The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nuttawan4590, 2022-09-13 00:26:32

CFO Guide Book 2021 A5

แนวทางการประเมินคารบอนฟ�ตพร��นท


สำหรับองคกรปกครองส‹วนทŒองถิ�น

องคการบร�หารจัดการกาซเร�อนกระจก (องคการมหาชน)

ฉบับปรับปรุง

แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์


ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับปรับปรุง)

พิมพ์ครั้งที่ 2 (ฉบับปรับปรุง) : กันยายน 2564
จ�านวน: 1,300 เล่ม


จัดท�าโดย:
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)


ที่ปรึกษา: ดร.พงษ์วิภา หล่อสมบูรณ์
รองผู้อ�านวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

นางสาวสุมน สุเมธเชิงปรัชญา
ผู้อ�านวยการส�านักส่งเสริมเมืองและสังคมคาร์บอนต�่า

ผู้เรียบเรียง: นางสาวเมธ์วดี เสรีเสถียรทรัพย์
นักวิชาการช�านาญการ

นางสาวตวงกมล พฤทธิ์ธโนปจัย
นักวิชาการช�านาญการ

ค�าน�า





ปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปล่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบ


เป็นวงกว้างมากข้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเน่องมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ดังนั้น การลดก๊าซเรือนกระจกจึงเป็นเรื่องจ�าเป็นที่ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม


องค์กรปกครองส่วนถ่นมีบทบาทสาคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและ





ส่งแวดล้อม ดาเนินการป้องกันและแก้ไขภาวะมลพิษในเขตพ้นท่ท้องถ่นของตน อย่างไรก็ตาม
การขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็วท้งในเชิงจานวนและขนาดของเมืองส่งผลกระทบ


โดยตรงกับบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อม และส่งผลให้พ้นท่ชุมชนเขตเมือง



มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ช้นบรรยากาศในอัตราท่สูงตามความเจริญของเมืองไปด้วย


เนื่องจากมีการใช้พลังงาน การเกิดขยะมูลฝอย การลดลงของพื้นที่สีเขียว ก๊าซเรือนกระจก






เปนสาเหตุสาคญของการเกดภาวะโลกรอน สงผลกระทบตอวถการดารงชวตของมนษยและ








ส่งมีชีวิต องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นจึงจาเป็นต้องมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน



ผ่านการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกท่เกิดจากกิจกรรมภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในท้องถิ่นลง

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาขน) ได้ตระหนักถึงความสาคัญ



ในเร่องดังกล่าว จึงจัดทาคู่มือแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพร้นท์สาหรับองค์กรปกครอง

ส่วนท้องถ่น สาหรับเป็นแนวทางในการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกท่ปล่อยจาก



กิจกรรมทั้งหมดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบบเข้าใจง่าย เพื่อใช้ในการเผยแพร่ และ
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดความรู้ความเข้าใจและสามารถน�าไปใช้ได้จริง ซึ่งจะเป็น

การเสริมสร้างศักยภาพให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นสามารถบริหารจัดการ
ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนอย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวไปสู่การเป็นเมือง
คาร์บอนต�่า (Low-carbon City) ได้ในที่สุด

สารบัญ




คำ�นำ� 3
อภิธ�นศัพท์และคำ�ย่อ 5
บทที่ 1 บทนำ� 10
1.1 ความหมายของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ 10

1.2 ประโยชน์ของการจัดท�าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10
1.3 การจัดท�าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11
บทที่ 2 คำ�นวณค�ร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่�งไร 12
2.1 ขั้นตอนการค�านวณ 12
2.2 ใครบ้างที่เกี่ยวข้อง 13
2.3 การก�าหนดขอบเขตขององค์กรและการด�าเนินงาน 14
2.4 การระบุแหล่งปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก 23
2.5 การคัดเลือกวิธีการค�านวณ 27
2.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล 28
2.7 การคัดเลือกค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30
2.8 การค�านวณปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก 31
2.9 การรายงานปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 46
2.10 การทวนสอบข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกและปรับปรุงรายงาน 49

บทที่ 3 แนวท�งลดก๊�ซเรือนกระจก 54
3.1 การวิเคราะห์แนวทางลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 54
3.2 มาตรการและแนวทางลดก๊าซเรือนกระจก 57
บทที่ 4 ตัวอย่�งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้�ร่วมก�รพัฒน�แนวท�งลดก๊�ซเรือนกระจก 60
4.1 ผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและแนวทางลดก๊าซเรือนกระจก 61
บทที่ 5 ระบบส�รสนเทศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 72
5.1 การรายงานผลและขั้นตอนกรอกข้อมูลในแพลตฟอร์ม 72
5.2 แอปพลิเคชันส�าหรับการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเบื้องต้น 82
5.3 ระบบข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผ่านเทคโนโลยี LINE OA 86
เอกส�รอ้�งอิง 92


4 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อภิธานศัพท์และค�าย่อ

1. ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับก๊าซเรือนกระจก




1.1 ก๊าซเรือนกระจก สารประกอบในรูปของก๊าซในบรรยากาศ ท้งท่มีอยู่ในธรรมชาต ิ
(Greenhouse Gas : GHG) และสร้างข้นโดยมนุษย์ ซ่งสามารถดูดซับและปล่อยรังส ี




ท่ความยาวคล่นอยู่ในช่วงความถ่ของรังสีอินฟราเรดท ่ ี

ถูกปล่อยออกมาจากพื้นผิวโลกชั้นบรรยากาศและก้อนเมฆ
หมายเหตุ
• สาหรับรายการก๊าซเรือนกระจกชนิดต่างๆ อ้างอิงตามรายงาน

การประเมินผลกระทบของ IPCC ฉบับล่าสุด




• ไอนาและโอโซนท้งท่มีอยู่ในธรรมชาติและสร้างข้นโดยมนุษย์ ไม่รวม





อย่ในกล่มก๊าซเรือนกระจก เนองจากเป็นเร่องยากทจะแยกแยะ



ผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อนท่เกิดจากการกระทาของมนุษย์


ของสารดังกล่าวเมื่อมีการปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ

1.2 แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก แหล่งหรือกระบวนการท่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศ
(Greenhouse Gas Source)
1.3 แหล่งเก็บสะสมก๊าซเรือนกระจก แหล่งหรือกระบวนการซ่งก๊าซเรือนกระจกถูกดึงออกจาก

(Greenhouse Gas Sink) ชั้นบรรยากาศ
1.4 แหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจก แหล่งอื่นๆ นอกเหนือจากชั้นบรรยากาศ ซึ่งมีความสามารถ
(Greenhouse Gas Reservoir) ในการสะสม เก็บ และปล่อยก๊าซเรือนกระจก
หมายเหตุ
• ตัวอย่างของแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจก เช่น มหาสมุทร ผืนดิน
และป่าไม้
• การดักจับและเก็บก๊าซเรือนกระจก ถือเป็นหน่งในกระบวนการ

ท่ให้ผลลัพธ์เป็นแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจก

1.5 การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ
(Greenhouse Gas Emission)

1.6 การดูดกลับก๊าซเรือนกระจก มวลสารท้งหมดของก๊าซเรือนกระจกท่ถูกดึงออกจาก

(Greenhouse Gas Removal) ชั้นบรรยากาศไปเก็บในแหล่งเก็บสะสมก๊าซเรือนกระจก
1.7 ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ค่าสัมประสิทธ์ท่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลกิจกรรม


(Greenhouse Gas Emission กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
Factor)
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 5



1.8 ค่าการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ค่าสัมประสิทธ์ท่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลกิจกรรม
(Greenhouse Gas Removal กับการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก
Factor) หมายเหตุ

• ค่าการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกน้นสามารถรวมถึงองค์ประกอบ
ในการท�าปฏิกิริยาออกซิเดชั่น
1.9 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก (1.2)


(Direct Greenhouse Gas ท่องค์กรเป็นเจ้าของหรือมีอานาจควบคุม
Emission) หมายเหตุ


• มาตรฐานฉบับน้ใช้แนวคิดแบ่งตามกรรมสิทธ์หรือการควบคุม
(ดานการเงินหรือการด�าเนินงาน) ในการก�าหนดขอบเขตองค์กร

1.10 การดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางตรง การดูดก๊าซเรือนกระจก (1.6) จากแหล่งรับก๊าซเรือนกระจก
(Direct Greenhouse Gas (1.3) ที่องค์กรเป็นเจ้าของหรือมีอ�านาจควบคุม
Removal)
1.11 การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เป็นผลมาจากการดาเนินงาน



ทางอ้อม และกจกรรมขององค์กร แต่ไม่ได้เกดจากแหล่ง

(Indirect Greenhouse Gas ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (1.2) ท่องค์กรเป็นเจ้าของหรือ



Emission) มอานาจควบคุม
หมายเหตุ



• โดยท่วไปการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหล่าน้เกิดข้นในช่วงต้นนา และ/หรือ


ปลายน�้าของห่วงโซ่อุปทาน
1.12 ค่าศักยภาพในการท�าให้เกิด ค่าศักยภาพของก๊าซเรือนกระจกในการทาให้เกิดภาวะโลกร้อน

ภาวะโลกร้อน ซ่งข้นอยู่กับประสิทธิภาพในการแผ่รังสีความร้อนและ


(Global Warming อายุของก๊าซน้นๆ ในบรรยากาศ โดยคิดเทียบกับการแผ่รังส ี

Potential: GWP) ความร้อนของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
1.13 ค่าคาร์บอนไดออกไซด์ ค่าแสดงความสามารถในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนเม่อเทียบ

(Carbon dioxide ในรูปปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งค�านวณได้จากมวล
Equivalent: CO e) ของก๊าซเรือนกระจกคูณด้วยค่าศักยภาพในการทาให้เกิด

2
ภาวะโลกร้อน
หมายเหตุ
• ค่าคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า คานวณได้จากการใช้มวลของ

ก๊าซเรือนกระจกคูณด้วยค่าศักยภาพในการทาให้เกิดภาวะโลกร้อน

(1.12)
6 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2. ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดท�าบัญชีรายการ
ก๊าซเรือนกระจก



2.1 ข้อมูลกิจกรรมก๊าซเรือนกระจก การวัดเชิงปริมาณของกิจกรรมท่ก่อให้เกิดการปล่อย หรือ
(Greenhouse Gas Activity ดูดกลับก๊าซเรือนกระจก
Data) หมายเหตุ
• ตัวอย่างเช่น ปริมาณการใช้พลังงาน ไฟฟ้า เชื้อเพลิง วัสดุ งานบริการ
ที่ส่งมอบ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

2.2 ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ข้อมูลท่ได้จากการตรวจวัดโดยตรง หรือคานวณจากการตรวจวัด

โดยตรง
หมายเหตุ
• ตัวอย่างเช่น ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (1.7) ค่าการดูดกลับ
ก๊าซเรือนกระจก (1.8) ข้อมูลกิจกรรมก๊าซเรือนกระจก (2.1)

2.3 ข้อมูลเฉพาะแหล่ง ข้อมูลปฐมภูมิท่ได้เฉพาะจากภายในขอบเขตขององค์กร (3.4)
(Site Specific Data)

2.4 ข้อมูลทุติยภูมิ ข้อมูลท่ได้จากแหล่งข้อมูลอ่นๆ นอกเหนือจากข้อมูลปฐมภูม ิ

(Secondary Data) หมายเหตุ
• ตัวอย่างเช่น ฐานข้อมูล วรรณกรรมที่มีการพิมพ์เผยแพร่และตรวจสอบ
ความถูกต้องโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ



2.5 ถ้อยแถลงปริมาณ คาประกาศท่แสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกท่เป็นจริงของ
ก๊าซเรือนกระจก องค์กร โดยผู้ทวนสอบภายนอก
(Greenhouse Gas Statement) หมายเหตุ

• ตัวอย่าง 1 สามารถเสนอผลได้ ท้งแบบระบุเวลาหรือครอบคลุม
เป็นช่วงเวลา


• ตัวอย่าง 2 ทวนสอบความสอดคล้องตามข้อกาหนดในการคานวณฯ
และรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
2.6 บัญชีรายการก๊าซเรือนกระจก รายการของแหล่งปล่อย แหล่งเก็บสะสม และปริมาณการปล่อย
(Greenhouse Gas Inventory) และดูดกลับก๊าซเรือนกระจก หรือปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์
ขององค์กร
2.7 รายงานก๊าซเรือนกระจก รายงานปริมาณก๊าซเรือนกระจกขององค์กรเพ่อใช้ส่อสาร


(Greenhouse Gas Report) ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่น�าข้อมูลไปใช้งาน
2.8 ปีฐาน ระยะเวลาท่ถูกกาหนด เพ่อจุดประสงค์ในการเปรียบเทียบ



(Base Year) การปล่อยและดูดกลับปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยอาจเป็น
หนึ่งปี หรือเป็นค่าเฉลี่ยจากการเก็บข้อมูลหลายปีก็ได้




องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 7



2.9 มาตรการริเริ่ม กิจกรรมเฉพาะหรือมาตรการริเร่ม ซ่งดาเนินการโดยองค์กร


ด้านการลดก๊าซเรือนกระจก ท้งแบบต่อเน่องและไม่ต่อเน่อง เพ่อลดหรือป้องกันการปล่อย



(Greenhouse Gas หรือเพ่มการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกท้งทางตรงหรือทางอ้อม


Reduction Initiative)
2.10 การติดตามผล การประเมินข้อมูลการปล่อยและดูดกลับหรือข้อมูลท ี ่
(Monitoring) เกี่ยวข้องกับก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องหรือเป็นระยะ

2.11 ความไม่แน่นอน พารามิเตอร์ท่เก่ยวข้องกับผลการคานวณเชิงปริมาณ


(Uncertainty) ซ่งอธิบายถึงผลการกระจายตัวเชิงปริมาณ และแนวโน้ม

สาเหตุการกระจายตัวเชิงคุณภาพที่ส่งผลต่อค่าที่ค�านวณได้
2.12 การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การคานวณและรายงานก๊าซเรือนกระจกขององค์กรท่สอดคล้อง


ทางอ้อมที่มีนัยส�าคัญ ตามเกณฑ์การประเมินระดับนัยส�าคัญที่ก�าหนดโดยองค์กร
(Significant Indirect
Greenhouse Gas Emission)
3. ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และการทวนสอบ

3.1 ระบบอ�านวยความสะดวก ชุดอุปกรณ์หรือกระบวนการผลิต (อยู่กับท่และเคล่อนที่)


(Facility) ท่สามารถระบุอยู่ในขอบเขตทางภูมิศาสตร์ท่เดียวกัน

หน่วยขององค์กร หรือกระบวนการผลิต
3.2 องค์กร กิจการท่มีเจ้าของคนเดียว บริษัท กลุ่มบริษัท สานักงาน


(Organization) วิสาหกิจ หน่วยงาน ห้างหุ้นส่วน สมาคม องค์กรการกุศล หรือ
สถานบัน หรือส่วนงาน หรือหลายส่วนงาน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ
หรือเอกชน

3.3 กลุ่มเป้าหมาย ผู้ใช้ข้อมูลรายงานก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ท้งท่เป็นบุคคล

(Intended User) หรือองค์กร เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
3.4 ขอบเขตขององค์กร กิจกรรมหรือระบบอานวยความสะดวกท่องค์กรควบคุม



(Organization Boundary) การดาเนินงาน หรือควบคุมทางการเงิน หรือมีการปันส่วน
ตามกรรมสิทธ ์ ิ

3.5 ขอบเขตของรายงาน ปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกท่รายงาน
(Reporting Boundary) ภายในขอบเขตขององค์กร




8 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น



3.6 การทวนสอบ กระบวนการท่ทาอย่างเป็นระบบ มีความเป็นอิสระ และ

(Verification) บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เพ่อประเมินการแสดงปริมาณ
ก๊าซเรือนกระจกว่ามีความถูกต้องอย่างมีสาระสาคัญ



และสอดคล้องกับข้อกาหนดในการคานวณและรายงาน
คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
3.7 ผู้ทวนสอบ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลท่ดาเนินการทวนสอบปริมาณ


(Verifier) ก๊าซเรือนกระจกขององค์กร


3.8 ระดับของการรับรอง ระดับความเช่อม่นต่อถ้อยแถลงปริมาณก๊าซเรือนกระจก
(Level of Assurance) โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ (1) แบบสมเหตุสมผล (Reasonable)

ท่ผู้ทวนสอบให้การรับรองผลจากการสุ่มตรวจสอบข้อมูล
จานวนมาก และข้อมูลน้นถูกต้อง บ่งช้ระดับความเช่อม่น





ประเมินท่มีการตรวจสอบข้อมูลบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจก

วิธีการวัดหาปริมาณก๊าซเรือนกระจก การคานวณ และ




การจัดทารายงานผล โดยอ้างอิงตามข้อกาหนดในการคานวณ



และรายงานปรมาณคาร์บอนฟตพรนท์ขององค์กร และ

มีการแก้ไขข้อผิดพลาด หรือช้แจงข้อละเว้นท่เกิดข้นภายใน




รายงานผลการประเมินแล้วกับผู้ทวนสอบและ (2) แบบจากัด

(Limited) ซงเป็นระดบของการรบรองทให้การรบรองแก่






ผลการประเมินท่มีการตรวจสอบและแก้ไขสาระสาคัญ


ของขั้นตอนการประเมิน และรายงานผลเพียงบางส่วน



องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 9

บทที่ 1 บทน�า



1.1 ความหมายของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint)

1) คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization)
คือ ปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร เช่น

จากการเผาไหม้ของเช้อเพลิง จากการใช้ไฟฟ้า และจากการจัดการของเสีย เป็นต้น
โดยวัดออกมาในหน่วยคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO equivalent : CO eq)
2
2
2) คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)

คือ ปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมของ อปท. ซึ่งรวมถึง
กิจกรรมการให้บริการต่างๆ ที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบของ อปท.

1.2 ประโยชน์ของการจัดท�าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

1) สามารถระบุกิจกรรมหรือแหล่งท่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในเขตความรับผิดชอบ

ของ อปท.

2) เข้าใจหลักการค�านวณ รวมถึงรายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรได้


3) สามารถวางแผนและดาเนินกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกในท้องถ่นบนพ้นฐาน


การใช้ข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร


4) สามารถวิเคราะห์มาตรการท่เหมาะสม โดยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ท้งทางเทคนิค
และทางเศรษฐศาสตร์ที่สอดคล้องกับบริบทของ อปท.

5) สามารถพัฒนาแผนการลดก๊าซเรือนกระจกและแนวทางในการจัดทาแผนการ

ลดก๊าซเรือนกระจกเป็นแผนพัฒนาท้องถ่น เพ่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

และมุ่งสู่การเป็นเมืองคาร์บอนต�่า









10 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น



1.3 การจัดทาคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่น
การแสดงปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ของ อปท.



หรือค่าคาร์บอนฟุตพร้นท์ของ อปท. โดยอยู่บนพ้นฐานของหลักการท่สาคัญ 5 ประการ

ได้แก่
• ความตรงประเด็น (Relevance)
คัดเลือกแหล่งปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ซ่งเกิดข้นภายในองค์กรหรือ




ท่เกี่ยวข้องกับองค์กรรวมถึงข้อมูล และระเบียบวิธีท่เหมาะสมกับความต้องการของ


กลุ่มเป้าหมาย และข้อมูลเหล่าน้จะสามารถนามาใช้ตัดสินใจหรือวางนโยบาย
ขององค์กร
• ความสมบูรณ์ (Completeness)



ข้อมูลปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกท้งหมดท่เกิดจากการดาเนิน
กิจกรรมต่างๆ ภายในองค์กรหรือที่เกี่ยวข้องกับองค์กร
• ความไม่ขัดแย้งกัน (Consistency)
สามารถน�าข้อมูลก๊าซเรือนกระจกมาเปรียบเทียบแล้วไม่ขัดแย้ง สอดคล้อง เชื่อมโยง
และเทียบเคียงกันได้
• ความถูกต้อง (Accuracy)

ลดอคติ และความไม่แน่นอนให้มากที่สุดเท่าที่จะปฏิบัติได้
• ความโปร่งใส (Transparency)





เปิดเผยข้อมลก๊าซเรอนกระจกอย่างเพยงพอ และเหมาะสม เพือให้กล่มเป้าหมาย

สามารถน�าไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม














องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 11

บทที่ 2 ค�านวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างไร



2.1 ขั้นตอนการค�านวณ

การคานวณปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของ อปท. ประกอบด้วย

9 ขั้นตอน แสดงดังรูปที่ 1


1 ใครบ้างที่เกี่ยวข้อง (หัวข้อ 2.2)



2 การก�าหนดขอบเขตขององค์กรและการด�าเนินงาน (หัวข้อ 2.3)



3 การระบุแหล่งปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (หัวข้อ 2.4)



4 การคัดเลือกวิธีการค�านวณ (หัวข้อ 2.5)


5 การเก็บรวบรวมข้อมูล (หัวข้อ 2.6)



6 การคัดเลือกค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (หัวข้อ 2.7)



7 การค�านวณปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (หัวข้อ 2.8)



8 การรายงานปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จากกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (หัวข้อ 2.9)


9 การทวนสอบข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจกและปรับปรุงรายงาน (หัวข้อ 2.10)


รูปที่ 1 ขั้นตอนการจัดท�าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของ อปท.




12 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2.2 ใครบ้างที่เกี่ยวข้อง



การจัดทาคาร์บอนฟุตพร้นท์ขององค์กรควรกาหนดผู้รับผิดชอบหลักและจัดต้ง



คณะท�างาน พร้อมทั้งก�าหนดบทบาทหน้าที่และสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องภายในองค์กรทราบ



โดยคณะทางานควรมาจากหน่วยงานภายในทกส่วน เพราะต้องได้รบความร่วมมือจาก
ทุกส่วนงานในการเก็บรวบรวมข้อมูลการใช้ทรัพยากรต่างๆ หากมีตัวแทนของแต่ละ


สานัก กอง ฝ่าย เข้าร่วมคณะทางานจะทาให้การเก็บรวบรวมข้อมูลทาได้ง่ายและรวดเร็ว


แสดงดังรูปที่ 2
































































รูปที่ 2 ตัวอย่างประกาศแต่งตั้งคณะท�างานการจัดท�าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ อปท. ของเทศบาลนครแม่สอด
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 13

2.3 การก�าหนดขอบเขตขององค์กรและการด�าเนินงาน



โครงสร้างโดยท่วไปของ อปท. ประกอบด้วย สานัก ฝ่าย กอง หรือหน่วยงานอ่นๆ




มากกว่าหน่งหน่วยงาน ซ่งส่งผลให้มีแหล่งปล่อยหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกมากกว่า




หน่งแหล่ง ดังน้น การกาหนดขอบเขตเพ่อการประเมินข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก




ขององค์กร จึงเป็นข้นตอนแรกท่สาคัญและต้องมีความชัดเจน เหมาะสม การกาหนดขอบเขต
ขององค์กรสามารถท�าได้โดยวิธีการแบบใดแบบหนึ่ง ดังนี้
การก�าหนดขอบเขตขององค์กร
1) แบบควบคุม (Control Approach) แบ่งเป็น
• การควบคุมจากการด�าเนินงาน (Operational Control)



องค์กรจัดทาบัญชีการปล่อย และ/หรือ ดูดกลับก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้น
จากกิจกรรมต่างๆ ของแต่ละหน่วยงานซ่งอยู่ภายใต้อานาจการควบคุมการดาเนิน





งานขององค์กร โดยดูจากท่องค์กรเป็นเจ้าของ สามารถกาหนดบทบาท และ
ควบคมการทางานได้ ไม่นบรวมปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก




ท่เกิดข้นของแต่ละหน่วยงานท่ อปท. เป็นเจ้าของ แต่ไม่มีอานาจควบคุม



การด�าเนินงาน
• การควบคุมทางการเงิน (Financial Control)
องค์กรจัดทาบัญชีการปล่อย และ/หรือ ดูดกลับก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจาก





กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงานซ่งอยู่ภายใต้อานาจการควบคุมทางการเงินของ

องค์กร โดยยึดตามสัดส่วนทางการเงินท่เกิดข้นจริงและมีการระบุไว้ในรายงาน

ทางการเงินขององค์กรเป็นหลัก
2) แบบการแบ่งตามกรรมสิทธิ์ (Equity Approach)

องค์กรจัดทาบัญชีการปล่อย และ/หรือ ดูดกลับก๊าซเรือนกระจกตามสัดส่วนของ
กรรมสิทธิ์การร่วมทุนหรือลงทุนในอุปกรณ์ หรือหน่วยผลิตนั้นๆ

การกาหนดขอบเขตของ อปท. ควรใช้วิธีการควบคุมจากการดาเนินงาน

(Operational Control) เนื่องจาก อปท. แบ่งโครงสร้างและหน้าที่กระจาย



ไปในหน่วยงานต่างท่ชัดเจน ซ่งกิจกรรมท่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละ
ส�านัก ฝ่าย และกอง มีข้อมูลและการจัดเก็บรายละเอียดต่างๆ
14 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เมื่อก�าหนดขอบเขตขององค์กรแล้ว สามารถแสดงรายละเอียดได้ดังนี้

• แผนผังโครงสร้างการปกครองขององค์กร ที่มีโครงสร้างบริหารขององค์กร และ
โครงสร้างของคณะตรวจประเมินการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก
ขององค์กร แสดงดังรูปที่ 3












• สถานทตง แผนผงบรเวณขององค์กร พนทความรบผดชอบ โดยเฉพาะสถานท ่ ี
ในส่วนของการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
• จ�านวนพนักงานในองค์กร

• อ่นๆ ท่เก่ยวข้องและเป็นประโยชน์กับการค�านวณการปล่อยและดูดกลับ


ก๊าซเรือนกระจก
สภาเทศบาล นายกเทศมนตรี ที่ปรึกษา เลขานุการ


รองนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี




ปลัดเทศบาล





รองปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล หน่วยตรวจสอบภายใน


ส�านักปลัดเทศบาล ส�านักการคลัง ส�านักการช่าง กองสาธารณสุข
และสิ่งแวดล้อม

กองวิชาการ ส�านักการศึกษา ส�านักการประปา กองสวัสดิการสังคม กองการแพทย์
และแผนงาน

รูปที่ 3 ตัวอย่างแผนผังโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของเทศบาล



องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 15

การก�าหนดขอบเขตการด�าเนินงาน

องค์กรต้องกาหนดขอบเขตการดาเนินงาน โดยต้องระบุแหล่งปล่อยและดูดกลับ


ก๊าซเรือนกระจกที่สัมพันธ์กับการด�าเนินงานขององค์กร แบ่งได้ 3 ขอบเขต แสดงดังรูปที่ 4
มีรายละเอียดดังนี้


ขอบเขตที่ 2 ขอบเขตที่ 1 ขอบเขตที่ 3
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ทางอ้อมจากการใช้พลังงาน ทางตรง ทางอ้อมอื่นๆ
production employee
of purchased business travel
materials
fuel
combustion product
use
waste contractor
disposal owned vehicles
purchased electricity company outsourced activities
for own use owned vehicles
รูปที่ 4 ขอบเขตการประเมินรายงานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกขององค์กร



ขอบเขตท่ 1 การปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางตรงขององค์กร (Direct

Emissions) คือ การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกภายในขอบเขตขององค์กร
โดยองค์กรเป็นเจ้าของหรือมีอานาจควบคุม (เช่าเหมามาแต่องค์กรรับผิดชอบค่าใช้จ่าย)

ซึ่งแบ่งได้ 3 กลุ่มย่อย คือ


1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากการเผาไหม้ท่อยู่กับท่ (Stationary



Combustion) คือ ผลจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ ที่เผาไหม้ในอุปกรณ์/






เคร่องจักรท่ต้งอยู่กับท่ เช่น เคร่องตัดหญ้า เคร่องพ่นยุง เคร่องสูบนา เล่อยยนต์




เครื่องตัดคอนกรีต เครื่องเจาะคอนกรีต เครื่องตบดิน เป็นต้น แสดงดังรูปที่ 5
16 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เครื่องตัดหญ้า เครื่องพ่นยุง เครื่องสูบน�้า เครื่องเลื่อยยนต์
รูปที่ 5 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่อยู่กับที่ (Stationary Combustion)



2) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากการเผาไหม้ท่มีการเคล่อนท่ (Mobile








Combustion) คอ การเผาไหม้ของเชอเพลงในยานพาหนะขนส่ง เช่น ยานยนต์

รถบรรทุก เรือ เครื่องบิน แสดงดังรูปที่ 6


รถจักรยานยนต์ รถกระบะ










รถดับเพลิง เรือยนต์









รถบรรทุกน�้า รถบรรทุกขยะ

รูปที่ 6 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ที่มีการเคลื่อนที่ (Mobile Combustion)


องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 17




3) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากการร่วไหลและอื่นๆ (Fugitive Emissions)
แสดงดังรูปที่ 7 ตัวอย่างเช่น

• การร่วซึมของก๊าซเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศภายนอกท่เกิดข้น ณ บริเวณ





รอยเช่อมข้อต่อท่อของอุปกรณ์ท่ต้งอยู่ภายในองค์กร เช่น สารทาความเย็น




หรือ การร่วไหลของก๊าซเรือนกระจกจากอุปกรณ์ต่างๆ ท่ต้งอยู่ภายในองค์กร
ในขณะท�าการซ่อมบ�ารุง

• การใช้อุปกรณ์ดับเพลิงประเภทท่สามารถก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก เช่น
ถังดับเพลิง CO 2



• ก๊าซมีเทนท่เกิดข้นจากกระบวนการบาบัดน�าเสียและหลุมฝังกลบโดยองค์กร

เป็นเจ้าของ



• ก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากการใช้ปุ๋ย หรือสารเคมีเพ่อการซักล้าง หรือ
ท�าความสะอาดภายในองค์กร


ก๊าซมีเทน ก๊าซมีเทนที่เกิดขึ้นจาก การใช้อุปกรณ์
ที่เกิดขึ้นจากหลุมฝังกลบ กระบวนการบ�าบัดน�้าเสีย สารดับเพลิงชนิด CO 2













การใช้ปุ๋ย สารท�าความเย็น ก๊าซมีเทน
จากเครื่องปรับอากาศ ที่เกิดขึ้นจากถังเกรอะ


รูปที่ 7 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการรั่วไหลและอื่นๆ (Fugitive Emissions)



18 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น



ขอบเขตท 2 การปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน
(Energy Indirect Emissions) ได้แก่

• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากไฟฟ้าทถกนาเข้าจากภายนอก เพื่อใช้งาน



ภายในองค์กร





• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดจากพลังงานอ่นๆ นาเข้ามาใช้ เช่น ไอนา
ความร้อน ความเย็น เป็นต้น
การใช้พลังงานของ อปท. มีเพียงกิจกรรมการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก ท้งน ้ ี


การผลิตพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยส่วนใหญ่ใช้เช้อเพลิงฟอสซิล
ในการผลิต โดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าจะเกิด ณ แหล่งท ี ่

ผลิตไฟฟ้า ดังน้น การใช้ไฟฟ้าใน อปท. จะไม่ใช่การปล่อยก๊าซเรือนกระจก




ณ ตาแหน่งท อปท. ตงอย่ แต่เป็นการปล่อยก๊าซเรอนกระจก ณ แหล่งท ่ ี



ผลิตกระแสไฟฟ้า จึงเรียกว่าเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม
ขอบเขตที่ 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (Other Indirect Emissions)


ได้แก่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากกิจกรรมต่างๆ นอกเหนือจากท่ระบุใน


ขอบเขตท่ 1 และขอบเขตท่ 2 ท่เกิดเน่องจากการใช้สินค้าบริการ หรือการจ้างเหมาช่วง




ตัวอย่างของกิจกรรมท่ก่อให้เกิดการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอ่นๆ

แสดงดังรูปที่ 8 ได้แก่

• การเดินทางของพนักงานเพื่อการประชุม สัมมนา และติดตอธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ
องค์กร ด้วยระบบการขนส่งประเภทต่างๆ เช่น ยานพาหนะส่วนตัว ยานพาหนะ

ท่ใช้ภายในองค์กรแต่จ้างเหมาบริการรวมนามันเช้อเพลิงจากภายนอกองค์กร



หรือระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟ เรือโดยสาร เครื่องบิน รถตู้


• การเดินทางไป-กลับจากท่พักถึงองค์กร เพ่อการทางานของพนักงาน

ด้วยยานพาหนะส่วนตัว หรือยานพาหนะท่ใช้ภายในองค์กรแต่จ้างเหมาบริการ

รวมน�้ามันเชื้อเพลิงจากภายนอกองค์กร หรือระบบขนส่งสาธารณะ
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 19



• กิจกรรมต่างๆ ท่สามารถก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซ่งเกิดจาก

การจ้างเหมารับช่วงดาเนินงานโดยองค์กรอ่นภายนอกขอบเขตขององค์กรท่ได้





กาหนดไว้ เช่น การเผาไหม้เช้อเพลิงเพ่อการหุงต้มจากกิจกรรมการประกอบ
อาหารภายในโรงอาหารโดยการจ้างเหมาบุคคล หน่วยงาน หรือองค์กรภายนอก
เป็นต้น

• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากกระบวนการกาจัดกากของเสียและ


การบ�าบัดน�้าเสียโดยหน่วยงานหรือองค์กรอื่นภายนอกขอบเขตขององค์กร





• การปล่อยก๊าซเรอนกระจกท่เกิดขนจากผลิตภัณฑ์หรอบริการขององค์กร
ในช่วงการใช้งาน และช่วงการจัดการซาก
• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการใช้น�้าประปาภายในองค์กร

• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากวัสดุสานักงานท่ใช้ภายในองค์กร เช่น กระดาษ

หมึกพิมพ์ เป็นต้น




• โดยการคานวณคาร์บอนฟุตพร้นท์ในขอบเขตท่ 3 พิจารณาต้งแต่การผลิต
การขนส่ง การใช้งาน และการก�าจัดทิ้ง




การใช้น�้าประปา การใช้กระดาษ A4














การเดินทางของพนักงานด้วยระบบขนส่ง
รูปที่ 8 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (Other Indirect Emissions)


20 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตารางที่ 1 ตัวอย่างกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกแยกตามประเภท


กิจกรรม
ขอบเขตที่ ล�าดับที่ ตัวอย่างกิจกรรม
ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้น การเผาไหม้ของเช้อเพลิงในอุปกรณ์/

จากการเผาไหม้อยู่กับที่ เครื่องจักรที่อยู่กับที่ เช่น เครื่องพ่นยุง
เครื่องปั่นกระแสไฟฟ้า เป็นต้น



2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้น การเผาไหม้ของเช้อเพลิงท่เกิดข้น



จากการเผาไหม้ที่มีการเคลื่อนที่ จากแหล่งท่มีการเคล่อนท่ได้ เช่น


ยานพาหนะ รถตักหน้าขุดหลัง
เรือยนต์ รถดับเพลิง เป็นต้น

3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการ

จากการรั่วไหล และอื่นๆ ร่วซึมของก๊าซจากอุปกรณ์ข้อต่อ


ถังกักเก็บ เช่น สารทาความเย็น

1 ของเคร่องปรับอากาศ สารดับเพลิง
ชนิดCO เป็นต้น
2
4 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก การจัดการขยะจากหลุมฝังกลบขยะ
หลุมฝังกลบขยะ ของ อปท. (อปท. ด�าเนินการเอง)
5 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก การจัดการขยะจากการเผาไหม้ขยะ
เตาเผาขยะ









6 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก การบาบดนาเสยจากบ่อบาบดนาเสย

กระบวนการบ�าบัดน�้าเสีย ของ อปท. (อปท. ด�าเนินการเอง)
7 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดจาก การหมักหมมในท่อระบายน�้า

ท่อระบายน�้า
8 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม การใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์เคร่องใช้ไฟฟ้า


2 จากการใช้พลังงานไฟฟ้า ในและนอกสานักงาน ไฟสาธารณะ
ไฟจราจร


องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 21

กิจกรรม
ขอบเขตที่ ล�าดับที่ ตัวอย่างกิจกรรม
ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
9 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก การจัดการขยะจากหลุมฝังกลบขยะ
หลุมฝังกลบขยะ โดยอปท. ให้หน่วยงานภายนอก
ด�าเนินการให้





10 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจาก การบาบดนาเสยจากบ่อบาบดนาเสย






กระบวนการบ�าบัดน�้าเสีย โดย อปท. ให้หน่วยงานภายนอก
ด�าเนินการให้
11 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการ การเดินทางของพนักงาน เพ่องาน

เดินทางไปราชการ ราชการโดยรถสาธารณะ (ไม่รวมรถ
ที่เป็นของราชการ)
12 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการ การเดินทางของพนักงานไป-กลับ
เดินทางของพนักงาน อปท. ระหว่างที่พักกับที่ท�างาน
3

13 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการ ข้นตอนการใช้นาประปา อุปกรณ์


ใช้งานของผลิตภัณฑ์ ส�านักงาน เช่น กระดาษ หมึกพิมพ์
เป็นต้น
14 การเดินทางของผู้มาติดต่อ ก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากกิจกรรม


การเดินทางของผู้มาติดต่อกับ อปท.






15 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม ก๊าซเรอนกระจกทเกดขน นอกเหนอ

อ่นๆ ท่นอกเหนือจาก 14 ลักษณะ จากกิจกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


ข้างต้น 14 ประเภทข้างต้น โดยองค์กร
ต้องทาการระบุรายละเอียดของ

กิจกรรมท่ต้องเก็บรวบรวมข้อมูล

อย่างชัดเจน





22 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2.4 การระบุแหล่งปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก

อปท. ต้องวิเคราะห์แหล่งปล่อยและแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดข้นโดยตรง


จากกิจกรรมต่างๆ ภายในขอบเขตขององค์กร และบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ดังตารางท่ 2
แสดงความสัมพันธ์ของกิจกรรมหลักในแต่ละหน่วยงานท่เก่ยวข้องกับการปล่อยและดูดกลับ


ก๊าซเรือนกระจก



ตารางท่ 2 แสดงความสัมพันธ์ของกิจกรรมหลักในแต่ละหน่วยงานท่เก่ยวข้องกับการปล่อยและดูดกลับ
ก๊าซเรือนกระจก
แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ส�านัก/กอง ตัวอย่างหน้าที่และกิจกรรม ขอบเขตที่
ทางตรงและทางอ้อม
ส�านักปลัด • งานธุรการ • การใช้ไฟฟ้าของอาคารสานักงาน 2

ของส�านักปลัด


• งานการเจ้าหน้าที่ • การใช้นามันเช้อเพลิงยานพาหนะ 1

ของส�านักปลัด
• งานทะเบียนราษฎร • การใช้สารเคมีดับเพลิง 1
• งานป้องกนและบรรเทา • การเติมสารท�าความเย็นสาหรับ 1


สาธารณภัย และงาน อาคารและยานพาหนะ
รักษาความสงบเรียบร้อย • การใช้วัสดุส้นเปลือง เช่น กระดาษ 3

และความมั่นคง และน�้าประปา
กองช่าง • งานธุรการ • การใช้ไฟฟ้าของอาคารสานักงาน 2

ของกองช่าง


• งานวิศวกรรม • การใช้นามันเช้อเพลิงยานพาหนะ 1

ของกองช่าง

• งานสถาปัตยกรรม • การเติมสารท�าความเย็นสาหรับ 1
อาคารและยานพาหนะ
• งานสาธารณูปโภค • การใช้ปุ๋ยและยาปราบศัตรูพช 1

ส�าหรับงานดูแลสวน

• งานสวนสาธารณะ • การใช้วัสดุส้นเปลือง เช่น กระดาษ 3
และน�้าประปา
• งานผงเมอง งานสถานท ่ ี


และไฟฟ้า

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 23

แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ส�านัก/กอง ตัวอย่างหน้าที่และกิจกรรม ขอบเขตที่
ทางตรงและทางอ้อม

กองสาธารณสุข • งานธุรการ • การใช้ไฟฟ้าของอาคารสานักงาน 2

และส่งแวดล้อม ของกองสาธารณสุขฯ


• งานแผนงานสาธารณสุข • การใช้นามันเช้อเพลิงยานพาหนะ 1

ของกองสาธารณสุขฯ
• งานสุขาภิบาลและอนามัย • การกาจัดขยะในหลุมฝังกลบขยะ 1 หรือ 3

สิ่งแวดล้อม


• งานรักษาความสะอาด • การบาบัดนาเสียในบ่อบาบัดนาเสีย 1 หรือ 3





• งานเผยแพร่และฝึกอบรม • การใช้สารเคมีเพ่อปรับปรุง 3
คุณภาพนา ้ �

• การเติมสารท�าความเย็นสาหรับ 1
อาคารและยานพาหนะ
• การใช้วัสดุส้นเปลือง เช่น กระดาษ 3

และน�้าประปา
กองวิชาการ • งานธุรการ • การใช้ไฟฟ้าของอาคารสานักงาน 2

และแผนงาน ของกองวิชาการฯ
• งานวิเคราะห์นโยบายและ • การใช้นามันเช้อเพลิงยานพาหนะ 1



แผนงาน ของกองวิชาการฯ

• งานนิติกร • การเติมสารท�าความเย็นสาหรับ 1
อาคารและยานพาหนะ
• งานประชาสัมพันธ์และ • การใช้วัสดุส้นเปลือง เช่น กระดาษ 3

งานจัดท�างบประมาณ และน�้าประปา
















24 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ส�านัก/กอง ตัวอย่างหน้าที่และกิจกรรม ขอบเขตที่
ทางตรงและทางอ้อม

กองคลัง • งานธุรการ • การใช้ไฟฟ้าของอาคารสานักงาน 2
ของกองคลัง


• งานแผนที่ภาษี • การใช้นามันเช้อเพลิงยานพาหนะ 1

ของกองคลัง
• งานผลประโยชน์ • การเติมสารท�าความเย็นสาหรับ 1

อาคารและยานพาหนะ

• งานการเงินและบัญชี • การใช้วัสดุส้นเปลือง เช่น กระดาษ 3
และนาประปา


• งานพัสดุและทรัพย์สิน
งานพัฒนารายได้
• งานเร่งรัดรายได้ และงาน
ทะเบียนทรัพย์สิน
กองการศึกษา • งานธุรการ • การใช้ไฟฟ้าของอาคารสานักงาน 2

ของกองการศึกษา



• งานการเจ้าหน้าที่ • การใช้นามันเช้อเพลิงยานพาหนะ 1
ของกองการศึกษา
• งานบริหารวิชาการ • การเติมสารท�าความเย็นสาหรับ 1

อาคารและยานพาหนะ
• งานการเงิน • การประกอบอาหารโดยก๊าซ 1
หุงต้ม (LPG)

• งานโรงเรียนและ • การใช้วัสดุส้นเปลือง เช่น กระดาษ 3

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และน�้าประปา
• งานนิเทศการศึกษา
• งานกิจการนักเรียน และ
งานการศึกษานอกโรงเรียน










องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 25

แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ส�านัก/กอง ตัวอย่างหน้าที่และกิจกรรม ขอบเขตที่
ทางตรงและทางอ้อม

กองสวัสดิการ • งานธุรการ • การใช้ไฟฟ้าของอาคารสานักงาน 2
และสังคม ของกองสวัสดิการฯ



• งานสังคมสงเคราะห์และ • การใช้นามันเช้อเพลิงยานพาหนะ 1

งานสวัสดภาพเดกและ ของกองสวัสดิการฯ

เยาวชน • การเติมสารท�าความเย็นสาหรับ 1

อาคารและยานพาหนะ

• การใช้วัสดุส้นเปลือง เช่น กระดาษ 3
และน�าประปา

กองประปา • งานธุรการ • การใช้ไฟฟ้าของอาคารสานักงาน 2
ของกองประปา



• งานประปา • การใช้นามันเช้อเพลิงยานพาหนะ 1
ของกองประปา

• การเติมสารท�าความเย็นสาหรับ 1
อาคารและยานพาหนะ
• การใช้สารเคมีเพื่อผลิตน�้าประปา 3
• การใช้วัสดุส้นเปลือง เช่น กระดาษ 3

และน�้าประปา

สถาน • งานรับจานาทรัพย์สินต่างๆ • การใช้ไฟฟ้าของอาคารสานักงาน 2


ธนานุบาล ของประชาชน ของสถานธนานุบาล


• การใช้นามันเช้อเพลิงยานพาหนะ 1

ของสถานธนานุบาล

• การเติมสารท�าความเย็นสาหรับ 1
อาคารและยานพาหนะ
• การใช้วัสดุส้นเปลือง เช่น กระดาษ 3

และน�้าประปา









26 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2.5 การคัดเลือกวิธีการค�านวณ



เม่อกาหนดขอบเขตและระบุแหล่งปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกแล้ว ข้นตอน


ต่อไปองค์กรต้องคัดเลือกและใช้ระเบียบวิธีในการคานวณปริมาณการปล่อยและดูดกลับ

ก๊าซเรือนกระจก เพ่อลดความไม่แน่นอน มีความถูกต้อง สอดคล้อง และได้ผลลัพธ์เดิม
เมื่อค�านวณซ�้า ซึ่งการค�านวณมีทั้งหมด 3 วิธี ดังนี้
1) จากการตรวจวัด (Measurement-based Methodologies)

การตรวจวัดปรมาณการปล่อยและดูดกลบก๊าซเรือนกระจกโดยตรง ณ แหล่งปล่อย
















หรอดดกลบก๊าซเรอนกระจกอย่างต่อเนอง โดยใช้เครองมอหรออปกรณ์ตรวจวดทได้
มาตรฐานตามวิธีมาตรฐานสากล












การวดโดยตรงเหมาะสาหรบองคกรทมเครองมอตรวจวัดติดตงอยและสามารถตรวจวัด


ต่อเน่องได้ สาหรับองค์กรท่ไม่มีเคร่องตรวจวัดไม่จาเป็นจะต้องจัดหาอุปกรณ์มาตรวจ





ติดตั้ง องค์กรสามารถใช้วิธีวัดจากการค�านวณได้
2) จากวิธีการค�านวณ (Calculation-based Methodologies)

การหาปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกด้วยวิธีการคานวณสามารถทาได้


หลายวิธี เช่น การสร้างโมเดล การทาสมการสมดุลมวลสาร การคานวณโดยใช้ข้อมูลกิจกรรม




ต่างๆ ท่เกิดข้นภายในองค์กรคูณกับค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น ท้งนี้ การคานวณ


ต้องมีความโปร่งใส สามารถบอกถึงท่มาของการคานวณ และแหล่งอ้างอิงค่าการปล่อย


ก๊าซเรือนกระจกได้ ซ่งวิธีการคานวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยท่วไปจะคิดจาก


การน�าข้อมูลกิจกรรมคูณกับค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แสดงดังสมการที่ (1)
GHG Emission = Activity Data (AD) x Emission Factor (EF) (1)
โดยที่
GHG Emission คือ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ข้อมูลกิจกรรม คือ ปริมาณการใช้พลังงานหรือกิจกรรมท่ปล่อย
(Activity Data) ก๊าซเรือนกระจก



ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือ ค่าสัมประสิทธ์ซ่งคานวณได้จากปริมาณ
(Emission Factor) การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก
ต่อหนึ่งหน่วยกิจกรรม
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 27

การวัดปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกของ อปท. ของ

ประเทศไทย ควรใช้วิธีการวัดจากการคานวณ (Calculation-based Method)

เน่องจากวิธีวัดจากการตรวจวัดต้องใช้เคร่องมือในการตรวจวัดอย่างต่อเน่อง


ท�าให้มีข้อจ�ากัดในด้านของทรัพยากรบุคคล เครื่องมือ และงบประมาณ

3) จากการตรวจวัดร่วมกับการค�านวณ
องค์กรสามารถหาปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกด้วยวิธีการตรวจวัด






รวมกับการค�านวณได ตัวอยางเชน การน�าขอมูลปริมาณการใชเชื้อเพลิงที่จัดเก็บและข้อมูล

ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ท่ได้จากการตรวจวัด มาค�านวณปริมาณ

การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ท่เกิดจากการเผาไหม้โดยอาศัยสมการสมดุลมวลสาร
เป็นต้น
2.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล

การใช้ข้อมูลกิจกรรมประกอบการคานวณ องค์กรต้องคัดเลือกและเก็บข้อมูลกิจกรรม

การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกท่ไม่ขัดแย้งกับวิธีการคานวณท่เลือก โดยองค์กร



ต้องช้แจงรายละเอียดเก่ยวกับการคัดเลือกข้อมูล ได้แก่ แหล่งอ้างอิงหรือแหล่งท่มา


ความเหมาะสมของการน�าไปใช้ในการจัดท�าบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจก
1) วิธีรวบรวมข้อมูล







การรวบรวมข้อมลกจกรรมสามารถทาได้หลายวธ ได้แก่ (1) เกบข้อมลในระดบ

ปฐมภูมิ เช่น ใบเสร็จรับเงิน บันทึกเบิก-จ่าย บันทึกอนุมัติ ใบแจ้งหนี้ ใบส่งของ สมุดบันทึก
เป็นต้น (2) ในกรณีที่ไม่สามารถรวบรวมข้อมูลในระดับปฐมภูมิได้ ให้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิแทน

เช่น การคานวณข้อมูลสถิติ การสารวจ เป็นต้น แสดงดังตารางท่ 5 แสดงตัวอย่างแหล่งท่มา



และหน่วยการเก็บรวบรวมข้อมูล




28 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตารางที่ 5 ตัวอย่างแหล่งที่มาและหน่วยการเก็บรวบรวมข้อมูล

กิจกรรมที่ท�าให้เกิดก๊าซเรือนกระจก แหล่งที่มาของข้อมูล หน่วย
ขอบเขตที่ 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงขององค์กร



• การใช้นามันเบนซีน/ดีเซลสาหรับอุปกรณ์/ ใบเสร็จรับเงิน ลิตร (L)



เคร่องจักรท่อยู่กับท่ เช่น เคร่องตัดหญ้า


เครื่องพ่นยุง เป็นต้น
• การใช้เชื้อเพลิง LPG ส�าหรับเครื่องจักรอยู่กับที่ ใบเสร็จรับเงิน กิโลกรัม (kg)
• การใช้น�ามันเบนซีน/ดีเซลสาหรับยานพาหนะ ใบเสร็จรับเงิน ลิตร (L)


เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ เป็นต้น
• การก�าจัดของเสียด้วยการฝังกลบ บันทึก ตัน (ton)
• การเติมสารท�าความเย็น R410a ใบเสร็จรับเงิน กิโลกรัม (kg)
• การบ�าบัดน�้าเสียด้วยระบบเติมอากาศ บันทึกการตรวจวัด ลูกบาศก์เมตร (m )
3
• การใช้ปุ๋ยเคมี บันทึกการเบิกจ่าย กิโลกรัม (kg)
ขอบเขตที่ 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน
• การใช้ไฟฟ้าจ่ายเงิน/ฟรี ใบเสร็จรับเงิน กิโลวัตต์-ชั่วโมง
(kWh)

ขอบเขตที่ 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ





• การใช้เชอเพลงดเซลสาหรบการจ้างเหมารบช่วง ใบเสร็จรับเงิน ลิตร (L)


ขนของเสียของ อปท.


• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากการใช้นา ้ � ใบเสร็จรับเงิน ลูกบาศก์เมตร (m )
3
ประปา


• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากการใช้ บันทึกการเบิกจ่าย กิโลกรัม (kg)
กระดาษ A4

• การใช้นามันเบนซีน/ดีเซลสาหรับเดินทางไป-กลับ การส�ารวจ ลิตร (L)


ระหว่างองค์กรและท่พักของบุคลากรด้วยยาน

พาหนะส่วนตัว
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 29

2) ช่วงความถี่

การเก็บรวบรวมข้อมูลท่นามาใช้ในการคานวณค่าคาร์บอนฟุตพร้นท์ของ อปท.




ควรเก็บข้อมูลเป็นช่วงเวลา 1 ปี ตามปีปฏิทินหรือปีงบประมาณ (ตุลาคม-กันยายน) ขึ้นอยู่
กับระบบบัญชีและการเบิกจ่ายของแต่ละ อปท.
3) การเลือกปีฐาน
การเลือกปีท่นามาเป็นปีฐาน ของการคานวณค่าคาร์บอนฟุตพร้นท์ของ อปท.




1

ควรเลือกปีท่มีข้อมูลสมบูรณ์และมีการเก็บข้อมูลอย่างแม่นยาและถูกต้อง และ

หลีกเลี่ยงปีที่มีสถานการณ์ผิดไปจากปกติ เพราะจะท�าให้องค์กรอาจจะใช้พลังงานมากเกิน
ไปหรือน้อยเกินไปจากภาวะปกติ ซึ่งจะส่งผลถึงค่าที่ได้นั้นไม่เป็นตัวแทนของทั้งหมด หรือ
เลือกใช้ค่าเฉลี่ยคาร์บอนฟุตพริ้นท์จาก 3 ปี งบประมาณก็ได้
2.7 การคัดเลือกค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

อปท. ต้องคัดเลือกค่าการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ที่ประกอบด้วย
• ทราบแหล่งที่มา ซึ่งเป็นที่ยอมรับ

• มีความเหมาะสมกับแหล่งปล่อยหรือดูดกลับก๊าซเรือนกระจกแต่ละแหล่ง
• เป็นค่าปัจจุบันในขณะที่ใช้ค�านวณ




• คานึงถึงความไม่แน่นอนในการคานวณ และนามาใช้คานวณเพ่อให้ได้ผลลัพธ์

ที่ถูกต้อง
• ไม่ขัดแย้งกับกับการประยุกต์ใช้บัญชีรายการปริมาณก๊าซเรือนกระจก

ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factor) สาหรับการประเมินคาร์บอน

ฟุตพร้นท์ของ อปท. อ้างอิงข้อมูลขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก


(องค์การมหาชน) หรือดูข้อมูลเพ่มเติมได้ตามล้งค์ http://thaicarbonlabel.


tgo.or.th >> เลือก “คาร์บอนฟุตพร้นต์ขององค์กร” >> เลือก “Emission
Factor”

หมายเหตุ
ปีฐาน หมายถึง ปีที่ใช้ในการอ้างอิง/เปรียบเทียบกับปีอื่นๆ ต่อไป
1

30 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

กรณีที่ไม่สามารถจัดเก็บข้อมูลค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบปฐมภูมิได้ สามารถ


เลือกใช้ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เหมาะสมสาหรับกิจกรรม โดยเรียงตามลาดับ

ความส�าคัญ ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพของข้อมูล รายละเอียดดังนี้




ลาดับท่ 1 ฐานข้อมูลท่ทาการศึกษาและเผยแพร่โดยองค์กรภายในประเทศ ท่มีส่วนเก่ยวข้อง


โดยตรงกับกิจกรรมนั้นๆ
ล�าดับที่ 2 ฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมของวัสดุพื้นฐานและพลังงานของประเทศไทย (Thai LCI
Database) ซึ่งรวบรวมและจัดการโดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (ดูข้อมูลเพิ่ม
เติมได้ที่ www.thailcidatabase.net)


ลาดับท่ 3 ข้อมลวทยานพนธ์ และงานวจยทเกยวข้องททาในประเทศ ซงผ่านการ














กรองแล้ว


ลาดับท่ 4 ฐานข้อมูลท่เผยแพร่ท่วไป ได้แก่ โปรแกรมสาเร็จรูปด้านการประเมิน



วัฎจักรชีวิต (LCA Software) ฐานขอมูลเฉพาะของกลุมอุตสาหกรรมหรือฐานขอมูลเฉพาะ



ของแต่ละประเทศ
ลาดับท่ 5 ข้อมูลท่ตีพิมพ์โดยองค์กรระหว่างประเทศ เช่น คณะกรรมการระหว่าง



รัฐบาล ว่าด้วยเร่องการเปล่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on


Climate Change: IPCC) องค์กรของสหประชาชาติ
2.8 การค�านวณปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก


องค์กรต้องคานวณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกให้เป็นไปตามวิธีการคานวณ
ที่เลือกไว้ในข้อ 2.5 โดยการค�านวณปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สามารถค�านวณ 2 ส่วน คือ
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ของ อปท. และปริมาณการดูดกลับ
ก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการปลูกต้นไม้และพื้นที่สีเขียว
วิธีการคานวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่วไปคิดจากการนาข้อมูลกิจกรรม



คูณกับค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อ้างถึงสมการที่ (1)
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 31

2.8.1 การค�านวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขอบเขตที่ 1
1) การเผาไหม้ที่อยู่กับที่ (Stationary Combustion)

คือ การเผาไหม้เชื้อเพลิงเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าหรือความร้อนในอุปกรณ์/เครื่องจักร























ตางๆ ทตังอยูกบทเชน เครองปนกระแสไฟฟาทใชเชอเพลงฟอสซล เครองยนตสนดาปภายใน


ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น�้ามันเบนซีน น�้ามันดีเซล ก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าหรือความร้อนสามารถคานวณได้

จากการนาปรมาณเช้อเพลงประเภทต่างๆ คูณกับค่าการปล่อยก๊าซเรอนกระจก แสดงดัง




สมการที่ (2)
ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (2)
=
ปริม�ณเชื้อเพลิงที่ใช้ x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกต�มชนิดของเชื้อเพลิง



ตัวอย่�ง : กองช่�ง ใช้เครองตบดนในง�นซ่อมบ�รุงถนน มีปริม�ณก�รใช้



น�มันเบนซิน 5,000 ลิตรต่อปี
จงคำ�นวณปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกของกองช่�ง (ค่�ก�รปล่อย
ก๊�ซเรือนกระจกของนำ�มันเบนซีน (ก�รเผ�ไหมอยู่กับท่) = 2.1892 kgCO eq/L)


2
ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก = 5,000 (L/y) x 2.1892 (kgCO eq/L)
2
= 10,946 kgCO eq
2
2) การเผาไหม้ที่มีการเคลื่อนที่ (Mobile Combustion)
คือ การเผาไหม้เช้อเพลิงต่างๆ ในยานพาหนะและอุปกรณ์ท่เคล่อนท่ เช่น




รถจักรยานยนต์ เรือยนต์ รถบรรทุกน�้า เป็นต้น

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้เช้อเพลิงต่างๆ สามารถคานวณ




ได้จากการนาปรมาณการใช้เชอเพลงประเภทต่างๆ คณกบค่าการปล่อยก๊าซเรอนกระจก





แสดงดังสมการที่ (3)
32 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (3)
=
ปริม�ณเชื้อเพลิงที่ใช้ x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกต�มชนิดของเชื้อเพลิง




ตัวอย่�ง : สำ�นักปลัดใช้น�มันดีเซลในรถยนต์ มีปริม�ณก�รใช้น�มันดีเซล


10,000 ลิตรต่อปี
จงคำ�นวณปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกของสำ�นักปลัด (ค่�ก�รปล่อย


ก๊�ซเรือนกระจกของน�มันดีเซล (ก�รเผ�ไหม้เคลื่อนที่) = 2.7403 kgCO eq/L)
2
ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก = 10,000 (L/y) x 2.7403 (kgCO eq/L)
2
= 27,403 kgCO eq
2






3) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทเกดข้นจากการร่วไหลและอ่นๆ (Fugitive Emissions)
ตัวอย่างเช่น
• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากการร่วไหลของสารทาความเย็นและ




สารเคมีดับเพลิง

อปท. จะต้องมีการเติมสารทาความเย็นให้กับเคร่องปรับอากาศและตู้เย็น




ทอย่ในความรบผดชอบ นอกจากนอาจมีการใช้สารเคมจากถังดับเพลงสาหรับ









กรณีซ้อมดับเพลิงหรือเกิดเพลิงไหม้ ซ่งสารทาความเย็นและสารเคมีดับเพลิง
จัดอยู่ในกลุ่ม HFCs สามารถก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกได้ ดังนั้น อปท. ต้องเก็บ









ข้อมลปรมาณสารทาความเยนทเตมเข้าไปในอปกรณ์ต่างๆ และเมอได้ปรมาณ



แล้วก็นามาคูณค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แล้วแปลงค่าน้นให้อยู่ในปริมาณ

ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO eq) แสดงดังสมการที่ (4)
2
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 33

ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (4)
=
ปริม�ณส�รทำ�คว�มเย็น x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกต�มชนิดของ
ส�รดับเพลิง ส�รทำ�คว�มเย็น/ส�รเคมีที่ใช้ในก�รดับเพลิง

ตัวอย่�ง : สำ�นักปลัดมีก�รเติมส�รทำ�คว�มเย็นชนิด R-134a ในเครื่องปรับ
อ�ก�ศ จำ�นวน 10 กิโลกรัมต่อปี

จงคำ�นวณปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกของสำ�นักปลัด (ค่�ก�รปล่อย
ก๊�ซเรือนกระจกของส�รทำ�คว�มเย็นชนิด R-134a = 1,300 kgCO eq/kg)
2
ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก = 10 (kg/y) x 1,300 (kgCO eq/kg)
2
= 13,000 kgCO eq
2
• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการใช้ปุ๋ยเคมี

อปท. อาจมีการบ�ารุงรักษาต้นไม้บริเวณส�านักงานเทศบาลและสวนสาธารณะที่
อยู่ในความรับผิดชอบ ซ่งปุ๋ยแต่ละชนิดมีองค์ประกอบท่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก



ได้ต่างกน การประเมินปรมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ปุ๋ยเคม ี




ทาได้โดยนาปริมาณปุ๋ยเคมีท่มีการใช้จริง คูณกับค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ตามประเภทและสูตรของปุ๋ยที่ใช้ แสดงดังสมการที่ (5)
ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (5)
=
ปริม�ณปุ๋ยเคมีที่มีก�รใช้จริง x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกต�มชนิดของส�รเคมี
ตัวอย่�ง : กองช่�งดำ�เนินก�รบำ�รุงต้นไม้โดยใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ให้ต้นไม้
ในบริเวณรอบๆ สำ�นักง�นเทศบ�ล จำ�นวน 10 กิโลกรัมต่อปี

จงคำ�นวณปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกของกองช่�ง(ค่�ก�รปล่อยก๊�ซ
เรือนกระจกของปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 = 1.5083 kgCO eq/kg)
2
ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก = 10 (kg/y) x 1.5083 (kgCO eq/kg)
2
= 15.083 kgCO eq
2
• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากบ่อฝังกลบขยะ
ภาจกิจหนึ่งที่ส�าคัญของ อปท. คือ การให้บริการด้านการจัดเก็บและก�าจัดขยะ






ของชมชน ซงบางองค์กรอาจมระบบการกาจดขยะมลฝอยด้วยการฝังกลบ

ของตนเอง หรือบางองค์กรอาจมีการจัดจ้างผู้รับเหมาในการกาจัดขยะมูลฝอย

34 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น









ทงน หากองค์กรมระบบการกาจดขยะมลฝอยด้วยการฝังกลบของตนเอง


การคานวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ใช้ข้อมูลตามวิธีการกาจัดจริง แต่หาก



ไม่มีข้อมูลตามวิธีการกาจัดจริง ให้คานวณโดยกาหนดให้ใช้ค่าการปล่อยก๊าซเรือน
กระจกจากการกาจัดกากของเสียแบบฝังกลบ (Landfill) โดยใช้ข้อมูลปริมาณ

ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกจากการกองขยะแบบตื้น (tCO eq/ตันมูลฝอย)
2
ของการจัดการขยะมูลฝอยในพ้นท่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทน (CH ) โดยอาศัย


4
หลักการปฏิกิริยาการย่อยสลายอันดับหน่ง (First Order Decay : FOD) ของขยะ



ซ่งหลักการน้ใช้ในการคานวณหาการปล่อยก๊าซดังกล่าว โดยพิจารณาจากปริมาณ





ขยะท่ถูกนามาฝังกลบ (Landfill) หรือเทกอง (Open Dump) ในพ้นท่ต่อปี



ซ่งกองขยะจะเร่มมีการย่อยสลายและปล่อยก๊าซมีเทนในปีท่สองของ

การจัดการ สมการท่ใช้ในการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนจากการจัดการ
ขยะมูลฝอย ค�านวณได้จากสมการที่ (6)
CH Emissions = [∑ (CH generated – R )] ∙ (1 – OX ) (6)
4
4
x
T
T
x,T
โดยที่
CH Emissions = ปริมาณการปล่อยมีเทนจากการจัดการขยะมูลฝอย
4
(หน่วย กิกะกรัมมีเทนต่อปี; Gg CH /yr)
4

CH generated x,T = ปริมาณมีเทนท่เกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์
4
คาร์บอนในขยะประเภท x ในปีที่ T (หน่วย กิกะกรัม,Gg)
ค�านวณได้จากสมการที่ (7)

R T = ปริมาณมีเทนที่ถูกนากลับมาใช้ประโยชน์ (Methane
recovery) ในปีที่ T (หน่วย กิกะกรัม, Gg CH )
4

OX T = สัดส่วนของมีเทนท่ถูกเปล่ยนรูปโดยปฏิกิริยาออกซิเดช่น


ในปีที่ T (ค่าแนะนาของ IPCC ส�าหรับหลุมฝังกลบ

อย่างถูกสุขาภิบาล เท่ากับ 0.1 และลานเทกอง เท่ากับ 0)
T = ปีที่จัดท�าบัญชีรายการ
X = ประเภทของขยะในพื้นที่ที่น�าไปจัดการ

ปริมาณก๊าซมีเทนท่เกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์คาร์บอนในขยะ คานวณ

ได้จากสมการที่ (7)
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 35

CH generated = DDOCmdecomp × F × 16/12 (7)
T
4
T
โดยที่
CH generated T = ปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทน (CH ) จากการย่อยสลาย
4
4
สารอินทรีย์ในปีที่ T (หน่วย กิกะกรัมมีเทนต่อปี; Gg
CH /yr)
4





DDOCmdecomp = ปรมาณสารอนทรย์ในขยะทสามารถย่อยสลายได้
T
(หน่วย กิกะกรัมมีเทนต่อปี; Gg CH /yr)
4
F = สัดส่วนการปล่อยก๊าซมีเทน (CH ) จากบ่อฝังกลบ
4
16/12 = ค่าคงท่สาหรับการเปล่ยนจากคาร์บอน (C) ไปเป็น



ก๊าซมีเทน (CH )
4
T = ปีที่จัดท�าบัญชีรายการ


สาหรับปริมาณสารอินทรีย์ในขยะท่สามารถย่อยสลายได้ (DDOCmdecomp )
T

ในปีท่เร่มทาการฝังกลบ และในช่วงปีท่พิจารณาการปล่อยก๊าซมีเทน สามารถ



ค�านวณได้จากสมการที่ (8) และ (9)
-k
DDOCmdecomp = DDOCma × (1 - e ) (8)
T-1
T
DDOCma = DDOCmd × (DDOCma × e ) (9)
-k
T
T-1
T
โดยที่
DDOCmdecomp = ปริมาณสารอินทรีย์ในขยะท่สามารถย่อยสลายได้

T
(หน่วย กิกะกรัมมีเทนต่อปี; Gg CH /yr)
4


DDOCma T-1 = ปริมาณการสะสมของขยะมูลฝอย ณ ส้นปีของปีท่พิจารณา
(หน่วย กิกะกรัมมีเทนต่อปี; Gg CH /yr)
4
DDOCma T = ปริมาณการสะสมของขยะมูลฝอย ณ สิ้นปีของปีที่เริ่มมี
การจัดการขยะ (หน่วย กิกะกรัมมีเทนต่อปี; Gg CH /yr)
4

DDOCmd T = ปริมาณการสะสมของอินทรียสารท่สามารถย่อยสลายได้
ในปีที่พิจารณา (หน่วย กิกะกรัมมีเทนต่อปี; Gg CH4/yr)
T = ปีที่จัดท�าบัญชีรายการ
K = ค่าคงที่ของการเกิดปฏิกิริยาโดย k = ln(2)/ (y )
-1
t1/2
t 1/2 = Half-life time (ปี)
36 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

• การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากสถานีบ�าบัดน�้าเสีย

การบาบดนาเสยก่อให้เกดการปล่อยไนตรสออกไซด์และมเทน ก๊าซทงสองชนด













เกิดจากการย่อยสลายสารอินทรีย์แบบไม่ใช้อากาศโดยแบคทีเรียในนาเสีย
ทั้งน�้าเสียที่เกิดจากแหล่งชุมชน เช่น น�้าเสียจากบ้านที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์


เป็นต้น การคานวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากนาเสียจากชุมชนใช้สมการ

ที่ (10)
CH Emissions = EF * TOW (10)
j
4
โดยที่
CH Emissions ปริมาณการปล่อยก๊าซ CH (หน่วย กิกะกรัมมีเทนต่อปี; Gg
=
4
4
CH /yr)
4
EF j = ค่าการปล่อยก๊าซ CH (หน่วย กิโลกรัมมีเทนต่อกิโลกรัมบีโอดี;
4
kg CH /kg BOD) ค�านวณได้จากสมการที่ (11)
4


TOW = ปริมาณสารอินทรีย์ในนาเสีย (หน่วยกิโลกรัมบีโอดีต่อปี;
kg BOD/yr) ค�านวณได้จากสมการที่ (12)



j = ระบบท่ใช้ในการจัดการนาเสีย เช่น ระบบบ่อปรับเสถียร ระบบ
ตะกอนเร่งไร้อากาศ-เติมอากาศ (ASBR) ระบบเติมอากาศ
หรือระบบแอกทิเวเต็ดสลัดจ์ (AS) เป็นต้น





การคานวณหาค่าการปล่อยก๊าซมีเทน (CH ) จากการบาบัดนาเสียชุมชนสมการท่ (11)
4
EF = Bo × MCF j (11)
j
โดยที่
EF j = ค่าการปล่อยก๊าซ CH จากการบาบัดนาเสียชุมชน (หน่วย



4
กิโลกรัมมีเทนต่อกิโลกรัมบีโอดี; kg CH /kg BOD)
4
Bo = ความสามารถในการท�าให้เกิดก๊าซ CH ของระบบที่ใช้ในการ
4



บาบัดนาเสีย (กิโลกรัมมีเทนต่อกิโลกรัมบีโอดี; kg CH /kg BOD)
4
MCF = Methane Correction Factor
j
j = ระบบบาบัดหรือเทคโนโลยีท่ใช้ในการจัดการนาเสีย เช่น ระบบ




บ่อปรับเสถียร ระบบตะกอนเร่งไร้อากาศ-เติมอากาศ (ASBR)
ระบบเติมอากาศหรือระบบแอกทิเวเต็ดสลัดจ์ (AS) เป็นต้น
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 37

การค�านวณหาสารอินทรีย์ในน�้าเสียสมการที่ (12) หรือ (13)


TOW = P × BOD × 0.001 × I × 365 (12)

TOW = Flow × BOD × 0.001 × I × 365 (13)


โดยที่
TOW = ปริมาณสารอินทรีย์ในน�้าเสีย (กิโลกรัมบีโอดีต่อปี; kg BOD/yr)
P = จ�านวนประชากรในปีที่พิจารณา (คนต่อปี; Person/yr)
Flow = ปริมาณน�้าเสียที่เข้าระบบ (m /day)
3
BOD = อัตราการปล่อยน�้าเสีย (กรัมต่อคนต่อปี; g/person/yr)
0.001 = ค่าคงที่ส�าหรับการเปลี่ยนหน่วยจากกรัม (g) เป็นกิโลกรัม (kg)
I = Correction factor ใช้ค่าแนะน�าตามคู่มือ IPCC ดังนี้
กรณีมีการเก็บน�้าเสีย = 1.25 ไม่มีการเก็บน�้าเสีย = 1.00



กรณีท่ อปท. ไม่มีการเก็บรวบรวมปริมาณนาเสียท่เกิดข้นจริง ให้ประมาณค่าปริมาณ


น�้าเสียที่เกิดขึ้นเท่ากับ 100% ของปริมาณน�้าที่มีการใช้จริง และใช้ค่า BOD ขาเข้า
เท่ากับ 41 มิลลิกรัมต่อลิตร ในการค�านวณ
2
2.8.2 การค�านวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขอบเขตที่ 2
อปท. สามารถหาข้อมูลกิจกรรมท่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จากใบเสร็จรับ



เงินค่าไฟฟ้าจากทุกแหล่งท่อยู่ในความรับผิดชอบ เช่น อาคารสานักงาน ไฟสาธารณะ
ไฟจราจร ปั๊มน�้า โรงบ�าบัดน�้าเสีย อาคารก�าจัดขยะ อาคารต่างๆ เป็นต้น ปริมาณการปล่อย

ก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ไฟฟ้าสามารถคานวณได้จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละปี
ที่ต้องการค�านวณ คูณด้วยค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แสดงดังสามารถที่ (14)


ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (kgCO eq) (14)
2
=
ปริม�ณก�รใช้ไฟฟ้� (kWh) x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (kgCO eq/kWh)
2

หมายเหตุ
2 หมายถึง ลักษณะน�้าเสียจากอาคารส�านักงาน ของกรมควบคุมมลพิษ


38 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2.8.3 การค�านวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขอบเขตที่ 3

นอกเหนือจากแหล่งท่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมขอบเขตท่ 1 และ





2 ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอ่นๆ ท้งหมดท่ไม่ครอบคลุมในขอบเขตท่ 2




เช่น กิจกรรมท่เก่ยวข้องกับยานพาหนะท่อปท. ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือมีอานาจควบคุมท้งหมด


(เช่น การเดินทางมาทางานของพนักงานและการเดินทางไปราชการโดยรถสาธารณะ)

กิจกรรมการจ้างเหมาดาเนินการ เช่น การกาจัดขยะ การขุดหลุมขยะ ตัดขยะ พลิกขยะ


กิจกรรมภายนอกอ่นๆ การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 เป็นการรายงาน


แบบสมัครใจ อย่างไรก็ตาม ควรมีการทารายงานครอบคลุมไปด้วยเพ่อให้การแสดงปริมาณ




ก๊าซเรือนกระจกท่ปล่อยออกจาก อปท. มีความสมบูรณ์มากข้น โดยกิจกรรมท่อยู่ภายใต้
ขอบเขตที่ 3 ได้แก่
1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกท่เกิดข้นจากการเดินทางมาทางานหรือไปราชการของ



พนักงานหรือจ้างเหมาผู้อื่น เช่น งานลอกท่อ งานเก็บขยะ เป็นต้น มีวิธีการค�านวณ
ได้หลากหลายวิธีขึ้นกับข้อมูลที่จัดเก็บ แสดงดังสมการที่ (15) - (17)
ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (15)
=


ปริม�ณน�มันเชื้อเพลิงที่ใช้ x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกต�มชนิด
ของน�มันเชื้อเพลิง


ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (16)
=
(ระยะท�ง/อัตร�ก�รสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง) x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกต�มชนิด
ของน�มันเชื้อเพลิง


ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (17)
=
ระยะท�งที่เดินท�ง x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกของก�รเดินท�งโดยเครื่องบิน







องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 39

2) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการใช้วัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ ของ อปท. เช่น
กระดาษ A4 เป็นต้น แสดงดังสมการที่ (18)

ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (18)
=
ปริม�ณกระด�ษที่ใช้ x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกของกระด�ษ


3) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการใช้น�้าประปา แสดงดังสมการที่ (19)


ปริม�ณก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจก (19)
=

ปริม�ณน�ประป�ที่ใช้ x ค่�ก�รปล่อยก๊�ซเรือนกระจกของน�ประป�



2.8.4 การค�านวณปริมาณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการปลูกต้นไม้
และพื้นที่สีเขียว



ในพ้นท่ของ อปท. จะมีกิจกรรมการปลูก ดูแล รักษา ซ่อมแซมต้นไม้ ท้งใน

สวนสาธารณะ สวนสุขภาพ พื้นที่ส่วนกลางรอบบริเวณอาคาร ทางเดิน หรือสองข้างทาง

เป็นประจาในแต่ละปี กิจกรรมดังกล่าวน้ ผู้ปฏิบัติงานหรือเจ้าหน้าท่ผู้รับผิดชอบสามารถ


ด�าเนินการค�านวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้
การประเมินปริมาณกักเก็บก๊าซเรือนกระจกของต้นไม้สามารถคานวณได้จากความ


สัมพันธ์ของเส้นผ่าศูนย์กลางของต้นไม้ท่ระดับความสูง 1.30 เมตร และความสูงท้งหมดของ





ต้นไม้ด้วยสมการแอลโลเมตร ซงผลจากการคานวณสมการดงกล่าวจะได้มวลชวภาพของ


ต้นไม้และน�าไปค�านวณปริมาณกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ต่อไป
1) การวัดต้นไม้เพ่อประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอน ดาเนินการวัด 2 ส่วน


ได้แก่ (1) วัดความสูงของต้นไม้จากโคนต้นจนถึงยอด และ (2) วัดความโตหรือ
เส้นผ่าศูนย์กลางของต้นไม้ท่ระดับความสูงจากพ้นดิน 1.30 เมตร แสดงดังรูปท่ 9



มีรายละเอียดวิธีการวัด ดังนี้

40 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

รูปที่ 9 ต�าแหน่งการวัดความโตและความสูงของต้นไม้


• วิธีการวัดขนาดความโตของต้นไม้ โดยท่วไปแล้วการคานวณมวลชีวภาพ




ของต้นไม้จาเป็นต้องใช้ค่าเส้นผ่าศูนย์กลางท่ระดับความสงเพียงอก
(Diameter at breast height: DBH) ซ่งระดับความสูงเพียงอกจะมีความสูง

ที่ 1.30 เมตรจากพื้นดิน และต้นไม้แต่ละชนิดมีรูปทรงของการเจริญเติบโต


ท่แตกต่างกัน จึงมีแนวทางในการวัดขนาดความโตของต้นไม้ แสดงดังรูปท่ 10
ดังนี้












กรณีท่ต้นไม้มีลาต้นเพียงลาต้นเดียว


ให้ทาการวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง


ท่ระดับความสูง 1.30 เมตรจากพ้นดิน




องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 41

กรณีท่ต้นไม้มีการแตกหลายล�าต้น




โดยจุดท่แตกอยู่ตากว่าระดับ
1.30 เมตร ให้ทาการวัดขนาด










เสนผาศนยกลางทกลาตนทระดบ

ความสูง 1.30 เมตร

กรณีท่ต้นไม้มีพูพอน และจุด
สูงสุดของพูพอนอยู่สูงมากกว่า

1.30 เมตร ให้ทาการวัดขนาด
เส้นผ่าศูนย์กลางของต้นไม้

เหนือจุดสูงสุดของพูพอนข้นไป
อีก 0.30 เมตร







กรณีท่เป็นไม้โกงกาง หรือ


ไม้ป่าชายเลนท่มีรากคายัน และ


จุดสูงสุดของรากคายันอยู่สูง

มากกว่า 1.30 เมตร ให้ท�าการวัด
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของต้นไม้


เหนือจุดสูงสุดของรากคายัน
ขึ้นไปอีก 0.30 เมตร
รูปที่ 10 แนวทางในการวัดขนาดความโตของต้นไม้


42 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

• วิธีการวัดความสูงท้งหมดของต้นไม้ด้วยไคลโนมิเตอร์

(Clinometer) เป็นการวัดความสูงของต้นไม้โดยอาศัย

หลักการพ้นฐานของตรีโกณมิติหรือความสัมพันธ์ระหว่างมุม
และระยะทางในการคานวณหาความสูงของต้นไม้ โดยม ี

ขั้นตอนการวัด ดังนี้

(1) ให้ผู้วัดความสูงของต้นไม้ยืนอยู่ห่างจากต้นไม้ท่ต้องการวัด

ในระยะที่สามารถมองเห็นยอดสูงสุดของต้นไม้นั้นได้
(2) ท�าการวัดระยะทางจากต้นไม้ถึงจุดที่ผู้วัดยืน
(3) วัดความสูงจากพื้นดินถึงระดับสายตาของผู้วัด

(4) ผู้วัดใช้ไคลโนมิเตอร์เล็งท่ยอดสูงสุดของต้นไม้อ่านค่ามุม



ท่วัดได้และนามาหาค่ามุมแทนเจนต์ (Tangent: tan) จาก
ตารางส�าเร็จรูป
(5) คานวณหาความสูงของต้นไม้จากระดับสายตาของผู้วัด

ถึงยอดสูงสุดของต้นไม้จากสมการที่ (20)

คว�มสูงของต้นไม้จ�กระดับส�ยต� (เมตร) = ค่�มุม tan x ระยะท�ง (20)
จ�กต้นไม้ถึงผู้วัด (เมตร)


(6) นาความสูงท่ได้จากข้อ (5) บวกกับความสูงของผู้วัดท่ระดับ


สายตา ผลที่ได้จะเป็นค่าความสูงของต้นไม้ทั้งหมด
ตัวอย่�ง : ก�รห�คว�มสูงของต้นไม้ด้วยไคลโนมิเตอร์




















องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 43

1. การคานวณหาความสูงของต้นไม้จากระดับสายตาของผู้วัด

ถึงยอดสูงสุดของต้นไม้ จากสมการ tan A = BC/AC
โดยแทนค่าได้ ดังนี้
o
มุมเงย (tan 26 ) = 0.49
ระยะทางจากผู้วัดถึงต้นไม้ (AC) = 60 เมตร
ความสูงของต้นไม้จากระดับสายตา (BC)
ดังนั้น = 60 x 0.49
= 29.4 เมตร






2. คานวณหาความสงทงหมดของต้นไม้ ซงเป็นผลรวมความสง ู
ของต้นไม้จากระดับสายตาของผู้วัดถึงยอดต้นไม้ (BC) รวมกับ
ความสูงจากพื้นถึงระดับสายตาของผู้วัด (AD) ซึ่งมีค่าเท่ากับ
= 29.4 เมตร + 1.5 เมตร
= 30.9 เมตร
ดังนั้น ต้นไม้มีความสูงทั้งหมดเท่ากับ 30.9 เมตร

2) การค�านวณหามวลชีวภาพของต้นไม้ (น�้าหนักแห้ง) ให้ส�ารวจต้นไม้ที่ปลูกใน




พ้นท่สาธารณะท้งท่เป็นเกาะกลางถนน สองข้างทาง สวนสาธารณะท่ใช้ในการพักผ่อน



หย่อนใจหรือสวนสุขภาพ ท่ใช้เป็นท่ออกกาลังกาย ต้นไม้ท่ปลูกมักจะปลูก


เป็นชุดๆ ท่เป็นชนิดเดียวกัน มีขนาดท่ใกล้เคียงกัน ในการสารวจข้อมูลการเก็บกัก




คาร์บอนท่เกิดจากการเติบโตของต้นไม้ สามารถดาเนินการได้โดยการบันทึกชนิด

ของต้นไม้ ตรวจวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงอก (DBH) วัดความสูงของต้นไม้

(H) ทุกต้น แต่ถ้าต้นไม้มีปริมาณมากๆ อาจเลือกใช้การสุ่มตัวอย่างช่วย การจาแนก
ชนิดไม้ ขนาดที่ใกล้เคียงกัน การตรวจนับ จากนั้นน�าข้อมูลเหล่านี้มาค�านวณหา



มวลชีวภาพซงกคือ นาหนักแห้งเหนือพ้นดินของต้นไม้แต่ละต้น ก็จะได้ค่ามวล



ชีวภาพของต้นไม้เป็นรายต้น เม่อรวมค่ามวลชีวภาพของต้นไม้ทุกต้นในแปลง


ตัวอย่างแล้ว จึงน�ามาคานวณหาค่ามวลชีวภาพต่อหน่วยพ้นท่ เช่น ต่อไร หรือ


เฮกตาร์ เป็นต้น คาร์บอนภายในดิน (soil organic matter) อาจหาได้จากข้อมูล
การส�ารวจดิน หรือจากรายงานการวิจัย เราสามารถส�ารวจเองได้ แต่มีค่าใช้จ่าย
ค่อนข้างแพง ซึ่งต้องตรวจวัดด้วยการปฏิบัติการในห้องปฏิบัติการ ส�าหรับต้นไม้




ขนาดต่างๆ น้น จะดาเนินการวัดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ความสูง จากน้นนา

ค่าการเติบโตท้งสองมาแทนค่าในสมการแอลโลเมตรี (Allometric Equation)
44 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น





ใช้คานวณค่ามวลชีวภาพ (นาหนักแห้ง) เหนือพ้นดิน โดย Tsutsumi et al. (1983)
แสดงดังสมการที่ (21)-(24) มีรายละเอียดดังนี้
W = (W + W + W ) x สัดส่วนปริม�ณค�ร์บอน (%) (21)
B
L
T
S
W = 0.0509 (DBH H) (22)
2 0.919
S
W = 0.00893 (DBH H) (23)
2 0.977
B
W = 0.014 (DBH H) (24)
2 0.669
L
โดยที่
W T = มวลชีวภาพเหนือพื้นดินทั้งหมด (กิโลกรัม; kg)
W S = มวลชีวภาพเหนือพื้นดินในส่วนที่เป็นล�าต้น (กิโลกรัม; kg)
W B = มวลชีวภาพเหนือพื้นดินในส่วนที่เป็นกิ่ง (กิโลกรัม; kg)
W L = มวลชีวภาพเหนือพื้นดินในส่วนที่เป็นใบ (กิโลกรัม; kg)
DBH = เส้นผ่าศูนย์กลางที่ระดับความสูงเพียงอก ระดับ 1.30 เมตร
เหนือพื้นดิน (เซนติเมตร; cm)
H = ความสูงของต้นไม้ (เมตร; m)


ส�าหรับค่ามวลชีวภาพของพืชล้มลุก (herbaceous layer) ที่อยู่เหนือพื้นดิน เช่น
กระเจียว เฟิร์น หญ้า ลูกไม้ หรือเบ้ยไม้เล็กๆ เป็นต้น มักมีค่าน้อยมาก อาจตัดท้งได้


ส่วนมวลชีวภาพของพืชในชั้นไม้พุ่ม (Shrub Layer) ก็มีค่าน้อย และอาจตัดทิ้งไป
ได้เช่นกัน ไม้พุ่มคือพืชท่ตรงโคนมีหลายลาต้น เช่น เข็มป่า นอกจากน้ก็อาจม ี





พวก ปรง หวาย กะพ้อ หรือต้นปาล์มท่ไม่สูงนัก แต่ช้นไม้พุ่มอาจมีมากในป่า
บางประเภท ส�าหรับไม้ตายและซากพืช (Dead Wood and Litter) ในหัวข้อนี้




ก็คือไม้ยืนต้นตาย ก่งก้านและตอไม้หลังการทาไม้ท่ท้งอยู่ตามพ้นดิน หรือฝังดินอย ู่

ข้อมูลพวกนี้ก็สามารถส�ารวจหาได้ แต่ข้อมูลซากพืช (Litter) ที่ร่วงหล่นเป็นรายปี







มกไม่นิยมเกบ แต่กหาได้โดยใช้ตะแกรงตาข่ายวางไว้ตามพนป่า นาไปชง



เพ่อประเมินปริมาณนาหนักของมวลชวภาพ และนาไปประเมินการดูดกลับ



ของคาร์บอนไดออกไซด์ต่อไป
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 45

2.9 การรายงานปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก
จากกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น



การจัดทารายงานปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรม
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยเนื้อหา 4 ส่วน ได้แก่

1) ข้อมูลขององค์กร
ประกอบด้วย รายละเอียดโดยท่วไปขององค์กรท่ทาการรายงานผล เช่น ช่อองค์กร




ที่อยู่ ลักษณะประเภทขององค์กร และอื่นๆ เช่น จ�านวนประชากร งบประมาณประจ�าปี
จ�านวนพนักงาน และลูกจ้าง โครงสร้างการบริหารองค์กร หน้าที่ขององค์กร เป็นต้น
2) รายละเอียดการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

(1) วัตถุประสงค์และเกณฑ์ของการจัดท�ารายงาน
(2) ขอบเขตและการด�าเนินงานขององค์กร ประกอบด้วย

– การกาหนดขอบเขตการรวบรวมแหล่งปล่อยและแหล่งดูดกลับก๊าซเรือนกระจก
โดยระบุว่าเป็นแบบควบคุม (ทางการด�าเนินงานหรือทางการเงิน) หรือแบบ
ปั่นสวนทางกรรมสิทธิ์





– พ้นท่หรือหน่วยงานภายในองค์กรท่กาหนดเป็นขอบเขตในการเก็บรวบรวมข้อมูล
เพื่อจัดท�าบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจก และการค�านวณปริมาณการปล่อย






และดดกลบก๊าซเรอนกระจก (ควรระบขอบเขตทางกายภาพ เช่น พนท ี ่



จานวนตึก จานวนชุมชน จานวนประชากร จานวนพนักงานและลูกจ้าง

ที่ต้องการก�าหนดเพื่อการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างชัดเจน)
– พ้นท่หรือหน่วยงานภายในองค์กรท่ไม่ได้ถูกระบุเป็นขอบเขตในการเก็บรวบรวม






ข้อมูล เพ่อจัดทาบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจก และการคานวณปริมาณ
การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก พร้อมระบุเหตุผลของการยกเว้นดังกล่าว


(3) โครงสร้างขององค์กร และหน้าท่รับผิดชอบ ได้แก่ โครงสร้างโดยท่วไปขององค์กร
และโครงสร้างทางการบริหาร รวมถึงหน้าท่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน



โดยเฉพาะหน่วยงานท่มีความเก่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
ขององค์กร
46 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(4) ปีฐาน และระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูล ระบุช่วงเวลาของการเก็บรวบรวม


ข้อมูลเพ่อจัดทาบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจกขององค์กร รายละเอียดและ












คาอธบายถงการได้มาซงปีฐานสาหรบการเปรยบเทยบ รวมถงคาอธบาย

ถึงการเปล่ยนแปลงใดๆ ท่เกิดข้นกับช่วงระยะเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือ


ปีฐาน ซึ่งมีความแตกต่างจากเอกสารการรายงานผลการประเมินก่อนหน้านี้
(5) การทวนสอบรายงานการประเมินก๊าซเรือนกระจก อธิบายวิธีการทวนสอบและ
ระดับของการรับรอง
3) รายละเอียดของบัญชีก๊าซเรือนกระจก
การรายงานสรุปปริมาณก๊าซเรือนกระจกท้งหมด ระยะเวลาของข้อมูล และปีท่รายงาน



ขอบเขตขององค์กร กิจกรรมท่เป็นแหล่งของก๊าซเรือนกระจกท้ง 3 ขอบเขต ข้อจากัด


ในการได้มาซึ่งข้อมูล ควรประกอบด้วยหัวข้อ ดังนี้
(1) แหล่งท่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประกอบด้วย เน้อหารายละเอียด


ท่อธิบายถึงแหล่งท่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กร แยกตาม


ประเภทของกิจกรรมที่มีการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก



(2) สรุปปรมาณการปล่อยและดูดกลบก๊าซเรอนกระจกแยกตามชนิดของ
ก๊าซเรือนกระจก และผลรวมของปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก


ในหน่วยตน (กโลกรัม) คาร์บอนไดออกไซด์เทยบเท่า ตลอดจนปริมาณ


ก๊าซเรือนกระจกแยกตามประเภทของกิจกรรมท่มีการปล่อยและดูดกลับ
ก๊าซเรือนกระจก
(3) วิธีที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่
– รายละเอียดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล เช่น แหล่งท่มาข้อมูล และวิธีการ


ได้มาซ่งข้อมูลท่ใช้ทาบัญชีรายการก๊าซเรือนกระจกแยกตามกลุ่ม และ


ประเภทของกิจกรรมที่มีการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก เป็นต้น
– รายละเอียดวิธีการค�านวณ การตั้งสมมติฐานการค�านวณ และค่าการปล่อย
ก๊าซเรือนกระจก ท่ใช้ในการคานวณหาปริมาณการปล่อยและดูดกลับ


ก๊าซเรือนกระจก



– คาอธิบายถึงการเปล่ยนแปลงใดๆ ท่เกิดข้นกับวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล



และ/หรือ วิธีการคานวณ และ/หรือ การต้งสมมติฐานการคานวณ

ซึ่งมีความแตกต่างจากเอกสารการรายงานผลการประเมินก่อนหน้านี้
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 47

(4) เอกสารอ้างอิงของค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แจกแจงรายละเอียด

แหล่งท่มาของการสืบค้น และเอกสารต่างๆ ท่ใช้อ้างอิง ซ่งสามารถตรวจสอบย้อน


กลับเพื่อความน่าเชื่อถือของการจัดท�าเอกสารรายงานผลการประเมินการปล่อย
และดูดกลับก๊าซเรือนกระจกขององค์กรได้




(5) การจดการความไม่แน่นอน ได้แก่ การประเมนและอธบายถงความไม่แน่นอน



ท่เกิดข้น รวมถึงแนวทางการจัดการความไม่แน่นอนดังกล่าวท่อาจเกิดข้น





ในข้นตอนวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล วิธีการคานวณการต้งสมมติฐานการคานวณ
และค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เลือกใช้
4) ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ
เป็นส่วนที่ อปท. สามารถเพิ่มเติมลงในเอกสารการรายงานผลการประเมินการปล่อย
และดูดกลับก๊าซเรือนกระจก นอกเหนือจากส่วนอื่นๆ ดังที่กล่าวข้างต้น ตัวอย่างเช่น

• ข้อมูลปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอ่นๆ ท่อยู่ใน

กิจกรรมขอบเขตที่ 3

• รายละเอียดแสดงปริมาณก๊าซเรือนกระจกแยกตามสาธารณูปโภคท่อยู่ภายใน
ขอบเขตของการประเมิน
• รายละเอียดแสดงการนาผลลัพธ์ท่ได้จากประเมินไปประยุกต์ใช้ต่อ เช่น การนา





ไปใช้เปรียบเทียบร่วมกับค่าตัวเลขท่สะท้อนค่าใช้จ่ายท่ลดลง หรือตัวเลขท่สะท้อน

ถึงการบริการขององค์กร เพื่อแสดงถึงความมีประสิทธิภาพขององค์กร

• นโยบาย และ/หรือ แนวทางการบริหารจัดการเพ่อการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก
ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมภายในองค์กร
















48 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2.10 การทวนสอบข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจก และปรับปรุง
รายงาน

องค์กรอาจตัดสินใจดาเนินการทวนสอบค่าคาร์บอนฟุตพร้นท์ขององค์กร โดยการ






ทวนสอบเป็นกระบวนการท่มีจุดมุ่งหมายสาคัญเพ่อตรวจสอบผลการคานวณปริมาณ
การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกท่องค์กรได้รายงานไว้ให้มีความถูกต้องตามหลักการ


แสดงปริมาณคาร์บอนฟุตพร้นท์ ได้แก่ ความตรงประเด็น ความสมบูรณ์ ความไม่ขัดแย้งกัน
ความถูกต้อง และความโปร่งใส

เป้าหมายการทวนสอบ คือ การทบทวนข้อมูล ตรวจสอบความถูกต้องของการคานวณ

การรายงานผล และการแสดงปริมาณคาร์บอนฟุตพร้นท์ขององค์กรว่ามีความสอดคล้องตาม


แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพร้นท์ขององค์กรอย่างเป็นกลางและอยู่บนพ้นฐาน
ของข้อเท็จจริงหรือไม่ โดยกระบวนการทวนสอบแสดงดังรูปที่ 11 มีรายละเอียดดังนี้
ศึกษาข้อก�าหนดต่างๆ ตามมาตรฐานหรือแนวทางที่มีผลบังคับใช้



ก�าหนดระดับของการรับรอง



ก�าหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต ความมีสาระส�าคัญ และหลักเกณฑ์การทวนสอบ



ทบทวนเนื้อหา และตรวจสอบผลการประเมินในรายงานผลการค�านวณ
ปริมาณการปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกขององค์กร


ก�าหนดแผนการทวนสอบ




การทวนสอบตามแผนการด�าเนินงาน


การประเมินผลและการให้ความเห็น



รูปที่ 11 ขั้นตอนกระบวนการทวนสอบข้อมูลปริมาณก๊าซเรือนกระจก

องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) 49

1) ศึกษาข้อก�าหนดต่างๆ ตามมาตรฐาน หรือแนวทางที่มีผลบังคับใช้

ผู้ทวนสอบจะต้องท�าความเข้าใจในภาพรวมของข้อก�าหนดต่างๆ ตามมาตรฐาน ได้แก่
ISO 14064-1 ISO 14064-3 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพร้นท์ขององค์กร และ

แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
2) ก�าหนดระดับการรับรอง

ประกอบด้วย 2 ระดับ ได้แก่

• ระดับการรับรองแบบสมเหตุสมผล (Reasonable Assurance) เป็นระดับ

การรับรองท่ ผู้ทวนสอบให้การรับรองผลการประเมินท่มีการตรวจสอบข้อมูลบัญช ี


รายการก๊าซเรือนกระจก วิธีการวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจก การคานวณ และ
การจัดท�ารายงานผลโดยอ้างอิงตามมาตรฐาน และมีการแก้ไขข้อผิดพลาด หรือ
ชี้แจงข้อละเว้นที่เกิดขึ้นภายในรายงานผลการประเมินแล้วกับผู้ทวนสอบ



• ระดับการรับรองแบบจากัด (Limited Assurance) เป็นระดบการรบรอง





ท่ให้การรบรองแก่ผลการประเมินท่มการตรวจสอบและแก้ไขสาระสาคญของขน



ตอนการประเมิน และรายงานผลเพียงบางส่วน
3) ก�าหนดวัตถุประสงค์ ขอบเขต ความมีสาระส�าคัญ และหลักเกณฑ์ของการทวนสอบ
4) ทบทวนเน้อหา และตรวจสอบผลการประเมินในรายงานผลการค�านวณปริมาณการ

ปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกขององค์กร
4.1 เอกสารรายงานผลการตรวจวัดปริมาณการลดก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ เอกสารที่
เกี่ยวข้องกับข้อมูลองค์กร เอกสารอ้างอิงสนับสนุน เอกสารการติดตามผล และ


การคานวณปริมาณก๊าซเรือนกระจกรายละเอียดการอธิบายเทคโนโลยีท่ใช้
ได้แก่ รายงานคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกสารอ้างอิง
สนับสนุน ได้แก่ ใบเสร็จรับเงิน บันทึกต่างๆ เอกสารการติดตามผล และค�านวณ
ปริมาณก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ โปรแกรมคานวณปริมาณก๊าซเรือนกระจก

ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น









50 แนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ส�าหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


Click to View FlipBook Version