คู่มืคู่อมืการเพาะเลี้ยลี้งFisheriesDepartment of____________________กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
1. นางอาภรณ์ เทพพานิช ผู้อำผู้ อำนวยการศูนศูย์วิย์ วิจัยและพัฒพันาการเพาะเลี้ยงสัตสัว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์2. นายศุภกานต์ ชัยโชติรานันท์ นักวิชาการประมงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์3. นางสาวสุนิตา เลี่ยมใหม่ นักวิชาการประมงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์4. นางสาวกาญจนา อภินันท์อวยพร นักวิชาการประมงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์5. นางสาววาสนา พรมราช เจ้าพนักงานประมงศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์สนับสนุนข้อมูลการเพาะเลี้ยงหอยตะโกรมกรามขาวกลุ่มลุ่วิจัยเทคโนโลยีกยีารเพาะเลี้ยลี้งสัตสัว์น้ำ ชายฝั่งฝั่กองวิจัยและพัฒพันาการเพาะเลี้ยลี้งสัตสัว์น้ำ ชายฝั่งฝั่กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกษตรกลาง เขตจตุจัตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900โทรศัพท์ 085 901 0939 , 02 562 0588โทรสาร 02 561 0786ที่ปที่รึกรึษาผู้เผู้รียรีบเรียรีงขอบคุณคุ1. นางสุทสุธินีธิ นีลิ้มลิ้ธรรมมหิศหิร ผู้อำผู้อำนวยการกองวิจัวิจัยและพัฒพันาการเพาะเลี้ยลี้งสัตสัว์น้ำว์ น้ำชายฝั่งฝั่2. นายพุทธ ส่องแสงจินดา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ได้รับมอบหมายจากกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่ง กรมประมง ให้ดำ เนินกิจกรรมการบูรณาการสัตว์น้ำ ชายฝั่งชนิดหอยตะโกรมกรามขาว โดยบูรณาการด้านการเพาะพันธุ์การอนุบนุาลในโรงเพาะฟักฟัการอนุบนุาลในบ่อบ่ดินดิและการเลี้ยลี้งในบ่อบ่ดินดิร่วร่มกับกั 3 หน่วน่ยงานคือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งสุราษฎร์ธานี ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยลี้งสัตสัว์น้ำว์ น้ำชายฝั่งฝั่พังพังา และศูนศูย์วิย์จัวิยจัและพัฒพันาการเพาะเลี้ยลี้งสัตสัว์น้ำว์ น้ำชายฝั่งฝั่จันจัทบุรีบุรีโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคนิคการผลิตลูกพันธุ์หอยตะโกรมกรามขาวให้ได้ในปริมาณมาก สามารถนำ ไปส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงต่อในบ่อดินหรือในทะเลจนถึงขนาดที่ตลาดต้องการ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้เพื่อนำ ไปถ่ายทอดให้กับบุคลากรของกรมประมงและเกษตรกรที่สนใจสำ หรับนำ ไปพัฒนากระบวนการผลิตลูกพันธุ์หอยตะโกรมกรามขาวเพื่อรองรับความต้องการลูกพันธุ์หธุ์อยตะโกรมกรามขาวในอนาคตต่อไปคู่มือมืการเพาะเลี้ยงหอยตะโกรมกรามขาวฉบับนี้ จัดทำ ขึ้นขึ้เพื่อเป็นป็ข้อข้มูลมูและแนวทางในการเพาะพันธุ์ การอนุบนุาลลูกลูหอยในโรงเพาะฟักฟัและบ่อบ่ดินดิและการเลี้ยลี้งในบ่อบ่ดินดิรวมถึงถึเทคนิคการผลิตแพลงก์ตอนพืชที่เป็นอาหารมีชีวิตสำ หรับใช้ในการอนุบาลหอยสองฝาในโรงเพาะฟัก เพื่อใช้สำ หรับเป็นแนวทางในการนำ ไปใช้ประโยชน์ต่อไปคำ นำศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พฤษภาคม 2565____________FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย
สารบัญบั________________ หน้าFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทยบทนำ 1ชีวชีวิทยาของหอยตะโกรมกรามขาว 3การจัดลำ ดับทางอนุกรมวิธาน 3ลักษณะทั่วไป 4วงจรชีวิต 5การเพาะพันธุ์และการอนุบาลหอยตะโกรมกรามขาวในระบบโรงเพาะฟัก 9การเตรียมพ่อแม่พันธุ์ 9การเตรียมระบบน้ำ หมุนเวียนกึ่งปิด 9การเหนี่ยวนำ เพื่อกระตุ้นการปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ 10เทคนิคการผสมไข่แข่ละสเปิร์มของหอยตะโกรมกรามขาว 11วิธีกธีารนับจำ นวนไข่ 12การอนุบาลลูกลูหอยตะโกรมกรามขาววัยอ่อน 13การอนุบาลลูกลูหอยระยะว่ายน้ำ 13การอนุบาลลูกลูหอยระยะลงเกาะ 15การอนุบนุาลลูกลูหอยขนาด 600 ไมครอน ถึงขนาด 2 - 3 มิลมิลิเมตร 19การอนุบาลลูกหอยขนาด 2 - 5 มิลลิเมตร 21การอนุบาลลูกหอยตะโกรมกรามขาวในบ่อบ่ดิน 24การอนุบาลลูกหอยขนาดความยาวเปลือก 2 - 5 มิลลิเมตร 24การอนุบาลลูกหอยขนาดความยาวเปลือก 0.5 - 5.0 เซนติเมตร 30การเลี้ยลี้งหอยตะโกรมกรามขาวในบ่อบ่ดิน 34การจัดการ และการดูแลระหว่างการอนุบาลและการเลี้ยง 37การเพาะเลี้ยลี้งแพลงก์ตอนพืช 42เอกสารอ้างอิง 52
บทนำหอยนางรมจัดเป็นป็หอยสองฝาที่มีคมีวามสำ คัญทางเศรษฐกิจ ชนิดนิของหอยนางรมที่พบตามธรรมชาติในประเทศไทยมีอยู่ 15 ชนิด แต่ชนิดที่นิยมเลี้ยงและมีความสำ คัญทางเศรษฐกิจ แบ่งบ่ออกเป็นป็ 3 ชนิดนิคือ หอยนางรมปากจีบ (Saccostrea cucullata) ซึ่งซึ่เป็นป็หอยนางรมพันธุ์เธุ์ล็ก และหอยนางรมพันธุ์ใธุ์หญ่หญ่รือรืที่เรียรีกว่าหอยตะโกรม ซึ่งซึ่มี 2 ชนิดนิคือหอยตะโกรมกรามดำ (Crassostrea lugubris Sowerby , 1871) และหอยตะโกรมกรามขาว(Crassostrea belcheri Sowerby , 1871) การเลี้ยงหอยนางรมในประเทศไทยมีประวัติการเลี้ยงมายาวนาน โดยเชื่อว่าชาวจีนที่อพยพถิ่นฐานเข้ามาในประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มเลี้ยงหอยนางรมเป็นครั้งแรกที่อำ เภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2485 จากนั้นขยายมายังแถบจังหวัดชลบุรีและระยอง วิธีการเลี้ยงหอยนางรมในสมัยนั้นจะใช้วิธีวางก้อนหินลงบนพื้นทะเลในเขตน้ำ ตื้น เมื่อลูกหอยลงเกาะแล้ว จะเลี้ยงต่อไปจนถึงขนาดที่ต้องการสำ หรับรั ในภาคใต้เริ่มริ่เลี้ยลี้งที่บริเริวณปากแม่น้ำม่ น้ำท่าท่ทอง อำ เภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุรสุาษฎร์ธร์านีการส่งเสริมการเลี้ยงเริ่มต้นประมาณปี พ.ศ. 2503 ซึ่งหอยนางรมพันธุ์เล็กหรือหอยนางรมปากจีบ นิยมเลี้ยงกันมากทางภาคตะวันออก ส่วนหอยนางรมพันธุ์ใหญ่หรือที่เรียกว่าหอยตะโกรม นิยมเลี้ยงกันมากทางภาคใต้ โดยเฉพาะอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานีหอยตะโกรมกรามขาวเป็นหอยนางรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะมีราคาแพงและมีคมีวามต้อต้งการสูงสู (สถาบันวิจัวิยจัทรัพรัยากรทางน้ำ , 2546) โดยเป็นป็อาหารทะเลที่มีที่รมีสชาติดีติ ดีมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและเป็นที่นิยมบริโภค การเลี้ยงหอยตะโกรมกรามขาวกลายเป็นอาชีพชีที่สร้าร้งรายได้ให้แห้ก่เกษตรกรผู้เผู้ลี้ยงสัตสัว์น้ำ ของจังหวัดสุรสุาษฎร์ธร์านีแนีละจังหวัดใกล้เคียงซึ่งเป็นสัตว์น้ำ ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จนกลายเป็นคำ ขวัญประจำ จังหวัดและมีกมีารขนานนามว่าว่ “เมือมืงหอยใหญ่”ญ่ โดยเลี้ยลี้งกันกัมากในอ่าอ่วบ้านดอน จังจัหวัดวัสุรสุาษฎร์ธร์านีเนื่องจากในบริเวณนี้มีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เอื้อต่อการดำ รงชีวิตของหอยชนิดนี้( Crassostrea belcheri Sowerby , 1871 )Fisheries 1Department ofl กรมประมงประเทศไทย1หหออยยตตะะโโกกรรมมกกรราามมขขาาวว
FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย2อีกอีทั้งทั้มีอมีาหารธรรมชาติอุติดอุมสมบูรบูณ์ และลักลัษณะการขึ้นขึ้ลงของน้ำ ทะเลไม่เม่ ปลี่ยลี่นแปลงมากนักนัโดยลักษณะทางภูมิประเทศของอ่าวบ้านดอนเป็นที่บรรจบของแม่น้ำ ซึ่งน้ำ จืดมาผสมกับน้ำ ทะเล ทำ ให้ระดับความเค็มของน้ำ ทะเลบริเวณนี้อยู่ในภาวะสมดุล ทำ ให้คุณภาพของน้ำ ทะเลในอ่าวบ้านดอนมีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของหอยสำ หรับรัการเพาะพันธุ์หธุ์อยนางรมในประเทศไทยเริ่มริ่ประมาณปี พ.ศ. 2527 กรมประมงได้มด้อบหมายให้สห้ถานีปนีระมงน้ำ กร่อร่ยจังหวัดวัประจวบคีรีคีขัรีนขัธ์ (ปัจปัจุบันคือคืศูนศูย์วิย์จัวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์) รับผิดชอบโครงการการเพิ่มผลผลิตทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งโดยเน้นที่หอยสองฝา ซึ่งมีความสำ คัญทางเศรษฐกิจ รวมทั้งมีการสร้าร้งโรงเพาะฟักหอยทะเลเต็มต็รูปแบบเป็นป็แห่งห่แรกของประเทศไทย โดยมีเมีป้าป้หมายในการผลิตลิลูกลูพันพัธุ์หธุ์อยทะเลเพื่อส่งส่ ให้กัห้ กับเกษตรกรผู้ปผู้ ระกอบอาชีพชีเลี้ยงหอยทะเล ซึ่งซึ่ในปี พ.ศ. 2530ประสบความสำ เร็จในการเพาะพันธุ์หอยนางรมในสกุล Crassostrea และหลังจากนั้นศูนศูย์วิย์จัวิยจัและพัฒนาการเพาะเลี้ยลี้งสัตสัว์น้ำว์ น้ำชายฝั่งฝั่ประจวบคีรีคีขัรีนขัธ์ไธ์ด้พัด้ฒพันาเทคนิคนิการเพาะพันพัธุ์หอยตะโกรมกรามขาวในโรงเพาะฟักฟัอย่าย่งต่อต่เนื่อนื่ง จนทำ ให้ปัห้จปัจุบัจุนศูนศูย์ ฯ สามารถดำ เนินนิการเพาะพันธุ์และอนุบาลลูกหอยตะโกรมกรามขาว ตั้งแต่ระยะวัยอ่อนจนถึงขนาดตัวเต็มวัยซึ่งซึ่เกษตรกรสามารถนำ ไปเลี้ยลี้งต่อต่ ในบ่อบ่ดินดิหรือรื ในทะเลได้ นอกจากนี้ศูนี้นศูย์ ฯ ได้พัด้ฒพันาเทคนิคนิการอนุบาลและการเลี้ยงหอยตะโกรมกรามขาวในบ่อดิน ซึ่งคุณภาพของเนื้อหอยมีความใกล้เคียงกับหอยในธรรมชาติ โดยศูนย์ ฯ ได้ร่วมบูรณาการในการพัฒนาการเพาะพันธุ์การอนุบาล และการเลี้ยงหอยตะโกรมกรามขาวร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตสัว์น้ำว์ น้ำชายฝั่งฝั่สุรสุาษฎร์ธร์านี ศูนศูย์วิย์จัวิยจัและพัฒนาการเพาะเลี้ยลี้งสัตสัว์น้ำว์ น้ำชายฝั่งฝั่พังพังา และศูนศูย์วิย์จัวิยจัและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งจันทบุรี เพื่อเป็นองค์ความรู้ในการนำ ไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรนำ ไปใช้ประโยชน์ต่อไป
FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย31. การจัดลำ ดับทางอนุกรมวิธานPhylum MolluscaClass BivalviaSubclass ProtobranschiaOrder OstreoidaFamily OstreidaeGenus CrassostreaSpecies belcheri
เปลือกด้านล่างรอยกล้ามเนื้อยึดยึเปลือก(Adductor muscle): เป็นหอยสองฝาที่เปลือกทั้งสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ฝาเปลือกด้านล่างเป็นด้านที่หอยใช้ยึดติดกับวัสดุและมีขนาดใหญ่ ในขณะที่เปลือกด้านบนมีขนาดเล็กกว่า และมีลักษณะค่อนข้างแบนราบ เปลือกทั้งสองข้างยึดติดกันด้วยบานพับ (Hinge)มีเอ็นสีน้ำ ตาลทำ หน้าที่คล้ายสปริงดันฝาเปลือกให้เปิดออก มีกล้ามเนื้อยึดเปลือก 1 มัด(Adductor muscle) ยึดฝาทั้งสองไว้ด้วยกันและทำ หน้าที่ดึงให้ฝาเปลือกปิด ลักษณะของหอยนางรมโดยทั่วไปมีรูปร่างไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่อาศัย เช่น หากอาศัยอยู่บนวัสดุที่มั่นคง มีพื้นที่กว้าง เปลือกจะแผ่ขยายไปตามพื้นผิววัสดุ ทำ ให้ตัวแบนไม่เป็นรูปถ้วย หากอาศัยอยู่บยู่นวัสดุแบบเบียดกันอย่าย่งหนาแน่น เปลือกจะมีรูปร่าร่งบิดงอเปลือกเปลือกด้านบนบานพับพั(Hinge)2. ลักษณะทั่วไปFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย4
เมื่อมื่หอยเข้าข้สู่รสู่ะยะสมบูรณ์เณ์พศ ปัจปัจัยทางสิ่งสิ่แวดล้อมจะเป็นป็ตัวกระตุ้นตุ้ให้หห้อยปล่อยเซลล์สืล์บสื พันธุ์อธุ์อกมาผสมกันกัภายนอก เช่นช่การเปลี่ยลี่นแปลงของอุณอุหภูมิภูน้ำมิ น้ำความเค็มค็ระดับดัความลึกของน้ำ หรือสารเคมีบางชนิด เป็นต้น เมื่อไข่กับน้ำ เชื้อผสมกันจะเกิดกระบวนการแบ่งเซลล์และพัฒนาเป็นลูกหอยวัยอ่อน ดำ รงชีวิตเป็นแพลงก์ตอนล่องลอยในทะเล และมีการพัฒนาจนกระทั่งถึงวัยลงสู่พื้นหรือเกาะวัสดุเพื่อเจริญเติบโตต่อไป วงจรชีวิตของหอยตะโกรมกรามขาวสามารถแบ่งบ่ ได้เป็น 6 ระยะ ดังต่อไปนี้1. ระยะ D - shape veliger มีกมีารสร้าร้งเปลือลืกหุ้มหุ้ ประกบติดติกันกัรูปร่าร่งคล้าล้ยตัวตัดี (D)มีขนเล็ก ๆ ช่วช่ยในการว่ายน้ำ ใช้ระยะเวลา 5 วัน จึงพัฒนาเข้าสู่รสู่ะยะ Umbo stage2. ระยะ Umbo stage เริ่มริ่มีกมีารสร้าร้งก้นก้หอยเกิดกิขึ้นขึ้บนเปลือลืกด้าด้นซ้าซ้ย อวัยวัวะต่าต่ง ๆเริ่มริ่เห็นห็ชัดชัขึ้นขึ้มีวีมีลัวีมลั (Velum) ที่เที่ห็นห็เด่นด่ชัดชัและมีขมีนเล็กล็ๆ เรียรีกว่าว่ซิเซิลียลี (Cilia) เรียรีงตัวตัเป็นป็วงกลม ส่วนของวงแหวนที่รองรับซิเลียจะพัฒนา ส่วนที่เป็นร่องรับอาหารจะเชื่อมติดกับส่วส่นปาก การยืดยืหดของวีลัมจะถูกถูควบคุมคุโดยกล้ามเนื้อนื้ที่เรียรีกว่า Retractor muscles วีลัมทำ หน้าที่ว่ายน้ำ จับอาหาร และแลกเปลี่ยนออกซิเจน มีระบบทางเดินอาหารที่สมบูรณ์ประกอบด้วยปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำ ไส้สามารถสังเกตได้ง่ายเมื่อมื่มีกมีารยืดหดตัว มีการพัฒนาของกล้ามเนื้อเปิด - ปิดส่วนหน้าและกล้ามเนื้อเปิด - ปิดส่วนหลัง: เนื้อหอยมีลักษณะเป็นริ้ว แผ่ขยายออกไปถึงช่องปาก มีเหงือก2 คู่ ทำ หน้าที่เป็นกลไกในการกรองอาหารพร้อมทั้งทำ หน้าที่หายใจและช่วยในการขับถ่ายของเสียสีออกจากร่าร่งกาย การกินอาหารของหอยตะโกรมกรามขาวจะกรองน้ำ ผ่าผ่นช่อช่งเหงือกซึ่งกระบวนการกรองจะเป็นไปด้วยดีและมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อปริมาณน้ำ ไหลเข้าสู่ลำ ตัวมากพอ หอยที่เที่ลี้ยลี้งในน้ำ ตลอดเวลาจะมีกมีารเจริญริเติบติ โตเร็วร็กว่าว่หอยที่อที่ยู่ใยู่นระดับดัน้ำ ขึ้นขึ้ - น้ำ ลงซึ่งมีการสัมผัสกับอากาศเป็นบางเวลา: เป็นแบบแยกเพศ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงเพศได้เมื่อเข้าสู่สภาวะใดสภาวะหนึ่งนึ่การจำ แนกเพศจากลักลัษณะภายนอกไม่สม่ามารถทำ ได้ ซึ่งซึ่การจำ แนกเพศจะต้องเปิดเปลือกหอยออก และนำ เนื้อเยื่อจากอวัยวะสร้างเซลล์สืบพันธุ์มาส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ในขณะที่หอยมีความสมบูรณ์เพศเนื้อหอยการสืบสืพันพัธุ์3. วงจรชีวิตFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทยFisheries 5Department ofl กรมประมงประเทศไทย5
เปลือกมีขนาดใหญ่ขึ้ญ่ขึ้น ใช้ระยะเวลา 10 - 13 วัน จึงพัฒนาเข้าสู่รสู่ะยะ Eye larvae stage3. ระยะ Eye larvae stage ก้นหอยบนเปลือกนูนนูขยายขึ้นขึ้เห็นห็ ได้ชัดชัเจน มีจุมีจุดดำเกิดขึ้นบนเปลือกให้เห็น ส่วนของเท้าจะพัฒนาขึ้นให้เห็นชัดเจน แต่ยังไม่ยืดยาวออกมานอกเปลือกหอย ใช้ระยะเวลา 3 - 5 วัน จึงพัฒนาเข้าสู่รสู่ะยะ Pedi - veliger stage4. ระยะ Pedi - veliger stage ระยะนี้เป็นช่วงวิกฤติของลูกหอย เนื่องจากเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงจากระยะว่ายน้ำ ไปเป็นระยะลงสู่พื้น โดยลูกหอยจะมีพฤติกรรมว่ายน้ำ เข้าใกล้วัสดุที่ต้องการเกาะ ส่วนของเท้าจะยืดยาวขึ้นเพื่อยึดเกาะกับวัสดุ ช่วงการเมตามอร์โร์ฟซิสซิ (Metamorphosis) อวัยวัวะภายในมีกมีารเปลี่ยลี่นแปลงตำ แหน่งน่ ในทิศทิทางทวนเข็มข็นาฬิกา อวัยวะบางส่วส่นมีกมีารลดรูปและหดหายไป ได้แก่ ร่อร่งรับรัอาหารที่อยู่ตยู่รงฐานของวีลัมลัจะพัฒนาไปเป็นส่วนของอวัยวะคัดแยกอาหาร ส่วนของซิเลียที่ปที่รากฏอยู่บยู่นวีลัวีมลัจะลดรูปเข้าข้ไปอยู่ใยู่นช่อช่งแมนเทิลทิ (Mantle)กล้ามเนื้อเปิด - ปิดส่วนหน้าจะลดรูป และกล้ามเนื้อเปิด - ปิดส่วนหลังจะขยายใหญ่ขึ้น เรียกว่ากล้ามเนื้อเปิด - ปิดเปลือกจุดจุตาจะหายไป ในขณะเดียดีวกันกัก็มีก็อมีวัยวัวะส่วส่นอื่นอื่เกิดกิขึ้นขึ้ ได้แด้ก่เหงือก และปาก จากที่เคยอยู่ตำ แหน่งด้านท้องตรงส่วนท้ายของลำ ตัว จะหมุนทวนย้อนไปตำ แหน่งแนวด้านหลัง ส่วส่นหน้ากระเพาะอาหารมีลักษณะเป็นรูประฆังคว่ำ ยึดติดกับถุงน้ำ ย่อยที่มีรูปร่างกลม มีการพัฒนาของเนื้อเยื่อที่เป็นส่วนของหัวใจ เกิดขึ้นอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อเปิด - ปิดเปลือก และอวัยวะที่เป็นป็องค์ประกอบของระบบทางเดินอาหารมีกมีารพัฒพันาของส่วส่นปมประสาทเกิดกิขึ้นขึ้ ใช้รช้ะยะเวลา 30 - 45 วัน จึงพัฒนาเข้าสู่รสู่ะยะ Spat5. ระยะ Spat หลังจากลูกหอยลงเกาะ และกระบวนการเมตามอร์โฟซิสเกิดขึ้นสมบูรณ์แล้ว ลูกหอยจะพัฒนาเข้าสู่ระยะวัยรุ่นตอนต้น ตำ แหน่งของอวัยวะต่าง ๆ จะอยู่ตำ แหน่งเดียวกับหอยที่โตเต็มวัย แต่มีรูปร่างและโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน อย่างไรก็ตามลูกหอยจะมีพัฒนาการทางสรีระอย่างต่อเนื่อง อวัยวะคัดแยกอาหาร ปากและหลอดอาหารในช่วช่งของการเมตามอร์โร์ฟซิสซิยังยัพัฒพันาไม่สม่มบูรณ์ ทำ ให้ส่ห้วส่นปากเปิดปิสู่หสู่ลอดอาหารโดยตรงแต่เมื่อลูกหอยพัฒนาเข้าสู่ระยะนี้ ส่วนฐานของวีลัมที่เคยเปลี่ยนไปเป็นร่องรับอาหารและล้อมรอบไปด้วยซีเซีลีย จะเปลี่ยนรูปไปเป็นลาเบียบีล พาลพ์ (Labial palp) ทำ หน้าที่คัดแยกอาหารสมบูรณ์ กระเพาะอาหารเริ่มแรกมีรูปร่างคล้ายระฆังคว่ำ เชื่อมติดกับหลอดอาหารและเริ่มมีการพัฒนาเป็นห้องคล้ายหอยโตเต็มวัยแต่ยังไม่สมบูรณ์ ต่อมย่อยอาหารมีการFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย6
พัฒนาของระบบท่อต่าง ๆ ที่เป็นป็องค์ประกอบของต่อมย่อย่ยอาหารและมีคมีวามซับซัซ้อซ้นมากขึ้นขึ้ลำ ไส้ใส้หญ่แญ่ละทวารหนักนัจะมีกมีารพัฒพันา เริ่มริ่จากลักลัษณะเป็นป็ร่อร่งที่เชื่อชื่มติดระหว่างถุงถุน้ำ ย่อย่ยและกระเพาะอาหาร ในช่วงแรกของการพัฒนาจะมีรูปร่างกลม แต่เมื่อลำ ไส้มีการพัฒนาที่สมบูรณ์แล้ว จะขยายขึ้นพาดผ่านด้านหลังของกล้ามเนื้อเปิด - ปิดเปลือก ส่วนท้ายจะติดกับกัลำ ไส้ใส้หญ่แญ่ละตรงปลายสุดสุจะมีกมีารพัฒพันาเป็นป็ช่วช่งเปิดปิของทวารหนักนัระบบหมุนมุเวียวีนเลือลืดเหงือก และระบบขับถ่ายของเสียเริ่มมีการพัฒนา ส่วนของหัวใจ เส้นเลือด ระบบขับถ่ายและเหงือกมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซี่เหงือกแต่ละอันจะมีซี่กรองสามารถมองเห็นได้ชัดระบบประสาทมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เส้นประสาทและปมประสาทเกิดขึ้นตรงส่วนหน้าของกล้ามเนื้อนื้เปิดปิ - ปิดปิเปลือก ส่วส่นของปมประสาทที่ทำ หน้าน้ที่คล้ายสมอง จะมองเห็นห็ ไม่ชัม่ดชัแมนเทิลมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกฟักจนกระทั่งลูกหอยโตเต็มวัย ขอบนอกของแมนเทิลมีกมีารพัฒนา ส่วส่นของเทนตาเคิล (Tentacle) เป็นป็รยางค์ทำ หน้าน้ที่รับรัความรู้สึรู้กสึซึ่งซึ่การพัฒนาของลูกลูหอยจะเริ่มริ่คงที่เที่มื่อมื่มีขมีนาดความยาวเปลือลืก 1 - 2 เซนติเติมตร หลังลัจากนั้นนั้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับหอยที่โตเต็มวัย6. ระยะตัวเต็มวัย Adult เป็นระยะที่หอยพัฒนาอวัยวะได้สมบูรณ์แล้ว ลักษณะที่สำที่สำคัญคัคือคืเปลือลืกของหอยเป็นป็หินหิปูนปูเรียรีงตัวตั 3 ชั้นชั้มี 2 ฝาขนาดไม่เม่ท่าท่กันกัเปลือลืกขนาดใหญ่จะอยู่ด้านล่าง มีลักษณะเป็นรูปถ้วยและเป็นด้านที่ยึดเกาะกับวัสดุ เปลือกด้านบนมีขนาดเล็กกว่า และจะมีลักษณะค่อนข้างแบน แมนเทิลปกคลุมส่วนของลำ ตัวในแต่ละข้าง กล้ามเนื้อเปิด - ปิดเปลือกอยู่บนลำ ตัวบริเวณประมาณ 2 ใน 3 นับจากส่วนของอัมโบ กล้ามเนื้อส่วนนี้ทำหน้าที่ยึดเปลือกทั้งสองข้างให้ติดกัน โดยจะทำ งานตรงข้ามกับเอ็นยึดยึเปลือก กล่าวคือ เมื่อมื่กล้ามเนื้อนื้เปิดปิ - ปิดปิเปลือกยืดยืตัว ส่วส่นของเอ็นยึดยึเปลือกก็จะหดตัว เปลือกก็จะเปิดปิ ในทางตรงข้าข้ม เมื่อมื่กล้ามเนื้อเปิด - ปิดเปลือกหดตัว เอ็นยึดเปลือกยืดออก เปลือกจะปิดลง เหงือกมีลักษณะเป็นแผงรยางค์ 4 ชั้น ซึ่งปกคลุมไปด้วยขนละเอียดเรียกว่าซิเลียทำ หน้าที่โบกพัดให้เกิดกระแสน้ำ ไหลผ่านช่องว่างในส่วนของด้านล่างของเปลือก อาหารจะถูกถูกรองโดยเหงือกและส่งส่ผ่าผ่นไปที่ลาเบียล พาลพ์ ซึ่งซึ่ทำ หน้าน้ที่คัดแยกอนุภนุาคของอาหารอาหารที่มีขนาดเล็กจะส่งผ่านเข้าปาก ส่วนขนาดที่ไม่เหมาะสมก็จะถูกขับออกสู่ด้านนอกกลายเป็นอุจจาระเทียม อาหารที่ผ่านเข้าปากจะเข้าสู่หลอดอาหารและกระเพาะอาหารเพื่อบดและย่อยอาหาร จากนั้นเคลื่อนตัวไปลำ ไส้ซึ่งจะดูดซึมสารอาหารไปใช้ประโยชน์FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย7
ขณะเดียวกันกากอาหารจากลำ ไส้จะอัดแน่น แข็ง มีลักษณะเป็นเส้น จะถูกขับออกทางทวารหนักนัหัวหัใจมี 2 ห้อห้ง เลือดที่ได้รับรัการแลกเปลี่ยนออกซิเซิจนจากเหงือกจะส่งส่เข้าข้สู่หัสู่วหัใจในส่วนของห้องเวนตริเคิล ก่อนส่งผ่านไปยังเส้นเลือดอาร์เตอรีและไปส่วนต่าง ๆ ของลำ ตัวทางหลอดเลือดขนาดเล็ก ส่วนเลือดที่มีการปล่อยออกซิเจนแล้วจากส่วนต่าง ๆ จะไหลผ่านเส้นส้เลือดดำ กลับเข้าข้สู่หัสู่วหัใจในส่วส่นของออริเริคิล ก่อก่นส่งส่ต่อไปยังยัเหงือกและไต ของเสียสีจากไตจะถูกปล่อยออกตรงทางน้ำ ออก ระบบประสาทเป็นระบบง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน หอยวัยอ่อนจะมีระบบที่ซับซ้อนมากกว่าระยะหลังการลงเกาะ ระยะตัวอ่อนมีระบบประสาท 3 คู่ ส่วส่นตัวเต็มวัยจะมี 2 คู่ อยู่ใกล้กับส่วนของปากและด้านล่างของกล้ามเนื้อเปิด - ปิดเปลือกมีเส้นใยประสาทขนาดเล็กจากอวัยวะในส่วนต่าง ๆ มาเชื่อมติดกับส่วนของปมประสาทขนาดเล็กจากอวัยวะในส่วนต่าง ๆ ระบบสืบพันธุ์เป็นแบบแยกเพศ เพศเมียจะมีรังไข่ทำ หน้าน้ที่สที่ร้าร้งไข่ ในเพศผู้จผู้ ะมีเมีซลล์คล์ล้าล้ยอัณอัฑะทำ หน้าน้ที่สที่ร้าร้งสเปิร์ปิมร์ ไข่แข่ละสเปิร์ปิมร์ถูกถูปล่อล่ยออกสู่ภสู่ายนอกทางช่อช่งเปิดปิออกของเซลล์สืบสืพันพัธุ์ ซึ่งซึ่อยู่ใยู่กล้ทางน้ำ ออกเหนือนืส่วส่นของเหงือกใช้ระยะเวลา 1 - 1.5 ปี จึงสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ไธุ์ด้FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย816-18 ชม.5 วันUmbo stage10-13วัน3-5 วันEye larvae stage30-45 วันPedi-veliger stagesize ~250 µSpatsize ~4-5 mm.1-1.5ปีBroodstocksize ~10-12 cm.Fertilization eggssize ~45-50 µD-shaped veligersize ~65-80 µวงจรชีวิชีวิตของหอยตะโกรมกรามขาว (Crassostrea belcheri sowerby , 1871)
การเพาะพันธุ์และการอนุบาลหอยตะโกรมกรามขาวในระบบโรงเพาะฟัก1. การเตรียมพ่อแม่พันธุ์2. การเตรียมระบบน้ำ หมุนเวียนกึ่งปิดFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย9การดำ เนินการเพาะพันธุ์ในโรงเพาะฟักมีหลายขั้นตอน ซึ่งใช้ระยะเวลาเพาะพันธ์ุและอนุบาลประมาณ 45 - 50 วัน จากนั้นจึงนำ ไปอนุบาลต่อในระบบอื่น ๆ ต่อไปคัดคัเลือลืกพ่อพ่แม่พั ม่นธุ์หธุ์อยตะโกรมกรามขาวขนาดความยาวเปลือลืก 10 - 12 เซนติเติมตรโดยการรวบรวมจากธรรมชาติหรือจากการเลี้ยงในบ่อดินจำ นวน 20 - 30 ตัว นำ มาขัดล้างทำ ความสะอาดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ก่อนที่จะนำ มาปรับสภาพในระบบน้ำ หมุนเวียนแบบกึ่งปิดเป็นป็ระยะเวลา 15 วันวั โดยใช้น้ำช้ น้ำทะเลที่มีที่คมีวามเค็มค็ 25 ppt. และให้อห้าหารเป็นป็แพลงก์ตก์อนพืชได้แก่ Isochrysis galbana Chaetoceros spp. Thalassiosira pseudonana และTetraselmis suecica จำ นวน 85,000 - 100,000 เซลล์/มิลลิลิตร/มื้อ จำ นวน 2 มื้อ(เช้า - เย็น)ประกอบด้วด้ย ถังถัเลี้ยลี้งพ่อพ่แม่พั ม่นธุ์และถังอาหาร โดยใช้ปั๊มสูบน้ำ จากถังอาหารไหลเข้าถังเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์จากนั้นน้ำ จากถังเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์จะไหลวนกลับเข้าถังอาหาร มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ 100% ทุกวัน เติมแพลงก์ตอนพืชและน้ำ ให้เต็มระบบเช่นเดิมแผนผังผัระบบการขุนเลี้ยลี้งพ่อพ่แม่พัม่นพัธุ์ถังเลี้ยลี้งพ่อพ่แม่พัม่นพัธุ์ถังอาหาร
หลังจากปรับสภาพพ่อแม่พันธุ์เป็นระยะเวลาประมาณ 15 วัน ให้นำ พ่อแม่พันธุ์มาทำ ความสะอาด จากนั้นนำ ไปแช่คลอรีนความเข้มข้น 10 ppm. เป็นเวลา 10 นาทีเพื่อพื่ทำ ความสะอาดและฆ่าฆ่ ปรสิตสิที่เที่ปลือลืกหอยอีกอีครั้งรั้นำ หอยที่ทำที่ทำความสะอาดแล้วล้มากระตุ้นตุ้ให้มีห้กมีารปล่อยเซลล์สืบสื พันธุ์ด้ธุ์ ด้วยวิธีกธีารเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภูอมิย่าย่งเฉียฉีบพลัน (Temperatureshock) ช่วช่งความแตกต่าต่งของอุณอุหภูมิภูน้ำมิ น้ำจะแตกต่าต่งจากอุณอุหภูมิภูน้ำมิ น้ำปกติไติม่เม่กินกิ 5 องศาเซลเซียซีสเมื่อถูกกระตุ้น หอยจะปล่อยไข่และสเปิร์มออกมาผสมภายนอก ซึ่งระหว่างการกระตุ้นนั้นต้องคอยหมั่นสังเกตการปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ขธุ์องหอยตะโกรมกรามขาว เมื่อพบว่าหอยมีการปล่อยไข่หรือสเปิร์ม ต้องจับแยกหอยเพศผู้และเพศเมียออกจากถังกระตุ้นมาใส่ภาชนะที่มีน้ำ ทะเลสะอาด เพื่อป้อป้งกันกั ปริมริาณของน้ำ เชื้อชื้ที่ผที่สมกับกั ไข่มข่ากเกินกิ ไป (Polyspermy) หากไข่ได้รับการผสมกับน้ำ เชื้อมากเกินไป จะมีการพัฒนาที่ผิดปกติ หอยตะโกรมกรามขาวเพศผู้มักมัจะปล่อยเซลล์สืบสื พันธุ์ก่ธุ์ ก่อนเพศเมียมี โดยสเปิร์ปิมร์มีลัมี ลักษณะสีขสีาวขุ่นขุ่และมีกมีารปล่อยออกมาอย่าย่งต่อต่เนื่อนื่งทางช่อช่งน้ำ ออกและขณะที่ปที่ล่อล่ยสเปิร์ปิมร์จะมีกมีารเปิดปิเปลือลืกตลอดเวลา ส่วส่นหอยเพศเมียมีจะปล่อยไข่หข่ลังจากเพศผู้ปผู้ ล่อยสเปิร์ปิมร์ ประมาณ 20 - 40 นาที ไข่มีข่ลัมี ลักษณะเป็นป็เม็ดม็เล็ก ๆ ลักษณะการปล่อยไข่เป็นจังหวะตามการเปิด - ปิดของเปลือก เมื่อเพศเมียปล่อยไข่หมดแล้วต้องแยกออกจากภาชนะทันที เนื่องจากไข่บข่างส่วส่นจะถูกกรองกินโดยแม่พันธุ์3. การเหนี่ยวนำ เพื่อกระตุ้นการปล่อยเซลล์สืบพันธุ์FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย10
ไข่ขข่องหอยตะโกรมกรามขาวจากกล้องจุลทรรศน์ กำ ลังขยาย 10Xนำ ไข่มข่ากรองสิ่งสิ่สกปรกออกด้วด้ยผ้าผ้กรองขนาด 80 ไมครอน ส่วส่นน้ำ เชื้อชื้กรองสิ่งสิ่สกปรกด้วยผ้าผ้กรองขนาด 20 ไมครอน จากนั้นนั้นำ น้ำ เชื้อชื้ที่ได้จากพ่อพ่ พันธุ์หธุ์ลาย ๆ ตัวมาผสมกับไข่ในอัตราส่วน น้ำ เชื้อ : ไข่ เท่ากับ 4 : 1 หลังจากผสมแล้วทิ้งไว้ประมาณ 15 - 20 นาทีจึงตรวจดูความสมบูรณ์ของการผสมระหว่างไข่กับน้ำ เชื้อผ่านกล้องจุลทรรศน์ เมื่อไข่ได้รับการผสมที่สที่มบูรบูณ์แณ์ล้วล้ ไข่จข่ะมีลัมีกลัษณะทรงกลมและมีสีมีเสีข้มข้ขึ้นขึ้จากนั้นนั้นำ ไปฟักในถังถัปริมริาตร1,000 ลิตร ความหนาแน่น 10 ฟอง/มิลลิลิตร ไข่จะเริ่มแบ่งเซลล์และพัฒนาเป็นตัวอ่อนโดยมีการสร้างเปลือกห่อหุ้มตัวในเวลาประมาณ 16 - 18 ชั่วโมง4. เทคนิคการผสมไข่และสเปิร์มของหอยตะโกรมกรามขาวFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย11
การนับนัจำ นวนไข่ใข่ช้วิช้ธีวิกธีารสุ่มสุ่นับนัด้วด้ยการดูดดูไข่พข่ร้อร้มน้ำ ด้วด้ยปิเปิปตปริมริาตร 1 มิลมิลิลิลิตลิรแล้วนำ ไปนับภายใต้กล้องจุลทรรศน์ จากนั้นคำ นวณหาจำ นวนไข่ทั้ข่ทั้งหมดตามสูตร ดังนี้จำ นวนไข่ทั้ข่ทั้งหมด = จำ นวนไข่ที่ข่ที่นับได้ × ปริมาตรน้ำ ในถังเลี้ยงปริมาตรน้ำ ที่สุ่มสุ่เช่นช่สุ่มสุ่ไข่พข่ร้อร้มน้ำ มาปริมริาตร 1 มิลมิลิลิตร จากถังปริมริาตร 15 ลิตร แล้วนำ ไปนับนัภายใต้กล้อล้งจุลจุทรรศน์ ได้จำด้จำนวนไข่ 100 ฟอง โดยปริมริาตรน้ำ 15 ลิตลิร (15,000 มิลมิลิลิลิตลิร) นำ มาแทนค่าในสูตร ได้ดังนี้จำ นวนไข่ทั้ข่ทั้งหมด = 100 × 15,0001= 1,500,000 ฟอง___________________________________________________5. วิธีการนับจำ นวนไข่FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย12
เมื่อได้ตัวอ่อนที่ได้รับการผสมที่สมบูรณ์แล้ว ในขั้นตอนการอนุบาลลูกหอยวัยอ่อนสามารถแบ่งบ่การอนุบาลเป็น 3 ระยะ ดังต่อไปนี้การอนุบนุาลในระยะว่าว่ยน้ำ ใช้รช้ะยะเวลาประมาณ 25 - 30 วันวั โดยมีขั้ มีนขั้ตอนดังดัต่อต่ ไปนี้วัสดุและอุปกรณ์- ถังไฟเบอร์กร์ลาส ขนาด 1,000 ลิตร- กระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิด 45 ไมครอน จำ นวน 1 ใบ- กระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิด 80 ไมครอน จำ นวน 1 ใบ- กระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิด 105 ไมครอน จำ นวน 1 ใบ- กระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิด 130 ไมครอน จำ นวน 1 ใบ- กระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิด 250 ไมครอน จำ นวน 1 ใบ- ยาปฏิชีวชีนะ- Ethylene Diamine Tetra - Acetic acid (EDTA)- เครื่อรื่งฆ่าฆ่เชื้อชื้ด้วยแสงอัลตร้าร้ไวโอเลต (UV) ขนาด 2,000 ลิตร/ชั่วชั่โมงการเตรียรีมน้ำ ทะเลสำ หรับรัการอนุบาลใช้น้ำ ทะเลที่ผ่านการกรองด้วยผ้ากรองขนาด 1 ไมครอน และฆ่าเชื้อด้วยแสงอัลตร้าร้ไวโอเลต (UV) ผสมกับน้ำ จืดเพื่อพื่ปรับรัความเค็มเป็นป็ 25 ppt. จากนั้นนั้เติม EthyleneDiamine Tetra - Acetic acid (EDTA) ทิ้งทิ้ไว้ 1 วันวัเพื่อพื่จับโลหะหนักนั ในน้ำ แล้วล้จึงนำ ไปใช้ในการอนุบาลลูกหอยต่อไปอาหารสำ หรับรัการอนุบาลลูกหอยวัยอ่อนอาหารที่ใช้อนุบาลลูกหอยในระยะ 4 วันแรกเป็นแพลงก์ตอนพืช คือ Isochrysisgalbana ความหนาแน่น 10,000 - 12,000 เซลล์/มิลลิลิตร หลังจากลูกหอยอายุ 5 วันการอนุบาลลูกหอยตะโกรมกรามขาววัยอ่อนFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย131. การอนุบนุาลลูกลูหอยระยะว่าว่ยน้ำ (ช่วช่งระยะ D - shapedถึงระยะ Pedi - veliger)
การอนุบาลและการจัดการ- ไข่หอยตะโกรมกรามขาวที่ปฏิสนธิแธิล้วจะพัฒนาเป็นคัพภะภายใน 16 - 18 ชั่วโมงแล้วจึงพัฒนาเข้าข้สู่รสู่ะยะ D - shaped มีกมีารสร้าร้งเปลือกห่อห่หุ้มหุ้ ตัว หลังจากนั้นนั้ทำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำ 100%- สุ่มสุ่นับจำ นวนเพื่อดูอัตราฟักของไข่- แบ่งลูกหอยลงอนุบาลในถังปริมาตร 1,000 ลิตร ที่ความหนาแน่น (เริ่มต้น)5 ตัว/มิลลิลิตร- ทำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำ 100% ทุก ๆ 2 วัน โดยใช้กระบอกพีวีซีที่บุก้นด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิดปิ 45 ไมครอน เป็นป็ภาชนะรองรับรัลูกลูหอย โดยก้นก้ของกระบอกกรองต้อต้งจมอยู่ใยู่นน้ำตลอดเวลา เพื่อพื่ลดการแตกหักหัของเปลือกหอย เนื่อนื่งจากลูกลูหอยในระยะนี้ยันี้งยัมีเมีปลือกที่อ่อนและบอบบาง จากนั้นนั้ล้างลูกลูหอยลงในถังโดยกรองผ่าผ่นกระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้าผ้กรองขนาดรูเปิดปิ 80 ไมครอนอีกครั้งรั้ลูกลูหอยจะลอดผ่าผ่นกระบอกกรองลงถัง และตะกอนที่มีขมีนาดใหญ่จะติดติอยู่ที่ยู่กที่ระบอกกรอง สำ หรับรัขนาดของผ้าผ้กรองสามารถปรับรัเปลี่ยลี่นตามขนาดของลูกลูหอย- ทำ การตรวจสุขภาพของลูกหอยทุกวันที่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ- ระหว่าว่งการอนุบนุาล ลูกลูหอยจะมีขมีนาดใหญ่ขึ้ญ่นขึ้ทำ การคัดคัขนาดของลูกลูหอย และลดความหนาแน่นของลูกหอยให้ไม่เกิน 3 ตัว/มิลลิลิตร- เมื่อสังเกตพบว่า ลูกหอยมีเท้า หรือพัฒนาเข้าสู่ระยะ Pedi - veliger ซึ่งมีขนาด250 ไมครอน จึงนำ ไปอนุบาลในระบบ Down - flow ต่อไปกระบอกพีวีพีซีวีบุซีบุก้นด้วยผ้าผ้กรองขนาดต่าง ๆFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย14อนุบาลด้วยแพลงก์ตอนพืช คือ Isochrysis galbana ผสม Chaetoceros spp. หรือThalassiosira pseudonana วันวัละ 2 มื้อมื้ (เช้าช้- เย็นย็ ) สัดสัส่วส่น 70 : 30 ปรับรัเปลี่ยลี่นสัดสัส่วส่นเมื่อลูกหอยมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 50 : 50 และ 30 : 70 ความหนาแน่น 12,000 - 15,000เซลล์/ล์มิลมิลิลิลิตลิร/มื้อมื้
การเตรียรีมระบบอนุบาลและวัสดุลดุงเกาะ- กระบอกอนุบาลลูกหอยใช้ท่อพีวีซีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 นิ้ว ความสูงประมาณ 5 นิ้ว ด้านก้นของกระบอกอนุบาลจะบุด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิด 130 ไมครอนหรือ 250 ไมครอน โดยใช้เรซิน (Resin) เป็นตัวช่วยยึดระหว่างกระบอกพีวีซีและผ้ากรอง- แพสำ หรับรัอนุบนุาลลูกลูหอยทำ จากท่อพีวีพีวีซีขซีนาด 4 หุนหุประกอบเข้าข้เป็นป็แพ และใช้ทุ่นลอยช่วช่ยพยุงน้ำ หนักของแพให้ลอยในน้ำ ได้การเตรียรีมน้ำ ทะเลสำ หรับรัอนุบาล- เตรียมแบบเดียวกับการเตรียมน้ำ ในระบบอนุบาลลูกหอยระยะว่ายน้ำ- ระบบน้ำ ในถังถัเลี้ยลี้งใช้แช้รงผลักลัของลมให้เห้กิดกิการไหลเวียวีนของน้ำ ในบ่อบ่ซึ่งซึ่จะไหลเวียวีนผ่าผ่นจากด้านบนลงด้านล่าล่ง (Down - flow) โดยใช้ท่ช้อท่ พีวีซี 4 หุนหุตัดให้มีห้คมีวามยาวประมาณ20 เซนติเมตร จำ นวน 2 อัน เจาะรูด้านล่างใส่สส่ายอากาศ เพื่อพื่ ใช้ลช้มช่วช่ยดันน้ำ ขึ้นขึ้ด้านบนและอีกด้านใส่ข้ส่ ข้องอพีวีซีเพื่อบังคับทิศทางของน้ำ ไหลเข้ากระบอกอนุบาลลูกหอยหลังจากที่ลูกหอยระยะว่ายน้ำ เริ่มลงเกาะตามวัสดุ จะเริ่มพัฒนาเข้าสู่ระยะลงเกาะ(Settlement) การอนุบนุาลลูกหอยในช่วช่งที่ 2 นี้ ใช้เช้วลาประมาณ 15 - 20 วันวั โดยมีขั้ มีนขั้ตอนดังต่อไปนี้วัสดุแดุละอุปกรณ์สำ หรับรัการอนุบาล 1 ชุด- ถังไฟเบอร์กร์ลาสขนาด 300 ลิตร จำ นวน 1 ใบ- กระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิด 130 ไมครอน จำ นวน 2 ใบ- กระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิด 250 ไมครอน จำ นวน 2 ใบ- ท่อพีวีพีวีซีขซีนาด 4 หุน สำ หรับรัการทำ ระบบ Down - flow จำ นวน 2 เส้น- ทุ่นทุ่ลอย จำ นวน 4 อัน- เปลือกหอยป่น ขนาด 250 - 400 ไมครอน- Ethylene Diamine Tetra - Acetic Acid (EDTA)- เครื่อรื่งฆ่าฆ่เชื้อชื้ด้วยแสงอัลตร้าร้ไวโอเลต (UV) ขนาด 2,000 ลิตร/ชั่วชั่โมงFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย152. การอนุบาลลูกหอยระยะลงเกาะ (Settlement)
การเตรียรีมเปลือกหอยป่นป่แพสำ หรับรัวางกระบอกอนุบาลลูกลูหอยการเตรียรีมวัสดุสำดุสำหรับรัการลงเกาะของลูกลูหอยวัสดุลงเกาะจะใช้เปลือกหอยป่น โดยการนำ เปลือกหอยมาล้างทำ ความสะอาดแล้วล้ตากแดดให้แห้ห้งห้จากนั้นนั้นำ มาป่นป่ ให้ลห้ะเอียอีดโดยใช้คช้รกหินหิบด และกรองด้วด้ยตะแกรงกรองขนาด 400 ไมครอน ซึ่งซึ่เปลือกหอยที่ติดตะแกรงกรองมักมัจะมีขมีนาดใหญ่กญ่ว่า 400 ไมครอนจะต้อต้งนำ มาบดให้ลห้ะเอียอีดใหม่ ส่วส่นเปลือลืกหอยที่ลที่อดผ่าผ่นตะแกรงกรองขนาด 400 ไมครอนจะนำ มากรองด้วยตะแกรงกรองขนาด 250 ไมครอนอีกครั้ง เปลือกหอยที่มีขนาดเล็กจะหลุดผ่านตะแกรงกรองไป จึงได้เปลือกหอยขนาด 250 - 400 ไมครอนลักษณะเปลือกหอยป่นป่การใช้ระบบลมช่วช่ยในการหมุนมุเวียวีนของน้ำFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย16
ลูกลูหอยตะโกรมระยะ Eye larvae ลูกลูหอยตะโกรมระยะ SettlementFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย17อาหารสำ หรับรัการอนุบาลอาหารที่ใช้อช้นุบนุาลลูกหอยในระยะนี้เนี้ป็นป็แพลงก์ตอนพืชพื ได้แก่ Isochrysis galbanaChaetoceros spp. Thalassiosira pseudonana และ Tetraselmis suecica วันวัละ 2 มื้อมื้(เช้า - เย็น) ความหนาแน่น 15,000 - 20,000 เซลล์/มิลลิลิตร/มื้อ สามารถปรับเปลี่ยนปริมริาณของอาหารตามขนาดและพฤติกรรมการกินของลูกลูหอยการอนุบาลและการจัดการ- ลูกหอยในระยะนี้ อวัยวะช่วยว่ายน้ำ และกินอาหารที่เรียกว่าวีลัมจะลดรูปลงและว่ายน้ำ ลงสู่พื้นเพื่อหาวัสดุลงเกาะ ก่อนการลงเกาะนั้นจะสังเกตพบจุดตา (Eye spot)และประมาณ 1 - 2 วัน ลูกหอยจะพัฒนาส่วนของเท้าเพื่อหาวัสดุลงเกาะ จึงต้องทำ การคัดคัขนาดของลูกหอยที่มีที่ขมีนาดตั้งตั้แต่ 250 ไมครอน มาอนุบนุาลในกระบอกพีวีพีซีวีที่ซีบุที่ก้บุนก้กระบอกด้วยผ้ากรองขนาด 130 ไมครอน และปูพื้นพื้กระบอกด้วยเปลือกหอยป่น- วางกระบอกพีวีพีซีวีที่ซีอที่นุบนุาลลูกลูหอยบนแพซึ่งซึ่มีรมีะบบน้ำ แบบไหลเวียวีนผ่าผ่นจากด้าด้นบนลงด้านล่าง (Down - flow) ในอัตรา 1 - 1.5 ลิตร/นาที- ตรวจสอบการลงเกาะของลูกลูหอยภายใต้กต้ล้อล้งจุลจุทรรศน์ เมื่อมื่ลูกหอยลงเกาะหมดแล้วล้ทำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำ 100% ทุกทุ ๆ 2 วัน- ทำ ความสะอาดกระบอกพีวีซีที่อนุบาลลูกหอยทุกวัน เพื่อล้างตะกอนที่เกาะติดภายในกระบอก- ระหว่างการอนุบาลทำ การคัดขนาดลูกหอย เพื่อแยกลูกหอยและเปลือกหอยป่นที่ลูกหอยไม่ไม่ด้ลงเกาะออกจากกัน และเป็นการลดความหนาแน่นน่- ทำ การเปลี่ยนขนาดของผ้ากรองที่บุก้นกระบอกอนุบาลตามขนาดของลูกลูหอย- เมื่อลูกหอยมีขนาด 600 ไมครอน จึงย้าย้ยไปเลี้ยงในระบบ Up - welling ต่อไป
การคัดขนาดลูกลูหอยการไหลเวียวีนของน้ำในระบบ Down - flowระบบการเลี้ยลี้ง Down - flowFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย18
การเตรียรีมน้ำ ทะเลและระบบการอนุบาล- ใช้น้ำ ทะเลที่ผ่านการกรองด้วยผ้ากรองขนาด 1 ไมครอน ผสมกับน้ำ จืดเพื่อปรับความเค็มเป็น 25 ppt.- กระบอกอนุบาลลูกหอยเป็นกระบอกพีวีซีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 นิ้ว และ15 นิ้ว ก้นบุด้วยผ้ากรองขนาดรูเปิด 400 ไมครอน หรือ 1 มิลลิเมตร ส่วนด้านบนของกระบอกเจาะรูเพื่อพื่สวมท่อขนาด 1 นิ้ว ให้ต่ำ กว่าปากกระบอกประมาณ 6 เซนติเมตร- ถังอนุบนุาลเป็นป็ถังไฟเบอร์กร์ลาสทรงสี่เสี่หลี่ยมผืนผืผ้าผ้ซึ่งซึ่แบ่งบ่เป็นป็ 2 ส่วส่น โดยส่วส่นแรกสำ หรับรัการอนุบนุาลลูกหอย และส่วส่นที่สองเป็นป็รางรับรัน้ำ ออกจากส่วส่นแรก ด้านข้างถังอนุบนุาลเจาะรูและใส่ท่ส่ ท่อพีวีพีวีซีขซีนาด 1 นิ้ว เพื่อพื่เป็นท่อน้ำ ล้นออกลงสู่รสู่างรับรัน้ำ- นำ กระบอกอนุบาลมาแขวนในถังอนุบาลลูกหอย โดยต่อท่อพีวีซีขนาด 1 นิ้วเข้ากับท่อพีวีพีวีซีขซีนาด 1 นิ้วนิ้ของถังอนุบนุาล ซึ่งซึ่ถังอนุบนุาลจะเจาะรูและร้อร้ยเชือชืกเพื่อพื่สอดคานช่วยพยุงน้ำ หนักของกระบอกอนุบาลไว้ ซึ่งใน 1 ถังอนุบาลประกอบด้วยกระบอกอนุบาลทั้งหมด 5 กระบอกอาหารสำ หรับรัการอนุบาลอาหารที่ใช้อนุบาลลูกหอยในระยะนี้เป็นแพลงก์ตอนพืช ได้แก่ Chaetoceros spp.Thalassiosira pseudonana และ Tetraselmis suecica วันละ 2 มื้อ (เช้า - เย็น)ความหนาแน่นน่ 20,000 - 40,000 เซลล์/ล์มิลมิลิลิลิตลิร/มื้อมื้สามารถปรับรัเปลี่ยลี่นปริมริาณของอาหารตามขนาดและพฤติกรรมการกินของลูกลูหอยระยะนี้ใช้เช้วลาการอนุบาลประมาณ 30 - 45 วัน โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้วัสดุแดุละอุปกรณ์ (สำ หรับรัการอนุบาล 1 ชุด)- ถังไฟเบอร์กร์ลาส ขนาด 300 ลิตร จำ นวน 1 ใบ- ถังไฟเบอร์กร์ลาสทรงสี่เสี่หลี่ยมผืนผ้า ขนาด 500 ลิตร จำ นวน 2 ใบ- กระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้ากรอง ขนาดรูเปิด 400 ไมครอน จำ นวน 10 ใบ- กระบอกพีวีพีวีซีบุซีบุก้นด้วยผ้ากรอง ขนาดรูเปิด 1 มิลลิเมตร จำ นวน 10 ใบ- ท่อพีวีพีวีซีขซีนาด 1 นิ้ว สำ หรับรัการทำ ระบบ Up - welling จำ นวน 1 เส้น- ปั๊มน้ำ ขนาด 35 วัตต์3. การอนุบาลลูกหอยขนาด 600 ไมครอน ถึงขนาด 2 - 3 มิลลิเมตรFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย19
การอนุบาลและการจัดการ- การอนุบนุาลลูกลูหอยในระยะนี้เนี้ป็นป็การอนุบนุาลลูกลูหอยแบบระบบน้ำ ไหลเวียน โดยน้ำจะไหลผ่านจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน (Up - welling) จากนั้นน้ำ จะไหลผ่านตัวลูกหอยลงสู่ถังอาหาร และปั๊มจะดูดน้ำ กลับเข้าสู่ถัสู่ ถังอนุบาลไหลเวียนอย่าย่งต่อเนื่อง- ทำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำ 100% ทุกวัน- ฉีดล้างภายในกระบอกอนุบาลด้วยน้ำ จืดเบา ๆ การฉีดล้างด้วยน้ำ จืดนอกจากเพื่อทำ ความสะอาดแล้วล้ยังยัสามารถกำ จัดจัเชื้อชื้โรคและปรสิตสิต่าต่ง ๆ ที่อที่าจเป็นป็อันอัตรายต่อต่ลูกลูหอยได้- คัดขนาดลูกหอยทุกสัปดาห์ เมื่อลูกหอยได้ขนาด 2 - 3 มิลลิเมตร จึงนำ ไปเลี้ยงในบ่อบ่ดินต่อไปกระบอกอนุบาลลูกลูหอยในระบบ Up - wellingระบบอนุบาล Up - wellingFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย20
สำ หรับลูกหอยระยะนี้ สามารถอนุบาลได้ทั้งในระบบโรงเพาะฟักและระบบบ่อดินเพราะเป็นป็ขนาดที่มีคมีวามแข็งข็แรงมากขึ้นขึ้และเปลือกจะเริ่มริ่หนาขึ้นขึ้ซึ่งซึ่ในระบบโรงเพาะฟักฟัในขั้นตอนนี้ใช้รช้ะยะเวลาอนุบาล 20 - 30 วัน โดยมีขั้นตอนการอนุบาลดังต่อไปนี้วัสดุแดุละอุปกรณ์ (สำ หรับรัการอนุบาล 1 ชุด)- ถังไฟเบอร์กร์ลาสขนาด 300 ลิตร จำ นวน 1 ใบ- บ่อบ่คอนกรีตรีขนาด 1,200 ลิตร จำ นวน 2 บ่อบ่- กระบอกอนุบาลใช้ถังไฟเบอร์กลาสความสูง 38 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง52 เซนติเมตร จำ นวน 5 ใบ- ท่อพีวีพีวีซีขซีนาด 0.5 นิ้ว สำ หรับรัการทำ ระบบ Up - welling จำ นวน 1 เส้น- วาล์วน้ำ ขนาด 0.5 นิ้ว สำ หรับรั ปรับรัเพิ่มพิ่- ลดอัตราไหลของน้ำ จำ นวน 2 อัน- ปั๊มน้ำ ขนาด 35 วัตต์การเตรียรีมระบบอนุบาลและระบบน้ำ- กระบอกอนุบาลใช้ถังไฟเบอร์กลาสความสูง 38 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง52 เซนติเมตร โดยตัดก้นถังไฟเบอร์กลาสออกแล้วบุด้วยอวนมุ้งฟ้าหรือตาข่ายพลาสติกขนาดตา 1 - 2 มิลลิเมตร บริเวณปากกระบอกต่ำ ลงมา 10 เซนติเมตร จะเจาะรูและสอดท่อพีวีพีวีซีขซีนาด 1 นิ้ว เพื่อพื่เป็นช่อช่งทางน้ำ ไหลออกจากกระบอก4. การอนุบาลลูกหอยขนาด 2 - 5 มิลลิเมตรกระบอกอนุบาลลูกลูหอยขนาด 2 - 5 มิลมิลิเมตร ในระบบ Up - welling ในบ่อบ่คอนกรีตรีFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย21
- บ่ออนุบาลเป็นบ่อคอนกรีตขนาด 1,200 ลิตร ด้านข้างบ่ออนุบาลเจาะรูและสอดท่อพีวีซีขนาด 1.5 นิ้ว เพื่อเป็นท่อน้ำ ล้นให้ไหลลงสู่ถังอาหารซึ่งอยู่ข้างบ่ออนุบาลด้านนอกจากนั้นนำ กระบอกอนุบาลมาแขวนในบ่ออนุบาลลูกหอยและต่อท่อพีวีซีขนาด 1.5 นิ้วของบ่อบ่อนุบนุาลเข้าข้กับท่อพีวีซีขซีนาด 1 นิ้วนิ้ของกระบอกออนุบนุาลโดยใช้ข้ช้อข้ลด ปากกระบอกอนุบนุาลจะเจาะรูไว้สำ หรับรัร้อร้ยเชือชืกแขวนกับคานที่พาดบนปากบ่อบ่อนุบนุาล เพื่อพยุงกระบอกอนุบาล ซึ่งใน 1 ระบบอนุบาล ประกอบด้วยกระบอกอนุบาลทั้งหมด 5 กระบอก และบ่อบ่อนุบาล 2 บ่อบ่- ถังอาหาร ใช้ถังไฟเบอร์กลาสขนาด 300 ลิตร วางไว้ระหว่างบ่ออนุบาลทั้ง 2 บ่อภายในติดติตั้งตั้ปั๊มปั๊น้ำ ขนาด 35 วัตวัต์ โดยปั๊มปั๊น้ำ จะต่อต่ท่อท่ พีวีซีวีขซีนาด 0.5 นิ้วนิ้ยาว 75 เซนติเติมตรขึ้นไปในแนวตั้งและต่อแยกออกในแนวนอนอีก 4 ทาง โดยต่อท่อพีวีซีขนาด 0.5 นิ้ว ยาว75 เซนติเมตร พาดไว้ตรงกลางบ่ออนุบาลทั้ง 2 บ่อ ส่วนอีก 2 ทาง ติดตั้งวาล์วน้ำ ขนาด0.5 นิ้ว สำ หรับปรับเพิ่ม - ลดอัตราไหลของน้ำ- ใช้น้ำ ทะเลที่ผ่านการกรองด้วยผ้ากรองขนาด 1 ไมครอน ผสมกับน้ำ จืดเพื่อปรับความเค็มเป็น 25 ppt.ระบบ Up - welling อนุบาลลูกลูหอยขนาด 2 - 5 มิลมิลิเมตร ในบ่อบ่คอนกรีตรี (อนุบาล)FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย22
อาหารสำ หรับรัการอนุบาลอาหารที่ใที่ช้อช้นุบนุาลลูกหอยในระยะนี้เนี้ป็นป็แพลงก์ตก์อนพืชพื ได้แด้ก่ Chaetoceros calcitransและ Tetraselmis suecica วันละ 2 มื้อ (เช้า - เย็น) ความหนาแน่น 20,000 - 40,000เซลล์/มิลลิลิตร/มื้อ สามารถปรับรัเปลี่ยนปริมริาณของอาหารตามขนาดและพฤติกรรมการกินของลูกหอยการอนุบาลและการจัดการ- การอนุบนุาลลูกหอยในระยะนี้เนี้ป็นป็การอนุบนุาลลูกลูหอยแบบระบบน้ำ ไหลเวียน โดยน้ำจะไหลผ่านจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน (Up - welling) จากนั้นน้ำ จะไหลผ่านตัวลูกหอยลงสู่ถังอาหาร และปั๊มจะดูดดูน้ำ กลับเข้าข้สู่บ่สู่อบ่อนุบาลไหลเวียนอย่าย่งต่อเนื่อง- การอนุบาลลูกหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 2 - 5 มิลลิเมตร ใช้ความหนาแน่น5 - 10 ตัว/ตารางเซนติเมตร ทั้งนี้ขึ้นี้ ขึ้นขึ้อยู่กัยู่บกัศักศัยภาพของแหล่งล่เลี้ยลี้ง รวมถึงชนิดนิและปริมริาณความหลากหลายของอาหารในแหล่งเลี้ยง- อัตราไหลของน้ำ 3 - 6 ลิตร/นาที สามารถปรับเปลี่ยนตามขนาดและอัตราการกรองกินของลูกหอย- ทำ การเปลี่ยนถ่ายน้ำ 100% ทุกวัน- ฉีดฉีล้างภายในกระบอกอนุบนุาลด้วยน้ำ จืดเบา ๆ การฉีดฉีล้างด้วยน้ำ จืด นอกจากเพื่อพื่ทำ ความสะอาดแล้วล้ยังยัสามารถกำ จัดจัเชื้อชื้โรคและปรสิตสิต่าต่ง ๆ ที่อที่าจเป็นป็อันอัตรายต่อต่ลูกลูหอยได้- คัดคัขนาดลูกหอยทุกทุสัปดาห์ ระยะเวลาในการอนุบนุาลลูกลูหอยประมาณ 3 - 4 สัปดาห์จะได้ลูกหอยขนาด 5 - 6 มิลลิเมตร จึงนำ ไปเลี้ยงในบ่อบ่ดินต่อไปFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย23
การอนุบนุาลลูกลูหอยตะโกรมกรามขาวในบ่อบ่ดินFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย24การอนุบนุาลลูกหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 2 - 5 มิลมิลิเลิมตร ดำ เนินนิการอนุบนุาลลูกหอยในกระบอกอนุบนุาลในระบบอนุบนุาลแบบ Up - welling โดยสูบน้ำ จากบ่อบ่ดินดิที่มีที่แมีพลงก์ตก์อนพืชพืตามธรรมชาติมาใช้อช้นุบาลลูกลูหอย ซึ่งซึ่มีวิธีกธีารอนุบาลและอุปกรณ์ดัณ์ ดังต่อไปนี้อุปกรณ์สำ หรับรัเตรียรีมระบบอนุบาล- การเตรียรีมกระบอกอนุบาลกระบอกอนุบาลลูกหอยสามารถดัดแปลงมาจากถังบรรจุน้ำ ดื่มขนาด 20 ลิตรโดยตัดส่วนคอและก้นถังออกให้ถังมีลักษณะเป็นทรงกระบอก ส่วนปากและก้นถังเปิดออกและบุด้วยอวนไนล่อนขนาดตา 1 - 3 มิลมิลิเมตร สำ หรับรัรองรับรัลูกหอย (ก้นกระบอกอนุบนุาลมีพื้นที่ 452 ตารางเซนติเมตร) บริเวณปากกระบอกอนุบาลเจาะรูและสอดท่อพีวีซีขนาด0.5 นิ้ว เพื่อพื่ ใช้เช้ป็นท่อน้ำ ล้น1. การอนุบาลลูกหอยขนาดความยาวเปลือก 2 - 5 มิลลิเมตรการอนุบาลลูกหอยตะโกรมกรามขาววัยเกล็ดที่ได้จากโรงเพาะฟัก จะเป็นหอยขนาด2 - 3 มิลมิลิเลิมตร ซึ่งซึ่มีขมีนาดเล็กล็ยังยัไม่เม่หมาะสมที่นำ ไปเลี้ยลี้งในบ่อบ่ดินหรือรื ในทะเล ดังนั้นนั้จึงต้องนำ ไปอนุบนุาลต่อจนได้ขนาดที่ใหญ่ เพื่อให้เห้กษตรกรสามารถนำ ไปเลี้ยงต่อได้ โดยการอนุบนุาลมีทั้มีงทั้ในระบบโรงเพาะฟักฟัและในระบบบ่อบ่ดินดิซึ่งซึ่ต่อต่ ไปนี้จนี้ะเป็นป็การอนุบนุาลในระบบบ่อบ่ดินดิ โดยใช้แพลงก์ตก์อนพืชที่มีที่อมียู่ตยู่ามธรรมชาติใตินบ่อบ่ดินดิลดการใช้หัช้วหัเชื้อชื้แพลงก์ตก์อนพืชจากห้อห้งปฏิบั ฏิติกติารสามารถลดต้นต้ทุนการดำ เนินนิงานได้มด้ากขึ้นขึ้และเกษตรกรสามารถนำ ไปดัดดัแปลงระบบอนุบนุาลใช้เองได้ตามความเหมาะสม ซึ่งสามารถแบ่งบ่การอนุบาลออกเป็น 2 ช่วช่ง ดังนี้
- การเตรียรีมถังอนุบาลถังถัอนุบนุาล ใช้ถัช้งถัไฟเบอร์กร์ลาสทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านข้างถังอนุบาลเจาะรูเพื่อพื่สอดท่อท่ พีวีซีวีขซีนาด 1 นิ้วนิ้เพื่อพื่เป็นป็ท่อท่น้ำ ล้นล้ให้ไหลลงสู่ท่อรวมน้ำ หรือร่องรับน้ำ ซึ่งอยู่ข้างถังอนุบาลด้านนอก นำ กระบอกอนุบาลมาประกอบเข้าข้กับถังอนุบนุาลโดยการต่อท่อน้ำ ล้นบริเวณปากกระบอกอนุบาลเข้ากับท่อน้ำ ล้นด้านข้างถังอนุบาล ปากกระบอกอนุบาลจะเจาะรูไว้สำ หรับร้อยเชือกแขวนกับคานที่พาดบนปากถังอนุบาลเพื่อพยุงกระบอกอนุบาลกระบอกอนุบาลลูกลูหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 2 - 5 มิลมิลิเมตรFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย25
I 26กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชายฝั่งกรมประมงการประกอบกระบอกอนุบาลเข้าข้กับถังอนุบาลรูปแบบต่าง ๆFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย26
- ถังกรองและถังส่งส่น้ำถังกรองน้ำ เป็นถังไฟเบอร์กลาสทรงกรวย ด้าด้นในถังถัใส่วัส่สวัดุกดุรองหยาบ เช่นช่กรวดหยาบเปลือลืกหอยนางรม เปลือลืกหอยแครง เป็นป็ต้นต้บริเริวณด้าด้นก้นก้กรวยต่อต่เข้าข้กับกัท่อท่ พีวีซีวีขซีนาด 3 นิ้วนิ้ ปลายท่อท่ด้านหนึ่งติดตั้งปั๊มน้ำ ขนาด 700 วัตต์ เพื่อสูบน้ำจากบ่อดินผ่านเข้าทางด้านก้นกรวย โดยน้ำ จะไหลล้นออกทางท่อด้านปากกรวยและไหลลงไปยังถังส่งส่น้ำ ซึ่งต่อท่อพีวีซีไปยังถังอนุบาลลูกหอยถังกรองน้ำ ทรงกรวยสำ หรับรักรองตะกอนถังสำ หรับรัส่งส่น้ำ ไปยังยัถังอนุบาลวิธีกธีารอนุบาลและการจัดการ1. ติดตั้งถังอนุบาลลูกหอยไว้บริเวณคันบ่อดินหรือบริเวณที่สามารถสูบน้ำ จากบ่อดินขึ้นมาใช้อนุบาลลูกหอยได้สะดวก สูบน้ำ จากบ่อดินที่มีกิจกรรมเลี้ยงปลาทะเลหรือสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ผ่านถังกรองน้ำ ทรงกรวย (กรองแบบหยาบ) ก่อนปล่อยน้ำ ลงถังอนุบาล โดยน้ำจะไหลผ่านกระบอกอนุบาลทางก้นกระบอกและไหลล้นออกทางท่อปากกระบอกอนุบาลกลับลงสู่บ่สู่อบ่ดินFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย27
FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย28รางรับรัน้ำ รางส่งส่น้ำถังส่งส่น้ำ ทะเลท่อส่งส่น้ำ ทะเลถังกรองน้ำ ทะเลวาล์วปรับรัอัตราการไหลของน้ำลงถังอนุบาลข้อข้งอสำ หรับรัปรับรัอัตราการไหลของน้ำผ่าผ่นกระบอกอนุบาลปั๊มปั๊น้ำ ทะเล700 วัตต์ท่อน้ำ ล้นปากกระบอกอนุบาลลูกลูหอยบ่อบ่ดินเลี้ยลี้งปลานวลจันทร์ทร์ะเลกระบอกอนุบาลลูกลูหอย ถังอนุบาลลูกลูหอยแผนผังผัการไหลเวียวีนของน้ำ ในถังอนุบาลลูกลูหอยลักษณะการติดตั้งถังอนุบาลลูกลูหอยไว้บริเริวณคันบ่อบ่ดิน
2. ความหนาแน่นในการอนุบาลลูกหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 2 มิลลิเมตร คือ50 ตัว/ตารางเซนติเมตร หรือประมาณ 22,600 ตัว/กระบอกอนุบาล3. ระยะเวลาในการอนุบาลลูกหอยประมาณ 1 เดือน ลูกหอยจะมีขนาดความยาวเปลือลืก 5 - 6 มิลมิลิเลิมตร ระหว่าว่งการอนุบนุาลจะล้าล้งทำ ความสะอาดตะกอนในกระบอกอนุบนุาลและตัวลูกลูหอยวันละ 2 ครั้งรั้ ในช่วช่งเช้าช้และเย็นย็คัดขนาดลูกลูหอยด้วยตะแกรงกรองขนาดตาต่าง ๆ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง สุ่มชั่งน้ำ หนัก วัดขนาดและคำ นวณปริมาณลูกหอยที่เหลือและปรับลดความหนาแน่นลูกหอยลงเมื่อลูกหอยมีขนาดใหญ่ขึ้ญ่ขึ้น ดังนี้- ลูกหอยขนาด 3 มิลลิเมตร ความหนาแน่น 30 - 40 ตัว/ตารางเซนติเมตรประมาณ 15,000 - 18,000 ตัว/กระบอกอนุบาล- ลูกหอยขนาด 4 มิลลิเมตร ความหนาแน่น 10 - 20 ตัว/ตารางเซนติเมตรประมาณ 4,000 - 8,500 ตัว/กระบอกอนุบาล4. ข้อควรระวังในการอนุบาลลูกหอยขนาด 2 - 5 มิลลิเมตร โดยใช้น้ำ จากบ่อดินจำ เป็นป็ต้อต้งดูแดูลอย่าย่งใกล้ชิล้ดชิเนื่อนื่งจากตะกอนดินดิที่เที่กิดกิขึ้นขึ้ภายในบ่อบ่จะตกทับทัตัวตัลูกลูหอย ซึ่งซึ่เป็นป็สาเหตุทำตุทำ ให้ลูห้กลูหอยตาย การนำ ลูกลูหอยมาอนุบนุาลในถังอนุบนุาลจะช่วช่ยให้ดูห้แดูลลูกลูหอยได้อย่าย่งใกล้ชิด หลังจากลูกหอยมีขนาดมากกว่า 5 มิลลิเมตร จึงนำ ไปอนุบาลในบ่อดินได้โดยตรงอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องระมัดระวังในการอนุบาลลูกหอยขนาดเล็กคือการเปลี่ยนแปลงความเค็มอย่างฉับพลันในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำ ให้ลูกหอยตายเป็นจำ นวนมาก อัตราการรอดตายของหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 2 - 5 มิลมิลิเมตร ที่อนุบนุาลโดยใช้น้ำช้ น้ำจากบ่อบ่ดินอยู่ระหว่าง 50 - 80% เมื่ออนุบาลลูกหอยจนมีขนาด 5 มิลลิเมตรแล้ว จึงนำ ไปอนุบาลต่อในบ่อบ่ดินลูกลูหอยขนาด 5 มิลมิลิเมตร ลูกลูหอยขนาด 2 มิลมิลิเมตร ในกระบอกอนุบาลFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย29
การอนุบาลลูกหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 0.5 - 5.0 เซนติเมตร ทำ การอนุบาลในกระบอกอนุบนุาล ซึ่งซึ่ประกอบเป็นป็แพพีวีพีวีซีลซีอยในบ่อบ่ดิน จากนั้นนั้สูบน้ำ ในบ่อบ่ดินให้ไห้หลเวียนผ่านกระบอกอนุบาล กำ หนดทิศทางการไหลของน้ำ แบบ Up - welling โดยมีอุปกรณ์และวิธีกธีารอนุบาลดังนี้อุปกรณ์สำ หรับรัเตรียรีมระบบอนุบาล- ภาชนะสำ หรับรัอนุบาลลูกลูหอยกระบอกอนุบนุาลใช้ถัช้ ถังไฟเบอร์กร์ลาสที่มีคมีวามสูงสูอย่าย่งน้อน้ย 30 เซนติเมตร โดยตัดก้นถังไฟเบอร์กลาสออกแล้วบุด้วยอวนมุ้งฟ้าหรือตาข่ายพลาสติกขนาด 3 - 5 มิลลิเมตรบริเวณปากกระบอกต่ำ ลงมา 10 เซนติเมตร เจาะรูและสอดท่อพีวีซีขนาด 1 นิ้ว เพื่อเป็นช่อช่งทางน้ำ ไหลออกจากกระบอกอนุบาลกระบอกอนุบาลลูกลูหอย2. การอนุบาลลูกหอยขนาดความยาวเปลือก 0.5 - 5.0 เซนติเมตรFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย30
- การประกอบแพสำ หรับรัแขวนกระบอกอนุบาลใช้แพพีวีซีหรือไม้สำ หรับแขวนกระบอกอนุบาลลูกหอย สำ หรับในที่นี้จะใช้ท่อพีวีซีขนาด 2 นิ้ว ประกอบเป็นแพเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและแบ่งเป็นช่องสำ หรับประกอบกระบอกอนุบาลได้ 4 กระบอก ใช้ทุ่นโฟมติดกับแพเพื่อใช้เป็นตัวพยุงแพให้สามารถลอยอยู่บยู่นผิวน้ำ ได้แพสำ หรับรัอนุบาลลูกลูหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 0.5 - 5.0 เซนติเมตร- ปั๊มปั๊น้ำ แบบจุ่มขนาด 700 วัตต์นำ ปั๊มน้ำ แบบจุ่มขนาด 700 วัตต์ มาดัดแปลงโดยนำ ตัวกรองบริเวณปากทางน้ำ เข้า - ออก แล้วประกอบเกลียวในพีวีซีขนาด 2 นิ้ว เข้ากับปากทางน้ำ เข้าของปั๊มน้ำปลายอีกด้านของเกลียวในต่อเข้ากับข้อลดพีวีซี 2 นิ้ว ลดเหลือ 1 นิ้ว เพื่อต่อเข้ากับท่อสำ หรับดึงน้ำ ออกจากปากกระบอกอนุบาลปั๊มปั๊น้ำ และการประกอบปั๊มปั๊น้ำFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย31
การประกอบแพอนุบาล- ติดตั้งกระบอกอนุบาลเข้ากับแพพีวีซีโดยนำ กระบอกอนุบาลวางลงในช่อง และให้ขอบของกระบอกอนุบนุาลค้ำ อยู่กัยู่บกักรอบของแพในแต่ลต่ะช่อช่ง เพื่อป้อป้งกันกั ไม่ใม่ห้กห้ระบอกอนุบนุาลหลุดออกจากแพ จากนั้นต่อท่อน้ำ ที่ติดตั้งไว้บริเวณปากกระบอกอนุบาลทั้ง 4 กระบอกเข้ากับท่อพีวีซีขนาด 1 นิ้ว ที่วางขนานตามความยาวของแพ บริเวณปลายท่อด้านหนึ่งต่อเข้ากับปั๊มน้ำ ขนาด 700 วัตต์ ที่ผ่านการดัดแปลงแล้วสำ หรับสูบน้ำ ออกจากกระบอกอนุบาล นำ แพอนุบาลที่ประกอบเข้ากับกระบอกอนุบาลแล้วลงลอยในบ่อดิน ผูกแพอนุบาลไว้กับหลักไม้หรือแพลอยน้ำ ปากกระบอกอนุบาลคลุมด้วยอวนไนล่อนเพื่อป้องกันปูและกุ้งลงไปกินลูกหอยในกระบอกอนุบาล เปิดปั๊มน้ำ เพื่อสูบน้ำ ในบ่อดินให้หมุนเวียนผ่านกระบอกอนุบาล โดยน้ำ จะถูกสูบออกจากกระบอกอนุบาลผ่านทางท่อบริเวณปากกระบอก และน้ำในบ่อบ่ดินดิจะไหลเข้าข้มาแทนที่น้ำที่ น้ำที่ถูที่กถูสูบสูออกไปผ่าผ่นทางก้นก้กระบอก ทำ ให้เห้กิดกิการหมุนมุเวียวีนน้ำในบ่อบ่ดินดิที่มีที่แมีพลงก์ตก์อนพืชตามธรรมชาติไติหลเวียวีนผ่าผ่นลูกลูหอยที่อที่นุบนุาลในกระบอกบนแพพีวีพีซีวี ซี- ความหนาแน่นในการอนุบาลลูกหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 5 มิลลิเมตร คือ2 - 3 ตัว/ตารางเซนติเมตรFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย32แผนผังผัการไหลเวียวีนของน้ำ ของแพอนุบาลลูกลูหอยในบ่อบ่ดินแสดงทิศทางการไหลท่อพีวีพีซีวี ปซีระกอบเป็นป็แพ ทุ่นทุ่ลอยน้ำ กระบอกไฟเบอร์กร์ลาสท่อพีวีพีซีวี ซีปั๊มปั๊น้ำทิศทางการไหลของน้ำ ในบ่อบ่
การดูแดูลและการจัดการระหว่างการอนุบาล1. การดูแดูลระหว่าว่งการอนุบนุาล ให้ล้ห้าล้งตะกอนในกระบอกอนุบนุาลทุกทุวัน วันละ 1 ครั้งรั้คัดขนาดลูกลูหอยและเปลี่ยนกระบอกอนุบนุาลให้มีห้ขมีนาดช่อช่งตาตามขนาดลูกลูหอย เพื่อป้อป้งกันการอุดตันและลดปริมาณลูกหอยในแต่ละกระบอก และเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกหอยทับกันจนไม่สม่ามารถเปิดปิเปลือลืกกรองอาหารได้ ซึ่งซึ่จะดำ เนินนิการสัปสัดาห์ลห์ะ 1 ครั้งรั้พร้อร้มสุ่มสุ่ชั่งชั่น้ำ หนักนัวัดขนาดและคำ นวณปริมาณลูกหอยที่เหลือ โดยความหนาแน่นที่เหมาะสมในการอนุบาลลูกหอยแต่ละขนาด มีดังนี้- ลูกหอยขนาด 1 เซนติเมตร ความหนาแน่น 1 - 2 ตัว/ตารางเซนติเมตร- ลูกหอยขนาด 2 เซนติเมตร ความหนาแน่น 0.5 - 1 ตัว/ตารางเซนติเมตร- ลูกลูหอยขนาด 3 - 5 เซนติเมตร ความหนาแน่นน่ 1 ตัว/ 3 ตารางเซนติเมตร2. ระยะเวลาการอนุบาลลูกหอยในแต่ละขนาด เป็นดังนี้- ลูกหอยขนาด 1 - 2 เซนติเมตร ใช้ระยะเวลาการอนุบาล 1.5 - 2 เดือน- ลูกหอยขนาด 3 - 5 เซนติเมตร ใช้ระยะเวลาการอนุบาล 2.5 - 3 เดือน3. อัตรารอดตายของการอนุบนุาลลูกลูหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 0.5 - 5.0 เซนติเมตรอยู่รยู่ะหว่าง 40 - 50%FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย33ลูกลูหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 3 เซนติเมตรและขนาด 4 - 5 เซนติเมตร ที่อที่นุบาลในระบบบ่อบ่ดิน
การเลี้ยงหอยตะโกรมกรามขาวในบ่อดินสามารถใช้บ่อใหม่หรือบ่อเก่าที่มีอยู่เดิมโดยเลี้ยงร่วมกับสัตว์น้ำ ชนิดอื่น ๆ ได้ เช่น ปลานวลจันทร์ทะเล ปลากระบอก กุ้งทะเลสาหร่ายทะเล เป็นต้น สำ หรับการเลี้ยงในบ่อดินเกษตรกรสามารถเลี้ยงได้ตั้งแต่ลูกหอยขนาดเล็ก (3 - 5 มิลลิเมตร) โดยการนำ มาอนุบาลให้มีขนาดใหญ่ หรือจะนำ ลูกหอยขนาด4 - 5 เซนติเติมตร มาเลี้ยลี้งก็ไก็ด้ ทั้งทั้นี้ขึ้นี้นขึ้อยู่กัยู่บกัความพร้อร้มของเกษตรกรรายนั้นนั้ๆ โดยมีข้มีอข้แนะนำดังต่อไปนี้1. ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความเค็มของน้ำ 10 - 30 ppt. ตลอดทั้งปี เพราะหอยตะโกรมกรามขาวจะมีการตายเมื่อระดับความเค็มของน้ำ น้อยกว่า 10 ppt. และมีการเจริญเติบโตช้าและมีการตายเมื่อระดับความเค็มของน้ำ มากกว่า 30 ppt. อีกทั้งส่งส่ผลถึงคุณภาพและรสชาติของเนื้อหอยอีกด้วย2. ไม่เป็นพื้นที่ที่น้ำ ท่วมถึง และไม่เป็นทางผ่านของน้ำ จืดเมื่อเกิดสภาวะฝนตกหนัก3. บ่อบ่เลี้ยลี้งไม่คม่วรมีขมีนาดเล็กล็เกินกิ ไป หรือรืถ้าเป็นป็บ่อบ่ขนาดเล็กล็ควรมีแมีหล่งล่เก็บก็น้ำ สำ รองไว้ใช้ หรือเป็นบ่อบ่ผลิตอาหารธรรมชาติเสริมได้4. ระดับดัน้ำ ในบ่อบ่เลี้ยลี้งประมาณ 1.0 - 1.2 เมตร ไม่ลึม่กลึเกินกิ ไป ซึ่งซึ่จะทำ ให้ผู้ห้ ปผู้ ฏิบั ฏิติงติานสามารถทำ งานได้ง่าย5. ไม่อยู่ใยู่นแหล่งชุมชน แหล่งอุตสาหกรรม และแหล่งน้ำ เสื่อมโทรม เพราะมีผลต่อคุณภาพของเนื้อหอย ซึ่งไม่เหมาะสมในการนำ มาบริโภค6. สามารถเปิดน้ำ ทะเลเข้า - ออกได้ง่าย ทำ ให้ลดต้นทุนเรื่องพลังงาน เพราะหอยตะโกรมกรามขาวใช้ระยะเวลาการเลี้ยงนานจึงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ การลดต้นทุนและใช้หลักธรรมชาติให้มากที่สุด จะทำ ให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการเลี้ยงหอยFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย34
จุดสาธิตการเลี้ยลี้งหอยตะโกรมกรามขาวในบ่อบ่ดินของศูนศูย์วิย์ วิจัยและพัฒพันาการเพาะเลี้ยลี้งสัตสัว์น้ำ ชายฝั่งฝั่สุรสุาษฎร์ธร์านีรูปแบบการเลี้ยลี้งในบ่อบ่ดินFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย35เมื่อมื่อนุบนุาลลูกลูหอยจนได้ขนาดความยาวเปลือลืก 5 มิลมิลิเลิมตรขึ้นขึ้ ไป เกษตรกรสามารถนำ ลงเลี้ยงในบ่อดินได้ ทั้งนี้รูปแบบการเลี้ยงจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดของลูกหอยเช่นช่การเลี้ยลี้งในตะกร้าร้แขวน เหมาะสมกับกัหอยที่มีที่ขมีนาด 5 มิลมิลิเลิมตรขึ้นขึ้ ไป การติดติเชือชืกแขวนการติดติแท่งท่ ปูน และการติดติกระเบื้อง เหมาะสมกับกัหอยที่มีที่ขมีนาด 3 เซนติเติมตรขึ้นขึ้ ไป เป็นป็ต้นต้เกษตรกรสามารถปรับรูปแบบการเลี้ยงหอยให้เหมาะสมกับความพร้อมของตนเองได้
FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย36รูปแบบการเลี้ยลี้งหอยตะโกรมกรามขาวในบ่อบ่ดิน
1. การเปลี่ยลี่นถ่ายน้ำ ในบ่อบ่อนุบาลและบ่อบ่เลี้ยลี้งตลอดระยะเวลาการอนุบนุาลและเลี้ยงลูกลูหอยตะโกรมกรามขาวต้องหมุนมุเวียนน้ำ ทะเลเข้าข้- ออกบ่อบ่อย่าย่งสม่ำ เสมอ อย่าย่งน้อน้ยสัปสัดาห์ลห์ะ 1 - 2 ครั้งรั้ โดยต้องตรวจสอบคุณคุภาพน้ำทั้งน้ำ ในบ่อบ่และน้ำ ก่อนนำ เข้าบ่อบ่ทุกครั้ง โดยเฉพาะปัจจัยด้านความเค็ม ตะกอนแขวนลอยในน้ำ และชนิดของแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำ คัญที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของหอยตะโกรมกรามขาว2. การจัดการระหว่างการอนุบาลลูกลูหอยตะโกรมกรามขาวขนาด 2 - 5 มิลมิลิเมตรการเพิ่มพิ่อัตรารอดของลูกลูหอย ควรอนุบนุาลลูกลูหอยในระบบถังอนุบนุาลที่มีกมีารไหลเวียนของน้ำ แบบ Up - welling ซึ่งซึ่ติดติตั้งตั้ถังถัอนุบนุาลบริเริวณคันคับ่อบ่ดินดิ โดยดึงดึน้ำ จากบ่อบ่ดินดิซึ่งซึ่มีอมีาหารธรรมชาติ ผ่าผ่นการกรองด้วด้ยวัสวัดุกดุรองแบบหยาบเพื่อพื่ดักดัตะกอนขนาดใหญ่ เนื่อนื่งจากหอยยังยัมีขนาดเล็กล็ตะกอนอาจจะทับทัตัวตัหอย ทำ ให้หห้อยเปิดปิฝาและกรองกินกิแพลงก์ตก์อนได้น้ด้อน้ย ส่งส่ผลให้เห้กิดกิการตายได้ง่ด้าง่ย นอกจากนี้ การอนุบนุาลลูกลูหอยขนาด 2 - 5 มิลมิลิเลิมตร ต้อต้งการการดูแดูลและการป้องกันศัตรูตามธรรมชาติเป็นพิเศษ เนื่องจากลูกหอยมีเปลือกบางและมีขนาดเล็กจึงจึง่าง่ยต่อต่การสูญสูเสียสีลูกลูหอยจากการหลุดลุออกจากภาชนะเลี้ยลี้งและการโดนศัตศัรูจับจักินกิระหว่าว่งการอนุบาลต้องมีการจัดการดูแลระหว่างการอนุบาลดังนี้- ล้างทำ ความสะอาดลูกลูหอยและถังอนุบนุาลทุกทุวัน เพื่อลดการสะสมของตะกอนดินในถังอนุบาลและลดปริมาณก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่เกิดขึ้นในถังอนุบาล- คัดขนาดลูกหอยเพื่อแยกภาชนะในการอนุบาลสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เนื่องจากลูกลูหอยขนาดใหญ่จญ่ะมีอัมี อัตราการกรองกินกิสูงสูกว่าว่ลูกลูหอยขนาดเล็กล็หากอนุบนุาลรวมกันกัจะทำ ให้ลูกหอยที่มีขนาดเล็กไม่สามารถกรองกินอาหารได้ทัน- ปรับอัตราการไหลของน้ำ ผ่านกระบอกอนุบาลเพิ่มขึ้น เมื่อลูกหอยมีขนาดใหญ่ขึ้น ควรปรับอัตราการไหลของน้ำ ให้มีความพอดี หากปรับอัตราการไหลของน้ำ แรงจนเกินไป จะส่งส่ผลให้ลูกหอยหลุดลอยออกนอกกระบอกอนุบาล- ปรับรัลดอัตราความหนาแน่นน่ของลูกลูหอยระหว่างการอนุบนุาล สัปสัดาห์ลห์ะ 1 ครั้งรั้- ตรวจวัดคุณภาพน้ำ สม่ำ เสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะระดับความเค็มของน้ำ ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างสม่ำ เสมอการจัดการ และการดูแลระหว่างการอนุบาลและการเลี้ยงFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย37
FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย38ลูกลูพันพัธุ์หอยตะโกรมกรามขาวแบบตัวเดี่ยดี่ว (Single spat)ขนาด 2 มิลมิลิเมตร จากโรงเพาะฟักฟัถังอนุบาลลูกลูหอยตะโกรมกรามขาวบริเริวณบ่อบ่ดินและการล้างทำ ความสะอาดลูกลูหอยการคัดขนาดลูกลูหอย และลูกลูหอยตะโกรมกรามขาวสำ หรับรันำ ไปเลี้ยลี้งในบ่อบ่ดิน
3. การจัดการระหว่างเลี้ยงหอยตะโกรมกรามขาวในบ่อดินสามารถเลี้ยงหอยตะโกรมกรามขาวในบ่อดินได้ตั้งแต่หอยขนาด 5 มิลลิเมตรขึ้นไปโดยระหว่างการเลี้ยงควรมีการจัดการ ดังนี้- เขย่าภาชนะเลี้ยงหอยเพื่อให้ตะกอนที่ติดอยู่หลุดออก ป้องกันการอุดตันของกระแสน้ำ ที่ไหลเข้า - ออกภาชนะเลี้ยงหอย โดยในช่วงเริ่มต้น ลูกหอยที่เลี้ยงมีขนาดเล็กควรเขย่าย่ภาชนะเลี้ยงหอย 1 - 2 วันต่อครั้งรั้หากเป็นป็หอยที่มีขมีนาดใหญ่ซึ่ญ่ซึ่งซึ่มีคมีวามยาวเปลือกมากกว่า 5 เซนติเมตร เขย่าย่ภาชนะเลี้ยงหอยอย่าย่งน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทั้งนี้จำ นวนครั้งในการเขย่าย่ภาชนะเลี้ยลี้งหอยขึ้นขึ้อยู่กัยู่บกั ปริมริาณตะกอนแขวนลอยในน้ำ ของบ่อบ่เลี้ยลี้ง โดยในช่วช่งฤดูฝนจะพบตะกอนแขวนลอยในน้ำ มากกว่าช่วช่งฤดูอื่น ๆ- การเลี้ยลี้งหอยในตะกร้าร้เป็นป็วิธีวิกธีารเลี้ยลี้งที่สที่ามารถจัดจัการระหว่าว่งการเลี้ยลี้งได้ง่ด้าง่ยเนื่อนื่งจากสามารถเคลื่อนย้าย้ยหอยเพื่อเปลี่ยนตะกร้าร้เลี้ยงได้ จึงควรมีกมีารคัดขนาดหอยที่เลี้ยงให้มีความสม่ำ เสมอ และแยกภาชนะเลี้ยงระหว่างหอยขนาดใหญ่แญ่ละหอยขนาดเล็ก- ในบ่อเลี้ยงควรกำ จัดศัตรูทางธรรมชาติของหอย ได้แก่ กุ้งขนาดใหญ่ และปูโดยการวางลอบดักดัปูบปูริเริวณที่แที่ขวนตะกร้าร้เลี้ยลี้งหอยอย่าย่งน้อน้ยสัปสัดาห์ลห์ะ 2 ครั้งรั้หรือรืขึ้นขึ้อยู่กัยู่บกัปริมาณกุ้งและปูในบ่อ เนื่องจากหอยขนาดเล็กจะมีเปลือกบาง กุ้งและปูสามารถกัดกินได้นอกจากนี้ควรใช้ตาข่ายพลาสติกปิดตะกร้าเลี้ยงหอยไว้ เพื่อป้องกันนกกระยางหรือนกที่กินหอย รวมถึงกุ้งและปูได้อีกด้วย- ตรวจวัดคุณภาพน้ำ สม่ำ เสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะระดับความเค็มของน้ำ ต้องมีการเฝ้าระวังอย่าย่งสม่ำ เสมอ- มีการเฝ้าระวังผลผลิตหอย เนื่องจากมีมูลค่าสูงเสี่ยงต่อการลักขโมยได้ง่ายFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย39
FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย40การเตรียรีมพันพัธุ์หอยตะโกรมกรามขาวเพื่อพื่นำ ไปเลี้ยลี้งในบ่อบ่ดิน
FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย41ผลผลิตหอยตะโกรมกรามขาวที่เที่ลี้ยลี้งในบ่อบ่ดิน อายุการเลี้ยลี้ง 8 - 10 เดือน
การเพาะพันธุ์แธุ์ละอนุบนุาลหอยตะโกรมกรามขาว ปัจปัจัยจัหลักลัที่สำที่สำคัญคัคือคืแพลงก์ตก์อนพืชซึ่งต้องใช้ตลอดกระบวนการตั้งแต่การขุนเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์จนถึงการเลี้ยงในบ่อดิน การใช้แพลงก์ตก์อนพืชในการเพาะพันพัธุ์แธุ์ละอนุบนุาลหอยตะโกรมกรามขาวในระบบโรงเพาะฟักฟัต้อต้งมีการเลี้ยงหัวเชื้อในห้องปฏิบัติการ เพราะต้องการทั้งด้านความสะอาดและปริมาณที่แน่นอนข้อควรพิจารณาเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนพืชในห้องปฏิบัติการ มีดังนี้คุณสมบัติของแพลงก์ตอนพืชที่จะนำ มาใช้ในการอนุบาลลูกหอย คือ มีขนาดเล็ก(ประมาณ 3 - 15 ไมโครเมตร) พอเหมาะที่หที่อยจะสามารถกินกิ ได้ มีคุมีณค่าค่ทางอาหารเหมาะสมสามารถเพาะขยายพันธุ์ไธุ์ด้ปริมาณมาก เจริญเติบโตเร็ว และอยู่ไยู่ด้นาน1. Isochrysis sp.เป็นอาหารที่เหมาะสมสำ หรับการอนุบาลลูกสัตว์น้ำ วัยอ่อนในระยะเริ่มกินอาหารIsochrysis sp. มีกรดไขมันที่จำ เป็นสำ หรับสัตว์น้ำ เค็มสูง จะเจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิ30 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้จะเจริญเติบโตได้ไม่ดีนักชนิดของแพลงก์ตอนพืชที่นิยมใช้ที่มที่า : www.lib.noaa.govFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย42
เป็นป็ ไดอะตอมชนิดนิหนึ่งนึ่มีทั้มีทั้งชนิดนิที่เป็นป็เซลล์เล์ดี่ยวและชนิดนิที่เป็นป็สายยาว ชนิดนิที่เป็นป็เซลล์เล์ดี่ยดี่วเหมาะสำ หรับรัการอนุบนุาลลูกลูกุ้งกุ้ในระยะซูเซูอีย (Zoea) หรือรืลูกลูหอยในระยะ Veligerจนถึงระยะลงเกาะพื้น โดยเฉพาะ Chaetoceros calcitrans เนื่องจากเซลล์มีขนาดเล็กและหนามสั้น สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะคล้ายกับ Isochrysis sp.2. Chaetoceros sp.3. Tetraselmis sp.เป็นแพลงก์ตอนพืชในกลุ่มสาหร่ายสีเขียว สามารถว่ายน้ำ ได้และมีหนวด 4 เส้นแต่หนวดหลุดลุออกได้ง่ายเมื่อมื่อยู่ใยู่นสภาวะแวดล้อมไม่เม่หมาะสม โดย Tetraselmis sp. จะใช้ในการอนุบาลลูกหอย ลูกกุ้งทะเล และโรติเฟอร์ที่มที่า : ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทร์างทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่มที่า : ศูนศูย์วิย์ วิจัยและพัฒพันาการเพาะเลี้ยลี้งสัตสัว์น้ำ ชายฝั่งฝั่จันทบุรีFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย43
FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย44เป็นแพลงก์ตอนพืชที่อยู่ในกลุ่มเซนทริคไดอะตอม มีซิลิกาเป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ โดยแต่ละเซลล์มาต่อกันเป็นสายโซ่ หรืออาจพบเป็นเซลล์เดี่ยว4. Thalassiosira sp.ปัจปัจัยสำ คัญที่มีที่ผมีลต่อการเจริญริเติบโตของแพลงก์ตอนพืชพื1. แสง แพลงก์ตอนพืชต้องการแสงเพื่อใช้ในกระบวนการสังเคราะห์แสง ในการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนพืชอาจอาศัยแสงแดดธรรมชาติหรือใช้แสงจากหลอดไฟ ซึ่งในอดีตใช้หลอดฟลูโอเรสเซนต์หรือหลอดไฟชนิดพิเศษที่ให้ช่วงคลื่นแสงที่พืชต้องการ แต่ปัจจุบันนิยมใช้หลอด LED ซึ่งมีข้อดีคือประหยัดไฟและไม่เกิดความร้อน2. อุณหภูมิ แพลงก์ตอนพืชส่วนใหญ่ที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำ สามารถเจริญได้ดีในช่วช่งอุณหภูมิระหว่าง 25 - 30 องศาเซลเซียส3. ความเค็ม แพลงก์ตอนพืชน้ำ เค็มที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์ทะเล ส่วนใหญ่เจริญได้ดีในช่วช่งความเค็ม 20 - 35 ppt.4. ธาตุอาหาร แพลงก์ตอนพืชนำ ธาตุอาหารในการเจริญเติบโต โดยธาตุอาหารที่ต้องการในปริมาณมาก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ส่วนธาตุอาหารที่ต้องการในปริมาณน้อย เช่นช่เหล็ก ซิลิคอน แมกนีเซียม แมงกานีส เป็นต้น5. ก๊าซคาร์บร์อนไดออกไซด์ แพลงก์ตอนพืชต้องการคาร์บร์อนไดออกไซด์ เพื่อใช้ใช้นกระบวนการสังเคราะห์แสงเช่นเดียวกับพืชทั่วไป การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนพืชให้ได้ความหนาแน่นสูงจึงจำ เป็นต้องเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระหว่างการเลี้ยงที่มที่า : ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทร์างทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กราฟแสดงระยะการเจริญริเติบโตของแพลงก์ตอนพืชพืที่มที่า : ลัดดา (2539)1. ระยะปรับตัว (Lag phase) เป็นระยะที่เซลล์ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่เช่นช่แสง อุณหภูมิ ธาตุอาหาร เป็นต้น ซึ่งระยะนี้แพลงก์ตอนไม่มีการแบ่งบ่เซลล์2. ระยะเอกซ์โพเนนเชียล (Exponential phase) เป็นระยะที่แพลงก์ตอนมีการเจริญเติบโตและขยายพันธุ์อธุ์ย่าย่งรวดเร็ว เหมาะสำ หรับนำ ไปใช้ในการขยายพันธุ์ต่ธุ์ ต่อไป3. ระยะเฉื่อย (Retardation phase) เป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตช้าลง เนื่องจากขาดแคลนอาหารหรือออกซิเจน ซึ่งเกิดจากปริมาณเซลล์ที่หนาแน่นเกินไป4. ระยะคงที่ (Stationary phase) เป็นระยะที่การเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนหยุดยุนิ่งนิ่เนื่อนื่งจากธาตุอตุาหารน้อน้ยลง และเกิดกิสารพิษจากขบวนการเมตาบอลิซึลิมซึ (Matabolism)หรือการสลายตัวของเซลล์เพิ่มมากขึ้น5. ระยะตาย (Death phase) เป็นระยะที่เซลล์หยุดการเจริญเติบโตอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากธาตุอาหารหมดและเซลล์จะเริ่มตายการเจริญริเติบโตของแพลงก์ตอนพืชพืการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืช แบ่งบ่ออกได้เป็น 5 ระยะ ดังนี้FisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย45
วิธีกธีารรักรัษาสภาพการเลี้ยลี้งให้เหมาะสมเพื่อให้แพลงก์ตอนพืชมีกมีารเจริญริเติบโต มี 3 วิธี1. วิธีกธีารย้าย้ยเชื้อชื้ (Transfer) นำ แพลงก์ตอนไปใส่ใส่นภาชนะที่ใหญ่ขึ้ญ่ขึ้นขึ้ควรทำ การย้าย้ยเชื้อชื้ก่อก่นที่แที่พลงก์ตก์อนจะเข้าข้สู่รสู่ะยะคงที่ ต่อต่จากนั้นนั้พยายามเลี้ยลี้งจนแพลงก์ตก์อนมีปมีริมริาณสูงสุดจึงจึนำ ไปเลี้ยลี้งลูกสัตสัว์น้ำว์ น้ำต่อต่ ไป ซึ่งซึ่วิธีวินี้ธีกนี้ารนี้จนี้ะมีกมีารย้าย้ยหัวหัเชื้อชื้เป็นป็ระยะ ๆ เพื่อพื่ขยายพันพัธุ์ต่อไป โดยทั่วไปนิยมใช้พัช้นพัธุ์แธุ์พลงก์ตอนที่ได้จากการย้าย้ยเชื้อชื้ครั้งรั้ที่ 1 - 22. วิธีวิกธีารเลี้ยลี้งแบบต่อต่เนื่อนื่ง (Continuous culture) โดยการเติมติอาหารและน้ำ ทะเลตลอดเวลา ในอัตราการไหลเข้าข้เท่ากับอัตราการไหลของน้ำ ที่นำ ไปใช้ ซึ่งซึ่ผู้เผู้ลี้ยงจะได้ผลผลิตตามต้องการติดต่อกันเป็นเวลานาน3. วิธีกธีารเลี้ยลี้งแบบกึ่งต่อเนื่อง (Semi - continuous culture) เป็นป็วิธีกธีารยืดยือายุการเลี้ยงแพลงก์ตอน เมื่อแพลงก์ตอนมีความหนาแน่นสูงหรือมีปริมาณมาก จะนำ บางส่วนไปเลี้ยงลูกสัตว์น้ำ แล้วเติมอาหารใหม่ลงไปเพื่อให้มีปริมาณเท่าเดิม เมื่อแพลงก์ตอนมีความหนาแน่นสูงขึ้นจึงนำ ไปเลี้ยงสัตว์น้ำ อีกครั้ง ทำ เช่นนี้จนกว่าบ่อเลี้ยงจะมีสภาวะไม่เม่หมาะสม จึงเริ่มริ่ทำ การเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนครั้งรั้ใหม่การแยกชนิดแพลงก์ตอนพืชให้บริสุริสุทธิ์และการเก็บรักรัษาหัวเชื้อ (Stock culture)มีคมีวามจำ เป็นป็อย่าย่งยิ่งยิ่เพื่อพื่ให้มีห้หัมีวหัเชื้อชื้บริสุริทธิ์ไธิ์ว้ใว้ช้อช้ย่าย่งสม่ำ เสมอ โดยปฏิบัฏิติบัดัติงดันี้วัสดุและอุปกรณ์1. ขวดรูปชมพู่ (ทนไฟ) ขนาด 250 มิลลิลิตร หรือรื 500 มิลลิลิตร2. แท่งแก้วรูปสามเหลี่ยม หรือรืรูปตัวแอล (L)3. พาสเจอร์ปิร์ ปิเปตแก้ว หรือรืหลอดคาปิลลารี่4. ตะเกียงแอลกอฮอล์5. จานเพาะเชื้อชื้6. ลูปเขี่ยเชื้อชื้7. หลอดทดลอง8. กระดาษฟอยด์9. หม้อนึ่งความดันFisheriesDepartment ofl กรมประมงประเทศไทย46