The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jutaporn Thongsuk, 2020-11-12 04:00:13

4-หน่วยที่6

ปก6

แผนการจัดการเรียนรู้

วชิ าคณติ ศาสตร์ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4

ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

หน่วยที่ 6

รูปเรขาคณิต

นางสาวจุฑาพร ทองสุข

นกั ศึกษาฝึกประสบการณว์ ิชาชีพ

โรงเรียนนครนนทว์ ทิ ยา ๕ ทานสัมฤทธ์ิ
สังกัดสำนักการศกึ ษา เทศบาลนครนนทบุรี

กรมสง่ เสริมการปกครองท้องถิ่น

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 68

สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน รหสั วชิ า ค14101
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 6 รปู เรขาคณติ เวลา 1 ช่ัวโมง
เรือ่ ง ระนาบ จุด เสน้ ตรง รังสี สว่ นของเสน้ ตรง และสญั ลักษณ์ (1)

วันที่ 9 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณติ สมบตั ขิ องรูปเรขาคณติ ความสัมพันธ์

ระหว่างรปู เรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนำไปใช้
2. ตัวชีว้ ัดชัน้ ปี

ค 2.2 ป.4/1 จำแนกชนดิ ของมมุ บอกช่ือมุม ส่วนประกอบของมุมและเขียนสญั ลกั ษณแ์ สดงมุม
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ด้านความรู้ความเขา้ ใจ (K)
1) นกั เรียนสามารถเข้าใจลกั ษณะของระนาบ จุด เสน้ ตรง รังสี สว่ นของเส้นตรง
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรยี นสามารถเขยี นสัญลกั ษณ์แทนจดุ เสน้ ตรง รงั สี สว่ นของเส้นตรงได้ถกู ตอ้ ง
2) นกั เรยี นสามารถบอกส่ิงของในชวี ิตประจำวนั ทม่ี พี นื้ ผิวเปน็ ระนาบได้ถูกตอ้ ง
3) นกั เรยี นสามารถวาดภาพที่ประกอบดว้ ยระนาบ จุด เสน้ ตรง รังสี สว่ นของเส้นตรงได้ถกู ตอ้ ง
3.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) นกั เรียนสามารถรบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าทีท่ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
4) ความสามารถในการแก้ปัญหา
5. สาระสำคญั
ระนาบมีลักษณะเป็นพ้นื ผิวท่แี บนและเรียบ ไมม่ ีความหนา จะแผ่ขยายออกไปได้อย่างไม่มี
สิ้นสดุ เราสามารถใชจ้ ดุ แสดงตำแหนง่ ของส่ิงตา่ ง ๆ สว่ นเส้นตรง เปน็ เส้นทไ่ี ม่มีจดุ ปลาย แต่มหี ัวลูกศร
เพือ่ แสดงวา่ สามารถตอ่ ยาวออกไปไดอ้ ยา่ งไมส่ ้ินสุด ส่วนของเสน้ ตรงเปน็ ส่วนหนงึ่ ของเสน้ ตรง มคี วาม
ยาวส้นิ สุด และรังสี เปน็ ส่วนหนึง่ ของเสน้ ตรง แต่มจี ดุ ปลายเพียงข้างเดยี วเทา่ นั้น

6. สาระการเรยี นรู้
ระนาบ จุด เสน้ ตรง รงั สี สว่ นของเสน้ ตรง และสญั ลกั ษณ์แสดงเสน้ ตรง รงั สี สว่ นของเสน้ ตรง

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น

1. นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 6 รูปเรขาคณติ
2. ครกู ลา่ วทกั ทายนักเรยี น จากน้ันให้นักเรียนตอบคำถามจากหนงั สือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.4
เล่ม 1 หน้า 121 ทถี่ ามวา่ “สิง่ ของรอบตวั อะไรบ้างทมี่ ีพ้ืนทีผ่ วิ เป็นรูปสเี่ หลย่ี ม”
ขั้นสอน
1. ครูขอตวั แทนนกั เรยี นออกมาหน้าชั้นเรียน ดังน้ี
- กลมุ่ ที่ 1 ครใู หน้ กั เรยี น 2 คนออกมายืน โดยนำมือทงั้ สองของตนเองกำเขา้ หากนั และวาง
บรเิ วณคางของตนเอง โดยนกั เรยี น 2 คนยืนหา่ งกนั เล็กนอ้ ย
- กลมุ่ ที่ 2 ครใู หน้ ักเรียน 4 คน ออกมายืนกางแขนทง้ั สองข้างตอ่ กนั เป็นแถวหนา้ กระดานโดย
จบั มอื กนั ใหแ้ นน่ สนทิ
2. ครใู หน้ กั เรียนรว่ มกันอภิปรายว่า เพื่อนกลุ่มท่ี 1 และกลมุ่ ที่ 2 คล้ายรปู เรขาคณติ ใด (แนว
ตอบ กลุม่ ที่ 1 คอื จดุ และกลุม่ ที่ 2 คอื เสน้ ตรง)
3. ครถู ามนกั เรยี นตอ่ วา่ ถา้ ครูจบั นกั เรียนคนท่ี 2 ในกลมุ่ ที่ 2 ออกมา แล้วถามนักเรียนวา่
เพื่อนคนนจี้ ะเป็นรปู ใด (แนวตอบ สว่ นของเสน้ ตรง)
4. ครใู ห้นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายเพ่มิ เตมิ ว่า ยังมรี ปู เรขาคณิต 2 มติ ิ รูปใดอีกนอกเหนือจาก
จุด เส้นตรง และ สว่ นของเสน้ ตรง (แนวตอบ รงั ส)ี จากนั้นใหน้ ักเรียนรว่ มกนั อภิปรายลกั ษณะของรังสี
และระนาบ พรอ้ มท้งั ใหช้ ่วยกันออกแบบวา่ ควรทำท่าทางอยา่ งไร จึงจะคลา้ ยรงั สีและระนาบ
5. ครตู ดิ แผนที่โลกบนกระดาน และถามนกั เรยี นวา่ ประเทศตา่ ง ๆ อยู่ตำแหน่งใดบนแผนท่โี ลก
พร้อมทั้งใหน้ ักเรยี นอาสาสมคั รออกมาปักหมุดลงในแผนทีแ่ ละเขียนตัวอักษร A-Z แทนประเทศตา่ ง ๆ
ประมาณ 10-15 ประเทศ
6. ครใู หน้ กั เรียนชว่ ยกันตอบอีกคร้ังวา่ หมุด A-Z บนแผนทแี่ ทนประเทศอะไรบ้าง เพื่อให้
นกั เรยี นเข้าใจว่า เราสามารถใช้จดุ แสดงตำแหนง่ ของสิง่ ตา่ ง ๆ
7. ครูใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั เขยี นแผนผังของหอ้ งเรียน โดยครเู ป็นผู้วาดกรอบแสดงอาณาเขตของ
ห้องเรียนบนกระดานดำ จากน้ันให้นกั เรียนออกมาช่วยกนั วาดสง่ิ ของตา่ ง ๆ เชน่ กระดานดำ ชั้น
หนังสือ โตะ๊ เรียน โต๊ะครู บอร์ดความรู้ เป็นตน้
8. ครขู อตวั แทนนกั เรียนออกมาเขียนจุด พร้อมทงั้ ต้งั ช่อื จุดเพ่อื แสดงตำแหน่งของส่ิงของตา่ ง ๆ
จากนนั้ ครูอธิบายวา่ เราจะใชจ้ ดุ แสดงตำแหน่งของส่ิงของตา่ ง ๆ
9. ครูถามนักเรียนตอ่ วา่ ถา้ นำจดุ มาเขียนชิดตอ่ กนั ไปเรื่อย ๆ จะเกดิ เป็นอะไร (แนวตอบ
เสน้ ตรง) พรอ้ มท้ังให้นกั เรยี น 2 คน ออกมาเขยี นจุดเรยี งชดิ ตอ่ กันบนกระดาน

10. ครวู าดรูปต่อไปนีบ้ นกระดาน

11. ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายวา่ เสน้ ท้งั 3 เสน้ บนกระดาน มลี กั ษณะทีเ่ หมอื นกนั และ
แตกต่างกนั อยา่ งไร จากน้ันใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันตอบคำถามวา่ เสน้ ใดคือเส้นตรง สว่ นของเส้นตรง และ
รงั สี
(แนวตอบ

ส่วนของเส้นตรง เส้นตรง รงั สี )

12. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปลักษณะของเสน้ ตรง สว่ นของเสน้ ตรง และรงั สี ดงั น้ี

- เสน้ ตรง เปน็ เสน้ ทีไ่ ม่มีจุดปลาย แตม่ ีหัวลกู ศรเพ่อื แสดงวา่ สามารถตอ่ ออกไปได้อยา่ งไมส่ นิ้ สุด

- สว่ นของเสน้ ตรงเป็นสว่ นหนง่ึ ของเสน้ ตรง มีความยาวสน้ิ สดุ

- รงั สี เป็นสว่ นหน่งึ ของเส้นตรง แต่มจี ดุ ปลายเพยี งข้างเดียวเทา่ นัน้

13. ครใู ห้นักเรยี นร่วมกนั อภิปรายวา่ เราสามารถเขียนสัญลกั ษณ์แทนเส้นตรง สว่ นของเส้นตรง

และรงั สีไดโ้ ดยครเู ขยี นตวั อักษรแทนจดุ ปลายทัง้ สองข้างของเสน้ ท้ัง 3 แบบ ดงั นี้

ก ขค งจ ฉ

14. ครูเขียนสญั ลักษณแ์ ทนเสน้ ตรง สว่ นของเสน้ ตรง และรงั สใี ห้นักเรยี นดู ดังนี้

ก ขค งจ ฉ

ก̅ข ⃡คง จฉ
15. ครตู งั้ คำถามกับนักเรียน ดงั นี้

- ส่วนของเส้นตรง กข สามารถเขียนสลับท่ีเป็น ข̅ก ไดห้ รือไม่ (แนวตอบ ได้)

- เส้นตรง คง สามารถเขียนสลับท่ีเป็น ง⃡ค ได้หรอื ไม่ (แนวตอบ ได้)

- รังสี จฉ สามารถเขยี นสลบั ที่เป็น ฉจ ไดห้ รือไม่ (แนวตอบ ไม่ได้ เพราะจดุ ปลายขา้ งนงึ เปน็

หวั ลกู ศรอกี ขา้ งหนึ่งเป็นจุด) โดยครเู น้นยำ้ กับนักเรยี นใหจ้ ดจำตรงนีใ้ หด้ ี

16. ครตู ง้ั คำถามกระตนุ้ ความคดิ ว่า ระนาบมลี กั ษณะเป็นอย่างไร โดยครใู หน้ กั เรียนรว่ มกัน

ยกตัวอยา่ งสิง่ ของในช้นั เรยี นท่ีมพี ืน้ ผิวเป็นระนาบ เช่น หนงั สือเรยี น โทรทัศน์ โตะ๊ เรียน กระดานดำ

เปน็ ต้น

17. ครใู ห้นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายจนได้ขอ้ สรปุ วา่ ระนาบมีลกั ษณะเปน็ พน้ื ผวิ ทแี่ บนและเรยี บ

ไมม่ ีความหนาจะแผ่ขยายออกไปได้อยา่ งไม่มสี น้ิ สุด

ขัน้ สรปุ

1. ครูใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภิปรายเพอ่ื สรปุ ลกั ษณะของเสน้ ตรง ส่วนของเสน้ ตรง และรงั สี

8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้

1) หนังสือเรยี น

2) แบบฝกึ หัด

3) ใบงานท่ี 6.1

4) แผนท่โี ลก

5) หมุด

6) กระดาษขนาด A4

8.2 แหล่งการเรียนรู้

- ห้องเรียน

9. การวดั และประเมินผล

9.1 การวัดผล

วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์

ตรวจแบบฝกึ หัด และใบงานที่ 6.1 แบบฝกึ หดั และใบงานที่ 6.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ประเมินตามสภาพจริง

สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล ทำงานรายบคุ คล

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลมุ่

9.2 การประเมนิ ผล

ระดับคณุ ภาพ

ประเดน็ การประเมนิ 4 3 2 1

(ดีมาก) (ด)ี (กำลงั พัฒนา) (ตอ้ งปรบั ปรงุ )

1. เกณฑก์ ารประเมิน ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้

การทำแบบฝึกหัด อยา่ งถูกตอ้ งรอ้ ย อย่างถูกตอ้ ง อย่างถูกต้อง อยา่ งถูกตอ้ งตำ่

ละ 90 ข้นึ ไป ร้อยละ 80 - 89 รอ้ ยละ 60 - 79 กว่าร้อยละ 60

2. เกณฑก์ ารประเมนิ ใช้รปู ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา
ความสามารถในการ และสัญลกั ษณ์ และสัญลกั ษณ์ และสัญลักษณ์ และสัญลกั ษณ์
สอื่ สาร สอื่ ความหมาย ทางคณิตศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์
ทางคณติ ศาสตร์ ในการสือ่ สาร ในการส่อื สาร ในการสอื่ สาร ในการสอื่ สาร

ประเด็นการประเมนิ 4 ระดับคุณภาพ 1
(ดมี าก) (ตอ้ งปรับปรุง)
สื่อความหมาย 32 สอื่ ความหมาย
สรปุ ผล และ (ดี) (กำลังพฒั นา) สรุปผล และ
นำเสนอไดอ้ ย่าง ส่ือความหมาย ส่อื ความหมาย นำเสนอไมไ่ ด้
ถูกตอ้ ง ชัดเจน สรปุ ผลและ สรปุ ผล และ
นำเสนอได้ นำเสนอได้
ถูกตอ้ ง แตข่ าด ถกู ตอ้ งบางสว่ น
รายละเอยี ดท่ี
สมบูรณ์

3. เกณฑก์ ารประเมิน ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเข้าใจ
ความสามารถในการ
แก้ปัญหา ปัญหา วิเคราะห์ ปญั หา วิเคราะห์ ปญั หา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มีรอ่ งรอยของ

แก้ปญั หาและ แก้ปัญหาและ แก้ปญั หาและ การวางแผน

เลอื กใช้วธิ กี ารที่ เลอื กใช้วธิ กี ารท่ี เลือกใช้วิธกี ารได้ แก้ปัญหาแตไ่ ม่

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางส่วน คำตอบ สำเร็จ

คำนึงถงึ ความ สมเหตุสมผลของ ทีไ่ ด้ยังไมม่ ีความ

สมเหตุสมผลของ คำตอบยงั ไม่ดพี อ สมเหตุสมผล

คำตอบพร้อมทั้ง และตรวจสอบ และไม่มกี าร

ตรวจสอบความ ความถกู ตอ้ ง ตรวจสอบความ

ถกู ต้องได้ ไมไ่ ด้ ถูกต้อง

4. เกณฑ์การประเมิน มคี วามตง้ั ใจและ มคี วามตง้ั ใจและ มคี วามตงั้ ใจและ มีความตงั้ ใจและ
รับผดิ ชอบตอ่ หน้าทท่ี ่ี
ไดร้ ับมอบหมาย มีความมงุ่ มนั่ ใน มคี วามมุ่งม่ันใน มีความมงุ่ ม่ันใน มคี วามมงุ่ มน่ั ใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแตไ่ ม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มีความรอบคอบ

ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเรจ็ สง่ ผลให้งานไม่

เรยี บรอ้ ย เรยี บรอ้ ยสว่ น เรียบรอ้ ยส่วน ประสบผลสำเร็จ

ครบถว้ นสมบูรณ์ ใหญ่ น้อย อย่างทคี่ วร

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 69

สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน รหสั วชิ า ค14101
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 รูปเรขาคณิต เวลา 1 ชั่วโมง
เร่ือง ระนาบ จดุ เส้นตรง รังสี ส่วนของเสน้ ตรง และสญั ลักษณ์ (2)

วนั ที่ 12 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบตั ขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธ์

ระหว่างรปู เรขาคณิต และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี

ค 2.2 ป.4/1 จำแนกชนดิ ของมมุ บอกช่ือมุม ส่วนประกอบของมุมและเขียนสญั ลกั ษณ์แสดงมมุ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ด้านความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
1) นักเรยี นสามารถเขา้ ใจลักษณะของระนาบ จุด เสน้ ตรง รงั สี สว่ นของเสน้ ตรง
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรียนสามารถเขยี นสญั ลักษณ์แทนจดุ เสน้ ตรง รังสี ส่วนของเสน้ ตรงได้ถูกตอ้ ง
2) นักเรยี นสามารถบอกสง่ิ ของในชวี ติ ประจำวนั ท่ีมพี ้ืนผิวเปน็ ระนาบได้ถูกต้อง
3) นักเรยี นสามารถวาดภาพที่ประกอบดว้ ยระนาบ จุด เส้นตรง รังสี สว่ นของเส้นตรงได้ถูกตอ้ ง
3.3 ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1) นกั เรยี นสามารถรับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ที ่ีไดร้ ับมอบหมาย
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1) ความสามารถในการสอื่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
4) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5. สาระสำคัญ
ระนาบมลี ักษณะเป็นพื้นผิวท่แี บนและเรียบ ไมม่ ีความหนา จะแผข่ ยายออกไปได้อย่างไม่มี
สิ้นสดุ เราสามารถใช้จดุ แสดงตำแหนง่ ของส่ิงตา่ ง ๆ ส่วนเสน้ ตรง เปน็ เส้นทีไ่ ม่มจี ดุ ปลาย แตม่ ีหวั ลกู ศร
เพอื่ แสดงวา่ สามารถต่อยาวออกไปได้อยา่ งไมส่ ิน้ สดุ ส่วนของเสน้ ตรงเป็นสว่ นหนงึ่ ของเสน้ ตรง มคี วาม
ยาวสิน้ สุด และรังสี เปน็ สว่ นหนงึ่ ของเสน้ ตรง แตม่ จี ดุ ปลายเพยี งขา้ งเดยี วเทา่ นนั้

6. สาระการเรยี นรู้

ระนาบ จุด เส้นตรง รงั สี สว่ นของเสน้ ตรง และสญั ลกั ษณแ์ สดงเส้นตรง รงั สี สว่ นของเสน้ ตรง

7. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรยี น

1. ครูกลา่ วทักทายและทบทวนความร้เู ก่ยี วกบั เส้นตรง สว่ นของเสน้ ตรง และรงั สี

ข้นั สอน

1. ครใู หน้ ักเรยี นทำกิจกรรมกลุ่ม โดยแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 5 คน จากน้ันใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุม่

ชว่ ยกันวาดภาพเมืองในฝนั ท่ีเน้นการดำเนินชีวิตตามหลักการเศรษฐกจิ พอเพยี ง และเน้นการชว่ ยลด

ภาวะโลกร้อน โดยภาพเมอื งดังกล่าวต้องประกอบดว้ ย จดุ เสน้ ตรง สว่ นของเสน้ ตรง รังสี และระนาบ

อย่างละ 3 แบบขนึ้ ไป (นักเรยี นใช้สหี รือปากกาหวั ใหญเ่ น้นให้เดน่ กวา่ จุดอื่น ๆ) พร้อมทง้ั เขียน

สัญลักษณ์แสดง จดุ เส้นตรง สว่ นของเส้นตรง รงั สี ใช้ชดั เจนถูกต้อง

2. ครแู จกกระดาษขนาด A4 ให้นักเรียนกลุม่ ละ 1 แผน่ จากนั้นให้นักเรียนรว่ มกันวางแผนและ

แบ่งหน้าที่กันทำงานกลุม่ โดยครูเนน้ ว่านกั เรียนทกุ คนในกลมุ่ ต้องชว่ ยกนั ทำงาน

3. ในขณะทน่ี กั เรียนทุกกลมุ่ ทำงาน ครูเดนิ ดกู ารทำงานของนกั เรยี น รวมถึงควรชแี้ นะและ

แนะนำการทำงานของนักเรยี นแต่ละกลุ่ม

4. ครบู อกนักเรยี นวา่ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันตกแตง่ และระบายสีใหส้ วยงาม โดยใช้สอี ะไรกไ็ ด้ตาม

ความถนดั

ขั้นสรุป

1. ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกันอภิปรายเพื่อสรปุ ลักษณะของเสน้ ตรง สว่ นของเส้นตรง และรงั สี

8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สอ่ื การเรยี นรู้

1) หนังสอื เรยี น

2) แบบฝึกหัด

3) ใบงานที่ 6.1

4) แผนท่โี ลก

5) หมุด

6) กระดาษขนาด A4

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้

- หอ้ งเรยี น

9. การวัดและประเมนิ ผล

9.1 การวัดผล

วธิ ีการ เคร่อื งมอื เกณฑ์

ตรวจแบบฝกึ หดั และใบงานที่ 6.1 แบบฝึกหัด และใบงานท่ี 6.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

วิธีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมินตามสภาพจริง

สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล ทำงานรายบคุ คล

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลุ่ม

9.2 การประเมินผล

ระดับคุณภาพ

ประเด็นการประเมิน 4 3 2 1

(ดมี าก) (ด)ี (กำลังพัฒนา) (ต้องปรับปรงุ )

1. เกณฑ์การประเมิน ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้

การทำแบบฝึกหัด อยา่ งถกู ตอ้ งรอ้ ย อย่างถกู ต้อง อยา่ งถูกต้อง อยา่ งถูกตอ้ งตำ่

ละ 90 ข้นึ ไป รอ้ ยละ 80 - 89 ร้อยละ 60 - 79 กว่าร้อยละ 60

2. เกณฑ์การประเมนิ ใชร้ ปู ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใช้รูป ภาษา
ความสามารถในการ และสัญลักษณ์ และสัญลกั ษณ์ และสัญลักษณ์ และสญั ลักษณ์
ส่ือสาร สอ่ื ความหมาย ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์ ในการสอ่ื สาร ในการสื่อสาร ในการส่ือสาร ในการสื่อสาร
ส่ือความหมาย สอื่ ความหมาย สื่อความหมาย สอื่ ความหมาย
สรปุ ผล และ สรปุ ผลและ สรุปผล และ สรุปผล และ
นำเสนอได้อยา่ ง นำเสนอได้ นำเสนอได้ นำเสนอไมไ่ ด้
ถูกต้อง ชัดเจน ถูกต้อง แตข่ าด ถูกต้องบางส่วน
รายละเอยี ดท่ี
สมบรู ณ์

3. เกณฑ์การประเมิน ทำความเขา้ ใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเขา้ ใจ
ความสามารถในการ
แก้ปญั หา ปญั หา วิเคราะห์ ปญั หา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์ ปัญหา วิเคราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มีร่องรอยของ

แกป้ ัญหาและ แกป้ ัญหาและ แก้ปญั หาและ การวางแผน

เลือกใช้วิธกี ารท่ี เลอื กใชว้ ธิ ีการท่ี เลอื กใชว้ ธิ ีการได้ แกป้ ัญหาแตไ่ ม่

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางส่วน คำตอบ สำเร็จ

คำนึงถึงความ สมเหตสุ มผลของ ทไ่ี ดย้ งั ไม่มีความ

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมิน 432 1
(ต้องปรบั ปรงุ )
(ดีมาก) (ดี) (กำลังพฒั นา)

สมเหตสุ มผลของ คำตอบยงั ไมด่ ีพอ สมเหตุสมผล

คำตอบพร้อมท้ัง และตรวจสอบ และไมม่ ีการ

ตรวจสอบความ ความถกู ตอ้ ง ตรวจสอบความ

ถูกต้องได้ ไม่ได้ ถูกต้อง

4. เกณฑ์การประเมนิ มีความตงั้ ใจและ มีความต้ังใจและ มคี วามต้งั ใจและ มีความตัง้ ใจและ
รับผิดชอบต่อหน้าที่ที่
ไดร้ ับมอบหมาย มีความมุ่งมนั่ ใน มีความมุ่งมนั่ ใน มีความมุ่งมัน่ ใน มีความมุ่งมน่ั ใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแตไ่ ม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มีความรอบคอบ

ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเรจ็ สง่ ผลใหง้ านไม่

เรยี บร้อย เรยี บร้อยส่วน เรียบรอ้ ยสว่ น ประสบผลสำเร็จ

ครบถว้ นสมบูรณ์ ใหญ่ นอ้ ย อย่างที่ควร

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 70

สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ รายวิชา คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน รหสั วชิ า ค14101
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 รูปเรขาคณิต เวลา 1 ชั่วโมง
เร่ือง ระนาบ จดุ เส้นตรง รังสี ส่วนของเสน้ ตรง และสญั ลักษณ์ (3)

วนั ที่ 14 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบตั ขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธ์

ระหว่างรปู เรขาคณิต และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี

ค 2.2 ป.4/1 จำแนกชนดิ ของมมุ บอกช่ือมุม ส่วนประกอบของมุมและเขียนสญั ลกั ษณ์แสดงมมุ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 ด้านความรคู้ วามเขา้ ใจ (K)
1) นักเรยี นสามารถเขา้ ใจลักษณะของระนาบ จุด เสน้ ตรง รงั สี สว่ นของเสน้ ตรง
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรียนสามารถเขยี นสญั ลักษณ์แทนจดุ เสน้ ตรง รังสี ส่วนของเสน้ ตรงได้ถูกตอ้ ง
2) นักเรยี นสามารถบอกสง่ิ ของในชวี ติ ประจำวนั ท่ีมพี ้ืนผิวเปน็ ระนาบได้ถูกต้อง
3) นักเรยี นสามารถวาดภาพที่ประกอบดว้ ยระนาบ จุด เส้นตรง รังสี สว่ นของเส้นตรงได้ถูกตอ้ ง
3.3 ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1) นกั เรยี นสามารถรับผดิ ชอบตอ่ หน้าท่ที ่ีไดร้ ับมอบหมาย
4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1) ความสามารถในการสอื่ สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
4) ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5. สาระสำคัญ
ระนาบมลี ักษณะเป็นพื้นผิวท่แี บนและเรียบ ไมม่ ีความหนา จะแผข่ ยายออกไปได้อย่างไม่มี
สิ้นสดุ เราสามารถใช้จดุ แสดงตำแหนง่ ของส่ิงตา่ ง ๆ ส่วนเสน้ ตรง เปน็ เส้นทีไ่ ม่มจี ดุ ปลาย แตม่ ีหวั ลกู ศร
เพอื่ แสดงวา่ สามารถต่อยาวออกไปได้อยา่ งไมส่ ิน้ สดุ ส่วนของเสน้ ตรงเป็นสว่ นหนงึ่ ของเสน้ ตรง มคี วาม
ยาวสิน้ สุด และรังสี เปน็ สว่ นหนงึ่ ของเสน้ ตรง แตม่ จี ดุ ปลายเพยี งขา้ งเดยี วเทา่ นนั้

6. สาระการเรยี นรู้
ระนาบ จดุ เสน้ ตรง รงั สี สว่ นของเส้นตรง และสญั ลกั ษณ์แสดงเสน้ ตรง รงั สี ส่วนของเส้นตรง

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรยี น

1. ครกู ลา่ วทกั ทายและทบทวนความรเู้ ก่ยี วกับเส้นตรง สว่ นของเสน้ ตรง และรงั สี
ขั้นสอน

1. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ นำภาพวาดผลงานของตนเองไปตดิ รอบ ๆ หอ้ งเรียน จากนน้ั ให้
นำเสนอผลงานโดยบอกวา่ มสี ่วนใดบา้ งที่เปน็ จดุ เส้นตรง สว่ นของเส้นตรง รงั สี และระนาบ และมี
วธิ ีการเขียนสญั ลกั ษณแ์ ทนอย่างไร โดยใหน้ กั เรียนในช้ันเรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

2. ใหน้ กั เรยี นนำเสนอเพิม่ เติมวา่ ภาพทวี่ าดเนน้ การดำเนนิ ชวี ติ ตามหลักการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
และเน้นการชว่ ยลดภาวะโลกร้อนอยา่ งไร

3. เมอ่ื นกั เรยี นทกุ กลมุ่ นำเสนอผลงานเสรจ็ ครใู หน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปวธิ ีการดำเนนิ ชวี ิตตาม
หลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง การชว่ ยลดภาวะโลกรอ้ นจากผลงานท่เี พื่อนแตล่ ะกลุ่มวาด

4. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทำแบบฝึกหัด ข้อ 1-5 จากแบบฝึกหดั คณติ ศาสตร์ ป.4 เลม่ 1
หนา้ 99-102 เสรจ็ แล้วสง่ ตัวแทนออกนำเสนอคำตอบหนา้ ชั้นเรียน

5. ครูแจกใบงานที่ 6.1 เรอ่ื ง ระนาบ จดุ เส้นตรง รงั สี สว่ นของเสน้ ตรง และสญั ลกั ษณ์ ให้
นกั เรยี นแตล่ ะคนทำโดยใหเ้ วลาประมาณ 15 นาที

6. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละคนสลบั ใบงานกบั เพอ่ื นขา้ ง ๆ จากนั้นขอตัวแทนนกั เรยี นครง้ั ละ 1 คน
เปน็ คนเฉลยคำตอบ หากมีนักเรยี นตอบผิด ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ เพื่อให้นักเรยี นเข้าใจมากข้นึ

7. ครูใหน้ ักเรยี นทำกิจกรรมฝึกทกั ษะ ข้อ 1-2 ในหนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 หนา้
124 เป็นการบ้านและนำมาส่งครใู นชวั่ โมงถดั ไป
ขนั้ สรปุ

1. ครูให้นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายเพอ่ื สรุปลกั ษณะของเส้นตรง สว่ นของเส้นตรง และรังสี
8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน
2) แบบฝกึ หดั
3) ใบงานท่ี 6.1
4) แผนท่ีโลก
5) หมดุ
6) กระดาษขนาด A4

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
- หอ้ งเรียน

9. การวัดและประเมนิ ผล

9.1 การวดั ผล

วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์

ตรวจแบบฝกึ หดั และใบงานท่ี 6.1 แบบฝกึ หดั และใบงานที่ 6.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น แบบทดสอบก่อนเรยี น ประเมินตามสภาพจริง

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล ทำงานรายบุคคล

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายกลุ่ม แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลุ่ม

9.2 การประเมินผล

ระดบั คุณภาพ

ประเด็นการประเมนิ 4 3 2 1

(ดีมาก) (ดี) (กำลงั พัฒนา) (ตอ้ งปรับปรงุ )

1. เกณฑ์การประเมิน ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหัดได้

การทำแบบฝกึ หัด อย่างถูกต้องรอ้ ย อย่างถูกต้อง อย่างถกู ต้อง อยา่ งถกู ตอ้ งตำ่

ละ 90 ขน้ึ ไป ร้อยละ 80 - 89 ร้อยละ 60 - 79 กวา่ รอ้ ยละ 60

2. เกณฑ์การประเมิน ใช้รูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใช้รปู ภาษา ใชร้ ปู ภาษา
ความสามารถในการ และสญั ลักษณ์ และสัญลกั ษณ์ และสญั ลักษณ์ และสญั ลักษณ์
สื่อสาร ส่อื ความหมาย ทางคณิตศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์ ในการสอื่ สาร ในการส่อื สาร ในการส่อื สาร ในการสื่อสาร
สือ่ ความหมาย สอื่ ความหมาย สื่อความหมาย สื่อความหมาย
สรปุ ผล และ สรุปผลและ สรปุ ผล และ สรุปผล และ
นำเสนอไดอ้ ย่าง นำเสนอได้ นำเสนอได้ นำเสนอไม่ได้
ถกู ตอ้ ง ชัดเจน ถกู ต้อง แต่ขาด ถูกตอ้ งบางสว่ น
รายละเอียดที่
สมบรู ณ์

3. เกณฑก์ ารประเมิน ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเขา้ ใจ
ความสามารถในการ
แก้ปญั หา ปัญหา วิเคราะห์ ปญั หา วเิ คราะห์ ปญั หา วิเคราะห์ ปญั หา วิเคราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มีร่องรอยของ

แกป้ ญั หาและ แก้ปญั หาและ แก้ปัญหาและ การวางแผน

ระดับคณุ ภาพ

ประเดน็ การประเมิน 4321

(ดีมาก) (ด)ี (กำลงั พฒั นา) (ตอ้ งปรับปรงุ )

เลอื กใชว้ ธิ ีการที่ เลอื กใชว้ ิธีการท่ี เลือกใช้วธิ ีการได้ แก้ปญั หาแตไ่ ม่

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางสว่ น คำตอบ สำเร็จ

คำนึงถึงความ สมเหตสุ มผลของ ทีไ่ ด้ยังไม่มคี วาม

สมเหตสุ มผลของ คำตอบยังไมด่ พี อ สมเหตุสมผล

คำตอบพรอ้ มทง้ั และตรวจสอบ และไมม่ ีการ

ตรวจสอบความ ความถูกต้อง ตรวจสอบความ

ถูกตอ้ งได้ ไม่ได้ ถกู ต้อง

4. เกณฑ์การประเมนิ มคี วามตง้ั ใจและ มคี วามตัง้ ใจและ มคี วามต้งั ใจและ มีความตงั้ ใจและ
รับผิดชอบต่อหนา้ ทท่ี ่ี
ได้รบั มอบหมาย มีความม่งุ มนั่ ใน มคี วามมุง่ มัน่ ใน มีความมุ่งม่ันใน มีความมงุ่ มั่นใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแตไ่ ม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มีความรอบคอบ

ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเรจ็ สง่ ผลให้งานไม่

เรียบรอ้ ย เรยี บร้อยสว่ น เรยี บรอ้ ยส่วน ประสบผลสำเร็จ

ครบถว้ นสมบรู ณ์ ใหญ่ น้อย อย่างทค่ี วร

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 71

สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน รหัสวชิ า ค14101
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 รูปเรขาคณติ เวลา 1 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง มุม (1)

วนั ท่ี 15 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณติ ความสัมพนั ธ์

ระหว่างรูปเรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี

ค 2.2 ป.4/1 จำแนกชนดิ ของมมุ บอกชื่อมุม สว่ นประกอบของมุมและเขียนสญั ลักษณ์แสดงมมุ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ด้านความรูค้ วามเข้าใจ (K)
1) นักเรียนสามารถเข้าใจลักษณะของมมุ ฉาก มมุ แหลม มุมป้าน มมุ กลบั และมมุ ตรง
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรยี นสามารถบอกสว่ นประกอบของมุมได้ถูกต้อง
2) นกั เรียนสามารถบอกลกั ษณะของมมุ ฉาก มมุ แหลม มุมป้าน มมุ กลับ และมุมตรงไดถ้ ูกต้อง
3) นกั เรียนสามารถจำแนกมุมฉาก มมุ แหลม มุมปา้ น มุมกลับ และมุมตรงไดถ้ กู ตอ้ ง
4) นักเรียนสามารถเรียกช่อื มมุ และเขียนสัญลักษณ์แสดงมุมแต่ละชนดิ ไดถ้ กู ตอ้ ง
3.3 ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1) นกั เรียนสามารถรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทีท่ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4) ความสามารถในการแก้ปัญหา
5. สาระสำคัญ
มมุ เกิดจากรังสสี องเส้นทม่ี จี ุดปลายเป็นจดุ เดยี วกนั เรยี กจดุ ปลายว่า จดุ ยอดมมุ และเรียกรงั สี
แตล่ ะเสน้ ว่า แขนของมุม มุมแบ่งออกเปน็ 5 ชนดิ คือ มมุ แหลม มมุ ฉาก มมุ ป้าน มมุ ตรง และมมุ
กลบั โดยมีขนาดแตกต่างกันตามชนดิ ของมมุ

6. สาระการเรยี นรู้
มมุ
o สว่ นประกอบของมมุ
o การเรียกช่ือมมุ
o สญั ลกั ษณ์แสดงมมุ
o ชนิดของมมุ

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน

1. ครกู ลา่ วทกั ทายนกั เรยี น จากนน้ั ทบทวนความรเู้ ร่ือง เส้นตรง ส่วนของเสน้ ตรง และรงั สี
โดยสุ่มตัวแทนนักเรยี นออกมาวาดรปู พรอ้ มท้ังตง้ั ชื่อและเขยี นสญั ลกั ษณ์ โดยใหน้ ักเรียนในชัน้ เรียน
รว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของคำตอบ

2. ครสู มุ่ ตัวแทนนักเรียนออกมาวาดรปู รงั สี 2 เส้น บนกระดาน จากนน้ั ครูต้ังช่อื รังสีท่ีนกั เรยี น
วาดเปน็ งว และ งจ พร้อมทั้งถามนกั เรยี นว่า หากครนู ำรังสที ง้ั สองเสน้ มาตอ่ กนั จะเกดิ เป็นอะไร (แนว
ตอบ มมุ ) โดยครวู าดรปู บนกระดาน ดังนี้






3. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกันอภปิ รายมุมท่ีนกั เรียนเคยรูจ้ กั วา่ ชอ่ื อะไร และมลี กั ษณะอยา่ งไร
จากน้ันครเู ขียน คำตอบของนกั เรียนบนกระดานดำและให้นักเรียนออกมาวาดรปู มุมท่เี คยเหน็ บน
กระดาน แต่ครยู ังไม่เฉลยวา่ คำตอบใดถูกต้อง
ขั้นสอน

1. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลุม่ กลมุ่ ละ 5-6 คน จากนั้นแจกรูปภาพให้นกั เรียนกลมุ่ ละ 1 ชดุ
จากน้ันให้นกั เรียนช่วยกนั หาคำตอบในแหลง่ ข้อมลู ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรยี นคณติ ศาสตร์ หนงั สือใน
ห้องสมดุ อนิ เทอรเ์ นต็ หรอื สแกน QR Code จากหนงั สอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 หนา้ 125 เปน็
ต้น เพื่อตอบคำถามตอ่ ไปนี้

- ส่วนประกอบของมมุ มอี ะไรบ้าง
- ภาพทค่ี รูแจกใหเ้ ปน็ มุมใดบ้าง
- มมุ ชนิดตา่ ง ๆ มลี กั ษณะเปน็ อยา่ งไร

รูปภาพท่ีครูแจกใหน้ กั เรยี นมดี ังนี้

2. ครใู หน้ กั เรียนเขยี นคำตอบลงในด้านหลงั ของรปู ภาพท่ีครกู ำหนด

3. ครูใหเ้ วลานกั เรยี นทำกจิ กรรมประมาณ 20 นาที โดยอนุญาตให้นักเรยี นไปหาขอ้ มลู จาก

แหล่งความรตู้ า่ ง ๆ ได้ แตม่ ีขอ้ ตกลงวา่ หากหมดเวลานกั เรียนกลมุ่ ใดกลับมาไมท่ นั จะถกู หกั คะแนน

20 คะแนน

4. ครสู ุม่ ตวั แทนนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ตอบคำถามที่ 1 คอื สว่ นประกอบของมมุ มีอะไรบ้าง

จากน้ันเขยี นคำตอบของนกั เรยี นบนกระดานดำ

5. ครูอธิบายว่า มมุ เกดิ จากรงั สี 2 เส้นท่มี ีจุดเร่ิมต้นเป็นจุดเดยี วกนั มาต่อกนั จากนนั้ ครูวาดรปู

มุมบนกระดาน ดังนี้ ก




6. ครตู ัง้ คำถามกระตุ้นความคิด ดงั น้ี
- จดุ ใดคอื จดุ เรม่ิ ต้นของมุม (แนวตอบ จุด ข )
- จดุ เร่ิมต้นของมุมเรยี กวา่ อะไร (แนวตอบ จุดยอดมุม)
- รงั สแี ตล่ ะเสน้ เรยี กวา่ (แนวตอบ แขนของมุม)

7. ครตู รวจสอบวา่ นักเรยี นกลุ่มใดตอบคำถามไดถ้ ูกต้อง จากน้นั ใหค้ ะแนนกลมุ่ ละ 10

คะแนน

8. ครูอธิบายเพมิ่ เติมเร่ืองการเขยี นสญั ลกั ษณแ์ ทนมุม ดังนี้

-จุด ข เปน็ จดุ ยอดมุม

-ขก และ ขค เปน็ แขนของมุม

- มุมนีเ้ รยี กวา่ มมุ กขค หรอื มมุ คขก หรือ มุม ข

- สามารถใช้ ^ เปน็ สญั ลกั ษณ์ของมมุ เขียนไวเ้ หนอื ตวั อักษรท่ีเป็นจุดยอดมมุ หรือ

เขียนไว้ หนา้ ตวั อักษร เช่น มมุ กขค เขยี นแทนด้วย กข̂ค หรอื คข̂ก มุม ข เขียนแทนดว้ ย ข̂

ขั้นสรปุ

1. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายเพอ่ื สรปุ ส่วนประกอบและลักษณะของมุมชนดิ ตา่ ง ๆ

8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สื่อการเรียนรู้

1) หนังสอื เรยี น

2) แบบฝึกหัด

3) ใบงานที่ 6.2

4) รูปภาพ

5) บตั รคำช่ือมมุ

6) กระดาษขนาด A4

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้

- หอ้ งเรียน

9. การวัดและประเมินผล

9.1 การวดั ผล

วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์

ตรวจแบบฝกึ หัด และใบงานท่ี 6.2 แบบฝกึ หัด และใบงานที่ 6.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล ทำงานรายบุคคล

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายกลุ่ม แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลมุ่

9.2 การประเมินผล

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมนิ 4 3 2 1

(ดีมาก) (ดี) (กำลังพัฒนา) (ตอ้ งปรับปรงุ )

1. เกณฑก์ ารประเมิน ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหัดได้

การทำแบบฝึกหดั อย่างถูกต้องร้อย อยา่ งถูกต้อง อยา่ งถูกตอ้ ง อย่างถกู ตอ้ งตำ่

ละ 90 ขึ้นไป ร้อยละ 80 - 89 รอ้ ยละ 60 - 79 กวา่ ร้อยละ 60

2. เกณฑ์การประเมิน ใช้รูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใช้รูป ภาษา
ความสามารถในการ และสัญลกั ษณ์ และสญั ลกั ษณ์ และสัญลักษณ์ และสัญลักษณ์
ส่อื สาร สือ่ ความหมาย ทางคณิตศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์ ในการสือ่ สาร ในการสอ่ื สาร ในการสอื่ สาร ในการส่อื สาร
สอ่ื ความหมาย ส่ือความหมาย สอ่ื ความหมาย สื่อความหมาย
สรุปผล และ สรุปผลและ สรปุ ผล และ สรุปผล และ
นำเสนอได้อย่าง นำเสนอได้ นำเสนอได้ นำเสนอไม่ได้
ถูกต้อง ชัดเจน ถูกตอ้ ง แต่ขาด ถกู ต้องบางสว่ น
รายละเอยี ดที่
สมบรู ณ์

3. เกณฑก์ ารประเมิน ทำความเข้าใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเข้าใจ
ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา ปญั หา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์ ปญั หา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มรี อ่ งรอยของ

แก้ปัญหาและ แกป้ ัญหาและ แกป้ ญั หาและ การวางแผน

เลือกใช้วิธีการท่ี เลือกใชว้ ธิ กี ารที่ เลือกใช้วิธีการได้ แกป้ ัญหาแต่ไม่

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางสว่ น คำตอบ สำเร็จ

คำนึงถึงความ สมเหตสุ มผลของ ทไี่ ดย้ งั ไมม่ คี วาม

สมเหตุสมผลของ คำตอบยงั ไมด่ พี อ สมเหตุสมผล

คำตอบพรอ้ มท้งั และตรวจสอบ และไม่มีการ

ตรวจสอบความ ความถูกตอ้ ง ตรวจสอบความ

ถกู ต้องได้ ไม่ได้ ถูกต้อง

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมนิ 4321

4. เกณฑก์ ารประเมนิ (ดีมาก) (ดี) (กำลังพฒั นา) (ต้องปรบั ปรงุ )
รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ทที่ ่ี
ได้รับมอบหมาย มคี วามตงั้ ใจและ มคี วามต้งั ใจและ มคี วามตงั้ ใจและ มีความต้ังใจและ

มคี วามมุ่งม่นั ใน มคี วามม่งุ มั่นใน มคี วามมุ่งมั่นใน มคี วามมงุ่ มน่ั ใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแต่ไม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มีความรอบคอบ

ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเรจ็ ส่งผลใหง้ านไม่

เรียบร้อย เรยี บร้อยส่วน เรียบร้อยส่วน ประสบผลสำเรจ็

ครบถว้ นสมบรู ณ์ ใหญ่ นอ้ ย อย่างทค่ี วร

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 72

สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน รหัสวชิ า ค14101
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 รูปเรขาคณติ เวลา 1 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง มุม (2)

วนั ท่ี 16 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณติ ความสัมพนั ธ์

ระหว่างรูปเรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี

ค 2.2 ป.4/1 จำแนกชนดิ ของมมุ บอกชื่อมุม สว่ นประกอบของมุมและเขียนสญั ลักษณ์แสดงมมุ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ (K)
1) นักเรียนสามารถเข้าใจลักษณะของมมุ ฉาก มมุ แหลม มุมป้าน มมุ กลบั และมมุ ตรง
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรยี นสามารถบอกสว่ นประกอบของมุมได้ถูกต้อง
2) นกั เรียนสามารถบอกลกั ษณะของมมุ ฉาก มมุ แหลม มุมป้าน มมุ กลับ และมุมตรงไดถ้ ูกต้อง
3) นกั เรียนสามารถจำแนกมุมฉาก มมุ แหลม มุมปา้ น มุมกลับ และมุมตรงไดถ้ กู ตอ้ ง
4) นักเรียนสามารถเรียกช่อื มมุ และเขียนสัญลักษณ์แสดงมุมแต่ละชนดิ ไดถ้ กู ตอ้ ง
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1) นกั เรียนสามารถรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทีท่ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4) ความสามารถในการแก้ปัญหา
5. สาระสำคัญ
มมุ เกิดจากรังสสี องเส้นทม่ี จี ุดปลายเป็นจดุ เดยี วกนั เรยี กจดุ ปลายว่า จดุ ยอดมมุ และเรียกรงั สี
แตล่ ะเสน้ ว่า แขนของมุม มุมแบ่งออกเปน็ 5 ชนดิ คือ มมุ แหลม มมุ ฉาก มมุ ป้าน มมุ ตรง และมมุ
กลบั โดยมขี นาดแตกต่างกันตามชนดิ ของมมุ

6. สาระการเรยี นรู้
มมุ
o ส่วนประกอบของมมุ
o การเรยี กชือ่ มมุ
o สญั ลกั ษณ์แสดงมุม
o ชนิดของมมุ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรียน

1. ครกู ลา่ วทักทายนกั เรยี น จากนั้นทบทวนความรเู้ รื่อง เส้นตรง ส่วนของเสน้ ตรง และรังสี
โดยสมุ่ ตัวแทนนักเรยี นออกมาวาดรปู พรอ้ มท้ังตง้ั ช่ือและเขยี นสญั ลักษณ์ โดยใหน้ ักเรยี นในชนั้ เรียน
ร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของคำตอบ
ขัน้ สอน

1. ครูให้นกั เรียนแตล่ ะรว่ มกนั อภปิ รายลกั ษณะของมมุ ตา่ ง ๆ ตามทไี่ ดไ้ ปศึกษาหาความรมู้ า
เพ่อื ใหไ้ ดข้ ้อสรปุ ว่า

- มมุ ฉาก มขี นาด 90 องศา
- มมุ ที่มีขนาดเลก็ กว่ามมุ ฉาก เรยี กวา่ มมุ แหลม
- มมุ ทมี่ ีขนาดใหญ่กวา่ มมุ ฉาก แตเ่ ล็กกวา่ สองมุมฉาก เรียกวา่ มุมป้าน
- มุมที่มขี นาดสองมมุ ฉาก เรยี กวา่ มุมตรง
- มมุ ท่ีมีขนาดใหญก่ วา่ สองมุมฉาก แตเ่ ลก็ กวา่ สีม่ มุ ฉาก เรยี กวา่ มุมกลับ
2. ครูให้นักเรียนชว่ ยกนั ตอบคำถามวา่ เราจะทราบไดอ้ ย่างไรวา่ มมุ ใดเป็นมุมฉาก (มุมฉากมี
ขนาดเทา่ กบั มมุ โต๊ะ มมุ หนงั สอื มุมกระดาษA4 เป็นตน้ )
3. ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกันเฉลยคำตอบวา่ ภาพใดเปน็ มุมชนดิ ใด พรอ้ มทั้งใหน้ ักเรียนรว่ มกนั
อภปิ รายว่าเพราะเหตใุ ดจงึ เปน็ มมุ ดังกลา่ ว และครบู อกนักเรยี นว่ากลุ่มใดตอบถูกตอ้ งจะไดค้ ะแนนรูปละ
5 คะแนน

มมุ ฉาก มมุ ป้าน มมุ ป้าน

มุมแหลม มุมฉาก มุมกลบั

มุมตรง มมุ กลบั

4. ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุม่ รวมคะแนน จากน้ันประกาศกลุ่มท่เี ป็นผ้ชู นะ พรอ้ มทงั้ ใหก้ ำลงั ใจ

นกั เรียนกล่มุ อน่ื ๆ

ข้นั สรปุ

1. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกันอภปิ รายเพือ่ สรปุ สว่ นประกอบและลกั ษณะของมุมชนดิ ตา่ ง ๆ

8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่ือการเรียนรู้

1) หนังสือเรยี น

2) แบบฝกึ หัด

3) ใบงานท่ี 6.2

4) รูปภาพ

5) บตั รคำชอื่ มุม

6) กระดาษขนาด A4

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

- หอ้ งเรียน

9. การวัดและประเมินผล

9.1 การวดั ผล

วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์

ตรวจแบบฝกึ หดั และใบงานท่ี 6.2 แบบฝกึ หัด และใบงานท่ี 6.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล ทำงานรายบคุ คล

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายกลมุ่ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลุม่

9.2 การประเมินผล

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมนิ 4 3 2 1

(ดีมาก) (ดี) (กำลังพัฒนา) (ตอ้ งปรับปรงุ )

1. เกณฑก์ ารประเมิน ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหัดได้

การทำแบบฝึกหดั อย่างถูกต้องร้อย อยา่ งถูกต้อง อยา่ งถูกตอ้ ง อย่างถกู ตอ้ งตำ่

ละ 90 ขึ้นไป ร้อยละ 80 - 89 รอ้ ยละ 60 - 79 กวา่ ร้อยละ 60

2. เกณฑ์การประเมิน ใช้รูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใช้รูป ภาษา
ความสามารถในการ และสัญลกั ษณ์ และสญั ลกั ษณ์ และสัญลักษณ์ และสัญลักษณ์
ส่อื สาร สือ่ ความหมาย ทางคณิตศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์ ในการสือ่ สาร ในการสอ่ื สาร ในการสอื่ สาร ในการส่อื สาร
สอ่ื ความหมาย ส่ือความหมาย สอ่ื ความหมาย สื่อความหมาย
สรุปผล และ สรุปผลและ สรปุ ผล และ สรุปผล และ
นำเสนอได้อย่าง นำเสนอได้ นำเสนอได้ นำเสนอไม่ได้
ถูกต้อง ชัดเจน ถูกตอ้ ง แต่ขาด ถกู ต้องบางสว่ น
รายละเอยี ดที่
สมบรู ณ์

3. เกณฑก์ ารประเมิน ทำความเข้าใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเข้าใจ
ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา ปญั หา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์ ปญั หา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มรี อ่ งรอยของ

แก้ปัญหาและ แกป้ ัญหาและ แกป้ ญั หาและ การวางแผน

เลือกใช้วิธีการท่ี เลือกใชว้ ธิ กี ารที่ เลือกใช้วิธีการได้ แกป้ ัญหาแต่ไม่

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางสว่ น คำตอบ สำเร็จ

คำนึงถึงความ สมเหตสุ มผลของ ทไี่ ดย้ งั ไมม่ คี วาม

สมเหตุสมผลของ คำตอบยงั ไมด่ พี อ สมเหตุสมผล

คำตอบพรอ้ มท้งั และตรวจสอบ และไม่มีการ

ตรวจสอบความ ความถูกตอ้ ง ตรวจสอบความ

ถกู ต้องได้ ไม่ได้ ถูกต้อง

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมนิ 4321

4. เกณฑก์ ารประเมนิ (ดีมาก) (ดี) (กำลังพฒั นา) (ต้องปรบั ปรงุ )
รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ทที่ ่ี
ได้รับมอบหมาย มคี วามตงั้ ใจและ มคี วามต้งั ใจและ มคี วามตงั้ ใจและ มีความต้ังใจและ

มคี วามมุ่งม่นั ใน มคี วามม่งุ มั่นใน มคี วามมุ่งมั่นใน มคี วามมงุ่ มน่ั ใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแต่ไม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มีความรอบคอบ

ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเรจ็ ส่งผลใหง้ านไม่

เรียบร้อย เรยี บร้อยส่วน เรียบร้อยส่วน ประสบผลสำเรจ็

ครบถว้ นสมบรู ณ์ ใหญ่ นอ้ ย อย่างทค่ี วร

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 73

สาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ รายวชิ า คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน รหสั วิชา ค14101
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 6 รูปเรขาคณติ เวลา 1 ชว่ั โมง
เรอ่ื ง มุม (3)

วนั ท่ี 19 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะห์รปู เรขาคณิต สมบตั ขิ องรปู เรขาคณติ ความสมั พนั ธ์

ระหว่างรูปเรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช้
2. ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี

ค 2.2 ป.4/1 จำแนกชนดิ ของมมุ บอกชอ่ื มุม ส่วนประกอบของมมุ และเขียนสญั ลักษณ์แสดงมมุ
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

3.1 ดา้ นความรูค้ วามเข้าใจ (K)
1) นักเรียนสามารถเข้าใจลักษณะของมุมฉาก มมุ แหลม มมุ ปา้ น มมุ กลบั และมุมตรง
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นกั เรยี นสามารถบอกสว่ นประกอบของมุมได้ถูกต้อง
2) นกั เรียนสามารถบอกลกั ษณะของมมุ ฉาก มมุ แหลม มุมปา้ น มมุ กลับ และมุมตรงได้ถกู ตอ้ ง
3) นกั เรียนสามารถจำแนกมุมฉาก มมุ แหลม มมุ ป้าน มุมกลับ และมุมตรงไดถ้ กู ต้อง
4) นักเรียนสามารถเรียกช่อื มมุ และเขียนสัญลกั ษณแ์ สดงมุมแตล่ ะชนดิ ไดถ้ กู ต้อง
3.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1) นกั เรียนสามารถรับผดิ ชอบตอ่ หนา้ ทท่ี ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคิด
3) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
4) ความสามารถในการแก้ปัญหา
5. สาระสำคัญ
มมุ เกิดจากรังสสี องเส้นทม่ี จี ุดปลายเป็นจดุ เดียวกนั เรียกจุดปลายว่า จุดยอดมุมและเรียกรงั สี
แตล่ ะเสน้ ว่า แขนของมุม มุมแบ่งออกเปน็ 5 ชนิด คอื มมุ แหลม มุมฉาก มุมป้าน มุมตรง และมุม
กลบั โดยมขี นาดแตกต่างกันตามชนดิ ของมมุ

6. สาระการเรียนรู้
มมุ
o สว่ นประกอบของมมุ
o การเรียกชื่อมุม
o สญั ลกั ษณ์แสดงมมุ
o ชนดิ ของมุม

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรยี น

1. ครูกลา่ วทกั ทายนักเรยี น จากนั้นทบทวนความรเู้ รอื่ ง เสน้ ตรง สว่ นของเส้นตรง และรงั สี
โดยส่มุ ตวั แทนนกั เรียนออกมาวาดรูปพร้อมทง้ั ตงั้ ชอ่ื และเขยี นสญั ลักษณ์ โดยใหน้ ักเรยี นในชนั้ เรยี น
ร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้องของคำตอบ
ข้นั สอน

1. ครูให้นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปสว่ นประกอบและลกั ษณะของมมุ ชนิดตา่ ง ๆ
2. ครูเขยี นชอื่ เล่นเปน็ ภาษาองั กฤษ ด้วยตวั พิมพใ์ หญบ่ นกระดาน ตวั อยา่ งดงั ภาพ

3. ใหน้ ักเรียนชว่ ยกันบอกว่ามุมต่าง ๆ เป็นมุมชนดิ ใดและเพราะเหตุใด นอกจากน้ีครูให้
นักเรยี นตอบคำถามเพม่ิ เตมิ ว่า เสน้ แตล่ ะเสน้ เป็นเส้นตรง ส่วนของเสน้ ตรง หรอื รังสี

4. ครแู จกกระดาษA4 ให้นักเรียนคลู่ ะ 1 แผ่น จากนน้ั ให้นกั เรียนเขยี นชอ่ื จรงิ ของดารา/ผมู้ ี
ชอื่ เสยี งที่ตนเองช่นื ชอบดว้ ยตวั อกั ษรภาษาอังกฤษตัวพมิ พใ์ หญ่ (มีตวั อกั ษรมากกว่า 6 ตัวขน้ึ ไป) และให้
เส้นประกอบดว้ ย เสน้ ตรง ส่วนของเส้นตรง และรงั สี อยา่ งน้อยแบบละ 1 เสน้ พรอ้ มทั้งใหร้ ะบวุ า่ มีมมุ
ชนิดใดบา้ ง และ เขยี นสัญลักษณแ์ สดงมุมให้ถกู ตอ้ ง

5. ครสู ุ่มตวั แทนนกั เรยี นออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น คร้งั ละ 1 คน จากนัน้ ให้เพอ่ื นใน
ช้ันเรียน รว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง หากครพู บวา่ มนี ักเรยี นคนใดทำผดิ ครอู ธิบายเพ่ิมเตมิ พร้อมท้ัง
ใหก้ ำลังใจ

6. ครูให้นกั เรียนทำกจิ กรรมฝกึ ทกั ษะ ขอ้ 1-3 จากหนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 หน้า
127 เสรจ็ แลว้ รว่ มกนั เฉลยคำตอบ
ขนั้ สรปุ

1. ครใู ห้นกั เรยี นทำกจิ กรรม มนษุ ย์มมุ โดยมีกตกิ าในการเล่นดงั น้ี
- ครแู บ่งกล่มุ นักเรียนชาย และนักเรียนหญิง จากนน้ั ให้นักเรยี นสง่ ตัวแทนออกมาเพือ่ เป่า ยงิ
ฉบุ หากกล่มุ ใดชนะจะได้เริม่ เล่นก่อน

- กลมุ่ ทีไ่ ดเ้ รม่ิ เลน่ กอ่ นจะต้องส่งตวั แทนออกมาครัง้ ละ 1 คน เพ่ือแสดงทา่ ทางเป็น มนุษยม์ ุม

โดยจะตอ้ งยนื อยู่หนา้ ชนั้ เรยี นและหนั หน้าเขา้ หาเพ่ือน ๆ ในกลมุ่ สว่ นครจู ะเปน็ ผ้ยู นื ถือบัตรคำชื่อมุม

ตา่ ง ๆ อยู่ดา้ นหลังของกลมุ่

- เมือ่ คนแรกแสดงทา่ ทางตามบัตรคำ โดยใชแ้ ขนท้ัง 2 ขา้ งแทนแขนของมมุ และนักเรยี นใน

กลุ่มตอ้ งชว่ ยกันตอบวา่ เพื่อนแสดงทา่ ของมมุ อะไร เม่อื ทายถูกตอ้ งจะตอ้ งวง่ิ กลบั ไปนงั่ ท่ีเดมิ และ

นกั เรียนในกลุม่ คนถัดไปออกมาแสดงทา่ ทางตอ่ ผลัดกันไปเรอื่ ย ๆ

- แต่ละกลุ่มจะมีเวลากลมุ่ ละ 5 นาที กลมุ่ ใดตอบได้คะแนนมากกวา่ จะเปน็ ผชู้ นะ

2. ครแู จกใบงานท่ี 6.2 เรอื่ ง มมุ ใหน้ กั เรียนทำ หากใครทำไม่เสร็จให้ทำเปน็ การบ้านและส่งครู

ในชั่วโมงถัดไป พรอ้ มทั้งใหน้ ักเรียนทำแบบฝกึ หดั ข้อ 1-3 ในแบบฝึกหดั คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 หน้า

103-105 ดว้ ย

8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สื่อการเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น

2) แบบฝกึ หดั

3) ใบงานที่ 6.2

4) รูปภาพ

5) บัตรคำช่อื มมุ

6) กระดาษขนาด A4

8.2 แหล่งการเรียนรู้

- ห้องเรยี น

9. การวดั และประเมินผล

9.1 การวัดผล

วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์

ตรวจแบบฝึกหดั และใบงานที่ 6.2 แบบฝกึ หัด และใบงานท่ี 6.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล ทำงานรายบุคคล

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลุ่ม

9.2 การประเมนิ ผล ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมนิ 432 1
(ตอ้ งปรับปรงุ )
1. เกณฑ์การประเมนิ (ดีมาก) (ดี) (กำลังพัฒนา) ทำแบบฝึกหัดได้
การทำแบบฝกึ หัด อย่างถกู ตอ้ งตำ่
ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ กวา่ ร้อยละ 60

อย่างถกู ต้องร้อย อยา่ งถูกต้อง อยา่ งถูกตอ้ ง

ละ 90 ข้นึ ไป ร้อยละ 80 - 89 รอ้ ยละ 60 - 79

2. เกณฑ์การประเมนิ ใช้รปู ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใช้รูป ภาษา
ความสามารถในการ และสัญลกั ษณ์ และสญั ลกั ษณ์ และสัญลักษณ์ และสัญลักษณ์
ส่ือสาร สอ่ื ความหมาย ทางคณิตศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์ ในการสอ่ื สาร ในการสอ่ื สาร ในการสอื่ สาร ในการส่อื สาร
สอ่ื ความหมาย ส่ือความหมาย สอ่ื ความหมาย สื่อความหมาย
สรปุ ผล และ สรุปผลและ สรปุ ผล และ สรุปผล และ
นำเสนอได้อย่าง นำเสนอได้ นำเสนอได้ นำเสนอไม่ได้
ถูกต้อง ชัดเจน ถูกตอ้ ง แต่ขาด ถกู ต้องบางสว่ น
รายละเอยี ดที่
สมบรู ณ์

3. เกณฑก์ ารประเมนิ ทำความเข้าใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเข้าใจ
ความสามารถในการ
แกป้ ัญหา ปญั หา วเิ คราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์ ปญั หา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มรี อ่ งรอยของ

แก้ปัญหาและ แกป้ ัญหาและ แกป้ ญั หาและ การวางแผน

เลอื กใชว้ ิธีการท่ี เลือกใชว้ ธิ กี ารที่ เลือกใช้วิธีการได้ แกป้ ัญหาแต่ไม่

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางสว่ น คำตอบ สำเร็จ

คำนงึ ถงึ ความ สมเหตสุ มผลของ ทไี่ ดย้ งั ไมม่ คี วาม

สมเหตสุ มผลของ คำตอบยงั ไมด่ พี อ สมเหตุสมผล

คำตอบพรอ้ มท้งั และตรวจสอบ และไม่มีการ

ตรวจสอบความ ความถูกตอ้ ง ตรวจสอบความ

ถกู ตอ้ งได้ ไม่ได้ ถูกต้อง

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมนิ 4321

4. เกณฑก์ ารประเมนิ (ดีมาก) (ดี) (กำลังพฒั นา) (ต้องปรบั ปรงุ )
รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ทที่ ่ี
ได้รับมอบหมาย มคี วามตงั้ ใจและ มคี วามต้งั ใจและ มคี วามตงั้ ใจและ มีความต้ังใจและ

มคี วามมุ่งม่นั ใน มคี วามม่งุ มั่นใน มคี วามมุ่งมั่นใน มคี วามมงุ่ มน่ั ใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแต่ไม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มีความรอบคอบ

ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเรจ็ ส่งผลใหง้ านไม่

เรียบร้อย เรยี บร้อยส่วน เรียบร้อยส่วน ประสบผลสำเรจ็

ครบถว้ นสมบรู ณ์ ใหญ่ นอ้ ย อย่างทค่ี วร

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 74

สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ค14101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 รูปเรขาคณิต เวลา 1 ชัว่ โมง
เร่อื ง การวัดและการสรา้ งมมุ (1)

วนั ที่ 20 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเกย่ี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวดั

และนาํ ไปใช้
2. ตวั ชวี้ ดั ช้ันปี

ค 2.1 ป.4/2 วดั และสรา้ งมุมโดยใชโ้ พรแทรกเตอร์
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ดา้ นความร้คู วามเข้าใจ (K)
1) นักเรียนสามารถอธบิ ายวิธกี ารวดั ขนาดของมมุ และวธิ กี ารสรา้ งมมุ โดยใชไ้ ม้โพรแทรกเตอรไ์ ด้
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรียนสามารถวดั ขนาดของมุมท่ีกำหนดใหไ้ ด้ถกู ต้อง
2) นกั เรยี นสามารถสรา้ งมุมทมี่ ีขนาดตามทก่ี ำหนดให้โดยใช้ไม้โพรแทรกเตอรไ์ ด้ถกู ตอ้ ง
3) นักเรียนสามารถตระหนักถึงความสัมพนั ธ์ของขนาดของมมุ และชนิดของมมุ ทส่ี รา้ ง
3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) นักเรยี นสามารถรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
4) ความสามารถในการแก้ปญั หา
5. สาระสำคัญ
ขนาดของมุม เป็นชอ่ งว่างที่อย่รู ะหวา่ งแขนท้ังสองของมุม สว่ นหน่วยวดั ขนาดของมุม เรียกวา่
องศา เขียนแทนดว้ ย ° และไมโ้ พรแทรกเตอร์ คอื เครอื่ งมือทีใ่ ชว้ ัดขนาดของมุม และสร้างมุมเพ่ือใหม้ ุม
ทสี่ รา้ งมขี นาดตามทก่ี ำหนดได้

6. สาระการเรียนรู้
การวัดขนาดของมมุ โดยใช้โพรแทรกเตอร์
การสรา้ งมมุ เม่อื กำหนดขนาดของมมุ

7. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น

1. ครกู ลา่ วทักทายนกั เรยี น จากนั้นใหน้ ักเรยี นทบทวนความรเู้ รื่องชนดิ ของมุมทีไ่ ดเ้ รียนมาแลว้
โดยให้นกั เรยี นทำกิจกรรมกลมุ่ ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 5 คน

2. ครอู ธิบายว่า ครจู ะเป็นผกู้ ำหนดชนิดของมุมคร้งั ละ 1 ชนดิ จากนนั้ จะให้เวลานกั เรยี นกลุม่
ละ 3 นาที ช่วยกันคดิ วา่ มีส่วนของส่งิ ของใดบา้ งทีม่ ีมมุ ตามทีค่ รกู ำหนด

3. เม่ือครบกำหนดเวลา ครูจะใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มบอกส่งิ ของที่คดิ ได้ โดยจะไดร้ บั คะแนน
สะสมสงิ่ ของละ 2 คะแนน เมือ่ จบเกม กลมุ่ ใดไดค้ ะแนนมากที่สดุ จะเปน็ ผู้ชนะ

4. ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปว่า มุมท่เี ราเคยเรียนไปไดแ้ ก่ มุมแหลม มุมฉาก มุมป้าน มมุ ตรง
และมุมกลับ
ขั้นสอน

1. ครูแสดงไม้โพรแทรกเตอร์ให้นักเรียนดู จากน้นั ครูอาจใหน้ ักเรียนค้นหาขอ้ มลู จากแหลง่
ความรู้ เช่น อนิ เทอรเ์ น็ต หนงั สือเรียน แล้วตอบคำถามต่อไปนี้

- อปุ กรณน์ ้ีคืออะไร นกั เรียนคิดวา่ นำไปใช้ประโยชนใ์ ดไดบ้ า้ ง
- อปุ กรณด์ ังกลา่ วประกอบด้วยอะไรบา้ ง

2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเพื่อตอบคำถามดังกลา่ ว จนสรุปได้ว่า อุปกรณน์ ้เี รียกวา่
ไม้โพรแทรกเตอร์ สามารถนำมาใช้ในการวดั มุม และสร้างมมุ ได้

3. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นว่า จดุ ก่งึ กลางและขดี บอกองศามีไวใ้ ชว้ ัดมุมได้
อย่างไร

4. ครสู ุ่มตวั แทนนกั เรยี น 1 คน ออกมาสรา้ งมมุ บนกระดาน พรอ้ มตั้งชอ่ื มมุ จากนน้ั ครูให้
นักเรียนในช้นั เรยี นชว่ ยกนั บอกว่ามมุ ท่ีเพอื่ นสรา้ งชื่อว่าอะไร และครถู ามนกั เรียนว่า หากตอ้ งการทราบ
ว่ามุมมีขนาดก่อี งศาจะทำได้อย่างไร

5. ครใู หน้ กั เรยี นจบั คู่กันเพอื่ ศึกษาค้นควา้ หาขอ้ มลู เกี่ยวกบั การวัดมุมโดยใช้ไม้โพรแทรกเตอร์
จากหนงั สือเรยี น คณติ ศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 จากนนั้ ให้นกั เรยี นแตล่ ะคนทดลองวัดมุม

6. ขณะที่นกั เรยี นแต่ละคคู่ น้ ควา้ และทดลองวดั มมุ ครูจะคอยดูแลนกั เรยี นอยู่หา่ ง ๆ เพอ่ื
สังเกตพฤตกิ รรม การทำงานของนักเรียน โดยอาจให้คำแนะนำบา้ งตามสมควร

7. ครใู หเ้ วลานักเรียนประมาณ 5 นาที เมือ่ หมดเวลาครสู ุ่มตวั แทนนักเรียนบางคูห่ รอื ขอ
อาสาสมคั รนกั เรยี นท่คี ิดว่าตนเองสามารถวดั มุมได้ถูกต้องออกมาหน้าชั้นเรยี น เพอื่ วดั มุมให้เพอื่ นดู

8. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั เฉลยวธิ ีการวดั มมุ โดยครอู ธิบายขนั้ ตอนการวดั มุมใหน้ กั เรียนฟัง
ดังนี้

ขัน้ ตอนที่ 1 วางไมโ้ พรแทรกเตอร์ โดยใช้จดุ ก่งึ กลางทับกบั จุดยอดมุมพอดี
ขนั้ ตอนที่ 2 วางไมโ้ พรแทรกเตอร์ โดยใหเ้ สน้ ตรงระหว่างจดุ ก่งึ กลางและขดี ศูนย์องศา ทบั กับ
แขนของมุมข้างหน่ึงพอดี
ขน้ั ตอนที่ 3 พจิ ารณาท่แี ขนของมมุ อีกข้างหนง่ึ ว่าอยู่ตรงกันขีดบอกองศาใด จากน้นั อา่ นคา่ ของ
มมุ

3


1ห ร
2

จะเหน็ วา่ มุม วหร มขี นาด 40 องศา
9. ครูยกตวั อยา่ งการวดั มมุ อืน่ ๆ เพม่ิ เตมิ อีก 3 - 4 ตวั อยา่ งโดยให้นักเรียนออกมาวาดมมุ หนา้
ชัน้ เรยี น จากน้ันใหน้ ักเรยี นออกมาวัดขนาดของมมุ หนา้ ชน้ั เรยี น พร้อมทั้งให้เพือ่ นในชั้นเรียนรว่ มกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง โดยครูเนน้ ให้นักเรยี นทำตามข้ันตอนท่ี 1 ถึง 3 ทค่ี รไู ด้สอนไป ครูอาจ
ยกตวั อยา่ งมมุ ตา่ ง ๆ ดงั นี้

1) มมุ กสม มขี นาด 95 องศา

3ก

1ส ม 2

2) มุม ชลง มีขนาด 120 องศา


3

1ล ง2

10. ครใู หน้ กั เรียนแต่ละคู่ช่วยกนั คิดเพ่มิ เติมวา่ ถ้าเปน็ มมุ กลบั จะมีวิธกี ารวัดมุมอยา่ งไร โดยให้
นกั เรียนคน้ หาขอ้ มูลจากแหล่งความรู้ เช่น อินเทอรเ์ นต็ หนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 จากนั้น
ร่วมกนั อภิปรายวิธีการวดั มมุ โดยครูแสดงตวั อย่างมมุ กลับบนกระดาน

11. ครูชใ้ี ห้นกั เรยี นเหน็ มมุ ตรง จากน้นั อธิบายวา่ เราจะแบง่ มมุ กลับเปน็ 2 สว่ น คอื มุมตรง
และมุมท่ีเหลอื จากน้ันวดั มุมท่เี หลือตามที่เรียนมา

ย3

ล บ2
1 ฝ

จะไดว้ ่ามมุ ยลบ มีขนาด 180 + 130 = 310 องศา
ขน้ั สรุป

1. ครูใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภปิ รายวา่ มุมชนิดต่าง ๆ เช่น มมุ แหลม มุมป้าน มมุ กลับ ควรมีขนาด
อยู่ในช่วงกี่องศา
8. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน
2) แบบฝกึ หัด
3) ใบงานท่ี 6.3
4) ไม้โพรแทรกเตอรข์ นาดใหญ่
5) กระดาษสีรปู วงกลม กระดาษขนาด A4

6) ฟิวเจอร์บอรด์

7) สกอตเทปสสี ดใส

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้

- หอ้ งเรยี น

9. การวดั และประเมินผล

9.1 การวดั ผล

วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑ์

ตรวจแบบฝึกหดั และใบงานท่ี 6.3 แบบฝึกหดั และใบงานท่ี 6.3 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสังเกตพฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล ทำงานรายบุคคล

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายกลุม่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลมุ่

9.2 การประเมนิ ผล

ระดับคณุ ภาพ

ประเดน็ การประเมิน 4 3 2 1

(ดีมาก) (ดี) (กำลังพฒั นา) (ต้องปรับปรุง)

1. เกณฑก์ ารประเมนิ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝึกหดั ได้

การทำแบบฝกึ หัด อย่างถูกต้องร้อย อยา่ งถูกต้อง อยา่ งถกู ตอ้ ง อย่างถูกต้องตำ่

ละ 90 ขนึ้ ไป ร้อยละ 80 - 89 รอ้ ยละ 60 - 79 กวา่ ร้อยละ 60

2. เกณฑ์การประเมิน ใชร้ ูป ภาษา ใชร้ ปู ภาษา ใช้รูป ภาษา ใช้รูป ภาษา
ความสามารถในการ และสัญลักษณ์ และสัญลกั ษณ์ และสญั ลักษณ์ และสัญลักษณ์
สอื่ สาร ส่อื ความหมาย ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์ ในการสอื่ สาร ในการสือ่ สาร ในการสอื่ สาร ในการสอื่ สาร
ส่อื ความหมาย ส่อื ความหมาย สื่อความหมาย สือ่ ความหมาย
สรุปผล และ สรุปผลและ สรปุ ผล และ สรปุ ผล และ
นำเสนอได้อยา่ ง นำเสนอได้ นำเสนอได้ นำเสนอไม่ได้
ถูกตอ้ ง ชดั เจน ถูกตอ้ ง แตข่ าด ถกู ตอ้ งบางส่วน
รายละเอียดท่ี
สมบรู ณ์

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมิน 4321

3. เกณฑ์การประเมนิ (ดีมาก) (ด)ี (กำลังพฒั นา) (ตอ้ งปรับปรงุ )
ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา ทำความเข้าใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเข้าใจ

ปญั หา วเิ คราะห์ ปญั หา วเิ คราะห์ ปัญหา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มรี ่องรอยของ

แกป้ ญั หาและ แก้ปญั หาและ แกป้ ัญหาและ การวางแผน

เลอื กใชว้ ธิ กี ารท่ี เลือกใช้วิธีการท่ี เลอื กใช้วธิ กี ารได้ แก้ปัญหาแตไ่ ม่

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางสว่ น คำตอบ สำเร็จ

คำนึงถึงความ สมเหตุสมผลของ ทีไ่ ดย้ งั ไมม่ คี วาม

สมเหตุสมผลของ คำตอบยงั ไม่ดีพอ สมเหตุสมผล

คำตอบพรอ้ มทงั้ และตรวจสอบ และไมม่ กี าร

ตรวจสอบความ ความถกู ต้อง ตรวจสอบความ

ถกู ตอ้ งได้ ไม่ได้ ถูกต้อง

4. เกณฑก์ ารประเมิน มีความตงั้ ใจและ มีความตั้งใจและ มคี วามต้งั ใจและ มคี วามต้ังใจและ
รับผิดชอบต่อหนา้ ท่ที ่ี
ได้รบั มอบหมาย มคี วามมุง่ ม่ันใน มีความมุง่ มั่นใน มคี วามมงุ่ มั่นใน มคี วามมงุ่ มั่นใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแตไ่ ม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มคี วามรอบคอบ

ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเร็จ สง่ ผลใหง้ านไม่

เรียบร้อย เรียบร้อยส่วน เรยี บร้อยสว่ น ประสบผลสำเร็จ

ครบถ้วนสมบรู ณ์ ใหญ่ น้อย อย่างท่คี วร

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 75

สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ค14101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 รูปเรขาคณิต เวลา 1 ชัว่ โมง
เรอ่ื ง การวัดและการสรา้ งมมุ (2)

วนั ที่ 21 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเกย่ี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวดั

และนาํ ไปใช้
2. ตัวชวี้ ดั ช้ันปี

ค 2.1 ป.4/2 วดั และสรา้ งมุมโดยใชโ้ พรแทรกเตอร์
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ดา้ นความร้คู วามเข้าใจ (K)
1) นักเรียนสามารถอธบิ ายวิธกี ารวดั ขนาดของมมุ และวธิ กี ารสรา้ งมมุ โดยใชไ้ ม้โพรแทรกเตอรไ์ ด้
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรียนสามารถวดั ขนาดของมุมท่ีกำหนดใหไ้ ด้ถกู ต้อง
2) นกั เรยี นสามารถสรา้ งมุมทมี่ ีขนาดตามทก่ี ำหนดให้โดยใช้ไม้โพรแทรกเตอรไ์ ด้ถกู ตอ้ ง
3) นักเรียนสามารถตระหนักถึงความสัมพนั ธ์ของขนาดของมมุ และชนิดของมมุ ทส่ี รา้ ง
3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) นักเรยี นสามารถรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
4) ความสามารถในการแก้ปญั หา
5. สาระสำคัญ
ขนาดของมุม เป็นชอ่ งว่างที่อย่รู ะหวา่ งแขนท้ังสองของมุม สว่ นหน่วยวดั ขนาดของมุม เรียกวา่
องศา เขียนแทนดว้ ย ° และไมโ้ พรแทรกเตอร์ คอื เครอื่ งมือทีใ่ ชว้ ัดขนาดของมุม และสร้างมุมเพ่ือใหม้ ุม
ทสี่ รา้ งมขี นาดตามทก่ี ำหนดได้

6. สาระการเรยี นรู้
การวดั ขนาดของมมุ โดยใช้โพรแทรกเตอร์
การสรา้ งมุมเม่อื กำหนดขนาดของมุม

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเข้าส่บู ทเรยี น

1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรยี น จากน้นั ให้นกั เรยี นทบทวนความรเู้ รอื่ งชนดิ ของมมุ ทีไ่ ดเ้ รยี นมาแลว้
ขั้นสอน

1. ครใู ห้นักเรียนออกมาสร้างเส้นตรง AB บนกระดาน จากน้ันใหเ้ พอื่ นในชนั้ เรียนรว่ มกนั
ตรวจสอบความถกู ต้อง

2. ครูใหน้ ักเรียนรว่ มกันอภปิ รายวา่ ถา้ ครตู ้องการสร้างมุม ABC จากเส้นตรง AB ท่ีเพอื่ นสร้าง
ใหม้ ขี นาดเทา่ กับ 60 องศาจะทำได้อย่างไร

3. ครใู หเ้ วลานกั เรยี นค้นคว้าหาขอ้ มูลจากหนงั สอื เรียน คณติ ศาสตร์ ป.4 เล่ม 1 และทดลอง
สร้างมมุ ประมาณ 5 นาที โดยครเู นน้ ให้นักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ้ งดว้ ยการวัดมุมตามขั้นตอนท่ี 1 –
3 ท่ไี ดเ้ รยี นมาอกี ครง้ั

4. ครูขอตวั แทนนกั เรียนออกมาแสดงตวั อยา่ งวิธกี ารสรา้ งมมุ หนา้ ชนั้ เรยี น พร้อมทงั้ ใหเ้ พ่อื นใน
ชนั้ เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูอธิบายวิธีการสรา้ งมุมให้นกั เรียนฟงั ดังน้ี

ขน้ั ตอนที่ 1 วางไมโ้ พรแทรกเตอร์ โดยใช้จดุ กึ่งกลางทับกับจุดปลายข้างหน่ึงของเส้นตรง
ข้นั ตอนท่ี 2 วางไม้โพรแทรกเตอร์ โดยใหเ้ สน้ ตรงระหว่างจดุ กง่ึ กลางและขดี ศนู ย์องศา ทบั กบั
เส้นตรง
ข้นั ตอนท่ี 3 เขียนเส้นส้ัน ๆ หรอื จดุ ใหต้ รงกับขดี บอกองศาทตี่ ้องการ/ทโ่ี จทย์กำหนด จากนัน้
ลากเสน้ เชื่อมระหว่างจุดน้ัน ๆ กบั จุดปลายขา้ งหน่งึ ของเสน้ ตรงทใ่ี ช้เปน็ จุดยอดมมุ และต้งั ช่อื มุม

3C

1 A2
B

5. ครยู กตวั อยา่ งการวดั มมุ อื่น ๆ เพมิ่ เติมอกี 3 - 4 ตวั อยา่ ง โดยให้นักเรยี นออกมาวาดมมุ หน้า
ชัน้ เรียน จากน้ันให้นกั เรยี นออกมาวัดมมุ หน้าชัน้ เรยี น พรอ้ มทงั้ ให้เพอื่ นในชน้ั เรียนร่วมกันตรวจสอบ
ความถกู ต้อง โดยครเู น้นให้นกั เรียนทำตามขนั้ ตอนที่ 1 ถึง 3 ทคี่ รไู ดส้ อนไป ครอู าจยกตัวอย่างมุมตา่ ง ๆ
ดงั นี้

1) มุม ดนส ขนาด 145 องศา

3 ด2


1น

2) มมุ ภคจ ขนาด 70 องศา

3ภ

2 จ ค1

ขั้นสรุป
1. ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกันอภิปรายว่าขัน้ ตอนการวดั มมุ และการสรา้ งมุมมขี น้ั ตอนใดเหมอื นกนั

และแตกต่างกันบ้าง
8. สื่อ/แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียน
2) แบบฝกึ หัด
3) ใบงานที่ 6.3
4) ไม้โพรแทรกเตอร์ขนาดใหญ่
5) กระดาษสรี ูปวงกลม กระดาษขนาด A4
6) ฟิวเจอรบ์ อรด์
7) สกอตเทปสีสดใส

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
- หอ้ งเรยี น

9. การวัดและประเมนิ ผล

9.1 การวดั ผล

วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์

ตรวจแบบฝกึ หดั และใบงานที่ 6.3 แบบฝกึ หดั และใบงานที่ 6.3 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล ทำงานรายบคุ คล

สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลุ่ม

9.2 การประเมนิ ผล

ระดับคุณภาพ

ประเด็นการประเมิน 4 3 2 1

(ดมี าก) (ด)ี (กำลังพฒั นา) (ต้องปรบั ปรุง)

1. เกณฑก์ ารประเมนิ ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝกึ หดั ได้

การทำแบบฝึกหดั อย่างถกู ต้องรอ้ ย อยา่ งถกู ต้อง อยา่ งถูกต้อง อยา่ งถูกตอ้ งตำ่

ละ 90 ข้ึนไป รอ้ ยละ 80 - 89 ร้อยละ 60 - 79 กว่ารอ้ ยละ 60

2. เกณฑ์การประเมิน ใช้รปู ภาษา ใชร้ ปู ภาษา ใช้รปู ภาษา ใชร้ ูป ภาษา
ความสามารถในการ และสัญลกั ษณ์ และสญั ลกั ษณ์ และสัญลกั ษณ์ และสัญลกั ษณ์
สื่อสาร สอ่ื ความหมาย ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์
ทางคณติ ศาสตร์ ในการสื่อสาร ในการสือ่ สาร ในการสื่อสาร ในการสอ่ื สาร
สอื่ ความหมาย สอื่ ความหมาย ส่ือความหมาย สือ่ ความหมาย
สรปุ ผล และ สรุปผลและ สรุปผล และ สรปุ ผล และ
นำเสนอไดอ้ ยา่ ง นำเสนอได้ นำเสนอได้ นำเสนอไมไ่ ด้
ถกู ต้อง ชดั เจน ถูกตอ้ ง แตข่ าด ถกู ต้องบางสว่ น
รายละเอียดที่
สมบรู ณ์

3. เกณฑก์ ารประเมิน ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ ทำความเข้าใจ
ความสามารถในการ
แก้ปัญหา ปัญหา วเิ คราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์ ปญั หา วเิ คราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มีรอ่ งรอยของ

แกป้ ญั หาและ แกป้ ญั หาและ แกป้ ัญหาและ การวางแผน

เลอื กใช้วธิ กี ารท่ี เลอื กใชว้ ิธีการท่ี เลือกใช้วธิ ีการได้

ระดับคุณภาพ

ประเดน็ การประเมิน 4321

(ดมี าก) (ด)ี (กำลังพัฒนา) (ตอ้ งปรบั ปรุง)

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางส่วน คำตอบ แก้ปญั หาแตไ่ ม่

คำนงึ ถงึ ความ สมเหตุสมผลของ ทีไ่ ดย้ ังไมม่ ีความ สำเรจ็

สมเหตุสมผลของ คำตอบยงั ไมด่ พี อ สมเหตุสมผล

คำตอบพร้อมทง้ั และตรวจสอบ และไมม่ กี าร

ตรวจสอบความ ความถูกต้อง ตรวจสอบความ

ถกู ต้องได้ ไม่ได้ ถกู ตอ้ ง

4. เกณฑ์การประเมนิ มีความต้งั ใจและ มีความตัง้ ใจและ มคี วามตงั้ ใจและ มคี วามตงั้ ใจและ
รับผดิ ชอบต่อหนา้ ทีท่ ี่
ไดร้ ับมอบหมาย มีความมุ่งม่นั ใน มีความมุง่ ม่ันใน มคี วามมงุ่ ม่นั ใน มีความมุง่ ม่ันใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแต่ไม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มคี วามรอบคอบ

ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเรจ็ สง่ ผลใหง้ านไม่

เรียบรอ้ ย เรียบรอ้ ยส่วน เรียบร้อยสว่ น ประสบผลสำเรจ็

ครบถ้วนสมบรู ณ์ ใหญ่ นอ้ ย อย่างทคี่ วร

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 76

สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ค14101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 รูปเรขาคณิต เวลา 1 ชัว่ โมง
เร่อื ง การวัดและการสรา้ งมมุ (3)

วนั ที่ 22 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเกย่ี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวดั

และนาํ ไปใช้
2. ตวั ชวี้ ดั ช้ันปี

ค 2.1 ป.4/2 วดั และสรา้ งมุมโดยใชโ้ พรแทรกเตอร์
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ดา้ นความร้คู วามเข้าใจ (K)
1) นักเรียนสามารถอธบิ ายวิธกี ารวดั ขนาดของมมุ และวธิ กี ารสรา้ งมมุ โดยใชไ้ ม้โพรแทรกเตอรไ์ ด้
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรียนสามารถวดั ขนาดของมุมท่ีกำหนดใหไ้ ด้ถกู ต้อง
2) นกั เรยี นสามารถสรา้ งมุมทมี่ ีขนาดตามทก่ี ำหนดให้โดยใช้ไม้โพรแทรกเตอรไ์ ด้ถกู ตอ้ ง
3) นักเรียนสามารถตระหนักถึงความสัมพนั ธ์ของขนาดของมมุ และชนิดของมมุ ทส่ี รา้ ง
3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) นักเรยี นสามารถรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
4) ความสามารถในการแก้ปญั หา
5. สาระสำคัญ
ขนาดของมุม เป็นชอ่ งว่างที่อย่รู ะหวา่ งแขนท้ังสองของมุม สว่ นหน่วยวดั ขนาดของมุม เรียกวา่
องศา เขียนแทนดว้ ย ° และไมโ้ พรแทรกเตอร์ คอื เครอื่ งมือทีใ่ ชว้ ัดขนาดของมุม และสร้างมุมเพ่ือใหม้ ุม
ทสี่ รา้ งมขี นาดตามทก่ี ำหนดได้

6. สาระการเรยี นรู้
การวดั ขนาดของมมุ โดยใช้โพรแทรกเตอร์
การสร้างมุมเมอ่ื กำหนดขนาดของมุม

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเข้าสูบ่ ทเรยี น

1. ครูกลา่ วทักทายนกั เรยี น จากนน้ั ให้นักเรียนทบทวนความรู้เร่ืองชนดิ ของมมุ ท่ไี ดเ้ รียนมาแล้ว
ขัน้ สอน

1. ครูใหน้ ักเรยี นในชน้ั เรยี นรว่ มกันทำกิจกรรม “ทะเลนำ้ ลกึ ” โดยแจกกระดาษรปู วงกลมให้
นกั เรยี นคนละ 3 ใบ ดา้ นหลงั กระดาษจะมีขนาดของมุมกำหนดไว้ จากนนั้ ให้นกั เรียนสร้างมมุ ตามที่
กำหนดลงในรปู วงกลม และตดั ช้นิ สว่ นดังกลา่ วออกมาเพ่ือนำมาติดเปน็ หางปลา พร้อมท้ังระบายสี
ตกแตง่ เป็นปลาชนิดต่าง ๆ ตามจนิ ตนาการใหส้ วยงาม โดยครูแสดงตวั อยา่ งให้นักเรียนดู 1 ตัว ดงั นี้

2. เม่อื นักเรียนแตล่ ะคนสรา้ งสรรคป์ ลานอ้ ยเสร็จ ใหแ้ ลกกบั เพอื่ นเพอ่ื ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
โดยให้ใช้ความรู้ เรื่องการวัดมุมในการตรวจสอบ

3. ครูอาจสมุ่ นักเรยี น 5-6 คน ออกมานำเสนอผลงานปลาของตนเอง โดยครูจะตรวจสอบวา่
นักเรียนสามารถสรา้ งมมุ ได้ถูกตอ้ งตามท่ีกำหนดหรือไม่

4. ครูใหน้ กั เรยี นเขียนช่อื ด้านหลังตวั ปลา จากน้ันนำมาส่งหนา้ ชน้ั เรียน เมอ่ื ครูตรวจสอบความ
ถูกตอ้ งเรียบร้อย ครจู ะนำมาใหน้ ักเรียนตดิ ตกแต่งชน้ั เรียนใหส้ วยงาม
ขนั้ สรปุ

1. ครูให้นักเรยี นวดั มุมสงิ่ ของต่าง ๆ ท่ีอยู่ภายในหอ้ งเรยี น พรอ้ มทงั้ รว่ มกนั ตรวจสอบความ
ถูกตอ้ งของคำตอบ เชน่ มุมของขอบหน้าต่าง มุมของกรอบรปู มมุ โตะ๊ เรียน เปน็ ต้น
8. สือ่ /แหลง่ การเรยี นรู้

8.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น
2) แบบฝกึ หดั
3) ใบงานที่ 6.3
4) ไม้โพรแทรกเตอร์ขนาดใหญ่
5) กระดาษสีรปู วงกลม กระดาษขนาด A4
6) ฟิวเจอรบ์ อรด์

7) สกอตเทปสสี ดใส

8.2 แหลง่ การเรียนรู้

- ห้องเรยี น

9. การวัดและประเมนิ ผล

9.1 การวดั ผล

วิธีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์

ตรวจแบบฝกึ หัด และใบงานที่ 6.3 แบบฝกึ หัด และใบงานที่ 6.3 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล ทำงานรายบุคคล

สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานรายกลมุ่ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลมุ่

9.2 การประเมนิ ผล

ระดบั คุณภาพ

ประเด็นการประเมิน 4 3 2 1

(ดมี าก) (ดี) (กำลังพฒั นา) (ต้องปรับปรุง)

1. เกณฑ์การประเมนิ ทำแบบฝกึ หดั ได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้

การทำแบบฝึกหัด อย่างถกู ต้องร้อย อยา่ งถกู ตอ้ ง อยา่ งถูกตอ้ ง อยา่ งถูกตอ้ งตำ่

ละ 90 ขนึ้ ไป รอ้ ยละ 80 - 89 รอ้ ยละ 60 - 79 กวา่ ร้อยละ 60

2. เกณฑก์ ารประเมิน ใช้รูป ภาษา ใชร้ ปู ภาษา ใชร้ ปู ภาษา ใชร้ ปู ภาษา
ความสามารถในการ และสญั ลกั ษณ์ และสญั ลกั ษณ์ และสญั ลกั ษณ์ และสญั ลกั ษณ์
สอ่ื สาร ส่อื ความหมาย ทางคณิตศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์ ในการสือ่ สาร ในการส่อื สาร ในการส่ือสาร ในการสือ่ สาร
สอื่ ความหมาย สื่อความหมาย สือ่ ความหมาย สื่อความหมาย
สรปุ ผล และ สรุปผลและ สรุปผล และ สรปุ ผล และ
นำเสนอได้อย่าง นำเสนอได้ นำเสนอได้ นำเสนอไมไ่ ด้
ถกู ตอ้ ง ชดั เจน ถูกตอ้ ง แต่ขาด ถกู ต้องบางสว่ น
รายละเอยี ดที่
สมบรู ณ์

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมิน 4321

3. เกณฑ์การประเมนิ (ดีมาก) (ด)ี (กำลังพฒั นา) (ตอ้ งปรับปรงุ )
ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา ทำความเข้าใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเข้าใจ

ปญั หา วเิ คราะห์ ปญั หา วเิ คราะห์ ปัญหา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มรี ่องรอยของ

แกป้ ญั หาและ แก้ปญั หาและ แกป้ ัญหาและ การวางแผน

เลอื กใชว้ ธิ กี ารท่ี เลือกใช้วิธีการท่ี เลอื กใช้วธิ กี ารได้ แก้ปัญหาแตไ่ ม่

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางสว่ น คำตอบ สำเร็จ

คำนึงถึงความ สมเหตุสมผลของ ทีไ่ ดย้ งั ไมม่ คี วาม

สมเหตุสมผลของ คำตอบยงั ไม่ดีพอ สมเหตุสมผล

คำตอบพรอ้ มทงั้ และตรวจสอบ และไมม่ กี าร

ตรวจสอบความ ความถกู ต้อง ตรวจสอบความ

ถกู ตอ้ งได้ ไม่ได้ ถูกต้อง

4. เกณฑก์ ารประเมิน มีความตงั้ ใจและ มีความตั้งใจและ มคี วามต้งั ใจและ มคี วามต้ังใจและ
รับผิดชอบต่อหนา้ ท่ที ่ี
ได้รบั มอบหมาย มคี วามมุง่ ม่ันใน มีความมุง่ มั่นใน มคี วามมงุ่ มั่นใน มคี วามมงุ่ มั่นใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแตไ่ ม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มคี วามรอบคอบ

ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเร็จ สง่ ผลใหง้ านไม่

เรียบร้อย เรียบร้อยส่วน เรยี บร้อยสว่ น ประสบผลสำเร็จ

ครบถ้วนสมบรู ณ์ ใหญ่ น้อย อย่างท่คี วร

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 77

สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ค14101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 รูปเรขาคณิต เวลา 1 ชัว่ โมง
เร่อื ง การวัดและการสรา้ งมมุ (4)

วนั ที่ 26 เดือน ตลุ าคม พ.ศ. 2563

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพืน้ ฐานเกย่ี วกบั การวดั วดั และคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวดั

และนาํ ไปใช้
2. ตวั ชวี้ ดั ช้ันปี

ค 2.1 ป.4/2 วดั และสรา้ งมุมโดยใชโ้ พรแทรกเตอร์
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3.1 ดา้ นความร้คู วามเข้าใจ (K)
1) นักเรียนสามารถอธบิ ายวิธกี ารวดั ขนาดของมมุ และวธิ กี ารสรา้ งมมุ โดยใชไ้ ม้โพรแทรกเตอรไ์ ด้
3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
1) นักเรียนสามารถวดั ขนาดของมุมท่ีกำหนดใหไ้ ด้ถกู ต้อง
2) นกั เรยี นสามารถสรา้ งมุมทมี่ ีขนาดตามทก่ี ำหนดให้โดยใช้ไม้โพรแทรกเตอรไ์ ด้ถกู ตอ้ ง
3) นักเรียนสามารถตระหนักถึงความสัมพนั ธ์ของขนาดของมมุ และชนิดของมมุ ทส่ี รา้ ง
3.3 ด้านคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) นักเรยี นสามารถรับผดิ ชอบต่อหน้าท่ที ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1) ความสามารถในการสอ่ื สาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
4) ความสามารถในการแก้ปญั หา
5. สาระสำคัญ
ขนาดของมุม เป็นชอ่ งว่างที่อย่รู ะหวา่ งแขนท้ังสองของมุม สว่ นหน่วยวดั ขนาดของมุม เรียกวา่
องศา เขียนแทนดว้ ย ° และไมโ้ พรแทรกเตอร์ คอื เครอื่ งมือทีใ่ ชว้ ัดขนาดของมุม และสร้างมุมเพ่ือใหม้ ุม
ทสี่ รา้ งมขี นาดตามทก่ี ำหนดได้

6. สาระการเรียนรู้
การวดั ขนาดของมุมโดยใชโ้ พรแทรกเตอร์
การสรา้ งมมุ เม่อื กำหนดขนาดของมมุ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น

1. ครกู ลา่ วทักทายนักเรยี น จากนน้ั ให้นกั เรยี นทบทวนความรู้เร่อื งชนิดของมุมท่ีได้เรียนมาแลว้
ข้นั สอน

1. ครูใหน้ ักเรยี นทำชนิ้ งานเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน โดยครูแจกฟิวเจอรบ์ อร์ดใหน้ กั เรียนกลุ่มละ
1 แผ่น และสกอตเทปสีสนั สดใสกลมุ่ ละ 1 ม้วน จากน้ันอธบิ ายให้นกั เรียนฟงั ว่า ใหน้ ักเรียนนำ
สกอตเทปมาคาดทบั กันใหเ้ กิดมุมตา่ ง ๆ อย่างนอ้ ย 12 มุม บนฟวิ เจอร์บอร์ด โดยแตล่ ะกลุ่มจะตอ้ ง
สร้างมมุ 50 องศา 100 องศา 150 องศา และ 200 องศาด้วย พรอ้ มทั้งใช้ไมโ้ พรแทรกเตอรว์ ดั มุมท่ี
เกิดขึน้ และเขียนให้เรยี บรอ้ ย ตวั อย่างดังภาพ

2. ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ประชมุ ปรึกษาการทำงานกนั จากน้นั ลงมอื ทำโดยครมู เี วลาให้
ทงั้ หมด 20 นาที

3. เมือ่ หมดเวลาครใู ห้นกั เรียนสลับกันตรวจ โดยกล่มุ ทเ่ี ป็นผตู้ รวจ จะตอ้ งเขยี นชอ่ื สมาชิกไว้
ด้านหลังฟิวเจอร์บอรด์ ใหเ้ รียบร้อยดว้ ย และในการตรวจสอบต้องใชไ้ ม้โพรแทรกเตอรว์ ดั มุมที่เพอื่ น
สรา้ งวา่ ถกู ตอ้ งหรือไม่ หากถูกตอ้ งใหท้ ำเคร่ืองหมายถูก หากไมถ่ กู ต้องให้ทำเคร่ืองหมายผิด พร้อมทั้ง
เขียนคำตอบทถ่ี กู ต้องให้เรียบร้อย โดยครใู ห้เวลาตรวจทัง้ หมด 20 นาที

4. ครสู ุ่มนกั เรียน 2-3 กล่มุ ขน้ึ อยกู่ ับเวลา ออกมานำเสนอผลงานหน้าชัน้ เรยี น
ขน้ั สรุป

1. ครูใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนทำใบงานท่ี 6.3 เร่ือง การวัดและการสรา้ งมุม หากนกั เรยี นคนใดทำ
ไมเ่ สร็จให้ทำเป็นการบา้ น และนำมาส่งในคาบถดั ไป พร้อมทั้งให้นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด ขอ้ 1-6 ใน
แบบฝกึ หัด คณติ ศาสตร์ ป.4 เลม่ 1 หน้า 106-111

2. ครใู หน้ ักเรียนดูสรปุ สาระสำคัญ ประจำหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 6 จากหนังสือเรยี น คณติ ศาสตร์

ป.4 เล่ม 1 หนา้ 138 เพอื่ ทบทวนความรู้ทั้งหนว่ ยอีกครั้ง

3. ครูให้นกั เรียนทกุ คนทำแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 6 เพอ่ื ตรวจสอบความรู้

ความเขา้ ใจของนกั เรียน

4. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละคตู่ อบคำถามทา้ ทายการคดิ ข้นั สูง ในหนังสือเรยี น คณิตศาสตร์ ป.4 เล่ม

1 หน้า 139 แลว้ ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยคำตอบ (แนวตอบ x = 67 องศา และ y = 10 องศา)

5. ครอู า่ นสถานการณจ์ ากกจิ กรรมเชอ่ื มโยงส่ชู ีวติ ประจำวนั ในหนังสอื เรยี น คณติ ศาสตร์ ป.4

เล่ม 1 หนา้ 111 แลว้ ใหน้ ักเรยี นตอบคำถาม (แนวตอบ เช่น มมุ ฉาก อย่ตู รงประตู หน้าต่าง)

8. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

8.1 สื่อการเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรยี น

2) แบบฝกึ หัด

3) ใบงานท่ี 6.3

4) ไม้โพรแทรกเตอรข์ นาดใหญ่

5) กระดาษสรี ูปวงกลม กระดาษขนาด A4

6) ฟวิ เจอรบ์ อรด์

7) สกอตเทปสีสดใส

8.2 แหล่งการเรยี นรู้

- ห้องเรยี น

9. การวัดและประเมนิ ผล

9.1 การวดั ผล

วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์

ตรวจแบบฝกึ หัด และใบงานที่ 6.3 แบบฝึกหดั และใบงานท่ี 6.3 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

สังเกตพฤติกรรมการทำงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล ทำงานรายบคุ คล

สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายกล่มุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ทำงานรายกลุ่ม

9.2 การประเมินผล

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมนิ 4 3 2 1

(ดีมาก) (ดี) (กำลังพัฒนา) (ตอ้ งปรับปรงุ )

1. เกณฑก์ ารประเมิน ทำแบบฝกึ หัดได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหัดได้

การทำแบบฝึกหดั อย่างถูกต้องร้อย อยา่ งถูกต้อง อยา่ งถูกตอ้ ง อย่างถกู ตอ้ งตำ่

ละ 90 ขึ้นไป ร้อยละ 80 - 89 รอ้ ยละ 60 - 79 กวา่ ร้อยละ 60

2. เกณฑ์การประเมิน ใช้รูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใชร้ ูป ภาษา ใช้รูป ภาษา
ความสามารถในการ และสัญลกั ษณ์ และสญั ลกั ษณ์ และสัญลักษณ์ และสัญลักษณ์
ส่อื สาร สือ่ ความหมาย ทางคณิตศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์ ทางคณติ ศาสตร์
ทางคณิตศาสตร์ ในการสือ่ สาร ในการสอ่ื สาร ในการสอื่ สาร ในการส่อื สาร
สอ่ื ความหมาย ส่ือความหมาย สอ่ื ความหมาย สื่อความหมาย
สรุปผล และ สรุปผลและ สรปุ ผล และ สรุปผล และ
นำเสนอได้อย่าง นำเสนอได้ นำเสนอได้ นำเสนอไม่ได้
ถูกต้อง ชัดเจน ถูกตอ้ ง แต่ขาด ถกู ต้องบางสว่ น
รายละเอยี ดที่
สมบรู ณ์

3. เกณฑก์ ารประเมิน ทำความเข้าใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเขา้ ใจ ทำความเข้าใจ
ความสามารถในการ
แกป้ ญั หา ปญั หา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์ ปญั หา วิเคราะห์ ปัญหา วเิ คราะห์

วางแผน วางแผน วางแผน มรี อ่ งรอยของ

แก้ปัญหาและ แกป้ ัญหาและ แกป้ ญั หาและ การวางแผน

เลือกใช้วิธีการท่ี เลือกใชว้ ธิ กี ารที่ เลือกใช้วิธีการได้ แกป้ ัญหาแต่ไม่

เหมาะสม โดย เหมาะสม ความ บางสว่ น คำตอบ สำเร็จ

คำนึงถึงความ สมเหตสุ มผลของ ทไี่ ดย้ งั ไมม่ คี วาม

สมเหตุสมผลของ คำตอบยงั ไมด่ พี อ สมเหตุสมผล

คำตอบพรอ้ มท้งั และตรวจสอบ และไม่มีการ

ตรวจสอบความ ความถูกตอ้ ง ตรวจสอบความ

ถกู ต้องได้ ไม่ได้ ถูกต้อง

ระดบั คุณภาพ

ประเดน็ การประเมนิ 4321

4. เกณฑก์ ารประเมนิ (ดีมาก) (ดี) (กำลังพฒั นา) (ต้องปรบั ปรงุ )
รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ทที่ ่ี
ได้รับมอบหมาย มคี วามตงั้ ใจและ มคี วามต้งั ใจและ มคี วามตงั้ ใจและ มีความต้ังใจและ

มคี วามมุ่งม่นั ใน มคี วามม่งุ มั่นใน มคี วามมุ่งมั่นใน มคี วามมงุ่ มน่ั ใน

การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานอยา่ ง การทำงานแต่ไม่

รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน รอบคอบ จนงาน มีความรอบคอบ

ประสบผลสำเรจ็ ประสบผลสำเร็จ ประสบผลสำเรจ็ ส่งผลใหง้ านไม่

เรียบร้อย เรยี บร้อยส่วน เรียบร้อยส่วน ประสบผลสำเรจ็

ครบถว้ นสมบรู ณ์ ใหญ่ นอ้ ย อย่างทค่ี วร


Click to View FlipBook Version