โรคตน้ แตกยางไหล (Gummy Stem Blight)
เชื้อสาเหตุ Mycosphaerella melonis
อาการ แตงโมตน้ แตกยางไหล ดจู ากโคนต้นท่ีแตกเป็นแผลเป็นทางยาว เชือ้ เขา้ ทาลายได้ทุกส่วนของพืช และ
บนผล ใบเกดิ เปน็ จุดสเี หลอื งเข้มหรือสีนา้ ตาลออ่ นรปู ร่างต่างๆ สว่ นมากแผลจะเรมิ่ จากขอบใบ และขยายออกไป
อยา่ งรวดเรว้ เขา้ ไปในส่วนของแผน่ ใบ ทาให้ใบม้วนหอ่ ผดิ รปู และแห้งไปท้ังใบในทส่ี ุดกิง่ แขนงเกิดเปน็ แผลช้ายาว
ตามแนวตน้ ทโ่ี คนตน้ มีแผลทเ่ี กดิ ขยายขนาดไปจนรอบลาตน้ แผลเปลย่ี นเป็นสีน้าตาลแดง หรือน้าตาลดา และทา
ให้ตน้ แตกตามยาวและสร้างยางเหนียวสแี ดงหรอื สีเหลืองอาพนั ออกมาบนรอยแตกนั้น อาการเหย่ี วจะเปน็ อาการที่
สังเกตเหน็ ในระยะสุดทา้ ยของการเขา้ ทาลาย
51
โรคต้นแตกยางไหล (Gummy Stem Blight)
การป้องกนั กาจดั
- ใชส้ ารเคมี แมนโคเซบ โพรพเิ นบ เบโนมลิ ไตรโฟรนี อะซอกซสี โตรบนิ ไพราโคลสโตรบนิ
52
โรคผลเนา่ (Diplodia fruit rot)
เช้ือสาเหตุ Diplodia gossypina
อาการ จะเร่ิมข้ึนตรงจดุ ท่ตี ิดกบั ขั้วหรอื กา้ น โดยเนือ้ ส่วนนัน้ จะอ่อนนมุ่ เกดิ อาการแผลฉ่าน้าข้ึน ต่อมาแผลจะขยายลุกลามกว้างขึ้น
อย่างรวดเรว็ จนทวั่ ทง้ั ผลในที่สุด ทาให้เกดิ อาการผดิ ปกติ เปลอื กหรือผิวเหี่ยวยน่ ยบุ ลงแล้วแหง้ เปน็ สีดา หากอากาศชน้ื จะพบวา่ มเี ส้นใย
สีเทาเขม้ ข้นึ คลุมทัว่ ทง้ั ผลทเ่ี นา่ นั้น
การเข้าทาลายของเช้อื ส่วนใหญ่จะเข้าโดยผา่ นทางแผล หลังจากนัน้ กจ็ ะไปทาลายเนือ้ เยื่อเกดิ เป็นแผลจดุ สีซดี หรือเหลอื งอ่อนขึ้น เมื่อ
แผลขยายโตขน้ึ ตอนกลางจะเป็นสีดา พร้อมกบั แตกออกหรอื ไมก่ เ็ กดิ เป็นรอยยน่ และจะปรากฏ fruiting body (pycnidia) เปน็ จดุ สี
ดาเลก็ ๆ ทั่วไปทผ่ี วิ ส่วนด้านใต้เปลือกลงไปจะมีขั้นของ stroma สดี าของราเกิดข้นึ อาการปกตจิ ะมีลักษณะเน่าแหง้ นอกจากจะมีพวก
เช้อื เนา่ เละ เขา้ ไปซา้ เตมิ ภายหลัง
สาหรบั ส่วนของตน้ หรือเถาหากถกู เช้อื เข้าทาลาย จะเกดิ อาการเน่าสีน้าตาล เถาจะเหี่ยวยน่ อ่อนตัว เมื่อใชน้ ้วิ จับหรือกดดจู ะคลา้ ยๆ
กับไสก้ ลวง แตงทีถ่ กู ทาลายที่ต้นน้ี หากเกดิ ขนึ้ ตรงบริเวณโคน จะทาให้ตายทงั้ ตน้
53
โรคผลเน่า (Diplodia fruit rot)
การป้องกันกาจดั
- ใชส้ ารเคมี แมนโคเซบ โพรพิเนบ คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ ซีเนบ ไทแรม ไพราโคลสโตรบนิ
54
โรคยอดหงกิ ใบดา่ ง (Cucumber Mosaic Virus)
เช้ือสาเหตุ Cucumber Mosaic Virus
โรคนเ้ี กิดจากเชือ้ ไวรัสท่ีมศี ัตรูจาพวกปากดูดเชน่ แมลงหวี่ขาว เพล้ยี ไฟและเพล้ียออ่ นเป็นพาหะนาโรคจากต้นที่เปน็
โรคตดิ ตอ่ ไปยงั ตน้ ดไี ด้งา่ ย เช้ือไวรสั ของแตงโมมีหลายชนิดซึ่งทาให้เกดิ อาการใกล้เคียงกนั
อาการ ใบแตงโมจะมสี เี ขียวและเหลืองดา่ งลายประปรายทั่วใบและเน้ือใบหยกั เป็นคลน่ื ใบเลก็ ลง ยอดตง้ั ชนั
และชงกั การเจริญเติบโต ยอดหก ไม่ผลิดอกออกผลตอ่ ไป
55
อาการท่ีผล
(Ring spot virus)
โรคยอดหงิกใบด่าง (Cucumber Mosaic Virus)
การป้องกนั กาจัด
- กาจดั พวกเพลยี้ ไฟและเพลยี้ อ่อน และถอนทาลายตน้ ท่แี สดงอาการเป็นโรคออกไปจากไร่
- ใชส้ ารเคมี ไซเพอรเ์ มทรนิ ฟโิ ปรนิล อิมิดาคลอพริด
57
แมลงศตั รแู ตงโม
58
เพล้ยี ไฟ (Thrips)
ช่ือวทิ ยาศาสตร์ (Thrips palmi)
เพลยี้ ไฟ ตน้ เหตุทาใหแ้ ตงโมใบหงกิ
และยอดตั้ง (ไอ้โต้ง) จัดเป็นแมลงชนิด
หน่ึงท่มี ีตัวขนาดเลก็ มาก ตัวอ่อนจะมี
สีแสด ตวั แกจ่ ะมีสีดามีขนาดเทา่ ปลาย
เขม็ จะดูดน้าเล้ยี งทย่ี อดออ่ นของ
แตงโม และใต้ใบอ่อนของแตงโม มีผล
ทาใหใ้ บแตงโมไมข่ ยายเซลล์ ยอดหด
สัน้ ลง ข้อปลอ้ งถี่ ยอดชูต้ังข้ึนชาวบ้าน
เรยี กโรคชนิดน้วี ่า “โรคยอดต้ัง”
การแพร่กระจายและฤดูกาลระบาด
เพลี้ยไฟจะระบาดทาลายรนุ แรงในฤดูร้อนหรอื สภาพอากาศร้อน
แหง้ แล้ง โดยเฉพาะในระหวา่ งเดือนมีนาคม-พฤษภาคม แตอ่ ย่างไรก็
ตามในสภาพบ้านเรา การขยายพันธหุ์ รือการระบาดของเพลยี้ ไฟมีได้
ตลอดปี แต่อาจจะรนุ แรงเป็นระยะๆ และยงั เปน็ พาหะของโรคไวรัส
การป้องกนั กาจัด
ใชส้ ารเคมี เชน่ คารโ์ บซัลแฟน อะบาเม็กติน ฟิโพรนลิ
อิมิดาโคลพรดิ สไปนโี ทแรม
ยอดของแตงโมมขี นมากซึ่งเปน็ แหลง่ หลบซ่อนของเพล้ยี ไฟอยา่ งดี
เพลี้ยไฟหลบซอ่ นตำมยอด
ไอ้โตง้ หรอื ยอดต้ัง
โดรนพ่ นยาในแตงโม
เพล้ยี ออ่ น (Aphid)
การทาลาย ดดู น้าเลย้ี งทใี่ บและยอดอ่อน ทาใหใ้ บม้วน ต้น
แคระแกรน็ และยงั เปน็ พาหนะนาไวรสั ด้วย
มักระบาดมากในชว่ งอากาศร้อนและแห้งซง่ึ เป็นตอนทีพ่ ชื
ขาดน้า โดยมีมดเป็นตัวนาหรือการบินย้ายทข่ี องตัวแก่
การปอ้ งกันกาจดั
ใชส้ ารเคมี คาร์โบซลั แฟน อมิ ิดาโคลพรดิ
แมลงหว่ีขาว (Whitefly)
เปน็ แมลงศัตรพืชท่สี าคญั ของพืชตระกลู แตง ตวั ออ่ นและตัวเต็มวัยดดู
กนิ น้าเล้ยี งทีใ่ บ ในทุกๆระยะของแตง โดยเฉพาะช่วงหลังยา้ ยกลา้ ทาให้
ใบหงิก ซีดด่าง หรอื หงิกเหลอื ง ชะงักการเจริญเติบโต และแคระแกรน็ มี
ผลตอ่ การออกดอกติดผล ทสี่ าคญั แมลงหวข่ี าวยังเปน็ พาหะนาโรคไวรสั
อกี ด้วย พบการระบาดรนุ แรงในชว่ งแห้งแลง้ หรอื ฝนทิง้ ช่วง ตรวจดูการ
ระบาดโดยการสุ่มดทู ใ่ี บใหท้ วั่ แปลง หากพบกล่มุ แมลงหว่ขี าวเกนิ 10 %
ให้พ่นสารป้องกนั กาจดั ทนั ที
การป้องกันกาจัด
ใชส้ ารเคมี คารโ์ บซัลแฟน อิมิดาโคพริด
อะเซทามพี ริด
ดว้ งเต่าแตงแดง (Cucurbit leaf beetle)
ชอื่ วิทยาศาสตร์ Aulacophora indica (Gmelin, 1790)
ด้วงเตา่ แตงแดงจะเขา้ ทาลายแทะกดั กนิ ใบยอด หาก
ระบาดรนุ แรง อาจทาใหต้ น้ พชื ชะงกั การทอดยอด มกั
พบการระบาดในสวนแตงทีม่ ีวชั พชื หนาแน่น เนอ่ื งจาก
ตวั ออ่ นอาศยั กดั กินรากพืช จึงเปน็ ปัญหาในแหล่งปลูก
ใหมท่ บ่ี ริเวณโดยรอบไมม่ กี ารไถพรวนดนิ และไมม่ ีการ
ปราบวชั พชื ทีเ่ พยี งพอ ซึง่ จะพบการระบาดของดว้ งเตา่
แตงแดงในทกุ ฤดู โดยเฉพาะในช่วงท่ีพชื เร่ิมแตกใบจริง
**แพร่เชอ้ื แบคทเี รียโรคเถาเหย่ยี ว**
การปอ้ งกันกาจัด
ใช้สารเคมี เชน่ คารบ์ ารลิ ไซเพอรเ์ มทรนิ
อิมิดาโคลพรดิ ฟิโพรนลิ
หนอนเจาะลูก ไถเปลอื ก หนอนกัดกินใบ หนอนเจาะลกู /ไถเปลือก
ลักษณะการทาลาย
-กัดกนิ ใบ ยอด ดอก ทาให้เกิดความเสยี หาย
-เจาะผลเข้าไปกัดกินภายในผล
-ไถเปลอื ก ทาใหผ้ วิ ไมส่ วยราคาตก
รอยการไถเปลอื ก
หนอนกัดกนิ ใบ
การป้องกนั กาจดั
1.วิธีกล เก็บกลมุ่ ไข่ เก็บหนอนมาทาลายโดยเฉพาะหนอนทย่ี งั รวมตัวเปน็ กลมุ่ หรอื ทากบั ดกั
2.ใชช้ วี ภณั ฑ์ เช้อื บีที ทีเ่ จาะจงกาจัดหนอนผีเสอื้
3.ใชส้ ารสกดั จากพชื เชน่ หางไหล สารสกัดจากเมลด็ สะเดา หรือฝกั คนู
4.ใช้สารเคมีพ่นตอนเยน็ ๆหรือกลางคนื เชน่ อะซีเฟต ไทโอไดคารบ์ หรอื ไตรคลอร์ฟอน ฟโิ พรนลิ เดลทาเมทรนิ
แลมบด์ าไซฮาโลทรนิ สไปนีโทแรม อมี าเมกติน คลอร์ฟีนาเพอร์ โนวาลรู อน ลเู ฟนนูรอน อินดอกซาคารบ์
คลอแรนทรานลิ โิ พรล ฟลเู บนไดเอไมด์
เสีย้ นดิน (Subterranean Ant)
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Dorylus orientalis Westwood
ลักษณะการทาลาย
เจาะผลและกัดกนิ อยภู่ ายในผลแตงโม ท้าให้ผล
แตงโมเสียหาย และยังกดั กนิ ท้าลายผลออ่ นดว้ ย
การป้องกนั กาจดั
1.วิธีกล ใช้มะพรา้ วผา่ เป็น 2ซกี ไปคว่าไวต้ ามรอ่ งจะล่อเสยี้ นดินมา
รวมกัน แลว้ จบั ไปทาลาย
2.ใช้จานรองใต้ลกู
3.ใชส้ ารเคมีที่เก่งทางดนิ พ่นลงโคนต้น และบรเิ วณท่ีพบมด รงั มด เช่น
ไตรคลอรฟ์ อน ไตรอะโซฟอส ไดอะซินอน ฟิโพรนลิ อมิ ดิ าโคลพรดิ
อะซที ามิพริด ไทอะมที อกแซม
แมลงวันทอง (Oriental fruitfly)
แมลงวันทองหรอื แมลงวนั ผลไม้ตัวเท่าแมลงวันบา้ น แต่
ตัวมสี ีเหลอื งหรือสีทอง ตวั เมียมกี ้นแหลม แทงเข้าไปในเนอ้ื
ผลไมเ้ พอ่ื วางไข่ทีผ่ ลแตงโม ในช่วงสร้างเนอ้ื ทาให้เสียหาย
มาก ต่อเมื่อแผลเนา่ หนอนที่โตจากการวางไข่ในผลไม้จะมุด
ออกมานอกผลไมเ้ พ่ือเขา้ ดักแด้ พอครบกาหนดก็ลอกคราบ
ออกมาเป็นแมลงวันทองต่อไป
การปอ้ งกนั กาจดั
1.ใหเ้ ก็บผลแตงโมทถี่ ูกแมลงวนั ผลไม้เข้ากดั ทาลาย ซ่งึ มีหลน่ อย่ตู ามโคน รวบรวมนาไปฝงั ดนิ
2. มาลาไธออน หรอื พวกไดเมทโธ-เอท
3. ใชส้ ารเมทธิลยจู ินอลผสมยาฆา่ แมลง เป็นสารลอ่ ใหแ้ มลงวันทองตวั ผู้
4. ใชย้ สี ต์โปรตนี ไฮโดรไลซสิ ผสมกบั สารมาลาไธออน ฉีดพ่นไวเ้ ป็นจุดๆ ไร่ละประมาณ 8 จุด ๆ
ละประมาณ 100 ซี.ซ.ี ทกุ ๆ 7 วนั ต่อครั้ง
แมลงวนั หนอนชอนใบ (leaf miner)
ชื่อวิทยาศาสตร:์ Liriomyza spp.
มักพบตัวหนอนชอนไชอยู่ในใบ ทาใหเ้ กดิ รอย
เสน้ สขี าวคดเคี้ยวไปมา เม่อื นาใบพืชมาสอ่ งดจู ะ
พบหนอนตัวเล็กสีเหลอื งอ่อนโปร่งใส อยูภ่ ายใน
เนอ้ื เย่อื ใบพชื กรณรี ะบาดรุนแรง จะทาให้ใบ
เสียหายและร่วงหล่น ทาใหไ้ ดผ้ ลผลติ ไม่เตม็ ท่ี
เพราะพืชสงั เคราะห์แสงไดน้ ้อยลง หากพบเร่มิ ระ
บาด ให้เกษตรกรเกบ็ เศษใบพืชทีถ่ ูกทาลายนาไป
เผาทาลายนอกแปลงปลูก จะสามารถ ชว่ ยลด
การแพรร่ ะบาดได้ เนือ่ งจากหนอนชอนใบและ
ดักแด้หนอนชอนใบทีอ่ าศัยอยู่ตามเศษใบพืชบน
พืน้ ดินจะถกู ทาลายไปดว้ ย
การป้องกนั กาจัด
เบตา-ไซฟลทู รนิ ฟิโพรนลิ ไดโนทฟี แู รน
จบบริบรู ณ์