ตรวจรบั โคก หนอง นา อย่างเข้าใจ
โดย นายธรี ะเนตร น้อยคณุ
นักวชิ าการพัฒนาชุมชนปฏิบตั ิการ
สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอวังม่วง จงั หวดั สระบุร ี
ผมเช่อื ว่าหลายๆคน คงน่าจะเครยี ดกับ โคก หนอง นา ในปีท่ีผ่านมา และปีงบประมาณน้ี ไม่ว่าจะ
เป็นเรอ่ ื งแนวทางการดาเนินงานท่ีไม่ชดั เจนเปลี่ยนเวอรช์ น่ั ไปเรอ่ ื ยๆ ผมก็เข้าใจนะวา่ เป็นงานใหม่ ก็ต้องมีการ
ปรบั ปรุงแก้ไขให้เหมาะสม ปัญหาจากนายชา่ งท่ีไม่อยากจะเข้ามารว่ มเป็นคณะกรรมการกาหนดราคากลาง
และเป็นผู้ควบคุมงานให้เน่ืองจากเกรงว่าหน่วยงานตรวจสอบจะสุ่มตรวจสอบ ปัญหาจากเจา้ ของแปลงท่ีมี
เง่อื นไขก่อนขุดและหลังขุดเยอะแยะ ปัญหาจาก นพต.ที่เกิดข้ึนในแต่ละวัน ปัญหาจากผู้รบั จา้ งขุดไม่ถูกใจ
เจา้ ของแปลงบา้ ง ตลอดจนปัญหาท่ีเกิดจากพัฒนากรเอง ที่ไม่รวู้ ่าจะดาเนินงานงานไปในทิศทางได จะถาม
ใครได้บ้าง บางทีถาม 2-3 คน ก็ให้คาตอบไม่เหมือนกัน “คิดแล้วก็ปวดหัวไม่อยากทาแล้ว” บน่ ในใจแต่ก็ต้อง
ทาเหมือนเดิม เพราะเป็นงานของเรา
หลายๆ คน น่าจะได้รบั การแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการตรวจรบั งานจา้ งขุดปรบั พื้นทสี่ รา้ งศูนย์เรยี นรู้
ในรูปแบบ โคก หนอง นา ตาแหน่งน้หี ลายๆคน คงไม่มีอยากเปน็ แน่ๆ เนื่องจากเป็นตาแหน่งท่ีมาด้วยความ
รบั ผิดชอบท่ี เสี่ยงโดนตรวจสอบแปลงทต่ี รวจรบั งาน เส่ียงโดนตรวจสอบทกุ เวลา เสี่ยงโดนเรยี กเงนิ คืน และ
อีกหลายๆความเสี่ยง แต่เราก็ต้องเป็นกรรมการตรวจรบั งานจา้ ง ถ้าพัฒนากรไม่เป็นกรรมการตรวจรบั งาน
จะเอาหน่วยงานไหนมาตรวจรบั ให้เราหล่ะ ในเมื่อเราต้องเป็นคนตรวจรบั งานเราก็ต้องมีหลักการและ
แนวคิดในการตรวจรบั งานที่เป็นเหตุและผล ท่ีสามารถยอมรบั ได้ ผมเองก็เคยรบั การตรวจติดตามของ
หน่วยงานตรวจสอบ เพื่อลงพื้นที่แปลง โคก หนอง นา ซงึ่ หน่วยงานตรวจสอบท่ีลงมาตรวจสอบมีวศิ วกรมา
ด้วย 2 ท่าน ในครง้ั นั้นด้วย
ถ้าพื้นทแ่ี ปลงที่ขุดนั้นเป็นประเภทดินท่ีขุดง่าย ขุดแล้วไม่เจอชน้ั หินก็ดีไป ขุดแล้วหนองน้า คลองไส้
ไก่ดูสวยงามตา รูปทรงเป็นไปตามรปู แบบรายการ ทาให้งา่ ยต่อการตรวจรบั งาน สามารถคานวณปรมิ าตรดิน
ขุดได้ง่าย คณะกรรมการตรวจรบั งานก็ไม่หนักใจ แต่ถ้าในกรณีที่ขุดแล้วเจอทั้งก้อนหิน เจอท้ังชน้ั หิน เจอ
หินโผล่ข้ึนเต็มไปหมดท้ังหนองน้า และคลองใส่ไก่ แน่นอนหล่ะ ! เหนื่อยใจทั้งพัฒนากรท่ีรบั ผิดชอบ
ผู้รบั จ้าง เจ้าของแปลง ผู้ควบคุมงาน คณะกรรมการตรวจรบั งาน แต่ในการคานวณปรมิ าตรดินขุดน้ัน
คณะกรรมการตรวจรบั งานจา้ งและผู้ควบคุมงานน่าจะมีความกังวลใจท่ีสุด คิดจะกะปรมิ าตรดินด้วยสายตาก็
ไม่ได้เน่ืองจากไม่ถูกต้องตามหลักวชิ าการ จะวัดความลึกต่าที่สุดก็ไม่ได้เนื่องจากปรมิ าตรดินจะน้อยไปซง่ึ ไม่
เป็นธรรมกับผู้รบั จ้าง “ขุดก็อยากแล้วจะมาโดนตัดปรมิ าณงานอีก” จะวัดระยะความลึกมากที่สุดก็ไม่ได้
เน่ืองจากราชการจะเสียผลประโยชน์ของทางราชการ ตลอดเป็นการเอ้ือประโยชน์แก่ผู้รบั จ้าง หรอื จะให้ผู้
รบั จ้างถมดินคืนแล้วปรบั ให้เรยี บแล้ววัดระยะความลึกใหม่ แล้วนาระยะความลึกมาเทียบหาปรมิ าตรดินใน
ตาราง Catalog ก็ไม่ได้ เน่ืองจากผู้รบั จา้ งก็จะเสียเวลาและไม่เป็นธรรมกับผู้รบั จา้ ง
จากประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่กรรมการตรวจรบั งานจา้ งมาหลายแปลง เจอปัญหาขุดแล้วเจอชนั้ หิน
ทาให้รูปทรงหนองไม่เป็นไปตามรูปแบบหลายการก็จานวนหลายแปลง แต่ผมก็โชคดีที่ได้นายชา่ งผู้ควบคุม
งานท่ีจบวศิ วกรรมโยธา ที่คอยให้คาแนะนา เทคนิคการตรวจรบั งานจ้าง ให้ท่ีมีท่ีมาที่ไป มีหลักการและ
เหตุผล ทจ่ี ะสามารถใชอ้ ธบิ ายหน่วยงานตรวจสอบได้ โดยมีเทคนิคในการตรวจรบั งานง่ายๆ ในกรณีท่ีเจอหิน
ใชห้ ลักการ Average หาค่าเฉล่ีย เชน่ 1) ความลึกหนองนา้ ตามแบบมาตรฐาน 6 เมตร แต่ขุดแล้วเจอหินขุด
ได้ถึงตามรูปแบบรายการ ก็ทาการวัดความลึกหลายๆจุดแล้วนามาหาค่าเฉลี่ย ยิ่งหลายจุดเท่าไรยิ่งดีความ
แม่นยาจะได้สูงไปด้วย แต่ทางคณะกรรมการตรวจรบั งานชุดผม ได้ทาการวัดค่าความลึกของหนอง 10 จุด
แล้วนามาหาค่าความลึกเฉลี่ย จากนั้นนาความลึกที่ได้ไปเปิดหาปรมิ าตรดินในตาราง Catalog ที่มีการ
คานวณไว้แล้วทกุ 50 เซนติเมตร หรอื เทยี บบัญญัตไตรยางค์ และเปน็ วธิ กี ารเดียวกับท่วี ศิ วกรของหน่วยงาน
ตรวจสอบใช้สุ่มตรวจสอบปรมิ าตรดินขุดจรงิ ระหว่างลงพ้ืนท่ีหน้างาน จากการคานวณปรมิ าตรดินขุดของ
กรรมการตรวจรบั งานจา้ งใกล้เคียงกับปรมิ าตรดินขุดท่ีคานวณโดยหน่วยงานตรวจสอบ ทาให้สามารถเป็นท่ี
ยอมรบั ได้ ซึ่งวธิ กี ารน้ีจะมีปรมิ าณดินขุด± ไม่เกิน 10 % 2) การคานวณปรมิ าตรดินขุดคลองใส่ไก่ ทาง
คณะกรรมการตรวจรบั งานจา้ ง ได้ใช้เทคนิคการวัดขนาดความสูงคลองไส้ไก่ ความกว้างปากบน ความกว้าง
ปากล่าง ทุกระยะ 10 เมตร แล้วนาค่ามาคานวณตามสูตรเฉล่ียเป็นพ้ืนที่ จากน้ันนาไปคูณความยาวของ
คลองไส้ไก่ เพ่ือหาปรมิ าตรดินขุดของคลองใส่ไก่ (ท้ังเจอหินและไม่เจอหิน) และวธิ ีการน้ีเป็นวธิ ีการที่
หน่วยงานตรวจสอบใช้ตรวจสอบปรมิ าณดินขุดจรงิ จากหน้างานท่ีหน่วยงานตรวจสอบสุ่มลงพื้นท่ี และ
ยอมรบั ค่าความคลาดเคล่ือนได้
หลักการน้ี อาจจะเป็นหลักการง่ายๆ ที่สามารถนาไปประยุกต์ใช้กับการตรวจรบั งานได้ เอาสถิติ
พื้นฐานเข้าปรบั ใช้ในงาน เพราะทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนตามหลักวชิ าสถิติ ทุกอย่างมีความแปรปรวน
อาจจะไม่ใชว่ ธิ ที ี่ดีสุด แต่เป็นท่ียอมรบั ถ้าพ้ืนที่ไหนเจอนายชา่ งผู้ควบคุมงานดี ทารายงานควบคุมงานให้
ละเอียดครบถ้วน เวลาลงพ้ืนที่ตรวจรบั งานกับกรรมการตรวจรบั งาน อธบิ ายให้เราเข้าใจ มีเครอ่ ื งมือช่าง
สนับสนุนเราก็โชคดีไป แต่บางพ้ืนทนี่ ายชา่ งผู้ควบคุมงานก็ไม่ได้ลงพ้ืนทีก่ ับเราตลอด เราก็ต้องมีหลักการใน
การตรวจรบั บ้าง เพื่อให้มีหลักการในการอธบิ ายกับหน่วยงานที่เข้ามาสุ่มตรวจสอบเราได้ สามารถอธบิ ายได้
อยา่ งม่ันใจ ไรค้ วามกังวล เพื่อให้ชวี ติ สนุกกับการทางาน สนุกกับ “โคก หนอง นา พช”
2
3
uuuutlffn a r dnrr u frr sunna
Ji
f,o - aqn {uiufinotdpnrruf....uruTanru fuurrusr:.........sir urnilt.......finiurnrtr,Izuutpru:Jfr:.i6R1r..........
#trior..............eirrintrufiruururururir molvr:Tu4...................., e-{r?-F1...............flrarauu
qeq
f,narrinrT ulfrq............Inn fiilo{ ur muvirmru rnrjarirasirrl: tfikitqnu
ua;ui
aaT uu'/ttuf{6tnu,rrisuft .....rirrinuurTruurrlquruni"rrnolvr:Tuer I' fiufru6su-ui'q,uuuuriuuuu:vsri:rsirra
i'rn:r uuov rir m alvr:Tu a dtvt-o nt eueqeur 5
n dn nr r/nrT u drrTrg u o{ {11J
Tpr:rnrrv(erurdu+iauLruunrttflruulqsun1l^rfitnnrrum#nvrqr*fitrri :J:sqneid "Tan fiuo{ u'r
Trurna'urayoT'nrsnrt{ruu'nrturdLiruirulo::*afiq*rrqlo tufjru:i:ur1ru 11.Ff. tscbG fiorflJu:'rjuurufion::u?nri
IJA{fl53Jfl151^1tsJ1J1rqJiluil Torufirlaaq:J:saspirfio rijunr:fllur^$lrpl:ud+rfiqr4otfiuurnseuuuuairunr:afiq{'luafrt
:T sl6'triurirnum:flr LLr{r{'ruuuas:jrufinqutflxinriquq ru:qsrufioyruvrnd'rviorfiuuuasflruuutild'f:.r r{aRreflu
da1flffn1ilnr:aituriltTnqnnltLL?.rrrurrouorT:afio rio riiol'ifaTrrT:ur boqd (CoVl D-oet) ToErfi uulrrtfiu
fQl1arvq A0 R15-aAn(r:dudtu::.tuuu Tnn fiuo{ ur rfionr:u6mr:drrnr:rirtrt'tfildtt{ij drsnr:afT trurdt
?o A ; n 3 ia o, e u da v o
lJ1[U1{Ufl fl5',1{1r.l1JytL5UlJgq3iUl{FtlJ LtUUnlS?,tmJil1AAJRI?{U?ATUnUAIUA
fiun oulrm gnBnr :r1u rn d o u
fl1rrlqo:J:"u:ruJ LLUU u:insfifiu tu:!:uJ ruruTnR fiuo{ $auu1 rdoaf'rtdutir6lruf$uquuupiuuuufllr
firuurnrunruflinrvdus{'rlauay:voTunfrriou fiorflufiqn::rur#n o lu ed fiqn::rJ tunr:rirrfiuTnttnr:
q
r,[eruTdufid'ulurlu.i Toufiriunouuavisnr:Ei'rufiunr:tunr:rrqrt:uJ:b::-Juuururjaffi6u rfiotr{fruttdsrintfiu
rir $iotritunr:uBmr:donr: fl1xrrLUUfl:runr:firuuTrpruuri1?llJo m6o uur-rfieYo?irdutnrinruprrrltil:satri
ro.:rduasruilarqiuri j-r-s'ruTers{n1rq trtaooprdotfluanrr^ra,ufi#rpru Tosfiriusrou/i6nr:riurpr6outunlrrlFr
:lfi.r::J uuuu ur:J a#6u.r o\fl
U
e. ?'r{ LLr.ruoofl ur:runr::J#u::J uur ulila.:fr6u:'lufi'r rduot ru:.Jatdfiu
U
u. dr :r odufd run s? 1 { LreJ u fl r :u n rJ fir uurj a tfi 6 u:ur fiu tdr I ot u:J n tfi 6u
q
f rfien. cf r rfi u n r :e1a f,ia d'o dr t1u n r : a $ftuvr' rigr u n r u :s tfl s u r o { yn { T1 u fl 1
'u
c. air rfi unr :rqo!uti :*:r uil a sfi 6 u nr u ::J luuufi rirruo
ilu t 3 J,etc, *
, Jo
G. a 5? A5U tra Efr {}.1 OlJ?.r lJYr [fi LA1 U 0 { LtU A {Y1 A
rvrnfi nF6nrdieniT binrdu mf, ouquil:sdunmu dr rfc
n"'-rruqa:.Jf,uul:Jatfi6u uaunls--u"- oriorir riroriT tlr trTauT :arTn ufiurirld' Toruriolrifitnarsma''tqrnun rsfq
a
usiotri'firittflnaonmtsfl lduorurJaqdAuld'finJ:sTs:liori'mfl.Usqaa firvrnfio/TEnr:uusiarr'unou dtfl
o. ?'r{rLr{uaoRrruufll:rJ:-:.r:$:tJLruuurriaqfd6u TnEJtflnarufernnlTourtJtfaufl'troaRILUUsll}J
u-'-.l'-FdrrrolrJTnn muo{ lJ1 rjT urtrirl{LrhrlJoCIfl rLUUfl1T:Jt*rtltrnlunlvlfllutuf{utitriurrutsarufluanruafi
e 9l
#srru nTnufludu+iTris frarurEntfurluurnrq'-dT" uld'fiqsuuvdrtriufrantLrllillFrr{darufin:unr:vl-mulutqJuu
rirruo nrndufdfisiulfitnrlnfafiRrfioumrlriaT ur:arlolrinTugiluu:.nJ'lFlrg11l qsfier:rur:rufi'utdrtra.t
agdl
u:Jat uasflr{ilrrTus'r..t t,unr:rrj6EJu uilasr:r:-J:-rt Ltauilillorionruanrvrraufi#tnu rtsiqvfrolu:J ulttulos:voTu
npr rr :i fi n sfin prm u tlu tr4 ufllunr ru tuufi n :ru nr :r,{ruur ru uuri1fi uFt
q
-b-
b. air:rqdufd uav?r{ LLr.nJRr:uqn!u:J:*r urja$6u:rufii rduos uu:Jasd6u Torufinur:vd'uriupr?1riff{
fifiu1ufiufi (.ontour Line) dT:rodrfiorrTryirn:rn?udufi Touudrraruilatoscir:rqfiFryntnr:Iraua.:
rirturitwJumn lfiioorirrirl:JlmarrufiaiT unrir?o $iorfiondufifurir :rlyY.: qvdasrflrflrfirnmuriornT:?u
iU
n r :tr?:J :vTEr uftufr fi u r a r rdu a r uil a r rtl u dr d'ru
m. 6{1tfiun1Ee'ndad'qdrqtunT :afrotirfirtruf,:sd'uprfr rSau mu:srfluuilo.ryr1{T1uRlr Tnsrio.r
!
fin:*'ttvtfiuudrfisrrias flaunlilornrirrTufilq ardnr:u?nr:riruviotdu uaufiourrl?Jo'rRrdrnrirfr
r ji u?iela{ alY6l rae1fius1yi lFtae.{, aow, 1?q,Ft rar, 1fiur, 1.fJln5iluuqudnn1{
fiu?u{'rlJYrtfl
c. rirtfiunr:rrqrurqjfulu:Jatfi6u nu::Jruuldrirnuor Touriauesrr"rufiunr:ror:J:*uurjaqd6u qspiaq
( et eI
roflrtAflunrtumdBsttAfiuf-i'utasrsdlsuuq:rJn:ai irriaurJBrrlor!lu#rrLilrn{ Toslnfir.rifiufi ?1{uouurnfiufi rrrEsruilrs
d{r na-ir urnln rfiotfifid{q'lnuorio ra5er6uufau uiia{latrTuarry{-.:yrfl1uuo.rfiu fi#sernilo ra5e#u
q
u. ,rrrfutmvrtsurrdrft#rd'rlo{uila.:fi6u Tou:rrurTuaarvflT:rJnrrn:'loiuq udruorurjar tu
I{Rl Ta r? ofou/Ar;I,;uoYfiersrrGTYru,grJ uur fi ri'm u o fi 1 fl R'l rll o Iil rfl uhJ n r ru uu ufi rir n u n
c, ,. 3 d o J An ro 6 d R15!trJ4 O{Ru iln15?v{{flA1UUO\:Ut OUAefiUe 1anil
ff{YlFlO{15{Fl1[1J1JR'15
?14{a1flfl{}JOU?,lUflLtA? FlCI
rdatri'riari'rfiloqaT il15n rnrurtr{ld'urnfiqao nrfilaq?uaarlt ud'r s-.rlrifialunn tfi?Enr:rirdua6ruyJrt n1rrfia-n
nRn::ur::rusrfi ovrirulfi'ufir.nirld'odrrd usid"rnfunr:qolurl':tqqalu qsfiflru?llnlunnus#rrndrGuar
e
u
o ot, r
rTrfl
dtTri'rj a
r d i
fr
rri o fr
A u 9(eo' uur m r nr : ufle,(t .: Y(os i o ufe:t'l u v rde u ar ,
6 u6u
fi'u url a
. ?:..rila!l,Unqraair unln:ourio tr{r5':fi ao
. viur{rttududTou:au:-ia uavuSrralsrsuh ui'aaofi?1ilur{Frflarsfluuarnju uasflFrFr?'r}J
? -,jv r
Lt5{lJO{1J1Yr[1rffU1
. uqrqotflluaaotldldufin 1 virsornrarilo tJ:srurar o $Jar Tourlonaorl#Irin{ruJ:s:nru eo -
oG ?,il. fin:J:slrru oo ?,1J. aflortuu'njo rrasHsyioriluvn.:riT ar:JarJ:vrJlal Ls ?qFt (lvrnf,nf,
qv?irtliilrilulnaa{il1mufinnarl#Iririou unslmaflul:tr'lrJriilarrianruqnfiri'tfiuo
q
an a?1lJ ufr smrsu ornouilo)
. raB6 ureiesflrrYnht,i(hi #- n:*ruvnae'rs rad5rru aaoo rlil?aro udrrr:ouilo (rrasra6lr6'rsr^lr{a1il uurlf
Iail
k
rr*\*uudl-,c{vr
{v}J.uirleffilnEd*r
1
-gl-
ile{srnrrudrufe
o. tilnlo...rdauirte ldrnrirdvtimrurqrlU:rru pia.:iiuro.:flarnnrtgirlf,uTntrnlre{ r(ouh :slf,an
f,aritnun ruarfiadr#e1unrtqn:Jfu u:Jatfi6u ?r{rduosru:Jat uar{firiruufiserTat orfi nflJvnrr}rfl'rt
rirruor:rnlRal{ drrfrrupqrruail{1u flTTilnl:fl:re:":J fum:'iu uardruqrnrrufiumrirtun'r:rir rfiunrttflu
ixtJr 1 d'runrT ilqBrtq
u. drulq...l$iamEiaulrjrir.rnrir fireqo$ r:?rr?unr:aanruuududtri'unurvauriuan'runfi#sau r?1Il'lE
rirntrrupiornr:lunr:?r?rJ:vTuurififiunor udruor urilar msrfllulilsrr:r:vrfisu11un1r tunT :qnil:h *ilat
y-jortou Ltffuua,oljo
H. Lranr:Jf,uu...rf,onril1{aafl ntrfirfinoq:UJatEntu:sfi'irtr{ruflun1: qvriasmrSo#lrifirtru
rfirj':rioq rLau?1'lynruufiIuflqrr:rruf,u ufranryrrtaanfrL?luluffxrfrqortunr:rirtf,utru uavld':J:vTuui
H1ila?1Ir rrr orfrr or rdu or uU uofiAu
il,lc8a!, il{$n{t
o. snru6utunr:unrJf,iu:-lard6u rfllufled'urird'rufifrnra?unrrflnufiurir uuavfirunsionr:rdtmaruraq
qv
r-ior.ir ::uvtran'I?,{a'lRlFf uaeqqn'ra ?11RR'rrr;orriaturi?{tlqalu evoiattnsuurnrunfaudrsrflr esdrtlaFr
a'113J lfr unr uqlR fl '1TU oil aId
q
u. nr:eir uf,unr:tprrjfu ru:Ja{frfiu ufrsrriotriunrtd'adad'rrd'rt ?unr:rir rfiunrtqvpiasfinur ttas
q
rir ufiunr :?ri ufl ul:t nr u :v rfl uu m r,fl 1 T
fa riuuu/fra 6 n rf, ilil o { nil ta {
o. rrtruf. n?tilrfl'urutrg rrasorripltruf, u6' asanril6ourrEinr s:JrIuhf,ivr sdftlu^da.riqf-igrri-td'ryu'r--n f-r.'fl't' ?-.+loutisitas
ilil1rdtveEat-aJt,au rLA Ufl 1 5V{ {Yl 81 U u 0 {a Ufl L}.1 11{ 1l 01JRU
5il rLUlJSl zu A sl O fl ilR n Lfl
U
[q. nltrilIf,reaBuyl!'w *rilrt,iatlftlluu'lnr roir#q,tnu j
H1ilHun-Rnfrnrms:mrrfi qrdl'rtlhotrryr6fiudB'tv(rd, 'arrirt6d
fltmrn
qrr:.iatuqq r.lil a't1tJ uu:nuarnluesuvfrrqfiuuEu'tatuourian.rurld' areqsleinrur:nrit rfiunr:rirflraBxr,lr.rlpi
o., 4 ttllrt a v
rTu
t1rlrvr nfl
r luu t, n n I q 6 rJ'r ua E:r
pi'o
vTu rt n
,fL
(uTEJTafl{ #uuvtun:)
sir runilt rinim nr:firuursururJfi rTfi nr:
*"rri'or drrin uufizut.rr uu uudr un alvr:Ts pr
1
2
โคก หนอง นา โมเดล กับ พรบ.การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511
นางสาวดวงจนั ทร์ แซล่ วิ้
นักวชิ าการพฒั นาชุมชนปฏิบตั ิการ
เมื่อพัฒนากรลูกเจ๊ยี บ มาเจอ การดาเนินการจัดซอ้ื จดั จ้าง โครงการโคก หนอง นา และ
ขอ้ สังเกตเรอ่ ื งการใชป้ ระโยชนใ์ นทด่ี ินใต้สายไฟฟ้าแรงสูงจาก ปปช. ไมเกรน และหยาดน้าตาก็มาถึง
โคก หนอง นา โมเดล หรอื โครงการพัฒนาพ้ืนท่ีต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลัก
ทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” คือ การจดั การพื้นท่ีซงึ่ เหมาะกับพ้ืนท่ีการเกษตร ผสมผสาน
เกษตรทฤษฎีใหม่ เข้ากับภูมิปัญญาพ้ืนบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพ้ืนท่ีนั้นๆ โดยให้ธรรมชาติ
จัดการตัวมันเอง โดยมีมนุษย์เป็นส่วนส่งเสรมิ ให้สาเรจ็ เรว็ ขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยกรมการพัฒนาชุมชน
ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สมาคมศิษย์เก่าวศิ วกรรมศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ชมรมโคกหนองนา วศิ วะ ม.ขอนแก่น ร่วมกันออกแบบมาตรฐานโดยวชิ าชีพ
สถาปัตยกรรมศาสตร์ ตามหลักภูมิสังคมด้วยการประยุกต์ทฤษฎีใหม่ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิศาสตรแ์ ละ
สังคมความเป็นอยู่ของคนในพ้ืนที่ในการออกแบบเพ่ือการจดั การพ้นื ที่จะเป็นการออกแบบหลักแนวคิดตาม
แบบโคกหนองนาโมเดล และทางเจ้าของพ้ืนที่ท่ีเข้ารว่ มโครงการจะสามารถนาแบบมาตรฐานดังกล่าวที่
เหมาะสมกับสภาพพืน้ ที่ของตนเองตามรูปทรง อตั ราความกว้างต่อความยาว ทีแ่ บบมาตรฐานกาหนด
หลังจากได้แบบมาตรฐานท่ีเหมาะสมกับพ้ืนท่ีแล้ว จงึ ดาเนินการจดั ซอ้ื จดั จา้ งด้วยระเบียบ
กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบรหิ ารพัสดุภาครฐั พ.ศ. 2560 และระเบียบอ่ืนๆ
ที่เกี่ยวข้อง อาทิเชน่ หลักเกณฑ์และวธิ กี ารกาหนดราคากลางงานก่อสรา้ ง พระราชบัญญัติการจดั ซอ้ื จดั จ้าง
และการบรหิ ารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560 ซง่ึ พัฒนากรลูกเจยี๊ บได้ใชเ้ ปน็ คัมภีรห์ ลักในการดาเนินงาน
หลังจากดาเนินการตามระเบียบพัสดุเรยี บรอ้ ย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ
ทุจรติ แห่งชาติ หรอื มีชอ่ื เล่นว่า “ปปช.” ก็เข้ามาบอกรกั กันด้วยประโยคท่ีว่า “การดาเนินงานอาจไม่เป็นไป
ด้วยความถูกต้อง เนื่องจากพ้ืนท่ีใต้แนวสายไฟฟ้าแรงสูงมีข้อกาหนดในการห้ามกระทาการอันอาจเป็น
อันตรายแก่ระบบไฟฟ้า ตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 ซึ่ง การ
ดาเนินงานโครงการโคก หนอง นา ของสานักงานฯ อาจอยู่ในระยะของข้อห้ามตาม พรบ. ดังกล่าว ขอให้
ตรวจสอบตามขอ้ สังเกต จานวน 2 โครงการ
แล้ว... พรบ.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตคืออะไร? แล้ว...มันเก่ียวอะไรกับ โคก หนอง นา ของเราละ่ ?
ยอมรบั ว่าเหมือนโดนหมัดขวาเสยเข้าใต้คางกรรมการนับแปด เพราะศึกษาและทาความเข้าใจ เพียงแค่
ระเบียบการจัดซ้ือจัดจ้าง พัฒนากรลูกเจ๊ียบผู้มีประสบการณ์อันน้อยนิดถึงกับมึนงง ยอมรับโดยดีว่า
ไม่มีความรูเ้ รอ่ ื งน้ี เพราะไม่เคยอ่าน พรบ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ความรูเ้ รอ่ ื งน้ี จึงถือว่า
set zero ไปเลย มหกรรมการจัดการความรูก้ ู้ภัย พรบ.การไฟฟ้า จึงเรม่ ิ ขึ้น ในเม่ือไม่รูจ้ ักฉัน ไม่รูจ้ ักเธอ
เราก็คงต้องเปิดใจ ศึกษากันและกันสักนิด เพอื่ คุณภาพชวี ติ ท่ีดีขึ้นในอนาคตของเรา
~2~
ตามประกาศการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เรอ่ ื ง ขอ้ กาหนดเพอ่ื ความปลอดภัยในเขต
เดินสายไฟฟ้า ตามนัยพระราชบัญญตั ิการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 ได้กาหนดให้
1. ห้ามมิให้ผู้ใดกระทาการอย่างใดอย่างหน่ึง อันเป็นอันตรายแก่ระบบไฟฟ้า เชน่ ห้ามนา
วัสดุ อุปกรณ์ หรอื เคร่อื งจักรกล เช่น รถเครน รถยก รถตัก รถขุด เข้าใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงน้อยกว่า
4.00 เมตร หรอื ห้ามเผา่ ไรอ้ อ้ ย นาขา้ ว ปา่ พง หรอื วสั ดุอ่ืนใดในเขตแนวสายไฟฟ้า
2. ห้ามปลูกสรา้ งอาคาร บ้านเรอื น หรอื สิ่งปลูกสรา้ งอื่น ทุกชนิด ในเขตเดินสายไฟฟ้าตาม
ระยะห้าม
3. การเปล่ียนแปลงพ้ืนดินบรเิ วณพื้นท่ีในเขตเดินสายไฟฟ้า เช่น การปรบั สภาพพื้นดินให้
สูงข้ึน การขุดดิน หรอื ขุดบ่อ การก่อสรา้ งถนน จะต้องได้รบั อนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟผ.ก่อน การอนุญาต
ให้เป็นไปตามเง่อื นไขที่ กฟผ.กาหนด โดยขออนุญาต กฟผ. เป็นหนังสือ และเม่ือได้รบั อนุญาตแล้วจะต้อง
ปฏิบัติตามเงอ่ ื นไขท่ี กฟผ. กาหนด
4. ห้ามปลกู ต้นไม้ หรอื พชื ผล ในเขตเดินสายไฟฟ้า ดังนี้
4.1 บรเิ วณพื้นที่ที่ต้ังเสา และพ้ืนที่โดยรอบโคนเสา ภายในระยะห่างจากแนวขาเสา
4 เมตร ห้ามปลกู ต้นไม้ หรอื พืชผล
4.2 ห้ามปลูกต้นไม้ยืนต้นหรอื พืชผลในเขตเดินสายไฟฟ้า ด้านละ 3 เมตร จากแนว
ศูนยก์ ลางของเสาสายส่งไฟฟ้าตลอดแนวสายส่งไฟฟ้า เวน้ แต่ไมล้ ้มลกุ และธญั ชาติ
4.3 บรเิ วณพ้ืนท่ีในเขตเดินสายไฟฟ้านอกจากข้อ 4.1 และ 4.2 ห้ามปลูกต้นไม้ยืนต้น
หรอื พืชผลในเขตเดินสายไฟ เว้นแต่ต้นไม้เศรษฐกิจ ซงึ่ ความสูงและต้นไม้เศรษฐกิจให้เป็นไปตามบัญชที ้าย
ประกาศฯ จงึ จะอนญุ าตให้ปลูกได้
4.4 บรเิ วณพ้ืนที่ในเขตเดินสายไฟฟ้า ของสายส่งไฟฟ้า ระดับแรงดัน 500,000 โวลต์
ห้ามปลกู ออ้ ย
แล้ว..โคก หนอง นา ของเรา อยู่ในระยะข้อห้ามตาม พรบ. จรงิ รเึ ปล่า? แล้ว..เราจะถามใครดีล่ะ?
เป็นคาถามที่คิดไม่ตก ได้แต่นั่งถอนหายใจเพราะไปต่อไปถูก ซึ่งคาถามเหล่านั้นจาเป็นต้องหาคาตอบ
ให้จงได้ และในเมือ่ พ้ืนทีต่ ้นแบบโคก หนอง นา โมเดลท่ีต้องตรวจสอบอยใู่ นพ้นื ท่ีของ สปก. ซง่ึ ได้ดาเนนิ การ
ขออนุญาตดาเนินการโครงการฯ และทาง สปก.จงั หวัด ได้อนญุ าตเรยี บรอ้ ยแลว้ จงึ ต้ังสติและเรม่ ิ ต้นนับหนงึ่
ท่สี านักงานปฏิรูปทีด่ ินจงั หวดั ระนอง เพอ่ื ขอคาปรกึ ษาเรอ่ ื งของแนวเขตพนื้ ทดี่ าเนนิ การ ซงึ่ ทาง สปก.จงั หวดั
ได้ให้คาปรกึ ษา หาข้อมูลเขตแนวพ้ืนท่ี และลงพืน้ ท่ีไปกับพฒั นากรเพอ่ื ทาการรงั วัดให้ จาได้ว่าวนั ท่ไี ปทาการ
รงั วัดเป็นชว่ งท่ีฝนตกหนักมาก แต่พ่ีเจา้ หน้าที่จาก สปก.จงั หวัด ก็ฝ่าฝนตกหนัก ลุยโคลนครง่ ึ แขง้ ไปทาการ
รงั วัดให้กับเรา สรุปผลได้ว่า โคก หนอง นา ของเรานั้นอยู่ในบรเิ วณพนื้ ทีเ่ ขตเดินสายไฟฟ้า 1 แห่ง และไม่ได้
อย่ใู นเขตเดินสายไฟฟ้า 1 แห่ง
หลังจากนั้น จงึ ได้นาผลการตรวจสอบดังกล่าวเขา้ ไปปรกึ ษากับพัฒนาการอาเภอ และท่าน
นายอาเภอ ซง่ึ ได้แนวทางจากท่านนายอาเภอว่า กฟผ. ให้ใชพ้ ืน้ ที่ใต้สายไฟได้ แต่ต้องดาเนินการขออนญุ าต
ก่อนดาเนินการ แต่เน่ืองจากได้ดาเนินการไปก่อนแล้ว ท่านนายอาเภอจึงแนะนาให้รบี ติดต่อประสานงาน
และดาเนนิ การขออนุญาตกับ กฟผ. โดยเรว็ ซง่ึ เจา้ หน้าทีจ่ าก กฟผ. ก็ให้คาปรกึ ษาและคาแนะนาเป็นอย่างดี
พรอ้ มแจ้งข้อผ่อนปรนของเง่อื นไขข้อห้ามในเขตเดินสายไฟฟ้าแรงสูง เพ่ือให้ประชาชนในพ้ืนท่ีตลอดแนว
สายส่งได้ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น สามารถดาเนินการเพาะปลูกได้ โดยไม่เกินความสูงที่ได้กาหนดไว้
และสนับสนุนการดาเนินงานโครงการ โคก หนอง นา ของสานักงานฯ ซงึ่ หลังจากได้ดาเนินการขออนุญาต
และทาง กฟผ. ได้ส่งเจา้ หน้าทล่ี งสารวจตรวจสอบแล้ว จงึ ออกใบอนุญาตให้ เหตุการณ์ในครง้ั นี้จงึ ผ่านไปได้ด้วยดี
~3~
ปัจจยั ทน่ี าไปสู่ความสาเรจ็ (Key Success Factors) ในเรอ่ ื งน้ี คือ
1 . ก า ร ว เิ ค ร า ะ ห์ ปั ญ ห า ( Analyze)
ซง่ึ ปัญหาคือโครงการฯ ดาเนินการไมเ่ ปน็ ไป
ตามข้อกาหนดในการห้ามกระทาการอันอาจ
เป็นอันตรายแก่ระบบไฟฟ้า ตามพระราชบัญญัติ
การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511
2. ก า ร ว า ง แ ผ น ( Strategize) แ ล ะ
ก า ร จัด ก า ร ( Organize) ใ น ท่ี นี้ คื อ ก า ร
จัดการความรู้ เพื่อให้เข้าใจ บรบิ ทของ
พระราชบัญญัติ การไฟฟ้ าฝ่ายผลิตแห่ง
ประเทศไทย พ.ศ. 2511 และประกาศ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เรอ่ ื ง ขอ้ กาหนดเพ่อื ความปลอดภัยในเขตเดินสายไฟฟ้า รวมถึงการได้รบั
คาแนะนาแนวทางปฏิบตั ิจากพัฒนาการอาเภอ และนายอาเภอ เพอ่ื เปน็ แนวทางในการปฏิบตั ิงานต่อไป
3. การประสานงาน (Personalize) เน่ืองจากมีบทบาทหน้าท่ีและความสามารถในการ
ดาเนินงานที่แตกต่างกัน จงึ ต้องประสานขอความรว่ มมือไปยังหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่ สานักงานปฏิรูป
ทดี่ ินจงั หวัดระนอง, การไฟฟ้าฝา่ ยผลติ แห่งประเทศไทย (ทอ้ งท่ีภาคใต้), เจา้ ของพื้นทต่ี ้นแบบโคก หนอง นา
โมเดล และนักพัฒนาพื้นท่ีต้นแบบ (นพต) เพื่อให้เกิดการทางานแบบบูรณาการ จนสามารถดาเนินการได้
อยา่ งสาเรจ็ ลุล่วงไปด้วยดี
ปรชั ญาการพัฒนาชุมชนชน คือ ทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพหรอื พลังความสามารถ
ของตนได้ถ้ามโี อกาส เพราะพัฒนากรเสมือนบุคคลทต่ี ้องมคี วามรูใ้ นรปู แบบทห่ี ลากหลาย เพื่อสรา้ งความคิด
รเิ รม่ ิ และสรา้ งสรรค์ (Creativity) จากเหตุการณ์ดังกลา่ ว ได้เปิดโอกาสแห่งการใฝร่ ู้ (Discovery) พรอ้ มกับ
การเผชิญหน้าต่อสถานการณ์ยากลาบาก (Bravery) เพ่ือทาความเข้าใจต่อสถานการณ์ (Empathy)
เป็นธรรมดาที่จะต่ืนตระหนกตกใจกับความไมร่ ู้ และจมอยู่กับความรสู้ ึกไรห้ นทางแก้ไข แต่คาพูดของอาจารย์
ท่านหนึ่ง (Appreciation) ได้สอนว่า “งานที่เราทาเป็นการมองแบบจุด ๆ เดียว เป็นความเคยชนิ เพราะรู้
เพียงแค่งานของตัวเอง ต้องปรบั เปล่ียนความคิดเสียใหม่ ต้องลองมองงานทุกอย่างแบบ Bird’s eye view
แลว้ เราจะเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวได้กวา้ งมากขึน้ ” ซง่ึ หมายถึง การขยายขอบเขตความคิดของเราต่อเรอ่ ื งๆ หนง่ึ
ออกไป ไมด่ ่วนสรปุ หรอื ตัดสินใจ แต่ให้ประเมนิ สถานการณ์ในภาพรวม พจิ ารณาในหลายมุมมอง ให้ความคิด
ของเราได้มีการเช่ือมโยงเพ่ือหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ได้เห็นปัจจัยอ่ืนท่ีเกี่ยวข้อง (Systems Thinking)
ทาให้สามารถลาดับความเกี่ยวข้องของงานได้ง่าย มีเป้าหมายท่ีจะต้องดาเนินการเป็นขั้นตอนเพ่อื แก้ปญั หา
ต่อไปได้อย่างชัดเจน (Simplify) พรอ้ มทั้งได้รบั การสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา และส่วนราชการอื่นท่ี
เก่ียวข้อง (Facilitation) ส่งผลให้สามารถแก้ไขปัญหาให้สาเรจ็ ลุลว่ งไปได้ด้วยดี (Practical)
สุดท้ายน้ี ขอขอบคุณ นายอาเภอเมืองระนอง พัฒนาการอาเภอเมืองระนอง สานักงาน
ปฏิรูปที่ดินจงั หวดั ระนอง การไฟฟ้าฝา่ ยผลิตแห่งประเทศไทย เจา้ ของพ้ืนทต่ี ้นแบบ รวมถึงนอ้ ง ๆ นักพฒั นา
พื้นที่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ที่ให้การสนับสนุนและคอยช่วยเหลือ จนเป็นอีกหน่ึงประสบการณ์
แห่งการเรยี นรูท้ น่ี า่ จดจา
โคก หนอง นา พา P(Learn)
โคก หนอง นา พาเพลิน (Play+Learn)
นายอัสมี มะโระ๊
เจา้ พนักงานพฒั นาชุมชนปฏบิ ัติงาน
สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอรามัน จงั หวดั ยะลา
“โคก หนอง นา” ทเี่ ป็นมากกว่าพ้ืนท่กี ารเกษตร คือ...พ้ืนท่ีแห่งการเรยี นรู…้
...กรมการพัฒนาชุมชน ได้ดาเนินโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอพียง กิจกรรมพัฒนาศูนย์
เรยี นรทู้ ฤษฎีใหม่รปู แบบ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน” เพ่ือตอบสนองวสิ ัยทัศน์ของกรมการพัฒนาชุมชนท่มี ุ่งหวงั ว่า
ประชาชนมีเศรษฐกิจฐานรากที่มั่นคง ชุมชนพ่ึงตนเองได้ ตามเป้าหมายท่ีกาหนดไว้ในปี 2565 โดยได้น้อมนาพระราชดารสั ใน
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รชั กาลท่ี 9 ด้านการทาเกษตรทฤษฎีใหม่
ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการบรหิ ารจัดการน้าและพื้นที่การเกษตร โดยมีการผสมผสานภูมิปัญญาพื้นบ้าน
ให้สอดคล้องกับธรรมชาติในพ้ืนทีน่ ้ันๆ โคก หนอง นา จงึ เป็นแนวทางทาเกษตรอินทรยี แ์ ละสรา้ งชวี ติ ที่ยงั่ ยืน จดั สรร
ธรรมชาติอย่างสมดุล โดยแบง่ พ้ืนทเี่ ป็นสัดส่วน 30:30:30:10
ในปีงบประมาณท่ีผ่านมา เราได้ดาเนินการพัฒนาศูนย์เรยี นรูท้ ฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา
พัฒนาชุมชน” เพ่ือเป็นแหล่งเรยี นรูใ้ ห้แก่ประชาชนในชุมชนและบุคคลที่สนใจ เพื่อสรา้ งกระแสการรบั รูแ้ ละความ
เข้าใจอันดี นาไปสู่การปฏิบตั ิอย่างยัง่ ยนื เกิดการต่อยอดและพัฒนาเพ่ิมยง่ิ ข้ึน ท้งั น้ีเล็งเห็นว่า การพัฒนาการเรยี นรใู้ น
รูปแบบฐานการเรยี นรทู้ ่ีมีท้ังภาคทฤษฎีและปฏิบัติ จะทาให้เกิดการมีส่วนรว่ มในการเรยี นรทู้ ่ีดี เกิดการบูรณาการองค์
ความรตู้ ่าง ๆ สู่การปฏิบัติอยา่ งเปน็ รูปธรรม ภายใต้แนวคิด “เล่นอย่างไร? ให้ได้ความรู้ (Play to Learn)”
ในระยะเรม่ ิ แรกของการดาเนินงานโคก หนอง นา โมเดล พบว่าประชาชนในพ้ืนท่ีมีความรูค้ วามเข้าใจ
ต่อหลักการเกษตรทฤษฎีใหม่รูปแบบโคก หนอง นา โมเดล น้อยมาก เกิดกระแสการต่อต้านต่อโครงการ ซงึ่ เกิดจาก
ความไม่เข้าใจต่อหลักการและวธิ กี าร ทาให้เป็นอุปสรรคต่อการทางานและการประสานงานกับชุมชน
///แล้วเราจะทาอย่างไร???///
1. วางแผนและกาหนดแผนการดาเนินงานพัฒนาศูนย์เรยี นรู้ ฯ การฝึกอบรมทีมวทิ ยากรอาสา และวทิ ยากร
ยุวชนอาสา “โคก หนอง นา จูเนียร”์ และการสรา้ งฐานการเรยี นรภู้ ายในศูนย์เรยี นรู้ ฯ
2. ประสานงานสรา้ งความเข้าใจแก่ครวั เรอื นต้นแบบฯ และสรา้ งกระแสการรบั รแู้ ก่เยาวชนและประชาชนใน
พ้ืนทที่ ่ีสนใจ
3. จดั ทาฐานการเรยี นรภู้ ายในศูนย์เรยี นรฯู้ อยา่ งน้อย 3 ฐานการเรยี นรู้
4. จัดกิจกรรมฝึกอบรมทีมวทิ ยากรอาสาและยุวชนอาสา “โคก หนอง นา จูเนียร”์ ประจาศูนย์เรยี นรู้ ฯ
ระยะเวลาประมาณ 2 วนั โดยใชพ้ ลังชุมชนในการดาเนินกิจกรรม
5. กิจกรรม “เอามื้อสามัคคี” รว่ มทา รว่ มสรา้ ง รว่ มใชป้ ระโยชน์
ผลการดาเนินการ
ศูนย์เรยี นรทู้ ฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา พช.” บ้านสาเมาะ เปน็ แปลงพื้นท่ดี าเนินการของนายทัศนัย
ไชยศร ีเลขท่ี 36 หมู่ที่ 4 ตาบลท่าธง อาเภอรามัน จงั หวัดยะลา พ้ืนที่ขนาด 3 ไร่
กิจกรรม
1.สรา้ งกระแสการรบั รแู้ ก่เยาวชนและประชาชนในพ้ืนท่ที ีส่ นใจ
2. กิจกรรมจดั ทาฐานการเรยี นรภู้ ายในศูนยเ์ รยี นรู้ ฯ
2.1 ฐานการเรยี นรู้ : ตู้เยน็ บนคันนา ตู้ยาบนโคก
- จดั ทาแปลงผักสวนครวั และสวนสมุนไพรเพื่อการเรยี นรู้ โดย
การปลูกพืชผักสวนครวั และพืชสมุนไพรที่มีในท้องถ่ิน จานวนกว่า 20 ชนิด
และจัดทาป้ายให้ความรูข้ องพืชแต่ละชนิด ประกอบด้วย ช่ือสามัญ ช่ือ
วทิ ยาศาสตร์ ชอ่ื วงศ์ สรรพคุณ ส่วนท่ีใชแ้ ละภาพประกอบ ท้ังน้ีได้จดั ทา QR
Code สาหรบั การเรยี นรูข้ ้อมูลเพ่ิมเติมของพืชแต่ละชนิด สอดรบั กับการ
เรยี นรูใ้ นยุค 4.0 ซ่ึงมีแนวคิดมาจากการจดั สวนสมุนไพรของหน่วยงานด้าน
สาธารณสุข ให้มีความน่าสนใจและมีความถกู ต้องตามหลักวชิ าการ
2.2 ฐานการเรยี นรู้ : ป่า 3 อย่าง
ประโยชน์ 4 อย่าง
- สาธิตวธิ ีการ เทคนิค การใช้เป็นพื้นท่ีในการปลูกพืชต่างๆ ด้วย ในการ
“ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวทางพระราชดาร ิ ปลูกพืช ผัก สวนครวั
ท า ใ ห้ พ อ อ ยู่ พ อ กิ น พ อ ใช้ พ อ ร่ม เย็ น เป็ น เศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เพี ย ง ข้ั น พื้ น ฐ า น
ก่อนเข้าสู่ขั้นก้าวหน้า คือ ทาบุญ ทาทาน เก็บรกั ษา ค้าขาย และเชอื่ มโยงเป็นเครอื ข่าย
2.3 ฐานการเรยี นรู้ : จาก “มลู ” สู่ “มลู ”
- กิจกรรมการสรา้ งมูลสัตวใ์ ห้กลายเป็นมูลค่า โดยสาธติ การทา
ปุ๋ยหมักแห้งโบกาฉิ คือ การนาเอาอินทรยี ์วัตถุหลายชนิดมาผ่านขบวนการ
หมักด้วยจุลินทรยี ์ที่มีประสิทธิภาพ (Effective Microorganisms : EM)
เป็นการหมักแบบไม่เติ มอากาศ เม่ือนาไปใช้ในด้ านการเกษ ตรกรรม
การปลูกพืช การประมง การรกั ษาสิ่งแวดล้อม จงึ สามารถลดต้นทุนการผลิต
ได้มาก มีความหลากหลายและปรมิ าณของจุลินทรยี ์ที่มีประสิทธภิ าพ เพราะ
มูลของจุลินทรยี ์แต่ละชนิดจะให้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน การทาปุ๋ยหมักแห้ง
ชามนา้ ชาม การขยายหัวเชอ้ื EM และการทา EM Ball
2.4. ฐานการเรยี นรู้ : ฟิชโชว์
- สาธติ การเล้ียงปลากินพืชในหนองน้า การทาแซนวซิ ปลา การปลูก
หญ้าหวานอิสราเอล และการเล้ียงแหน เพื่อเปน็ อาหารปลา ลดต้นทุนใน
การซอื้ อาหาร ชว่ ยลดกลิ่นคาวของปลา
2.5 ฐานการเรยี นรู้ : นานา
- สาธติ การ เทคนิค การปลูกข้าวพื้นบา้ นอินทรยี ์ การเล้ียงปลาในนาข้าว
กิจกรรมย่าดินยา่ นา การปลูกผักสวนครวั พืชระยะส้ันบนคันนา การปลูก
หญ้าแฝก การห่มดินด้วยฝางและปุ๋ยพืชสด
3. จดั กิจกรรม “เอาม้ือสามัคคี” รว่ มทา รว่ มสรา้ ง รว่ มใชป้ ระโยชน์
///ทาแล้วได้อะไร???///
ประโยชน์ที่ได้รบั
ต่อตนเอง
1.สามารถเพิ่มศักยภาพการพัฒนาตนเองในการทางานรว่ มกับชุมชน
2.สรา้ งเครอื ข่ายการทางานพัฒนาชุมชนรว่ มกับทมี วทิ ยากรอาสาและยุวชนอาสา
ต่อองค์กร
1.ได้รบั ความเช่ือใจจากผู้เข้ารว่ มโครงการ สรา้ ง”ศรทั ธาที่เดินได้”ให้กับงานพัฒนาชุมชน ก่อให้เกิด
ความรว่ มมือและการมีส่วนรว่ มทด่ี ีในการทางานพัฒนาชุมชน
2.ทีมวทิ ยากรอาสาและยุวชนอาสาจะเป็นกระบอกเสียงที่ดีและสรา้ งภาพลักษณ์ท่ีดีต่องานพัฒนา
ชุมชน
ต่อชุมชน
1.ชุมชนมีศูนย์เรยี นรูฯ้ ด้านเกษตรผสมผสานเต็มรูปแบบ ท่ีมีสามารถเป็นแหล่งเรยี นรูแ้ ก่ผู้ที่สนใจ
และสามารถเข้าถึงง่าย
2.ทีมวทิ ยากรอาสา ยุวชนอาสา และผู้ท่ีผ่านการเรยี นรูส้ ามารถต่อยอด ขยายผล สรา้ งอาชีพสรา้ ง
รายได้จากองค์ความรทู้ ่ไี ด้รบั
///เทคนิคในการปฏิบัติงาน///
1. ใชก้ ลไกผู้นา กลุ่ม องค์กร เครอื ข่าย ภาคีเครอื ข่าย และกองทุนพัฒนาบทบาทสตร ี เข้ามามีส่วนรว่ มและ
เปน็ แกนนาในการขับเคลื่อนกิจกรรมตามโครงการ
2. ใช้ผลกระทบจากการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 วกิ ฤตทางเศรษฐกิจ และการปิดหมู่บ้านเนื่องจาก
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 เป็นตัวกระตุ้นถึงความสาคัญและความจาเป็นในการสรา้ งความม่ันคง
ทางอาหารในระดับครวั เรอื น โดยการสรา้ งกระแสการรบั รู้ การทาเป็นแบบอย่าง นาไปสู่การปฏิบัติในครวั เรอื นอย่าง
ย่งั ยืน
3. ครวั เรอื นต้นแบบมีความพรอ้ มในการพัฒนาพ้ืนท่ี สรา้ งแหล่งเรยี นรแู้ ละมีความพรอ้ มในการถ่ายทอดองค์
ความรูด้ ้านการทาเกษตรตามหลักกสิกรรมธรรมชาติเต็มรูปแบบ หมั่นค้นคว้าหาองค์ความรูใ้ หม่ๆ อยู่เสมอ และมี
แนวคิดทีด่ ีในการทาเกษตรทฤษฎีใหม่รูปแบบ “โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน”
///การพัฒนาโครงการและขยายผลสู่ความย่ังยืน///
จดั กิจกรรมส่งเสรมิ อาชีพในศูนย์เรยี นรู้ ฯ เพ่ือเป็นแหล่งฝึกสัมมาชีพของชุมชนที่มีความหลากหลายให้แก่
กลุ่มอาชพี กลุ่มเปราะบางทางสังคม ครวั เรอื นตกเกณฑ์ จปฐ. และ TPMap และบุคคลที่สนใจ โดยจดั ทา โครงการ
โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน พัฒนาคนทุกชว่ งวัย ในปงี บประมาณ 2565
.................................................................................................................................
K.M.เรือ่ งเล่าเร้าพลงั
๑. ชอื่ เรอื่ งเล่าเรา้ พลงั การประสานงานภาคีเครอื ขา่ ย และการทางานร่วมกับภาคี
เครอื ข่าย เพื่อการพฒั นาท่ยี ่งั ยนื
๒. ชอ่ื เจ้าของเร่ืองเล่าเร้าพลัง นายสขุ สนั ต์ มงคล นกั วิชาการพัฒนาชุมชนปฏิบัตกิ าร
๓. เรอื่ งเล่านี้บง่ ชถี้ ึง การเสรมิ สร้างองคก์ รให้มีขีดสมรรถนะสูง
๔. ท่มี าและเปา้ หมายของเร่ืองเลา่
จากการทกี่ รมการพฒั นาชุมชนมวี สิ ัยทศั น์ทว่ี ่า เศรษฐกจิ ฐานรากม่นั คง และชุมชนพ่งึ ตนเองได้ ภายใน
ปี 2565 ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้มั่นคงได้น้ัน จาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีโครงการ/กิจกรรม ท่ีสนองตอบ
ตอ่ ความต้องการและความเป็นอยู่ของประชาชนในแตล่ ะพื้นที่ ชมุ ชนจึงจะสามารถพ่ึงตนเองได้อย่างแท้จริง
ดังนั้น บุคลากรกรมการพัฒนาชุมชนก่อนตัดสินใจดาเนินโครงการกิจกรรมต่าง ๆ ตามนโยบายของ
รัฐบาลนั้น จักต้องใช้ความรู้ความสามารถ เทคนิค เคร่ืองมือ และประสานงานความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย
ซ่ึงตัวพัฒนากรผู้ประสานงานตาบล เองต้องรู้จักการใช้เครื่องมือในการทางาน และที่สาคัญต้องอาศัยการ
ประสานงานภาคีเครือข่ายเพ่ือการทางานร่วมกันจึงจะทาให้โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ประสบผลสาเร็จ
บรรลุเป้าหมาย ตามนโยบายการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนที่กรมการพัฒนาชุมชนได้กาหนดเอาไว้
เพราะฉะน้ันเป็นโอกาสในการส่งต่อ “การพฒั นาทีย่ ่ังยนื ”ลงไปในทุกพ้ืนที่
จากท่ีข้าพเจ้าได้กล่าวมา “ข้อมูล” จึงมีความสาคัญเป็นอย่างย่ิงในการพัฒนาประเทศดังคากล่าวที่ว่า
อตฺถมฺหิ ชาตมฺหิ สุขา สหายา เมื่อความต้องการเกิดข้ึน สหายเป็นผู้นาสุขมาให้ (ขุ. ธ. ๒๕/๕๙) และ
"ให้ทุกห้องเต็มไปด้วยมิตร ให้น้าสุรามฤตจงเปี่ยมทุกถ้วยอยู่ตลอดเวลา" (เครดิต จาก จูล่ง จากวรรณกรรม
เรื่องสามก๊ก) จึงอยากใหพ้ ัฒนากรในพื้นที่ให้ความสาคัญกับการประสานการทางานรว่ มกับภาคีเครือข่าย
รูปแบบ กระบวนการ หรือลาดับขั้นตอน ในการประสานการทางานร่วมกับภาคี เครือข่าย
ที่ข้าพเจ้านาไปปฏิบัติก็คือ การทางานในพื้นที่จะต้องวางแผนการทางาน และการประสานและการทางาน
ร่วมกับภาคีเครอื ข่ายนั้นสาคัญมาก เพราะทาให้เกิดประสทิ ธิภาพ และประสิทธิผล ตามแผนงานทีว่ างเอาไว้ใน
การดาเนินโครงการ/กิจกรรม เพ่ือสนองตอบตามความต้องการของประชาชน และเป็นการเพ่ิมความเช่ือมั่น
ให้กับประชาชน ฉะน้ันเราต้องมีรูปแบบการประสานงานควรให้ข้อมูลท่ี ชัดเจน ถูกต้อง และรวดเร็วให้ได้มาก
ทสี่ ดุ และมีกระบวนการของการทางานรว่ มกับภาคีเครอื ขา่ ยควรประสานงานให้ครบทุกภาคส่วนท่ีเกีย่ วข้องกับ
โครงการหรือกจิ กรรมเพ่ือให้ประชาชนไดร้ ับประโยชน์สูงสดุ
ฉะนั้นเราจาเปน็ ต้องมีเทคนิคในการประสานงาน การประสานงาน หมายถึง การจัดใ้ห้คนในองค์กร
ทางานสัมพนั ธส์ อดคล้องกัน โดยจะตอ้ งตระหนักถงึ ความรับผิดชอบ วัต้ถปุ ระสงค์ เปา้ หมาย และมาตรฐานการ
ปฏบิ ัติขององค์กรเป็น หลกั ต้องมี
การจัดระเบียบ วิธีการทางาน
อี ก ทั้ ง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ใ น ก า ร
ปฏิบัติงานเป็นน้าหน่ึงใจเดียวกัน
เพ่ือให้เกิดความคิดความเข้าใจ
ตรงกันในการร่วมมือปฏิบัติงาน
ใ ห้ ส อ ด ค ล้ อ ง ทั้ ง เ ว ล า แ ล ะ
กิจกรรมท่ีต้องกระทาให้้บรรลุ
วัตถุประสงค์ โดยไม่ทาให้เกิด
ความสับสน ขัดแย้งหรือเหลื่อม
ล้ากัน ท้ังน้ี เพื่อให้งานดาเนินไปอย่างราบร่ืน ทาให้ได้ มาซึ่งงานอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
วัตถุประสงค์ของการประสานงาน ก็เพ่ือให้งานสาเร็จตามเป้าหมาย เพื่อให้งานมีมาตรฐานตามที่กาหนดไว้
เพ่ือเป็นการประหยัดเวลา และทรัพยากรในการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีแก่ผู้เก่ียวข้อง การ
ทางานของข้าพเจ้าจึงต้องมีหลักการประสานงานคือ มีระบบการติดต่อส่ือสารที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการส่ือสาร
ระหว่างคนภายในองค์กร หรือคนภายนอกองค์กร มีระบบของความร่วมมือที่ดี กระตุ้นให้ สมาชิกภายใน
องค์กรมีความเต็มใจ ท่ีจะร่วมมือในการช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน มีน้าใจไม่วางเฉย มีระบบการประสานงานท่ีดี
ท้ังการประสานงานจากบนสู่ล่าง หรือจากล่างข้ึนบน หรือระดับเดียวกัน เช่น การประชุม การเลี้ยงน้าชา การ
สังสรรค์เป็นคร้ังคราว มีการประสานนโยบายและวัตถุประสงค์ขององค์กรให้สอดคล้องกันซ่ึงในบางคร้ัง
นโยบาย และวัตถุประสงค์สอดคล้องกันยาก เพ่ือเอกภาพในการบริหารจึงต้องจัดการให้วัต้ถุประส งค์กับ
นโยบายสอดคล้องต้องกันและง่ายต่อการลงสู่การปฏิบัติ และมีการประสานในรูปแบบของการบริหารท่ีครบ
วงจร (Input Process Output) ขั้นตอนการปฏิบัติตามกาหนดเวลา และสถานท่ีของผู้ปฏิบัติต้องชัดเจน ต้อง
ทาให้ผู้เก่ียวข้องทราบได้ว่า ใคร ทาอะไร ท่ีไหน อย่างใด เมื่อไร เพื่อสะดวกแก่ทุกฝ่ายในการประสานงาน
วิธีการประสานงานของข้าพเจ้า คือ กาหนดแผนงาน หรือโครงการสาหรับทุกคน ทุกหน่วยข้ึนมาก่อน และให้
ทกุ คน หรือทุกหน่วยเข้าใจแผนงาน หรือโครงการท้ังหมด ให้ทราบว่าใคร หรือหน่วยงานใดมีหนา้ ท้ี่อะไร กาลัง
ทาอะไรอยู่ ตลอดจนอนาคตจะทาอะไรต่อไป โดยจัดทา Organization Chart และ Job Description ของคน
หรือหน่วยงานไว้ให้ชัดเจน ให้ทุกคนทุกหน่วยงานเต็มใจ ทางานที่ได้รับมอบหมายจริง ๆ และจะได้ผลจริง ๆ
ทาให้การประสานของขา้ พเจ้างานมปี ระสิทธภิ าพ ดังนี้
1) จดั โครงสร้างการบริหารไดจ้ ัดไว้ เปน็ ระเบียบชัดเจน และรัดกมุ
2) มีแผนภูมิแสดงสายบงั คับบญั ชา และสายงานติดต่อสอ่ื สารชัดเจนเข้าใจงา่ ย
3) มีการเขียนนโยบายกฎเกณฑ์ และระเบยี บข้อบังคับต่าง ๆ เป็นลายลกั ษณ์อกั ษร อา้ งองิ ได้ทุกคนทราบ
4) มีระบบเสนอรายงานตามสายบงั คับบญั ชา ซ่ึงยดึ เป็นหลกั ปฏิบตั ไิ ด้แน่นอน
5) มีเคร่ืองมือ และระบบสื่อสารเพียงพอใช้การไดด้ ี และรวดเรว็
6) มบี คุ คลที่ทาหน้าท่ปี ระสานงานทีม่ ีความร้สู ูงทาหนา้ ท่ีโดยเฉพาะ มนี า้ ใจใ้ห้บริการ Sense of
Service อดทน และมนุษย์สัมพันธด์ ี
7) จดั การพฒั นาบุคลากรระดับต่าง ๆ ให้เขา้ ใจมคี วามรู้อยู่เสมอ
คงไมแ่ ปลกอะไรท่ีจะกลา่ วว่า “การประสานงาน” เป็นกระบวนการท่ีสาคัญของการทางาน
การบริหารประการหนง่ึ ท่จี ะขาดเสยี มิได้ เป็นส่งิ ท่ีต้องทาต่อเน่ืองสอดคลอ้ งกันไปของบุคคลหรอื กล่มุ
เพอ่ื ให้งานสาเร็จอย่างมปี ระสิทธิภาพ และบรรลปุ ระสทิ ธิผลสงู สุด เพราะหากวา่ มีการประสานงาน ทผ่ี ิดพลาด
แล้ว งานนั้นกไ็ ้มส่ ามารถทจ่ี ะดาเนนิ ต่อไปไดเ้ ช่นกนั
จากแนวทางการประสานงาน ขา้ พเจา้ ได้นามาเป็นแนวทางในการปฏบิ ตั ิงานในการประสาน
ขอความรว่ มมอื กบั หน่วยงานทเี่ กยี่ วข้อง ภาคีเครือข่ายการพฒั นา องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ผนู้ าชมุ ชน ใน
การสนับสนนุ บคุ ลากร วสั ดุ อุปกรณ์ และการสร้างความเข้าใจในวัตถปุ ระสงคข์ องการทางานขบั เคลื่อนงาน
พฒั นาชมุ ชน จนทาใหเ้ กิดผลสาเรจ็ ของงานตามเป้าหมาย
แต่การทางานก็ย่อมตอ้ งมีปัญหาและอปุ สรรคบ้าง โดยปัญหาท่พี บ คือ
มคี วามเขา้ ใจเนือ้ หาของงานไมต่ รงกัน แนวทางแกไ้ ขของข้าพเจา้ คือ สรา้ งการรับร้รู ว่ มกนั ก่อน ให้มี
ความเข้าใจร่วมกนั ถึงเน้ือหาที่นาไปปฏิบตั ิ อีกปญั หาท่ีพบก็คือ เร่ืองจงั หวะเวลา ขาดการวางแผน ไมก่ าหนด
จงั หวะเวลาว่าเวลาใด ใครจะตอ้ งทาอะไร แนวทางแก้ไขของข้าพเจา้ คอื วางแผนการทางาน กาหนดจงั หวะ
เวลาให้ตรงกนั แตล่ ะคนทาหน้าตัวเองตามแผนทก่ี าหนดเอาไว้อย่างชดั เจน
ประโยชน์ของการประสานงานและผลสาเร็จในการทางานรว่ มกบั ภาคีเครือขา่ ย
ทาใหร้ ู้จกั วางแผนในการทางาน และเทคนิคการประสานงานทาให้เพ่ิมความเชื่อมัน่ ให้กับประชาชน
และสามารถบูรณาการการทางานร่วมกบั ภาค/ี เครอื ข่ายอ่นื ให้เกิดประโยชน์และตรงกบั ความต้องการของ
ประชาชนอยา่ งแทจ้ รงิ
ผลสาเร็จทเี่ ป็นรปู ธรรม จากการเป็นพฒั นากร มา 2 อาเภอ คืออาเภอด่านซ้าย และอาเภอภูเรือ
จงั หวดั เลย สามารถประสานงานและทางานรว่ มกับภาคีเครือข่าย ท้งั 2 อาเภอ ในการประกวดกานัน
ผูใ้ หญ่บ้าน ยอดเย่ียม ตลอดการทางานมา 3 ปี 9 เดอื น ทาให้ทางานร่วมกับเครือขา่ ยและไดร้ ับรางวลั ดงั นี้
1. ผใู้ หญ่บา้ น บา้ นปากหมัน หมู่ 4 ตาบลปากหมนั อาเภอดา่ นซา้ ย จังหวัดเลย ได้รบั รางวลั
ผู้ใหญบ่ ้านยอดเย่ยี ม ประจาปี 2562
2. กานัน ตาบลโปง่ อาเภอดา่ นซา้ ย จงั หวัดเลย ได้รับรางวลั กานนั ยอดเยย่ี ม ประจาปี 2563
3. กานัน ตาบลท่าศาลา อาเภอภเู รือ จงั หวดั เลย ไดร้ บั รางวัลกานนั ยอดเยย่ี ม ประจาปี 2564
4. ผใู้ หญ่บ้าน บา้ นไฮตาก หมู่ 2 ตาบลลาดค่าง อาเภอภูเรือ จงั หวัดเลย ไดร้ บั รางวัลผูใ้ หญ่บ้านยอดเยี่ยม
ประจาปี 2565 น้ีคือรางวลั จากการประสานและทางานร่วมกับภาคีเครอื ขา่ ย ทข่ี ้าพเจา้ ภาคภมู ใิ จ
ควำมสำเรจ็ สั่งได้
จรงิ อย่ำงท่ีเขำว่ำ วันเวลำไม่เคยคอยใคร เดินเรว็ กว่ำ นำงสำวกันยนำ ตงศิร ิ
ท่ี เรำคิ ด ซ ะอี ก เผ ล อ แ ป๊ ป เดี ยว อำยุ ฉั น ปี นี้ ก็ ป ำเข้ำ ๔ ๐ ซ ะแ ล้ ว นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนชำนำญกำร
สำนักงำนพัฒนำชุมชนอำเภอนำแก จงั หวัดนครพนม
เป็น ๔๐ ครง้ั แรกของฉันเลยนะเนี่ย “แต่พลังใจของฉันยังเหมือนวัยรนุ่ อยู่น๊ำ” ยังมีแรงใจอยำกทำนั่น นู่น นี่
ท่ียังไม่ได้ทำอีกเยอะแยะมำกมำย ทั้งในเรอ่ ื งครอบครวั และเรอ่ ื งงำน เพรำะใครจะไปรูล้ ่ะ อนำคตข้ำงหน้ำ
จะเปน็ อย่ำงไร ถ้ำคิดแล้วไม่ทำ ผลัดไปเรอ่ ื ยๆ สุดท้ำยก็ไม่ได้ทำซกั ที แล้วก็มำบ่นเสียดำยทีหลังซะเอง..
“คุณเชอื่ ไหมว่ำควำมสำเรจ็ สั่งได้” เมื่อก่อนฉันยอมรบั เลยว่ำ ฉันไม่เช่อื แต่หลังจำกท่ีชวี ติ
ผ่ำนอะไรต่ออะไรมำมำก ควำมคิดของฉันก็เปลี่ยนไป ฉันเช่ือสนิทใจว่ำ “ควำมสำเรจ็ ส่ังได้ ด้วยควำมคิด”
“ควำมคิด นำไปสู่ควำมมุ่งม่ัน” “ควำมมุ่งมั่น นำไปสู่กำรลงมือทำ” และ กำรลงมือทำอย่ำงทุ่มเท ผลก็คือ
“ควำมสำเรจ็ ” เม่ือก่อนเวลำฉันฟังคนท่ีประสบควำมสำเรจ็ มำเล่ำควำมลำบำกในช่วงเรม่ ิ ต้นจนประสบ
ควำมสำเรจ็ ฉันมักคิดเสมอว่ำ “ใชส่ ิคนสำเรจ็ แล้วจะพูดยังไงก็ได้” แล้วคนไม่สำเรจ็ ล่ะใครจะอยำกออกมำเล่ำ
ให้คนอื่นฟัง แต่คุณรูไ้ หม คนสำเรจ็ และคนล้มเหลว แม้จะเรม่ ิ ต้นจำกจุดเดียวกัน คือ ควำมหวัง ควำมมุ่งม่ัน
แต่ต่ำงกันตรงท่ี ในระหว่ำงทำงระดับของควำมมุ่งม่ันของใครจะยังเต็มเป่ ียมรอ้ ยเปอรเ์ ซ็นต์เหมือนเดิม
แม้จะล้มสักก่ีครงั้ ก็ยังลุกขึ้นสู้ ช้ำหรอื เรว็ ก็ต้องสำเรจ็ ล้มแล้วไม่ยอมลุก ผลคือล้มเหลวแน่นอน ฉันผ่ำน
ชว่ งเวลำเหล่ำน้ันมำแล้ว จงึ อยำกเล่ำให้ฟังวำ่ “มันเปน็ ควำมจรงิ ท่ีสุด”
ในปลำยปี พ.ศ. ๒๕๕๘ (ปีงบประมำณ พ.ศ.๒๕๕๙) เป็นห้วงเวลำท่ีฉันมีรำยชอ่ื ในคำส่ังย้ำย
ข้ำรำชกำรฯ ท่ีย้ำยจำกนักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชน สำนักงำนพัฒนำชุมชนจงั หวัดนครพนม ให้มำปฏิบัติหน้ำที่
สำนักงำนพัฒนำชุมชนอำเภอนำแก (เป็นกำรขอย้ำยตำมคำรอ้ งขอของตนเอง) ด้วยเหตุผลว่ำมีลูกน้อย
หอยสังข์ทอ่ี ำยุยงั น้อยมำกต้องได้รบั กำรดูแลอยำ่ งใกล้ชดิ แม้จะมีแม่ทชี่ ว่ ยดูแลลูกให้อยูแ่ ล้วแต่ก็ไม่อยำกให้
แม่เหนื่อยมำก และอีกเหตุผลคือบิดำไม่ค่อยสบำย จึงต้องเทียวกลับบ้ำนทุกวัน เม่ือคิดในแง่ของหน้ำที่
รบั ผิดชอบงำนท่ีต้องเทียวกลับบ้ำนทุกวัน คงไม่เป็นผลดีกับงำนแน่นอนที่บำงวันเรำเข้ำงำนสำยเกินเวลำ
ปฏิบัติหน้ำที่ (เกินเวลำ ๐๘.๓๐ น.) เพื่อไม่เป็นกำรสรำ้ งภำระให้หน่วยงำน จงึ ตัดสินใจยำ้ ยลงอำเภอบ้ำนเกิด
และตั้งมั่นในใจว่ำ “ฉันจะต้ังใจทำงำน และเป็นส่วนหน่ึงในกำรพัฒนำบ้ำนเกิดฉันให้ดีข้ึนและดีขึ้นเรอ่ ื ยๆ”
และเมื่อลงมำอยู่อำเภอ ฉันได้รบั มอบหมำยให้เป็นพัฒนำกรรบั ผิดชอบพื้นท่ีตำบลนำคู่และหนองสังข์
โดยพ่ีพัฒนำกรท่รี บั ผิดชอบคนเดิม (คุณลุงสุพจน์ ศรหี ำวงษ์ และคุณลุงมังกร ประโพทัง ปจั จุบันท้ังสองทำ่ น
เกษียณอำยุรำชกำรแล้ว) เสียสละพ้ืนที่ให้ฉัน เหตุผลแค่เพียงว่ำ ฉันเปน็ “พัฒนำกรผู้หญิงและอยำกให้อยูใ่ น
พื้นท่ที ่ีกำรเดินทำงสะดวกไม่ใกล้ไม่ไกลบ้ำนนักเพรำะลูกยงั เล็ก” ณ วนิ ำทนี ั้นฉันรูส้ ึกซง้ึ ใจมำก แบบอย่ำงท่ีดี
ของฉันในกำรนำค่ำนิยมองค์กำร กรมกำรพัฒนำชุมชน มำใชเ้ ลยนะเนี่ย...และในวันหนึ่งประมำณห้วงเดือน
พฤศจกิ ำยน ๒๕๕๘ ณ พ้ืนที่ทฉ่ี ันกำลังปฏิบัติหน้ำท่ี “สวัสดีค่ะ” ปลำยสำยโทรเข้ำจำกนักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชน
สำนักงำนพฒั นำชุมชนจงั หวัดนครพนม
ผู้ผิดชอบงำน OTOP สำนักงำนพัฒนำชุมชนจังหวัดนครพนม โทรมำประสำนให้นำกลุ่มแม่บ้ำนทอผ้ำ
พื้นเมืองบ้ำนหนองสังข์ หมู่ท่ี ๒ ตำบลหนองสังข์ เข้ำรบั กำรอบรมเพื่อพัฒนำศักยภำพกลุ่มฯ เอำล่ะสิ ฉันเพิ่ง
ยำ้ ยลงมำ กำลังศึกษำพ้ืนท่ี และมีข้อมูลกำรพัฒนำกลุ่มน้อยมำก ฉันมีเวลำประสำนกลุ่ม ๒ สัปดำห์ โชคดีนะ
ที่พี่นักวชิ ำกำรพัฒนำชุมชนจังหวัดทำงำนเชิงรุกมำก หนังสือยังไม่ออกจำก จังหวัดแต่ได้ดำเนินกำร
โทรประสำนงำนก่อนล่วงหน้ำเน่ินๆ เพ่ือให้เตรยี มกำร ฉันจึงไม่รอช้ำเช่นกัน เมื่อเสรจ็ จำกภำรกิจอีกงำน
ในพ้ืนท่ี จึงโทรสอบถำมท่ีตั้งกลุ่มจำกกำนันตำบลหนองสังข์ และรบี เดินทำงไปพบประธำนกลุ่มโดยไม่รรี อ
(คณุ แม่หงษำ อินทะวงค์ ประธำนกลุ่มสมัยน้ัน อำยุรำว ๖๕ ปี ปัจจุบันอำยุ ๗๒ ป)ี และกำรสนทนำก็เรม่ ิ ขึ้น
“สวสั ดีค่ะ แม่หงหรอื เปล่ำคะ”
“ใช่จำ้ ” สำยตำแม่หงเป็นมิตรมำก มองเข้ำไปมีแต่ควำมเอ้ืออำทรต่อฉัน (ดวงตำเป็นหน้ำต่ำง
ของหัวใจ) แม้จะเปน็ กำรพบกันครงั้ แรกก็ตำม ฉันแอบคิดในใจว่ำกำรประสำนงำนครงั้ น้ีคงรำบรน่ ื ด้วยดีแน่นอน
“หนูชือ่ กุ้งค่ะ เป็นพัฒนำกรประจำตำบลหนองสังข์คนใหม่ค่ะ หนูได้รบั กำรประสำนจำก
จงั หวัดให้พำกลุ่มของคุณแม่หง เข้ำรบั กำรอบรมพัฒนำศักยภำพกลุ่มค่ะ ” และพูดรำยละเอียดอ่ืนๆ อีกยืด
ยำว เม่ือพูดจบ จงึ ได้รบั คำตอบว่ำ
“ไม่ไปจำ้ กลุ่มของแม่หงมีพรอ้ มหมดแล้ว เงนิ ทนุ อุปกรณ์ ข้ำวของเครอ่ ื งใชข้ องกลุ่ม แม่หง
พอแล้วจำ้ ”
ฉันเซ้ำซี้อยู่นำนสองนำนก็ยังได้รบั คำตอบเช่นเดิมว่ำ “ไม่ไปจ้ำ” จึงกลับสำนักงำนฯ ไปด้วย
ควำมผิดหวัง หดหู่ใจนิดๆ ไม่อยำกให้กลุ่มพลำดโอกำสนี้ แต่ก็ไม่ละควำมพยำยำมและควำมมุ่งมั่น “ฉันต้องพำ
กลุ่มนี้ไปรบั โอกำสดีๆ ท่ีจงั หวัดหวัดมอบให้ ให้ได้” ฉันเทียวไปสรำ้ งควำมคุ้นเคยและสรำ้ งสัมพันธภำพท่ีดีเสมือน
ลูกหลำนของคุณยำย (ตีซกี้ ็ว่ำได้) อยู่นำนสองนำน ก็ยังไม่ได้รบั คำตอบตกลงจำกแม่หง จวบจนอีกสองวันใกล้จะ
ถึงวันนัดหมำย แม่หงให้หลำนสำวอำยุอำนำมน้อยกว่ำฉันนิดหน่อย ซง่ึ เป็นหนึ่งในสมำชิกกลุ่มฯ โทรมำบอกว่ำ
“แม่หงจะไปอบรมให้ค่ะ” วนิ ำทีนั้น หัวใจฉันพองโตดีใจเป็นที่สุด รำวกับสมัยท่ีแฟนมำบอกรกั และขอแต่งงำน
“เย้ ฉันทำได้” ฉันพำกลุ่มของแม่หง เข้ำรบั กำรอบรม และเข้ำสู่กระบวนกำรพัฒนำทั้งคุณภำพและมำตรฐำน
พรอ้ มทั้งรอ้ ื ฟ้ ืนกิจกรรมกลุ่มทอผ้ำพ้ืนเมืองบ้ำนหนองสังข์ ท้ัง ๖ หมู่บ้ำน และนำเข้ำสู่กระบวนกำรพัฒนำท้ัง
คณุ ภำพและมำตรฐำนผลิตภัณฑ์โดยใชก้ ระบวนกำรมีส่วนรว่ มทุกภำคส่วน สรำ้ งเป็นเครอื ข่ำยกลุ่มทอผ้ำพื้นเมือง
ในพื้นที่และนอกพ้ืนท่ี โดยมีแม่หงเป็นปรำชญ์ภูมิปัญญำท้องถิ่นกำรทอผ้ำให้กับคนรุน่ ใหม่ๆ ในหมู่บ้ำน ตำบล
อำเภอ และจังหวัด และไม่หยุดน่ิงที่จะพั ฒนำกลุ่มให้ ดี ยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มมีกิ จกรรมและมีรำยได้
อย่ำงต่อเน่ือง ผลิตภัณฑ์ได้รบั ควำมนิยมอย่ำงกว้ำงขวำงในกำรนำไปเป็นของฝำกของท่ีระลึกซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์
ท่ีถูกผลิตขึ้นจำกภูมิปัญญำอย่ำงแท้จรงิ ฉันจงึ รูส้ ึกภูมิใจทุกครง้ั ท่ีเห็นผลิตภัณฑ์กลุ่มถูกนำไปสวมใส่เป็นเครอ่ ื ง
แต่งกำยของลูกค้ำ และดีใจทุกครงั้ ที่กลุ่มให้ควำมรกั และเมตตำพัฒนำกรคนน้ีให้ได้มีบทบำทในกำรพัฒนำกลุ่ม
ให้ประสบควำมสำเรจ็ และมีช่ือเสียงในปัจจุบัน ตำมสโลแกนกำรท่องเที่ยวท่ีหมู่บ้ำนที่ว่ำ “น่ังเรอื ชมหนองสังข์
นั่งซำเล้งแยงวถิ ีไทกะเลิง เบิ่งผ้ำโบรำณลำยจกหีแข้” เมื่อเวลำผ่ำนล่วงเลยมำ ฉันได้แอบถำมแม่หงว่ำ “วันน้ัน
ทำไมยอมไปอบรมให้คะ” แม่หงบอกฉันว่ำ “สงสำรพัฒนำกรและเห็นแววตำมุ่งม่ัน ก็เลยอยำกลองด้วยซกั ตั้ง” ฉัน
ย้มิ เลย
เป็นไงบ้ำงคะ เรอ่ ื งรำวของฉัน ควำมสำเรจ็ เล็กๆ แต่มันมีควำมสุขมำกมำยเหลือเกิน เป็น
ควำมประทับใจที่ไม่รูล้ ืม ถ้ำเรำไม่ลุกขึ้นเรม่ ิ ต้นสู้ตั้งแต่วนั นี้ แล้วคณุ จะรอถึงเม่ือไหรค่ ะ หลำยคนชอบใชค้ ำว่ำ
ยังไม่พรอ้ ม จงอย่ำรอคำว่ำ “พรอ้ ม” กว่ำคุณรูส้ ึกว่ำพรอ้ ม สุดท้ำยอำจไม่มีโอกำสดีๆ เหลือไว้ให้ควำมพรอ้ ม
ของคุณ ควำมไม่สมหวังคือประสบกำรณ์ท่ีดีที่จะสั่งสมไปสู่ควำมสำเรจ็ ในสักวัน “ควำมสำเรจ็ สั่งได้ด้วย
ควำมคิด” “ควำมคิด นำไปสู่ควำมมุ่งมัน่ ” “ควำมมุ่งม่ัน นำไปสู่กำรลงมอื ทำ” และ กำรลงมือทำอยำ่ งทุ่มเท ผล
ก็คือ “ควำมสำเรจ็ ”
สำนักงำนพัฒนำชุมชนจงั หวัดนครพนม
สรา้ ง ศรทั ธาทเี่ ดินได้
ด้วย “พลังความคดิ สรา้ งสรรคข์ องพฒั นากร”
นายธนกร ตราครบุรี แ
นักวชิ าการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
…เราเหล่า “พัฒนากร” ต้องเรยี กศรทั ธากลับคืนมา พัฒนากรจะได้รบั การยอมรบั
สามารถนาชุมชนได้อย่างแท้จรงิ ต่อเมื่อเราลงมือทา…เรมิ่ จากการบ่มเพาะองค์
ความรูข้ องตนเอง ต้องทาให้ดูและลงมอื ทา เก็บเป็นองค์ความรูท้ จ่ี ะใชใ้ นงาน
พัฒนา อยากให้เพื่อน ๆ พัฒนากรทุกคน ทม่ี ีความคิดใหม่ ไฟแรง ใส่ใจ ก้าวหน้า
เป็นทย่ี อมรบั ของชาวบ้านและเรยี กศรทั ธาของคาวา่ ”พัฒนากร” กลับมา...
1 พฒั นา คือ สรา้ งสรรค์
จุดเรม่ิ ต้นของความคิดสรา้ งสรรค์ มาจากการได้เข้ารว่ ม“โครงการฝึกอบรมหลักสูตรเสรมิ สรา้ ง ศักยภาพบุคลากร พช.รุน่ ใหม่ :
CD:Talent ระหว่างวันท่ี 19-23 กุมภาพันธ์ 2561 โดยท่านอธบิ ดี ท่านอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ท่านได้ให้หลักคิดเอาไว้ก่อนเรมิ่
โครงการว่า “…หลักสูตรน้ีนี้ผมมีความมุ่งหมาย อยากเห็นพัฒนากรรุน่ ใหม่ ท่ีเป็น Talent ต้องเรยี กศรทั ธากลับคืนมา พัฒนากรจะ
ได้รบั การยอมรบั สามารถนาชุมชนได้อยา่ งแท้จรงิ ต่อเมื่อท่านลงมือทา…ทีท่ าน่ีไม่ใชห่ ลักสูตรการฝึกอบรม แต่เป็นหลักสูตรท่ีบ่มเพาะ
ท่ีต้องทาให้ดูและลงมือทาดู สามารถเสรมิ รายได้ด้วย ทา 5 เดือนก็ถือว่าสาเรจ็ แล้ว อยากได้พัฒนากรใหม่ ที่มีความคิดใหม่ ไฟแรง
ใส่ใจ ก้าวหน้า เป็นท่ียอมรบั ของชาวบ้านและเรยี กศรทั ธาของคาว่า ”พัฒนากร” กลับมา...” น่ีคือจุดเรมิ่ ต้นของการออกแบบการ
ทางานภายใต้คาจากัดความที่ว่า “พัฒนากรท่ีแตกต่าง+ความคิดสรา้ งสรรค์ = เทคนิคการสรา้ งแรงระเบิดจากภายใน”
2 บ่มเพาะ องค์ความรู้ ที่บ้านพักพฒั นากร เรยี นรวู้ ธิ กี ารสรา้ ง แ
รายได้
นาองค์ความรจู้ าก ปลูกผักปลอดสารพษิ เปิดบา้ นพกั เป็นแหลง่
อบรม cd talent เล้ียงไส้เดือน AF การแปรรปู สินคา้ เรยี นรใู้ ห้ชาวบา้ นท่ี
ทานา้ หมกั ชวี ภาพ เกษตร สนใจเข้ามาศึกษา
มาทดลองทาที่
บ้านพกั แ เกษตรอินทรยี ์
ฯลฯ
ชว่ งชวี ติ ของการรบั ราชการในปี 2562 ได้ยา้ ยกลบั จงั หวดั ขอนแก่นส่คู รอบครวั ส่จู ุดเรมิ่ ต้นของ
การบม่ เพาะองคค์ วามรใู้ ห้ตัวเอง เรม่ิ นาประสบการณจ์ ากการอบรม cd talent และการทางานในพนื้ ท่ี
ทผ่ี า่ นมา นามาทาทบ่ี า้ นพกั โดยใชห้ ลกั การคดิ ทว่ี า่ “ถ้าเราเปน็ ชาวบา้ นจะเรม่ิ ต้นทาอยา่ งไร!!” ในการ
ปลกู ผกั ปลอดสารพษิ แบบอนิ ทรยี จ์ รงิ ๆ จะตอ้ งเรมิ่ นบั หนงึ่ ด้วยวธิ กี ารอยา่ งไร นัน่ คอื จุดเรมิ่ ต้นของคาวา่
“เรมิ่ จาก 0 ทาใหเ้ ปน็ ศนู ย(์ เรยี นร)ู้ ” เรมิ่ ตน้ นบั หนงึ่ จากการทดลองเลยี้ งไสเ้ ดือนพนั ธุ์ AF เพอื่ ใชผ้ ลติ
ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ ทาการหมกั ใบไมเ้ พอ่ื เปน็ สว่ นผสมของดินปลกู เรยี นรเู้ ทคนคิ เรอ่ื งการเพาะเบย้ี ผกั ชนดิ ต่าง ๆ
ทาแปลงปลกู ผกั ยกแครเ่ พอื่ เลยี้ งไสเ้ ดือนและปลกู ผกั สลดั ศกึ ษาหาวิธกี ารแปรรปู ผกั (สลดั โรล) สรา้ ง
รายได้จากการจาหนา่ ยปยุ๋ มลู ไส้เดือน ฯลฯ เรม่ิ ดาเนินการทบี่ า้ นพกั ตงั้ แต่เดือนมนี าคม – ธนั วาคม 2562
องคค์ วามรพู้ รอ้ ม ประกอบกบั ในปี 2562 ได้มโี อกาสยา้ ยไปในพน้ื ท่ี 4 อาเภอใน 1 ปี มโี อกาสได้ทดลอง
ดาเนนิ การสง่ เสรมิ เรอ่ื งการเลยี้ งไสเ้ ดือนและการปลกู ผกั ปลอดสารพษิ ในพน้ื ทต่ี ่าง ๆ ทไี่ ด้รบั มอบหมาย
“หัวใจการทางานไม่เคยเปล่ียนแปลง เดินทางตามล่าฝันกลับสู่ครอบครวั ” ทกุ แห่ง ทุกพ้ืนท่ีคือ
การเรยี นรู้ นาหลักการดาเนินงานและประสบการณ์ของตนเองท่ีเคยทาอยู่ท่จี งั หวัดชยั ภูมิมาใชใ้ นการ
สรา้ งชุมชนอยา่ งต่อเน่ืองด้วยรปู แบบและวิธกี ารเดิม !!! …. มนั ได้ผล และได้ผลดีด้วยครบั ....
ต้นปี 2563 เปดิ บา้ นพกั เปน็ แหลง่ เรยี นรขู้ องชาวบา้ นในหมบู่ า้ นและชาวบา้ นจากอาเภอเปอื ยน้อย
KM65 : นายธนกร ตราครบุรี นักวชิ าการพฒั นาชุมชนปฏิบตั ิการ สานักงานพฒั นาชมุ ชนอาเภอเปอื ยน้อย จงั หวดั ขอนแก่น
สรา้ ง ศรทั ธาทเี่ ดินได้
ด้วย “พลังความคดิ สรา้ งสรรคข์ องพฒั นากร”
KM65 : นายธนกร ตราครบุรี นักวชิ าการพฒั นาชุมชนปฏิบตั ิการ สานักงานพฒั นาชุมชนอาเภอเปอื ยน้อย จงั หวดั ขอนแก่น
3 เทคนิคการสรา้ งให้ “ระเบดิ จากขา้ งใน” ตามวธิ กี ารของ พัฒนากร ด้วยหลกั การ ทาใหง้ า่ ยและปฏบิ ตั ิได้จรงิ
ทางานด้วยหลักการท่ีว่า “สรา้ งครวั เรือนต้นแบบ” ด้วยหลักคิด “เรมิ่ จาก 0 ทาให้เป็นศูนย์(เรยี นรู)้ ” อาศัย
ประสบการณ์จากความเป็นครูเอกชน 8 ปี ด้วยเทคนิคการออกแบบการเรยี นรูเ้ ฉพาะบุคคล เหมือน คุณครูออกแบบสอน
นักเรยี น มีตัวชว้ี ดั หรอื indicator ตัวบ่งบอก ความสาเรจ็ ของงานก่อนลงมือสนับสนุน กล่าวคือ จะใชก้ ลไกผลสาเรจ็ จาก
การเลยี้ งไส้เดือน นั่นคือ ครวั เรอื นใดทม่ี คี วามสนใจจะลงมอื ทาการเกษตรอินทรยี ์เพื่อสรา้ งความม่ันคงทง้ั ทางด้านอาหารและ
รายได้ ต้องเรม่ิ นบั หนงึ่ จากการเล้ียงไสเ้ ดือนเพอ่ื ผลิตปุย๋ อินทรยี ์ ให้ประสบผลสาเรจ็ ก่อน ซง่ึ จะใชร้ ะยะเวลาพิสูจน์ความต้ังใจ
ประมาณ 1-2 เดือน ครวั เรอื นใดสามารถทาได้ โอกาสท่จี ะส่งเสรมิ ให้เปน็ ครวั เรอื นต้นแบบมีโอกาสประสบผลสาเรจ็ สูงมาก
และเราสามารถสรา้ งให้เขาเหล่านั้นเป็น เงาของพัฒนากร ได้ คิดดูถ้าเราสรา้ งเงาของพัฒนากรเอาไว้ทุกหมู่บ้าน ทุกตาบล
จะชว่ ยให้เราสามารถสรา้ งงานพัฒนาได้เยอะ และเกิดผลท่ดี ีในการทางานของเราเหล่าพัฒนากร
“ indicator ( ไส้เดือน ) ตัวบง่ ชวี้ ดั ความสาเรจ็ ก่อนลงมอื สนบั สนนุ ”
สรา้ งครวั เรอื นต้นแบบ
สรา้ ง
“เงาของพฒั นากร”
วธิ กี ารสรา้ งความอยากมีส่วนรว่ มเพื่อให้เกิดการ “ระเบิดจากภายใน”
1.ลงพ้ืนที่เพ่ือคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมาย
2.ประกาศรบั สมัครชาวบ้านที่สนใจเลี้ยงไส้เดือนพันธุ์ AF และปลูกผักปลอดสารพิษ
3.พาไปดูวิธกี ารเลี้ยงไส้เดือนและปลูกผักปลอดสารพิษ ณ บ้านพักพัฒนากร
4.แจกไส้เดือนพันธุ์ AF ให้ไปทดลองเลี้ยงเพื่อผลิตปุ๋ย
5. ไม่เกิน 1-2 เดือน จะทราบผลวา่ ชาวบา้ นคนใดที่สามารถเข้าไปส่งเสรมิ ต่อยอดเรอื่ งการปลูกผักปลอดสารพิษและมีโอกาสที่จะ
ประสบผลสาเรจ็
6.เลือกชาวบ้านต้นแบบ สรา้ งการเรยี นรูใ้ ห้ชาวบ้านต้นแบบ ตามหลักการ “สรา้ งเงาของพัฒนากร” คือการสรา้ งชาวบ้านให้มี
วิธกี ารคิดและทักษะการลงมือทาเหมือนกันกับพัฒนากร
7.ออกแบบการเรยี นรูเ้ ฉพาะบุคคล เพื่อให้เกิดเรยี นรูท้ ี่ง่ายและปฏิบัติได้จรงิ
8. แนะนาเพ่ือเปลี่ยนชาวบ้าน และส่งเสรมิ สนับสนุน อย่างต่อเน่ือง ซงึ่ จะได้ระยะเวลาไม่น้อยกวา่ 5 เดือน จงึ จะเห็นผล
9. สรา้ งกระบวนการให้คนในหมู่บ้านเกิดความอยากที่จะทาตามครวั เรอื นต้นแบบและประสานของบประมาณสนับสนุนจาก
หน่วยงานภายนอกมาสนับสนุนการดาเนินการ
10.สรา้ งครวั เรอื นต้นแบบให้ครบทุกตาบลในอาเภอท่ีเรารบั ผิดชอบเพื่อให้เกิดศูนย์เรยี นรูใ้ นแต่ละตาบล
ต่อยอดสรา้ งการมีส่วนรว่ มเพื่อความสาเรจ็ พัฒนาสู่ความยั่งยนื ในพื้นทอ่ี ยา่ งแทจ้ รงิ
1. พัฒนาสรา้ งเครอื ข่ายระดับหมบู่ ้าน สรา้ งศูนยเ์ รยี นรูค้ รอบดลุมทกุ ตาบล โดยใชห้ ลักการ “ชาวบา้ นสอนชาวบา้ น”
2. จดั ตั้งศูนยจ์ ติ อาสาพัฒนาชุมชนระดับอาเภอ (บ้านนายสุภาพ แสงสวา่ ง ม.2 ต.เปือยนอ้ ย อ.เปือยน้อย) และขยายผลโดยคัดเลือกชาวบ้าน
ต้นแบบในแต่ละตาบลสรา้ งศูนยจ์ ติ อาสาครบทัง้ 4 ตาบล
3. ประสานขอรบั งบสนับสนุนจากภาคเอกชนโรงงานนา้ ตาลวังขยาย อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา สนับสนุนการดาเนินงานสรา้ งครวั เรอื น
ต้นแบบ 20 ครวั เรอื น จานวน 150,000 บาท กลุ่มบรษิ ัท ปตท. สนับสนุนการจดั ตั้งศูนยจ์ ติ อาสาพัฒนาชุมชนระดับตาบล จานวน 4 แห่ง
บทสรปุ ของการสรา้ ง ศรทั ธาทเ่ี ดินได้
4
งานพัฒนาชุมชนเป็นงานทที่ ้าทาย เราต้องใชท้ ั้งศาสตรแ์ ละศิลปไ์ ปพรอ้ ม ๆ กัน ต้องมีความอดทน งานพัฒนาจงึ จะสาเรจ็
ตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนา เราเหล่าพัฒนากรต้องใช้กระบวนการทางการเปล่ียนแปลงความคิดของชาวบ้านให้รูจ้ กั การ
พึ่งตนเองและชว่ ยเหลือขุมชนแบบเก้ือกูลไปพรอ้ มๆกันดังนั้น “พลังแห่งความคิดสรา้ งสรรค์” จงึ เป็นส่ิงท่ีมีพลังอานาจ
มหัศจรรย์ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกส่ิงทุกอย่างบนโลกใบนี้ให้เป็นดังท่ีใจหวัง โดยพัฒนากรจะต้อง “ลงมือปฏิบัติเพ่ือเก็บ
องค์ความร”ู้ ก่อนลงไปส่งเสรมิ ชาวบ้าน และสรา้ งพลังให้ชาวบา้ นเกิดแนวความคิดการพ่ึงพาตนเอง สรา้ งการระเบิดจากภายใน
จากตัวชาวบา้ นเองจะทาให้เกิดประโยชน์สูงสุดในงานพัฒนาอยา่ งแท้จรงิ
5 ปี กับบทบาท "พัฒนากร" 10 ก.พ.60 – 10 ก.พ.65
1 ปี สาหรบั การเรยี นรงู้ าน (2560 ณ อ.เมืองชยั ภูมิ) 1 ปี กับการออกแบบการทางาน (2561 เก็บประสบการณ์จากการอบรม cd
talent นามาทดลองใชใ้ นพ้ืนที่) 2 ปี กับการลงมือทา สรา้ ง "การระเบิดจากภายใน" (2562 สรา้ งบา้ นพักเปน็ แหล่งเรยี นรู้ ฝึกลง
มือปฏิบัติ 2563 ลงมือปฏิบตั ิในพื้นที่ สรา้ งเทคนิค ”การระเบดิ จากภายใน”เพื่อสรา้ งเงาของพัฒนากร 1 ปี กับความภาคภูมิใจ
ในงานพัฒนา (2564 ความสุขใจที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของชาวบ้าน)
ถ้าพดู ถึงเรอ่ ื งของการทางาน ผู้เขยี นเชอื่ ว่า 99.99% ของทกุ คนต้องผ่านคาว่า “ครงั้ แรก”
มากันทั้งนั้น ซง่ึ คาน้ีก็เป็นอีกคาหนึ่งท่ีทาให้เราเครยี ด กดดัน ตัวส่ัน เหง่อื ตก ลมจบั กันได้เลย
ทีเดียว ผู้เขียนเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พบเจอกับคาว่าครง้ั แรกในหลาย ๆ ครงั้ กับการทางานของ
กรมการพัฒนาชุมชน ไม่ว่าจะเป็น การย้ายอาเภอครงั้ แรก รบั ผิดชอบงานกองทนุ พัฒนาบทบาท
สตรแี ละงานการเงนิ เต็มรูปแบบครงั้ แรก รวมถึงการเข้ารว่ มนาเสนอโครงการของกองทนุ พัฒนา
บทบาทสตรคี รง้ั แรก เชน่ กัน
ในครงั้ น้ี จะขอเล่าถึงประสบการณ์การเข้ารว่ มนาเสนอโครงการของกองทนุ พฒั นาบทบาท
สตรคี รงั้ แรกของผู้เขียน
“หัวหน้าติดประชุมสาคัญทอ่ี าเภอ ประชุมพิจารณาโครงการฯ เขา้ แทนหัวหน้านะ”
“ได้ค่ะ”
คาตอบรบั ทดี่ ูมัน่ ใจ แต่สีหน้าทแี่ สดงออกไป เต็มไปด้วยความกังวลและประหม่าไปหมด
“ทาได้อยูแ่ ลว้ ” คาพูดของแสงแห่งกาลังใจทาให้พฒั นากรหน้าบูบ้ ้ียมิ้ ออกมาได้
หลังจากรบั ภารกิจและความหวังของชาวสตรจี านวน 15 โครงการ ทงั้ เงนิ ทนุ หมุนเวยี นและ
เงนิ อุดหนุน มาแบกเอาไว้ทาให้รู้สึกเหมือนเป็นภารกิจระดับชาติท่ีถ้าพลาดมานอกจาก
งบประมาณจะไม่ออกแลว้ ชาวสตรที ฝ่ี ากความหวงั ไวก้ ับเราก็จะไม่ได้รบั โอกาสไปด้วย
“งานในหน้าทรี่ บั ผิดชอบ ไม่มีอะไรทย่ี ากเกินความสามารถของเราหรอก” หลังจากสรา้ งแรงฮึดให้
ตัวเองก็เรม่ ิ เตรยี มตัวเพือ่ เข้าประชุม โดยเรม่ ิ จาก ศึกษาโครงการอย่างละเอียดอีกครงั้ ทบทวน
Comment ต่าง ๆ จากการประชุม เชอื่ มโยงเหตุการณ์ต้ังแต่ก่อนมีการประชุม ทาความเข้าใจ
เรอ่ ื งราวต่างๆของกลุ่มพรอ้ มเชอื่ มโยงถึงความประสงค์ในการยื่นเสนอโครงการ ซง่ึ การเตรยี มตัว
ดังกลา่ วจะผ่านมาไมไ่ ด้เลยถ้าไมไ่ ด้รนุ่ พีพ่ ฒั นากรในอาเภอเดียวกันชว่ ยให้ขอ้ มูลและแนะแนวทาง
จนดึกด่ืน
“เราทาได้ เราทาได้ เราทาได้” คาท่ีท่องมาตลอดการฝึกอบรมพัฒนากรก่อนประจาการ ได้ถูก
เอามาใชใ้ นจงั หวะก่อนก้าวเทา้ เขา้ ห้องประชุม แต่พอก้าวเทา้ เขา้ ไปเจอบรรยากาศเทา่ น้ันแหล่ะ
“ฉันทาไม่ได้หรอก” ประโยคแรกที่เข้ามาในหัวโดยไม่ได้นัด
หมาย มือเย็นทั้ง ๆ ที่ห้องประชุมไม่ได้เปิดแอร์ ค้ิวขมวด
เหมือนเปดิ สวติ ชอ์ ัตโนมัติ
" นี่สินะ…ความรูส้ ึกของความต่ืนเต้นและความกดดันใน
ครง้ั แรกของการเข้ารว่ มประชุมเพ่ือนาเสนอโครงการฯ "