ที่ ภำษำไทย ภำษำองั กฤษ ควำมหมำย
9 นาเสนอ
present แสดงข้อมลู เร่ืองราว หรือ
10 บรรยาย describe ความคดิ เพ่อื ให้ผ้อู ่นื รับร้หู รือ
พิจารณา
11 บอก tell ให้รายละเอยี ดของเหตุการณ์
12 บันทกึ record หรือปรากฏการณท์ ่เี กดิ ข้นึ ให้
13 เปรียบเทยี บ compare ผ้อู ่นื ได้รับร้ดู ้วยการบอกหรือ
interpret เขียน
14 แปล give examples ให้ข้อมลู ข้อเทจ็ จริง แกผ่ ้อู ่นื
identify ด้วยการพูด หรือเขียน
ความหมาย select เขยี นข้อมูลท่ไี ด้จากการสงั เกต
measure เพ่อื ช่วยจา หรือเพ่ือเป็นหลักฐาน
15 ยกตวั อย่าง analyze บอกความเหมือน และ/หรือ
ความแตกต่าง ของส่งิ ท่ี
16 ระบุ เทยี บเคียงกนั
17 เลือกใช้ แสดงความหมายของข้อมลู
จากหลกั ฐานท่ปี รากฏเพ่อื ลง
18 วัด ข้อสรปุ
ให้ข้อมลู เหตุการณห์ รือ
19 วิเคราะห์ สถานการณ์เพ่อื แสดงความเข้าใจ
ในสง่ิ ท่ไี ด้เรียนรู้
ช้บี อกสง่ิ ต่าง ๆ โดยใช้ข้อมูล
ประกอบอย่างเพยี งพอ
พจิ ารณา และตดั สนิ ใจนาวัสดุ
สง่ิ ของ อปุ กรณ์หรือวธิ กี ารมา
ใช้ได้อย่างเหมาะสม
หาขนาด หรือปริมาณ ของ
ส่งิ ต่างๆ โดยใช้เคร่ืองมอื
ท่เี หมาะสม
แยกแยะ จัดระบบเปรียบเทยี บ
จดั ลาดับ จดั จาแนก หรือ
เช่อื มโยงข้อมูล
97
ที่ ภำษำไทย ภำษำองั กฤษ ควำมหมำย
20 สร้าง construct model นาเสนอแนวคดิ หรือเหตุการณใ์ น
แบบจาลอง รูปของแผนภาพ ช้นิ งานสมการ
ข้อความ คาพดู และ/หรือใช้
แบบจาลองเพ่อื อธบิ าย
ความคดิ วัตถุ หรือเหตุการณ์
ต่างๆ
21 สงั เกต observe หาข้อมูลด้วยการใช้ประสาท
สมั ผัสท้งั ห้า ท่เี หมาะสมตาม
ข้อเทจ็ จริงท่ปี รากฏ โดยไม่ใช้
ประสบการณ์เดิมของผู้สงั เกต
22 สารวจ explore หาข้อมูลเก่ยี วกบั ส่งิ ต่างๆ
โดยใช้วธิ กี ารและเทคนิคท่ี
เหมาะสม เพ่ือนาข้อมลู มาใช้
ตามวัตถปุ ระสงค์ท่กี าหนดไว้
23 สบื ค้นข้อมูล search หาข้อมูล หรือข้อสนเทศท่มี ี
ผ้รู วบรวมไว้แล้วจากแหล่งต่าง ๆ
มาใช้ประโยชน์
24 ส่อื สาร communicate นาเสนอ และแลกเปล่ยี น
ความคดิ ข้อมูล หรือผลจากการ
สารวจตรวจสอบ ด้วยวิธี
ท่เี หมาะสม
25 อธบิ าย explain กล่าวถึงเร่ืองราวต่างๆ อย่างมี
เหตุผล และมขี ้อมลู หรือ
ประจักษพ์ ยานอ้างองิ
26 อภิปราย discuss แสดงความคดิ เหน็ ต่อประเดน็
หรือคาถามอย่างมีเหตผุ ลโดย
อาศยั ความรู้และประสบการณ์
ของผ้อู ภปิ รายและข้อมูลประกอบ
27 ออกแบบการ design experiment กาหนด และวางแผนวธิ กี าร
ทดลอง ทดลองให้สอดคล้องกบั
สมมติฐานและตัวแปรต่างๆ
รวมท้งั การบนั ทกึ ข้อมูล
98
ศพั ทท์ ี่เกยี่ วขอ้ งกบั ตวั ช้ ีวดั สำระเทคโนโลยี
ที่ ภำษำไทย ภำษำองั กฤษ ควำมหมำย
1 การใช้ลิขสทิ ธ์ิ fair use การนาส่อื หรือข้อมลู ท่เี ป็น
ของผ้อู ่นื โดย ลิขสทิ ธ์ขิ องผู้อ่นื ไปใช้โดยชอบ
ชอบธรรม ด้วยกฎหมาย ภายใต้เง่อื นไข
บางประการ เช่น
1) นาไปใช้ในการศกึ ษา หรือ
การค้า
2) งานน้ันเป็นงานวชิ าการ หรือ
บันเทงิ
3) คัดลอกเพียงส่วนน้อย หรือ
คดั ลอกจานวนมาก
4) ทาให้เจ้าของเสยี ผลประโยชน์
ทางการเงิน มากน้อยเพยี งใด
2 การตรวจและ debugging กระบวนการในการค้นหา
แก้ไขข้อ ข้อผดิ พลาดของโปรแกรม
ผดิ พลาด เพ่อื แก้ไขให้ทางานได้ถกู ต้อง
3 การประมวล data processing การดาเนนิ การต่าง ๆ กบั ข้อมลู
ผลข้อมูล เพ่อื ให้ได้ผลลพั ธ์ท่มี ความหมาย
และมปี ระโยชน์ต่อการนาไปใช้
งานมากย่ิงข้นึ
4 การรวบรวม data collection กระบวนการในการรวบรวม
ข้อมูล ข้อมลู ท่เี ก่ยี วข้องจากแหล่ง
ข้อมลู ต่างๆ
5 ข้อมลู ปฐมภูมิ primary data ข้อมูลท่รี วบรวมโดยตรงจาก
แหล่งข้อมูลข้นั ต้น โดยอาจ
ใช้วิธกี ารสงั เกต การทดลองการ
สารวจ การสมั ภาษณ์
6 เทคโนโลยี technology ส่งิ ท่มี นุษย์สร้างหรือพฒั นาข้ึน
ซ่งึ อาจเป็นได้ท้งั ช้นิ งาน หรือ
วธิ กี าร เพ่อื ใช้แก้ปัญหาสนอง
ความต้องการ หรือเพ่ิม
ความสามารถในการทางานของ
มนุษย์
99
ที่ ภำษำไทย ภำษำองั กฤษ ควำมหมำย
7 แนวคดิ เชงิ
computational กระบวนการในการแก้ปัญหา
คานวณ thinking การคิดวเิ คราะห์อย่างมีเหตุผล
เป็นข้ันตอน เพ่ือหาวธิ กี าร
8 แนวคิดเชิง abstraction แก้ปัญหาในรูปแบบท่สี ามารถ
technological นาไปประมวลผลได้
นามธรรม การพิจารณารายละเอยี ดท่สี าคัญ
system ของปัญหา แยกแยะสาระสาคญั
9 ระบบทาง ออกจากส่วนท่ไี ม่สาคญั
logical กล่มุ ของส่วนต่าง ๆ ต้งั แต่
เทคโนโลยี reasoning สองสว่ นข้ึนไป ประกอบเข้า
ด้วยกนั และทางานร่วมกนั
10 เหตุผลเชงิ logical fallacy เพ่ือให้บรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์
ตรรกะ โดยในการทางานของระบบ
Identity ทางเทคโนโลยจี ะประกอบไปด้วย
11 เหตผุ ลวิบตั ิ ตวั ป้ อน (input) กระบวนการ
(process) และผลผลิต(output)
12 อตั ลักษณ์ ท่สี ัมพนั ธก์ นั นอกจากน้ีระบบทาง
เทคโนโลยอี าจมีข้อมูลย้อนกลบั
(feedback) เพ่ือใช้ปรับปรงุ การ
ทางานได้ตามวัตถุประสงค์
การใช้เหตผุ ล กฎ กฎเกณฑ์
หรือเง่ือนไขท่เี ก่ยี วข้อง เพ่ือ
แก้ปัญหาได้ครอบคลุมทุก
กรณี
การใช้เหตผุ ลท่ผี ิดพลาดไม่อยู่บน
พ้ืนฐานของความจริง ไม่มนี า้ หนกั
สมเหตสุ มผลมาสนบั สนุน หรือ
ช้นี าข้อสรุปท่ผี ดิ ให้ดนู ่าเช่ือถือ
ลกั ษณะเฉพาะหรือข้อมลู สาคญั
ท่บี ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของ
บุคคลหรือส่งิ ใดส่ิงหน่ึง เช่น
ช่อื บัญชผี ู้ใช้ใบหน้า ลายน้ิวมือ
100
ที่ ภำษำไทย ภำษำองั กฤษ ควำมหมำย
13 อลั กอริทมึ
algorithm ข้นั ตอนในการแก้ปัญหาหรือ
14 แอปพลิเคชัน การทางาน โดยมลี าดับของ
software คาสง่ั หรือวธิ กี ารท่ชี ดั เจน
application ท่คี อมพิวเตอร์สามารถปฏบิ ัติ
ตามได้
ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ท่ที างาน
บนคอมพิวเตอร์สมาร์ตโฟน
แทบ็ เลต็ หรืออุปกรณ์เทคโนโลยี
อ่นื ๆ
แหล่งท่มี าหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวช้วี ดั ฯ
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560)
101
คณะผูจ้ ดั ทำ
1.นางสาวคัทลียา สภุ กา 6494110004
2.นางสาวณฐั กมล เทพจันทร์ 6494110005
3.นางสาวศภุ สิ รา โคตรเศรษฐี 6494110010
4.นายอนวตั ร์ นิรงคบ์ ตุ ร 6494110028
5.นางสาวปนดิ า ภมู ศิ รีจันทร์ 6494110054
102