The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประมวลบทความเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ประมวลบทความเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ประมวลบทความเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พระท่ีน่งั พุดตานกาญจนสิงหาสน์ประดิษฐานบนพระแทน่ มหาเศวตฉตั ร และพระทีน่ ่งั บษุ บกมาลามหาจักรพรรดพิ มิ าน ณ ท้องพระโรง
พระทน่ี ัง่ อมรนิ ทรวนิ ิจฉัย เนือ่ งในพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว พ.ศ. ๒๔๖๘
47

พระท่นี ั่งพดุ ตานกาญจนสงิ หาสน์ พรอ้ มตั่งเคยี งซา้ ยขวาส�ำหรับทอดเคร่อื งราชปู โภค
48

พระทน่ี งั่ พุดตานถม ภายใตน้ พปฎลมหาเศวตฉัตร ในพระท่นี งั่ จักรมี หาปราสาท

49

พระแทน่ ราชบัลลงั ก์ประดบั มกุ ภายใตน้ พปฎลมหาเศวตฉัตร ในพระที่น่งั ดสุ ติ มหาปราสาท
50

พระทน่ี ่ังภทั รบิฐ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉตั ร ในพระท่ีน่งั ไพศาลทกั ษิณ

51

พระท่นี ั่งอฐั ทศิ อุทมุ พรราชอาสน์ ภายใตส้ ัปตปฎลมหาเศวตฉตั ร ในพระท่นี ั่งไพศาลทกั ษณิ
52

พระแท่นราชบรรจถรณ์ ในพระท่ีนัง่ จกั รพรรดพิ มิ าน
ส�ำหรบั พระราชพธิ บี รมราชาภิเษกเฉลิมพระราชมนเทียร พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั พ.ศ. ๒๔๖๘

พระแทน่ ท่ปี ระทับพรอ้ มเคร่อื งสรงพระพกั ตร์ และเครือ่ งพระส�ำอาง ในพระที่นงั่ จกั รพรรดิพิมาน
ส�ำหรบั พระราชพิธบี รมราชาภิเษกเฉลมิ พระราชมนเทยี ร พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยูห่ ัว พ.ศ. ๒๔๖๘

53

เครื่องมงคลเบญจราชกกุธภัณฑ์ ประกอบดว้ ย พระมหาพิชยั มงกฎุ พระแสงขรรคช์ ยั ศรี
พระแส้จามรีและวาลวชิ นี ธารพระกร และฉลองพระบาทเชิงงอน

54

เครอ่ื งถนิมพิมพาภรณ์ ขวาบน : พระดง่ิ ทองคำ� และพระตะกรุดทองค�ำพรอ้ มสายทองคำ�
ซา้ ยบน : พระสังวาลพระนพ ขวากลาง : พระสังวาลพระนพรตั น์
ซา้ ยกลาง : พระสงั วาลพระนพนอ้ ย ขวาล่าง : พระธ�ำมรงค์นพรตั น์
ซา้ ยล่าง : พระประคำ� ทองคำ� ๑๐๘ เม็ด

55

เคร่อื งราชปู โภค พระแสงตรี พระแสงจกั ร พระแสงดาบ พระแสงธนู วาลวชิ นี และฉลองพระบาท
ในพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยหู่ ัว พ.ศ. ๒๔๖๘

พระแสงดาบต่าง ๆ จากบนลงล่าง พระแสงดาบคาบค่าย พระแสงขรรค์ชยั ศรี พระแสงดาบใจเพชร พระแสงดาบเวยี ด
56

แผน่ สุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภไิ ธย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ในพระราชพิธบี รมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๔๙๓

เคร่ืองราชูปโภคประกอบพระราชอิสรยิ ยศพระเจา้ แผ่นดนิ ได้แก่ พานพระขนั หมาก พระมณฑปรตั นกรณั ฑ์
พระสพุ รรณศรบี วั แฉก และพระสุพรรณราช

57

จัน่ หมากทองค�ำและจ่ันมะพร้าวทองคำ� ใช้ในการเฉลิมพระราชมนเทียร

เครื่องราชูปโภคจำ� ลองจากกรุพระปรางค์ วดั ราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรอี ยุธยา
ในภาพประกอบดว้ ย พระแส้หางชา้ งเผือก พระแส้จามรี จามร และพัดโบก

58

วนิ ิจฉัยเรอื่ งเครื่องต้น

พระนพิ นธ์
สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ

ตำ� ราเคร่ืองต้นเคร่ืองทรงแตโ่ บราณ

ประกอบด้วยพระอธบิ ายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ
และพระวนิ ิจฉยั ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานรศิ รานุวัดติวงศ์

สมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจา้ ฟา้ กรมพระยานริศรานวุ ัดตวิ งศ์

ประมวลบทความ

เนอื่ งในพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก

อธิบายเร่อื งการตรวจสอบชำ� ระ

เร่ือง “วินิจฉัยเรอื่ งเครอื่ งต้น” และ “ตำ� ราเคร่อื งต้นเคร่ืองทรงแต่โบราณ”

เครื่องต้น คือเคร่ืองทรงส�ำหรับพระมหากษัตริย์ประกอบด้วยอะไรบ้างนั้น มีปรากฏใน
กฎมนเทียรบาล แต่เรียกว่าเครื่องราโชประโภค ต่อมามีเครื่องต้นอีกต�ำราหนึ่งท่ีมีขึ้นภายหลังกฎมนเทียรบาล
ช่อื วา่ พระต�ำราเครื่องต้น มีท่มี าจากเมื่อพ.ศ. ๒๔๖๙ นางแวว บุณยรัตพันธ์ ซึ่งเป็นข้าหลวงเดิม และเปน็ ภรรยา
เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (เวก บุณยรัตพันธ์) ได้น�ำคัมภีร์ลานผูกหน่ึงขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา
ด�ำรงราชานุภาพ นายกราชบณั ฑิตยสภา และได้น�ำมาเกบ็ รกั ษาไว้ทีห่ อพระสมุดฯ เนอ้ื หาข้อมูลในคมั ภีรล์ านน้ัน
ประกอบด้วย ต�ำรา ๑๑ เร่ือง มีการจัดพิมพ์เป็นหนังสือแล้ว ๑๐ เรื่อง ยกเว้นต�ำราเคร่ืองต้นเครื่องทรงท่ียัง
ไม่ปรากฏว่าเคยจัดพิมพ์เป็นหนังสือ เน้ือหาข้อมูลในต�ำราดังกล่าวเป็นการพรรณนาถึงเครื่องต้นเคร่ืองทรง
ของพระมหากษัตริย์ เมื่อเสด็จออกงานพระราชพิธีตา่ ง ๆ ไว้ถึง ๑๐ อย่าง มีการก�ำหนดประเภท ลักษณะ
การใช้งานของเครื่องต้นเครื่องทรงแต่ละชนิดซ่ึงมีความแตกต่างกัน หอพระสมุดฯ ได้พิมพ์รวมไว้ในหนังสือ
ลัทธิธรรมเนียมตา่ ง ๆ ภาคที่ ๑๙ ต�ำราแบบธรรมเนยี มในราชส�ำนักคร้งั กรุงศรอี ยุธยา อีกท้งั ต�ำรานยี้ งั เปน็ หลัก
ในเรอื่ งเครอ่ื งตน้ แมว้ า่ ตอ่ มาในสมยั รตั นโกสนิ ทรจ์ ะมกี ารเปลยี่ นแปลงไปตามพระราชนยิ มของพระมหากษตั รยิ ์
แต่ละรัชกาล อยา่ งไรกด็ ยี งั คงยดึ หลกั การ และรักษากฎเกณฑ์ของเกา่ ไวเ้ สมอ

“วนิ จิ ฉยั เรอ่ื งเครอื่ งตน้ ” เปน็ พระนพิ นธข์ องสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ
ทรงอธบิ ายถงึ เครอ่ื งตน้ ประกอบกบั การวนิ จิ ฉยั วา่ พระเครอ่ื งตน้ ประกอบดว้ ยสงิ่ ใดบา้ งทป่ี รากฏในกฎมนเทยี รบาล
และเคร่ืองต้นท่ีปรากฏในพระต�ำราทรงเคร่ืองต้น ซึ่งเป็นอีกต�ำราหน่ึงที่มีขึ้นภายหลังกฎมนเทียรบาล
ทรงสันนษิ ฐานว่า อาจเปน็ ของเดมิ ของเจา้ พระยาศรธี รรมาธิราช (บญุ รอด) ตน้ สกลุ บณุ ยรัตพันธ์ ซ่ึงเป็นผ้แู ต่ง
ต�ำราราชการต่าง ๆ มาแต่คร้ังสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นมรดกตกทอดมาถึง
เจา้ พระยาศรธี รรมาธริ าช (เวก) ผเู้ ปน็ หลาน นางแววจงึ น�ำมาทลู เกลา้ ฯ ถวายพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ทรงอธิบายว่าต�ำราเคร่ืองต้นเคร่ืองทรงน้ีเป็นต�ำราเก่าท่ีมีมาแต่ครั้งสมัยอยุธยา สันนิษฐานว่าอาจแต่งขึ้นใหม่
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และต�ำราน้ีน่าจะสูญหายเม่ือคร้ังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ครั้นเมื่อล่วง
มาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้รวบรวมต�ำราโบราณท่ีเหลืออยู่ โดยให้ข้าราชการที่เคยรับราชการมาแต่คร้ังสมัยอยุธยา เช่น เจ้าพระยา
ศรีธรรมาธิราช (บุญรอด) ผู้ซึ่งเคยรู้และเห็นขนบธรรมเนียมโบราณช่วยกันเรียบเรียงเป็นต�ำราขึ้นใหม่ จึงเป็น
หนงั สอื ต�ำราเครอื่ งตน้ เครอ่ื งทรง ในสว่ นของการเรยี บเรยี งขอ้ มลู นนั้ ไมไ่ ดม้ แี บบแผนอยา่ งชดั เจน แตเ่ ปน็ ลกั ษณะ
ท่นี กึ ถึงส่งิ ใดก็เขยี นลงไป ต่อมาสมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ เจา้ ฟ้ากรมพระยานริศรานวุ ดั ตวิ งศ์ ทรงรับวนิ จิ ฉัย
ศพั ทท์ สี่ มเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ ทรงสงสยั และตดิ ขดั จงึ ปรากฏเปน็ ต�ำราเครอ่ื งตน้
เครื่องทรงแต่โบราณ ประกอบด้วยพระอธิบายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ
และพระวินิจฉัยของสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานรศิ รานวุ ดั ตวิ งศ์

61

ประมวลบทความ ส่วนประวตั ิการจัดพมิ พน์ น้ั “วนิ ิจฉัยเรอ่ื งเครือ่ งต้น” เคยพมิ พเ์ ผยแพรใ่ นวารสารศลิ ปากร ปีท่ี ๓
เล่ม ๕ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๓ หน้า ๗๓ - ๗๗ จากน้ันไม่ปรากฏว่าได้มีการพิมพ์เผยแพร่ท่ีไหนอีก ส�ำหรับ
เน่อื งในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก “ต�ำราเคร่ืองต้นเคร่ืองทรงแต่โบราณ” ประกอบด้วยพระอธิบายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา
ด�ำรงราชานุภาพ และพระวนิ จิ ฉัยของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานรศิ รานุวัดตวิ งศ์ เคยพิมพ์
62 เผยแพร่เป็นตอน ๆ ตอ่ เน่อื งกันในวารสารศิลปากร ดังน้ี

ปที ่ี ๗ เล่ม ๓ สิงหาคม ๒๔๙๖ หนา้ ๖๕ - ๗๒
ปที ี่ ๗ เลม่ ๔ กันยายน ๒๔๙๖ หน้า ๖๙ - ๗๒
ปที ี่ ๗ เล่ม ๕ ตุลาคม ๒๔๙๖ หนา้ ๕๓ - ๕๖
ปที ่ี ๗ เลม่ ๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๖ หนา้ ๖๐ - ๖๒
ปที ่ี ๑๕ เล่ม ๓ กันยายน ๒๕๑๔ หนา้ ๒๕ - ๔๐
ส�ำหรบั บทความเรอ่ื งต�ำราเครอื่ งตน้ เครอื่ งทรงแตโ่ บราณทพ่ี มิ พใ์ นวารสารศลิ ปากร ปที ่ี ๑๕ เลม่ ๓
กันยายน ๒๕๑๔ หนา้ ๒๕ - ๔๐ นน้ั เป็นการรวบรวมค�ำอธบิ ายของสมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา
ด�ำรงราชานภุ าพ และพระวนิ จิ ฉยั ของสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ เจา้ ฟา้ กรมพระยานรศิ รานวุ ดั ตวิ งศ์ เพอ่ื ทลู เกลา้ ฯ
ถวายพระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยู่หวั
อน่ึง ในส่วนของการตรวจสอบช�ำระเพื่อจัดพิมพ์ครั้งนี้ บรรณาธิการได้ตรวจสอบบทความเร่ือง
“วินิจฉยั เร่อื งเครื่องตน้ ” และ “ต�ำราเคร่ืองต้นเคร่ืองทรงแตโ่ บราณ” ฉบับพมิ พค์ รง้ั แรกกบั ฉบบั พิมพ์คร้งั อ่ืน ๆ
โดยยดึ ฉบบั พมิ พค์ รง้ั แรกเปน็ หลกั พรอ้ มทงั้ ตรวจสอบขอ้ มลู และรายละเอยี ดตา่ ง ๆ จากหนงั สอื ตลอดจนเอกสาร
ท่ีเกี่ยวข้อง จ�ำนวน ๑๙ รายการ คือ
๑. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
รัชกาลท่ี ๒ พระนพิ นธส์ มเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ
๒. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๕ พระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ
๓. พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสนิ ทร์ รัชกาลที่ ๔ โดยเจา้ พระยาทิพากรวงศ์ (ข�ำ บนุ นาค)
๔. จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ
พระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยหู่ วั
๕. ลทั ธิธรรมเนียมต่าง ๆ ภาค ๑๙ ต�ำราแบบธรรมเนียมในราชส�ำนักครงั้ กรงุ ศรีอยธุ ยา
๖. กฎหมายตราสามดวง หมวดกฎมณเทิยรบาล ฉบับราชบัณฑิตยสถาน จัดพิมพ์ตาม
ตน้ ฉบับหลวง เล่ม ๒
๗. พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกสมัยกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ โดย หม่อมราชวงศแ์ สงสูรย์ ลดาวัลย์
๘. สารานุกรมไทยฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน เล่ม ๖ “เครือ่ งต้น” โดย พระปฏิเวทยว์ ิศษิ ฏ์
๙. พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก : ประวตั ศิ าสตร์ จารตี ประเพณี จากพระราชนพิ นธ์ “ยอพระเกยี รติ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
พระนง่ั เกลา้ เจา้ อย่หู วั รัชกาลที่ ๓ โดย นชุ นารถ กจิ งาม
๑๐. รวมเร่ืองราชาภิเษก ธรรมเนียมราชตระกูลในกรุงสยาม พระราชานุกิจ และอธิบายว่า
ดว้ ยยศเจ้า โดยส�ำนกั วรรณกรรมและประวตั ิศาสตร์

ประมวลบทความ

เนอ่ื งในพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก

๑๑. ประมวลภาพประวัตศิ าสตรไ์ ทยพระราชพิธบี รมราชาภิเษกสมัยรตั นโกสินทร์
๑๒. อยธุ ยาอาภรณ์ โดย สมภพ จันทรประภา
๑๓. เครื่องแต่งกายละคร และการพัฒนา : การแต่งกายยืนเครื่องละครในของกรมศิลปากร
โดย ชวลติ สนุ ทรานนท์ (บรรณาธกิ าร) และคณะ
๑๔. พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
๑๕. ราชาศัพท์ ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
๑๖. สารานุกรมผ้า เคร่อื งถกั ทอ โดย วบิ ลู ย์ ลส้ี วุ รรณ
๑๗. ถนิมพมิ พาภรณ์ โดย กองพิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ
๑๘. พระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก โดย ณฏั ฐภทั ร จันทวิช
๑๙. เรือพระราชพิธี โดย ณฏั ฐภทั ร จันทวชิ
๒๐. ผ้าพมิ พ์ลายโบราณในพพิ ิธภณั ฑสถานแห่งชาติ โดย ณัฏฐภัทร จันทวิช
๒๑. ผา้ โบราณ โดย ณัฏฐภทั ร จันทวชิ
๒๒. ผา้ ไทย - ผ้าไท โดย สมุ าลย์ โทมัส
และจัดท�ำเชิงอรรถอธิบายความเพิ่มเติมจากเชิงอรรถเดิมท่ีมีอยู่แล้ว ท้ังนี้ก�ำหนดให้เชิงอรรถเดิมมีสัญลักษณ์
ดอกจัน (*) ก�ำกับหน้าข้อความท่ีคงไว้ตามเดิม ส่วนเชิงอรรถท่ีจัดท�ำข้ึนใหม่ภายใต้การตรวจสอบช�ำระของ
บรรณาธิการ ก�ำหนดใช้ตัวเลขก�ำกับหน้าข้อความ

63

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ วั
ในงานพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษกครั้งแรก พุทธศกั ราช ๒๔๑๑
64

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยู่หัว
ในงานพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษกสมโภช วนั ท่ี ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๔

65

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยหู่ ัว เสด็จพระราชด�ำเนนิ จากพลบั พลาเปลอ้ื งเคร่อื ง ประทบั พระทน่ี ่งั ราชยานพดุ ตาน
หนา้ วัดบวรนิเวศวิหาร ในกระบวนเสดจ็ พยุหยาตราโดยทางสถลมารคเลยี บพระนคร
ในพระราชพิธบี รมราชาภิเษกสมโภช วันท่ี ๓ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๕๔

พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยูห่ วั ประทับเรอื พระทีน่ ง่ั ศรสี ุพรรณหงส์ เรือพระท่นี ั่งล�ำทรง
ในกระบวนเสด็จพยุหยาตราโดยทางชลมารคเลียบพระนคร

ในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษกสมโภช วันที่ ๔ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๔๕๔
66

พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยู่หวั ประทับพระท่นี ั่งราชยานพดุ ตาน เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ด้วย
กระบวนพยุหยาตราโดยทางสถลมารคเลยี บพระนคร มาทางถนนพระสเุ มรุ วันท่ี ๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๖๘

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจา้ อยูห่ วั เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ประทับพระทน่ี ัง่ บุษบกในเรอื พระท่ีนง่ั
อนนั ตนาคราชลำ� ทรง ณ ท่าวดั อรณุ ราชวราราม ในกระบวนเสดจ็ พยหุ ยาตราโดยทางชลมารคเลียบพระนคร

วันที่ ๓ มนี าคม พ.ศ. ๒๔๖๘

67

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ประทับพระทีน่ ่ังราชยานพดุ ตานทอง
เสด็จพระราชด�ำเนินโดยกระบวนราบใหญ่ จากเกยหน้าพระทวารเทเวศร์รกั ษาไปยังวดั พระศรรี ัตนศาสดาราม
วนั ท่ี ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ ไปยงั พระอโุ บสถ วัดพระศรรี ตั นศาสดาราม
เพือ่ ถวายเครอ่ื งราชสกั การะ ต้นไมท้ อง เงนิ บชู าพระพทุ ธมหามณีรตั นปฏมิ ากร
และมพี ระราชดำ� รัสประกาศพระองคเ์ ป็นพุทธศาสนูปถัมภก
วันท่ี ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓

68

ประมวลบทความ

เนื่องในพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก

วินจิ ฉยั เรอื่ งเครอ่ื งตน้
พระนิพนธ์

สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ

มี ๑๕ ส่ิง คอื เครื่องต้น๑ แบบเก่าที่สุดพรรณนาไว้ในกฎมณเฑียรบาล๒ เรียกว่า “เครื่องราโชประโภค”๓

๑. มหามกฎุ
๒. มหากุณฑล
๓. พาหรุ ตั น๔
๔. ถนมิ มาลัย๕
๕. สร้อยมหาสังวาล๖
๖. สะเอ้ง๗
๗. อตุ รา฀
๘. อุตรี


๙. ควงได ๗ แถว
๑๐. ธ�ำมรงค์ ๓ องคท์ กุ น้วิ พระหัตถ์

๑ คือ เครื่องทรงส�ำหรับพระมหากษัตริย์ท่ีใช้ในพระราชพิธี เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เรียกเต็มว่า
ฉลองพระองค์เคร่อื งต้น หรืออีกความหมายว่า ของใชข้ องเสวยส�ำหรับพระมหากษตั รยิ ์

๒ เปน็ การเขยี นแบบโบราณ ปจั จบุ นั นยิ มเขยี นวา่ กฎมนเทยี รบาล หมายถงึ กฎหรอื ขอ้ บงั คบั ทกี่ �ำหนดขนึ้ วา่ ดว้ ย
ระเบยี บการปกครองในราชส�ำนกั เพ่ือดแู ลรักษาพระราชวังและพระราชฐาน หากแปลตามรูปศพั ท์ มณเฑยี ร มีความหมายว่า
เรือนหลวงหรือพระราชวัง โดยเป็นกฎหมายในระบบกฎหมายไทยรูปแบบหน่ึงตั้งแต่สมัยโบราณ และเป็นกฎหมายหมวดหน่ึง
ในประมวลกฎหมายตราสามดวง ซง่ึ เปน็ กฎหมายสว่ นพระองคข์ องพระมหากษตั รยิ ์ มสี าระส�ำคญั ๓ แผนกคอื ๑. พระต�ำราวา่ ดว้ ย
แบบแผนประกอบดว้ ยต�ำราพระราชานกุ จิ และการพระราชพิธีตา่ ง ๆ ในรอบปี ๒. พระธรรมนญู ว่าด้วยต�ำแหน่งหนา้ ท่ีราชการ
ต่าง ๆ และการปกครองหวั เมือง ๓. พระราชก�ำหนดทเี่ ป็นขอ้ บังคับส�ำหรบั พระราชส�ำนัก

๓ คือ “ราชูปโภค” “ราโชปโภค” อยู่ในเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศหมวดหน่ึง ซึ่งเป็นเครื่องใช้สอยของ
พระมหากษตั รยิ ์ มกั ทรงใชใ้ นการพระราชพธิ สี �ำคญั เชน่ พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก พระราชพธิ เี สดจ็ พระราชด�ำเนนิ เลยี บพระนคร
เสด็จพระราชด�ำเนินไปถวายผ้าพระมหากฐิน เป็นต้น

๔ คอื “พาหรุ ดั ” เปน็ เครื่องประดบั สว่ นต้นแขน รดั ตรงกล้าม บางครง้ั เรียกวา่ ทองต้นแขน
๕ คือ “ถนิมมาไลย” เปน็ เคร่อื งประดับท่มี ลี กั ษณะเปน็ ดอกไมท้ ร่ี อ้ ยเปน็ พวง หรือเคร่ืองประดบั ท่เี ปน็ สายหรือ
พวงตอ่ กนั เป็นวงกลม ลักษณะใกล้เคยี งกบั กรองศอ
๖ เป็นสร้อยตวั ทม่ี ีเส้นยาวคลอ้ งลงมาจากบริเวณบา่ ทั้งสองข้าง ใช้ส�ำหรับพระมหากษตั ริยแ์ ละพระราชวงศ์
๗ คอื “สะเอง” “สเอง้ ” “สะอิง้ ” เป็นสายรดั เอวซ่งึ เป็นเคร่อื งประดับของผู้หญงิ จะมีเครอ่ื งตกแต่งห้อยลงมา
คล้ายอุบะ
๘ เปน็ เคร่ืองประดับก�ำไลเกลยี วทีส่ วมขอ้ มือทั้งซา้ ยและขวา มี ๗ แถว

69

ประมวลบทความ ๑๑. ขนองกงั้ เกน๑
๑๒. สนับเพลา
เนอื่ งในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก ๑๓. รตั กัมพล๒
๑๔. ควงเชิง๓ (ก�ำไลพระบาท)
70 ๑๕. รองพระบาท

แบบเคร่ืองต้นภายหลังกฎมณเฑียรบาลมามีอยู่ใน “ต�ำราทรงเคร่ืองต้น” อีกต�ำรา ๑ ต�ำรา
ท่ีว่านี้ เพ่ิงกลับปรากฏขึ้นเม่ือรัชกาลท่ี ๗ คุณแววข้าหลวงเดิมซึ่งเคยเป็นภรรยาเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช
(เวก บณุ ยรตั พนั ธ)์ น�ำขนึ้ ทลู เกลา้ ฯ ถวายพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เมอ่ื งานพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
พระราชทานมาไวใ้ นหอพระสมดุ หอพระสมดุ พมิ พใ์ นหนังสือ “ลทั ธิธรรมเนียมตา่ ง ๆ ภาคที่ ๑๙” ต้นฉะบับ
เปน็ หนังสือจารในใบลานผูกหน่งึ สันนษิ ฐานวา่ เดิมเหน็ จะเป็นของเจ้าพระยาศรีธรรมาธริ าช (บุญรอด) ต้นสกลุ
บุณยรัตพันธ์ ซ่ึงเป็นผู้แต่งต�ำราราชการต่าง ๆ เมื่อรัชกาลที่ ๑ ตกทอดมาถึงเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (เวก)
ผ้เู ปน็ เหลน คณุ แววจึงไดม้ าทูลเกล้าฯ ถวาย

ใน “ต�ำราทรงเครอ่ื งตน้ ” นนั้ พรรณนาเครอื่ งตน้ ส�ำหรบั แตง่ พระองคใ์ นกจิ การตา่ ง ๆ มถี งึ ๑๐ อยา่ ง คอื
๑. เสดจ็ ออกแขกเมือง
๒. เสดจ็ กระบวน “ยาตราทรงเรอื กง่ิ ”๔
๓. เสด็จไปพระบาท ตอนแหเ่ สดจ็ ออกจากกรุงจนถงึ ทา่ เจ้าสนุก
๔. เสด็จไปพระบาท ตอนเสดจ็ จากท่าเจา้ สนกุ ขึน้ ไปเขาพระพุทธบาท
๕. เสดจ็ จากธารเกษมไปบูชาพระพุทธบาท

๑ คอื ค�ำวา่ “ขนองกงั้ เกญสนบั เพลา” ในเครอ่ื งแตง่ กายละครและการพฒั นา : การแตง่ กายยนื เครอ่ื งละครในของ
กรมศลิ ปากรอธบิ ายวา่ ค�ำวา่ “ขนอง”เปน็ ภาษาเขมรแปลวา่ “หลงั ” สว่ นค�ำวา่ “กงั้ เกง” สนั นษิ ฐานมาจากค�ำทคี่ ลา้ ยกนั วา่ “กงั กา้ ”
ทแ่ี ปลวา่ “หยกั รงั้ ” ดงั นน้ั “ขนองกง้ั เกง” แปลวา่ การนงุ่ ผา้ หยกั รงั้ ไปทางดา้ นหลงั มลี กั ษณะคลา้ ยกบั การนงุ่ ผา้ จบี โจงไวห้ างหงส์

ในอยุธยาอาภรณ์อธิบายถึง “ขนองกั้งเกญสนบั เพลา” คอื สนองหรือฉลองกงั้ เกงสนับเพลา เปน็ การนุ่งกางเกง
สองตวั ซอ้ นกนั กางเกงตวั ทนี่ งุ่ อยชู่ นั้ ในขายาวมาถงึ แขง้ สว่ นสนบั เพลาคอื ตวั ทน่ี งุ่ อยชู่ นั้ นอก ขาสนั้ เพยี งเขา่ แตต่ อ่ มาความหมาย
เปลย่ี นเปน็ สนบั เพลาคือ กางเกงขายาวทเี่ หลืออยตู่ ัวเดียว แลว้ นุง่ โจงทับสนับเพลา หรือน่งุ กางเกงสนั้ ทบั สนบั เพลา

๒ คอื “ผา้ รตั นก�ำพล” “ผา้ กมั พล” “ผา้ ก�ำพล” เปน็ ผา้ สา่ นแดงหรอื ผา้ ขนสตั วส์ แี ดง เปน็ ผา้ ในราชส�ำนกั ใชส้ �ำหรบั
พระมหากษัตรยิ ์และพระราชวงศ์ และเป็นหนึ่งในเคร่อื งราชกกุธภัณฑใ์ นพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก เรียกว่า พระภูษารัตกัมพล

๓ คอื “กองเชิง” หมายถงึ ก�ำไลเท้า
๔ ในริ้วกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค เรือกิ่งจัดเป็นเรือท่ีเป็นเคร่ืองประดับยศ เกิดขึ้นคร้ังแรกในสมัย
กรุงศรีอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง มีรับสั่งให้เอาก่ิงดอกเลาประดับเรือ ต่อมาภายหลังพนักงานจึงคิดเขียน
ลายกง่ิ ไมป้ ระดบั ไว้ทีห่ วั เรือ โปรดเกลา้ ฯ ให้เรยี กว่า “เรอื พระท่ีนง่ั กิง่ ” คอื เป็นเรือชัน้ สงู สดุ มโิ ปรดเกลา้ ฯ ใหพ้ ระบรมวงศานุวงศ์
ช้นั ใดประทบั ยกเวน้ บางคร้งั โปรดเกล้าฯ ให้เป็นเรือทรงผา้ ไตร หรอื ผา้ ทรงสะพักพระพุทธรูป หรือพานพุม่ ดอกไม้ และเปน็ เรอื
ทรงพระชัยในกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค ถวายผ้าพระกฐิน เม่ือเวลาอยู่ในริ้วกระบวน เรือพระท่ีนั่งก่ิงจะทอดบัลลังก์
บษุ บกเปน็ ทป่ี ระทบั ปกั ฉตั ร เครอื่ งสงู หกั ทองขวาง มพี นกั งานถวายอยงู่ านพระกลด บงั พระสรู ย์ พดั โบก มนี กั สราชเชญิ ธงทา้ ยเรอื
ทั้งสี่มุมบุษบก มีมหาดเล็กเชิญพระแสงตีนตอง ในการเสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน มีมหาดเล็กเชิญหอกอยู่เบื้องหน้าบุษบกอีก
๒ นาย ข้าราชการผู้ใหญ่ในราชส�ำนักหมอบเฝ้าฯ หน้าพระที่นั่งบุษบก ๒ นาย ส�ำหรับพายที่ใช้ในเรือพระท่ีน่ังก่ิง จะเป็น
พายทอง ฝีพายจะพายด้วยท่านกบิน ในสาส์นสมเด็จเล่ม ๗ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ และสมเด็จฯ
กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่าเรือก่ิงน้ีอาจจะเอาแบบอย่างมาจากเรือค้าขายล�ำใหญ่ ๆ ของพม่า เว้นแต่ของเขา
ไมม่ ีกิง่ เทา่ นน้ั ถา้ เอากง่ิ ดอกเลาปกั ขึ้นที่หัวเรอื ท้ายเรือก็เหมอื นเรือกงิ่ ของเรา

ประมวลบทความ

เนือ่ งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

๖. เสดจ็ ประพาสปา่
๗. เสดจ็ ไปงานฉลองวดั
๘. เสดจ็ กระบวนพยหุ ยาตราทรงราชรถหรือเรอื กงิ่
๙. เสดจ็ ชนชา้ ง
๑๐. เสดจ็ โพนชา้ ง

พิจารณาลักษณะเคร่ืองแต่งพระองค์ท่ีพรรณนาในต�ำราน้ี มีสิ่งส่อให้เห็นสมัยว่าแต่งราวรัชกาล
สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช จะคัดมาแต่ ๒ อยา่ ง ที่เข้าเรอ่ื งเคร่อื งต้น
เคร่ืองทรงเสด็จพยุหยาตราซงึ่ หมายเลข ๘ มี ๑๓ สิ่ง
๑. พระมหาพิชัยมกุฎ
๒. ดอกไม้ฟอง มีกณุ ฑลห้อย
๓. - ๗. รัดพระอรุ ะทองค�ำกุดัน่ ๖ แผ่น
๘. พระมหาสงั วาล
๙. ทองพระกร
๑๐. พระธ�ำมรงค์
๑๑. ชายไหว๑ ประดบั พลอย
๑๒. ชายแครง๒ ประดบั พลอย
๑๓. ทองพระบาทลงยาราชาวดปี ระดบั พลอย
ถา้ เทยี บเครอ่ื งตน้ ทพ่ี รรณนาในกฎมณเฑยี รบาลกบั ทพ่ี รรณนาในต�ำราทรงเครอื่ งตน้ จะเหน็ ได้ ดงั น้ี
ตามกฎมณเฑียรบาล ต�ำราทรงเครอื่ งต้น
พระมหามกฎุ พระมหามกฎุ
พระมหากุณฑล ดอกไม้ฟองมกี ณุ ฑลห้อย
พาหุรตั น -
สะเอ้ง -
ควงได ๗ แถว รัดพระอรุ ะ ๖ แผน่
พระมหาสงั วาล พระมหาสังวาล
ถนิมมาลยั ทองพระกร
อตุ รา ชายไหวประดับพลอย
อุตรี ชายแครงประดับพลอย
พระธ�ำมรงค์ พระธ�ำมรงค์
ขนองก้ังเกน
สนับเพลา ไมก่ ล่าวถึงภูษา
รตั กัมพล
ควงเชิง ทองพระบาท
รองพระบาท -

๑ คือ หอ้ ยหนา้ เปน็ แผ่นผ้าหอ้ ยอย่รู ะหว่างหอ้ ยข้าง (ชายแครง) ทั้งสองผืน 71
๒ คือ ห้อยข้าง หรอื เจียระบาด เปน็ ผา้ หอ้ ยลดมาตามหนา้ ขาทง้ั สองขา้ ง

ประมวลบทความ

เนื่องในพระราชพิธบี รมราชาภิเษก

ในต�ำราทรงเคร่ืองต้นพรรณนาพระภูษาไว้ในเครื่องทรงอย่างอื่นเข้าเค้ากับเครื่องต้นจึงคัดมา
ลงไว้ด้วย

เคร่ืองทรงเมื่อแห่เสด็จทรงเรือพระที่นั่งก่ิงจากกรุงขึ้นไปยังท่าเจ้าสนุกซึ่งหมายเลข ๓ ทรงเครื่อง
๗ ส่ิง คือ

๑. สนบั เพลาเชงิ งอนสองชั้น
๒. พระภษู าจีบโจง
๓. ฉลองพระองค์สงั เวยี นยก๑
๔. รัดพระองคเ์ จยี ระบาด๒
๕. พระมาลาพระกลีบหา้ ยอดสะดุ้ง
๖. เหน็บพระแสงก้ันหยั่น๓
๗. ถวายพระฉายดว้ ย (คดิ ไม่เห็นวา่ อะไร)
แต่เครื่องต้นครั้งกรุงศรีอยุธยาช้ันเก่า ทั้ง ๒ ต�ำราท่ีพรรณนามาน้ีศูนย์เสียเมื่อ พ.ศ. ๒๒๗๕
เมื่อคร้ังเจ้าฟ้าอภัย เจ้าฟ้าปรเมศ รบแพ้พระเจ้าบรมโกศ๔ พาหนีไปเรือล่มจมน�้ำหายหมด เพราะฉะน้ัน
เม่อื พระเจ้าบรมโกศราชาภเิ ษก ท�ำพระราชพิธี ณ พระท่ีน่งั พมิ านรตั ยาในวงั จนั ทรเกษม จึงประทับแต่พระท่นี ั่ง
อัษฐทิศรับน้�ำพราหมณ์ถวาย ไม่ให้ต้ังพระท่ีนั่งภัทรบิฐที่เสด็จประทับรับเครื่องราชูประโภค ด้วยเวลานั้น
เครื่องราชูประโภคไม่มี เพราะของเดิมศูนย์เสียหมด ต่อมาพระเจ้าบรมโกศจึงทรงสร้างเคร่ืองราชูประโภค
ขึน้ ใหมท่ ั้งส�ำรับ
เคร่ืองราชูประโภคซึ่งพระเจ้าบรมโกศทรงสร้างนั้น ปรากฏว่าใช้เมื่อราชาภิเษกพระเจ้าอุทุมพร๕
ใน พ.ศ. ๒๓๐๑ มพี รรณนาไวใ้ นบนั ทกึ ของคณะขา้ ราชการเกา่ มเี จา้ พระยาเพช็ รพชิ ยั เปน็ หวั หนา้ เขยี นทลู เกลา้ ฯ
ถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก๖ เมื่อพ.ศ. ๒๓๒๖ ว่าเม่ือพระเจ้าแผ่นดินสรงมุรธาภิเษกแล้ว
ทรงเครื่องพระภูษาลายพื้นแดงฉลองพระองค์กรอง (ทอง)๗ เสด็จข้ึนบนพระท่ีน่ัง ประทับพระท่ีนั่งอัษฐทิศ
และพระทนี่ ง่ั ภทั รบิฐแลว้ จงึ แต่งพระองคท์ รงเคร่ืองต้น ๙ สง่ิ คือ
๑. สนบั เพลาเชงิ งอนสองชน้ั ๘
๒. พระภษู ารว้ิ วรวะย่ี จีบโจงโยคี

๑ ผา้ โบราณชนดิ หนงึ่ สันนิษฐานวา่ เปน็ ผ้านุ่งทอสอดลายดนิ้
๒ ผา้ คาดเอวชนิดหนง่ึ มชี ายห้อยลงท่หี น้าขาท�ำหนา้ ที่เปน็ เขม็ ขดั
๓ ศัสตราวุธชนิดหนึ่งที่สอดเข้าฝักใช้ส�ำหรับเหน็บเอว มีลักษณะเป็นมีดปลายแหลม มีคมท้ังสองข้าง ส่วนของ
ใบมีดตงั้ แตก่ ่นั (ส่วนทถี่ ัดจากโคนอาวธุ ส�ำหรบั หยง่ั ลงไปในดา้ ม) ถงึ ปลายจะใหญเ่ ท่ากัน
๔ สมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศ
๕ สมเดจ็ พระเจ้าอุทมุ พร
๖ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
๗ ผา้ โปรง่ ถกั เปน็ ตาขา่ ยเลก็ ๆ ท�ำดว้ ยไหมทองหรอื ทองแลง่ ทงั้ ผนื ใชท้ �ำส�ำรด (ผา้ คาดเอว) ตกแตง่ ขอบเสอื้ ตน้ แขน
และปลายแขนเสื้อครุย หากน�ำไปตัดเส้ือของเจ้านาย และปักลวดลายเพิ่มเติม เรียกว่า ครุยกรองทอง ใช้เป็นเส้ือคลุมทับ
เครื่องแต่งกายอีกชนั้ หนึ่ง หรือใชเ้ ปน็ ผ้าหม่ ทับผ้าสไบของเจ้านายฝ่ายใน
๘ พระสนับเพลา (กางเกง) ทีใ่ ชก้ ับเครอ่ื งบรมขัตตยิ ราชภูษติ าภรณ์ เรยี กว่า พระสนบั เพลาเชิงงอน
72

ประมวลบทความ

เนื่องในพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก

๓. รัดพระองคห์ นามขนุน๑
๔. ฉลองพระกรนอ้ ย๒
๕. ฉลองพระองคส์ ียน่ นอก
๖. รัดพระองคแ์ ครง
๗. เหนบ็ พระแสงก้นั หย่ันภู่นลิ
๘. พระธ�ำมรงค์
๙. พระชฎาเกีย้ วแหวนแดง
แลว้ เสดจ็ ขนึ้ พระราชยานแหง่ เครื่องสงู เป็นกระบวนลงมาพระต�ำหนกั สวนกระต่าย เสรจ็ การ
เครือ่ งราชูประโภคท่พี ระเจา้ บรมโกศทรงสรา้ งนนั้ ก็ศนู ย์ไปในครงั้ เสยี พระนครศรอี ยุธยาแกข่ า้ ศกึ
เมื่อพ.ศ. ๒๓๑๐ เพราะฉะน้ัน พึงสันนิษฐานได้ว่า เม่ือคร้ังพระเจ้ากรุงธนบุรีท�ำพระราชพิธีราชาภิเษกก็ดี
เมอื่ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลก ท�ำพระราชพธิ ปี ราบดาภเิ ษกกด็ ี คงท�ำตามเยย่ี งอยา่ งครงั้ ราชาภเิ ษก
พระเจา้ บรมโกศ เพราะยังไม่ไดส้ ร้างเครื่องราชปู ระโภคข้ึนใหม่
มจี ดหมายเหตปุ รากฏวา่ เครอื่ งราชปู ระโภคในกรงุ รตั นโกสนิ ทรน์ ้ี พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ ฯ
ทรงสร้างในระหว่าง พ.ศ. ๒๓๒๕ จน พ.ศ. ๒๓๒๘ ท้ังนั้น เมื่อสร้างส�ำเร็จแล้วจึงท�ำพระราชพิธีราชาภิเษก
เต็มต�ำราเม่ือปีมะเสง พ.ศ. ๒๓๒๘ สังเกตเครื่องราชูประโภคที่มีอยู่ ฝีมือช่างดูก็เป็นของสร้างครั้งรัชกาลท่ี ๑
แทบท้ังนั้น ข้อที่สงสัยอยู่ด้วยชายไหวชายแครงท�ำด้วยทองค�ำจ�ำหลักว่าจะเป็นของมีมาแต่รัชกาลที่ ๑
หรือมาสร้างขึ้นเมื่อรัชกาลที่ ๔๓ ข้อน้ีมีที่สังเกตในเครื่องต้นครั้งกรุงศรีอยุธยาว่า ชายไหวชายแครงที่ท�ำด้วย
ทองค�ำจ�ำหลักมีมาแต่ครัง้ นั้นแลว้ ทมี่ ใี นกรุงรัตนโกสนิ ทร์เดย๋ี วน้อี าจจะสรา้ งแต่รชั กาลที่ ๑ กเ็ ปน็ ได้ ถา้ มาสรา้ ง
ในรชั กาลที่ ๔ ก็คงเป็นเพราะเหน็ ว่ายงั บกพรอ่ งกบั ต�ำราเดมิ แต่พิจารณาดูฝีมอื ก็เหน็ จะรู้ไดว้ า่ สรา้ งครัง้ ไหน
จะว่าต่อไปถึงที่พระเจ้าแผ่นดินทรงเคร่ืองต้น พิเคราะห์ดูน่าจะทรงน้อยเวลาเพราะเป็นของหนัก
ล�ำบากแกพ่ ระรปู และพระก�ำลงั ยง่ิ กวา่ เครอ่ื งทรงอยา่ งอนื่ ทค่ี นเหน็ กนั ชนิ ตานน้ั คงเหน็ เครอ่ื งตน้ ทพี่ ระราชกมุ าร
ทรงเมื่อสมโภชโสกันต์ คงสร้างขึ้นเม่ือโสกันต์เจ้าฟ้ากุณฑลในรัชกาลที่ ๑ แต่เครื่องต้นที่เป็นราชูประโภค
พิเคราะห์ดูเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ คงทรงในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เม่ือเสด็จออก
รับราชสมบัติในท้องพระโรงเป็นปฐม และมีค�ำเล่ากันมาว่าเมื่อเสด็จเลียบพระนครทางเรือ โปรดให้ผูก
พระมหามกุฎ (หรือพระชฎาก็เป็นได้) แขวนจากเพดานบุษบก เวลาผ่านผู้คนก็ยึดพระองค์ทรงพระมหามกุฎ
ถ้าเป็นที่ว่างก็หย่อนพระองค์ออกประทับตามสบายดังน้ี ดูก็อาจจะเป็นได้ แต่ถึงไม่ทรงเคร่ืองต้น ทรงแต่
ฉลองพระองค์กรองทองก็อาจจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะเสด็จไปทางไกลทนไม่ไหว แต่ต่อมาถึง
รัชกาลท่ี ๒๔ ท่ี ๓๕ ดูเหมือนจะไมไ่ ด้ทรงเครือ่ งต้นเลยท้ัง ๒ รัชกาล เพราะเมือ่ ราชาภเิ ษกรชั กาลที่ ๒ ปรากฏว่า

๑ ผา้ แพรชนดิ หนง่ึ ทมี่ เี นอื้ ยดื หยนุ่ และมปี มเลก็ ๆ ทงั้ ผนื หรอื เรยี กวา่ ผา้ เกยี้ ว มกั ใชเ้ ปน็ ผา้ คาดเอวทบั เสอื้ ชน้ั นอก
ของเจ้านาย และขนุ นางผใู้ หญ่

๒ มี ๒ แบบ คือ แบบท่ี ๑ เป็นเส้ือคอปิดชิดถึงพระศอ ผ่าตลอดไม่สวมสังวาลหรือรัดพระองค์ แบบท่ี ๒
เป็นเสื้อคอแหลมแขนสั้นค่อนข้างมาก ผ่าอกตลอด ปลายแขนตัดเฉลียงผ้า ท�ำให้ปลายเชิดขึ้นเล็กน้อย ไม่สวมสังวาลย์
หรือรดั พระองค์

๓ พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
๔ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลยั
๕ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยหู่ วั

73

ประมวลบทความ

เนอื่ งในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก

ทรงรับพระมหามกุฎแต่ไม่ได้ทรงสวม ถึงรัชกาลท่ี ๓ ก็เล่ากันมาว่าไม่ได้ทรงสวมพระมหามกุฎเลย มาทรง
สวมพระมหามกุฎต่อเม่ือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวบรมราชาภิเษก อาจจะทรงเครื่องต้น
เม่ือเสด็จออกรับราชสมบัติในท้องพระโรงก็เป็นได้ ถึงกระน้ันก็ไม่ปรากฏว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ
ทรงเคร่ืองต้นอีกเมื่อภายหลัง บรรดาพระบรมรูปฉายาลักษณ์ท่ีทรงพระมหามกุฎหรือพระชฎา ล้วนทรงแต่
ฉลองพระองค์กรองทองท้ังนั้น จนถึงรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงเครื่องต้น
ใหป้ รากฏหลายครงั้ เพราะพระรูปโฉมและพระชันษายงั ฉกรรจท์ นทานเคร่ืองต้นได้

74

ประมวลบทความ

เนื่องในพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก

ต�ำราเครอ่ื งต้นเคร่ืองทรงแต่โบราณประกอบดว้ ย
พระอธบิ ายของสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศ์เธอ
กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ
และ
พระวนิ ิจฉัยของสมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ
เจา้ ฟา้ กรมพระยานริศรานุวดั ติวงศ์

ถ้าเสด็จออกแขกเมืองทรงพระเคร่ืองต้น ๖ ส่ิง คือ ทรงฉลองพระองค์อย่างเทศแพรอัศวรีร้ิว ๑
ทรงฉลองพระองค์นอกอย่างเทศตาดสีนาก สีทอง สีเขียว ๑ ทรงเคร่ืองต้น พระชฎา พระเก้ียวเพชรทับทิม
มรกต มสี ตี ามฉลองพระองค์ ๑ ทรงพระสนบั เพลาเชงิ เลอ้ื ย ๑ รดั พระองคเ์ จยี ระบาด ๑ เหนบ็ พระแสงกน้ั หยนั่ ๑
สริ ิเปน็ ๖ สิ่งเทา่ นนั้

ถา้ เสดจ็ ไปพระราชทานเพลงิ ศพ วดั ไชยวฒั นาราม เปน็ บาตราทรงเรอื กง่ิ แลว้ ทรงเครอื่ ง ๖ สงิ่ เทา่ นนั้
คือทรงฉลองพระองค์นอกอย่างเทศ ๑ ทรงฉลองพระองค์นอกอย่างเทศตาดพื้นเงิน ๑ ทรงเคร่ืองต้นพระชฎา
สอดตามสีฉลองพระองค์ ๑ ทรงพระสนับเพลาเชงิ เลอ้ื ย ๑ รดั พระองค์เจียระบาด ๑ เหนบ็ พระแสงกั้นหยั่น ๑
สิรเิ ป็น ๖ สง่ิ

ถ้าเสดจ็ พระพทุ ธบาท แต่กรงุ ข้นึ ไปจนถงึ ทา่ เจา้ สนุก ทรงเรอื พระทน่ี ่งั ก่งิ ทรงเครื่อง ๗ เทา่ นนั้ คอื
ทรงสนับเพลาเชิงงอนสองชั้น ๑ ทรงพระภูษาจีบโจง ๑ ทรงฉลองพระองค์สังเวียนยก ๑ ทรงรัดพระองค์
เจยี ระบาด ๑ ทรงพระมาลาพระกลบี ๕ ยอดสะดงุ้ ๑ เหนบ็ พระแสงกน้ั หยน่ั ๑ ถวายพระฉายดว้ ย ๑ สริ เิ ปน็ ๗ สง่ิ

ถา้ ตงั้ พยหุ บาตราแต่ทา่ เจ้าสนุกข้ึนไปจนพระพุทธบาท ทรงเคร่ือง ๔ อย่าง คือ ทรงประพาส ๑
ทรงพระสนับเพลาเชิงงอน ๑ ทรงรัดพระองคเ์ จียระบาด ๑ ทรงพระมาลาฝรงั่ พระเสา้ สเทิน๑ ขนนกนอน ๑

ถา้ เสดจ็ ไปถงึ ปากปา่ ทงุ่ บา้ นใหมเ่ ปลอื้ งเครอ่ื งทรงประพาสออก จงึ ถวายเครอื่ งซง่ึ ทรงเรอื พระทน่ี ง่ั กงิ่
ไปแต่กรุงนน้ั ไปจนถึงธารเกษมจึงเปลอื้ งเครื่อง ครน้ั เพลาบา่ ยจะเสดจ็ พระราชด�ำเนนิ มานมัสการพระพทุ ธบาท
จงึ ถวายเครือ่ งทรงเหล่าน้ี คือ ถ้าทรงช้างพระท่ีน่ังพุดตานทอง ทรงเคร่ือง ๘ สิ่งเท่านน้ั คือ ทรงพระสนบั เพลา
เชิงงอนสองชั้น ๑ ทรงพระภูษาจบี โจง ๑ ทรงรดั พระองคห์ นามขนุน ๑ ทรงฉลองพระองค์พระกรนอ้ ยพน้ื ทอง
ผุดดอก ๑ ทรงฉลองพระองค์ย่นขาวนอก ๑ ทรงรัดพระองค์แครง ๑ ทรงพระชฎาขาวริมทองสอดตามสี ๑
พระแสงกั้นหย่ัน ๑ สริ เิ ปน็ ๘ ส่ิง

ถึงพระพุทธบาทแล้วเสด็จไปประพาสป่า ทรงช้างทรงประพาส ทรงม้าทรงอย่างเทศ ม้าทรง
ประพาสก็ได้

๑ ปัจจบุ ันเขยี นว่า เส้าสะเทนิ

75

ประมวลบทความ

เนอื่ งในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก

ถ้าเสด็จไปวัดพระศรีสรรเพชญ๑ แลฉลองวัด ทรงพระมาลาพระเส้าสูงกุหร่าขนนกต้ัง ๑ ทรง
พระภษู าลายพื้นขาว ๑ ทรงฉลองพระองค์ญีป่ ่นุ ฉลองพระองคก์ รองก็ได้ ๑ ทรงพระเสลี่ยงหลงั คา พระเสลี่ยง
เปลา่ ก็ได้ สนับเพลาเชิงงอนสองช้ันปกั ประดบั พลอยตา่ ง ๆ สอดร้อยฟองมกุ กระหนาบมงั กรประดบั พลอย ๑
พระภูษาจีบโจงร้ิว เขียว แดง ม่วง ทอง เชิงปักประดับพลอยต่าง ๆ ชายพกห้อยสีรักครุยทองปัตหล่า ๑
รดั พระองค์หนามขนุน ๑ จน่ั ประดบั พลอยใบโพ๒ ทองห้อยรอ้ ยสมั ฤทธ์ิ ๑ ฉลองพระองค์ปราสังเวียนยกสที บั ทิม
สมั ฤทธิร์ ้อยปะวะหล�่ำ ประค�ำทองฟองมกุ กรองเปน็ ตาขา่ ยประจ�ำยามดอก ๑ พระสุวรรณกรอบแพรพื้นเขยี ว
ปักเป็นผา่ นแยง่ ตาข่ายนั้นร้อยปะวะหล่ำ� ประค�ำทองใบโพทองหอ้ ย ๑

ทรงพระมหาพิชัยราชรถแลเรือพระที่นั่งก่ิงไปพระราชทานกฐินทรงเครื่อง ๑๓ อย่างเท่านี้ คือ
ทรงรัดพระอุระทองค�ำกุดั่นพลอยแดงดอกจันทน์ทึบ ๖ แผ่น ๑ ทองพระมหาสังวาลแก้วกุด่ันประดับพลอย
ทบั ทิมมรกต ๑ ทรงชายไหวประดับพลอยตา่ ง ๆ ๑ ทรงชายแครงประดับพลอยตา่ ง ๆ หอ้ ยหนา้ ๑ ทรงเครื่อง
พระมหาพิชัยมงกุฎ ๑ ทรงดอกไม้ฟองมีกุณฑลห้อยพลอยมรกต ๑ ทรงพระธ�ำมรงค์ ๑ ทรงทองพระกร
ลงยาราชาวดปี ระดับพลอย ๑ ทรงทองพระบาทลงยาราชาวดีประดับพลอย ๑ ครบ ๑๓ อย่างเทา่ นี้

เครื่องพระพิชัยสงครามส�ำหรับชนช้าง ทรงพระสนับเพลาลงราชซับใน ๑ ทรงฉลองพระองค์
ย้อมวา่ นลงราชซับใน ๑ ทรงพระสนับเพลาแพรด�ำเกราะชน้ั นอก ๑ ทรงฉลองพระองค์แพรด�ำนวมชนั้ นอก ๑
ทรงพระมาลาลงราชซับใน ๑ ทรงพระมาลาเบ่ียงนอก ๑ ทรงรัดพระองค์เจียระบาดพื้นด�ำ ๑ สิรเิ ป็นเครอื่ งทรง
พชิ ัยสงครามชนชา้ ง ๗ สิง่ เท่าน้ี

ถ้ามีท่ีเสด็จไปลพบุรี แลสระแก้ว แลน้�ำโจน แลล้อมเส้ือ แลข้ึนห้างจับเสือ แลไปโพนช้าง
แลจับช้างเพนยี ดแลจับช้างกลางแปลง ทรงเครือ่ งทองประพาสพระ (มาลา) เสา้ สเทนิ

๑ ปจั จุบันเขยี นว่า วัดพระศรสี รรเพชญ์
๒ คอื ใบโพธ์ิ
76

ประมวลบทความ

เนื่องในพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก

อธบิ ายต�ำราเครอื่ งต้นเครื่องทรงแตโ่ บราณ*

เม่ือ พ.ศ. ๒๔๖๙ เวลางานเฉลิมพระชนมพรรษา นางแวว บุณยรัตพันธ์ ข้าหลวงเดิม
ซ่ึงเป็นภรรยาเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (เวก บุณยรัตนพันธ์) น�ำคัมภีร์ลานผูกหนึ่งเป็นหนังสือต�ำรับต�ำรา
โบราณต่าง ๆ ของเจ้าพระยาศรีธรรมาธิราชขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสนองพระเดชพระคุณในพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยูห่ วั ๑ จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ พระราชทานแกพ่ ระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานภุ าพ
นายกราชบัณฑติ ยสภาให้รับมารักษาไวใ้ นหอพระสมุดฯ ส�ำหรบั พระนคร

นายกราชบณั ฑติ ยสภาพจิ ารณาดูหนังสือในคมั ภีร์ลานนน้ั เปน็ ต�ำรา ๑๑ เรือ่ ง เรียงเป็นล�ำดบั กนั
ดงั น้ี คอื
๑. เรอื่ งพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว
๒. ต�ำราราชาภิเษกภาษาบาลีคดั มาจากหนังสือฎีกามหาวงศ์ กบั หนังสอื ทิปนีนครกณั ฑ์
๓. ต�ำราเคร่ืองตน้ เคร่ืองทรง
๔. ค�ำเชญิ เสดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั กบั พระบาทสมเดจ็ พระปน่ิ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ทรงครองราชสมบตั ิ
๕. ค�ำกระท�ำสัตย์สาบานถวายในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับพระบาทสมเด็จ
พระป่ินเกลา้ เจ้าอย่หู ัว เม่อื เสดจ็ ผา่ นภภิ พ
๖. พระชันษาสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รัชกาลท่ี ๑ ถงึ รชั กาลท่ี ๔
๗. เรอ่ื งการพระราชพธิ ีโสกันต์เจา้ ฟา้ พระขวญั ครัง้ กรุงศรีอยธุ ยา
๘. เรอ่ื งการพระราชพิธโี สกนั ต์เจ้าฟ้ากณุ ฑลทิพยวดี ในรชั กาลท่ี ๑
๙. เรอ่ื งการพระราชพธิ ีลงสรงพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอย่หู วั ในรชั กาลที่ ๒
๑๐. เร่อื งการพระราชพิธโี สกนั ตพ์ ระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั ในรชั กาลท่ี ๒
๑๑. พระราชบญั ญัตติ ัง้ ค�ำน�ำพระนามพระบรมวงศานวุ งศ์ ในรัชกาลที่ ๔

ต�ำรา ๑๑ เรื่องที่กล่าวมา ได้เคยพบในหนังสืออื่นแล้ว ๑๐ เร่ือง แต่ต�ำราเครื่องต้นเคร่ืองทรง
แสดงโดยพิสดารอย่างในคัมภีร์นี้ยังหาเคยพบมาแต่ก่อนไม่ จึงพิเคราะห์เฉพาะต�ำราเรื่องเคร่ืองต้นเครื่องทรง
คิดเห็นความดังจะกลา่ วตอ่ ไปน้ี คือ

๑. เคร่ืองต้นเครื่องทรงซ่ึงกล่าวพรรณนาในต�ำราน้ี เป็นแบบอย่างคร้ังกรุงศรีอยุธยาสมัย
รชั กาลสมเดจ็ พระนารายณม์ หาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙ – ๒๒๓๑) หรือถ้าจะว่าอีกนยั หนงึ่ แบบเครอื่ งต้นเคร่ืองทรง
ซึ่งพรรณนาในต�ำราน้ันบางอย่าง เช่นเคร่ืองต้นกับเครื่องพิชัยสงครามและเคร่ืองทรงประพาส มีมาก่อน
รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ฯ แล้ว แบบบางอย่างเช่นเครื่องทรงอย่างเทศเห็นจะเป็นของมีขึ้นเม่ือในรัชกาล
สมเด็จพระนารายณ์ฯ และน่าจะมีแบบเคร่ืองทรงบางอย่างซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมของเก่าเมื่อภายหลังรัชกาล
สมเด็จพระนารายณ์ฯ รวมแบบทั้ง ๓ สมัยที่กล่าวนั้นเข้าเป็นต�ำราอันปรากฏอยู่ในคัมภีร์นี้ จะแต่งต�ำรานี้
ข้ึนเม่ือใด ข้อน้ีได้แต่สันนิษฐานว่าเห็นจะก่อนรัชกาลพระเจ้าบรมโกศ แล้วคงจะมีเป็นหนังสือเขียนไว้

* ค�ำอธิบายเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ ส่วนวินิจฉัยที่แทรกในระหว่าง ๆ เป็น
พระนพิ นธข์ องสมเด็จเจา้ ฟ้ากรมพระยานริศรานวุ ัดติวงศ์

๑ พระบาทสมเดจ็ พระปกเกล้าเจา้ อยหู่ วั

77

ประมวลบทความ ในกรมภูษามาลาแต่ต�ำราน้ันน่าจะสูญเสียเม่ือเสียกรุงศรีอยุธยา คงมีแต่ข้าราชการคร้ังกรุงศรีอยุธยา
ซ่ึงมารับราชการในกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น เจ้าพระยาศรีธรรมาธิราช (บุญรอด) ต้นสกุลบุณยรัตพันธ์ เป็นต้น
เนอื่ งในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก ได้เคยอ่านต�ำราหรือได้เคยเห็นเคร่ืองต้นเครื่องทรงมาแต่ก่อน ครั้นเม่ือแรกสร้างพระนครอมรรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดฯ ให้รวบรวมต�ำรับต�ำราโบราณท่ียังเหลืออยู่ และให้ประชุม
78 ข้าราชการซึ่งเคยรู้เห็นขนบธรรมเนียมราชการคร้ังกรุงศรีอยุธยาช่วยกันร้อยกรองแบบแผนต่าง ๆ ข้ึนเป็น
ต�ำราส�ำหรับพระนครต่อไป หนังสือต�ำราเครื่องต้นเคร่ืองทรงที่กล่าวนี้ จึงเกิดข้ึนคร้ังกระนั้น ในคราวเดียวกัน
กับต�ำรับต�ำราอืน่ ๆ ซ่ึงปรากฏอยอู่ ีกเปน็ อนั มาก

๒. แตล่ กั ษณะระเบยี บเรยี บเรยี งต�ำราเครอ่ื งตน้ เครอ่ื งทรง ในหนงั สอื ซงึ่ ปรากฏอยใู่ นคมั ภรี ล์ านน้ี
ดูเหมือนนึกอย่างใดได้ก่อนก็เขียนลงเป็นล�ำดับต่อไป (ดังแสดงท่ีเลขตามต�ำราไว้ให้เห็นต่อไปข้างหน้า)
มิได้จัดเป็นหมวดหมู่ ปรากฏเพียงเครื่องต้นเคร่ืองทรงส�ำหรับพระเจ้าแผ่นดิน มี ๑๐ อย่าง เมื่อสังเกตดู
เห็นลักษณะเครื่องต้นเครื่องทรงนั้นต่างกันเป็น ๔ ประเภท คือ ประเภทเคร่ืองต้นมี ๕ อย่าง ประเภท
เครอื่ งพิชัยสงครามมีอยา่ ง ๑ ประเภทอย่างเทศ (คืออยา่ งตา่ งประเทศ) ๒ อยา่ ง ประเภททรงประพาส ๒ อยา่ ง
จะพรรณนาแต่ละอย่างตามประเภทต่อไป

ประเภทเครอ่ื งตน้
อย่างท่ี ๗ ในตำ� รา
เคร่อื งต้น (เต็มยศใหญ่)
ในต�ำรายกเปน็ อทุ าหรณ์ เชน่ ทรงพระราชรถหรอื ทรงเรอื พระทน่ี ง่ั กง่ิ เสดจ็ ไปพระราชทานพระกฐนิ

ทรงเคร่อื ง ๑๓ สิง่
๑. พระมหาพิชัยมงกฎุ
๒. ดอกไม้พวงกุณฑลหอ้ ยพลอยมรกต
๓. ฉลองพระองค์ปรา (ปก ? ปรก ?) สงั เวียนยกสีทบั ทมิ
๔. ทองพระกรลงยาราชาวดปี ระดบั พลอย
๕. พระธ�ำมรงค์
๖. (ก) รัดพระองค์หนามขนุน จ่ันประดับพลอย ใบโพทองห้อยร้อยส�ำรด (หรือมิฉะนั้น ข)
ส�ำรดร้อยปะวะหล�่ำประค�ำทองฟองมกุ กรองเป็นตาข่าย มีประ (จ�ำ) ยาม (ตกจ�ำนวน) ดอก (หรอื มิฉะนน้ั ค)
สวุ รรณกะถอบแพรพื้นเขยี วปกั เป็นกา้ นแยง่ ตาข่ายนัน้ ร้อยปะวะหล่�ำประค�ำทองใบโพห้อย
๗. มหาสงั วาลแก้วกุดน่ั ประดับพลอย ทับทมิ หรือมรกต
๘. รัดพระอรุ ะทองค�ำกดุ นั่ พลอยแดง ดอกจันทน์ทบึ ๖ แผน่
๙. ชายไหวประดบั พลอยต่าง ๆ
๑๐. ชายแครงประดับพลอยต่าง ๆ ห้อยหนา้
๑๑. พระภูษาจีบโจง ร้ิวเขียว แดง ม่วง ทอง เชิงปักประดับพลอยต่าง ๆ ชายพกห้อยสีรัก ?
ทองปตั หลา่
๑๒. สนบั เพลาเชงิ งอนสองชน้ั ประดบั พลอยตา่ ง ๆ ลวดรอ้ ยฟองมกุ กระหนาบมงั กรประดบั พลอย
๑๓. ทองพระบาทลงยาราชาวดปี ระดบั พลอย

ประมวลบทความ

เนื่องในพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก

วินิจฉัยเครือ่ ง ๑๓ สิ่ง
๑. “พระมหาพชิ ยั มงกฎุ ” ไมม่ ีปญั หา
๒. “ดอกไม้พวงกณุ ฑลหอ้ ยพลอยมรกต” คอื กรรเจียก๑ หรือนยั หนงึ่ เรียก จรห๒ู
๓. “ฉลองพระองคป์ ราสงั เวยี นยกสีทบั ทิม” จะลองพยายามแปลค�ำ “สังเวียน” - เสวยี น - อะไร
เป็นขอบเวียนอย่างหนึ่ง คิดว่าเครื่องทอชนิดหนึ่ง “ยก” คือ ยกเส้นด้ายเส้นไหมให้เป็นลาย “สังเวียนยก”
คือผา้ ท่ที อยกด้วยสังเวยี น “ปรา” อาจเป็น ปราก ก็ได้ ภาษาเขมรวา่ เงิน ถา้ ถกู เชน่ นั้น ก็เปน็ ฉลองพระองคเ์ งิน
ทอดว้ ยสงั เวยี นยกเปน็ ลายพ้ืนสที บั ทิม ถา้ ใช้ส�ำนวนปจั จบุ นั ก็ว่าฉลองพระองค์ตาดเงนิ พืน้ แดง
๔. “ทองพระกรลงยาราชาวดีประดับพลอย” ไม่มปี ญั หา
๕. “พระธ�ำมรงค”์ ไม่มปี ญั หา
๖. (ก) “รัดพระองค์หนามขนุนจั่นประดับพลอย” ได้แก่รัตคดหนามขนุนคาดช้ันใน แต่ไม่คาด
ผูกเง่ือนด้วยตัวรัตคดเองอย่างท่ีเคยเห็นในชั้นหลังนี้ เพราะมีค�ำว่าจั่น๓ ประดับพลอย จ่ันน้ันเป็นหัวขั้ว
ทผ่ี กู เชือก อย่างของคาดเอวเดก็ เป็นตวั อยา่ ง แหวนนพเก้าวงโตเกนิ สวมน้ิวมีในคลงั หลวง พูดกนั วา่ ใช้ร้อยรตั คด
เหน็ จะเปน็ นเี่ อง คือ จ่นั สันนษิ ฐานว่าผา้ หนามขนุนน้นั ปลายรวบผูกเชอื กรอ้ ยในวงจ่นั นพเก้าอยา่ งรัตคดลงั กา
ทพ่ี ระใชอ้ ยู่
(ข) “ใบโพทองห้อยส�ำรด๔ ส�ำรดร้อยปะวะหล�่ำประค�ำ๕ ทองฟองมุกกรองเป็นตาข่าย
มปี ระจ�ำยาม – ดอก” ไมม่ สี งสยั ส�ำรดตอ้ งเปน็ แถบคาดทบั นอกรตั คดอยา่ งเขม็ ขดั มปี ระจ�ำยามประดบั ตามสายแถบ
มีตาข่ายกรองด้วยเมล็ดทองฟองมุกกับลูกแดงเย็บติดกับสายแถบห้อยลง ท่ีสุดชายล่างห้อยใบโพทองจะเห็นได้
จากรปู ภาพที่ท�ำกนั อยู่ในเมอื งเรา และเมอื งใกลเ้ คียงเป็นอยา่ งนี้
(ค) “สุวรรณกะถอบ๖ แพรพื้นเขียวปักเป็นก้านแย่ง ตาข่ายนั้นร้อยปะวะหล�่ำประค�ำทอง
ใบโพห้อย” นค้ี อื ผา้ หอ้ ยหนา้ ชายครุยเป็นตาขา่ ย เคร่ืองทองเหมอื นส�ำรด
๗. “มหาสังวาลแกว้ กดุ ่ันประดับพลอย ทับทมิ หรอื มรกต” ไมม่ ีปัญหา
๘. “รัดพระอุระทองค�ำกุดั่นพลอยแดง ดอกจันทน์ทึบ ๖ แผ่น” รัดพระอุระนี้ย่อมติดเนื่องกับ
ฉลองพระองค์ เพราะเสอ้ื นนั้ เกดิ ขน้ึ จากเกราะ ท�ำดว้ ยหนงั สตั ว์ เจาะกลางผนื สวมคอหอ้ ยบงั อกบงั หลงั รวบหอ่ ตวั
เอาริมทบั กนั ทส่ี ขี ้าง เอาเชอื กรดั รอบอกเพ่อื ใหห้ นังแนบกบั ตัวป้องกันศสั ตรา
๙. “ชายไหวประดบั พลอย” คดิ วา่ เชอื กสายรตั คดผกู แลว้ หอ้ ยลงไป เหน็ ไดจ้ ากรปู ชวาปลายเชอื ก
เปน็ ตมุ้ ทองจ�ำหลักฝังพลอยด้วยก็ได้

๑ คอื ตุ้มหูมกั อยคู่ กู่ ับกรรเจียก เรียกวา่ กรรเจยี กจร ค�ำว่า จร เป็นภาษาเขมรแปลวา่ ตุม้ หู การใช้กรรเจยี กจร
ร่วมกบั มงกุฎหรือชฎาเปน็ การแสดงยศชนั้ สูง ปจั จุบันมักท�ำตดิ ไวก้ ับชฎาหรอื กระบังหนา้ เลย

๒ คือค�ำว่า “จอนหู” ดอกไม้ทัดกับอุบะห้อยหู กนกตัวบนคือ ดอกไม้ทัด ใต้ลงมาคือพวงอุบะ เป็นดอกไม้ทัด
กบั อุบะดอกไมท้ อง

๓ คือ เครอ่ื งประดบั คอชนิดหนึ่งที่มลี กั ษณะคล้ายทบั ทรวง มีขนาดใหญก่ ว่าจแี้ ต่มขี นาดเลก็ กว่าตาบ
๔ คือ “ส�ำรด” “สมรด” เปน็ ผา้ คาดเอวทเี่ ป็นทองถกั หรือลายท่ที �ำดว้ ยเสน้ ทอง ถกั ปกั ดว้ ยดิ้นเงนิ แล่ง ทองแลง่
ตามขอบเสอื้ ครยุ หรอื ทค่ี าดแขน สมัยโบราณใช้เป็นเครอ่ื งประกอบอยา่ งหนึ่งที่แสดงศักดิ์
๕ เคร่อื งประดับส�ำหรบั ผูกขอ้ มอื ท�ำเปน็ ลกู กลม ๆ หรือท�ำเป็นกลบี หรอื ท�ำเปน็ รปู เหลยี่ ม สลกั ลวดลาย
๖ คอื ค�ำวา่ “สวุ รรณกณั จนถ์ อบ” เปน็ แผน่ ทองค�ำฉลลุ ายกง่ิ ตน้ เครอื วลั ยก์ ระหนก ไวส้ �ำหรบั เสยี บหอ้ ยทช่ี ายพก
ลงมาในระหวา่ งช่องหนา้ ขาทัง้ สองข้าง

79

ประมวลบทความ

เน่อื งในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก

๑๐. “ชายแครงประดบั พลอยตา่ ง ๆ หอ้ ยหนา้ ” แครงเปน็ ภาษาเขมรใชใ้ นสงิ่ ใด ๆ ทเ่ี ปน็ รวิ้ เปน็ แรง่
ชายแครงกค็ อื ชายครยุ คดิ วา่ ชายส�ำรดนน้ั เอง ท�ำครยุ เปน็ ตาขา่ ยเครอ่ื งทองประดบั พลอยตดิ ชายเหมอื นกะถอบ
๑๑. “พระภูษาจีบโจง ริ้วเขียว แดง ม่วง ทอง เชิงปักประดับพลอยต่าง ๆ ชายพกห้อยสีรัก
ครุยทองปัตหลา่ ” “จบี โจง” คอื ทรงหางหงส์ “ริ้วเขียวแดงม่วงทอง” เห็นจะเปน็ ผา้ ทอสลบั สเี ป็นตา อย่างท่ี
เรียกว่า ผ้าตาโกง้ * ๑ เคยเห็นรปู ภาพโบราณเขยี นอย่างนัน้ รมิ เอาดอกทองตรึงลงไปอยา่ งสรอ้ ยนวม “ชายพก”
ท�ำใหม้ เี หมือนรปู เขยี นเพอื่ ความสะดวกเอาผ้าอีกผนื หนง่ึ ท�ำแทน “สรี กั ” คือ “สคี รัง่ ผดิ ล เปน็ ร เขมรเขยี น
ลัก มาแต่ ลาขา ภาษาบาลวี า่ คร่งั ครยุ ทองปัตหล่า๒ คือ ครุยทองมาแต่นอก
๑๒. “สนับเพลาเชิงสองช้ัน ประดับพลอยตา่ ง ๆ ลวดรอ้ ยฟองมุกกระหนาบมังกรประดบั พลอย”
นร้ี ูก้ ันอย่แู ล้ว เชิงสนับเพลาปักดว้ ยดอกทองฟองมุกมีรูปมังกร
๑๓. “ทองพระบาทลงยาราชาวดีประดับพลอย” ไม่มีปัญหา

อยา่ งที่ ๔ ในต�ำรา
เคร่อื งตน้ (เต็มยศ)

ในต�ำรายกเป็นอทุ าหรณ์ เชน่ วันแรกเสดจ็ ข้ึนนมสั การพระพุทธบาทในพระมณฑป

ทรงเครอ่ื ง ๘ ส่งิ
๑. พระชฎาขาวริมทองสอดตามสี
๒. ฉลองพระองค์พระกรน้อย พืน้ ทองผุดดอก
๓. ฉลองพระองค์ย่นขาวนอก
๔. พระภูษาจีบโจง
๕. รดั พระองค์แครง
๖. รัดพระองค์หนามขนุน
๗. สนบั เพลาเชิงงอนสองชั้น
๘. เหน็บพระแสงก้นั หยนั่

* สมเด็จกรมพระยานริศฯ ประทานลายพระหัตถ์มาขอแก้ไขวินิจฉัยตรงน้ีภายหลังว่า “ขอถอนค�ำท่ีคิดว่า
เป็นตาโก้งนั้นเพราะเห็นมากสีนัก น่าจะเป็นร้ิวยืนกับริ้วขวางขัดกัน ภายหลังมาคิดเห็นว่าถ้าเช่นน้ันเขาคงใช้ค�ำว่าพระภูษาตา
น่เี ขาวา่ รว้ิ คงเป็นร้วิ ยนื ไปทางเดยี วอย่างสมปักรว้ิ สมี ากเกินเหลอื แต่เขาคงจดั สสี ลับกนั ให้งามได”้

๑ คือ “ผ้าตาโก้ง” หรอื “ผ้าตาโถง” เปน็ ผา้ ผืนส่ีเหล่ียมท่ที อเป็นตาโต ๆ ใชน้ ่งุ หรือห่มแบบผ้าขาวม้า
๒ ในอยธุ ยาอาภรณอ์ า้ งถงึ ค�ำอธบิ ายของกาญจนาคพนั ธ์ุ วา่ ในอนิ เดยี มผี า้ ชนดิ หนงึ่ ชอ่ื วา่ “เบตตลี า” ซงึ่ สอดคลอ้ ง
กับในสมัยอยุธยาท่ีฝรั่งน�ำผ้าอินเดียเข้ามาขายมาก และมีผ้าชนิดหน่ึงเรียกว่า “เบตติลล์” เข้าใจว่าเป็นผ้าเบตติลลาน่ันเอง
นา่ จะตรงกบั “ปตั หลา่ ” ผา้ เบตตลิ ลาเปน็ ผา้ โปรง่ ผา้ ลกู ไมท้ มี่ ลี วดลายเปน็ ดอกดวงตา่ ง ๆ น�ำมาปกั ทองตามลวดลายกงิ่ กา้ นดอกดวง
ให้เป็นสที องอรา่ ม และเอามาท�ำเส้อื ครุยจึงเรียกว่า “ครุยทองปัตหลา่ ”
80

ประมวลบทความ

เนือ่ งในพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก

วินจิ ฉยั เครื่อง ๘ สง่ิ
๑. “พระชฎาขาวรมิ ทองสอดตามสี” ชฎาพอก๑
๒. “ฉลองพระองคพ์ ระกรนอ้ ย พน้ื ทองผดุ ดอก” เหน็ จะเปน็ ฉลองพระองคต์ าดระก�ำไหม๒ พระกรสน้ั
๓. “ฉลองพระองคย์ น่ ขาวนอก” คงเปน็ ฉลองพระองคค์ รยุ ผา้ อะไรทย่ี น่ เหน็ อยกู่ แ็ ตแ่ พรหนงั ไก๓่
๔. “พระภูษาจบี โจง” ทรงหางหงส๔์
๕. “รดั พระองคแ์ ครง” คือส�ำรดมชี ายแครงในเครือ่ ง ๑๓ สงิ่
๖. “รัดพระองคห์ นามขนุน” คือรตั คดในเครื่อง ๑๓ สิง่
๗. “สนับเพลาเชิงงอนสองชั้น” เหมอื นในเครอื่ ง ๑๓ สง่ิ
๘. “เหน็บพระแสงกนั้ หยั่น” ไม่มีปัญหา

อย่างที่ ๑๐ ในตำ� รา
เคร่ืองตน้ (เต็มยศงานพิธใี นพระราชวัง)

ในต�ำรายกเป็นอุทาหรณ์ เช่นงานพระราชพธิ ีลงสรงและโสกนั ต์

ทรงเคร่อื ง ๗ สิ่ง
๑. พระชฎาขาวรมิ ขลบิ ทองเกย้ี วเพชร
๒. ฉลองพระองคพ์ ระกรน้อยสตี ่าง ๆ
๓. ฉลองพระองค์ย่นขาวนอก
๔. พระภูษาริ้ววรวหยีจ่ บี โจง
๕. รดั พระองค์หนามขนนุ
๖. สนบั เพลาเชงิ งอนสองช้ัน
๗. เหนบ็ พระแสงกัน้ หยั่น ทรงพระยานมาศ

วนิ ิจฉยั เครือ่ ง ๗ สิง่
เหมือนเคร่ือง ๘ ส่ิง ลดรัดพระองค์แครง มีค�ำที่ควรทักอยู่ก็แต่ “พระภูษาร้ิววรวหย่ี” ค�ำนี้เอง
ทมี่ าเรยี กตัดเปน็ นุ่งหย๕่ี

๑ คอื “ลอมพอก” เป็นเครื่องสวมศีรษะรปู ทรงเรียวแหลมคล้ายชฎา ทป่ี ระดบั ตกแต่งดว้ ยมาลากบั เกี้ยวสวมเขา้ 81
เทา่ น้นั มีความแตกต่างกนั ตรงทมี่ าลาประดับรอบลอมพอก ใชข้ องมีค่านอ้ ยจนถึงของมคี า่ มาก เช่น ท�ำด้วยทองลงยา

๒ เปน็ ผา้ ทที่ อดว้ ยทองแลง่ (แผน่ เงนิ กาไหลท่ องตดั แลง่ ออกเปน็ เสน้ ๆ เหมอื นกบั เสน้ ตอก) กบั ไหม ซง่ึ มไี หมมากกวา่
แลง่ ทองจงึ ไมม่ คี วามแวววาวมากนกั และขอบผา้ ทงั้ สดี่ า้ นยกลายเปน็ ดอกสกี่ ลบี ในตวั เรยี งกนั เปน็ ลายขนมเปยี กปนู แตล่ ะชว่ งของลาย
จะเน้นระยะดว้ ยดน้ิ เงนิ เพ่ิมความสวยงามของผา้ ดว้ ยการปักลวดลายดอกไม้สกี่ ลีบบนผา้ ดว้ ยเส้นไหม ดว้ ยดน้ิ เงนิ ดิ้นทอง

๓ คือ แพรย่นหนงั ไก่ เป็นผ้าแพรน้ำ� หนักเบา ใช้เป็นผา้ แพรเพลาะ (หม่ คลุม) มหี ลายสี มกั เป็นสคี ลำ้� ไมม่ สี ีสดใส
๔ เป็นผา้ โจงกระเบนท่ีหางกระเบนจบี ใหเ้ ปน็ กลบี ใหญ่ ๆ ปลอ่ ยให้เล้ือยลงข้างหลัง
๕ คอื ค�ำวา่ “อศั วร”ี “วระวย”ี “หศั วร”ี เปน็ ผา้ ลายชนดิ หนงึ่ ทใี่ ชน้ งุ่ มที งั้ ลายเชงิ เปน็ ลายสี และไมม่ เี ชงิ ถา้ เปน็ รวิ้
คือผ้าลายตีพิมพ์เป็นเชิงท้องริ้ว (“ท้องริ้ว” คือผืนผ้าภายในกรอบ หรือเชิงมีลายเป็นริ้ว “ท้องพรรณ” คือผืนผ้าภายในกรอบ
เป็นสี ๆ เดียว) ในอินเดียมีผ้าแพรชนิดหน่ึงมีชื่อเป็นภาษาเปอร์เซียว่า “อีซารี” เป็นผ้าแพรราคาแพง คุณภาพดี เนื้อนุ่ม
นยิ มใช้ส�ำหรับตดั เสือ้ หรอื ผ้าน่งุ ก็ได้
ค�ำวา่ นงุ่ หยี่ นา่ จะมาจากภาษาเปอรเ์ ซยี วา่ ลงุ งิ (Lungi) แปลวา่ ผา้ โสรง่ จะใชพ้ นั กายเวลาจะนงุ่ บางครงั้ หมายถงึ
ผ้าโพกศีรษะ ท่เี ป็นผ้าลายรวิ้ มเี ชงิ

ประมวลบทความ อย่างท่ี ๓ ในตำ� รา
เคร่อื งต้น (เต็มยศเสดจ็ โดยกระบวนแห)่
เนื่องในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก
ในต�ำรายกเป็นอุทาหรณ์ เช่นเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาท ตอนทรงเรือพระท่ีนั่งกิ่ง ออกจาก
82 กรุงฯ ไปทา่ เจ้าสนกุ

ทรงเครอื่ ง ๗ สงิ่
๑. พระมาลาพระกลบี ๕ ยอดสะดุ้ง
๒. ฉลองพระองคส์ งั เวียนยก
๓. พระภษู าจีบโจง
๔. รดั พระองคเ์ จยี ระบาด
๕. สนับเพลาเชงิ งอนสองชัน้
๖. เหนบ็ พระแสงก้ันหยั่น
๗. ถวายพระฉาย (?) ดว้ ย

วินจิ ฉัยเคร่ือง ๗ สิ่ง
๑. “พระมาลาพระกลีบ ๕ ยอดสะดุ้ง”๑ ฟังน่าสงสัย พระกลีบมีอยู่ แต่เป็นพระชฎายอดเดียว
ท่ีเป็น ๕ ยอดสะดุ้งน้ันเป็นพระชฎามหากฐิน๒ ท้ังสองอย่างเป็นพระชฎาหาใช่พระมาลาไม่ หมวกท่ีประทาน
ไปด*ู เป็นกลบี หา้ ยอดเขา้ ทีหนกั หนา แต่ว่ายอดไมส่ ะดงุ้ ถึงกระนั้นกง็ ามข้างถูกมาก
๒. “ฉลองพระองคส์ งั เวียนยก” วินิจฉัยมาแลว้
๓. “พระภษู าจบี โจง” วินจิ ฉัยแลว้
๔. “รดั พระองคเ์ จียระบาด” ผา้ คาดอยา่ งแขก เชน่ ท่พี ระยาจุฬาราชมนตรคี าดเข้าเฝา้
๕. “สนบั เพลาเชงิ งอนสองช้ัน” วนิ ิจฉยั แล้ว
๖. “เหน็บพระแสงก้นั หย่นั ” ไมม่ ีปญั หา
๗. “ถวายพระฉายด้วย” เหลว ไมใ่ ช่ เคร่อื งทรง

อยา่ งท่ี ๖ ในตำ� รา
เครือ่ งตน้ (เครื่องยศ) เสด็จไปงานวดั

ในต�ำรายกเปน็ อุทาหรณ์ เช่นเสดจ็ วดั พระศรีสรรเพชญและงานฉลองวัด
ทรงเครอื่ ง ๓ สิง่

๑. พระมาลาเส้าสงู สีกหุ รา่ ขนนกตงั้
๒. ฉลองพระองคญ์ ป่ี นุ่ หรือฉลองพระองคก์ รอง (ทอง)
๓. พระภษู าลายพน้ื ขาว
พระราชยานนั้น ทรงพระเฉลยี่ งหลงั คา หรือพระเฉล่ยี งเปล่ากไ็ ด้

๑ อาจเป็น “หมวกห้ากลีบ”หรือ “มาลาห้ายอด” ท่ีอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นหมวกท่ีมียอดบน
เหมอื นกลบี บวั ไมถ่ ึงกับแหลมสงู มีจุกท่ียอด มกี ลีบบวั ขนาดใหญ่ ๔ กลีบ ประกอบทข่ี อบหน้า หลงั และด้านข้างทัง้ ซา้ ยและขวา

๒ เรียกอกี อยา่ งหนงึ่ ว่า พระชฎาห้ายอด ท�ำด้วยทองค�ำลงยาประดบั เพชรปลายเป็น ๕ ยอด หนกั ๓ กิโลกรัม
ส�ำหรับทรงสวมในงานพระราชพิธีใหญ่ เช่น เสด็จพระราชด�ำเนินขบวนพยุหยาตราไปถวายพระมหากฐิน บางคร้ังก็โปรดให้
พระบรมวงศ์ทรงในบางโอกาส เชน่ พระราชพธิ โี สกนั ต์ เปน็ ตน้

* คือพระมาลาตาด ส�ำหรับเจา้ นายทีย่ งั ทรงพระเยาว์ทรงแต่โบราณ มอี ยู่ในพพิ ธิ ภณั ฑสถาน

ประมวลบทความ

เนือ่ งในพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก

วินจิ ฉัยเคร่อื ง ๓ สิ่ง
๑. “พระมาลาเส้าสูงสีกุหร่า๑ ขนนกต้ัง” พระมาลาเส้าสะเทินจ�ำหน่ายว่าเป็นพระมาลาฝรั่ง
พระมาลาเสา้ สงู เหน็ จะมมี าก่อน เปน็ พระมาลาเกาหลีกระมัง
๒. “ฉลองพระองคญ์ ปี่ นุ่ หรอื ฉลองพระองคก์ รอง” ฉลองพระองคญ์ ปี่ นุ่ คงมาจากนอก เปน็ ผา้ ลาย
ต่าง ๆ ฉลองพระองค์กรองก็เป็นฉลองพระองค์ตาชุน เช่น มีอยู่ทุกวันนี้ ชุนด้วยไหมทองบ้าง ไหมสีบ้าง แล้ว
ปกั ลายทองตามตาชุน
๓. “พระภษู าลายพ้นื ขาว” ไมม่ ีปัญหา
พระเฉล่ียงหลังคานั้น คือ วอฐานทอง ดาดหลังคาทอง ระบายทอง ม่านทอง ท่ีเจ้านายเล็ก ๆ
เคยทรงตามเสด็จพระราชด�ำเนินน้ันเอง เมื่อทรงพระเฉลี่ยงเปล่า พระเฉลี่ยงหลังคาก็เป็นพระท่ีนั่งรอง
ตามทเี่ คยเหน็ มา พระราชยานกับพระวอต้องน�ำมาเป็นค่กู ันอยู่เปน็ อาจิณ

ประเภทเคร่ืองทรงสงคราม
อยา่ งท่ี ๘ ในตำ� รา

เคร่อื งทรงพชิ ัยสงคราม ส�ำหรับชนช้าง

ทรงเครอ่ื ง ๗ สิง่
๑. พระมาลา ลง (ยนั ต์) ราชะ (เป็น) ซับใน
๒. พระมาลาเบี่ยง๒ (ทรงขา้ ง) นอก
๓. ฉลองพระองค์ยอ้ มวา่ น ลงราชะชน้ั ใน
๔. ฉลองพระองค์แพรด�ำเกาะนวมชน้ั นอก
๕. รัดพระองคเ์ จียระบาดพนื้ ด�ำ
๖. สนับเพลา ลงราชะชน้ั ใน
๗. สนับเพลาแพรด�ำช้นั นอก

วินิจฉัยเคร่ืองพชิ ัยสงคราม ๗ สิง่
ของจรงิ มอี ยคู่ รบตามต�ำรา ไม่ต้องวนิ จิ ฉยั

๑ เป็นเคร่ืองศิราภรณ์ลักษณะเป็นหมวกทรงกระบอก ปีกกว้างโดยรอบท�ำด้วยผ้าตาดสีทอง หลังพระมาลา
ประดบั ด้วยยอดทองค�ำรปู พระเกยี้ วยอด รอบขอบพระมาลารัดดว้ ยมาลัยรกั ร้อย มีกระจังเชงิ ชายและประดับหลังมาลยั รกั ร้อย
โดยรอบท�ำดว้ ยทองค�ำ ดา้ นซา้ ยพระมาลาปกั พระยก่ี าทองค�ำเสยี บขนนกการเวก ขอบปลกี พระมาลาขลบิ ทองค�ำจ�ำหลกั ลายเนอื่ ง
สีกหุ รา่ เปน็ สีเทาเจอื แดง กระเดียดไปทางสีเหลอื งเลก็ น้อย สว่ นใหญ่เปน็ สผี ้าสักหลาด

๒ เป็นพระมาลาส�ำหรับทรงเวลาออกศึกสงคราม ท�ำด้วยไม้ไผ่สานรูปทรงลูกฟักตัด มีกระบังเป็นปีกอยู่รอบ
ลงรักท้ังด้านในและด้านนอกสีด�ำเป็นมัน ด้านในองค์พระมาลามีรังสานด้วยไม้ไผ่อย่างรังงอบ ทรงลูกฟักตัดรังนี้ส่วนบนโยง
ด้วยสายเชือกสอดข้ึนไปด้านบนพระมาลาที่ท�ำเป็นพู่กลมกับขอบรังทั้งส่ีมุม โยงเชือกสอดออกไปตามช่องเล็ก ๆ เหนือปีก
พระมาลาส่ีทางด้วยกันโดยท�ำปลายเป็นพู่กลมเช่นกัน จึงมีลักษณะเหมือนพระมาลาสองช้ัน คือรังช้ันในไว้ส�ำหรับทรงสวม
ส่วนพระมาลาชั้นนอกไว้ส�ำหรับป้องกันอาวุธ ด้านในพระมาลากับรังโดยรอบมีที่ว่างส�ำหรับระบายความร้อน เวลาทรงสวม
พระมาลาอาจขยับไปทางใดทางหนึ่งได้เล็กนอ้ ย จึงเปน็ ทีม่ าของชอื่ “พระมาลาเบี่ยง”

83

ประมวลบทความ

เนื่องในพระราชพิธบี รมราชาภิเษก

เครอ่ื งทรงเสดจ็ ออกแขกเมอื ง ประเภทเครื่องทรงอย่างเทศ
อยา่ งที่ ๑ ในตำ� รา

ทรงเคร่ือง ๖ สิง่
๑. พระชฎา เกย้ี วเพชร หรอื ทับทิม หรอื มรกต ตามสฉี ลองพระองค์
๒. ฉลองพระองค์ (ชน้ั ใน) อย่างเทศ แพรอัสวหรรี วิ้ ๑
๓. ฉลองพระองค์ (ชนั้ ) นอก ตาดสที อง หรือสีนาก หรอื สเี ขยี ว
๔. รัดพระองค์เจียระบาด
๕. สนบั เพลาเชิงเล้ือย
๖. เหนบ็ พระแสงก้ันหยั่น (ไมท่ รงพระภูษา)

วินิจฉัยเคร่อื งทรงอยา่ งเทศ ๖ สง่ิ
มสี ่งิ ทคี่ วรจะวนิ จิ ฉยั อยู่บา้ ง ก็คอื ท่ีว่าทรงพระชฎาตามสีฉลองพระองค์ พระชฎาเกี้ยวเพชรคงทรง
กับฉลองพระองค์ตาดสีทอง เกี้ยวทับทิมกับสีนาก เก้ียวมรกตกับสีเขียว สนับเพลาเชิงเล้ือยน้ันเป็นเชิงปลอก
เช่นเดยี วกบั สนบั เพลาขนุ นาง

อยา่ งท่ี ๒ ในตำ� รา
เคร่อื งทรง (อยา่ งเทศ) เสด็จกระบวนยาตราทรงเรือก่งิ

ในต�ำรายกเป็นอทุ าหรณ์ วา่ เชน่ เสดจ็ ไปพระราชทานเพลิง (พระศพ) ณ วัดชัยวฒั นาราม๒

ทรงเคร่อื งเตม็ ๖ สิ่ง
๑. พระชฎา ตามสฉี ลองพระองค์
๒. ฉลองพระองค์ (ชนั้ ใน) อย่างเทศ
๓. ฉลองพระองค์ (ชน้ั นอก) อยา่ งเทศตาดพน้ื เงิน๓
๔. รัดพระองคเ์ จยี ระบาด
๕. สนับเพลาเชิงเล้อื ย
๖. เหน็บพระแสงกั้นหย่ัน (ไม่ทรงพระภูษา)

วินจิ ฉยั เครอ่ื งอยา่ งเทศ ๖ สง่ิ
เหมอื นกับอย่างกอ่ น ต่างกนั แต่ชนิดผ้าฉลองพระองค์

ประเภทเครื่องทรงประพาส
อยา่ งที่ ๓ ในตำ� รา

เครือ่ งทรงประพาส (เสด็จโดยกระบวนยาตรา)
ในต�ำรายกเป็นอุทาหรณ์ เช่นเสด็จโดยทางสถลมารคเมื่อขึ้นพระพุทธบาท ตอนจากท่าเจ้าสนุก

ไปจนถึงปากท่งุ บ้านใหม่

๑ คือค�ำวา่ “อัศวร”ี “วระวยี” “หัศวร”ี เปน็ ผา้ แพรคณุ ภาพดชี นดิ หน่ึงที่ท�ำเป็นร้ิว
๒ ปจั จุบนั เขียนเป็น วดั ไชยวฒั นาราม
๓ เปน็ ผ้าตาดทีท่ อด้วยเส้นเงนิ แลง่ น�ำมาทอกับไหมขาว ไม่มลี วดลายใด ๆ เปน็ สีพ้ืนเงนิ
84

ทรงเครื่อง ๔ สง่ิ ประมวลบทความ
๑. พระมาลาฝรัง่ เส้าสะเทิน ขนนกนอน
๒. ฉลองพระองค์ทรงประพาส๑ เนอื่ งในพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก
๓. สนับเพลาเชงิ งอน
๔. รดั พระองค์เจียระบาด (ไมท่ รงพระภูษา) 85
เมื่อเสด็จถึง (พลับพลา) ที่ปากป่าทุ่งบ้านใหม่ เปล้ืองเครื่องประพาส เปล่ียนทรงเครื่องอย่างท่ี
ทรงเรอื พระท่ีนงั่ ไปจากกรุงเทพฯ ตอ่ ไป จนถึงพระต�ำหนักธารเกษม

วนิ ิจฉยั เคร่ือง ๔ สง่ิ
๑. “พระมาลาฝร่งั เสา้ สะเทนิ ขนนกนอน” แปลกทข่ี นนกนอน*
๒. “ฉลองพระองค์ทรงประพาส” ของจรงิ มดี ไู ดอ้ ยู่
๓. “สนับเพลาเชิงงอน” วินจิ ฉยั แล้ว
๔. “รัดพระองค์เจียระบาด” วินิจฉยั แล้ว

อยา่ งที่ ๙ ในตำ� รา
เครอ่ื งทรงประพาส (โดยล�ำลอง)

ในต�ำรายกเป็นอุทาหรณ์ว่า เวลาเสด็จประทับเมืองลพบุรี เสด็จไปประพาสสระแก้ว น้�ำโจน
ล้อมเสือ ขน้ึ ห้างจับเสือ โพนชา้ ง จบั ช้างเพนยี ด จบั ชา้ งกลางแปลง

ทรงเครอ่ื ง ๔ ส่งิ
๑. พระมาลาเสา้ สะเทนิ ๒ (ไมใ่ ชข้ นนก)
๒. ฉลองพระองค์ทรงประพาส
๓. สนบั เพลาเชิงงอน
๔. รดั พระองคเ์ จียระบาด (ไมท่ รงพระภูษา)

วินิจฉัยเครอ่ื ง ๔ ส่ิง
เป็นเครอ่ื งทรงประพาสเหมือนที่กล่าวมาแล้ว ผิดกนั ท่ีไมไ่ ด้กลา่ ววา่ พระมาลาปกั ขนนก

อย่างท่ี ๕ ในตำ� รา
เสด็จประพาสปา่

ก. ถ้าทรงชา้ งพระท่ีนั่ง เครอื่ งทรงประพาส
ข. ถา้ ทรงม้าพระท่ีนงั่ ทรงเครอ่ื งอย่างเทศ หรืออย่างทรงประพาสก็ได้

เคร่ืองทรงเจ้านาย
เครอ่ื งทรงเจ้าฟ้า (อยา่ งที่ ๑)
ในต�ำรายกเปน็ อทุ าหรณว์ ่าทรงเม่ือแหไ่ ปฟงั สวดพิธลี งสรงโสกันต์ ๓ วนั

๑ เปน็ เส้ือมปี ก คอกว้างจนยกเป็นอนิ ทรธนู และต่อแขนยาวจากไหล่ใต้ปกออกไป ตัวเส้อื กับแขนเป็นผ้าคนละสี
แขนตัดตามลายขวางของผ้า

* หมวกฝรงั่ ตามแบบสมัยหลยุ สท์ ี่ ๑๔
๒ มีลักษณะเป็นหมวกทรงกระบอก ปีกกว้างโดยรอบแต่ปีกด้านซ้ายพับตลบขึ้น ท�ำด้วยสักหลาด พระมาลา
เสา้ สะเทนิ นมี้ หี ลายองค์ แตล่ ะองคม์ สี ตี า่ งกนั ตามสปี ระจ�ำวนั ทง้ั ๗ เครอื่ งประดบั ของทกุ องคท์ �ำดว้ ยทองค�ำจ�ำหลกั ลายลงยาราชาวดี
ประดบั อญั มณสี ตี ามสขี องพระมาลา หลงั พระมาลาประดบั ดว้ ยยอดทองค�ำรปู พระเกย้ี วยอดหรอื จลุ มงกฎุ รอบขอบพระมาลารดั
ด้วยมาลัยรกั ร้อย มีกระจงั เชิงชาย ประดับหลงั มาลยั รักรอ้ ยโดยรอบ ดา้ นซ้ายพระมาลาปกั พระย่กี าทองค�ำเสียบขนนกการเวก
ขอบปกี พระมาลาขลบิ ลวดทองค�ำ บางทีเรยี กพระมาลาเส้าสะเทินว่า “พระมาลาทรงประพาส”

ประมวลบทความ ทรงเครื่อง ๗ สิ่ง
๑. เกย้ี วพระจไุ รดอกไม้ทศิ
เน่อื งในพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก ๒. ฉลองพระองค์พระกรน้อยสตี ่าง ๆ (ช้ันใน)
๓. ฉลองพระองค์ขาวยน่ นอก
86 ๔. สร้อยตาบ๑ ทองพระกร๒ ทองพระบาท๓
๕. ผ้า (ทรง) สองปกั ร้วิ วรหยี่รดั พระองค์หนามขนนุ
๖. รดั พระองคแ์ ครง
๗. สนบั เพลาเชิงงอน

เครื่องทรงเจา้ ฟ้า (อย่างที่ ๒)
ในต�ำรายกเปน็ อทุ าหรณ์ว่าทรงเม่ือแหไ่ ปท�ำขวัญ ๓ วัน

ทรงเครือ่ ง ๗ ส่ิง
๑. พระชฎาตามสฉี ลองพระองค์
๒. เกย้ี ว (พระชฎาประดับ) ทับทมิ
๓. ฉลองพระองคอ์ ย่างเทศ (ชนั้ ใน)
๔. ฉลองพระองคอ์ ยา่ งเทศนอก
๕. รดั พระองคเ์ จยี ระบาดสตี า่ ง ๆ
๖. สนับเพลาเชงิ เลือ้ ย
๗. เหนบ็ พระแสงก้นั หย่ันทรงพระยานมาศ

เครอื่ งทรงพระองค์เจา้
ในต�ำราว่าทรงท�ำขวญั ๓ วนั

ทรงเครอ่ื ง ๘ สิ่ง
๑. ชฎาตามสี
๒. ฉลองพระองคพ์ ระกรนอ้ ย
๓. ฉลองพระองค์ยน่ สตี ่าง ๆ
๔. สรอ้ ยตาบ ทองพระกร ทองพระบาท
๕. รัดพระองคห์ นามขนนุ
๖. รดั พระองคแ์ ครง
๗. ผ้าสองปักวรหย่ี
๘. สนับเพลาเชงิ งอน
(ทจ่ี รงิ ครบสงิ่ เทา่ กบั เจ้าฟา้ แต่หากนับจ�ำนวนพลาดในต�ำรา)

เครื่องทรงพระมหาอุปราชเทยี บกบั พระเจ้าแผ่นดิน
ในต�ำราว่าด้วยเครื่องทรงพระมหาอุปราชเป็นแต่กล่าวถึงท่ีต้องลดลงให้ผิดกับเคร่ืองทรง
พระเจา้ แผ่นดนิ คอื

๑ เป็นเคร่ืองประดับรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัสตั้งตะแคง มีขนาดเล็กกว่าทับทรวง ไว้ติดตรง
ท่ีไขวส้ ังวาลดา้ นหลงั

๒ คอื “ทองกร” หรอื “กรองได” หมายถึงก�ำไลขอ้ มอื
๓ คือ “ทองบาท” หรอื “กรองเชงิ ” หมายถึงก�ำไลขอ้ เทา้

ประมวลบทความ

เนื่องในพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก

๑. ทรงเรือเอกชัย๑ (แทนเรือก่ิง)
๒. ทรงเคร่ือง (ทกุ อย่างหรอื บางอย่างไม่กลา่ วชัด) เหมอื นพระเจ้าแผ่นดิน แตม่ ใิ ห้ตอ้ งสีเครือ่ งต้น
และฉลองพระองค์
๓. ลดสุวรรณมาลยั

เครื่องทรงเจ้าฟา้ เทียบกบั พระมหาอุปราช
ในต�ำราว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ และสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ ทรงเรือเอกชัยล�ำละสองพระองค์
สามพระองค์ ทรงเครอ่ื งลดกว่าพระเจา้ แผ่นดินและพระมหาอุปราช
๑. มใิ หต้ ้องสกี บั เครอ่ื งทรงของพระเจา้ แผน่ ดิน
๒. ชฎากาบต่�ำกว่าของพระมหาอปุ ราช

ลักษณะเครอื่ งทรงประพาสตา่ งกันตามยศ
ในต�ำรายกเปน็ อทุ าหรณว์ า่ ถา้ เสดจ็ ไปจบั ชา้ งทเี่ พนยี ด หรอื ทรงชา้ งไปแหง่ ใด ๆ เครอ่ื งทรงประพาส
ผดิ กันดังน้ี

เคร่อื งทรงพระเจา้ แผ่นดนิ
๑. ฉลองพระองคท์ รงประพาสของพระเจา้ แผ่นดิน “เลื่อมต้นพระกร ปลายพระกร ๓ ชั้น”

เครื่องทรงพระมหาอปุ ราช
๒. ฉลองพระองค์ทรงประพาสของมหาอุปราช เล่ือมส�ำรดลอย (หรือลาย) ฉลองพระศอเหมือน
กบั ของหลวง แต่มิใหต้ ้องสี

เคร่อื งทรงเจา้ ฟ้า
๓. สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ สมเดจ็ พระเจา้ หลานเธอ ฉลองพระองคท์ รงประพาสมแี ตต่ น้ พระกร ๓ ชนั้
ปลายพระกร ๒ ช้ัน ทรงพระมาลาฝรั่งเส้าสะเทิน มีแต่ยอดกับเกี้ยวประดับพลอยแดง (ใช้) ขนนกนอน
หาพระยีก่ ่ามไิ ด้

เครอ่ื งทรงพระองคเ์ จา้
๔. พระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าหลานเธอ หากรมมิได้ (ตรงนี้ในต�ำราจะหมายว่า เจ้าฟ้ายังไม่มีกรม
หรอื พระองค์เจา้ มีกรมสงสัยอย)ู่ ฉลองพระองค์ทรงประพาส ตน้ พระกร ๒ ช้นั ปลายพระกรช้ัน ๑ ทรงพระมาลา
ฝร่ังเส้าสะเทิน มีแต่เก้ียวประดับพลอยแดง หายอดมิได้ ถ้าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งให้ท�ำพระราชทาน
ประการใด จึงใหท้ �ำตามรับสัง่

วนิ จิ ฉัยเคร่อื งทรงเจ้านาย
อะไร ๆ กม็ ีเหมอื นทก่ี ล่าวมาแลว้ และชดั เจนอย่แู ลว้ มีทนี่ ่าวนิ ิจฉยั อยู่ ๒ แห่งคือ
๑. เครื่องทรงพระมหาอุปราช “ลดสุวรรณมาลัย” อะไรเป็นสุวรรณมาลัย ไม่ทราบ คิดเห็นว่า
ลางทจี ะเป็นดอกไม้ท่ีเสียบข้างพระชฎา ซึ่งทกุ วันนีเ้ รียกกันว่า ใบสน วา่ พระย่กี า่ ๒
๒. เคร่ืองทรงเจ้าฟ้าเทียบกับพระมหาอุปราช “ชฎากาบต�่ำกว่าของพระมหาอุปราช” ชฎาพอก
มีกาบเปน็ ลายรักร้อยเรยี วแหลมประกบั ยอดข้ึนไป ๔ ทิศ อนั น้ีบงั คับให้ของเจา้ ฟ้าสน้ั กว่าของพระมหาอุปราช

๑ คอื เรอื ชยั หรอื เรอื ไชย เปน็ เรอื ทม่ี ที วนหวั ตงั้ สงู ขนึ้ ไปเปน็ งอน มลี กั ษณะเชน่ เดยี วกบั เรอื กง่ิ แตเ่ ดมิ เรอื ชยั เปน็ เรอื
ท่ขี ้าราชการน่ังในริ้วกระบวน และมีเจ้าพนกั งานคอยกระทุง้ เสา้ ให้จังหวะ แต่ถ้าเป็นเรอื ทีน่ ่ังเจา้ นาย เรยี กวา่ เรอื เอกชยั

๒ คอื ดอกไมท้ องทปี่ กั พระชฎาหรอื พระมาลาเสา้ สงู เสา้ สะเทนิ ในอยธุ ยาอาภรณอ์ า้ งถงึ สมเดจ็ ฯ เจา้ ฟา้ กรมพระยา
นรศิ รานวุ ดั ติวงศ์ทรงเห็นวา่ ค�ำว่า “ยี่ก่า” เปน็ ภาษาเปอรเ์ ซยี ส�ำหรบั ใชป้ กั ผ้าโพก

87

ประมวลบทความ

เนอื่ งในพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก

ตำ� ราเครอ่ื งตน้ เครื่องทรงแต่โบราณกับคำ� อธิบาย
ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำ� รงราชานุภาพ

และค�ำวนิ ิจฉยั ของสมเดจ็ ฯ เจา้ ฟ้ากรมพระยานรศิ รานวุ ัดติวงศ์
ของ

กองจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศลิ ปากร*

(จากเอกสาร ร. ๗ หมายเลข ๔/๓๗ เรื่อง กรมพระดำ� รงถวายตำ� ราเครอื่ งทรงโบราณ)
ส�ำเนา ที่ ๒๔๙๒ รบั วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๔๖๙
ท่ี ๙/๑๙๐

วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พระพุทธศกั ราช ๒๔๖๙
แจง้ ความมายงั ทา่ นเจา้ พระยามหธิ ร ราชเลขาธิการ

ด้วยเจ้าคุณแจ้งความว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ถามข้าพเจ้าถึงเร่ืองเครื่องทรงตาม
ต�ำราโบราณ อนั มอี ยใู่ นคมั ภรี ล์ านสน้ั ซง่ึ พระราชทานมายงั หอพระสมดุ ฯ เมอ่ื งาร๑ พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษกนนั้
ข้าพเจ้าไดใ้ ห้คัดเฉพาะต�ำราเครื่องทรง สง่ มากบั จดหมายฉบับนี้ เพอื่ เจ้าคุณจะไดน้ �ำข้ึนทลู เกล้าฯ ถวาย

พิเคราะห์๒ ดูอายุของต�ำราน้ีเปน๓ ครั้งสมเด็จพระนารายน์มหาราช๔ ด้วยกล่าวถึงพระมาลา
เสร้าสูงและเสร้าสะเทิน๕ อันได้อย่างมาแต่ฝรั่งเศส และแปลกที่มีวิธีปักขนนกเปน ๒ อย่าง ปักขนนกนอน
(อย่างฝรั่งเศส) อย่าง ๑ ปักขนนกตั้ง (อย่างเปอร์เซีย) อย่าง ๑ แต่มีเครื่องทรงแบบอื่นซ่ึงเห็นได้ว่าเปนของ
โบราณเก่ากว่ารัชกาลสมเด็จพระนารายน์ จึงสันนิษฐานว่าต�ำราน้ีจะเปนของเอาต�ำราเก่ามาปรุงข้ึนในรัชกาล
สมเดจ็ พระนารายนฯ์ หรอื ภายหลงั น้นั มา

แหลง่ ของต�ำรานซ้ี ง่ึ นางแวว บุณยรัตพันธ์ุ ไดม้ าทลู เกลา้ ฯ ถวาย เช่อื ไดว้ า่ เดมิ เปนของเจา้ พระยา
ศรธี รรมาธริ าช (บญุ รอด) ตน้ สกลุ บณุ ยรตั พนั ธ์ุ ซง่ึ ปรากฏในพงศาวดารวา่ เปนผรู้ แู้ บบแผนครง้ั กรงุ ศรอี ยธุ ยามาก
โดยได้รับราชการมีต�ำแหน่งอยู่ในกรมวังคร้ังสมัยน้ัน เห็นจะได้ส�ำเนาต�ำราติดตัวมา ไม่ได้มาเรียบเรียงข้ึนใหม่
ดว้ ยความทรงจ�ำ

มคี �ำบางค�ำในต�ำราซง่ึ ขา้ พเจา้ ยงั ตคี วามไมอ่ อก แหง่ ๑ วา่ วา่ ดว้ ยเครอ่ื งทรงเวลาเสดจ็ ทางชลมารค
ไปพระพุทธบาท ว่า “ถวายพระฉายด้วย” นับในเครื่องทรงอย่าง ๑ จะหมายความว่าอย่างไร ยังคิดไม่เห็น
อกี ๒ แหง่ ในเครอื่ งทรงเสดจ็ วดั พระศรสี รรเพชญว์ า่ “ทรงพระภษู าจบี โจงชายพกหอ้ ยสรี กั ครยุ ทองปตั หลา่ ” ตอ่ มา
วา่ “ฉลองพระองคป์ ราสงั เวยี นยก” ๒ แหง่ นกี้ ย็ งั ตคี วามไมอ่ อก หรอื จะเปนดว้ ย เขยี นผดิ มาแตใ่ นต�ำราเดมิ กเ็ ปนได้

ควรมคิ วรแล้วแตจ่ ะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
(ลงพระนาม) ดำ� รงราชานภุ าพ
นายกราชบณั ฑิตย์สภา

* สะกดการันต์ วรรคตอน และเชิงอรรถ คงตามต้นฉบับ
๑ คือค�ำวา่ “งาน”
๒ คือค�ำวา่ “วเิ คราะห์”
๓ คือค�ำวา่ “เป็น”
๔ สมเด็จพระนารายณม์ หาราช
88 ๕ คอื ค�ำวา่ “เส้าสูงและเสา้ สะเทนิ ”

ประมวลบทความ

เนื่องในพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก

(ส�ำเนา) กรมราชเลขาธกิ าร
ที่ ๕๒/๑๘๔๖ วนั ท่ี ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๖๙


ขอประทานกราบทลู พระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระดำ� รงราชานุภาพ,
ตามลายพระหัตถท์ ี่ ๙/๑๙๐ ลงวันท่ี ๑๓ เดอื นน้ี, ประทานส�ำเนาต�ำราเครอ่ื งทรงโบราณและเครื่อง

พไิ ชยสงคราม๑ มาเพอ่ื ทลู เกลา้ ฯ ถวายนนั้ , ขา้ พระพทุ ธเจา้ ไดน้ �ำขน้ึ ทลู เกลา้ ฯ ถวายทราบฝา่ ละอองธลุ พี ระบาทแลว้

(ลงนาม) ขา้ พระพทุ ธเจ้า เจ้าพระยามหิธร

นาม กรมพระด�ำรงราชานุภาพ ท่ี - ลงวนั ที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๑
ใจความ ทูลเกล้าฯ ถวายต�ำราเครือ่ งต้นเครื่องทรงแตโ่ บราณ กบั ค�ำอธบิ าย
ทลู เกล้าฯ ถวาย วนั ท่ี ๑๔/๙/๒๔๗๑ พระราชทานมา วนั ท่ี ๑๔/๙/๒๔๗๑

พระราชกระแส หมายเหตุ
รับแลว้ ขอบพระหทยั

วงั วรดิศ
วนั ที่ ๔ ธนั วาคม พทุ ธศักราช ๒๔๗๑

แจง้ ความมายงั ทา่ นเจา้ พระยามหธิ ร ราชเลขาธิการ
ด้วยข้าพเจ้าได้กราบบังคมทูลไว้ว่าจะท�ำบันทึกเครื่องต้นเครื่องทรงตามต�ำราโบราณ ซึ่งได้รับ

พระราชทานมาไว้ในหอพระสมุดฯ ข้ึนทูลเกล้าฯ ถวาย และสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศทรงรับว่า
จะวินิจฉัยศัพท์ซ่ึงข้าพเจ้าสงสัยด้วยน้ัน บัดน้ีท�ำส�ำเร็จแล้วท้ังสองอย่าง ข้าพเจ้าจึงส่งมายังเจ้าคุณเพ่ือจะได้
น�ำขึน้ ทูลเกล้าฯ ถวาย

ควรมิควรแลว้ แต่จะทรงพระกรณุ าโปรดเกล้าฯ


๑ คอื ค�ำว่า “เครื่องพชิ ยั สงคราม” 89

ประมวลบทความ ตำ� ราเครือ่ งต้นเครอ่ื งทรงแตโ่ บราณ
กับคำ� อธบิ าย
เนื่องในพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก
อธบิ ายต�ำราเคร่ืองตน้ เครื่องทรงแต่โบราณ
90
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ เวลางานเฉลิมพระชนมพรรษา นางแวว บุนยรัตพันธ์ ข้าหลวงเดิมซ่ึงเป็น
ภรรยาเจา้ พระยาศรีธรรมาธริ าช (เวก บนุ ยรตั พันธ)์ น�ำคมั ภรี ล์ านผูกหนึง่ เป็นหนงั สือเร่อื งต�ำหรับ๑ ต�ำราโบราณ
ต่าง ๆ ของเจ้าพระยาศรธี รรมาธริ าชขน้ึ ทลู เกล้าฯ ถวาย สนองพระเดชพระคณุ ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั
จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานแกพ่ ระเจา้ บรมวงศเธอ กรมพระด�ำรงราชานภุ าพ๒ นายกราชบณั ฑติ ยสภา
ใหร้ ับมารกั ษาไวใ้ นหอพระสมดุ ฯ ส�ำหรับพระนคร

นายกราชบัณฑติ ยสภาพิจารณาดูหนังสือในคมั ภรี ล์ านนน้ั เปน็ ต�ำรา ๑๑ เร่อื ง เรียงเป็นล�ำดบั กัน
ดังน้ี คอื
๑. เรื่องพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษกพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว
๒. ต�ำราราชาภิเษกภาษาบาลคี ัดมาจากหนังสือฎีกามหาวงศกับหนังสือทิปนนี ครกัณฑ์
๓. ต�ำราเครื่องต้นเคร่ืองทรง
๔. ค�ำเชญิ เสดจ็ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั กบั พระบาทสมเดจ็ พระปน่ิ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ทรงครองราชสมบัติ
๕. ค�ำกระท�ำสัตยสาบาล๓ ถวายในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกับพระบาท
สมเดจ็ พระปน่ิ เกล้าเจา้ อย่หู ัว เม่ือเสดจ็ ผ่านพิภพ
๖. พระชณั ษา๔ สมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัวรชั ชกาล๕ ท่ี ๑ ถงึ รัชชกาลที่ ๔
๗. เรือ่ งการพระราชพิธีโสกันต์เจ้าฟา้ พระขวญั คร้ังกรงุ ศรอี ยุธยา
๘. เรือ่ งการพระราชพธิ ีโสกันต์เจา้ ฟา้ กณุ ฑลทพิ ยวดี ในรัชชกาลท่ี ๑
๙. เรอื่ งการพระราชพิธีลงสรงพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั ในรัชชกาลท่ี ๒
๑๐. เรื่องการพระราชพธิ ีโสกนั ตพ์ ระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัวในรชั ชกาลที่ ๒
๑๑. พระราชบัญญัตติ ง้ั ค�ำน�ำพระนามพระบรมวงศานวุ งศในรชั ชกาลท่ี ๔

ต�ำรา ๑๑ เร่ืองท่ีกล่าวมา ได้เคยพบในหนังสืออ่ืนแล้ว ๑๐ เร่ือง แต่ต�ำราเครื่องต้นเคร่ืองทรง
แสดงโดยพสิ ดารอยา่ งในคมั ภรี น์ ยี้ งั หาเคยพบมาแตก่ อ่ นไม่ จงึ พเิ คราะหฉ์ ะเพราะ๖ ต�ำราเรอ่ื งเครอื่ งตน้ เครอื่ งทรง
คิดเหน็ ความดังจะกลา่ วตอ่ ไปน้ี คอื

๑. เครอ่ื งตน้ เครอื่ งทรงซง่ึ กลา่ วพรรณนาในต�ำราน้ี เปน็ แบบอยา่ งครงั้ กรงุ ศรอี ยธุ ยา สมยั รชั ชกาล
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. ๒๑๙๙ – ๒๒๓๑) หรือถ้าจะว่าอิก๗ นัยหนึ่ง แบบเครื่องต้นเครื่องทรง
ซงึ่ พรรณนาในต�ำรานน้ั บางอยา่ ง เชน่ เครอ่ื งตน้ กบั เครอ่ื งพชิ ยั สงครามและเครอ่ื งทรงประพาส มมี ากอ่ นรชั ชกาล
สมเด็จพระนารายณ์ฯ แล้ว แบบบางอย่างเช่นเครื่องทรงอย่างเทศเห็นจะเป็นของมีข้ึน เมื่อในรัชชกาล

๑ คือค�ำวา่ “ต�ำรบั ”
๒ คอื สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ
๓ คอื ค�ำว่า “สตั ย์” และ “สาบาน”
๔ คอื ค�ำวา่ “พระชันษา”
๕ คือค�ำวา่ “รัชกาล”
๖ คือค�ำว่า “เฉพาะ”
๗ คอื ค�ำว่า “อกี ”

สมเด็จพระนารายณ์ฯ แลน่าจะมีแบบเครื่องทรงบางอย่าง ซ่ึงแก้ไขเพ่ิมเติมของเก่า เม่ือภายหลังรัชชกาล ประมวลบทความ
สมเด็จพระนารายณ์ฯ รวมแบบท้ัง ๓ สมัยที่กล่าวน้ันเข้าเป็นต�ำราอันปรากฏอยู่ในคัมภีร์นี้ จะแต่งต�ำรานี้
ขึ้นเม่ือใด ข้อน้ีได้แต่สันนิษฐานว่าเห็นจะก่อนรัชชกาลพระเจ้าบรมโกษฐ แล้วคงจะมีเป็นหนังสือเขียนไว้ เนอื่ งในพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก
ในกรมภูษามาลา แต่ต�ำราน้ันน่าจะสูญเสียเม่ือเสียกรุงศรีอยุธยา คงมีแต่ข้าราชการครั้งกรุงศรีอยุธยา
ซึ่งมารับราชการในกรุงรัตนโกสินทร เช่น เจ้าพะยาศรีธรรมาธิราช (บุญรอด) ต้นสกุล บุณยรัตพันธ์ เป็นต้น 91
ไดเ้ คยอา่ นต�ำรา หรอื ไดเ้ คยเหน็ พระเครอ่ื งตน้ เครอ่ื งทรงมาแตก่ อ่ น ครน้ั เมอ่ื แรกสรา้ งพระนครอมรรตั นโกสนิ ทร๑
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดฯ ให้รวบรวมต�ำหรับต�ำราโบราณที่ยังเหลืออยู่ แลให้ประชุม
ข้าราชการซง่ึ เคยรเู้ หน็ ขนบธรรมเนยี มราชการครั้งกรงุ ศรอี ยุธยาช่วยกนั รอ้ ยกรองแบบแผนต่าง ๆ ข้นึ เป็นต�ำรา
ส�ำหรับพระนครต่อไป หนังสือต�ำราเครื่องต้นเครื่องทรงท่ีกล่าวน้ี จึงเกิดมีขึ้นคร้ังนั้น ในคราวเดียวกันกับ
ต�ำหรบั ต�ำราอนื่ ๆ ซึ่งปรากฏอยู่อิกเปน็ อนั มาก

๒. แต่ลักษณะระเบียบเรียบเรียงต�ำราเครื่องต้นเครื่องทรงในหนังสือซึ่งปรากฏอยู่ในคัมภีร์
ลานน้ี ดูเหมือนนึกอย่างใดได้ก่อนก็เขียนลงเป็นล�ำดับไป (ดังแสดงท่ีเลขตามต�ำราไว้ให้เห็นต่อไปข้างหน้า)
มิได้จัดเป็นหมวดหมู่ ปรากฏเพียงเคร่ืองต้นเคร่ืองทรงส�ำหรับพระเจ้าแผ่นดินมี ๑๐ อย่าง เม่ือสังเกตดูเห็นว่า
ลักษณะเครื่องต้นเคร่ืองทรงนั้นต่างกันเป็น ๔ ประเภท คือ ประเภทเครื่องต้นมี ๕ อย่าง ประเภทเครื่อง
พิชัยสงคราม มีอย่าง ๑ ประเภทอย่างเทศ (คืออย่างต่างประเทศ) ๒ อย่าง ประเภททรงประพาส ๒ อย่าง
จะพรรณนาแตล่ ะอย่างตามประเภทต่อไป

ประเภทเครอื่ งต้น
อย่างท่ี ๗ ในตำ� รา
เคร่ืองต้น (เตม็ ยศใหญ)่
ในต�ำรายกเปน็ อทุ าหรณ์ เชน่ ทรงพระราชรถหรอื ทรงเรอื พระทน่ี ง่ั กง่ิ เสดจ็ ไปพระราชทานพระกฐนิ
ทรงเคร่อื ง ๑๓ สงิ่
๑. พระมหาพชิ ัยมงกฎุ
๒. ดอกไมพ้ วงมีกุณฑลหอ้ ยพลอยมรกต
๓. ฉลองพระองคป์ รา (? ปก ? ปรก) สงั เวียนยกสีทบั ทมิ
๔. ทองพระกรลงยาราชาวดปี ระดับพลอย
๕. พระธ�ำมรงค์
๖. (ก) รัดพระองค์หนามขนุน จั่นประดับพลอย ใบโพธ์ิทองห้อยร้อยส�ำรด (หรือมิฉะน้ัน ข.)
ส�ำรดรอ้ ยปวหล�่ำ ประค�ำทองฟองมกุ ด์กรองเป็นตาข่าย มีประ (จ�ำ) ยาม (ตกจ�ำนวน) ดอก (หรือมิฉะนัน้ ค.)
สวุ รรณกะถอบ แพรพื้นเขยี วปกั เปน็ กา้ นแย่ง ตาขา่ ยนนั้ ร้อยปวหล�่ำ ประค�ำทองใบโพธิ์ห้อย
๗. มหาสงั วาลแกว้ กุดั่นประดับพลอย ทบั ทิมหรอื มรกต
๘. รัดพระอรุ ะทองค�ำกดุ ั่นพลอยแดง ดอกจันทน์ทึบ ๖ แผ่น
๙. ชายไหวประดบั พลอยต่าง ๆ
๑๐. ชายแครงประดับพลอยต่าง ๆ ห้อยหนา้
๑๑. พระภูษาจีบโจง ริ้วเขียวแดงม่วงทอง เชิงปักประดับพลอยต่าง ๆ ชายพกห้อยสีรัก ?
ครุยทองปัตหล่า
๑๒. สนบั เพลาเชงิ สองชน้ั ประดบั พลอยต่าง ๆ ลวดรอ้ ยฟองมกุ ด์กระหนาบมงั กรประดบั พลอย
๑๓. ทองพระบาทลงยาราชาวดีประดับพลอย

๑ คอื กรงุ เทพมหานคร

ประมวลบทความ อย่างที่ ๔ ในตำ� รา
เครอื่ งตน้ (เต็มยศ)
เน่อื งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ในต�ำรายกเป็นอุทาหรณ์ เช่นวนั แรกเสด็จข้ึนนมสั การพระพทุ ธบาทในพระมณฑป
92 ทรงเครือ่ ง ๘ ส่งิ

๑. พระชะฎา๑ ขาวรมิ ทองสอดตามสี
๒. ฉลองพระองค์พระกรนอ้ ย พ้ืนทองผุดดอก
๓. ฉลองพระองคย์ น่ ขาวนอก
๔. พระภษู าจีบโจง
๕. รดั พระองคแ์ ครง
๖. รดั พระองคห์ นามขนุน
๗. สนบั เพลาเชิงงอนสองขัน้
๘. เหน็บพระแสงกัน้ หยนั่

อยา่ งท่ี ๑๐ ในตำ� รา
เคร่อื งตน้ (เตม็ ยศงานพิธใี นพระราชวงั )

ในต�ำรายกเปน็ อุทาหรณ์ เชน่ งานพระราชพิธีลงสรงแลโสกนั ต์
ทรงเครื่อง ๗ ส่งิ

๑. พระชะฎาขาวริมขลบิ ทองเกย้ี วเพ็ชร์
๒. ฉลองพระองค์พระกรนอ้ ยสีต่าง ๆ
๓. ฉลองพระองคย์ ่นขาวนอก
๔. พระภูษาริ้ววรวหยี่จบี โจง
๕. รัดพระองค์หนามขนุน
๖. สนบั เพลาเชิงงอนสองชนั้
๗. เหน็บพระแสงก้ันหย่นั
ทรงพระยานมาศ

อยา่ งที่ ๓ ในต�ำรา
เครื่องต้น (เตม็ ยศเสดจ็ โดยกระบวนแห่)

ในต�ำรายกเปน็ อทุ าหรณ์ เชน่ เสดจ็ ไปนมสั การพระพทุ ธบาท ตอนทรงเรอื พระทน่ี งั่ กงิ่ ออกจากกรงุ ฯ
ไปท่าเจา้ สนุก

ทรงเครอ่ื ง ๗ ส่งิ
๑. พระมาลาพระกลีบ ๕ ยอดสะดุง้
๒. ฉลองพระองคส์ งั เวียนยก
๓. พระภษู าจบี โจง
๔. รัดพระองค์เจียรบาศ๒
๕. สนบั เพลาเชงิ งอนสองชัน้
๖. เหน็บพระแสงก้นั หยั่น
๗. ถวายพระฉาย ? ด้วย

๑ คอื ค�ำวา่ “ชฎา”
๒ ปจั จุบนั เขียน เจียระบาด

อยา่ งท่ี ๖ ในตำ� รา ประมวลบทความ
เครอ่ื งตน้ (ครง่ึ ยศ) เสดจ็ ไปงานวัด
เน่ืองในพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก
ในต�ำรายกเปน็ อุทาหรณ์ เช่น เสด็จวัดพระศรีสรรเพ็ชญแลงานฉลองวัด
93
ทรงเครื่อง ๓ สง่ิ
๑. พระมาลาเส้าสงู สีกหุ รา่ ขนนกตัง้
๒. ฉลองพระองค์ญป่ี ุ่น หรือฉลองพระองคก์ รอง (ทอง)
๓. พระภูษาลายพืน้ ขาว
พระราชยานนั้น ทรงพระเฉลยี่ ง๑ หลงั คา หรือพระเฉลยี่ งเปลา่ ก็ได้

ประเภทเคร่อื งทรงสงคราม
อย่างท่ี ๘ ในตำ� รา

เครอ่ื งทรงพชิ ยั สงคราม สำ� หรับชนชา้ ง

ทรงเครื่อง ๗ สิ่ง
๑. พระมาลา ลง (ยนั ต์) ราชะ (เปน็ ) ซบั ใน
๒. พระมาลาเบีย่ ง (ทรงข้าง) นอก
๓. ฉลองพระองคย์ อ้ มวา่ น ลงราชะชนั้ ใน
๔. ฉลองพระองคแ์ พรด�ำเกาะนวมชนั้ นอก
๕. รัดพระองคเ์ จยี รบาศพื้นด�ำ
๖. สนับเพลา ลงราชะช้ันใน
๗. สนับเพลาแพรด�ำชัน้ นอก

เคร่อื งทรงเสด็จออกแขกเมือง ประเภทเคร่อื งทรงอยา่ งเทศ
อย่างท่ี ๑ ในตำ� รา

ทรงเครอ่ื ง ๖ สิ่ง
๑. พระชะฎา เกีย้ วเพช็ ร หรือทับทมิ หรอื มรกต ตามสฉี ลองพระองค์
๒. ฉลองพระองค์ (ชั้นใน) อย่างเทศ แพรอัสวหรรี ้ิว
๓. ฉลองพระองค์ (ชน้ั ) นอก ตาดสที อง หรอื สนี าก หรือสีเขียว
๔. รัดพระองคเ์ จียรบาศ
๕. สนบั เพลาเชิงเล้อื ย
๖. เหนบ็ พระแสงกั้นหยน่ั
(ไมท่ รงพระภษู า)

อย่างที่ ๒ ในตำ� รา
เครอ่ื งทรง (อยา่ งเทศ) เสด็จกระบวนยาตราทรงเรือก่ิง

ในต�ำรายกเป็นอุทาหรณ์ ว่าเช่นเสด็จไปพระราชทานเพลงิ (พระศพ) ณะ๒ วัดชยั วฒั นาราม

๑ คือค�ำวา่ “พระเสลีย่ ง”
๒ คือค�ำว่า “ณ”

ประมวลบทความ ทรงเคร่ืองเต็ม ๖ ส่ิง
๑. พระชะฎา ตามสฉี ลองพระองค์
เนือ่ งในพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก ๒. ฉลองพระองค์ (ชน้ั ใน) อยา่ งเทศ
๓. ฉลองพระองค์ (ชน้ั นอก) อยา่ งเทศตาดพ้นื เงิน
94 ๔. รัดพระองค์เจยี รบาศ
๕. สนบั เพลาเชงิ เลือ้ ย
๖. เหนบ็ พระแสงก้ันหยั่น
(ไม่ทรงพระภษู า)

ประเภทเครอื่ งทรงประพาส
อย่างท่ี ๓ ในตำ� รา

เครอื่ งทรงประพาส (เสด็จโดยกระบวนยาตรา)
ในต�ำรายกเป็นอุทาหรณ์ เช่น เสด็จโดยทางสถลมารคเมื่อข้ึนพระพุทธบาท ตอนจากท่าเจ้าสนุก

ไปถงึ ปากทงุ่ บ้านใหม่

ทรงเครอื่ ง ๔ ส่ิง
๑. พระมาลาฝรงั่ เสา้ สะเทนิ ขนนกนอน
๒. ฉลองพระองคท์ รงประพาส
๓. สนับเพลาเชิงงอน
๔. รดั พระองคเ์ จยี รบาศ
(ไมท่ รงพระภษู า)
เมอ่ื เสดจ็ ถึง (พลบั พลา) ทีป่ ากทุ่งบา้ นใหมเ่ ปลื้องเครอ่ื งประพาส เปลยี่ นทรงเคร่ืองอยา่ งท่ที รงเรือ
พระท่ีนงั่ ไปจากกรงุ ฯ ตอ่ ไปจนถึงพระต�ำหนักธารเกษม

อยา่ งท่ี ๙ ในตำ� รา
เครอื่ งทรงประพาส (โดยลำ� ลอง)

ในต�ำรายกเป็นอุทาหรณ์ว่า เวลาเสด็จประทับเมืองเพชรบุรี ทรงเสด็จประพาสสระแก้วน�้ำโจน
ลอ้ มเสือ ขึน้ หา้ งจบั เสือ โพนชา้ ง จับชา้ งพะเนยี ด จับชา้ งกลางแปลง

ทรงเคร่อื ง ๔ สง่ิ
๑. พระมาลาเส้าสะเทิน (ไมใ่ ช้ขนนก)
๒. ฉลองพระองคท์ รงประพาส
๓. สนบั เพลาเชงิ งอน
๔. รดั พระองค์เจียรบาศ
(ไม่ทรงพระภูษา)

อย่างท่ี ๕ ในตำ� รา
เสดจ็ พระพาสปา่
ก. ถา้ ทรงชา้ งพระทนี่ งั่ เคร่อื งทรงประพาส
ข. ถา้ ทรงมา้ พระที่นั่ง ทรงเคร่อื งอยา่ งเทศ หรืออย่างทรงประพาสก็ได้

เครอ่ื งทรงเจ้านาย ประมวลบทความ
เครื่องทรงเจ้าฟ้า (อยา่ งที่ ๑)
เนื่องในพระราชพิธบี รมราชาภเิ ษก
ในต�ำรายกเปน็ อทุ าหรณว์ ่าทรงเม่ือแหไ่ ปฟังสวดพิธีลงสรงโสกนั ต์ ๓ วัน
95
ทรงเครือ่ ง ๗ ส่งิ
๑. เก้ียวพระจุไรดอกไมท้ ิศ
๒. ฉลองพระองคพ์ ระกรนอ้ ยสตี า่ ง ๆ (ใน)
๓. ฉลองพระองค์ขาวย่นนอก
๔. สร้อยตาบ ทองพระกร ทองพระบาท
๕. ผา้ (ทรง) สองปักร้ิววรวหยี่ รดั พระองค์หนามขนุน
๖. รัดพระองคแ์ ครง
๗. สนับเพลาเชิงงอน

เครื่องทรงเจา้ ฟ้า (อยา่ งที่ ๒)
ในต�ำรายกเปน็ อทุ าหรณ์ว่าทรงเมื่อแห่ไปท�ำขวญั ๓ วัน

ทรงเครอื่ ง ๗ สิง่
๑. พระชะฎาตามสฉี ลองพระองค์
๒. เกี้ยว (พระชะฎาประดับ) ทบั ทมิ
๓. ฉลองพระองค์อยา่ งเทศ (ช้นั ใน)
๔. ฉลองพระองค์อย่างเทศนอก
๕. รดั พระองคเ์ จยี รบาศสีตา่ ง ๆ
๖. สนับเพลงเชิงเลื้อย
๗. เหนบ็ พระแสงกั้นหย่นั
ทรงพระยานมาศ

เครอื่ งทรงพระองค์เจ้า
ในต�ำราว่าทรงทำ� ขวัญ ๓ วนั

ทรงเครือ่ ง ๘ สิง่
๑. ชะฎาตามสี
๒. ฉลองพระองค์พระกรน้อย
๓. ฉลองพระองคย์ น่ สีต่าง ๆ
๔. สร้อยตาบ ทองพระกร ทองพระบาท
๕. รดั พระองค์หนามขนุน
๖. รัดพระองค์แครง
๗. ผา้ สองปกั วรวหย่ี
๘. สนับเพลาเชงิ งอน
(ที่จริงครบส่งิ เทา่ กับเจ้าฟ้า แต่หากนับจ�ำนวนพลาดในต�ำรา)

ประมวลบทความ

เนอื่ งในพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก

เครอ่ื งทรงพระมหาอปุ ราชเทียบกับพระเจ้าแผน่ ดิน
ในต�ำราว่าด้วยเคร่ืองทรงพระมหาอุปราช เป็นแต่กล่าวถึงท่ีต้องลดลงให้ผิดกับเครื่องทรง
พระเจา้ แผน่ ดนิ คือ
๑. ทรงเรอื เอกชัย (แทนเรอื กิง่ )
๒. ทรงเครื่อง (ทกุ อยา่ งหรือบางอย่างไมก่ ลา่ วชดั ) เหมอื นพระเจ้าแผ่นดินแตม่ ิใหต้ ้องสีเครอื่ งต้น
แลฉลองพระองค์
๓. ลดสุวรรณมาลยั

เครื่องทรงเจ้าฟ้าเทยี บกบั พระมหาอุปราช
ในต�ำราว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ แลสมเด็จพระเจ้าหลานเธอ ทรงเรือเอกชัยล�ำละสองพระองค์
สามพระองค์ ทรงเครือ่ งลดกว่าพระเจา้ แผน่ ดินและพระมหาอุปราช
๑. มิใหต้ ้องสีกบั เครือ่ งทรงของพระเจ้าแผ่นดนิ
๒. ชะฎากาบต่ำ� กวา่ ของพระมหาอุปราช

ลกั ษณะเครอ่ื งทรงประพาสต่างกนั ตามยศ
ในต�ำรายกเปน็ อทุ าหรณว์ า่ ถา้ เสดจ็ ไปจบั ชา้ งทพี่ ะเนยี ด หรอื ทรงชา้ งไปแหง่ ใด ๆ เครอื่ งทรงประพาส
ผิดกนั ดงั น้ี

เครอ่ื งทรงพระเจ้าแผ่นดนิ
๑. ฉลองพระองคท์ รงประพาสของพระเจ้าแผน่ ดิน “เล่ือมตน้ พระกรปลายพระกร ๓ ชนั้ ”

เครอ่ื งทรงพระมหาอุปราช
๒. ฉลองพระองคท์ รงประพาสของมหาอปุ ราช เลือ่ มส�ำรดลอย (หรือลาย) ฉลองพระศอเหมอื น
กับของหลวง แต่มใิ ห้ต้องสี

เครือ่ งทรงเจ้าฟ้า
๓. สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ สมเดจ็ พระเจา้ หลานเธอมกี รม ฉลองพระองคท์ รงประพาส มแี ตต่ น้ พระกร
๓ ช้ัน ปลายพระกร ๒ ชั้น ทรงพระมาลาฝร่งั เสา้ สะเทิน มีแตย่ อดกบั เก้ียวประดับพลอยแดง (ใช)้ ขนนกนอน
หาพระยกี่ ่ามไิ ด้

เคร่อื งทรงพระองคเ์ จ้า
๔. พระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าหลานเธอ หากรมมิได้ (ตรงนี้ในต�ำราจะหมายว่า เจ้าฟ้ายังไม่มีกรม
หรอื พระองค์เจา้ มกี รมสงสยั อย)ู่
ฉลองพระองคท์ รงประพาสตน้ พระกร๒ชน้ั ปลายพระกรชนั้ ๑ทรงพระมาลาฝรง่ั เสา้ สะเทนิ มแี ตเ่ กยี้ ว
ประดบั พลอยแดง หายอดมไิ ด้ ถา้ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ สงั่ ใหท้ �ำพระราชทานประการใดจงึ ใหท้ �ำตามรบั สง่ั

96


Click to View FlipBook Version