ความรเู้ รื่อง..
แตงโม
(Watermelon)
ชอื่ วิทยาศาสตร์ : Citrullus lanatus
ตระกลู : Cucurbitaceae
June 2021 ฝา่ ยส่งเสรมิ การขาย ธรุ กิจป๋ยุ
ประวตั ิของแตงโม
แตงโม เปน็ ผลไมท้ ่ีมตี น้ กำเนิดในแถบทวีปแอฟรกิ ำ
ในทะเลทรำยคำลำฮำรี ซึ่งชำติทแ่ี รกทป่ี ลกู แตงโมไว้
รับประทำนน้นั กค็ อื ชำวอยี ปิ ต์ (สีพ่ นั กวำ่ ปมี ำแลว้ )
ซ่ึงสแี ละรสชำดแตกตำ่ งจำกปจั จบุ ัน (ขม/แขง็ )
แลว้ จึงเร่ิมขยำยไปปลูกตำมภูมภิ ำคตำ่ งๆของโลก
ช่วงศตวรรษท่ี2 จึงเรมิ่ มกี ำรคดั เลอื กพนั ธแุ์ ตงโม
ให้มีควำมหวำนขึ้น (อสิ รำเอล/กรีซ).......
แตงโมปา่ เนื้อแข็งรสขม
อเมริกำ ยุโรป จนี
ถ่นิ
กาเนดิ
แตงโม มีถนิ่ กำเนิดอยู่ในทวีปแอฟริกำ ชำวจนี เร่มิ ปลกู แตงโมท่ีซินเกียงสมัย
รำชวงศถ์ ัง และชำวมัวร์ไดน้ ำแตงโมไปสูท่ วปี ยโุ รป แตงโมแพรห่ ลำยเข้ำสู่ทวีป
อเมรกิ ำพร้อมกับชำวแอฟรกิ ำทถ่ี ูกขำยเปน็ ทำส
สาหรับประเทศไทยคงปลกู แตงโมมานบั รอ้ ย
นบั พนั ปีเชน่ กนั เพราะคนไทยตดิ ต่อคา้ ขายกับคน
ต่างชาตแิ ละแลกเปล่ียนวฒั นธรรมกนั มากวา่ พนั ปี
แลว้ มผี สู้ นั นิษฐานว่าไทยรับแตงโมมาจากจนี ชาว
ใตจ้ ึงเรียก “แตงจีน” ในพงศาวดารสมัยกรุงศรี
อยุธยามีเรอื่ งราวเก่ียวกับแตงโมปรากฏอยใู่ นสมยั
แผน่ ดนิ สมเดจ็ พระเพทราชาเรยี กว่า ผลอุลิต ซงึ่
เปน็ ราชาศัพท์มาจากภาษาเขมร
แตงโม มชี ือ่ ท้องถิน่ อ่นื ๆ ว่า แตงจีน
(ใต)้ , บะเตา้ (ภาคเหนือ), บักโม (อีสาน) เปน็ ตน้
หม่อมเจา้ สิทธพิ ร แตงโม เปน็ ผลไมย้ อดนยิ มของคนไทย (และของ
แตงโมบางเบดิ
ชาวโลก) มานับพนั ปจี นถงึ ปจั จุบนั คนไทยมีพันธ์ุ
แตงโมที่นิยมกันมากเปลี่ยนไปตามยคุ สมัย เชน่ แตงโม
บางละมงุ เมอ่ื ราว 1oo ปกี ่อน มาเป็น แตงโมบางเบิด
หม่อมเจา้ สิทธพิ ร กฤดากร นาพนั ธ์ุแตงโมมาจาก
ประเทศสหรฐั อเมริกา เมอ่ื ราว 70 ปีท่แี ล้วมา จากนัน้
ก็มาถงึ ยคุ แตงหมอน (ชาล์ลตัน เกรย์) ผลยาว หัวท้าย
มนคล้ายหมอนข้าง และแตงดา (ชกู า้ ร์ เบบ)ี้ ผลกลม
เปลอื กสีเขียวเข้มเกือบดา มเี มอื่ ราว 40 ปีก่อน
จนกระทั่งถึงยุค แตงโมจนิ ตหรา ซ่ึงเอาชื่อมาจาก
ดาราสาวสวยในปัจจุบัน
- 100ปกี ่อน แตงโมบางละมุง
- 70ปกี ่อน แตงโมบางเบดิ
- 40ปกี อ่ น แตงหมอน พนั ธ์ุชาล์ลตัน เกรย์ ผลยาว หวั ท้ายมน
คล้ายหมอนข้าง และแตงดา พนั ธุช์ กู ้าร์ เบบ้ี
- ปัจจุบัน แตงโมจนิ ตหรา ตอปโิ ด.............
- แตงโมบางเบิด
พนั ธุ์ชาล์ลตัน เกรย์
พนั ธุ์ชกู า้ ร์ เบบ้ี แตงโมจนิ ตหรา แตงโมตอปิโด
ลกั ษณะรปู ทรงและสขี องแตงโม
แตงโมยักษไ์ ต้หวนั :15-30kgs.
Word record:160Kgs.
ผลผลิตและพท.ปลูกแตงโมรวมของโลก ปี 2560
•ทัว่ โลก ผลิตแตงโมได้ 117ล้านตนั มพี น้ื ท่ปี ลกู รวม 22ล้านไร่
•จนี เป็นผูผ้ ลิตแตงโมรายใหญ่ทสี่ ุดในโลกด้วยปริมาณการผลิต
79ล้านตัน มพี ท.ปลูก 11.8ล้านไร่
•ตุรกี มกี าลงั การผลิตท่สี อง 3.9ล้านตันตอ่ ปี มพี ท.ปลกู 0.59ล้านไร่
•ไทย ผลิตได้ 179,524ตัน อยใู่ นอันดบั ที่ 44
มีพท.ปลูก 56,556ไร่ เชียงใหม่ 12.5ล้านไร่
ขอ้ มลู : atlasbig
10อันดบั ประเทศทม่ี พี ท.ปลกู แตงโมมากสุดปี 2560
ประเทศ พท.ปลกู (ไร)่ ผลผลติ (ตัน)
1.จีน 11,828,563 (54%) 79,244,271 (68%)
2.รัสเซยี 926,688 (4.2%) 1,757,972
3.อิหร่าน 3,813,850
4.ตรุ กี 827,900 3,928,892
5.บราซลิ 589,581 2,090,432
6.อฟั กานสิ ถาน 565,294 862,341
7.แอลจีเรีย 466,744 1,877,069
8.อุซเบกสิ ถาน 368,556 1,976,373
9.อียิปต์ 339,800 1,680,994
10.ยเู ครน 327,200 468,010
323,125 179,524
ไทย 56,556 19,503877
อืน่ ๆ 5,420,000
117,204,081
รวม 21,983,037
ขอ้ มลู : atlasbig
10อนั ดับประเทศทมี่ ผี ลผลติ แตงโมมากสุดปี 2560
ประเทศ ผลผลิต (ตัน) พท.ปลกู (ไร)่ ข้อมลู : atlasbig
1.จีน 79,244,271 (68%) 11,828,562
2.ตุรกี 3,928,892 (3.4%) 589,581
3.อิหรา่ น 827,900
4.บราซิล 3,813,850 565,293
5.อุซเบกสิ ถาน 2,090,432 339,800
6.แอลจีเรยี 1,976,373 368,556
7.สหรัฐอเมริกา 1,877,069 287,312
8.รัสเซยี 1,823,160 926,687
9.อียปิ ต์ 1,757,972 327,200
10เมก็ ซิโก 1,680,994 241,672
อน่ื ๆ 1,199,648 5,680,474
ไทย 17,811,420 56,556
179,524
รวม 21,983,037
117,204,081
12อันดับประเทศทม่ี ผี ลผลติ เฉลยี่ /ไร่ มากสุดปี 2560
ประเทศ ผลผลิต (ตนั /ไร่) พท.ปลูก (ไร)่ ผลผลติ รวม (ตัน) ขอ้ มลู : atlasbig
1.ปาเลสไตน์ 10.9 1,194 12,990
2.ตูนิเซีย 10.6 51,238 541,000
3.บาห์เรน 9.0
4.สเปน 8.9 25 247
5.คเู วต 7.4 108,500 969,327
6.แอลเบเนีย 7.2 2,190
7.ออสเตรเลีย 7.2 294 240,993
8.จอร์แดน 7.0 33,600 174,744
10.อิตาลี 7.0 24,419 77,568
11.เกาหลใี ต้ 6.8 11,075 534,001
6.7 76,281 652,030
12.จีน 95,256 79,244,271
3.5 11,828,563
เวียดนาม 1,102,657
3.2 312,694
ไทย 5.3 179,524
โลก 56,556 117,204,081
21,983,037
ไร่140,000 พนื้ ทปี่ ลกู แตงโมของไทย ปี 2554-2563
120,000 121,936
100,000 97,414 96,844 94,959
80,000
60,000 89,139 85,915
79,951
63,166
56,174
37,933
40,000
20,000
0
2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 2563
ข้อมลู : กรมสง่ เสริมการเกษตร
พนื้ ทป่ี ลกู ปี 2563 พ้นื ท่ปี ลูกเฉลย่ี ปี 2554-63
ลำดบั จงั หวัด ไร่ ลำดับ จงั หวดั ไร่ ขอ้ มลู : กรมสง่ เสรมิ การเกษตร
1 นครนายก 6,627 1 สงขลา 6,784
2 พิจิตร 6,243 2 พิจิตร 6,592
3 สงขลา 5,016 3 นครศรีธรรมราช 4,670
4 สโุ ขทัย 4,991 4 สรุ าษฎรธ์ านี 4,633
5 นครศรีธรรมราช 4,820 5 นครราชสีมา 4,361
6 นครพนม 4,295 6 นครพนม 4,250
7 นครราชสีมา 4,143 7 อบุ ลราชธานี 3,652
8 อบุ ลราชธานี 3,964 8 สกลนคร 3,056
9 สกลนคร 3,321 9 สโุ ขทยั 2,990
10 นราธวิ าส 2,339 10 นครนายก 2,805
11 พิษณโุ ลก 2,250 11 ขอนแก่น 2,177
12 พงั งา 2,131 12 สุรินทร์ 2,073
13 สรุ ินทร์ 2,055 13 นราธวิ าส 1,743
14 สรุ าษฎร์ธานี 1,971 14 เชียงราย 1,555
15 มหาสารคาม 1,902 15 มหาสารคาม 1,509
16 บรุ ีรมั ย์ 1,841 16 พังงา 1,506
17 ยโสธร 1,726 17 บรุ ีรมั ย์ 1,481
18 ขอนแก่น 1,468 18 ยโสธร 1,361
19 ตรงั 1,320 19 ตรัง 1,322
20 ภูเกต็ 1,222 20 อานาจเจริญ 1,281
รวม 79,951 เฉลย่ี 82,343
พน้ื ทป่ี ลกู แตงโมแยกตามรายภาค เฉลย่ี 10ปี (2554-2563)
ลำดบั จงั หวดั เฉล่ีย 10ปี ลาดบั จงั หวดั เฉลย่ี 10ปี ลำดบั จงั หวดั เฉลี่ย 10ปี ลำดบั จงั หวดั เฉลี่ย 10ปี
1 นครราชสีมา 4,361 1 สงขลา 6,784 1 พจิ ติ ร 6,592 1 นครนายก 2,805
2 นครพนม 4,250 2 นครศรธี รรมราช 4,670 2,990 1,226
3 อบุ ลราชธานี 3,652 3 สรุ าษฎรธ์ านี 4,633 2 สโุ ขทยั 1,555 2 พระนครศรอี ยธุ ยา 1,218
4 สกลนคร 3,056 4 นราธวิ าส 1,743 1,202 926
5 ขอนแกน่ 2,177 5 พงั งา 1,506 3 เชยี งราย 1,192 3 สพุ รรณบุรี 713
6 สรุ นิ ทร์ 2,073 6 ตรงั 1,322 1,004 584
7 มหาสารคาม 1,509 7 ปัตตานี 1,182 4 นครสวรรค์ 921 4 ตราด 552
8 บุรรี มั ย์ 1,481 8 พทั ลงุ 973 5 พษิ ณุโลก 906 418
9 ยโสธร 1,361 9 สตูล 661 622 5 กาญจนบุรี 344
10 อานาจเจรญิ 1,281 10 กระบี่ 563 6 กาแพงเพชร 531 6 ประจวบครี ขี นั ธ์ 228
11 รอ้ ยเอ็ด 1,143 11 ชุมพร 332 237 7 สระแกว้ 205
12 ชยั ภูมิ 856 12 ภูเก็ต 225 7 พะเยา 189 8 สระบุรี 143
13 ศรสี ะเกษ 826
14 บงึ กาฬ 340 8 แพร่ 9 เพชรบรุ ี
15 หนองบวั ลาภู 329 9 เพชรบูรณ์
16 กาฬสินธุ์ 249 10 เชยี งใหม่ 10 ชยั นาท
17 หนองคาย 166 11 แมฮ่ ่องสอน
18 มกุ ดาหาร 116 12 ลาพนู 11 ปราจนี บุรี
19 อดุ รธานี
20 เลย 55 12 ชลบรุ ี
17
เฉลยี่ 13 ยะลา 223 13 อทุ ยั ธานี 137 13 ฉะเชงิ เทรา 113
29,300
ขอ้ มลู : กรมส่งเสริมการเกษตร 14 ระนอง 119 14 ลาปาง 127 14 สิงหบ์ รุ ี 90
15 ระยอง 78
เฉลย่ี 24,935 15 อุตรดติ ถ์ 111 16 ลพบรุ ี 77 4.กลาง
17 จนั ทบุรี 12 ออก
2.ใต้(30%) 16 ตาก 30 18 อา่ งทอง 10 ตก(12%)
17 น่าน 14 19 ราชบุรี 6
20 ปทมุ ธานี 4
เฉลย่ี 18,357
รวม 82,343 ไร่ 3.เหนือ(22%)
1.อีสาน(36%) 21 กรงุ เทพมหานคร 1
เฉลยี่ 9,750
ปริมาณและมลู คา่ การส่งออกแตงโมปี 2560-2563
ปริมาณ (ตัน) มูลค่า (ล้านบาท)*
2560 2561 2562 2563 2560 2561 2562 2563
330 624 1,746 1,747 8 14 27 30
สิงคโปร์ พม่า ลาว รสั เซยี ซาอุฯ มาเลเซยี * (27ประเทศ)
ข้อมูล: สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร
แตงโมทนี่ ยิ มปลกู โดยทว่ั ไปมี 3 พันธคุ์ อื
1. พันธุธ์ รรมดา มีเมล็ดขนาดเลก็ รสหวาน แบ่งย่อยได้อีก
หลายพนั ธ์ุ เชน่ แตงโมจินตหรา แตงโมตอรป์ โิ ด แตงโมกินรี
แตงโมนา้ ผ้ึง แตงโมไดอานา ซอนญา่ พลสั ทมั อัพเปน็ ต้น
2. พันธไุ์ มม่ เี มลด็ เป็นพันธุผ์ สมเพือ่ ใชใ้ นการสง่ ออก ไมม่ ี
เมล็ดแกส่ ดี า้ ภายใน เชน่ แม็กนัม่ แฮปป้ีแฟมลิ ่ี
3. พันธุ์กินเมลด็ ปลูกเพอื่ น้าเมลด็ มาคั่วเป็นเมด็ กว๋ ยจี๊ พนั ธุ์
นีม้ ีเน้อื นอ้ ย เมล็ดขนาดใหญ่เช่น พนั ธไุ์ ต้หวนั พนั ธเุ์ มลด็ แดง
แตงโมมะนาว ( Citrullus caffer )
เป็นผลไม้เน้อื แขง็ สขี าว ไมค่ ่อยนยิ มทาน
ดบิ ๆกนั เทา่ ไรนัก นยิ มเอามาดองหรือทา
เปน็ แยมผลไม้ และใช้สาหรบั อาหารสตั ว์ มี
ประโยชน์สูงเพราะมี เพคตินสงู
พั นธ์แุ ตงโมแนะนาของเจียไต๋
1. ซอนญา่ พลสั แตงโมทรงกลมรี (short oblong)
มจี ุดเด่นท่ีเน้อื สแี ดงสดใส รสชาตหิ วานช่นื ใจ
เน้อื กรอบ ผลเป็นลายคริมสนั แท้ เปลอื กบาง
เนือ้ เยอะ เมล็ดน้อย สามารถปลูกได้ทุกภาคใน
ประเทศไทย ปลกู งา่ ย ทา้ ก้าไรไดม้ ากเพราะ
ปจั จบุ นั ตลาดมีความตอ้ งการสายพันธุ์นส้ี ูงมาก
น้าหนกั ผลเฉลีย่ 4-6 กโิ ลกรัม
2. เมญา่ แตงโมทรงหมอนยาว (oblong)
จดุ ขายคือสแี ดงสวย เน้ือละเอยี ด รสชาติหวาน
ละมนุ ผลสีเขยี วเขม้ มลี ายตาขา่ ย เนื้อเยอะ
นยิ มปลกู เพราะเป็นสายพันธุ์ทป่ี ลูกได้ตลอดทง้ั
ปี และเหมาะกับภูมิประเทศท่ีมีฝนมาก เช่น
ภาคใต้ เพราะมจี ุดเดน่ อยูท่ ่ที นฝน และสามารถ
ไวล้ กู ข้อใกลไ้ ด้ ไส้ไมแ่ ตก น้าหนักผลเฉลย่ี 4-6
กิโลกรมั
3. ทมั อพั แตงโมทรงกลมรี (short oblong)
ลกั ษณะเด่นคล้ายแตงโมญ่ปี ุ่น คอื ลูกสเี ขยี วเขม้
จนเกือบด้า เนอื้ แนน่ มากใหค้ วามรสู้ กึ กรอบ
อรอ่ ย รสชาติหวานและมกี ลิ่นหอม เป็นสาย
พนั ธุ์ใหม่ทมี่ าแรง เกษตรกรเรมิ่ ปลกู มากขน้ึ
และไดผ้ ลตอบรับจากตลาดดมี าก จดุ เด่นคือ
เป็นสายพนั ธุ์ที่ดก แตห่ ากต้องการใหไ้ ดผ้ ลใหญ่
นา้ หนกั สงู ควรเลย้ี งลูกเพียง 1-2 ลกู ตอ่ ต้น
น้าหนกั ผลเฉลี่ย 3-5 กิโลกรมั
แตงโมลูกผสม สายพันธซุ์ อนญา่ พลสั
- ทรงผล : ทรงผลกลมรี
- สีผล : สเี ขยี วอ่อน สลับลาย
เขยี วเข้ม ลายตรงชดั
- นำ้ หนัก : 4.0 – 6.0 kg.
- ควำมหวำน : 11 - 12 องศาบรกิ ซ์
- อำยกุ ำรเกบ็ เกยี่ ว : 62 - 65 วันหลังย้ายกล้า
ปลูก ( 28 - 30 วันหลงั ตดิ ผล)
- อ่นื ๆ : อายุการเกบ็ เกยี่ วเรว็ ติด
ผลดี เฉลี่ย 1-2 ผลต่อตน้ , เนอ้ื สแี ดงเขม้ , รสชาติ
หวาน กรอบ เนอื้ ละเอียด และความหวานสูง
แตงโมลูกผสม สายพันธ์ุทมั อพั
- ทรงผล : ทรงผลกลมรี
- สีผล : สีเขียวเข้ม-ดา้ ลายไม่ชัด
- นำ้ หนัก : 3.0 - 5.0 kg.
- ควำมหวำน : 11 - 13 องศาบรกิ ซ์
- อำยกุ ำรเกบ็ เก่ยี ว : 62 - 65 วนั หลงั ยา้ ยกล้าปลูก
( 27 - 28 วนั หลงั ตดิ ผล)
- อื่นๆ : ตน้ แขง็ แรง ทนฝน ตดิ ผลดี เฉลีย่
1.8 - 2.0 ผล ต่อตน้ , สผี ลเขยี วเขม้ เงางามไม่มีลาย แตกต่าง
จากพนั ธุใ์ นตลาด, เนอ้ื สีแดงเขม้ รสชาตหิ วาน หอม เน้ือแนน่
กรอบ วางได้นานหลังจากเกบ็ เกีย่ ว
ปฏทิ นิ การเพาะปลกู แตงโม
ช่วงเวลา ม. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ก. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.
ค. ย. ค. ค.
ฤดฝู น เพาะกล้า – ออกดอก – เก็บเกยี่ ว
ยา้ ยปลูก ตดิ ผล ผลผลติ
ฤดูหนาว เพาะกล้า – ออกดอก เก็บเกยี่ ว
ยา้ ยปลกู – ตดิ ผล ผลผลิต
ฤดูร้อน เพาะกล้า – ออกดอก – เก็บเกยี่ ว
ยา้ ยปลกู ตดิ ผล ผลผลิต
เพาะกล้า – ออกดอก เก็บเกย่ี ว
ย้ายปลูก – ติดผล ผลผลิต
วงจรชวี ิตของแตงโม
เมล็ดพนั ธุ์ 9 -12 วัน พนั ธุเ์ บา 65วนั
หลังหยอดเมลด็ พนั ธุ์หนกั 85วนั
65-77วนั
เก็บเกย่ี ว ตน้ กล้ำ
ผสมดอก
28-35 วนั 28 – 30 วนั
หลงั ผสมดอก หลงั ย้ำยกล้ำปลกู
สภาพอากาศทีเ่ หมาะสม
อณุ หภมู ทิ ่ีเหมาะสมต่อการเจรญิ เตบิ โตอยูร่ ะหว่าง 20 – 35 ๐C
อณุ หภูมกิ ลางวันทเี่ หมาะสมระหว่าง 25-30 ๐C และอุณหภูมิ
กลางคืนท่ีเหมาะสมระหว่าง 15-18 ๐C แตงโมไมไ่ วตอ่ ช่วงแสง
(Day-Neutral) ต้องการอากาศรอ้ นแห้งตลอดระยะการเจริญเตบิ โต
ถึงเก็บเกีย่ ว
ลกั ษณะพนื้ ทที่ ีเ่ หมาะสมต่อการเพาะปลูก
แตงโมจะเจรญิ เตบิ โตได้ดีในสภาพดนิ ร่วนปนทราย, การ
ระบายน้าดี และมีกรด – ด่างของดิน (pH) 5.0 – 7.5
การเตรยี มพ้นื ท่ี
- ไถดนิ ด้วยผาน 3 แลว้ ตากดนิ ก่อนปลกู 7 – 10 วัน เพ่ือกาจัดวชั พืชและแมลงศัตรูพชื ทส่ี ะสมจากฤดูกาล
ปลูกกอ่ นหนา้ จากน้นั ไถดนิ ดว้ ยผาน 7 ไถโรตาร่ีแล้วข้ึนร่องแปลงปลูก โดยมขี นาดฐานแปลง 100 ซม.,
ด้านบนของแปลง 80 ซม. และมีความสูงของแปลง 25 – 30 ซม.
- หว่านปุย๋ เคมีรองพ้ืน (ตามคา่ การวเิ คราะหด์ ิน) อัตรา 20 กก./ไร่
- วางระบบน้าหยด ขนาดของรู 10 ซม. 2 เส้น ดา้ นบนแปลงโดยวางหา่ งจากขอบแปลงประมาณ 10 ซม.
- คลมุ แปลงดว้ ยพลาสตกิ คลุมแปลง ขนาด 1.2 ม. (ห้ามเจาะหลุมปลูก)
- พ่นสารเคมคี มุ วชั พืช ดว้ ยสารอะลาคอร์ ระหว่างรอ่ งปลูก กอ่ นย้ายปลกู 7 วนั
- คลมุ ฟางระหวา่ งรอ่ งแปลงปลกู
- ระยะทเี่ หมาะสมต่อการปลูก 0.40 x 3.5 ม. (ปลกู แบบแถวเดยี่ ว)……แถวคู่ 0.40x6 ม.
การเพาะกล้า
- ขนาดของถาดท่ีเหมาะสมต่อการเพาะกล้า คอื ขนาด 72 หลุม
- ผสมพที มอสกบั น้าให้มีความช้ืน 50 – 60 % นาพีทมอสใส่ในถาดเพาะกลา้
- เจาะหลมุ เพือ่ วางเมลด็ พนั ธใ์ุ หล้ ึก ประมาณ 0.5 ซม. และนาพีทมอสมากลบซ้าอกี ครง้ั โดยไม่ตอ้ งกด
- บ่มถาดเพาะกลา้ ในตู้บ่มเมล็ด ทอ่ี ณุ หภูมิ 30 องศาเซลเซยี ส, ความชื้น 97% เปน็ ระยะเวลา 48 ชม.
- หลังจากยา้ ยกล้าออกมาจากต้บู ่มให้ รดน้าวันละ 2 ครงั้ ช่วงเชา้ เวลา 8.00 – 10.00 น. และช่วงบ่าย เวลา
14.00 – 15.00 น.
- ก่อนย้ายกลา้ ปลูก 2 – 3 วนั ใหร้ ดถาดเพาะกล้าด้วยสารไดโนทฟี แู รนท่ผี สมนา้ อตั รา 10 ซีซี ต่อนา้ 20 ลิตร
ย้ายกลา้
- ปรับสภาพของต้นกลา้ ก่อนการย้ายกล้า 2 – 3 วนั โดยลด
ปริมาณของการใหน้ ้า (เหลอื แค่วันละ 1 คร้ัง) และเพิม่ ปรมิ าณ
ของแสง
- เตรียมสภาพแปลงปลกู ให้เหมาะสมตอ่ ตน้ กล้า โดยการให้
ความชนื้ กบั แปลงปลกู ก่อนยา้ ยตน้ กล้าลงปลูก
- หยอดสตาร์เกลิ จี อัตรา 2 กรัม บรเิ วณก้นหลุม เพอื่ ปอ้ งกัน
กาจดั แมลงศัตรูพชื และให้น้าหลงั จากย้ายต้นกลา้ ปลกู ทนั ที
- รดนา้ ถาดเพาะกล้าก่อนย้ายตน้ กล้าลงปลกู 1 ชม. เพื่อลด
อาการเหย่ี วเฉาจากการขาดความช้นื ของตน้ กลา้ ในขณะย้ายกลา้
และควรย้ายตน้ กล้าที่มีอายุ 9 – 12 วนั ลงปลูก หรอื ต้นกล้าทเ่ี ร่มิ
มใี บจรงิ 1 ใบ
- ฉดี พ่นอโทนคิ ผสมรว่ มกบั โปรไฟเลอร์ เพ่ือปอ้ งกนั เชอ้ื รา
เขา้ ทาลายและทาให้ต้นกลา้ ฟืน้ ตัวได้เร็วขึ้น
การตัดยอดคดั เถาและการจดั เถา
- ตัดปลายยอด ขนาด 0.5 ซม.
หลังจากมใี บจริง 4 – 5 ใบ หรอื
ประมาณ 2 สปั ดาห์หลังยา้ ยกล้า
- คดั เลอื กเถาเมือ่ เถามีขนาด
ประมาณ 50 ซม.โดยคัดเลือกเถาที่
แขง็ แรง 3 เถา
- จัดเถาให้ตัง้ ฉากกบั แปลง และ
ลอ็ คเถาดว้ ยตอกไมไ้ ผ่
การผสมดอก และเลอื กผล
- เร่ิมไวผ้ ลในดอกเพศเมียตาแหน่งที่เหมาะสม คือ ดอกเพศเมีย
ดอกที่ 2 – 3 ขน้ึ ไป หรือ เมือ่ แตงโมมีอายุ 15 – 20 วนั หลังจาก
คัดเลอื กเถา (เดด็ ดอกเพศเมยี ทีต่ ิดบนพลาสติกคลมุ แปลงออก)
- คัดเลือกผลใหเ้ หลอื 2 ผลต่อต้น, สะกิดยอดของเถาทีค่ ัดเลอื ก
ผลแล้ว (คดั เลือกผลตอนอายุ 45 วนั )
การเก็บเกีย่ ว
- ค่อยๆ ลดนา้ ก่อนเกบ็ เกย่ี ว 5 - 7 วนั
- เก็บเก่ยี วเมื่อมีอายุ 28 – 30 วันหลังผสมเกสร หรอื
มีอุณหภมู ิเฉลีย่ สะสม ประมาณ 900 องศาเซลเซยี ส
การใหป้ ยุ๋
วธิ ีเลอื กแตงโมใหอ้ รอ่ ย
ข้ำงใต้ลูกแตงโมมีจุดสีเหลืองขุ่น
ก้ำนขัว้ ม้วนงอนมำก หวำนมำก ถ้ำลำยเส้นท่กี ้นย่งิ ชดิ เปลือกย่งิ บำง
ถ้ำลำยเส้นห่ำง แนวเมลด็ ย่งิ ห่ำง/เมลด็ น้อย ผวิ เข้มลำยเส้นสวยย่งิ อร่อย
แตงโมไสล้ ม้ ไส้แตก เกดิ จากสาเหตุใดได้บา้ ง??
1.เรง่ ขยายลูก 5.สายพันธ-์ุ สภาพแวดล้อม
2.อาหารไมเ่ พียงพอ 6.ไว้ผลทด่ี อกแรก
3.ขาดCa-Br
4.แกเ่ กินไป
โรคพชื และแมลงศตั รู..
แตงโม
โรคพชื ในแตงโม
39
โรคเถาเห่ียว (Fusarium wilts)
เช้อื สาเหตุ Fusarium spp.
อาการ แตงโมที่เปน็ โรคนี้สีใบจะซีด ใบและเถาจะเหี่ยวจรงิ บรเิ วณโคนเถาที่ใกล้กบั ผวิ ดิน จะแตกตามยาวและมี
น้าเมอื กซมึ ออกมา เมอื่ ผา่ ไส้กลางเถาดจู ะเห็นภายในเปน็ สีน้าตาล โรคนี้จะระบาดมากในชว่ งแตงโมออกดอก การ
ปลูกซา้ ทเ่ี ดมิ มฝี นตกตดิ ต่อกันยาวนาน ดินเป็นกรดจัด โรคน้ีจะระบาดรนุ แรงมาก
40
โรคเถาเห่ยี ว (Fusarium wilts)
การปอ้ งกันกาจัด
- อยา่ ปลกู แตงโมซา้ ท่ีเดมิ
- กรณีดินเปน็ กรดจัด ใช้ปนู ขาวใสด่ ินเพื่อแก้ความเปน็ กรดของดิน
- ใช้สารเคมี แมนโคเซบ โปรคลอราซ เทอราคลอร์ (ควนิ โตซีน+อไี ตรไดอะโซล)
41
โรคเถาเหีย่ ว (Bacterial wilts)
เชื้อสาเหตุ Erwinia tracheiphila
อาการ แตงโมท่เี ปน็ โรคนสี้ ีใบจะซดี ลกั ษณะทม่ี องเหน็ ในครง้ั แรก คอื ใบในเถาจะเหีย่ วลงทีละใบ การเห่ยี วจะเหีย่ วจาก
ปลายเถามาหาโคนเถาในเถาใดเถาหน่ึง เม่อื เหี่ยวมาถงึ โคนเถาก็จะเหยี่ วพรอ้ มกันหมดทง้ั ต้น แตใ่ บยังคงเขียวอยู่ และพชื ตาย
ในทนั ทที ีพ่ ืชเห่ียวทั้งตน้ สาเหตขุ องการเหีย่ วก็คอื เชือ้ แบคทเี รียไปอดุ ทอ่ ส่งนา้ เลยี้ งในตน้ แตงโม ถ้าเอามดี เฉือนเถาตามยาวดู
จะเหน็ วา่ กลางลาต้นในเถาฉ่านา้ มากกวา่ ปกตเิ ชอ้ื แบคทเี รียนอ้ี าศัยอยู่ในตวั ของแมลงเต่าแตงต้นแตงโมได้รบั เชอ้ื โรคจากการ
กัดกนิ ใบของแมลงเตา่ แดงน้ี เมอื่ เชือ้ แบคทเี รยี เข้าสตู่ น้ แตงโมทางแผลทแ่ี มลงเตา่ กัดกนิ ก็จะเพิม่ ปริมาณข้ึนอย่างรวดเรว็
แล้วก็กระจายตวั เขา้ สู่ทอ่ นา้ และอาหารของแตงโม
42
โรคเถาเหย่ี ว (Bacterial wilts)
การป้องกันกาจดั
- ปอ้ งกนั กาจัดแมลงเต่าแตงเป็นพาหะนาโรค
- ใชส้ ารเคมี คอปเปอรไ์ ฮดรอกไซด์ คาซกู าไมซินไฮโดรคลอไรดไ์ ฮเดรต ซิงคไ์ ทอะโซล
43
โรคราน้าค้าง (Downy mildew)
เช้ือสาเหตุ Pseudoperonospora cubensis
อาการ ลักษณะท่ีมองเห็นได้ คือ เกิดจดุ สเี หลอื งบนหลงั ใบ และขยายตวั ใหญ่ข้ึน จานวนจุดสีเหลืองเพ่ิมปริมาณ
มากขึน้ และใต้ใบตรงตาแหน่งเดยี วกัน จะมีกลุม่ ของเชอื้ ราสมี ว่ งอมเทาเกาะเปน็ กล่มุ อยู่ เชอ้ื โรคนเ้ี จริญไดอ้ ยา่ ง
รวดเร็ว เมือ่ อากาศอ่นุ และชุ่มช้ืน เม่อื ใบแกต่ ายเชอ้ื กจ็ ะไปทาลายใบออ่ นต่อไป เมอ่ื ใบแห้งไปหมดแล้ว ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ มา
ก็คือ แตงติดผลนอ้ ยและคุณภาพผลแกก่ ็ต่าดว้ ย สปอรข์ องเชอื้ รานแี้ พรร่ ะบาดไปโดยลมและโดยแมลงพวกเตา่ แตง
44
โรคราน้าคา้ ง (Downy mildew)
โรคราน้าค้าง (Downy mildew)
การปอ้ งกันกาจดั
- ปอ้ งกันกาจดั แมลงเต่าแตงเป็นพาหะนาโรค
- ใช้สารเคมี แมนโคเซบ เมทาแลกซลิ โปรไฟเลอร์ (ฟลูโอพโิ คไล+ฟอสอที ลิ -อลมู ิเนยี ม)
46
โรคแอนแทรคโนส (Anthracnose)
เชอื้ สาเหตุ Colletotrichum lagenarium
อาการ โรคแอนแทรคโนสจะเกิดเปน็ ไดก้ ับทกุ สว่ นของต้นแตงท่อี ยู่เหนอื พื้นดนิ บนใบอาการจะเร่ิมจากจุดช้าฉ่านา้ หรือจุดสเี หลือง
เล็กๆ ข้ึนก่อน แลว้ ขยายโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่อมาแผลจะแหง้ เปล่ียนเปน็ สนี า้ ตาลหรอื ดา ขนาดของแผลอาจมีต่างๆ กนั ตั้งแต่ 2-3 มม.
จนโตขนาดเส้นผ่าศนู ย์กลาง 2-3 ซม. แผลท่ีเปน็ นานๆ จะมชี น้ั ของกลุ่มสปอรห์ รอื โคนเี ดียเปน็ จุดเล็กๆ สีดาเกิดขึ้นเรียงซอ้ นกนั เป็น
วงๆ เน้ือใบทเ่ี ปน็ แผลแหง้ จะบางและกรอบ บางครัง้ จะขาดหลุดออกไป ทาให้เกิดเป็นแผลแหว่งหรือรูพรุนขึ้นทง้ั ใบ ใบพวกนี้สว่ นใหญ่
จะแห้งตายทั้งใบ สาหรับกิ่งต้นหรอื เถาแตงแผลทีเ่ กดิ จะคลา้ ยกับแผลบนใบ แตจ่ ะมีลกั ษณะยาวรี ถา้ เป็นมากๆ อาจทาให้ตายทัง้ ตน้
สว่ นบนข้วั หรือกา้ นของลกู หากถกู เชื้อเข้าทาลาย ในขณะที่ยงั อ่อนอยู่ ลูกเหลา่ น้ีจะหยดุ การเจริญเติบโต กลายเปน็ สีดาเห่ยี วย่นและตาย
ไปขณะทยี่ ังเป็นผลเล็กๆ อย่นู นั่ เอง บนแคนทาลูปและแตงไทย หากกา้ นใบถูกทาลายใบจะร่วงหลดุ ออกจากเถาหมด
47
โรคแอนแทรคโนส (Anthracnose)
การปอ้ งกันกาจัด
- ปอ้ งกันกาจดั แมลงเต่าแตงเป็นพาหะนาโรค
- ใชส้ ารเคมี แมนโคเซบ โพรพเิ นบ คอปเปอรไ์ ฮดรอกไซด์ ซีเนบ ไทแรม ไพราโคลสโตรบิน
48
โรคราแปง้ ขาว (Powdery mildew)
เชือ้ สาเหตุ Oidium sp.
อาการ แตงโมเชื้อราจะเข้าทาลายและเจรญิ เติบโตได้บนทุกสว่ นของต้นแตงท่อี ยู่เหนอื ดินโดยจะเกดิ อาการเปน็ ผงหรือฝุน่ แป้งสขี าว
ข้นึ ปกคลมุ อย่ทู ่วั ไปตรงจุดที่เกิดโรค ในระยะแรกเน้ือเยอื่ ตรงท่ีเกดิ อาการขึ้นนจ้ี ะไมแ่ สดงอาการผดิ ปกติใดๆ จนกระทงั่ เปน็ มากเชอ้ื รา
ข้นึ คลมุ ไปหมด สขี องต้นเถาหรอื ใบจะค่อยๆ ซดี เหลืองแลว้ แห้งในเวลาตอ่ มา โดยเฉพาะถา้ เปน็ ส่วนทีย่ งั ออ่ นอยู่อาจจะตายได้ สาหรับ
ลกู หรอื ผลแตงอาการโรคจะเกดิ ข้ึนนอ้ ยกว่าบนต้นและใบนอกจากพวกทีต่ ิดโรคงา่ ย เช่น แตงโม แคนทาลูป และแตงรา้ น ในรายท่เี กิด
โรครุนแรง และสิง่ แวดลอ้ มเหมาะสม กจ็ ะเกิดโรคข้ึนทล่ี ูกได้เชน่ กนั และอาจจะก่อให้เกดิ ความเสียหายได้ ถ้าเป็นในระยะทีล่ กู ยังเล็ก
หรอื ออ่ นอยู่โดยจะทาใหเ้ กดิ อาการแกร็น บดิ เบ้ยี ว เสยี รูปทรงผิวขรขุ ระ เปน็ ตมุ่ หรือแผลขึ้นท่เี ปลอื ก สว่ นในลกู ที่เจรญิ เติบโตเตม็ ท่ี
เม่อื เป็นโรคกจ็ ะทาให้เกดิ ความไมน่ ่าดู ขายไม่ได้ราคา
49
โรคราแปง้ ขาว (Powdery mildew)
การป้องกนั กาจดั
- ใช้สารเคมี โพรพเิ นบ กามะถัน เบโนมิล ไตรโฟรนี คอปเปอรไ์ ฮดรอกไซด์ ไพราโคลสโตรบนิ
50