปประยุกตใ์ ช้ในชีวติ ประจำวันและการดำเนินชีวิต ได้มาก ปานกลาง นำไปใช้ได้
ไดร้ ะดับใด
หมายเหตุ หากไมม่ ีสญั ญาณ INTERNET และไมส่ ามารถใช้ App We Grow ได้ ให้ใชแ้ ผน่ ป้าย
แสดงช่ือพรรณไม้/สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
32 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
32 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
กจิ กรรม ขาดเธอแลว้ ฉนั จะรสู้ ึก
ตัวอยา่ งรายช่ือ ผผู้ ลิต และผบู้ รโิ ภค ในโซ่อาหารและสายใยอาหาร
ผผู้ ลิต ผู้บรโิ ภคลำดับที่ 1 ผูบ้ ริโภคลำดับที่ 2/3
ผักกาด ววั เสอื
ข้าว ควาย งู
หญ้า กวาง เหย่ียว
ดอกไม้ หนอน สงิ โต
กะหล่ำปลี ไก่ ปลา
สาหรา่ ย ชา้ ง แมว
แอบเป้ิล กุ้ง กบ
แพลงกต์ อนพชื หนู คน
ลงิ จระเข้
นก
ตัก๊ แตน
แพลงกต์ อนสตั ว์
คมู่ ือแนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รักษ์พงไพร 33
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร
ตัวอย่าง บตั รภาพ
เสือ ผกั กาดขาว
เหย่ยี ว แมลง
กบ งู
34 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
34 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
ใบกิจกรรม โลกใบเลก็
ให้นกั เรียนสำรวจลักษณะของส่งิ มชี ีวติ ทพ่ี บในขณะทเ่ี ดินสำรวจป่าไม้
สง่ิ มีชีวติ ท่ีพบ สถานท่พี บ อาหารท่กี ิน มีพิษ/ไม่มีพิษ เวลาทพ่ี บ
คมู่ ือแนวทางการพฒั นาครูวิทยากรคา่ ยเยาวชน...รักษ์พงไพร 35
5. กจิ กรรม ทักษะชีวิตเปน็ มติ รกับสง่ิ แวดล้อม
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือให้ผู้เข้าอบรมมคี วามรู้ความเขา้ ใจในเร่อื งการจัดการขยะ
2. เพอ่ื ใหผ้ เู้ ข้าอบรมคิดออกแบบเมนอู าหารและดำเนนิ การปรงุ อาหารโดยดำเนินการ
ทีเ่ ปน็ มิตรกับสิง่ แวดลอ้ ม
ระยะเวลาการทำกิจกรรม เวลา 3 ชวั่ โมง
ลกั ษณะของกิจกรรม
กจิ กรรมกลุม่ /ฝกึ ปฏิบตั ิ
การเตรียมการทำกจิ กรรม
วัสด/ุ อุปกรณ์/สื่อ
1. ใบกิจกรรมอาหารมื้อสุดเลิศ
2. วัสดุ อปุ กรณส์ ำหรับประกอบอาหาร
3. เงนิ จำลอง (สำหรบั ใช้ในการซื้อของในค่าย)
4. ลกู ปดั สี 3 สี ( สีเขยี ว สีแดง สีเหลอื ง)
5. กระเปา๋ ใส่อุปกรณ์ (สำหรบั ใสเ่ งนิ จำลอง ลูกปดั สี ฯ)
ข้นั ตอนการจดั กจิ กรรม
1. วิทยากรชแี้ จงวตั ถปุ ระสงคข์ องกิจกรรมและบอกเง่ือนไขของการประกอบอาหาร
ในกิจกรรมนี้
เงอื่ นไข 1. จำนวนเงนิ ทใ่ี ช้ในการจา่ ยในการทำอาหาร 300 บาท
2. ปริมาณอาหารต้องเพียงพอกับสมาชิกในกล่มุ
3. การรบั ประทานอาหารต้องรบั ประทานอาหารหมดไม่เหลือ
2. ตวั แทนกลุ่มจำนวน 2 คน ไปสำรวจรายการอาหารสด อาหารแห้ง โดยใชเ้ วลา 2 นาที
3. ตัวแทนกลุ่มนำขอ้ มูลทีไ่ ดส้ ำรวจ มาวางแผนออกแบบเมนูอาหารรว่ มกบั สมาชกิ ภายใน
เวลา 2 นาที
4. ตัวแทนกล่มุ จำนวน 2 คน รบั อปุ กรณ์ในการจา่ ยตลาดจากวทิ ยากร ไดแ้ ก่ เงินจำนวน
300 บาท ลกู ปดั 3 สี จำนวน 20 คะแนนและเตรยี มตวั ไปซื้อวสั ดใุ นการทำอาหาร โดยรอสญั ญาณ
จากวิทยากร
5. วทิ ยากรใหส้ ญั ญาณในการซ้อื วสั ดใุ นการทำอาหาร รอบแรก โดยใช้เวลา 2 นาที
เม่อื หมดเวลาใหต้ วั แทนกลุม่ นำอาหารท่ีเลือกซื้อไปที่กลุ่มของตนเอง และเตรยี มประกอบอาหาร
6. สมาชิกกลมุ่ สำรวจรายการวสั ดใุ นการทำอาหาร ทเ่ี ลือกซื้อมาในรอบแรก
36 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
36 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
7. วิทยากรใหส้ ญั ญาณในการซ้อื อาหาร รอบที่ 2 ภายในเวลา 1 นาที
8. วิทยากรสังเกต การเลอื กซอ้ื อาหาร และการปฏบิ ตั ิการประกอบอาหารของแต่ละกลุ่ม
โดยมขี อ้ ปฏิบัติ ดงั น้ี
- ถา้ สมาชกิ เลือกซ้ืออาหาร หรือปฏิบตั ิการประกอบอาหารท่ีเปน็ มิตรกับสิง่ แวดล้อม
ให้นำลกู ปดั สกี ลับคืนมาจากลุ่มของนักเรยี น
- ถ้าสมาชกิ เลือกซื้ออาหาร หรอื ปฏิบตั งิ านประกอบอาหารท่ีไมเ่ ปน็ มิตรกบั สงิ่ แวดล้อม
ให้เพ่ิมลูกปัดสใี ห้กลมุ่ ของนกั เรยี น
9. เม่ือสมาชกิ ประกอบอาหารเสร็จแลว้ ให้แต่ละกลุ่มเลือกอาหาร จำนวน 1 รายการ
พรอ้ มตั้งชอ่ื อาหาร สง่ วทิ ยากร
10. วิทยากรชัง่ นำ้ หนักของขยะตรวจสอบขยะหรือของเหลอื ใชจ้ าการประกอบอาหาร
ของแต่ละกลุ่ม โดยดำเนนิ การ ดังนี้
- ถา้ กลุม่ ใดไม่มกี ารแยกขยะให้เพ่มิ ลกู ปดั สี
- ถา้ กลุม่ ใดมกี ารแยกขยะใหน้ ำลกู ปัดสีกลบั คืน
11. สมาชิกรบั ประทานอาหารทปี่ รงุ ขึน้ เอง
12. วิทยากรสรปุ องคค์ วามรู้
13. วิทยากรสรปุ ผลคะแนนที่แตล่ ะกลมุ่ โดยนับจากลูกปัดสโี ดยมีคะแนนสีลูกปดั
ดังนี้ สีแดง 3 คะแนน สเี หลือง 2 คะแนน และสีเขียว 1 คะแนน วิทยากรสรปุ ผลคะแนนดงั น้ี
- กล่มุ ใดไดค้ ะแนนมาก แสดงวา่ ไมเ่ ป็นมติ รกับส่ิงแวดล้อม
- กลุ่มใดได้คะแนนน้อย แสดงวา่ เป็นมิตรกบั สิ่งแวดล้อม
การประเมินผล
1. ประเมนิ จากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมปรุงอาหารที่เปน็ มิตรกบั ส่งิ แวดล้อม
2. สังเกตจากกระบวนการกลุ่ม
3. สงั เกตจากตอบคำถามและการนำเสนอ
รายการประเมิน ระดับการเรียนรู้
จากกิจกรรมผเู้ ขา้ รับการอบรมสามารถ อธบิ ายได้ ไม่แนใ่ จ อธิบายไม่ได้
อธิบายทกั ษะชีวิต
เป็นมติ รกบั สิง่ แวดล้อม
คมู่ อื แนวทางการพัฒนาครูวิทยากรคา่ ยเยาวชน...รักษพ์ งไพร 37
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 37
6. กจิ กรรม ขยะเปลีย่ นชวี ติ
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ สรา้ งความตระหนักเรื่อง มลพิษทางสง่ิ แวดล้อม
2. เพอื่ ให้ผเู้ ข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในเรือ่ งการจดั การขยะ
3. เพ่ือใหผ้ ู้เข้าอบรมได้ฝกึ ทกั ษะกระบวนการคดิ อย่างเปน็ ระบบ
ระยะเวลาการทำกิจกรรม เวลา 2 ชวั่ โมง
ลักษณะของกจิ กรรม
กิจกรรมกลุ่ม/ฝึกปฏิบัติ
การเตรียมการทำกิจกรรมA
1. ใบกจิ กรรม “คา่ ยกล คนรักษ์โลก”
2. ตารางเส้นทางการเดนิ คา่ ยกลฯ ขนาด 5 x 5 ช่อง
3. บตั รขยะทุกประเภท (ขยะท่วั ไป ขยะรีไซเคลิ ขยะย่อยสลาย ขยะอันตรายและ
ขยะทะเล) จำนวนเทา่ กับจำนวนกลุ่มของผ้เู ข้าอบรม พร้อมระบหุ มายเลขกลุ่ม
4. บัตรภาพต้นไม้ /ตน้ ไมจ้ ริง (ขนาดเลก็ )
5. กระป๋อง/ถังขยะจำลอง 4 สี สำหรับเลน่ เกม
6. บัตรสญั ลกั ษณ์คำส่งั
7. ตารางบนั ทกึ คะแนน
ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
1. วทิ ยากรนำเขา้ สู่กิจกรรมการเลน่ เกม “คา่ ยกล คนรกั ษโ์ ลก” โดยเลา่ เร่อื ง ดงั น้ี
“สถานการณโ์ ลกในยคุ 2020 เกิดวิกฤตส่งผลตอ่ สภาพสงิ่ แวดล้อม เช่น ปญั หาด้าน
มลพิษ ปัญหาการทำลายป่า ปัญหาด้านขยะ ซึ่งเห็นได้จากกิจกรรมการทำอาหารจะพบว่าเรา
สร้างขยะมากมายในการทำอาหาร 1 มื้อ ไม่ว่าจะเป็นภาชนะบรรจุอาหาร วัสดุที่เหลือจากการ
ประกอบอาหาร และเศษอาหารที่เหลือจาการรับประทานอาหาร เห็นไหมทุกคนมีส่วนทำให้ขยะ
ล้นโลก วันนี้พวกเราเป็นคนรักษ์โลก เพราะขณะนี้ปีศาจขยะได้ลุกล้ำเข้ามาในโลกของเราอย่าง
ต่อเนื่อง เราในฐานะเป็นคนรักษ์โลก ต้องช่วยกันพิทักษ์โลกของเรา โดยพวกเราต้องเข้าไปใน
ค่ายกล เพื่อกำจัดปีศาจขยะชนดิ ตา่ ง ๆ ที่อยู่บนโลกของเรา ต้องร่วมกันวางแผนกำจัดขยะให้หมด
โลกตามเส้นทางค่ายกล”
2. วทิ ยากรชแ้ี จงภารกจิ การเลน่ ให้กับผู้เข้ารับการอบรม (อาจสาธติ การเลน่ ประกอบ
การชี้แจง) พร้อมแจกใบกิจกรรม โดยมภี ารกจิ ตามเง่ือนไข ดังน้ี
2.1 ผูเ้ ล่นเกมต้องเดินทางออกจากจุดเร่ิมต้น (Start) จนถงึ จดุ สิน้ สุด (Finish)
38 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
38 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
2.2 ผูเ้ ลน่ เกมตอ้ งเก็บขยะจำนวน 5 ชิ้น (อาจปรับเปลี่ยนจำนวนช้ินของขยะได้
ตามความเหมาะสม)
2.3 ผู้เล่นเกมต้องปลกู ต้นไม้จำนวน 1 ตน้ ทีจ่ ุดสิ้นสุด (Finish)
3. วิทยากรอธบิ ายการใชส้ ัญลักษณ์แทนคำสั่งในการเดินทาง ดังตอ่ ไปนี้
หมายถึง การเดินไปทางซ้าย
➔ หมายถึง การเดนิ ไปทางขวา 0 หมายถงึ การเดนิ 0 กา้ ว
หมายถึง การเดินไปข้างหนา้ 1 หมายถึง การเดิน 1 กา้ ว
หมายถงึ การเดินไปขา้ งหลงั 2 หมายถึง การเดิน 2 ก้าว
หมายถึง การเก็บ (Keep) 3 หมายถงึ การเดนิ 3 ก้าว
หมายถงึ การทิง้ (Leave) 4 หมายถงึ การเดิน 4 ก้าว
5 หมายถงึ การเดิน 5 ก้าว
หมายถึง การปลกู ต้นไม้ (Plant)
4.หวมิทายยาถกึงรอธิบายกถางึ รวหธิ ยีกดุาร(เSขtยี oนpส)ญั ลกั ษณแ์ ทนคำสัง่ แสดงเสน้ ทาง ตามตัวอยา่ ง
การเขยี นคำส่งั และการอ่านคำส่ังบอกเส้นทาง พร้อมความหมายของสญั ลกั ษณ์ตา่ ง ๆ ให้กับ
ผู้เข้ารบั การอบรมได้เขา้ ใจตรงกัน ประกอบด้วย
4.1 คำสั่งบอกทิศทาง ได้แก่ (ซา้ ย) ➔(ขวา) (หน้า) (หลัง)
4.2 คำสัง่ บอกจำนวนกา้ วเดิน ได้แก่ 0 1 2 3 4 5
4.3 คำส่ังบอกให้เก็บขยะ คือ (เกบ็ )
4.4 คำสง่ั บอกใหท้ ้ิงขยะลงถัง คือ (ทง้ิ )
4.5 คำสัง่ บอกให้ปลกู ตน้ ไม้ คือ (ปลูก)
ตวั อย่าง : ตารางเส้นทาง
จดุ เริ่มตน้
(Start)
ตัวอยา่ ง : การเขียนคำสัง่ เสน้ ทาง
➔2 ➔1
ตัวอย่าง : การอ่านคำสง่ั เสน้ ทาง
ขวา 2 เกบ็ ขวา 1 ท้ิง
ตวั อย่าง : ความหมายของคำสง่ั
เดนิ ไป จำนวน เกบ็ ขยะ เดินไป จำนวน ท้งิ ขยะ
ทางขวา 2 กา้ ว ทางขวา 1 กา้ ว ลงถงั
คูม่ ือแนวทางการพัฒนาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รักษ์พงไพร 39
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 39
5. วทิ ยากรรว่ มกบั ผู้เขา้ รับการอบรมเขยี นสัญลักษณ์แทนคำสงั่
จุดเริ่มต้น
(Start)
6. ให้สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มรว่ มกันวางแผน และเขยี นคำสั่งกำหนดเสน้ ทางการเดินตามภารกิจ
ภายในเวลา 15 นาที
7. ใหท้ ุกกลุ่มส่งตัวแทนเพ่ือทำภารกิจทีมละ 2 คน ดังนี้
คนที่ 1 ทำหน้าท่เี ป็นหุ่นยนตเ์ ดินตามคำสงั่ เส้นทาง
คนที่ 2 ทำหน้าทเ่ี ป็นผู้อา่ นคำสงั่ เสน้ ทาง
8. วิทยากรจดั การแข่งขันแบบจับค่รู อบละ 2 ทมี เม่ือครบทุกทีม วทิ ยากรทำหนา้ ท่ี
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง พร้อมสร้างความเขา้ ใจในการคดั แยกขยะร่วมกบั ผู้เข้ารับการอบรม
พรอ้ มบันทกึ คะแนนในตารางบันทึกคะแนน
9. วทิ ยากรสรปุ ใหผ้ เู้ ข้าอบรมเหน็ ความสำคญั ของการคดั แยกขยะ และการท้ิงขยะให้
ถกู ที่ โดยเช่ือมโยงกบั เหตุการณท์ ที่ ้งิ ขยะไม่ถูกท่ีแล้วมีผลกระทบต่อส่ิงแวดลอ้ ม (เหตกุ ารณ์
พะยูนมาเรียม วาฬ โลมา นกทะเล เต่าท่ีมีหลอดเสียบทีโ่ พรงจมูก กวางปา่ กินขยะ ฯลฯ)
เกณฑก์ ารให้คะแนนและการตดั สนิ
1. กตกิ าการนับคะแนน : ขยะแตล่ ะชิน้ มีค่า 5 คะแนน
- ท้งิ ขยะถกู ประเภทของถังขยะจะได้ 5 คะแนน/ชิ้น
- ทิ้งขยะผิดประเภทของถังขยะจะถูกหกั 5 คะแนน/ชน้ิ
- ทงิ้ ขยะไมถ่ ูกท่/ี ทิง้ ไม่ตรงถังขยะจะถกู หัก 5 คะแนน/ชนิ้
2. เมือ่ ใช้คำสั่ง “ท้งิ ” ผูเ้ ลน่ จะตอ้ งท้ิงขยะทุกชน้ิ ที่อย่ใู นมือ
3. หากผเู้ ล่นเดินออกนอกตารางถือว่าจบเกม (Game over) ไมส่ ามารถเล่นเกมต่อได้
4. ผูเ้ ลน่ ทีมใดปลูกต้นไม้ที่จดุ สิน้ สุด (Finish) ไดส้ ำเรจ็ จะได้คะแนน 10 คะแนน
5. ผู้เลน่ ทีมใดใชค้ ำสัง่ เส้นทางการเดินทางสนั้ ทีส่ ดุ จะไดค้ ะแนน 10 คะแนน
6. ผเู้ ล่นทมี ใดท่เี ก็บขยะจากทะเล หรอื ขยะจากปา่ จะได้คะแนนชิน้ ละ 10 คะแนน
7. เม่อื เกมสน้ิ สดุ ตัดสินการแข่งขันโดยผู้เลน่ ทมี ใดมีคะแนนรวมมากทสี่ ดุ ถอื เปน็ ผชู้ นะ
การประเมนิ ผล
1. ประเมินจากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมความตระหนกั เรื่อง มลพิษทางส่งิ แวดลอ้ ม
2. สงั เกตจากกระบวนการกลมุ่
3. สงั เกตจากตอบคำถามและการนำเสนอ
รายการประเมิน ระดบั การเรียนรู้
จากกจิ กรรมผู้เข้ารบั การอบรมสามารถอธิบาย อธิบายได้ ไมแ่ น่ใจ อธิบายไม่ได้
ผลกระทบเรื่อง มลพิษทางส่งิ แวดลอ้ ม และ
สามารถคัดแยกขยะไดถ้ ูกตอ้ ง
40 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
40 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
ความร้เู พิ่มเตมิ
องคค์ วามรู้ทีค่ วรได้รับจากกิจกรรม “คา่ ยกล คนรกั ษ์โลก”
กจิ กรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทำให้นักเรยี นได้พัฒนาการคดิ เชิงคำนวณ การคิดวิเคราะห์
แกป้ ัญหาเปน็ ขัน้ ตอนและเป็นระบบ แก้ปญั หา ตามกตกิ าการเลน่ โดยเขียนโค้ดคำสั่งให้หุน่ ยนต์
ไปเก็บขยะ และเรียนรู้การคดั แยกขยะ
เรือ่ งเลา่ จากครูสวนสัตว์ (ครปู า่ น)
◆ ขยะถุงพลาสติกกับเตา่ ทะเล
เม่อื ขยะถงุ พลาสติกลอยอยใู่ นน้ำทะเลจะมีลักษณะคล้ายกับแมงกะพรุน ซึ่งตามธรรมชาติ
เต่าทะเลบางชนิดจะกินแมงกะพรุนเป็นอาหาร ดังนั้นโอกาสที่เต่าทะเลจะกลืนกินเข้าไปจึงสูงมาก
เพราะแยกไม่ออกเลยว่าอนั ไหนแมงกะพรนุ อันไหนถงุ พลาสติก เมือ่ เตา่ ทะเลกินถงุ พลาสติกเข้าไป
แล้ว ถุงเหล่านั้นก็จะเข้าไปอุดตันอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ทำให้ร่างกายเต่าเกิดความผิดปกติ
ทรมานและเสียชีวิตไดใ้ นทส่ี ุด
อีกข่าวดัง การจากไปของพะยูนมาเรียมซึ่งสร้างความเศร้าเสียใจให้กับทุกคนไม่น้อย
แต่ที่น่าเศร้ายิ่งไปกวา่ นัน้ คือ การพบขยะพลาสติกชิ้นเล็กๆ หลายชิ้นในลำไส้ของมาเรียม โดยขยะ
พวกนีเ้ ขา้ ไปอุดตันในกระเพาะอาหารจนเกดิ อาการอักเสบ สุดทา้ ยลุกลามจนตดิ เชอ้ื ในกระแสเลือด
ทำให้เราสูญเสียสตั วท์ ะเลไปอีกหนง่ึ ตวั
นอกจากนั้นแล้ว ขยะพลาสติกในทะเลที่ย่อยสลายเป็นเศษเล็กๆ ก็จะดูดซับสารพิษและ
โลหะหนัก ทปี่ นเปื้อนอยู่ในน้ำทะเล เม่อื สตั ว์ทะเลกนิ เข้าไป สารพิษและโลหะหนักจะแพร่กระจาย
เข้าสู่กระแสเลือดและเมื่อเรากินสตั ว์ทะเลนั้น เราก็จะได้รับสารพิษและโลหะหนักนั้นเขา้ สู่ร่างกาย
ของเราด้วย
◆ ขยะกระป๋องกบั กวางปา่
บรรจุภัณฑ์อาหารกระป๋องที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้ในป่า อาจทำให้เกิดอันตรายกับสัตว์ป่าได้
เช่น กวางอาจเดินมาเหยียบกระป๋องที่เปิดผาทิ้งไว้ทำให้ตีนของกวางเข้าไปติดอยู่ในกระป๋อง แล้ว
ขอบปากกระปอ๋ งทเ่ี ป็นโลหะจะบาดขาเป็นแผลและตดิ เช้ือจนทำให้กวางเสยี ตายได้
◆ โทรศัพท์มือถือกับกอริลลา
แบตเตอรร์ ขี่ องโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกสห์ ลายชนิดที่เราใช้
กนั อยู่ทกุ วนั นี้ มสี ว่ นประกอบของแร่โคลแทนซึ่งมีมากในประเทศคองโก ทวปี แอฟริกา ซ่ึงเป็นบ้าน
หลงั สุดท้ายของลิงกอลิล่า ดังนนั้ การท่เี ราเปล่ยี นโทรศัพท์มอื ถือ คอมพิวเตอร์ บอ่ ยเท่าไหร่ก็จะย่ิง
เรง่ ใหเ้ กดิ การบุกรุกเขา้ ไปตดั ไม้ทำลายปา่ ทำเหมืองแร่ดังกล่าวมากย่ิงขึ้น
ค่มู ือแนวทางการพฒั นาครวู ิทยากรค่ายเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 41
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 41
ใบกิจกรรม คา่ ยกล...คนรกั ษโ์ ลก
คำชี้แจง ให้ผู้เขา้ รบั การอบรมร่วมกันกำหนดเสน้ ทาง ตามภารกจิ “ค่ายกล คนรักษโ์ ลก” ดังนี้
1. วางแผนการใช้สญั ลกั ษณก์ ำหนดเสน้ ทาง ตามสัญลกั ษณ์ท่กี ำหนดให้
หมายถงึ การเดินไปทางซ้าย
➔ หมายถงึ การเดินไปทางขวา 0 หมายถงึ การเดนิ 0 กา้ ว
หมายถึง การเดนิ ไปข้างหน้า 1 หมายถึง การเดนิ 1 กา้ ว
หมายถึง การเดินไปขา้ งหลัง 2 หมายถึง การเดนิ 2 ก้าว
หมายถงึ การเก็บ (Keep) 3 หมายถงึ การเดิน 3 กา้ ว
หมายถึง การทงิ้ (Leave) 4 หมายถึง การเดนิ 4 กา้ ว
5 หมายถึง การเดนิ 5 กา้ ว
หมายถงึ การปลกู ต้นไม้ (Plant)
หม2า. ยถเขงึ ยี นสัญลกกั าษรณหย์แุดสด(Sงเtสo้นpท) างการเดินทางท่ีกลุ่มไดว้ างแผนไว้ ลงในแบบ
บันทกึ คำสัง่ เสน้ ทาง ตามภารกิจ ดงั นี้
2.1 ผเู้ ล่นเกมต้องเดินทางออกจากจุดเริ่มตน้ (Start) จนถึงจุดสิน้ สุด (Finish)
2.2 ผู้เล่นเกมตอ้ งเก็บขยะจำนวน 5 ช้นิ
2.3 ผ้เู ลน่ เกมต้องปลูกต้นไมจ้ ำนวน 1 ต้น ที่จดุ ส้นิ สุด (Finish)
2.4 ให้กลุ่มส่งตวั แทนเพ่ือทำภารกิจทมี ละ 2 คน เพอ่ื ทำหนา้ ท่ี ดังน้ี
คนท่ี 1 ทำหน้าทเ่ี ป็นห่นุ ยนตเ์ ดนิ ตามคำส่ังเสน้ ทาง
คนที่ 2 ทำหนา้ ที่เป็นผู้อา่ นคำส่ังเสน้ ทาง
เงื่อนไข/กติกา
1. เม่อื ใช้คำสั่ง “ทิง้ ” ผเู้ ลน่ จะต้องท้ิงขยะทุกชนิ้ ที่อยูใ่ นมือ
2. เมื่อสิ้นสุดการเดินทาง ต้องใช้คำส่งั “หยุด”
3. หากผเู้ ลน่ เดนิ ออกนอกตารางถอื วา่ จบเกม (Game over) ไมส่ ามารถเล่นเกมต่อได้
4. ผู้เลน่ ทมี ใดปลกู ตน้ ไม้ท่จี ดุ ส้นิ สุด (Finish) ไดส้ ำเร็จ จะได้คะแนน 10 คะแนน
5. ผ้เู ล่นทมี ใดใช้คำสั่งเส้นทางการเดนิ ทางสน้ั ทส่ี ดุ จะได้คะแนน 10 คะแนน
6. ผ้เู ลน่ ทมี ใดทเ่ี ก็บขยะจากทะเล หรือ ขยะจากป่า จะได้คะแนนชนิ้ ละ 10 คะแนน
7. เมื่อเกมสิน้ สดุ ตัดสนิ การแข่งขนั โดยผู้เลน่ ทีมใดมีคะแนนรวมมากทสี่ ุดถือเปน็ ผูช้ นะ
42 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
Finish
ทะเล
ปา่ ไม้
Start
คูม่ อื แนวทางการพัฒนาครวู ิทยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 43
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร