The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเรียนการงานอาชีพ ป.6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หนังสือเรียนการงานอาชีพ ป.6

หนังสือเรียนการงานอาชีพ ป.6

หนงั สอื เรียน MAC 4.0

หนังสือเรียน MAC 4.0 จัดทำ�ขึ้นเพ่ือใช้เป็นสื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
สาระการเรียนรู้แกนกลาง (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ท่ีกำ�หนดไว้
รวมทง้ั พฒั นานกั เรยี นใหม้ ที กั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี21 และสมรรถนะส�ำ คญั ตามทต่ี อ้ งการ ทงั้ ดา้ นการสอื่ สาร การคดิ การแกป้ ญั หา การสรา้ งสรรค์ การใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร และทกั ษะชวี ติ โดยออกแบบหนว่ ยการเรยี นรใู้ หแ้ ตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรปู้ ระกอบดว้ ย9 องคป์ ระกอบส�ำ คญั

หนังสอื เรียน MAC 4.0 มีเครอื่ งมือสนบั สนุนการจดั การเรียนรสู้ �ำ หรบั ครูและนกั เรียนที่สามารถเข้าถงึ และใชง้ านได้ง่ายบนเว็บไซต์
MACeducation.com ซง่ึ แบง่ ออกเป็น 2 สว่ นหลัก ดงั นี้

1. “ส�ำ หรับคร”ู ประกอบดว้ ย คูม่ อื ครู MACTIVE แผนการจดั การเรยี นรู้ MAC PLC และการบา้ นและการทดสอบออนไลน์ ครสู ามารถ
เลือกใช้งานในแต่ละสว่ นเพ่อื นำ�ไปจัดการเรียนรู้ท้งั ในและนอกหอ้ งเรียนได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ และยังได้แลกเปล่ยี นเรยี นรู้กบั ครูดว้ ยกัน
ซึ่งจะทำ�ใหห้ นงั สือเรียน MAC 4.0 ใหม้ ากกว่าความรู้ แต่รวมถึงประสบการณ์ที่มีคณุ ค่า

2. “สำ�หรบั นกั เรยี นและผูป้ กครอง” ประกอบดว้ ย MAC SLC และการบ้านและการทดสอบออนไลน์ นักเรยี นและผูป้ กครองสามารถ
ร่วมเรยี นรสู้ ่งิ ต่างๆ นอกเหนอื จากบทเรยี นได้อยา่ งสนกุ สนานไปกบั MAC 4.0 ทีจ่ ะชว่ ยทำ�ใหโ้ ลกทั้งใบกลายปน็ แหล่งเรียนรดู้ ้วยเทคโนโลยี
เพ่อื การศึกษาอนั ทนั สมัย

หMนังAสCือเ4ร.�ย0น

MACeducation.com แหลงความรนู ักเรยี น

ครู และนผักปู เรก�ยคนรอง

การบา นและคลังขอ สอบออนไลน

MAC PLC MAC SLC

คมู อืMคAรCูแมTIค็VE4.0 แผนการจดั การเรยี นรู

MACeducation.com

ครู นกั เรียนและผปู้ กครอง

สว่ นประกอบ ส่วนประกอบ
“ส�ำ หรบั คร”ู “ส�ำ หรบั นกั เรยี นและผปู้ กครอง”

1. คมู่ อื ครแู มค็ 4.0 MACTIVE 1. MAC SLC (Student Learning
คมู่ อื ส�ำ หรบั ครใู ชใ้ นการจดั การเรยี นรตู้ ามแบบ Active Teaching Community)
4 ข้นั ตอน (4I) เพอ่ื ใหค้ รสู อนใหน้ อ้ ยลง (Teach Less) และ Active “แหลง่ ความร”ู้ คอื คลงั บทความและสอ่ื มลั ตมิ เี ดยี
Learning2 ขน้ั ตอน(2L) เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเรยี นรไู้ ดม้ ากขน้ึ (LearnMore) ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ เสริมสร้างจินตนาการ
2. แผนการจัดการเรยี นรู้ และแรงบันดาลใจสำ�หรับนักเรียน นักเรียนสามารถ
แผนการจัดการเรียนการสอนสำ�หรับครูใช้เตรียมการจัดการ ค้นคว้าและเรียนรู้เพ่ิมเติมนอกเหนือจากบทเรียนได้
เรียนรู้ให้แก่นักเรียน โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้รูปแบบ อยา่ งอิสระ
Active Learning “iSMART Club” คอื คลบั ออนไลนส์ �ำ หรบั นกั เรยี น
3. MAC PLC (Professional Learning Community) ไดเ้ ขา้ มาแลกเปลยี่ นประสบการณแ์ ละเรยี นรรู้ ะหวา่ งกนั
แบ่งเปน็ 2 สว่ น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะสำ�คัญแห่งศตวรรษที่ 21
“แหลง่ ความร”ู้ คอื คลงั บทความและสอื่ มลั ตมิ เี ดยี เพอ่ื การจดั การ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่นท่ีมีความ
เรยี นรคู้ รอบคลุมทกุ กลมุ่ สาระฯ ครสู ามารถเข้าไปเลือกชมและน�ำ ไป แตกตา่ ง
ใช้สนบั สนนุ การจัดการเรียนรูไ้ ดต้ ลอดเวลา 2. การบ้านและการทดสอบออนไลน์
“หอ้ งพกั คร”ู คือ ชมุ ชนออนไลน์สำ�หรบั แลกเปลยี่ นประสบการณ์ MAC Level+ (แม็ค เลเวลอัพ) คอื แอปพลเิ คชนั
และเรยี นรรู้ ะหวา่ งครดู ว้ ยกนั ครสู ามารถน�ำ ความรู้ เทคนคิ วธิ กี ารสอน การบา้ นและการทดสอบออนไลนท์ คี่ รเู ปน็ ผมู้ อบหมาย
และการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระฯ ท่ีตนเองอยู่มาแลกเปล่ียนและ การบ้านและข้อสอบให้แก่นักเรียน เม่ือนักเรียนทำ�
เรยี นรู้กันได้ การบา้ นหรือขอ้ สอบเสร็จจะทราบผลไดใ้ นทนั ที
4. การบา้ นและการทดสอบออนไลน์
MAC Level+ (แม็ค เลเวลอัพ) คือ แอปพลเิ คชันการบา้ นและ
การทดสอบออนไลน์ท่ีครูสามารถเลือกและมอบหมายการบ้าน
และข้อสอบให้แก่นักเรียน โดยครูสามารถเลือกแบบฝึกหัดเพ่ือเป็น
การบา้ น เลอื กขอ้ สอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นหรอื ขอ้ สอบแนวO-NET
เพื่อเปน็ แบบทดสอบยอ่ ยระหว่างเรียน หรือแบบทดสอบระหว่างภาค
และปลายภาคได้ เมื่อนักเรียนเข้ามาทำ�การบ้านและแบบทดสอบ
ออนไลน์ทไ่ี ด้รับมอบหมาย นักเรียนจะทราบผลทนั ทเี มือ่ ทำ�เสรจ็

หนังสือเรียน MAC 4.0

ACTIVE BOOK, ACTIVE TEACHING, ACTIVE LEARNING

การนำ�เสนอเน้ือหาแตล่ ะหนว่ ยการเรียนรู้

1. บทนำ� (Introduction) 6. กจิ กรรมบรู ณาการ / กจิ กรรมสะเตม็ ศกึ ษา
ภาพรวมของเนอ้ื หาในหนว่ ยการเรยี นรดู้ ว้ ยภาพ (Integrated Activities/STEM Activities)
หรือสถานการณ์ หรือคำ�ถามเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียน 6.1 กิจกรรมบูรณาการ
สนใจอยากเรียนรูเ้ น้ือหาในหน่วยการเรียนรู้นั้นๆ กิจกรรมหรือโครงงานท่ีบูรณาการการเรียนรู้
2. แนวคิดส�ำ คัญ (Key Idea) ที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน โดยวัตถุประสงค์หลัก
เน้ือหาสำ�คัญในแต่ละเรื่องหรือหัวข้อเพ่ือให้ เพ่ือให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยตัวเอง
ผเู้ รยี นจดจ�ำ หรอื เขา้ ใจอยา่ งลกึ ซง้ึ จนเกดิ ชน้ิ งานหรอื นวตั กรรม (กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
3. MAC iLink / SnapLearn สงั คมศึกษาฯ)
(Multimedia & AR) 6.2 กิจกรรมสะเตม็ ศึกษา (STEM)
3.1 MAC iLink กิจกรรมท่ีบูรณาการความรู้และทักษะ 4 สาขา
เนอื้ หาเสรมิ จากบทเรยี นในรปู แบบของมลั ตมิ เี ดยี วชิ าหลกั คอื วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วศิ วกรรมศาสตร์
ผ่านการสแกน QR Code โดยใช้สมารท์ โฟน หรือ และคณิตศาสตร์ เพ่ือนำ�ความรู้เหล่านั้นไปใช้
ผ่านเว็บไซต์ MACeducation.com เพื่อให้ผู้เรียน แก้ปัญหาและสร้างสรรค์ช้ินงานท่ีเป็นประโยชน์
เขา้ ใจเน้อื หาในเรือ่ งนัน้ ๆ มากยิง่ ขึน้ ในชีวิตจริงและพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21
3.2 SnapLearn (กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์)
เนื้อหาเสริมจากบทเรียนในรูปแบบมัลติมีเดีย 6.3 กจิ กรรมเพือ่ สง่ เสรมิ ความคดิ สรา้ งสรรค์
และ 3D Models ผ่าน AR Technology กจิ กรรมทบี่ รู ณาการความรดู้ า้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละ
บนแอปพลิเคชัน SnapLearn ในสมาร์ทโฟน ความร้ใู นกลมุ่ สาระการเรยี นรอู้ ่ืนๆ โดยน�ำ มาสรา้ ง
เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาในเร่ืองน้ันๆ มากย่ิงขึ้น ผลงานที่มีคุณภาพและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
(เฉพาะกลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร)์ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ละพฒั นาทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี21
4. กิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรู้ (กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์)
(Recheck & Review) 7. สรุปองคค์ วามรู้
กิจกรรมที่มีความหลากหลายซึ่งออกแบบมา (Conclusion of Knowledge)
เพอื่ ตรวจสอบความรคู้ วามเขา้ ใจเนอ้ื หาในแตล่ ะเรอื่ ง การสรุปองค์ความรู้ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้
ของผู้เรยี น ซ่งึ ประกอบไปด้วยการสรุปเน้อื หา 3 ด้าน คอื
• ด้านความรู้ (Knowledge)
5. กิจกรรมตามธรรมชาตวิ ิชา • ด้านทักษะกระบวนการ (Process)
(Activity Based-Learning) • ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (Attribute)
กจิ กรรมทใ่ี หผ้ เู้ รยี นไดฝ้ กึ ปฏบิ ตั เิ พอื่ ใหเ้ กดิ ทกั ษะ 8. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ
ในวิชาน้นั ๆ (Achievement Test)
ค�ำ ถามทเี่ นน้ ทกั ษะกระบวนการคดิ เพอื่ ตรวจสอบ
ความรรู้ วบยอดของผเู้ รยี นใหเ้ ปน็ ไปตามแนวคดิ หลกั
ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
9. อภธิ านศพั ท์ (Glossary)
ค�ำ ส�ำ คญั ค�ำ ยาก หรอื ค�ำ คน้ ทสี่ มั พนั ธก์ บั เนอื้ หา
ในหน่วยการเรยี นร้ตู ่างๆ ในหนงั สือเรียน MAC 4.0
โดยจะมกี ารอธบิ ายความหมายหรอื ใหค้ �ำ จ�ำ กดั ความ

MAC iLink

MAC iLink เป็นเนื้อหาเพ่มิ เตมิ นอกเหนือจากหนงั สือเรียน MAC 4.0 เพื่อให้ครแู ละผูเ้ รียนทมี่ ีความสนใจทีจ่ ะศึกษาคน้ คว้า
เพมิ่ เตมิ หาข้อมูลได้จากฐานขอ้ มูลท่ีบรษิ ทั ได้จัดท�ำ ขนึ้ โดยผา่ น 2 ชอ่ งทาง ดงั นี้

1 ใช้สมาร์ทโฟนสแกน QR code จากหนา้ หนังสอื ทีม่ ีสัญลกั ษณ์ MAC iLink

2 เปิดเว็บไซต์ MACeducation.com เพ่ือเข้าเมนู การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน MAC iLink และเลือกเปิดดูส่วนเสริม
ของบทเรยี นในหนังสือแตล่ ะเลม่ ได้

ท้งั นี้เนื้อหาเสริมเพม่ิ เตมิ นำ�เสนอหลายรปู แบบ เชน่ แอนิเมชัน วดิ โี อ เสียง ภาพ และข้อความ

12

MACeducation.com

DIGITAL CONTENT DIGITAL CONTENT

SnapLearn

1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชนั SnapLearn ได้ฟรีท่ี Google Play Store ส�ำ หรับ Android หรือ

App Store ส�ำ หรับ IOS

2. เปดิ ใช้งานแอปพลิเคชนั SnapLearn ค้นหาหนังสอื เรยี น MAC โดย

2.1 การกดปมุ่ เพือ่ สแกนบารโ์ ค้ด หรอื QR Code

2.2 เขา้ ไปท่ี Bookstore แลว้ กรอกชอื่ หนังสือเรียน MAC ลงในชอ่ งค้นหาดา้ นบน

3. กดดาวน์โหลดหนงั สือเรยี น MAC เล่มทตี่ ้องการมาไว้ใน Bookshelf

4. กดเข้าไปในหนงั สือเรียน MAC บน Bookshelf แลว้ ทำ�การสแกนหน้าหนังสือเรยี น MAC ที่มีสญั ลักษณ์

เพื่อเขา้ ส่โู ลกเสมือนจริงหรอื มัลตมิ ีเดยี

1 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชนั SnapLearn 2 เปดิ ใช้งานแอปพลเิ คชนั SnapLearn
2.1 กดปมุ่ ตรงกลาง เพอ่ื สแกนบาร์โคด้ หรอื QR Code

(Google Play) (App Store) หรอื

2.2 กรอกชื่อหนงั สอื เรียนลงในชอ่ งค้นหา
Search in SnapLearn

3 กดดาวน์โหลดหนงั สอื เรียน MAC 4 สแกนหน้าหนงั สือเรยี น MAC

18 วิทยาศาสตร์ ม.2
ทบ่ี รเิ วณทอ่ ของหนว่ ยไตจะมกี ารดดู ซมึ สารทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย เชน่ แรธ่ าต ุ นา้ำ ตาลกลโู คส
กรดอะมิโน รวมท้ังนำ้ากลับคืนสู่หลอดเลือดฝอยและเข้าสู่หลอดเลือดดำา ส่วนของเสียอื่น ๆ ท่ีเหลือ
ก็คือปัสสาวะจะถูกสง่ มาตามทอ่ ไตเข้าสู่กระเพาะปสั สาวะ ซึ่งมคี วามจปุ ระมาณ 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร
แตก่ ระเพาะปสั สาวะสามารถทจ่ี ะหดตวั ขบั ปสั สาวะออกมาได ้ เมอ่ื มปี สั สาวะมาขงั อยปู่ ระมาณ 250ลกู บาศก์
เซนติเมตร ซ่ึงในวนั หนึ่ง ๆ ร่างกายจะขับปสั สาวะออกมาประมาณ 1-1.5 ลิตร

เวนา คาวา ไต กรวยไต เมดลั ลา
คอร์เทกซ ์
หลอดเลอื ดรนี ลั อารเ์ ตอเอรแีอลอะรเ์ตวาน
ทอ่ ไต คอร์เทกซ ์
กระเพาะปสั สาวะ ทอ่ ไต

ท่อปัสสาวะ โกลเมอรลู สั
ท่อขดส่วนต้น
โบว์แมนส์แคปซูล

หลอดเลือดฝอย

ทอ่ ขดสว่ นปลาย

ห่วงเฮนเล ท่อรวม ทอ่ รวม
เมดลั ลา

ไปกรวยไต

รปู ที่ 1.8 ระบบการทำางานของไตและอวยั วะทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
- เวนา คาวา (vena cava) หลอดเลอื ดดาำ ใหญท่ ล่ี าำ เลยี งเลอื ดจากรา่ งกายเขา้ สหู่ วั ใจโดยตรง
- รนี ลั อารเ์ ตอรี (renal artery) หลอดเลือดแดงที่แตกแขนงออกจากเอออร์ตาเพอ่ื ไปยังไต
- รีนลั เวน (renal vein) หลอดเลอื ดดาำ ท่นี าำ เลือดออกจากไตไปยงั หัวใจ
- เอออร์ตา (aorta) หลอดเลือดแดงใหญ่ที่นำาเลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไปหล่อเลี้ยง
รา่ งกาย

ตรวจสอบรายการหนังสือเรยี น MAC กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
ทใี่ ชแ้ อปพลเิ คชนั SnapLearn ได้ที่ www.MACeducation.com

หน้าตวั อยา่ งการใชง้ าน SnapLearn

18 วิทยาศจาาสกตตร์ัวมอ.2ย่างหนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ ม.2

ทบี่ รเิ วณทอ่ ของหนว่ ยไตจะมกี ารดดู ซมึ สารทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย เชน่ แรธ่ าต ุ นา้ำ ตาลกลโู คส
กรดอะมิโน รวมท้ังน้ำากลับคืนสู่หลอดเลือดฝอยและเข้าสู่หลอดเลือดดำา ส่วนของเสียอ่ืน ๆ ที่เหลือ
ก็คอื ปัสสาวะจะถูกสง่ มาตามทอ่ ไตเขา้ สู่กระเพาะปัสสาวะ ซ่ึงมีความจุประมาณ 500 ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร
แตก่ ระเพาะปสั สาวะสามารถทจี่ ะหดตวั ขบั ปสั สาวะออกมาได ้ เมอ่ื มปี สั สาวะมาขงั อยปู่ ระมาณ 250ลกู บาศก์
เซนติเมตร ซงึ่ ในวันหนง่ึ ๆ ร่างกายจะขับปัสสาวะออกมาประมาณ 1-1.5 ลิตร

เวนา คาวา ไต กรวยไต เมดัลลา
คอรเ์ ทกซ์
หลอดเลอื ดรนี ลั อารเ์ ตอเอรแีอลอะรเต์ วาน
ทอ่ ไต คอรเ์ ทกซ ์
กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต

ทอ่ ปัสสาวะ โกลเมอรลู ัส
ท่อขดส่วนต้น
โบว์แมนส์แคปซลู

หลอดเลือดฝอย

ทอ่ ขดส่วนปลาย

ห่วงเฮนเล ท่อรวม ท่อรวม
เมดลั ลา

ไปกรวยไต
ร่างกายขบั ปัสสาวะได้อย่างไร

รูปที่ 1.8 ระบบการทำางานของไตและอวัยวะท่ีเก่ยี วข้อง

- เวนา คาวา (vena cava) หลอดเลอื ดดาำ ใหญท่ ล่ี าำ เลยี งเลอื ดจากรา่ งกายเขา้ สหู่ วั ใจโดยตรง
- รนี ัลอารเ์ ตอร ี (renal artery) หลอดเลือดแดงท่แี ตกแขนงออกจากเอออรต์ าเพอ่ื ไปยังไต
- รนี ัลเวน (renal vein) หลอดเลอื ดดำาที่นาำ เลือดออกจากไตไปยังหวั ใจ
- เอออร์ตา (aorta) หลอดเลือดแดงใหญ่ที่นำาเลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไปหล่อเล้ียง
รา่ งกาย

สารบญั

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ การท�ำงานและการปรบั ปรุงการท�ำงาน

(ตรงตามมาตรฐาน ง ๑.๑ ตวั ชี้วัดข้อ ๑, ๒)

๑. งานดแู ลรกั ษาสมบัตภิ ายในบ้าน
กิจกรรมปฏิบตั ิ
๒. งานปลูกพชื และเล้ียงสตั ว์
กจิ กรรมปฏบิ ัติ
๓. งานบนั ทกึ รายรับ-รายจ่ายและจัดเกบ็ เอกสารการเงิน
กจิ กรรมปฏบิ ัติ
กจิ กรรมบูรณาการ
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ ทักษะการจดั การและการท�ำงานร่วมกัน

(ตรงตามมาตรฐาน ง ๑.๑ ตัวชวี้ ัดข้อ ๑, ๒)

๑. การเตรียม การประกอบ และการจัดอาหารใหส้ มาชกิ ในครอบครัว
กิจกรรมปฏบิ ัติ
๒. การตดิ ตัง้ ประกอบของใชใ้ นบ้าน
กจิ กรรมปฏบิ ตั ิ
๓. การประดษิ ฐ์ของใช้ ของตกแตง่
กิจกรรมปฏบิ ัติ
กจิ กรรมบูรณาการ
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์
หน่วยท่ี ๓ มารยาทในการท�ำงานร่วมกนั และการวางแผนเลอื กอาชีพ

(ตรงตามมาตรฐาน ง ๑.๑ ตวั ชีว้ ัด ๓ และ ง ๔.๑ ตวั ชว้ี ัดข้อ ๑, ๒)

๑. มารยาทในการท�ำงานร่วมกนั
กิจกรรมปฏิบัติ
๒. การวางแผนเลอื กอาชีพ
กิจกรรมปฏบิ ตั ิ
กิจกรรมบรู ณาการ
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์



การทำ�งานและการปรับปรงุ ๑หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี
การท�ำ งาน

สาระการเรยี นรู้

๑ งานดูแลรกั ษาสมบตั ภิ ายในบา้ น
๒ งานปลูกพชื และเลยี้ งสตั ว์

ตัวชีว้ ดั ชัน้ ปี

๑. อภิปรายแนวทางในการทำ�งานและปรบั ปรงุ การทำ�งานแตล่ ะข้ันตอน (ง ๑.๑ ป.๖/๑)
๒ ใชท้ ักษะการจดั การในการท�ำ งานและมีทักษะการท�ำ งานรว่ มกัน (ง ๑.๑ ป.๖/๒)

เราจะทำ� อย่างไร
เพื่อให้มเี งินออม
เหลือเกบ็ ดนี ะ

เด็กๆ เคยเจอปัญหา
เหลา่ น้ีบา้ งไหมครับ
แล้วเราจะปรบั ปรงุ และแก้ไข

อย่างไรดีครับ

คณุ พอ่ ครบั
ทำ� ไมต้นไมท้ ี่เราปลูก
จึงไมค่ อ่ ยเจริญงอกงาม

เลยครับ

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ ๑ การท�ำงานและการปรบั ปรงุ การทำ� งาน 3

การทำ� งานในชวี ติ ประจำ� วนั ทงั้ ทบ่ี า้ นหรอื ทโ่ี รงเรยี นในบางครง้ั อาจมปี ญั หา อปุ สรรค
และข้อขัดข้องต่างๆ ท�ำให้การท�ำงานไม่เป็นไปตามแผนท่ีวางไว้ เช่น ท�ำงานไม่ส�ำเร็จ
งานเสร็จล่าช้า ผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายท่ีก�ำหนดไว้ จึงต้องมีการปรับปรุงและแก้ไข
การท�ำงานด้วยการปรับปรุงส่ิงต่างๆ ในการท�ำงานให้ดีขึ้นด้วยความคิดสร้างสรรค์ การน�ำ
ความรู้ต่างๆ มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการท�ำงานด้วยจิตใจที่อยากปรับปรุงพัฒนา
ใหด้ ขี ้นึ และตอ้ งระลกึ เสมอว่า “การทำ� งานวันนี้จะตอ้ งดีกว่าเม่อื วาน” แลว้ ต้องลงมอื ปฏิบัติ
อย่างจริงจังและต่อเน่ือง เช่น งานดูแลรักษาสมบัติภายในบ้าน งานปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์
และงานบนั ทึกรายรบั -รายจา่ ยและจดั เก็บเอกสารการเงนิ

๑. งานดูแลรักษาสมบตั ิภายในบ้าน

แนวคดิ ส�ำคญั

การดาํ รงชวี ติ ประจาํ วนั ของทกุ คนตอ้ ง
อาศัยปัจจัยส่ี คือ อาหาร เคร่อื งน่งุ ห่ม
ทอ่ี ยอู่ าศยั และยารกั ษาโรค ทกุ ครอบครวั
จงึ ตอ้ งมสี ่งิ ของ เคร่ืองมือ เคร่อื งใชแ้ ละ
อุปกรณ์ต่างๆ จํานวนมากที่นํามาใช้เพื่อ
ให้เกิดเป็นปจจัยสี่ รวมไปถึงส่ิงอํานวย
ความสะดวก เครอื่ งประดบั ตกแตง่ บา้ น และ
เอกสารตา่ งๆ ทเ่ี รยี กวา่ “สมบตั ภิ ายในบา้ น”
ซึ่งต้องดูแลรักษาให้เป็นระเบียบ สะอาด
ปลอดภยั สวยงาม อยู่ในสภาพทส่ี ามารถ
ใช้งานได้และใช้ประโยชน์ได้ยาวนาน
ทงั้ วสั ดอุ ปุ กรณง์ านครวั งานดแู ลรกั ษาบา้ น
งานเกษตร รวมถงึ วสั ดอุ ปุ กรณใ์ หแ้ สงสวา่ ง
และเครื่องใช้ไฟฟ้า

สมบตั ใิ นบา้ นตอ้ งดแู ลรกั ษาใหเ้ ปน็ ระเบยี บ
สะอาด ปลอดภยั พรอ้ มใชง้ านและใชง้ านไดย้ าวนาน

4 การงานอาชีพ ป.๖

๑.๑ วัสดุอปุ กรณ์งานครัว

งานครัว เป็นงานในชีวิตประจ�ำวันท่ีส�ำคัญและจ�ำเป็นมาก เพราะเกี่ยวข้องกับ
การประกอบอาหารเพื่อน�ำมาบริโภคในครัวเรือน โดยต้องเน้นเรื่องความสะอาดและ
ความปลอดภัยเป็นส�ำคัญ ดังน้ัน วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหารหรือภาชนะส�ำหรับ
ใส่อาหารต้องสะอาด ไมม่ ีสิ่งสกปรกและสารพษิ ปนเปื้อน เพราะอาหารทีส่ ะอาดถา้ น�ำไปใส่
ในภาชนะท่ีสกปรก อาหารย่อมสกปรกตามไปด้วย จึงเป็นสาเหตุท่ีท�ำให้คนในครอบครัว
เจบ็ ปว่ ย เช่น ปวดทอ้ ง ทอ้ งเสยี อาเจียน เน่ืองจากรบั ประทานอาหารทม่ี เี ช้อื โรคปนเปื้อน
วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในงานครัวมีมากมายหลายชนิด แต่ท่ีจ�ำเป็นส�ำหรับทุกครอบครัว
และต้องดูแลเป็นพิเศษในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยในการใช้งานและการจัดเก็บ
มีดังน้ี
๑. มีด เป็นอปุ กรณท์ ใี่ ช้ในการปอก ตัด หั่น ผา่ สับ และซอยอาหารสด อาหารแหง้
เพ่ือให้อาหารนั้นมีขนาดและรูปร่างตามท่ีต้องการ มีดมีหลายชนิด หลายขนาด บางชนิด
ใช้งานได้เฉพาะอย่าง เช่น มีดสองคมส�ำหรับปอก มีดที่มีคมคล้ายใบเล่ือยใช้ส�ำหรับ
หั่นเนื้อ จึงควรเลือกใช้ให้ถูกประเภทเพ่ือป้องกันการช�ำรุดเสียหาย หลังการใช้งานต้องล้าง
ทำ� ความสะอาด เช็ดให้แหง้ และควรวางไว้ในท่ีปลอดภยั หรือเกบ็ ไว้ในทเี่ กบ็ มีด

มดี ปอกเปลอื ก มีดสบั ที่เกบ็ มดี

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ การทำ� งานและการปรับปรุงการทำ� งาน 5

๒. เขยี ง เปนอุปกรณท์ ีใ่ ช้ค่กู บั มดี เขยี งมี ๒ ชนิด เขยี งไม้และเขยี งพลาสติก
คือ ชนดิ ที่ทาํ จากไม้เน้อื แข็งและชนดิ ทท่ี ําจากพลาสตกิ แข็ง
หลงั จากใชง้ านประเภทสบั ทกุ ครงั้ ใหใ้ ชม้ ดี ขดู หนา้ เขยี งออก
เพื่อให้ทําความสะอาดงา่ ยข้ึน และล้างทาํ ความสะอาดด้วย
นำ้� ยาลา้ งภาชนะ ตามดว้ ยนำ�้ สะอาดและเชด็ ใหแ้ หง้ ถา้ เปน็
เขยี งไม้ตอ้ งนําไปผ่งึ แดดเพือ่ ปอ้ งกนั เขียงขึน้ รา ก่อนนาํ ไป
ใช้งานทุกคร้ังต้องล้างน�้ำเพื่อชะล้างฝุนละอองท่ีอาจติดอยู่
ให้ออกไป

เขียงไม้และเขียงพลาสตกิ

๓. จาน เปนอุปกรณ์ที่ใช้ในครัว มีท้ังจานข้าวและจานใส่อาหาร ทําจากวัสดุ
หลากหลายชนดิ เชน่ พลาสตกิ เมลามนี กระเบือ้ ง แกว้ สเตนเลส และโลหะเคลอื บ ซ่งึ ควร
เลือกใช้ให้เหมาะสมกับอาหารท่ีใส่จานทุกชนิดหลังจากใช้งานแล้วควรกวาดเศษอาหาร
ออกให้หมดก่อนนําไปล้างด้วยน�้ำยาทําความสะอาดและน้�ำสะอาด เช็ดหรือผ่ึงให้แห้ง
แลว้ เก็บรักษาไว้ในทีม่ ิดชดิ เพอื่ ป้องกนั ฝนุ ละอองและแมลงตา่ งๆ ในบา้ น

ลกั ษณะของจานท่ีใชใ้ นครวั เรือน

๔. ถว้ ยและชาม ถว้ ยเปน็ ภาชนะกน้ ลกึ และมขี นาดเลก็ กวา่ ชาม ใชส้ ำ� หรบั ใสอ่ าหาร
คาวหวานประเภทน้ำ� ทำ� จากวสั ดุแบบเดียวกับจาน หลงั จากใช้งานแล้วให้ดแู ลและเก็บรักษา
เช่นเดียวกบั จาน

ถ้วยและชามทท่ี ำ�จากกระเบ้อื ง พลาสติก และไม้

6 การงานอาชพี ป.๖

๕. ขวดน�้ำ ท่ีนิยมใช้มีทั้งท่ีเป็นขวดแก้วและขวดพลาสติก ส่วนแก้วน้�ำมีท้ังที่เป็น
แก้วพลาสตกิ สเตนเลสและกระเบอื้ ง แกว้ น�ำ้ หลังจากใช้งานทุกครง้ั ตอ้ งทำ� ความสะอาดดว้ ย
น�้ำยาล้างภาชนะ ล้างด้วยน้�ำสะอาดจนหมดกล่ินน�้ำยาก่อนน�ำไปคว่�ำไว้ในภาชนะให้แห้ง
ส่วนขวดน้�ำควรล้างท�ำความสะอาดด้วยน�้ำอุ่นอย่างน้อยเดือนละ ๒ คร้ัง เพื่อก�ำจัดตะกอน
ทกี่ ้นขวด

ขวดน�้ำ และแกว้ นำ�้ ชนดิ ต่างๆ

๖. ภาชนะสำ� หรบั หุงตม้ ประกอบด้วย หม้อหุงข้าว หมอ้ แกง กระทะ ซึง่ มที งั้ ที่ท�ำ
จากอะลมู ิเนียม สเตนเลส เครือ่ งเคลอื บ เครื่องปน้ั ดนิ เผา และหม้อไฟฟา้ ดังนี้
๖.๑ ชนิดอะลูมิเนยี ม เป็นโลหะออ่ น ไม่ควรใสอ่ าหารท่มี รี สเปรยี้ วหรือเค็มจัด
เพราะจะเกิดการกัดกร่อน ท�ำให้ภาชนะเสียหาย อาหารเสียรสชาติ เม่ือรับประทานเข้าไป
อาจเป็นอันตรายได้ หลังจากใช้ภาชนะชนิดน้ีต้องรีบล้างด้วยน�้ำยาล้างภาชนะแล้วตามด้วย
น้ำ� สะอาด ใชผ้ า้ สะอาดรบี เชด็ ใหแ้ ห้งจนเกิดเงางาม เพราะหากปล่อยทงิ้ ไวจ้ ะเปน็ คราบหรือ
จุดดา่ ง ดไู ม่สวยงาม

ภาชนะท่ที ำ�จากอะลมู ิเนียม

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๑ การท�ำงานและการปรบั ปรุงการทำ� งาน 7

๖.๒ ชนิดสเตนเลส เป็นโลหะที่ไม่เป็นสนิมและไม่กัดกร่อน แต่ก่อนน�ำไปใช้
คร้ังแรกให้ใช้น้ำ� ร้อนผสมนำ้� ยาลา้ งภาชนะล้างท�ำความสะอาด ลา้ งดว้ ยน�้ำสม้ สายชู และล้าง
อีกครั้งด้วยนำ้� อนุ่ เพราะของใหมจ่ ะมนี ้ำ� มนั และน�ำ้ ยาขดั เงาเป้อื นตดิ มากับภาชนะ ส่วนการ
ลา้ งทำ� ความสะอาดหลงั ใชง้ าน ใหใ้ ช้นำ�้ อุน่ ผสมน้ำ� ยาลา้ งภาชนะ ตามดว้ ยนำ�้ สะอาดแลว้ เช็ด
ใหแ้ หง้ ถา้ ภาชนะมคี ราบรอยไหมห้ รอื รอยขดี ขว่ น ใหใ้ ชน้ ำ�้ ยาขดั สเตนเลสเชด็ ทำ� ความสะอาด
รอยคราบเหล่าน้ัน แล้วลา้ งด้วยน้ำ� สะอาด เช็ดใหแ้ หง้ รอยคราบตา่ งๆ จะหายไป
๖.๓ ชนิดเคร่ืองเคลือบ ภาชนะที่เป็นเครื่องเคลือบส่วนมากเป็นเหล็ก
เคลอื บดว้ ยสารทนไฟ เวลาใชง้ านตอ้ งระวงั อยา่ ทำ� ตกเพราะสารเคลอื บอาจกะเทาะหลดุ ออกได้
เม่ือน�ำไปใส่อาหารอาหารจะซึมเข้าไปในเน้ือเหล็กท�ำให้รสชาติอาหารเปล่ียนไป หรือท�ำให้
อาหารบูดเน่าได้ หลังการใช้งานให้ล้างด้วยน้�ำยาล้างภาชนะตามด้วยน�้ำสะอาด แล้วเช็ด
ใหแ้ ห้ง

ภาชนะทีท่ �ำ จากสเตนเลส ภาชนะท่ที �ำ จากเครอ่ื งเคลือบ

๖.๔ ชนิดเคร่ืองปั้นดินเผา อาหารที่ท�ำให้ ภาชนะท่ที ำ�จากดนิ เผา
สกุ ดว้ ยภาชนะชนดิ นี้จะมกี ลิน่ หอม นบั เปน็ ภมู ิปัญญาไทย
ที่ควรอนุรักษ์ให้คงอยู่ตลอดไป แต่มีข้อเสียคือตกแตก
ได้ง่าย และขณะที่ร้อนจัดถ้าถูกน�้ำเย็นทันทีจะแตกหรือ
รา้ วได ้ การลา้ งทำ� ความสะอาดตอ้ งระมดั ระวงั ไมใ่ หก้ ระทบ
กระแทก เพราะอาจบ่ินเสียหายได้ หลังจากใช้งานต้อง
รบี ลา้ งทำ� ความสะอาดทันทดี ว้ ยนำ�้ ยาลา้ งภาชนะ ตามด้วย
นำ�้ สะอาดแล้ววางคว่ำ� ให้แหง้ ก่อนนำ� ไปเก็บ

8 การงานอาชีพ ป.๖

๗. เตาถ่านและเตาฟืน เตาถ่านเป็นเตาท่ีใช้ถ่านเป็น
เชอื้ เพลงิ สว่ นเตาฟืนคอื เตาทใ่ี ชไ้ ม้ฟนื เปน็ เชอ้ื เพลงิ ในการหุงตม้
เตาทงั้ สองชนดิ นย้ี งั มใี ชอ้ ยมู่ ากทง้ั ในชนบทและในเมอื ง โดยเฉพาะ
ในช่วงที่แก๊สหุงต้มมีราคาสูง การใช้และดูแลรักษาเตาถ่านนั้น
ใหร้ ะวงั อยา่ วางกอ้ นถา่ นบนรงั ผงึ้ มากเกนิ ไปจนคำ�้ ยนั กบั กน้ หมอ้
จะท�ำให้รังผึ้งแตกหรือหักได้ หลังจากใช้งาน เม่ือเตาเย็นแล้ว
ให้เช็ดส่วนบนของเตาให้สะอาด ตักข้ีเถ้าท่ีค้างอยู่บนรังผ้ึงและ ลักษณะของเตาถา่ น
บรเิ วณชอ่ งอากาศดา้ นลา่ งออกใหห้ มด หา้ มใชน้ ำ้� ราดลงไปดบั ไฟ หรอื เตาองั้ โล่

ในเตาเปน็ อันขาดเพราะจะท�ำให้รงั ผ้งึ และเตาแตกร้าวได้
ส่วนเตาฟืนเหมาะส�ำหรับพ้ืนท่ีท่ีมีไม้ฟืนหรือเศษไม้จำ� นวนมาก เตาฟืนมีข้อเสีย
คือมีเขม่าควันมาก ท�ำให้ภาชนะท่ีใช้หุงต้มมีเขม่าควันจับเป็นสีด�ำ มองดูไม่น่าใช้งาน
กอ่ นกอ่ ไฟในเตาทุกคร้งั ใหต้ กั ข้ีเถา้ เก่าออกใหห้ มดก่อนนำ� เศษไม้เล็กๆ วางในเตาไฟเพื่อใช้
เป็นเชื้อเพลิงแลว้ จุดไฟ เมอ่ื ไฟติดแลว้ จึงนำ� ถ่านหรือฟนื วางลงไป
๘. เตาแกส๊ เปน็ เตาทน่ี ยิ มใชก้ นั มากในปจั จบุ นั ทง้ั ในครวั เรอื นและรา้ นอาหาร เพราะ
สะดวก ไมม่ เี ขมา่ ควนั และมีความรอ้ นสูง ทำ� ให้อาหารสุกเร็ว เตาแก๊สมี ๒ ชนิด คือ
๘.๑ เตาแกส๊ หวั เขยี ว เปน็ เตาแกส๊ ทไี่ ฟแรงมาก เหมาะสำ� หรบั รา้ นอาหาร เปน็
เตาท่ตี อ้ งจดุ ไฟดว้ ยเชื้อเพลิงภายนอก เชน่ ไม้ขีด ไฟแชก็ และหัวจดุ ไฟเตาแก๊สที่ผลติ ขึ้นมา
โดยเฉพาะ
๘.๒ เตาแกส๊ อตั โนมตั ิ เปน็ เตาทต่ี ดิ ตงั้ เครอ่ื งจดุ ไฟอยทู่ เ่ี ตาเรยี บรอ้ ยแลว้ สามารถ
ตดิ ไฟไดส้ ะดวกรวดเรว็

ลกั ษณะของเตาแก๊สหวั เขยี วและเตาแก๊สอตั โนมตั ิ

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๑ การท�ำงานและการปรับปรงุ การทำ� งาน 9

การใช้และดูแลรักษาเตาแก๊สน้ัน ต้องไม่ตั้งเตาไว้ในท่ีมีลมพัดแรง เพราะความร้อน
จะถูกลมพัดไปท�ำให้สิ้นเปลืองแก๊ส และควรวางภาชนะประกอบอาหารให้อยู่ก่ึงกลางของ
หัวเตาเพื่อให้ได้รับความร้อนอย่างเต็มท่ี หลังจากใช้งานทุกครั้งต้องปิดวาล์วท่ีถังแก๊สและ
ปดิ เตาแกส๊ เม่อื ใชง้ านเสรจ็ ใหเ้ ช็ดทำ� ความสะอาด ปดั กวาดเศษอาหารทอ่ี าจรว่ งหล่นบนเตา
ออกให้หมด ใช้ฟองน้�ำจุ่มน�้ำที่ผสมกับน้�ำยาล้างภาชนะ เช็ดท�ำความสะอาดคราบอาหาร
หรือคราบน้�ำมัน แลว้ ใชฟ้ องน้ำ� จุ่มนำ้� สะอาดเช็ดอีกคร้งั หน่ึงกอ่ นเชด็ ดว้ ยผา้ แหง้
๙. ตู้กับข้าว เป็นอุปกรณ์ท่ีใช้เก็บอาหารท่ีเหลือ
ไว้รับประทานในม้ือต่อไป และป้องกันมดแมลงไม่ให้มา
ไตต่ อมอาหารทอ่ี าจเปน็ สาเหตทุ ำ� ใหอ้ าหารบดู เนา่ และอาจเปน็
พาหะของโรคทางเดนิ อาหารได้ ตู้กบั ข้าวตอ้ งท�ำความสะอาด
ทุกสัปดาห์ โดยใช้ผ้าจุ่มน้�ำอุ่นผสมน�้ำส้มสายชู บิดพอหมาด
เช็ดให้ท่ัวเพื่อขจัดกล่ินอาหาร และต้องมีท่ีรองขาตู้ส�ำหรับใส่
น้�ำ เกลือ หรอื ผงซักฟอก เพอ่ื ปอ้ งกนั มดขน้ึ ตู้กับขา้ ว และหา้ ม
น�ำภาชนะใส่อาหารที่ร้อนจัดใส่ในตู้กับข้าว เพราะอาจท�ำให้
พื้นตู้เสียหายได้ ตู้กับข้าวยังใช้เป็นท่ีเก็บอาหารแห้งและ ตูก้ ับขา้ วใชเ้ กบ็ อาหาร
เคร่ืองปรุงรสตา่ งๆ ได้ดว้ ย ที่เหลอื ไว้รบั ประทาน

๑๐. หินลับมดี ใช้ลบั มดี ใหค้ ม หากมีดท�ำครวั ไมค่ ม การปอก หัน่ ฝาน ตดั สับ ซอย
จะไม่สะดวก เสยี เวลาในการประกอบอาหาร การลบั มีดใหค้ มเรมิ่ ลบั ดา้ นหยาบของหินลบั มดี
กอ่ นแลว้ จงึ ลบั ดว้ ยดา้ นทลี่ ะเอยี ด หลงั การใชง้ านใหล้ า้ งดว้ ยนำ้� สะอาด เชด็ ใหแ้ หง้ และอยา่ เกบ็
หินลับมีดไว้ในที่สูงเพราะอาจตกลงมาแตกหักได้ ในปัจจุบันมีแท่งลับมีด เคร่ืองลับมีด
แผน่ ลับมีด ท่ีใช้งานได้ง่ายและปลอดภยั กวา่

หนิ ลับมีด แทง่ ลับมดี เคร่อื งลับมีด แผ่นลบั มดี

วสั ดอุ ปุ กรณ์งานครวั จงึ เปน็ สมบตั ิในบา้ นท่ีต้องดูแล ท�ำความสะอาด และเกบ็ รกั ษา
ไว้เป็นอย่างดีเพื่อให้ใช้งานได้นานและปลอดภัย ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการปรับปรุง
การท�ำงานครัวใหถ้ กู สุขลกั ษณะมากยิง่ ขน้ึ

10 การงานอาชพี ป.๖

๑.๒ วสั ดอุ ุปกรณ์งานดแู ลรักษาบา้ น

บ้านที่อยอู่ าศัยจะสะอาด ปลอดภัย และสวยงามได้ ตอ้ งดูแลรักษาดว้ ยการปดั กวาด
เช็ด ถู ตกแตง่ ซอ่ มแซม บ�ำรุงรกั ษา ท้งั ภายในและภายนอกบริเวณบ้านเปน็ อยา่ งดี โดยใช้
วัสดอุ ุปกรณ์ที่จ�ำเปน็ สำ� หรับทกุ ครอบครวั ดังนี้

ไม้กวาดดอกหญา้ ไมก้ วาดทางมะพร้าว ทตี่ ักผง ผา้ ถูพนื้ และไม้ถูพ้นื

๑. ไม้กวาด การกวาดพื้นบ้านที่เป็นพ้ืนไม้ พื้นซีเมนต์ ส่วนมากจะใช้ไม้กวาด
ดอกหญา้ ส่วนพืน้ ดิน สนามหญา้ และพน้ื ทเี่ ปยี กแฉะต้องใชไ้ มก้ วาดทางมะพรา้ ว
๑.๑ ไม้กวาดดอกหญ้า หลังจากใช้งานแล้วควรเคาะฝุ่นละอองหรือเศษขยะ
ออกให้หมด แขวนเก็บเพื่อไม่ให้ตัวไม้กวาดหักงอ แขวนไว้ในบริเวณท่ีลับตาหรือข้างตู้ท่ีสูง
เพื่อไม่ใหด้ ูเกะกะและสามารถหยบิ ใชง้ านได้สะดวก
๑.๒ ไมก้ วาดทางมะพรา้ ว มีทั้งชนิดด้ามส้ันและดา้ มยาว ถา้ ใช้กวาดพ้นื ทีแ่ ฉะ
สกปรก ต้องลา้ งท�ำความสะอาดกอ่ นนำ� ไปเก็บไวใ้ นทีร่ ม่ โดยพิงไวใ้ หโ้ คนหรอื ด้ามไมก้ วาด
อยดู่ ้านล่าง เพ่ือป้องกันตัวไม้กวาดหกั งอและชำ� รุดง่าย
๒. ท่ีตักผงขยะหรือที่โกยขยะ มีท้ังที่ท�ำจากโลหะบางและพลาสติก มีด้ามและ
ไม่มีด้าม หลังจากใช้แล้วควรเคาะหรือล้างให้สะอาด แล้วน�ำไปเก็บไว้ในท่ีร่มเพ่ือยืดอายุ
การใช้งาน
๓. ไม้ถูพื้นและผ้าเช็ดถูพื้น ใช้เช็ดถูพ้ืนบ้านหลังจากกวาดบ้าน ไม้ถูพ้ืนจะมี
ดา้ มจับจงึ ถไู ดส้ ะดวก หลงั จากใช้งานแลว้ ตอ้ งซักลา้ งให้สะอาด น�ำไปตากให้แห้งกอ่ นเกบ็ ไว้
ในตเู้ กบ็ อปุ กรณ์ โดยวางปลายด้ามลงกับพืน้ ใหส้ ่วนท่เี ป็นผา้ หรอื เส้นใยผา้ อยูด่ ้านบน
สว่ นการใชผ้ า้ เชด็ ถพู ืน้ ตอ้ งคล่ีผา้ ออก ใชฝ้ า่ มอื กดลงให้แนบกับพืน้ แลว้ เชด็ ถูไปตาม
แนวซ้าย-ขวา อย่าม้วนผ้าเป็นก้อนเพราะจะท�ำให้พื้นไม่สะอาด หลังการใช้งานต้องซัก

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การท�ำงานและการปรบั ปรงุ การท�ำงาน 11

ท�ำความสะอาดและน�ำไปตากให้แห้งก่อนพับเก็บ และต้องระลึกไว้เสมอว่าการเช็ดถูพื้นต้อง
ใช้วสั ดอุ ปุ กรณ์ท่ีสะอาดเท่านัน้ พ้ืนจงึ จะสะอาด
๔. ไม้ปัดขนไก่ ใช้ปัดฝุ่นตามชั้นหนังสือ โต๊ะหนังสือ
หรือส่วนต่างๆ ของบ้าน ก่อนท่ีจะท�ำความสะอาดพ้ืนบ้าน
หลงั การใชง้ านเคาะให้สะอาดและแขวนเกบ็
ในปจั จบุ นั มอี ปุ กรณอ์ ำ� นวยความสะดวกในการดแู ลรกั ษา
บ้านจ�ำนวนมากให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการและความพร้อม
ของแต่ละครอบครวั เช่น เครอื่ งดดู ฝุ่น หนุ่ ยนตด์ ดู ฝนุ่ ผา้ เช็ดพน้ื -
ไมโครไฟเบอร์ ซึ่งวัสดอุ ปุ กรณเ์ หลา่ นีเ้ ป็นสมบตั ิภายในบา้ นทีจ่ ะ ไมข้ นไก่

ช่วยปรบั ปรุงการท�ำงานดแู ลรกั ษาบ้านให้ดีย่ิงขน้ึ

๑.๓ วัสดอุ ปุ กรณง์ านเกษตร

บ้านเรือนของเราจะมองดูร่มร่ืน สวยงาม น่าอยู่อาศัย ก็เพราะมีต้นไม้อยู่ใน
บริเวณบ้าน อาจจะเป็นไม้ดอก ไม้ประดับ หรือพืชผักสวนครัว ซึ่งสามารถปลูกได้ทั้ง
ในกระถางหรือปลูกลงดิน หากมีพื้นที่บริเวณบ้านกว้างขวางควรจะปลูกไม้ผลยืนต้นไว้ด้วย
เพราะนอกจากจะให้ผลแล้วยังให้ร่มเงา ช่วยลดความร้อนและเพ่ิมปริมาณแก๊สออกซิเจน
ในบริเวณบ้าน แลว้ ยังสามารถช่วยดกั จับฝุ่นละอองได้อกี ดว้ ย
การปลูกพืชทุกชนิดต้องใช้วัสดุอุปกรณ์พ้ืนฐานงานเกษตรซึ่งเป็นสมบัติภายในบ้าน
ไดแ้ ก่ จอบ เสยี ม ช้อนปลกู สว้ มพรวนดิน บัวรดน้ำ� กรรไกรตัดแต่งก่ิงและกรรไกรตัดหญา้
๑. จอบ เปน็ เครอ่ื งมอื เกยี่ วกบั งานดนิ และงานเพาะปลกู พชื ในปจั จบุ นั มจี อบมากมาย
หลายรูปแบบ หลายขนาดท่ีมวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการใชง้ านต่างกัน เชน่ จอบที่ใชก้ บั ดนิ เหนยี ว
ดนิ รว่ น หรอื จอบท่ีใชข้ ดุ ดิน ยอ่ ยดนิ พรวนดนิ ก�ำจัดวัชพชื

จอบชนิดตา่ งๆ

12 การงานอาชีพ ป.๖

หลงั จากการใชง้ าน ตอ้ งล้างท�ำความสะอาด ตรวจสอบความแขง็ แรงของด้ามจอบ
แลว้ นำ� ไปวางไวบ้ นพน้ื ทมี่ หี ลงั คาปอ้ งกนั แสงแดดและฝนได้ โดยวางใหห้ นา้ จอบควำ�่ ลงกบั พนื้

๒. เสยี ม เปน็ อปุ กรณท์ ใ่ี ชข้ ดุ ดนิ เซาะดนิ ใหเ้ ปน็ เสยี ม
หลุมเพื่อปลูกพืช ใช้ท�ำร่องระบายน�้ำในบ้านหรือใช้ ชอ้ นปลูกและสอ้ มพรวน
แยกหนอ่ ตน้ ไม้
หลงั การใชง้ านทกุ ครง้ั ตอ้ งลา้ งดนิ ออกใหห้ มด
แล้ววางไว้บริเวณเดียวกับจอบ ให้ด้านคมเสียมคว่�ำลง
กับพื้น
๓. ช้อนปลูกและส้อมพรวน เป็นอุปกรณ์ท่ี
ใช้ในงานปลูกพชื ช้อนปลกู ใชต้ กั ดนิ ใสก่ ระถาง ขุดหลุม
ปลูกและแยกต้นไม้ลงปลูกในหลุม ขุดวชั พืชในกระถาง
หรอื ในแปลงปลกู สว่ นสอ้ มพรวนใชพ้ รวนดนิ ในกระถาง
ให้ร่วนซุย
หลังการใช้งานทุกครั้งต้องท�ำความสะอาด
และน�ำไปเก็บไวใ้ นท่ีแห้งเพ่ือปอ้ งกนั สนิม

๔. บัวรดน�้ำ ใช้รดน้�ำต้นกล้าหรือต้นไม้ที่มีขนาดเล็ก มีทั้งท่ีท�ำจากพลาสติกและ
โลหะบาง บัวรดน�้ำชนิดพลาสติกจะมีความทนทานกว่าโลหะบาง ในการใช้งานอย่าวาง
กระแทกแรงๆ หรือท�ำตกขณะที่มีน�้ำอยู่ภายใน เพราะจะท�ำให้บัวรดน�้ำแตกได้ หลังการ
ใช้งานใหแ้ ขวนเก็บ

บัวรดน�ำ้ โลหะและบวั รดนำ้�พลาสตกิ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การทำ� งานและการปรับปรุงการทำ� งาน 13

๕. กรรไกรตดั แตง่ กงิ่ และกรรไกรตดั หญา้ กรรไกรตัดแต่งก่ิงและกรรไกรตดั หญา้
กรรไกรตัดแต่งกิ่งใช้ส�ำหรับตัดแต่งก่ิงต้นไม้ รวมถึง
ใชเ้ กบ็ เก่ยี วผลผลติ พืชจำ� พวกไม้ดอก ไม้ผลบางชนิด
ส่วนกรรไกรตัดหญ้าใช้ตัดหญ้าในพ้ืนที่แคบๆ และ
ใชต้ ดั แตง่ ตน้ ไม้ การใชก้ รรไกรตอ้ งระวงั อยา่ ประมาท
เพราะเป็นของมีคม อย่าท�ำตกเพราะอาจท�ำให้นอต
และสกรหู ลวมได้ หลงั การใชง้ านทกุ ครงั้ ควรทานำ้� มนั
ปอ้ งกันสนิม แล้วเก็บเขา้ ทใี่ ห้เรียบร้อย

๑.๔ วัสดุอปุ กรณ์ใหแ้ สงสว่างในบา้ น

วัสดุอุปกรณ์ให้แสงสว่างเป็นสมบัติที่ส�ำคัญในบ้านอีกชนิดหน่ึงที่เราต้องมีส่วนร่วม
ในการดูแลรักษาให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ยาวนาน ประหยัดกระแสไฟฟ้า
และลดภาระค่าใชจ้ ่ายในครอบครวั ได้แก่ หลอดไฟฟ้า โคมไฟและไฟฉาย
๑. หลอดไฟฟ้า หลงั จากมีการรณรงค์ใหเ้ ลิกใชห้ ลอดไฟฟ้านีออนและหลอดไฟฟ้า
ฟลูออเรสเซนต์ชนิดหลอดอ้วน มีการผลิตหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ชนิดหลอดผอมขึ้นมา
ทดแทน เพราะประหยัดกระแสไฟฟ้าและมีแสงสวา่ งเป็นธรรมชาตมิ ากกวา่ และหลอดไฟฟ้า
แอลอีดีซ่ึงเป็นหลอดไฟฟ้าท่ีมีประสิทธิภาพสูงสุดในการประหยัดไฟฟ้า แต่หลอดไฟฟ้า
แอลอีดมี รี าคาแพงจึงยงั ไมแ่ พร่หลาย หลกั การสำ� คญั ในการใช้งานให้ทนทาน คอื ต้องเปิด-
ปิดไฟเป็นเวลา อย่าเปิดทิ้งไว้ เพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองกระแสไฟฟ้าแล้วยังท�ำให้
หลอดไฟฟ้าเสื่อมคุณภาพ มีอายุการใช้งานสั้นลง อย่าเปิด-ปิดสวิตช์ไฟเล่นเพราะจะท�ำให้
หลอดไฟฟา้ ช�ำรดุ ได้

หลอดไฟแอลดีอี (LED)

14 การงานอาชพี ป.๖ โคมไฟ

๒. โคมไฟ ใช้ส�ำหรับส่องสว่างบนโต๊ะท�ำงาน โต๊ะ
อ่านหนังสือและติดต้ังบนหัวเตียงนอน หลอดไฟฟ้าที่ใช้กับ
โคมไฟมีขั้วหลอด ๒ แบบ คือ แบบเกลียวและแบบเขยี้ ว และ
ควรเลือกใชห้ ลอดตะเกียบเพ่ือประหยดั กระแสไฟฟ้า หลงั จาก
ใชง้ านต้องปิดสวิตช์ไฟและถอดปล๊ักออกทุกคร้ัง
๓. ไฟฉาย เปน็ อปุ กรณจ์ ำ� เปน็ ประจำ� บา้ น ใชส้ อ่ งสวา่ ง
ในบ้านเมื่อไฟดับ ไฟฉายมีหลายแบบหลายขนาดให้เลือกใช้
มีท้ังใช้พลังงานจากถ่านไฟฉายและชาร์จด้วยไฟฟ้า หลังการ
ใช้งานทุกครั้งควรน�ำถ่านไฟฉายหรือแบตเตอร่ีออกจาก
กระบอกไฟฉายเพือ่ ประหยัดพลงั งาน

ไฟฉายท่ีใช้พลังงานจากถ่านไฟฉาย ไฟฉายท่ชี ารจ์ ไฟได้

๔. โคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นอุปกรณ์ท่ี
ท�ำงานโดยใช้แผงโซล่าเซลล์ในการท�ำหน้าที่แปลงพลังงาน
แสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า จึงต้องติดต้ังไว้นอกอาคาร
เพอื่ ใหไ้ ดร้ บั แสงอาทติ ยใ์ นชว่ งกลางวนั ปจั จบุ นั มแี บบเปดิ -ปดิ
อัตโนมัติเม่ือมีคนเดินผ่านหรือมีสิ่งเคล่ือนไหวในระยะ ๓-๕
เมตร จึงชว่ ยประหยดั ค่าใชจ้ ่าย ห้ามทำ� ตกเพราะชำ� รุดได้ง่าย

โคมไฟพลงั งานแสงอาทิตย์
(โซล่าเซลล์)

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๑ การท�ำงานและการปรบั ปรงุ การท�ำงาน 15

๑.๕ วสั ดอุ ุปกรณแ์ ละเคร่ืองใช้ไฟฟ้า

เครื่องใช้ไฟฟ้าช่วยสร้างความสุข ความสบาย ช่วยให้การท�ำงานบ้านหรืองานอื่นๆ
สะดวกรวดเร็วขึ้น และยังเป็นแหล่งความบันเทิงภายในบ้านอีกด้วย จ�ำนวนอุปกรณ์
เคร่ืองใช้ไฟฟ้าในบ้านขึ้นอยู่กับฐานะทางเศรษฐกิจของแต่ละครอบครัว เช่น พัดลม ตู้เย็น
เครอ่ื งดูดฝุ่น หม้อหงุ ข้าว กระทะไฟฟ้า เครอื่ งบดอาหาร เครอ่ื งปน่ั อาหาร เคร่อื งปรบั อากาศ
เครื่องท�ำน�้ำร้อน-น�้ำเย็น การใช้อุปกรณ์เหล่านี้นอกจากต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่ให้เกิด
การช�ำรุดเสียหายแล้ว ต้องค�ำนึงถึงความปลอดภัยและการประหยัดพลังงานเป็นส�ำคัญ
อีกด้วย จึงต้องศึกษาคู่มือการใช้งานโดยละเอียด ส่วนการเลือกซื้ออุปกรณ์ เคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ในบ้านควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานของส�ำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์
อตุ สาหกรรม (มอก.) ดงั น้ี

๑. เคร่อื งรับโทรทศั นห์ รอื ทวี ี ในปจั จุบัน
พัฒนาการของเครื่องรับโทรทัศน์ทั่วโลก เข้าสู่ยุค
“สมารต์ ทวี ”ี เปน็ ทวี ที สี่ ามารถเชอื่ มตอ่ กบั อนิ เทอรเ์ นต็ ได้
การเลือกใช้จึงควรเลือกขนาดท่ีเหมาะสมกับขนาด
ของครอบครวั เพราะหากขนาดใหญม่ ากจะสนิ้ เปลอื ง
กระแสไฟมาก หลกั การใชง้ านทวี หี รอื เครอื่ งรบั โทรทศั น์
ทีถ่ ูกวธิ ี มีดงั นี้ เครือ่ งรบั โทรทัศน์แบบสมารต์ ทีวี

๑.๑ การดทู วี ีเวลากลางคืน ควรตัง้ เวลาปิดเคร่อื งอตั โนมตั ิไว้ และไม่ควรเปลย่ี น
ชอ่ งบ่อยๆ เพราะจะท�ำให้ส้ินเปลอื งกระแสไฟฟ้า
๑.๒ ขณะที่มีฝนฟ้าคะนองควรปิดเครอ่ื งรับโทรทัศนแ์ ละดึงปล๊ักออก
๑.๓ ต้องติดตง้ั เสาอากาศใหม้ นั่ คง แข็งแรง และหา่ งจากแนวสายไฟฟา้
๑.๔ ปดิ เคร่อื งรับโทรทศั น์เมื่อไมม่ ีคนดู และถอดปล๊ักออกทกุ ครง้ั
๑.๕ วางเครือ่ งรบั โทรทัศน์ในท่ีท่ีมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
๑.๖ อยา่ ปรับความสว่างของจอภาพใหม้ ากเกินไป จะทำ� ให้หลอดภาพมอี ายุสัน้
และสิน้ เปลืองกระแสไฟมาก
๒. เตารีดไฟฟ้า ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี ๓ แบบ คือ เตารีดแห้ง เตารีดไอนำ�้ และ
เตารีดแบบแยกหม้อต้ม การเลือกใช้เตารีดไฟฟ้าควรเลือกให้เหมาะกับขนาดของครอบครัว
และความจำ� เป็นในการใชง้ าน การใชง้ านเตารีดทถี่ กู วธิ ีมดี งั นี้

16 การงานอาชพี ป.๖

๒.๑ รีดผ้าที่มีเนื้อบางก่อนผ้าท่ีมีเน้ือหนา เพื่อปรับอุณหภูมิจากร้อนน้อยไปยัง
ร้อนมาก และควรรีดผา้ ใหม้ ากพอควร ไม่ควรรีดทลี ะชดุ
๒.๒ พรมน้�ำเส้ือผ้าก่อนรีดแต่ต้องไม่เปียกชุ่มมากเกินไปจะท�ำให้ส้ินเปลือง
กระแสไฟฟ้า
๒.๓ ควรดึงปล๊กั ออกกอ่ นรดี เสร็จประมาณ ๓-๔ นาที เพราะความรอ้ นทเ่ี หลือ
ยังเพยี งพอท่ีจะรดี ผา้ ชนิ้ สดุ ทา้ ยได้
๒.๔ เตา้ เสียบปล๊ักเตารีดควรมสี ายดนิ หรอื ใชเ้ ตารดี ทีม่ ฉี นวน ๒ ช้ัน หรือฉนวน
พเิ ศษป้องกนั ไฟฟา้ ชอร์ต
๒.๕ หม่ันตรวจสอบฉนวนหุ้มสายเตารีดและส่วนหน้าเตารีด หากช�ำรุดต้องรีบ
ซอ่ มแซม และระวงั อย่าวางตัวเตารดี ทับสายไฟของเตารีด
๒.๖ หม่ันท�ำความสะอาดหนา้ เตารีดเพอื่ ไม่ให้ติดเสอ้ื ผา้ เวลารดี

เตารดี แบบแห้ง เตารีดแบบไอน้�ำ เตารดี แบบแยกหม้อต้ม

๓. พดั ลม พัดลมท่ีใช้งานกันตามบา้ นเรือนส่วนใหญ่จะแบง่ ออกได้เปน็ ๔ ประเภท
คือ พัดลมต้ังโต๊ะ พัดลมตั้งพ้ืน พัดลมเพดานและพัดลมแขวนผนัง ซ่ึงมีหลักการท�ำงาน
ทค่ี ลา้ ยคลงึ กนั พดั ลมตดิ เพดานจะสน้ิ เปลอื งกระแสไฟมากทสี่ ดุ สำ� หรบั หลกั การใชง้ านพดั ลม
ทถี่ กู วิธมี ีดังนี้
๓.๑ เต้าเสียบพัดลมควรมีสายดิน และบริเวณที่ตั้งพัดลมไม่ควรมีวัสดุติดไฟ
เชน่ ผ้าม่าน กระดาษ
๓.๒ อย่าเปิดพัดลมเพ่ือระบายอากาศในบริเวณที่มีก๊าซหุงต้ม ทินเนอร์ หรือ
น�ำ้ มันเชอ้ื เพลงิ เพราะอาจเกดิ ประกายไฟได้
๓.๓ หมั่นท�ำความสะอาดใบพัดและแกนใบพัดอยู่เสมอเพ่ือก�ำจัดฝุ่นละออง
หากเปิดพดั ลมแลว้ ไม่หมนุ ให้รีบปดิ และส่งซอ่ มทันที
๓.๔ อย่าเปิดพัดลมท้ิงไว้โดยไม่มีคนอยู่ เพราะอาจเกิดอัคคีภัยได้ ควรปรับ
ระดับความเร็วลมใหเ้ หมาะสมและต้องดึงปลก๊ั ออกทุกครงั้ เม่ือเลิกใช้

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๑ การท�ำงานและการปรบั ปรงุ การท�ำงาน 17

งานดูแลรักษาสมบัติภายในบ้านจึง การท�ำงานและการปรบั ปรุง
เป็นงานของสมาชิกในบ้านทุกคนช่วยกันดูแล การทำ� งานทกุ อย่าง
รกั ษาใหส้ มบตั ทิ ม่ี อี ยมู่ อี ายกุ ารใชง้ านทยี่ นื ยาว
เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว รวมท้ัง เป็นการแก้ปญั หาให้หมดไป
การท�ำให้สมบัติในบ้านเกิดประโยชน์สูงสุด
แก่ทุกคนในครอบครัว จึงเป็นการท�ำงานและ
ปรับปรงุ การท�ำงานควบคู่กันไปด้วย

กิจกรรมตรวจสอบการเรียนรทู้ ี่ ๑

จงตอบคำ�ถามต่อไปน้ใี หถ้ กู ตอ้ ง
๑. นักเรียนมหี น้าทท่ี ำ�อะไรในงานครวั บ้าง
๒. วสั ดุอปุ กรณง์ านครัวมอี ะไรบ้าง ยกตัวอยา่ งมา ๕ ชนิด พร้อมบอกวิธีการใชง้ าน
๓. ถ้าวัสดอุ ปุ กรณง์ านครัวไม่สะอาดจะเกดิ ปญั หาอยา่ งไร
๔. ถ้าตอ้ งการประกอบอาหารประเภทยำ�ไมค่ วรใชภ้ าชนะประเภทใด
๕. วัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในงานดูแลบ้านท่ีต้องมีทุกบ้านมีอะไรบ้าง บอกมา ๓ ชนิด

พรอ้ มบอกวธิ ีการใช้งาน
๖. วัสดุอุปกรณ์ในงานเกษตรที่ใช้ในงานปลูกพืชมีอะไรบ้าง บอกมา ๕ ชนิด

พรอ้ มบอกวิธกี ารใช้งาน
๗. การใชอ้ ปุ กรณ์อำ�นวยความสะดวกมีข้อดแี ละขอ้ เสียอยา่ งไร
๘. ถ้าต้องการเปล่ียนหลอดไฟในห้องอ่านหนังสือควรเลือกใช้หลอดไฟชนิดใด

เพอ่ื เปน็ การประหยดั ไฟฟา้
๙. การใช้ไฟฉายทีถ่ ูกวิธีควรปฏบิ ัตอิ ย่างไร
๑๐. ถา้ เราปรับความสว่างของจอโทรทศั นม์ ากเกนิ ไปจะเกิดผลอยา่ งไร

18 การงานอาชพี ป.๖

กจิ กรรมปฏิบตั ิที่ ๑

ช่อื กิจกรรม “สมบตั ใิ นบา้ นดูแลอย่างไรใหใ้ ชง้ านไดน้ านๆ”
ขั้นตอนการปฏิบัตงิ าน
๑. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๕ กลุ่ม จับฉลากเลือกช่ือกลุ่ม ประกอบด้วย

กลุ่มงานครัว กลุ่มงานบ้าน กลุ่มงานเกษตร กลุ่มงานไฟฟ้า กลุ่มงานอำ�นวย
ความสะดวกในบา้ น
๒. แต่ละกลุ่มค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับช่ือของวัสดุอุปกรณ์ ประโยชน์ใช้สอยและวิธีการ
ดแู ลรกั ษา พร้อมภาพประกอบ
๓. นำ�ข้อมูลที่ได้มานำ�เสนอด้วยโปรแกรมนำ�เสนอ (PowerPoint) แล้วพิมพ์เป็น
แผ่นพบั เพ่อื แจกให้ผปู้ กครองหรือคนในชุมชน

๒. งานปลูกพชื และเล้ียงสตั ว์

แนวคิดสำ� คัญ

งานปลกู พชื ในครวั เรอื น นอกจากจะท�ำใหเ้ ราไดบ้ รโิ ภค
อาหารสด สะอาด และปลอดภยั แลว้ พชื ทป่ี ลกู ยงั มรี ม่ เงา
และสีสันท�ำให้บ้านเรือนร่มร่ืน สวยงาม น่าพักอาศัย
เชน่ เดยี วกบั งานเลย้ี งสตั วท์ อี่ าจเลย้ี งไวเ้ ปน็ อาหาร เลยี้ งไว้
ใช้งานและเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลินของสมาชิกในบ้าน
หากทกุ ครวั เรอื นใหค้ วามส�ำคญั กบั งานปลกู พชื และเลย้ี งสตั ว์
จะชว่ ยเสรมิ สรา้ งคณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ใี หแ้ กส่ มาชกิ ในครอบครวั
ถ้ามีข้อจ�ำกัดของพ้ืนท่ีบริเวณบ้าน เราสามารถปรับปรุง
การท�ำงานไดด้ ว้ ยการปลกู พชื ในภาชนะทดแทนการปลกู พชื
ในแปลง และเลี้ยงสัตว์น้�ำในขวดทดแทนการเลี้ยงในบ่อ
หรือตูป้ ลา

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๑ การทำ� งานและการปรับปรุงการทำ� งาน 19

งานปลูกพืชและเล้ียงสัตว์เป็นงานด้านการเกษตรที่เป็นอาชีพหลักของคนไทย
มาช้านานและเป็นอาชีพท่ีผลิตอาหารมาเลี้ยงพวกเราและคนทั่วโลก ประเทศไทยจึงได้รับ
การยกย่องให้เป็น “อู่ข้าวอู่น�้ำของเอเชีย” และยังเป็น “ครัวของโลก” อีกด้วย
การท�ำงานเกษตรยุคปัจจุบันจะไม่มีข้อจ�ำกัดเร่ืองพ้ืนท่ีปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ เพราะเรา
สามารถใชภ้ าชนะตา่ งๆ ทดแทนไดซ้ ง่ึ เปน็ หลกั การสำ� คญั ในการปรบั ปรงุ วธิ กี ารทำ� งานเกษตร

๒.๑ การปลกู ผกั

ผักเป็นท้ังอาหารและยา เพราะผักบางอย่างมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรรักษาและ
ป้องกันโรค ผักมีกากใยช่วยในการขับถ่าย คนที่รับประทานผักทุกวันผิวพรรณจะสดใสและ
ขับถา่ ยเปน็ ปกติ การปลกู ผักท�ำได้ทั้งปลูกในแปลงและปลกู ในภาชนะ
๑. การปลูกผักในแปลงหรือการปลูกลงดิน เหมาะส�ำหรับบ้านเรือนท่ีมีพื้นที่
บรเิ วณบา้ นกวา้ งขวาง มแี สงแดดสอ่ งถงึ บรเิ วณแปลงปลกู การปลกู ผกั ในแปลงมวี ธิ ปี ฏบิ ตั ดิ งั น้ี
๑.๑ เตรยี มแปลง ใชจ้ อบดายหญา้ และวชั พชื ออกใหห้ มดแลว้ ขดุ ดนิ ใหล้ กึ ลงไป
ประมาณ ๖ น้ิว พลิกหน้าดินตากแดดไว้อย่างน้อย ๑ สัปดาห์ เพื่อก�ำจัดวัชพืช ไข่แมลง
และโรคพืชที่มีอย่ใู นดิน
๑.๒ ยกแปลง โดยการย่อยดินให้
ละเอียด ร่วนซุย แล้วใช้จอบยกแปลงให้สูง
ประมาณ ๔-๕ นวิ้ จากผวิ ดนิ โดยมีความกว้าง
ของแปลงประมาณ ๑-๑.๒ เมตร ส่วนความยาว
ของแปลงข้ึนอยู่กับลักษณะของพ้ืนที่ หรือแบ่ง
เป็นแปลงย่อยๆ ตามความเหมาะสม ความยาว
ของแปลงน้ันควรอยู่ในแนวทิศเหนือ-ใต้ ท้ังนี้ แปลงปลกู ที่ยกแปลงแลว้

เพอื่ ใหผ้ กั ไดร้ บั แสงแดดท่วั ท้งั แปลง
๑.๓ ปรับปรุงดินในแปลง ดินที่
ใช้ปลูกผักควรเป็นดินร่วน แต่ถ้าสภาพดินเดิม
เป็นดินทรายหรือดินเหนียว จะต้องปรับปรุงดิน
ให้ดีขึ้นโดยใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา ๒-๓
กิโลกรัม ต่อพื้นท่ี ๑ ตารางเมตร คลุกเคล้าให้
เข้ากนั เนื้อดนิ จะรว่ นซุยข้ึน
แปลงปลูกทีใ่ สป่ ยุ๋ คอกเพือ่ ปรับปรุงดิน

20 การงานอาชีพ ป.๖

๒. การปลูกผักในภาชนะต่างๆ เช่น กระถาง กะละมัง ปีบ ยางรถยนต์
ขวดพลาสติก กาบมะพร้าว หรือเปลือกไม้หรือภาชนะอ่ืนๆ นั้น เพราะความต้องการ
แก้ปัญหาในการท�ำงานเพาะปลูกพืชของผู้ที่มีพ้ืนท่ีดินน้อย จึงปลูกในภาชนะทดแทน
ซ่งึ เปน็ วธิ ีหนึง่ ในการปรับปรงุ การท�ำงาน การปลูกผักในภาชนะมีหลกั การส�ำคญั ดังนี้
๒.๑ การเลือกภาชนะปลูกตอ้ งคำ� นงึ ถงึ ขนาดความยาวของรากพชื เปน็ ส�ำคญั
๒.๒ ภาชนะปลูกชนิดท่ีใช้ห้อยแขวน ควรใช้ปลูกผักที่มีรากต้ืน เช่น สะระแหน่
ตน้ หอม บวั บก ผกั ชีฝรง่ั ผักชี ขึ้นฉา่ ย
๒.๓ ภาชนะปลูกชนิดต้ังพื้นสามารถปลูกผักได้ทุกชนิด เช่น ผักบุ้งจีน คะน้า
ผักกวางตุ้ง ผักกาดฮ่องเต้ ผักกาดหอม ผักกาดขาว ผักโขมจีน กุยช่าย กระเทียมหัว
โหระพา กะเพรา พริกขห้ี นู ตะไคร้ ชะพลู หอมแดง หอมหัวใหญ่ หัวผกั กาดแดง (แรดชิ )
และผักอื่นๆ รวมถงึ ผักทม่ี ีรากตื้นด้วย
๒.๔ ภาชนะปลูกขนาดใหญ่จะเก็บความชื้นได้ดีกว่าภาชนะขนาดเล็ก และมีผล
ตอ่ ความถ่ีในการรดน�้ำผกั
๒.๕ ดินผสมส�ำหรับปลูกผักในภาชนะ นิยมใช้ดินร่วน ๑ ส่วน ปุ๋ยหมักหรือ
ปยุ๋ คอก ๑ สว่ น และแกลบดำ� ๑ ส่วน ผสมสว่ นผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน แลว้ ตกั ใสภ่ าชนะปลกู
ใหเ้ หลือขอบภาชนะไวป้ ระมาณ ๑ น้วิ

การปลูกผกั ในภาชนะเป็นการปรับปรุงการท�ำงานปลูกผกั ในบ้านทม่ี ขี ้อจ�ำกดั เรอื่ งพนื้ ท่ี

การปลูกผักท้ังในแปลงและในภาชนะสามารถปลูกได้หลายวิธีตามชนิดของผักน้ันๆ
ได้แก่ การเพาะเมลด็ แลว้ ย้ายไปปลูก การหว่านเมลด็ แลว้ ถอนแยกออก การหยอดเป็นแถว
แล้วถอนแยก การปักช�ำด้วยล�ำต้นและหัว ส�ำหรับระดับช้ันนี้ขอเสนอการปลูกผัก ๒ ชนิด
คือ ผกั กาดฮอ่ งเตแ้ ละผักกาดหวั แดง (แรดชิ )

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การท�ำงานและการปรับปรงุ การทำ� งาน 21

การปลูกผักกาดฮอ่ งเต้

ผักกาดฮอ่ งเต้ หรือกวางตงุ้ ฮ่องเต้ หรอื “บ๊กฉ่อย” มีถ่นิ ก�ำเนิดในประเทศจีน ญ่ีปนุ่
และในแถบเอเชยี กลาง นำ� เขา้ มาปลกู ในประเทศไทยเป็นเวลานานแลว้ คนไทยนยิ มบริโภค
เพราะความหวานกรอบของก้านใบ

ลักษณะท่ัวไป
ผักกาดฮ่องเตม้ ีก้านใบสเี ขยี วอ่อน ลกั ษณะแบน สว่ นโคนกา้ นใบ
จะขยายกวา้ งออกอวบหนา เนือ้ กรอบ ปลายใบมนและแยกออก ไม่หอ่ เป็นหวั
ผกั กาดฮ่องเต้มหี ลายสายพันธุ์ ใบจงึ มสี สี ันแตกตา่ งกนั ไป เชน่ ใบหนา
สีเขยี วเขม้ ใบสีเขียวออ่ น ใบสแี ดงปนเขยี ว ใบหยกิ

ผักกาดฮอ่ งเตม้ หี ลากหลายสายพนั ธ์ุ

สภาพแวดลอ้ มในการปลูก
๑. ดนิ ปลกู ผกั กาดฮอ่ งเตส้ ามารถเจรญิ เตบิ โตไดใ้ นดนิ แทบทกุ ชนดิ แตเ่ จรญิ เตบิ โต
ได้ดีที่สุดในสภาพดินร่วนปนทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน
อยรู่ ะหวา่ ง ๖.๐-๖.๘ หรอื ชอบดินท่เี ปน็ กรดออ่ นๆ
๒. อุณหภูมิ ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของผักกาดฮ่องเต้อยู่ระหว่าง ๒๐-๒๕
องศาเซลเซียส แต่สามารถทนต่อสภาพอุณหภูมิสูงได้ดีกว่ากลุ่มผักกาดชนิดอื่นๆ ดังน้ัน
จึงสามารถปลูกไดต้ ลอดทั้งปี
๓. ความช้นื ผกั กาดฮ่องเต้แม้จะทนตอ่ อุณหภมู สิ ูงไดด้ ีแต่กไ็ มท่ นต่อความแห้งแล้ง
เพราะเป็นพืชผักที่มีอายุส้ันและเจริญเติบโตเร็ว จึงต้องการความช้ืนมาก ดังนั้นแปลงปลูก
ตอ้ งมคี วามชน้ื สงู
๔. แสงแดด ผักกาดฮ่องเต้ต้องการแสงแดดเต็มท่ีตลอดท้ังวัน เพื่อการสังเคราะห์
ด้วยแสงสรา้ งอาหารมาเลย้ี งลำ� ต้น

22 การงานอาชีพ ป.๖

วธิ กี ารปลกู

การปลูกผักกาดฮ่องเต้นิยมปลูกลงแปลง ถ้าปลูกในภาชนะจะต้องเป็นภาชนะท่ีมี
ขนาดค่อนข้างใหญ่ ชนิดวางต้ังกับพ้ืน นอกจากนี้ยังสามารถปลูกในน�้ำหรือปลูกแบบไร้ดิน
ไดอ้ กี ดว้ ย สำ� หรบั การปลกู แบบใชด้ ินมวี ิธกี ารและขนั้ ตอนทสี่ �ำคัญดังน้ี
๑. ถา้ ปลกู ลงดนิ ใหเ้ ตรียมดินโดยยกแปลงให้กว้างประมาณ ๑-๑.๒๐ เมตร
๒. ใส่ปุ๋ยคอกลงในแปลงอัตรา ๑ กิโลกรัมต่อตารางเมตร พรวนดินให้ร่วนซุย
แลว้ ปรับหน้าแปลงให้เรยี บ
๓. ใช้นิ้วกดดินให้เป็นหลุมลึกประมาณ ๐.๕ น้ิว ระยะห่างระหว่างหลุมประมาณ
๒๐  ๒๐ เซนตเิ มตร แล้วหยอดเมลด็ ลงไปประมาณ ๔-๕ เมลด็ ต่อหลุม แลว้ กลบหลมุ
๔. ใช้ป๋ยุ คอกละเอยี ดหว่านทับให้ทัว่ แปลง แลว้ รดน้ำ� ให้ชุ่ม
๕. เม่ือตน้ กล้างอก มีอายปุ ระมาณ ๑๕ วนั ถอนตน้ ท่ีไมส่ มบูรณ์ท้ิงใหเ้ หลือหลุมละ
๒-๓ ตน้
ในกรณีปลูกในภาชนะ ใช้ดินผสมใส่ในภาชนะแล้ว ปลกู ในแปลง

ด�ำเนินการทุกขั้นตอนเหมือนปลูกในแปลงปลูก หากภาชนะ
ปลกู อยู่ในท่รี ่มตอ้ งเคล่ือนยา้ ยไปวางไว้ในบริเวณที่มีแสงแดด
ส่องถึง ส่วนวิธีการปลูกในน้�ำแบบไร้ดิน ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์
ในการปลูกแตกต่างจากการปลูกในดิน หากสนใจท่ีจะปลูก
ต้องศกึ ษาหาความร้เู พมิ่ เตมิ

ปลกู ในภาชนะ ปลกู ในนำ้� แบบไร้ดิน

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การทำ� งานและการปรับปรงุ การทำ� งาน 23

การปฏิบตั ิดแู ลรักษา
๑. รดนำ้� ทกุ วนั ในตอนเชา้ และตอนเย็น
๒. กำ� จดั วชั พชื ทกุ ๆ ๑๕ วนั หลงั จากเมล็ดงอก
๓. หากดินท่ีปลูกมีความอุดมสมบูรณ์ต่�ำให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ อัตรา
๒๐ กรมั ตอ่ ตารางเมตร แต่ถา้ ใช้ปุย๋ หมกั ปยุ๋ คอก คลกุ เคลา้ ลงในแปลงปลูกหรือดินปลกู แลว้
ไมจ่ �ำเป็นต้องใสป่ ๋ยุ เคมี เพอ่ื ให้ได้ผักกาดฮอ่ งเตท้ ่ีปลอดจากสารเคมี
๔. ฉดี พน่ ด้วยสมนุ ไพรปอ้ งกนั ศตั รพู ืชแทนการใชส้ ารเคมปี ้องกนั กำ� จัดศัตรูพชื

โรคและแมลงศัตรูพืช ตะไ ข ิ้มน ัชน

โรคและแมลงทเี่ ป็นศัตรขู องผกั กาดฮอ่ งเต้ ไดแ้ ก่ โรคใบจุด
ดว้ งหมัดผัก เพล้ียออ่ นและหนอนใยผกั จงึ ควรหาทางป้องกันและ
ก�ำจัดโดยพยายามหลกี เลี่ยงสารเคมี เชน่ ต้องตากดินให้แห้งก่อน
ยกแปลง ไมร่ ดนำ�้ จนแฉะเกนิ ไปในเวลาเยน็ หมัน่ ก�ำจัดวชั พืชออก
ให้หมดเพื่อไมใ่ หเ้ ปน็ ที่อยอู่ าศยั ของแมลง ครห้ อม

จับแมลงศัตรผู กั ทพ่ี บไปทำ� ลาย รวมถึง ใบและผลสะเด
ใชส้ มนุ ไพรปอ้ งกันก�ำจดั ศัตรพู ืช า

เช่น ตะไคร้หอม ขา่ แก่ ขม้นิ ชัน
สะเดา

การเกบ็ เก่ยี ว
๑. เกบ็ เก่ยี วผลผลิตเม่ืออายไุ ด้ประมาณ ๔๐ วนั หลงั ปลกู เพราะหากปลอ่ ยไวน้ าน
กว่าน้ี ผกั กาดฮ่องเตจ้ ะออกดอกหรือต้นแก่เกนิ ไป คุณภาพจะตำ�่ ลง
๒. ใช้มีดคมตัดโคนตน้ เหนอื ระดบั ดนิ เล็กนอ้ ย แลว้ เด็ดใบทม่ี สี ีเหลอื งออก หากตอ้ ง
น�ำไปเกบ็ ไวใ้ นตู้เยน็ ไม่ควรล้าง เพราะจะทำ� ให้เน่า เสยี หายได้งา่ ย

24 การงานอาชพี ป.๖

ประโยชน์และคณุ ค่าทางอาหาร แกงจดื ผกั กาดฮ่องเต้
ผกั กาดฮอ่ งเตเ้ ปน็ ผกั ทม่ี วี ติ ามนิ เอและวติ ามนิ ซสี งู นอกจากนน้ั
ยังมีธาตุอาหารจ�ำพวกแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงอีกด้วย รสชาติ
หวานและกรอบอร่อย นิยมน�ำมาผัดกับเน้ือสัตว์ ผัดน�้ำมันหอย
ผัดเตา้ เจีย้ ว ต้มจืด หรือรับประทานเป็นผักสด ผกั ลวกจมิ้ น้ำ� พรกิ

ผักกาดฮ่องเตผ้ ัดนำ�้ มันหอย ผักกาดฮ่องเต้ผัดหมูกรอบ

การปลูกผักกาดหัวแดง (แรดิช)

แรดิชหรือผักกาดหัวแดง เป็นพืชผักใน
ตระกูลกะหล�่ำ มีแหล่งก�ำเนิดในประเทศอียิปต์
ต่อมาไดแ้ พรก่ ระจายเขา้ สู่ประเทศจีน ญปี่ ุน่ และ
ประเทศไทย ตอนแรกจะมีเฉพาะสีแดงเท่านั้น
จงึ นยิ มเรยี กกนั วา่ “ผกั กาดหวั แดง” แตใ่ นปจั จบุ นั
ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์จนมีแรดิชหลากสี
ท้ังสีแดง สขี าว สมี ่วง สีเหลือง สนี ำ้� ตาล รวมไปถงึ
เนื้อในหัวผักกาดที่มีสีขาวก็ได้รับการพัฒนาให้
เป็นสีเน้ือแตงโม ตลอดจนรูปทรงของหัวผักกาด
กเ็ ปลี่ยนไป

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ การทำ� งานและการปรบั ปรงุ การทำ� งาน 25

ลักษณะทั่วไป

แรดชิ เป็นพชื อายสุ นั้ ทรง
พุ่ม ใบเล็ก ก้านใบมีสีเขียวและ
สีแดง ขอบใบหยัก มีรากสะสม
อาหารอยใู่ ต้ดิน มีหลายลักษณะ ผกั กาดหวั หลากสีหลายรูปทรง

ทั้งกลม แบน รูปไข่ และป้อมสั้น และหลากสี ส่วนเน้ือในมีทั้งสีขาวและสีแดง มีกลิ่นฉุน
เล็กนอ้ ย สว่ นท่นี �ำมารับประทาน คือ รากสะสมอาหารที่อยูใ่ ต้ดินท่เี รียกวา่ “หวั ”

สภาพ ๑. ดนิ ปลกู แรดชิ เปน็ พชื ทม่ี อี ายกุ ารเกบ็ เกย่ี วสน้ั เนอื่ งจากเจรญิ เตบิ โต
แวดล้อม อยา่ งรวดเรว็ ดังนั้นดินที่ใชป้ ลกู ควรเปน็ ดนิ รว่ นปนทราย หน้าดนิ
ในการปลกู คอ่ นขา้ งลกึ เพราะใชส้ ำ� หรบั หยงั่ รากลงหวั มอี นิ ทรยี วตั ถสุ งู ระบาย
น�้ำและอากาศได้ดี มีคา่ ความเปน็ กรด-ดา่ ง อย่รู ะหวา่ ง ๖.๐-๖.๘
หรอื เปน็ กรดออ่ นๆ

๒. การปลกู ในแปลงหรอื ในภาชนะ ควรยอ่ ยดนิ ใหล้ ะเอยี ดไมม่ เี ศษหนิ หรอื ดนิ ท่ี
แข็งปะปน เพราะจะทำ� ให้ผลผลติ มคี ุณภาพต่ำ� หรอื รูปร่างของหวั ผดิ ปกตไิ ด้

๓. อุณหภูมิ ท่ีเหมาะสมต่อการปลูกผักกาดหัวแรดิช อยู่ระหว่าง ๒๐-๒๕ องศา
เซลเซียส เพื่อการเจริญเติบโตและการลงหัว แต่ถ้าอุณหภูมิต่�ำลงถึงประมาณ
๒-๗ องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา ๔ วัน แรดิชจะออกดอกและไม่ลงหัว
หากอุณหภูมิสูงเกินไปจะเจริญเติบโตทางใบมากและหัวมีขนาดเล็ก เนื้อฟ่าม
แข็งและมกี ล่ินฉุนมาก

๔. ความช้ืน แรดิชชอบดินที่มีความช้ืนสูงและสมำ�่ เสมอตลอดฤดูกาลปลูก แต่ดิน
ต้องไม่แฉะมากเกินไป

๕. แสงแดด แรดิชเป็นพืชท่ีต้องการแสงแดดตลอดวันเพ่ือการเจริญเติบโต และ
การลงหัว ดังน้นั จงึ ตอ้ งเลอื กปลกู ในพื้นทโี่ ลง่ แจง้ ไม่มรี ม่ เงา

26 การงานอาชพี ป.๖

วธิ กี ารปลูก ๑. ขุดดินตากไว้ประมาณ ๑๔ วัน
หลังจากนั้นให้โรยปูนขาว อัตรา ๑๐๐ กรัมต่อ
วธิ กี ารปลกู หต ลารงั าจงาเกม๒นต.้ัน รใใแหสล่ปโ้ ร้วุ๋ยยยคปกอแูนกปขลาลวงงปใอนลัตูกแรปาล๑ง๐๐ในกอรัตมั รตา่อต๑า
๑ปกิโรกลบั โิ กลหรกนัมร้าตมั แ่อตปตอ่ ลาตงราใารหงา้เเรงมเียมตบตรรพพรรววนนดดินนิ ใใหห้รร้ ่วว่ นนซซุยยุ แแลล้วว้
๑. ขดุ ดินตากไว้ประมาณ ๑๔ วนั
รางเมตร แล้วยกแปลงปลูก
๒. ใสป่ ยุ๋ คอกลงในแปลง ในอตั รา
ปรบั หนา้ แปลงให้เรยี บ
๓. กรีดร่องปลูกขวางแปลงห่างกัน ๑๕
๓. กรีดรอ่ งปลกู ขวางแปลงห่างกนั ๑เซ๕นตเซเิ มนตตริเมหตยรอดหเมยอลด็ เใมนลร็ด่อใงนใหรม้่องีรใะหย้มะหีระ่ายงะ๓ห-า่ ๕ง
๓-๕ เซนติเมตร แลว้ กลบรอ่ งปลกู ดว้ ยดินเรซว่ นตผิเสมมตปรุ๋ยคแอลก้วหกรลอื บปรุย๋ ่อหงมปักลบูกาดงๆ้วยดแลิน้วรร่วดนนผ�ำ้ สใหม้
ชุ่ม ปุ๋ยคอกหรอื ปุ๋ยหมักบางๆ แลว้ รดนำ้� ใหช้ ุ่ม
สำ� หรบั การปลกู ในภาชนะกใ็ ชว้ ธิ กี า รเดยี วกสนั �ำคหอื รหับลกงั จาารกปใลสูกด่ ในิ นผภสมาลชงนใะนกภ็ใาชช้วนิธะีกแลารว้
ให้หยอดเมล็ดในระยะห่างใกล้เคียงกับการเปดลียูกวกลันงแคปือลงหทล้ังังนจ้ีขา้ึนกใอสย่ดู่กินับผขสนมาลดงขใอนงภภาาชชนนะะแทลี่ใช้ว้
ปลกกูารปลูกผกั กาดหวั แรดิชในแปลง ให้หยอดเมล็ดในระยะห่างใกล้เคียงกับการปลูก
ลงแปลง ทัง้ นขี้ ้ึนอยู่กับขนาดของภาชนะท่ีใช้ปลูก

การปฏิบัตดิ แู ลรกั ษา
๑. การใหน้ ำ�้ รดนำ้� ดว้ ยวธิ ฉี ดี พน่ เหนอื แปลงหรอื ภาชนะปลกู และควรใหน้ ำ�้ สมำ�่ เสมอ
ถ้าหากขาดความชื้นจะท�ำใหห้ วั ฟ่าม แตก หรือหัวบิดเบีย้ ว
๒. การถอนตน้ แยก เม่ือตน้ กลา้ มีอายุได้ ๑๕-๒๐ วัน ใหถ้ อนแยกเอาต้นทอ่ี อ่ นแอ
ออก หากปล่อยใหต้ ้นกล้าขึน้ ชิดกันเกนิ ไปจะท�ำให้หัวลบี
๓. การให้ปุ๋ย หลังจากถอนแยกต้นที่อ่อนแอออกแล้วให้ฉีดพ่นด้วยปุ๋ยน้�ำชีวภาพ
หรอื ต้องการเร่งการเจรญิ เติบโตใหใ้ ชป้ ุ๋ยเคมสี ูตร ๘-๒๔-๒๔ ละลายนำ�้ ฉีดพ่น
๔. การกำ� จดั พืช หม่นั กำ� จัดวัชพชื ที่ข้นึ มาแย่งอาหารต้นกลา้ ผักกาดหัวแรดิช

โรคและแมลงศตั รูของแรดิช ้ดวงหมดั ผกั
ในขณะทตี่ ้นยังเล็กแรดชิ มกั เกิดโรคโคนเนา่ เนอื่ งจาก
แปลงปลูกมีน้�ำขังแฉะหรือรดน�้ำมากเกินไป ให้ยกแปลง
ใหส้ ูงขนึ้ รดนำ้� พอชน้ื อยา่ ใหแ้ ฉะ แมลงท่ีชอบกดั กนิ หวั และใบ
คือ ด้วงหมัดผัก ดังนั้นในการเตรียมดินต้องตากดินให้แห้ง
เพ่ือก�ำจัดแมลงชนดิ นี้

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๑ การทำ� งานและการปรับปรุงการทำ� งาน 27

การเก็บเก่ยี ว
แรดิชจะเก็บเก่ียวได้เมื่ออายุ ๒๕-๔๐ วัน หลังหยอดเมล็ด ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและ
สายพันธุ์ ถา้ อณุ หภมู สิ งู จะแก่เร็วและเปลอื กแตกไดง้ ่าย จึงควรเกบ็ เกย่ี วกอ่ นท่ีจะแก่ การปลูก
ในดินร่วนหรือดินทราย หัวแรดิชจะโตเร็ว แต่ถ้าเป็นดินเหนียวจะโตช้า เก็บเก่ียวโดยถอน
ด้วยมือ แล้วตัดใบให้เหลือก้านใบเล็กน้อย อย่าท�ำให้สีผิวถลอกหรือช้�ำจะเสียราคาและเน่า
ได้งา่ ย สำ� หรบั ประเทศไทยจะปลกู มากและให้ผลผลิตสงู ในช่วงเดอื นธนั วาคม-มีนาคม
ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าทางอาหาร
แรดิชสามารถน�ำมาใช้ประกอบอาหารได้หลายประเภท
เช่น ผักสลัด ต้มจืด ผัดดอง ผักอบ ต้มซุป ต�ำส้มต�ำ ลวกเป็น
เคร่ืองเคียง เครื่องจิ้มต่างๆ หรืออบแห้งเป็นของขบเคี้ยวได้
อกี ดว้ ย แต่ทส่ี ำ� คญั มากคอื ช่วยเพ่มิ สสี ันให้อาหารน่ารบั ประทาน
มากขึ้น จึงนิยมน�ำมาแกะสลักประดับโต๊ะอาหารให้สวยงาม
ส่วนคุณค่าทางอาหารประกอบด้วย ธาตุแคลเซียม ฟอสฟอรัส
และคาร์โบไฮเดรตสูง แตม่ วี ิตามนิ ชนิดตา่ งๆ คอ่ นขา้ งน้อย

อาหารจากแรดิช

28 การงานอาชพี ป.๖

กจิ กรรมตรวจสอบการเรียนรทู้ ี่ ๒

จงตอบคำ�ถามตอ่ ไปนี้ให้ถูกต้อง
๑. เพราะเหตใุ ดตอ้ งขดุ ดนิ ผง่ึ แดดกอ่ นยกแปลงปลูก
๒. การปรับปรุงดนิ บนแปลงปลูกมวี ธิ กี ารอย่างไร
๓. ดนิ ผสมสำ�หรับปลกู พืชผกั ในภาชนะประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
๔. เพราะเหตุใดการใส่ดินปลูกลงในภาชนะปลูกต้องต่ำ�กว่าขอบภาชนะอย่างน้อย

๑ นว้ิ
๕. สิง่ เหลอื ใช้ในบ้านชนดิ ใดบ้างทส่ี ามารถนำ�มาดัดแปลงเป็นภาชนะปลกู พชื ได้
๖. การปลกู พืชผกั ในภาชนะมขี อ้ ดอี ะไรบ้าง บอกมา ๓ ขอ้
๗. ผักกาดฮอ่ งเต้กับแรดชิ มขี ้อแตกตา่ งกนั ในเรอ่ื งใดบา้ ง
๘. ผักกาดฮ่องเต้นำ�ไปประกอบอาหารชนดิ ใดบ้าง บอกมา ๓ ข้อ
๙. ถ้าปลูกแรดิชในพ้ืนที่ที่เป็นดินเหนียวและเป็นท่ีร่มได้รับแสงแดดเฉพาะช่วงเช้า

จะเกดิ ผลอยา่ งไร
๑๐. แรดชิ มปี ระโยชน์อยา่ งไรบ้าง บอกมา ๓ ข้อ

กจิ กรรมปฏบิ ตั ทิ ี่ ๒

ชอื่ กจิ กรรม “ภาชนะปลูกพืชผักจากสิง่ เหลอื ใช”้
ขั้นตอนการปฏิบตั ิงาน
๑. นักเรียนแบง่ กล่มุ ตามความสมัครใจ กล่มุ ละ ๓ คน
๒. ทุกกลุ่มช่วยกันสำ�รวจวัสดุและสิ่งเหลือใช้ในบ้าน โรงเรียนหรือชุมชน ท่ีสามารถ

นำ�มาใชด้ ัดแปลงเปน็ ภาชนะปลกู พชื ได้
๓. เลือกวัสดุและสิ่งเหลือใช้ จำ�นวน ๑ ชนิด ช่วยกันออกแบบภาชนะปลูกพืชผัก

วาดรปู พร้อมเขยี นข้นั ตอนการทำ�เพื่อนำ�เสนอครูผู้สอน

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๑ การทำ� งานและการปรับปรงุ การท�ำงาน 29

๔. ทกุ กลมุ่ แบ่งหน้าทใี่ นการทำ�งาน แลว้ ลงมอื ทำ�ภาชนะปลกู พืชผักทโ่ี รงเรยี น โดยใช้
อปุ กรณ์และเคร่ืองมอื ต่างๆ ของโรงเรยี น

๕. นำ�ภาชนะปลกู ทไี่ ด้ไปใช้ปลูกผักหรือไมด้ อกประดับเพื่อตกแตง่ สถานท่ีในโรงเรียน
แล้วให้ครูประเมินผลงาน ในด้านความคิดสร้างสรรค์ ประโยชน์ในการใช้งาน
ความประหยัดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

๒.๒ การปลกู ไมด้ อกหรอื ไมป้ ระดับ

ไม้ดอกไม้ประดับ หมายถึง พันธุ์ไม้ที่น�ำมาปลูกเพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือน
ท่ีอยู่อาศัยให้มีบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ร่มร่ืน สวยงาม เพราะมีสีสัน รูปทรงต้น ใบ
ดอกท่ีสะดุดตา ทั้งท่ีปลูกลงในดินและปลูกในกระถาง ซ่ึงนอกจากจะใช้ปลูกประดับแล้ว
ไมด้ อกบางชนดิ ยงั สามารถตดั ดอกไปใชป้ ระโยชนไ์ ดอ้ กี ดว้ ย ไมด้ อกไมป้ ระดบั ทน่ี ยิ มปลกู กนั
โดยทั่วไป เช่น ดาวเรือง กุหลาบ กลว้ ยไม้ บัว เฟอื่ งฟา้ แพงพวย เขม็ ผกากรอง พลดู า่ ง
โกสน กาบหอยแครง เขม็ สามสี หนวดพราหมณ์ เดฟ และอน่ื ๆ

การปลกู แพงพวย แพงพวยหลากสี

แพงพวยเปน็ พชื พน้ื เมอื งของหมเู่ กาะมาดากสั กา
มถี นิ่ กำ� เนดิ อยใู่ นแถบอเมรกิ ากลาง แพงพวยเปน็ ไมพ้ มุ่
ขนาดเล็ก และเป็นพชื ทผ่ี สมในตัวเอง มรี ะบบรากแกว้
ลำ� ตน้ มที ง้ั ทอดขนานไปตามผวิ ดนิ และตงั้ ตรง ทรงพมุ่ สงู
ตั้งแต่ ๔๐-๑๒๐ เซนติเมตร แพงพวยมีความทนทาน
ต่อการเปล่ียนแปลงของดินฟ้าอากาศ โรคและแมลง
ตลอดจนสภาพแวดลอ้ มทเี่ ปน็ พษิ สามารถเจรญิ เตบิ โตได้
ในอากาศรอ้ นจดั ชอบแสงแดดปานกลางถงึ แสงแดดจดั
ดอกมีสสี นั สวยงาม หลากสี ออกดอกตลอดทง้ั ปี

30 การงานอาชพี ป.๖

แพงพวยดอกหลากสี หลากหลายสายพันธ์ุ
มที ัง้ แบบเลือ้ ย แบบแคระ แบบปลูกริมรัว้ และแบบปลกู ในนำ้�

ลกั ษณะทั่วไป
แพงพวยเป็นพนั ธ์ุไมด้ อกประดับที่นยิ มปลกู ทัว่ ไป มอี ยู่ ๔ ลกั ษณะ คือ
๑. แบบเลื้อย เป็นแพงพวยท่ีแต่ละต้นจะแตกกอคลุมพื้นท่ีประมาณ ๘-๑๐ นิ้ว
เจริญเตบิ โตช้า ดแู ลรักษาง่าย เหมาะสำ� หรบั ปลกู ในตะกร้าหรอื กระถางแขวน
๒. แบบแคระ เป็นแพงพวยที่มีล�ำต้นสูงไม่เกิน ๑๒ น้ิว มีใบและดอกขนาดเล็ก
อาจมชี นิดใบดา่ ง ดอกมหี ลากสี เจรญิ เตบิ โตเรว็ ออกดอกเร็ว เหมาะส�ำหรบั ปลกู ในกระถาง
๓. แบบปลกู รมิ ร้ัว เป็นแพงพวยท่มี ีลำ� ต้นสงู ประมาณ ๑๔-๒๐ นิ้ว มใี บและดอก
ขนาดใหญ่ ดอกมกั มีสีเดียว
๔. แบบปลกู ในน�ำ้ เปน็ แพงพวยท่ปี ลกู ในกระถางเป็นไม้น�้ำ สว่ นมากมีดอกสขี าว
ปนเหลืองและสเี หลอื ง

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ การทำ� งานและการปรบั ปรุงการท�ำงาน 31

การปลูกและการขยายพนั ธ์ุ แพงพวยแคระ
แพงพวยเป็นพืชทนร้อนและทนแล้ง เจริญเติบโต
ไดด้ ใี นดนิ ทม่ี คี วามอดุ มสมบรู ณต์ ำ่� ถงึ ปานกลาง โดยเฉพาะ
ดินร่วนปนทรายที่ระบายน้�ำได้ดีและค่อนข้างจะแห้งแล้ง
เพราะจะช่วยให้รากเจริญได้ดี ถ้าดินช้ืนหรือแฉะเกินไป
จะทำ� ใหร้ ากไมม่ อี ากาศหายใจและรากเน่าได้ ประเทศไทย
สามารถปลกู แพงพวยได้ตลอดปเี น่ืองจากเป็นเขตร้อน
การขยายพันธุ์แพงพวยสามารถท�ำได้โดยวิธีการ
เพาะเมลด็ และปกั ชำ� แตโ่ ดยทวั่ ไปนยิ มใชว้ ธิ กี ารเพาะเมลด็
เพราะท�ำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วกว่าการปักช�ำ และได้
ต้นกล้าอายุและความสูงเสมอกัน โดยการน�ำเมล็ดลงไป
เพาะในกระบะหรอื กระถาง เมลด็ จะงอกภายใน ๕-๗ วัน
แล้วจึงย้ายกล้าปลูก หรืออาจใช้วิธีหว่านลงในแปลงปลูก
โดยไม่ต้องย้ายกล้า ส่วนวิธีการปักช�ำจะใช้วิธีปักช�ำกิ่ง
แต่ไม่นิยมเพราะไม่สะดวกในการผลิตต้นพันธุ์ไปปลูก
จำ� นวนมากๆ สำ� หรบั การปลกู แพงพวยนำ้� จะใชว้ ธิ ตี ดั ลำ� ตน้
หรอื แขนงลงไปปลกู ในดนิ เลนหรือดินในอา่ งปลกู

แพงพวยนำ้�

การปฏบิ ัติดแู ลรักษา

๑. การปลูกแพงพวยลงแปลงหรือปลูกตามแนวร้ัวให้รดน้�ำเมื่อดินแห้งมาก หรือ
๒-๓ วันครั้ง ในช่วงหนา้ แลง้
๒. เน่ืองจากตน้ แพงพวยมีสารไล่แมลงจึงไมม่ แี มลงรบกวน ไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งฉดี พน่ สาร
ก�ำจัดศัตรพู ืช
๓. การปลูกแพงพวยลงภาชนะปลูกควรรดน�้ำทุกวัน หรือวันเว้นวันในหน้าแล้ง
และตอ้ งเดด็ ยอดใหเ้ หลือใบจรงิ ติดอยูก่ ับตน้ เพยี ง ๒-๓ คู่ เพอ่ื ใหต้ ้นเตีย้ และเปน็ การบังคับ
ให้ออกดอก ไม่จ�ำเป็นต้องใส่ปุ๋ยตลอดการเพาะปลูก ยกเว้นต้องการเร่งดอกให้ออกมาก
ในชว่ งใดช่วงหนึ่งเท่าน้นั
๔. การปลกู แพงพวยน้�ำไมต่ อ้ งใส่ปยุ๋

32 การงานอาชีพ ป.๖

สำ� หรบั แพงพวยทเ่ี หมาะสำ� หรบั ปลกู ในภาชนะ การปลกู แพงพวยตามแนวรว้ั
เพอ่ื เปน็ ไม้ดอกประดับ มีดังนี้ ลงในภาชนะเพอ่ื ตกแตง่ ริมร้วั
๑. ขนาดทรงพุ่มกะทัดรัด ไม่สูงมากจน
เกินไป
๒. ดอกมสี สี ด เขม้ หรอื สแี ปลกตาจากทม่ี อี ยู่
๓. แตกก่ิงแขนงจ�ำนวนมากและมีดอก
จ�ำนวนมาก
๔. สามารถเจริญเติบโตและให้ดอกได้นาน
มากกวา่ ๒ เดือน

เดฟกระเปา๋ การปลูกเดฟกระเปา๋

เดฟกระเป๋าเป็นพันธุ์ไม้อยู่ในวงศ์เดียวกับโฮย่า
หรอื นมตำ� เลยี ซง่ึ ใชป้ ลกู เปน็ ไมป้ ระดบั ตน้ ของเดฟกระเปา๋
จะมลี กั ษณะเป็นเถา บริเวณขอ้ จะมีใบ ๒ ใบ และมีราก
งอกออกมา ใบจะหนา ปลายใบแหลม ดอกเลก็ ปลายดอก
เรียวรี มีสีแดงจัดและแดงชมพู ออกดอกตลอดปี ดอก
เม่ือบานเต็มท่ีจะกลายเป็นฝัก ภายในฝักจะมีเมล็ดท่ี
สามารถน�ำไปใช้ขยายพันธุ์ต่อได้ เดฟกระเป๋าจึงเป็น
ไม้เลื้อยขนาดเล็กที่นิยมน�ำมาปลูกเป็นไม้ประดับ
เพราะมีท้งั ดอกและใบสวยงามมาก

การปลกู และการขยายพนั ธุ์
เดฟกระเป๋าจะปลูกเป็นไม้กระถางแขวน เพ่ือให้ล�ำต้นเล้ือยพันไปกับลวดหรือเชือก
ท่ีแขวน วสั ดทุ ่ีใช้ปลูกประกอบดว้ ย กาบมะพร้าวทีใ่ ส่ลงในกระถางแขวนหรอื ภาชนะอนื่ ๆ

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๑ การทำ� งานและการปรับปรงุ การทำ� งาน 33

วิธีการปลกู เดฟกระเป๋า มีดังนี้
๑. อดั กาบมะพรา้ วลงในภาชนะปลกู ใหแ้ นน่ รดนำ�้ ให้
ชุ่มหรอื แช่น�ำ้ ทง้ิ ไว้ ๑ คืน
๒. ตดั กิง่ แขนงจากต้นเดมิ ยาวประมาณ ๕-๑๐ นิ้ว
ให้มรี ากติดมาด้วย วางลงบนกาบมะพร้าวท่เี ตรยี มไว้ โดยวาง
ใหร้ ากสัมผัสกบั กาบมะพรา้ วตรงแนวลวดแขวนกระถาง
๓. จับส่วนยอดของก่ิงแขนงพันกับลวดแขวนให้สุด
ปลายยอด
๔. รดนำ้� อกี ครงั้ ใหช้ มุ่ นำ� ไปแขวนไวบ้ รเิ วณทมี่ แี สงแดด ปลกู เดฟกระเปา๋ เป็นไม้แขวน
รำ� ไร หรือมแี ดดเพยี งคร่ึงวนั
๕. ตอ้ งรดนำ้� ทกุ วนั หากกาบมะพรา้ วมีความชมุ่ ชื้นพอดีเดฟกระเปา๋ จะงอกงามดี
เดฟกระเป๋านอกจากจะปลูกและขยายพันธุ์ด้วยกิ่งแขนงแล้ว ฝักแก่ถ้าน�ำไปวางในท่ี
ชื้นๆ ก็จะงอกขึ้นเป็นต้นใหม่สามารถน�ำไปปลูกได้ แต่การเจริญเติบโตจะช้ากว่าการปลูก
ด้วยก่ิงแขนง นอกจากน้ีถ้าผ่าด้านในกระเป๋าจะมองเห็นรากเล็กน้อยตรงปลายข้ัวกระเป๋า
ซงึ่ สามารถน�ำส่วนน้ีไปเพาะชำ� ได้
การปฏบิ ัตดิ แู ลรักษา
๑. รดน�ำ้ และควบคมุ ความชนื้ ใหพ้ อเหมาะ หากใหน้ ำ�้ มากเกนิ ไปอาจเกิดการช้�ำเน่า
ของกระเปา๋ ได้
๒. แขวนไว้ในท่ีท่ีมีแสงแดด หากไม่ได้รับแสงแดดตลอดท้ังวันใบจะเหลืองและฝ่อ
ตายในทส่ี ดุ
๓. แขวนไว้ในท่ที ีม่ ีอากาศถา่ ยเทได้ดี ไม่อับช้นื เพราะอาจเกดิ เชือ้ ราทกี่ ระเป๋าท�ำให้
ต้นเฉาตายได้
๔. เมื่อต้นเดฟกระเป๋าที่ปลูกใหม่เริ่มต้ังตัวได้ ใส่ปุ๋ยเคมีชนิดเม็ดละลายช้าลงบน
กาบมะพรา้ วเลก็ นอ้ ยเพอื่ เรง่ การเจรญิ เตบิ โต หากใสม่ ากไปตน้ และใบจะไหมไ้ ด้ หรอื ใชผ้ งชรู ส
ท่ีใช้ปรุงอาหาร ๑ ช้อนชาผสมกบั น้�ำ ๑ ขวดเล็ก ฉดี พ่นใหท้ ัว่
๕. ถา้ มตี น้ ทแี่ สดงอาการเหลอื งเหยี่ วในกอเดยี วกนั ใหแ้ ยกตดั ตน้ ทเี่ หลอื งเหย่ี วออกทง้ิ

34 การงานอาชีพ ป.๖

กิจกรรมตรวจสอบการเรยี นรทู้ ่ี ๓

จงตอบคำ�ถามต่อไปนใี้ หถ้ กู ตอ้ ง
๑. แพงพวยมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไร
๒. การขยายพันธุ์แพงพวยมีกว่ี ิธี อะไรบ้าง
๓. ทำ�ไมการปลูกแพงพวยจึงไมม่ แี มลงรบกวน
๔. เดฟกระเปา๋ เป็นพันธุไ์ ม้ประเภทใด
๕. “กระเป๋า” ของตน้ เดฟคืออะไร
๖. วัสดุหลกั ในการปลกู เดฟกระเปา๋ คืออะไร
๗. เดฟกระเป๋าเจรญิ เติบโตไดด้ ีในสภาพแวดล้อมแบบใด
๘. ถา้ นกั เรยี นตอ้ งการปลกู ไมด้ อกหรอื ไมป้ ระดบั จะเลอื กปลกู ตน้ อะไร เพราะเหตใุ ด

กิจกรรมปฏบิ ัติที่ ๓

ช่อื กิจกรรม “ปลกู พืชท่ชี อบและปลอดสารเคม”ี
ขัน้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน
๑. นักเรียนสำ�รวจความพร้อมของตนเองในการเลือกปฏิบัติกิจกรรมประเภท

กิจกรรมกลมุ่ หรือกิจกรรมรายบคุ คล
๒. ถา้ นกั เรยี นเลอื กปฏบิ ัติกิจกรรมกล่มุ ให้แบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ ๕ คน ปฏิบตั กิ ิจกรรม

ปลกู ผกั หรอื ไมด้ อกไมป้ ระดบั ในแปลงปลกู ขนาด ๑  ๔ เมตร แตถ่ า้ เลอื กกจิ กรรม
รายบุคคลให้ทุกคนปลูกพืชผักสวนครัวหรือไม้ดอกไม้ประดับลงในภาชนะ คนละ
๑ ชนิด ตามทนี่ ักเรยี นชอบหรอื สนใจ หรอื ตามขอ้ ตกลงของกลมุ่
๓. ศึกษาวิธีการปลูกพืชผักสวนครัวหรือไม้ดอกไม้ประดับที่ชอบเพ่ิมเติมจากตำ�รา
หรอื อนิ เทอรเ์ นต็ หรอื สอบถามผรู้ ใู้ นชมุ ชน แลว้ นำ�เสนอครผู สู้ อน พรอ้ มบอกเหตผุ ล
ทช่ี อบและเลือกปลูก

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ การทำ� งานและการปรับปรุงการท�ำงาน 35

๔. ในการปฏิบัติงานปลูกพืชผักสวนครัวหรือไม้ดอกไม้ประดับ ให้ดำ�เนินการตาม
ข้อตกลงดังนี้

๔.๑ นำ�ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ในการปฏบิ ตั ิงาน เชน่ การใชภ้ าชนะ
ปลูกทเี่ ป็นวสั ดุเหลือใช้ในครัวเรอื น โรงเรยี นหรอื ในชุมชน

๔.๒ พชื ผกั สวนครวั หรอื ไมด้ อกไมป้ ระดบั ทป่ี ลกู ตอ้ งไมใ่ ชป้ ยุ๋ เคมแี ละสารเคมกี ำ�จดั
ศัตรูพชื

๕. ลงมอื ปฏบิ ตั งิ านซงึ่ นกั เรยี นสามารถทำ�ทบ่ี า้ นหรอื ทโี่ รงเรยี นกไ็ ด้ ในขณะปฏบิ ตั งิ าน
ใหถ้ า่ ยภาพหรือบันทึกวดิ ีโอประกอบการปฏบิ ัตงิ านไวด้ ้วย

๖. หากพบปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานต้องดำ�เนินการแก้ปัญหาท่ีสาเหตุ
เพอ่ื ปรบั ปรุงและพัฒนาการทำ�งาน

๗. ส่งรายงานผลการปลูกพืชผักสวนครัวหรือไม้ดอกไม้ประดับ หลังจากพืชที่ปลูกให้
ผลผลิตหรือหลงั เก็บเก่ียวผลผลิต พร้อมภาพถา่ ยหรือวิดีโอประกอบการปฏิบัตงิ าน

กจิ กรรมบรู ณาการ

ช่ือกิจกรรม “เราจะทำ�งานให้ดีกวา่ เดิม”
ข้ันตอนการปฏิบตั งิ าน
๑. นกั เรยี นแบง่ กลุ่มปฏิบัตงิ าน กลมุ่ ละ ๕ คน
๒. ประชุมกลุ่มเพอ่ื ให้ทุกคนเลา่ ประสบการณใ์ นการทำ�งานของตนเอง คนละ ๑ งาน

โดยไม่ซำ้ �กัน

กลุ่มงาน งานท่ที ำ�

งานบ�ำรุงรักษา ซ่อมแซมบ้าน ลับมีด จัดเก็บอุปกรณ์ในบ้าน ทาสีบ้าน
สมบตั ใิ นบา้ น ขดั รองเท้า

งานบา้ น กวาดบ้าน ถูบา้ น ลา้ งจาน ซักผ้า ตากผ้า รีดผา้ ปูทน่ี อน
ท�ำอาหาร จดั ตู้เสอื้ ผ้า

36 การงานอาชพี ป.๖

กลมุ่ งาน งานที่ท�ำ

งานปลูกพชื ปลูกผกั กาด คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ต้นหอม กะเพรา โหระพา
ตะไคร้ มะเขือ กุหลาบ โกสน เฟิร์น สาวน้อยประแป้ง
แพงพวย เดฟกระเป๋า

งานเลี้ยงสตั ว์ เลย้ี งไก่ เป็ด นกกระทา ปลากัด ปลาทอง ปลาหางนกยงู
ปลาสอด

งานธรุ กจิ การเงนิ ซื้อ-ขายสินค้า ท�ำบัญชีครัวเรือน บันทึกรายรับ-รายจ่าย
ส่วนตัว ออมเงนิ

๓. ระบุปัญหาและอุปสรรคที่เกิดข้ึนในการทำ�งานนั้นๆ โดยเลขานุการของกลุ่ม
จดบนั ทึกและรวบรวมปัญหาและอปุ สรรคเหล่านน้ั

๔. นำ�ปัญหาและอุปสรรคท่ีรวบรวมได้ มาช่วยกันวิเคราะห์หาสาเหตุและกำ�หนด
วิธีการปรับปรุงและแก้ไขปัญหา โดยไม่สร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาแทน (อาจใช้
การประชมุ ๓-๕ คร้ัง นอกเวลาเรียน)

๕. นำ�ข้อสรุปจากการประชุมเขียนรายงานนำ�เสนอครูผู้สอน ตามแบบบันทึก
ทก่ี ำ�หนดให้ดงั น้ี
รายงานผลการปรบั ปรุงและแก้ปัญหาในการท�ำงาน
ช่ือกลุ่ม.......................................

งานทท่ี ำ� ปัญหาและอุปสรรค วธิ ีการปรับปรุง
ทเี่ กิดขึน้ และแกไ้ ข
๑.
๒.
๓.
๔.
๕.

๖. นำ�วิธีการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาในการทำ�งานไปลงมือปฏิบัติแล้วประเมินผล
เพือ่ นำ�ไปส่กู ารพัฒนาใหด้ ียิ่งขนึ้

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ การทำ� งานและการปรบั ปรงุ การท�ำงาน 37

สรปุ หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑
การทำ�งานและการปรับปรงุ การทำ�งาน

K nowledge

๑. งานดแู ลรักษาสมบตั ิ งานดูแลรักษาสมบัติภายในบ้านเป็นงานที่เก่ียวข้องกับการเลือกใช้
ภายในบ้าน การทำ�ความสะอาด การดแู ลรกั ษา จดั เกบ็ ซอ่ มบำ�รงุ ใหส้ มบตั ภิ ายในบา้ น
สามารถนำ�ไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น สะอาด ปลอดภัย สวยงาม อยูใ่ น
สภาพที่สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ทำ�ให้การทำ�งานมีประสิทธิภาพ
มากขนึ้ งานดแู ลรกั ษาสมบตั ภิ ายในบา้ นจงึ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของการปรบั ปรงุ
การทำ�งานซ่ึงประกอบด้วย การเลือกและใช้งานที่ถูกวิธี การดูแลรักษา
การจัดเก็บและการซ่อมแซมสมบัติภายในบ้านซึ่งประกอบด้วย วัสดุ
อปุ กรณง์ านครัว งานดแู ลรักษาบ้าน งานเกษตร รวมถึงวสั ดุอปุ กรณ์ให้
แสงสวา่ งและเครอื่ งใช้ไฟฟ้าในบ้าน
สำ�หรับการซ่อมแซมนั้นหากเรามีความรู้ มีทักษะและประสบการณ์
ไม่เพียงพอควรสอบถามผู้ปกครอง ครูผู้สอนหรือผู้รู้อ่ืนๆ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งวัสดุอุปกรณ์เก่ียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ให้แสงสว่าง
เพราะอาจเกดิ อันตรายถึงชีวิตได้

๒. งานปลูกพชื และเล้ยี งสตั ว์ งานปลูกพืชเก่ียวข้องกับการปลูกพืชผักสวนครัวและการปลูกไม้ดอก
ไม้ประดับ สำ�หรับการปลูกพืชผักสวนครัวจะเน้นการปลูกเพื่อบริโภค
ในครัวเรือน จึงหลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีจำ�กัดศัตรูพืช แต่จะ
ใชป้ ยุ๋ หมกั ชวี ภาพและสารสกดั สมนุ ไพรกำ�จดั แมลงศตั รพู ชื แทนเพอ่ื ใหไ้ ด้
พชื ผกั ปลอดสารพษิ สว่ นไมด้ อกไมป้ ระดบั ปลกู ไวเ้ พอื่ อาศยั รม่ เงา ประดบั
ตกแตง่ เพ่มิ สสี ันบรรยากาศให้กบั บา้ นเรอื นทีอ่ ยูอ่ าศัย

38 การงานอาชีพ ป.๖

P rocess

•• ฝึกทักษะการจัดแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบต่องานส่วนรวมของ
ครอบครวั

•• ฝกึ ทกั ษะการดูแลสมบตั ภิ ายในบา้ น
•• ฝกึ ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ในการปรับปรุงการท�ำงาน
•• สร้างสรรคภ์ าชนะปลูกพืชจากสง่ิ เหลอื ใชใ้ นครัวเรือน
•• ปฏบิ ตั ิการปลกู พชื ตามกิจกรรม “ปลกู พชื ที่ชอบและปลอดสารเคมี”

A ttribute

•• ตระหนกั ถึงความส�ำคญั ของการทำ� งานและการปรับปรุงการทำ� งาน
•• ตระหนักถงึ ความสำ� คญั ของการรกั ษาสมบัตภิ ายในบา้ น
•• ใส่ใจต่อการดแู ลรกั ษาความสะอาดและซอ่ มบำ� รุงสมบตั ภิ ายในบา้ น
•• ตระหนักถึงคุณค่าและความส�ำคัญของการปลูกพืชผักสวนครัวและ

ไมด้ อกไมป้ ระดบั
•• ม่งุ มน่ั ต้ังใจในการท�ำงานปลกู พชื ผักสวนครัวและไม้ดอกไม้ประดับ

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๑ การทำ� งานและการปรบั ปรงุ การทำ� งาน 39

แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิ

จงตอบคำ�ถามตอ่ ไปน้ใี ห้ถกู ต้อง
๑. การเตรียมแปลงปลกู พชื ทุกชนิดตอ้ งเริ่มตน้ อยา่ งไร
๒. การปลกู ผกั ในภาชนะมีกระบวนการอย่างไร
๓. ถ้าต้องการปลูกพืชในภาชนะปลูกชนิดตั้งพ้ืนกับชนิดแขวนควรเลือกปลูกพืช

ประเภทใด เพราะเหตใุ ด
๔. ปลกู พชื ผักอย่างไรถงึ จะได้บริโภคพืชผักทีป่ ลอดสารพิษ
๕. ไม้ดอกไมป้ ระดบั มีประโยชน์อยา่ งไร
๖. ไม้ดอกและไม้ใบท่ีนกั เรียนชอบมีอะไรบ้าง ใหร้ ะบมุ าอย่างละ ๕ ชนิด พร้อม

บอกเหตุผลประกอบ

ตัวอยา่ งองคป์ ระกอบในแผนจดั การเรยี นรู้

ใบงาน
เฉลยใบงาน
ใบความรู้
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
แบบทดสอบหลังเรยี น
เฉลยแบบทดสอบ

การงานอาชพี ป.๖ 41

ใบงานที่ ๑

เรือ่ ง รายงานผลการดแู ลรกั ษาวสั ดุอุปกรณ์
ทีจ่ ำ�เปน็ ภายในบา้ นประเภทต่างๆ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดูแลรกั ษาวัสดุอุปกรณ์ท่ีจ�ำเปน็ ภายในบา้ นประเภทต่างๆ ได้ถูกต้องตามหลักการ
ขน้ั ตอนการท�ำงาน
ให้นักเรียนเขียนสรุปรายงานผลในการดูแลรักษาวัสดุอุปกรณ์ท่ีจ�ำเป็นภายในบ้าน
ประเภทตา่ งๆ ตามท่กี �ำหนดให้

ชื่อวัสดอุ ปุ กรณ์ วิธีดูแลรกั ษา
ทีจ่ �ำเป็นภายในบ้าน

๑. มดี ....................................................................................
....................................................................................

๒. เขียง ....................................................................................
....................................................................................

๓. แกว้ นำ้ � ....................................................................................
....................................................................................

๔. จาน / ชาม / ถ้วย ....................................................................................
....................................................................................

๕. ภาชนะหงุ ต้มอะลูมิเนยี ม ....................................................................................
....................................................................................


Click to View FlipBook Version