The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผลการคัดเลือก KM Challenge ระดับบุคคล ประเภทองค์ความรู้ดีเด่น (เรื่องเล่าเร้าพลัง) storytelling ระดับเขตตรวจราชการ
ปี 2565 18 เขตตรวจ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by CDDDigitalLibrary2, 2022-03-09 04:08:56

E-book storytelling

ผลการคัดเลือก KM Challenge ระดับบุคคล ประเภทองค์ความรู้ดีเด่น (เรื่องเล่าเร้าพลัง) storytelling ระดับเขตตรวจราชการ
ปี 2565 18 เขตตรวจ

ด้วยชว่ั โมงการบินบนสายงานพัฒนาชุมชนอันน้อยนิดทผ่ี ู้เขียนมี จงึ ได้พลิกวกิ ฤต
ของตนเองให้เป็นโอกาส ในระหว่างท่ีอยู่ในการประชุมจงึ ใชช้ ว่ งเวลาระหว่างรอถึงลาดับ
ของตนเอง ก็ได้พยายามจบั ประเด็นข้อสังเกตต่างๆของการเขียนโครงการเพ่ือเสนอเข้า
พิจารณาอนุมัติท่ีควรและไม่ควรเพื่อนามาใชเ้ ป็นแนวทางในการเขียนโครงการฯในครงั้
ถัดไป โดยมปี ระเด็นทจี่ าแนกได้ ดังน้ี

นอกจากน้ี ในระหว่างการประชุม เงนิ อุดหนนุ - ควรเขยี นโครงการ - ไม่ควรเขียน
เพ่ื อ เ ป็ น ก า ร ล ด ค ว า ม ตื่ น เ ต้ น แ ล ะ ค ว า ม ตามหลักเหตุและผล โครงการตาม
ประหม่าของตน ผู้เขียนจงึ ได้ศึกษาวธิ กี าร - งบประมาณทใ่ี ชต้ ้อง ความอยาก
นาเสนอโครงการของรุน่ พ่ีพัฒนากรในท่ี สัมพันธก์ ับกิจกรรมที่ - ไม่ควรเขียน
ประชุมถึงวธิ ีการนาเสนอและเน้ือหาที่ จะทา งบประมาณเผ่ือ
คณะอนุกรรมการฯต้องการทราบ เพ่ือเป็น - ควรเขียนงบประมาณ กิจกรรมใน
แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ท า ง า น เ ก่ี ย ว กั บ ก อ ง ทุ น เพื่อใชใ้ นกิจกรรมอย่าง อนาคตทไี่ ม่ได้
พัฒนาบทบาทสตรใี นครั้งถัดไป โดยมี คุ้มค่า วางแผนไว้อย่าง
ประเด็นทจี่ าแนกได้ ดังน้ี - มีกลุ่มเป้าหมายท่ี ชดั เจน
ชดั เจน - ไม่ควรใส่มา
เพียงตัวเลข
เงนิ ทนุ - ควรระบุหน่วยนับของ
หมุนเวยี น รายการวสั ดุให้ชดั เจน
- ควรระบุรายละเอียด
เงนิ อุดหนนุ เงนิ ทนุ หมุนเวยี น ของวัสดุให้ชดั เจน เชน่
พันธปุ์ ลา ขนาดซปิ
เป็นต้น

- หลักการและเหตุผลของ - ประวตั ิการกู้ยืมเงนิ หลังจากนั้นไม่นาน ช่วงเวลาแห่งความ
การจดั ทาโครงการ จากกองทนุ พัฒนา ตื่นเต้นก็กลับเข้ามาอีกครง้ั เมื่อถึงลาดับของการเข้า
- กลุ่มเปา้ หมายทเ่ี ขา้ รว่ ม บทบาทสตร ี นาเสนอ ผูเ้ ขยี นได้นาเสนอโครงการอย่างเต็มทต่ี าม
- กาหนดการและกิจกรรมท่ี - วัตถุประสงค์ในการ ความสามารถ ณ ขณะนั้น และด้วยความชว่ ยเหลือ
จะดาเนินการ กู้ยืมเงนิ ฯ จากรุน่ พี่พัฒนากรในท่ีประชุมและกาลังใจท่ีส่งผ่าน
- รายละเอียดงบประมาณที่ - รายได้ของกลุ่มและ มาให้ พรอ้ มทง้ั โครงการทรี่ ุน่ พ่ีพฒั นากรทอี่ าเภอท้ัง
ใชใ้ นโครงการ ความสามารถในการ ค น เ ก่ า แ ล ะ ค นปั จ จุ บั น ไ ด้ ช่ว ย ต ร ว จ ส อ บ แ ล ะ
- ผลทค่ี าดวา่ จะได้รบั ชาระคืน จดั เตรยี มไว้ให้อย่างดี ทาให้การนาเสนอโครงการ
หลังจากเสรจ็ ส้ินโครงการ - ชอ่ งทางการตลาด บรรลุตามเป้าหมายทคี่ าดหวังไว้ ท้งั 15 โครงการท่ี
ของกลุ่ม แบกรบั ความคาดหวังมา ผ่านการพิจารณาอนุมัติ
ทง้ั หมด ตลอดระยะเวลาทนี่ งั่ ประชุมต้ังแต่เชา้ ถึงค่า
มืดไมเ่ สียเปล่า “เราทาได้จรงิ ๆ”

สุดท้ายนี้ ประสบการณ์เล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่จากการเข้ารว่ มประชุม ฯ
ของผู้เขียนในครงั้ น้ัน ทาให้ผู้เขียนพบว่า จรงิ ๆแล้ว การทางานสตรที ี่ใคร
หลายๆคนคิดว่ามันยาก ก็ไม่ได้มีอะไรยาก ขอแค่เรา หมั่นเรยี นรูง้ านจาก
พัฒนากรรุน่ พี่ สรา้ งประสบการณ์ดีๆด้วยการลงมือทา หยิบปัญหาท่ีเกิดขึ้น
ระหว่างทางข้ึนมาทบทวน และ ไม่กลัวที่จะต้องแก้ไข เพียงเท่านี้งาน
กองทนุ พัฒนาบทบาทสตรที ีว่ ่ายาก ก็จะไมใ่ ชเ่ รอ่ ื งท่ยี ากอีกต่อไป

ผู้ถ่ายทอด เรอ่ ื งเล่าเรา้ พลัง
นางสาวธรี านชุ สิงหวศิน

นักวชิ าการพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ
สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอจตั ุรสั จงั หวดั ชยั ภมู ิ



-2019

2564

--
2



"พลังแห่งศรทั ธา"
เรอ่ ื งเล่าเรา้ พลัง ปี 2565
โดย นายเบญจ อินดาวงศ์ ตาแหนง่ นักวชิ าการพัฒนาชุมชนชานาญการ

สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอเกาะคา จงั หวดั ลาปาง
****************************

ศรทั ธา คือจุดเรม่ ิ ต้นของความสาเรจ็ เป็นสิ่งสาคัญย่ิง เพราะเมื่อคนเรามีความเชอื่ ก็จะทาให้เกิด
แรงบันดาลใจ และเกิดเป็นพลัง ในการปรบั เปลี่ยนพฤติกรรม ไปสู่การทาความดี สามารถดาเนินชวี ติ ได้อย่าง
เหมาะสม อันจะก่อให้เกิดเป็นความสาเรจ็ ดังทีป่ รารถนา

“พลังแห่งศรทั ธา” เป็นเสมือนแรงขับเคลื่อนให้สามารถปฏิบตั ิงานสาเรจ็ ได้จรงิ หรอื ?”
จ น วั นห นึ่ ง ผ ม ก ลั บ ค้ นพ บ ค า ต อ บ นั้ น จ า ก ก า ร ล ง พื้ น ที่ ด า เ นิ น โ ค ร ง ก า ร OTOPน วั ต ว ิถี
ณ หมู่บา้ นแห่งหน่ึงในความรบั ผิดชอบของผม
วันที่ 11 มิถุนายน 2561 วันน้ันเป็นอีกวันหนึ่งที่พัฒนากร ที่มีประสบการณ์อันน้อยนิดอย่างผม
ไม่อาจลืมเลือนได้ ผมได้รบั มอบหมายจากผู้บังคับบัญชาซง่ึ เป็นภารกิจเรง่ ด่วน ให้ลงพื้นที่ไปดาเนินการชแ้ี จง
ถึงวัตถุประสงค์ ของโครงการ OTOP นวัตวถิ ี ความรูส้ ึกในตอนนั้น ผมรูส้ ึกหวนั่ ใจ ยังคิดว่า ตัวเราเองน้ันจะ
สามารถสื่อสารกับผู้นา กลุ่มเครอื ข่ายในชุมชนและชาวบ้าน รูเ้ รอ่ ื งมากน้อยเพียงใด เพราะตัวผมเองไม่
สามารถพูดภาษาท้องถ่ิน “คาเมือง” ไม่ได้เลย แล้วเราจะพูดกับเค้ารูเ้ รอ่ ื งไหม? แต่เม่ือผู้บังคับบัญชา
มอบหมายงานมาแล้ว ยังไงก็ต้องทาให้สาเรจ็ เพราะข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนต้องยึดม่ัน และศรทั ธา
ในความเปน็ ตัวแทนของกรมการพัฒนาชุมชน
เมื่อผมได้ศึกษาทาความเข้าใจในรายละเอียดโครงการฯ เป็นท่ีเรยี บรอ้ ยแล้ว จงึ ได้ประสานกับผู้นา
ชุมชนว่าให้ประชาสัมพันธก์ ลุ่มเป้าหมายเพื่อมาเข้ารว่ มประชุมรบั ฟังวัตถุประสงค์ของโครงการฯ และแล้ว......
วนั ประชุมก็มาถึง ตลอดระยะเวลาท่ผี มได้พูดชแ้ี จงเพียง ไม่ถึง 3 นาที ผมสังเกตเห็นชาวบา้ นหลายๆคนเลือก
ท่ีจะหลับ และอีกหลายคนเลือกท่ีจะเล่นโทรศัพท์มือถือ และอีกคน…….(คนที่จอ้ งมอง ต้ังแต่ยังไม่เรม่ ิ ประชุม)
ก็ลุกข้ึนและแล้วตะโกนว่า “เจา้ หน้าท่ีมาจากไหนก็บ่ฮู้ อู้บ่ฮู้เรอ่ ื ง ไปๆหมู่เฮาป๊ ิกบ้านกันเต๊อะ” (เจา้ หน้าท่ีมา
จากไหนก็ไม่รู้ พูดก็ไม่รูเ้ รอ่ ื ง กลับบ้านกันเถอะพวกเรา) สถานการณ์ในช่วงเวลานั้น ในความคิดของผม
“นึกแล้วเวทีต้องล่ม” เพราะเราพูดภาษาถ่ิน(คาเมือง)ไม่ได้
หลังจากวันน้ัน(วันท่ีเวทีล่ม ถูกชาวบ้านเท เก็บทรงไม่อยู่เลยทีเดียว) ระหว่างที่ผมยืนคอตก ได้แต่
มองชาวบ้านทยอยเดินออกจากท่ีประชุม ก็มีชาวบ้านคนนึงเดินมาตบไหล่ แล้วพูดว่า “จาวบ้านตี้น้ี เป็นจะอี้
หล่ะ ฝ่ ังถอดใจ๋เตื้อเน้อ” (ชาวบ้านที่นี้เป็นแบบน้ีแหล่ะ อย่าเพ่ิงถอดใจยอมแพ้ นะ) เอาว่ะ! ต้องฝึกพูด
คาเมือง(ภาษาถ่ิน)ให้ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย สาเนียงค่อยปรบั ปรุงเอาทีหลัง ทายังก็ได้ให้ชาวบา้ นเปล่ียนมุมมอง
วา่ เราเป็นพรรคพวกเดียวกับเค้า เราพยายามท่ีจะส่ือสารให้เข้าใจ ให้ได้ “เราทาได้ เราทาได้ เราทาได้”
และไม่ก่ีวันถัดมาได้มีชาวบ้านท่ีทราบเรอ่ ื งว่าจะมีงบประมาณมาลงในหมู่บ้าน จึงได้พาผมไปดู
สถานที่และย่ืนข้อเสนอ “หัวหน้าคับ ป้ ืนต้ีผมงามก็คับ เอางบมายะเพ้บ่คับ ผมจะห้ือพิเศษให้หัวโตยหนาคับ”
แปลว่า หากสามารถนางบประมาณมาลงพ้ืนท่ีน้ีได้ ผมจะได้รบั ผลตอบแทน ซงึ่ ผมดูแล้วพื้นท่ีที่จะไปพัฒนา
นั้นไม่ได้อยู่ในบรเิ วณที่กล่าวไว้ในที่ประชุม แถมยังมายื่นข้อเสนอท่ีส่งผลรา้ ยแรงต่อเจา้ หน้าที่อีกด้วย จงึ ให้
เหตุผล และไม่ขอรบั ข้อเสนอใดๆ เพราะถือผลประโยชน์ส่วนรวมเปน็ ทีต่ ้ัง
(ข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน ต้องซ่ือสัตย์ และมีความรบั ผิดชอบ โปรง่ ใส ตรวจสอบได้ โดยยึดถือ
ประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกวา่ ประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซอ้ น)

/2.ผ่านมา 1...

-2-

ผ่านมา1 สัปดาห์ จงึ ได้นัดประชุมอีกครงั้ ผมได้เตรยี มตัวทาการบ้านมาอย่างดี และสวมเครอ่ ื งแบบ
ข้าราชการ(แต่งเต็มยศมาเลย) เพ่ือสรา้ งภาพลักษณ์ความน่าเชอื่ ถือ และเชอ่ื กับชาวบ้าน ประโยคแรกทผี่ มพูด
ออกไปว่า “สา–วัด-ดี คับ ป๋อแม่ป๋ ีน้อง ทุกท่าน ครบั ” แค่ประโยคทักทาย คาเมือง(ภาษาถ่ิน) กลับสรา้ งความ
ประหลาดใจเป็นอย่างมาก ทุกคนต้ังใจฟังส่ิงที่ผมจะชแี้ จง อย่างตั้งอก ต้ังใจ ทั้งผู้นา กลุ่มองค์กร ตลอดจน
ชาวบ้าน ได้มีส่วนรว่ มแสดงความคิดเห็น และผมเองได้ อานวยความสะดวกและให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน
ถูกต้อง ไม่บิดเบือน ซ่ึงแน่นอนว่าการประชุมกับคนหมู่มากเป็นธรรมดา ความคิดเห็นย่อมแตกต่างกัน
ตรงจุดน้ีเรอ่ ื งผลประโยชน์ย่อมไม่เข้าใคร ออกใคร ผมจงึ เป็นคนกลางท่ีประสาน เน้นให้คนในกลุ่มสมาชกิ มี
ความสามัคคี มีความซื่อสัตย์สุจรติ ต่อตนเองและสมาชิก มีจิตสาธารณะ และน้อมนาหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางการดาเนินชวี ติ และบรหิ ารกลุ่ม และแล้วการประชุมก็ผ่านไปได้ด้วยดี
ด้วยแรงสนับสนุนจากผู้นา และสมาชกิ ผู้เข้ารว่ มประชุมทุกคน

เวลาได้ผ่านไป…ครบตามห้วงเวลาตามรา่ งขอบเขตงาน โครงการที่ผมกังวลต้ังแต่แรก ได้ประสบ
ผลสาเรจ็ เป็นไปตามข้ันตอน ถูกต้องตามระเบยี บ ครบถ้วนทุกประการ ผมรูส้ ึกโล่งใจ และมีความสุขในเวลา
เดียวกัน โล่งใจที่ทางานสาเรจ็ ลุล่วง มีความสุขที่ชาวบ้านทุกคน ที่ยอมรบั พัฒนากรคนนี้เสมือนเป็นลูกหลาน
ในชุมชน คอยชว่ ยเหลือ สนับสนนุ งานพัฒนาชุมชนได้เปน็ อย่างดี

จากอุปสรรคต่างๆ ทั้งสภาวะเรง่ ด่วนของงาน กอปรกับการปรบั ตัวให้เข้ากับชุมชน แต่ผมก็ไม่ย่อทอ้
ด้วยศรทั ธา ท่ีมีต่อกรมการพัฒนาชุมชน และได้นาจรยิ ธรรมและจรรยาข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน
มาปฏิบัติงานสาเรจ็ ได้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการและในระหว่างที่ดาเนินการก็มีเรอ่ ื งราวดีๆเกิดข้ึน
มากมาย มีชาวบ้านมาให้กาลังใจ และช่วยเหลือ สนับสนุน ให้ผมสามารถปฏิบัติงานได้สาเรจ็ ลุล่วงไปด้วยดี
“ชา่ ย........ ผมทาได้จรงิ ๆ”

ท้ังนี้ ผมยังได้นาค่านิยมองค์การกรมการพัฒนาชุมชน ABC DEF S&P ซึ่งเป็นค่านิยมที่ส่งเสรมิ
สมรรถนะ ทั้งกายและใจ สรา้ งแนวทางในการทางานที่ดี ใช้แนวคิดปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการ
ปฏิบัติงาน มุ่งเน้นผลสัมฤทธผ์ิ ่านกระบวนการเรยี นรูแ้ บบมีส่วนรว่ ม มาปรบั ใชใ้ นกระบวนการทางานรว่ มกับ
พ่ีน้องประชาชน

ยุคสมัยเปล่ียน รูปแบบการทางานของข้าราชการก็เชน่ เดียวกัน แต่ส่ิงสาคัญทส่ี ุดอยู่ที่การเรยี นรูส้ ่ิง
ใหม่ๆตลอดเวลา ปรบั ตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และในขณะเดียวกันนั้น ข้าราชการต้องมีศรทั ธา ถึงจะ

นาพาภารกิจไปสู่ความสาเรจ็ หากคณุ คิดวา่ งานพัฒนาชุมชนมันยาก มีอุปสรรค ขอเพียงแค่คณุ มีศรทั ธา แล้ว

พลังแห่งศรทั ธา น้ันจะนาพาคณุ ประสบความสาเรจ็ ดังท่ใี จคุณปรารถนา “ผมทาได้ คุณ! ก็ทาได้”



เรองเลา่ เรา้ พลงั

จาก OITA สู่พะเยา

จากวศวกรโรงงาน สู่ชุมชนบ้านเกิดเมืองนอน ทใี ครหลายคนมักถามว่า กลับบ้านจะไปทําอะไรกิน?
จนได้มาพบกับงานๆ หนึง คําๆ หนึง “พฒั นาชุมชน” ทีไม้คุ้นหูสักเทา่ ไหร่ และมันคอื อะไร ทาํ งานเกียวกับอะไรจนได้มโี อกาส
ร่วมงานกับสํานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา ตําแหน่งอาสาพัฒนา เปนเวลา 2 ป ถึงเรมเข้าใจว่าเปนงาน
ทีส่งเสรมชาวบ้านให้มีกิน มีใช้ มีความเปนอยู่ชีวตทีดีขึน คือการสรา้ งเศรษฐกิจฐานรากให้มันคง ให้คนในชุมชนพึงพาตนเองได้

ผมก็มาสะดุดกับงานหนึงของพัฒนาชุมชน ทีเรมได้ยินบ่อยจนชินหู “OTOP” หรอหนึงตําบล หนึงผลิตภัณฑ์
ผมว้าวๆๆๆๆๆ มาก กับ “OTOP” ยิงรู้ว่าต้นกําเนิดมาจากประเทศญีปุน จากเมืองโออิตะ เปนทีๆ ผมเคยไปเทียวเมือ 8 ปก่อน
ตอนไปทํา งานเปนวศว กรที ญีปุ น ชือห มู่ บ้าน Yufuin ในจังห วัดโอ อิตะ ตอน นันในใ จผ มยังคิ ดว่าเมื อง ไทย
น่ า จ ะ มี ห มู่ บ้ า น ท่ อ ง เ ที ย ว แ บ บ นี บ้ า ง เ พ ร า ะ บ้ า น เ ร า มี ท รั พ ย า ก ร มี ภู มิ ป ญ ญ า ท้ อ ง ถิ น
มีวัฒนธรรมทยี าวนาน ผมตืนเต้นทจี ะทํางานมาก แตก่ ็ต้องผิดหวังเพราะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับงาน OTOP เลย อย่างดีทสี ุด
ก็การสรา้ งสัมมาชพี ชุมชน แต่เดียวนะผมฉดุ คดิ ได้ หัวใจผมก็พองโตอีกครงั เพราะกลุ่มอาชพี คอื จุดเรมต้นของ OTOP พอ
เรมทําตามขนั ตอนกระบวนการทํางานต่างๆ ก็ต้องเจอกับปญหามากมายจากกลุ่ม กลายเปนกลุ้มใจแทน เพราะผมลงพนื ที
ไปจดั ตังกลุ่มอาชพี ขณะทีผมกําลังคุยเรองการจัดตังกลุ่มอาชีพอยู่นัน มีเสียงมาจากข้างหลังเปนเสียงผู้หญิงรุน่ ราวคราว
เดี ยวกั บแม่ ผม พู ดว่ า “ทําแล้ วจะเอาไปขายที ไหน แล้ วทีพู ดนะ เคยทํ าหร อยั ง” ผมนิ งไปชัวครู่ แล้วเง ยบไปสั กพัก

หลังจากวันนัน ผมกลับมาคดิ ดูแล้ว มันก็จรงของ
แมๆ่ ปาๆ จรงนะทเี ขาถาม ถึงแมจ้ ะเปนอาชพี ที
เขาเลือกฝกกันเอง แต่มนั คอื สิงทเี ราชาวพัฒนา
ชุมชนต้องกลับมาคดิ วา่ จะต้องส่งเสรมเขายงั ไง
และนันคือจุดเรมตน้ ในสงิ ทผี มลงมอื ทาํ ในชุมชน
ของผม “ลินชวา” คอื สิงทผี มเรมทาํ เพอื ทผี มจะ
พดู ได้เต็มปากเมือได้กลับไปส่งเสรมชาวบา้ น

ผมยอ้ นกลบั มาดใู นชุมชนทผี มอยู่
บา้ นตานาลอ้ ม ม.5 ต.บา้ นตา อ.เมอื ง จ.พะเยา
แลว้ คดิ ถึงตอนทผี มไปเทยี วเมืองโออติ ะว่าเขา
มีสงิ ไหนบา้ งทเี รานํามาปรบั ใชไ้ ด้ อยา่ งแรก
คอื ภมู ปิ ญญาของคนในชมุ ชนทนุ เดิมของชมุ ชนทมี อี ยแู่ ลว้ วัตถดุ ิบทมี ใี นชมุ ชน
สิงทผี มเห็นและเจอคอื การจกั สานผกั ตบชวาของกลมุ่ แมบ่ า้ นในชมุ ชนแต่
มีคนสานไม่มากมี แค่ 2-3 คน ผมจงึ เขา้ ไปคยุ ด้วยถงึ รูว้ า่ เมอื ก่อนแม่ๆ
มีกล่มุ จกั สานผักตบชวามสี มาชกิ 30 คน แต่มปี ญหาเรองคณุ ภาพ และ
เรองการตลาด ตอนทผี มไปเจอไมม่ กี ลมุ่ แล้วเนอื งจากขายไมไ่ ด้ ไมม่ ีตลาด
รองรบั ซงึ มนั เปนปญหาเดียวกบั ชาวบา้ นทผี มลงไปส่งเสรมกลมุ่ อาชพี

เรองเลา่ เรา้ พลงั “ จาก OITA สู่พะเยา”

ลงไปทําโครงการสรา้ งสัมมาชพี ชุมชน แต่ทแี ม่ๆ ยังสานกันอยู่คือสานส่งให้กับทีอืนและก็ได้ราคาทีถูกเอามากๆ ผมจงึ
ตัดสินใจศึกษาเรองการตลาด เรองงานจกั สาน งาน Hand made และได้เอางานทแี ม่ๆ สานมา DIY เพือให้เกิดความ
แตกต่างจากกลุ่มอืน เหมือนกับผลิตภัณฑ์ทีผมเคยเห็นทีเมืองโออิตะทีมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวทีโดดเด่น โดยการสรา้ ง
เรองราวของผลิตภัณฑ์ ความใส่ใจในงานทุกชนิ ทุกขันตอนเหมอื นทําเพือจะเปนของขวัญให้กับคนทีเรารกั แล้วนํามาทาํ
การตลาดออนไลน์ และผลตอบรบั ก็ดีมากเลยทเี ดียว จนต้องกลับไปคยุ กันกับแมท่ สี านผักตบชวาให้ชวนคนอืนทเี ลิกสาน
กลับมาสานผักตบชวาอีกครงั และสิงทีได้จากเมืองโออิตะ คือการนําคนรุน่ ใหม่ในชุมชนไปเรยนรูเ้ พือพัฒนาต่อยอด
ผลิตภัณฑ์ นันก็คือตัวผมเองทีเปดใจเรยนรูส้ ิงใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ และพัฒนาทักษะของแม่ๆ ให้มี
ทกั ษะเพิมมากขึนในงานจกั สานผักตบชวา โดยไม่ได้มีความคิดทีจะพงึ พาหนว่ ยงานของรฐั แต่เมือเราต้องเรยนรูม้ ากขึนๆ
เราปฏิเสธไม่ได้ ผมจงึ นํา“ลินชวา”เขา้ สู่กระบวนการOTOP เพอื เรยนรแู้ ละพฒั นาในทกุ ด้านให้ดียงิ ขนึ จนปจจุบนั เราเปนทรี ูจ้ กั ของคนใน
จั งห วั ด พะเ ยา แล ะต่ า ง จั ง ห วั ด ภ า ย ใต้ ชื อแ บร ด์ น “Linchawa ลิ น ช ว า” จา ก แม่ ๆ ก ลุ่ มจั ก สาน ผั กต บช ว า
บา้ นตานาล้อม ม.5 ตําบลบา้ นตา อําเภอเมือง จงั หวัดพะเยา และเรายงั ส่งออกต่างประเทศอีกด้วย

เมือป 2020เราได้มีโอกาสพฒั นากลมุ่ ของเราในโครงการKoyori2020และเราได้รบั รางวัล10Selecจากผู้ผลิตผ้ปู ระกอบการOTOP
24กลุ่มใน8จงั หวัดภาคเหนือตอนบน และเมือ ป 2564 เราได้รบั คัดเลือกจากคณะกรรมการเครอข่ายองค์ความรูจ้ งั หวดั พะเยา
ได้ รั บรางวั ลชนะเลิ ศโครงการส่ งเสร มกร ะบวนการเคร อข่ ายองค์ คว ามรู้ (Knowledge – Based OTOP : KBO)
สิงทเี กิดขึนในระยะเวลาแค่ 3 ป ทตี ัวผมและชุมชนรว่ มแรงรว่ มใจกัน มันเปนสิงทพี วกเราภาคภูมิใจมากๆ และผมเชอื ว่าสิง
เราทาํ จะเปนแรงบนั ดาลใจให้กับกลุ่มอืนๆ เปนเรองเล่าทพี ัฒนากรสามารถนําไปปรบั ใชเ้ พอื พฒั นาชุมชนให้พึงพาตนเองได้
อย่างยงั ยืน เรองเล่า โออติ ะ OVOP ทีผมได้แรงบนั ดาลนี ตรงกับหลักการทรงงานของในหลวงรชั กาลที 9

เขา้ ใจ เขา้ ถงึ พฒั นา

เขา้ ใจ คอื การทผี มลงไปนังคยุ กบั แมๆ่ จงึ ได้รถู้ งึ ปญหาเรองคณุ ภาพ ปญหาการตลาด และเขา้ ใจถึง
ปญหาสิงทชี าวบา้ นไดบ้ อกผมเรองการตลาด ว่าถ้าเราทาํ ผลติ ภัณฑข์ นึ มา 1 ชนิ แล้วเราจะเอาไปขายทไี หน ขาย
ให้ใคร มนั จะขายได้จรงหรอ

เขา้ ถึง คอื การสรา้ งการมสี ่วนรว่ มของคนในชุมชน และให้ลกู ค้าไดเ้ ขา้ ถงึ ผลติ ภัณฑช์ มุ ชนทเี ราทาํ ขนึ
ด้วยใจแล้วนาํ ไปขายในตลาดออนไลน์

พฒั นา คือ การเรยนรสู้ ิงใหมข่ องตัวผมเอง และทกุ คนในกลุ่ม ในการพฒั นาผลติ ภณั ฑใ์ ห้เปนทตี อ้ งการ
ของตลาดและไม่หยดุ นงิ ทจี ะพฒั นากล่มุ ต่อไปอยา่ งไมห่ ยดุ ยงั

สิงทผี มได้จากประสบการณก์ ารไปเทยี วทหี มบู่ า้ นยฟุ อุ นิ จงั หวัดโออติ ะ OVOP คือเขามองหา
ทรพั ยากรในชุมชนทมี อี ยู่ และเรยนรทู้ จี ะทาํ สิงทมี ีอยูใ่ ห้มคี ุณภาพ ตังใจทาํ ใส่ใจในทกุ รายละเอียดเสมอื นทาํ ให้
คนทเี รารกั แลว้ ให้คนรุน่ ใหมอ่ อกไปเรยนรู้ เพอื นํากลับมาพฒั นาชมุ ชนของตวั เอง พฒั นาต่อยอด พฒั นาคนใน
ชุมชนให้สามารถพงึ พาตัวเองไดอ้ ยา่ งยงั ยนื

พฒั นาคนส่คู วามยงั ยนื

นายรงุ่ นที คําเรองฤทธิ อาสาพฒั นา
สํานักงานพฒั นาชมุ ชนอาํ เภอแมใ่ จ จงั หวัดพะเยา



เรอ่ ฺ งเล่าเล้าพลัง กระบวนการทา฻ งานโคกหนองนาพาเพลนิ
โดย....นางสาวอนันทา หินหล่าย
ต฻าแหนง่ นักวชิ าการพัฒนาชุมชนชา฻ นาญการ

ก้าวแรกที่รูจ้ กั “โคก หนอง นา โมเดล” เป็นโครงการพัฒนาพู้นทต่ี ้นแบบการพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ตามหลัก
ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นาโมเดล” ซ่ืงเป็นการจัดการพู้นท่ีซื่งเหมาะกับพู้นท่ีการเกษตร ซ่ืงเป็น
ผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ เข้ากับภูมิปัญญาพู้นบ้านท่ีอยูอ่ ย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพู้นท่ีน้ันๆ โคก-หนอง-
นา โมเดล เป็นการท่ีให้ธรรมชาติจดั การตัวมันเองโดยมี มนุษย์เป็นส่วนส่งเสรมิ ให้มันส฻าเรจ็ เรว็ ขื้น อย่างเป็น
ระบบ น่ีคูอส่ิงท่ไี ปหาข้อมูลมาตั้งรบั เพู่อจะพรอ้ มด฻าเนินการตามที่กรมส่ังมา กลับมานง่ั คิดทบทวนวา่ จะทา฻ อย่างไร
กับโครางการน้ี และเรม่ ิ วางแผน มูอเขียน สมองคิด ตาก็อ่านข้อระเบียบสั่งการการด฻าเนินโครง สรา้ งทัศนะคติใน
การท฻างานเชิงบวกเนู่องจากเป็นงานใหม่ยังไม่เคยท฻าข้าพเจ้าจืงก฻าหนดการด฻าเนิ นงานว่าต้องท฻างานอย่างมี
ความสุข สนุกกับการท฻างานเพราะเมู่อมีความสุข ความสนุกในการท฻างานจะท฻าให้เราไม่เบู่อไม่ท้อแม้งานจะ
ยากล฻าบากแค่ไหนท฻างานเหมูอนว่าเล่นเกมส์ต้องมีการผ่านด่านเพู่อไปสู้เป้าหมายและด่านแต่ละด่ านจะมีความ
ยากขื้นเพียงใด ซงื่ ถูอเป็นการทา้ ทายความสามารถของตัวตัวข้าพเจา้ เอง ทา฻ ให้มีความรูส้ ืกว่ากระบวนการท฻างาน
โคกหนองนาพาเพลิน ไปดูว่าทา฻ อยา่ งไร let go
1. จากเรยึ นรูส้ ู่การปฏิบัติ

1. ส฻ารวจ ครวั เรอฺ นเปา้ หมายโดยใชว้ ธิ ปี ระชาสัมพันธผ์ ู้ทสี่ นใจเข้ารว่ ม เลูอกคนทหี่ ัวไวใจสู้เป็นบุคลทีเ่ ปน็
ผู้น฻าการเปลี่ยนแปลงมีความตู่นตัวสูงพรอ้ มจะยอมรบั นวตั กรรมและความคิดใหม่ๆ เพราะเปน็ งานใหม่ต้อง
อาศัยคนทพี่ รอ้ มรบั ทุกส่ิงทเี่ ข้ามา

ส฻ารวจพู้นทใี่ นการด฻าเนินโครงการพัฒนาพู้นทตี่ ้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎี
ใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”เพู่อใชเ้ ป็นข้อมูลในการด฻าเนินโครงการ(ข้อมูลพรอ้ มก็มีชยั ไปกวา่ ครง่ ุ ละนะ)

2. สรา้ งฐาน ข้อมูล(รเู้ ขารเู้ รารบรอ้ ยครงั้ ชนะรอ้ ยครงั้ ) ท้ังข้อมูลโครงการ แนวทางการด฻าเนินงาน
กรมการพัฒนาชุมชน และข้อมูลทีเ่ กี่ยวข้องกับการด฻าเนินโครงการ คูอ พรบ.ขุดดิน ถมดิน 43 ,ค่มู ูอการใชแ้ บบ
มาตรฐานปรบั ปรุงรูปแบบแปลงท่ีดินตามโครงการฯ,ค่มู ูอจดั ซอู้ จดั จา้ ง “โคก หนอง นา โมเดล”

คน สรา้ งฐานข้อมลู เก่ียวกับบุคคลท่ตี ้องด฻าเนินงานรว่ มกันในโครงการฯ คูอ ครวั เรอฺ นเปา้ หมาย
,นักพัฒนาพู้นทต่ี ้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ,ชา่ งควบคมุ งาน(สนับสนนุ โดย อปท.)

พู้นท่ี การด฻าเนินโครงการพฒั นาพู้นทีต่ ้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลกั ทฤษฎีใหม่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” ว่าบรบิ ทพู้นทเี่ ปน็ ลักษณะไหน มีทางเข้าในพู้นที่ก่ีทาง ดินเป็นลักษณะใด เปน็
ดินชนิดอะไร ในพู้นทท่ี จี่ ะด฻าเนินโครงการปลูกอะไรไว้บ้างเพู่อใชเ้ ป็นข้อมูลในการวางแผนการการด฻าเนินงาน

3. สานเครอฺ ข่าย ในการด฻าเนินโครงการเราต้องมีเครอฺ ข่ายในการชว่ ยทา฻ งาน โดยมี กรมการปกครองซงื่
นายอา฻ เภอเปน็ ผู้ควบคมุ การด฻าเนินงานและเปน็ ผู้ชว่ ยเหลูอประสานองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเพู่อขอความ
รว่ มมูอสนับสนนุ ชา่ งคุมงาน อีกยงั ยงั ประสานผู้รบั เหมาในพู้นท่โี ดยใชก้ ระบวนการทา฻ งานดังนี้

3.1 ละลายพฤติกรรม เปน็ การทา฻ กิจกรรมเพู่อเพ่ิมความผอ่ นคลาย ลดอคติ สบายใจ หยุดการ
ยดื ติดในภาพลักษณ์หรอฺ การแบ่งแยกปิดกั้น กล้าเปดิ ใจ กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น แสดงตัวตน ให้กัน โดยจะ
ละลายด้านแนวคิด ทัศนคติ พฤติกรรม

3.2 หลอม คน งบ ระบบ งาน ซง่ื วธิ กี ารหลอมหรอฺ การน฻าส่ิงของ มารวมกันน่ันเองเราจะก็น฻า

วธิ กี ารหลลอมนี้มาให้กับงาน โครงการพัฒนาพู้นทต่ี ้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎใี หม่ประยุกต์สู่
“โคก หนอง นา โมเดล” ให้เปน็ อันหนืง่ อันเดียวกัน มีทิศทางการด฻าเนินงานในทางเดียวกัน ทา฻ ให้การด฻าเนิน
รวดเรว็ เพราะมีเปา้ หมายเดียวกัน

3.3 รวมกันทา฻ งาน โครงการพัฒนาพู้นทตี่ ้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎีใหม่
ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” 5 กิจกรรม อีก 2 กิจกรรมส฻านักงานจงั หวัดเปน็ ผดู้ ฻าเนินการ การทา฻ งานของ
ข้าพเจา้ จะใชห้ ลายๆวธิ ี คูอ ถ้าเปน็ ครวั เรอฺ นเป้าหมาย ชา่ งคุมงาน ผู้รบั เหมา ข้าพเจา้ จะใชก้ ารทา฻ งานเปน็ ทมี ”
คูอ อีกหนง่ื รูปแบบการทา฻ งานในฝนั ของใครข้าพเจา้ เพราะผลลัพธข์ องการทา฻ งานรปู แบบนี้มักจะประสบ
ความส฻าเรจ็ เป็นอย่างดี ทา฻ ให้การด฻าเนินงานได้อยา่ งรวดเรว็ สิ่งนี้เป็นส่วนส฻าคญั ในการผลักดันข้าพเจา้ พัฒนา
ตัวเองตลอดเวลา เพราะหากในทมี ชว่ ยเหลูอเกู้อกูลกัน ทา฻ งานเข้าขากัน ตลอดจนมีความสนิทชดิ เชอู้ กัน ทา฻
ผลงานเปน็ ท่ีน่าพอใจสรา้ งและโฟกัสเปา้ หมายรว่ มกันเมู่อทา฻ งานเป็นทมี ก็ต้องเรม่ ิ วางแผนโดยสรา้ งวัตถปุ ระสงค์
รว่ มกัน เพู่อโฟกัสเป้าหมายในการเดินไปข้างหน้ารว่ มกัน และเพู่อใชเ้ ป็นแนวทางในการปฏิบตั ิงานให้บรรลุ
ความส฻าเรจ็ ตาม แต่ถ้าเป็นการทา฻ งานกับนักพัฒนาพู้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ (นพต.)จะเป็นระบบพ่ี
เลี้ยง (mentoring system) เปน็ กระบวนการถ่ายทอดความรแู้ บบตัวต่อตัว แบบระยะยาวเนู่องจากตัว
ข้าพเจา้ ทม่ี ีความรปู้ ระสบการณ์และความเข้าใจงานมากกวา่ ซง่ื ระบบพ่ีเลี้ยงถูอเปน็ การฝุกงานรูปแบบหนงื่
เนู่องจากเปน็ กระบวนการพัฒนาเชงิ สนับสนนุ และให้ก฻าลังใจในระบบพี่เล้ียง และสรา้ งความสัมพันธม์ ากกวา่ การ
ทา฻ งานรว่ มกัน อาจจะมีการน฻าประเด็นที่เป็นเรอ่ ฺ งส่วนตัว มาปรกุ ษาหารอฺ กันได้ด้วย พเี่ ล้ียงกับน้องเลี้ยงก็จะมี
ความสัมพันธท์ ีใ่ กล้ชดิ กันมากกว่า สรา้ งความค้นุ เคย ความสัมพันธแ์ ละความเข้าใจซง่ื กันและ ทา฻ ให้การทา฻ งาน
เป็นไปอย่างสนกุ สนานเพลิดเพลินเกิดความสามารถทา฻ งานได้ตามเปา้ หมายโดยสอดคล้องไปกับแนวทางการ
ด฻าเนินงานของกรมการพัฒนาชุมชน

2.ชวี ติ สนุกสนานกับการทา฻ งาน
ความภูมิใจจากโครงการพัฒนาพู้นทตี่ ้นแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก

หนอง นาโมเดล”(กระบวนการทา฻ งานโคกหนองนาพาเพลิน) ทา฻ ให้ข้าพเจา้ มีเครอฺ ข่ายในการทา฻ งานเพิ่มข้ืนประสบ
การทา฻ งาน “โคก หนอง นา” ทนี่ ้อมนา฻ พระราชด฻ารสั ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร รชั กาลที่ 9 ด้านการทา฻ เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาใชบ้ รหิ ารจดั การ
น้าและพู้นทก่ี ารเกษตร โดยมีการผสมผสานภูมิปัญญาพู้นบา้ นให้สอดคล้องกับธรรมชาติในพู้นท่นี ั้น ๆ โคก
หนอง นา จงื เป็นแนวทางทา฻ เกษตรอินทรยึ แ์ ละการสรา้ งชวี ติ ทย่ี ั่งยนู จดั สรรธรรมชาติอย่างสมดุลสรา้ งความ
มั่นคง ม่ันค่ัง ยง่ั ยนู ให้กับชุมชน และประการส฻าคัญสรา้ งศรทั ธาให้ก่อเกิดในตนเองได้ กล้าทีจ่ ะเปลี่ยนแปลง
ตัวเองตลอดเวลาทา฻ ในสิง่ ทย่ี ากขื้นเรอ่ ฺ ยๆ โดยคิดว่าถ้าหากไม่ส฻าเรจ็ ก็จะได้ประสบการณ์ชวี ติ เองจะทา฻ ให้เรากล้า
ทา฻ มากข้ืนค่ะ “ทา฻ งานอยา่ งมีความสุข สนกุ กับการทา฻ งาน โคก หนอง นา เพาเพลินค่ะ”







...

เมื่อทราบว่ากรมการพัฒนาชุมชนกําลังจะน้อมนําแนวพระราชดํารสั
ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร เรอ่ ื งปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไปสู่การปฏิบตั ิ ด้วยการ
ขับเคลื่อน “ โคก หนอง นา โมเดล” พัฒนากรอย่างเราเรม่ิ มีความกังวล
งานใหมก่ ําลังจะมา จะยากไหม จะทาํ อยา่ งไร สารพดั จะคิดไป แต่ความกังวล
ก็ไม่ได้เป็นผลดีกับเรา มีแต่จะทําให้เราทุกข์ สติเท่านั้นที่จะชว่ ยเราได้ และ
เราต้องเปลี่ยนความกังวลมาเป็นการเรม่ิ เรยี นรู้ หาความหมายของ โคก
หนอ ง นา ให้ได้ ว่าคืออ ะไร โชค ดีที่สมัยน้ี นอก เหนื อจ ากแนวทาง
การดําเนินงานท่ีกรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนมาให้เราได้ศึกษาเรยี นรู้
แล้วตัวชว่ ยท่ีดีสําหรบั พัฒนากรท่ีจะหาความรูเ้ รอ่ ื ง โคก หนอง นา ก็คือ สื่อการ
เรยี นรู้ ใน social Media ต่างๆ ท้ังสารคดี จากนักวิชาการ ปราชญ์ เยอะแยะ
มากมาย เรยี นรแู้ บบง่ายๆ เพลินๆกันไป พอได้เรยี นรูม้ าก ดูมาก็มาก เรม่ิ คิด
อยากจะทํา พัฒนากรอย่างเราก่อนจะไปสอนแนะงาน ต่อยอดให้คนอื่นได้
เราก็ต้องเรม่ิ เรยี นรดู้ ้วยตัวของเราเองก่อน รทู้ ฤษฎี หลักการแล้วได้เวลาลง
มือปฏิบัติจรงิ พอลงมือทําจรงิ ย่ิงรูต้ ัวว่าชอบ และรูว้ ่าใช้ และก็รูค้ ําตอบว่า



...

เมอ่ื จงั หวัดจดั สรรงบประมาณมาให้อําเภอเพื่อดําเนินการหาเป้าหมาย พัฒนากร
ก็คิดว่าเป้าหมายท่ีจะมารว่ มเป็นครวั เรอื นโคก หนอง นา ต้องเป็นคนที่รูจ้ รงิ ทําจรงิ
รกั ในส่ิงที่จะทํา หัวไว ใจสู้ พรอ้ มเรยี นรูแ้ ละพัฒนาขับเคล่ือนงานรว่ มกับเรา และ
ในความโชคดี เม่ือปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตําบลวังตะกูซ่งึ เป็นตําบลท่ีรบั ผิดชอบ
ได้รบั งบประมาณในการดําเนินโครงการเสรมิ สรา้ งผู้นําการเปล่ียนแปลง ทําให้ได้โอกาส
ทําความรูจ้ ักและใกล้ชดิ ปราชญ์ในพ้ืนท่ีหลายคน หน่ึงในน้ันคือ พ่ีชติ ปานพลอย
ปราชญผ์ ู้มคี วามรคู้ วามสามารถมากมายของตําบลวังตะกู ในความคิดแรกท่ีรวู้ ่าจะต้อง
หาเปา้ หมายเขา้ รว่ มโครงการ จงึ หนีไมพ่ น้ ท่จี ะนึกถึง เครอื ข่ายเกษตรอินทรยี ์ ของพี่ชติ
เม่ือมีเป้าหมายในใจ พัฒนากรก็ไม่รอชา้ เรม่ิ ศึกษาทําความเข้าใจโครงการให้ชดั เจน
แล้วนัดหมายพูดคุยแนวทางการดําเนินงานกับกลุ่มเป้าหมายที่สมัครเข้ารว่ มโครงการ
ของตําบล วงั ตะกู ซง่ึ ได้รบั งบประมาณในการขับเคล่อื นโครงการการพัฒนาศูนย์เรยี นรู้
โคก หนอง นา โมเดล ประจาํ ปี พ.ศ.2564 ขนาดพน้ื ท่ี 1 ไร่ จาํ นวน 4 แปลง เมื่อเราท้ัง

กสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน






Click to View FlipBook Version