The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suchaya.nayok, 2021-07-18 02:58:28

คู่มือการจัดกิจกรรมค่า่ยเยาวชน...รักษ์พงไพร RNนครนายก พ.ศ.2563

คู่มือฯรักษ์พงไพร-RNนครนายก 2563

Keywords: แนวทางการจัดค่ายเยาวชนรักษ์ไพร ,2563,ปีที่ 6

ถงั ขยะจำลอง (ขยะท่ัวไป ขยะรีไซเคิล ขยะย่อยสลาย และขยะอันตราย)

44 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
44 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

ชื่อกลมุ่ ..........................................................

แบบบนั ทึกคำส่ังเส้นทางการเดินทาง
“ค่ายกล...คนรักษโ์ ลก”

ค่มู อื แนวทางการพัฒนาครวู ทิ ยากรค่ายเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 45
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 45

ตารางเส้นทางการเดินทางขนาด 5 x 5 ชอ่ ง

ทะเล
ปา่ ไม้

46 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
46 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

บตั รสญั ลกั ษณ์คำสั่ง

ค่มู ือแนวทางการพัฒนาครูวิทยากรค่ายเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 47

คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 47

บตั รขยะทุกประเภท (ขยะทวั่ ไป ขยะรไี ซเคิล ขยะย่อยสลาย
ขยะอันตราย และขยะจากทะเล)

48 4R8akpongRparkapioNngeptwraoirkNe:twRoNrkภา:คRกNลภางาค2กล@านงค2รน@ายนกครนายก

7. กิจกรรมรบั อรณุ ยามเชา้ (2)

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพื่อศึกษาธรรมชาตใิ นยามเช้า
2. เพอื่ เตรียมความพรอ้ มรา่ งกาย กายบรหิ าร ก่อนรบั การเรยี นร้ใู นแต่ละวนั

ระยะเวลาการทำกจิ กรรม เวลา 1 ชว่ั โมง
ขัน้ ตอนการจัดกจิ กรรม

1. รวมพลผู้เข้ารับการอบรม
2. กิจกรรมกายสมั ผัส โดยใหผ้ เู้ ขา้ ประชุมยืนหลบั ตาแลว้ สังเกตว่า

- เราได้ยนิ เสยี งอะไร
- ไดก้ ลิน่ อะไร
- ร้สู ึกอยา่ งไร
3. เลน่ เกมส่ือสารดว้ ยท่าทาง โดยให้ผเู้ ขา้ รบั การอบรมเข้าแถวตอนเรียงหนงึ่ คนสดุ ทา้ ย
ของแถว กลบั หลงั หัน แล้วหันหน้ามาหาวทิ ยากรและดูทา่ ทางจากวทิ ยากร แล้วทำทา่ ทาง
เลยี นแบบวทิ ยากร ส่งต่อใหค้ นถดั ไป จนถงึ คนแรกของแถว สังเกตดูว่าท่าทางยงั เหมือนเดิมหรือไม่
4. สรปุ บทเรียน
สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้
เกม (รายละเอยี ดอยู่ในส่วนท่ี 3)
การวดั และประเมนิ ผล
พฤติกรรมการมสี ่วนร่วมในการทำกจิ กรรม

คมู่ อื แนวทางการพัฒนาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 49
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 49

Nature Game

5500 RRaakkppoonnggpprraaii NNeettwwoorrkk :: RRNN ภภาาคคกกลลาางง 22 @@นนคครรนนาายยกก

การจดั การเรยี นรู้ธรรมชาติ
เพือ่ การอนุรกั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม

การเรียนรู้ธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ธรรมชาติมีสิ่งต่าง ๆ มากมายให้เด็กได้เรียนรู้ ท้ัง
พืชพรรณ สัตว์ป่า สิ่งมีชีวิต สิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อกันและกัน มีความสำคัญเกี่ยวข้องกัน
พึ่งพาอาศัยกันและกัน การที่จะทำให้เดก็ ๆ เรียนรู้ และสัมผัสธรรมชาติโดยตรงด้วยตนเอง ด้วยความ
สนุกสนาน เราต้องเพิ่มเติมและแนะนำให้เด็ก ๆ ได้มีนิสัยในการสังเกต การตั้งคำถาม การอยากรู้
อยากเหน็ และการสนใจในสิ่งรอบ ๆ ตัว และส่งิ สำคญั ในการเรียนรู้ธรรมชาติ คอื การสร้างความตน่ื เต้น
และกระตุ้นการเรียนรู้ ของเด็ก ๆ สร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องและมีทัศนคติที่ดีต่อธรรมชาติ
ปา่ ไม้ และสัตว์ปา่

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรูธ้ รรมชาติ เพอื่ การอนุรักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ ปา่ ไม้ และสัตว์ป่า
โดยผา่ นการเล่นเกม เปน็ อีกรูปแบบหนงึ่ ของการจดั กจิ กรรมทีเ่ ป็น Active Learning ซ่ึงเราจะเรียกว่า
เกมธรรมชาติ หรือ Nature Game

เกมธรรมชาติ (Nature Game) จะมีลักษณะทีน่ ำเสนอเน้ือหาทส่ี นกุ สนาน เร้าความสนใจ
กระตนุ้ การเรียนรเู้ กยี่ วกับความรู้พน้ื ฐานทัว่ ไปของธรรมชาติ พชื พรรณ และสัตวป์ ่า รอบ ๆ ตวั เรา
รวมท้งั เกิดความคนุ้ เคย ความไว้วางใจ และความร่วมมอื ต่อกนั ระหว่างผเู้ รียน

ทม่ี าของ Nature Game

จากความเชื่อว่า ...“มนุษย”์ เปน็ สว่ นหนึ่งของธรรมชาติ และมนษุ ย์ควรจะต้องร้จู กั
ธรรมชาติ เพ่อื ทีจ่ ะปฏิบตั ิต่อธรรมชาตใิ ห้ถูกต้อง

.

คมู่ อื แนวทางการพัฒนาครูวทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รักษพ์ งไพร 51

คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 51

เปา้ หมายและหลกั การของ Nature Game

เป็นการนำความรู้ทางวิชาการ “ที่ถูกต้อง” สู่การเรียนรู้ และเกิดความรู้ ความเข้าใจ
มีทัศนคติที่ดี และตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของธรรมชาติ สัตว์ป่า และป่าไม้ ความรัก
ความหวงแหน รู้สึกถึงความเป็นเพื่อนกับของธรรมชาติ สัตว์ป่า และป่าไม้ และพร้อมจะมี
ส่วนรว่ มในการของธรรมชาติ สัตว์ปา่ และปา่ ไม้ ด้วยรูปแบบและวิธกี ารตา่ ง ๆ โดยนกั การศกึ ษา
ชาวสหรฐั อเมรกิ า โจเซฟ คอลเนอร์ เปน็ ผคู้ ิดค้น โดยมีหลักการสำคัญ ดังน้ี

1. การใชอ้ วยั วะส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย เชน่ ตา หู จมกู ลิน้ กาย ให้ไดส้ ัมผสั กับ
ธรรมชาตริ อบกาย ให้เปน็ สว่ นหนึ่งของการเรียนร้ธู รรมชาติ

2. การใชค้ วามรว่ มมือและการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ผ่านการเล่น ได้เรียนรรู้ ่วมกนั
ร่วมสมั ผัสกับธรรมชาติ แลกเปลย่ี นความรสู้ กึ และประสบการณร์ ว่ มกนั

ขน้ั ตอนของการนำ Nature Game ไปใช้

ข้นั ตอนที่ 1 สรา้ งความตื่นตัว : กจิ กรรมทส่ี นกุ สนาน กระตือรือร้น
ขน้ั ตอนท่ี 2 รวบรวมความสนใจ : กจิ กรรมท่เี ปิดประสาทสมั ผัส การรบั รตู้ อ่ ความร้สู ึกรอบตัว
ข้นั ตอนที่ 3 สร้างประสบการณ์ตรง : กิจกรรมท่ีให้ได้สัมผัสตรงกบั ธรรมชาติ ไดใ้ ชเ้ วลา

อยู่น่ิง ๆ กบั ธรรมชาติ
ข้ันตอนท่ี 4 แบ่งปนั แรงบนั ดาลใจ : กิจกรรมที่สร้างความคิดและความรู้สกึ ท่ีดี ใหเ้ กดิ ขึน้

ในใจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทีไ่ ด้รบั จากธรรมชาติ

การนำกิจกรรมมาประยุกต์ใช้

1. การนำ Nature Game ไปใช้ต้องศึกษาลักษณะของกจิ กรรม เพ่อื ให้สามารถนำ
กจิ กรรมไปใช้ให้เหมาะกับนักเรยี นหรอื เยาวชน ตามกลุม่ เป้าหมาย

2. การนำ Nature Game ไปใชต้ อ้ งศึกษาวตั ถุประสงคข์ องแตล่ ะกิจกรรมใหช้ ัดเจน
เพอื่ ใหส้ ามารถใช้กิจกรรมได้อยา่ งเหมาะสม โดยสามารถเปลย่ี นแปลงเนอ้ื หาบางสว่ นได้ เชน่
เกมนกึ ถึงชา้ งเราจะนกึ ถึงอะไร อาจเปล่ียนเปน็ เกมนึกถึงเสอื เราจะนึกถงึ อะไร

3. การนำ Nature Game ไปใช้ ต้องศึกษาพ้ืนทท่ี ี่ใชใ้ นการจดั กจิ กรรม เพอ่ื ใหเ้ หมาะสม
กบั บรบิ ทของพืน้ ที่

4. กิจกรรม Nature Game สามารถนำไปบรู ณาการกบั กจิ กรรมการเรียนการสอน
ในกลมุ่ สาระการเรียนรตู้ ่าง ๆ ได้

52 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
52 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

ตวั อย่าง Nature Game

เกมปูพน้ื ฐานกอ่ นเลน่ เกมอนื่ ๆ (เกมเปา่ ยงิ ฉบุ )

1. ชื่อกจิ กรรม เป่า ยิง ฉุบ (กระดาษ ฆ้อน กรรไกร)
2. วตั ถปุ ระสงค์

2.1 เพอ่ื เตรยี มความพร้อมก่อนการเรยี นรู้
2.2 เพือ่ สรา้ งความคุ้นเคยระหวา่ งเพื่อน ๆ ท่เี ขา้ ร่วมกิจกรรม
3. ลกั ษณะของกจิ กรรม /ข้นั ตอนของกิจกรรม
เพอื่ สรรหาผชู้ นะตลอดการและผู้แพ้ตลอดการโดยการออกอาวธุ กรรไกร กระดาษ ฆอ้ น
คนแพต้ ่อหลงั คนชนะทำไปเรื่อย ๆ จนเหลอื 2 ทมี สุดท้าย
4. ส่งิ ทีไ่ ดร้ ับ/ประทับใจ
4.1 ความสนุกสนาน
4.2 แง่คดิ มุมมองของการตอ่ สู้ เลห่ เ์ หลยี่ มของคน
5. การนำกจิ กรรมมาประยุกตใ์ ช้
5.1 การเตรียมความพร้อมก่อนการเรียนรู้
5.2 การคดั เลอื กหาผู้นำในกิจกรรมต่าง ๆ
6. ขอ้ เสนอแนะในการประยุกต์ใช้
ควรคำนึงถึง เวลา จำนวนคน พน้ื ทีใ่ นการทำกจิ กรรม

เกมววิ ัฒนาการ

1. ชอื่ กจิ กรรม ววิ ัฒนาการ (แมลงหวี่ กบ เปด็ ลิง คน)
2. วัตถปุ ระสงค์

2.1 เพอื่ สร้างความคุ้นเคย สร้างความตน่ื ตวั เป็นการเตรยี มความพร้อม
2.2 เพือ่ ใชส้ รปุ หรืออธิบายถึงวิวัฒนาการของสิ่งมชี วี ิตบางชนิดว่า ทำไมสตั ว์ตอ้ ง
วิวัฒนาการ
2.3 เพือ่ ศึกษาพฤติกรรม ความซือ่ สัตย์ของนักเรยี น

คู่มอื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรค่ายเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 53
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 53

3. ลกั ษณะของกจิ กรรม /ขั้นตอนของกจิ กรรม
3.1 ให้สมาชิกจับคกู่ บั เพื่อน เพอื่ จะเล่นเกมเปา่ ยิงฉบุ (กรรไกร กระดาษ ฆ้อน )

โดยกำหนดให้กรรไกร ชนะกระดาษ / กระดาษชนะฆ้อน / ฆอ้ นชนะกรรไกร
3.2 ผู้ดำเนินกิจกรรม อธิบายกติกาให้สมาชิกผู้ร่วมกิจกรรมได้ฟังถึงกติกาการเล่น ถ้าคู่

ของเราเม่ือเป่ายิงฉุบแลว้ ใครชนะ เขาจะมวี วิ ัฒนาการ ไปเปน็ “แมลงหวี่” ..... ผู้ชนะที่เป็นแมลง
หวี่ ก็จะไปจับคู่กับผู้ชนะที่เป็นแมลงหวี่ด้วยกัน พร้อมทั้งเป่ายิงฉุบ อีกครั้ง ใครชนะ ก็จะมี
วิวัฒนาการไปเป็น “กบ” ผู้ชนะที่เป็นกบ ก็จะไปจับคูเ่ พื่อนที่มวี วิ ัฒนาการเหมอื นกันคอื กบ แล้ว
เป่ายิงฉุบ เพื่อหาผู้ชนะที่จะมีวิวัฒนาการไปเป็น “เป็ด” ผู้ชนะที่เป็นเป็ด ก็จะไปหาคู่ใหม่ที่เป็น
เป็ด แล้วเปา่ ยงิ ฉุบ เพือ่ หาผชู้ นะท่ีจะววิ ฒั นาการไปเป็น “ลงิ ” ผชู้ นะที่เป็นลิง กจ็ ะไปหาคู่ท่ีเป็นลิง
และเป่ายิงฉุบ เพื่อให้ชนะจะมีวิวัฒนาการไปเป็น “คน” ในระหว่างการเล่นเกมน้ี ทุกคนจะต้องไม่
ใช้เสียง แต่ให้สื่อสารท่าทางประกอบ เช่น แมลงหว่ี ก็จะใช้มือทั้งสองข้างกระพือเหนือไหล่ ....
แสดงท่าทางเป็นแมลงหวี่ ส่วนกบ ก็จะแสดงท่าทางกระโดดเลียนแบบท่าทางการกระโดดของกบ
..เป็นตน้
หมายเหตุ ผู้ดำเนินกิจกรรม อาจหารือผ้รู ่วมกิจกรรมให้คดิ ท่าทางประกอบ ก่อนการเล่นเกม ก็ได้

3.3 หลังจากเล่นเกมเสร็จเรียบร้อย ผู้ดำเนินกิจกรรมอาจร่วมกันสรุปถึงวิวัฒนาการของ
สัตว์บางชนิด หรือ ทำไมต้องมีแมลงหว่ี แมลงสำคัญอย่างไรต่อระบบนิเวศ หรือ กบ เป็นสัตว์ครึ่ง
บกครึ่งน้ำ มีสัตว์ชนิดใดที่มีลักษณะเช่นนี้ที่นักเรียนรู้จัก ต่างหรือเหมือนกันอย่างไรกับ
สตั วเ์ ล้อื ยคลาน......และท่สี ำคญั ของการเล่นเกมนี้ จะเหลือแมลงหวี่ กบ เปด็ ลิง ทน่ี ่าสงสารที่จะ
เหลืออย่อู ยา่ งละหนึ่งตัวเขามีความรูส้ กึ อย่างไร ท่ีต้องมชี วี ิตเพยี งลำพัง ชวี ติ ของเขาจะเป็นอย่างไร
ต่อไป สูญพันธุ์ได้หรือไม่ หรือ......อาจพบว่า เมื่อจบเกม ไม่มีตัวใดเหลืออยู่เลย คงมีใครบางคน
อาย หรือใช้ความชุลมุน หลบหายกลายเป็นคน.... กันทุกคน เป็นไปได้ไหม...สื่อให้เห็นอะไรใน
สังคม
4. สง่ิ ท่ีได้รบั /ประทับใจ

4.1 สนกุ สนาน
4.2 ไดแ้ สดงออกถงึ ความซ่ือสัตย์ สจุ ริต
5. การนำกจิ กรรมมาประยกุ ต์ใช้
ละลายพฤติกรรม แบ่งกลุ่มคัดเลอื กผนู้ ำ/ใช้สรุปบทเรยี นหรือนำเขา้ สูบ่ ทเรียนในเรอ่ื ง
ววิ ฒั นาการของสิ่งมีชีวติ
6. ขอ้ เสนอแนะในการประยุกต์ใช้
เวลา ควรจำกดั มสี ญั ญาณนกหวดี

54 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
54 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

เกมคา้ งคาว กบั อกี า

1. ชอ่ื กิจกรรม ค้างคาว กบั อีกา

2. วัตถปุ ระสงค์
2.1 เพ่ือกระต้นุ ให้เด็กเกดิ การเรียน
2.2 เพอื่ ให้องค์ความรแู้ กน่ กั เรียน
2.3 เพอื่ ให้นักเรยี นไดฝ้ กึ คิดวิเคราะห์องค์ความรู้

3. ลักษณะของกิจกรรม /ขั้นตอนของกจิ กรรม
3.1 ให้นกั เรียนเข้าแถวเป็นวงกลมซ้อนกนั สองวง โดยใหย้ นื หนั หน้าเข้าหากนั ให้แต่ละคน

ยื่นมือซ้ายมาแตะกับคู่ของตน และให้ใช้มือขวา เพื่อเตรียมจะตบมือซ้ายของเพื่อน หลังจากที่ได้
ฟงั เรื่องราวท่ีผูด้ ำเนนิ กิจกรรม เล่าจบ วา่ “ถูก” หรือ “ผิด” โดยมีกติกาว่า “ถา้ เรอ่ื งเลา่ นน้ั ถูกผู้ท่ี
ได้รับมอบหมายเป็น “ค้างคาว” ก็จะใช้มือขวาไปตีเพื่อนของตน (คู่ของตน) แต่ ถ้าเรื่องเล่านั้นผิด
ผูท้ ี่ไดร้ บั มอบหมายเปน็ “อีกา” ก็จะเปน็ ฝ่ายตีค่ขู องตน แทน

3.2 คนทอี่ ยวู่ งใน กำหนดให้ เป็นนกฮกู /คนทอ่ี ยู่ในวงนอกกำหนดให้เป็นอีกา
3.3 วิทยากรให้ขอ้ มลู องค์ความรู้
3.4 หากองค์ความรู้นั้นเป็นจริงถูกต้องนกฮูกจะใช้มือข้างขวาตีมืออีกา หากข้อมูลนั้นผิด
อกี าจะตีค้างคาว
4. สงิ่ ทไ่ี ด้รับ/ประทับใจ
4.1 ความสนกุ สนาน
4.2 องค์ความรใู้ นการปอ้ นข้อมูลของครู
5. การนำกจิ กรรมมาประยกุ ต์ใช้
ใช้ในการทบทวนองค์ความรู้สำคัญ เด็กจะมคี วามเข้าใจเนื้อหาได้

6. ขอ้ เสนอแนะในการประยุกต์ใช้
ครตู อ้ งเตรยี มเน้อื หาองคค์ วามรู้ให้ครอบคลมุ และถูกต้อง

ค่มู ือแนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 55
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร

เกมเหบ็ - ทาก

1. ชือ่ กจิ กรรม เกม เห็บ - ทาก
2. วตั ถุประสงค์

2.1 เพอ่ื เตรียมความพร้อมในการนำเข้าสู่กจิ กรรมการเรยี นรธู้ รรมชาติ
2.2 เพอื่ ให้ผู้รว่ มกจิ กรรมไดป้ ้องกนั ตวั เองและระมดั ระวังภัยจากสตั วม์ ีพษิ ขณะทำกิจกรรม
ซงึ่ อาจจะอยู่ในบรเิ วณท่จี ดั กจิ กรรมหรอื ในขณะทีเ่ ดินศึกษา/เยี่ยมชมธรรมชาติในผืนปา่ /แหลง่
เรียนรู้ ฯลฯ

3. ลักษณะของกิจกรรม/ข้นั ตอนของกจิ กรรม
3.1 ให้ผู้ร่วมกิจกรรมมายืนรวมตัวกันและยืนล้อมเป็นวงกลม ส่งตะกร้าหรือภาชนะที่ใส่

ไม้หนีบผ้าที่เราใช้เป็นอุปกรณ์ในการเล่นเกมน้ี โดยแจกตัวหนีบให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ผู้ชาย 1 ตัว
ผูห้ ญงิ 2 ตวั (แลว้ แตเ่ หมาะสม) โดยยังไม่ตอ้ งบอกอะไร

3.2 กำหนดสถานการณ์ และอธิบายลักษณะของกิจกรรม โดยสมมุติให้ไม้หนีบผ้าที่อยู่ใน
มือของผู้ร่วมกจิ กรรมเป็น “ทาก” หรือ “เห็บ” และภายในเวลา 1 - 2 นาที เมื่อให้สัญญาณ ให้ผู้
ร่วมกิจกรรรมนำตัวหนีบ ที่ได้รับไปหนีบบรเิ วณเสื้อผ้าของเพื่อน และป้องกันตัวเองไมใ่ ห้เพื่อนเอา
ตวั หนบี มาหนีบตัวเรา ภายในเวลาท่ีกำหนดจนกวา่ จะได้รบั สัญญาณใหห้ ยดุ เกม

3.3 สรุปเกี่ยวกับการป้องกันตัวเอง ระมัดระวังสัตว์มีพิษชนิดต่าง ๆ เช่น งู ตะขาบ ทาก
แมลงตา่ ง ๆ ซึ่งอาจอาศยั อยูใ่ นบริเวณท่เี ราจดั กิจกรรมในป่า

4. สิง่ ที่ได้รบั /ประทบั ใจ
สนกุ สนาน ผอ่ นคลาย ได้ออกกำลงั กาย ต่ืนตัวพร้อมท่จี ะเรียนร้แู ละทำกจิ กรรมต่อไป

5. การนำกิจกรรมมาประยุกตใ์ ช้
5.1 กระตุ้นให้เด็กมีความพร้อม ต่ืนตัวท่จี ะเรยี นรู้ในเร่ืองราวต่าง ๆ เปน็ การนำเขา้ สู่

บทเรียน
5.2 สอดคลอ้ งกับสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ สาระท่ี 2 ชีวิตกับส่งิ แวดล้อม มาตรฐาน

ว 2.1 เข้าใจสงิ่ แวดล้อมในท้องถิ่น ความสมั พันธ์ระหว่างส่ิงแวดลอ้ มกับส่งิ มชี วี ติ ความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งสิง่ มีชวี ติ ต่าง ๆ ในระบบนเิ วศ มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และจติ วิทยาศาสตร์
ส่ือสารส่งิ ท่เี รยี นรูแ้ ละนำไปใชป้ ระโยชน์

6. ขอ้ เสนอแนะในการประยุกตใ์ ช้
6.1 เวลาท่ีทำกจิ กรรมปรบั ให้เหมาะสมกบั ช่วงวัยของเด็ก
6.2 พจิ ารณาสถานที่ท่ีจดั กิจกรรมให้เหมาะสมและปลอดภัยจากการเลน่

56 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

56 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

หมายเหตุ

การจัดกิจกรรมเรียนรู้ธรรมชาติ อาจมีปัญหาที่คาดไม่ถึงโดยเฉพาะเด็ก ๆ เมื่อได้เรียนรู้
ธรรมชาติอย่างสนุกสนาน เพลิดเพลิน บางสิ่งที่ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับเราแต่เป็น
ปัญหาของเด็ก ที่เกิดจากสัตว์ป่าตัวเล็ก ๆ เช่น “ทาก” และ “เห็บ” ซึ่งป่าในฤดูฝนหรือป่าในบาง
พื้นที่บ่อยครั้งจะพบ “ทาก” ซึ่งเป็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ดูดเลือดเป็นอาหาร หรือป่าในฤดูแล้งก็จะมี
สตั วเ์ ลก็ ๆ อกี ชนดิ หน่ึงที่เด็ก ๆ ต้องระมัดระวังเมื่อเด็กต้องเดินป่าศึกษาธรรมชาติหรือทำกิจกรรม
ในป่า นนั่ คือ “เหบ็ ”

คู่มือแนวทางการพัฒนาครูวิทยากรค่ายเยาวชน...รักษ์พงไพร 57

เกมบงิ โกธรรมชาติ

1. ช่อื กจิ กรรม เกมบิงโกธรรมชาติ
2. วัตถปุ ระสงค์

2.1 เพอ่ื กระตุ้นให้เดก็ เกดิ การเรียน
2.2 เพ่อื ให้องค์ความรแู้ ก่นกั เรียน
2.3 เพ่อื ใหน้ ักเรยี นไดฝ้ ึกทักษะการสงั เกตและคิดวิเคราะห์องคค์ วามรู้
3. ลักษณะของกจิ กรรม /ขั้นตอนของกิจกรรม
3.1 วิทยากรจัดเตรยี มกระดาษท่ีมชี อ่ งตารางส่ีเหลี่ยม 16 ช่อง
3.2 กำหนดคำส้ัน ๆ ทจ่ี ะเป็นเหมือนโจทยห์ รือปริศนาทีจ่ ะใหผ้ ู้เข้ารว่ มกิจกรรมไปค้นหา
คำตอบหรือไขปริศนา และคำแตล่ ะคำที่บอกใหผ้ รู้ ่วมกิจกรรมได้เขยี น สามารถทีจ่ ะเขยี นไวใ้ นชอ่ ง
ใดก็ไดใ้ น 16 ชอ่ งโดยไมใ่ ห้ซ้ำกัน หนึ่งช่อง หนงึ่ คำเท่านั้น
3.3 วทิ ยากรเมื่อบอกคำต่าง ๆ ครบและทบทวนใหท้ ุกคนได้เขยี นครบท้ัง 16 ชอ่ งแล้วก็ให้
ผู้ร่วมกิจกรรมเข้ากลุ่ม ๆ ละ 3 คน เพ่ือเตรียมตวั ออกไปค้นหาคำตอบหรือไขปรศิ นาในคำตา่ ง ๆ
ท้ัง 16 คำ
3.4 วทิ ยากรกำหนดกตกิ า คือ หากจะกากบาทเม่ือสามารถไขปริศนาคำในแตล่ ะช่องได้
สมาชกิ ท้ัง 3 ในกลุ่มต้องมมี ติเปน็ เอกฉันท์เทา่ น้นั หากมีคนใดคนหน่ึงในกลมุ่ เหน็ ตา่ งกย็ งั ไม่ถือวา่
ได้คำตอบหรือไขปรศิ นาได้
3.5 วทิ ยากรเร่ิมเล่นเกมโดยกำหนดเสน้ ทาง หรือระยะเวลาในการคน้ หา เม่ือไขปริศนาได้
กใ็ หบ้ นั ทึกไวด้ ว้ ยว่าสิง่ นัน้ ๆ คอื อะไร หมายเหตุ การกำหนดเสน้ ทาง/ระยะเวลา วิทยากรอาจ
กำหนดใหผ้ ้รู ว่ มกจิ กรรมได้สัมผสั กับธรรมชาติในบรเิ วณโดยรอบ ซึง่ อาจจะเปน็ การค้นหาคำตอบ
ในธรรมชาติ ทีไ่ ดจ้ ากการไดย้ ินเสยี ง ได้ดมกล่ิน ไดส้ ัมผัส ตามคำปริศนาทใี่ ห้
4. สง่ิ ทไี่ ดร้ ับ/ประทบั ใจ
4.1 ความสนกุ สนาน
4.2 การประมวลองค์ความรภู้ ายใต้ข้อมูลปริศนาคำทาย
5. การนำกิจกรรมมาประยุกต์ใช้
ใชใ้ นกจิ กรรม “ลดเวลาเรยี น เพมิ่ เวลารู้”
ซึง่ มีช่วงเวลาทีจ่ ำกัด
6. ข้อเสนอแนะในการประยุกตใ์ ช้
ครูต้องเตรียมเนือ้ หาองค์ความรู้ให้ครอบคลุมและถูกต้อง

58 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
58 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

เกมสตั ว์ประหลาด

1. ชอื่ กิจกรรม เกมสตั ว์ประหลาด
สถานการณ์การเรียนรู้ : ในปจั จุบนั สตั วช์ นิดต่าง ๆ บนโลกน้ที ม่ี นุษยร์ ู้จกั มีมากมายกวา่

1 ลา้ นสปีชีร์ (ชนดิ ) ทัง้ ในนำ้ จดื น้ำเค็ม และบนบก โดยมากกวา่ ครงึ่ หน่ึงของสัตวท์ ่ีเรารู้จักจะเปน็
กล่มุ แมลง ซึ่งมมี ากกวา่ 6 แสนชนดิ เราแยกกลมุ่ สัตวไ์ ด้งา่ ย ๆ ด้วยการแบง่ ออกเป็น 2 กลมุ่ คอื
กล่มุ สัตวม์ กี ระดูกสนั หลงั และกล่มุ สตั วไ์ ม่มกี ระดูกสนั หลงั

2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพอื่ ตรวจสอบการรับข้อมลู และแปลความหมายออกมาเปน็ ภาพตามจติ นาการ

ของตนเองบนพ้นื ฐานประสบการณ์เดมิ
2.2 เพ่ือฝกึ การใชท้ ักษะด้านความคิดเชงิ สร้างสรรค์ ผา่ นผลงานตามจนิ ตนาการ

3. ลกั ษณะของกิจกรรม/ข้ันตอนของกจิ กรรม
3.1 ผู้ดำเนินกจิ กรรมแจกกระดาษ ดนิ สอ/ปากกาพรอ้ มทั้งอธบิ ายข้นั ตอนการเล่น โดยจะ

บอกโจทย์ ซ่ึงเป็นลักษณะของรูปรา่ ง หนา้ ตา องค์ประกอบต่าง ๆ ตลอดถึงการใช้อวยั วะบางส่วน
ของสตั ว์ในจินตนาการ โดยกำหนดโจทย์ให้ 8 - 10 ข้อ (ทั้งนข้ี ึ้นอยู่กบั กลมุ่ ผ้รู ่วมกจิ กรรมวา่ มวี ุฒิ/
ประสบการณ์มากน้อยเพยี งใด)

3.2 ผดู้ ำเนนิ กิจกรรมบอกโจทยล์ กั ษณะของสตั ว์ชนดิ หนึ่ง ทีละขอ้ ความพรอ้ มท้งั ให้ผรู้ ว่ ม
กิจกรรมวาดภาพตามจินตนาการของตน ดงั น้ี

1) ฉันมีหวั กลม
2) ตวั ของฉนั ก็กลม แต่มีขนาดใหญก่ ว่าหวั ของฉัน
3) ฉันมีตากลมอยบู่ นหัว
4) ในกลมุ่ ของฉัน เราสื่อสารกนั ด้วยหนวด
5) ฉนั อาศยั อยู่ในน้ำ ฉะนน้ั ฉันจงึ มีครีบเลก็ ๆ อยู่ขา้ งลำตวั
6) ฉันหายใจด้วยเหงือก ฉันจึงมีเหงอื กอยบู่ นหน้าอกไวห้ ายใจ
7) ฉันมหี างไวค้ วบคุมการเคลื่อนท่ี หางของฉันมลี กั ษณะแบนแต่ไม่ยาว
8) อาหารของฉันคือสัตว์น้ำขนาดเล็ก ปากของฉันจึงไม่ใหญห่ นัก
9) ที่ปากของฉันมีหนวดเลก็ ๆ อยู่รอบ ๆ ใชป้ ระโยชน์ในการกรองเศษอาหาร
10) ในธรรมชาติฉนั กม็ ศี ัตรเู หมอื นกนั นะ ฉันจงึ มีหนามบริเวณลำตวั ไว้ปอ้ งกนั ศัตรู
11) ถ้าฉันเปน็ ตัวผู้ ฉันมีเดอื ยเลก็ ๆ บรเิ วณโคนหางทั้งสองข้าง ถา้ ฉันเปน็ ตัวเมีย
ฉันจะไมม่ เี ดือย

ค่มู อื แนวทางการพัฒนาครูวทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 59
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 59

3.3 เมื่อวาดภาพตามจินตนาการเสร็จ ผู้ดำเนินกิจกรรมมอบอุปกรณ์ระบายสี (สีไม้ /
สีเทียน) ใหผ้ ูเ้ ขา้ รว่ มกิจกรรมได้ระบายสีภาพสตั ว์ พร้อมต้งั ชื่อสัตวท์ ว่ี าด ตามระยะเวลาทีก่ ำหนด

3.4 ผู้ดำเนินกิจกรรมให้นำเสนอภาพวาด หรืออาจจะให้ทุกคนวางภาพบนเก้าอี้ แล้วให้
สมาชกิ ผู้รว่ มกจิ กรรมเดินวงกลม เพือ่ ชมภาพทีละภาพจนครบ วนมาถึงเกา้ อ้ตี นเองแล้วนงั่ ลง

3.5 ผู้ดำเนินกิจกรรม สรุปการทำกิจกรรมเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดตามสถานการณ์
การเรยี นร้ทู ีก่ ำหนด หรอื เชอื่ มโยงให้เหน็ ถึงประสบการณท์ แ่ี ตกตา่ งกัน ภายใตก้ ารรบั ขอ้ มลู ข่าวสาร
มาจากที่เดียวกัน แต่สื่อสารออกมาเป็นภาพได้แตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์เดิม หรือ
มมุ มองของแต่ละคนในเชงิ ความคิดสรา้ งสรรค์

3.6 ผู้ดำเนินกิจกรรมอาจหารูปภาพสัตว์ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดมาให้ชม เพื่อให้
ตระหนักและเห็นความสำคัญของสัตว์ป่าหายาก หรือสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ในเมืองไทย สัตว์ป่า
เฉพาะถนิ่ ในภูมิภาคตา่ ง ๆ ของโลก
4. สงิ่ ท่ไี ดร้ ับ/ประทบั ใจ

สนกุ ไดส้ รา้ งสรรค์ผลงานศิลปะตามจิตนาการ ทำใหม้ คี วามสุข
5. การนำกจิ กรรมมาประยุกตใ์ ช้

5.1 เป็นกิจกรรมนำเข้าสู่การสอนทักษะชีวิต : ความคิดเชิงสร้างสรรค์ หรือในเรื่องของ
ความแตกต่างระหว่างบุคคลและประสบการณ์เดิมที่แตล่ ะคนมี เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสขุ
แบ่งปันกันและชว่ ยเหลอื ซึง่ กันและกันเพ่อื การอย่รู ่วมกนั อย่างสนั ตสิ ขุ

5.2 นำเข้าสู่บทเรียนกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาต่าง ๆ โดยพิจารณาลักษณะของสิ่งท่ี
จะนำมาบอกตามความเหมาะสม
6. ข้อเสนอแนะในการประยุกตใ์ ช้

หลังจากช่นื ชมผลงานของเพ่อื น ๆ แลว้ ให้นกั เรยี นจำนวนหน่งึ มานำเสนอขอ้ จำกัดที่ได้จาก
การชมผลงานของแตล่ ะคน

60 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
60 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

เกมสตั ว์ปรศิ นา

1. ชื่อกิจกรรม สัตวป์ รศิ นา

2. วัตถุประสงค์
เพอื่ วเิ คราะห์ข้อมูลของสัตวป์ รศิ นา และทายชื่อสตั วใ์ ห้ถกู ต้อง

3. ลกั ษณะของกจิ กรรม/ขนั้ ตอนของกจิ กรรม
3.1 วทิ ยากรแจกกระดาษให้กลุ่มละ 1 แผน่ ไว้สำหรบั เขียนชื่อสตั ว์
3.2 ใหต้ วั แทนกลุม่ หยบิ การด์ จากกองกลางมา 1 แผน่ จากแผน่ การ์ดทง้ั หมด 20 ใบ นำมา

ให้สมาชิกในกลุ่มพิจารณาข้อมูลในการ์ด และบอกให้ได้ว่าเป็นสัตว์ชนิดใด เขียนชื่อสัตว์ลงใน
กระดาษตามหมายเลขในการด์ นั้น ภายในเวลาท่ีกำหนด (ประมาณ 10 นาท)ี

3.3 วิทยากรสอบถามจำนวนชอื่ สตั ว์ที่ตอบไดข้ องแตล่ ะกลุ่ม
3.4 เฉลยสตั ว์ตามหมายเลขการ์ดแตล่ ะใบ
3.5 สรุปผลการตอบถูกตอ้ งจากจำนวนที่ตอบไวข้ องแตล่ ะกลุ่ม

4. สิง่ ที่ไดร้ ับ/ประทับใจ
ไดร้ จู้ กั ลกั ษณะของสตั วใ์ นโลกนี้มากข้ึน

5. การนำกจิ กรรมมาประยุกตใ์ ช้
5.1 ใช้เป็นกิจกรรมการเรยี นรู้เรอื่ งสตั วช์ นิดตา่ ง ๆ
5.2 นำกระบวนการไปใช้จัดกิจกรรมเรื่องอน่ื ๆ เชน่ หนิ พืช ดวงดาว ฯลฯ

6. ข้อเสนอแนะในการประยุกตใ์ ช้
6.1 ควรใชล้ ักษณะของสัตว์ท่ีเหมาะสมกับการเรียนรู้ในแต่ละระดบั ช้ัน
6.2 ควรเร่มิ เรยี นรู้จากสตั วใ์ กล้ตวั ในท้องถิ่น ขยายไปส่ปู ระเทศ ทวีป โลก

คู่มือแนวทางการพฒั นาครวู ิทยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษ์พงไพร 61
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 61

เกมคา้ งคาวกนิ อะไร

1. ชอื่ กิจกรรม คา้ งคาวกินอะไร
2. วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ศกึ ษาวฏั จกั รชีวิตของค้างคาว
3. ลกั ษณะของกิจกรรม/ข้นั ตอนของกจิ กรรม

3.1 ให้นกั เรยี นท้ังหมดจบั มอื เป็นวงกลมวงใหญ่ 1 วง
3.2 ขออาสาสมัครนักเรียนท่เี ปน็ ค้างคาว 5 คน และปิดตา
3.3 ขออาสาสมคั รนักเรยี นท่เี ปน็ ผีเสือ้ กลางคืน 10 คน
3.4 นกั เรียนทเ่ี ปน็ คา้ งคางและผีเสื้อกลางคืนอาศัยอยใู่ นวงกลมทล่ี อ้ มรอบ
3.5 นกั เรียนที่เป็นคา้ งคาว 5 คน และปิดตา ส่งเสยี งคำว่า bat ได้ 1 ครง้ั
สามารถก้าวขาเพื่อจับผีเสื้อกลางคืนไว้ทานเป็นอาหาร 1 ก้าว ส่วนนักเรียนที่เป็นผีเสื้อกลางคืน
10 คน เมือ่ ได้ยนิ คำว่า bat ตอ้ งส่งเสยี งคำว่า mat และสามารถกา้ วขาเพ่อื หนคี า้ งคาว 2 กา้ ว
3.6 ให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของคา้ งคาว
4. สง่ิ ท่ไี ด้รับ/ประทบั ใจ

ความตื่นเต้นขณะที่ค้างคาวล่าผีเสื้อกลางคืน
5. การนำกิจกรรมมาประยุกตใ์ ช้

สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเรยี นรู้วงจรของชวี ติ สตั ว์หรือพืชชนดิ อ่ืน ๆ ได้
6. ขอ้ เสนอแนะในการประยกุ ต์ใช้

ระวังอบุ ัตเิ หตุเนื่องจากค้างคาวปิดตา ต้องกำชับใหน้ ักเรียนระมดั ระวังเปน็ พิเศษ

62 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
62 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

เกมคดิ ถงึ ชา้ งคดิ ถงึ อะไร

1. ช่ือกจิ กรรม คิดถึงชา้ งคิดถึงอะไร
2. วตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื เรยี นรู้เรื่องประเภทของช้าง
3. ลกั ษณะของกจิ กรรม/ขั้นตอนของกจิ กรรม

3.1 แบ่งกล่มุ 5 - 8 คน
3.2 ให้กลุ่มช่วยกนั คิดสิ่งทเ่ี ก่ียวข้องกับช้างให้ได้มากทส่ี ดุ โดยพยายามให้แตกตา่ ง
จากที่กลุ่มอืน่ ๆ คิดขอ้ ท่ีได้คะแนน คอื ข้อที่กลุม่ คิดได้ไม่เหมือนกลุ่มอนื่
3.3 เฉลยแต่ละกลมุ่ และรวมคะแนน
3.4 ใหค้ วามร้เู รื่องช้าง
4. สงิ่ ทไี่ ด้รับ/ประทบั ใจ
การได้ฝึกความคิดคลอ่ งว่องไว ความคดิ แปลกใหมแ่ ตกตา่ งจากเพื่อสร้าง
ความทา้ ทายใหเ้ กมนี้สนกุ มากยงิ่ ขึ้น
5. การนำกจิ กรรมมาประยุกตใ์ ช้
ประยกุ ต์ใชใ้ นขน้ั นำเข้าสู่บทเรียนเพือ่ เรา้ ความสนใจในเรื่องทต่ี ้องการศึกษาโดยเปลย่ี น
จากช้างเป็นประเด็นทตี่ ้องการใหเ้ ดก็ ๆ ไดเ้ รยี นรู้
6. ข้อเสนอแนะในการประยุกต์ใช้
เวลาที่ให้กล่มุ คิดไม่ควรเกินประมาณ 3 – 5 นาที เพื่อกระตนุ้ ให้เกมน้สี นุกย่ิงข้ึน

คมู่ อื แนวทางการพัฒนาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รักษพ์ งไพร 63

คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 63

เกมชา้ งกระดาษ

1. ช่อื กิจกรรม ฉีกกระดาษรปู ชา้ ง
2. วัตถปุ ระสงค์ เพื่อศกึ ษาช้างสมยั ดึกดำบรรพ์
3. ลักษณะของกิจกรรม/ข้นั ตอนของกจิ กรรม

3.1 แบง่ กลุม่ 5 - 8 คน นงั่ แถวตอนลกึ
3.2 แจกกระดาษ A4 ใหแ้ ถวละ 1 แผ่น ใหน้ ักเรียนภายในกลุ่มฉีกเป็นรูปชา้ ง
ทีละคน โดยกำหนดเวลาของแตล่ ะคนประมาณ 30 วินาที เมอื่ ครบเวลาคนแรกส่งให้คนต่อไป
3.3 นำผลงานช้างของแต่ละกล่มุ แสดงหนา้ ชน้ั เรียน
3.4 ใหน้ กั เรยี นเทยี บเคยี งชา้ งของกลุม่ ตนเองกับช้างสมัยดึกดำบรรพ์
3.5 ครใู หค้ วามรเู้ ร่ือง ชา้ งสมัยดึกดำบรรพ์
4. สง่ิ ทไี่ ดร้ บั /ประทบั ใจ
ความร่วมมอื รว่ มใจของกลมุ่ ทีร่ ่วมกันสรา้ งผลงานรปู ชา้ ง
5. การนำกิจกรรมมาประยุกต์ใช้

ประยุกต์ใชใ้ นขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียนเพอ่ื เร้าความสนใจในเรื่องท่ตี อ้ งการศึกษา
โดยเปล่ยี นจากรูปชา้ งเปน็ รปู อนื่ ๆ ทต่ี ้องการให้เด็ก ๆ ไดเ้ รยี นรู้
6. ข้อเสนอแนะในการประยุกต์ใช้

ควรใหค้ วามรู้เรื่องหลักการทำงานกลุ่มควบคู่กบั กิจกรรมน้ีด้วย

64 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
64 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

เกมฉนั คอื ใคร ?

1. ช่ือกิจกรรม เกมฉันคือใคร

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพือ่ สร้างปฏิสมั พนั ธท์ ด่ี ีต่อกนั ในการรู้จกั กันมากยงิ่ ขึ้น

2.2 เพื่อทบทวนตนเองว่ารูจ้ ักสัตว์ชนดิ นั้น ๆ มากนอ้ ยเพยี งใด

2.3 เพ่ือฝกึ ทักษะ การสอ่ื ความ การสรุปความ

3. ลักษณะของกิจกรรม/ข้นั ตอนของกจิ กรรม

3.1 วิทยากรนำภาพสตั ว์มาติดด้านหลงั ของผู้เขา้ อบรมทุกคนโดยภาพไม่ซ้ำกนั

3.2 แต่ละคนใช้ความสามารถในการใช้ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน โดยการแนะนำตัว และให้

เพื่อนดูภาพสัตว์ที่อยู่ด้านหลัง และตั้งคำถามเกี่ยวรูปร่าง ลักษณะ ถิ่นที่อยู่ของสัตว์ ที่ติดอยู่

ด้านหลัง โดยใชค้ ำถามปลายปิดใหเ้ พือ่ นตอบว่า ใช่ หรือ ไมใ่ ช่ โดย 1 คำถามต่อเพอื่ น 1 คน และ

สามารถถามไปได้เร่ือย ๆ จนกว่าสามารถประมวลไดว้ ่าสตั ว์ชนดิ น้ี คือตวั อะไร แล้วจงึ ถามเพื่อนคน

สดุ ท้ายวา่ ใชส่ ัตวช์ นิดนัน้ ใช่ หรือ ไม่

3.3 ถ้าใช่ ใหป้ ลดภาพจากดา้ นหลงั มาตดิ ไวด้ ้านหน้า และยังคงเปน็ ผู้ตอบคำถามให้เพ่ือน

คนอนื่ ๆ จนทุกคนสามารถตอบช่ือสัตวข์ องตวั เองได้

3.4 ทำกจิ กรรมซ้ำอีกครั้งแตเ่ ปลย่ี นชนิดของสัตว์

3.5 วิทยากรสรุปประเภทสัตว์ สัตว์ที่ค่อนข้างหายาก ใกล้สูญพันธุ์ สัตว์ที่น่าสนใจ

มานำเสนอ และเติมเตม็ ความรู้เก่ียวกับสัตว์

คู่มอื แนวทางการพฒั นาครวู ิทยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 65
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 65

4. สิ่งทไี่ ดร้ บั /ประทับใจ
4.1 ได้ร้จู กั เพ่ือนมากข้ึน
4.2 ไดร้ ้จู ักรูปรา่ ง ลกั ษณะ และถิ่นที่อยูข่ องสัตวม์ ากข้ึน

5. การนำกิจกรรมมาประยุกต์ใช้
5.1 ใช้ประเมนิ หรอื ทบทวนเร่ืองสตั ว์
5.2 สร้างปฏสิ ัมพันธ์กับเพ่ือนใหม่

6. ขอ้ เสนอแนะในการประยุกตใ์ ช้
เดก็ ควรมกี ารเรียนรูส้ ัตว์ชนิดต่าง ๆ มาก่อนทำกจิ กรรมน้ี

เกมนกเงอื ก นายพราน

1. ชือ่ กิจกรรม เกมนกเงือก - นายพราน
2. วัตถปุ ระสงค์

2.1 เพือ่ สรา้ งปฏสิ ัมพนั ธท์ ี่ดีต่อกนั ในการรูจ้ ักกันมากย่ิงข้ึน
2.2 เพ่อื ประเมิน/ทบทวนความรเู้ ก่ยี วกบั นกเงือกในประเทศไทย
2.3 เพอ่ื สรปุ และแลกเปลย่ี นเรยี นรู้เรอื่ งราวของนกเงือก

3. ลกั ษณะของกจิ กรรม/ข้ันตอนของกิจกรรม
3.1 วิทยากรแบ่งกลุ่มสมาชิกออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 คน ให้ 1 คน เป็นนายพราน

อกี 3 คน เป็นครอบครัวนกเงือก โดยในครอบครวั นกเงอื กจะประกอบดว้ ย ลกู นกเงือก พ่อนกเงือก
และแม่นกเงอื ก

3.2 จากนั้นก็ให้ครอบครัวนกเงือกจับมือกันเป็นวงกลม และให้นายพรานยืนอยู่นอก
วงกลม

3.3 ครอบครัวนกเงือกจะกำหนดหมายเลขประจำตัวของแต่ละคน เป็นหมายเลข 1
หมายเลข 2 และหมายเลข 3 ตามลำดับ

3.4 ถ้าผู้นำเกมเรียกหมายเลขใด ก็ให้ผู้ที่เป็นหมายเลขนั้นเป็นลูกนกเงือก อีกสอง
หมายเลขที่เหลือก็จะเป็นพ่อนกเงือกและแม่นกเงือก และทำหน้าที่ปกป้องลูกนกเงือกจาก
นายพราน ด้วยการจับมือเป็นวงกลมให้มั่น ไม่ให้มือหลุดออกจากกันและคอยหมุนวนหลบหลีก
ป้องกนั ไม่ให้ลกู นกเงือกถูกนายพรานมาจับหรือแตะตัวได้ ส่วนนายพรานก็จะตอ้ งพยายามคอยจ้อง
จบั ลูกนกเงอื กตามหมายเลขที่ผูน้ ำเกมขานให้ได้

3.5 ภายหลงั การเลน่ เกมวทิ ยากรสรปุ เลา่ เร่ืองราวของนกเงอื ก ใหผ้ รู้ ่วมเล่นกจิ กรรมได้รับ
ทราบข้อมูล

66 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
66 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

4. สิ่งท่ีได้รบั /ประทับใจ
4.1 ได้รู้จกั เพอื่ นมากขึน้
4.2 ได้รจู้ กั นกเงือก ลักษณะ และถนิ่ ท่ีอยู่อาศยั ของนกเงือก

5. การนำกจิ กรรมมาประยกุ ต์ใช้
5.1 ใช้ประเมนิ หรอื ทบทวนความร้เู ก่ียวกับนกเงอื ก
5.2 สรา้ งปฏิสมั พนั ธก์ บั เพื่อนใหม่

6. ข้อเสนอแนะในการประยุกต์ใช้
ผู้นำกิจกรรมอาจหาภาพ/แหลง่ ทอ่ี ยู่อาศยั ของนกเงือกมาประกอบการสรปุ องค์ความรู้

เพม่ิ เติม

เกมอพยพยา้ ยถน่ิ ของนก

1. ช่อื กิจกรรม นกอพยพ

2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพอ่ื การเรียนรู้เร่ืองการย้ายถ่นิ ท่ีอยู่ของนกในแตล่ ะฤดูกาล
2.2 เพอื่ ให้ทราบถงึ สาเหตุของการเพ่ิมและการลดของจำนวนประชากรนก
2.3 เพอ่ื เรียนรปู้ ัญหาและอปุ สรรคของการยา้ ยถิ่นของนก

3. ลักษณะของกจิ กรรม / ข้ันตอนของกจิ กรรม
3.1 แบง่ ผู้เลน่ ออกเปน็ 2 กล่มุ
3.1.1 กลุ่มที่ 1 กลมุ่ ปัญหาและอปุ สรรค แบ่งเปน็ 3 ดา่ น
ดา่ นท่ี 1 คนลา่ นก
ด่านที่ 2 สภาพภูมิอากาศ
ดา่ นที่ 3 สารเคมี
3.1.2 กลุม่ ท่ี 2 กล่มุ นกอพยพ (จับกนั เปน็ ค่สู มมตุ ิว่าเปน็ ตัวผแู้ ละตวั เมีย)
3.2 วธิ กี ารเลน่
3.2.1 ให้กลุ่มทเี่ ป็นอุปสรรคด่านท่ี 1 ด่านที่ 2 และด่านท่ี 3 เข้าแถว

หนา้ กระดานเรยี งตามลำดบั โดยแตล่ ะดา่ นให้มรี ะยะหา่ งกันพอประมาณ
3.2.2 นกตวั ผู้และนกตวั เมียจับคู่กันฝ่าด่านที่ 1 (คนลา่ นก) เพื่อเขา้ ไปอยู่

ในช่องวา่ งระหวา่ งด่านที่ 1 และด่านท่ี 2 โดยไมใ่ ห้ดา่ นคนล่านกจบั ต้องตัวได้

ค่มู ือแนวทางการพัฒนาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รักษ์พงไพร 67

คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 67

3.2.3 นกตวั ผู้และนกตัวเมียจับคกู่ นั ฝา่ ด้านที่ 2 (สภาพภูมิอากาศ) เพ่อื เขา้ ไปอยู่
ในช่องวา่ งระหว่างด่านท่ี 2 และดา่ นท่ี 3 โดยไม่ให้ดา่ นสภาพภมู อิ ากาศจบั ต้องตวั ได้

3.2.4 นกตัวผู้และนกตวั เมียจบั คูก่ นั ฝา่ ด้านท่ี 3 (สารเคมี) เพ่อื ไปอยู่ด้านหลงั สดุ
ของพ้ืนที่การเลน่ เกม โดยไมใ่ ห้ดา่ นสารเคมจี ับต้องตัวได้

3.2.5 เม่ือนกทุกตวั สามารถผ่านดา่ นทง้ั 3 ไปอยู่ด้านหลงั ของพื้นที่การเล่นเกมได้
เรยี บร้อยแลว้ ใหผ้ ู้ท่ที ำหน้าที่เป็นด่านกลบั หลังหัน เพื่อเร่ิมต้นการอพยพย้ายถิน่ กลับถ่นิ เดิมของนก
โดยใหด้ ่านสารเคมเี ปน็ ดา่ นท่ี 1 ดา่ นสภาพภมู ิอากาศเปน็ ดา่ นท่ี 2 และด่านคนลา่ นก เป็นดา่ นท่ี 3
*หมายเหตุ นกอพยพที่ไมส่ ามารถผ่านดา่ นได้ ให้ถือเป็นผู้แพ้ให้ออกจากการเล่นเกม ผู้ที่สามารถ

ผา่ นได้ทุกด่านถือเปน็ ผู้ชนะ
4. สงิ่ ทีไ่ ด้รบั / ประทับใจ

4.1 ไดเ้ รยี นรูก้ ารดำรงชีวติ เพื่อการอยู่รอดของนกจะต้องผ่านปญั หาและอุปสรรคมากมาย
4.2 เกดิ ความตระหนักให้ทกุ คนช่วยกันอนุรกั ษ์พนั ธุน์ กและอนุรักษป์ ่าเพื่อเปน็ แหลง่ ท่ีอยู่
อาศยั และแหลง่ อาหารให้อดุ มสมบูรณ์ เพื่อไม่ให้นกตอ้ งอพยพย้ายถิน่ จะไดม้ ปี ริมาณเพ่ิมมากขึน้
4.3 ไดร้ ับความสนกุ สนาน ได้ออกกำลงั กาย จากการร่วมเล่นกิจกรรม
5. การนำกจิ กรรมมาประยกุ ตใ์ ช้
5.1 สภาพภมู อิ ากาศ เช่น ภัยแล้ว สภาวะโลกรอ้ น มผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงทีอ่ ยู่อาศัย
และคุณภาพชวี ติ ของสตั ว์
5.2 นำเกมไปใชใ้ นสำหรบั การอนุรกั ษ์พันธพ์ุ ืชในทอ้ งถิ่น
5.3 สารเคมมี โี ทษและมีผลต่อคุณภาพชวี ิตของส่ิงมีชวี ิต
5.4 มนุษยม์ ผี ลตอ่ การการเพ่ิม-ลด ปริมาณของสตั ว์
6. ขอ้ เสนอแนะในการประยุกต์ใช้
6.1 จำนวนผ้เู ลน่ ไมค่ วรมากจนเกินไปเพราะจะทำใหว้ ง่ิ ชนกนั ได้
6.2 ปรับเปลย่ี นกลมุ่ ผูเ้ ลน่ สลับกนั เพ่ือให้สามารถเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของแตล่ ะฝ่าย
6.3 สามารถนำไปบรู ณาการการสอนเร่ือง หว่ งโซ่อาหาร ระบบนเิ วศ สารเคมีทม่ี ีผลต่อ
การดำรงชวี ติ ของมนษุ ย์และสัตว์ การอพยพย้ายถ่นิ ของสัตว์

68 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
68 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

เกมนดั พบเพอ่ื น

1. ชื่อกจิ กรรม เกมนัดพบเพื่อน
2. วัตถุประสงค์

2.1 เพอื่ ให้นักเรียนไดร้ ูจ้ ักและคุ้นเคยกับเพื่อนใหม่
2.2 เพ่ือทราบข้อมูลของผเู้ ข้าอบรม/ความตอ้ งการ
2.3 เพื่อให้ทกุ คนมสี ว่ นรว่ มในการใหข้ ้อมลู
3. ลักษณะของกิจกรรม/ข้ันตอนของกิจกรรม
3.1 แจกกระดาษที่เตรียมไว้ ทำช่องตารางคล้ายตารางเรียน 15 ช่อง เขียนระบุวันจันทร์
ถึงวันศุกร์อยู่ด้านบนหัวตารางแถวแรก ส่วนแถวที่สอง ชื่อเพื่อน (ช่องละหนึ่งคน) รวมห้าช่องและ
แถวที่สาม สำหรับบนั ทกึ เร่ืองราวท่เี กยี่ วกับเพ่อื นโดยเว้นเน้ือท่ีให้มากกว่าแถวทีห่ น่ึงและแถวทีส่ อง
3.2 ผู้ดำเนนิ กจิ กรรมอธิบายการเลน่ เกมน้ี “ให้ทกุ คนออกเดนิ ทางไปหาเพื่อเพื่อนัดหมาย
เพอื่ นใหค้ รบ 5 วัน โดยไม่ให้ซ้ำกบั เพอื่ นคนเดิมท่ีนดั ไว้
3.3 ผู้ดำเนินกิจกรรมจะกำหนดประเด็นให้ในแต่ละวันว่าจะต้องไปสอบถามเพื่อนตาม
ประเด็นทกี่ ำหนดไว้ โดยใหไ้ ปหาเพ่อื นทเ่ี ราได้นัดหมายไว้ เช่น

- “ให้ไปหาเพ่อื นทีน่ ดั หมายไว้ในวนั จันทร์ โดยให้สอบถามเพ่ือน ว่า เพื่อนทำ
หนา้ ท่อี ยทู่ ่ไี หน ตำแหน่งอะไร ลกั ษณะของงานเปน็ อยา่ งไร” .... เป็นตน้

- วันองั คาร เพื่อนท่ีเรานดั หมายไว้ ภายใตโ้ ครงการน้ี ได้มีผลงานที่ทำไวอ้ ยา่ งไร
- วันพุธ เพื่อนทเ่ี รานดั หมายไว้ กอ่ นมารบั การอบรมคร้งั น้ี มีความกังวลใจ
ในเรอ่ื งใดบา้ ง

คู่มอื แนวทางการพฒั นาครวู ิทยากรค่ายเยาวชน...รักษพ์ งไพร 69

คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 69

- วนั พฤหัสบดี เพ่ือนทเี่ รานัดหมายไว้ ภายใตโ้ ครงการนี้ กลบั ไปจะ
ดำเนนิ การอย่างไร....เพอ่ื ใหง้ านสำเร็จบรรลุตามวัตถุประสงค์

- วันศกุ ร์ เพือ่ นที่เรานดั หมายไว้ มีความคาดหวงั อยา่ งไรกับการอบรม
หมายเหตุ ประเด็นอาจมกี ารปรบั เปล่ยี นได้ตามความเหมาะสมและเป้าหมายของการจัดกิจกรรมน้ี

3.4 ให้ทุกคน ออกเดินนดั เพ่ือน 5 คน ใน 5 วัน วันละคน ไมซ่ ้ำกนั โดยปฏบิ ัติ
ตามกติกาและประเดน็ ท่ีกำหนดให้ ภายในระยะเวลากำหนด ทลี ะประเด็นจนครบท้งั 5 วัน

3.5 สรปุ การเรยี นรภู้ ายใต้กจิ กรรมนี้ เราไดเ้ รียนรู้อะไรบ้าง
4. ส่งิ ท่ีไดร้ ับ/ประทบั ใจ

4.1 ไดร้ ้จู ักเพื่อนใหม่ ได้อยา่ งรวดเรว็
4.2 ได้ขอ้ มูล โดยทุกคนมสี ว่ นรว่ ม
4.3 ไดค้ วามสนุกสนาน
5. การนำกิจกรรมมาประยุกตใ์ ช้
นำไปใชก้ บั เด็กในชั้นเรียน ในการซกั ถามข้อมลู ต่าง ๆ
6. ขอ้ เสนอแนะในการประยุกต์ใช้
เตรียมคำถามท่ีผูจ้ ดั ต้องการทราบ เช่น ความคาดหวัง จุดประสงค์ ฯลฯ

รักษพ์ งไพร

70 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
70 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

เกมสตั วม์ ีขา

1. ชือ่ กิจกรรม เกมสัตวม์ ขี า

2. วัตถุประสงค์
เพ่อื นำเข้ากิจกรรมการเรียนรู้เร่อื งสัตว์

3. ลักษณะของกจิ กรรม/ขัน้ ตอนของกิจกรรม
3.1 ผู้เขา้ รว่ มกจิ กรรมยืนเป็นวงกลม ปรบมือตามทำนองเพลงที่ผู้ดำเนินกิจกรรม

รอ้ งนำตามเนื้อเพลง ดงั น้ี
“ถา้ ฉนั มขี า ฉนั จะเปน็ ตัวอะไร (ซำ้ )
ถา้ ฉันมี 2 ขา ฉนั จะเป็นอะไร”

จากนั้นแตล่ ะคนว่ิงเขา้ คตู่ ามจำนวนขา บอกช่ือสตั ว์ และคดิ สัญลักษณ์ หรือเสียงร้อง
ของสตั วน์ ้นั แสดงให้กลุ่มอ่นื ดู และทายว่าคือสตั วอ์ ะไร ถ้ากำหนดชือ่ สัตว์ผิดหรือไมส่ อดคลอ้ งกับ
จำนวนขา ให้คาดโทษไวก้ ่อน

3.2 ทำลักษณะเดยี วกันแตเ่ พิ่มจำนวนขาตามความเหมาะสม
4. ส่ิงท่ีไดร้ ับ/ประทับใจ

4.1 สนุกสนานไดแ้ สดงออก มีปฏิสมั พนั ธ์ทดี่ ตี ่อกัน รู้จักกันดีข้ึน
4.2 ไดเ้ รยี นร้โู ดยการเล่นปนเรียน
5. การนำกิจกรรมมาประยุกตใ์ ช้
5.1 ใชส้ ำหรับเปน็ กจิ กรรมออกกำลงั กายในร่ม
5.2 ใช้เปล่ยี นอิริยาบถระหว่างเรยี นหรือทำกจิ กรรม
5.3 ใช้เปน็ กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียนเรอื่ งสัตว์
6. ข้อเสนอแนะในการประยุกตใ์ ช้
6.1 สามารถใช้ในการนำเขา้ ส่บู ทเรียนในรายวิชาต่าง ๆ ได้
6.2 เวลาทใ่ี ชจ้ ัดกิจกรรมใหเ้ หมาะสมกับเรอื่ งทีเ่ รียนและวัยของผู้เรยี น

คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรค่ายเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 71
คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 71

เกมทายสตั ว์ในใจวทิ ยากร

1. ชือ่ กจิ กรรม ทายสตั ว์ในใจวิทยากร
2. วัตถุประสงค์

เพอ่ื ฝึกทกั ษะการใช้คำถาม และนำผลคำตอบมาประมวลใหเ้ ข้ากับรปู รา่ ง/ลักษณะของ
สตั ว์ชนดิ นั้น ๆ
3. ลกั ษณะของกจิ กรรม/ขัน้ ตอนของกจิ กรรม

3.1 ผู้ดำเนนิ กิจกรรมชแ้ี จงกติกาการเลน่ โดยกำหนดสัตวท์ ี่จะให้ผู้รว่ มกจิ กรรมทาย เก็บไว้
ในใจ

3.2 แต่ละกลุ่มวางแผนกำหนดคำถามปลายปิด เพื่อให้วิทยาการตอบว่า ใช่ หรือ ไม่ใช่
โดยให้ออกไปถามทีละคนเพื่อกลับมาประมวลผล เพื่อตั้งคำถามในลำดับต่อไป และเมื่อแน่ใจใน
คำตอบวา่ เปน็ สัตวอ์ ะไร ใหถ้ ามวิทยากรวา่ เป็นสัตว์ชนิดนน้ั ใช่ หรือ ไม่

3.3 กลับมาบอกสมาชกิ ในกลุ่มวา่ ทายสตั วใ์ นใจวิทยากรถูกต้องแลว้ สมาชกิ ในกลุ่มส่งเสียง
“เฮ” พรอ้ มกัน และนง่ั คอยจนทกุ กลุ่มสามารถทายชอื่ สตั ว์ในใจวิทยากรไดถ้ ูกต้อง ครบทุกกลุม่
4. สิง่ ที่ไดร้ บั /ประทบั ใจ

การวางแผนการทำงานรว่ มกันเพือ่ สู่ความสำเร็จ
5. การนำกิจกรรมมาประยกุ ตใ์ ช้

5.1 ฝกึ การทำกิจกรรมกลุ่ม การทำงานเป็นทีมให้ประสบความสำเรจ็
5.2 การเรยี นร้แู บบมสี ่วนรว่ ม
6. ข้อเสนอแนะในการประยุกตใ์ ช้
6.1 กำหนดเวลาเลน่ ให้เหมาะสม ไมค่ วรใช้เวลามากเกินไป
6.2 ถา้ ใชเ้ วลามากกวา่ ทก่ี ำหนด กลุ่มทไ่ี ม่สามารถทายชอื่ สัตวใ์ นใจวิทยากรได้ถกู ตอ้ ง
ปรับใหแ้ พ้

72 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก
72 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก

คณะผู้จดั ทำ

ท่ีปรกึ ษา ผู้อำนวยการกลุ่มวจิ ยั และพัฒนานวัตกรรมการจดั การเรียนการสอน
ผเู้ ช่ียวชาญดา้ นวิจยั ทางการศึกษา สพฐ.
นางสาวสมพร สามทองกล่ำ นักวิชาการศกึ ษาชำนาญการ สำนกั พัฒนานวัตกรรม
การจดั การศกึ ษา สพฐ.
นายวสนั ต์ สุทธาวาศ ผู้ทรงคณุ วุฒิ ดา้ นการพัฒนากระบวนการเรยี นรู้
แบบ Active Learning และการบูรณาการ
นายสุรัตน์ สรวงสิงห์ ผูท้ รงคณุ วฒุ ิ ดา้ นการออกแบบกิจกรรมและการพฒั นาหลกั สตู ร

นางอญั ชลี เกษสรุ ิยงค์

คณะทำงานเครือข่ายเชิงพ้นื ที่ (Rakpongprai Network : RN)

RN รนุ่ ท่ี 1 ปี พ.ศ. 2562 ประกอบด้วย
1. นางพิมพันธ์ เฮ่งประดิษฐ์ ศึกษานเิ ทศก์ สพป.สงขลา เขต 2
2. นางนงลักษณ์ ศรสี งั ขแ์ กว้ ศกึ ษานิเทศก์ สพป.สมุทรปราการ เขต 1
3. นางสาวสกุ ญั ญา ชูอนิ ทร์ ศกึ ษานเิ ทศก์ สพป.อุทัยธานี เขต 2
4. นายอนุรักษ์ ระย้า ศึกษานิเทศก์ สพป.สระบรุ ี เขต 2
5. นายกฤษฎาวฒั น์ ฉตั รรักษา ศึกษานเิ ทศก์ สพป.ชัยภมู ิ เขต 2
6. นายณฐั สทิ ธ์ิ ธงย่สี ิบสอง ศึกษานิเทศก์ สพป.เชยี งใหม่ เขต 1
RN รุน่ ที่ 2 ปี พ.ศ. 2563 ประกอบด้วย
1. นางสชุ ญา บำรุงกิจ ศึกษานิเทศก์ สพป.นครนายก
2. นางสาวนพิ พิทา กุลชติ ศึกษานิเทศก์ สพป.กาฬสนิ ธ์ุ เขต 1
3. นายขจรเกียรติ เครือประดับ ศกึ ษานิเทศก์ สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1
4. นางสาวกนกพร เพมิ่ พูล ศึกษานเิ ทศก์ สพป.นครสวรรค์ เขต 1
5. นางนวพร จตุรพฒั นานันท์ ศกึ ษานิเทศก์ สพป.พัทลุง เขต 1
6. นายสุรชัย ชว่ ยเกดิ ศึกษานิเทศก์ สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1
7. นายมงคล เมธะพันธุ์ นกั วิชาการศกึ ษา สพป.นา่ น เขต 1
8. นางเสาวลักษณ์ กมลปล้ืม นกั วิชาการศกึ ษา สพป.ตาก เขต 2

ผู้รบั ผิดชอบโครงการ / ฉบับสมบรู ณ์
นางสุชญา บำรงุ กจิ ศึกษานิเทศกช์ ำนาญการพิเศษ สพป.นครนายก

คู่มือแนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรค่ายเยาวชน...รักษพ์ งไพร 73

คมู่ อื แนวทางการพฒั นาครวู ทิ ยากรคา่ ยเยาวชน...รกั ษพ์ งไพร 73

74 Rakpongprai Network : RN ภาคกลาง 2 @นครนายก


Click to View FlipBook Version